The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุมชนคุณธรรมบ้านปางขอน ตำบลห้วยชมภู อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
- อัตลักษณ์ชาติพันธ์อาข่า ลาหู่ ฮิ้วเมี่ยน
- วิถีชีวิตพอเพียงจากการผลิตกาแฟของวิถีชุมชนสู่มวลชน
- บรรยากาศธรรมชาติท่ามกลางหุบเขาสวย น้ำใจงามของผู้คนในชุมชน
- "จิบกาแฟ แลปางขอน"

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cr.cultural.lib, 2021-09-30 00:53:17

ชุมชนคุณธรรมบ้านปางขอน

ชุมชนคุณธรรมบ้านปางขอน ตำบลห้วยชมภู อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย
- อัตลักษณ์ชาติพันธ์อาข่า ลาหู่ ฮิ้วเมี่ยน
- วิถีชีวิตพอเพียงจากการผลิตกาแฟของวิถีชุมชนสู่มวลชน
- บรรยากาศธรรมชาติท่ามกลางหุบเขาสวย น้ำใจงามของผู้คนในชุมชน
- "จิบกาแฟ แลปางขอน"

Keywords: ปางขอน,เชียงราย,ชาติพันธ์,กาแฟ,อาข่า,ลาหู่,ฮิ้วเมี่ยน

รราายยงงาานผลการดำเนนินินงงาานน
โคโครรงงกกาารรพพฒั ัฒนนาต‹อยอดทุนททาางงววฒั ัฒนนธธรรรรมม
ตาตมารมอรยอยศศาสาสตตรรพ พ รระะรราาชชาาเเพพอ่� ่อ� ชมุ ชนเขม็ แขขง็็งออยยา‹ ‹างงยยัง่ ั่งยยืนนื (บ(บววรรOOnnToTuoru)r)
ขอขงอชงุมชชุมนชคนณุคุณธรธรมรมนนŒอŒอมมนนำำหหลลกั ักปปรรชั ัชญาของเศรษฐฐกกิจิจพพออเพเพ�ยย� งงขขับับเคเคลล่ืออ่ืนนดดŒวยŒวพยพลงั ลบังวบรวร

สโดำโสนยดำกั นยกงกัาลกงนาุ‹มลวนฒักม‹ุวฒัจิกนกธจินรกธารรรามรพรจมพงัจ�เหศงั �เหวศษัดวษัดเชเชยี ยีงรงราายย โโททโโททรรรรศสศสาัพาัพรทรท ๐๑ ๐๕๑๕๕๓๕๓๓๓๑๑๕๑๕๑๐๕๐๕๐๐๑๑๖๗๑๑๙๖๐๗๙๐ www.m-culture.go.th/chiangrai
www.m-culture.go.th/chiangrai

สารบญั

หนา้

๑. บรบิ ทชมุ ชน

๑.๑ ความเป็นมาของชมุ ชน ๑

๑.๒ สภาพแวดลอ้ มของชุมชน 3

๑.๓ จำนวนครวั เรอื น/จำนวนประชาการ/รายได้เฉลย่ี /การประกอบอาชีพ 4

๑.๔ หลักการบรหิ ารหมบู่ า้ น 5

๑.๕ แผนผงั โครงสร้างคณะกรรมการหมบู่ ้าน 8

๑.๖ คณะกรรมการหมบู่ ้านแต่ละดา้ น 10

๑.๗ กฎ ระเบยี บ ข้อบังคบั ของหมูบ่ า้ น 12

๒. คำขวัญของชุมชน 13

๓. จดุ เดน่ /เสน่หข์ องชุมชน 14

๔. ความเข้มแขง็ ของบวร/บรม

๔.๑ การขับเคลื่อนดว้ ยพลังทางผู้นำศาสนาในชมุ ชนคุณธรรมบา้ นปางขอน 17

๔.๒ โรงเรยี นของชมุ ชน 19

๔.๓ ผู้นำ “บวร” ของชุมชน 21

๔.๔ การมีสว่ นรว่ มของ “บวร” ในการพัฒนาชมุ ชน 22

๕. กระบวนการขบั เคลื่อนชมุ ชนคณุ ธรรมของบวรนอ้ มนำ

หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ๙ ขั้นตอน 25

๖. ผลสัมฤทธิ์ในการขับเคลื่อนชมุ ชนคณุ ธรรมน้อมนำหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงใน ๓ มิติ

๖.๑ คนในชมุ ชนยดึ มน่ั ปฏิบัตติ ามหลกั ธรรมทางศาสนาทีต่ นนับถือ 41

๖.๒ คนในชุมชนนอ้ มนำหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใชใ้ นการพฒั นาคณุ ภาพชวี ิต 42

๖.๓ คนในชมุ ชนสบื สานและดำเนนิ ชวี ิตตามวถิ วี ฒั นธรรมท่ีดงี าม 44

๖.๔ การกระจายข้อมูลข่าวสารของชุมชน 45

๗. การดำเนนิ งานพัฒนาต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมตามรอยศาสตรพ์ ระราชา

เพอ่ื ชมุ ชนเข้มแข็งอย่างยง่ั ยืน “บวร ” ตามกระบวนการ ๘ ขั้นตอน 50

8. การบรหิ ารจัดการในชมุ ชน 71

ภาคผนวก ก

แบบสำรวจความพร้อมของชมุ ชนคณุ ธรรมฯ ในการดำเนนิ งาน

ตามโครงการพัฒนาตอ่ ยอดทุนทางวัฒนธรรม

ตามรอยศาสตรพ์ ระราชาเพ่ือชมุ ชนเข้มแข็งอย่างย่ังยืน (บวร On Tour)

ภาคผนวก ข

แบบประเมนิ ความพรอ้ มของชุมชนคณุ ธรรมฯ ในการดำเนินงาน (แบบ Check List)

โครงการพฒั นาต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม ตามศาสตร์พระราชา

เพื่อชุมชนเข้มแข็งอย่างย่ังยืน (บวร On Tour)

บวร On Tour ชมุ ชนคณุ ธรรมบ้านปางขอน | 1

ชมุ ชนคุณธรรมบา้ นปางขอน
หมู่ 7 ตำบลหว้ ยชมภู อำเภอเมืองเชยี งราย จังหวดั เชยี งราย

เมือ่ ประมาณปี พ.ศ. 2504 ไดม้ กี ลุม่ ชาติพนั ธ์ุ อวิ้ เมย่ี น โดยการนำของ นายซาน แซ่พร่าน และ นาย
ต๋า แซ่โฟ่ง พร้อมกับชาวบา้ นอกี ประมาณ 5 ครอบครัว ยา้ ยถ่นิ ฐานมาจากบ้านผาลัง้ หมู่ท่ี 4 ตำบลหว้ ยชมภู
อำเภอเมืองเชียงราย จังหวดั เชียงราย เข้ามาอาศัย และทำมาหากิน โดยการเกบ็ ของปา่ มาแปรรปู ขาย เช่น ใบ
ชา และของป่าอื่น ๆ สำหรบั ชือ่ หมู่บ้าน คำว่า “ปางขอน” เนอื่ งจากพื้นท่บี ริเวณนี้มปี า่ ไม้มากและมีขอนไม้
จำนวนมาก จึงไดช้ ่ือว่า “ป๋างคอน” และออกเสยี งเพีย้ นมาเป็น “ปางขอน” ในปัจจุบัน

บวร On Tour ชมุ ชนคุณธรรมบ้านปางขอน | 2

ในอดีต บริเวณแห่งนี้เป็นแหล่งปลูกพืช
เสพติด มีการแผ้วถางป่าต้นน้ำบริเวณกว้าง
หลายร้อยไร่ และยังเป็นพื้นที่ลำเลียงยาเสพติด
จากนอกประเทศเข้ามาในตัวเมืองเชียงรายอีก
ด้วย แต่เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2545 ด้วยพระ
ม ห า ก ร ุ ณ า ธ ิ ค ุ ณ ข อ ง ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ น า ง เ จ้ า
ฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จไปทอดพระเนตร
พื้นที่ป่าอนุรักษ์ดอยเกี๊ยะ พิกัด 47 Q NC
614-002 ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำ ห้วยป่าขม ห้วย
ผาลั้ง ห้วยหินขาว ห้วยยาดี และต้นน้ำลำน้ำแม่กรณ์ ทรงพบว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าว ซึ่งอยู่สูงจาก
ระดับน้ำทะเล 1,400 - 1,600 เมตร เป็นแหล่งต้นน้ำที่ถูกบุกรุกแผ้วถางป่าเป็นบริเวณกว้างจำนวนนับพัน
ไร่ บางส่วนของพื้นที่มีการปลูกพืชเสพติด ซึ่งจะมีผล-กระทบต่อความมั่นคงตามแนวชายแดน นอกจากน้ัน
พื้นที่ดังกล่าวยังเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดจากนอกประเทศเข้ามายังตัวเมืองจังหวัดเชียงราย ในการนี้ได้
พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้งสถานีพัฒนาการเกษตรพื้นที่สูงขึ้น ณ บ้านปางขอน หมู่ที่ 7 ตำบลห้วย
ชมภู อำเภอเมอื งเชียงราย จงั หวดั เชียงราย เป็นพ้ืนท่ดี ำเนนิ การและใหร้ าษฎรที่ขาดแคลนท่ีทำกินจากหมู่บ้าน
ที่อยู่โดยรอบ ได้แก่ หมู่บ้านผาลั้ง (ชาวเขาเผ่าอิ้วเมี่ยน ประมาณ 200 หลังคาเรือน) บ้านปางขอน (ชาวเขา
เผ่าอาข่าอิ้วเมี่ยน ลาหู่ ประมาณ 100 หลังคาเรือน) และบ้านแม่มอญ (ชาวเขาเผ่าลีซอและอาข่า ประมาณ
100 หลังคาเรือน) เข้ามาร่วมโครงการฯ โดยกรมชลประทานรับผิดชอบในการพิจารณาจัดหาน้ำสนับสนุน
ให้กบั สถานดี ังกล่าว
ดงั น้นั จึงทำให้ชาวบ้านบรเิ วณพืน้ ท่ีแห่งน้ี หนั มาปลูกพชื เมอื งหนาว ชา กาแฟ และเลิกการแผว้ ถาง
ปา่ ตน้ นำ้ โดยการดแู ลและสง่ เสริมความรดู้ ้านการเกษตรจากสถานีพัฒนาการเกษตรพื้นท่ีสูงบ้านปางขอน จน
ปจั จบุ นั สามารถพัฒนาต่อยอด แปรรูปผลผลติ ทางการเกษตรไดเ้ อง ตลอดจนมีการพัฒนาการท่องเท่ยี วแบบ
วถิ ีกาแฟ โดยผู้นำชมุ ชนคนปจั จบุ นั

บวร On Tour ชมุ ชนคุณธรรมบ้านปางขอน | 3

บ้านปางขอน ตั้งอยู่ หมู่ที่ 7 ตำบลห้วย
ชมภู อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ห่าง
จากตัวเมืองประมาณ 40 กิโลเมตร มีพื้นท่ี
ประมาณ 14,000 ไร่ ต้ังอยู่ในเขตพ้ืนท่ีป่าสงวน
แห่งชาติป่าแม่ลาวฝั่งซ้าย ป่าแม่กกฝั่งขวา พื้นที่
ทั้งหมดเป็นภูเขาสูง อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล
ประมาณ 1,200 - 1,600 เมตร มอี ากาศหนาว
เยน็ และมหี มอกตลอดทัง้ ปี

ลกั ษณะภมู ิอากาศ มีอุณหภมู เิ ฉลยี่ ตลอดทั้งปี ประมาณ 24 องศาเซลเซยี ส

ส่วนบนยอดดอยหนาวจัด อุณหภมู ติ ่ำสุดจะอยู่ท่ี 0 องศาเซลเซียส แบ่งออกเปน็ 3 ฤดู

หน้ารอ้ น เร่มิ เดือนมนี าคม – พฤษภาคม อุณหภมู ิเฉลย่ี ประมาณ 20.5 – 29.5 ๐ C

หน้าฝน เร่ิมเดือนมิถุนายน – กนั ยายน อุณหภมู เิ ฉลี่ย ประมาณ 19.5 – 27.5 ๐ C
หน้าหนาว เริม่ เดอื นตลุ าคม – กมุ ภาพนั ธ์ อุณหภูมเิ ฉล่ีย ประมาณ 8.5 – 19.5 ๐ C

แผนท่ีของหมู่บา้ น

บวร On Tour ชมุ ชนคุณธรรมบ้านปางขอน | 4

ประกอบดว้ ย จำนวน 2 หยอ่ มบ้าน ไดแ้ ก่ บ้านปางขอน และบา้ นปางตะไคร้ (บ้านบรวิ าร) ประชากร
มีประมาณ 1,368คน เปน็ ผูห้ ญงิ 707 คน เปน็ ผูช้ าย 661 คน จำนวนครวั เรือนประมาณ 367 ครวั เรอื น
ประชากรส่วนใหญ่เปน็ พนี่ ้องกลมุ่ ชาติพนั ธุ์ ได้แก่ ล่าหู่ อาข่า อิว้ เมี่ยน และจนี ยนู นาน

รายชื่อผู้นำหมบู่ า้ นปางขอน–ปจั จบุ ัน
1. นายซาน ปัญญาลาภสกลุ
2. นายหลา้ เยช่อกู่
3. นายสมบูรณ์ เบเซกู่
4. นายวชิ ยั ยาแปกู่
5. นายอาเพียว เยซอกู่
6. นายลอชู่ ยาแปกู่
7. นายอิทธฤทธ์ิ อยุ ยะกู่

การประกอบอาชีพ 90 เปอร์เซน็ ต์ ประกอบอาชพี เกษตรกรรม ปลูกกาแฟ ชา ผลไม้เมืองหนาว อาทิ
บ๊วย เชอร่ี อะโวคาโด้ มะคลาดเี มียร์ พลบั ฯลฯ

ในปี 2562 ต่อครัวเรอื นละ 129,755 บาท

บวร On Tour ชมุ ชนคณุ ธรรมบา้ นปางขอน | 5

พลงั ชุมชน “คน” บา้ นปางขอน
กลมุ่ ชาติพันธ์ุที่อาศัยอยบู่ ้านปางขอน ประกอบด้วย ๓ กลุ่มชาตพิ นั ธุไ์ ด้แก่

กลุ่มชาติพนั ธุ์อาข่า

ชนเผา่ อา่ ขา่ (Akha) ปัจจุบนั มีจำนวน 957 คน ณ บ้านปางขอน หมู่ที่ 7 ช่อื ชนเผ่าพื้นเมือง (ท่ี
ตนเองเรยี ก ท่คี นอ่นื เรียก: ท้ังภาษาไทย และEnglish) ช่ือที่ตนเองเรียก อา่ ข่า (Aqkaq)ช่ือที่คนอน่ื เรยี ก
ภาษาไทย อาขา่ ภาษาอังกฤษ Akha

ประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐาน/ถิ่นที่อยู่ ชนเผ่าอ่าข่ามีถิ่นฐานเดิมอยู่ที่บริเวณภูเขาสูงทางทิศ
ตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ปัจจุบันชาวอ่าข่ามีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นท่ี
บรเิ วณมณฑณยูนานของประเทศจนี โดยเฉพาะแควน้ สบิ สองปนั นา นอกจากน้ยี ังมปี ระชากรชาวอา่ ขา่ กระจาย
อยู่ในประเทศต่าง ๆ บริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ประเทศลาว พม่า เวียดนาม และไทย ซึ่งมี
ประชากรโดยรวมทั่วโลกประมาณ 8 แสนคน ชนเผ่าอ่าข่าได้เคลื่อนย้ายเข้ามาสู่ประเทศไทยเมื่อประมาณ
120 ปีที่แล้ว กระจายอยู่ในพื้นที่ 7 จังหวัดทางภาคเหนือของไทย ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ พะเยา
ลำปาง แพร่ ตากและ เพชรบูรณ์ อ่าข่าในประเทศไทยมีอยู่ 8 กลุ่ม คือ อู่โล้(Uq Lor) ลอม้ี(Law mir) อู่บยา
(Uq byaq) หน่าคะ(Naq Kar) อาเคอะ(Ar Ker) อาจ้อ(Ar Jawr) อู่พี(Uq Pi) และ เปียะ(Pyavq) มีจำนวน
ประชากรในประเทศไทยประมาณ 70,000 คน อาศัยอยมู่ ากทีส่ ดุ ในจังหวัดเชียงราย

ระบบครอบครัวและเครือญาติ โครงสร้างครอบครวั ของชนเผ่าอ่าขา่ ผู้ชายถือเป็นหัวหน้าครอบครัว
และมีการขยายครอบครัวออกทางผู้ชาย เนื่องจากผู้ชายจะเป็นผู้สืบสายวงศ์ตระกูลของครอบครัว ดังนั้นชน
เผ่าอ่าข่าจึงมีการสืบสายโลหิต โดยมีการนับลำดับชื่อบรรพบุรุษ อ่าข่าเรียกว่า “จึ”(Tseevq) โดยมีชื่อผู้ชาย
เป็นหลัก ฉะนั้นผู้ชายชนเผ่าอ่าข่าจึงมีความจำเป็นที่ต้องเรียนรู้ลำดับชื่อของบรรพบุรุษตลอดจนพิธีกรรม
ประเพณีของครอบครวั เพื่อจะได้นำไปใชแ้ ละถ่ายทอดสืบทอดให้กับนอ้ งหรือลูกหลานต่อไป

โครงสร้างการปกครองและสังคม ชนเผ่าอ่าข่า มีรูปแบบการปกครองเป็นของตนเอง ผู้นำก็คือ
หัวหน้าหมู่บ้าน ทำหน้าที่ควบคุมดูแลชุมชนให้อยู่ในกฎระเบียบธรรมเนียมที่ดีงามของสังคม ร่วมกับคณะผู้
อาวุโสตัดสินคดีข้อพิพาทและร่วมในพิธีกรรมต่าง ๆ การสืบทอดตำแหน่งเป็นการสืบต่อตามสายพรรพบุรุษ
นอกจากนี้ยังมีคณะกรรมการหมู่บ้าน ซึ่งประกอบด้วยหัวหน้าหมู่บ้าน ผู้ช่วยหัวหนา้ หมูบ่ ้าน หัวหน้าพิธีกรรม

บวร On Tour ชุมชนคุณธรรมบ้านปางขอน | 6

ช่างตีเหล็ก หมอผี ผู้รู้ และผู้อาวุโส คณะกรรมการดังกล่าวมีหน้าที่พิจารณาตัดสินใจในกิจกรรมต่าง ๆ ของ
ชุมชน เชน่ การจัดกจิ กรรมประจำปี การย้ายหม่บู า้ น การพิจารณาความผิดของชาวบ้าน อำนาจเด็ดขาดไม่ได้
ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการหมู่บา้ นเพียงฝ่ายเดียว บางครงั้ สมาชกิ หมู่บ้านมีสิทธิ์ที่จะโต้แย้งแสดงความคิดเห็นได้
เช่นกัน ปัจจุบันระบบการปกครองของชุมชนอ่าข่าเป็นการปกครองแบบผสมผสานระหว่างการปกครองแบบ
จารตี ประเพณีและแบบทางการ

