45
ความหมายของสญั ลักษณ์
X แทน การทดลองจัดการเรยี นร้โู ดยใช้บทเรยี นคอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI
R แทน การได้กลุ่มตวั อย่างมาโดยการเจาะจง
O1 แทน การเกบ็ รวบรวมข้อมลู /การทดสอบก่อนเรียน Pretest
O2 แทน การเก็บรวบรวมข้อมลู /การทดสอบหลงั เรยี น Posttest
X แทน การทดลองจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเรยี นคอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI
~X แทน การทดลองจัดการเรยี นรโู้ ดยไมใ่ ช้บทเรยี นคอมพิวเตอรช์ ว่ ยสอนCAI
จากแบบการวจิ ัยขา้ งต้นไดด้ าเนินการทดลองในภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2563 ทาการทดลองเป็น
เวลา 12 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 วัน วันละ 1 คาบ คาบละ 60 นาที ทาการทดลองเวลา 10.30 - 11.30 น.
โดยมีลาดับขั้นตอนดังนี้
1. ขอความรว่ มมือกบั ผู้บริหารโรงเรยี นในการศกึ ษา ทดลอง และพฒั นา
2. พบครปู ระจาช้นั ของหอ้ งที่ทาการทดลองเพ่ือช้แี จงรูปแบบงานวิจยั และขอความร่วมมือ
3. สรา้ งความค้นุ เคยกบั นกั เรียนกลุ่มตัวอยา่ ง/กลมุ่ เป้าหมาย เป็นระยะเวลา 5 วนั คอื วันท่ี 1
ธันวาคม 2563 ถึง วันที่ 5 ธันวาคม 2563
4. ผู้วิจัยทาการทดสอบก่อนเรียน(Pretest) กับนักเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง/กลุ่มเป้าหมาย
ในวนั ท่ี 16 ธนั วาคม 2563 ด้วยแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนท่สี ร้างข้ึน
5. ผู้วิจัยดาเนินการทดลองให้นักเรียนกลุ่มตัวอย่าง/กลุ่มเป้าหมา เรียนโดยใช้บทเรียน
คอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ เร่ือง ขอ้ มูลสารสนเทศ ที่ผู้วิจัยสร้างข้ึน สัปดาห์ละ 1 วัน
วันละ 1 คาบ คาบละ 60 นาที ทาการทดลองเวลา 10.30 - 11.30 น. ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2563 ถึง
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ุ 2564 โดยเมื่อดาเนินการจัดการเรียนรู้เสร็จผู้วิจัยได้ดาเนินการทดสอบย่อยท้าย
บทเรยี นท้งั 2 เรือ่ ง
6. เม่ือดาเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้จนครบตามกาหนด ผู้วิจัยทาการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์
หลังเรยี น(Posttest) กบั นกั เรียนทเี่ ป็นกลุ่มตัวอย่าง/กล่มุ เป้าหมาย ในวนั ท่ี 24 กมุ ภาพนั ธุ์ 2564
7. หลังจากทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้วิจัยดาเนินการแจก
แบบสอบถามความพึงพอใจในการเรียนรู้ เพ่ือสารวจความพึงพอใจของนักเรียนท่ีมีต่อการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้ โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง ข้อมูลสารสนเทศ กลุ่มสาระ
การเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 5 ทผี่ ู้วจิ ยั สรา้ งข้ึน
8. นาขอ้ มลู ที่ไดจ้ ากการทดสอบไปทาการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิตติ ่อไป
การวเิ คราะหข์ ้อมูล
1. การหาคุณภาพของเคร่ืองมือในการเก็บรวบรวมข้อมลู
1.1 การหาคา่ ความตรงตามเนอ้ื หา โดยการหาค่าดัชนคี วามสอดคล้องระหวา่ งจุดประสงค์กับเน้ือหา
IOC (Index of Item Objective Congruence) (สุรวาท ทองบุ. 2550 : 105) โดยพิจารณาคัดเลือกเฉพาะ
ข้อสอบทีม่ คี า่ ดัชนตี งั้ แต่ .50 ถงึ 1.00
1.2 การหาคุณภาพของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นวเิ คราะห์ดังน้ี
1.2.1 คา่ ความยาก(p) รายข้อ
46
1.2.2 คา่ อานาจจาแนก(B-Index) รายขอ้
1.2.3 ค่าความเท่ียง(Reliability) ของแบบทดสอบทงั้ ฉบับ โดยวธิ ีของโลเวท(Lovett)
1.3 การหาคุณภาพของแบบสอบถามความพึงพอใจในการเรียนรู้ที่มตี ่อความเหมาะสมของบทเรียน
คอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคตวิ สิ ต์ เรื่อง ขอ้ มลู สารสนเทศ วเิ คราะห์ดังนี้
1.3.1 คา่ อานาจจาแนกของแบบสอบถามเปน็ รายข้อ(rxy ) โดยใช้สัมประสิทธ์ิสหสมั พันธ์
ระหวา่ งคะแนนรายข้อกบั คะแนนรวม(Item – total Correlation)
1.3.2 ค่าความเท่ียง(Reliability) ของแบบสอบถามท้ังฉบับ โดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์
แอลฟา(α - coefficient) ตามวธิ ีการของครอนบาค(Cronbach)
2. การประสิทธภิ าพของบทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วยสอนCAI ตามแนวคอนสตรคั ติวสิ ต์
2.1 การหาค่าประสิทธิภาพ(E1/E2) ของบทเรียนคอมพวิ เตอรช์ ่วยสอนตามแนวคอนสตรัคติวิสต์
โดยการหาคา่ ประสทิ ธภิ าพของกระบวนการ(E1) และประสทิ ธภิ าพของผลลพั ธ์(E2)
2.2 การหาค่าประสิทธิผล(The Effectiveness Index : E.I) ของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI
ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ โดยวิธีของกูดแมน เฟรทเชอร์ และชไนเดอร์ (Goodman, Fretcher and
Schneider. 1980 : 30 - 34)
3. การวิเคราะห์ระดับผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นและความพึงพอใจในการเรียนรทู้ ี่มีต่อความเหมาะสม
ของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ โดยการหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบ่ียงเบน
มาตรฐานของผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนและความพึงพอใจในการเรียนรู้ที่มีต่อความเหมาะสมของ บทเรียน
คอมพิวเตอรช์ ่วยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคตวิ ิสต์
สาหรับระดับความพึงพอใจในการเรียนรู้ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วย
สอนตามแนวคอนสตรัคติวสิ ต์ จะนาไปเทยี บเกณฑ์การแปลผลดังนี้ (บุญชม ศรสี ะอาด. 2545 : 106)
คา่ เฉล่ีย ระดับความพงึ พอใจ
4.51 – 5.00 มีความพึงพอใจในระดับมากทีส่ ุด
3.51 – 4.50 มีความพึงพอใจในระดับมาก
2.51 – 3.50 มีความพึงพอใจในระดบั ปานกลาง
1.51 – 2.50 มคี วามพึงพอใจในระดบั น้อย
1.00 – 1.50 มีความพึงพอใจในระดับนอ้ ยท่ีสุด
4. การวเิ คราะหเ์ พอ่ื ทดสอบสมมตฐิ านการวจิ ัย ดังน้ี
4.1 วิเคราะห์เปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉล่ียของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนท่ี
เรียนโดยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์กับเกณฑ์ที่กาหนด(ร้อยละ80) โดยการ
ทดสอบที (t-test One Sample Group)
4.2 วิเคราะห์เปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยของผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียนท่ี
เรียนโดยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ ระหว่างเรียนกับหลังเรียน โดยการ
ทดสอบที (t-test Dependent Sample)
47
4.3 วิเคราะห์เปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยของผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียนที่
เรียนโดยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ กับการสอนตามปกติ โดยการทดสอบที
(t-test Independent Sample)
3.6 สถติ ิทใี่ ชใ้ นการวเิ คราะห์ข้อมูล
สถติ ิท่ใี ช้ในการวเิ คราะห์ขอ้ มูลมีดังนี้
1. สถติ ิท่ีใชใ้ นการหาคุณภาพเครอ่ื งมือรวบรวมข้อมูล ได้แก่
1.1 การหาคณุ ภาพของแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน
1.1.1 วเิ คราะห์หาค่าความตรงตามเนื้อหา IOC (Index of Item Objective Congruence)
โดยการหาค่าดชั นีความสอดคลอ้ งระหว่างจุดประสงค์กับเน้ือหา โดยใช้สตู รดังนี้ (สมนึก ภัททิยธนี. 2544 : 221)
IOC R
N
เม่อื IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างจุดมุ่งหมายกับเนอ้ื หาหรือ
ระหวา่ งข้อสอบกับจุดประสงค์
R แทน ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผเู้ ชยี่ วชาญทง้ั หมด
N แทน จานวนผเู้ ช่ยี วชาญ
การกาหนดคะแนนของผเู้ ชี่ยวชาญอาจจะเปน็ +1 หรือ 0 หรอื -1 ดงั น้ี
+1 แทน เมื่อแน่ใจวา่ ขอ้ สอบที่ออกมีความสอดคล้องกบั วตั ถุประสงคท์ ่ีต้องการวดั
0 แทน เมอ่ื ไมแ่ น่ใจวา่ ข้อสอบที่ออกมีความสอดคล้องกับวตั ถุประสงค์ทต่ี ้องการวดั
-1 แทน เมอ่ื แน่ใจว่าข้อสอบท่ีออกมีไม่มคี วามสอดคลอ้ งกับวตั ถุประสงค์ท่ตี ้องการวัด
ค่าดัชนคี วามสอดคล้องทยี่ อมรับได้ต้องมคี ่าตั้งแต่ .50 ขนึ้ ไป
1.1.2 วิเคราะห์หาค่าความยากเป็นรายข้อของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน โดยใช้
สตู ร (สมนกึ ภัททิยธนี. 2544 : 189)
P R
N
เมอื่ P แทน ค่าความยากของข้อสอบ
R แทน จานวนคนท่ีทาข้อนน้ั ถูก
N แทน จานวนคนที่ทาข้อนนั้ ท้ังหมด
48
1.1.3 วิเคราะหห์ าค่าอานาจจาแนกเปน็ รายข้อ (Discrimination) ของข้อสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรยี น โดยใช้สูตร (สรุ วาท ทองบ.ุ 2550 : 103)
เม่อื B B U L
N1 N1 N2
N2
U แทน คา่ อานาจจาแนกของข้อสอบ
L แทน จานวนคนรอบรู้ (หรือสอบผ่านเกณฑ์)
แทน จานวนคนไมร่ อบรู้ (หรอื สอบไม่ผา่ นเกณฑ์)
แทน จานวนคนรอบรู้ (หรือสอบผา่ นเกณฑ์) ตอบถูก
แทน จานวนคนไม่รอบรู้ (หรอื สอบไม่ผ่านเกณฑ์) ตอบถูก
1.1.4 วิเคราะห์หาคา่ ความเที่ยง(Reliability) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น
โดยใช้สูตรของโลเวท(Lovett) (สุรวาท ทองบ.ุ 2550 : 111)
rcc 2
1 K Xi (Xi X i
(K 1)
C) 2
เมอื่ rcc แทน ความเชื่อม่นั ของแบบทดสอบท้ังฉบับ
K แทน จานวนขอ้ ของแบบทดสอบท้งั ฉบบั
แทน คะแนนสอบของนักเรยี นแตล่ ะคน
Xi แทน คะแนนจดุ ตัด
C
1.2 สถิตทิ ใี่ ชห้ าคุณภาพของแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณคา่
1.2.1 วเิ คราะหห์ าคา่ ความตรงตามเนอื้ หา IC (Index of Congruence) โดยการหาค่าดัชนคี วาม
สอดคล้องระหวา่ งคาถามกับเนือ้ หาในการสอบถามโดยใชส้ ูตรเดียวกันกับข้อ 1.1.1
1.2.2 วิเคราะห์หาคา่ คุณภาพรายข้อ โดยหาค่าอานาจจาแนกรายข้อ โดยใช้วิธีสัมประสทิ ธิ์
สหสัมพันธแ์ บบเพยี รส์ นั (Pearson’s Product-Moment Correlation) ระหว่างคะแนนแตล่ ะข้อกับคะแนน
รวม (Item – total Correlation) โดยใช้สตู รดงั นี้ (สุรวาท ทองบุ. 2550 : 112 - 114)
rxy N XY ( X)( Y)
[N X2 ( X)2][N Y2 ( Y)2]
เมื่อ rxy แทน คา่ สมั ประสทิ ธิส์ หสมั พันธ์ระหวา่ งคะแนนแต่ละขอ้ กับคะแนนรวม
49
X แทน ผลรวมของคะแนน X
Y แทน ผลรวมของคะแนน Y
N แทน จานวนผตู้ อบทั้งหมด
XY แทน ผลรวมทง้ั หมดของผลคณู ระหวา่ ง X กับ Y
X2 แทน ผลรวมทั้งหมดของกาลังสองของ X
Y2 แทน ผลรวมทั้งหมดของกาลงั สองของ Y
1.2.3 หาคุณภาพแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า โดยการหาความเท่ียงของ
แบบวัดท้ังฉบับ ใช้วธิ ีการหาสัมประสิทธ์ิอัลฟา (α Coefficient) ของครอนบาคโดยใช้สูตรดังนี้ (สุรวาท ทองบุ.
2550 : 116 - 117)
α k 1 S 2
1 i
k S2
t
เมือ่ α แทน คา่ สมั ประสิทธคิ์ วามเชือ่ มนั่
แทน จานวนขอ้ เคร่ืองมือวดั
k แทน ผลรวมของความแปรปรวนแต่ละข้อ
S2 แทน ความแปรปรวนของคะแนนรวม
i
S 2
t
1.3 สถติ ทิ ใ่ี ชห้ าคณุ ภาพนวตั กรรม
1.3.1 วิเคราะห์หาค่าความตรงตามเน้ือหา IOC (Index of Item Objective Congruence)
โดยการหาคา่ ดัชนคี วามสอดคล้องระหวา่ งจุดประสงค์กับเน้ือหาในการสอบถาม โดยใช้สูตรเดยี วกันกบั ขอ้ 1.1.1
1.3.2 เกณฑ์ประสิทธิภาพของนวัตกรรม (E1/E2) โดยวิธีของกูดแมน เฟรทเชอร์ และชไนเดอร์
(Goodman, Fretcher and Schneider. 1980 : 30 – 34
X X
A
E1 N 100 หรือ E1 100
A
เมื่อ E1 แทน ประสิทธภิ าพของกระบวนการ
X แทน ผลรวมของคะแนนนักเรียนท่ไี ด้จากการวดั ระหวา่ งเรยี น
N แทน จานวนผู้เรียน
คะแนนเต็มของคะแนนระหว่างเรยี น
A แทน
50
Y Y
B
E2 N 100 หรอื E2 100
B
เมื่อ E2 แทน ประสิทธิภาพของผลลัพธ์
X แทน ผลรวมของคะแนนนักเรยี นท่ไี ด้จากการวัดหลงั เรียน
N แทน จานวนผเู้ รียน
B แทน คะแนนเต็มของคะแนนแบบหลงั เรียน
1.3.3 หาค่าดัชนีประสิทธิผลของนวัตกรรม (E.I.) โดยวิธีของกูดแมน เฟรทเชอร์
และชไนเดอร์ (Goodman, Fretcher and Schneider. 1980 : 30 - 40)
ดัชนีประสิทธิผล = ผลรวมของคะแนนหลังเรียนของทุกคน - ผลรวมของคะแนนก่อนเรยี นของ
ท(จกุ าคนนวนนักเรยี น x คะแนนเต็ม) - ผลรวมของคะแนนกอ่ นเรียนของทุกคน
2. สถติ ิทใี่ นการวเิ คราะห์ข้อมลู
2.1 สถิตพิ นื้ ฐาน
2.1.1 ค่ารอ้ ยละ โดยใช้สูตร (บุญชม ศรสี ะอาด. 2547 : ......)
