การขนสงทางถนนทางธุรการ (Administration Road Transportation) พุทธศักราช ๒๕๖๐ กรมการขนสงทหารเรือ
คํานํา ตําราการเรียนเลมนี้เปนสวนหนึ่งของ คูมือการเรียน การขนสงทางถนนทางธุรการ ไดเรียบ เรียงขึ้นจาก เอกสารและหลักฐาน ทางวิชาการจากแหลงตาง ๆ ทั้งทางทหารและเอกชน เนื้อหาประกอบดวย การขนสงโดยทั่วไปคุณลักษณะของรถยนตทหาร การดําเนินการเกี่ยวของกับพาหนะทางบก สิ่งอุปกรณ การ บรรทุกและการขนถายการใชแผนที่ทางหลวง การขอใชรถและการพิจารณาใหการสนับสนุนของ ขส.ทร. โดยมี ความมุงหมายเพื่อใชในการเรียนการสอนใหแกนักเรียนเหลาทหารขนสง หรือบุคคลที่สนใจ ใหมีความรูความ เขาใจในการปฏิบัติการ การขนสงทางถนนทางธุรการ ตลอดจนเพื่อใชในการปฏิบัติงานไดอยางมีประสิทธิภาพ และเปนพื้นฐานในการที่จะศึกษาหาความรูความรูเพิ่มเติมทางดานวิชาการขนสงใหกาวหนายิ่งขึ้นไป ตําราเลมนี้นับวา เปนประโยชนอยางยิ่งสําหรับผูเกี่ยวของกับงานดานการขนสง หรือผูที่สนใจ ที่จะศึกษา หากทานพบขอผิดพลาด หรือมีขอเสนอแนะเพิ่มเติมประการใด กรุณาแจงให กองวิทยาการ กรมการขนสงทหารเรือ (โทร ๕๔๑๐๗) ทราบดวย จักขอบพระคุณเปนอยางยิ่ง เพื่อที่จะไดพิจารณาปรับปรุง/ แกไขใหสมบูรณยิ่งขึ้นตอไป คณะผูจัดทํา
สารบัญ บทที่ ๑ การขนสงทั่วไป ๑ – ๑๗ - กลาวนํา ๑ - หนวยรับผิดชอบการขนสงของทัพเรือ ๑ - ระเบียบกองทัพเรือวาดวยศูนยบริการรถ พ.ศ.๒๕๕๗ ๑๐ บทที่ ๒ การปฏิบัติการขนสงดวยรถยนต ๑๘ – ๓๑ - คุณสมบัติของบริการขนสงดวยรถยนต ๑๘ - คุณลักษณะของการขนสงดวยรถยนต ๑๙ - หลักการขนสงดวยรถยนต ๑๙ - แบบของการขนสง ๑๙ - วิธีขน ๒๐ - การขนสงแบบผสม ๒๐ - ปกระเภทของการปฏิบัติการขนสง ๒๑ บทที่ ๓ คุณลักษณะของรถยนตทหาร ๓๒ – ๓๕ - กลาวโดยทั่วไป ๓๒ - ลักษณะพึงประสงคของยานพาหนะที่ใชในราชการทหาร ๓๒ - คุณลักษณะของรถที่ใชในภารกิจการขนสง ๓๓ - องคประกอบที่สําคัญของรถในการใชราชการทหาร ๓๓ - การแบงประเภทรถ ๓๓ - การแบงประเภทโดยทั่วไป ๓๓ - การแบงประเภททางทหาร ๓๔ - การประเภทยานพาหนะขนสงทางบก ๓๔ - การแบงประเภทของซึ่งอยูในความรับผิดชอบของ ขส.ทร. ในฐานะหนวยเทคนิค ๓๕ บทที่ ๔ การสงกําลังบํารุง สิ่งอุปกรณ และการบรรทุก ๓๖ – ๔๖ - กลาวโดยทั่วไป ๓๖ - การสงกําลังบํารุง ๓๖ - การสงกําลังบํารุงพัสดุสายขนสง ๓๗ - สิ่งอุปกรณ ๓๗ - การแจกจายสิ่งอุปกรณ ๓๘ - การกําหนดความตองการสิ่งอุปกรณ ๓๘ - การบรรจุพัสดุ ๓๘ - การบรรทุก ๓๙ - การขนสงสิ่งอุปกรณ ๔๒ - การควบคุม ๔๓ - การบรรทุกวัตถุระเบิดและน้ํามันเชื้อเพลิง ๔๓
บทที่ ๕ การดําเนินการที่เกี่ยวของกับพาหนะทางบก ๔๗ – ๕๔ - หนาที่และความรับผิดชอบของพลขับ ๔๗ - ใบอนุญาตพิเศษสําหรับขับรถยนตทหาร ๔๙ - สมุดใชรถประจําวัน และการลงสมุดใชรถประจําวัน ๕๒ - การดําเนินการเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ ๕๔ บทที่ ๖ การวางแผนการขนสงดวยรถยนต ๕๖ – ๗๒ - การจัดอัตรา และภารกิจของกองรอยรถยนตบรรทุกเบา ๕๖ - ปจจัยการวางแผน ๕๗ - การคํานวณหาจํานวนยานพาหนะ และจํานวนกองรอยรถยนตบรรทุกเพื่อใชงาน ๕๙ - การพิจารณาหนวยที่ใชขน ๖๗ - การคํานวณที่ตั้งตําบลสับเปลี่ยนรถพวง ๖๘ - การคํานวณหาจํานวนยานพาหนะ/กองรอยรถยนตบรรทุก ๖๙ บทที่ ๗ หลักปฏิบัติงานดวยการขนสง ๗๓ – ๘๘ - กลาวนํา ๗๓ - การจัดการขนสง ๗๓ - บันทึกการใชยานพาหนะและปรนนิบัติบํารุง ๗๓ - การซอมบํารุงยานพาหนะ ๗๔ - การขนสงแบบรวมการ ๗๖ - การปรนนิบัติบํารุงโดยพลขับ ๗๘ - การระวังปองกัน ๘๑ - การรายงานอุบัติเหตุ ๘๔ - การขับขี่ที่ปลอดภัย ๘๖ เอกสารอางอิง ๘๙
๑ บทที่ ๑ การขนสงโดยทั่วไป กลาวนํา การขนสงเปนสวนหนึ่งของการใชชีวิตประจําวันของมนุษย ความเจริญของแตละประเทศ ขึ้นอยูกับการขนสงเปนหลัก มนุษยจึงคํานึงถึงการปรับปรุงและพัฒนาการขนสง ทั้งในดานพาหนะ และเสนทางการปรับปรุงการขนสงก็มุงถึงการที่จะทําใหการเคลื่อนยายบุคคล หรือพัสดุจากที่หนึ่งไปยัง อีกที่หนึ่งสิ้นเปลืองคาใชจายและเวลาใหนอยที่สุดเทาที่จะทําได ทั้งนี้คาใชจายและเวลาเปนหลักสําคัญ ที่ใชวัด ความเจริญของการขนสง ในทางเศรษฐกิจ การขนสงยังกอใหเกิดความเจริญ ของหมูบาน ตําบล อําเภอ จังหวัด และประเทศชาติประเทศใดที่ขาดเสนทางคมนาคม หรือไมพัฒนาเสนทางตาง ๆ ที่ใชในการขนสงใหดีเพียงพอ ตอความตองการแลวประเทศนั้น การขนสงทางถนนในดานงานธุรการของกองทัพเรือ (ทร.) การขนสง คือ การเคลื่อนยายบุคคล สัตว สิ่งของ หรือพัสดุจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งอันสามารถ กระทําไดโดยถูกตอง รวดเร็ว ประหยัด ปลอดภัย สะดวกสบาย และทันเวลา ดวยการใชยานพาหนะทุก ประเภท ตลอดจนคนหรือสัตว ตามประเภทของการขนสงนั้น ๆ การขนสงทางถนนในดานธุรการ ของกองทัพเรือ กําหนดใหสวนราชการที่มีรถอยูในความครอบครอง เปนหนวยรับผิดชอบการขนสง เพื่อบริการหนวยของตนเอง และหนวยในสังกัดที่อยูใกลเคียง หากเกินขีดความสามารถในการปฏิบัติทั้งในสวน การใหบริการ ซึ่งตามระเบียบกองทัพเรือ วาดวยศูนยบริการรถ และการสั่งใชรถของทางราชการไปปฏิบัติ ราชการตามคําสั่งกองทัพเรือวาดวยการมอบอํานาจสั่งการและทําการแทนในนามผูบัญชาการทหารเรือ ให หนวยเสนอความตองการขนสงประเภทตาง ๆ ถึงกรมการขนสงทหารเรือ (ขส.ทร.) ซึ่งเปนศูนยบริการรถชั้นที่ ๑ รวมรถทุกชนิด เพื่อใหบริการแกสวนราชการตาง ๆ ในกองทัพเรือ หนวยรับผิดชอบการขนสงของกองทัพเรือ กองทัพเรือกําหนดให ขส.ทร. เปนหนวยรับผิดชอบหลักดานการขนสงของ ทร. โดยเปน ศูนยบริการรถชั้นที่ ๑ จึงเปนศูนยรวมรถทุกชนิดเพื่อใหบริการแกสวนราชการ และหนวยเฉพาะกิจของ ทร. โดยใหการสนับสนุนยานพาหนะทางบก (รถยนต) และทางน้ําภายในแผนดิน (เรือ) ใหกับ นขต.ทร. หนวย เฉพาะกิจ ทร. รวมทั้งหนวยงานนอก ทร. ตลอดจนสนับสนุนใหความชวยเหลือประชาชน ผูประสบภัยพิบัติ ซึ่ง ขส.ทร. มีกรอบการจัดยานพาหนะสนับสนุน ประกอบดวย ๑. ตามภารกิจของหนวย ๒. ตามภารกิจที่ไดรับ มอบหมาย ๓. สนับสนุนหนวยตาง ๆ ตามที่รองขอ ๔. เพื่อการสวัสดิการ ภารกิจของกรมการขนสงทหารเรือ (ขส.ทร.) กรมการขนสงทหารเรือ มีหนาที่อํานวยการ ประสานงาน แนะนํา กํากับการ และดําเนินการ เกี่ยวกับการขนสง การซอมบํารุงยานพาหนะสายขนสง การสงกําลังพัสดุสายขนสง รวมทั้งการวิจัย และพัฒนาการขนสง ตลอดจนใหการฝก และศึกษาวิชาการขนสง และวิชาการอื่นที่ไดรับมอบหมาย มีเจากรม การขนสงทหารเรือ เปนผูบังคับบัญชารับผิดชอบ ขอบเขตความรับผิดชอบและหนาที่สําคัญ ขส.ทร. ทําหนาที่วางแผน อํานวยการ ประสานงาน กํากับการเกี่ยวกับการขนสง การสงกําลัง และซอมบํารุงยานพาหนะของ ทร. ดําเนินการ การขนสงทั้งทางถนน ทางรถไฟ ทางน้ํา และทางอากาศ รวมทั้งจัดระวางบรรทุก และการขนถายทางทะเล บริการยานพาหนะทางบก และทางน้ําในแผนดิน รวมทั้ง การดําเนินการในเรื่องตาง ๆ เกี่ยวกับ เรือราชพิธี ดําเนินการซอม สราง ดัดแปลง แกไขยานพาหนะ อุปกรณ ชิ้นสวน และเครื่องประกอบยานพาหนะสายขนสง ถึงระดับโรงงาน ดําเนินการจัดหา เก็บรักษา แจกจายและ
๒ จําหนายพัสดุ ตลอดจนเครื่องมือและอุปกรณที่ใชในการซอมบํารุงยานพาหนะสายขนสง วิจัยและพัฒนา ควบคุมใหคําแนะนํา ทางวิทยาการขนสง รวมทั้งดําเนินการใหการฝก และศึกษาวิทยาการ แกเหลาทหารขนสง ประวัติกรมการขนสงทหารเรือ กรมการขนสงทหารเรือ "เปนหนวยราชการที่นับไดวาเกาแก และมีประวัติอันยาวนานหนวยหนึ่ง ของกองทัพเรือ ไดถือกําเนิดขึ้น เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ.๒๔๔๖ ภายใตชื่อวา กองพาหนะ อันเปนหนวย ขึ้นตรงตอกรมบัญชาการทหารขึ้นบกในกรุงเทพ ฯ ในสมัยที่กองทัพเรือยังใชชื่อวา "กรมทหารเรือ" และมี พลเรือตรีสมเด็จเจาฟาบริพัตรสุขุขพันธุ กรมขุนนครสวรรควรพินิต เปนผูบัญชาการกรมทหารเรือ ผูที่ไดจารึกชื่อเปนผูบังคับการกองพาหนะ เปนคนแรก ในประวัติศาสตรก็คือ หลวงพลพิฆาฎ (แว ไวณุนาวิน) ซึ่งตอมาไดรับพระราชทานสัญญาบัตร เปนนายเรือโท ผูชวยหลวงอาษาศัลการ การจัด สวนราชการกองทัพเรือในสมัยนั้น แบงสวนราชการออกเปนกองรักษาเรือและกองทหาร กองพาหนะนอกจาก จะมีหนาที่ในการรักษาเรือ ลงประจําเรือตาง ๆ และเปนฝพายแลว ยังตองทําหนาที่ รักษาการณทําหนาที่เปน ทหารบริการ ทหารลูกมือและดูแลทั่วไปในบริเวณกรมทหารเรืออีกดวย ทั้งนี้เพราะกองพาหนะเปนหนวยบก หนวยเดียว ในกรุงเทพ ฯ ที่มีทหารลูกแถวอยูเปนจํานวนมาก หนาที่ดังกลาวนี้ยังปรากฏอยูจนถึงทุกวันนี้ ขส.ทร. เปนหนวยในสายยุทธบริการหนวยเดียวที่จัดยามรักษาการณดวยกําลังพลของตนเองนอกจากนั้น ทหารบริการตามหนวยตาง ๆ ในเขตพระราชวังเดิมก็ไดกําหนดอัตราไววาจัดจาก ขส.ทร. ทั้งสิ้น ทหารบริการนี้ ตอไปจะโอนไปขึ้นกับ พธ.ทร. สวนทหารลูกมือที่เกี่ยวกับการขนสงจะคงมีอยูใน ขส.ทร. และหนวยที่มีอัตรา หมุนเวียนของ ขส.ทร. ตอไป กองพาหนะเมื่อเริ่มตั้งขึ้นเปนครั้งแรกใน พ.ศ.๒๔๔๖ มีที่ตั้งรวมอยูในบริเวณกรมทหารเรือ ซึ่งตั้งอยูที่พระราชนิเวศน(ปจจุบันเปนที่ตั้งของกองเรือลําน้ํา) ทั้งนี้ เพราะกรมทหารเรือในขณะนั้น ยังมีพื้นที่ จํากัดอยู บริเวณริมแมน้ําเจาพระยาแถบตําบลบานขมิ้นและใกลเคียงเทานั้น ยังมิไดขยายออกไปถึงสวนอนันต (พระราชวังนันทอุทยาน) เหมือนเดี๋ยวนี้ หนวยตาง ๆ จึงมีที่ตั้งรวมกันอยูที่บริเวณตําบลบานขมิ้นเปนสวนใหญ เขาใจวากองพาหนะคงจะมีที่ตั้งอยู ณ ที่นี้เปนเวลานานทีเดียว หากดูแผนที่บริเวณที่ตั้งกรมทหารเรือ พระราชวังนิเวศน ซึ่งจัดทําโดยกรมอุทกศาสตรเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๕ ก็ปรากฏวากองพาหนะยังอยูที่นี่ แตใชชื่อวา กองพันพาหนะซึ่งมีอาคารขนาดใหญของกองพันอยูถึง ๘ หลัง มีที่พักทหารกองพันพาหนะและโรงเลี้ยง ๓ หลัง ตั้งอยู ณ บริเวณที่เปนอูหมายเลข ๒ ของกรมอูทหารเรือในปจจุบัน ที่ตั้งหนวยไดเปลี่ยนแปลงตามลําดับ แตก็ยังคงอยูที่บริเวณพระราชนิเวศน ตอมา พ.ศ.๒๔๙๔ ไดยายที่ตั้งกองบังคับการมาอยูที่ริมคลองมอญบริเวณสะพานชิโนรสโดยใชอาคารไมที่มีชื่อวาเรือนระพีพัฒน และเรือวัฒนาเปนที่ตั้งกองบังคับการ เรือนดังกลาวนี้รื้อไปนานแลว ปจจุบันเปนที่ตั้งของกองดุริยางคทหารเรือ สวนกองบังคับการกรมการขนสงทหารเรือไดรับการสรางใหมเปนอาคารคอนกรีตสองชั้น อยูถัดกองดุริยางค ขามคลองไปทางดานตะวันออก โดยมีหนวยในบังคับบัญชาที่ตั้งแยกไปดังนี้ กองรถยนตกองชาง และสถานี บริการน้ํามัน กองพลาธิการ ขส.ทร. ตั้งอยูขางโรงเรียนชิโนรส ริมถนนอิสรภาพฝงตะวันตก แผนกเรือลําเลียง และแจวพาย กองเรือเล็ก ตั้งอยูริมคลองบางกอกนอยบริเวณเชิงสะพานอรุณอัมรินทร กอนที่จะมาเปนกรมการขนสงทหารเรือ อันเปนหนวยขึ้นตรงกองทัพเรือในปจจุบัน หนวยนี้ได มีชื่อและหนวยเหนือเปลี่ยนแปลงไปหลายครั้งหลายหน โดยเฉพาะชื่อของหนวย ปรากฏวาเปลี่ยนกลับไป กลับมาหลายครั้งบางครั้งก็เปลี่ยนยอนกลับไปใชชื่อเดิมก็มีนับไดวาเปนหนวยที่มีการเปลี่ยนแปลงชื่อหนวย มากที่สุดในกองทัพเรือก็วาไดดังจะเห็นไดจากการเปลี่ยนแปลงชื่อหนวยดังตอไปนี้ พ.ศ.๒๔๔๖ กองพาหนะ กรมบัญชาการทหารขึ้นบกในกรุงเทพ ฯ พ.ศ.๒๔๔๘ กองพันพาหนะ กรมทหารเรือฝายบก พ.ศ.๒๔๕๓ กองพันพาหนะ กรมบัญชาการทหารเรือฝายบก
๓ พ.ศ.๒๔๕๖ กองพันพาหนะ กรมชุมพลทหารเรือ พ.ศ.๒๔๗๕ กองยานพาหนะทหารเรือ กองชุมพลทหารเรือ สถานีทหารเรือกรุงเทพ ฯ พ.ศ.๒๔๘๖ กองพาหนะ มณฑลทหารเรือที่ ๑ พ.ศ.๒๔๘๘ กองพันพาหนะ มณฑลทหารเรือที่ ๑ พ.ศ.๒๔๙๐ กองพาหนะ มณฑลทหารเรือที่ ๑ พ.ศ.๒๔๙๔ กองพาหนะ กรมพลาธิการทหารเรือ (หลังจากกบฏแมนแฮตตัน พ.ศ.๒๔๙๔) พ.ศ.๒๔๙๖ กองพาหนะทหารเรือ กรมยุทธบริการทหารเรือ พ.ศ.๒๕๐๑ กรมการขนสงทหารเรือ สถานีทหารเรือกรุงเทพ ฯ พ.ศ.๒๕๒๘ กรมการขนสงทหารเรือ กองทัพเรือ (เปนหนวยขึ้นตรง ทร.) กาลเวลาไดผานไปตามลําดับ กองพาหนะไดรับการพัฒนาเรื่อยมา จนในที่สุดไดเปลี่ยนแปลงชื่อหนวย เปน "กรมการขนสงทหารเรือ" ตั้งแต พ.ศ.๒๔๙๙ โดยเปนหนวยขึ้นตรงกรมยุทธบริการทหารเรือ และตอมา พ.ศ.๒๕๐๑ ไดมีการจัดตั้งสถานีทหารเรือกรุงเทพ ฯ ขึ้น กรมการขนสงทหารเรือจึงถูกยายมาขึ้นตรงตอสถานี ทหารเรือกรุงเทพ ฯ จนมาถึง ปพ.ศ.๒๕๒๘ มีพระราชกฤษฎีกา แบงสวนราชการและกําหนดหนาที่ สวนราชการกองทัพเรือ กองบัญชาการทหารสูงสุด กระทรวงกลาโหม พ.ศ.๒๕๒๘ ลง ๓ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๒๘ (ราชกิจจานุเบกษา หนา ๕ - ๑๔ เลม ๑๐๒ ตอนที่ ๙๖ ฉบับพิเศษ ๒๖ ก.ค.๒๕๒๘) ใหกรมการ ขนสงทหารเรือ เปนหนวยขึ้นตรงกองทัพเรือ ซึ่งมีผลบังคับใชตั้งแตหลังวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป การจัดหนวยของ ขส.ทร. ๑. กองบังคับการ มีหนาที่ วางแผน อํานวยการ ประสานงาน แนะนํา และกํากับการเกี่ยวกับกิจการที่อยูในความ รับผิดชอบของกรมการขนสงทหารเรือ ๑.๑ กพ.ขส.ทร. มีหนาที่ อํานวยการ ประสานงาน กํากับการ และดําเนินการเกี่ยวกับการกําลังพล ในสวนที่เกี่ยวของ รวมทั้งการธุรการ การสวัสดิการ และการบริการตาง ๆ ๑.๑.๑ แผนกธุรการ ภารกิจ ดําเนินการเกี่ยวกับ การธุรการ และการสารบรรณ ๑.๑.๒ แผนกจัดการกําลังพล ภารกิจ ดําเนินการเกี่ยวกับการบรรจุการเลื่อน การลด การปลด และการยายของกําลังพล เหลาทหารขนสง ๑.๑.๓ แผนกบัญชีพล ภารกิจ ดําเนินการเกี่ยวกับการจัดทําบัญชีพล สถิติทะเบียน การขอบําเหน็จความชอบ การขอเบี้ยหวัด บําเหน็จ บํานาญ และการขอ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ ๑.๑.๔ แผนกบริการ ภารกิจ ดําเนินการเกี่ยวกับการซอมบํารุงสถานที่ในระดับหนวยผูใชตลอดจนการบริการ แรงงานในงานโยธา การรักษาความปลอดภัยสถานที่ การสวัสดิการกําลังพล การสงเคราะหและการปฐม พยาบาลเบื้องตน
๔ ๑.๒ กผน.ขส.ทร. มีหนาที่ อํานวยการ ประสานงาน กํากับการ และดําเนินการ เกี่ยวกับการจัดทําแผนการ ขนสง แผนปฏิบัติราชการ การดําเนินการดานงบประมาณและบริหารทรัพยากร รวมทั้งการดําเนินการกรรมวิธี ขอมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศดานการขนสง ๑.๒.๑ แผนกแผน ภารกิจ จัดทําแผนที่เกี่ยวกับการขนสง การเคลื่อนยายทางยุทธวิธี การฝกขนสงทางยุทธการ และแผนการขนสงสนับสนุนแผนตาง ๆ ของกองทัพเรือ รวมทั้งแผนปฏิบัติราชการ ๑.๒.๒ แผนกงบประมาณ ภารกิจ ดําเนินการเกี่ยวกับงานดานงบประมาณ ควบคุม วิเคราะหการดําเนินการ และการบริหารทรัพยากร ๑.๒.๓ แผนกกรรมวิธีขอมูล ภารกิจ ดําเนินการรวบรวมขอมูล การกรรมวิธีขอมูล และสารสนเทศการขนสง รวมทั้งกํากับ ดูแลระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของกรม ๑.๓ กบ.ขส.ทร. มีหนาที่ อํานวยการ ประสานงาน กํากับการ และดําเนินการเกี่ยวกับการจัดทําโครงการ การสงกําลัง และการซอมบํารุงสายขนสง ๑.๓.๑ แผนกโครงการ ภารกิจ ประสานงาน และดําเนินการจัดทําโครงการที่เกี่ยวกับการขนสง การซอมบํารุง สายขนสง รวมทั้งการตรวจสอบวิเคราะห และประเมินคาการดําเนินการตามโครงการ ตลอดจนการรวบรวม และพิจารณาความตองการพัสดุ และงบประมาณตามโครงการ ๑.๓.๒ แผนกสงกําลัง ภารกิจ ประสานงาน และดําเนินการเกี่ยวกับการสงกําลังสายขนสง รวมทั้งเสนอแนะ เกี่ยวกับความตองการ การจัดหา เก็บรักษา แจกจาย และจําหนายพัสดุสายขนสง ตลอดจนการดําเนินการ ดานงานทะเบียนพาหนะสายขนสง ๑.๓.๓ แผนกซอมบํารุง ภารกิจ ประสานงาน และกํากับการเกี่ยวกับการซอมบํารุงสายขนสง รวมทั้งดําเนินการตรวจ และสํารวจพาหนะสายขนสง ๑.๔ กจข.ขส.ทร. มีหนาที่ อํานวยการ และประสานงานการปฏิบัติการขนสงทางถนน ทางรถไฟ ทางน้ํา และทางอากาศ ตลอดจนดําเนินการการจัดทําแผนงานปฏิบัติการขนสง การจัดหาแรงงาน และสิ่งอํานวย ความสะดวก เพื่อการขนสง และการบรรทุกขนถาย ๑.๔.๑ แผนกจัดการ ภารกิจ พิจารณาดําขอการขนสง จัดทําแผนงาน งบประมาณการขนสง รวบรวมสถิติขอมูล และขาวสารเกี่ยวกับความสะดวก และปลอดภัยในการขนสง ๑.๔.๒ แผนกปฏิบัติการขนสง ภารกิจ ดําเนินการเกี่ยวกับการขนสงทางถนน ทางน้ํา ทางรถไฟ และทางอากาศ รวมทั้ง เสนอความตองการสิ่งอํานวยความสะดวกในการขนสง ๑.๔.๓ แผนกขนสงทางพาณิชย
๕ ภารกิจ ดําเนินการเกี่ยวกับการจางการขนสง จัดทําใบแลกการขนสงแจกจาย และควบคุม การใชรวมทั้งการชําระหนี้ในการใชใบแลกการขนสง ๑.๔.๔ แผนกบรรทุกและขนถาย ภารกิจดําเนินการบรรทุกและขนถายพัสดุยุทโธปกรณที่นําเขาและนําออกทั้งทางบก ทางน้ํา และทางอากาศ ๑.๕ กง.ขส.ทร. มีหนาที่ ดําเนินการเกี่ยวกับ การเบิก รับจาย เก็บรักษาเงิน และเอกสารหลักฐานการเงิน การบัญชี ตลอดจนรายงานทางการเงินและทางบัญชี ๑.๖ นธน.ขส.ทร. มีหนาที่ สืบสวนและสอบสวนคดีตามคําสั่งของผูบังคับบัญชา เปนที่ปรึกษากฎหมาย เสนอแนะความเห็นเกี่ยวกับระเบียบ ขอบังคับ กฎหมาย และดําเนินการเกี่ยวกับการตรวจรางสัญญาตาง ๆ ๒. กรย.ขส.ทร. มีหนาที่ บริการยานพาหนะในการขนสงทางถนนใหกับหนวยตาง ๆ ของกองทัพเรือ เก็บรักษา ซอมบํารุงระดับหนวยใหแกยานพาหนะในความรับผิดชอบ ๒.๑ แผนกรถยนตบรรทุก ภารกิจ บริการรถยนตในการขนสงทางถนน ใหหนวยตาง ๆ และขาราชการใน ทร. ๒.๒ แผนกรถยนตโดยสาร ภารกิจ บริการรถยนตโดยสารแกหนวยตาง ๆ และขาราชการในกองทัพเรือ ๒.๓ แผนกรถยนตนั่ง ภารกิจ บริการรถยนตนั่งใหแกหนวยตาง ๆ และขาราชการในกองทัพเรือ ๒.๔ แผนกรถยนตเฉพาะการ ภารกิจ บริการรถเฉพาะการประเภทตาง ๆ และอุปกรณที่มีคุณลักษณะพิเศษเฉพาะงาน เพื่อสนับสนุนการขนสงทางถนนแกหนวยตาง ๆ และขาราชการในกองทัพเรือ ๒.๕ แผนกตรวจสอบและซอมบํารุง ภารกิจ ตรวจสอบและซอมบํารุงระดับหนวยใหแกยานพาหนะในความรับผิดชอบ ๒.๖ หมวดคลังพัสดุ ภารกิจ เบิก เก็บรักษาและแจกจายชิ้นสวนซอมอุปกรณประจํารถยนตที่อยูในความรับผิดชอบ ๓. กรล.ขส.ทร. มีหนาที่ บริการยานพาหนะในการขนสงทางน้ําในแผนดินใหกับหนวยตาง ๆ ของกองทัพเรือ เก็บรักษา ซอมบํารุงยานพาหนะทางน้ํา ในความรับผิดชอบระดับผูใชรวมทั้งดําเนินการเกี่ยวกับเรือราชพิธี ที่ไดรับมอบหมาย ๓.๑ แผนกเรือบริการ ภารกิจ รับสงขาราชการและบุคคลสําคัญ ตลอดจนบริการยานพาหนะทางน้ํา ในการติดตอ งานดานธุรการของหนวยตาง ๆ ๓.๒ แผนกเรือลากจูง ภารกิจ บริการเคลื่อนยายพาหนะทางน้ําและอุปกรณตาง ๆ ที่ขับเคลื่อนตัวเองไมได ๓.๓ แผนกเรือลําเลียง ภารกิจ บริการยานพาหนะทางน้ําในการลําเลียงพัสดุและสิ่งอุปกรณทางทหารใหกับหนวยตาง ๆ
๖ ๓.๔ แผนกราชพิธี ภารกิจ ดําเนินการเกี่ยวกับเรือราชพิธีตามที่ไดรับมอบหมาย ๔. กงน.ขส.ทร. มีหนาที่ ซอม สราง ดัดแปลงยานพาหนะสายขนสงทางบกและเรือที่ใชการเฉพาะทางน้ํา ภายในแผนดินของกองทัพเรือ ระดับกลางและระดับโรงงาน ๔.๑ แผนกจัดแผนงาน ภารกิจจัดทําแผนงาน กําหนดงานความตองการชิ้นสวนซอมพัสดุเครื่องมือเครื่องใชในการซอม สรางดัดแปลงยานพาหนะ ออกใบสั่งงานใบเบิกพัสดุ และกํากับการซอม สราง ดัดแปลงยานพาหนะ ๔.๒ แผนกควบคุมคุณภาพ ภารกิจ ตรวจสอบและควบคุมวิธีการซอม สราง ดัดแปลง ควบคุมคุณภาพของชิ้นสวนซอม พัสดุเครื่องมือเครื่องใชใหเปนไปตามมาตรฐานที่กําหนดไวรวมทั้งทดสอบสมรรถนะเครื่องยนตและระบบตาง ๆ ของยานพาหนะ ๔.๓ แผนกซอมเครื่องยนต ภารกิจ ปรับซอมเครื่องยนตและระบบถายทอดกําลังของยานพาหนะทางบก และทางน้ํา ในแผนดินของกองทัพเรือ ๔.๔ แผนกซอมตัวรถ ภารกิจ ซอม สราง ดัดแปลงตัวรถและโครงสรางปรับซอม ระบบบังคับเลี้ยว และระบบผอน แรงสะเทือน ๔.๕ แผนกซอมระบบไฟฟา ภารกิจ ซอมระบบไฟฟา และอุปกรณของยานพาหนะ ๔.๖ แผนกเครื่องมือกล ภารกิจ ใชเครื่องมือกล ปรับแตงชิ้นสวนซอม และสวนประกอบ ของยานพาหนะ เพื่อสนับสนุนการซอมสราง ดัดแปลงยานพาหนะ ๔.๗ แผนกชางเรือ ภารกิจ ซอมทําตัวเรือและสวนประกอบ ตลอดจนระบบขับเคลื่อนของ ยานพาหนะทางน้ําในแผนดิน ๔.๘ หมวดคลังพัสดุ ภารกิจ เบิก เก็บรักษา แจกจายชิ้นสวนซอม และพัสดุตาง ๆ ที่ใชในการซอม สราง ดัดแปลงยานพาหนะ ๕. กพสด.ขส.ทร. มีหนาที่ จัดหา เก็บรักษา แจกจาย และจําหนายพัสดุยานพาหนะทางบกสายขนสง ตลอดจน เครื่องมือ และอุปกรณที่ใชในการซอมบํารุง ดําเนินการเกี่ยวกับพัสดุทั่วไป และการจัดเลี้ยง ๕.๑ แผนกจัดการและตรวจสอบ ภารกิจ รวบรวมและกําหนดความตองการพัสดุ เสนองบประมาณ ตรวจสอบสถานภาพ และปริมาณวัสดุ สํารวจและเสนอแนะเกี่ยวกับการบริหารงานพัสดุสายขนสง ๕.๒ แผนกจัดรายการพัสดุ ภารกิจ พิจารณาทางเทคนิคเกี่ยวกับพัสดุสายขนสง จัดทํารายการพัสดุ รวบรวมมาตรฐานพัสดุ และดําเนินเกี่ยวกับอัตราพัสดุสายขนสง ๕.๓ แผนกควบคุม ภารกิจ จัดทําแผนงานและควบคุมการจัดหา แจกจาย จําหนายพัสดุ
๗ ๕.๔ แผนกจัดหา ภารกิจ ประสานงานและดําเนินการเกี่ยวกับการจัดหาพัสดุสายขนสง รวบรวมและดําเนินการดาน เอกสารซื้อขายและแลกเปลี่ยนพัสดุที่จําหนายแลว เก็บรักษาสัญญาหลักฐานและตัวอยางพัสดุที่เกี่ยวของ ตลอดจนอํานวยความสะดวกในการดําเนินกรรมวิธีซื้อขายและติดตามผล ๕.๕ แผนกคลังพัสดุ ภารกิจ รับ เก็บรักษา จาย จายยืม จัดสง อนุรักษและเสนอแนะการจําหนายพัสดุสายขนสง ๕.๖ หมวดจัดเลี้ยง ภารกิจ ดําเนินการเกี่ยวกับการประกอบอาหาร จัดเลี้ยงและบริการ ๖. กวก.ขส.ทร. มีหนาที่อํานวยการ ประสานงาน และดําเนินการเกี่ยวกับการศึกษา คนควา วิจัยและพัฒนา เผยแพร ใหคําแนะนํา ดานวิทยาการการขนสง ตลอดจนการฝกและศึกษาวิชาการในสายวิทยาการขนสง ๖.๑ แผนกวิทยาการ ภารกิจ ดําเนินการศึกษา คนควา เผยแพร ใหคําแนะนําทางวิทยาการดานการขนสง และรวบรวมเก็บรักษาคูมือทางเทคนิค จัดทํา ปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตร ประมวลการศึกษา เอกสารคูมือ และตํารา จัดทําแผนโครงการฝกหัดศึกษารวมทั้งงานกิจการหองสมุด และการประกันคุณภาพการศึกษา ๖.๒ แผนกวิจัยและพัฒนา ภารกิจ ดําเนินการวิจัย คนควา ทดลอง พัฒนา และดัดแปลงสิ่งอุปกรณสายขนสง รวบรวม ขอมูล มาตรฐาน และคุณลักษณะเฉพาะของสิ่งอุปกรณสายขนสง ตลอดจนจัดทํารายงานสถิติและวิเคราะห เพื่อการศึกษา ๖.๓ โรงเรียนการขนสงทหารเรือ ภารกิจ ใหการฝกและศึกษา ในสายวิทยาการกรมการขนสง แกขาราชการ ทหารกอง ประจําการ นักเรียนทหาร และลูกจาง รวมทั้งการทดสอบความรูความชํานาญ ๖.๔ แผนกบริการการศึกษา ภารกิจ ดําเนินการดานงานบริการการศึกษา การบริการและซอมบํารุงอุปกรณรวมทั้งการจัด เลี้ยงใหแกผูที่เขารับการศึกษาในโรงเรียนการขนสงทหารเรือและหลักสูตรตาง ๆ ประวัติโรงเรียนการขนสงทหารเรือ โรงเรียนการขนสงทหารเรือ กองวิทยาการ กรมการขนสงทหารเรือ ดั้งเดิมไมปรากฏหลักฐาน ที่ชัดเจนเนื่องจากแตกอนเปนหนวยงานขนาดเล็ก จนในปพ.ศ.๒๕๐๑ ไดมีหลักฐานที่ชัดเจนวา เปนหนวยที่ ไดรับการจัดใหเปนหนวยขึ้นตรงตอกองบังคับการกรมการขนสงทหารเรือ ซึ่งขึ้นตรงตอ "สถานีทหารเรือ กรุงเทพ" และในป พ.ศ.๒๕๒๘ ไดมีการจัดสวนใหม โดยให "กรมการขนสงทหารเรือ" เปนหนวยขึ้นตรง "กองบัญชาการกองทัพเรือ" และโรงเรียนการขนสงทหารเรือเปนหนวยขึ้นตรงตอ "กรมการขนสงทหารเรือ" ใน ๑ เม.ย.๕๔ มีการจัดสวนราชการใหม โดยให "โรงเรียนการขนสงทหารเรือ" เปนหนวยขึ้น ตรง "กองวิทยาการ กรมการขนสงทหารเรือ" มีหนาที่ใหการศึกษา ในสายวิทยาการการขนสงแกขาราชการ ทหารกองประจําการ นักเรียนทหาร และลูกจาง รวมทั้งการทดสอบความรูความชํานาญตามอัตราเฉพาะกิจ หมายเลข ๓๖๐๐ กรมการขนสงทหารเรือ วิสัยทัศน: โรงเรียนการขนสงทหารเรือ จะเปนแหลงที่ใหการฝก ศึกษาและอบรม ตลอดจน ผลิตทหารขนสง ที่มีความรู มีระเบียบวินัย เขมแข็ง และมีความรับผิดชอบ ใหแก กองทัพเรือ ภายใต การจัดการเรียนการสอนที่เปนมาตรฐาน
๘ ปรัชญา : " ความรู คูวินัย พลานามัยดี มีความรับผิดชอบ " ปณิธาน : "โรงเรียนการขนสงทหารเรือ เปนแหลงผลิตนักเรียนจา เหลาขนสง เพื่อเปน นายทหารประทวนของกองทัพเรือ นายทหารประทวนที่สําเร็จการศึกษาจากโรงเรียนการขนสงทหารเรือ ตองเปนบุคคลที่มีความรู มีวินัย มีความสมบูรณทั้งรางกายและจิตใจ มีความรับผิดชอบ และมีคุณธรรม พรอมที่จะปฏิบัติหนาตามความประสงคของกองทัพเรือ และประเทศชาติ" อัตลักษณ: “รอบรูการขนสง ดํารงระเบียบวินัย” เอกลักษณ:“แหลงผลิตและพัฒนาทหารเหลาขนสง” ภารกิจและหนาที่ โรงเรียนการขนสงทหารเรือ ภารกิจ ใหการฝกและศึกษา ในสายวิทยาการการขนสงแกขาราชการ ทหารกองประจําการ นักเรียนทหาร และลูกจาง รวมทั้งการทดสอบความรูความชํานาญ หนาที่ ๑. ใหการฝกและการศึกษาแกขาราชการ ลูกจาง ทหารกองประจําการและ นรจ. เหลา ขส. ชั้นปที่ ๒ ในสายวิทยาการการขนสง ใหไดบุคลากรที่มีความรูความสามารถ และทักษะในสายงานวิชาชีพ ตลอดทั้งใหมีจริยธรรม ความคิด ทัศนคติคานิยมพื้นฐานที่สอดคลองเหมาะสมกับการดําเนินชีวิตรับราชการ ๒. ปกครองบังคับบัญชาขาราชการในสังกัด และผูที่เขารับการศึกษา ใหมีระเบียบวินัย ตามแบบธรรมเนียมทหารสงเสริม และปลูกฝงการปฏิบัติใหเปนไปในแนวทางการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย ๓. ดําเนินการศึกษา พัฒนา จัดทํา และปรับปรุงเอกสารการศึกษา ประเมินการศึกษา และสถิติ แกไขปรับปรุงหลักสูตร พิจารณาความตองการอุปกรณการศึกษา และเครื่องฝกภาคสนามใหมี ประสิทธิภาพ และมีมาตรฐานสูงขึ้นอยางตอเนื่อง ๔. ดําเนินการจัดหา จัดทํา เก็บรักษา ควบคุม ปรนนิบัติบํารุงยานพาหนะ อุปกรณ เครื่องชวย การศึกษา รวมทั้งเครื่องชวยฝกภาคสนาม ใหมีจํานวนเพียงพอและมีสภาพพรอมใชแกความตองการตาม ภารกิจ ๕. รวมมือประสานสัมพันธกับสถาบันการศึกษาและหนวยตาง ๆ ทั้งในและนอก ทร. รวมทั้ง บริษัทเอกชนตาง ๆ เพื่อระดมทรัพยากรมาดําเนินการจัดการศึกษาใหมีคุณภาพสูงสุดสอดคลองกับภารกิจ ๖. ใหบริการทางวิชาการเกี่ยวกับการขนสงแกหนวยตาง ๆ ในสายวิทยาการการขนสงรวมทั้ง หนวยงานอื่น ๆ ทั้งในและ นอก ทร. ๗. ดําเนินกิจกรรมในดานการอนุรักษสงเสริมศิลปวัฒนธรรมและจริยธรรมประเพณีไทย ใหคงเอกลักษณของชาติสืบไป ๘. สงเสริมใหขาราชการ ครู บุคลากรทางการศึกษาและผูเขารับการศึกษาออกกําลังกาย เพื่อใหมีรางกายมีพลานามัยที่สมบูรณ ๙. พัฒนา เพิ่มพูนความรูและทักษะ เพื่อเพิ่มศักยภาพบุคลากรของหนวย และผูที่เขารับการ อบรม ใหมีความรูความสามารถปฏิบัติภารกิจในสายงานการขนสงไดอยางมีประสิทธิภาพ ๑๐. ใหมีการบริหารจัดการแบบสมัยใหมในโรงเรียนการขนสงทหารเรือ ๑๑. ดําเนินกิจกรรมตาง ๆ เพื่อใหเกิดการพัฒนาการจัดการเรียนการสอน และพัฒนาผูเรียน
๙ ระเบียบกองทัพเรือ วาดวยศูนยบริการรถ พ.ศ.๒๕๕๗ ไดจัดแบงสวนราชการที่มีรถอยูในความครอบครองออกเปน ๔ ระดับ ดังนี้ ๑. สวนราชการที่เปนศูนยบริการรถชั้นที่ ๑ มี๑ หนวย ไดแก กรมการขนสงทหารเรือ ๒. สวนราชการที่เปนศูนยบริการรถชั้นที่ ๒ มี๓ หนวย ไดแก ๒.๑ ฐานทัพเรือสัตหีบ ๒.๒ ฐานทัพเรือสงขลา ๒.๓ ฐานทัพเรือพังงา ๓. สวนราชการที่เปนศูนยบริการรถชั้นที่ ๓ มี ๗ หนวย ไดแก ๓.๑ กองเรือลําน้ํา ๓.๒ กองการบินทหารเรือ ๓.๓ ปอมพระจุลจอมเกลา ฐานทัพเรือกรุงเทพ ๓.๔ กรมสรรพาวุธทหารเรือ (บางนา) ๓.๕ อูทหารเรือพระจุลจอมเกลา กรมอูทหารเรือ ๓.๖ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ๓.๗ โรงเรียนนายเรือ ๔. สวนราชการที่มีรถไวเพื่อบริการแกหนวยของตนเอง มี ๔๐ หนวย ไดแก ๔.๑ กรมขาวทหารเรือ ๔.๒ สํานักงานผูชวยทูตฝายทหารเรือไทยในตางประเทศ ๔.๓ กรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ ๔.๔ โรงเรียนสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ กองวิทยาการ กรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ ๔.๕ กองเรือยุทธการ ๔.๖ หนวยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ ๔.๗ กองการฝกกองเรือยุทธการ ๔.๘ ทัพเรือภาคที่ ๑ ๔.๙ ฐานสงกําลังบํารุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ ๑ ๔.๑๐ ทัพเรือภาคที่ ๒ ๔.๑๑ ทัพเรือภาคที่ ๓ ๔.๑๒ หนวยบัญชาการนาวิกโยธิน ๔.๑๓ กรมรักษาความปลอดภัย หนวยบัญชาการนาวิกโยธิน ๔.๑๔ กองพลนาวิกโยธิน หนวยบัญชาการนาวิกโยธิน ๔.๑๕ กรมทหารราบที่ ๒ กองพลนาวิกโยธิน หนวยบัญชาการนาวิกโยธิน ๔.๑๖ กองพันทหารราบที่ ๒ กรมทหารราบที่ ๑ กองพลนาวิกโยธิน หนวยบัญชาการนาวิกโยธิน ๔.๑๗ กรมทหารราบที่ ๓ กองพลนาวิกโยธิน หนวยบัญชาการนาวิกโยธิน ๔.๑๘ กองพันทหารราบที่ ๗ กรมทหารราบที่ ๓ กองพลนาวิกโยธิน หนวยบัญชาการนาวิกโยธิน ๔.๑๙ กองพันทหารราบที่ ๘ กรมทหารราบที่ ๓ กองพลนาวิกโยธิน หนวยบัญชาการนาวิกโยธิน ๔.๒๐ กองพันทหารปนใหญเบากระสุนวิถีโคงที่ ๒ กรมทหารปนใหญกองพลนาวิกโยธินหนวยบัญชาการนาวิกโยธิน ๔.๒๑ หนวยบัญชาการตอสูอากาศยานและรักษาฝง ๔.๒๒ กองชางโยธา ฐานทัพเรือสัตหีบ ๔.๒๓ กรมกอสรางและพัฒนา ฐานทัพเรือสัตหีบ
๑๐ ๔.๒๔ การทาเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ ๔.๒๕ ฐานทัพเรือกรุงเทพ ๔.๒๖ กรมสารวัตรทหารเรือ ๔.๒๗ กรมอูทหารเรือ ๔.๒๘ อูราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอูทหารเรือ ๔.๒๙ กรมอิเล็กทรอนิกสทหารเรือ ๔.๓๐ กรมชางโยธาทหารเรือ ๔.๓๑ กรมสรรพาวุธทหารเรือ ๔.๓๒ กองเชื้อเพลิง กรมพลาธิการทหารเรือ ๔.๓๓ ศูนยสงกําลัง กรมพลาธิการทหารเรือ ๔.๓๔ กรมแพทยทหารเรือ ๔.๓๕ โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจาสิริกิติ์กรมแพทยทหารเรือ ๔.๓๖ กรมอุทกศาสตร ๔.๓๗ กรมสวัสดิการทหารเรือ ๔.๓๘ กรมวิทยาศาสตรทหารเรือ ๔.๓๙ โรงเรียนชุมพลทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ๔.๔๐ ศูนยฝกทหารใหมกรมยุทธศึกษาทหารเรือ รายละเอียด วาดวยศูนยบริการรถ พ.ศ.๒๕๕๗ ๑.สวนราชการที่เปนศูนยบริการรถชั้นที่ ๑ ไดแก กรมการขนสงทหารเรือ เปนศูนยรวมรถทุกชนิดเพื่อใหบริการแกสวนราชการตางๆ ในกองทัพเรือ ในเวลาราราชการ ใหศูนยบริการรถชั้นที่ ๑ จัดรถติดตอธุรการไปประจําสวนราชการ จํานวน ๑๔ หนวย ดังนี้ ๑.๑ สํานักงานเลขานุการกองทัพเรือ ๑.๒ กรมสารบรรณทหารเรือ ๑.๓ กรมกําลังพลทหารเรือ ๑.๔ กรมยุทธการทหารเรือ ๑.๕ กรมสงกําลังบํารุงทหารเรือ ๑.๖ สํานักงานปลัดบัญชีทหารเรือ ๑.๗ กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ๑.๘ กรมการเงินทหารเรือ ๑.๙ กรมจเรทหารเรือ ๑.๑๐ สํานักงานตรวจสอบภายในทหารเรือ ๑.๑๑ สํานักงานจัดหายุทโธปกรณทหารเรือ ๑.๑๒ สํานักงานพระธรรมนูญทหารเรือ ๑.๑๓ กรมพลาธิการทหารเรือ ๑.๑๔ ศูนยปฏิบัติการกองทัพเรือ
๑๑ นอกเวลาราราชการ ใหศูนยบริการรถชั้นที่ ๑ จัดรถติดตอทางธุรการ จํานวน ๒ คัน ไปประจําที่ศูนยปฏิบัติการ กองทัพเรือ หลักการจัดพาหนะของ กองจัดการขนสง ขส.ทร. กจข.ขส.ทร. เปนฝายอํานวยการของ ขส.ทร. ซึ่งเปนศูนยบริการรถชั้นที่ ๑ มีหนาที่รับผิดชอบในการ จัดรถสนับสนุนใหกับศูนยบริการรถชั้นที่ต่ํากวา และ/หรือสวนราชการตางๆ ของกองทัพเรือตามที่ไดรับการ รองขอ ทั้งนี้ใหเปนไปตามระเบียบ ทร. วาดวยศูนยบริการรถ พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยแบงการจัดรถออกเปน ๓ ประเภท ดังนี้ ๑. การจัดรถสนับสนุนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขั้นตอนการปฏิบัติ ๑.๑ หนวยฯ เสนอความตองการใชรถ ตามแบบการขอใชรถราชการ สงถึง ขส.ทร. ตามสายงาน กอนการปฏิบัติราชการ ไมนอยกวา ๓ วันทําการ ถาเปนกรณีเรงดวนใหประสานกับ กจข.ขส.ทร. ทางโทรศัพท ( โทร ๕๕๔๗๔ ) และสงเอกสารการขอใชรถดังกลาวทางโทรสาร (โทร๕๕๔๓๐) แลวสงแบบขอใชรถตนฉบับให กจข.ขส.ทร. ในโอกาสแรก ๑.๒ ธุรการ กพ.ขส.ทร. คัดแยกเรื่องการขอใชรถสงใหกจข.ขส.ทร. ดําเนินการ ๑.๓ กจข.ขส.ทร. พิจารณาจัดรถตามใบขอ โดยประสานรายละเอียดกับหนวยขอใชรถใหชัดเจน อีกครั้ง รวมถึงคาใชจาย/น้ํามันเชื้อเพลิงที่ตองใชวา ใหหนวยขอรถ หรือ ขส.ทร. สนับสนุน ๑.๔ กจข.ขส.ทร. ประสานขอรับการสนับสนุนรถจาก กรย.ขส.ทร. หากมีขอขัดของ แจงใหหนวย ขอรถทราบเพื่อพิจารณารวมแกไขปญหา ๑.๔ เมื่อ กรย.ขส.ทร. สามารถใหการสนับสนุนรถยนตไดกจข.ขส.ทร. รวบรวมแบบใบขอใชรถ จัดทําบันทึก เสนอ ขส.ทร. (รอง จก.ขส.ทร.๑) อนุมัติ ๒. การจัดรถสนับสนุนการปฏิบัติราชการตางจังหวัด การปฏิบัติแบงเปน ๒ กรณีดังนี้ ๒.๑ การจัดรถโดยหนวยขอรถสนับสนุนคาใชจาย/น้ํามันเชื้อเพลิง การจัดรถไปปฏิบัติราชการ กรณีนี้เปนการขอรถไปปฏิบัติราชการตามที่ ทร. ไดอนุมัติ งบประมาณใหกับหนวยขอรถไวแลว เชน การฝกภาค การสัมมนาเชิงวิชาการการศึกษาดูงาน อยูในแผนปฏิบัติ ราชการประจําปของหนวยงานนั้น ๆ มีขั้นตอนการปฏิบัติดังนี้ ๒.๑.๑ หนวย ฯ เสนอความตองการใชรถไปราชการ ตามแบบขอใชรถราชการโดยระบุวา หนวยขอเปนผูสนับสนุนคาใชจาย/น้ํามันเชื้อเพลิงในการไปปฏิบัติราชการ โดยแจงใหตัดยอดจาก งป. ใด ของหนวยขอสงถึง ขส.ทร. กอนการไปปฏิบัติราชการไมนอยกวา ๕ วันทําการ หรือประสานลวงหนาทาง โทรศัพท(โทร ๕๕๔๗๔) และสงแบบใบขอใชรถใหกจข.ขส.ทร. ในโอกาสแรก ๒.๑.๒ ธุรการ กพ.ขส.ทร. คัดแยกเรื่องการขอใชรถสงใหกจข.ขส.ทร. ดําเนินการ ๒.๑.๓ กจข.ขส.ทร. พิจารณาจัดรถ โดยประสานกับ กรย.ขส.ทร. หากมีขอขัดของแจงให หนวยขอรถทราบเพื่อรวมกันแกไขปญหา ๒.๑.๔ กจข.ขส.ทร. ประมาณการน้ํามันเชื้อเพลิง ที่จะตองใชในการไปปฏิบัติราชการ แลวแจงกลับใหหนวยขอรถทราบเพื่อเตรียมการในสวนที่เกี่ยวของ และใหประสานรายละเอียดการปฏิบัติ โดยตรงกับ กรย.ขส.ทร. วาจะรับน้ํามันเชื้อเพลิงที่ไหน อยางไร ๒.๑.๕ กจข.ขส.ทร. จัดทํารางคําสั่ง ขส.ทร. ใหกําลังพลและยานพาหนะไปปฏิบัติราชการ เสนอ ขส.ทร. พิจารณาอนุมัติและสําเนาสงใหหนวยเกี่ยวของทราบ
๑๒ ๒.๒ การจัดรถโดย ขส.ทร. สนับสนุนคาใชจาย/น้ํามันเชื้อเพลิง การจัดรถไปปฏิบัติราชการกรณีนี้เปนการขอใชรถไปปฏิบัติราชการตามความจําเปนของหนวย ขอรถ ซึ่งไมอยูในแผนปฏิบัติราชการประจําปของหนวย โดย ขส.ทร. จะพิจารณาสนับสนุนใหตามความจําเปน หากพิจารณาเห็นวาหนวยขอเคยขอใชรถในลักษณะเดียวกันหลายครั้ง หรือเปนการปฏิบัติที่ควรจะเปนการ ปฏิบัติราชการประจําปไดกจข.ขส.ทร. จะแจงใหหนวยนั้น ๆ บรรจุงป. น้ํามันเชื้อเพลิงและคาใชจายตาง ๆ เขาไวในแผนปฏิบัติราชการประจําปของหนวย มีขั้นตอนการปฏิบัติดังนี้ ๒.๒.๑ หนวย ฯ เสนอความตองการใชรถไปปฏิบัติราชการ ตามแบบขอใชรถราชการ พรอมทั้งแนบคําสั่งใหกําลังพลของหนวยไปปฏิบัติราชการสงถึง ขส.ทร. กอนการไปปฏิบัติราชการไมนอยกวา ๕ วันทําการ หรือประสานลวงหนาทางโทรศัพท(โทร ๕๕๒๓๘) หรือสงเอกสารแบบการขอใชรถทางโทรสาร (โทร ๕๕๔๓๐) ใหกจข.ขส.ทร. ในโอกาสแรก ๒.๒.๒ ธุรการ กพ.ขส.ทร. คัดแยกเรื่องการขอใชรถสงใหกจข.ขส.ทร. แลว ธุรการ กจข.ขส.ทร. สงเรื่องการขอใชรถใหกจข.ขส.ทร. ดําเนินการ ๒.๒.๓ กจข.ขส.ทร. พิจารณาใหการสนับสนุน โดยประสานกับ กรย.ขส.ทร. หากมีขอขัดของ แจงใหหนวยขอรถทราบเพื่อรวมกันแกไขปญหา ๒.๒.๔ กจข.ขส.ทร.ประมาณการน้ํามันเชื้อเพลิงที่ตองใชโดยขอเบิกน้ํามันจาก กพสด.ขส.ทร. ซึ่งถาจําเปนตองใชน้ํามันเชื้อเพลิงมากกวาความจุของถังใชการของรถแลว ขส.ทร. (กจข.ขส.ทร.) จะมีขาว ราชนาวีแจง กชพ.พธ.ทร. เพื่อขอรับการสนับสนุนน้ํามันเชื้อเพลิง และในสวนที่เหลือจะดําเนินการเสนอ แผนกการเงิน ขส.ทร. เพื่อขออนุมัติหลักการจัดซื้อน้ํามันเชื้อเพลิงในทองถิ่นใหกรย.ขส.ทร. และใหเบิกหักผลัก ใชเมื่อกลับจากการปฏิบัติราชการ ๒.๒.๕ กจข.ขส.ทร. จัดทํารางคําสั่ง ขส.ทร. ใหกําลังพลและยานพาหนะไปปฏิบัติราชการ เสนอ ขส.ทร. พิจารณาอนุมัติและสําเนาสงใหหนวยเกี่ยวของทราบ ๒.๒.๖ การสั่งการใชรถของ ขส.ทร. ไปปฏิบัติราชการตางจังหวัด หรือมีการคางแรมการอนุมัติ อยูในอํานาจของ จก.ขส.ทร. โดยรับคําสั่ง ผบ.ทร. ตามคําสั่ง ทร. ที่๑๙๙/๒๕๕๓ ลง ๒๔ ก.ย.๕๓ ผนวก ก เรื่องที่มอบอํานาจสั่งการและทําการแทนในนาม ผบ.ทร. ดานการสงกําลังบํารุงลําดับที่ ๗๐ ๓. การจัดตั้งศูนยบริการรถกรณีพิเศษ เปนการจัดตั้งเพื่อสนับสนุนภารกิจอื่น ๆ ของ ทร. ซึ่งมีขึ้นเปนครั้งคราว หรือเมื่อเกิดสถานการณฉุกเฉิน หรือเปนการปฏิบัติประจําแตอยูในพื้นที่หางไกลจากศูนยบริการรถ หรือตามคําสั่งของผูบังคับบัญชา เชน ๓.๑ การจัดตั้งศูนยบริการรถ การประชุมสุดยอดผูนําอาเซี่ยน (ASIEN SUMMIT) ๓.๒ การจัดตั้งศูนยบริการรถ การแขงขันเรือใบนานาชาติรายการหัวหินรีกัตตา (HUAHIN REGATTA) ๓.๔ การจัดตั้งศูนยปฏิบัติการขนสง ขส.ทร. เพื่อสนับสนุน ศปก.ทร. ในการชวยเหลือประชาชน ที่ประสบภัยตาง ๆ ตามคําสั่ง ทร. แนวทางการจัดตั้งศูนยบริการรถกรณีพิเศษ การจัดตั้งศูนยบริการรถกรณีพิเศษนอกเหนือจากภารกิจปกติซึ่งอาจมีขึ้นไดเปนครั้งคราวในชวงเวลา ใดเวลาหนึ่ง ตามความเหมาะสมของภารกิจที่ไดรับมอบหมาย และสถานการณในหวงเวลานั้น ๆ ตัวอยาง เชน ๑. การจัดตั้งศูนยบริการรถในภาวการณปกติเพื่อสนับสนุนการจัดกิจกรรมตาง ๆ ที่ ทร. ไดรับมอบหมาย ในพื้นที่ซึ่งอยูหางไกลจากศูนยบริการรถ จึงจําเปนตองจัดตั้งเปนศูนยบริการเฉพาะกิจขึ้นในพื้นที่นั้น เชน การประชุมสุดยอดผูนําอาเซี่ยน การจัดการแขงขันเรือใบนานาชาติมีขั้นตอนการดําเนินการดังนี้
๑๓ ๑.๑ ประมาณการ ความจําเปนในการใชรถประเภทตาง ๆ เพื่อจัดตั้งศูนยบริการรถ ตามความ เหมาะสมโดยคิดจากยอดผูใชบริการตารางการปฏิบัติประจําวัน การใชน้ํามันเชื้อเพลิง หรือจัดตามอัตราที่ ทร. ไดกําหนดให ๑.๒ กําหนดอัตรากําลังพล เพื่อปฏิบัติหนาที่ตาง ๆ ในศูนยบริการรถ ประกอบดวย หน.ศูนยบริการรถ นายทหารประจําศูนยฯ จนท. ประสานงาน จนท. จัดรถ จนท. น้ํามันเชื้อเพลิงและพลขับรถ ๑.๓ ประมาณการ การใชน้ํามันเชื้อเพลิงที่จะเกิดขึ้นจากการจัดตั้งศูนยบริการรถ ๑.๔ เสนอขออนุมัติจัดตั้งศูนยบริการรถ แตงตั้งเจาหนาที่ประจําศูนยฯ และการใชน้ํามันเชื้อเพลิง โดยกําหนดดวยวา จะเริ่มตั้งแตเมื่อใดและเลิกศูนยเมื่อใด ๑.๕ ดําเนินการจัดตั้งศูนยบริการรถ ตามวัน เวลา ที่ไดรับอนุมัติใหดําเนินการได ๒. การจัดตั้งศูนยบริการรถ ในภาวการณไมปกติหรือเมื่อมีสถานการณฉุกเฉินเพื่อเตรียมพรอมสนับสนุน การปฏิบัติภารกิจของหนวยตาง ๆ ที่ไดรับมอบหมายจาก ทร. เชน การจัดตั้งศูนยบริการการขนสง กรณี การชุมนุมของมวลชน (นปช.) ๒.๑ ดําเนินการจัดตั้งศูนยฯ โดยจัดอัตรารถตามความจําเปน หรือตามคําสั่งที่ไดรับ ๒.๒ จัดกําลังพลประจําศูนยฯ เตรียมพรอมใหการสนับสนุนไดทันทีเมื่อไดรับการรองขอ ๒.๓ รายงานสถานภาพรถและอัตรากําลังพลประจําศูนยฯ ใหหนวยควบคุมการปฏิบัติทราบ ๒.๔ รวบรวมยอดการใชน้ํามันเชื้อเพลิงตามที่ไดปฏิบัติงานจริง แลวขอเบิกคืนโดยเสนอถึง ศปก.ทร. ถาการปฏิบัติภารกิจ มีระยะเวลายาวนานหรือไมอาจทราบไดวาจะเสร็จสิ้นภารกิจเมื่อใดจนอาจเกิดผลกระทบ กับยอดน้ํามันเชื้อเพลิงที่ใชในการปฏิบัติภารกิจตามปกติจําเปนตองขอเบิกน้ํามันเชื้อเพลิงโดยแบงตามชวงเวลา การปฏิบัติเพื่อใหสามารถปฏิบัติภารกิจไดอยางตอเนื่องและไมเกิดผลเสียกับการปฏิบัติราชการ การติดตอประสานงาน หนวยขอใชรถสามารถติดตอประสานงานกับ กจข.ขส.ทร. ไดดังนี้ ๑. กรณีเรงดวนใหผูขอใชรถ ประสานลวงหนาโดยตรง กับ กจข.ขส.ทร. ทางโทรศัพทหมายเลข ๕๕๒๓๘, ๕๕๔๗๔ แลวสงแบบการขอใชรถทางโทรสาร โทร ๕๕๔๓๐ ๒. สงเอกสารหรือแบบขอใชรถไปราชการ ตามสายงานธุรการ หรือทางขาวราชนาวี ๓. ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกสของกองทัพเรือ ชองทางการติดตอประสานงาน สามารถโหลดแบบ ขอใชพาหนะไปราชการ http://info.navy.mi.th/transport/ ขั้นตอนการปฏิบัติของเจาหนาที่ขนสงและแผนภาพกระแสขอมูล ๑. ตรวจสอบเอกสารแบบการขอใชรถใหถูกตองตามระเบียบ ฯ ๒. ตรวจสอบขอมูลการขอใชรถ ประเภทรถยนตนั่ง/รถยนตโดยสาร รวมถึงรายละเอียดขอพิจารณาตาง ๆ เชน พิจารณาระหวางผูโดยสารกับขนาดของรถยนตหากพิจารณาขอมูลแลวไมสอดคลองหรือเหมะสมตอง ติดตอไปยังหนวยขอรถเพื่อขอแกไข โดยเนนความปลอดภัยเปนอันดับแรก ๓. ประสานการสนับสนุนคาใชจายตาง ๆ รวมทั้งนํ้ามันเชื้อเพลิงที่ใชกับหนวยขอใชรถ ๔. ตรวจสอบภารกิจ วันเวลา สถานที่ไปปฏิบัติราชการ (กทม.ปริมณฑล หรือตางจังหวัด) ดาตาสโตร (Data Stores) เปนแหลงขอมูล ซึ่งจะไมวาระบบจะใชสื่อจัดเก็บขอมูลในรูปแบบใด ทุก ๆ ดาตาสโตรจะตองมี ชื่อขอมูล (D1,D2,…Dn) ๕. บันทึกขอมูลการขอใชรถทั้งทางโทรศัพท และตามแบบขอใชรถลงในปูมหลัง ที่ไดประสานรายละเอียด กับหนวยขอใชรถเรียบรอยแลว ๖. ประสานขอมูลเกี่ยวกับการขอใชรถใหกรย.ขส.ทร.พิจารณาจัดรถพรอมพลขับใหการสนับสนุน
๑๔ ๗. รับการยืนยันการสนับสนุนรถจาก กรย.ขส.ทร. และรับขอมูลรายชื่อพลขับ หมายเลขทะเบียนรถ (เฉพาะภารกิจตางจังหวัด) ๘. ประมาณการความสิ้นเปลืองน้ํามันเชื้อเพลิง และ/หรือคาใชจายตาง ๆ เพื่อใชในการปฏิบัติราชการใน พื้นที่ตางจังหวัด ใหเพียงพอตอภารกิจนั้น โดยมีวิธีพิจารณาและคํานวณ ดังนี้ ๘.๑ ขอพิจารณา ๘.๑.๑ รายละเอียดการไปปฏิบัติราชการในพื้นที่/เสนทาง/ระยะทาง และระยะทางที่ใชในพื้นที่ วันละประมาณ ๕๐ กม. (ดูจากแผนที่) ๘.๑.๒ ประเภทของรถยนต/จํานวน (คัน) ๘.๑.๓ อัตราความสิ้นเปลืองน้ํามันเชื้อเพลิงของรถแตละประเภท ๘.๑.๔ ตรวจสอบราคาน้ํามันเชื้อเพลิงประจําวัน (ตามประมาณการราคา กบ.ทร.) ๘.๑.๕ ความจุน้ํามันเชื้อเพลิงใสถังตามประเภทรถ ๙. รวบรวมแบบขอใชรถที่สามารถใหการสนับสนุนไดและลงรายละเอียดตาง ๆ (ชื่อพลขับรถ/พลทายรถ หมายเลขทะเบียนรถ และความสิ้นเปลืองน้ํามันฯ) เพื่อพิมพเสนอขออนุมัติการขอใชรถดังกลาว ๑๐. ตรวจความถูกตองหนังสือหลังจากการพิมพแลวเสนอผูบังคับบัญชาตามลําดับชั้นจนถึงผูมีอํานาจ สั่งการใหรถไปปฏิบัติราชการ ๑๑. กรย.ขส.ทร. ใหรถพรอมพลขับไปรายงานตัวกับผูขอ/ผูติดตอของหนวยขอใชรถ ตามวันเวลาและ สถานที่ตามขอมูลในแบบการขอใชรถ หรือตามที่ไดนัดหมาย ๒ สวนราชการศูนยบริการรถชั้นที่ ๒ สวนราชการที่เปนศูนยบริการรถชั้นที่ ๒ มี๓ หนวย ไดแก ๒.๑ ฐานทัพเรือสัตหีบ ๒.๒ ฐานทัพเรือสงขลา ๒.๓ ฐานทัพเรือพังงา มีหนาที่ใหบริการแกสวนราชการตาง ๆ ที่ตั้งอยูในเขตพื้นที่ที่กําหนด และสนับสนุนเพิ่มเติมใหแกสวน ราชการที่เปนหนวยบริการตนเอง รวมทั้งศูนยบริการรถชั้นที่ ๓ ซึ่งตั้งอยูในเขตพื้นที่ดังกลาว กรณีสามารถใหการสนับสนุนได ขั้นตอนการปฏิบัติ ๑. หนวยจัดทําใบขอรถ หรือรับใบขอรถจากสวนราชการที่ตนเองใหบริการในพื้นที่รับผิดชอบตามแบบที่ กรมการขนสงทหารเรือกําหนด ๒. เสนอใบขอใชรถตามสายการบังคับบัญชา ๓. หนวยขนสงในสังกัด จัดรถและพลขับตามใบขอใชรถ พรอมทั้งประมาณการน้ํามันเชื้อเพลิงที่ใช ๔. หนวยขนสง ฯ ขออนุมัติสั่งใหรถพรอมพลขับ และน้ํามันที่ใชไปปฏิบัติราชการ ๕. พลขับรถนํารถ พรอมใบสั่งการใชรถไปปฏิบัติราชการ และเติมน้ํามันเชื้อเพลิงตามที่ไดรับอนุมัติ และเมื่อจบภารกิจแลวใหลงรายการใชรถในสมุดใชรถประจําวัน ๖. เมื่อเสร็จภารกิจพลขับรถตองทําความสะอาดรถใหเรียบรอย หากพบขอบกพรองใหรายงาน ผูบังคับบัญชาทราบในโอกาสแรก ๗. การขอรถไปราชการนอกเขตพื้นที่รับผิดชอบที่กองทัพเรือมอบอํานาจ ใหสวนราชการเสนอขออนุมัติ จากกองทัพเรือกอน ๘. จัดรถหมุนเวียนใหปฏิบัติงาน และบํารุงรักษารถใหอยูในสภาพที่ใชราชการไดอยางมีประสิทธิภาพ
๑๕ ๙. ควบคุมการใชน้ํามันตาง ๆ ใหเปนไปโดยประหยัด และรายงานสถานภาพของรถทุกประเภท สงให กรมการขนสงทหารเรือภายในวันที่ ๕ ของเดือนและสําเนาใหกรมสงกําลังบํารุงทหารเรือ ๑ ชุด ๑๐. กวดขันพลขับรถใหปฏิบัติตามขอบังคับวาดวยการใชรถยนตทหาร ระเบียบกระทรวงกลาโหมวาดวย รถราชการทหาร และระเบียบกองทัพเรือที่เกี่ยวของกับการใชและดูแลรักษารถยนตอยางเครงครัด กรณีไมสามารถใหการสนับสนุนได ขั้นตอนการปฏิบัติ ๑. เมื่อเกินขีดความสามารถ ใหศูนยบริการรถฯ ขอรับบริการเพิ่มเติมจากศูนยบริการรถใกลเคียง ที่มี หนาที่บริการแกสวนราชการนั้นกอน โดยการประสานทางโทรศัพทแลวสงใบขอใชรถใหในโอกาสแรก ๒. ในกรณีที่ศูนยบริการรถไมสามารถบริการไดใหศูนยบริการรถนั้นเสนอขอบริการจากศูนยบริการรถอื่น ที่อยูใกลเคียงหรือศูนยบริการชั้นที่ ๑ (ขส.ทร.) โดยการประสานทางโทรศัพทแลวสงใบขอใชรถใหในโอกาสแรก และแจงใหหนวยขอใชรถทราบเพื่อประสานรายละเอียดโดยตรง ๓. สวนราชการศูนยบริการรถชั้นที่ ๓ สวนราชการที่เปนศูนยบริการรถชั้นที่ ๓ มี ๗ หนวย ไดแก ๓.๑ กองเรือลําน้ํา ๓.๒ กองการบินทหารเรือ ๓.๓ ปองพระจุลจอมเกลา ฐานทัพเรือกรุงเทพ ๓.๔ กรมสรรพาวุธทหารเรือ (บางนา) ๓.๕ อูทหารเรือพระจุลจอมเกลา กรมอูทหารเรือ ๓.๖ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ๓.๗ โรงเรียนนายเรือ มีหนาที่ใหบริการแกหนวยของตนเอง และหนวยในสังกัดใกลเคียง รวมทั้งใหบริการแกสวนราชการอื่น ๆ ที่อยู ใกลเคียงตามที่กําหนดไวดวย กรณีสามารถใหการสนับสนุนได ขั้นตอนการปฏิบัติ ๑. หนวยฯ จัดทําใบขอรถ หรือรับใบขอรถจากสวนราชการอื่นที่อยูใกลเคียง ตามแบบที่กรมการขนสง ทหารเรือกําหนด ๒. เสนอใบขอใชรถตามสายการบังคับบัญชา ๓. หนวยขนสงในสังกัดจัดรถและพลขับตามใบขอใชรถ พรอมทั้งประมาณการน้ํามันเชื้อเพลิงที่ใช เสนอผูบังคับบัญชา ๔. หน.หนวย ฯ อนุมัติใหรถพรอมพลขับ และน้ํามันเชื้อเพลิงที่ใชไปปฏิบัติราชการ ๕. พลขับรถนํารถพรอมใบสั่งการใชรถ และเติมน้ํามันเชื้อเพลิงตามที่ไดรับอนุมัติไปปฏิบัติราชการ และเมื่อจบภารกิจแลวใหลงรายการใชรถในสมุดใชรถประจําวัน ๖. เมื่อเสร็จภารกิจพลขับรถตองทําความสะอาดรถใหเรียบรอย หากพบขอบกพรองใหผูบังคับบัญชา ทราบในโอกาสแรก ๗. การขอรถไปราชการนอกเขตพื้นที่รับผิดชอบที่กองทัพเรือมอบอํานาจ ใหสวนราชการเสนอขออนุมัติ จากกองทัพเรือกอน ๘. จัดรถหมุนเวียนใหปฏิบัติงานใกลเคียงกัน และบํารุงรักษารถใหอยูในสภาพที่ใชราชการไดอยางมี ประสิทธิภาพ
๑๖ ๙. ควบคุมการใชน้ํามันตาง ๆ ใหเปนไปโดยประหยัดและรายงานสถานภาพของรถทุกประเภท สงให กรมการขนสงทหารเรือภายในวันที่ ๕ ของเดือน และสําเนาใหกรมสงกําลังบํารุงทหารเรือ ๑ ชุด ๑๐. กวดขันพลขับรถใหปฏิบัติตามขอบังคับวาดวยการใชรถยนตทหาร ระเบียบกระทรวงกลาโหมวาดวย รถราชการทหาร และระเบียบกองทัพเรือที่เกี่ยวของกับการใชและดูแลรักษารถยนตอยางเครงครัด กรณีไมสามารถใหการสนับสนุนได ขั้นตอนการปฏิบัติ ๑. เมื่อเกินขีดความสามารถใหศูนยบริการรถฯ นั้นขอรับบริการเพิ่มเติมจากศูนยบริการรถใกลเคียงหรือ ศูนยบริการรถชั้นที่สูงขึ้นไปที่มีหนาที่บริการแกสวนราชการนั้นกอนโดยการประสานทางโทรศัพทแลวสงใบขอ ใชรถใหในโอกาสแรก ๒. ในกรณีที่ศูนยบริการรถไมสามารถบริการไดใหศูนยบริการรถ ฯ นั้นเสนอขอบริการจากศูนยบริการรถ ชั้นที่สูงขึ้นไปตามลําดับ โดยการประสานทางโทรศัพทแลวสงใบขอใชรถใหในโอกาสแรก และแจงใหหนวยขอ ใชรถทราบเพื่อประสานรายละเอียดโดยตรง ๔. สวนราชการที่มีรถไวเพื่อบริการแกหนวยของตนเอง มีหนาที่บริการแกหนวยของตนเอง และหนวยในสังกัดใกลเคียง ดังนี้ กรณีสามารถใหการสนับสนุนได ขั้นตอนการปฏิบัติ ๑. หนวย ฯ จัดทําใบขอใชรถปฏิบัติราชการ หรือรับใบขอรถจากหนวยในสังกัดที่อยูใกลเคียงตามแบบที่ กรมการขนสงทหารเรือกําหนด ๒. เสนอใบขอใชรถตามสายการบังคับบัญชา ถึงหนวยขนสงในสังกัด ๓. หนวยขนสงในสังกัด จัดรถและพลขับตามใบขอใชรถ และประมาณการน้ํามันเชื้อเพลิงที่ใช เสนอผูบังคับบัญชา ๔. หน.หนวย ฯ อนุมัติใหรถพรอมพลขับ และน้ํามันเชื้อเพลิงที่ใชไปปฏิบัติราชการ ๕. พลขับรถนํารถพรอมใบสั่งการใชรถ และเติมน้ํามันเชื้อเพลิงตามที่ไดรับอนุมัติไปปฏิบัติราชการ และเมื่อจบภารกิจแลวใหลงรายการใชรถในสมุดใชรถประจําวัน ๖. เมื่อเสร็จภารกิจพลขับรถตองทําความสะอาดรถใหเรียบรอย หากพบขอบกพรองใหรายงาน ผูบังคับบัญชา ๗. การขอรถไปราชการนอกเขตพื้นที่รับผิดชอบที่ ทร. มอบอํานาจ ใหสวนราชการ ขออนุมัติจาก ทร. กอน ๘. จัดรถหมุนเวียนใหปฏิบัติงานใกลเคียงกัน และบํารุงรักษารถใหอยูในสภาพที่ใชราชการไดอยางมี ประสิทธิภาพ ๙. ควบคุมการใชน้ํามันตาง ