The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ออกแบบและผลิตรูปเล่มโดย : Natnaree Chouywattana (Line id: k.kiz or 088-1270345)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pinhathai Nunuan, 2022-05-06 23:06:27

การออกแบบสวัสดิการการศึกษาในโรงเรียน กรณีศึกษา 14 โรงเรียน

ออกแบบและผลิตรูปเล่มโดย : Natnaree Chouywattana (Line id: k.kiz or 088-1270345)

วิชา CF362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ อาจารยผ์ ูส้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนนู วล 97
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564

Q: อาจารย์ว่า ในความคิดเห็นของอาจารย์เลยนะคะ อาจารย์ว่ามันมีข้อจํากัดในการเข้าเรียนต่อ
ของนอ้ งๆไหม ในการอยากเขา้ คณะท่ีตวั เองสนใจ
A: ก็มีข้อจํากัด เพราะคือจริงๆ เราก็ต้องยอมรับเนอะคนตาบอดในบางคณะมันไม่สามารถเป็นไป
ได้จริงๆอ่ะ เพราะว่าหนึ่งคือ คนตาบอดส่วนใหญ่เรียนสายศิลป์ คือจริงๆแล้วมันก็เคยมีโครงการ
ให้นักเรียนเรียนสายวิทย์คณิตนะคะ แต่มันก็เป็นเรื่องยาก คือถ้าไม่หัวไบร์ทจริงๆเนอะ พูดกัน
ตรงๆอ่ะ มันก็เป็นเรื่องยาก อุปกรณ์เราไม่ได้พร้อมเหมือนต่างประเทศ สองคือมันต้องมีครูช่วยครู
ดูแล แล้วครูก็ต้องแบบความรู้ความสามารถเฉพาะ คือก็ต้องเก่งระดับนึงอ่ะค่ะ ซึ่งถ้าเก่งขนาดนั้น
เขาก็ไปสอบเปน็ ข้าราชการครูท่ีม่ันคงแลว้ ไหมแบบนีอ้ ่ะคะ่

Q: ต่อไปขอถามนอกเหนือจากเรื่องของการเรียนการสอน ทางโรงเรียนมีกิจกรรมอะไรที่
นอกเหนอื จากการเรียนการสอนบ้างคะอาจารย์
A: แน่นอนค่ะ เราก็ต้องมีกิจกรรมเพื่อส่งเสริมนักเรียนทุกๆด้านนะคะ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าค่าย
ลูกเสือ กิจกรรมกีฬาสี กิจกรรมวันพ่อวันแม่ กิจกรรมวันสําคัญทางศาสนา คือเราก็ต้องมีตามท่ี
โรงเรียนอืน่ ๆมีหมด แมก้ ระท่ังพานกั เรยี นไปทศั นศึกษานอกสถานท่ี

Q: อาจารย์คะ ตามความคิดเห็นของอาจารย์ อาจารย์มองว่ายังมีข้อขัดตกหรือข้อจํากัดท่ีควรมี
การจัดสรรอะไรเพิ่มในระบบการศึกษาสําหรับโรงเรียนสําหรับผู้มีความพิการทางสายตาบ้างคะA:
คือก่อนอื่นนะคะก็คือแบบ รายหัวของนักเรียนที่รัฐบาลสนับสนุนเนอะคือว่าน้อยในมุมมองของพ่ี
พี่คิดว่า คือสําหรับเด็กนักเรียนตาบอด อุปกรณ์ที่ใช้ถ้าพูดถึงแล้วค่อนข้างมีราคาที่สูง สมมุติว่า

สะท้อนมุมมองของนักศึกษาผ่านบทสัมภาษณ์: ดิฉันมองว่า การสนับสนุนทางสังคมมีผล
อย่างมากต่อการดําเนินกิจกรรมทางด้านการศึกษา ทั้งในเรื่องเครื่องมือ อุปกรณ์ สื่อการ
เรียนการสอนที่พร้อมครบ รวมถึงบุคลากรที่มีความรู้และความชํานาญการ มีอิทธิพลต่อ
คุณภาพของการศึกษาของเด็ก ในการพูดถึงช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่รั้วมหาลัย แม้ในสังคมไทย
จะมีการเปิดรับนักศึกษาที่มีความพิการมากขึ้นในระดับอุดมศึกษา แต่ในขณะเดียวกันมันก็
เหมือนเป็นเส้นทางที่มีกรอบเดิมตั้งแต่ในช่วงมัธยมศึกษาอยู่แล้ว จากคําอธิบายของอาจารย์
ที่ว่า “ส่วนมากมัธยมเด็กตาบอดก็จะเรียนในสายศิลป์ เพราะถ้าหัวไม่ไบร์ทจริงๆ” บางทีมันก็
ถึงช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลง แทนที่จะบอกว่า ใครเหมาะที่จะเรียน คนแบบไหนเรียนได้
หรือเรียนไม่ได้ เป็นการถามว่า หากเขาสนใจจะเรียนเขาเหล่านั้นมีความต้องการจําเป็น
พเิ ศษใดบ้าง....

วชิ า CF362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรับเดก็ พิเศษ อาจารย์ผ้สู อน ผศ.ดร.ป่ นิ หทัย หนนู วล 98
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564

เครื่องเขียนอักษรเบรลล์ เมื่อเทียบกับพวกปากกาดินสอไม้บรรทัดที่โรงเรียนทั่วไปใช้กัน ราคามัน
สูงกว่าอยู่แล้ว ในวงเล็บที่ไม่รวมกับยี่ห้อดีๆนะคะ แล้วหนังสืออักษรเบรลล์ราคามันก็ไม่เท่ากับ
หนังสือปกติ เพราะขั้นตอนการผลิตคือเราต้องทําใหม่อยู่แล้ว อีกอย่างนึงคือนี้อ่ะค่ะโรงเรียนตา
บอดส่วนใหญ่จะเป็นของมูลนิธิ คือจะเป็นโรงเรียนเอกชนการกุศล ซึ่งในประเทศไทยเนี่ย โรงเรียน
ที่เป็นของรัฐบาลมีแค่ 2 ที่คือเชียงใหม่ กับสุราษฎร์ แล้วโณงเรียนตาบอดที่เหลือเนี่ยคือต้องรับ
บริจาค ต้องมีผู้มีจิตศรัทธามาดูแล แทนที่จะเป็นรัฐบาลมาดูแลอะไรอย่างงี้ ซึ่งแล้วพิการประเภท
อื่นเนี่ย เช่น กรณีโรงเรียนหูหนวก หรือแม้กระทั่งศรีสังวาลย์คือเป็นการดูแลของรัฐบาลทั้งนั้น พี่ก็
มองว่าจริงๆแล้วมันควรจะเพิ่มตรงนี้อ่ะค่ะ คือขยายขอบเขตการช่วยเหลือ เข้ามามีบทบาทของ
โรงเรียนแบบพีใ่ ห้มากขนึ้ มากกวา่ นี้คะ่

ถอดบทสทั ภาษณ์ “ก้อง” (นามสมมติ)

Q: ก้องแนะนาํ ตัวเองหนอ่ ย เปน็ คนอุดรแตเ่ ปน็ ยังไงมายงั ไงทาํ ไมถงึ ไดม้ าเรียนทีข่ อนแก่น
A: คือพ่อแม่หลังจากรู้ว่าเราพิการทางสายตา ก็พยายามหาโรงเรียนที่เหมาะสมกับเรา แล้วที่ภาค
อีสานก็มีแค่ศูนย์การศึกษาคนตาบอดที่ขอนแก่น ร้อยเอ็ด แล้วก็โคราช เลยเลือกใกล้บ้านที่สุดคือ
ขอนแก่น มาอยู่ตั้งแต่ช่วงเตรียมอนุบาล พอเตรียมความพร้อมในระดับนึงแล้ว เขาจะส่งออก
เรียกว่าเรียนร่วมก็คือเราก็ได้เรียนจบป.6 ที่อนุบาลขอนแก่น แต่ก่อนอ่ะเขาจะเรมิ่ มีเรียนร่วมตั้งแต่
ประถมเลย แต่ตอนนี้รู้สึกว่าเขาจะเปลี่ยนเป็นเฉพาะมัธยมหรือเปล่า มันเปลี่ยนไปเยอะ เค้าเองก็
จําไม่ได้

Q: ในฐานะนักเรียนในโครงการเรียนรวมเนี่ย ทางโรงเรียนมีบทบาทอะไร หรือก้องได้รับบริการ
อะไรจากการบรกิ ารภายในโรงเรียนบ้าง
A: หนึ่งคือผลิตสื่อการเรียนการสอน สองก็คือเขาเรียกว่าให้ที่อยู่ที่กิน และก็ซับพอร์ตในเรื่องของ
สว่ นมากคือพวกสือ่ หรือเป็นการสอนพเิ ศษในวชิ าท่อี ่อนจากโรงเรยี นขา้ งนอก

Q: ครูตอนที่ก้องเรียนอยู่ในโรงเรียนอนุบาลขอนแก่น ที่เป็นโครงการเรียนร่วม ครูคนนั้นเขามา
จากไหน
A: อ๋อ เขาเรียกว่า ครู Resource เนอะ ณ ตอนนั้น ครูเขายังไม่ได้บรรจุนะ จะเรียกว่าครูในศูนย์
(โรงเรียนคนตาบอด) ก็ได้ แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ต้องมาปฏิบัติการที่โรงเรียนอื่นด้วย แต่ปัจจุบัน
ครูเขากบ็ รรจุทีโ่ รงเรยี นอนบุ าลขอนแกน่ แลว้ นะ

วชิ า CF362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรับเดก็ พิเศษ อาจารย์ผสู้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนูนวล 99
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564

Q: กิจกรรมในโรเรยี นหละ่ กอ้ ง นอกจากการเรียนการสอนกอ้ งไดท้ ํากิจกรรมอะไรบา้ ง
A: จริงๆ มีดนตรีนะ ที่เวลาพานักเรียนไปเล่นที่ต่างๆ มีครูคอยส่งเสริมทักษะ ดนตรี บางทีก็แสดง
ก็ไปตามงานหาเรี่ยไรเข้าโรงเรียน กีฬา โกลบอล ฟุตซอล แล้วก็กรีฑาประเภทลู่ลาน แต่ก็แล้วแต่
ช่วงนะว่าจะมีครูที่ชํานาฐการสอนในเรื่องพวกนั้นหรือเปล่า เอาจริงๆ ศูนย์ขอนแก่นไม่ค่อยเป็น
เลิศสักเท่าไหร่ ไม่เหมือนกับที่ศูนย์เชียงใหม่ ศูนย์สุราษฏร์ พวกนั้นเวลาไปแข่งกีฬาคนพิการพวกน้ี
จะจองเหรียญไวเ้ ลย นานๆที ขอนแกน่ จะไดเ้ หรยี ญอะไรอยา่ งน้ี

Q: ความประทับใจบา้ งดีกวา่ กอ้ งประทบั ใจอะไรในโรงเรยี นคนตาบอด
A: ประทับใจ...คือขอบอกก่อนว่าโรงเรียนคนตาบอดขอนแก่น สําหรับเรา มันมีทั้งความสุขและ
เศร้า อย่าลืมนะเราเคยอยู่ตั้งแต่อายุเด็กๆอ่ะ 4-5 ขวบ อยู่ที่นั่น 9-10ปี ก็ถ้าถามว่าสิ่งที่ชอบตั้งแต่
อยู่มาก็คืออุปกรณ์ คอมพิวเตอร์ รู้สึกว่าพร้อมกว่าศูนย์ที่เคยไปเห็นที่อื่น อันนี้ต้องยอมรับในเรื่อง
เทคโนโลยี แต่..เอ่อ เอาเปน็ เร่ืองประทับใจกอ่ นแลว้ กนั เนอะ อีกอย่างหน่งึ คือเขาใหค้ วามสาํ คญั กับ
การศึกษาทางไกล อย่างเช่น ใครที่สมมติว่าใช้คอมคล่องๆแล้วกลับไปเรียนที่บ้าน เขาจะซับพิร์
ตเรื่องสื่อการเรียนได้ดีในระดับนึง ส่วนเรื่องที่เคยรู้สึกว่าเราเศร้า เรามองของระบบบริหารมั้ง แต่
ก่อนเราจะอยู่กัน ตอนเด็กๆเนอะ ช่วง2-3ปีแรก อยู่กันเหมือนครอบครัวเลยนะ เรียกกันว่า พ่อครู
แม่ครู แล้วแม่บ้านที่ดูแลภารโรงเราก็จะเรียก แม่เรียกพ่อกัน อะไรก็ว่ากันไป แต่พอมันเหมือนมี
ช่วงหนึ่งมั้งที่ เปลี่ยนมาเป็นแบบบริหารแบบโรงเรียนจริงๆอ่ะ แบบเป็นระบบมากขึ้นก็จริง แต่เรา
รู้สึกว่าความอบอุ่นพวกนั้นมันหายไป ก็แค่นั้นอ่ะสิ่งที่เศร้า เราก็เลยรู้สึกไม่ค่อยชอบระบบแบบนี้ก็
ได้มั้ง แต่ก่อนนะ เรายังจําได้เลยว่าเขามีระบบครูใหญ่ จะมีครูใหญ่ที่ช่วยเตรียมความพรอ้ มเด็กๆ
แม้กระทั่งครูใหญ่ก็มานั่งสอน แต่พอมันเป็นระบบมากขึ้นเรารู้สึกว่า การดําเนินการต่างๆ ก็จะ
เป็นไปตามมูลนิธิใหญ่ๆ แบบแผนแบบนั้น เขาก็จะคํานึงถึงมาตรฐานต่างๆ ว่าไป แล้วก็ครูกับ
นักเรียนบางทมี ันกจ็ ะมีช่องว่างมากขึน้

Q: ตอ่ ไปเป็นเรื่องของข้อจาํ กดั แล้วสิ่งทีก่ อ้ งคดิ วา่ ควรจะมอี ะไรเพม่ิ เติมภายในโรงเรยี น
A: สําหรับเรา เรามองว่าบางทีมันยังมีประเพณีนิยมบางอย่างที่แปลกๆอยู่ เช่น ถ้าเด็กผู้ชายโตขึ้น
เขาจะจับแยกไปอยู่ที่ศูนย์หนึ่ง เพราะเขากลัวเรื่องชู้สาวอะไรแบบนี้ อย่างเราอ่ะจบป.6 ก็ไปโคราช
ถ้าไม่ไปโคราชเขาก็บอกว่าต้องไปอยู่ข้างนอก คือบางทีมันมันควรจะคํานึงถึงว่าความสะดวกด้าน
การศึกษา อย่างเราบ้านอยู่อุดรต้องย้ายไปโคราช พ่อแม่ไปเยี่ยมก็ยาก แจ่เรากลับบ้านบ่อยพ่อแม่
พากลับบ่อยมาก (หัวเราะ) แต่ก็แล้วแต่คนนะดูฐานะทางบ้านด้วย บางคนบางครอบครัวปีนึงพ่อ
แม่เขาก็มาหาได้ครั้งเดียวก็คือช่วงปิดเทอมใหญ่ มารับกลับบ้านเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นนักเรียน
บางคนที่อยู่โครงการเรียนร่วมเวลาประชุมผู้ปกครองหรืออะไร เขาก็จะให้ครูที่ศูนย์ไปแทนเป็น
ตัวแทนผูป้ กครอง

วชิ า CF362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรบั เด็กพิเศษ อาจารย์ผสู้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทัย หนูนวล 100
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564

Q: ช่วงเสน้ ทางชีวติ หลังจบ แลว้ เด็กอยากเขา้ มหาลัยแบบน้ี ทางศนู ย์เขามอี ะไรคอยช่วยเราบา้ งไหม
A: อ๋ออย่างการเตรียมความพร้อมก่อนเข้ามหาวิทยาลัย ที่ขอนแก่นก็จะมีอาสาจากข้างนอกมาติว
ให้ ส่วนการเดินทางเขาก็พร้อมช่วยเหลือดีนะ สมมติว่าจะเข้าไปสสอบที่นั่น ก็จะมีครูพี่เลี้ยงพาไป
อยู่นะ แต่ของเราที่ไปอยู่โคราชเป็นโรงเรียนชายล้วน เพราะงั้นก็สายลุย ไปสอบกันเอง ห้าวๆเดิน
ทางการเอง

Q: มาพูดเรื่องเส้นทางการเรียนต่อกันสักนิด ส่วนใหญ่ก็จะเห็นนักเรียนพิการทางสายตาในคณะ
สายสังคม สายภาษาเนอะ แล้วบางที่บางสาขาที่ไม่เปิดรับให้กับนักเรียนพิการทางสายตาก้องมอง
วา่ ยังไง
A: คืออย่างน้อยถ้าไม่ให้เข้าในโครงการสอบเฉพาะสําหรับนักศึกษาพิการเนี่ย ก็ควรที่จะเปิดให้
สอบตรงพร้อมกับคนปกติไปเลยเราว่างั้นนะ ก็คือสมมติศิลปศาสตร์ขอพาดพิงนิดนึง คือตาบอด
แต่อยากเรียนภาษาไทย แต่เรียนไม่ได้ เขาบอกว่ามันไม่เห็นตัวโบราณอักษรโบราณ แต่พอไป
คณะอักษรอีกมหาลัยหนึ่งบอกเรียนได้ ก็แปลกเหมือนกัน แล้วก็เรียนพวกมนุษย์ศาสตร์ที่วิทยาลัย
ต่างๆ เขาก็บอกเรียนได้ เออ (หัวเราะ) อีกเรื่องที่เหมือนเป็น Bad Joke อีกอันคือ พวกภาษาญี่ปุ่น
เพื่อนๆ ตาบอดเราหลายคนก็อยากจะเรียนกัน เราพูดตรงๆนะว่า คณะก็ยังไม่เปิดใจเท่าที่ควร
หมายถึงว่าคําถามที่โดนประจําคือ “คุณจะเรียนกันยังไง” ในขณะที่ต่างประเทศเขาอาจจะถามว่า
“คุณต้องการให้เราซับพอร์ตคุณยังไง” เขาไม่เคยได้ยินถามแบบนี้บ้างนะ เราก็เลยมีคําถาม
กลับกันวา่ แล้วพวกตาบอดทอ่ี ยูญ่ ป่ี ุน่ อยู่จนี เขาเรียนภาษาเขาเองยงั ไง