เมอื่ f ร้อยละ f x100
n
n
แทน ค่าความถี่
แทน จานวนทั้งหมด
2.1.2 วเิ คราะหห์ าค่าเฉลยี่ (Arithmetic Mean) ใช้สูตร (สรุ วาท ทองบุ. 2550 : 123)
X X
n
เมื่อ X แทน ค่าเฉลยี่
X แทน ผลรวมของคะแนนทุกตวั ในกลุ่ม
n แทน จานวนสมาชกิ ในกล่มุ
2550 : 124) 2.1.3 วิเคราะห์หาส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดยใช้สูตร (สุรวาท ทองบุ.
S.D. X X 2
(N 1)
51
เม่ือ S.D. แทน ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน
X แทน ค่าเฉลีย่
X แทน คะแนนแตล่ ะตวั
N แทน จานวนสมาชกิ ในกลมุ่ นัน้
3. สถิติท่ีใช้ในการทดสอบสมมติฐาน
3.1 วิเคราะห์เปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉล่ียของผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียนที่
เรียนโดยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ กับเกณฑ์ท่ีกาหนดร้อยละ80 โดยการ
ทดสอบที (t-test One Sample Group) (สรุ วาท ทองบุ. 2550 : 128)
t X μ0 , df n 1
S.D./ n
เมื่อ t แทน ค่าสถิตทิ จี่ ะใชเ้ ปรียบเทียบกบั คา่ วกิ ฤตจิ ากการแจกแจงแบบ t
เพือ่ ทราบความมีนยั สาคญั
S.D. แทน ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน
X แทน คะแนนแต่ละตัว
n แทน จานวนสมาชิกในกลุ่มน้นั
3.2 วิเคราะห์เปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉล่ียของผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียนที่
เรียนโดยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ ก่อนเรียนกับหลังเรียน โดยการ
ทดสอบที (t-test Dependent Sample) (สุรวาท ทองบ.ุ 2550 : 129)
t D , df n 1
N D2 ( D)2
N 1
เมื่อ t แทน ค่าสถติ ทิ ีจ่ ะใช้เปรยี บเทียบกบั ค่าวกิ ฤตจิ ากการแจกแจงแบบ t
เพือ่ ทราบความมนี ัยสาคัญ
D แทน ผลตา่ งระหว่างคู่คะแนน
n แทน จานวนสมาชกิ กลุ่มตัวอยา่ งหรือจานวนคู่คะแนน
3.3 วิเคราะห์เปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยของผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียนท่ี
เรียนโดยบทเรียนคอมพิวเตอรช์ ่วยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ กับการสอนตามปกติ โดยการทดสอบที
(t-test Independent Sample)
52
บทท่ี 4
ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล
ในการวิจัยเพื่อสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ เร่ือง ข้อมูลสารสนเทศ
สาหรบั นักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 5 ครงั้ นี้ ผวู้ จิ ยั ไดเ้ สนอผลการวิเคราะห์ขอ้ มูลตามลาดบั หวั ข้อ ดังน้ี
1. สญั ลกั ษณท์ ใี่ ชใ้ นการเสนอผลการวเิ คราะห์ข้อมลู
2. ลาดบั ขัน้ ในการเสนอผลการวเิ คราะห์ข้อมลู
3. ผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล
4.1 สัญลักษณท์ ่ใี ช้ในการวิเคราะห์ขอ้ มูล
เพือ่ ใหเ้ กิดความเข้าใจในการแปลความหมายและเสนอผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูลได้ถูกต้องผวู้ ิจัยได้
กาหนดความหมายของสญั ลกั ษณท์ ่ีใชใ้ นการวเิ คราะหข์ ้อมลู ดังนี้
N แทน จานวนนกั เรยี นกลมุ่ ตัวอยา่ ง/กลมุ่ เปา้ หมาย
X แทน คา่ เฉลย่ี
X แทน คะแนนรวม
S.D. แทน สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน
E1 แทน ประสทิ ธิภาพของกระบวนการ
E2 แทน ประสทิ ธิภาพของผลลัพธ์
E.I. แทน ดัชนีประสิทธิผล
t แทน ค่าสถิติทีจ่ ะใช้เปรียบเทียบกบั คา่ เปรยี บเทียบค่าวิกฤต
เพ่ือทราบความมีนัยสาคญั
df แทน ชน้ั แห่งความเป็นอิสระ (degree of freedom)
4.2 ลาดบั ข้ันตอนในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล
ผู้วิจัยได้นาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง ข้อมูลสารสนเทศ
สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง/กลุ่มเป้าหมาย จานวน 9 คน ในภาคเรียนท่ี 2
ปีการศึกษา 2563 จากการทาการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียน การทดสอบหลังจากเรียนจบแต่ละเรื่อง
จานวน 2 เร่ือง และทาการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน ปรากฏผลดังตารางท่ี 5 ในภาคผนวก
และผวู้ จิ ัยไดด้ าเนนิ การเสนอผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูล ดังน้ี
ตอนท่ี 1 วิเคราะห์ประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์
เร่อื ง ขอ้ มูลสารสนเทศ
ตอนท่ี 2 วิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียนด้วย
บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอนCAI ตามแนวคอนสตรคั ตวิ ิสต์ เร่ือง ขอ้ มูลสารสนเทศ
ตอนท่ี 3 วิเคราะห์ดัชนีประสิทธิผลของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์
เร่อื ง ข้อมูลสารสนเทศ
ตอนที่ 4 วิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนท่ีมีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้บทเรียน
คอมพวิ เตอร์ช่วยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคตวิ ิสต์ เร่อื ง ข้อมลู สารสนเทศ
53
4.3 ผลการวิเคราะหข์ อ้ มลู
ตอนที่ 1 วิเคราะห์ประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์
เร่ือง ข้อมูลสารสนเทศ
ตาราง 1 การหาประสิทธภิ าพของบทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วยสอนCAI ตามแนวคอนสตรคั ตวิ ิสต์ เรือ่ ง ขอ้ มูลสารสนเทศ
การประเมนิ N คะแนนเต็ม คะแนนรวม X ร้อยละ
ระหว่างเรยี น 9 45 374 41.55 86.67
หลังเรยี น 30 236 26.22 83.33
จากตาราง 1 ผลการวิเคราะห์พบว่า ค่าประสิทธิภาพของกระบวนการ (E1) เท่ากับ 86.67 และ
ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E2) เท่ากับ 83.33 แสดงให้เห็นว่า บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI ตามแนวคอน
สตรัคติวิสต์ เรื่อง ข้อมูลสารสนเทศ มีประสิทธิภาพของกระบวนการและประสิทธิภาพของผลลัพธ์ (E1/ E2)
สงู กว่าเกณฑ์ 80/80 ทก่ี าหนดไว้
ตอนท่ี 2 วิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียนด้วยบทเรียน
คอมพิวเตอร์ชว่ ยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคตวิ ิสต์ เรือ่ ง ข้อมลู สารสนเทศ
ตาราง 2 เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียนกับหลังเรียนโดยใช้บทเรียน
คอมพิวเตอรช์ ว่ ยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคตวิ ิสต์ เรือ่ ง ขอ้ มูลสารสนเทศ
การทดสอบ N คะแนนเต็ม X S.D. df t
กอ่ นเรียน 20.78 3.27 4.49
หลังเรยี น
9 270 26.22 1.71 8
จากตาราง 2 ผลการวิเคราะห์พบว่า ค่า t ที่ได้จากการคานวณเท่ากับ 4.49 ซึ่งสูงกว่าค่า t วิกฤติ
ซึ่งเท่ากับ 1.85 ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า นักเรียนท่ีเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอรช์ ่วยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคติ
วิสต์ เรื่อง ข้อมูลสารสนเทศ ท่ีผู้วิจัยสร้างขึ้นมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมี
นัยสาคญั ทางสถติ ิที่ .05
ตอนท่ี 3 วเิ คราะห์ดัชนีประสิทธผิ ลของบทเรียนคอมพวิ เตอรช์ ่วยสอนCAI ตามแนวคอนสตรคั ตวิ ิสต์
เร่อื ง ข้อมูลสารสนเทศ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5
การหาดชั นีประสทิ ธิผลของบทเรยี นคอมพิวเตอร์ชว่ ยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคตวิ สิ ต์ เรือ่ ง ข้อมูล
สารสนเทศ ผูว้ ิจัยไดว้ เิ คราะห์ดชั นปี ระสทิ ธิผลจากคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลงั เรียนเม่ือ
เทยี บกับคะแนนเตม็ ปรากฏผลดังตาราง 3
54
ตาราง 3 ดชั นปี ระสทิ ธผิ ลของบทเรียนคอมพิวเตอรช์ ่วยสอนCAI ตามแนวคอนสตรคั ติวิสต์ เรอื่ ง ขอ้ มลู สารสนเทศ
ผลรวมคะแนน ดชั นปี ระสิทธิผล
(E.I.)
