มาตรฐานการปฏบิ ัติงาน
มาตรฐานที่ 1 ปฏบิ ัติกจิ กรรมทางวชิ าการเกย่ี วกับการพัฒนาการนเิ ทศการศกึ ษา
เพื่อใหเกดิ การพัฒนาวิชาชีพทางการศกึ ษา
คุณสมบัตเิ บื้องตน ทส่ี ําคัญประการหนงึ่ ของศกึ ษานิเทศกม ืออาชพี คอื การเขา รวม
เปน สมาชิกท่ดี ขี ององคกรวิชาชีพ ดวยการมีสว นรว มในกิจกรรมตางๆ ทเ่ี กีย่ วของกบั การพฒั นา
วิชาชพี ไดแก การเปน ผูรวมงาน การเปน ผูจ ัดงานหรอื กจิ กรรม รวมทัง้ การเปนผเู สนอผลงาน
และเผยแพรผ ลงานเพอ่ื ใหส มาชิกยอมรบั และเห็นคณุ ประโยชนของศกึ ษานิเทศกท ่มี ีตอ การ
พฒั นาองคกร ตลอดจนการนําองคกรใหเปนทย่ี อมรบั ของสงั คมโดยสว นรวม
มาตรฐานท่ี 2 ตดั สินใจปฏิบตั ิกิจกรรมการนิเทศการศึกษา โดยคาํ นงึ ถงึ ผลท่จี ะเกดิ แก
ผรู ับการนิเทศ
ศึกษานิเทศกม อื อาชีพ แสดงความรกั ความเมตตา และความปรารถนาดีตอ ผูรบั การนิเทศ
ดว ยการตัดสินใจในการทํางานตางๆเพ่ือผลการพัฒนาที่จะเกิดขึ้นกับผรู ับการนิเทศ ศึกษานิเทศก
ตอ งวิเคราะหความสมั พันธระหวางพฤติกรรมของตนกบั ผลทจ่ี ะเกิดแกผรู บั การนเิ ทศ แลว เลอื ก
เฉพาะกจิ กรรมท่ีจะนําไปสูผลทางบวกเสมอ อกี ท้ังระมดั ระวงั ไมใ หเกดิ กจิ กรรมที่มผี ลทางลบ
โดยมิไดต้ังใจเพื่อนําไปสูความไววางใจ ความศรัทธาของผูรับการนิเทศทมี่ ีตอการนิเทศ และเหน็
ประโยชนของการนิเทศ
มาตรฐานที่ 3 มุง ม่นั พฒั นาผูร บั การนเิ ทศใหลงมือปฏบิ ัตกิ จิ กรรมจนเกดิ ผล
ตอ การพัฒนาอยา งเตม็ ศักยภาพ
คุณประโยชนสําคัญของการนเิ ทศอยทู ี่ผูรบั การนิเทศไดล งมือปฏิบตั กิ จิ กรรม
การพัฒนา จนเปนผลใหเกดิ การพฒั นาเตม็ ศกั ยภาพ ศึกษานิเทศกมืออาชีพตองกาํ หนด
ปรับเปลยี่ นแนวทางการนิเทศ เพอื่ นําไปสกู ารพัฒนาผรู ับการนเิ ทศอยา งเต็มศกั ยภาพ โดย
ศกึ ษาจุดเดน จดุ ดอยของผรู ับการนเิ ทศ กาํ หนดจุดทจี่ ะพฒั นา เลอื กใชวิธที ่เี หมาะสมกบั
การพฒั นาดานน้ันๆ แลวใชเ ทคนิคการนเิ ทศใหผ ูรับการนิเทศไดล งมอื ปฏบิ ัติจรงิ ประเมิน
ปรับปรุง ใหผูร ับการนเิ ทศรูศกั ยภาพ เลือกแนวทางที่เหมาะสมกับงาน และลงมือปฏบิ ตั ิ
จนเปน ผลใหศ ักยภาพของผูรบั การนเิ ทศและศึกษานเิ ทศกเ พิม่ พนู พัฒนา กาวหนาอยางไม
