The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา

มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา

มาตรฐานวชิ าชีพทางการศกึ ษา

! มาตรฐานความรูแ ละประสบการณวชิ าชีพ
! มาตรฐานการปฏบิ ัติงาน
! มาตรฐานการปฏบิ ตั ิตน

วิชาชพี ควบคุมทางการศึกษา

ลักษณะของวิชาชีพควบคุม

วิชาชีพ (Profession) เปนอาชีพใหบ รกิ ารแกส าธารณชนท่ีตองอาศยั ความรู
ความชํานาญเปนการเฉพาะ ไมซ ํา้ ซอนกบั วิชาชพี อ่นื และมมี าตรฐานในการประกอบ
วิชาชีพ โดยผูป ระกอบวิชาชพี ตองฝกอบรมทงั้ ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบตั ิอยา งเพยี งพอกอน
ท่จี ะประกอบวิชาชพี ตา งกบั อาชพี (Career) ซ่งึ เปนกจิ กรรมทีต่ องทําใหสําเรจ็ โดยมงุ หวัง
คาตอบแทนเพ่อื การดาํ รงชีพเทา นั้น

วิชาชีพซึง่ ไดรบั ยกยอ งใหเ ปนวิชาชีพชั้นสูง ผูประกอบวชิ าชีพยอมตอ งมีความ
รบั ผิดชอบอยางสงู ตามมา เพราะมผี ลกระทบตอ ผรู บั บริการและสาธารณชน จึงตอ งมีการ
ควบคมุ การประกอบวชิ าชพี เปนพิเศษ เพื่อใหเ กดิ ความมน่ั ใจตอผูรับบริการและสาธารณชน
โดยผปู ระกอบวิชาชีพตอ งประกอบวิชาชพี ดว ยวิธีการแหง ปญ ญา (Intellectual Method)
ไดร บั การศึกษาอบรมมาอยา งเพียงพอ (Long Period of Training) มอี ิสระในการใชว ชิ าชีพ
ตามมาตรฐานวิชาชพี (Professional Autonomy) และมีจรรยาบรรณของวิชาชีพ
(Professional Ethics) รวมทงั้ ตองมสี ถาบนั วิชาชีพ (Professional Institution) หรือองคกร
วิชาชพี (Professional Organization) เปนแหลงกลางในการสรางสรรคจ รรโลงวิชาชพี

การกําหนดใหวิชาชีพทางการศึกษาเปนวิชาชีพควบคมุ

วิชาชีพทางการศึกษา นอกจากจะเปน วิชาชีพชั้นสูงประเภทหนึ่งเชนเดยี วกบั
วิชาชพี ชัน้ สงู อื่น เชน แพทย วิศวกร สถาปนิก ทนายความ พยาบาล สตั วแพทย ฯลฯ
ซ่ึงจะตอ งประกอบวิชาชีพเพ่ือบรกิ ารตอ สาธารณชนตามบรบิ ทของวชิ าชีพนั้นๆ แลว ยังมี
บทบาทสาํ คัญตอสงั คมและความเจริญกาวหนาของประเทศ กลา วคือ

2

1. สรางพลเมอื งดีของประเทศ โดยการใหการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐานทจี่ ะทาํ ให
ประชาชนเปนพลเมอื งดตี ามทปี่ ระเทศชาตติ องการ

2. พัฒนาทรัพยากรมนษุ ย เพ่ือสนองตอบการพฒั นาเศรษฐกิจและสังคม
ของประเทศ

3. สบื ทอดวัฒนธรรมประเพณีอนั ดงี ามของชาติ จากคนรนุ หน่งึ ไปอกี
รุนหน่ึง ใหม กี ารรกั ษาความเปน ชาติไวอยางม่นั คงยาวนาน

จากบทบาทและความสําคญั ดังกลาว พระราชบัญญตั กิ ารศกึ ษาแหง ชาติ
พ.ศ. 2542 จงึ กําหนดแนวทางในการดาํ เนินงานกํากับดแู ลรักษาและพฒั นาวิชาชีพทาง
การศกึ ษา โดยกําหนดใหม ีองคก รวชิ าชพี ครู ผบู รหิ ารสถานศึกษา และผบู ริหารการศกึ ษา
ใหม อี าํ นาจหนาที่กาํ หนดมาตรฐานวิชาชพี ออกและเพกิ ถอนใบอนญุ าตประกอบวชิ าชพี
กํากบั ดูแลใหมกี ารปฏบิ ตั ติ ามมาตรฐานวชิ าชพี และจรรยาบรรณของวิชาชีพ รวมท้ัง
พระราชบัญญัติสภาครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 ซง่ึ เปนกฎหมายเกย่ี วกบั
วชิ าชีพทางการศึกษา กําหนดใหว ิชาชพี ทางการศกึ ษาเปนวิชาชีพควบคมุ ประกอบดว ย

1. วิชาชีพครู
2. วชิ าชีพผูบรหิ ารสถานศึกษา
3. วิชาชพี ผบู รหิ ารการศกึ ษา
4. วิชาชีพควบคมุ อนื่ ที่กําหนดในกฎกระทรวง
การกาํ หนดใหวิชาชีพทางการศกึ ษาเปนวชิ าชพี ควบคุม จะเปน หลกั ประกนั
และคุม ครองใหผูร บั บรกิ ารทางการศึกษาไดรบั การศึกษาอยา งมคี ณุ ภาพ รวมทัง้ จะเปน การ
พัฒนาและยกระดบั มาตรฐานวิชาชพี ใหสูงข้นึ

3

การประกอบวิชาชพี ควบคมุ

ครู ผบู ริหารสถานศกึ ษา ผบู รหิ ารการศกึ ษา และบคุ ลากรทางการศึกษาอน่ื ที่
กฎกระทรวงกําหนดใหเปนวิชาชพี ควบคมุ ตอ งประกอบวชิ าชพี ภายใตบ ังคับแหงขอ จาํ กัด
และเงือ่ นไขของคุรุสภา ดังนี้

1. ตอ งไดรบั ใบอนญุ าตใหประกอบวิชาชีพ โดยย่ืนขอรบั ใบอนุญาตประกอบ
วชิ าชีพตามท่ีคุรสุ ภากาํ หนด ผูไมไ ดรับอนญุ าต หรือสถานศกึ ษาทีร่ ับผไู มไ ดร บั ใบอนุญาต
เขาประกอบวชิ าชพี ควบคมุ ในสถานศกึ ษา จะไดร ับโทษตามกฎหมาย

2. ตองประพฤตติ นตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวชิ าชีพ รวมท้ังตองพัฒนา
ตนเองอยา งตอเนอ่ื ง เพอื่ ดาํ รงไวซึ่งความรูค วามสามารถ และความชํานาญการตามระดับ
คณุ ภาพของมาตรฐานในการประกอบวิชาชพี

3. บุคคลผไู ดรบั ความเสียหายจากการประพฤติผดิ จรรยาบรรณของวิชาชีพ มสี ิทธิ
กลา วหา หรอื กรรมการครุ สุ ภา กรรมการมาตรฐานวิชาชีพ และบคุ คลอืน่ มีสทิ ธิ
กลา วโทษผปู ระกอบวชิ าชีพท่ีประพฤติผดิ จรรยาบรรณได

4. เมอ่ื มกี ารกลาวหาหรือกลาวโทษ คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชพี อาจวนิ ิจฉยั
ชข้ี าดใหยกขอกลาวหา/กลา วโทษ ตกั เตือน ภาคทัณฑ พกั ใชใ บอนุญาต หรือเพกิ ถอน
ใบอนญุ าตประกอบวชิ าชีพได และผถู ูกพักใช หรือเพกิ ถอนใบอนญุ าตไมสามารถประกอบ
วชิ าชพี ตอไปได

การกําหนดใหว ิชาชีพทางการศกึ ษาเปนวชิ าชีพควบคมุ นับเปน ความกาวหนา
ของวชิ าชพี ทางการศึกษา และเปนการยกระดบั มาตรฐานวิชาชพี ใหสงู ขึ้น อันจะเปนผลดี
ตอผูรบั บรกิ ารทางการศกึ ษาทีจ่ ะไดรบั การศึกษาอยางมคี ุณภาพและมีมาตรฐานท่ีสงู ขึ้นดวย
ซ่งึ จะทาํ ใหวชิ าชีพและผปู ระกอบวชิ าชีพทางการศกึ ษาไดรับความเช่ือถือ ศรัทธา มเี กียรติ
และศักด์ศิ รีในสงั คม

4

ความหมายของมาตรฐานวชิ าชพี ทางการศึกษา

มาตรฐานวิชาชพี ทางการศกึ ษา คอื ขอกําหนดเก่ียวกับคณุ ลักษณะ และคณุ ภาพ
ท่ีพงึ ประสงคใ นการประกอบวิชาชีพทางการศกึ ษา ซึ่งผปู ระกอบวชิ าชพี ทางการศึกษาตอง
ประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ าม เพ่อื ใหเ กิดคณุ ภาพในการประกอบวิชาชีพ สามารถสรา งความเชื่อมัน่
ศรทั ธาใหแ กผ รู บั บริการจากวิชาชีพไดวาเปนบรกิ ารท่มี คี ณุ ภาพ ตอบสังคมไดวาการที่
กฎหมายใหค วามสําคัญกบั วิชาชพี ทางการศกึ ษา และกาํ หนดใหเ ปน วิชาชีพควบคุม นั้น
เน่ืองจากเปนวิชาชีพทม่ี ลี ักษณะเฉพาะ ตอ งใชความรู ทักษะ และความเช่ียวชาญในการ
ประกอบวิชาชีพ

ตามพระราชบญั ญตั ิสภาครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. 2546 มาตรา 49
กาํ หนดใหม มี าตรฐานวิชาชพี 3 ดาน ประกอบดวย

1. มาตรฐานความรูและประสบการณวชิ าชพี หมายถึง ขอกําหนดสาํ หรบั ผูท่จี ะ
เขา มาประกอบวชิ าชีพ จะตองมีความรูและมปี ระสบการณว ชิ าชีพเพียงพอท่ีจะประกอบ
วชิ าชพี จงึ จะสามารถขอรับใบอนญุ าตประกอบวชิ าชพี เพอื่ ใชเ ปนหลักฐานแสดงวาเปน
บุคคลท่ีมีความรู ความสามารถ และมีประสบการณพ รอ มท่ีจะประกอบวชิ าชพี ทางการ
ศึกษาได

2. มาตรฐานการปฏบิ ตั ิงาน หมายถึง ขอ กําหนดเก่ียวกับการปฏบิ ัตงิ านในวิชาชีพ
ใหเกดิ ผลเปนไปตามเปาหมายทกี่ ําหนด พรอ มกับมกี ารพัฒนาตนเองอยางตอ เน่อื ง เพื่อให
เกดิ ความชาํ นาญในการประกอบวิชาชีพ ท้งั ความชํานาญเฉพาะดานและความชํานาญตาม
ระดบั คณุ ภาพของมาตรฐานการปฏบิ ตั งิ าน หรอื อยางนอยจะตองมีการพฒั นาตามเกณฑที่
กาํ หนดวามีความรู ความสามารถ และความชํานาญ เพียงพอท่ีจะดาํ รงสถานภาพของการ
เปน ผปู ระกอบวชิ าชพี ตอไปไดหรือไม นั่นก็คอื การกําหนดใหผปู ระกอบวิชาชพี จะตอ งตอ
ใบอนญุ าตทุกๆ 5 ป

5

3. มาตรฐานการปฏบิ ัติตน หมายถึง ขอกําหนดเก่ยี วกบั การประพฤติตนของ
ผปู ระกอบวชิ าชพี โดยมจี รรยาบรรณของวิชาชีพเปน แนวทางและขอพึงระวังในการ
ประพฤตปิ ฏบิ ัติ เพือ่ ดํารงไวซ ่งึ ช่อื เสยี ง ฐานะ เกียรติ และศกั ดศ์ิ รีแหง วิชาชพี ตามแบบ
แผนพฤตกิ รรม ตามจรรยาบรรณของวิชาชพี ท่คี รุ สุ ภาจะกําหนดเปน ขอบังคับตอ ไป หาก
ผูป ระกอบวชิ าชีพผใู ดประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชพี ทําใหเ กดิ ความเสียหายแกบ ุคคล
อน่ื จนไดร บั การรอ งเรยี นถึงครุ สุ ภาแลว ผนู ้นั อาจถกู คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพวินจิ ฉัย
ชี้ขาดอยางใดอยา งหนง่ึ ดงั ตอ ไปนี้ (1) ยกขอ กลาวหา (2) ตักเตอื น (3) ภาคทณั ฑ
(4) พกั ใชใ บอนุญาตมีกําหนดเวลาตามท่ีเห็นสมควร แตไ มเ กนิ 5 ป (5) เพกิ ถอน
ใบอนญุ าตประกอบวชิ าชีพ (มาตรา 54)

สํานักงานเลขาธิการคุรุสภาไดด ําเนนิ การศกึ ษาวิเคราะหเ อกสารและงานวจิ ยั ที่
เก่ยี วขอ งสาํ รวจความคิดเห็น จัดประชมุ สมั มนา ประชมุ เชงิ ปฏิบัตกิ าร ประชุมรับฟงความ
คดิ เห็นของผูมสี ว นเกย่ี วของ ทงั้ ดานการผลติ การพัฒนา และการประกอบวิชาชีพ รวมทั้ง
ผูทรงคณุ วฒุ ิ เพอื่ นํามากําหนดเปนสาระสําคญั ของมาตรฐานวิชาชีพ ซ่ึงไดรบั ความ
เหน็ ชอบจากคณะกรรมการครุ สุ ภาในคราวประชมุ คร้งั ท่ี 5/2548 วนั ท่ี 21 มนี าคม 2548
และท่ีประชมุ คณะกรรมการครุ ุสภาคร้ังท่ี 6/2548 วนั ท่ี 18 เมษายน 2548 ไดอ นุมัตใิ ห
ออกขอบังคับครุ สุ ภาวาดวยมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพเปนท่เี รียบรอ ย
แลว