จานวนนักเรยี น คะแนนเต็ม ทดสอบ ทดสอบ
9 270 0.59
กอ่ นเรียน หลังเรยี น
187 236
จากตาราง 3 ดัชนีประสิทธิผลของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์
เร่ือง ขอ้ มลู สารสนเทศ มคี า่ เทา่ กบั 0.59 ซ่ึงหมายความวา่ นกั เรียนมคี วามร้เู พิ่มขนึ้ คิดเปน็ ร้อยละ 59
ตอนท่ี 4 วิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนท่ีมีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้บทเรียน
คอมพวิ เตอรช์ ว่ ยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคตวิ สิ ต์ เรือ่ ง ขอ้ มลู สารสนเทศ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5
ผู้วิจัยได้นาคะแนนจากการวัดความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้มาวิเคราะห์ หาค่าเฉล่ีย
ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ปรากฏดังตาราง 4
ตาราง 4 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความพึงพอใจของท่ีมีต่อกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้
บทเรียนคอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคติวสิ ต์ เรื่อง ขอ้ มลู สารสนเทศ
ข้อที่ รายการประเมิน X S.D ระดับ
ความพงึ พอใจ
1. ข้าพเจ้าชอบเรยี นกลุ่มสาระวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 4.67 0.50 มากท่สี ุด
0.53 มากที่สุด
2. เนอ้ื หากลมุ่ สาระการเรียนรู้ เร่อื ง ข้อมูลสารสนเทศเป็น 4.56
เน้อื หาทนี่ า่ สนใจมาก 0.53 มากทส่ี ดุ
0.60 มาก
3. เม่ือเรียนเน้ือหาเกี่ยวกับข้อมูลสารสนเทศ ใหข้ า้ พเจ้ารสู้ กึ 4.56 0.73
ภมู ใิ จในตนเองเกย่ี วกบั การเรียน 0.73 มากทีส่ ุด
0.33 มากที่สุด
4. ข้าพเจ้าชอบเรียนรูเ้ กย่ี วกับเนื้อหา เร่ือง ข้อมลู สารสนเทศ 3.89 มากที่สุด
0.53
5. การเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI สามารถนา 4.56 มาก
ไปใช้ในชวี ิตประจาวนั ได้ 0.53
0.50 มากท่สี ุด
6. ขา้ พเจ้าดีใจทไ่ี ดเ้ รยี นดว้ ยสือ่ ทแ่ี ปลกใหม่ 4.56 มากทสี่ ดุ
7. บทเรยี นคอมพิวเตอรช์ ่วยสอนมีตัวอกั ษรและขนาดทเี่ หมาะ 4.89
สมนา่ สนใจ
8. ข้าพเจ้าชอบเรียนด้วยส่ือที่มีรูปภาพสีสันสวยงาม สะอาดตา 4.44
และสามารถศกึ ษาได้ด้วยตนเอง
9. มีแถบปุ่มสารบัญที่เข้าสู้เน้ือหาและหัวข้อต่างๆ ได้ง่าย และ 4.56
น่าสนใจ
10. เสียงบรรยายและเสียงดนตรีประกอบน่าสนใจและน่าติดตาม 4.67
55
ข้อท่ี รายการประเมิน X S.D ระดับ
ความพงึ พอใจ
11. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนมีการเรียงลาดับเน้ือหากง่าย 4.33 0.71 มาก
ไปยาก ทาให้ข้าพเจา้ เข้าในในเน้ือหาได้ง่ายขึน้
12. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนได้ให้ข้อมูลย้อนกลับได้ดี จน 4.67 0.50 มากทส่ี ดุ
ทาให้ขา้ พเจา้ รู้ว่าตวั เองตอบผิดหรือตอบถูก
13. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนมีปุ่มที่ทาให้ข้าพเจ้าสามารถ 4.67 0.50 มากที่สุด
ย้อนกลบั ไปทบทวนเนือ้ หาที่ไม่เข้าใจได้
14. การเรียนดว้ ยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนทาใหข้ ้าพเจา้ ใส่ 4.67 0.50 มากทีส่ ดุ
ใจบทเรียนไดน้ านขนึ้ และมีความกระตอื รือรน้
15. ข้าพเจ้าชอบเรียนรู้ด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ครู 4.89 0.33 มากที่สุด
สรา้ งขึน้
รวม 4.57 0.54 มากทีส่ ุด
จากตาราง 4 พบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI
ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ เร่ือง ข้อมูลสารสนเทศ มีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้บทเรยี น
คอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ โดยรวมมีความพึงพอใจอยู่ใน ระดับมากท่ีสุด มีค่าเฉลี่ย
เท่ากับ 4.57 ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.54 เม่ือพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า นักเรียนชอบเรียนรู้ด้วย
บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ครูสร้างข้ึน ระดับมากที่สุด มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.89 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
เท่ากับ 0.33 รองลงมาคือ บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนมีตัวอักษรและขนาดท่ีเหมาะสมน่าสนใจ ระดับมาก
ที่สุด มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.89 ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานเท่ากบั 0.33 และการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วย
สอนทาให้ข้าพเจ้าใส่ใจบทเรียนได้นานข้ึน และมีความกระตือรือร้น ระดับมากที่สุด มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.67
ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.50 ตามลาดบั
56
บทท่ี 5
สรปุ ผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
การรายงานครั้งน้ี เป็นการศึกษาเพ่ือสร้างบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์
เร่ือง ข้อมูลสารสนเทศ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 จานวน 1 ชุด ผู้วิจัยได้สรุปผลการวิจัย อภิปรายผลการวิจัย และ
มีขอ้ เสนอแนะจากการวิจยั ดังนี้
1. กิจกรรมการจัดการเรียนรู้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง ข้อมูล
สารสนเทศ สาหรับนกั เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 ทส่ี ร้างขนึ้ มปี ระสทิ ธภิ าพตามเกณฑ์ 80/80
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนตามแนว
คอนสตรคั ติวสิ ต์ เร่ือง ขอ้ มลู สารสนเทศ หลังเรียนสงู กว่าก่อนเรียน
3. ประสิทธิผลของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง ข้อมูลสารสนเทศ
มีประสิทธิผลมากกว่าหรอื เท่ากบั .50
4. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
ตามแนวคอนสตรคั ตวิ สิ ต์ เรอื่ ง ข้อมูลสารสนเทศ มคี วามพึงพอใจอยู่ในระดบั มากขนึ้ ไป
5.1 สรุปผลวิจัย
1. บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง ข้อมูลสารสนเทศ สาหรับนักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 5 ที่สร้างขึ้นมคี ่าประสิทธภิ าพ (E1/E2) เทา่ กบั 86.67/83.33 ซ่งึ สูงกวา่ เกณฑ์ทกี่ าหนดไว้
2. นักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง ข้อมูลสารสนเทศ
สาหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 ที่ผู้วิจัยสร้างข้ึนมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
อยา่ งมีนัยสาคัญทางสถติ ิท่รี ะดับ 0.5
3. ดัชนีประสิทธิผลของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง ข้อมูล
สารสนเทศ สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 มีค่าเท่ากับ 0.59 ซ่ึงหมายความว่านักเรียนมีความก้าวหน้า
