83
แบบประเมินความรู้
เรื่อง…………………………………………รายวชิ า เคมี3 รหสั วชิ า ว 32223 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 5/2565
คะแนน คะแนน คะแนน
ความ ความ ความ คะแนน
เลขที่ ชอ่ื - นามสกลุ ถูกตอ้ งของ เรยี บรอ้ ย ตรงตอ่ รวม
เนือ้ หา ของงาน เวลา (10)
(6) (2) (2)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
84
คะแนน คะแนน คะแนน
ความ ความ ความ คะแนน
เลขท่ี ชอื่ - นามสกุล ถูกต้องของ เรยี บรอ้ ย ตรงต่อ รวม
เน้ือหา ของงาน เวลา (10)
(6) (2) (2)
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
41
42
ลงชอ่ื ................................................ผู้ประเมิน
(นางสาวฐิรกานดา พรมกลุ )
85
แบบสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน เพ่ือการประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
เรอ่ื ง…………………………………………รายวิชา เคมี3 รหัสวชิ า ว 32223 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 5/2565
คำช้แี จง การบันทกึ ให้ทำเคร่ืองหมาย / ลงในชอ่ งท่ีตรงกับพฤติกรรมท่ีเกดิ ขึน้ จรงิ
พฤตกิ รรมการแสดงออก
เลขที่ ช่อื - นามสกลุ มวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ ม่งุ มน่ั ในการทำงาน
321032103210
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
86
พฤติกรรมการแสดงออก
เลขท่ี ชื่อ - นามสกลุ มวี ินยั ใฝ่เรียนรู้ ม่งุ มน่ั ในการทำงาน
321032103210
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
41
42
ลงช่ือ................................................ผูป้ ระเมิน
(นางสาวฐริ กานดา พรมกลุ )
87
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
มวี ินัย = ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัวและโรงเรียน
ตรงต่อเวลาในการปฏิบตั กิ จิ กรรมต่าง ๆ ในชวี ิตประจำวันและรบั ผิดชอบในการทำงาน
ใฝเ่ รียนรู้ = แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ มีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ
สรุปความไดอ้ ย่างมเี หตผุ ล
มงุ่ มัน่ ใน = มคี วามตั้งใจและพยายามในการทำงานทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย มีความอดทนและไม่ทอ้ แท้
การทำงาน ตอ่ อปุ สรรคเพ่ือใหง้ านสำเรจ็
หมายเหตุ : ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งบางครงั้ ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างน้อยครั้ง ให้ 0 คะแนน
เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
ระดบั ชว่ งคะแนน
คุณภาพ
ดเี ย่ียม ได้คะแนนรวมระหว่าง 7-9 คะแนน
ดี ได้คะแนนรวมระหวา่ ง 4-6 คะแนน
ผา่ น ได้คะแนนรวมระหวา่ ง 2-3 คะแนน
ไมผ่ ่าน ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง 0-1 คะแนน
88
แบบประเมนิ การนำเสนอผลงานหน้าช้นั เรยี น
คำชีแ้ จง : ให้ ผูส้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างการนำเสนอ แล้วขีด ✓ ลงในชอ่ งวา่ งที่
ตรงกับระดับคะแนน
สมาชิกในกลุ่ม 1.
2.
3.
4.
ลำดบั ท่ี รายการประเมิน คุณภาพการปฏิบตั ิ
4321
1 นำเสนอเนื้อหาในผลงานได้ถูกต้อง
2 การนำเสนอมีความน่าสนใจ
3 ความเหมาะสมกับเวลา
4 ความกล้าแสดงออก
5 บุคลิกภาพ นำ้ เสยี งเหมาะสม
รวม
ลงชือ่ ................................................ผูป้ ระเมิน
(นางสาวฐริ กานดา พรมกุล)
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตัดสนิ คุณภาพ
ปฏบิ ัติงานสมบูรณ์ ชดั เจน = 4 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั
ปฏบิ ัตงิ านยังมีข้อบกพร่องเล็กน้อย = 3 คะแนน คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั ิงานมีข้อบกพร่องเปน็ สว่ นใหญ่ = 2 คะแนน
ปฏบิ ตั งิ านมขี ้อบกพรอ่ งมาก = 1 คะแนน 17 - 20 ดีมาก
13 - 16 ดี
9 - 12 พอใช้
5 - 8 ปรับปรุง
89
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 6 ภาคเรียนท่ี 1/2565
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวิชาเพิ่มเตมิ เคมี 3 ว 32223 เวลา 18 ชั่วโมง
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 แก๊สและสมบตั ิของแก๊ส จำนวน 1 ชั่วโมง
เร่อื ง ความดนั ยอ่ ยของแก๊ส (กฎความดนั ย่อยของดอลตัน)
ครผู สู้ อน นางสาวฐริ กานดา พรมกลุ
ผลการเรยี นรู้
1. คำนวณความดนั ย่อยหรอื จำนวนโมลของแกส๊ ในแกส๊ ผสม โดยใช้กฎความดนั ยอ่ ยของดอลตนั
สาระสำคญั
ในธรรมชาติแก๊สส่วนใหญ่อยู่ร่วมกันเป็นแก๊สผสม ในกรณีที่แก๊สในแก๊สผสมไม่ทำปฏิกิริยากัน
ความดันของแก๊สแต่ละชนิดแปรผันตามเศษส่วนโมลของแก๊สที่มีอยู่ในแก๊สผสมตามกฎความดันย่อย
ของดอลตนั
ความดนั ภายในแก๊สผสมที่ไม่ทำปฏิกริ ิยากนั มีค่าเทา่ กับผลรวมของความดันของแก๊สแต่ละชนิดที่
เป็นองค์ประกอบ ซึ่งเรียกความสัมพันธ์น้ีว่า กฎความดันย่อยของดอลตัน ความสัมพันธ์ระหว่างความดัน
รวมของแก๊สผสม และความดันของแก๊สแต่ละชนิด ซึ่งเรียกว่า ความดันย่อย ตามกฎความดันย่อย
ของดอลตนั เขียนสมการไดด้ ังนี้
Ptotal = P1+P2+P3+...+Pi
จากความสมั พันธ์ตามกฎแก๊สอุดมคติ จะได้ความสัมพันธข์ องแกส๊ ผสมกับจำนวนโมลของแกส๊
