The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือโรงเรียนสิ่งแวดล้อม (ปรับปรุงล่าสุด)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ananya.kpsp, 2022-02-14 06:21:29

คู่มือโรงเรียนสิ่งแวดล้อม (ปรับปรุงล่าสุด)

คู่มือโรงเรียนสิ่งแวดล้อม (ปรับปรุงล่าสุด)

ดา้ นท่ี 2 หลักสูตรและกระบวนการจัดการเรยี นรู้

ดา้ นสง่ิ แวดลอ้ มศกึ ษา

มาตรฐานที่ 3 หลกั สตู รบูรณาการส่งิ แลดล้อมศึกษา
จัดการเรียนรู้สิ่งแวดล้อมศึกษาของครูผู้สอน ทุกระดับชั้น ดำเนินการโดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้

รูปแบบบูรณาการ เช่น บูรณาการกลุ่มสาระการเรียนรู้ การเรียนรู้บันได 7 ขั้นตอน หรือการบูรณาการด้าน
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ทงั้ ในวิชาสาระวชิ าพ้ืนฐาน เพิม่ เติม และกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น โดยการวิเคราะห์
หลกั สูตร และประเมินการใช้หลักสตู ร

45
คมู ือการจดั กิจกรรมสิง่ แวดลอมศึกษาในโรงเรียน

ด้านท่ี 2 หลกั สูตรและกระบวนการจดั การเรียนรู้

ด้านสง่ิ แวดล้อมศกึ ษา

มาตรฐานท่ี 4 จดั ทำหนว่ ยการเรยี นรู้ และแผนการจัดการเรียนรู้ส่งิ แวดลอ้ มศึกษา
ที่สอดคลอ้ งบรบิ ทและบูรณาการหลกั ของปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

46
คูมือการจดั กิจกรรมสิ่งแวดลอมศกึ ษาในโรงเรยี น

ด้านที่ 2 หลกั สตู รและกระบวนการจัดการเรยี นรู้

ด้านสง่ิ แวดล้อมศึกษา

มาตรฐานที่ 5 กระบวนการจัดการเรียนรู้บรู ณาการดา้ นสิง่ แวดล้อมศึกษาโดยเชือ่ มโยง
หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ครมู ีกระบวนการในการจัดการเรียนรบู้ ูรณาการด้านสิ่งแวดล้อมศกึ ษา ทหี่ ลากหลาย และเน้าท่ีนักเรียน
ได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมเป็นหลัก เช่น กระบวนการเรียนรู้โดยแบบโครงงาน การใช้ปัญหาเป็นฐาน Problem
based learning และการใช้บนั ได 7 ข้นั ที่ผูเ้ รียนไดป้ ฏบิ ตั ิจริง มีการให้ความรูใ้ นหอ้ งเรยี น และจดั อบรมความรู้
ค่ายสิ่งแวดล้อมศึกษา ไปศึกษาแหล่งเรียนรู้ภายในและนอกสถานศึกษา โดยการสำรวจและเรียนรู้จาก
ประสบการณ์ตรง รวมถึงมีการให้ผู้เรียนนำสิง่ ที่ค้นพบ มาคิดวิเคราะห์ หาแนวทางปอ้ งกัน แก้ปัญหา และลงมือ
แกป้ ญั หามกี ารบรู ณาการในกิจวตั รประจำวนั ในโรงเรยี น อาทิ การประหยดั น้ำ และพลงั งาน การใชภ้ าชนะท่ใี ช้ซ้ำ
การใช้ถุงผ้า การคัดแยกขยะ การลดใช้พลาสตกิ ท่ีใช้ครัง้ เดียวทิง้ การปลูกตน้ ไม้ การล้างมอื เป็นตน้

กจิ กรรมดา้ นสิง่ แวดใหบ้ ูรณาการกจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น ในกิจกรรมลกู เสอื ยวุ กาชาด กิจกรรมชุมนมุ เชน่
ชุมนุมผ้ามัดย้อม ชุมนุมเกษตรรักษ์สิ่งแวดล้อม ชุมนุมธนาคารจุลินทรีย์ ชุมนุมยุวทูตสีเขียว ชุมนุมวิทย์คิด
สรา้ งสรรค์ ชมุ นุมยุวอสม. ชุมนมุ ขยะแปลงร่าง เป็นต้น

47
คูมอื การจดั กิจกรรมส่ิงแวดลอมศกึ ษาในโรงเรยี น

การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปญั หาเปน็ ฐาน (Problem–based Learning : PBL)

คือ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ปัญหาที่ใกล้ตัวและพบเจอในชีวิตประจำวันเป็นตัวนำหรือเป็นฐานในการ
จดั การเรยี นรู้ เพ่ือนำมาสกู่ ารนำความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อจัดการกับปัญหาดงั กล่าว ซงึ่ การจัดการเรียนรู้รูปแบบน้ีแตกต่าง
จากระบบเดมิ ที่ใช้ความรู้เปน็ ตัวนำ คอื ครเู ปน็ ผ้สู อนความรใู้ ห้ผ้เู รียนจดจำ แล้วจงึ ยกตัวอย่างข้ึนมาประกอบ

การจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้โดยเริ่มต้นจากปัญหาที่เกิดขึ้น
ซึ่งต้องเป็นปัญหาที่ใกล้ตัวและพบเจอในชีวิตประจำวัน เพราะผู้เรียนจะรับทราบและเข้าถึงผู้เรียนได้ง่าย และ
สร้างองค์ความรู้ให้เกิดขึ้นโดยใช้กระบวนการทำงานแบบกลุ่ม เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาดังกล่ าว ทำให้ตัว
ของปัญหานนั้ คอื จดุ สำคญั ของการจัดการเรียนรรู้ ูปแบบน้ี โดยลักษณะสำคัญของการจดั การเรียนรู้แบบใช้ปัญหา
เป็นฐานน้นั ประกอบด้วย

1. ต้องมสี ถานการณ์ที่เปน็ ปญั หาและใชป้ ัญหานั้นมาเปน็ ตวั กระตุ้นใหเ้ กดิ กระบวนการเรยี นรู้
2. ปัญหาท่นี ำมาใช้ ต้องมาจากส่ิงใกล้ตัวผูเ้ รียน และผู้เรียนมโี อกาสพบเจอ
3. ผูเ้ รียนเรียนร้แู ละเลอื กเฟน้ วิธีการและประเมนิ ผลด้วยตัวเอง
4. เน้นใหผ้ ู้เรียนเรยี นร้เู ป็นกลมุ่ ยอ่ ย เพ่อื ประโยชน์ในการคน้ หาความรู้ และรบั สง่ ขอ้ มลู ร่วมกนั
5. เป็นการเรียนรแู้ บบบรู ณาการความรู้และทักษะกระบวนการต่างๆเข้าดว้ ยกนั
6. ความรู้ทจี่ ะเกดิ ข้นึ เมื่อจัดการเรียนรผู้ า่ นกระบวนการเรยี นรู้ โดยใชป้ ัญหาเป็นฐานแล้วเทา่ นน้ั
7. ใช้การประเมนิ ผลตามสภาพจริง โดยพจิ ารณาความกา้ วหนา้ ในการปฏบิ ตั ิงานของผูเ้ รยี น
และดว้ ยความทกี่ ารจดั การเรยี นรแู้ บบใชป้ ัญหาเป็นฐานนัน้ จำเปน็ ตอ้ งใช้ปญั หาในการดำเนนิ กิจกรรม ดงั น้ันการ
กำหนดปัญหาอย่างเหมาะสม จึงถือเป็นหัวใจสำคัญของการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบนี้ ซึ่งแนวทางในการเลือก
ปัญหาอย่างเหมาะสมกับการเรียนรรู้ ปู แบบน้ีน้ัน มหี ลักการดังน้ี

- ต้องเป็นปัญหาทีเ่ กิดขึ้นในชีวติ จรงิ และเกดิ จากประสบการณข์ องผเู้ รียนหรอื มีโอกาสท่ีผู้เรยี นจะต้องเผชญิ
- ตอ้ งเปน็ ปัญหาทพ่ี บบ่อย มคี วามสำคัญ และมขี ้อมลู เพียงพอสำหรบั การคน้ คว้า
- ต้องเป็นปัญหาที่ยังไมม่ ีคำตอบที่ชัดเจนตายตัว มีความซับซ้อน คลุมเครือ เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนมีความ
สงสัยใครร่ ู้
- ต้องเปน็ ปัญหาที่มีประเด็นขัดแยง้ กันถกเถียงกัน เพอื่ ใหเ้ กดิ การอภปิ ราย
- ต้องเป็นปญั หาทอ่ี ยใู่ นความสนใจของผู้เรยี น
- ต้องเปน็ ปัญหาที่จำเป็นตอ้ งระดมความคดิ เห็นจากหลาย ๆ คนก่อนตัดสนิ ใจ
- ตอ้ งเป็นปญั หาท่สี ง่ เสริมใหเ้ กิดการพิสูจนข์ ้อเทจ็ จริง
- ตอ้ งเปน็ ปญั หาท่ีสามารถมคี ำตอบได้หลากหลายแนวทาง
- ต้องเปน็ ปัญหาที่เหมาะสมกบั วุฒภิ าวะและพนื้ ฐานความรู้ของผ้เู รียน
- ต้องเป็นปัญหาทจ่ี ำเป็นตอ้ งสำรวจ คน้ ควา้ รวบรวมขอ้ มูล รวมถึงทดลอง กอ่ นท่ีจะได้คำตอบ
- ต้องเปน็ ปญั หาทสี่ อดคล้องกับเนื้อหาทต่ี ้องการให้ผู้เรยี นเรียนรู้

48
คมู อื การจัดกิจกรรมสงิ่ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน

สำหรับขน้ั ตอนการจัดการเรียนรูโ้ ดยใชป้ ัญหาเปน็ ฐานน้นั ประกอบดว้ ย 6 ขั้นตอน อันได้แก่

ขั้นท่ี 1 กำหนดปญั หา
ผู้สอนสร้างสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นผู้เรียน โดยอาจเป็นการแนะนำแนวทาง ยกตัวอย่าง

สถานการณ์ หรือถามคำถามทีใ่ ห้คิดต่อ เพื่อให้ผู้เรยี นเกิดความสนใจและมองเห็นปัญหา มีโอกาสเลือกเฟ้นและ
เสนอปัญหาที่หลากหลาย และสามารถแบ่งกลุ่มตามความสนใจ ซึ่งก่อนที่จะกำหนดปัญหานั้น ครูผู้สอนควร
ทดสอบความรู้พื้นฐานของผู้เรียนเสียก่อน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดปัญหา ซึ่งต้องเหมาะสมกับความรู้
พ้นื ฐานทผ่ี เู้ รยี นมี

ขน้ั ที่ 2 ทำความเขา้ ใจกบั ปัญหา
ผู้สอนจะกระตุน้ ผ้เู รียนดว้ ยคำถามหรือการเสริมแรง เพือ่ ให้ผเู้ รยี นทำความเข้าใจกับปญั หาที่อยากรู้ โดย

เนน้ ให้เกิดการระดมสมอง เพื่อหาแนวทางและวธิ ีการในการหาคำตอบ โดยมีครูผู้สอนคอยดูแลตรวจสอบเพ่ือให้
เกิดความถูกตอ้ ง

ข้นั ที่ 3 ดำเนินการศึกษาค้นคว้า
ผู้เรยี นจะตอ้ งดำเนินการศึกษาคน้ ควา้ อยา่ งเปน็ ระบบร่วมกัน โดยมีการกำหนดกติกา วางเปา้ หมาย และ

