The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

คู่มือการปฏิบัติสำหรับสถานศึกษาในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19

Educational-Manual-Covid19-final

บทเ ีรยนแนวป ิฏ ับติ ชวงเ ปดเ ีรยนในตางประเทศ รอง ัรบสถานการ ณโรคโค ิวด 19

92 คมู อื การปฏิบัตสิ ำหรับสถานศกึ ษาในการปองกนั การแพรระบาดของโรคโควดิ 19

บทเ ีรยนแนวป ิฏ ับติ ชวงเ ปดเ ีรยนในตางประเทศ รอง ัรบสถานการ ณโรคโค ิวด 19

คมู อื การปฏบิ ตั สิ ำหรบั สถานศกึ ษาในการปอ งกนั การแพรร ะบาดของโรคโควดิ 19 93

บทเ ีรยนแนวป ิฏ ับติ ชวงเ ปดเ ีรยนในตางประเทศ รอง ัรบสถานการ ณโรคโค ิวด 19

94 คมู อื การปฏิบัตสิ ำหรับสถานศกึ ษาในการปองกนั การแพรระบาดของโรคโควดิ 19

คมู อื การปฏบิ ตั สิ ำหรบั สถานศกึ ษาในการปอ งกนั การแพรร ะบาดของโรคโควดิ 19 บทเรยี นแนวปฏิบตั ชิ ว งเปด เรยี นในตางประเทศ รองรบั สถานการณโ รคโควดิ 19

การตรวจเชื้อ รวมถึงครูที่เปน

95

บทเ ีรยนแนวป ิฏ ับติ ชวงเ ปดเ ีรยนในตางประเทศ รอง ัรบสถานการ ณโรคโค ิวด 19

96 คมู อื การปฏิบัตสิ ำหรับสถานศกึ ษาในการปองกนั การแพรระบาดของโรคโควดิ 19

บทเรียนแนวป ิฏ ับติ ชวงเ ปดเ ีรยนในตางประเทศ รอง ัรบสถานการ ณโรคโค ิวด 19

คมู อื การปฏบิ ตั สิ ำหรบั สถานศกึ ษาในการปอ งกนั การแพรร ะบาดของโรคโควดิ 19 97

บทเ ีรยนแนวป ิฏ ับติ ชวงเ ปดเ ีรยนในตางประเทศ รอง ัรบสถานการ ณโรคโค ิวด 19

98 คมู อื การปฏิบัตสิ ำหรับสถานศกึ ษาในการปองกนั การแพรระบาดของโรคโควดิ 19

บทเรียนแนวปฏิ ับ ิต ชวงเ ปดเ ีรยนในตางประเทศ รอง ัรบสถานการ ณโรคโค ิวด 19

คมู อื การปฏบิ ตั สิ ำหรบั สถานศกึ ษาในการปอ งกนั การแพรร ะบาดของโรคโควดิ 19 99

บทเรียนแนวปฏิ ับ ิต ชวงเ ปดเ ีรยนในตางประเทศ รอง ัรบสถานการ ณโรคโค ิวด 19

100 คมู อื การปฏิบตั สิ ำหรับสถานศึกษาในการปอ งกนั การแพรร ะบาดของโรคโควดิ 19

ภาพกิจกรรมในตา งประเทศ

คมู ือการปฏบิ ตั สิ ำหรบั สถานศกึ ษาในการปองกันการแพรร ะบาดของโรคโควดิ 19 101

ภาพกิจกรรมในตา งประเทศ

102 คมู ือการปฏบิ ัติสำหรับสถานศกึ ษาในการปอ งกันการแพรร ะบาดของโรคโควดิ 19

วิ ปี ฏบิ ตั ิ

6 ขอปฏิบตั ิในสถานศึกษา รองรับสถานการณโ ควดิ 19

36.5

1. คัดกรองวัดไข 2. สวมหนากาก 3. ลา งมอื

เรียนรูเรื่อง
COVID-19

1m. - 2m.