6

มาตรฐานวชิ าชพี ทางการศึกษาเปน เคร่อื งมอื สาํ คัญของผปู ระกอบวิชาชพี ซ่งึ จะ
ตองประพฤตปิ ฏิบตั ิ เพื่อใหเกดิ ผลดีตอ ผูรบั บรกิ าร อนั ถือเปน เปาหมายหลกั ของการ
ประกอบวิชาชีพทางการศกึ ษา ซ่งึ ผปู ระกอบวชิ าชพี จะตองศกึ ษาเพ่ือใหเ กดิ ความรูความ
เขาใจที่ถูกตอง ใหส ามารถนําไปใชในการประกอบวิชาชพี ใหส มกบั การเปน วิชาชพี ช้นั สูง
และไดร ับการยอมรบั ยกยองจากสงั คม

7

มาตรฐานวชิ าชพี ครู

มาตรฐานความรูและประสบการณวิชาชีพ

มาตรฐานความรู
มีคุณวฒุ ไิ มต ํ่ากวา ปริญญาตรที างการศกึ ษาหรือเทียบเทา หรอื คณุ วฒุ ิอ่นื ท่ีครุ ุสภา

รบั รอง โดยมีความรู ดงั ตอ ไปนี้
1. ภาษาและเทคโนโลยสี าํ หรับครู
2. การพฒั นาหลกั สตู ร
3. การจดั การเรยี นรู
4. จติ วิทยาสําหรับครู
5. การวดั และประเมินผลการศึกษา
6. การบรหิ ารจดั การในหองเรียน
7. การวจิ ยั ทางการศึกษา
8. นวตั กรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศกึ ษา
9. ความเปน ครู

สาระความรู และ สมรรถนะของครู
1. ภาษาและเทคโนโลยีสําหรับครู

สาระความรู
1) ภาษาไทยสําหรับครู
2) ภาษาองั กฤษหรือภาษาตางประเทศอ่นื ๆสาํ หรบั ครู
3) เทคโนโลยีสารสนเทศสําหรบั ครู

8

สมรรถนะ
1) สามารถใชทักษะในการฟง การพูด การอา น การเขียนภาษาไทย
เพือ่ การส่ือความหมายไดอยางถกู ตอง
2) สามารถใชทักษะในการฟง การพูด การอา น การเขยี นภาษาองั กฤษ
หรอื ภาษาตางประเทศอนื่ ๆ เพื่อการสอ่ื ความหมายไดอ ยางถูกตอ ง
3) สามารถใชคอมพวิ เตอรขนั้ พน้ื ฐาน

2. การพฒั นาหลักสูตร
สาระความรู
1) ปรชั ญา แนวคิดทฤษฎีการศกึ ษา
2) ประวัตคิ วามเปน มาและระบบการจัดการศึกษาไทย
3) วสิ ยั ทัศนและแผนพัฒนาการศึกษาไทย
4) ทฤษฎีหลักสูตร
5) การพฒั นาหลักสตู ร
6) มาตรฐานและมาตรฐานชวงช้นั ของหลกั สูตร
7) การพัฒนาหลักสูตรสถานศกึ ษา
8) ปญ หาและแนวโนม ในการพัฒนาหลักสตู ร
สมรรถนะ
1) สามารถวิเคราะหหลักสูตร
2) สามารถปรบั ปรงุ และพฒั นาหลักสูตรไดอยา งหลากหลาย
3) สามารถประเมินหลกั สูตรได ท้งั กอนและหลงั การใชหลกั สตู ร
4) สามารถจัดทาํ หลกั สูตร

3. การจดั การเรียนรู
สาระความรู
1) ทฤษฎกี ารเรียนรูและการสอน
2) รูปแบบการเรียนรูและการพฒั นารปู แบบการเรียนการสอน

9

3) การออกแบบและการจัดประสบการณก ารเรียนรู
4) การบรู ณาการเนอื้ หาในกลุม สาระการเรียนรู
5) การบรู ณาการการเรยี นรแู บบเรียนรวม
6) เทคนิค และวิทยาการจดั การเรียนรู
7) การใชแ ละการผลติ สอื่ และการพัฒนานวัตกรรมในการเรียนรู
8) การจัดการเรยี นรแู บบยดึ ผูเ รยี นเปนสําคญั
9) การประเมินผลการเรยี นรู
สมรรถนะ
1) สามารถนาํ ประมวลรายวิชามาจดั ทาํ แผนการเรยี นรูรายภาคและตลอดภาค
2) สามารถออกแบบการเรยี นรทู ีเ่ หมาะสมกบั วยั ของผเู รยี น
3) สามารถเลือกใช พฒั นาและสรา งสอื่ อุปกรณทส่ี งเสรมิ การเรยี นรูข อง

ผเู รยี น
4) สามารถจดั กจิ กรรมท่สี งเสรมิ การเรยี นรขู องผูเรียนและจําแนกระดบั การ

เรยี นรูข องผูเ รยี นจากการประเมินผล
4. จติ วทิ ยาสาํ หรบั ครู

สาระความรู
1) จติ วิทยาพน้ื ฐานที่เกี่ยวของกับพัฒนาการมนษุ ย
2) จติ วิทยาการศึกษา
3) จติ วทิ ยาการแนะแนวและใหคําปรกึ ษา

สมรรถนะ
1) เขา ใจธรรมชาตขิ องผูเรียน
2) สามารถชวยเหลือผูเรียนใหเ รยี นรูแ ละพฒั นาไดต ามศกั ยภาพของตน
3) สามารถใหค ําแนะนาํ ชวยเหลอื ผเู รียนใหม คี ณุ ภาพชีวติ ที่ดขี ้ึน
4) สามารถสงเสริมความถนัดและความสนใจของผเู รยี น

10

5. การวัดและประเมินผลการศกึ ษา
สาระความรู
1) หลักการและเทคนิคการวัดและประเมนิ ผลทางการศกึ ษา
2) การสรางและการใชเคร่อื งมือวดั ผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
3) การประเมินตามสภาพจริง
4) การประเมนิ จากแฟมสะสมงาน
5) การประเมินภาคปฏิบตั ิ
6) การประเมินผลแบบยอ ยและแบบรวม
สมรรถนะ
1) สามารถวดั และประเมนิ ผลไดต ามสภาพความเปน จรงิ
2) สามารถนําผลการประเมินไปใชใ นการปรบั ปรงุ การจดั การเรียนรแู ละ
หลกั สูตร

6. การบริหารจดั การในหอ งเรยี น
สาระความรู
1) ทฤษฎแี ละหลักการบรหิ ารจดั การ
2) ภาวะผูน าํ ทางการศึกษา
3) การคิดอยา งเปน ระบบ
4) การเรยี นรูวฒั นธรรมองคก ร
5) มนุษยสัมพนั ธในองคก ร
6) การตดิ ตอ ส่ือสารในองคกร
7) การบรหิ ารจดั การชัน้ เรยี น
8) การประกันคุณภาพการศึกษา
9) การทํางานเปนทมี
10) การจัดทาํ โครงงานทางวชิ าการ
11) การจดั โครงการฝกอาชพี
12) การจัดโครงการและกจิ กรรมเพอ่ื พัฒนา

11

13) การจัดระบบสารสนเทศเพ่ือการบริหารจดั การ
14) การศึกษาเพอ่ื พฒั นาชมุ ชน
สมรรถนะ
1) มีภาวะผูน ํา
2) สามารถบริหารจัดการในชั้นเรียน
3) สามารถส่ือสารไดอยา งมีคณุ ภาพ
4) สามารถในการประสานประโยชน
5) สามารถนํานวัตกรรมใหมๆ มาใชในการบริหารจดั การ
7. การวจิ ัยทางการศกึ ษา
สาระความรู
1) ทฤษฎกี ารวิจัย
2) รูปแบบการวจิ ัย
3) การออกแบบการวจิ ัย
4) กระบวนการวจิ ยั
5) สถิตเิ พ่ือการวิจยั
6) การวิจยั ในชั้นเรยี น
7) การฝก ปฏิบตั ิการวิจัย
8) การนาํ เสนอผลงานวจิ ยั
9) การคน ควา ศกึ ษางานวจิ ยั ในการพัฒนากระบวนการจดั การเรยี นรู
10) การใชกระบวนการวิจัยในการแกป ญหา
11) การเสนอโครงการเพือ่ ทาํ วิจยั
สมรรถนะ
1) สามารถนาํ ผลการวจิ ัยไปใชใ นการจัดการเรยี นการสอน
2) สามารถทาํ วิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนและพฒั นาผูเรียน

12

8. นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา
สาระความรู
1) แนวคดิ ทฤษฎี เทคโนโลยี และนวัตกรรมการศกึ ษาท่สี ง เสรมิ การ
พัฒนาคุณภาพการเรยี นรู
2) เทคโนโลยแี ละสารสนเทศ
3) การวเิ คราะหป ญ หาท่ีเกิดจากการใชน วตั กรรมเทคโนโลยแี ละ
สารสนเทศ
4) แหลงการเรียนรูและเครอื ขายการเรียนรู
5) การออกแบบการสรา งการนําไปใช การประเมินและการปรบั ปรงุ
นวตั กรรม
สมรรถนะ
1) สามารถเลอื กใช ออกแบบ สรางและปรับปรงุ นวตั กรรมเพือ่ ใหผ เู รียน
เกดิ การเรยี นรทู ีด่ ี
2) สามารถพฒั นาเทคโนโลยีและสารสนเทศเพ่ือใหผ ูเรยี นเกดิ การเรียนรทู ดี่ ี
3) สามารถแสวงหาแหลง เรียนรทู ห่ี ลากหลาย เพือ่ สงเสริมการเรยี นรขู อง
ผเู รยี น

9. ความเปนครู
สาระความรู
1) ความสาํ คัญของวิชาชีพครู บทบาท หนาที่ ภาระงานของครู
2) พัฒนาการของวิชาชพี ครู
3) คณุ ลกั ษณะของครูที่ดี
4.) การสรางทัศนคติที่ดตี อวิชาชพี ครู
5) การเสริมสรา งศกั ยภาพและสมรรถภาพความเปนครู
6) การเปนบคุ คลแหง การเรียนรแู ละการเปนผูนําทางวิชาการ

13

7) เกณฑม าตรฐานวิชาชพี ครู
8) จรรยาบรรณของวชิ าชพี ครู
9) กฎหมายทเ่ี ก่ยี วของกบั การศกึ ษา
สมรรถนะ
1) รัก เมตตา และปรารถนาดีตอ ผเู รียน
2) อดทนและรับผดิ ชอบ
3) เปนบุคคลแหงการเรียนรแู ละเปน ผนู ําทางวชิ าการ
4) มีวสิ ยั ทัศน
5) ศรัทธาในวิชาชพี ครู
6) ปฏบิ ัติตามจรรยาบรรณของวิชาชพี ครู

มาตรฐานประสบการณของครู
ผานการปฏิบตั กิ ารสอนในสถานศึกษาตามหลกั สตู รปรญิ ญาทางการศึกษาเปน เวลา

ไมนอ ยกวา1ป และผานเกณฑการประเมนิ ปฏบิ ตั กิ ารสอนตามหลักเกณฑ วิธกี ารและเง่ือนไขที่
คณะกรรมการคุรสุ ภากําหนด ดังนี้

1. การฝก ปฏิบตั วิ ชิ าชีพระหวางเรียน
2. การปฏบิ ตั ิการสอนในสถานศึกษาในสาขาวิชาเฉพาะ

สาระการฝกทักษะ และ สมรรถนะของครู
1. การฝกปฏบิ ตั วิ ชิ าชพี ระหวา งเรียน

สาระการฝก ทักษะ
1) การบูรณาการความรูท้ังหมดมาใชใ นการฝก ประสบการณวิชาชีพใน
สถานศกึ ษา
2) ฝกปฏิบตั กิ ารวางแผนการศึกษาผูเรียน โดยการสงั เกต สัมภาษณ
รวบรวมขอ มูลและนาํ เสนอผลการศึกษา

14

3) มีสว นรว มกบั สถานศึกษาในการพฒั นาและปรบั ปรงุ หลักสตู ร รวมทง้ั
การนําหลักสตู รไปใช

4) ฝกการจัดทําแผนการเรียนรูรวมกบั สถานศกึ ษา
5) ฝก ปฏบิ ัตกิ ารดําเนินการจัดกจิ กรรมเกีย่ วกับการจดั การเรียนรู โดยเขา ไป

มีสว นรวมในสถานศกึ ษา
6) การจดั ทาํ โครงงานทางวชิ าการ
สมรรถนะ
1) สามารถศึกษาและแยกแยะผูเรียนไดต ามความแตกตา งของผูเรยี น
2) สามารถจัดทาํ แผนการเรยี นรู
3) สามารถฝกปฏิบัติการสอน ตงั้ แตการจัดทําแผนการสอน ปฏบิ ตั กิ ารสอน

ประเมนิ ผลและปรับปรงุ
4) สามารถจัดทําโครงงานทางวิชาการ
2. การปฏบิ ตั ิการสอนในสถานศึกษาในสาขาวิชาเฉพาะ
สาระการฝก ทกั ษะ
1) การบูรณาการความรทู ัง้ หมดมาใชในการปฏิบตั ิการสอนในสถานศึกษา
2) การจัดทําแผนการจดั การเรยี นรทู ี่ยดึ ผูเรียนเปนสําคัญ
3) การจัดกระบวนการเรียนรู
4) การเลอื กใช การผลิตสอ่ื และนวตั กรรมท่ีสอดคลองกบั การจัดการเรียนรู
5) การใชเ ทคนิคและยทุ ธวธิ ใี นการจัดการเรียนรู
6) การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู
7) การทาํ วจิ ยั ในชั้นเรียนเพอื่ พฒั นาผูเ รยี น
8) การนําผลการประเมนิ มาพฒั นาการจดั การเรยี นรแู ละพฒั นาคณุ ภาพ