Q: ทีนี้มาคําถามสุดท้ายแล้วก้อง ในภาพรวมใหญ่ทั้งประเทศ ก้องเห็นว่าอะไรควรมีการ
เปลี่ยนแปลงมากท่สี ดุ เพอ่ื ตอบสนองการศึกษาของคนพกิ าร
A: คือ..เราคิดว่าภาพรวมใหญ่ มันก็คือทัศนคติของคน ไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม อ่ะสังเกตไหมในช่วง
โควิดหนิเขาพูดถึงการศึกษาล้มเหลว แต่แทบจะไม่มีใครพูดเลยนะ เราไม่ได้ยินใครพูดการศึกษา
ของคนพกิ ารในยุคโควิด หมายถงึ วา่ อะ่ มหาวิทยาลัยตัดออกไปได้เลยมันไม่ไดม้ ปี ัญหาอะไรมมาก
มายแต่ พวกประถมมัธยมที่ มันไม่ทันกัน เพราะว่าอย่าลืมนะว่าบางอย่างอ่ะมันสอนออนไลน์ไม่ได้
เราเช่อื แบบน้ีนะ เพราะวา่ มนั คอื พัฒนาการ

สะท้อนมุมมองของนักศึกษาผ่านบทสัมภาษณ์: การที่เป็นคนกลุ่มเล็กๆในสังคม อาจทํา
ให้ถูกละเลยไป ทั้งในแง่ของการได้รับความช่วยเหลือเมื่อเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาด
ของเชื้อไวรัสโควิด-19 การถูกให้ความสําคัญที่ล่าช้าในเรื่องของการศึกษา การเรียนรู้
บางอย่างที่คนพิการทางสายตาไม่สามารถเรียนนอกห้องได้ สิ่งนี้ยังสะท้อนถึงความเสี่ยงท่ี
เด็กที่มีความพิการด้านใดด้านหนึ่งหากไม่ได้รับความช่วยเหลือที่ทันท่วงที อาจทําให้ต่อ
การหลดุ ออกจากระบบการศกึ ษากเ็ ป็นได้

วิชา CF362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรับเด็กพิเศษ อาจารยผ์ ู้สอน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนนู วล 101
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564

อา้ งองิ

เอกสารภาษาไทย

ณัฐวุฒิ พลขนั ธ์. ศิษย์เก่า. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. 5 มนี าคม 2565. สัมภาษณ์

หน่ึงฤทยั . ผ้จู ัดการโรงเรียนการศึกษาคนตาบอด. โรงเรียนการศกึ ษาคนตาบอด. 5 มีนาคม 2565
สมั ภาษณ.์

มูลนธิ ธิ รรมกิ ชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย. 27 เมษายน 2560. เกย่ี วกับโรงเรียนการศึกษาคน
ตาบอด

จังหวดั ขอนแก่น [ข้อความในบล็อค]. สืบค้นจาก
https://cfbt.or.th/kk/index.php/about-us-sc/contact-us/9-about-us
จิรดา. 17 กุมภาพนั ธ์ 2564. วอนผใู้ จบญุ ช่วยน้องตาบอด [วีดทิ ศั นโ์ พสต์ในบลอ็ ก]. สบื คน้ จาก
https://www.youtube.com/watch?v=eubM6X4Gsjs

เอกสารภาษาอังกฤษ

School Social Work Associate. (2020). Role of School Social Worker. Retrieved from
https://www.sswaa.org/school-social-work

Knowledgereview. (December, 2016). Re: Effective Strategies to Manage
Homesickness among

Students [Web Blog]. Retrieved from
https://theknowledgereview.com/effective-strategies-manage-homesickness-
among-students/

วชิ า CF362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรบั เด็กพิเศษ อาจารยผ์ ู้สอน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนูนวล 102
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564

ศนู ย์พฒั นาเดก็ เลก็ บ้านห้วยนาง

นางสาว กญั ญาณฐั แสงศรี 6205681486

ข้อมูลพนื้ ฐาน

ช่อื สถานศกึ ษา ศูนยพ์ ัฒนาเดก็ เล็กบา้ นหว้ ยนาง (Childhood Center Ban Huainang)

สงั กัด องคก์ ารปกครองส่วนท้องถ่นิ (เทศบาลตําบลห้วยนาง)

ที่อยู่ 361 หมู่ 6 ตาํ บลห้วยนาง อําเภอห้วยยอด จงั หวัดตรัง 92130

ระดบั การศกึ ษา ปฐมวัย

ระดบั ชน้ั ทเ่ี ปดิ สอน เตรยี มเข้าอนุบาลบาล-ชั้นปฐมวัยท่ี 3

จาํ นวนเดก็ ทง้ั หมด 157 คน (ข้อมูล ณ ปีการศึกษา 2564)

บุคลากร บุคลากรทัง้ หมด 16 คน ประกอบดว้ ย

ครูปฐมวัย 12 คน

พนกั จ้างตามภารกิจ 4 คน

วสิ ัยทัศน์ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กน่าอยู่ ผู้เรียนพัฒนาการสมวัย ใส่ใจคุณธรรม น้อมนํา
เศรษฐกจิ

พอเพยี งโดยเน้นชมุ ชนมสี ว่ นร่วม

เอกลกั ษณ์ ศนู ย์พฒั นาเดก็ เลก็ นา่ อยู่ เคยี งค่ชู มุ ชน

อตั ลักษณ์ มารยาทดีงาม กล่าวขานไพเราะ อ่อนน้อมถ่อมตน

สปี ระจําศนู ย์ สีแดง สเี หลือง

พันธกิจ

1. แบ่งเบาภาระผู้ปกครองให้เด็กวัย 2-6 ปี ในเขตบริการ ให้มีการอบรมเลี้ยงดูอย่าง

ถกู ต้องเหมาะสม และมพี ัฒนาการสมวยั
2. เป็นการให้บริการด้านการศึกษาสําหรับเด็กในเขตบริการให้ได้รับการบริการอย่าง

ทั่วถึง ให้มีการส่งเสริมโภชนาการ เช่น การรับประทานอาหารที่มีคุณประโยชน์มี
คุณค่าทางอาหารครบ 5 หมู่ ที่สะอาดปลอดภัย การให้อาหารเสริมนมแก่เด็กให้ได้รับ

สารอาหารทีม่ คี ณุ ค่าเหมาะสมกบั วยั ของเดก็

วิชา CF362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรบั เด็กพิเศษ อาจารยผ์ ู้สอน ผศ.ดร.ป่ นิ หทัย หนูนวล 103
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564

3. จัดหาและพัฒนาคุณภาพปัจจัยที่ใช้ในการเรียนการสอน เช่น ครูที่จบด้านการศึกษา
ปฐมวัยมาจดั การเรียนการสอน

4. ส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ สอดคล้องตามหลักสูตร
การศกึ ษาระดบั ประถมวยั เร่มิ ต้งั แต่อายุ 2-6 ปี

5. ส่งเสริมและพัฒนาให้คณะกรรมการการพัฒนาเด็กมีความเข้มแข็ง สามารถเข้ามามี
สว่ นร่วมในการจัดการศึกษาไดอ้ ยา่ งแทจ้ รงิ

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หมายถึง สถานศึกษาที่ให้การอบรมเลี้ยงดู จัดประสบการณ์ และ

ส่งเสริมพัฒนาการ การเรียนรู้ให้เด็กเล็กมีความพร้อม ด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคมและ

สตปิ ัญญา สังกัดองคก์ รปกครอง สว่ นท้องถิน่ (กรมการปกครองสว่ นท้องถ่ิน, 2559, น. ค)

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านห้วยนางเปิดทําการสอนในระดับปฐมวัยตั้งแต่ปี 2535 จนถึง
ปัจจุบัน โดยทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านห้วยนางซึ่งอยู่ภายใต้สังกัดเทศบาลตําบลห้วยนาง ได้มี
การส่งเสริม สนับสนุน ให้เด็กในชุมชนได้มีพัฒนาการที่เหมาะสมกับวัยในทุกๆ ด้าน รวมไปลดถึง
ช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองของเด็กในชุมชน ซึ่งทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านห้วยนางพยายาม
ลดภาระของผูป้ กครองในหลากหลายดา้ น เช่น ไม่มีธรรมเนยี มในการศึกษา มอบชดุ นักเรียนให้กับ
เด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านห้วยนาง มีอาหารหลักและอาหารเสริมกับเด็กครบถ้วน มีกิจกรรม
ร่วมกับชุมชนอย่างสมํ่าเสมอ ซึ่งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านห้วยนางมีการจัดบริการ สวัสดิการให้กับ
เด็กในศูนยพ์ ัฒนาเด็กเล็กบ้านห้วยนาง ดังนี้

หอ้ งเรียนของศูนย์พฒั นาเดก็ เลก็ บา้ นหว้ ยนาง ประกอบด้วย

ชนั้ เตรียมปฐมวัย 2 หอ้ ง หอ้ งพยาบาล 1 ห้อง

ชน้ั ปฐมวยั ปีท่ี 1 2 ห้อง โรงอาหาร 1 ห้อง

ชั้นปฐมวัยปีที่ 2 3 หอ้ ง ห้องประชุม 1 ห้อง

ชัน้ ปฐมวยั ปีท่ี 3 2 หอ้ ง สนามเด็กเล่น 1 สนาม

จํานวนนักเรียนในแต่ละชัน้ ของศนู ย์พฒั นาเดก็ เล็กบ้านหว้ ยนาง

ท่ี ระดบั ชน้ั จาํ นวนนักเรียนทั้งหมด (คน)
1 ชน้ั เตรียมปฐมวัย 28
2 ชัน้ ปฐมวัยที่ 1 46
3 ชั้นปฐมวัยที่ 2 47
4 ช้ันปฐมวัยที่ 3 36
157
รวมทั้งหมด

วชิ า CF362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรบั เด็กพิเศษ อาจารย์ผูส้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทัย หนนู วล 104
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564

ตารางกจิ กรรมประจําวนั ของศนู ยพ์ ฒั นาเดก็ เล็กบ้านหว้ ยนาง
07:30-08:00 รับเดก็ รายบุคคล
08:00-08:30 เขา้ แถวเคารพธชาติ/สวดมนต์
08:30-08:45 ตรวจสขุ ภาพนกั เรียน
08:45-09:00 กิจกรรมเขา้ จังหวะ
09:00-09:20 ดืม่ นม/รบั ประทานอาหารว่าง
09:35-09:55 กิจกรรมเสริมประสบการณ์
09:35-09:55 กิจกรรมศลิ ปะสรา้ งสรรค์
09:55-10:20 กิจกรรมเสร/ี เลน่ ตามมมุ
10:20-10:40 กิจกรรมกลางแจ้ง
10:40-11:10 รบั ประทานอาหารกลางวัน
11:30-11:40 การแปรงฟนั
11:40-14:00 นอนหลับพักผอ่ น
14:00-14:20 ตน่ื นอน เก็บท่นี อน/ล้างหน้า
14:20-14:40 เกมการศึกษา
14:40-15:00 เตรยี มตวั กลับบา้ น

วิชา CF362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรับเด็กพิเศษ อาจารย์ผูส้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนนู วล 105
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564

การประเมนิ พฒั นาการนักเรยี น (กรมส่งเสริมการปกครองทอ้ งถน่ิ , ม.ป.ป., น. 53-55)

การประเมินพัฒนาการของเด็กเล็ก หมายถึง กระบวนการศึกษาข้อมูล คุณลักษณะหรือ
ความสามารถในด้านต่างๆ ของเด็กเล็กในแต่ละช่วงวัย โดยใช้เครื่องมือและวิธีการที่เหมาะสมใน
การเก็บรวบรวมข้อมูลและสรปุ ผลเปรียบเทยี บกับเกณฑป์ กติของพัฒนาการเดก็ ตามวยั

วิธีการประเมินพัฒนาการของเด็ก คือ คุณครูผู้ดูแลทําหน้าที่ในการประเมินเด็ก โดยการ
ประเมินนั้นสามารถทําได้ตลอดเวลาตั้งแต่เริ่มรับเด็กตอนเช้าไปจนถึงผู้ปกครองมารับเด็กกลับ
บ้าน ซึ่งวิธีการประเมินนั้นขึ้นอยู่กับครูผู้ดูแล เช่น สังเกตและบันทึก พูดคุยกับเด็ก รวบรวมผลงาน
การทําแผนผังสังคมมิติเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ทางสังคมของเด็ก โดยเกณฑ์ในการประเมิน คือ
ระดับปฏิบัติได้ ระดับปฏิบตั ไิ ด้บางครัง้ และระดบั ควรส่งเสรมิ

การประเมนิ พฒั นาการนกั เรยี น ประเมนิ 4 ดา้ น ดังน้ี

1. พัฒนาการด้านร่างกาย ประเมินโครงสร้างสัดส่วนและขนาดของร่างกายว่ามี
พัฒนาการไปตามช่วงวัยหรือไม่ ประเมินความสามารถในการเคลื่อนไหวของ
กล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่ การประสานสัมพันธ์ระหว่างมือและตา และภาวะสุขภาพ
โดยรวมของเด็ก

2. พัฒนาการด้านอารมณ์-จิตใจ ประเมินการแสดงออกทางอารมณ์และความรู้สึก
ต่างๆ ความสามารถในการรับรู้ยอมรับความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง ความสามารถในการ
ควบคมุ อารมณ์ ความสามารถในการรับรแู้ ละยอมรบั ในความร้สู กึ ของผูอ้ ่นื

3. พัฒนาการด้านสังคม ประเมินความสามารถในการปรับตัวและสร้างสัมพันธ์กับผู้อื่น
ความสามารถในการชว่ ยเหลอื ตวั เอง และความสามารถในการทาํ งานร่วมกับผูอ้ ่นื

4. พัฒนาการด้านสติปัญญา ประเมินความสามารถในการรับรู้และเรียนรู้สิ่งรอบตัว
ความสามารถในการใช้ภาษาและความจํา ความสามารถในการใช้ความคิดและ
เหตผุ ล ความสามารถในการใชค้ วามคดิ สรา้ งสรรค์

หลังจากประเมินพัฒนาการของเด็กแล้วจึงมีการสรุปผลว่าพัฒนาการของเด็กนั้นเป็นเป็น
ตามช่วงวัยหรือไม่ และนําผลการประเมินไปใช้ในการพัฒนาเด็กในแต่ละบุคคล โดยแจ้งให้
ผู้ปกครองของเด็กได้ทราบถึงพัฒนาการหรือพฤติกรรมของเด็ก แนวทางในการส่งเสริมหรือ
สนับสนุนให้เด็กมีพัฒนาการที่เหมาะสม นอกจากนั้นคุณครูยังสามารถนําเอาข้อมูลที่ได้จากการ
ประเมินไปใช้ในพัฒนา ปรับปรุงการดูแลเด็กในอนคต

สถานการณ์ของเด็กในศูนย์พฒั นาเด็กเล็กบ้านห้วยนาง

- สถานการณ์ของเด็กในศนู ย์พัฒนาเด็กเลก็ บา้ นหว้ ยนาง
เด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านห้วยนางส่วนใหญ่เป็นเด็กในชุมชน ผู้ปกครอง

ประกอบอาชีพเกษตรกรสวนยาง ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเด็กส่วนใหญ่จะอยู่รวมกัน และ
แบ่งห้องเรียนให้เด็กตามอายุ โดยทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านห้วยนางเน้นส่งเสริม
พัฒนาการของเด็กแบบองค์รวม เน้นให้เด็กได้เล่นอย่างอิสระ มีกิจกรรมให้ทําสมํ่าเสมอ

วิชา CF362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ อาจารย์ผสู้ อน ผศ.ดร.ป่ นิ หทยั หนูนวล 106
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564

เช่น ร้องเพลง เล่านิทาน เล่นกลางแจ้ง สอนแปรงฟัน กิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อ เช่น จับ
ช้อนซ้อม ฝึกแต่งตัว มีการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย รวมถึงมีโครงการต่างๆ ที่สอดคล้อง
กับการจัดการเรียนการสอน กิจกรรมท่ีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กดําเนินการ เช่น วันเกิด ปีใหม่
ประชุมผู้ปกครอง เศรษฐกิจพอเพียง ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก
และสร้างความสมั พนั ธก์ บั ผปู้ กครองรวมไปถงึ ชุมชน

- แนวทางการดูแลนกั เรียน
คุณครูจะดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการตามช่วงวัย โดยเน้นการพัฒนา

แบบองค์รวมและบูรณาการกิจกรรมให้เด็กได้ใช้ความคิดและจิตนาการของตนเองอย่าง
เต็มที่ โดยคุณครูที่นอกจากทําหน้าที่ในการสอนเด็กแล้วยังทําหน้าที่สังเกต เผ้าระวัง และ
บันทึกพัฒนาการของเด็ก หากพบว่าเด็กมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ คุณครูก็จะ
ดําเนินการแก้ไขหรือปรับพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์นั้นลดลง และทางเด็กในศูนย์พัฒนา
เด็กเล็กบ้านห้วยนางมีการการเยี่ยมบ้านเป็นประจําทุกปี เพื่อศึกษาข้อมูลพัฒนาการของ
เด็กขณะที่เด็กอยู่ที่บ้าน และแจ้งกับผู้ปกครองในพฤติกรรมที่ควรปรับให้เด็กมีพัฒนาการ
ท่เี หมาะสมกับช่วงวยั

- สภาพแวดล้อม
สภาพแวดล้อมภายในห้องเรียน มีการจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการเรียนการ

สอน จัดห้องให้มีความปลอดโปร่ง ปลอดภัย และมีมุมสําหรับเสริมสร้างประสบการณ์
ใหก้ ับเด็ก

สภาพแวดล้อมภายนอกห้องเรียน จัดสภาพแวดล้อมให้มีความร่มรื่น และจัด
สภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเกิดพัฒนาการของเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านห้วยนาง
เพอื่ ให้เด็กได้เลน่ อยา่ งสนุกสนานและเรียนรู้อย่างอิสระ

ทางเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านห้วยนางจัดสภาพแวดล้อมภายในและภายนอก
ให้เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอน ให้เด็กได้มีพัฒนาการที่เหมาะสมทั้งด้านร่างกาย
อารมณ์ สังคม สติปัญญา มีการปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรม รวมไปถึงจัด
สภาพแวดล้อมใหม้ คี วามปลอดภยั กบั เด็กมากท่ีสุด

ปัญหาของศนู ยพ์ ัฒนาเดก็ เล็กบา้ นห้วยนาง

1. การแพรร่ ะบาดของโควิด
ในช่วงของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้าน

ห้วยนางได้มีการปรับแนวทางการเรียนการสอน เนื่องจากเด็กที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้าน
ห้วยนางอยู่ในช่วงอายุ 2-6 ปี จึงไม่ค่อยเหมาะกับการเรียนออนไลน์ แต่ด้วยสถานการณ์
ในช่วงแรกที่มีการแพร่ระบาดของโควิด 19 ทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านห้วยนางจึงมีการ
ปิดศูนย์ชั่วคราว และปรับการเรียนการสอนโดยใช้วิธีการอัดคลิปวีดีโอการเรียนการสอน

