The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วรรณสาร เล่ม วิลาสวัฒนธรรมถิ่นใต้ ทศศ.๖๑

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by plx12042502, 2021-06-12 15:14:39

วรรณสาร เล่ม วิลาสวัฒนธรรมถิ่นใต้ ทศศ.๖๑

วรรณสาร เล่ม วิลาสวัฒนธรรมถิ่นใต้ ทศศ.๖๑

สาหรับชาวบ้านในพื้นท่ี เช่ือว่าน้าในบ่อน้าพรุ ้อน
ปลายพู่มีส่วนช่วยในการบาบัดรักษาโรคได้ ผู้คนส่วน
ใหญ่จึงนิยมเดินทางมาแช่ตัวเพ่ือท่ีจะรักษาโรคต่าง ๆ
เช่น โรคเหน็บชา ไขข้ออักเสบ และโรคอัมพฤกษ์
แต่ท้ังนี้ก็มีนักท่องเท่ียวจานวนมากท่ีเลือกเดินทางมา
พักผ่อนรับบรรยากาศแบบธรรมชาติ โดยบริเวณพื้นท่ี
บ่อนา้ พรุ อ้ นปลายพู่มีรา้ นคา้ ของคนในชุมชนนาส่ิงของท่ี
ปลูกขึ้นเองหรือหาได้จากธรรมชาติมาวางจาหน่ายเป็น
จานวนมาก เช่น ไข่ไก่ ไข่นกกระทา ผัดไทยห่อใบตอง
ผักสดที่ปลอดสารเคมี ขนมจีน น้าอัญชัน น้าตะไคร้
และสินค้า OTOP ท่ีสามารถหาได้ตามธรรมชาติโดยชาวบ้านประดิษฐ์ทาข้ึนเอง เช่น กระบอกน้าจาก
ตน้ ไผ่ และชะลอมต้มไข่

ดังน้ันกิจกรรมหนึ่งท่ีหลายคนนิยมทาเมื่อมาเยือนบ่อน้าพุร้อนปลายพู่คือการต้มไข่ ซึ่งเมื่อกอ่ น
ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวจะใช้ถุงพลาสติกในการต้มไข่ตามบ่อต่าง ๆ และมีการท้ิงขยะไว้เกลื่อนกลาด
แต่ปัจจุบันชาวบ้านจึงมีไอเดียรว่ มกันเพ่ือลดการใช้ถุงพลาสติกที่ย่อยสลายยาก โดยปรับเปล่ียนหันมาใช้
ชะลอมสานท่ีเปน็ ภูมิปญั ญาชาวบ้าน ซ่ึงทาจากต้นไผม่ าดัดแปลงเปน็ ชะลอมตม้ ไข่แทนถงุ พลาติก ชะลอม
ดังกล่าวจะมีบรกิ ารใช้เช่า หากนักท่องเที่ยวทซ่ี ื้อไข่จากทางร้านก็สามารถยืมชะลอมต้มไข่ได้เลย และเมื่อ
ใชเ้ สรจ็ ก็นามาคนื กับทางรา้ น หรือหากนกั ทอ่ งเทย่ี วคนใดสนใจชะลอมก็สามารถซ้อื กลับบา้ นไวเ้ ป็นของที่
ระลกึ ไดอ้ กี ด้วย

ใน ส่ว น ของ ก าร ใ ช้ชะ ล อม ต้ ม ไ ข่ น้ั น
เราสามารถต้มไข่ได้ตามลักษณะท่ีต้องการ โดยการ
จับเวลาในการแช่ไข่ประมาณ ๒๐ – ๓๐ นาที
ก็สามารถทาให้ไข่สุกเป็นยางมะตูมได้ ส่วนใครท่ีไม่
ชอบกินแบบยางมะตูมก็แช่ไข่นานข้ึน อีกทั้งยัง
ส า ม า ร ถ เ พ่ิ ม ค ว า ม ก ล ม ก ล่ อ ม ด้ ว ย ซ อ ส ป รุ ง ร ส
และพริกไทยเล็กน้อยที่ทางร้านค้าขายไข่และ
ชะลอมมีบริการให้ฟรี หรือใครกลัวน้อยก็สามารถ
ซื้อเพิ่มเติมได้ หากใครชอบรสชาติแบบดั้งเดิม
ก็สามารถเลือกไม่ปรุงอะไรเลยก็ได้ตามความต้องการของแต่ละคน เพียงเท่าน้ีก็ได้กินไข่ยางมะตูม
หรือเรียกให้หรูว่า “ไข่ออนเซน” แถมยังได้ชมธรรมชาติระหว่างกินไข่บริเวณบ่อน้าพุร้อนปลายพู่ไปอีก
ด้วย

หากท่านได้แวะเวียนมาเที่ยวจังหวัดพังงาอย่าลืมลองมาสัมผัสความสบายจากธรรมชาติ
อย่างบ่อน้าพุร้อนปลายพู่แห่งนี้ หรือมาชมบรรยากาศแบบธรรมชาติท้ังหมอกในตอนเช้า แช่น้าอุ่นใน
ตอนสาย พร้อมต้มไข่จากบ่อนา้ ร้อนธรรมชาติกันดูสักครั้ง แล้วคุณจะรู้ว่า “จังหวัดพังงาเป็นเมืองสวยใน
หุบเขา” จรงิ ๆ

ภาพโดย : นายนพดล แซ่ล่ิม

วรรณสารฉบบั ท่ี ๖๔ วลิ าสวฒั นธรรมถ่ินใต้ หนา้ ๙๖

เท่ียวเมืองคอน เชค็ อินวัดไอ้ไข่

ธนั ยาวาท ทองใหม่

เม่อื พูดถงึ นครศรธี รรมราช สถานที่ท่ีหลายคนนกึ ถงึ เปน็ อันดบั แรกคงจะเปน็ วัดเจดียไ์ อ้ไข่ ซึ่งเป็น

สถานทท่ี ่ศี กั ด์ิสทิ ธทิ์ าให้มีคนจากท่วั สารทิศมาเท่ยี วชมสักการะไอ้ไข่เพื่อขอพร
ไอ้ไข่วัดเจดีย์ หรือ ตาไข่วัดเจดีย์ เป็นรูปไม้แกะสลักของเด็กชายอายุประมาณ ๙ - ๑๐ ขวบ

โดยต้ังอยู่ภายในศาลาวัดเจดีย์ เชื่อกันว่าไอ้ไข่เป็นวิญญาณศักด์ิสิทธิ์ท่ีสถิตอยู่ ณ วัดแห่งน้ี เป็นที่เคารพ

สักการะของชาวบ้านบริเวณใกล้วัดไปจนถึงต่างจังหวัด จากความศรัทธาท่ีเช่ือกันว่า “ขอได้ไหว้รับ”
ในเร่อื งของโชคลาภ และการคา้ ขาย ทาให้เป็นทสี่ นใจของคนที่ทาการคา้ ขาย แมก้ ระท่งั ดาราเนต็ ไอดอลก็

มาสกั การะขอพรที่วดั เจดียไ์ อ้ไข่เพอื่ ใหค้ วามเจริญรุ่งเรืองในหน้าท่ีการงาน
จากการรวบรวมข้อมูลและประวัติของไอ้ไข่หรือตาไข่ในส่ือต่าง ๆ ทราบว่า ไอ้ไข่ เป็นตานานท่ี

ชาวบ้านเล่าขานถึงเด็กคนหนึ่งที่มักพบเห็นว่ามาว่ิงเล่นอยู่ในบรเิ วณวัด ซึ่งเมื่อเข้าไปดใู กล้ ๆ ก็ไม่พบวา่ มี

เด็กมาพกั หรืออาศยั ในบริเวณนนั้ เลย ทาให้หลายคนเชอื่ ว่าเป็นดวงวญิ ญาณที่สงิ สถิตอยู่ ณ วดั เจดยี ์แห่งน้ี
จึงเรียกเด็กที่เห็นน้ันว่า “ไอ้ไข่” นอกจากนี้ยังมีบางตานานบอกว่า “ไอ้ไข่” คือ วิญญาณเด็กท่ีติดตาม

หลวงพ่อทวด เมื่อหลวงพ่อทวดธุดงค์มาท่ีวัดร้างแห่งน้ี และให้วิญญาณดวงนี้เฝ้าดูแลปกปักษ์รักษา
ทรพั ย์สนิ ของแผ่นดนิ ทีอ่ ยู่ภายในวดั ไว้

วรรณสารฉบับที่ ๖๔ วลิ าสวฒั นธรรมถิน่ ใต้ หนา้ ๙๗

นอกจากนชี้ าวบา้ นหลายคนเล่าว่า ในอดีตไอ้ไข่มกั ปรากฏร่างให้เหน็ และหยอกล้อผทู้ ี่มาค้างแรม
ในวัดอยู่บ่อยคร้งั ทาให้เร่ิมมีคนมาจุดธปู บนบานเพื่อขอพรในด้านต่าง ๆ ซ่ึงหลายคนก็ได้สมดั่งปรารถนา

โดยเฉพาะในเร่ืองโชคลาภ หน้าท่ีการงาน และการค้าขาย จึงทาให้ไอ้ไข่มีช่ือเสียงโด่งดังและเป็นที่สนใจ
ของผู้คนจานวนมาก

ด้วยเหตุนี้ เม่ือเราเข้าไปในวัดเจดีย์ก็จะเห็นสิ่งของท่ีผู้เลื่อมใสศรัทธานามาแก้บนอย่างมากมาย
และละลานตา เช่น รูปไกช่ น ชดุ ทหาร ประทัด หนังสต๊ิก ของเล่นตา่ ง ๆ เปน็ ตน้ โดยสิ่งของเหลา่ นนั้ หลาย
คนเช่ือว่าเป็นของที่ไอ้ไข่ชอบท้ังสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสียงประทัด ทาให้บริเวณท่ีทางวัดจัดใหเ้ ป็นพืน้ ที่

จุดประทัดก็มีเศษประทัดกองสูงเป็นเนินเขา สร้างความต่ืนตาต่ืนใจให้กับผู้มาเยือน และบ่งบอกถึง
แรงศรทั ธาท่ีผคู้ นมตี ่อไอ้ไขอ่ ย่างล้นหลาม โดยในทุกวนั ๆ จะมีเสียงประทดั ดงั จะขนึ้ ตลอดเวลา สว่ นในวัน

องั คารและวนั เสาร์ก็จะมกี ลองยาวแก้บน มาแสดงให้ไอ้ไข่ดูวันหน่ึงเป็นสบิ รอบกนั เลยทีเดียว
สาหรับนักท่องเท่ียวสายบุญท่ีช่ืนชอบการท่องเที่ยวแนวความเช่ือหรอื แนวศาสนา อยากจะลอง

มาสัมผัสบรรยากาศความศรทั ธาที่ผู้คนมีต่อ “ไอไ้ ข”่ ณ วัดเจดยี ์ หรืออาจจะมาสกั การะบนบานศาลกล่าว

ในเรื่องตา่ ง ๆ ก็สามารถเดนิ ทางมาได้ทกุ วัน
แล้วคุณจะรวู้ ่าที่น่ีไมธ่ รรมดา...

เอกสารอ้างอิง
ประวตั วิ ัดเจดยี ์ไอไข่. (๒๕๖๑). https://www.zolitic.com. เข้าถึงเม่อื วันที่ ๒๖ ธนั วาคม ๒๕๖๓.

วรรณสารฉบับท่ี ๖๔ วลิ าสวัฒนธรรมถิ่นใต้ หน้า ๙๘

เทย่ี วชิม ชมเล แลควายน้า

อภสิ รา คงแก้ว

“เมืองหนังโนราห์ อู่นาข้าว พราวน้าตก แหล่งนกน้า ทะเลสาบงาม เขาอกทะลุ น้าพุร้อน”
คาขวัญจังหวัดพัทลุง จังหวัดทางภาคใต้ท่ีน่าสนใจและเหมาะกับการเดินทางมาท่องเที่ยว เน่ืองจากเป็น
จงั หวดั ท่มี ธี รรมชาติสมบรู ณ์ และมคี วามโดดเดน่ ในเรอ่ื งวัฒนธรรมและท่งุ นา เพราะผ้คู นยังนิยมทานาเพื่อ
ปลกู ข้าวรับประทานเอง ซ่ึงข้าวพนั ธท์ุ ี่ไดร้ บั ความนิยมปลูกมากในจังหวัดพทั ลุง ก็คือ ข้าวสังข์หยด

จากความน่าสนใจทั้งหมดท่ีกล่าวในข้างต้น เราจะได้คัดเลือกสถานท่ีท่ีควรค่าแก่การมาเยือน
จงั หวดั พัทลงุ ใหค้ ุณผู้อา่ นได้ร้จู ัก ซึ่งจะมีที่ไหนบ้างนัน้ ไปติดตามกันเลย

เริ่มต้นที่ตลาดสวนไผ่ขวัญใจ เป็นตลาดที่มีต้นไผ่จานวน
มาก ซึ่งเป็นเอกลกั ษณ์ของตลาด ตัง้ อย่ใู นตาบลบา้ นจนั นา อาเภอ
ควนขนุน ภายในตลาดมีการขายของมากมาย เช่น ขนมและ
อาหารพื้นถิ่น อย่างปลาดุกร้า กล้วยหินปิ้ง สาคูต้นกวน ไข่ปลา
ทอด ปลาดุกร้า และไตปลา (พุงปลาแห้ง) รวมถึงของใช้ของฝาก
ที่ขึ้นชื่อของจังหวัดพัทลุง เช่น กระเป๋าสาดจูด เส่ือสาด ซุ้มดัก
ปลา กระดง่ิ แขวนคอววั นอกจากนใี้ นทกุ ๆ สัปดาหจ์ ะมกี ารแสดง
ของเด็ก ๆ เช่น การเล่นดนตรี การแสดงมโนราห์ มาแสดงให้กับ
ผู้ที่มาเยือนไดช้ มกันด้วย ใครท่สี นใจสามารถมาเที่ยวตลาดสวนไผ่
ขวญั ใจได้ โดยจะเปดิ ตลอดทกุ วันอาทิตย์เทา่ น้นั

เที่ยวตลาดกันจนอ่ิมแล้ว ก็เดินทางต่อมา

ยัง “สะพานเฉลิมพระเกยี รติ ๘๐ พรรษา” หรือท่ี
เรียกกันอีกช่ือว่า “สะพานเอกชัย” สะพาน
มิตรภาพท่ีเช่ือมต่อระหว่างจังหวัดพัทลุงและ

จังหวัดสงขลา เส้นทางเส้นนี้ถือได้ว่าเป็นสะพานที่
ยาวที่สุดของประเทศไทย เน่ืองจากมีความยาว

ท้ังหมด ๑๔ กโิ ลเมตร โดยเราสามารถขับรถชมวิว
บริเวณข้างทางได้สบาย ๆ เน่ืองจากจะมีท่ีจอดรถ
ไว้ให้สาหรับการลงไปถ่ายรูป และชมบรรยากาศที่เต็มไปด้วยนกและควายเลนอ้ ย รวมถึงภาพวิถีชีวิตของ

ชาวบ้านในละแวกดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ทสี่ าคัญอย่าลืมซอื้ ของฝากท่บี รรดาชาวบ้านนามาจาหน่ายอยู่สอง
ข้างทางติดไม้ตดิ มือกลับไปฝากคนท่คี ณุ รักดว้ ยนะคะ

วรรณสารฉบับที่ ๖๔ วลิ าสวัฒนธรรมถ่ินใต้ หนา้ ๙๙

ก่อนจะเดินทางกลับ แวะทาบุญเข้าวัดกันก่อนที่ “วัดเขาอ้อ” ถือได้ว่าเป็นวัดเป็นวัดท่ีโด่งดัง
และมคี วามเกา่ แก่เปน็ ทนี่ ับถอื ของคนในพ้นื ทจ่ี ังหวัดพัทลุง มกั มคี นแวะเวียนมาไหวพ้ ระและทาพธิ ีกันมาก

