The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้เทคนิค 5w1h

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้เทคนิค 5w1h

การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้เทคนิค 5w1h

งบประมาณ/วิทยฐานะชํานาญการ พิเศษ กลุมสาระภาษาไทย ที่ ชื่อ – นามสกุล ตําแหนง/อันดับ 1. นางสุนิสา สําราญวงษ หัวหนากลุมสาระการเรียนรู/ คศ.3 2. นางสุกัญญา เสารอน ครู อันดับ คศ.3 3. นางอรพินท จิตรัตนพิพัฒน ครู อันดับ คศ.3 4. นางปราณี วโรพัฒน ครู อันดับ คศ.3 5. นางศรีสุวรรณ คนไว ครู อันดับ คศ.3 6. นางรุงอรุณ นนทะโคตร ครู อันดับ คศ.3 7. นายนิกร สิทธิเลาะ ครู อันดับ คศ.1 8. นางสาวประครอง เครือชมภู ครู อันดับ คศ.1 9. นางสาวศศิธร ชาแทน ครู อันดับ คศ.1 10. นางสาวหงสฟา คําสําโรง ครู อันดับ คศ.1 11. นางสาวทิวารัตน คุรุนันท ครู อันดับ คศ.1 12. นายวราวุฒิ พลตรี ครู อันดับ คศ.3 13. นางสาวรวิสรา จิตรบาน ครูอัตราจาง กลุมสาระวิทยาศาสตร ที่ ชื่อ – นามสกุล ตําแหนง/อันดับ 1. นางจินตนา เถาวเมฆ หัวหนากลุมสาระการเรียนรู/ คศ.3 2. นายชูศักดิ์ ปฐพีโชค ครู อันดับ คศ.3 3. นางวิยะดา ปฐพีโชค ครู อันดับ คศ.3 4. นางพรทิพย ชาญวิรัตน ครู อันดับ คศ.3 5. นายมนตรีอาจมนตรี ครู อันดับ คศ.3 6. นายวิระ วรรณสิงห ครู อันดับ คศ.3 7. นายพิฑูรย โสภา ครู อันดับ คศ.3 8. นายกญพัทธ ศรีคราม ครู อันดับ คศ.3 9. นายประจักษ ภูมิเวียงศรี ครู อันดับ คศ.3 10. นางธนาภรณ วรรณสิงห ครู อันดับ คศ.3 11. นางพักตรวิภา พาเบา ครูอันดับ คศ.3


12. น.ส.สิริญญา บาลธนะจักร ครู อันดับ คศ.2 13. นายกฤษฏ ภัทรนุกูลกิจ ครู อันดับ คศ.2 14. นางปยวรรณ พระราช ครู อันดับ คศ.2 15. น.ส.ชวาลา นอยหมากหญา ครู อันดับ คศ.2 16. นางสาววัชรา หงษเวียง ครู อันดับ คศ.2 17. นายพิชิตชัย มโนสัย ครู อันดับ คศ.2 18. นางสาวสมนึก สิมพงษ ครู อันดับ คศ.1 19. นายสถิตยพงษ ศรีจิวังษา ครู อันดับ คศ.1 20. นางสาวศมนกานต คํามูล ครู อันดับ คศ.1 21. นางสาวปวิตา ดรหลักคํา ครูผูชวย 22. นางสาวสรัญญา พินาธุวงค ครูผูชวย 23. นางสาวรัติกาล แกนบุดดี พนักงานราชการ กลุมสาระคณิตศาสตร ที่ ชื่อ – นามสกุล ตําแหนง/อันดับ 1. นางนิตินันท รักแพทย หัวหนากลุมสาระการเรียนรู/ คศ.3 2. นายสุทธี พวงมาลัย ครู อันดับ คศ.3 3. นางสุภัทรา นิธิรุจโรจน ครู อันดับ คศ.3 4. นายอธิวัต วโรพัฒน ครู อันดับ คศ.3 5. นายธารา ศศิวรกานต ครู อันดับ คศ.3 6. นางนงนุช ฐากุลธเนศ ครู อันดับ คศ.3 7. นางเณศรา ยานะสาร ครู อันดับ คศ.3 8. นางศิรินประภา กงชา ครู อันดับ คศ.3 9. นายชัชชัย พระราช ครู อันดับ คศ.2 10. นางสาวรัชนีพร พลเทพา ครู อันดับ คศ.1 11. นางสาวเกษร มโนสัย ครู อันดับ คศ.1 12. นางสาวจินตจุฑา จันทเก ครูผูชวย 13. นายกฤษฎา ลาปะ ครูผูชวย 14. นางสาวจุรีมาศ จําปาพันธ ครูอัตรจาง 15. นางสาวผกามาศ อุนสา ครูอัตรจาง 16. นางสาวพรวิลัย บุญสถิตย ครูอัตรจาง


กลุมสาระภาษาตางประเทศ ที่ ชื่อ – นามสกุล ตําแหนง/อันดับ 1. นางยุภาพร พรมแกวมา หัวหนากลุมสาระการเรียนรู/ คศ.3 2. นางฉวีวรรณ ทองแยม ครู อันดับ คศ.3 3. นางเกศราภรณ ประเสริฐไทย ครู อันดับ คศ.3 4. นางญาณินี พวงมาลัย ครู อันดับ คศ.3 5. นางวิไลภรณ สุขยืน ครู อันดับ คศ.3 6. นางกัณฑิมา พาลี ครู อันดับ คศ.3 7. นางมลฤดี บุญเกาะ ครู อันดับ คศ.3 8. นางมาลัยกาญจน รามปาน ครู อันดับ คศ.2 9. นางสาวชนัญชิดา ทองหนองกอย ครู อันดับ คศ.2 10. นางวัชราภรณ แสงพันธ ครู อันดับ คศ.2 11. นางสาวมัลลิกามาศ เทียมรินทร ครู อันดับ คศ.2 12. นางสาวสุพรรณี แสนจู ครู อันดับ คศ.1 13. นายจรัส ราชชารี ครูผูชวย 14. นางสาวชุลีวรรณ สุขโข ครูผูชวย 15. นางสาวชนิกานต ปนรัตน ครูผูชวย 16. นางสาวพรวิลัย บุญสถิตย ครูผูชวย 17. นางสาวรติรส วรรณคํา ครูผู้ช่วย 18. นางสาวอุบลวรรณ โสภา ครูผู้ช่วย 19 นางสาวจีรนันท ภาคพรหม ครูผู้ช่วย 20. นางสาวนภารัตน หงษเพชร ครูอัตราจาง 21. นางสาวภูษณิศา ภูตาเลิศ ครูอัตราจาง กลุมสาระการเรียนรูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ที่ ชื่อ – นามสกุล ตําแหนง/อันดับ 1. นางจุฬาลักษณ การอรุณ หัวหนากลุมสาระการเรียนรู/ คศ.3 2. นางกมลวรรณ สิมมาคํา ครู อันดับ คศ.3 3. นางสาวณัฏฐินี ลีปา ครู อันดับ คศ.3 4. นางทิวาวรรณ หลาอภัย ครู อันดับ คศ.3 5. นายสุพัฒน เพิ่มพร ครู อันดับ คศ.3 6. นายอุทัย สรรพสมบัติ ครู อันดับ คศ.2


7. นายสังเวียน หมื่นศรี ครู อันดับ คศ.2 8. นางนกแกว ยอดสุวรรณ ครู อันดับ คศ.2 9. นางอุบลวรรณ พรรณขาม ครู อันดับ คศ.2 10. นางสาวแคธริยา บุญทวี ครู อันดับ คศ.2 11. นายธนเดช ศิริสุนทร ครู อันดับ คศ.2 12. นางสาวจันทรจิรา นิยมบุญ ครู อันดับ คศ.1 13. นายเชาวรินทร ชินราษฎร ครู อันดับ คศ.1 14. นายพรพจน นฤมล ครูผูชวย 15. นางสุพัตรา จันทวัน ครูผูชวย กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา ที่ ชื่อ – นามสกุล ตําแหนง/อันดับ 1. นายวรวิทย สุดตาสอน หัวหนากลุมสาระการเรียนรู/ คศ.3 2. นายยรรยง ชาญวิรัตน ครู อันดับ คศ.3 3. นายอนุศักดิ์ ดานนุกูล ครู อันดับ คศ.3 4. นางเกษิณีสุดตาสอน ครู อันดับ คศ.3 5. นายสุทธิชัย ดีวงษ ครู อันดับ คศ.3 6. นายรวิภาส อภินันทสวัสดิ์ ครูผูชวย 7. นางสาวจิราพร ปะนะสุนา ครูผูชวย 8. นายวีรวัฒน แสนจันทรฮาม ครูอัตราจาง กลุมสาระการเรียนรูศิลปะ ที่ ชื่อ – นามสกุล ตําแหนง/อันดับ 1. วาที่ ร.ต.สุทธิดา ทองยา หัวหนากลุมสาระการเรียนรู/ คศ.2 2. นายนพพร จิตรัตนพิพัฒน ครู อันดับ คศ.3 3. นายเทวสิทธิ์ วงศวรวิโรจน ครู อันดับ คศ.1 4. นายวีรชัย ทิพยอาสน ครู อันดับ คศ.1 5. นางพิชญา หัสจรรย ครูผูชวย 6. นายวิรวัฒน ฉัตรวิโรจน ครูอัตราจาง 7. น.ส.ณิพิสกุญช ธนาวุฒิธนภูมิ ครูอัตราจาง


กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี ที่ ชื่อ – นามสกุล ตําแหนง/อันดับ 1. นางเอื้องบุษบา ชํานาญพล หัวหนากลุมสาระการเรียนรู และหัวหนา งานบาน ครู อันดับ คศ.๓ 2. นางดุษฎี แสนหลา ครู อันดับ คศ.3 3. นางยุวดี จันทรโพธิ์ ครู อันดับ คศ.3 4. นางจันทรฉาย รัตนวัตร ครู อันดับ คศ.3 5. นางสาวชิดนภา ศรียา หัวหนางานเกษตร ครู อันดับ คศ.3 6. นายประหยัด ศิริจันทร ครู อันดับ คศ.3 7. นายภัทรพงษ เยี่ยมยอด ครูผูชวย 8. นางจันทรทิพย ลอยเมฆ หัวหนางานธุรกิจ ครู อันดับ คศ.3 9. นายมีรัตน ฆองคํา หัวหนางานชาง ครู อันดับ คศ.3 10. นายสมพร รัตนวัตร ครู อันดับ คศ.3 11. นายไพบูลย มุมออน ครู อันดับ คศ.3 12. วาที่ ร.อ.เกียรติศักดิ์ คุณกัณหา ครู อันดับ คศ.3 13. นายปฐฏิพนธ นนทะโคตร หัวหนางานคอมพิวเตอรครู อันดับ คศ.3 14. นายสาคร ชํานาญพล ครู อันดับ คศ.3 15. นางสาวอิสราภรณ พรเพ็ง ครู อันดับ คศ.3 16. นายปุญญพัฒน ชัยวงษา ครู อันดับ คศ.1 17. นายจารุวัฒน บอดินดํา ครู อันดับ คศ.1 18. นายวิเศษ วชิรวัตถานนท ครูผูชวย 19. นางเปรมใจ ศักดาศิริสวัสดิ์ พนักงานราชการ 20. นางสาวจิรารัตน เหงาปูน ครูอัตราจาง 2.12.5 วิสัยทัศน (Vision ) ภูเวียงวิทยาคมเปนโรงเรียนของชุมชน พัฒนาการบริหารโดยใชโรงเรียนเปนฐาน จัดการ สิ่งแวดลอมเปนแหลงเรียนรู ดํารงวิถีไทยตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง มุงสูความเปนเลิศตามมาตรฐานการศึกษา และมาตรฐานสากล 2.12.6 พันธกิจ ( Mission ) 1. จัดการศึกษาสอดคลองกับการศึกษาของชาติ และลักษณะเฉพาะการศึกษามุงสูมาตรฐานสากล 2. สงเสริมและพัฒนาผูเรียนใหมีคุณภาพบรรลุเปาหมายมาตรฐานการศึกษาชาติและมาตรฐานสากล


