E-book ทา้ วสรุ นาร(ี ย่าโม)
1. ประวัตทิ า้ วสรุ นารี(ยา่ โม)
ทา้ วสุรนารี มีนามเดิมวา่ "โม" (แปลวา่ ใหญ่มาก) หรือทา้ วมะโหโรง[1] เป็น
ชาวเมืองนครราชสีมาโดยกาเนิด เกิดเม่ือปี ระกา พ.ศ. 2314 มีนิวาสสถานอยู่ ณ บา้ น
ตรงกนั ขา้ มกบั วดั พระนารายณ์มหาราช (วดั กลางนคร) ทางทิศใตข้ องเมือง
นครราชสีมา[2] เป็นธิดาของนายกิ่มและนางบุญมา มีพ่ีสาวหน่ึงคนช่ือ แป้นาผล ไม่มี
สามี จึงอยดู่ ว้ ยกนั จนวายชนม์ มีนอ้ งชายหน่ึงคน ชื่อ จุก ต่อมา
เม่ือปี พ.ศ. 2339 โม เม่ืออายไุ ด้ 25 ปี ไดแ้ ต่งงานสมรสกบั นายทองคาขาว พนกั งาน
กรมการเมืองนครราชสีมา ต่อมานายทองคาขาว ไดเ้ ลื่อนบรรดาศกั ด์ิเป็น "พระภกั ดีสุ
ริยเดช" ตาแหน่งรองปลดั เมืองนครราชสีมา นางโม จึงไดเ้ ป็น คุณนายโม และต่อมา
"พระภกั ดีสุริยเดช" ไดเ้ ล่ือนเป็น "พระยาสุริยเดช" ตาแหน่งปลดั เมืองนครราชสีมา
คุณนายโมจึงไดเ้ ป็น คุณหญิงโม[2] ชาวเมืองนครราชสีมาเรียกท่านท้งั สองเป็นสามญั
วา่ "คุณหญิงโม" และ "พระยาปลดั ทองคา" ท่านเป็นหมนั ไม่มีทายาทสืบสายโลหิต
ชาวเมืองนครราชสีมาท้งั หลายจึงพากนั เรียกแทนตวั คุณหญิงโมวา่ "แม่" มีผมู้ าฝากตวั
เป็นลูกหลานกบั คุณหญิงโมอยมู่ าก ซ่ึงเป็นกาลงั และอานาจส่งเสริมคุณหญิงโมใหท้ า
การใด ๆ ไดส้ าเร็จเสมอ หน่ึงในลูกหลานคนสาคญั ที่มีส่วนร่วมกบั คุณหญิงโม เขา้
กอบกเู้ มืองนครราชสีมาจากกองทพั เจา้ อนุวงศ์ เวียงจนั ทน์ ณ ทงุ่ สมั ฤทธ์ิ คือ นางสาว
บุญเหลือ[2]
ทา้ วสุรนารีเป็นคนมีสติปัญญาหลกั แหลม เลน่ หมากรุกเก่ง มีความชานาญในการขี่ชา้ ง
ขี่มา้ มีมา้ ตวั โปรดสีดา และมกั จะพาลูกหลานไปทาบุญท่ีวดั สระแกว้ เป็นประจาเสมอ
[2]ทา้ วสุรนารี ถึงแก่อสญั กรรมเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2395 (เดือน 5 ปี ชวด จตั วาศก
จศ. 1214) สิริรวมอายไุ ด้ 81 ปี https://th.wikipedia.org/wiki/
2.วรี กรรมท้าวสรุ นารี
เมื่อพุทธศกั ราช 2369 เจา้ อนุวงศแ์ ห่งเวียงจนั ทน์ เป็นกบฏตอ่ กรุงเทพมหานคร ยก
กองทพั เขา้ มายดึ เมืองนครราชสีมาได้ แลว้ กวาดตอ้ นครอบครัวชาวนครราชสีมาไป
คุณหญิงโม และนางสาวบุญเหลือรวบรวมครอบครัวชาย หญิงชาวนครราชสีมาท่ีถูก
กวาดตอ้ นไปเป็นเชลย เขา้ ต่อสูฆ้ ่าฟันทหารลาวลม้ ตายเป็นอนั มาก ณ ทุ่งสมั ฤทธ์ิ
