The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือโรงเรียนสิ่งแวดล้อม (ปรับปรุงล่าสุด)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ananya.kpsp, 2022-02-14 06:21:29

คู่มือโรงเรียนสิ่งแวดล้อม (ปรับปรุงล่าสุด)

คู่มือโรงเรียนสิ่งแวดล้อม (ปรับปรุงล่าสุด)







กิจกรรมสิ่งแวดล้อมศึกษาในโรงเรียน เป็นการพัฒนาคนให้เป็นพลเมืองที่ดีและมีบทบาทในการนำ
สงั คมไทยสกู่ ารพัฒนาท่ียง่ั ยนื โรงเรยี นวัดด่านช้าง ตระหนกั ถงึ ความสำคัญของงานสงิ่ แวดล้อม จึงได้จัดทำคูมือ
การจัดกิจกรรมสิ่งแวดลอมศึกษาในโรงเรียน ปการศึกษา 2564 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการเรียนการสอน
ด้านสิ่งแวดล้อมที่เน้นลดการใช้พลังงาน การจัดการขยะและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างคุณภาพผู้เรียนที่ดี
ในดา้ นการอนรุ ักษ์ส่งิ แวดลอ้ ม

หวังเป็นอย่างยิ่งวา่ ผู้บริหาร และครูผู้สอน และผู้ที่มีหน้าที่ จะนำเอกสารคูมือการจัดกิจกรรมสิ่งแวดล้อม
ศึกษาในโรงเรยี น ปการศึกษา 2564 ไปเปน็ แนวทางการจดั กจิ กรรมส่งิ แวดล้อมศกึ ษาในโรงเรียนอย่างต่อเน่ือง
และเกดิ ประโยชน์สูงสุด ควบคู่ไปกับการขับเคลอื่ นคุณภาพการศึกษา และยกระดับผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนของ
นักเรียน สามารถนำนโยบาย มาตรการ ไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานนำไปสู่การปฏิบตั ิทีช่ ัดเจน เป็นรูปธรรม
โดยมีเป้าหมายให้นักเรียนมีทักษะ ความรู้ความสามารถ ตามที่หลักสูตรกำหนด โดยสถานศึกษาสามารถนำ
ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ ห้เหมาะสมกับบรบิ ทของสถานศกึ ษา

โรงเรียนวัดด่านช้าง ขอขอบคุณ ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา คุณครู บุคลากรทางการ
ศึกษา และผูเ้ กย่ี วขอ้ งทกุ ฝ่าย ทมี่ สี ว่ นร่วมในจดั ทำคูมือการจัดกิจกรรมส่งิ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรยี น ปการศึกษา
2564 เล่มนี้จนสำเร็จลุล่วง และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพการศึกษาของ
สถานศกึ ษา ให้บรรลผุ ลสำเรจ็ ตามจุดมุง่ หมายทวี่ างไว้

โรงเรียนวัดด่านช้าง
สำนกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาสพุ รรณบุรี เขต 3



คำนำ หนา้
สารบัญ
สว่ นที่ 1 บทนำ 1
ส่วนที่ 2 การดำเนนิ การโรงเรียนสิ่งแวดลอ้ มศึกษาเพ่ือการพัฒนาทยี่ ง่ั ยืน 10
11
ดา้ นที่ 1 การบริหารจัดการด้านส่งิ แวดล้อมศกึ ษา 45
ด้านท่ี 2 หลักสูตรและกระบวนการจัดการเรยี นรูด้ า้ นสงิ่ แวดล้อมศึกษา 61
ด้านท่ี 3 การจดั การทรพั ยากรธรรมชาติ และส่งิ แวดล้อมในโรงเรียน 63
ด้านที่ 4 ดา้ นการมสี ่วนรว่ มและการสรา้ งเครือขา่ ยด้านสิง่ แวดลอ้ ม 65
ด้านที่ 5 ผลท่เี กิดกบั ผูเ้ รียน 68
ส่วนที่ 3 กิจกรรมการเรยี นรสู้ กู่ ารพฒั นาส่งิ แวดล้อมศึกษา 81
ส่วนท่ี 4 ภาคผนวก



คูมือการจัดกิจกรรมสิ่งแวดลอมศึกษาในโรงเรียน ปการศึกษา 2564 เป็นเอกสารที่จัดทำขึ้นเพื่อเป็น
แนวทางการพัฒนาการจัดกิจกรรมสิง่ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน ซ่งึ ได้รวบรวมความรูจากเอกสาร อินเทอรเนต
แลวนํามาจัดลาํ ดับความสำคำญใหงายตอการศึกษาและนําไปใชประกอบดวยสาระสำคำญ 5 สวน ดังนี้

สวนท่ี 1 บทนำ
สวนท่ี 2 การดำเนนิ การโรงเรยี นสง่ิ แวดล้อมศกึ ษาเพื่อการพัฒนาที่ย่ังยืน
สวนที่ 3 กจิ กรรมการเรยี นรู้สกู่ ารพฒั นาสิ่งแวดลอ้ มศึกษา
สวนที่ 4 ภาคผนวก

โรงเรยี นวัดด่านช้าง
สำนกั งานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษาสุพรรณบุรี เขต 3

3

1
บทนำ

1

ทม่ี าและความสำคญั

ประเทศไทยที่กาํ ลงั มกี ารพัฒนาในทุก ๆ ด้านไม่วา่ ทางดา้ นการใชเทคโนโลยีเพื่อพฒั นาเศรษฐกิจ แต่ก็ควรให
ความสำคำญกับสภาพของความเส่ือมโทรมของสิ่งแวดลอมท่ีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ท้ังนีเ้ พราะการเรง่ รัดพัฒนาเศรษฐกิจ
เพือ่ ใหฐานะของประเทศก้าวรุดไปข้างหนาการพฒั นาโดยอาศัยทรัพยากรธรรมชาติเป็นพ้ืนฐานโดยคำนึงถึงประโยชน
ที่จะได้รับด้านเดียวนั้นได้ทำใหสภาพแวดลอมของชาติตกอยู่ในสภาพเสื่อมโทรมจนเห็นได้ชัด ไม่วาจะเป็นปญหา
พืน้ ที่ปาไม้ซึง่ เหลืออยเู่ พียง 25% ของพื้นที่ประเทศ การลดลงอยา่ งรวดเร็วของพ้นื ทปี่ าไมน้ ั้นเกดิ จากการลกั ลอบตัดไม้
ทำลายปา ปญหาทดี่ ิน ซง่ึ มกี ารใชพน้ื ทผี่ ดิ อยเู่ สมอ ๆ ปจจุบนั พนื้ ที่กวาครง่ึ หน่ึงของประเทศถกู ใชเพอ่ื การเกษตร
โดยขาดการวางแผนซ่งึ ทำใหยากตอการปองกนั และแกไขความเสื่อมของดินหรอื การนําพ้นื ที่ดนิ ท่ีเหมาะสมตอการเกษตร
ไปใชประโยชนในการตั้งถิ่นฐานที่อยู่อาศัยของชุมชน ตลอดจนความขัดแย้งในการใชประโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติ
เชน การทำเหมืองแรในปาสงวน หรือการสร้างเขื่อนในเขตปาไม้ ตนน้ำลำธาร ปญหาน้ำเสีย ซึ่งเกิดจากการปล่อย
ของเสยี จากแหล่งชุมชนจากโรงงานอุตสาหกรรมลงสู่แหล่งน้ำจนทำใหแหลง่ น้ำเส่ือมคุณภาพทำใหเกิดการขาดแคลนน้ำ
ท่สี ะอาด ปญหามลพษิ ของอากาศ ที่เกดิ จากโรงงาน อตุ สาหกรรม ยานพาหนะ ท่ีทวคี วามรนุ แรงเพ่ิมมากข้ึนจนทำให
ปริมาณของสารพิษ อาทิ คารบอนมานอกไซด ซัลเฟอรได้ออกไซด ออกไซดของไนโตรเจน ตะกว่ั และฝุ่นละออง
ปะปนอยใู่ นอากาศมาก จนเปน็ อันตรายตอ สุขภาพและทรพั ยสนิ ปญหามลพิษทางเสยี ง ท่เี กิดจากยานพาหนะ
โรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งสวนใหญ่จะเกิดอยู่ในชุมชนใหญ่ ๆ ที่มีประชากรอยู่หนาแน่น อาทิ กรุงเทพฯ เป็นตน
ปญหาขยะมูลฝอยที่เกิดจากการทิ้งของเสียจากชุมชนที่มีอัตรามากเกินกวาจะเก็บทำลายได้หมด นอกจากน้ี
การทิ้งขยะมูลฝอยแบบมักง่ายยังได้กอใหเกิดปญหาขึ้นกับสิ่งแวดลอมอื่น ๆ อาทิ น้ำเนาเสียอากาศเป็นพิษ
ซึ่งเกิดจากสารเคมีที่ใชปราบศัตรูพืช ซึ่งบางชนิดใชเวลานานกวาจะสลายตัวจากการสํารวจได้พบสารพิษ
ตกคางอยู่ในผักในดินที่เพาะปลูกในแหล่งน้ำ สัตวน้ำ ซึ่งได้มีการสะสมสารพิษในตัวสัตวหรือพืชเพิ่มมากขึ้น
จนสวนใหญ่อยู่ในระดับสูงเกินความปลอดภัยต่อชีวิต ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดลอมได้ปรากฏใหเห็นอย่างชัดเจน
ในวันนี้ ซึ่งเป็นความจําเป็นที่ทุกคนจะตองช่วยกันรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอมใหอยู่ได้ตอไปเพราะความเสื่อมโทรม
ของสิ่งแวดลอมมีผลโดยตรงต่อชาติบานเมืองประเทศไทยจะไม่สามารถทำการพัฒนาสิ่งใดได้อีก หากวาไม่มี
ทรัพยากรเหลืออยู่อีก ดังนั้นรัฐจึงจะตองดำเนินการจัดใชทรัพยากรธรรมชาติใหถูกตองและรอบคอบไปพรอมกับ
การพัฒนาประเทศ โดยจะตองคำนึงว่าทรัพยากรของชาติที่มีอยู่จํากัดนั้นเปรียบเสมือนเป็นตนทุนของชาติ
เพราะฉะนั้น ในการกำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจ จึงควรคำนึงในการนําเอาทรัพยากรธรรมชาติมาใชจายซึ่งจะตอง
จัดใหเหมาะสมกบั ตนทนุ เพ่อื ความอยูร่ อดของชาตแิ ละเพ่ือใหเกดิ ปญหากบั สภาพแวดลอมใหน้อยที่สดุ