ผูเ รยี น
9) การบันทกึ และรายงานผลการจดั การเรียนรู
10)การสัมมนาทางการศกึ ษา

15

สมรรถนะ
1) สามารถจัดการเรียนรูในสาขาวิชาเฉพาะ
2) สามารถประเมนิ ปรบั ปรงุ และพฒั นาการจดั การเรยี นรใู หเหมาะสมกบั
ศกั ยภาพของผเู รยี น
3) สามารถทาํ วิจยั ในชัน้ เรียนเพอื่ พัฒนาผูเรยี น
4) สามารถจดั ทาํ รายงานผลการจัดการเรยี นรูและการพฒั นาผูเ รยี น

มาตรฐานการปฏิบตั งิ าน

มาตรฐานที่ 1 ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมทางวชิ าการเก่ยี วกับการพฒั นาวิชาชพี ครอู ยเู สมอ
การปฏิบตั กิ จิ กรรมทางวชิ าการเก่ียวกับการพฒั นาวชิ าชพี ครู หมายถึง การศกึ ษา
คน ควา เพอ่ื พฒั นาตนเอง การเผยแพรผ ลงานทางวชิ าการ และการเขารว มกิจกรรมทาง
วิชาการทีอ่ งคการหรอื หนว ยงาน หรอื สมาคมจัดข้นึ เชน การประชุม การอบรม
การสัมมนา และการประชุมปฏิบตั ิการ เปน ตน ท้งั น้ตี อ งมผี ลงานหรอื รายงานทีป่ รากฏ
ชดั เจน
มาตรฐานที่ 2 ตดั สินใจปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตาง ๆ โดยคํานงึ ถึงผลทจี่ ะเกิดแกผ ูเรยี น
การตัดสินใจปฏิบตั กิ จิ กรรมตางๆ โดยคํานงึ ถงึ ผลท่ีจะเกิดกับผูเรียน หมายถึง
การเลือกอยางชาญฉลาด ดว ยความรัก และหวงั ดตี อ ผเู รยี น ดงั นัน้ ในการเลือกกิจกรรม
การเรยี นการสอนและกิจกรรมอ่ืนๆ ครูตอ งคาํ นึงถงึ ประโยชนท ่ีจะเกดิ แกผ เู รียนเปน หลัก
มาตรฐานที่ 3 มุงมั่นพัฒนาผูเรยี นใหเ ตม็ ตามศกั ยภาพ
การมุง มั่นพฒั นาผูเรยี น หมายถงึ การใชความพยายามอยางเต็มความสามารถของ
ครูทีจ่ ะใหผูเรยี นเกิดการเรยี นรใู หมากที่สดุ ตามความถนัด ความสนใจ ความตอ งการ
โดยวิเคราะหว ินจิ ฉัยปญ หา ความตองการท่แี ทจ ริงของผูเรยี น ปรบั เปลี่ยนวิธีการสอนที่จะ
ใหไดผ ลดกี วา เดมิ รวมทั้งการสงเสรมิ พัฒนาการดา นตางๆ ตามศักยภาพของผเู รียนแตละคน
อยางเปน ระบบ

16

มาตรฐานที่ 4 พฒั นาแผนการสอนใหส ามารถปฏบิ ตั ิไดเกดิ ผลจริง
การพฒั นาแผนการสอนใหส ามารถปฏิบัติไดเ กดิ ผลจริง หมายถงึ การเลอื กใช
ปรับปรงุ หรอื สรางแผนการสอน บนั ทกึ การสอน หรือ เตรยี มการสอนในลกั ษณะอนื่ ๆ ที่
สามารถนําไปใชจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน ใหผูเ รียนบรรลุวัตถปุ ระสงคข องการเรียนรู
มาตรฐานท่ี 5 พัฒนาสอ่ื การเรียนการสอนใหมปี ระสทิ ธิภาพอยูเ สมอ
การพัฒนาส่อื การเรยี นการสอนใหมปี ระสิทธภิ าพอยเู สมอ หมายถงึ การประดษิ ฐ
คดิ คน ผลิตเลอื กใช ปรบั ปรุงเครอ่ื งมืออปุ กรณ เอกสารสง่ิ พิมพ เทคนิควิธีการตา งๆ
เพอื่ ใหผเู รียนบรรลุจุดประสงคของการเรียนรู
มาตรฐานท่ี 6 จดั กจิ กรรมการเรยี นการสอน โดยเนนผลถาวรท่เี กิดแกผูเรียน
การจัดการเรยี นการสอนโดยเนนผลถาวรทเ่ี กิดแกผ ูเรียน หมายถงึ การจัดการ
เรยี นการสอนท่มี งุ เนน ใหผ เู รยี นประสบผลสาํ เรจ็ ในการแสวงหาความรู ตามสภาพความ
แตกตางของบุคคลดวยการปฏิบัตจิ รงิ และสรุปความรูทง้ั หลายไดด วยตนเอง กอใหเ กิด
คา นยิ มและนิสยั ในการปฏิบัติจนเปนบุคลกิ ภาพถาวรติดตวั ผูเรยี นตลอดไป
มาตรฐานท่ี 7 รายงานผลการพฒั นาคณุ ภาพของผูเรียนไดอยางมรี ะบบ
การรายงานผลการพฒั นาคณุ ภาพของผูเ รยี นไดอ ยา งมรี ะบบ หมายถงึ การรายงาน
ผลการพฒั นาผูเรยี นทเี่ กดิ จากการปฏบิ ตั ิการเรยี นการสอนใหค รอบคลุมสาเหตุ ปจจยั และ
การดําเนินงานท่เี กีย่ วของ โดยครนู าํ เสนอรายงานการปฏบิ ัตใิ นรายละเอยี ด ดังนี้
1) ปญหาความตอ งการของผูเรียนทต่ี องไดร บั การพฒั นา และเปา หมายของการ

พฒั นาผเู รยี น
2) เทคนิค วธิ กี าร หรือนวัตกรรมการเรียนการสอนทนี่ ํามาใชเพอ่ื การพฒั นา

คุณภาพของผูเรยี น และข้นั ตอนวธิ ีการใชเทคนคิ วธิ ีการหรือนวตั กรรมนนั้ ๆ
3) ผลการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนตามวธิ กี ารทกี่ ําหนด ทเี่ กิดกบั ผูเรยี น
4) ขอ เสนอแนะแนวทางใหมๆ ในการปรับปรงุ และพัฒนาผูเรียนใหไดผ ลดีย่งิ ข้นึ

17

มาตรฐานที่ 8 ปฏิบัตติ นเปน แบบอยา งท่ีดีแกผ ูเ รียน
การปฏิบัติตนเปนแบบอยางท่ีดีแกผ เู รยี น หมายถึง การแสดงออก การประพฤติ
และปฏบิ ตั ใิ นดานบคุ ลิกภาพท่วั ไป การแตงกาย กิรยิ า วาจา และจริยธรรมทีเ่ หมาะสมกับ
ความเปน ครูอยางสม่ําเสมอ ทีท่ าํ ใหผูเ รยี นเลือ่ มใสศรทั ธา และถือเปน แบบอยา ง
มาตรฐานท่ี 9 รวมมอื กับผอู ื่นในสถานศึกษาอยา งสรา งสรรค
การรว มมือกบั ผูอ่ืนในสถานศึกษาอยางสรา งสรรค หมายถึง การตระหนกั ถึง
ความสําคญั รบั ฟง ความคดิ เห็น ยอมรับในความรคู วามสามารถ ใหค วามรว มมอื ในการ
ปฏบิ ัติกิจกรรมตา งๆ ของเพอื่ นรว มงานดว ยความเต็มใจ เพอื่ ใหบรรลเุ ปา หมายของ
สถานศึกษา และรวมรบั ผลที่เกดิ ข้ึนจากการกระทาํ น้ัน
มาตรฐานที่ 10 รวมมอื กบั ผูอ น่ื ในชุมชนอยางสรางสรรค
การรวมมอื กบั ผูอ่ืนในชมุ ชนอยา งสรางสรรค หมายถงึ การตระหนกั ถึงความสําคัญ
รบั ฟง ความคิดเห็น ยอมรับในความรคู วามสามารถของบุคคลอืน่ ในชมุ ชน และรว มมือ
ปฏิบตั ิงานเพ่ือพัฒนางานของสถานศกึ ษา ใหชุมชนและสถานศกึ ษามีการยอมรบั ซ่งึ กันและ
กัน และปฏบิ ตั งิ านรว มกนั ดว ยความเตม็ ใจ
มาตรฐานที่ 11 แสวงหาและใชขอ มูลขา วสารในการพัฒนา
การแสวงหาและใชข อ มูลขาวสารในการพัฒนา หมายถึง การคนหา สังเกต จดจํา
และรวบรวมขอมูลขาวสารตามสถานการณของสงั คมทุกดาน โดยเฉพาะสารสนเทศ
เกยี่ วกับวิชาชพี ครู สามารถวิเคราะห วจิ ารณอ ยางมเี หตุผล และใชขอมูลประกอบการ
แกปญหา พฒั นาตนเอง พฒั นางาน และพัฒนาสงั คมไดอ ยางเหมาะสม
มาตรฐานที่ 12 สรา งโอกาสใหผูเรียนไดเรยี นรใู นทุกสถานการณ
การสรางโอกาสใหผเู รยี นไดเรียนรใู นทุกสถานการณ หมายถึง การสรา งกิจกรรม
การเรยี นรูโดยการนําเอาปญหาหรือความจําเปน ในการพฒั นาตางๆ ทีเ่ กิดขน้ึ ในการเรียน
และการจดั กจิ กรรมอ่นื ๆ ในโรงเรียนมากาํ หนดเปน กจิ กรรมการเรียนรู เพ่ือนาํ ไปสกู าร
พฒั นาของผูเรียนที่ถาวร เปน แนวทางในการแกป ญ หาของครอู ีกแบบหนึ่งท่ีจะนาํ เอาวิกฤติ
ตา งๆ มาเปน โอกาสในการพฒั นา ครจู ําเปนตอ งมองมมุ ตา งๆ ของปญหาแลวผนั มมุ ของ
ปญ หาไปในทางการพฒั นา กําหนดเปน กจิ กรรมในการพัฒนาของผูเรยี น ครจู งึ ตอ งเปนผู

18

มองมุมบวกในสถานการณต างๆ ได กลา ท่ีจะเผชิญปญหาตางๆ มีสตใิ นการแกปญ หา มิได
ตอบสนองปญ หาตางๆ ดวยอารมณหรอื แงมมุ แบบตรงตัว ครสู ามารถมองหกั มมุ ในทกุ ๆ
โอกาส มองเหน็ แนวทางท่ีนาํ สูผ ลกาวหนาของผูเรียน

มาตรฐานการปฏบิ ตั ติ น

จรรยาบรรณตอ ตนเอง
1. ผูป ระกอบวิชาชพี ทางการศึกษา ตองมวี นิ ัยในตนเอง พัฒนาตนเองดานวิชาชีพ

บุคลิกภาพ และวสิ ัยทัศน ใหทันตอการพฒั นาทางวิทยาการ เศรษฐกจิ สังคมและการเมืองอยูเสมอ
จรรยาบรรณตอ วิชาชพี

2. ผูป ระกอบวชิ าชพี ทางการศึกษา ตอ งรัก ศรัทธา ซ่ือสัตยสจุ รติ และ
รบั ผดิ ชอบตอวชิ าชีพ เปนสมาชกิ ท่ีดีขององคกรวชิ าชีพ
จรรยาบรรณตอผูร ับบริการ

3. ผปู ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตองรกั เมตตา เอาใจใส ชว ยเหลือ สง เสริม
ใหกาํ ลงั ใจแกศษิ ย และผูรับบรกิ ารตามบทบาทหนา ที่โดยเสมอหนา

4. ผูประกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ งสง เสรมิ ใหเ กิดการเรยี นรู ทกั ษะ และนสิ ยั ท่ี
ถกู ตองดงี ามแกศ ษิ ย และผูร ับบริการตามบทบาทหนาทอ่ี ยางเต็มความสามารถดวยความบรสิ ทุ ธิใ์ จ

5. ผปู ระกอบวชิ าชีพทางการศกึ ษาตอ งประพฤตปิ ฏบิ ตั ิตนเปนแบบอยางทด่ี ี
ทงั้ ทางกาย วาจา และจิตใจ

6. ผูป ระกอบวชิ าชพี ทางการศกึ ษา ตองไมกระทาํ ตนเปนปฏิปก ษตอ ความเจริญ
ทางกาย สติปญ ญา จิตใจ อารมณและสงั คมของศิษย และผูรับบริการ

7. ผปู ระกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตองใหบริการดวยความจรงิ ใจและเสมอภาค โดยไม
เรียกรบั หรอื ยอมรับผลประโยชนจากการใชตาํ แหนงหนา ท่โี ดยมิชอบ

19

จรรยาบรรณตอ ผูรว มประกอบวิชาชพี
8. ผปู ระกอบวชิ าชีพทางการศกึ ษาพงึ ชวยเหลือเกอื้ กูลซึ่งกันและกนั อยา งสรา งสรรค

โดยยดึ ม่ันในระบบคุณธรรม สรางความสามคั คใี นหมูค ณะ
จรรยาบรรณตอสงั คม

9. ผูประกอบวชิ าชีพทางการศึกษา พงึ ประพฤติปฏิบตั ติ น เปน ผนู ําในการอนุรักษ
และ พัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศลิ ปวัฒนธรรม ภูมปิ ญ ญา ส่งิ แวดลอมรักษาผลประโยชน
ของสวนรวมและยดึ มั่นในการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั ริย ทรงเปน
ประมุข

20

มาตรฐานวิชาชีพผบู ริหารสถานศึกษา

มาตรฐานความรูและประสบการณวชิ าชีพ

มาตรฐานความรู
1. มีคณุ วฒุ ไิ มต ํ่ากวาปรญิ ญาตรที างการบรหิ ารการศึกษาหรือเทียบเทา หรือคุณวุฒิ