3. สงเสริมพัฒนาบุคลากรและการบริการทางการศึกษาอยางมีประสิทธิภาพ เทียบเคียง มาตรฐานสากล 4. พัฒนาการบริหารจัดการศึกษาดวยระบบคุณภาพโดยชุมชนมีสวนรวม เกิดประสิทธิภาพสูงสุด คุมคาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 5. พัฒนาทรัพยากร อนุรักษสิ่งแวดลอม ภูมิปญญาไทย ใหเปนแหลงการเรียนรูมุงสูมาตรฐานสากล 2.12.7 อัตลักษณของโรงเรียน “ อยูอยางพอเพียง” 2.12.8 เอกลักษณของโรงเรียน “ สถานศึกษาพอเพียง” 2.12.9 คุณลักษณะอันพึงประสงค หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนภูเวียงวิทยาคม ปรับปรุงพุทธศักราช 2560 ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2553 มุงพัฒนาผูเรียนใหมีคุณลักษณะอันพึงปะสงคเพื่อใหสามารถอยู รวมกับผูอื่นในสังคมไดอยางมีความสุข ในฐานะเปนพลเมืองไทยและพลโลก ดังนี้ 1. รักชาติ ศาสน กษัตริย เปนคุณลักษณะในฐานะพลเมืองไทย ตองรูคุณคา หวงแหน และเทิดทูน สถาบันสูงสุดของชาติ 2. ซื่อสัตย สุจริต เปนคุณลักษณะที่ผูเรียนมีจิตสํานึกคานิยม และมีคุณธรรม จริยธรรมในการอยู รวมกันกับผูอื่นในสังคมอยางมีความสุข 3. มีวินัย เปนคุณลักษณะของผูเรียนเรียนดานการ ประพฤติปฏิบัติตาม กฎ ระเบียบของสังคม อยางมีความ รับผิดชอบ และความซื่อสัตยตอตนเองและผูอื่น 4. ใฝเรียนรู เปนคุณลักษณะของนักเรียนดานความกระตือรือรนในการแสวงหาความรูอยากรูอยาก เรียน รักการอานการเขียน การฟง รูจักตั้งคําถามเพื่อหาเหตุผลทั้งดวยตนเอง และรวมกับ ผูอื่นดวยความขยัน หมั่นเพียร และอดทน และเปดรับความคิด ใหม ๆ 5. อยูอยางพอเพียง เปนคุณลักษณะ ของนักเรียนในการดํารงชีวิตอยางมีความพอประมาณใช สิ่งของอยางประหยัด พอใจในสิ่งที่ตนมีอยูบนหลักเหตุผล และมีภูมิคุมกันที่ดี 6. มุงมั่นในการทํางาน เปนคุณลักษณะของผูเรียนที่มีจิตสํานึกในการใชบริหารงานและทรัพยากร อยางคุมคาและยั่งยืน ในการทํางานตามความคิดสรางสรรค มีทักษะและมุงมั่นตอความสําเร็จของงาน 7. รักความเปนไทย เปนคุณลักษณะของผูเรียนที่รูจักหวงแหน อนุรักษพัฒนาวิถีชีวิตของคนไทย ประพฤติตามวัฒนธรรมไทยใหคงอยูคูไทย 8. มีจิตสาธารณะ เปนคุณลักษณะที่ผูเรียนไดทําประโยชนตามความสามารถ ความถนัดและความสนใจใน ลักษณะอาสาสมัครเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ความเสียสละ มีจิตมุงทําประโยชนตอครอบครัว ชุมชน สังคม 2.12.13 สมรรถนะสําคัญของผูเรียน หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนหนองไผมอดินแดง ปรับปรุงพุทธศักราช 2560 ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2553 มุงพัฒนาผูเรียนใหมีสมรรถนะจําเปนพื้นฐาน 5 ประการที่


นักเรียนพึงมี ซึ่งกําหนดไวในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2553 สมรรถนะเหลานี้ได หลอมรวมอยูในมาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัดของกลุมสาระการเรียนรูตางๆ ทั้ง 8 กลุม สมรรถนะสําคัญ ของผูเรียนทั้ง 5 ประการไดแก 1. ความสามารถในการสื่อสาร เปนความสามารถของนักเรียนในการถายทอดความคิด ความรูความ เขาใจ ความรูสึก และทัศนะของตนเอง เพื่อแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสารและประสบการณ อันจะเปนประโยชน ตอการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาตอรองเพื่อประนีประนอม การเลือกที่จะรับและไมรับขอมูล ขาวสารดวยหลักเหตุผลและความถูกตอง ตลอดจนการเลือกใชวิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ โดยคํานึงถึง ผลกระทบที่มีตอตนเองและสังคม 2. ความสามารถในการคิด เปนความสามารถของนักเรียนในการคิดวิเคราะห การคิกสังเคราะห การคิดอยางมีวิจารณญาณ การคิดอยางสรางสรรค การคิดเชิงคุณธรรมและการคิดอยางเปนระบบเพื่อนําไปสู การสรางองคความรูหรือสารสนเทศ เพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมไดอยางเหมาะสม 3. ความสามารถในการแกปญหา เปนความสามารถของนักเรียนในการแกปญหาและอุปสรรคตางๆ ที่เผชิญไดอยางถูกตองเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและขอมูลสารสนเทศ เขาใจความสัมพันธและการ เปลี่ยนแปลงของเหตุการณตาง ๆ ในสังคม ประยุกตความรูมาใชในการปองกันและแกไขปญหา และมีการ ตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคํานึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นตอตนเอง สังคม และสิ่งแวดลอม 4. ความสามารถในการใชทักษะกระบวนการและทักษะในการดําเนินชีวิต เปนความสามารถของ นักเรียนในดานการนํากระบวนการตางๆ ไปใชในการดําเนินชีวิตประจําวัน การทํางานและการอยูรวมกันใน สังคมดวยการสรางเสริมความสัมพันธอันดีระหวางบุคคล การจัดการและหาทางออกที่เหมาะสมดานความ ขัดแยงและความแตกตางระหวางบุคคล การปรับตัวใหทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดลอม การสืบเสาะหาความรู และการรูจักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไมพึงประสงคซึ่งจะสงผลกระทบตอตนเองและผูอื่น 5. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี เปนความสามารถของนักเรียนในการเลือกใชเทคโนโลยีดาน ตาง ๆ ทั้งดานวัตถุ แนวคิด และวิธีการในการพัฒนาตนเองและสังคมดานการเรียนรู การสื่อสาร การทํางาน การแกปญหา และการอยูรวมกับผูอื่นไดอยางถูกตองเหมาะสมและมีคุณธรรม 2.13 งานวิจัยที่เกี่ยวของ ชวนพิศ คชริน (2555) ไดศึกษาการพัฒนาชุดการสอนแบบ 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิด วิเคราะห รายวิชาภาษาไทย ของนักเรียนระดับประถมศึกษา โดยมีวัตถุประสงคเพื่อ 1) พัฒนาชุดการสอน แบบ 5W1H ในการสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะห รายวิชาภาษาไทย ของนักเรียนระดับประถมศึกษาและ 2) ศึกษาผลการใชชุดการสอนแบบ 5W1H ในการสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะห รายวิชาภาษาไทย ของนักเรียน ระดับประถมศึกษา กลุมตัวอยางที่ใชในงานวิจัยครั้งนี้เปนนักเรียนระดับประถมศึกษาปที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2555 โรงเรียนบานน้ําฉํา สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎรธานี เขต 1 จํานวน 21 คน โดยที่ผูวิจัยเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใชในการวิจัยไดแก 1) ชุดการสอนแบบ 5W1H เพื่อสงเสริม ทักษะการคิดวิเคราะหรายวิชาภาษาไทยของนักเรียนระดับประถมศึกษาจํานวน 5 ชุดกิจกรรมและ 2)


แบบทดสอบทักษะการคิดวิเคราะหเปนแบบทดสอบแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จํานวน 20 ขอ สถิติที่ใชในการ วิเคราะหขอมูลไดแก คารอยละคา เฉลี่ยคาเบี่ยงเบนมาตรฐานและ t-test ผลการวิจัยพบวา 1) ชุดการสอน แบบ 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหรายวิชาภาษาไทยของนักเรียนระดับประถมศึกษามี ประสิทธิภาพ 85.90/83.81 ซึ่งเปนไปตามเกณฑที่กําหนดไว 2) ผลการใชชุดการสอนแบบ 5W1H ในการ สงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหรายวิชาภาษาไทยของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษากอนเรียนและหลังเรียน สูงขึ้นอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 กรองทิพย สุรัตนตะโก (2557) ไดไดศึกษาผลการใชกระบวนการคิดวิเคราะหรวมกับเทคนิค 5W1H และผังกราฟก ที่มีตอความสามารถในคิดวิเคราะห กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปที่ 5 กับเกณฑรอยละ 60 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีตอกระบวนการคิด วิเคราะหรวมกับเทคนิค 5W1H และผังกราฟก กลุมตัวอยางคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 5/1 โรงเรียน บานเนินโมก จังหวัดชลบุรี ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2557 จํานวน 30 คน เครื่องมือการวิจัยประกอบดวย 1)แผนการจัดการเรียนรูโดยใชกระบวนการคิดวิเคราะหรวมกับเทคนิค 5W1H และผังกราฟก จํานวน 6 แผน 2) แบบทดสอบวัดความสามารถในการอานเชิงคิดวิเคราะห แบบปรนัย จํานวน 30 ขอ 3) แบบทดสอบถาม ความพึงพอใจตอการใชกระบวนการคิดวิเคราะหรวมกับเทคนิค 5W1H และผังกราฟก จํานวน 12 ขอสถิติใน การวิเคราะหขอมูลไดแก คาเฉลี่ย คาเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบคาที ผลการวิจัยพบวา 1) ความสามารถในการอานเชิงคิดวิเคราะหโดยใชกระบวนการคิดวิเคราะหรวมกับเทคนิค 5W1H และผังกราฟก คะแนนหลังเรียนสูงกวาที่กําหนดไวรอยละ 60 อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 2) ความพึงพอใจของ นักเรียนที่มีตอผลการใชกระบวนการคิดวิเคราะหรวมกับเทคนิค 5W1H และผังกราฟกโดยภาพรวมอยูใน ระดับมากที่สุด สุชาดา ปติพร (2558) ไดศึกษาการพัฒนาการคิดวิเคราะห ในวิชาภาษาไทย (สาระที่5 วรรณคดี วรรณกรรม) โดยใชกระบวนการกลุม ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4 มีวัตถุประสงคเพื่อ 1) พัฒนาการคิด วิเคราะหในวิชาภาษาไทย (สาระที่5 วรรณคดี วรรณกรรม) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4 โดยใช กระบวนการกลุม 2) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3) ศึกษาพัฒนาการของพฤติกรรมกลุม 4) ศึกษาความพึง พอใจที่มีตอการเรียนรูโดยกระบวนการกลุม กลุมตัวอยาง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4 โรงเรียนราชวินิต บางเขน ภาคเรียนที่ 2 ป การศึกษา 2558 จํานวน 1 หองเรียน จํานวน 25 คน ที่ไดรับการเลือกมาแบบ เจาะจง (Purposive sampling) เครื่องมือที่ใชในการวิจัย ไดแก 1) แผนการจัดการเรียนรูโดยใชกระบวนการ กลุม เรื่องหัวใจชายหนุม วิชาภาษาไทยชั้นประถมศึกษาป ที่ 4 2) แบบทดสอบวัดความคิดวิเคราะห 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธทางการเรียน 4) แบบสังเกตพฤติกรรมกลุม และ 5) แบบสอบถามความพึงพอใจ การวิเคราะหขอมูลและสถิติที่ใชไดแก 1) คารอยละ 2) คาเฉลี่ย ( X ) 3) สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) และ 4) Paired t-test (Dependent) ผลการวิจัยมีดังนี้ 1) ผลการพัฒนาความคิดวิเคราะหมีคะแนนหลังเรียนสูง กวากอนเรียนอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ .05 2) ผลการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน นักเรียนไดคะแนนไมต่ํา กวาเกณฑรอยละ 75 จํานวน 23 คนคิดเปนรอยละ 92.00 และนักเรียนที่ไดคะแนนต่ํา กวาเกณฑ มี 2 คน คิด


เปนรอยละ 8.003) ผลการศึกษาพัฒนาการของพฤติกรรมกลุม มีคะแนนอยูในเกณฑระดับ ดี 4) ผลการศึกษา ความพึงพอใจของนักเรียนโดยภาพรวมอยูในระดับมาก ( X = 3.70) ดวงพร เฟองฟู (2559) ไดศึกษาการพัฒนาชุดกิจกรรมการอานจับใจความ โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อ สงเสริมการอาน กลุมสาระการเรียนรูวิชาภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 6 โดยมีวัตถุประสงคเพื่อ 1) เพื่อพัฒนาความสามารถในการอานจับใจความใชเทคนิค 5W1H กลุมสาระการเรียนรูวิชาภาษาไทย ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 6 2) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการอานจับใจความ โดยใชเทคนิค 5W1H กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 6 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของ นักเรียนที่มีตอชุดกิจกรรมการอานจับใจความ โดยใชเทคนิค 5W1H กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 6 กลุมเปาหมาย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2559 โรงเรียนสาธิตคริสเตียนวิทยา อําเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี จํานวน 32 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใชในการวิจัยไดแก 1) แผนการจัดการเรียนรูการอานจับใจความ โดยใชเทคนิค 5W1H จํานวน 4 แผน แผนละ 3 ชั่วโมง รวม 12 ชั่วโมง 2) ชุดกิจกรรมการอานจับใจความ โดยใชเทคนิค 5W1H กลุมสาระการ เรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 3) แบบทดสอบวัดความสามารถในการอานจับใจความ กลุมสาระการ เรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 เปนแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จํานวน 30 ขอ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีตอชุดกิจกรรมการอานจับใจความ โดยใชเทคนิค 5W1H กลุมสาระการเรียนรู ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 จํานวน 1 ฉบับ สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูลไดแก คารอยละ คาเฉลี่ย และสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบวา 1) นักเรียนมีความสามารถในการอานจับใจความสําคัญ โดยใช เทคนิค 5W1H กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 โดยมีคะแนนไมต่ํากวารอยละ 80 จํานวน 26 คน คิดเปนรอยละ 81.25 2) ชุดกิจกรรมการอานจับใจความ โดยใชเทคนิค 5W1H กลุมสาระการ เรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ 6 มีประสิทธิภาพ 84/84.50 ซึ่งเปนไปตามเกณฑที่กําหนด ภคพร เครือจันทร (2559) ไดศึกษาการศึกษาความสามารถในการคิดวิเคราะหของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปที่ 4 โรงเรียนนายกวัฒนากร วัดอุดมธานี จังหวัดนครนายก โดยใชเทคนิคการตั้งคาถาม (5W1H) ในการจัดการเรียนรู การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษาและเปรียบเทียบความสามารถในการคิด วิเคราะหของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4 โรงเรียนนายกวัฒนากร วัดอุดมธานีจังหวัดนครนายก โดยใช เทคนิคการตั้งคาถาม (5W1H) ในการจัดการเรียนรู กลุมเปาหมายที่ใชในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้น ประถมศึกษาปที่ 4 โรงเรียนนายกวัฒนากร วัดอุดมธานีจังหวัดนครนายก ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2559 จํานวนนักเรียน 19 คน ไดใชรูปแบบการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi Experimental Research) มีเครื่องมือ ทดลอง ไดแก แผนการจัดการเรียนรูโดยใชเทคนิคการตั้งคําถาม (5W1H) เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวม ขอมูล ไดแก แบบทดสอบวัดความสามารถในการคิดวิเคราะหสถิติที่ใชใน การวิเคราะหขอมูล ไดแก คาสถิติ พื้นฐานและคาความแตกตางของคาเฉลี่ย (Mean difference) ผลการวิจัย พบวา 1. ความสามารถในการคิด วิเคราะหของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4 โรงเรียนนายกวัฒนากร วัดอุดมธานีจังหวัดนครนายก โดยใช เทคนิคการตั้งคาถาม (5W1H) ในการจัดการเรียนรูนักเรียนมีคะแนนผานเกณฑที่ระดับดีขึ้นไปรอยละ 100


