2. นักเรียนตรวจสอบหรือประเมินขั้นตอนต่าง ๆ ที่เรียนมาในวันนี้มีจุดเด่น จุดบกพร่องอะไรบ้าง มี ความสงสัย ความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องใด ให้ระบุ 3. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียน ในประเด็นต่อไปนี้ • สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร • นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด • นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครั้งต่อไป 6. สื่อและแหล่งเรียนรู้ สื่อ 1. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของบริษัทอักษรเจริญทัศน์ (อจท.) 2. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของบริษัทอักษรเจริญทัศน์ (อจท.) 3. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาการคิดวิเคราะห์ รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 บริษัทอักษรเจริญทัศน์ (อจท.) แหล่งเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. อินเทอร์เน็ต
7. การวัดและประเมินผล แนวทางการประเมิน ผลการเรียนรู้ น้ำหนัก คะแนน น้ำหนักคะแนน วิธีประเมิน เครื่องมือประเมิน K P A - บอกความหมายของแรงเสียด ทานได้(K) 10 10 - - - สังเกตเขียนแผนภาพ แสดงแรงเสียดทานและ แรงที่อยู่ในแนวเดียวกัน ที่กระทำต่อวัตถุ - แบบประเมินชิ้นงาน การจัดกระทำและ นำเสนอแผนภาพ - เขียนแผนภาพแสดงแรงเสียด ทานและแรงที่อยู่ในแนวเดียวกัน ที่กระทำต่อวัตถุอย่างรวมพลัง ด้วยความ มุ่งมั่นและตั้งใจได้(P) 10 - 10 - - สังเกตการปฏิบัติการ ทำกิจกรรม - แบบประเมินการ ปฏิบัติการทำกิจกรรม - มีความมุ่งมั่นและตั้งใจ (A) 10 - - 10 - สังเกตคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ด้านใฝ่ เรียนรู้ มุ่งมั่นในการ ทำงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นใน การทำงาน รวม 30 10 10 10 - -
8. บันทึกผลหลังการสอน 8.1 ผลการจัดการเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… 8.2 ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 8.3 แนวทางแก้ไขปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (ลงชื่อ) ..................................................... ครูผู้สอน (นายอำนาจ กล่ำป่วน) วันที่………………….……………….. 9. ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. (ลงชื่อ) ............................................................ (นางวราภรณ์ กอสันเทียะ) วันที่………………….……………….. 10. ความคิดเห็นของผู้บริหาร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. (ลงชื่อ) ............................................................ (นายเกษมสินธุ์ สอนสุข) รองผู้อำนวยการสถานศึกษา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา
แบบประเมินชิ้นงาน การจัดกระทำและนำเสนอแผนภาพ รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 การจัดกระทำและ นำเสนอแผนภาพ จัดกระทำแผนภาพ อย่างเป็นระบบและ นำเสนอด้วยแบบ ที่ชัดเจน ถูกต้อง ครอบคลุม และมีการ เชื่อมโยงให้เห็น เป็นภาพรวม จัดกระทำแผนภาพ อย่างเป็นระบบ มีการจำแนกข้อมูล ให้เห็นความสัมพันธ์ และนำเสนอด้วยแบบ ที่ครอบคลุม จัดกระทำแผนภาพได้ มีการยกตัวอย่างเพิ่มเติม และนำเสนอด้วยแบบ ต่าง ๆ แต่ยังไม่ครอบคลุม จัดกระทำแผนภาพ อย่างไม่เป็นระบบ และนำเสนอ ไม่สื่อความหมาย และไม่ชัดเจน แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหัสวิชา ว15101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 แรงในชีวิตประจำวัน เวลา 8 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง ประโยชน์ของแรงเสียดทาน : 1 เวลา 1 ชั่วโมง …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 1. มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุลักษณะ การเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ ของวัตถุ รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 2.2 ป.5/4 ระบุผลของแรงเสียดทานที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุจาก หลักฐานเชิงประจักษ์ ว 2.2 ป.5/5 เขียนแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงที่อยู่ในแนวเดียวกันที่กระทำ ต่อวัตถุ 2. สาระสำคัญ แรงเสียดทาน เป็นแรงที่ลดความเร็วในการเคลื่อนที่ เราสามารถลดแรงเสียดทานและเพิ่มแรงเสียด ทานได้หลายวิธี และประโยชน์ของแรงเสียดทานสามารถนำไปใช้กิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ มากมาย การลดแรงเสียดทาน สามารถทำได้หลายวิธีดังนี้ 1. การใช้น้ำมันหล่อลื่น เช่น น้ำมันเครื่องหรือจาระบี 2. การใช้ระบบลูกปืน 3. การออกแบบรูปร่างของยานพาหนะให้เพรียวลม ทำให้ลดแรงเสียดทาน การเพิ่มแรงเสียดทานที่สามารถช่วยเพิ่มความปลอดภัยของมนุษย์ ตัวอย่างเช่น 1. ยางรถยนต์มีดอกยางเป็นลวดลาย เพื่อเพิ่มแรงเสียดทานระหว่างล้อกับถนน 2. การหยุดรถด้วยการเพิ่มแรงเสียดทานที่เบรก เพื่อหยุดหรือทำให้รถแล่นช้าลง 3. พื้นรองเท้ามีลวดลาย เพื่อเพิ่มแรงเสียดทานทำให้เวลาเดินไม่ลื่นหกล้มได้ง่าย 4. การปูพื้นห้องน้ำ มักใช้กระเบื้องที่มีผิวขรุขระเพื่อช่วยเพิ่มแรงเสียดทาน เวลาเปียกน้ำจะได้ ไม่ลื่นล้ม
3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ 1. บอกวิธีเพิ่มหรือลดแรงเสียดทานในการเคลื่อนย้ายสิ่งของได้(K) 2. บอกประโยชน์ของแรงเสียดทานได้(K) 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ 1. ปฏิบัติกิจกรรม ประโยชน์ของแรงเสียดทาน อย่างรวมพลัง ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจได้(P) 2. เปรียบเทียบได้ว่าพื้นผิวใดมีแรงเสียดทานมาก พื้นผิวใดมีแรงเสียดทานน้อยได้(P) 3.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีความมุ่งมั่นและตั้งใจ (A) 3.4 สมรรถนะสำคัญ 1. ความสามารถในการสื่อสาร - การอธิบาย การเขียน การพูดหน้าชั้นเรียน 2. ความสามารถในการคิด - การสังเกต การสำรวจ การคิดวิเคราะห์ การเปรียบเทียบ การสร้างคำอธิบาย การอภิปราย การสื่อความหมาย การทำกิจกรรมโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา - การแก้ปัญหาขณะปฏิบัติกิจกรรม 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต - กระบวนการกลุ่ม 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี - การนำเสนอผลงานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 3.5 ทักษะในศตวรรษที่ 21 (3Rs&8Cs) - การอ่านออก - การเขียนได้ - การคิดคำนวณ - มีทักษะในการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ - มีความร่วมมือ ทำงานเป็นทีม - มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย
4. สาระการเรียนรู้ พื้นผิวที่ขรุขระมีการเสียดสีระหว่างกันและกันมาก จึงมีแรงเสียดทานที่ต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุ เกิดขึ้น การที่พื้นผิวเรียบขึ้นทำให้มีการเสียดสีระหว่างกันและกันน้อยลงจะช่วยลดแรงเสียดทาน ทำให้วัตถุเคลื่อนที่ไปได้ง่าย แรงเสียดทานเกิดขึ้นระหว่างการเคลื่อนที่ของวัตถุหรือการทำงานต่าง ๆ แรงเสียดทานบางอย่าง ช่วยให้เกิดผลดีและบางอย่างก็ทำให้เกิดผลเสีย เราจึงต้องเพิ่มหรือลดแรงเสียดทานให้เหมาะสม เพื่อให้เกิดประโยชน์และลดอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ แรงเสียดทานทำให้เกิดผลดี เช่น ช่วยในการเดินไม่ให้ลื่นไถล ช่วยหยุดรถที่กำลังเคลื่อนที่ ช่วยให้การหยิบจับสิ่งของไม่ลื่นไหลไปมา ช่วยให้มีดไม่ลื่นบาดมือเมื่อตัดหรือหั่นของ แรงเสียดทานบางอย่างทำให้เกิดผลเสีย เช่น พื้นรองเท้าที่ใช้นาน ๆ จะสึก ล้อรถที่ใช้นาน ๆ จะสึก จนไม่มีดอกยาง หรือฟันเฟืองในเครื่องยนต์สึกกร่อน การลดแรงเสียดทาน เช่น ใช้ล้อเลื่อนประกอบกับเครื่องใช้ที่หนัก หยอดน้ำมันหล่อลื่น ออกแบบยานพาหนะให้มีรูปร่างเพรียวลมเพื่อลดแรงเสียดทาน ชิ้นงาน / ภาระงาน ชิ้นงาน - ใบงานที่ 20 เรื่อง ประโยชน์ของแรงเสียดทาน (ตอนที่ 1 รองเท้าแบบไหนมีแรงเสียดทานมากกว่า) ภาระงาน - ทำแบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 5. กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering) 1. นักเรียนสังเกตบัตรภาพพื้นใต้รองเท้าผ้าใบ ดอกยางรถยนต์ ลูกล้อเก้าอี้ แล้วสนทนาเกี่ยวกับประโยชน์ของแรงเสียดทาน แล้วร่วมกันตอบคำถามสำคัญ ดังนี้ 1.1 ในชีวิตประจำวันของเรามีแรงเสียดทานมาเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง พื้นใต้รองเท้าผ้าใบ ดอกยางรถยนต์ ลูกล้อเก้าอี้
(แรงเสียดทานมีประโยชน์ในชีวิตประจำวันของเรา เช่น ทำให้เราไม่ลื่นไถลเวลาวิ่งบนพื้นผิวต่าง ๆ ทำให้รถเคลื่อนที่ได้ดี และดอกยางรถก็ช่วยทำให้รถวิ่งเกาะถนนไม่ลื่นไถล) 2. นักเรียนร่วมกันคาดคะเนคำตอบ 3. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละเพศ และคละนักเรียนเก่ง ปานกลาง และอ่อน (หรือจะแบ่งกลุ่มด้วยวิธีการต่าง ๆ เพิ่มเติมได้) โดยแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาวิธีทำและปฏิบัติกิจกรรมที่ 4.3 เรื่อง ประโยชน์ของแรงเสียดทาน (ตอนที่ 1 รองเท้าแบบไหนมีแรงเสียดทานมากกว่า) ในใบงานที่ 20 ตามขั้นตอน ดังนี้ 3.1 ทบทวนบทบาทหน้าที่ของสมาชิกในกลุ่มว่าต้องทำหน้าที่อย่างไรบ้างในการดำเนินการ ด้วยกระบวนการทำงานกลุ่ม เช่น หัวหน้ากลุ่ม มีหน้าที่ .................. ผู้จดบันทึก มีหน้าที่ ......................... ผู้เสนอรายงาน มีหน้าที่ .............. อื่น ๆ ................................. 3.2 ตรวจสอบความพร้อมของสื่อ วัสดุอุปกรณ์ สำหรับการปฏิบัติกิจกรรมว่าครบถ้วน เหมาะสมที่จะใช้ในการปฏิบัติกิจกรรมเพียงใด 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านและฟังอธิบายขั้นตอนวิธีทำกิจกรรมที่ 4.3 เรื่อง ประโยชน์ของแรง เสียดทาน (ตอนที่ 1 รองเท้าแบบไหนมีแรงเสียดทานมากกว่า) ให้เข้าใจอย่างชัดเจน โดยเขียนขั้นตอน ลงในกระดาษฟลิปชาร์ต และนำขึ้นหน้ากระดาน 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันแสดงความคิดเห็นก่อนทำกิจกรรม โดยร่วมกันตอบคำถาม ก่อนทำกิจกรรม ดังนี้ 5.1 การทดลองนี้มีวัตถุประสงค์อะไร (เพื่อศึกษาพื้นผิวรองเท้าแบบใดมีแรงเสียดทานมากกว่า) 5.2 รองเท้าทั้งสองข้างเลื่อนไถลไปข้างหน้าต่างกันหรือไม่ อย่างไร เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น (ตามคำตอบของนักเรียน) 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอย่างรวมพลังทำกิจกรรมที่ 4.3 เรื่อง ประโยชน์ของแรงเสียดทาน (ตอน ที่ 1 รองเท้าแบบไหนมีแรงเสียดทานมากกว่า) และบันทึกผลการทำกิจกรรมในใบงานที่ 20 7. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) (Gathering) 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ และอภิปรายผลการทำกิจกรรม โดยร่วมกันตอบคำถาม หลังทำกิจกรรม ดังนี้ 1.1 รองเท้าผ้าใบแบบใดเลื่อนไถลได้ง่ายกว่า เพราะเหตุใด (รองเท้าผ้าใบที่พื้นใต้รองเท้ามีรอยหยักน้อย เพราะเรียกว่า ทำให้มีแรงเสียดทานน้อยกว่า) 1.2 พื้นผิวใดมีแรงเสียดทานมาก พื้นผิวใดมีแรงเสียดทานน้อย (พื้นผิวขรุขระมีแรงเสียดทานมาก พื้นผิวเรียบมีแรงเสียดทานน้อย) 1.3 สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร (พื้นผิวขรุขระมีแรงเสียดทานมาก พื้นผิวเรียบมีแรงเสียดทานน้อย)
