The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านขัวแคร่

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jeeranan.cheangsan, 2022-09-20 03:32:36

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านขัวแคร่

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านขัวแคร่

หลักสตู รสถานศึกษา
โรงเรยี นบา6 นขัวแคร; พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕

ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑

สำนกั งานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาเชยี งรายเขต ๑
สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน
กระทรวงศึกษาธกิ าร

คำนำ
เอกสารหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ นี้ จัดทำขึ้นสำหรับทDองถ่ินและ
สถานศึกษาไดDนำไปใชDเปLนกรอบและทิศทางในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา และจัดการเรียนการสอนเพื่อ
พัฒนาเด็กและเยาวชนไทยทุกคนในระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐานใหDมีคุณภาพดDานความรDู และทักษะท่ีจำเปLน
สำหรับการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง และแสวงหาความรDูเพื่อพัฒนาตนเองอยUางตUอเน่ืองตลอด
ชีวิต มาตรฐานการเรียนรูDและตัวชี้วัดที่กำหนดไวDในเอกสารน้ี ชUวยทำใหDครูผูDสอน ในทุกระดับเห็นผลคาดหวัง
ท่ีตDองการในการพัฒนาการเรียนรDูของผูDเรียนท่ีชัดเจนตลอดแนว ซึ่งจะสามารถชUวยใหDครูผDูที่เก่ียวขDองในระดับ
ทDองถิ่นและสถานศึกษารUวมกันพัฒนาหลักสูตรไดDอยUางมั่นใจ ทำใหDการจัดทำหลักสูตรในระดับสถานศึกษามี
คุณภาพและมีความเปLนเอกภาพย่ิงขึ้น อีกท้ังยังชUวยใหDเกิดความชัดเจนเร่ืองการวัดและประเมินผลการเรียนรDู
และชวU ยแกปD Xญหาการเทยี บโอนระหวาU งสถานศกึ ษา
ดังน้ัน โรงเรียนบDานขัวแครUจึงหวังวUาหลักสูตรสถานศึกษานี้จะเปLนประโยชน[ใหDครูผูDสอนสามารถ
นำไปใชสD ำหรบั จดั การเรียนการสอนตUอไป

โรงเรียนบาD นขวั แครU
กรกฎาคม ๒๕๖๕

ประกาศโรงเรียนบ1านขัวแคร6
เรื่องให1ใช1หลกั สตู รโรงเรยี นบ1านขัวแคร6 พุทธศักราช ๒๕๖๕
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

……………………………..
เพ่ือใหDการจัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐานสอดคลDองกับสภาพความเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกิจ
สังคมและความเจริญกDาวหนDาทางวิทยาการเปLนกลยุทธ[ใหมUในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาใหDสามารถสนอง
ตUอความตDองการของบุคคลสังคมไทยผDูเรียนมีศักยภาพในการแขUงขันและรUวมมืออยUางสรDางสรรค[ในสังคมโลก
ปลูกฝXงใหDผูDเรียนมีจิตสำนึกในความเปLนไทยมีระเบียบวินัยคำนึงถึงประโยชน[สUวนรวมและยึดมั่นในการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย[ทรงเปLนประมุข โรงเรียนบDานขัวแครUจึงไดDจัดทำหลักสูตร
สถานศึกษาโรงเรียนบDานขัวแครU พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

ทั้งนีห้ ลักสตู รโรงเรียนไดรD บั ความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการสถานศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน
เมือ่ วันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๕ จึงประกาศใหใD ชหD ลกั สูตรโรงเรียนตั้งแตUบดั น้ีเปLนตนD ไป

ประกาศ ณ วันท่ี ๑๗ เดือน พฤษภาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๕

(นายไมตรี ดวงสนทิ ) (นายศภุ สิทธ์ิ ลือชา)
ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขัน้ พื้นฐาน ผDอู ำนวยการโรงเรียนบาD นขวั แครU

สารบัญ

ความนำ
วสิ ัยทัศน[....................................................................................................................... ๑
สมรรถนะสำคัญของผDเู รยี น........................................................................................... ๑
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค[............................................................................................ ๒
โครงสราD งหลักสูตรสถานศึกษา...................................................................................... ๔
คำอธบิ ายรายวชิ า........................................................................................................ ๑๐
กิจกรรมพฒั นาผDเู รียน
เกณฑ[การจบการศกึ ษา................................................................................................ ๘๗

ความนำ

การจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบDานขัวแครU พุทธศักราช ๒๕๖๕ จัดทำข้ึน โดยยึดกรอบ
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ที่กำหนดมาตรฐานการเรียนรูDเปLนเปiาหมายในการ
พัฒนาคุณภาพผูDเรียนซึ่งไดDกำหนดส่ิงที่ผูDเรียนพึงรDูและปฏิบัติไดDเม่ือสำเร็จการศึกษาข้ันพื้นฐาน นอกจากน้ียังไดD
นำบริบทของทDองถ่ินและสถานศึกษาใชDเปLนทิศทางในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา และจัดการเรียนการสอน
เพ่ือพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยในระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐานใหDมีคุณภาพดDานความรDู และทักษะท่ีจำเปLน
สำหรับการดำรงชีวิตในสังคมท่ีมีการเปล่ียนแปลง และแสวงหาความรDูเพื่อพัฒนาตนเองอยUางตUอเน่ืองตลอด
ชวี ิต

วสิ ัยทศั นR

นักเรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ยึดผูDเรียนเปLนสำคัญ อนุรักษ[วิถึไทย
อยูอU ยUางพอเพยี ง ชมุ ชนมีสวU นรUวม
สมรรถนะสำคัญของผ1เู รียน

ในการพัฒนาผDูเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบDานขัวแครUพุทธศักราช ๒๕๖๓ ตามหลักสูตร
แกนกลาง การศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ มุUงใหDผDเู รียนเกิดสมรรถนะ ๕ ประการ ดงั น้ี

๑. ความสามารถในการสื่อสาร เปLนความสามารถในการรับและสUงสาร มีวัฒนธรรมในการใชDภาษา
ถUายทอดความคิด ความรูDความเขDาใจ ความรูDสึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปล่ียนขDอมูลขUาวสารและ
ประสบการณ[อันจะเปLนประโยชน[ตUอการพัฒนาตนเองและสังคม รวมท้ังการเจรจาตUอรองเพื่อขจัดและลด
ปXญหาความขัดแยDงตUาง ๆ การเลือกรับหรือไมUรับขDอมูลขUาวสารดDวยหลักเหตุผลและความถูกตDอง ตลอดจนการ
เลือกใชวD ธิ กี ารสอ่ื สาร ทีม่ ปี ระสิทธภิ าพโดยคำนงึ ถึงผลกระทบทีม่ ีตUอตนเองและสงั คม

๒. ความสามารถในการคิด เปLนความสามารถในการคิดวิเคราะห[ การคิดสังเคราะห[ การคิด อยUาง
สรDางสรรค[ การคิดอยUางมีวิจารณญาณ และการคิดเปLนระบบ เพ่ือนำไปสูUการสรDางองค[ความรDูหรือสารสนเทศ
เพื่อการตดั สนิ ใจเก่ยี วกบั ตนเองและสงั คมไดอD ยาU งเหมาะสม

๓. ความสามารถในการแก1ปWญหา เปLนความสามารถในการแกDปXญหาและอุปสรรคตUาง ๆ
ที่เผชิญไดDอยUางถูกตDองเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและขDอมูลสารสนเทศ เขDาใจ
ความสัมพันธ[และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ[ตUาง ๆ ในสังคม แสวงหาความรูD ประยุกต[ความรูDมาใชDในการ
ปiองกันและแกDไขปXญหา และมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นตUอตนเอง สังคม
และสง่ิ แวดลอD ม

๔. ความสามารถในการใช1ทักษะชีวิต เปLนความสามารถในการนำกระบวนการตUาง ๆ ไปใชDในการ
ดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรDูดDวยตนเอง การเรียนรูDอยUางตUอเน่ือง การทำงาน และการอยUูรUวมกันในสังคม
ดDวยการสรDางเสริมความสัมพันธ[อันดีระหวUางบุคคล การจัดการปXญหาและความขัดแยDงตUาง ๆ อยUางเหมาะสม
การปรับตัวใหDทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดลDอมและการรDูจักหลีกเล่ียงพฤติกรรมไมUพึง
ประสงคท[ ี่สงU ผลกระทบตUอตนเองและผูDอื่น

๕. ความสามารถในการใช1เทคโนโลยี เปLนความสามารถในการเลือก และใชD เทคโนโลยีดDานตUาง ๆ และ
มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคม ในดDานการเรียนรDู การส่ือสาร การทำงาน
การแกปD XญหาอยUางสราD งสรรค[ ถกู ตDอง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม

คุณลกั ษณะอันพึงประสงคR

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบDานขัวแครUพุทธศักราช ๒๕๕๓ มUุงพัฒนาผDูเรียนใหDมีคุณลักษณะอันพึง
ประสงค[เพอื่ ใหสD ามารถอยUูรวU มกับผอูD น่ื ในสังคมไดDอยUางมีความสุข เปLนพลเมอื งไทยและเปLนพลโลก ดงั น้ี

๑. รักชาติ ศาสน[ กษตั รยิ [
๒. ซือ่ สตั ยส[ จุ รติ
๓. มวี ินัย
๔. ใฝเm รยี นรDู
๕. อยอูU ยUางพอเพียง
๖. มงUุ ม่ันในการทำงาน
๗. รกั ความเปLนไทย
๘. มีจติ สาธารณะ

มาตรฐานการเรียนรู1
การพัฒนาผDูเรียนใหDเกิดความสมดุลตDองคำนึงถึงหลักพัฒนาการทางสมองและพหุปXญญา หลักสูตร

สถานศึกษาโรงเรียนบDานขัวแครUพุทธศักราช ๒๕๕๓ จึงกำหนดใหDผDูเรียนเรียนรDู ๘ กลุUมสาระการเรียนรูD และ
กิจกรรมพัฒนาผูDเรียน ดังน้ี

๑. ภาษาไทย
๒. คณติ ศาสตร[
๓. วทิ ยาศาสตร[
๔. สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
๕. สขุ ศึกษาและพลศึกษา
๖. ศิลปะ
๗. การงานอาชพี และเทคโนโลยี
๘. ภาษาตาU งประเทศ
๙. กิจกรรมพัฒนาผเูD รยี น

- กิจกรรมแนะแนว
- กจิ กรรมนกั เรียน
- กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน[
ในแตUละกลUุมสาระการเรียนรูDไดDกำหนดมาตรฐานการเรียนรูDเปLนเปiาหมายสำคัญของการพัฒนา
คุณภาพผDูเรียน มาตรฐานการเรียนรDูระบุส่ิงท่ีผDูเรียนพึงรDู ปฏิบัติไดD มีคุณธรรมจริยธรรม และคUานิยม ท่ีพึง
ประสงค[เม่ือจบการศึกษาข้ันพื้นฐาน นอกจากน้ันมาตรฐานการเรียนรูDยังเปLนกลไกสำคัญ ในการขับเคล่ือน
พัฒนาการศึกษาท้ังระบบ เพราะมาตรฐานการเรียนรDูจะสะทDอนใหDทราบวUาตDองการอะไร จะสอนอยUางไร และ
ประเมินอยUางไร รวมท้ังเปLนเคร่ืองมือในการตรวจสอบเพ่ือการประกันคุณภาพการศึกษาโดยใชDระบบการ
ประเมินคุณภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอก ซ่ึงรวมถึงการทดสอบระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษา และ

การทดสอบระดับชาติ ระบบการตรวจสอบเพื่อประกันคุณภาพดังกลUาวเปLนสิ่งสำคัญที่ชUวยสะทDอนภาพการจัด
การศึกษาวUาสามารถพัฒนาผDูเรยี นใหDมคี ุณภาพตามทมี่ าตรฐานการเรยี นรDกู ำหนดเพียงใด

โครงสรา1 งเวลาเรียน ระดับประถมศึกษา
โรงเรยี นบา1 นขัวแคร6 ปกZ ารศกึ ษา ๒๕๖๕

กลุม6 สาระการเรียนรู1 / กิจกรรม เวลาเรยี น
ระดับประถมศึกษา

ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖
๑๖๐
กล6ุมสาระการเรียนรู1 ๑๖๐
๑๒๐
ภาษาไทย ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๘๐

คณิตศาสตร[ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๔๐
๘๐
วิทยาศาสตร[และเทคโนโลยี ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๔๐
๔๐
สังคมศึกษา ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐
๘๔๐
- ศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม ๔๐
- หนDาท่พี ลเมอื ง วฒั นธรรมและการดำเนนิ ชวี ิต ๔๐
ในสังคม
๑๒๐
- เศรษฐศาสตร[
- ภมู ศิ าสตร[ ๑๒๐

ประวตั ิศาสตร[ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

สุขศึกษาและพลศกึ ษา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐

ศลิ ปะ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

การงานอาชพี ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

ภาษาองั กฤษ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ ๑๒๐

รวมเวลาเรียน (พน้ื ฐาน) ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐

รายวิชา/กจิ กรรมเพม่ิ เติม

ภาษาองั กฤษ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๔๐ ๔๐

กิจกรรมเพ่ิมเติม วิถขี ัวแครU ก.๑๑๘๐๑ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐

กิจกรรมพัฒนาผเู1 รยี น

แนะแนว
กิจกรรมนกั เรียน
- ลูกเสือ/เนตรนารี/ยุวกาชาด
๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
- ชมรม,ชุมนุม
- กจิ กรรมแนะแนว
- กิจกรรมเพ่อื สังคมและสาธารณะประโยชน[

รวมเวลากิจกรรมพัฒนาผเDู รยี น ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐

กิจกรรมท่ีสถานศึกษาจัดเพ่ิมเติมตามความพรDอม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
และจดุ เนนD

รวมเวลาเรียนทั้งหมด ๑,๑๖๐ ๑๑๒๐

หมายเหตุ กจิ กรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารูD บรู ณาการในกลุมU สาระ กิจกรรม โครงการ

โครงสร1างหลกั สตู ร ชน้ั ประถมศึกษาปทZ ี่ ๑

รายวิชา/ กิจกรรม เวลาเรยี น(ชัว่ โมง/ป)r
รายวชิ าพ้ืนฐาน ๘๔๐
๒๐๐
ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๒๐๐
ค ๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร[ ๑๒๐
๘๐
ว ๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร[ ๔๐
ส ๑๑๑๐๑ สังคมศกึ ษา ๔๐
ส ๑๑๑๐๒ ประวัตศิ าสตร[ ๔๐
๔๐
พ ๑๑๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๘๐
ศ ๑๑๑๐๑ ศิลปะ ๑๒๐
๑๒๐
ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๔๐
อ ๑๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑๒๐
๓๐
รายวชิ า / กจิ กรรมเพมิ่ เติม
อ ๑๑๒๐๑ ภาษาองั กฤษ ๔๐
ก.๑๑๘๐๑ กิจกรรมเพิม่ เตมิ วิถีขัวแครU ๔๐
๑๐
กจิ กรรมพฒั นาผูDเรียน ๔๐
แนะแนว
๑๑๖๐
กจิ กรรมนักเรียน
- ลกู เสอื /เนตรนารี/ยวุ กาชาด
- ชมรม,ชมุ นุม

กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณะประโยชน[
กิจกรรมที่สถานศึกษาจัดเพิ่มเติมตามความ
พรอD ม และจุดเนนD

รวมเวลาเรียน

โครงสร1างหลกั สูตร ชั้นประถมศกึ ษาปทZ ่ี ๒

รายวิชา/ กิจกรรม เวลาเรยี น(ช่วั โมง/ปr)
รายวิชาพน้ื ฐาน ๘๔๐
๒๐๐
ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒๐๐
ค ๑๒๑๐๑ คณติ ศาสตร[ ๑๒๐
๘๐
ว ๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตร[ ๔๐
ส ๑๒๑๐๑ สงั คมศึกษา ๔๐
ส ๑๒๑๐๒ ประวัตศิ าสตร[ ๔๐
๔๐
พ ๑๒๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๘๐
ศ ๑๒๑๐๑ ศิลปะ ๑๒๐
๑๒๐
ง ๑๒๑๐๑ การงานอาชพี ๔๐
อ ๑๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๑๒๐
รายวชิ า / กจิ กรรมเพิม่ เติม ๓๐

อ ๑๒๒๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔๐
ก.๑๒๘๐๑ กิจกรรมเพิ่มเติม วถิ ีขัวแครU ๔๐
๑๐
กิจกรรมพฒั นาผเDู รียน ๔๐
แนะแนว
๑๑๖๐
กิจกรรมนกั เรียน
- ลูกเสือ/เนตรนารี/ยวุ กาชาด
- ชมรม,ชมุ นุม

กิจกรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณะประโยชน[
กิจกรรมท่ีสถานศึกษาจัดเพ่ิมเติมตามความ
พรอD ม และจุดเนDน

