The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการวัดและประเมินผล วิชาวิทยาศาสตร์กายภาพม.5

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ao_jiranan, 2022-02-15 10:43:39

แผนการวัดและประเมินผล วิชาวิทยาศาสตร์กายภาพม.5

แผนการวัดและประเมินผล วิชาวิทยาศาสตร์กายภาพม.5

จดุ มุ่งหมายของหลักสตู รโรงเรียนราประชานุเคราะห์ ๒๔ จงั หวดั พะเยา

จดุ มงุ่ หมายของหลักสตู ร
หลักสูตรโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จังหวัดพะเยา ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพจงึ
กำหนดเปน็ จุดหมาย เพือ่ ให้เกิดกบั ผู้เรยี นเมือ่ จบการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน ดงั น้ี

1. มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยมทพี่ ึงประสงค์ เหน็ คณุ คา่ ของตนเอง มีวินัยและปฏิบตั ิตน
ตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาทต่ี นนับถอื ยดึ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

2. มีความรู้อันเป็นสากลและมีความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้
เทคโนโลยแี ละมที กั ษะชีวิต

3. มีสุขภาพกายและสขุ ภาพจติ ท่ีดี มสี ุขนิสัย และรกั การออกกำลงั กาย
4. มีความรักชาติ มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและการ
ปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมขุ
5. มีจติ สำนกึ ในการอนุรักษว์ ัฒนธรรมและภูมปิ ญั ญาไทย การอนุรกั ษ์และพฒั นาสิ่งแวดล้อม
มีจิตสาธารณะที่มุ่งมั่นทำประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคม
อยา่ งมคี วามสขุ

สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น

หลกั สูตรโรงเรยี นราชประชานเุ คราะห์ ๒๔ จงั หวัดพะเยา มุ่งพฒั นาผ้เู รียน ให้มคี ณุ ภาพตาม
มาตรฐานการเรียนรู้ ซึ่งการพัฒนาผูเ้ รียนให้บรรลมุ าตรฐานการเรยี นรทู้ ่กี ำหนดน้ัน จะช่วยให้ผู้เรียน
เกดิ สมรรถนะสำคญั 5 ประการ ดังนี้

1. ความสามารถในการสื่อสาร เปน็ ความสามารถในการรบั และส่งสาร มีวัฒนธรรมในการ
ใชภ้ าษาถา่ ยทอดความคดิ ความรูค้ วามเข้าใจ ความรูส้ ึก และทศั นะของตนเอง เพ่อื แลกเปลยี่ นขอ้ มูล
ขา่ วสารและประสบการณอ์ ันจะเปน็ ประโยชน์ต่อการพฒั นาตนเองและสงั คมรวมท้งั การเจรจาตอ่ รอง
เพื่อขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผล
และความถูกต้อง ตลอดจนการเลอื กใช้วธิ ีการสื่อสารที่มีประสิทธภิ าพโดยคำนงึ ถึงผลกระทบท่มี ีตอ่
ตนเองและสงั คม

2. ความสามารถในการคดิ เปน็ ความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ การคดิ สังเคราะห์ การคิด
อย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบเพื่อนำไปสู่การสร้างสรรค์
องค์ความรหู้ รือสารสนเทศเพ่ือการตดั สินใจเก่ยี วกับตนเองและสังคมไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ
ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจ

ความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคมแสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้
มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาและมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงผลกระทบ
ท่ีเกดิ ข้ึนตอ่ ตนเอง สงั คมและส่งิ แวดลอ้ ม

4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ
ไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงานและ
การอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหา
และความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและ
สภาพแวดลอ้ ม และการรจู้ ักหลกี เลย่ี งพฤติกรรมไมพ่ งึ ประสงคท์ ส่ี ง่ ผลกระทบตอ่ ตนเองและผู้อ่นื

5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้เทคโนโลยี
ด้านต่าง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการ
เรียนรู้ การสอื่ สารการทำงาน การแกป้ ญั หาอย่างสรา้ งสรรค์ ถกู ตอ้ งเหมาะสม และมีคุณธรรม

คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

หลักสูตรโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๔ จังหวัดพะเยา มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข ในฐานะเป็นพลเมืองไทย
และพลโลก ดงั น้ี

1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
2. ซอ่ื สัตย์สุจรติ
3. มีวนิ ยั
4. ใฝ่เรยี นรู้
5. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
6. มงุ่ ม่ันในการทำงาน
7. รกั ความเปน็ ไทย
8. มีจิตสาธารณะ

คณุ ภาพผ้เู รยี นเมื่อจบชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 6

เข้าใจการลำเลยี งสารเขา้ และออกจากเซลล์ กลไกการรกั ษาดลุ ยภาพของมนษุ ย์ ภูมิคุม้ กนั ใน
ร่างกายของมนุษย์และความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกนั การใชป้ ระโยชนจ์ ากสารตา่ ง ๆ ท่ีพืชสรา้ งขน้ึ
การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม วิวัฒนาการที่ทำให้เกิดความ
หลากหลายของสิ่งมีชีวิต ความสำคัญและผลของเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอต่อมนุษย์สิ่งมีชีวิต
และสงิ่ แวดลอ้ ม

เข้าใจความหลากหลายของไบโอมในเขตภูมิศาสตรต์ ่าง ๆ ของโลก การเปลี่ยนแปลงแทนที่
ในระบบนิเวศ ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการ
อนุรกั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ และการแก้ไขปญั หาส่ิงแวดลอ้ ม

เข้าใจชนิดของอนภุ าคสำคญั ที่เปน็ สว่ นประกอบในโครงสรา้ งอะตอม สมบตั บิ างประการของ
ธาตุ การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ ชนดิ ของแรงยดึ เหน่ียวระหวา่ งอนภุ าคและสมบตั ติ า่ ง ๆ ของสารท่ี
มีความสมั พันธ์กับแรงยึดเหน่ียว พันธะเคมี โครงสร้างและสมบัตขิ องพอลิเมอร์การเกิดปฏกิ ิริยาเคมี
ปัจจยั ท่ีมีผลตอ่ อัตราการเกดิ ปฏกิ ิรยิ าเคมี และการเขยี นสมการเคมี

เข้าใจปริมาณที่เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ ความสัมพันธ์ระหว่างแรง มวลและความเร่งผลของ
ความเร่งที่มีต่อการเคลื่อนท่ีแบบต่าง ๆ ของวัตถุ แรงโน้มถ่วง แรงแม่เหล็ก ความสัมพันธ์ระหว่าง
สนามแมเ่ หลก็ และกระแสไฟฟา้ และแรงภายในนวิ เคลียส

เขา้ ใจพลังงานนวิ เคลยี ร์ ความสมั พันธร์ ะหวา่ งมวลและพลงั งาน การเปล่ียนพลังงานทดแทน
เป็นพลังงานไฟฟ้า เทคโนโลยีด้านพลังงาน การสะท้อน การหักเห การเลี้ยวเบนและการรวมคล่ืน
การได้ยิน ปรากฏการณ์ทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั เสยี ง สีกับการมองเห็นสี คล่นื แมเ่ หล็กไฟฟา้ และประโยชน์ของ
คลนื่ แม่เหล็กไฟฟา้

เขา้ ใจการแบ่งช้ันและสมบตั ิของโครงสรา้ งโลก สาเหตุ และรปู แบบการเคลอื่ นทีข่ องแผน่ ธรณี
ทีส่ ัมพันธ์กับการเกดิ ลักษณะธรณีสณั ฐาน สาเหตุ กระบวนการเกิดแผ่นดนิ ไหว ภเู ขาไฟระเบดิ สึนามิ
ผลกระทบ แนวทางการเฝ้าระวงั และการปฏิบัติตนให้ปลอดภยั