แขวงเมืองนครราชสีมา เม่ือวนั ท่ี 4 มีนาคม พทุ ธศกั ราช 2369 ช่วยใหฝ้ ่ายไทยสามารถ
กอบกเู้ มืองนครราชสีมากลบั คืนมาไดใ้ นท่ีสุด ความทราบไปถึง พระบาทสมเดจ็ พระ
นง่ั เกลา้ เจา้ อยหู่ วั จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ สถาปนาคุณหญิงโม ข้ึนเป็น ทา้ วสุร
นารี เมื่อ วนั ท่ี 30 ตุลาคม พ.ศ. 2370 เม่ือคุณหญิงโมมีอายไุ ด้ 57 ปี
https://th.wikipedia.org/wiki/
3.อนเุ สาวรีย์ยา่ โม
เม่ือทา้ วสุรนารี ถึงแก่อสญั กรรม เม่ือปี พุทธศกั ราช 2395 อายุ 81 ปี เจา้ พระยามหิศราธิ
บดีผเู้ ป็นสวามี ไดฌ้ าปนกิจศพ และสร้างเจดียบ์ รรจุอฐั ิไว้ ณ วดั ศาลาลอยซ่ึงทา้ วสุร
นารีไดส้ ร้างไว้ เมื่อเวลาผา่ นไปเจดียช์ ารุดลง พลตรีเจา้ พระยาสิงหเสนี (สอาด สิง
หเสนี) คร้ันเม่ือยงั เป็น พระยาประสิทธิศลั การ ขา้ หลวงเทศาภิบาล ผสู้ าเร็จราชการ
เมืองนครราชสีมา องคมนตรี และรัฐมนตรี ไดบ้ ริจาคทรัพยส์ ร้างก่ขู นาดเลก็ บรรจุ
พระอฐั ิทา้ วสุรนารีข้ีนใหม่ที่วดั กลาง (วดั พระนารายณ์มหาราช) สร้างเสร็จเม่ือวนั ที่ 7
มิถุนายน ร.ศ.118 (พ.ศ. 2442) ต่อมาก่นู ้นั ไดท้ รุดโทรมลงมาอีก อีกท้งั ยงั อยใู่ นท่ีแคบ
ไม่สมเกียรติ พระยากาธรพายพั ทิศ (ดิส อินทรโสฬส) ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั นครราชสีมา
นายพนั เอกพระเริงรุกปัจจามิตร (ทอง รักสงบ) ผบู้ งั คบั การมณฑลทหารบกท่ี 5 พร้อม
ดว้ ยขา้ ราชการ และประชาชนชาวนครราชสีมาไดพ้ ร้อมใจกนั สร้างอนุสาวรียท์ า้ วสุร
นารีดว้ ยสมั ฤทธ์ิ ซ่ึงทางกรมศิลปากรไดม้ อบให้ ศาสตราจารย์ ศิลป์ พรี ะศรี เป็น
ผอู้ อกแบบร่วมกบั พระเทวาภินิมมิตร (ฉาย เทียมศิลปไชย) ประติมากรเล่ืองช่ือใน
สมยั จอมพล ป. พิบูลสงคราม พ.ศ. 2510 ท้งั น้ีไดอ้ ญั เชิญอฐั ิของท่านนามาบรรจุไวท้ ี่
ฐานรองรับ และประดิษฐานไว้ ณ ท่ีหนา้ ประตูชุมพล อนุสาวรียห์ ล่อดว้ ยทองแดงรม
ดา สูง 1.85 เมตร หนกั 325 กิโลกรัม ต้งั อยบู่ นฐานไพที สี่เหล่ียมยอ่ มุมไมส้ ิบสองซ่ึง
บรรจุอฐั ิของท่าน แต่งกายดว้ ยเคร่ืองยศพระราชทาน ในท่ายนื มือขวากมุ ดาบ ปลาย
ดาบจรดพ้ืน มือซา้ ยทา้ วสะเอว หนั หนา้ ไปทางทิศตะวนั ตก ซ่ึงเป็นทิศที่ต้งั ของ
กรุงเทพมหานคร นบั เป็นอนุสาวรียข์ องสามญั ชนสตรี คนแรกของประเทศ เริ่ม
ก่อสร้างในปี 2476 แลว้ เสร็จ และ มีพิธีเปิ ดอนุสาวรียเ์ มื่อวนั ท่ี 15 มกราคม พ.ศ.