รวมเวลาเรยี น

โครงสร1างหลกั สูตร ชั้นประถมศกึ ษาปทZ ่ี ๓

รายวิชา/ กจิ กรรม เวลาเรยี น(ช่วั โมง/ปr)
รายวชิ าพนื้ ฐาน ๘๔๐
๒๐๐
ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๒๐๐
ค ๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร[ ๑๒๐
๘๐
ว ๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตร[ ๔๐
ส ๑๓๑๐๑ สงั คมศึกษา ๔๐
ส ๑๓๑๐๒ ประวัติศาสตร[ ๔๐
๔๐
พ ๑๓๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา ๘๐
ศ ๑๓๑๐๑ ศิลปะ ๑๒๐
๑๒๐
ง ๑๓๑๐๑ การงานอาชีพ ๔๐
อ ๑๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑๒๐
รายวิชา / กจิ กรรมเพ่มิ เตมิ ๓๐

อ ๑๓๒๐๑ ภาษาองั กฤษ ๔๐
ก.๑๓๘๐๑ กิจกรรมเพมิ่ เตมิ วถิ ีขัวแครU ๔๐
๑๐
กิจกรรมพฒั นาผเDู รียน ๔๐
แนะแนว
๑๑๖๐
กิจกรรมนกั เรียน
- ลกู เสือ/เนตรนารี/ยวุ กาชาด
- ชมรม,ชมุ นุม

กิจกรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณะประโยชน[
กิจกรรมท่ีสถานศึกษาจัดเพ่ิมเติมตามความ
พรอD ม และจุดเนDน

รวมเวลาเรยี น

โครงสรา1 งหลักสตู ร ช้ันประถมศกึ ษาปทZ ี่ ๔

รายวชิ า/ กจิ กรรม เวลาเรยี น(ช่วั โมง/ป)r
รายวิชาพ้นื ฐาน ๘๔๐
๑๖๐
ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๑๖๐
ค ๑๔๑๐๑ คณติ ศาสตร[ ๑๒๐
๘๐
ว ๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตร[ ๔๐
ส ๑๔๑๐๑ สังคมศึกษา ๘๐
ส ๑๔๑๐๒ ประวัติศาสตร[ ๔๐
๔๐
พ ๑๔๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๘๐
ศ ๑๔๑๐๑ ศลิ ปะ ๔๐
๔๐
ง ๑๔๑๐๑ การงานอาชพี ๔๐
อ ๑๔๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๑๒๐
รายวิชา / กิจกรรมเพิ่มเตมิ ๓๐

อ ๑๔๒๐๑ ภาษาองั กฤษ ๔๐
ก.๑๔๘๐๑ กจิ กรรมเพม่ิ เตมิ วถิ ขี วั แครU ๔๐
๑๐
กจิ กรรมพัฒนาผเDู รียน ๘๐
แนะแนว
๑๑๒๐
กิจกรรมนกั เรียน
- ลูกเสือ/เนตรนารี/ยวุ กาชาด
- ชมรม,ชุมนมุ

กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณะประโยชน[
กิจกรรมท่ีสถานศึกษาจัดเพ่ิมเติมตามความ
พรDอม และจดุ เนDน

รวมเวลาเรียน

โครงสรา1 งหลกั สตู ร ชนั้ ประถมศกึ ษาปทZ ่ี ๕

รายวิชา/ กจิ กรรม เวลาเรียน(ช่วั โมง/ป)r
รายวชิ าพ้นื ฐาน ๘๔๐
๑๖๐
ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๑๖๐
ค ๑๕๑๐๑ คณติ ศาสตร[ ๑๒๐
๘๐
ว ๑๕๑๐๑ วทิ ยาศาสตร[ ๔๐
ส ๑๕๑๐๑ สังคมศกึ ษา ๘๐
ส ๑๕๑๐๒ ประวัตศิ าสตร[ ๔๐
๔๐
พ ๑๕๑๐๑ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ๘๐
ศ ๑๕๑๐๑ ศลิ ปะ ๔๐
๔๐
ง ๑๕๑๐๑ การงานอาชพี ๔๐
อ ๑๕๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑๒๐
รายวิชา / กิจกรรมเพ่มิ เติม ๓๐

อ ๑๕๒๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔๐
ก.๑๕๘๐๑ กจิ กรรมเพ่ิมเตมิ วถิ ีขัวแครU ๔๐
๑๐
กจิ กรรมพัฒนาผูเD รียน ๘๐
แนะแนว
๑๑๒๐
กิจกรรมนกั เรียน
- ลูกเสือ/เนตรนารี/ยุวกาชาด
- ชมรม,ชุมนมุ

กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณะประโยชน[
กิจกรรมท่ีสถานศึกษาจัดเพิ่มเติมตามความ
พรDอม และจดุ เนนD

รวมเวลาเรียน

โครงสรา1 งหลักสตู ร ช้ันประถมศกึ ษาปทZ ี่ ๖

รายวชิ า/ กจิ กรรม เวลาเรยี น(ช่วั โมง/ป)r
รายวิชาพ้นื ฐาน ๘๔๐
๑๖๐
ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๑๖๐
ค ๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร[ ๑๒๐
๘๐
ว ๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตร[ ๔๐
ส ๑๖๑๐๑ สังคมศกึ ษา ๘๐
ส ๑๖๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร[ ๔๐
๔๐
พ ๑๖๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๘๐
ศ ๑๖๑๐๑ ศิลปะ ๔๐
๔๐
ง ๑๖๑๐๑ การงานอาชพี ๔๐
อ ๑๖๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๑๒๐
รายวิชา / กิจกรรมเพ่มิ เตมิ ๓๐

อ ๑๖๒๐๑ ภาษาองั กฤษ ๔๐
ก.๑๖๘๐๑ กจิ กรรมเพมิ่ เติม วถิ ีขวั แครU ๔๐
๑๐
กจิ กรรมพฒั นาผเDู รยี น ๘๐
แนะแนว
๑๑๒๐
กิจกรรมนักเรยี น
- ลูกเสือ/เนตรนารี/ยุวกาชาด
- ชมรม,ชมุ นมุ

กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณะประโยชน[
กิจกรรมท่ีสถานศึกษาจัดเพิ่มเติมตามความ
พรDอม และจดุ เนนD

รวมเวลาเรียน

รายวิชาพ้ืนฐานและเพมิ่ เตมิ กล6ุมสาระการเรยี นร1ู จำนวน ๒๐๐ ช่วั โมง
รายวิชาพ้ืนฐาน จำนวน ๒๐๐ ชัว่ โมง
จำนวน ๒๐๐ ช่ัวโมง
ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๑๖๐ ชวั่ โมง
ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๑๖๐ ชว่ั โมง
ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๑๖๐ ชว่ั โมง
ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๒๐๐ ชว่ั โมง
ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๒๐๐ ชวั่ โมง
ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย จำนวน ๒๐๐ ชั่วโมง
ค ๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร[ จำนวน ๑๖๐ ชั่วโมง
ค ๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร[ จำนวน ๑๖๐ ช่วั โมง
ค ๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร[ จำนวน ๑๖๐ ชวั่ โมง
ค ๑๔๑๐๑ คณติ ศาสตร[ จำนวน ๑๒๐ ชั่วโมง
ค ๑๕๑๐๑ คณติ ศาสตร[ จำนวน ๑๒๐ ชั่วโมง
ค ๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตร[ จำนวน ๑๒๐ ช่ัวโมง
ว ๑๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตร[ จำนวน ๑๒๐ ชั่วโมง
ว ๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตร[ จำนวน ๑๒๐ ชัว่ โมง
ว ๑๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร[ จำนวน ๑๒๐ ชว่ั โมง
ว ๑๔๑๐๑ วทิ ยาศาสตร[ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
ว ๑๕๑๐๑ วทิ ยาศาสตร[ จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
ว ๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตร[ จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
ส ๑๑๑๐๑ สังคมศึกษา จำนวน ๘๐ ชัว่ โมง
ส ๑๒๑๐๑ สังคมศกึ ษา จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
ส ๑๓๑๐๑ สงั คมศกึ ษา จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
ส ๑๔๑๐๑ สงั คมศึกษา จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๕๑๐๑ สงั คมศกึ ษา จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ส ๑๖๑๐๑ สงั คมศึกษา จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๑๑๐๒ ประวัติศาสตร[ จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง
ส ๑๒๑๐๒ ประวตั ิศาสตร[ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ส ๑๓๑๐๒ ประวัติศาสตร[ จำนวน ๔๐ ช่วั โมง
ส ๑๔๑๐๒ ประวตั ิศาสตร[ จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง
ส ๑๕๑๐๒ ประวัตศิ าสตร[
ส ๑๖๑๐๒ ประวัติศาสตร[
พ ๑๑๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา

พ ๑๒๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง
พ ๑๓๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
พ ๑๔๑๐๑ สขุ ศึกษาและพลศึกษา จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง
พ ๑๕๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
พ ๑๖๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศึกษา จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง
ศ ๑๑๑๐๑ ศลิ ปะ จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง
ศ ๑๒๑๐๑ ศลิ ปะ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ศ ๑๓๑๐๑ ศลิ ปะ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ศ ๑๔๑๐๑ ศลิ ปะ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ศ ๑๕๑๐๑ ศลิ ปะ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ศ ๑๖๑๐๑ กาศลิ ปะ จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง
ก ๑๑๑๐๑ การงานอาชีพ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ก ๑๒๑๐๑ การงานอาชีพ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ก ๑๓๑๐๑ การงานอาชีพ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
ก ๑๔๑๐๑ การงานอาชพี จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ก ๑๕๑๐๑ การงานอาชพี จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ก ๑๖๑๐๑ การงานอาชพี จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
อ ๑๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
อ ๑๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
อ ๑๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ จำนวน ๘๐ ชวั่ โมง
อ ๑๔๑๐๑ ภาษาอังกฤษ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
อ ๑๕๑๐๑ ภาษาอังกฤษ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
อ ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
รายวชิ าเพ่มิ เติม
อ ๑๑๒๐๑ ภาษาองั กฤษ จำนวน ๑๒๐ ชั่วโมง
อ ๑๒๒๐๑ ภาษาอังกฤษ จำนวน ๑๒๐ ชัว่ โมง
อ ๑๓๒๐๑ ภาษาองั กฤษ จำนวน ๑๒๐ ชว่ั โมง
อ ๑๔๒๐๑ ภาษาองั กฤษ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
อ ๑๕๒๐๑ ภาษาองั กฤษ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
อ ๑๖๒๐๑ ภาษาอังกฤษ จำนวน ๔๐ ช่วั โมง
ก ๑๑๘๐๑ วิถขี ัวแครU จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ก ๑๒๘๐๑ วิถขี ัวแครU จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง

ก ๑๓๘๐๑ วถิ ขี ัวแครU จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง
ก ๑๔๘๐๑ วถิ ีขวั แครU จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ก ๑๕๘๐๑ วิถีขวั แครU จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง
ก ๑๖๘๐๑ วิถีขวั แครU จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง

คำอธบิ ายรายวิชา

ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย

รายวิชาพ้ืนฐาน กล6ุมสาระการเรียนรู1ภาษาไทย
ชั้นประถมศึกษาปZที่ ๑ เวลา ๒๐๐ ชัว่ โมง

อUานออกเสียงคำ คำคลDองจอง และขDอความอ่ืนๆและบอกความหมายของคำและขDอความ ที่อUานและ
ตอบคำถามเกี่ยวกับเร่ืองท่ีอUานรวมถึงการ เลUาเรื่องยUอจากเร่ืองที่อUานและคาดคะเนเหตุการณ[จากเรื่องที่อUาน
และอUานหนังส่ือตามความสนใจ อUานอยUางสม่ำเสมอและนำเสนอเร่ืองที่อUานและ บอกความหมายของ
เครอื่ งหมายหรือสัญลกั ษณส[ ำคัญท่มี ักพบเหน็ ในชีวติ ประจำวนั และ มีมารยาทในการอUาน

คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนสื่อสารดDวยคำและประโยคงUาย ๆและมีมารยาทในการเขียนฟXง
คำแนะนำ คำสั่งงUายและปฏิบัติตามตอบคำถามและเลUาเรื่องที่ฟXงและดูท้ังที่เปLนความรDูและความบันเทิงและ
พูดแสดงความคิดเห็นและความรูDสึกจากเร่ืองท่ีฟXงและดู พูดส่ือสารไดDตามวัตถุประสงค[และ มีมารยาทในการ
ฟงX การดู และการพูด

รหสั ตัวชีว้ ัด ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓ , ป. ๑/๔ , ป.๑/๕ . ป.๑/๖ , ป. ๑/๗ , ป.๑/๘
ท ๑.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓
ท ๒.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒ , ป.๑/๓
ท ๓.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
ท ๔.๑ ป.๑/๑ , ป.๑/๒
ท ๕.๑

รวม ๑๘ ตัวชว้ี ัด

คำอธิบายรายวชิ า

ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย

รายวชิ าพน้ื ฐาน กลม6ุ สาระการเรยี นรภู1 าษาไทย
ชั้นประถมศกึ ษาปทZ ่ี ๒ เวลา ๒๐๐ ช่ัวโมง

อUานออกเสียงคำ คำคลDองจอง ขDอความ และบทรDอยกรองงUาย ๆ ไดDถูกตDองและอธิบายความหมาย
ของคำและขDอความท่ีอUานและ ตั้งคำถามและตอบคำถามเก่ียวกับเรื่องที่อUานรวมถึง ระบุใจความสำคัญและ
รายละเอียดจากเร่ืองท่ีอUานและ แสดงความคิดเห็นและคาดคะเนเหตุการณ[จากเร่ืองที่อUานรวมถึงอUานหนังสือ
ตามความสนใจอยUางอยUางสม่ำเสมอและนำเสนอเรื่องท่ีอUานและ อUานขDอเขียนเชิงอธิบาย และปฏิบัติ ตามคำส่ัง
หรอื ขDอแนะนำและ มีมารยาทในการอาU น

คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและ เขียนเรื่องส้ันๆเกี่ยวกับประสบการณ[และ เขียนเร่ืองส้ัน ๆ ตาม
จินตนาการและมีมารยาทในการเขยี น

ฟXงคำแนะนำ คำสั่งท่ีซับซDอนและปฏิบัติตามและ เลUาเร่ืองท่ีฟXงและดูทั้งท่ีเปLนความรูDและความและ
ความบันเทิงรวมถึง บอกสาระสำคัญของเรื่องที่ฟXงและดูและ ตั้งคำถามและตอบคำถามเก่ียวกับเรื่องที่ฟXงและ
ดูรวมถึง พูดแสดงความคิดเห็นและความรูDสึกจากเรื่องที่ฟXงและดู พูดส่ือสารไดDชัดเจนตรงตามวัตถุประสงค[
และ มีมารยาทในการฟงX การดูและการพดู

รหสั ตัวช้ีวัด ป.๑/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป. ๒/๔ , ป.๒/๕ . ป.๒/๖ , ป. ๒/๗ , ป.๒/๘
ท ๑.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป. ๒/๔
ท ๒.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป. ๒/๔ , ป.๒/๕ , ป.๒/๖ , ป. ๒/๗
ท ๓.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓ , ป. ๒/๔ , ป.๒/๕
ท ๔.๑ ป.๒/๑ , ป.๒/๒ , ป.๒/๓
ท ๕.๑

รวม ๒๗ ตวั ชวี้ ดั

คำอธบิ ายรายวิชา

ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย

รายวชิ าพื้นฐาน กลม6ุ สาระการเรียนร1ูภาษาไทย
ชนั้ ประถมศกึ ษาปZที่ ๓ เวลา ๒๐๐ ชวั่ โมง

อUานออกเสียงคำ ขDอความ เร่ืองสั้นๆและบทรDอยกรองงUายๆไดDถูกตDองคลUองแคลUวและ อธิบาย
ความหมายของคำและขDอความที่อUานและ ตั้งคำถามและตอบคำถามเชิงเหตุผลเกี่ยวกับเรื่องท่ีอUานรวมถึงการ
ลำดับเหตุการณ[และคาดคะเนเหตุการณ[จากเรื่องที่อUาน โดยระบุเหตุผลประกอบและ สรุปความรูDและขDอคิด
จากเรื่องท่ีอUานเพื่อนำไปใชDในชีวิตประจำวันและอUานหนังสือตามความสนใจอยUางสม่ำเสมอและนำเสนอเรื่องที่
อUานและ อUานขDอเขียนเชิงอธิบายและปฏิบัติตามคำส่ังหรือขDอแนะนำรวมถึงการ อธิบายความหมายของขDอมูล
จากแผนภาพ แผนท่ี และแผนภมู ิและมมี ารยาทในการอาU น

คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัดและเขียนบรรยายเกี่ยวกับสิ่งใดส่ิงหนึ่งไดDอยUางชัดเจน
รวมถึงการ เขียนแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคิดเพ่ือใชDพัฒนางานเขียนและเขียนยUอความจากเรื่อง
สั้นๆและ การเขียนจดหมายถึงเพ่ือนและบิดามารดา, เขียนบันทึกและเขียนรายงานจากการศึกษาคDนควDา,
เขียนเรอ่ื งตามจิตนาการและ มีมารยาทในการเขยี น