ดำเนินกิจกรรมตามระยะเวลาทกี่ ำหนด โดยมคี รูผู้สอนคอยให้คำชีแ้ นะและอำนวยความสะดวก

ขั้นที่ 4 สังเคราะหค์ วามรู้
ผู้เรียนแต่ละคนสังเคราะห์ความรู้ที่ได้จากการค้นคว้า โดยมีการนำเสนอกนั ภายในกลุ่ม เพื่อหาข้อสรปุ

ทบทวนและตรวจสอบความถูกต้อง โดยมีครผู สู้ อนถามคำถามโดยกระต้นุ ให้ผู้เรยี นมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
และเกดิ ความคดิ รวบยอด

ขั้นท่ี 5 สรปุ และประเมนิ ค่าของคำตอบ
ผู้เรียนแต่ละกลมุ่ นำข้อสรุปทไ่ี ด้มาสร้างเป็นองค์ความรูใ้ หม่ และเลือกวธิ ีท่ีจะนำเสนอสู่ภายนอก โดยผ่าน

ความเหน็ ชอบจากครูผู้สอนในการตรวจสอบความถูกตอ้ ง และความเหมาะสมในการนำเสนอ

ขั้นท่ี 6 นำเสนอและประเมินผลงาน
ผู้เรียนแต่ละกลุ่มนำองค์ความรู้ที่ได้ไปนำเสนอตามวิธีการที่ได้กำหนดไว้ เพื่อเผยแพร่ออกสู่สาธารณะ

โดยครูผูส้ อนประเมินผลการเรยี นรูจ้ ากการดำเนินงานของผเู้ รยี นตามสภาพจรงิ

การจัดการเรียนรู้โดยใชป้ ญั หาเป็นฐาน นบั วา่ เป็นหนึ่งในแนวการจัดการเรยี นรูท้ ี่เหมาะสมกับการศึกษา
ในศตวรรษที่ 21 เพราะเป็นหนึ่งในแนวการจัดการเรยี นรูท้ ี่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยสามารถนำมาใช้กับผ้เู รียน
แทบทกุ ระดับชนั้ โดยข้นึ อยู่กบั การคน้ หาปญั หาท่ีเหมาะสมกบั พื้นฐานความรู้ของผู้เรียน

49
คูมอื การจดั กิจกรรมสงิ่ แวดลอมศึกษาในโรงเรียน

การสอนตามแบบวัฎจักรการเรียนรู้ 7 ขัน้ (7E)

การสอนตามแบบวฎั จกั รการเรยี นรู้ 7 ขนั้ เป็นการสอนทเ่ี น้นการถ่ายโอนการเรียนรู้ และให้ความสำคัญ
เกี่ยวกับ การตรวจสอบความรู้เดิมของเด็ก ซึ่งเป็นสิ่งที่ครูละเลยไม่ได้และการตรวจ สอบความรู้พื้นฐานเดิม
ของเด็กจะทำให้ครูค้นพบว่านักเรียนต้องเรียนรู้อะไรก่อนก่อนทีจ่ ะเรียนรู้ใน เนื้อหาบทเรียนนั้น ๆ ซึ่งจะช่วยให้
เดก็ เกิดการเรยี นรอู้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ

ขัน้ ของการเรยี นรู้มเี น้ือหาสาระ ดงั น้ี
1. ข้นั ตรวจสอบความรเู้ ดมิ (Elicitation Phase) ในขัน้ นี้จะเปน็ ขน้ั ที่ครูจะตั้งคำถามเพือ่ กระตนุ้ ใหผ้ ู้เรียน
ไดแ้ สดงความรู้เดิมออกมา เพอื่ ครูจะได้รู้ว่า เด็กแต่ละคนมพี ื้นความรู้เดมิ เท่าไร จะไดว้ างแผนการสอนได้ถูกต้อง
และครไู ด้รวู้ ่านกั เรยี นควรจะเรียนเนอ้ื หาใดก่อนที่จะเรียนในเนื้อหานั้น ๆ
2. ขั้นเร้าความสนใจ (Engagement Phase) เป็นการนำเข้าสู่บทเรียนหรือเรื่องที่สนใจจากความสงสัย
หรืออาจเริ่มจากความสนใจของตัวนักเรียนเองหรือเกิดจากการอภิปรายภายในกลุ่ม เรื่องที่น่าสนใจอาจมาจาก
เหตุการณท์ ก่ี ำลังเกิดขึน้ อยู่ในช่วงเวลานน้ั หรือเป็นเรอ่ื งที่เชอื่ มโยงกับความรู้เดมิ ที่เด็กเพ่ิงเรียนรู้มาแล้ว ครูเป็น
คนกระตุ้นให้นักเรียนสร้างคำถามกำหนดประเด็นที่ที่จะกระตุ้นโดยการเสนอประเด็นขึ้นก่อน แต่ไม่ควรบังคับ
ให้นักเรียนยอมรบั ประเดน็ หรอื คำถามทีค่ รูกำลังสนใจเป็นเรอ่ื งทีจ่ ะใช้ศึกษา
3. ขั้นสำรวจและคน้ หา(Exploration Phase) ในขั้นนี้จะต่อเนื่องจากขั้นเร้าความสนใจ ซึ่งเมื่อนักเรียน
ทำความเขา้ ใจในประเดน็ หรือคำถามที่สนใจจะศกึ ษาอย่างถ่องแทแ้ ล้วก็มีการวางแผนกำหนดแนวทางควรสำรวจ
ตรวจสอบ ตั้งสมมุติฐาน กำหนดทางเลือกที่เป็นไปได้ ลงมือปฏิบัติเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล ข้อสนเทศ หรือ
ปรากฏการณ์ต่าง ๆ วิธีการตรวจสอบอาจทำได้หลายวิธี เช่น ทำการทดลอง ทำกิจกรรมภาคสนาม การใช้คอมพิวเตอร์
เพื่อช่วยสร้างสถานการณ์จำลอง (Simulation) การศึกษาหาข้อมูลจากเอกสารอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ
เพือ่ ใหไ้ ด้มาซ่ึงข้อมูลอย่างเพยี งพอทจ่ี ะใช้ในขัน้ ต่อไป
4. ขั้นอธิบาย (Explanation Phase) ในขั้นนี้เมื่อนักเรียนได้ข้อมูลมาอย่างเพียงพอจากการสำรวจ
ตรวจสอบแล้ว จึงนำข้อมูล ข้อสนเทศที่ได้มาวิเคราะห์ แปลผล สรุปผล และนำเสนอผลที่ได้ในรูปต่าง ๆ เช่น
บรรยายสรุป สร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ หรือรูปวาด สร้างตารางฯลฯการค้นพบในด้านนี้อาจเป็นไปได้
หลายทาง เชน่ สนบั สนุนสมมุติฐานที่ตงั้ ไว้ โต้แยง้ กบั สมมตุ ฐิ านทต่ี งั้ ไว้ หรอื ไมเ่ กี่ยวขอ้ งกับประเด็นที่ได้กำหนดไว้
แตผ้ ลที่ไดจ้ ะอย่ใู นรูปใดกส็ ามารถสร้างความรแู้ ละช่วยใหเ้ กิดการเรียนรู้ได้
5. ข้ันขยายความคดิ (Expansion Phase/Elaboration Phase) เป็นการนำความร้ทู สี่ รา้ งข้ึนไปเชอ่ื มโยง
กับความรู้เดิมหรือแนวคิดที่ได้ค้นคว้าเพิ่มเติม หรือนำแบบจำลองหรือข้อสรุปที่ไปใช้อธิบายสถานการณ์หรือ
เหตุการณ์อื่นๆ ถ้าใช้อธิบายเรื่องต่างๆ ได้มากก็แสดงว่าข้อกำกดั น้อย ซึ่งก็จะช่วยใหเ้ ชื่อมโยงกับเร่ืองราวต่างๆ
และทำให้เกิดความรู้สกึ กวา้ งขวางขนึ้
6. ขั้นประเมินผล (Evaluation Phase) ในขั้นนี้เป็นการประเมินการเรียนรู้ด้วยกระบวนการต่าง ๆ
ว่านักเรียนมีความรู้อะไรบ้าง อย่างไร และมากน้อยเพียงใด จากขั้นนี้จะนำไปสู่การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
ในด้านอ่นื ๆ

50
คูมือการจดั กิจกรรมสิ่งแวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน

7. ขั้นนำความรูไ้ ปใช้ (Extension Phase) ในข้ันนี้เป็นที่ครูจะต้องมีการจดั เตรียมโอกาสให้นกั เรียนได้นำ
สิ่งที่ได้เรยี นมาไปประยุกต์ใชใ้ ห้เกิดประโยชนใ์ นชวี ิตประจำวัน ครูจะเป็นผู้กระตุน้ ให้นักเรียนสามารถนำความรู้
ท่ไี ดร้ บั ไปสรา้ งเปน็ ความรู้ทีเ่ รยี กว่า “การถา่ ยโอนการเรียนร้”ู

จากขนั้ ตอนต่าง ๆ ในรปู แบบการสอนโดยวฏั จกั รการเรียนรู้ 7 ขั้น จะเหน็ ไดว้ า่ รปู แบบการสอนโดยใช้วัฏ
จักรการเรยี นรู้ 7 ข้ัน จะเน้นการถ่ายโอนการเรียนรู้และให้ความสำคญั กับกาตรวจสอบความรู้เดมิ ของเด็กซึ่งเป็น
สิ่งที่ครูไม่ควรละเลย หรือละทิ้ง เนื่องจาก การตรวจสอบพื้นความรู้เดิมของเด็กจะทำให้ครูได้ค้นพบว่านักเรยี น
จะต้องเรยี นร้อู ะไรก่อนที่จะเรียนในเน้ือหานั้น ๆ นกั เรยี นจะสรา้ งความรู้จากพนื้ ความร้เู ดิมที่เด็กมี ทำให้เด็กเกิด
การเรียนรู้อยา่ งมคี วามหมายและไมค่ ิดแนวความคดิ ทีผ่ ดิ พลาด การละเลยหรอื เพิกเฉยในขั้นนจี้ ะทำใหย้ ากแก่การ
พัฒนาแนวความคิดของเด็กซึ่งจะไม่เป็นไปตามจุดมุ่งหมายที่ครูวางไว้ นอกจากนี้ยังเน้นให้นักเรียนสามารถนำ
ความรู้ท่ีได้รบั ไประยกุ ต์ใชใ้ ห้เกิดประโยชนใ์ นชีวิตประจำวันได้

51
คมู ือการจัดกิจกรรมส่งิ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน

ตวั อย่างแผนการจัดการเรียนรู้

แผนการจดั การเรียนรู้ บรู ณาการหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

รายวิชาสงั คมศึกษา (ส11103) ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 3

หน่วยการเรียนรู้ ที่ 8 สงิ่ แวดลอ้ มรอบตวั เรอื่ ง การใชป้ ระโยชนจ์ ากสง่ิ แวดลอ้ ม เวลา 2 ชัว่ โมง

**************************************************

1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชว้ี ดั
ส5.2 ป.3/2 อธิบายการใชป้ ระโยชนจ์ ากสิง่ แวดลอ้ มและทรัพยากรธรรมชาตใิ นการสนองความ