2
คูมือการจดั กิจกรรมสิ่งแวดลอมศึกษาในโรงเรยี น

สิ่งสำคัญในการที่จะรักษาสภาพสิ่งแวดลอมของชาติการสรางความเขาใจและตระหนักรูในการแกไข
ปญหาสิ่งแวดลอมนั้นการใชวิธีการแกไขปญหาเปน็ จุด ๆ นั้นไม้เป็นการชวยใหปญหานั้นยตุ ิลงได้ซึ่งอาจได้ผล
เพียงชั่วคราวแตอาจกลายเป็นปญหากระทบตอสิ่งแวดลอมอื่น ๆ ได้การแกปญหาที่ถูกตองนั้นจะตองใช้
ทางการของนิเวศวิทยามาชวยในการจัดการกับทรัพยากรธรรมชาติศึกษาถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทุกครั้ง
เพื่อที่จะให้ป องกันสิ่งแวดล อมของชาติไม้ ให ถูกทำลายหรือเสื่อมโทรมไปมากกว าที่เป็นอยู่ ในป จจุ บัน น้ี
และเพื่อที่จะดํารงไวซึ่งคุณภาพสิ่งแวดลอมของชาติตลอดไป จากสภาพปญหาสิ่งแวดลอมในปจจุบัน มนุษย์
กอใหเกิดผลกระทบตอการดํารงชีวิตนํามาซึ่งปญหาตาง ๆ ขึ้นมากมาย เชน ปญหาภาวะโลกรอน ปญหาฝุน
ละอองขนาดเลก็ (PM 2.5) เชอื้ ไวรสั โคโรนาสายพนั ธุใหม 2019 (COVID – 19) ที่เราทุกคนกาํ ลังประสบปญหา
ซึ่งปญหาดังกลาว ลวนเกิดจากการใชทรัพยากรสิ่งแวดลอมที่ขาดความตระหนักและใชประโยชนอย่างคุมคา
แตหากจะทำให นักเรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ดีต อเรื่องพลังงานและสิ่งแวดล อมอย่างยั่งยืน
สถานศกึ ษาจาํ เปน็ จะตองมกี ารสอดแทรกการสรางจิตสาํ นกึ เรอื่ งพลังงานและสิ่งแวดลอมเขาสูกระบวนการสอน
ทั้งในและนอกหองเรียนตลอดจนกิจกรรมพัฒนาผูเรียน และเมื่อนักเรียนได้ผานกระบวนการเหลานี้แลว
นักเรียนจะได้แนวคิดรวบยอดเรื่องพลังงาน และสิ่งแวดลอมได้อย่างครบถวนชัดเจนและเกดิ การเปลี่ยนแปลง
พฤติกรรมไปในเชิงบวกมากขึ้น สิ่งแวดลอมเป็นปจจัยที่มีความเกี่ยวของกบั การดํารงชีวติ มีสวนทำใหคุณภาพ
ของมนุษยไปในทางที่ดีและไม้ดีเพราะฉะนั้นทุกคนจึงมีสวนรวมในการปรับปรุงและดูแลรักษาเพื่อลดป จจัย
เสี่ยงตอการเกิดโรคตาง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องมาจากสิ่งแวดลอมที่ไม้ถูกสุขลักษณะ สิ่งแวดลอมได้ถูกยกระดับ
ความสำคำญถึงจุดที่บรรจุไวในยุทธศาสตรชาติ 20 ป (พ.ศ. 2560 – 2597) โดยยุทธศาสตรที่ 5 ระบุชัดไววา
“การสรางการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรตอสิ่งแวดลอม” ซึ่งนําไปสูยุทธศาสตรตามแผนการศึกษา
แหงชาติ ยุทธศาสตรที่ 5 วาดวย “การจัดการศึกษาเพื่อสรางคุณภาพชวี ติ ท่ี เป็นมิตรกับส่ิงแวดลอม” ยอมจะ
เป็นผลใหสถานศกึ ษาทั่วประเทศตองปรบั ตวั เพ่อื รับกบั ยุทธศาสตรชาติ และแผนการศกึ ษา 20 ป ทีก่ ลาวถึงน้นั

โรงเรียนวัดด่านช้าง ได้ตระหนักถึงความสำคำญของงานสิ่งแวดลอมตามยุทธศาสตรชาติ เกี่ยวกับ
การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดลอมในปจจบุ ัน จึงได้จัดทำโครงการสิง่ แวดลอมศึกษา ปการศึกษา 2564 เพ่ือ
สงเสรมิ และพฒั นาการเรยี นการสอนดานสิง่ แวดลอมท่เี นนลดการใช พลงั งาน การจัดการขยะ และการอนุรักษ
ส่ิงแวดลอมทีม่ ปี ระสิทธิภาพนาํ ไปสูการพฒั นาอยา่ งยั่งยืน

3
คูมือการจัดกิจกรรมสิ่งแวดลอมศึกษาในโรงเรยี น

วัตถปุ ระสงค

คู่มอื โรงเรียนส่ิงแวดลอ้ มศกึ ษาเพือ่ การพฒั นาที่ย่งั ยืน ของโรงเรยี นวดั ด่านชา้ ง จัดทำข้นึ เพื่อ
1. เพ่อื ให้โรงเรยี นใช้เปน็ แนวทางในการดำเนนิ การ และการพัฒนาโรงเรียน ดา้ นสิง่ แวดลอ้ มศึกษาและ

การพัฒนาทยี่ งั่ ยืนของโรงเรียนวัดด่านชา้ ง
2. เพอ่ื ให้ครู และบคุ ลากรทางการศึกษา ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานของครูดา้ นการจัดการเรียนรู้

และการบรหิ ารจัดการส่งิ แวดล้อมเพอื่ พฒั นาสิ่งแวดลอ้ มภายในสถานศึกษาใหย้ ง่ั ยนื

เปาหมาย

สิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ครู และนักเรียนมีส่วนร่วมในการป้องกัน และแก้ไขปัญหา
สิ่งแวดล้อม ความร่วมมือการพัฒนาคุณภาพสิ่งแวดล้อมโดยวิธีการที่สร้างสรรค์ เพื่อก่อเกิดซึ่งความรู้
ความเขา้ ใจกระจ่างชัดในเรอ่ื งของการดำเนนิ ชวี ติ ของมนษุ ย์โดยเปน็ มิตรกับสงิ่ แวดลอ้ ม

4
คูมอื การจัดกิจกรรมสิง่ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรยี น



โรงเรียนสิง่ แวดล้อมศกึ ษาเพื่อพฒั นาที่ยงั่ ยืน โรงเรยี นวดั ดา่ นชา้ ง คอื การพัฒนานกั เรียนให้เติบโตขน้ึ เป็น

5
คมู อื การจัดกิจกรรมส่งิ แวดลอมศึกษาในโรงเรยี น



6
คูมือการจัดกิจกรรมส่ิงแวดลอมศกึ ษาในโรงเรยี น

กระบวนการเรยี นรสู้ ่ิงแวดล้อมศึกษา

กระบวนการเรียนรสู้ ่งิ แวดลอ้ มศึกษา เน้นการจดั การเรยี นรู้ที่เชือ่ มโยงกับประเดน็ ทรัพยากรธรรมชาติ
และส่งิ แวดลอ้ มของท้องถ่ิน รวมถงึ การใช้ประโยชน์จากแหลง่ เรียนรภู้ ายในโรงเรยี น และชุมชน โดยการจัดการ
เรียนรู้ ครูผู้สอนควรจัดกระบวนการเรียนรู้ให้ครอบคลุมทั้งการเรียนรู้ในสิ่งแวดล้อม การเรียนรู้เกี่ยวกับ
สง่ิ แวดล้อม และการเรียนรเู้ พอ่ื สง่ิ แวดล้อม

การเรียนรู้ในสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การเรียนรู้ในป่า ในทะเล และแหล่งเรียนรู้ เช่น สวนสัตว์ อุทยาน
แหง่ ชาติ เป็นตน้

การเรยี นร้เู ก่ยี วกับส่ิงแวดลอ้ ม หมายถึง การเรยี นรู้เกย่ี วกบั พชื สตั ว์ หรือระบบนิเวศบนบก และในน้ำ
อากาศ เปน็ ตน้

การเรียนรู้เพื่อสิ่งแวดล้อม เป็นการเรียนรู้เพื่อใหเ้ กิดการใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด คุ้มค่า และการ
อนุรักษท์ รพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น การไม่ใชถ้ งุ พลาสตกิ โฟม การเดนิ ทางโดยพาหนะทีไ่ ม่ใช้นำ้ มัน
ฟอสซิล การไมถ่ างป่า เผาป่า เปน็ ตน้

7
คูมือการจัดกิจกรรมสง่ิ แวดลอมศึกษาในโรงเรยี น



สิ่งแวดลอ้ มศกึ ษาเพอ่ื การพฒั นาท่ีย่ังยืน

การพฒั นาทยี่ ั่งยนื หมายถึง การพัฒนาทตี่ อบสนองความตอ้ งการของคนในรุน่ ปัจจุบนั โดยไมท่ ำให้คน
ในรุ่นอนาคตต้องยอมลดทอนความสามารถในการใช้ทรัพยากรนั้น เป้าหมายในการพัฒนาที่ยั่งยืนเน้นให้
ความสำคญั กับการปรับสมดุลทัง้ 3 มติ ขิ องการพฒั นาทยี่ ่งั ยนื ทางดา้ นเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ประเทศ
ไทยมีกรอบการพัฒนาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
มาประยุกต์ใชใ้ นหลาย ๆ ดา้ นของชวี ิตเพ่ือใหบ้ รรลุเปา้ หมายการพฒั นาทย่ี ัง่ ยืน

เปา้ หมายการพัฒนาที่ย่ังยืน มดี ังน้ี 1. ขจดั ความยากจน 2. ความหิวโหย 3. มสี ขุ ภาพและความเป็นอยู่
ท่ีดี 4. การศึกษาทีเ่ ทา่ เทียม 5. ความเทา่ เทยี มทางเพศ 6. การจดั การนำ้ และสุขาภิบาล 7. พลังงานสะอาด ทท่ี กุ
คนเขา้ ถงึ ได้ 8. การจา้ งงานที่มีคณุ ค่าและการเตบิ โตทางเศรษฐกจิ 9. อตุ สาหกรรม นวตั กรรม โครงสรา้ งพนื้ ฐาน
10. ลดความเหลื่อมล้ำ 11. เมืองและถิ่นฐานมนุษย์อย่างยั่งยืน 12. แผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน
13. ความรบั มอื การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 14. การใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร และทรพั ยากรทางทะเล
15. การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางบก 16 . สังคมสงบสุขยุติธรรมไม่แบ่งแยก 17. ความร่วมมือเพื่อการ
พัฒนาที่ย่งั ยืน

ทั้งนี้ เรื่องทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมถกู กำหนดเป็นเปา้ หมายของการพฒั นาที่ย่ังยืนในเรือ่ ง
การจัดการน้ำและสุขาภิบาล การบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การใช้สิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน จึงเป็นการจัดการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับประเด็นด้านทรัพยากร
และสิ่งแวดล้อม ที่มนุษย์ต้องช่วยกันดูแลรักษาให้ดำรงไว้อย่างสมดุลและคงอยู่ตลอดไป ซึ่งจะสามารถ
ดำเนนิ การใหส้ ำเร็จได้ต้องใช้กระบวนการส่งิ แวดล้อมศกึ ษา เพ่ือเปล่ียนแปลงพฤติกรรมมนุษย์ โดยการปลูกฝัง
ให้เกิดความตระหนัก มีความรู้ มีเจตคติ มีทักษะ และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ
สิง่ แวดล้อมและสามารถตัดสนิ ใจใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่าและดำเนนิ ชีวิตประจำวันที่เป็นมิตร
กบั สิง่ แวดล้อม

8
คมู ือการจัดกิจกรรมส่ิงแวดลอมศึกษาในโรงเรยี น



ขอบขา่ ยเนือ้ หาในคู่มือ

โรงเรยี นสงิ่ แวดล้อมศึกษาเพอื่ การพัฒนาทย่ี ั่งยืน โรงเรียนวัดด่านช้าง ดำเนินการบริหารจัดการและ
จัดการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ประกอบด้วย 5 ด้านดังนี้ 1. ด้านการบริหารจัดการ
สิ่งแวดล้อมศึกษา 2. ด้านหลักสูตรและกระบวนการจัดการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมศึกษา 3. ด่านการจัดการ
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มในโรงเรียน 4. ด้านการมีส่วนร่วมและการสร้างเครือข่ายสิ่งแวดล้อมศึกษา
และ 5. ด้านผลทีเ่ กดิ ข้ึนกบั ผู้เรียน เพื่อใหโ้ รงเรียนนำไปดำเนินการบริหารจัดการ และครู นำไปใช้ในการจัดการ
เรยี นรสู้ ิง่ แวดล้อมศึกษาเพ่อื พฒั นาที่ยั่งยืน และเพ่อื การประเมินตนเองเพือ่ นำไปส่กู ารปรับปรุงการดำเนินงานให้
ดีและมกี ารพัฒนาอยา่ งต่อเนื่อง

9
คูมอื การจัดกิจกรรมสิง่ แวดลอมศึกษาในโรงเรียน

การดำเนินการโรงเรยี นส่งิ แวดล้อมศกึ ษาเพอื่ การพฒั นาทย่ี ั่งยนื

10

ด้านท่ี 1 การบรหิ ารจดั การดา้ นสงิ่ แวดลอ้ มศกึ ษา

มาตรฐานที่ 1 สถานศึกษามรี ะบบการบริหารจัดการดา้ นสงิ่ แวดลอ้ มศกึ ษาท่ีมีประสทิ ธภิ าพ
นโยบาย วิสัยทัศนส์ ิง่ แวดล้อมศกึ ษา ด้านทรัพยากรธรรมชาติ น้ำ พลังงาน ขยะ และอนามัย จากการมี

