แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 แรงในชีวิตประจำวัน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 นายอำนาจ กล่ำป่วน ครู โรงเรียนวัดบ่อ (นันทวิทยา) นครปากเกร็ด ๑ กองการศึกษา เทศบาลนครปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหัสวิชา ว15101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 แรงในชีวิตประจำวัน เวลา 8 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง การรวมแรงที่กระทำต่อวัตถุ เวลา 1 ชั่วโมง …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 1. มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุลักษณะ การเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ ของวัตถุ รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 2.2 ป.5/1 อธิบายวิธีการหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุ ในกรณีที่วัตถุอยู่นิ่งจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ว 2.2 ป.5/2 เขียนแผนภาพแสดงแรงที่กระทำต่อวัตถุที่อยู่ในแนวเดียวกันและแรงลัพธ์ ที่กระทำต่อวัตถุ ว 2.2 ป.5/3 ใช้เครื่องชั่งสปริงในการวัดแรงที่กระทำต่อวัตถุ 2. สาระสำคัญ แรง (Force) คือ อำนาจอย่างหนึ่งที่ทำให้วัตถุหยุดนิ่งหรือเคลื่อนที่ได้ หรือกล่าวได้ว่าแรงสามารถทำ ให้วัตถุเปลี่ยนสภาพการเคลื่อนที่ แรงเป็นปริมาณเวคเตอร์ (ปริมาณที่ต้องบอกขนาดและทิศทาง) หน่วยของแรง คือ นิวตัน (Newton สัญลักษณ์ N) ถ้ามีแรงหลาย ๆ แรงมากระทำต่อวัตถุเดียวกัน ใน เวลาเดียวกัน เสมือนกับว่า มีแรงเพียงแรงเดียวมากระทำต่อวัตถุนั้น เรียกแรงเสมือนแรงเดียวนี้ว่า แรงลัพธ์ (หรือกล่าวได้ว่าแรงลัพธ์คือผลรวมของแรงหลาย ๆ แรงที่กระทำต่อวัตถุนั้น) การหาแรงลัพธ์ เนื่องจากแรงเป็นปริมาณเวคเตอร์ดังนั้นการหาแรงลัพธ์คิดเหมือนกับการหาเวคเตอร์ ลัพธ์ โดยแทนแรงด้วยลูกศร ความยาวของลูกศรจะแทนขนาดของแรง และทิศของลูกศรจะแทนทิศทางของ แรงที่กระทำ และวัตถุจะเคลื่อนที่ไปตามทิศของแรงลัพธ์ การหาแรงลัพธ์เมื่อแรงย่อยอยู่ในแนวเดียวกัน - เมื่อแรงลัพธ์กระทำต่อวัตถุ ในทิศเดียวกัน แรงลัพธ์ก็คือ ผลบวกของแรงทั้งสอง - เมื่อแรงสองแรงกระทำต่อวัตถุในทิศทางตรงข้าม ขนาดของแรงย่อยไม่เท่ากัน แรงลัพธ์ ก็คือผลต่าง ของแรงทั้งสอง - ขนาดของแรงย่อยเท่ากัน แรงทั้งสองจะหักล้างกัน แรงลัพธ์ เท่ากับ 0 วัตถุจึงไม่เคลื่อนที่
3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ 1. บอกความหมายของแรงได้(K) 2. อธิบายวิธีการหาผลลัพธ์ของการออกแรงมากกว่า 1 แรงที่กระทำต่อวัตถุในทิศทางเดียวกัน หรือทิศทางตรงข้ามได้ (K) 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ 1. ปฏิบัติกิจกรรม การเคลื่อนที่ของวัตถุเมื่อมีแรงกระทำมากกว่า 1 แรง อย่างรวมพลัง ด้วยความมุ่งมั่น และรับผิดชอบได้ (P) 2. เขียนทิศทางของแรงที่มากระทำต่อวัตถุได้ (P) 3.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีความมุ่งมั่นและรับผิดชอบ (A) 3.4 สมรรถนะสำคัญ 1. ความสามารถในการสื่อสาร - การอธิบาย การเขียน การพูดหน้าชั้นเรียน 2. ความสามารถในการคิด - การสังเกต การสำรวจ การคิดวิเคราะห์ การเปรียบเทียบ การสร้างคำอธิบาย การอภิปราย การสื่อความหมาย การทำกิจกรรมโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา - การแก้ปัญหาขณะปฏิบัติกิจกรรม 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต - กระบวนการกลุ่ม 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี - การนำเสนอผลงานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 3.5 ทักษะในศตวรรษที่ 21 (3Rs&8Cs) - การอ่านออก - การเขียนได้ - การคิดคำนวณ - มีทักษะในการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ - มีความร่วมมือ ทำงานเป็นทีม - มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย
4. สาระการเรียนรู้ แรงลัพธ์เป็นผลรวมของแรงที่กระทำต่อวัตถุ โดยแรงลัพธ์ของแรง 2 แรงที่กระทำต่อวัตถุเดียวกัน จะมีขนาดเท่ากับผลรวมของแรงทั้งสองเมื่อแรงทั้งสองอยู่ในแนวเดียวกันแต่มีทิศทางเดียวกันสำหรับวัตถุที่อยู่ นิ่งแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุมีค่าเป็นศูนย์ การเขียนแผนภาพของแรงที่กระทำต่อวัตถุ สามารถเขียนได้โดยใช้ลูกศร โดยหัวลูกศรแสดงทิศทาง ของแรง และความยาวของลูกศรแสดงขนาดของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ชิ้นงาน / ภาระงาน ชิ้นงาน - ใบงานที่ 17 เรื่อง การเคลื่อนที่ของวัตถุเมื่อมีแรงกระทำมากกว่า 1 แรง (ตอนที่ 1 การรวมแรงที่ กระทำต่อวัตถุ) ภาระงาน - ทำแบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 5. กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering) 1. ผู้แทนนักเรียน 2 คน ออกมาแสดงท่าทางการออกแรงผลักโต๊ะคนละด้าน เพื่อนนักเรียนร่วมกัน สังเกต แล้วร่วมกันตอบคำถามสำคัญ ดังนี้ 1.1 แรงหมายถึงอะไร (แรง หมายถึง สิ่งที่ทำให้วัตถุเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่หรือเปลี่ยนแปลงรูปทรงจากเดิม ทำให้วัตถุเคลื่อนที่ หรือเคลื่อนที่เร็วขึ้น หรือเคลื่อนที่ช้าลง หรือหยุดการเคลื่อนที่ หรือเปลี่ยนทิศทาง การเคลื่อนที่) 1.2 แรงกระทำต่อวัตถุ อาจมี 1 แรง หรือมากกว่า 1 แรง ถ้ามีแรงมากระทำต่อวัตถุมากกว่า 1 แรง จะมีผลต่อการเคลื่อนที่ของวัตถุอย่างไร (เมื่อแรง 2 แรง กระทำต่อวัตถุในทิศทางเดียวกัน ผลลัพธ์ของแรงก็คือ ผลรวมของแรงทั้งสอง ทำ ให้วัตถุเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกับแรงที่มากระทำ เมื่อแรง 2 แรง กระทำต่อวัตถุในทิศทางตรงกันข้าม ผลลัพธ์ของแรงก็คือ แรงหักล้างระหว่างแรง ทั้งสอง ทำให้วัตถุเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่มีแรงมากกว่า การเตรียมล่วงหน้า จัดเตรียมโต๊ะที่มีน้ำหนักพอสมควร อย่าเบาเกินไป เพราะอาจเกิดการลื่นไถล
เมื่อแรง 2 แรง ที่เท่ากันกระทำต่อวัตถุในทิศทางตรงกันข้าม ผลลัพธ์ของแรงก็คือ แรงทั้งสองหักล้าง กันหมด ทำให้วัตถุไม่เคลื่อนที่) 2. นักเรียนร่วมกันคาดคะเนคำตอบ 3. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละเพศ และคละนักเรียนเก่ง ปานกลาง และอ่อน (หรือจะแบ่งกลุ่มด้วยวิธีการต่าง ๆ เพิ่มเติมได้) โดยแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาวิธีทำและปฏิบัติกิจกรรมที่ 4.1 เรื่อง การเคลื่อนที่ของวัตถุเมื่อมีแรงกระทำมากกว่า 1 แรง (ตอนที่ 1 การรวมแรงที่กระทำต่อวัตถุ) ในใบงานที่ 17 ตามขั้นตอน ดังนี้ 3.1 ทบทวนบทบาทหน้าที่ของสมาชิกในกลุ่มว่าต้องทำหน้าที่อย่างไรบ้างในการดำเนินการ ด้วยกระบวนการทำงานกลุ่ม เช่น หัวหน้ากลุ่ม มีหน้าที่ .................. ผู้จดบันทึก มีหน้าที่ ......................... ผู้เสนอรายงาน มีหน้าที่ .............. อื่น ๆ ................................. 3.2 ตรวจสอบความพร้อมของสื่อ วัสดุอุปกรณ์ สำหรับการปฏิบัติกิจกรรมว่าครบถ้วน เหมาะสมที่จะใช้ในการปฏิบัติกิจกรรมเพียงใด 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านและฟังอธิบายขั้นตอนวิธีทำกิจกรรมที่ 4.1 เรื่อง การเคลื่อนที่ของวัตถุเมื่อ มีแรงกระทำมากกว่า 1 แรง (ตอนที่ 1 การรวมแรงที่กระทำต่อวัตถุ) ให้เข้าใจอย่างชัดเจน โดยเขียนขั้นตอนลง ในกระดาษฟลิปชาร์ต และนำขึ้นหน้ากระดาน 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันแสดงความคิดเห็นก่อนทำกิจกรรม โดยร่วมกันตอบคำถาม ก่อนทำกิจกรรม ดังนี้ 5.1 การทดลองนี้มีวัตถุประสงค์อะไร (เพื่อศึกษาผลของการใช้แรงมากกว่า 1 แรง กระทำต่อวัตถุ) 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอย่างรวมพลังทำกิจกรรมที่ 4.1 เรื่อง การเคลื่อนที่ของวัตถุเมื่อมีแรง กระทำมากกว่า 1 แรง (ตอนที่ 1 การรวมแรงที่กระทำต่อวัตถุ) และบันทึกผลการทำกิจกรรมในใบงานที่ 17 7. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน เพื่อตรวจสอบ ความถูกต้อง ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) (Gathering) 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ และอภิปรายผลการทำกิจกรรม โดยร่วมกันตอบคำถาม หลังทำกิจกรรม ดังนี้ 1.1 เมื่อดึงถุงทรายด้วยเครื่องชั่งสปริง 1 เครื่อง กับการดึงถุงทรายด้วยเครื่องชั่งสปริง 2 เครื่อง ในแนวขนานกัน ขนาดของแรงรวมเท่ากันหรือไม่ และทิศทางเหมือนกันหรือไม่ อย่างไร (มีขนาดและทิศทางเดียวกัน ตรงตามที่คาดคะเนไว้) 1.2 สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร (ถ้ามีแรง 2 แรงกระทำต่อวัตถุในทิศทางเดียวกันวัตถุจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกับ แรง 2 แรงนั้น) 1.3 ยกตัวอย่างประโยชน์ของการใช้แรงมากกว่า 1 แรง ที่ออกแรงไปในทิศทางเดียวกัน
