The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาหลักเศรษฐศาสตร์เกษตร (20501 - 2007) หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2562

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by วุฒินันต์ แสงอ้าย, 2022-03-31 09:09:31

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาหลักเศรษฐศาสตร์เกษตร ปวช.

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาหลักเศรษฐศาสตร์เกษตร (20501 - 2007) หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2562

แผนการจดั การเรยี นรู้

แบบบูรณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
วชิ า หลักเศรษฐศาสตร์เกษตร

รหัส ๒0501-2007
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพ พุทธศกั ราช 25๖2

ประเภทวชิ าเกษตรกรรม

โดย

นายวฒุ ินนั ต์ แสงอา้ ย

แผนกวชิ าธรุ กิจเกษตร
วทิ ยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชยี งใหม่
สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

แผนการจัดการเรยี นรู้

แบบบูรณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
วชิ า วิชา หลกั เศรษฐศาสตรเ์ กษตร

รหสั ๒0501-2007
หลักสตู รประกาศนียบตั รวิชาชีพ พทุ ธศกั ราช 25๖2

ประเภทวิชาเกษตรกรรม

โดย

นายวฒุ นิ นั ต์ แสงอ้าย

แผนกวชิ าธรุ กจิ เกษตร
วทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยเี ชยี งใหม่
สำนกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา กระทรวงศึกษาธกิ าร

รหสั 20501-2007 หลักเศรษฐศาสตร์เกษตร 1-2-2
(Principle of Agricultural economics)

จุดประสงค์รายวิชา เพอื่ ให้
1. เข้าใจหลกั การและกระบวนการที่เกย่ี วข้องกับหลักเศรษฐศาสตร์
2. สามารถวเิ คราะห์ พฤติกรรมผูบ้ รโิ ภคและการบริหารทรัพยากรในฟาร์มได้
3. มีเจตคตแิ ละกจิ นิสยั ท่ีดตี ่องานอาชีพเกษตร ทำงานดว้ ยความรับผดิ ชอบ รอบคอบ ซ่ือสัตย์
ประหยดั มคี วามคดิ สร้างสรรค์ ขยนั และอดทน

สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความร้เู บ้อื งตน้ เก่ียวกับหลกั การและกระบวนการทางเศรษฐศาสตร์เกษตร
2. วิเคราะหพ์ ฤติกรรมผบู้ ริโภคตามหลกั เศรษฐศาสตรเ์ กษตร
3. วเิ คราะหธ์ รุ กิจฟาร์มตามหลกั เศรษฐศาสตร์เกษตร
4. วางแผนการจดั การฟารม์ ตามหลักการและกระบวนการ
5. เลอื กใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกดิ ประโยชนส์ ูงสุด
6. สรปุ ผลการดำเนินงานและเขียนวงจรธรุ กจิ ได้

คำอธิบายรายวชิ า
ศกึ ษาและปฏิบตั ิเก่ียวกับหลักการและกระบวนการทางเศรษฐศาสตร์เกษตร ทฤษฎีพฤติกรรม

ผ้บู ริโภค ทฤษฎีการผลิตทางการเกษตร การบรหิ ารทรัพยากรในฟารม์ ต้นทุนการผลติ การจดั การฟาร์ม
วงจรธรุ กิจ

โครงการสอน

สปั ดาหท์ ่ี หนว่ ยท่ี ชอื่ หน่วยการเรยี นรู้ จำนวนชว่ั โมง
1-2 1 ความรพู้ ้ืนฐานทางเศรษฐศาสตร์ 6
3-5 2 อปุ สงคแ์ ละอปุ ทาน 6
6-7 3 ความยดื หยุ่นของอุปสงคแ์ ละอปุ ทาน 6
8-9 4 ทฤษฎพี ฤติกรรมผู้บรโิ ภค 3
10-12 5 ทฤษฏกี ารผลิต 6
13-14 6 ต้นทนุ การผลติ 3
15-16 7 การจัดการฟาร์ม 3
17-18 8 วงจรธรุ กจิ 3
54
รวม

1

แผนการจดั การเรยี นรู้ หน่วยที่ 1

ชอ่ื วชิ า หลกั เศรษฐศาสตร์เกษตร (20501-2007) สปั ดาหท์ ี่ 1-2
ช่อื หนว่ ย ความรพู้ ้ืนฐานทางเศรษฐศาสตร์ จำนวน 6 ชม.

สาระสำคญั
เศรษฐศาสตร์ (Economics) เป็นการศึกษาถึงแนวทางในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด เพื่อ

ตอบสนองความต้องการที่ไม่จำกัดของมนุษย์ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยมี Adam Smith เป็นบิดาของวิชา
เศรษฐศาสตร์ ซ่ึงแต่งหนังสือชื่อ The Wealth of the nation ถือเป็นหนังสือเศรษฐศาสตร์เล่มแรกของโลก
การศึกษาเศรษฐศาสตร์แบ่งได้ 2 แขนง คือ เศรษฐศาสตรจ์ ุลภาคและเศรษฐศาสตร์มหภาค ทฤษฎเี ศรษฐศาสตร์
อาจทำได้ 3 วิธี คอื วิธีอนมุ าน วิธีอปุ มาน และวธิ ีศึกษาสังเกตจากประวตั ิศาสตร์

ปัจจัยการผลิตในทางเศรษฐศาสตร์มี 4 ประเภท คือ ท่ีดิน แรงงาน ทุน และผู้ประกอบการ
การตัดสินใจใชป้ ัจจยั การผลติ โดยตอบปญั หาพ้ืนฐานเศรษฐกิจ ผลิตอะไร ผลิตอยา่ งไร และผลติ เพื่อใคร ที่แตกต่าง
กันของแต่ละประเทศ ทำให้มีระบบเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน แต่ในปัจจุบันประเทศต่างๆ ใช้ลักษณะระบบ
เศรษฐกิจแบบผสมทั้งสิ้น เพียงแต่ผสมผสานเข้มแค่ไหน ข้ึนอยู่กับความเข้มงวดของการใช้กลไกราคาหรือการ
วางแผนของรัฐ ผู้บริโภค รัฐบาล และผู้ผลิต จะใช้แบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ ประกอบการตัดสินใจ หรือ
พยากรณ์ เพอ่ื ให้การใชท้ รพั ยากรท่มี ีอย่างจำกดั ใหม้ ีประสิทธภิ าพสูงสุด

สมรรถนะการเรียนรู้
1. บอกความหมายของคำว่า “เศรษฐศาสตร์” ได้
2. อธิบายความสำคัญของวชิ าเศรษฐศาสตร์ได้
3. บอกความเป็นมาของวชิ าเศรษฐศาสตร์ได้
4. บอกแขนงของวชิ าเศรษฐศาสตร์ได้
5. อธิบายวธิ ีการสร้างทฤษฎเี ศรษฐศาสตร์ได้
6. อธิบายปจั จัยการผลติ ได้
7. อธบิ ายหนว่ ยเศรษฐกจิ ได้
8. อธบิ ายวงจรกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ได้
9. อธิบายปัญหาพน้ื ฐานทางเศรษฐกิจได้
10. อธบิ ายระบบเศรษฐกจิ ได้
11. อธิบายเคร่อื งมือที่ใช้ในการศึกษาเศรษฐศาสตรไ์ ด้
12. บอกประโยชน์ของการศึกษาวิชาเศรษฐศาสตรไ์ ด้

คุณลักษณะทตี่ ้องบรู ณาการ
บอกประโยชน์ของการศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์ได้

2

สาระการเรียนรู้
1. ความหมายของเศรษฐศาสตร์
2. ความสำคญั ของวิชาเศรษฐศาสตร์
2.1 เศรษฐศาสตร์มสี ่วนเกีย่ วกับบคุ คลโดยส่วนตวั
2.2 เศรษฐศาสตรม์ ีส่วนเกย่ี วขอ้ งกับประเทศโดยส่วนรวม
2.3 เศรษฐศาสตรม์ สี ว่ นเกี่ยวข้องกบั ผบู้ ริหารงาน
2.4 เศรษฐศาสตร์มสี ว่ นเกี่ยวข้องกับผลประโยชนข์ องประเทศ
2.5 เศรษฐศาสตร์มีส่วนช่วยใหป้ ระเทศมคี วามมนั่ คง
3. ความเป็นมาของวิชาเศรษฐศาสตร์
4. แขนงของวิชาเศรษฐศาสตร์
4.1 เศรษฐศาสตรจ์ ุลภาค (Micro – economic)
4.2 เศรษฐศาสตร์มหภาค (Macro – economic)
5. วธิ กี ารสรา้ งทฤษฎเี ศรษฐศาสตร์
5.1 การศึกษาโดยวิธีอนมุ าน (Deductive method)
5.2 การศึกษาโดยวิธอี ปุ มาน (Inductive method)
5.3 การศกึ ษาโดยสังเกตจากประวัติศาสตร์ (Historical method)
6. ปัจจัยการผลิต
6.1 ท่ดี นิ (Land)
6.2 แรงงาน (Labor)
6.3 ทุน (Capital)
6.4 ผู้ประกอบการ (Entrepreneurship)
7. หนว่ ยเศรษฐกิจ
7.1 หน่วยครัวเรือน (Household)
7.2 หน่วยธุรกจิ หรอื หนว่ ยผลติ (Business of Firms)
7.3 หน่วยรฐั บาล (Government)
8. วงจรกจิ กรรมทางเศรษฐกิจ
9. ปญั หาพ้ืนฐานทางเศรษฐกิจ
9.1 ผลิตอะไร (What to Produce)
9.2 ผลิตอยา่ งไร (How to Produce)
9.3 ผลติ เพอ่ื ใคร (For Whom to Produce)
10. ระบบเศรษฐกจิ
11. เครอื่ งมอื ท่ใี ชใ้ นการศกึ ษาเศรษฐศาสตร์
11.1 แบบจำลอง (Models)
11.2 ข้อสมมตฐิ าน (Assumption)
12. ประโยชน์ของการศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์

3

กิจกรรมการเรียนการสอน

กจิ กรรมผ้สู อน กจิ กรรมผูเ้ รยี น

ขนั้ นำเขา้ สูบ่ ทเรียน 1. ผเู้ รยี นฟงั การแนะนำการเรยี น
1. ผสู้ อนแนะนำการสอนวิชาเศรษฐศาสตร์

2. ผสู้ อนสนทนากับผ้เู รยี นเกี่ยวกับเรือ่ ง 2. ผู้เรียนสนทนาและตอบคำถามเรอื่ งเศรษฐศาสตร์

เศรษฐศาสตร์ ให้ผู้เรียนตอบคำถาม

ตามความเขา้ ใจ

ขั้นสอน 1. ผ้เู รยี นรว่ มกนั อภิปรายเร่ืองวงจรกจิ กรรมทาง
1. ผสู้ อนใหผ้ ้เู รียนอภปิ รายเร่อื งวงจรกจิ กรรมทาง เศรษฐกิจ

เศรษฐกจิ 2. ผเู้ รยี นฟังอธบิ ายและจดบันทึกลงในสมดุ
2. ผสู้ อนอธบิ ายเพิ่มเตมิ พรอ้ มฉายแผน่ ใส

ประกอบการอธิบายเพื่อความเขา้ ใจยงิ่ ขึ้น

ขั้นสรปุ 1. ผู้เรียนชว่ ยกนั สรปุ
1. ผสู้ อนใหผ้ ูเ้ รียนช่วยกนั สรุปเน้ือหา เรื่องความรู้ 2. ผเู้ รยี นทำรายงาน (นำสง่ ในการเรียนครั้งตอ่ ไป)

เบอ้ื งตน้ เกย่ี วกบั เศรษฐศาสตร์ และการนำไปใช้
ในการดำเนนิ ชีวติ ประจำวันได้
2. ผูส้ อนมอบหมายงานให้ผู้เรียนคน้ ควา้ (หรอื ทำ
รายงาน) เรอ่ื งความหมายของเศรษฐศาสตรแ์ ละ
ประวตั คิ วามเปน็ มาของเศรษฐศาสตร์

งานท่ีมอบหมายหรือกิจกรรม
ก่อนเรยี น
ให้ผเู้ รียนสนทนาและตอบคำถาม เร่อื ง ความรูเ้ บ้ืองต้นเกีย่ วกบั เศรษฐศาสตร์
ขณะเรยี น
ฟังอธิบายและตอบคำถาม
หลงั เรยี น
1. ให้ผู้เรียนทำใบงาน 1
2. ให้ผูเ้ รยี นทำแบบฝกึ หดั ท้ายหน่วย

4

สอ่ื การเรยี นการสอน
ส่ือสิ่งพิมพ์
1. หนงั สอื พิมพป์ ระชาชาติธรุ กิจ
2. หนงั สือพมิ พฐ์ านเศรษฐกจิ
3. วารสารด้านเศรษฐกจิ เชน่ การเงินการธนาคาร
4. หนังสือเรียนวชิ าหลักเศรษฐศาสตร์เกษตร ของ สำนักพมิ พ์จิตรวฒั น์ (2560)
ส่อื โสตทศั น์
งานนำเสนอ หนว่ ยที่ 1 เร่อื ง ความร้พู ื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์
หุ่นจำลองหรือของจรงิ

หนังสอื อ้างอิง
จรญู โกสยี ไ์ กรนริ มล. หลักเศรษฐศาสตรเ์ กษตร. กรงุ เทพฯ: เอ็ดดเู ทก็ ซ,์ 2546.
ปิยะพร บุญเพ็ญ. หลักเศรษฐศาสตร์เกษตร. กรุงเทพฯ: ส. การพิมพ์ (บริษัท บัณฑิตสาส์น จำกัด),
มปป.
วริ ิยา อนันตศิริ และ มาลี ตรีทศายุธ. หลักเศรษฐศาสตร์เกษตร. กรุงเทพฯ: ศูนย์รวมหนังสือกรุงเทพ,
2547.
สมลักษณ์ สนั ตโิ รจนกลุ . หลกั เศรษฐศาสตรเ์ กษตร. กรุงเทพฯ: จติ รวัฒน์, 2541.
สรุ ิยะ เจียมประชานรากร. หลกั เศรษฐศาสตร์เกษตร. กรงุ เทพฯ: ศนู ย์สง่ เสรมิ วิชาการ, 2538.
สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. หลักเศรษฐศาสตร์เกษตรเบ้ืองต้น หน่วยท่ี
1-8. กรงุ เทพฯ: มหาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมาธริ าช, 2545.

