The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

2.3 การขนส่งทางถนนทางธุรการ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by panumate5260, 2023-04-04 01:34:39

2.3 การขนส่งทางถนนทางธุรการ

2.3 การขนส่งทางถนนทางธุรการ

การขนสงทางถนนทางธุรการ (Administration Road Transportation) พุทธศักราช ๒๕๖๐ กรมการขนสงทหารเรือ


คํานํา ตําราการเรียนเลมนี้เปนสวนหนึ่งของ คูมือการเรียน การขนสงทางถนนทางธุรการ ไดเรียบ เรียงขึ้นจาก เอกสารและหลักฐาน ทางวิชาการจากแหลงตาง ๆ ทั้งทางทหารและเอกชน เนื้อหาประกอบดวย การขนสงโดยทั่วไปคุณลักษณะของรถยนตทหาร การดําเนินการเกี่ยวของกับพาหนะทางบก สิ่งอุปกรณ การ บรรทุกและการขนถายการใชแผนที่ทางหลวง การขอใชรถและการพิจารณาใหการสนับสนุนของ ขส.ทร. โดยมี ความมุงหมายเพื่อใชในการเรียนการสอนใหแกนักเรียนเหลาทหารขนสง หรือบุคคลที่สนใจ ใหมีความรูความ เขาใจในการปฏิบัติการ การขนสงทางถนนทางธุรการ ตลอดจนเพื่อใชในการปฏิบัติงานไดอยางมีประสิทธิภาพ และเปนพื้นฐานในการที่จะศึกษาหาความรูความรูเพิ่มเติมทางดานวิชาการขนสงใหกาวหนายิ่งขึ้นไป ตําราเลมนี้นับวา เปนประโยชนอยางยิ่งสําหรับผูเกี่ยวของกับงานดานการขนสง หรือผูที่สนใจ ที่จะศึกษา หากทานพบขอผิดพลาด หรือมีขอเสนอแนะเพิ่มเติมประการใด กรุณาแจงให กองวิทยาการ กรมการขนสงทหารเรือ (โทร ๕๔๑๐๗) ทราบดวย จักขอบพระคุณเปนอยางยิ่ง เพื่อที่จะไดพิจารณาปรับปรุง/ แกไขใหสมบูรณยิ่งขึ้นตอไป คณะผูจัดทํา


สารบัญ บทที่ ๑ การขนสงทั่วไป ๑ – ๑๗ - กลาวนํา ๑ - หนวยรับผิดชอบการขนสงของทัพเรือ ๑ - ระเบียบกองทัพเรือวาดวยศูนยบริการรถ พ.ศ.๒๕๕๗ ๑๐ บทที่ ๒ การปฏิบัติการขนสงดวยรถยนต ๑๘ – ๓๑ - คุณสมบัติของบริการขนสงดวยรถยนต ๑๘ - คุณลักษณะของการขนสงดวยรถยนต ๑๙ - หลักการขนสงดวยรถยนต ๑๙ - แบบของการขนสง ๑๙ - วิธีขน ๒๐ - การขนสงแบบผสม ๒๐ - ปกระเภทของการปฏิบัติการขนสง ๒๑ บทที่ ๓ คุณลักษณะของรถยนตทหาร ๓๒ – ๓๕ - กลาวโดยทั่วไป ๓๒ - ลักษณะพึงประสงคของยานพาหนะที่ใชในราชการทหาร ๓๒ - คุณลักษณะของรถที่ใชในภารกิจการขนสง ๓๓ - องคประกอบที่สําคัญของรถในการใชราชการทหาร ๓๓ - การแบงประเภทรถ ๓๓ - การแบงประเภทโดยทั่วไป ๓๓ - การแบงประเภททางทหาร ๓๔ - การประเภทยานพาหนะขนสงทางบก ๓๔ - การแบงประเภทของซึ่งอยูในความรับผิดชอบของ ขส.ทร. ในฐานะหนวยเทคนิค ๓๕ บทที่ ๔ การสงกําลังบํารุง สิ่งอุปกรณ และการบรรทุก ๓๖ – ๔๖ - กลาวโดยทั่วไป ๓๖ - การสงกําลังบํารุง ๓๖ - การสงกําลังบํารุงพัสดุสายขนสง ๓๗ - สิ่งอุปกรณ ๓๗ - การแจกจายสิ่งอุปกรณ ๓๘ - การกําหนดความตองการสิ่งอุปกรณ ๓๘ - การบรรจุพัสดุ ๓๘ - การบรรทุก ๓๙ - การขนสงสิ่งอุปกรณ ๔๒ - การควบคุม ๔๓ - การบรรทุกวัตถุระเบิดและน้ํามันเชื้อเพลิง ๔๓


บทที่ ๕ การดําเนินการที่เกี่ยวของกับพาหนะทางบก ๔๗ – ๕๔ - หนาที่และความรับผิดชอบของพลขับ ๔๗ - ใบอนุญาตพิเศษสําหรับขับรถยนตทหาร ๔๙ - สมุดใชรถประจําวัน และการลงสมุดใชรถประจําวัน ๕๒ - การดําเนินการเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ ๕๔ บทที่ ๖ การวางแผนการขนสงดวยรถยนต ๕๖ – ๗๒ - การจัดอัตรา และภารกิจของกองรอยรถยนตบรรทุกเบา ๕๖ - ปจจัยการวางแผน ๕๗ - การคํานวณหาจํานวนยานพาหนะ และจํานวนกองรอยรถยนตบรรทุกเพื่อใชงาน ๕๙ - การพิจารณาหนวยที่ใชขน ๖๗ - การคํานวณที่ตั้งตําบลสับเปลี่ยนรถพวง ๖๘ - การคํานวณหาจํานวนยานพาหนะ/กองรอยรถยนตบรรทุก ๖๙ บทที่ ๗ หลักปฏิบัติงานดวยการขนสง ๗๓ – ๘๘ - กลาวนํา ๗๓ - การจัดการขนสง ๗๓ - บันทึกการใชยานพาหนะและปรนนิบัติบํารุง ๗๓ - การซอมบํารุงยานพาหนะ ๗๔ - การขนสงแบบรวมการ ๗๖ - การปรนนิบัติบํารุงโดยพลขับ ๗๘ - การระวังปองกัน ๘๑ - การรายงานอุบัติเหตุ ๘๔ - การขับขี่ที่ปลอดภัย ๘๖ เอกสารอางอิง ๘๙


๑ บทที่ ๑ การขนสงโดยทั่วไป กลาวนํา การขนสงเปนสวนหนึ่งของการใชชีวิตประจําวันของมนุษย ความเจริญของแตละประเทศ ขึ้นอยูกับการขนสงเปนหลัก มนุษยจึงคํานึงถึงการปรับปรุงและพัฒนาการขนสง ทั้งในดานพาหนะ และเสนทางการปรับปรุงการขนสงก็มุงถึงการที่จะทําใหการเคลื่อนยายบุคคล หรือพัสดุจากที่หนึ่งไปยัง อีกที่หนึ่งสิ้นเปลืองคาใชจายและเวลาใหนอยที่สุดเทาที่จะทําได ทั้งนี้คาใชจายและเวลาเปนหลักสําคัญ ที่ใชวัด ความเจริญของการขนสง ในทางเศรษฐกิจ การขนสงยังกอใหเกิดความเจริญ ของหมูบาน ตําบล อําเภอ จังหวัด และประเทศชาติประเทศใดที่ขาดเสนทางคมนาคม หรือไมพัฒนาเสนทางตาง ๆ ที่ใชในการขนสงใหดีเพียงพอ ตอความตองการแลวประเทศนั้น การขนสงทางถนนในดานงานธุรการของกองทัพเรือ (ทร.) การขนสง คือ การเคลื่อนยายบุคคล สัตว สิ่งของ หรือพัสดุจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งอันสามารถ กระทําไดโดยถูกตอง รวดเร็ว ประหยัด ปลอดภัย สะดวกสบาย และทันเวลา ดวยการใชยานพาหนะทุก ประเภท ตลอดจนคนหรือสัตว ตามประเภทของการขนสงนั้น ๆ การขนสงทางถนนในดานธุรการ ของกองทัพเรือ กําหนดใหสวนราชการที่มีรถอยูในความครอบครอง เปนหนวยรับผิดชอบการขนสง เพื่อบริการหนวยของตนเอง และหนวยในสังกัดที่อยูใกลเคียง หากเกินขีดความสามารถในการปฏิบัติทั้งในสวน การใหบริการ ซึ่งตามระเบียบกองทัพเรือ วาดวยศูนยบริการรถ และการสั่งใชรถของทางราชการไปปฏิบัติ ราชการตามคําสั่งกองทัพเรือวาดวยการมอบอํานาจสั่งการและทําการแทนในนามผูบัญชาการทหารเรือ ให หนวยเสนอความตองการขนสงประเภทตาง ๆ ถึงกรมการขนสงทหารเรือ (ขส.ทร.) ซึ่งเปนศูนยบริการรถชั้นที่ ๑ รวมรถทุกชนิด เพื่อใหบริการแกสวนราชการตาง ๆ ในกองทัพเรือ หนวยรับผิดชอบการขนสงของกองทัพเรือ กองทัพเรือกําหนดให ขส.ทร. เปนหนวยรับผิดชอบหลักดานการขนสงของ ทร. โดยเปน ศูนยบริการรถชั้นที่ ๑ จึงเปนศูนยรวมรถทุกชนิดเพื่อใหบริการแกสวนราชการ และหนวยเฉพาะกิจของ ทร. โดยใหการสนับสนุนยานพาหนะทางบก (รถยนต) และทางน้ําภายในแผนดิน (เรือ) ใหกับ นขต.ทร. หนวย เฉพาะกิจ ทร. รวมทั้งหนวยงานนอก ทร. ตลอดจนสนับสนุนใหความชวยเหลือประชาชน ผูประสบภัยพิบัติ ซึ่ง ขส.ทร. มีกรอบการจัดยานพาหนะสนับสนุน ประกอบดวย ๑. ตามภารกิจของหนวย ๒. ตามภารกิจที่ไดรับ มอบหมาย ๓. สนับสนุนหนวยตาง ๆ ตามที่รองขอ ๔. เพื่อการสวัสดิการ ภารกิจของกรมการขนสงทหารเรือ (ขส.ทร.) กรมการขนสงทหารเรือ มีหนาที่อํานวยการ ประสานงาน แนะนํา กํากับการ และดําเนินการ เกี่ยวกับการขนสง การซอมบํารุงยานพาหนะสายขนสง การสงกําลังพัสดุสายขนสง รวมทั้งการวิจัย และพัฒนาการขนสง ตลอดจนใหการฝก และศึกษาวิชาการขนสง และวิชาการอื่นที่ไดรับมอบหมาย มีเจากรม การขนสงทหารเรือ เปนผูบังคับบัญชารับผิดชอบ ขอบเขตความรับผิดชอบและหนาที่สําคัญ ขส.ทร. ทําหนาที่วางแผน อํานวยการ ประสานงาน กํากับการเกี่ยวกับการขนสง การสงกําลัง และซอมบํารุงยานพาหนะของ ทร. ดําเนินการ การขนสงทั้งทางถนน ทางรถไฟ ทางน้ํา และทางอากาศ รวมทั้งจัดระวางบรรทุก และการขนถายทางทะเล บริการยานพาหนะทางบก และทางน้ําในแผนดิน รวมทั้ง การดําเนินการในเรื่องตาง ๆ เกี่ยวกับ เรือราชพิธี ดําเนินการซอม สราง ดัดแปลง แกไขยานพาหนะ อุปกรณ ชิ้นสวน และเครื่องประกอบยานพาหนะสายขนสง ถึงระดับโรงงาน ดําเนินการจัดหา เก็บรักษา แจกจายและ


๒ จําหนายพัสดุ ตลอดจนเครื่องมือและอุปกรณที่ใชในการซอมบํารุงยานพาหนะสายขนสง วิจัยและพัฒนา ควบคุมใหคําแนะนํา ทางวิทยาการขนสง รวมทั้งดําเนินการใหการฝก และศึกษาวิทยาการ แกเหลาทหารขนสง ประวัติกรมการขนสงทหารเรือ กรมการขนสงทหารเรือ "เปนหนวยราชการที่นับไดวาเกาแก และมีประวัติอันยาวนานหนวยหนึ่ง ของกองทัพเรือ ไดถือกําเนิดขึ้น เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ.๒๔๔๖ ภายใตชื่อวา กองพาหนะ อันเปนหนวย ขึ้นตรงตอกรมบัญชาการทหารขึ้นบกในกรุงเทพ ฯ ในสมัยที่กองทัพเรือยังใชชื่อวา "กรมทหารเรือ" และมี พลเรือตรีสมเด็จเจาฟาบริพัตรสุขุขพันธุ กรมขุนนครสวรรควรพินิต เปนผูบัญชาการกรมทหารเรือ ผูที่ไดจารึกชื่อเปนผูบังคับการกองพาหนะ เปนคนแรก ในประวัติศาสตรก็คือ หลวงพลพิฆาฎ (แว ไวณุนาวิน) ซึ่งตอมาไดรับพระราชทานสัญญาบัตร เปนนายเรือโท ผูชวยหลวงอาษาศัลการ การจัด สวนราชการกองทัพเรือในสมัยนั้น แบงสวนราชการออกเปนกองรักษาเรือและกองทหาร กองพาหนะนอกจาก จะมีหนาที่ในการรักษาเรือ ลงประจําเรือตาง ๆ และเปนฝพายแลว ยังตองทําหนาที่ รักษาการณทําหนาที่เปน ทหารบริการ ทหารลูกมือและดูแลทั่วไปในบริเวณกรมทหารเรืออีกดวย ทั้งนี้เพราะกองพาหนะเปนหนวยบก หนวยเดียว ในกรุงเทพ ฯ ที่มีทหารลูกแถวอยูเปนจํานวนมาก หนาที่ดังกลาวนี้ยังปรากฏอยูจนถึงทุกวันนี้ ขส.ทร. เปนหนวยในสายยุทธบริการหนวยเดียวที่จัดยามรักษาการณดวยกําลังพลของตนเองนอกจากนั้น ทหารบริการตามหนวยตาง ๆ ในเขตพระราชวังเดิมก็ไดกําหนดอัตราไววาจัดจาก ขส.ทร. ทั้งสิ้น ทหารบริการนี้ ตอไปจะโอนไปขึ้นกับ พธ.ทร. สวนทหารลูกมือที่เกี่ยวกับการขนสงจะคงมีอยูใน ขส.ทร. และหนวยที่มีอัตรา หมุนเวียนของ ขส.ทร. ตอไป กองพาหนะเมื่อเริ่มตั้งขึ้นเปนครั้งแรกใน พ.ศ.๒๔๔๖ มีที่ตั้งรวมอยูในบริเวณกรมทหารเรือ ซึ่งตั้งอยูที่พระราชนิเวศน(ปจจุบันเปนที่ตั้งของกองเรือลําน้ํา) ทั้งนี้ เพราะกรมทหารเรือในขณะนั้น ยังมีพื้นที่ จํากัดอยู บริเวณริมแมน้ําเจาพระยาแถบตําบลบานขมิ้นและใกลเคียงเทานั้น ยังมิไดขยายออกไปถึงสวนอนันต (พระราชวังนันทอุทยาน) เหมือนเดี๋ยวนี้ หนวยตาง ๆ จึงมีที่ตั้งรวมกันอยูที่บริเวณตําบลบานขมิ้นเปนสวนใหญ เขาใจวากองพาหนะคงจะมีที่ตั้งอยู ณ ที่นี้เปนเวลานานทีเดียว หากดูแผนที่บริเวณที่ตั้งกรมทหารเรือ พระราชวังนิเวศน ซึ่งจัดทําโดยกรมอุทกศาสตรเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๕ ก็ปรากฏวากองพาหนะยังอยูที่นี่ แตใชชื่อวา กองพันพาหนะซึ่งมีอาคารขนาดใหญของกองพันอยูถึง ๘ หลัง มีที่พักทหารกองพันพาหนะและโรงเลี้ยง ๓ หลัง ตั้งอยู ณ บริเวณที่เปนอูหมายเลข ๒ ของกรมอูทหารเรือในปจจุบัน ที่ตั้งหนวยไดเปลี่ยนแปลงตามลําดับ แตก็ยังคงอยูที่บริเวณพระราชนิเวศน ตอมา พ.ศ.๒๔๙๔ ไดยายที่ตั้งกองบังคับการมาอยูที่ริมคลองมอญบริเวณสะพานชิโนรสโดยใชอาคารไมที่มีชื่อวาเรือนระพีพัฒน และเรือวัฒนาเปนที่ตั้งกองบังคับการ เรือนดังกลาวนี้รื้อไปนานแลว ปจจุบันเปนที่ตั้งของกองดุริยางคทหารเรือ สวนกองบังคับการกรมการขนสงทหารเรือไดรับการสรางใหมเปนอาคารคอนกรีตสองชั้น อยูถัดกองดุริยางค ขามคลองไปทางดานตะวันออก โดยมีหนวยในบังคับบัญชาที่ตั้งแยกไปดังนี้ กองรถยนตกองชาง และสถานี บริการน้ํามัน กองพลาธิการ ขส.ทร. ตั้งอยูขางโรงเรียนชิโนรส ริมถนนอิสรภาพฝงตะวันตก แผนกเรือลําเลียง และแจวพาย กองเรือเล็ก ตั้งอยูริมคลองบางกอกนอยบริเวณเชิงสะพานอรุณอัมรินทร กอนที่จะมาเปนกรมการขนสงทหารเรือ อันเปนหนวยขึ้นตรงกองทัพเรือในปจจุบัน หนวยนี้ได มีชื่อและหนวยเหนือเปลี่ยนแปลงไปหลายครั้งหลายหน โดยเฉพาะชื่อของหนวย ปรากฏวาเปลี่ยนกลับไป กลับมาหลายครั้งบางครั้งก็เปลี่ยนยอนกลับไปใชชื่อเดิมก็มีนับไดวาเปนหนวยที่มีการเปลี่ยนแปลงชื่อหนวย มากที่สุดในกองทัพเรือก็วาไดดังจะเห็นไดจากการเปลี่ยนแปลงชื่อหนวยดังตอไปนี้ พ.ศ.๒๔๔๖ กองพาหนะ กรมบัญชาการทหารขึ้นบกในกรุงเทพ ฯ พ.ศ.๒๔๔๘ กองพันพาหนะ กรมทหารเรือฝายบก พ.ศ.๒๔๕๓ กองพันพาหนะ กรมบัญชาการทหารเรือฝายบก


๓ พ.ศ.๒๔๕๖ กองพันพาหนะ กรมชุมพลทหารเรือ พ.ศ.๒๔๗๕ กองยานพาหนะทหารเรือ กองชุมพลทหารเรือ สถานีทหารเรือกรุงเทพ ฯ พ.ศ.๒๔๘๖ กองพาหนะ มณฑลทหารเรือที่ ๑ พ.ศ.๒๔๘๘ กองพันพาหนะ มณฑลทหารเรือที่ ๑ พ.ศ.๒๔๙๐ กองพาหนะ มณฑลทหารเรือที่ ๑ พ.ศ.๒๔๙๔ กองพาหนะ กรมพลาธิการทหารเรือ (หลังจากกบฏแมนแฮตตัน พ.ศ.๒๔๙๔) พ.ศ.๒๔๙๖ กองพาหนะทหารเรือ กรมยุทธบริการทหารเรือ พ.ศ.๒๕๐๑ กรมการขนสงทหารเรือ สถานีทหารเรือกรุงเทพ ฯ พ.ศ.๒๕๒๘ กรมการขนสงทหารเรือ กองทัพเรือ (เปนหนวยขึ้นตรง ทร.) กาลเวลาไดผานไปตามลําดับ กองพาหนะไดรับการพัฒนาเรื่อยมา จนในที่สุดไดเปลี่ยนแปลงชื่อหนวย เปน "กรมการขนสงทหารเรือ" ตั้งแต พ.ศ.๒๔๙๙ โดยเปนหนวยขึ้นตรงกรมยุทธบริการทหารเรือ และตอมา พ.ศ.๒๕๐๑ ไดมีการจัดตั้งสถานีทหารเรือกรุงเทพ ฯ ขึ้น กรมการขนสงทหารเรือจึงถูกยายมาขึ้นตรงตอสถานี ทหารเรือกรุงเทพ ฯ จนมาถึง ปพ.ศ.๒๕๒๘ มีพระราชกฤษฎีกา แบงสวนราชการและกําหนดหนาที่ สวนราชการกองทัพเรือ กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม พ.ศ.๒๕๒๘ ลง ๓ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๒๘ (ราชกิจจานุเบกษา หนา ๕ - ๑๔ เลม ๑๐๒ ตอนที่ ๙๖ ฉบับพิเศษ ๒๖ ก.ค.๒๕๒๘) ใหกรมการ ขนสงทหารเรือ เปนหนวยขึ้นตรงกองทัพเรือ ซึ่งมีผลบังคับใชตั้งแตหลังวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป การจัดหนวยของ ขส.ทร. ๑. กองบังคับการ มีหนาที่ วางแผน อํานวยการ ประสานงาน แนะนํา และกํากับการเกี่ยวกับกิจการที่อยูในความ รับผิดชอบของกรมการขนสงทหารเรือ ๑.๑ กพ.ขส.ทร. มีหนาที่ อํานวยการ ประสานงาน กํากับการ และดําเนินการเกี่ยวกับการกําลังพล ในสวนที่เกี่ยวของ รวมทั้งการธุรการ การสวัสดิการ และการบริการตาง ๆ ๑.๑.๑ แผนกธุรการ ภารกิจ ดําเนินการเกี่ยวกับ การธุรการ และการสารบรรณ ๑.๑.๒ แผนกจัดการกําลังพล ภารกิจ ดําเนินการเกี่ยวกับการบรรจุการเลื่อน การลด การปลด และการยายของกําลังพล เหลาทหารขนสง ๑.๑.๓ แผนกบัญชีพล ภารกิจ ดําเนินการเกี่ยวกับการจัดทําบัญชีพล สถิติทะเบียน การขอบําเหน็จความชอบ การขอเบี้ยหวัด บําเหน็จ บํานาญ และการขอ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ ๑.๑.๔ แผนกบริการ ภารกิจ ดําเนินการเกี่ยวกับการซอมบํารุงสถานที่ในระดับหนวยผูใชตลอดจนการบริการ แรงงานในงานโยธา การรักษาความปลอดภัยสถานที่ การสวัสดิการกําลังพล การสงเคราะหและการปฐม พยาบาลเบื้องตน


๔ ๑.๒ กผน.ขส.ทร. มีหนาที่ อํานวยการ ประสานงาน กํากับการ และดําเนินการ เกี่ยวกับการจัดทําแผนการ ขนสง แผนปฏิบัติราชการ การดําเนินการดานงบประมาณและบริหารทรัพยากร รวมทั้งการดําเนินการกรรมวิธี ขอมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศดานการขนสง ๑.๒.๑ แผนกแผน ภารกิจ จัดทําแผนที่เกี่ยวกับการขนสง การเคลื่อนยายทางยุทธวิธี การฝกขนสงทางยุทธการ และแผนการขนสงสนับสนุนแผนตาง ๆ ของกองทัพเรือ รวมทั้งแผนปฏิบัติราชการ ๑.๒.๒ แผนกงบประมาณ ภารกิจ ดําเนินการเกี่ยวกับงานดานงบประมาณ ควบคุม วิเคราะหการดําเนินการ และการบริหารทรัพยากร ๑.๒.๓ แผนกกรรมวิธีขอมูล ภารกิจ ดําเนินการรวบรวมขอมูล การกรรมวิธีขอมูล และสารสนเทศการขนสง รวมทั้งกํากับ ดูแลระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของกรม ๑.๓ กบ.ขส.ทร. มีหนาที่ อํานวยการ ประสานงาน กํากับการ และดําเนินการเกี่ยวกับการจัดทําโครงการ การสงกําลัง และการซอมบํารุงสายขนสง ๑.๓.๑ แผนกโครงการ ภารกิจ ประสานงาน และดําเนินการจัดทําโครงการที่เกี่ยวกับการขนสง การซอมบํารุง สายขนสง รวมทั้งการตรวจสอบวิเคราะห และประเมินคาการดําเนินการตามโครงการ ตลอดจนการรวบรวม และพิจารณาความตองการพัสดุ และงบประมาณตามโครงการ ๑.๓.๒ แผนกสงกําลัง ภารกิจ ประสานงาน และดําเนินการเกี่ยวกับการสงกําลังสายขนสง รวมทั้งเสนอแนะ เกี่ยวกับความตองการ การจัดหา เก็บรักษา แจกจาย และจําหนายพัสดุสายขนสง ตลอดจนการดําเนินการ ดานงานทะเบียนพาหนะสายขนสง ๑.๓.๓ แผนกซอมบํารุง ภารกิจ ประสานงาน และกํากับการเกี่ยวกับการซอมบํารุงสายขนสง รวมทั้งดําเนินการตรวจ และสํารวจพาหนะสายขนสง ๑.๔ กจข.ขส.ทร. มีหนาที่ อํานวยการ และประสานงานการปฏิบัติการขนสงทางถนน ทางรถไฟ ทางน้ํา และทางอากาศ ตลอดจนดําเนินการการจัดทําแผนงานปฏิบัติการขนสง การจัดหาแรงงาน และสิ่งอํานวย ความสะดวก เพื่อการขนสง และการบรรทุกขนถาย ๑.๔.๑ แผนกจัดการ ภารกิจ พิจารณาดําขอการขนสง จัดทําแผนงาน งบประมาณการขนสง รวบรวมสถิติขอมูล และขาวสารเกี่ยวกับความสะดวก และปลอดภัยในการขนสง ๑.๔.๒ แผนกปฏิบัติการขนสง ภารกิจ ดําเนินการเกี่ยวกับการขนสงทางถนน ทางน้ํา ทางรถไฟ และทางอากาศ รวมทั้ง เสนอความตองการสิ่งอํานวยความสะดวกในการขนสง ๑.๔.๓ แผนกขนสงทางพาณิชย


๕ ภารกิจ ดําเนินการเกี่ยวกับการจางการขนสง จัดทําใบแลกการขนสงแจกจาย และควบคุม การใชรวมทั้งการชําระหนี้ในการใชใบแลกการขนสง ๑.๔.๔ แผนกบรรทุกและขนถาย ภารกิจดําเนินการบรรทุกและขนถายพัสดุยุทโธปกรณที่นําเขาและนําออกทั้งทางบก ทางน้ํา และทางอากาศ ๑.๕ กง.ขส.ทร. มีหนาที่ ดําเนินการเกี่ยวกับ การเบิก รับจาย เก็บรักษาเงิน และเอกสารหลักฐานการเงิน การบัญชี ตลอดจนรายงานทางการเงินและทางบัญชี ๑.๖ นธน.ขส.ทร. มีหนาที่ สืบสวนและสอบสวนคดีตามคําสั่งของผูบังคับบัญชา เปนที่ปรึกษากฎหมาย เสนอแนะความเห็นเกี่ยวกับระเบียบ ขอบังคับ กฎหมาย และดําเนินการเกี่ยวกับการตรวจรางสัญญาตาง ๆ ๒. กรย.ขส.ทร. มีหนาที่ บริการยานพาหนะในการขนสงทางถนนใหกับหนวยตาง ๆ ของกองทัพเรือ เก็บรักษา ซอมบํารุงระดับหนวยใหแกยานพาหนะในความรับผิดชอบ ๒.๑ แผนกรถยนตบรรทุก ภารกิจ บริการรถยนตในการขนสงทางถนน ใหหนวยตาง ๆ และขาราชการใน ทร. ๒.๒ แผนกรถยนตโดยสาร ภารกิจ บริการรถยนตโดยสารแกหนวยตาง ๆ และขาราชการในกองทัพเรือ ๒.๓ แผนกรถยนตนั่ง ภารกิจ บริการรถยนตนั่งใหแกหนวยตาง ๆ และขาราชการในกองทัพเรือ ๒.๔ แผนกรถยนตเฉพาะการ ภารกิจ บริการรถเฉพาะการประเภทตาง ๆ และอุปกรณที่มีคุณลักษณะพิเศษเฉพาะงาน เพื่อสนับสนุนการขนสงทางถนนแกหนวยตาง ๆ และขาราชการในกองทัพเรือ ๒.๕ แผนกตรวจสอบและซอมบํารุง ภารกิจ ตรวจสอบและซอมบํารุงระดับหนวยใหแกยานพาหนะในความรับผิดชอบ ๒.๖ หมวดคลังพัสดุ ภารกิจ เบิก เก็บรักษาและแจกจายชิ้นสวนซอมอุปกรณประจํารถยนตที่อยูในความรับผิดชอบ ๓. กรล.ขส.ทร. มีหนาที่ บริการยานพาหนะในการขนสงทางน้ําในแผนดินใหกับหนวยตาง ๆ ของกองทัพเรือ เก็บรักษา ซอมบํารุงยานพาหนะทางน้ํา ในความรับผิดชอบระดับผูใชรวมทั้งดําเนินการเกี่ยวกับเรือราชพิธี ที่ไดรับมอบหมาย ๓.๑ แผนกเรือบริการ ภารกิจ รับสงขาราชการและบุคคลสําคัญ ตลอดจนบริการยานพาหนะทางน้ํา ในการติดตอ งานดานธุรการของหนวยตาง ๆ ๓.๒ แผนกเรือลากจูง ภารกิจ บริการเคลื่อนยายพาหนะทางน้ําและอุปกรณตาง ๆ ที่ขับเคลื่อนตัวเองไมได ๓.๓ แผนกเรือลําเลียง ภารกิจ บริการยานพาหนะทางน้ําในการลําเลียงพัสดุและสิ่งอุปกรณทางทหารใหกับหนวยตาง ๆ