ในการเรยี นร้เู พม่ิ ข้นึ ร้อยละ 59
4. นักเรียนท่ีเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ เร่ือง ข้อมูลสารสนเทศ
สาหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 โดยรวมมีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้บทเรียน
คอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ โดยรวมมีความพึงพอใจอยู่ใน ระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย
เท่ากับ 4.57 ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.54 เม่ือพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า นักเรียนชอบเรียนรู้ด้วย
บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ครูสร้างข้ึน ระดับมากที่สุด มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.89 ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน
เท่ากับ 0.33 รองลงมาคือ บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนมีตัวอักษรและขนาดท่ีเหมาะสมน่าสนใจ ระดับมาก
ทสี่ ุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.89 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากบั 0.33 และการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วย
สอนทาให้ข้าพเจ้าใส่ใจบทเรียนได้นานขึ้น และมีความกระตือรือร้น ระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.67
ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.50 ตามลาดบั
57
5.2 อภิปรายผลวจิ ัย
บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ เร่ือง ข้อมูลสารสนเทศ สาหรับนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนเทศบาลโพธ์ิศรี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 แล้วพบว่า มีค่าประสิทธิภาพ
ตามเกณฑ์ (E1/E2) เท่ากับ 86.67/83.33 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอยา่ งมีนัยสาคัญ
ทางสถิติที่ระดับ 0.5 นักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียน มีประสิทธิผล E.I. = 0.59 และนักเรียนมีความพึง
พอใจต่อการเรียนรู้ด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง ข้อมูลสารสนเทศ
ในระดบั มากทีส่ ดุ น้นั สบื เนือ่ งจากการดาเนินการดงั นี้
1. ประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กาหนดเนื่องจาก
องค์ประกอบท่ีใช้ในการจัดการเรียนรู้ครบถ้วนเหมาะสม คู่มือการใช้ฯ การจัดกิจกรรมตาม แผนการจัดการ
เรียนร้แู ละการประเมนิ ผลระหว่างเรยี นและหลังเรียนมีความสอดคล้องสัมพันธ์กัน จากการวิเคราะห์หลักสูตร
กาหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ ขอบข่ายเนื้อหา การวัดและประเมินผล โดยการจัดเนื้อหาเป็น หน่วยย่อยและ
นาเสนอเป็นกรอบความคิด ลาดับการเรียนรู้จากง่ายไปยาก ช่วยให้เรียนรู้ได้ง่ายตามหลักการสร้าง บทเรียน
คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (วุฒิชัย ประสารสร้อย, 2546: 28-31) และทักษิณา สวนานนท์ (2533: 66 - 67) โดย
การศึกษาภาพประกอบเสียงบรรยายและเสียงบรรยายสร้างความคุ้นเคย มีความเป็นกันเองกับนักเรียน โดย
จาลองเป็นภาพครูผู้สอน ภาษาในการบรรยายส้ัน กะทัดรัด ชัดเจน (ทักษิณา สวนานนท์, 2533: 66-67)
เวลาที่ใช้ในการเรียนรู้แต่ละกรอบมีความเหมาะสม ไม่ช้าหรือเร็วเกินไปเพราะผ่านการนาไปทดลองใช้กับ
นักเรียนเป็น รายบุคคล ทั้งนักเรียนที่เรียนเก่ง เรียนระดับปานกลางและเรียนช้า (วุฒิชัย ประสารสร้อย ,
2543: 39-43) ซ่ึงเชื่อมโยงสู่กระบวนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ผู้ศึกษาได้นาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
คู่มือการใช้แบบทดสอบ ตลอดจนแผนการจัดการเรียนรู้ เสนอต่อผู้เชี่ยวชาญทางด้านหลักสูตรและสื่อการ
เรียนการสอน ผู้เชี่ยวชาญด้านผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อนวัตกรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านเน้ือหาความรู้ ตลอดจน
ผู้เชี่ยวชาญด้านการ วัดและประเมินผล เพื่อให้ผู้เช่ียวชาญพิจารณาความถูกต้องเหมาะสม สอดคล้องตาม
แนวคดิ ของ ชว่ งโชติ พันธุ เวช (2525: 1 - 3) การนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน คู่มือการใช้ฯ แบบทดสอบ
และแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ผ่านการประเมินคุณภาพจากผู้เช่ียวชาญแล้ว ไปทดลองใช้กับนักเรียนทั้งกลุ่ม
รายบุคคล รวม 3 คนประกอบด้วยนักเรียนเก่ง นักเรียนปานกลาง นักเรียนช้า แล้วนาไปทดลองกับกลุ่มย่อย
ซ่ึงมีนักเรียน คละความสามารถในการเรียนจานวน 10 คน ที่สาคัญคือมีการทดลองภาคสนามกับนักเรียนท่ี
คละความสามารถ ในการเรียนจานวน 30 คน โดยดาเนินการตามข้ันตอนเหมือนกลุ่มตัวอย่าง การทดลองท้ัง
3 ครั้ง ได้นาข้อบกพร่องท่ีพบมาปรับปรุงเพ่ือให้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง ข้อมูลสารสนเทศ มี
คุณภาพยิ่งขึ้น (ชัยยงค์ พรหมวงศ์, 2556: 7-11) การดาเนินการน้ีสอดคล้องกับผลงานวิจัยทางด้านการใช้
บทเรียน คอมพิวเตอร์ช่วยสอนหลายรายการ เช่น ดารารัตน์ สมมาตย์, เหมมิญญ์ ธนปัทม์มีมณี (2559) ได้
ศึกษาเก่ียวกับการพฒั นาบทเรยี นคอมพวิ เตอร์ช่วยสอนแบบสถานการณ์จาลองประกอบการเรยี นการสอนตาม
แนวคอนสตรัคติวิสต์ เพ่ือพัฒนาการคิดวิเคราะห์ สาหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 ผลการวิจัยพบว่า
1. ประสทิ ธิภาพของบทเรยี นคอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอนแบบสถานการณ์จาลองประกอบการเรียนการสอนตามแนว
คอนสตรัคติวิสต์ ท่ีผู้วิจัยสร้างข้ึนมีประสิทธิภาพ 85.25/81.75 เป็นไปตามเกณฑ์ท่ีกาหนด เช่นเดียวกับ
พรเจตน์ จ้าปาศรี และ วิมาน ใจดี (2560) ได้ทาการวิจัยเร่ือง การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
ออนไลน์ร่วมกับการจัดการเรียนรู้ด้วยตนเองเร่ือง ภาษา HTML ผลการวิจัยพบว่า 1) ผู้เช่ียวชาญด้านเน้ือหา
และผู้เช่ียวชาญด้านเทคนิคและวิธีการมีความคิดเห็นต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนออนไลน์ว่ามีความ
เหมาะสมอยู่ในระดับมากท่ีสุด 2) บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนออนไลน์ มีค่าประสิทธิภาพ 80.19/84.67
สงู กว่าเกณฑท์ ีต่ งั้ ไว้
58
2. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนตามแนวคอนสตรัค
ติวิสต์ เร่ือง ข้อมูลสารสนเทศ สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่า
นักเรียนมี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงข้ึนอย่างมีนัยสาคัญที่ระดับ 0.5 ท้ังน้ีเพราะนักเรียนสามารถ
เรียนรู้จาก บทเรียนด้วยความเข้าใจ เนื้อหาแม้จะมีความซับซ้อน แต่ได้รับการออกแบบโดยจัดเนื้อหาเป็น
หน่วยยอ่ ย วเิ คราะหเ์ นอ้ื หา นาเสนอเป็นกรอบความคิดยอ่ ยลาดับที่ละกรอบจากงา่ ยไปยาก นกั เรียนลาดับการ