การวัดผลและประเมินผล (ก่อนเรยี น ขณะเรยี น หลงั เรียน)
1. วิธวี ดั
ก่อนเรียน
สงั เกตการสนทนา
ขณะเรยี น
1) สงั เกตการอภปิ ราย
2) สังเกตความตั้งใจฟังอธบิ าย
3) สงั เกตการตอบคำถามของนกั ศึกษาในการนำความรูไ้ ปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจำวนั สามารถ
แกป้ ัญหาเฉพาะหนา้ ได้
หลังเรียน
1) แบบฝึกหัด
2) ทดสอบ (วงจรกิจกรรมทางเศรษฐกจิ )

2. เครอ่ื งมือวัดและประเมนิ
แบบประเมินผลพฤติกรรมรายบุคคล (ประเมนิ ผลโดยการสังเกต)

5

แบบทดสอบ เรื่องวงจรกจิ กรรมทางเศรษฐกิจ

3. เกณฑ์การประเมนิ (Rubics)

เกณฑ์การประเมินผลแบบประเมินพฤติกรรมรายบคุ คล มดี ังนี้

15 – 20 = มาก

8 – 14 = ปานกลาง

1 – 7 = นอ้ ย

เกณฑป์ ระเมินแบบทดสอบ

ถา้ ได้ 5 คะแนนข้นึ ไป = ผ่าน

คะแนน 6 – 8 = ดี

คะแนน 9 – 10 = ดมี าก

6

แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยท่ี 2
ช่ือวิชา หลกั เศรษฐศาสตร์เกษตร (20501-2007) สัปดาห์ที่ 3-4
ช่อื หนว่ ย อปุ สงค์และอุปทาน จำนวน 6 ชม.

สาระสำคัญ
อุปสงค์เป็นการศึกษาด้านผู้บริโภคในระบบเศรษฐกิจ อุปสงค์ หมายถึง จำนวนของสินค้าหรือบริการที่

ผ้บู ริโภคต้องการซอ้ื ขึน้ อยกู่ ับราคาและปัจจัยอ่ืนๆ เช่น รายได้ รสนิยม ข้อมูลข่าวสาร สามารถแสดงความสัมพันธ์
ระหว่างราคาและปริมาณซื้อ โดยเส้นอุปสงค์ ทำให้ได้กฎของอุปสงค์ และเส้นอุปสงค์สามารถเปลี่ยนแปลงได้
ถ้าปัจจัยอ่ืน ๆ เปลยี่ นแปลง ส่วนอปุ ทานเป็นการศกึ ษาดา้ นผู้ขายหรอื ผู้ผลติ ในระบบเศรษฐกิจ อุปทาน หมายถึง
จำนวนของสินค้าหรอื บรกิ ารท่ีผผู้ ลติ ผลติ ออกมาขาย ขึ้นอยู่กับราคาและปัจจยั อื่นๆ เช่น ต้นทุน นโยบายรัฐบาล
สามารถแสดงความสัมพันธ์ระหว่างราคาและปริมาณซ้ือโดยเส้นอุปทาน และให้ได้กฎของอุปทาน เส้นอุปทาน
สามารถเปล่ียนแปลงได้เช่นเดียวกับเส้นอุปสงค์ ส่งผลต่อภาวะดุลยภาพของตลาด ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ภาวะดุลยภาพของตลาดได้ และนโยบายของรัฐบาล ทำให้มีผลต่อภาวะดุลยภาพของตลาดเช่นกัน บางครัง้ มีผล
ต่อการเปลี่ยนแปลงของเส้นอุปสงค์หรือเส้นอุปทานหรือทั้งสองเส้น เช่น การกำหนดโควตาการนำเข้าของสินค้า
การกำหนดเพดานราคาสำหรับสนิ ค้าที่จำเปน็ ในการครองชีพ และการกำหนดคา่ แรงข้นั ต่ำของรฐั บาล

สมรรถนะการเรียนรู้
1. อธิบายความหมายของอุปสงคไ์ ด้
2. อธิบายปัจจยั ทีม่ ีอิทธิพลต่ออุปสงค์ได้
3. อธิบายเส้นอุปสงค์ได้
4. อธิบายกฎของอุปสงคไ์ ด้
5. อธบิ ายการเปลยี่ นแปลงปริมาณซื้อ และการเปล่ยี นแปลงอุปสงคไ์ ด้
6. อธบิ ายความหมายของอุปทานได้
7. อธิบายปัจจัยทีม่ ีอิทธิพลต่ออุปทานได้
8. อธบิ ายเสน้ อุปทานได้
9. อธิบายกฎของอุปทานได้
10. อธิบายการเปลีย่ นแปลงปริมาณขายและการเปลยี่ นแปลงอุปทานได้
11. อธิบายดลุ ยภาพของตลาดได้
12. อธบิ ายการเปลี่ยนแปลงภาวะดุลยภาพได้
13. นักศึกษาปฏิบตั งิ านตามที่ได้รับมอบหมายได้

7

คุณลักษณะที่ตอ้ งบูรณาการ
สามารถปฏิบตั งิ านตามท่ีไดร้ ับมอบหมายได้

สาระการเรียนรู้
1. ความหมายของอปุ สงค์
2. ปัจจัยท่มี ีอิทธพิ ลต่ออุปสงค์
2.1 ราคาของสินคา้ (Price : Px)
2.2 ราคาของสินค้าอ่นื ๆ ที่เกย่ี วข้อง (Price : Py)
2.3 รายได้เฉล่ยี ของครัวเรอื น (Yield : Y)
2.4 จำนวนประชากร (Population : Pu)
2.5 รสนิยมหรือความพอใจของผบู้ รโิ ภค (Taste : T)
2.6 ดินฟา้ อากาศหรือฤดูกาล (Season : S)
3. เสน้ อปุ สงค์ (The Demand Curve)
4. กฎของอปุ สงค์ (Law of Demand)
5. การเปลี่ยนแปลงของเสน้ อุปสงค์ (Effects of other Variable on Demand)
5.1 การเปลย่ี นแปลงปริมาณซือ้ (Changes in the Quantity Demanded)
5.2 การเปล่ยี นแปลงอปุ สงค์ (Shifts in Demand)
6. ความหมายของอปุ ทาน (Supply)
7. ปัจจัยที่มอี ทิ ธพิ ลต่ออุปทาน
7.1 ราคาของสนิ คา้ (Price : Px)
7.2 ราคาของสินคา้ อน่ื ๆ ท่ีเกี่ยวขอ้ ง (Price : Py)
7.3 ตน้ ทุนการผลติ (Cost : C)
7.4 จุดมุง่ หมายของธรุ กิจ (Objective : O)
7.5 สภาพเทคโนโลยี (Technology : T)
7.6 ดนิ ฟา้ อากาศหรอื ฤดกู าล (Season : S)
8. เส้นอุปทาน (Supply Curve)
9. กฎของอุปทาน (Law of Supply)
10. การเปลี่ยนแปลงของเส้นอุปทาน (Effects of other Variable on Supply)
10.1 การเปล่ยี นแปลงปรมิ าณขาย (Change in the Quantity Supply)
10.2 การเปลยี่ นแปลงอุปทาน (Shift in Supply)
11. ดุลยภาพของตลาด
12. การเปล่ียนแปลงภาวะดลุ ยภาพ

8

กิจกรรมการเรียนการสอน (เรอื่ ง อุปสงค์)

กิจกรรมผสู้ อน กจิ กรรมผูเ้ รยี น

ขั้นนำเข้าสบู่ ทเรียน

1. ผูส้ อนสนทนากับผู้เรยี นเกยี่ วกับเรอ่ื งปัจจัยทม่ี ีผล 1. ผ้เู รยี นสนทนาและตอบคำถาม

ตอ่ ความต้องการซื้อมีอะไรบา้ ง

ข้ันสอน
1. ผู้สอนสุ่มตวั แทนผู้เรยี นใหอ้ ภิปรายความแตกตา่ ง 1. ตวั แทนผเู้ รียนสรปุ เน้ือหา

ระหว่างการเปล่ียนแปลงจำนวนซอ้ื และ
การเปล่ยี นแปลงอุปสงคแ์ ละสงั เกตการกลา้
แสดงความคดิ เห็นอยา่ งมเี หตุผลของผู้เรียน
2. ผู้สอนอธบิ ายเพิ่มเตมิ เร่ืองอปุ สงค์พร้อมฉาย 2. ผูเ้ รียนฟังอธิบายและจดบนั ทึกลงในสมดุ
แผ่นใสประกอบการอธิบาย

ขัน้ สรุป 1. ผู้เรียนช่วยกันสรปุ

1. ผสู้ อนให้ผูเ้ รยี นชว่ ยกนั สรปุ อปุ สงค์

- ความหมายและชนดิ ของอปุ สงค์

- กฎของอุปสงค์
- ปจั จัยท่ีเป็นตัวกำหนดอุปสงค์

- การเปล่ยี นแปลงของอุปสงค์

2. ผสู้ อนมอบหมายงานให้ผเู้ รยี นสร้างเสน้ อุปสงคล์ ง 2. ผ้เู รียนสรา้ งเส้นอปุ สงคล์ งในสมดุ แบบฝึกหดั
ในสมดุ แบบฝกึ หดั แลว้ นำส่งในการเรียนคร้ังต่อไป

งานทม่ี อบหมายหรอื กิจกรรม
กอ่ นเรียน

ให้ผู้เรียนสนทนาและตอบคำถาม เร่ือง ปจั จยั ทมี่ ีผลต่อความตอ้ งการซือ้ ของผู้บริโภค

ขณะเรยี น

ฟงั อธบิ ายและตอบคำถาม

หลังเรียน
1. ให้ผูเ้ รียนสรุปเน้ือหาตามหวั ขอ้ เร่ืองและงาน
2. แบบฝกึ หดั ท้ายหนว่ ย

9

กิจกรรมการเรียนการสอน (เรอื่ ง อุปทาน)

กิจกรรมผ้สู อน กจิ กรรมผ้เู รียน

ขนั้ นำเข้าสบู่ ทเรยี น

1. ผ้สู อนสนทนากับผู้เรียนเกี่ยวกับเรอ่ื งปจั จยั ที่มี 1. ผเู้ รียนสนทนาและตอบคำถาม

อทิ ธพิ ลต่อการเสนอขายมีอะไรบ้าง

ขน้ั สอน 1. ตวั แทนผูเ้ รียนสรปุ เน้ือหา
1. ผสู้ อนส่มุ ตวั แทนผูเ้ ขียน 3-4 คน ตอบคำถาม 2. ผู้เรียนฟงั อธบิ ายและจดบันทึกลงในสมุด

เรอ่ื งปจั จัยที่กำหนดอุปทาน
2. ผ้สู อนอธิบายเพ่ิมเติมเรื่องอุปทาน พรอ้ มฉาย

แผ่นใสประกอบการอธิบาย

ขนั้ สรุป

1. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนชว่ ยกันสรปุ เรอ่ื งอปุ ทาน 1. ผู้เรียนช่วยกนั สรุป

- ความหมาย ชนดิ ของอปุ ทาน
- กฎของอุปทาน

- ปจั จัยทเี่ ปน็ ตวั กำหนดอปุ ทาน

- การเปลยี่ นแปลงของอปุ ทาน
2. ผสู้ อนมอบหมายงานให้ผเู้ รียนสร้างเส้นอุปทาน 2. ผ้เู รยี นสร้างเสน้ อปุ สงคล์ งในสมดุ แบบฝกึ หดั
ลงในสมดุ แบบฝกึ หัด และสงั เกตความรบั ผดิ ชอบ แล้วนำส่งในการเรียนครงั้ ต่อไป

ของผู้เรียน

งานท่ีมอบหมายหรอื กิจกรรม
กอ่ นเรยี น
ให้ผเู้ รยี นสนทนาและตอบคำถาม เร่ือง ปจั จยั ท่มี ีอิทธิพลต่อการเสนอขาย
ขณะเรยี น
ฟงั อธบิ ายและตอบคำถาม
หลงั เรียน
1. ให้ผู้เรยี นสรปุ เน้ือหาตามหวั ข้อเรอื่ งและงาน
2. แบบฝึกหดั

สือ่ การเรยี นการสอน
สอ่ื ส่งิ พิมพ์
1. หนังสอื พมิ พป์ ระชาชาติธรุ กจิ
2. หนังสือพมิ พฐ์ านเศรษฐกจิ

10

3. วารสารด้านเศรษฐกิจ เชน่ การเงินการธนาคาร
4. หนังสอื เรียนวชิ าหลกั เศรษฐศาสตร์เกษตร ของ สำนักพมิ พ์จติ รวัฒน์ (2560)
ส่อื โสตทัศน์
งานนำเสนอ หน่วยท่ี 2 เร่ือง อปุ สงค์และอปุ ทาน

หนังสอื อา้ งอิง
จรญู โกสยี ไ์ กรนริ มล. หลักเศรษฐศาสตรเ์ กษตร. กรุงเทพฯ: เอด็ ดูเท็กซ,์ 2546.
ปิยะพร บุญเพ็ญ. หลักเศรษฐศาสตร์เกษตร. กรุงเทพฯ: ส. การพิมพ์ (บริษัท บัณฑิตสาส์น จำกัด),
มปป.
วริ ิยา อนันตศิริ และ มาลี ตรีทศายุธ. หลักเศรษฐศาสตร์เกษตร. กรุงเทพฯ: ศูนย์รวมหนังสือกรุงเทพ,
2547.
สมลักษณ์ สนั ตโิ รจนกุล. หลักเศรษฐศาสตรเ์ กษตร. กรงุ เทพฯ: จิตรวัฒน์, 2541.
สรุ ยิ ะ เจยี มประชานรากร. หลักเศรษฐศาสตรเ์ กษตร. กรุงเทพฯ: ศนู ยส์ ง่ เสรมิ วิชาการ, 2538.
สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. หลักเศรษฐศาสตร์เกษตรเบ้ืองต้น หน่วยท่ี
1-8. กรงุ เทพฯ: มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธริ าช, 2545.