๖ ๓.๔ แผนกราชพิธี ภารกิจ ดําเนินการเกี่ยวกับเรือราชพิธีตามที่ไดรับมอบหมาย ๔. กงน.ขส.ทร. มีหนาที่ ซอม สราง ดัดแปลงยานพาหนะสายขนสงทางบกและเรือที่ใชการเฉพาะทางน้ํา ภายในแผนดินของกองทัพเรือ ระดับกลางและระดับโรงงาน ๔.๑ แผนกจัดแผนงาน ภารกิจจัดทําแผนงาน กําหนดงานความตองการชิ้นสวนซอมพัสดุเครื่องมือเครื่องใชในการซอม สรางดัดแปลงยานพาหนะ ออกใบสั่งงานใบเบิกพัสดุ และกํากับการซอม สราง ดัดแปลงยานพาหนะ ๔.๒ แผนกควบคุมคุณภาพ ภารกิจ ตรวจสอบและควบคุมวิธีการซอม สราง ดัดแปลง ควบคุมคุณภาพของชิ้นสวนซอม พัสดุเครื่องมือเครื่องใชใหเปนไปตามมาตรฐานที่กําหนดไวรวมทั้งทดสอบสมรรถนะเครื่องยนตและระบบตาง ๆ ของยานพาหนะ ๔.๓ แผนกซอมเครื่องยนต ภารกิจ ปรับซอมเครื่องยนตและระบบถายทอดกําลังของยานพาหนะทางบก และทางน้ํา ในแผนดินของกองทัพเรือ ๔.๔ แผนกซอมตัวรถ ภารกิจ ซอม สราง ดัดแปลงตัวรถและโครงสรางปรับซอม ระบบบังคับเลี้ยว และระบบผอน แรงสะเทือน ๔.๕ แผนกซอมระบบไฟฟา ภารกิจ ซอมระบบไฟฟา และอุปกรณของยานพาหนะ ๔.๖ แผนกเครื่องมือกล ภารกิจ ใชเครื่องมือกล ปรับแตงชิ้นสวนซอม และสวนประกอบ ของยานพาหนะ เพื่อสนับสนุนการซอมสราง ดัดแปลงยานพาหนะ ๔.๗ แผนกชางเรือ ภารกิจ ซอมทําตัวเรือและสวนประกอบ ตลอดจนระบบขับเคลื่อนของ ยานพาหนะทางน้ําในแผนดิน ๔.๘ หมวดคลังพัสดุ ภารกิจ เบิก เก็บรักษา แจกจายชิ้นสวนซอม และพัสดุตาง ๆ ที่ใชในการซอม สราง ดัดแปลงยานพาหนะ ๕. กพสด.ขส.ทร. มีหนาที่ จัดหา เก็บรักษา แจกจาย และจําหนายพัสดุยานพาหนะทางบกสายขนสง ตลอดจน เครื่องมือ และอุปกรณที่ใชในการซอมบํารุง ดําเนินการเกี่ยวกับพัสดุทั่วไป และการจัดเลี้ยง ๕.๑ แผนกจัดการและตรวจสอบ ภารกิจ รวบรวมและกําหนดความตองการพัสดุ เสนองบประมาณ ตรวจสอบสถานภาพ และปริมาณวัสดุ สํารวจและเสนอแนะเกี่ยวกับการบริหารงานพัสดุสายขนสง ๕.๒ แผนกจัดรายการพัสดุ ภารกิจ พิจารณาทางเทคนิคเกี่ยวกับพัสดุสายขนสง จัดทํารายการพัสดุ รวบรวมมาตรฐานพัสดุ และดําเนินเกี่ยวกับอัตราพัสดุสายขนสง ๕.๓ แผนกควบคุม ภารกิจ จัดทําแผนงานและควบคุมการจัดหา แจกจาย จําหนายพัสดุ


๗ ๕.๔ แผนกจัดหา ภารกิจ ประสานงานและดําเนินการเกี่ยวกับการจัดหาพัสดุสายขนสง รวบรวมและดําเนินการดาน เอกสารซื้อขายและแลกเปลี่ยนพัสดุที่จําหนายแลว เก็บรักษาสัญญาหลักฐานและตัวอยางพัสดุที่เกี่ยวของ ตลอดจนอํานวยความสะดวกในการดําเนินกรรมวิธีซื้อขายและติดตามผล ๕.๕ แผนกคลังพัสดุ ภารกิจ รับ เก็บรักษา จาย จายยืม จัดสง อนุรักษและเสนอแนะการจําหนายพัสดุสายขนสง ๕.๖ หมวดจัดเลี้ยง ภารกิจ ดําเนินการเกี่ยวกับการประกอบอาหาร จัดเลี้ยงและบริการ ๖. กวก.ขส.ทร. มีหนาที่อํานวยการ ประสานงาน และดําเนินการเกี่ยวกับการศึกษา คนควา วิจัยและพัฒนา เผยแพร ใหคําแนะนํา ดานวิทยาการการขนสง ตลอดจนการฝกและศึกษาวิชาการในสายวิทยาการขนสง ๖.๑ แผนกวิทยาการ ภารกิจ ดําเนินการศึกษา คนควา เผยแพร ใหคําแนะนําทางวิทยาการดานการขนสง และรวบรวมเก็บรักษาคูมือทางเทคนิค จัดทํา ปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตร ประมวลการศึกษา เอกสารคูมือ และตํารา จัดทําแผนโครงการฝกหัดศึกษารวมทั้งงานกิจการหองสมุด และการประกันคุณภาพการศึกษา ๖.๒ แผนกวิจัยและพัฒนา ภารกิจ ดําเนินการวิจัย คนควา ทดลอง พัฒนา และดัดแปลงสิ่งอุปกรณสายขนสง รวบรวม ขอมูล มาตรฐาน และคุณลักษณะเฉพาะของสิ่งอุปกรณสายขนสง ตลอดจนจัดทํารายงานสถิติและวิเคราะห เพื่อการศึกษา ๖.๓ โรงเรียนการขนสงทหารเรือ ภารกิจ ใหการฝกและศึกษา ในสายวิทยาการกรมการขนสง แกขาราชการ ทหารกอง ประจําการ นักเรียนทหาร และลูกจาง รวมทั้งการทดสอบความรูความชํานาญ ๖.๔ แผนกบริการการศึกษา ภารกิจ ดําเนินการดานงานบริการการศึกษา การบริการและซอมบํารุงอุปกรณรวมทั้งการจัด เลี้ยงใหแกผูที่เขารับการศึกษาในโรงเรียนการขนสงทหารเรือและหลักสูตรตาง ๆ ประวัติโรงเรียนการขนสงทหารเรือ โรงเรียนการขนสงทหารเรือ กองวิทยาการ กรมการขนสงทหารเรือ ดั้งเดิมไมปรากฏหลักฐาน ที่ชัดเจนเนื่องจากแตกอนเปนหนวยงานขนาดเล็ก จนในปพ.ศ.๒๕๐๑ ไดมีหลักฐานที่ชัดเจนวา เปนหนวยที่ ไดรับการจัดใหเปนหนวยขึ้นตรงตอกองบังคับการกรมการขนสงทหารเรือ ซึ่งขึ้นตรงตอ "สถานีทหารเรือ กรุงเทพ" และในป พ.ศ.๒๕๒๘ ไดมีการจัดสวนใหม โดยให "กรมการขนสงทหารเรือ" เปนหนวยขึ้นตรง "กองบัญชาการกองทัพเรือ" และโรงเรียนการขนสงทหารเรือเปนหนวยขึ้นตรงตอ "กรมการขนสงทหารเรือ" ใน ๑ เม.ย.๕๔ มีการจัดสวนราชการใหม โดยให "โรงเรียนการขนสงทหารเรือ" เปนหนวยขึ้น ตรง "กองวิทยาการ กรมการขนสงทหารเรือ" มีหนาที่ใหการศึกษา ในสายวิทยาการการขนสงแกขาราชการ ทหารกองประจําการ นักเรียนทหาร และลูกจาง รวมทั้งการทดสอบความรูความชํานาญตามอัตราเฉพาะกิจ หมายเลข ๓๖๐๐ กรมการขนสงทหารเรือ วิสัยทัศน: โรงเรียนการขนสงทหารเรือ จะเปนแหลงที่ใหการฝก ศึกษาและอบรม ตลอดจน ผลิตทหารขนสง ที่มีความรู มีระเบียบวินัย เขมแข็ง และมีความรับผิดชอบ ใหแก กองทัพเรือ ภายใต การจัดการเรียนการสอนที่เปนมาตรฐาน


๘ ปรัชญา : " ความรู คูวินัย พลานามัยดี มีความรับผิดชอบ " ปณิธาน : "โรงเรียนการขนสงทหารเรือ เปนแหลงผลิตนักเรียนจา เหลาขนสง เพื่อเปน นายทหารประทวนของกองทัพเรือ นายทหารประทวนที่สําเร็จการศึกษาจากโรงเรียนการขนสงทหารเรือ ตองเปนบุคคลที่มีความรู มีวินัย มีความสมบูรณทั้งรางกายและจิตใจ มีความรับผิดชอบ และมีคุณธรรม พรอมที่จะปฏิบัติหนาตามความประสงคของกองทัพเรือ และประเทศชาติ" อัตลักษณ: “รอบรูการขนสง ดํารงระเบียบวินัย” เอกลักษณ:“แหลงผลิตและพัฒนาทหารเหลาขนสง” ภารกิจและหนาที่ โรงเรียนการขนสงทหารเรือ ภารกิจ ใหการฝกและศึกษา ในสายวิทยาการการขนสงแกขาราชการ ทหารกองประจําการ นักเรียนทหาร และลูกจาง รวมทั้งการทดสอบความรูความชํานาญ หนาที่ ๑. ใหการฝกและการศึกษาแกขาราชการ ลูกจาง ทหารกองประจําการและ นรจ. เหลา ขส. ชั้นปที่ ๒ ในสายวิทยาการการขนสง ใหไดบุคลากรที่มีความรูความสามารถ และทักษะในสายงานวิชาชีพ ตลอดทั้งใหมีจริยธรรม ความคิด ทัศนคติคานิยมพื้นฐานที่สอดคลองเหมาะสมกับการดําเนินชีวิตรับราชการ ๒. ปกครองบังคับบัญชาขาราชการในสังกัด และผูที่เขารับการศึกษา ใหมีระเบียบวินัย ตามแบบธรรมเนียมทหารสงเสริม และปลูกฝงการปฏิบัติใหเปนไปในแนวทางการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย ๓. ดําเนินการศึกษา พัฒนา จัดทํา และปรับปรุงเอกสารการศึกษา ประเมินการศึกษา และสถิติ แกไขปรับปรุงหลักสูตร พิจารณาความตองการอุปกรณการศึกษา และเครื่องฝกภาคสนามใหมี ประสิทธิภาพ และมีมาตรฐานสูงขึ้นอยางตอเนื่อง ๔. ดําเนินการจัดหา จัดทํา เก็บรักษา ควบคุม ปรนนิบัติบํารุงยานพาหนะ อุปกรณ เครื่องชวย การศึกษา รวมทั้งเครื่องชวยฝกภาคสนาม ใหมีจํานวนเพียงพอและมีสภาพพรอมใชแกความตองการตาม ภารกิจ ๕. รวมมือประสานสัมพันธกับสถาบันการศึกษาและหนวยตาง ๆ ทั้งในและนอก ทร. รวมทั้ง บริษัทเอกชนตาง ๆ เพื่อระดมทรัพยากรมาดําเนินการจัดการศึกษาใหมีคุณภาพสูงสุดสอดคลองกับภารกิจ ๖. ใหบริการทางวิชาการเกี่ยวกับการขนสงแกหนวยตาง ๆ ในสายวิทยาการการขนสงรวมทั้ง หนวยงานอื่น ๆ ทั้งในและ นอก ทร. ๗. ดําเนินกิจกรรมในดานการอนุรักษสงเสริมศิลปวัฒนธรรมและจริยธรรมประเพณีไทย ใหคงเอกลักษณของชาติสืบไป ๘. สงเสริมใหขาราชการ ครู บุคลากรทางการศึกษาและผูเขารับการศึกษาออกกําลังกาย เพื่อใหมีรางกายมีพลานามัยที่สมบูรณ ๙. พัฒนา เพิ่มพูนความรูและทักษะ เพื่อเพิ่มศักยภาพบุคลากรของหนวย และผูที่เขารับการ อบรม ใหมีความรูความสามารถปฏิบัติภารกิจในสายงานการขนสงไดอยางมีประสิทธิภาพ ๑๐. ใหมีการบริหารจัดการแบบสมัยใหมในโรงเรียนการขนสงทหารเรือ ๑๑. ดําเนินกิจกรรมตาง ๆ เพื่อใหเกิดการพัฒนาการจัดการเรียนการสอน และพัฒนาผูเรียน


๙ ระเบียบกองทัพเรือ วาดวยศูนยบริการรถ พ.ศ.๒๕๕๗ ไดจัดแบงสวนราชการที่มีรถอยูในความครอบครองออกเปน ๔ ระดับ ดังนี้ ๑. สวนราชการที่เปนศูนยบริการรถชั้นที่ ๑ มี๑ หนวย ไดแก กรมการขนสงทหารเรือ ๒. สวนราชการที่เปนศูนยบริการรถชั้นที่ ๒ มี๓ หนวย ไดแก ๒.๑ ฐานทัพเรือสัตหีบ ๒.๒ ฐานทัพเรือสงขลา ๒.๓ ฐานทัพเรือพังงา ๓. สวนราชการที่เปนศูนยบริการรถชั้นที่ ๓ มี ๗ หนวย ไดแก ๓.๑ กองเรือลําน้ํา ๓.๒ กองการบินทหารเรือ ๓.๓ ปอมพระจุลจอมเกลา ฐานทัพเรือกรุงเทพ ๓.๔ กรมสรรพาวุธทหารเรือ (บางนา) ๓.๕ อูทหารเรือพระจุลจอมเกลา กรมอูทหารเรือ ๓.๖ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ๓.๗ โรงเรียนนายเรือ ๔. สวนราชการที่มีรถไวเพื่อบริการแกหนวยของตนเอง มี ๔๐ หนวย ไดแก ๔.๑ กรมขาวทหารเรือ ๔.๒ สํานักงานผูชวยทูตฝายทหารเรือไทยในตางประเทศ ๔.๓ กรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ ๔.๔ โรงเรียนสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ กองวิทยาการ กรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ ๔.๕ กองเรือยุทธการ ๔.๖ หนวยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ ๔.๗ กองการฝกกองเรือยุทธการ ๔.๘ ทัพเรือภาคที่ ๑ ๔.๙ ฐานสงกําลังบํารุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ ๑ ๔.๑๐ ทัพเรือภาคที่ ๒ ๔.๑๑ ทัพเรือภาคที่ ๓ ๔.๑๒ หนวยบัญชาการนาวิกโยธิน ๔.๑๓ กรมรักษาความปลอดภัย หนวยบัญชาการนาวิกโยธิน ๔.๑๔ กองพลนาวิกโยธิน หนวยบัญชาการนาวิกโยธิน ๔.๑๕ กรมทหารราบที่ ๒ กองพลนาวิกโยธิน หนวยบัญชาการนาวิกโยธิน ๔.๑๖ กองพันทหารราบที่ ๒ กรมทหารราบที่ ๑ กองพลนาวิกโยธิน หนวยบัญชาการนาวิกโยธิน ๔.๑๗ กรมทหารราบที่ ๓ กองพลนาวิกโยธิน หนวยบัญชาการนาวิกโยธิน ๔.๑๘ กองพันทหารราบที่ ๗ กรมทหารราบที่ ๓ กองพลนาวิกโยธิน หนวยบัญชาการนาวิกโยธิน ๔.๑๙ กองพันทหารราบที่ ๘ กรมทหารราบที่ ๓ กองพลนาวิกโยธิน หนวยบัญชาการนาวิกโยธิน ๔.๒๐ กองพันทหารปนใหญเบากระสุนวิถีโคงที่ ๒ กรมทหารปนใหญกองพลนาวิกโยธินหนวยบัญชาการนาวิกโยธิน ๔.๒๑ หนวยบัญชาการตอสูอากาศยานและรักษาฝง ๔.๒๒ กองชางโยธา ฐานทัพเรือสัตหีบ ๔.๒๓ กรมกอสรางและพัฒนา ฐานทัพเรือสัตหีบ


๑๐ ๔.๒๔ การทาเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ ๔.๒๕ ฐานทัพเรือกรุงเทพ ๔.๒๖ กรมสารวัตรทหารเรือ ๔.๒๗ กรมอูทหารเรือ ๔.๒๘ อูราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอูทหารเรือ ๔.๒๙ กรมอิเล็กทรอนิกสทหารเรือ ๔.๓๐ กรมชางโยธาทหารเรือ ๔.๓๑ กรมสรรพาวุธทหารเรือ ๔.๓๒ กองเชื้อเพลิง กรมพลาธิการทหารเรือ ๔.๓๓ ศูนยสงกําลัง กรมพลาธิการทหารเรือ ๔.๓๔ กรมแพทยทหารเรือ ๔.๓๕ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจาสิริกิติ์กรมแพทยทหารเรือ ๔.๓๖ กรมอุทกศาสตร ๔.๓๗ กรมสวัสดิการทหารเรือ ๔.๓๘ กรมวิทยาศาสตรทหารเรือ ๔.๓๙ โรงเรียนชุมพลทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ๔.๔๐ ศูนยฝกทหารใหมกรมยุทธศึกษาทหารเรือ รายละเอียด วาดวยศูนยบริการรถ พ.ศ.๒๕๕๗ ๑.สวนราชการที่เปนศูนยบริการรถชั้นที่ ๑ ไดแก กรมการขนสงทหารเรือ เปนศูนยรวมรถทุกชนิดเพื่อใหบริการแกสวนราชการตางๆ ในกองทัพเรือ ในเวลาราราชการ ใหศูนยบริการรถชั้นที่ ๑ จัดรถติดตอธุรการไปประจําสวนราชการ จํานวน ๑๔ หนวย ดังนี้ ๑.๑ สํานักงานเลขานุการกองทัพเรือ ๑.๒ กรมสารบรรณทหารเรือ ๑.๓ กรมกําลังพลทหารเรือ ๑.๔ กรมยุทธการทหารเรือ ๑.๕ กรมสงกําลังบํารุงทหารเรือ ๑.๖ สํานักงานปลัดบัญชีทหารเรือ ๑.๗ กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ๑.๘ กรมการเงินทหารเรือ ๑.๙ กรมจเรทหารเรือ ๑.๑๐ สํานักงานตรวจสอบภายในทหารเรือ ๑.๑๑ สํานักงานจัดหายุทโธปกรณทหารเรือ ๑.๑๒ สํานักงานพระธรรมนูญทหารเรือ ๑.๑๓ กรมพลาธิการทหารเรือ ๑.๑๔ ศูนยปฏิบัติการกองทัพเรือ


๑๑ นอกเวลาราราชการ ใหศูนยบริการรถชั้นที่ ๑ จัดรถติดตอทางธุรการ จํานวน ๒ คัน ไปประจําที่ศูนยปฏิบัติการ กองทัพเรือ หลักการจัดพาหนะของ กองจัดการขนสง ขส.ทร. กจข.ขส.ทร. เปนฝายอํานวยการของ ขส.ทร. ซึ่งเปนศูนยบริการรถชั้นที่ ๑ มีหนาที่รับผิดชอบในการ จัดรถสนับสนุนใหกับศูนยบริการรถชั้นที่ต่ํากวา และ/หรือสวนราชการตางๆ ของกองทัพเรือตามที่ไดรับการ รองขอ ทั้งนี้ใหเปนไปตามระเบียบ ทร. วาดวยศูนยบริการรถ พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยแบงการจัดรถออกเปน ๓ ประเภท ดังนี้ ๑. การจัดรถสนับสนุนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขั้นตอนการปฏิบัติ ๑.๑ หนวยฯ เสนอความตองการใชรถ ตามแบบการขอใชรถราชการ สงถึง ขส.ทร. ตามสายงาน กอนการปฏิบัติราชการ ไมนอยกวา ๓ วันทําการ ถาเปนกรณีเรงดวนใหประสานกับ กจข.ขส.ทร. ทางโทรศัพท ( โทร ๕๕๔๗๔ ) และสงเอกสารการขอใชรถดังกลาวทางโทรสาร (โทร๕๕๔๓๐) แลวสงแบบขอใชรถตนฉบับให กจข.ขส.ทร. ในโอกาสแรก ๑.๒ ธุรการ กพ.ขส.ทร. คัดแยกเรื่องการขอใชรถสงใหกจข.ขส.ทร. ดําเนินการ ๑.๓ กจข.ขส.ทร. พิจารณาจัดรถตามใบขอ โดยประสานรายละเอียดกับหนวยขอใชรถใหชัดเจน อีกครั้ง รวมถึงคาใชจาย/น้ํามันเชื้อเพลิงที่ตองใชวา ใหหนวยขอรถ หรือ ขส.ทร. สนับสนุน ๑.๔ กจข.ขส.ทร. ประสานขอรับการสนับสนุนรถจาก กรย.ขส.ทร. หากมีขอขัดของ แจงใหหนวย ขอรถทราบเพื่อพิจารณารวมแกไขปญหา ๑.๔ เมื่อ กรย.ขส.ทร. สามารถใหการสนับสนุนรถยนตไดกจข.ขส.ทร. รวบรวมแบบใบขอใชรถ จัดทําบันทึก เสนอ ขส.ทร. (รอง จก.ขส.ทร.๑) อนุมัติ ๒. การจัดรถสนับสนุนการปฏิบัติราชการตางจังหวัด การปฏิบัติแบงเปน ๒ กรณีดังนี้ ๒.๑ การจัดรถโดยหนวยขอรถสนับสนุนคาใชจาย/น้ํามันเชื้อเพลิง การจัดรถไปปฏิบัติราชการ กรณีนี้เปนการขอรถไปปฏิบัติราชการตามที่ ทร. ไดอนุมัติ งบประมาณใหกับหนวยขอรถไวแลว เชน การฝกภาค การสัมมนาเชิงวิชาการการศึกษาดูงาน อยูในแผนปฏิบัติ ราชการประจําปของหนวยงานนั้น ๆ มีขั้นตอนการปฏิบัติดังนี้ ๒.๑.๑ หนวย ฯ เสนอความตองการใชรถไปราชการ ตามแบบขอใชรถราชการโดยระบุวา หนวยขอเปนผูสนับสนุนคาใชจาย/น้ํามันเชื้อเพลิงในการไปปฏิบัติราชการ โดยแจงใหตัดยอดจาก งป. ใด ของหนวยขอสงถึง ขส.ทร. กอนการไปปฏิบัติราชการไมนอยกวา ๕ วันทําการ หรือประสานลวงหนาทาง โทรศัพท(โทร ๕๕๔๗๔) และสงแบบใบขอใชรถใหกจข.ขส.ทร. ในโอกาสแรก ๒.๑.๒ ธุรการ กพ.ขส.ทร. คัดแยกเรื่องการขอใชรถสงใหกจข.ขส.ทร. ดําเนินการ ๒.๑.๓ กจข.ขส.ทร. พิจารณาจัดรถ โดยประสานกับ กรย.ขส.ทร. หากมีขอขัดของแจงให หนวยขอรถทราบเพื่อรวมกันแกไขปญหา ๒.๑.๔ กจข.ขส.ทร. ประมาณการน้ํามันเชื้อเพลิง ที่จะตองใชในการไปปฏิบัติราชการ แลวแจงกลับใหหนวยขอรถทราบเพื่อเตรียมการในสวนที่เกี่ยวของ และใหประสานรายละเอียดการปฏิบัติ โดยตรงกับ กรย.ขส.ทร. วาจะรับน้ํามันเชื้อเพลิงที่ไหน อยางไร ๒.๑.๕ กจข.ขส.ทร. จัดทํารางคําสั่ง ขส.ทร. ใหกําลังพลและยานพาหนะไปปฏิบัติราชการ เสนอ ขส.ทร. พิจารณาอนุมัติและสําเนาสงใหหนวยเกี่ยวของทราบ


๑๒ ๒.๒ การจัดรถโดย ขส.ทร. สนับสนุนคาใชจาย/น้ํามันเชื้อเพลิง การจัดรถไปปฏิบัติราชการกรณีนี้เปนการขอใชรถไปปฏิบัติราชการตามความจําเปนของหนวย ขอรถ ซึ่งไมอยูในแผนปฏิบัติราชการประจําปของหนวย โดย ขส.ทร. จะพิจารณาสนับสนุนใหตามความจําเปน หากพิจารณาเห็นวาหนวยขอเคยขอใชรถในลักษณะเดียวกันหลายครั้ง หรือเปนการปฏิบัติที่ควรจะเปนการ ปฏิบัติราชการประจําปไดกจข.ขส.ทร. จะแจงใหหนวยนั้น ๆ บรรจุงป. น้ํามันเชื้อเพลิงและคาใชจายตาง ๆ เขาไวในแผนปฏิบัติราชการประจําปของหนวย มีขั้นตอนการปฏิบัติดังนี้ ๒.๒.๑ หนวย ฯ เสนอความตองการใชรถไปปฏิบัติราชการ ตามแบบขอใชรถราชการ พรอมทั้งแนบคําสั่งใหกําลังพลของหนวยไปปฏิบัติราชการสงถึง ขส.ทร. กอนการไปปฏิบัติราชการไมนอยกวา ๕ วันทําการ หรือประสานลวงหนาทางโทรศัพท(โทร ๕๕๒๓๘) หรือสงเอกสารแบบการขอใชรถทางโทรสาร (โทร ๕๕๔๓๐) ใหกจข.ขส.ทร. ในโอกาสแรก ๒.๒.๒ ธุรการ กพ.ขส.ทร. คัดแยกเรื่องการขอใชรถสงใหกจข.ขส.ทร. แลว ธุรการ กจข.ขส.ทร. สงเรื่องการขอใชรถใหกจข.ขส.ทร. ดําเนินการ ๒.๒.๓ กจข.ขส.ทร. พิจารณาใหการสนับสนุน โดยประสานกับ กรย.ขส.ทร. หากมีขอขัดของ แจงใหหนวยขอรถทราบเพื่อรวมกันแกไขปญหา ๒.๒.๔ กจข.ขส.ทร.ประมาณการน้ํามันเชื้อเพลิงที่ตองใชโดยขอเบิกน้ํามันจาก กพสด.ขส.ทร. ซึ่งถาจําเปนตองใชน้ํามันเชื้อเพลิงมากกวาความจุของถังใชการของรถแลว ขส.ทร. (กจข.ขส.ทร.) จะมีขาว ราชนาวีแจง กชพ.พธ.ทร. เพื่อขอรับการสนับสนุนน้ํามันเชื้อเพลิง และในสวนที่เหลือจะดําเนินการเสนอ แผนกการเงิน ขส.ทร. เพื่อขออนุมัติหลักการจัดซื้อน้ํามันเชื้อเพลิงในทองถิ่นใหกรย.ขส.ทร. และใหเบิกหักผลัก ใชเมื่อกลับจากการปฏิบัติราชการ ๒.๒.๕ กจข.ขส.ทร. จัดทํารางคําสั่ง ขส.ทร. ใหกําลังพลและยานพาหนะไปปฏิบัติราชการ เสนอ ขส.ทร. พิจารณาอนุมัติและสําเนาสงใหหนวยเกี่ยวของทราบ ๒.๒.๖ การสั่งการใชรถของ ขส.ทร. ไปปฏิบัติราชการตางจังหวัด หรือมีการคางแรมการอนุมัติ อยูในอํานาจของ จก.ขส.ทร. โดยรับคําสั่ง ผบ.ทร. ตามคําสั่ง ทร. ที่๑๙๙/๒๕๕๓ ลง ๒๔ ก.ย.๕๓ ผนวก ก เรื่องที่มอบอํานาจสั่งการและทําการแทนในนาม ผบ.ทร. ดานการสงกําลังบํารุงลําดับที่ ๗๐ ๓. การจัดตั้งศูนยบริการรถกรณีพิเศษ เปนการจัดตั้งเพื่อสนับสนุนภารกิจอื่น ๆ ของ ทร. ซึ่งมีขึ้นเปนครั้งคราว หรือเมื่อเกิดสถานการณฉุกเฉิน หรือเปนการปฏิบัติประจําแตอยูในพื้นที่หางไกลจากศูนยบริการรถ หรือตามคําสั่งของผูบังคับบัญชา เชน ๓.๑ การจัดตั้งศูนยบริการรถ การประชุมสุดยอดผูนําอาเซี่ยน (ASIEN SUMMIT) ๓.๒ การจัดตั้งศูนยบริการรถ การแขงขันเรือใบนานาชาติรายการหัวหินรีกัตตา (HUAHIN REGATTA) ๓.๔ การจัดตั้งศูนยปฏิบัติการขนสง ขส.ทร. เพื่อสนับสนุน ศปก.ทร. ในการชวยเหลือประชาชน ที่ประสบภัยตาง ๆ ตามคําสั่ง ทร. แนวทางการจัดตั้งศูนยบริการรถกรณีพิเศษ การจัดตั้งศูนยบริการรถกรณีพิเศษนอกเหนือจากภารกิจปกติซึ่งอาจมีขึ้นไดเปนครั้งคราวในชวงเวลา ใดเวลาหนึ่ง ตามความเหมาะสมของภารกิจที่ไดรับมอบหมาย และสถานการณในหวงเวลานั้น ๆ ตัวอยาง เชน ๑. การจัดตั้งศูนยบริการรถในภาวการณปกติเพื่อสนับสนุนการจัดกิจกรรมตาง ๆ ที่ ทร. ไดรับมอบหมาย ในพื้นที่ซึ่งอยูหางไกลจากศูนยบริการรถ จึงจําเปนตองจัดตั้งเปนศูนยบริการเฉพาะกิจขึ้นในพื้นที่นั้น เชน การประชุมสุดยอดผูนําอาเซี่ยน การจัดการแขงขันเรือใบนานาชาติมีขั้นตอนการดําเนินการดังนี้