วชิ า CF362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรับเดก็ พิเศษ อาจารยผ์ ้สู อน ผศ.ดร.ป่ นิ หทัย หนนู วล 107
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564

ไม่ได้มีการเรียนในเวลา เหตุที่ทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านห้วยนางใช้วิธีการอัดคลิปวิดีโอ
การเรียนการสอน และมอบหมายงานให้กับเด็กเป็นใบงาน เนื่องจากผู้ปกครองของเด็ก
ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีเวลาในการดูแลเด็ก รวมไปถึงไม่เคยชินกับการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์
วิธีการนี้จึงเหมาะสมกับสถานการณ์ในขณะนั้นมากที่สุด แต่ในเทอมที่ผ่านมา (2/2564)
ทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กได้มีการกลับมาเรียนตามปกติแล้ว โดยที่เด็กต้องสวมหน้ากาก
อนามัยและมกี ารรกั ษาระยะหา่ งทางสังคม

2. งบประมาณ
เนื่ององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือเทศบาลห้วยนางเป็นผู้รับผิดชอบจะจัดสรร

งบประมาณมาให้กับนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านห้วยนาง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านห้วยนาง
จึงต้องใช้ระยะเวลาในการเขียนโครงการ ยื่นเรื่องเพื่อขออนุมัติงบรประมาณ ซึ่งในบาง
โครงการก็ไม่ได้รับอนุมัติงบประมาณ ทําให้ไม่สามารถดําเนินโครงการต่อได้ หรือในบาง
โครงการที่ได้รับอนุมัติก็ไม่ได้เต็มจํานวนที่ขอไปจึงทําให้การจัดโครงการหรือกิจกรรม
เป็นไปได้อย่างไมเ่ ตม็ ท่ี

3. เด็กมาเรยี นที่ศนู ยน์ อ้ ยลง
เนื่องจากอัตราการเกิดน้อยลง และผู้ปกครองในชุมชนที่มีกําลังทรัพย์มักส่ง

ลูกหลานไปเรียนในอําเภอหรือในเมืองกันมากขึ้น จากเมื่อก่อนมีเด็กในศูนย์มากกว่า 300
คน แต่ปัจจุบันมีเพียง 157คน ทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจึงต้องการการสร้างความเชื่อม่ัน
ให้กับผู้ปกครองที่มีเด็กเล็กในชุมชนว่าไม่จําเป็นต้องส่งเด็กไปเรียนในอําเภอหรือในเมือง
ทางศนู ยพ์ ฒั นาเดก็ เลก็ ก็มีศกั ยภาพเพยี งพอสาํ หรบั การดแู ลนกั เรยี น

4. สวสั ดิการ/บริการสําหรับเด็กไมเ่ พียงพอ
แม้ว่าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านห้วยนางจะมีการดําเนินโครงการ/กิจกรรม สําหรับ

เด็กอย่างสมํ่าเสมอ แต่ด้วยข้อจํากันหลายอย่างทั้งเรื่องงบประมาณ ทรัพยกร หรือภาคี
ครือข่าย จึงทําให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านห้วยนางยังขาดสวัสดิการ/บริการบางอย่างที่ใช้
ในการพัฒนาศักยภาพเด็กหรือช่วยพฒั นาคุณภาพชวี ติ ของเด็ก

สวัสดิการ บรกิ ารทม่ี ีในศนู ยพ์ ฒั นาเด็กเล็กบ้านหว้ ยนาง

1. บริการดา้ นสุขภาพ
o ห้องพยาบาล 1 ห้อง: ทางศูนยพ์ ัฒนาเดก็ เล็กบา้ นหว้ ยนางมหี อ้ งพยาบาลไว้บรกิ าร
เมื่อเด็กไม่สบาย แต่จะไม่มีคนอยู่ประจําห้องพยาบาล หากเด็กไม่สบายรุนแรง ครู
ผดู้ ูแลจะทาํ การแจง้ ผปู้ กครองและนาํ ส่งถึงมือผู้ปกครอง
o การตรวจสุขภาพตอนเช้าเป็นประจําทุกวัน: จากตารางกิจกรรมประจําวันก่อน
หน้านเ้ี ห็นได้ว่าศูนย์พัฒนาเดก็ เลก็ มกี ารตรวจสุขภาพตอนเช้าเปน็ ประจําทุกวัน
o ประกนั สขุ ภาพ
o ประกนั อบุ ตั เิ หตุ

วิชา CF362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรับเดก็ พิเศษ อาจารยผ์ ู้สอน ผศ.ดร.ป่ นิ หทัย หนนู วล 108
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564

o โครงการส่งเสริมสุขภาพเด็ก: โครงการที่ทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านห้วยนางได้
ดําเนินการ เช่น เดก็ ปฐมวยั หา่ งไกลโรคมือ เท้า ปาก และ การกําจัดเหา

2. บริการด้านการเงิน
o ค่าเล่าเรียน ค่าหนังสือ ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าเครื่องแบบ และค่าอาหารฟรี
สําหรับเด็กทุกคน: ทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านห้วยนางได้มีการเขียนโครงการไป
ยังเทศบาลเพื่อขออนุมัติงบประมาณ โดยเด็กทุกคนที่เข้ารับการศึกษาที่ศูนย์
พัฒนาเด็กเลก็ บ้านห้วยนางน้ันไมม่ ีคา่ ใชจ้ า่ ยใดๆ เพม่ิ เตมิ
o มีทุนการศกึ ษาตามโอกาส (ไมม่ ที ุนประจาํ )

3. บริการดา้ นอาหาร
o อาหารกลางวัน
o อาหารเสรมิ : อาหารว่าง นม

4. นนั ทนาการ
o สนามเดก็ เล่น: เปิดโอกาสให้ท้ังเด็กในศูนย์และชมุ ชนไดเ้ ขา้ มาใชบ้ ริการ
o กิจกรรมประจําวัน: กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรมเสริมประสบการณ์
กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ กิจกรรมเสรี/เล่นตามมุม กิจกรรมกลางแจ้ง เกม
การศึกษา เปน็ กจิ กรรมประจาํ วันของเดก็ ในศูนย์ทมี่ ีให้ทําเปน็ ประจาํ ทกุ วัน
o กีฬาสี: มีการจัดเป็นประจําทุกปี เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมทั้งพัฒนาการทั้งทางด้าน
ร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้กับเด็กได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังส่งเสริม
ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งระหวา่ งเด็กกับผู้ปกครอง ผ้ปู กครองกันเอง และด้วย
o กิจกรรมในวันสําคัญต่างๆ: เช่น วันเกิด วันปีใหม่ วันเด็ก เป็นต้น ในวันเด็กทาง
ศูนย์มีการขออนุมัติงบในการจัดกิจกรรมให้กับเด็กเช่นกัน และทางศูนย์ยังมีการ
ขอการสนับสนุนจากคนในชุมชนเพื่อซื้อให้รางวัลให้กับเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
เป็นการเช่ือมสัมพันธร์ ะหว่างศนู ย์พฒั นาเดก็ เล็กกับชุมชนอีกหนึง่ ทาง

5. บรกิ ารรับเข้า
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านห้วยนางจะประกาศรับสมัครตามช่องทางต่างๆ เช่น ป้าย

ประกาศหนา้ ศนู ย์พฒั นาเด็กเล็ก สื่อออนไลน์ และรบั สมคั รนักเรียนตามวันเวลาทก่ี าํ หนด

6. อนื่ ๆ
o การเยี่ยมบ้าน: การเยี่ยมบ้านเป็นหนึ่งในโครงการที่มีประจําทุกปี การเยี่ยมบ้าน
ของทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเป็นการไปดูว่าเด็กมีสภาพความเป็นอยู่อย่างไร มี
พัฒนาการทีเ่ หมาะสมกับวัยหรือไมข่ ณะทีอ่ ยู่ท่ีบา้ น
o บัณฑิตน้อย: เป็นการจัดกิจกรรมให้กับเด็กที่เรียนจบระดับประถมวัยของศูนย์
พฒั นาเด็กเล็ก

7. โครงการ/กจิ กรรมท่ีศนู ยพ์ ฒั นาเด็กเล็กบา้ นห้วยนางดําเนินการ
o โครงการที่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ การบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (กลยุทธ์
ส่งเสริมสนับสนุนงบประมาณและพัสดุในการบริหารจัดการและการจัดการเรียน
การสอน)

วิชา CF362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ อาจารย์ผูส้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนนู วล 109
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564

1. โครงการอาหารกลางวนั
2. โครงการการจดั การเรยี นการสอนรายหัว
3. โครงการสนับสนุนค่าเรียนหนังสือสําหรับเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

บา้ นห้วยนาง
4. โครงการสนับสนุนค่าอุปกรณ์การเรียนสําหรับเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็ก

เลก็ บ้านหว้ ยนาง
5. โครงการสนับสนุนค่าเครื่องแบบนักเรียนสําหรับเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็ก

เล็กบ้านหว้ ยนาง
6. โครงการจดั ทําวสั ดโุ ฆษณา ประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่
o โครงการที่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ การบริหารจัดการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (กลยุทธ์
ส่งเสรมิ การมีสว่ นรว่ มของชมุ ชน)
1. โครงการเย่ยี มบา้ นนักเรียน
2. โครงการประชมุ ผ้ปู กครองนกั เรยี น
3. โครงการลกู รักทาํ ดเี ริ่มทีบ่ า้ นสานตอ่ ท่ีศูนยพ์ ฒั นาเด็กเล็ก
4. โครงการการสง่ เสริมสขุ ภาพเดก็ ปฐมวัยห่างไกลโรคมือ เทา้ ปาก
5. โครงการกําจดั เหาเด็กในวัยเรยี นของศูนยพ์ ฒั นาเด็กเลก็ บ้านหว้ ยนาง
6. โครงการหนนู ้อยปลอดภัยผ้ปู กครองร่วมใจใสห่ มวกกนั นอ็ ก
o โครงการที่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ การพัฒนาด้านศาสนา วัฒนธรรม จารีต
ประเพณี ภมู ิปัญญาทอ้ งถน่ิ และสง่ิ แวดลอ้ ม
1. โครงการกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น (รํามโนราห์)
โครงการ/กิจกรรมที่ทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านห้วยนางได้ดําเนนิ การทั้งหมดเพื่อ
ส่งเสริมพัฒนาการของเด็กในชุมชนและช่วยลดภาระของผู้ปกครอง ในบางโครงการทาง

เทศบาลห้วยนางไม่ได้อนุมัติงบมาให้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก คุณครูและคนในชุมชนจึงเข้า

มาช่วยเหลือในบางโครงการที่สามารถช่วยได้ เช่น โครงการรํามโนราห์วิทยากรในท้องถ่ิน

มาให้ความรู้กับเด็กโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย วันสําคัญต่างๆ ที่คนในชุมชนให้ความช่วยเหลือ
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตามที่คนในชุมชนสามารถช่วยได้ แต่บางโครงการก็ไม่สามารถ

ดําเนินการไดท้ ้งั เนอื่ งดว้ ยงบประมาณและสถานการณโ์ ควดิ

การจดั สวสั ดิการท่เี หมาะสมกบั เดก็ ในศูนยพ์ ฒั นาเดก็ เล็ก

1. เพมิ่ กจิ กรรมทเ่ี กย่ี วข้องกับชุมชน
ทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีการจัดกิจกรรม/โครงการอย่างสมํ่าเสมอ แต่กิจกรรมที่

เกี่ยวข้องกับชุมชนยังมีไม่มาก การจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับชุมชนทําให้เด็กรับรู้ถึงวัฒนธรรม
ประเพณีของชุมชน และเป็นการสืบสานให้สิ่งเหล่านั้นยังคงมีอยู่ เช่น กิจกรรมชักพระใน

วันออกพรรษา ควรจะให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการเดินขบวนเล็กน้อย หรือในวันสารทเดือน

สิบ อาจมีการเชิญวิทยากรมาสอนทําขนมวันสารท เช่น ข้าวพอง ขนมบ้า ขนมลา พร้อม

บอกว่าขนมแตอ่ ยา่ งมีการสือ่ ความหมายถงึ อะไร

วิชา CF362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรับเดก็ พิเศษ อาจารยผ์ ้สู อน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนนู วล 110
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564

2. ประชาสัมพนั ธศ์ ูนย์พฒั นาเดก็ เล็ก
ประชาสัมพันธ์เพื่อให้คนในชุมชนได้รู้ว่าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีศักยภาพด้านใดบ้าง

มบี รกิ ารอะไรบ้างสาํ หรบั เดก็ เพ่อื เป็นการเชิญชวนใหผ้ ู้ปกครองสง่ เดก็ มาเรยี น

3. โครงการสาํ หรับเด็กที่มีพฒั นาการลา้ ชา้
ทางศูนย์เองก็ยังไม่ได้มีโครงการสําหรับเด็กที่มีพัฒนาการล้าช้าเด็กมีพัฒนาการ

ล่าช้า ซึ่งในทุกๆ เทอม คุณครูจะทําการประเมินพัฒนาการเด็กใน 4 ด้าน ร่างกาย
อารมณ์-จิตใจ สังคม สติปัญญา และหากพบว่าเด็กมีแนวโน้มที่จะมีพัฒนาการล้าช่า ให้
ทําการประเมินอย่างละเอียดว่าเด็กมีพัฒนาการล่าช้าจริงหรือไม่ หากมีก็ดําเนินการ
รายงานให้ผู้ปกครองทราบ โดยจะแบ่งเปน็ 2 กรณี

3.1 กรณีไม่รุนแรง ครูประจําชั้นของเด็กค้นคว้า หาวิธีการแก้ไข และปรึกษา
ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่โรงเรียนการศึกษาพิเศษ และให้บริการสอนเด็กโดยครู
ประจาํ ชน้ั

3.2 กรณีรุนแรง ส่งต่อเด็กเพื่อเตรียมความพร้อมอย่างโรงเรียนการศึกษาพิเศษ
จากนั้นประเมินความก้าวหน้า หากเด็กมีพัฒนาการที่ดีขึ้นก็จะสามารถเข้าร่วม
ในช้นั เรียนตามปกติ

4. ทนุ การศึกษาประจาํ
เนื่องจากทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กไม่มีทุนประจําให้กับเด็ก การมีทุนจะช่วยลดภาระ

ค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครองได้บางส่วน ทุนที่ให้กับเด็กอาจเป็นทุนสําหรับการศึกษาต่อใน
ระดับชั้นประถมศึกษา ทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอาจมีการประสานกับโรงเรียนระดับปฐม
ศึกษาในชุมชนเพื่อรว่ มกนั ให้ทนุ กบั เด็กที่ขาดโอกาส
5. บรกิ ารรถรับส่งนกั เรยี น

ผู้ปกครองของเด็กที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กส่วนใหญ่มักขี่มอเตอร์ไซค์เพื่อรับส่งเด็ก
และเยื้องศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเป็นโรงเรียนประถม การจราจรช่วงเช้าและเย็นจึงเต็มไปด้วย
รถมอเตอร์ไซค์ และสว่ นใหญไ่ ม่คอ่ ยสวมหมวกกันนอ๊ ค ถึงแม้ว่าทางศนู ยพ์ ัฒนาเดก็ เลก็ จะ
มีโครงการเหมาะกันน็อกก็ตามแต่การเกิดอุติเหตุก็ยังมีให้เห็นอยู่เป็นบางครั้ง การมีรถ
รับส่งสําหรับเด็กที่อยู่ห่างจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจึงเป็นสิ่งที่ช่วยลดจํานวนมอเตอร์ไซค์
และอุบตั ิเหตไุ ด้ และยงั ลดภาระผ้ปู กครองอีกดว้ ย

6. จัดใหม้ ีนักโภชณาการอาหาร
ทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีการจ้างแม่ครัวเป็นปีการศึกษา แต่ไม่มีนักโภชณาการ

อาหาร เน่ืองด้วยงบประมาณที่จํากัดในเรื่องของอาหาร การมีนักโภชณาการจึงเป็นตัว
ชว่ ยในการจดั สรรอาหารที่ทง้ั มีคณุ ประโยชนค์ รบถว้ นและผ่านการคิดคาํ นวณสําหรบั เดก็

วชิ า CF362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ อาจารย์ผสู้ อน ผศ.ดร.ป่ นิ หทัย หนนู วล 111
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564

บทบาทของนักสงั คมสงเคราะห์

1. ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านร่วมกับคุณครู นักสังคมสงเคราะห์อาจจะมีความเชี่ยวชาญในเรื่อง
ของสังคม สวัสดิการ การประเมินความเสี่ยง ซึ่งแตกต่างจากครูที่เน้นในเรื่องของ
พัฒนาของเด็กเป็นหลัก หากทํางานร่วมกันก็จะสามารถประเมินได้อย่างรอบด้านมาก
ขนึ้

2. ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อหาทรัพยากรสําหรับพัฒนาศักยภาพเด็กเละศูนย์
พฒั นาเด็กเล็ก

3. ประสานงานให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านห้วยนางและชุมชนมีกิจกรรมร่วมกันอย่าง
สม่ําเสมอ

4. จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็กทั้งในด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และ
สติปญั ญา ทนี่ อกเหนือจากท่ที างศนู ย์พัฒนาเด็กเลก็ จดั ทําอย่แู ล้ว

5. สนบั สนุนให้เด็กไดร้ ับสวสั ดิการอยา่ งครอบคลุมในทกุ ๆ ดา้ น

รายการอา้ งองิ

องคก์ ารปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ . (2559). มาตรฐานดาํ เนินงานศูนย์พัฒนาเดก็ เล็กของ
องค์กรส่วนปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน ประจาํ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2559. สืบคน้ จาก
http://www.dla.go.th/upload/ebook/column/2017/4/2199_5930.pdf

องคก์ ารปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ . (ม.ป.ป). คู่มือศนู ยพ์ ฒั นาเด็กเล็ก (บทที่ 4 การส่งเสรมิ
พฒั นาการของเด็กเลก็ ). สืบค้นจาก
http://www.dla.go.th/work/e_book/eb6/eb6_3/3km7.pdf

บคุ ลากรของศนู ย์พัฒนาเดก็ เลก็ . หัวหนา้ ศนู ยพ์ ฒั นาเด็กเล็กบ้านหว้ ยนาง. ศูนยพ์ ัฒนา
เดก็ เลก็ บา้ นหว้ ยนาง. (16 มนี าคม 2565). สัมภาษณ์