การวดั ผลและประเมนิ ผล (ก่อนเรยี น ขณะเรยี น หลังเรยี น)
เรือ่ ง อุปสงค์

1. วธิ ีวดั
ก่อนเรียน
สังเกตการสนทนา
ขณะเรยี น
1) สงั เกตความต้ังใจสนทนา และการตอบคำถาม
2) สงั เกตความเช่ือมน่ั ในตนเองของผู้เรียนโดยกล้าแสดงความคิดเหน็ อย่างมเี หตผุ ล กล้าแสดงออก
ในสิ่งทีถ่ ูกตอ้ ง
หลงั เรยี น
1) การสรปุ เนอื้ หาท่ีกำหนดให้
2) แบบฝึกหัด

2. เครอื่ งมอื วัดและประเมิน
2.1. แบบประเมินผลพฤติกรรมรายบุคคล (ประเมนิ ผลโดยการสงั เกต)
2.2. ตรวจแบบฝึกหดั

3. เกณฑก์ ารประเมิน (Rubics)
3.1 เกณฑ์การประเมนิ ผลแบบประเมินพฤติกรรมรายบคุ คล มดี ังนี้
15 – 20 = มาก
8 – 14 = ปานกลาง

11

1 – 7 = น้อย ผ่าน
ผ่าน
3.2 ทำแบบฝกึ หัดให้ถูกต้อง ผา่ น
ตอนที่ 1 เติมคำ ทำถูกต้อง 8 ขอ้ =
ตอนที่ 2 ปรนัย ทำถกู ต้อง 8 ข้อ =
ตอนท่ี 3 เติมคำ ทำถูกต้อง 4 ขอ้ =

12

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยที่ 3
ชอื่ วิชา หลกั เศรษฐศาสตร์เกษตร (20501-2007) สัปดาห์ท่ี 5-6
ช่อื หนว่ ย ความยดื หยนุ่ ของอปุ สงคแ์ ละอปุ ทาน จำนวน 6 ชม.

สาระสำคัญ
ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ คือ ค่าท่ีบอกให้ทราบว่าเมื่อปัจจัยต่าง ๆ เปลี่ยนแปลง ได้แก่ ราคาสินค้า

รายได้ และราคาสินค้าชนิดอื่นที่เกี่ยวข้องเปลี่ยนแปลงไป ปริมาณเสนอซ้ือจะเปลี่ยนแปลงไปจำนวนมากน้อย
เท่าไร ความยืดหยุ่นของอุปทาน คือ ค่าที่บอกให้ทราบว่าเม่ือราคาสินค้าเปลี่ยนแปลงไป ปริมาณเสนอขายจะ

เปล่ียนแปลงไปมากน้อยเท่าไร ค่าความยืดหยุ่นของอุปสงค์และอุปทาน แบ่งได้ 5 ลักษณะ ตามลักษณะของเส้น
อุปสงค์และเส้นอุปทานตั้งแต่ค่าความยืดหยุ่นเท่ากับศูนย์ จนถึงค่าความยืดหยุ่นมากท่ีสุด ปัจจัยท่ีทำให้ค่าความ
ยืดหยุ่นของอุปสงค์แตกต่างกัน ได้แก่ การทดแทนกันได้ของสินค้าและความคงทนของสินค้า ปัจจัยท่ีทำให้ค่า
ความยืดหยุ่นของอุปทานแตกต่างกัน ได้แก่ ระยะเวลาในการผลิต การศึกษาความยืดหยุ่นมีความสำคัญ

ในการวิเคราะห์แบบจำลองของอุปสงค์และอุปทาน สำหรบั พยากรณป์ ริมาณซ้อื หรือวางแผนการผลติ ของผผู้ ลิต

สมรรถนะการเรียนรู้
1. อธิบายความยืดหยุ่นของอปุ สงคไ์ ด้
2. อธิบายความยดื หยุ่นของอุปสงคต์ อ่ ราคาสินค้าได้
3. อธิบายประเภทของเส้นอปุ สงค์จำแนกตามความยืดหยนุ่ ของอุปสงคต์ ่อราคาได้
4. อธบิ ายความยืดหยนุ่ ของอปุ สงคต์ อ่ รายได้ได้
5. อธบิ ายความยืดหยุ่นของอปุ สงค์ต่อราคาสินค้าอื่นทเี่ กย่ี วข้องได้
6. อธิบายปจั จัยท่ีมีอิทธพิ ลต่อความยดื หยุ่นของอปุ สงคไ์ ด้
7. อธิบายความยดื หยุน่ ของอุปทานต่อราคาได้
8. อธิบายประเภทของเสน้ อุปสงค์อปุ ทานจำแนกตามความยดื หยุ่นของอปุ ทานต่อราคาได้
9. อธบิ ายปัจจยั ที่มีอิทธพิ ลต่อความยดื หยุ่นของอุปทานได้
10.อธิบายมาตรการของรฐั บาลในการแทรกแซงราคาสนิ ค้าได้
11.อธิบายประโยชน์ของความยดื หยุ่นของอปุ สงค์และอุปทานได้
12.สามารถนำความรู้ไปประยกุ ต์ใช้ในชีวิตประจำวนั ได้

คุณลักษณะท่ีต้องบรู ณาการ
สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใชใ้ นชีวิตประจำวนั ได้

13

สาระการเรียนรู้
1. ความยืดหยนุ่ ของอุปสงค์
2 . ความยดื หยนุ่ ของอปุ สงค์ต่อราคาสนิ ค้า
3. ประเภทของเส้นอปุ สงค์จำแนกตามความยืดหย่นุ ของอุปสงคต์ อ่ ราคา
3.1 อปุ สงค์ไม่มีความยดื หยุน่ เลย (Perfectly Inelastic Demand)
3.2 อุปสงค์มีความยืดหยุ่นน้อย (Inelastic Demand)
3.3 อุปสงค์มีความยืดหยุ่นคงที่ (Unitary Elastic Demand)
3.4 อุปสงค์มีความยดื หยุ่นมาก (Elastic Demand)
3.5 อุปสงค์มีความยดื หย่นุ สมบูรณ์ (Perfectly Elastic Demand)
4. ความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อรายได้
5. ความยืดหยนุ่ ของอุปสงค์ตอ่ ราคาสนิ คา้ อ่ืนทเ่ี กีย่ วข้อง
6. ปัจจัยที่มีอทิ ธิพลต่อความยดื หยุ่นของอปุ สงค์
7. ความยืดหยุน่ ของอปุ ทานตอ่ ราคา
7.1 การวดั ความยดื หย่นุ แบบจุด (point elasticity of supply)
7.2 การวดั ความยดื หยุ่นแบบชว่ ง (Arc elasticity of supply)
8. ประเภทของเสน้ อุปทานจำแนกตามความยืดหย่นุ ของอุปทานต่อราคา
8.1 อปุ ทานไมม่ ีความยดื หยุ่นเลย (Perfectly Inelastic Supply)
8.2 อุปทานมีความยดื หยุน่ น้อย (Inelastic Supply)
8.3 อปุ ทานมีความยดื หยนุ่ คงท่ี (Unitary Elastic Supply)
8.4 อุปทานมีความยดื หยนุ่ มาก (Elastic Supply)
8.5 อุปทานมีความยดื หย่นุ สมบูรณห์ รือมากที่สุด (Perfectly Elastic Supply)
9. ปัจจยั ทม่ี อี ิทธิพลต่อความยดื หยุ่นของอปุ ทาน
9.1 ระยะเวลา
9.2 การเปลีย่ นแปลงต้นทนุ การผลติ
10. มาตรการของรฐั บาลในการแทรกแซงราคา
10.1 การกำหนดราคาขน้ั สงู (Maximun price legislation)
10.2 การกำหนดราคาขนั้ ต่ำ (Minimum price legislation)
11. ประโยชน์ของความยดื หยุ่นของอุปสงคแ์ ละอุปทาน
11.1 ด้านการกำหนดราคาสนิ คา้ และบรกิ ารของหน่วยธุรกจิ
11.2 ด้านนโยบายเกย่ี วกับการเกบ็ ภาษสี นิ ค้าของรัฐบาล
11.3 ด้านนโยบายเกยี่ วกับราคาสนิ คา้ เกษตร

14

กจิ กรรมการเรยี นการสอน (เรื่อง ความยดื หยนุ่ ของอปุ สงค์)

กจิ กรรมผสู้ อน กจิ กรรมผู้เรยี น

ขน้ั นำเขา้ สู่บทเรยี น
1. ผสู้ อนสนทนากบั ผูเ้ รยี นเรือ่ งราคาสินคา้ แตล่ ะชนดิ 1. ผเู้ รยี นสนทนากับผสู้ อนและตอบคำถาม

ท่สี ูงขึ้น มีผลตอ่ ความต้องการซือ้ ของผู้บรโิ ภค

ตา่ งกันอยา่ งไรบ้าง

ขน้ั สอน 1. ผเู้ รียนฟังอธิบายซักถาม และจดบนั ทึกลงในสมุด
1. ผู้สอนอธบิ ายเรอ่ื งความยดื หยุ่นของอุปสงค์ 2. ผเู้ รียนตอบคำถาม

พรอ้ มฉายงานนำเสนอ ประกอบการอธบิ าย และ

สังเกตการซักถามปัญหา ข้อสงสยั ของผ้เู รียน
2. ผสู้ อนต้ังคำถามให้ผเู้ รียนตอบ

ขน้ั สรปุ 1. ผู้เรยี นช่วยกันสรุป
1. ผู้สอนให้ผูเ้ รียนชว่ ยกนั สรปุ เรือ่ งความยดื หยนุ่ 2. ผเู้ รียนฟังอธิบายและจดบันทึก

ของอปุ สงค์
2. ผ้สู อนอธิบายเพิ่มเตมิ

งานท่มี อบหมายหรอื กจิ กรรม
กอ่ นเรียน
ให้ผ้เู รียนสนทนาและตอบคำถาม เรอื่ ง ราคาสนิ ค้าแตล่ ะชนิดที่สูงขน้ึ มีผลต่อความต้องการซอ้ื ของ
ผ้บู ริโภคตา่ งกนั อยา่ งไรบ้าง
ขณะเรียน
ฟังอธิบายและตอบคำถาม
หลงั เรียน
1. ให้ผเู้ รียนสรปุ เนือ้ หาตามหัวข้อเรือ่ งและงาน
2. แบบฝึกหดั

15

กจิ กรรมการเรียนการสอน (เรอื่ ง ความยืดหยนุ่ ของอปุ ทาน)

กจิ กรรมผ้สู อน กิจกรรมผเู้ รียน

ขน้ั นำเข้าสบู่ ทเรียน
1. ผู้สอนสนทนากบั ผู้เรยี นเร่ืองราคาสนิ คา้ เกษตร 1. ผเู้ รยี นสนทนากบั ผ้สู อนและตอบคำถาม

และสนิ ค้าอตุ สาหกรรม เมื่อมีราคาสูงข้ึน มีผลให้

ผู้ผลิตแต่ละสนิ คา้ ทัง้ 2 ประเภท สามารถปรับ

การผลิตไดเ้ ทา่ เทียมกันหรอื ไม่

ขั้นสอน 1. ตัวแทนผู้เรยี นสรุปเน้อื หา
1. ผสู้ อนสุม่ ตวั แทนผู้เรียน สรปุ เนือ้ หาเร่อื ง ชนดิ 2. ผเู้ รียนฟังอธิบาย และจดบนั ทึกลงในสมดุ

ของความยดื หยนุ่ ของอปุ ทาน เพอ่ื ให้ผเู้ รียน

กล้าแสดงออกในสิ่งท่ีถูกต้อง
2. ผู้สอนอธิบายเพ่ิมเตมิ เรื่องความยดื หยุน่ ของ

อปุ ทาน พร้อมฉายแผน่ ใสประกอบการอธิบาย

ขนั้ สรุป 1. ผูเ้ รียนชว่ ยกนั สรปุ
1. ผสู้ อนให้ผู้เรยี นชว่ ยกนั สรปุ เรอื่ งความยืดหยนุ่ 2. ผู้เรยี นฟงั อธบิ าย และจดบนั ทึก

ของอุปทาน
2. ผู้สอนอธบิ ายเพ่ิมเตมิ

งานทมี่ อบหมายหรือกิจกรรม

ก่อนเรยี น
ให้ผู้เรียนสนทนาและตอบคำถาม เร่ือง ราคาสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรมเม่ือมีราคาสูงข้ึน

มีผลให้ผ้ผู ลติ แต่ละสินค้าท้งั 2 ประเภท สามารถปรบั การผลิตไดเ้ ทา่ เทียมกันหรือไม่

ขณะเรียน
ฟงั อธิบายและตอบคำถาม

หลังเรยี น
1. ให้ผ้เู รยี นสรปุ เน้ือหาตามหัวข้อเร่อื งและงาน
2. แบง่ กลุม่ ผเู้ รยี น กล่มุ ละ 5 คน ให้คน้ คว้าเรือ่ งการกำหนดราคาขนั้ ต่ำ และการกำหนดราคาข้นั สงู

แล้วนำเสนอในสปั ดาหต์ ่อไป

16

สอ่ื การเรยี นการสอน
สอ่ื สิ่งพมิ พ์
1. หนงั สือพิมพป์ ระชาชาตธิ รุ กิจ
2. หนงั สอื พิมพ์ฐานเศรษฐกจิ
3. วารสารด้านเศรษฐกิจ เช่น การเงินการธนาคาร
4. หนังสอื เรยี นวชิ าหลักเศรษฐศาสตร์เกษตร ของ สำนกั พมิ พ์จิตรวฒั น์ (2560)
สือ่ โสตทศั น์
งานนำเสนอ หนว่ ยที่ 3 เร่อื ง การประยุกต์ใชแ้ บบจำลอง

หนังสืออา้ งอิง
จรญู โกสยี ์ไกรนิรมล. หลักเศรษฐศาสตรเ์ กษตร. กรงุ เทพฯ: เอ็ดดเู ทก็ ซ,์ 2546.
ปิยะพร บุญเพ็ญ. หลักเศรษฐศาสตร์เกษตร. กรุงเทพฯ: ส. การพิมพ์ (บริษัท บัณฑิตสาส์น จำกัด),
มปป.
วิริยา อนันตศิริ และ มาลี ตรีทศายุธ. หลักเศรษฐศาสตร์เกษตร. กรุงเทพฯ: ศูนย์รวมหนังสือกรุงเทพ,
2547.
สมลักษณ์ สันติโรจนกุล. หลกั เศรษฐศาสตร์เกษตร. กรงุ เทพฯ: จิตรวัฒน์, 2541.
สุริยะ เจยี มประชานรากร. หลักเศรษฐศาสตรเ์ กษตร. กรงุ เทพฯ: ศนู ยส์ ่งเสริมวชิ าการ, 2538.
สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. หลักเศรษฐศาสตร์เกษตรเบื้องต้น หน่วยที่
1-8. กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลัยสุโขทยั ธรรมาธิราช, 2545.