(ตัวอย่างคำตอบ เข็นรถที่จอดอยู่ด้วยแรง 2 คน จะทำให้รถเคลื่อนที่ได้ง่ายกว่าออกแรงคนเดียว) 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปผลการทำกิจกรรมและสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกันเกี่ยวกับ การรวมแรงที่กระทำต่อวัตถุว่า ถ้ามีแรง 2 แรงกระทำต่อวัตถุในทิศทางเดียวกัน วัตถุจะเคลื่อนที่ไปในทิศทาง เดียวกับแรง 2 แรงนั้น 6. สื่อและแหล่งเรียนรู้ สื่อ 1. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของบริษัทอักษรเจริญทัศน์ (อจท.) 2. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของบริษัทอักษรเจริญทัศน์ (อจท.) 3. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาการคิดวิเคราะห์ รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 บริษัทอักษรเจริญทัศน์ (อจท.) 4. โต๊ะ 1 ตัว 5. ถุงทราย 1 ถุง 6. เครื่องชั่งสปริง 2 เครื่อง 7. ใบงานที่ 17 เรื่อง การเคลื่อนที่ของวัตถุเมื่อมีแรงกระทำมากกว่า 1 แรง (ตอนที่ 1 การรวมแรงที่กระทำต่อวัตถุ) แหล่งเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. อินเทอร์เน็ต
7. การวัดและประเมินผล แนวทางการประเมิน ผลการเรียนรู้ น้ำหนัก คะแนน น้ำหนักคะแนน วิธีประเมิน เครื่องมือประเมิน K P A 1. บอกความหมายของแรงได้ และอธิบายวิธีการหาผลลัพธ์ ของการออกแรงมากกว่า 1 แรงที่กระทำต่อวัตถุในทิศทาง เดียวกันหรือทิศทางตรงข้าม ได้ (K) 10 10 - - - สังเกตการทำใบงานที่ 17 เรื่อง การเคลื่อนที่ ของวัตถุเมื่อมีแรงกระทำ มากกว่า 1 แรง (ตอนที่ 1 การรวมแรงที่กระทำ ต่อวัตถุ) - ใบงานที่ 17 เรื่อง การ เคลื่อนที่ของวัตถุเมื่อมีแรง กระทำมากกว่า 1 แรง (ตอนที่ 1 การรวมแรงที่ กระทำต่อวัตถุ) ปฏิบัติกิจกรรม การเคลื่อนที่ ของวัตถุเมื่อมีแรงกระทำ มากกว่า 1 แรง อย่างรวมพลัง ด้วยความมุ่งมั่นและรับผิดชอบ ได้และเขียนทิศทางของแรงที่มา กระทำต่อวัตถุได้ (P) 10 - 10 - - สังเกตการปฏิบัติการ ทำกิจกรรม - แบบประเมินการ ปฏิบัติการทำกิจกรรม มีความมุ่งมั่นและรับผิดชอบ (A) 10 - - 10 - สังเกตคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ด้านใฝ่ เรียนรู้ มุ่งมั่นในการ ทำงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นใน การทำงาน รวม 30 10 10 10 - -
8. บันทึกผลหลังการสอน 8.1 ผลการจัดการเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… 8.2 ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 8.3 แนวทางแก้ไขปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (ลงชื่อ) ..................................................... ครูผู้สอน (นายอำนาจ กล่ำป่วน) วันที่………………….……………….. 9. ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. (ลงชื่อ) ............................................................ (นางวราภรณ์ กอสันเทียะ) วันที่………………….……………….. 10. ความคิดเห็นของผู้บริหาร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. (ลงชื่อ) ............................................................ (นายเกษมสินธุ์ สอนสุข) รองผู้อำนวยการสถานศึกษา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา
ใบงานที่ 17 เรื่อง การเคลื่อนที่ของวัตถุเมื่อมีแรงกระทำมากกว่า 1 แรง (ตอนที่ 1 การรวมแรงที่กระทำต่อวัตถุ) วันที่________เดือน_______________พ.ศ.___________ ชื่อ_____________________________เลขที่______ชั้น__________ คำชี้แจง นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติ ดังนี้ 1. อ่านวิธีทำกิจกรรมการทดลองให้เข้าใจ 2. ตอบคำถามก่อนทำกิจกรรม 3. ทำกิจกรรมและบันทึกผล 4. ตอบคำถามหลังทำกิจกรรม กิจกรรมที่ 4.1 การเคลื่อนที่ของวัตถุเมื่อมีแรงกระทำมากกว่า 1 แรง (ตอนที่ 1การรวมแรงที่กระทำต่อวัตถุ) 1. ถุงทราย 1 ถุง 2. เครื่องชั่งสปริง 2 เครื่อง วิธีทำ 1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันวางถุงทราย 1 ถุง สัมผัสพื้นโต๊ะ นักเรียน 1 คนในกลุ่ม ใช้ขอเกี่ยวของเครื่องชั่งสปริงเกี่ยวหูของถุงทราย แล้วออกแรงดึงถุงทรายให้เคลื่อนที่ ในแนวราบ สังเกตขนาดและทิศทางของการเคลื่อนที่ 2. ทำซ้ำข้อ 1 แต่เปลี่ยนจากเครื่องชั่งสปริง 1 เครื่อง เป็นใช้เครื่องชั่งสปริง 2 เครื่อง ดึงถุงทราย ในแนวราบ โดยดึงเครื่องชั่งสปริงให้ขนานกัน สังเกตขนาดและทิศทางของการเคลื่อนที่ 3. บันทึกผลการสังเกต โดยเขียนลูกศรแสดงทิศทางของการออกแรง และบันทึกขนาด ลงในตาราง วัสดุอุปกรณ์ ก. การดึงถุงทรายด้วยเครื่องชั่งสปริง 1 เครื่อง ในแนวราบ ข. การดึงถุงทรายด้วยเครื่องชั่งสปริง 2 เครื่อง ในแนวราบขนานกัน การทดลอง การรวมแรงที่กระทำต่อวัตถุ
คำถามก่อนทำกิจกรรม • การทดลองนี้มีวัตถุประสงค์อะไร ตาราง ขนาดและทิศของแรงดึงเมื่อดึงถุงทรายด้วยเครื่องชั่งสปริงแบบต่าง ๆ การดึงถุงทราย ด้วยเครื่องชั่งสปริง แรงดึง (นิวตัน) ผลรวมของ แรงดึง (นิวตัน) ทิศทางของ การออกแรง ทิศทางการเคลื่อนที่ ของถุงทราย เครื่องชั่งสปริง เครื่องที่ 1 เครื่องชั่งสปริง เครื่องที่ 2 1. เครื่องชั่งสปริง 1 เครื่อง 2. เครื่องชั่งสปริง 2 เครื่อง ขนานกัน 1. เมื่อดึงถุงทรายด้วยเครื่องชั่งสปริง 1 เครื่อง กับการดึงถุงทรายด้วยเครื่องชั่งสปริง 2 เครื่องในแนวราบ ขนานกัน ขนาดของแรงรวมเท่ากันหรือไม่ และมีทิศทางเหมือนกันหรือไม่ อย่างไร 2. สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร 3. ยกตัวอย่างประโยชน์ของการใช้แรงมากกว่า 1 แรง ที่ออกแรงไปในทิศทางเดียวกัน คำถามหลังทำกิจกรรม บันทึกผลการทดลอง
แบบประเมินการปฏิบัติการทำกิจกรรมการทดลอง รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 1. การทำกิจกรรม การทดลอง ตามแผนที่กำหนด ทำกิจกรรมการทดลอง ตามวิธีการและขั้นตอน ที่กำหนดไว้อย่างถูกต้อง ด้วยตนเอง มีการปรับปรุง แก้ไขเป็นระยะ ทำกิจกรรมการทดลอง ตามวิธีการและขั้นตอน ที่กำหนดไว้ด้วยตนเอง มีการปรับปรุงแก้ไขบ้าง ทำกิจกรรมการทดลอง ตามวิธีการและขั้นตอน ที่กำหนดไว้ โดยมีครูหรือ ผู้อื่นเป็นผู้แนะนำ ทำกิจกรรมการทดลองไม่ ถูกต้องตามวิธีการ และขั้นตอนที่กำหนดไว้ ไม่มีการปรับปรุงแก้ไข 2. การใช้อุปกรณ์ และ/หรือเครื่องมือ ใช้อุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการทำ กิจกรรมการทดลอง ได้อย่างถูกต้อง ตามหลักการปฏิบัติ และคล่องแคล่ว ใช้อุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการทำ กิจกรรมการทดลอง ได้อย่างถูกต้อง ตามหลักการปฏิบัติ แต่ไม่คล่องแคล่ว ใช้อุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการทำ กิจกรรมการทดลอง ได้อย่างถูกต้อง โดยมีครู หรือผู้อื่นเป็นผู้แนะนำ ใช้อุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการทำ กิจกรรมการทดลอง ไม่ถูกต้องและไม่มี ความคล่องแคล่ว ในการใช้ 3. การบันทึกผล การทำกิจกรรม การทดลอง บันทึกผลเป็นระยะ อย่างถูกต้อง มีระเบียบ มีการระบุหน่วย มีการ อธิบายข้อมูลให้เห็นความ เชื่อมโยง เป็นภาพรวม เป็นเหตุเป็น ผล และเป็นไปตาม การทำกิจกรรมทดลอง บันทึกผลเป็นระยะ อย่างถูกต้อง มีระเบียบ มีการระบุหน่วย มีการ อธิบายข้อมูลให้เห็นถึง ความสัมพันธ์เป็นไป ตามการทำกิจกรรม การทดลอง บันทึกผลเป็นระยะ แต่ไม่เป็นระเบียบ ไม่มีการระบุหน่วย และไม่มีการอธิบายข้อมูล ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ ของการทำกิจกรรม การทดลอง บันทึกผลไม่ครบ ไม่มีการระบุหน่วย และไม่เป็นไปตาม การทำกิจกรรม การทดลอง 4. การจัดกระทำ ข้อมูลและ การนำเสนอ จัดกระทำข้อมูล อย่างเป็นระบบ มีการเชื่อมโยงให้เห็นเป็น ภาพรวม และนำเสนอด้วย แบบต่าง ๆ อย่างชัดเจน ถูกต้อง จัดกระทำข้อมูล อย่างเป็นระบบ มีการจำแนกข้อมูล ให้เห็นความสัมพันธ์ นำเสนอด้วยแบบต่าง ๆ ได้ แต่ยังไม่ชัดเจน จัดกระทำข้อมูล อย่างเป็นระบบ มีการยกตัวอย่างเพิ่มเติม ให้เข้าใจง่าย และนำเสนอ ด้วยแบบต่าง ๆ แต่ยัง ไม่ชัดเจน และไม่ถูกต้อง จัดกระทำข้อมูล อย่างไม่เป็นระบบ และมีการนำเสนอ ไม่สื่อความหมาย และไม่ชัดเจน แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)
รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 5. การสรุปผล การทำกิจกรรม การทดลอง สรุปผลการทำกิจกรรม การทดลองได้ อย่างถูกต้อง กระชับ ชัดเจน และครอบคลุม ข้อมูลจากการวิเคราะห์ ทั้งหมด สรุปผลการทำกิจกรรม การทดลองได้ อย่างถูกต้อง แต่ยัง ไม่ครอบคลุมข้อมูล จากการวิเคราะห์ทั้งหมด สรุปผลการทำกิจกรรม การทดลองได้ โดยมีครู หรือผู้อื่นแนะนำบ้าง จึงสามารถสรุปได้ ถูกต้อง สรุปผลการทำกิจกรรม การทดลองตามความรู้ ที่พอมีอยู่ โดยไม่ใช้ข้อมูล จากการทำกิจกรรม การทดลอง 6. การดูแลและ การเก็บอุปกรณ์ และ/หรือเครื่องมือ ดูแลอุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการ ทำกิจกรรมการทดลอง และมีการทำความสะอาด และเก็บอย่างถูกต้อง ตามหลักการ และแนะนำ ให้ผู้อื่นดูแลและ เก็บรักษาได้ถูกต้อง ดูแลอุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการ ทำกิจกรรมการทดลอง และมีการทำความสะอาด อย่างถูกต้อง แต่เก็บ ไม่ถูกต้อง ดูแลอุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการ ทำกิจกรรมการทดลอง และมีการทำความสะอาด แต่เก็บไม่ถูกต้อง ต้องให้ครูหรือผู้อื่น แนะนำ ไม่ดูแลอุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการ ทำกิจกรรมการทดลอง และไม่สนใจทำความ สะอาด รวมทั้งเก็บ ไม่ถูกต้อง