เรียนรู้ตามโปรแกรมด้วยตนเอง สร้างความม่ันใจในการเรียน (พรเทพ เมืองแมน, 2544: 43) นอกจากน้ีคู่มือ
การใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ช่วยให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างราบร่ืนมีความต่อเนื่อง
สอดคล้องกับแนวดาเนินการของ เอกวุฒิ ไกรมาก (2551: 89) ที่แสดงองค์ประกอบของคู่มือการใช้บทเรียน
คอมพิวเตอร์ช่วยสอน สอดคล้องกบั แนวคิดของอานวย เถาตระกูล (2541: 8-10) ซึ่งแนะนาว่าคู่มือนักเรียนที่
จัดทาควบคู่กับบทเรียนนั้นต้องให้ความชัดเจนต่อนักเรียนเปรียบเสมือนทาหน้าที่แทนครู กิจกรรมสาคัญที่
สนับสนุนการเรียนรูข้ อง นักเรียนคือ การปฏิบัติกจิ กรรมตามใบงานซ่ึงเป็นกิจกรรมกลุ่ม สง่ เสรมิ ใหน้ ักเรียนนา
ความร้มู าใช้โดยมี ปฏสิ ัมพนั ธ์กับเพ่ือนมีโอกาสได้แลกเปล่ียน ความรู้ท่ีเรียนมาและนาความรู้มาใช้รว่ มกนั เป็น
การเพิ่มศักยภาพในการเรียน สอดคลอ้ งกับงานวิจัยของ ประภาทพิ ย์ อัคคะปัญญาพงศ์ (2559) ได้ทาการวิจัย
เรือ่ ง การพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอรช์ ่วยสอน โดยใช้สถานการณ์ปัญหาเป็นฐาน เพ่ือสร้างเสรมิ ความสามารถ
ในการคิดวิเคราะห์ เรื่อง มงคลชีวิต วิชาพระพุทธศาสนา ผลการวิจัยปรากฏว่า 1) บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วย
สอน โดยใช้สถานการณ์ปัญหาเป็นฐาน เพ่ือสร้างเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เร่ือง มงคลชีวิต วิชา
พระพุทธศาสนา สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีประสิทธิภาพ 88.23/85.86 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์
ที่ต้ังไว้ 2) มีค่าประสิทธิผลของการเรียนจากบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง มงคลชีวิต เท่ากับ 0.68
3) เปรียบเทียบคะแนนความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เรอ่ื งมงคลชีวิต หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรยี นอย่างมีนัย
สาคัญทางสถิตทิ ่รี ะดบั .01
3. ดัชนีประสิทธิผลของบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ เร่ือง ข้อมูล
สารสนเทศ สาหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 5 มีค่าเท่ากับ 0.59 เป็นไปตามสมมติฐานที่ต้ังไว้ ซึ่ง
หมายความว่านักเรยี นมีความกา้ วหนา้ ในการเรยี นรู้เพิม่ ขึ้นร้อยละ 59 สอดคลอ้ งตามแนวคดิ ของ นิวาตี นิวาต
โสภณ (2555: 38) ซ่ึงมีความคิดว่า คอมพิวเตอร์ช่วยสอนสามารถตอบสนองการเรียนรู้ของผู้เรียน มีการ
ทบทวน การทาแบบฝึกหดั และการประเมินผล สิ่งท่ีกระต้นุ ความสนใจและเสรมิ แรงในการเรยี นรเู้ ป็นหลกั การ
สาคัญอย่างหน่ึงในการสร้างบทเรียนคอมพิวเตอรช์ ่วยสอน ในการนี้ผู้ศกึ ษาได้ใชแ้ บบทดสอบท้ายบทเรียนเป็น
การให้นักเรียนได้ทบทวนความรแู้ ละทดสอบตนเองเป็นระยะๆ สอดคล้องตามแนวคิดของสกินเนอร์ (Skinner
อ้างถึงในทักษิณา สวนานนท์, 2533: 61-62) ส่วนแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน ผู้ศึกษาสร้างได้
ครอบคลุมจุดประสงค์การเรียนรู้ผ่านการประเมินคุณภาพจากผู้เช่ียวชาญ มีการทดลองใช้เพื่อหาคุณภาพกับ
นักเรียนที่ผ่านการเรียนรู้ เร่ือง ข้อมูลสารสนเทศแล้ว ดังนั้นกระบวนการประเมินผลจึงมีคุณภาพ สนับสนุน
ประสิทธิภาพการเรียนรู้ของนักเรียน สอดคล้องกับงานวจิ ัยของ ปรเมศวร์ สิรสิ ุรภักดี ธเรศวร์ เตชะไตรภพ และ
บริบูรณ์ ชอบทาดี (2560) ได้ทาการศึกษาวิจัย การพัฒนาสื่อมัลติมีเดียคอมพิวเตอร์ เรื่อง หลักการทางานของ
คอมพิวเตอร์ สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรียนวัดพุทไธศวรรย์ ผลจากการวิจัยพบว่าผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนของนักเรียนท่ีเรียนด้วยสื่อมัลติมีเดียคอมพิวเตอร์พัฒนาขึ้นหลังเ รียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมี
นัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .05 เน่ืองจากผู้วิจัยได้ ทาการทดสอบโดยให้นักเรียนทาแบบทดสอบก่อนและหลัง
เรียนเพื่อทาการเปรยี บเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน จากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแสดงให้เห็นว่า
นกั เรียนมีความรแู้ ละความเขา้ ใจในเนื้อหาทเี่ รยี นมากข้นึ
59
4. นกั เรยี นทเี่ รียนดว้ ยบทเรยี นคอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคตวิ ิสต์ เรือ่ ง ข้อมูลสารสนเทศ
สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยรวมมีความพึงพอใจอยู่ใน ระดับมาก มีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.48 ส่วน
เบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.62 เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า นักเรียนชอบเรียนรู้ด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์
ช่วยสอนที่ครูสร้างขึ้น ระดับมากท่ีสุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.89 ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.33 รองลงมา
คือ บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนมีตัวอักษรและขนาดที่เหมาะสมน่าสนใจ ระดับมากที่สุด มีค่าเฉล่ียเท่ากับ
4.78 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.67 และเสียงบรรยายและเสียงดนตรีประกอบน่าสนใจและน่าติดตาม
ระดับมากที่สดุ มีค่าเฉล่ียเทา่ กับ 4.67 สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.50 ตามลาดับ ประกอบด้วยเนอื้ หาแต่
ละเรื่องสร้างให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ตรงตามเรื่อง ภาษาที่ใช้มีความส่ือความหมายได้ง่าย หน้าจอมีความ
เหมาะสม สะดวกต่อการใช้ สัดส่วนเหมาะสมสวยงาม ภาพประกอบ เหมาะสมสอดคล้องกับเน้ือหา ดนตรี
ประกอบบทเรียนเหมาะสม น่าสนใจ คู่มอื การใช้ฯส่งเสริมให้การเรียนรู้มี ความต่อเน่ืองและปฏิบัติกิจกรรมได้
ถูกต้อง กิจกรรมในใบงานส่งเสริมให้เกิดความรู้ ความเข้าใจในเรื่องที่เรียน นักเรียนจึงมีความม่ันใจในการนา
ความรไู้ ปใช้ในชวี ติ ประจาวนั สนใจและตอ้ งการเรียนรูด้ ้วยการเรียนคอมพวิ เตอร์ รายการดังกล่าวได้สะทอ้ นถึง
การจัดทาและใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเรื่อง ข้อมูลสารสนเทศ ท่ีมีคุณภาพ สอดคล้องกับแนวคิดการ
ออกแบบบทเรียนคอมพิวเตอรช์ ่วยสอนของวัชรพล วิบูลยศริน (2557: 105-108) โดยลาดับจากการวิเคราะห์
หลักสูตร กาหนดวัตถุประสงค์ วิเคราะห์เนื้อหาและกิจกรรมและ จัดลาดับเนื้อหาตามขอบข่ายที่กาหนด การ
นาจิตวิทยามาใช้ในการออกแบบโดยมีส่ิงเร้าและการเสริมแรง (ไพโรจน์ ตีรณธนากุล, 2550: 14) ทาให้
บทเรียนน่าสนใจ นอกจากน้ีบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนยังเป็นส่ือท่ี นักเรียนสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้เป็น