ส่วนร่วมของทุกฝ่าย แผนงานโครงการ ในการดำเนินกการวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศด้านสิ่งแวดล้อมและ
ทรพั ยากร ตามบริบทภายในและนอกสถานศกึ ษา การสง่ เสริม สนับสนนุ งบประมาณและทรัพยากรอยา่ งเพียงพอ
ต่อการดำเนินการภายใต้แผนงาน/ โครงการ ดังนี้ โครงการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียน
โครงการน้อมนำปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงส่กู ารพฒั นาผเู้ รยี น โครงการโรงเรียนสวย ภมู ิทัศนส์ ดใส ปลอดภัย
น่าเรียน โครงการวิทย์คดิ สรา้ งสรรค์

แนวทางการดำเนินการตามแผน และนำสูก่ ารปฏิบัติ ของครูและบุคลากรทางการศึกษา และผู้รับผดิ ชอบ
โครงการ โดยการนำสู่การบริหารจัดการชั้นเรียน และการขับเคลื่อนกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมศึกษาอย่างยั่งยืน โดยการขับเคลื่อนด้วย นโยบาย 7 step และ WATDAN
Model และใหม้ กี ารนเิ ทศ ติดตามประเมนิ ผลอย่าเปน็ ระบบตามเกณฑ์ทกี่ ำหนด

11
คมู ือการจดั กิจกรรมสง่ิ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน

12
คูมอื การจัดกิจกรรมส่งิ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน

13
คูมอื การจัดกิจกรรมส่งิ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน

14
คูมอื การจัดกิจกรรมส่งิ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน

15
คูมอื การจัดกิจกรรมส่งิ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน

16
คูมอื การจัดกิจกรรมส่งิ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน

17
คูมอื การจัดกิจกรรมส่งิ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน

18
คูมอื การจัดกิจกรรมส่งิ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน

19
คูมอื การจัดกิจกรรมส่งิ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน

20
คูมอื การจัดกิจกรรมส่งิ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน

21
คูมอื การจัดกิจกรรมส่งิ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน

โครงการ โครงการอนรุ ักษแ์ ละพัฒนาสิง่ แวดลอ้ มภายในโรงเรียน

สอดคลอ้ งยุทธศาสตร์  โรงเรียน ขอ้ ที่ 4

 สพป.สพุ รรณบรุ ี เขต 3 ขอ้ ที่ 2

 สพฐ. ข้อที่ 1

สอดคลอ้ งมาตรฐาน  โรงเรียน ขอ้ ท่ี 4

 สมศ. ด้านที่ 1.2

สนองตวั ชวี้ ดั ท่ี 1

สนองจุดเนน้ 10 เพม่ิ สพป.สพ.3 ขอ้ ท่ี 1

ลักษณะโครงการ โครงการใหม่  โครงการต่อเน่อื ง ประจำปีการศกึ ษา 2564

ผู้รบั ผดิ ชอบ นายวัชรพงษ์ มั่นเกตุวิทย์/ นติ ิภูมิ ภฆู ัง/นางสาวปณิตา สุรำไพ /นายเทวพร ภูฆงั

1. หลกั การและเหตุผล

ปัจจุบันปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างฟุ่มเฟือยกำลังเป็นที่สนใจของ

หลายฝ่าย เนื่องจากผลที่จะตามมาเกิดกับมนุษย์และผลที่เกิดเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวติ ในแต่ละวนั จึงมีความ

จำเป็นอย่างยิ่งที่นักเรียนโรงเรียนวัดด่านช้าง ต้องมีความตระหนักถึงปัญหานี้ การจัดกิจกรรมเพื่อปลูกฝัง

จิตสำนกึ แหง่ การอนรุ กั ษแ์ ละพัฒนาเป็นหน้าท่ีของทกุ คน ทีจ่ ะตอ้ งร่วมกนั รณรงค์ร้จู ักใชท้ รัพยากรอยา่ งคุม้ ค่าและ

ต้องพยายามรักษาใหย้ าวนาน โดยเฉพาะสง่ิ แวดล้อมท่อี ยใู่ กล้ตัว ตอ้ งมคี วามสมบูรณ์และไม่เกิดมลพษิ ต่อนกั เรียน

ดงั นั้น โรงเรียนวดั ดา่ นช้าง จงึ ได้จัดทำโครงการอนรุ ักษแ์ ละพัฒนาสง่ิ แวดลอ้ มภายในโรงเรียนเพื่อให้

นกั เรยี นภายในโรงเรียนเหน็ ความสำคญั ของการอนรุ ักษส์ ่งิ แวดลอ้ ม นอกจากนย้ี ังใหน้ ักเรียนมีสว่ นรว่ มในการปลกู

และดแู ลรักษาต้นไม้ภายในโรงเรยี น เพื่อปลูกฝงั การรกั ษธ์ รรมชาติและสงิ่ แวดล้อม

2. วตั ถุประสงค์

1. เพือ่ ใหน้ ักเรยี นเขา้ ร่วมและมสี ว่ นร่วมในกิจกรรมอนุรกั ษ์และพฒั นาส่ิงแวดล้อม

2. เพื่อให้นักเรียนตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งแวดล้อมและตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลง

สง่ิ แวดล้อม

3. เป้าหมาย/ตวั ชี้วดั ความสำเร็จ

เชงิ ปริมาณ

นักเรียนร้อยละ 90 ได้เข้าร่วมกิจกรรมอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยใน

สถานศกึ ษา

เชิงคุณภาพ

นักเรยี นรูค้ ุณค่าของส่งิ แวดล้อมและตระหนกั ถึงผลกระทบท่ีเกิดจากการเปลย่ี นแปลงสิ่งแวดล้อม และ

ความปลอดภยั ในสถานศกึ ษา

22
คูมอื การจัดกิจกรรมส่งิ แวดลอมศึกษาในโรงเรยี น

4. ระยะเวลาดำเนินการ
 ไตรมาสที่ 1 (1 ตุลาคม 2563 – 31 ธนั วาคม 2563)
 ไตรมาสที่ 2 (1 มกราคม 2564- 31 มนี าคม 2564)
 ไตรมาสท่ี 3 (1 เมษายน 2564 – 30 มิถนุ ายน 2564)
 ไตรมาสที่ 4 (1 กรกฎาคม 2564- 30 กันยายน 2564)

5. วิธดี ำเนินการ (รายละเอยี ดกจิ กรรม ระยะเวลา ผรู้ ับผิดชอบ
กิจกรรม/ขัน้ ตอน
ต.ค. 63 นายวัชรพงษ์ ม่นั เกตุวทิ ย์
ข้ันเตรยี มงาน
- จัดประชมุ เพ่ือรวมกันวางแผนงานการดำเนินงานโครงการ พ.ย. 63-15 ก.ย. นายวชั รพงษ์ มัน่ เกตุวทิ ย์
- จดั ทำโครงการเพอ่ื นำเสนอเพอื่ ขอการอนมุ ตั ิตอ่ ผ้บู รหิ าร 64 นางสาวปณติ า สรุ ำไพ
- ประชาสัมพนั ธ์โครงการให้นกั เรียนทราบ นายนติ ิภมู ิ ภูฆัง
ขน้ั ดำเนินการ นายเทวพร ภฆู งั
กิจกรรมที่ 1 จดั กิจกรรมให้ความรู้เรื่องการอนรุ ักษ์ คณะกรรมการตามคำสั่ง
โรงเรยี น
ส่งิ แวดล้อม
กิจกรรมท่ี 2 จดั ทำคู่มือการอนุรกั ษ์ส่ิงแวดลอ้ มในโรงเรยี น ก.ย. 64 นายวชั รพงษ์ ม่ันเกตวุ ทิ ย์
กจิ กรรมที่ 3 จดั กิจกรรมบรหิ ารจัดการและคัดแยกขยะ ก.ย. 64 นายวัชรพงษ์ มน่ั เกตุวิทย์

ในโรงเรียนและปลูกจิตรสำนึกรกั สงิ่ แวดล้อม
กิจกรรมท่ี 4 รณรงคใ์ ห้นกั เรยี นดแู ลรกั ษาสิง่ แวดลอ้ มอยา่ ง
สม่ำเสมอ การใช้พลงั งานอย่างคุ้มคา่ และลดการใช้พลังงาน
ทไ่ี ม่จำเป็น
กิจกรรมท่ี 5 จดั กิจกรรมหนง่ึ ห้องเรียนหน่งึ ตน้ ไม้
กิจกรรมท่ี 6 สวนสวยด้วยมือเรา
กจิ กรรมที่ 7 ธนาคารนำ้
กจิ กรรมที่ 8 ธนาคารขยะ
กจิ กรรมท่ี 9 สถานศกึ ษาปลอดภัย
ข้นั นเิ ทศ ติดตามและประเมนิ ผล

- ตรวจสอบ/ประเมิน/และสรุปผลการจัดกิจกรรม
สรุปและรายงานผล
- สรปุ รายงานการดำเนนิ โครงการ

23
คูมือการจัดกิจกรรมส่ิงแวดลอมศึกษาในโรงเรยี น

6. งบประมาณท่ีใชแ้ ละแหลง่ ท่ีมาของงบประมาณ 15,000 บาท

งบดำเนินการ

ท่ี รายการ ค่า คา่ ใช้สอย ค่าวัสด(ุ บาท) แหล่งท่ีมาของงบประมาณ
ตอบแทน

1 งบประมาณปี2564 2,000 3,000 10,000 (-งบเงินอุดหนุนประเภทเงิน

อดุ หนนุ ทัว่ ไป รายการเงนิ อดุ หนุน

คา่ ใช้จา่ ยในการจัดการศกึ ษาข้ัน

พนื้ ฐาน ค่าใช้จา่ ยรายหวั

7. การติดตามและประเมนิ ผล วธิ ีการประเมนิ เครื่องมอื ท่ีใช้
ตวั ชวี้ ัดความสำเร็จของแต่ละกิจกรรม สงั เกตพฤตกิ รรม แบบสังเกต
สำรวจความพงึ พอใจ แบบสำรวจความพึงพอใจ
ผลผลติ ( outputs )
นกั เรียนรอ้ ยละ 95 มีความสนใจ ให้ความร่วมมือในการทำ สงั เกตพฤติกรรม แบบบันทึกพฤตกิ รรมผ้เู รยี น
กิจกรรมส่งเสริมสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยในสถานศึกษา สำรวจความพึงพอใจ แบบสำรวจความพึงพอใจ
กจิ กรรมท่ี 1 จดั กจิ กรรมให้ความร้เู รอื่ งการอนุรกั ษ์ สงิ่ แวดลอ้ ม
กจิ กรรมท่ี 2 จัดทำคู่มอื การอนุรกั ษ์สิ่งแวดลอ้ มในโรงเรยี น
กิจกรรมท่ี 3 จดั กิจกรรมบรหิ ารจัดการและคัดแยกขยะใน
โรงเรียนและปลูกจติ รสำนกึ รกั ส่งิ แวดล้อม
กิจกรรมท่ี 4 รณรงคใ์ หน้ กั เรยี นดแู ลรักษาส่ิงแวดลอ้ มอย่าง
สมำ่ เสมอ การใชพ้ ลงั งานอยา่ งคุ้มคา่ และลดการใช้พลงั งานท่ี
ไมจ่ ำเป็น
กจิ กรรมที่ 5 จัดกจิ กรรมหน่ึงห้องเรียนหนึ่งตน้ ไม้
กจิ กรรมที่ 6 สวนสวยดว้ ยมือเรา
กจิ กรรมท่ี 7 ธนาคารน้ำ
กิจกรรมท่ี 8 ธนาคารขยะ
กจิ กรรมที่ 9 สถานศึกษาปลอดภัย
ผลลัพธ์ ( outcome )
นักเรยี นร้คู ุณค่าของส่ิงแวดล้อม ตระหนกั ถงึ ผลกระทบทเี่ กิดจาก
การเปลีย่ นแปลงสิง่ แวดล้อม และความปลอดภัยในสถานศกึ ษา