1.4 การทดลองนี้มีประโยชน์กับนักเรียนอย่างไร (ช่วยให้รู้จักเลือกใช้รองเท้าให้เหมาะสม เช่น รองเท้าพละที่มีรอยหยักช่วยให้ไม่ลื่นหกล้ม) จากนั้นฝึกนักเรียนถามคำถามที่สงสัยด้วยการถามเพื่อน โดยไม่จำเป็นต้องถามครูอย่างเดียว 2. นักเรียนร่วมกันสรุปผลการทำกิจกรรมและสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ว่า พื้นผิวขรุขระ มีแรงเสียดทานมาก พื้นผิวเรียบมีแรงเสียดทานน้อย 3. นักเรียนคิดประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าเกี่ยวกับประโยชน์ของแรงเสียดทาน โดยช่วยกันยกตัวอย่าง ประโยชน์ของแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน (ตัวอย่างคำตอบ ในห้องน้ำควรมีพื้นผิวขรุขระ จะได้มีแรงเสียดทานมาก ทำให้ไม่ลื่นล้ม หรือคำตอบอื่น ๆ ที่นักเรียนตอบได้ถูกต้อง) 6. สื่อและแหล่งเรียนรู้ สื่อ 1. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของบริษัทอักษรเจริญทัศน์ (อจท.) 2. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของบริษัทอักษรเจริญทัศน์ (อจท.) 3. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาการคิดวิเคราะห์ รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 บริษัทอักษรเจริญทัศน์ (อจท.) 4. บัตรภาพพื้นใต้รองเท้าผ้าใบ 5. บัตรภาพดอกยางรถยนต์ 6. บัตรภาพลูกล้อเก้าอี้ 7. รองเท้าผ้าใบ 2 ข้าง มีขนาดเท่ากัน ๆ กัน ข้างหนึ่งพื้นใต้รองเท้ามีรอยหยักมาก อีกข้างหนึ่ง มีรอยหยักน้อย 8. ใบงานที่ 20 เรื่อง ประโยชน์ของแรงเสียดทาน (ตอนที่ 1 รองเท้าแบบไหนมีแรงเสียดทานมากกว่า) แหล่งเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. อินเทอร์เน็ต
7. การวัดและประเมินผล แนวทางการประเมิน ผลการเรียนรู้ น้ำหนัก คะแนน น้ำหนักคะแนน วิธีประเมิน เครื่องมือประเมิน K P A - บอกวิธีเพิ่มหรือลดแรงเสียด ทานในการเคลื่อนย้ายสิ่งของ ได้(K) - บอกประโยชน์ของแรงเสียด ทานได้(K) 10 10 - - - สังเกตการทำใบงานที่ ใบงานที่ 20 เรื่อง ประโยชน์ของแรงเสียด ทาน (ตอนที่ 1 รองเท้า แบบไหนมีแรงเสียดทาน มากกว่า) - ใบงานที่ 20 เรื่อง ประโยชน์ของแรงเสียด ทาน (ตอนที่ 1 รองเท้า แบบไหนมีแรงเสียดทาน มากกว่า) - ปฏิบัติกิจกรรม ประโยชน์ของ แรงเสียดทาน อย่างรวมพลัง ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจได้(P) - เปรียบเทียบได้ว่าพื้นผิวใดมีแรง เสียดทานมาก พื้นผิวใดมีแรง เสียดทานน้อยได้(P) 10 - 10 - - สังเกตการปฏิบัติการ ทำกิจกรรม 4.3 เรื่อง ประโยชน์ของแรงเสียด ทาน (ตอนที่ 1 รองเท้า แบบไหนมีแรงเสียดทาน มากกว่า) - แบบประเมินการ ปฏิบัติการทำกิจกรรม - มีความมุ่งมั่นและตั้งใจ (A) 10 - - 10 - สังเกตคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ด้านใฝ่ เรียนรู้ มุ่งมั่นในการ ทำงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นใน การทำงาน รวม 30 10 10 10 - -
8. บันทึกผลหลังการสอน 8.1 ผลการจัดการเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… 8.2 ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 8.3 แนวทางแก้ไขปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (ลงชื่อ) ..................................................... ครูผู้สอน (นายอำนาจ กล่ำป่วน) วันที่………………….……………….. 9. ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. (ลงชื่อ) ............................................................ (นางวราภรณ์ กอสันเทียะ) วันที่………………….……………….. 10. ความคิดเห็นของผู้บริหาร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. (ลงชื่อ) ............................................................ (นายเกษมสินธุ์ สอนสุข) รองผู้อำนวยการสถานศึกษา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา
แบบประเมินการปฏิบัติการทำกิจกรรมการทดลอง รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 1. การทำกิจกรรม การทดลอง ตามแผนที่กำหนด ทำกิจกรรมการทดลอง ตามวิธีการและขั้นตอน ที่กำหนดไว้อย่างถูกต้อง ด้วยตนเอง มีการปรับปรุง แก้ไขเป็นระยะ ทำกิจกรรมการทดลอง ตามวิธีการและขั้นตอน ที่กำหนดไว้ด้วยตนเอง มีการปรับปรุงแก้ไขบ้าง ทำกิจกรรมการทดลอง ตามวิธีการและขั้นตอน ที่กำหนดไว้ โดยมีครูหรือ ผู้อื่นเป็นผู้แนะนำ ทำกิจกรรมการทดลองไม่ ถูกต้องตามวิธีการ และขั้นตอนที่กำหนดไว้ ไม่มีการปรับปรุงแก้ไข 2. การใช้อุปกรณ์ และ/หรือเครื่องมือ ใช้อุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการทำ กิจกรรมการทดลอง ได้อย่างถูกต้อง ตามหลักการปฏิบัติ และคล่องแคล่ว ใช้อุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการทำ กิจกรรมการทดลอง ได้อย่างถูกต้อง ตามหลักการปฏิบัติ แต่ไม่คล่องแคล่ว ใช้อุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการทำ กิจกรรมการทดลอง ได้อย่างถูกต้อง โดยมีครู หรือผู้อื่นเป็นผู้แนะนำ ใช้อุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการทำ กิจกรรมการทดลอง ไม่ถูกต้องและไม่มี ความคล่องแคล่ว ในการใช้ 3. การบันทึกผล การทำกิจกรรม การทดลอง บันทึกผลเป็นระยะ อย่างถูกต้อง มีระเบียบ มีการระบุหน่วย มีการ อธิบายข้อมูลให้เห็นความ เชื่อมโยง เป็นภาพรวม เป็นเหตุเป็น ผล และเป็นไปตาม การทำกิจกรรม การทดลอง บันทึกผลเป็นระยะ อย่างถูกต้อง มีระเบียบ มีการระบุหน่วย มีการ อธิบายข้อมูลให้เห็นถึง ความสัมพันธ์เป็นไป ตามการทำกิจกรรม การทดลอง บันทึกผลเป็นระยะ แต่ไม่เป็นระเบียบ ไม่มีการระบุหน่วย และไม่มีการอธิบายข้อมูล ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ ของการทำกิจกรรม การทดลอง บันทึกผลไม่ครบ ไม่มีการระบุหน่วย และไม่เป็นไปตาม การทำกิจกรรม การทดลอง 4. การจัดกระทำ ข้อมูลและ การนำเสนอ จัดกระทำข้อมูล อย่างเป็นระบบ มีการเชื่อมโยงให้เห็นเป็น ภาพรวม และนำเสนอด้วย แบบต่าง ๆ อย่างชัดเจน ถูกต้อง จัดกระทำข้อมูล อย่างเป็นระบบ มีการจำแนกข้อมูล ให้เห็นความสัมพันธ์ นำเสนอด้วยแบบต่าง ๆ ได้ แต่ยังไม่ชัดเจน จัดกระทำข้อมูล อย่างเป็นระบบ มีการยกตัวอย่างเพิ่มเติม ให้เข้าใจง่าย และนำเสนอ ด้วยแบบต่าง ๆ แต่ยัง ไม่ชัดเจน และไม่ถูกต้อง จัดกระทำข้อมูล อย่างไม่เป็นระบบ และมีการนำเสนอ ไม่สื่อความหมาย และไม่ชัดเจน แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)
รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 5. การสรุปผล การทำกิจกรรม การทดลอง สรุปผลการทำกิจกรรม การทดลองได้ อย่างถูกต้อง กระชับ ชัดเจน และครอบคลุม ข้อมูลจากการวิเคราะห์ ทั้งหมด สรุปผลการทำกิจกรรม การทดลองได้ อย่างถูกต้อง แต่ยัง ไม่ครอบคลุมข้อมูล จากการวิเคราะห์ทั้งหมด สรุปผลการทำกิจกรรม การทดลองได้ โดยมีครู หรือผู้อื่นแนะนำบ้าง จึงสามารถสรุปได้ ถูกต้อง สรุปผลการทำกิจกรรม การทดลองตามความรู้ ที่พอมีอยู่ โดยไม่ใช้ข้อมูล จากการทำกิจกรรม การทดลอง 6. การดูแลและ การเก็บอุปกรณ์ และ/หรือเครื่องมือ ดูแลอุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการ ทำกิจกรรมการทดลอง และมีการทำความสะอาด และเก็บอย่างถูกต้อง ตามหลักการ และแนะนำ ให้ผู้อื่นดูแลและ เก็บรักษาได้ถูกต้อง ดูแลอุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการ ทำกิจกรรมการทดลอง และมีการทำความสะอาด อย่างถูกต้อง แต่เก็บ ไม่ถูกต้อง ดูแลอุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการ ทำกิจกรรมการทดลอง และมีการทำความสะอาด แต่เก็บไม่ถูกต้อง ต้องให้ครูหรือผู้อื่น แนะนำ ไม่ดูแลอุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการ ทำกิจกรรมการทดลอง และไม่สนใจทำความ สะอาด รวมทั้งเก็บ ไม่ถูกต้อง
ใบงานที่ 20 เรื่อง ประโยชน์ของแรงเสียดทาน (ตอนที่ 1 รองเท้าแบบไหนมีแรงเสียดทานมากกว่า) วันที่________เดือน_______________พ.ศ.___________ ชื่อ_____________________________เลขที่______ชั้น__________ คำชี้แจง นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติ ดังนี้ 1. อ่านวิธีทำกิจกรรมการทดลองให้เข้าใจ 2. ตอบคำถามก่อนทำกิจกรรม 3. ทำกิจกรรมและบันทึกผล 4. ตอบคำถามหลังทำกิจกรรม กิจกรรมที่ 4.3 ประโยชน์ของแรงเสียดทาน (ตอนที่ 1 รองเท้าแบบไหนมีแรงเสียดทานมากกว่า) รองเท้าผ้าใบ 2 ข้าง มีขนาดเท่า ๆ กัน พื้นใต้รองเท้าข้างหนึ่งมีรอยหยักมาก อีกข้างหนึ่งมีรอยหยักน้อย วิธีทำ นักเรียนนั่งบนพื้นปูน มีรองเท้าผ้าใบ 2 ข้างอยู่ข้างหน้า นำมือทั้งสองข้างสอดไว้ในรองเท้า แล้วเลื่อนรองเท้าทั้งสองข้างไปข้างหน้าพร้อมกันด้วยแรงเท่ากัน บันทึกผล การทดลอง รองเท้าแบบไหนมีแรงเสียดทานมากกว่า วัสดุอุปกรณ์
คำถามก่อนทำกิจกรรม 1. การทดลองนี้มีวัตถุประสงค์อะไร 2. รองเท้าทั้งสองข้างเลื่อนไถลไปข้างหน้าแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น 1. รองเท้าผ้าใบแบบใดเลื่อนไถลได้ง่ายกว่า เพราะเหตุใด 2. พื้นผิวใดมีแรงเสียดทานมาก พื้นผิวใดมีแรงเสียดทานน้อย 3. สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร 4. การทดลองนี้มีประโยชน์กับนักเรียนอย่างไร 5. ยกตัวอย่างประโยชน์ของแรงเสียดทานที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน คำถามหลังทำกิจกรรม บันทึกผลการทำกิจกรรม จงทำกิจกรรมอย่างรวมพลัง ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหัสวิชา ว15101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 แรงในชีวิตประจำวัน เวลา 8 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง ประโยชน์ของแรงเสียดทาน : 2 เวลา 1 ชั่วโมง …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 1. มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุลักษณะ การเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ ของวัตถุ รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 2.2 ป.5/4 ระบุผลของแรงเสียดทานที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุจาก หลักฐานเชิงประจักษ์ ว 2.2 ป.5/5 เขียนแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงที่อยู่ในแนวเดียวกันที่กระทำ ต่อวัตถุ 2. สาระสำคัญ แรงเสียดทาน เป็นแรงที่ลดความเร็วในการเคลื่อนที่ เราสามารถลดแรงเสียดทานและเพิ่มแรงเสียด ทานได้หลายวิธี และประโยชน์ของแรงเสียดทานสามารถนำไปใช้กิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ มากมาย การลดแรงเสียดทาน สามารถทำได้หลายวิธีดังนี้ 1. การใช้น้ำมันหล่อลื่น เช่น น้ำมันเครื่องหรือจาระบี 2. การใช้ระบบลูกปืน 3. การออกแบบรูปร่างของยานพาหนะให้เพรียวลม ทำให้ลดแรงเสียดทาน การเพิ่มแรงเสียดทานที่สามารถช่วยเพิ่มความปลอดภัยของมนุษย์ ตัวอย่างเช่น 1. ยางรถยนต์มีดอกยางเป็นลวดลาย เพื่อเพิ่มแรงเสียดทานระหว่างล้อกับถนน 2. การหยุดรถด้วยการเพิ่มแรงเสียดทานที่เบรก เพื่อหยุดหรือทำให้รถแล่นช้าลง 3. พื้นรองเท้ามีลวดลาย เพื่อเพิ่มแรงเสียดทานทำให้เวลาเดินไม่ลื่นหกล้มได้ง่าย 4. การปูพื้นห้องน้ำ มักใช้กระเบื้องที่มีผิวขรุขระเพื่อช่วยเพิ่มแรงเสียดทาน เวลาเปียกน้ำจะได้ ไม่ลื่นล้ม
3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ 1. บอกวิธีเพิ่มหรือลดแรงเสียดทานในการเคลื่อนย้ายสิ่งของได้(K) 2. บอกประโยชน์ของแรงเสียดทานได้(K) 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ 1. ปฏิบัติกิจกรรม ประโยชน์ของแรงเสียดทาน อย่างรวมพลัง ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจได้(P) 2. เปรียบเทียบได้ว่าพื้นผิวใดมีแรงเสียดทานมาก พื้นผิวใดมีแรงเสียดทานน้อยได้(P) 3.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีความมุ่งมั่นและตั้งใจ (A) 3.4 สมรรถนะสำคัญ 1. ความสามารถในการสื่อสาร - การอธิบาย การเขียน การพูดหน้าชั้นเรียน 2. ความสามารถในการคิด - การสังเกต การสำรวจ การคิดวิเคราะห์ การเปรียบเทียบ การสร้างคำอธิบาย การอภิปราย การสื่อความหมาย การทำกิจกรรมโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา - การแก้ปัญหาขณะปฏิบัติกิจกรรม 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต - กระบวนการกลุ่ม 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี - การนำเสนอผลงานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 3.5 ทักษะในศตวรรษที่ 21 (3Rs&8Cs) - การอ่านออก - การเขียนได้ - การคิดคำนวณ - มีทักษะในการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ - มีความร่วมมือ ทำงานเป็นทีม - มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย
4. สาระการเรียนรู้ พื้นผิวที่ขรุขระมีการเสียดสีระหว่างกันและกันมาก จึงมีแรงเสียดทานที่ต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุ เกิดขึ้น การที่พื้นผิวเรียบขึ้นทำให้มีการเสียดสีระหว่างกันและกันน้อยลงจะช่วยลดแรงเสียดทาน ทำให้วัตถุเคลื่อนที่ไปได้ง่าย แรงเสียดทานเกิดขึ้นระหว่างการเคลื่อนที่ของวัตถุหรือการทำงานต่าง ๆ แรงเสียดทานบางอย่าง ช่วยให้เกิดผลดีและบางอย่างก็ทำให้เกิดผลเสีย เราจึงต้องเพิ่มหรือลดแรงเสียดทานให้เหมาะสม เพื่อให้เกิดประโยชน์และลดอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ แรงเสียดทานทำให้เกิดผลดี เช่น ช่วยในการเดินไม่ให้ลื่นไถล ช่วยหยุดรถที่กำลังเคลื่อนที่ ช่วยให้การหยิบจับสิ่งของไม่ลื่นไหลไปมา ช่วยให้มีดไม่ลื่นบาดมือเมื่อตัดหรือหั่นของ แรงเสียดทานบางอย่างทำให้เกิดผลเสีย เช่น พื้นรองเท้าที่ใช้นาน ๆ จะสึก ล้อรถที่ใช้นาน ๆ จะสึก จนไม่มีดอกยาง หรือฟันเฟืองในเครื่องยนต์สึกกร่อน การลดแรงเสียดทาน เช่น ใช้ล้อเลื่อนประกอบกับเครื่องใช้ที่หนัก หยอดน้ำมันหล่อลื่น ออกแบบยานพาหนะให้มีรูปร่างเพรียวลมเพื่อลดแรงเสียดทาน ชิ้นงาน / ภาระงาน ชิ้นงาน - ใบงานที่ 21 เรื่อง ประโยชน์ของแรงเสียดทาน (ตอนที่ 2 การเคลื่อนย้ายสิ่งของ) ภาระงาน - ทำแบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 5. กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering) 1. นักเรียนสังเกตตู้ใส่หนังสือในชั้นเรียน แล้วสนทนาแสดงความคิดเห็นร่วมกันเกี่ยวกับ การหาวิธีการเคลื่อนย้ายตู้ใส่หนังสือในชั้นเรียน เพื่อให้ตู้ใส่หนังสือในชั้นเรียนเคลื่อนที่ได้ง่าย 2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละเพศ และคละนักเรียนเก่ง ปานกลาง และอ่อน (หรือจะแบ่งกลุ่มด้วยวิธีการต่าง ๆ เพิ่มเติมได้) โดยแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาวิธีทำและปฏิบัติกิจกรรมที่ 4.3 เรื่อง ประโยชน์ของแรงเสียดทาน (ตอนที่ 2 การเคลื่อนย้ายสิ่งของ) ในใบงานที่ 21 ตามขั้นตอน ดังนี้ 2.1 ทบทวนบทบาทหน้าที่ของสมาชิกในกลุ่มว่าต้องทำหน้าที่อย่างไรบ้างในการดำเนินการ ด้วยกระบวนการทำงานกลุ่ม เช่น หัวหน้ากลุ่ม มีหน้าที่ .................. ผู้จดบันทึก มีหน้าที่ ......................... ผู้เสนอรายงาน มีหน้าที่ .............. อื่น ๆ ................................. 2.2 ตรวจสอบความพร้อมของสื่อ วัสดุอุปกรณ์ สำหรับการปฏิบัติกิจกรรมว่าครบถ้วน เหมาะสมที่จะใช้ในการปฏิบัติกิจกรรมเพียงใด
3. นักเรียนแต่ละกลุ่มอ่านและฟังอธิบายขั้นตอนวิธีทำกิจกรรมที่ 4.3 เรื่อง ประโยชน์ของแรง เสียดทาน (ตอนที่ 2 การเคลื่อนย้ายสิ่งของ) ให้เข้าใจอย่างชัดเจน โดยเขียนขั้นตอนลงในกระดาษฟลิปชาร์ต และนำขึ้นหน้ากระดาน 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันแสดงความคิดเห็นก่อนทำกิจกรรม โดยร่วมกันตอบคำถาม ก่อนทำกิจกรรม ดังนี้ 4.1 การทดลองนี้มีวัตถุประสงค์อะไร (เพื่อเปรียบเทียบการออกแรงลากของ โดยไม่มีอุปกรณ์ช่วย และมีอุปกรณ์ช่วย) 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอย่างรวมพลังทำกิจกรรมที่ 4.3 เรื่อง ประโยชน์ของแรงเสียดทาน (ตอน ที่ 2 การเคลื่อนย้ายสิ่งของ) และบันทึกผลการทำกิจกรรมในใบงานที่ 21 6. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าชั้นเรียน เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ขั้นที่ 2 ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) (Gathering) 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ และอภิปรายผลการทำกิจกรรม โดยร่วมกันตอบคำถาม หลังทำกิจกรรม ดังนี้ 1.1 เมื่อลากลังกระดาษใส่หนังสือ มีแรงเสียดทานเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง (มีการเสียดสีกันที่พื้นผิวมากระหว่างลังกระดาษและพื้น ทำให้มีแรงเสียดทานมาก จึงลากได้ยากกว่า) 1.2 เมื่อลากลังกระดาษใส่หนังสือด้วยผ้า มีแรงเสียดทานเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง (มีการเสียดสีกันที่พื้นผิวน้อยลง ลื่นขึ้น ทำให้มีแรงเสียดทานน้อย จึงลากได้ง่ายกว่า) 1.3 ผ้าที่ใช้ในการลาก ช่วยเพิ่มหรือลดแรงเสียดทานในการลากลังกระดาษอย่างไร (ผ้าที่ใช้ในการลากช่วยลดแรงเสียดทาน เพราะผ้าช่วยลดการเสียดสีระหว่างพื้นห้อง กับลังกระดาษ) 1.4 สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร (การเสียดสีกันระหว่างพื้นผิวน้อยลง ช่วยลดแรงเสียดทาน การใช้อุปกรณ์บางอย่าง ช่วยลดแรงเสียดทานได้) 1.5 การทดลองนี้มีประโยชน์กับนักเรียนอย่างไร (การใช้อุปกรณ์บางอย่างช่วยลดแรงเสียดทาน ทำให้เคลื่อนย้ายสิ่งของได้ง่ายขึ้น) จากนั้นฝึกนักเรียนถามคำถามที่สงสัยด้วยการถามเพื่อน โดยไม่จำเป็นต้องถามครูอย่างเดียว 2. นักเรียนร่วมกันสรุปผลการทำกิจกรรมและสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ว่า การเสียดสีกันระหว่างพื้นผิว น้อยลง ช่วยลดแรงเสียดทาน การใช้อุปกรณ์บางอย่างช่วยลดแรงเสียดทานได้
6. สื่อและแหล่งเรียนรู้ สื่อ 1. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของบริษัทอักษรเจริญทัศน์ (อจท.) 2. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของบริษัทอักษรเจริญทัศน์ (อจท.) 3. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาการคิดวิเคราะห์ รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 บริษัทอักษรเจริญทัศน์ (อจท.) 4. ตู้ใส่หนังสือในชั้นเรียน 5. ลังกระดาษใส่หนังสือหนัก ๆ 5-6 เล่ม 6. ผ้า 1 ผืน 7. ใบงานที่ 21 เรื่อง ประโยชน์ของแรงเสียดทาน (ตอนที่ 2 การเคลื่อนย้ายสิ่งของ) แหล่งเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. อินเทอร์เน็ต
7. การวัดและประเมินผล แนวทางการประเมิน ผลการเรียนรู้ น้ำหนัก คะแนน น้ำหนักคะแนน วิธีประเมิน เครื่องมือประเมิน K P A - บอกวิธีเพิ่มหรือลดแรงเสียด ทานในการเคลื่อนย้ายสิ่งของ ได้(K) - บอกประโยชน์ของแรงเสียด ทานได้(K) 10 10 - - - สังเกตการทำใบงานที่ ใบงานที่ 21 เรื่อง ประโยชน์ของแรงเสียด ทาน (ตอนที่ 2 การ เคลื่อนย้ายสิ่งของ) - ใบงานที่ 21 เรื่อง ประโยชน์ของแรงเสียด ทาน (ตอนที่ 2 การ เคลื่อนย้ายสิ่งของ) - ปฏิบัติกิจกรรม ประโยชน์ของ แรงเสียดทาน อย่างรวมพลัง ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจได้(P) - เปรียบเทียบได้ว่าพื้นผิวใดมีแรง เสียดทานมาก พื้นผิวใดมีแรง เสียดทานน้อยได้(P) 10 - 10 - - สังเกตการปฏิบัติการ ทำกิจกรรมที่ 4.3 เรื่อง ประโยชน์ของแรงเสียด ทาน (ตอนที่ 2 การ เคลื่อนย้ายสิ่งของ) - แบบประเมินการ ปฏิบัติการทำกิจกรรม - มีความมุ่งมั่นและตั้งใจ (A) 10 - - 10 - สังเกตคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ด้านใฝ่ เรียนรู้ มุ่งมั่นในการ ทำงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นใน การทำงาน รวม 30 10 10 10 - -