๑๓ ๑.๑ ประมาณการ ความจําเปนในการใชรถประเภทตาง ๆ เพื่อจัดตั้งศูนยบริการรถ ตามความ เหมาะสมโดยคิดจากยอดผูใชบริการตารางการปฏิบัติประจําวัน การใชน้ํามันเชื้อเพลิง หรือจัดตามอัตราที่ ทร. ไดกําหนดให ๑.๒ กําหนดอัตรากําลังพล เพื่อปฏิบัติหนาที่ตาง ๆ ในศูนยบริการรถ ประกอบดวย หน.ศูนยบริการรถ นายทหารประจําศูนยฯ จนท. ประสานงาน จนท. จัดรถ จนท. น้ํามันเชื้อเพลิงและพลขับรถ ๑.๓ ประมาณการ การใชน้ํามันเชื้อเพลิงที่จะเกิดขึ้นจากการจัดตั้งศูนยบริการรถ ๑.๔ เสนอขออนุมัติจัดตั้งศูนยบริการรถ แตงตั้งเจาหนาที่ประจําศูนยฯ และการใชน้ํามันเชื้อเพลิง โดยกําหนดดวยวา จะเริ่มตั้งแตเมื่อใดและเลิกศูนยเมื่อใด ๑.๕ ดําเนินการจัดตั้งศูนยบริการรถ ตามวัน เวลา ที่ไดรับอนุมัติใหดําเนินการได ๒. การจัดตั้งศูนยบริการรถ ในภาวการณไมปกติหรือเมื่อมีสถานการณฉุกเฉินเพื่อเตรียมพรอมสนับสนุน การปฏิบัติภารกิจของหนวยตาง ๆ ที่ไดรับมอบหมายจาก ทร. เชน การจัดตั้งศูนยบริการการขนสง กรณี การชุมนุมของมวลชน (นปช.) ๒.๑ ดําเนินการจัดตั้งศูนยฯ โดยจัดอัตรารถตามความจําเปน หรือตามคําสั่งที่ไดรับ ๒.๒ จัดกําลังพลประจําศูนยฯ เตรียมพรอมใหการสนับสนุนไดทันทีเมื่อไดรับการรองขอ ๒.๓ รายงานสถานภาพรถและอัตรากําลังพลประจําศูนยฯ ใหหนวยควบคุมการปฏิบัติทราบ ๒.๔ รวบรวมยอดการใชน้ํามันเชื้อเพลิงตามที่ไดปฏิบัติงานจริง แลวขอเบิกคืนโดยเสนอถึง ศปก.ทร. ถาการปฏิบัติภารกิจ มีระยะเวลายาวนานหรือไมอาจทราบไดวาจะเสร็จสิ้นภารกิจเมื่อใดจนอาจเกิดผลกระทบ กับยอดน้ํามันเชื้อเพลิงที่ใชในการปฏิบัติภารกิจตามปกติจําเปนตองขอเบิกน้ํามันเชื้อเพลิงโดยแบงตามชวงเวลา การปฏิบัติเพื่อใหสามารถปฏิบัติภารกิจไดอยางตอเนื่องและไมเกิดผลเสียกับการปฏิบัติราชการ การติดตอประสานงาน หนวยขอใชรถสามารถติดตอประสานงานกับ กจข.ขส.ทร. ไดดังนี้ ๑. กรณีเรงดวนใหผูขอใชรถ ประสานลวงหนาโดยตรง กับ กจข.ขส.ทร. ทางโทรศัพทหมายเลข ๕๕๒๓๘, ๕๕๔๗๔ แลวสงแบบการขอใชรถทางโทรสาร โทร ๕๕๔๓๐ ๒. สงเอกสารหรือแบบขอใชรถไปราชการ ตามสายงานธุรการ หรือทางขาวราชนาวี ๓. ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกสของกองทัพเรือ ชองทางการติดตอประสานงาน สามารถโหลดแบบ ขอใชพาหนะไปราชการ http://info.navy.mi.th/transport/ ขั้นตอนการปฏิบัติของเจาหนาที่ขนสงและแผนภาพกระแสขอมูล ๑. ตรวจสอบเอกสารแบบการขอใชรถใหถูกตองตามระเบียบ ฯ ๒. ตรวจสอบขอมูลการขอใชรถ ประเภทรถยนตนั่ง/รถยนตโดยสาร รวมถึงรายละเอียดขอพิจารณาตาง ๆ เชน พิจารณาระหวางผูโดยสารกับขนาดของรถยนตหากพิจารณาขอมูลแลวไมสอดคลองหรือเหมะสมตอง ติดตอไปยังหนวยขอรถเพื่อขอแกไข โดยเนนความปลอดภัยเปนอันดับแรก ๓. ประสานการสนับสนุนคาใชจายตาง ๆ รวมทั้งนํ้ามันเชื้อเพลิงที่ใชกับหนวยขอใชรถ ๔. ตรวจสอบภารกิจ วันเวลา สถานที่ไปปฏิบัติราชการ (กทม.ปริมณฑล หรือตางจังหวัด) ดาตาสโตร (Data Stores) เปนแหลงขอมูล ซึ่งจะไมวาระบบจะใชสื่อจัดเก็บขอมูลในรูปแบบใด ทุก ๆ ดาตาสโตรจะตองมี ชื่อขอมูล (D1,D2,…Dn) ๕. บันทึกขอมูลการขอใชรถทั้งทางโทรศัพท และตามแบบขอใชรถลงในปูมหลัง ที่ไดประสานรายละเอียด กับหนวยขอใชรถเรียบรอยแลว ๖. ประสานขอมูลเกี่ยวกับการขอใชรถใหกรย.ขส.ทร.พิจารณาจัดรถพรอมพลขับใหการสนับสนุน


๑๔ ๗. รับการยืนยันการสนับสนุนรถจาก กรย.ขส.ทร. และรับขอมูลรายชื่อพลขับ หมายเลขทะเบียนรถ (เฉพาะภารกิจตางจังหวัด) ๘. ประมาณการความสิ้นเปลืองน้ํามันเชื้อเพลิง และ/หรือคาใชจายตาง ๆ เพื่อใชในการปฏิบัติราชการใน พื้นที่ตางจังหวัด ใหเพียงพอตอภารกิจนั้น โดยมีวิธีพิจารณาและคํานวณ ดังนี้ ๘.๑ ขอพิจารณา ๘.๑.๑ รายละเอียดการไปปฏิบัติราชการในพื้นที่/เสนทาง/ระยะทาง และระยะทางที่ใชในพื้นที่ วันละประมาณ ๕๐ กม. (ดูจากแผนที่) ๘.๑.๒ ประเภทของรถยนต/จํานวน (คัน) ๘.๑.๓ อัตราความสิ้นเปลืองน้ํามันเชื้อเพลิงของรถแตละประเภท ๘.๑.๔ ตรวจสอบราคาน้ํามันเชื้อเพลิงประจําวัน (ตามประมาณการราคา กบ.ทร.) ๘.๑.๕ ความจุน้ํามันเชื้อเพลิงใสถังตามประเภทรถ ๙. รวบรวมแบบขอใชรถที่สามารถใหการสนับสนุนไดและลงรายละเอียดตาง ๆ (ชื่อพลขับรถ/พลทายรถ หมายเลขทะเบียนรถ และความสิ้นเปลืองน้ํามันฯ) เพื่อพิมพเสนอขออนุมัติการขอใชรถดังกลาว ๑๐. ตรวจความถูกตองหนังสือหลังจากการพิมพแลวเสนอผูบังคับบัญชาตามลําดับชั้นจนถึงผูมีอํานาจ สั่งการใหรถไปปฏิบัติราชการ ๑๑. กรย.ขส.ทร. ใหรถพรอมพลขับไปรายงานตัวกับผูขอ/ผูติดตอของหนวยขอใชรถ ตามวันเวลาและ สถานที่ตามขอมูลในแบบการขอใชรถ หรือตามที่ไดนัดหมาย ๒ สวนราชการศูนยบริการรถชั้นที่ ๒ สวนราชการที่เปนศูนยบริการรถชั้นที่ ๒ มี๓ หนวย ไดแก ๒.๑ ฐานทัพเรือสัตหีบ ๒.๒ ฐานทัพเรือสงขลา ๒.๓ ฐานทัพเรือพังงา มีหนาที่ใหบริการแกสวนราชการตาง ๆ ที่ตั้งอยูในเขตพื้นที่ที่กําหนด และสนับสนุนเพิ่มเติมใหแกสวน ราชการที่เปนหนวยบริการตนเอง รวมทั้งศูนยบริการรถชั้นที่ ๓ ซึ่งตั้งอยูในเขตพื้นที่ดังกลาว กรณีสามารถใหการสนับสนุนได ขั้นตอนการปฏิบัติ ๑. หนวยจัดทําใบขอรถ หรือรับใบขอรถจากสวนราชการที่ตนเองใหบริการในพื้นที่รับผิดชอบตามแบบที่ กรมการขนสงทหารเรือกําหนด ๒. เสนอใบขอใชรถตามสายการบังคับบัญชา ๓. หนวยขนสงในสังกัด จัดรถและพลขับตามใบขอใชรถ พรอมทั้งประมาณการน้ํามันเชื้อเพลิงที่ใช ๔. หนวยขนสง ฯ ขออนุมัติสั่งใหรถพรอมพลขับ และน้ํามันที่ใชไปปฏิบัติราชการ ๕. พลขับรถนํารถ พรอมใบสั่งการใชรถไปปฏิบัติราชการ และเติมน้ํามันเชื้อเพลิงตามที่ไดรับอนุมัติ และเมื่อจบภารกิจแลวใหลงรายการใชรถในสมุดใชรถประจําวัน ๖. เมื่อเสร็จภารกิจพลขับรถตองทําความสะอาดรถใหเรียบรอย หากพบขอบกพรองใหรายงาน ผูบังคับบัญชาทราบในโอกาสแรก ๗. การขอรถไปราชการนอกเขตพื้นที่รับผิดชอบที่กองทัพเรือมอบอํานาจ ใหสวนราชการเสนอขออนุมัติ จากกองทัพเรือกอน ๘. จัดรถหมุนเวียนใหปฏิบัติงาน และบํารุงรักษารถใหอยูในสภาพที่ใชราชการไดอยางมีประสิทธิภาพ


๑๕ ๙. ควบคุมการใชน้ํามันตาง ๆ ใหเปนไปโดยประหยัด และรายงานสถานภาพของรถทุกประเภท สงให กรมการขนสงทหารเรือภายในวันที่ ๕ ของเดือนและสําเนาใหกรมสงกําลังบํารุงทหารเรือ ๑ ชุด ๑๐. กวดขันพลขับรถใหปฏิบัติตามขอบังคับวาดวยการใชรถยนตทหาร ระเบียบกระทรวงกลาโหมวาดวย รถราชการทหาร และระเบียบกองทัพเรือที่เกี่ยวของกับการใชและดูแลรักษารถยนตอยางเครงครัด กรณีไมสามารถใหการสนับสนุนได ขั้นตอนการปฏิบัติ ๑. เมื่อเกินขีดความสามารถ ใหศูนยบริการรถฯ ขอรับบริการเพิ่มเติมจากศูนยบริการรถใกลเคียง ที่มี หนาที่บริการแกสวนราชการนั้นกอน โดยการประสานทางโทรศัพทแลวสงใบขอใชรถใหในโอกาสแรก ๒. ในกรณีที่ศูนยบริการรถไมสามารถบริการไดใหศูนยบริการรถนั้นเสนอขอบริการจากศูนยบริการรถอื่น ที่อยูใกลเคียงหรือศูนยบริการชั้นที่ ๑ (ขส.ทร.) โดยการประสานทางโทรศัพทแลวสงใบขอใชรถใหในโอกาสแรก และแจงใหหนวยขอใชรถทราบเพื่อประสานรายละเอียดโดยตรง ๓. สวนราชการศูนยบริการรถชั้นที่ ๓ สวนราชการที่เปนศูนยบริการรถชั้นที่ ๓ มี ๗ หนวย ไดแก ๓.๑ กองเรือลําน้ํา ๓.๒ กองการบินทหารเรือ ๓.๓ ปองพระจุลจอมเกลา ฐานทัพเรือกรุงเทพ ๓.๔ กรมสรรพาวุธทหารเรือ (บางนา) ๓.๕ อูทหารเรือพระจุลจอมเกลา กรมอูทหารเรือ ๓.๖ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ๓.๗ โรงเรียนนายเรือ มีหนาที่ใหบริการแกหนวยของตนเอง และหนวยในสังกัดใกลเคียง รวมทั้งใหบริการแกสวนราชการอื่น ๆ ที่อยู ใกลเคียงตามที่กําหนดไวดวย กรณีสามารถใหการสนับสนุนได ขั้นตอนการปฏิบัติ ๑. หนวยฯ จัดทําใบขอรถ หรือรับใบขอรถจากสวนราชการอื่นที่อยูใกลเคียง ตามแบบที่กรมการขนสง ทหารเรือกําหนด ๒. เสนอใบขอใชรถตามสายการบังคับบัญชา ๓. หนวยขนสงในสังกัดจัดรถและพลขับตามใบขอใชรถ พรอมทั้งประมาณการน้ํามันเชื้อเพลิงที่ใช เสนอผูบังคับบัญชา ๔. หน.หนวย ฯ อนุมัติใหรถพรอมพลขับ และน้ํามันเชื้อเพลิงที่ใชไปปฏิบัติราชการ ๕. พลขับรถนํารถพรอมใบสั่งการใชรถ และเติมน้ํามันเชื้อเพลิงตามที่ไดรับอนุมัติไปปฏิบัติราชการ และเมื่อจบภารกิจแลวใหลงรายการใชรถในสมุดใชรถประจําวัน ๖. เมื่อเสร็จภารกิจพลขับรถตองทําความสะอาดรถใหเรียบรอย หากพบขอบกพรองใหผูบังคับบัญชา ทราบในโอกาสแรก ๗. การขอรถไปราชการนอกเขตพื้นที่รับผิดชอบที่กองทัพเรือมอบอํานาจ ใหสวนราชการเสนอขออนุมัติ จากกองทัพเรือกอน ๘. จัดรถหมุนเวียนใหปฏิบัติงานใกลเคียงกัน และบํารุงรักษารถใหอยูในสภาพที่ใชราชการไดอยางมี ประสิทธิภาพ


๑๖ ๙. ควบคุมการใชน้ํามันตาง ๆ ใหเปนไปโดยประหยัดและรายงานสถานภาพของรถทุกประเภท สงให กรมการขนสงทหารเรือภายในวันที่ ๕ ของเดือน และสําเนาใหกรมสงกําลังบํารุงทหารเรือ ๑ ชุด ๑๐. กวดขันพลขับรถใหปฏิบัติตามขอบังคับวาดวยการใชรถยนตทหาร ระเบียบกระทรวงกลาโหมวาดวย รถราชการทหาร และระเบียบกองทัพเรือที่เกี่ยวของกับการใชและดูแลรักษารถยนตอยางเครงครัด กรณีไมสามารถใหการสนับสนุนได ขั้นตอนการปฏิบัติ ๑. เมื่อเกินขีดความสามารถใหศูนยบริการรถฯ นั้นขอรับบริการเพิ่มเติมจากศูนยบริการรถใกลเคียงหรือ ศูนยบริการรถชั้นที่สูงขึ้นไปที่มีหนาที่บริการแกสวนราชการนั้นกอนโดยการประสานทางโทรศัพทแลวสงใบขอ ใชรถใหในโอกาสแรก ๒. ในกรณีที่ศูนยบริการรถไมสามารถบริการไดใหศูนยบริการรถ ฯ นั้นเสนอขอบริการจากศูนยบริการรถ ชั้นที่สูงขึ้นไปตามลําดับ โดยการประสานทางโทรศัพทแลวสงใบขอใชรถใหในโอกาสแรก และแจงใหหนวยขอ ใชรถทราบเพื่อประสานรายละเอียดโดยตรง ๔. สวนราชการที่มีรถไวเพื่อบริการแกหนวยของตนเอง มีหนาที่บริการแกหนวยของตนเอง และหนวยในสังกัดใกลเคียง ดังนี้ กรณีสามารถใหการสนับสนุนได ขั้นตอนการปฏิบัติ ๑. หนวย ฯ จัดทําใบขอใชรถปฏิบัติราชการ หรือรับใบขอรถจากหนวยในสังกัดที่อยูใกลเคียงตามแบบที่ กรมการขนสงทหารเรือกําหนด ๒. เสนอใบขอใชรถตามสายการบังคับบัญชา ถึงหนวยขนสงในสังกัด ๓. หนวยขนสงในสังกัด จัดรถและพลขับตามใบขอใชรถ และประมาณการน้ํามันเชื้อเพลิงที่ใช เสนอผูบังคับบัญชา ๔. หน.หนวย ฯ อนุมัติใหรถพรอมพลขับ และน้ํามันเชื้อเพลิงที่ใชไปปฏิบัติราชการ ๕. พลขับรถนํารถพรอมใบสั่งการใชรถ และเติมน้ํามันเชื้อเพลิงตามที่ไดรับอนุมัติไปปฏิบัติราชการ และเมื่อจบภารกิจแลวใหลงรายการใชรถในสมุดใชรถประจําวัน ๖. เมื่อเสร็จภารกิจพลขับรถตองทําความสะอาดรถใหเรียบรอย หากพบขอบกพรองใหรายงาน ผูบังคับบัญชา ๗. การขอรถไปราชการนอกเขตพื้นที่รับผิดชอบที่ ทร. มอบอํานาจ ใหสวนราชการ ขออนุมัติจาก ทร. กอน ๘. จัดรถหมุนเวียนใหปฏิบัติงานใกลเคียงกัน และบํารุงรักษารถใหอยูในสภาพที่ใชราชการไดอยางมี ประสิทธิภาพ ๙. ควบคุมการใชน้ํามันตาง ๆ ใหเปนไปโดยประหยัด และรวบรวมสถิติการใชรถไวเปนหลักฐาน รวมทั้ง รายงานสถานภาพของรถทุกประเภท สงใหกรมการขนสงทหารเรือภายในวันที่ ๕ ของเดือน และสําเนาใหกรม สงกําลังบํารุงทหารเรือ ๑ ชุด ๑๐. กวดขันพลขับรถใหปฏิบัติตามขอบังคับวาดวยการใชรถยนตทหาร ระเบียบกระทรวงกลาโหม วาดวยรถยนตทหาร และระเบียบกองทัพเรือที่เกี่ยวของกับการใชและดูแลรักษารถยนตอยางเครงครัด


๑๗ กรณีไมสามารถใหการสนับสนุนพาหนะได ขั้นตอนการปฏิบัติ ๑. เมื่อเกินขีดความสามารถ ใหหนวย ฯ ขอรับบริการเพิ่มเติมจากศูนยบริการรถ ที่มีหนาที่บริการแก สวนราชการนั้นกอน โดยการประสานทางโทรศัพทแลวสงใบขอใชรถใหในโอกาสแรก ๒. ในกรณีที่ศูนยบริการรถไมสามารถบริการไดใหศูนยบริการรถนั้นเสนอขอบริการจากศูนยบริการรถอื่น ที่อยูใกลเคียง หรือศูนยบริการชั้นที่สูงขึ้นไปตามลําดับ โดยการประสานทางโทรศัพทแลวสงใบขอใชรถให ในโอกาสแรก และแจงใหหนวยขอใชรถทราบเพื่อประสานรายละเอียดโดยตรง บทที่ ๒ การปฏิบัติการขนสงดวยรถยนต ( Motor Transport Operations) รถยนตเปนเครื่องมือขนสงที่มีคุณลักษณะ สามารถใชปฏิบัติงานไดตามลําพัง สามารถเชื่อมตอกับการ ขนสงประเภทตาง ๆ ได กลาวคือ เชื่อมกับสถานีขนสงทางอากาศ ทางน้ํา ทางรถไฟ รถยนต ยังใชสําหรับ ขนถายสัมภาระจากวิธีการขนสงอยางหนึ่งไปยังอีกอยางหนึ่ง เปนวิธีการขนถายที่เหมาะที่สุด ในการแจกจาย สิ่งอุปกรณหรือใชเพิ่มเติมการขนสงประเภทอื่น ๆ อีก ทั้งยังเปนบริการที่ใชไดอยางตอเนื่อง เพราะมี ความสามารถในการเคลื่อนที่สูง ขอดี ๑. มีความออนตัว ๒. เพิ่มความออนตัวใหกับการขนสงประเภทอื่น ๆ ๓. สามารถขนของไดจํานวนมากเมื่อรวมรถไดหลายคัน ๔. เมื่อใชในการขนสงระยะใกลประหยัด ขอเสีย ๑. สิ้นเปลืองมากเมื่อขนสงระยะไกล ๒. ขนไดคอนขางนอย ถาไมมีการรวมรถเปนจํานวนมาก ๑. คุณสมบัติของบริการขนสงดวยรถยนต ๑.๑ สามารถปฏิบัติงานไดเปนอิสระ ทั้งนี้เพราะไดจัดใหหนวยมีการประกอบเลี้ยง งานธุรการ การสงกําลัง และการซอมบํารุงอยูในตัว ดังนั้น จึงสามารถจัดหนวยรถยนตไปประจําสมทบหรือแยกออกไป ปฏิบัติงานไดทันที ไมยุงยากและเสียเวลาแกผูใดทั้งสิ้น ๑.๒ สามารถปรับการปฏิบัติงานไดเขากับความตองการของหนวยรับการสนับสนุนได ทุกหนวย ซึ่งคุณสมบัติในขอนี้ ทําใหหนวยรับการสนับสนุนรับบริการนี้ไว โดยไมตองมีการเปลี่ยนแปลง หรือขัดตอแผนการปฏิบัติงานของตน บริการขนสงดวยรถยนตมีความสามารถในการเปลี่ยนขอบเขตหรือ เปาหมายในการทํางานของตนเองไดอยางรวดเร็ว ทั้งนี้ก็เพื่อจะไดปรับการทํางานใหโอนออนไปตามความตองการ ของหนวยรับการสนับสนุนที่เปลี่ยนแปลงไป ๑.๓ สามารถเปนตัวเชื่อมบริการขนสงประเภทอื่น ๆ ไดอยางดี กลาวคือเปนเสมือนสะพาน ที่เชื่อมตอชองวางของการขนสงที่เกิดขึ้นระหวางคลังการขนสง ณ สถานีปลายทาง ทางอากาศ ทางน้ํา หรือทาง รถไฟ นั่นคือ เปนเครื่องมือขนถายที่เหมาะสมที่สุดที่จะใชทําการขนสงระหวางประเภทการขนสงอยางหนึ่งไปสู ประเภทการขนสงอีกอยางหนึ่ง นอกจากนี้ การขนสงดวยรถยนตเปนเครื่องมือขนสงที่เหมาะที่สุดในการขนสงแบบ


๑๘ แจกจายจนถึงหนวย และที่สําคัญอีกอยางหนึ่งก็คือ สามารถใชประกอบหรือรวมกับวิธีการขนสงแบบอื่น ๆ ในกรณีจําเปน เมื่อเกิดงานลนมือไดชั่วระยะหนึ่งไดอยางดี ๑.๔ สามารถรักษาคุณสมบัติของตนไวไดตลอดเวลา แมวาจะอยูภายใตสภาวะกดดันจากการ ปฏิบัติการของขาศึก หรือปจจัยอื่น ๆ ที่คิดวาจะเปนเครื่องบั่นทอนบริการ ทั้งนี้ก็เพราะเหตุวารถยนตสามารถ เคลื่อนที่ไดเปนอิสระเปนคัน ๆ และถูกออกแบบใหเคลื่อนที่ไดทุกเสนทาง แมแตจะอยูนอกเสนทาง ดังนั้น หนวยขนสงดวยรถยนต จึงเปนหนวยปฏิบัติการขนสง ซึ่งเหมาะที่จะนําไปใชเปนเครื่องมือในการทดแทนการ ขนสงประเภทอื่น ๆ เมื่อการขนสงประเภทนั้นเกิดขัดของขึ้น การขนสงดวยรถยนตถือวาเปนหนวยขนสงที่ทํา การสงของจากตําบลตนทางถึงตําบลปลายทางไดสมบูรณกวาอยางอื่น ยกตัวอยางเชน การขนสงจากทาเรือ สามารถขนของจากทาเรือและนําไปสงใหถึงมือผูใชโดยตรง ( Hand To Hand Service ) ๒. คุณลักษณะของการขนสงดวยรถยนต รถยนตเปนเครื่องมือการขนสงชนิดหนึ่งที่มีคุณลักษณะทางการคลองตัวและเปนประโยชนตอการใช เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารไดผลดีที่สุด สามารถดัดแปลงใหเหมาะสมกับงานไดงายคุณลักษณะนั้น ไดแก ๒.๑ มีความออนตัว ๒.๒ มีความเร็ว ๒.๓ เปนไปตามกฎเกณฑ ๒.๔ เปนที่ไววางใจได ๓. หลักการขนสงดวยรถยนต มีหลักในการพิจารณาดังนี้ ๓.๑ การใชเต็มขีดความสามารถ (Maximum Use) หมายถึงตองวางหมุนเวียนการใชยานพาหนะ ใหครบทุกคันและการบรรทุกแตละคันตองบรรทุกใหเต็มขีดความสามารถของยานพาหนะนั้น ๆ ๓.๒ การประหยัด (Economic Use) หมายถึง การใชยานพาหนะใหเต็มขีดความสามารถ และการประหยัดจะสอดคลองกัน เชน แทนที่จะใชรถ ๒ คัน ก็จะใหรวมการบรรทุกในคันเดียวกันโดยบรรทุก ใหเต็มขีดความสามารถในแตละเที่ยว ๓.๓ การกําหนดมาตรฐาน (Standardization) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการประหยัด ทร. จึงได กําหนดมาตรฐานของยุทโธปกรณและวิธีการปฏิบัติ โดยกําหนด รปจ. ของหนวยงานไวโดยแนนอน สําหรับ ผูบังคับกองรอยควรจะกําหนด รปจ. เกี่ยวกับการปฏิบัติเปนขบวนลําเลียง การปองกันที่พักแรม การปรนนิบัติ บํารุงและซอมบํารุง รวมทั้งระเบียบปฏิบัติประจําอื่น ๆ ที่จําเปนสําหรับการปฏิบัติของหนวย ๓.๔ เวลาในการงดใชงานนอยที่สุด (Dead-Line Limit) เมื่อยานพาหนะมิไดใชงาน เนื่องจาก เขา ปบ. หรือ ซบร. เราเรียกรถเหลานี้วารถงดใชงาน (Dead-Line) ผูบังคับบัญชาจะตองฝกผูใตบังคับบัญชา ของตนใหมีความสามารถในการใชรถ และสามารถแกไขเหตุขัดของทันทีที่ตรวจพบ ดังนั้น ผูบังคับบัญชาตอง กําหนดกรรมวิธีการตรวจอยางตอเนื่อง จึงเปนหลักประกันไดวา ผูใตบังคับบัญชาไดมีการปฏิบัติตามระเบียบ และการฝกไดผล ซึ่งจะยังผลใหพลขับมีความเขาใจระเบียบตาง ๆ วามีความสําคัญอยางไรและสงผลใหเวลา งดใชงานมีนอย ๓.๕ เวลาในการขนขึ้นและขนลงนอยที่สุด (Less Delay Time) แมวาพลขับจะไมมีหนาที่ขนสิ่ง อุปกรณขึ้นหรือลงจากยานพาหนะ แตพลขับตองกํากับดูแลควบคุมใหคําแนะนําแก จนท.ที่รับผิดชอบในการ ขนขึ้นหรือขนลงโดยตลอด และจะตองประสานงานอยางใกลชิดระหวางกองรอย รยบ. และหนวยที่ไดรับ การสนับสนุนจะทําใหมีการพัฒนาวิธีที่มีผลดีในการบรรทุกยึดตรึงและลดเวลาในการขนขึ้นและขนลงใหนอยลง