8. ผลท่คี าดว่าจะไดร้ บั
1. นักเรยี นมสี ว่ นร่วมในกจิ กรรมอนรุ ักษแ์ ละพฒั นาส่ิงแวดลอ้ ม และความปลอดภัยในสถานศึกษา
2. นักเรียนรูค้ ณุ ค่าของสิง่ แวดล้อมและตระหนกั ถึงผลกระทบท่ีเกิดจากการเปล่ียนแปลงสง่ิ แวดลอ้ ม และความ

ปลอดภยั ในสถานศกึ ษา

24
คูมอื การจดั กิจกรรมส่ิงแวดลอมศึกษาในโรงเรยี น

โครงการ นอ้ มนำหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงสู่การพฒั นาผู้เรยี น
สอดคลอ้ งกลยทุ ธ์  โรงเรียน ขอ้ ที่ 2
 สพป.สพุ รรณบรุ ี เขต 3 ข้อท่ี 2
สอดคลอ้ งมาตรฐาน  สพฐ. ข้อท่ี 1
 โรงเรียน ขอ้ ที่ 1
สนองตัวช้ีวดั ที่  สมศ. ดา้ นที่ 1
สนองจุดเน้น 1.1,1.2
ลักษณะโครงการ 10 เพิม่ สพป.สพ3 ขอ้ ท่ี 2
ผ้รู บั ผิดชอบ
โครงการใหม่  โครงการตอ่ เนื่อง ประจำปกี ารศกึ ษา 2564
นายเอกพล ภิรมย์ประชาภทั ร นางสาวมยุรี เปรมจติ ร์ นายเทวพร ภฆู ัง
นางสาวปณิตา สรุ ำไพ นางสาวจริ พร จันสงิ คำ

1. หลักการและเหตผุ ล
พระราชบัญญตั ิการศกึ ษาแห่งชาตไิ ด้กำหนดคุณสมบตั ิของเยาวชนไทยใหเ้ ป็นคนดี คนเก่ง มีความสุขเป็น

มนุษย์ที่สมบูรณ์ สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ตามวิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทย
ตลอดจนได้รับการกล่อมเกลาจากคำสอนของจากพระพุทธศาสนามาตั้งแต่อดีต การนำหลักพุทธธรรมท่ีเปน็ คำ
สอนทางพระพทุ ธศาสนามาเปน็ ระบบวถิ ชี วี ิตและการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการเรียนการสอนและการ
จัดกิจกรรม ย่อมเป็นการปลูกฝังให้ผู้เรียนเกิดปัญญา และเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตต่อไปในอนาคต
อันเป็นคุณสมบัติของคนดี เก่งและมีความสุขอย่างแท้จริง ประกอบกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ัน
พืน้ ฐานได้กำหนดเป้าประสงค์ให้ สำนักงานเขตพ้นื ที่การศกึ ษา สำนกั บรหิ ารงานการศกึ ษาพิเศษ และสถานศึกษา
มีประสิทธิภาพ และเป็นกลไกขับเคลื่อนการศึกษาขั้นพื้นฐานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่คุณภาพ
ระดับมาตรฐานสากล ซ่ึงในปัจจุบันปัญหาที่สำคัญและมีผลกระทบต่อประชาชนในสังคมไทยก็คงจะหนีไม่พ้น
ปัญหาทางเศรษฐกิจ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการดำเนินชีวิตในทุกๆวันของมนุษย์ แต่หากสังคมไทยต้องเผชิญกับ
ภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจแล้ว ก็จะเป็นปัจจัยอย่างหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจไทยทั่งระบบ
ตลอดจนประชาชนทุกระดับ

ปัจจุบันนกั เรียนใช้ชีวิตในความเป็นสังคมเมืองตามการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกาภิวัตน์ ที่มีความ
เป็นบรโิ ภคนยิ ม ตามกระแสวฒั นธรรมตะวนั ตกหรอื บรโิ ภคสนิ ค้าฟุ่มเฟือย ไมร่ ้จู ักรกั ษาหรอื ดแู ลอุปกรณก์ ารเรียน
และของใช้ส่วนตัว ขาดวินัยทางด้านการออมและการประหยัดมัธยัสถ์ ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับสังคมและ
วฒั นธรรมไทย ดงั น้ัน โรงเรียนวัดดา่ นช้างจึงจัดทำโครงการน้อมนำหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงส่กู ารพัฒนา
ผู้เรียน เพื่อให้นักเรียนรู้จักพอประมาณในการใช้ชีวิต ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น รู้จักใช้จ่ายในชีวิต
ประจำวัน มีเหตุผล มีความรอบคอบในการตัดสินใจ มีความรับผิดชอบ มีความรู้คู่คุณธรรมและคุณลักษณะ
อันพึงประสงค์ รู้จักการอดออม ซ่ึงจะเป็นพ้นื ฐานในการดำรงชีวติ ที่ดีในอนาคต

25
คูมอื การจัดกิจกรรมส่ิงแวดลอมศกึ ษาในโรงเรยี น

2. วตั ถุประสงค์

1. เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นไดเ้ รยี นรูต้ ามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งผา่ นการทำกิจกรรมอย่างหลากหลาย
2. เพือ่ ให้นักเรยี นมีคณุ ลกั ษณะพอเพียงตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
3. เป้าหมาย/ตัวชีว้ ัดความสำเรจ็
เชิงปรมิ าณ
1. นกั เรยี นร้อยละ 85 มีความรู้ความเขา้ ใจในกระบวนการและหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
2. นกั เรยี นรอ้ ยละ 85 เรียนรูแ้ หลง่ เรยี นรบู้ ูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
3. นักเรียนรอ้ ยละ 85 ตระหนักและรู้คณุ คา่ ร่วมอนุรกั ษ์และพัฒนาสิ่งแวดลอ้ ม
4. นกั เรียนรอ้ ยละ 85 ทำงานอย่างมีความสขุ มุ่งมั่นพัฒนางาน และภูมใิ จในผลงานของตนเอง
เชิงคุณภาพ
นกั เรียนโรงเรยี นวัดดา่ นช้างมคี ณุ ลกั ษณะการพอเพียงและนำหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอพียงไปใชใ้ น
ชวี ิตประจำวนั ได้
4. ระยะเวลาดำเนินการ
 ไตรมาสท่ี 1 (1 ตุลาคม 2563 – 31 ธนั วาคม -2563)
 ไตรมาสที่ 2 (1 มกราคม 2564 – 31 มนี าคม 2564)
 ไตรมาสท่ี 3 (1 เมษายน 2564 – 30 มิถนุ ายน 2564)
 ไตรมาสที่ 4 (1 กรกฎาคม 2564 - 30 กันยายน 2564)
5. วธิ ดี ำเนนิ การ (รายละเอยี ดกจิ กรรม)

กจิ กรรม/ข้นั ตอน ระยะเวลา ผู้รบั ผิดชอบ

ขน้ั เตรียมงาน ต.ค.63 ครทู กุ คน
1. วางแผนพฒั นาแหล่งเรียนรตู้ ามหลักปรชั ญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง ต.ค.63 นายเอกพล ภิรมย์ประชาภทั ร์
2. กำหนดตารางการเรียนร้ขู องแตล่ ะห้องเรียนเข้าศกึ ษา นางสาวมยรุ ี เปรมจิตร์
แหลง่ เรยี นรู้ นายเทวพร ภฆู ัง
นางสาวปณิตา สรุ ำไพ
นางสาวจิรพร จันสงิ คำ

ข้ันดำเนนิ การ พ.ย.63- นายวัญรพ ฉมิ พาลี
1.ดำเนินการจดั ทำและพฒั นาแหลง่ เรยี นรู้ ก.ย.64 นางนพมาศ เปยี่ มรอด
- ปรับปรุงเรือนเพาะชำกล้าไม้ นายนิกรชยั บรรพกลุ
- สร้างสถานทเ่ี กบ็ อุปกรณ์การเกษตร นางอรอมุ า ภุชงค์อนันต์
- ปลูกผกั สวนครัว (ปลูกหมุนเวยี นให้มตี ลอดป)ี นางสาวปิยะนุช หม่ันบ่อแก
- จัดซือ้ อุปกรณ์ทำการเกษตร

26
คมู อื การจัดกิจกรรมสิง่ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน

กิจกรรม/ขนั้ ตอน ระยะเวลา ผู้รับผดิ ชอบ
- จดั ทำแปลงปลูกข้าว นายเอกพล ภริ มย์ประชาภัทร์
- จดั ทำธนาคารนำ้ ธ.ค.63 นางสาวสจุ ติ รา ขาวโต
- สหกรณ์โรงเรียน ม.ี ค.64 นางสาวจริ พร จนั สงิ คำ
- ฝึกงานอาชีพ/ภูมิปญั ญาทอ้ งถ่ิน มิ.ย.64 นางสาวอัจฉรา ธรรมศร
- โรงเรียนธนาคาร ก.ย.64 นายเอกพล ภริ มยป์ ระชาภัทร์
- ปรบั ปรุงศาลาพอเพียง ก.ย.64
2. นกั เรยี นเข้าศึกษาแหลง่ เรยี นรู้ภายในโรงเรยี น ก.ย.64 ครูทุกคน
3. นกั เรียนนำผลผลิตออกจำหน่ายในชมุ ชน นายเอกพล ภริ มยป์ ระชาภทั ร์
5. ครูจัดกิจกรรมการเรียนร้ทู กุ กลุ่มสาระการเรยี นรบู้ รู ณา นายเอกพล ภริ มยป์ ระชาภัทร์
การหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
4. นักเรยี นเผยแพร่ความรสู้ ู่ชุมชน/ผปู้ กครอง (ทำแผน่ พบั นางสาวปนัดดา พระสว่าง
ประชาสัมพันธ์)
ขัน้ นิเทศ ติดตามและประเมนิ ผล นายเอกพล ภริ มยป์ ระชาภทั ร์
- ตรวจสอบ/ประเมินและสรปุ ผลการจัดกจิ กรรม นางสาวมยุรี เปรมจติ ร์
นายเทวพร ภฆู ัง
สรุปและรายงานผล นางสาวปณติ า สุรำไพ
- ประเมินผลหลงั สิ้นสุดโครงการ นางสาวจิรพร จนั สงิ คำ
- รายงานผลโครงการ
ผรู้ ับผิดชอบโครงการ

6. งบประมาณท่ีใช้และแหล่งท่มี าของงบประมาณ 45,000 บาท

งบดำเนนิ การ

ท่ี รายการ ค่า ค่าใช้สอย คา่ วสั ดุ(บาท) แหลง่ ท่ีมาของงบประมาณ
ตอบแทน

1 งบประมาณปี2564 - 30,000 15,000 (งบเงนิ อดุ หนนุ ประเภท

เงินอดุ หนนุ ท่วั ไป รายการ

เงนิ อดุ หนนุ ค่าใช้จ่ายในการ

จัดการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน

คา่ ใชจ้ า่ ยรายหวั )

27
คูมือการจดั กิจกรรมสง่ิ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรยี น

7. การตดิ ตามและประเมนิ ผล วธิ กี ารประเมิน เครือ่ งมือที่ใช้
สงั เกต แบบสังเกต
ตัวชี้วัดความสำเรจ็ ของแต่ละกิจกรรม บันทกึ การใชแ้ หล่งเรยี นรู้
ผลผลติ ( outputs ) บันทึกการใช้แหล่งเรยี นรู้ แบบสังเกต
1.นกั เรียนทุกคนมีความรู้ความเข้าใจในหลักปรชั ญาของ สงั เกต แบบสังเกต
เศรษฐกจิ พอเพยี ง สังเกต
2.นักเรยี นทุกคนเรยี นรู้แหล่งเรยี นรบู้ ูรณาการตามหลกั แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง สังเกตพฤตกิ รรม
3.นกั เรยี นทกุ คนตระหนกั และรคู้ ณุ คา่ รว่ มอนรุ ักษแ์ ละ
พัฒนาส่งิ แวดล้อม
4. นกั เรยี นทุกคนทำงานอย่างมีความสุข มงุ่ มั่นพัฒนา
งาน และภูมใิ จในผลงานของตนเอง
ผลลพั ธ์ ( outcome )
นักเรียนโรงเรียนวัดด่านช้างสามารถนำหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในกิจกรรมการเรียนรู้และ
นำไปใช้ในชีวติ ประจำวนั ได้ พร้อมท้งั ขยายผลสูช่ ุมชนได้
อยา่ งมีประสิทธภิ าพ