เข้าใจผลของแรงเนื่องจากความแตกต่างของความกดอากาศ แรงคอริออลิส ที่มีต่อการ
หมุนเวียนของอากาศ การหมนุ เวยี นของอากาศตามเขตละติจูด และผลท่ีมตี ่อภมู ิอากาศความสัมพนั ธ์
ของการหมุนเวียนของอากาศ และการหมุนเวียนของกระแสน้ำผิวหน้าในมหาสมุทรและผลต่อ
ลักษณะลมฟา้ อากาศ ส่งิ มชี วี ิตและส่ิงแวดลอ้ ม ปจั จยั ต่าง ๆ ที่มผี ลตอ่ การเปล่ียนแปลงภมู ิอากาศโลก
และแนวปฏิบัติเพ่ือลดกิจกรรมของมนุษย์ที่ส่งผลตอ่ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกรวมท้งั การแปล
ความหมายสญั ลักษณ์ลมฟ้าอากาศท่ีสำคญั จากแผนทอี่ ากาศ และข้อมลู สารสนเทศ

เข้าใจการกำเนดิ และการเปลยี่ นแปลงพลังงาน สสาร ขนาด อณุ หภูมิของเอกภพ หลกั ฐานที่
สนบั สนนุ ทฤษฎีบิกแบง ประเภทของกาแลก็ ซี โครงสรา้ งและองค์ประกอบของกาแลก็ ซที างช้างเผือก
กระบวนการเกิดและการสร้างพลังงาน ปัจจัยที่ส่งผลต่อความส่องสว่างของดาวฤกษ์ และ
ความสัมพันธ์ระหว่างความส่องสว่างกับโชติมาตรของดาวฤกษ์ ความสัมพันธ์ระหว่างสีอุณหภูมิผิว
และสเปกตรัมของดาวฤกษ์ วิวัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงสมบัติบางประการของดาวฤกษ์
กระบวนการเกิดระบบสรุ ยิ ะ การแบง่ เขตบรวิ ารของดวงอาทติ ย์ ลกั ษณะของดาวเคราะหท์ เ่ี อือ้ ต่อการ
ดำรงชีวิต การเกดิ ลมสรุ ิยะ พายสุ ุรยิ ะและผลทม่ี ีต่อโลก รวมท้งั การสำรวจอวกาศและการประยกุ ต์ใช้
เทคโนโลยอี วกาศ

ระบุปัญหา ตั้งคำถามที่จะสำรวจตรวจสอบ โดยมีการกำหนดความสัมพันธร์ ะหว่างตัวแปร
ตา่ ง ๆ สบื คน้ ข้อมูลจากหลายแหลง่ ตง้ั สมมติฐานท่เี ป็นไปไดห้ ลายแนวทาง ตัดสนิ ใจเลอื กตรวจสอบ
สมมติฐานทีเ่ ปน็ ไปได้

ตั้งคำถามหรือกำหนดปัญหาที่อยู่บนพื้นฐานของความรู้และความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์
ที่แสดงให้เห็นถึงการใช้ความคิดระดับสูงที่สามารถสำรวจตรวจสอบหรือศึกษาค้นคว้าได้อย่าง
ครอบคลุมและเชื่อถือได้ สร้างสมมติฐานที่มีทฤษฎีรองรับหรือคาดการณ์สิ่งที่จะพบ เพื่อนำไปสู่
การสำรวจตรวจสอบ ออกแบบวิธีการสำรวจตรวจสอบตามสมมติฐานทีก่ ำหนดไว้ได้อย่างเหมาะสม
มีหลักฐานเชิงประจักษ์ เลือกวัสดุ อุปกรณ์ รวมทั้งวิธีการในการสำรวจตรวจสอบอย่างถูกต้อง
ท้ังในเชงิ ปรมิ าณและคณุ ภาพ และบันทกึ ผลการสำรวจตรวจสอบอยา่ งเป็นระบบ

วิเคราะห์ แปลความหมายข้อมูล และประเมนิ ความสอดคล้องของขอ้ สรุปเพ่ือตรวจสอบกับ
สมมตฐิ านทต่ี ั้งไว้ ใหข้ ้อเสนอแนะเพ่ือปรบั ปรงุ วธิ กี ารสำรวจตรวจสอบ จัดกระทำข้อมูลและนำเสนอ
ข้อมลู ดว้ ยเทคนคิ วิธีทเี่ หมาะสม สอื่ สารแนวคดิ ความรจู้ ากผลการสำรวจตรวจสอบโดยการพูด เขียน
จดั แสดงหรือใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศเพอ่ื ใหผ้ ้อู ื่นเข้าใจโดยมีหลักฐานอ้างองิ หรือมีทฤษฎรี องรบั

แสดงถึงความสนใจ มุ่งมั่น รับผิดชอบ รอบคอบ และซื่อสัตย์ ในการสืบเสาะหาความรู้
โดยใช้เครื่องมือและวิธีการที่ให้ได้ผลถูกต้อง เชื่อถือได้ มีเหตุผลและยอมรับได้ว่าความรู้
ทางวิทยาศาสตรอ์ าจมีการเปลีย่ นแปลงได้

แสดงถงึ ความพอใจและเหน็ คุณค่าในการค้นพบความรู้ พบคำตอบ หรอื แก้ปัญหาได้ทำงาน
ร่วมกับผ้อู ่ืนอย่างสร้างสรรค์ แสดงความคิดเห็นโดยมขี อ้ มลู อา้ งอิงและเหตุผลประกอบเก่ยี วกบั ผลของ
การพัฒนาและการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างมีคุณธรรมต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และ
ยอมรับฟังความคดิ เหน็ ของผูอ้ ่นื

เข้าใจความสัมพันธ์ของความรู้วิทยาศาสตร์ที่มีผลต่อการพัฒนาเทคโนโลยีประเภทต่าง ๆ
และการพัฒนาเทคโนโลยีที่ส่งผลให้มีการคิดค้นความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์ทีก่ ้าวหนา้ ผลของเทคโนโลยี
ตอ่ ชีวติ สังคม และส่ิงแวดลอ้ ม

ตระหนักถึงความสำคัญและเห็นคุณค่าของความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ใช้ใน
ชีวิตประจำวัน ใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการดำรงชีวิต และ
การประกอบอาชีพ แสดงความชื่นชม ภูมิใจ ยกย่อง อ้างองิ ผลงาน ชนิ้ งานท่เี ปน็ ผลมาจากภมู ิปัญญา
ท้องถิ่น และการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัย ศึกษาหาความรู้เพ่ิมเติม ทำโครงงานหรอื สรา้ งชิน้ งาน
ตามความสนใจ

แสดงความซาบซึ้ง ห่วงใย มีพฤติกรรมเกี่ยวกับการใช้และรักษาทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดลอ้ มอยา่ งรคู้ ณุ คา่ เสนอตัวเองรว่ มมอื ปฏิบตั ิกับชุมชนในการปอ้ งกัน ดแู ลทรพั ยากรธรรมชาติ
และส่ิงแวดลอ้ มของทอ้ งถ่นิ

วิเคราะห์แนวคิดหลักของเทคโนโลยี ได้แก่ ระบบทางเทคโนโลยที ี่ซับซ้อนการเปลี่ยนแปลง
ของเทคโนโลยี ความสมั พันธ์ระหว่างเทคโนโลยีกบั ศาสตรอ์ น่ื โดยเฉพาะวิทยาศาสตรห์ รือคณติ ศาสตร์
วิเคราะห์ เปรียบเทียบ และตัดสินใจเพื่อเลือกใช้เทคโนโลยี โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม
เศรษฐกจิ และส่ิงแวดลอ้ ม ประยกุ ต์ใชค้ วามรู้ ทักษะ ทรัพยากรเพอ่ื ออกแบบสร้างหรอื พัฒนาผลงาน
สำหรับแก้ปัญหาที่มีผลกระทบต่อสังคม โดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ใช้ซอฟต์แวร์
ช่วยในการออกแบบและนำเสนอผลงาน เลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสม ปลอดภัย รวมทั้งคำนงึ ถงึ ทรพั ยส์ ินทางปญั ญา

ใช้ความรู้ทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ สื่อดิจิทัล เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
เพ่อื รวบรวมขอ้ มูลในชีวิตจรงิ จากแหลง่ ต่าง ๆ และความรูจ้ ากศาสตร์อื่น มาประยกุ ต์ใช้สร้างความรู้
ใหม่ เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่มีผลต่อการดำเนินชีวิต อาชีพ สังคมวัฒนธรรม
และใช้อย่างปลอดภยั มีจรยิ ธรรม

สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้

วิชาวิทยาศาสตรก์ ายภาพ รหสั วิชา ว32103 กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต

สาระวิทยาศาสตร์พื้นฐาน
มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวติ ประจำวนั ผลของแรงที่กระทำตอ่ วตั ถุ

ลักษณะการเคลอ่ื นทีแ่ บบต่าง ๆ ของวตั ถุ รวมทง้ั นำความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์

มาตรฐาน ว 2.3 เขา้ ใจความหมายของพลงั งาน การเปลย่ี นแปลงและการถ่ายโอนพลงั งาน
ปฏสิ มั พันธร์ ะหว่างสสารและพลงั งาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาตขิ องคลน่ื ปรากฏการณ์ที่
เกย่ี วขอ้ งกบั เสียง แสง และคล่นื แมเ่ หล็กไฟฟ้ารวมทงั้ นำความรไู้ ปใช้ประโยชน์

คำอธิบายรายวิชา

วชิ าวทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ รหัสวชิ า ว32103 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต

*********************************************************************************

วิเคราะห์และแปลความหมายข้อมูลความเร็วกับเวลาของการเคลื่อนที่ของวัตถุ

เพื่ออธบิ ายความเร่งของวัตถผุ ลของความเรง่ ท่ีมีตอ่ การเคลื่อนที่แบบตา่ งๆ ได้แก่ การเคลื่อนท่ี

แนวตรง การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ การเคลื่อนที่แบบวงกลม และการเคลื่อนที่แบบส่ัน

สังเกต วิเคราะห์ ความสัมพันธ์ระหว่างความเร่งของวัตถุกับแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวตั ถุและมวล

ของวตั ถกุ ารหาแรงลัพธ์ทเี่ กิดจากแรงหลายแรงท่ีอย่ใู นระนาบเดียวกันที่กระทำต่อวัตถุโดยการ

เขยี นแผนภาพการรวมแบบเวกเตอรแ์ รงกริ ยิ าและแรงปฏิกริ ิยาระหว่างวตั ถุคหู่ น่งึ ๆ แรงโน้มถว่ ง

ของการเคลื่อนที่ของวัตถุต่างๆ รอบโลก การเกิดสนามแม่เหล็กเนื่องจากกระแสไฟฟ้าแรง

แม่เหล็กท่ีกระทำต่ออนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าที่เคลื่อนที่ในสนามแม่เหล็ก และแรงแม่เหล็กที่

กระทำต่อลวดตวั นำท่ีมกี ระแสไฟฟา้ ผา่ นในสนามแมเ่ หล็ก การทำงานของมอเตอร์ การเกดิ อเี อ็ม

เอฟ พลังงานนวิ เคลยี ร์ฟิชชนั และฟิวชัน และความสมั พนั ธ์ระหว่างมวลกับพลังงานที่ปลดปล่อย

ออกมาจากฟิชชันและฟิวชัน แรงเข้มและแรงอ่อน การเปลี่ยนพลังงานทดแทนเป็นพลังงาน

ไฟฟ้าอธิบายการสะท้อน การหักเห การเลี้ยวเบน การรวมคลื่นทั่วไป และคลื่นเสียง ความถ่ี

ธรรมชาติ การส่ันพอ้ ง และผลทีเ่ กิดขนึ้ จากการส่ันพ้อง ความเขม้ เสียงกับระดับเสียงความถ่ีกับ

ระดับเสยี ง การเกิดเสียงสะท้อนกลบั บีต ดอปเพลอร์ และการสัน่ พ้องของเสียง การนำความรู้

เกี่ยวกับเสยี งไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน การมองเห็นสีของวัตถุและความผดิ ปกติในการ

มองเหน็ สี การทำงานของแผ่นกรองแสงสี การผสมแสงสี การผสมสารสี และสว่ นประกอบคลื่น

แมเ่ หล็กไฟฟา้

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ในการสำรวจตรวจสอบ การสืบค้นข้อมูล การ

สืบเสาะหาความรู้ การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ การอภิปรายและลงข้อสรุป โดยกระบวนการ

ทำงานระบบกลุ่มและการระดมสมองเพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ทักษะการคิด สามารถ

นำเสนอองค์ความรูท้ ่คี น้ พบด้วยรปู แบบและวธิ ีการทเี่ หมาะสม สามารถตัดสินใจบนพ้นื ฐานของ

หลักการและเหตุผลท่ถี กู ตอ้ งตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง

เห็นคณุ ค่าของการนำองคค์ วามรทู้ ีค่ ้นพบและวิธกี ารทางวิทยาศาสตร์ไปใชป้ ระโยชน์ใน

ชวี ติ ประจำวัน มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ มีเจตคตทิ ีด่ ตี อ่ วิทยาศาสตร์ มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยม

ทพี่ งึ ประสงค์

ตัวชีว้ ัดรายวชิ า

วชิ าวิทยาศาสตรก์ ายภาพ รหัสวชิ า ว32103 กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 5 เวลา 40 ชัว่ โมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต

*************************************************************************************

สาระวิทยาศาสตร์พนื้ ฐาน

ว 2.2 ม.5/1 วิเคราะห์และแปลความหมายข้อมูลความเร็วกับเวลาของการเคลื่อนทีข่ องวัตถเุ พือ่

อธิบายความเร่งของวตั ถุ

ว 2.2 ม.5/2 สังเกตและอธิบายการหาแรงลัพธ์ที่เกิดจากแรงหลายแรงที่อยู่ในระนาบเดียวกนั ท่ี

กระทำต่อวตั ถโุ ดยการเขียนแผนภาพการรวมแบบเวกเตอร์

ว 2.2 ม.5/3 สังเกต วิเคราะห์ และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความเร่งของวัตถุกับแรงลพั ธ์ที่

กระทำตอ่ วัตถุและมวลของวตั ถุ

ว 2.2 ม.5/4 สงั เกตและอธบิ ายแรงกริ ิยาและแรงปฏกิ ริ ิยาระหว่างวตั ถคุ หู่ นึง่ ๆ

ว 2.2 ม.5/5 สงั เกตและอธิบายผลของความเรง่ ท่มี ตี อ่ การเคลื่อนทแ่ี บบต่าง ๆ ของวตั ถไุ ด้แก่ การ

เคล่อื นทแี่ นวตรง การเคลอ่ื นทแ่ี บบโพรเจกไทล์ การเคลือ่ นทแี่ บบวงกลม และการเคลือ่ นที่แบบสนั่

ว 2.2 ม.5/6 สบื ค้นข้อมูลและอธิบายแรงโนม้ ถ่วงท่เี ก่ยี วกบั การเคลอ่ื นท่ีของวัตถุต่าง ๆ รอบโลก

ว 2.2 ม.5/7 สงั เกตและอธบิ ายการเกดิ สนามแม่เหลก็ เนอ่ื งจากกระแสไฟฟ้า

ว 2.2 ม.5/8 สังเกตและอธิบายแรงแม่เหล็กที่กระทำต่ออนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าที่เคลื่อนที่ใน

สนามแม่เหล็ก และแรงแม่เหล็กที่กระทำต่อลวดตัวนำที่มีกระแสไฟฟ้าผ่านในสนามแม่เหล็กรวมท้งั

อธบิ ายหลักการทำงานของมอเตอร์

ว 2.2 ม.5/9 สงั เกตและอธิบายการเกดิ อเี อ็มเอฟ รวมทง้ั ยกตวั อย่างการนำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

ว 2.2 ม.5/10 สืบคน้ ขอ้ มูลและอธบิ ายแรงเขม้ และแรงออ่ น

ว 2.3 ม.5/1 สบื ค้นข้อมูลและอธบิ ายพลังงานนวิ เคลยี รฟ์ ชิ ชนั และฟวิ ชันและความสมั พันธ์ระหว่าง