หยุดย้ัง นาํ ไปสูการเปน บคุ คลแหง การเรยี นรู
51
มาตรฐานที่ 4 พัฒนาแผนการนเิ ทศใหส ามารถปฏบิ ัตไิ ดเกิดผลจรงิ
ศกึ ษานเิ ทศกมอื อาชีพวางแผนการนเิ ทศไดอยางมยี ุทธศาสตร เหมาะสมกับเงื่อนไข
ขอ จาํ กดั ของผูรับการนเิ ทศ สอดคลอ งกับนโยบาย แนวทาง และเปาหมายของการพัฒนา
เมือ่ นําไปปฏิบัตจิ ะเกิดผลตอการพัฒนาอยางแทจริง แผนการนิเทศตองมีกจิ กรรมสําคญั
ที่นาํ ไปสูผ ลของการพัฒนา ความสอดคลองระหวา งกิจกรรมกบั ผลงานถือเปนคุณภาพ
สาํ คัญทนี่ ําไปสกู ารปฏบิ ตั ิงานที่มีประสิทธิภาพสงู มีความคมุ คาและเกิดผลจรงิ
มาตรฐานที่ 5 พัฒนาและใชนวัตกรรมการนิเทศการศึกษาจนเกิดผลงานทมี่ ี
คณุ ภาพสูงข้ึนเปน ลาํ ดับ
นวตั กรรมการนิเทศเปนเครื่องมอื สาํ คัญของศึกษานิเทศกใ นการนําไปสผู ลงานทมี่ ี
คุณภาพสงู ขน้ึ เปน ลาํ ดบั ศกึ ษานิเทศกม ืออาชีพตอ งมีความรูในการนิเทศแนวใหมๆ เลอื ก
และปรบั ปรงุ ใชน วัตกรรมไดหลากหลาย ตรงกบั สภาพการณ เงอื่ นไข ขอ จาํ กัดของงาน
และผูรับการนิเทศจนนาํ ไปสูผ ลไดจริง เพื่อใหผูร ับการนิเทศใชศ กั ยภาพของตนอยางเต็มท่ี
มีความภาคภูมใิ จในผลงานรว มกนั และกา วหนา พัฒนาอยา งไมห ยุดยง้ั
มาตรฐานท่ี 6 จดั กิจกรรมการนิเทศการศกึ ษาโดยเนนผลถาวรทเ่ี กดิ แกผ รู ับ
การนเิ ทศ
ศกึ ษานิเทศกมืออาชีพเลือกและใชกจิ กรรมการนิเทศทจ่ี ะนาํ ไปสูก ารเปลย่ี นแปลง
ทดี่ ขี น้ึ ของผูรับการนเิ ทศ จนผรู ับการนเิ ทศมนี ิสยั ในการพฒั นาตนเองอยเู สมอ ศึกษานเิ ทศก
ตอ งรจู ักเสนพฒั นาของผรู ับการนเิ ทศและเพียรพยายามกระตุน ยั่วยุ ทา ทาย ใหผ รู บั การ
นเิ ทศลงมอื ปฏบิ ตั กิ ิจกรรมเพ่อื การพฒั นา ดว ยความรูสึกประสบผลสําเร็จเปนระยะๆ โดย
พยายามใหผูรบั การนิเทศมีความรสู กึ เปน เจาของการทาํ กิจกรรมและการพฒั นาของผูรับการ
นเิ ทศเอง ขั้นตอนในการนิเทศควรเริ่มจาก การรเิ รม่ิ การรว มพัฒนา และการสนับสนุน
ขอมลู ใหก าํ ลังใจ ใหผ รู ับการนเิ ทศคน หา ปฏิบตั ิ ประเมนิ และปรับปรุงงานตา งๆ ได
ดวยตนเอง เพ่ือใหเกดิ คา นิยมและนิสัยในการปฏบิ ตั ิ เกดิ เปน การพัฒนางานในภาวะปกติ