เน่ืองจากมีการเล่าขานต่อ ๆ กันมาว่า “วัดเขาอ้อ เป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิ์ มีคาถาอาคม” คนท่ีมีความเชื่อ
ทางด้านนี้จะรู้กันดวี า่ ถ้าจะทาพิธศี ักด์ิสิทธ์กิ ็จะต้องมาถอื ศีลภาวนากันทีน่ ี่ อกี ท้งั ภายในวดั ยงั มีจุดชมวิวท่ี

ต้องขึ้นบันไดไม่ต่ากว่า ๑๐๐ ข้ัน เม่ือขึ้นไปจะเจอวิวบรรยากาศและมีรอยพระพุทธบาทอีกด้วย โดยมี
ความเช่ือว่าหากเดินข้ึนลงเขาอ้อทุกวันเป็นระยะเวลา ๓ เดือนจะทาให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นอยู่
นนั่ เอง ดงั นนั้ จงึ อยากพาทุกท่านมาตามรอยศาสนาและหาความเป็นสิรมิ งคลกนั ค่ะ

จุดชมวิววดั เขาออ้

ทั้งหมดน้ีเป็นเพียงส่วนหน่ึงของสถานท่ีท่องเที่ยวของจังหวัดพัทลุงเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลาย
สถานท่ีที่มีความน่าสนใจ และรอให้คุณได้เข้ามาค้นหาและสัมผัสอีกมาก ดังนั้นจึงอยากเชิญชวน
นักเดนิ ทางทีม่ ีใจรกั ในธรรมชาตใิ ห้ท่านไดม้ าสมั ผัสกับจังหวัดพัทลงุ เช่ือไดว้ ่าท่ีคุณจะหลงรกั และหลงใหล
ท่นี ่ีเหมอื นที่ฉนั ไดม้ าสัมผสั คะ่ เพราะทน่ี ี่คอื “เมืองลุง ไม่ปรงุ แตง่ จรงิ ๆ ”

กระดิง่ แขวนคอวัว วถิ ีชวี ติ ของชาวบ้านในการหาปลา

วรรณสารฉบับที่ ๖๔ วิลาสวฒั นธรรมถ่นิ ใต้ หนา้ ๑๐๐

ช้างชวนชลิ

นนั ทพร แทนพ่อ

เมือ่ พูดถงึ จงั หวัดภเู ก็ต แนน่ อนแทบทุกคนมกั จะนึกถึงทะเลเปน็ อบั ดับแรก เพราะจังหวดั ภูเก็ต
เป็นจังหวัดท่ีล้อมรอบไปด้วยน้าทะเลสีฟ้าครามท่ีตัดกับท้องฟ้าสีสดใส จึงทาให้ผู้คนหันไปเท่ียวทะเลกัน
เป็นส่วนใหญ่ แต่อีกมุมหนึ่งแทนท่ีเราจะขึ้นไปบนภูเขาหรือเข้าไปในป่า เราก็ยังสามารถอยู่ในเกาะที่
ล้อมรอบไปด้วยทะเล แล้วนั่งจิบกาแฟเพื่อดูช้างทากิจวัตรประจาวัน รวมไปถึงเราสามารถให้อาหารช้าง
ภายในคาเฟเ่ ก๋ ๆ ได้อกี ด้วย โดยสถานที่ทเ่ี รากาลังกล่าวถึงก็คือ “คาเฟ่ชา้ ง”

“คาเฟ่ชา้ ง” เปน็ คาเฟ่ที่ตกแต่งสไตลโ์ มเดิร์นลอฟท์ท่ีล้อมรอบไปด้วยสวนสวย ๆ มีต้นไม้ ดอกไม้
หลากหลายพันธุ์ แต่ท่ีพิเศษมากกว่าบรรยากาศตกแต่งก็คือเป็น “คาเฟ่ช้างแห่งแรกในจังหวัดภูเก็ต”
ท่ีพร้อมจะให้ทุกคนไปลั่นชัตเตอร์ถ่ายรูปคู่กับช้างแบบรัว ๆ และยังสามารถนั่งมองช้างเดินไปเดินมาได้
ซึ่งท่ีน่ีมีช้างทั้งหมด ๑๕ เชือก และมีการหมุนเวียนออกมาโชว์วันละ ๓ เชือก “คาเฟ่ช้าง” ถูกแบ่ง
ออกเป็น ๒ โซนหลัก ๆ คือ โซนคาเฟ่ และโซนแคมปงิ้ ทีจ่ ะพาเราไปเจอช้าง

วรรณสารฉบบั ที่ ๖๔ วิลาสวฒั นธรรมถ่ินใต้ หน้า ๑๐๑

โซนคาเฟ่ มีหลากหลายเมนูคาวหวาน และมีเครื่องดื่มท่ีเป็นซิกเนเจอร์ของร้านอย่าง “กาแฟข้ีช้าง”
ส่วนเครื่องดื่มอื่น ๆ ก็เริ่มต้นเพียงแค่ ๕๐ บาทเท่าน้ัน นอกจากน้ียังมีเบเกอรี่โฮมเมดรสเลิศให้
ไดล้ องชมิ กนั เช่น เคก้ ช็อคโกแลตหน้าน่ิม เค้กฝอยทองลาวา เปน็ ตน้

โซนแคมป้ิง เป็นโซนที่เราสามารถไปเล่นและให้อาหารช้างแบบใกล้ชิดอีกด้วย จุดเด่นของโซนนี้
คอื การท่ไี ดไ้ ปถ่ายรปู สดุ ชิคคู่กับเหล่าช้าง และรว่ มทากิจกรรมต่าง ๆ กบั ช้างไดม้ ากมาย เชน่ ทาอาหารให้
ช้าง อาบนา้ ใหช้ า้ ง เป็นตน้

นอกจากทะเลแล้ว “คาเฟ่ช้าง” เป็นอีกคาเฟ่หนึ่งที่มีความแปลกใหม่ จึงอยากแนะนาให้ทุกคน
มาท่องเที่ยว เย่ียมชมและให้อาหารเหล่าช้าง ไม่ใช่เฉพาะแค่คาเฟช่ ้างเท่านั้น แต่อยากให้ลองหันมาเทย่ี ว
คาเฟ่สัตว์ชนิดต่าง ๆ ดูบ้าง เพราะในจังหวัดภูเก็ตเองก็มีคาเฟ่สัตว์อีกมากมาย เช่น คาเฟ่หมา คาเฟ่แมว
คาเฟเ่ สอื เปน็ ต้น

พิกัด : ๒/๑๒ หมู่ท่ี ๖ ตาบลกะทู้ อาเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ๘๓๑๒๐ (ปากทางเข้าก่อนถึงน้าตก
กะทู้) เปดิ ให้บรกิ ารทกุ วนั ตง้ั แต่เวลา ๑๐.๐๐ น. – ๑๘.๐๐ น.

เบอร์โทร : ๐๙๔-๖๖๓๖๕๙๒

ภาพโดย : สริ ิรตั น์ กองแกว้

วรรณสารฉบบั ท่ี ๖๔ วิลาสวัฒนธรรมถน่ิ ใต้ หน้า ๑๐๒

อุ่นไอ...ในชนบท

นตี า มซู อ

“ฟ้าหลังฝนตอนกลางวันมรี างวลั เป็นสายรุ้ง
ฟ้าหลังฝนตอนกลางคืนมรี างวัลเป็นกลมุ่ ดาว”

ถอ้ ยคาข้างตน้ เปรยี บเสมอื นในหมู่บ้านของฉัน ฉนั ตนื่ นอนท่ามกลางแสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าลัด
ลอดตามรูปฝาผนังบ้านไม้ซอมซ่อเข้ามาเป็นลาแสงยาวเส้นตรงของแสงพวยพุ่งเข้ามาในห้องนอนอับ ๆ
ของฉัน ฉันออกไปนั่งดูผู้คนริมถนนหน้าบ้านในทุกเช้าของวันท่ีอากาศแจ่มใส ฉันมักจะได้ยินเสียง
รถจักรยานยนต์ผา่ นหน้าบ้านไปมา ผู้คนต่างไปทางานท่ีสวนของตนเอง ในตอนสาย ๆ ของวันจะไดย้ นิ เสียง
นกจ๊ิบ ๆ บินผ่านหน้าบ้าน นกเร่ิมเปล่งคาทักทายเป็นช่วง ๆ ดังเหมือนกาลังแสดงความดีใจที่ได้สัมผัสกับ
บรรยากาศอันแสนอบอุ่น

เช่นเดียวกันในเช้าวันที่ฝนตก เสียงเม็ดน้าฝนกระทบหลังคาบ้าน ท่ีอยู่เบื้องบนอย่างไม่ขาดสาย
ในช่วงต้น และค่อย ๆ เบาบางลงในช่วงปลาย ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นหยดน้าฝนโปรยปรายลง
มายังพน้ื ดิน ในขณะเดียวกนั ก็จะไดย้ นิ เสยี งรถแลน่ ไปมาหนา้ บ้าน ซง่ึ เปน็ รถจักรยานยนตข์ องชาวบ้านท่ีบ้าง
ก็ออกไปซ้ือของกินที่ร้านน้าชา และบ้างก็ออกไปทางานท่ีสวนของตนเองเช่นเดียวกับในวันท่ีท้องฟ้าแจ่มใส
รวมถึงเห็นเจ้าหน้าท่ีฝ่ายความมั่นคงเดินตระเวนผ่านไปมา เหตุการณ์ในบ้านเมืองไม่ค่อยสงบเท่าไร แต่ก็
เป็นเรอ่ื งธรรมดาสาหรบั คนสามจงั หวดั ชายแดนภาคใต้

ณ หมู่บ้านของฉันจะเป็นหมู่บ้านที่
มคี นมสุ ลมิ รอ้ ยเปอรเ์ ซ็นต์ ในทุก ๆ วนั จะ

ได้ยินเสียงอาซาน อัลลอฮ…ฮูอัคบัร ๆ
อัลลอฮ…ฮูอัคบัร ๆ (พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ ๆ
พระเจ้าผู้ย่ิงใหญ่ ๆ) เสียงอาซานดัง

ขึ้นมาเปรียบเสมือนเป็นสัญญาณให้ชาว
มุ ส ลิ ม ทั้ ง ห ล า ย ป ฏิ บั ติ ต า ม ศ า ส น กิ จ

อนั เปน็ กจิ วัตรประจาวนั ของผ้ทู ี่เป็นมสุ ลิม
ซึ่งเรียกกันว่า “การละหมาด” เป็นนมัส
ต่อผ้ทู ่ีเปน็ พระเจา้ (อลั ลอฮ.) และในทุก ๆ

วันศุกร์จะมีการรวมตัวกัน ครั้งใหญ่ใน
หมู่บ้าน เป็นการพบปะระหว่างเพอ่ื นบ้านหรือท่ีรู้จักในนามของ “การละหมาดวันศุกร์” และยังมีเทศกาลแห่ง

ความสขุ ที่คนมสุ ลิมทวั่ โลกรอคอย น่ันก็คือ วันตรษุ อสิ ลามหรือที่เรยี กกันวา่ “วนั ฮารรี ายอ”

วรรณสารฉบบั ที่ ๖๔ วลิ าสวัฒนธรรมถิน่ ใต้ หน้า ๑๐๓

“วันฮารีรายอ” เป็นวันสาคัญ
ของชาวมุสลิมทั่วโลก ช่วงเวลาในรอบ ๑
ปีของชาวมุสลิมจะมีวันฮารีรายอ ๒ ครั้ง
คือ วันตรุษอีดิลฟิตรี และวัน ตรุษ
อีดิลอัฎฮา ทุกคนต่างเดินทางกลับ
ภูมิลาเนาของตนเองเพ่ือร่วมประกอบ
พิธีกรรมทางศาสนาพร้อมเพียงกัน และ
ได้พบปะสังสรรค์กับเพ่ือน ญาติพ่ีน้อง
เพ่ือขออภัยซ่ึงกันและกัน อีกท้ังในทุก ๆ
ปีของวันฮารีรายอ คนที่มีความสุข
มากกวา่ ผูใ้ หญ่ น้นั ก็คือ เด็ก ๆ เน่ืองจาก
ได้แต่งตัวสวย ๆ และยังได้รับเงินจาก
ผู้ใหญ่ หรือท่ีเรียกกันว่า (เงินศอดากอฮ) ซึ่งฉันเองก็ไม่ต่างจากผู้คนเหล่านี้ สาหรับฉันการได้เจอญาติพ่ีน้อง
หรอื ผูใ้ หญ่ ถือวา่ เป็นความสุขอันยงิ่ ใหญม่ าก และฉันจะขอพรจากพระผูเ้ ป็นเจา้ ให้ทกุ คนในครอบครัวของฉัน
มอี ายุยืนยาว อยใู่ นวันฮารีรายออกี ในทุก ๆ ปี

ถึงแม้ว่าสิ่งเหล่านี้มันอาจจะดูไม่ได้พิเศษสาหรับคนในเมือง แต่สาหรับชีวิตเด็กชนบทอย่างฉนั
สง่ิ เหล่านถ้ี ือว่าเป็น “ความอบอุ่น” ในชวี ิต เพราะเราจะได้เห็นภาพและสัมผัสบรรยากาศที่ผู้คนต่างช่วยเหลือ
ซง่ึ กนั และกัน นับเปน็ ความสุขท่ีเรียบง่ายหาที่ไหนไม่ไดน้ อกจากในชวี ิตเดก็ ชนบท และนี่คือเหตุผลหน่ึงที่ทา
ให้ “ฉันหลงรักชีวิตในชนบทของตนเอง”

วรรณสารฉบบั ท่ี ๖๔ วิลาสวฒั นธรรมถิ่นใต้ หนา้ ๑๐๔

“ทวั ร์...กั่วป่า”

เบญจรตั น์ ศรสี วา่ ง

เมืองตะโกลา หรืออีกชื่อในปัจจุบันก็คือเมืองตะกั่วป่า ที่สมัยก่อนเฟื่องฟูไปด้วยเหมืองแร่ดีบุก
ถือเป็นอีกเมืองในจังหวดั พงั งาที่มคี วามน่าสนใจเป็นอย่างมาก เน่ืองด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมท่ีมีความ
ผสมผสานอย่างหลากหลายมาตงั้ แต่สมัยโบราณ ท้งั วัฒนธรรมจีน อินเดีย และอาหรบั เพราะเปน็ เมืองท่า
ท่สี าคญั แห่งหนง่ึ ในหัวเมืองแดนใต้สาหรบั การค้าขาย และแลกเปลีย่ นวัฒนธรรมในสมัยก่อน จงึ ทาให้เมือง
ตะกั่วป่าได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมมาจากผู้คนเมืองต่าง ๆ ที่เข้ามาค้าขายจนกลายมาเป็นเมือง
ประวตั ิศาสตร์ที่มคี วามคลาสสกิ อยา่ งลงตวั ในปจั จุบนั

ด้วยความท่ีเป็นเมืองเก่าแก่ จึงทาให้เมืองแห่งน้ีเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเท่ียวสุดเก๋ท่ีเกิดจากการ
ผสมผสานระหว่างวฒั นธรรมในอดตี กบั วัฒนธรรมในปจั จบุ นั ไดอ้ ยา่ งลงตัวและกลมกลนื วนั น้ีเราเลยจะพา
คณุ ผอู้ า่ นไปเปิดจดุ เชค็ อนิ ยอดฮติ ท่ีใครมาตะกัว่ ปา่ แลว้ จะพลาดเปน็ ไม่ได้