อ่นื ที่คุรุสภารบั รอง โดยมคี วามรู ดังตอ ไปนี้
1) หลกั และกระบวนการบรหิ ารการศึกษา
2) นโยบายและการวางแผนการศกึ ษา
3) การบริหารดานวชิ าการ
4) การบรหิ ารดานธรุ การ การเงิน พัสดุและอาคารสถานท่ี
5) การบริหารงานบคุ คล
6) การบริหารกจิ การนกั เรียน
7) การประกนั คณุ ภาพการศึกษา
8) การบรหิ ารจดั การเทคโนโลยสี ารสนเทศ
9) การบริหารการประชาสมั พันธแ ละความสมั พันธช ุมชน
10) คุณธรรมและจริยธรรมสาํ หรับผบู ริหารสถานศกึ ษา

2. ผานการฝกอบรมหลกั สูตรการบรหิ ารสถานศึกษาที่คณะกรรมการคุรสุ ภารบั รอง
มาตรฐานประสบการณวชิ าชพี

1. มีประสบการณด า นปฏบิ ัตกิ ารสอนมาแลวไมน อยกวา 5 ป หรอื
2. มปี ระสบการณดานปฏบิ ตั ิการสอนและตองมีประสบการณในตําแหนง หัวหนาหมวด/
หัวหนาสาย/หัวหนางาน/ตําแหนง บรหิ ารอ่ืนๆ ในสถานศึกษามาแลว ไมน อยกวา2ป

สาระความรู และ สมรรถนะของผูบรหิ ารสถานศกึ ษา
1. หลกั และกระบวนการบรหิ ารการศึกษา

สาระความรู
1) หลักและทฤษฎที างการบริหาร และการบรหิ ารการศกึ ษา

21

2) ระบบและกระบวนการบรหิ ารและการจัดการการศกึ ษายคุ ใหม
3) การสรา งวสิ ัยทศั นใ นการบรหิ ารและจดั การการศกึ ษา
4) กฎหมายทีเ่ กยี่ วของกับการศกึ ษา
5) บริบทและแนวโนม การจดั การการศกึ ษา
สมรรถนะ
1) สามารถนาํ ความรคู วามเขา ใจในหลักการและทฤษฎที างการบรหิ าร

การศึกษาไปประยกุ ตใชใ นการบริหารการศึกษา
2) สามารถวิเคราะห สังเคราะห และสรางองคความรูในการบรหิ ารจดั การ

การศึกษา
3) สามารถกาํ หนดวิสัยทัศนแ ละเปา หมายของการศึกษา
4) สามารถจดั องคก ร โครงสรา งการบรหิ าร และกําหนดภารกจิ ของครูและ

บุคลากรทางการศกึ ษาไดเ หมาะสม
2. นโยบายและการวางแผนการศกึ ษา

สาระความรู
1) พนื้ ฐานทางเศรษฐกิจ สงั คม การเมือง และเทคโนโลยที ม่ี ผี ลตอการจัด
การศกึ ษา
2) ระบบและทฤษฎีการวางแผน
3) การวเิ คราะหและการกําหนดนโยบายการศึกษา
4) การวางแผนพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา
5) การพฒั นานโยบายการศกึ ษา
6) การประเมินนโยบายการศกึ ษา

สมรรถนะ
1) สามารถวิเคราะหขอมูลเพือ่ จัดทํานโยบายการศกึ ษา
2) สามารถกําหนดนโยบาย วางแผนการดําเนนิ งานและประเมินคุณภาพ
การจัดการศกึ ษา

22

3) สามารถจดั ทาํ แผนพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา ที่มงุ ใหเ กิดผลดี คุมคา ตอ
การศึกษา สงั คมและสิง่ แวดลอม

4) สามารถนําแผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาไปปฏบิ ตั ิ
5) สามารถติดตาม ประเมิน และรายงานผลการดําเนินงาน

3. การบริหารดา นวชิ าการ
สาระความรู
1) การบรหิ ารจดั การเรียนรทู ่ยี ึดผูเ รียนเปนสาํ คัญ
2) หลักการและรปู แบบการพฒั นาหลกั สูตร
3) การพฒั นาหลกั สูตรทองถิ่น
4) หลกั และแนวคิดเก่ยี วกับการนิเทศ
5) กลยุทธการนเิ ทศการศึกษา
6) การวางแผนและการประเมินผลการนิเทศการศึกษา
7) ระเบียบวธิ วี ิจยั ทางการศกึ ษา
8) หลักการและเทคนิคการวัดและประเมนิ ผลทางการศกึ ษา
9) สถติ แิ ละคอมพิวเตอรเ พอ่ื การวิจยั
สมรรถนะ
1) สามารถบริหารจดั การการเรยี นรู
2) สามารถพฒั นาหลกั สูตรสถานศกึ ษา
3) สามารถนิเทศการจดั การเรยี นรใู นสถานศึกษา
4) สามารถสง เสรมิ ใหม ีการวิจยั เพอ่ื พัฒนาคณุ ภาพการจดั การเรียนรู

23

4. การบริหารดานธรุ การ การเงนิ พสั ดุ และอาคารสถานท่ี
สาระความรู
1) กฎหมายทเ่ี กีย่ วขอ งกับงานธุรการ การเงนิ พัสดุ และอาคารสถานท่ี
2) การจดั วางระบบควบคมุ ภายใน
3) เทคนิคการบรหิ ารจัดการสภาพแวดลอมภายในสถานศึกษา
สมรรถนะ
1) สามารถจัดระบบงานสารบรรณไดอยา งมปี ระสิทธิภาพ
2) สามารถบริหารจัดการงบประมาณอยางถูกตอ งและเปน ระบบ
3) สามารถวางระบบการบริหารและจัดการทรัพยากรภายในสถานศึกษาได
อยา งมีประสทิ ธภิ าพ
4) สามารถพัฒนาส่งิ แวดลอมทางกายภาพเพอื่ สงเสรมิ การจดั การเรียนรู

5. การบรหิ ารงานบคุ คล
สาระความรู
หลักการบริหารงานบคุ คล
สมรรถนะ
1) สามารถสรรหาบุคลากรท่ีมปี ระสิทธภิ าพเขามาปฏิบตั งิ าน
2) สามารถจัดบุคลากรใหเ หมาะสมกบั หนาท่ที ีร่ ับผิดชอบ
3) สามารถพัฒนาครูและบุคลากรในสถานศกึ ษาใหส ามารถปฏิบัตหิ นาท่ีได
อยางมีประสทิ ธภิ าพ
4) สามารถเสริมสรางขวญั และกําลังใจสาํ หรับครูและบคุ ลากรใน
สถานศกึ ษา
5) สามารถใหค ําปรกึ ษาและแกไขปญหาการทํางานใหแกครูและบคุ ลากร
ในสถานศึกษา

24

6. การบริหารกจิ การนักเรยี น
สาระความรู
1) คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา นิยมและคณุ ลักษณะทพ่ี งึ ประสงค
2) ระบบการดูแลชว ยเหลือผูเรยี น
3) การจดั กจิ กรรมสง เสรมิ และพัฒนาผเู รียน
สมรรถนะ
1) สามารถบริหารจดั การใหเกิดกจิ กรรมการพัฒนาผเู รยี น
2) สามารถบริหารจดั การใหเกิดงานบริการผูเรยี น
3) สามารถสง เสรมิ การจัดกจิ กรรมพเิ ศษเพอื่ พฒั นาศักยภาพผูเ รียนในดานตางๆ
4) สามารถสงเสริมวนิ ยั คุณธรรม จริยธรรมและความสามัคคใี นหมคู ณะ

7. การประกนั คณุ ภาพการศกึ ษา
สาระความรู
1) หลกั การ และกระบวนการในการประกนั คณุ ภาพการศึกษา
2) องคป ระกอบของการประกันคุณภาพการศกึ ษา
3) มาตรฐานการศกึ ษา
4) การประกันคุณภาพภายในและภายนอก
5) บทบาทของผบู รหิ ารในการประกนั คณุ ภาพการศึกษา
สมรรถนะ
1) สามารถจัดทําแผนพฒั นาคุณภาพของสถานศกึ ษา
2) สามารถประเมินผลและตดิ ตามตรวจสอบคณุ ภาพและมาตรฐานการ
ศกึ ษาของสถานศกึ ษา
3) สามารถจดั ทํารายงานผลการประเมนิ ตนเองของสถานศึกษาเพ่อื รองรับ
การประเมินภายนอก

25

8. การบริหารจดั การเทคโนโลยสี ารสนเทศ
สาระความรู
1) เทคโนโลยสี ารสนเทศเพอ่ื การศกึ ษา
2) เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบรหิ ารจัดการ
3) เทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่อื การจัดการเรยี นรู
สมรรถนะ
1) สามารถใชและบริหารเทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือการศึกษาและการ
ปฏิบัตงิ านไดอยางเหมาะสม
2) สามารถประเมินการใชเ ทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่ือนํามาปรบั ปรงุ การบริหาร จัดการ
3) สามารถสงเสรมิ สนับสนนุ การใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศเพ่อื การศึกษา

9. การบรหิ ารการประชาสมั พันธและความสมั พันธชมุ ชน
สาระความรู
1) หลักการประชาสัมพนั ธ
2) กลยทุ ธก ารสรางความสัมพันธกบั ชมุ ชน
สมรรถนะ
1) สามารถบริหารจัดการขอ มูลขาวสารไปสผู ูเรียนครแู ละบุคลากรในสถานศกึ ษา
2) สามารถเผยแพรขอ มลู ขาวสารและกิจกรรมของสถานศึกษาไปสูชุมชน
3) สามารถใชยุทธศาสตรท่เี หมาะสมในการประชาสัมพันธ
4) สามารถสรา งกิจกรรมเพอื่ พฒั นาความสมั พนั ธอ นั ดีกบั ชุมชน โดยมี
เปาหมายในการเขาไปชวยเหลอื ชุมชนและเปดโอกาสใหช มุ ชนเขามามสี วนรวม
5) สามารถระดมทรัพยากรและภูมปิ ญ ญาทอ งถน่ิ เพอื่ สงเสรมิ การจดั การศึกษา

26

10. คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมสาํ หรบั ผบู ริหารสถานศึกษา
สาระความรู
1) คณุ ธรรมและจริยธรรมสาํ หรบั ผูบรหิ าร
2) จรรยาบรรณของวชิ าชีพผูบริหารสถานศกึ ษา
3) การพัฒนาจริยธรรมผูบ รหิ ารใหป ฏิบัตติ นในกรอบคณุ ธรรม
4) การบริหารจดั การบานเมืองท่ีดี (Good Governance)
สมรรถนะ
1) เปนผูนําเชิงคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และปฏบิ ัตติ นเปน แบบอยางทีด่ ี
2) ปฏบิ ตั ิตนตามจรรยาบรรณของวชิ าชีพผูบ รหิ ารสถานศกึ ษา
3) สง เสริมและพัฒนาใหผ ูรวมงานมีคณุ ธรรมและจรยิ ธรรมทเี่ หมาะสม

มาตรฐานการปฏบิ ตั ิงาน

มาตรฐานท่ี 1 ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมทางวชิ าการเก่ียวกบั การพัฒนาวิชาชีพการบรหิ าร
การศกึ ษา

คณุ สมบตั ิเบื้องตน ท่ีสําคัญประการหน่ึงของผูบริหารมืออาชีพ คือ การเขารว มเปนสมาชิก
ทดี่ ีขององคกรวิชาชพี ดวยการมสี วนรวมในกิจกรรมตา งๆ ท่เี ก่ียวขอ งกบั การพัฒนาวิชาชพี ไดแก
การเปนผูริเร่มิ ผูรวมงาน ผูร วมจดั งานหรอื กิจกรรม รวมท้งั การเปนผูเสนอผลงาน และเผยแพร
ผลงานขององคกร เพ่ือใหสมาชกิ ยอมรบั และเห็นคุณประโยชนของผูบ ริหารทมี่ ีตอการพัฒนาองคกร
ตลอดจนการนําองคก รใหเปนทย่ี อมรบั ของสงั คมโดยสว นรวม

มาตรฐานที่ 2 ตัดสินใจปฏิบตั กิ จิ กรรมตางๆโดยคํานึงถึงผลทจ่ี ะเกิดขน้ึ กบั การ
พฒั นาของบุคลากร ผเู รียน และชมุ ชน

ผูบริหารมอื อาชีพแสดงความรกั ความเมตตา และความปรารถนาดีตอองคกร
ผรู วมงาน ผูเรยี น และชมุ ชน ดวยการตัดสนิ ใจในการทาํ งานตา งๆ เพื่อผลการพฒั นาที่จะ
เกิดขึน้ กับทกุ ฝาย การตัดสินใจของผบู ริหารตอ งผานกระบวนการวเิ คราะหค วามสมั พนั ธ
ระหวางการกระทํากับผลของการกระทาํ เนอ่ื งจากการตัดสนิ ใจของผูบ รหิ ารมผี ลตอ องคกร

27

โดยสว นรวม ผูบ รหิ ารจงึ ตองเลอื กแตกิจกรรมท่จี ะนาํ ไปสผู ลดี ผลทางบวก ผลตอ การ
พัฒนาของทุกฝา ยทีเ่ ก่ียวขอ งและระมดั ระวงั ไมใ หเ กดิ ผลทางลบโดยมิไดต ั้งใจ ทง้ั นเ้ี พื่อ
นาํ ไปสคู วามไวว างใจ ความศรทั ธาและความรูสึกเปน ทพี่ ึง่ ไดข องบุคคลทง้ั ปวง

มาตรฐานท่ี 3 มงุ มั่นพฒั นาผรู ว มงานใหสามารถปฏบิ ัตงิ านไดเ ตม็ ศักยภาพ
ความสําเรจ็ ของการบริหาร อยทู ่กี ารดําเนนิ การเพอื่ ใหบุคลากรในองคก ร หรือ
ผรู วมงานไดม ีการพฒั นาตนเองอยา งเตม็ ศักยภาพ ผบู รหิ ารมืออาชีพตอ งหาวิธพี ฒั นา
ผรู ว มงาน โดยการศกึ ษาจุดเดน จดุ ดอ ยของผูรว มงาน กาํ หนดจดุ พัฒนาของแตละคน และ
เลอื กใชวธิ กี ารทเี่ หมาะสมกับการพฒั นาดานน้นั ๆ แลว ใชเ ทคนคิ การบรหิ ารและการนิเทศ
ภายในใหผ ูร วมงานไดล งมือปฏบิ ัติจรงิ ประเมนิ ปรับปรุง ใหผรู วมงานรศู กั ยภาพ เลอื ก
แนวทางที่เหมาะสมกบั ตนและลงมอื ปฏบิ ัตจิ นเปนผลใหศ ักยภาพของผรู ว มงานเพิม่ พนู
พัฒนากาวหนาอยา งไมห ยุดยั้งนําไปสูการเปน บุคคลแหงการเรยี นรู
มาตรฐานที่ 4 พัฒนาแผนงานขององคก รใหส ามารถปฏิบตั ิไดเ กิดผลจริง
ผบู ริหารมืออาชีพวางแผนงานขององคก รไดอยา งมยี ุทธศาสตร เหมาะสมกับ
เง่อื นไขขอจํากัดของผูเรียน ครู ผรู วมงาน ชุมชน ทรพั ยากรและส่งิ แวดลอม สอดคลอง
กับนโยบายแนวทาง เปาหมายของการพฒั นา เพือ่ นําไปปฏิบัตจิ นเกิดผลตอการพฒั นาอยา ง
แทจ ริง แผนงานตอ งมีกจิ กรรมสาํ คญั ที่นําไปสผู ลของการพัฒนา ความสอดคลองของ
เปา หมาย กิจกรรม และผลงาน ถอื เปน คุณภาพสําคัญทนี่ ําไปสูการปฏบิ ตั ิงานท่ีมี
ประสทิ ธภิ าพสูง มีความคุมคาและเกิดผลอยา งแทจ รงิ
มาตรฐานที่ 5 พฒั นาและใชนวตั กรรมการบรหิ ารจนเกิดผลงานทีม่ คี ุณภาพ
สูงข้นึ เปนลาํ ดบั
นวัตกรรมการบริหารเปนเครือ่ งมือสําคัญของผบู รหิ ารในการนาํ ไปสูผ ลงานท่ีมี
คณุ ภาพและประสทิ ธภิ าพสูงขนึ้ เปนลาํ ดบั ผบู ริหารมอื อาชพี ตอ งมีความรใู นการบริหาร
แนวใหมๆ เลอื กและปรบั ปรงุ ใชน วตั กรรมไดหลากหลาย ตรงกับสภาพการณ เง่อื นไข
ขอจาํ กดั ของงานและองคก ร จนนาํ ไปสูผลไดจ ริง เพอื่ ใหองคก รกาวหนา พฒั นาอยางไม
หยดุ ยัง้ ผูรวมงานทกุ คนไดใ ชศักยภาพของตนอยางเต็มที่ มคี วามภาคภูมิใจในผลงาน
รวมกัน

28

มาตรฐานท่ี 6 ปฏิบัตงิ านขององคกรโดยเนน ผลถาวร
ผูบรหิ ารมืออาชีพเลือกและใชกิจกรรมการบริหารท่ีจะนําไปสกู ารเปลยี่ นแปลงท่ีดี
ข้ึนของบุคลากรและองคก ร จนบุคลากรมนี ิสัยในการพฒั นาตนเองอยูเสมอ ผบู รหิ ารตองมี
ความเพยี รพยายาม กระตุน ย่วั ยุ ทาทาย ใหบ ุคลากรมีความรูสึกเปนเจา ของ และชืน่ ชม
ผลสําเรจ็ เปนระยะๆ จึงควรเรม่ิ จากการรเิ ร่มิ การรว มพฒั นา การสนบั สนุนขอมลู และให
กาํ ลังใจใหบ คุ ลากรศึกษา คนควา ปฏบิ ัติ และปรับปรุงงานตางๆ ไดดว ยตนเอง จนเกิด
เปนคา นยิ มในการพัฒนางานตามภาวะปกติ อันเปน บคุ ลิกภาพทพ่ี งึ ปรารถนาของบคุ ลากร
และองคก ร รวมทั้งบุคลากรทกุ คนชน่ื ชมและศรทั ธาในความสามารถของตน
มาตรฐานที่ 7 รายงานผลการพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาไดอ ยางเปน ระบบ
ผูบริหารมอื อาชพี สามารถนาํ เสนอผลงานท่ไี ดท ําสาํ เรจ็ แลว ดวยการรายงานผลที่
แสดงถึงการวเิ คราะหง านอยา งรอบคอบ ครอบคลมุ การกําหนดงานทจ่ี ะนาํ ไปสูผลแหงการ
พฒั นาการลงมือปฏบิ ัตจิ รงิ และผลที่ปรากฏมหี ลกั ฐานยืนยันชดั เจน การนาํ เสนอรายงาน
เปนโอกาสท่ีผูบรหิ ารจะไดค ิดทบทวนถึงงานที่ไดทาํ ไปแลว วามีขอ จํากดั ผลดี ผลเสีย
และผลกระทบที่มไิ ดร ะวังไวอ ยางไร ถาผลงานเปน ผลดี จะชืน่ ชม ภาคภมู ใิ จไดใ นสว นใด
นําเสนอใหเปนประโยชนต อผูอ นื่ ไดอยา งไร ถา ผลงานยงั ไมสมบรู ณจ ะปรบั ปรงุ เพิ่มเตมิ ได
อยา งไร และจะนําประสบการณที่ไดพบไปใชประโยชนใ นการทํางานตอไปอยางไร
คุณประโยชนอีกประการหนึ่งของรายงานท่ีดี คือ การนาํ ผลการประเมนิ ไปใชในการ
ประเมินตนเอง รวมทง้ั การทาํ ใหเ กิดความรูสกึ ช่ืนชมของผูร ว มปฏิบัติงานทกุ คน การที่
ผปู ฏิบัติงานไดเ รียนรเู กย่ี วกับความสามารถและศกั ยภาพของตน เปน ขนั้ ตอนสําคัญอยาง
หนึง่ ที่จะนาํ ไปสูการรูคณุ คาแหงตน
มาตรฐานท่ี 8 ปฏิบตั ิตนเปน แบบอยางทด่ี ี
ผบู ริหารมหี นา ที่แนะนาํ ตักเตอื น ควบคมุ กาํ กบั ดแู ลบุคลากรในองคกร การทจ่ี ะ
ปฏบิ ัติหนาที่ดังกลาวใหไ ดผ ลดี ผบู ริหารตองประพฤตปิ ฏบิ ัตเิ ปนแบบอยา งท่ีดี มฉิ ะนั้น
คําแนะนาํ ตักเตอื น หรือการกาํ กบั ดแู ลของผูบริหารจะขาดความสาํ คญั ไมเ ปน ทย่ี อมรับ
ของบคุ ลากรในองคก ร ผบู รหิ ารทปี่ ฏบิ ตั ิตนเปนแบบอยา งทีด่ ีในทกุ ๆ ดาน เชน ดา น

29

คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ความยตุ ธิ รรมและบุคลกิ ภาพจะมผี ลสงู ตอการยอมรับของบคุ ลากร
ทาํ ใหเ กดิ ความเชื่อถือศรัทธาตอการบริหารงาน จนสามารถปฏบิ ตั ิตามไดดวยความพงึ พอใจ

มาตรฐานท่ี 9 รวมมอื กบั ชมุ ชนและหนวยงานอ่นื อยา งสรา งสรรค
หนวยงานการศกึ ษาเปนองคกรหนึง่ ทอ่ี ยูในชุมชน และเปน สว นหนงึ่ ของระบบ
สังคมซ่ึงมอี งคกรอื่นๆ เปน องคประกอบ ทุกหนว ยงานมหี นา ที่รว มมอื กันพัฒนาสังคมตาม
บทบาทหนาท่ี ผูบริหารการศกึ ษา/ผูบริหารการศึกษาเปนบคุ ลากรสาํ คัญของสงั คมหรือ
ชมุ ชนที่จะชีน้ าํ แนวทางการพฒั นาสงั คมใหเ จริญกา วหนาตามทิศทางทตี่ อ งการ ผบู รหิ ารมอื
อาชพี ตอ งรวมมอื กบั ชมุ ชนและหนว ยงานอื่นในการเสนอแนวทางปฏบิ ัติ แนะนํา ปรบั ปรุง
การปฏบิ ตั ิ และแกป ญหาของชมุ ชนหรอื หนวยงานอนื่ เพอ่ื ใหเกิดผลดีตอสงั คมสวนรวม
ในลกั ษณะรว มคดิ รวมวางแผนและรว มปฏบิ ตั ิ ดว ยความเตม็ ใจ เตม็ ความสามารถ พรอ มท้ัง
ยอมรบั ความสามารถ รบั ฟง ความคิดเหน็ และเปดโอกาสใหผอู น่ื ไดใชค วามสามารถของตน
อยางเตม็ ศกั ยภาพ เพ่อื เสรมิ สรางบรรยากาศประชาธปิ ไตยและการรว มมือกนั ในสงั คม
นาํ ไปสูการยอมรับและศรทั ธาอยา งภาคภูมิใจ
มาตรฐานที่ 10 แสวงหาและใชขอมูลขา วสารในการพัฒนา
ความประทบั ใจของผูรว มงานทม่ี ีตอ ผบู ริหารองคกรอยา งหนงึ่ คอื ความเปน
ผูร อบรูทนั สมัย ทนั โลกรอู ยา งกวา งขวางและมองไกล ผบู ริหารมอื อาชีพจงึ ตองติดตามการ
เปลย่ี นแปลงที่เกิดขนึ้ ในโลกทกุ ๆ ดาน จนสามารถสนทนากับผูอ่ืนดวยขอ มูลขาวสารที่
ทนั สมัย และนําขอ มลู ขา วสารตางๆ ทไ่ี ดร บั มาใชใ นการพฒั นางานและผูร ว มงาน การ
ต่ืนตวั การรับรู และการมขี อมูลขาวสาร สารสนเทศเหลานี้ นอกจากเปนประโยชนต อ
งานพัฒนาแลว ยงั นาํ มาซง่ึ การยอมรบั และความรูสกึ เช่ือถือของผรู ว มงาน อนั เปน เงอ่ื นไข
เบ้ืองตนทจี่ ะนําไปสกู ารพฒั นาทลี่ ึกซง้ึ ตอเน่ืองตอ ไป
มาตรฐานท่ี 11 เปน ผนู าํ และสรางผูนาํ
ผูบรหิ ารมืออาชีพสรา งวัฒนธรรมขององคกรดว ยการพดู นาํ ปฏิบัตินํา และ
จดั ระบบงานใหสอดคลองกบั วฒั นธรรม โดยการใหร างวัลแกผ ทู ่ีทํางานไดสาํ เรจ็ แลว
จนนาํ ไปสกู ารพัฒนาตนเอง คดิ ไดเ อง ตดั สนิ ใจไดเ อง พัฒนาไดเองของผูร ว มงานทกุ คน
ผบู ริหารมืออาชพี จงึ ตองแสดงออกอยางชัดเจน และสมา่ํ เสมอเก่ยี วกบั วฒั นธรรมขององคกร

30

เพอ่ื ใหผูร วมงานมีความมั่นใจในการปฏิบตั ิ จนสามารถเลือกการกระทาํ ทสี่ อดคลองกบั
วฒั นธรรม แสดงออกและชืน่ ชมไดด ว ยตนเอง ผบู ริหารจึงตอ งสรางความรสู ึกประสบ
ความสาํ เร็จใหแ กบ ุคลากรแตล ะคนและทุกคน จนเกดิ ภาพความเปน ผนู าํ ในทุกระดับ
นําไปสูองคกรแหง การเรยี นรูอยา งแทจรงิ

มาตรฐานที่ 12 สรางโอกาสในการพัฒนาไดทกุ สถานการณ
การพัฒนาองคกรใหก าวหนา อยา งยั่งยนื สอดคลองกบั ความกา วหนาของโลกที่
เปลยี่ นแปลงไปอยางไมห ยุดยงั้ ผูบ ริหารจําเปน ตองรูเทาทนั การเปล่ียนแปลง สามารถปรับ
งานใหท ันตอการเปลีย่ นแปลงและสามารถจัดการกบั การเปล่ยี นแปลงตา งๆ ไดส อดคลอ ง
สมดลุ และเสรมิ สรา งซ่ึงกนั และกัน ผบู รหิ ารมอื อาชีพจึงตอ งตืน่ ตัวอยเู สมอ มองเหน็ การ
เปลย่ี นแปลงอยางรอบดา นรวมทง้ั การเปลีย่ นแปลงในอนาคต และกลา ท่ีจะตดั สนิ ใจ
ดาํ เนินการเพือ่ ผลในอนาคต อยางไรก็ตามการรเู ทาทันการเปลี่ยนแปลงน้ี ยอมเปน ส่ิง
ประกนั ไดวา การเสยี่ งในอนาคตจะมีโอกาสผิดพลาดนอ ยลง การทอ่ี งคก รปรับไดท นั ตอ
การเปลีย่ นแปลงนี้ ยอ มเปน ผลใหอ งคกรพัฒนาอยางยั่งยืน สอดคลองกับความกาวหนา
ของโลกตลอดไป

มาตรฐานการปฏิบัตติ น

จรรยาบรรณตอ ตนเอง
1. ผูป ระกอบวิชาชพี ทางการศึกษา ตองมีวนิ ยั ในตนเอง พัฒนาตนเองดานวิชาชีพ

บุคลิกภาพ และวิสยั ทัศน ใหท ันตอการพัฒนาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ สงั คมและการเมืองอยูเสมอ
จรรยาบรรณตอ วิชาชีพ

2. ผปู ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ งรกั ศรทั ธา ซอื่ สตั ยสุจริต และ
รบั ผดิ ชอบตอวชิ าชีพ และเปน สมาชิกทีด่ ขี ององคกรวิชาชีพ
จรรยาบรรณตอ ผูรับบริการ

3. ผปู ระกอบวชิ าชพี ทางการศกึ ษา ตอ งรัก เมตตา เอาใจใส ชว ยเหลือ สงเสริม
ใหกําลงั ใจแกศิษยและผรู บั บรกิ ารตามบทบาทหนาท่ีโดยเสมอหนา

31

4. ผปู ระกอบวชิ าชีพทางการศกึ ษา ตองสง เสริมใหเกดิ การเรยี นรู ทักษะ และนสิ ยั
ที่ถูกตองดีงามแกศษิ ย และผรู ับบรกิ าร ตามบทบาทหนาที่อยางเต็มความสามารถดวยความบรสิ ทุ ธ์ิ
ใจ

5. ผูประกอบวชิ าชพี ทางการศกึ ษาตองประพฤติปฏบิ ตั ติ นเปนแบบอยางทีด่ ี ทง้ั
ทางกาย วาจา และจติ ใจ

6. ผปู ระกอบวชิ าชีพทางการศกึ ษา ตอ งไมกระทาํ ตนเปน ปฏิปก ษต อ ความเจรญิ
ทางกาย สติปญ ญา จติ ใจ อารมณและสังคมของศษิ ย และผูร ับบริการ

7. ผูประกอบวิชาชพี ทางการศึกษา ตองใหบริการดวยความจริงใจและเสมอภาค โดยไม
เรียกรบั หรือยอมรบั ผลประโยชนจากการใชต ําแหนงหนา ท่ีโดยมชิ อบ
จรรยาบรรณตอ ผูรวมประกอบวิชาชพี

8. ผปู ระกอบวชิ าชพี ทางการศกึ ษาพึงชวยเหลือเกื้อกูลซึง่ กนั และกันอยา งสรา งสรรค
โดยยึดมนั่ ในระบบคณุ ธรรม สรา งความสามคั คีในหมคู ณะ
จรรยาบรรณตอ สงั คม

9. ผปู ระกอบวชิ าชีพทางการศกึ ษา พงึ ประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ นเปน ผนู ําในการอนรุ กั ษ
และพัฒนาเศรษฐกิจ สงั คม ศาสนา ศลิ ปวฒั นธรรม ภูมิปญ ญา ส่ิงแวดลอม รกั ษาผลประโยชน
ของสวนรวม และยดึ มน่ั ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ทรงเปน
ประมุข

32

มาตรฐานวชิ าชพี ผูบ รหิ ารการศกึ ษา

มาตรฐานความรูและประสบการณว ิชาชีพ

มาตรฐานความรู
1.มีคุณวฒุ ิไมตา่ํ กวาปริญญาตรีทางการบรหิ ารการศกึ ษาหรือเทียบเทา หรอื คุณวฒุ ิอนื่

ทีค่ ุรุสภารบั รอง โดยมีความรู ดงั ตอไปน้ี
1) หลกั และกระบวนการบริหารการศึกษา
2) นโยบายและการวางแผนการศึกษา
3) การบริหารจดั การการศกึ ษา
4) การบริหารทรัพยากร
5) การประกันคณุ ภาพการศึกษา
6) การนเิ ทศการศกึ ษา
7) การพัฒนาหลกั สูตร
8) การบรหิ ารจดั การเทคโนโลยีสารสนเทศ
9) การวจิ ยั ทางการศกึ ษา
10) คุณธรรมและจริยธรรมสาํ หรบั ผบู รหิ ารการศึกษา

2. ผา นการฝก อบรมหลกั สูตรการบริหารการศึกษาท่ีคณะกรรมการคุรสุ ภารบั รอง
มาตรฐานประสบการณว ชิ าชพี

1. มีประสบการณด า นปฏบิ ัติการสอนมาแลวไมน อยกวา 8 ป หรอื
2. มปี ระสบการณในตาํ แหนง ผูบ ริหารสถานศกึ ษามาแลวไมน อยกวา 5 ป หรือ
3. มปี ระสบการณใ นตําแหนง ผูบรหิ ารนอกสถานศึกษาทีไ่ มต า่ํ กวาระดับกองหรอื
เทียบเทากองมาแลวไมน อยกวา 5 ป หรอื
4. มีประสบการณใ นตาํ แหนง บุคลากรทางการศึกษาอื่นทป่ี ฏิบัติงานเกย่ี วเน่ืองกับ
การจดั กระบวนการเรียนการสอน การนิเทศ และการบรหิ ารการศึกษามาแลวไมนอยกวา
5 ป หรอื

33

5. มปี ระสบการณดา นปฏบิ ัติการสอนและมปี ระสบการณใ นตาํ แหนงผูบริหาร
สถานศึกษา หรือ ผบู ริหารการศกึ ษา หรือ บุคลากรทางการศกึ ษาอ่นื ทป่ี ฏบิ ตั งิ านเกีย่ วเนอื่ ง
กบั การจัดกระบวนการเรยี นการสอน การนิเทศและการบริหารการศกึ ษา รวมกนั มาแลวไม
นอยกวา 10 ป

สาระความรู และ สมรรถนะของผบู รหิ ารการศึกษา
1. หลักและกระบวนการบรหิ ารการศึกษา

สาระความรู
1) หลกั และทฤษฎที างการบรหิ าร และการบริหารการศกึ ษา
2) ระบบและกระบวนการบริหารและการจดั การการศึกษายุคใหม
3) การสรา งวสิ ัยทัศนในการบริหารและจัดการการศกึ ษา
4) กฎหมายท่ีเกีย่ วขอ งกับการศึกษา
5) บริบทและแนวโนม การจดั การการศกึ ษา

สมรรถนะ
1) สามารถนําความรคู วามเขา ใจในหลกั การและทฤษฎที างการบรหิ ารการ
ศึกษาไปประยกุ ตใชในการบรหิ ารการศกึ ษา
2) สามารถวิเคราะห สังเคราะห และสรางองคความรใู นการบรหิ ารจัดการ
การศกึ ษา
3) สามารถกําหนดวสิ ัยทัศนและเปาหมายของการศกึ ษา
4) สามารถจดั องคกร โครงสรางการบรหิ าร และกําหนดภารกจิ ของครูและ
บคุ ลากรทางการศกึ ษาไดเหมาะสม

2. นโยบายและการวางแผนการศกึ ษา
สาระความรู
1) พืน้ ฐานทางเศรษฐกจิ สงั คม การเมือง และเทคโนโลยที ม่ี ีผลตอการจดั
การศกึ ษา
2) ระบบและทฤษฎีการวางแผน

34

3) การวิเคราะหแ ละการกําหนดนโยบายการศึกษา
4) การวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา
5) การพัฒนานโยบายการศึกษา
6) การประเมินนโยบายการศึกษา
สมรรถนะ
1) สามารถวิเคราะหขอมูลเพอ่ื จดั ทํานโยบายการศกึ ษา
2) สามารถกําหนดนโยบาย วางแผนการดําเนนิ งานและประเมินคณุ ภาพการ

จดั การศกึ ษา
3) สามารถจดั ทําแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ท่ีมุง ใหเ กดิ ผลดี คุมคาตอ การ

ศึกษา สงั คมและสงิ่ แวดลอ ม
4) สามารถนาํ แผนพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาไปปฏบิ ตั ิ
5) สามารถตดิ ตาม ประเมนิ และรายงานผลการดําเนินงาน
3. การบรหิ ารจดั การการศึกษา
สาระความรู
1) หลกั และระบบการจดั การศกึ ษา
2) เทคนิคการบรหิ ารจัดการการศกึ ษาใหม ปี ระสิทธิภาพ
3) บทบาทของผูบริหารในการสง เสรมิ การมสี ว นรวมของชุมชนและ

ทอ งถน่ิ ในการจดั การศกึ ษา
สมรรถนะ

สามารถบริหารจดั การการศกึ ษาใหม คี ณุ ภาพ

35

4. การบรหิ ารทรพั ยากร
สาระความรู
1) การแสวงหาและใชทรัพยากรทางการศกึ ษา
2) การบริหารทรัพยากรบุคคล
3) การบรหิ ารจดั การแหลง การเรียนรู สง่ิ แวดลอ ม และพลังงาน
4) การบริหารงบประมาณ การเงิน และบัญชี
สมรรถนะ
1) สามารถวางระบบการบรหิ ารจัดการทรพั ยากรไดอ ยางมปี ระสทิ ธิภาพ
2) สามารถบริหารจดั การงบประมาณ การเงิน และบญั ชี ไดอยางถกู ตอง
โปรง ใส และตรวจสอบได

5. การประกันคณุ ภาพการศกึ ษา
สาระความรู
1) หลกั การและกระบวนการในการประกนั คุณภาพการศกึ ษา
2) องคป ระกอบของการประกนั คุณภาพการศกึ ษา
3) มาตรฐานการศกึ ษา
4) การประกันคณุ ภาพภายในและภายนอก
5) บทบาทของผูบรหิ ารในการประกันคณุ ภาพการศกึ ษา
สมรรถนะ
1) สามารถจัดทําแผนพฒั นาคุณภาพของสถานศึกษา / หนว ยงาน
2) สามารถประเมินผลและติดตามตรวจสอบคณุ ภาพและมาตรฐานการ
ศึกษาของสถานศกึ ษา / หนวยงาน
3) สามารถจัดทาํ รายงานผลการประเมินตนเองของหนวยงาน เพอื่ รองรับ
การประเมินภายนอก

36

6. การนิเทศการศกึ ษา
สาระความรู
1) หลักและแนวคดิ เก่ียวกบั การนเิ ทศการศกึ ษา
2) เทคนิคการนิเทศการศกึ ษา
3) ความสมั พนั ธของการนเิ ทศการศึกษากบั การบรหิ ารการศกึ ษา
สมรรถนะ
1) สามารถนิเทศ กาํ กบั ติดตาม และประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ิงานอยา งเปน
ระบบ โดยใชวิธกี ารทห่ี ลากหลาย
2) สามารถพัฒนาระบบการนิเทศการศึกษา ใหส อดคลองกบั การ
เปลี่ยนแปลง

7. การพฒั นาหลกั สตู ร
สาระความรู
1) หลักการพฒั นาหลกั สูตร
2) การบรหิ ารและการพฒั นาหลักสตู ร
3) ปญหาและแนวโนม ในการพฒั นาหลักสตู ร
สมรรถนะ
สามารถเปน ผูนําในการพัฒนาหลักสูตรและกาํ กบั ติดตามการจัดทํา
หลกั สตู รที่สอดคลองกบั ความตองการและความจําเปน ของทองถิน่

8. การบริหารจดั การเทคโนโลยีสารสนเทศ
สาระความรู
1) เทคโนโลยสี ารสนเทศเพอื่ การศึกษา
2) เทคโนโลยสี ารสนเทศเพอ่ื การบรหิ ารจดั การ
3) เทคโนโลยีสารสนเทศเพ่อื การจดั การเรยี นรู

37

สมรรถนะ
1) สามารถใชและบรหิ ารเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่อื การศึกษาและการ
ปฏิบัตงิ านไดอยา งเหมาะสม
2) สามารถประเมินการใชเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่อื ปรบั ปรงุ การบริหาร
จดั การ
3) สามารถสง เสริม สนบั สนนุ การใชเทคโนโลยเี พือ่ การศกึ ษา

9. การวจิ ยั ทางการศึกษา
สาระความรู
1) ระเบียบวิธีวจิ ัยทางการศกึ ษา
2) สถติ แิ ละคอมพิวเตอรเ พอ่ื การวิจยั ทางการศกึ ษา
3) หลกั การและเทคนิคการวัดและประเมนิ ผลทางการศกึ ษา
สมรรถนะ
สามารถนํากระบวนการทางการวิจยั การวัดและประเมินผลไปใชในการ
บรหิ ารจัดการการศกึ ษาได

10. คุณธรรมและจริยธรรมสาํ หรับผูบรหิ ารการศึกษา
สาระความรู
1) คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมสาํ หรบั ผบู รหิ าร
2) จรรยาบรรณของวิชาชพี ผูบ ริหารการศึกษา
3) การพัฒนาจริยธรรมผูบรหิ ารใหปฏบิ ัตติ นในกรอบคณุ ธรรม
4) การบริหารจดั การบานเมืองทด่ี ี (Good Governance)
สมรรถนะ
1) เปนผูนําเชงิ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม และปฏบิ ัติตนเปน แบบอยางทีด่ ี
2) ปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพผบู ริหารการศึกษา
3) สง เสริมและพฒั นาใหผรู ว มงานมคี ณุ ธรรมและจรยิ ธรรมท่เี หมาะสม

38

มาตรฐานการปฏบิ ัตงิ าน

มาตรฐานท่ี 1 ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมทางวิชาการเก่ยี วกบั การพฒั นาวชิ าชีพการ
บริหารการศกึ ษา

คุณสมบัติเบื้องตน ทีส่ ําคัญประการหนึ่งของผูบริหารมอื อาชีพ คอื การเขารว มเปนสมาชิก
ทดี่ ขี ององคก รวชิ าชพี ดว ยการมสี ว นรวมในกจิ กรรมตางๆ ทีเ่ ก่ยี วของกับการพัฒนาวิชาชีพ ไดแก
การเปนผูร ิเรม่ิ ผรู วมงาน ผูรวมจัดงานหรอื กิจกรรม รวมท้งั การเปน ผูเสนอผลงาน และเผยแพร
ผลงานขององคก ร เพอื่ ใหสมาชกิ ยอมรบั และเห็นคุณประโยชนของผบู รหิ ารท่ีมตี อการพฒั นาองคก ร
ตลอดจนการนําองคก รใหเปนท่ยี อมรับของสังคมโดยสวนรวม

มาตรฐานท่ี 2 ตัดสินใจปฏิบตั ิกิจกรรมตางๆโดยคาํ นงึ ถงึ ผลท่จี ะเกิดขึ้นกบั การ
พัฒนาของบคุ ลากร ผูเ รียน และชมุ ชน