เปน บุคลกิ ภาพถาวรของผรู ับการนเิ ทศตลอดไป รวมทง้ั เกิดความช่นื ชมและศรัทธา
ความสามารถของตน
52
มาตรฐานท่ี 7 รายงานผลการนิเทศการศึกษาไดอยางเปน ระบบ
ศกึ ษานเิ ทศกมอื อาชีพสามารถนําเสนอผลงานที่ไดท าํ สาํ เร็จแลวดว ยการรายงานผล
ทแ่ี สดงถึงการวิเคราะหอยางรอบคอบ ซึง่ ครอบคลุมการกําหนดงานทีจ่ ะนาํ ไปสูผลแหง การ
พัฒนาการลงมอื ปฏิบตั จิ รงิ และผลท่ีปรากฏมีหลักฐานยืนยันชดั เจน การจดั ทํารายงานเปน
โอกาสทจ่ี ะไดคดิ ทบทวนถงึ งานท่ีทาํ แลววา มีขอจํากัด ผลดี ผลเสยี ผลกระทบที่มิไดร ะวัง
ไวอยา งไร ถาผลงานเปนผลดีจะชืน่ ชม ภาคภมู ใิ จไดใ นสวนใด นาํ เสนอใหเปนประโยชน
ตอ ผูอ ืน่ ไดอยา งไร ถา ผลงานยังไมส มบูรณ จะปรับปรงุ เพมิ่ เติมไดอยา งไร และจะนาํ
ประสบการณท ไ่ี ดรับไปใชประโยชนใ นการทํางานตอไปอยา งไร คณุ ประโยชนของรายงาน
ท่ดี ยี อ มนาํ ไปสกู ารประเมนิ ตนเองการชื่นชมความสามารถของผปู ฏบิ ัติ การเรยี นรเู กีย่ วกบั
ความสามารถ และศักยภาพของผูป ฏิบตั ทิ ่จี ะกอ ใหเกดิ การยอมรบั และชน่ื ชมในความ
ความสามารถของตน
มาตรฐานที่ 8 ปฏบิ ตั ติ นเปน แบบอยางทีด่ ี
ศกึ ษานเิ ทศกมภี ารกจิ ในการพฒั นาผรู ับการนเิ ทศโดยการใหค าํ ปรกึ ษา แนะนํา
หรอื จดั กิจกรรม เพ่ือใหผรู บั การนเิ ทศปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมสําคญั ตามเงอ่ื นไขที่ผู
นเิ ทศเสนอแนะดังนัน้ ผนู เิ ทศตอ งประพฤติปฏบิ ัติใหเปน ทีป่ ระจกั ษเสยี กอน เพ่อื ให
คาํ ปรึกษา คําแนะนํา หรือกิจกรรมนน้ั ๆ มีนา้ํ หนกั มคี วามสาํ คัญนาเชื่อถอื ผูนเิ ทศ
จําเปนตองเปน แบบอยา งท่ีดีทง้ั บคุ ลกิ ภาพ การปฏิบัติตน มคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรม จะชว ยให
ผรู ับการนเิ ทศเชือ่ ถอื ศรัทธาตอ การนิเทศการศึกษา และปฏบิ ตั ติ ามดวยความพึงพอใจ
มาตรฐานที่ 9 รวมพฒั นางานกบั ผูอื่นอยา งสรางสรรค
ศึกษานเิ ทศกม อื อาชีพรว มพฒั นางานกับผูอนื่ อยา งสรา งสรรค เสนอแนวทาง
ปรับปรุงทดี่ กี วาเดมิ แนะนาํ การปฏบิ ตั ทิ เ่ี ปนผลดกี วา เดมิ ไมห ยดุ อยเู พยี งการวิพากษว จิ ารณ
แตจะชน้ี าํ แนวทางการแกป ญหาที่นําไปสูผลดี เปน ผสู ามารถรวมคดิ รวมวางแผน และ