ความเชื่อประเพณีและพิธีกรรมต่าง ๆ วิถีชีวิตที่ดำเนินมานานกว่า 2,700 กว่าปี แม้อ่าข่าไม่มี
ภาษาเขียน แต่มีพิธีกรรมและประเพณที ่ีอ่าข่าเรยี กว่า “แดะย้อง ซีย้ ้อง” (Daevq Zanr Xir Zanr) ไม่น้อยกว่า
21 พิธีกรรม เป็นเครื่องมือดำรงชีพ มีสุภาษิตคำสอน เรียกว่า “อ่าข่า ด่อด่า” (Aqkaq Dawq daq) มี
กฎระเบียบข้อบญั ญตั ิ (กฎหมาย) เรยี กวา่ “ยอ๊ ง” (Zanr) ซ่งึ ท้ังหมดเป็นท่ีมาของการมี ศาสนา ที่เรยี กว่า “อ่า
ข่าย๊อง” (Aqkaq Zanr) ถือเป็น คัมภีร์ของชนเผ่าอา่ ข่า โดยมีความเช่ือท่ีเรียกว่า “นือ จอง” (Nee Jan) และ
นับถือองค์เทพต่าง ๆ หลายองค์ อาทิเช่น เทพแห่งดิน เทพแห่งน้ำ เทพแห่งภูเขา ฯลฯ โดยมีองค์เทพสูงสุด
เรียกว่า “อ่าเผ่ว หมี่แย้” (Aq Poeq Miq Yaer) เป็นที่เคารพกราบไหว้บูชามาจนถึงปัจจุบันประเพณีของชน
เผ่าอ่าข่ามีความผกู พันเกีย่ วโยงกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแทบทั้งสิ้น ประเพณีที่เป็นที่รู้จักของบุคคลทั่วไป
ได้แก่ ประเพณี “ขึ่มสึ ขึ่มมี้ อ่า เผ่ว” (Khmq seevq khmq mir aq poeq) หรือประเพณีชนไข่แดงเป็นส่ง
ท้ายปีเกา่ ต้อนรับปใี หม่ และยังเป็น วันคลา้ ยวนั เด็กของอา่ ขา่ อีกดว้ ย มีข้นึ ในช่วงกลางเดือนเมษายน ประเพณี
“แย้ ขู่ อ่าเผ่ว” (Year kuq aq poeq) หรือประเพณีโล้ชิงช้าเป็นการเฉลิมฉลองและขอพรจากเทพเจ้าให้พืช
พันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ มีขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนกันยายน ประเพณี“คะ ท๊อง
อ่าเผ่ว”( Kar tanr aq poeq) หรือ “ปีใหม่ลูกข่าง” คือพิธีเฉลิมฉลอง การเปลี่ยนฤดูกาลทำมาเลี้ยงชีพ มีขึ้น
เปน็ ประจำทุกเดอื นธนั วาคมของทุกปี

กลมุ่ ชาตพิ นั ธ์ุลาหู่
ชนเผา่ ลาหู่ (LAHU) มีจำนวน ๒๗๔ คน ณ บา้ นปางขอน หมทู่ ่ี ๗
ช่อื ชนเผา่ พ้ืนเมือง (ทีต่ นเองเรียก ท่ีคนอืน่ เรยี ก: ทง้ั ภาษาไทย และEnglish)
ชอ่ื ท่ตี นเองเรยี ก ละหู่
ชอื่ ที่คนอ่นื เรยี ก ภาษาไทย ลาหู่ ภาษาองั กฤษ LAHU

ประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐาน/ถิ่นที่อยู่ ชนเผ่าลาหู่ มีถิ่นฐานเดิมอยู่ในประเทศธิเบต และเคยมี
อาณาจักรเป็นของตนเองในดินแดนท่ีเรียกว่า “ดินแดนแห่ง 18 หัวหน้าชนเผ่า” โดยมีเมืองหลวงชื่อ “ลิเชียง
กาซี” อยู่ในมณฑลยูนานของประเทศจีน ต่อมาได้ถอยร่นลงสู่ประเทศพม่า ลาว และได้เคลื่อนย้ายเข้าสู่

บวร On Tour ชุมชนคุณธรรมบ้านปางขอน | 7

ประเทศไทย ทางบ้านต้นน้ำแม่มาว ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนหนึ่งได้อพยพเข้ามาหาที่
ทำกนิ แหลง่ ใหม่ โดยอาศยั อยู่ ณ บา้ นปางขอน หมทู่ ี่ ๗ ตำบลห้วยชมพู อำเภอเมืองเชยี งราย จงั หวดั เชียงราย

ระบบครอบครัวและเครือญาติ ครอบครัวของชนเผ่าลาหู่เป็นครอบครัวขยายจะมีบ้างที่เป็น
ครอบครัวเดี่ยวมีหัวหน้าครัวเรือนเพียงคนเดียวและทุกคนจะต้องเชื่อฟังและเคารพต่อหัวหน้าครัวเรือน การ
นบั ญาตินนั้ จะนับญาติทางสามีและภรรยาเขา้ ด้วยกนั

โครงสร้างการปกครองและสังคม โครงสร้างสังคมชนเผ่าลาหู่จะประกอบด้วย ๓ ส่วน ได้แก่ ส่วนท่ี
หนึ่ง อาดอ ( คะแซ ) คือ ผู้นำหมู่บ้าน ส่วนที่สอง โตโบ คือ พระหรือนักบวชทำหน้าที่สั่งสอนคนให้เป็นคนดี
และส่วนทสี่ าม จาหลี๋ คือ ช่างตีเหล็ก มีหน้าทผ่ี ลติ เครื่องมอื การเกษตร ชนเผา่ ลาหเู่ ชอ่ื วา่ หากหมบู่ า้ นใดไม่มี ๓
ส่วนดังกลา่ ว ถือว่าเปน็ หมูบ่ ้านที่ยังไม่สมบรู ณ์ ไม่สามารถเปน็ หมู่บ้านท่ีใหญแ่ ละมัน่ คงต่อไปได้ ชนเผ่าลาห่ใู ห้
ความนับถือผ้อู าวโุ สทัง้ ๓ ส่วนน้ีมาก และทกุ ปคี นในหมูบ่ า้ นทุกครัวเรือนจะไปทำงานให้ครอบครวั ของผู้อาวุโส
ทัง้ ๓ ส่วนนี้ เพอ่ื เปน็ การตอบแทนท่ชี ่วยดแู ลให้เกิดความสงบสุขในหม่บู ้าน ด้านการปกครองชนเผ่าลาหู่จะใช้
รูปแบบของจารีตประเพณี เช่น เมื่อมีการร้องเรียนหรือข้อพิพาท ผู้นำหมู่บ้านจะเชิญหัวหน้าครอบครัวทุก
หลังคาเรือนมาประชุมเพื่อชี้แจง ปรึกษา และตัดสินคดีขอ้ พิพาท ถ้าหากผลการตัดสนิ เกิดความขดั แย้งข้ึน จะ
เชิญผู้นำหมู่บ้านกับผู้อาวุโสจากหมู่บ้านอื่นที่มีความเป็นกลางมาว่าความ และตัดสินใจชี้ขาดเสมือนผู้นำใน
หมู่บ้าน ถ้าเป็นการกระทำผดิ ท่ีไม่ร้ายแรงจะมีโทษเพียงปรับเป็นเงนิ ตามอัตรากฎจารีต ของหมู่บ้านท่ีได้มีการ
ตกลงกันไว้ หากเป็นความผิดร้ายแรงผู้กระทำความผิดอาจได้รับโทษปรับตามกฎจารีตแล้วถูก ขับไล่ออกจาก
หมบู่ ้าน เป็นต้น

ความเช่อื ประเพณแี ละพธิ ีกรรมต่างๆ ชนเผา่ ลาหนู่ ับถอื (ก่อื ซา) กื่อซา คือ พระเจ้าซ่ึงมีความเช่ือว่า
(ก่อื ซา) เป็นผู้สรา้ งสรรคส์ ่ิงท่ดี ีงามท้งั หลายในโลกนเ้ี ป็นผ้ทู ท่ี ำใหเ้ รามีความสุขและบนั ดาลสรรพส่งิ ต่าง ๆ ให้แก่
เรา ถ้าหากเราทำผิดหรือทำสิ่งไม่ดีก็จะถูกลงโทษได้ นอกจาก (กื่อซา) ยังมีผีเรือนและผีหมู่บ้านที่ลาหู่นับถือ
และเชอ่ื วา่ ผเี รือนทำหนา้ ทปี่ ้องกนั ภยั ใหแ้ กค่ นในบ้าน สำหรับผรี า้ ยที่ลาหูเ่ กรงกลัวนนั้ มีมากมายเชน่ ผีฟ้า ผีป่า
ผีภูเขาหลวง เปน็ ตน้

กลุ่มชาตพิ นั ธอ์ุ ว้ิ เม้ยี น

ชาวเมี่ยน (เย้า) มีจำนวน ๑๓๗ คนปัจจุบันอาศัยอยู่ที่บ้านปางขอน หมู่ที่ ๗ ถิ่นฐานเดิมอยู่ใน
ประเทศจีนแถบแม่น้ำแยงซี “เมี่ยน” เป็นชื่อที่ทางราชการตั้งให้ หรือบางครั้งจะเรียกว่า “อิ้วเมี่ยน” แปลว่า
มนษุ ย์ ไดร้ ับการจัดให้อยูใ่ นเช้ือชาตมิ องโกลอยด์ คือ อยใู่ นตระกูลจีนธเิ บต บรรพชนไดต้ ง้ั ถน่ิ ฐานอย่ทู ี่ราบรอบ
ทะเลสาบตงถิง แถบแมน่ ้ำแยงซี ยอมอ่อนน้อมให้ชนชาติผู้ปกครองรฐั และไมย่ นิ ยอมอยู่ภายใต้การบังคับกดขี่
ของรัฐ จึงได้ทำการอพยพเข้าไปในป่าลึกบนภูเขาสูงได้ตั้งถิ่นฐานสร้างบ้านด้วยมือของเขาเอง เพื่อปกป้อง

บวร On Tour ชุมชนคุณธรรมบ้านปางขอน | 8

เสรีภาพจึงถูกขนานนามว่า “ม่อ เย้า” ซึ่ง เหยา ซี เหลียน ได้บันทึกไว้ในเหลียงซู ต่อมาในสมัยราชวงศ์ซ่ง
คำเรยี กนถี้ กู ยกเลิกไปเหลือแต่คำวา่ “เย้า” เท่านน้ั

ภาษา ภาษาของเม่ียนจดั อยูใ่ นภาษาตระกุลจนี ธเิ บตสาขาแมว้ -เย้า ภาษาพดู ของเม่ียนพัฒนาจากกลุ่ม
ภาษาหน่งึ ของชาวหมาน และแพร่กระจายไปสู่เขตต่างๆ ตามทอ้ งถน่ิ ที่มีชาวเมย่ี นอพยพไปถงึ ภาษาเมี่ยนได้ก
ระจายไปทั่วเขตมณฑลกวางสี กวางตุ้ง กุยจิ๋ว ฮูหนาน จากการติดต่อกลับชนเผ่าอื่นๆ เป็นระยะเวลานาน จึง
ทำให้ภาษาในปัจจบุ ันผา่ นการพฒั นากลายเป็นภาษาถน่ิ ย่อย 3 ภาษา คอื ภาษาเม่ียน ภาษาปูนู และภาษาลัก
จา สำหรับภาษาเขียนของเม่ียน มักจะมีความเหน็ โดยท่ัวไปวา่ ชาวเมย่ี นมีแต่ภาษาพดู ไม่มภี าษาเขียน จงึ ได้ยืม
ภาษาฮั่นมาใช้ ชาวเมี่ยนที่รู้ภาษามีไม่มากนัก แต่ภาษาฮั่นก็ยังมีบทบาทและอิทธิพลต่อชนชาติเมี่ยนมาก

ชาวเมี่ยนมีวิธีการใช้ตัวเขียนภาษาฮั่นเป็นของตัวเอง ตัวเขียนนี้แตกต่างกันกับตัวหนังสือฮั่นแบบ
มาตรฐาน เพราะชาวเมี่ยนได้คิดสร้างตัวหนังสือไว้ใช้เองโดยดัดแปลงจากของฮั่น ทำให้ได้ภาษาเขียนใหม่ที่มี
ลักษณะเฉพาะ ซึ่งมีลักษณะผสมระหว่างภาษาเมี่ยนกับภาษาฮั่น คือ มีรูปแบบการเขียนแบบกู้สูจื้อ ตาม
ท้องถิ่นของชาวเมี่ยน และรูปแบบตัวหนังสือฮั่นในอักษรฮั่น ซึ่งเป็นตัวเดียวกันในอักษรเมี่ยนจะเขียนคนละ
อย่างกัน แต่อักษรทป่ี ระดษิ ฐข์ ้ึนนี้มจี ำนวนไม่มากและใช้เขยี นข้อความให้สมบูรณ์ไมไ่ ด้ ตอ้ งใช้ปนกับตวั หนังสือ
ฮ่นั คำศพั ท์ในภาษาเมี่ยนจะอ่านเป็นสำเนยี งชาวเม่ียน โดยเฉพาะภาษาเมยี่ นในประเทศไทยคล้ายกับภาษาจีน
ถิ่นกวางตงุ้ ยิง่ เฉพาะบทสวดในพิธเี ล้ียงผีจะมสี ำนวนดังกล่าวชดั เจนมาก

โครงสรา้ งทางสงั คม ชุมชนของเม่ยี นในอดีตนนั้ พ่ึงตนเองค่อนขา้ งสูง ทัง้ ในดา้ นการดำรงชวี ติ และการ
จัดการภายในชุมชน จะมีตำแหน่งฝ่ายต่าง ๆ ที่มีความสำคัญ และเอื้อต่อการจัดการในชุมชน ครอบครัวของ
เมี่ยนเป็นครอบครัวที่ขยายมีสมาชิกในครอบครัวมากเพราะถือว่าเป็นแรงงานสำคัญ หัวหน้าครอบครัว คือ
ผู้ชายอาวุโสสูงสุด อาจเป็นปู่ หรือพ่อ โดยมีบุตรชายคนโตเป็นผูส้ ืบสกลุ คนต่อไปเม่ือมีการแต่งงานฝ่ายชายจะ
เปน็ ฝา่ ยเสยี ค่าสินสอดและค่าใช้จา่ ยตา่ ง ๆ ผู้หญิงเมยี่ นจะออกจากตระกูลเดิมของตน โดยเลกิ ใชแ้ ซ่เดิมเปลี่ยน
มานับถือผีและใช้แซ่ของสามีและไปอยู่บ้านสามีด้วย แต่มีข้อยกเว้น เช่น ผู้ชายไม่มีทรัพย์มากพอที่จะจ่ายค่า
สินสอดรวมทัง้ ค่าเล้ยี งแขกจึงยอมไปอยู่กับฝ่ายหญงิ แทนอาจเป็นเวลา 15-20 ปี จงึ จะนำภรรยาไปอยู่ด้วยได้
หรอื ในกรณที ่ฝี า่ ยหญงิ จะต้องดแู ลพอ่ แม่ ฝา่ ยหญิงจะตอ้ งจ่ายคา่ ทรพั ยเ์ ปน็ จำนวนมากแกฝ่ ่ายชายเพอ่ื ท่ีจะฝ่าย
ชายมาอยรู่ ว่ มครัวเรอื นเพราะถือว่าเปน็ แรงงานสำคัญเพิ่มขึน้ และฝ่ายชายจะต้องใช้ตระกูลของฝา่ ยหญิง เม่ือมี
ลูกชาย ลกู ชายจะตอ้ งใชส้ กลุ ของแม่ จากนน้ั จะกลับสูร่ ะบบการสืบตระกลู ของฝา่ ยชายดังเดมิ

รายช่ือคณะกรรมการชุมชนคณุ ธรรมบ้านปางขอน หมทู่ ี่ 7 มีดังน้ี

1. นายอนิ ทฤทธิ์ วยุ ยะกู ผใู้ หญ่บา้ น ประธานฯ

2. นายอาฮู้ คังเยกู่ ผช.ผู้ใหญบ่ ้าน

3. นายยศสุนทร รัตนกานนท์ ผช.ผู้ใหญบ่ า้ น

4. นายอาเวย่ ฮาเยกู่ สมาชกิ อบต.

5. นายพรพจน์ แซเ่ ตนิ่ สมาชกิ อบต.

6. นายวฒุ ชิ ยั เบเช ประธานอปพร

7. นายเสรี หม่เื ชกู่ ประธาน อสม.

บวร On Tour ชมุ ชนคณุ ธรรมบ้านปางขอน | 9

8. นางฝงลง่ิ แซถ่ า่ ง ประธานแม่บ้าน
9. นายธรี ศักด์ิ วยุ ยาอากู่ ประธานเยาวชน
10. นายอาม่อื มาเยอะ ประธานบริหารขยะ
11. นายอษั ฏาวธุ ยาแปงกู่ กรรมการ
12. นายพันธมิตร ดวงตะวันจนั ทรา กรรมการ
13. นายล่อบะ เปียวแล กรรมการ
14. นายลอหู่ ยาแปงกู่ กรรมการ
15. นายเลาเออ๋ เบเชกู่ กรรมการ
16. นายยาปะ ยาแปงกู่ กรรมการ
17. นายอาโย เบเชกู่ กรรมการ
18. นายลอเจอ ยาแปงกู่ กรรมการ
19. นายสุทธชิ ัย ไพเลิศสกุล กรรมการ
20. นายอาคอ เบเช กรรมการ
21. นายเลาหลู่ แซล่ ี กรรมการ
22. นายซานฮนิ แซเ่ ติ๋น ผู้ทรงคุณวฒุ ิ
23. นายไจ้ฮิน แซเ่ ตนิ๋ ผู้ทรงคุณวฒุ ิ
24. นายหล่อยู เหม่อแลกู่ ผ้ทู รงคุณวฒุ ิ
25. นายลอผา้ วยุ ยะกู่ ผู้ทรงคุณวฒุ ิ

รายชอ่ื ผ้นู ำหมบู่ ้านปางขอน – ปัจจุบนั มจี ำนวน 7 คน ได้แก่
1. นายซาน ปัญญาลาภสกลุ
2. นายหลา้ เยชอ่ กู่
3. นายสมบูรณ์ เบเซกู่
4. นายวชิ ัย ยาแปกู่
5. นายอาเพยี ว เยซอกู่
6. นายลอชู่ ยาแปกู่
7. นายอิทธฤทธ์ิ อุยยะกู่

ผู้นำแตล่ ะกล่มุ ชาติพันธ์ุ (ผู้นำทางธรรมชาต)ิ

1. ชาติพันธ์ุอาข่า นายอนิ ทฤทธ์ิ วุยยะกู

2. ชาติพันธุล์ าหู่ นายสุพิชัย ไพรเลศิ สกุล

3. ชาตพิ ันธอุ์ ิว้ เมยี้ น นายเอกชยั แซ่จาง

บวร On Tour ชุมชนคณุ ธรรมบ้านปางขอน | 10

คณะกรรมการท่องเทีย่ วโดยชุมชน “บา้ นปางชอน”

การบรหิ ารจัดการท่องเที่ยวโดยชมุ ชน“บ้านปางขอน”

รายชื่อคณะกรรมการกล่มุ การท่องเที่ยว อนรุ ักษ์วฒั นธรรม และสิ่งแวดล้อม จำนวน 10

คน

ที่ ช่ือ – สกลุ ตำแหนง่

1 นาย อนิ ทฤทธ์ิ วุยยะกู ประธานกลมุ่

2 นาย ยศสนุ ทร รตั นกานนภ์ ู รองประธาน

3 นางสาวเกตศนี เยส่อกู เลขานกุ าร/ประธานกลมุ่ สอ่ื ความหมาย

4 นางมนธิรา มาเยอะ เหรญั ญกิ

5 นางปยิ ะธดิ า วชิ ยั วรกจิ ประธานกลุ่ม บา้ นพกั

6 นางฝงลั่ง แซถ่ า่ ง ประธานกลุ่ม จดั เล้ียง/อาหาร

7 นางศิรพิ ร เยสอ่ กู ประธานกลุ่ม การแสดง

8 นายธีรศักด์ิ วยุ ยะกู่ ประธานกลุ่ม ปราชญ์ชมุ ชน

9 นายอาฮู้ คังเยกู่ ประธานกลุ่ม พฒั นาสนิ ค้าของฝาก

10 นายยาปะ ยาแปงกู่ ฝา่ ยประชาสัมพันธ์ / การตลาด

คณะกรรมการกลุ่มท่องเท่ยี ว

บวร On Tour ชุมชนคณุ ธรรมบ้านปางขอน | 11

อำนาจหนา้ ทขี่ องคณะกรรมการกลุ่มการท่องเท่ียวโดย ชุมชนบ้านปางขอน
1. ขับเคลือ่ นการพฒั นาการท่องเทยี่ วโดยชมุ ชน ตามยุทธศาสตร์การท่องเทย่ี วโดยชุมชนบ้านปางขอน
พ.ศ.2561-2562
2. บูรณาการการส่งเสรมิ และพฒั นาการท่องเทย่ี วโดยชมุ ชนตามภารกิจของหนว่ ยงานท่เี ก่ยี วข้อง
3. พฒั นาเคร่ืองมือ กระบวนการ และแนวทางการบรหิ ารจดั การการท่องเทยี่ วโดยชมุ ชนให้สอดคล้อง
กบั สถานการณก์ ารทอ่ งเทย่ี ว
4. ถอดบทเรยี นกระบวนการพฒั นาการทอ่ งเทยี่ วโดยชมุ ชนเพือ่ ยกระดับเป็นศนู ย์กลางการเรียนรู้
การทอ่ งเทีย่ วโดยชุมชน
5. แตง่ ต้ังคณะทำงานเพ่ือดำเนินการขับเคลื่อนประเด็นการพฒั นาการทอ่ งเที่ยวโดยชมุ ชนตามความ
จำเป็น
6. ปฏบิ ัตหิ นา้ ทอี่ ื่นตามท่ปี ระธานกลมุ่ ฯ มอบหมาย

รายชอื่ คณะกรรมการประเมินผลและติดตามการพัฒนาการทอ่ งเที่ยว จำนวน 10 คน

ที่ ชือ่ – สกลุ ตำแหนง่

1 นายอินทฤทธ์ิ วยุ ยะกู ประธานคณะกรรมการ

2 นายอาเวย่ ฮาเยกุ กรรมการ

3 นางสาวเกตศนี เยส่อกู กรรมการ

4 นายกิติ จงุ่ ดลิ ก กรรมการ

5 นายจตุพล อินต๊ะสงค์ กรรมการ

6 นายเสรี ศรธี เิ ลศิ กรรมการ

7 น.ส.ศิรลิ ักษณ์ ธรรมพิทักษ์ กรรมการ

8 น.ส.จันทมิ า ลญั จรงั สมิ าเลศิ เลขานุการ/กรรมการ

มหี นา้ ทตี่ ิดตามและประเมนิ ผลการพัฒนาการทอ่ งเทย่ี วโดยชมุ ชน
1. กำหนดแนวทาง วิธีการในการประเมินผลและติดตามผลการพฒั นาการท่องเที่ยว
2. ดำเนนิ การติดตามและประเมนิ ผลแผนพฒั นา
3. รายงานผลและเสนอความเหน็ ซงึ่ ได้จากการติดตามและประเมินผลแผนพฒั นาประธาน

กลุม่ การท่องเทย่ี ว
4. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อชว่ ยปฏบิ ัติงานตามทเ่ี หน็ สมควร

การดำเนนิ งานของกลุม่ ท่องเทยี่ วเพอ่ื พฒั นาและส่งเสริมการท่องเท่ียวโดยชุมชน บา้ นปางขอน
1. การออกสำรวจพื้นท่ี การออกสำรวจพื้นที่ ในสถานที่สำคัญที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่ง
ทอ่ งเท่ยี ว เชน่ ทางด้านกายภาพ พรรณพืชและพันธ์ุสตั ว์ การจดั ทำแผนท่ี ระบุสถานทที่ ่องเท่ียว ท่ีพัก อาหาร
และสถานที่ติดต่อ สิ่งอำนวยความสะดวก ความปลอดภัย เป็นต้น และมีการจัดทำข้อมูลพื้นฐานพื้นฐานของ
ชมุ ชน การศึกษาประวตั คิ วามเปน็ มา
2. การจัดทำโครงการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานภาครัฐ เชน่ องค์การบรหิ ารส่วน
ตำบลห้วยชมภู การท่องเท่ยี วและกฬี าจังหวัดเชียงราย และอนื่ ๆ
3. การดำเนินงานโครงการเร่งดว่ น การดำเนินงานกิจกรรมหรอื โครงการเร่งด่วนที่ได้ผ่านการหารอื
รว่ มกันจากการจัดประชุมคณะทำงานเพื่อพิจารณาคดั เลือกโครงการเร่งดว่ น จะก่อให้เกดิ ผลเป็นรูปธรรม เช่น

บวร On Tour ชุมชนคุณธรรมบา้ นปางขอน | 12

กิจกรรมการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน กิจกรรมการพัฒนาองค์ความรู้ กิจกรรมผลิตสื่อประชาสัมพันธ์
กจิ กรรมกำหนดกฎระเบียบขอ้ บังคับ ฯลฯ

4. การจัดประชุมคณะทำงาน การจัดประชุมกระบวนการทำงาน เพ่อื ชแ้ี จงรายละเอียดของโครงการ
แนวทางในการดำเนินงาน การแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม ซึ่งการจัดประชุมกระบวนการทำงานนี้จะประกอบ
ไปด้วยคณะกรรมการกลุ่มท่องเที่ยว และคณะกรรมการหมู่บ้าน โดยจัดประชุมอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
พร้อมกับประชุมประจำเดือนของหมู่บ้าน เพื่อวิเคราะห์ศักยภาพทางการท่องเที่ยว โดยการระดมความคิด
จัดทำแผนงาน/โครงการ ตา่ งๆ ดังน้ี ดา้ นการบริหารจัดการ ดา้ นการบริการ ดา้ นการพัฒนา ด้านอนุรักษ์ การ
จดั กิจกรรม และดา้ นการประชาสมั พันธ์

5. การจัดประชุมภาคีเครือข่าย เพื่อความร่วมมือในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในพืน้ ที่การ
จัดประชุมภาคีเครือข่าย เพื่อกำหนด บทบาท หน้าที่ ในการรับผิดชอบงาน และมีการกำหนดผู้รับผิดชอบ ท่ี
ปรึกษา ประธาน เพื่อแสดงให้เห็นแนวทางการพัฒนาที่ชัดเจน ร่วมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการพัฒนา
แหลง่ ทอ่ งเทีย่ ว โดยร่วมมอื กับหน่วยงานที่เก่ยี วข้องในพื้นที่ ไดแ้ ก่ หนว่ ยงานราชการ คณะกรรมการหมู่บ้าน
โรงเรยี น กล่มุ โฮมสเตย์ กลมุ่ อนุรกั ษส์ ิ่งแวดลอ้ ม องคก์ ารบริหารสว่ นตำบล ผู้ประกอบการท่องเทีย่ ว ฯลฯ เชน่
โครงการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของตำบลห้วยชมภู โดยได้รับความร่วมมือจากภาคีและหน่วยงานที่
เก่ียวข้อง เป็นต้น

บนั ทกึ การประชมุ ประชาคมหม่บู ้านรา่ งกฎระเบียนหมบู่ ้าน วันที่ 16 เดอื น กนั ยายน พ.ศ. 2557

วาระที่ 1 แก้ไขและเพิ่มเติมกฎหมู่บ้านปางขอน และทำประชาคมร่างกฎระเบียนหมู่บ้านปางขอน
เป็นดา้ น ๆ ดังนี้

1.1 ดา้ นการปอ้ งกนั และปรามปรามยาเสพตดิ
1.1.1 ผู้ใดจำหน่ายยาเสพติดให้โทษ ตามที่กฎหมายกำหนดหากถูกจับได้จะถูกปรับเป็น

จำนวนเงนิ 10,000 บาทเข้ากองกลาง (ในที่ประชุมเห็นด้วย)
1.1.2 หากผู้ใดเสพสิ่งเสพติดที่กฎหมายกำหนดถูกจับได้ให้ผู้ปกครองญาติพี่น้องนำผู้เสพ

สง่ ไปบำบดั ณ ท่ีใดที่หนงึ่ (ในทปี่ ระชมุ เหน็ ด้วย)
1.1.3 ผู้เสพและผู้ขายถูกจับได้จะถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้กู้เงินจากกลุ่มหรือองค์กรต่าง ๆ ของ

หม่บู า้ น (ในท่ปี ระชุมเหน็ ดว้ ย)
1.1.4 ในกรณีผู้เสพหรือผู้ขายเกิดเสียชีวิตขึ้นมาในกรณีเสพแล้วถูกยิงตายเพราะยาเสพติด

จะถูกตัดสทิ ธิ์คา่ สมาชิก
1.1.5 หากผู้เสพและผ้ขู ายถกู จบั ได้ทางฝา่ ยปกครองจะไม่ช่วยเหลือไมว่ า่ เร่ืองใด ๆ ทงั้ สิน้

วาระท่ี 2 ดา้ นการลกั ทรพั ยแ์ ละทำใหท้ รพั ยผ์ อู้ นื่ เสยี หาย
1.2.1 ผู้ทล่ี ักทรพั ยส์ ินของผอู้ นื่ หากถูกจับได้จะถกู ปรับ 5 เทา่ ของทรพั ยน์ ัน้ ๆ
1.2.2 การปลูกต้นไม้ยนื ต้นตามแนวรว่ มกนั ต่างห่างแนวเขตขา้ งละ 50 เซนติเมตร
1.1.3 ผู้ที่ทำลายทรัพย์สินของผู้อื่นโดยเจตนาเช่น ตัดต้นไม้ต่าง ๆ หรือขุดตัดถนนเข้าพื้นที่

สว่ นบุคคลใหป้ รับหา้ เทา่

บวร On Tour ชมุ ชนคณุ ธรรมบา้ นปางขอน | 13

1.2.4 หากโจรหรอื ผู้ลกั ทรัพยน์ ำทรัพย์สินของผู้อ่ืนมาจำนองหรือขายถ้าผ้ซู ื้อมสี ว่ นเกี่ยวข้อง
และผ้เู ห็นเป็นใจและร่วมกนั ปกปดิ จะมโี ทษปรบั 3-4 เทา่ ของมลู ค่าทรัพย์สินนั้น ๆ

วาระท่ี 3 ดา้ นการรักษาความสงบและการทะเลาะวิวาทภายในหม่บู า้ น
1.3.1 การทะเลาะวิวาทภายในหมบู่ า้ นผ้กู อ่ เหตุจะกลบั 3,000 บาททงั้ สองฝา่ ย
1.3.2 ผู้ใดเมาสุราอาละวาดเต่าถ้อยคำท้าทายหรือถ้อยคำใดทำให้ผู้อื่นเสียหายหรือได้รับ

ความเดือดรอ้ นปราบ 1,500 บาท
1.3.3 หา้ มมิให้เยาวชนทม่ี ีอายุต่ำกว่า 14 ปเี ทยี่ วเตรภ่ ายในหมู่บ้านตัง้ แต่เวลา 22:00 น –

5:00 น ทใี่ ดฝา่ ฝืนหรือถูกจับได้จะถูกปรบั 1,000 บาท
1.3.4 หากผู้ใดยิงปืนในหมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาตจากถูกปรับครั้งละ 500 บาทหากมี

เหตจุ ำเปน็ ตอ้ งมาแจ้งให้ผู้ใหญบ่ า้ นทราบ
1.3.5 ให้คณะกรรมการหมู่บ้านร่วม ชรป. รปภ. หมู่บ้านจัดเวรยามออกดูความสงบ

เรียบรอ้ ยในหมบู่ ้านอย่างน้อยเดอื นละ 2 ครง้ั
1.3.6 หากผู้ใดหมนิ่ หรือทำร้ายคณะกรรมการหมู่บ้าน ชรป. อพปร. เรอื่ งท่ีเกี่ยวข้องกับการ

ปฏบิ ัติหนา้ ทข่ี ณะปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ก็ดไี มป่ ฏิบัติหน้าที่กด็ ีต้องถูกปรบั คนละ 5,000 บาทวธิ ีดำเนินคดีตามกฎหมาย
(ถ้ากรรมการ ชรป. อปพร. ดหู มิ่นหรอื ทำรา้ ยลกู บ้านจะปรบั เพมิ่ 2 เทา่ )

วาระที่ 4 ด้านทรัพยากรธรรมชาติ
1.4.1 ห้ามตัดต้นไม้ทำลายป่าในเขตอนุรักษ์และเขตป่าหวงห้ามหากผู้ใดฝ่าฝืนจะถูก

ดำเนนิ คดตี ามกฎหมาย
1.4.2 หากผู้ใดไปตัดต้นไม้ในเขตป่าชุมชนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการหมู่บ้าน

หรือผูใ้ หญบ่ ้านทจี่ ับกุมดำเนินคดตี ามกฎหมาย
1.4.3 ผใู้ ดจะไปตัดตน้ ไมห้ รือเอาไปใช้สอยให้แจง้ ความจำนงคต์ ่อคณะกรรมการหมู่บ้านหรือ

ผ้ใู หญ่บา้ นมีคณะกรรมการหมบู่ ้านและผใู้ หญพ่ จิ ารณาตามความเหมาะสม
1.4.4 หากคนใดคนหนึ่งในหม่บู ้านตดั ต้นไม้ให้อยูบ่ ้านหรอื เห็นชอบให้คนตา่ งหมบู่ ้านมาตดั

จะถูกปรับ

วาระที่ 5 ประธานในที่ประชุมขอประชามติเรื่องการทำลูกระนาดเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและ
ทรัพย์สินชีวิตของผู้ขับและผู้อื่นเนื่องจากเป็นเขตชุมชนและบริเวณโรงเรียนเลยทางประชาชนเสนอทำ
ประชาคมในทปี่ ระชมุ เหน็ ชอบในการกระทำลกู ระนาดทางถนนสายหลกั

หมู่บ้านแห่งความรัก ทีพ่ ักอนั อบอุ่น
หอมกรนุ่ กล่นิ กาแฟ แลวฒั นธรรมอาข่า

บวร On Tour ชุมชนคุณธรรมบา้ นปางขอน | 14

จุดเด่นที่ชัดเจนบ้านปางของ หมู่ที่ 7 ที่สร้าง motto “จิบกาแฟ แลปางขอน” นั้นคือเสน่ห์ของที่นี่
ได้แก่ บา้ นปางขอน ตงั้ อยู่ หมู่ท่ี 7 ตำบลหว้ ยชมภู อำเภอเมือง จังหวดั เชยี งราย หา่ งจากตัวเมืองประมาณ 40
กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 14,000 ไร่ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ลาวฝั่งซ้าย ป่าแม่กกฝั่งขวา
พื้นที่ทั้งหมดเป็นภูเขาสูง อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,200-1,600 เมตร มีอากาศหนาวเย็น และมี
หมอกตลอดท้งั ปี

ลกั ษณะภมู ิอากาศ
มอี ณุ หภูมเิ ฉล่ยี ตลอดท้ังปีประมาณ 24 องศาเซลเซยี ส สว่ นบนยอดดอยหนาวจดั อุณหภูมติ ำ่ สดุ จะอยู่
ท่ี 0 องศาเซลเซยี ส แบ่งออกเปน็ 3 ฤดู

หน้าร้อน เรม่ิ เดือนมนี าคม–พฤษภาคม อุณหภมู ิเฉล่ยี ประมาณ 20.5–29.5 ๐ C
หนา้ ฝน เร่มิ เดือนมิถนุ ายน–กนั ยายน อุณหภูมิเฉล่ีย ประมาณ 19.5–27.5 ๐ C
หนา้ หนาว เรม่ิ เดอื นตลุ าคม–กมุ ภาพันธ์ อณุ หภมู ิเฉลีย่ ประมาณ 8.5–19.5 ๐ C

วสิ ัยทัศน์ : หม่บู ้านปางขอนเปน็ หม่บู ้านแหง่ ความรัก ที่ปกคลมุ ไปดว้ ยหมอกสามฤดดู ่ังสวรรค์บนดนิ
ชมิ กาแฟรสเลศิ ชมดอกซารกุ ะ สมั ผัสวฒั นธรรมอาข่า

เสน่ห์ของชุมชน:หมู่บ้านปางขอนเป็นหมู่บ้านท่ีมีการอนุรักษ์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และ
สง่ิ แวดลอ้ มอกี ทั้งยังมีวิถีชวี ิตชาติพันธทุ์ ี่เปน็ อัตลักษณแ์ ละมีความหลากหลาย 4 ชาตพิ ันธุ์ ไดแ้ ก่ อาข่า อิ
วเมยี น ลาหู่ และจนี ยูนาน

บ้านปางขอน จากท่ีอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ
1,200 - 1,600 เมตร จงึ มีอากาศหนาวเย็น และมีหมอกตลอด
ทั้งปี มีอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีที่ 24 องศา ทั้งยังมีต้นพญาเสือโคร่ง
(ซากุระเมืองไทย) มากทสี่ ดุ ในจังหวดั เชยี งราย เมื่อดอกพญาเสือ
โคร่งบานสะพรั่งรับฤดูหนาว เทือกเขาทั้งดอยจะมีสีชมพูแต้ม
ภูเขาเสมือนท่านมีโอกาสได้มาเยี่ยมชมดอกซากุระเมืองไทย จึง
เป็นมนต์เสน่ห์ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

บวร On Tour ชุมชนคุณธรรมบา้ นปางขอน | 15

เข้ามาสัมผัสบรรยากาศอันบริสุทธิ์และสวยงาม ทั้งในตอนเช้าที่มีหมอกคลุมเสมือนทะเลหมอก และยามเย็น
เมอื่ เห็นพระอาทิตย์ตกดิน สร้างความประทบั ใจแกน่ ักท่องเทีย่ วเป็นอย่างมาก ภมู ิประเทศทส่ี วยงาม อากาศท่ี
แสนสดใด มนตเ์ สนห่ ์แหง่ ซากุระเมอื งไทย (ดอกนางพญาเสอื โครง่ )

บวร On Tour ชุมชนคณุ ธรรมบ้านปางขอน | 16

เสน่ห์ด้านวฒั นธรรมของกล่มุ ชาตพิ นั ธุ์

อัธยาศยั ไมตรขี องชมุ ชน (Service smile)
ความบริสุทธิ์ของนำ้ ใสไมตรีของชาวบ้านในชุมชนปางขอน ซึ่งไม่มีสิ่งปรุงแตง่ รอยยิ้ม คำพูดที่ไม่ต้อง
แตง่ เติมลว้ นแต่ทำให้ผู้มาเยือนประทับใจในอธั ยาศัยไมตรีของชุมชน มาเยือนครั้งแรกต้องมาเยือนอีกคร้ังให้ได้
หลายกรุ๊ปทัวร์หรือนักท่องเที่ยว ได้เพื่อน พี่ น้อง ฯลฯในชุมชนมีความผูกพันจนมานอนอาศัยในบ้านชาวบ้าน
จนสนิทคนุ้ เคยก็มี

บวร On Tour ชมุ ชนคุณธรรมบา้ นปางขอน | 17

เสน่หด์ า้ นอาหารชาตพิ นั ธ์ุ
อาหารชาติพันธุ์ที่นำเสนอให้แก่นักท่องเที่ยวและผู้มาเยือน มีการปรับภาชนะให้มีกลิ่นไอและความ
เปน็ ปางขอนโดยผา่ นสื่อ “ใบกาแฟ” ตลอดถึงนำผลผลติ ด้านเกษตรไม้เมืองหนาวมาแต้มเติมในเมนูให้สวยงาม
ชวนล้มิ ลอง เมนทู นี่ ำเสนอ ลาบหมูหอ่ ใบกาแฟ ต้มไกส่ มนุ ไพร

ศาสนาสถานครสิ ตจักรบ้านปางขอน (อาขา่ ) สงั กัด สหกจิ ครสิ เตยี นแหง่ ประเทศไทยตงั้ ขึ้นเม่ือปี พ.ศ.
๒๕๔๖ หลังจากการจัดตั้งหมู่บ้านปางขอนได้ ๑ ปี (บ้านปางขอนได้รับการยกฐานะเป็นหมู่บ้านอย่างเป็น
ทางการเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๕ ) ได้ก่อตั้งเป็นระยะเวลาถึง ๑๗ ปี ปัจจุบันมีกลุ่มชาติพันธุ์นับถือศาสนาครสิ ตจักร
นิกายโปแตสแตน มีสมาชิกอยู่ประมาณ ๗๐๐ คน นอกเหนือจากนั้นนับถือ บรรพบุรุษและประเพณีจีนเป็น

บวร On Tour ชมุ ชนคณุ ธรรมบ้านปางขอน | 18

ส่วนใหญ่ ที่ตั้ง 83 หมู่ที่ 7 บ้านปางขอน ตำบล ห้วยชมภู , อำเภอ เมืองเชียงราย , จังหวัดเชียงราย ,
ประเทศไทย ผ้นู ำทางศาสนาไดแ้ ก่ นายลอซา มาเยอะ เป็นศาสนาจารย์ประจำโบสถ์

มกี จิ กรรมทางศาสนาทกุ วนั อาทติ ย์ (10.00-12.00 น.) และวันพธุ (19.00-21.00 น.)

บวร On Tour ชมุ ชนคณุ ธรรมบ้านปางขอน | 19

โรงเรียนบ้านปางขอน ที่ตั้งเลขท่ี
285 หมู่ที่ 7 ตำบลห้วยชมภู อำเภอเมือง
เชียงราย จังหวัดเชียงราย สังกัดสำนักงาน
เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย
เขต 1 โทร.086–1858464 เปิดสอน
ระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 3
เนือ้ ท่ี 5 ไร่ 1 งาน 82 ตารางวา เขตพื้นที่
บรกิ ารท้ังหมด 3 หม่บู า้ น ไดแ้ ก่
บา้ นปางขอน หมู่ 7
บ้านปางตะไคร้ หมู่ 7
บ้านหว้ ยแกว้ หมู่ 8
อตั ลกั ษณข์ องสถานศึกษา : วิถชี นเผา่ วิถีพอเพยี ง
เอกลกั ษณ์ของสถานศึกษา : โรงเรียนเสริมสรา้ งคณุ ธรรมบนพนื้ ฐาน วิถชี นเผ่า วิถพี อเพยี ง

ประวตั โิ รงเรยี น
โรงเรียนบ้านปางขอน ตั้งขึ้นในวันที่ 18 เมษายน พ.ศ.2530 เป็นโครงการห้องเรียนดอยของ
สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่เลขที่ 285 หมู่ 7 ตำบลห้วยชมภู อำเภอเมืองเชียงรา
จังหวัดเชียงราย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงราย เขต 1 ตั้งอยู่พิกัด ละติจูด 19.8967 ลองจิจูด
99.61815 โรงเรียนบ้านปางขอนลักษณะภูมิประเทศ ตั้งอยู่บนเทือกเขาแดนลาว อยู่บนพื้นที่สูงกว่า
ระดับน้ำทะเล 1,280 เมตร ระยะทางห่างจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงรายเขต 1 ประมาณ 36
กิโลเมตร มีประชากรประมาณ 300 คน 80 ครัวเรือน ประชากรในชุมชนบ้านปางขอนเป็นชาวเขา ได้แก่เผ่า
อาข่า จีนฮ่อ ลาหู่ และเย้า ส่วนใหญ่ประมาณ 80% ประกอบอาชีพเกษตรกรรมด้วยการ ปลูก กาแฟ ลิ้นจ่ี
ข้าว และรับจ้างเป็นอาชีพหลัก มีสถานภาพทางเศรษฐกิจยากจน รายได้น้อย ภาษาที่ใช้สื่อสารในชุมชนคือ
ภาษาอาข่า เยา้ ลาหู่และจนี ฮ่อ (จีนคณะชาติ) นบั ถอื ศาสนาพุทธ ศาสนาครสิ ตแ์ ละนับถอื ผบี รรพบุรุษ มีการ

บวร On Tour ชมุ ชนคณุ ธรรมบ้านปางขอน | 20

ดำรงวิถีชีวิตชนเผ่า ตามวัฒนธรรมดั้งเดิมที่ติดตัวมา ในด้านประเพณีและวัฒนธรรมสภาพการ
คมนาคมไม่สะดวก เป็นไปด้วยความยากลำบากในทุกฤดูกาลสภาพถนนขรุขระในฤดูร้อนถนนมีแต่ฝุน่ หนาปก
คลุม ช่วงฤดูฝนถนนจึงเต็มไปดว้ ยโคลน คณะครูและนักเรียนเดินทางไปโรงเรียนกันด้วยความยากลำบาก ช่วง

ฤดูหนาวเป็นช่วงที่ดอกซากุระบาน
ล ั ก ษ ณ ะ อ า ก า ศ จ ะ ห น า ว เ ย็ น
ประกอบกับลมพัด และมีหมอกปก
คลุมทำให้เกิดน้ำค้างเกาะยอดหญ้า
ไปทั่ว เป็นภูมิทัศน์ที่สวยงามน่า
ท่องเที่ยวตั้งแคมป์ชมวิวมาก ด้าน
ความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนและ
โรงเรียนอยู่ในระดับดีมีการ
ประสานงาน โครงการร่วมกิจกรรม
ช่วยเหลือให้บริการให้คำปรึกษากับ
ผู้นำชุมชนและชาวเขาใน หมู่บ้าน
โดยตลอด แต่การพัฒนาการจดั การศึกษาของโรงเรียน ต้องอาศัยความรว่ มมือรว่ มใจกนั ระดมความคิดและลง
มอื ลงแรงอย่างสร้างสรรคใ์ ห้ มากยง่ิ ๆ ขนึ้ ต่อไป

ข้อมูลผู้บรหิ าร
1. ผู้อำนวยการโรงเรียน นางสาวศิรลิ ักษณ์ ธรรมพิทกั ษ์
โทรศัพท์ 086-1858464. e-mail:[email protected]
วุฒกิ ารศกึ ษาสูงสดุ ปรญิ ญาโท สาขา การบริหารการศกึ ษา
ดำรงตำแหน่งทโ่ี รงเรยี นนี้ต้ังแต่ วันท่ี 9 มกราคม 2550 จนถงึ ปจั จบุ นั เป็นเวลา 9 ปี 2 เดือน
2. รองผอู้ ำนวยการ – คน

กิจกรรมนายกหัวใจใสสะอาดภายใตโ้ ครงการโรงเรยี นนา่ อยู่–น่าศึกษา ตามแนวทางของปรชั ญา
เศรษฐกิจพอเพียง (การทำความสะอาดในแต่ละเมืองที่ได้รับผิดชอบ)

ผูน้ ำ “บ” บา้ น/ชุมชน บวร On Tour ชุมชนคุณธรรมบ้านปางขอน | 21

นายอินทฤทธิ์ วุยยะกู
ผู้ใหญ่บา้ นปางขอน

ผนู้ ำ “ว” วัด/ศาสานสถาน

นายลอซา มาเยอะ
ศาสนาจารย์ ศษิ ยาภิ

บาล

ผู้นำ “ร” โรงเรียน/ราชการ

นางสาวศริ ิลกั ษณ์ ธรรมพิทักษ์
ผอู้ ำนวยการโรงเรียน

บวร On Tour ชุมชนคณุ ธรรมบ้านปางขอน | 22

องคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบลห้วยชมพู
สภาตำบลห้วยชมภู เริ่มก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2538 มีนายซาน พร่านเจริญกุล เป็นกำนันตำบลห้วยชมภู
และเป็นประธานสภาห้วยชมภู คนแรก สภาตำบลห้วยชมภูมีเขตรับผิดชอบ 11 หมู่บ้าน ต่อมาเมื่อวันที่ 16
ธันวาคม 2539 สภาตำบลห้วยชมภูได้ยกฐานะเป็น องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยชมภู ปี พ.ศ.2544 นาย
ไพรวัลย์ ลิ่วสกุลฤดี ได้รับเลือกจากสภาให้เป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยชมภู ปี พ.ศ.2548 นาย
นิคม สวสั ดีชัยกุล ไดเ้ ปน็ นายกองค์การบริหารสว่ นตำบลหว้ ยชมภู คนแรกที่มาจากการเลือกต้ัง ปี พ.ศ.2551
ได้มีการเลือกตั้ง นายไพรวัลย์ ลิ่วสกุลฤดี ได้เป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยชมภูอีกครั้ง ปี พ.ศ.
2552 นางเรณู ธรรมบัณฑิตได้รับเลือกให้เป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยชมภู และครบวาระการ
ดำรงตำแหน่งเมอ่ื วันท่ี 6 กันยายน 2556 ปัจจุบันนายกองค์การบรหิ ารสว่ นตำบลห้วยชมพู คอื นายประสิทธ์ิ
แซ่หม่ี ได้รบั การเลอื กต้ังเมอื่ วันที่ 14 พฤศจกิ ายน 2556 จนถงึ ปจั จุบัน

1. ยุทธศาสตร์
ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์เชื่อมโยงกลุ่มจังหวัด กลุ่ม
อาเซียน +6 และ GMS

1.1 การพฒั นาระบบคมนาคมและขนสง่ ทางระบายนำ้ สะพาน ทา่ เทียบเรือ และการพฒั นา
ระบบ โครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นเพื่อรองรับการขยายตัวในด้านการค้า และการลงทุนในเขตขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถิน่

1.2 พัฒนางานด้านการผังเมือง การขนส่งและการวิศวกรรมจราจร การดูแลรักษาท่ี
สาธารณะ และ งานควบคุมอาคาร

ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 2 ดา้ นเศรษฐกจิ และการทอ่ งเทย่ี ว
2.1 ส่งเสริมแนวทางการพฒั นาตามแนวพระราชดาํ ริของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อย่หู ัวฯ

ในการดาํ เนินชีวติ แบบเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อใหป้ ระชาชนไดพ้ ึ่งตนเองไดอ้ ย่างยงั่ ยืน
2.2 สง่ เสริมการสร้างงานและสรา้ งอาชีพใหแ้ กป่ ระชาชน เพอื่ เพ่มิ รายไดใ้ ห้แก่ครอบครัว

และการ จดั การตลาด เพื่อให้เกดิ ความย่งั ยืนในอาชีพท้งั ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และหตั ถกรรม
กลุ่มวิสาหกิจชมุ ชน กลมุ่ ผู้ผลิตสนิ ค้า หน่ึงตาํ บล หนง่ึ ผลติ ภัณฑ์ (OTOP) อย่างครบวงจร ตง้ั แต่การผลติ จนถงึ
การตลาด

2.3 เสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเดิมและจัดหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ตาม
ศกั ยภาพของ พื้นท่ใี ห้เป็นโครงข่ายความร่วมมอื กบั จงั หวดั และประเทศ

3.5 ส่งเสรมิ และสนบั สนนุ การท่องเท่ียวเชิงอนุรกั ษธ์ รรมชาติ สิ่งแวดล้อม วถิ ีชีวิต วัฒนธรรม
และ ประเพณีท้องถ่ิน พร้อมยกระดบั มาตรฐานด้านบรกิ ารและธรุ กิจท่ีเกีย่ วขอ้ งกับการท่องเที่ยวสร้างความ
ประทับใจแกน่ กั ท่องเท่ยี วและผ้มู าเยือน

ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 3 ดา้ นการพัฒนาการศึกษาและและการพฒั นาทรพั ยากรมนุษย์
3.1 สง่ เสริมและสนบั สนนุ การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศกึ ษาทงั้ ในระบบ นอกระบบ

และการศึกษาตามอธั ยาศัยให้มคี ณุ ภาพและตามเกณฑ์มาตรฐาน
3.2 ส่งเสรมิ และสนบั สนนุ การพัฒนาหลกั สตู รในโรงเรียนหรอื สถาบันการศกึ ษาเพื่อรองรับ

บวร On Tour ชุมชนคณุ ธรรมบ้านปางขอน | 23

การเข้าสู่ ประชาคมอาเซยี น
3.3 พัฒนาองค์ความรู้บคุ ลากรทางการศกึ ษาผสู้ อนภาษาต่างประเทศและความรูเ้ กีย่ วกบั

ประเทศ เพื่อนบา้ น พร้อมได้รับการพัฒนาคณุ ภาพตามมาตรฐานวชิ าชพี
3.4 สนบั สนุนการเรยี นรู้คู่คณุ ธรรม ร่วมกับสถาบันทางศาสนา รวมทง้ั ส่งเสริมการศึกษาท่ีคา้

คำนงึ ถึง ภมู ปิ ญั ญาท้องถน่ิ วัฒนธรรมทางดา้ นภาษา และการแต่งกาย
3.5 พฒั นาสือ่ การเรยี นการสอน และเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหมเ่ พื่อเปิดโอกาสการ

เรยี นรอู้ ยา่ ง กว้างขวางและทั่วถึง

ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 4 การพัฒนาคณุ ภาพชีวติ สงั คม การสาธารณสขุ และการปอ้ งกนั สาธารณภยั
4.1 ส่งเสริมและสนบั สนุนการพฒั นาระบบการบริการสาธารณสขุ การอนามยั ครอบครัว

การรักษาพยาบาล การป้องกันและควบคุมโรคติดต่อใหม้ คี ุณภาพครอบคลุมโดยการมสี ่วนร่วมทกุ ภาคี
เครอื ข่าย

4.2 สนับสนนุ ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ และแพทย์ทางเลือกในการดแู ลและรักษาสขุ ภาวะ
4.3 ส่งเสริมและสนบั สนุนงานดา้ นสวัสดกิ ารสังคม การสังคมสงเคราะห์ การพฒั นาคุณภาพ
ชีวติ เดก็ สตรี เยาวชน ผสู้ ูงอายุ ผ้พู กิ ารและผู้ด้อยโอกาส
4.4 สนบั สนนุ ทีพ่ กั อาศัยแกผ่ ู้ยากไร้ ผดู้ ้อยโอกาส ผู้ยากจน ใหม้ ที ่ีอยู่อาศยั ทดี่ ีคงทน ถาวร
และมี สภาพแวดล้อมทีด่ ี
4.5 ส่งเสริมและพฒั นาเด็กและเยาวชนในทอ้ งถ่นิ ตลอดจนให้ความสำคัญกบั ศนู ย์พัฒนา
เดก็ เล็กให้ได้รบั อาหารเสริมนมและอาหารกลางวนั อยา่ งครบถว้ น
4.6 สนบั สนนุ งานดา้ นการส่งเสรมิ อาชีพและฝึกอาชพี ให้กับประชาชน กลุ่มแรงงานนอก
ระบบ กล่มุ ผู้ ไม่มงี านทำ เพื่อกอ่ ให้เกิดการสรา้ งงานและอาชพี รวมท้ังการส่งเสรมิ ให้กลุ่มผสู้ ูงอายแุ ละผู้พกิ าร
มงี านทำและมรี ายได้
4.7 สง่ เสริมและพัฒนาการจัดระเบียบชมุ ชน งานดา้ นการรักษาความสงบเรียบร้อย งาน
ด้านการ ปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยส์ ินของประชาชน
ตลอดจนการ ให้ความสำคัญกับระบบเตือนภัยท่เี กิดจากภัยธรรมชาติและภยั พบิ ัติในทอ้ งถน่ิ
4.8 สง่ เสริมและสนบั สนนุ งานป้องกันและแกไ้ ขปญั หายาเสพติดอย่างเป็นระบบ ปัญหา
อาชญา กรรม และการคา้ มนุษย์ภายใต้การบรหิ ารจัดการอยา่ งบูรณาการและมีประสทิ ธิภาพ

ยุทธศาสตรท์ ี่ 5 การบริหารจดั การทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มให้สมบรู ณ์ และยัง่ ยืน
5.5 ส่งเสรมิ การจัดการสง่ิ แวดล้อม ขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกลู น้ำเสยี ในชมุ ชน มลพิษทางอากาศ

ตลอดจนการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบยี บเรยี บร้อยของชมุ ชนและท้องถน่ิ
5.2 เสรมิ สร้างความรว่ มมอื และสร้างจิตสำนึกให้กบั ประชาชน ในการดำเนนิ การอนุรกั ษ์การ

คุ้มครองดูแลและบำรงุ รักษาปา่ ไม้ น้ำ ตลอดจนทรัพยากรธรรมชาติอนื่ ให้เกิดประโยชน์และเกิดผลสำเร็จ
อย่างยั่งยืนและตามแนวทางพระราชดำริ

5.3 พัฒนาองค์ความรู้และเสริมสร้างให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นองค์กรแห่งการ
เรียนรดู้ ้าน ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม

5.5 ส่งเสริมสนับสนุนการจัดทำฝายต้นนำ้ (Check Dam) เพอ่ื ชะลอการไหลของน้ำและ
ตะกอนเสริม ความสมบรู ณ์ของปา่

บวร On Tour ชุมชนคุณธรรมบ้านปางขอน | 24

ยทุ ธศาสตร์ท่ี 6 การพัฒนาด้านการบ้านเมอื ง การบริหาร
6.1 ส่งเสรมิ ประชาธิปไตย ความเสมอภาค สทิ ธเิ สรภี าพของประชาชน และการมสี ่วนร่วม

ในการพฒั นาทอ้ งถ่ิน
6.2 เสรมิ สรา้ งความปรองดองสมานฉันท์ ในชมุ ชนและทอ้ งถิ่น บนพื้นฐานของความถูกต้อง

ยุติธรรมและการยอมรับของทุกภาคสว่ น
6.3 พัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่นในด้านการคลงั

วิธีการ งบประมาณ การบริหารงานบคุ คลให้มปี ระสิทธิภาพ โปรง่ ใส ทนั สมยั และประชาชนมสี ่วนรว่ ม ทัง้ น้ี
เพ่ือการ แก้ไขปัญหาของประชาชนและการใหก้ ารบรกิ ารท่ีมีประสทิ ธภิ าพ

6.4 พฒั นาปรับปรุงเครื่องมอื เครื่องใชแ้ ละเทคโนโลยี ขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน

พฒั นาภมู ทิ ศั น์เพ่ือรองรับการท่องเท่ียวโดยใชพ้ ลังบวร ชุมชนคุณธรรมบา้ นปางขอน ผู้คนในชมุ ชน
ตา่ งเอาม้ือรว่ มแรงเพื่อสร้างโครงสรา้ งพื้นฐาน ปรบั ภูมิทัศน์โดยรอบหมู่บา้ นเพอ่ื ใหเ้ กิดความสวยงาม สะอาด
เรียบร้อย ทกุ วันศุกร์แรกของสัปดาห์ โดยเปน็ มติของหมูบ่ ้านในการพัฒนา ตลอดถึงยงั มีการอาสารว่ มมือสร้าง
ฝายกนั้ น้ำสำหรับอปุ โภคบริโภคโดยไมใ่ ช้เงนิ งบประมาณจากรฐั บาล

บวร On Tour ชุมชนคณุ ธรรมบา้ นปางขอน | 25

ชุมชนคณุ ธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ขับเคล่ือนด้วยพลังบวร นำพาประเทศไทย “มั่นคง มง่ั ค่ัง ยง่ั ยืน”
เมอื่ วันที่ 12 กรกฎาคม 2559 คณะรัฐมนตรีได้มมี ตปิ ระกาศใชแ้ ผนแมบ่ ทส่งเสริมคณุ ธรรม แหง่ ชาติ
ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2559-2564) ซึ่งเป็นแผนส่งเสริมคุณธรรมฉบับแรกของไทย ที่ให้ความสำคัญ กับการพัฒนา
คน และสังคมไทยให้มีคุณภาพและคุณธรรม สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และนโยบายรัฐบาลที่
ต้องการพัฒนาประเทศสู่ความสมดุลและยั่งยืน ทั้งทางวัตถุและจิตใจ และการมีส่วนร่วม ของภาคีการพัฒนา
ทุกภาคส่วนทั้งในระดับชุมชน อำเภอ จังหวัดและระดับประเทศเพื่อร่วมกันกำหนด วิสัยทัศน์และทิศทางการ
พัฒนาส่งเสริมคุณธรรม มุ่งสู่สังคมคุณธรรม โดยเฉพาะการพัฒนาคนให้มีคุณธรรม ตามหลักธรรมทางศาสนา
น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักในการพัฒนาคุณภาพชีวิต และดำรงชีวิตตามวิถี
วฒั นธรรมไทยอันดีงาม กระทรวงวฒั นธรรม สนองนโยบายรัฐบาล โดยดำเนนิ การส่งเสริมคณุ ธรรมในทุกระดับ
ตามยุทธศาสตรภ์ ายใตแ้ ผนแมบ่ ทส่งเสริมคุณธรรมแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ 1 (พ.ศ 2559-2564) สร้างคนดี สังคมดี
เสริมสร้างความเข้มแข็งจากภายในใหท้ ุกคน ทุกครอบครัว ทุกชุมชน ทุกองค์กรและทุกหน่วยงาน มีคุณธรรม
กล่าวคอื มคี วามจงรกั ภกั ดีตอ่ สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ มคี ุณธรรมตามหลักศาสนา มคี วามพอเพียง
มีวินัย ซื่อสัตย์สุจริต และจิตอาสา น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การ ปฏิบัติ และดำรงชีวติ ตาม
วิถีวัฒนธรรมที่ดีงาม และนโยบายกระทรวงวัฒนธรรมที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนงาน ด้านศาสนา ศิลปะ
วัฒนธรรมใหเ้ กดิ ผลเป็นรูปธรรม ภายใตแ้ นวทาง “สืบสาน รักษา ตอ่ ยอด และปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ี ราชการ ด้วยหลัก
ธรรมาภิบาล”ตลอดจนการปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมที่ดีทั้งด้านคุณธรรมและจริยธรรม ให้กับประชาชน
และชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง โดยนำนโยบายสูก่ ารปฏิบัติในพืน้ ท่ี ให้สำนักงานวัฒนธรรม
จังหวัดทุกจังหวัดดำเนินการโดยใช้กลไกพลังบวรและกลไกประชารัฐ สร้างความ เข้าใจ เข้าถึงและพัฒนาใน
ลักษณะการระเบิดจากข้างใน ให้คนในชุมชนร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับประโยชน์ ตามกระบวนการสร้างชุมชน
คุณธรรม และเกณฑ์ตัวชี้วัด ๙ ขั้นตอน ตั้งแต่การประกาศเจตนารมณ์ ข้อตกลงร่วมกันที่จะพัฒนาชุมชนให้
เป็นชมุ ชนคุณธรรม การกำหนดเปา้ หมายคุณธรรม ปัญหาทอ่ี ยากแก้ ความดีท่ีอยากทำ จัดทำแผนส่งเสริมและ
พัฒนาชุมชน การปฏิบัติตามแผน ทบทวนปรับปรุงแผน ยกย่อง บุคคลทำความดีมีคุณธรรม ประเมิน
ความสำเร็จของแผน และเพิ่มเติมกิจกรรมในมิติต่าง ๆ เกิดองค์ความรู้ ขยายผลสู่ชุมชนอื่น มีชุมชนคุณธรรม
ระดับส่งเสริมคุณธรรม ระดับคุณธรรม และระดับคุณธรรมต้นแบบ มากกว่า 22,000 ชุมชน มีองค์กร
คุณธรรม 12,984 องค์กร อำเภอ 878 อำเภอ และจังหวัด 67 จังหวัด (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน
2562) ผลจากการส่งเสริมและพัฒนาชุมชนคุณธรรมที่คนในชมุ ชน รว่ มกนั สรา้ งสรรค์ เกิดชมุ ชนอยู่ดีมสี ุขเป็น
ชุมชนคุณธรรมต้นแบบของกระทรวงวัฒนธรรม โดยเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2561 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์
โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนคุณธรรม บ้านผาบ่อง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัด
แมฮ่ อ่ งสอน ได้แสดงความชืน่ ชมในผลสำเรจ็ และส่งเสรมิ ให้ “ชมุ ชนทำต่อไป ขยายให้มากข้ึน ไปถึงชุมชนอื่นๆ
ดว้ ย พฒั นาให้ชุมชนมนั่ คง มัง่ คงั่ ย่ังยนื ขอเปนกำลงั ใจใหป้ ระสบความสำเร็จตอ่ ไปท้งั ชมุ ชนและครอบครัว”
ในคราวการประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 1 ตุลาคม 2562 พลเอก ประยทุ ธ์ จนั ทร์โอชา นายกรฐั มนตรี ได้มีข้อ
สั่งการโดยมอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรม เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงาน
พระพุทธศาสนาแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์ นำ
หลักการ “บวร : บ้าน วัด โรงเรียน” ซึ่งถือเป็นสถาบันที่มีบทบาทใกล้ชดิ ต่อวิถีชีวิต ของคนไทย ไปขับเคลื่อน
และดำเนนิ กิจกรรมต่าง ๆ ให้เปน็ แหลง่ ปลกู ฝัง บม่ เพาะและเผยแพร่องคค์ วามรู้ ทมี่ ีประโยชนเ์ พือ่ พัฒนาจิตใจ

บวร On Tour ชุมชนคณุ ธรรมบ้านปางขอน | 26

และจิตสำนึก ด้านจริยธรรมให้แก่ประชาชนทุกระดับ ให้มีสำนึกรับผิดชอบ ต่อส่วนรวม รู้รักสามัคคี เสียสละ
และกตญั ญรู คู้ ุณ ซึง่ เปน็ คณุ สมบตั ิของคนไทยท่ีควรธำรงรักษาไว้ รวมทั้ง ให้เป็นแหล่งกระจายข้อมูลข่าวสารท่ี
ถูกต้องเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลเพื่อให้ประชาชน เข้าใจและเข้าถึงโครงการต่าง ๆ
ดังกล่าวอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน เพื่อให้การขับเคลื่อนการดำเนินงานตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี
บรรลุเป้าหมาย กระทรวง วัฒนธรรม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดทำแนวทางการสร้างความเข้มแข็ง
ของ “บวร” เพ่อื ความ ม่นั คง มงั่ ค่ัง ยั่งยืน ของชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพ่ือ
ใช้เป็นกรอบทิศทาง ขับเคลื่อนการดำเนินงาน โดยให้ชุมชนคุณธรรมเป็นพื้นที่เปา้ หมายและเป็นศูนย์กลางใน
การบูรณาการ กิจกรรมโครงการต่าง ๆ ของทุกหน่วยงาน มีคณะทำงานขับเคลื่อนและพัฒนาชุมชนด้วยพลัง
บวร เป็นแกนกลางในการประสาน การดำเนินงานและกระจายข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง ให้ประชาชนทุกระดับ
มีสำนึกรับผิดชอบต่อส่วนรวม รู้รักสามัคคี เสียสละ และกตัญญูรู้คุณ มีความเข้าใจและเข้าถึงโครงการต่าง ๆ
ของรัฐบาลอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม เกิดกิจกรรม สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้หมุนเวียน ในระดับ
เศรษฐกจิ ฐานราก และนำเสนอคณะรฐั มนตรี ในคราวประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานท่ี ครั้ง
ที่ 1/2562 เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 โดยคณะรัฐมนตรีมีมติ รับทราบตามที่กระทรวง วัฒนธรรม
เสนอ และให้กระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสร้างการเรียนรู้และความเข้าใจ เกี่ยวกับ
แนวทางการสร้างความเข้มแข็งของ “บวร” (บ้าน-ชุมชน/วัด-ศาสนาสถาน/โรงเรียน-สว่ นราชการ) แก่ทุกภาค
ส่วนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์จากสถานที่ดังกลา่ วในการเป็นแหล่งเรียนรู้ ของชุมชน
โดยอาจปรับเปลี่ยนแนวทางดังกล่าวให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับบริบท/สถานการณ์ ของสังคมใน
ปัจจุบัน และให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และหน่วยงานที่
เกยี่ วข้องเรง่ ดำเนินการสำรวจความพร้อมของสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เชน่ หอ้ งนำ้ สาธารณะ
ทางลาดคนพิการ/ผู้สูงอายุ และดำเนินการจัดหาหรือปรับปรุงให้มีความพร้อม เพื่อรองรับการขยายผลการ
ขับเคลื่อนแนวทางการสร้างความเข้มแข็งของ “บวร” ต่อไป การดำเนินงานตามแนวทางการสร้างความ
เข้มแข็งของ “บวร” เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนการดำเนินงาน 4 ระดับ ประกอบด้วย ระดับกระทรวง ระดับจังหวัด
ระดับอำเภอ และระดับชุมชน โดยมีคณะอนุกรรมการ ส่งเสริมคุณธรรมระดับจังหวัด คณะทำงานส่งเสริม
คุณธรรมระดับอำเภอ และคณะทำงานขับเคลื่อน และพัฒนาชุมชนด้วยพลัง “บวร” เป็นแกนกลางในการ
ขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนและกระจายข่าวสาร ที่ถูกต้อง ผ่านทางสื่อที่หลากหลาย ทั้งหอกระจายข่าว เสียง
ตามสาย ที่ประชุมหมู่บ้าน วัด/ศาสนาสถาน หน้าเสาธง สื่อการเรียนรู้ด้านดีจีทัล ห้องประชุม สถานีวิทยุของ
ท้องถิ่น ทาง Social Network ให้คนในชุมชนมีความรู้ความเข้าใจสนับสนุนการดำเนินงาน รวมทั้งร่วมกัน
พัฒนาชมุ ชน สงั คม ประเทศชาติ สู่สังคมคุณธรรมทมี่ คี วามรักสามคั คี ม่นั คง มัง่ ค่ัง อยา่ งย่ังยืน

วัตถปุ ระสงค์
1. เพอ่ื เปน็ แนวทางการสง่ เสรมิ ให้ทุกหน่วยงานใชก้ ลไก “บวร” ในการขบั เคลือ่ นและ ดำเนนิ กจิ กรรม
ต่าง ๆ รวมทั้งกระจายข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลไปสู่ประชาชน อย่างทั่วถึงและ
เท่าเทยี ม
2. เพื่อสง่ เสริมใหเ้ กดิ การบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกภาคสว่ นในการพัฒนาชมุ ชน
3. เพื่อส่งเสริมให้คนในชุมชนปฏิบัติตามหลักธรรมทางศาสนา น้อมนำหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจ
พอเพยี งและวิถวี ัฒนธรรมท่ดี ีงามมาใช้ในการพัฒนาคณุ ภาพชีวิต

บวร On Tour ชุมชนคุณธรรมบา้ นปางขอน | 27

ขั้นตอนที่ 1 ชุมชนมผี ู้นำและคนในชมุ ชนประกาศเจตนารมณ์ หรอื ข้อตกลง หรอื ธรรมนูญรว่ มกัน ท่ี
จะพัฒนาชมุ ชนใหเ้ ป็นชุมชนคณุ ธรรม

ประกาศเจตนารมณ์
ชุมชนคณุ ธรรมบ้านปางขอน หมทู่ ่ี 7
ตำบลห้วยชมพอู ำเภอเมืองเขียงราย จังหวัดเชียงราย

***********************
ประกาศเจตนารมณ์ฉบับนี้เพื่อแสดงว่า ประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนคุณธรรมบ้านปางขอนจำนวน
ทั้งส้ิน 1,368 คน แยกเป็น ชาย 661 คน หญิง ๗๐๗ คน ซึ่งอาศัยอยูร่ วมกนั ทั้งหมด 3 ชาติพันธุ์ได้แก่ ชาติ
พันธุ์อาข่า ชาติพันธุ์ลาหู่ และชาติพันธุ์อิ้วเมี้ยน ได้ประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในการปฏิบัติตามแนวทาง
“บวร”ในการขบั เคลื่อนชมุ ชนดงั นี้
1. คนในชุมชนยึดมน่ั ปฏิบัติตามหลักธรรมทางศาสนาหรือความเช่ือท่ีตนนับถือ(บรรพบุรุษ) เกิดความ
สงบสุข ในชุมชน ปัญหาต่าง ๆ หรือสิ่งไม่ดีในชุมชนลดลงหรือหมดไป ไม่มีปัญหายาเสพติด ไม่มีการทะเลาะ
วิวาท ไมม่ ปี ญั หาการพนนั ไม่มีปญั หาอบายมขุ ไม่มปี ัญหาการลักขโมย ไม่มปี ัญหาขยะ ไม่มปี ญั หาสิ่งแวดล้อม
การด่ืมสรุ าลดลง หน้ีสนิ ลดลง เป็นตน้ มสี ่งิ ดงี ามเกิดข้นึ ในชมุ ชน คนในชุมชนมีความรกั และสามัคคี
เอื้อเฟอเผื่อแผ่ เสียสละช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ไม่ทิ้งกัน พึ่งพากันเอง คนในชุมชนรู้สิทธิหน้าที่ การเป็น
พลเมืองที่ดี ยึดมั่นในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีสำนึก
รบั ผดิ ชอบตอ่ สว่ นรวม รรู้ กั สามัคคี เสียสละ และกตญั ญูรู้คณุ
2. คนในชุมชนน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการพัฒนา คุณภาพชีวิต คนใน
ชุมชนอยู่ดีมีสุข อดทน อดออม ขยัน ไม่โลภ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น มีความพอประมาณ รู้จักพึ่งพาตนเอง
ประกอบสัมมาอาชีพ สร้างรายได้ มเี หตมุ ีผล มีภมู คิ ุ้มกันในตัวที่ดี มรี ายไดเ้ พิ่มข้นึ หนี้สินลดลง มีการรวมกลุ่ม
พฒั นาอาชีพชว่ ยเหลือกัน ไม่ทงิ้ กัน ดแู ลผมู้ รี ายได้น้อย ด้วยการสร้างงานสร้างอาชีพ พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก
อาทิ กลุ่มวสิ าหกิจชมุ ชน กลมุ่ ออมทรพั ย์ กลุ่มพัฒนาอาชพี กลุ่มจิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์เพ่อื สว่ นรวม
เปน็ ต้น
3. คนในชุมชนบ้านปางขอนจะสืบสานและดำเนินชีวิตตามวิถีวัฒนธรรมที่ดีงาม มีการสืบทอด
ศิลปวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่น มีความจงรักภักดี เคารพเทิดทูน ในสถาบันชาติ ศาสนาและ
พระมหากษัตรยิ ์
ทั้งนี้ให้ประกาศเจตนารมณ์ฉบับนี้ได้เป็นแนวทางหนึ่งในกฎระเบียบของหมู่บ้านปางขอน หมู่ที่ 7
ตำบลหว้ ยชมภู อำเภอเมอื งเชียงราย จงั หวดั เชียงราย ตัง้ แตว่ นั น้ีเป็นต้นไป

นายอนิ ทฤทธ์ิ วุยยะกู นายสพุ ชิ ัย ไพรเลศิ สกลุ นายเอกชัย แซจ่ าง
ชาตพิ ันธ์อุ าข่า ชาตพิ ันธล์ุ าหู่ ชาติพันธ์ุอิว้ เมีย้ น

บวร On Tour ชุมชนคุณธรรมบ้านปางขอน | 28

ข้ันตอนท่ี 2 ชมุ ชนร่วมกันกำหนดเป้าหมาย ปญั หาทีอ่ ยากแก้ และความดีท่อี ยากทำ
ผู้นำชุมชนบ้านปางขอน จัดประชมุ ระดมความคิดเหน็ "ปัญหาท่อี ยากแก"้ และ "ความดที ี่อยากทำ เช่น ปัญหา
สิ่งเสพติด ปัญหาเด็กด้อยโอกาสในด้านการศึกษา ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาความยากจน ปัญหาทางด้าน
พัฒนา ปัญหาการทะเลาะวิวาท การมีหนี้สิน รายได้ไม่เพียงพอ การเก็บออมเงิน การทำบัญชีครัวเรือน ฯลฯ
และร่วมกันกำหนดเป้าหมายใน “ความดี ที่อยากทำ” เช่น การเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนาและ
พระมหากษัตริย์ พอเพียง วนิ ัย สจุ ริต จิตอาสา หรือคุณธรรมเป้าหมายอน่ื ๆ

สรปุ เนอ้ื หา
ปัญหาที่อยากแกใ้ นชุมชนบ้านปางขอน
1. วยั ร่นุ ต่างถ่นิ เขา้ มามวั่ สมุ
2. การส่งเสริมการศึกษาให้แกเ่ ดก็ นักเรียนเยาวชนในวัยกอ่ นปฐมวยั
3. ปญั หาการพนันออนไลน์
4. ปญั หาเสยี งดังในชุมชน
ความดที ่ีอยากทำ
1. การพัฒนาหมู่บา้ นในรอบเดือนละหน่งึ คร้ัง จำนวนนอ้ ยเกนิ ไป ควรทำอย่างน้อยเดือนละ 2 ครง้ั
2. เชิญชวนใหเ้ ด็กเยาวชน วยั รุ่นเข้าปฏิบัติศาสนากิจให้มากข้นึ
3. สง่ เสรมิ ใหท้ ุกครอบครัวทำการออมทรัพย์

ขัน้ ตอนท่ี 3 ชมุ ชนรว่ มกันจดั ทำแผนพัฒนาสง่ เสรมิ คุณธรรมของชุมชนเกีย่ วกบั ปญั หาท่ีอยาก
และความดีท่ีอยากทำ

แผนการพัฒนา
- มีฐานขอ้ มลู หม่บู ้านเพอื่ การจัดทำแผนพฒั นาหมบู่ า้ น
- มีการวเิ คราะหป์ ระเมนิ ศักยภาพของหม่บู า้ น (SWOT)
- มีการกำหนดโครงการ/กิจกรรมในแผนพฒั นาหมบู่ า้ น
- มกี ารดำเนนิ กจิ กรรมในแผนพัฒนาหมู่บ้าน
- มกี ารติดตามประเมนิ ผลการดำเนินงานตามแผนฯ
- มปี รบั ปรงุ และทบทวนแผนฯเป็นประจำทุกปขี องคณะกรรมการหมบู่ ้านในคราวประชมุ ประชาคม

บวร On Tour ชุมชนคุณธรรมบ้านปางขอน | 29

การวเิ คราะห์ประเมนิ ศักยภาพของหมู่บ้าน (SWOT)

จุดแขง็ จุดออ่ น

๑. เป็นแหลง่ ปลกู กาแฟท่มี ชี ื่อเสียง ๑. ชุมชนไมเ่ ข้าใจเกย่ี วกับการทำการท่องเทย่ี วโดย

๒. เปน็ ชมุ ชนที่มีซากุระหรือต้นพญาเสอื โคร่งมาก ชมุ ชนวถิ กี าแฟ

ท่สี ุดในจังหวัดเชียงราย ๒. ไมม่ ีพืน้ ทีห่ รือลานกจิ กรรมสำหรบั ทำการแสดง

๓. มวี ิถชี ีวิตชาติพันธุท์ ีเ่ ป็นอตั ลกั ษณแ์ ละมคี วาม ๓. ไมม่ ีศูนย์กลางในการประสานงานด้านการ

หลากหลาย 4 ชาติพนั ธ์ุ ไดแ้ ก่ อาข่า,อวิ เมยี น,ลาหู่ ท่องเที่ยว

และจนี ยูนาน ๔. ขาดงบประมาณในการสนับสนุนดา้ นการบรหิ าร

๔. มแี หล่งท่องเทยี่ วและทรัพยากรทางธรรมชาตทิ ี่มี จดั การการท่องเทยี่ ว

ความอดุ มสมบูรณ์ ๕. ยังไมม่ ีผลิตภณั ฑ์และของที่ระลกึ หรือของฝาก

๕. ผู้ประกอบการในชุมชนเปน็ เจา้ ของสวนกาแฟเอง จำหน่ายใหน้ ักท่องเที่ยว

๖. ชมุ ชนทำการเกษตรแบบวนเกษตรหรือการทำ

การเกษตรในพ้ืนที่ปา่ และเป็นเกษตรอินทรีย์

โอกาส อุปสรรค

๑. อยใู่ นตัวเมืองเชียงราย ใกลต้ ัวเมือง และการ ๑. ปญั หาด้านภัยธรรมชาติ เช่น การพงั ทลายของ
เดินทางที่สะดวก ดนิ
๒. อย่ใู กล้แหล่งท่องเท่ียวที่มีชือ่ เสยี งหลายแห่ง เช่น ๒. สภาพดินฟ้าอากาศแปรปรวนตลอดทั้งวนั (ใน
สิงห์ปารค์ วัดร่องขนุ่ น้ำตกขุนกรณ์ หนึ่งวนั เหมือนมี 3 ฤด)ู
๓. มีนโยบายภาครฐั สนับสนนุ ด้านการท่องเท่ยี วโดย ๓. ไฟฟ้าเขา้ ถงึ ชมุ ชน แต่ไฟดับ ไฟตกบอ่ ย
ชุมชน เชน่ โครงการประชารัฐ ๔. สญั ญาณอินเตอรเ์ น็ตไม่เสถยี ร
๔. พฤติกรรมของนักท่องเทยี่ วทช่ี อบการดืม่ กาแฟ ๕. ตำแหนง่ ในแผนที่ของ Google Map ไมต่ รงกบั
สถานท่ี

ข้นั ตอนที่ 4 ความสำเรจ็ ของชุมชนตามแผนพฒั นาชุมชนมีการจัดกิจกรรมแก้ไขปัญหาของชุมชน
และมีการส่งเสรมิ การทำความดีของชุมชน

บวร On Tour ชุมชนคณุ ธรรมบ้านปางขอน | 30

สรุปผลการขับเคลื่อนตามแผนสง่ เสรมิ คุณธรรม
ผลสำเรจ็ จากการสง่ เสรมิ และพัฒนาชุมชนคุณธรรม
1. คนในชุมชนยึดมั่นปฏิบัติตามหลักธรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ เกิดความสงบสุข ในชุมชน ปัญหา
ต่าง ๆ หรอื ส่ิงไม่ดีในชุมชนลดลงหรือหมดไป ไมม่ ปี ญั หายาเสพติด ไม่มกี ารทะเลาะววิ าท ไม่มีปัญหาการพนัน
ไม่มีปัญหาอบายมุข ไม่มีปัญหาการลักขโมย ไม่มีปัญหาขยะ ไม่มีปัญหาสิ่งแวดล้อม การดื่มสุราลดลง หนี้สิน
ลดลง เป็นต้น มีสิ่งดีงามเกดิ ขึน้ ในชุมชน คนในชุมชนมีความรกั และสามัคคี เอ้ือเฟื้อเผื่อแผ่ เสียสละช่วยเหลือ
ซึ่งกันและกัน ไม่ทิ้งกัน พึ่งพากันเอง คนในชุมชนรู้สิทธิหน้าที่ การเป็นพลเมืองที่ดี ยึดมั่นในการปกครองใน
ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมขุ มีสำนึกรับผิดชอบตอ่ สว่ นรวม ร้รู กั สามัคคี เสยี สละ
และกตัญญรู ูค้ ุณ
2. คนในชุมชนน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการพัฒนา คุณภาพชีวิต คนใน
ชุมชนอยู่ดีมีสุข อดทน อดออม ขยัน ไม่โลภ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น มีความพอประมาณ รู้จักพึ่งพาตนเอง
ประกอบสัมมาอาชีพ สร้างรายได้ มเี หตุมีผล มีภมู คิ มุ้ กันในตัวที่ดี มีรายไดเ้ พิ่มขน้ึ หนี้สินลดลง มีการรวมกลุ่ม
พัฒนาอาชีพช่วยเหลือกัน ไม่ทิ้งกัน ดูแลผู้มีรายได้น้อย ด้วยการสร้างงาน เพื่อให้การดำเนินงานขับเคลื่อน
ชมุ ชนดว้ ยพลัง “บวร” สามารถดำเนินการใหบ้ รรลุผลสมั ฤทธิ์ วดั ผลไดอ้ ยา่ งเปน็ รปู ธรรม จึงกำหนดตัวชี้วัดผล
ท่คี าดวา่ จะได้รับและการติดตามประเมินผล ดังน้ี สวนที่ 5 ผลสมั ฤทธิ์และการตดิ ตามประเมนิ ผล แนวทางการ
สร้างความเข้มแข็งของ “บวร” เพื่อความ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ของชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง 29 สร้างอาชีพ พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก อาทิ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มออมทรัพย์ กลุ่ม
พัฒนาอาชพี กลมุ่ จิตอาสาบำเพ็ญประโยชนเ์ พอ่ื ส่วนรวม เปน็ ตน้
3. คนในชุมชนสืบสานและดำเนินชีวิตตามวิถีวัฒนธรรมที่ดีงาม มีการสืบทอด ศิลปะวัฒนธรรม
ประเพณีของท้องถิ่น พัฒนาต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมเชื่อมโยงการท่องเที่ยว สร้างมูลค่าเพิ่ม ทางเศรษฐกิจ
สร้างสนิ ค้าและบรกิ าร เช่น ผลิตภณั ฑ์วฒั นธรรมไทย (CPOT) โฮมสเตยว์ ิถีไทย การแสดง พืน้ บ้าน กิจกรรมวิถี
ชุมชน สร้างความประทับใจ และการมีส่วนร่วมให้นักท่องเที่ยว รักและภาคภูมิใจ ในอัตลักษณ์ของท้องถิ่น มี
นำใจเอื้ออาทร เป็นเจ้าบ้านที่ดีตอ้ นรับผู้มาเยือน มีความจงรกั ภกั ดี เคารพเทิดทูน ในสถาบันชาติ ศาสนาและ
พระมหากษตั รยิ ์ เกดิ ความ “ม่ันคง ม่งั คง่ั ย่ังยนื ”

บวร On Tour ชุมชนคณุ ธรรมบา้ นปางขอน | 31

อัตลักษณ์สนิ ค้าทรี่ ะลึกตำบลหว้ ยชมภู ได้แก่ บา้ นปางขอน หมู่ที่ 7 จำนวน 5 ผลิตภณั ฑ์ ดงั น้ี
1. เส้อื ยดื ปางขอน

การสอ่ื ความหมายอตั ลกั ษณ์ผ่านการออกแบบ
เสื้อยืดพิมพ์ลายทีร่ ะลึกชุมชนบ้านปางขอน ออกแบบโดยใช้เสื้อยืดสขี าวเป็นพื้นในการพิมพ์ภาพท่สี ่อื
ความหมายอัตลักษณ์ชุมชนปางขอน โดยมี มาสคอต เป็นสัญลักษณ์ของชุมชนภายใต้หลักการสำคัญของการ
ผลิตเสื้อยืด ซึ่งพบว่ามีคุณลักษณะที่สามารถสะท้อนบุคลิกของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในสังคม
ปัจจุบันเสื้อยืดยังมีบทบาทสะท้อนตัวตนจากรูปทรง แบบ ลวดลาย ถ้อยคำที่ปรากฏในเสื้อยืดได้เป็นอย่างดี
เสื้อยืดยังถูกผลิตให้เปน็ สนิ ค้าท่ีระลกึ ในโอกาสงานสำคัญ กิจกรรมพิเศษ การแสดงคอนเสิร์ต และขยายสู่การ
เป็นสินค้าที่ระลึกของแหล่งท่องเที่ยวที่มคี วามโดดเด่นทั่วโลก ดังนั้นเสื้อยืดพิมพ์ลาย สกรีนข้อความ รวมทั้งสี
และลวดลายตา่ ง ๆ จึงไดร้ ับการยอมรับให้เป็นสง่ิ สะท้อนรสนิยม ความคดิ ความเชื่อ ของผู้สวมใส่อย่างชัดเจน
อีกทั้งยังมีราคา สีและรูปแบบให้เลือกหลากหลาย จึงจัดเป็นของที่ระลึก ของขวัญ ของแจก ของแถม การ
โฆษณา ประชาสมั พันธท์ ่ไี ด้รับความนยิ มเปน็ อย่างสูงในเวลานีอ้ ีกด้วย
ในการออกแบบนี้ได้ใช้เสื้อสีพื้นร่วมกับการบ่งบอกตัวตน และสะท้อนบุคลิกของชุมชนโดยใช้สีเป็น
เครื่องมือสื่อสารอัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวและผู้ซื้อซึ่งมีความนิยม
แตกต่างกัน ทั้งแบบสีที่ทันสมัยด้วยเฉดสี Subdue Tone คือโทนสีหม่น เป็นสีที่มีความสว่างของสีใน
ระดับกลางถึงต่ำ(Grayish/Dull) เป็นสีที่ให้ ความรู้สึกสงบ นิ่ง หรือ อนุรักษ์นิยมทั้งทางทางธรรมชาติ
สิ่งแวดล้อมและรปู แบบการเพาะปลูกแบบวนเกษตรบนพืน้ ทีส่ ูง และแบบ Bright Tone คือโทนสีที่มีค่าความ
สวา่ งสูง (Bright/Pale/ Very Pale/Light Grayish/Light) ให้ความรสู้ ึกเบา สวา่ ง ออ่ นโยน เหมาะสำหรับกลุ่ม
วัยรุ่น และเฉดสี Dark Tone คือโทนสีมืดหรือเข้มจัด เป็นสีที่มีความสว่างของสีในระดับต่ำมาก

บวร On Tour ชมุ ชนคณุ ธรรมบา้ นปางขอน | 32

(Deep/Dark/Dark Grayish) เปน็ สที ี่ให้ความร้สู ึกจริงจัง เข้ม เคร่งขรึม ใหเ้ กดิ ความสมดลุ ทั้งในด้านประโยชน์
ในการใช้งานและความสวยงามตามยุคสมัยทกี่ ำลงั เปน็ ที่นยิ มในขณะนอ้ี ีกด้วย

2. พวงกุญแจจากไม้กาแฟ

การส่อื ความหมายอตั ลกั ษณ์ผ่านเรือ่ งราว
พวงกุญแจไม้กาแฟปางขอน ผลิตขึ้นเพื่อเป็นสินค้าที่ระลึกที่สื่อความหมายการเป็นชุมชนแหล่ง
เพาะปลูกกาแฟที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นสินค้าจากทุนทางวัฒนธรรมที่ของกลุ่มชาติพันธุ์ทั้ง 4
ชนเผ่า สีเขียวที่เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงการเป็นชุมชนวนเกษตรรักษาป่าปลอดจากไฟป่าและปัญหาหมอก
ควนั เป็นพน้ื ท่ีป่าต้นน้ำทส่ี ำคญั ของจังหวดั เชยี งราย และลายผ้าปักชนเผ่าทเ่ี ปน็ ส่งิ แสดงตัวตนของชุมชนในแต่
ละชนเผ่าตามลำดับ
การส่อื ความหมายอตั ลกั ษณ์ผ่านการออกแบบ
พวงกุญแจ นับได้ว่าเป็นสินค้าที่ระลึกยอดนิยมสำหรับแหล่งท่องเที่ยวมาเป็นเวลานาน และเป็น
เครื่องมือสำคัญในการแดสงออกซึง่ สัญลักษณ์และบอกเล่าเรื่องราวอัตลักษณ์ของเมอื งหรือแหลง่ ท่องเทีย่ วนน้ั
ๆ ได้เป็นอย่างดี ซง่ึ พวงกญุ แจที่ระลกึ ชุมชนบ้านปางขอนน้ีออกแบบโดยการใช้ข้อความ “ชุมชนบ้านปางขอน”
ท้งั ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และภาพลักษณะเด่นของชุมชน ตดั ฉลุแล้วติดลงบนแผน่ ไม้กาแฟ ใช้สีน้ำตาลที่
แบบเฉดสี Subdue Tone คือโทนสหี มน่ เปน็ สีทม่ี คี วามสว่างของสีในระดับกลางถึงต่ำ (Grayish/Dull) เป็นสี
ที่ใหค้ วามรู้สกึ สงบ นงิ่ หรอื อนรุ กั ษน์ ิยมทงั้ ทางทางธรรมชาติ สิ่งแวดลอ้ มและรูปแบบการเพาะปลูกกาแฟแบบ
วนเกษตรบนพน้ื ท่สี ูง

บวร On Tour ชุมชนคณุ ธรรมบ้านปางขอน | 33

3. หมอนใบชา

การสอ่ื ความหมายอตั ลกั ษณ์ผา่ นเรอื่ งราว
หมอนใบชา ผลิตขึ้นเพื่อเป็นสินค้าที่ระลึกที่สื่อความหมายการเป็นชุมชนที่พบชาพื้นเมืองเชียงราย
ที่เรียกชาอัสสัมอยู่เป็นจำนวนมากในพื้นที่ป่าธรรมชาติและมีการนำมาปลูกเป็นสวนชาเพื่อเก็บใบชาจำหน่าย
ซึ่งชาอัสสัม (Camellia sinensis var. assamica) หรือที่เป็นทีร่ ู้จักในกลุ่มชาวบ้านในเขตภาคเหนอื โดยเรียก
กันว่า “เมี่ยง” นั้นมีข้อมูลด้านหนึ่งที่สันนิษฐานว่าชาอัสสัมมีแหล่งกำเนิดมาจากประเทศอินเดียคาดว่าน่าจะ
เกิดจากการวิเคราะหข์ องนักวิชาการอังกฤษ ขณะทีอ่ งั กฤษเขา้ ไปยดึ ครองอินเดยี และรัฐอสั สมั และพบตน้ เมี่ยง
ชนิดนี้ จึงเรียกว่าพันธ์ุอัสสัม ต่อจากนั้นจึงมาพบในเขตล้านนาจึงทำให้สรุปว่าน่าจะมาจากรัฐอัสสัม โดย
คาดการณก์ ันว่า ชาอสั สมั นน้ี า่ จะเข้ามาพร้อมกับการเผยแพร่พทุ ธศาสนาจากอนิ เดียเข้ามายังลา้ นนา และเป็น
ที่น่าสังเกตว่าชาอัสสัมแพร่กระจายไปจนถึงเมืองผูเอ่อร์ ซึ่งชาวเมอื งรูจ้ ักและเคารพในศาสนาพทุ ธด้วยเชน่ กนั
อย่างไรกต็ ามนักวิชาการอกี ฝา่ ยหน่ึงกส็ ันนิษฐานว่า การมตี น้ ชาอสั สัม หรือเมย่ี งจำนวนมากในเขต สิบสองปัน
นา รัฐฉาน และล้านนานั้น เป็นไปได้ว่าบริเวณนี้อาจจะเป็นแหล่งกำเนิดของพืชชนิดนี้ก็เป็นได้ โดยชาอัสสัมมี
ลักษณะใบชาที่ใหญ่กว่าชาสายพันธุ์จีน เป็นพันธุ์ชาที่เจริญเติบโตได้ดีตามป่า มีร่มไม้ และแสงแดดผ่านได้
พอประมาณ

การสื่อความหมายอัตลักษณ์ผา่ นการออกแบบ
หมอนใบชาจัดว่าเป็นสนิ ค้าทส่ี ะท้อนอัตลักษณช์ ุมชนด้านการเปน็ แหล่งผลิตชาพื้นเมืองผสมผสานกับ
ทักษะภูมิปัญญาท้องถิ่นในการปักลวดลายบนผ้า นอกจากนี้หมอนใบชายังจัดเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพ
เนื่องมาจากใบชาแห้งมคี วามหอมทมี่ ีคณุ ลักษณะเฉพาะในการผ่อนคลาย ช่วยบรรเทาอาการของผู้ท่มี ีปัญหาใน
การนอนหลับยากได้อีกด้วย การออกแบบโดยใช้ลวดลายเอกลักษณ์แต่ละชนเผ่าร่วมกับสีพื้นเป็น Subdue

บวร On Tour ชมุ ชนคณุ ธรรมบา้ นปางขอน | 34

Tone คือโทนสีหม่น เป็นสีที่มีความสว่างของสีในระดับกลางถึงต่ำ (Grayish/Dull) เป็นสีที่ให้ความรู้สึกสงบ
นิ่ง หรือ อนุรักษ์นิยม คาดด้วยลวดลายที่มีเฉดสี Vivid Tone คือโทนสีสด เป็นสีที่มีค่าความสว่างสูง
(Vivid/Strong) จดั เป็นสสี ดใสทีใ่ ห้ความรสู้ ึกมีชวี ติ ชีวาและดงึ ดดู ความสนใจได้ดี

4. ทีร่ องแกว้ จากผ้าปักลายชนเผา่

การสือ่ ความหมายอัตลักษณ์ผ่านเรือ่ งราว
ที่รองจานรองแก้ว ผลิตขึ้นเพื่อเป็นสินค้าที่ระลึกที่สื่อความหมายการเป็นชุมชนวัฒนธรรม 4 ชนเผ่า
ที่อยู่ร่วมกันมานานคือ อาข่า ลาหู่ อิ้วเมี่ยน และจีนยูนาน โดยมีประชากรหลักเป็นชาวอาข่า ซึ่งเป็นกลุ่มชน
เผ่าที่มีหลักคิดความเชื่อเกี่ยวกับการตั้งถิ่นฐานให้อยู่ห่างจากแม่น้ำหนองน้ำหรือพื้นที่ราบเพื่อหลีกหนีจากภัย
น้ำท่วมและโรคระบาดที่เกิดจากการท่วมขังของน้ำ กระนั้นก็ตามการอยู่รวมกันของชนเผ่าทั้ง 4 ชนเผ่าได้
ปรับตัวร่วมกันดำรงวิถีการผลิตที่พึงพิงอาศัยความสมบูรณ์ทางธรรมชาติด้วยวิถีการผลิตแบบวนเกษตรซึ่งมี
ส่วนช่วยดูแลรักษาป่าต้นน้ำของน้ำตกแม่กรณ์ให้มีน้ำใสไหลเย็นตลอดทั้งปี เป็นสายน้ำสำคัญของจังหวัด
เชยี งราย อีกทง้ั ยงั ส่งผลให้ชมุ ชนมสี ภาพอากาศท่ีเย็นสบาย ความสงู จากระดับนำ้ ทะเลมีความเหมาะสมต่อการ
เจริญเตบิ โตของพชื เมอื งหนาว ชา และกาแฟ สร้างชือ่ เสียงและเป็นรายได้หลกั ของชุมชน รวมทัง้ ยงั มคี วามโดด
เด่นด้านทักษะภูมิปัญญาในการปักผ้าทั้งแบบอาข่า ลาหู่ อิ้วเมี่ยน และจีนยูนาน โดยการผลิตที่รองจานรอง
แก้วในคร้ังนไี้ ดค้ ัดเลือกลายผา้ ท่มี ีความโดดเดน่ ของแต่ละชนเผา่

บวร On Tour ชุมชนคณุ ธรรมบา้ นปางขอน | 35

5. กระเปา๋ ผา้ ลวดลายเอกลักษณ์ชนเผา่

การส่อื ความหมายอตั ลกั ษณ์ผ่านเรือ่ งราว
กระเป๋าผ้าปางขอน ผลิตขึ้นเพื่อเป็นสินค้าทีร่ ะลึกที่สื่อความหมายการเป็นแหล่งเพาะปลูกกาแฟและ
ผลไม้เมืองหนาว ซึง่ เป็นสนิ ค้าจากทุนทางวฒั นธรรมท่นี ำมาผสมผสานกบั ทกั ษะด้านศลิ ปะหัตถกรรมการทอผ้า
และตัดเย็บเสื้อผ้าเป็นกระเป๋าผ้าดิบสีขาว เพื่อสื่อถึงการเป็นชุมชนสีขาวจากม่านหมอกที่ปกคลุมชุมชนเกือบ
ตลอดทั้งปี มีโทนสีหลักเป็นสแี ดง-สีน้ำตาลจากเมล็ดกาแฟและความโดดเด่นร่วมกันของกลุ่มชาติพันธุ์ ทั้ง 4
ชนเผ่า สีเขียวที่เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงการเป็นชุมชนวนเกษตรรักษาป่าปลอดจากไฟป่าและปัญหาหมอก
ควนั เปน็ พน้ื ทีป่ ่าต้นน้ำที่สำคัญของจังหวดั เชยี งราย และลายผา้ ปกั ชนเผ่าทเี่ ป็นสง่ิ แสดงตวั ตนของชุมชนในแต่
ละชนเผา่ ตามลำดบั

การสอื่ ความหมายอตั ลักษณ์ผ่านการออกแบบ
การออกแบบสินค้าที่ระลึกที่กระเป๋าผา้

ชุมชนปางขอน ใชผ้ า้ ดบิ ฟอกขาว ซึ่งเปน็ เน้ือผ้าท่ีได้รบั ความนิยมในการนำมาผลิตกระเป๋าหรือถุงผ้า เน่ืองจาก
เป็นวัสดุทม่ี คี วามหนาเพียงพอไม่ขาดง่าย ราคาไมส่ ูงมากนักเหมาะสำหรับการผลิตเปน็ สินค้าท่ีระลึก ของแจก
ของแถมสำหรับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด แต่จะมีข้อจำกัดในด้านเฉดสีท่มี ีไม่มากนัก โดยจะเป็นโทนสี
ขาวอมครีม (ต่างจากผ้าดิบทั่วไปที่เป็นสีขาวอมเหลือง) ในขณะที่รูปทรงของกระเป้านั้นจากการทบทวน
เอกสารพบว่ามีหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ กระเป๋าเดินทาง (Traveler Bag) มีทรงแบบไม่ตายตัวมีทั้งทรง
ส่ีเหลี่ยมผืนผ้า ทรงกระบอก ทรงกลม ซึ่งเน้นใส่ของไดจ้ ำนวนมาก ๆ กระเป๋าเป้ หรือสะพายหลัง (Backpack
Bag) ท้งั แบบใชส้ ะพายหลังและแบบเฉยี งพาดหลงั รปู ทรงมหี ลายแบบเช่นกัน เนน้ การใสข่ องจนวนมากและใช้
สำหรับการเดินทางท่องเที่ยว เดินป่า ขึ้นเขา เป็นต้น สำหรับกระเปา๋ ทีไ่ ด้รบั ความนิยมในการผลิตเปน็ สินคา้ ท่ี

บวร On Tour ชมุ ชนคุณธรรมบา้ นปางขอน | 36

ระลกึ ทางการท่องเท่ยี วคือกระเปา๋ ใสข่ อง (Tote Bag) มลี กั ษณะเป็นกระเป๋าใบใหญ่สำหรบั ใส่ของใช้ประจำวัน
เช่น เครื่องสำอาง หนังสือ เสื้อผ้า ซึ่งไม่เหมาะสำหรับการใส่ของจำนวนมากมีน้ำหนักเยอะเนื่องจากเวลา
สะพายนำ้ หนักจะลงข้างเดียวด้านท่ีสะพาย ในขณะทีก่ ระเป๋าท่ีได้รบั ความนยิ มในกลุ่มวัยรนุ่ คือกระเป๋าสะพาย
ขา้ ง (Shoulder Bag หรือ Hand Bag) เป็นกระเป๋าท่ีเน้นพกพาง่าย ไม่เกะกะ ใสข่ องได้พอประมาณ มีรูปทรง
ท่ีเป็นทีร่ ู้จกั กนั มากคือ ทรงบักเกต (Bucket) มีรูปรา่ งคล้ายถงั และทรงแฟลบ (Flap) มีรปู รา่ งเปน็ กระเป๋าทรง
แบนมฝี าปิด

การออกแบบกระเป๋าผ้าชุมชนปางขอนได้คำนึงถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ส่วนใหญ่เป็น
นกั ทอ่ งเท่ียวท่ีเข้ามาท่องเทีย่ วที่มีท้ังแบบหมู่คณะ และนักท่องเทย่ี วที่เดนิ ทางมาแบบส่วนตัว ซึ่งนิยมซื้อสินค้า
ที่ระลึกแบบกระเป๋าใส่ของ (Tote Bag) โดยได้นำอัตลักษณ์ความเป็นชุมชนชาติพันธุ์ที่มีพลวัตรสร้างสรรค์
ปรับตัวไปตามยคุ สมัยต่าง ๆ อย่างมีชีวิตชีวา ภายใต้การดำรงชีวติ ดว้ ยวิถีวนเกษตรเพาะปลูกไมผ้ ลเมืองหนาว
ชา และกาแฟซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ซึ่งการออกแบบได้นำลายผ้าปักชนเผ่าซึ่งมีลักษณะเป็น
เฉดสี Bright Tone คือ โทนสีที่มีค่าความสว่างสูง (Bright/Pale/ Very Pale/Light Grayish/Light) ให้
ความร้สู ึกเบา สวา่ ง อ่อนโยน และภาพเมล็ดกาแฟ แก้วกาแฟท่ีมีเฉดสี Subdue Tone คือโทนสหี ม่น เป็นสีท่ี
มีความสว่างของสีในระดับกลางถึงต่ำ (Grayish/Dull) เป็นสีที่ให้ความรู้สึกสงบ นิ่ง หรือ อนุรักษ์นิยม ทั้งทาง
ทางธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อมและรูปแบบการเพาะปลูกแบบวนเกษตรบนพนื้ ทส่ี งู

บวร On Tour ชมุ ชนคณุ ธรรมบ้านปางขอน | 37

ข้ันตอนที่ 5 ชุมชนมีการตดิ ตามประเมนิ ผลสำเรจ็ เพ่อื
ทบทวน ปรับปรงุ แผนสง่ เสริมคณุ ธรรมของชมุ ชนใหม้ ีคุณภาพ
และบรรลผุ ล

การตดิ ตามและประเมินผล โครงการสง่ เสรมิ การท่องเท่ียวโดยชุมชน “บา้ นปางขอน”
คณะกรรมการติดตามและประเมนิ ผล จำนวน 5 คน ดงั นี้

1. นายอนิ ทฤทธ์ิ วุยยะกู่ ตำแหน่ง ผู้ใหญ่บ้าน/ประธานกลุ่มการท่องเที่ยว เปน็ ประธาน

กรรมการ

2. นายพรพจน์ แซ่เต๋นิ ตำแหน่ง ส.อบต. หมทู่ ี่ 7 บ้านปางขอน เปน็

กรรมการ

3. น.ส.เกตศนี เยสอกู่ ตำแหนง่ เลขานุการกลมุ่ การท่องเทยี่ วบ้านปางขอน เปน็

กรรมการ

4. นายชาติสยาม เวียงคำ ตำแหน่ง หวั หน้าสำนักงานปลัด อบต.หว้ ยชมภู เปน็

กรรมการ

5. น.ส.จันทิมา ลัญจรังสมิ าเลิศ ตำแหน่ง นกั วิเคราะหน์ โยบายและและแผน เป็น

กรรมการเลขานุการ

หน้าท่ี
ใหค้ ณะกรรมการปฏบิ ตั ิหน้าที่ประเมินความพงึ พอใจของประชาชนพื้นทีต่ ่อการดำเนิน โครงการ
สง่ เสรมิ การท่องเท่ยี วภายในตำบลห้วยชมภู (การท่องเท่ยี วโดยชุมชน Community-Based Tourism CBT)
ประจำปงี บประมาณ พ.ศ.2561 และปฏบิ ัติหน้าที่อน่ื ที่ได้รบั มอบหมาย

คณะกรรมการตดิ ตามและประเมนิ ผล ได้ดำเนนิ การตามตัวชว้ี ดั ของแต่ละเกณฑ์ ตามเป้าประสงค์

ทง้ั 5 ด้าน โดยสรปุ ไดด้ ังนี้

ดา้ น 1 การบริหารจัดการทอ่ งเที่ยวโดยชุมชน คะแนน คะแนน
เต็ม ได้รับ
เปา้ ประสงค์ที่ 1.1 การบรหิ ารจัดการทอ่ งเทย่ี วโดยชุมชน มีประสทิ ธภิ าพ 4 3.2
เปา้ ประสงค์ที่ 1.2 ข้อตกลงรว่ มกันสำหรบั การบรหิ ารจัดการการท่องเทย่ี ว 4 2.6
โดยชมุ ชน มีประสิทธิภาพ
เปา้ ประสงค์ท่ี 1.3 4 2.5
ขอ้ ควรปฏิบตั ิสำหรับนกั ทอ่ งเท่ียว มีประสิทธิภาพ

บวร On Tour ชมุ ชนคุณธรรมบา้ นปางขอน | 38

เป้าประสงค์ท่ี 1.4 การพัฒนาบุคลากรในกลมุ่ การท่องเทย่ี วโดยชุมชน มี 4 4
ประสิทธภิ าพ
4 2.5
เปา้ ประสงค์ที่ 1.5 การส่งเสริมการมีส่วนรว่ มของทกุ ฝ่าย มีประสทิ ธิภาพ 4 2
เป้าประสงค์ที่ 1.6 การมีสว่ นรว่ มของภาคีเครือข่ายตา่ งๆเปน็ ไปอยา่ งมี
4 3
ประสทิ ธภิ าพ
เป้าประสงค์ท่ี 1.7 การจดั การตลาดและประชาสมั พนั ธ์การท่องเท่ยี วโดย 4 3
4 3
ชมุ ชน มีประสิทธิภาพ
เปา้ ประสงค์ท่ี 1.8 ระบบบัญชี การเงนิ มีประสทิ ธิภาพ คะแนน คะแนน
เปา้ ประสงค์ท่ี 1.9 เยาวชนไดร้ บั การให้ความสำคัญในการท่องเท่ียวโดย เต็ม ไดร้ บั
4 4
ชมุ ชน 4 4
ดา้ น 2 การจดั การเศรษฐกจิ สังคม และคุณภาพชีวติ ทีด่ ี
4 4
เป้าประสงค์ท่ี 2.1 การจัดสรรรายได้ มีประสทิ ธิภาพ
เป้าประสงค์ที่ 2.2 การส่งเสรมิ การยกระดับคุณภาพชีวิตท่ีดเี ป็นไปอย่างมี 4 4
คะแนน คะแนน
ประสิทธภิ าพ เตม็ ไดร้ ับ
เป้าประสงค์ที่ 2.3 ผลิตภัณฑ์ชมุ ชนมีคณุ ภาพเพื่อการเสริมสรา้ งโอกาสใน
4 3
การเพ่ิมรายไดจ้ ากการทอ่ งเที่ยว
เปา้ ประสงค์ท่ี 2.4 สิทธิมนุษยชนในการท่องเท่ยี วได้รบั การใหค้ วามสำคญั 4 4

ด้าน 3 การอนุรกั ษแ์ ละสง่ เสรมิ มรดกทางวัฒนธรรม 4 4
คะแนน คะแนน
เปา้ ประสงค์ที่ 3.1 ฐานขอ้ มูลดา้ นมรดกวฒั นธรรมเพ่ือการท่องเท่ยี วมี เต็ม ได้รบั
คณุ ภาพ 4.3
4
เปา้ ประสงค์ท่ี 3.2 การเผยแพร่มรดกวัฒนธรรมผ่านการท่องเท่ียวเชงิ โดย 4 1
ชมุ ชน มีประสิทธิภาพ
4 3
เป้าประสงค์ที่ 3.3 การอนรุ ักษ์ฟื้นฟูวฒั นธรรมท้องถน่ิ มปี ระสิทธิภาพ
ดา้ น 4 การจดั การทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม
อยา่ งเป็นระบบและยัง่ ยืน

เป้าประสงค์ที่ 4.1 การจดั การพื้นที่เพื่อการท่องเทย่ี ว มีประสิทธิภาพ
เป้าประสงค์ที่ 4.2 ฐานข้อมลู ดา้ นทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม มี

คณุ ภาพ
เปา้ ประสงค์ท่ี 4.3 การเผยแพร่ภูมิปัญญาดา้ นทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ

สง่ิ แวดล้อมผา่ นการทอ่ งเท่ียวโดยชมุ ชนมปี ระสิทธิภาพ

เป้าประสงค์ที่ 4.4 การอนุรักษ์ฟ้นื ฟูทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อมใน 4 4
ชมุ ชน มีประสิทธิภาพ

บวร On Tour ชุมชนคณุ ธรรมบา้ นปางขอน | 39

เป้าประสงค์ท่ี 4.5 การสรา้ งความตระหนกั รู้ถึงความสำคัญของการรักษา 4 2
ทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ มผา่ นการทอ่ งเทยี่ ว มี
ประสทิ ธิภาพ คะแนน คะแนน
เต็ม ไดร้ บั
ด้าน 5 การบริการ และความปลอดภยั 4 0

เป้าประสงค์ที่ 5.1 การให้บริการ และความปลอดภยั ดา้ นการท่องเท่ียว 4 1
เปน็ ไปอย่างน่าพึงพอใจ 4 1
เปา้ ประสงค์ที่ 5.2 นักสอ่ื ความหมายมปี ระสทิ ธิภาพ 4 1.8
เปา้ ประสงค์ที่ 5.3 เส้นทางและกจิ กรรมท่องเที่ยว มีความปลอดภัย 4 1
เป้าประสงค์ท่ี 5.4 จุดบรกิ ารท่องเที่ยว มีคุณภาพ
เป้าประสงค์ท่ี 5.5 การบรหิ ารจดั การเส้นทางการเดนิ ทางท่องเทย่ี วในชุมชน 4 1.5
มปี ระสทิ ธิภาพ 4 2
เปา้ ประสงค์ท่ี 5.6 การบริหารจัดการกรณฉี ุกเฉิน มปี ระสิทธิภาพ
เปา้ ประสงค์ที่ 5.7 การตดิ ต่อประสานงานด้านบริการ มปี ระสิทธิภาพ

จากผลการติดตามและประเมินผลโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชมุ ชน บา้ นปางขอน ทาง
คณะกรรมการติดตาม ไดม้ ีข้อเสนอแนะ และข้อควรปรบั ปรุงในการพฒั นาการทอ่ งเท่ียวโดยชุมชนบ้านปาง
ขอน ดงั นี้

ประเดน็ ปญั หา ข้อจำกัด อุปสรรค ของการท่องเท่ียวโดยชุมชนบ้านปางขอน
1. สิง่ อำนวยความสะดวกในแหลง่ ท่องเทย่ี ว ได้แก่

1.1 ที่พัก ท้งั แบบโฮมสเตย์ วลิ เลจสเตย์ เต็นท์ รีสอรท์
1.2 ห้องนำ้ สาธารณะทส่ี ะอาดถกู สุขลกั ษณะ
1.3 ป้ายบอกทาง ไม่ชัดเจน และยงั มนี ้อย
1.4 ถนนเข้าแหล่งทอ่ งเท่ียวเป็นหลุมเป็นบ่อ บางจดุ เขา้ ถงึ ยากลำบากต้องเดนิ เท้าเข้าไป
1.5 ความสะอาดของขยะ จุดท้งิ ขยะ อยู่ข้างทาง
2. การบริหารจดั การการท่องเทยี่ ว
2.1 ชอ่ งทางการเขา้ ถงึ แหล่งท่องเทยี่ ว นกั ทอ่ งเที่ยวไมร่ ู้วิธกี ารเข้าถงึ แหล่งท่องเที่ยว
2.2 บุคลากรในกลุ่มการทอ่ งเที่ยวยงั ขาดประสบการณ์