มวลกับพลงั งานทีป่ ลดปล่อยออกมาจากฟชิ ชันและฟิวชัน

ว 2.3 ม.5/2 สบื ค้นขอ้ มูลและอธิบายการเปล่ียนพลงั งานทดแทนเปน็ พลังงานไฟฟ้า รวมท้ังสบื ค้น

และอภิปรายเกยี่ วกบั เทคโนโลยที น่ี ำมาแกป้ ญั หาหรือตอบสนองความตอ้ งการทางดา้ นพลังงานโดยเน้น

ด้านประสทิ ธิภาพและความค้มุ ค่าด้านคา่ ใช้จ่าย

ว 2.3 ม.5/3 สงั เกตและอธิบายการสะทอ้ น การหกั เห การเล้ียวเบน และการรวมคลื่น

ว 2.3 ม.5/4 สงั เกตและอธิบาย ความถี่ธรรมชาติการส่ันพ้อง และผลทเี่ กดิ ขน้ึ จากการส่ันพอ้ ง

ว 2.3 ม.5/5 สังเกตและอธิบายการสะท้อน การหักเห การเลี้ยวเบน และการรวมคลื่นของคลื่น

เสยี ง

ว 2.3 ม.5/6 สืบค้นข้อมูลและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มเสียงกับระดับเสียงและผล
ของความถี่กบั ระดับเสยี งทม่ี ีต่อการไดย้ ินเสียง

ว 2.3 ม.5/7 สังเกตและอธิบายการเกิดเสียงสะท้อนกลับ บีต ดอปเพลอร์ และการสั่นพ้องของ
เสยี ง

ว 2.3 ม.5/8 สืบค้นข้อมูลและยกตัวอย่างการนำความรู้เกี่ยวกับเสียงไปใช้ประโยชน์ใน
ชีวิตประจำวนั

ว 2.3 ม.5/9 สังเกตและอธบิ ายการมองเห็นสขี องวตั ถุและความผิดปกตใิ นการมองเหน็ สี
ว 2.3 ม.5/10 สังเกตและอธบิ ายการทำงานของแผ่นกรองแสงสี การผสมแสงสี การผสมสารสีและ
การนำไปใช้ประโยชนใ์ นชีวติ ประจำวัน
ว 2.3 ม.5/11 สืบค้นข้อมูลและอธิบายคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าส่วนประกอบคลื่นแม่เหลก็ ไฟฟ้า และ
หลกั การทำงานของอุปกรณบ์ างชนดิ ท่ีอาศัยคลื่นแมเ่ หล็กไฟฟ้า
ว 2.3 ม.5/12 สืบค้นข้อมูลและอธิบายการสื่อสารโดยอาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการส่งผ่าน
สารสนเทศและเปรียบเทียบการสือ่ สารดว้ ยสญั ญาณแอนะล็อกกับสัญญาณดจิ ทิ ัล

รวมท้ังหมด 2 มาตรฐาน 22 ตัวชวี้ ัด

โครงสรา้ งราย

วชิ าวทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ รหัสวชิ า ว321

ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 5 เวลา 40 ชัว่ โม

*****************************************

ลำดับ ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ มาตรฐานการเรยี น
ที่

1 หนว่ ยท่ี 1 การเคล่อื นท่ีและแรง

แผนท่ี 1 ว 2.2 ม.5/1 วิเคราะห

เร่อื ง ตำแหน่ง ระยะทาง ความหมายขอ้ มลู ควา

กระการจดั อตั ราเร็วและ เวลาของการเคล่อื นท

ความเร็ว เพื่ออธบิ ายความเรง่ ข

แผนที่ 2

เร่อื ง แรงความเร่ง

ยวชิ า

103 กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

มง จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต

***********************************

นร/ู้ ตวั ช้ีวดั สาระสำคญั เวลา น้ำหนัก
(สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง) (ชว่ั โมง) คะแนน

8 10
3
หแ์ ละแปล การเคลื่อนทีข่ องวตั ถเุ ป็นการเปล่ยี นตำแหน่งของวัตถุ 2
ามเรว็ กบั เมื่อเวลาเปลีย่ นแปลงไป โดยมปี รมิ าณทเี่ ก่ียวข้อง ไดแ้ ก่ 2 2
ที่ของวัตถุ ระยะทาง การกระจดั อตั ราเร็วความเร็ว และความเรง่
ของวตั ถุ เมอ่ื มแี รงภายนอกมากระทำตอ่ วัตถโุ ดยผลรวมของแรง
ลัพธ์ไม่เท่ากับศูนย์จะทำให้วัตถุเคลอื่ นท่ี โดยมคี วามเรง่
ขนาดและทศิ ทางของความเรง่ ขนึ้ อย่กู บั ขนาดและ
ทศิ ทางของแรงลพั ธแ์ ละมวลของวัตถุ การหาแรงลัพธท์ ี่
กระทำ ตอ่ วตั ถสุ ามารถทำไดโ้ ดยการรวมแบบเวกเตอร์
สำหรับวตั ถุใด ๆ เมอ่ื มแี รงกระทำตอ่ วัตถุ วัตถุน้ันจะ
ออกแรงตอบโตก้ ลบั เรียกแรงที่กระทำระหว่างวัตถวุ ่า
แรงกริ ิยาและแรงปฏกิ ิริยา ซึ่งแรงท้งั สองน้มี ี

ลำดับ ช่ือหน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี น
ที่

1 หน่วยที่ 1 การเคล่อื นที่และแรง (ตอ่ )

แผนท่ี 3 ว 2.2 ม.5/2 สงั เกตแล
เรื่อง แรงลพั ธ์ แรงกริ ิยา การหาแรงลพั ธ์ท่เี กดิ จ
และแรงปฏิกิรยิ า หลายแรงทีอ่ ย่ใู นระนา
ที่กระทำตอ่ วตั ถุโดยก
แผนที่ 4 แผนภาพการรวมแบบ
เรื่อง การเคล่อื นท่แี บบ ว 2.2 ม.5/4 สังเกตแล
ต่างๆ แรงกริ ยิ าและแรงปฏกิ
ระหว่างวตั ถุคู่หน่ึง ๆ
ว 2.2 ม.5/5 สงั เกตแล
ผลของความเรง่ ที่มีตอ่
เคลอื่ นท่ีแบบต่าง ๆ ข
ไดแ้ ก่ การเคลื่อนทแ่ี น
เคลอื่ นทแี่ บบโพรเจกไ
เคล่อื นทแ่ี บบวงกลม แ
เคลือ่ นท่ีแบบสน่ั

นรู้/ตัวชวี้ ัด สาระสำคัญ เวลา น้ำหนัก
(สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง) (ชั่วโมง) คะแนน

ละอธิบาย ขนาดเทา่ กันแต่มีทศิ ทางตรงขา้ มกัน 8 10
จากแรง
าบเดยี วกนั 2 2
การเขียน
บเวกเตอร์
ละอธบิ าย
กิริยา

ละอธบิ าย 23
อการ
ของวัตถุ
นวตรง การ
ไทล์ การ
และการ

ลำดับ ช่อื หนว่ ยการเรียนรู้ แผนการจดั การเรียนรู้ มาตรฐานการเรยี น
ท่ี

2 หน่วยที่ 2 แรงในธรรมชาติ

แผนท่ี 5 ว 2.2 ม.5/6 สบื ค้นขอ้
เรอ่ื ง แรงโนม้ ถว่ งกับการ อธิบายแรงโนม้ ถว่ งท่ีเ
เคลื่อนที่ของวตั ถุต่างๆ เคลอ่ื นทขี่ องวตั ถุ
รอบโลก และ ตา่ ง ๆ รอบโลก
สนามแมเ่ หลก็ ว 2.2 ม.5/7 สงั เกตแล
การเกดิ สนามแม่เหล็ก
กระแสไฟฟ้า

นรู้/ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั
(สาระการเรียนรู้แกนกลาง) (ชว่ั โมง) คะแนน