เลUารายละเอียดเกี่ยวกับเร่ืองท่ีฟXงและดูทั้งที่เปLนความรูDและความบันเทิงและบอกสาระสำคัญจากการ
ฟXงและการดูและ ตั้งคำถามและตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่ฟXงและดูรวมถึง พูดแสดงความคิดเห็นและ
ความรูสD กึ และ พูดสอ่ื สารไดชD ัดเจนตรงตามวตั ถุประสงคแ[ ละมมี ารยาทในการฟงX การดแู ละการพดู

ระบุขDอคิดท่ีไดDจากการอUานวรรณกรรมเพื่อนำไปใชDในชีวิตประจำวันและ รูDจักเพลงพื้นบDานและเพลง
กลUอมเด็กเพื่อปลูกฝXงความช่ืนชมวัฒนธรรมทDองถิ่นรวมถึงแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับวรรณคดีท่ีอUานและ
ทอU งจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทรDอยกรองทม่ี ีคุณคาU คามความสนใจ
รหัสตัวชี้วัด

ท ๑.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป๓/๔ , ป.๓/๕ . ป.๓/๖ , ป.๓/๗ , ป.๓/๘ , ป.๓/๙
ท ๒.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป๓/๔ , ป.๓/๕ . ป.๓/๖
ท ๓.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป๓/๔ , ป.๓/๕ . ป.๓/๖
ท ๔.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป๓/๔ , ป.๓/๕ . ป.๓/๖
ท ๕.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒ , ป.๓/๓ , ป๓/๔
รวม ๓๑ ตวั ชว้ี ัด

คำอธบิ ายรายวชิ า

ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย

รายวชิ าพ้นื ฐาน กลุ6มสาระการเรยี นรู1ภาษาไทย
ชน้ั ประถมศกึ ษาปทZ ี่ ๔ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง

การอUานคำพ้ืนฐานท่ีใชDในชีวิตประจำวัน การอUานคำที่มีอักษรนำ อักษรควบ ตัวการันต[ การผัน
วรรณยุกต[ การอUานอักษรยUอ เครื่องหมายวรรคตอน การอUานและเขDาใจความหมายของคำ ประโยค ขDอความ
การเขDาใจสำนวนโวหารจากการอUาน การพรรณนาและการเปรียบเทียบ การใชDบริบท คำสำคัญ การใชD
คำถาม แผนภาพโครงเร่ืองหรือแผนภาพความคิด ทำความเขDาใจเนื้อเรื่อง ถDอยคำที่อUาน การอUานในใจเพื่อ
จับใจความ การแยกขDอเท็จจริง และขDอคิดเห็น การวิเคราะห[ความ การสรุปความ การใชDความรูDความคิด
จากการอUานไปใชDแกDปXญหา ตัดสินใจ คาดการณ[ และพัฒนาตน การอUานหนังสือจากมุมหนังสือ หDองสมุด
และแหลUงเรียนรDู ตรวจสอบความรูD คDนควDาเพิ่มเติม และใชDเวลาวUางใหDเปLนประโยชน[ การอUานออกเสียงทั้งรDอย
แกวD และรDอยกรอง การอาU นอยาU งถูกสุขลกั ษณะ มารยาทการอาU นและมีนิสัยรักการอาU น

การเขียนสะกดคำ การเขียนคำยาก การคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและตัวบรรจงคร่ึงบรรทัด
การเลอื กใชDคำเขยี นประโยคและเรอ่ื งราวไดDตรงตามความหมาย การเขยี นจดหมาย การเขียนเรียงความ

ยUอความ การเขียนเร่ืองราวที่สัมพันธ[กับชีวิตจริงและเรื่องราวจากจินตนาการ การเขียนบันทึก
ประจำวัน การบันทึกขDอมูลหรือความรDูจากการอUาน การเขียนรายงาน การใชDตัวเลขไทยในการเขียน มารยาท
การเขียน การใชDแหลUงอDางอิง และมีนิสยั รกั การเขียน

การเลือกฟXงและการเลือกดูทั้งท่ีเปLนความรDู และความบันเทิง การจับใจความ การวิเคราะห[ แยก
ขDอเท็จจริง ขDอคิดเห็น การสรุปเร่ือง การเขDาใจจุดประสงค[ของผูDพูดและเรื่องที่ฟXงและดู การใชDน้ำเสียงและ
กิริยาทUาทางในการพูด การพูดแสดงความรDูและความคิด การพูดรายงาน การอภิปราย การพูดซักถาม
มารยาทการฟXง การดูและการพูด

การสะกดคำและบอกความหมายของคำในบริบทตUางๆ โดยระบุชนิดและหนDาที่ของคำในประโยค
การใชDพจนานุกรม การแตUงบทกลอนและคำขวัญ บอกความหมายของสำนวนและเปรียบเทียบภาษาไทย
มาตรฐานกบั ภาษาถนิ่ ไดDโดยใชกD ระบวนการคนD ควาD สังเกต การเขียน การเปรยี บเทยี บ การสือ่ สาร

การใชDทักษะการอUานวรรณคดีและวรรณกรรม ประเภทนิทานพื้นบDาน การนำขDอคิด จากการอUาน
เรื่องสั้น สารคดี บทความเก่ียวกับโครงการพระราชดาริ บทรDอยกรอง บทละคร การพิจารณาคุณคUาวรรณคดี
และวรรณกรรม นิทานพื้นบDาน การนำขDอคิดและคุณคUาของวรรณคดีวรรณกรรมและนิทานพ้ืนบDานไปใชDใน
ชีวติ ประจำวนั
รหัสตัวชีว้ ดั

ท ๑.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป๔/๔ , ป.๔/๕ . ป.๔/๖ , ป.๔/๗ , ป.๔/๘
ท ๒.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป๔/๔ , ป.๔/๕ . ป.๔/๖ , ป.๔/๗ , ป.๔/๘

ท ๓.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป๔/๔ , ป.๔/๕ . ป.๔/๖
ท ๔.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป๔/๔ , ป.๔/๕ . ป.๔/๖ , ป.๔/๗
ท ๕.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป๔/๔
รวม ๓๓ ตัวชว้ี ัด

คำอธบิ ายรายวชิ า

ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย

รายวิชาพืน้ ฐาน กลุม6 สาระการเรยี นร1ภู าษาไทย
ช้นั ประถมศึกษาปZที่ ๕ เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง

การอUานคำพื้นฐานที่ใชDในชีวิตประจำวัน การอUานคำท่ีมีอักษรนำ อักษรควบ ตัวการันต[
การอUานอักษรยUอ เครื่องหมายวรรคตอน ขDอความที่เปLนการบรรยายและพรรณนา ขDอความท่ีมีความหมาย
โดยนัย การอUานจับใจความจากสื่อตUางๆ เชUน วรรณคดีในบทเรียน บทความ บทโฆษณา งานเขียนที่โนDมนDาว
ใจ ขUาวและเหตุการณ[ประจำวัน และ การเขDาใจสำนวนโวหารจากการอUาน การพรรณนาและการ
เปรียบเทียบ การใชDบริบท คำสำคัญ การใชDคำถาม แผนภาพโครงเร่ืองหรือแผนภาพความคิด ทำความ
เขDาใจเนื้อเร่ือง ถDอยคำที่อUาน การอUานในใจเพ่ือจับใจความ การแยกขDอเท็จจริง และขDอคิดเห็น การ
วิเคราะห[ความ การสรุปความ การใชDความรDูความคิดจากการอUานไปใชDแกDปXญหา ตัดสินใจ คาดการณ[ และ
พัฒนาตน การอUานหนังสือจากมุมหนังสือ หDองสมุด และแหลUงเรียนรูD ตรวจสอบความรDู คDนควDาเพ่ิมเติม และ
ใชDเวลาวUางใหDเปLนประโยชน[ การอUานออกเสียงท้ังรDอยแกDวและรDอยกรอง การอUานอยUางถูกสุขลักษณะ
มารยาทการอาU นและมนี สิ ัยรกั การอUาน การเขียนสะกดคำ การเขียนคำยาก การคัดลายมือตัวบรรจงเต็ม
บรรทัดและตัวบรรจงคร่ึงบรรทัด การเลือกใชDคำเขียนประโยคและเรื่องราวไดDตรงตามความหมาย การเขียน
จดหมาย การเขียนเรียงความ ยUอความ การเขียนเร่ืองราวที่สัมพันธ[กับชีวิตจริงและเรื่องราวจากจินตนาการ
การเขียนบันทึกประจำวัน การบันทึกขDอมูลหรือความรูDจากการอUาน การเขียนรายงาน การใชDตัวเลขไทยใน
การเขียน มารยาทการเขียน การใชDแหลUงอDางอิง และมีนสิ ัยรักการเขียน การเลือกฟXงและการเลือกดูทั้งท่ีเปLน
ความรูD และความบันเทิง การจับใจความ การวิเคราะห[ แยกขDอเท็จจริง ขDอคิดเห็น การสรุปเร่ือง การเขDาใจ
จุดประสงค[ของผDูพูดและเร่ืองที่ฟXงและดู การใชDน้ำเสียงและกิริยาทUาทางในการพูด การพูดแสดงความรูDและ
ความคิด การพูดรายงาน การอภิปราย การพูดซักถาม มารยาทการฟXง การดูและการพูด การสะกดคำและ
บอกความหมายของคำในบริบทตUางๆ โดยระบุชนิดและหนDาท่ีของคำในประโยค การใชDพจนานุกรม การแตUง
บทกลอนและคำขวญั บอกความหมายของสำนวนและเปรยี บเทียบภาษาไทยมาตรฐานกบั ภาษาถ่ินไดD

โดยใชDกระบวนการคDนควDา สังเกต การเขียน การเปรียบเทียบ การส่ือสารการใชDทักษะการอUาน
วรรณคดีและวรรณกรรม ประเภทนิทานพื้นบDาน การนำขDอคิด จากการอUาน เร่ืองสั้น สารคดี บทความที่
เกี่ยวขDองกับโครงการพระราชดำริ บทรDอยกรอง บทละคร การพิจารณาคุณคUาวรรณคดีและวรรณกรรม นิทาน
พ้นื บDาน การนำขอD คดิ และคณุ คUาของวรรณคดีวรรณกรรมและนิทานพ้ืนบาD นไปใชใD นชีวติ ประจำวนั
รหัสตวั ช้ีวดั

ท ๑.๑, ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘
ท ๒.๑, ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ท ๓.๑, ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕

ท ๔.๑, ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗
ท ๕.๑, ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
รวม ๓๓ ตัวชว้ี ัด

คำอธิบายรายวิชา

ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย

รายวิชาพ้นื ฐาน กล6ุมสาระการเรยี นร1ูภาษาไทย
ชัน้ ประถมศึกษาปZที่ ๖ เวลา ๑๖๐ ชวั่ โมง

การอUานคำพื้นฐานที่ใชDในชีวิตประจำวัน การอUานคำท่ีมีพยัญชนะควบกล้ำ อักษรนำ ตัวการันต[ คำ
ที่มาจากภาษาตUางประเทศ การอUานอักษรยUอ เครื่องหมายวรรคตอน วัน เดือน ปr แบบไทย ขDอความที่เปLน
โวหารสำนวนเปรียบเทียบการอUานบทรDอยกรองเปLนทำนองเสนาะ การอUานจับใจความจากสื่อตUางๆ เชUน เร่ือง
สั้น นิทานและเพลงพ้ืนบDาน บทความ พระบรมราโชวาท สารคดี งานเขียนที่โนDมนDาวใจ บทโฆษณา ขUาว
และเหตุการณ[ประจำวัน และ การอUานเร็ว การอUานงานเขียนเชิงอธิบาย คำส่ัง ขDอแนะนำ และปฏิบัติตาม
การอUานขDอมูลจากแผนผัง แผนที่ แผนภูมิ และกราฟ การอUานหนังสือตามความสนใจ การสรุปความ
การใชDความรูDความคิดจากการอUานไปใชDแกDปXญหา ตัดสินใจ คาดการณ[ และพัฒนาตน การอUานหนังสือจาก
มุมหนังสือ หDองสมุด และแหลUงเรียนรDู ตรวจสอบความรDู คDนควDาเพ่ิมเติม และใชDเวลาวUางใหDเปLนประโยชน[ การ
อาU นออกเสียงทง้ั รอD ยแกวD และรอD ยกรอง การอUานอยUางถกู สุขลกั ษณะ มารยาทการอาU นและมนี ิสยั รักการอาU น

การเขียนสะกดคำ การเขียนคำยาก การคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและตัวบรรจงครึ่งบรรทัด
การเขียนส่ือสาร การเขียนแผนภาพโครงเร่ืองและแผนที่ความคิด การเขียนเรียงความ การเขียนยUอความ
การเขียนจดหมาย การกรอกแบบรายการ การเขียนเรื่องราวที่สัมพันธ[กับชีวิตจริงและเรื่องราวจาก
จนิ ตนาการอยUางสราD งสรรค[ มมี ารยาทการเขียน การใชแD หลงU อDางอิง และมนี ิสยั รกั การเขียน

การเลือกฟXงและการเลือกดูทั้งที่เปLนความรDู และความบันเทิง จากสิ่งตีพิมพ[ ส่ืออิเล็กทรอนิกส[ การ
วิเคราะห[ ความนUาเชื่อถือจากการฟXงแลดูจากสื่อโฆษณา การพูดรายงานตามประเด็นที่ศึกษา โดยลำดับ
ขั้นตอนและเรียงลำดับเหตุการณ[ไดDถูกตDอง นUาเช่ือถือ และ การใชDน้ำเสียงและกิริยาทUาทางในการพูด การพูด
แสดงความรDูและความคดิ การอภปิ ราย การพูดซกั ถาม มารยาทการฟงX การดูและการพดู

วิเคราะห[ชนิดและหนDาท่ีของคำในประโยค เชUน คำนาม คำสรรพนาม คำกริยา คำวิเศษณ[ คำบุพ
บท คำเชื่อม คำอุทาน คำราชาศัพท[ คำที่มาจากภาษาตUางประเทศ การสะกดคำและบอกความหมายของคำใน
บริบทตUางๆ การใชDพจนานุกรม การแตUงบทกลอนและคำขวัญ บอกความหมายของสำนวนและเปรียบเทียบ
ภาษาไทยมาตรฐานกับภาษาถ่ินไดD โดยใชDกระบวนการคDนควDา สังเกต การเขียน การเปรียบเทียบ การ
ส่ือสาร

การใชDทักษะการอUานวรรณคดีและวรรณกรรม บทความที่เก่ียวขDองกับโครงการหลวงประเภทนิทาน
พ้ืนบDานทDองถ่ินตนเองและทDองถ่ินอ่ืน นิทานคติธรรม เพลงพื้นบDาน การพิจารณาคุณคUาวรรณคดีและ
วรรณกรรม การนำขDอคิดและคุณคUาของวรรณคดีวรรณกรรมไปใชDในชีวิตประจำวัน เห็นคุณคUาในการทUอง
บทอาขยาน

รหัสตัวชี้วัด
ท ๑.๑, ป. ๖/๑, ป. ๖/๒, ป. ๖/๓, ป. ๖/๔, ป. ๖/๕, ป. ๖/๖, ป. ๖/๗, ป. ๖/๘, ป. ๖/๙
ท ๒.๑, ป. ๖/๑, ป. ๖/๒, ป. ๖/๓, ป. ๖/๔, ป. ๖/๕, ป. ๖/๖, ป. ๖/๗, ป. ๖/๘, ป. ๖/๙
ท ๓.๑, ป. ๖/๑, ป. ๖/๒, ป. ๖/๓, ป. ๖/๔, ป. ๖/๕, ป. ๖/๖
ท ๔.๑, ป. ๖/๑, ป. ๖/๒, ป. ๖/๓, ป. ๖/๔, ป. ๖/๕, ป. ๖/๖
ท ๕.๑, ป. ๖/๑, ป. ๖/๒, ป. ๖/๓, ป. ๖/๔

รวม ๓๔ ตัวช้ีวัด

คำอธิบายรายวิชา
ค ๑๑๑๐๑ คณิตศาสตรR

รายวิชาพ้นื ฐาน กล6ุมสาระการเรียนรค1ู ณติ ศาสตรR
ชัน้ ประถมศึกษาปZที่ ๑ เวลา ๒๐๐ ชวั่ โมง

ศึกษาการอUานและการเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจำนวนนับ ๑ ถึง ๑๐๐
และ ๐ การแสดงจำนวนไมUเกิน ๒๐ ในรูปความสัมพันธ[ของจำนวนแบบสUวนยUอย-สUวนรวม การบอกอันดับที่
หลัก คUาประจำหลักและคUาของเลขโดดในแตUละหลัก การเขียนตัวเลขแสดงจำนวนในรูปกระจาย การ
เปรียบเทียบจำนวนนับ ๑ ถึง ๑๐๐ และ ๐ โดยใชDเคร่ืองหมาย = ≠ > < การเรียงลำดับจำนวนนับ ๑ ถึง
๑๐๐ และ ๐ ต้ังแตU ๓ ถึง ๕ จำนวน ความหมายของการบวก ความหมายของการลบ การหาผลบวก การหา
ผลลบ การหาตัวไมUทราบคUาในประโยคสัญลักษณ[ โจทย[ปXญหาการบวก โจทย[ปXญหาการลบ การสรDางโจทย[
ปXญหา รูปเรขาคณิตสองมิติ และรูปเรขาคณิตสามมิติ แบบรูปของจำนวนท่ีเพ่ิมขึ้นหรือลดลงทีละ ๑ ทีละ ๑๐
แบบรูปซ้ำของจำนวน รูปเรขาคณิตและรูปอื่นๆ การวัดความยาวโดยใชDหนUวยท่ีไมUใชUหนUวยมาตรฐาน การวัด
และเปรียบเทียบความยาวเปLนเซนติเมตร เปLนเมตร โจทย[ปXญหาเก่ียวกับความยาวท่ีมีหนUวยเปLนเซนติเมตร
เปLนเมตร การวัดน้ำหนักโดยใชDหนUวยท่ีไมUใชUหนUวยมาตรฐาน การวัดและเปรียบเทียบน้ำหนักเปLนกิโลกรัม เปLน
ขีด โจทย[ปXญหาเกยี่ วกับนำ้ หนกั ที่มหี นUวยเปLนกิโลกรมั เปLนขดี การอาU น แผนภมู ิรูปภาพ

โดยการจัดประสบการณ[หรือสราD งสถานการณ[ทีใ่ กลตD วั ผDเู รียนไดศD ึกษา คนD ควDา ฝzกทักษะ โดยการปฏิบตั ิ
จรงิ ทดลอง สรปุ รายงาน เพื่อพฒั นาทกั ษะ กระบวนการในการคดิ คำนวณ การแกDปญX หา การใหเD หตุผล การ
สื่อความหมายทางคณิตศาสตร[ และนำประสบการณ[ดDานความรูD ความคิด ทกั ษะและกระบวนการทไี่ ดDไปใชDใน
การเรียนรDูส่งิ ตUาง ๆ และใชDในชวี ิตประจำวันอยาU งสรDางสรรค[

เพอื่ ใหDเห็นคณุ คUาและมีเจตคตทิ ดี่ ตี อU คณิตศาสตร[ สามารถทำงานไดDอยUางเปLนระบบ มรี ะเบยี บ รอบคอบ
มีความรับผดิ ชอบ มีวิจารณญาณ มีความคดิ ริเร่ิมสราD งสรรค[และมีความเช่ือม่นั ในตนเอง

มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั
ค. ๑.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒ ป.๑/๓ ป.๑/๔ ป.๑/๕
ค. ๑.๒ ป.๑/๑
ค. ๒.๑ ป.๑/๑ ป.๑/๒
ค. ๒.๒ ป.๑/๑
ค. ๓.๑ ป.๑/๑

รวม ๑๐ ตวั ช้ีวดั

คำอธบิ ายรายวชิ า

ค ๑๒๑๐๑ คณติ ศาสตรR

รายวิชาพื้นฐาน กลุ6มสาระการเรยี นร1คู ณติ ศาสตรR
ช้ันประถมศกึ ษาปZที่ ๒ เวลา ๑๖๐ ชัว่ โมง

ศึกษาการอUานและการเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจำนวนนับไมUเกิน
๑,๐๐๐ และ ๐ การนับ
ทีละ ๒ ทีละ ๕ ทีละ ๑๐ ทีละ ๑๐๐ จำนวนคูU จำนวนค่ี หลัก คUาประจำหลักของเลขโดดในแตUละ

หลัก การเขยี นตัวเลขแสดงจำนวน
ในรูปกระจาย การเปรียบเทียบจำนวน การเรียงลำดับจำนวน การบวกจำนวนท่ีมีผลบวกไมUเกิน
๑,๐๐๐ การลบจำนวนที่มีตัวต้ังไมUเกิน ๑,๐๐๐ ความสัมพันธ[ของการบวกและการลบ การหาตัวไมUทราบคUาใน

ประโยคสัญลกั ษณ[แสดงการบวกและการลบ โจทย[ปญX หา
การบวก โจทย[ปXญหาการลบ การสรDางโจทย[ปXญหา ความหมายของการคูณ ความหมายของการหาร
การคูณจำนวนท่ีมีหน่ึงหลักกับจำนวนไมUเกินสองหลัก ความสัมพันธ[ของการคูณและการหาร การหารท่ีตัวหาร

และผลหารมหี นง่ึ หลัก การหาตวั ไมUทราบคาU
ในประโยคสัญลักษณ[แสดงการคูณและการหาร การแกDโจทย[ปXญหาการคูณและโจทย[ปXญหาการหาร
การบวก ลบ คูณ หารระคน

การแกDโจทย[ปXญหาการบวก ลบ คูณ หารระคน แบบรูปของจำนวนที่เพิ่มข้ึนหรือลดลงทีละ ๒ ทีละ ๕
และทีละ ๑๐๐ แบบรูปซำ้
การจำแนกลักษณะของรูปหลายเหลี่ยม วงกลม และวงรี และการเขียนรูปรขาคณิตสองมิติโดยใชDแบบ

ของรูป การวัดความยาวเปLนเมตรและเซนติเมตร การคาดคะเนความยาวเปLนเมตร การเปรียบเทียบความยาว
โดยใชDความสัมพันธ[ระหวUางเมตรและเซนติเมตร การแกDโจทย[ปXญหาเกี่ยวกับความยาวที่มีหนUวยเปLนเมตรและ
เซนติเมตร การบอกเวลาเปLนนา{ิกาและนาที การบอกระยะเวลาเปLนชั่วโมง เปLนนาที การเปรียบเทียบ

ระยะเวลาเปLนชั่วโมง เปLนนาที การอUานปฏิทิน การแกDโจทย[ปXญหาเก่ียวกับเวลา การวัดน้ำหนักเปLนกิโลกรัม
และกรัม กิโลกรัมและขีด การคาดคะเนน้ำหนักเปLนกิโลกรัม การเปรียบเทียบน้ำหนักโดยใชDความสัมพันธ[
ระหวUางกิโลกรัมกับกรัม กิโลกรัมกับขีด การแกDโจทย[ปXญหาเกี่ยวกับน้ำหนักที่มีหนUวยเปLนกิโลกรัมและกรัม

กิโลกรัมและขีด การวัดปริมาตรและความจุโดยใชDหนUวยท่ีไมUใชUหนUวยมาตรฐานและหนUวยมาตรฐานเปLนชDอนชา
ชDอนโต|ะ ถวD ยตวง ลิตร การเปรยี บเทยี บปริมาตรและความจุ
เปLนชDอนชา ชDอนโต|ะ ถDวยตวง ลิตร การแกDโจทย[ปXญหาเก่ียวกับปริมาตรและความจุที่มีหนUวยเปLนชDอน

ชา ชDอนโต|ะ ถDวยตวง ลิตร
การอาU นแผนภูมิรปู ภาพ และการใชขD อD มลู จากแผนภมู ิรปู ภาพในการหาคำตอบของโจทย[ปXญหา

โดยการจัดประสบการณ[หรือสรDางสถานการณ[ที่ใกลDตัวผDูเรียนไดศD กึ ษา คนD ควาD ฝกz ทกั ษะ โดย
การปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคำนวณ การแกDปXญหา การ
ใหDเหตผุ ล การสื่อสาร การสอื่ ความหมาย

ทางคณิตศาสตร[ และนำประสบการณ[ดDานความรูD ความคิด ทักษะและกระบวนการท่ีไดDไปใชDในการ
เรยี นรDูสิ่งตาU ง ๆ และใชใD นชวี ติ ประจำวันอยาU งสรDางสรรค[

เพ่อื ใหเD หน็ คุณคUาและมีเจตคตทิ ดี่ ีตUอคณิตศาสตร[ สามารถทำงานไดอD ยUางเปLนระบบ มีระเบยี บ
รอบคอบ มคี วามรับผดิ ชอบ มวี จิ ารณญาณ มคี วามคดิ รเิ ริม่ สรDางสรรค[ และมคี วามเชื่อมนั่ ในตนเอง

ตวั ชวี้ ดั

ค ๑.๑ ป.๒/๑ บอกจำนวนของสง่ิ ตาU ง ๆ แสดงสง่ิ ตาU ง ๆ ตามจำนวนท่กี ำหนด อาU นและเขียนตัวเลข
ฮินดูอารบิก ตวั เลขไทย ตวั หนงั สอื แสดงจำนวนนบั ไมเU กนิ ๑,๐๐๐ และ ๐
ค ๑.๑ ป.๒/๒ เปรยี บเทียบจำนวนนบั ไมUเกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ โดยใชเD คร่ืองหมาย = ≠ > <

ตาU งๆ ค ๑.๑ ป.๒/๓ เรียงลำดับจำนวนนับไมUเกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ ตงั้ แตU ๓ ถงึ ๕ จำนวนจากสถานการณ[

ค ๑.๑ ป.๒/๔ หาคาU ของตวั ไมUทราบคUาในประโยคสัญลกั ษณ[แสดงการบวกและประโยคสญั ลักษณ[

แสดงการลบของจำนวนนบั ไมเU กนิ ๑,๐๐๐ และ ๐
ค ๑.๑ ป.๒/๕ หาคUาของตวั ไมทU ราบคUาในประโยคสญั ลกั ษณแ[ สดงการคูณของจำนวน ๑ หลักกับ
จำนวนไมUเกนิ ๒ หลกั

ค ๑.๑ ป.๒/๖ หาคUาของตัวไมUทราบคUาในประโยคสัญลักษณ[แสดงการหารทีต่ วั ต้งั ไมUเกิน ๒ หลกั
ตัวหาร ๑ หลกั โดยที่ผลหารมี ๑ หลกั ท้งั หารลงตวั และหารไมลU งตวั
ค ๑.๑ ป.๒/๗ หาผลลพั ธ[การบวก ลบ คูณ หารระคนของจำนวนนบั ไมUเกนิ ๑,๐๐๐ และ ๐

ค ๑.๑ ป.๒/๘ แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย[ปXญหา ๒ ขน้ั ตอนของจำนวนนับไมUเกนิ ๑,๐๐๐ และ ๐
ค ๒.๑ ป.๒/๑ แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทยป[ ญX หาเกย่ี วกบั เวลาทมี่ หี นUวยเดีย่ วและหนวU ยเดียวกนั
ค ๒.๑ ป.๒/๒ วดั และเปรยี บเทียบความยาวเปLนเมตรและเซนตเิ มตร

ค ๒.๑ ป.๒/๓ แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทย[ปXญหาการบวก การลบเกีย่ วกับความยาวที่มหี นUวยเปนL
เมตรและเซนตเิ มตร
ค ๒.๑ ป.๒/๔ วัดและเปรียบเทียบนำ้ หนักเปนL กโิ ลกรัมและกรัม กโิ ลกรัมและขดี

ค ๒.๑ ป.๒/๕ แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทยป[ Xญหาการบวก การลบเก่ยี วกับน้ำหนักที่มหี นวU ยเปนL
กิโลกรมั และกรัม กิโลกรัมและขดี
ค ๒.๑ ป.๒/๖ วดั และเปรยี บเทยี บปรมิ าตรและความจเุ ปLนลิตร

ค ๒.๒ ป.๒/๑ จำแนกและบอกลักษณะของรูปหลายเหลีย่ มและวงกลม
ค ๓.๑ ป.๒/๑ ใชDขDอมูลจากแผนภมู ิรปู ภาพในการหาคำตอบของโจทยป[ Xญหา เมื่อกำหนดรูป ๑ รูป
แทน ๒ หนวU ย ๕ หนUวย หรือ ๑๐ หนUวย รวม ๑๖ ตัวช้ีวัด

คำอธบิ ายรายวชิ า

ค ๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตรR

รหัสวิชา ค ๑๓๑๐๑ คณิตศาสตรR กล6ุมสาระการเรียนรู1คณิตศาสตรR
ชั้นประถมศึกษาปZท่ี ๓ เวลาเรียน ๒๐๐ ชั่วโมง

ฝzกทักษะการคิดคำนวณ และฝzกการแกDปXญ หาในเรื่อง จำนวนนับไมUเกิน ๑๐๐,๐๐๐
การเขียนและการอUานตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจำนวน การนับเพิ่ม การนับลด

หลักและคูUของเลขโดดในแตUละหลัก การเขียนในรปู กระจาย การเปรียบเทียบ การใชDเครื่องหมาย = ¹ >

< และการเรียงลำดับ การบวก การลบ การคูณจำนวนหน่ึงหลักกับจำนวนไมUเกินสี่หลัก การคูณจำนวน
สองหลักกับจำนวนสองหลัก การหารตัวตั้งไมUเกินส่ีหลักและตัวหารมีหน่ึงหลัก การบวก การคูณ การหาร

ระคน โจทย[ปXญหา การบวก ลบ คูณ หารระคน และการสรDางโจทย[ปXญหาการบวก การลบ การคูณ
การหาร การวัดความยาว (เมตร เซนติเมตร มิลลิเมตร) การเลือกเคร่ืองมือวัดท่ีเหมาะสม การช่ัง
(กิโลกรัม กรัม ขีด) การเลือกเครื่องชั่ง การเปรียบเทียบ การคาดคะเน ความสัมพันธ[ของหนUวยการช่ัง

แกDปXญหาการชั่ง การตวง (ลิตร มิลลิลิตร) การเลือกเคร่ืองตวงการเปรียบเทียบปริมาตรและความจุ การ
คาดคะเน แกDปXญหาการตวง เวลา การบอกเวลาเปLนนา{ิกาและนาที การเขียนบอกเวลาโดยใชDจุดและการ
อUาน ความสัมพันธ[ของหนUวยเวลา แกDปXญหาเวลา อUานและเขียนบันทึกกิจกรรมหรือเหตุการณ[ท่ีระบุเวลา

เงิน การเขียนและอUานจำนวนเงินโดยใชDจุด บันทึกรายรับ รายจUาย แกDโจทย[ปXญหาเกี่ยวกับเงิน รูป
เรขาคณิต การบอกชนิดรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ การเขียนรูDเรขาคณิต และบอกรูปเรขาคณิตตUาง ๆ
ท่ีอยUูในสิ่งแวดลDอมรอบตัวรูปท่ีมีแกนสมมาตร แบบรูปและความสัมพันธ[ของเรขาคณิต จุด เสDนตรง รังสี

สUวนของเสDนตรง มุม เขียนชื่อจุด เสDนตรง รงั สี สUวนของเสDนตรง มุม และสัญลักษณ[ แผนภูมิรูปภาพและ
แผนภมู ิแทงU การรวบรวมจำแนกขDอมลู เกยี่ วกับตนเองสงิ่ แวดลอD ม การอาU นแผนภมู ริ ูปภาพและแผนภมู แิ ทงU
ใชทD ักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร[ เพ่อื ใหมD คี วามสามารถในการส่ือสาร การคดิ การแกDปXญหา

การใชDทักษะชวี ติ และเทคโนโลยี มวี นิ ยั ใฝmเรียนรูD มุUงมนั่ การทำงาน อยูUอยาU งพอเพียง รกั ความเปนL ไทย รัก
ชาติ ศาสตรก[ ษตั ริย[ ซอื่ สตั ยส[ จุ ริต มีจิตสาธารณะ พรDอมทั้งตระหนักในคุณคUาและมเี จตคตทิ ีท่ ี่ดตี Uอ
คณติ ศาสตร[

รหัสตัวชว้ี ดั
ค๑.๑ ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓,ป.๓/๔,ป.๓/๕,ป.๓/๖,ป.๓/๗,ป.๓/๘,ป.๓/๙,ป.๓/๑๐,ป๓/๑๑
ค๑.๒ ป.๓/๑

ค๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕ , ป.๓/๖, ป.๓/๗ , ป.๓/๘,ป.๓/๙ , ป.๓/๑๐
ป.๓/๑๑, ป๓/๑๒,ป๓/๑๓
ค๒.๒ ป.๓/๑

ค๓.๑ ป.๓/๑ , ป.๓/๒
รวมทัง้ หมด ๒๘ ตวั ชีว้ ดั

คำอธิบายรายวิชา

ค ๑๔๑๐๑ คณิตศาสตรR

รายวิชาพ้ืนฐาน กลุม6 สาระการเรียนรู1คณติ ศาสตรR
ช้ันประถมศึกษาปทZ ี่ ๔ เวลา ๑๖๐ ชัว่ โมง

ศึกษา ฝzกทักษะการอUานและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจำนวนนับที่
มากกวUา ๑๐๐,๐๐๐ พรDอมทั้งเปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวนนับที่มากกวUา ๑๐๐,๐๐๐ จากสถานการณ[
ตUาง ๆ บอก อUานและเขียนเศษสUวน จำนวนคละแสดงปริมาณส่ิงตUาง ๆ และแสดงส่ิงตUาง ๆ ตามเศษสUวน