การวดั ผลและประเมินผล (ก่อนเรียน ขณะเรยี น หลงั เรียน)
1. วิธีวัด
กอ่ นเรียน
สังเกตการสนทนา
ขณะเรยี น
1. สังเกตความตั้งใจฟังอธบิ าย และตอบคำถาม
2. สังเกตความสนใจใฝ่รู้ของผ้เู รียนจากการซักถามปัญหาข้อสงสยั
หลงั เรียน
1. การสรปุ เนอ้ื หาตามหัวขอ้ เร่ืองและงาน
2. แบบฝึกหดั
2. เครือ่ งมือวดั และประเมิน
2.1 แบบประเมินผลพฤติกรรมรายบุคคล (ประเมนิ ผลโดยการสงั เกต)
2.2 แบบฝึกหัด
3. เกณฑก์ ารประเมนิ (Rebics)
เกณฑ์การประเมนิ ผลแบบประเมนิ พฤติกรรมรายบคุ คล มดี ังนี้
15 – 20 = มาก

17

8 – 14 = ปานกลาง
1 – 7 = น้อย

17

แผนการจดั การเรียนรู้ หนว่ ยที่ 4
ชือ่ วชิ า หลักเศรษฐศาสตร์เกษตร (20501-2007) สปั ดาห์ท่ี 7
ชื่อหน่วย ทฤษฎพี ฤตกิ รรมผบู้ ริโภค จำนวน 3 ชม.

สาระสำคญั
ทฤษฎีพฤติกรรมผู้บริโภค เป็นการศึกษาถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคท่ีแสวงหาความพอใจสูงสุด ภายใต้

งบประมาณทม่ี ีจำกัด

ทฤษฎีอรรถประโยชน์ มีสาระสำคัญคือ เมื่อผู้บริโภคได้รับสินค้าชนิดหน่ึงเพิ่มข้ึนเรื่อยๆ อรรถประโยชน์
ท่ีผู้บริโภคได้รับจากสินค้าชนิดน้ันจะค่อยๆ ลดลง เรียกว่ากฎการลดน้อยถอยลงของอรรถประโยชน์เพ่ิม
ซึง่ ใชใ้ นการอธบิ ายพฤตกิ รรมของผบู้ ริโภคในการซ้ือสนิ คา้ และบรกิ าร

สำหรับทฤษฎีอรรถประโยชน์ ดลุ ยภาพของผ้บู ริโภค สามารถเขียนไดด้ งั น้ี

MU A = MU B = MUC = ................. MUn
P A PB PC Pn

ทฤษฎีเส้นความพอใจเท่ากัน ดุลยภาพของผู้บริโภคจะเกิดขึ้น ณ จุดท่ีเส้นงบประมาณสัมผัสกับเส้น

ความพอใจเท่ากัน ดุลยภาพของผู้บริโภคสามารถเปล่ียนแปลงได้ ถ้าราคาสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งเปล่ียนแปลงไป

หรือรายได้ของผบู้ รโิ ภคเปลยี่ นแปลงไป

สมรรถนะการเรยี นรู้

1. อธบิ ายทฤษฎีอรรถประโยชนไ์ ด้
2. วเิ คราะห์เง่ือนไขดุลยภาพของผ้บู รโิ ภคตามทฤษฎีอรรถประโยชน์ได้
3. อธบิ ายทฤษฎีเส้นความพอใจเท่ากัน
4. วเิ คราะห์เงื่อนไขดลุ ยภาพของผู้บริโภคตามทฤษฎีเส้นความพอใจเท่ากันได้
5. อธิบายการเปล่ยี นแปลงภาวะดลุ ยภาพของผบู้ ริโภคได้
6. สามารถวางแผนการใชจ้ า่ ยเงินได้

คณุ ลกั ษณะที่ต้องบูรณาการ
สามารถปฏิบัตงิ านท่ีได้รับมอบหมายได้

สาระการเรียนรู้
1. ทฤษฎีอรรถประโยชน์
1.1 อรรถประโยชน์ (Utility)
1.2 อรรถประโยชนห์ นว่ ยสุดท้าย (Marginal Utility : MU)
1.3 ความสัมพันธร์ ะหว่างอรรถประโยชน์รวมและอรรถประโยชนห์ น่วยสดุ ท้าย

18

2. ดลุ ยภาพของผู้บริโภคตามทฤษฏอี รรถประโยชน์
3. ทฤษฎีเสน้ ความพอใจเท่ากนั

3.1 เสน้ ความพอใจเท่ากัน (Indifference Curves)
3.2 เส้นงบประมาณ (Budget line)
4. ดลุ ยภาพของผู้บรโิ ภคตามทฤษฎีเสน้ ความพอใจเทา่ กัน
5. การเปล่ียนแปลงภาวะดลุ ยภาพของผูบ้ ริโภค

กิจกรรมการเรยี นการสอน (เรอื่ ง ทฤษฎีเสน้ ความพอใจ)

กิจกรรมผู้สอน กิจกรรมผู้เรยี น

ขั้นนำเข้าสบู่ ทเรียน

- ผูส้ อนสนทนากับผู้เรียนว่า - ผู้เรียนสนทนากับผ้สู อนและตอบคำถาม

1. เมอ่ื ไปตลาดจะตัดสินใจซื้อส้มกี่กโิ ล

ข้ึนอยกู่ บั อะไรบ้าง

2. เมอื่ ออกกำลังกายเสร็จใหม่ ๆ ความพอใจ

ท่ีไดร้ ับจากการด่ืมนำ้ แกว้ ที่ 1 และแก้ว

ท่ี 2 เท่ากันหรือไม่

ข้ันสอน

1. ผ้เู รยี นศึกษาบทเรยี นสำเร็จรปู ดว้ ยตนเอง 1. ศึกษาบทเรยี นสำเรจ็ รปู ด้วยตนเอง

ตามคำแนะนำ และขน้ั ตอนการนำเสนอ เรือ่ ง ทฤษฎพี ฤติกรรมผู้บริโภค

ในบทเรยี นสำเรจ็ รปู และอภิปราย เรื่อง

ทฤษฎพี ฤติกรรมผบู้ ริโภค

2. ผสู้ อนอธบิ ายเพม่ิ เติม พร้อมฉายแผน่ ใส 2. ผ้เู รียนฟังอธิบายเพ่ิมเติม

ประกอบการอธบิ ายเพ่ือความเขา้ ใจย่ิงขน้ึ และจดบันทึกลงในสมุด

ขน้ั สรปุ

1. ผเู้ รียนชว่ ยกันสรปุ 1. ผเู้ รยี นชว่ ยกันสรปุ

1.1 เรอื่ งทฤษฎเี สน้ ความพอใจเท่ากัน

1.2 เรื่องทฤษฎอี รรถประโยชน์และสงั เกต

ความรับผดิ ชอบในการทำงาน

2. ผู้สอนอธบิ ายเพมิ่ เติม 2. ผเู้ รียนฟังอธบิ ายและจดบันทกึ

3. ผเู้ รยี นทำแบบทดสอบหลังเรียน 3. ผ้เู รียนทำแบบทดสอบหลังเรียน เร่ือง

ทฤษฎีพฤติกรรมผูบ้ รโิ ภค

ในบทเรียนสำเร็จรูป

4. ผู้เรียนคน้ คว้า (หรือทำรายงาน) 4. ผู้เรียนทำรายงาน (นำส่งในการเรียน

เรื่องทฤษฎพี ฤติกรรมผู้บรโิ ภค คร้งั ต่อไป)

19

กอ่ นเรียน
1. ผู้เรยี นสนทนาและตอบคำถาม วา่ เมื่อไปตลาดจะตดั สินใจซื้อสม้ กก่ี ิโลกรัม ข้ึนอย่กู บั อะไรบ้าง และเมื่อ
ออกกำลงั กายเสรจ็ ใหม่ ๆ ความพอใจท่ีไดร้ บั จากการดืม่ นำ้ แกว้ ท่ี 1 และแกว้ ที่ 2 เท่ากันหรือไม่
2. ผเู้ รียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน เร่ือง ทฤษฎพี ฤติกรรมผู้บริโภค
ขณะเรียน
1. ผเู้ รียน ศึกษาบทเรยี นสำเร็จรูป แต่ละกรอบเรยี น
2. ผู้เรยี นทำแบบฝึกทบทวนหลงั จากศกึ ษาจบเนื้อเรื่องแต่ละกรอบเรียน
หลงั เรยี น
1. ผู้เรยี นสรุปเน้อื หาเร่ืองทฤษฎีพฤติกรรมผบู้ ริโภค ตามหัวขอ้ เร่อื ง
2. ผเู้ รียนทำแบบทดสอบหลังเรยี น เรอ่ื ง ทฤษฎพี ฤตกิ รรมผ้บู ริโภค

สือ่ การเรียนการสอน
สือ่ ส่งิ พิมพ์
1. บทเรยี นสำเร็จรปู เรอ่ื ง ทฤษฎพี ฤตกิ รรมผู้บริโภค
2. หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกจิ
3. หนงั สือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
4. วารสารด้านเศรษฐกิจ เช่น การเงินการธนาคาร
5. หนังสอื เรยี นวิชาหลกั เศรษฐศาสตร์เกษตร ของ สำนักพิมพจ์ ิตรวฒั น์ (2560)
สื่อโสตทัศน์
งานนำเสนอ หนว่ ยท่ี 4 เรอ่ื ง ทฤษฎพี ฤติกรรมผู้บรโิ ภค

หนงั สอื อา้ งอิง
จรญู โกสยี ไ์ กรนริ มล. หลักเศรษฐศาสตร์เกษตร. กรุงเทพฯ: เอ็ดดูเท็กซ,์ 2546.
ปิยะพร บุญเพ็ญ. หลักเศรษฐศาสตร์เกษตร. กรุงเทพฯ: ส. การพิมพ์ (บริษัท บัณฑิตสาส์น จำกัด),
มปป.
วริ ิยา อนันตศิริ และ มาลี ตรีทศายุธ. หลักเศรษฐศาสตร์เกษตร. กรุงเทพฯ: ศูนย์รวมหนังสือกรุงเทพ,
2547.
สมลกั ษณ์ สนั ติโรจนกลุ . หลักเศรษฐศาสตรเ์ กษตร. กรุงเทพฯ: จิตรวฒั น์, 2541.
สุรยิ ะ เจียมประชานรากร. หลกั เศรษฐศาสตร์เกษตร. กรุงเทพฯ: ศูนยส์ ง่ เสรมิ วชิ าการ, 2538.
สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. หลักเศรษฐศาสตร์เกษตรเบ้ืองต้น หน่วยท่ี
1-8. กรงุ เทพฯ: มหาวทิ ยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2545.

20

การวดั ผลและประเมินผล (ก่อนเรยี น ขณะเรียน หลงั เรยี น)
1. วิธีวดั
กอ่ นเรียน
1) สังเกตการสนทนา
2) ทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน
ขณะเรยี น
1) สังเกตการศึกษาบทเรยี นสำเรจ็ รูป
2) สงั เกตความต้งั ใจศึกษาบทเรยี นสำเรจ็ รปู
3) สงั เกตการตอบคำถามของผู้เรียนในการนำความร้ไู ปประยกุ ตใ์ ช้
ชวี ิตประจำวนั สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้
4) แบบฝึกทบทวน
หลังเรยี น
1) สมุดบนั ทกึ
2) แบบทดสอบหลงั เรียน

2. เครอื่ งมือวดั และประเมิน
2.1 แบบฝกึ ทบทวน
2.2 แบบทดสอบก่อนเรียน-หลงั เรยี น

3. เกณฑ์การประเมนิ (Rubics)

3.1 เกณฑ์ประเมินแบบทดสอบ

ถา้ ได้ 5 คะแนนขนึ้ ไป = ผา่ น

คะแนน 6 – 8 = ดี

คะแนน 9 – 10 = ดีมาก

21

แผนการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ 5
ช่ือวิชา หลักเศรษฐศาสตร์เกษตร (20501-2007) สัปดาหท์ ี่ 8-9
ชอื่ หน่วย ทฤษฎีการผลติ จำนวน 6 ชม.