4. เวนระยะหาง 5. ทำความสะอาด 6. ลดแออัด

คมู ือการปฏิบตั ิสำหรับสถานศึกษาในการปอ งกนั การแพรระบาดของโรคโควิด 19 103

1. วิ ีการตรวจคัดกรองวัดไข ( reening)

ข้นั ตอนการตรวจคดั กรองวัดไขหรือวดั อุณหภูมริ างกายทางหนา ผาก

1. ตั้งคาการใชงานเปนโหมดการวัดอุณหภูมิรางกาย (Body Temperature) ปกติเครื่องวัดอุณหภูมิ
หนาผาก มีอยางนอย 2 โหมด คือ โหมดการวัดอุณหภูมิพื้นผิว (Surface Temperature) ใชวัดอุณหภูมิ
วัตถุทั่วไป เชน ขวดนม หรืออาหาร และโหมดการวัดอุณหภูมิรางกาย ใชวัดอุณหภูมิผิวหนัง แลวแสดงคา
เปนอุณหภูมริ า งกาย

2. วัดอุณหภูมิ โดยชี้เครื่องวัดอุณหภูมิไปที่หนาผาก หรือบริเวณที่ผูผลิตแนะนํา ใหมีระยะหางจากผิวหนัง
ตามที่ผูผลิตแนะนํา โดยทั่วไปมีระยะหางไมเกิน 15 เซนติเมตร (บางรุนอาจตองสัมผัสกับผิวหนัง)
จากนั้นกดปุมบันทึกผลการวัด โดยขณะทําการวัด ไมควรสายมือไปมาบนผิวหนังบริเวณที่ทําการวัด
ไมค วรมวี ตั ถุอ่ืนใดบงั เชน เสน ผม หมวก หนา กาก หรือเหง่อื

3. อานคาผลการวัด เมื่อมีสัญญาณเสียง หรือสัญลักษณที่แสดงวาทําการวัดเสร็จสิ้น ควรทําการวัด
อยางนอย 3 ครั้ง หากผลการวัดไมเทากัน ใหใชคามากที่สุด หากสงสัยในผลการวัด ควรทําการวัดซ้ำดวย
เครื่องวัดอุณหภูมิทางการแพทยชนิดอื่นๆ เชน เครื่องวัดอุณหภูมิแบบอินฟาเรดในชองหู (Infrared Ear
Thermometers)

104 คมู ือการปฏิบตั สิ ำหรบั สถานศึกษาในการปองกันการแพรร ะบาดของโรคโควดิ 19

.2. วิ ีการสวมหนากาก ( a )
มารูจ ักหนากาก
o หนากากผา : สาํ หรับบคุ คลทั่วไปที่ไมป วย

. o หนากากอนามยั : สาํ หรบั ผปู ว ยทม่ี กี ารไอ จาม เพอ่ื ปอ งกนั การแพรเ ชอ้ื ทอ่ี อกมากบั นำ้ มกู นำ้ ลาย
o หนา กาก N95 : สําหรับบุคลากรทางการแพทยท ี่ดูแลผูปว ยอยางใกลช ดิ
สวมหนา กาก เมอื่ ใด
o เม่ือออกจากบานทกุ คร้งั

. o ไปในสถานที่ตาง ๆ ที่มีคนจํานวนมาก คนแออัด แหลงชุมชน หรือพื้นที่เสี่ยง เชน สถานศึกษา
ตลาด หา งสรรพสนิ คา ชมุ ชนแออัด
วธิ ีการสวมหนากาก
o กรณีหนากากผา : ใชมือจับสายยางยืดคลองใบหูทั้ง 2 ขาง จับขอบหนากากใหคลุมจมูกและปาก
จัดใหกระชับพอดี

. o กรณีหนา กากอนามยั : เอาดานสเี ขียวเขม ออกดานนอก และขดลวดอยดู า นบนสนั จมกู
จบั ขอบหนา กากใหค ลุมจมกู และปาก จัดใหก ระชับพอดี
วิธีการถอดหนา กาก
o กรณหี นากากผา ถอดเก็บชว่ั คราวนาํ มาใสใ หม เชน ชวงพักกนิ อาหาร ชว งแปรงฟน
- ใชม อื จับสายยางยดื ถอดออกจากใบหู 2 ขาง
- จบั ขอบหนา กาก พับครง่ึ และพับทบ (โดยไมส ัมผัสดา นนอกหรอื ดานในของหนา กาก)
- เก็บใสถ งุ พลาสตกิ ปากกวาง พบั ปากถงุ ปด ชว่ั คราว
o กรณีหนา กากอนามยั ถอดแลวท้งิ
- ใชมอื จับสายยางยดื ถอดออกจากใบหู 2 ขาง
- จับขอบหนา กาก พับครง่ึ และพับทบ
(โดยไมสมั ผสั ดา นนอกหรือดานในของหนา กาก)
- หยอนใสถงุ พลาสติกปากกวา ง ปดสนทิ กอ นทงิ้
แลวท้ิงในถงั ขยะทมี่ ฝี าปด
หมายเหตุ หลงั ถอดหนา กากทกุ คร้งั ตอ งลา งมอื ดว ยสบูและนำ้