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหัสวิชา ว15101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 แรงในชีวิตประจำวัน เวลา 8 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่2 เรื่อง ผลรวมของแรงเมื่อวัตถุหยุดนิ่ง : 1 เวลา 1 ชั่วโมง …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 1. มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุลักษณะ การเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ ของวัตถุ รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 2.2 ป.5/1 อธิบายวิธีการหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุ ในกรณีที่วัตถุอยู่นิ่งจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ว 2.2 ป.5/2 เขียนแผนภาพแสดงแรงที่กระทำต่อวัตถุที่อยู่ในแนวเดียวกันและแรงลัพธ์ ที่กระทำต่อวัตถุ ว 2.2 ป.5/3 ใช้เครื่องชั่งสปริงในการวัดแรงที่กระทำต่อวัตถุ 2. สาระสำคัญ แรง (Force) คือ อำนาจอย่างหนึ่งที่ทำให้วัตถุหยุดนิ่งหรือเคลื่อนที่ได้ หรือกล่าวได้ว่าแรงสามารถทำ ให้วัตถุเปลี่ยนสภาพการเคลื่อนที่ แรงเป็นปริมาณเวคเตอร์ (ปริมาณที่ต้องบอกขนาดและทิศทาง) หน่วยของแรง คือ นิวตัน (Newton สัญลักษณ์ N) ถ้ามีแรงหลาย ๆ แรงมากระทำต่อวัตถุเดียวกัน ใน เวลาเดียวกัน เสมือนกับว่า มีแรงเพียงแรงเดียวมากระทำต่อวัตถุนั้น เรียกแรงเสมือนแรงเดียวนี้ว่า แรงลัพธ์ (หรือกล่าวได้ว่าแรงลัพธ์คือผลรวมของแรงหลาย ๆ แรงที่กระทำต่อวัตถุนั้น) การหาแรงลัพธ์ เนื่องจากแรงเป็นปริมาณเวคเตอร์ดังนั้นการหาแรงลัพธ์คิดเหมือนกับการหาเวคเตอร์ ลัพธ์ โดยแทนแรงด้วยลูกศร ความยาวของลูกศรจะแทนขนาดของแรง และทิศของลูกศรจะแทนทิศทางของ แรงที่กระทำ และวัตถุจะเคลื่อนที่ไปตามทิศของแรงลัพธ์ การหาแรงลัพธ์เมื่อแรงย่อยอยู่ในแนวเดียวกัน - เมื่อแรงลัพธ์กระทำต่อวัตถุ ในทิศเดียวกัน แรงลัพธ์ก็คือ ผลบวกของแรงทั้งสอง - เมื่อแรงสองแรงกระทำต่อวัตถุในทิศทางตรงข้าม ขนาดของแรงย่อยไม่เท่ากัน แรงลัพธ์ ก็คือผลต่าง ของแรงทั้งสอง - ขนาดของแรงย่อยเท่ากัน แรงทั้งสองจะหักล้างกัน แรงลัพธ์ เท่ากับ 0 วัตถุจึงไม่เคลื่อนที่
3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ อธิบายวิธีการหาแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุได้(K) 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ 1. ปฏิบัติกิจกรรม การเคลื่อนที่ของวัตถุเมื่อมีแรงกระทำมากกว่า 1 แรง อย่างรวมพลัง ด้วยความมุ่งมั่น และรับผิดชอบได้ (P) 2. เขียนทิศทางของแรงที่มากระทำต่อวัตถุได้ (P) 3.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีความมุ่งมั่นและรับผิดชอบ (A) 3.4 สมรรถนะสำคัญ 1. ความสามารถในการสื่อสาร - การอธิบาย การเขียน การพูดหน้าชั้นเรียน 2. ความสามารถในการคิด - การสังเกต การสำรวจ การคิดวิเคราะห์ การเปรียบเทียบ การสร้างคำอธิบาย การอภิปราย การสื่อความหมาย การทำกิจกรรมโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา - การแก้ปัญหาขณะปฏิบัติกิจกรรม 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต - กระบวนการกลุ่ม 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี - การนำเสนอผลงานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 3.5 ทักษะในศตวรรษที่ 21 (3Rs&8Cs) - การอ่านออก - การเขียนได้ - การคิดคำนวณ - มีทักษะในการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ - มีความร่วมมือ ทำงานเป็นทีม - มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย
4. สาระการเรียนรู้ แรงลัพธ์เป็นผลรวมของแรงที่กระทำต่อวัตถุ โดยแรงลัพธ์ของแรง 2 แรงที่กระทำต่อวัตถุเดียวกัน จะมีขนาดเท่ากับผลรวมของแรงทั้งสองเมื่อแรงทั้งสองอยู่ในแนวเดียวกันแต่มีทิศทางเดียวกันสำหรับวัตถุที่อยู่ นิ่งแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุมีค่าเป็นศูนย์ การเขียนแผนภาพของแรงที่กระทำต่อวัตถุ สามารถเขียนได้โดยใช้ลูกศร โดยหัวลูกศรแสดงทิศทาง ของแรง และความยาวของลูกศรแสดงขนาดของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ชิ้นงาน / ภาระงาน ชิ้นงาน - ใบงานที่ 18 เรื่อง การเคลื่อนที่ของวัตถุเมื่อมีแรงกระทำมากกว่า 1 แรง (ตอนที่ 2 ผลรวมของแรง เมื่อวัตถุหยุดนิ่ง) ภาระงาน - ทำแบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 5. กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering) 1. นักเรียนสังเกตภาพทิศทางของแรงที่กระทำต่อวัตถุที่ติดบนกระดาน ดังนี้ 1) ออกแรงกระทำต่อวัตถุ 1 แรง 2) ออกแรงกระทำต่อวัตถุ 2 แรง ในทิศเดียวกัน 3) ออกแรงกระทำต่อวัตถุ 2 แรง ในทิศสวนทางกัน แรง 1 นิวตัน แรง 1 นิวตัน แรง 1 นิวตัน แรง 1 นิวตัน แรง 1 นิวตัน
แล้วร่วมกันสนทนาทบทวนความรู้เดิม โดยร่วมกันตอบคำถาม ดังนี้ 1.1 เมื่อออกแรงกระทำต่อวัตถุ 1 แรง แรงลัพธ์เป็นอย่างไร (แรงลัพธ์ คือ แรงที่กระทำต่อวัตถุ วัตถุจะเคลื่อนที่ไปในทิศเดียวกับแรงกระทำ) 1.2 เมื่อออกแรงกระทำต่อวัตถุ 2 แรง ในทิศเดียวกัน แรงลัพธ์เป็นอย่างไร (แรงลัพธ์ คือ ผลรวมของแรง วัตถุจะเคลื่อนที่ไปในทิศเดียวกับแรงกระทำ) 1.3 เมื่อออกแรงกระทำต่อวัตถุ 2 แรง ในทิศสวนทางกัน แรงลัพธ์เป็นอย่างไร (แรงลัพธ์ คือ ผลหักล้างของแรง วัตถุจะเคลื่อนที่ไปในทิศเดียวกับแรงกระทำที่มีขนาดมากกว่า หรือไม่เคลื่อนที่เมื่อแรงที่กระทำทั้งสองมีขนาดเท่ากัน) 2. นักเรียนสังเกตภาพเด็ก 3 คนออกแรงดึงล้อยางพร้อมกันในทิศทางต่าง ๆ กัน แล้วร่วมกัน ตอบคำถาม ดังนี้ เด็ก 3 คนออกแรงดึงล้อยางพร้อมกันในทิศทางต่าง ๆ กัน 2.1 ถ้าล้อยางหยุดนิ่ง เด็กแต่ละคนออกแรงเท่ากันหรือไม่ (ไม่) 2.2 หากล้อยางหยุดนิ่ง ผลรวมของแรงของเด็กทั้งสามคนเป็นเท่าใด (ผลรวมของแรงเป็นศูนย์) 2.3 เมื่อมีแรงหลายแรงมากระทำต่อวัตถุ แล้ววัตถุหยุดนิ่ง ผลรวมของแรงที่กระทำต่อวัตถุ เป็นเท่าใด (ผลรวมของแรงเป็นศูนย์) 3. นักเรียนร่วมกันคาดคะเนคำตอบ 4. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละเพศ และคละนักเรียนเก่ง ปานกลาง และอ่อน (หรือจะแบ่งกลุ่มด้วยวิธีการต่าง ๆ เพิ่มเติมได้) โดยแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาวิธีทำและปฏิบัติกิจกรรมที่ 4.1
เรื่อง การเคลื่อนที่ของวัตถุเมื่อมีแรงกระทำมากกว่า 1 แรง (ตอนที่ 2 ผลรวมของแรงเมื่อวัตถุหยุดนิ่ง) ในใบงานที่ 18 ตามขั้นตอน ดังนี้ 4.1 ทบทวนบทบาทหน้าที่ของสมาชิกในกลุ่มว่าต้องทำหน้าที่อย่างไรบ้างในการดำเนินการ ด้วยกระบวนการทำงานกลุ่ม เช่น หัวหน้ากลุ่ม มีหน้าที่ .................. ผู้จดบันทึก มีหน้าที่ ......................... ผู้เสนอรายงาน มีหน้าที่ .............. อื่น ๆ ................................. 4.2 ตรวจสอบความพร้อมของสื่อ วัสดุอุปกรณ์ สำหรับการปฏิบัติกิจกรรมว่าครบถ้วน เหมาะสมที่จะใช้ในการปฏิบัติกิจกรรมเพียงใด 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านและฟังอธิบายขั้นตอนวิธีทำกิจกรรมที่ 4.1 เรื่อง การเคลื่อนที่ของวัตถุเมื่อ มีแรงกระทำมากกว่า 1 แรง (ตอนที่ 2 ผลรวมของแรงเมื่อวัตถุหยุดนิ่ง) ให้เข้าใจอย่างชัดเจน โดยเขียนขั้นตอน ลงในกระดาษฟลิปชาร์ต และนำขึ้นหน้ากระดาน 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันแสดงความคิดเห็นก่อนทำกิจกรรม โดยร่วมกันตอบคำถามก่อน ทำกิจกรรม ดังนี้ 6.1 คำถามสำคัญของการทดลองนี้คืออะไร (เมื่อวัตถุอยู่ในสภาพสมดุล ผลรวมของแรงจะเป็นอย่างไร) 6.2 เมื่อใช้เครื่องชั่งสปริง 2 เครื่อง ดึงวงแหวนในทิศตรงข้ามจนกระทั่งวงแหวนหยุดนิ่ง นักเรียนคิดว่าค่าที่อ่านได้จากเครื่องชั่งสปริงแต่ละอันเท่ากันหรือไม่ (เท่ากัน) 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอย่างรวมพลังทำกิจกรรมที่ 4.1 เรื่อง การเคลื่อนที่ของวัตถุเมื่อมีแรง กระทำมากกว่า 1 แรง (ตอนที่ 2 ผลรวมของแรงเมื่อวัตถุหยุดนิ่ง) และบันทึกผลการทำกิจกรรม ในใบงานที่ 18 8. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) (Gathering) 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ และอภิปรายผลการทำกิจกรรม โดยร่วมกันตอบคำถาม หลังทำกิจกรรม ดังนี้ 1.1 เมื่อใช้เครื่องชั่งสปริง 2 เครื่อง ดึงวงแหวนในทิศตรงข้ามจนกระทั่งวงแหวนหยุดนิ่ง ค่าที่อ่านได้จากเครื่องชั่งสปริงทั้ง 2 เท่ากันหรือไม่ อย่างไร (ค่าที่อ่านได้จากเครื่องชั่งสปริงทั้งสองจะเท่ากัน โดยมีแรงอยู่ในแนวเดียวกัน ทิศตรงข้าม) 1.2 การออกแรงในทิศทางตรงกันข้ามจะเกิดผลอย่างไรบ้าง (ทำให้วัตถุเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่มีแรงมากกว่า หรือหยุดการเคลื่อนที่ถ้าแรงทั้งสองเท่ากัน) 1.3 เมื่อวัตถุหยุดนิ่ง ผลรวมของแรงที่กระทำต่อวัตถุเป็นเท่าใด (ศูนย์) 1.4 สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร
(ถ้าแรง 2 แรง กระทำต่อวัตถุในทิศทางตรงข้ามกัน วัตถุจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่มีแรงมากกว่า หรือหยุดการเคลื่อนที่ถ้าแรง 2 แรงนั้นเท่ากัน) 1.5 ยกตัวอย่างประโยชน์ของการใช้แรงมากกว่า 1 แรง ที่ออกแรงไปในทิศทางตรงข้ามกัน (ตัวอย่างคำตอบ การค้ำยันสิ่งก่อสร้างไม่ให้ล้มไปข้างใดข้างหนึ่ง จับเพื่อนที่กำลังจะล้มลง) 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปผลการทำกิจกรรมและสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกันเกี่ยวกับ ผลรวมของแรงเมื่อวัตถุหยุดนิ่งว่า แรง 2 แรงกระทำต่อวัตถุในทิศทางตรงกันข้าม วัตถุจะเคลื่อนที่ไปในทิศทาง ที่มีแรงมากกว่า หรือหยุดการเคลื่อนที่ถ้าแรง 2 แรงนั้นเท่ากัน 6. สื่อและแหล่งเรียนรู้ สื่อ 1. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของบริษัทอักษรเจริญทัศน์ (อจท.) 2. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของบริษัทอักษรเจริญทัศน์ (อจท.) 3. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาการคิดวิเคราะห์ รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 บริษัทอักษรเจริญทัศน์ (อจท.) 4. ภาพเด็ก 3 คนออกแรงดึงล้อยางพร้อมกันในทิศทางต่าง ๆ กัน 5. วงแหวน 1 อัน 6. เชือก 1 ม้วน 7. เครื่องชั่งสปริง 2 เครื่อง 8. ใบงานที่ 18 เรื่อง การเคลื่อนที่ของวัตถุเมื่อมีแรงกระทำมากกว่า 1 แรง (ตอนที่ 2 ผลรวมของแรงเมื่อวัตถุหยุดนิ่ง) แหล่งเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. อินเทอร์เน็ต
7. การวัดและประเมินผล แนวทางการประเมิน ผลการเรียนรู้ น้ำหนัก คะแนน น้ำหนักคะแนน วิธีประเมิน เครื่องมือประเมิน K P A 1. บอกความหมายของแรงได้ และอธิบายวิธีการหาผลลัพธ์ ของการออกแรงมากกว่า 1 แรงที่กระทำต่อวัตถุในทิศทาง เดียวกันหรือทิศทางตรงข้าม ได้ (K) 10 10 - - - สังเกตการทำใบงานที่ 18 เรื่อง การเคลื่อนที่ ของวัตถุเมื่อมีแรงกระทำ มากกว่า 1 แรง (ตอนที่ 2 ผลรวมของ แรงเมื่อวัตถุหยุดนิ่ง) - ใบงานที่ 18 เรื่อง การ เคลื่อนที่ของวัตถุเมื่อมีแรง กระทำมากกว่า 1 แรง (ตอนที่ 2 ผลรวมของแรง เมื่อวัตถุหยุดนิ่ง) ปฏิบัติกิจกรรม การเคลื่อนที่ ของวัตถุเมื่อมีแรงกระทำ มากกว่า 1 แรง อย่างรวมพลัง ด้วยความมุ่งมั่นและรับผิดชอบ ได้และเขียนทิศทางของแรง ที่มากระทำต่อวัตถุได้ (P) 10 - 10 - - สังเกตการปฏิบัติการ ทำกิจกรรม - แบบประเมินการ ปฏิบัติการทำกิจกรรม มีความมุ่งมั่นและรับผิดชอบ (A) 10 - - 10 - สังเกตคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ด้านใฝ่ เรียนรู้ มุ่งมั่นในการ ทำงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นใน การทำงาน รวม 30 10 10 10 - -
8. บันทึกผลหลังการสอน 8.1 ผลการจัดการเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… 8.2 ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 8.3 แนวทางแก้ไขปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (ลงชื่อ) ..................................................... ครูผู้สอน (นายอำนาจ กล่ำป่วน) วันที่………………….……………….. 9. ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. (ลงชื่อ) ............................................................ (นางวราภรณ์ กอสันเทียะ) วันที่………………….……………….. 10. ความคิดเห็นของผู้บริหาร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. (ลงชื่อ) ............................................................ (นายเกษมสินธุ์ สอนสุข) รองผู้อำนวยการสถานศึกษา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา
ใบงานที่ 18 เรื่อง การเคลื่อนที่ของวัตถุเมื่อมีแรงกระทำมากกว่า 1 แรง (ตอนที่ 2 ผลรวมของแรงเมื่อวัตถุหยุดนิ่ง) วันที่________เดือน_______________พ.ศ.___________ ชื่อ_____________________________เลขที่______ชั้น__________ คำชี้แจง นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติ ดังนี้ 1. อ่านวิธีทำกิจกรรมการทดลองให้เข้าใจ 2. ตอบคำถามก่อนทำกิจกรรม 3. ทำกิจกรรมและบันทึกผล 4. ตอบคำถามหลังทำกิจกรรม กิจกรรมที่ 4.2 การเคลื่อนที่ของวัตถุเมื่อมีแรงกระทำมากกว่า 1 แรง (ตอนที่ 2 ผลรวมของแรงเมื่อวัตถุหยุดนิ่ง) 1. วงแหวน 1 อัน 2. เชือก 1 ม้วน 3. เครื่องชั่งสปริง 2 เครื่อง วิธีทำ นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันผูกเชือก 2 เส้นเข้ากับวงแหวน นำปลายเชือกด้านที่เหลือ แต่ละด้านผูกติดกับเครื่องชั่งสปริงด้านละหนึ่งเครื่อง แล้วออกแรงดึงเครื่องชั่งสปริงในทิศตรงกันข้าม จนกระทั่งวงแหวนหยุดนิ่ง สังเกตขนาดและทิศทางของการเคลื่อนที่ การทดลอง ผลรวมของแรงเมื่อวัตถุหยุดนิ่ง วัสดุอุปกรณ์
คำถามก่อนทำกิจกรรม 1. คำถามสำคัญของการทดลองนี้คืออะไร 2. เมื่อใช้เครื่องชั่งสปริง 2 เครื่อง ดึงวงแหวนในทิศตรงข้ามจนกระทั่งวงแหวนหยุดนิ่ง นักเรียนคิดว่าค่าที่อ่านได้จากเครื่องชั่งสปริงแต่ละเครื่องเท่ากันหรือไม่ ตาราง ค่าของแรงดึงของเครื่องชั่งสปริง เมื่อดึงวงแหวนด้วยเครื่องชั่งสปริง การดึงวงแหวน ด้วยเครื่องชั่งสปริง แรงดึง (นิวตัน) ทิศทางของ การออกแรง ทิศทางการเคลื่อนที่ ของวงแหวน เครื่องชั่งสปริง เครื่องที่ 1 เครื่องชั่งสปริง เครื่องที่ 2 เครื่องชั่งสปริง 2 เครื่อง ดึงในทิศตรงกันข้าม บันทึกผลการทดลอง
1. เมื่อใช้เครื่องชั่งสปริง 2 เครื่อง ดึงวงแหวนในทิศตรงกันข้ามจนกระทั่งวงแหวนหยุดนิ่ง ค่าที่อ่าน ได้จากเครื่องชั่งสปริงทั้ง 2 เท่ากันหรือไม่ อย่างไร 2. การออกแรงในทิศทางตรงกันข้ามจะเกิดผลอย่างไรบ้าง 3. เมื่อวัตถุหยุดนิ่ง ผลรวมของแรงที่กระทำต่อวัตถุเป็นเท่าใด 4. สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร 5. ยกตัวอย่างประโยชน์ของการใช้แรงมากกว่า 1 แรง ที่ออกแรงไปในทิศทางตรงกันข้ามกัน คำถามหลังทำกิจกรรม จงทำกิจกรรมอย่างรวมพลัง ด้วยความมุ่งมั่นและรับผิดชอบ
แบบประเมินการปฏิบัติการทำกิจกรรมการทดลอง รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 1. การทำกิจกรรม การทดลอง ตามแผนที่กำหนด ทำกิจกรรมการทดลอง ตามวิธีการและขั้นตอน ที่กำหนดไว้อย่างถูกต้อง ด้วยตนเอง มีการปรับปรุง แก้ไขเป็นระยะ ทำกิจกรรมการทดลอง ตามวิธีการและขั้นตอน ที่กำหนดไว้ด้วยตนเอง มีการปรับปรุงแก้ไขบ้าง ทำกิจกรรมการทดลอง ตามวิธีการและขั้นตอน ที่กำหนดไว้ โดยมีครูหรือ ผู้อื่นเป็นผู้แนะนำ ทำกิจกรรมการทดลองไม่ ถูกต้องตามวิธีการ และขั้นตอนที่กำหนดไว้ ไม่มีการปรับปรุงแก้ไข 2. การใช้อุปกรณ์ และ/หรือเครื่องมือ ใช้อุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการทำ กิจกรรมการทดลอง ได้อย่างถูกต้อง ตามหลักการปฏิบัติ และคล่องแคล่ว ใช้อุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการทำ กิจกรรมการทดลอง ได้อย่างถูกต้อง ตามหลักการปฏิบัติ แต่ไม่คล่องแคล่ว ใช้อุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการทำ กิจกรรมการทดลอง ได้อย่างถูกต้อง โดยมีครู หรือผู้อื่นเป็นผู้แนะนำ ใช้อุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการทำ กิจกรรมการทดลอง ไม่ถูกต้องและไม่มี ความคล่องแคล่ว ในการใช้ 3. การบันทึกผล การทำกิจกรรม การทดลอง บันทึกผลเป็นระยะ อย่างถูกต้อง มีระเบียบ มีการระบุหน่วย มีการ อธิบายข้อมูลให้เห็นความ เชื่อมโยง เป็นภาพรวม เป็นเหตุเป็น ผล และเป็นไปตาม การทำกิจกรรมทดลอง บันทึกผลเป็นระยะ อย่างถูกต้อง มีระเบียบ มีการระบุหน่วย มีการ อธิบายข้อมูลให้เห็นถึง ความสัมพันธ์เป็นไป ตามการทำกิจกรรม การทดลอง บันทึกผลเป็นระยะ แต่ไม่เป็นระเบียบ ไม่มีการระบุหน่วย และไม่มีการอธิบายข้อมูล ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ ของการทำกิจกรรม การทดลอง บันทึกผลไม่ครบ ไม่มีการระบุหน่วย และไม่เป็นไปตาม การทำกิจกรรม การทดลอง 4. การจัดกระทำ ข้อมูลและ การนำเสนอ จัดกระทำข้อมูล อย่างเป็นระบบ มีการเชื่อมโยงให้เห็นเป็น ภาพรวม และนำเสนอด้วย แบบต่าง ๆ อย่างชัดเจน ถูกต้อง จัดกระทำข้อมูล อย่างเป็นระบบ มีการจำแนกข้อมูล ให้เห็นความสัมพันธ์ นำเสนอด้วยแบบต่าง ๆ ได้ แต่ยังไม่ชัดเจน จัดกระทำข้อมูล อย่างเป็นระบบ มีการยกตัวอย่างเพิ่มเติม ให้เข้าใจง่าย และนำเสนอ ด้วยแบบต่าง ๆ แต่ยัง ไม่ชัดเจน และไม่ถูกต้อง จัดกระทำข้อมูล อย่างไม่เป็นระบบ และมีการนำเสนอ ไม่สื่อความหมาย และไม่ชัดเจน แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)
รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 5. การสรุปผล การทำกิจกรรม การทดลอง สรุปผลการทำกิจกรรม การทดลองได้ อย่างถูกต้อง กระชับ ชัดเจน และครอบคลุม ข้อมูลจากการวิเคราะห์ ทั้งหมด สรุปผลการทำกิจกรรม การทดลองได้ อย่างถูกต้อง แต่ยัง ไม่ครอบคลุมข้อมูล จากการวิเคราะห์ทั้งหมด สรุปผลการทำกิจกรรม การทดลองได้ โดยมีครู หรือผู้อื่นแนะนำบ้าง จึงสามารถสรุปได้ ถูกต้อง สรุปผลการทำกิจกรรม การทดลองตามความรู้ ที่พอมีอยู่ โดยไม่ใช้ข้อมูล จากการทำกิจกรรม การทดลอง 6. การดูแลและ การเก็บอุปกรณ์ และ/หรือเครื่องมือ ดูแลอุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการ ทำกิจกรรมการทดลอง และมีการทำความสะอาด และเก็บอย่างถูกต้อง ตามหลักการ และแนะนำ ให้ผู้อื่นดูแลและ เก็บรักษาได้ถูกต้อง ดูแลอุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการ ทำกิจกรรมการทดลอง และมีการทำความสะอาด อย่างถูกต้อง แต่เก็บ ไม่ถูกต้อง ดูแลอุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการ ทำกิจกรรมการทดลอง และมีการทำความสะอาด แต่เก็บไม่ถูกต้อง ต้องให้ครูหรือผู้อื่น แนะนำ ไม่ดูแลอุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการ ทำกิจกรรมการทดลอง และไม่สนใจทำความ สะอาด รวมทั้งเก็บ ไม่ถูกต้อง