8. ผลที่คาดว่าจะไดร้ บั
1. นกั เรยี นทุกคนสามารถนำหลกั การของปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งไปประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจำวัน
2. นักเรยี นทกุ คนมีความรักหมคู่ ณะ มีความสามัคคี รู้จักการทำงานร่วมกัน มคี วามเสยี สละ
3. นกั เรียนทกุ คนมเี จตคติท่ดี ีและตระหนกั ถงึ ความสำคญั ในการอนุรักษ์ส่งิ แวดล้อม

28
คูมอื การจัดกิจกรรมสิง่ แวดลอมศึกษาในโรงเรียน

โครงการ โรงเรยี นสวย ภมู ทิ ศั น์สดใส ปลอดภัย นา่ เรียน
สอดคล้องกลยุทธ์  โรงเรียน ข้อท่ี 4
 สพป. สพุ รรณบุรี เขต 3 ขอ้ ท่ี 1
สอดคล้องมาตรฐาน  สพฐ. ข้อที่ 2
 โรงเรียน ขอ้ ที่ 1
สนองตวั ช้ีวดั ที่  สมศ. ด้านที่ 2
สนองจดุ เนน้ 2
ลกั ษณะโครงการ 10 เพิม่ สพป. สพ. 3 ข้อที่ 1, 4, 9
ผ้รู ับผดิ ชอบ
โครงการใหม่  โครงการตอ่ เน่ือง ประจำปีการศกึ ษา 2564
นายนิกรชยั บรรพกุล และนายเศรษฐพล ภอู ืด

1. หลักการและเหตุผล

มาตรฐานการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐานด้านการจัดการศกึ ษา กำหนดใหส้ ถานศกึ ษาต้องจัดการศึกษาให้มีการส่วน
รว่ มอนรุ ักษแ์ ละพัฒนาส่ิงแวดล้อม โรงเรยี นมีห้องเรียนหอ้ งปฏบิ ตั ิการ มีสง่ิ อำนวยความสะดวกพอเพียง สร้างและ
พฒั นาแหล่งเรียนรู้ ใหเ้ หมาะสม เพ่อื ส่งเสรมิ พัฒนากิจกรรมการเรยี นร้ใู หผ้ ู้เรียนพฒั นา เตม็ ศักยภาพของนักเรียน
เป็นสำคัญ นักเรียนแสวงหาความรู้ด้วยตนเองจากแหล่งเรียนรู้ภายในสถานศึกษา โดยมีการบริหารจัดการด้าน
อาคารสถานท่ีใหม้ ีความสะอาด รม่ รน่ื สวยงาม ปลอดภยั มกี ิจกรรมดา้ นการจดั การส่งิ แวดลอ้ มเพ่ือเสรมิ สร้างบรรยากาศ
ที่เอ้อื อำนวยตอ่ การเรียนรแู้ ละการปฏบิ ัติงาน โดยใหค้ รู นักเรียน และชมุ ชนมีส่วนรว่ มในการดำเนินงานอย่างเปน็ ระบบ

โรงเรียนจึงจัดโครงการพัฒนาอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อม เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้
โรงเรียนวัดดา่ นชา้ ง จงึ ได้จัดทำโครงการน้ีข้นึ
2. วัตถุประสงค์

1. เพื่อพฒั นาสภาพแวดล้อม ภูมทิ ัศน์ และแหลง่ เรียนรู้ภายในโรงเรียน ให้นักเรียนได้พฒั นาเต็มศักยภาพ
2. เพือ่ ปรบั ปรุงซอ่ มแซม ห้องเรียน หอ้ งปฏิบัติการ อาคารเรียน อาคารประกอบการ และ แหล่งเรียนรใู้ น
โรงเรยี นให้สะอาด ม่ันคง ปลอดภัย และอำนวยความสะดวกในการเรยี นรขู้ องนักเรยี น
3. เพอ่ื ส่งเสรมิ และสนับสนุนใหโ้ รงเรยี นมีบรรยากาศ สภาพแวดลอ้ ม สะอาด ร่มร่นื สวยงาม เป็นระเบียบเรียบรอ้ ย
4. เพื่อให้มกี ารบรหิ ารจดั การแหล่งเรียนรู้ และสง่ิ อำนวยความสะดวกภายในโรงเรียน อยา่ งเพยี งพอ และ
ตอบสนองตอ่ การเรียนรู้ของนกั เรียน
3.เป้าหมาย/ตัวชวี้ ัด
เชงิ ปริมาณ
นกั เรยี น ครู และบคุ ลากร รว่ มดำเนินโครงการโรงเรยี นสวย ภูมิทศั น์สดใส ปลอดภัย นา่ เรยี น รอ้ ยละ 90

29
คูมอื การจัดกิจกรรมส่งิ แวดลอมศึกษาในโรงเรยี น

เชงิ คณุ ภาพ
โรงเรยี นมีสภาพแวดล้อม ภูมิทัศน์ รม่ รน่ื สวยงาม เปน็ ระเบยี บเรยี บร้อย และปลอดภัย มหี อ้ งเรียนห้องปฏิบัติการ
อาคารเรียน อาคารประกอบการ แหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียนสะอาด มัน่ คง ปลอดภยั และอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้
ของผู้เรียน ประดับด้วยธงชาติและธงเนื่องในวันสำคัญต่างๆ อย่างสง่างาม มีภูมิทัศน์สวยงาม ร่มรื่น ระบบประปา ไฟฟ้า
สุขภัณฑแ์ ละสุขาภบิ าลสมบรู ณเ์ พยี งพอ มีลานพกั ผ่อนและทำกิจกรรมต่างๆ เหมาะแก่การจัดการเรียนร้ขู องนักเรยี น
4. ระยะเวลาดำเนนิ การ
 ไตรมาสท่ี 1 (1 ตุลาคม 2563 – 3 ธันวาคม 2563)
 ไตรมาสท่ี 2 (1 มกราคม 2564 - 31 มีนาคม 2564)
 ไตรมาสท่ี 3 (1 เมษายน 2564 – 30 มิถนุ ายน 2564)
 ไตรมาสท่ี 4 (1 กรกฎาคม 2564 - 30 กันยายน 2564)
5. วธิ ดี ำเนนิ การ (รายละเอยี ดกิจกรรม)

กิจกรรม/ขน้ั ตอน ระยะเวลา ผรู้ บั ผดิ ชอบ
ขั้นเตรยี มงาน ตลุ าคม 63
1. สำรวจสภาพอาคารเรียน อาคารประกอบการและภูมิทัศน์ภายใน นายนิกรชยั บรรพกุล
โรงเรียน วางแผนพฒั นาปรับปรุงจดั ทำโครงการ/เสนอพิจารณาอนุมัติ ตุลาคม 63 นายเศรษฐพล ภอู ืด
ขัน้ ดำเนนิ การ
2. ดำเนินการปรับปรงุ พัฒนาอาคารเรียน อาคารประกอบ นายนกิ รชยั บรรพกุล
สิ่งแวดล้อม ได้แก่ นายเศรษฐพล ภูอืด
- ดำเนินการปรบั ปรุงภมู ิทัศน์ สวนหย่อมภายในโรงเรยี น
- ดูแลรักษาอาคารเรียน อาคารประกอบการ
- จัดซอ้ื อปุ กรณเ์ ครือ่ งมือทำความสะอาดอาคารสถานท่ี
- จดั ซือ้ ธงชาติ ธงวนั สำคัญตา่ งๆ
- ปรับปรุงซอ่ มแซม ระบบทอ่ ประปา สุขภัณฑ์และสุขาภบิ าล
- ปรบั ปรงุ ซ่อมแซม อปุ กรณไ์ ฟฟ้า

ขน้ั ตรวจสอบ กันยายน 64 นายนกิ รชยั บรรพกลุ
3. ตรวจสอบ/ประเมินและสรปุ ผลการจดั กิจกรรม

ขน้ั รายงาน กันยายน 64 นายนิกรชยั บรรพกุล
นำผลการประเมนิ มาพัฒนา ปรบั ปรงุ

30
คูมอื การจัดกิจกรรมสิง่ แวดลอมศึกษาในโรงเรียน

6. งบประมาณท่ใี ชแ้ ละแหลง่ ท่ีมาของงบประมาณ 151,419 บาท

ท่ี รายการ คา่ ตอบแทน งบดำเนินการ แหลง่ ทมี่ าของงบประมาณ
ค่าใช้สอย ค่าวสั ดุ(บาท)

1 งบประมาณปี - 141,419 10,000 งบเงินอุดหนนุ ประเภทเงิน

2564 อุดหนนุ ท่ัวไป รายการเงินอุดหนุน

ค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้น

พนื้ ฐาน(ค่าใชจ้ ่ายรายหวั )

7. การตดิ ตามและประเมินผล

ท่ี ตวั ชีว้ ัดความสำเร็จของแตล่ ะกิจกรรม วิธีการประเมิน เคร่ืองมอื ทีใ่ ช้

ผลผลิต ( outputs ) - แบบสำรวจ
- แบบประเมินความพงึ พอใจ
1. ภมู ทิ ศั นภ์ ายในโรงเรียน รม่ รื่น สะอาด - การสังเกต - แบบสำรวจ
- แบบประเมินความพงึ พอใจ
ปลอดภยั - สำรวจความคดิ เหน็ - แบบสำรวจ
- แบบประเมินความพงึ พอใจ
2. อาคารเรยี น อาคารประกอบ สมบรู ณ์ - การสงั เกต - แบบสำรวจ
- แบบประเมนิ ความพึงพอใจ
พร้อมใช้งาน - สำรวจความคิดเหน็
- แบบสำรวจ
3. อปุ กรณ์เคร่ืองมือทำความสะอาด - การสังเกต - แบบประเมินความพึงพอใจ
- แบบสำรวจ
อาคารสถานที่เพียงพอกบั ความต้องการ - สำรวจความคดิ เห็น - แบบประเมนิ ความพึงพอใจ

4. ธงชาติ ธงวันสำคญั ต่างๆ ครบตาม - การสงั เกต - แบบบนั ทกึ การสังเกต
- แบบสำรวจ
กจิ กรรมวันสำคัญ - สำรวจความคิดเหน็ - แบบประเมนิ ความพงึ พอใจ

5. ระบบท่อประปา สขุ ภัณฑแ์ ละ - การสงั เกต

สุขาภิบาลเพียงพอกบั นักเรียน - สำรวจความคดิ เหน็

6. ปรับปรุงซอ่ มแซม อุปกรณ์ไฟฟ้า - การสังเกต

- สำรวจความคิดเหน็

ผลลพั ธ์ ( outcome )

1 อาคารสถานท่ีและสิง่ แวดลอ้ มในโรงเรียน - การสังเกต
ได้รบั การปรบั ปรุงดูแลอย่างต่อเนือ่ งมี - สำรวจความคิดเห็น

สภาพท่ีแข็งแรง ปลอดภัย สะอาด ร่มรน่ื

เพยี งพอใหบ้ ริการแก่นกั เรยี น ครู และ

บคุ ลากรในโรงเรยี น และมคี วามพึงพอใจ

ในการเข้ารบั บรกิ าร

31
คมู อื การจดั กิจกรรมส่ิงแวดลอมศึกษาในโรงเรยี น

8. หนว่ ยงานทเ่ี กี่ยวข้อง -
9. ผลที่คาดว่าจะไดร้ ับ ( ระบผุ ลท่ีจะได้รบั เป็นขอ้ ๆ ทงั้ ทางตรงและทางอ้อมซึง่ จะต้องสอดคล้องกบั วัตถปุ ระสงค์
ทโ่ี ครงการกำหนด)

1. ผูเ้ รียน และครมู คี วามสะดวกในการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
2. โรงเรยี น มีสภาพแวดลอ้ ม และการบริการที่สง่ เสริมให้ผู้เรียนได้พฒั นาเต็มศกั ยภาพ
3. โรงเรียนมีความปลอดภยั ตามเกณฑม์ าตรฐานของหนว่ ยงานทีร่ ับรอง

32
คูมอื การจัดกิจกรรมสิง่ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรยี น