ดงั สมการ n1RT n1RT niRT
V V V
Ptotal = + + … +
= (n1+ n2+ . .. + ni)RT
V
ntotal RT
= V
แสดงว่า เมือ่ อุณหภูมแิ ละปริมาตรคงที่ ความดนั ของแก๊สผสมจะเพม่ิ ขึ้นตามจำนวนโมลของแก๊ส
90
จุดประสงค์การเรยี นรู้
หลงั จบกิจกรรมการจดั การเรียนรู้ นักเรยี นสามารถ
ด้านความรู้ (K)
1. อธบิ ายกฎความดนั ยอ่ ยของดอลตนั ได้
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
2. คานวณความดนั ยอ่ ยหรอื จานวนโมลของแก๊สในแก๊สผสมได้
ดา้ นคุณลกั ษณะ (A)
3. มคี วามรบั ผดิ ชอบต่องานทีไ่ ด้รบั มอบหมายและสามารถทำงานร่วมกบั ผอู้ ื่นได้
สาระการเรียนรู้
1. กฎความดันย่อยของแกส๊
2. การคํานวณความดันย่อยหรือจำนวนโมลของแกส๊ ในแก๊สผสม โดยใชค้ วามสมั พันธ์ตามกฎความ
ดันย่อยของดอลตัน
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการสังเกต
2) ทกั ษะการวัด
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ด้วยรูปแบบ 5E
ข้ันท่ี 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. นักเรียนทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับกฎแก๊สอุดมคติ ก่อนที่จะเข้าสู่เรื่องกฎความดันย่อย
ของดอลตนั โดยใชต้ ัวอย่างโจทย์คำนวณ ดังนี้
ตวั อย่าง บรรจุแก๊สออกซิเจนจำนวน 0.885 กิโลกรมั ไว้ในถงั เหล็กกลา้ ซงึ่ มีปรมิ าตร 438 ลติ ร จงคำนวณ
ความดันของแกส๊ ออกซิเจนในถงั น้ี ท่ีอณุ หภูมิ 21 องศาเซลเซียส
วธิ ีทำ
จาก PV = nRT
91
และ n= g
จะได้ Mw
แทนค่าจะได้
PV = g RT
Mw
(P) (438 L) = 885 g (0.0821 L.atm/mol.K) (294 K)
32 g/mol
P = 1. 52 atm
2. ครูยกตัวอย่างแกส๊ ผสมในธรรมชาติ เชน่ อากาศ ซ่ึงประกอบดว้ ยแก๊สไนโตรเจนและแก๊ส
ออกซิเจนเป็นหลัก จากนั้นใช้คำถามว่า “ความดันของแก๊สไนโตรเจนและแก๊สออกซิเจนเท่ากับความดัน
บรรยากาศหรือไม่ อยา่ งไร”
(แนวคำตอบ คือ ตามความคิดของผู้เรียน จากนั้นสรุปว่า “นักเรียนจะได้คำตอบจากการ
เรียนในวนั น้ี”)
ขัน้ ที่ 2 สำรวจและคน้ หา (Exploration)
3. นักเรียนศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับกฎความดันย่อยของดอลตัน จากหนังสือเรียน
รายวิชาเคมีเพิ่มเติม ม.5 เล่ม 3 เรื่องความดันย่อยของแก๊ส และพิจารณารูปที่ 7.6 จากนั้นให้นักเรียน
ร่วมกันอภิปรายและหาคำตอบเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างความดันของแก๊สผสมกับความดันย่อย
แล้วตอบคำถาม ต่อไปน้ี
คำถาม จากรูปที่ 7.6 ความดันรวมของแก๊สผสมมีความสัมพันธ์กันอย่างไรกับความดันของ
แก๊สทีเ่ ปน็ องค์ประกอบ
(แนวคำตอบ : ความดันของแก๊สผสมเท่ากับผลรวมของความดันย่อยของแก๊สที่เป็น
องคป์ ระกอบตามกฎความดันย่อยของดอลตนั )
92
ขั้นท่ี 3 อธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation)
4. นักเรียนและครรู ว่ มกนั อภปิ รายเกยี่ วกับกฎความดนั ย่อยของดอลตนั จนได้ขอ้ สรปุ ดังน้ี
ความดันภายในแก๊สผสมทีไ่ ม่ทำปฏิกริ ิยากันมีค่าเท่ากับผลรวมของความดันของแก๊สแต่
ละชนิดที่เป็นองค์ประกอบ ซึ่งเรียกความสมั พันธน์ ี้ว่า กฎความดันย่อยของดอลตัน ความสัมพันธร์ ะหวา่ ง
ความดันรวมของแก๊สผสม และความดันของแก๊สแต่ละชนิด ซึ่งเรียกว่า ความดันย่อย ตามกฎความดัน
ย่อยของดอลตนั เขยี นสมการได้ดังนี้
Ptotal = P1+P2+P3+...+Pi
จากความสัมพนั ธ์ตามกฎแกส๊ อุดมคติ จะได้ความสมั พันธข์ องแก๊สผสมกบั จำนวนโมลของแก๊ส
ดงั สมการ n1RT n1RT niRT
V V V
Ptotal = + + … +
= (n1+ n2+ . .. + ni)RT
V
= ntotal RT
V
แสดงว่า เม่ืออุณหภมู แิ ละปรมิ าตรคงท่ี ความดันของแก๊สผสมจะเพ่มิ ข้ึนตามจำนวนโมลของแกส๊
5. ครยู กตัวอยา่ งการคาํ นวณประกอบการอธบิ าย
ตัวอย่าง ถ้าผสมแก๊สฮีเลียม 4.00 กรัม และแก๊สอาร์กอน 7.99 กรัม ในภาชนะขนาด 10.0 ลิตร ที่
อณุ หภมู ิ 25 องศาเซลเซียส ความดนั ของแก๊สสผมเป็นกบ่ี รรยากาศ
วธิ ที ำ 1 mol He
4.00 g He
จำนวนโมลของแกส๊ ฮเี ลยี ม = 4.00 g He x = 1.00 mol He
จำนวนโมลของแกส๊ อาร์กอน = 7.99 g Ar x 1 mol Ar = 0.200 mol Ar
39.95 g Ar
จาก Ptotal = ntotal RT
V
แทนค่าจะได้ = (nHe+nAr) RT
V
(1.00+0.200 mol)(0.0821 L.atm/mol.K)(25.0 + 273 K)
= 10.0 L
= 2.94 atm
ดงั น้นั ความดันของแก๊สผสมเทา่ กับ 2.94 บรรยากาศ
93
ข้นั ท่ี 4 ขยายความรู้ (Elaboration)
6. นักเรียนรบั ความร้เู พิ่มเติมเกยี่ วกับความดันยอ่ ยของแกส๊ จนได้ขอ้ สรปุ ดงั น้ี
- ในการวัดความดันของแก๊สผสมค่าทวี่ ัดได้เปน็ ความดันรวม ในขณะท่คี วามดันของ
แกส๊ แต่ละชนิดไมส่ ามารถวัดได้โดยตรง แตส่ ามารถคำนวณไดโ้ ดยอาศัยสมการ ดงั ตอ่ ไปน้ี
niRT
จาก Pi = ntVotalRT
Ptotal =
V
ได้อตั ราสว่ นความดันย่อยต่อความดันรวมดังน้ี
Pi niRT/V
Ptotal = ntotalRT/V
= ni
ntotal
Pi = ni Ptotal
ntotal
Pi = Xi Ptotal
เมื่อ Xi คือ เศษส่วนโมล (mole fraction) ของแก๊สแต่ละชนิด มีค่าตั้งแต่ 0 ถึง 1 และผลรวมของ
เศษสว่ นโมลของแกส๊ ทุกชนดิ ทเี่ ป็นองค์ประกอบมคี ่าเทา่ กบั 1
7. ครอู ธบิ ายสมการความสัมพันธร์ ะหว่างความดันของแก๊สผสม ความดนั ย่อย และเศษส่วน