ของนักเรียนทั้งหมด 2. ความสามารถในการคิดวิเคราะหของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 4 โรงเรียนนายก วัฒนากร วัดอุดมธานีจังหวัดนครนายก โดยใชเทคนิคการตั้งคําถาม (5W1H) ในการจัดการเรียนรูหลังเรียนสูง กวากอนเรียนคิด จากการศึกษาเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวของกับการคิดวิเคราะห พบวาการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห ของนักเรียน โดยใชเทคนิค 5W1H ทําใหนักเรียนมีความสามารถในการตั้งคําถาม การตอบคําถามรวมทั้งทําให นักเรียนมีความสนใจในการทํากิจกรรมการเรียนการสอน มีความสนุกสนานในการเรียนรู มีความรับผิดชอบ มี ทักษะการคิกวิเคราะหเพิ่มมากขึ้นสามารถสรุปใจความสําคัญจากเรื่องที่อานได มีความสามารถในการแยกแยะ และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น 2.14 กรอบแนวคิดในการศึกษา กรอบแนวคิดในการจัดกิจกรรมการเรียนรู เพื่อการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห โดยใชเทคนิค 5W1H วิชาภาษาไทย วรรณคดี เรื่อง สังขทอง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 5 โรงเรียนหนองไผมอดินแดง ตัวแปรตน ตัวแปรตาม การจัดการเรียนรูตามแผนโดยใช เทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะ การคิดวิเคราะห 1. ประสิทธิภาพของการจัดการ เรียนรูโดยใชเทคนิค 5W1H 2.ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3. ความพึงพอใจตอการจัดการเรียน การสอนเพื่อพัฒนาทักษะการคิด วิเคราะหโดยใชเทคนิค 5W1H


บทที่ 3 วิธีดําเนินการศึกษา การศึกษา เรื่อง การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิด วิเคราะหวรรณคดีวิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม ตําบลภู เวียง อําเภอภูเวียง จังหวัดขอนแกน เปนการวิจัยเชิงคุณภาพ ผูศึกษาไดดําเนินการศึกษาตามลําดับ ดังนี้ 3.1 กลุมเปาหมาย 3.2 เครื่องมือที่ใชในการศึกษา 3.3 การสรางและหาคุณภาพเครื่องมือ 3.4 การเก็บรวบรวมขอมูล 3.5 การวิเคราะหขอมูล 3.6 สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล 3.7 วิธีดําเนินการทดลอง 3.1 กลุมเปาหมาย กลุมเปาหมายที่ใชในการศึกษาในครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาศึกษาปที่ 6/7 ที่กําลังศึกษาใน ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2562 โรโรงเรียนภูเวียงวิทยาคม ตําบลภูเวียง อําเภอภูเวียง จังหวัดขอนแกน สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25 จํานวน 1 หองเรียน นักเรียนจํานวน 24 คน ไดมาโดย วิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ซึ่งเปนการเลือกกลุมตัวอยางโดยพิจารณาจากการตัดสินใจ ของผูวิจัยเอง ลักษณะของกลุมที่เลือกเปนไปตามวัตถุประสงคของการวิจัย การเลือกกลุมตัวอยางแบบเจาะจง ตองอาศัยความรอบรู ความชํานาญและประสบการณในเรื่องนั้นๆของผูทําวิจัย 3.2 เครื่องมือที่ใชในการศึกษา ในการศึกษาครั้งนี้ ผูศึกษาไดจัดทําเครื่องมือที่ใชในการศึกษา ประกอบดวย 3.2.1. การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะห วรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม ตําบลภูเวียง อําเภอภูเวียง จังหวัดขอนแกน 3.2.2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กอนเรียนและหลังเรียน จากการพัฒนาแผนการจัดการ เรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้น มัธยมศึกษาศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม ตําบลภูเวียง อําเภอภูเวียง จังหวัดขอนแกน เปนแบบ ปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จํานวน 20 ขอ


3.2.3. แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีตอการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม ตําบลภูเวียง อําเภอภูเวียง จังหวัดขอนแกน จํานวน 20 ขอ รวม 4 ดาน ไดแก (1) ดานทักษะและเทคนิคการสอนของครู (2) ดานการจัดกิจกรรมการเรียนรู (3) ดานสื่อการเรียนรู และ (4) ดาน การวัดและประเมินผล เปนแบบมาตราสวนประมาณคา (Rating Scale) ตามวิธีของ Likert มี 5 ระดับ คือ ระดับ 5 หมายถึงพึงพอใจมากที่สุด, ระดับ 4 หมายถึงพึงพอใจมาก, ระดับ 3 หมายถึงพึงพอใจปานกลาง, ระดับ 2 หมายถึงพึงพอใจนอย, และระดับ 1 หมายถึง พึงพอใจนอยที่สุด (บุญชม ศรีสะอาด, 2556) 3.3 การสรางและหาคุณภาพเครื่องมือ ในการศึกษาครั้งนี้ ผูศึกษาไดดําเนินการสรางและการหาคุณภาพของเครื่องมือที่ใชในการศึกษา เพื่อ จะนําไปทดลองใชจริงในภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2563 โดยผูศึกษาไดดําเนินการตามลําดับ ดังนี้ 3.3.1.การสรางแผนการจัดการเรียนรู ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาศึกษาปที่ 6/7โรงเรียนภู เวียงวิทยาคม ซึ่งผูศึกษามีขั้นตอนการสราง ดังนี้ 3.3.1.1. ศึกษาทฤษฎีและรูปแบบการจัดการเรียนรู 3.3.1.2 ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 3.3.1.3 วิเคราะหเนื้อหา มาตรฐานการเรียนรู ตัวชี้วัด และคําอธิบายรายวิชาที่ตองการใหเกิดแกตัว ผูเรียน เมื่อไดเรียนวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ 5 3.3.1.4 สรางแผนการจัดการเรียนรู วิชาภาษาไทย โดยใหสัมพันธกับเนื้อหา มาตรฐานการเรียนรูและ ตัวชี้วัด จัดทําแผนการจัดการเรียนรูตามองคประกอบของแผนการจัดการเรียนรูที่ประกอบดวยมาตรฐานการ เรียนรูและตัวชี้วัด จุดประสงคการเรียนรู สาระการเรียนรู สมรรถนะสําคัญของผูเรียน คุณลักษณะอันพึง ประสงค ชิ้นงานหรือภาระงาน การจัดกิจกรรมการเรียนรู สื่อและแหลงเรียนรู การวัดและประเมินผล เกณฑ การประเมิน และเกณฑการตัดสินคุณภาพ สรางจํานวน 5 แผนการจัดการเรียนรู ไดแก แผนการจัดการเรียนรู ที่ 13 เรื่อง สรุปเรื่องจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อาน 3.3.1.5.นําแผนการจัดการเรียนรูที่สรางขึ้นเสนอตออาจารยที่ปรึกษาสารนิพนธทั้ง 2 ทาน ประกอบดวย ตรวจพิจารณาความถูกตองของรูปแบบการเขียนแผน ความสัมพันธระหวางสาระการเรียนรู มาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัด จุดประสงคการเรียนรู เนื้อหา กิจกรรมการเรียนรู สื่อและแหลงเรียนรู การวัด และประเมินผล รวมทั้งเกณฑที่ใชวัดและประเมินผล แลวนํามาปรับปรุงแกไขตามขอเสนอแนะ และนําแผนการ จัดการเรียนรูที่ไดรับการปรับปรุงแกไขแลว นําเสนอตออาจารยที่ปรึกษาสารนิพนธตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง 3.4.2 การสรางแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เพื่อใชทดสอบกอนเรียนและหลังเรียน จาก การจัดการเรียนรูโดยใชแบบฝกทักษะเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาวิชาภาษาไทย วรรณคดี


3.4.2.1. ศึกษาวิธีการวัดและประเมินผลการจัดการเรียนรูตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และศึกษาวิธีการสรางแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบปรนัยชนิด เลือกตอบ 4 ตัวเลือก 3.4.2.2. สรางแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาภาษาไทย ใหครอบคลุมเนื้อหา และจุดประสงคการเรียนรูที่ตั้งไว โดยสรางเปนแบบทดสอบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จํานวน 20 ขอ และตองการใชจริง 20 ขอ 3.4.3 การสรางแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีตอการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห โดย ใชเทคนิค 5W1H วิชาภาษาไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม ซึ่งผูศึกษาสราง ขึ้นตามขั้นตอน ดังนี้ 3.4.3.1.ศึกษาเอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวของกับความพึงพอใจ เพื่อเปนกรอบแนวคิด และ แนวทางในการสรางแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน 3.4.3.2.ศึกษาวิธีการสรางแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนและกําหนดรูปแบบ จาก เอกสารและงานวิจัยตางๆ ที่ไดทําการศึกษาคนควา 3.4.3.3. สรางแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีตอการพัฒนาแผนการจัดการ เรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดีวิชาภาษาไทย นักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม จํานวน 24 ขอ รวม 4 ดาน ซึ่งตองการใชจริง 20 ขอ ประกอบดวย (1) ดานทักษะและเทคนิคการสอนของครู (2) ดานการจัดกิจกรรมการเรียนรู (3) ดานสื่อการ เรียนรู และ (4) ดานการวัดและประเมินผล ซึ่งเปนแบบประเมินแบบมาตราสวนประมาณคา (Rating Scale) ตามวิธีของ Likert มี 5 ระดับ (บุญชม ศรีสะอาด, 2556) คือ ระดับ 5 หมายถึงพึงพอใจมากที่สุด, ระดับ 4 หมายถึงพึงพอใจมาก, ระดับ 3 หมายถึงพึงพอใจปานกลาง, ระดับ 2 หมายถึงพึงพอใจนอย และระดับ 1 หมายถึง พึงพอใจนอยที่สุด 3.4 การเก็บรวบรวมขอมูล ในการศึกษาครั้งนี้ ผูศึกษาไดดําเนินการเก็บรวบรวมขอมูลตามขั้นตอน ดังนี้ 1. ใชแบบทดสอบกอนเรียนและหลังเรียน 2. ใชแบบฝกทักษะ โดยใชเทคนิคในการตั้งคําถาม 3. สังเกตพฤติกรรม


3.5 การวิเคราะหขอมูล 3.5.1 ใหนักเรียนกลุมเปาหมายทําแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จํานวน 20 ขอ กอนการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะห โดยใช เทคนิค 5W1H วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม แลวนําแบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมาตรวจใหคะแนน โดยใชเกณฑ ตอบถูกใหขอละ 1 คะแนน ขอที่ตอบผิดหรือไม ตอบหรือตอบมากกวา 1 ตัวเลือกในขอเดียวกัน ให 0 คะแนน และบันทึกคะแนนเพื่อใชเปนคะแนนทดสอบ กอนเรียน (Pretest) 3.5.2. การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะห โดยใชเทคนิค 5W1H วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม 3.5.3. เมื่อดําเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรูตามเนื้อหาครบแลว ใหนักเรียนกลุมเปาหมายทํา แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จํานวน 20 ขอ วิชาภาษาไทย เรื่องสังขทอง โดยเปนแบบทดสอบชุดเดียวกับแบบทดสอบกอนเรียนแตมีการเรียงสลับขอสลับตัวเลือก แลวนํา แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมาตรวจใหคะแนน โดยใชเกณฑ ตอบถูกใหขอละ 1 คะแนน ขอที่ตอบ ผิดหรือไมตอบหรือตอบมากกวา 1 ตัวเลือกในขอเดียวกัน ให 0 คะแนน และบันทึกคะแนนเพื่อใชเปนคะแนน ทดสอบหลังเรียน (Posttest) 3.5.4. ใหนักเรียนกลุมเปาหมาย ทําแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีตอการพัฒนาแผนการ จัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดีวิชาภาษาไทย นักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม จํานวน 20 ขอ เปนแบบมาตราสวนประมาณคา (Rating Scale) ตามวิธีของ Likert มี 5 ระดับ คือ ระดับ 5 หมายถึงพึงพอใจมากที่สุด, ระดับ 4 หมายถึงพึงพอใจมาก, ระดับ 3 หมายถึงพึงพอใจปานกลาง, ระดับ 2 หมายถึงพึงพอใจนอย, และระดับ 1 หมายถึง พึงพอใจนอยที่สุด (บุญชม ศรีสะอาด, 2556) 3.6 สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูล ในการวิเคราะหแผนการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะห โดยใช เทคนิค 5W1H วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม ผูศึกษาไดวิเคราะห ขอมูล ดังนี้ 3.6.1. วิเคราะหหาประสิทธิภาพของแผนการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู เพื่อสงเสริมทักษะการคิด วิเคราะห โดยใชเทคนิค 5W1H วิชาภาษาไทย นันักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม โดยใชสูตรการหาคา E1/E2


