The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ผศ.ดร.ธิติมา พลับพลึง การออกแบบการวิจัยเชิงปริมาณ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ผศ.ดร.ธิติมา พลับพลึง การออกแบบการวิจัยเชิงปริมาณ

ผศ.ดร.ธิติมา พลับพลึง การออกแบบการวิจัยเชิงปริมาณ

เช่น... ผู้เก็บข้อมูลอาจจะขอความร่วมมือจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์หรือ สถานที่นั้น เช่น ศูนย์การค้า ธนาคาร มหาวิทยาลัย ฯลฯ เป็นต้น ผู้ที่ ให้ความร่วมมือตอบค าถามก็จะเป็นหน่วยตัวอย่าง (Sampling element) การเก็บข้อมูลตามสะดวกเช่นนี้ถึงแม้ว่ากลุ่มตัวอย่างจะมีขนาดใหญ่สักแค่ ไหนก็ตามก็ไม่ถือว่ากลุ่มตัวอย่างนั้นเป็นตัวแทนที่ดีของประชากร ดังนั้น นักวิจัยจะไม่ทราบว่าความน่าจะเป็นหรือโอกาสที่หน่วยตัวอย่างนั้นถูกเลือก ขึ้นมาจากประชากรมีค่าเป็นเท่าใด เมื่อเป็นเช่นนี้นักวิจัยย่อมไม่ทราบว่า ความคลาดเคลื่อนจากการเลือกตัวอย่าง (Sampling error) จะเป็นเท่าไร ด้วย ตัวอย่าง มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


นักวิจัยส่วนใหญ่ใช้วิธีการเลือกตัวอย่างตามสะดวกในการท าวิจัยเป็น ส่วนมาก เพราะความง่ายไม่ยุ่งยากในการด าเนินการ เหตุผลอีกประการหนึ่ง ก็คือ ลักษณะการวิจัยที่เป็นการวิจัยแบบ สืบเสาะอนุโลมให้ใช้การเลือกตัวอย่างแบบสะดวกได้ในการท าวิจัย ประเภทนี้ เช่น วิจัยการตลาด มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


(การสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง) เป็นกา รสุ่มตัวอย่า งที่ผู้วิจัยต้อ งใช้วิจา รณญ าณ หรือใช้ ประสบการณ์ในการเจาะจงสุ่มหน่วยตัวอย่างนั้น ๆ มาศึกษาการ สุ่มตัวอย่างแบบนี้ ผู้วิจัยควรเป็นผู้ที่คุ้นเคยกับลักษณะต่าง ๆ ของประชากรเป้าหมายเป็นอย่างดี จึงจะตัดสินใจได้ว่าควรสุ่ม ตัวอย่างที่มีลักษณะเช่นใดมาศึกษา 1.2 Purposive Sampling มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


เช่น การทดสอบตลาด ( Marketing test ) ส าหรับการออกผลิตภัณฑ์ ใหม่ ผู้ท าวิจัยพิจารณาว่าจะทดสอบที่จังหวัดใด จึงจะได้ผลมากที่สุด เขา อาจจะเลือกจังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น สุพรรณบุรี ภูเก็ต ส าหรับการ ทดสอบตลาด เพราะเป็นจังหวัดใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางของแต่ละภูมิภาคใน ประเทศไทย การเลือกตัวอย่างโดยวิธีนี้มีข้อดีที่เหนือกว่าการเลือกตัวอย่างตามสะดวก คือ อย่างน้อยผู้วิจัยก็ ยังใช้วิจารณญาณในการเลือกตัวอย่าง ถ้าหากว่า วิจารณญาณนั้นถูกต้อง ข้อมูลที่ได้รับมาก็จะมีความเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง ตัวอย่าง มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


(การสุ่มตัวอย่างแบบก าหนดจ านวนตัวอย่าง) เป็นการสุ่มตัวอย่างแบบก าหนดจ านวนตัวอย่างที่มีคุณลักษณะบางประการไว้ก่อนที่ จะท าการสุ่มตัวอย่าง การสุ่มตัวอย่างจะเลือกตามสัดส่วนของประชากรที่เราทราบ จ านวน เช่น ข้อมูลผู้ป่วยในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง มีผู้ป่วยชาย 8,500 คน และผู้ป่วยหญิง 7,200 คน ดังนั้นสัดส่วนระหว่างผู้ป่วยชายและหญิง คือ 85 : 72 และการ วิจัยนี้เก็บตัวอย่างมา 10 % ของผู้ป่วยทั้งหมดตามสัดส่วนของผู้ป่วยชายและ หญิง เพราะฉะนั้นจะได้กลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยชาย 850 คน และผู้ป่วยหญิง 720 คน รวมเป็นจ านวนตัวอย่างทั้งสิ้น 1,570 คน 1.3 Quota Sampling มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