ต้องการพน้ื ฐานของมนษุ ยแ์ ละการประกอบอาชีพ

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ (K P A)
ดา้ นคณุ ธรรม (คณุ ลกษั ณะ) A
- เห็นความสำคญั และเห็นคุณค่าของส่ิงแวดลอ้ มและทรพั ยากรธรรมชาติในการสนองความตอ้ งการ

พ้ืนฐานของมนษุ ยแ์ ละการประกอบอาชีพ
ดา้ นทักษะ(สมรรถนะ) P
- ใช้ส่ิงแวดล้อมและทรพั ยากรธรรมชาตใิ หเ้ ป็นประโยชนใ์ นการสนองความตอ้ งการพนื้ ฐานของมนษุ แ์ ละ

การประกอบอาชีพได้
ด้านความรู้ K
- อธิบายประโยชนจ์ ากสิง่ แวดล้อมและทรพั ยากรธรรมชาติท่ีชว่ ยในการสนองความตอ้ งการพื้นฐานของ

มนุษย์และการประกอบอาชพี ได้

3. สาระการเรยี นรู้
สาระการเรียนร้แู กนกลาง
1. การใช้ประโยชน์จากสง่ิ แวดลอ้ มในการดำเนินชีวติ ของมนุษย์ เช่น การคมนาคม บ้านเรอื น และการ

ประกอบอาชพี ในชมุ ชน
2. การประกอบอาชีพท่เี ปน็ ผลมาจากส่ิงแวดล้อมทางธรรมชาติในชมุ ชน
สาระการเรียนร้ทู อ้ งถิ่น
- พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา

52
คูมอื การจัดกิจกรรมส่งิ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน

4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ

5. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวินยั รับผดิ ชอบ
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุ่งมัน่ ในการทำงาน

6. กิจกรรมการเรยี นรู้
วธิ กี ารสอนโดยกระบวนการทางภมู ิศาสตร์ (Geographic Inquiry Process)

ช่ัวโมงที่ 1
ขนั้ นำ

1. ครูให้นักเรียนเล่นเกม “จับคู่สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติกับการดำเนินชีวิตในชุมชน”
โดยแบ่งนักเรียนออกเปน็ 2 กลุ่ม คือ กลมุ่ สฟี า้ กลมุ่ สีเขยี ว ครเู ตรยี มและจัดทำบัตรภาพ 2 ชุด คอื บตั รภาพหลัก
และบตั รภาพรอง (แบ่งออกเป็นบัตรภาพสฟี ้าและบัตรภาพสเี ขียว เพอ่ื แยกแยะกลุ่มของนกั เรียน) จากนั้นครูติด
ตัวอย่างบัตรภาพสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นบัตรภาพหลักลงบนกระดานเช่น ภาพป่าไม้ ภาพ
ชายทะเล ภาพที่ราบริมน้ำ ภาพแหล่งแร่ ภาพภูเขา แล้วให้นักเรียนเลือกบัตรภาพรอง (บัตรภาพสีฟ้าและบัตร
ภาพสเี ขยี วตามกลมุ่ ของตนเอง) ทส่ี มั พันธ์กับบัตรภาพหลักไปตดิ ให้ตรงหมวดหมู่ เชน่ นกั เรียนเลือกภาพอาหาร
ทะเล ภาพเรอื ประมง ภาพกระชงั เล้ยี งปลา ไปติดใตบ้ ัตรภาพหลักทีเ่ ปน็ ภาพชายทะเล

2. ครอู ธิบายวิธีการเล่นเกม ดังน้ี
- นกั เรียนแต่ละกลุ่ม (กล่มุ สีฟ้า กลมุ่ สีเขียว) ตั้งแถวตอนลกึ
- ครูส่งสัญญาณเริ่ม เมื่อนักเรียนได้ยินเสียงสัญญาณเริ่มให้นักเรียนคนแรกของแต่ละกลุ่มหยิบบัตร

ภาพรองในกล่องของกลมุ่ ตนเองไปติดใตบ้ ัตรภาพหลกั ใหส้ ัมพันธก์ ัน
- เมื่อนักเรียนติดบัตรภาพเสร็จให้กลับมาแตะมือเพื่อนคนต่อไปเพื่อไปติดภาพต่อไป ทำเช่นนี้

จนไดย้ นิ เสียงสญั ญาณหมดเวลาจากครู ** (เวลาที่ใชใ้ นการเล่นเกมขนึ้ อย่กู ับความเหมาะสม)
3. ครตู รวจสอบจำนวนบัตรภาพและความถกู ตอ้ งของการติดบัตรภาพใหม้ ีความสมั พันธก์ ันของนักเรียน

แตล่ ะกลุม่ กลมุ่ ใดทำคะแนนได้มากทส่ี ุดเป็นฝ่ายชนะ
4. ครูถามความคิดเห็นนักเรียนว่า “จากเกมที่ได้เล่นไปนักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับอะไรบ้าง” นักเรียน

ร่วมกันแสดงความคิดเห็น

53
คูมอื การจัดกิจกรรมสง่ิ แวดลอมศึกษาในโรงเรยี น

ขน้ั สอน
ครูกลา่ วเชอื่ มโยงเกี่ยวกับเกมกับความรู้ท่ีจะศึกษาวา่ “สิง่ แวดลอ้ มและทรพั ยากรธรรมชาติมคี วามสัมพันธ์กับการ

ดำเนินชีวติ ของคนในชุมชน” โดยครูยกตัวอย่างจากบัตรภาพหลักและบัตรภาพรองท่ีนักเรียนตดิ บนกระดานประกอบการ
อธบิ าย

ขนั้ ที่ 1 การต้ังคำถามเชงิ ภูมิศาสตร์
ครแู ละนกั เรียนร่วมกันต้ังคำถามเชงิ ภูมศิ าสตร์ ดงั น้ี
- มนุษย์ใช้ประโยชนจ์ ากสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติในการสนองความต้องการพ้ืนฐานและการ
ประกอบอาชีพอย่างไร
ขนั้ ที่ 2 การรวบรวมข้อมูล
นกั เรียนแตล่ ะคนศกึ ษาขอ้ มลู จากหนงั สือเรียนรายวิชา สงั คมศกึ ษาฯ ป.3 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 8
1. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากส่ิงแวดล้อมเพ่ือสนองความต้องการพื้นฐาน และการ
ประกอบอาชีพว่า “มนุษยน์ ำส่งิ แวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติมาใชป้ ระโยชน์ในการดำเนินชีวิต เช่น การ
นำส่ิงแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติมาสร้างท่ีอยอู่ าศัยการประกอบอาชีพ การหาอาหาร ทเ่ี หมาะสมกับสง่ิ แวดล้อม
และทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่น ซึ่งแต่ละท้องถิ่นจะมีความแตกต่างของสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร
แตกต่างกันและทำให้การดำเนินชวี ติ ของผคู้ นแตกต่างกันออกไปด้วย เช่น การประกอบอาชีพ การดำเนินชีวิตของ
ผู้คนในสมยั กอ่ นตอ้ งพ่ึงพาอาศยั ส่ิงแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติเปน็ หลัก เช่น การลา่ สัตว์ การเก็บของป่ามา
เปน็ อาหาร ต่อมาได้รู้จักการใชเ้ ครื่องมอื ต่างๆ มากข้นึ จงึ ทำให้กจิ กรรมในการดำเนนิ ชีวิตเปลย่ี นไป เช่น ร้จู กั การ
เพาะปลูกพืชเพื่อประกอบอาชีพและประกอบอาหาร เลี้ยงสัตว์แทนการล่าสัตว์ การคมนาคม ผู้คนที่อยู่บริเวณ
รมิ น้ำหรอื เกาะ ใช้แม่น้ำเปน็ เสน้ ทางในการเดนิ ทาง โดยมพี าหนะ คอื เรอื หรือผู้คนทอ่ี าศยั อยใู่ นเขตเมอื ง บริเวณ
ที่มีถนนตัดผ่านก็จะใช้การคมนาคมขนสง่ ทางบกเปน็ สว่ นใหญ่ เช่น รถ รถไฟ รถไฟฟา้ ” ท่ีอยู่อาศัย ผู้คนท่ีอยู่ริม
แม่น้ำ มีน้ำท่วมบ่อย มีพื้นที่จำกัด จึงควรสร้างที่อยู่อาศัยเป็นเรือนแพหรือผู้คนที่อยู่ในภูมิภาคที่มี
ทรัพยากรธรรมชาติ เชน่ ไม้ กใ็ ช้ไม้สรา้ งเป็นท่พี ักอาศยั ”
2. ครูให้นักเรียนแต่ละคนศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ
กับการดำเนินชีวิตในชุมชน โดยครูให้นักเรียนในชั้นเรียนนับเลข 1 ถึง 4 และจำเลขที่ตนเองนับไว้ทำแบบน้ี
ไปจนครบทง้ั ห้องเรยี น ซ่ึงนกั เรียนที่นบั เลขดังต่อไปนี้ต้องศึกษาหัวขอ้ ตามที่ครูกำหนดให้

หมายเลข 1 อาหารและยารกั ษาโรค
หมายเลข 2 ทอ่ี ยูอ่ าศยั
หมายเลข 3 การคมนาคม
หมายเลข 4 การประกอบอาชีพ

54
คูมือการจดั กิจกรรมส่งิ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน

ชวั่ โมงที่ 2
ขนั้ ที่ 3 การจดั การขอ้ มูล

- ครูใหน้ ักเรียนแตล่ ะคนนำขอ้ มลู ทไี่ ด้จากการสืบค้นมาจัดกลุ่มข้อมลู ตรวจสอบ จำแนกข้อมลู
ข้ันท่ี 4 การวิเคราะหแ์ ละแปลผลขอ้ มลู

-.ครูให้นักเรียนแต่ละคนนำข้อมูลที่ได้จัดกลุ่มข้อมูล ตรวจสอบ จำแนกข้อมูลแล้วนำมาวิเคราะห์และ
นำไปแลกเปล่ียนเรียนรู้กับเพื่อนท่ีเลือกหวั ข้อเดียวกันอย่างน้อย 3 คน จากน้นั นำขอ้ มลู ท่ีได้จากการแลกเปลี่ยน
เรียนรู้มาสรุปเป็นองค์ความรู้ของตนเอง และนำไปตอบคำถามลงในใบงาน เรื่อง การใช้ประโยชน์ที่ได้รับจาก
สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ
ขนั้ ที่ 5 การสรปุ เพ่อื ตอบคำถาม

1. ครูสุ่มนกั เรยี น 4-5 คน ออกมานำเสนอคำตอบในใบงานของตนเอง
2. นักเรยี นปฏิบัตกิ จิ กรรมรู้เรอื่ งภูมศิ าสตรต์ ามทกี่ ำหนดใหจ้ ากหนงั สอื เรยี นรายวชิ า สงั คมศึกษา ป.3
3. นกั เรยี นและครูร่วมกันสรุปคำตอบตามประเดน็ คำถาม ดงั นี้

- มนุษย์ใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติในการสนองความต้องการพื้นฐานและ
การประกอบอาชีพอยา่ งไร
ข้นั สรปุ

1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมเพ่ือสนองความต้องการพื้นฐาน
และการประกอบอาชีพว่า