๑๙ ๔. แบบของการขนสง (Type Haul) แบบของการขนสงมีอยู ๒ แบบ คือ การขนสงระยะใกล และการขนสงระยะไกล ๔.๑ การขนสงระยะใกล (Local Haul) คือ การขนสงระยะทางสั้น ๆ หลายเที่ยวใน ๑ วัน โดยใช พลขับและรถคันเดิม จะใชเวลาในการวิ่งบนถนนสั้นกวาเวลาที่ใชในการขนขึ้นและขนลง ตามปกติ จะทํางานเปนเที่ยว/วัน/คัน การคิดเกณฑความสามารถคิดเปนจํานวนตันที่ขนไดตอวัน หรือในระยะเวลาที่ กําหนดใหการพิจารณาการขนสงระยะใกลขึ้นอยูกับมูลฐานเปนจํานวนตันที่เคลื่อนยายในเวลาที่กําหนด โดยเฉลี่ยระยะทางไกลไมเกิน ๔๐ กม./เที่ยว (๒๕ไมล/เที่ยว) ยานพาหนะแตละคันสามารถเดินทางไปกลับ ได ๔ เที่ยว/วัน (คิดตามเกณฑการวางแผน) รถยนตบรรทุกที่ใชในการขนสงระยะใกลไดแก รยบ. ๒ ๑/๒ ตัน และ รยบ. ๕ ตัน ๔.๒ การขนสงระยะไกล (Line Haul) คือ การขนสงระยะทางยาวกวาการขนสงระยะใกล จะใช เวลาในการวิ่งบนถนนยาวกวาเวลาที่ใชในการขนขึ้นและขนลง ดังนั้นแทนที่จะเดินทางวันละหลายเที่ยว จึงเดินทางเพียงวันละ ๑ เที่ยว หรือ ๒ เที่ยว ซึ่งใชเวลาผลัดละ ๑๐ ชม. การพิจารณาการขนสงระยะไกลนั้น ขึ้นอยูกับสัมภาระเปนจํานวนตันที่บรรทุกและระยะทางที่ขนไปไดใน ๑ วัน ผลจะออกมาเปนตัน – ไมล หรือ ตัน – กม. ถายานพาหนะแตละคันจะเดินทางโดยอัตราความเร็วเฉลี่ยชั่วโมงละ ๓๒ กม. (๒๐ ไมล) จะเปนระยะทางไมเกิน ๑๔๔ กม. ตอชวง (๙๐ ไมล) ในการเดินทางไปกลับ ๒ เที่ยวตอวัน รถยนตบรรทุก ที่ใชในการขนสงระยะไกล ไดแก รถพวงและรถกึ่งพวง ๕. วิธีการขน (Hauling Method) ภารกิจในการขนสงดวยรถยนตนั้น จะบรรลุถึงความสําเร็จไดดวยวิธีการขนอยางใดอยางหนึ่ง หรือหลายวิธีผสมกันก็ได ทั้งนี้ขึ้นอยูกับงานที่จะตองปฏิบัติใหสําเร็จลุลวงไป อยางไรก็ตาม วิธีการขนสามารถ กระทําได ๓ วิธี ดังนี้ ๕.๑ การขนโดยตรง คือ การขนเที่ยวเดียวเสร็จ อาจจะเปนการขนดวยรถยนตคันเดียวหรือหลายคัน ก็ได ไมมีการเปลี่ยนรถพวง หรือแมแตการขนถายสิ่งอุปกรณไปยังคันอื่น โดยที่สัมภาระที่บรรทุกไป ยังคงอยู บนรถคันเดิมและพลขับคนเดิม ตามปกติจะใชเมื่อเริ่มสถานการณและเพื่อตองการเรงการเคลื่อนยายครั้งนั้นให เสร็จเร็วขึ้น วิธีนี้จะใชในกรณีมีเวลาปฏิบัติการจํากัด หรือเปนการขนทางยุทธวิธีในบางครั้งอาจใชวิธีการขน โดยตรงทําการขนแบบการขนสงระยะไกลก็ได แตการทําวิธีนี้สิ้นเปลืองพลขับและยานพาหนะ การขนโดยตรง ใชขนกําลังพลนับวาเปนการเหมาะสมมากกวาวิธีอื่น ๕.๒ การเทียวขน คือ การขนหลาย ๆ เที่ยว จากตําบลตนทางไปยังตําบลปลายทาง จนเสร็จภารกิจ ภายในหนึ่งวัน การขนวิธีนี้จะเสียเวลาในการขนขึ้นและขนลงมาก วิธีนี้จะใชเมื่อมีเวลาปฏิบัติเพียงพอ หรือ เปนการขนทางธุรการ ๕.๓ การสงทอด เปนการขนไปขางหนาเปนชวง ๆ อยางตอเนื่องจนถึงปลายทาง การขนวิธีนี้ไมมี การขนถายสัมภาระ แตละชวงจะมีการสับเปลี่ยนพลขับและหัวรถลากจูง โดยที่รถพวงหรือรถกึ่งพวงบรรทุก สัมภาระ ยังคงถูกขนไปขางหนา วิธีนี้เหมาะในการปฏิบัติการขนระยะไกลเทานั้น ๖. การขนสงแบบผสม การขนสงดวยรถยนตอาจจะผสมกับการขนสงประเภทอื่น ๆ ได เชน รวมกับการขนสงทางรถไฟ การขนสงทางน้ํา และการขนสงทางอากาศ ทั้งนี้เพื่อลดภาระในการขนสัมภาระใหนอยลงและตองการให สัมภาระเหลานั้นไปถึงจุดหมายปลายทางไดรวดเร็ว ๖.๑ การขนสงรวมกับรถไฟ (Piggyback) เปนการขนแบบผสมซอนบนรถไฟ โดยรถพวง ซึ่งบรรทุกสัมภาระเต็มจะถูกไปบรรทุกบนรถ บขต. ที่สถานีตนทาง ตอจากนั้นก็จะเคลื่อนยายไปโดยรถไฟจนถึง


๒๐ สถานีปลายทาง และใชรถหัวลากหรือขับลงจากรถไฟไปสูจุดหมายปลายทางตอไป การขนสงแบบนี้ มี๒ ลักษณะ คือ ๖.๑.๑ การขนสงแบบTrailer on Flat Car (TOFC) หมายถึง การนํารถพวงหรือรถกึ่งพวง บรรทุกบนรถ บขต. ๖.๑.๒ การขนสงแบบContainer on Flat Car (COFC) การใชตูคอนเทนเนอรบรรทุก สัมภาระ บรรทุกบนรถ บขต. คอนเทนเนอรนี้อาจติดตั้งบนแคร หรืออาจมีลอติดตั้งอยูดวย ๖.๒ การขนสงรวมกับเรือ เปนการขนสงแบบผสมซอนบนเรือ โดยพวงบรรทุกสัมภาระเรียบรอยแลว จะถูกนําไปบรรทุกบนเรือ ณ ทาเรือตนทาง แลวเดินทางไปยังทาเรือปลายทางโพนทะเล จากนั้นก็จะ เคลื่อนยายโดยใชรถหัวลาก หรือขับลงจากเรือไปตามเสนทางถนนสูตําบลปลายทางตอไป ซึ่งจะใหผล ในดานความรวดเร็ว คลองตัว และประหยัด การขนสงแบบนี้ มี ๒ ลักษณะ คือ ๖.๒.๑ การขนแบบ Rool – On , Roll – Off (RORO) หมายถึง การนํารถหัวลาก และรถกึ่งพวงบรรทุกสัมภาระเรียบรอยแลว ขับขึ้นไปบรรทุกบนเรือชนิดพิเศษ สรางไวเพื่อบรรทุกแบบนี้ โดยเฉพาะ ณ ทาเรือตนทางโดยไมปลดขอพวง แลวเดินทางไปยังทาเรือปลายทาง จากนั้นก็จะขับรถหัวลาก และรถกึ่งพวงลงจากเรือไปตามเสนทางถนนสูตําบลปลายทาง ๖.๒.๒ การขนสงแบบ Lift – On , Lift – Off (LOLO) หมายถึง รถพวง หรือรถกึ่งพวง ที่บรรทุกสัมภาระแลวถูกเคลื่อนยายไปทางทาเรือ ปลดขอพวงจากรถหัวลาก จากนั้นใชปนจั่นยกวางบนเรือ เมื่อถึงสถานีปลายทางจะใชปนจั่นยกขึ้นจากเรือแลวเกี่ยวขอพวงกับรถหัวลาก จากนั้นเคลื่อนยายไปยัง จุดหมายปลายทาง ๖.๓ การขนสงรวมกับอากาศยาน (Air) ในระหวางการปฏิบัติการเคลื่อนยายทางอากาศ ในการสนับสนุนการชวยรบนั้น ยานพาหนะจะเคลื่อนยายสัมภาระไปยังสถานีปลายทางอากาศ หรือสนามบิน สัมภาระจะถูกเคลื่อนยายทางอากาศไปยังสถานีปลายทางอากาศหรือสนามบิน แลวขนสัมภาระลง จากนั้น ขนขึ้นรถบรรทุกเพื่อเคลื่อนยายไปยังสถานีปลายทางสุดทาย สวนใหญจะเคลื่อนยายสัมภาระที่มีความเรงดวน สูงสามารถสงไปไดรวดเร็ว ๖.๔ การขนสงผสมแบบใชเรือลําเลียงขนาดเล็กรวมกับเรือใหญ (Lighter Aboard Ship - LASH) เปนการขนสงที่นํารถกึ่งพวงหรือตูบรรทุกสัมภาระที่บรรทุกเรียบรอยแลว บรรทุกลงในเรือเล็ก ตอจากนั้นนําเรือเล็กบรรทุกเขาไวในเรือใหญที่ตนทาง วิธีการขนสงแบบนี้ใชเมื่อไมมีสิ่งอํานวยความสะดวก ที่ทาเรือเพียงพอ การปฏิบัติการของกองรอยรถยนตบรรทุกมีความออนตัวสูง ไดรับการบรรจุพลขับและรถยนต บรรทุกเปนจํานวนมาก รวมทั้งรถลากจูง รถกึ่งพวงและอื่น ๆ ดวย ไมเพียงแตทําการขนไดวิธีเดียวเทานั้น แตยังสามารถทําการขนไดหลายวิธีผสมผสานกัน วิธีการขนเหลานี้เปนที่ยอมรับแลววาเปนหลักการนําไปสู การใชยานพาหนะใหเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีความสิ้นเปลืองและมีการลาชานอยที่สุด นอกจากนั้นยัง ทําใหมีการใชรถยนตบรรทุก และพลขับไดอยางเต็มที่อีกดวย แทนที่จะมอบงานใหรถลากจูง ๑ คัน ทําการ ขนโดยตรง ทําการขนจากตําบลเริ่มตนถึงตําบลปลายทาง เราอาจใชรถลากจูงจํานวนนอยกวา รถกึ่งพวงก็ สามารถขนสงสัมภาระจํานวนเทากันได ถามีการหมุนเวียนปฏิบัติงาน โดยแบงระยะทางในการขนทั้งหมด ออกเปนสวนยอย ๆ การหมุนเวียนนี้ ถูกนําไปใชในการเทียวขนหรือการใชรถยนตบรรทุกจํานวนนอยจํานวนหนึ่ง เดินทางไปกลับหลาย ๆ เที่ยวระหวางตําบลทั้ง ๒ ตามระบบดังกลาวรถยนตบรรทุก ๔ คัน สามารถปฏิบัติงาน ไดเทากับรถยนตบรรทุก ๑๖ คัน ถาแตละคันเดินทางไปกลับเปนจํานวน ๔ เที่ยว การหมุนเวียนก็ยังนําไปใช การขนแบบสงทอดดวย ตางกันแตวาการหมุนเวียนในการขนแบบสงทอดเปนการหมุนเวียนรถลากจูง โดยใช


๒๑ รถลากจูง ๑ คัน เดินทางซ้ําอยูในสวนหนึ่งของเสนทาง นอกจากประหยัดรถลากจูงแลว การสงทอดยังใช ประโยชนอีกหลายประการ เชน รถกึ่งพวงคันหนึ่งที่บรรทุกสัมภาระแลวเคลื่อนที่ไปขางหนายังตําบลปลายทาง โดยไมตองยุงเกี่ยวกับสัมภาระบนรถเลยตลอดเสนทาง จึงลดการเสียหายของสัมภาระและการโจรกรรม ไดอยางมากทั้งประหยัดเวลาเนื่องจากไมตองขนสัมภาระขึ้นและลงในระหวางการเดินทาง ๗. ประเภทของการปฏิบัติการขนสง (Type Of Operations) เนื่องจากระยะและอํานาจการทําลายของอาวุธสมัยใหม ไดมีการพัฒนาใหมีอํานาจการทําลายสูง และรัศมีทําการไกล ทําใหตําบลสงกําลังบํารุงมีจุดออนจากการยิงของขาศึกมาก ดังนั้น ถาถือหลักการ ลดการสะสมสิ่งอุปกรณในยุทธบริเวณลง ก็ตองเพิ่มการระบายสัมภาระออกไปดวยการขนสงมากขึ้น สัมภาระ ตองไดรับการเคลื่อนยายออกไปจากตําบลสงกําลังโดยเร็ว จากแหลงผลิตไปยังผูใช โดยมีการขนสงและการขน ถายซ้ําซอนนอยที่สุด รถยนตนับวาเปนเครื่องมือขนสงที่ใหประโยชนมากกวาเครื่องมือขนสงชนิดอื่น ๆ ในการ เคลื่อนยายกําลังพลและสัมภาระในสยาม เพราะเปนการบริการขนสงถึงที่ ใหการเชื่อมตออยางสําคัญยิ่ง กับประเภทการขนสงอื่น ๆ เชน เชื่อมตอกับทางน้ํา, อากาศ และรถไฟ ๗.๑ การระบายที่สถานีปลายทาง (Terminal Clearance) หนวยขนสงดวยรถยนตทําการ เคลื่อนยายกําลังพลและสัมภาระออกจากสถานีปลายทางอากาศและทางน้ํา การระบายที่รวดเร็วจะทําใหการขน สัมภาระออกจากอากาศยาน หรือ ขึ้นจากเรือเปนไปอยางตอเนื่อง ไมเชนนั้นแลวจะถูกขัดขวางจาก การคับคั่ง ภายในพื้นที่สถานี ผูปฏิบัติงานที่สถานี (ทางทหาร, ทางพลเรือน หรือการปฏิบัติการรวม) จะรับผิดชอบตอการ ขนสัมภาระขึ้นจากเรือ หรือออกจากเครื่องบิน หนวยควบคุมการเคลื่อนยายสวนแยกควรตั้งอยูที่สถานี เพื่อวางแผนและประสานการระบายสัมภาระ กองบังคับการขนสงดวยรถยนตอาจชวยในการวางแผน จัดตั้งการ ปฏิบัติการของรถยนตบรรทุก และจัดระเบียบการไหลเวียนของยานพาหนะในพื้นที่สถานี เมื่อหนวยดําเนินกลยุทธหนัก ทําการเคลื่อนยายยานยนตสายพานของหนวย จากทาเรือขึ้นบกไปยังพื้นที่รวมพลในเขตหนา ดวยการใชยานยนต ขนสงยุทธภัณฑหนักที่มิใชของกองพล นายทหารควบคุมการเคลื่อนยายของ กองพลจะประสานในเรื่องเครื่องมือ เครื่องใชเหลานี้ โดยผานกองพันควบคุมการเคลื่อนยายของกองทัพนอย ยานยนตขนสงยุทธภัณฑหนักที่มิใชของ กองพลถูกจัดสรรตามความเรงดวนของภารกิจ และหนวยที่ดําเนินกลยุทธ อาจไดรับยานยนตขนสงยุทธภัณฑ หนักเพิ่มเติมจากกองพล เมื่อจําเปนควรเนนย้ําในเรื่องการรักษาบูรณภาพของหนวย ตลอดการปฏิบัติการ เคลื่อนยาย ถายานยนตขนสงยุทธภัณฑหนักไมเพียงพอที่จะทําใหภารกิจบรรลุผลสําเร็จ หนวยดําเนินกลยุทธ หนักควรใชรถยนตบรรทุกขนาดกลางของกองทัพนอย หรือของกองพลทําการเคลื่อนยายยานยนตสายพาน ที่เบากวา โดยการประสานผานนายทหารควบคุมการเคลื่อนยายของกองพลเพื่อรับรถ การใชยานยนตขนสง ยุทธภัณฑหนักของกองทัพนอยอาจไดรับเพิ่มเติมโดยการขนสงวิธีอื่น แตในสภาพแวดลอมทางยุทธวิธี ซึ่งตองมี ความออนตัวและการขานรับซึ่งเปนสิ่งสําคัญ ดังนั้น การใช ยานยนตขนสงยุทธภัณฑหนักจึงนาจะมีระดับสูงสุด ๗.๒ การระบายที่ชายหาด (Beach Clearance) เปนการปฏิบัติการระบายประเภทหนึ่ง ซึ่งอาจ ดําเนินการโดยผานทาเรือหลัก หรือทาเรือรอง ที่ไมสามารถรับเรือกินน้ําลึกได หรือบนชายหาดในกรณีที่ไมมีเครื่อง อํานวยความสะดวกประจําทาเรือใหใชได การปฏิบัติการระบายสัมภาระบนชายหาด ซึ่งเปนการปฏิบัติที่ยากที่สุด เนื่องจากถนนมีสภาพไมดีและเครื่องอํานวยความสะดวกไมสมบูรณ การระบายสัมภาระออกจากชายหาดนั้น ยากกวาการระบายที่ทาเรือหลักและทาเรือรอง การควบคุมที่มีประสิทธิภาพ จึงจําเปนตอการระบายที่รวดเร็ว และการปองกันการคับคั่งบนชายหาด เพื่อใหมีการควบคุมที่ไดประสิทธิภาพและมีการระบายที่รวดเร็ว ควรปฏิบัติดังนี้ ๗.๒.๑ จัดตั้งลานจอดรถบรรทุก เพื่อการมอบหมายและการปลอยรถที่รวดเร็ว ๗.๒.๒ ใหมีการติดตอสื่อสารอยางเพียงพอ


๒๒ ๗.๒.๓ ประสานการวางแผนการจัดระเบียบทางหลวงกับหนวยควบคุมการเคลื่อนยายที่ใหบริการ และใชเสนทางเขาออกใหเกิดประโยชนสูงสุด ๗.๒.๔ ประสานการชวยเหลือของทหารชาง ในการสราง หรือซอมบํารุงถนน และในการจัดหา กระดานสําหรับปู หรือวิธีสะดวกวิธีอื่นที่สามารถแทง หรือเจาะลงไปในพื้นที่ออนนุม หรือที่เปนทรายได ๗.๓ ลานจอดรถบรรทุกบนชายหาด ( Beach truck pack ) ลานจอดรถบรรทุกเปนพื้นที่รวม การที่จัดตั้งขึ้นเพื่อวางเสนทาง, ปลอยรถ และควบคุมรถที่ทําการระบายสัมภาระบนชายหาด ซึ่งรวมสิ่งอํานวย ความสะดวกในการปลอยรถ พื้นที่จอดรถ และสิ่งอํานวยความสะดวกใชในการสนับสนุนที่เหมาะสม ที่ลานจอดรถมีการปฏิบัติในลักษณะเดียวกันกับสถานีปลายทางรถบรรทุก ในการปฏิบัติการขนสงระยะไกล ยานพาหนะทุกคันที่สนับสนุนการปฏิบัติในการระบายสัมภาระที่ชายหาด จะเคลื่อนยายเขาและออกจากที่ตั้ง ชายหาดโดยผานลานจอดรถบรรทุกนี้ ซึ่งจํานวนของลานจอดรถจะขึ้นอยูกับสิ่งตอไปนี้ ๗.๓.๑ ขนาดและลักษณะพิเศษอื่น ๆ ของพื้นที่ชายหาด ๗.๓.๒ ประโยชนและสภาพของถนนที่เขาและออกจากชายหาด ๗.๓.๓ พื้นที่ที่เหมาะสมสําหรับจัดตั้งลานจอดรถบรรทุก ๗.๓.๔ จํานวนยานพาหนะที่สนับสนุนการปฏิบัติการที่ชายหาด รถเปลาที่เขามาเพื่อรับการบรรทุก หรือรถที่บรรทุกสัมภาระกลับ เพื่อมาขนลงที่ชายหาด จะรับการตรวจเวลาเขา โดยผานเจาหนาที่ปลอยรถประจําลานจอด รถเหลานี้จะถูกปลอยออกไปยังที่ตั้ง การบรรทุกขึ้นหรือบรรทุกลงบนชายหาดโดยตรง หรือไดรับคําแนะนําใหจอดคอยภายในลานจอด รถที่บรรทุก สัมภาระแลวกําลังจะออกไปก็ตองรับการตรวจเวลาออกดวย กอนจะเคลื่อนยายตอไป รถอาจถูกปลอยออกไป ยังปลายทางทีละคันหรือเปนขบวน ทั้งนี้อยูบนรากฐานของมาตรการควบคุมเสนทาง และขีดความสามารถ ของหนวยรับที่ทําการขนลง ถารถหัวลากจูงที่ใชในการปฏิบัติการระบายสัมภาระกลับไปยังลานจอดรถ โดยวาง จุดสําหรับรถกึ่งพวงดังกลาว เพื่อเคลื่อนยายตอไป หัวรถลากที่ขนสงระยะไกลจะเคลื่อนยายรถกึ่งพวงที่บรรทุก สัมภาระนี้ไปยังปลายทางแลวกลับ เจาหนาที่ประจําลานจอดรถควรเก็บรักษาแผนภูมิและเตรียมรายงาน ที่บันทึกขอมูลทางการปฏิบัติการ เพื่อชวยในการควบคุมมาตรการ ความรับผิดชอบตอรถกึ่งพวง โดยแตละคน ที่รับผิดชอบสถานีขนสงจะจัดเตรียมการรับรถกึ่งพวง ทําการปลอยรถและจัดขบวนรถ หรือตรวจการ ลงหลักฐานยานพาหนะและสัมภาระทั้งหมด ตรวจรถกึ่งพวงที่เขาและออกในเรื่องการซอมบํารุงและความ เสียหาย ความสมบูรณของยุทธภัณฑ และสภาพของการบรรทุกสัมภาระ เตรียมและเสนอรายงานการตรวจ ลานจอดรถตามระยะเวลา และรายงานทางการปฏิบัติการเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนการปฏิบัติการ อีกทั้งการ ปฏิบัติการที่เปนเรื่องของสถานีรถบรรทุก ประเภทของยานพาหนะที่ใชในการระบายสัมภาระที่ชายหาดนั้น มีอิทธิพลตอความสําเร็จ ของการปฏิบัติ ยานพาหนะทางยุทธวิธีที่ขับเคลื่อนทุกลอ และมีความสามารถในการลอยน้ําไดสูงสุด จะไดรับ การพิจารณากอน อยางไรก็ตาม ควรใชรถกึ่งพวงเมื่อชายหาดไดมีการปรับปรุง พรอมทั้งยังสรางสิ่งอํานวย ความสะดวก ถนน และพื้นที่แข็งไวแลว หรือถาสภาพชายหาดเดิมอํานวยตอการใชรถกึ่งพวงก็แนะนําใหใชได ๗.๔ การระบายที่ทาเรือ (Port Clearance) เปนการปฏิบัติการขนสงดวยรถยนตในการสนับสนุน การระบายสัมภาระออกจากทาเรือคลายกับการปฏิบัติที่ชายหาด แตเปนการทํางานในถนนที่มีสภาพดี มีสิ่ง อํานวยความสะดวกสมบูรณ การปฏิบัติการขนสงระยะไกลอาจมีขึ้นพรอมกับการระบายที่ทาเรือ การปฏิบัติการขนสงระยะไกลชวยใหการเคลื่อนยายสัมภาระไปขางหนาไกลที่สุดเทาที่จะเปนไปได โดย ยานพาหนะทําการบรรทุกที่ทาเรือแลวเคลื่อนยายไปยังสถานีปลายทางที่ซึ่งทําการขนลง จากนั้นจะกลับไปยัง ทาเรือเพื่อเริ่มวงรอบใหม ที่ลานจอดรถจะมีการปฏิบัติและรักษาการควบคุมการปฏิบัติการขนสงดวยรถยนตใน


๒๓ การระบายสัมภาระที่ทาเรือ การปฏิบัติการที่ทาเรือที่มีเครื่องมือประจํา ปกติแลวจะมีประสิทธิภาพมากกวา การปฏิบัติบนทาเรือที่วางเปลา ๗.๕ การปฏิบัติการขนสงดวยรถยนตระหวางเขต (Interzonal Motor Transport Service) การปฏิบัติการระหวางเขตนี้ คือการเคลื่อนยายระยะไกลที่ปฏิบัติบนเสนทางสงกําลังหลักที่ตอระยะออกไป โดยปกติแลวสามารถใหบริการทั่วทั้งยุทธบริเวณ การปฏิบัติการระหวางเขตตองมีการควบคุมแบบรวมการที่จัด ใหโดยหนวยบัญชาการขนสง และ / หรือหนวยบัญชาการชวยรบกองทัพนอย การบังคับบัญชาและการควบคุม ที่เหมาะสม สําหรับการปฏิบัติการขนสงระยะไกลจะขึ้นอยูกับภารกิจ ซึ่งโดยปกติแลวจะมอบหมายใหกองพัน หรือกรมขนสงดวยรถยนต กองบัญชาการอาจรับผิดชอบตอการปฏิบัติเฉพาะชวงของเสนทาง หรือตลอด เสนทาง ภารกิจจะกําหนดจํานวนและประเภทของการขนสงดวยรถยนตไว การขนถายสัมภาระและหนวยขน ถายรถพวงตามตองการ ควรใชกองรอยรถยนตบรรทุกกลางในการปฏิบัติการขนสงระยะไกล เพราะรถกึ่งพวง หัวลากจูงเปนอุปกรณที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด สําหรับการขนสงระยะไกล และกองรอยยานยนตขนสง ยุทธภัณฑหนักทางการรบ ก็มีประสิทธิภาพในการสนับสนุนการเคลื่อนที่ทางยุทธวิธีอีกดวย โดยทําการ เคลื่อนยายหนวยทหารมายานเกราะ และทหารราบยานยนต อีกทั้งยุทธภัณฑที่หนักหรือที่เกินขนาด วิธีสงทอด รถกึ่งพวงนั้น ปกติแลวจะใชในการปฏิบัติการขนสงระยะไกล ซึ่งจะรวมตําบลตนทาง สถานีปลายทาง และ ตําบลขนถายรถพวงทั้งหลาย ที่ตั้งอยูกึ่งกลางตามเสนทางดวย กองบังคับการขนสงดวยรถยนตจะแบงเสนทาง ออกเปนชวง ๆ เพื่อใหระยะทางเปนเวลาระหวางตําบลขนถายรถพวง หรือสถานีปลายทางตาง ๆ ใกลเคียงกัน ที่สถานีตนทางหัวรถลากที่ทําการเทียวขน (จากสถานีปลายทาง) จะเคลื่อนยายรถกึ่งพวงเปลาจากสถานีไปยัง หนวยที่รับการสนับสนุนเพื่อรับสัมภาระขึ้น จากนั้นจะคืนรถกึ่งพวงคันดังกลาวที่รับการบรรทุกแลวใหกับสถานี ตนทาง เพื่อจัดขั้นตอนและเตรียมเคลื่อนยายตอไป โดยหัวรถลากที่ขนสงระยะไกลจากหนวยที่ไดรับมอบหมาย ใหปฏิบัติในชวงแรกของเสนทาง จะรับรถกึ่งพวงที่บรรทุกสัมภาระเหลานี้ที่ตําบลตนทาง แลวลากจูงไปยังตําบล ขนถายรถพวงตําบลแรกที่นี่ รถกึ่งพวงที่บรรทุกสัมภาระจะถูกสับเปลี่ยนกับรถกึ่งพวงที่บรรทุกสัมภาระกลับ ลากกลับไปยังตําบลตนทางเพื่อดําเนินกรรมวิธีใหมสําหรับการเคลื่อนยายในคราวตอไป หัวรถลากที่ไดรับ มอบหมายใหปฏิบัติในชวงที่สองของเสนทาง จะรับชวงในการลากรถกึ่งพวงจากตําบลขนถายแรกนี้ไปยังตําบล ขนถายตําบลตอไป จะมีการสับเปลี่ยนเชนเดียวกัน การสงทอดดําเนินตอไปกระทั่งรถกึ่งพวง ที่เคลื่อนยายไป เขตหนาจะมาถึงสถานีปลายทาง จากนั้น หัวรถลากที่ทําการเทียวขนจะทําการลากรถกึ่งพวงที่มีสัมภาระออก จากสถานีปลายทางไปยังสถานีปลายทางสุดทายของสัมภาระเพื่อทําการขนลง ถารถกึ่งพวงเปลาหรือรถที่ บรรทุกสัมภาระกลับ มีอยูที่สถานีปลายทางสุดทาย หัวรถลากที่ทําการเทียวขนที่สถานีปลายทางควรลากรถกึ่ง พวงดังกลาวกลับไปยังสถานีปลายทางเพื่อดําเนินการทางเอกสาร รวบรวม และเตรียมสําหรับการเคลื่อนยาย สงทอดทางการสงกลับตอไป การสงทอดรถกึ่งพวงกอใหเกิดการไหลของรถกึ่งพวงที่บรรทุกสัมภาระเคลื่อนยาย จากหนวยสนับสนุน ทั่วไป และหนวยสนับสนุนไปยังพื้นที่เขตหนาอยางไมขาดสาย ในเวลาเดียวกันรถกึ่งพวงที่ บรรทุกสัมภาระกลับ จะเคลื่อนยายไปขางหลังซึ่งเปนที่ที่ใชทําการบรรทุกใหม และสงไปยังเขตหนาอีกครั้งหนึ่ง ๗.๖ การปฏิบัติการขนสงที่สถานีรถยนตบรรทุก / ตําบลสับเปลี่ยนรถพวง (Truck Terminal / Trailer Transfer Points Operations) สถานีรถยนตบรรทุก หรือ ตําบลสับเปลี่ยนพวง ถูกจัดตั้งขึ้น พรอมกับการปฏิบัติการขนสงระยะไกล หรือการปฏิบัติการสงทอดโดยจัดใหมีพื้นที่วาง สิ่งอํานวยความสะดวก สําหรับรวมยุทธภัณฑขนสงดวยรถยนตการปลอยรถ การซอมบํารุง การใหบริการ และที่พักแรมหรือที่พัก ชั่วคราวของพลขับรถยนต ๗.๗ การปฏิบัติการขนสงที่สถานีตนทาง – ปลายทางรถยนตบรรทุก (Truck terminal operations) ปกติแลว สถานีรถยนตบรรทุกจะตั้งอยูใกลกับศูนยกลางของการปฏิบัติของรถยนตบรรทุก เปนตําบลรวบรวมและศูนยปลอยรถสําหรับยุทธภัณฑขนสงที่ใชในการปฏิบัติการขนสงระยะไกล พื้นที่ควร