ผูบรหิ ารมืออาชีพแสดงความรัก ความเมตตา และความปรารถนาดีตอองคก ร
ผรู วมงาน ผูเรียน และชุมชน ดวยการตัดสนิ ใจในการทาํ งานตางๆ เพื่อผลการพัฒนาทจี่ ะ
เกิดขึ้นกบั ทุกฝา ย การตดั สินใจของผบู ริหารตอ งผานกระบวนการวเิ คราะหความสมั พนั ธ
ระหวางการกระทํากับผลของการกระทํา เนื่องจากการตดั สินใจของผบู รหิ ารมผี ลตอ องคก ร
โดยสว นรวม ผูบรหิ ารจงึ ตองเลือกแตก ิจกรรมทีจ่ ะนําไปสผู ลดี ผลทางบวก ผลตอ การ
พัฒนาของทุกฝา ยท่ีเกีย่ วของ และระมัดระวงั ไมใ หเ กดิ ผลทางลบโดยมิไดต ัง้ ใจ ทง้ั นเ้ี พ่อื
นาํ ไปสูความไวว างใจ ความศรัทธาและความรูสึกเปนทพี่ งึ่ ไดของบคุ คลทัง้ ปวง

มาตรฐานท่ี 3 มงุ มน่ั พัฒนาผูรวมงานใหส ามารถปฏิบัติงานไดเตม็ ศักยภาพ
ความสาํ เรจ็ ของการบริหาร อยูท ี่การดาํ เนนิ การเพอื่ ใหบ คุ ลากรในองคกร หรอื
ผูรวมงานไดมกี ารพฒั นาตนเองอยางเต็มศกั ยภาพผบู รหิ ารมืออาชีพตอ งหาวิธีพัฒนารว มงาน
โดยการศกึ ษาจุดเดน จุดดอ ยของผรู ว มงาน กาํ หนดจดุ พัฒนาของแตละคน และเลอื กใช
วิธกี ารท่เี หมาะสมกบั การพฒั นาดา นน้นั ๆ แลว ใชเทคนคิ การบริหารและการนเิ ทศภายใน
ใหผรู ว มงานไดล งมอื ปฏิบัติจรงิ ประเมนิ ปรบั ปรุง ใหผ รู วมงานรูศกั ยภาพ เลือกแนวทาง
ท่เี หมาะสมกับตนและลงมอื ปฏิบตั จิ นเปนผลใหศ ักยภาพของผรู วมงานเพ่ิมพนู พฒั นา
กา วหนาอยางไมห ยุดยงั้ นาํ ไปสูการเปนบุคคลแหงการเรยี นรู

39

มาตรฐานที่ 4 พฒั นาแผนงานขององคก รใหสามารถปฏิบัติไดเกิดผลจริง
ผูบริหารมอื อาชีพวางแผนงานขององคกรไดอ ยางมียทุ ธศาสตร เหมาะสมกับ
เง่อื นไขขอจํากัดของผูเ รียน ครู ผูรวมงาน ชมุ ชน ทรพั ยากรและสงิ่ แวดลอม สอดคลอง
กับนโยบายแนวทาง เปาหมายของการพัฒนา เมื่อนําไปปฏบิ ตั จิ นเกิดผลตอการพัฒนาอยา ง
แทจรงิ แผนงานตอ งมกี จิ กรรมสาํ คญั ทนี่ ําไปสูผลของการพฒั นา ความสอดคลองของ
เปา หมาย กิจกรรม และผลงาน ถอื เปนคุณภาพสาํ คัญท่ีนาํ ไปสูการปฏิบัตงิ านทม่ี ี
ประสทิ ธภิ าพสูง มีความคมุ คา และเกิดผลอยา งแทจริง
มาตรฐานท่ี 5 พฒั นาและใชนวัตกรรมการบรหิ ารจนเกดิ ผลงานที่มคี ณุ ภาพสูง
ข้ึนเปน ลาํ ดับ
นวตั กรรมการบริหาร เปนเครอ่ื งมอื สําคญั ของผบู รหิ ารในการนําไปสผู ลงานที่มี
คุณภาพและประสิทธภิ าพสงู ข้นึ เปนลาํ ดับ ผูบรหิ ารมอื อาชพี ตองมคี วามรใู นการบรหิ าร
แนวใหมๆ เลือกและปรับปรงุ ใชน วัตกรรมไดห ลากหลาย ตรงกบั สภาพการณ เงือ่ นไข
ขอจาํ กัดของงานและองคก ร จนนําไปสผู ลไดจ รงิ เพอ่ื ใหองคกรกา วหนา พฒั นาอยางไม
หยดุ ยั้ง ผรู ว มงานทุกคนไดใชศ กั ยภาพของตนอยา งเตม็ ท่ี มคี วามภาคภูมิใจในผลงาน
รว มกนั
มาตรฐานที่ 6 ปฏบิ ตั งิ านขององคกรโดยเนนผลถาวร
ผูบริหารมืออาชพี เลือกและใชกจิ กรรมการบรหิ ารที่จะนาํ ไปสกู ารเปลยี่ นแปลงทีด่ ี
ขึ้นของบุคลากรและองคกร จนบุคลากรมนี ิสัยในการพฒั นาตนเองอยเู สมอ ผูบ รหิ ารตอ งมี
ความเพยี รพยายาม กระตนุ ย่ัวยุ ทา ทาย ใหบุคลากรมีความรสู กึ เปน เจาของ และช่ืนชม
ผลสาํ เร็จเปนระยะๆ จงึ ควรเร่มิ จากการรเิ ริ่ม การรว มพัฒนา การสนบั สนนุ ขอมลู และให
กําลังใจใหบ คุ ลากรศึกษา คนควา ปฏบิ ัติ และปรับปรงุ งานตา งๆ ไดด ว ยตนเอง จนเกิด
เปน คานิยมในการพัฒนางานตามภาวะปกติ อันเปน บุคลิกภาพทพ่ี งึ ปรารถนาของบคุ ลากร
และองคก ร รวมท้งั บคุ ลากรทกุ คนชน่ื ชมและศรัทธาในความสามารถของตน

40

มาตรฐานท่ี 7 รายงานผลการพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาไดอ ยา งเปน ระบบ
ผูบรหิ ารมอื อาชพี สามารถนําเสนอผลงานทไ่ี ดทาํ สําเร็จแลว ดวยการรายงานผลที่
แสดงถึงการวิเคราะหง านอยา งรอบคอบ ครอบคลมุ การกําหนดงานทจี่ ะนาํ ไปสูผ ลแหง การ
พฒั นาการลงมือปฏบิ ตั จิ รงิ และผลท่ีปรากฏมีหลกั ฐานยืนยันชดั เจน การนําเสนอรายงาน
เปน โอกาสท่ผี บู ริหารจะไดค ิดทบทวนถงึ งานที่ไดทาํ ไปแลว วา มีขอ จาํ กดั ผลดี ผลเสยี
และผลกระทบทีม่ ไิ ดระวงั ไวอ ยางไร ถา ผลงานเปนผลดี จะชน่ื ชม ภาคภมู ิใจไดในสว นใด
นาํ เสนอใหเปนประโยชนต อ ผูอืน่ ไดอยางไร ถา ผลงานยังไมส มบรู ณจ ะปรับปรงุ เพ่ิมเตมิ ได
อยางไร และจะนําประสบการณทีไ่ ดพบไปใชประโยชนใ นการทํางานตอไปอยางไร
คณุ ประโยชนอีกประการหนึ่งของรายงานท่ดี ี คือ การนําผลการประเมินไปใชใ นการ
ประเมนิ ตนเอง รวมทัง้ การทําใหเ กดิ ความรูสึกชืน่ ชมของผูรว มปฏิบัตงิ านทกุ คน การท่ี
ผูป ฏบิ ัตงิ านไดเ รยี นรูเ กย่ี วกบั ความสามารถและศักยภาพของตน เปน ขน้ั ตอนสาํ คัญอยา ง
หน่ึงทีจ่ ะนาํ ไปสูการรคู ณุ คา แหง ตน
มาตรฐานท่ี 8 ปฏบิ ัตติ นเปนแบบอยา งทดี่ ี
ผบู ริหารมีหนาทีแ่ นะนาํ ตักเตอื น ควบคมุ กํากับดูแลบุคลากรในองคก ร การท่ีจะ
ปฏบิ ัตหิ นา ทด่ี ังกลาวใหไดผลดี ผูบริหารตอ งประพฤตปิ ฏบิ ตั เิ ปนแบบอยา งทด่ี ี มฉิ ะนน้ั คํา
แนะนาํ ตักเตือน หรือการกํากับดแู ลของผบู รหิ ารจะขาดความสําคัญ ไมเปน ท่ียอมรบั ของ
บุคลากรในองคกร ผบู ริหารท่ปี ฏบิ ตั ติ นเปนแบบอยางทด่ี ใี นทกุ ๆ ดา น เชน ดา นคุณธรรม
จริยธรรม ความยตุ ิธรรมและบคุ ลกิ ภาพจะมผี ลสงู ตอการยอมรับของบุคลากร ทาํ ใหเกิด
ความเชอ่ื ถือศรทั ธาตอการบริหารงาน จนสามารถปฏบิ ัตติ ามไดด ว ยความพงึ พอใจ
มาตรฐานที่ 9 รวมมอื กบั ชมุ ชนและหนว ยงานอนื่ อยา งสรางสรรค
หนวยงานการศึกษาเปนองคก รหนง่ึ ทอ่ี ยใู นชุมชน และเปนสว นหนงึ่ ของระบบ
สังคมซง่ึ มีองคกรอนื่ ๆ เปนองคประกอบ ทุกหนว ยงานมีหนาท่ีรวมมอื กันพฒั นาสงั คมตาม
บทบาทหนาที่ ผบู รหิ ารสถานศึกษา/ผบู ริหารการศกึ ษาเปนบุคลากรสําคัญของสงั คมหรอื
ชมุ ชนที่จะชน้ี ําแนวทางการพฒั นาสังคมใหเจรญิ กาวหนา ตามทิศทางทตี่ องการ ผบู ริหารมือ
อาชีพตอ งรว มมอื กับชมุ ชนและหนวยงานอื่นในการเสนอแนวทางปฏิบัติ แนะนาํ ปรบั ปรงุ
การปฏบิ ัติ และแกป ญหาของชุมชนหรอื หนว ยงานอ่นื เพ่อื ใหเกดิ ผลดีตอสงั คมสว นรวม

41

ในลกั ษณะรว มคดิ รว มวางแผน และรวมปฏบิ ตั ดิ ว ยความเต็มใจ เตม็ ความสามารถ พรอม
ทงั้ ยอมรับความสามารถ รบั ฟง ความคิดเห็นและเปด โอกาสใหผ อู ่ืนไดใ ชค วามสามารถของ
ตนอยางเตม็ ศกั ยภาพ เพ่ือเสรมิ สรางบรรยากาศประชาธิปไตยและการรว มมอื กันในสังคม
นําไปสูการยอมรบั และศรัทธาอยา งภาคภูมใิ จ

มาตรฐานที่ 10 แสวงหาและใชข อ มลู ขา วสารในการพฒั นา
ความประทับใจของผูรว มงานทีม่ ตี อ ผูบริหารองคกรอยา งหนงึ่ คือความเปนผูร อบรู
ทันสมยั รอู ยางกวา งขวางและมองไกลผูบ ริหารมอื อาชีพจึงตองติดตามการเปลยี่ นแปลง
ทีเ่ กิดขน้ึ ในโลกทุก ๆ ดา น จนสามารถสนทนากับผูอ ่ืนดวยขอมูลขาวสารท่ที ันสมัย
และนําขอ มูลขาวสารตางๆ ทไ่ี ดร บั มาใชในการพฒั นางานและผูร วมงาน การต่ืนตัว
การรบั รู และการมีขอ มลู ขาวสาร สารสนเทศเหลานี้ นอกจากเปนประโยชนตองาน
พฒั นาแลว ยังนาํ มาซง่ึ การยอมรบั และความรูส ึกเช่อื ถอื ของผรู วมงาน อันเปน เงอื่ นไข
เบอื้ งตนทีจ่ ะนําไปสูการพฒั นาทลี่ กึ ซึง้ ตอ เนอื่ งตอ ไป
มาตรฐานท่ี 11 เปนผูน ําและสรางผูนํา
ผูบริหารมอื อาชีพสรางวัฒนธรรมขององคก รดว ยการพูดนาํ ปฏิบตั นิ าํ และจดั
ระบบงานใหส อดคลองกบั วฒั นธรรม โดยการใหร างวัลแกผูทที่ ํางานไดสําเรจ็ แลว จน
นําไปสกู ารพฒั นาตนเอง คิดไดเอง ตดั สนิ ใจไดเอง พฒั นาไดเองของผูร ว มงานทกุ คน
ผูบ ริหารมืออาชพี จึงตอ งแสดงออกอยา งชดั เจน และสมา่ํ เสมอเกีย่ วกับวัฒนธรรมขององคก ร
เพื่อใหผูร วมงานมคี วามมั่นใจในการปฏบิ ัติ จนสามารถเลือกการกระทาํ ทส่ี อดคลองกบั
วัฒนธรรม แสดงออกและช่ืนชมไดด วยตนเอง ผูบ ริหารจงึ ตองสรา งความรูส ึกประสบ
ความสําเร็จใหแกบคุ ลากรแตล ะคนและทกุ คนจนเกดิ ภาพความเปนผนู าํ ในทุกระดับนาํ ไปสู
องคกรแหงการเรยี นรูอยางแทจรงิ