3.6.2. วิเคราะหเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกอนเรียนและหลังเรียน จากแบบทดสอบวัด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของแผนการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะ การคิดวิเคราะหวรรณคดีวิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม โดยการหา คาเฉลี่ย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานดวยคาสถิติการทดสอบคาที (t-test dependent samples) 3.6.3. วิเคราะหความพึงพอใจของนักเรียนที่มีตอแผนการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดีวิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภู เวียงวิทยาคม โดยนําคะแนนที่ไดมาหาคาเฉลี่ย คารอยละ สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และแปลผลตามมาตราสวน ประมาณคา (Rating Scale) 3.6.4 สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูลพื้นฐาน (บุญชม ศรีสะอาด, 2556) คาเฉลี่ย (Arithmetic Mean) ใชสูตร ดังนี้ X = X N ∑ เมื่อ X แทน คาเฉลี่ย ∑X แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดในกลุม N แทน จํานวนคะแนนในกลุม รอยละ (Percentage) ใชสูตร ดังนี้ P = x f 100 N เมื่อ P แทน รอยละ f แทน ความถี่ที่ตองการแปลงใหเปนรอยละ N แทน จํานวนความถี่ทั้งหมด สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation : S.D.) ใชสูตร ดังนี้ S.D. = ( ) 2 N∑ − ∑X 2 X N(N-1) เมื่อ S.D. แทน คาสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน X แทน คะแนนของนักเรียนแตละคน 2 ∑X แทน ผลรวมทั้งหมดของคะแนนแตละคนยกกําลังสอง


∑X แทน ผลบวกของคะแนนในกลุมเปาหมายทั้งหมด N แทน จํานวนนักเรียนกลุมเปาหมาย 3.4.5 สถิติที่ใชในการวิเคราะหหาคุณภาพของเครื่องมือ สถิติที่ใชหาคุณภาพของแผนการจัดการเรียนรู 1) วิเคราะหหาคาความตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) โดยใชวิธีการหาคาดัชนีความ สอดคลอง (IOC) หาคาดัชนีความสอดคลองระหวางแผนการจัดการเรียนรูกับจุดประสงคการเรียนรู โดยใชสูตร (บุญชม ศรีสะอาด, 2556) ดังนี้ IOC = ∑R N เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคลองระหวางแผนการจัดการเรียนรูกับจุดประสงค การ .... จุดประสงคการเรียนรู ∑R แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผูเชี่ยวชาญทั้งหมด N แทน จํานวนผูเชี่ยวชาญ ซึ่งมีเกณฑการประเมินคะแนนของผูเชี่ยวชาญ ดังนี้ ใหคะแนน +1 ถาแนใจวาแผนการจัดการเรียนรูตรงตามจุดประสงคการ.............. เรียนรู ใหคะแนน 0 ถาไมแนใจวาแผนการจัดการเรียนรูตรงตามจุดประสงค..... การเรียนรู ใหคะแนน -1 ถาแนใจวาแผนการจัดการเรียนรูไมตรงตามจุดประสงค............... การเรียนรู คาดัชนีความสอดคลองที่นํามาใชมีคาอยูระหวาง 0.50 - 1.00 2) วิเคราะหหาคาประสิทธิภาพของการจัดกิจกรรมการเรียนรู (E1/E2) ตามเกณฑ 75/75 โดยหาคา E1 และ E2 ใชสูตร (ชัยยงค พรหมวงศ, 2556) ดังนี้ คํานวณหาคา 75 ตัวแรก โดยใชสูตร E1 E1 = x X N 100 A ∑ เมื่อ E1 แทน ประสิทธิภาพของกระบวนการ ∑X แทน ผลรวมคะแนนที่ไดจากชุดกิจกรรมระหวางเรียน N แทน จํานวนนักเรียนทั้งหมด A แทน คะแนนเต็มของชุดกิจกรรมระหวางเรียนทุกแผนรวมกัน คํานวณหาคา 75 ตัวหลัง โดยใชสูตร E2


E2 = x X N 100 B ∑ เมื่อ E2 แทน ประสิทธิภาพของผลลัพธ ∑F แทน ผลรวมคะแนนจากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลัง เรียน N แทน จํานวนนักเรียนทั้งหมด B แทน คะแนนเต็มของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน 3) วิเคราะหหาคาดัชนีประสิทธิผล (Effectiveness Index: E.I.) ของการจัดกิจกรรมการเรียนรู เกณฑประสิทธิผลที่ไดจะตองมีคาอยูระหวาง 0.50 – 1.00 ใชสูตร (สมนึก ภัททิยธนี, 2558) ดังนี้ E.I. = 2 1 1 P - P Total - P เมื่อ E.I. แทน ดัชนีประสิทธิผล P1 แทน ผลรวมของคะแนนทดสอบกอนเรียน P2 แทน ผลรวมของคะแนนทดสอบหลังเรียน Total แทน ผลคูณของจํานวนนักเรียนกับคะแนนเต็ม 3.4.6 สถิติที่ใชหาคุณภาพของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 1) วิเคราะหหาคาความตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) โดยใชวิธีการหาคาดัชนีความ สอดคลอง (IOC) หาคาดัชนีความสอดคลองระหวางขอสอบกับจุดประสงคการเรียนรู โดยใชสูตร (บุญชม ศรี สะอาด, 2556) ดังนี้ IOC = ∑R N เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคลองระหวางขอสอบกับจุดประสงคการ .... เรียนรู ∑R แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผูเชี่ยวชาญทั้งหมด N แทน จํานวนผูเชี่ยวชาญ ซึ่งมีเกณฑการประเมินคะแนนของผูเชี่ยวชาญ ดังนี้ ใหคะแนน +1 ถาแนใจวาขอสอบสอบตรงตามจุดประสงคการเรียนรู ใหคะแนน 0 ถาไมแนใจวาขอสอบตรงตามจุดประสงคการเรียนรู ใหคะแนน -1 ถาแนใจวาขอสอบไมตรงตามจุดประสงคการเรียนรู คาดัชนีความสอดคลองที่นํามาใชมีคาอยูระหวาง 0.50 - 1.00 3.4.7 สถิติที่ใชหาคุณภาพแบบประเมินความพึงพอใจแบบมาตราสวนประมาณคา 1) วิเคราะหหาคาความตรงเชิงเนื้อหา โดยใชวิธีการหาคาดัชนีความสอดคลอง (IOC) หาคาดัชนี ความสอดคลองระหวางขอคําถามแบบประเมินกับเนื้อหา โดยใชสูตร (บุญชม ศรีสะอาด, 2556) ดังนี้


IOC = ∑R N เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคลองระหวางขอคําถามแบบประเมินกับ........ เนื้อหา ∑R แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผูเชี่ยวชาญทั้งหมด N แทน จํานวนผูเชี่ยวชาญ ซึ่งมีเกณฑการประเมินคะแนนของผูเชี่ยวชาญ ดังนี้ ใหคะแนน +1 ถาแนใจวาขอสอบสอบตรงตามจุดประสงคการเรียนรู ใหคะแนน 0 ถาไมแนใจวาขอสอบตรงตามจุดประสงคการเรียนรู ใหคะแนน -1 ถาแนใจวาขอสอบไมตรงตามจุดประสงคการเรียนรู 3.4.8 สถิติที่ใชในการศึกษาเปรียบเทียบสมมุตฐาน (T-test) 3.7 วิธีดําเนินการทดลอง การวิจัยการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะห วรรณคดีวิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม กลุมตัวอยางไดแก นักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม ใชวิธีเลือกแบบเจาะจง มีขั้นตอนการดําเนินการทดลองดังนี้ 1. ทดสอบปฏิบัติการทดลอง (Pre test) โดยทําการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทักษะการคิดวิเคราะห โดย ใชเทคนิค 5W1H นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม และบันทึกผลการสอบไวเปน คะแนนการทดลองสําหรับการวิเคราะหขอมูล 2. ดําเนินการทดลอง โดยที่ผูวิจัยไดดําเนินการสอนกลุมตัวอยาง จัดกิจกรรมการเรียนการสอนตาม แผนการเรียนรูที่ผูวิจัยไดสรางขึ้น โดยใชระยะเวลาในการทดลอง 5 ครั้ง ๆ ละ 1 ชั่วโมง เปนเวลา 1 สัปดาห โดยทําการสอนเปนเวลา 1 ชั่วโมง


3. ทดสอบหลังปฏิบัติการทดลอง ดังนี้ 3.1 ทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทักษะการคิดวิเคราะห โดยใชเทคนิค 5W1H นักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม ที่เปนกลุมตัวอยาง 3.2 สอบถามความพึงพอใจของนักเรียนกลุมตัวอยางที่มีตอการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหเ วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม


บทที่ 4 ผลการวิเคราะหขอมูล การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะห วรรณคดีวิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม ในการเสนอผลการวิเคราะห ขอมูล ผูศึกษาไดทําการวิเคราะหตามลําดับ ดังนี้ 4.1 สัญลักษณที่ใชในการวิเคราะหขอมูล 4.2 ลําดับในการนําเสนอผลการวิเคราะหขอมูล 4.3 ผลการวิเคราะหขอมูล 4.1 สัญลักษณที่ใชในการวิเคราะหขอมูล เพื่อใหเกิดความเขาใจตรงกันในการแปลความหมายและเสนอผลการวิเคราะหขอมูลไดถูกตอง ผูวิจัย ไดกําหนดความหมายของสัญลักษณตางๆ ที่ใชในการวิเคราะหขอมูล ดังนี้ n แทน จํานวนนักเรียนในกลุมเปาหมาย ̅แทน คาเฉลี่ย ∑ แทน ผลรวม S.D. แทน สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน E1 แทน ประสิทธิภาพของกระบวนการ E2 แทน ประสิทธิภาพของผลลัพธ E.I. แทน ดัชนีประสิทธิผล t แทน คาสถิติที่จะใชเปรียบเทียบกับคาวิกฤต เพื่อทราบความมีนัยสําคัญ D แทน ผลตางระหวางของคะแนนกอนเรียนและหลังเรียน * แทน มีระดับนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4.2 ลําดับในการนําเสนอผลการวิเคราะหขอมูล การวิเคราะหขอมูลครั้งนี้ ผูศึกษาคนควาไดดําเนินการวิเคราะหขอมูล 3 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะหหาประสิทธิภาพของแผนการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภู เวียงวิทยาคม มีประสิทธิภาพตามเกณฑที่กําหนด 80/80 ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะหการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหวางคะแนนทดสอบกอนเรียน และหลังเรียนดวยการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะห วรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม


ตอนที่ 3 ผลการวิเคราะหความพึงพอใจของนักเรียนที่มีตอแผนการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม 4.3 ผลการวิเคราะหขอมูล ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะหหาประสิทธิภาพของการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภู เวียงวิทยาคม มีประสิทธิภาพตามเกณฑที่กําหนด 80/80 ผลการวิเคราะหหาประสิทธิภาพของการพัฒนาแผนการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใช เทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม รวมกับคะแนนการทําแบบทดสอบหลังเรียน ปรากฏผล ดังตารางตอไปนี้ ตารางที่ 4.1 : แสดงผลการวิเคราะหคาประสิทธิภาพของการพัฒนาแผนการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดย ใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม ที่มีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ 80/80 (E1 / E2) ลําดับ ที่ ชุดที่ 1 (10) ชุดที่ 2 (10) ชุดที่ 3 (10) ชุดที่ 4 (10) คะแนนทดสอบ ระหวางเรียน (กระบวนการ : E1) (40) คะแนนทดสอบ หลังเรียน (กระบวนการ : E2) (40) 1 7 8 9 8 32 34 2 9 8 7 8 32 34 3 9 9 9 8 35 38 4 8 10 9 9 36 36 จากตารางที่ 4.1 แสดงผลการวิเคราะหหาประสิทธิภาพของการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใช เทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม ที่มีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ 80/80


ลําดับ ที่ ชุดที่ 1 (10) ชุดที่ 2 (10) ชุดที่ 3 (10) ชุดที่ 4 (10) คะแนนทดสอบ ระหวางเรียน (กระบวนการ : E1) (40) คะแนนทดสอบ หลังเรียน (กระบวนการ : E2) (40) 5 8 7 8 7 30 32 6 7 7 8 9 31 32 7 7 7 6 7 27 30 8 8 9 8 9 34 36 9 9 9 8 8 34 36 รวม 72 74 72 73 291 308 เฉลี่ย 8.00 8.22 8.00 8.11 32.33 34.22 S.D. 0.87 1.09 1.00 0.78 2.78 2.54 % 80 82.2 80 81.1 80.8 85.5 จากตารางที่ 4.1 แสดงผลการวิเคราะหหาประสิทธิภาพของการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใช เทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ 80/80 (E1 /E2) พบวาโดยรวมแผนการจัดการเรียนรูโดย ใชเทคนิค5W1H มีประสิทธิภาพ เทากับ 80.8/85.5 สูงกวาเกณฑ 80/80 (E1 /E2) เมื่อพิจารณารายแผนจะ เห็นวา แผนการจัดการเรียนรูที่ 1 มีประสิทธิภาพเทากับรอยละ 80 แผนการจัดการเรียนรูที่ 2 มีประสิทธิภาพเทากับรอยละ 82.2 แผนการจัดการเรียนรูที่ 3 มีประสิทธิภาพเทากับรอยละ 80 แผนการจัดการเรียนรูที่ 4 มีประสิทธิภาพเทากับรอยละ 81.1 มีประสิทธิภาพตามเกณฑที่กําหนด 80/80 ตอนที่ 2 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหวางคะแนนทดสอบกอนเรียนและหลังเรียน โดย การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดี วิชา ภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม ดังตารางที่ 2