๑. จวนเจ้าเมืองเก่า และกาแพงค่าย
สถานท่แี หง่ นน้ี ับเปน็ หลักฐานทางประวตั ิศาสตร์
ที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของเมืองตะก่ัวปา่
ในสมัยก่อน เน่ืองด้วยเมืองตะก่วั ป่าเป็นเมืองที่
มีแร่ดีบุกเป็นจานวนมาก ทาให้มีพวกก่อความ
วนุ่ วาย และพวกท่ีตอ่ ต้านกฎหมายบา้ นเมืองอยู่
กระจายทั่วไป กาแพงเมืองจึงถูกสร้างขึ้นเพื่อ
เป็นการปกปอ้ งเมอื งจากบุคคลเหล่านั้น รวมไป
ทั้งศัตรูท่ีรุกรานในอดีต ปัจจุบันสถานท่ีแห่งน้ี
ยังคงปรากฏร่องรอยและซากกาแพงอยู่ด้านหนึ่งอย่างได้ชัด ทาให้เกิดความน่าสนใจแก่กล่มุ นักท่องเท่ียวที่
ไดม้ าเยอื นเมอื งตะก่วั ป่าแห่งนี้

๒. Trok Café (ตรอก คาเฟ่)คาเฟ่สดุ คลาสสิก
ที่มีท้ังอาหาร และเครื่องดื่มให้บริการในถนนศรี
ตะก่ัวป่า ร้านตั้งอยู่ระหว่างช่องของซากปรักหักพัง
จากตกึ เกา่ น่ันเอง นบั เปน็ มมุ ถา่ ยรูปอกี มมุ หนงึ่ ทก่ี าลัง
ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยร้าน Trok Café
(ตรอก คาเฟ่) จะเปิดเฉพาะวันเสาร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่
เวลา ๑๐.๐๐ – ๑๗.๓๐ น. หากมาวันธรรมดา
ร้านจะปิดให้บริการ แต่นักท่องเที่ยวยังสามารถเขา้ ไป
เยยี่ มชมรวมท้งั ถา่ ยรปู บริเวณด้านหน้ารา้ นได้

วรรณสารฉบบั ที่ ๖๔ วิลาสวัฒนธรรมถิน่ ใต้ หนา้ ๑๐๕

๓. สตรีทอารต์ (ถนนศรตี ะกั่วป่า)
ภาพวาดแนวสตรีทอาร์ตบนผนงั บ้านของคนใน
ชุมชนตะก่ัวป่า รูปภาพที่ถูกวาดขึ้นมานั้นจะ
เน้นเป็นภาพวิถีชีวิต และอาชีพด้ังเดิมของชาว
ตะก่ัวป่าในอดีต เช่น อาชีพขับรถสองแถว
อาชีพถลุงแร่ เป็นต้น ภาพเหล่านี้จะซ่อนอยู่ใน
ยา่ นบา้ นเรือนสไตลช์ ิโน –โปรตกุ ีส และกลายเปน็
จุดถ่ายภาพสุดเก๋ เพราะสามารถส่ือถึงความเป็น
ตะกว่ั ป่าได้อย่างเด่นชัด

๔. โรงเรียนเต้าหมิง โรงเรียนเต้าหมิง
เปน็ โรงเรียนสอนภาษาจนี แห่งแรก และแหง่ เดียว
ในเมืองตะก่ัวป่า โดยมีลักษณะเป็นตัวอาคาร
สีเหลืองสดใส แม้ในปัจจุบันจะปิดตัวลงแล้ว
แต่ตัวอาคารของโรงเรียนยังคงได้รับการบูรณะ
ดูแลให้อยู่ในสภาพดี เพื่อรักษาเอกลักษณ์
และกลิ่นอายความเป็นตะกั่วป่าให้อยู่คู่บ้านคู่เมือง
สืบไป นอกจากนี้ในปัจจุบันยังคงมีนักท่องเที่ยว
หมุนเวียนมาเยี่ยมชมความสวยงาม และเรยี นรูถ้ งึ ความเป็นมาของโรงเรยี นเต้าหมงิ แหง่ นีอ้ ยา่ งไมข่ าดสาย

๕. สะพานเหล็ก บุญสูง ในอดีต
เมืองตะกั่วป่าเจริญรุ่งเรืองมากในเรื่อง
เหมืองแร่ดีบกุ แต่พอยุครุ่งเรืองของเหมือง
ได้สน้ิ สุดลง จึงได้มีการนาเหล็กจากเรือขุดแร่
มาสรา้ งเป็นสะพาน กลายเป็น “สะพานเหล็ก
บุญสูง” เราแนะนาให้เดินลึกเขา้ มานดิ นึง
เพื่อเจอตรงช่วงสะพานข้ามแม่น้า โดย
บริเวณดังกล่าวจะมีบรรยากาศดี ลมพัด
เย็นสบาย และสามารถมองเห็นวิวแม่น้า
ตะก่วั ป่าได้ทง้ั ด้านหนา้ และดา้ นหลัง ปจั จบุ นั มกี ารตกแต่งพ้นื ทีจ่ นกลายเป็นจุดถ่ายรูปที่โดง่ ดงั อีกแหง่ หนึ่ง
ของเมืองตะกวั่ ป่า

วรรณสารฉบับที่ ๖๔ วลิ าสวัฒนธรรมถิน่ ใต้ หน้า ๑๐๖

๖. นาพ่อ แล นาขวัญ คาเฟ่วิวทุ่งนา
บรรยากาศชวนให้ด่ืมด่าไปกับธรรมชาติ ท่ีมีท้ัง
อาหาร และเคร่อื งด่ืมอยา่ งหลากหลายคอยบริการ
ราคาเป็นกันเองสุด ๆ ทั้งน้ียังมีมุมถ่ายรูปสวย ๆ
พร้อมทั้งมีกิจกรรมดี ๆ มากมายให้ร่วมสนุก เช่น
ขช่ี า้ ง ถ่ายรปู กบั ฝูงควาย การต้ังแคมปก์ ลางทุ่งนา
การปลูกข้าว เป็นต้น นับเป็นอีกหนึ่งสถานท่ีที่มี
นกั ทอ่ งเทย่ี วแวะเวียนเขา้ มาอยา่ งไมข่ าดสาย

จุดเช็คอินท่ียกตวั อย่างไปข้างตน้ เปน็ เพยี งบางส่วนเทา่ นน้ั เมอื งตะกวั่ ปา่ จงั หวดั พงั งา ยงั มีอะไรให้
ทุกท่านได้ค้นหา และได้เย่ียมชมอีกเป็นจานวนมาก อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเมืองตะกั่วป่าจะไม่ได้คึกคัก
อยา่ งเชน่ ในยคุ เหมอื งแร่เฟอื่ งฟู แตส่ ่ิงที่หลงเหลอื อยู่ในปจั จุบนั กลบั เปน็ ความสงบเรยี บง่ายของคนในชุมชน
แหง่ นี้ รวมท้ังวฒั นธรรม และสถาปตั ยกรรมทีเ่ ป็นเอกลักษณ์ ทาให้เมืองตะก่วั ปา่ แหง่ น้มี ีเสนห่ ์จนควรค่าแก่
การมาเย่ยี มเยือนเปน็ อย่างย่งิ

วรรณสารฉบับท่ี ๖๔ วลิ าสวัฒนธรรมถนิ่ ใต้ ภาพโดย : ตะก่ัวปา่ บา้ นเรา และ นาพ่อ แล นาขวัญ
หน้า ๑๐๗

ยอดกษตั ริย์นักพัฒน์ไทย / ศรัทธาแหง่ ศาสนาอิสลาม / อายรกั ณ บา้ นเรา /
เมอื่ พ่อแมแ่ ก่เฒา่ ชรากาล/ คุณงามความดี / มหาภยั โควดิ พษิ ไวรัส /
วิกฤตชาติ สูโ้ รคระบาด COVID-๑๙ / ชาติ ชวี ิต โควิด-๑๙ /

ผ่าน...COVID-๑๙ / คาเปน็ คาตาย ชิมิชิมิ /

เจา้ บทเจา้ กลอน

ยอดกษัตริยน์ กั พฒั นไ์ ทย

ยวิษฐา กาเนดิ ทอง

องคภ์ ูมิพลนน้ั รุจิครันสง่างาม
ทรงงานมเิ ว้นยาม พละเพ่ือประชาไทย
แหง้ แลง้ เกษตรหมน่ ปิตลิ น้ มิหวน่ั ไหว

ฝนหลวงพระช่วยไว้ ชนะแลง้ สบายครนั
มอบทฤษฎีใหม่ สุขะใกล้มิทกุ ข์กนั

ท่ีดินจะจัดสรร มผิ สมรมึ ว่ั ไป
ผืนนา้ และทน่ี า ปะทะฟ้ารึฝนได้
มีข้าวเจอะน้าไซร้ จะสบายเพาะปลูกดี

บ้านสวนและเลย้ี งสตั ว์ ปิตชิ ดั และเปรมปรดี ิ์
หน้ีสินจะไมม่ ี เพราะพระองค์ ธ นาทาง

ศรทั ธาแห่งศาสนาอิสลาม นตี า มูซอ
หนา้ ๑๐๘
ชาวอสิ ลามน้ี เขาจะมเี อกลกั ษณ์
ประเพณีประจกั ษ์ ว่าตา่ งนักจากพทุ ธเรา

ประกอบพิธฮี จั น์ ไดบ้ ุญชัดไม่อบั เฉา
เมกกะช่วยกล่อมเกลา กุศลเข้าไดบ้ ุญดี

ฮารรี ายอนัน้ กระทากนั ด้วยสขุ ขี
รน่ื เริงบนั เทงิ มี จรลจี ากศีลไป
ศลี อดที่ยึดมน่ั รว่ มสรา้ งสรรคส์ ิ่งดไี ว้

ศรัทธาจากหัวใจ ถวายองค์อัลลอฮเอย

วรรณสารฉบับท่ี ๖๔ วิลาสวัฒนธรรมถ่ินใต้

อายรกั ณ บ้านเรา

หยาดน้าใสรดหนิ อบอวลกล่ินธรรมชาติ ปวีณ์นชุ อ่อนแก้ว
กลน่ิ รักดจุ พงพี แสนสุขีเรงิ ร่า
ใบไม้ปลิวรว่ งหลน่ ซวนซบจนกลบดนิ สูดอากาศบรสิ ุทธ์ิ
จากนภางค์สู่หล้า มวลบปุ ผาเยา้ ยวน ลมโชยพาไสวพล้ิว
โฉบเฉ่ียวเผ่นเริงบนิ พลบคา่ ผินส่รู ัง แสงสอ่ งถ่นิ ใสสวา่ ง
หมู่มวลมติ รทัง้ หลาย เคยขา้ งกายชวี ิน วหิ คมวลเรงิ เล่น
ความรกั ยงั ตรงึ จติ
พร่าราพงึ วันวาน แสนสุขศานต์ราบเรียบ หวนถวิลคานงึ
หาใดเปรียบบ่มี (แลฤๅ)

เมื่อพอ่ แม่แก่เฒา่ ชรากาล ชนากานต์ มบี ญุ มาก

เมือ่ พอ่ แมแ่ ก่เฒ่าชรากาล ประคองท่านด้วยสองมือตรึงมน่ั ไว้

ทุกยา่ งก้าวล้วนแล้วต้องปลอดภัย ตอบแทนทา่ นด้วยหวั ใจตราบเท่านาน
บุพการแี กเ่ ฒ่าเจ้าต้องเลี้ยง วาดหวงั เพยี งท่านเปย่ี มสขุ ทกุ สถาน

แมจ้ านรรจ์ สารพนั เรอ่ื งวันวาน อย่าราคาญพรา่ บ่นจนช้าใจ
ยามท่านเจ็บเหน็บชามาดูแล ยามทา่ นแก่ปรนนบิ ัติไม่ขบั ไส
ยามทา่ นโศกโศกามาปลอบใจ ยามทา่ นไร้มลี ูกอยู่คู่กายา

ท่ัวโลกนมี้ ิมใี ครใคร่เทยี บ ฤๅจะเปรยี บมาดรดุจนางฟา้
สว่ นบิดรดุจดง่ั เทพเทวา น้อมเชิดชูบูชาบพุ การี

วรรณสารฉบับที่ ๖๔ วลิ าสวัฒนธรรมถ่นิ ใต้ หนา้ ๑๐๙

คณุ งามความดี

ปวีณน์ ชุ อ่อนแก้ว

ความดมี ิสูญสน้ิ จิตผนิ พยายาม

บากบนั่ ประกอบความ สุจริตเสมอมา
เสกสรรกระทาการ มนะหาญช่วั ชีวา
ควรคดิ พินิจหา มตชิ อบประกอบอัน

ร่วมกอปรประโยชน์ชน ประพฤตติ นดารงธรรม์
บาปกรรมละทั่วกนั บริสุทธิก์ ระจา่ งใจ

อ่อนโยนสุภาพนอ้ ม ทมะพร้อมมผิ นั ไป
ดั่งแสงสว่างใส หฤทัยเจรญิ งาม

มหาภยั โควิดพิษไวรสั

ศุทธิพรรณ ชนะจติ วกิ ลุ

มหาภยั โควิดพษิ ไวรัส มาขวางขดั ความสุขทุกข์แทนท่ี
ไอ้ไวรัสตวั รา้ ยแสนอปั ปรีย์ กาลกณิ บี า้ นเมืองกเู สยี จรงิ
โรคระบาดทาลายตายเปน็ แสน ขา้ มเขตแดนลุกลามมิหยดุ นง่ิ

มทิ นั จักหยอ่ นใจได้พักพิง เกาะเปน็ ปลิงดดู เลอื ดหดสใู จ
อนิจจามันพล่าให้พลัดพราก มวลมนษุ ย์ตอ้ งลาจากกนั ขวักไขว่
ต่างเรง่ รบี หาทางกาจัดภัย เรง่ แกไ้ ขปญั หาทีม่ ากมี

โรคระบาดแรงฤทธ์ติ ิดกันงา่ ย อาจไม่รอดปอดหายตายเปน็ ผี
ถกู โรคร้ายคุกคามนานนับปี อยากหลีกหนพี ษิ ภัยให้ไกลกัน

บทเรยี นจากโควิดพษิ ไวรัส ไมจ่ ากัดรวยจนหม่นโศกศัลย์
ฆาตกรตัวรา้ ยพษิ กลายพันธ์ุ พิษของมันแรงกว่าท่ีเคยมมี า
เป็นมนษุ ยร์ ู้ระวงั ให้หลกี เลยี่ ง ทีส่ ุ่มเสี่ยงหลีกให้ไวไกลปัญหา

เฝา้ ระวังป้องกันตวั ดว้ ยปัญญา เพยี รรักษาตวั รอดยอดดีเอย

วรรณสารฉบับที่ ๖๔ วลิ าสวฒั นธรรมถ่นิ ใต้ หน้า ๑๑๐

วกิ ฤตชาติ สโู้ รคระบาด COVID-๑๙

กรรณิการ์ สุขสมบูรณ์

กาฬโรคระบาดมั่วท่วั ประเทศ จึงเป็นเหตุให้สะดุดสุดวิสัย

โรคป่ายปีนจนี มาลาวเข้ามาไทย สายพนั ธใ์ุ หม่ชื่อโควิดตดิ ต่อกัน
อันสาเหตุเภทภัยที่ไดเ้ กิด ก็กาเนิดเกิดข้ึนกะทนั หนั

จากมนุษยส์ ดุ ประเสริฐว่าเลิศพันธ์ุ จากการกินถกู ลงทณั ฑ์คาบัญชา
เมอื่ กอ่ เกดิ กาเนดิ ขน้ึ มาแลว้ คงไม่แคลว้ ลาเคญ็ เป็นปัญหา
ค่อยค่อยแก้คิดชว่ ยดว้ ยปญั ญา ให้พ้นผ่านปัญหาอย่างท่เี ปน็

วอนชาวไทยร่วมด้วยช่วยกนั แก้ ผ่านพน้ แนว่ ิกฤตนท้ี ี่พบเห็น
หากรว่ มด้วยช่วยทกุ คนพน้ ลาเค็ญ กลบั มาเหน็ ความรุ่งเรืองของเมอื งไทย

ชาติ ชวี ติ โควดิ -๑๙

เกวลี ส่งศรี

เหล่าไวรสั วายรา้ ยทาลายชีพ เหตุการณบ์ ีบอดั แน่นหัวใจฉนั

ยินเสยี งคนบน่ ร้องทกุ คนื วนั พรา่ ราพันใหพ้ น้ ผ่านไปด้วยดี
เจา้ โควิดพิษรา้ ยเกนิ กวา่ คาด เจ้าร้ายกาจจนผู้คนคอยหลกี หนี
คนใกลช้ ดิ ต้องเหินหา่ งทบทวี แม้นมั่งมีสนิ ทรัพยต์ ้องอับจน

หลายระลอกเวยี นวา่ ยไม่ยอมหยุด มวลมนษุ ยอ์ ่อนลา้ ทุกแหง่ หน
ล้มแลว้ ลกุ ลกุ แล้วล้มหนอผู้คน จะต้องทนต้องทุกขถ์ ึงเม่ือไร

ขออานาจบารมสี งิ่ ศักดสิ์ ทิ ธิ์ ช่วยลขิ ติ สรรพสิ่งสวยสดใส
โควิดร้ายจงสญู หายลาลับไป โลกท้ังใบเกษมสุขทุกวนั เทอญ

วรรณสารฉบบั ที่ ๖๔ วิลาสวฒั นธรรมถ่ินใต้ หนา้ ๑๑๑

ผา่ น...COVID-๑๙

ศศิวิมล ประคีตวาทนิ

ผวากลวั หม่นใจให้จิตตก ไม่ตลกโควดิ มาพามวั หมอง
มองทางไหนต่างกเ็ หน็ จดุ คดั กรอง คอยวัดสอ่ งหนา้ ผากฝากล้างมอื
ทสี่ งสารจับจติ คอื แมค่ า้ ของนามาตง้ั แผงใหห้ ้ิวถอื

พร้อมแหกปากตะโกนทัง้ คอยตื๊อ วอนช่วยซอื้ ของฉันกนั แกว้ ตา
เศรษฐกจิ ตกต่าทกุ คนแย่ ไม่ยอมแพ้ต่อสู้คคู่ วามกล้า

ผ่านโควิดครัง้ น้แี กร่งวชิ า ดว้ ยปญั ญาเรยี นรสู้ กู้ ันไป
ต้องรว่ มด้วยชว่ ยเหลอื เกอ้ื กูลกัน พรอ้ มทง้ั หมนั่ รักษาตนเป็นนสิ ัย
ของห้ามลมื คือหน้ากากอนามยั คณุ ปลอดภยั เราปลอดภัยไวใ้ จกัน

คาเปน็ คาตาย ชมิ ิชิมิ

ปฏวิ ตั ิ ทองบุญยัง

ทีเ่ ธอตรงเข้ามาทัก เพราะอยากรู้จกั คาเปน็ ชมิ ิ

แลว้ ทีเ่ ข้ามาขอไลน์ อยากรจู้ ักคาตาย ชิมชิ มิ ิ
มานัง่ ใกล้ใกลฉ้ นั ได้ ฉนั จะบอกให้ จดดิจดดิ
มนั เขนิ นะเธอ มนั เขนิ นะเธอ งงุ ิงงุ ิงงุ ิ

กเ็ หมือนทเี่ ธอไดเ้ รยี น คาเป็นไม่ยากหรอกหนา
คาเปน็ มีวา่ คาคานนั้ ตอ้ งเป็นเสยี งยาว

ถ้าชอบก็ลองบอกมา เพราะตัวสะกดน้ันหนา
ตอ้ งจาไว้นะ กง กน กม เกย เกอว ตวั สะกด
ตอ้ งเป็นเสียงส้ัน ชิมชิ มิ ิ
ตอ่ ไปกค็ ือคาตาย
แม่กก กบ กด ชิมิชิมิ
ส่วนตัวสะกดนั้นคอื คาเปน็ คาตายสาคัญนะสิ
น้องนอ้ งต้องจาให้ได้
เพราะมันสาคัญ ชมิ ิ
ตอ้ งจาให้หมด ตอ้ งจาใหห้ มด

ทานองเพลง : ชมิ ิ
ศิลปนิ : บลเู บอร์รี่

วรรณสารฉบบั ที่ ๖๔ วิลาสวัฒนธรรมถนิ่ ใต้ หนา้ ๑๑๒

มะโซะยาวี บูดายอ แนแน่ะมอยัง ณ อาเภอยะหา จงั หวดั ยะลา /
“บัวหิมะ” / ๕ พืชผักขา้ งบ้าน / ตบวาด / เหด็

เกร็ดความรู้

มะโซะยาวี บดู ายอ แนแนะ่ มอยงั
ณ อาเภอยะหา จงั หวัดยะลา

อาซีละห์ ตหู ยง

มาโซะยาวี เป็นประเพณีท่ีสาคัญอย่างหนึ่งที่ชาวไทยมุสลิมทุกมุมโลกที่เป็นผู้ชายจะต้องปฏิบัติ
ตามบทบัญญัติของศาสนาที่ได้กาหนดไว้ ซ่ึงในการประกอบพิธีกรรมนั้น ในบางพ้ืนที่จะมีการปฏิบัติท่ี
แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความเชื่อ ความศรัทธาของคนในชุมชน ซึ่งเป็นการถ่ายทอดจากแนแน่ะมอยัง
หรือบรรพบุรุษ ของชุมชนนั้น ๆ และพื้นท่ีท่ีมีประเพณีการเข้าสุหนัตที่มีความน่าสนใจ คือ อาเภอยะหา
จังหวดั ยะลา เพราะผคู้ นยงั คงยึดมนั่ ตามหลักศาสนาอิสลาม ทาให้มกี ารสง่ั สม สบื ทอดประเพณี พิธีกรรม
และความเช่ือต่าง ๆ ที่เกิดจากความศรัทธาของศาสนาต่อเนื่องกันมา มีแนวทางการดาเนินชวี ิตท่ีเปน็ ของ
ตัวเองในการสร้างสรรค์ประเพณี ซึ่งประเพณีการเข้าสุหนัตเป็นหน่ึงในประเพณีที่มีลักษณะเด่นของชาว
อาเภอยะหา จังหวัดยะลา ท่ีได้ปฏิบัติกันมาตามความเช่ือ ความศรัทธาของคนในสังคม ตามที่แนแน่ะ
มอยัง หรอื บรรพบรุ ุษไดป้ ฏิบัติและสืบทอดกันมา โดยมลี กั ษณะ และการปฏบิ ตั ิตามขน้ั ตอนดังน้ี

๑. ลกั ษณะประเพณกี ารเข้าสหุ นตั อาเภอยะหา จงั หวดั ยะลา
การเข้าสุหนัตเป็นประเพณีท่ีสาคัญทางศาสนาอิสลาม ท่ีผู้ชายมุสลิมทุกคนต้องปฏิบัติ

เพื่อเป็นการชาระล้างทาความสะอาดร่างกาย ซึ่งแต่ละพื้นที่จะมกี ารปฏิบัติท่ีมีรายละเอียดแตกตา่ งกนั ไป
สาหรับอาเภอยะหา จังหวัดยะลา จะทาพิธีการเข้าสุหนตั ให้แก่เด็กชายที่มีอายุ ๘ - ๑๒ ปี การเข้าสหุ นัต
ที่อาเภอยะหาจะมีการจัดแบบเดี่ยว และกลุ่ม ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ถ้าจัดแบบเดี่ยวจะจัดขึ้นในวัน
รายออิดิลอัฎฮา เพราะจะมีการทากุรบาน (เชือดสัตว์) และนาเน้ือสัตว์ที่เชือดน้ันไว้ทาอาหารแก่ผู้ท่ีมา
ร่วมงาน เพราะบางครอบครวั อาจจจะมีไม่มงี บในการที่จะจัดเลี้ยง จึงถือวันรายออิดิลอัฎฮาท่ีตนได้เชอื ด
กุรบาน ๑ ส่วนน้ัน มาจัดเลี้ยงแขก (จะมีส่วนน้อย มีเฉพาะบางครอบครัวเท่านั้น) แต่ถ้าจัดแบบกลุ่มผู้นา
ชุมชนจะมีการประชุมก่อนว่าครอบครัวไหนที่มีความประสงค์จะให้ลูกชายเข้าพิธีการเข้าสุหนัตในคร้ังนี้
บ้าง เม่ือมีคนหลายคนที่จะเข้าพิธีการเข้าสุหนัตผู้นาชุมชนก็จะมีการไปเชิญโต๊ะมูเด็ง (ผู้ที่ทาหน้าที่ขลิบ)
และจัดดูวนั เวลาท่ีเหมาะสม โดยสว่ นใหญจ่ ะจัดขึ้นในชว่ งบแู ลตีโม (เดอื นข้ึน) หรือเดอื นระญับ เดอื นท่ี ๗
ของศาสนาอิสลาม เพราะเป็นเดอื นท่ีเชอื่ กนั ว่ามีความบารอกัต (ความเปน็ สริ มิ งคล) ซ่งึ การจัดแบบกลุ่มนี้
จะมีการจัดแบบย่ิงใหญ่ จะมีการนาช้างมาเดินขบวน และเด็กที่จะเข้าพิธีน้ีก็จะต้องขึ้นอยู่บนหลังช้าง

วรรณสารฉบบั ที่ ๖๔ วลิ าสวฒั นธรรมถนิ่ ใต้ หนา้ ๑๑๓

เพราะมีความเชือ่ วา่ พอเขา้ พธิ ีแล้ว เดก็ จะไมเ่ จบ็ และทุกคนในชุมชนก็จะช่วยกัน เพ่ือให้พิธีการเข้าสุหนัต
มีความสมบรู ณม์ ากทส่ี ุด โดยมขี ัน้ ตอนการปฏบิ ัติ ๓ ขัน้ ตอน ดงั น้ี

๑.๑ ขนั้ ตอนการปฏิบตั พิ ิธีการในชว่ งการเตรยี มงานประเพณีการเขา้ สุนัต
เป็นข้ันตอนในการจัดเตรียมงานต่าง ๆ การวางแผนในเรื่องของอาหารท่ีจะจัดงาน เพื่อให้มี

ความเหมาะสม และเป็นสิริมงคลมากที่สุด การจัดแบ่งหน้าที่ต่าง ๆ ให้แต่ละคน เพ่ือกันข้อผิดพลาด
ท่ีจะเกิดขึ้น รวมไปถึงการวางแผนในเรื่องของอุปกรณ์ สิ่งที่ใช้ต่าง ๆ ในการประกอบพิธี และอาหาร
ที่จะจดั เตรียมไว้ ให้แก่แขกทเี่ ขา้ รว่ มงาน นอกจากน้ยี ังตอ้ งมีการเชิญชวนญาตมิ ิตร เพือ่ มารว่ มงาน

กาหนดวนั เวลาท่ีจะประกอบพธิ เี ขา้ สหุ นตั ซึ่งการเข้าสหุ นัต คือ การขลิบหนังหมุ้ ปลายอวัยวะเพศ
ชาย สาหรับผู้ท่ีนับถือศาสนาอิสลาม ซ่ึงผู้ชายทุกคนจะต้องผ่านพิธีการนี้ โดยคนในอาเภอยะหา จังหวัด
ยะลา จะเขา้ สหุ นัตในวันฮารีรายออีดิลอฎั ฮา (รายอกุรบาน หรือรายอทม่ี ีการเชอื ดสตั ว)์ หรอื เดือนระญับ
เดือนท่ี ๗ ของอิสลาม เพราะเช่ือว่าเป็นเดือนท่ีเต็มไปด้วยความบารอกัต หรือท่ีเรียกว่า บูแลตีโม
(เดือนข้ึน) โดยจะทาพิธีในตอนเช้า เพราะเป็นช่วงที่ดีและเหมาะสม เป็นช่วงที่อัลลอฮ์กาลังประทานริสกี
ให้แก่บ่าวของพระองค์ ซึ่งการจัดงานในอดีตน้ันจะมีการจัดแบบเด่ียวและกลุ่ม ขึ้นอยู่กับความสามารถ
ของแต่ละครอบครัว สาหรับครอบครัวท่ีมีฐานะไม่ค่อยดี ก็จะใช้ช่วงเวลาของวันรายออิดิลอัฎฮา เพราะ
จะเปน็ รายอทม่ี กี ารเชอื ดกรุ บาน จะไดน้ าเน้อื ววั นั้นมาจัดเลี้ยงแขกทีม่ าร่วมงาน สว่ นคนทีม่ ีฐานะดี ก็จะมี
การจัดแบบกลุ่ม จะจัดในช่วงเดือนระญับ เดือนท่ี ๗ ของศาสนาอิสลามนั่นเอง ท่ีสาคัญจะมีการนาช้าง
มาเดินขบวนแห่ในการทาพิธีนี้อีกดว้ ย หรือบางบ้านก็จะทาแค่เนื้อกุรบาน บางบ้านท่ีมีฐานะร่ารวยกจ็ ะมี
การเชญิ ชา้ งมาร่วมเพราะเปน็ การจัดงานแบบกลมุ่ ใหญ่

การเชญิ ญาติมิตร ผูท้ าพธิ ี และผนู้ าศาสนา เช่น โต๊ะมเู ด็ง โต๊ะอีหมา่ ม โตะ๊ คอเตบ็ เปน็ ต้น ถ้าจัด
แบบเด่ียวนั้น ก่อนถึงวันกาหนดการเข้าสุหนัต เจ้าภาพหรือบรรดาพอ่ แม่ก็จะเร่มิ บอกกล่าวเชิญชวนดว้ ย
วาจา อาจจะเร่ิมจากญาติพี่นอ้ งใกล้ชิด ผู้ทาพิธี และผู้นาศาสนา แต่ถ้าจัดแบบกลุ่มผู้นาชุมชนจะเป็นคน
ประกาศใหป้ ระชาชนได้ทราบพรอ้ มกัน สว่ นญาตมิ ติ รทอ่ี ยตู่ ่างถิน่ นัน้ พอ่ แมจ่ ะเป็นคนเชิญ

การเตรียมอาหารที่ใช้เลี้ยงผู้เข้าร่วมงาน ซึ่งเมื่อบอกกล่าวเชิญชวนเรียบร้อยแล้ว เจ้าภาพหรือ
บรรดาพอ่ แม่จะมกี ารเตรียมการในเร่ืองของอาหารที่ใชเ้ ลยี้ งผู้เข้าร่วมงาน โดยจะนาเนอื้ กุรบานมาทาแกง
ผดั หมี่ น้าพริก ผกั ๆ เพ่อื จัดเลย้ี งแก่แขกทีม่ ารว่ มงาน ส่วนการทาข้าวเหนยี วขาว ขา้ วเหนียวเหลือง ไข่ตม้
ทาคาโส จะทาตอนกลางคืนท่จี ะจัดงาน และเชิญใหผ้ ู้นาศาสนามาอ่านดอู าขอพรจากพระผเู้ ปน็ เจา้ เพ่ือให้
การจัดทาพิธใี นวันพรงุ่ น้ีน้ันผ่านไปด้วยดี

การเตรียมความพรอ้ มก่อนการเข้าสุหนัต การเข้าสุหนัตแบบโบราณ โต๊ะมูเด็ง (ผู้ทาหน้าที่ขลิบ)
นั้นจะมีเคร่ืองมือไม่มาก จะใช้วิธีการแบบง่าย ๆ ส่วนการเข้าสุหนัตในปัจจุบันจะใช้เครื่องมือการแพทย์
สมัยใหม่เพื่อให้เกิดความสะดวก ปลอดภัย และลดความหวาดกลัว โดยจะมีการฉีดยาชาให้กับเด็กเพื่อ
ไม่ให้เด็กนั้น รู้สึกเจ็บ ซึ่งในการขลิบปลายอวยั วะเพศของเดก็ ผู้ชายน้นั จะต้องมีการเตรียมความพร้อมมา
ก่อนทจ่ี ะเขา้ ทาการเข้าสุหนัต คอื จะตอ้ งเตรียมความพร้อมโดยการอาบน้ามากอ่ น เพ่ือทจ่ี ะทาให้อวัยวะ
เพศหดลง เพ่อื ความสะดวกและง่ายในการดงึ หนงั หมุ้ ปลายอวยั วะเพศ สว่ นการจัดสถานที่ ถา้ จดั แบบเด่ยี ว
จะจดั ทาทบ่ี ้าน สว่ นการทาแบบกลมุ่ นั้น จะจดั ทาที่ศูนย์รวมของชุมชนทเี่ ปน็ พ้ืนท่ีใหญ่ เพ่อื สามารถบรรจุ
เดก็ ทจี่ ะเขา้ พธิ หี ลายคนได้ เพอ่ื ความสะดวกแก่ผทู้ ่ที าพิธีและแขกท่มี าร่วมงาน

วรรณสารฉบับท่ี ๖๔ วิลาสวฒั นธรรมถน่ิ ใต้ หน้า ๑๑๔

๑.๒ ข้ันตอนการปฏิบัตพิ ิธกี ารในชว่ งการจดั งานประเพณเี ข้าสุหนัต
เป็นขนั้ ตอนในชว่ งการจดั งานภายในงานทงั้ หมด ซ่ึงขัน้ ตอนนจี้ ะเป็นขัน้ ตอนทมี่ คี วามสาคัญ

อย่างมาก เพราะจะเป็นช่วงของการประกอบพิธี หากมีความผิดพลาด อาจจะทาให้การทาพิธีในคร้ังนั้น
ไม่มีความสมบรู ณ์

ก่อนจะทาการขลิบเด็กท่ีจะเข้าสุหนัตจะข้ึนบนหลังช้างก่อน เพราะเชื่อว่าเด็กจะได้ไม่เจ็บ
หลังจากท่ีเด็กได้เตรียมความพร้อมเรียบร้อยแล้ว การเข้าสุหนัตแบบโบราณก่อนท่ีโต๊ะมูเด็ง (หมอที่ทา
หนา้ ท่ขี ลบิ ) จะทาการขลิบหนงั หมุ้ ปลายอวัยวะเพศ จะมกี ารนาลาต้นของกลว้ ยอันเล็กมาใช้ เพือ่ ให้เด็กได้
นั่ง เพราะลาต้นของกล้วยจะมีความเย็น และนาใบกล้วยมาใช้วางอปุ กรณ์ของโต๊ะมูเด็ง (หมอที่ทาหน้าที่
ขลิบ) แล้วโต๊ะมูเด็ง (หมอที่ทาหน้าที่ขลิบ) ก็จะทาการขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชายด้วยไม้ตับ
(ไม้สาหรบั หนีบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ โดยใชไ้ มไ้ ผ่ในการทาไม้ตับ)และใบมีดโกน หลงั จากนัน้ จะทาการ
ดึงให้ปลายหนังหุ้มอวัยวะเพศมันยืดและบางที่สุด หลังจากน้ันก็จะทาการขลิบออกมา โดยในการทาพิธี
จะต้องมีผู้นาทางศาสนา เช่น โต๊ะอิหม่าม โต๊ะมูเด็ง (ผู้ทาพิธีขลิบ) เป็นต้น มาอ่านดุอาอฺอฺ เพ่ือเป็นการ
ขอพรจากพระเจา้ เสรจ็ แลว้ จึงเอายาใส่แผล สมยั กอ่ นใช้ยาสมุนไพร เช่น ยาจาพวกรากไม้ เปลือกไม้ ข้ผี ้ึง
เป็นต้น แต่ปัจจุบันใช้ยาตาราหลวงรักษาแก้การอักเสบ ซ่ึงสะดวกและหายเร็ว โดยจะทาท่ีบริเวณอวยั วะ
เพศ ทาอย่างสม่าเสมอ เมื่อเสร็จส้ินการทาพิธีเข้าสุหนัตเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นก็จะให้เด็กไดน้ อนพัก
แล้วนุ่งผ้าขาวม้าหรือผ้าถุงผืนเดียว (โดยการใส่ผ้า จะต้องมีการนาเชือกแล้วผูกกับผ้าถุงให้สูง เพื่อปกปิด
อวัยวะเพศและเพ่ือป้องกันไม่ให้ผ้าโดนอวัยวะเพศ) จากกรรมวิธีข้างต้น จะเห็นได้ว่าในอดีตจะมีความ
แตกต่างจากปัจจุบันในเรื่องของเคร่ืองมือ เนื่องจากในปัจจุบันจะใช้การแพทย์สมัยใหม่เพ่ือให้เกิดความ
สะดวก ปลอดภัย และลดความหวาดกลัวให้กับเด็ก โดยวิธีการปัจจุบันนั้นจะมีการฉีดยาชา แทนการข้ึน
บนคอช้าง เพ่อื ไม่ให้เดก็ น้นั ร้สู กึ เจ็บ ซ่งึ ผทู้ ่สี ามารถอยู่นนั้ จะเปน็ ผู้ชายเทา่ นั้น เพราะผู้หญงิ จะมีหนา้ ที่ดูแล
อาหารต่าง ๆ ท่จี ะเลย้ี งแจกทีม่ ารว่ มงาน เวน้ แตผ่ หู้ ญงิ ทีเ่ ปน็ แม่ของเด็กเทา่ น้ันทจี่ ะเขา้ ได้

๑.๓ ขน้ั ตอนการปฏิบตั พิ ธิ ีในชว่ งหลังการจัดงานประเพณีเข้าสุหนตั
เป็นข้ันตอนสุดท้ายสุดของประเพณี ซึ่งจะเป็นช่วงของการเลี้ยงอาหารให้แก่แขกท่ีมา

รว่ มงาน พรอ้ มผนู้ าอา่ นดอู าขอพรจากอัลลอฮ์ และอา่ นซอลาวัตนาบีพรอ้ มกนั เปน็ การแสดงการให้เกยี รติ
แก่ท่านนบี เพราะมีความเชื่อว่าเด็กที่เข้าพธิ ีสุหนตั นั้น จะได้ไม่เจ็บป่วย และได้หายไวไว รวมถึงขอพรให้
ทกุ คนทเี่ ข้าร่วมงานมคี วามสิรมิ งคลกนั ทุกคน

เม่อื เสรจ็ ส้นิ จากการเข้าสุหนัต ก็จะใหผ้ ู้นาศาสนาทาการดุอา เพ่ือเป็นความบารอกตั ในการทาพิธี
(ความเป็นสิริมงคล) อีกครั้งหนึง่ และจะมีการแสดงปาจาสีละหน้าอาหารที่วางไว้ (ศิลปะการแสดงอย่าง
หน่ึง) โดยจะแสดงข้างนอกบ้าน โดยท่ีจัดทาการแสดงน้ันจะมีการวางข้าวเหนียวและวางไข่ต้มบนข้าว
เหนยี ว ไก่ยา่ ง และนาต้นไมท้ น่ี าก้านออกมาแล้ว มาวางไว้ และแขวนขนมหวานต่าง ๆ และแขวนธนบัตร
เพ่ือให้แขกได้ชมกันและศอดาเกาะห์ (บริจาคทาน) แก่เด็กท่ีเข้าสุหนัต และมีการเลี้ยงอาหารให้แก่แขก
ท่ีมาร่วมงาน เช่น แกงไก่หรือแกงเน้ือ ข้าวเหนียวขาว ข้าวเหนียวเหลือง วุ้น ผัดหม่ี เป็นต้น ซ่ึงเม่ือมี
ผู้เข้าร่วมงานหรือญาติ ๆ พี่น้องมารับประทานอาหาร ก็จะมีการนาของฝากมาด้วย เช่น น้าตาลทราย
ขนม เปน็ ตน้ ส่วนเดก็ ทเ่ี ข้าสุหนัตน้ันจะตอ้ งละเวน้ การกินอาหารต่าง ๆ จะกินได้แค่เนื้อยา่ ง เพราะจะเปน็
การรกั ษาใหแ้ ผลหายเร็ว

(อสุ มาน กลี ะ ๒๕๖๓, สัมภาษณ)์

วรรณสารฉบบั ท่ี ๖๔ วลิ าสวัฒนธรรมถิ่นใต้ หนา้ ๑๑๕

จากขั้นตอนและการปฏิบัติพิธีการเข้าสุหนัตดังกล่าว นอกจากเป็นการถือปฏิบัติเพื่อตามหลัก
ศาสนาแล้ว ยังเป็นการสร้างขวัญกาลังใจเพื่อเป็นมงคลของชีวิต และเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงความ

เคารพตอ่ พระผู้เป็นเจา้ ช่วยทาให้คนในชุมชนมีความสามัคคี ช่วยเหลอื ซงึ่ กนั และกัน และยังชว่ ยทาใหเ้ ด็ก
นั้นเกรงกลัวท่ีจะทาความผิด ซึ่งการจัดทาพิธีต่าง ๆ นั้นขึ้นอยู่กับความเชื่อ ความศรัทธาของแต่ละคน

โดยการทาพิธีการต่าง ๆ จะเป็นกระบวนการสืบทอดต้ังแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อาจเห็นได้ว่าพิธีการ
บางอย่างสูญหายไป เนื่องจากคนในชุมชนได้รบั การเรยี นศาสนามากย่งิ ขึ้น ทาให้ความเชื่อต่าง ๆ ท่ีเคยมี
มาลดลงไป แต่บางครอบครัวก็ยงั คงยดึ ถือปฏิบัติแบบด้ังเดิมตามความเช่ือของบรรพบุรุษที่ได้ได้ถ่ายทอด

กันมา จะเป็นการถ่ายทอดแบบรุ่นสู่รุ่น จะได้รับการจดจาพิธีการของบรรพบุรุษ แล้วนามาปฏิบัติกัน
จนถึงปัจจุบนั อย่างไรก็ตาม ถึงพิธีการบางอย่างจะมีการปรับเปลี่ยนไป แตบ่ ทบญั ญัตขิ องการทาประเพณี

การเข้าสุหนัตนั้นจะต้องคงอยู่ เพราะเป็นส่ิงสาคัญและเป็นส่ิงที่ผู้ชายทุกคนจะต้องทา ไม่สามารถท่ีจะ
เปล่ียนแปลงบทบัญญัติน้ีได้ ซึ่งในการประกอบพิธีนั้น จะมีความเหมือนและแตกต่างกันไปนั้น ขึ้นอยู่กับ
ความเชอื่ ความศรัทธาของคนในชุมชน โดยจะต้องอาศยั หลักความถูกต้องของศาสนา

อาหารทใี่ ช้ในพธิ ี หรอื เรยี กวา่ การทาคาโซ อุปกรณ์ทีใ่ ชใ้ นพิธกี ารเขา้ สุนัต

เด็กหลงั จากทเี่ ขา้ พิธสี หุ นัต พธิ กี ารแห่ชา้ งการเขา้ สุหนตั

วรรณสารฉบับที่ ๖๔ วิลาสวฒั นธรรมถนิ่ ใต้ สมั ภาษณ์ : นายอสุ มาน กีละ
ผสู้ ัมภาษณ์ : นางสาวอาซีละห์ ตหู ยง
วนั ท่ีสมั ภาษณ์ : ๓ กนั ยายน ๒๕๖๓

หนา้ ๑๑๖

“บวั หมิ ะ”

ธันยาวาท ทองใหม่

หากพูดถึงบัวหิมะ หลายคน
ค ง จ ะ นึ ก ถึ ง ค รี ม บั ว หิ ม ะ ท่ี มี
ส ร ร พ คุ ณ ใ น ก า ร ช่ ว ย รั ก ษ า
บาดแผลต่าง ๆ และครีมท่ีใช้ทา
หน้าเพือ่ บารุงใหข้ าวใส แตน่ อ้ ยคน
ท่ีจะทราบว่าจริง ๆ แล้วช่ือน้ียัง
เป็นชื่อของพืชกินหัวอีก ชนิด
เช่นกันวันน้ีดิฉันเลยจะมาแนะนา
พืชท่ีมีชื่อเดียวกันน้ีมาใหท้ ุกคนทา
ความรู้จักกันให้มากขึ้น ขอบอก
เลยว่าพืชชนิดน้กี ินได้ แถมยังดตี ่อ
สุขภาพ หากใครที่อยากมีสุขภาพ
ดี พชื ชนิดนก้ี ็เป็นทางเลือก

ผลบัวหิมะ นามารับประทานเป็นอาหารเป็นสารให้ความหวานจากธรรมชาติ นอกจากน้ีบัวหมิ ะ
ยังเป็นพืชที่มีแคลอรีไม่สูงมากจึงทาให้ผลบัวหิมะเป็นตัวเลือกในการลดน้าหนักที่ได้รับความสนใจมาก
บัวหิมะไม่ได้มีแค่รสชาติอร่อย แต่ยังเป็นพืชท่ีมีสรรพคุณเก่ียวกับสุขภาพมากมาย โดยสรรพคุณของบัว
หิมะมีดังนี้

๑. ชว่ ยในการลดนา้ หนัก
น้าตาลจากธรรมชาติของบัวหิมะมีส่วนช่วยลดน้าหนักได้ ผู้หญิงท่ีรับประทานนา้ เชื่อมบัวหิมะใน

ปริมาณ ๐.๑๔-๐.๒๙ กรัม ต่อน้าหนักตัว ๑ กิโลกรัม ติดต่อกันอย่างน้อย ๑๒๐ วัน จะทาให้น้าหนัก
ดชั นมี วลกาย และรอบเอวลดลง ที่เป็นเชน่ น้ันกเ็ พราะวา่ น้าเชื่อมบวั หมิ ะจะเข้าไปสร้างความรู้สึกอมิ่ ให้กับ
ร่างกาย ช่วยใหค้ วามอยากอาหารลดลง

๒. ลดระดบั คอเลสเตอรอลและไตรกลเี ซอไรด์
ในบัวหิมะมีน้าตาลชนิดหน่ึงที่ชื่อว่าฟรุกโตโอลิโกแซคคาไรด์ มีคุณสมบัติในการลดระดับ

ไตรกลีเซอไรด์ และคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี โดยการศึกษาในปี ๒๐๑๑ พบว่า หนูทดลองท่ีเป็น
โรคเบาหวาน เมื่อได้อาหารเสริมท่ีมีส่วนผสมของบัวหิมะติดต่อกันทุกวัน ระดับไตรกลีเซอไรด์และ
คอเลสเตอรอลชนิดไมด่ ี มีอตั ราลดลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมกี ารศกึ ษากับมนษุ ย์แสดงให้เห็นวา่ การ
รับประทานบัวหิมะเป็นประจาจะช่วยลดไขมันท้ังสองชนิดได้เช่นกัน และเมื่อระดับไขมันท้ังสองชนิดนี้
ลดลง ความเสีย่ งโรคหวั ใจและหลอดเลอื ดกจ็ ะลดลงตามไปด้วย

วรรณสารฉบบั ที่ ๖๔ วิลาสวฒั นธรรมถน่ิ ใต้ หนา้ ๑๑๗

๓. ลดนา้ ตาลในเลือด
แม้ว่าบัวหิมะจะมีรสชาติหวาน แต่รสชาติหวานน้ีก็มาจากน้าตาลธรรมชาติ โดยมีการศึกษาพบว่า

อินูลินเป็นสารที่ส่งผลดีต่อการทางานของอินซูลินในร่างกาย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ ๒
การรับประทานบัวหิมะเป็นประจาสามารถช่วยควบคุมระดับน้าตาลในเลือดได้ อีกท้ังระดับความหวาน
ของบัวหิมะยงั น้อยกวา่ ระดับความหวานของน้าตาลกว่าครงึ่ หนึง่ เลยทีเดียว ซ่ึงถือว่าบวั หิมะเป็นอาหารท่ี
ผ้ปู ว่ ยเบาหวานสามารถรับประทานไดโ้ ดยไมต่ อ้ งกลวั เรอื่ งระดับน้าตาลคะ่

๔. ลดความเส่ียงโรคหัวใจและความดันโลหติ
บัวหิมะเป็นพืชท่ีข้ึนช่ือว่าดีกับสุขภาพหัวใจ เพราะในบัวหิมะมี

ระดับโพแทสเซียมสูง ช่วยผ่อนคลายระบบหลอดเลือดและหัวใจ ทาให้
การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ออกซิเจนในเลือดเพิ่มข้ึน ลดความดันโลหิต
และทาให้ความเส่ียงโรคหัวใจลดลงตามไปด้วย นอกจากน้ยี งั ชว่ ยบรรเทา
อาการของโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดหัวใจของผู้ป่วยได้อีกต่างหาก
อกี ทัง้ โพแทสเซียมในบวั หมิ ะยังชว่ ยควบคุมสมดุลของเหลวในเนอื้ เย่ือและ
เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายร่วมกับโซเดียม แต่ทั้งน้ีก็ควรบริโภคอาหารท่ีมี
โซเดียมอยา่ งพอเหมาะด้วยคะ่

๕. ต้านมะเรง็
บัวหิมะมีสรรพคุณช่วยยับยั้งการเจริญเติบโต ยับย้ังการแพร่กระจาย และการกลายพันธ์ุของ

เซลลม์ ะเรง็ ได้ ทาให้ความเสี่ยงโรคมะเร็งผวิ หนงั โรคมะเรง็ ลาไส้ใหญ่ และโรคมะเรง็ ของเลอื ดท้งั ๓ ชนิด
ไดแ้ ก่ โรคมะเรง็ ไขกระดูก โรคมะเร็งตอ่ มนา้ เหลือง และโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวลดลง อีกท้ังในบัวหมิ ะยัง
อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระท่ีช่วยปกป้องเซลล์ไม่ให้ถูกอนุมูลอิสระทาลายจนเกิดการอักเสบต่าง ๆ
ซง่ึ อาจเปน็ สาเหตขุ องการเกิดมะเรง็ ได้

๖. ปอ้ งกนั ภาวะไขมันพอกตับ
นอกจากจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในร่างกายแล้ว จากการศึกษาในปี

๒๐๐๘ ยังพบว่า การรับประทานบวั หิมะควบคกู่ ับสารไซลิมารนิ จะส่งผลดตี ่อผู้ป่วยทมี่ ีการเผาผลาญของ
ร่างกายผดิ ปกติจนทาให้อ้วนลงพุงได้อีกด้วย โดยในการศึกษาแสดงให้เหน็ ว่า เม่ืออาสาสมัครรับประทาน
บัวหิมะวันละ ๒.๔ กรัม และสารไซลิมาริน วันละ ๐.๘ กรัม ติดต่อกัน ๙๐ วัน ระดับของคอเลสเตอรอล
ลดลง และปรมิ าณไขมนั สะสมในตบั ก็ลดลงดว้ ย ทาให้ความเส่ยี งภาวะไขมนั พอกตับลดลงคะ่

๗. สรา้ งเสริมระบบขบั ถ่าย ลดอาการท้องผกู
โพรไบโอติกส์ในบัวหิมะเป็นแบคทีเรียชนิดท่ีดีต่อร่างกาย ช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหาร

ต่าง ๆ ได้ดี นอกจากน้ียังช่วยในเร่ืองระบบขับถ่าย ทาให้อาการท้องผูก ท้องอืด และปัญหาเก่ียวกับ
ระบบขับถ่ายต่าง ๆ ที่อาจนามาสู่การเกิดเนือ้ งอกในกระเพาะอาหารหรือโรคมะเรง็ ลาไส้ลดลงได้ ขณะท่ี
ไฟเบอร์ในบวั หมิ ะกย็ ังช่วยสร้างเสริมระบบขับถา่ ยได้อกี ทางหนง่ึ ด้วย ได้ประโยชนห์ ลายต่อแบบนต้ี อ้ งหา
มาลองกันแลว้

วรรณสารฉบบั ท่ี ๖๔ วลิ าสวัฒนธรรมถิน่ ใต้ หน้า ๑๑๘

ถึงแม้บัวหิมะจะมีสรรพคุณท่ีดีต่อสุขภาพ แต่เรา
ก็ไม่ควรบริโภคบัวหิมะในปริมาณมากได้ เพราะอาจทาให้เกิด
อาการแพ้ ดังนั้นคนที่มักจะมีอาการแพ้งา่ ย ควรปรึกษาแพทย์
ก่อนจะกินจะดีท่สี ุด

โดยในปัจจุบัน ได้มีการนาบัวหิมะมาสกัดเป็นครีมบัว
หิมะ เพื่อแก้อาการแพ้ ได้แก่ สิวอักเสบ ผื่นแดง แสบร้อน
น้าร้อนลวก และไฟไหม้ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการฟื้นฟู
ผิวท่ีถูกทาลายจากแสงแดด นอกจากการกินสด ๆ แล้ว เรายัง
สามารถนาบัวหิมะมาประกอบอาหารได้หลากหลาย อาทิ
ต้มซุปกระดูกหมู หรือสามารถนาไปทาเป็นของหวานได้อีกด้วยอย่าง ทับทิมกรอบบัวหิมะ ก็มีรสชาติที่
อร่อย และมีประโยชน์ต่อสขุ ภาพอีกดว้ ย

เอกสารอา้ งอิง
๗ ประโยชน์ของบวั หิมะ กบั สขุ ภาพ. (๒๕๕๓). https://www.organicbook.com. เข้าถึงเม่อื วนั ที่

๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๓.
๑๐ สรรพคณุ ...ประโยชนข์ องบัวหิมะ พืชสมุนไพรอันทรงคา่ ของสุขภาพ. (๒๕๕๙). https://

sukkaphap-d.com/๑๐. เข้าถึง เม่อื วนั ท่ี ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๓.

วรรณสารฉบับท่ี ๖๔ วลิ าสวฒั นธรรมถิน่ ใต้ หน้า ๑๑๙

๕ พชื ผักขา้ งบา้ น

สพุ ัตรา ต้งั คา

ผกั เปน็ พชื ชนิดหนึ่งทีม่ ีประโยชน์ต่อร่างกายมนษุ ย์ แต่บางคร้งั ผกั กใ็ ห้โทษแก่มนุษย์ เนื่องจากผัก
บางชนิดอาจมีสารพิษเจือปนอยู่ จึงส่งผลเสียต่อร่างกายของมนุษย์ทาให้มีผลข้างเคียงต่าง ๆ ที่เกิดจาก

สารพิษตกค้างจากผัก แต่ถ้าทุกคนหันมารับประทานผักท่ีปลูกเองข้างบ้านหรือรับประทานผักที่มีตามอยู่
ธรรมชาติในท้องถิ่นน้ัน ๆ ก็จะหลีกเลี่ยงสารพิษเจือปนเหล่าน้ีได้ นอกจากนี้ยังได้รับประโยชน์จากพืชผัก
เหล่าน้ีอีกด้วย เพราะผักนั้นมีสรรพคุณมากมายท้ังให้พลังงาน ให้คุณค่าทางอาหาร และเป็นยารักษาโรค

ท้ังนี้วิธีการรับประทานผักก็มีมากมายไม่ว่าจะเป็นรับประทานสดหรือนาไปประกอบอาหาร ดังตัวอย่าง
พชื ผกั เหล่าน้ี

เต่าร้าง มีลักษณะเป็นพืชที่มีหน่อ สามารถแตกกอขนาดใหญ่
มดี อกและผล ซึง่ ลักษณะของผลจะเปน็ พวงกลม ๆ และมยี าง ซึ่งยางของ
ต้นเต่าร้างจะทาให้คัน ส่วนยอดอ่อน สามารถนามาปรุงสุกเป็นอาหารได้

เช่น แกงเลียง แกงกะทิ ลวกจ้ิมน้าพริก เป็นต้น ทั้งนี้เต่าร้างมีสรรพคุณ
คือ ช่วยแก้อาการช้าใน ชว่ ยดบั พิษดบั ปอดได้

ลูกฉิ่ง เป็นผักพ้ืนบ้านของภาคใต้ที่มีรสชาติฝาดมัน ลักษณะของลูกฉิ่ง
เปน็ ตน้ ไม้ที่แตกกิง่ ก้านเป็นจานวนมาก ใบมลี กั ษณะเป็นใบขนาดใหญ่สีเขียว

กว้าง ผลมีลักษณะเป็นสีเขียวทรงกลม และผลจะออกตามต้นหรอื ตามกิ่งทัว่
ลาต้น โดยมีลักษณะเป็นช่อ ๆ เวลานาไปรับประทานต้องเลือกแต่ผลอ่อน

ชาวใต้มักนิยมรับประทานผลสดของลูกฉิ่งเป็นผักเหนาะ คือนารับประทาน
กับขนมจีนหรือกับข้าว ทั้งน้ีลูกฉ่ิงมีสรรพคุณ คือ ช่วยแก้ท้องร่วง ช่วยแก้ไข้
ชว่ ยกระท้งุ พษิ ไข้ใหอ้ อกมา

เพกา เป็นพืชยืนต้นที่มีรสชาติขม มีลักษณะการแตกที่กิ่งก้าน
และมกี ิ่งใหญต่ รงกลางเพยี งก่ิงเดียว ผลจะมลี กั ษณะเปน็ ฝกั ทรงแบน ยอด
อ่อนสามารถนามาลวกจ้มิ น้าพรกิ ได้ สว่ นฝกั แก่ทย่ี งั ไมแ่ ข็ง สามารถนาไป

เผาไฟให้ผิวไหม้แล้วขูดผิวท่ีไหม้ออก แล้วจึงนามาแกงกับกะทิ
จิม้ น้าพริกหรือยาก็ได้ ทง้ั นี้เพกามีสรรพคณุ คอื ใชเ้ ป็นยาแกไ้ อ แก้ร้อนใน

ช่วยขับลมได้

วรรณสารฉบบั ที่ ๖๔ วลิ าสวัฒนธรรมถ่นิ ใต้ หน้า ๑๒๐

ส้มเม่า เป็นผักพ้ืนบ้านของภาคใต้ที่มีรสชาติเปร้ียวอมฝาด
ซง่ึ ลกั ษณะของต้นจะแตกก่ิงก้านมาก ลาตน้ ตงั้ ตรง ส่วนใบเป็นใบเด่ยี ว
และดอกมีลักษณะเป็นช่อ นิยมรับประทานยอด นามารับประทานสด
แกงเลยี งหรอื ตม้ ส้มก็ได้ ทัง้ นสี้ ้มเม่ามีสรรพคณุ คอื มีวิตามนิ ซีสงู

ข้ีเหล็ก เป็นไม้ยืนต้น แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มแคบ ส่วนลักษณะของผล
ขีเ้ หลก็ คือ มีลกั ษณะเปน็ ฝกั แบน ลกั ษณะของใบขี้เหล็กจะเรียงสลับกัน
เป็นใบเล็ก ๆ ใบเป็นสเี ขียวเขม้ สว่ นลกั ษณะของดอกขี้เหล็กจะออกดอก
เป็นช่อสเี หลือง นิยมนายอดออ่ นของใบและดอกมาแกงกับกะทิ ซงึ่ จะมี
รสชาตขิ มนดิ ๆ ทง้ั น้ขี ้ีเหล็กมีสรรพคุณ คือ ชว่ ยแกอ้ าการท้องผูก บารงุ
โลหิตได้เป็นอย่างดี

อยา่ งไรกต็ ามผักที่ปลูกเองข้างบ้านก็มีประโยชน์และปลอดภยั ต่อร่างกาย ดังน้ันทกุ คนควรหันมา
รับประทานผักท่ีปลูกเองข้างบ้าน เน่ืองจากปลอดสารพิษ มีคุณค่าทางอาหารและสรรพคุณในการรักษา
โรคต่าง ๆ โดยเฉพาะเด็กในยุคปัจจุบันท่ีห่างไกลการรับประทานผัก จึงทาให้ขาดคุณค่าทางอาหาร
ซง่ึ สง่ ผลเสยี ต่อรา่ งกาย ทั้งนี้ทกุ คนควรหนั มารบั ประทานผกั ให้เปน็ นสิ ยั

วรรณสารฉบับท่ี ๖๔ วิลาสวฒั นธรรมถิ่นใต้ หนา้ ๑๒๑

ตบวาด

ปฏิวตั ิ ทองบุญยงั

หากย้อนไปในวัยเด็กหลาย ๆ คนอาจจะมีความทรงจาเกี่ยวกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน
แต่สาหรับผมการเติบโตมาในพน้ื ท่ีทีช่ นบทหนา้ บ้านเป็นภูเขา หลังบ้านติดลาคลอง การจะหากิจกรรมทา
หรอื การละเล่นเพ่ือสร้างความสนุกสนานจึงหนีไม่พน้ การนาส่งิ ท่ีอยใู่ กล้ตัวมาเล่นรว่ มกันกับคนในหมู่บ้าน
นั่นคือ การละเล่นตบวาด

การละเล่นตบวาด เป็นการละเล่นอย่างหนึ่งในหมู่บ้านถ้าลาโดยมี “วาด” ภาษาไทยมาตรฐาน
เรียกวา่ จกั จนั่ คอื แมลงชนิดหนงึ่ ทม่ี กั จะสง่ เสยี งรอ้ งบนยอดของตน้ ไม้ใหญ่ในช่วงเดือนมนี าคม – เมษายน
ซ่ึงวาดสามารถรับประทานได้หากทาให้สุก สมัยท่ีผมเป็นเด็กช่ืนชอบการตบวาดมาก เรียกน้องบ้านโน้น
เรียกเพ่ือนบ้านนี้และเรียกพ่ีบ้านน้ัน มานั่งล้อมวงรอบกองไฟ โดยจะมีจุดศูนย์กลางคือดอกไม้กวาด
ภาษาไทยมาตรฐานเรียกว่าต้นตองกงหรือหญ้าไม้กวาด ในมือของแต่ละคนจะถือกะลามะพร้าวเคาะ
เพือ่ ให้เกิดเสยี งดังกังวาน หลังจากที่วาดเหน็ แสงจากกองไฟและไดย้ ินเสียงเคาะกะลาก็จะบนิ ลงมาเกาะท่ี
ดอกไม้กวาด ใครที่สามารถจับวาดตัวนั้นได้ก่อนจะเป็นคนที่ได้รับประทานวาดตัวน้ัน ซ่ึงวิธีการกิน ก็คือ
เอาวาดทไ่ี ด้มาเสียบไม้แล้วนาไปยา่ งในกองไฟให้สุกพอดี หลงั จากน้นั กเ็ อาเขา้ ปาก รสชาตมิ นั ๆ หวาน ๆ
ผสมกับกล่ินของควนั ไฟ โดยรวมอรอ่ ย ถอื ไดว้ า่ เปน็ การละเลน่ ที่ทั้งสนุกและอรอ่ ยในเวลาเดียวกนั

วรรณสารฉบับท่ี ๖๔ วลิ าสวัฒนธรรมถิ่นใต้ หนา้ ๑๒๒

ก า ร ล ะ เ ล่ น ต บ ว า ด เ ริ่ ม สู ญ ห า ย ไ ป ต า ม ก า ล เ ว ล า
เนื่องจากส่ือสังคมออนไลน์เข้ามามบี ทบาทในชีวติ มาก
ยิ่งขนึ้ การเลน่ เกมในโทรศัพท์มอื ถอื คงสนกุ กว่าการมา
น่ังทนความร้อนอยู่รอบกองไฟในเวลากลางคนื

ดังนั้นอย่าปล่อยให้ความทรงจาในวัยเด็กเลือน
ห า ย เ พี ย ง เ พ ร า ะ ค ว า ม ส ะ ด ว ก ส บ า ย จ า ก ส่ื อ สั ง ค ม
ออนไลน์ ร่วมด้วยช่วยกันอนรุ ักษ์การละเล่นตบวาดไว้
ใหอ้ ยู่คู่บา้ นถา้ ลาสบื ไป

เอกสารอา้ งอิง
Thairath.com. https://www.thairath.co.th. (๒๕๖๑). เขา้ ถงึ เมือ่ ๗ ตลุ าคม ๒๕๖๓.

วรรณสารฉบับท่ี ๖๔ วิลาสวฒั นธรรมถิน่ ใต้ หน้า ๑๒๓

เห็ด

เบญจรตั น์ ศรีสว่าง

เมอ่ื หนา้ ฝนย่างเขา้ มา ชีวิตเดก็ บ้าน ๆ กค็ งมองหาความสนกุ สนานท่ีเปน็ ส่ิงใกลต้ ัว หนง่ึ ในน้ันก็คอื
“การเก็บเหด็ ” ซ่ึงเป็นสิ่งทีร่ ู้ไดโ้ ดยท่ัวกนั ว่าเห็ดมักจะมาพร้อมกบั ฝน เพราะฉะนั้นเม่ือถึงช่วงฤดูฝนเด็ก ๆ
มกั จะรอคอยให้เห็ดออกดอก เพราะเห็ดสามารถนามาประกอบอาหารรสเลิศไดห้ ลากหลายเมนู อีกท้งั ยัง
สามารถนาไปขายเพ่ือเป็นรายได้เสริมได้อีกด้วย นอกจากน้ีการเก็บเห็ดถือเป็นความสนุกสนานอีกอย่าง
หนึ่ง และยังให้ความเพลินตาจากเห็ดท่อี อกดอกให้เก็บเยอะแยะมากมาย

เห็ดจะออกดอกในช่วงหนา้ ฝน ประมาณเดือนพฤษภาคม – ตลุ าคม ซ่งึ เหด็ จะออกดอกเมอื่ ฝนตก
ได้ประมาณ ๑ – ๒ วัน ในวนั แรก ๆ ที่ฝนตกเห็ดจะขึน้ เป็นดอกตมู ๆ แตเ่ มอ่ื เวลาเช้าในวันท่ฝี นตกได้วันท่ี
๒ – ๓ เห็ดจะเริ่มบานกาลังดี โดยเห็ดที่สามารถหาได้จากบริเวณบ้านหรือพ้ืนที่โล่งกว้าง เช่น เห็นโคน
เห็ดท่อง เห็ดชานหมาก เป็นต้น ดังน้ันจึงขอพาทุกคนไปทาความรู้จักกับเห็ดชนิดต่าง ๆ ท่ีได้กล่าวไป
ข้างต้น ดงั นี้

เห็ดโคน เห็ดโคนมักจะขึ้นตามบริเวณพื้นดินท่ีมี
ความชุ่มช้ืน ทเี่ ห็นได้ชัดตามแถวบ้านมกั จะข้นึ บริเวณสวน
ปาล์ม โดยจะมองเห็นสีขาวเป็นแพข้ึนเป็นหย่อม ๆ ตาม
ความเชื่อของชาวบ้านเวลาเก็บดอกเห็ดให้เก็บด้วยมือ
แบบปกติ ห้ามนาส่งิ ของที่เปน็ เหล็กมาขุด เพราะจะทาให้
เห็ดไม่ออกดอกบนท่ีแห่งน้ันอีก ซ่ึงเห็ดโคนสามารถนาไป
ขายเปน็ รายได้มีราคาอยู่ท่กี ิโลกรัมละ ๒๐๐ – ๒๕๐ บาท
อกี ทง้ั ยังนามาประกอบอาหารไดห้ ลายเมนู เช่น ผดั น้ามัน
หอย ผัดผกั รวม แกงจืดหมี่ส่ัว ชุบแป้งทอด เปน็ ตน้

เห็ดท่อง เห็ดท่องมักจะข้ึนท่ีบริเวณโล่งกว้างมีหญ้า
ข้ึนปกคลุมพื้นดินเล็กน้อยตามบริเวณข้างบ้าน และใน
ทุ่งนา การเก็บเห็ดท่องจะให้ความเพลิดเพลินเป็นอย่าง
มาก เพราะสามารถมองเห็นดอกเห็ดได้ท่ัวทกุ ท่ีเม่ือชายตา
มองไปข้างหน้า ดอกเห็ดสีขาวตัดกับพื้นหญ้าสีเขียวทาให้
ผู้เก็บมองเห็นดอกเห็ดได้อย่างชัดเจน ซ่ึงเห็ดท่องสามารถ
นาไปขายเป็นรายได้มีราคาอยู่ท่ีกิโลกรัมละ ๒๐๐ บาท
แต่ชาวบ้านมักจะนามาใส่ถุงมัดขาย ถุงละ ๒๐ บาท
และ ๔๐ บาทเสียมากกว่า ชาวบ้านนิยมนาเห็ดท่องมาผัด
น้ามนั หอยและแกงจดื หมสี่ ่ัว

วรรณสารฉบบั ท่ี ๖๔ วลิ าสวฒั นธรรมถิน่ ใต้ หนา้ ๑๒๔

เห็ดชานหมาก เห็ดชานหมากมักขึ้นบริเวณ
สวนยางหรือในสวนต่าง ๆ ดอกจะมีสีเหลือง สีส้ม
หรือสีแดง มักจะออกดอกใต้ใบไม้ที่หล่นลงมา
ทับถมกัน เพราะฉะน้ันเวลาหาเห็ดชนิดนี้จะต้อง
ระวังเปน็ พิเศษ เพราะอาจจะเผลอเหยยี บดอกเห็ด
ได้ เคล็ดลับการหาเห็ดชานหมากชาวบ้านมักนิยม
ใช้ไม้เข่ียใบไม้ท่ีหล่นลงมาทับถมออกเบา ๆ เพ่ือ
ถนอมดอกเห็ดให้อยู่ในสภาพเดิม โดยเห็ดชาน
หมากสามารถนาไปขายเป็นรายได้มีราคาอยู่ท่ี
กิโลกรัมละ ๖๐ บาท อีกท้ังยังนามาประกอบ
อาหารได้หลายเมนู เช่น ผัดน้ามันหอย หมกเห็ด
ค่ัวเห็ด เป็นต้น ซึ่งก่อนนาเห็ดชนิดนี้ไปประกอบ
อาหารแนะนาให้ล้างน้าและบีบเบา ๆ หลาย ๆ ครั้ง
เน่อื งจากสีของเห็ดค่อนข้างแดงจัด หากไม่ล้างหลาย ๆ นา้ จะทาให้อาหารมสี ีเขม้ จนเกนิ ไป

การเก็บเห็ดนอกจากให้ความเพลิดเพลินแล้ว ยังสามารถนามาเป็นรายได้เสริม โดยการนาเห็ด
ไปขาย อีกทั้งยังสามารถนาเห็ดท่ีหาได้มาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น ผัดน้ามันหอย แกงจืด
ตา่ ง ๆ หมกเหด็ คว่ั เห็ด ชุบแป้งทอด เปน็ ต้น

วรรณสารฉบับท่ี ๖๔ วิลาสวัฒนธรรมถิ่นใต้ หน้า ๑๒๕

“คาฮิต ตดิ ปาก คณาจารย์ ทศศ.” /
บัณฑติ ป้ายแดง เยือนถน่ิ สานฝัน ผูกพันชาว ทสส. ทศศ. /

ภาพจาสดุ ประทบั ใจในอาเภอ “กะปง”

บันทกึ ภาพในความทรงจา

“คาฮิต ติดปาก คณาจารย์ ทศศ.”

วาสนา วานชิ

เม่ือวันท่ี ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๓ สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภฏั ภูเก็ต จัดกิจกรรมเล้ยี งสังสรรคป์ ใี หม่ ในธมี “สวัสดีปีใหม่ แฮปปีไ้ นท์ @ ไทยเมเจอร์”

เนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างอาจารย์กับนักศึกษา
โดยกิจกรรมในปีน้ีถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างความฮาผสมกับความประทับใจท่ีนักศึกษาตั้งใจมอบให้
อาจารย์ทั้ง ๘ ท่าน น่ันก็คือ การมอบของท่ีระลึกแด่อาจารย์ทุก ๆ ท่าน ในปีนี้ของท่ีระลึกเป็นแก้วน้าท่ี

เขียนข้อความคาพูดของอาจารยแ์ ต่ละท่าน ซ่ึงนักศึกษา ทศศ. ทุกชั้นปี ร่วมใจกันคิดคาพูดท่ีอาจารยพ์ ดู
ติดปากเป็นประจา เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ท่ีสร้างรอยย้ิมและเรียกเสียงหัวเราะ โดยอาจารย์แต่ละท่านมี

คาพดู ทีต่ ดิ ปาก ดงั นี้

“ทางานใหค้ รบทกุ มาตรา”

ผศ.สมหมาย ปนิ่ พุทธศลิ ป์

วรรณสารฉบับท่ี ๖๔ วิลาสวฒั นธรรมถ่ินใต้ “เปิดประเด็นครบั เอ้าาา...เสรมิ ครบั ”

ผศ.ดร.วรพงศ์ ไชยฤกษ์

หน้า ๑๒๖

“ผตี ายายเห้อออ...”

อาจารย์สรุ ยิ า ทองคา

“ใครเห็นกญุ แจรถครูบา้ งคะ”

ผศ.ดร.รุ่งรตั น์ ทองสกุล

“จดั ตามเสนอค่ะ”

ผศ.จุฬารัตน์ เสง่ียม

“สาระไมม่ ี หนา้ ตาดไี ปวนั ๆ”

ดร.อรุณรตั น์ สรรเพช็ ร

วรรณสารฉบบั ท่ี ๖๔ วลิ าสวัฒนธรรมถิ่นใต้ หน้า ๑๒๗

“ครขู อพูดสน้ั ๆ นะคะ”

อาจารย์ปรีดา เกอื้ กอ่ ออ่ น

“จ๊ะ ^^ ฮา ๆ ๆ ๆ ๆ”

อาจารย์พชั ราภรณ์ คชินทร์

คาฮติ ตดิ ปากของอาจารย์แต่ละท่าน เปน็ ถ้อยคาท่ี
นักศึกษาทุกคนในสาขาคุ้นเคยและได้ยินบ่อย ๆ จึงเกิดเป็น
คาฮิตติดปากของอาจารย์ทั้งหมดนี้ข้ึน เพื่อเป็นกิจกรรมที่
สร้างรอยย้ิมและสร้างความประทับใจให้แก่อาจารย์ทุก ๆ
ท่าน และสุดท้ายน้ี หากล่วงเกินประการใด ต้องขออภัยมา
ณ โอกาสน้ีด้วยนะคะ แต่อย่างไรก็ตามนักศึกษาทุกคนรัก
และเคารพอาจารยท์ ุกทา่ นเสมอ ...ขอบพระคณุ คะ่

วรรณสารฉบับที่ ๖๔ วลิ าสวฒั นธรรมถิน่ ใต้ หนา้ ๑๒๘

บัณฑติ ป้ายแดง
เยอื นถ่ิน สานฝัน ผูกพนั ชาว ทสส. ทศศ.

กรรณิการ์ สุขสมบรู ณ์

เมื่อวนั ท่ี ๑๕ ธนั วาคม ๒๕๖๓ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต จัดพธิ ซี ้อมรับพระราชทานปริญญาบัตร
แก่ผู้สาเร็จการศึกษา ประจาปีการศึกษา ๒๕๕๙ - ๒๕๖๐ ณ ห้องประชุมขุนเลิศโภคารักษ์ ศูนย์ประชุม

อันดามันพรรณราย มหาวิทยาลัยราชภฏั ภูเกต็ เพอ่ื เป็นการเตรยี มความพร้อมให้แก่บณั ฑติ ท่ีกาลังจะได้รับ
พระราชทานปริญญาบตั รจริงอกี ครัง้ ณ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั สุราษฎร์ธานี

การจัดพิธีซ้อมรับพระราชทานปริญญาบัตรในคร้ังน้ี สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์

และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต นาโดย ผศ.ดร.วรพงศ์ ไชยฤกษ์ คณาอาจารย์และนักศึกษา
สาขาวิชาภาษาไทย รว่ มแสดงความยนิ ดกี ับผทู้ สี่ าเร็จการศึกษา บณั ฑติ ไทยศลิ ปศาสตร์ ทสส.๕๖ ครัง้ น้ดี ้วย

โดยน้อง ๆ นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ได้ร่วมกันสร้างสรรค์จุดถ่ายภาพ ซุ้มดอกไม้สดในสไตล์
ไทยสื่อสาร - ศลิ ปศาสตร์ ณ บรเิ วณลานหนา้ อาคาร ๓ คณะมนษุ ยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ และได้ร่วมกนั
จัดกิจกรรม บูมพี่บัณฑิตในธีม “ผ้าถุงเริงระบา ย้าเตือนเยือนถิ่น สานฝัน ผูกพันชาว ทสส. ทศศ.”

เพื่อเป็นการสานสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง สร้างบรรยากาศที่อบอุ่น ช่ืนม่ืน สนุกสนาน และสาน
สัมพันธ์อย่างแน่นแฟน้ ระหว่างอาจารย์ นกั ศกึ ษาศษิ ย์เกา่ -ศษิ ยป์ ัจจุบนั ไดอ้ ย่างมคี วามสขุ

ในนามสาขาวชิ าภาษาไทย เสียงจากน้อง ๆ นักศึกษารุ่นปัจจบุ ัน ขอแสดงความยินดีกับพ่ีบณั ฑิต
อกี ครง้ั และขอใหพ้ ่ี ๆ ทกุ ๆ คนทสี่ าเร็จการศกึ ษา ไดง้ านท่ดี ี คิดสิ่งใดขอให้รงุ่ ขอให้รวย ประสบความสาเร็จใน
หน้าท่ีการงาน ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และอย่าลืมแวะมาหาบ้านหลังนี้ “ไทยศิลปศาสตร์” ยินดีต้อนรับ

ทกุ ทา่ นเสมอคะ่ ยนิ ดดี ้วยคะ่ และยังมผี ้สู าเร็จการศึกษาท่ไี ด้รับเกยี รตินิยมอันดับ ๑ คือ นายธนาวฒุ ิ ตรีศิลา
นักศึกษาวิชาภาษาไทยที่ได้เกรดเฉล่ียนสูงสุดและประพฤติตนดีของรุ่น ทสส.๕๖ ซึ่งในความสาเร็จ

การศึกษาในครั้งน้ีสาขาวิชาภาษาไทยมีความภาคภูมิใจ และเป็นเกียรติท่ีได้เข้าร่วมแสดงความยินดีกับ
บณั ฑติ ใหม่ ดังความทรงจาตอ่ ไปนี้

ซมุ้ ดอกไม้สดในสไตล์ไทยสอ่ื สาร - ศิลปศาสตร์ นอ้ ง ๆ แตง่ ตวั ในธมี “ผ้าถุงเริงระบา”
วรรณสารฉบบั ท่ี ๖๔ วลิ าสวฒั นธรรมถน่ิ ใต้ หน้า ๑๒๙

พ่บี ณั ฑิตปลืม้ ใจ สง่ ย้ิมใหน้ อ้ ง ๆ ขอแสดงความยินดกี ับนายธนาวุฒิ ตรศี ลิ า
บัณฑิตเกียรตนิ ิยมอันดบั ๑

รอบนีข้ อบมู ตัวแทนอาจารย์สาขาวิชาภาษาไทย ร่วมบมู พีบ่ ณั ฑติ ทสส.๕๖

บรรยากาศเตม็ ไปดว้ ยความสนุก รอยยิ้ม และเสียงหวั เราะ ขอแสดงความยินดีกบั พี่ ๆ บณั ฑติ ทสส. ๕๖

จากภาพแห่งความทรงจาเหล่านี้ ทาให้เกิดมิตรภาพ เพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้องท่ี
ได้มาพบปะกัน บรรยากาศภายในกิจกรรมเต็มไปด้วยความสนุก รอยย้ิม และเสียงหัวเราะของคณาจารย์
น้อง ๆ และศิษย์ปัจจุบัน สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัย
ราชภัฏภูเกต็ ขออวยพรใหบ้ ณั ฑติ ใหม่ประสบความสาเรจ็ และมคี วามสขุ ในชีวติ ข้างหน้าสบื ไป

วรรณสารฉบับที่ ๖๔ วลิ าสวฒั นธรรมถ่นิ ใต้ หน้า ๑๓๐

ภาพจาสุดประทับใจในอาเภอ “กะปง”

พรนภสั เพ็งลา

สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต นาโดย
อาจารย์สุริยา ทองคา อาจารย์ประจาวิชา ผศ.ดร.รุ่งรัตน์ ทองสกุล อาจารย์ที่ปรึกษา และนักศึกษาหอ้ ง

ทศศ.๖๑ ลงพ้ืนท่ีเก็บข้อมูลภาษาถ่ิน ณ อาเภอกะปง จังหวัดพังงา เม่ือวันท่ี ๑๗ - ๑๘ กันยายน ๒๕๖๓
ทง้ั น้ีเพือ่ เป็นการฝึกประสบการณก์ ารทางานภาคสนามในพ้นื ทจ่ี รงิ มาใชใ้ นการทาวิจัยในรายวชิ าภาษาถ่ิน

การจัดกิจกรรมในคร้งั นี้ เป็นการจัดการเรียนการสอนนอกสถานที่ ทาให้นักศึกษาได้เรียนรู้ทั้งใน
ส่วนของทฤษฎี และการนาทฤษฎีไปใช้งานจริง นอกจากจะได้เรียนรู้ประสบการณ์การทางานผ่านการ
ลงพนื้ ทีส่ นามจริงแล้ว ยงั ได้เรยี นรู้เกี่ยวกบั ความเปน็ อยูข่ องชาวบา้ น อาเภอกะปง จังหวดั พงั งา โดยเฉพาะ

การเรียนรู้วัฒนธรรมชุมชนผ่านการเกบ็ ข้อมูลภาษาถ่ิน ในการนี้ ทาให้เห็นความมีน้าใจของชาวบ้านที่ให้
ความกรุณา และอานวยความสะดวกในการลงพื้นท่ี รวมทั้งได้เห็นบรรยากาศการลงพ้ืนท่ีเก็บข้อมูล

ของนักศึกษา ทศศ.๖๑ ท่ีร่วมแรงรว่ มใจช่วยเหลือกัน เรียนรู้ อดทน สามัคคี จนกลายเป็นภาพประทับใจ
ที่จะนาเสนอให้ได้ชมกัน

มาถึงกะปงวนั แรกก็ตรงกบั วนั ทาบญุ เดือนสบิ พอดีเลย ปรึกษาหารือกนั กอ่ นลงพนื้ ทเ่ี ก็บข้อมูล

มารบั ฟังความรู้เพมิ่ เตมิ รอบค่ากันหน่อย คุยกนั อยา่ งออกรสเชยี ว
วรรณสารฉบับที่ ๖๔ วิลาสวฒั นธรรมถิน่ ใต้ หนา้ ๑๓๑

เตรียมมอบของทร่ี ะลกึ มอบของท่รี ะลึกแลว้ ยิม้ หนอ่ ยสิคะ
อาจารย์

ลงพนื้ ท่ีวนั ท่ีสอง ฝนตกเรากไ็ ม่หวั่น
อาจารย์

วรรณสารฉบบั ที่ ๖๔ วลิ าสวฒั นธรรมถ่ินใต้ หนา้ ๑๓๒

ข่าวประชาสมั พันธ์

๑๒ กันยายน ๒๕๖๓
ผศ.ดร.วรพงศ์ ไชยฤกษ์ จดั กิจกรรมเรียนรู้นอกหอ้ งเรียน ในรายวชิ าการพูดทางวทิ ยกุ ระจายเสียง

และวิทยุโทรทัศน์ ให้แก่นักศึกษาช้ันปีท่ี ๓ ห้อง ทศศ.๖๑ ลงพ้ืนที่สัมผัสการปฏิบัติงานจริงในการ
ถา่ ยทอดสดการรายงานขา่ วของสถานวี ิทยุโทรทัศนแ์ หง่ ประเทศไทย จังหวดั ภเู กต็ (สทท.ภูเก็ต) ชอ่ ง NBT
ภูเก็ต

๑๗ - ๑๘ กันยายน ๒๕๖๓
อ.สุริยา ทองคา อาจารย์ประจาวิชา ผศ.ดร.รุ่งรัตน์ ทองสกุล และนักศึกษาร่วมกันลงพ้ืนท่ีเก็บ

ขอ้ มูลภาษาถน่ิ ณ อาเภอกะปง จงั หวัดพงั งา การลงพื้นทเี่ กบ็ ข้อมูลภาษาถน่ิ กาหนดจัดขนึ้ เพอ่ื เปน็ การฝึก
ประสบการณ์การทางานเก็บข้อมูลภาคสนามในพื้นที่จริงมาจัดทารายงานวิจัยในรายวิชาภาษาถ่ินให้ แก่
นกั ศกึ ษาช้นั ปีท่ี ๓

๗ ตุลาคม ๒๕๖๓
สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ จัดโครงการสัมมนาไขภาษา กับไทย

ศิลปศาสตร์ “ภาษา สื่อสาร วิกฤตการณ์ COVID-๑๙” ณ ห้องประชุมแคแสด ๓-๔ อาคารเฉลิมพระ
เกียรติ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต โดยมี ผศ.ดร.หิรัญ ประสารการ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต
เป็นประธานเปิดโครงการฯ และได้รับเกียรติจาก คุณกรวิทย์ จันทร์พูล นักส่ือสารมวลชน NBT Phuket,
คณุ อรนงค์ เชาว์ไวพจน์ เจา้ พนกั งานสาธารณสขุ ชานาญงาน, และอาจารย์พชั ราภรณ์ คชินทร์ นักวชิ าการ
เป็นวิทยากรร่วมแลกเปล่ียนเรยี นรู้ ภายใต้หวั ข้อสมั มนา “ภาษา ส่อื สาร วกิ ฤตการณ์ COVID-๑๙”

๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๓
ผศ.ดร.วรพงศ์ ไชยฤกษ์ ประธานสาขาวชิ าภาษาไทย อาจารย์ปรีดา สวุ รรรณจนั ทร์ ผศ.จฬุ ารัตน์

เสงี่ยม และนักศึกษาชั้นปีที่ ๔ จัดพิธีบวงสรวงส่ิงศักด์ิสิทธ์ิ ณ สานักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัย
ราชภัฏภูเก็ต เนื่องในโอกาสเปดิ มา่ นละครเวทรี ายวชิ าวรรณกรรมการแสดง

๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๓
สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ จัดแสดงละครเวที “รัก แลก ภพ

กาลครั้งหนึ่งในทวิภพ” ณ ห้องประชุมขุนเลิศโภคารักษ์ ศูนย์ประชุมอันดามันพรรณราย มหาวิทยาลัย
ราชภัฏภเู ก็ต

วรรณสารฉบบั ที่ ๖๔ วิลาสวฒั นธรรมถิ่นใต้ หน้า ๑๓๓

๓๐ ตลุ าคม – ๑ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๓
ผศ.ดร.วงพงศ์ ไชยฤกษ์ ประธานสาขาวิชา จัดโครงการ “เรียนรู้วิถีคนกับคติชนวิทยา”

นานักศึกษา ทศศ.๖๒ เดินทางเกบ็ ข้อมลู ภาคสนาม พร้อมเรยี นรู้วิถชี วี ิตของชาวใตต้ ามแหล่งข้อมูลทางคติ
ชนวิทยาในพ้ืนที่จังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา และพัทลุง สาหรับแหล่งเรียนรู้คติชนวิทยาในครั้งนี้
ประกอบด้วย การเรียนรู้ประวตั ิศาสตร์ สักการะวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เท่ียวชมของเก่าแก่ในอดตี
ของพพิ ิธภณั ฑ์เมืองนครศรีธรรมราช ตอ่ ดว้ ยไปศึกษาวิถชี ีวิตของชาวเกาะยอ และศกึ ษาพพิ ิธภณั ฑ์ทักษิณ
คดีศึกษา จังหวดั สงขลา แวะซอ้ื ของ ณ ตลาดกมิ หยง ชมมโนราห์ลงครู ชมธรรมชาตทิ ่ที ะเลน้อย และแวะ
ซื้อของ ณ ตลาดใต้โหนด โดยมีนักศึกษา ทศศ.๖๒ ศิษย์เก่า และอาจารย์ เข้าร่วมประมาณ ๓๒ คน
โครงการ “เรยี นรู้วิถคี นกบั คติชนวิทยา” นบั เปน็ โครงการดี ๆ ที่เปดิ โอกาสให้นกั ศกึ ษาได้ฝกึ ประสบการณ์
การเก็บข้อมูลภาคสนาม และเรียนรู้เก่ียวกับวถิ ีชีวิตคติชนวทิ ยา เพื่อนาความรู้ท้ังหมดใช้เป็นแนวทางใน
การศกึ ษาต่อไป

๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๓
สาขาวชิ าภาษาไทย คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ จดั สอบคมู่ อื นกั ศึกษาช้ันปีที่ ๔ ทศศ.

๖๐ และปฐมนิเทศนกั ศึกษากอ่ นออกฝกึ ประสบการณ์วชิ าชพี ณ หนว่ ยงานภายนอกมหาวิทยาลัยในเทอม
ที่ ๒ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๓

๒๕ มกราคม ๒๕๖๓
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต จัดกิจกรรม “การยกย่อง เชิดชู

เกียรติ และสานสัมพันธ์สร้างสรรค์องค์กร” ในกิจกรรมนี้สาขาวิชาภาษาไทย (ทศศ.) ได้รับโล่รางวัล
สาขาวิชาที่มีผลการประเมินสูงสุด ประจาปีการศึกษา ๒๕๖๒ ด้วยผลคะแนน ๔.๔๔ ระดับ ดีมาก
นอกจากนี้ ผศ.ดร.รุ่งรัตน์ ทองสกุล อาจารย์ประจาสาขาวิชาภาษาไทย ยังได้รับโล่รางวัลอาจารย์ดีเด่ น
ประเภทการนาเสนอ ตีพิมพ์ เผยแพร่ ด้านผลงานวิจัยและบทความวิชาการ (ระดับชาติและนานาชาติ)
ด้วยสาขาวชิ าภาษาไทย คณะมนษุ ยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ขอแสดงความยินดีมา ณ โอกาสนี้

๒๓ ธนั วาคม ๒๕๖๓
สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ จัดอบรม “การสืบค้นข้อมูล และการ

เข้าถึงข้อมูลในส่ือออนไลน์" ณ ห้อง LAB ๒ เพ่ือให้นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ทศศ.๖๒ ได้รับความรู้
และฝึกปฏิบัตสิ บื ค้นขอ้ มูล ตลอดจนการเขา้ ถึงข้อมลู เช่น การเขา้ ถึง E-Book การเข้าถึงเวบ็ ไซต์ฐานข้อมลู
งานวิจัย ท้ังในประเทศและต่างประเทศ โดยมีคุณเยาวดี โชติกะ (นักเอกสารสนเทศ) ให้เกียรติมาเป็น
วทิ ยากร

๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๓
สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ จัดโครงการ “แลกเปล่ียนเรียนรนู้ ้องพี่

ไทยศิลปศาสตร์” ณ ร้านไม้หมอนฟอเรสต์ (ไม้หมอน บขส.เก่า) โครงการน้ีเป็นการร่วมแสดงความยนิ ดี
กบั ว่าท่บี ณั ฑติ สาขาวิชาภาษาไทยเพ่อื การส่ือสาร (ศศ.บ.) คณะมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์ ทีจ่ ะเข้า
รับพระราชทานปรญิ ญาบัตร ในวันท่ี ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๓ ณ หอประชุมวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราช
ภัฏสุราษฎร์ธานี โดยบรรยากาศการแสดงความยินดีน้ัน เต็มไปด้วยรอยย้ิมและความอบอุ่นท่ีทุกคนได้
กลับมาเจอกันอกี ครัง้

วรรณสารฉบบั ที่ ๖๔ วลิ าสวฒั นธรรมถ่นิ ใต้ หน้า ๑๓๔

ผู้เรยี บเรยี ง

นายอิสมัต ดาวเรอื ง นกั ศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๐

นางสาวเกวลี ส่งศรี นกั ศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๑
นางสาวยวิษฐา กาเนดิ ทอง นกั ศกึ ษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๑

นางสาวนีตา มซู อ นักศกึ ษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๑
นางสาวฉัตฑริกา กจิ ผดงุ นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๑
นางสาวสิริยากร ออ่ นศรีโรจน์ นกั ศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๑

นางสาวปนติ า ชจู ิต นกั ศกึ ษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๑
นางสาวศุทธิพรรณ ชนะจติ วิกลุ นกั ศกึ ษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๑

นางสาวจุฑามาศ เทพณรงค์ นกั ศกึ ษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๑
นางสาวอภิสรา คงแกว้ นักศกึ ษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๑
นางสาวปวีณ์นุช อ่อนแกว้ นกั ศกึ ษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๑

นางสาวณัฐชยา เมอื งจันทร์ นักศกึ ษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๑
นางสาววานิสา คาวิจติ ร นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๑

นางสาวศศิวมิ ล ประคีตวาทนิ นกั ศกึ ษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๑
นางสาวเบญจรตั น์ ศรสี ว่าง นกั ศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๑
นายจกั รนิ ทร์ ก่ังแฮ นักศกึ ษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๑

นางสาวพรนภัส เพ็งลา นักศกึ ษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๑
นางสาวลิภาพร ศริ เิ มอื ง นกั ศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๑

นางสาวกรรณิการ์ สขุ สมบูรณ์ นักศกึ ษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๑
นางสาวธนั ยาวาท ทองใหม่ นกั ศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๑
นางสาวนันทพร แทนพ่อ นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๑

นางสาวสพุ ัตรา ต้งั คา นกั ศกึ ษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๑
นางสาวอาซีละห์ ตหู ยง นกั ศกึ ษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๑

นายปฏวิ ตั ิ ทองบญุ ยัง นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๑
นางสาววาสนา วานิช นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๑
นางสาวชนากานต์ มีบุญมาก นกั ศกึ ษาสาขาวิชาภาษาไทย ๖๓

วรรณสารฉบบั ที่ ๖๔ วลิ าสวฒั นธรรมถิ่นใต้ หน้า ๑๓๕

ปรชั ญาของสาขาวิชาภาษาไทย

“การสือ่ สาร ภาษาไทย สมสมยั สรา้ งสรรค์ สร้างอาชีพ”

คณุ ลักษณะพฤติกรรมนกั ศึกษาของสาขาวิชาภาษาไทย

“บุคลกิ ภาพดี มีคณุ ธรรม มุ่งมั่นใฝ่รู้ สูง้ าน”


Click to View FlipBook Version