โครงการ วิทย์คดิ สรา้ งสรรค์

สอดคล้องกลยุทธ์  โรงเรียน ข้อที่ 1

 สพป.สพุ รรณบรุ ี เขต 3 ข้อท่ี 1

 สพฐ. ขอ้ ที่ 1

สอดคลอ้ งมาตรฐาน  โรงเรยี น ขอ้ ที่ 1,2

 สมศ. ด้านท่ี ๑

สนองตัวช้วี ดั ท่ี 1

สนองจุดเน้น 10 เพมิ่ สพป.สพ.3 ขอ้ ท่ี 2,10

ลกั ษณะโครงการ โครงการใหม่  โครงการตอ่ เนอ่ื ง ประจำปงี บประมาณ 2564

ผรู้ บั ผิดชอบ นางสาวสจุ ติ รา ขาวโต นายนิกรชัย บรรพกุล และนางสาวณปภสั แกว้ มณี

1. หลักการและเหตุผล

การที่จะพัฒนาการเรียนการสอนให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษา

แห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 25 ได้นั้น แหล่งการเรียนรู้เป็นสิ่งสำคัญ ดังใน มาตรา 25

กล่าวว่า รัฐต้องส่งเสริมการดำเนินงานและการจัดตั้งแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกรูปแบบ ได้แก่ ห้องสมุด

ประชาชน พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ สวนสัตว์ สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ศนู ย์การกีฬา และนนั ทนาการแหล่งข้อมลู และแหลง่ การเรียนรู้อ่ืนอยา่ งพอเพียงและมปี ระสทิ ธิภาพ

สถานศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐานจึงจำเปน็ อย่างยิ่งท่จี ะพฒั นาสถานที่ให้เป็นแหลง่ การเรียนร้ไู ด้ภายในโรงเรียนเพื่อ

มุ่งใหผ้ เู้ รยี นได้รบั การเรียนรูจ้ ากประสบการณจ์ รงิ ปฏิบัติจริง และเกิดความใฝ่รอู้ ยา่ งต่อเนื่อง

วทิ ยาศาสตรเ์ ปน็ สาระการเรียนรู้ที่มีความสำคัญอย่างย่งิ ต่อการฝกึ ทกั ษะในด้านต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นความรู้

พน้ื ฐานในการดำรงชวี ติ และการนำความรู้ไปใชใ้ นชีวิตประจำวัน ดงั นน้ั แนวทางการจัดกจิ กรรมทางวิทยาศาสตร์

ควรสอดคล้องกับหลกั สตู รตามพระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ทเ่ี นน้ ผ้เู รยี นเปน็ สำคญั โดยผู้เรียน

สามารถเรียนรูป้ ัญหาด้วยตนเอง และสามารถหาวธิ ีแกไ้ ขปัญหาได้

โครงการวิทย์คิดสร้างสรรค์ จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่นักเรียนสามารถนำกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ไป

วิเคราะห์หาเหตผุ ลได้อยา่ งเป็นระบบเป็นแนวทางท่ีจะนำเอาวิธีการทางวิทยาศาสตรไ์ ปแก้ปญั หาในชวี ติ ประจำวัน

ส่งเสรมิ การเรียนรู้รว่ มกนั ความสามัคคี ความรว่ มมือ และสง่ เสรมิ ศักยภาพโดยรวมทั้งความคิดริเร่ิมสรา้ งสรรค์

2. วตั ถปุ ระสงค์

1. เพือ่ ให้นกั เรียนมีเจตคตทิ ด่ี ีตอ่ วชิ าวิทยาศาสตร์

2. เพอ่ื พฒั นาทักษะกระบวนการเรียนรทู้ างวิทยาศาสตรข์ องนกั เรยี น

3. เพื่อจดั หาและผลติ ส่ือการเรียนการสอนวชิ าวทิ ยาศาสตรเ์ พิ่มเติม

4. เพ่อื ปรับบรรยากาศภายในหอ้ งเรยี นให้เออื้ ตอ่ การเกิดกระบวนการเรยี นรู้

33
คูมือการจัดกิจกรรมสง่ิ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน

3. เป้าหมาย/ตวั ชี้วัดความสำเรจ็
เชิงปริมาณ
1. นักเรียนรอ้ ยละ 90 มเี จตคตทิ ดี่ ีต่อวิชาวิทยาศาสตร์
2. นักเรียนรอ้ ยละ 90 ไดร้ ับการพฒั นาทักษะการเรยี นรู้ทางวิทยาศาสตร์
3. นกั เรยี นร้อยละ 90 มสี ื่อการเรียนรู้วชิ าวิทยาศาสตร์ ทกั ษะในการทำงานสามารถทำงานรว่ มกับ

ผูอ้ ่ืนได้อย่างมคี วามสุขเพ่อื การเรียนรรู้ ่วมกนั มกี ารเรยี นร้แู ละแลกเปลี่ยนความคิดเหน็ มกี ารใชเ้ ทคโนโลยีในการ
เรียนรู้และนำเสนอผลงาน มีความคดิ รเิ รม่ิ และสร้างสรรค์ผลงานด้วยความภาคภูมใิ จ

เชงิ คณุ ภาพ
1. นักเรียนสามารถนำกระบวนการทางวิทยาศาสตรไ์ ปวิเคราะห์หาเหตุผลไดอ้ ย่างเปน็ ระบบ เป็น

แนวทางทจ่ี ะนำเอาวิธกี ารทางวิทยาศาสตร์ไปแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน สง่ เสรมิ การเรยี นร้รู ว่ มกัน ความสามัคคี
ความรว่ มมอื และความคิดริเริ่มสรา้ งสรรค์

2. โรงเรียนวัดด่านช้างมีสื่อการเรียนรู้และบรรยากาศทั้งภายนอกและภายในห้องเรียนที่เอื้อต่อ
การเกิดกระบวนการเรยี นรู้

4. ระยะเวลาดำเนินการ

 ไตรมาสท่ี 1 (1 ตุลาคม 2563 – 31 ธันวาคม 2563)
 ไตรมาสที่ 2 (1 มกราคม 2564 - 31 มนี าคม 2564)
 ไตรมาสท่ี 3 (1 เมษายน 2564 – 30 มิถุนายน 2564)
 ไตรมาสที่ 4 (1 กรกฎาคม 2564 - 30 กนั ยายน 2564)
5. วิธีดำเนนิ การ (รายละเอียดกิจกรรม

กจิ กรรม/ข้ันตอน ระยะเวลา ผู้รบั ผดิ ชอบ

ขั้นเตรยี มงาน ตลุ าคม 63 นางสาวสุจติ รา ขาวโต
1. ศกึ ษานโยบายของโรงเรยี น ในสว่ นที่เกีย่ วขอ้ ง และครูผสู้ อน

กบั โครงการฯ วิทยาศาสตรท์ ุกท่าน
2. ศกึ ษาผลการดำเนินโครงการฯ ในปีทผ่ี ่านมา
3. ศกึ ษาบรบิ ทและสภาพความเป็นไปได้ในการ

พัฒนาโครงการฯ
4. จดั ทำโครงการฯ นำเสนอต่อฝา่ ยบริหาร

ข้นั ดำเนินการ ตุลาคม 63 นางสาวสจุ ติ รา ขาวโต
1. ประชมุ คณะทำงานเพอ่ื ช้แี จงโครงการฯ และ ตลุ าคม 63 และครูผูส้ อน
มอบหมายภาระงาน
2. ดำเนนิ งานตามโครงการฯ ต่างๆ เพ่ือพัฒนา วทิ ยาศาสตร์ทกุ ท่าน
ผเู้ รียนตามวัตถปุ ระสงค์โดยมีกจิ กรรมดังนี้

34
คูมอื การจดั กิจกรรมสิง่ แวดลอมศึกษาในโรงเรียน

กจิ กรรม/ขั้นตอน ระยะเวลา ผู้รบั ผดิ ชอบ
- ปรับปรุงหอ้ งปฏิบตั กิ าร SCIENCE CENTER พฤศจิกายน 63
นายนกิ รชยั บรรพกลุ
โดยการจัดหาและพัฒนาสอื่ การเรยี นการสอน พฤศจิกายน 63 นางสาวสจุ ิตรา ขาวโต
จัดเตรยี มอุปกรณ์ในการปรบั บรรยากาศ พฤศจิกายน 63
ห้องปฏิบตั กิ าร พฤศจกิ ายน 63 และครูผสู้ อน
- ปรบั ปรงุ โต๊ะ เกา้ อ้ีภายในหอ้ งปฏิบัติการ ตลอดปีการศึกษา วทิ ยาศาสตร์ทกุ ท่าน
วทิ ยาศาสตร์ ตลอดปกี ารศกึ ษา
- ปรับปรงุ หน้าตา่ งห้องปฏิบตั ิการวทิ ยาศาสตร์ นางสาวสุจติ รา ขาวโต
- ปรับปรุงอ่างล้างอปุ กรณ์วิทยาศาสตร์ ตลอดปีการศึกษา และครูผสู้ อน
- กิจกรรม SCIENCE FIGHTING ตลอดปีการศึกษา
- SCIENCE PROJECT KID (การเรยี นการสอนทใี่ ช้ วทิ ยาศาสตร์ทกุ ท่าน
กระบวนการทำโครงงานวทิ ยาศาสตร)์ สิงหาคม 64 นางสาวสจุ ิตรา ขาวโต
- กจิ กรรม EBE (สอนวทิ ยาศาสตร์เปน็
ภาษาองั กฤษ) กนั ยายน 64 และครผู ู้สอน
- กจิ กรรมนกั บนิ นอ้ ย วิทยาศาสตรท์ ุกท่าน
- กิจกรรมนักวทิ ย์นอ้ ยตามรอยพอ่
(วันวทิ ยาศาสตร์)
ขั้นตรวจสอบ
ตรวจสอบ/ประเมนิ และสรุปผลการจัดกิจกรรม

ขั้นรายงาน กนั ยายน 64
นำผลการประเมินมาพัฒนา ปรับปรงุ

35
คูมอื การจดั กิจกรรมสง่ิ แวดลอมศึกษาในโรงเรียน

4. งบประมาณท่ใี ช้และแหล่งทมี่ าของงบประมาณ 60,000 บาท

ท่ี รายการ งบดำเนินการ แหล่งทม่ี าของงบประมาณ
คา่ ตอบแทน ค่าใช้สอย คา่ วสั ดุ(บาท)

1 งบประมาณปี 2564 - 40,000 20,000 (-งบเงนิ อุดหนุน ประเภท
เงนิ อุดหนนุ ทั่วไป รายการ
เงินอุดหนุนคา่ ใช้จา่ ยในการ
จดั การศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน
(คา่ ใช้จา่ ยรายหัว)

5. การติดตามและประเมินผล

ตวั ช้วี ัดความสำเรจ็ ของแตล่ ะกจิ กรรม วธิ ีการประเมิน เครอื่ งมือทใี่ ช้
ผลผลติ ( outputs )
สงั เกต แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
1. นักเรยี นมีเจตคติทีด่ ตี ่อวิชาวิทยาศาสตร์ สังเกต แบบสงั เกตพฤติกรรม
2. นกั เรยี นมีทักษะกระบวนการเรยี นร้ทู างวิทยาศาสตร์ สังเกต แบบสังเกตพฤตกิ รรม
3. นกั เรยี นมสี ื่อและอปุ กรณก์ ารเรยี นการสอนรวมถงึ
บรรยากาศภายในหอ้ งเรยี นที่เออื้ ต่อกระบวนการเรียนร้ขู อง
นักเรยี น

ผลลัพธ์ ( outcome ) ทดสอบ แบบทดสอบ
1. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ผ่าน ทดสอบ แบบทดสอบระดับชาติ
สงั เกต แบบสงั เกตพฤตกิ รรม
เกณฑ์ท่ีโรงเรียนกำหนด
2. นักเรียนมีผลการทดสอบระดับชาติ(O-NET,NT) สูงกว่า

คะแนนเฉลยี่ ระดบั ประเทศ
3. นกั เรยี นมีทกั ษะในการทำงานสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น

ได้อย่างมีความสุขเพื่อการเรียนรู้ร่วมกัน มีการเรียนรู้และ
แลกเปลี่ยนความคิดเห็น มีการใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้และ
นำเสนอผลงาน มีความคิดริเริ่มและสรา้ งสรรค์ผลงานด้วยความ
ภาคภูมใิ จ

8. ผลที่คาดว่าจะได้รบั
นักเรียนมที กั ษะในการทำงานสามารถทำงานร่วมกับผอู้ ื่นได้อย่างมีความสขุ เพ่อื การเรียนรรู้ ว่ มกัน มีการ

เรียนรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มีการใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้และนำเสนอผลงาน มีความคิดริเริ่มและ
สรา้ งสรรค์ผลงานดว้ ยความภาคภมู ใิ จ

36
คมู ือการจดั กิจกรรมสง่ิ แวดลอมศึกษาในโรงเรยี น

โรงเรียนวดั ด่านชา้ ง
แบบนเิ ทศครผู ูส้ อน ด้านการบริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม

(การพฒั นากระบวนการเรยี นรูด้ ้านสิ่งแวดล้อมศึกษา)

ขอ้ มูลผรู้ ับการนเิ ทศ

ชื่อ-นามสกลุ ตำแหน่ง .
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ .ประจำชนั้ .