จำนวนคละท่ีกำหนด เปรียบเทียบ เรียงลำดับเศษสUวนและจำนวนคละที่ตัวสUวนตัวหน่ึงเปLนพหูคูณของอีกตัว
หน่ึง อUานและเขียนทศนิยมไมUเกิน ๓ ตำแหนUง แสดงปริมาณของสิ่งตUาง ๆ ตามทศนิยมที่กำหนด เปรียบเทียบ
และเรียงลำดับทศนิยมไมUเกิน ๓ ตำแหนUง และประมาณผลลัพธ[ของการบวก การลบการคูณ การหาร จาก

สถานการณ[ตUาง ๆ อยUางสมเหตุสมผล หาคUาของตัวไมUทราบคUาในประโยคสัญลักษณ[ แสดงการบวก การลบ
ของจำนวนนับท่ีมากกวUา ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ แสดงการคูณของจำนวนหลายหลัก ๒ จำนวน ที่มีผลคูณไมUเกิน
๖ หลัก และแสดงการหารท่ีตัวตั้งไมUเกิน ๖ หลัก ตัวหารไมUเกิน ๒ หลัก หาผลลัพธ[การบวก ลบ คูณ หารระคน

ของจำนวนนับ และ ๐ แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย[ปXญหา ๒ ข้ันตอนของจำนวนนับที่มากกวUา ๑๐๐,๐๐๐
และ ๐ สรDางโจทย[ปXญหา ๒ ข้ันตอนของจำนวนนับ และ ๐ พรDอมทั้งหาคำตอบ หาคำตอบและแสดงวิธีหา
คำตอบของโจทย[ปXญหาการบวก การลบของเศษสUวนและจำนวนคละที่ตัวสUวนตัวหนึ่งเปLนพหูคูณของอีกตัว

หน่ึง หาผลบวก ผลลบของทศนิยมไมUเกิน ๓ ตำแหนUง และแสดงวิธีหาคำตอบของโจทย[ปXญหาการบวก การลบ
๒ ข้นั ตอนของทศนิยมไมเU กิน ๓ ตำแหนงU
P แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย[ปXญหาเกี่ยวกับเวลา วัดและสรDางมุมโดยใชDโพรแทรกเตอร[ แสดงวิธีหา

คำตอบของโจทย[ปXญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพ้ืนท่ีของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก จำแนกชนิดของมุม บอกช่ือ
มุม สUวนประกอบของมุมและเขียนสัญลักษณ[แสดงมุม สรDางรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากเม่ือกำหนดความยาวของดDาน
และใชDขอD มูลจากแผนภมู แิ ทงU ตารางสองทางในการหาคำตอบของโจทยป[ Xญหา

A เพอื่ ใหนD ักเรยี นมีทกั ษะกระบวนการ โดยดDานทักษะกระบวนการ ใหนD กั เรียนมที กั ษะการแกDปญX หา
มีเหตุผล สามารถสอ่ื สารและส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร[ เช่อื มโยงและมคี วามคิดริเรม่ิ สราD งสรรคท[ าง
คณิตศาสตร[ และคุณลักษณะอันพึงประสงค[ ๘ ประการ ( รกั ชาติ ศาสน[ กษัตรยิ [ ซ่อื สัตย[สุจรติ มวี นิ ยั ใฝm

เรียนรDู อยอUู ยาU งพอเพยี ง มUงุ มั่นในการทำงาน รกั ความเปLนไทย มจี ติ สาธารณะ )
มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ัด
ค ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘, ป.๔/๙, ป.๔/๑๐, ป.๔/

๑๑, ป.๔/๑๒, ป.๔/๑๓, ป.๔/๑๔, ป.๔/๑๕, ป.๔/๑๖
ค ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ค ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒

ค ๓.๑ ป.๔/๑ รวม ๒๒ ตวั ชี้วัด

คำอธิบายรายวิชา
ค ๑๕๑๐๑ คณิตศาสตรR

รายวิชาพน้ื ฐาน กลม6ุ สาระการเรียนรค1ู ณติ ศาสตรR
ชั้นประถมศกึ ษาปZท่ี ๕ เวลา ๑๖๐ ช่วั โมง

ศึกษา ฝกz ทักษะการคดิ คำนวณ และฝกz การแกDปญX หาในสาระตอU ไปน้ี
จำนวนนับ การอาU นและการเขียนตัวหนังสือ ตวั เลขฮินดอู ารบิก ตัวเลขไทยแทนจำนวน
ช่ือหลัก คUาของตัวเลขในแตUละหลัก การเขียนในรูปกระจาย การเรียงลำดับจำนวน การประมาณคUาใกลDเคียง
เปLนจำนวนเต็มสิบ เต็มรDอย เต็มพัน สมบัติการสลับท่ีและสมบัติการเปลี่ยนหมูUของการบวก สมบัติการสลับ
ท่ีและสมบัติการเปลีย่ นหมขูU องการคณู สมบตั กิ ารแจกแจง
การบวก การลบ การคูณ การหารจำนวนนับและโจทยRปWญหาการบวก การลบ การคูณและการ
หารจำนวนนับ การบวก ลบ คูณ หารระคน โจทยป[ Xญหา
เศษส6วน เศษสUวน เศษเกิน จำนวนคละ เศษสUวนของจำนวนนับ เศษสUวนท่ีเทUากัน เศษสUวน
อยาU งต่ำ การเปรียบเทียบเศษสUวนทม่ี ตี วั สวU นเปLนพหคุ ูณของกันและกัน การเรยี งลำดบั เศษสวU น
การบวก การลบ การคูณ การหารเศษส6วน และโจทยRปWญหา การบวกและการลบเศษสUวนท่ีมี
ตวั สUวนเปนL พหุคูณของกนั และกนั การคณู และการหารเศษสUวน การบวก ลบ คณู
เศษสวU นระคน โจทยป[ ญX หา
ทศนิยม การอาU นและการเขยี นทศนิยมไมเU กินสองตำแหนUง หลกั และคาU ประจำหลกั
การเขียนในรูปกระจาย การเปรียบเทียบและเรียงลำดับทศนิยม การเขียนทศนิยมไมUเกินสองตำแหนUงใหDอยูU
ในรูปเศษสUวนและการเขียนเศษสUวนที่มีตัวสUวนเปLน ๑๐ หรือ ๑๐๐ ใหDอยูUในรูปทศนิยม การเขียนเศษสUวนท่ี
ตัวสวU นเปLนตวั ประกอบของ ๑๐ หรือ ๑๐๐ ใหอD ยใูU นรปู ทศนยิ ม
การบวก การลบ การคูณทศนิยม และโจทยRปWญหา การบวกและการลบทศนิยมไมUเกินสอง
ตำแหนUง การคูณทศนิยมท่ีมีผลคูณเปLนทศนิยมไมUเกินสองตำแหนUง การบวก ลบ คูณทศนิยมระคนที่มี
ผลลพั ธเ[ ปนL ทศนยิ มไมเU กินสองตำแหนงU โจทยป[ Xญหา
ร1อยละ และโจทยRปWญหา การเขียนเศษสUวนท่ีตัวสUวนเปLนตัวประกอบของ ๑๐๐ ใหDอยUูในรูปรDอย
ละ การเขียนรDอยละใหDอยูUในรูปเศษสUวนและทศนิยม การเปรียบเทียบเศษสUวนทศนิยม และรDอยละ รDอยละ
ของจำนวนนบั โจทยป[ XญหารอD ยละทีม่ ีผลลัพธเ[ ปนL จำนวนนบั
การประมาณคา6 จำนวนนบั การหาคUาประมาณใกลเD คียงเปนL จำนวนเตม็ สิบ เต็มรอD ย
และเต็มพนั
การหาความยาว ความยาวของเสDนรอบรูปของรูปสามเหล่ียมและรูปส่ีเหล่ียม โจทย[ปXญหาและ
สถานการณ[
การหาพื้นที่ การหาพ้ืนท่ีของรูปสามเหล่ียมและรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก การคาดคะเนพ้ืนที่เปLนตาราง
เมตร ตารางเซนติเมตร และตารางวา โจทยป[ ญX หาและสถานการณ[

การหาปริมาตร การหาปรมิ าตรและ / หรอื ความจุของทรงสเ่ี หลยี่ มมุมฉาก
รปู เรขาคณิตและสมบตั บิ างประการของรูปเรขาคณติ
- มมุ จดุ ยอดมุม แขนของมมุ การเรยี กชอื่ มมุ การเขียนสญั ลกั ษณแ[ ทนมุม

ชนิดของมุม การวัดขนาดของมุมเปLนองศา การสรDางมมุ โดยใชไD มโD พรแทรกเตอร[
- รปู ส่ีเหล่ียม รปู ส่ีเหลย่ี มจัตุรัส รปู ส่เี หลี่ยมผืนผาD รปู ส่ีเหลยี่ มดDานขนาน

รูปส่ีเหล่ียมขนมเปrยกปูน รูปส่ีเหล่ียมคางหมู รูปสี่เหล่ียมรูปวUาว การสรDางรูปส่ีเหลี่ยมมุม
ฉาก
- รูปสามเหล่ียม รูปสามเหล่ียมดDานเทUา รูปสามเหล่ียมหนDาจั่ว รูปสามเหล่ียมดDานไมUเทUา
รูปสามเหลี่ยมมุมฉาก รปู สามเหล่ียมมุมแหลม รปู สามเหลยี่ มมมุ ปาi น
สวU นประกอบของรปู สามเหลยี่ ม ขนาดของมุมภายใน การสราD งรูปสามเหลย่ี ม
- รูปวงกลม สวU นประกอบของรูปวงกลม การสรDางรปู วงกลม
- การประดษิ ฐล[ วดลายโดยใชรD ูปเรขาคณิต
- เสDนขนาน เสนD ขนานและการใชสD ัญลักษณ[ // แสดงการขนาน การสรDางเสDนขนาน
- ทรงส่ีเหลี่ยมมมุ ฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก กรวย ปริซมึ และพรี ะมดิ
แบบรูปและความสัมพนั ธR แบบรปู ของจำนวน การเขียนประโยคสัญลกั ษณ[แสดงความ
สัมพันธข[ องสถานการณ[หรือปXญหา
สถติ ิและความนา6 จะเปนf เบอ้ื งต1น การอUานแผนภูมิแทUงและแผนภมู ิแทงU เปรยี บเทยี บ
การเก็บรวบรวมขDอมูลและการเขียนแผนภูมิแทUง ความหมายและการนำไปใชDในชีวิตประจำวันของเหตุการณ[
ทีเ่ กดิ ขน้ึ แนUนอน อาจจะเกิดขน้ึ หรอื ไมเU กิดขน้ึ และไมUเกดิ ข้นึ อยาU งแนUนอน
การจัดประสบการณ[หรือสรDางสถานการณ[ที่ใกลDตัวใหDผูDเรียนไดDศึกษาคDนควDาโดยปฏิบัติจริง ทดลอง
สรุป รายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะ / กระบวนการในการคิดคำนวณ การแกDปXญหา การใหDเหตุผล การส่ือ
ความหมายทางคณิตศาสตร[ และนำประสบการณ[ดDานความรDู ความคิด ทักษะกระบวนการที่ไดDไปใชDในการ
เรียนรDูส่ิงตUาง ๆ และใชDในชีวิตประจำวันอยUางสรDางสรรค[ รวมท้ังเห็นคุณคUาและมีเจตคติท่ีดีตUอคณิตศาสตร[
สามารถทำงานอยาU งเปนL ระบบ ระเบยี บ รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณและเช่อื ม่ันในตนเอง
การวัดและประเมินผล ใชDวิธีการหลากหลายตามสภาพความเปนL จริงของเน้ือหา และทกั ษะทตี่ อD งการวัด

รหัสตวั ชี้วัด
ค ๑.๑ ป๕/๑ , ป.๕/๒, ป๕/๓
ค ๑.๒ ป๕/๑ , ป.๕/๒, ป๕/๓
ค ๑.๓ ป.๕/๑
ค ๒.๑ ป๕/๑ , ป.๕/๒, ป๕/๓, ป.๕/๔, ป. ๕/๕
ค ๒.๒ ป๕/๑
ค ๓.๑ ป๕/๑ , ป.๕/๒, ป๕/๓
ค ๓.๒ ป๕/๑ , ป.๕/๒, ป๕/๓

ค ๔.๑ ป๕/๑
ค. ๕.๑ ป๕/๑ , ป.๕/๒
ค. ๕.๒ ป.๕/๑
ค. ๖.๑ ป๕/๑ , ป.๕/๒, ป๕/๓, ป.๕/๔, ป. ๕/๕
รวม ๒๘ ตัวช้วี ดั

รายวิชาพ้ืนฐาน คำอธิบายรายวิชา
ช้ันประถมศกึ ษาปZท่ี ๖ ค ๑๖๑๐๑ คณติ ศาสตรR

กลุ6มสาระการเรยี นรู1คณิตศาสตรR
เวลาเรียน ๑๖๐ ชั่วโมง

เปรียบเทียบ เรียงลำดับ เศษสUวนและจำนวนคละจากสถานการณ[ตUาง ๆ เขียนอัตราสUวน
แสดงการเปรียบเทียบปริมาณ ๒ ปริมาณ จากขDอความหรือสถานการณ[ โดยที่ปริมาณแตUละปริมาณเปLน
จำนวนนับ หาอัตราสUวนที่เทUากับอัตราสUวนที่กำหนดใหD หา ห.ร.ม. และ ค.ร.น.ของจำนวนับไมUเกิน ๓
จำนวน แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย[ปXญหาโดยใชDความรูDเก่ียวกับห.ร.ม.และค.ร.น. หาผลลัพธ[ของการบวก ลบ
คูณ หารระคนของเศษสUวนและจำนวนคละ แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย[ปXญหาเศษสUวนและจำนวนคละ ๒-๓
ขั้นตอน หาผลหารของทศนิยมที่ตัวหารและผลหารเปLนทศนิยมไมUเกิน ๓ ตำแหนUง แสดงวิธีหาคำตอบของ
โจทย[ปXญหาการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม ๓ ขั้นตอน แสดงวิธีหาคำตอบของโจทย[ปXญหา
อัตราสUวนและโจทย[ปXญหารDอยละ ๒-๓ ขั้นตอน แสดงวิธีคิดและหาคำตอบของปXญหาเกี่ยวกับแบบรูป แสดงวิธี
หาคำตอบของโจทย[ปXญหาเกี่ยวกับปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมิติที่ประกอบดDวยทรงสี่เหล่ียมมุมฉาก แสดง
วิธีหาคำตอบของโจทย[ปXญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปและพ้ืนที่ของรูปหลายเหลี่ยม ความยาวรอบรูปและ
พ้ืนที่ของวงกลม จำแนกรูปสามเหล่ียมโดยพิจารณาจากสมบัติของรูป สรDางรูปสามเหล่ียมเมื่อกำหนดความ
ยาวของดDานและขนาดของมุม บอกลักษณะของรูปเรขาคณิตสามมิติชนิดตUาง ๆ ระบุรูปเรขาคณิตสามมิติที่
ประกอบจากรูปคลี่ และระบุรูปคลี่ของรูปเรขาคณิตสามมิติ ใชDขDอมูลจากแผนภูมิรูปวงกลมในการหาคำตอบ
ของโจทยป[ Xญหา

ในการจดั การเรียนรไDู ดDกำหนดสถานการณ[เพอ่ื ใหผD Dูเรยี นไดศD ึกษา คนD ควDา ฝกz ทักษะโดยการปฏบิ ตั ิจรงิ
สรปุ เน้ือหา มเี จตคตทิ ีด่ ตี อU คณติ ศาสตร[ มคี วามคดิ ริเริ่มสราD งสรรค[ เพือ่ พัฒนาทกั ษะและกระบวนการทาง
คณติ ศาสตร[ของผDเู รียน และนำไปใชDในชีวิตประจำวนั ไดD

รหัสตัวช้ีวดั
ค ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙,

ป.๖/๑๐, ป.๖/๑๑, ป.๖/๑๒
ค ๑.๒ ป.๖/๑
ค ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ค ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
ค ๓.๑ ป.๖/๑

รวมท้งั สิน้ ๒๑ ข1อ

คำอธิบายรายวิชา

ว ๑๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตรR ๑

รายวิชาพ้นื ฐาน กล6ุมสาระการเรียนร1ูวทิ ยาศาสตรR
ช้ันประถมศึกษาปทZ ่ี ๑ เวลา ๑๒๐ ช่ัวโมง

บริเวณที่แตกตUางกันอาจพบพืช และสัตว[แตกตUางกัน เพราะสภาพแวดลDอมของแตUละบริเวณจะมี
ความเหมาะสมตUอการดำรงชีวิตของพืชและสัตว[ที่อาศัยอยูUในแตUละบริเวณ ถDาสภาพแวดลDอมในบริเวณที่พืช
และสัตว[อาศัยอยUูมีการเปล่ียนแปลง จะมีผลตUอการดำรงชีวิตของพืชและสัตว[ มนุษย[มีสUวนตUาง ๆ ที่มีลักษณะ