หรือเจลแอลกอฮอล

คมู อื การปฏิบตั ิสำหรบั สถานศกึ ษาในการปองกันการแพรร ะบาดของโรคโควิด 19 105

3. วิ กี ารลางมือ ( an a )
. ลางมอื ปองกนั โควดิ 19 ไดอ ยางไร
o ลา งมอื บอย ๆ ดวยสบแู ละนำ้ หรือใชเ จลแอลกอฮอลทําความสะอาดมือ

. ลา งมือ เม่อื ใด
o กอนกนิ อาหาร o หลงั ออกจากหอ งสวม
o กอ น - หลังปรุงอาหาร o หลงั สัมผสั สตั วเ ลยี้ ง
o กอนสัมผสั ใบหนา o เมื่อมาถงึ บาน
. o หลังเลน กับเพ่อื น o เมอ่ื คดิ วา มอื สกปรก
o หลังไอ จาม
วิธีลา งมอื 7 ขน้ั ตอน
1. ฝา มือถกู ัน
เ  ง อื ู
70%อ อ อ
เ  ง ือ

70%อ อ อ

2. ฝา มือถหู ลงั มือและนวิ้ ถูซอกน้วิ
3. ฝามอื ถูฝา มอื และนิว้ ถูซอกนิ้ว
4. หลังนวิ้ มือถูฝา มอื
5. ถูนิ้วหวั แมม อื โดยรอบดว ยฝา มือ ู

6. ปลายนิ้วมือถูฝามอื
7. ถูรอบขอมอื

106 คมู อื การปฏิบัติสำหรบั สถานศึกษาในการปองกันการแพรระบาดของโรคโควดิ 19

วิ ีการทาเจลลางมือ
โรงเรียนอาจทําเจลลางมือที่มีสวนผสมของแอลกอฮอลที่มีประสิทธิภาพไดเอง โดยหาซื้อวัตถุดิบ
จากรานขายเคมีภัณฑหรือรา นขายยาขององคก ารเภสชั กรรม สามารถทําเองไดจาก 5 สตู ร ดงั นี้
สตู รท่ี 1 ดัดแปลงจากองคการอนามัยโลก
วิธที าํ
- นําเอทิลแอลกอฮอล (ethyl alcohol 95 v/v) 833.3 มิลลิลิตร ไฮโดรเจนเปอรออกไซด
(hydrogen pero ide 3 ) 41.7 มิลลิลิตร และกลีเซอรีน (Glycerin 98 ) 14.5 มิลลิลิตร
ผสมใหเขากันในภาชนะที่มีปริมาตรบอกขนาด 1000 มิลลิลิตร แลวเติมน้ำกลั่นหรือน้ำตมสุก
ที่ท้ิงใหเ ย็นแลว จนครบ 1000 มลิ ลิลิตร คนเบา ๆ ใหเขา กนั
สูตรท่ี 2 จากองคการอนามยั โลก
วธิ ที ํา
- นาํ ไอโซโพรพลิ แอลกอฮอล (isopropyl alcohol 75 v/v) 751.5 มลิ ลลิ ติ ร ไฮโดรเจนเปอรอ อกไซด
(Hydrogen pero ide 3 ) 41.7 มิลลิลิตร และกลีเซอรีน (Glycerin 98 ) 14.5 มิลลิลิตร
ผสมใหเขากันในภาชนะที่มีปริมาตรบอกขนาด 1000 มิลลิลิตร แลวเติมน้ำกลั่นหรือน้ำตมสุก
ทท่ี ้ิงใหเ ย็นแลว จนครบ 1000 มลิ ลิลติ ร คนเบา ๆ ใหเขา กนั
สตู รท่ี 3 จากกรมวทิ ยาศาสตรการแพทย
วิธที าํ
- เทคาโบพอล 940 (Carbopol 940) จาํ นวน 2.5 กรมั ลงในน้ำรอ น 142.75 กรมั คนใหสมำ่ เสมอ
จนละลายหมด กอ นจะปลอ ยใหพ องตวั เตม็ ท่ี แลว เตมิ เอทลิ แอลกอฮอล (ethyl alcohol 95 v/v)
350 กรัม คนไปเรื่อย ๆ ใหเขากัน จากนั้นเติมไตรเอทาโนลามีน (triethanolamine) 1.75 กรัม
เพื่อปรับความเปนกรดดาง เติมกลีเซอรีน (glycerin) 3 กรัม เพื่อชวยเพิ่มความชุมชื้นใหกับผิว
คนสว นผสมทั้งหมดใหเขากนั จะไดแ อลกอฮอลเจลประมาณ 500 กรัม
สูตรท่ี 4
วธิ ที ํา
- นาํ เอทลิ แอลกอฮอล (ethyl alcohol 95 v/v) 75 มิลลิลติ ร
ผสมกบั กลเี ซอรีน (glycerin) 5 มลิ ลลิ ิตร และ
น้ำสะอาด 20 มิลลิลิตร คนสว นผสมทั้งหมดใหเขา กนั