วชิ า CF362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรับเด็กพิเศษ อาจารย์ผู้สอน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนนู วล 112
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564

โรงเรยี นพทั ลงุ

น.ส.บัวบญุ ชูเชอื้ รหสั นกั ศกึ ษา 6205681536

จังหวัด : พทั ลงุ

ขนาดโรงเรยี น : โรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ

ระดบั การศกึ ษา : มธั ยมศกึ ษาตอนต้น-มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

สังกัด : สํานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพนื้ ฐานกระทรวงศึกษาธิการ

สถานที่ตั้ง : เลขที่ 270 ถนนราเมศวร์ ตําบลคูหาสวรรค์ อําเภอเมือง จังหวัดพัทลุง รหัสไปรษณีย์
93000

หมายเลขโทรศพั ท์ : 074-613022

สปี ระจาํ โรงเรยี น : สีเขยี ว-เหลือง

อัตลกั ษณ์ของโรงเรียน : ศกึ ษาเด่น ประพฤตดิ ี สามคั คี มีวนิ ยั ใฝค่ ุณธรรม

พนั ธกจิ

1. สง่ เสรมิ ให้ผเู้ รียนมีคุณธรรม จริยธรรม มีคุณลกั ษณะอนั พึงประสงคต์ ามหลกั สูตร
2. ส่งเสริมนักเรียนสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการทุกระดับ ตั้งแต่ระดับจังหวัดไปจนถึงระดับ
นานาชาติ
3. พัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นความเป็นเลิศทางวิชาการ โดยเน้นผู้เรียนเป็น
สําคญั
4. พัฒนาสถานศึกษาให้มคี ณุ ภาพแวดล้อมใหเ้ อื้อตอ่ การจัดการเรียนรู้
5. พัฒนาครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา มคี ณุ ภาพมาตรฐานวิชาชีพ
ข้อมลู จํานวนนักเรียนโรงเรยี นพัทลุง
ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้ : นักเรียนชาย 632 คน และ นกั เรียนหญิง 853 คน รวม 1,485 คน

ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย : นกั เรียนชาย 581 คน และ นกั เรียนหญิง 906 คน รวม 1,487 คน

รวมทุกระดับชนั้ : นกั เรียนชาย 1,213 คน และ นักเรยี นหญงิ 1,759 คน รวม 2,972 คน

ขอ้ มลู จาํ นวนครูและบคุ ลากรทางการศึกษา

บุคลากรชาย 41 คน และ บุคลากรหญงิ 112 คน รวม 153 คน

วชิ า CF362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ อาจารยผ์ ูส้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนนู วล 113
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564

การศกึ ษาข้อมูล

ข้อมูลต่าง ๆ ที่นักศึกษาได้กล่าวไปข้างต้นเป็นข้อมูลที่นักศึกษาได้มาจากเว็บไซต์ของ
โรงเรียนพัทลุง และข้อมูลต่าง ๆ ต่อไปนี้ที่นักศึกษาจะกล่าวถึงไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์และปัญหา
ของเด็กภายในโรงเรียน บริการ กิจกรรม และสวัสดิการที่มีภายในโรงเรียน เป็นการเก็บรวบรวม
ข้อมูลจากการสอบถามศิษย์ในปัจจุบันที่กําลังศึกษาอยู่ภายในโรงเรียนพัทลุง จํานวน 1 คน,
จากการสอบถามศิษย์เก่าของโรงเรียนที่เคยศึกษาภายในโรงเรียนพัทลุง จํานวน 2 คน, สอบถาม
นักศึกษาฝึกสอนในโรงเรียน จํานวน 1 คน, จากข่าว 1 ข่าว และได้มาจากประสบการณ์ส่วนตัว
ของนักศกึ ษาเองซ่งึ เปน็ ศิษยเ์ ก่าโรงเรยี นพทั ลงุ

สถานการณแ์ ละปัญหาของเดก็ ภายในโรงเรียน

§ ปญั หาในเรือ่ งของการแนะแนว

ท่ีมาของข้อมูล : ศษิ ยเ์ กา่ ของโรงเรียนและประสบการณ์สว่ นตัวของนักศึกษาซ่ึงเปน็ ศษิ ย์เกา่

ภายในโรงเรียนจะมีการจัดวิชาแนะแนวขึ้นเพื่อเป็นตัวช่วยในการให้คําแนะนําแก่เด็ก
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในเรื่องของการเลือกสายการเรียน และเพื่อเป็นตัวช่วยในการ
แนะนําวิธีการเตรียมความพร้อมให้แก่เด็กนักเรียนชั้นมัธยมตอนปลายสําหรับเข้าเรียนต่อในมหา
ลัยทั้งในเรื่องของการเขียน Portfolio การแนะนํามหาลัยที่จะมีทั้งการตั้งเอกสารเอาไว้ภายในห้อง
แนะแนวให้ได้อ่านและมีการติดต่อให้รุ่นพี่ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มาแนะแนวให้แก่เด็ก อย่างไรก็
ตามปัญหาที่พบคือครูแนะแนวส่วนใหญ่ในโรงเรียนจะแนะนําให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
เลือกสายการเรียนเป็นสายวิทย์-คณิต โดยเฉพาะกับเด็กที่มีเกรดดีไปจนถึงดีมาก และจะไม่
แนะนําให้เด็กที่มีเกรดดีเรียนสายศิลป์ภาษา สายศิลป์คํานวณ หรือสายไทยสังคม และหากเด็กท่ี
อยู่ในเกณฑ์เรียนดีเลือกที่จะเรียนสายอื่นที่ไม่ใช่สายวิทย์-คณิตคุณครูก็จะมีการพูดเพื่อพยายาม
ใหเ้ ด็กเปลี่ยนใจ

ในส่วนของวิชาแนะแนวของเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายนั้นมีปัญหาที่พบคือครู
แนะแนวจะมีการสั่งให้นักศึกษาทํางานโดยการเขียน Portfolio ส่งครู และส่วนใหญ่นักเรียน
จะต้องทําการศึกษาวิธีการเขียนเองจากในอินเทอร์เน็ตและเมื่อส่งงานแล้วคุณครูก็ไม่ได้มีการถูก
ความถูกต้องหรือสิ่งที่ควรแก้ไข คุณครูจะทําเพียงคือกลับมาให้เท่านั้นทําให้พบว่าในส่วนนี้เด็ก
ไม่ได้รับความรู้อะไรที่เพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงในส่วนของการติดต่อให้รุ่นพี่มหาวิทยาลัยมาแนะแนว
ให้แก่น้อง ๆ จะพบว่าส่วนใหญ่ในทุกปีมักจะเป็นรุ่นพี่จากมหาลัยเดิม ๆ มาทําการแนะแนวและ
คณะที่มาทําการแนะแนวมักเป็นคณะที่เด็กไม่ค่อยสนใจทําให้เด็กหลายคนไม่เข้าร่วมการแนะ
แนวในครัง้ น้นั

วิชา CF362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ อาจารย์ผู้สอน ผศ.ดร.ป่ ินหทัย หนนู วล 114
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564

§ ปัญหาในเรือ่ งของคณุ ครทู ม่ี กั จะสนใจเพยี งเด็กนักเรยี นท่เี รยี นเก่ง

ที่มาของข้อมูล : ศิษย์ในปัจจุบันของโรงเรียน ศิษย์เก่าของโรงเรียน และประสบการณ์ส่วนตัว
ของนักศึกษาซ่งึ เป็นศิษยเ์ กา่

เนื่องจากคุณครูมักจะให้ความสนใจและมีการส่งเสริมแค่กับเด็กที่เรียนเก่งทําให้เวลามี
กิจกรรมต่าง ๆ คุณครูก็มักจะเรียกเด็กที่เรียนเก่งมาทํากิจกรรมเป็นอันดับแรก ส่งผลให้เด็ก
นักเรียนคนอื่น ๆ ถูกกีดกั้นออกจากการทํากิจกรรมนั้น ๆ และกลายเป็นอื่น รวมทั้งยังเป็นการกีด
กันและปิดกั้นโอกาสเด็กกลุ่มอื่น ๆ ทําให้เด็กกลุ่มอื่นไม่สามารถแสดงความสามารถของตนเอง
ออกมาได้

§ ปัญหาในเรื่องของการขาดจิตวิทยาและวาทศลิ ป์ในการพูดของคุณครูในโรงเรยี น

ท่มี าของขอ้ มูล : ประสบการณ์ส่วนตัวของนักศึกษาซง่ึ เป็นศษิ ยเ์ กา่

นักศึกษามองว่าปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่อีกหนึ่งปัญหาภายในโรงเรียนพัทลุงเนื่องจากว่า
เด็กหลายคนมักจะเคยถูกคุณครูพูดจาไม่ดีหรือพูดจาเชิงลบใส่ ซึ่งจากประสบการณ์และการ
สอบถามจะพบว่าคุณครูหลายท่านในโรงเรียนมักพูดกับเด็กในแง่ลบใส่นักเรียน นักเรียนบางห้อง
มักจะถูกคุณครูพูดถึงในเชิงไม่ดีให้เพื่อนห้องอื่นหรือเพื่อนต่างห้องฟัง นักเรียนบางคนถูกด่าว่าโง่
ไม่ฉลาด หรือไม่มีความสามารถ เช่น เด็กที่มีเกรดดีแต่ไม่เลือกเรียนสายวิทย์-คณิต เด็กที่เลือก
สายศิลป์ภาษา ศิลป์คํานวณ หรือสายไทย-สังคม รวมทั้งคุณครูบางท่านยังมีการสบประมาทและ
พูดตัดกําลังใจต่อเด็กนักเรียน เช่น มีการพูดกับเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายว่าจะไม่
สามารถเข้ามหาลัยได้ หากเข้ามหาวิทยาลัยได้ก็จะเรียนไม่จบเพราะว่าโง่หรือไม่ฉลาด คุณครูบาง
ท่านอาจพูดเพราะเด็กนักเรียนไม่ขยันและไม่ทํางานส่งตามกําหนดหรืออาจพูดเพราะอยากกระตุ้น
ให้เด็กขยันอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบ แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าคุณครูจะพูดเพราะเหตุผลใดแต่
คําพูดเหล่านี้จะส่งผลต่อสภาพจิตใจของเด็กนักเรียนได้ นอกจากนี้นักศึกษายังพบว่ามีคุณครูบาง
ท่านที่พูดคุยเสียงดัง ตะคอก และกดดันใส่นักเรียนเพื่อเป็นการทดสอบและสอบถามว่าเด็ก
นักเรียนที่กลับจากการหยุดเรียนไปเป็นเวลานานเนื่องจากมีการหยุดไปรักษาโรคซึมเศร้านั้น
สามารถทนได้หรือไม่และสามารถกลับมาเรียนและอยู่ภายใต้สถานการณ์ความกดดันได้หรือไม่
ซึ่งในส่วนนี้นักศึกษามองว่าสาเหตุมาจากการที่คุณครูภายในโรงเรียนขาดความรู้ความเข้าใจใน
เรื่องของจิตวิทยาและไม่มีวาทศิลป์ในการพูด และสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เองจะส่งผลทําให้นักเรียนหมด
ความมั่นใจ เกิดการฝังใจจากคําพูด อาจทําให้เด็กเกิดความรู้สึกท้อแท้ เกิดความเครียด และที่แย่
ไปกวา่ น้นั อาจส่งผลให้เด็กบางคนทีม่ คี วามอ่อนไหวทางด้านจติ ใจกลายเปน็ ซมึ เศร้าได้

§ ปญั หาในเรื่องของการเรียนตามหลักสูตร

ทีม่ าของข้อมูล : ศษิ ยเ์ กา่ ของโรงเรยี นและประสบการณ์ส่วนตวั ของนกั ศกึ ษาซึ่งเปน็ ศิษย์เก่า

ปัญหาในเรื่องของการเรียนตามหลักสูตรคือการที่นักเรียนภายในโรงเรียนเรียนถูกต้อง
ตามหลักสูตรแต่ไม่สามารถนําไปใช้ได้จริงในชีวิตจริงหรืออาจจะนําไปใช้ได้ไม่มากเท่าที่ควร
รวมทั้งเนื้อหาต่าง ๆ ในการเรียนนักเรียนก็ไม่สามารถนําไปใช้ในการสอบได้ ทําให้นักเรียนภายใน

วิชา CF362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรบั เด็กพิเศษ อาจารย์ผู้สอน ผศ.ดร.ป่ นิ หทัย หนูนวล 115
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564

โรงเรียนจะต้องไปลงเรียนพิเศษนอกโรงเรียน และไรส่วนของปัญหาในการเรียนก็จะส่งผลกระทบ
ตอ่ นกั เรยี นทัง้ ในดา้ นร่างกายและจิตใจ

§ ปัญหาในเร่ืองของกฎระเบียบที่เข้มงวดมากจนเกนิ ไป

ที่มาของข้อมูล : ศิษย์ในปัจจุบันของโรงเรยี น ศิษย์เก่าของโรงเรียน และประสบการณ์ส่วนตัวของ

นกั ศึกษาซง่ึ เปน็ ศิษยเ์ กา่

โดยปัญหาในเรื่องนี้คือเรื่องของกฎระเบียบไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแต่งกาย การสแกน

บัตรเข้าโรงเรียน หรือทรงผม เช่น การที่นักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จะต้องไว้ผมรองทรง
สูง ไม่เกินรองหวีเบอร์1 ผมด้านบนและด้านหน้ายาวไม่เกิน 4 เซนติเมตร นักเรียนชายชั้น

มัธยมศึกษาตอนปลาย จะต้องไว้ผมรองทรงสูง ไม่เกินรองหวีเบอร์2 ผมด้านบนและด้านหน้ายาว
ไม่เกิน 8 เซนติเมตร นักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย กรณีไว้ผมสั้น จะไว้

ความยาวได้ไม่เกินระดับคอปกเสื้อด้านบน กรณีไว้ผมยาว นักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

ความยาวจะต้องไม่เกิน 20 เซนติเมตร และนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ความยาวไม่
เกิน 30 เซนติเมตร และจะต้องรวบผมตึง ผูกด้วยริบบิ้นผ้าสีดํากว้างไม่เกิน 1 นิ้ว ห้ามถักเปียหรือ

ใช้อุปกรณ์อื่น ๆ ตกแต่งประดับทรงผม นอกจากกิ๊บผมสีดํา หากใครไม่ทําตามกฎระเบียบนี้ก็จะ
ถูกลงโทษโดยในบางชั้นปีจะมีการลงโทษด้วยการที่คุณครูจะตัดผมหรือไถผมของนักเรียน โดย

วิธีการจะเป็นการตัดหรือไถให้อย่างไม่เรียบร้อยทําให้นักเรียนมีความจําเป็นจะต้องกลับไปตัด
เนื่องจากว่าจะกลายเป็นที่ตลกขบขันและเกิดความรู้สึกอายเพราะทรงผมที่แปลกประหลาด และ

ในส่วนน้ีเองอาจส่งผลใหเ้ ด็กบางคนเกดิ ความรสู้ ึกสญู เสยี ความมนั่ ใจได้

§ ปัญหาในเรื่องของการไมม่ ีแรงจูงใจในการเรียน

ที่มาของข้อมูล : ศิษย์ในปัจจุบันของโรงเรียน ศิษย์เก่าของโรงเรียน และประสบการณ์ส่วนตัว
ของนกั ศึกษาซง่ึ เป็นศษิ ย์เก่า

โดยสาเหตุของปัญหานี้มีสาเหตุมาจากหลาย ๆ ปัจจัย เช่น คุณครูละเลย เด็กโดนคุณครูดุ
ด่าโดยไม่มีเหตุผล มีการสั่งงานที่มากจนเกินไป เด็กนักเรียนไม่เข้าใจในบทเรียน เป็นต้น โดย
ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้จะส่งผลให้เด็กขาดแรงจูงใจในการเรียน ไม่อยากทํางาน และอาจส่งผลให้
เด็กบางคนโดดเรยี น

§ ปัญหาในเรื่องของการไม่ได้เข้าเรียนต่อชั้นในสถานศึกษาเดิมของนักเรียนช้ัน
มธั ยมศึกษาปที ่3ี

ที่มาของข้อมูล : ศิษย์ในปัจจุบันของโรงเรียนและข่าวจากเว็บไซต์มติชนออนไลน์
(https://bit.ly/3jl2TKW)

ปัญหานี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับนักเรียนบางคนที่มีผลการเรียนไม่ถึงตามกฎเกณฑ์ที่ทาง

โรงเรียนกําหนดไว้ คือ 2.50 ส่งผลให้เด็กกลุ่มนี้ไม่สามารถเข้าเรียนต่อได้ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
และเด็กกลุ่มนี้มีส่วนหนึ่งที่เป็นเด็กกิจกรรมทํากิจกรรมเพื่อชื่อเสียงของโรงเรียน อย่างไรก็ตามทาง

โรงเรียนได้มีการขยายและเพ่ิมรอบสอง คือ เด็กนักเรียนที่จะสมัครจะต้องมีผลการเรียนอยู่ที่ 2.00

วชิ า CF362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ อาจารย์ผูส้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนูนวล 116
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564

แต่มีเงื่อนไขว่าไม่ได้ดูแลเฉพาะเด็กกิจกรรมเท่านั้นแต่จะดูแลเด็กทุกคนที่เป็นเด็กเก่าของโรงเรียน
ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เด็กกิจกรรมที่มีผลการเรียนตั้งแต่ 1.50-2.00 และมีคุณครูที่ควบคุมนักเรียนใน
แต่ละกิจกรรมเป็นผู้เซ็นรับรองจะได้รับการพิจารณาตั้งแต่รอบแรก และสิ่งนี้ส่งผลให้เด็กหลาย
จะต้องออกจากโรงเรียน หาโรงเรียนใหม่ หรือต้องสอบเข้ามาใหม่ ทั้งนี้เด็กนักเรียนบางคนอาจ
อาศัยอยู่ในตัวเมืองทําให้สะดวกในเรื่องของการเดินทาง ดังนั้นหากเด็กจะต้องย้ายโรงเรียนอาจ
ส่งผลให้เกิดปัญหาความไม่สะดวกในการเดินทางและอาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด
อุบัติเหตุได้ นอกจากนี้เด็กบางคนก็อาจไม่มีที่เรียน เกิดความเครียด และอาจมีผลกระทบทั้งใน
ด้านรา่ งกายและจิตใจอืน่ ๆ แก่ทัง้ ตัวเด็กและผ้ปู กครองของเดก็

§ ปัญหาในเรอื่ งของการเย่ียมบา้ น

ท่ีมาของขอ้ มูล : ประสบการณส์ ว่ นตัวของนักศึกษาซ่ึงเป็นศษิ ย์เก่า

โรงเรียนพัทลุงมีโครงการในเรื่องของการเยี่ยมบ้านนักเรียนแต่จะพบว่าในความเป็นจริง
คุณครูหลายท่านไม่ได้มีการลงเยี่ยมบ้านนักเรียนหรือหากมีก็ไม่ได้มีการลงพ้ืนที่ครบทุกหลัง
เนื่องจากว่านักเรียนในห้องมีจํานวนที่เยอะและบ้านของนักเรียนบางคนก็อยู่นอกเมืองและไกล
ออกไป และด้วยการเยี่ยมบ้านเพียงไม่กี่หลังนี้ทําให้คุณครูประจําชั้นไม่ได้รู้จักและไม่ได้เก็บข้อมูล
ของนักเรียนอย่างถ้วน ส่งผลให้คุณครูไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเด็กบางคนจะต้องใช้ชีวิตอย่างไร มี
ปญั หาอะไร หรอื เด็กต้องการความช่วยเหลืออะไร

§ ปัญหาในเรื่องของการไม่มีปฏิสมั พันธ์ระหวา่ งคุณครปู ระจาํ ชน้ั และนักเรียน

ทมี่ าของข้อมลู : ประสบการณ์สว่ นตวั ของนกั ศึกษาซงึ่ เปน็ ศษิ ย์เกา่

เนื่องจากว่าระบบการเรียนของโรงเรียนพัทลุงจะเป็นแบบเดินเรียนยกเว้นนักเรียน
ห้องเรียนพิเศษ ทําให้ครูประจําชั้นและนักเรียนไม่ค่อยได้พบปะพูดคุยกันยกเว้นในคาบชั่วโมงโฮม
รูม อย่างไรก็ตามในคาบโฮมรูมคุณครูหลายท่านก็ไม่ได้เข้าสอนส่งผลให้นักเรียนและครูประจําชั้น
ไม่ได้พบปะพูดคุยและทําความรู้จักกันมากพอ ซึ่งในข้อนี้ก็จะเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของปัญหาในข้อ
ตอ่ ไปทีว่ า่ ปญั หาในเรือ่ งของการประเมินเด็กฃ

§ ปญั หาในเรือ่ งของการประเมนิ เด็ก

ทีม่ าของข้อมูล : ประสบการณ์ส่วนตัวของนักศึกษาซง่ึ เป็นศิษย์เกา่

โดยในแต่ละเทอมคุณครูประจําชั้นจะต้องมีการบันทึกและเขียนลงในสมุดประจําตัว
นักเรียนถึงพฤติกรรมต่าง ๆ ขอนักเรียนในระยะเวลาที่อยู่ภายในโรงเรียน แต่จะพบว่าบันทึกที่
คุณครูประจําชั้นได้ทําการเขียนนั้นไม่ตรงกับความเป็นจริง เนื่องจากว่าครูหลายท่านไม่ได้มีความ
สนิทสนมหรือรู้จักนักเรียนคนนั้น ๆ แต่ทําการเขียนบันทึกเพียงเพราะในสมุดพกมีช่องให้คุณครู
เขียนและจะตอ้ งเขยี นเพือ่ มอบให้ผปู้ กครองเพยี งเทา่ น้ัน

วิชา CF362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรบั เด็กพิเศษ อาจารยผ์ สู้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนนู วล 117
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564

§ ปัญหาด้านการทํางานดา้ นเอกสารของครูผู้สอน

ทม่ี าของขอ้ มลู : นักศึกษาฝึกสอนในโรงเรยี น

โดยจากการได้พูดคุยกับนักศึกษาฝึกสอนทําให้พบว่าคุณครูไม่ได้มีหน้าที่ในการสอนอย่าง
เดียวเท่านั้น แต่จะต้องมีการทํางานด้านเอกสารต่าง ๆ มากมาย เช่น งานทะเบียนและการ
คํานวณเกรดท้ายเทอม ส่งผลให้การเรียนการสอนในแต่ละครั้งไม่ได้มีความแปลกใหม่หรือ
เหมาะสมกับตัวเด็กแบบเฉพาะเนื่องจากว่านวันเสาร์อาทิตย์ที่ควรจะเป็นวันที่คุณครูได้วาง
แผนการเรียนการสอนหรือคิดหาวิธีการในการสอนเด็กกลับต้องมานั่งทํางานเอกสารแทนทําให้
คณุ ครไู มส่ ามารถวางแผนการเรียนการสอนหรอื คดิ หาวธิ กี ารเรยี นการสอนใหเ้ หมาะสมกบั เดก็ ได้

§ ปัญหาของการเรยี นการสอนของหมวดศลิ ปะ-นาฏศิลป์

ท่ีมาของขอ้ มลู : ศิษย์เก่าของโรงเรยี นและนกั ศกึ ษาฝกึ สอนในโรงเรียน

เนื่องจากโรงเรียนพัทลุงเป็นฌรงเรียนที่มุ่งเน้นในด้านวิทย์-คณิต ส่งผลให้การเรียนการ
สอนในหมวดศิลปะ-นาฏศิลป์ถูกละเลย ในการเรียนการสอนก็จะเป็นการเรียนแบบรูปแบบเดิม ๆ
ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 เช่น ตอนศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 คุณครูก็มีการ
สั่งงานให้นักเรียนวาดจุดวาดเส้น และเมื่อเลื่อนระดับชั้นขึ้นไปแต่งานที่สั่งก็ยังอยู่ในรูปแบบและ
ลกั ษณะเดิมไม่แตกต่างออกไปจากตอนเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และนอกจากนี้ปัญหาอีกหน่ึง
ปัญหาของการเรียนการสอนของหมวดศิลปะ-นาฏศิลป์ คือ คุณครูหลาย ๆ ท่านมักจะมี
ภาระหน้าที่หรืองานนอกค่อนข้างเยอะ เช่น คุณครูบางท่านมักจะต้องพานักเรียนนาฎศิลป์ไป
แข่งขันหรือโชว์ในงานต่าง ๆ ในเวลาที่มีคาบเรียน ส่งผลให้คาบนั้นไม่มีการเรียนการสอนและถูก
ยกคาบเรียนไปโดยไม่มีคุณครูมาสอนแทน ซึ่งปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ส่งผลให้นักเรียนที่ชื่นชอบและ
สนใจที่จะเรียนต่อในสายนี้ได้รับผลกระทบและจําเป็นที่จะต้องไปศึกษาหาความรู้ต่าง ๆ เพิ่มเติม
เอาเองจากดา้ นนอก

สวสั ดกิ าร กิจกรรม และบริการภายในโรงเรยี น

§ กจิ กรรมงานแนะแนว

ทางโรงเรียนและกิจกรรมแนะแนวจะมีการให้คําแนะนํานักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่3
เกี่ยวกับการสายการเรียนต่อและจะมีการจัดแนะแนวให้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่6เกี่ยวกับ
การเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย โดยมีการเชิญรุ่นพี่ที่เป็นศิษย์เก่าในโรงเรียนที่เรียนอยู่ใน
มหาวทิ ยาลัยตา่ ง ๆ มาแนะแนวและให้คาํ แนะนาํ แกน่ อ้ ง ๆ

§ กจิ กรรมโฮมรมู

กิจกรรมโฮมรูมเป็นกิจกรรมที่ถูกจัดให้เป็นวิชาหนึ่งวิชา โดยวิชาโฮมรูมจะถูกจัดให้อยู่ใน
คาบแรกของวนั จันทร์ โดยครปู ระจาํ วชิ าจะเปน็ คณุ ครปู ระจาํ ชน้ั ของห้องเรยี นนั้น ๆ

วิชา CF362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรบั เด็กพิเศษ อาจารยผ์ ้สู อน ผศ.ดร.ป่ ินหทัย หนูนวล 118
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564

§ กจิ กรรมชุมนมุ

ในหนึ่งสัปดาห์จะมีการจัดคาบเรียนหนึ่งคาบให้เป็นวิชาชุมนุม โดยวิชาชุมนุมจะเป็นวิชาที่
ให้นักเรียนได้เลือกเองว่าอยากจะอยู่ชุมนุมอะไร โดยวิชาชุมนุมจะมีให้นักเรียนได้เลือกอย่าง
หลากหลายไม่ว่าจะเป็นชุมนุมห้องสมุด ชุมนุมเทควันโด ชุมนุมสิ่งลี้ลับ ชุมนุมเต้น ชุมนุม
ภาษาไทย หรือชุมนมุ ฝรง่ั เศส เปน็ ตน้

§ วนั กิจกรรม

วันกิจกรรมหรือวันชุมนุมจะมีการจัดขึ้น 1 ครั้ง ภายในหนึ่งภาคการเรียน โดยในวันนั้น
จะไม่มีการจัดการเรียนการสอนใด ๆ แต่จะให้นักเรียนในแต่ละชุมนุมจัดซุ่มเพื่อนําเสนอผลงาน
และนําเสนอกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมนุม และมีการให้ลงชื่อจับจองพื้นที่สําหรับคนที่ต้องการขาย
ของไมว่ า่ จะเปน็ ขนม นํา้ ตน้ ไม้ อาหาร หรืออื่น ๆ

§ บริการสระวา่ ยนาํ้

โดยปกติแล้วหลังเวลาราชการสระว่ายนํ้าโรงเรียนพัทลุงจะมีการเปิดให้บริการแก่คน
ภายนอกที่ไม่ใช่นักเรียนโรงเรียนพัทลุงให้เข้ามาใช้บริการได้ อย่างไรก็ตามในการเข้าใช้บริการก็
จะมีการเก็บค่าเข้าใช้บริการเช่นกัน แต่สําหรับนักเรียนที่ศึกษาอยู่ในโรงเรียนพัทลุงนั้นสามารถเข้า
ใช้ได้ฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้บริการโดยการนําเอาบัตรสมาชิกหรือบัตรนักเรียนมาให้เจ้าหน้าท่ี
ตรวจดู

§ กจิ กรรมกฬี าสี

กิจกรรมกีฬาสีจะมีการจัดขึ้นทุกปี โดยในการแบ่งสีจะแบ่งโดยการให้ตัวแทนห้องไปจับ
ฉลากว่าจะได้อยู่สีไหน ซึ่งกิจกรรมกีฬาสีจะมีทั้งการแข่งขันขบวนพาเหรด การแข่งขันกองเชียร์
การแขง่ ขนั เชียรล์ ีดเดอร์ และการแขง่ ขันกฬี า เช่น ฟตุ บอล ว่ิง บาสเกตบอล เป็นตน้

§ บรกิ ารหอ้ งสมุด

ภายในห้องสมุดจะมีการให้บริการหนังสือแก่นักเรียนไม่ว่าจะเป็นหนังสือทางด้านวิชาการ
หนังสือสอนอาชีพ หนังสือสอนทําอาหาร หนังสือการ์ตูน พจนานุกรม หรืออื่น ๆ นอกจากนี้ทาง
ห้องสมดุ ยงั มีการใหบ้ ริการยืมหนังสอื ไดด้ ว้ ยเช่นกัน

§ ห้องพยาบาล

โรงเรียนพัทลุงมีห้องพยาบาลท่ีจะคอยให้บริการนักเรียนที่เจ็บป่วย รวมทั้งยังมีการเปิด
โอกาสให้นักเรียนที่มีความสนใจหรืออยากเรียนรู้งานสามารถสมัครเข้าเป็นสมาชิกเพื่อเรียนรู้และ
ทํางานในห้องพยาบาลภายใต้การดูแลและเรียนรู้งานจากคุณครูที่ทําหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของห้อง
พยาบาล

วชิ า CF362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ อาจารย์ผู้สอน ผศ.ดร.ป่ นิ หทยั หนนู วล 119
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564

§ บรกิ ารตรวจสขุ ภาพประจาํ ปี

ภายในหนง่ึ ภาคการเรยี นทางโรงเรยี นจะมีบรกิ ารตรวจสุขภาพประจาํ ปีแก่นกั เรียนทกุ คน

§ ธนาคารโรงเรียน

เป็นโครงการที่ช่วยส่งเสริมให้นักเรียนได้รู้จักการออมและได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทํางาน
เนื่องจากว่าทางธนาคารโรงเรียนได้มีการเปิดโอกาสให้นักเรียนที่มีความสนใจหรืออยากเรียนรู้
งานสามารถสมัครเข้าเป็นสมาชิกเพื่อเรียนรู้และทํางานในธนาคารโรงเรียนภายใต้การดูแลและ
เรียนรู้งานจากคุณครูที่ทําหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและคอยดูแลความเรียบร้อยต่าง ๆ ภายในธนาคาร
โรงเรยี น

§ โรงยมิ สนามบาส สนามบอล และสนามวงิ่

โรงยิม สนามบาส สนามบอล และสนามวิ่ง ของโรงเรียนเป็นสนามที่นักเรียนทุกคน
สามารถใช้ไดโ้ ดยไมต่ ้องขออนุญาต

§ ติวO-NET

ทางโรงเรียนจะมีการจัดการติวO-NETให้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่6ทุกปี เพื่อเป็นการ
เตรียมความพร้อมให้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่6ได้นําไปใช้ในการสอบเพื่อนําคะแนนไปใช้ใน
การเขา้ มหาวิทยาลัย

§ การเย่ยี มบ้านนกั เรียน

โรงเรียนพัทลุงมีการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านแต่ส่วนใหญ่จะเป็นการลงพื้นที่แบบสุ่มและไม่ได้
ครบทุกคน

การจัดสวัสดิการท่เี หมาะสมสําหรับเดก็ ในโรงเรยี น

1. การเยยี่ มบา้ นนกั เรียน

นักศึกษามองว่ากิจกรรมการเยี่ยมบ้านนักเรียนเป็นกิจกรรมที่ดีเนื่องจากว่าการที่คุณครูได้
ทําการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักเรียนจะทําให้คุณครูได้รู้ว่าปกติแล้วนั้นนักเรียนมีการใช้ชีวิตอย่างไร
ได้ทําการพูดคุยกับผู้ปกครองของนักเรียนและทําความเข้าใจตัวตนของนักเรียนมากขึ้น ได้มีการ
พูดคุยกับพ่อแม่เกี่ยวกับถึงนักเรียน รวมไปถึงการได้รับรู้ว่านักเรียนมีปัญหาอะไรและเราสามารถ
ช่วยเหลืออะไรได้บ้าง แม้เดิมทีการเยี่ยมบ้านนักเรียนจะเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วแต่ในการเยี่ยมบ้านนั้นก็
จะพบปัญหาว่าคุณครูหลายท่านไม่ได้ทําการเยี่ยมบ้านนักเรียนจริงหรือบางท่านที่ได้ทําการเยี่ยม
บา้ นนกั เรยี นกจ็ ะเยย่ี มเพยี งไมก่ ห่ี ลังซึ่งการเลือกเยี่ยมบ้านนักเรียนจะเป็นระบบสุ่ม ดังนั้นนักศึกษา
จงึ อยากใหท้ างโรงเรียนได้มีการแก้ไขและดําเนนิ การเกย่ี วกับเรื่องการเยีย่ มบา้ น ดังต่อไปนี้

1) ทางโรงเรียนจะต้องมีการออกกฎและบังคับใช้ให้ครูประจําชั้นทุกคนต้องเยี่ยมบ้านนักเรียนให้
ครบ รวมทั้งจะต้องมีการจัดงบประมาณจํานวนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือคุณครูในเรื่องของค่าเดินทาง
เนอ่ื งจากวา่ นักเรียนหลายคนนัน้ อาศยั อยนู่ อกเมืองซงึ่ ในเรือ่ งของการเดินทางน้นั คอ่ นขา้ งไกล

วิชา CF362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ อาจารยผ์ ูส้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนูนวล 120
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564

2) ทางโรงเรียนจะต้องมีการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการเยี่ยมบ้านตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นปีการศึกษาให้
ทั้งตัวเด็กและครอบครัวรับทราบ ในการประชาสัมพันธ์อาจมีการประชาสัมพันธ์ทางเว็บไซต์
ออนไลน์ของโรงเรียน เพจโรงเรียน หนังสือกฎระเบียบโรงเรียนที่จะแจกให้ผู้ปกครองในวันประชุม
ผู้ปกครองครัง้ แรก หรอื แจกเอกสารให้แก่เด็กในวันปฐมนเิ ทศ

3) เนื่องจากในหนึ่งชั้นเรียนจะมีคุณครูที่ประจําชั้น 2 คน ดังนั้นคุณครูทั้งสองท่านอาจมีการแบ่ง
นักเรียนกันคนละครึ่งเพื่อให้การเยี่ยมบ้านนักเรียนรวดเร็วมากยิ่งขึ้น และทางครูประจําชั้นจะต้อง
มีการวางแผนให้ดีว่าจะเริ่มต้นการเยี่ยมบ้านอย่างไร เช่น เริ่มจากบ้านที่อยู่นอกเมืองและขยับเข้า
มาเรือ่ ย ๆ หรอื เริม่ จากในเมอื งและขยับออกไปแล้วแต่ความสะดวกของคุณครเู อง

4) คุณครูประจําชั้นที่ลงเยี่ยมบ้านจะต้องมีบันทึกและเก็บรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ให้ครบถ้วน โดย
วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลจะได้มาจากการสังเกต การฟัง การพูดคุยกับผู้ปกครอง และการจด
บันทึก โดยตัวอย่างคําถามและข้อมูลที่ควรจะต้องมี คือ เด็กอาศัยอยู่กับใคร, ลักษณะของบ้าน
หรือบริเวณรอบ ๆ ชุมชนที่นักเรียนอยู่เป็นอย่างไร, ปกติเวลาอยู่บ้านเด็กมักทํากิจกรรมอะไร, ทาง
บ้านมีปัญหาอะไรที่ต้องการความช่วยเหลือหรือไม่, พฤติกรรมหรือนิสัยของเด็กตอนอยู่บ้านเป็น
อย่างไร รวมทั้งคุณครูควรจะมีการสังเกตถึงความสัมพันธ์ของเด็กและผู้ปกครองหรือบุคคลใน
บ้านวา่ มีความสมั พันธห์ รือแสดงออกตอ่ กนั อย่างไร หรืออืน่ ๆ

และสาเหตุที่เราจะต้องมีการเยี่ยมบ้านและเก็บรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุดก็เพื่อที่จะได้
นําข้อมูลต่าง ๆ มาวางแผนในการส่งเสริม ป้องกัน ปรับปรุง หรือแก้ไขปัญหาให้แก่นักเรียน รวม
ไปถึงข้อมูลที่ได้มานั้นจะทําให้คุณครูได้เข้าใจนักเรียนมากขึ้นและสามารถนําเอาข้อมูลไปใช้ใน
การประเมินเด็กและครอบครัวได้ ซึ่งการประเมินครอบครัวเหล่านี้ก็จะได้มาซึ่งเรื่องของความเสี่ยง
ทีเ่ ด็กจะต้องเจอภายในครอบครัว ความสมั พนั ธ์ภายในครอบครวั หรอื อน่ื ๆ

บทบาทนกั สงั คมสงเคราะหก์ บั การเย่ยี มบ้านนักเรียน

• นักสังคมสงเคราะหม์ ีบทบาทในการลงพืน้ ที่เยยี่ มบา้ นนกั เรยี นรว่ มกบั คณุ ครปู ระจาํ ชน้ั

ในการลงพื้นที่นักสังคมสงเคราะห์จะต้องมีสังเกตและรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ของเด็ก
เช่นเดียวกับคุณครูประจําชั้น และอาจมีการสอบถามผู้ปกครองเพิ่มเติมถึงประเด็นที่นักสังคม
สงเคราะห์พบว่าเป็นปัญหาในปัจจุบันหรืออาจนําไปสู่ปัญหาในอนาคต และสอบถามเกี่ยวกับ
ประเดน็ ท่นี ักสังคมสงเคราะหม์ องว่ามคี วามสําคัญแตค่ ุณครูไม่ไดถ้ าม

• นักสังคมสงเคราะห์มีบทบาทในการเป็นตัวกลางประสานงานระหว่างหน่วยงานหรือ
องคก์ รต่าง ๆ

อย่างในกรณีที่เรานําเอาข้อมูลของเด็กมาประเมินและพบว่าเด็กมีความเสี่ยง เช่น กรณีท่ี
เด็กมีความเสี่ยงที่จะถูกทําร้ายร่างกายในระดับสูง นักสังคมสงเคราะห์ก็จะต้องทําการ
ประสานงานและเป็นตัวกลางระหว่างเด็กและองค์กรที่เกี่ยวข้องและทําการเข้าไปให้การช่วยเหลือ
ในการนําเด็กออกมาจากสถานที่นั้น หรือในกรณีที่เด็กมีปัญหาเป็นโรคซึมเศร้านักสังคม
สงเคราะห์ก็จะต้องเป็นตัวกลางระหว่างเด็กและนักจิตวิทยาในการช่วยเหลือให้เด็กได้รับการรักษา

วชิ า CF362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ อาจารย์ผู้สอน ผศ.ดร.ป่ ินหทัย หนูนวล 121
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564

และเป็นตัวกลางระหว่างเด็กและครอบครัว เด็กและโรงเรียน ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นตัวช่วยให้คนทุกฝ่าย
ทําความเข้าใจเด็กได้อย่างถูกต้องและเพื่อให้เด็กสามารถกลับมาใช้ชวี ิตในสังคมได้อย่างปกติมาก
ทีส่ ุด

• นกั สังคมสงเคราะหม์ บี ทบาทในการใหค้ าํ ปรึกษาแกค่ ุณครูประจําช้ัน

โดยนักสังคมจะมีการให้คําแนะนํา ช่วยเหลือ และเตรียมความพร้อมสําหรับการลงเยี่ยม
บ้านนักเรียนให้แก่คุณครูประจําชั้น เช่น ในเรื่องของทักษะการสังเกต ทักษะการจดบันทึก หรือ
ทักษะการถามคําถามอย่างในเรื่องของข้อมูลว่าคุณครูควรจะเก็บข้อมูลและสอบถามพูดคุยใน
เรอ่ื งใดบา้ ง ลักษณะของการตงั้ คาํ ถามควรเป็นอยา่ งไร เปน็ ตน้

2. หอ้ งบริการใหค้ าํ ปรึกษาทางดา้ นจิตใจและมุม/หอ้ งคลายเครียด

สาเหตุที่เราควรมีบริการให้คําปรึกษาทางด้านจิตใจแก่นักเรียนและมีห้องคลายเครียด
เนื่องจากว่า ภายในโรงเรียนมีนักเรียนหลายคนที่มีภาวะความเครียด ท้อแท้ หรือเป็นโรคซึมเศร้า
ซึ่งปัจจัยของการเกิดปัญหาเหล่านี้ก็มาจากสถานศึกษาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่นักเรียนจะต้อง
มีการแข่งขันกันอยู่ตลอดเวลา จะต้องมีการทําเกรดเฉลี่ยให้ได้ตามเกณฑ์ที่ทางโรงเรียนได้ตั้งไว้
หรืออาจด้วยคําพูดจากคุณครู รวมทั้งนักเรียนบางคนที่เพิ่งย้ายโรงเรียนมาใหม่อาจมีปัญหาใน
เรื่องของการปรับตัว เป็นต้น ซึ่งสิ่งต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมานี้นอกจากจะส่งผลให้นักเรียนเกิดภาวะ
ความเครียด ความกดดัน ท้อแท้ หรือส่งผลให้เด็กเป็นซึมเศรา้ ไดแ้ ลว้ นนั้ ส่งิ ต่าง ๆ เหล่านยี้ ังส่งผล
ต่อพฤติกรรมและสภาวะอารมณ์ของเด็กด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากทางโรงเรียนมีการจัดบริการให้
คําปรึกษาทางด้านจิตใจแก่เด็กและมีห้องคลายเครียดให้แก่เด็กก็จะส่งผลให้เด็กมีสุขภาพจิตที่ดี
ขึ้น และสามารถช่วยลดความเสี่ยงการเป็นโรคเครียดหรือโรคซึมเศร้าในเด็กได้ เพราะบริการต่าง
ๆ เหล่านี้จะจัดขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือนักเรียนทั้งในด้านการป้องกัน แก้ไข และฟื้นฟูใน
เรื่องของสุขภาพจิต โดยวิธีการดําเนินการและจัดทําบริการให้คําปรึกษาทางด้านจติ ใจและห้อง
คลายเครยี ด มีดังตอ่ ไปนี้

1) ทางโรงเรียนจะต้องมีการจัดห้องให้คําปรึกษาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อที่ผู้เชี่ยวชาญจะได้ทํางาน
ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเพื่ออํานวยความสะดวกให้เด็กและผู้เชี่ยวชาญได้พูดคุยกันอย่างเป็น
ความลับมากทีส่ ุด

2) ผู้ปฏิบัติจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือมีความรู้ในด้านนี้ เช่น นักจิตวิทยา นกั สังคมสงเคราะห์เด็ก
เป็นตน้

3) ภายในห้องให้คําปรึกษานอกจากจะมีมุมให้นักเรียนและผู้เชี่ยวชาญได้นั่งพูดคุยกันก็ควรมีห้อง
แยกเลก็ ๆ หรอื มมุ เล็ก ๆ เพ่ือให้นกั เรียนได้ทาํ กจิ กรรมเพอื่ ผอ่ นคลายความเครยี ด ยกตัวอย่างเชน่
หากทําเป็นห้องผ่อนคลายอาจมีการทําให้ห้องกลายเป็นรูปแบบของ Rage room คือ ห้องท่ี
ภายในได้มีการจัดตั้งข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ เอาไว้และเด็ก ๆ ที่จะเข้าใช้สามารถทําลายวัตถุ
ภายในห้องได้ อย่างไรก็ตามในการทํากิจกรรมนักเรียนที่เข้าใช้จะต้องสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันที่มี
การรักษาความปลอดภัยสูงและจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ และนักศึกษามองว่า
กิจกรรมนี้ควรใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายมากกว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

วิชา CF362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรับเด็กพิเศษ อาจารย์ผสู้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนูนวล 122
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564

หรือหากทําเป็นมุมเล็ก ๆ อาจมีการจัดเป็นมุมศิลปะให้เด็กได้วาดภาพตามใจเนื่องจากว่าศิลปะก็
เปน็ อีกหนง่ึ วธิ ที ี่จะช่วยใหเ้ ดก็ ไดผ้ อ่ นคลายความเครียดหรือระบายความรูส้ ึกออกมา

4) ผู้เชี่ยวชาญจะต้องมีการทํางานร่วมกับทั้งคุณครูและผู้ปกครอง เนื่องจากว่าคุณครูและ
ผู้ปกครองจะมีความใกล้ชิดและอยู่ร่วมกันกับเด็กมากกว่า โดยทั้งคุณครูและผู้ปกครองจะต้อง
คอยสังเกตและดูพฤติกรรมของเด็กว่าเด็กเป็นอย่างไร มีการทํากิจกรรมหรือมีการแสดงออก
อย่างไรบ้าง และหากพบปัญหาทางคุณครูและผู้ปกครองก็จะต้องประสานงานมายังผู้เชี่ยวชาญ
ทนั ทีเพ่อื จะไดร้ ่วมกันหาทางแก้ไขและช่วยเหลอื ต่อไป

บทบาทนักสังคมสงเคราะห์กับบริการให้คาํ ปรึกษาทางดา้ นจติ ใจและมมุ /หอ้ งคลายเครียด

• นกั สงั คมสงเคราะห์มบี ทบาทในการให้คําปรึกษาและประเมินเด็ก

กรณีที่นักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติงานนักสังคมสงเคราะห์จะมีบทบาทหน้าที่ในการให้
คําปรึกษาและรับฟังเด็ก โดยนักสังคมสงเคราะห์จะต้องมีการจดบันทึกข้อมูลให้ครบถ้วน รวมท้ัง
ระหว่างการพูดคุยนักสังคมสงเคราะห์จะต้องมีการใช้ทักษะในการสังเกตเพื่อดูว่าเด็กมีการ
แสดงออกอย่างไร ทั้งในเรื่องของนํ้าเสียง ท่าทาง การสบตา หรืออื่น ๆ และหลังจากนักสังคม
สงเคราะห์รวบรวมข้อมูลได้อย่างครบถ้วนแล้วก็จะต้องนําข้อมูลต่าง ๆ มาประเมินว่าเด็กเป็น
อย่างไร มีความเครียดหรือไม่มากน้อยเพียงใด เด็กมีความเสี่ยงอะไรหรือไม่ หรือเด็กมีพฤติกรรม
และการแสดงออกอย่างไร เป็นตน้

• นกั สังคมสงเคราะหม์ บี ทบาทในการวางแผน

เมื่อนักสังคมสงเคราะห์ได้มีการประเมินเด็กแล้วนักสังคมสงเคราะห์ก็จะต้องช่วยในการ
วางแผนทั้งในส่วนของการป้องกัน แก้ไข บําบัดฟื้นฟู และแนวทางการทํากิจกรรม ทั้งนี้ในส่วนของ
การวางแผนนักสังคมสงเคราะห์จะต้องทําร่วมกันกับนักเรียนและจะต้องยึดเอาความต้องการของ
นกั เรียนเป็นหลกั

• นกั สังคมสงเคราะห์มบี ทบาทในการเป็นตวั กลางและประสานงาน

นักสังคมสงเคราะห์จะต้องทําหน้าที่เป็นตัวกลางในการประสานงานกับองค์กรหรือกลุ่มคน
ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ยกตัวอย่างเช่น นักสังคมสงเคราะห์เป็นตัวกลางระหว่างนักเรียนและครอบครัว
โดยนักสังคมสงเคราะห์อาจช่วยในเรื่องของการพูดคุยให้ครอบครัวทําความเข้าใจนักเรียนมาก
ยิ่งขึ้น หรือในกรณีที่นักสังคมสงเคราะห์มีการจัดให้นักเรียนทํากิจกรรมผ่อนคลายความเครียด
ด้วยการวาดรูป เมื่อนักเรียนวาดรูปออกมาเสร็จสิ้นนักสังคมสงเคราะห์ก็จะมีการนําเอารูปที่ได้ไป
ปรึกษากับนักจิตวิทยาว่ารูปที่เด็กวาดออกมานั้นสื่อความหมายอย่างไร ซึ่งข้อมูลที่จะได้มาก็จะ
นาํ ไปสกู่ ารวางแผนการทาํ กิจกรรมในสว่ นของการแก้ไขป้องกันต่อไป

วิชา CF362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรับเด็กพิเศษ อาจารย์ผูส้ อน ผศ.ดร.ป่ นิ หทยั หนูนวล 123
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564

3. การประเมนิ สุขภาพจิตประจาํ ปี

เดิมทางโรงเรียนพัทลุงได้มีการจัดให้นักเรียนทุกคนได้รับการตรวจสุขภาพในทุกภาคเรียน
แต่ไม่มีการตรวจหรือการประเมินด้านสุขภาพจิตทั้ง ๆ ในความเป็นจริงนักเรียนหลายคนใน
โรงเรียนมีความเครียดและความกดดันค่อนข้างสูง ทั้งในเรื่องของเกรดเฉลี่ย การเข้าเรียนต่อ
มัธยมศึกษาตอนปลาย การสอบเข้ามหาลัย หรือนักเรียนบางคนที่เป็นนักกีฬาหรือนักกิจกรรมก็มี
ความเครียดเนื่องจากว่านอกจากจะต้องตามงานให้ทันเพื่อนแล้วก็ยังต้องทํากิจกรรมและฝึกซ้อม
ไปพร้อม ๆ กัน เป็นต้น ดังนั้นนักศึกษาจึงมองว่าหากทางโรงเรียนมีการจัดให้นักเรียนทุกคนได้รับ
การตรวจในด้านสุขภาพจิตจะทําให้เปอร์เซ็นต์ของนักเรียนที่มีความเสี่ยงจะเป็นโรคเครียด โรค
วิตกกังวล หรือโรคซึมเศร้ามีอัตราที่ลดน้อยลง รวมทั้งหากเราได้ทําการประเมินด้านสุขภาพจิต
ของเด็กในช่วงเริ่มต้นของภาคเรียนจะทําให้คุณครูประจําชั้นหรือคุณครูประจําวิชาได้นําเอาข้อมูล
ไปประกอบกับการวางแผนการเรียนการสอนให้ครอบคลุมและเหมาะสมกับเด็กได้ รวมทั้งคุณครู
และนักสังคมสงเคราะห์จะได้รู้ว่าเด็กคนไหนบ้างที่ควรจับตาดูและจะต้องค่อยสังเกตมากเป็น
พิเศษเนื่องจากว่าเด็กบางคนอาจมีภาวะความเสี่ยงบางอย่างมากกว่าเด็กคนอื่น ๆ ดังนั้นการที่
คุณครูและนักสังคมสงเคราะห์คอยสังเกตอยู่อย่างสมํ่าเสมอจะทําให้คุณครูหรือนักสังคม
สงเคราะห์สามารถเข้าไปให้ความช่วยเหลือได้ง่ายดายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยวิธีการ
ดาํ เนินงานในการจดั การประเมนิ ด้านสุขภาพจติ ของเด็ก จะมดี งั ต่อไปนี้

1) ทางโรงเรียนจะต้องมีการออกโครงการการประเมินสุขภาพจิตประจําปี โดยนักเรียนทุกคน
จะต้องได้เข้ารับการประเมินโดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เช่นเดียวกันกับการตรวจสุขภาพ
ประจาํ ปี

2) ทางโรงเรยี นมีการติดต่อกับหนว่ ยงานเพือ่ ทีจ่ ะขอให้ทางหน่วยงานสง่ นกั จติ วทิ ยามาชว่ ยในเรอ่ื ง
ของการประเมินสุขภาพจิตของเด็กว่าเบื้องต้นแล้วเด็กมีภาวะทางสุขจิตอย่างไรบ้าง โดยใน
ข้นั ตอนนอี้ าจมีนักสังคมสงเคราะหเ์ ขา้ มาใหค้ วามชว่ ยในเรอ่ื งของการจัดหาหรือตดิ ต่อนักจติ วทิ ยา

3) หลังการประเมินข้อมูลต่าง ๆ จะต้องมีการส่งไปยังห้องบริการให้คําปรึกษาทางด้านจิตใจ
(บริการและสวัสดิการข้อที่2) เพื่อให้นักสังคมสงเคราะห์หรือผู้เชี่ยวชาญได้ทําการดูแลและจัด
กจิ กรรมให้แกเ่ ด็กนกั เรียนต่อไป

บทบาทนักสงั คมสงเคราะหก์ บั การประเมนิ สขุ ภาพจติ ประจาํ ปี

• นักสงั คมสงเคราะห์มบี ทบาทในการเป็นตัวกลางประสานงานระหวา่ งองค์กร

นักสังคมสงเคราะห์จะมีบทบาทในเรื่องของการเป็นตัวกลางเพ่ือติดต่อประสานงานกับ
หน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ทางหน่วยงานได้ส่งบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างนักจิตวิทยามา
ทําการตรวจและประเมินเด็ก รวมทั้งในการดูแลและจัดกิจกรรมให้แก่เด็กหลังการประเมินนัก
สังคมสงเคราะห์ก็จะยังคงมีบทบาทหน้าที่ในการประสานงานพูดคุยกับนักจิตวิทยาหรือผู้ท่ี
เกี่ยวข้องในเรื่องของการออกแบบกิจกรรมหรือในเรื่องของอาการของเด็กหากเด็กเข้าสู่สภาวะ
ความเสีย่ งทเ่ี พิม่ มากขึน้ เป็นตน้

วชิ า CF362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรับเดก็ พิเศษ อาจารย์ผู้สอน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนนู วล 124
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564

4. กิจกรรมสัมมนาให้ความรู้และทําความเข้าใจในเรื่องของสภาวะทางจิตใจและอารมณ์แก่
คณุ ครู

จากการศึกษาพบว่าปัจจัยและสาเหตุของการเกิดปัญหาและผลกระทบหลาย ๆ ที่เกิด
ขน้ึ กบั นกั เรยี นจะมปี จั จยั และสาเหตมุ าจากคณุ ครู โดยเฉพาะในเรอ่ื งของคาํ พดู ทค่ี ณุ ครหู ลายทา่ น
มักพูดจากับนักเรียนในแง่ลบ ส่งผลให้เด็กหลายคนเกิดความเครียด ความกดดัน และท้อแท้
ดังนน้ั นกั ศกึ ษาจึงมองว่าหากเราจดั กจิ กรรมนี้ข้ึนจะทาํ ให้คุณครไู ดเ้ ขา้ ใจถงึ ความรสู้ กึ ของนกั เรยี น
มากยิ่งขึ้น และทําให้คุณครูได้เรียนรู้และเข้าใจถึงวิธีการพูดที่จะทําให้นักเรียนรู้สึกดีและมีกําลังใจ
ไม่รู้สึกว่าคําพูดที่ได้รับเป็นคําพูดในแง่ลบซึ่งอาจส่งผลกระทบในด้านลบให้แก่นักเรียนในอนาคต
ซง่ึ วธิ กี ารการดาํ เนินกิจกรรม จะมีดังต่อไปน้ี