สาระสำคญั
ผ้ผู ลิต คือ บุคคลหรือองค์กรที่นำปัจจัยการผลิต ไปผลิตให้เกดิ เป็นผลผลิต โดยมุ่งหวังผลกำไรสูงสุด การ

ผลิตแบ่งได้ 2 ระยะ โดยจำแนกตามลักษณะการใช้ปัจจัยการผลิต ซ่ึงมี 2 ประเภท คือ ปัจจัยคงท่ีและปัจจัย
ผันแปร การผลิตในระยะสั้น คอื การผลิตทีผ่ ู้ผลิตไม่สามารถเปล่ียนแปลงปัจจัยการผลิตอยา่ งนอ้ ย 1 ชนิด การเพ่ิม
ผลผลิตสามารถทำได้โดยเพิ่มได้เฉพาะปัจจัยผันแปรเทา่ น้ัน ส่งผลให้การผลิตเป็นไปตามกฎการลดน้อยถอยลงของ
ผลตอบแทน เน่ืองจากปัจจัยคงท่ีมีจำนวนไม่เหมาะสมกับการเพิ่มข้ึนของจำนวนปัจจัยผันแปร สำหรับการผลิตใน
ระยะยาว คือ การผลิตทีผ่ ู้ผลิตสามารถเปลี่ยนปจั จัยการผลิตได้ทุกชนดิ ดลุ ยภาพของผู้ผลิตจะเกิดขึ้น ณ จุดทเ่ี ส้น
ต้นทุนเท่ากับสัมผัสกับเส้นผลผลิต การผลิตในระยะยาวจะเป็นไปตามผลตอบแทนต่อขนาดการผลิต ซึ่งมี 3
ลักษณะ ได้แก่ ผลตอบแทนต่อขนาดคงที่ ผลตอบแทนต่อขนาดเพ่ิมขึ้น และผลตอบแทนต่อขนาดลดลง ใน
ปัจจุบนั มกี ารนำเอาหลกั การเพม่ิ ผลผลิตโดยเทคโนโลยีและนวตั กรรมมาใชใ้ นการผลติ ด้วย

สมรรถนะการเรยี นรู้

1. อธบิ ายความหมายของการผลิตและปัจจัยการผลิตได้
2. อธบิ ายฟงั ก์ชันการผลติ ได้
3. อธบิ ายความหมายของการผลิตในระยะสนั้ และระยะยาวได้
4. อธบิ ายการผลิตในระยะสัน้ กรณี ใชป้ ัจจัยคงท่ี 1 ชนิด และปัจจยั ผันแปร 1 ชนดิ ได้
5. อธิบายผลผลิตเพิ่มของแรงงาน ผลผลติ เฉลี่ยของคนงานและผลผลติ รวมได้
6. อธบิ ายกฎของการลดน้อยถอยลงของผลตอบแทนได้
7. อธิบายตารางการผลติ ในระยะส้นั ได้
8. อธบิ ายการผลิตในระยะยาว กรณี ใชป้ จั จัยผันแปร 2 ชนดิ ได้
9. อธิบายเสน้ ผลผลิตเท่ากันได้
10. อธิบายเสน้ ต้นทุนเท่ากันได้
11. อธิบายดุลยภาพของผผู้ ลิตในการผลิตระยะยาวได้
12. มคี วามกระตือรอื รน้ ในการใฝห่ าความร้ใู หม่ ๆ

คุณลกั ษณะท่ตี ้องบูรณาการ
มคี วามกระตอื รือร้นในการใฝห่ าความรูใ้ หม่ ๆ

22

สาระการเรยี นรู้
1. ความหมายของการผลติ และปัจจัยการผลติ
2. ฟงั ก์ชันการผลติ
3. ความหมายของการผลิตในระยะส้ันและระยะยาว
4. การผลติ ในระยะส้นั กรณีใชป้ จั จยั คงท่ี 1 ชนิด และปัจจัยผันแปร 1 ชนิด
5. ผลผลติ เพมิ่ ของแรงงาน ผลผลติ เฉล่ียของคนงานและผลผลิตรวม
5.1 ผลผลติ เพม่ิ ของแรงงาน (Marginal Product of Labor : MPL)
5.2 ผลผลติ เฉล่ียของคนงาน (Average Product of Labor : APL)
5.3 ผลผลิตรวม (Total Product : TP)
6. กฎของการลดน้อยถอยลงของผลตอบแทน
7. ตารางการผลติ ในระยะส้นั
8. การผลิตในระยะยาว กรณีใชป้ จั จยั ผันแปร 2 ชนิด
9. เสน้ ผลผลิตเทา่ กนั
10. เส้นตน้ ทุนเท่ากัน
11. ดลุ ยภาพของผู้ผลติ ในการผลิตระยะยาว

23

กิจกรรมการเรียนการสอน

กจิ กรรมผสู้ อน กจิ กรรมผเู้ รียน

ขน้ั นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ผู้สอนสนทนากบั ผูเ้ รียนว่าในการผลิตสนิ ค้า 1. ผู้เรียนสนทนากบั ผู้สอนและตอบคำถาม

ผู้ผลติ ควรหยุดทำการผลติ ในปรมิ าณใด ที่จะ

ไดร้ บั กำไรสูงสุดหรือเสยี ตน้ ทุนต่ำสดุ

ข้นั สอน 1. ผเู้ รยี นฟงั อธิบายและจดบนั ทึกลงในสมดุ
1. ผู้สอนอธบิ ายเรอ่ื งการผลติ ในระยะสั้น และ 2. ผเู้ รียนตอบคำถาม

ระยะยาว พร้อมฉายแผน่ ใสประกอบ

การอธบิ าย
2. ผสู้ อนตั้งคำถามให้ผู้สอนตอบ

ขัน้ สรุป 1. ผู้เรยี นชว่ ยกนั ศึกษาค้นควา้ และสรุป
1. ผู้สอนให้ผ้เู รยี นช่วยกันสรปุ เรอ่ื ง การผลติ ใน 2. ผ้เู รยี นฟังอธบิ ายและจดบนั ทึก

ระยะส้ันและระยะยาว จากการฟงั อธิบาย

และการศกึ ษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง
2. ผู้สอนอธิบายเพิ่มเติม

งานทีม่ อบหมายหรือกิจกรรม
กอ่ นเรยี น
ให้ผู้เรียนสนทนาและตอบคำถาม ว่าผ้ผู ลิตควรหยุดทำการผลติ ในปรมิ าณใด ท่จี ะได้รบั กำไรสงู สดุ หรือ

เสยี ต้นทนุ ตำ่ สดุ
ขณะเรยี น
ฟังอธิบายและตอบคำถาม
หลงั เรียน
1. ให้ผู้เรยี นสรุปเนอ้ื หาเรอื่ งการผลติ ในระยะส้นั และระยะยาว ตามหวั ขอ้ เรื่องและงาน
2. แบบฝกึ หัด

ส่อื การเรยี นการสอน
สือ่ สง่ิ พิมพ์
1. หนังสอื พมิ พ์ประชาชาติธุรกิจ
2. หนังสอื พิมพฐ์ านเศรษฐกจิ

24

3. วารสารด้านเศรษฐกิจ เช่น การเงินการธนาคาร
4. หนังสอื เรียนวชิ าหลกั เศรษฐศาสตร์เกษตร ของ สำนักพิมพ์จิตรวัฒน์ (2560)
สอื่ โสตทศั น์
งานนำเสนอ หนว่ ยท่ี 5 เรอ่ื ง ผผู้ ลติ และการผลิต

หนงั สอื อา้ งอิง
จรูญ โกสยี ์ไกรนริ มล. หลกั เศรษฐศาสตร์เกษตร. กรงุ เทพฯ: เอด็ ดเู ท็กซ,์ 2546.
ปิยะพร บุญเพ็ญ. หลักเศรษฐศาสตร์เกษตร. กรุงเทพฯ: ส. การพิมพ์ (บริษัท บัณฑิตสาส์น จำกัด),
มปป.
วริ ิยา อนันตศิริ และ มาลี ตรีทศายุธ. หลักเศรษฐศาสตร์เกษตร. กรุงเทพฯ: ศูนย์รวมหนังสือกรุงเทพ,
2547.
สมลกั ษณ์ สันตโิ รจนกลุ . หลักเศรษฐศาสตร์เกษตร. กรุงเทพฯ: จติ รวฒั น์, 2541.
สุริยะ เจยี มประชานรากร. หลักเศรษฐศาสตรเ์ กษตร. กรุงเทพฯ: ศูนยส์ ง่ เสริมวชิ าการ, 2538.
สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. หลักเศรษฐศาสตร์เกษตรเบ้ืองต้น หน่วยท่ี
1-8. กรงุ เทพฯ: มหาวิทยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธิราช, 2545.

การวัดผลและประเมินผล (ก่อนเรียน ขณะเรียน หลงั เรียน)
1. วธิ วี ัด
ก่อนเรยี น
สังเกตการสนทนา
ขณะเรยี น
สังเกตความตั้งใจฟังอธิบาย และการตอบคำถาม
หลงั เรยี น
1) การสรุปเนื้อหาตามหัวขอ้ เร่ืองและงานจากการฟังอธิบายและการศึกษาคน้ ควา้ ด้วยตนเอง
2) แบบฝกึ หัด

2. เครื่องมือวดั และประเมิน
แบบประเมนิ ผลพฤติกรรมรายบุคคล (ประเมนิ ผลโดยการสังเกต)
แบบทดสอบ เร่ือง วงจรกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

3. เกณฑ์การประเมิน (Rubics)
เกณฑ์การประเมนิ ผลแบบประเมินพฤติกรรมรายบคุ คล มดี ังนี้

15 – 20 = มาก
8 – 14 = ปานกลาง
1 – 7 = น้อย

25

เกณฑป์ ระเมินแบบทดสอบ = ผา่ น
ถา้ ได้ 5 คะแนนข้นึ ไป = ดี
คะแนน 6 – 8 = ดมี าก
คะแนน 9 – 10

26

แผนการจัดการเรยี นรู้ หน่วยที่ 6
ช่อื วชิ า หลกั เศรษฐศาสตรเ์ กษตร (20501-2007) สัปดาหท์ ี่ 10
ช่ือหน่วย ต้นทนุ การผลิต จำนวน 3 ชม.

สาระสำคญั
ต้นทุนการผลิตในทางเศรษฐศาสตร์ จะพิจารณาต้นทุน 2 ชนิด คือ ต้นทุนทางบัญชี และต้นทุนทาง

เศรษฐศาสตร์ เพ่ือประกอบการตัดสินใจว่าจะดำเนินธุรกิจต่อไปหรือไม่ สำหรับการผลิตในระยะส้ันจะมีต้นทุน 2
ชนิด คอื ต้นทุนคงที่ และตน้ ทุนผันแปร ในการวเิ คราะห์ต้นทุนในระยะสั้นเพ่อื ใช้เป็นเคร่ืองมือในการตัดสินใจผลิต
จะพิจารณาต้นทุน 7 ชนิด คือ ต้นทุนท้ังหมด (TC) ต้นทุนคงที่ทั้งหมด (TFC) ต้นทุนผันแปรท้ังหมด (TVC) ต้นทุน
เฉล่ีย (AC) ต้นทุนคงท่ีเฉล่ีย (AFC) ต้นทุนผันแปรเฉล่ีย (AVC) และต้นทุนเพ่ิม (MC) สำหรับต้นทุนการผลิตใน
ระยะยาว ผู้ผลิตจะสามารถเลือกขนาดท่ีเหมาะสมกับการผลิตในระดับนนั้ โดยเลอื กโรงงานทเ่ี สยี ต้นทุนเฉล่ยี ตำ่ สุด
เพื่อให้ไดก้ ำไรสูงสุด

สมรรถนะการเรียนรู้
1. อธบิ ายความหมายของตน้ ทนุ ได้
2. อธบิ ายต้นทนุ การผลิตในระยะสนั้ ได้
3. อธิบายเสน้ ต้นทนุ การผลิตในระยะสัน้ และระยะยาวได้
4. อธบิ ายตน้ ทุนการผลิตในระยะยาวได้
5. อธิบายรายรบั จากการผลิตได้
6. อธิบายเงอื่ นไขในการไดร้ ับกำไรสงู สดุ ได้
7. รจู้ กั การใช้ทรัพยากรของตนเองและส่วนรวมอยา่ งคุ้มค่า

คณุ ลักษณะทตี่ อ้ งบรู ณาการ
รู้จกั การใช้ทรพั ยากรของตนเองและส่วนรวมอย่างคุม้ ค่า

สาระการเรยี นรู้
1. ตน้ ทุนการผลิต
1.1 ต้นทุนทางบญั ชี (Business cost) หรือตน้ ทนุ ท่มี องเห็นได้ (Explicit cost)
1.2 ต้นทนุ ทางเศรษฐศาสตร์ (Economic cost)
2. ตน้ ทุนการผลิตในระยะสนั้
2.1 ตน้ ทุนคงท่ีทง้ั หมด (Total Fixed Cost : TFC)
2.2 ตน้ ทนุ ผันแปรทั้งหมด (Total Variable Cost : TVC)
2.3 ต้นทนุ ท้ังหมด (Total Cost : TC)

27

2.4 ต้นทนุ คงทีเ่ ฉลีย่ (Average Fixed Cost : AFC) 67-2
2.5 ต้นทุนผนั แปรเฉลีย่ (Average Variable Cost : AVC)
2.6 ต้นทุนทงั้ หมดเฉลยี่ (Average Total Cost : ATC หรอื AC)
2.7 ตน้ ทนุ เพมิ่ หรือตน้ ทนุ หน่วยสุดท้าย (Marginal cost : MC)
3. เส้นตน้ ทนุ การผลิตในระยะสน้ั
4. ต้นทนุ การผลิตในระยะยาว
5. รายรับจากการผลติ
5.1 รายรบั รวม (Total Revenue : TR)
5.2 รายรบั เฉลยี่ (Average Revenue : AR)
5.3 รายรบั เพิม่ (Marginal Revenue : MR)
6. เงือ่ นไขในการได้รับกำไรสูงสุด

กิจกรรมการเรยี นการสอน

กจิ กรรมผสู้ อน กจิ กรรมผู้เรียน

ขน้ั นำเขา้ สู่บทเรยี น
1. ผ้สู อนสนทนากับผเู้ รียนวา่ เม่ือเปดิ รา้ น 1. ผู้เรียนสนทนากบั ผสู้ อนและตอบคำถาม

หนังสอื มีตน้ ทุนอะไรบ้าง

ข้ันสอน
1. ผสู้ อนสุ่มตัวแทนผู้เรียน 3-5 คน สรุปเน้อื หา
1. ผูเ้ รยี นฟงั อธบิ ายและจดบันทึกลงในสมุด
เรือ่ งต้นทุนการผลิต

2. ผสู้ อนอธิบายเพิ่มเตมิ เร่ืองตน้ ทุนการผลิต

พรอ้ มฉายงานนำเสนอประกอบการอธิบาย 2. ผูเ้ รียนตอบคำถาม

ขั้นสรุป

1. ผสู้ อนให้ผู้เรียนช่วยกนั สรุปเรือ่ งตน้ ทนุ การ 1. ผ้เู รียนช่วยกนั ศกึ ษาค้นควา้ และสรปุ

ผลติ และสงั เกตการทำงานกลุ่มใน 2. ผู้เรยี นฟงั อธิบายและจดบันทึก

เร่ืองความซ่ือสัตย์สุจริต

งานทม่ี อบหมายหรือกจิ กรรม
ก่อนเรยี น
ให้ผเู้ รียนสนทนาและตอบคำถามว่า เมื่อเปิดร้านหนังสือมีตน้ ทุนอะไรบ้าง
ขณะเรยี น
ฟังอธบิ ายและตอบคำถาม
หลังเรียน
ผเู้ รียนสรปุ เน้ือหาเรอ่ื งต้นทนุ การผลิต ตามหวั ข้อเร่ืองและงาน