6 8

อมลู และ แรงในธรรมชาติมาจากแรงพื้นฐานทงั้ หมด 4 ประเภท 2 2
เกยี่ วกับการ ไดแ้ ก่ แรงโนม้ ถว่ ง แรงแมเ่ หลก็ ไฟฟ้า แรงออ่ นและแรง
เข้ม แรงแตล่ ะประเภทมีสมบตั แิ ละมีอนุภาคทเี่ กี่ยวข้อง
ละอธิบาย แตกตา่ งกนั แรงโนม้ ถว่ งเปน็ แรงท่ีเกิดขึน้ กบั วัตถุท่ีมี
กเน่ืองจาก มวลตามกฎความโนม้ ถว่ งสากล ความรเู้ ก่ยี วกับแรง

ลำดับ ช่ือหน่วยการเรยี นรู้ แผนการจดั การเรยี นรู้ มาตรฐานการเรยี น
ที่

2 หน่วยที่ 2 แรงในธรรมชาติ

นร้/ู ตัวช้วี ดั สาระสำคญั เวลา นำ้ หนัก
(สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง) (ช่วั โมง) คะแนน

6 8

โนม้ ถว่ งสามารถนำมาอธิบายการโคจรของดวงจันทร์
หรือดาวเทยี มรอบโลก และการสง่ ดาวเทียมข้นึ สอู่ วกาศ
แรงประเภทท่สี อง
คือ แรงแมเ่ หลก็ ไฟฟ้า สามารถแยกไดเ้ ปน็ แรงไฟฟา้ กบั
แรงแมเ่ หล็ก
โดยแรงไฟฟ้าเปน็ แรงทเ่ี กิดขนึ้ กบั อนุภาคที่มีประจุไฟฟา้
เมือ่ อยูใ่ นสนามไฟฟ้า สำหรบั แรงแม่เหลก็ นอกจากจะ
เกดิ ขึ้นกับสารแม่เหล็กเมื่ออยใู่ นสนามแมเ่ หลก็ ยงั
สามารถเกิดขน้ึ กบั อนุภาคที่มีประจุไฟฟา้ และ
กระแสไฟฟ้าในเสน้ ลวดตัวนำท่ีอยูใ่ นสนามแมเ่ หลก็ เมื่อ
แนวการเคล่อื นที่ของประจุหรือแนวเส้นลวดตวั นำไม่
ขนานกบั ทิศสนามแมเ่ หลก็ ในทางกลบั กัน เม่ืออนุภาค
มีประจไุ ฟฟ้าเคลือ่ นที่ หรอื มีกระแสไฟฟา้ ในลวดตวั นำ
จะเกิดสนามแม่เหลก็ รอบอนภุ าคหรอื เส้นลวดตวั นำนน้ั
นอกจากนเี้ มอ่ื มกี าร

ลำดับ ชือ่ หนว่ ยการ แผนการจดั การ มาตรฐานการเรียนร้/ู ต

ท่ี เรียนรู้ เรียนรู้ ว 2.2 ม.5/8 สงั เกตและอธิบาย
กระทำต่ออนุภาคที่มีประจุไฟฟ
2 หน่วยที่ 2 แรงในธรรมชาติ (ตอ่ ) สนามแมเ่ หล็ก และแรงแมเ่ หล
ลวดตวั นำที่มกี ระแสไฟฟ้าผา่ น
แผนท่ี 6 สนามแมเ่ หล็กรวมทั้งอธบิ ายหล
เร่ือง แรงแมเ่ หล็ก ของมอเตอร์

แผนที่ 7 ว 2.2 ม.5/9 สงั เกตและอธบิ าย
เรื่อง การเกิดอีเอ็ม เอฟ รวมทงั้ ยกตวั อยา่ งการนำค
เอฟ หลักการ ประโยชน์
ทำงานของเคร่อื ง ว 2.2 ม.5/10 สืบคน้ ข้อมลู และ
กำเนิดไฟฟ้า และ เข้มและแรงออ่ น
แรงเข้ม
แรงอ่อน

ตวั ชี้วดั สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั
(สาระการเรยี นร้แู กนกลาง) (ช่วั โมง) คะแนน

ยแรงแมเ่ หล็กท่ี เปลี่ยนแปลงสนามแมเ่ หล็กทผ่ี ่านขดลวดตัวนำจะ 6 8
ฟา้ ทีเ่ คล่ือนท่ใี น เกิดอีเอม็ เอฟเหนี่ยวนำ และกระแสเหน่ยี วนำใน
ล็กท่กี ระทำตอ่ ขดลวด ความรู้ทางดา้ นนี้นำไปสสู่ ง่ิ ประดิษฐท์ ี่ชว่ ย 2 2
นใน อำนวยความสะดวก เช่น มอเตอร์ไฟฟา้ เครือ่ ง
หลกั การทำงาน กำเนิดกระแสไฟฟ้า ลำโพง ไมโครโฟน เปน็ ตน้

ยการเกิดอีเอ็ม แรงประเภททสี่ าม 2 3
ความร้ไู ปใช้ คือ แรงออ่ น ซึง่ มคี วามเกี่ยวข้องกบั การสลายให้
อนุภาคบีตาของนิวเคลียสกัมมนั ตรังสีทำให้ได้
ะอธบิ ายแรง นิวเคลียสทีม่ ีเสถยี รภาพมากข้ึน การนำความรดู้ า้ นน้ี
มาประยกุ ตใ์ ช้ เช่น การหาอายขุ องวตั ถุโบราณ
แรงประเภททส่ี ่ี



คอื แรงเขม้ ซงึ่ เป็นแรงทยี่ ดึ เหนยี่ วระหว่างอนภุ าคค
วารก์ ในนิวคลอี อน และเป็นผลทำให้เกิดแรง
นวิ เคลยี รท์ ่ียึดเหน่ียวอนุภาคในนวิ เคลยี ส ทำให้
นิวเคลยี สมเี สถียรภาพ

ลำดับ ชื่อหนว่ ยการ แผนการจดั การ มาตรฐานการเรียนร้/ู ต

ที่ เรียนรู้ เรยี นรู้ ว 2.3 ม.5/2 สบื ค้นขอ้ มูลและอ
เปลีย่ นพลงั งานทดแทนเป็นพล
3 หนว่ ยท่ี 3 พลงั งาน รวมท้ังสบื คน้ และอภปิ รายเกี่ย
ทน่ี ำมาแกป้ ญั หาหรือตอบสนอ
แผนที่ 8 ทางดา้ นพลงั งานโดยเน้นดา้ นป
เรอ่ื ง เซลลส์ รุ ิยะ และความคมุ้ ค่าดา้ นคา่ ใชจ้ า่ ย

แผนท่ี 9 ว 2.3 ม.5/1 สบื ค้นขอ้ มูลและอ
เร่อื ง พลงั งาน นิวเคลยี ร์ฟิชชันและฟิวชนั และ
นวิ เคลียร์ และ ระหว่างมวลกบั พลงั งานท่ปี ลด
เทคโนโลยีด้าน จากฟิชชนั และฟวิ ชนั
พลงั งาน

ตัวชว้ี ดั สาระสำคัญ เวลา น้ำหนัก
(สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง) (ช่วั โมง) คะแนน

อธบิ ายการ เซลลส์ รุ ิยะ (solar cell) 4 4
ลงั งานไฟฟ้า คอื อุปกรณท์ เ่ี ปลีย่ นพลงั งานแสงเป็นพลังงานไฟฟา้ 2 2
ยวกบั เทคโนโลยี เซลลส์ รุ ิยะทใี่ ช้ทวั่ ไปทำจากสารกง่ึ ตัวนำ เมอื่
องความต้องการ แสงอาทติ ยต์ กกระทบเซลลส์ รุ ิยะ จะทำให้เกิดความ 2 2
ประสทิ ธิภาพ ตา่ งศักยร์ ะหวา่ งวสั ดทุ งั้ สอง และเมอ่ื ตอ่ วงจรไฟฟา้