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหัสวิชา ว15101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 แรงในชีวิตประจำวัน เวลา 8 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ผลรวมของแรงเมื่อวัตถุหยุดนิ่ง : 2 เวลา 1 ชั่วโมง …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 1. มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุลักษณะ การเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ ของวัตถุ รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 2.2 ป.5/1 อธิบายวิธีการหาแรงลัพธ์ของแรงหลายแรงในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุ ในกรณีที่วัตถุอยู่นิ่งจากหลักฐานเชิงประจักษ์ ว 2.2 ป.5/2 เขียนแผนภาพแสดงแรงที่กระทำต่อวัตถุที่อยู่ในแนวเดียวกันและแรงลัพธ์ ที่กระทำต่อวัตถุ ว 2.2 ป.5/3 ใช้เครื่องชั่งสปริงในการวัดแรงที่กระทำต่อวัตถุ 2. สาระสำคัญ แรง (Force) คือ อำนาจอย่างหนึ่งที่ทำให้วัตถุหยุดนิ่งหรือเคลื่อนที่ได้ หรือกล่าวได้ว่าแรงสามารถทำ ให้วัตถุเปลี่ยนสภาพการเคลื่อนที่ แรงเป็นปริมาณเวคเตอร์ (ปริมาณที่ต้องบอกขนาดและทิศทาง) หน่วยของแรง คือ นิวตัน (Newton สัญลักษณ์ N) ถ้ามีแรงหลาย ๆ แรงมากระทำต่อวัตถุเดียวกัน ใน เวลาเดียวกัน เสมือนกับว่า มีแรงเพียงแรงเดียวมากระทำต่อวัตถุนั้น เรียกแรงเสมือนแรงเดียวนี้ว่า แรงลัพธ์ (หรือกล่าวได้ว่าแรงลัพธ์คือผลรวมของแรงหลาย ๆ แรงที่กระทำต่อวัตถุนั้น) การหาแรงลัพธ์ เนื่องจากแรงเป็นปริมาณเวคเตอร์ดังนั้นการหาแรงลัพธ์คิดเหมือนกับการหาเวคเตอร์ ลัพธ์ โดยแทนแรงด้วยลูกศร ความยาวของลูกศรจะแทนขนาดของแรง และทิศของลูกศรจะแทนทิศทางของ แรงที่กระทำ และวัตถุจะเคลื่อนที่ไปตามทิศของแรงลัพธ์ การหาแรงลัพธ์เมื่อแรงย่อยอยู่ในแนวเดียวกัน - เมื่อแรงลัพธ์กระทำต่อวัตถุ ในทิศเดียวกัน แรงลัพธ์ก็คือ ผลบวกของแรงทั้งสอง - เมื่อแรงสองแรงกระทำต่อวัตถุในทิศทางตรงข้าม ขนาดของแรงย่อยไม่เท่ากัน แรงลัพธ์ ก็คือผลต่าง ของแรงทั้งสอง - ขนาดของแรงย่อยเท่ากัน แรงทั้งสองจะหักล้างกัน แรงลัพธ์ เท่ากับ 0 วัตถุจึงไม่เคลื่อนที
3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ อธิบายวิธีการหาแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุได้(K) 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ เขียนแผนภาพแสดงทิศทางของแรงที่มากระทำต่อวัตถุได้(P) 3.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีความมุ่งมั่นและตั้งใจ (A) 3.4 สมรรถนะสำคัญ 1. ความสามารถในการสื่อสาร - การอธิบาย การเขียน การพูดหน้าชั้นเรียน 2. ความสามารถในการคิด - การสังเกต การสำรวจ การคิดวิเคราะห์ การเปรียบเทียบ การสร้างคำอธิบาย การอภิปราย การสื่อความหมาย การทำกิจกรรมโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา - การแก้ปัญหาขณะปฏิบัติกิจกรรม 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต - กระบวนการกลุ่ม 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี - การนำเสนอผลงานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 3.5 ทักษะในศตวรรษที่ 21 (3Rs&8Cs) - การอ่านออก - การเขียนได้ - การคิดคำนวณ - มีทักษะในการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ - มีความร่วมมือ ทำงานเป็นทีม - มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย 4. สาระการเรียนรู้ แรงลัพธ์เป็นผลรวมของแรงที่กระทำต่อวัตถุ โดยแรงลัพธ์ของแรง 2 แรงที่กระทำต่อวัตถุเดียวกัน จะมีขนาดเท่ากับผลรวมของแรงทั้งสองเมื่อแรงทั้งสองอยู่ในแนวเดียวกันแต่มีทิศทางเดียวกันสำหรับวัตถุที่อยู่ นิ่งแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุมีค่าเป็นศูนย์
การเขียนแผนภาพของแรงที่กระทำต่อวัตถุ สามารถเขียนได้โดยใช้ลูกศร โดยหัวลูกศรแสดงทิศทาง ของแรง และความยาวของลูกศรแสดงขนาดของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ชิ้นงาน / ภาระงาน ชิ้นงาน - ใบงานที่ 18 เรื่อง การเคลื่อนที่ของวัตถุเมื่อมีแรงกระทำมากกว่า 1 แรง (ตอนที่ 2 ผลรวมของแรง เมื่อวัตถุหยุดนิ่ง) ภาระงาน - ทำแบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 5. กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ(Applying and Constructing the Knowledge) 1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันทำกิจกรรม โดยใช้เครื่องชั่งสปริง วัดแรงที่กระทำต่อวัตถุด้วยแรง 1 แรง และ 2 แรง โดยทดลองกับเพื่อน ดังนี้ 1.1 ใช้เครื่องชั่งสปริงเกี่ยวของเล่นแล้วยกขึ้น อ่านค่าของแรงที่ดึงของเล่นขึ้น 1.2 ให้เพื่อนใช้เครื่องชั่งสปริงอีกหนึ่งเครื่องเกี่ยวของเล่นอีกข้างหนึ่ง แล้วยกของเล่นขึ้นพร้อมกัน อ่านค่าของแรงที่ดึงของเล่นขึ้นจากเครื่องชั่งสปริงทั้งสองเครื่อง จากผลการทดลองของนักเรียนและเพื่อน ตอบคำถามต่อไปนี้ 1) นักเรียนเลือกของเล่นอย่างไรจึงเหมาะสมกับการทดลอง โดยใช้เครื่องชั่งสปริง (ของเล่นมีน้ำหนักพอเหมาะกับเครื่องชั่งสปริง) 2) เมื่อใช้เครื่องชั่งสปริง 1 เครื่อง อ่านค่าของแรงที่ดึงของเล่นได้เท่าไร (ผลตามที่นักเรียนอ่านค่าได้) 3) เมื่อใช้เครื่องชั่งสปริง 2 เครื่อง อ่านค่าของแรงจากเครื่องชั่งสปริงที่ใช้ดึงของเล่นแต่ละเครื่อง ได้เท่าไร เมื่อรวมค่าของแรงจากเครื่องชั่งสปริงทั้งสองเครื่องแล้วมีค่าเท่าไร (ผลตามที่นักเรียนอ่านค่าได้ เมื่อรวมแล้วควรมีค่าเท่ากับคำตอบในข้อ 2) 4) การออกแรงดึงของเล่นกับเพื่อนเป็นการออกแรงในทิศทางเดียวกันหรือตรงข้ามกัน (เป็นการออกแรงในทิศทางเดียวกัน) 5) ผลลัพธ์ของการออกแรงครั้งที่ 1 กับครั้งที่ 2 เหมือนกันหรือแตกต่างกันอย่างไร (ต่างกัน คือ ครั้งที่ 1 ออกแรงมากกว่าครั้งที่ 2 ออกแรงน้อยกว่า เพราะมี 2 แรงในทิศทาง เดียวกัน แต่เหมือนกันที่ค่าของแรงที่อ่านได้ครั้งที่ 1 และผลรวมของครั้งที่ 2 เท่ากัน) 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน ออกแบบ และเขียนแผนภาพแสดงแรงที่กระทำต่อวัตถุที่อยู่ใน แนวเดียวกันและแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุ จัดทำเป็นชิ้นงาน
3. นักเรียนจัดทีมแข่งขันกันเล่นชักเย่อ ขณะที่ทีมแข่งขันให้เพื่อนสังเกตผล สิ่งที่เกิดขึ้นและสลับกัน เล่นและสังเกตผล สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งผู้เล่นและผู้ดู แล้วเขียนรายงานผลการเล่นชักเย่อ ชนิดของแรงที่ใช้ แรงลัพธ์ที่ เกิดขึ้น และทิศทางของแรงพอสังเขป 4. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ • แรงลัพธ์เป็นผลรวมของแรงที่กระทำต่อวัตถุ โดยแรงลัพธ์ของแรง 2 แรงที่กระทำต่อวัตถุ เดียวกันจะมีขนาดเท่ากับผลรวมของแรงทั้งสอง เมื่อแรงทั้งสองอยู่ในแนวเดียวกันและมีทิศทางเดียวกัน แต่จะมีขนาดเท่ากับผลต่างของแรงทั้งสอง เมื่อแรงทั้งสองอยู่ในแนวเดียวกันแต่มีทิศทางตรงข้ามกัน สำหรับวัตถุที่อยู่นิ่ง แรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุมีค่าเป็นศูนย์ การเขียนแผนภาพของแรงที่กระทำต่อวัตถุ สามารถเขียนได้โดยใช้ลูกศร โดยหัวลูกศรแสดงทิศทาง ของแรง และความยาวของลูกศรแสดงขนาดของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill) 1. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาพูดและนำเสนอแผนภาพแรงที่กระทำต่อวัตถุ ที่อยู่ในแนวเดียวกันและแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุหน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เพื่อนๆ ร่วมกันตรวจสอบและแก้ไขให้ถูกต้อง 2. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทำงาน ที่มีแบบแผน ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating) 1. นักเรียนร่วมกันคัดเลือกผลงานที่ดีเด่นจัดทำเป็นนิทรรศการ หรือจัดแสดงผลงาน หรือเผยแพร่ใน เว็บไซต์ หรือเฟซบุ๊ก (facebook) ของโรงเรียน เพื่อเป็นแหล่งการเรียนรู้ให้นักเรียนชั้นอื่น ๆ 2. นักเรียนเชื่อมโยงความรู้กับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยนักเรียนแต่ละกลุ่ม ร่วมกันวางแผน ออกแบบ และประดิษฐ์เครื่องชั่งสปริงวัดแรง จากวัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น แล้วนำเสนอในแบบเดินชมนิทรรศการ 3. นักเรียนตรวจสอบหรือประเมินขั้นตอนต่าง ๆ ที่เรียนมาในวันนี้มีจุดเด่น จุดบกพร่องอะไรบ้าง มี ความสงสัย ความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องใด ให้ระบุ 4. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียน ในประเด็นต่อไปนี้ • สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร • นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด • นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร
จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครั้งต่อไป 6. สื่อและแหล่งเรียนรู้ สื่อ 1. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของบริษัทอักษรเจริญทัศน์ (อจท.) 2. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของบริษัทอักษรเจริญทัศน์ (อจท.) 3. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาการคิดวิเคราะห์ รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 บริษัทอักษรเจริญทัศน์ (อจท.) 4. เครื่องชั่งสปริง แหล่งเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. อินเทอร์เน็ต
7. การวัดและประเมินผล แนวทางการประเมิน ผลการเรียนรู้ น้ำหนัก คะแนน น้ำหนักคะแนน วิธีประเมิน เครื่องมือประเมิน K P A อธิบายวิธีการหาแรงลัพธ์ที่ กระทำต่อวัตถุได้(K) 10 10 - - - สังเกตการทำชิ้นงาน แผนภาพแสดงแรงที่ กระทำต่อวัตถุที่อยู่ใน แนวเดียวกันและแรง ลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุ - แบบประเมินชิ้นงาน เขียนแผนภาพแสดงทิศทาง ของแรงที่มากระทำต่อวัตถุได้ (P) 10 - 10 - - สังเกตการปฏิบัติการ ทำกิจกรรม - แบบประเมินการ ปฏิบัติการทำกิจกรรม มีความมุ่งมั่นและตั้งใจ (A) 10 - - 10 - สังเกตคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ด้านใฝ่ เรียนรู้ มุ่งมั่นในการ ทำงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นใน การทำงาน รวม 30 10 10 10 - -
8. บันทึกผลหลังการสอน 8.1 ผลการจัดการเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… 8.2 ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 8.3 แนวทางแก้ไขปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (ลงชื่อ) ..................................................... ครูผู้สอน (นายอำนาจ กล่ำป่วน) วันที่………………….……………….. 9. ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. (ลงชื่อ) ............................................................ (นางวราภรณ์ กอสันเทียะ) วันที่………………….……………….. 10. ความคิดเห็นของผู้บริหาร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. (ลงชื่อ) ............................................................ (นายเกษมสินธุ์ สอนสุข) รองผู้อำนวยการสถานศึกษา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา
แบบประเมินชิ้นงาน การจัดกระทำและนำเสนอแผนภาพ รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 การจัดกระทำและ นำเสนอแผนภาพ จัดกระทำแผนภาพ อย่างเป็นระบบและ นำเสนอด้วยแบบ ที่ชัดเจน ถูกต้อง ครอบคลุม และมีการ เชื่อมโยงให้เห็น เป็นภาพรวม จัดกระทำแผนภาพ อย่างเป็นระบบ มีการจำแนกข้อมูล ให้เห็นความสัมพันธ์ และนำเสนอด้วยแบบ ที่ครอบคลุม จัดกระทำแผนภาพได้ มีการยกตัวอย่างเพิ่มเติม และนำเสนอด้วย แบบต่าง ๆ แต่ยัง ไม่ครอบคลุม จัดกระทำแผนภาพ อย่างไม่เป็นระบบ และนำเสนอ ไม่สื่อความหมาย และไม่ชัดเจน แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหัสวิชา ว15101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 แรงในชีวิตประจำวัน เวลา 8 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง พื้นผิวของวัตถุกับการเคลื่อนที่ : 1 เวลา 1 ชั่วโมง …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 3. มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุลักษณะ การเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ ของวัตถุ รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 2.2 ป.5/4 ระบุผลของแรงเสียดทานที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุจาก หลักฐานเชิงประจักษ์ ว 2.2 ป.5/5 เขียนแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงที่อยู่ในแนวเดียวกันที่กระทำ ต่อวัตถุ 4. สาระสำคัญ แรงเสียดทาน (Friction) คือแรงต้านการเคลื่อนที่บนผิวสัมผัสที่เกิดขึ้นระหว่างวัตถุ หรือแรงที่ ต้านทานการเคลื่อนที่ของวัตถุไปบนพื้นผิวสัมผัส ซึ่งส่งผลให้วัตถุดังกล่าวเคลื่อนที่ช้าลงหรือหยุดนิ่งไปใน ท้ายที่สุด ดังนั้น แรงเสียดทานจึงมีทิศทางตรงกันข้ามกับการเคลื่อนที่ของวัตถุ และมีขนาดขึ้นอยู่กับ ลักษณะ ของพื้นผิวสัมผัส และ แรงหรือน้ำหนัก ที่กระทำในลักษณะตั้งฉากต่อพื้นผิวดังกล่าว หากแรงกดตั้งฉากกับ ผิวสัมผัสมีขนาดมากเท่าใดย่อมส่งผลให้เกิดแรงเสียดทานมากขึ้นเท่านั้น 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ บอกความหมายของแรงเสียดทานได้(K) 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ 1. ปฏิบัติกิจกรรม พื้นผิวของวัตถุกับการเคลื่อนที่ อย่างรวมพลัง ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจได้(P) 2. ทดลองและเปรียบเทียบได้ว่าพื้นผิวของวัตถุที่แตกต่างกันมีผลต่อการเคลื่อนที่ของวัตถุได้(P) 3. ใช้เครื่องมือในการวัดระยะทางได้(P) 3.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีความมุ่งมั่นและตั้งใจ (A) 3.4 สมรรถนะสำคัญ 1. ความสามารถในการสื่อสาร
- การอธิบาย การเขียน การพูดหน้าชั้นเรียน 2. ความสามารถในการคิด - การสังเกต การสำรวจ การคิดวิเคราะห์ การเปรียบเทียบ การสร้างคำอธิบาย การอภิปราย การสื่อความหมาย การทำกิจกรรมโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา - การแก้ปัญหาขณะปฏิบัติกิจกรรม 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต - กระบวนการกลุ่ม 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี - การนำเสนอผลงานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 3.5 ทักษะในศตวรรษที่ 21 (3Rs&8Cs) - การอ่านออก - การเขียนได้ - การคิดคำนวณ - มีทักษะในการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ - มีความร่วมมือ ทำงานเป็นทีม - มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย 4. สาระการเรียนรู้ แรงเสียดทาน เป็นแรงที่เกิดขึ้นระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุ เพื่อต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุนั้น โดยถ้าออกแรงกระทำต่อวัตถุที่อยู่นิ่งบนพื้นผิวหนึ่งให้เคลื่อนที่ แรงเสียดทานจากพื้นผิวนั้นก็จะต้าน การเคลื่อนที่ของวัตถุ แต่ถ้าวัตถุกำลังเคลื่อนที่ แรงเสียดทานก็จะทำให้วัตถุนั้นเคลื่อนที่ช้าลงหรือหยุดนิ่ง ชิ้นงาน / ภาระงาน ชิ้นงาน - ใบงานที่ 19 เรื่อง พื้นผิวของวัตถุกับการเคลื่อนที่ ภาระงาน - ทำแบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
5. กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering) 1. นักเรียนทดลองวิ่งบนพื้นทราย วิ่งบนพื้นเรียบ แล้วร่วมกันสนทนาแสดงความคิดเห็น โดยตอบคำถาม ดังนี้ 1.1 การวิ่งบนพื้นทราย กับวิ่งบนพื้นเรียบ นักเรียนรู้สึกอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ การวิ่งบนพื้นเรียบวิ่งได้เร็วกว่าการวิ่งบนพื้นทราย) 1.2 การวิ่งบนพื้นทราย กับวิ่งบนพื้นเรียบ เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ แตกต่างกัน การวิ่งบนพื้นทรายต้องออกแรงมากกว่าการวิ่งบนพื้นเรียบ) 1.3 พื้นผิวทราย กับพื้นผิวเรียบ เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ แตกต่างกัน พื้นผิวทรายมีลักษณะหยาบ ผิวขรุขระ ส่วนพื้นผิวเรียบ มีลักษณะละเอียด ผิวเรียบ) 1.4 พื้นผิวของวัตถุแตกต่างกันอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ วัตถุที่มีผิวเรียบจะเคลื่อนที่ได้ดีกว่าวัตถุที่มีผิวขรุขระ) 2. นักเรียนร่วมกันสังเกต และสัมผัสพื้นผิวต่าง ๆ ดังนี้ แล้วร่วมกันจัดจำแนกวัตถุที่มีผิวเรียบกับวัตถุที่มีผิวไม่เรียบหรือผิวขรุขระ แล้วเขียนเป็นแผนภาพความคิด ลง ในกระดาษฟลิปชาร์ต (ตัวอย่างแผนภาพความคิด) กระดาษชนิดบาง ผ้าเช็ดตัว แผ่นกระจก ฟองน้ำ แผ่นไม้ ก้อนอิฐ พื้นหินกรวด แผ่นหินอ่อน สนามหญ้า ถาดอะลูมิเนียม ดินสอทรงกระบอก ดินสอทรงเหลี่ยม ยางรถยนต์
แผนภาพความคิด การจัดจำแนกวัตถุผิวเรียบกับวัตถุผิวไม่เรียบ 3. นักเรียนร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับลักษณะของพื้นผิวของวัตถุต่าง ๆ แล้วร่วมกันตอบคำถามสำคัญ กระตุ้นความคิด ดังนี้ 3.1 ระหว่างพื้นหินขัดกับพื้นปูน ลูกแก้วจะเคลื่อนที่ในที่ใดได้เร็วกว่ากัน (พื้นหินขัด) 3.2 การเสียดสีกันระหว่างพื้นผิวของวัตถุที่แตกต่างกัน มีผลต่อการเคลื่อนที่ของวัตถุอย่างไร (วัตถุเคลื่อนที่ไปบนพื้นผิวเรียบได้ดีกว่าพื้นผิวขรุขระ และวัตถุที่มีผิวเรียบจะเคลื่อนที่ได้ดีกว่าวัตถุ ที่มีผิวขรุขระ) 4. นักเรียนร่วมกันคาดคะเนคำตอบ 5. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละเพศ และคละนักเรียนเก่ง ปานกลาง และอ่อน (หรือจะแบ่งกลุ่มด้วยวิธีการต่าง ๆ เพิ่มเติมได้) โดยแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาวิธีทำและปฏิบัติกิจกรรมที่ 4.2 เรื่อง พื้นผิวของวัตถุกับการเคลื่อนที่ในใบงานที่ 19 ตามขั้นตอน ดังนี้ 5.1 ทบทวนบทบาทหน้าที่ของสมาชิกในกลุ่มว่าต้องทำหน้าที่อย่างไรบ้างในการดำเนินการ ด้วยกระบวนการทำงานกลุ่ม เช่น หัวหน้ากลุ่ม มีหน้าที่ .................. ผู้จดบันทึก มีหน้าที่ ......................... ผู้เสนอรายงาน มีหน้าที่ .............. อื่น ๆ ................................. ดินสอ ทรงกระบอก ถาด อะลูมิเนียม แผ่นไม้ แผ่นหินอ่อน แผ่นกระจก กระดาษ ยางรถยนต์ ดินสอ ทรงสี่เหลี่ยม สนามหญ้า พื้น หินกรวด ก้อนอิฐ ฟองน้ำ ผ้าเช็ดตัว วัตถุผิวเรียบ วัตถุผิวไม่เรียบ