คูม อื การปฏิบัติสำหรบั สถานศกึ ษาในการปองกนั การแพรร ะบาดของโรคโควิด 19 107

สตู รท่ี 5 สตู รกรมอนามัย
สว นประกอบ ในการทาเจลแอลกอฮอล 1 ลติ ร
1. คารโ บพอล 4 กรมั 4 กรัม
2. ไตรโคลซาน 1.2 กรมั 1.2 กรมั
3. ไตรเอททาโนลามีน 9.6 มลิ ลิลิตร 9.6 มิลลิลติ ร
4. แอลกอฮอล 95 740 มลิ ลิลติ ร 740 มลิ ลิลิตร
5. นา กลัน่ หรือนาสะอาด 260 มลิ ลลิ ติ ร 260 มลิ ลิลติ ร
6. สผี สมอาหารและหัวนาหอม

วธิ ีทำ 1. ตวงนากลั่น 200 มลิ ลิลติ ร ลงในถว ยตวงขนาด 1 ลิตร

- แบง น้ำ 150 มลิ ลิลติ รไปตมใหรอ น - เทคารโ บพอลจนหมด
- เทนารอ นลงไปในนากลั่นท่ีเหลือ - ปน ตอจนคารโบพอลละลายหมด
- คอย ๆ เทคารโบพอลลงไปท่ลี ะนิด - กรองสว นผสมท่ไี ดโดยใชต ะแกรงกรอง
- ปน ใหคารโบพอลละลาย
2. ตวงนา กลัน่ 60 มิลลลิ ิตรลงในถวยตวงขนาด 100 มลิ ลิลติ ร
- เติมไตรเอททาโนลามนี ลงไป 9.6 มิลลิลิตร
3. ตวงแอลกอฮอล 95 740 มลิ ลิลติ ร ลงในถว ยตวงขนาด 1 ลติ ร
- เติมไตรโคลซานลงไป 1.2 กรมั
4. นาสวนผสมขอ 3 เทลงไปในสว นผสมขอ 1
5. ปรับสแี ละแตง กล่นิ ตามตองการ
6. คอ ย ๆ เทสว นผสมขอ 2 ลงไปในสวนผสมขอ 4 พรอ มกวนใหส ว นผสมเขา กนั
- นำไปใสเคร่ืองบรรจุเจล
- บรรจลุ งขวดตามตองการ

108 คมู ือการปฏบิ ตั ิสำหรับสถานศึกษาในการปอ งกนั การแพรร ะบาดของโรคโควิด 19

4. การเวน ระยะหา งทางสงั คม ( o ia Di tan ing)

การเวนระยะหางทางสังคม (Social Distancing) เปนการลดปฏิสัมพันธใกลชิดระหวางตัวเรา
กบั บคุ คลอน่ื หรอื ลดการแพรร ะบาดของเชอ้ื ทต่ี ดิ ตอ ทางละอองฝอยหรอื การสมั ผสั โดยการยนื หรอื นง่ั หา งกนั
อยา งนอ ย 1 - 2 เมตร งดกจิ กรรมทม่ี กี ารชมุ นมุ รวมถงึ หลกี เลย่ี งการสมั ผสั กบั ผอู น่ื เชน การจบั มอื หรอื โอบกอด
รวมถึงไมอยูรวมกันหนาแนนจํานวนมาก ไมพบปะสังสรรค ลดการไปในสถานที่สาธารณะ ลดการใหบริการ
ที่ไมจําเปน ลดกิจกรรมที่มีคนหนาแนน การเวนระยะหางทางสังคมเปนมาตรการทางสาธารณสุข
ชวยลดอัตราความเสย่ี งในการสมั ผัสโรคปองกันตนเองใหปลอดภยั จากการติดเชอ้ื และลดปริมาณผูติดเชอื้