รว มปฏิบัติ เพ่อื พัฒนางานขององคกร เพอ่ื นรว มวชิ าชพี และชุมชน ดวยความเต็มใจ
เต็มความรูความสามารถและคาดหวังผลทด่ี ที ส่ี ุดที่จะเกิดขึ้น โดยตระหนกั ถึงความสาํ คญั
ยอมรับในความรูความสามารถ
53
และรบั ฟง ความคิดเห็นของผูอ ่นื รวมท้งั เปดโอกาสใหผอู ่นื ไดใ ชความสามารถของตนอยา ง
เตม็ ศกั ยภาพ ทัง้ นเี้ พ่อื เสรมิ สรางบรรยากาศประชาธปิ ไตยในการทํางาน ท่จี ะนาํ ไปสู
ผลงานทดี่ ีท่ีสุดอยูเสมอ เปนทีย่ อมรับของผูรับการนเิ ทศและผรู วมงาน จนผูรบั การนเิ ทศ
เกดิ ศรทั ธาตอการนเิ ทศการปรบั ปรุงงานและการรวมงานกับผอู นื่
มาตรฐานท่ี 10 แสวงหาและใชขอ มูลขาวสารในการพฒั นา
ความประทบั ใจของผรู ับการนิเทศท่ีมีตอ ผูนิเทศอยางหนึง่ คอื ความเปนผูรอบรู
ทันสมัยและทนั โลก ศกึ ษานิเทศกม ืออาชีพตอ งติดตามการเปล่ยี นแปลงทเี่ กดิ ขนึ้ ในโลกทกุ
ดา นจนสามารถสนทนากับผูอ่ืนดว ยขอมูลขาวสารท่ีทนั สมัยและนําขอมลู ขาวสารตา งๆ ไป
ใชในการพฒั นางานและพฒั นาผรู บั การนเิ ทศ การต่ืนตัว การรับรู และการมขี อมูล
สารสนเทศเหลาน้ี นอกจากเปนประโยชนต องานนิเทศแลว ยงั นํามาซ่ึงการยอมรบั และ
ความรูสึกเช่ือถือของผรู ับการนเิ ทศ อนั เปน เง่อื นไขเบื้องตน ท่จี ะนาํ ไปสกู ารพัฒนาทลี่ ึกซ้งึ
ตอเนอ่ื งตอ ไป
มาตรฐานท่ี 11 เปน ผูนาํ และสรางผนู ําทางวิชาการ
ศึกษานิเทศกม อื อาชีพสรา งวัฒนธรรมในการพฒั นางานวิชาการ ดวยการพูดนาํ
ปฏบิ ตั ินาํ และจัดระบบงานใหสอดคลอ งกับวัฒนธรรมการพฒั นาวิชาการ โดยการให
รางวัลแกผ รู ับการนิเทศที่ปฏบิ ตั งิ านสําเรจ็ แลว จนนาํ ไปสูก ารพฒั นาตนเอง คิดไดเ อง
ตัดสนิ ใจไดเอง พัฒนางานไดเ องของผรู ับการนเิ ทศ ศกึ ษานิเทศกจ ึงตองแสดงออกอยาง
ชดั เจนและสม่ําเสมอเกี่ยวกับวฒั นธรรมในการพฒั นางานวชิ าการดวยความกระตือรือรน
เพียรพยายามทีจ่ ะบริการอยางเต็มท่ี ตามขีดสูงสุดของความสามารถ เพื่อใหผ รู บั การนิเทศ
เกดิ ความม่ันใจในการปฏบิ ตั สิ ามารถเลอื กการกระทําที่สอดคลองกับวัฒนธรรม แสดงออก
และชน่ื ชมไดดว ยตนเอง ศึกษานเิ ทศกมืออาชีพจึงตอ งสรางศรัทธาความไววางใจและ