28

ส่อื การเรียนการสอน
ส่ือสง่ิ พมิ พ์
1. หนังสือพมิ พ์ประชาชาติธุรกจิ
2. หนังสอื พมิ พ์ฐานเศรษฐกิจ
3. วารสารด้านเศรษฐกิจ เชน่ การเงนิ การธนาคาร
4. หนงั สือเรยี นวชิ าหลกั เศรษฐศาสตร์เกษตร ของ สำนกั พิมพ์จติ รวฒั น์ (2560)
ส่อื โสตทัศน์
งานนำเสนอ หนว่ ยท่ี 6 เรอ่ื ง ต้นทนุ การผลติ

หนงั สอื อา้ งองิ
จรูญ โกสีย์ไกรนิรมล. หลักเศรษฐศาสตรเ์ กษตร. กรงุ เทพฯ: เอ็ดดเู ทก็ ซ,์ 2546.
ปิยะพร บุญเพ็ญ. หลักเศรษฐศาสตร์เกษตร. กรุงเทพฯ: ส. การพิมพ์ (บริษัท บัณฑิตสาส์น จำกัด),
มปป.
วิริยา อนันตศิริ และ มาลี ตรีทศายุธ. หลักเศรษฐศาสตร์เกษตร. กรุงเทพฯ: ศูนย์รวมหนังสือกรุงเทพ,
2547.
สมลกั ษณ์ สนั ติโรจนกุล. หลกั เศรษฐศาสตรเ์ กษตร. กรุงเทพฯ: จิตรวัฒน์, 2541.
สรุ ยิ ะ เจียมประชานรากร. หลกั เศรษฐศาสตรเ์ กษตร. กรงุ เทพฯ: ศนู ยส์ ่งเสรมิ วชิ าการ, 2538.
สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. หลักเศรษฐศาสตร์เกษตรเบ้ืองต้น หน่วยท่ี
1-8. กรงุ เทพฯ: มหาวิทยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธิราช, 2545.

การวดั ผลและประเมนิ ผล (ก่อนเรยี น ขณะเรยี น หลงั เรียน)
1. วธิ ีวดั
กอ่ นเรียน
สงั เกตการสนทนา
ขณะเรียน
สังเกตความต้ังใจฟังอธบิ าย และการตอบคำถาม
หลงั เรยี น
1) การสรุปเน้ือหาตามหัวข้อเรื่องและงาน โดยสังเกตและตรวจสอบงานของแต่ละกลุ่มอย่าง

รอบคอบในเรอื่ งความซ่อื สตั ย์สจุ ริต
2) แบบฝกึ หดั

2. เคร่ืองมือวัดและประเมนิ
แบบประเมนิ ผลพฤติกรรมรายบุคคล (ประเมนิ ผลโดยการสงั เกต)
แบบทดสอบ เรื่อง วงจรกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

29

3. เกณฑก์ ารประเมนิ (Rubics)

3.1 เกณฑ์การประเมินผลแบบประเมินพฤติกรรมรายบคุ คล มดี งั นี้

15 – 20 = มาก

8 – 14 = ปานกลาง

1 – 7 = น้อย

3.2 เกณฑป์ ระเมนิ แบบทดสอบ

ถา้ ได้ 5 คะแนนขน้ึ ไป = ผ่าน

คะแนน 6 – 8 = ดี

คะแนน 9 – 10 = ดมี าก

31

แผนการจัดการเรียนรู้ หนว่ ยท่ี 7
ช่ือวิชา หลกั เศรษฐศาสตรเ์ กษตร (20501-2007) สปั ดาห์ท่ี 11
ชือ่ หนว่ ย การกำหนดราคาในตลาด จำนวน 3 ชม.

สาระสำคญั
การกำหนดราคาสินค้าในตลาด มีผลต่อกำไรสูงสุดของผู้ผลิต ดังนั้นผู้ผลิตต้องกำหนดราคา

ใหเ้ หมาะสม การกำหนดราคาในตลาดท่ีมีการแข่งขนั สมบรู ณ์ทม่ี ีผ้ผู ลิตจำนวนมากผลิตสินคา้ ท่ีมีลักษณะเหมือนกัน
สามารถเข้าออกตลาดได้อย่างเสรี และผู้ผลิตแต่ละรายจะยอมรับราคาตลาด (Price taker) ในตลาดแข่งขัน
สมบูรณ์ สินค้ามีราคาคงที่ ดังนั้นรายรับหน่วยสุดท้ายของหน่วยธุรกิจ (MR) ก็จะเท่ากับราคาสินค้าในตลาด (P)
และเป็นเส้นเดียวกับเส้นอุปสงค์ (D) และเส้นรายรับเฉลี่ยของหน่วยธุรกิจ (AR) คือเส้นขนานกับแกนนอน ณ
ระดับราคาตลาด

ดลุ ยภาพของผู้ผลติ ในตลาดแข่งขันสมบูรณ์ คือจุดที่ต้นทุนเพิ่มหน่วยสุดท้าย เท่ากับรายได้เพ่มิ หน่วย
สุดท้าย หรือ MR = MC ซ่ึงเป็นจุดท่ีให้กำไรสูงสุดแก่หน่วยธุรกิจ การกำหนดราคาในตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์ ซึ่ง
แบ่งตามจำนวนผู้ขายได้ 3 ลักษณะ คือ ตลาดผูกขาด ตลาดผู้ขายน้อยราย และตลาดก่ึงแข่งขันก่ึงผูกขาด ท้ัง 3
ตลาดจะมีลักษณะของเส้นอุปสงค์ เส้นรายรับเฉล่ีย และเส้นรายรับหน่วยสุดท้ายเหมือนกัน จะแตกต่างกันบ้างใน
รายละเอียด เชน่ ความชันของเส้นดุลยภาพของผู้ผลติ ท้ัง 3 ตลาดจะเกดิ ขนึ้ ณ จุดที่ MR = MC เชน่ เดยี วกบั ตลาด
ทีม่ กี ารแขง่ ขนั สมบูรณ์ แตก่ ำไรของผผู้ ลิตท่ไี ดร้ ับจะแตกต่างกันตามลกั ษณะของตลาด

สมรรถนะการเรียนรู้

1. อธิบายประเภทของตลาดตามลกั ษณะการแขง่ ขันได้
2. อธิบายการกำหนดราคาในตลาดทีม่ กี ารแข่งขนั สมบูรณ์ได้
3. อธบิ ายเส้นอุปสงค์ เสน้ รายรับเฉลยี่ และเส้นรายรับหน่วยสดุ ทา้ ยของธุรกิจได้
4. อธิบายดลุ ยภาพของผูผ้ ลติ ในตลาดแขง่ ขันสมบูรณ์ได้
5. อธิบายการกำหนดราคาในตลาดท่ีมกี ารแข่งขนั ไม่สมบรู ณ์ได้
6. อธบิ ายเสน้ อุปสงค์ เสน้ รายรับเฉลยี่ และเสน้ รายรับหน่วยสุดทา้ ยของธรุ กิจได้
7. อธบิ ายลักษณะของตลาดผกู ขาดได้
8. อธบิ ายดุลยภาพของผ้ผู ลิตในตลาดผูกขาดได้
9. อธิบายลกั ษณะของตลาดผ้ขู ายนอ้ ยรายได้
10. อธิบายลกั ษณะของตลาดกง่ึ แขง่ ขันก่ึงผกู ขาดได้
11. มีความสนใจใฝร่ ู้

32

คณุ ลกั ษณะทตี่ อ้ งบูรณาการ
มคี วามสนใจใฝ่รู้

สาระการเรียนรู้
1. ประเภทของตลาดตามลกั ษณะการแข่งขนั
1.1 ตลาดท่ีมีการแข่งขันอยา่ งสมบรู ณ์ (Perfectly competition market)
1.2 ตลาดทมี่ กี ารแข่งขนั ไมส่ มบูรณ์ (Imperfectly competition market)
2. การกำหนดราคาในตลาดทม่ี ีการแข่งขนั สมบรู ณ์
3. เสน้ อุปสงค์ เสน้ รายรับเฉลีย่ และเสน้ รายรับหน่วยสดุ ทา้ ยของธรุ กิจ
3.1 เสน้ อุปสงค์ของหนว่ ยธรุ กิจ
3.2 เส้นรายรับเฉล่ีย(average revenue : AR)
3.3 เส้นรายรบั หนว่ ยสดุ ท้าย (Marginal revenue: MR)
4. ดลุ ยภาพของผผู้ ลิตในตลาดแข่งขนั สมบรู ณ์
4.1 ดลุ ยภาพระยะสน้ั ของผ้ผู ลิต (Short – run Equilibrium of the Firm)
4.2 ดลุ ยภาพระยะยาวของผู้ผลิต (Long – run Equilibrium of the Firm)
5. การกำหนดราคาในตลาดที่มกี ารแข่งขนั ไม่สมบูรณ์
5.1 ประเภทของตลาดแข่งขันไม่สมบรู ณ์แบ่งตามจำนวนผขู้ าย
5.2 ประเภทตลาดแขง่ ขนั ไมส่ มบรู ณแ์ บง่ ตามจำนวนผ้ซู ้อื
6. เส้นอุปสงค์ เสน้ รายรบั เฉล่ีย และเส้นรายรับหนว่ ยสุดทา้ ยของธุรกิจ
6.1 เส้นอุปสงค์ของหนว่ ยธุรกิจ และเสน้ รายรับเฉลี่ย
6.2 เสน้ รายรบั หน่วยสุดท้ายของหน่วยธรุ กจิ
7. ลักษณะของตลาดผูกขาด
8. ดลุ ยภาพของผู้ผลติ ในตลาดผูกขาด
9. ลักษณะของตลาดผู้ขายน้อยราย
9.1 เสน้ อุปสงคข์ องผู้ผลิตแต่ละรายในตลาด
9.2 ดลุ ยภาพของผผู้ ลติ ในตลาดผูข้ ายนอ้ ยราย
10. ลักษณะของตลาดกึ่งแข่งขนั ก่งึ ผูกขาด

33

กิจกรรมการเรียนการสอน

กจิ กรรมผูส้ อน กิจกรรมผ้เู รียน

ขน้ั นำเขา้ ส่บู ทเรียน
1. ผู้สอนสนทนากบั ผู้เรียนเรอ่ื งตลาดท่ผี ูเ้ รียนรจู้ ัก 1. ผู้เรียนสนทนากบั ผู้สอนและตอบคำถาม

ขั้นสอน

1. ผู้เรียนอธบิ ายเรื่องตลาดที่มกี ารแข่งขนั 1. ผู้เรยี นร่วมกันอภิปรายโดยการศึกษาค้นควา้ ดว้ ย

อย่างสมบรู ณ์โดยการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ตนเอง

2. ผสู้ อนอธบิ ายเพ่ิมเติมเรื่องตลาดท่มี ีการแขง่ ขนั 2. ผู้เรยี นฟังอธบิ ายและจดบนั ทึกลงในสมุด

อยา่ งสมบรู ณ์และไม่สมบรู ณ์ พรอ้ มฉายงาน

นำเสนอประกอบการอธบิ าย

ข้นั สรปุ

1. ผสู้ อนให้ผู้เรยี นช่วยกันสรปุ เรือ่ งตลาดที่มกี าร 1. ผ้เู รยี นช่วยกนั สรปุ

แข่งขนั อยา่ งสมบรู ณ์และตลาดท่มี กี ารแขง่ ขันไม่ 2. ผูเ้ รยี นฟังอธิบาย และจดบนั ทึก

สมบรู ณ์

2. ผู้สอนอธบิ ายเพิ่มเตมิ

ก่อนเรยี น
ให้ผ้เู รียนสนทนาและตอบคำถาม เร่อื ง ตลาดท่ีนกั ศึกษารจู้ ัก
ขณะเรียน
ฟังอธบิ ายและตอบคำถาม
หลงั เรยี น
1. ให้ผ้เู รยี นสรปุ เน้ือหาเรอ่ื ง ตลาดทมี่ กี ารแขง่ ขันอย่างสมบูรณ์ และตลาดแข่งขนั ไมส่ มบรู ณ์ ตามหัวข้อ

เรอ่ื งและงาน
2. แบบฝึกหัด

ส่อื การเรยี นการสอน
สือ่ ส่ิงพิมพ์
1. หนังสอื พิมพ์ประชาชาตธิ รุ กิจ
2. หนังสอื พมิ พฐ์ านเศรษฐกิจ
3. วารสารด้านเศรษฐกจิ เช่น การเงนิ การธนาคาร
4. หนงั สอื เรียนวิชาหลกั เศรษฐศาสตร์เกษตร ของ สำนักพมิ พ์จติ รวัฒน์ (2560)
ส่ือโสตทศั น์
งานนำเสนอ หน่วยที่ 7 เรอ่ื ง การกำหนดราคาในตลาด

34

หนงั สืออ้างอิง
จรญู โกสยี ไ์ กรนิรมล. หลักเศรษฐศาสตรเ์ กษตร. กรงุ เทพฯ: เอด็ ดูเทก็ ซ,์ 2546.
ปิยะพร บุญเพ็ญ. หลักเศรษฐศาสตร์เกษตร. กรุงเทพฯ: ส. การพิมพ์ (บริษัท บัณฑิตสาส์น จำกัด),
มปป.
วริ ิยา อนันตศิริ และ มาลี ตรีทศายุธ. หลักเศรษฐศาสตร์เกษตร. กรุงเทพฯ: ศูนย์รวมหนังสือกรุงเทพ,
2547.
สมลักษณ์ สันติโรจนกุล. หลักเศรษฐศาสตรเ์ กษตร. กรุงเทพฯ: จติ รวัฒน์, 2541.
สุรยิ ะ เจียมประชานรากร. หลกั เศรษฐศาสตร์เกษตร. กรุงเทพฯ: ศูนย์ส่งเสรมิ วิชาการ, 2538.
สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. หลักเศรษฐศาสตร์เกษตรเบ้ืองต้น หน่วยท่ี
1-8. กรงุ เทพฯ: มหาวิทยาลัยสโุ ขทัยธรรมาธิราช, 2545.