42

มาตรฐานที่ 12 สรา งโอกาสในการพฒั นาไดทกุ สถานการณ
การพฒั นาองคกรใหก าวหนาอยา งยง่ั ยนื สอดคลอ งกบั ความกา วหนาของโลกที่
เปลย่ี นแปลงไปอยางไมห ยดุ ย้ัง ผบู รหิ ารจําเปน ตองรเู ทาทันการเปลยี่ นแปลง สามารถปรับ
งานใหทันตอการเปลี่ยนแปลงและสามารถจัดการกบั การเปลี่ยนแปลงตา งๆ ไดส อดคลอ ง
สมดุลและเสรมิ สรางซ่ึงกนั และกนั ผบู รหิ ารมืออาชีพจึงตองตืน่ ตัวอยูเสมอ มองเห็นการ
เปลีย่ นแปลงอยา งรอบดา น รวมท้งั การเปลี่ยนแปลงในอนาคต และกลาที่จะตดั สินใจ
ดาํ เนินการเพ่อื ผลในอนาคต อยางไรก็ตามการรเู ทาทนั การเปล่ียนแปลงน้ี ยอมเปน สงิ่
ประกนั ไดว า การเสย่ี งในอนาคตจะมโี อกาสผดิ พลาดนอ ยลง การที่องคก รปรบั ไดท ันตอ
การเปลย่ี นแปลงน้ี ยอ มเปนผลใหองคก รพัฒนาอยา งยั่งยนื สอดคลองกบั ความกาวหนา
ของโลกตลอดไป

มาตรฐานการปฏบิ ัตติ น

จรรยาบรรณตอ ตนเอง
1. ผปู ระกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตองมีวินัยในตนเอง พัฒนาตนเองดานวิชาชีพ

บคุ ลิกภาพ และวิสัยทัศน ใหท ันตอการพัฒนาทางวิทยาการ เศรษฐกจิ สงั คมและการเมืองอยูเสมอ
จรรยาบรรณตอวชิ าชพี

2. ผูป ระกอบวชิ าชีพทางการศกึ ษา ตองรกั ศรทั ธา ซอื่ สัตยส จุ ริต และ
รับผดิ ชอบตอวชิ าชพี และเปน สมาชิกทดี่ ขี ององคกรวิชาชีพ
จรรยาบรรณตอผูร ับบริการ

3. ผูประกอบวชิ าชพี ทางการศึกษา ตอ งรัก เมตตา เอาใจใส ชว ยเหลือ สง เสริม
ใหกาํ ลงั ใจแกศิษย และผรู บั บริการตามบทบาทหนาทีโ่ ดยเสมอหนา

4. ผปู ระกอบวชิ าชพี ทางการศึกษา ตอ งสงเสรมิ ใหเ กิดการเรยี นรู ทกั ษะ และนสิ ยั
ท่ถี ูกตองดีงามแกศษิ ย และผูรบั บรกิ าร ตามบทบาทหนาทอ่ี ยางเต็มความสามารถดวยความบริสุทธ์ิ
ใจ

5. ผปู ระกอบวชิ าชพี ทางการศึกษา ตองประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ นเปนแบบอยางทด่ี ี
ทงั้ ทางกาย วาจา และจติ ใจ

43

6. ผูประกอบวชิ าชีพทางการศกึ ษา ตองไมกระทําตนเปน ปฏปิ กษตอ ความเจริญ
ทางกาย สตปิ ญญา จิตใจ อารมณและสงั คมของศิษย และผรู ับบรกิ าร

7. ผปู ระกอบวิชาชพี ทางการศึกษา ตอ งใหบรกิ ารดวยความจรงิ ใจและเสมอภาค โดยไม
เรยี กรับหรือยอมรบั ผลประโยชนจ ากการใชต ําแหนงหนา ที่โดยมิชอบ
จรรยาบรรณตอ ผูรวมประกอบวิชาชพี

8. ผปู ระกอบวชิ าชพี ทางการศึกษาพึงชวยเหลือเกื้อกูลซ่งึ กนั และกนั อยา งสรางสรรค
โดยยึดมั่นในระบบคณุ ธรรม สรา งความสามัคคีในหมูคณะ
จรรยาบรรณตอ สงั คม

9. ผปู ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา พงึ ประพฤตปิ ฏิบตั ิตนเปน ผูนําในการอนรุ กั ษ
และพฒั นาเศรษฐกิจ สงั คม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปญ ญา ส่งิ แวดลอม รกั ษาผลประโยชน
ของสว นรวมและยึดมัน่ ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตริย ทรงเปน
ประมุข

44

มาตรฐานวิชาชพี บคุ ลากรทางการศกึ ษาอน่ื

(ศกึ ษานเิ ทศก)

มาตรฐานความรูและประสบการณวิชาชีพ

มาตรฐานความรู
1. มคี ุณวุฒิไมต าํ่ กวาปริญญาโททางการศึกษา หรอื เทียบเทา หรอื คณุ วุฒอิ นื่ ที่

ครุ ุสภารับรอง โดยมคี วามรู ดังตอไปน้ี
1) การนิเทศการศึกษา
2) นโยบายและการวางแผนการศกึ ษา
3) การพัฒนาหลักสตู รและการสอน
4) การประกันคุณภาพการศกึ ษา
5) การบริหารจดั การการศกึ ษา
6) การวจิ ัยทางการศกึ ษา
7) กลวธิ ีการถา ยทอดความรู แนวคดิ ทฤษฎีและผลงานทางวิชาการ
8) การบริหารจดั การเทคโนโลยีสารสนเทศ
9) คณุ ธรรมและจริยธรรมสาํ หรบั ศึกษานเิ ทศก

2. ผานการฝก อบรมหลักสูตรการนิเทศการศึกษาทคี่ ณะกรรมการคุรุสภารับรอง
มาตรฐานประสบการณว ชิ าชีพ

1. มีประสบการณด านปฏบิ ตั กิ ารสอนมาแลว ไมน อยกวา 10 ปหรอื มีประสบการณ
ดา นการปฏิบัตกิ ารสอนและมีประสบการณใ นตาํ แหนง ผบู ริหารสถานศึกษาและหรอื
ผบู รหิ ารการศึกษารวมกนั มาแลว ไมนอยกวา 10 ป

2. มีผลงานทางวชิ าการท่ีมีคุณภาพและมีการเผยแพร

45

สาระความรู และ สมรรถนะของศึกษานิเทศก
1. การนิเทศการศึกษา

สาระความรู
1) หลกั การและรูปแบบการนเิ ทศ
2) วธิ ีการและกระบวนการนเิ ทศ
3) กลยุทธการนเิ ทศการศกึ ษาในเรื่องการวเิ คราะหพฤติกรรมการนเิ ทศ
การศึกษา การสรา งทกั ษะในการนิเทศ การใชกลยทุ ธใ นการนิเทศ
การนํานวตั กรรมมาประยกุ ตใชในการนิเทศ การควบคุมและการประเมนิ
เพื่อการพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา
4) การนเิ ทศภายใน

สมรรถนะ
1) สามารถวิเคราะห วิจัย สงเสริมใหข อเสนอแนะเพื่อพฒั นาระบบการนิเทศ
ภายในสถานศึกษาได
2) สามารถตดิ ตาม ประเมนิ ผล และรายงานผลการจัดกระบวนการเรียนรู
การ สอนและการบริหารจัดการการศกึ ษา
3) สามารถประสาน สนบั สนุน และเผยแพรผลงานดา นการนเิ ทศการศึกษา
แกห นว ยงานทีเ่ กย่ี วของ
4) สามารถใชเทคนคิ การนิเทศไดอยางหลากหลายดวยความเปนกัลยาณมิตร

2. นโยบายและการวางแผนการศึกษา
สาระความรู
1) ระบบและทฤษฎีการวางแผน
2) บรบิ ททางเศรษฐกิจ สงั คมและการเมอื งไทยทีม่ อี ทิ ธพิ ลตอ การศกึ ษา
3) แผนการศกึ ษาระดบั ชาติและระดับตา งๆ
4) การวเิ คราะหแ ละกําหนดนโยบายการศกึ ษา
5) การวางแผนพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษา
6) การพัฒนาและประเมนิ นโยบายการศกึ ษา

46

สมรรถนะ
1) สามารถใหคําแนะนาํ ปรึกษาเก่ียวกับการวิเคราะหขอมูล และรายงานผล
เพือ่ จดั ทํานโยบาย แผน และการตดิ ตามประเมนิ ผลดา นการศึกษา
2) สามารถใหคําแนะนาํ ปรึกษาเกีย่ วกบั การกาํ หนดนโยบายและการวางแผน
ดําเนนิ งาน และการประเมินคุณภาพการจดั การศกึ ษา
3) สามารถใหคําแนะนํา ปรึกษาเกย่ี วกบั การจดั ทําแผนพฒั นาคณุ ภาพการ
ศกึ ษาทมี่ งุ ใหเ กิดผลดี คุมคาตอการพฒั นาคุณภาพการศกึ ษา สังคม และ
สิ่งแวดลอ มอยา งยง่ั ยืน

3. การพฒั นาหลักสตู รและการสอน
สาระความรู
1) ความรูเกยี่ วกับหลักสูตร
2) การสรา งหลกั สูตรสถานศึกษา
3) หลักการพฒั นาหลักสตู ร
4) การจดั การเรยี นรู
5) จิตวทิ ยาการศึกษา
6) การวัดและการประเมนิ ผล
7) การจัดการศกึ ษาพเิ ศษ
สมรรถนะ
1) สามารถใหคําแนะนาํ คาํ ปรกึ ษา เก่ยี วกบั การพัฒนาหลักสูตรและการจัด
ทําหลกั สตู รสถานศกึ ษา
2) สามารถสาธิตแนะนําครูใหจัดกิจกรรมที่สง เสรมิ การเรียนรไู ดเตม็ ศกั ยภาพ
ของผูเ รียน
3) สามารถประเมนิ หลกั สูตรและการนําหลกั สตู รไปใช

47

4. การประกนั คณุ ภาพการศึกษา
สาระความรู
1) การบริหารคุณภาพ
2) การประกนั คณุ ภาพการศกึ ษา
3) มาตรฐานคุณภาพการศึกษา
4) กระบวนการประเมนิ คณุ ภาพภายในและภายนอกสถานศึกษา
สมรรถนะ
1) สามารถศึกษา วิเคราะห วิจัย การจดั ทํามาตรฐาน และการพัฒนาระบบ
ประกนั คุณภาพภายในของสถานศึกษา
2) สามารถนเิ ทศ กาํ กับ ตดิ ตามและประเมินผลการประกันคณุ ภาพภายใน
ของสถานศึกษา
3) สามารถใหค ําปรกึ ษา ขอเสนอแนะและการวางระบบ การจดั ทาํ รายงาน
ผลการประเมนิ ตนเองของสถานศกึ ษา เพอื่ การพฒั นาอยางตอเนือ่ งและ
พรอมรบั การประเมนิ ภายนอก

5. การบริหารจดั การการศกึ ษา
สาระความรู
1) หลกั และระบบขอบขายการจัดการศกึ ษา
2) หลักการบริหารจัดการการศึกษาโดยใชโรงเรยี นเปนฐาน
3) การปฏริ ปู การศกึ ษา
4) กฎหมายและระเบยี บท่เี กยี่ วของกับการจดั การศกึ ษา
สมรรถนะ
1) สามารถใหค ําปรึกษาแนะนาํ การจัดการศึกษาใหบรรลุวัตถุประสงคตาม
เจตนารมณของการศึกษา
2) สามารถนิเทศการบรหิ ารจัดการสถานศกึ ษาไปสูอ งคก รแหงการเรยี นรู
3) สามารถบริหารจดั การศกึ ษาโดยใชโ รงเรียนเปนฐาน

48

6. การวิจัยทางการศึกษา
สาระความรู
1) ระเบียบวิธวี ิจัย
2) กระบวนการวิจยั
3) การนําผลการวิจยั ไปใช
สมรรถนะ
1) สามารถใหค ําแนะนาํ ปรกึ ษาเกี่ยวกบั การนาํ กระบวนการวิจัยไปใชใน
การแกป ญหาและพฒั นาการเรียนการสอน
2) สามารถใหคําแนะนําปรกึ ษาเก่ยี วกบั การนาํ ผลการวิจัยไปใชใ นการพัฒนา
การจดั การเรยี นการสอน
3) สามารถดาํ เนนิ การวิจัยเพ่ือสรา งองคค วามรใู หมๆ ดา นการเรียนรูและการ
จัดการศึกษา

7. กลวิธกี ารถา ยทอดความรู แนวคิด ทฤษฎี และผลงานทางวิชาการ
สาระความรู
1) กลวธิ ีการนําเสนอความรู แนวคิด ทฤษฎที ่ีเหมาะสมกับการเรยี นรู
2) การเขียนรายงาน บทความ ผลงาน ผลการศึกษาคน ควา ฯลฯ
3) การวเิ คราะห วิจารณผลงานวชิ าการอยางสรางสรรค
สมรรถนะ
1) สามารถเขยี นเอกสารทางวชิ าการประเภทตา งๆ
2) สามารถแนะนาํ และใหคําปรกึ ษาการเขียนเอกสารทางวชิ าการแกค รูและ
บคุ ลากรทางการศึกษา
3) สามารถนาํ เสนอความรู แนวคิด ทฤษฎี ดว ยวธิ ีการทีห่ ลากหลาย และ
เหมาะสมตอ การเรยี นรู

49

8. การบรหิ ารจดั การเทคโนโลยสี ารสนเทศ
สาระความรู
1) หลกั การใชเทคโนโลยีสารสนเทศ
2) อินเตอรเ นต็
3) คอมพวิ เตอรช วยสอน
4) ระบบมัลตมิ เี ดียแบบปฏิสมั พันธ
5) สํานักงานอตั โนมตั ิ
สมรรถนะ
1) สามารถใชเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือการพฒั นาตนและการพฒั นางานได
อยางเหมาะสม
2) สามารถใหค ําปรกึ ษา แนะนาํ การใชเ ทคโนโลยี สารสนเทศ
เพอ่ื พัฒนาการจัดการศกึ ษาแกส ถานศึกษา

9. คุณธรรมและจรยิ ธรรมสาํ หรบั ศกึ ษานิเทศก
สาระความรู
1) คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมสาํ หรับศกึ ษานเิ ทศก
2) จรรยาบรรณของวชิ าชีพศึกษานเิ ทศก
3) การบริหารจดั การบานเมืองที่ดี (Good Governance)
สมรรถนะ
1) ปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของวชิ าชีพศกึ ษานเิ ทศก
2) มีหลกั ธรรมในการนเิ ทศและประพฤตเิ ปนแบบอยา งทดี่ ี

50


Click to View FlipBook Version