และหนDาที่แตกตUางกัน เพื่อใหDเหมาะสมในการดำรงชีวิต โดยสUวนตUางๆ ของรUางกายจะทำหนDาท่ีรUวมกันในการ
ทำกิจกรรม ในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้มนุษย[จึงควรใชDสUวนตUาง ๆ ของรUางกายอยUางถูกตDอง ปลอดภัย และ
รักษา ความสะอาดอยูUเสมอ สัตว[และพืชมีหลายชนิด แตUละชนิดมีสUวนตUาง ๆ ที่มีลักษณะและหนDาที่แตกตUาง

กัน เพ่ือใหDเหมาะสม ในการดำรงชีวิต วัสดุที่ใชDทำวัตถุท่ีเปLนของเลUน ของใชD มีหลายชนิดและวัสดุบางอยUาง
สามารถนำมาประกอบกัน เพื่อทำเปLนวัตถุตUาง ๆ เสียงเกิดจากการสั่นของวัตถุ วัตถุที่ทำใหDเกิดเสียงเปLน
แหลUงกำเนิดเสียงซึ่งมีท้ังแหลUงกำเนิดเสียงตามธรรมชาติและแหลUงกำเนิดเสียงที่มนุษย[สรDางข้ึน เสียงเคล่ือนที่

ออกจากแหลUงกำเนิดเสียงทุกทิศทาง บนทDองฟiามีดวงอาทิตย[ ดวงจันทร[ และดาว ซ่ึงในเวลากลางวันจะ
มองเห็นดวงอาทิตย[และอาจมองเห็นดวงจันทร[บางเวลาในบางวัน แตUไมUสามารถมองเห็นดาว ในเวลากลางวัน
มองไมUเห็นดาวสUวนใหญUเนื่องจากแสงอาทิตย[สวUางกวUาจึงกลบแสงของดาว สUวนในเวลากลางคืนจะมองเห็นดาว

และมองเห็นดวงจันทร[ เกือบทุกคืน หินที่อยUูในธรรมชาติมีลักษณะภายนอกเฉพาะตัว ท่ีสังเกตไดD เชUน สี
ลวดลาย น้ำหนักความแข็ง และเน้ือหิน การแกDปXญหาใหDประสบความสำเร็จทำไดDโดยใชDข้ันตอนการแกDปXญหา
อยUางงUาย เชUน เกมเขาวงกต เกมหาจุดแตกตUางของภาพ การจัดหนังสือใสUกระเป€า การแสดงข้ันตอนการ

แกDปXญหาทำไดDโดยการเขียน บอกเลUา วาดภาพ หรือใชDสัญลักษณ[ ปXญหาอยUางงUาย เชUน เกมเขาวงกต เกมหา
จุดแตกตUางของภาพ การจัดหนังสือใสUกระเป€า การเขียนโปรแกรมเปLนการสรDางลำดับของคำส่ัง ใหD
คอมพิวเตอร[ทำงาน ตัวอยUางโปรแกรม เชUน เขียนโปรแกรมสั่งใหD ตัวละครยDายตำแหนUง ยUอขยายขนาด เปลี่ยน

รูปรUาง ซอฟต[แวร[ หรือสื่อที่ใชDในการเขียนโปรแกรม เชUน ใชDบัตรคำสั่งแสดงการเขียนโปรแกรม, Code.org
การใชDงานอุปกรณ[เทคโนโลยีเบ้ืองตDน เชUน การใชDเมาส[ คีย[บอร[ด จอสัมผัส การเป‡ด-ป‡ด อุปกรณ[เทคโนโลยี
การใชDงานซอฟต[แวร[เบื้องตDน เชUน การเขDาและออกจากโปรแกรม การสรDางไฟล[ การจัดเก็บ การเรียกใชDไฟล[

ทำไดDโปรแกรม เชUน โปรแกรมประมวลคำ โปรแกรมกราฟ‡ก โปรแกรมนำเสนอ การสรDางและจัดเก็บไฟล[อยUาง
เปLนระบบจะทำใหDเรียกใชD คDนหาขDอมูลไดDงUายและรวดเร็ว การใชDเทคโนโลยีสารสนเทศอยUางปลอดภัย เชUน
รDูจักขDอมูลสUวนตัว อันตรายจากการเผยแพรUขDอมูลสUวนตัวและไมUบอกขDอมูลสUวนตัวกับบุคคลอ่ืนยกเวDน

ผDูปกครอง หรือครู แจDงผูDเก่ียวขDองเมื่อตDองการ ความชUวยเหลือเก่ียวกับการใชDงานขDอปฏิบัติในการใชDงานและ
การดูแลรักษาอุปกรณ[ เชUนไมUขีดเขียนบนอุปกรณ[ ทำความสะอาด ใชDอุปกรณ[อยUางถูกวิธีการใชDงานอยUาง
เหมาะสม เชUน จัดทUาน่ังใหDถูกตDองการพักสายตาเมื่อใชDอุปกรณ[เปLนเวลานาน ระมัดระวังอุบัติเหตุจากการใชD

งาน

นักเรียนมีทักษะการสังเกต โดยสังเกตชนิดของพืชและสัตว[และสภาพแวดลDอมท่ีพบในบริเวณน้ัน ๆ
ทักษะการลงความเห็นจากขDอมูล โดยแสดงความคิดเห็นและเชื่อมโยงขDอมูลเก่ียวกับความเหมาะสมของ
สภาพแวดลDอมตUอการดำรงชีวิตของพืชและสัตว[ท่ีอาศัยอยูUในบริเวณน้ัน ๆ ทักษะการสังเกต โดยสังเกตและ
บรรยายลักษณะและการทำหนDาที่รUวมกันของสUวนตUาง ๆ ของรUางกายมนุษย[๒. ทักษะการลงความเห็นจาก
ขDอมูล โดยแสดงความคิดเห็นและเชื่อมโยงขDอมูลเก่ียวกับมนุษย[ใชDสUวนตUาง ๆ ของรUางกายมนุษย[ ทักษะการ
สังเกต โดยสังเกตสมบัติที่สังเกตไดDของวัสดุท่ีใชDทำวัตถุ และบันทึกส่ิงที่สังเกตไดD ทักษะการจำแนกประเภท
โดยจัดกลุUมวัสดุตUาง ๆ ตามสมบัติที่สังเกตไดDของวัสดุหรือชนิดของวัสดุทักษะการตีความหมายขDอมูลและลง
ขDอสรุปโดยการตีความหมายขDอมูลจากการสังเกตมาลงขDอสรุปสมบัติและชนิดของวัสดุที่ใชDทำวัตถุ ทักษะการ
สังเกต โดยบรรยายการเปลี่ยนแปลงของแหลUงกำเนิดเสียงเม่ือทำใหDเกิดเสียง และบรรยายทิศทางการเคลื่อนที่
ของเสียงจากแหลUงกำเนิดเสียง เมื่อผDูสังเกตอยUูท่ีตำแหนUงตUาง ๆ ทักษะลงความเห็นจากขDอมูลโดอภิปรายและ
เชื่อมโยงความรDูเกี่ยวกับการเกิดเสียงและทิศทางการเคลื่อนท่ีของเสียงกับหลักฐานเชิงประจักษ[ท่ีไดDจากการ
สังเกตมาลง ความเห็นเกี่ยวกับการเกิดเสียงและทิศทางการเคล่ือนท่ีของเสียงจากแหลUงกำเนิดเสียง ทักษะการ
ตีความหมายขDอมูลและลงขDอสรุปโดยทำความเขDาใจขDอมูลที่บันทึกไดDจากการสังเกตเพ่ือลงขDอสรุปเกี่ยวกับการ
เกิดเสียง ทักษะการสังเกต โดยสังเกตทDองฟiาในเวลากลางวันและกลางคนื และบันทึกส่ิงท่ีสังเกต ทักษะการ
ลงความเห็นจากขDอมูล โดยนำขDอมูลจากการสังเกตทDองฟiามาอธิบายวUามองเห็นดวงอาทิตย[ในเวลากลางวัน
มองเห็นดวงจันทร[และดาวอื่น ๆ ในเวลากลางคืน โดยบางวันในเวลากลางวันอาจเห็นดวงจันทร[บางเวลา
ทักษะการสรDางแบบจำลอง โดยการนำขDอมูลท่ีไดDจากการสังเกต มาออกแบบและเลือกใชDวัสดุแทนทDองฟiา ดวง
อาทิตย[ดวงจันทร[ และดาวอื่น ๆ เพื่ออธิบายการมองเห็นดวงอาทิตย[ ดวงจันทร[และดาว ทักษะการสังเกต
โดยการสังเกตลักษณะภายนอกของหินทักษะการจัดกระทำและสื่อความหมายขDอมูล โดยการนำขDอมูลท่ีไดD
จากการสังเกตมาจัดกระทำและนำเสนอทักษะการลงความเห็นจากขDอมูล โดยนำขDอมูลจากการสังเกตหินมา
อธิบายและลงความเห็นเก่ียวกับลักษณะของหิน การแกDปXญหาใหDประสบความสำเร็จทำไดDโดยใชDข้ันตอนการ
แกDปXญหา อยUางงUาย เชUน เกมเขาวงกต เกมหาจุดแตกตUางของภาพ การจัดหนังสือใสUกระเป€า การแสดงข้ันตอน
การแกDปXญหาทำไดDโดยการเขียน บอกเลUา วาดภาพ หรือใชDสัญลักษณ[ ปXญหาอยUางงUาย เชUน เกมเขาวงกต เกม
หาจุดแตกตUางของภาพ การจัดหนังสือใสUกระเป€า เขียนโปรแกรมเปLนการสรDางลำดับของคำสั่ง ใหDคอมพิวเตอร[
ทำงาน ตัวอยUางโปรแกรม เชUน เขียนโปรแกรมสั่งใหD ตัวละครยDายตำแหนUง ยUอขยายขนาด เปลี่ยนรูปรUาง
ซอฟต[แวร[ หรือสื่อท่ีใชDในการเขียนโปรแกรม เชUน ใชDบัตรคำส่ังแสดงการเขียนโปรแกรม, Code.org การใชDงาน
อุปกรณ[เทคโนโลยีเบ้ืองตDน เชUน การใชDเมาส[ คีย[บอร[ด จอสัมผัส การเป‡ด-ป‡ด อุปกรณ[เทคโนโลยีการใชDงาน
ซอฟต[แวร[เบ้ืองตDน เชUน การเขDาและออกจากโปรแกรม การสรDางไฟล[ การจัดเก็บ การเรียกใชDไฟล[ ทำไดD
โปรแกรม เชUน โปรแกรมประมวลคำ โปรแกรมกราฟ‡ก โปรแกรมนำเสนอ การสรDางและจัดเก็บไฟล[อยUางเปLน
ระบบจะทำใหDเรียกใชD คDนหาขDอมูลไดDงUายและรวดเร็ว การใชDเทคโนโลยีสารสนเทศอยUางปลอดภัย เชUน รDูจัก
ขDอมูลสUวนตัว อันตรายจากการเผยแพรUขDอมูลสUวนตัวและไมUบอกขDอมูลสUวนตัวกับบุคคลอ่ืนยกเวDนผDูปกครอง
หรือครู แจDงผูDเก่ียวขDองเม่ือตDองการ ความชUวยเหลือเก่ียวกับการใชDงานขDอปฏิบัติในการใชDงานและการดูแล

รักษาอุปกรณ[ เชUนไมUขีดเขียนบนอุปกรณ[ ทำความสะอาด ใชDอุปกรณ[อยUางถูกวิธีการใชDงานอยUางเหมาะสม เชUน
จัดทาU นง่ั ใหDถูกตDองการพักสายตาเม่ือใชDอปุ กรณเ[ ปนL เวลานาน ระมดั ระวังอุบตั ิเหตุจากการใชงD าน

เพือ่ ใหนD กั เรียนมที กั ษะกระบวนการ โดยดาD นทักษะกระบวนการ ใหDนกั เรยี นมที ักษะการสังเกต การ
วดั การจำแนกประเภท การหาความสมั พนั ธร[ ะหวาU งมติ กิ บั มิติ และมิตกิ ับเวลา การคำนวณ การจัดการกระทำ
และส่อื ความหมายขDอมลู การลงความเห็นจากขอD มูล การพยากรณ[ การตง้ั สมมตฐิ าน การกำหนดนิยามเชงิ
ปฏิบตั ิการ การกำหนดและควบคมุ ตวั แปร การทดลอง การตคี วามหมายขอD มูลและลงขอD สรปุ การสราD ง
แบบจำลอง และมีคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค[ ๘ ประการ รกั ชาติศาสน[ กษตั รยิ [ ซือ่ สตั ยส[ ุจรติ มีวนิ ยั ใฝmเรยี นรDู
อยUอู ยUางพอเพียงมUงุ มัน่ ในการทำงาน รักความเปนL ไทย และมจี ิตสาธารณะ

มาตรฐานตวั ช้ีวัด ป.๑/๑,ป.๑/๒
ว ๑.๑ ป.๑/๑,ป.๑/๒
ว ๑.๒ ป.๑/๑,ป.๑/๒
ว ๒.๑ ป.๑/๑
ว ๒.๓ ป.๑/๑,ป.๑/๒
ว ๓.๑ ป.๑/๑
ว ๓.๒ ป.๑/๑,ป.๑/๒,ป.๑/๓,ป.๑/๔,ป.๑/๕
ว ๔.๒

รวม ๗ มาตรฐาน ๑๕ ตวั ชี้วัด

คำอธบิ ายรายวิชา
ว ๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตรR

รายวิชาพื้นฐาน กล6มุ สาระการเรียนรู1วทิ ยาศาสตรR
ช้ันประถมศึกษาปทZ ี่ ๒ เวลา ๑๒๐ ชว่ั โมง

ระบุวUาพืชตDองการแสงและน้ำ เพ่ือการเจริญเติบโต โดยใชDขDอมูลจากหลักฐานเชิงประจักษ[ ตระหนัก
ถึงความจำเปLนที่พืชตDองไดDรับน้ำและแสงเพื่อการเจริญเติบโต โดยดูแลพืชใหDไดDรับสิ่งดังกลUาวอยUางเหมาะสม
สรDางแบบจำลองท่ีบรรยายวัฏจักรชีวิตของพืชดอกเปรียบเทียบลักษณะของส่ิงมีชีวิตและส่ิงไมUมีชีวิต จากขDอมูล
ท่ีรวบรวมไดD เปรียบเทียบสมบัติการดูดซับน้ำของวัสดุโดยใชDหลักฐานเชิงประจักษ[ และระบุการนำสมบัติการ
ดูดซับน้ำของวัสดุไปประยุกต[ใชDในการทำวัตถุในชีวิตประจำวัน อธิบายสมบัติที่สังเกตไดDของวัสดุที่เกิดจากการ
นำวัสดุมาผสมกันโดยใชDหลักฐานเชิงประจักษ[ เปรียบเทียบสมบัติท่ีสังเกตไดDของวัสดุ เพ่ือนำมาทำเปLนวัตถุใน
การใชDงานตามวัตถุประสงค[และอธิบายการนำวัสดุท่ีใชDแลDวกลับมาใชDใหมUโดยใชDหลักฐานเชิงประจักษ[
ตระหนักถึงประโยชน[ของการนำวัสดุที่ใชDแลDวกลับมาใชDใหมU โดยการนำวัสดุที่ใชDแลDวกลับมาใชDใหมU บรรยาย
แนวการเคลือ่ นทขี่ องแสงจากแหลUงกำเนดิ แสง และอธบิ ายการมองเห็นวตั ถุจากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ[
ตระหนักในคุณคUาของความรูDของการมองเห็นโดยเสนอแนะแนวทางการปiองกันอันตราย จากการมองวัตถุท่ี
อยUูในบริเวณที่มีแสงสวUางไมUเหมาะสม ระบุสUวนประกอบของดิน และจำแนกชนิดของดินโดยใชDลักษณะเนื้อดิน
และการจบั ตวั เปนL เกณฑ[ อธบิ ายการใชDประโยชนจ[ ากดิน จากขอD มูล ท่ีรวบรวมไดD

แสดงลำดับข้ันตอนการทำงานหรือการแกDปXญหาอยUางงUายโดยใชDภาพ สัญลักษณ[ หรือขDอความ เขียน
โปรแกรมอยUางงUาย โดยใชDซอฟต[แวร[หรือส่ือ และตรวจหาขDอผิดพลาดของโปรแกรม ใชDเทคโนโลยีในการสรDาง
จัดหมวดหมUู คDนหา จัดเก็บ เรียกใชDขDอมูลตามวัตถุประสงค[ ใชDเทคโนโลยีสารสนเทศอยUางปลอดภัย ปฏิบัติตาม
ขอD ตกลงในการใชDคอมพิวเตอร[รวU มกัน ดูแลรกั ษาอุปกรณ[เบ้ืองตDน ใชงD านอยาU งเหมาะสม