ตารางที่ 4.2 แสดงคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหวางคะแนนทดสอบกอนเรียนและหลังเรียน ดวยการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดี วิชา ภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม เลขที่ คะแนนกอนเรียน คะแนนหลังเรียน D 2 คะแนน (40) คะแนน (40) 1 15 32 17 289 2 10 32 22 484 3 16 35 19 361 4 14 36 22 484 5 17 30 13 169 6 15 31 16 256 7 16 27 11 121 8 16 34 18 324 9 18 34 16 256 ∑X 137 291 154 2,744 S.D. 2.28 2.78 - - ̅ 15.22 32.33 17.11 304.8 จากตารางที่ 4.2 : ผลสัมฤทธิ์กอนการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อ สงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียง วิทยาคม พบวาในภาพรวมนักเรียนไดคะแนนจากคะแนนเต็ม 40 คะแนน โดยมีคะแนนระหวาง 10 ถึง 18 คะแนน และผลสัมฤทธิ์หลังการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะห วรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม คะแนนเต็ม 40 คะแนน โดย มีคะแนนระหวาง 27 ถึง 36 คะแนน ตารางที่ 4.3 แสดงคาเฉลี่ย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน คาสถิติทดสอบที และระดับนัยสําคัญทางสถิติ ของการทดสอบเปรียบเทียบคะแนนสอบกอนและหลังเรียนการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภู เวียงวิทยาคม การทดสอบ คะแนนเต็ม ̅ S.D. t P-value หลังเรียน 40 15.22 2.28 13.914** 0.000 กอนเรียน 40 32.33 2.78 ** มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01


จากตารางที่ 4.3 พบวา นักเรียนที่ไดรับการจัดจัดการเรียนรูโดยใชเทคนิค 5W1H การคิด วิเคราะหวรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม มีคะแนน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกอนเรียนมีคาเฉลี่ย (̅= 32.33) หลังเรียนมีคาเฉลี่ย (̅= 32.33) แสดงใหเห็นวา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกวากอนเรียน แตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ 0.1 ตอนที่ 3 วิเคราะหความพึงพอใจของนักเรียนที่มีตอการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภู เวียงวิทยาคม โดยการหาคาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานแลวนําไปเปรียบเทียบกับเกณฑที่ตั้งไว ปรากฏผลดังตารางที่ 4.4 ตารางที่ 4.4 : แสดงคาเฉลี่ย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับความพึงพอใจของนักเรียนที่มีตอ การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม โดยรวม รายการ ระดับความพึงพอใจ ̅ S.D. แปลผล 1. ดานเนื้อหา 4.47 0.57 มาก 2. ดานการจัดกิจกรรมการเรียนรู 4.68 0.49 มากที่สุด 3. ดานสื่อและอุปกรณการเรียนการสอน 4.52 0.47 มากที่สุด 4. ดานการวัดผลและประเมินผล 4.46 0.55 มากที่สุด โดยรวม 4.54 0.51 มากที่สุด จากตารางที่4.4 พบวานักเรียนมีความพึงพอใจตอการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภู เวียงวิทยาคมโดยรวมอยูในระดับมากที่สุด คือ (̅= 4.54) เมื่อพิจารณาเปนรายดาน พบวา นักเรียนมีความ พึงพอใจมากที่สุดคือ ดานการจัดกิจกรรมการเรียนรูอูในระดับมากที่สุด (̅= 4.68) รองลงมาคือ ดานสื่อและ อุปกรณการเรียนอยูในระดับมากที่สุด (̅= 4.52) และต่ําสุดคือ ดานการวัดและประเมินผลอยูในระดับมาก (̅= 4.46)


ตารางที่ 4.5 แสดงคาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานความพึงพอใจของนักเรียนที่มีตอการพัฒนา แผนการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดี วิชา ภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม ดานเนื้อหา ดานเนื้อหา ระดับความพึงพอใจ ̅ S.D. แปลผล 1. เนื้อหาที่เรียนเปนเรื่องที่ชอบ 4.53 0.51 มากที่สุด 2. เนื้อหามีรูปแบบที่ชัดเจนเขาใจงาย 4.63 0.49 มากที่สุด 3. เนื้อหาที่เรียนไมยากเกินไป 4.34 0.58 มาก 4. เนื้อหาที่เรียนมีความนาสนใจ 4.61 0.50 มากที่สุด 5. เนื้อหามีความเหมาะสมกับเวลาเรียน 4.26 0.64 มาก รวม 4.47 0.57 มาก จากตารางที่ 4.5 พบวานักเรียนมีความพึงพอใจตอการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภู เวียงวิทยาคมดานเนื้อหา โดยรวมอยูในระดับมาก (̅= 4.47) เมื่อพิจารณาเปนรายขอ พบวา นักเรียนมี ความพึงพอใจมากที่สุดคือ เนื้อหามีรูปแบบที่ชัดเจนเขาใจงาย อยูในระดับมากที่สุด (̅= 4.63) รองลงมาคือ เนื้อหามีความนาสนใจ อยูในระดับมากที่สุด (̅= 4.61) และต่ําสุดคือ เนื้อหามีความเหมาะสมกับเวลาเรียน อยูในระดับมาก(̅= 4.26) ตารางที่ 4.6 : แสดงคาเฉลี่ย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับพึงพอใจของนักเรียนที่มี ตอการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะห เรื่องสังขทอง ตอนกําเนิดพระสังข วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 5 โรงเรียนหนองไผมอดินแดง ดานการจัด กิจกรรมการเรียนรู ดานเนื้อหา ระดับความพึงพอใจ ̅ S.D. แปลผล 1. มีความสนุกสนานกับการรวมกิจกรรมในชั่วโมงเรียน 4.63 0.49 มากที่สุด 2. ไดเรียนรูดวยตนเองอยางมีความสุข 4.76 0.43 มากที่สุด 3. รูสึกภูมิใจมากเมื่อตอบคําถาม 4.47 0.73 มาก 4. พอใจที่สามารถตรวจสอบคําถามดวยตนเอง 4.68 0.48 มากที่สุด 5. ไดฝกทักษะการทํางานกลุมและรายบุคคลดวยความมั่นใจ 4.87 0.34 มากที่สุด รวม 4.68 0.49 มากที่สุด


จากตารางที่ 4.6 พบวานักเรียนมีความพึงพอใจตอการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภู เวียงวิทยาคม ดานการจัดกิจกรรมการเรียนรูโดยรวมอยูในระดับมากที่สุด (̅= 4.68) เมื่อพิจารณาเปนราย ขอพบวานักเรียนมีความพึงพอใจมากที่สุดคือ ไดฝกทักษะการทํางานกลุมและรายบุคคลดวยความมั่นใจอยูใน ระดับมากที่สุด (̅= 4.87) รองลงมาไดเรียนรูดวยตนเองอยางมีความสุขอยูในระดับมากที่สุด (̅= 4.76) และต่ําสุดคือ รูสึกภูมิใจมากเมื่อตอบคําถามอยูในระดับมาก (̅= 4.47) ตารางที่ 4. 7 แสดงคาเฉลี่ย สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับพึงพอใจของนักเรียนที่มีตอการ พัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม สื่อและอุปกรณการเรียนการสอน ดานสื่อและอุปกรณการเรียนการสอน ระดับความพึงพอใจ ̅ S.D. แปลผล 1. สื่อ/อุปกรณการเรียนรูมีการเราความสนใจในการเรียนรูมากขึ้น 4.66 0.48 มากที่สุด 2. สื่อ/อุปกรณการเรียนรูที่ใชทําใหเขาใจในการเรียนรูไดงายขึ้น 4.29 0.46 มาก 3. สื่อ/อุปกรณการเรียนรูมีความหลากหลาย 4.76 0.43 มากที่สุด 4. สื่อ/อุปกรณการเรียนรูมีความเหมาะสมกับกิจกรรม 4.37 0.49 มาก รวม 4.52 0.47 มากที่สุด จากตารางที่ 4.7 พบวาการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรูโดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะ การคิดวิเคราะหวรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม ของนักเรียน ระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 5 ดานสื่อและอุปกรณการเรียนการสอน โดยรวมอยูในระดับมากที่สุด (̅= 4.52) เมื่อพิจารณาเปนรายขอพบวานักเรียนมีความพึงพอใจมากที่สุดคือ สื่อ/อุปกรณการเรียนรูมีความหลากหลาย อยูในระดับมากที่สุด (̅ = 4.76) รองลงมาคือสื่อ/อุปกรณการเรียนรูมีการเราความสนใจในการเรียนรูมาก ที่สุด (̅ = 4.66) และต่ําสุดคือ สื่อ/อุปกรณการเรียนรูมีความเหมาะสมกับกิจกรรมอยูในระดับมาก (̅ = 4.37)


ตารางที่ 4.8 : คาเฉลี่ยและสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานความพึงพอใจของนักเรียนที่มีตอผลการพัฒนา แผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม ดานการวัดและประเมินผล ระดับความพึงพอใจ ̅ S.D. แปลผล 1. ครูชี้แจง อธิบายการวัดและประเมินผลทุกครั้ง 4.45 0.50 มาก 2. วิธีการวัดผลและประเมินผลมีความเหมาะสมกับนักเรียน 4.47 0.51 มาก 3. เมื่อมีการทดสอบยอยแตละเรื่องทําใหนักเรียนไดนําไปปรับปรุง การเรียนรูของตนเองอยูเสมอ 4.39 0.55 มาก 4. นักเรียนมีโอกาสทราบผลคะแนนจากการเรียนรูแตละเรื่องทันที 4.53 0.65 มากที่สุด รวม 4.46 0.55 มาก จากตารางที่ 4.8 พบวานักเรียนมีความพึงพอใจตอการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภู เวียงวิทยาคม ดานการวัดผลและประเมินผลโดยรวมอยูในระดับมาก (̅= 4.46) เมื่อพิจารณาเปนรายขอ พบวานักเรียน มีความพึงพอใจมากที่สุดคือนักเรียนมีโอกาสทราบผลคะแนนจากการเรียนรูแตละเรื่องทันทีอยู ในระดับมาก (̅= 4.53) รองลงมาคือวิธีการวัดผลและประเมินผลมีความเหมาะสมกับนักเรียนอยูในระดับ มากที่สุด (̅= 4.47) และต่ําสุดคือเมื่อมีการทดสอบยอยแตละเรื่องทําใหนักเรียนไดนําไปปรับปรุงการ เรียนรูของตนเองอยูเสมออยูในระดับมาก (̅= 4.39)


บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และขอเสนอแนะ การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม มีวัตถุประสงคเพื่อพัฒนาแผนการ จัดการเรียนรู เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ความสามารถการคิดวิเคราะห และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของ นักเรียนที่มีตอการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดี วิชา ภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม ผูศึกษาสรุปผลอภิปรายผล และ ขอเสนอแนะดังรายละเอียดตอไปนี้ 5.1 สรุปผลการศึกษา 5.2 อภิปรายผลการศึกษา 5.3 ขอเสนอแนะ 5.1 สรุปผลการศึกษา จากผลการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะห วรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม สรุปผลไดดังนี้ 1. ผลการวิเคราะหหาประสิทธิภาพของการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อ สงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียง วิทยาคม ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ 80/80 (E1 /E2) พบวาโดยใชเทคนิค 5W1H มีประสิทธิภาพ (E1 /E2) เทากับ 80.8/85.5 สูงกวาเกณฑ 80/80 (E1 /E2) เมื่อพิจารณารายแผนจะเห็นวาการใชเทคนิค 5W1H ที่ 1 มี ประสิทธิภาพเทากับรอยละ 80 แผนที่ 2 มีประสิทธิภาพเทากับรอยละ 82.2 แผนที่ 3 มีประสิทธิภาพเทากับ รอยละ 80 และแผนที่ 4 มีประสิทธิภาพเทากับรอยละ 81.1 มีประสิทธิภาพตามเกณฑที่กําหนด 80/80 2. ผลสัมฤทธิ์กอนการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิด วิเคราะหวรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม มีคะแนน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกอนเรียนมีคาเฉลี่ย (̅= 15.22) หลังเรียนมีคาเฉลี่ย (̅= 32.33) แสดงใหเห็นวา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกวากอนเรียน แตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3. นักเรียนมีความพึงพอใจตอการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริม ทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม โดยรวมอยูในระดับมาก (̅= 4.47) เมื่อพิจารณาเปนรายดานพบวา นักเรียนมีความพึงพอใจมากที่สุด คือ ดานการจัดกิจกรรมการเรียนรูอยูในระดับมากที่สุด (̅= 4.68) รองลงมาคือ ดานสื่อและอุปกรณการเรียนอยู ในระดับมากที่สุด (̅= 4.52) และต่ําสุดคือ ดานการวัดผลประเมินผลอยูในระดับมาก (̅= 4.46)


5.2 อภิปรายผลการศึกษา จากศึกษาเรื่อง การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิด วิเคราะหวรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม สามารถอภิปราย ผลไดดังนี้ 5.2.1 อภิปรายผลการศึกษารองการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรูโดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริม ทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม สามารถอภิปรายผลไดดังนี้ 1. ผลการวิเคราะหหาประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรูโดยใชแบบฝกทักษะการ คิดวิเคราะห รายวิชาภาษาไทยที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ 80/80 (E1 /E2) พบวาโดยรวมการใชเทคนิค 5W1H ประสิทธิภาพ (E1 /E2) เทากับ 80/85.5 เปนไปตามเกณฑ 80/80 (E1 /E2) เมื่อพิจารณารายแผนจะ เห็นวาการใชเทคนิค 5W1H ในแผนการจัดการเรียนรูที่ 1 มีประสิทธิภาพเทากับรอยละ 80 แผนที่ 2 มี ประสิทธิภาพเทากับรอยละ 82. 2 แผนที่ 3 มีประสิทธิภาพเทากับรอยละ 80 แผนที่ 4 มีประสิทธิภาพเทากับ รอยละ 81.1 มีประสิทธิภาพตามเกณฑที่กําหนด 80/80 แสดงวาการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใช เทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม มีประสิทธิภาพสูงกวาเกณฑที่ตั้งไวซึ่งสอดคลองกับสมมติฐานการวิจัยขอที่ 1 การ จัดการเรียนรูโดยใชการสอนแบบดวยเทคนิค 5W1H สงผลใหนักเรียนมีความกระตือรือรนในการเรียนรู มี ความรับผิดชอบในการศึกษาเนื้อหาที่ตนเองไดรับเพื่อ นําผลงานของตนมานําเสนอและถายทอดความรูให เพื่อนในกลุมไดฟงเมื่อนักเรียนฟงเนื้อหาที่เพื่อแตละคน นําเสนอแลวสรุปองคความรูรวมความคิดของกลุมซึ่ง เปนการสงเสริมใหนักเรียนไดแสดงความคิดเห็นไดแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสมาชิกในกลุมเกิดการยอมรับ ฟงความคิดเห็นซึ่งกันและกัน และมีการชวยเหลือกันในกลุมเพื่อใหผลงานของกลุมออกมาดีที่สุดซึ่งสอดคลอง กับงานของ ชวนพิศ คชริน (2555) ไดศึกษาการพัฒนาชุดการสอนแบบ 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิด วิเคราะห รายวิชาภาษาไทย ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา โดยมีวัตถุประสงคเพื่อ 1) พัฒนาชุดการสอนแบบ 5W1H ในการสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะห รายวิชาภาษาไทย ของนักเรียนระดับประถมศึกษาและ 2) ศึกษา ผลการใชชุดการสอนแบบ 5W1H ในการสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะห รายวิชาภาษาไทย ของนักเรียนระดับ มัธยมศึกษา กลุมตัวอยางที่ใชในงานวิจัยครั้งนี้เปนนักเรียนระดับประถมศึกษาปที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2555 โรงเรียนบานน้ําฉํา สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎรธานี เขต 1 จํานวน 21 คน โดยที่ ผูวิจัยเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใชในการวิจัยไดแก 1) ชุดการสอนแบบ 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิด วิเคราะหรายวิชาภาษาไทยของนักเรียนระดับประถมศึกษาจํานวน 5 ชุดกิจกรรมและ 2) แบบทดสอบทักษะ การคิดวิเคราะหเปนแบบทดสอบแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จํานวน 20 ขอ สถิติที่ใชในการวิเคราะหขอมูลไดแก คารอยละคา เฉลี่ยคาเบี่ยงเบนมาตรฐานและ t-test ผลการวิจัยพบวา 1) ชุดการสอนแบบ 5W1H เพื่อ สงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหรายวิชาภาษาไทยของนักเรียนระดับประถมศึกษามีประสิทธิภาพ 85.90/83.81 ซึ่งเปนไปตามเกณฑที่กําหนดไว 2) ผลการใชชุดการสอนแบบ 5W1H ในการสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะห


รายวิชาภาษาไทยของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษากอนเรียนและหลังเรียนสูงขึ้นอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ ระดับ 0.05 5.2.2 ผลสัมฤทธิ์กอนการพัฒนาการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริม ทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม จาก ผลการวิจัยดังกลาวแสดงใหเห็นวาการพัฒนา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใชการสอนดวยเทคนิค 5W1H ทํา ใหนักเรียนผานเกณฑการเรียนรูจากการรวมมือรวมใจกัน ของสมาชิกในกลุมการปฏิบัติกิจกรรมที่ผูศึกษา ได จัดเตรียมไวในแตละแผนการจัดการเรียนรูซึ่งสอดคลองกับ งานวิจัยของ กรองทิพย สุรัตนตะโก (2557) ไดได ศึกษาผลการใชกระบวนการคิดวิเคราะหรวมกับเทคนิค 5W1H และผังกราฟก ที่มีตอความสามารถในคิด วิเคราะห กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 5 กับเกณฑรอยละ 60 2) เพื่อ ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีตอกระบวนการคิดวิเคราะหรวมกับเทคนิค 5W1H และผังกราฟก กลุม ตัวอยางคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 5/1 โรงเรียนบานเนินโมก จังหวัดชลบุรี ภาคเรียนที่ 1 ปการศึกษา 2557 จํานวน 30 คน เครื่องมือการวิจัยประกอบดวย 1)แผนการจัดการเรียนรูโดยใชกระบวนการคิดวิเคราะห รวมกับเทคนิค 5W1H และผังกราฟก จํานวน 6 แผน 2) แบบทดสอบวัดความสามารถในการอานเชิงคิด วิเคราะห แบบปรนัย จํานวน 30 ขอ 3) แบบทดสอบถามความพึงพอใจตอการใชกระบวนการคิดวิเคราะห รวมกับเทคนิค 5W1H และผังกราฟก จํานวน 12 ขอสถิติในการวิเคราะหขอมูลไดแก คาเฉลี่ย คาเบี่ยงเบน มาตรฐานและการทดสอบคาที ผลการวิจัยพบวา 1) ความสามารถในการอานเชิงคิดวิเคราะหโดยใช กระบวนการคิดวิเคราะหรวมกับเทคนิค 5W1H และผังกราฟก คะแนนหลังเรียนสูงกวาที่กําหนดไวรอยละ 60 อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 2) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีตอผลการใชกระบวนการคิดวิเคราะห รวมกับเทคนิค 5W1H และผังกราฟกโดยภาพรวมอยูในระดับมากที่สุด 5.2.3 ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีตอการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อ สงเสริมทักษะการคิดวิเคราะหวรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียง วิทยาคม โดยเนนทักษะกระบวนการทํางานเปนกลุมอยูในระดับมาก ในการทํางานกลุมจะเห็นวานักเรียน ทุก คนจะใหความรวมมือในการทํางานและมีความรับผิดชอบตองานที่ตนเองไดรับมอบหมายเพราะตองการ ให กลุมของตนเองไดคะแนนที่สูงกวากลุมอื่นแสดงใหเห็นวา การจัดกลุมนักเรียนโดยการคละกันตามความรู ความสามารถไมแยกเพศเปนการเปดโอกาสใหนักเรียน ไดแนะนําซึ่งกันและกันไดแสดงความคิดเห็นการมี ความรวมมือกันในการงานผูที่เรียนเกงไดผูที่นักเรียนออนและเปนการทบทวนความรูของตนเองดวยมีการ สงเสริมใหกับนักเรียนไดรูและเขาใจบทบาทของการเปนผูนํา ผูตามและการเปน สมาชิกที่ดีของกลุมซึ่ง สอดคลองกับงานวิจัยของทําการศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กชกร เปาสุวรรณ และคณะ (2550) ไดกลาวถึงความหมายของความพึงพอใจวา สิ่งที่ควรจะเปนไปตามความตองการ ความพึงพอใจเปนผล ของการแสดงออกของทัศนคติของบุคคลอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเปนความรูสึกเอนเอียงของจิตใจที่มีประสบการณ ที่มนุษยเราไดรับอาจจะมากหรือนอยก็ได และเปนความรูสึกที่มีตอสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งเปนไปไดทั้งทางบวกและ ทางลบ แตก็เมื่อไดสิ่งนั้น สามารถตอบสนองความตองการ หรือทําใหบรรลุจุดมุงหมายได ก็จะเกิดความรูสึก


บวก เปนความรูสึกที่พึงพอใจ แตในทางตรงกันขาม ถาสิ่งนั้นสรางความรูสึกผิดหวัง ก็จะทําใหเกิดความรูสึก ทางลบ เปนความรูสึกไมพึงพอใจ 5.3 ขอเสนอแนะ ขอเสนอแนะในการศึกษา ผูศึกษาขอเสนอตามลําดับดังนี้ 1. การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะห วรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม ตองมีการศึกษาเนื้อหาตาม หลักทฤษฏีใหทองแทและสอดคลองกับเนื้อหาในรายวิชาที่จัดทํา ควรคํานึงถึงความเหมาะสมในดานของเวลา เนื้อหาสื่อการเรียนการสอนที่เหมาะสม 2. การพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะห วรรณคดี วิชาภาษาไทย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/7 โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม ที่มีประสิทธิภาพจะตองผาน กระบวนการสรางที่เปนระบบ ผานการประเมิน ตรวจสอบคุณภาพ จากผูทรงคุณวุฒิผานการปรับปรุงแกไข ขอบกพรอง และนําไปทดลองหาประสิทธิภาพ จึงจะยอมรับไดวาแผนการจัดการเรียนรูโดยใชเทคนิค 5W1H เปนแผนที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑมาตรฐาน เชน 80/80 เปนตน 3. ครูสามารถนําแผนการจัดการเรียนรูที่ผูศึกษาสรางขึ้นไปใชในรายวิชาภาษาไทย เรื่องสังข ทอง ตอนกําเนิดพระสังข ได 4. ครูควรชี้แจงขั้นตอนการเรียนรูใหผูเรียนทราบอยางชัดเจนเพื่อสงเสริมโอกาสในการประสบ ความสําเร็จในการเรียน 5. ครูควรจัดบรรยากาศที่เอื้อตอการเรียนรูโดยการใชสื่อการเรียนรูในเรื่องนั้นๆ 6. ควรทําการพัฒนาแผนการจัดการเรียนรูใหตรงกับจุดประสงคการเรียนรูอื่นๆตอไป 7. ควรเนนการจัดทําแผนการจัดการเรียนรูที่เปนสื่อประสมและเปดโอกาสใหนักเรียนมีปฏิสัมพันธ กับสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและสอดคลองกับการเรียนแบบไทยแลนดยุค 4.0 8. ควรคนนําแผนการจัดการเรียนรูที่สรางขึ้นไปทดลองใชกับนักเรียนโรงเรียนอื่นๆเพื่อจะได ขอสรุปการวิจัยกวางขวางใหมากยิ่งขึ้น 5.3.2 ขอเสนอแนะในการศึกษาคนควาตอไป 1. ควรเปรียบเทียบวิธีการสอน โดยใชเทคนิค 5W1H กับวิธีสอนที่หลากหลายเพื่อเปรียบเทียบ ความแตกตาง 2. ควรเปรียบเทียบวิธีสอน โดยใชเทคนิค 5W1H ในรายวิชาอื่นเพื่อเปรียบเทียบความแตกตาง และ ผลทางการเรียน


3. ควรมีการศึกษาตัวแปร และปจจัยที่มีอิทธิพลตอการเรียนรูดวยเทคนิค 5W1H เชน เจตคติความ คงทนในการเรียนรูเพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนใหมีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น


บรรณานุกรม กชกร เปาสุวรรณ และคณะ (2550). ความคาดหวังและความพึงพอใจตอการศึกษาตอที่มหาวิทยาลัยราช ภัฏ สวนดุสิต ศูนยสุโขทัย. คณะมนุษยศาสตรและสังคมศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต. กรองทิพย สุราตะโก. (2557). ผลการใชกระบวนการคิดวิเคราะหรวมกับเทคนิค 5W1H และผังกราฟกที่มี ตอความสามารถในการอานเชิงคิดวิเคราะห กลุมสาระภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 5. หลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน. : มหาวิทยาลัยทักษิณ เกริก ทวมกลางและจินตนา ทวมกลาง. (2555). การพัฒนาสื่อ/นวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อเลื่อนวิทยุ ฐานะ. กรุงเทพฯ : เยลโลการพิมพ. เขียน วันทนียตระกูล. (2552). หลักการและวิธีการสอน. เชียงใหม : มหาวิทยาลัยมหามกุฏราช.......... วิทยาลัย วิทยาเขตลานนา. ชวนพิศ คชริน. (2555). การพัฒนาชุดการสอนแบบ 5W1H เพื่อสงเสริมทักษะการคิดวิเคราะห รายวิชา ภาษาไทย ของนักเรียนระดับประถมศึกษา. หลักสูตรปริญญาครุศาตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการ บริหารนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาปการศึกษา 2555 : มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ชาตรี สําราญ. (2548). สอนใหผูเรียนคิดวิเคราะหไดอยางไร. วารสารสานปฏิรูป 8, 83 (มี.ค. 2548) : 40 – 41. ดาวนภา ฤทธแกว. (2548). การเปรียบเทียบความสามารถของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5 ที่ความถนัด ทางการเรียนแตกตางกันในโรงเรียนสังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดมุกดาหาร. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. ดวงพร เฟองฟู. (2559). การพัฒนาชุดกิจกรรมการอานจับใจความ โดยใชเทคนิค 5W1H เพื่อสงเสริมการ อานกลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 6. หลักสูตรศึกษาศาสตร มหาบัณฑิต สาชาวิชาหลักสูตรและการสอน วิทยาลัยครุศาสตร. : มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย. ดาราณี โพธิ์ไทร. (2552). การพัฒนาแบบฝกทักษะภาษาไทย เรื่อง การเขียนสะกดคําที่ไมตรงตาม มาตราตัวสะกดโดยใชการเรียนรูแบบรวมมือ สําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ดิลก ดิลกานนท. (2534). “การฝกทักษะการคิดเพื่อสงเสริมความคิดสรางสรรค”. กรุงเทพฯ : วิทยานิพนธปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร. ทิศนา แขมมณี และคณะ. (2544). วิทยาการดานการคิด. กรุงเทพฯ : เดอะมาสเตอรกรุปแมเนจเมนทจํากัด. บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องตน. กรุงเทพมหานคร : สุวีริยาสาสน.


_______ . (2556). วิธีการทางสถิติสําหรับการวิจัย เลม 1. กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาสน. เบ็ญจวรรณ เสาวโค. (2553). การพัฒนาแบบฝกทักษะภาษาไทย เรื่อง การเขียนสะกดคําตามมาตรา... ตัวสะกดโดยใชกิจกรรมการเรียนรูแบบรวมมือเทคนิค STAD สําหรับนักเรียนชั้น........... ประถมศึกษาปที่ 1. ครุศาสตรมหาบัณฑิต วิชาหลักสูตรและการสอน. บุรีรัมย : มหาลัยราชภัฏ บุรีรัมย ภคพร เครือจันทร. (2559). การศึกษาความสามารถในการคิดวิเคราะหของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่4 โรงเรียนนายกวัฒนากร วัดอุดมธานีจังหวัดนครนายก โดยใชเทคนิคการตั้งคาถาม (5W1H) ในการจัดการเรียนรู. หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. : มหาวิทยาลัยนอรทกรุงเทพ. เรืองยศ ศิริเสาร. (2553). การพัฒนาการอานและการเขียนสะกดคาไมตรงตามาตราตัวสะกด โดยใช แบบฝกทักษะ กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ 4 โรงเรียนบาน...... หนองบัวกุดออ. วิทยานิพนธ ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. วัชรา เลาเรียนดี. (2547). เทคนิคการจัดการเรียนรูสาหรับครูมืออาชีพ. นครปฐม : มหาวิทยาลัย ศิลปากร. วิมล เหลาแคน. (2552). ผลการเรียนรูภาษาไทย เรื่องการสรางคําตอบตามหลักเกณฑทางภาษาดวยการ จัดกิจกรรมตามแนวคิดโดยใชสมองเปนฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3. รายงานการศึกษาอิสระ ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม วันชัย แยมจันทรฉาย. (2554). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยของนักเรียน .... ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5 ที่จัดการเรียนรูโดยใชโครงงานกับการเรียนตามปกติ. นครสวรรค.... สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42. ศิริพงษ จรัสโรจนกุล. (2555). ศึกษาความพึงพอใจของผูปกครองนักเรียนที่มีตอการจัดการศึกษาของ โรงเรียนเซนตหลุยส ฉะเชิงเทรา ปการศึกษา 2555. งานวิจัย ฝายสํานักผูอํานวยการ .. โรงเรียนเซนตหลุยส ฉะเชิงเทรา. สุรีรัตน พะจุไทย. (2558). การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะหโดยใชวิธีการสอนแบบสืบสอบ 7E รวมกับ เทคนิค การตั้งคําถาม 5W1H สําหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ 3. ปริญญาศึกษาศาสตร มหาบัณฑิต สาขาวิชาการวิจัยและพัฒนาหลักสูตร คณะครุศาสตรอุตสาหกรรม. : มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี สุธาดา สนธิเวช. (2551). ความพึงพอใจของพระสงฆตอการบริหารจัดการโรงพยาบาลสงฆ วิทยานิพนธพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตรมหาวิทยาลัยมหาจุฬา ... ลงกรณราชวิทยาลัย. สุวิทย มูลคํา. (2554). การจัดกิจกรรมการเรียนรูที่เนนการคิด. กรุงเทพฯ : อี เค บุคส.


สําลี รักสุทธี. (2553). การจัดทําสื่อนวัตกรรมและแผนประกอบสื่อนวัตกรรม. นนทบุรี : เพิ่มทรัพย ... การพิมพ. เอนก พ.อนุกูลบุตร. (2547). “การสอนใหคิดเปน”. วารสารวงการครู. (4 เมษายน 2547) : 62 – 63


ภาคผนวก ก


แผนการจัดการเรียนรูที่ 1 กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย วิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2562 หนวยการเรียนรูที่ 1 สังขทอง ตอนกําเนิดพระสังข เวลาเรียน 5 ชั่วโมง เรื่อง การคิดวิเคราะหจากสื่อวิดิโอ ผูสอน นางสาวรวิสรา จิตรบาน โรงเรียนภูเวียงวิทยาคมูเวียงวิทยาคม สอนวันที่.......................................... เวลา....................................... 1. มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท 5.1 เขาใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณวรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยางเห็นคุณคา และนํามาประยุกตใชในชีวิตจริง ตัวชี้วัด 1. ท 5.1 ป. 5/1 สรุปเรื่องจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อาน 2. สาระสําคัญ สรุปเรื่องจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อาน 3. จุดประสงคการเรียนรูสูตัวชี้วัด K (พุทธิพิสัย) P (ทักษะ/กระบวนการ) A (จิตพิสัย) 1. บอกวิธีการสรุปเรื่องจาก วรรณคดีได 2. บอกวิธีการสรุปเรื่องจาก วรรณกรรมได 3. วิเคราะหเรื่องจากวรรณคดีได 4. วิเคราะหเรื่องจากวรรณกรรม ได 5. สรุปเรื่องจากวรรณคดีหรือ วรรณกรรมที่อานได 1. ทักษะในการสื่อสาร 2. ทักษะการคิด 3. ทักษะการแกปญหา 4. ทักษะการใชชีวิต 5. ทักษะการใชเทคโนโลยี 1. รักชาติ ศาสนกษัตริย 2. ซื่อสัตยสุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝเรียนรู 5. อยูอยางพอพียง 6. มุงมั่นในการทํางาน 7. รักความเปนไทย 8. มีจิตสาธารณะ 4. สาระการเรียนรู พุทธิพิสัย (K) 1. วิธีการสรุปเรื่องจากวรรณคดี 2. วิธีการสรุปเรื่องจากวรรณกรรม 3. วิเคราะหเรื่องจากวรรณคดี 4. วิเคราะหเรื่องจากวรรณกรรม 5. สรุปเรื่องจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อาน


ทักษะ/กระบวนการ (P) 1. ทักษะในการสื่อสาร 2. ทักษะการคิด 3. ทักษะการแกปญหา 4. ทักษะการใชชีวิต 5. ทักษะการใชเทคโนโลยี จิตพิสัย (A) 1. รักชาติ ศาสน กษัตริย 2. ซื่อสัตยสุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝเรียนรู 5. อยูอยางพอพียง 6. มุงมั่นในการทํางาน 7. รักความเปนไทย 8. มีจิตสาธารณะ 5. การจัดกิจกรรมการเรียนรู แผนจัดการเรียนรูที่ 13 ชั่วโมงที่ 2 (1 ชั่วโมง) ขั้นที่ 1 เตรียมเนื้อหา 1. แจงสาระการเรียนรู จุดประสงคกาเรียนรู แนวปฏิบัติ เกณฑการผานและวิธีซอมเสริมเมื่อนักเรียน ไมผานเกณฑ 2. ครูถามความรูที่มีอยูของนักเรียนเกี่ยวกับเรื่องสังขทอง ตอนกําเนิดพระสังข 3. ครูเปดวิดิโอเรื่องสังขทอง ตอนกําเนิดพระสังข ใหนักเรียนดู ขั้นที่ 2 กําหนดสิ่งที่ตองการวิเคราะห 1. หลังจากดูวิดิโอเสร็จ ครูกําหนดหัวขอในการคิดวิเคราะห หัวขอที่ใชในการคิดวิเคราะห คือ การคิด วิเคราะหโดยการใชเทคนิค 5W1H จากบทนําและเนื้อเรื่องยอ จากวรรณคดี เรื่องสังขทอง 2. นักเรียนรวมกันวิเคราะหเนื้อหาของเรื่องสังขทอง ตอนกําเนิดพระสังข แบบพอสังเขป 3. ครูสรุปเรื่องสังขทอง ตอนกําเนิดพระสังข ทางการดูวิดิโอใหนักเรียนฟง ขั้นที่ 3 กําหนดปญหา 1. หลังจากที่นักเรียนไดดูวิดิโอเรื่องสังขทอง ตอนกําเนิดพระสังข 1 รอบ เพื่อทําความเขาใจในเนื้อหา ของเรื่องแลว ครูกําหนดปญหาที่จะใหนักเรียนวิเคราะหเกี่ยวกับเนื้อหาที่อาน เชน ตัวละครที่ปรากฏอยูในบท นําและเนื้อเรื่องยอ จากวรรณคดี เรื่องสังขทอง มีทั้งหมดกี่ตัว โดยใหนักเรียนวิเคราะหรวมกัน แลวออกมา นําเสนอหนาชั้นเรียน


ขั้นที่ 4 กําหนดหลักการหรือกฏเกณฑ 1. ครูกําหนดหลักการและแนวโนมคําตอบในการคิดวิเคราะหโดยใชเทคนิคการตั้งคําถามใหกับ นักเรียน 2. นักเรียนตอบคําถามตรงตามที่ครูกําหนดหลักการคิดวิเคราะหโดยใชเทคนิคการตั้งคําถามที่ครูเปนคนตั้ง เอาไว ขั้นที่ 5 การพิจารณาแยกแยะ 1. ในการตอบคําถาม ครูจะมีคําถามอยูจํานวน 5 ขอ แลวใหนักเรียนพิจารณา แยกแยะและวิเคราะห คําตอบจากเนื้อหาที่ไดอานมาขางตน เพื่อตอบคําถามใหถูกตองที่สุด ขั้นที่ 6 สรุปคําตอบ 1. หลังจากทําใบงานที่ไดรับมอบหมายเสร็จเรียบรอยนักเรียนรวมกันสรุปคําตอบที่ไดจาก การคิดวิเคราะหโดยใชเทคนิค 5W1H 2. ครูสรุปและอภิปรายใหนักเรียนฟงพรอมทั้งเปดโอกาสใหนักเรียนถามในสิ่งที่สงสัย 6. สื่อ/แหลงการเรียนรู 1. วรรณคดีและวรรณกรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 5 2. สื่อวิดิโอเรื่องสังขทอง ตอนกําเนิดพระสังข 3. สื่อ Power Point 7. หลักฐานการเรียนรู 1. แบบฝกทักษะที่ 1 8. การวัดและประเมินผลการเรียนรู จุดประสงค วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑการวัด พุทธิพิสัย (K) 1. บอกวิธีการสรุปเรื่อง จากวรรณคดีได 2. บอกวิธีการสรุปเรื่อง จากวรรณกรรมได 3. วิเคราะหเรื่องจาก วรรณคดีได 4. วิเคราะหเรื่องจาก วรรณกรรมได 5. สรุปเรื่องจากวรรณคดี หรือวรรณกรรมที่อานได ใชแบบฝกทักษะ - แบบทดสอบกอนเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน ( 10 คะแนน) - แบบฝกทักษะเรื่อง สรุปเรื่องจากวรรณคดี หรือวรรณกรรมที่อาน ( 10 คะแนน) รอยละ 70 ผานเกณฑ ทักษะพิสัย (P) 1. ทักษะในการสื่อสาร ใชแบบสังเกต 1.แบบประเมินทักษะ พิสัย (สมรรถนะ) รอยละ 70 ผานเกณฑ


2. ทักษะการคิด 3. ทักษะการแกปญหา 4. ทักษะการใชชีวิต 5. ทักษะการใช เทคโนโลยี 2. แบบฝกทักษะ ( 10 คะแนน) จิตพิสัย (A) 1. รักชาติ ศาสน กษัตริย 2. ซื่อสัตยสุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝเรียนรู 5. อยูอยางพอพียง 6. มุงมั่นในการทํางาน 7. รักความเปนไทย 8. มีจิตสาธารณะ ใชแบบสังเกต แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค ( 10 คะแนน) รอยละ 80 ผานเกณฑ 8. แหลงที่มาเพิ่มเติม หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ป. 5 ตามหลักสูตรแกนกลาง 2551 สถาบันพัฒนาคุณภาพ วิชาการ (พว.) 701 ถนนนครไชยศรี แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 103 9. บันทึกผลหลังสอน ชั่วโมงที่ …….... ผลการเรียนรู ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ปญหาและอุปสรรค ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................


ขอเสนอแนะ/แนวทางแกไข ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ลงชื่อ..................................................ผูสอน (............................................................) วันที่........เดือน...................................พ.ศ................. 10. ความคิดเห็น/ขอเสนอแนะของผูบริหารหรือผูที่ไดรับมอบหมาย ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ลงชื่อ.................................................ผูบริหาร/ผูไดรับมอบหมาย (............................................................) วันที่........เดือน...................................พ.ศ...............


ภาคผนวก


แบบทดสอบกอนเรียน เรื่อง สังขทอง ตอนกําเนิดพระสังข ชื่อ ____________________________________________ เลขที่__________ชั้น _______ คําชี้แจง ใหนักเรียนกากบาทหนาคําตอบที่ถูกตองที่สุด (10 คะแนน) 1. สังขทองเปนละครที่เลนกันมาตั้งแตสมัยใด ก. สุโขทัย ข. อยุธยา ค. ธนบุรี ง. รัตนโกสินทร 2. กษัตริยองคใดทรงพระราชนิพนธบทละครนอก เรื่อง สังขทอง ขึ้นใหม ก. สมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลดมหาราช ข. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว ค. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยูหัว ง.พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลานภาลัย 3. เพราะเหตุใดนางจันทรเทวีจึงคลอดลูกเปนหอยสังข ก. กรรมเกา ข. อธิษฐาน ค. ถูกสับเปลี่ยนทารก ง. นางจันทรเทวีมีชาติกําเนินเดิมเปนหอยสังข 4. พระสังขออกมาจากหอยสังข เพราะเหตุใด ก. อยากเที่ยวเลนดูโลกภายนอก ข. เทวดามาชวยใหออกจากหอยสังข ค. มาชวยไลไกที่มากินขาวของมารดา ง. เติบโตมากไมสามารถอยูในหอยสังขไดอีกตอไป 5. ขอใดคือลักษณะนิสัยของพระสังขในตอนนี้ ก. กตัญู ข. ซื่อสัตย ค. เฉลียวฉลาด ง. ขยันหมั่นเพียร 6. ขอใดเรียงลําดับเหตุการณไดถูกตอง 1. พระสังขหุงหาอาหารใหพระมารดา 2. พระสังขไลไกปาที่มากินขาว 3. นางจันทเทวีรูความจริงเรื่องพระโอรส


4. นางจันเทวีไปหาของปา ก. 2 3 1 4 ข. 2 1 3 4 ค. 4 2 1 3 ง. 4 1 2 3 7. ขอใดถูกตองตามเนื้อเรื่อง ก. พระสังขจับไกปามาทําอาหารใหพระมารดา ข. พระสังขออกจากหอยสังขเมื่ออายุ 15 ป ค. ทาวยศวิมลสั่งใหประหารนางจันเทวี ง. นางจันเทวีเปนผูทําลายหอยสังข เทพบุตรจุติมาวันเกิด กําเนิดผิดพนคนทั้งหลาย บุญญาธิการนั้นมากมาย จะล้ําเลิศพรายเมื่อปลายมือ ถึงจะตกน้ําก็ไมไหล ตกในกองกูณฑไมสมชื่อ จะไดผานบานเมืองเลื่องลือ อึงอื้อดินฟาบันดาล 8. ขอใดสรุปเรื่องคําขอใดสรุปจากคําประพันธตอนนี้ไดถูกตอง ก. พระสังขมีความพิการมาแตกําเนิด ข. พระสังขมีรางกายเปนอมตะไมมีวันตาย ค. พระสงฆจะเปนพระมหากษัตริยที่ใหญที่สุดในอนาคต ง. พระสังขเปนผลลัพธที่มีฤทธิ์เหนือกวาเทพพลเทวดา 9. บทละครนอกเรื่องสังขทองตอนกําเนิดพระสังขใหขอคิดเดนชัดที่สุด เรื่องใด ก. กฎแหงกรรม ข. ความรักของแมที่มีตอลูก ค. ความเชื่อในคําทํานายของโหร ง. ความอดทนและเขมแข็งของสตรี 10. คําประพันธบทใดกอใหเกิดคุณคาดานอารมณมากที่สุด ก. สวมสอดกอดพระมารดา เกศาพลางทางรองไห แมตอยสังขแตกแหลกไป ร่ําไรเสียดายไมไหวคิด ข. เมื่อนั้น พระกุมารมาเยี่ยมหอยแลหา ไมแจงวาองคพระมารดา แสงฝากคอยอยูไมรูกาย ค. เทพบุตรจุติมาบังเกิด กําเนิดผิดพนคนทั้งหลาย บุญญาธิการดันมากมาย จะเลิศล้ําเพริศพรายเมื่อปลายมือ ง. สงัดเงียบผูคนไมพูดจา เล็ดลอดออกมาแลวผานไป ที่นั่งนอกชานสําราญกาย เก็บกวาดทรายเลนไมรูตัว


เฉลยแบบทดสอบกอนเรียนและหลังเรียน เรื่อง สังขทอง ตอน กําเนิดพระสังข กอนเรียน หลังเรียน ผาน/ไมผาน ผาน เกณฑการใหคะแนนแบบทดสอบ เรื่อง สังขทอง ตอน กําเนิดพระสังข เกณฑการใหคะแนน แบบทดสอบมีจํานวน 10 ขอ ขอละ 1 คะแนน คะแนนเต็ม 10 คะแนน ตอบถูก ได 1 คะแนน ตอบผิด ไ ด 0 คะแนน เกณฑการตัดสิน เกณฑการตัดสิน ชวงคะแนน ระดับคุณภาพ แปลผล 8-10 4 ดีมาก 6-7 3 ดี 4-5 2 พอใช 0 – 3 1 ปรับปรุง เกณฑการผาน นักเรียนมีผลการประเมิน ระดับคุณภาพ 5 ขึ้นไป


แบบฝกทักษะที่ 1 เรื่อง สังขทอง ตอน กําเนิดพระสังข คําชี้แจง ใหนักเรียนอานบทละครนอก เรื่องสังขทอง ตอนกําเนิดพระสังข บันทึกคําที่นักเรียนไมรูความหมาย แลวคนหาความหมายจากพจนานุกรม ( 10 คะแนน) ................................................................................................................................. ................................................................................................................................. ................................................................................................................................ ................................................................................................................................. ................................................................................................................................. ................................................................................................................................ ................................................................................................................................. ................................................................................................................................. ................................................................................................................................ ................................................................................................................................. ................................................................................................................................. ................................................................................................................................


แผนการจัดการเรียนรูที่ 2 กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย วิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2562 หนวยการเรียนรูที่ 1 สังขทอง ตอนกําเนิดพระสังข เวลาเรียน 5 ชั่วโมง เรื่อง การคิดวิเคราะหจากบทพระราชประวัติของผูแตง ผูสอน นางสาวรวิสรา จิตรบาน โรงเรียนภูเวียงวิทยาคม สอนวันที่.......................................... เวลา....................................... 1. มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท 5.1 เขาใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณวรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยางเห็นคุณคา และนํามาประยุกตใชในชีวิตจริง ตัวชี้วัด 1. ท 5.1 ป. 5/1 สรุปเรื่องจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อาน 2. สาระสําคัญ สรุปเรื่องจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อาน 3. จุดประสงคการเรียนรูสูตัวชี้วัด K (พุทธิพิสัย) P (ทักษะ/กระบวนการ) A (จิตพิสัย) 1. บอกวิธีการสรุปเรื่องจาก วรรณคดีได 2. บอกวิธีการสรุปเรื่องจาก วรรณกรรมได 3. วิเคราะหเรื่องจากวรรณคดีได 4. วิเคราะหเรื่องจากวรรณกรรม ได 5. สรุปเรื่องจากวรรณคดีหรือ วรรณกรรมที่อานได 1. ทักษะในการสื่อสาร 2. ทักษะการคิด 3. ทักษะการแกปญหา 4. ทักษะการใชชีวิต 5. ทักษะการใชเทคโนโลยี 1. รักชาติ ศาสน กษัตริย 2. ซื่อสัตยสุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝเรียนรู 5. อยูอยางพอพียง 6. มุงมั่นในการทํางาน 7. รักความเปนไทย 8. มีจิตสาธารณะ 4. สาระการเรียนรู พุทธิพิสัย (K) 1. วิธีการสรุปเรื่องจากวรรณคดี 2. วิธีการสรุปเรื่องจากวรรณกรรม 3. วิเคราะหเรื่องจากวรรณคดี 4. วิเคราะหเรื่องจากวรรณกรรม 5. สรุปเรื่องจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อาน


ทักษะ/กระบวนการ (P) 1. ทักษะในการสื่อสาร 2. ทักษะการคิด 3. ทักษะการแกปญหา 4. ทักษะการใชชีวิต 5. ทักษะการใชเทคโนโลยี จิตพิสัย (A) 1. รักชาติ ศาสน กษัตริย 2. ซื่อสัตยสุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝเรียนรู 5. อยูอยางพอพียง 6. มุงมั่นในการทํางาน 7. รักความเปนไทย 8. มีจิตสาธารณะ 5. การจัดกิจกรรมการเรียนรู แผนจัดการเรียนรูที่ 13 ชั่วโมงที่ 2 (1 ชั่วโมง) ขั้นที่ 1 เตรียมเนื้อหา 1. แจงสาระการเรียนรู จุดประสงคกาเรียนรู แนวปฏิบัติ เกณฑการผานและวิธีซอมเสริมเมื่อนักเรียน ไมผานเกณฑ 2. ครูถามความรูที่มีอยูของนักเรียนเกี่ยวกับเรื่องสังขทอง ตอนกําเนิดพระสังข 3. ครูอธิบายพระราชประวัติของผูแตง บทละครนอก เรื่องสังขทอง ตอนกําเนิดพระสังข ขั้นที่ 2 กําหนดสิ่งที่ตองการวิเคราะห 1. นักเรียนศึกษาพระราชประวัติของผูแตง บทละครนอก เรื่องสังขทอง ตอนกําเนิดพระสังข 2. ครูกําหนดหัวขอในการคิดวิเคราะห หัวขอที่ใชในการคิดวิเคราะห คือ การคิดวิเคราะหโดยการใช เทคนิค 5W1H จากบทนําและเนื้อเรื่องยอ จากวรรณคดี เรื่องสังขทอง 3. นักเรียนรวมกันวิเคราะหเนื้อหาของเรื่องสังขทอง ตอนกําเนิดพระสังข แบบพอสังเขป 4. ครูสรุปเรื่องสังขทอง ตอนกําเนิดพระสังข ทางการดูวิดิโอใหนักเรียนฟง ขั้นที่ 3 กําหนดปญหา 1. หลังจากที่นักเรียนไดดูศึกษาพระราชประวัติของผูแตง บทละครนอก เรื่องสังขทอง ตอนกําเนิด พระสังขเพื่อทําความเขาใจในเนื้อหาของเรื่องแลว ครูกําหนดปญหาที่จะใหนักเรียนวิเคราะหเกี่ยวกับเนื้อหาที่ อาน เชน ตัวละครที่ปรากฏอยูในบทนําและเนื้อเรื่องยอ จากวรรณคดี เรื่องสังขทอง มีทั้งหมดกี่ตัว โดยให นักเรียนวิเคราะหรวมกัน แลวออกมานําเสนอหนาชั้นเรียน


ขั้นที่ 4 กําหนดหลักการหรือกฏเกณฑ 1. ครูกําหนดหลักการและแนวโนมคําตอบในการคิดวิเคราะหโดยใชเทคนิคการตั้งคําถามใหกับ นักเรียน 2. นักเรียนตอบคําถามตรงตามที่ครูกําหนดหลักการคิดวิเคราะหโดยใชเทคนิคการตั้งคําถามที่ครูเปน คนตั้งเอาไว ขั้นที่ 5 การพิจารณาแยกแยะ 1. ในการตอบคําถาม ครูจะมีคําถามอยูจํานวน 5 ขอ แลวใหนักเรียนพิจารณา แยกแยะและวิเคราะห คําตอบจากเนื้อหาที่ไดอานมาขางตน เพื่อตอบคําถามใหถูกตองที่สุด ขั้นที่ 6 สรุปคําตอบ 1. หลังจากทําใบงานที่ไดรับมอบหมายเสร็จเรียบรอยนักเรียนรวมกันสรุปคําตอบที่ไดจาก การคิดวิเคราะหโดยใชเทคนิค 5W1H 2. ครูสรุปและอภิปรายใหนักเรียนฟงพรอมทั้งเปดโอกาสใหนักเรียนถามในสิ่งที่สงสัย 6. สื่อ/แหลงการเรียนรู 1. วรรณคดีและวรรณกรรม ชั้นประถมศึกษาปที่ 5 2. สื่อวิดิโอเรื่องสังขทอง ตอนกําเนิดพระสังข 3. สื่อ Power Point 7. หลักฐานการเรียนรู 1. แบบฝกทักษะที่ 1 8. การวัดและประเมินผลการเรียนรู จุดประสงค วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑการวัด พุทธิพิสัย (K) 1. บอกวิธีการสรุปเรื่อง จากวรรณคดีได 2. บอกวิธีการสรุปเรื่อง จากวรรณกรรมได 3. วิเคราะหเรื่องจาก วรรณคดีได 4. วิเคราะหเรื่องจาก วรรณกรรมได 5. สรุปเรื่องจากวรรณคดี หรือวรรณกรรมที่อานได ใชแบบฝกทักษะ - แบบทดสอบกอนเรียน - แบบทดสอบหลังเรียน ( 10 คะแนน) - แบบฝกทักษะเรื่อง สรุปเรื่องจากวรรณคดี หรือวรรณกรรมที่อาน ( 10 คะแนน) รอยละ 70 ผานเกณฑ ทักษะพิสัย (P) 1. ทักษะในการสื่อสาร ใชแบบสังเกต 1.แบบประเมินทักษะ พิสัย (สมรรถนะ) รอยละ 70 ผานเกณฑ


2. ทักษะการคิด 3. ทักษะการแกปญหา 4. ทักษะการใชชีวิต 5. ทักษะการใช เทคโนโลยี 2. แบบฝกทักษะ ( 10 คะแนน) จิตพิสัย (A) 1. รักชาติ ศาสน กษัตริย 2. ซื่อสัตยสุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝเรียนรู 5. อยูอยางพอพียง 6. มุงมั่นในการทํางาน 7. รักความเปนไทย 8. มีจิตสาธารณะ ใชแบบสังเกต แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค ( 10 คะแนน) รอยละ 80 ผานเกณฑ 8. แหลงที่มาเพิ่มเติม หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย ป. 5 ตามหลักสูตรแกนกลาง 2551 สถาบันพัฒนาคุณภาพ วิชาการ (พว.) 701 ถนนนครไชยศรี แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 9. บันทึกผลหลังสอน ชั่วโมงที่ …….... ผลการเรียนรู ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ปญหาและอุปสรรค ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ขอเสนอแนะ/แนวทางแกไข ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................


Click to View FlipBook Version