การวดั ผลและประเมินผล (ก่อนเรยี น ขณะเรียน หลังเรียน)
1. วธิ วี ดั
ก่อนเรยี น
สงั เกตการสนทนา
ขณะเรียน
สงั เกตความตั้งใจฟังอธิบาย และการรว่ มอภิปรายจากการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง การซักถามปัญหา

ข้อสงสยั กลา้ แสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล
หลงั เรียน
1) การสรปุ เนื้อหาตามหวั ขอ้ เร่ืองและงาน
2) แบบฝกึ หดั

2. เครอ่ื งมือวดั และประเมิน
แบบประเมนิ ผลพฤติกรรมรายบคุ คล (ประเมินผลโดยการสงั เกต)
แบบทดสอบ เรื่อง วงจรกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

3. เกณฑก์ ารประเมิน (Rubics)

เกณฑ์การประเมินผลแบบประเมินพฤติกรรมรายบคุ คล มดี ังนี้

15 – 20 = มาก

8 – 14 = ปานกลาง

1 – 7 = น้อย

เกณฑป์ ระเมินแบบทดสอบ

ถา้ ได้ 5 คะแนนขน้ึ ไป = ผา่ น

คะแนน 6 – 8 = ดี

คะแนน 9 – 10 = ดมี าก

35

35

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยท่ี 8
ชือ่ วชิ า หลักเศรษฐศาสตรเ์ กษตร (20501-2007) สัปดาห์ที่ 12
ช่อื หนว่ ย การกำหนดราคาในตลาด จำนวน 3 ชม.

สาระสำคัญ
รายได้ประชาชาติ หมายถึง มูลค่าของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายทั้งหมดที่ผลิตข้ึนในประเทศ โดยคิด

ตามมูลค่าตลาดภายในระยะเวลา 1 ปี รายได้ประชาชาติสามารถคำนวณได้ 3 วิธี ได้แก่ ด้านผลผลิต ด้านรายได้

ด้านรายจ่าย ซึ่งการคำนวณทั้ง 3 วธิ ี จะไดค้ ่าของรายได้ประชาชาติที่เท่ากัน รายได้ประชาชาติมีหลายประเภทแต่

ท่มี ีความสำคัญและใชใ้ นการวิเคราะหม์ ี 2 ประเภท คือ ผลิตภัณฑ์ประชาชาติเบ้อื งต้นภายในประเทศ (GDP) และ

ผลิตภณั ฑป์ ระชาชาตเิ บื้องต้น (GNP)

รายได้เฉล่ียต่อคน หมายถึง รายได้เฉลี่ยของบุคคลในประเทศมี 2ชนิด ได้แก่ ผลิตประชาชาติเบื้องต้น
เฉล่ียต่อคน (Per capita GNP) ใช้เป็นเครือ่ งชี้วดั ความสามารถในการผลิตของประชากรแต่ละคนในประเทศโดย
เฉลยี่ และรายไดป้ ระชาชาติเฉลีย่ ต่อคน (Per capita N I) ใชเ้ ป็นเครือ่ งชีฐ้ านะทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ

การคำนวณรายได้ประชาชาติจะคิดในราคาตลาด ซ่ึงมักจะมีการเปล่ียนแปลงเสมอ ดั งน้ัน การ
เปรียบเทียบรายได้ประชาชาติ เพื่อท่ีจะทราบจำนวนการเปล่ียนแปลงท่ีแท้จริงของผลผลิตของประเทศ จะต้อง
แปลงรายได้ประชาชาติทเ่ี ป็นตัวเงนิ (money GNP) ใหเ้ ป็นรายได้ประชาชาติทแี่ ทจ้ ริง (real GNP) ก่อนเสมอ

การศึกษาเรื่องรายได้ประชาชาติมีประโยชน์มาก ทั้งในด้านการศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์ การใช้เป็น
เครอ่ื งวัดฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศ และใช้ในการวางแผนทางเศรษฐกิจและสงั คมของประเทศ

สมรรถนะการเรียนรู้

1. บอกความหมายของรายได้ประชาชาตไิ ด้
2. อธิบายการคำนวณรายได้ประชาชาติได้
3. อธบิ ายการคำนวณรายได้ประชาชาติทางดา้ นผลผลิตได้
4. อธบิ ายการคำนวณรายได้ประชาชาติทางด้านรายได้ได้
5. อธบิ ายการคำนวณรายได้ประชาชาตทิ างด้านรายจ่ายได้
6. อธิบายปจั จยั กำหนดรายไดป้ ระชาชาติได้
7. อธบิ ายความสัมพันธ์ของรายไดป้ ระชาชาตปิ ระเภทตา่ ง ๆ ได้
8. คำนวณรายได้เฉลีย่ ต่อคนได้
9. อธบิ ายการเปรยี บเทยี บรายได้ประชาชาติได้
10. บอกประโยชนข์ องการศึกษาเร่ืองรายไดป้ ระชาชาติได้
11. วิเคราะหข์ ้อจำกดั ในการใช้ตวั เลขรายได้ประชาชาติได้
12. มีความรบั ผดิ ชอบต่องานทไี่ ดร้ ับมอบหมายและสง่ งานตรงเวลา

36

คณุ ลกั ษณะทตี่ ้องบรู ณาการ
มคี วามรบั ผิดชอบต่องานท่ไี ด้รบั มอบหมายและส่งงานตรงเวลา

สาระการเรยี นรู้
1. ความหมายของรายไดป้ ระชาชาติ
2. การคำนวณรายไดป้ ระชาชาติ
3. การคำนวณรายไดป้ ระชาชาติทางดา้ นผลผลิต
3.1 การคำนวณจากดา้ นผลผลิต
4. การคำนวณรายไดป้ ระชาชาติทางดา้ นรายได้
5. การคำนวณรายได้ประชาชาติทางดา้ นรายจา่ ย
5.1 รายจ่ายในการบรโิ ภคของประชาชน (Personal Consumption Expenditure : C)
5.2 รายจ่ายเพ่อื การลงทนุ ทัง้ ส้นิ ของเอกชนภายในประเทศ (Gross private Domestic
Investment : I)
5.3 รายจ่ายในการซื้อสนิ คา้ และบรกิ ารต่าง ๆ ของรัฐบาล (General Goverment
Consumption Expenditure : G)
5.4 การส่งออกสุทธิ (Net Export : X – M)
6. ปัจจัยกำหนดรายได้ประชาชาติ
6.1 ดา้ นการผลติ
6.2 ดา้ นการใช้จ่าย
7. ความสัมพนั ธ์ของรายไดป้ ระชาชาตปิ ระเภทต่าง ๆ
7.1 ผลติ ภณั ฑ์ประชาชาติเบ้อื งต้นภายในประเทศ (Gross Domestic Product : GDP)
7.2 ผลติ ภณั ฑ์ประชาชาตเิ บอ้ื งต้น (Gross National Product : GNP)
7.3 ผลิตภัณฑ์ในประเทศสุทธิ (NPD)
7.4 ผลิตภณั ฑ์ประชาชาตสิ ทุ ธิ (NNP)
7.5 รายได้ประชาชาติ (NI)
7.6 รายได้สว่ นบุคคล (PI)
7.7 รายไดท้ ี่ใช้จ่ายได้จริง (DI)
8. รายได้เฉลี่ยตอ่ คน
9. การเปรียบเทยี บรายไดป้ ระชาชาติ
10. ประโยชนข์ องการศกึ ษาเร่ืองรายได้ประชาชาติ
11. ข้อจำกัดในการใชต้ วั เลขรายไดป้ ระชาชาติ

37

กจิ กรรมการเรียนการสอน

กจิ กรรมผู้สอน กิจกรรมของผเู้ รยี น

ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ผสู้ อนสนทนากับผู้เรยี นว่าการที่แบ่งประเทศ 1. ผู้เรียนสนทนากับผู้สอนและตอบคำถาม

ต่าง ๆ เป็นประเทศที่พัฒนาและกำลงั พฒั นา

มหี ลกั เกณฑ์อย่างไร

ขั้นสอน

1. ผสู้ อนอธบิ ายเรื่องรายได้ประชาชาติ พรอ้ ม 1. ผเู้ รียนฟงั อธบิ ายและจดบนั ทึกลงในสมดุ

ฉายงานนำเสนอประกอบการอธิบาย 2.

2. ผู้สอนต้ังคำถามให้ผูเ้ รียนตอบ 3. ผู้เรยี นตอบคำถาม

ขน้ั สรุป

1. ผสู้ อนใหผ้ ูเ้ รียนช่วยกันสรุปเร่ืองรายได้ 1. ผเู้ รียนช่วยกันสรุป

ประชาชาติและบอกวิธกี ารดำรงชีวติ ที่

เหมาะสมกบั ภาวะเศรษฐกิจของประเทศ

2. ผสู้ อนอธบิ ายเพ่ิมเติม 2. ผู้เรียนฟังอธิบาย และจดบันทึก

งานทม่ี อบหมายหรือกจิ กรรม
กอ่ นเรยี น
ใหผ้ เู้ รยี นสนทนาและตอบคำถาม ว่าการที่แบ่งประเทศต่าง ๆ เปน็ ประเทศที่พัฒนาและกำลังพฒั นา

มหี ลกั เกณฑ์อย่างไร
ขณะเรยี น
ฟังอธบิ ายและตอบคำถาม
หลงั เรยี น
1. ใหผ้ ู้เรียนสรุปเนอื้ หาเรอ่ื งรายได้ประชาชาติ ตามหัวข้อเรื่องและงาน
2. แบบฝกึ หัด

ส่ือการเรียนการสอน
ส่อื สิ่งพิมพ์
1. หนงั สือพิมพป์ ระชาชาตธิ ุรกิจ
2. หนงั สอื พิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
3. วารสารด้านเศรษฐกจิ เชน่ การเงนิ การธนาคาร
4. หนงั สอื เรยี นวิชาหลักเศรษฐศาสตร์เกษตร ของ สำนกั พมิ พ์จติ รวฒั น์ (2560)
ส่อื โสตทศั น์
งานนำเสนอ หนว่ ยที่ 8 รายไดป้ ระชาชาติ

38

หนงั สอื อ้างอิง
จรูญ โกสยี ์ไกรนริ มล. หลกั เศรษฐศาสตรเ์ กษตร. กรุงเทพฯ: เอด็ ดเู ทก็ ซ,์ 2546.
ปิยะพร บุญเพ็ญ. หลักเศรษฐศาสตร์เกษตร. กรุงเทพฯ: ส. การพิมพ์ (บริษัท บัณฑิตสาส์น จำกัด),
มปป.
วิริยา อนันตศิริ และ มาลี ตรีทศายุธ. หลักเศรษฐศาสตร์เกษตร. กรุงเทพฯ: ศูนย์รวมหนังสือกรุงเทพ,
2547.
สมลักษณ์ สนั ติโรจนกลุ . หลกั เศรษฐศาสตร์เกษตร. กรงุ เทพฯ: จติ รวัฒน์, 2541.
สุรยิ ะ เจยี มประชานรากร. หลักเศรษฐศาสตร์เกษตร. กรงุ เทพฯ: ศูนยส์ ง่ เสรมิ วชิ าการ, 2538.
สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. หลักเศรษฐศาสตร์เกษตรเบ้ืองต้น หน่วยท่ี
1-8. กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลัยสุโขทยั ธรรมาธิราช, 2545.

การวัดผลและประเมินผล (ก่อนเรียน ขณะเรยี น หลังเรยี น)
1. วิธวี ดั
กอ่ นเรยี น
สงั เกตการสนทนา
ขณะเรยี น
สงั เกตความตั้งใจฟังอธบิ าย และการตอบคำถามและบอกวิธีดำรงชพี ทม่ี ปี ระโยชนต์ ่อประเทศ
หลังเรยี น
1) การสรปุ เนื้อหาตามหัวข้อเร่ืองและงาน
2) แบบฝกึ หดั

2. เครอื่ งมือวดั และประเมิน
แบบประเมินผลพฤติกรรมรายบคุ คล (ประเมนิ ผลโดยการสงั เกต)
แบบทดสอบ เร่ืองวงจรกจิ กรรมทางเศรษฐกิจ

3. เกณฑก์ ารประเมนิ (Rubics)

3.1 เกณฑ์การประเมินผลแบบประเมินพฤติกรรมรายบุคคล มดี งั นี้

15 – 20 = มาก

8 – 14 = ปานกลาง

1 – 7 = น้อย

3.2 เกณฑป์ ระเมนิ แบบทดสอบ

ถา้ ได้ 5 คะแนนขน้ึ ไป = ผา่ น

คะแนน 6 – 8 = ดี

คะแนน 9 – 10 = ดีมาก

39

39

แผนการจัดการเรยี นรู้ หน่วยที่ 9
ช่อื วชิ า หลักเศรษฐศาสตรเ์ กษตร (20501-2007) สัปดาห์ท่ี 13
ชื่อหนว่ ย การบรโิ ภค การออม และการลงทุน จำนวน 3 ชม.