จะทำใหเ้ กดิ กระแสไฟฟา้ ในวงจร ทำ ใหอ้ ุปกรณ์
ไฟฟ้าสามารถทำงานได้โดยประสทิ ธิภาพของเซลล์
สุริยะ (solar cell efficiency)หมายถงึ อตั ราสว่ น
ระหวา่ งพลงั งานไฟฟา้ ท่ีได้จากเซลลส์ รุ ยิ ะกบั
พลงั งานแสงอาทิตยท์ ง้ั หมดทตี่ กกระทบเซลล์สรุ ยิ ะ
ซงึ่ โดยสว่ นใหญจ่ ะระบเุ ป็นเปอร์เซน็ ต์

อธบิ ายพลงั งาน พลงั งานนิวเคลียร์(nuclear energy) คือ
ะความสมั พนั ธ์ พลังงานทีป่ ลดปลอ่ ยออกมาจากฟิชชนั หรือฟิว
ดปลอ่ ยออกมา ชัน โดยฟิชชนั (fission) เปน็ ปฏิกริ ิยาที่

นวิ เคลยี สทม่ี ีมวลมากแตกออกเป็นนิวเคลียสท่ี

ว 2.3 ม.5/2 สบื ค้นขอ้ มลู และอ
เปลยี่ นพลงั งานทดแทนเปน็ พล
รวมท้ังสบื คน้ และอภปิ รายเก่ยี
ท่ีนำมาแกป้ ญั หาหรือตอบสนอ
ทางด้านพลงั งานโดยเน้นดา้ นป
และความคุ้มคา่ ด้านคา่ ใช้จา่ ย

อธบิ ายการ มมี วลน้อยกว่าฟิชชนั ทเ่ี กิดขน้ึ อยา่ งต่อเนื่อง
ลงั งานไฟฟ้า เรยี กวา่ ปฏกิ ริ ิยาลกู โซ่ (chain reaction)
ยวกบั เทคโนโลยี สว่ นฟิวชัน (fusion) เป็นปฏกิ ริ ยิ าทน่ี ิวเคลยี ส
องความตอ้ งการ ท่มี ีมวลน้อยรวมตัวกนั เกิดเป็นนวิ เคลียสทมี่ ี
ประสทิ ธภิ าพ มวลมากขน้ึ พลงั งานนวิ เคลียรท์ ป่ี ลดปล่อย
ออกมาจากฟิชชนั และฟวิ ชนั มคี า่ เป็นไปตาม
ความสมั พนั ธ์ระหว่างมวลกบั พลังงาน

โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ (nuclear
power plant) เปลี่ยนพลังงานนิวเคลียรเ์ ป็น
พลังงานไฟฟ้า โดยอาศัยเครื่องปฏิกรณ์
นิวเคลียร์ (nuclear reactor) ที่ทำหน้าที่
สร้างและควบคุมปฏิกิริยาลูกโซ่ เพื่อให้มีการ
ปลดปล่อยพลังงานนิวเคลียร์ในปริมาณที่
เหมาะสม สำหรบั นำไปถ่ายโอนใหก้ บั นำ้ ส่งผล
ใหเ้ กิดไอน้ำ ท่ีสามารถใชห้ มนุ กังหันและเคร่ือง
กำเนิดไฟฟ้า แบตเตอรี่ เซลล์เชื้อเพลิง วัสดุ



ฉนวนความร้อน เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัด
พลงั งาน เปน็ ตวั อย่างของเทคโนโลยีท่ีนำมาใช้
แก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการทางด้าน
พลังงาน การพิจารณาเลือกเทคโนโลยีมาช่วย
แก้ปัญหา พลังงาน ไม่เพียงควรคำนึงถึง
ประสิทธิภาพในการใช้งานเท่านั้น แต่ควร
คำนึงถึงความคุ้มค่าด้านค่าใช้จ่าย ขนาดที่
เหมาะสม และความจำเปน็ ตอ่ การใช้งานจรงิ ๆ

ลำดบั ช่อื หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจัดการเรยี นรู้ มาตรฐาน
ที่

4 หน่วยที่ 4 ปรากฏการณข์ องคลน่ื กล

แผนท่ี 10 ว 2.3 ม.5/3 สงั เ

เรือ่ ง คล่นื กล และการสะทอ้ น การหกั เหการเลี้ย

ของคลนื่

นการเรียนรู้/ตวั ชี้วดั สาระสำคญั เวลา นำ้ หนัก
(สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง) (ชั่วโมง) คะแนน

6

เกตและอธบิ ายการสะท้อน คลื่นอย่รู อบตวั มนุษย์ ทัง้ ที่มองเหน็
ยวเบน และการรวมคลน่ื และมองไม่เห็น การศกึ ษาธรรมชาติของ
คลื่นจึงมีความจำเป็น เพื่อนำไป
ประยุกต์ใช้ประโยชน์จากคลื่นต่อไป
คลื่นกลเป็นคลื่นที่มีความเกี่ยวข้องใน
ชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นคลื่นที่อาศัย
ตัวกลางในการถา่ ยโอนพลังงาน คล่ืนกล
มีปริมาณที่เกี่ยวข้อง คือ แอมพลิจูด
ความยาวคลน่ื ความถี่และคาบ สามารถ
แบ่งตามทิศทางการสั่นของอนุภาค
ตวั กลางกับทิศการเคลือ่ นท่ีของ

ลำดับ ช่อื หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจดั การเรยี นรู้ มาตรฐาน
ที่

นการเรียนร้/ู ตัวช้วี ดั สาระสำคญั เวลา น้ำหนกั
คะแนน
(สาระการเรยี นร้แู กนกลาง) (ช่วั โมง)

คลื่น เป็นคลื่นตามขวางและคลนื่

ตามยาว

คลื่นกลมีพฤติกรรมต่างๆ ได้แก่

การสะท้อน การหักเห การเลี้ยวเบน

และการรวมคลน่ื

การสะท้อนของคลื่นเกิดขึ้นเมื่อ

คลื่นเคลื่อนที่ไปตกกระทบสิ่งกีดขวาง

และเคล่ือนทก่ี ลับมาในตัวกลางเดมิ

การหักเหของคลื่นเกดิ ขึน้ เมือ่ คลื่น

เคลอ่ื นท่ผี า่ นรอยตอ่ ระหวา่ งตวั กลางที่มี

สมบัติตา่ งกันอัตราเร็วคล่ืน

ลำดบั ช่อื หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ มาตรฐาน
ที่

หนว่ ยที่ 4 ปรากฏการณ์ของคล่ืนกล

แผนที่ 11 ว 2.3 ม.5/3 สงั เ

เรอ่ื ง การหักเหของคล่ืน และ การหกั เหการเลยี้

การเลย้ี วเบนของคล่นื

นการเรยี นรู้/ตวั ชวี้ ดั สาระสำคัญ เวลา น้ำหนัก
(สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง) (ช่วั โมง) คะแนน

เกตและอธิบายการสะทอ้ น และความยาวคลื่นจะเปล่ยี นไปและอาจ
ยวเบน และการรวมคลื่น ทำ ใหท้ ศิ การเคลื่อนที่เปลีย่ นไปจากเดิม
การเล้ยี วเบนของคลื่นเกดิ ขนึ้ เมือ่ คลื่น
เคล่อื นทไ่ี ปพบขอบสง่ิ กีดขวางหรอื ชอ่ ง
เปิด คลื่นสว่ นหนึ่งจะสามารถอ้อมไป
ดา้ นหลังของสงิ่ กีดขวางหรอื ออ้ มขอบ
ชอ่ งเปดิ ได้
การรวมคล่ืนเกิดขน้ึ เมือ่ คล่ืนสองขบวน
มาพบกนั เกิดการรวมการกระจดั ใน
ตำแหนง่ ทคี่ ลน่ื พบกัน เกิดรปู รา่ งของ
คลืน่ รวมโดยอาจเปน็ การรวมแบบเสรมิ
หรอื แบบหกั ลา้ ง หลงั จากทคี่ ลน่ื ท้งั สอง
เคล่อื นทผี่ ่านกันไปแล้วแตล่ ะคล่นื จะ
กลับมามรี ปู รา่ งแบบเดมิ และเคล่ือนท่ีใน
ทิศทางเดมิ