รายการนเิ ทศ ระดับคะแนนประเมิน
54321
1. ครูพฒั นาตนเองและนำความรู้ไปใชพ้ ัฒนากระบวนการส่งิ แวดลอ้ มศึกษา
(1) จำนวนครูในโรงเรยี นทีพ่ ฒั นาการจดั กระบวนการเรียนร้ขู องตนเอง
(2) ครูมีการแลกเปลย่ี นเรียนรู้ระหว่างกัน (ด้านการจดั กระบวนการเรยี นรู)้

2. การพัฒนาหลักสูตรสิ่งแวดลอ้ มศึกษาในรูปแบบต่าง ๆ
(1) มีหลกั สตู รสง่ิ แวดล้อมศกึ ษาทม่ี อี งคป์ ระกอบครบถว้ น
(2) มหี ลักสตู รฯ ท่พี ัฒนาผ้เู รยี นให้บรรลุตามวตั ถปุ ระสงคข์ องสงิ่ แวดลอ้ มศึกษา
(3) หลักสูตรฯ ไดร้ บั การประเมินผลการใช้ ปรบั ปรงุ และพฒั นา

3. การจัดกิจกรรมการเรียนรูต้ ามหลกั การ “สง่ิ แวดลอ้ มศกึ ษา” ที่หลากหลายและ
สอดคลอ้ งกับสภาพเงื่อนไขของโรงเรยี นและชมุ ชน

(1) จัดการเรียนรู้ตามความตอ้ งการ ความถนัด และความสนใจของผู้เรยี น
(2) ส่งเสรมิ ความรคู้ วามเข้าใจเร่ืองทรพั ยากร ธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมในชมุ ชน
4. แหล่งเรียนรดู้ ้าน สง่ิ แวดลอ้ มภายใน โรงเรียน และ/หรือ ในชมุ ชน
(1) มีแหลง่ เรยี นรู้ ภายในโรงเรียน และ/หรือ ในชมุ ชน
(2) มีการใชแ้ หล่งเรียนรู้ ในการจัดกระบวนการเรยี นรู้
(3) แหล่งเรยี นรเู้ กิดจากการวางแผนรว่ มกนั ระหวา่ งโรงเรียนและชุมชน

ข้อเสนอแนะ.........................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................

ระดบั คะแนนประเมิน ลงชือ่ ..........................................................ผู้นิเทศ
5 หมายถงึ มีความสอดคลอ้ ง ครอบคลุม ชัดเจน เหมาะสมมากท่ีสดุ (...........................................................)
4 หมายถงึ มคี วามสอดคลอ้ ง ครอบคลมุ ชดั เจน เหมาะสมมาก ตำแหน่ง.................................................................
3 หมายถึง มคี วามสอดคล้อง ครอบคลุม ชัดเจน เหมาะสมปานกลาง วนั ท.ี่ ............/....................................../.................
2 หมายถึง มีความสอดคล้อง ครอบคลุม ชดั เจน เหมาะสมนอ้ ย
1 หมายถึง มีความสอดคลอ้ ง ครอบคลมุ ชดั เจน เหมาะสมน้อยทสี่ ุด

คูมือการจดั กิจกรรมสิง่ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน37

ด้านที่ 1 การบริหารจัดการดา้ นสงิ่ แวดล้อมศึกษา

มาตรฐานท่ี 2 ผู้บรหิ าร ครูและบุคลากรของโรงเรยี นวดั ด่านชา้ งมีความรู้ ความเข้าใจ
ในด้านส่งิ แวดล้อมศกึ ษา มกี ารพัฒนาอย่างหลากหลาย

การเตรียมความพร้อมของครู และบุคลากรทางการศึกษา ด้านความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินการ
การบริหารจดั การด้านส่งิ แวดล้อมศกึ ษาดำเนนิ กิจกรรม และการนำสู่การปฏิบัตอิ ยา่ งถูกต้อง และเกิดผลท่ีย่ังยืน
ผ่านกิจกรรมที่กำหนด มีแนวทางสำหรับการดำเนินการ ดังนี้ การประชุมครู และบุคลากรทางการศึกษา
ประจำเดอื น ประชมุ คณะกรรมการดำเนนิ งาน ประชุมสายช้ัน ประชุมชว่ งชัน้ การกิจกรรม PLC การระดมสมอง
การ SWOT Analysis ศึกษาเอกสาร การอบรมเชิงปฏิบัติการ และใช้สื่อเทคโนโลยีการสื่อสาร โดยมีการนิเทศ
ติดตามประเมนิ การปฏบิ ัติงานอย่างตอ่ เน่ือง

38
คูมอื การจัดกิจกรรมสง่ิ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน

ตัวอยา่ งกระบวนการPLC

แบบบนั ทกึ กิจกรรม
ชุมชนแหง่ การเรยี นรทู้ างวชิ าชพี (Professional Learning Community : PLC)

ภาคเรยี นท่ี ปีการศึกษา .
โรงเรยี นวดั ดา่ นชา้ ง สำนกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษาสพุ รรณบุรี เขต 3

โดย (ผ้บู ันทกึ ) บทบาท .
.
ชอ่ื กลุ่ม .
.
ชือ่ กจิ กรรม
.
ครัง้ ท่ี วันท่ี เดอื น พ.ศ. เวลา .
.
จำนวนชวั่ โมง 2 ชัว่ โมง จำนวนสมาชิกทเี่ ขา้ ร่วมกจิ กรรมในครงั้ นี้ คน .

ประเดน็ .
.
สาเหตุ .
.
ความรู้/ หลักการทนี่ ำมาใช้ .
.
.
.
กจิ กรรมทที่ ำ/ ปฏบิ ัติ .
. .
.
ผลทไ่ี ดจ้ ากกจิ กรรม .
. .

.
.
.
.

39
คูมอื การจดั กิจกรรมสง่ิ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรยี น

การนำผลท่ไี ด้ไปใช้ ช่ือ – นามสกุล .
.
. .
.
อน่ื ๆ - .
สมาชกิ ที่เข้ารว่ มในกจิ กรรมคร้งั น้ี
ลายมอื ชื่อ
บทบาทใน PLC
Model Teacher ผ้พู บปญั หา
Buddy Teacher ผู้รว่ มอภปิ ราย

Mentor Coaching ผ้นู ำอภปิ ราย

Administrator ฝ่ายบริหาร -

Expert ผเู้ ชย่ี วชาญ -

ลงชอื่ ........................................................... ผู้บันทึกขอ้ มูล
()
ตำแหนง่ ครู โรงเรยี นวดั ด่านชา้ ง

ลงช่อื ........................................................... ผู้รับรองข้อมูล
()
ตำแหน่ง ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นวัดดา่ นชา้ ง

40
คูมือการจัดกิจกรรมสิง่ แวดลอมศึกษาในโรงเรียน

ภาพกจิ กรรม

ลงชอื่ ........................................................... ผู้รับรองข้อมูล
( นางวชริ า แสนโกศิก )

ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนวดั ดา่ นช้าง
41

คมู อื การจัดกิจกรรมสิ่งแวดลอมศึกษาในโรงเรียน

การวิเคราะห์ SWOT (SWOT Analysis)

การวิเคราะห์ SWOT หรือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและศักยภาพเป็นเครื่องมือในการประเมิน
สถานการณ์ ซึ่งช่วยใหผ้ ู้ดำเนนิ การ รู้ถงึ จุดแข็งและจุดอ่อนจากสภาพแวดลอ้ มภายใน มองเห็นโอกาสและอปุ สรรค
จากสภาพแวดลอ้ มภายนอก ตลอดจนผลกระทบตอ่ การดำเนินการ

SWOT Analysis เป็นการวิเคราะห์สภาพองคก์ าร หรือหนว่ ยงานในปัจจบุ ัน เพื่อค้นหาจดุ แข็ง จุดเดน่
จุดด้อย หรือสิ่งที่อาจเป็นปัญหาสำคัญในการดำเนินงานสู่สภาพที่ต้องการในอนาคต SWOT เป็นตัวย่อที่มี
ความหมาย ดงั นี้

จุดแข็ง (Strengths) : จดุ เดน่ หรือจุดแขง็ (ข้อได้เปรยี บ) เป็นผลมาจากปัจจัยภายใน เป็นข้อดี
ทเ่ี กดิ จากสภาพแวดลอ้ มภายในบรษิ ัท เชน่ จุดแข็งด้านการเงิน และข้อได้เปรยี บด้านการผลิต และดา้ นทรัพยากร
บคุ คล โดยบรษิ ทั จะตอ้ งใช้ประโยชนจ์ ากจุดแขง็ ในการกำหนดกลยทุ ธก์ ารตลาด

จุดอ่อน (Weaknesses) : จุดด้อยหรือจุดอ่อน ข้อเสียเปรียบเปน็ ผลมาจากปัจจัยภายใน เป็น
ปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายในต่าง ๆ ของบริษัท เช่น การขาดเงินทุน นโยบายและ
ทศิ ทาง การบรกิ ารทไ่ี ม่แน่นอน หรือบคุ ลากรที่ไม่มีคุณภาพ ซง่ึ บริษัทจะต้องหาวิธีในการปรบั ปรงุ ให้ดขี น้ึ หรือขจัด
ใหห้ มดไปอนั จะเป็นประโยชนต์ อ่ บรษิ ัท

โอกาส (Opportunities) : เกิดจากปัจจัยภายนอก เป็นผลจากการที่สภาพแวดล้อมภายนอก
ของบริษทั เออื้ ประโยชน์ หรอื ส่งเสรมิ การดำเนินงานของบรษิ ัท โอกาสแตกต่างจากจุดแขง็ ตรงท่ีโอกาสเป็นผลมา
จากสภาพแวดล้อมภายนอก แต่จุดแข็งเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมภายใน ผู้ประกอบการที่ดีจะต้องแสวงหา
โอกาสอยู่เสมอ โดยการวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมภายนอกที่เปลี่ยนแปลงอยูเ่ สมอ ตลอดเวลา เช่น เศรษฐกิจ สังคม
การเมอื ง เทคโนโลยีและการแขง่ ขนั ในตลาด และใช้ประโยชน์จากโอกาสน้นั

อุปสรรค (Threats) : เกิดจากปัจจยั ภายนอก เป็นข้อจำกดั ที่เกิดจากสภาพแวดลอ้ มภายนอกท่ี
ส่งผลเสียต่อธุรกิจ เช่น ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น สภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ผู้ประกอบการ
จำเปน็ ต้องปรับกลยุทธท์ างการตลาดใหส้ อดคลอ้ ง และพยายามขจัดอปุ สรรคต่าง ๆ ที่เกิดข้นึ ให้ได้