๒๔ กวางพอ และมีขายถนนภายในที่สามารถรับได เพื่อใหมีพื้นที่วางสําหรับการจอด และการจัดขบวนรถกึ่งพวง และหัวรถลาก พื้นที่ควรสม่ําเสมอ และแข็งแรงสามารถทนตอการสัญจรของยานพาหนะขนาดหนักได สถานี รถยนตบรรทุกจํานวนหนึ่งสถานีหรือมากกวา อาจถูกจัดตั้งขึ้นที่จุดระหวางกลางตามเสนทางการขนสง ระยะไกล ที่ตั้งและจํานวนของสถานีเหลานี้จะขึ้นอยูกับหนวยที่ปฏิบัติการขนสงระยะไกล และที่ตั้งของหนวย ที่รับการสนับสนุน สถานีปลายทางรถยนตบรรทุกจะทําการสงมอบสัมภาระใหกับหนวยสนับสนุนการสงกําลัง ที่อยูใกลเสนทางการขนสง เมื่อเปนเชนนี้ หนาที่ปฏิบัติที่สถานีปลายทางจึงมีสองฐานะ คือ ๗.๗.๑ เปนสถานีปลายทางรถยนตบรรทุก ที่จัดการเรื่องการสงสัมภาระใหถึงที่หมาย ปลายทางในตําบลใกลเคียงของสถานีปลายทาง ๗.๗.๒ เปนตําบลสับเปลี่ยนรถพวง ที่ดําเนินกรรมวิธีในการบรรทุกสัมภาระที่เคลื่อนยายโดยผานสิ่ง อํานวยความสะดวกไปยังที่หมายปลายทางขางหนาที่ไกลออกไปบนเสนทางการขนสงระยะไกล ๗.๘ ตําบลสับเปลี่ยนรถพวง (Trailer transfer points) ตําบลนี้จะถูกจัดตั้งขึ้นตามระบบ การขนสงระยะไกลเพื่อแบงการขนสงนี้ออกเปนชวง ๆ ที่นี่จะมีการสับเปลี่ยนกันระหวางรถกึ่งพวงกับหัวรถลาก ที่ปฏิบัติการขนสงระยะไกลบนชวงของเสนทางที่อยูติดตอกัน หนาที่ตาง ๆ ของตําบลสับเปลี่ยนรถพวง คือ การรายงาน การตรวจยานพาหนะและสัมภาระ การดําเนินการทางเอกสาร และการปลอยรถ อีกทั้ง การจัดหาอาหาร การซอมบํารุง และการสนับสนุนอื่น ๆ แกเจาหนาที่ของตําบลสับเปลี่ยนรถพวง และพลขับ ที่ปฏิบัติการขนสงระยะไกลดวย ทั้งนี้ขึ้นอยูกับการสนับสนุนที่จะหาไดในทองถิ่น หัวรถลากขนสงระยะไกลที่มาจากพื้นที่เขตหลัง จะสงมอบรถกึ่งพวงที่มีสัมภาระไวที่ตําบล สับเปลี่ยนรถพวงแลวรับรถกึ่งพวงเปลาหรือรถกึ่งพวงที่บรรทุกสัมภาระกลับเพื่อเคลื่อนยายกลับ สวนหัวรถลาก ที่มาจากพื้นที่เขตหนา จะปลอยรถกึ่งพวงเปลาหรือรถกึ่งพวงที่บรรทุกสัมภาระกลับลง แลวรับสัมภาระ ที่เคลื่อนยายไปเขตหนา เพื่อเคลื่อนยายตอไปยังปลายทางสุดทาย ตําบลสับเปลี่ยนรถพวงจะไมใชในการรับ และสงสัมภาระ ความยาวของชวงการขนสงระยะไกล จะยึดถือวงรอบการปฏิบัติงาน ๑๐ ชม. ตอพลขับหนึ่งคน และเวลาที่เสียไปในการปลด - เกี่ยวขอพวง / เที่ยว ๑ ชม. เปนหลัก ดังนั้น เวลาในการเดินทางหนึ่งเที่ยว ระหวางตําบลสับเปลี่ยนรถพวงที่ไดผลที่สุด คือ ๔ ๑/๒ ชม. การใชปจจัยในการวางแผนนี้ พลขับแตละคน สามารถทําใหการเดินทางหนึ่งรอบเสร็จสิ้นภายในหนึ่งผลัดได ซึ่งการปฏิบัติเชนนี้ จะตัดปญหาความตองการ ในเรื่องการจัดที่พักใหกับพลขับที่ออกไปปฏิบัติหนาที่อยูนอกหนวย ทั้งยังไดพลขับที่ไดรับการพักผอนมาแลว สําหรับการเดินทางแตละครั้ง และมีเวลาซอมบํารุงยานพาหนะอีกดวย ในการคํานวณระยะทางระหวางตําบลสับเปลี่ยนรถพวง จะใชเวลาวงรอบหรือเวลาที่ใชในการ ปฏิบัติงาน ๑ ผลัด ๑๐ ชม. และเวลาที่เสียไป ๑ ชม. คูณดวยอัตราการเคลื่อนที่เปนสมการ จากตัวอยางนี้ ผูวางแผนกําหนดอัตราการเคลื่อนที่ ๓๒ ก.ม.ในชั่วโมง ซึ่งเปนอัตราที่จะสามารถเคลื่อนที่ไปไดอยางตอเนื่อง โดยจะไดสมการดังนี้ ระยะทาง = (เวลาวงรอบ ๑๐ ชม. – เวลาที่เสียไป ๑ ชม.) × อัตราการเคลื่อนที่ ๓๒ กม. / ชม. ๒ = (๑๐ – ๑) × ๓๒ ๒ = ๑๔๔ กม. ระหวางตําบลสับเปลี่ยนรถพวง


๒๕ จะใชสูตรเดียวกันนี้ในการกําหนดระยะทางระหวางตําบลสับเปลี่ยนรถพวง แตละตําบลตอ ๆ ไป ระยะทางจะเปลี่ยน ถาอัตราการเคลื่อนที่บางชวงทางเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากชวงทางกอนหนานี้อยางตอเนื่อง แตถาอัตราการเคลื่อนที่ตลอดเสนทางคงที่ ระยะทางระหวางตําบลสับเปลี่ยนรถพวงก็จะเทากัน จะมีความ แตกตางอันเนื่องมาจากการหาที่ตั้งที่เหมาะสม เมื่อมีระยะทางเหลือหรือชวงสั้น ชวงที่สั้นควรกําหนดเปนชวง ขางหนา เพื่ออํานวยความสะดวกตอการขยายการปฏิบัติอยางรวดเร็ว ดังนี้ ๗.๙ การปฏิบัติการขนสง ณ ที่ตั้งของหนวย (Area Support Operations) ปฏิบัติ การขนสงนี้ กระทําอยู ๒ แบบ คือ ๗.๙.๑ การสนับสนุนทางธุรการ โดยปกติการบริการขนสงดวยรถยนตจะเกี่ยวเนื่องกับกิจกรรม ทางธุรการภายในและการรักษาสถานที่ ซึ่งเรียกวา การปฏิบัติการทางธุรการ รวมทั้งบริการนําสาร แจกจาย เสบียง เคลื่อนยายกําลังพลเจ็บปวย และสนับสนุนกิจกรรมการสรางภายในที่ตั้งทางทหาร โดยธรรมดาจะจัดตั้ง แหลงรวมรถขึ้นเพื่อปฏิบัติหนาที่ดังกลาว และปลอยยานพาหนะออกปฏิบัติงานตามภารกิจเปนหลัก ๗.๙.๒ การสนับสนุนคลังภายในพื้นที่ ในเขตยุทธบริเวณ โดยเฉพาะอยางยิ่งภายในสวนตาง ๆ ของเขตหลัง การขนสงดวยรถยนตถือวามีความตองการสูงมาก สําหรับงานธุรการและการปฏิบัติของคลังตาง ๆ ความตองการดังกลาวคือ การเปลี่ยนแปลงโยกยายสัมภาระภายในคลังเปนประจํา เรียกวา การสนับสนุนงาน คลังภายในพื้นที่ เพื่อการจัดเก็บสิ่งอุปกรณที่ไมตองการจายเรงดวนไปที่เก็บใหมทั้งงานกอสรางดวย ผูบังคับบัญชาเปนผูรับผิดชอบในการใชยานพาหนะของคลัง อยางไรก็ตาม ยังใชการบริการขนสง ดวยรถยนตในการตระเวนตรวจตราตามคลังตาง ๆ เพื่อใหมั่นใจวาการใชยานพาหนะเปนไปอยาง มี ประสิทธิภาพ ถาการปฏิบัติของคลังภายในพื้นที่มีขอบเขตกวางขวาง หนวยขนสงดวยรถยนตตนสังกัด อาจไดรับคําสั่งใหไปปฏิบัติหนาที่ กํากับดูแลการใชยานพาหนะ ใชงานทั่วไปและรถยนตบรรทุกเบา เปนยานพาหนะที่เหมาะสมที่สุดสําหรับการบริการแบบที่กลาวนี้ ๗.๑๐ การปฏิบัติการขนถาย (Transfer Operations) การขนถายสัมภาระหรือกําลังพลจาก หนวยขนสงหนวยหนึ่งไปยังอีกหนวยหนึ่ง หรือจากประเภทหนึ่งไปยังอีกประเภทหนึ่ง เชน จากรถไฟไปยัง รถยนตบรรทุก เรียกวา การปฏิบัติการขนถาย ตําบลขนถายไดรับการจัดตั้ง ณ ที่ซึ่งมีการสับเปลี่ยนดังกลาว กองรอยขนถายของสถานีรับสง ทําการยกขนสัมภาระ ซึ่งมีแบบตาง ๆ ของตําบลขนถาย คือ สถานีปลายทาง ของการขนสงดวยรถไฟ สถานีปลายทางการขนสงดวยรถยนต สถานีรับสงทางน้ําในแผนดิน สถานีปลายทาง ของการขนสงทางทอ และสถานีปลายทางของการขนสงทางอากาศ ตําบลขนถายที่ไดรับการจัดตั้งตามตองการหรืออาจจะแตกตางกันตั้งแตตําบลเล็ก ๆ ที่ปฏิบัติงาน เปนครั้งเปนคราว จนถึงที่ตั้งทางทหารขนาดใหญที่ปฏิบัติงานตลอด ๒๔ ชั่วโมง ตําบลขนถายเล็ก ๆ มักจะ ดําเนินงานโดยขนสงรถยนต เพราะโดยปกติรถยนตบรรทุกมักจะเกี่ยวของในการขนถาย สาเหตุที่วาทําไม จึงจําเปนที่จะตองขนถายสัมภาระ หรือกําลังพลจากประเภทการขนสงประเภทหนึ่งไปยังอีกประเภทหนึ่ง เนื่องจากประเภทการขนสงอาจจะสิ้นสุดลงที่ตําบลหนึ่งอยางแนนอน หรือเนื่องจากการกระทําของขาศึก อาจจะทําลายสะพานรถไฟ ดังนั้น จึงตองสงสัมภาระไปขางหนาดวยการขนสงประเภทอื่นซึ่งขาศึกอาจตรวจ ท่าเรือ ๑๔๔ กม. ๑๔๔ กม. ๘๔.๘ กม. ตําบลสับเปลี่ยนรถพวง


๒๖ พบได อันจะทําใหตองเปลี่ยนไปใชเครื่องมือการขนสงที่มากกวาหรือเปดเผยนอยกวา เชน เคลื่อนที่เขาไปใกล ชายแดนของขาศึก หรือการทําลายถนนที่สรางแลวทําใหตองขนถายสัมภาระไปยังยานพาหนะที่มี ขีดความสามารถในการใชนอกถนน หัวขอยอยตอไปนี้จะชี้ใหทราบถึงตําบลขนถายชนิดตาง ๆ ๗.๑๐.๑ สถานีปลายทางรถไฟ คือ ตําบลหรือที่ตั้งทางทหารซึ่งตั้งอยูตามทางรถไฟที่มีการขน สัมภาระลงจากรถไฟเพื่อขนตอไป ความหมายสั้น ๆ ก็คือ สถานีปลายทางของการขนสงดวยรถไฟ ตําบลขน ถายอาจจะตั้งอยูที่สุดทางรถไฟหรือที่ตําบลใด ที่ตองการตามทางรถไฟ ตามปกติรถยนตบรรทุกนั้นจะจัดการ ขนสงสําหรับชวงที่ยังเหลืออยู สัมภาระสวนมากที่ไปถึงโดยทางรถไฟจะมุงไปยังคลังหรือตําบลสงกําลัง ถาสัมภาระสามารถไปโดยตรงจากปลายทางของการขนสงดวยรถไฟยังตําบลสงกําลังหรือคลังได โดยไมมีการ ขนซ้ําระหวางทางแลว จะเปนการประหยัดทั้งเวลา เงิน และแรงงานดวย ๗.๑๐.๒ สถานีปลายทางรถยนตบรรทุก สัมภาระจะไดรับการขนถายที่สถานีปลายทางรถยนต บรรทุกจากรถยนตบรรทุกที่เขามาไปยังรถยนตบรรทุกคันอื่น หรือดวยคนแบกหาม หรือสัตวพาหนะเพื่อจะ สงไปยังจุดหมายปลายทาง สัมภาระอาจจะบรรทุกไวบนยานพาหนะชนิดเดียวกัน หรือบนยานพาหนะ ที่ใหญกวาหรือเล็กกวาตามตองการภายใตการกํากับดูแลของหนวยขนสงดวยรถยนตที่รับผิดชอบแหงนั้น รถกึ่งพวงที่ไดรับการขนสัมภาระลงที่ปลายทางของการขนสงดวยรถยนตบรรทุก ซึ่งรถบรรทุกขนาดเล็กกวาจะไปรับ สัมภาระเพื่อการเคลื่อนยายตอไป ในบางครั้งปลายทางของการขนสงดวยรถยนตบรรทุกอาจจะใชเปนตําบลจาย สิ่งอุปกรณ โดยมีหนวยรถยนตหนวยหนึ่งรับผิดในการจัด ๗.๑๐.๓ สถานีรับสงทางน้ําในแผนดิน ตําบลซึ่งตั้งอยูตามลําน้ําในแผนดินที่สามารถเดินเรือ ได ซึ่งสัมภาระขนถายจากทางน้ําไปสูพาหนะทางบก หรือในทางตรงกันขามจากทางบกไปสูทางน้ํา เรียกวา สถานีรับสงทางน้ําในแผนดิน สัมภาระจะไดรับการขนถายออกจากบริเวณสถานีรับสงทางน้ําในแผนดิน ในทํานองเดียวกันกับที่ขนถายออกจากทาเรือหรือหาด หนวยทหารขนสงดวยรถยนตจะขนถายสัมภาระ จากสถานีรับสงไปยังที่ตั้งทางทหารที่กําหนดไว อยางไรก็ตาม ลําพังสถานีรับสงจะดําเนินการโดยหนวยงาน ซึ่งมี ความรับผิดชอบตอการบริการขนสงทางน้ําในแผนดิน ๗.๑๐.๔ สถานีปลายทางทอ สถานีปลายทางทอ ตั้งอยูที่ปลายสุดทางทอสงน้ํามันสําหรับสง น้ํามันเชื้อเพลิง น้ํามันเครื่อง และน้ํามันหลอลื่น ปลายทางของการสงทางทอนี้เปนตําบลขนถายตําบลหนึ่ง ซึ่งปฏิบัติงานโดยหนวยทหารพลาธิการ ทางที่ดีที่สุดปลายทางของการสงทางทอควรจะตั้งอยูในที่ซึ่งมีสิ่งอํานวย ความสะดวกในการเก็บรักษาอยางเพียงพอ และตั้งอยูใกลกับเครื่องมือขนสงชนิดตาง ๆ หลายชนิดใหมากที่สุด เทาที่จะทําได ทั้งนี้ เพื่อใหสามารถแจกจายผลิตภัณฑน้ํามันไปยังหนวยอื่นไดโดยสะดวก หนวยทหารขนสง ดวยรถยนตมักจะถูกแบงมอบให หรือขึ้นสมทบเปนสวนสนับสนุนกับหนวยทางทหารพลาธิการ ซึ่งปฏิบัติงาน ที่ปลายทางของการขนสงทางทออยูเสมอ เนื่องจากการขนสงทางทอชวยใหประหยัดกําลังพลและยานพาหนะ ที่ใชน้ํามันเชื้อเพลิงไวเพื่องานอยางอื่นได ดังนั้น การสงทางทอจึงเปนวิธีการเคลื่อนยายผลิตภัณฑน้ํามัน ที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพสูงสุด ๗.๑๐.๕ สถานีปลายทางรับสงทางอากาศ ที่ตั้งทางทหารซึ่งมีสิ่งอํานวยความสะดวกสําหรับ ขนขึ้นและขนลงจากอากาศยานและมีสิ่งอํานวยความสะดวกสําหรับยกขนสัมภาระและผูโดยสาร ซึ่งเคลื่อนยายโดยอากาศยานระหวางรอการขนผานที่ตั้งดังกลาวนี้คือ สถานีรับสงทางอากาศ ณ สถานีรับสง ทางอากาศแตละแหง ซึ่งมีหนาที่ยกขนสัมภาระกองทัพบกจะมีนายทหารที่ประสานงานเกี่ยวกับการเดินทาง ทางอากาศ (Air Traffic Coordinating Officer) ๑ นาย ทําหนาที่แทนนายทหารขนสง ซึ่งสถานีรับสง ตั้งอยู ในพื้นที่รับผิดชอบของนายทหารผูนี้ ความรับผิดชอบของนายทหารประสานงานเดินทางของทางอากาศ ประการสําคัญคือ


๒๗ ๑) ประสานการเคลื่อนยายกําลังพล และสัมภาระของกองทัพที่มายังสถานีรับสง และไป จากสถานีรับสง ๒) ดํารงไวซึ่งการติดตอกับคลัง และที่ตั้งทางทหารอื่น ๆ เพื่อทําใหมั่นใจวาสิ่งของ จะสงมาถึงตามกําหนด รถยนตบรรทุกจะถูกจายไปตามความจําเปน เพื่อเคลื่อนยายสิ่งของเปนรายยอยจากสถานีรับสง รถยนตบรรทุกที่จายไปเปนรายคัน แตละคันก็ยังคงอยูภายใตการควบคุมการใชงานของผูบังคับกองพันรถยนต บรรทุก อาจกลาวไดวา กองรอยรถยนตบรรทุกตาง ๆ สามารถสนับสนุนการปฏิบัติงานของหนวยที่สถานีรับสง ทางอากาศได เมื่อมีสิ่งของสงเขามาเปนจํานวนมาก หรือสงเขามาประจําหรือมิฉะนั้น อาจสงเปนรายคันไปยัง สถานีรับสงเพื่อขนสงสิ่งอุปกรณตามความจําเปนก็ได ๗.๑๑ การสนับสนุนการปฏิบัติการรบ (Support To Combat Operations) หนวยขนสง ดวยรถยนต อาจถูกใชในการสนับสนุนการเคลื่อนยายทางยุทธวิธี หรือการปฏิบัติการรบโดยตรง กองทัพนอย หรือกองพล อาจใชการขนสงดวยรถยนตที่อยูในอัตราหรือขึ้นสมทบเปนเสมือนการบริการรวม ซึ่งสามารถจะแบงมอบใหเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการทางยุทธวิธี ณ ตําบลและเวลาที่ตองการไดการขนสง สิ่งอุปกรณและยุทโธปกรณใหแกหนวยรบ เคลื่อนยายหนวยทหารไปยังฐานออกตี หรือฐานตีโตตอบและทําใหมี การคลองตัวอันเปนความสําคัญอยางยิ่งแกกองบัญชาการตาง ๆ ตลอดจนยุทโธปกรณที่เคลื่อนที่ดวยตัวเอง ไมได และสิ่งอุปกรณตาง ๆ แตไมจํากัดเพียงเทานั้น หนวยทหารขนสงดวยรถยนตที่สนับสนุนการรบ ควรประกอบดวยรถงานตาง ๆ ซึ่งมีความคลองตัวเทากับยานพาหนะทางยุทธวิธีของหนวยซึ่งรับการสนับสนุน ๗.๑๒ การสนับสนุนการปฏิบัติการชวยรบ (Support To Combat Service Operations) ในการใหการสนับสนุนทางการชวยรบแกหนวยทางยุทธวิธีนั้น การขนสงดวยรถยนตใชการปฏิบัติการระหวาง คลังกับคลัง จากคลังไปยังตําบลสงกําลังของกองทัพนอย ๗.๑๒.๑ การปฏิบัติการจากคลังถึงคลัง เกี่ยวของกับการเคลื่อนยายระหวางคลังตาง ๆ ภายในเขตหลังหรือจากคลังตาง ๆ ในเขตหลังไปยังคลังในพื้นที่ของกองทัพนอย เมื่อมีความตองการ ในการเคลื่อนยายอยูเปนประจํา หรือมีสัมภาระจํานวนเพียงพอที่จะเคลื่อนยาย อาจแบงมอบหนวยทหารขนสง ดวยรถยนตหนวยหนึ่งใหรับภารกิจในการขนสงจากคลังถึงคลัง รถกึ่งพวงหลายคันอาจนํามาใชปฏิบัติงานอยางไดผลโดยใชรถลากจูง ๑ คัน ทํางานรวมกับ รถกึ่งพวง ๓ คัน บนทางหลวงระหวางคลัง ขณะที่รถลากจูงกําลังลากจูงรถกึ่งพวง ๑ คัน ไปบนทางหลวง ระหวางคลัง รถกึ่งพวงอีกคันหนึ่งกําลังขนสัมภาระลง ในขณะเดียวกันจะมีการขนสัมภาระขึ้นบนรถกึ่งพวงอีก คันหนึ่ง ณ คลังตนทาง งานนี้จะมีประสิทธิภาพมากที่สุดถาการขนขึ้นและขนลงเสร็จพรอมกันกับการมาถึงของ รถลากจูงและรถกึ่งพวงพรอมที่ถูกลากจูงออกไป การกําหนดเวลาดังกลาวนี้จะสามารถทําไดก็ตอเมื่อ มีกําลังพลเพียงพอที่จะขนสัมภาระขึ้นและขนลงจากรถกึ่งพวงเทานั้น ๗.๑๒.๒ การปฏิบัติการจากคลังไปยังตําบลสงกําลังของกองทัพนอย เกี่ยวของกับ การเคลื่อนยายสิ่งอุปกรณจากคลังในพื้นที่เขตหลัง ไปยังตําบลสงกําลังของกองทัพนอย ตําบลสงกําลังในเขตหนา จะไดรับการบริการจากคลังในเขตหลัง การสงสิ่งอุปกรณโดยตรงจากคลังไปยังตําบลสงกําลัง หรือเมื่อสามารถ กระทําได ก็จะสงไปยังผูใชดังกลาวนี้จะเปนการประหยัดยิ่งขึ้นการขนสงเปนสะพานเชื่อมระหวางแหลงผลิตสิ่ง อุปกรณกับผูบริโภค ในยุทธบริเวณขนสงจะนํามาซึ่งหนวยทหารพรอมดวยเสบียงอาหาร อาวุธที่ใชในการสูรบ พอเพียง ในเวลาและสถานที่อันถูกตองเพื่อความมีชัยในการรบ จากความออนตัวสูง การขนสงดวยรถยนตจึงถูกนํามาใชอยางมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติ การสงกําลังบํารุงตาง ๆ เชน การขนออกจากสถานีรับสงทางน้ํา การปฏิบัติการที่สถานีรับสงรถยนตบรรทุก การสนับสนุนที่ตั้งทางทหาร การปฏิบัติการขนถาย การสนับสนุนการรบ และการสนับสนุนการชวยรบ


๒๘ รถยนตบรรทุกจะไดรับการกําหนดใหเคลื่อนยายสัมภาระออกจากบริเวณทาเรือ และเพื่อให รวดเร็วทันกับการขนลงจากเรือ การวางแผนอยางรอบคอบ มีความจําเปนที่หลีกเลี่ยงการสะสมสัมภาระที่สะพาน ทาเรือ หรือการสงมีความสัมพันธกับความสามารถของหนวยรับในการขนลง และการสงรถยนตบรรทุกกลับ เพื่อปองกันมิใหเกิดความคับคั่งจากการใชถนนบริเวณนั้น การปฏิบัติการที่ยาวนาน และการสะสมสัมภาระ ในแนวชายฝงจะเปนที่หมายที่เปนประโยชนแกขาศึก ที่ตั้งทหารชนิดตาง ๆ ไดรับการสนับสนุนการขนสงดวยรถยนต ตั้งแตมีความตองการรถยนต เพื่อใชงานในงานแมบานประจําวัน จนถึงการเคลื่อนยายดวยการขนระยะไกลระหวางคลังอยางตอเนื่อง แมวา การขนสงดวยรถยนตจะสามารถใชงานไดรอบดานก็ตาม แตก็มีขีดจํากัดหลายประการ รถยนตเคลื่อนที่ไดแต บนพื้นดิน ยิ่งกวานั้น โดยธรรมดารถยนตถูกจํากัดการเคลื่อนที่อยูบนถนน สวนเรือ เครื่องบิน และรถไฟ บรรทุกสัมภาระไดระยะทางไกลกวาในที่ซึ่งรถยนตบรรทุกสามารถเขาไปได แตประเภทการขนสงเหลานี้ ไมสามารถสงสัมภาระโดยธรรมดาไปยังผูใชไดโดยตรง รถยนตจะไปเชื่อมกับการขนสงประเภทอื่น ๆ เหลานี้ ณ สถานีรับสงของรถยนตบรรทุก และที่ตําบลขนถาย ณ ตําบลดังกลาว รถยนตบรรทุกจะรับสัมภาระและสงไป ยังตําบลปลายทาง โอกาสดังกลาวนี้ก็คือ สัมภาระอยางเดียวกันจะถูกขนในขั้นตอนไปยังประเภทการขนสง อื่น ๆ ดวยรถยนตบรรทุก สถานีรับสงของรถยนตบรรทุกจัดสิ่งอํานวยความสะดวกตาง ๆ สําหรับการรวบรวม การแจกจาย การตรวจการบริการและการเติมน้ํามันเชื้อเพลิงใหแกยานพาหนะ ตําบลขนถายที่ปลายทางรถไฟ ปลายทางรถยนต สถานีรับสงทางน้ําในแผนดินทางทอ และสถานีรับสงทางอากาศนั้นจะตองจัดใหมีสิ่งอํานวย ความสะดวกสําหรับการสับเปลี่ยนรถกึ่งพวง หรือสัมภาระเพียงพอที่จะสนับสนุนใหบริการการขนสงดวย รถยนตเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ ๗.๑๓ สภาพแวดลอมทางการปฏิบัติการ (Operational environment) เนื่องจากแผน กําลังรบของกองทัพมีความผันผวนและซับซอนพอ ๆ กับการผสมผสานของสภาพทางภูมิศาสตร ภูมิประเทศ ลมฟาอากาศ พื้นที่ๆต่ํากวาโครงสราง และภัยคุกคามที่มีอยูทั่วโลก หนวยขนสงดวยรถยนตและเหลาทหารจะตอง มีความสามารถรอบตัว ที่จะรับมือกับสภาพแวดลอมที่มีความหลากหลายและปฏิบัติการทางทหารในรูปแบบตาง ๆ หนวยอาจตองปฏิบัติการในพื้นที่ภูเขา ในปา หรือในทะเลทรายในสภาพอากาศหนาวรอน หรือไมเชนนั้นก็ในสภาพอากาศที่ไมอํานวย ในพื้นที่ในเมืองหรือในพื้นที่ๆหางไกลบนถนนที่แหง เปยก และที่ เต็มไปดวยหิมะหรือในภูมิประเทศที่ขรุขระในปาและทุงหนวยอาจถูกเรียกใหไปสนับสนุนกําลังรบของ กองทัพบกในระหวางสงคราม หรือระหวางการบังคับใหอยูในความสงบ การรักษาความสงบ หรือการปฏิบัติการ เพื่อบรรเทาภัยพิบัติในบทนี้จะกลาวถึงภัยคุกคามที่ศักยภาพตอหนวยขนสงดวยรถยนต การปฏิบัติการรักษา ความปลอดภัยและการตั้งรับ อีกทั้งการปฏิบัติการในภูมิประเทศและสภาพอากาศที่เลวราย ๗.๑๓.๑ ภัยคุกคาม (threat) กองกําลังสหรัฐอาจถูกเรียกใชไมวาเมื่อใดหรือที่ใดในโลก โดยการแจงลวงหนาภายในระยะเวลาอันสั้น หนวยขนสงดวยรถยนตของกองทัพบกหรือเหลาทหาร อาจตองเผชิญ กับภัยคุกคามที่มีศักยภาพจํานวนมากมาย ในฐานะที่เปนสมาชิกของชุดกําลังสหรัฐ หนวยขนสงตองพรอมที่จะ ปองกันตัวเอง และยุทธภัณฑของหนวยในการปองกันฐานในขบวนลําเลียง และที่ตั้งของหนวยที่เรียกใช โดยไมคํานึงถึงสภาพแวดลอมหรือประเภทของการปฏิบัติการ ดังนั้น หนวยขนสงจะตองรูถึงภัยคุกคามที่มีอยู ในพื้นที่ที่หนวยปฏิบัติการอยู ฝายปรปกษที่มีศักยภาพทั้งหลาย จะพิจารณาหนวยสงกําลังบํารุงและฐานตาง ๆ วาเปนเปาหมาย หลักสําหรับการปฏิบัติการทางลึก บางทีเปาหมายทั้งหลายอาจจะรวมถึงทาเรือ ตําบลขนถาย และเสนทาง คมนาคม เชน ถนน และทางน้ําในแผนดินดวย พื้นที่เหลานี้ไดรับการสนับสนุน และใชโดยหนวยขนสงดวย รถยนตทั้งสิ้น ฝายปรปกษอาจใชกําลังรบสงทางอากาศหรือเคลื่อนที่ทางอากาศ ปนใหญระยะไกลและจรวด กําลังรบนอกแบบหรือกําลังกองโจร ในการปฏิบัติการ ผูกอการรายอาจพยายามทําใหการปฏิบัติการ