1) ทางโรงเรียนจะต้องมีการจัดกิจกรรมสัมมนาให้ความรู้และทําความเข้าใจในเรื่องของสภาวะ
ทางจิตใจและอารมณ์ขึ้น จะต้องมีการเชิญวิทยาการที่มีความรู้และเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของ
สภาวะทางจติ ใจและอารมณ์

2) เนื้อหาของการสัมมนาจะต้องมีการพูดคุยและให้ความรู้ท้ังในเรื่องของสภาวะทางจิตใจและ
อารมณ์ของเด็ก มีการสอนเรื่องของโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล โรคเครียด หรืออื่น ๆ ว่าหาก
คุณครูประสบกับนักเรียนที่มีอาการดังกล่าวคุณครูควรจะมีวิธีการรับมืออย่างไร ควรมีการพูดคุย
หรือปฏิบัติตัวอย่างไรกับเด็ก รวมทั้งจะต้องมีการสอนในเรื่องของทักษะการพูด ทักษะการต้ัง
คําถาม ทักษะการฟัง ทักษะอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และให้ความรู้ในเรื่องของการไม่ตีตราเด็กให้แก่
คุณครเู พ่ือทจ่ี ะทาํ ใหค้ ุณครูสามารถนาํ เอาทักษะและความรตู้ า่ ง ๆ ไปใช้ไดจ้ ริง

บทบาทนักสังคมสงเคราะห์กับกิจกรรมสัมมนาให้ความรู้และทําความเข้าใจในเรื่องของ
สภาวะทางจติ ใจและอารมณแ์ ก่คุณครู

• นกั สังคมสงเคราะหม์ บี ทบาทในการใหค้ วามรู้

กิจกรรมนี้นักสังคมสงเคราะห์ที่มีความรู้ความเข้าใจสามารถเป็นวิทยากรเพื่อให้ความรู้แก่
คุณครูได้ โดยวิธีการ หรือเนื้อหาต่าง ๆ ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่นักสังคมสงเคราะห์จะต้อง
ใช้ในการทําเคส เช่น ในเรื่องของทักษะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ทักษะการพูด ทักษะการฟัง ทักษะการ
สังเกต เปน็ ต้น

• นักสังคมสงเคราะหม์ ีบทบาทในการเป็นตัวกลางประสานงานระหวา่ งองค์กร

ในกรณีที่มีการเชิญวิทยากรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะนักสังคมสงเคราะห์จะมีบทบาทใน
เรื่องของการเป็นตัวกลางเพื่อติดต่อประสานงานกับหน่วยงานหรือบุคคลเพื่อให้ทางหน่วยงานหรือ
บุคคลมาทําหนา้ ทเี่ ป็นวทิ ยากรและให้ความรคู้ วามเขา้ ใจแก่คณุ ครูท่เี ข้ารว่ มกิจกรรม

วชิ า CF362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรบั เด็กพิเศษ อาจารยผ์ ู้สอน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนนู วล 125
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564

5. กจิ กรรมแนะแนว

จากการศึกษาทําให้นักศึกษาคิดว่าในส่วนของกิจกรรมแนะแนวควรมีปรับปรุงและแก้ไข
ทั้งในเรื่องของการจัดการเรียนการสอนวิชาแนะแนว วิธีการแนะแนวเด็กนักเรียนของคุณครู รวม
ไปถึงการให้ความรู้ ส่งเสริม ผลักดันให้คุณครูประจําห้องแนะแนวหรือวิชาแนะแนวมีทัศนคติต่อ
สายการเรียน มหาวิทยาลัย และคณะต่าง ๆ ให้เปิดกว้างขึ้น ทั้งนี้นักศึกษามองหากในหมวด
วิชาการแนะแนวมีนักสังคมสงเคราะห์ทําหน้าที่อยู่จะเป็นผลดีอย่างมากต่อนักเรียน และเพื่อให้
นักเรียนได้รับประโยชน์สูงสุดจากกิจกรรมแนะแนวทางหมวดวิชาแนะแนวจึงจําเป็นที่จะต้อง
ดาํ เนินการปรับปรงุ แก้ไขในสว่ นของกิจกรรมแนะแนว ดงั ต่อไปน้ี

1) ทางโรงเรียนจะต้องมีการเปิดรับสมัครนักสังคมสงเคราะห์ให้เข้ามาทํางานและประจําอยู่ที่
หมวดแนะแนว

2) นักสังคมสงเคราะห์จะเป็นคนที่คอยให้ความรู้และสอนคุณครูเกี่ยวกับเรื่องของทักษะต่าง ๆ
ยกตัวอย่างเช่น วิธีการพูดกับเด็กว่าคําพูดแบบไหนที่ควรจะพูดเมื่อเด็กมาขอคําปรึกษาเกี่ยวกับ
สายการเรียนหรือการเรียน, การสังเกตเด็กว่าในขณะพูดเด็กแสดงออกอย่างไร เนื่องจากว่าใน
บางครั้งเด็กบางคนอาจมีปัญหาในด้านการเงินแต่ไม่กล้าที่จะพูดออกมาหรือไม่รู้ว่าสามารถ
ปรึกษาได้หรือไม่ ดังนั้นหากคุณครูหรือนักสังคมสงเคราะห์ที่ทํางานสังเกตและเห็นถึงความ
ผิดปกติบางอย่างก็จะทําให้เราสามารถถามและช่วยเหลอื เด็กได้ และนักสังคมสงเคราะห์จะต้องมี
การให้ความรู้และทําให้คุณครูได้ทําความเข้าใจในเรื่องของการไม่ตีตราเด็ก เป็นต้น ทั้งนี้ในส่วน
ของการให้ความรู้ต่าง ๆ อาจมีการดําเนินการร่วมกันกับกิจกรรมสัมมนาให้ความรู้และทําความ
เข้าใจในเรื่องของสภาวะทางจิตใจและอารมณ์แก่คุณครู (กิจกรรมในข้อที่ 4) เพื่อผลลัพธ์ที่ดีและ
ครอบคลมุ มากยง่ิ ขึน้

3) นักสังคมสงเคราะห์จะต้องมีการส่งเสริมและผลักดันให้คุณครูและเจ้าหน้าที่ทุกคนที่อยู่ภายใน
หมวดวิชาแนะแนวมีการปรับความคิดและเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับสายการเรียน โดยไม่มองว่า
นักเรียนที่เลือกเรียนสายศิลป์ภาษา ศิลป์คํานวณ หรือสายไทยสังคมเป็นเด็กที่ไม่เก่ง หรือเด็กที่
เลือกเรยี นคณะอนื่ ๆ ทไ่ี ม่ใชค่ ณะแพทย์ คณะพยาบาลเป็นเดก็ ท่ีเรยี นไมด่ ี

4) ในส่วนของการเรียนการสอนคุณครูจะต้องมีการปรับปรุงโดยการสอนให้เด็กได้ทําจริง เช่น ใน
ส่วนของงานเขียน Portfolio ที่คุณครูจะมีการสั่งให้เด็กทําในทุกปีก็จะต้องมีการสอนตั้งแต่เริ่มต้น
ถึงวิธีการเขียน Portfolio ที่ถูกต้องให้แก่เด็ก และให้เด็กส่งงานเป็นระยะเพื่อเป็นการอัพเดตว่าใน
ส่วนต่าง ๆ มีการเพิ่มเติมอะไรบ้างตลอดระยะเวลาของภาคเรียนเพื่อให้เมื่อถึงเวลาในการยื่น
Portfolio จริง ๆ เดก็ จะได้นาํ เอา Portfolio ตวั น้ยี ่ืนใหแ้ กม่ หาลยั ไดท้ นั ที

5) ในส่วนของการแนะแนวนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่6เกี่ยวกับการเรียนต่อทางนักสังคม
สงเคราะห์หรือคุณครูจะต้องมีการเชิญพี่ ๆ นักศึกษาจากหลาย ๆ มหาวิทยาลัยและหลาย ๆ คณะ
เพื่อมาแนะแนวให้แก่น้อง ๆ นักเรียน รวมทั้งควรมีการเชิญรุ่นพี่ที่จบและทํางานแล้วมาแนะแนว
ให้แก่น้อง ๆ เพื่อที่จะทําให้น้อง ๆ ได้มีแรงบันดาลใจว่าหากเราอยากทําอาชีพนี้เราควรเรียนอะไร
หรอื หากเราเรียนคณะนีต้ ่อไปเราสามารถไปประกอบอาชพี อะไรไดบ้ ้าง เป็นตน้

วิชา CF362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรบั เด็กพิเศษ อาจารย์ผ้สู อน ผศ.ดร.ป่ นิ หทยั หนูนวล 126
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564

บทบาทนกั สงั คมสงเคราะหก์ บั กจิ กรรมแนะแนว

• นักสงั คมสงเคราะหม์ บี ทบาทในการสง่ เสรมิ ให้ความรู้

โดยนักสังคมสงเคราะห์จะมีการให้ความรู้ทั้งในเรื่องของทักษะต่าง ๆ และมีหน้าที่ในการ
ส่งเสริมผลักดันให้คุณครูและบุคลากรมีการปรับความคิดและเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับสายการ
เรียน

• นักสังคมสงเคราะห์มบี ทบาทในการช่วยเหลือนักเรียนท่ปี ระสบปัญหา

สังคมสงเคราะห์จะต้องมีการพูดคุยและสังเกตเด็กนักเรียนที่เข้ามาขอคําแนะนําในเรื่อง
ของสายการเรียนหรือการเรียนต่อโดยในการพูดคุยหากพบว่าเด็กมีความผิดปกติบางอย่างนัก
สังคมสงเคราะห์จะต้องมีการถามไถ่และพูดคุยเพื่อค้นหาว่าแท้จริงแล้วนักเรียนมีปัญหาอะไร
หรือไม่ และหากพบว่านักเรียนประสบกับปัญหาบางอย่าง เช่น นักเรียนไม่มีเงินมากพอที่จะเข้า
ศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัย นักสังคมสงเคราะห์ก็จะต้องเข้าให้ความช่วยเหลือโดยอาจมีการหา
ทนุ เรียนฟรใี นมหาวทิ ยาลัยมาให้เดก็ เปน็ ตน้

6. การจัดการงานทะเบียนและโครงการสร้างโปรแกรมคิดและคํานวณคะแนน

จากการศึกษาจะพบว่าปัญหาส่วนหนึ่งที่ทําให้คุณครูไม่ได้ทํางานในด้านการเรียนการสอน
อย่างเต็มที่เนื่องจากว่าคุณครูบางท่านจะต้องมีการทํางานทะเบียนควบคู่ไปกับการเรียนการสอน
รวมไปถึงคุณครูทุกคนจะต้องมีการเก็บและคํานวณคะแนนเด็ก ดังนั้นนักศึกษาจึงมีความคิดเห็น
ว่าหากเรามีการปรับปรุงในเรื่องของการทํางานด้านการจัดการงานทะเบียนและมีการจัดทํา
โครงการสร้างโปรแกรมคิดและคํานวณคะแนนขึ้นจะส่งผลให้คุณครูแต่ละท่านมุ่งเน้นและมีเวลา
ในการเตรียมความพร้อมสําหรับการเรียนการสอนได้มากยิ่งขึ้น และเมื่อคุณครูมีการเตรียมความ
พร้อมและมีการวางแผนการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสมกับเด็กก็จะส่งผลให้เด็กได้รับความรู้
ความเข้าใจที่เพิ่มมากขึ้นซึ่งก็จะส่งผลต่อไปทั้งในด้านของเรื่องเกรดเฉลี่ยและความรู้ความเข้าจี่จะ
นําไปต่อยอดในการใช้ชีวิตหรือใช้ในการสอบเช้าเพื่อเรียนต่อ ดังนั้นวิธีการดําเนินการในเรื่องของ
การจดั การงานทะเบียนและโครงการสร้างโปรแกรมคดิ และคาํ นวณคะแนนจงึ จะมีดังตอ่ ไปนี้

• การจดั การงานทะเบียน

1) ทางโรงเรียนจะต้องมีการเปิดรับสมัครเจ้าหน้าที่ด้านงานทะเบียนโดยเฉพาะเพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่
เข้ามารบั ผิดชอบในเร่ืองของงานทะเบยี นของเด็กโดยเฉพาะ

2) มีการยกเลิกให้คุณครูที่ทํางานงานทะเบียนควบคู่กับการจัดการเรียนการสอนไม่ต้องทําอีก
ต่อไป เพื่อให้คุณครูได้มีเวลา ได้มุ่งเน้น และได้วางแผนในเรื่องของการจัดการเรียนการสอนมาก
ยิ่งข้นึ

• โครงการสรา้ งโปรแกรมคิดและคาํ นวณคะแนน

วิชา CF362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ อาจารยผ์ ู้สอน ผศ.ดร.ป่ ินหทัย หนูนวล 127
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564

1) ทางโรงเรียนหรือคุณครูจะต้องมีการจัดทําโครงการสร้างโปรแกรมคิดและคํานวณคะแนนขึ้น
โดยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์คือเพ่ือนําโปรแกรมที่จะได้มาเป็นตัวช่วยให้คุณครูได้ลดภาระหน้าที่
ในเรอ่ื งของงานเอกสารและการคํานวณคะแนนเดก็
2) ในการจัดทําโครงการทางโรงเรียนและคุณครูภายในโรงเรียนจะไม่ได้ทํากันเอง แต่จะมีการ
รว่ มมอื กับทางภาครฐั เพอื่ ท่ีทางภาครัฐจะได้มสี ว่ นช่วยในเรอื่ งของเงนิ ทุนและทรพั ยากร
3) ในส่วนของการดําเนินโครงการนักสังคมสงเคราะห์จะเป็นผู้ประสานงานระหว่างโรงเรียนกับรัฐ
เพื่อนําเสนอโครงการ ซึ่งเป้าหมายของการนําเสนอโรงการนี้ต่อภาครัฐก็เพื่อเป็นตัวช่วยในการหา
ทุนและทัพยากรมาใช้ในการดําเนินโครงการต่อไปและในส่วนของการนําเสนอโครงการต่อรัฐก็จะ
มีการพูดถึงประโชน์ที่จะได้จากการจัดทําโปรแกรมนี้ขึ้น คือ โปรแกรมคิดและคํานวณคะแนนจะ
เป็นตัวช่วยในลดภาระและลดระยะเวลาของคุณครูในการคิดและคํานวณคะแนนเด็ก และเมื่อ
คุณครูมีเวลาว่างที่เพิ่มมากขึ้นก็จะส่งผลให้คุณครูได้มีเวลาในการจัดแผนการเรียนการสอท่ี
เหมาะสมมากขึ้น และสิ่งนี้ก็จะส่งผลไปยังตัวเด็กและเด็กก็จะได้รับประโยชน์เป็นอย่างมาก เป็น
ตน้
บทบาทนักสังคมสงเคราะห์กับการจัดการงานทะเบียนและโครงการสร้างโปรแกรมคิดและ
คาํ นวณคะแนน

• นักสังคมสงเคราะห์มบี ทบาทในการเป็นตวั กลางประสานงาน

นักสังคมสงเคราะห์มับทบาทหน้าที่ในการประสานงานและเป็นตัวกลางระหว่างโรงเรียน
และภาครฐั

• นกั สงั คมสงเคราะห์มบี ทบาทในการนาํ เสนอโครงการ

นักสังคมสงเคราะห์จะเป็นผู้นําเอาข้อมูลต่าง ๆ ที่ทางโรงเรียนและคุณครูได้คิดและ
ออกแบบมาไปนําเสนอกับทางภาครัฐ เพื่อให้ภาครัฐเห็นด้วยและเข้ามามีส่วนร่วมในการผลิต
โปรแกรม โดยทางภาครัฐอาจเข้ามามีส่วนรว่ มโดยการให้มาในลักษะของเงินทุนหรอื ทรพั ยากร
บทบาทนกั สงั คมสงเคราะหโ์ ดยรวม
1. นักสังคมสงเคราะห์มีบทบาทในการเป็นตัวกลางประสานงานระหว่างองค์กร หน่วยงาน หรือ
บคุ คลท่ีเกีย่ วขอ้ ง
2. นกั สังคมสงเคราะห์มบี ทบาทในการลงพืน้ ทเี่ ยี่ยมบ้านนักเรียน
3. นักสงั คมสงเคราะหม์ ีบทบาทในการใหค้ ําปรกึ ษาแกน่ ักเรยี นและคุณครูประจาํ ช้ัน
4. นกั สงั คมสงเคราะหม์ ีบทบาทในการวางแผนทาํ กจิ กรรมดา้ นสขุ ภาพจิต
5. นักสังคมสงเคราะห์มีบทบาทในการให้ความรู้และส่งเสริมผลักดันนักเรียนและคุณครูใน
โรงเรยี นทัง้ ในเรอื่ งของทักษะตา่ ง ๆ การไม่ตีตราผอู้ ่นื หรือวิธีการคลายเครยี ด เปน็ ต้น
6. นกั สงั คมสงเคราะห์มบี ทบาทในการช่วยเหลอื เด็กนกั เรียนท่ปี ระสบกับปัญหา
7. นักสังคมสงเคราะห์มีบทบาทในการเสนอโครงการหรือนโยบายต่าง ๆ ให้ทางโรงเรียนเพื่อ
ประโยชนส์ งู สดุ ใหแ้ กน่ ักเรียน

วชิ า CF362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรบั เด็กพิเศษ อาจารย์ผสู้ อน ผศ.ดร.ป่ นิ หทัย หนนู วล 128
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพฒั นาการนนทบุรี

ณฐั ณชิ า รัตนไพบลู ย์ 6208610284

ข้อมลู ทัว่ ไปเกี่ยวกับโรงเรียน
โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี เป็นโรงเรียนสหศึกษา ซึ่งมีขนาด

สถานศึกษาขนาดใหญ่พิเศษ ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 98 หมู่ 10 ตําบลบางกร่าง อําเภอเมือง จังหวัด
นนทบรุ ี 11000 (โรงเรียนเตรียมอุดมศกึ ษาพัฒนาการ นนทบุร,ี ม.ป.ป.)
ระดับการศกึ ษา : เปดิ สอนในระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 – 6
สงั กดั : สาํ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน
จาํ นวนสถิติข้อมลู นักเรยี น และบคุ ลากรในโรงเรียน

มจี าํ นวนนักเรียนทั้งหมด 3453 คน และมบี ุคลากรรวมทัง้ หมด 180 คน สามารถแบ่งได้ ดงั นี้