โมลของแกส๊ จากนนั้ อธบิ ายการคำนวณโดยใช้ตัวอย่าง 16 และ 17
8. นกั เรียนคำนวณเพ่อื คตรวจสอบความเขา้ ใจของตนเอง ดังนี้
1. ถ้าผสมแก๊สไฮโดรเจน (H2 ) 1.00 กรัม แก๊สฮีเลียม (He) 2.60 กรัม และแก๊ส
อาร์กอน (Ar) 11.19 กรัม ในภาชนะขนาด 10.0 ลิตร ที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส จงคำนวณความดัน
รวมของแก๊สผสม
2. ในถังอากาศดำนํ้าจะอัดอากาศผสมที่เรียกว่า Enriched Air Nitrox (EANx) ซ่ึง
ประกอบด้วยแก๊สออกซิเจนและแก๊สไนโตรเจนจนมีความดัน 200 บรรยากาศ ที่อุณหภูมิ 25 องศา
เซลเซียส ถา้ Enriched Air Nitrox ถังหนง่ึ มขี นาด 11.5 ลติ รและมแี กส๊ ออกซิเจนรอ้ ยละ 32 โดยปริมาตร
ความดันยอ่ ยของแกส๊ แต่ละชนดิ มีค่าเทา่ ใด
ขน้ั ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
9. ครปู ระเมนิ จากการตอบคำถาม และแบบฝกึ หัด
สอ่ื /อุปกรณ์/แหลง่ เรียนรู้
1. ค่มู ือครู รายวิชาเพม่ิ เติมวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี เคมี เล่ม 3
94
2. หนงั สอื เรยี นรายวชิ าเคมเี พ่ิมเติม ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 เลม่ 3
3. Power Point เรือ่ งความดันยอ่ ยของแก๊ส
การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วิธกี ารวัดผลการเรยี นรู้ เกณฑก์ าร
ประเมนิ ผล
ด้านความรู้ (K: Knowledge) -การตอบคำถาม ได้คะแนนร้อยละ
• อธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง 70 ขน้ึ ไป
ความดันของแก๊สผสม ความดัน
ยอ่ ย และเศษส่วนโมลของแกส๊ -ได้คะแนนในระดับ
3 (ด)ี ขึน้ ไป
ด้านทักษะกระบวนการ -การตอบคำถาม
-ไ ด้ ค ะ แ น น ใ น
(P: Process) -ตรวจแบบฝกึ หดั ระดบั 3 (ด)ี ขน้ึ ไป
• คํานวณความดันย่อยหรือ
จำนวนโมลของแก๊สในแก๊สผสม
ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ -สงั เกตจากการตอบคำถาม
(A: Attribute) -สงั เกตคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
• มีความกระตือรือร้นในการ
เสาะแสวงหาความรู้ รับผิดชอบ
ตอ่ หนา้ ท่ีทีไ่ ด้รบั มอบหมาย
95
96
97
แบบประเมินความรู้
เรื่อง…………………………………………รายวชิ า เคมี3 รหสั วชิ า ว 32223 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 5/2565
คะแนน คะแนน คะแนน
ความ ความ ความ คะแนน
เลขที่ ชอ่ื - นามสกลุ ถูกตอ้ งของ เรยี บรอ้ ย ตรงตอ่ รวม
เนือ้ หา ของงาน เวลา (10)
(6) (2) (2)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
98
คะแนน คะแนน คะแนน
ความ ความ ความ คะแนน
เลขท่ี ชอื่ - นามสกุล ถูกต้องของ เรยี บรอ้ ย ตรงต่อ รวม
เน้ือหา ของงาน เวลา (10)
(6) (2) (2)
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
41
42
ลงชอ่ื ................................................ผู้ประเมิน
(นางสาวฐิรกานดา พรมกลุ )
99
แบบสังเกตพฤติกรรมนกั เรียน เพ่ือการประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
เรอ่ื ง…………………………………………รายวิชา เคมี3 รหัสวชิ า ว 32223 ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 5/2565
คำช้แี จง การบันทกึ ให้ทำเคร่ืองหมาย / ลงในชอ่ งท่ีตรงกับพฤติกรรมท่ีเกดิ ขึน้ จรงิ
พฤตกิ รรมการแสดงออก
เลขที่ ช่อื - นามสกลุ มวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ ม่งุ มน่ั ในการทำงาน
321032103210
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
100
พฤตกิ รรมการแสดงออก
เลขที่ ชื่อ - นามสกุล มีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งม่ันในการทำงาน
321032103210
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
41
42
ลงช่อื ................................................ผู้ประเมนิ
(นางสาวฐริ กานดา พรมกลุ )
101
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
มวี นิ ัย = ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัวและโรงเรียน
ตรงต่อเวลาในการปฏบิ ัติกจิ กรรมตา่ ง ๆ ในชีวิตประจำวนั และรบั ผิดชอบในการทำงาน
ใฝ่เรยี นรู้ = แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ มีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ
สรุปความไดอ้ ยา่ งมเี หตผุ ล
มงุ่ ม่นั ใน = มีความตง้ั ใจและพยายามในการทำงานท่ไี ด้รบั มอบหมาย มีความอดทนและไม่ทอ้ แท้
การทำงาน ตอ่ อุปสรรคเพื่อให้งานสำเร็จ
หมายเหตุ : ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างบอ่ ยครง้ั ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งบางครัง้ ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งนอ้ ยคร้งั ให้ 0 คะแนน
เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ
ระดบั ชว่ งคะแนน
คณุ ภาพ
ดีเย่ียม ไดค้ ะแนนรวมระหวา่ ง 7-9 คะแนน
ดี ไดค้ ะแนนรวมระหวา่ ง 4-6 คะแนน
ผา่ น ได้คะแนนรวมระหวา่ ง 2-3 คะแนน
ไมผ่ า่ น ได้คะแนนรวมระหว่าง 0-1 คะแนน
102
แบบประเมนิ การนำเสนอผลงานหน้าช้ันเรยี น
คำชแี้ จง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งการนำเสนอ แล้วขดี ✓ ลงในชอ่ งว่างท่ี
ตรงกบั ระดับคะแนน
สมาชิกในกล่มุ 1.
2.
3.
4.
ลำดบั ที่ รายการประเมิน คุณภาพการปฏบิ ัติ
4321
1 นำเสนอเน้อื หาในผลงานได้ถูกต้อง
2 การนำเสนอมีความน่าสนใจ
3 ความเหมาะสมกับเวลา
4 ความกล้าแสดงออก
5 บคุ ลิกภาพ นำ้ เสยี งเหมาะสม
รวม
ลงชือ่ ................................................ผูป้ ระเมิน
(นางสาวฐริ กานดา พรมกุล)
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
ปฏิบตั งิ านสมบูรณ์ ชัดเจน = 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั
ปฏบิ ตั ิงานยังมขี ้อบกพร่องเล็กน้อย = 3 คะแนน คณุ ภาพ
ปฏบิ ัติงานมีข้อบกพร่องเปน็ ส่วนใหญ่ = 2 คะแนน
ปฏิบตั ิงานมีข้อบกพร่องมาก = 1 คะแนน 17 - 20 ดีมาก
13 - 16 ดี
9 - 12 พอใช้
5 - 8 ปรับปรงุ
103
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 7 ภาคเรียนที่ 1/2565
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 5
กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวชิ าเพม่ิ เติม เคมี 3 ว 32223 เวลา 18 ชัว่ โมง
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 แกส๊ และสมบัติของแก๊ส จานวน 2 ชั่วโมง
เร่ือง ทฤษฎีจลน์ของแกส๊ และการแพร่ของแกส๊
ครูผูส้ อน นางสาวฐิรกานดา พรมกุล
ผลการเรียนรู้
1. อธิบายการแพร่ของแก๊สโดยใช้ทฤษฎีจลน์ ของแก๊สคำนวณและเปรียบเทียบอัตราการแพร่ของ
แกส๊ โดยใชก้ ฎการแพรผ่ า่ นของเกรแฮม
สาระสำคัญ
ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส กล่าวไวด้ ังนี้
1. แก๊สประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็กจำนวนมาก โดยปริมาตรของอนุภาคเหล่านั้นมีค่า
นอ้ ยมากเมือ่ เทยี บกบั ปริมาตรของภาชนะทีบ่ รรจุ
2. อนุภาคแกส๊ อยู่ห่างกนั มาก และแรงยึดเหนี่ยวระหวา่ งอนุภาคน้อยมากจนถือได้ว่าไม่มี
แรงกระทำต่อกนั
3. แก๊สแต่ละอนุภาคเคลื่อนที่เป็นเส้นตรงมนทิศทางไม่แน่นอนด้วยอัตราเร็วคงที่ท่ี
แตกต่างกัน จึงมีพลังงานจลน์ไม่เท่ากัน เมื่อเกิดการชนกันจะมีการถ่ายเทพลังงาน
ให้แกก่ นั โดยไม่มกี ารสูญเสยี พลังงานจลนร์ วม ทำใหพ้ ลงั งานจลนเ์ ฉลี่ยมคี ่าคงท่ี
4. พลังงานจลน์เฉลี่ยของแก๊สขึ้นอยู่กับอุณหภูมิเท่านั้น โดยไม่ขึ้นกับชนิดของแก๊ส ที่
อุณหภูมิเดียวกัน แก๊สทุกชนิดมีพลังงานจลน์เฉลี่ยเท่ากัน เมื่อเพิ่มอุณหภูมิจะทำให้
อนภุ าคแก๊สเคลื่อนทเี่ รว็ ขึน้ จงึ ทำใหพ้ ลงั งานจลน์เฉลยี่ ของแกส๊ เพิ่มขนึ้
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
หลังจบกจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้ นกั เรยี นสามารถ
ดา้ นความรู้ (K)
1. อธิบายกฎตา่ งๆ ของแกส๊ และการแพร่ของแก๊สโดยใชท้ ฤษฎีจลน์ของแก๊ส
2. อธิบายความสัมพนั ธข์ องอตั ราการแพรก่ ับมวลต่อโมลของแก๊ส
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
3. คำนวณและเปรียบเทียบอัตราการแพร่ หรือมวลต่อโมลของแก๊ส โดยใช้กฎการ
แพร่ผา่ นได้
4. ทำการทดลองเพือ่ ศกึ ษาการแพร่ของแกส๊ ได้
104
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
5. มีความรบั ผิดชอบต่องานทไ่ี ด้รบั มอบหมายและสามารถทำงานรว่ มกบั ผอู้ ่นื ได้
สาระการเรยี นรู้
1. ทฤษฎีจลนข์ องแก๊ส
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการสังเกต
2) ทกั ษะการวัด
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มวี ินยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุ่งมั่นในการทำงาน
การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ด้วยรูปแบบ 5E
ข้ันที่ 1 สร้างความสนใจ (Engagement)
1. นักเรียนตอบคำถามเพอ่ื กระตนุ้ ความสนใจ ดงั นี้
-นักเรียนคิดว่าปริมาตรและความดันของแก๊ส เกี่ยวข้องกับขนาดอนุภาค ระยะห่างระหว่าง
อนภุ าค และการเคลือ่ นที่ของอนุภาคแกส๊ อย่างไร (นกั เรียนตอบตามความเขา้ ใจ)
- จากความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตร ความดัน อุณหภูมิ และจำนวนโมลของแก๊ส นักเรียน
บอกไดห้ รอื ไมว่ ่าจะสามารถอธิบายโดยใช้ทฤษฎีใด (นกั เรยี นตอบตามความเข้าใจ)
-การส่งกลิ่นหอมของดอกไม้หรือน้ำหอมเกิดขึ้นได้อย่างไร (แนวคำตอบ คือ ตามความคิด
ของผู้เรียน)
2. นักเรียนและครูอภิปรายร่วมกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า สารมีกลิ่นที่อยู่ในสถานะแก๊ส
เคล่อื นทีห่ รอื แพร่ออกมาจากดอกไมห้ รือน้ำหอม ซ่งึ การแพร่ของแกส๊ จากบรเิ วณหนง่ึ ไปยังอีกบริเวณหนึ่ง
เกิดขึ้นได้ เน่อื งจากโมเลกุลของแก๊สมีพลังงานจลนแ์ ละเคลอ่ื นที่ได้อยา่ งอิสระในทุกทิศทางตามทฤษฎีจลน์
ของแกส๊ ดังน้ี
1. แก๊สประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็กจำนวนมาก โดยปริมาตรของอนุภาคเหล่านั้นมีค่า
นอ้ ยมากเมอื่ เทยี บกบั ปรมิ าตรของภาชนะทีบ่ รรจุ
2. อนุภาคแกส๊ อย่หู ่างกนั มาก และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนภุ าคน้อยมากจนถือได้ว่าไม่มี
แรงกระทำตอ่ กนั
105
3. แก๊สแต่ละอนุภาคเคลื่อนที่เป็นเส้นตรงมนทิศทางไม่แน่นอนด้วยอัตราเร็วคงที่ที่