(การสุ่มตัวอย่างแบบลูกหิมะ) เป็นการสุ่มตัวอย่างแบบนี้เหมาะกับประชากรที่ไม่มีการเปิดเผย รายชื่ออย่างเป็นทางการ หรือเป็นประชากรกลุ่มพิเศษที่ไม่ ปรากฏอยู่ทั่วไป หรือมีที่อยู่ไม่แน่นอน เช่น เด็กเร่ร่อนที่ติดยา หญิงบริการที่เป็นโสเภณี 1.4 Snowball sampling มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


2. วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบใช้ความน่าจะเป็น (Probability Sampling) การสุ่มตัวอย่างโดย ทราบโอกาสที่หน่วยต่างๆ ของประชากร เป้าหมายจะถูกสุ่มมาเป็นหน่วยตัวอย่าง ถ้าใช้วิธีการสุ่มตัวอย่าง แบบนี้ได้อย่างถูกต้อง ผู้วิจัยสามารถกล่าวได้ว่า กลุ่มตัวอย่างที่สุ่ม (random sample) มาเป็น... ตัวแทนที่ดีของประชากร มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบสุ่ม (Randomization) วิธีการสุ่มแบบนี้ใช้ในกรณีที่ประชากรมีขนาดใหญ่ (จ านวนมาก) เพื่อให้ลักษณะของหน่วยต่าง ๆ ที่สุ่มมานั้นเหมือนกับลักษณะ ของประชากรมากที่สุด ตัวอย่างสุ่ม (Random Sample) 2. วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบใช้ความน่าจะเป็น มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


การสุ่มตัวอย่างแบบสุ่ม แบ่งได้ 5 วิธี Simple Random Sampling Systematic Random Sampling Cluster Random Sampling Multi Stage Random Sampling Stratified Random Sampling 2. วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบใช้ความน่าจะเป็น มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


(การสุ่มตัวอย่างแบบง่าย) การสุ่มตัวอย่างแบบนี้เหมาะสมกับประชากรที่มีขนาดเล็ก และมีกรอบของการสุ่มตัวอย่าง (Sampling Frame) ที่สมบูรณ์ เพราะถ้าประชากรมีขนาดใหญ่มากจะท าให้เสียเวลาในการท ากรอบของการสุ่มตัวอย่าง และเสียเวลาในการสุ่มตัวอย่างมาก ข้อควรระวัง นอกจากนี้หน่วยต่างๆของประชากร จะต้องมีความเป็นเอกพันธ์ หรือประกอบด้วยหน่วย ตัวอย่างที่เหมือนๆ กัน และสถานที่อยู่ของหน่วยต่าง ๆ ของประชากร ไม่กระจัดกระจาย กันมาก 2.1 Simple Random Sampling มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


เพราะถ้าหน่วยต่างๆ ของประชากรอยู่กระจัดกระจาย หรือ มีที่อยู่ห่างไกล กันมาก การสุ่มตัวอย่างแบบนี้จะไม่สะดวกในการเก็บรวบรวมข้อมูล 2.1 Simple Random Sampling มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


ขั้นตอนที่ 1 สร้างกรอบของการสุ่มตัวอย่าง ขั้นตอนที่ 2 ก าหนดหรือค านวณหาจ านวนตัวอย่าง ที่เหมาะสมกับขนาดของประชากร ขั้นตอนที่ 3 สุ่มหน่วยตัวอย่างแบบง่าย ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน หลายวิธี เช่น ขั้นตอนการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย มีดังนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


การสุ่มตัวอย่างวิธีนี้ผู้วิจัยจะต้องท าสลากขึ้นมา โดยเขียนตั้งแต่หมายเลข แรกไปจนหมายเลขสุดท้าย (ไม่เขียนหมายเลขซ้ า) แล้วน าไปใส่กล่อง จากนั้นหยิบสลากขึ้นมาอย่างสุ่ม วิธีการหยิบอาจท าได้ 3 แบบ 3. หยิบสลากคืนมาทีละใบโดยไม่ใส่คืนที่จนกว่าจะได้ 1. หยิบสลากครั้งละใบ แล้วใส่กลับคืนที่เดิม 2. หยิบสลากครั้งเดียวจนครบตามจ านวนที่ต้องการ ครบตามจ านวนที่ก าหนด ก. วิธีจับฉลาก (The Lottery Method) มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