๒๙ ของฝายเรากระจัดกระจาย (แมในระหวางหวงเวลาที่มิไดรวมกับการรบก็ตาม) ดวยการใชการซุมโจมตีพลซุมยิง การตีโฉบฉวย หรือการกอวินาศกรรม เปาหมายหลักดังกลาวนี้ เปนสิ่งลอแหลมทางสภาพแวดลอม ที่เพิ่ม การทาทายในการปองกันไมเพียงแตจากความเสียหายที่เกิดจากการปฏิบัติการเทานั้นแตยังมาจากการโจมตี ทางนิเวศวิทยาของฝายปรปกษอีกดวย สภาพแวดลอมที่ทาทายนี้ เหลาทหารขนสงจะตองมีความสมบูรณ รับการฝก และพรอมที่จะ ตอบโตผูนําหนวยจะตองเตรียมทหารเพื่อปฏิบัติในสถานการณที่เลวรายสําหรับเวลาที่ยืดออกไป โดยใหมี การฝกและมีความชํานาญในตําแหนงหัวหนาที่เหมาะสม ผูนําจะตองสรางหนวยดวยความกลาที่จะเอาชนะ ความไดเปรียบ เพื่อปฏิบัติภารกิจใหเปนผลสําเร็จ และดวยการกําหนดนโยบายในการสนับสนุนสวนหนา เพื่อใหการรบหรือการปฏิบัติการอื่นดําเนินตอไปได ตองรับผิดชอบตอการเตรียมหนวยและทหาร ในการดํารงชีพในสภาพแวดลอมของนิวเคลียรชีวภาพเคมีในปจจุบันอยางถึงที่สุดดวย ๗.๑๓.๒ การรักษาความปลอดภัยในการปฏิบัติการ (Operational Security) การรักษา ความปลอดภัยในการปฏิบัติการเปนสวนรวม เปนสวนหนึ่งของการวางแผนสําหรับการปฏิบัติการ การฝก ของหนวย การปฏิบัติการวันตอวันในทุกระดับการบังคับบัญชา ตองใชความพยายามทุกวิถีทางที่จะรักษา ปลอดภัยใหคงอยูตลอดการวางแผนการเตรียมการ และขั้นตอนของการปฏิบัติการ มาตรการรักษาความ ปลอดภัยควรจะรวมอยูในกําหนดการฝกของหนวยดวย ฝอ.3 ของหนวยจะเปนผูปรับปรุงมาตรการปองกัน การรักษาความปลอดภัยในการปฏิบัติการ ซึ่งมี 4 ขั้นตอน คือ ๑) กําหนดขีดความสามารถของขาศึกในการรับขาวสารเกี่ยวกับการปฏิบัติการขนสงดวย รถยนต ๒) กําหนดขาวสารที่ขาศึกไดรับแลวอาจจะประนีประนอมการปฏิบัติการได ๓) กําหนดการปฏิบัติที่หนวยขนสงดวยรถยนตตองทํากอนการปฏิบัติการ เพราะถาขาศึก ทราบและวิเคราะหแลว ก็อาจเปนการใหขาวสารที่ขาศึกตองการได ๔) กําหนดมาตรการปองกันที่จําเปนและสถานที่ที่ตองใชมาตรการนี้ เพื่อเพิ่มการรักษา ความปลอดภัยในการปฏิบัติการใหไดมากที่สุด ๗.๑๓.๓ มาตรการรักษาความปลอดภัยในการปฏิบัติการ ๑) การตอตานการตรวจเฝา ๒) การรักษาความปลอดภัยทางการสื่อสาร ๓) การรักษาความปลอดภัยทางวัตถุ ๔) การรักษาความปลอดภัยทางขาวสาร ๗.๑๓.๔ แผนการรักษาความปลอดภัยและแผนการตั้งรับ (security and defense) ผูบังคับหนวยขนสงดวยรถยนต จะตองรูวามาตรการตั้งรับใดบางที่จะใชในระหวางการโจมตีทางภาคพื้นดิน ทางอากาศ การสงทางอากาศ / เฮลิคอปเตอร กองโจร และนิวเคลียร ชีวภาพ เคมี ในขณะที่ในเรื่องมาตรการ รักษาความปลอดภัยเชิงรับ และกําลังพลดังกลาวรูหนาที่ดังนี้แลว ผูบังคับหนวย จะใหฝายอํานวยการ คอยสอดสองดูแลการปฏิบัติ และทําแผนเพื่อลดความเปนไปไดและผลกระทบของการถูกโจมตี ฝายอํานวยการ จะใหทุกวิถีทางที่จะรวมขั้นตอนในการวางแผนและสรุปมาตรการรักษาความปลอดภัยในการปฏิบัติการเขาไว ในแผนยุทธการและ รปจ. แผนการรักษาความปลอดภัยและแผนการตั้งรับจะออนตัว กําลังที่สงเขาทาง ยุทธการจะทําใหจํานวนกําลังพลที่มีไวเพื่อการรักษาความปลอดภัย และการตั้งรับลดลง เพราะฉะนั้น แผนจึงควรรวมถึงเรื่องการสนับสนุนที่หาไดจากแหลงอื่น ๆ (เชน หนวยขางเคียงกรมสนับสนุนในพื้นที่) ไวดวย แผนควรเรียบงาย โดยทั่วไปแลว ขอหวงใยหลักของผูบังคับหนวยคือ การตั้งรับตอตานการโจมตีทางอากาศ กําลังรบทางอากาศ/เฮลิคอปเตอร กองโจร นิวเคลียร หรือเคมีสวนการโจมตีทางภาคพื้นดินนั้นเปนขอหวงใย


๓๐ ๗.๑๓.๕ การปฏิบัติการขนสงดวยรถยนตภายใตสภาพภูมิประเทศที่ยากลําบาก(motor transport operations under adverse terrain conditions) ภูมิประเทศสรางฉากขัดขวางที่ธรรมดาที่สุด แตมีผลกระทบ ตอการเคลื่อนยายโดยรถยนต เตรียมพรอมสําหรับเครื่องกีดขวางในภูมิประเทศจากการศึกษาแผนที่และการลาดตระเวน เสนทาง ปรับอัตราเร็วและจํากัดน้ําหนักของยานพาหนะตามความจําเปน ยานพาหนะทางทหารที่ไดมาตรฐานถูกออกแบบ และผลิตออกมาเพื่อใหผลของภูมิประเทศที่ยากลําบาก เหลือนอยลง ผูวางแผนและเจาหนาที่ปฏิบัติการจะตองรูและคํานึงถึงในเรื่อง ขอจํากัดที่ภูมิประเทศบังคับ ซึ่งจะชวยใหพลขับขามเครื่องกีดขวางทางธรรมชาติ หรือที่ประดิษฐขึ้นไดดวยการลาชาที่เสียเวลานอยที่สุด ภูมิประเทศที่ยากลําบาก เชน ๑) ภูมิประเทศที่เนินเขาหรือภูเขา (Hilly or mountainous terrain) ๒) โคลนและหนอง (Mud and swamps) ๓) รองน้ําและลําธาร (Ditches and streams) ๗.๑๓.๖ การปฏิบัติการขนสงดวยรถยนตภายใตสภาพอากาศที่เลวราย (motor transport operations under adverse climatic conditions) สภาพอากาศที่เลวราย บังคับใหมีขอจํากัดตาง ๆ และการทาทายในการปฏิบัติการการขนสงดวยรถยนตเกิดขึ้น เมื่อวางแผนในการปฏิบัติในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศ เลวรายที่สุดเปนหลัก ควรเนนย้ําเรื่อง ผลกระทบตอกําลังพล ยุทธภัณฑ และวิธีการเคลื่อนยายและการซอม บํารุงดวย เชน ๑) การปฏิบัติการในทะเลทราย (desert operations) ๒) การปฏิบัติการในปารกทึบและในปาโปรง (jungle and forest operations) ๓) การปฏิบัติการในหิมะ น้ําแข็ง และอากาศที่หนาวจัด (Operations in Snow lce and Extreme Cold) ๗.๑๓.๗ ขายทางหลวง (The Highway Net) เมื่อเลือกเสนทางที่จะใชขนสงสัมภาระแลวให พิจารณาในเรื่องขีดความสามารถของถนนและสะพาน เพื่อใหการปฏิบัติการดําเนินตอไป ตัวอยาง เชน น้ําหนัก รวมของยานพาหนะที่บรรทุกหนักที่สุด ไมควรเกินขีดความสามารถในการรับน้ําหนักตามอัตราบรรทุก ของสะพานที่ออนแอที่สุด


๓๑ บทที่ ๓ คุณลักษณะของรถยนตทหาร ๑. กลาวโดยทั่วไป ยานพาหนะที่ใชลอของกองทัพเรือมีกําเนิดมาจากยานพาหนะในการพาณิชย ซึ่งไดมีการดัดแปลง ใหไดลักษณะอันพึงประสงคของทางราชการที่มีมากกวาและเหนือกวายานพาหนะในทางการพาณิชย จะพึงประสงค เชน เปนตนวา การขับทุกวัน ซึ่งจําเปนที่จะใหสามารถใชไดเปนผลสําเร็จในทุกลักษณะ ภูมิประเทศ ดังนั้น จะกลาวถึงลักษณะอันพึงประสงค หนาที่และการแบงประเภทยานพาหนะ ของกองทัพเรือ ใหเปนที่เขาใจตอไป ความหมายของยานพาหนะ คําวา “ยานพาหนะ” หมายถึง อุปกรณทุกรายการที่ตั้งอยูบนลอ สายพาน ลูกกลิ้ง หรือผสมกัน อยางใดอยางหนึ่ง (ยกเวนเครื่องบิน) ทั้งอาจไมตองมีกําลังในตัวเองดวย ๒. ลักษณะพึงประสงคของยานพาหนะที่ใชในราชการทหาร ๒.๑ ขับทุกลอ คือ การขับซึ่งทุกลอไดรับกําลังทําใหรถเคลื่อนไปได ๖x๖ , ๔x๔ เลขตัวแรก แสดงจํานวนลอที่มี เลขตัวหลังแสดงจํานวนลอที่ขับ ๒.๒ มุมขึ้นลาด หมายถึงมุมของลาดซึ่งรถสามารถขับขึ้นไดโดยไมมีสวนใดแตะพื้นลาดนอกจากยาง ๒.๓ มุมลงลาด หมายถึง มุมของลาด ซึ่งรถสามารถขับลงไดโดยไมมีสวนหนึ่งสวนใด แตะพื้นลาด นอกจากยาง ๒.๔ เกราะ คือ สิ่งปกคลุมใด ๆ ที่ใชปองกันมิใหรับอันตรายจากกระสุนปน ๒.๕ การไปในภูมิประเทศ คือ การไปนอกเสนทางและถนนไปในภูมิประเทศแทๆ เชน ขรุขระ เปนหิน ทราย เนิน ที่ลุม ๒.๖ ระยะปฏิบัติการ หมายถึง จํานวนไมล (หรือ กม.) ทั้งหมด ที่รถสามารถใชงานไดดวย เชื้อเพลิง ที่มีอยูในถัง ๒.๗ กําลังฉุดลาก หมายถึง กําลังฉุดลากที่ขอพวง ๒.๘ การลอยตัว หมายถึง ความสามารถของลอในการดึงโดยไมจมลงในดิน ๒.๙ ความลึกในการลอยน้ํา หมายถึง ความลึกของน้ําซึ่งรถสามารถขับไปไดโดยความเร็วต่ําสุด ๒.๑๐ ความสามารถในการขึ้นลาด หมายถึง ลาดชันที่สุด ซึ่งรถที่บรรทุกเต็มที่พรอมดวยอุปกรณ ประจํารถสามารถขับเขาไปไดดวยความเร็วคงที่ใชเกียรตามกําหนด ๒.๑๑ ความสูงจากพื้นดิน คือ ระยะหางที่นอยที่สุด วัดจากสวนที่ต่ําที่สุดของแครรถ ๒.๑๒. น้ําหนักบรรทุก หมายถึง น้ําหนักของสัมภาระหรือผูโดยสารรวมทั้งพลประจํารถ ซึ่งสามารถ บรรทุกไดโดยปลอดภัย ๒.๑๓ ความจุในการบรรทุกผูโดยสาร หมายถึง จํานวนผูโดยสารรวมทั้งพลขับประจํารถ ซึ่งออกแบบรถไวใหบรรทุก ๒.๑๔ รัศมีวงเลี้ยว หมายถึง วงกลมที่เล็กที่สุดที่รถสามารถเลี้ยวไดบรรจบรอบ ๒.๑๕ น้ําหนักทั้งหมดของรถ หมายถึง น้ําหนักของแครรถ ตัวถัง ของบรรทุกนอกจากนั้น อาจรวมทั้งเจาหนาที่ที่ระบุไวดวย


๓๒ ๓. คุณลักษณะของรถที่ใชในภารกิจการขนสง รถยนตขนสงที่ใชในกิจการทหาร คือ รถซึ่งดัดแปลงใหเหมาะสมกับความประสงคของทาง ราชการ ประกอบดวยลักษณะ ดังนี้ ๓.๑ ขับทุกลอ เพื่อใชความคลองแคลวในการเคลื่อนที่สูงสุด ๓.๒ ใชขอตอออน ที่ขอบดานนอกของเพลาลอ เพื่อใหมีมุมเลี้ยวไดสูงสุด ๓.๓ ยางแบบสงคราม เพื่อปองกันไมใหแตกในเวลาปฏิบัติงาน เมื่อถูกแทงดวยของแหลมคม ๓.๔ มีเครื่องบังรังผึ้งและโคมหนา เพื่อปองกันกิ่งไมมิใหแทงเขาไปในขณะปฏิบัติงานในสนาม มีการพรางไฟ ๓.๕ มีกันชนหนาและหลัง เพื่อปองกันการโดนกันระหวางการขับที่มีการพรางแสงไฟ การฝก และการลากจูง ๓.๖ มีขอสําหรับลากและขอพวง สําหรับรถที่ไมมีเครื่องกําเนิดกําลังสําหรับลากจูง ๓.๗ มีคลัทซตัดการทํางานของเพลาหนา เมื่อปฏิบัติงานบนถนนที่เรียบ ๓.๘ มีมุมขึ้นลาดและลงลาดสูงสุด เพื่อใหสามารถใชรถในภูมิประเทศขรุขระ ที่ไมเรียบได ๓.๙ มีความสามารถในการลุยขาม เพื่ออํานวยใหสามารถใชรถในภูมิประเทศและบุกหลุมลุยโคลน ๓.๑๐ มีโคมไฟหนาและหลัง สําหรับขับในเวลาพรางแสงได ๓.๑๑. มีเครื่องชวยในการกรองน้ํามันเชื้อเพลิง เพื่อกรองน้ําผงจากน้ํามันกอนเขาไปในปม น้ํามันเชื้อเพลิง ๔. องคประกอบที่สําคัญของรถในการใชราชการทหาร แบงออกเปน ๕ สวน คือ ๔.๑ เครื่องกําเนิดกําลัง ประกอบดวย เครื่องยนต น้ํามันเชื้อเพลิง เบนซิน ทั้งระบบน้ํามันเชื้อเพลิง ระบบจุดระเบิด ระบบระบายความรอน และระบบการหลอลื่น ๔.๒ ระบบการสงกําลัง ระบบนี้รวมทั้งเครื่องกลไกทั้งหมด ซึ่งสงจากเครื่องยนตไปจนกระทั่ง ถึงลอ เครื่องกลไกเหลานี้มีคลัทซเกียร เกียรชวย เพลาสงกําลัง ขอตอออน เฟองทาย เฟองทด และเพลาขับ ๔.3 ระบบไฟฟา รวมทั้งอุปกรณไฟฟาทั้งปวงที่ติดอยู นอกจากระบบจุดเชื้อระเบิด เชน ระบบของ แบตเตอรี่ และไดนาโมชารจ ระบบมอเตอรสตารท และระบบดวงโคม ๔.๔ แครรถ องคประกอบในสวนนี้ไดแกโครงรถ หามลอ ยาง สายพาน ระบบการรับ การสั่นสะเทือน และระบบบังคับเลี้ยว ๔.๕ ตัวถัง รถบรรทุก หรือโดยสาร บรรทุกอยูบนสวนหนึ่งสวนใดของตัวรถรวมทั้งตัวถังและตัวรถ ๕. การแบงประเภทของรถ การแบงประเภทของรถ ในแตละตํารามีการแบงประเภทไดหลายอยางตามวัตถุประสงคของการใชงาน โดยสารมารถแบงออกเปนสวนใหญๆ ดังนี้ ๕.๑ การแบงประเภทโดยทั่วไป สามารถแบงออกได ๒ ประเภท ดังนี้ ๕.๑.๑ รถยุทธการ คือ รถที่ออกแบบดวยความมุงหมายหลักที่จะใชใหเหมาะสมกับการ ปฏิบัติการ ในสนามรวมกับการปฏิบัติการในการรบหรือการยุทธการ ใชในการยุทธวิธีของรถเหลานี้ก็มักจะ เกี่ยวกับการใชอยางหนึ่งอยางใดในการรบหรือการยุทธการ หรือการฝกของหนวยทหารในเรื่องตาง ๆ ๕.๑.๒ รถธุรการ เปนรถแบบพาณิชยอยางธรรมดา ใชในกิจการขนสงสัมภาระทหารหรือ อุปกรณตาง ๆ การใชในทางธุรการ คือการใชที่ไมเกี่ยวของโดยตรงกับการรบ การยุทธหรือการฝกของหนวยทหาร


๓๓ ๕.๒ การแบงประเภททางทหาร สามารถแบงออกได ๒ ประเภท ดังนี้ ๕.๒.๑ รถยนตสงคราม ๑) ชนิดรบ หมายความถึง (๑) “รถถัง” คือ มีเกราะติดอาวุธเคลื่อนที่ไปดวยสายพาน เชน รถถังแบบ ๗๖ (๒) “รถเกราะ”คือ มีเกราะติดอาวุธเคลื่อนที่ไปดวยลอหรือลอประกอบสายพานกัน ลื่น หรือกึ่งสายพาน เชน รถเกราะแบบ ๗๔ (๓) “รถปน”คือ เปนรถชนิดใดก็ตามและเรียกนามตามอาวุธนั้น ๆ เชน รถปนใหญ ตอสูอากาศยานแบบ ๗๖ รถปนกลแบบ ๗๕ ๒) ชนิดชวยรบ หมายความถึง (๑) “รถนั่ง” คือ รถที่จัดไวสําหรับนั่ง (๒) “รถบรรทุก” คือ รถที่จัดไวสําหรับบรรทุก (๓) “รถลาก” คือ รถที่จัดไวสําหรับฉุกลาก เชน รถลากแบบ ๗๗ รถลากแบบ ๗๘ (๔) “รถเฉพาะการ”คือ รถที่จัดไวสําหรับหนาที่ใดหนาที่หนึ่งโดยเฉพาะ เรียกนามตาม หนาที่นั้น ๆ เชน รถไฟฉายแบบ ๗๘ รถพยาบาล รถเครื่องมือ รถน้ํามัน รถปนจั่น (๕ “รถจักรยานยนต” คือ รถที่จัดไวสําหรับนั่ง หรือทําการสื่อสาร ๕.๒.๒ รถยนตปกติหมายความถึงรถยนตซึ่งใชราชการตามธรรมดาเรียกนามอนุโลมตาม รถยนตชวยรบทุกประการ ๕.๓ การแบงประเภทยานพาหนะขนสงทางบก เปนการแบงประเภทพาหนะ เพื่อใชในการระบุประเภทสําหรับการขอรับการสนับสนุนพาหนะ การจัดรถ และอื่น ๆ ซึ่งยังไมมีเอกสารทางราชการของ ทร. กําหนดไว มีเพียงเอกสารของ ขส.ทร. เสนอ ทร. ใหกําหนดประเภทและชนิดของยานพาหนะทางบก และยานพาหนะทางน้ําในแผนดินดานการขนสง ไดแบงรถยนต สงครามชนิดชวยรบและรถปกติ สามารถแบงเปนประเภทยอยตาง ๆ ๗ ประเภท ดังนี้ ๕.๓.๑ รถยนตนั่ง (ใชสําหรับงานบริหาร) ๕.๓.๒ รถยนตติดตอธุรการ (ใชสําหรับงานติดตอธุรการและใชสอยทั่วไป) ๕.๓.๓ รถยนตตรวจการณ (ใชสําหรับงานตรวจตราและติดตามเหตุการณ) ๕.๓.๔ รถยนตบรรทุก (ใชสําหรับงานขนยายพัสดุ) ๕.๓.๕ รถยนตบรรทุกทางทหาร (ใชสําหรับงานขนยายในภูมิประเทศ) ๕.๓.๖ รถยนตโดยสาร (ใชสําหรับงานรับ-สงคนจํานวนมาก) ๕.๓.๗ รถยนตเฉพาะการณ(ใชในสําหรับงานบริการใหกับหนวยตางๆ เปนสวนรวมและงานพิเศษ) นอกจากนี้รถยนตประเภทตาง ๆ ขางตนแบงเปนชนิดและขนาด ดังนี้ รถยนตนั่ง แบงเปน ๓ ขนาด คือ ๑) รถยนตนั่งขนาดใหญ – มากกวา ๑,๖๐๐ ซี.ซี.ขึ้นไป ๒) รถยนตนั่งขนาดกลาง – ๑,๓๐๐ - ๑,๖๐๐ ซี.ซี. ๓) รถยนตนั่งขนาดเล็ก – นอยกวา ๑,๓๐๐ ซี.ซี. ลงมา รถยนตติดตอธุรการ - (ไดแกรถยนตนั่งขนาดเล็กแบบแวนตางๆ ) รถยนตตรวจการณแบงเปน ๓ ขนาด คือ ๑) รถยนตตรวจการณในทางหลวง ๒) รถยนตตรวจการณในภูมิประเทศขนาดใหญ ๓) รถยนตตรวจการณในภูมิประเทศขนาดเล็ก


๓๔ รถยนตบรรทุก แบงเปน ๓ ขนาด คือ ๑) รถยนตบรรทุกขนาดใหญ – บรรทุก ๖ ตัน ขึ้นไป ๒) รถยนตบรรทุกขนาดกลาง – บรรทุก ๒-๕ ตัน ๓) รถยนตบรรทุกขนาดเล็ก – บรรทุก ๑ ตัน ลงมา รถยนตบรรทุกทางทหาร แบงเปน ๓ ขนาด คือ ๑) รถยนตบรรทุกทางทหารขนาดใหญ –รยบ. ขนาด ๒ ๑/๒ ตัน (บรรทุก ๑๑ ตัน) ๒) รถยนตบรรทุกทางทหารขนาดกลาง –รยบ.ขนาด ๓/๔ ตัน (บรรทุก ๓ ตัน) ๓) รถยนตบรรทุกทางทหารขนาดเล็ก –รยบ.ขนาด ๑/๔ ตัน (บรรทุก ๑ ตัน) รถยนตโดยสาร แบงเปน ๓ ขนาด คือ ๑) รถยนตโดยสารขนาดใหญ – บรรทุก ๓๐ คน ขึ้นไป ๒)รถยนตโดยสารขนาดกลาง – บรรทุก ๑๖ - ๓๐ คน ๓) รถยนตโดยสารขนาดเล็ก – บรรทุก ๘ - ๑๕ คน รถยนตเฉพาะการณเชน รถดับเพลิง รถบรรทุกน้ํามัน รถพยาบาล รถปนจั่น รถบรรทุกน้ํา รถกูภัย รถบรรทุกขยะ ฯลฯ ๕.๔ การแบงประเภทของรถซึ่งอยูในความรับผิดชอบของ ขส.ทร. ในฐานะหนวยเทคนิค ไดกําหนดประเภทของรถออกเปน จํานวน ๓๙ ประเภท มีดังนี้ ลําดับที่ ประเภทรถ ลําดับที่ ประเภทรถ ๑ รถยนตโดยสารขนาดใหญปรับอากาศ ๒๑ รถบรรทุกตูทึบ ๒ รถยนตโดยสารขนาดใหญ ๒๒ รถหองเย็น ๓ รถยนตโดยสารขนาดกลางปรับอากาศ ๒๓ รถวิทยุสื่อสาร ๔ รถยนตโดยสารขนาดกลาง ๒๔ รถบันได ๕ รถยนตโดยสารขนาดเล็ก ๒๕ รถซอมบํารุง ๖ รถยนตนั่งสวนกลาง ๒๖ รถกระเชา ๗ รถประจําตําแหนง ๒๗ รถบรรทุกเงิน ๘ รถรับรอง ๒๘ รถบรรทุกขยะ ๙ รถยนตบรรทุกขนาดใหญ ๒๙ รถบรรทุกศพ ๑๐ รถยนตบรรทุกขนาดกลาง ๓๐ รถควบคุมผูตองหา ๑๑ รถยนตบรรทุกขนาดเล็ก ๓๑ รถดับเพลิง ๑๒ รถนําขบวน ๓๒ รถพยาบาล ๑๓ รถจักรยานยนตนําขบวน ๓๓ รถกูภัย ๑๔ รถลากจูง (หัวลาก) ๓๔ รถสุขา ๑๕ รถพวง ๓๕ รถสื่อสารดาวเทียม ๑๖ รถกึ่งพวง ๓๖ รถเก็บกูและทําลายวัตถุระเบิด ๑๗ รถยก/รถลาก ๓๗ รถเอ็กซเลยเคลื่อนที่ ๑๘ รถตรวจการณ ๓๘ รถจักรยานยนต ๑๙ รถบรรทุกน้ํา ๓๙ รถจักรยานสองลอ ๒๐ รถบรรทุกน้ํามัน


๓๕ บทที่ ๔ การสงกําลังบํารุง สิ่งอุปกรณและการบรรทุก ๑. กลาวโดยทั่วไป งานดานการสงกําลังบํารุง นับวาเปนกระบวนการที่มีความสําคัญอยางยิ่งตอความสําเร็จหรือ ความลมเหลวของภารกิจในการปฏิบัติการทางทหารจากเขตหลังไปสูเขตยุทธบริเวณ โดยครอบคลุมความ รับผิดชอบอยางกวางขวาง เพราะเปนงานที่มีเปาหมาย มุงใหการสนับสนุนทั้งปวงภายใตการดําเนินงานของ หนวยงาน ที่หลากหลาย ทั้งในสวนที่เกี่ยวของกับกําลังพล สิ่งอุปกรณ ยุทธภัณฑ ยุทโธปกรณ สิ่งอํานวยความ สะดวกและการบริการตาง ๆ ทั้งนี้เปาหมายหลักของงานดานการสงกําลังบํารุง คือ การสนับสนุนหนวยกําลัง รบใหมีความพรอมสามารถปฏิบัติภารกิจไดอยางมีประสิทธิภาพและตอเนื่อง เพราะถาขาดการ สงกําลังบํารุง ที่ดีและมีประสิทธิภาพแลว การปฏิบัติการทางทหารก็ยากที่จะบรรลุภารกิจตามที่รับมอบหมายได ดวยเหตุนี้ การสงกําลังบํารุงจึงเปนงานที่ตองมีหลักการและแนวปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อใหระบบงานดําเนินไปดวยความ ราบรื่นและเรียบรอย ๒. การสงกําลังบํารุง คําวา “ การสงกําลังบํารุง ” นี้ ไดนํามาใชในกองทัพตาง ๆ เมื่อใดไมปรากฏหลักฐานแนชัด คาดวากําหนดขึ้นโดยการนํามาใชในกองทัพเรือไทยภายหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ นี้เอง โดยแปลมาจากคํา ภาษาอังกฤษวา “ LOGISTICS ” สําหรับการสงกําลังบํารุงในตอนเริ่มแรกนั้นเปนศัพทที่ใชเฉพาะในกิจการ ทหารเทานั้นตอมาคํานี้ไดถูกไปใชในการประสานงานในกรรมวิธีทั้งของทหารและพลเรือนเพื่อสนับสนุน กิจการทางทหาร แตในปจจุบัน คําวา การสงกําลังบํารุง ไดถูกนํามาใชในการเชื่อมโยงการวางแผนและกรรมวิธี ที่เกี่ยวของ ตอไปนี้ การสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารโดยการทหาร ๑. การสนับสนุนการทหารโดยการเศรษฐกิจดานพลเรือน ๒. การควบคุมและปฏิบัติการเกี่ยวกับการเศรษฐกิจดานพลเรือนตามวัตถุประสงคแหงนโยบาย ของชาติ ดังนั้น คําวา “ การสงกําลังบํารุง” หมายถึง ศาสตรที่วาดวยการวางแผนและปฏิบัติการ สนับสนุนหนวยเกี่ยวกับงานชวยรบและธุรกิจทั้งปวงที่นอกเหนือไปจากการยุทธ อันไดแก การปฏิบัติในเรื่อง การสงกําลัง (Supply) การซอมบํารุง (Maintenance) การสงกลับและการรักษาพยาบาล (Evacuation and Hodpitslization) การขนสง (Transportation) การบริการ (Service) ตามความหมายอยางสมบูรณ การสง กําลังบํารุง ไดแกการปฏิบัติการทางทหารอันเกี่ยวกับ ๑. การกําหนดนโยบายวาดวยการสงกําลังบํารุง ๒. การวางแผน การวิจัยและพัฒนา การทํางบประมาณ ๓. การออกแบบ การพัฒนา การจัดหา การเก็บรักษา การแจกจาย การซอมบํารุง การสงกลับ การจําหนาย และการเคลื่อนยายสิ่งอุปกรณหรือยุทธภัณฑ ๔. การเคลื่อนยาย การสงกลับและการรักษาพยาบาลกําลังพล ๖. การจัดหามาหรือการกอสราง การซอมบํารุง การปฏิบัติงานและการจําหนายอสังหาริมทรัพย และสิ่งอํานวยความสะดวกตาง ๆ ๗. การจัดหาและการดําเนินงานเกี่ยวกับกิจการกําลังพล และการศึกษาของเจาหนาที่สายยุทธ บริการ


๓๖ ๓. การสงกําลังบํารุงพัสดุสายขนสง กรมการขนสงทหารเรือ เปนหัวหนาหนวยเทคนิคดานการขนสงและเปนคลังใหญพัสดุสายขนสง มีหนาที่ดําเนินการจัดหา สะสม เก็บรักษา เบิกจาย จัดสง จําหนาย ยืม ใหยืม ฝาก รับฝาก คืนและรับคืน อยางใดอยางหนึ่ง หรือหลายอยางตามอํานาจหนาที่และความรับผิดชอบในประเภทพัสดุที่ไดรับมอบหมาย นอกจากนี้ตองควบคุมบัญชีพัสดุ ตลอดจนการจัดระเบียบในการจัดเก็บพัสดุภายในคลัง ตรวจสอบพัสดุใหตรง ตามบัญชี ตลอดจน และดูแลรักษาพัสดุใหคงสภาพอยูเสมอ กับใหมีจํานวนเพียงพอแกการใชราชการตามความ จําเปน และประหยัด โดยใหการสนับสนุนแกหนวยตาง ๆ ที่ไดกําหนดใหเปนหนวยในสายวิทยาการขนสง ซึ่งมีกระบวนการดําเนินการที่เกี่ยวเนื่องกันถือเปนวงจร/วงรอบของการปฏิบัติ ไดแก การเสนอความตองการ การจัดหา การเก็บรักษา การแจกจาย การซอมบํารุง และการปลด/รุจําหนาย ดังรูป ๔. สิ่งอุปกรณ สิ่งอุปกรณ หมายถึง สิ่งตาง ๆ ที่จําเปนตองใช และมีความจําเปนตองใชในกิจการตาง ๆ ทั้งในทาง พลเรือนและทางทหาร ในที่นี้จะกลาวเฉพาะสิ่งอุปกรณที่ใชในราชการกองทัพเรือ เทานั้น “ สิ่งอุปกรณ ” หมายความวา พัสดุที่ใชในราชการ ๔.๑ การแบงประเภทสิ่งอุปกรณในสวนที่เกี่ยวของกับการปฏิบัติราชการซึ่งเปนการแบงตามการสง กําลังเปนประเภทสิ่งอุปกรณเพื่อใชในการวางแผน ดังนี้ ๔.๑.๑ สิ่งอุปกรณประเภท ๑ ไดแก สิ่งอุปกรณยังชีพ หมายความวา สิ่งของที่เกี่ยวแกสุขภาพ และสวัสดิการซึ่งเปนของสิ้นเปลือง ๔.๑.๒ สิ่งอุปกรณประเภท ๒ ไดแก เสื้อผา ยุทธภัณฑประจํากาย กระโจมผา เครื่องมือประจํา หนวย เครื่องมือประจํากาย เครื่องมือสิ่งอุปกรณ และยุทธภัณฑที่ใชในราชการ และการดูแลรักษาอาคาร ๔.๑.๓ สิ่งอุปกรณประเภท ๓ ไดแก ปโตรเลียม น้ํามัน และหลอลื่น (เชื้อเพลิงปโตรเลียม หลอลื่น ไฮดรอลิค และฉนวนน้ํามัน เครื่องกระปอง ของเหลวและแกสอัด ผลิตภัณฑเคมีเครื่องใหความเย็น สารประกอบปองกันน้ําไมใหแข็งตัว รวมทั้งสวนประกอบและสิ่งที่เพิ่มเติมของผลิตภัณฑนั้น ๆ ) เสนอความ ต้องการ การปลด/ รุจําหน่าย การแจกจ่าย การเก็บ รักษา การจัดหา การซ่อม บํารุง


๓๗ ๔.๑.๔ สิ่งอุปกรณประเภท ๔ ไดแก การกอสราง วัสดุกอสราง รวมทั้งเครื่องอุปกรณติดตั้งและ วัสดุการปอมคาย เครื่องกีดขวางทั้งสิ้น ๔.๑.๕ สิ่งอุปกรณประเภท ๕ ไดแก กระสุน วัตถุระเบิดทุกชนิด (รวมถึงเคมี ชีวะ รังสี และอาวุธ พิเศษตาง ๆ ) ลูกระเบิด ดินระเบิด ทุนระเบิด ชนวน ดินนําระเบิด พลุสัญญาณ อาวุธปลอย จรวด เครื่องสง อาวุธปลอย และอุปกรณอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ ๔.๑.๖ สิ่งอุปกรณประเภท ๖ ไดแก รายการสิ่งอุปกรณตามความตองการสวนบุคคล (รายการที่มีไวขายซึ่งไมใชสิ่งของทางทหาร ๔.๑.๗ สิ่งอุปกรณประเภท ๗ ไดแก สิ่งอุปกรณสําเร็จรูปขนาดใหญ (ผลิตภัณฑซึ่งประกอบ สําเร็จรูปเรียบรอยแลว พรอมที่จะใชไดตามตองการ เชน เครื่องยิง รถถัง รังปนกลเคลื่อนที่ ยานพาหนะ) ๔.๑.๘ สิ่งอุปกรณประเภท ๘ ไดแก อุปกรณการแพทยสนาม รวมทั้งอุปกรณอะไหล ๔.๑.๙ สิ่งอุปกรณประเภท ๙ ไดแก อุปกรณอะไหลและสวนประกอบซึ่งประกอบดวยชุดเครื่องมือ ชิ้นสวนประกอบตาง ๆ ทั้งที่ซอมไดและซอมไมได สําหรับสนับสนุนการซอมบํารุงของยุทธภัณฑทั้งหมด ๔.๑.๑๐ สิ่งอุปกรณประเภท ๑๐ ไดแก เครื่องอุปกรณสนับสนุนกิจการพลเรือน เชน เครื่องมือ ในการพัฒนาการเกษตรและการเศรษฐกิจ ไมรวมสิ่งอุปกรณประเภท ๑ – ๙ ๕. การแจกจายสิ่งอุปกรณ การจายสิ่งอุปกรณกระทําได ๒ วิธี คือ ๕.๑ จายโดยหนวยมารับ กระทําโดยจายของ ณ ตําบลจายสิ่งอุปกรณ เชน คลัง ที่กองของ ปลายทางรถไฟ ปลายทางรถยนต ปลายทางเรือ ปลายทางอากาศ ปลายทางทอ ฯลฯ โดยหนวยรับของ เปนผู ลําเลียงสิ่งอุปกรณกลับไปที่ตั้งของตนเอง ๕.๒ จายถึงหนวย ทําการจายใหแกหนวยรับของถึงที่ตั้งคลัง หรือตําบลจายของของหนวยรับ ๖. การกําหนดความตองการสิ่งอุปกรณ ความตองการสิ่งอุปกรณของหนวยโดยสรุปแลว มีความตองการเปน ๔ ประเภท คือ ๖.๑ ความตองการขั้นแรกตองการเพื่อจายใหตามอัตราที่ตั้งหนวยขึ้นครั้งแรก หรือเพิ่มเติมให ครบเมื่อตั้งหนวยขึ้น ๖.๒ ความตองการเพื่อทดแทน และใชสิ้นเปลือง เพื่อรักษาระดับสิ่งอุปกรณใหมีครบ ตามความตองการขั้นแรกอยูเสมอ ๖.๓ ความตองการเพื่อสํารองไวเพื่อรักษาใหมีสิ่งของคงคลังที่ไดรับอนุมัติใหสะสม ๖.๔ ความตองการตามแผนการ เพื่อจัดหาสิ่งอุปกรณ และยุทโธปกรณใหไดมาเปนพิเศษ นอกเหนืออัตรา (เบิกนอกอัตราเปนพิเศษตามความจําเปน) ๗. การบรรจุพัสดุ การบรรจุพัสดุนับวามีความสําคัญประการหนึ่งกอนที่จะทําการขนสง เพราะพัสดุทุกอยางควรไดรับ การบรรจุอยางถูกวิธี มิฉะนั้นแลวอาจทําพัสดุเสียหายระหวางทําการขนสง ความจริงแลวการบรรจุเปนหนาที่ของผูสง แตในฐานะของเจาหนาที่ผูทําการขนสงก็จําเปนตองมีความรูอยูบาง เพราะความรับผิดชอบเมื่อพัสดุเกิดความ เสียหายระหวางการเดินทางนั้นตกอยูกับเจาหนาที่ผูทําการขนสงอยางหลีกเลี่ยงไมได เราไดทราบแลววาพัสดุ ทุกชนิดยอมมีลักษณะและคุณภาพแตกตางกันออกไป ดังนี้การบรรจุเพื่อปองกันความเสียหายและเพื่อสะดวก ในการขนสง การขนถายจึงตองแตกตางกันออกไปดวยโดยมีหลักการในการบรรจุมีดังนี้ ๗.๑ พัสดุแตกหักงาย ตองบรรจุหีบหอแข็งแรงกันกระทบกระแทก ๗.๒ พัสดุไมทนตอความรอน ตองบรรจุหีบที่กันความรอน หรือระบายความรอนได ๗.๓ พัสดุที่ไมทนความชื้น ตองบรรจุเปนพิเศษมิใหความชื้นรั่วไหลเขาไปได เชน อัดกระปอง


๓๘ ๗.๔ ภาชนะกระเบื้อง ตองบรรจุในที่หอหุมกันกระทบกระแทก ๗.๕ เครื่องประณีต ตองบรรจุในกลองหรือหีบเฉพาะ แลวรวมบรรจุในหีบใหญ ๗.๖ เครื่องสรรพาวุธ ตองเคลือบน้ํามัน และหอหุมตามเทคนิคแลวจึงนําลงหีบหอ ๗.๗ เครื่องเหล็ก ตองจัดเปนพวก ๆ ควรจะเคลือบน้ํามันหรือไมอยูที่ลักษณะ ๗.๘ สัตวมีชีวิต ตองจัดทําคอกใหแข็งแรง ๗.๙ ปนใหญ ตองจัดถอดเปนชิ้นสวนแลวบรรจุตามเทคนิค หรือลากไปถามีลอ ๗.๑๐ เสบียง ตองบรรจุตามหลักเทคนิค แลวแตชนิดของเสบียงอาจรวมเปนหีบหอ เชน เขง หรือกระสอบ ๗.๑๑ เอกสาร ตองบรรจุหีบไมหรือโลหะใสกุญแจ หรือบัดกรีกันน้ํา ๘. การบรรทุก ในการขนสงแตละคราวนั้น การบรรทุกเปนเรื่องสําคัญที่สุดเรื่องหนึ่ง ถาบรรทุกไมดียอมจะทําใหเสีย น้ําหนักบรรทุกในแตละเที่ยว และไมมีความปลอดภัยในระหวางการเดินทางพัสดุอาจลื่นไถลหรือกระทบ กระแทกเมื่อพาหนะมีการกระเทือน เพราะความขรุขระของเสนทาง หรือโคลงตัวรถ เพราะคลื่นลม ซึ่งจะตอง เสียเวลาไปแกไขในระหวางการเดินทาง นอกจากนั้นยังอาจเกิดการสับสนในการขนถาย ดังนั้นกอนการ บรรทุกแตละคราวจะตองมีการเตรียมการลวงหนาโดยคํานึงถึงหัวขอตาง ๆ เหลานี้ ๑. ระวางบรรทุก ๒. ความจุและลักษณะของการบรรทุก ๓. ลักษณะของพัสดุที่จะทําการบรรทุก ๔. อันดับของการบรรทุกกอนหลัง ๕. ใชเครื่องมือทุนแรงใหเหมาะสมกับพัสดุ ๖. พิจารณาบรรทุกใหระวางไดประโยชนสูงสุด ๗. ปรับน้ําหนักพัสดุใหเสมอกัน ๘ จัดใหเปนชุดตามชนิดของพัสดุ ๙. การตรวจตราความปลอดภัยเมื่อบรรทุกแลว การบรรทุกที่ถูกตองตามหลักเกณฑจะทําใหการใชรถไดประโยชนเต็มที่ และอายุของรถยาวนาน ตอไป การที่จะใชรถใหไดประโยชนเต็มที่ก็อยูที่การจัดเรียงสิ่งบรรทุกลงบนรถดวย การบรรทุกนอกจาก จะตองคํานึงถึงดังกลาวแลว ยังจะตองคํานึงถึงขีดความสามารถหรือสมรรถนะของรถ และระยะทางในการ เดินทางอีกดวย ๘.๑ ขอที่ควรพิจารณาในการบรรทุก ๘.๑.๑ การบรรทุกต่ํากวาอัตรา ถาบรรทุกสัมภาระบนรถต่ํากวาอัตราบรรทุกของรถจะเห็น ไดวาจะตองใชรถ และพลขับมากขึ้นกวาที่จําเปน ตัวอยาง รถยนตบรรทุกโตโยตา ๒ ๑/๒ ตัน ๖x๖ ในเมื่อ สภาพรถดี ถนนดีเราสามารถบรรทุกไดถึง ๔ ตัน แตเราบรรทุกเพียง ๒ ๑/๒ ตัน เชนนี้ยอมตองใชรถ และพลขับเพิ่มขึ้น ๒ เทา ๘.๑.๒ การบรรทุกเกินอัตรา ถาทําการบรรทุกเกินอัตราบรรทุกของรถ ในเมื่อสภาพรถ และสนทางปรากฏชัดอยูแลว ยอมทําใหรถชํารุดเสียหาย และความคลองตัวของรถเสียไปดวย ตัวอยาง เชน รถบรรทุก โตโยตา ๒ ๑/๒ ตัน ๖x๖ ในเมื่อสภาพทางไมดีหรือปฏิบัติงานนอกเสนทาง จะสามารถบรรทุกได เพียง ๒ ๑/๒ ตัน เทานั้น แตถาเราบรรทุกไดถึง ๔ ตัน จึงเรียกวาบรรทุกเกินอัตรา ทําใหการเคลื่อนยายลาชา และรถชํารุดเสียหายมากขึ้น


๓๙ ๘.๑.๓ การจัดเรียงสิ่งของไมดี ถาเราจัดเรียงสิ่งบรรทุกไมดี เชน หนักบนอาจทําใหสิ่งบรรทุก โอนเอนโคนลงมา หรือทับสิ่งที่อยูขางลาง เสียหาย หรือหนักหัว หนักทาย ก็อาจทําใหเกิดความเสียหายได ๘.๒ น้ําหนักของสิ่งบรรทุกและการจัดเรียง ๘.๒.๑ มีบอยครั้งที่เราไมมีตัวเลขหรือตารางแสดงน้ําหนักของหีบหอ และสิ่งที่จะบรรทุกชนิด ตางๆ ในกรณีเชนนี้จําตองใชวิธีกะน้ําหนักเอาโดยประมาณ ๘.๒.๒ เมื่อไมมีตัวเลขแสดงน้ําหนักของหีบหอเขียนไว เราจะปองกันมิใหบรรทุกเกินอัตราได ดวยการสังเกตการโคงของแหนบ วิธีนี้เราตองทดลองใหทราบเสียกอนวาถาบรรทุกเต็มอัตราพอดี แหนบจะ โคงเพียงใด และก็อยาบรรทุกใหแหนบออนเกินไปกวานั้น อยางไรก็ดีวิธีนี้ไมสูแนนอนนักแตก็ยังดีกวาไมมีอะไร เปนเกณฑสําหรับยึดถือเสียเลย อีกวิธีหนึ่งอาจมีความแนนอนขึ้นเล็กนอย วิธีนี้จะตองทดลองใชน้ําหนักจริง บรรทุกบนรถดูแลวใชไมบรรทัดวัดจากเพลาโบกี้หรือโครงรถถึงพื้นดินวา ถาบรรทุก ๑ ตัน โครงรถจะต่ําลงกี่นิ้ว ถาบรรทุก ๒ ๑/๒, ๓, ๔ และ ๕ ตัน น้ําหนักจะกดใหรถต่ําลงกี่นิ้ว แลวทําเครื่องหมายไวที่ไมบรรทัด เก็บติด ประจํารถไวทุกคัน เพื่อใชตรวจสอบวารถบรรทุกน้ําหนักแลวเทาใด เกินอัตราหรือไม ๘.๒.๓ การจัดเรียงสิ่งบรรทุกบนรถนี้ มีผลกระทบกระเทือนตออายุของยาง หากจัดเรียงไมดีก็ อาจเกินกําลังรับน้ําหนักของยางแตละเสน หรือแหนบและเพลาแตละอันก็ได ดังเชนรถบรรทุกของใหญ ๆ และหนัก ๆ เชน เครื่องยนตขนาดใหญอาจจัดวางไมดี โดยหนักมากไปที่เพลาหนาหรือหนักมากไปที่เพลาหลัง หรือบรรทุกทอน้ํา ซุงยาว ๆ เหลานี้เปนเรื่องของการจัดวางน้ําหนักไมถูกตอง ลวนเปนเหตุใหชํารุดไดทั้งสิ้น ๘.๓ วิธีการบรรทุกสําหรับการปฏิบัติการบนทางหลวง ๘.๓.๑ รถบรรทุกทหารไดออกแบบสําหรับปฏิบัติงานในภูมิเทศและนอกเสนทาง ทั้งขึ้นลาด ไดชันมาก ฉะนั้นรถเหลานี้เขามาปฏิบัติการบนทางหลวงที่สภาพดี อัตราการบรรทุกยอมเพิ่มขึ้น ๘.๓.๒ บนถนนดี รถบรรทุกทหารที่ใชในยุทธวิธีสามารถบรรทุกเกินอัตราได ๑๐๐ % ของอัตรา บรรทุกงาน รถลาก รถพวงบรรทุกเกินอัตราได ๖๐% แตสําหรับรถพวงหามบรรทุกเกินอัตรา ยกเวนในกรณี ฉุกเฉินไดแมจะปฏิบัติงานนอกเสนทาง ๘.๓.๓ เมื่อทําการบรรทุกเกินอัตราดังกลาวแลว ถาจะพิจารณาคิดดูใหดีแลวความจริงไมเกินอัตรา ที่รถสามารถรับน้ําหนักไดจริงเลย แตเกินอัตราบรรทุกปลอดภัยที่ผูสรางรถใหเกณฑเผื่อไวสําหรับปฏิบัติงานนอก เสนทางนั้น ๘.๓.๔ การที่ทําเกณฑปลอดภัยเผื่อไวสูงเชนนี้มีประโยชนมากในกรณีที่มีของบรรทุกมาก แตมีรถยนตนอย อันตรายจากการบรรทุกเกินอัตรานั้นเราไมควรมองขามไปเสียในแงของพลขับ ถาเราบรรทุก ๒ ๑/๒ ตัน จะปฏิบัติการบนถนนโดยไมมีอันตรายใด ๆ แกรถเลย ถาเราบรรทุก ๕ ตัน ก็อาจทําใหแหนบหัก เครื่องถูกกระแทกชํารุดได เพราะแรงกระแทกสูงขึ้นทําใหโครงรถ ลอ และตัวถังลอ ทํางานหนักขึ้น ๘.๓.๕ รถบรรทุกยิ่งหนักมากยิ่งจําเปนตองเปลี่ยนเกียรบอยขึ้น เชน ในการเลี้ยวโคง ขึ้นลาด ลงเขา เครื่องยนตทํางานหนักมาก จําตองเลือกใชเกียรใหเหมาะสมกับความเร็วและความชันของลาด ไมควรใชเลี้ยง ที่คลัทซ ๘.๓.๖ การวิ่งบนทางหลวง มักจะตองวิ่งดวยระยะทางยาวดวยความเร็วสูงเปนเวลานาน ๆ จําเปนตองตรวจน้ํามันหลอลื่นในหีบเฟองเปลี่ยนความเร็วบอยๆ ทั้งรูระบายตองไมตัน ๘.๓.๗ เมื่อบรรทุกเกินอัตรา ไมจําเปนตองเพิ่มความดันลมในยางขึ้นไปจากอัตราปกติ เราเพียง รักษาความดันลมใหอยูในเกณฑธรรมดาเทานั้น เพราะสิ่งบรรทุกยิ่งหนักมากจะกดใหยางแบนมากอันเปนเหตุ ใหยางพอง และแตกไดงาย


๔๐ ๘.๓.๘ รถบรรทุกหนักตองการเวลาและระยะในการหยุดสูงกวารถเบา ๆ พลขับตองระลึกไวเสมอ ใหรักษาระยะตอระหวางรถไวใหเพียงพอตามคําสั่ง ยิ่งถาถนนลื่นดวยแลวตองเวนระยะหางมากขึ้น ๘.๔ กฎสําหรับการบรรทุก ความรับผิดชอบ พลขับไมมีหนาที่หยิบ ยก แบก หาม สิ่งของในการบรรทุกและการขนลง แตตอง รับผิดชอบใหรถของตนบรรทุกของถูกตองตามหลักเกณฑ การบรรทุกที่มีประสิทธิภาพนั้นจะตอง เต็มตาม อัตราการบรรทุกและปลอดภัยระหวางเดินทาง สัมภาระที่ผูกมัดไมแนนและหลุดออกแมแตเพียงชิ้นเดียวอาจ เปนเหตุใหสัมภาระอื่น ๆ กระจัดกระจายหลุดลุยไปทั้งคันรถได และถาการบรรทุกไมสมดุลแลว จะทําใหรถ บังคับยาก และเสี่ยงอันตรายตอการคว่ํางาย ทั้งยังอาจเปนอันตรายตอการสัญจรของผูอื่น หลักที่จะกลาวตอไปนี้ เปนกฎเกณฑที่จะยึดถือปฏิบัติได ดังนี้ ๘.๔.๑ สัมภาระที่หนักควรจะบรรทุกโดยวางไวขางลาง และจัดเรียงอยูโดยเหมาะสม ๘.๔.๒ ในการบรรทุกซอนกันขึ้นไป ควรจะวางไวใหเปนระเบียบไมโยกคลอนกระดอนกลิ้งไปมาได ทั้งยังจัดเรียงน้ําหนักบรรทุกลงในตัวถังตามกฎเกณฑ ๘.๔.๓ สัมภาระที่จัดเรียงไวหาง ๆ กัน ไมควรวางซอนกันใหสูงเกินควร สัมภาระที่อยูหาง ๆ กัน มัดไมแนน กลิ้งไปมาไดจะทําใหรถบังคับไดยาก สัมภาระอาจชํารุดแตกหักและเปนชองทางทําใหรถคว่ําไดงาย ๘.๔.๔ ถารถบรรทุกไมมีหลังคาควรตองใชผาใบคลุม และผูกมัดใหแนนปองกันแดด ฝน ๘.๔.๕ ถังน้ํามัน ถังไมกลมๆ ควรวางนอนลงและขนานตามยาวของตัวถังรถ วางเปนรูป สามเหลี่ยม และผูกมัดใหดี หรือาจจะวางตั้งก็ได ๘.๔.๖ หีบ ลัง ที่ตีกระดานหาง ๆ กัน หอ มัดตาง ๆ ควรบรรทุกคันเดียวกัน โดยเลือกวัตถุ ประเภทหรือมีรูปรางคลายคลึงกันไวดวยกัน ๘.๔.๗ สัมภาระประเภทถุง หรือกระสอบ ควรบรรทุกตางหาก เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากการ เจาะทิ่มตํา จากหีบหอหรือสิ่งของที่แหลมคมหรือมีมุม และควรวางซอนกันใหเหลื่อมกันเปนชั้น ๆ ขึ้นไปเพื่อกัน เลื่อนลงมา ๘.๔.๘ สัมภาระที่ยื่นโผลออกนอกรถ อยางไรก็ดีในทางปฏิบัติสิ่งบรรทุกที่จะยื่นออกนอกรถนั้น เราจะตองหลีกเลี่ยงเสมอ และขณะเดียวกันสิ่งบรรทุกตองไมยื่นโผลเขาไปในที่นั่งของพลขับดวย สัมภาระที่ยื่น ออกไปนอกรถทางขางจะมีอันตรายมากที่สุด เพราะจะกินเขาไปในทางรถของผูอื่น ถาสิ่งของที่บรรทุก จําเปนตองยื่นออกทายรถเกิน ๒ - ๓ ฟุต ควรทําเครื่องหมาย เชน ธงแดง ขนาด ๑๒ ” x ๑๒ ” เปนอยางเล็ก ผูกติดทายไวเพื่อรถคันอื่นสังเกตเห็น ถาเปนเวลากลางคืนตองแขวนไฟแดงที่ปลายสุด ๘.๔.๙ การระวังรักษาสิ่งที่บรรทุก การระวังรักษาสิ่งที่บรรทุกมิใหหลน ทําไดโดยอาศัยแผงกั้น ขางของกระบะ ทายผาใบคลุมรถพรอมทั้งแผนผาใบปดหัวและทาย สิ่งบรรทุกที่ยาวหรือสูงเกินตัวถังรถ ตอง ผูกใหแนน เชือกผูกมัดที่เหมาะ คือขนาด ๑ นิ้ว ยาว ๖๐ ฟุต ๒ เสน หวงหรือขอสําหรับผูกมัดมีติดอยู ขางตัวถังรถบรรทุกทุกคัน วิธีผูกมัดใหปฏิบัติดังตอไปนี้ ๑) ผูกปลายเชือกขางหนึ่งเขากับขอหรือหวงที่ดานหนาของตัวถังรถ ๒) นําเชือกพาดบนสิ่งของลากทะแยงมุมไปผูกคลองหวงที่ดานตรงขามถัดไป ๑ หวง ดึงเชือกใหตึง ๓) นําเชือกพาดบนสิ่งของลากทะแยงมุมกลับมาดานเดิมคลองหวงและดึงเชือกใหตึง ๔) ทําเชนนี้ตอไปจนถึงทายรถแลวผูกปลายเชือกใหแนนกับหวงหรือขอ ๕) ใชเชือกอีกเสนตั้งตนที่มุมหนารถตัวถังดานตรงขาม และกระทําเชนเดียวกัน


๔๑ ๖) สิ่งลากจูง สิ่งที่ตองลากจูงอื่นๆ (ยกเวนรถกึ่งพวง) ที่นํามาพวงกับรถบรรทุกโดยใชหวง คลองที่ขอพวง เราตองบิดขอพวงกันหลุด คลองโซเพื่อความปลอดภัย และตองตอสายไฟทายและหามลอไปยัง รถพวงดวย ๘.๕ การชํารุดเสียหายของสิ่งบรรทุก การชํารุดสูญหายของสิ่งบรรทุกมักจะเกิดขึ้นในการขนยายทุกครั้ง เนื่องจากการหยิบยกขาด ความระมัดระวัง การกอวินาศกรรม ขาดความเอาใจใสระวังรักษา และจากการถูกลักเล็กขโมยนอย เหลานี้เปน ตน การชํารุดสูญหายของสิ่งของในราชการดังกลาว เกิดขึ้นไดก็เนื่องจากปลอยปละละเลยในการกําหนดความ รับผิดชอบตอสิ่งของนั้น ตั้งแตออกจากสถานีตนทางโดยพลขับ ผบ.หมู, ผบ.ตอน, ผบ.ขบวน เปนสําคัญในการที่ จะรับผิดชอบ ไมเปนการแนนอน ที่กลาวกันวา พลขับฝกวินัยของพลขับที่ดีถาการระวังรักษา ผบ.ขบวน เปนตัวสําคัญที่จะรับผิดชอบ ไมเปนการแนนอนที่จะกลาววา พลขับฝกวินัยพลขับที่ดีการระวังรักษาและอยู เวรยามสิ่งของบรรทุกก็ดี ยังเปนชองทางที่ทําใหเกิดการชํารุดเสียหายได ๘.๖ การปองกัน ๘.๖.๑ การบรรจุหีบหอตองใหเรียบรอย ทําการซอมทันที่ที่หีบหอแตก ลงหลักฐานและเอกสาร การบรรทุกเรียบรอยดีเมื่อเปลี่ยนพลขับ หรือเปลี่ยนมือผูรับ ควบคุมการปลอยรถโดยใกลชิด การควบคุม การเดินทางดี และจัดระเบียบการหยิบยกสิ่งของขึ้นลงดี นับเปนหลักการปองกันการชํารุดสูญหายได เวรยาม ก็มีความสําคัญในการปองกันของหายได แตถาเราจัดวิธีการปองกันวิธีอื่น ๆ ใหสมบูรณดีตามตองการ เวรยาม อาจจัดนอยลงไปได ๘.๖.๒ ผบ.หนวย ตองบังคับพลขับเสมอ ถึงความรับผิดชอบของพลขับที่มีตอสิ่งของบรรทุก บนรถของตน ความรับผิดชอบนี้รวมนับตั้งแตสิ่งของบรรทุกตามบัญชี เซ็นรับจากจุดเริ่มตน ถามีสิ่งใดไมครบ ตามบัญชีก็ตองติดตอเจาหนาที่ตนทาง ลงหมายเหตุไวเมื่อถึงปลายทาง สิ่งของตองครบตามหลักฐาน ที่เซ็น รับมา ความรับผิดชอบนี้ยังไกลออกไปถึงบรรทุกถูกตองตามหลักเกณฑ การผูกมัดรักษาสิ่งของและระวัง รักษาสิ่งบรรทุกในระหวางการเดินทางดวย นอกจากที่กลาวมาทั้งหมด พลขับจะตองจัดใหมีสิ่งที่ปองกันมิใหสิ่งของที่บรรทุกตกหลน รั่วไหล สงกลิ่น สองแสงสะทอน หรือปลิวไปจากรถ อันกอเหตุเดือดรอน รําคาญ ทําใหทางสกปรก เปรอะเปอน ทําใหเสื่อมเสียสุขภาพอนามัย หรือกอใหเกิดอันตรายแกบุคคลหรือทรัพยสิน ๙. การขนสงสิ่งอุปกรณ การขนสงสิ่งอุปกรณไปสงยังที่ใด ๆ ใหเปนหนาที่ของหนวยใชรถที่ไดรับประจําหนวย ใหเต็ม ประสิทธิภาพเสียกอน เมื่อเกินขีดความสามารถจึงใหขอรับบริการจากศูนยบริการรถที่มีหนาที่ใหบริการแกสวน ราชการนั้น ในกรณีที่ศูนยบริการรถดังกลาวไมสามารถบริการไดใหศูนยบริการรถนั้นเสนอขอบริการจากศูนยบริการ รถอื่นที่อยูใกลเคียง หรือศูนยบริการรถชั้นสูงขึ้นไปตามลําดับการขนสงดังกลาวแบงเปนการขนสงตามสายงาน ปกติ และการขนสงดวน ๙.๑ การขนสงตามสายงานปกติ ใหเสนอแบบการขอใชรถ โดยใหดําเนินการตามสายงานบังคับบัญชา ถึงหนวยที่จะพิจารณาใหการสนับสนุนพาหนะ เพื่อจัดลําดับการปฏิบัติ ซึ่งจะพิจารณาใชการขนสงแบบรวมการ เพื่อลดการใชปริมาณน้ํามันเชื้อเพลิง ตามนโยบายของรัฐบาล ๙.๒ การขนสงดวน ใหขอใชรถทางโทรศัพทหรือทางโทรสาร แลวใหสงแบบการขอใชรถไปตามสายงาน การขอใชบริการขนสงดวนใหผูขอใชกําหนดเวลาที่ตองการใหสิ่งอุปกรณถึงปลายทางเชน ขนสงดวนภายในวันเดียว ขนสงดวนภายในวันที่กําหนด ขนสงดวนภายในเวลาที่กําหนด (ไมถึง ๒๔ ชม. ในกรณีที่ระยะทางอํานวยให) ตัวอยางของการขนสงดวน เชน การขนสงสิ่งของบริจาคใหผูประสบภัยพิบัติในพื้นที่ตาง ๆ การขนสงเจาหนาที่


๔๒ ชวยเหลือเจาหนาที่ตํารวจควบคุมฝูงชนโดยไมไดวางแผนไวลวงหนา การขนสงอุปกรณซอมทําเรือรบหลวง ซึ่งมีภารกิจตองปฏิบัติราชการตอเนื่อง ในกรณีที่การขนสงวิธีอื่น ๆ เชน ทางเรือ ทางอากาศ ไมสามารถ ดําเนินการได ฯลฯ เปนตน ๑๐. การควบคุม เริ่มตั้งแตการรับของ,ทําการบรรทุก, เดินทาง, ขนถาย, และสงของใหผูรับตกเปนหนาที่รับผิดชอบ ของผูทําการขนสง ดังนั้น เจาหนาที่ผูทําการขนสงจึงควรไดปฏิบัติการขนสงแตละคราวใหมีประสิทธิภาพดี โดยยึดถือหลักหลักปฏิบัติ ดังนี้ ๑๐.๑ เจาหนาที่ผูสงของ ๑๐.๑.๑ บรรจุพัสดุลงบนหีบหออยางถูกวิธี ๑๐.๑.๒ ทําเครื่องหมายหีบหอ ๑๐.๑.๓ ทําบัญชีรายการพัสดุ จํานวน ๔ ชุด ๑๐.๑.๔ ใหผูขนสงเซ็นรับบัญชีรายการพัสดุแลวเก็บไว ๑ ชุด ๑๐.๒ เจาหนาที่ขนสง ๑๐.๒.๑ ตรวจรับพัสดุจากผูสงตามบัญชีรายการพัสดุ และตรวจดูหีบหอใหเรียบรอย ๑๐.๒.๒ ควบคุมการบรรทุกและขนถาย ๑๐.๒.๓ แบงงานควบคุมและรับผิดชอบระหวางเดินทาง ๑๐.๒.๔ ใหของถึงผูรับครบถวนและตรงเวลา ๑๐.๒.๕ ใหผูรับของเซ็นรับในบัญชีรายการพัสดุแลวใหไว ๑ ชุด นํากลับมา สงของ ๑ ชุด และนําเสนอผูบังคับบัญชา ๑ ชุด ๑๑. การบรรทุกวัตถุระเบิด และน้ํามันเชื้อเพลิง ๑๑.๑ ขอควรระวังเปนพิเศษในการขนวัตถุระเบิดและน้ํามันเชื้อเพลิง ๑๑.๑.๑ การแยกเก็บวัตถุระเบิดและน้ํามันเชื้อเพลิง หยิบยกขนสงดวยความระมัดระวังในการ ปฏิบัติ เราจะตองแยกสิ่งของเหลานี้ไวจากกันใหหางเพียงพอ ในเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เชน ไฟลุกหรือเกิดระเบิดขึ้น จะไดไมเปนอันตรายรวมกัน หากตองทําการขนสงวัตถุระเบิดและน้ํามันเชื้อเพลิงผานสะพานที่สําคัญ ยานชุมชน อุโมงค หรือผานตําบลที่นากลัวอันตรายแลว ตองเพิ่มความระมัดระวังเปนพิเศษ ๑๑.๑.๒ การแยกขบวนไวตางหาก ชนวนตองแยกบรรทุกตางหาก ไมรวมกับวัตถุระเบิดหรือ เชื้อเพลิง ยอมยกเวนใหเฉพาะสิ่งของที่ทางโรงงานไดบรรจุลงหีบหอโดยเรียบรอยแลว เทานั้น เชนกระสุน ปน เล็ก ปนพก ลูกระเบิดขวาง ซึ่งเหลานี้จะไมเกิดระเบิดขึ้นได วัตถุระเบิดตองไมประกอบชนวนนอกจากเวลาจะ ใชเทานั้น การถอดชนวนเปนหนาที่ของเจาหนาที่สรรพาวุธ กอนที่จะลําเลียงวัตถุระเบิดเหลานั้น ๑๑.๑.๓ การปองกันอันตรายจากประกายไฟฟาและไฟ ๑) ในการลําเลียงน้ํามันเชื้อเพลิง เราตองปองกันไฟฟาสถิต ถาจะถายน้ํามันจากรถน้ํามัน หนึ่งไปยังอีกคันหนึ่ง ตองหาตัวนําไฟฟา เชื่อมระหวางรถทั้งสองเสียกอน จึงคอยถายน้ํามัน ถาจะเติมน้ํามัน จากถังใหญหรือจากปบในรถ ควรจะเอาสายเติมน้ํามันสัมผัสกับรถเสียกอน เพื่อปองกันไฟฟาสถิตกระโดดเปน ประกายที่ปากถัง อันเปนสาเหตุใหเกิดไฟลุกได ๒) ไอเสียรถยนตและประกายไฟหัวเทียนอาจทําใหไฟลุกไดจึงใหดับเครื่องยนตเสียกอนทํา การบรรทุกวัตถุระเบิดและเชื้อเพลิง เพราะความรอนจากไอเสียหรือประกายไฟในวงจรจุดระเบิดอาจทําใหไฟ ลุกได


๔๓ ๓) ประกายไฟจากโลหะกระทบกัน เพื่อปองกันประกายไฟที่อาจเกิดขึ้นได ควรใช เครื่องมือเครื่องใชในการหยิบยกชนิดที่ไมเปนโลหะทําการบรรทุก ในทางปฏิบัติรถยนตสําหรับบรรทุกวัตถุ ระเบิดและเชื้อเพลิง เขามักใชชนิดตัวถังไม หรือบุไมขางใน หรือใชวัตถุที่กระทบกันแลวไมเกิดประกายไฟได ๔) เปลวไฟ หามจุดไมขีด หามสูบบุหรี่ในบริเวณใกลเคียง ไมวาในที่เก็บหรือกําลัง บรรทุก เมื่อตองการแสงสวางใหใชไฟฟาเทานั้น เมื่อบรรทุกสิ่งดังกลาวบนรถยนตบรรทุกที่ไมมีหลังคา ใหใช ผาใบคลุม เพื่อปองกันกนบุหรี่ที่ทิ้งมาจากรถคันอื่น โดยไมระมัดระวังในเมื่อแลนสวนกัน สิ่งที่บรรทุกเหลานี้ จะตองอยูหางไกลจากไฟไมนอยกวา ๑๐๐ ฟุต ๕) เครื่องดับเพลิง รถบรรทุกวัตถุระเบิด และน้ํามันเชื้อเพลิง จะตองมีเครื่อง ดับเพลิงประจําทุกคัน ในพื้นที่ ๆ ตองการขนถายสิ่งเหลานี้มากเปนประจําแลว ตองมีเครื่องดับเพลิงขนาดใหญ ประจําไวตามจุดตาง ๆ ทั่วบริเวณ ๖) เครื่องหมาย ตองทําเครื่องหมายไฟแดง ธงแดง ประจํารถเพื่อใหคันอื่นไดทราบ (ถาไมตองการรักษาความลับ) ๑๑.๑.๔ การยกขนดวยความระมัดระวัง การยกขนวัตถุระเบิดตองระวังอยาใหกระเทือน หรือกระทบกระแทก ยิ่งเปนระเบิดชนิดไวแลว ตองระวังใหมาก ถังบรรจุวัตถุระเบิดหามกลิ้ง โยนหรือทิ้งลงมา เมื่อรถที่บรรทุกวัตถุระเบิดจอด จะตองจัดการดับเครื่อง เขาเกียร ถึงหามลอมือ หาไมหนุนลอ ทั้งนี้ เพื่อปองกัน อุบัติเหตุอันเกิดจากรถอาจเคลื่อนที่ได วัตถุระเบิดควรจัดการบรรทุกในรถดวยความระมัดระวังเพื่อปองกันการ เคลื่อนที่ไปมาในรถหรือตกหลนออกนอกรถ ไมควรบรรทุกวัตถุระเบิดไวทางทายรถหรือนอกตัวถังรถ รถที่ บรรทุกวัตถุระเบิดตองมีเครื่องหมายแสดงไวใหเห็นไดชัดเจน เวนตองการปกปดเปนความลับเมื่อรถบรรทุกวัตถุ ระเบิดจอดอยูบนถนน ควรจัดยามหรือมีเครื่องหมายไวสําหรับเปนการเตือนรถคันอื่น ๆ ที่วิ่งมาผานให ระมัดระวังอันตรายซึ่งอาจจะเกิดชนทายรถบรรทุกวัตถุระเบิดได การใชความเร็วตองพอเหมาะ เพื่อมิใหเกิด การกระทบกระเทือนตอวัตถุระเบิดที่อยูบนรถ หรือเกิดการชนกับรถคันอื่น ๆ ๑๑.๑.๕ การรั่วไหลของน้ํามันเชื้อเพลิง หากรถที่บรรทุกน้ํามันเชื้อเพลิงเกิดมีน้ํามันรั่วไหล ระหวางเดินทาง จะตองหยุดรถเพื่อจัดการบรรทุกเสียใหมใหเกิดความปลอดภัยยิ่งขึ้น ถาหากพิจารณาเห็นวา การรั่วไหลที่เกิดขึ้นนั้น หากเดินทางตอไปจะไมปลอดภัยแลว จะตองหลบรถออกไปนอกถนนทันที ขุดหลุมให น้ํามันไหลลงไป อยาปลอยใหน้ํามันไหลเลอะเทอะแผบริเวณกวางออกไป ถาสามารถทําได ถังน้ํามันที่รั่วควร นําไปหางลําน้ําและทอระบายน้ํา อยาใหผูดูเขามาเกี่ยวของ หามมิใหจุดไฟหรือสูบบุหรี่ในบริเวณใกลเคียง จัดยามหรือเครื่องหมายบอกไว เพื่อเปนการเตือนมิใหผูใดทําใหเกิดประกายไฟจุดไฟหรือสูบบุหรี่ในบริเวณนั้น ๑๑.๑.๖ ระเบียบเกี่ยวกับการลําเลียงวัตถุระเบิดและน้ํามันเชื้อเพลิงโดยรถยนต นายทหาร ขนสง ซึ่งรับผิดชอบในการขนวัตถุระเบิดหรือน้ํามันเชื้อเพลิง ไมเพียงแตแนะนําหรือชี้แจงผูใตบังคับบัญชาให รักษาความปลอดภัยในการขนเทานั้น ยังตองหมั่นตรวจตราอยูเสมอไมวาเวลาใด เพื่อจะไดทราบวา ผูใตบังคับบัญชาของตนไดปฏิบัติการขนดวยวิธีที่ปลอดภัยหรือไม ทุกคนจะตองชวยกันคอยดู และระมัดระวังมิ ใหผูหนึ่งผูใดฝาฝนกฎของการรักษาความปลอดภัยเปนอันขาด กฎของการรักษาความปลอดภัยตอไปนี้ ผูที่ทําหนาที่เกี่ยวกับการขนยายน้ํามันเชื้อเพลิงหรือ วัตถุระเบิด จะตองยึดถือเปนแนวทางปฏิบัติโดยเครงครัด ๑) เพื่อปองกันไฟไหม วิธีการตอไปนี้ตองนํามาใช คือ (๑) หามสูบบุหรี่ในระยะ ๑๐๐ ฟุต จากรถที่บรรทุกวัตถุระเบิดหรือน้ํามัน เชื้อเพลิง


๔๔ (๒) หามมิใหทําใหเกิดเปลวไฟ เชน เกิดจากไมขีด ไมขีดไฟเบนซิน คบไฟภายใน ระยะ ๑๐๐ ฟุต จากรถที่บรรทุกวัตถุระเบิดหรือน้ํามันเชื้อเพลิง (๓) ตองมีหมอน้ํายาดับเพลิง ๒ หมอ หมอหนึ่งอยูขางในที่นั่งพลขับ อีกหมอหนึ่ง อยูขางนอกขางพลขับนั่ง สําหรับประจํารถทุกคันที่ทําการขนวัตถุระเบิดและน้ํามันเชื้อเพลิง (๔) เจาหนาที่ทุกคนจะตองไดรับคําแนะนําวิธีใชเครื่องมือดับเพลิงในทางปฏิบัติ ขอแนะนําในการใชเครื่องดับเพลิงชนิดนั้น ๆ ตองมีติดไวประจําเครื่องทุกเครื่อง (๕) เมื่อรถบรรทุกเกิดไฟลุก รถคันอื่น ๆ ตองรีบขับหนีไปจากคันที่ไฟลุกทันที การจราจรตาง ๆ จะตองหยุด และตองรีบจัดการแจงใหราษฎรที่อาศัยอยูบริเวณนั้นทราบถึงอันตรายที่อาจ เกิดขึ้นไดทันที (๖) เมื่อทําการบรรทุกหรือขนลงจากรถ จะตองไมวางวัตถุระเบิดไวใกลทอไอเสีย (๗) ระบบการจุดระเบิด และระบบแสงสวาง ตองหมั่นตรวจตราอยูเสมอ อยาให เกิดมีการลัดวงจรขึ้นได ซึ่งอาจเปนอันตราย (๘) ระมัดระวังมิใหมีการรั่วไหลที่ถังน้ํามัน ทอทางน้ํามันหรือที่คารบูเรเตอร เมื่อพบเห็นการรั่วไหลของน้ํามันเชื้อเพลิงจากรถบรรทุกวัตถุระเบิดหรือเชื้อเพลิงที่บรรทุกบนรถ ตองจัดการขน ลงไปเก็บไวใหมีระยะหางพอและเห็นวาปลอดภัยเสียกอน แลวจึงจัดการซอมรถตอไป (๙) เมื่อน้ํามันหลอลื่นหรือไขขน ซึ่งกระเด็นออกมาจากสวนที่เคลื่อนไหวของรถ อยาใหติดสกปรกอยูบนรถ เครื่องยนต หรือสวนอื่นใดของรถ ซึ่งอาจทําใหเกิดไฟลุกขึ้นได (๑๐) รถที่บรรทุกวัตถุระเบิดหรือเชื้อเพลิง หามมิใหขับเขาไปหรือผานใกลกอง ไฟ นอกจากจะแนใจวาผานไปไดโดยปลอดภัยเทานั้น ๒) การลาดตระเวนเสนทางลวงหนา และติดตอกับเจาหนาที่ทองถิ่น หากทําได เสนทางที่เลือกควรหลีกเลี่ยงเสนทางที่มีการจราจรคับคั่งหรือเมืองใหญ ๆ ๓) เมื่อเขาใกลขบวนลําเลียง หามมิใหชักชา ๔) เมื่อรถเกิดชํารุดขึ้น ตองพยายามหลบเขาขางทางใหมากที่สุดที่จะมากได เพื่อคอยรถคันอื่นมาถายหรือรอหนวยซอม จัดยามคอยเฝารถไวดวย ๕) ชนวนระเบิดตาง ๆ หามรถบรรทุกไปกับวัตถุระเบิด ๖) ภายในตัวถังที่บรรทุกวัตถุระเบิดหรือเชื้อเพลิงตองจัดการบุดวยไมหรือวัตถุที่ไม เกิดประกายไฟ เมื่อเวลากระทบกระเทือน ๗) จัดการโยงยึดสิ่งบรรทุกใหเรียบรอย เพื่อปองกันการเลื่อนไปมา ๘) หามใชรถฉุดหรือดันรถคันที่บรรทุกวัตถุระเบิดหรือเชื้อเพลิง นอกจาก ดึงรถที่เสียไป ขางทางเทานั้น ๙) เมื่อหยุดพักประจําชั่วโมง ตองมีการตรวจรถ และสิ่งบรรทุกใหเรียบรอย ๑๐) รถที่บรรทุกวัตถุระเบิดไปตามถนนหรือตามทางหลวง การจะมีปายบอกวา “วัตถุระเบิด” อยางนอยตัวหนังสือตองมีขนาดสูง ๓ นิ้ว และติดไวทั้งสองขางรถ ตลอดจนขางหนาและขางหลัง อีกดวย ๑๑) หามมิใหทิ้งรถที่บรรทุกวัตถุระเบิดหรือเชื้อเพลิงไวตามถนนโดยไมมีผูดูแล ๑๒) จะหยุดตอเมื่อบรรทุกหรือขนลง ๑๓) หากรถที่ใชบรรทุกไมมีหลังคา ตองใชผาใบปดคลุมกันฝน แสงแดด ๑๔) วัตถุระเบิดหรือกระสุน จะตองบรรทุกอยูภายในตัวถังรถ ประตูทายรถตองปด ใหเรียบรอยมั่นคงกันตกหลนได


๔๕ ๑๑.๒ พลขับทหารจะตองมีความรูความเขาใจอยางชัดเจน และถูกตองในสัญญาณ ทั้งสัญญาณที่ใชในการจราจรปกติ และสัญญาณที่ใชในการควบคุมขบวนเดินทางดวยรถยนต เพราะใน โอกาสของการปฏิบัติงานของพลขับยอมพัวพันอยูเสมอกันการใชสัญญาณเหลานี้ไมอยางใดก็อยางหนึ่ง ๑๑.๒.๑ สัญญาณการจราจรปกติ หมายถึง เครื่องหมายสัญญาณบรรดาที่เจาพนักงาน การจราจร ไดกําหนดขึ้นใชแลว ไฟสัญญาณตามทางแยกและทางขาม สัญญาณเสียงแตร และสัญญาณมือ ซึ่ง เจาพนักงานจราจรเปนผูให และที่พลขับจะตองใหสัญญาณตาง ๆ เหลานี้ ๆ ไดกําหนดไวแลวใน พ.ร.บ.จราจร ขอบังคับหรือระเบียบจราจร ฯลฯ พลขับรถทหารทุกคนจะตองมีความเขาใจทั้งในสิ่งที่ใหหรือมิใหปฏิบัติ เหลานั้นเปนอยางดี ๑๑.๒.๒ สัญญาณการควบคุมขบวน สัญญาณการควบคุมขบวนนี้เปนสัญญาณที่กําหนดใช ในทางทหาร สําหรับการจัดการจัดระเบียบควบคุมขบวนยานยนตใหดําเนินไปดวยความเรียบรอย แทนคําบอก คําสั่งดวยวาจา ซึ่งไมอาจกระทําไดเมื่อขบวนยานยนตนั้นมีความยาวมาก หรือเพื่อปองกันการใชเสียงสิ่งที่ใช กระทําสัญญาณ อาจเปนมือ ธง หรือไฟสัญญาณ (ใชในเวลากลางคืน) ผูใหสัญญาณอาจใหสัญญาณจากที่นั่งพล ขับ หรือบนรถที่เปดหลังคา หรือบนพื้นดินแลวแตโอกาสของการใชสัญญาณนั้น ๆ และพลขับพึงจําไววา สัญญาณใดที่พลขับไดรับแลวจําเปนจะตองแจงใหผูใหสัญญาณทราบวาเขาใจแลว หรือจําเปนจะตองแจงใหพล ขับอื่น ๆ ทราบตอ ๆ ไปแลว จะตองแสดงสัญญาณที่ตนไดรับทราบนั้นทันที เพื่อเปนการทวนคําสั่งและสงตอ กันไปเพื่อใหพลขับคนสุดทายรับทราบ


๔๖ บทที่ ๕ การดําเนินการที่เกี่ยวของกับพาหนะทางบก ผูขับขี่ ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ หมายความวา ผูขับรถ ผูประจําเครื่องอุปกรณ การขนสงทางตามกฎหมายวาดวยการขนสง ผูลากเข็นยานพาหนะ ผูขับรถ ตามขอบังคับทหาร วาดวยการใชรถยนตทหาร หมายความวา เจาหนาที่ขับรถยนตทหาร จําแนกเปน พลขับรถ หมายความวา ผูขับรถซึ่งเปนทหารประจําการ พนักงานขับรถ หมายความวา ผูขับรถซึ่งเปนพลเรือน การเลือกพลทหารประจําการเขาฝกเปนพลขับรถนั้น นอกจากจะคํานึงถึงคุณวุฒิและลักษณะ ดังกลาวไวแลวในกฎกระทรวงกลาโหม ใหเลือกจากผูที่เคยไดรับใบอนุญาตขับรถยนตหรือรถจักยานยนต จากเจาหนาที่ฝายพลเรือนมากอน เมื่อไมพอจึงคัดเลือกจากผูที่เคยขับรถมาแลว แตยังมิไดรับใบอนุญาตจาก เจาหนาที่ฝายพลเรือน และจากผูไมเคยขับรถเลย แตมีลักษณะดีเปนลําดับกันไป การรับสมัครพนักงานขับรถนั้น ใหคัดเลือกจากทหารกองหนุนที่มีความรูความสามารถ ประพฤติดี และไดรับใบอนุญาตขับรถยนตจากเจาหนาที่ฝายพลเรือนแลว ถาไมมีบุคคลดังกลาวนี้ หรือมีไมพอ จึงใหรับ ชายสัญชาติไทย ซึ่งไดรับใบอนุญาตขับรถยนตจากเจาหนาที่ฝายพลเรือน ถายังไมพออีกจึงใหรับทหารกองหนุน และพลเรือนที่มีลักษณะดีนอกจากที่กลาวมาแลว ผูสมัครเปนพนักงานขับรถ จะตองมีลักษณะดังนี้ คือ ๑. มีคุณวุฒิและลักษณะอื่น ๆ ตามกฎกระทรวงกลาโหม ๒. มีอายุไมนอยกวา ๒๒ ปบริบูรณ และไมเกินกวา ๔๕ ป หนาที่และความรับผิดชอบของพลขับรถ ๑. ผูขับรถ ตองปฏิบัติตามพระราชบัญญัติรถยนตทหาร กฎที่ออกตามพระราชบัญญัตินั้น และขอบังคับนี้ถาพระราชบัญญัติ กฎ และขอบังคับที่กลาวแลวไมไดกําหนดไว จะตองปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติจราจรทางบก และกฎ ขอบังคับทั้งปวงที่เกี่ยวดวยการนี้ ๒.ในเวลาขับรถ ผูขับรถจะตองมีใบอนุญาตขับรถพิเศษ สําหรับขับรถประจําตัวอยูเสมอ เมื่อเจาหนาที่ขอดูตองใหดูทุกครั้ง ๓. ถาของที่บรรทุกอยูบนรถทําใหผูขับและเห็นไปขางหลังไดยาก ผูขับจะตองระมัดระวังหรือจัด ใหมีคนคอยดูขางหลัง เพื่อบอกแกตนเมื่อมีรถอื่นจะแซงขึ้นมา ถารถของตนจะแซงรถอีกคันหนึ่งเมื่อมีรถคันที่ ๓ สวนมา ผูขับจะตองรอใหรถคันที่ ๓ นั้นสวนเลยไปกอน ๔. หามขับรถโดยอาการที่อาจใหเกิดอันตรายแกผูโดยสาร หรือสิ่งของที่บรรทุกไปในรถ ๕. ผูขับรถ ตองพยายามมิใหผูอื่นไดรับความรําคาญ เนื่องจากการขับรถของตน เชน แกลงกันรถ คันหลัง ทําใหโคลนกระเด็นไปถูกผูอื่น เหลานี้เปนตน ๖. เมื่อทางนั้นไมสะดวกแกการจราจร ใหผูขับรถเปลาหรือรถบรรทุกคนหรือของที่เบากวา เปดทางใหรถซึ่งบรรทุกคนหรือของที่หนักกวา เพื่อใหรถนั้นไปไดสะดวก ๗. ในการขับรถ ผูขับรถจะตองใชอัตราความเร็วดังตอไปนี้ (๑) ภายในบริเวณที่ตั้งหนวย ใหผูบังคับบัญชาชั้นหัวหนาสวนราชการ ณ ที่นั้นมีอํานาจ กําหนดอัตราความเร็วไดตามความเหมาะสม แตตองไมเกินอัตราความเร็วที่บัญญัติไวในกฎหมาย วาดวย การจราจรทางบก


Click to View FlipBook Version