- ผบู้ รหิ ารและคุณครู 124 คน
- ครูอัตราจ้าง 26 คน
- ครตู า่ งชาติ 11 คน
- เจา้ หน้าทปี่ ระจาํ สาํ นักงาน 13 คน
- พนักงานราชการ 1 คน
- ลูกจ้างทวั่ ไป 5 คน
แผนการเรียน

ระดบั ชั้นมัธยมต้น แบ่งเปน็ โครงการพเิ ศษและโครงการปกติ

โครงการพเิ ศษ
1. ห้องเรียนพิเศษด้านความเป็นเลิศทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (Gifted
Program)
2. ห้องเรียนดา้ นนวตั กรรมและเทคโนโลยี (ITP: Innovation and Technology Program)
3. ห้องเรยี นภาษาองั กฤษ (EP: English Program)

ระดบั ชั้นมธั ยมปลาย แบ่งเป็นโครงการพิเศษกับโครงการปกติ

โครงการพเิ ศษ

1. ห้องเรียนพิเศษด้านความเป็นเลิศทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (Gifted
Program)
2. ห ้ อ ง เ ร ี ย น พ ิ เ ศ ษ ด ้ า น ส ื ่ อ ส า ร ภ า ษ า ก ล แ ล ะ น ว ั ต ก ร ร ม ( ICI: International
Communication and Innovation Program)

วชิ า CF362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรบั เด็กพิเศษ อาจารยผ์ สู้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนนู วล 129
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564

โครงการปกติ
1. แผนการเรยี นวิทยาศาสตร-์ สุขภาพ
2. แผนการเรียนวิทยาศาสตร-์ วศิ วกรรม
3. แผนการเรยี นวทิ ยาศาสตร-์ เทคโนโลยี
4. แผนการเรยี นวทิ ยาศาสตร-์ สถาปตั ยกรรม
5. แผนการเรยี นวิทยาศาสตร-์ เตรียมทหาร-เทคโนโลยี
6. แผนการเรยี นเศรษฐศาสตร์-การบญั ชี
7. แผนการเรยี นนิติศาสตร์-รัฐศาสตร์
8. แผนการเรยี นศลิ ปศาสตร์ (เน้นภาษาจนี )
9. แผนการเรยี นศิลปศาสตร์ (เน้นภาษาญ่ปี ุ่น-ฝรั่งเศส)

สถานการณ์เด็กในโรงเรียน

สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 สถานการณ์ ดงั น้ี

1. ความกงั วลและความเครียดของนกั เรยี นในชว่ งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควดิ -19

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรูปแบบการจัด
การศึกษาที่จากเดิมเป็นการเรียนที่จะได้พูดคุยเห็นหน้ากันในห้องร่วมกับเพื่อนร่วมชั้นเรียนและ
คุณครู กลับกลายเป็นการเรียนออนไลน์แทน ซึ่งการเรียนออนไลน์จะส่งผลให้นักเรียนจะจดจ่อกับ
การเรียนได้ยาก การสื่อสารโต้ตอบในห้องเรียนลดลง คุณครูก็ไม่เห็นหน้านักเรียนทําให้ไม่ทราบ
ถึงสภาวะทางอารมณ์ของเด็กแต่ละคน นอกจากนี้นักเรียนยังมีความกังวลและเครียดจากการไม่
เข้าใจเนื้อหาที่เรียนหรือมีความกดดัน วิตกกังวล จากการเรียนออนไลน์ หรือมีการเรียนอยู่ใน
สภาพแวดล้อมภายในบ้านอาจไม่เอื้ออํานวยและไม่มีความเป็นส่วนตัว ความกังวลเรื่องสถานะ
ทางเศรษฐกิจของครอบครัวในช่วงโควิด และการไม่มีความพร้อมทางด้านอุปกรณ์ในการเรียน ซ่ึง
เป็นปัญหาสําคัญที่หลายครอบครัวกําลังเผชิญ เช่น ไม่มีโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต หรือ
มีอุปกรณ์ แต่กลับไม่มีคุณภาพก็จะส่งผลต่อความเครียดและประสิทธิภาพในการเรียนด้วย
เชน่ เดียวกนั

2. การถกู กล่ันแกลง้ ภายในโรงเรยี น

ปัญหาการกลั่นแกล้งภายในโรงเรียนเป็นปัญหาที่มักเกิดขึ้นในโรงเรียนหลาย ๆ แห่ง แต่
มักถูกมองข้ามและไม่ได้หาแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง โดยการกลั่นแกล้งจะแบ่ง
ออกเปน็ 4 รูปแบบ คอื

1. การกลั่นแกล้งทางกายภาพ เป็นการกลั่นแกล้งทางร่างกาย 2. การกลั่นแกล้งทางคําพูด เช่น
การล้อเลียน ข่มขู่ 3. การกลั่นแกล้งทางสังคม เช่น การแบน การสร้างความอับอาย 4. การกลั่น
แกล้งทางโลกดิจิตอล เป็นการกลั่นแกล้งทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งผู้ถูกกลั่นแกล้งมักจะเป็นคนที่มี

วิชา CF362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรับเด็กพิเศษ อาจารยผ์ ้สู อน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนูนวล 130
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564

ลักษณะแตกต่างจากคนอื่น ๆ เช่น คําพูด ท่าทาง และทัศนคติ กระทั่งอาจมีการกีดกันคนกลุ่มนึง
หรือการสร้างพรรคพวกเพื่อแบนกันในห้องเรียนเกิดขึ้น ผู้ที่ถูกกลั่นแกล้งจึงรู้สึกไม่มีความสุขใน
การมาโรงเรยี น เกดิ ความเครียด ความกดดันสงู จนอาจนําไปสู่ปญั หาทางดา้ นสขุ ภาพจติ ได้

3. นกั เรยี นบางสว่ นถูกละเลย

นักเรียนกลุ่มที่ถูกละเลยมักจะเป็นกลุ่มนักเรียนที่ธรรมดา ไม่ได้เกเร แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นใน
ด้านการเรียน ซึ่งความธรรมดา ไม่ได้โดดเด่นเหมือนเด็กเกเร เด็กกิจกรรม เด็กเรียนเก่ง ส่งผลให้
เด็กกลุ่มนี้ถูกหลงลืมจากโรงเรียนหรือห้องเรียนอยู่เสมอ เห็นได้จากการเรียนในช้ันที่ครูมักจะ
เรียกชื่อนักเรียนคนเดิมที่คุ้นเคยอยู่แล้วในทุก ๆ คาบ หรือการดูแลกลุ่มเด็กนักเรียนเกเรเป็นพิเศษ
ในขณะที่เด็กนักเรียนธรรมดากลาง ๆ กลับไม่ได้รับความสนใจเท่ากับเด็กกลุ่มอื่น โดยเด็ก
นักเรียนธรรมดาที่อยู่ระดับกลาง ๆ จะดูไม่มีความน่าเป็นห่วงทั้งเรื่องการเรียนหรือเรื่องพฤติกรรม
จึงถูกมองว่าสามารถดูแลตนเองได้มันก็เลยนําไปสู่การละเลย ซึ่งในความเป็นจริง เด็กนักเรียนใน
ทุกลกั ษณะลว้ นแล้วแตม่ ีความตอ้ งการการดแู ลเอาใจใส่เช่นเดียวกนั

ขอ้ มูลจากการสมั ภาษณศ์ ิษย์เกา่

สวัสดิการ กิจกรรม และบรกิ ารภายในโรงเรียน
โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี ได้มีการจัดสวัสดิการ กิจกรรม และบริการ

ต่าง ๆ สาํ หรับนกั เรยี นในหลายด้าน อาทเิ ชน่
1. บรกิ ารด้านการเรยี นรู้

- พิพิธภัณฑ์สําหรับการศึกษาเรียนรู้ เช่น พิพิธภัณฑ์สืบสานมรดกไทย พิพิธภัณฑ์ประวัติ
โรงเรียน

- ศูนยพ์ ฤกศาสตร์ เป็นสถานที่ปลูกพชื และตน้ ไม้หลากหลายชนดิ
- ห้องสมุด ภายในห้องสมุดก็จะมีหนังสือ คอมพิวเตอร์ และมีการจัดโซนที่นั่งให้นักเรียนได้

นําหนังสอื มาอา่ นอย่างสะดวกสบาย
- ห้องแนะแนวที่นักเรียนสามารถเข้าไปเพื่อพูดคุยกับคุณครูได้ โดยบริเวณหน้าห้องก็จะมี

การติดบอร์ดประกาศต่าง ๆ รวมไปถึงมีรายวิชาแนะแนวที่มีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการ
เตรยี มตัวศึกษาตอ่ และมีการจัดใหห้ ลาย ๆ สถาบนั ได้เขา้ มาแนะนาํ
- การสอนเสริมสาํ หรบั นกั เรียนระดับช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 3 และปที ่ี 6 จะมกี ารตวิ ขอ้ สอบจาก
ตวิ เตอร์ภายนอกและคุณครูในโรงเรียน โดยจะมีการสอนเพิ่มในชว่ งเยน็ หรอื วันเสาร์
2. บรกิ ารสุขภาพ (Health Service)

- การตรวจสุขภาพประจําปี เป็นการตรวจสุขภาพในด้านต่าง ๆ เช่น การตรวจฟัน การ
ตรวจวดั คา่ สายตา การตรวจปสั สาวะ

- ห้องพยาบาล 2 แห่งในโรงเรียน หากนักเรียนป่วยจะสามารถนอนพัก รับยาไปรับประทาน
รับการรกั ษา และไดร้ บั การใหค้ ําแนะนาํ เบอื้ งต้น

-

วชิ า CF362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรับเดก็ พิเศษ อาจารย์ผสู้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนนู วล 131
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564

3. บรกิ ารดา้ นการเงิน (Financial Services)

- ทุนการศึกษาสําหรับนักเรียนที่มีฐานะยากจน นักเรียนเรียนดี และนักเรียนที่สร้างชื่อเสียง
ใหก้ ับโรงเรียน

- ธนาคารโรงเรยี นเพื่อให้นกั เรียนไดฝ้ ึกการออม
4. บริการดา้ นนนั ทนาการ

- โรงภาพยนตร์ขนาดย่อมเพื่อฉายภาพยนตร์ให้นักเรียนชมในช่วงพักกลางวัน และสามารถ
จองเพ่อื ใช้เรยี นในรายวชิ าต่าง ๆ

- สระว่ายนํ้าและสนามกีฬา เช่น สนามเปตอง สนามบาส สนามวอลเลย์บอล สนามบอล
สนามฟุตซอล สนามวิง่ สนามตระกร้อ โตะ๊ ปิงปอง

- หอ้ งเก็บอุปกรณก์ ฬี าที่นกั เรยี นสามารถลงชือ่ เพือ่ ยืมไปใชง้ านได้
- ห้อง to be number one เปน็ ห้องชมรมสําหรบั ฝกึ ซ้อมการแสดงการร้องและการเต้น
-
5. บริการด้านอน่ื ๆ

- ในบรเิ วณโรงเรียนจะมบี รกิ ารตกู้ ดนา้ํ ดืม่ ฟรี
- มีรถรบั ส่งเป็นประจาํ ตามเวลาในบางพืน้ ท่ี
- ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19 จะมีการพ่นนํ้ายาฆ่าเชื้อในตามห้องเรียน

จัดเตรียมแอลกอฮอล์ล้างมือ และมีการตรวจหาเชื้อโควิดให้กับบุคลากร คุณครู และ
นักเรียน
6. กิจกรรม

- กิจกรรมทางพระพุทธศาสนาอยู่เสมอ เช่น กิจกรรมเวียนเทียน กิจกรรมการทําบุญตัก
บาตร การสวดมนตห์ น้าเสาธง

- กิจกรรมการเข้าค่าย เช่น ค่ายคุณธรรมจริยธรรม ค่ายลูกเสือ-เนตรนารี ค่ายเตรียมความ
พรอ้ มสาํ หรับนักเรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 และปที ่ี 4

- กิจกรรมทศั นศกึ ษาตามแหล่งท่องเทีย่ วและแหล่งการเรยี นรตู้ า่ ง ๆ
- กิจกรรมชุมนุมให้นักเรียนเลือกตามความสนใจ เช่น ชุมนุมทั้งทางด้านวิชาการ กีฬา

ดนตรี หัตถกรรม
- กิจกรรมหน้าเสาธง มักมีการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความสามารถ ส่วนในช่วงวัน

ในสําคัญต่าง ๆ นักเรียนจะได้ร่วมกิจกรรมหน้าเสาธงอยู่เสมอ โดยจะมีการแสดงของ
คณุ ครแู ละนกั เรยี น ทง้ั การแสดงคอนเสริ ต์ การเตน้ cover dance และการแสดงละคร
- การเลือกตั้งประธานนักเรียนและประธานคณะสีเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้หน้าที่พลเมือง
ตามระบอบประชาธิปไตย
- กิจกรรมกีฬาสี ในแต่ละระดับชั้นก็จะมีหน้าที่แตกต่างกัน ซึ่งจะมีการจัดการแข่งขันกีฬา
กองเชยี ร์ การเดินขบวนพาเหรด และหลีด
- กิจกรรมการเยี่ยมบ้าน โดยคุณครูจะไปเยี่ยมบ้านนักเรียนทุกคนในห้องเรียน และพูดคุย
กบั ผปู้ กครองโดยตรง

วชิ า CF362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ อาจารยผ์ ้สู อน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนูนวล 132
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564

- กิจกรรมวันสื่อสัมพันธ์บ้านและโรงเรียน เป็นการประชุมผู้ปกครองที่จัดขึ้นเป็นประจํา
เพ่ือใหผ้ ู้ปกครองได้รับผลการศกึ ษาของลกู และร่วมกันส่อื สารกับคุณครปู ระจาํ ชนั้

สวสั ดกิ ารทีเ่ หมาะสมสําหรบั เดก็ ในโรงเรยี น

1. จัดตั้งห้องให้คําปรึกษา โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนสามารถเข้ามาพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาได้ในทุก
ๆ เร่ือง เช่น เรื่องการเรียน เรื่องความรัก เนื่องจากในวัยรุ่นเป็นวัยที่ไม่ได้มีแค่ความสนใจในเรื่อง
การเรียน แต่ยังมีความสนใจและความกังวลในเรื่องอื่น ๆ อีกด้วย โดยเฉพาะเรื่องความรักก็เป็น
อีกเร่ืองสําคัญสําหรับวัยรุ่น หากโรงเรียนมีบริการที่สามารถเป็นพื้นที่ที่นักเรียนในการเข้ามารับ
คาํ ปรกึ ษาไดอ้ ย่างไม่จาํ กดั ในเรือ่ งใดเร่ืองหน่งึ ก็จะทาํ ใหน้ ักเรียนรสู้ ึกวา่ โรงเรยี นเปน็ พืน้ ทป่ี ลอดภัย

2. การประเมินสุขภาพจิต นอกจากการให้คําปรึกษาแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่สําคัญอย่างมากคือควรมี
การประเมินสุขภาพจิตของนักเรียนอย่างสมํ่าเสมอ พร้อมกับทั้งสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับ
นักเรียนในเรื่องสุขภาพจิตว่า ปัญหาสุขภาพจิตสามารถเกิดขึ้นได้เป็นเรื่องปกติเช่นเดียวกับการมี
ปัญหาด้านสขุ ภาพรา่ งกาย

3. การจัดทําแบบสอบถามการถูกกลั่นแกล้งในโรงเรียน เริ่มแรกจะสร้างความความรู้เข้าใจ
เกี่ยวกับการกลั่นแกล้งในแต่ละรูปแบบใหน้ ักเรียนรับรู้ก่อน พร้อมทั้งจัดทําแบบสอบถามการกลั่น
แกล้งในโรงเรียนเป็นประจํา โดยนักเรียนสามารถตอบแบบสอบถามได้ว่าตนเองเคยพบเห็นการ
กลน่ั แกล้งหรอื ถกู กล่นั แกลง้ ในโรงเรียนหรอื ไม่

4. การสื่อสารกับนักเรียนรายบุคคล จัดให้คุณครูประจําชั้นเรียนได้มีการพูดคุยสื่อสารกับนกั เรียน
เป็นรายบุคคลทุกคน เพื่อแก้ปัญหาการถูกละเลยของเด็กบางกลุ่มและยังเป็นการเปิดโอกาสให้
นักเรียนได้บอกถงึ ปัญหาท่เี กิดขึน้ ภายในโรงเรียน

5. กล่องเปิดรับความคิดเห็นของนักเรียนในทุก ๆ ด้านเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงเรียนเพื่อ
นําไปปรับปรุงแก้ไข โดยใช้วิธีการให้นักเรียนเขียนสิ่งที่เป็นปัญหาหรือต้องการให้โรงเรียนแก้ไข
และหย่อนลงกล่องที่โรงเรียนจดั ต้งั ไวบ้ ริเวณโรงเรยี น

6. จัดการอบรมบุคลากรในสถานศึกษาให้มีความรู้ความเข้าใจตรงกันเกี่ยวกับสาเหตุและ
เป้าหมายของการจัดทําสวัสดกิ ารในดา้ นตา่ ง ๆ

สําหรับในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19 ซึ่งมีการเรียนออนไลน์ที่บ้าน
สวัสดกิ ารทก่ี ลา่ วไปข้างตน้ กส็ ามารถปรบั เปล่ยี นเปน็ ในรูปแบบออนไลนแ์ ทนได้เช่นกัน

วิชา CF362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ อาจารย์ผ้สู อน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนนู วล 133
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564

บทบาทนกั สงคมสงเคราะห์

1. ใหค้ าํ ปรกึ ษาและสรา้ งความเขา้ ใจรว่ มกันระหวา่ งนกั เรยี น ครอบครวั และโรงเรยี น
2. ประสานงานกับหนว่ ยงานหรอื องคก์ รภายนอกที่มีความเกีย่ วข้อง
3. จัดทํากิจกรรมพัฒนาให้กับผู้เรียนทั้งในด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม เป็นการ
เสริมสร้างความเขม้ แข็งให้กบั ผู้เรียนในทุก ๆ ดา้ น
4. ลงพน้ื ท่ีเย่ียมบ้านนกั เรยี นรว่ มกบั คณุ ครู

รายการอา้ งองิ

โรงเรยี นเตรียมอดุ มศกึ ษาพัฒนาการ นนทบรุ .ี (ม.ป.ป.). เกี่ยวกับโรงเรยี น. สืบคน้ จาก
https://tpn.ac.th/category/เก่ียวกบั โรงเรยี น/


Click to View FlipBook Version