8. บันทึกผลหลังการสอน 8.1 ผลการจัดการเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… 8.2 ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 8.3 แนวทางแก้ไขปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (ลงชื่อ) ..................................................... ครูผู้สอน (นายอำนาจ กล่ำป่วน) วันที่………………….……………….. 9. ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. (ลงชื่อ) ............................................................ (นางวราภรณ์ กอสันเทียะ) วันที่………………….……………….. 10. ความคิดเห็นของผู้บริหาร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. (ลงชื่อ) ............................................................ (นายเกษมสินธุ์ สอนสุข) รองผู้อำนวยการสถานศึกษา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา
แบบประเมินการปฏิบัติการทำกิจกรรมการทดลอง รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 1. การทำกิจกรรม การทดลอง ตามแผนที่กำหนด ทำกิจกรรมการทดลอง ตามวิธีการและขั้นตอน ที่กำหนดไว้อย่างถูกต้อง ด้วยตนเอง มีการปรับปรุง แก้ไขเป็นระยะ ทำกิจกรรมการทดลอง ตามวิธีการและขั้นตอน ที่กำหนดไว้ด้วยตนเอง มีการปรับปรุงแก้ไขบ้าง ทำกิจกรรมการทดลอง ตามวิธีการและขั้นตอน ที่กำหนดไว้ โดยมีครูหรือ ผู้อื่นเป็นผู้แนะนำ ทำกิจกรรมการทดลองไม่ ถูกต้องตามวิธีการ และขั้นตอนที่กำหนดไว้ ไม่มีการปรับปรุงแก้ไข 2. การใช้อุปกรณ์ และ/หรือเครื่องมือ ใช้อุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการทำ กิจกรรมการทดลอง ได้อย่างถูกต้อง ตามหลักการปฏิบัติ และคล่องแคล่ว ใช้อุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการทำ กิจกรรมการทดลอง ได้อย่างถูกต้อง ตามหลักการปฏิบัติ แต่ไม่คล่องแคล่ว ใช้อุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการทำ กิจกรรมการทดลอง ได้อย่างถูกต้อง โดยมีครู หรือผู้อื่นเป็นผู้แนะนำ ใช้อุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการทำ กิจกรรมการทดลอง ไม่ถูกต้องและไม่มี ความคล่องแคล่ว ในการใช้ 3. การบันทึกผล การทำกิจกรรม การทดลอง บันทึกผลเป็นระยะ อย่างถูกต้อง มีระเบียบ มีการระบุหน่วย มีการ อธิบายข้อมูลให้เห็นความ เชื่อมโยง เป็นภาพรวม เป็นเหตุเป็น ผล และเป็นไปตาม การทำกิจกรรม การทดลอง บันทึกผลเป็นระยะ อย่างถูกต้อง มีระเบียบ มีการระบุหน่วย มีการ อธิบายข้อมูลให้เห็นถึง ความสัมพันธ์เป็นไป ตามการทำกิจกรรม การทดลอง บันทึกผลเป็นระยะ แต่ไม่เป็นระเบียบ ไม่มีการระบุหน่วย และไม่มีการอธิบายข้อมูล ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ ของการทำกิจกรรม การทดลอง บันทึกผลไม่ครบ ไม่มีการระบุหน่วย และไม่เป็นไปตาม การทำกิจกรรม การทดลอง 4. การจัดกระทำ ข้อมูลและ การนำเสนอ จัดกระทำข้อมูล อย่างเป็นระบบ มีการเชื่อมโยงให้เห็นเป็น ภาพรวม และนำเสนอด้วย แบบต่าง ๆ อย่างชัดเจน ถูกต้อง จัดกระทำข้อมูล อย่างเป็นระบบ มีการจำแนกข้อมูล ให้เห็นความสัมพันธ์ นำเสนอด้วยแบบต่าง ๆ ได้ แต่ยังไม่ชัดเจน จัดกระทำข้อมูล อย่างเป็นระบบ มีการยกตัวอย่างเพิ่มเติม ให้เข้าใจง่าย และนำเสนอ ด้วยแบบต่าง ๆ แต่ยัง ไม่ชัดเจน และไม่ถูกต้อง จัดกระทำข้อมูล อย่างไม่เป็นระบบ และมีการนำเสนอ ไม่สื่อความหมาย และไม่ชัดเจน แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)
รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 5. การสรุปผล การทำกิจกรรม การทดลอง สรุปผลการทำกิจกรรม การทดลองได้ อย่างถูกต้อง กระชับ ชัดเจน และครอบคลุม ข้อมูลจากการวิเคราะห์ ทั้งหมด สรุปผลการทำกิจกรรม การทดลองได้ อย่างถูกต้อง แต่ยัง ไม่ครอบคลุมข้อมูล จากการวิเคราะห์ทั้งหมด สรุปผลการทำกิจกรรม การทดลองได้ โดยมีครู หรือผู้อื่นแนะนำบ้าง จึงสามารถสรุปได้ ถูกต้อง สรุปผลการทำกิจกรรม การทดลองตามความรู้ ที่พอมีอยู่ โดยไม่ใช้ข้อมูล จากการทำกิจกรรม การทดลอง 6. การดูแลและ การเก็บอุปกรณ์ และ/หรือเครื่องมือ ดูแลอุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการ ทำกิจกรรมการทดลอง และมีการทำความสะอาด และเก็บอย่างถูกต้อง ตามหลักการ และแนะนำ ให้ผู้อื่นดูแลและ เก็บรักษาได้ถูกต้อง ดูแลอุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการ ทำกิจกรรมการทดลอง และมีการทำความสะอาด อย่างถูกต้อง แต่เก็บ ไม่ถูกต้อง ดูแลอุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการ ทำกิจกรรมการทดลอง และมีการทำความสะอาด แต่เก็บไม่ถูกต้อง ต้องให้ครูหรือผู้อื่น แนะนำ ไม่ดูแลอุปกรณ์และ/หรือ เครื่องมือในการ ทำกิจกรรมการทดลอง และไม่สนใจทำความ สะอาด รวมทั้งเก็บ ไม่ถูกต้อง
ใบงานที่ 21 เรื่อง ประโยชน์ของแรงเสียดทาน (ตอนที่ 2 การเคลื่อนย้ายสิ่งของ) วันที่________เดือน_______________พ.ศ.___________ ชื่อ_____________________________เลขที่______ชั้น__________ คำชี้แจง นักเรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติ ดังนี้ 1. อ่านวิธีทำกิจกรรมการทดลองให้เข้าใจ 2. ตอบคำถามก่อนทำกิจกรรม 3. ทำกิจกรรมและบันทึกผล 4. ตอบคำถามหลังทำกิจกรรม กิจกรรมที่ 4.3 ประโยชน์ของแรงเสียดทาน (ตอนที่ 2 การเคลื่อนย้ายสิ่งของ) 1. ลังกระดาษใส่หนังสือหนัก ๆ 5-6 เล่ม 2. ผ้า 1 ผืน วิธีทำ 1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม แต่ละกลุ่มร่วมกันลากลังกระดาษใส่หนังสือจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง สังเกตการออกแรงในการลากลังกระดาษ 2. สอดผ้าไว้ข้างใต้ลังกระดาษใส่หนังสือและลากผ้าที่วางลังกระดาษใส่หนังสือจากที่หนึ่ง ไปยังอีกที่หนึ่ง สังเกตการออกแรงในการลากลังกระดาษ 3. เปรียบเทียบการออกแรงทั้งสองครั้ง อธิบายแรงเสียดทานที่มาเกี่ยวข้อง บันทึกผล การทดลอง การเคลื่อนย้ายสิ่งของ วัสดุอุปกรณ์