“สิ่งแวดล้อมและทรพั ยากรธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์มีผลต่อการตั้งถิ่นฐาน การประกอบอาชพี
และการดำเนินชีวิตของคนในชุมชน เพราะมนุษย์จำเป็นต้องพึ่งพาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติเช่น
บริเวณที่ราบลุ่มผู้คนจะประกอบอาชีพเกษตรกรรม บริเวณชายทะเล หรือเกาะต่าง ๆ ผู้คนจะประกอบอาชีพ
ประมง บรเิ วณทมี่ แี หล่งแร่ธาตุเยอะผูค้ นบรเิ วณน้นั ก็จะประกอบอาชีพทำเหมืองแร่เปน็ อาชีพหลัก รวมทั้งต้องใช้
สงิ่ แวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาตใิ นการสนองความตอ้ งการพ้ืนฐานทม่ี นษุ ย์ทกุ คนมอี กี ด้วย”

2. ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกปฏิบัติทักษะรวบยอด สังคมศึกษาฯ ป.3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 รอบรู้
ภมู ิศาสตร์ บทที่ 2 ชุมชนของเรา เพือ่ ประเมนิ ความกา้ วหน้า

3. ครมู อบหมายงานใหน้ ักเรยี นจับคู่กบั เพ่อื นรว่ มกนั หาภาพชุมชนในจังหวัดของตนเองในอดีต แล้วนำมา
ส่งนอกช่ัวโมงเรยี น เพอ่ื นำไปเรยี นในช่ัวโมงต่อไป

7. การวัดและประเมนิ ผล วิธีวัด เคร่อื งมอื เกณฑ์การประเมิน
รายการวัด
- ตรวจกิจกรรมรู้เรอื่ ง - กิจกรรมร้เู รื่อง รอ้ ยละ 60 ผ่าน
1 การประเมินระหวา่ ง เกณฑ์
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ภมู ิศาสตร์ ภูมิศาสตร์
1) ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมรเู้ รือ่ ง
ภูมศิ าสตร์

55
คูมือการจดั กิจกรรมส่ิงแวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน

รายการวัด วธิ วี ัด เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมิน

2) อธิบายประโยชน์ทไี่ ด้รับ - ตรวจใบงาน - ใบงาน ร้อยละ 60 ผา่ น

จากส่งิ แวดลอ้ มและ - ตรวจแบบฝึกปฏบิ ัติ - แบบฝกึ ปฏบิ ัติ เกณฑ์

ทรพั ยากรธรรมชาติ ทักษะรวบยอด ทกั ษะรวบยอด

3) การนำเสนอผลงาน - สงั เกตการนำเสนอ - แบบประเมินการ - ระดับคุณภาพ 2

ผลงาน นำเสนอผลงาน ผา่ นเกณฑ์

4) พฤตกิ รรมการทำงาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดับคุณภาพ 2

รายบุคคล การทำงาน การทำงานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์

รายบคุ คล

5) พฤตกิ รรมการทำงาน - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดับคณุ ภาพ 2

กลุม่ การทำงานกลมุ่ การทำงานกลุ่ม ผ่านเกณฑ์

6) คุณลักษณะอนั พึง - สังเกตความมีวนิ ยั - แบบประเมนิ ระดับคณุ ภาพ 2

ประสงค์ ความรับผิดชอบ คุณลกั ษณะ ผา่ นเกณฑ์

ใฝ่เรียนรู้ และมุง่ ม่นั อันพงึ ประสงค์

ในการทำงาน

8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

1. สอื่ การเรยี นรู้

1) หนงั สอื เรียนรายวิชา สงั คมศกึ ษาฯ ป.3 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 8

2) แบบฝกึ ปฏบิ ัตทิ กั ษะรวบยอด สงั คมศึกษาฯ ป.3 หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 8

3) ใบงาน เรือ่ ง การใชป้ ระโยชน์ท่ีไดร้ ับจากสิง่ แวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ

4) ตวั อย่างบตั รภาพเกยี่ วกบั สง่ิ แวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ

2. แหลง่ การเรียนรู้

-

การบรู ณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาใช้ในการจัดกจกิ รรมการเรยี นรู้

หลักพอเพยี ง มเี หตผุ ล มภี ูมิคมุ้ กันทีด่ ี
พอประมาณ
ผเู้ รียนเรยี นด้วยความ นำความรูจ้ ากเน้ือหาท่ี
ประเด็น สนกุ ได้รับความร้ตู รง เรียนและมที กั ษะท่ี
เนือ้ หา เนือ้ หาตรงมาตรฐาน/ ตามมาตรฐาน ปฏบิ ตั ิไปใชไ้ ด้ถกู ต้อง
และตัวชว้ี ัด
ตัวชวี้ ดั ความยากง่าย
เนอื้ หาเหมาะสมกับ
ความสนใจและวยั
ผู้เรยี น

56
คูมอื การจดั กิจกรรมสิง่ แวดลอมศึกษาในโรงเรยี น

หลกั พอเพยี ง

พอประมาณ มเี หตุผล มภี ูมคิ ้มุ กนั ท่ีดี

ประเด็น

เวลา กำหนดเวลาสำหรบั ดำเนนิ กิจกรรมไดต้ าม กจิ กรรมการสอน

ปฏิบตั ิกจิ กรรม แผนท่กี ำหนด บรรลุตามแผน

พอเหมาะ

วธิ กี ารจัดกิจกรรม จดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ การเรียนร้เู ร่อื ง เกดิ การเรียนรเู้ กิด

เหมาะสมกบั เน้ือหา ประโยชน์ของ ทักษะที่ฝงั ลึกแม่นยา

และผเู้ รยี น สงิ่ แวดล้อม และการใช้ท่ี นำไปใช้ไดจ้ ริง

เหมาะสมกบั สงิ่ แวดลอ้ ม

และทรพั ยากรธรรมชาติ

แหล่งเรยี นรู้ ส่ิงแวดลอ้ มในชุมชน มีสอื่ ท่เี ลือกศึกษาได้ พอเหมาะกบัจำนวน

หลากหลาย นักเรยี น

สื่ออุปกรณ์ - ใบงาน เรอื่ ง การใช้ เหมาะสมกบั วัยและ มคี วามพร้อมในการ

ประโยชนท์ ี่ได้รบั จาก ความสนใจของนกั เรยี น เรียนรู้

สง่ิ แวดล้อมและ

ทรพั ยากรธรรมชาติ

- ตัวอย่างบตั รภาพ

เกีย่ วกับสิ่งแวดล้อมและ

ทรพั ยากรธรรมชาติ

การประเมินผล แบบบนั ทึกผลการ สอดคลอ้งกบกั จิ กรรม เหน็ ความกา้ วหนา้

ประเมนิ ของแผน พัฒนาของนกั เรียน

ความรู้ คณุ ธรรม

ความรทู้ คี่ รูใช้ในการเตรยี มการสอน คุณธรรมทีค่ รใู ช้ในการเตรียมการสอน

- การเขียนแผนการจดักิจกรรมการเรียนรู้ ความรบั ผดิชอบตอ่ หนา้ท่คี วามเมตตาดูแลเอาใจใส่

- การใช้ส่อื แหลง่ เรยี นรู้ นกั เรยี นความมีวนิ ยั เปน็ แบบอยา่ งแก่นกั เรยี น

- การวดั ผลประเมนิ ผล ความขยนั มุ่งม่นั ในการปฏิบัตกิ ารสอน

57
คูมอื การจัดกิจกรรมส่ิงแวดลอมศึกษาในโรงเรยี น

ผลท่ีเกิดกบั ผู้เรียน สอดคลอ้ งกับหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
ผเู้ รยี นไดเ้ รยี นร้หู ลักคดิ และฝกึ ปฏบิ ตั ติ ามหลกั 3 หว่ ง 2 เง่อื นไข ดงั นี้

หลักพอเพยี ง พอประมาณ มเี หตผุ ล มีภมู ิค้มุ กันทดี่ ี

เรยี นรู้และปฏิบัตกิ จิ กรรมดว้ ย ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมอยา่ งมุ่งม่นั นำความรู้จากการเรยี น

ความตั้งใจ สนใจเรยี นรู้ มสี มาธิในการเรียนรู้ใฝ่ ไปใชใ้ นการศกึ ษาตอ่

อย่างเต็มศกั ยภาพ ปฏิบัติ เรยี นรไู้ ด้รับความรู้ มีทกั ษะ และนา ไปใช้ในชวี ิตได้

กจิ กรรมไดส้ ำเร็จตามท่ีไดร้ ับ เกยี่ วกับการดำเนนิ ชีวติ โดย

มอบหมาย ไมท่ ำลายธรรมชาติ

ความรู้ คณุ ธรรม

มคี วามรอบร้รู อบคอบความรู้ท่นี กเั รยี นไดร้ บั คุณธรรมทีเ่ กิดในตัวนักเรยี น ความรับผดิชอบตอ่ ภาระ

เกย่ี วกบั งานทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย แบง่ ปนั ความรทู้ ักษะของตน

การใชป้ ระโยชนจ์ ากสงิ่ แวดล้อมเพ่ือสนองความ กบั เพื่อน ซื่อสตั ย์ตอ่ นตนเองผอู้ น่ื

ต้องการมาใชป้ ระโยชนใ์ นการดำเนินชีวิตท่ี

เหมาะสมกับสงิ่ แวดล้อมและทรพั ยากรธรรมชาติ

ท่ีมีอยใู่ นทอ้ งถ่ิน

58
คูมือการจัดกิจกรรมสง่ิ แวดลอมศึกษาในโรงเรียน

ความเหน็ ของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษาหรือผู้ที่ไดร้ บั มอบหมาย

ข้อเสนอแนะ

ลงชื่อ ................................

( ................................ )

ตำแหนง่ .......

บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
 ด้านความรู้

 ด้านสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน

 ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

 ด้านความสามารถทางภูมิศาสตร์

 ด้านอ่นื ๆ (พฤติกรรมเด่น หรอื พฤตกิ รรมทีม่ ีปัญหาของนักเรยี นเป็นรายบุคคล (ถา้ ม)ี )

 ปัญหา/อุปสรรค

 แนวทางการแก้ไข

ลงชือ่ ................................
()
ตำแหนง่ ครผู ู้สอน 59

คูมือการจัดกิจกรรมส่ิงแวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน

ด้านที่ 2 หลักสตู รและกระบวนการจดั การเรียนรู้

ดา้ นส่ิงแวดลอ้ มศึกษา

มาตรฐานท่ี 6 สือ่ นวัตกรรมและแหล่งเรยี นรู้ด้านสิง่ แวดล้อมศึกษา
ครผู ู้สอนมีการพัฒนาสื่อ ดา้ นส่งิ แวดล้อมศึกษา ทั้งรปู แบบทำมือ ครแู ละนกั เรียนร่วมกันทำ ส่ือที่จัดหา

และส่ือเทคโนโลยี เช่น E book คลงั ความรู้จาก Google Search มีการพัฒนานวตั กรรม ได้แก่ สูตรปุ๋ยจากเศษ
อาหาร การทำปยุ๋ หมักใบไม้ มแี หล่งเรียนรู้ดา้ นส่ิงแวดลอ้ มภายใน ได้แก่ ธนาคารนำ้ ใต้ดนิ สวนผักรกั ษ์สง่ิ แวดลอ้ ม
ธนาคารจลุ ินทรี แปลงปุ๋ยหมัก โรงคดั แยกขยะ บา้ นของพ่อ เรือนเพาะชำ เป็นตน้