2477[4]โพธิสตั ว(์ โต. ในงานพิธีเปิ ดน้ี จึงไดม้ ีการสร้างเหรียญไวเ้ ป็นที่ระลึก โดยมี
สมเดจ็ มหาวีรวงศ์ (ติสโส อว้ น) เป็นประธานฝ่ ายสงฆ์ และพระคณาจารยส์ ายพระ
อาจารยม์ น่ั - พระอาจารยเ์ สาร์ ร่วมพิธีปลุกเสกท่ี วดั สุทธจินดา ชาวเมืองนครราชสีมา
รัก และหวงแหนเหรียญรุ่นน้ีกนั มาก เพราะถือกนั วา่ น่ีคือ เหรียญแห่งชยั ชนะ เพ่ือศรี
สง่าแห่งบา้ นเมือง และเชิดชูเกียรติ ทา้ วสุรนารี วรี สตรีไทยตลอดกาล[5] และทางกรม
ศิลปากร ไดข้ ้ึนทะเบียนอนุสาวรียท์ า้ วสุรนารี เป็นโบราณสถานวตั ถแุ ห่งชาติ เมื่อวนั ท่ี
3 มกราคม พ.ศ. 2480[6] คร้ันเมื่อปี พ.ศ. 2510 ฐานอนุสาวรียช์ ารุด ขา้ ราชการ และ
ประชาชนชาวนครราชสีมาโดยนายสวสั ดิวงศ์ ปฏิทศั น์ ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ในขณะน้นั
เป็นประธาน ไดร้ ่วมใจกนั สร้าง ฐานอนุสาวรียบ์ รรจุอฐั ิทา้ วสุรนารี ข้ึนใหม่ ณ ที่เดิม
เพ่ือใหเ้ ป็นศรีสง่าแก่บา้ นเมือง และเชิดชูเกียรติทา้ วสุรนารี วรี สตรีไทยตลอดกาลนาน
แลว้ เสร็จ เม่ือวนั ท่ี 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2510[7]
https://th.wikipedia.org/wiki/
4.วนั ฉลองชยั ชนะทา้ วสรุ นารี
ทางจงั หวดั นครราชสีมา หน่วยงานราชการตา่ ง ๆ รวมท้งั ประชาชนชาวนครราชสีมา
ไดก้ ารจดั งานฉลองวนั แห่งชยั ชนะของทา้ วสุรนารี (คุณหญิงโม) เป็นงานประจาปี ของ
จงั หวดั เพื่อเป็นการเคารพสกั การะ เชิดชูเกียรติ ในวรี กรรมของทา้ วสุรนารี และเหล่า
บรรพบุรุษของชาวนครราชสีมา จดั ข้ึนบริเวณหนา้ ศาลากลางจงั หวดั กาหนดจดั
ระหวา่ งวนั ที่ 23 มีนาคม - 3 เมษายน ของทุกปี
https://th.wikipedia.org/wiki/
5.เพลงทเี่ ก่ยี วกับยา่ โม
เพลงโคราช คือการละเล่นพ้ืนถ่ินของโคราช มีที่เดียวในประเทศไทย เป็นการร้องเพลง
เก้ียวพาราสีกนั ระหวา่ งชายหญิง เป็นการร้องเพลงท่ีไม่มีดนตรี ใชภ้ าษาโคราช แต่ง
กายดว้ ยการนุ่งโจงกระเบน ผหู้ ญิงสวมเส้ือรัดรูป ผชู้ ายสวมเส้ือคอกลมหรือเส้ือเชิ้ตมี
ผา้ ขาวมา้ คาดเอว แต่งหนา้ แตง่ ตาสวยงาม เวลาร้องเพลงจะตอ้ งเอามือมาแตะท่ีแกม้
พวกเขาเชื่อวา่ จะทาใหเ้ สียงกอ้ งกงั วานข้ึน
ชาวโคราชทุกคน รู้กนั ดีวา่ เพลงโคราช เป็นท่ีช่ืนชอบของยา่ โม วรี สตรีคนสาคญั
ของโคราช ปัจจุบนั เราเห็นเพลงโคราชเป็นเพียงการราแกบ้ น ไม่มีเน้ือหาอะไรที่น่าฟัง
หมอเพลงจะร้องเก่ียวกบั สิ่งที่คนมาจา้ งแกบ้ น ส่ิงที่ไดบ้ นบานศาลกลา่ วกบั ยา่ โมไว้ แต่
การที่คนส่วนใหญ่แกบ้ นกบั ยา่ โมดว้ ยเพลงโคราช กย็ งั ทาใหเ้ พลงโคราชยงั มีอยใู่ หเ้ ห็น
ไดจ้ นทุกวนั น้ี สถานท่ีท่ีเราจะไดช้ มการแสดงเพลงโคราชหลกั ๆ มี 2 ท่ี คือ บริเวณลาน
ยา่ โม และวดั ศาลาลอย
การเปิ ดใจรับฟังเพลงโคราช อาจทาใหเ้ ราเขา้ ใจถึงแก่นความเป็นโคราชมากข้ึน
เท่ากบั เป็นการส่งเสริมวฒั นธรรม สนบั สนุนการประกอบอาชีพที่ทรงคุณคา่ และรักษา
เพลงท่ียา่ ชอบ ใหอ้ ยคู่ ูก่ บั เมืองของยา่ ตลอดไป
6.ความเชื่อของประตูชุมพล
ประตูชุมพล ต้งั อยดู่ า้ นหลงั อนุสาวรียท์ า้ วสุรนารี สมเดจ็ พระนารายณม์ หาราชโปรด
เกลา้ ฯ ใหส้ ร้างเมืองนครราชสีมา เป็นเมือง หนา้ ด่านเม่ือ พ.ศ. 2199 อนั เป็นปี ท่ี
พระองคเ์ สดจ็ ข้ึนครองกรุงศรีอยธุ ยา และสร้างกาแพงประตูเมืองอยา่ งแขง็ แรง โดยมี
ช่างชาวฝร่ังเศส ซ่ึงเป็นมิตรประเทศกบั กรุงศรีอยธุ ยาในขณะน้นั เป็นผอู้ อกแบบผงั
เมือง เมืองนครราชสีมาในขณะน้นั มี ลกั ษณะ เป็นรูปสี่เหล่ียมผนื ผา้ ขนาด 1,000 x
1,700 เมตร เดิมมีประตเู มืองท้งั หมด 4 ประตู ไดแ้ ก่ ประตูพลแสนดา้ นทิศเหนือ ประตู
พล ลา้ นดา้ นทิศตะวนั ออก ประตูไชยณรงคด์ า้ นทิศใต้ และประตชู ุมพลดา้ นทิศ
ตะวนั ตก ปัจจุบนั เหลือเพียงประตชู ุมพล เทา่ น้นั ที่เป็น ประตูเมืองเก่า ส่วนอีกสาม
ประตูไดส้ ร้างข้ึนใหม่ ลกั ษณะประตูชุมพลเป็นประตูเชิงเทิน ก่อดว้ ยหินกอ้ นใหญ่และ
อิฐ ฉาบดว้ ยปูน ส่วนบนเป็นหอรบสร้างดว้ ยไมแ้ ก่นหลงั คามุงกระเบ้ือง ประดบั ดว้ ย
ช่อฟ้า กระจงั และนาคสะดุง้ กาแพงต่อจากประตูท้งั สองขา้ ง ก่อดว้ ยอิฐ ส่วนบนสุดทา
เป็ นรู ปใบเสมา
เชื่อกนั วา่ หาลอดประตนู ้ี 1 คร้ัง จะไดก้ ลบั มาโคราชอีกในไม่ชา้ ถา้ ลอด 2 คร้ังจะได้
ทางานหรือมาอยทู่ ่ีโคราช แต่ถา้ ลอดถึง 3 คร้ังกจ็ ะไดค้ ู่ครองเป็นคนโคราช ประตูชุม
พล ในสมยั สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช เมืองนครราชสีมามีผงั เมืองเป็น รูป
สี่เหล่ียมผนื ผา้ ลอ้ มรอบดว้ ยคูน้าและกาแพง มีการสร้าง ประตูเมือง 4 ประตู โดย
ปัจจุบนั คงเหลือแต่ประตูชุมพลทางทิศตะวนั ตก ของเมือง เท่าน้นั ท่ีเป็นประตูเดิม ส่วน
อีกสามประตูคือ ประตพู ลลา้ นดา้ นทิศตะวนั ออก ประตพู ลแสนหรือประตูน้าดา้ นทิศ
เหนือ และประตชู ยั ณรงคห์ รือประตูผดี า้ นทิศใต้ ไดม้ ีการสร้างข้ึน ใหม่แทนประตูเดิม
ความพิเศษของประตชู ุมพล คือ ตรงเหนือช่องประตู จะมีเรือนไมห้ ลงั เลก็ ๆ เป็นเรือน
แบบไทยมีหลงั คามุง กระเบ้ือง ประดบั ดว้ ยช่อฟ้าใบระกา เรียกวา่ “หอรบ” เอาไว้
สาหรับ บญั ชาการรบ ส่วนของกาแพงท่ีต่อไปท้งั สองขา้ งส่วนบน ทาเป็น รูปใบเสมา
ใตใ้ บเสมาเจาะช่องเป็นรูปกากบาท เพื่อใชล้ อบดูขา้ ศึก ดา้ นนอก และมีบนั ไดข้ึนหอ
รบ กาแพงเมืองน้ีแต่เดิมไดส้ ร้าง ลอ้ มรอบเมืองโคราชโดย มีคูน้าคูข่ นานกนั ไปเป็นรูป
ส่ีเหล่ียม ผนื ผา้ เป็นปราการอนั แขง็ แกร่ง เพอ่ื ปกป้องเมืองโคราชจากขา้ ศึก ศตั รูมา
หลายยคุ หลายสมยั