คำถามก่อนทำกิจกรรม • การทดลองนี้มีวัตถุประสงค์อะไร 1. เมื่อลากลังกระดาษใส่หนังสือ มีแรงเสียดทานเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง 2. เมื่อลากลังกระดาษใส่หนังสือด้วยผ้า มีแรงเสียดทานเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง 3. ผ้าที่ใช้ในการลาก ช่วยเพิ่มหรือลดแรงเสียดทานในการลากลังกระดาษอย่างไร 4. สรุปผลการทดลองได้ว่าอย่างไร 5. การทดลองนี้มีประโยชน์กับนักเรียนอย่างไร คำถามหลังทำกิจกรรม จงทำกิจกรรมอย่างรวมพลัง ด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ บันทึกผลการทำกิจกรรม
แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหัสวิชา ว15101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 แรงในชีวิตประจำวัน เวลา 8 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 เรื่อง ประโยชน์ของแรงเสียดทาน : 3 เวลา 1 ชั่วโมง …………………………………………………………………………………………………………………………………………. 1. มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุลักษณะ การเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ ของวัตถุ รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 2.2 ป.5/4 ระบุผลของแรงเสียดทานที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุจาก หลักฐานเชิงประจักษ์ ว 2.2 ป.5/5 เขียนแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงที่อยู่ในแนวเดียวกันที่กระทำ ต่อวัตถุ 2. สาระสำคัญ แรงเสียดทาน เป็นแรงที่ลดความเร็วในการเคลื่อนที่ เราสามารถลดแรงเสียดทานและเพิ่มแรงเสียด ทานได้หลายวิธี และประโยชน์ของแรงเสียดทานสามารถนำไปใช้กิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ มากมาย การลดแรงเสียดทาน สามารถทำได้หลายวิธีดังนี้ 1. การใช้น้ำมันหล่อลื่น เช่น น้ำมันเครื่องหรือจาระบี 2. การใช้ระบบลูกปืน 3. การออกแบบรูปร่างของยานพาหนะให้เพรียวลม ทำให้ลดแรงเสียดทาน การเพิ่มแรงเสียดทานที่สามารถช่วยเพิ่มความปลอดภัยของมนุษย์ ตัวอย่างเช่น 1. ยางรถยนต์มีดอกยางเป็นลวดลาย เพื่อเพิ่มแรงเสียดทานระหว่างล้อกับถนน 2. การหยุดรถด้วยการเพิ่มแรงเสียดทานที่เบรก เพื่อหยุดหรือทำให้รถแล่นช้าลง 3. พื้นรองเท้ามีลวดลาย เพื่อเพิ่มแรงเสียดทานทำให้เวลาเดินไม่ลื่นหกล้มได้ง่าย 4. การปูพื้นห้องน้ำ มักใช้กระเบื้องที่มีผิวขรุขระเพื่อช่วยเพิ่มแรงเสียดทาน เวลาเปียกน้ำจะได้ ไม่ลื่นล้ม
3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 ด้านความรู้ 1. บอกวิธีเพิ่มหรือลดแรงเสียดทานในการเคลื่อนย้ายสิ่งของได้(K) 2. บอกผลดีและผลเสียของแรงเสียดทานได้(K) 3.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ เขียนแผนภาพความคิด ผลดีและผลเสียของแรงเสียดทาน อย่างรวมพลัง ด้วยความมุ่งมั่น และตั้งใจได้ (P) 3.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีความมุ่งมั่นและตั้งใจ (A) 3.4 สมรรถนะสำคัญ 1. ความสามารถในการสื่อสาร - การอธิบาย การเขียน การพูดหน้าชั้นเรียน 2. ความสามารถในการคิด - การสังเกต การสำรวจ การคิดวิเคราะห์ การเปรียบเทียบ การสร้างคำอธิบาย การอภิปราย การสื่อความหมาย การทำกิจกรรมโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา - การแก้ปัญหาขณะปฏิบัติกิจกรรม 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต - กระบวนการกลุ่ม 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี - การนำเสนอผลงานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 3.5 ทักษะในศตวรรษที่ 21 (3Rs&8Cs) - การอ่านออก - การเขียนได้ - การคิดคำนวณ - มีทักษะในการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ - มีความร่วมมือ ทำงานเป็นทีม - มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย
4. สาระการเรียนรู้ พื้นผิวที่ขรุขระมีการเสียดสีระหว่างกันและกันมาก จึงมีแรงเสียดทานที่ต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุ เกิดขึ้น การที่พื้นผิวเรียบขึ้นทำให้มีการเสียดสีระหว่างกันและกันน้อยลงจะช่วยลดแรงเสียดทาน ทำให้วัตถุเคลื่อนที่ไปได้ง่าย แรงเสียดทานเกิดขึ้นระหว่างการเคลื่อนที่ของวัตถุหรือการทำงานต่าง ๆ แรงเสียดทานบางอย่าง ช่วยให้เกิดผลดีและบางอย่างก็ทำให้เกิดผลเสีย เราจึงต้องเพิ่มหรือลดแรงเสียดทานให้เหมาะสม เพื่อให้เกิดประโยชน์และลดอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ แรงเสียดทานทำให้เกิดผลดี เช่น ช่วยในการเดินไม่ให้ลื่นไถล ช่วยหยุดรถที่กำลังเคลื่อนที่ ช่วยให้การหยิบจับสิ่งของไม่ลื่นไหลไปมา ช่วยให้มีดไม่ลื่นบาดมือเมื่อตัดหรือหั่นของ แรงเสียดทานบางอย่างทำให้เกิดผลเสีย เช่น พื้นรองเท้าที่ใช้นาน ๆ จะสึก ล้อรถที่ใช้นาน ๆ จะสึก จนไม่มีดอกยาง หรือฟันเฟืองในเครื่องยนต์สึกกร่อน การลดแรงเสียดทาน เช่น ใช้ล้อเลื่อนประกอบกับเครื่องใช้ที่หนัก หยอดน้ำมันหล่อลื่น ออกแบบยานพาหนะให้มีรูปร่างเพรียวลมเพื่อลดแรงเสียดทาน ชิ้นงาน / ภาระงาน ชิ้นงาน - ใบงานที่ 21 เรื่อง ประโยชน์ของแรงเสียดทาน (ตอนที่ 2 การเคลื่อนย้ายสิ่งของ) ภาระงาน - ทำแบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 5. กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ ขั้นที่ 3 ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ(Applying and Constructing the Knowledge) 1. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน สืบสอบข้อมูลเกี่ยวกับผลดีและผลเสียของแรงเสียดทาน จากแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย แล้วออกแบบและเขียนแผนภาพความคิด ผลดีและผลเสียของแรง เสียดทาน จัดทำเป็นชิ้นงาน (ตัวอย่างแผนภาพความคิด)
แผนภาพความคิด ผลดีและผลเสียของแรงเสียดทาน 2. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ • พื้นผิวที่ขรุขระมีการเสียดสีระหว่างกันและกันมาก จึงมีแรงเสียดทานที่ต้านการเคลื่อนที่ของ วัตถุเกิดขึ้น การที่พื้นผิวเรียบขึ้นทำให้มีการเสียดสีระหว่างกันและกันน้อยลงจะช่วยลดแรงเสียดทาน ทำให้วัตถุเคลื่อนที่ไปได้ง่าย • แรงเสียดทานเกิดขึ้นระหว่างการเคลื่อนที่ของวัตถุหรือการทำงานต่าง ๆ แรงเสียดทาน บางอย่างช่วยให้เกิดผลดีและบางอย่างก็ทำให้เกิดผลเสีย เราจึงต้องเพิ่มหรือลดแรงเสียดทานให้เหมาะสม เพื่อให้เกิดประโยชน์และลดอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ • แรงเสียดทานทำให้เกิดผลดี เช่น ช่วยในการเดินไม่ให้ลื่นไถล ช่วยหยุดรถที่กำลังเคลื่อนที่ ช่วยให้การหยิบจับสิ่งของไม่ลื่นไหลไปมา ช่วยให้มีดไม่ลื่นบาดมือเมื่อตัดหรือหั่นของ • แรงเสียดทานบางอย่างทำให้เกิดผลเสีย เช่น พื้นรองเท้าที่ใช้นาน ๆ จะสึก ล้อรถที่ใช้นาน ๆ จะสึกจนไม่มีดอกยาง หรือฟันเฟืองในเครื่องยนต์สึกกร่อน • การลดแรงเสียดทาน เช่น ใช้ล้อเลื่อนประกอบกับเครื่องใช้ที่หนัก หยอดน้ำมันหล่อลื่น ออกแบบยานพาหนะให้มีรูปร่างเพรียวลมเพื่อลดแรงเสียดทาน ขั้นที่ 4 ขั้นสื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill) 1. ผู้แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาพูดและนำเสนอแผนภาพความคิดผลดีและผลเสีย ของแรงเสียดทานหน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เพื่อน ๆ ร่วมกันตรวจสอบและแก้ไขให้ถูกต้อง 2. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทำงาน ที่มีแบบแผน ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating) 1. นักเรียนร่วมกันคัดเลือกผลงานที่ดีเด่นจัดทำเป็นนิทรรศการ หรือจัดแสดงผลงาน หรือเผยแพร่ใน เว็บไซต์ หรือเฟซบุ๊ก (facebook) ของโรงเรียน เพื่อเป็นแหล่งการเรียนรู้ให้นักเรียนชั้นอื่น ๆ 2. นักเรียนตรวจสอบหรือประเมินขั้นตอนต่าง ๆ ที่เรียนมาในวันนี้มีจุดเด่น จุดบกพร่องอะไรบ้าง มี ความสงสัย ความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องใด ให้ระบุ แรงเสียดทาน ผลเสีย • พื้นรองเท้าที่ใช้นาน ๆ จะสึก • ล้อรถที่ใช้นาน ๆ จะสึกจนไม่มี ดอกยาง • ฟันเฟืองในเครื่องยนต์สึกกร่อน ผลดี • ช่วยให้การเดินไม่ให้ลื่นไถล • ช่วยหยุดรถที่กำลังเคลื่อนที่ • ช่วยให้การหยิบจับสิ่งของ ไม่ลื่นไหลไป
3. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียน ในประเด็นต่อไปนี้ • สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร • นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด • นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครั้งต่อไป 6. สื่อและแหล่งเรียนรู้ สื่อ 1. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของบริษัทอักษรเจริญทัศน์ (อจท.) 2. แบบฝึกหัด รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของบริษัทอักษรเจริญทัศน์ (อจท.) 3. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้พัฒนาการคิดวิเคราะห์ รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 บริษัทอักษรเจริญทัศน์ (อจท.) แหล่งเรียนรู้ 1. ห้องสมุด 2. อินเทอร์เน็ต
7. การวัดและประเมินผล แนวทางการประเมิน ผลการเรียนรู้ น้ำหนัก คะแนน น้ำหนักคะแนน วิธีประเมิน เครื่องมือประเมิน K P A - บอกวิธีเพิ่มหรือลดแรง เสียดทานในการเคลื่อนย้าย สิ่งของได้(K) - บอกผลดีและผลเสียของแรง เสียดทานได้(K) 10 10 - - - สังเกตการณ์เขียน แผนภาพความคิด ผลดี และผลเสียของแรง เสียดทาน - แบบประเมินแผนภาพ ความคิด ผลดีและผลเสีย ของแรงเสียดทาน - เขียนแผนภาพความคิด ผลดี และผลเสียของแรงเสียดทาน อย่างรวมพลัง ด้วยความมุ่งมั่น และตั้งใจได้ (P) 10 - 10 - - สังเกตการปฏิบัติการ ทำกิจกรรม - แบบประเมินการ ปฏิบัติการทำกิจกรรม - มีความมุ่งมั่นและตั้งใจ (A) 10 - - 10 - สังเกตคุณลักษณะอัน พึงประสงค์ ด้านใฝ่ เรียนรู้ มุ่งมั่นในการ ทำงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นใน การทำงาน รวม 30 10 10 10 - -
8. บันทึกผลหลังการสอน 8.1 ผลการจัดการเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………….…… 8.2 ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 8.3 แนวทางแก้ไขปัญหา ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (ลงชื่อ) ..................................................... ครูผู้สอน (นายอำนาจ กล่ำป่วน) วันที่………………….……………….. 9. ความคิดเห็นของหัวหน้างานวิชาการ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. (ลงชื่อ) ............................................................ (นางวราภรณ์ กอสันเทียะ) วันที่………………….……………….. 10. ความคิดเห็นของผู้บริหาร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. (ลงชื่อ) ............................................................ (นายเกษมสินธุ์ สอนสุข) รองผู้อำนวยการสถานศึกษา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา
แบบประเมินชิ้นงาน การจัดกระทำและนำเสนอแผนภาพความคิด รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 การจัดกระทำ และนำเสนอ แผนภาพความคิด จัดกระทำแผนภาพ ความคิดอย่างเป็นระบบ และนำเสนอด้วยแบบที่ ชัดเจน ถูกต้อง ครอบคลุม และมีการ เชื่อมโยงให้เห็นเป็น ภาพรวม จัดกระทำแผนภาพ ความคิดอย่างเป็นระบบมี การจำแนกข้อมูลให้เห็น ความสัมพันธ์ และนำเสนอด้วยแบบ ที่ครอบคลุม จัดกระทำแผนภาพ ความคิดได้ มีการ ยกตัวอย่างเพิ่มเติมและ นำเสนอด้วยแบบต่าง ๆ แต่ยังไม่ครอบคลุม จัดกระทำแผนภาพ ความคิดอย่างไม่เป็น ระบบและนำเสนอ ไม่สื่อความหมาย และไม่ชัดเจน แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics)
ชิ้นงาน เรื่อง ผลดีและผลเสียของแรงเสียดทาน วันที่________เดือน_______________พ.ศ.___________ ชื่อ_____________________________เลขที่______ชั้น__________ คำสั่ง นักเรียนเขียนแผนภาพความคิด ผลดีและผลเสียของแรงเสียดทาน