ความรูสกึ ประสบผลสําเรจ็ ใหแ กผ รู บั การนเิ ทศแตละคนและทุกคนจนเกดิ ภาพความเปน
ผนู าํ ทางวชิ าการ นาํ ไปสูการเปน บคุ คลแหงการเรียนรูอ ยา งแทจ รงิ
54
มาตรฐานท่ี 12 สรางโอกาสในการพัฒนางานไดทกุ สถานการณ
การพฒั นาวชิ าชพี การนเิ ทศการศึกษาใหพฒั นาอยางยั่งยนื สอดคลองกับความ
กาวหนา ของโลกอยา งไมหยดุ ยง้ั ศกึ ษานเิ ทศกจ าํ เปนตองรเู ทาทนั การเปล่ยี นแปลงและ
สามารถจัดการตอ การเปลยี่ นแปลงใหส อดคลองสมดลุ และเสริมสรา งซงึ่ กนั และกัน
ศึกษานเิ ทศกมืออาชพี จงึ ตองตืน่ ตวั อยเู สมอ มองเหน็ การเปลี่ยนแปลงอยางรอบดา น ทงั้ ใน
ปจจบุ ันและอนาคตกลา ที่จะตดั สินใจดําเนนิ การเพื่อผลตอ วชิ าชีพ การนเิ ทศการศกึ ษาใน
อนาคต อยางไรก็ตามการรเู ทา ทนั การเปลีย่ นแปลงน้ีจะเปน การประกันไดว า การพฒั นา
วิชาชีพ การนเิ ทศการศกึ ษาจะปรบั เปลยี่ นไดทันกับการเปลย่ี นแปลงอยเู สมอ สง ผลให
วชิ าชีพการนิเทศการศึกษาพฒั นาไดอยางยั่งยนื ผนั แปรตามความกา วหนา ตลอดไป
มาตรฐานการปฏิบัตติ น
จรรยาบรรณตอตนเอง
1. ผูประกอบวิชาชพี ทางการศึกษา ตองมวี ินยั ในตนเอง พฒั นาตนเองดานวิชาชพี
บุคลิกภาพ และวสิ ัยทัศน ใหทนั ตอการพัฒนาทางวิทยาการเศรษฐกจิ สังคมและการเมืองอยเู สมอ
จรรยาบรรณตอ วชิ าชพี
2. ผปู ระกอบวชิ าชพี ทางการศึกษา ตองรัก ศรัทธา ซ่อื สัตยสจุ รติ และ
รบั ผดิ ชอบตอวิชาชีพ และเปน สมาชิกท่ีดขี ององคกรวิชาชีพ
จรรยาบรรณตอผรู บั บริการ
3. ผูประกอบวชิ าชพี ทางการศึกษา ตองรัก เมตตา เอาใจใส ชวยเหลือ สงเสรมิ
ใหกาํ ลังใจแกศิษย และผรู ับบรกิ าร ตามบทบาทหนา ท่โี ดยเสมอหนา
4. ผูประกอบวชิ าชพี ทางการศกึ ษา ตองสงเสริมใหเ กดิ การเรยี นรู ทกั ษะ และนสิ ยั
ทถี ูกตองดงี ามแกศิษย และผรู บั บริการ ตามบทบาทหนาท่ีอยางเต็มความสามารถ ดวยความบริสุทธ์ิ
ใจ
5. ผูประกอบวชิ าชพี ทางการศกึ ษา ตอ งประพฤติปฏบิ ตั ติ นเปนแบบอยางทดี่ ี ท้ัง
ทางกาย วาจา และจิตใจ
55
6. ผปู ระกอบวชิ าชพี ทางการศึกษา ตอ งไมก ระทําตนเปน ปฏิปกษตอ ความเจริญ
ทางกาย สตปิ ญ ญา จติ ใจ อารมณแ ละสังคมของศษิ ย และผรู ับบรกิ าร
7. ผูประกอบวิชาชพี ทางการศึกษา ตอ งใหบรกิ ารดวยความจริงใจและเสมอภาค โดยไม