รายบุคคล สนองความต้องการในการเรียนรู้ของนักเรียนดังท่ี ฮอลล์ (Hall, 1982: 362) ได้แสดงแนวคิดว่า
คอมพิวเตอร์ช่วยสอนให้โอกาสนักเรียนได้สร้างสรรค์งาน สอดคล้องกับงานวิจัย นิกร สุกขชาติ (2559) ได้
ทาการศกึ ษาวิจัย การพฒั นาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน วิชาการออกแบบโรงงานอุตสาหกรรม ประชากรที่
ใช้ในการศึกษาคร้ังนี้ คือ นกั ศึกษาคณะครศุ าสตรอ์ ุตสาหกรรม ศนู ยน์ ทบรุ ี ผลการวจิ ยั โดยสรุปพบว่า บทเรยี น
คอมพิวเตอร์ช่วยสอน วิชาการออกแบบโรงงานอุตสาหกรรมที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ท่ีกาหนด
80/80 โดยมีประสิทธิภาพที่ 86.45/84.39 ส่วนผลการประเมินคุณภาพของส่ือโดยรวมพบว่า นักศึกษาส่วน
ใหญ่ประเมนิ คณุ ภาพของส่ือในดา้ นเนือ้ หา การนาเสนอและการเรียนรู้จากสอื่ วา่ มคี ณุ ภาพอย่นู ระดบั มาก
ผลการศึกษาการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ เร่ือง ข้อมูลสารสนเทศ
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 ทั้งด้านประสิทธิภาพของบทเรียน ด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ด้านดัชนีประสิทธิผล
ของบทเรียน และด้านความพึงพอใจของนักเรียนต่อการใช้บทเรียนดังกล่าวแล้ว ผู้ศึกษาสามารถสรุปได้ว่า
บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง ข้อมูลสารสนเทศ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
ทผ่ี ู้ศกึ ษาสร้างน้ันมีคุณภาพ สามารถนาไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี รหสั วิชา ว 15101 รายวิชาเทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ได้ต่อไป
5.3 ข้อเสนอแนะจากการวจิ ัย
ข้อเสนอแนะในการนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ เร่ือง ข้อมูล
สารสนเทศ ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ไปใช้
ขอ้ เสนอแนะทว่ั ไป
1. ในการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ ครูจะเป็นผู้มี
บทบาทสาคัญในการจัดประสบการณ์เพื่อเพ่ิมผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นของนักเรียน ครูจึงควรเป็นเพียงผู้เสนอ
60
กิจกรรมตามวัตถุประสงค์ เป็นผู้อานวยความสะดวก จัดเตรียมสื่อ อุปกรณ์ ให้คาแนะนา คอยกระตุ้นให้
นักเรียนแสดงความคิดเห็นของตนเองออกมาให้มากท่ีสุด และไม่เป็นผู้ชักนาความคิดให้เป็นไปในทิศทางท่ี
ครตู ้องการ นอกจากนีค้ รูจะตอ้ งใจเยน็ และเปดิ ใจใหก้ ว้างในการยอมรับความคดิ เห็นของนกั เรียน
2. ในการสอนโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ ครูควรจะมีการ
อธบิ ายขัน้ ตอนการจัดกิจกรรมและการสร้างชิ้นงานควรมกี ารอธบิ ายข้ันตอน ให้นักเรยี นเข้าใจก่อน เพอื่ ให้การ
ดาเนินกิจกรรมตอ่ เน่ืองไปดว้ ยดี และเกิดการเรยี นรตู้ ามวตั ถุประสงคท์ ี่ตั้งไว้
ข้อเสนอแนะในการวจิ ยั ครัง้ ต่อไป
1. ควรมีการเปรียบเทียบรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI
ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ศึกษากับรูปแบบการสอนอ่ืน ๆ เพ่ือหาวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับ
ผเู้ รยี นมากทสี่ ดุ และพฒั นาการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนให้มีประสทิ ธภิ าพมากย่ิงขึ้น
2. ควรมีการศึกษาสภาพปัญหาในการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI เพ่ือหาทางแก้ไข
และพัฒนารปู แบบการสอนให้ดีย่ิงขึ้นต่อไป
3. ควรมีการพัฒนาคอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI ในหนว่ ยการเรียนรู้อื่น ๆ ที่มีปัญหาดา้ นทักษะการคิด
วเิ คราะห์ เจตคติ ความคงทนในการเรยี นรู้ ความคดิ รเิ ร่มิ สรา้ งสรรค์ เปน็ ต้น
61
บรรณานกุ รม
บญุ ชม ศรสี ะอาด. การวิจัยเบ้ืองตน้ . พิมพ์คร้งั ท่ี 7. กรงุ เทพฯ : สุรีริยาสาส์น, 2545.
สมนึก ภัททยิ ธาน.ี การวดั ผลการศึกษา. กาฬสนิ ธุ์ : ประสานการพิมพ์, 2544.
สรุ วาท ทองบุ. การวิจยั ทางการศกึ ษา. มหาสารคาม : อภชิ าติการพมิ พ,์ 2550.
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2561). ตวั ชี้วัดและสาระแกนกลางกล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ ตามหลกั สูตร
การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช .2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ์ชุมนุม
สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจากดั
_______ . (2561). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551. (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
กรุงเทพฯ : โรงพมิ พช์ มุ นุมสหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทยจากดั
ณฐั ภทั ร์ แก้วรัตนภทั ร.์ (2562). หนงั สือเรยี นรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) ป.5
ทกั ษิณา สวนานนท์. (2533). คอมพิวเตอรเ์ พือ่ การศกึ ษา. กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ์ครุ ุสภาพลาดพร้าว.
ธวชั ชัย สหสมพงษ์. (2550). การพฒั นาบทเรียนคอมพิวเตอรช์ ว่ ยสอน เร่ืองฮารด์ แวร์และซอฟทแ์ วร์
คอมพิวเตอร์สาหรบั นกั เรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 การศึกษาอิสระ ศึกษาศาสตรมหาบณั ฑิต
มหาวิทยาลัยขอนแกน่ .
นวิ าตี นวิ าตโสภณ. (2555). การพฒั นาบทเรียนคอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอน โดยการจดั การเรยี นรแู้ บบโครงงาน
เร่อื ง ข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5. วิทยานพิ นธ์
ศึกษาศาสตรมหาบัณฑติ สาขาวชิ าเทคโนโลยกี ารศึกษา มหาวทิ ยาลัยศิลปากร.
ภคณัฏฐ์ บญุ ถนอม. (2553). การพัฒนาบทเรยี นคอมพวิ เตอร์ช่วยสอนกล่มุ สาระการเรียนรูก้ ารงานอาชพี
และเทคโนโลยเี ร่ืองเทคโนโลยีสารสนเทศของนักเรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4. การคน้ คว้าอสิ ระ
ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑติ มหาวิทยาลยั ศิลปากร.
วชั ระ เยยี ระยงค์. (2549). การพฒั นาบทเรียนคอมพิวเตอรก์ ล่มุ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
เรอ่ื ง สว่ นประกอบคอมพวิ เตอร์ สาหรบั นกั เรยี นชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 วทิ ยานิพนธ์
ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวชิ าเทคโนโลยีการศกึ ษา มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากร.
โอภาส เอย่ี มสริ ิวงศ.์ 2551 วิทยาการคอมพิวเตอรแ์ ละสารสนเทศ. กรงุ เทพมหานคร : ซีเอด็ ยูเคชน่ั .
ชยั ยงค์ พรหมวงศ.์ (2554). [ออนไลน์]. ความหมายของส่ือการเรยี นการสอน. [ สบื คน้ เมอ่ื วันที่ 4 กมุ ภาพนั ธ์ 2564 ].
จาก http://www.elearning.msu.ac.th/opencourse/0503780/Unit04/unit04_003.htm.