การสุ่มตัวอย่างแบบนี้เป็นที่นิยมมาก เพราะผู้วิจัยไม่ต้องเสียเวลาท าวงล้อ หรือท าสลาก ผู้วิจัยเพียงแต่เปิดตารางสุ่มซึ่งมีอยู่ในหนังสือสถิติทั่วๆไป ตารางเลขสุ่มจะประกอบไปด้วยแนวนอน 10 แถบ (Block) และแนวตั้ง 10 แถบ (Block) ภายในแถบต่างๆ จะประกอบตัวเลข 2 หลักเรียงกัน (The Table of Random Numbers Method) ข.วิธีใช้ตารางเลขสุ่ม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


862 245 458 396 522 458 231 665 635 635 113 517 223 393 183 265 138 369 163 743 593 252 581 355 745 824 722 387 287 556 021 843 725 723 732 253 522 962 259 532 614 634 336 542 114 551 912 441 ข.วิธีใช้ตารางเลขสุ่ม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


(1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (9) (10) (11) (12) (13) (14) (15) (16) (17) (18) (19) (20) (21) (22) (23) (24) (25) (26) (27) (28) (29) (30) (31) (32) (33) (34) (35) ประชากร (18) (13) (24) (2) (16) (11) (35) (12) กลุ่มตัวอย่าง ตัวอย่างแสดงหมายเลขการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling) มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


การสุ่มตัวอย่างแบบง่าย เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะเป็นการสุ่มตัวอย่างมีหลักเกณฑ์ สามารถให้ผลการวิจัยที่ เชื่อถือได้และไม่ยุ่งยากในการปฏิบัติ หน่วยตัวอย่างทุกหน่วย มี โอกาสถูกเลือกเท่าเทียมกันหมด ข้อดีของการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


(การสุ่มตัวอย่างอย่างเป็นระบบ) การสุ่มตัวอย่างโดยวิธีนี้ช่วย ประหยัดเวลา ในการสุ่มตัวอย่างควรใช้วิธีการ สุ่มตัวอย่างแบบนี้กับประชากรที่มีขนาดเล็ก และ มีกรอบของการสุ่มตัวอย่าง ที่สมบูรณ์และหน่วยต่าง ๆ ของประชากรไม่อยู่กระจัดกระจายกันมาก ขั้นตอนที่ 1 สร้างกรอบของการสุ่มตัวอย่าง ขั้นตอนที่ 2 ก าหนดหรือค านวณหาจ านวนตัวอย่างที่เหมาะสม ขั้นตอนที่ 3 ค านวณหาช่วงของการสุ่มตัวอย่าง การสุ่มตัวอย่างแบบเป็นระบบมีขั้นตอน ดังนี้ คือ (Sampling Interval หรือ I ) 2.2 Systematic Random Sampling มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


โดยที่ I = N n (ใช้ค่าจ านวนเต็ม) มีประชากรทั้งหมด 50 หน่วย ต้องการสุ่มตัวอย่างมา 6 หน่วย ดังนั้น ช่วงของการเลือกตัวอย่าง (i) = 50 = 8.3 8 ตัวอย่าง เช่น 6 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


ขั้นตอนที่ 4 สุ่มหมายเลขเริ่มต้น ( Random Start ) หรือ R โดย การสุ่มหมายเลข 1 ถึง i ขึ้นมา 1 หน่วย ด้วยวิธีการสุ่มแบบง่าย เช่น จากการสุ่มหมายเลข 1 - 8 ด้วยวิธีการจับฉลากได้หมายเลข 4 ดังนั้นหน่วยของประชากร หมายเลข 4 จะเป็นหน่วยตัวอย่างเริ่มต้น (R = 4) ขั้นตอนที่ 5 เลือกสมาชิกหมายเลขต่อไป โดยจะเลือกหมายเลข ต่อ ๆ ไปตามล าดับ ดังนี้ R + i , R + 2 i ,… , R + (n - 1) i ในขั้น ที่ 5 เราจะได้หน่วยตัวอย่างที่มีหมายเลขประจ าตัวดังนี้ 4 , 12 , 20 , 28 , 36 , 44 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


(1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (9) (10) (11) (12) (13) (14) (15) (16) (17) (18) (19) (20) (21) (22) (23) (24) (25) (26) (27) (28) (29) (30) (31) (32) (33) (34) (35) (36) (37) (38) (39) (40) (41) (42) (43) (44) (45) (46) (47) (48) (49) (50) ประชากร (4) (12) (20) (28) (36) (44) สุ่มหน่วยตัวอย่างแบบเป็นระบบ กลุ่ม ตัวอย่าง แผนผังแสดงการสุ่มตัวอย่างแบบเป็นระบบ (Systematic Sampling) มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