ลำดบั ชอ่ื หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ มาตรฐาน
ที่
ว 2.3 ม.5/4 สงั เ
หนว่ ยที่ 4 ปรากฏการณข์ องคลน่ื กล (ต่อ) ธรรมชาติการส่ัน
การส่ันพอ้ ง
แผนที่ 12
เรือ่ ง ความถธี่ รรมชาตแิ ละ
การสั่นพ้อง

นการเรยี นรู/้ ตัวชีว้ ดั สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั
(สาระการเรยี นร้แู กนกลาง) (ชั่วโมง) คะแนน

เกตและอธิบาย ความถี่ เมอ่ื ปลอ่ ยใหว้ ตั ถสุ นั่ หรือแกวง่ อย่าง
นพอ้ ง และผลทีเ่ กิดข้นึ จาก อสิ ระ วัตถุจะสั่นดว้ ยความถค่ี า่ หน่งึ
เรียกวา่ ความถ่ีธรรมชาติ ซง่ึ มีคา่ ขึ้นกบั
สมบัตบิ างประการของวตั ถุ
การกระต้นุ วตั ถุด้วยความถ่ที ่ตี รงกับ
ความถ่ีธรรมชาติ วัตถุจะสัน่ แรงขน้ึ
เรียกว่า การสนั่ พอ้ งของวัตถุซึ่งอาจทำ
ให้วัตถุทเี่ กิดการสนั่ พอ้ งชำรดุ เสียหายได้

ลำดบั ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ แผนการจดั การเรียนรู้ มาตรฐานการเร
ที่
แผนท่ี 13 ว 2.3 ม.5/5 สงั เ
5 หน่วยท่ี 5 เสยี ง เรอื่ ง การสะท้อนของเสียง การสะทอ้ น การห
การหกั เหของเสยี ง และการ เล้ียวเบน และกา
เลยี้ วเบนของเสียง คล่ืนเสยี ง

รียนร้/ู ตัวชว้ี ัด สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนัก
(สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง) (ชั่วโมง) คะแนน

8 8

เกตและอธบิ าย เสยี งเปน็ คลืน่ กลชนดิ หนึง่ บทนจี้ ะไดศ้ กึ ษา 2 2
หักเห การ พฤติกรรมการสะทอ้ น การหักเห การเลี้ยวเบน และ
ารรวมคล่นื ของ การรวมคลื่นเสียง
การสะท้อนของเสยี งเกิดข้ึนเมื่อเสยี งไปกระทบกบั
สง่ิ กีดขวาง เสยี งจะเคลอื่ นทสี่ ะทอ้ นกลับมาได้การ
หกั เหของเสียงเกิดข้นึ เมื่อเสยี งเดนิ ทางผ่านอากาศที่
มอี ณุ หภมู ติ า่ งกัน ทำใหเ้ สยี งเดนิ ทางด้วยอตั ราเรว็
เปลย่ี นไปจงึ เกิดการหกั เหเปลย่ี นทศิ ทางของเสียง
การเลย้ี วเบนของเสยี งเกิดข้นึ เม่ือเสียงเดนิ ทางไปพบ
วตั ถสุ ิ่งกดี ขวาง เสยี งสามารถเคล่อื นที่ออ้ มขอบวตั ถุ
ไปยงั ดา้ นหลังได้
การรวมกนั ของคล่ืนเสยี งเกิดข้ึนเมอื่ คล่ืนเสียงตง้ั แต่
2 คลื่นขน้ึ ไปมาพบกนั สามารถรวมกันได้การรวม
คลน่ื แบบเสรมิ เสยี งจะดงั ขึ้น การรวมคลืน่ แบบ
หักล้างเสียงจะเบาลง

ลำดบั ช่ือหน่วยการ แผนการจดั การ มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั

ที่ เรยี นรู้ เรียนรู้ ว 2.3 ม.5/6 สืบคน้ ข้อมลู แล
ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งความเข
5 หนว่ ยท่ี 5 เสยี ง (ตอ่ ) กบั ระดบั เสยี งและผลของควา
ระดับเสยี งทมี่ ตี ่อการได้ยินเส
แผนที่ 14

เรื่อง การไดย้ นิ

วช้ีวดั สาระสำคญั เวลา นำ้ หนัก
(สาระการเรียนรู้แกนกลาง) (ชว่ั โมง) คะแนน
ละอธบิ าย
ข้มเสยี ง เสียงที่เราไดย้ ินทงั้ เสียงดัง-เสียงคอ่ ยมผี ลมาจากกำ ลงั 8 8
ามถี่กับ เสยี งของแหล่งกำเนิดเสยี งและระยะทางของผฟู้ ังกำลงั 2 2
สยี ง เสยี งทีส่ ง่ พลังงานเสียงออกไปตกตั้งฉากลงบนหนงึ่ หน่วย
พื้นทีค่ ือ ความเข้มเสยี ง โดยความเขม้ เสยี งทผี่ ้ฟู ังไดร้ บั มี
ช่วงกว้างมาก เราจงึ บอกความดังดว้ ยระดบั เสยี งซ่ึงคน
ทว่ั ไปได้ยินอยู่ในช่วง 0-120
เดซิเบล
มนุษย์ทั่วไปสามารถไดย้ ินเสยี งที่ความถี่ 20-20000
เฮิรตซ์สำ หรับการไดย้ ินเสยี งของมนุษยเ์ มอ่ื พิจารณา
ความถร่ี ่วมกับระดับเสยี ง พบวา่ เสียงที่อยนู่ อกเหนอื ชว่ ง
20-20000 เฮริ ตซ์ ถา้ มีความถ่ีทีเ่ หมาะสม ก็สามารถได้
ยนิ เสยี งได้

ลำดับ ช่ือหน่วยการ แผนการจดั การ มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั
ท่ี เรยี นรู้ เรยี นรู้

5 หนว่ ยท่ี 5 เสยี ง (ตอ่ )

แผนท่ี 15 ว 2.3 ม.5/7 สงั เกตและอธบิ
เร่ือง การไดย้ ินเสยี ง เกิดเสยี งสะทอ้ นกลบั บีต ดอ
สะท้อนกลบั การสน่ั และการส่ันพ้องของเสยี ง
พ้องของเสียงและบี
ตของเสียง

วชีว้ ัด สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั
(สาระการเรียนรู้แกนกลาง) (ชว่ั โมง) คะแนน

บายการ ศึกษาปรากฏการณ์ต่างๆของเสยี งทพี่ บในชวี ติ ประจำวนั 8 8
อปเพลอร์ เสียงสะท้อนกลับ การส่ันพอ้ งของเสียง บีตและ 2 3
ปรากฏการณด์ อปเพลอร์ตัวอยา่ งประโยชนข์ องเสียงใน
ดา้ นต่างๆ เช่น ด้านการเดินเรือและการประมงดา้ น
การแพทยเ์ ปน็ ตน้
บตี ของเสียงเกิดจากการรวมกนั ของคลนื่ เสยี งจาก
แหล่งกำเนิดเสียง 2 แหลง่ ทมี่ ีความถต่ี ่างกนั เลก็ น้อยให้
ได้ยินเสียงดงั คอ่ ยสลับกันไปเปน็ จงั หวะคงตัว โดยหจู ะได้
ยินเสยี งของการบตี เมอ่ื เสยี งทงั้ สองมคี วามถี่ตา่ งกนั ไม่
เกนิ 7 เฮริ ตซ์ จำนวนครั้งที่ได้ยินเสียงดงั ในหนง่ึ วนิ าที
เรยี กว่า ความถบี่ ตี (beat frequency)

ลำดบั ชอ่ื หน่วยการ แผนการจัดการ มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัว
ท่ี เรียนรู้ เรยี นรู้

5 หนว่ ยที่ 5 เสยี ง (ตอ่ )

แผนท่ี 16 ว 2.3 ม.5/7 สงั เกตและอธบิ
เรือ่ ง ปรากฏการณด์ เกิดเสยี งสะทอ้ นกลบั บีต ดอ
อปเพลอร์ และการสนั่ พ้องของเสยี ง
ว 2.3 ม.5/8 สบื คน้ ขอ้ มลู แล
ยกตัวอยา่ งการนำความรเู้ กีย่
ไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ติ ประจำ

6 หนว่ ยท่ี 6 แสงสี

แผนท่ี 17 ว 2.3 ม.5/9 สงั เกตและอธิบ
เรื่อง การมองเหน็ สี มองเห็นสขี องวัตถุ และความ
ของวัตถุ ตากบั การ ในการมองเหน็ สี
เห็นสี ตาบอดสี และ ว 2.3 ม.5/10 สงั เกตและอธิบ
แผ่นกรองแสงสี ทำงานของแผน่ กรองแสงสี ก
แสงสี การผสมสารสีและการ
ประโยชนใ์ นชีวิตประจำวัน

วชี้วดั สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั
(สาระการเรียนรู้แกนกลาง) (ชว่ั โมง) คะแนน

บายการ ปรากฏการณด์ อปเพลอรข์ องเสยี งเป็นปรากฏการณ์ที่ 8 8
อปเพลอร์ ผ้ฟู ังได้ยนิ เสียงมคี วามถี่เปล่ยี นไปจากความถี่ ของ 2 1
แหลง่ กำเนิดเสียง ซึ่งเกดิ จากแหลง่ กำเนดิ เสียงหรือผฟู้ งั
ละ เคลือ่ นทสี่ มั พัทธ์กัน 4 6
ยวกบั เสียง ความรู้เก่ยี วกบั เสยี งนำไปอธบิ ายและประยกุ ตใ์ ชใ้ นดา้ น 2 3
ำวัน ต่าง ๆ เช่น การเดินเรือและการประมง การแพทย์

บายการ สสี ันจากวัตถแุ ละแสงสที เ่ี รามองเหน็ ไดน้ ้นั เกดิ จากแสงสี
มผดิ ปกติ ทส่ี ะทอ้ นจากวตั ถุมาเขา้ ตาเรา โดยสารสขี องวตั ถุดูดกลืน
บางแสงสไี วซ้ งึ่ จะไปกระตุน้ การทำงานของเซลลร์ ปู กรวย
บายการ 3 ชนดิ ให้ทำงานเพ่ือแปลผลการรบั รสู้ ี สำหรบั ตาท่ีมี
การผสม อาการมองเห็นสผี ดิ ไปจากความเป็นจรงิ เน่อื งจากเซลล์
รนำไปใช้ รูปกรวยทำงานผดิ ปกติ เรียกวา่ การบอดสี

ลำดับ ช่ือหนว่ ยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ มาตรฐานกา
ท่ี

6 หนว่ ยที่ 6 แสงสี (ต่อ)

แผนท่ี 18 ว 2.3 ม.5/10 สงั
เร่อื ง การผสมแสงสี การผสม ทำงานของแผ่นก
สารสี และ การมองเหน็ แสงสี การผสมสา
ประโยชน์ในชวี ติ

ารเรยี นร/ู้ ตัวช้ีวดั สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั
(สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง) (ชว่ั โมง) คะแนน
งเกตและอธิบายการ
กรองแสงสี การผสม แผ่นกรองแสงสเี ปน็ แผน่ โปรง่ แสงท่ียอมใหแ้ สง 4 6
ารสีและการนำไปใช้ สีทมี่ สี เี ดียวกบั แผ่นกรองแสงสผี ่านออกมาได้
ตประจำวัน แสงสอี น่ื จะถกู กน้ั เอาไวท้ ำ ใหเ้ ราได้แสงสที ี่ 2 3
ตอ้ งการผา่ นออกมา
แสงสที เ่ี ราเห็นมีมากมายหลากหลายซงึ่ จะไป
กระตนุ้ เซลลร์ ูปกรวยใหท้ ำงานรบั รู้แสงสี
แสงสปี ฐมภูมิ 3 สี คอื สีแดง
สเี ขียว และสีน้ำ เงนิ ซงึ่ จะไปกระตุ้นเซลลร์ ปู
กรวยท่ไี วต่อแสงสนี ้นั ๆ ให้ทำงานการผสมแสง
สปี ฐมภูมทิ ้งั 3 สีในสดั สว่ นทพ่ี อเหมาะจะได้
แสงขาว เม่อื นำ แสงสปี ฐมภมู ิมาผสมกนั จะได้
แสงสีใหมท่ ่ีนอกเหนือจาก 3 สีนี้ เราสามารถ
มองเห็นแสงสอี ื่น ๆ ไดน้ น้ั เกดิ จากการทำงาน
ร่วมกนั ของเซลลร์ ูปกรวยทง้ั 3 ชนิด

ลำดบั ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรยี นรู้ มาตรฐาน
ที่

6 หน่วยที่ 6 แสงสี (ตอ่ )

นการเรยี นรู้/ตวั ชี้วดั สาระสำคญั เวลา นำ้ หนัก
(สาระการเรียนรแู้ กนกลาง) (ช่วั โมง) คะแนน

4 6

สารสีปฐมภูมิคอื สแี ดงม่วง
สนี ้ำเงนิ เขียว และสเี หลือง การผสมสาร
สีปฐมภมู ทิ ้ัง 3 สใี นสัดส่วน
ท่ีเหมาะสมจะได้สดี ำ เมื่อสารสปี ฐมภูมิ
มาผสมกันจะได้สารสใี หม่
การมองเหน็ สตี ่าง ๆ ของวัตถุนั้น
นอกจากพจิ ารณาถึงสารสบี นวัตถแุ ล้วยัง
ต้องพิจารณาถึงแสงสที ี่ฉายลงบนวัตถุ
ด้วย ซง่ึ แสงสีต่าง ๆ ท่ฉี ายลงบนวตั ถุ
อาจทำใหม้ องเหน็ สีของวัตถทุ ผ่ี ิดไปจาก
สารสีเดิมของวตั ถุเมอ่ื มองภายใต้แสง
ขาว
การผสมแสงสแี ละการผสมสารสี
สามารถนำไปใช้ ประโยชนใ์ นดา้ นตา่ ง ๆ
เชน่ ด้านศลิ ปะ ดา้ นการแสดง

ลำดบั ชอ่ื หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจดั การเรยี นรู้ มาตรฐาน
ที่
ว 2.3 ม.5/11 สืบ
7 หนว่ ยที่ 7 คลน่ื แมเ่ หล็กไฟฟา้ แม่เหล็กไฟฟา้ ส่ว
แม่เหล็กไฟฟา้ แล
แผนท่ี 19 อุปกรณบ์ างชนิด

เรือ่ ง ส่วนประกอบของคลืน่

แม่เหล็กไฟฟา้ และหลักการ

ทำงานของอปุ กรณ์ทีใ่ ช้คลนื่

แมเ่ หลก็ ไฟฟา้

นการเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั
(สาระการเรียนร้แู กนกลาง) (ชัว่ โมง) คะแนน
บคน้ ขอ้ มูลและอธบิ ายคลน่ื
วนประกอบคลืน่ คลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟา้ 4 6
ละหลกั การทำงานของ (electromagnetic waves) 2 4
ดทอ่ี าศยั คลื่นแม่เหลก็ ไฟฟา้ เกิดจากการรบกวนประจไุ ฟฟา้ ซึ่งทำ
ใหเ้ กดิ การถา่ ยโอนพลังงานของการ
รบกวนประจไุ ฟฟ้าไปยงั บรเิ วณรอบ ๆ
ในรปู ของคล่นื แม่เหลก็ ไฟฟา้ ที่
ประกอบดว้ ยสนามแมเ่ หลก็ และ
สนามไฟฟา้ ทเี่ ปลย่ี นแปลงตลอดเวลา
ความรูเ้ ก่ียวกบั คลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟ้า
สามารถนำไปประยกุ ต์ใช้สรา้ งอุปกรณ์ท่ี
ชว่ ยอำนวยความสะดวกใน
ชีวิตประจำวนั
เช่น เครอื่ งควบคุมระยะไกล (remote
control) เครื่องถ่ายภาพเอกซเรย์
คอมพิวเตอร์ (Computed
Tomography Scan) และ เครอื่ ง


Click to View FlipBook Version