สาระสำคญั
การบริโภค การออม และการลงทุน เป็นส่วนสำคัญของรายได้ประชาชาติ หากการใช้จ่ายเหล่านี้มี

น้อยจะทำให้รายได้ประชาชาติต่ำ แต่ถ้ารายจ่ายมวลรวมน้ีมากเกินไป จะทำให้รายได้ประชาชาติสูงเกินไป อาจ
เกดิ ภาวะเงนิ เฟอ้ ได้ ดังน้ันจึงต้องมกี ารศกึ ษาระดับการบริโภค การออมและการลงทนุ ของประเทศเสมอ โดยศึกษา
จากฟังก์ชันการออม ความโน้มเอียงในการบริโภคและการออม ซ่ึงการบริโภคตามกฎการบริโภคของเคนส์ ได้
ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคและรายได้ โดยมีข้อสมมติว่าการบริโภคจะเปลี่ยนแปลงเมื่อรายได้
เปลี่ยนแปลงเท่านั้น สำหรับปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการบริโภค โดยแก่รายได้ท่ีมีอยู่ในมือซ่ึงถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญ
ทส่ี ดุ สินเชอ่ื เพื่อการบรโิ ภค สินทรพั ยข์ องผู้บรโิ ภค และการคาดคะเนระดบั รายได้และระดบั ราคาในอนาคต

การลงทนุ เปน็ องค์ประกอบที่สำคญั อีกตัวหนงึ่ ของรายไดป้ ระชาชาติ มีความสำคญั ตอ่ การเจรญิ เติบโต
ทางเศรษฐกิจ การลงทุนแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ การลงทุนโดยอิสระ และการลงทุนโดยจูงใจ ปัจจัยท่ีมี
อิทธิพลต่อการลงทุน ได้แก่ การคาดคะเนสภาพของตลาดสินค้า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี อัตราดอกเบ้ีย
นโยบายของรฐั บาล

สมรรถนะการเรียนรู้
1. อธบิ ายฟังก์ชนั การบริโภคและการออมได้
2. อธิบายความโนม้ เอียงในการบริโภคและการออมได้
3. บอกกฎว่าดว้ ยการบรโิ ภคของ เคนส์ได้
4. บอกปัจจัยท่ีเปน็ ตัวกำหนดการใช้จา่ ยเพื่อการบริโภคได้
5. อธบิ ายการลงทุน (Investment) ได้
6. อธิบายความสัมพนั ธ์ระหว่างการลงทนุ การออม และรายไดป้ ระชาชาติได้
7. บอกปจั จัยกำหนดการลงทนุ ได้
8. สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจำวนั ได้

สาระการเรียนรู้
1. ฟังก์ชนั การบริโภคและการออม
2. ความโนม้ เอียงในการบริโภคและการออม
2.1 ความโนม้ เอียงเฉลย่ี ในการบรโิ ภค (The Average Propensity to Consume : APC)
2.2 ความโนม้ เอียงเฉลี่ยในการออม (The Average Propensity to Save : APS)

40

2.3 ความโนม้ เอียงหน่วยสุดท้ายในการบรโิ ภค (The Marginal Propensity to Consume : MP)
2.4 ความโนม้ เอียงหนว่ ยสุดท้ายในการออม (The Marginal Propensity to Save : MPS)
3. กฎว่าดว้ ยการบรโิ ภคของเคนส์
4. ปจั จยั ทเี่ ป็นตัวกำหนดการใชจ้ ่ายเพ่ือการบริโภค
5. การลงทุน (investment)
6. ความสัมพนั ธร์ ะหว่างการลงทนุ การออม และรายได้ประชาชาติ
6.1 การลงทุนโดยอิสระ (Autonomous Investment : Ia)
6.2 การลงทนุ โดยจูงใจ (Induced Investment : Ii)
7. ปจั จยั กำหนดการลงทุน

คณุ ลักษณะทตี่ อ้ งบรู ณาการ
สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชวี ติ ประจำวนั ได้

กิจกรรมการเรียนการสอน

กจิ กรรมผู้สอน กจิ กรรมผเู้ รยี น

ขน้ั นำเขา้ ส่บู ทเรยี น

1. ผู้สอนสนทนากบั ผเู้ รยี นเรือ่ งภาวะเงินของ 1. ผ้เู รียนสนทนากับผูส้ อนและตอบคำถาม

ประเทศไทยในปัจจุบัน มีลักษณะและแนวโน้ม

อย่างไรบ้าง

ข้นั สอน 1. ตวั แทนผูเ้ รยี นศกึ ษาคน้ ควา้ ด้วยตนเอง และ
1. ผู้สอนสมุ่ ตัวแทนผู้เรียน 3-5 คน ตอบคำถาม ตอบคำถาม

เรือ่ งเงินเฟอ้ เงินฝดื โดยการศกึ ษาค้นควา้ ด้วย 2. ตวั แทนผเู้ รยี นค้นควา้ ดว้ ยตนเองและตอบคำถาม

ตนเอง
2. ผูส้ อนอธบิ ายเพ่ิมเตมิ เร่ืองการเงิน พรอ้ มฉาย

งานนำเสนอประกอบการอธบิ าย

ข้ันสรปุ 1. ผ้เู รียนชว่ ยกนั สรุป
1. ผู้สอนให้ผู้เรียนช่วยการสรปุ เร่อื งการเงิน

งานท่มี อบหมายหรอื กิจกรรม
ก่อนเรียน
ให้ผ้เู รียนสนทนาและตอบคำถาม เรอื่ ง ภาวะเงินของประเทศไทยในปจั จบุ ันมีลักษณะแนวโนม้
อยา่ งไรบา้ ง

41

ขณะเรยี น
ฟงั อธบิ ายและตอบคำถาม
หลังเรยี น
1. ให้ผเู รยี นสรปุ เน้ือหาเรอ่ื งการเงนิ ตามหวั ขอ้ เรอ่ื งและงาน
2. แบบฝึกหดั

สื่อการเรยี นการสอน
ส่อื สิง่ พมิ พ์
1. หนงั สอื พมิ พป์ ระชาชาติธรุ กิจ
2. หนงั สือพิมพฐ์ านเศรษฐกิจ
3. วารสารด้านเศรษฐกจิ เช่น การเงนิ การธนาคาร
4. หนังสือเรียนวิชาหลกั เศรษฐศาสตรเ์ กษตร ของ สำนกั พิมพ์จติ รวัฒน์ (2560)
สือ่ โสตทศั น์
งานนำเสนอ หนว่ ยที่ 9 เรือ่ ง การบริโภค การออม และลงทนุ

หนังสืออ้างองิ
จรญู โกสยี ไ์ กรนิรมล. หลักเศรษฐศาสตร์เกษตร. กรุงเทพฯ: เอ็ดดเู ท็กซ,์ 2546.
ปิยะพร บุญเพ็ญ. หลักเศรษฐศาสตร์เกษตร. กรุงเทพฯ: ส. การพิมพ์ (บริษัท บัณฑิตสาส์น จำกัด),
มปป.
วริ ิยา อนันตศิริ และ มาลี ตรีทศายุธ. หลักเศรษฐศาสตร์เกษตร. กรุงเทพฯ: ศูนย์รวมหนังสือกรุงเทพ,
2547.
สมลักษณ์ สนั ตโิ รจนกลุ . หลกั เศรษฐศาสตรเ์ กษตร. กรุงเทพฯ: จติ รวัฒน์, 2541.
สรุ ิยะ เจียมประชานรากร. หลกั เศรษฐศาสตรเ์ กษตร. กรุงเทพฯ: ศูนยส์ ง่ เสรมิ วชิ าการ, 2538.
สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. หลักเศรษฐศาสตร์เกษตรเบ้ืองต้น หน่วยท่ี
1-8. กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลัยสโุ ขทยั ธรรมาธิราช, 2545.

การวดั ผลและประเมินผล (ก่อนเรยี น ขณะเรยี น หลังเรยี น)
1. วิธวี ดั
ก่อนเรียน
สงั เกตการสนทนา
ขณะเรยี น
สังเกตความตั้งใจฟังอธบิ าย และการตอบคำถามจากการศกึ ษาค้นควา้ ด้วยตนเองของผู้เรียน
หลงั เรยี น
1) การสรุปเน้อื หาตามหัวขอ้ เร่ืองและงาน
2) แบบฝกึ หดั

42

2. เคร่ืองมือวดั และประเมิน
แบบประเมนิ ผลพฤติกรรมรายบคุ คล (ประเมินผลโดยการสงั เกต)
แบบทดสอบ เร่ืองวงจรกิจกรรมทางเศรษฐกจิ

3. เกณฑก์ ารประเมิน (Rubics)

เกณฑ์การประเมินผลแบบประเมนิ พฤติกรรมรายบคุ คล มดี ังนี้

15 – 20 = มาก

8 – 14 = ปานกลาง

1 – 7 = น้อย

เกณฑป์ ระเมนิ แบบทดสอบ

ถา้ ได้ 5 คะแนนขึ้นไป = ผา่ น

คะแนน 6 – 8 = ดี

คะแนน 9 – 10 = ดมี าก

43

แผนการจัดการเรียนรู้ หนว่ ยที่ 10
ช่ือวิชา หลักเศรษฐศาสตรเ์ กษตร (20501-2007) สัปดาหท์ ่ี 14
ช่ือหน่วย การเงนิ การธนาคาร จำนวน 3 ชม.

สาระสำคญั
ปัจจุบันทุกสังคมใช้เงินเป็นสื่อกลางในการแลกเปล่ียน เงินจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กิจกรรมทาง

เศรษฐกิจดำเนินต่อไปได้ ปริมาณเงินมี 2 ลักษณะ ได้แก่ ปริมาณเงินในความหมายอย่างแคบ ซ่ึงเหมาะสำหรับ
ประเทศกำลังพัฒนา และปริมาณเงินในความหมายอย่างกว้าง เหมาะสำหรับประเทศพัฒนาแล้วที่ระบบการเงินมี
การพัฒนาอย่างมาก ปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจมีการหมุนเวียน ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการซ้ือสินค้าเพิ่มขึ้น
ทฤษฎีการเงินของเออร์ว่ิง พิชเชอร์ ท่ีกล่าวว่า การเปล่ียนแปลงของปริมาณเงินจะทำให้ราคาสินค้าและบริการ
เปล่ียนแปลงไปในทิศทางเดียวกัน ประชาชนมีความต้องการถือเงินสดไว้ด้วยวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ เพ่ือใช้
จ่ายประจำวัน เพ่ือเป็นทุนสำรองเมื่อมีเหตุจำเป็น และเพ่ือเก็งกำไร อัตราดอกเบ้ียดุลยภาพถูกกำหนดโดยอุปสงค์
และอุปทานของเงิน ระบบเศรษฐกิจต้องประสบกบั การเปล่ียนแปลง ตามวัฏจักรเศรษฐกิจ ทำใหเ้ กดิ ภาวะเงินเฟ้อ
หรือภาวะเงินฝืดข้ึนในระบบเศรษฐกจิ รัฐบาลต้องรักษาเสถยี รภาพทางเศรษฐกิจ โดยการใช้นโยบายการเงิน และ
นโยบายการคลัง และนโยบายอ่ืน ๆ ในระบบเศรษฐกจิ จะมีสถาบันที่ดำเนนิ เก่ียวกบั ธุรกจิ การเงิน และเป็นตัวกลาง
ที่เชื่อมโยงระหว่างผู้ประสงค์จะออม และผู้ที่ต้องการเงินไปลงทุน เรียกว่าสถาบันการเงิน ซ่ึงได้แก่ ธนาคารแห่ง
ประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินเฉพาะอย่าง เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารเพ่ือการเกษตรและ
สหกรณ์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์

สมรรถนะการเรยี นรู้
1. อธิบายปริมาณเงินได้
2. อธิบายการหมนุ เวยี นของเงนิ ได้
3. อธบิ ายทฤษฎปี รมิ าณเงนิ โดยเออรว์ ิง่ พชิ เชอร์ได้
4. บอกความต้องการถือเงินได้
5. อธิบายอตั ราดอกเบี้ยดุลยภาพได้
6. อธิบายภาวะเงนิ เฟ้อและเงินฝืดได้
7. อธิบายการรักษาเสถยี รภาพทางเศรษฐกจิ ได้
8. บอกความหมายหน้าท่ขี องสถาบันการเงนิ ได้
9. บอกความหมายหน้าทีข่ องธนาคารแหง่ ประเทศไทยได้
10. บอกความหมายหน้าท่ีของธนาคารพาณชิ ยไ์ ด้
11. จำแนกสถาบันการเงนิ เฉพาะอยา่ งได้
12. รจู้ ักประหยดั และมีความรับผดิ ชอบต่อการกระทำของตนเอง

44

คณุ ลักษณะทต่ี อ้ งบรู ณาการ
สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจำวันได้

สาระการเรียนรู้
1. ปริมาณเงนิ
1.1 ปรมิ าณเงินในความหมายอยา่ งแคบ (Narrow Money : M1)
1.2 ปริมาณเงนิ ในความหมายอยา่ งกว้าง (Broad Money : M2)
2. การหมุนเวียนของเงิน
3. ทฤษฎปี รมิ าณเงนิ
4. ความต้องการถือเงนิ
4.1 เพอ่ื ใช้จา่ ยประจำวัน (Transaction Motive)
4.2 เพื่อเป็นทนุ สำรอง เมือ่ มเี หตจุ ำเปน็ (Precautionary Motive)
4.3 เพอ่ื เกง็ กำไร (Speculative Motive)
5. อตั ราดอกเบีย้ ดลุ ยภาพ
6. ภาวะเงนิ เฟอ้ และเงนิ ฝืด
7. การรักษาเสถยี รภาพทางเศรษฐกิจ
8. สถาบนั การเงนิ
9. ธนาคารแห่งประเทศไทย
10. ธนาคารพาณิชย์
11. สถาบนั การเงนิ เฉพาะอย่าง

กจิ กรรมการเรียนการสอน

กจิ กรรมผู้สอน กจิ กรรมผเู้ รยี น

ขัน้ นำเขา้ ส่บู ทเรียน
1. ผู้สอนสนทนากับผู้เรียนเรื่องสภาวะการธนาคาร 1. ผู้เรียนสนทนากบั ผู้เรยี นและตอบคำถาม

ของประเทศไทยปัจจุบนั เป็นอยา่ งไร

ขนั้ สอน
1. ผสู้ อนให้ผู้เรียนแบง่ กลมุ่ อภปิ รายเรอ่ื ง บทบาท 1. ผู้เรยี นแบ่งกลมุ่ อภิปรายและตัวแทนกลุ่มรายงาน

และหนา้ ทข่ี องธนาคารพาณชิ ย์และธนาคารกลาง

ตอ่ ระบบเศรษฐกจิ ของไทย และใหต้ ัวแทนกลุ่ม

รายงานและสงั เกตการทำงานกลุม่ ของผูเ้ รียน

อย่างมีมนษุ ยสัมพันธ์

2. ผู้สอนอธบิ ายเพิ่มเติมเร่ืองการธนาคาร 2. ผู้เรียนฟงั อธิบาย และจดบนั ทึกลงในสมุด

ขน้ั สรปุ
1. ผสู้ อนให้ผเู้ รียนชว่ ยกันสรปุ เรื่องการธนาคาร 1. ผเู้ รียนช่วยกนั สรุป


Click to View FlipBook Version