การสุ่มตัวอย่างแบบเป็นระบบ จะให้ผลดีกว่าการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย เนื่องจากมีความคลาดเคลื่อนของการเลือกตัวอย่างน้อยกว่า และ ผู้วิจัยไม่จ าเป็นต้องมีความรู้มากนักเกี่ยวกับคุณลักษณะของกรอบ ตัวอย่าง เช่น สัมภาษณ์ผู้ที่เดินออกมาจากห้างสรรพสินค้าทุกคนที่ 10 โดยไม่สนใจว่าเป็นใคร ข้อดีอีกประการหนึ่ง คือ ช่วยประหยัด ค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย เพราะมีการสุ่มหมายเลข เริ่มต้นเพียงครั้งเดียว นิยมใช้ในการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ และสอบถาม ผู้คนในร้านค้า ข้อดีของการสุ่มตัวอย่างแบบเป็นระบบ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


(การสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม) การสุ่มตัวอย่างวิธีนี้เหมาะกับประชากรที่แบ่งออกเป็นกลุ่มๆ โดยที่แต่ละ กลุ่มมีความคล้ายคลึงกัน และหน่วยต่างๆ ที่อยู่ภายในกลุ่มมีความแตกต่าง กัน ในทางปฏิบัติวิธีการสุ่มแบบนี้เป็นที่นิยมมาก เนื่องจาก ประชากรมี ขนาดใหญ่ จึงท าให้ไม่สามารถสร้างกรอบของการสุ่มตัวอย่างที่สมบูรณ์ได้ และถ้าหน่วยต่าง ๆ ของประชากรที่อยู่ห่างไกลกัน หรือ อยู่กระจัดกระจาย กันมาก ถ้าใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่ายจะไม่เหมาะสม เพราะจะท าให้ไม่ สะดวกในการเก็บข้อมูล สิ้นเปลืองเวลาและค่าใช้จ่าย 2.3 Cluster Random Sampling มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


ขั้นตอนที่ 1 แบ่งประชากรออกเป็นกลุ่ม ๆ โดยต้องแน่ใจว่าหน่วย ต่าง ๆ ในแต่ละกลุ่มมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันและหน่วยต่าง ๆ ภายในกลุ่มเดียวกันมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ขั้นตอนที่ 2 สุ่มกลุ่มตัวอย่างบางกลุ่มออกมาจากกลุ่มทั้งหมด โดย สุ่มกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการสุ่มแบบง่ายหรือแบบมีระบบ เพราะว่า ประชากรในกลุ่มต่าง ๆ มีลักษณะเหมือนๆ กัน จึงสุ่มมาเพียงบางกลุ่ม เท่านั้น ขั้นตอนที่ 3 สุ่มหน่วยตัวอย่างจากประชากรในกลุ่มที่สุ่มตัวอย่างได้ ในขั้นตอนที่ 2 โดยใช้วิธีการสุ่มหน่วยตัวอย่างแบบง่าย หรือแบบมี ระบบ การสุ่มแบบกลุ่มมีขั้นตอน ดังนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


ประชากร สุ่มกลุ่มตัวอย่าง สุ่มหน่วยตัวอย่าง แผนภาพแสดงการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเลือกตัวอย่าง โดยช่วยลดระยะเวลาใน การท างาน และ ค่าใช้จ่ายในการเก็บข้อมูล เนื่องจากมีการเลือกกลุ่ม ขึ้นมาก่อน แล้วจึงเลือกตัวอย่างจากกลุ่มที่เลือก ข้อเสียของการสุ่มตัวอย่างแบบ กลุ่ม เรื่องความผันแปรของหน่วยตัวอย่างจะมีมาก เนื่องจากหน่วย ตัวอย่างในกลุ่มย่อยจะมีลักษณะที่แตกต่างกัน (Heterogenous) ข้อดีของการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


(การสุ่มตัวอย่างแบบระดับชั้น) การสุ่มตัวอย่างวิธีนี้ เหมาะส าหรับประชากรที่แบ่งเป็นระดับชั้น (Strata) โดยแต่ละระดับชั้นจะมีลักษณะที่แตกต่างกัน แต่หน่วยต่างๆ ที่อยู่ภายใน ระดับชั้นจะมีความเป็นเอกพันธ์ (Homogenous) หรือมีลักษณะที่ เหมือนกัน 2.4 Stratified Random Sampling มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