การเวน ระยะหา งทางสงั คม แบงเปน 3 ระดับ

1. ระดับบุคคล โดยเฉพาะเด็กที่มีอายุต่ำกวา 5 ป กลุมผูสูงอายุ และกลุมผูปวยที่มีโรคประจําตัว
ควรตองระมัดระวังในการปองกันตัวเอง ไมควรเดินออกจากที่พักอาศัย เนื่องจากเปนกลุมที่มีภูมิคุมกัน
คอ นขา งตำ่ อาจทาํ ใหต ดิ เชอ้ื ไดง า ยกวา กลมุ อน่ื ๆ และใหง ดกจิ กรรมในชมุ ชน โดยยดึ หลกั 3 ล (ลด เลย่ี ง ดแู ล)
และเวนระยะหางจากผูอื่น 1 – 2 เมตร เพราะเชื้อไวรัสสามารถติดตอผานละอองขนาดเล็กที่มาจากการไอ
หรือจามได รวมทั้งหลีกเลี่ยงการรวมตัวของคนหมูมาก หลีกเลี่ยงการใชขนสงสาธารณะ ไมเขารวมกิจกรรม
รวมกับผูอื่น ลดการออกไปนอกบานโดยไมจําเปน เชน การไปงานเลี้ยงสังสรรค หรือการไปจายตลาด
อาจปรบั ใหนอยท่ีสดุ สปั ดาหละ 1 – 2 วนั

2. ระดับองคกร ควรมีมาตรการเหลื่อมเวลาทํางาน หรือการทํางานที่บาน (Work from home)
เปนวิธีที่ชวยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและการแพรเชื้อจากการเดินทางดวยขนสงสาธารณะที่มีความแออัด
ในชวงชั่วโมงเรงดวน เปนการปองกันการแพรเชื้อทั้งภายในและภายนอกที่ทํางานได ดวยการอยูที่บาน
ทาํ ความสะอาดบา น และไมน าํ เชอ้ื โรคเขา บา น และสาํ หรบั ผทู ต่ี อ งเดนิ ทางออกจากบา นเปน ประจาํ เมอ่ื กลบั
เขา บา นควรลา งมอื ทนั ที หลงั จากนน้ั ควรเปลย่ี นชดุ อาบนำ้ ชาํ ระรา งกาย และแยกซกั เสอ้ื ผา ทส่ี วมใสใ นวนั นน้ั ดว ย

3. ระดบั ชมุ ชน การเขา รว มกจิ กรรมทางสงั คม ควรลดหรอื งดกจิ กรรมตา ง ๆ หรอื หากไมส ามารถงด
หรอื เลอ่ื นได เชน งานศพ ควรลดจาํ นวนของผทู ม่ี ารว มงาน จดั เกา อ้ี หรอื สถานทใ่ี หอ ยหู า งกนั พอสมควร และ
จดั พน้ื ทส่ี าํ หรบั ลา งมอื หรอื เจลแอลกอฮอลใ หผ ทู ม่ี ารว มงาน โดยทกุ คนตอ งสวมหนา กากผา หรอื หนา กากอนามยั
รวมทั้งพยายามใหชวงเวลาที่จัดงานใหสั้นที่สุดเทาที่จําเปน และลดกิจกรรมที่อาจมีการสัมผัสระหวางกัน
สวนสถานที่ที่ยังเปดบริการ เชน สถานีขนสง ขนสงสาธารณะ ตลาด ผูดูแลสถานที่เหลานี้ควรปฏิบัติตาม
แนวทางสขุ าภบิ าลและอนามยั สง่ิ แวดลอ มอยา งเครง ครดั เพอ่ื ใหป ระชาชนเวน ระยะหา งระหวา งตวั เองและผอู น่ื

คูมอื การปฏิบัตสิ ำหรับสถานศกึ ษาในการปองกันการแพรร ะบาดของโรคโควิด 19 109

แนวปฏบิ ตั ิการเวน ระยะหา งจากสังคม ( o ia i tan ing) ในสถานศกึ ษา

1. ใหจัดเวนระยะหางระหวางบุคคล อยางนอย 1 - 2 เมตร เชน หองเรียน หองเรียนรวม หองพักครู
หรือสถานที่ตาง ๆ ในสถานศึกษา ตองจัดระบบระเบียบในการนั่ง การยืน เขาแถวตอคิว การเดิน การเลน
อยางเครงครัด

2. หลีกเลี่ยงการทักทายที่มีการสัมผัสรางกายและใกลชิดกับผูอื่น เชน จับมือ กอด หอมแกม
3. สง เสรมิ ใหก นิ อาหารจานเดยี วหรอื อาหารแบบกลอ ง ไมร บั ประทานรว มกนั หากจาํ เปน ตอ งกนิ รว มกนั
ตองใชชอนสวนตัว ตองนั่งเวนระยะหางกัน ระหวางโตะระหวางบุคคล โดยจัดโตะจัดเกาอี้ เวนระยะหาง
ระหวางบุคคล อยางนอย 1 - 2 เมตร และกําหนดจุดตําแหนงมีสัญลักษณที่นั่งโตะอาหาร ถือวาเปนระยะ
ท่ปี ลอดภยั และลดการแพรก ระจายเชื้อ

1 .- 2 . 1 .- 2 .

110 คูมือการปฏิบัติสำหรบั สถานศกึ ษาในการปอ งกันการแพรร ะบาดของโรคโควิด 19

5. การทาความสะอาด (C eaning)

วิ ีการทำความสะอาด มหี ลักปฏิบัติ ดงั น้ี

1. จดั เตรยี มอปุ กรณท าความสะอาดอยา งเพยี งพอ ไดแ ก นำ้ ยาทาํ ความสะอาดหรอื นำ้ ยาฟอกขาว
อปุ กรณก ารตวง ถงุ ขยะ ถงั นำ้ ไมถ พู น้ื ผา เชด็ ทาํ ความสะอาด อปุ กรณป อ งกนั อนั ตรายสว นบคุ คลทเ่ี หมาะสม
กบั การปฏิบัตงิ าน อาทิ ถงุ มือ หนา กากผา เสือ้ ผาทจ่ี ะนาํ มาเปลยี่ นหลงั ทาํ ความสะอาด

2. เลือกใชผลิตภัณ ท าความสะอาดพื้นผิวทีเ่ หมาะสม
o กรณสี ง่ิ ของอปุ กรณเ ครอ่ื งใช แนะนาํ ใหใ ชแ อลกอฮอล 70 หรอื ไฮโดรเจนเปอรอ อกไซด 0.5
ในการเชด็ ทําความสะอาด
o กรณเี ปน พน้ื ทข่ี นาดใหญ เชน พน้ื หอ ง แนะนาํ ใหใ ชผ ลติ ภณั ฑท ม่ี สี ว นผสมของโซเดยี มไฮโปคลอไรท 0.1
(นำ้ ยาซกั ผา ขาว) หรอื ไฮโดรเจนเปอรอ อกไซด 0.5
o ตรวจสอบคณุ ลกั ษณะของนำ้ ยาทาํ ความสะอาดบนฉลากขา งขวดผลติ ภณั ฑ วนั หมดอายุ รวมถงึ
พจิ ารณาการเลอื กใชนำ้ ยา ขึน้ อยกู บั ชนิดพนื้ ผวิ วสั ดุ เชน โลหะ หนัง พลาสติก

3. เตรยี มนำ้ ยาทําความสะอาดเพอ่ื าเช้อื ตามคําแนะนําของผลิตภณั ฑ
4. สอื่ สารใหค วามรูข น้ั ตอนการทําความสะอาดท่ถี กู ตองและเหมาะสม
ขอ ควรระวัง

o สารทใ่ี ช า เชอ้ื สว นใหญเ ปน ชนดิ สารฟอกขาว อาจกอ ใหเ กดิ การระคายเคอื งผวิ หนงั เนอ้ื เยอ่ื ออ น
ควรระวังไมใ หเขา ตาหรือสมั ผัสโดยตรง

o หลีกเลยี่ งการใชส เปรยฉ ีดพน เพือ่ าเชอ้ื เนอื่ งจากอาจทาํ ใหเกดิ การแพรก ระจายของเชอ้ื โรค
o ไมควรผสมนำ้ ยาฟอกขาวกบั สารทาํ ความสะอาดอ่นื ทมี่ ีสวนผสมของแอมโมเนีย
o ไมควรนําถุงมือไปใชในการทํากิจกรรมประเภทอื่น ๆ ใชเฉพาะการทําความสะอาดเทานั้น

เพ่อื ปอ งกันการแพรก ระจายของเชอื้
o หลีกเลี่ยงการใชมือสัมผัสบริเวณใบหนา ตา จมูก และปาก ขณะสวมถุงมือและระหวาง

การทําความสะอาด

คูมือการปฏบิ ตั สิ ำหรับสถานศกึ ษาในการปองกันการแพรระบาดของโรคโควิด 19 111

6.การลดความเเออัด (Re ing)

1. หลกี เลี่ยงการทาํ กิจกรรมท่มี ีการรวมตัวกนั จํานวนมาก เชน กฬี าสี คายลูกเสอื
2. ลดระยะเวลาในการทํากิจกรรมใหส ัน้ ลงเทาทจี่ าํ เปน
3. จาํ กดั จํานวนนักเรียนในการทาํ กจิ กรรรมรวมกันและมีการเวน ระยะหางระหวา งบุคคล
4. หลกี เลย่ี งการไปในสถานทเ่ี เออดั หรือแหลง ชุมชนหรือพ้นื ที่เสี่ยง

1 .- 2 .

1 .- 2 .

112 คมู ือการปฏิบตั สิ ำหรบั สถานศกึ ษาในการปอ งกันการแพรระบาดของโรคโควิด 19

คมู อื การปฏบิ ตั สิ ำหรบั สถานศกึ ษาในการปอ งกนั การแพรร ะบาดของโรคโควดิ 19 113

114 คมู อื การปฏิบตั สิ ำหรับสถานศึกษาในการปอ งกนั การแพรร ะบาดของโรคโควดิ 19

คณะทางานวิชาการหลัก รายช่ือคณะทางาน

1. รองศาสตราจารยแ พทยห ญิงลดั ดา เหมาะสุวรรณ 17. นางสาวปารชิ าติ จานงการ
ประธานศนู ยข อ มูลและวจิ ยั นักวชิ าการสาธารณสุขปฏิบตั ิการ
ราชวิทยาลัยกุมารแพทยแ หง ประเทศไทย และ สํานักอนามัยส่ิงแวดลอ ม กรมอนามยั
คณะแพทยศาสตร มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร
18. นางสาวพรเพชร ศกั ดศิ ิรชิ ัยศิลป
2. นายแพทยเ อกชยั เพียรศรีวัชรา นักวิชาการสาธารณสุขชาํ นาญการ
ผอู ำนวยการสำนกั สงเสริมสุขภาพ กรมอนามยั สาํ นกั สขุ าภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามยั

3. แพทยห ญิงสุธาทิพย เอมเปรมศลิ ป 19. นางสาวเอมอร ขันมี
ภาควชิ ากุมารเวชศาสตร คณะแพทยศาสตร นกั วชิ าการสาธารณสุข
โรงพยาบาลรามาธบิ ดี มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล สํานกั สขุ าภบิ าลอาหารและนำ้ กรมอนามัย

4. นางรตั นาภรณ อิงแ ม 20. แพทยห ญิงธนาวดี ตนั ติทวีวั น
สาํ นกั งานองคการอนามัยโลกประจาํ ประเทศ นายแพทยช าํ นาญการพเิ ศษ
กองโรคตดิ ตอทั่วไป กรมควบคุมโรค
5. นางณภัทร พศิ าลบตุ ร
เจาหนาท่ีส่ือสารเพื่อการพัฒนาองคก ารยนู ิเซฟประเทศไทย 21. นางสาวณิชาภัทร คูกติ ิรตั น
นกั วิชาการสาธารณสุขปฏบิ ตั ิการ
6. นายรงั สรรค วบิ ลู อุปถมั ภ กองโรคติดตอทั่วไป กรมควบคุมโรค
Education officer องคก ารยูนิเซฟประเทศไทย
22. นางสชุ าดา เกิดมงคลการ
7. นายแพทยก ติ ติพงศ แ เ จง นกั วชิ าการสาธารณสุขชาํ นาญการพิเศษ
ผทู รงคุณวฒุ ิดานสง เสรมิ สุขภาพ กรมอนามยั กองปองกนั การบาดเจบ็ กรมควบคมุ โรค