มัณฑนา แพทยผ์ ล และคณะ. (2550). การเปรยี บเทยี บผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน ความพึงพอใจต่อวิธสี อน
และความคงทนในการเรยี นรู้คณติ ศาสตรเ์ รือ่ ง ระบบจานวนเต็ม ของนักเรียนระดับชนั้
มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ทไี่ ด้รับการสอนตามแนวคอนสตรคั ติวสิ ซึมกบั การสอนแบบปกติ. วารสาร
ศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม, 1(3), 89-98.
จริ าวรรณ ผกาเชดิ . (2558). [ออนไลน]์ . คอมพวิ เตอรเ์ บอื้ งตน้ [ สืบคน้ เมือ่ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2564 ].
จาก https://sites.google.com/site/kurkukkikcomputer/khxmphiwtexr-beuxng-tn
อนชุ า โสมาบุตร. (2558). [ออนไลน์]. ทฤษฎคี อนสตรคั ตวิ ิสต์ (Constructivist Theory) [สบื ค้นเม่ือวันที่ 7
กุมภาพันธ์ 2564]. จากhttps://teacherweekly.wordpress.com/2013/09/25/constructivist-theory
ภาคผนวก
ตาราง 5 คะแนนทดสอบระหว่างเรียนและคะแนนผลสัมฤทธิ์หลังเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียน
คอมพิวเตอร์ช่วยสอนCAI ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ เรื่อง ข้อมูลสารสนเทศ สาหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 5
โรงเรียนเทศบาลโพธิ์ศรี ววสังกดั กองการศึกษา
นักเรยี น คะแนนทดสอบยอ่ ย รวม คะแนน
คนที่ (คะแนนเต็มเรื่องละ 5 คะแนน) คะแนน ผลสมั ฤทธ์ิ
เรอ่ื งท่ี เรื่องท่ี เร่ืองท่ี เร่ืองท่ี เรอ่ื งที่ เร่ืองท่ี เร่อื งที่ เรื่องท่ี เรื่องที่ ทกุ ชดุ หลงั เรียน(E)
1 123456789
2 39 27
3 545355444 38 25
4 445355534 43 26
5 555545455 40 27
6 555345454 42 26
7 555554544 43 27
8 545545555 42 26
9 555455445 44 29
รวม 555555554 43 28
555554545 374 236
X 44 42 45 38 42 43 41 39 40 41.56 26.22
83 4.67 5.00 4.22 4.67 4.78 4.56 4.33 4.44
ตารางท่ี 6 ค่าความเท่ียงตรงตามเน้ือหา (Index of Item Objective Congruence : IOC) ของแบบประเมิน
คุณภาพของแบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน CAI
ตามแนวคอนสตรัคตวิ สิ ต์ เรื่อง ข้อมลู สารสนเทศ สาหรบั นกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลโพธศ์ิ รี
รายการประเมนิ ความคดิ เหน็ ผ้เู ชีย่ วชาญ รวม IOC ความหมาย
12345
1. ขา้ พเจ้าชอบเรียนกล่มุ สาระวทิ ยาศาสตร์และ 1 1 1 1 1 5 1.67 นาไปใช้ได้
เทคโนโลยี
2. เนอ้ื หากลุ่มสาระการเรียนรู้ เร่ือง ขอ้ มลู สารสนเทศ 1 1 1 1 1 5 1.67 นาไปใชไ้ ด้
เปน็ เนื้อหาท่ีนา่ สนใจมาก
3. เม่ือเรยี นเนื้อหาเกย่ี วกับขอ้ มูลสารสนเทศ ให้ 1 1 1 1 1 5 1.67 นาไปใช้ได้
ข้าพเจ้ารูส้ กึ ภูมใิ จในตนเองเก่ียวกับการเรียน
4. ข้าพเจ้าชอบเรยี นรู้เกย่ี วกับเนื้อหา เร่อื ง ข้อมูล 1 1 1 1 1 5 1.67 นาไปใชไ้ ด้
สารสนเทศ
5. การเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอรช์ ่วยสอนCAI 1 1 1 1 1 5 1.67 นาไปใช้ได้
สามารถนาไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้
6. ข้าพเจ้าดใี จท่ีได้เรียนดว้ ยสื่อท่ีแปลกใหม่ 1 1 1 1 1 5 1.67 นาไปใช้ได้
7. บทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วยสอนมตี ัวอักษรและขนาด 1 1 1 1 1 5 1.67 นาไปใช้ได้
ที่เหมาะสมนา่ สนใจ
8. ข้าพเจ้าชอบเรยี นดว้ ยส่ือทมี่ ีรปู ภาพสสี นั สวยงาม 1 1 1 1 1 5 1.67 นาไปใชไ้ ด้
สะอาดตา และสามารถศกึ ษาไดด้ ว้ ยตนเอง
9. มีแถบปุ่มสารบญั ทเี่ ข้าสูเ้ นอ้ื หาและหวั ขอ้ ตา่ งๆ ได้ 1 1 1 1 1 5 1.67 นาไปใชไ้ ด้
งา่ ย และนา่ สนใจ
10. เสียงบรรยายและเสยี งดนตรีประกอบนา่ สนใจและ 11111 5 1.67 นาไปใช้ได้
น่าติดตาม
11. บทเรยี นคอมพวิ เตอรช์ ว่ ยสอนมกี ารเรยี งลาดับ
เน้ือหากง่ายไปยาก ทาให้ข้าพเจ้าเข้าในในเนื้อหาได้ 1 1 1 1 1 5 1.67 นาไปใชไ้ ด้
งา่ ยขึ้น
12. บทเรียนคอมพวิ เตอร์ช่วยสอนไดใ้ ห้ข้อมูล
ยอ้ นกลบั ไดด้ ี จนทาใหข้ ้าพเจา้ รวู้ า่ ตวั เองตอบผิดหรอื 1 1 1 1 1 5 1.67 นาไปใช้ได้
ตอบถูก
13. บทเรียนคอมพิวเตอรช์ ว่ ยสอนมีปมุ่ ทท่ี าใหข้ า้ พเจา้ 1 1 1 1 1 5 1.67 นาไปใชไ้ ด้
สามารถยอ้ นกลบั ไปทบทวนเนอื้ หาทไี่ ม่เข้าใจได้
14. การเรยี นด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนทาให้ 1 1 1 1 1 5 1.67 นาไปใชไ้ ด้
ข้าพเจ้าใสใ่ จบทเรยี นไดน้ านขนึ้ และมีความ
กระตือรอื ร้น
15. ขา้ พเจ้าชอบเรียนร้ดู ว้ ยบทเรยี นคอมพิวเตอร์ช่วย 1 1 1 1 1 5 1.67 นาไปใชไ้ ด้
สอนท่ีครูสร้างข้นึ
ภาคผนวก ก
แผนการจดั การเรยี นรู้
ภาคผนวก ข
แบบประเมินผเู้ ชี่ยวชาญ
ภาคผนวก ค
สือ่ นวัตกรรม บทเรยี นคอมพิวเตอรช์ ว่ ยสอนCAI
ประวตั ิผู้วิจยั
ช่อื -นามสกลุ : นายบญุ เรือง มงคลศิริ
รหสั นักศกึ ษา : 593410280122
วัน/เดือน/ปเี กิด : 15 มิถุนายน 2540
ภูมลิ าเนา : 90 หมู่ 3 บา้ นหนองสระพงั ตาบลหนองห้าง อาเภอกฉุ นิ ารายณ์ จังหวัดกาฬสนิ ธ์ุ
เบอรโ์ ทรศัพท์ : 083-0286029
อเี มล์ : [email protected]
ช่อื บดิ า : นายมะลิ มงคลศิริ
ชอื่ มารดา : นางทองใบ วรรณขาว
ประวัติการศึกษา :
- ระดบั ประถมศึกษา โรงเรยี นหนองสระพงั วทิ ยาคาร
- ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนหนองหา้ งพิทยา
- ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรยี นหนองหา้ งพิทยา
- ปัจจบุ นั กาลงั ศึกษา สาขาวิชาเทคโนโลยกี ารศกึ ษาคอมพิวเตอร์ศึกษา ช้นั ปที ่ี 5
คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฎั มหาสารคาม