หลกั การสำคัญของ SWOT กค็ อื การวเิ คราะหโ์ ดยการสำรวจจากสภาพการณ์ 2 ด้าน คอื สภาพการณ์
ภายในและสภาพการณ์ภายนอก ดังนั้นการวิเคราะห์ SWOT จึงเรียกได้ว่าเป็น การวิเคราะห์สภาพการณ์
(Situation Analysis) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน เพื่อให้รู้ตนเอง (รู้เรา) รู้จักสภาพแวดล้อม (รู้เขา)
ชัดเจน และวิเคราะห์โอกาส-อุปสรรค การวิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ ทั้งภายนอกและภายในองค์กร ซึ่งจะช่วยให้
ผบู้ รหิ ารขององคก์ รทราบถึงการเปล่ียนแปลงต่าง ๆ ทีเ่ กิดข้ึนภายนอกองคก์ ร ท้งั ส่ิงทไี่ ดเ้ กิดข้ึนแล้วและแนวโน้ม
การเปลย่ี นแปลงในอนาคต รวมทั้งผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงเหลา่ นี้ท่มี ีตอ่ องคก์ รธรุ กิจ และจดุ แขง็ จดุ อ่อน
และความสามารถ ด้านต่าง ๆ ที่องค์กรมอี ยู่ ซึ่งข้อมูลเหล่าน้ีจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการกำหนดวิสยั ทัศน์
การกำหนดกลยทุ ธแ์ ละการดำเนินตามกลยุทธ์ขององค์กรระดบั องค์กรทเ่ี หมาะสมตอ่ ไป

42
คูมอื การจัดกิจกรรมสิง่ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรยี น

ประโยชนข์ องการวิเคราะห์ SWOT
วิเคราะห์ SWOT เปน็ การวเิ คราะหส์ ภาพแวดล้อมต่าง ๆ ทงั้ ภายนอกและภายในองค์กร ซง่ึ ปจั จยั เหล่านี้
แต่ละอย่างจะช่วยให้เข้าใจได้ว่ามีอิทธิพลต่อผลการด าเนินงานขององค์กรอย่างไร จุดแข็งขององค์กรจะเป็น
ความสามารถภายในที่ถูกใช้ประโยชน์เพื่อการบรรลุเป้าหมาย ในขณะที่จุดอ่อนขององค์กรจะเป็นคุณลักษณะ
ภายในทีอ่ าจจะท าลายผลการด าเนนิ งานโอกาสทางสภาพแวดล้อมจะเปน็ สถานการณ์ที่ให้โอกาสเพื่อการบรรลุ
เป้าหมายองคก์ ร ในทางกลับกนั อปุ สรรคทางสภาพแวดล้อมจะเป็นสถานการณ์ทีข่ ัดขวางการบรรลุเป้าหมายของ
องค์กร ผลจากการวิเคราะห์ SWOT นี้จะใช้เป็นแนวทางในการก าหนดวิสัยทัศน์ การก าหนดกลยุทธ์ เพื่อให้
องค์กรเกดิ การพฒั นาไปในทางทเ่ี หมาะสม
ข้ันตอน / วิธกี ารดำเนนิ การท า SWOT Analysis
การวิเคราะห์ SWOT จะครอบคลุมขอบเขตของปัจจัยที่กว้างด้วยการระบุจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสและ
อุปสรรคขององค์กร ทำให้มีข้อมูล ในการกำหนดทิศทางหรือเป้าหมายทีจ่ ะถกู สร้างขึ้นมาบนจดุ แข็งขององคก์ ร
และแสวงหาประโยชน์จากโอกาสทางสภาพแวดล้อม และสามารถก าหนด กลยุทธ์ที่มุ่งเอาชนะอุปสรรค
ทางสภาพแวดลอ้ มหรือลดจุดอ่อนขององค์กรใหม้ นี ้อยท่ีสุดได้ ภายใตก้ ารวิเคราะห์ SWOT นน้ั จะต้องวิเคราะห์
ท้งั สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกองค์กร โดยมีขั้นตอนดังน้ี
1. การประเมินสภาพแวดลอ้ มภายในองค์กร
การประเมินสภาพแวดล้อมภายในองค์กรจะเกี่ยวกับการวิเคราะห์และพิจารณาทรัพยากรและ
ความสามารถภายในองคก์ รทุก ๆ ดา้ น เพือ่ ที่จะระบจุ ุดแข็งและจุดอ่อนขององค์กรแหลง่ ท่ีมาเบ้ืองต้นของข้อมูล
เพือ่ การประเมนิ สภาพแวดล้อมภายใน คือระบบข้อมูลเพื่อการบรหิ าร ทีค่ รอบคลุมทุกดา้ น ท้ังในดา้ นโครงสร้าง
ระบบ ระเบียบ วธิ ีปฏิบตั ติ งิ าน บรรยากาศในการทำงานและทรัพยากรในการบรหิ าร (คน เงิน วัสดุ การจัดการ)
รวมถงึ การพิจารณาผลการดำเนนิ งานทผ่ี ่านมา ขององคก์ รเพือ่ ทจี่ ะเข้าใจสถานการณแ์ ละผลกลยทุ ธ์ก่อนหนา้
นดี้ ว้ ย

- จุดแขง็ ขององค์กร (S-Strengths) เป็นการวเิ คราะห์ปัจจัยภายในจากมุมมองของผู้ท่อี ยู่ภายใน
องค์กรนั้นเอง ว่าปัจจัยใดภายในองค์กรที่เป็นข้อได้เปรียบหรือจุดเด่นขององค์กรที่องค์กรควรนำมาใช้ในการ
พฒั นาองคก์ รได้ และควรดำรงไวเ้ พอื่ การเสริมสรา้ งความเข็มแข็งขององคก์ ร

- จุดอ่อนขององคก์ ร (W-Weaknesses) เป็นการวเิ คราะห์ ปัจจัยภายในจากมุมมองของผู้ที่อยู่
ภายในจากมุมมอง ของผู้ที่อยู่ภายในองค์กรนั้น ๆ เองว่าปัจจัยภายในองค์กรที่เป็นจุดด้อย ข้อเสียเปรียบของ
องค์กรท่ีควรปรับปรุงให้ดีขนึ้ หรือขจดั ให้หมดไป อันจะเปน็ ประโยชนต์ อ่ องค์กร

2. การประเมินสภาพแวดลอ้ มภายนอก
ภายใต้การประเมินสภาพแวดล้อมภายนอกองค์กรนั้น สามารถค้นหาโอกาสและอุปสรรคทางการ
ดำเนนิ งานขององค์กรทีไ่ ด้รบั ผลกระทบจากสภาพแวดลอ้ มทางเศรษฐกจิ ทง้ั ในและระหวา่ งประเทศที่เกยี่ วกับการ
ดำเนินงานขององค์กร เช่น อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ นโยบาย การเงิน การงบประมาณ สภาพแวดล้อม

43
คูมอื การจดั กิจกรรมสิ่งแวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน

ทางสังคม เช่น ระดับการศึกษาและอัตรารู้หนังสือของประชาชน การตั้งถิ่นฐานและการอพยพของประชาชน
ลักษณะชุมชน ขนบธรรมเนียมประเพณี ค่านิยม ความเชื่อและวัฒนธรรม สภาพแวดล้อมทางการเมือง เช่น
พระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา มติคณะรัฐมนตรี และสภาพแวดล้อมทางเทคโนโลยี หมายถึงกรรมวิธีใหมๆ่
และพฒั นาการทางด้านเคร่ืองมอื อปุ กรณ์ทจี่ ะช่วยเพ่มิ ประสทิ ธภิ าพในการผลติ และใหบ้ ริการ

- โอกาสทางสภาพแวดล้อม (O-Opportunities) เป็นการวิเคราะห์ว่าปัจจัยภายนอกองค์กร
ปัจจัยใดท่สี ามารถสง่ ผลกระทบประโยชน์ ทัง้ ทางตรงและทางออ้ มต่อการด าเนินการขององคก์ รในระดบั มหาภาค
และองคก์ รสามารถฉกฉวยข้อดีเหล่านม้ี าเสริมสร้างให้หน่วยงานเขม็ แขง็ ขึ้นได้

- อปุ สรรคทางสภาพแวดล้อม (T-Threats) เป็นการวิเคราะหว์ ่าปจั จัยภายนอกองคก์ รปจั จัยใดที่
สามารถส่งผลกระทบในระดับมหภาค ในทางที่จะก่อให้เกิดความเสียหายทั้งทางตรง และทางอ้อม ซึ่งองค์กรจ
ตอ้ งหลีกเล่ียงหรือปรับสภาพองค์กรให้มคี วามแข็งแกรง่ พรอ้ มที่จะเผชญิ แรงกระทบดงั กล่าวได้

3. ระบุสถานการณจ์ ากการประเมนิ สภาพแวดล้อม
เมื่อได้ข้อมลู เก่ียวกับ จดุ แขง็ -จุดอ่อน โอกาส-อุปสรรค จากการวเิ คราะหป์ จั จยั ภายในและปจั จัยภายนอก
ด้วยการประเมินสภาพแวดล้อมภายในและสภาพแวดล้อมภายนอกแล้ว ให้น า จุดแข็ง-จุดอ่อนภายในมา
เปรียบเทียบกับ โอกาส-อุปสรรค จากภายนอกเพื่อดูว่าองค์กรก าลังเผชิญสถานการณ์เช่นใดและภายใต้
สถานการณ์เช่นนั้น องค์กรควรจะท าอย่างไร โดยทั่วไปในการวิเคราะห์ SWOT ดังกล่าวนี้ องค์กรจะอยู่ใน
สถานการณ์ 4 รูปแบบดงั น้ี

3.1 สถานการณ์ที่ 1 (จุดแข็ง-โอกาส) สถานการณ์นี้เป็นสถานการณ์ที่พึ่งปรารถนาที่สุด
เนอื่ งจากองค์กรคอ่ นขา้ งจะมหี ลายอย่าง ดังนนั้ ผ้บู ริหารขององค์กรควรก าหนดกลยทุ ธ์ในเชงิ รุก (Aggressive –
Strategy) เพื่อดึงเอาจุดแข็งท่ีมีอยู่มาเสริมสร้างและปรับใช้และฉกฉวยโอกาสต่างๆ ท่ีเปิดมาหาประโยชน์อย่าง
เต็มที่

3.2 สถานการณ์ที่ 2 (จุดอ่อน-ภัยอุปสรรค) สถานการณ์นี้เป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด
เนื่องจากองค์กรก าลังเผชิญอยู่กับอุปสรรคจากภายนอกและมีปัญหาจุดอ่อนภายในหลายประการ ดังนั้น
ทางเลือกที่ดีที่สุดคือกลยุทธ์การตั้งรับหรือป้องกันตัว (Defensive Strategy) เพื่อพยายามลดหรือหลบหลีกภัย
อปุ สรรค ต่าง ๆ ทคี่ าดว่าจะเกิดขึน้ ตลอดจนหามาตรการท่จี ะท าให้องค์กรเกดิ ความสญู เสยี ท่นี ้อยทสี่ ุด

3.3 สถานการณ์ที่ 3 (จุดอ่อน-โอกาส) สถานการณ์องค์กรมีโอกาสเป็นข้อได้เปรียบด้านการ
แข่งขนั อยหู่ ลายประการ แตต่ ดิ ขัดอยู่ตรงทม่ี ปี ัญหาอปุ สรรคทเี่ ป็นจุดอ่อนอยูห่ ลายอย่างเช่นกนั ดังนัน้ ทางออกคือ
กลยทุ ธก์ ารพลิกตัว (Turnaround-oriented Strategy) เพ่อื จดั หรือแก้ไขจุดอ่อนภายในต่าง ๆ ให้พร้อมท่ีจะฉก
ฉวยโอกาสต่าง ๆ ทีเ่ ปดิ ให้

3.4 สถานการณ์ที่ 4 (จุดแข็ง-อุปสรรค) สถานการณ์นี้เกดิ ขึ้นจากการที่สภาพแวดล้อมไม่เอือ้ อ
านวยตอ่ การดำเนินงาน แตต่ ัวองคก์ รมขี ้อได้เปรียบท่ีเป็นจดุ แขง็ หลายประการ ดังนัน้ แทนท่ีจะรอจนกระทง่ั
สภาพแวดล้อมเปล่ียนแปลงไป ก็สามารถที่จะเลอื กกลยุทธก์ ารแตกตัวหรอื ขยายขอบขา่ ยกิจการ (Diversification
Strategy) เพอื่ ใช้ประโยชน์จากจดุ แข็งท่มี ีสร้างโอกาสในระยะยาวด้านอ่ืน ๆ แทน

44
คูมือการจดั กิจกรรมสงิ่ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรยี น


Click to View FlipBook Version