เพ่ือใหDนักเรียนมีทักษะกระบวนการ โดยดDานทักษะกระบวนการ ใหDนักเรียนมีทักษะการสังเกต การ
วัด การจำแนกประเภท การหาความสัมพันธ[ระหวUางมิติกับมิติ และมิติกับเวลา การคำนวณ การจัดการกระทำ
และสื่อความหมายขDอมูล การลงความเห็นจากขDอมูล การพยากรณ[ การตั้งสมมติฐาน การกำหนดนิยามเชิง
ปฏิบัติการ การกำหนดและควบคุมตัวแปร การทดลอง การตีความหมายขDอมูลและลงขDอสรุป การสรDาง
แบบจำลอง และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค[ ๘ ประการ รักชาติศาสน[ กษัตริย[ ซ่ือสัตย[สุจริตมีวินัย ใฝmเรียนรูD
อยูUอยUางพอเพยี งมUงุ ม่ันในการทำงาน รกั ความเปLนไทย และมจี ิตสาธารณะ

มาตรฐานตวั ช้ีวดั
ว ๑.๒ ป.๒/๑,ป.๒/๒,ป.๒/๓
ว ๑.๓ ป.๒/๑
ว ๒.๑ ป.๒/๑,ป.๒/๒,ป.๒/๓,ป.๒/๔
ว ๒.๓ ป.๒/๑,ป.๒/๒

ว ๓.๒ ป.๒/๑,ป.๒/๒
ว ๔.๒ ป.๒/๑,ป.๒/๒,ป.๒/๓,ป.๒/๔
รวม ๗ มาตรฐาน ๑๖ ตวั ช้ีวัด

รายวชิ าพืน้ ฐาน คำอธบิ ายรายวชิ า
ช้นั ประถมศกึ ษาปZท่ี ๓
ว ๑๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตรR

กลุม6 สาระการเรียนร1วู ิทยาศาสตรR
เวลา ๑๒๐ ชั่วโมง

บรรยายสิ่งท่ีจำเปLนตUอการดำรงชีวิต และการเจริญเติบโตของมนุษย[และสัตว[ โดยใชDขDอมูลท่ี
รวบรวมไดD ตระหนักถึงประโยชน[ของอาหาร น้ำ และอากาศ โดยการดูแลตนเองและสัตว[ใหDไดDรับสิ่ง
เหลUาน้ีอยUางเหมาะสม สรDางแบบจำลองที่บรรยายวัฏจักรชีวิตของสัตว[ และเปรียบเทียบวัฏจักรชีวิตของ
สัตวบ[ างชนดิ
ตระหนักถึงคุณคUาของชีวิตสัตว[ โดยไมUทำใหDวัฏจักรชีวิตของสัตว[เปล่ียนแปลง อธิบายวUาวัตถุประกอบ
ขึ้นจากชิ้นสUวนยUอย ๆ ซึ่งสามารถแยกออกจากกันไดDและประกอบกันเปLนวัตถุชิ้นใหมUไดD โดยใชDหลักฐาน
เชิงประจักษ[ อธิบายการเปล่ียนแปลงของวัสดุเม่ือทำใหDรDอนข้ึนหรือทำใหDเย็นลง โดยใชDหลักฐานเชิง
ประจักษ[ ระบุผลของแรงท่ีมีตUอการเปล่ียนแปลง การเคล่ือนที่ของวัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ[
เปรียบเทียบและยกตัวอยUางแรงสัมผัสและแรงไมUสัมผัสท่ีมีผลตUอการเคลื่อนท่ีของวัตถุ โดยใชDหลักฐาน
เชิงประจักษ[ จำแนกวัตถุโดยใชDการดึงดูดกับแมUเหล็ก เปLนเกณฑ[จากหลักฐานเชิงประจักษ[ ระบุ
ขั้วแมUเหล็กและพยากรณ[ผลที่เกิดข้ึนระหวUางข้ัวแมUเหล็กเม่ือนำมาเขDาใกลDกันจากหลักฐานเชิงประจักษ[
ยกตัวอยUางการเปล่ียนพลังงานหน่ึงไปเปLนอีกพลังงานหนึ่งจากหลักฐานเชิงประจักษ[ บรรยายการทำงาน
ของเคร่ืองกำเนิดไฟฟiาและระบุแหลUงพลังงานในการผลิตไฟฟiา จากขDอมูลที่รวบรวมไดD ตระหนักใน
ประโยชน[และโทษของไฟฟiา โดยนำเสนอวิธีการใชDไฟฟiาอยUางประหยัด และปลอดภัย อธิบายแบบรูป
เสDนทางการขึ้นและตก ของดวงอาทิตย[โดยใชDหลักฐานเชิงประจักษ[ อธิบายสาเหตุการเกิดปรากฏการณ[
การขึ้นและตกของดวงอาทิตย[ การเกิดกลางวันกลางคืน และการกำหนดทิศ โดยใชDแบบจำลอง
ตระหนักถึงความสำคัญของดวงอาทิตย[ โดยบรรยายประโยชน[ของดวงอาทิตย[ตUอส่ิงมีชีวิต ระบุ
สUวนประกอบของอากาศ บรรยายความสำคัญของอากาศ และผลกระทบของมลพิษทางอากาศตUอ
สิ่งมีชีวิต จากขDอมูลที่รวบรวมไดD ตระหนักถึงความสำคัญของอากาศ โดยนำเสนอแนวทางการปฏิบัติตน
ในการลดการเกิดมลพิษทางอากาศ อธิบายการเกิดลมจากหลักฐานเชิงประจักษ[ บรรยายประโยชน[
และโทษของลม จากขDอมลู ทีร่ วบรวมไดD

แสดงอัลกอริทมึ ในการทำงานหรือการแกปD XญหาอยUางงาU ยโดยใชภD าพ สัญลกั ษณ[ หรอื ขDอความ
เขียนโปรแกรมอยUางงUาย โดยใชDซอฟต[แวร[หรือสื่อ และตรวจหาขDอผิดพลาดของโปรแกรม ใชD
อินเทอร[เน็ตคDนหาความรูD รวบรวม ประมวลผล และนำเสนอขDอมูล โดยใชDซอฟต[แวร[ตามวัตถุประสงค[
ใชเD ทคโนโลยีสารสนเทศอยาU งปลอดภยั ปฏิบตั ติ ามขอD ตกลงในการใชอD นิ เทอรเ[ นต็

มาตรฐานตัวชีว้ ดั

ว ๑.๒ ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓,ป.๓/๔
ว ๒.๑ ป.๓/๑,ป.๓/๒
ว ๒.๒ ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓,ป.๓/๔
ว ๒.๓ ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓
ว ๓.๑ ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓
ว ๓.๒ ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓,ป.๓/๔
ว ๔.๒ ป.๓/๑,ป.๓/๒,ป.๓/๓,ป.๓/๔,ป.๓/๕

รวม ๗ มาตรฐาน ๒๕ ตวั ชว้ี ดั

รายวชิ าพ้ืนฐาน คำอธิบายรายวชิ า
ชัน้ ประถมศกึ ษาปทZ ่ี ๔
ว ๑๔๑๐๑ วิทยาศาสตรR

กลม6ุ สาระการเรยี นร1ูวทิ ยาศาสตรR
เวลา ๑๒๐ ชั่วโมง

สUวนตUางๆของพืชดอกทำหนDาท่ีแตกตUางกัน พืชแบUงออกเปLนพืชมีดอกและพืชไมUมีดอก ส่ิงมีชีวิต
มีความเหมือนและความตUาง สัตว[จำแนกออกเปLนสัตว[มีกระดูกสันหลังและสัตว[ไมUมีกระดูกสันหลัง
บรรยายลักษณะเฉพาะที่สังเกตไดDของสัตว[มีกระดูกสันหลังในกลุUมปลา กลุUมสัตว[สะเทินน้ำสะเทินบก
กลุUมสัตว[เลื้อยคลานกลุUมนกและกลุUมสัตว[เล้ียงลูกดDวยน้ำนมและยกตัวอยUางสิ่งมีชีวิตในแตUละกลUุม
สมบัติทางกายภาพดDานความแข็งสภาพยืดหยUุนการนำความรDอนและการนำไฟฟiาของวัสดุ วัสดุแตUละ
ชนิดมีสมบัติแตกตUางกันจึงมีประโยชน[ตUางกันวัสดุเปLนสสารเพราะมีมวลและตDองการท่ีอยูU เคร่ืองมือวัด
มวลและปริมาตรของสารทั้ง ๓ สถานะ อธิบายแรงดึงดูดของโลกทำใหDวัตถุตกลงสUูพ้ืนโลก บรรยายมวล
ของวัตถุท่ีมีผลตUอการเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนท่ีของวัตถุ การจำแนกวัตถุเปLนตัวกลางโปรUงใส ตัวกลาง
โปรUงแสง และวัตถุทึบแสง จากลักษณะการมองเห็นสิ่งตUาง ๆ ผUานวัตถุ แบบรูปเสDนทางการขึ้นและตก
ของดวงจันทร[ แบบรูปการเปล่ียนแปลงรูปรUางปรากฏของดวงจันทร[และพยากรณ[รูปรUางปรากฏของดวง
จันทร[ คาบการโคจรของดาวเคราะห[ตUาง ๆ ใชDเหตผุ ลเชิงตรรกะในการแกDปXญหา การอธิบายการทำงาน
การคาดการณ[ผลลัพธ[ จากปXญหาอยUางงUาย ออกแบบ และเขียนโปรแกรมอยUางงUาย โดยใชDซอฟต[แวร[
หรือสื่อ และตรวจหาขDอผิดพลาดและแกDไข ใชDอินเทอร[เน็ตคDนหาความรูD และประเมินความนUาเช่ือถือ
ของขDอมูล รวบรวม ประเมิน นำเสนอขDอมูลและสารสนเทศ โดยใชDซอฟต[แวร[ที่หลากหลาย เพื่อ
แกDปXญหาในชีวิตประจำวัน ใชDเทคโนโลยีสารสนเทศอยUางปลอดภัย เขDาใจสิทธิและหนDาท่ีของตน เคารพ
ในสทิ ธิของผอDู ืน่ แจงD ผเูD กีย่ วขDองเมื่อพบขDอมูลหรอื บุคคลทไี่ มเU หมาะสม

รวบรวมขDอมูลและบรรยายหนDาที่ส6วนต6างๆของพืชดอก จำแนกพืชดอกและพืชไมUมีดอก
จำแนกสัตว[ออกเปLนสัตว[มีกระดูกสันหลังและสัตว[ไมUมีกระดูกสันหลังพรDอมท้ังรวบรวมขDอมูล สังเกต
บรรยาย ลักษณะเฉพาะท่ีสังเกตไดDของสัตว[มีกระดูกสันหลังในกลุUมปลากลUุมสัตว[สะเทินน้ำสะเทินบก
กลUุมสัตว[เล้ือยคลานกลุUมนกและกลUุมสัตว[เลี้ยงลูกดDวยน้ำนมและยกตัวอยUางส่ิงมีชีวิตในแตUละกลUุม
สังเกต ทดลอง บันทึกผล สรุปผลการทดลอง อภิปรายผลการทดลองและสรุปผลการอภิปรายอธิบาย
ผลของการเปล่ียนแปลงที่เกิดขึ้นกับวัสดุ สังเกต ทดลอง เปรียบเทียบสมบัติของสสารท้ัง๓สถานะจาก
ขDอมูลที่ไดDจากการสังเกตมวลการตDองการที่อยUูรูปรUางและปริมาตรของสสาร ทดลอง สังเกตรูปรUางของ
สสารที่เปLนของแข็ง ของเหลวและแก|ส และบันทึกส่ิงที่สังเกต ใชDเครื่องช่ังมวลชั่งมวลและระบุหนUวย
ของมวล ใชDอุปกรณ[ตวงสารและระบุหนUวยปริมาตร การหาความสัมพันธ[ระหวUางสเปซกับสเปซ โดยการ
บอกปริมาตรและรูปรUางของสสารในสถานะของแข็ง ของเหลว และแก|สการจัดกระทำและการสื่อ

ความหมายขDอมูลโดยนำขDอมูลที่ไดDจากวัดและการสังเกตมานำเสนอในรูปแบบตารางทักษะการสังเกต
โดยบรรยายลักษณะและเสDนทางการเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนที่ของวัตถุเมื่อปลUอยวัตถุใหDตกในแนวด่ิง
อยUางอิสระ ทักษะการวัด โดยการใชDเคร่ืองช่ังสปริงช่ังน้ำหนักของวัตถุตUาง ๆ พรDอมระบุหนUวยของ
น้ำหนัก การจัดกระทำและส่ือความหมายขDอมูล โดยการนำเสนอขDอมูลเกี่ยวกับแรงโนDมถUวงของโลกและ
มวลของวัตถุดDวยรูปแบบหรือวิธีการตUาง ๆ การลงความเห็นจากขDอมูล โดยอภิปรายและเชื่อมโยงความรูD
เก่ยี วกบั แรงโนDมถUวงของโลกและมวลของวตั ถุ กับขอD มลู การสงั เกต โดยบรรยายความยากงUาย
ในการทำใหDวัตถุที่มีมวลตUางกันเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนที่ การลงความเห็นจากขDอมูล โดยการนำขDอมูล
จากการสังเกต เชื่อมโยงความรDูเรื่องมวลมาบรรยายมวลของวัตถุที่มีผลตUอการเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนท่ี
ของวัตถุ การตีความหมายขDอมูลและลงขDอสรุปโดยทำความเขDาใจขDอมูลท่ีบันทึกไดDจากการสังเกตเพ่ือลง
ขDอสรุปเก่ียวกับมวลของวัตถุท่ีมีผลตUอการเปลี่ยนแปลงการเคล่ือนที่ของวัตถุ การสังเกต โดยบรรยาย
ลักษณะของการมองเห็นส่ิงตUาง ๆ เม่ือมีวัตถุมาก้ันแสงการจำแนกประเภท โดยการจัดกลุUมวัตถุท่ีนำมา
กั้นแสง ตามเกณฑ[ลักษณะการมองเห็นแหลUงกำเนิดแสงเมื่อมองผUานวัตถุนั้น การตีความหมายขDอมูล
และลงขDอสรุปโดยทำความเขDาใจขDอมูลท่ีบันทึกไดDจากการสังเกตไดD เพื่อลงขDอสรุปเก่ียวกับการจำแนก
วัตถุออกเปLนตัวกลางโปรUงใสตัวกลางโปรUงแสง และวัตถุทึบแสง การสังเกต โดยการสังเกตเสDนทางการ
ขึ้นและตกของดวงจันทร[บนทDองฟiาการลงความเห็นจากขDอมูล โดยใชDขDอมูลจากการสังเกตมาอธิบาย
แบบรูปเสDนทางการขึ้นและตกของดวงจันทร[การสรDางแบบจำลอง โดยการนำขDอมูลที่ไดDจากการสืบคDน
และความรูDเดิมจากการสรDางแบบจำลองอธิบายการข้ึนและตกของดวงอาทิตย[มาใชDในการออกแบบและ
สรDางแบบจำลองอธิบายเสDนทางการข้ึนและตกของดวงจันทร[ การสังเกต โดยสังเกตรูปรUางปรากฏของ
ดวงจันทร[ การพยากรณ[ โดยใชDขDอมูลเกี่ยวกับแบบรูปการเปล่ียนแปลงรูปรUางปรากฏของดวงจันทร[ เพ่ือ
พยากรณ[รูปรUางปรากฏของดวงจันทร[ในเดือนอื่น ๆ การสรDางแบบจำลอง โดยการนำขDอมูลท่ีไดDจากการ
สืบคDนขDอมูลมาออกแบบและเลือกใชDวัสดุอุปกรณ[เพื่อสรDางแบบจำลองแบบรูปการเปล่ียนแปลงรูปรUาง
ปรากฏของดวงจันทร[การหาความสัมพันธ[ระหวUางสเปซกับสเปซและสเปซกับเวลา โดยนำขDอมูลที่ไดD
จากการสรDางแบบจำลอง และอธิบายความสัมพันธ[ระหวUางตำแหนUงของดาวเคราะห[กับคาบการโคจร
ทักษะการใชDจำนวน โดยคำนวณเพ่ือยUอสUวนขนาดของดวงอาทิตย[และดาวเคราะห[และระยะหUาง
ระหวUางดาวเคราะห[กับดวงอาทิตย[ ทักษะการตีความหมายขDอมูลและลงขDอสรุป โดยการตีความหมาย
ขDอมูลและลงขDอสรุปเกี่ยวกับความสัมพันธ[ระหวUางตำแหนUงของดาวเคราะห[กับคาบการโคจร ใชDเหตุผล
เชิงตรรกะในการแกDปXญหา การอธิบายการทำงาน การคาดการณ[ผลลัพธ[ จากปXญหาอยUางงUาย ออกแบบ
และเขียนโปรแกรมอยUางงUาย โดยใชDซอฟต[แวร[หรือส่ือ และตรวจหาขDอผิดพลาดและแกDไข ใชD
อินเทอร[เน็ตคDนหาความรูD และประเมินความนUาเช่ือถือของขDอมูล รวบรวม ประเมิน นำเสนอขDอมูลและ
สารสนเทศ โดยใชDซอฟต[แวร[ท่ีหลากหลาย เพื่อแกDปXญหาในชีวิตประจำวัน ใชDเทคโนโลยีสารสนเทศ
อยUางปลอดภัย เขDาใจสิทธิและหนDาท่ีของตน เคารพในสิทธิของผูDอื่น แจDงผูDเก่ียวขDองเม่ือพบขDอมูลหรือ
บุคคลทีไ่ มเU หมาะสม

เพื่อใหDนักเรียนมีทักษะกระบวนการ โดยดDานทักษะกระบวนการ ใหDนักเรียนมีทักษะการ
สังเกต การวัด การจำแนกประเภท การหาความสัมพันธ[ระหวUางมิติกับมิติ และมิติกับเวลา การคำนวณ
การจัดการกระทำและสื่อความหมายขDอมูล การลงความเห็นจากขDอมูล การพยากรณ[ การต้ังสมมติฐาน
การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ การกำหนดและควบคุมตัวแปร การทดลอง การตีความหมายขDอมูล
และลงขDอสรุป การสรDางแบบจำลอง และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค[ ๘ ประการ รักชาติศาสน[ กษัตริย[
ซือ่ สตั ยส[ จุ ริตมวี นิ ัย ใฝเm รียนรDู อยูUอยUางพอเพียงมUุงมั่นในการทำงาน รักความเปนL ไทย และมีจิตสาธารณะ

มาตรฐานตวั ช้ีวัด
ว ๑.๒ ป.๔/๑
ว ๑.๓ ป.๔/๑,ป.๔/๒,ป.๔/๓,ป.๔/๔
ว ๒.๑ ป.๔/๑,ป.๔/๒,ป.๔/๓,ป.๔/๔
ว ๒.๒ ป.๔/๑,ป.๔/๒,ป.๔/๓
ว ๒.๓ ป.๔/๑
ว ๓.๑ ป.๔/๑,ป.๔/๒,ป.๔/๓
ว ๔./๒ ป.๔/๑,ป.๔/๒,ป.๔/๓,ป.๔/๔,ป.๔/๕

รวม ๗ มาตรฐาน ๒๑ ตวั ชว้ี ัด

รายวชิ าพ้ืนฐาน คำอธิบายรายวิชา
ชน้ั ประถมศึกษาปZที่ ๕
ว ๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตรR

กลุม6 สาระการเรยี นรวู1 ทิ ยาศาสตรR
เวลา ๑๒๐ ชั่วโมง

บรรยายโครงสรDางและลักษณะของสิ่งมีชีวิตท่ีเหมาะสมกับการดำรงชีวิต ซ่ึงเปLนผลมาจากการ
ปรับตัวของสิ่งมีชีวิตในแตUละแหลUงที่อยUู อธิบายความสัมพันธ[ระหวUางส่ิงมีชีวิตกับส่ิงมีชีวิต และ
ความสัมพันธ[ระหวUางสิ่งมีชีวิตกับส่ิงไมUมีชีวิต เพื่อประโยชน[ตUอการดำรงชีวิต เขียนโซUอาหารและระบุ
บทบาทหนDาที่ของส่ิงมีชีวิตท่ีเปLนผูDผลิตและผูDบริโภคในโซUอาหาร ตระหนักในคุณคUาของสิ่งแวดลDอมท่ีมี
ตUอการดำรงชีวิตของส่ิงมีชีวิต โดยมีสUวนรUวมในการดูแลรักษาสิ่งแวดลDอม อธิบายลักษณะทาง
พันธุกรรมที่มีการถUายทอดจากพUอแมUสUูลูกของพืช สัตว[ และมนุษย[ แสดงความอยากรDูอยากเห็น โดย
การถามคำถามเกี่ยวกับลักษณะท่ีคลDายคลึงกันของตนเองกับพUอแมU อธิบายการเปล่ียนสถานะของสสาร
เมื่อทำใหDสสารรDอนขึ้นหรือเย็นลง โดยใชDหลักฐานเชิงประจักษ[ อธิบายการละลายของสารในน้ำ โดยใชD
หลักฐานเชิงประจักษ[ วิเคราะห[การเปลี่ยนแปลงของสารเม่ือเกิดการเปล่ียนแปลงทางเคมี โดยใชD
หลักฐานเชิงประจักษ[ วิเคราะห[และระบุการเปล่ียนแปลงที่ผันกลับไดDและการเปลี่ยนแปลงท่ีผันกลับ
ไมUไดD อธิบายวิธีการหาแรงลัพธ[ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกันท่ีกระทำตUอวัตถุในกรณีท่ีวัตถุอยูUนิ่ง
จากหลักฐานเชิงประจักษ[ เขียนแผนภาพแสดงแรงท่ีกระทำตUอวัตถุที่อยUูในแนวเดียวกันและแรงลัพธ[ท่ี
กระทำตUอวัตถุ ใชDเครื่องช่ังสปริงในการวัดแรงท่ีกระทำตUอวัตถุ ระบุผลของแรงเสียดทานที่มีตUอการ
เปล่ียนแปลงการเคล่ือนที่ของวัตถุจากหลักฐานเชิงประจักษ[ เขียนแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรง
ที่อยUูในแนวเดียวกันที่กระทำตUอวัตถุ อธิบายการไดDยินเสียงผUานตัวกลางจากหลักฐานเชิงประจักษ[ ระบุ
ตัวแปร ทดลอง และอธิบายลักษณะและการเกิดเสียงสูง เสียงต่ำ ออกแบบการทดลองและอธิบาย
ลักษณะและการเกิดเสียงดัง เสียงคUอย วัดระดับเสียงโดยใชDเครื่องมือวัดระดับเสียง ตระหนักในคุณคUา
ของความรูDเรื่องระดับเสียงโดยเสนอแนะแนวทางในการหลีกเลี่ยงและลดมลพิษทางเสียง เปรียบเทียบ
ความแตกตUางของดาวเคราะห[และดาวฤกษ[จากแบบจำลอง ใชDแผนที่ดาวระบุตำแหนUงและเสDนทางการ
ขึ้นและตกของกลUุมดาวฤกษ[บนทDองฟiา และอธิบายแบบรูปเสDนทางการข้ึนและตกของกลุUมดาวฤกษ[บน
ทDองฟiาในรอบปr เปรียบเทียบปริมาณน้ำในแตUละแหลUง และระบุปริมาณน้ำที่มนุษย[สามารถนำมาใชD
ประโยชน[ไดD จากขDอมูลที่รวบรวมไดD ตระหนักถึงคุณคUาของน้ำโดยนำเสนอแนวทางการใชDน้ำอยUาง
ประหยัดและการอนุรักษ[น้ำ สรDางแบบจำลองท่ีอธิบายการหมุนเวียนของน้ำในวัฏจักรน้ำ เปรียบเทียบ
กระบวนการเกิดเมฆ หมอก น้ำคDาง และน้ำคDางแข็ง จากแบบจำลอง เปรียบเทียบกระบวนการเกิดฝน
หิมะ และลกู เหบ็ จากขDอมูลทีร่ วบรวมไดD

ใชDเหตุผลเชิงตรรกะในการแกDปXญหา การอธิบายการทำงาน การคาดการณ[ผลลัพธ[ จากปXญหา
อยUางงUาย ออกแบบ และเขียนโปรแกรมที่มีการใชDเหตุผลเชิงตรรกะอยUางงUาย ตรวจหาขDอผิดพลาดและ
แกDไข ใชDอินเทอร[เน็ตคDนหาขDอมูล ติดตUอส่ือสารและทำงานรUวมกัน ประเมินความนUาเช่ือถือของขDอมูล
รวบรวม ประเมิน นำเสนอขDอมูลและสารสนเทศ ตามวัตถุประสงค[โดยใชDซอฟต[แวร[หรือบริการบน
อินเทอร[เน็ตที่หลากหลาย เพื่อแกDปXญหาในชีวิตประจำวัน ใชDเทคโนโลยีสารสนเทศอยUางปลอดภัย มี
มารยาท เขDาใจสิทธิและหนDาที่ของตน เคารพในสิทธิของผูDอื่น แจDงผDูเก่ียวขDองเมื่อพบขDอมูลหรือบุคคลที่
ไมเU หมาะสม

เพื่อใหDนักเรียนมีทักษะกระบวนการ โดยดDานทักษะกระบวนการ ใหDนักเรียนมีทักษะการ
สังเกต การวัด การจำแนกประเภท การหาความสัมพันธ[ระหวUางมิติกับมิติ และมิติกับเวลา การคำนวณ
การจัดการกระทำและส่ือความหมายขDอมูล การลงความเห็นจากขDอมูล การพยากรณ[ การตั้งสมมติฐาน
การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ การกำหนดและควบคุมตัวแปร การทดลอง การตีความหมายขDอมูล
และลงขDอสรุป การสรDางแบบจำลอง และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค[ ๘ ประการ รักชาติศาสน[ กษัตริย[
ซื่อสตั ย[สุจริตมวี ินัย ใฝเm รียนรูD อยูUอยUางพอเพียงมUงุ มน่ั ในการทำงาน รักความเปนL ไทย และมีจิตสาธารณะ

มาตรฐานตวั ช้ีวัด
ว ๑.๑ ป.๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓,ป.๕/๔
ว ๑.๓ ป.๕/๑,ป.๕/๒
ว ๒.๑ ป.๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓,ป.๕/๔
ว ๒.๒ ป.๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓,ป.๕/๔,ป.๕/๕
ว ๒.๓ ป.๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓,ป.๕/๔,ป.๕/๕
ว ๓.๑ ป.๕/๑,ป.๕/๒
ว ๓.๒ ป.๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓,ป.๕/๔,ป.๕/๕
ว ๔.๒ ป.๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓,ป.๕/๔,ป.๕/๕

รวม ๘ มาตรฐาน ๓๒ ตวั ชี้วัด

รายวชิ าพื้นฐาน คำอธิบายรายวชิ า
ชนั้ ประถมศึกษาปทZ ่ี ๖
ว ๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตรR

กล6ุมสาระการเรยี นรวู1 ิทยาศาสตรR
เวลา ๑๒๐ ชัว่ โมง

ระบุสารอาหารและบอกประโยชน[ของสารอาหารแตUละประเภทจากอาหารที่ตนเอง
รับประทาน บอกแนวทางในการเลือกรับประทานอาหารใหDไดDสารอาหารครบถDวน ในสัดสUวนที่
เหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้งความปลอดภัยตUอสุขภาพ ตระหนักถึงความสำคัญของสารอาหาร โดย
การเลือกรับประทาน ระบุสารอาหารและบอกประโยชน[ของสารอาหารแตUละประเภทจากอาหารท่ี
ตนเองรับประทาน บอกแนวทางในการเลือกรับประทานอาหารใหDไดDสารอาหารครบถDวน ในสัดสUวนที่
เหมาะสมกับเพศและวัย รวมทั้งความปลอดภัยตUอสุขภาพ ตระหนักถึงความสำคัญของสารอาหาร โดย
การเลือกรับประทานอาหารท่ีมีสารอาหารครบถDวนในสัดสUวนท่ีเหมาะสมกับเพศและวัย รวมท้ัง
ปลอดภัยตUอสุขภาพ สรDางแบบจำลองระบบยUอยอาหาร และบรรยายหนDาท่ีของอวัยวะในระบบยUอย
อาหาร รวมท้ังอธิบายการยUอยอาหารและการดูดซึมสารอาหาร ตระหนักถึงความสำคัญของระบบยUอย
อาหาร โดยการบอกแนวทางในการดูแลรักษาอวัยวะในระบบยUอยอาหารใหDทำงานเปLนปกติ อธิบาย
และเปรียบเทียบการแยกสารผสม โดยการหยิบออก การรUอน การใชDแมUเหล็กดึงดูด การรินออก การ
กรอง และการตกตะกอน โดยใชDหลักฐานเชิงประจักษ[ รวมท้ังระบุวิธีแกDปXญหาในชีวิตประจำวันเกี่ยวกับ
การแยกสาร อธิบายการเกิดและผลของแรงไฟฟiาซ่ึงเกิดจากวัตถุท่ีผUานการขัดถู โดยใชDหลักฐานเชิง
ประจักษ[ ระบุสUวนประกอบและบรรยายหนDาท่ีของแตUละสUวนประกอบของวงจรไฟฟiาอยUางงUายจาก
หลักฐานเชิงประจักษ[ เขียนแผนภาพและตUอวงจรไฟฟiาอยUางงUาย ออกแบบการทดลองและทดลอง
ดDวยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบายวิธีการและผลของการตUอเซลล[ไฟฟiาแบบอนุกรม ตระหนักถึงประโยชน[
ของความรDูของการตUอเซลล[ไฟฟiาแบบอนุกรมโดยบอกประโยชน[และการประยุกต[ใชDในชีวิตประจำวัน

ออกแบบการทดลองและทดลองดDวยวิธีท่ีเหมาะสมในการอธิบายการตUอหลอดไฟฟiาแบบอนุกรมและ
แบบขนาน ตระหนักถึงประโยชน[ของความรูDของการตUอหลอดไฟฟiาแบบอนุกรมและแบบขนาน โดย
บอกประโยชน[ ขDอจำกัด และการประยุกต[ใชD ในชีวิตประจำวัน อธิบายการเกิดเงามืดเงามัวจาก
หลักฐานเชิงประจักษ[ เขียนแผนภาพรังสีของแสงแสดงการเกิดเงามืดเงามัว สรDางแบบจำลองท่ีอธิบาย
การเกิด และเปรียบเทียบปรากฏการณ[สุริยุปราคา และจันทรุปราคา อธิบายพัฒนาการของเทคโนโลยี
อวกาศ และยกตวั อยาU งการนำเทคโนโลยีอวกาศมาใชปD ระโยชน[ในชีวติ ประจำวัน จากขDอมลู ทีร่ วบรวมไดD
เปรียบเทียบกระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน และหินแปร และอธิบายวัฏจักรหินจากแบบจำลอง
บรรยายและยกตัวอยUางการใชDประโยชน[ของหินและแรUในชีวิตประจำวันจากขDอมูลท่ีรวบรวมไดD สรDาง
แบบจำลองท่ีอธิบายการเกิดซากดึกดำบรรพ[และคาดคะเนสภาพแวดลDอมในอดีตของซากดึกดำบรรพ[
เปรียบเทียบการเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุม รวมทั้งอธิบายผลท่ีมีตUอสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดลDอม จาก
แบบจำลอง อธิบายผลของมรสุมตUอการเกิดฤดูของประเทศไทย จากขDอมูลท่ีรวบรวมไดD บรรยาย
ลักษณะและผลกระทบของน้ำทUวม การกัดเซาะชายฝXˆง ดินถลUม แผUนดินไหว สึนามิ ตระหนักถึง
ผลกระทบของภัยธรรมชาติและธรณีพิบัติภัย โดยนำเสนอแนวทางในการเฝiาระวังและปฏิบัติตนใหD
ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติและธรณีพิบัติภัยท่ีอาจเกิดในทDองถ่ิน สรDางแบบจำลองท่ีอธิบายการเกิด
ปรากฏการณเ[ รือนกระจก และผลของปรากฏการณเ[ รือนกระจกตUอส่งิ มีชีวิต

ใชDเหตุผลเชิงตรรกะในการอธิบายและออกแบบวิธีการแกDปXญหาท่ีพบในชีวิตประจำวัน
ออกแบบและเขียนโปรแกรมอยUางงUาย เพ่ือแกDปXญหาในชีวิตประจำวัน ตรวจหาขDอผิดพลาดของ
โปรแกรมและแกDไข ใชDอินเทอร[เน็ตในการคDนหาขDอมูลอยUางมีประสิทธิภาพ ใชDเทคโนโลยีสารสนเทศ
ทำงานรUวมกันอยUางปลอดภัย เขDาใจสิทธิและหนDาที่ของตน เคารพในสิทธิของผDูอ่ืน แจDงผูDเกี่ยวขDองเมื่อ
พบขDอมูลหรอื บุคคลทีไ่ มเU หมาะสม

มาตรฐานตัวชว้ี ัด
ว ๑.๒ ป.๖/๑,ป.๖/๒,ป.๖/๓,ป.๖/๔,ป.๖/๕
ว ๒.๑ ป.๖/๑
ว ๒.๒ ป.๖/๑
ว ๒.๓ ป.๖/๑,ป.๖/๒,ป.๖/๓,ป.๖/๔,ป.๖/๕,ป.๖/๖,ป.๖/๗,ป.๖/๘
ว ๓.๑ ป.๖/๑,ป.๖/๒
ว ๓.๒ ป.๖/๑,ป.๖/๒,ป.๖/๓,ป.๖/๔,ป.๖/๕,ป.๖/๖,ป.๖/๗,ป.๖/๘,
ป. ๖/๙
ว ๔.๒ ป.๖/๑,ป.๖/๒,ป.๖/๓,ป.๖/๔

รวม ๗ มาตรฐาน ๓๐ ตัวชวี้ ัด


Click to View FlipBook Version