8. ทันตแพทยห ญงิ ปย ะดา ประเสริ สม 23. แพทยห ญงิ ดุษฎี จึงศริ กุลวทิ ย
ผูอํานวยการสาํ นักทันตสาธารณสขุ กรมอนามัย ผูอาํ นวยการสถาบันสุขภาพจติ เด็กและวยั รุนราชนครินทร
กรมสขุ ภาพจิต
9. ทนั ตแพทยห ญิงจิราพร ขีดดี
ทันตแพทยเ ชี่ยวชาญ สํานักทนั ตสาธารณสขุ กรมอนามัย 24. แพทยหญิงศทุ รา เอือ้ อภสิ ิทธวิ งศ
สถาบันสุขภาพจิตเดก็ และวยั รนุ ราชนครนิ ทร
10. นางอังศณา ทธอิ ยู กรมสขุ ภาพจติ
นักวชิ าการสาธารณสุขชํานาญการพิเศษ
สาํ นกั ทนั ตสาธารณสขุ กรมอนามยั 25. นายยทุ ธพงษ ขวัญชืน้
นักวชิ าการสาธารณสุขชํานาญการพิเศษ
11. นางสาวชนกิ า โรจนสกุลพานิช กองสุขศกึ ษา กรมสนับสนนุ บริการสุขภาพ
นักวชิ าการสาธารณสขุ ปฏิบตั ิการ
สํานกั ทันตสาธารณสุข กรมอนามัย 26. นางสาวขนษิ า ระโห าน
นักวิชาการสาธารณสุขปฏบิ ตั กิ าร
12. นางสาวปาจรยี ภัทร นาควารี กองกิจกรรมทางกายเพือ่ สุขภาพ กรมอนามยั
นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัตกิ าร
สาํ นักทนั ตสาธารณสุข กรมอนามยั 27. นางปนดั ดา จ่นั ผอ ง
นกั วชิ าการสาธารณสุขชํานาญการพิเศษ
13. นางพรวิภา ดาวดวง สํานักสงเสริมสุขภาพ กรมอนามยั
นักโภชนาการชาํ นาญการพเิ ศษ
สํานกั โภชนาการ กรมอนามัย 28. นางสาวอัญชุลี ออนศรี
นกั วิชาการสาธารณสขุ ปฏบิ ตั ิการ
14. นางสาวใจรกั ลอยสงเคราะห สํานกั สง เสริมสุขภาพ กรมอนามัย
นกั โภชนาการปฏิบตั ิการ
สํานกั โภชนาการ กรมอนามัย 29. นางสาววลั นภิ า ชณั ยะมาตร
นักวิชาการสาธารณสขุ ปฏบิ ตั ิการ
15. นางสาวน มล ธนเจริญวชั ร สํานักสงเสริมสขุ ภาพ กรมอนามยั
นกั โภชนาการปฏบิ ัติการ
สาํ นักโภชนาการ กรมอนามัย 30. นางสาวคัทลยี า โสดาปดชา
นักวิชาการสาธารณสขุ
16. นางณีรนุช อาภาจรสั สํานักสงเสริมสขุ ภาพ กรมอนามยั
นักวิชาการสาธารณสุขชํานาญการพิเศษ
สํานักอนามยั สิ่งแวดลอ ม กรมอนามัย

คมู ือการปฏบิ ตั สิ ำหรับสถานศกึ ษาในการปองกนั การแพรระบาดของโรคโควดิ 19 115

116 คมู อื การปฏิบตั สิ ำหรับสถานศึกษาในการปอ งกนั การแพรร ะบาดของโรคโควดิ 19

คมู อื การปฏบิ ตั สิ ำหรบั สถานศกึ ษาในการปอ งกนั การแพรร ะบาดของโรคโควดิ 19 117

118 คมู อื การปฏิบตั สิ ำหรับสถานศึกษาในการปอ งกนั การแพรร ะบาดของโรคโควดิ 19

คมู อื การปฏบิ ตั สิ ำหรบั สถานศกึ ษาในการปอ งกนั การแพรร ะบาดของโรคโควดิ 19 119

120 คมู อื การปฏิบตั สิ ำหรับสถานศึกษาในการปอ งกนั การแพรร ะบาดของโรคโควดิ 19

https://bit.do/schoolcovid-19


Click to View FlipBook Version