เรยี กรับหรือยอมรับผลประโยชนจากการใชต าํ แหนง หนา ที่โดยมิชอบ
จรรยาบรรณตอ ผูรว มประกอบวิชาชพี
8. ผูประกอบวชิ าชีพทางการศกึ ษาพงึ ชวยเหลอื เก้ือกูลซ่งึ กันและกันอยา งสรางสรรค
โดยยดึ มั่นในระบบคณุ ธรรม สรางความสามคั คีในหมูคณะ
จรรยาบรรณตอ สงั คม
9. ผปู ระกอบวชิ าชพี ทางการศึกษา พงึ ประพฤตปิ ฏบิ ตั ิตนเปน ผนู ําในการอนรุ กั ษ
และพฒั นาเศรษฐกจิ สังคม ศาสนา ศลิ ปวฒั นธรรม ภูมปิ ญ ญา สง่ิ แวดลอม รกั ษาผลประโยชน
ของสว นรวมและยึดม่ันในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ ทรง
เปนประมุข
56
การปฏิบตั ิตามมาตรฐานวชิ าชีพทางการศึกษา
ดังไดก ลาวแลว วา เอกสารฉบบั นจ้ี ดั ทาํ ขึ้นเพ่อื ใหผ ปู ระกอบวชิ าชพี ทางการศึกษา
ทราบสาระสาํ คญั ของมาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษาท่ปี รากฏตามขอ บังคับคุรสุ ภาฉบับ
วันที่ 31 สงิ หาคม 2548 เทานัน้ ตอไปครุ ุสภาจะมีขอบงั คบั ท่ีเกี่ยวเนื่องกนั ออกตามมาใช
อีกอยา งนอย 2 ฉบบั คอื ฉบบั แรก วาดว ยการกําหนดระดบั คณุ ภาพของมาตรฐานในการ
ประกอบวิชาชพี พรอ มทง้ั หลักเกณฑก ารประเมนิ ระดบั คณุ ภาพ (มาตรา 49 วรรคสอง) อีก
ฉบบั หนึ่ง วาดวยแบบแผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ (มาตรา 50 วรรคสอง)
และเมอ่ื นั้นการบังคบั ใชก ฎหมาย (ทถี่ อื เปน วิชาชีพควบคุม) ที่สมบูรณก จ็ ะตามมา
ระหวา งนี้ ผูประกอบวชิ าชีพจงึ ควรตอ งศกึ ษาขอบังคับฉบบั นที้ กุ ขอใหเ ขา ใจ และ
ลงมือปฏบิ ัติตามมาตรฐานทีเ่ ก่ียวขอ งกบั การประกอบวชิ าชพี ของตนไดท นั ที โดยเฉพาะ
มาตรฐานดานความรูแ ละประสบการณวิชาชีพ มีรายละเอียดในการปฏบิ ัตไิ วในเอกสาร
ฉบับนี้คอนขางชดั เจนแลว สําหรับมาตรฐานดานการปฏิบตั งิ านและการปฏิบตั ติ น อาจอาศยั
เกณฑม าตรฐานวิชาชพี และแบบแผนพฤตกิ รรมตามจรรยาบรรณของวชิ าชพี เดิมที่ครุ สุ ภา
(ตามพระราชบญั ญตั ิครู พุทธศักราช 2488) เคยกําหนดไวเ ม่อื พ.ศ. 2539 ซ่งึ เมือ่
เปรยี บเทยี บกบั มาตรฐานใหมจะเหน็ วามคี วามแตกตา งกนั ไมม ากนัก ประกอบกับในชวี ติ