ขั้นตอนที่ 1 แบ่งประชากรออกเป็นระดับชั้น โดยให้หน่วยต่าง ๆ ที่อยู่คนละระดับชั้นมีลักษณะที่แตกต่างกัน และหน่วยต่าง ๆ ที่อยู่ภายใน ระดับชั้นเดียวกันมีลักษณะเหมือนกัน เช่น ผู้ส าเร็จการศึกษาระดับ ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และปริญญาตรี ขั้นตอนที่ 2 สุ่มหน่วยตัวอย่างบางหน่วยจากทุกระดับชั้นโดยวิธี การสุ่มตัวอย่างแบบง่าย เนื่องจากแต่ละระดับมีความแตกต่างกัน จึงต้อง ท าการสุ่มหน่วยตัวอย่างจากทุกระดับชั้นและในแต่ละระดับชั้นจะสุ่มหน่วย ตัวอย่างออกมาเพียงบางส่วน ซึ่งอาจแบ่งเป็นวิธีการสุ่มตัวอย่างระดับชั้น ออกเป็น 2 แบบ คือ การสุ่มแบบระดับชั้นมีขั้นตอนดังนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


แบบที่ 1 การสุ่มตัวอย่างในแต่ละระดับชั้นอย่างไม่เป็นสัดส่วน (Non Proportional Stratified Random Sampling) เป็นการสุ่มหน่วยตัวอย่างโดยที่ผู้วิจัยก าหนดจ านวนตัวอย่างในแต่ ละระดับชั้นเอง ซึ่งจ านวนตัวอย่างที่ก าหนดขึ้นมานั้น ไม่เป็นไป ตามสัดส่วน ของจ านวนหน่วยทั้งหมดในระดับชั้นนั้นต่อจ านวน ประชากรทั้งหมด เช่น….. ประถมศึกษา 7,000 คน มัธยมศึกษา 2,000 คน ปริญญาตรี 1,000 คน ต้องการหน่วย ตัวอย่างทั้งหมด 1,500 หน่วย 500 คน 500 คน 500 คน มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


ประชากร จ าแนกระดับชั้น สุ่มหน่วยตัวอย่าง แผนภาพแสดงการสุ่มตัวอย่างแบบระดับชั้นอย่างไม่เป็นสัดส่วน มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


แบบที่ 2 การสุ่มตัวอย่างในแต่ละระดับชั้นอย่างเป็นสัดส่วน (Proportional Stratified Random Sampling) เป็นการสุ่มหน่วยตัวอย่างโดยที่ผู้วิจัยก าหนดจ านวน ตัวอย่างในแต่ละระดับชั้น ตามสัดส่วน ของจ านวนหน่วย ทั้งหมดในระดับชั้นนั้นต่อจ านวนประชากรทั้งหมด มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


ระดับชั้นประถมศึกษาจ านวน 7,000 คน มัธยมศึกษาจ านวน 2,000 คน ปริญญาตรีจ านวน 1,000 คน ต้องการสุ่ม ตัวอย่างมา ทั้งหมด 1,500 หน่วย ดังนั้นควรสุ่มมาระดับชั้นละกี่คน ??? ระดับชั้นประถมศึกษาจ านวน = 7,000 x 1,500 = 1,050 คน มัธยมศึกษาจ านวน = 2,000 x 1,500 = 300 คน ปริญญาตรีจ านวน = 1,000 x 1,500 = 150 คน 10,000 10,000 10,000 ตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


ประชากร จ าแนกระดับชั้น สุ่มหน่วยตัวอย่าง แผนภาพแสดงการสุ่มตัวอย่างแบบระดับชั้นอย่างเป็นสัดส่วน มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


ช่วยเพิ่มระดับความเที่ยงตรง โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม การสุ่ม ตัวอย่างแบบระดับชั้นจะสามารถรับประกันได้ว่ากลุ่มย่อยทั้งหมดจะ ถูกน ามารวมไว้ในกลุ่มตัวอย่าง โดยเฉพาะในกรณีที่ตัวแปรบางตัว ของประชากร มีลักษณะการแจกแจงแบบเบ้ (Skewed) ข้อดีของการสุ่มตัวอย่างแบบระดับชั้น มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


(การสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน) การสุ่มตัวอย่างวิธีนี้ เหมาะส าหรับ ประชากรที่มีขนาดใหญ่มาก หรือ ประชากรที่มีอยู่กระจัดกระจาย หรือผู้วิจัย ไม่สามารถสร้างกรอบของ การเลือกตัวอย่างได้ การสุ่มตัวอย่างแบบนี้จะต้องท าการสุ่มตั้งแต่ 2 ขั้นตอนขึ้นไป โดยแบ่งประชากรออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ แล้วแบ่งเป็น กลุ่มย่อยๆ ต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงกลุ่มย่อยที่เล็กที่สุด 2.5 Multi Stage Random Sampling มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


ขั้นตอนที่ 1 สุ่มกลุ่มต่างๆ โดยแบ่งประชากรออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ และแบ่งกลุ่มใหญ่นั้นออกเป็นกลุ่มย่อย ๆ ลงไปอีกเรื่อยๆจากนั้นจึงท าการ สุ่มกลุ่มย่อยในแต่ละกลุ่มใหญ่ออกมา เช่น แบ่งประเทศไทยออกเป็น 4 ภาค คือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ แต่ละ ภาคแบ่งย่อยได้เป็นหลายจังหวัด ท าการสุ่มจังหวัดออกมาจากแต่ละภาค เช่น อาจสุ่มออกมาภาคละ 1 จังหวัด แต่ละจังหวัดแบ่งออกเป็นหลาย หมู่บ้าน ท าการสุ่มหมู่บ้านออกมาจากจังหวัดที่สุ่มได้ เช่น สุ่มมาเพียง จังหวัดละ 1 หมู่บ้าน การสุ่มตัวอย่างแบบนี้มีขั้นตอนดังนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


ขั้นตอนที่ 2 สุ่มหน่วยตัวอย่างออกมาจากกลุ่มย่อยที่สุดของทุกกลุ่ม สุ่มได้ในขั้นตอนที่ 1 เช่น หลังจากที่สุ่มได้หมู่บ้านแล้ว ให้สุ่ม ตัวอย่างจากหมู่บ้านที่สุ่มได้นั้นหมู่บ้านละ 10 คน ขั้นตอนการสุ่มตัวอย่างนับว่าเป็นขั้นตอนส าคัญ ที่จะท าให้ ผู้วิจัยได้กลุ่ม ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนที่ดีของประชากรเป้าหมาย ผู้วิจัยต้องใช้ความรู้และ วิจารณญาณ ในการตัดสินใจเลือกวิธีการใดวิธีการหนึ่ง โดยพิจารณาข้อดี และข้อเสียของแต่ละวิธีด้วย สรุป... การสุ่มตัวอย่างแบบนี้มีขั้นตอนดังนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


เป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ผู้วิจัยจะด าเนินการเลือกตัวอย่างตามวิธีการสุ่มตัวอย่างที่ ได้เลือกไว้จากกรอบตัวอย่างที่ได้จัดท าไว้และตามจ านวนตัวอย่างที่ได้ก าหนดไว้ ดีแล้วปัญหาที่เกิดขึ้นช่วงเก็บข้อมูล….แก้ปัญหาเฉพาะหน้า 5. ด าเนินการสุ่มตัวอย่าง (Sampling) มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


ขั้นตอนการสุ่มตัวอย่างงานวิจัยเชิงทดลอง ประชากร เป้าหมาย กลุ่มตัวอย่าง สุ่มกลุ่มตัวอย่าง กลุ่มควบคุม กลุ่มทดลอง สุ่มกลุ่มตัวอย่างเข้ากลุ่มและ สุ่มว่ากลุ่มไหนเป็นควบคุม/ทดลอง มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


ตัวอย่างงานวิจัยเชิงทดลอง หัวข้อการวิจัย : การใช้แผ่นโปร่งใสชนิดซ้อนภาพ (Overlays) ประกอบแบบเรียน คณิตศาสตร์ ชื่อผู้วิจัย นายวินิจ วงศ์รัตนะ ความมุ่งหมายการวิจัย 1. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารเศษส่วน ของนักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบเรียนคณิตศาสตร์ที่ใช้แผนภาพโปร่งใสชนิดซ้อนภาพประกอบกับ ที่เรียนโดยใช้แบบเรียนของ สสวท. 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการบวก ลบ คูณ หาร เศษส่วนระหว่างนักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบเรียนคณิตศาสตร์ของ สสวท. ฉบับทดลองกับที่เรียน โดยใช้แบบเรียนคณิตศาสตร์ที่ใช้แผ่นภาพโปร่งใสชนิดซ้อนภาพประกอบจากกลุ่มผู้เรียนที่มี ระดับความสามารถทางการเรียน สูง ปานกลาง และต่ า มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


สมมติฐานการวิจัย : ประชากร :นักเรียนชั้น ป.5 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียน a กรงเทพฯ จ านวน 200 คน 1. นักเรียนที่เรียนจากแบบเรียนคณิตศาสตร์ที่ใช้แผ่นภาพโปร่งใสชนิดซ้อนประกอบจะมี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์เรื่อง… สูงกว่านักเรียนที่เรียนจากแบบเรียน สสวท. 2. นักเรียนที่มีระดับความสามารถสูง ปานกลาง และต่ า ที่เรียนจากแบบเรียนวิชา คณิตศาสตร์ที่ใช้แผ่นภาพโปร่งใสชนิดซ้อนภาพประกอบกับที่เรียนจากแบบเรียน สสวท. จะมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง… แตกต่างกัน กลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการทดลองครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้น ป.5 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียน a จ านวน 2 ห้องเรียน ซึ่งสุ่มมากจาก 5 ห้องเรียน โดยใช้วิธีสุ่มอย่างง่าย ซึ่งนักเรียนจัดแบบ คละเหมือนกันหมด โดยใช้คะแนนเฉลี่ยสะสมเป็นเกณฑ์ จาก 2 ห้องที่สุ่มได้ ท าการทดสอบ ค่าที พบว่า คะแนนเฉลี่ยของทั้ง 2 ห้องไม่แตกต่างกันทางสถิติ ท าการสุ่มอีกครั้งเพื่อ ก าหนดให้เป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


เนื้อหาที่ใช้ในการทดลอง : คณิตศาสตร์ ป.5 เรื่อง บวก ลบ คูณ หารเศษส่วน เพราะ เหมาะสมในการใช้แผ่นภาพโปร่งใสชนิดซ้อนภาพ ระยะเวลาในการทดลอง : กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมใช้เวลาในการทดลองเท่ากัน แต่ละกลุ่มใช้ เวลาทดลองทั้งหมด 16 คาบ คาบละ 40 นาที และมีการทดลอง 16 ครั้ง เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง 1. แบบเรียนวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง… โดยใช้แผ่นภาพโปร่งใสชนิดซ้อนภาพประกอบซึ่งผู้วิจัย สร้างขึ้นส าหรับใช้กับกลุ่มทดลองและแบบเรียน สสวท. ซึ่งใช้เป็นกลุ่มควบคุม 2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ผู้วิจัยสร้างแบบทดสอลของแต่ละ หน่วยย่อย 3 ชุด และเป็นแบบทดสอบรวมและเนื้อหาย่อยอีก 1 ชุด รวมทั้งหมด 4 ชุด แบบแผนการทดลอง : แบบที่มีการควบคุมแบบสุ่มและมีการทดสอบหลังการทดลอง (posttest – only control group design) มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


การด าเนินการทดลอง 1. ก าหนดกลุ่มตัวอย่างว่ากลุ่มใดเป็นกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม โดยวิธีการสุ่ม ตัวอย่างอย่างง่าย 2. ทบทวนความหมายของการบวก ลบ คูณ หาร เศษส่วน ซึ่งต้องใช้เป็นความรู้ พื้นฐานส าหรับเรียนเรื่องที่ก าลังสอนทั้งกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม 3. ให้กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมเรียนกับครูคนเดียวกัน โดยกลุ่มทดลองได้ใช้ภาพจาก ตัวอย่างที่มีแผ่นภาพโปร่งใสชนิดซ้อนภาพ (Overlays) ประกอบค าอธิบาย ส าหรับ กลุ่มควบคุมได้ใช้ภาพจากตัวอย่างในแบบเรียน สสวท. ซึ่งทั้งสองกลุ่มได้ใช้ตัวอย่าง โจทย์เดียวกัน 4. เปิดโอกาสให้นักเรียนอภิปรายซักถามทั้งกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม เพื่อให้เข้าใจ บทเรียนมากขึ้น มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


การวิเคราะห์ข้อมูล/ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล (สถิติในแต่ละสมมติฐานการวิจัย) 5. ให้นักเรียนสรุปหลักการ และความคิดรวบยอดของแต่ละหน่วย โดยครูคอยให้ ค าปรึกษาแล้วให้นักเรียนท าแบบฝึกหัด 6. ท าการทดสอบทั้งกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมทันที หลังจากที่สอนแต่ละหน่วยย่อย จบลง โดยใช้แบบทดสอบประจ าหน่วยย่อย 7. หลังจากทดลองสอนทุกหน่วยย่อยจบลง ท าการทดสอบทั้งกลุ่มทดลองและกลุ่ม ควบคุมโดยใช้แบบทดสอบรวม สมมติฐานของการวิจัย ข้อที่ 1 ใช้สถิติ ? เพราะ ? สมมติฐานของการวิจัย ข้อที่ 2 ใช้สถิติ ? เพราะ ? มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


มีเหตุผล พอประมาณ มีภูมิคุ้มกันที่ดี เหตุผลที่ใช้/ข้อจ ากัด - ลักษณะการแจกแจง ข้อมูล (ปกติหรือไม่) - ระดับการวัดตัวแปร - ตัวแปรที่ใช้ (อิสระ/ ตาม) - บรรยายได้ - อธิบายให้เหตุผลได้ - ท านายได้สถิติที่ เหมาะสม (ไม่สูงหรือต่ า เกินไป/ขนาดตัวอย่าง) ค าถามการวิจัย วัตถุประสงค์ ตัวแปร/สมมติฐาน สถิติที่ถูกต้อง การออกแบบการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้แนวคิด.. สถิติพอเพียง ส าหรับงานวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


ระดับการวัดตัวแปร 1.มาตรนามบัญญัติ 2.มาตรเรียงอันดับ 1. จัดกลุ่มได้ เช่น เพศ (ช่วง)อายุ อาชีพ 1. จัดกลุ่มได้ 2. สถิติที่ใช้ ความถี่ สัดส่วน ร้อยละ 2. บอกระดับมากน้อย/เรียงล าดับได้ เช่น วุฒิการศึกษา ระดับยศ 3. สถิติที่ใช้ ความถี่ สัดส่วน ร้อยละ บวก ลบกันไม่ได้ บวก ลบกันไม่ได้ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


3. มาตรอันตรภาค 4. มาตรอัตราส่วน 1. จัดเป็นกลุ่มได้ 1. จัดเป็นกลุ่มได้ 2. บอกระดับความมากน้อยหรือเรียงล าดับได้ 2. บอกระดับความมากน้อยหรือเรียงล าดับได้ 3. มีความห่างเท่ากันทุกช่วง 3. มีความห่างเท่ากันทุกช่วง 4. บวก ลบกันได้ ไม่มีศูนย์แท้ เช่น 4. บวก ลบ คูณ หารกันได้ มีศูนย์แท้ อุณหภูมิทัศนคติ เช่น น้ าหนัก จ านวนเงิน 5. สถิติที่ใช้ ความถี่ สัดส่วน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 5. สถิติที่ใช้ได้ทุกระดับ และสถิติชั้นสูง ระดับการวัดตัวแปร มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ผู้วิจัยต้องตีค่าออกมาเพื่อตอบค าถามวิจัย ตัวแปรหนึ่งตัวมี อย่างน้อย 2 ค่า ทุกค่ามีความหมายแตกต่างกัน เช่น ตัวแปรเพศ (ญ/ช) ตัวแปรอิสระ (X) ตัวแปรตาม (y) เกิดก่อน ผลที่ตามมา หัวข้องานวิจัย : การออมของครัวเรือนในจังหวัดนครปฐม หาตัวแปรอิสระจากไหน ? (แนวคิด/ทฤษฎี และการทบทวนวรรณกรรม) ตัวแปรอิสระ : รายได้ จ านวนสมาชิก ระดับการศึกษาหัวหน้าครัวเรือน ตัวแปรตาม : การออมของครัวเรือน (รายได้ – รายจ่าย) ตัวแปรแทรกซ้อน ตัวแปรสอดแทรก ตัวแปรควบคุม ตัวแปร (Variable) มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


1. Frequency /Percentage 2. Mean Mode Median 3. Variance / Standard Deviation 1. One-Sample T Test 2. Independent-Sample T Test 3. Paired-Sample T Test 4. One-Way ANOVA /Post hoc 5. Regression Analysis 6. Chi-Square Test 7. Correlation Analysis Descriptive Statistics Inference Statistics Sufficiency Statistics มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


สถิติเชิงพรรณนา การแจกแจงความถี่ การวัดแนวโน้มเข้า สู่ส่วนกลาง การวัดการกระจาย ข้อมูล แสดงค่าความถี่ของ ข้อมูลที่เก็บมาได้ - จ านวน - ร้อยละ การหาค่ากลางข้อมูล เพื่อเป็นตัวแทนที่ดี - ค่าเฉลี่ย - ค่ามัธยฐาน - ค่าฐานนิยม ดูความแตกต่างของ ข้อมูลจากค่าเฉลี่ย - ค่าความแปรปรวน - ค่าเบี่ยงเบน มาตรฐาน มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ร่วมกบั สถาบนั วจิ ยั และพัฒนาสมรรถนะอาชีพประเทศไทย


Click to View FlipBook Version