แตกต่างกัน จึงมีพลังงานจลน์ไม่เท่ากัน เมื่อเกิดการชนกันจะมีการถ่ายเทพลังงาน
ใหแ้ กก่ ันโดยไม่มีการสญู เสียพลังงานจลนร์ วม ทำให้พลงั งานจลน์เฉล่ียมคี า่ คงที่
4. พลังงานจลน์เฉลี่ยของแก๊สขึ้นอยู่กับอุณหภูมิเท่านั้น โดยไม่ขึ้นกับชนิดของแก๊ส ท่ี
อุณหภูมิเดียวกัน แก๊สทุกชนิดมีพลังงานจลน์เฉลี่ยเท่ากัน เมื่อเพิ่มอุณหภูมิจะทำให้
อนุภาคแกส๊ เคลือ่ นที่เรว็ ขึ้น จึงทำให้พลงั งานจลนเ์ ฉลยี่ ของแก๊สเพม่ิ ขึน้
ข้ันที่ 2 สำรวจและคน้ หา (Exploration)
3. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน ทำการทดลองเรื่อง การแพร่ของแก๊สแอมโมเนียและ
แก๊สไฮโดรเจนคลอไรด์ โดยดูรายละเอียดจากใบกิจกรรมที่ 7.5 การทดลองการแพร่ของแก๊สแอมโมเนีย
และแก๊สไฮโดรเจนคลอไรด์ และศึกษารายละเอียดจากหนงั สอื เรียนรายวิชาเพมิ่ เติม เคมี เลม่ 3 หนา้ 41
4. นักเรยี นแต่ละกลุ่มสง่ ตวั แทนรับอุปกรณก์ ารทดลอง กลุ่มละ 1 ชดุ ประกอบด้วย
หลอดแกว้ , สำลพี ันปลายไม้, สารละลายแอมโมเนียเข้มข้น, ขาต้งั , สารละลายกรดไฮโดรคลอริกเข้มขน้
และใบรายงานผลการทดลองกิจกรรมการทดลองการแพร่ของแก๊สแอมโมเนยี และแก๊สไฮโดรเจนคลอไรด์
5. นักเรยี นลงมือปฏิบัติการทดลองตามขน้ั ตอนการทดลองในหนงั สือเรยี นวิชาเคมี เล่ม 3
หน้า 41 และบันทึกผลการทดลองลงในใบรายงานผลการทดลอง
ขน้ั ท่ี 3 อธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation)
6. นักเรียนนำเสนอผลการทดลองและถามคำถามที่อยากรู้กับครูเพื่อนำมาอภิปรายหา
คำตอบ
7. นกั เรยี นและครูรว่ มกันอภิปรายสรุปผลการทดลอง และความรู้เกี่ยวกบั การแพร่ของแก๊ส
แอมโมเนียแกส๊ ไฮโดรเจนคลอไรด์ ซึง่ สรุปได้ดงั น้ี
- แก๊สไฮโดรเจนคลอไรด์และแก๊สแอมโมเนียเป็นแก๊สไม่มีสี เมื่อมีวงแหวนสีขาวเกิดขึ้น
ภายในหลอดแสดงวา่ สารทง้ั 2 ชนดิ ทำปฏิกริ ยิ ากนั ได้สารใหมท่ ม่ี ีสขี าว ดังสมการเคมี
HCl(g) + NH3(g) NH4Cl(s)
- เนื่องจากวงแหวนสีขาวที่เกิดขึ้นอยูใ่ กล้กับสำลีที่ชุบสารละลายกรดไฮโดรคลอริกแสดงว่า
ในเวลาที่เท่ากันแก๊สไฮโดรเจนคลอไรด์แพร่ได้ระยะทางที่น้อยกว่าแก๊สแอมโมเนียและเมื่อพิจารณามวล
ต่อโมล พบว่า มวลต่อโมลของแก๊สไฮโดรเจนคลอไรด์มากกว่าแก๊สแอมโมเนียแสดงว่าแก๊สที่มีมวลต่อ
โมลมากกวา่ จะแพรช่ ้ากวา่
- อัตราการแพร่ของแก๊สไฮโดรเจนคลอไรด์มีค่าน้อยกว่าอัตราการแพร่ของแก๊สแอมโมเนีย
เนอื่ งจากแก๊สไฮโดรเจนคลอไรด์มีมวลต่อโมลมากกว่า ดังนน้ั แกส๊ ท่มี มี วลต่อโมลมากกวา่ จะแพร่ได้ช้ากว่า
แกส๊ ทีม่ ีมวลต่อโมลน้อยกวา่
106
ขน้ั ท่ี 4 ขยายความรู้ (Elaboration)
8. ครูใช้ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส ที่กลา่ วว่า ที่อุณหภูมิเดียวกัน แกส๊ ทุกชนิดมีพลังงานจลน์เฉล่ีย
1
เทา่ กัน และสมการ Ek= 2 mv2 อธบิ ายความสมั พันธ์ระหว่างอัตราเรว็ ในการเคลื่อนทีก่ ับมวลของแก๊ส
9. นักเรียนศึกษาการทดลองของทอมัส เกรแฮม จากนั้นอภิปรายร่วมกันเพื่อให้ได้ข้อสรุป
เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างอัตราการแพร่ผ่านและมวลต่อโมลของแก๊สตามกฎการแพร่ผ่านของเกรแฮม
รวมทั้งแสดงสมการเปรียบเทียบอัตราการแพร่ผา่ นของแก๊ส 2 ชนิด ตามสมการกฎการแพร่ผ่านของเกรแฮม
ซง่ึ สามารถใชใ้ นการประมาณอัตราการแพรข่ องแกส๊ ได้ ครูใช้ตัวอยา่ งท่ี 18 ประกอบการอธบิ าย ดังน้ี
ที่อุณหภูมิเดียวและความดันเดยี วกัน จำนวนโมเลกุลของแกส๊ ทีแ่ พร่ผ่านต่อหนึง่ หน่วยเวลา
หรืออัตราการแพร่ผ่านแก๊ส แปรผกผนั กับรากทสี่ องของมวลต่อโมล เรียกวา่ กฎการแพรผ่ า่ นของเกรแฮม
ซ่ึงเขียนเปน็ ความสมั พนั ธ์ไดด้ ังน้ี 1
√M
r ∝
ในกรณที ่ีต้องการเปรยี บเทียบอตั ราการแพร่ผ่านของแก๊ส 2 ชนดิ ทีอ่ ณุ หภูมแิ ละความดนั
เดียวกันสามารถเขยี นสมการได้ดงั นี้
r1 = √M2
r2 √M1
ถึงแม้ว่า สมการดังกล่าวจะได้จากการศึกษาการแพร่ผ่านซึ่งอัตราการแพร่ผ่านมักมีหน่วยเป็น
จำนวนอนุภาคที่แพร่ผ่านตำแหน่งที่กำหนดต่อเวลา แต่ก็สามารถใช้ในการประมาณอัตราการแพร่ของ
แกส๊ โดยท่วั ไปซง่ึ มกั วัดในหนว่ ยระยะทางต่อเวลาได้
ตวั อยา่ ง แก๊สซลั เฟอร์ไตรออกไซด์ (SO3) ทำปฏิกิรยิ ากบั ไอนำ้ ใหก้ รดซัลฟวิ รกิ (H2SO4) ถ้าปล่อย
แก๊สซัลเฟอร์ไตรออกไซด์และไอน้ำจากปลายแต่ละด้านของหลอดแก้วยาว 30 เซนติเมตร บริเวณที่แก๊ส
ทัง้ สองทำปฏกิ ริ ยิ ากนั ห่างจากปลายด้านท่ีปลอ่ ยไอน้ำก่เี ซนตเิ มตร
10. นักเรียนรับความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างอัตราการแพร่และความหนาแน่น
ตามรายละเอียดในหนงั สอื เรยี นและอธบิ ายการคาํ นวณโดยใชต้ วั อย่าง 19 ดงั นี้
107
108
ตัวอย่าง 2 ถ้าแก๊ส A มีความหนาแน่นเป็น 2 เท่าของแก๊ส B จงคำนวณอัตราสว่ นของอัตราการแพร่ของ
แก๊ส A ตอ่ แกส๊ B ทสี่ ภาวะเดยี วกนั
11. ครเู ปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นซักถามข้อสงสยั ในเนอ้ื หาทยี่ ังไม่เขา้ ใจและให้ความรเู้ พ่มิ เติมในสว่ น
นน้ั เพ่ือจะใชเ้ ป็นความรู้เบื้องตน้ สำหรับการเรยี นในเนื้อหาตอ่ ๆ ไป และนกั เรียนทำแบบฝึกหดั ในหนงั สอื
เรียนรายวิชาเพิ่มเติม เคมี เลม่ 3 หนา้ 46 ข้อ 2 – 4
ขนั้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
12. สังเกตพฤตกิ รรมการตอบคำถาม การรายงานการทดลอง และการอภปิ รายของนักเรยี น
13. ประเมินจากการทำแบบฝกึ หดั
สอ่ื /อุปกรณ์/แหล่งเรียนรู้
1. ค่มู อื ครู รายวชิ าเพิม่ เติมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เคมี เลม่ 3
2. หนังสอื เรียนรายวิชาเคมเี พิม่ เตมิ ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 5 เล่ม 3
3. Power Point เรอื่ งทฤษฎีจลน์และการแพรข่ องแกส๊
4. อุปกรณก์ ารทดลองตอ่ กลุ่มดังน้ี
- หลอดแก้ว - สำลพี นั ปลายไม้
- สารละลายแอมโมเนียเข้มข้น - ขาตัง้
- สารละลายกรดไฮโดรคลอริกเขม้ ข้น
5. ใบรายงานผลการทดลองกิจกรรมการทดลองการแพร่ของแก๊สแอมโมเนยี และแกส๊ ไฮโดรเจน
คลอไรด์
109
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วิธกี ารวัดผลการเรยี นรู้ เกณฑ์การ
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ประเมนิ ผล
ได้คะแนนร้อยละ
ด้านความรู้ (K: Knowledge) -การตอบคำถาม 70 ขน้ึ ไป
• อธิบายกฎตา่ งๆ ของแกส๊ และ -ได้คะแนนในระดับ
3 (ดี) ขนึ้ ไป
การแพร่ของแก๊สโดยใช้ทฤษฎี
-ไ ด้ ค ะ แ น น ใ น
จลนข์ องแก๊ส ระดบั 3 (ด)ี ขน้ึ ไป
• อธิบายความสัมพนั ธ์ของอัตรา
การแพร่กบั มวลตอ่ โมลของแก๊ส
ดา้ นทักษะกระบวนการ -การตอบคำถาม
(P: Process) -ตรวจแบบฝึกหดั
• คำนวณและเปรียบเทียบอตั รา -สงั เกตจากการปฏิบตั กิ ารทดลอง
การแพร่ หรือมวลต่อโมลของ
แกส๊ โดยใชก้ ฎการแพรผ่ ่านได้
• ทำการทดลองเพื่อศึกษาการ
แพรข่ องแก๊สได้
ด้านคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ -สังเกตจากการตอบคำถาม
(A: Attribute) -สังเกตคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
• มีความกระตือรือร้นในการ
เสาะแสวงหาความรู้ รับผิดชอบ
ตอ่ หนา้ ทีท่ ่ีได้รับมอบหมาย
110
111
112
แบบประเมินความรู้
เรื่อง…………………………………………รายวิชา เคมี3 รหสั วชิ า ว 32223 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 5/2565
คะแนน คะแนน คะแนน
ความ ความ ความ คะแนน
เลขที่ ช่อื - นามสกลุ ถูกตอ้ งของ เรยี บรอ้ ย ตรงต่อ รวม
เนื้อหา ของงาน เวลา (10)
(6) (2) (2)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
113
คะแนน คะแนน คะแนน
ความ ความ ความ คะแนน
เลขท่ี ชอื่ - นามสกุล ถูกต้องของ เรยี บรอ้ ย ตรงตอ่ รวม
เนือ้ หา ของงาน เวลา (10)
(6) (2) (2)
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
41
42
ลงช่อื ................................................ผูป้ ระเมนิ
(นางสาวฐิรกานดา พรมกลุ )
114
แบบสังเกตพฤติกรรมนกั เรยี น เพอื่ การประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
เร่ือง…………………………………………รายวิชา เคมี3 รหสั วชิ า ว 32223 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 5/2565
คำชี้แจง การบนั ทกึ ให้ทำเคร่อื งหมาย / ลงในช่องทต่ี รงกับพฤติกรรมทีเ่ กดิ ขึน้ จริง
พฤตกิ รรมการแสดงออก
เลขท่ี ชื่อ - นามสกลุ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
321032103210
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
115
พฤตกิ รรมการแสดงออก
เลขที่ ชื่อ - นามสกุล มีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งม่ันในการทำงาน
321032103210
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
41
42
ลงช่อื ................................................ผู้ประเมนิ
(นางสาวฐริ กานดา พรมกลุ )
116
เกณฑ์การใหค้ ะแนน
มวี นิ ัย = ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัวและโรงเรียน
ตรงต่อเวลาในการปฏบิ ัติกจิ กรรมตา่ ง ๆ ในชีวิตประจำวนั และรบั ผิดชอบในการทำงาน
ใฝ่เรยี นรู้ = แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ มีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ
สรุปความไดอ้ ยา่ งมเี หตผุ ล
มงุ่ ม่นั ใน = มีความตง้ั ใจและพยายามในการทำงานท่ไี ด้รบั มอบหมาย มีความอดทนและไม่ทอ้ แท้
การทำงาน ตอ่ อุปสรรคเพื่อให้งานสำเร็จ
หมายเหตุ : ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างบอ่ ยครง้ั ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งบางครัง้ ให้ 1 คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งนอ้ ยคร้งั ให้ 0 คะแนน
เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ
ระดบั ชว่ งคะแนน
คณุ ภาพ
ดีเย่ียม ไดค้ ะแนนรวมระหวา่ ง 7-9 คะแนน
ดี ไดค้ ะแนนรวมระหวา่ ง 4-6 คะแนน
ผา่ น ได้คะแนนรวมระหวา่ ง 2-3 คะแนน
ไมผ่ า่ น ได้คะแนนรวมระหว่าง 0-1 คะแนน
117
แบบประเมนิ การนำเสนอผลงานหน้าช้ันเรยี น
คำชแี้ จง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งการนำเสนอ แล้วขดี ✓ ลงในชอ่ งว่างท่ี
ตรงกบั ระดับคะแนน
สมาชิกในกล่มุ 1.