จริง ไมว า จะเปนผูประกอบวิชาชีพครูหรือวิชาชีพทางการศกึ ษาอื่นก็ตาม ตางกป็ ฏบิ ตั ิงาน
และปฏิบัติตนตามมาตรฐานท่กี ําหนดนท้ี ้งั สน้ิ เพยี งแตไ มไ ดจ ดั ระเบยี บไวใ หเปนขอๆงายตอ
การปฏบิ ตั เิ หมือนเชนทปี่ รากฏในขอ บงั คบั
ตวั อยา งการประเมินระดบั คุณภาพตามเกณฑม าตรฐานวิชาชีพครทู ี่คุรสุ ภาได
กาํ หนดใหมีระดับคุณภาพของการปฏบิ ัติงานเอาไวเดิม 5 ระดบั (ระดบั ปฏบิ ตั ิการ ระดับ
ชาํ นาญการ ระดับเชี่ยวชาญ ระดบั เชีย่ วชาญพิเศษ และระดบั ทรงคณุ วฒุ )ิ ซ่ึงขยายมาจาก
หลกั วิชาทีก่ ลาวถงึ ความสามารถในการทาํ งานของมนุษย เรม่ิ จากการพ่ึงพาผอู ื่น
(dependence) สามารถชวยตัวเองได (independence) และสามารถชวยผูอื่นพรอมกบั เปน
ตัวอยางทด่ี ไี ด (interdependence) โดยไดกลาวถงึ รายละเอียดในแตละระดบั เชน
57
มาตรฐานของผูบริหาร ที่วาดวยการพัฒนาและใชนวตั กรรมในการบริหาร (มาตรฐานท่ี 5)
ไดแยกแยะใหเ หน็ วา ถาเปนการปฏบิ ตั ใิ นระดบั dependence ก็คือสามารถเลือกสือ่
เคร่ืองมือ เทคนคิ วธิ ีการตา งๆ ทม่ี คี ุณภาพมาใชในการบรหิ ารไดอ ยางเหมาะสม ถา เปน
ระดับทสี่ งู ขนึ้ ในระดับ independence ก็จะประเมินจากการใชและพัฒนาส่ือ เครอื่ งมอื
เทคนิควธิ กี ารตางๆ ทม่ี คี ณุ ภาพอยา งหลากหลาย และผรู ว มงานมสี ว นรวม และเมอ่ื พฒั นา
มาถงึ ระดบั interdependence แลว พฤติกรรมทบ่ี งบอกของผูบรหิ ารทานนน้ั กค็ อื คดิ คน
ผลิตส่อื เคร่ืองมือ เทคนคิ วธิ กี ารในการบรหิ ารโดยผรู วมงานมสี วนรว ม เปน ตน
นอกจากนี้ ครุ ุสภาจะตองออก ขอบังคบั คุรสุ ภา วาดวยหลักเกณฑแ ละวธิ กี ารใน
การพกั ใชแ ละเพกิ ถอนใบอนญุ าตประกอบวชิ าชีพตามมาอกี สาระของขอบงั คบั ฉบับน้จี ะ
เปน เรอ่ื งระเบยี บวิธีดาํ เนินการทางจรรยาบรรณของผูประกอบวิชาชีพ เร่มิ ตัง้ แตม ีผูกลา วหา
หรือกลาวโทษวา ผูประกอบวชิ าชีพใด ประพฤตผิ ิดจรรยาบรรณขอ ใด จะมีการแตงตั้ง
คณะอนกุ รรมการสืบสวนหาขอเท็จจรงิ และคณะอนกุ รรมการสอบสวนกนั อยา งไร ผูถูก
กลาวหาวากระทาํ ผดิ ทางจรรยาบรรณจะตอ งชแี้ จงขอกลาวหาอยา งไร จนเม่ือกระบวนการ
สอบสวนสนิ้ สดุ ลงถงึ ขัน้ ตองไดรับโทษทางจรรยาบรรณจะตอ งนําเสนอคณะกรรมการ