ขอ้ เสนอแนะ ปรับปรุง เพื่อใหเ้ กิดการพฒั นาการท่องเท่ียวโดยชุมชนบา้ นปางขอน
1. เพ่มิ สง่ิ อำนวยความสะดวก เชน่ ป้ายบอกทาง ป้ายแหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว ป้ายคำแนะนำเข้าแหล่ง
ทอ่ งเทีย่ ว
2. สร้างหอ้ งน้ำสาธารณะ บริเวณแหล่งทอ่ งเท่ยี ว
3. ประสานหนว่ ยงานราชการ ปรบั ปรุงถนนทางเขา้ แหลง่ ทอ่ งเท่ยี ว
4. กำหนดโซนทิง้ ขยะของหมู่บ้าน
5. พัฒนาบคุ ลากร ด้านไอที และความรดู้ า้ นตา่ งๆ

บวร On Tour ชมุ ชนคุณธรรมบา้ นปางขอน | 40

ขั้นตอนที่ 6 ชุมชนยังไม่มกี ารประกาศยกย่องเชดิ ชบู คุ คลผู้ทำความดแี ละหรือบุคคลผมู้ ีคุณธรรม ใน
ชมุ ชนและหรอื บุคคลอ่ืนที่ทำความดใี ห้กบั ชุมชน ในรอบปงี บประมาณ

ขน้ั ตอนที่ 7 ความสำเร็จของชมุ ชนบรรลุผลตามแผนส่งเสริมคุณธรรมของชมุ ชนและคนในชมุ ชนมี
ความสุข

สำนักงานพัฒนาชมุ ชนอำเภอเมอื งเชยี งราย จังหวัดเชียงราย
วิสัยทศั น์
เป็นหน่วยงานของรัฐในการขับเคลื่อนกิจกรรมเพอื่ สง่ เสรมิ กระบวนการมสี ่วนร่วม กระบวนการเรียนรู้
ของชมุ ชนการบรหิ ารจดั การชุมชน เพอื่ สรา้ งพลังชุมชนให้เขม้ แข็งและสามารถพ่ึงตนเองได้อย่างยง่ั ยืน

พันธกจิ
1.พัฒนาระบบและกลไกสง่ เสรมิ การมีสว่ นร่วมและการเรยี นร้ขู องชุมชน
2.สง่ เสรมิ สนับสนุนและพฒั นาการบริหารจดั การชุมชน
3.สง่ เสรมิ การพฒั นาระบบกลไกและกิจกรรมทางเศรษฐกจิ ของชุมชนตามปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง
4. พัฒนาสมรรถนะองค์กรในการทำงานเชงิ บูรณาการ

ขั้นตอนที่ 8 ชุมชนการกำหนดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม เพิ่มเติมใน 3 มิติ คือ หลักศาสนา หลัก
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง และวิถีวฒั นธรรมท่ีดงี าม

วสิ ยั ทัศน์
“เป็นองค์กรหลักในการอนุรักษ์ สืบสาน และสร้างสรรค์ ส่งเสริมภูมิปัญญาพัฒนาแหล่งวัฒนธรรม
เสริมสร้างความเขม้ แข็งเครือข่าย ขยายเศรษฐกิจวฒั นธรรม นำสูป่ ระชาคมอาเซียน"

พนั ธะกจิ
เทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และทำนุบำรุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมของท้องถ่นิ
และของชาติให้มีการรักษา สืบทอดและพฒั นาอยา่ งยั่งยนื
ปลูกจิตสำนกึ ความเปน็ ไทยสร้างคา่ นยิ มและวถิ ีชวี ิตท่ดี ีงาม
ส่งเสริม สนับสนุนการนำทุนทางวัฒนธรรมมาใช้เพื่อสร้างคุณค่าทางสังคมหรือมูลค่าเพิ่มทาง
เศรษฐกจิ
ส่งเสริม และสร้างความเขม้ แขง็ ให้แก่เครือข่ายด้านศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรม
ส่งเสริมการศกึ ษา วิจัย และบรหิ ารจดั การองค์ความร้ดู า้ นศาสนา ศิลปะ และวฒั นธรรม
ส่งเสริมและพัฒนาความสัมพันธ์ดา้ นศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรม กับประเทศอาเซียน (Asean) และ
ประเทศในอนุภูมภิ าคลุ่มแมน่ ำ้ โขง (GMS)

บวร On Tour ชมุ ชนคณุ ธรรมบา้ นปางขอน | 41

ขั้นตอนที่ 9 ชุมชนมีการถอดบทเรียน สามารถเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถ่ายทอดเพื่อขยายผล
ไปสู่ชุมชนอื่น โดยหมู่บา้ นปางขอนนั้นเป็นสถานท่ีท่องเที่ยวทีม่ ีหลากหลายชาติพันธุ์ อีกท้ังยังเป็นแหล่งเรียนรู้
ดา้ นประเพณี ศิลปวฒั นธรรม ของแต่ละชาติพันธ์ุ

ชุมชนคุณธรรมบ้านปางขอนส่วนใหญ่นบั ถอื ศาสนาคริสเป็นศาสนาหลัก โดยมีโบสถเ์ ป็นศาสนาสถาน
ของชุมชน เป็นแหลง่ ยึดเหนีย่ วให้กบั คนในชมุ ชน และเป็นสถานทใ่ี นการจัดกิจกรรมต่างๆ

ศาสนาสถานคริสตจกั รบ้านปางขอน (อาขา่ ) สังกัด สหกจิ ครสิ เตยี นแหง่ ประเทศไทย
ต้งั ขึน้ เม่อื ปี พ.ศ. 2546 หลงั จากการจัดต้ังหมู่บา้ นปางขอนได้ 1 ปี (บ้านปางขอนได้รับการยกฐานะ
เป็นหมบู่ ้านอย่างเปน็ ทางการเมื่อปี พ.ศ.2545 ) ไดก้ อ่ ตง้ั เปน็ ระยะเวลาถึง 17 ปี ปจั จุบันมีกลุ่มชาติพันธุ์นับ
ถือศาสนาคริสตจักรนิกายโปแตสแตน มีสมาชิกอยู่ประมาณ 700 คน นอกเหนือจากนั้นนับถือ บรรพบุรุษ
และประเพณีจนี เป็นส่วนใหญ่

ผูน้ ำทางศาสนา ได้แก่ นายลอซา มาเยอะ เป็นศาสนาจารยป์ ระจำโบสถ์

คณะกรรมการคริสตจกั รปางขอน ประกอบดว้ ย

1. นายลอซา มาเยอะ ศาสนาจารย์ ศษิ ยาภิบาล

2. นางอามี่ ยาแปงกู่ ประธาน

3. นายอาเบาะ เยียเปียงกู่ เลขานกุ าร

4. นายอาเจ เบเชกู่ เหรญั ญกิ

5. นางเอสเธอร์ มาเยอะ ประธานกลุม่ แมบ่ ้าน

6. นางบนู ู ยาแปงกู่ รองประธานและเลขานกุ ารฝ่ายกลุ่มแมบ่ ้าน

7. นางรัชชานนั ทร์ เปียงแล่ เลขานุการฝ่ายกลุ่มแมบ่ า้ น

8. นายเหลา่ โซ ยาแปงกู่ ประธานฝ่ายผู้อาวุโส

9. นายอาคอ เบเชกู่ รองประธานฝา่ ยผ้อู าวุโส

10. นางบูแฮ่ เยสอกู่ บวร On Tour ชุมชนคณุ ธรรมบ้านปางขอน | 42
11. นางบหู ยา่ เยสอกู่
12. นายลอทู้ เมอแลกู่ กรรมการทอ้ งถ่ิน
13. นางชนดิ า เมอแลกู่ กรรมการท้องถิ่น
กรรมการท้องถิ่น
กรรมการท้องถนิ่

คนในชุมชนน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตโดยเป็นชุมชนที่มีการ
ส่งเสริมใหค้ นในชุมชนดำรงชวี ิตแบบพอเพียงตามพระราชดำริ

โครงการเกษตรพ้ืนทส่ี ูงตามพระราชดำริบา้ นปางขอน ตำบลหว้ ยชมพู อำเภอเมอื ง จังหวดั เชียงราย

สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ
บ้านปางขอนจะทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสรสชาติ
ของการเดินทางที่แปลกใหม่และสวยงามทาง
ธรรมชาติที่ผสมผสานกับวิถีชีวิตของชาวเขาเผ่า
ต่างๆได้อย่างลงตัวโดยไม่ต้องเดินทางไกลจากตวั
จังหวัดเชียงรายมากนักระยะทางโดยประมาณ
40 กโิ ลเมตร จากตัวเมอื งสู่สถานฯี ตลอดเส้นทาง
จะพบกับทิวทัศน์ที่งดงามของผืนป่าสลับกับ
เทือกเขาที่ปกคลุมยอดดอย การดำเนินชีวิต
ร่วมกันของ 3 ชาติพันธ์ุ อาข่า เย้า และมูเซอท่ี
ดำรงชีวิตอยู่กับป่าและอาชีพเกษตรกรรมในเส้นทางที่จะผ่านสู่สถานีฯได้แก่หมู่บ้านปางตะไคร้และหมู่บ้าน
ปางขอน หนว่ ยรับผดิ ชอบโครงการ กองพนั ทหารราบท่ี 3 กรมทหารราบที่ 17 ในพระองคส์ มเดจ็ พระศรีนค
รินทราบรมราชชนนี ทต่ี ง้ั

1. หนว่ ยรบั ผิดชอบโครงการฯ มที ่ีตั้ง ร.17 พนั .3 ในพระองคฯ์ คา่ ยเมง็ รายมหาราช ต.รอบเวยี ง อ.เมือง
เชยี งราย จ.เชียงราย รหัสไปรษณีย์ 67,000

2. กองอำนวยการโครงการฯ มที ต่ี ัง้ ร.17 พัน.3 ในพระองคฯ์ ค่ายเม็งรายมหาราช ต.รอบเวียง อ.เมือง
จ. เชียงราย รหัสไปรษณีย์ 67,000

3. สำนักงานโครงการฯ มีท่ีตั้ง พื้นที่โครงการฯ หมู่ที่ 7 บ.ปางขอน ต.ห้วยชมพู อ.เมือง จ.เชียงราย
รหสั ไปรษณยี ์ 77,000 พกิ ัด 628007

บวร On Tour ชมุ ชนคณุ ธรรมบ้านปางขอน | 43

ความเป็นมาตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงปัจจุบัน เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2445 สมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถ เสด็จทอดพระเนตรพื้นที่ ป่าอนุรักษ์ดอยเกี๊ยะ ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้าห้วยป่าชม, ห้วยผาล้งั

ห้วยหินขาว ห้วยยาดีและต้นน้ำลำน้ำแม่
กรณ์ อําเภอเมืองเชียงราย จังหวัด
เชียงราย ทรงพบว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าว
ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้าทะเล 1,400–
1,600 เมตร เป็นแหล่งต้นน้าที่ถูกบุกรุก
แผ้วถางป่าเป็นบริเวณกว้างจำนวนนับพัน
ไร่ บางส่วนของพื้นที่มีการปลูกพืชเสพติด
ซึ่ง จะมีผลกระทบต่อความมั่นคงตามแนว
ชายแดน นอกจากนั้นพื้นที่ดังกล่าวยังเป็น
เส้นทางลำเลียงยาเสพติด จากนอก
ประเทศ เข้ามายังตัวเมืองเชียงราย ผ่าน
หมู่บ้านผาลั้ง (ชาวเขาเผ่าเย้า 200
หลังคาเรือน) บ้านปางขอน (ชาวเขาเผา่ อาข่า, เย้า, มูเซอ 100 หลงั คาเรือน) และบ้านแม่มอญ (ชาวเขาเผ่า
ลีซอ และอกี ้อ 100 หลงั คา เรือน) ราษฎร ทั้ง 3 กลุ่มบ้าน ได้ทาํ การบุกรุกแผ้วถางปา่ ทำไร่เล่ือนลอย ทําให้
แหล่งต้นนา้ ลาํ ธารถกู ทําลายลง ศูนยป์ ระสานงานโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ กองอำนวยการรักษา
ความมั่นคงภายในภาค ๓ ทําให้เกิดแผ่นดินเลื่อนไหล ลําน้ำต่าง ๆ เกิดการตื้นเขนิ ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ไหล
ลงลาํ น้ำสาว ซึง่ เปน็ แมน่ ้ำสายหลักของจงั หวัดเชียงราย มปี ริมาณน้ำลดลง และนอกจากนน้ั น้ำตกแม่กรณ์ซึ่ง
เป็นน้ำตกธรรมชาติที่มีความ สวยงาม มีระดับความสูงประมาณ ๗๐ เมตร กําลังจะเกิดสภาวะปริมาณน้ำ
ลดลง ซึ่งจะทําให้แหล่งท่องเที่ยวตาม ธรรมชาติที่สวยงาม ถูกทําลายลงไปด้วย ในการแก้ปัญหาดังกล่าว
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเห็นว่า ลําพังเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ ไม่สามารถที่จะหยุดย้ัง
การบุกรุกแผ้วถางป่าของราษฎรได้ จึงสมควรให้ราษฎรเข้ามามีสว่ นร่วมในการอนุรักษ์ป่าซึ่งเป็นแหล่งต้นนำ้
ลําธาร โดยจัดทําเป็น “โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่” ขึ้นที่บริเวณดอยเกี๊ยะ ซึ่งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จะ
ให้การสนับสนนุ การฝึกอบรมศลิ ปาชีพ และปลูกฝังความรู้เร่ืองการเกษตร การอนุรักษ์ธรรมชาติแก่ราษฎรที่
อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ให้คนกับป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างผสมกลมกลืน โดยคนเป็น ผู้พิทักษ์รักษาป่า ป่าให้ความ
รม่ เยน็ และเปน็ แหลง่ ผลติ อาหารของคน นอกจากนัน้ ยงั จะชว่ ยอนุรักษ์แหลง่ น้าตก ธรรมชาตใิ ห้เป็นสถานที่
ท่องเท่ยี วทส่ี วยงาม ยงั่ ยนื ตอ่ ไปในอนาคต

บวร On Tour ชุมชนคุณธรรมบ้านปางขอน | 44

1. คนในชุมชนยึดมั่นปฏิบัติตามหลักธรรมทางศาสนาหรือความเชื่อที่ตนนับถือ(บรรพบุรุษ) เกิด
ความสงบสุข ในชุมชน ปัญหาต่าง ๆ หรือสิ่งไม่ดีในชุมชนลดลงหรือหมดไป ไม่มีปัญหายาเสพติด ไม่มีการ
ทะเลาะวิวาท ไม่มีปัญหาการพนัน ไม่มีปัญหาอบายมุข ไม่มีปัญหาการลักขโมย ไม่มีปัญหาขยะ ไม่มีปัญหา
สิ่งแวดล้อม การดื่มสุราลดลง หนี้สินลดลง เป็นต้น มีสิ่งดีงามเกิดขึ้นในชุมชน คนในชุมชนมีความรักและ
สามัคคี เอื้อเฟอเผื่อแผ่ เสียสละช่วยเหลือซึ่งกนั และกนั ไม่ทิ้งกัน พึ่งพากันเอง คนในชุมชนรู้สิทธิหนา้ ท่ี การ
เป็นพลเมืองที่ดี ยึดมั่นในการปกครองในระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริยท์ รงเป็นประมุข มีสำนึก
รบั ผดิ ชอบต่อสว่ นรวม รรู้ ักสามคั คี เสยี สละ และกตญั ญรู ู้คุณ

2. คนในชุมชนน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการพัฒนา คุณภาพชีวิต คนใน
ชุมชนอยู่ดีมีสุข อดทน อดออม ขยัน ไม่โลภ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น มีความพอประมาณ รู้จักพึ่งพาตนเอง
ประกอบสมั มาอาชพี สรา้ งรายได้ มเี หตุมผี ล มภี มู คิ ุม้ กนั ในตวั ที่ดี มีรายไดเ้ พิ่มขนึ้ หน้ีสนิ ลดลง มกี ารรวมกลุ่ม
พัฒนาอาชีพช่วยเหลือกัน ไม่ทิ้งกัน ดูแลผู้มีรายได้น้อย ด้วยการสร้างงานสร้างอาชีพ พัฒนาเศรษฐกิจฐาน
ราก อาทิ กลมุ่ วสิ าหกิจชมุ ชน กลุม่ ออมทรัพย์ กลมุ่ พฒั นาอาชีพ กล่มุ จติ อาสาบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวม
เปน็ ต้น

3. คนในชุมชนบ้านปางขอนจะสืบสานและดำเนินชีวิตตามวิถีวัฒนธรรมที่ดีงาม มีการสืบทอด
ศิลปวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่น มีความจงรักภักดี เคารพเทิดทูน ในสถาบันชาติ ศาสนาและ
พระมหากษัตริย์

ทั้งนี้ให้ประกาศเจตนารมณ์ฉบับนี้ได้เป็นแนวทางหนึ่งในกฎระเบียบของหมู่บ้านปางขอน หมู่ที่ 7
ตำบลห้วยชมภู อำเภอเมืองเชียงราย จงั หวดั เชียงราย ตัง้ แตว่ ันนี้เป็นตน้ ไป

นายอินทฤทธิ์ วยุ ยะกู นายสุพชิ ัย ไพรเลิศสกลุ นายเอกชยั แซ่จาง
ชาตพิ นั ธอุ์ าข่า ชาตพิ นั ธล์ุ าหู่ ชาตพิ นั ธุอ์ วิ้ เมี้ยน

บวร On Tour ชุมชนคุณธรรมบา้ นปางขอน | 45

ชุมชนปางขอนได้สร้างแบรนด์ปางขอนให้เป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศในฐานะกลุ่มชาติพันธุ์ที่มี
ความรู้ความสามารถในการปลูกกาแฟรสชาดที่ดีที่และเป็นที่รู้จักแก่บุคคลทั่วไป กลุ่มลูกค้าทั้งในและ
ต่างประเทศต่างรู้จัก กาแฟอาราบิก้าจากบ้านปางขอนเป็นอย่างดี ปัจจุบันชุมชนบ้ านปางขอนได้ใช้ส่ือ
หลากหลายทัง้ ในสว่ นของภาคเอกชน รัฐวสิ าหกจิ ในชุมชน และการส่งเสรมิ จากภาครฐั ช่วยประชาสัมพันธ์และ
การส่งเสริมการขายเพือ่ ให้เป็นท่ีรู้จกั

การจัดทำส่อื ประชาสัมพันธ์ด้านต่าง ๆ
1. ผา่ นสื่อบิลบอรด์ สถานที่สากลในระดับประเทศ ณ สนามบนิ ดอนเมอื ง

บวร On Tour ชมุ ชนคุณธรรมบา้ นปางขอน | 46

2. ผ่านส่ือแผ่นพบั และสิ่งพิมพ์ตา่ ง ๆ

บวร On Tour ชมุ ชนคณุ ธรรมบ้านปางขอน | 47

3. ผา่ นส่อื online social ตา่ ง ๆ

บวร On Tour ชมุ ชนคณุ ธรรมบ้านปางขอน | 48

4. ผ่านรายการช่องโทรทัศน์และดารานกั แสดง
รายการโทรทศั น์ “ภาพเลา่ เรื่อง” https://youtu.be/w38J_aQKB20


Click to View FlipBook Version