5.2 ตรวจสอบความพร้อมของสื่อ วัสดุอุปกรณ์ สำหรับการปฏิบัติกิจกรรมว่าครบถ้วน เหมาะสมที่ จะใช้ในการปฏิบัติกิจกรรมเพียงใด 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านและฟังอธิบายขั้นตอนวิธีทำกิจกรรมที่ 4.2 เรื่อง พื้นผิวของวัตถุกับ การเคลื่อนที่ให้เข้าใจอย่างชัดเจน โดยเขียนขั้นตอนลงในกระดาษฟลิปชาร์ต และนำขึ้นหน้ากระดาน 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันแสดงความคิดเห็นก่อนทำกิจกรรม โดยร่วมกันตอบคำถาม ก่อนทำกิจกรรม ดังนี้ 7.1 การทดลองนี้มีวัตถุประสงค์อะไร (เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบพื้นผิวที่แตกต่างมีผลกับการเคลื่อนที่ของวัตถุ) 7.2 การทดลองนี้มีอะไรที่เหมือนกัน (สิ่งที่เหมือนกัน ขนาดของก้อนหินและลูกแก้ว การปล่อยลูกแก้วจากพื้นเอียงเดียวกัน) 7.3 การทดลองนี้มีอะไรที่ต่างกัน (สิ่งที่ต่างกัน คือ พื้นผิวแตกต่างกัน คือ พื้นหญ้า พื้นดิน พื้นหินขัด พื้นไม้ พื้นกระเบื้อง) 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอย่างรวมพลังทำกิจกรรมที่ 4.2 เรื่อง พื้นผิวของวัตถุกับ การเคลื่อนที่ และบันทึกผลการทำกิจกรรมในใบงานที่ 19 9. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) (Gathering) 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ และอภิปรายผลการทำกิจกรรม โดยร่วมกันตอบคำถาม หลังทำกิจกรรม ดังนี้ 1.1 พื้นผิวใดที่ลูกแก้วและก้อนหินเคลื่อนที่ได้ระยะทางมากที่สุด พื้นผิวนั้นมีลักษณะ เป็นอย่างไร (จากตัวอย่างควรเป็นพื้นหินขัด เนื่องจากพื้นผิวมีลักษณะเรียบ) 1.2 พื้นผิวใดที่ลูกแก้วและก้อนหินเคลื่อนที่ได้ระยะทางน้อยที่สุด พื้นผิวนั้นมีลักษณะ เป็นอย่างไร (จากตัวอย่างควรเป็นพื้นหญ้า เนื่องจากพื้นผิวมีลักษณะขรุขระ) 1.3 ระยะทางการเคลื่อนที่ของลูกแก้วกับก้อนหินบนพื้นผิวชนิดเดียวกัน เท่ากันหรือไม่ อย่างไร (ไม่เท่ากัน ระยะทางที่ลูกแก้วเคลื่อนที่จะไปได้ไกลกว่าก้อนหิน เพราะลูกแก้วมีพื้นผิวเรียบกว่า ก้อนหิน) 1.4 สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร (วัตถุจะเคลื่อนที่บนพื้นผิวเรียบได้เร็วและไกลกว่าพื้นผิวขรุขระ และวัตถุที่มีผิวเรียบจะเคลื่อนที่ได้ ดีกว่าวัตถุที่มีผิวขรุขระ) 1.5 แรงเสียดทานคืออะไร วาดภาพและเขียนลูกศรประกอบการอธิบายความหมายของ แรงเสียดทาน (แรงเสียดทาน คือ แรงต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุ มีทิศทางตรงกันข้ามกับการเคลื่อนที่ของวัตถุ
จากนั้นฝึกนักเรียนถามคำถามที่สงสัยด้วยการถามเพื่อน โดยไม่จำเป็นต้องถามครูอย่างเดียว 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปผลการทำกิจกรรมและสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ โดยออกแบบและเขียน เป็นแผนภาพความคิดให้ได้ลักษณะ ดังนี้ แผนภาพความคิด แรงเสียดทานกับการเคลื่อนที่ของวัตถุ การเคลื่อนที่ของวัตถุ ความหมาย แรงเสียดทาน พื้นผิวขรุขระ แรงเสียดทานมาก พื้นผิวเรียบ แรงเสียดทานน้อย แรงที่ต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุ เมื่อวัตถุ 2 ชนิดมาเสียดสีกัน มีทิศทางตรงกันข้ามกับการเคลื่อนที่ของวัตถุ แรงเสียดทานทำให้วัตถุที่กำลังเคลื่อนที่เคลื่อนที่ช้าลง หรือหยุดการเคลื่อนที่ ทิศทางของแรงเสียดทาน) ทิศทางการเคลื่อนที่ของวัตถุ
6. สื่อและแหล่งเรียนรู้ สื่อ 1. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของบริษัทอักษรเจริญทัศน์ (อจท.) 2. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของบริษัทอักษรเจริญทัศน์ (อจท.) 3. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาการคิดวิเคราะห์ รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 บริษัทอักษรเจริญทัศน์ (อจท.) 4. พื้นทราย 5. พื้นผิวเรียบ 6. กระดาษชนิดบาง 7. ผ้าเช็ดตัว 8. แผ่นกระจก 9. ฟองน้ำ 10. แผ่นไม้ 11. ก้อนอิฐ 12. พื้นหินกรวด 13. แผ่นหินอ่อน 14. สนามหญ้า 15. ถาดอะลูมิเนียม 16. ดินสอทรงกระบอก 17. ดินสอทรงเหลี่ยม 18. ยางรถยนต์ 19. ลูกแก้ว 1 ลูก 20. ก้อนหินที่มีขนาดและน้ำหนักเท่ากับลูกแก้ว 1 ก้อน 21. ตลับเมตร 1 อัน 22. แผ่นไม้เรียบสำหรับทำพื้นเอียง ขนาดยาว 30 เซนติเมตร พร้อมแท่งไม้สำหรับวางแผ่นไม้ให้เป็น พื้นเอียง 23. ใบงานที่ 19 เรื่อง พื้นผิวของวัตถุกับการเคลื่อนที่ แหล่งเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. อินเทอร์เน็ต
7. การวัดและประเมินผล แนวทางการประเมิน ผลการเรียนรู้ น้ำหนัก คะแนน น้ำหนักคะแนน วิธีประเมิน เครื่องมือประเมิน K P A บอกความหมายของแรงเสียด ทานได้(K) 10 10 - - - สังเกตการทำใบงานที่ 19 เรื่อง พื้นผิวของวัตถุ กับการเคลื่อนที่ - ใบงานที่ 19 เรื่อง พื้นผิว ของวัตถุกับการเคลื่อนที่ - ปฏิบัติกิจกรรม พื้นผิวของ วัตถุกับการเคลื่อนที่ อย่างรวม พลัง ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจได้ (P) - ทดลองและเปรียบเทียบได้ว่า พื้นผิวของวัตถุที่แตกต่างกันมีผล ต่อการเคลื่อนที่ของวัตถุได้(P) - ใช้เครื่องมือในการวัดระยะทาง ได้(P) 10 - 10 - - สังเกตการปฏิบัติการ ทำกิจกรรม - แบบประเมินการ ปฏิบัติการทำกิจกรรม มีความมุ่งมั่นและตั้งใจ (A) 10 - - 10 - สังเกตคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ด้านใฝ่ เรียนรู้ มุ่งมั่นในการ ทำงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นใน การทำงาน รวม 30 10 10 10 - -
8. บันทึกผลหลังการสอน 8.1 ผลการจัดการเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… 8.2 ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 8.3 แนวทางแก้ไขปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (ลงชื่อ) ..................................................... ครูผู้สอน (นายอำนาจ กล่ำป่วน) วันที่………………….……………….. 9. ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. (ลงชื่อ) ............................................................ (นางวราภรณ์ กอสันเทียะ) วันที่………………….……………….. 10. ความคิดเห็นของผู้บริหาร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. (ลงชื่อ) ............................................................ (นายเกษมสินธุ์ สอนสุข) รองผู้อำนวยการสถานศึกษา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา
แบบประเมินการปฏิบัติการทำกิจกรรมการทดลอง รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 1. การทำกิจกรรม การทดลอง ตามแผนที่กำหนด ทำกิจกรรมการทดลอง ตามวิธีการและขั้นตอน ที่กำหนดไว้อย่างถูกต้อง ด้วยตนเอง มีการปรับปรุง แก้ไขเป็นระยะ ทำกิจกรรมการทดลอง ตามวิธีการและขั้นตอน ที่กำหนดไว้ด้วยตนเอง มีการปรับปรุงแก้ไขบ้าง ทำกิจกรรมการทดลอง ตามวิธีการและขั้นตอน ที่กำหนดไว้ โดยมีครูหรือ ผู้อื่นเป็นผู้แนะนำ ทำกิจกรรมการทดลองไม่ ถูกต้องตามวิธีการ และขั้นตอนที่กำหนดไว้ ไม่มีการปรับปรุงแก้ไข 2. การใช้อุปกรณ์ และ/หรือเครื่องมือ ใช้อุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการทำ กิจกรรมการทดลอง ได้อย่างถูกต้อง ตามหลักการปฏิบัติ และคล่องแคล่ว ใช้อุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการทำ กิจกรรมการทดลอง ได้อย่างถูกต้อง ตามหลักการปฏิบัติ แต่ไม่คล่องแคล่ว ใช้อุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการทำ กิจกรรมการทดลอง ได้อย่างถูกต้อง โดยมีครู หรือผู้อื่นเป็นผู้แนะนำ ใช้อุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการทำ กิจกรรมการทดลอง ไม่ถูกต้องและไม่มี ความคล่องแคล่ว ในการใช้ 3. การบันทึกผล การทำกิจกรรม การทดลอง บันทึกผลเป็นระยะ อย่างถูกต้อง มีระเบียบ มีการระบุหน่วย มีการ อธิบายข้อมูลให้เห็นความ เชื่อมโยง เป็นภาพรวม เป็นเหตุเป็น ผล และเป็นไปตาม การทำกิจกรรมทดลอง บันทึกผลเป็นระยะ อย่างถูกต้อง มีระเบียบ มีการระบุหน่วย มีการ อธิบายข้อมูลให้เห็นถึง ความสัมพันธ์เป็นไป ตามการทำกิจกรรม การทดลอง บันทึกผลเป็นระยะ แต่ไม่เป็นระเบียบ ไม่มีการระบุหน่วย และไม่มีการอธิบายข้อมูล ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ ของการทำกิจกรรม การทดลอง บันทึกผลไม่ครบ ไม่มีการระบุหน่วย และไม่เป็นไปตาม การทำกิจกรรม การทดลอง 4. การจัดกระทำ ข้อมูลและ การนำเสนอ จัดกระทำข้อมูล อย่างเป็นระบบ มีการเชื่อมโยงให้เห็นเป็น ภาพรวม และนำเสนอด้วย แบบต่าง ๆ อย่างชัดเจน ถูกต้อง จัดกระทำข้อมูล อย่างเป็นระบบ มีการจำแนกข้อมูล ให้เห็นความสัมพันธ์ นำเสนอด้วยแบบต่าง ๆ ได้ แต่ยังไม่ชัดเจน จัดกระทำข้อมูล อย่างเป็นระบบ มีการยกตัวอย่างเพิ่มเติม ให้เข้าใจง่าย และนำเสนอ ด้วยแบบต่าง ๆ แต่ยัง ไม่ชัดเจน และไม่ถูกต้อง จัดกระทำข้อมูล อย่างไม่เป็นระบบ และมีการนำเสนอ ไม่สื่อความหมาย และไม่ชัดเจน แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)
รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 5. การสรุปผล การทำกิจกรรม การทดลอง สรุปผลการทำกิจกรรม การทดลองได้ อย่างถูกต้อง กระชับ ชัดเจน และครอบคลุม ข้อมูลจากการวิเคราะห์ ทั้งหมด สรุปผลการทำกิจกรรม การทดลองได้ อย่างถูกต้อง แต่ยัง ไม่ครอบคลุมข้อมูล จากการวิเคราะห์ทั้งหมด สรุปผลการทำกิจกรรม การทดลองได้ โดยมีครู หรือผู้อื่นแนะนำบ้าง จึงสามารถสรุปได้ ถูกต้อง สรุปผลการทำกิจกรรม การทดลองตามความรู้ ที่พอมีอยู่ โดยไม่ใช้ข้อมูล จากการทำกิจกรรม การทดลอง 6. การดูแลและ การเก็บอุปกรณ์ และ/หรือเครื่องมือ ดูแลอุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการ ทำกิจกรรมการทดลอง และมีการทำความสะอาด และเก็บอย่างถูกต้อง ตามหลักการ และแนะนำ ให้ผู้อื่นดูแลและ เก็บรักษาได้ถูกต้อง ดูแลอุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการ ทำกิจกรรมการทดลอง และมีการทำความสะอาด อย่างถูกต้อง แต่เก็บ ไม่ถูกต้อง ดูแลอุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการ ทำกิจกรรมการทดลอง และมีการทำความสะอาด แต่เก็บไม่ถูกต้อง ต้องให้ครูหรือผู้อื่น แนะนำ ไม่ดูแลอุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการ ทำกิจกรรมการทดลอง และไม่สนใจทำความ สะอาด รวมทั้งเก็บ ไม่ถูกต้อง
ใบงานที่ 19 เรื่อง พื้นผิวของวัตถุกับการเคลื่อนที่ วันที่________เดือน_______________พ.ศ.___________ ชื่อ_____________________________เลขที่______ชั้น__________ คำชี้แจง นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติ ดังนี้ 1. อ่านวิธีทำกิจกรรมการทดลองให้เข้าใจ 2. ตอบคำถามก่อนทำกิจกรรม 3. ทำกิจกรรมและบันทึกผล 4. ตอบคำถามหลังทำกิจกรรม กิจกรรมที่ 4.2 พื้นผิวของวัตถุกับการเคลื่อนที่ 1. ลูกแก้ว 1 ลูก 2. ก้อนหินที่มีขนาดและน้ำหนักเท่ากับลูกแก้ว 1 ก้อน 3. ตลับเมตร 1 อัน 4. แผ่นไม้เรียบสำหรับทำพื้นเอียง ขนาดยาว 30 เซนติเมตร พร้อมแท่งไม้สำหรับวางแผ่นไม้ ให้เป็นพื้นเอียง วิธีทำ 1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผ่นไม้ที่ทำเป็นพื้นเอียงบนพื้นผิวที่แตกต่างกัน เช่น พื้นหญ้า พื้นดิน พื้นหินขัด พื้นไม้ พื้นกระเบื้องยาง 2. ปล่อยลูกแก้วลงบนพื้นเอียงให้กลิ้งไปตามพื้นผิวต่าง ๆ เมื่อลูกแก้วหยุดเคลื่อนที่วัดระยะ ที่ลูกแก้วกลิ้งไปได้ บันทึกผล 3. ทำการทดลองข้อ 2 ซ้ำ แต่เปลี่ยนลูกแก้วเป็นก้อนหิน การทดลองพื้นผิวของวัตถุกับการเคลื่อนที่ วัสดุอุปกรณ์ พื้นหญ้า ลูกแก้ว
คำถามก่อนทำกิจกรรม 1. การทดลองนี้มีวัตถุประสงค์อะไร 2. การทดลองนี้มีอะไรที่เหมือนกัน 3. การทดลองนี้มีอะไรที่ต่างกัน ตาราง ระยะทางที่ลูกแก้วและก้อนหินเคลื่อนที่บนพื้นผิวต่าง ๆ พื้นผิวที่วัตถุเคลื่อนที่ ระยะทางที่วัตถุเคลื่อนที่ (เซนติเมตร) ลูกแก้ว ก้อนหิน 1. 2. 3. 4. 5. บันทึกผลการทำกิจกรรม
1. พื้นผิวใดที่ลูกแก้วและก้อนหินเคลื่อนที่ได้ระยะทางมากที่สุด พื้นผิวนั้นมีลักษณะเป็นอย่างไร 2. พื้นผิวใดที่ลูกแก้วและก้อนหินเคลื่อนที่ได้ระยะทางน้อยที่สุด พื้นผิวนั้นมีลักษณะเป็นอย่างไร 3. ระยะทางการเคลื่อนที่ของลูกแก้วกับก้อนหินบนพื้นผิวชนิดเดียวกัน เท่ากันหรือไม่ อย่างไร 4. สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร 5. แรงเสียดทานคืออะไร วาดภาพและเขียนลูกศรประกอบการอธิบายความหมายของแรงเสียดทาน คำถามหลังทำกิจกรรม จงทำกิจกรรมอย่างรวมพลัง ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหัสวิชา ว15101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 แรงในชีวิตประจำวัน เวลา 8 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง พื้นผิวของวัตถุกับการเคลื่อนที่ : 2 เวลา 1 ชั่วโมง …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 1. มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุลักษณะ การเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ ของวัตถุ รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 2.2 ป.5/4 ระบุผลของแรงเสียดทานที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุจาก หลักฐานเชิงประจักษ์ ว 2.2 ป.5/5 เขียนแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงที่อยู่ในแนวเดียวกันที่กระทำ ต่อวัตถุ 2. สาระสำคัญ แรงเสียดทาน (Friction) คือแรงต้านการเคลื่อนที่บนผิวสัมผัสที่เกิดขึ้นระหว่างวัตถุ หรือแรงที่ ต้านทานการเคลื่อนที่ของวัตถุไปบนพื้นผิวสัมผัส ซึ่งส่งผลให้วัตถุดังกล่าวเคลื่อนที่ช้าลงหรือหยุดนิ่งไปใน ท้ายที่สุด ดังนั้น แรงเสียดทานจึงมีทิศทางตรงกันข้ามกับการเคลื่อนที่ของวัตถุ และมีขนาดขึ้นอยู่กับ ลักษณะ ของพื้นผิวสัมผัส และ แรงหรือน้ำหนัก ที่กระทำในลักษณะตั้งฉากต่อพื้นผิวดังกล่าว หากแรงกดตั้งฉากกับ ผิวสัมผัสมีขนาดมากเท่าใดย่อมส่งผลให้เกิดแรงเสียดทานมากขึ้นเท่านั้น 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ บอกความหมายของแรงเสียดทานได้(K) 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ เขียนแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงที่อยู่ในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุอย่างรวมพลัง ด้วยความ มุ่งมั่นและตั้งใจได้(P) 3.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีความมุ่งมั่นและตั้งใจ (A) 3.4 สมรรถนะสำคัญ 1. ความสามารถในการสื่อสาร - การอธิบาย การเขียน การพูดหน้าชั้นเรียน
2. ความสามารถในการคิด - การสังเกต การสำรวจ การคิดวิเคราะห์ การเปรียบเทียบ การสร้างคำอธิบาย การอภิปราย การสื่อความหมาย การทำกิจกรรมโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา - การแก้ปัญหาขณะปฏิบัติกิจกรรม 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต - กระบวนการกลุ่ม 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี - การนำเสนอผลงานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 3.5 ทักษะในศตวรรษที่ 21 (3Rs&8Cs) - การอ่านออก - การเขียนได้ - การคิดคำนวณ - มีทักษะในการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ - มีความร่วมมือ ทำงานเป็นทีม - มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย 4. สาระการเรียนรู้ แรงเสียดทาน เป็นแรงที่เกิดขึ้นระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุ เพื่อต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุนั้น โดยถ้าออกแรงกระทำต่อวัตถุที่อยู่นิ่งบนพื้นผิวหนึ่งให้เคลื่อนที่ แรงเสียดทานจากพื้นผิวนั้นก็จะต้าน การเคลื่อนที่ของวัตถุ แต่ถ้าวัตถุกำลังเคลื่อนที่ แรงเสียดทานก็จะทำให้วัตถุนั้นเคลื่อนที่ช้าลงหรือหยุดนิ่ง ชิ้นงาน / ภาระงาน ชิ้นงาน - เขียนแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงที่อยู่ในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุ ภาระงาน - ทำแบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 5. กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ(Applying and Constructing the Knowledge) 1. นักเรียนแต่ละคนเลือกพื้นผิวที่สนใจ และลองทำการทดลองเหมือนกับกิจกรรมพื้นผิวของวัตถุกับ การเคลื่อนที่ บันทึกผล พร้อมกับเขียนรายงานพอสังเขป
2. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน สำรวจ กิจกรรมในชีวิตประจำวันที่เกี่ยวข้องกับแรงเสียดทาน แล้วออกแบบ และเขียนแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงที่อยู่ในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุ จัดทำเป็น ชิ้นงาน (ตัวอย่างแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงที่อยู่ในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุ) 3. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ • แรงเสียดทาน เป็นแรงที่เกิดขึ้นระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุ เพื่อต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุนั้น โดยถ้าออกแรงกระทำต่อวัตถุที่อยู่นิ่งบนพื้นผิวหนึ่งให้เคลื่อนที่ แรงเสียดทานจากพื้นผิวนั้นก็จะต้าน การเคลื่อนที่ของวัตถุ แต่ถ้าวัตถุกำลังเคลื่อนที่ แรงเสียดทานก็จะทำให้วัตถุนั้นเคลื่อนที่ช้าลงหรือหยุดนิ่ง ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill) 1. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาพูดและนำเสนอแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงที่อยู่ ในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุหน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เพื่อนๆ ร่วมกันตรวจสอบและแก้ไขให้ ถูกต้อง 2. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทำงาน ที่มีแบบแผน ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating) 1. นักเรียนร่วมกันคัดเลือกผลงานที่ดีเด่นจัดทำเป็นนิทรรศการ หรือจัดแสดงผลงาน หรือเผยแพร่ใน เว็บไซต์ หรือเฟซบุ๊ก (facebook) ของโรงเรียน เพื่อเป็นแหล่งการเรียนรู้ให้นักเรียนชั้นอื่น ๆ แผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงที่อยู่ในแนวเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุ พื้นผิวขรุขระ แรงเสียดทาน วัตถุกำลังเคลื่อนที่