มาตรฐานวิชาชพี เพื่อวินจิ ฉัยชีข้ าดตามมาตรา 54 อยางไร และเม่ือวินิจฉัยแลวจะแจง ผถู ูก
กลา วหา พรอ มทงั้ หนว ยงานบังคับบัญชาของผนู ั้นอยา งไร
ดังนั้น การปฏิบตั ติ ามแบบแผนพฤตกิ รรมตามจรรยาบรรณของวชิ าชพี จึงถือเปน
เร่อื งสาํ คัญที่ผูประกอบวชิ าชพี ควรตองใสใ จและถือเปน ศีลของผปู ระกอบวิชาชีพ หาก
หม่ันทบทวนและปฏบิ ตั ิตามก็จะชวยใหนอกจากจะไมกระทาํ ผดิ ตองถกู รองเรียนใหเกดิ
ความเสียหายแลว ยังจะเปนการยกระดับความเปนวิชาชพี ชั้นสงู ทง้ั ของตนเองและองคก ร
วิชาชพี ครูและบุคลากรทางการศกึ ษาโดยรวมเปนท่ียอมรับ มเี กยี รติ มศี กั ด์ิศรี ปรากฏตอ
สาธารณชนมากขึ้น อันจะสง ผลตอ คณุ ภาพเยาวชนไทยในอนาคตนนั่ เอง
ตวั อยา งเชน จรรยาบรรณขอ ที่กลา วถึง ความรักและเมตตาตอ ศิษย ซงึ่ ถือเปนหัวใจ
หลกั ของผปู ระกอบวิชาชีพครนู ้ัน แบบแผนพฤตกิ รรมจะใหความหมายและกําหนด
รายละเอยี ดถงึ การนาํ จรรยาบรรณขอนไี้ ปปฏิบตั ิมากขนึ้ เชน หมายถงึ การแสดงออกของ
บุคคลในทางทีด่ ีเปน ผลมาจากสภาวะจิตใจทดี่ ีงาม และความเชือ่ ถอื ทถ่ี ูกตองของบุคคล
58
ผูทีม่ ีความรักและเมตตา ยอ มแสดงออกดวยความปรารถนาในอนั ที่จะกอ ใหเกดิ ผลดีตอ
บคุ คลอ่ืน มีความสภุ าพไตรต รองถึงผล แลว จึงแสดงออกอยางจรงิ ใจ ครผู ูถอื วามีความรัก
และเมตตาตอศษิ ย จะเอาใจใสชว ยเหลือ เออื้ อาทร ใหความเปนกนั เอง สง เสริมให
กําลงั ใจในการศกึ ษาเลาเรียนแกศิษย โดยเสมอหนา ยอมรับและเห็นอกเหน็ ใจตอ สิทธิ
พืน้ ฐานของศิษยจนเปน ที่เชือ่ ถอื และช่ืนชมได เปนตน
ความสําเรจ็ ในการประกอบวชิ าชีพของทา นคอื ความสาํ เรจ็ ของสภาวชิ าชีพครู
และบคุ ลากรทางการศึกษาท่ีเรยี กวา “คุรสุ ภา” แหงน้ี และ ความสําเร็จของครุ ุสภา
ก็คือ คุณภาพประชากรของประเทศ และจะไมมวี นั ประสบความสําเรจ็ ได หากปราศ
จากการปฏบิ ตั ิงานและปฏิบตั ติ นตามมาตรฐานวิชาชพี
มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา มาตรฐานวชิ าชพี ทางการศึกษา
มาตมราตฐารนฐวานิชวาชชิ พีาชทีพางทกาางรกศารึกศษกึาษา มาตมราตฐารนฐวานชิ วาชชิ พีาชทพี างทกาางรกศารึกศษึกาษา
59