แหล่งเรียนรู้ภายนอก สวนเกษตรหมู่บ้านด่านช้าง ลำห้วยกระเสียว เขื่อนกระเสียว โรงงานน้ำตาล
ไรอ่ อ้ ย ร้านขยะรีไซเคิล ตลาดสด โรงพยาบาลดา่ นช้าง วดั ด่านชา้ ง ซง่ึ นักเรียนไดใ้ ช้ เรียนร้ดู ้านสง่ิ แวดล้อมศึกษา

60
คูมือการจัดกิจกรรมสงิ่ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน

ดา้ นที่ 3 การจัดการทรพั ยากรธรรมชาติ
และสิง่ แวดลอ้ มในโรงเรยี น

มาตรฐานท่ี 7 ดา้ นการบริหาร จัดการภูมทิ ัศนท์ ่ีเออ้ื ตอ่ การเรียนรู้

ครูผู้สอนมีการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม และภูมิทัศน์ในห้องเรียน ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เช่น ห้องเรียน
สะอาด สวยงาม โรงเรียนดำเนินการด้านการจัดสรรพืน้ ที่ในการเรียนรู้ภายนอกห้องเรียนให้เพียงพอ ใช้อาคาร
อย่างคุ้มค่า มีสวนต่าง ๆ และต้นไมน้ านาพันธุ์ไว้ศึกษา มีป้ายรณรงค์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมีแห่ลงเรียนรู้ด้านการ
จดั การทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม

61
คูมอื การจดั กิจกรรมสง่ิ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรยี น

ด้านที่ 3 การจดั การทรพั ยากรธรรมชาติ
และส่ิงแวดล้อมในโรงเรียน

มาตรฐานท่ี 8 ดา้ นการบริหารจัดการทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม

การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ครูควรมีการออกแบบ และจัด
หอ้ งเรยี น ให้โล่งโปร่ง เพ่อื ประหยัดพลังงาน ลดการใช้เคร่ืองปรับอากาศ ใชท้ าสีโทนอ่อนเพ่ือถนอม
สายตาและเพมิ่ แสงสว่าง ลดการตกแตง่ หอ้ งเรยี นที่เกินจำเปน็

โรงเรียนมีการจัดการร้านค้าขายขนม อาหารที่ดีต่อสุขภาพ ไม่ใช้ถุงพลาสติก มีการปลูกพืช
ท้องถิ่น พืชสมุนไพร ผักปลอดสารพิษ มีจัดการขยะแบบครบวงจร การทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร
และใบไม้ ไม่เผาหรอื ใชส้ ารเคมีในโรงเรียน ใชน้ ้ำยาลา้ งจานถพู นื้ จากน้ำหมกั เปน็ ต้น

62
คูมอื การจัดกิจกรรมสง่ิ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรยี น

ดา้ นท่ี 4 ด้านการมสี ่วนรว่ ม
และการสร้างเครือข่ายดา้ นสง่ิ แวดล้อม

มาตรฐานท่ี 9 การมสี ่วนร่วมของบคุ ลากร ชมุ ชน และหน่วยงานทเ่ี กย่ี วข้อง

ผู้บริหาร ครู บุคลากร และนักเรียน มีส่วนร่วมในกิจกรรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ของโรงเรียนทุก ๆ ขั้นตอน ตั้งแต่ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ ร่วมประเมินผล ร่วมรับผล ร่วมรณรงค์
ร่วมประชาสัมพนั ธ์ชุมชนและหนว่ ยงานต่าง ๆ มีสว่ นเกย่ี วขอ้ ง ท้งั รว่ มคดิ ร่วมปฏิบัติ หรอื เป็นแหล่งศึกษาความรู้
ไดแ้ ก่ คณะกรรมการสถานศึกษา กิง่ กาชาด และสโมสรไลออนด่านช้าง เขือ่ นกระเสยี ว เป็นตน้

63
คูมือการจัดกิจกรรมส่ิงแวดลอมศึกษาในโรงเรียน

ด้านท่ี 4 ดา้ นการมีส่วนรว่ ม
และการสรา้ งเครือขา่ ยด้านสงิ่ แวดล้อม

มาตรฐานที่ 10 มภี าคีเครือข่ายในการดำเนนิ งานดา้ นส่ิงแวดล้อมศกึ ษา

โรงเรียน ดำเนินการสร้างภาคีเครอื ข่ายในการพัฒนาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มศึกษา แก่
โรงเรียนใกล้เคียง และโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ และมีการขยายเครือข่ายในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม
ศึกษา กับสว่ นราชการใกล้เคยี ง

64
คูมอื การจดั กิจกรรมสิ่งแวดลอมศึกษาในโรงเรียน

ด้านที่ 5 ผลทีเ่ กิดขึ้นกับผเู้ รียน

มาตรฐานที่ 11 ความรู้
การดำเนนิ การด้านการบริหารจัดการส่งิ แวดลอ้ ม และการจัดการเรยี นรบู้ รู ณาการด้านสิง่ แวดล้อมศึกษา

บรรลเุ ปา้ หมาย เกดิ ผลแก่ผเู้ รยี น ในลกั ษณะ ดงั นี้
1. ผ้เู รยี นมีความรู้และความเขา้ ใจ ดา้ นสิ่งแวดล้อมศกึ ษา มีการบันทกึ อภปิ ราย วิเคราะหต์ รวจสอบและ

สรุปองคค์ วามรู้ เกยี่ วกบั การอนุรกั ษแ์ ละแกป้ ญั หาสง่ิ แวดลอ้ ม การรบั มือกับภยั พิบตั ิ สามารถนำเสนอด้วยวิธีการ
หลากหลาย เชน่ การพูด การเขยี น การนำเสนอโครงงาน เปน็ ต้น

2. ผเู้ รยี นมีการตดิ ตามข่าวสาร เกี่ยวกบั ส่ิงแวดลอ้ มอยา่ งต่อเนอื่ ง
3. ผ้เู รยี นมีการสำรวจ รวบรวม วเิ คราะห์ปัญหาและรว่ มหาแนวทางแก้ไขที่สอดคล้องกับบริบทโรงเรียน
และอำเภอด่านช้าง

65
คูมือการจัดกิจกรรมสิง่ แวดลอมศึกษาในโรงเรยี น

ดา้ นที่ 5 ผลทีเ่ กิดข้ึนกบั ผูเ้ รยี น

มาตรฐานที่ 12 เจตคติ
การดำเนินการด้านการบริหารจดั การส่งิ แวดลอ้ ม และการจดั การเรยี นรบู้ ูรณาการด้านสิ่งแวดล้อมศึกษา

บรรลุเป้าหมาย เกิดผลแก่ผู้เรียน ให้มีค่านิยมและความรู้สึกที่ดีในเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยมองเห็นคุณค่า
ของสิ่งแวดลอ้ มทมี่ ดี มี คี ุณภาพ ทัง้ น้ีเพ่อื จะไดเ้ ป็นแรง กระตุ้นใหเ้ ข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรคส์ ิ่งแวดล้อมให้ดี
ขึน้ และพร้อมท่จี ะเข้า มามสี ่วนร่วมในการปอ้ งกันและปรับปรงุ สงิ่ แวดลอ้ ม ดงั นี้

1. ผู้เรียนร่วมกิจกรรม และเรียนรู้อย่างกระตือรือร้นทุกครั้ง มีความตระหนักในคุณค่าของกิจกรรม
อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มีความพึงพอใจ เต็มใจ ตั้งใจปฏิบัติ เช่น การแยกขยะ การปิดน้ำที่เหน็ โดยบังเอญิ การเก็บ
ขยะ มคี วามภาคภูมใิ จในสงิ่ แวดลอ้ มของโรงเรียนชุมชนที่ตนร่วมรักษา

2. ผู้เรียนมีการสร้างเครือข่ายและมีส่วนร่วมในกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
โดยมสี ภานกั เรยี น และชมรมยุวทตู สีเขยี ว และขยายเครือขา่ ยภายในโรงเรยี น และชุมชนบ้านด่านชา้ ง

66
คูมอื การจดั กิจกรรมส่งิ แวดลอมศึกษาในโรงเรียน

ดา้ นที่ 5 ผลทีเ่ กดิ ข้นึ กับผู้เรียน

มาตรฐานที่ 13 ทกั ษะ
การดำเนินการด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดลอ้ ม และการจัดการเรียนรูบ้ รู ณาการด้านส่ิงแวดล้อมศึกษา

บรรลเุ ป้าหมาย เกิดผลแก่ผเู้ รยี น ให้มีทักษะ ความชำนาญในการแก้ไขปัญหาทางสิง่ แวดลอ้ มต่าง ๆ ทเี่ กิดขนึ้ รูจ้ ัก
แนวทางในการใหค้ ำแนะน าในการแก้ไขปญั หาสงิ่ แวดล้อม อยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม ในลักษณะ ดงั น้ี

ผู้เรียนของโรงเรียนวัดด่านช้างปฏิบัติตน มีวิถีชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง
โดยไม่ต้องชี้แนะหรือตักเตือน เช่น การแยกขยะ การปิดน้ำปิดไฟ การรับประทานอาหารหมดจาน การไม่ใช้
ถงุ พลาสติก การปลกู ต้นไม้ การทำแปลงผักสวนครวั เปน็ ตน้

67
คูมือการจดั กิจกรรมสิง่ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน

กิจกรรมการเรยี นรูส้ กู่ ารพฒั นาส่ิงแวดลอ้ ม

68

ค่ายรักษส์ ิ่งแวดล้อม
ผู้รบั ผิดชอบ : นายวชั รพงษ์ ม่นั เกตุวทิ ย์

1. หลกั การและเหตผุ ล

สิง่ แวดล้อมกับชีวิตมีความสำคญั ในด้านความรู้พนื้ ฐานของการดำรงชีวิตและการอย่รู ่วมกันในชมุ ชน สังคม

ประเทศชาติและโลก รวมถึงเป็นปัจจัยที่ช่วยให้บุคคลเกิดความตระหนักอย่างลึกซึ้ง จนเกิดการเปลี่ยนแปลง

ความคิดและพฤติกรรม การรักษ์สิ่งแวดล้อม ปัจจุบันปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ภาวะโลกร้อน การเปลี่ยนแปลง

อณุ หภูมิของโลก ความแปรปรวนของฤดกู าล ภัยธรรมชาติต่างๆ สง่ ผลการดำรงชีวิตของมนษุ ย์ สาตุดังกล่าวเกิด

จากการใช้ทรัพยากรฟุ่มเฟอื ย และการขาดความตระหนักถึงลกระทบท่จี ะตามมาจากการทำลายส่ิงแวดล้อม

ดังนั้น โรงเรียนวัดด่านช้าง ได้เห็นความสำคัญดังกล่าวจึงได้จัดทำโครงการค่ายรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อให้

นักเรยี นและชมุ ชนเหน็ ความสำคัญของการรกั ษส์ ิ่งแวดล้อม

2. วตั ถปุ ระสงค์

1. เพ่อื ใหน้ ักเรียนและชุมชน มีความรู้และตระหนกั ถึงการรักษพ์ ลงั งานและสง่ิ แวดล้อม

2. เพื่อให้นักเรียนและตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งแวดล้อมและตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดจากการ

เปล่ยี นแปลงสง่ิ แวดลอ้ ม

3. เปา้ หมาย/ตวั ชว้ี ดั ความสำเรจ็

เชงิ ปริมาณ

- นักเรียนร้อยละ 90 ได้เข้าร่วมโครงการค่ายรกั ษส์ ง่ิ แวดล้อม

เชงิ คณุ ภาพ

- นักเรียนรคู้ ณุ ค่าของสิง่ แวดลอ้ มและตระหนกั ถึงผลกระทบท่เี กิดจากการเปลีย่ นแปลงสิง่ แวดลอ้ ม

4. ระยะเวลาดำเนินการ

- กุมภาพันธ์ 2565

5. วิธดี ำเนนิ การ (รายละเอียดกจิ กรรม)

กิจกรรม/ขัน้ ตอน ระยะเวลา ผู้รับผิดชอบ

ข้ันเตรียมงาน

- จัดประชุมเพ่ือรวมกนั วางแผนงานการดำเนนิ งานโครงการ ก.พ. 64 นายวชั รพงษ์ มน่ั เกตุวิทย์

- จดั ทำโครงการเพือ่ นำเสนอเพอื่ ขอการอนุมตั ิต่อผู้บริหาร

- ประชาสมั พนั ธโ์ ครงการให้นักเรยี นทราบ

ขั้นดำเนนิ การ

ฐานกจิ กรรมที่ 1 กิจกรรมวาดภาพระบายสนี ้ำ/สีไม้ 4 ก.พ. 65 นายจิรศักด์ิ ทองมี

นางสาวเรือนแกว้ นิลทบั

ฐานกจิ กรรมที่ 2 กิจกรรมโครงงานแก้ปัญหาสิง่ แวดลอ้ ม นางสาวสายพณิ บวั บาน

69
คูมือการจดั กิจกรรมสิง่ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน

กิจกรรม/ขัน้ ตอน ระยะเวลา ผูร้ ับผิดชอบ
ฐานกจิ กรรมท่ี 3 กิจกรรมธนาคารจุลนิ ทรยี ์ นายนิกรชยั บรรพกลุ
ฐานกิจกรรมท่ี 4 กจิ กรรมแปลงผกั ปลอดสารพษิ ก.ย. 65 นางสาวหทัยกาญน์ รุ่งศริ มิ งคลชยั
ก.ย. 65 นายเศรษฐพล ภูอืด
ฐานกิจกรรมที่ 5 กจิ กรรมสำรวจปัญหาสิง่ แวดล้อม นายมงคล ภชุ งอนนั ต์
ฐานกจิ กรรมท่ี 6 กจิ กรรมผลิตภณั ฑจ์ ากเศษวัสดเุ หลอื ใช้ นายวชั รพงษ์ มั่นเกตุวทิ ย์
น.ส.วรฏิ ฐิสา อัครกิตพฒั นากุล
ฐานกจิ กรรมที่ 7 กจิ กรรมผ้ามัดย้อม นางสาวปณิตา สรุ ำไพ
นางสาวเบญ็ จมาภรณ์ ภูฆัง
ข้ันนเิ ทศ ติดตามและประเมนิ ผล นางสาวณปภัช แกว้ มณี
- ตรวจสอบ/ประเมนิ /และสรุปผลการจดั กิจกรรม นางสาวมยรุ ี เปรมจติ ร์
นางสิตา สุทธพิ นไพศาล
สรปุ และรายงานผล นายวชั รพงษ์ มนั่ เกตุวิทย์
- สรปุ รายงานการดำเนนิ โครงการ นางสาวหทัยกาญน์ รุ่งศริ ิมงคลชยั
นายวชั รพงษ์ ม่นั เกตวุ ิทย์
นางสาวหทยั กาญน์ รงุ่ ศริ ิมงคลชัย

6. งบประมาณทใี่ ช้

1. งบประมาณสนับสนนุ

ลำดับที่ รายการ จำนวนเงิน
งบประมาณจากนโยบายเรยี นฟรี 15 ปี อยา่ งมีคุณภาพ 5,730
4,030
1 คา่ อาหารว่าง 2 ม้อื ๆละ 20 บาท จำนวน 191 คน 16,960

2 ค่าวัสดุ เคร่ืองมอื ท่ีใช้

รวม แบบสังเกต
แบบสำรวจความพึงพอใจ
7.การตดิ ตามและประเมินผล
แบบบันทึกพฤติกรรมผ้เู รียน
ตัวชว้ี ัดความสำเร็จของแต่ละกิจกรรม วธิ กี ารประเมิน แบบสำรวจความพึงพอใจ

ผลผลติ ( outputs )

นกั เรยี นรอ้ ยละ 95 มีความสนใจ ใหค้ วามรว่ มมือใน สังเกตพฤตกิ รรม

การทำกิจกรรมสง่ เสริมสิง่ แวดล้อม สำรวจความพงึ พอใจ

ผลลัพธ์ ( outcome )

นักเรยี นรู้คุณคา่ ของส่งิ แวดล้อม ตระหนักถึง สังเกตพฤติกรรม

ผลกระทบท่ีเกิดจากการเปล่ยี นแปลงสง่ิ แวดล้อม สำรวจความพึงพอใจ

70
คูมอื การจดั กิจกรรมสงิ่ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรยี น

8. ผลทค่ี าดว่าจะได้รบั
1. นักเรียนมวี ามรู้ และตระหนกั ถึงการอนุรกั ษพ์ ลงั งานและส่งิ แวดลอ้ มพร้อมทง้ั นำความรู้ที่ได้ไปใชใ้ น

ชีวติ ประจำวัน
2. นักเรียนรคู้ ณุ ค่าของส่ิงแวดลอ้ มและตระหนกั ถงึ ผลกระทบทเ่ี กิดจากการเปลย่ี นแปลงส่งิ แวดลอ้ ม

กำหนดการค่ายรกั ษส์ ่ิงแวดล้อม
ณ โรงเรียนวดั ดา่ นช้าง อำเภอดา่ นช้าง จงั หวดั สุพรรณบรุ ี

วันท่ี 4 กมุ ภาพนั ธ์ 2565 ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 4 และ 5 จำนวน 189 คน

เวลา 07.00 น.- 08.00 น. รายงานตวั ลงทะเบียน
เวลา 08.00 น.- 08.30 น. องค์ประกอบของทัศนธาตุ
เวลา 08.30 น.- 10.00 น. กิจกรรมฐานการเรยี นรู้
เวลา 10.00 น.- 10.20 น. รับประทานอาหารว่างและเครอ่ื งเดิม
เวลา 10.20 น.- 12.00 น. กิจกรรมฐานการเรียนรู้
เวลา 12.00 น.- 13.00 น. รบั ประทานอาหาร
เวลา 13.00 น.- 15.00 น. กิจกรรมฐานการเรยี นรู้
เวลา 15.00 น.- 15.20 น. รบั ประทานอาหารวา่ งและเครือ่ งเดิม
เวลา 15.20 น.- 16.00 น. กิจกรรมฐานการเรยี นรู้
เวลา 16.00 น. เดนิ ทางกลับบา้ น

หมายเหตุ กำหนดการอาจเปลีย่ นแปลงไดต้ ามความเหมาะสม

คูมอื การจดั กิจกรรมส่ิงแวดลอมศึกษาในโรงเรยี น71

กิจกรรม “ครตู น้ แบบ” ใสใ่ จอาสา พฒั นาส่งิ แวดล้อม

ผรู้ ับผิดชอบ : นางสาวอนัญญา สวุ รรณ และนางสาวหทัยกาญจน์ รุ่งศริ มิ งคลชยั

1. หลักการและเหตผุ ล
การเปลี่ยนแปลงสภาพสิง่ แวดล้อมในปัจจุบัน ประสบกับปัญหาสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม อันมีสาเหตุสำคัญมาจาก

มนุษย์ ขาดจิตสำนึก และเจตคติต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ขาดระเบียบวินัยในการดำรงชีวิต ขาดความรับผิดชอบ ขาด
ความเข้าใจในปัญหาด้านการใช้ทรัพยากรที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้เกิดปัญหาต่าง ๆ มากมาย เช่น ปัญหา
ภาวะโลกร้อน ปรมิ าณขยะมลู ฝอย และของเสยี อันตรายมมี ากขน้ึ เปน็ ตน้

วิธีการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ถูกจุดที่สุด คือ การแก้พฤติกรรม และเจตคติของมนุษย์ ให้ตระหนักรู้ในหน้าที่
และมีความรับผิดชอบจากการกระทำของตนเอง ให้เร็งเห็นความสำคัญในการมสี ่วนร่วมใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และเกิด
ประโยชนส์ ูงสดุ โดยไมท่ ำลาย และมีร่วมในการพัฒนาสง่ิ แวดลอ้ มทีย่ ง่ั ยืน

สถานศกึ ษา ในฐานะผู้มหี นา้ บริหารจดั การศกึ ษา จึงมบี ทบาทท่ีสำคญั ในการพฒั นาโรงเรียน สู่มาตรฐานคุณภาพ
การศึกษาในด้านการบริหารคุณภาพ “ มีการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ส่งเสริมสุขภาพอนามัยและความ
ปลอดภัยของผเู้ รียน” ให้มคี วามเหมาะสม สะอาดรม่ รืน่ มีระเบียบเรยี บรอ้ ย มคี วามอบอุ่น ปลอดภยั อย่ใู นสภาพ ท่ีใช้การ
ได้ และเอื้อต่อการเรียนรู้ และครู ในฐานะผู้สอน มีหน้าที่ในการพัฒนาผูเ้ รียน ให้เป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข มีความ
จำเป็นอย่างย่ิงท่ตี ้องพฒั นาผเู้ รียนอย่างรอบดา้ น ทงั้ ด้านความรู้ คุณธรรม จริยธรรม และจิตสำนกึ ในหน้าทค่ี วามรับผิดชอบ
ต่อตนเอง สังคม และส่งิ แวดลอ้ ม

คณะครู โรงเรยี นวัดดา่ นชา้ ง เร็งเห็นความสำคญั ในการส่งเสริม พัฒนาผู้เรียน ใหเ้ ป็นผ้มู ีความรู้ ความดี มีความ
รบั ผดิ ชอบในหนา้ ที่ของตนเอง โดยเฉพาะหนา้ ท่ีต่อส่ิงแวดลอ้ มรอบตัว ครูจึงจดั ทำโครงการ “ครูตน้ แบบ” ใส่ใจอาสา
พัฒนาสิง่ แวดลอ้ ม ข้นึ เพ่ือการปอ้ งกนั และแก้ไขปญั หาดา้ นสิ่งแวดลอ้ มดังกลา่ วข้างต้น

2. วัตถุประสงค์ของโครงการ
1. เพ่อื ป้องกนั แก้ปญั หา และการพัฒนาส่ิงแวดล้อมในสถานศกึ ษา ให้มีความสวยงาม นา่ อยู่ สะอาด

ร่มรื่น เปน็ ระเบยี บเรียบรอ้ ย มคี วามอบอุ่น และปลอดภยั อยูใ่ นสภาพทีใ่ ชก้ ารได้ มีความเหมาะสม และเอ้อื ตอ่ การเรียนรู้
2. เพื่อสร้าง “ครูต้นแบบ” ใส่ใจอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อม ให้มีเจตคติที่ดี และตระหนักรู้ในหน้าที่

และมคี วามรับผดิ ชอบ โดยเข้ามามสี ว่ นรว่ มในการแก้ไขสภาพปญั หา และพัฒนาสภาพแวดล้อมโรงเรียน
3. เพอ่ื สร้างความรูค้ วามเข้าใจ และสรา้ งภาพจำดา้ นพฤตกิ รรม ความรับผิดชอบ และมจี ิตสำนึกที่ดีต่อ

การอนรุ กั ษ์สิง่ แวดลอ้ มแก่นกั เรยี น

3. เปา้ หมาย/ ตวั ช้ีวดั
เปา้ หมายเชิงปริมาณ
1. โรงเรยี นวัดด่านช้าง มี “ครตู น้ แบบ” ใส่ใจอาสาพัฒนาสงิ่ แวดลอ้ ม
2. คณะครู โรงเรยี นวดั ดา่ นช้างทกุ คน เข้ารว่ มโครงการ “ครูตน้ แบบ” ใส่ใจอาสาพฒั นาสิง่ แวดลอ้ ม

72
คูมือการจัดกิจกรรมส่งิ แวดลอมศึกษาในโรงเรยี น

เป้าหมายเชงิ คณุ ภาพ
1. โรงเรียนวัดด่านช้าง มีสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน สวยงาม น่าอยู่ มีความอบอุ่น สะอาด ร่มรื่น มีความ

เป็นระเบียบเรียบร้อย ปลอดภยั มีความเหมาะสมและเอ้ือต่อการเรยี นรู้
2. คณะครู ทเี่ ข้ารว่ มโครงการ เปน็ “ครตู ้นแบบ” ในการพฒั นาสง่ิ แวดล้อมแก่นักเรยี น
3. นักเรียนมีจิตสำนึก มีเจตคติที่ดี และตระหนักรู้ในหน้าที่ และมีความรับผิดชอบ และมีส่วนร่วมใน

การแก้ไขสภาพปัญหาส่งิ แวดลอ้ ม และพฒั นาสภาพแวดล้อมโรงเรยี น

4. กิจกรรม/ วิธดี ำเนนิ การ
ขัน้ ตอนการดำเนนิ งาน
ระยะที่ 1 ขั้นเตรียมการ ผู้ร่วมโครงการร่วมประชุมปรึกษา และหาข้อสรุปเพื่อกำหนด

วัตถุประสงค์ วางแผนงานกำหนดขอบเขตการทำงาน และกำหนดบทบาทหน้าที่การทำงานของสมาชิกใน
โครงการครจู ติ อาสาพฒั นาชุมชน

ระยะที่ 2 ขั้นปฏิบัตกิ าร สมาชิกโครงการ “ครูต้นแบบ” ใส่ใจอาสาพัฒนาสิ่งแวดล้อม ดำเนินการ
ตามแผน

ระยะท่ี 3 ขนั้ สรุปผลการดำเนนิ งาน ผู้เข้าร่วมโครงการปฏิบัติกจิ กรรมตามแผนการดำเนินงาน
และสรปุ ผลการดำเนินงาน

5. กจิ กรรมดำเนินงาน

ท่ี กจิ กรรม ระยะเวลา ผูร้ บั ผิดชอบ

1 ขัน้ ตอนการเตรียมงาน/ การวางแผนกิจกรรม กรกฎาคม 2564 นางสาวอนัญญา/

- ประชุมปรึกษาและหาข้อสรุปเพอื่ จัดทำโครงการ น.ส.หทยั กาญจน์

- จัดทำโครงการ และวางแผนในการปฏิบตั งิ าน

2 ข้นั ตอนการดำเนินโครงการ กรกฎาคม 2564 ผ้เู ข้ารว่ มโครงการ

“ครูต้นแบบ” ใสใ่ จอาสาพัฒนาสง่ิ แวดลอ้ ม ถงึ มนี าคม 2565 ทุกคน

1. รับสมัครสมาชิก เข้ารว่ มโครงการ

2. คัดเลอื กนักเรียนแกนนำ

3. ดำเนนิ กิจกรรมตามโครงการ กรกฎาคม 2564 ผเู้ ขา้ ร่วมโครงการ

- กจิ กรรม “Big Cleaning Room” ถึง มนี าคม 2565 ทกุ คน

- กจิ กรรมเขตพนื้ ทร่ี บั ผดิ ชอบ

- กิจกรรม “หอ้ งเรยี นสง่ิ แวดลอ้ มน่าอยู่ นา่ เรยี น”

- กิจกรรม “คดั แยกขยะดี มีประโยชน์”

- กิจกรรม “ครูต้นแบบ แกว้ น้ำ ปน่ิ โต โอโ้ หถงุ ผ้า”

- กจิ กรรมพฒั นาสภาพแวดลอ้ มในโรงเรียน

73
คูมอื การจดั กิจกรรมส่งิ แวดลอมศึกษาในโรงเรียน

ท่ี กิจกรรม ระยะเวลา ผรู้ ับผดิ ชอบ

- กจิ กรรมป้ายนิเทศ ตลุ าคม 2564 นางสาวอนญั ญา/
- กจิ กรรมส่วนร่วมชุมชน และ มนี าคม 2565 ผเู้ ขา้ ร่วมโครงการ
- กิจกรรมโครงงาน
- กจิ กรรมค่ายอนรุ ักษส์ ่งิ แวดลอ้ ม

4. ขั้นสรุปผลการดำเนนิ งาน
- ประเมินผลกิจกรรม
- สรุปกจิ กรรม
- รายงานการดำเนนิ การโครงการ
ระยะท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1/2564
ระยะที่ 2 ภาคเรยี นที่ 2/2564

ผลทค่ี าดว่าจะได้รับ
1. มีครู “ครตู น้ แบบ” ใสใ่ จอาสาพฒั นาสิง่ แวดลอ้ ม และสรา้ งเครือขา่ ย ครูทุกคนเขา้ ร่วมโครงการและ

ขบั เคลือ่ นโครงการอย่างมีประสิทธภิ าพ เกิดประสทิ ธิผลตมวตั ถปุ ระสงค์โครงการ
2. ขยายผลโครงการ นักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมด้วยจิตสำนึกและ

เจตคตทิ ด่ี ี มีใจอาสาเข้ามามสี ่วนร่วมในการพัฒนาสิง่ แวดล้อมในโรงเรยี น

74
คูมอื การจัดกิจกรรมสิ่งแวดลอมศึกษาในโรงเรยี น

กจิ กรรมสวนผกั รกั ษส์ ง่ิ แวดล้อม

น.ส.อนญั ญา สวุ รรณ, น.ส.หทัยกาญจน์ รงุ่ ศิริมงคลชัย และน.ส.วิลยั ลักษณ์ อนสุ รณ์ประชา

1. ความเปน็ มา และความสำคัญ
เด็ก และเยาวชน เป็นทรพั ยากรทีม่ ีคณุ ค่าและมีความสำคญั ต่อการพัฒนาประเทศชาตใิ นอนาต แตใ่ นสภาวการณ์

ปัจจุบนั เยาวชนไทยเจริญเตบิ โตไปพร้อม ๆ กับความเสยี่ งหลายด้านรอบตวั ปจั จยั ทขี่ ดั ต่อการพัฒนาการของเยาวชนด้าน
หนง่ึ คอื ปจั จยั ดา้ นปัญหาสขุ ภาพอนามยั เกิดข้ึนโดยไมร่ ้ตู ัวเนื่องจากการบรโิ ภคพืชผกั และผลไม้ ทป่ี นเป้ือนสารพิษ และมี
การสะสมในรา่ งกาย ก่อเกิดปัญหาด้านสขุ ภาพ และโรคร้ายแรงตามมา

แนวทางในการป้องกันและแกไ้ ขปัญหาด้านสุขภาพ และสภาวะความเสี่ยงด้านตา่ ง ๆ ต้องเริ่มตน้ ที่การ
เรียนรู้ตัง้ แต่วัยเรียน โดยการจัดการเรียนรู้ของครู ต้องจัดกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย จะเป็นตัวกระต้นุ ให้
นกั เรียนเหน็ คุณคา่ และความสำคัญของกระบวนทำงาน การสนับสนนุ กิจกรรมที่นักเรยี นได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรม
ดว้ ยตนเองกอ่ เกดิ ทักษะด้านต่าง ๆ ทนี่ กั เรียนสามารถนำไปใชไ้ ด้ในชวี ติ จรงิ

การจัดการเรียนรูร้ ูปแบบหนึ่งที่กอ่ เกิดกระบวนการเรียนรู้จากตัวนักเรียนโดยตรง คือ โครงงาน โรงเรียนวัดดา่ น
ช้าง สำนักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษาสุพรรณบรุ ี เขต 3 จึงจัดกิจกรรมการเรียนรูโ้ ดยการบูรณาการโครงงานเป็น
ฐาน เข้ากับกจิ กรรมการเรียนรู้หลักสูตรท้องถิ่น อาหารปลอดภัย กิจกรรมที่ 4 ผักปลอดสารพษิ ชีวิตปลอดภัย บูรณาการ
กบั แนวทางการบรหิ ารจดั การ โรงเรยี นสงิ่ แวดลอ้ มศกึ ษา เพือ่ การพฒั นาที่ยั่งยืน บูรณาการกบั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
และการทำเกษตรอินทรีย์ โครงงานผักปลอดสารพิษ ชีวิตปลอดภัย เยาวชนไทยใส่ใจสุขภาพ และสิ่งแวดลอ้ ม โดยกิจกรรม
ปลูกผักปลอดสวนครัว ลด ละ เลิก การใช้สารเคมี เป็นการป้องกันสุขภาพของตนเอง และอนุรักษ์ทรัยากรธรรมชาติ และ
สิ่งแวดล้อมรอบตวั ไปพรอ้ ม ๆ กัน

2. วัตถุประสงคข์ องโครงงาน
ผลลัพธ์
1) เพอ่ื สง่ เสรมิ ให้นกั เรียนมคี วามรู้ ความเข้าใจในขั้นตอน วธิ ีการในการปลูกผักปลอดสารพษิ ไวบ้ รโิ ภค
2) เพ่ือปลูกฝังจติ สำนึกในการมีส่วนรว่ มรบั ผดิ ชอบ และร่วมกนั อนุรกั ษ์ส่ิงแวดลอ้ มรอบตวั
3) เพื่อสร้างทักษะ และกระบวนการ การเห็นคุณค่าของการดำเนินชีวิตอย่างปลอดภัยภายใต้หลัก

ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ผลผลติ
1) เพือ่ ให้ไดผ้ ักปลอดสารพิษไวบ้ รโิ ภค
2) เพือ่ เป็นการอนุรกั ษส์ ง่ิ แวดลอ้ ม ดว้ ยเกษตรอนิ ทรีย์ ลด ละ เลิก การใชส้ ารเคมี
3) เพ่ือการดำเนินชีวิตอยา่ งมีความปลอดภัย มคี วามสขุ ภายใต้หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

75
คูมือการจดั กิจกรรมสงิ่ แวดลอมศึกษาในโรงเรยี น

3. เป้าหมายของโครงงาน
3.1 เชงิ ปริมาณ
1) นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/1

เขา้ รว่ มโครงการ ร้อยละ 100
2) นกั เรยี น รอ้ ยละ 95 ของโครงการมคี วามรคู้ วามสามารถในการปลกู ผักปลอดสารพิษ
3) นักเรียน ร้อยละ 90 มคี วามตระหนักรู้ และเหน็ คณุ คา่ ของการอนรุ กั ษส์ ง่ิ แวดล้อม
4) นกั เรยี น รอ้ ยละ 90 มีความร้เู ก่ยี วกับหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

3.2 เชิงคณุ ภาพ
1) นกั เรยี นสามารถนำความรู้ที่ได้จากโครงงานไปปฏิบตั ิเองได้ที่ครัวเรือน และมีผักปลอดสารพิษไว้

รบั ประทาน
2) นกั เรยี นเหน็ คณุ ค่า ความสำคัญและมีความรับผิดชอบต่อสง่ิ แวดล้อมท่ีดี ในการดำเนินชวี ิตในระยะยาว
3) นักเรียนสามารถนำความรู้เกีย่ วกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และนำไปปฏิบัติได้อย่าง

ถูกตอ้ งตามหลัก มคี วามสุขกบั ชวี ติ ทีว่ างแผนแล้วในอนาคต

4. หลกั การบรู ณาการ
4.1 บรู ณาการหลักสตู รท้องถ่นิ
เรื่อง อาหารปลอดภยั หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 5 กิจกรรม่ี 4 กินผกั ปลอดสารพษิ ชวี ติ ปลอดภยั การศกึ ษาคน้ คว้า

ความรเู้ รื่องการทำเกษตรอนิ ทรีย์ และการตัดสนิ ใจเลอื กชนดิ ของผกั ที่จะปลกู ตามสภาพแวดล้อมของท้องถน่ิ ความเหมาะสม
ของระยะเวลา และการนำปุ๋ยอินทรีย์มาช่วย ในการเจริญเติบโต และการบำรุงดินด้วยธรรมชาติ เพื่อให้ได้ผลผลิตปลอด
สารพิษไวร้ บั ประทานในโรงเรยี น นำมาแบ่งกนั กลับบา้ น หรอื การสว่ นท่ีเหลอื ออกจำหนา่ ยภายในโรงเรียน และผ้ปู กครอง

4.2 บูรณาการดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม
เกษรตอินทรีย์ ให้ความสำคัญกับการบำรุงดินให้มีความอุมดมสมบูรณ์ โดยวิธีทางธรรมชาติ การ

ปฏิเสธการใช้ปยุ๋ เคมี สารกำจดั ศัตรูพืช และสารเร่งการเจริญเติบโต เพ่อื เปน็ การปอ้ งกนั ตนเองด้านสุขภาพ และ
การใช้ซากพชื มูลสัตว์ การปลกู พืชหมนุ เวียน แร่ธาตุตามธรรมชาตใิ นการปรับปรงุ ดิน และการดูแลสิง่ แวดล้อม

4.3 บรู ณาการ หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
1) ความพอประมาณ
พอประมาณในการใช้เวลาในการดำเนนิ กจิ กรรมโครงงาน และการใช้ทรพั ยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า

และเกดิ ประโยชน์
2) ความมเี หตุผล
มีเหตุผลในการตัดสินใจ และเลือกชนิดของผัก และวิธีการปลูกที่เหมาะสมที่สุด อย่างรอบคอบ

และมกี ารประเมินคา่ ความสำคญั ของผักพืน้ บ้าน

76
คูมอื การจดั กิจกรรมสิง่ แวดลอมศึกษาในโรงเรยี น

3) การมีภูมคิ ุ้มกัน
ความสามารถในการนำความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการปลูกผัก ไปประยุกต์ใช้ใน

ชวี ิตประจำวัน และความสามารถในการนำความรไู้ ปปประกอบอาชีพ เป็นการสร้างรายได้ภายในครอบครวั
4) เงอ่ื นนไขความรู้
ความรู้ ความเขา้ ใจ และทกั ษะในการปลูกผักปลอดสารพษิ เชน่ ผักพื้นบ้าน และผกั ตามฤดกู าล
5) เงือ่ นไขคุณธรรม
การมีจิตสำนึกในความรับผิดชอบในการที่ได้รับมอบหมาย ความรับผิดชอบในตนเอง และ

รับผดิ ชอบตอ่ สง่ิ แวดลอ้ มรอบตัว

5. วิธกี ารดำเนนิ งาน
5.1 สถานท่ดี ำเนินโครงงาน
- โรงเรยี นวดั ด่านช้าง
5.2 ระยะเวลาในการดำเนินงาน
- กรกฎาคม 2563 - มีนาคม 2564
5.3 ขอบเขตการดำเนนิ งาน
1) วเิ คราะหป์ ัญหา และสาเหตุ
2) คัดเลือกหัวข้อที่สนใจในการทำโครงงาน ภายใต้หลักความสำคัญ คือ สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม

รอบตวั เรา โดยการตัดสินใจมอี งค์ประกอบสำคญั ดังนี้
2.1) ตอ้ งมคี วามรู้ และมีทกั ษะเพยี งพอท่ีจะศึกษา ค้นควา้
2.2) มีแหล่งเรียนรเู้ พยี งพอในการศกึ ษา และการดำเนินการ
2.3) มรี ะยะเวลา และสถานที่เอ้อื อำนวยการต่อการดำเนินกจิ กรรมตามโครงงาน
2.4) ประโยชนท์ ไี่ ดร้ บั จากโครงงาน สามารถนำไปประยุกต์ใช้ และปฏิบตั ิได้จริง และตรงตามที่

วตั ถปุ ระสงคก์ ำหนดอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ และเกิดประสทิ ธิผล
3) ศกึ ษา ค้นควา้ ความรูจ้ ากเอกสาร ครู ผู้ปกครอง ชมุ ชน และแหลง่ ขอ้ มูลอืน่ ๆ
4) ออกแบบและวางแผนการดำเนินงาน ออกแบบโครงสร้างโครงงาน
5) จัดทำโครงงาน และปฏิบตั ิกจิ กรรมตามกำหนด
6) การสรปุ ผลการดำเนนิ งาน และจดั ทำรายงานการดำเนนิ โครงงาน

6. แผนการปฏบิ ัตงิ าน ระยะเวลา ผรู้ บั ผิดชอบ
กิจกรรม ก.ค. 63 นกั เรียนแกนนำ
ตลอดปกี ารศึกษา นกั เรยี น, ครู
1. จัดทำโครงการ
2. จัดกิจกรรมตามโครงการ ไดแ้ ก่ ผกั ปลอดสารพิษ ชีวิต
ปลอดภยั เยาวชนไทยใส่ใจสุขภาพ และสิง่ แวดล้อม (ปลูกผกั
สวนครัว ปลูกผกั ตามฤดูกาล)

77
คูมอื การจดั กิจกรรมสิ่งแวดลอมศึกษาในโรงเรียน

กิจกรรม ระยะเวลา ผู้รับผดิ ชอบ
3. ประเมนิ ผลการดำเนนิ งานตามกิจกรรมตา่ งๆ ที่กำหนด ม.ี ค.64 ครูทป่ี รกึ ษา

- จดั ทำแบบประเมินโครงการ มี.ค.64 ครทู ีป่ รึกษา
- จัดทำแบบประเมนิ ผลความพึงพอใจของผู้เกี่ยวข้อง

4. สรุปผลการดำเนินงานโครงการและรายงานผลโครงงาน

6. งบประมาณ
เมลด็ ผัก จำนวน 300 บาท เปน็ ค่าใช้จ่ายได้มาจากการขายขวดพลาสตกิ (จากโครงการโรงเรยี นสง่ิ แวดล้อม)

7. การตดิ ตามและประเมนิ ผล วิธีประเมนิ เครอ่ื งมอื ประเมิน
ตัวช้ีวัดความสำเร็จ สมคั รเขา้ ร่วมโครงการ ใบสมัครเขา้ รว่ ม
โครงการ
1. นกั เรยี นระดับชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3/1 ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี
2/1 และช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 1/1 เขา้ ร่วมโครงการ ร้อยละ 100 แบบประเมนิ ผลการ
จดั กจิ กรรม
2. นกั เรียน รอ้ ยละ 95 ของโครงการมีความรคู้ วามสามารถ ประเมนิ กจิ กรรม แบบประเมนิ ความ
ในการปลูกผักปลอดสารพิษ ความรู้
3. นักเรยี น รอ้ ยละ 90 มคี วามตระหนักรู้ และเหน็ คุณค่า ประเมนิ ความรู้ แบบประเมนิ ความ
ของการอนรุ ักษ์สง่ิ แวดลอ้ ม ความรู้
4. นักเรียน ร้อยละ 90 มีความรู้เกีย่ วกบั หลกั ปรชั ญาของ ประเมินความรู้ แบบสอบถาม
เศรษฐกิจพอเพยี ง แบบสังเกต
5. นกั เรยี นสามารถนำความรทู้ ่ไี ดจ้ ากโครงงานไปปฏบิ ตั ิเอง สอบถาม/ สงั เกต แบบสอบถาม
ไดท้ คี่ รัวเรือน และมีผักปลอดสารพิษไวร้ บั ประทาน แบบสงั เกต
6. นกั เรยี นเหน็ คณุ ค่า ความสำคัญและมีความรบั ผิดชอบต่อ สอบถาม/ สงั เกต แบบสอบถาม
สิง่ แวดล้อมท่ีดี ในการดำเนนิ ชีวิตในระยะยาว แบบสงั เกต
7. นักเรยี นสามารถนำความรู้เกี่ยวกบั หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจ สอบถาม/ สังเกต
พอเพยี ง และนำไปปฏิบตั ไิ ดอ้ ย่างถกู ต้องตามหลัก มคี วามสุขกบั
ชีวติ ทีว่ างแผนแลว้ ในอนาคต

8. ผลทีค่ าดวา่ จะได้รบั
1. นักเรียนมีความรู้เร่ืองขั้นตอน วิธีการในการปลูกผัก (การทำเกษตรอนิ ทรีย)์ ผกั ปลอดสารพิษไว้บรโิ ภค

และการประกอบอาชีพในอนาคต
2. นักเรียนมีส่วนร่วมรบั ผิดชอบ และร่วมกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมรอบตัว เห็นคุณค่า ความสำคัญและมี

ความรบั ผิดชอบต่อส่งิ แวดลอ้ มทีด่ ี ในการดำเนินชวี ิตในระยะยาว
3. นกั เรยี นเห็นคณุ ค่าของการดำเนนิ ชีวิตอย่างปลอดภยั ภายใตห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและ

นำไปปฏิบัติได้อยา่ งถูกต้อง

78
คูมือการจัดกิจกรรมสิ่งแวดลอมศึกษาในโรงเรยี น

แนวทางในการดำเนินการสกู่ ารสรา้ งนวัตกรรมเพอื่ พัฒนา
การจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน และการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมศกึ ษา

79
คูมอื การจดั กิจกรรมสิง่ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรยี น

80
คูมอื การจัดกิจกรรมส่งิ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน

ภาคผนวก

81

82
คูมอื การจัดกิจกรรมส่งิ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน

83
คูมอื การจัดกิจกรรมส่งิ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน

84
คูมอื การจัดกิจกรรมส่งิ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน

คูมอื การจัดกิจกรรมส่งิ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน85

86
คูมอื การจัดกิจกรรมส่งิ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน

คูมอื การจัดกิจกรรมส่งิ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรีย8น7

88
คูมอื การจัดกิจกรรมส่งิ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรียน

คณะผู้จัดทำ

ท่ปี รกึ ษา

1. นางวชิรา แสนโกศกิ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดด่านชา้ ง
2. นางบศุ รา ทบั ทิมศรี รองผอู้ ำนวยการโรงเรยี นวัดด่านช้าง
3. นางสาววจติ รา อินทรมณี รองผู้อำนวยการโรงเรียนวัดด่านช้าง

คณะทำงานจัดทำคู่มือ

1. นางสาวอนญั ญา สุวรรณ
2. นางสาวหทยั กาญจน์ รุ่งศริ มิ งคลชยั

89
คมู อื การจดั กิจกรรมสง่ิ แวดลอมศกึ ษาในโรงเรยี น

90


Click to View FlipBook Version