2.
3.
4.
ลำดบั ที่ รายการประเมิน คุณภาพการปฏบิ ัติ
4321
1 นำเสนอเน้อื หาในผลงานได้ถูกต้อง
2 การนำเสนอมีความน่าสนใจ
3 ความเหมาะสมกับเวลา
4 ความกล้าแสดงออก
5 บคุ ลิกภาพ นำ้ เสยี งเหมาะสม
รวม
ลงชือ่ ................................................ผูป้ ระเมิน
(นางสาวฐริ กานดา พรมกุล)
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
ปฏิบตั งิ านสมบูรณ์ ชัดเจน = 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั
ปฏบิ ตั ิงานยังมขี ้อบกพร่องเล็กน้อย = 3 คะแนน คณุ ภาพ
ปฏบิ ัติงานมีข้อบกพร่องเปน็ ส่วนใหญ่ = 2 คะแนน
ปฏิบตั ิงานมีข้อบกพร่องมาก = 1 คะแนน 17 - 20 ดีมาก
13 - 16 ดี
9 - 12 พอใช้
5 - 8 ปรับปรงุ
118
กจิ กรรมท่ี 7.5
การทดลองการแพรข่ องแกส๊ แอมโมเนยี และแก๊สไฮโดรเจนคลอไรด์
ผลการทดลอง HCl NH3
ระยะเวลาที่สังเกตเหน็ การเปลย่ี นแปลง (s)
ความยาวจากปลายสำลถี งึ ตำแหนง่ ทีม่ ีการเปลย่ี นแปลง (cm)
มวลโมเลกลุ (g/mol)
แสดงวธิ กี ารคำนวณการแพรข่ องแก๊ส
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
สรุปและวิจารณ์ผลการทดลอง
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................... ............................
คำถามท้ายการทดลอง
1. เขียนสมการเคมอี ธบิ ายการเปลีย่ นแปลงทเ่ี กิดขน้ึ ในหลอดแก้ว
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
2. แก๊สใดแพร่เรว็ กว่ากนั และมคี วามสมั พนั ธ์กับมวลต่อโมลของแกส๊ อยา่ งไร
......................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 8
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี 1/2565
รายวิชาเพิ่มเตมิ เคมี 3 ว 32223 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 แกส๊ และสมบัติของแกส๊ เวลา 18 ชว่ั โมง
เรื่อง การประยุกตใ์ ช้ความรเู้ กีย่ วกับแก๊สและสมบัติของแกส๊ จำนวน 1 ช่วั โมง
ครผู ู้สอน นางสาวฐิรกานดา พรมกลุ
ผลการเรียนรู้
1. สืบค้นข้อมูลนำเสนอตัวอย่างและอธิบายการ ประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับสมบัติและกฎต่าง ๆ
ของแก๊สในการอธบิ ายปรากฏการณห์ รือแก้ปัญหาในชวี ิตประจำวนั และในอุตสาหกรรม
สาระสำคัญ
สมบัติและกฎต่าง ๆ ของแก๊สสามารถนำไปใช้อธิบายปรากฏการณ์ หรือประยุกต์ใช้ใน
ชวี ิตประจำวันและในอุตสาหกรรม
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
หลังจบกจิ กรรมการจดั การเรยี นรู้ นักเรยี นสามารถ
ด้านความรู้ (K)
1. อธิบายปรากฏการณ์ และยกตัวอย่างการนำความรูเ้ ก่ียวกับแก๊สและสมบตั ิของแก๊สไปใช้
ประโยชนไ์ ด้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
2. สบื ค้นข้อมลู การใชป้ ระโยชน์จากความรเู้ รอ่ื งแก๊สและสมบัติของแกส๊ ได้
ด้านคุณลกั ษณะ (A)
3. มีความรับผิดชอบตอ่ งานทไ่ี ด้รับมอบหมายและสามารถทำงานร่วมกับผูอ้ ่ืนได้
สาระการเรยี นรู้
1. การประยกุ ตใ์ ช้ความรูเ้ ก่ียวกบั แกส๊ และสมบตั ิของแกส๊
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการสงั เกต
2) ทกั ษะการวัด
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. มีวินยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทำงาน
การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ด้วยรปู แบบ 5E
ขัน้ ที่ 1 สร้างความสนใจ (Engagement)
1. นักเรียนตอบคําถามเพื่อนําเข้าสู่เรื่องการประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับแก๊สและสมบัติของ
แกส๊ ดงั นี้
- ที่ด้ามปากกาลูกลื่นและปากกาหมึกซึมบางชนิดจะมีรูเล็ก ๆ รูหนึ่ง นักเรียนคิดว่ารูนี้มี
ประโยชนอ์ ย่างไร” (แนวคำตอบ คอื ตามความคิดของผเู้ รียน)
- จากที่นักเรียนเรียนเรื่องแก๊สมาแล้ว นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้อย่างไร”
(แนวคำตอบ คือ ตามความคดิ ของผูเ้ รียน)
ขั้นที่ 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
2. นักเรียนและครูร่วมกันศึกษาการประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับแก๊สและสมบัติของแก๊สใน
การอธิบายปรากฏการณ์หรือนำมาใชป้ ระโยชนใ์ นชีวติ ประจำวนั หรือในอุตสาหกรรม ไดแ้ ก่ รขู นาดเล็กบน
ถ้วยกาแฟ ป๊อบคอร์นจากเมล็ดข้าวโพด และการแยกไอโซโทปยูเรเนยี ม ตามรายละเอียดในหนังสือเรยี น
หนา้ 46
3. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-4 คน คละตามความสามารถของผู้เรียน เพื่อทำกิจกรรม
สบื ค้นขอ้ มูลการใช้ประโยชน์จากความรู้เรือ่ งแกส๊ และสมบัตขิ องแก๊ส (กลุ่มเดิม)
4. นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูลการใช้ประโยชนจ์ ากความรู้เรื่องแก๊สและสมบัติของแกส๊
โดยแต่ละกลุ่มต้องได้ข้อมูลไม่เหมือนกนั
5. นักเรียนนำข้อมูลที่ได้จากการค้นคว้าทำเป็นรูปแบบต่าง ๆ ตามความคิดเห็นของแต่ละ
กล่มุ เช่น แผนภาพ แผนผงั เขยี นบรรยาย ลงในกระกาษทคี่ รมู อบให้
ขน้ั ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain)
6. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนมานำเสนอเรื่องที่ได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูลและผลงานการ
จดั ทำข้อมลู ของกล่มุ ตนเองหนา้ ช้นั เรยี นทีละกลุ่มเพ่ือแลกเปลี่ยนความคดิ เห็นกนั จนครบทุกกลุม่
7. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายสรุปความรู้เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับแก๊ส
และสมบัตขิ องแก๊สที่นกั เรียนคน้ ควา้ มา
ขนั้ ที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
8. นกั เรยี นสอบถามเน้ือหาทยี่ งั ไม่เข้าใจ และใหค้ วามรู้เพ่ิมเติมในสว่ นน้ัน
9. ครูยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับแก๊สและสมบัติของแก๊ส เช่น อาการหูอ้ือ
เม่อื ข้นึ ไปอยูบ่ นทีส่ งู รูเล็ก ๆ บนดา้ มปากกา เปน็ ต้น
ขนั้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
10. นักเรียนตอบคํา ถามตรวจสอบความเข้าใจ โดยจับคู่ความสัมพันธ์ระหว่าง
ปรากฏการณท์ เ่ี กิดขึน้ กบั กฎของแก๊ส
11. นกั เรียนและครรู ่วมกันสรปุ เน้อื หาภายในบทเรยี น แลว้ ให้นักเรียนทำแบบฝกึ หดั ท้ายบท
สอื่ การเรียนการสอน/แหล่งเรียนรู้
1. กระดาษชารจ์
2. หนงั สือเรยี นรายวิชาวิทยาศาสตรเ์ พ่มิ เติมเคมี เลม่ 3 สสวท. (ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษา
ขน้ั พ้นื ฐาน พ.ศ. 2551 ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
การวัดและการประเมนิ ผล
จุดประสงค์ วธิ ีวดั เคร่อื งมอื เกณฑ์การประเมิน
ดา้ นความรู้ (K) -ได้คะแนนร้อยละ 70
ข้ึนไป
1. อธิบายปรากฏการณ์ และ
ยกตัวอย่างการนำความรู้
เกี่ยวกับแก๊สและสมบัติของ -การตอบคำถาม -ขอ้ คำถาม
แกส๊ ไปใชป้ ระโยชนไ์ ด้
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
2. ส ื บ ค ้ น ข ้ อ ม ู ล ก า ร ใ ช้
ประโยชนจ์ ากความรเู้ รื่องแก๊ส
และสมบัตขิ องแก๊สได้ -ตรวจผงั -กระดาษ -ได้คะแนนรอ้ ยละ 70
ขนึ้ ไป
ความคิด
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A) -การสงั เกต -แบบประเมิน -ไดค้ ะแนนในระดับ 3
3. มีความรบั ผิดชอบต่องานท่ี คณุ ลกั ษณะอนั พงึ (ด)ี ขน้ึ ไป
ไดร้ ับมอบหมายและสามารถ ประสงค์
ทำงานร่วมกับผู้อน่ื ได้
แบบประเมินความรู้
เรื่อง…………………………………………รายวชิ า เคมี3 รหสั วชิ า ว 32223 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2565
ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 5/2565
คะแนน คะแนน คะแนน
ความ ความ ความ คะแนน
เลขท่ี ชือ่ - นามสกุล ถกู ต้องของ เรยี บร้อย ตรงตอ่ รวม
เนอื้ หา ของงาน เวลา (10)
(6) (2) (2)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
คะแนน คะแนน คะแนน
ความ ความ ความ คะแนน
เลขท่ี ช่ือ - นามสกลุ ถูกต้องของ เรยี บร้อย ตรงต่อ รวม
เน้อื หา ของงาน เวลา (10)
(6) (2) (2)
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
41
42
ลงชือ่ ................................................ผู้ประเมิน
(นางสาวฐิรกานดา พรมกุล)
แบบสังเกตพฤตกิ รรมนักเรยี น เพื่อการประเมินคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
เร่ือง…………………………………………รายวิชา เคมี3 รหสั วิชา ว 32223 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 5/2565
คำชี้แจง การบนั ทกึ ให้ทำเคร่อื งหมาย / ลงในช่องทต่ี รงกับพฤติกรรมท่เี กิดขึ้นจรงิ
พฤติกรรมการแสดงออก
เลขที่ ชอ่ื - นามสกุล มวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ ม่งุ มนั่ ในการทำงาน
321032103210
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
พฤติกรรมการแสดงออก
เลขท่ี ชื่อ - นามสกลุ มีวินัย ใฝเ่ รียนรู้ ม่งุ มั่นในการทำงาน
321032103210
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
38
39
40
41
42
ลงชอื่ ................................................ผู้ประเมิน
(นางสาวฐิรกานดา พรมกลุ )
เกณฑก์ ารให้คะแนน
มวี นิ ยั = ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัวและโรงเรียน
ตรงตอ่ เวลาในการปฏิบตั กิ ิจกรรมตา่ ง ๆ ในชวี ติ ประจำวนั และรับผิดชอบในการทำงาน
ใฝเ่ รียนรู้ = แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ มีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ
สรุปความไดอ้ ยา่ งมีเหตผุ ล
มงุ่ ม่นั ใน = มคี วามต้งั ใจและพยายามในการทำงานท่ีได้รับมอบหมาย มคี วามอดทนและไม่ท้อแท้
การทำงาน ต่ออปุ สรรคเพื่อให้งานสำเร็จ
หมายเหตุ : ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอยา่ งบ่อยคร้ัง ให้ 2 คะแนน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งบางครัง้ ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งน้อยครง้ั ให้ 0 คะแนน
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ระดบั ช่วงคะแนน
คณุ ภาพ
ดีเยี่ยม ได้คะแนนรวมระหวา่ ง 7-9 คะแนน
ดี ไดค้ ะแนนรวมระหวา่ ง 4-6 คะแนน
ผ่าน ไดค้ ะแนนรวมระหว่าง 2-3 คะแนน
ไมผ่ า่ น ไดค้ ะแนนรวมระหวา่ ง 0-1 คะแนน
แบบประเมินการนำเสนอผลงานหนา้ ช้นั เรียน
คำชแ้ี จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งการนำเสนอ แล้วขีด ✓ ลงในช่องวา่ งท่ี
ตรงกับระดับคะแนน
สมาชิกในกลุ่ม 1.
2.
3.
4.
ลำดบั ที่ รายการประเมนิ คณุ ภาพการปฏิบตั ิ
4321
1 นำเสนอเน้อื หาในผลงานได้ถูกตอ้ ง
2 การนำเสนอมีความนา่ สนใจ
3 ความเหมาะสมกบั เวลา
4 ความกลา้ แสดงออก
5 บคุ ลกิ ภาพ นำ้ เสยี งเหมาะสม
รวม
ลงชื่อ................................................ผปู้ ระเมิน
(นางสาวฐิรกานดา พรมกุล)
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั ิงานสมบรู ณ์ ชัดเจน = 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั
ปฏิบตั งิ านยงั มีข้อบกพร่องเล็กนอ้ ย = 3 คะแนน คณุ ภาพ
ปฏบิ ัตงิ านมีข้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ = 2 คะแนน
ปฏิบตั งิ านมีข้อบกพรอ่ งมาก = 1 คะแนน 17 - 20 ดมี าก
13 - 16 ดี
9 - 12 พอใช้
5 - 8 ปรับปรุง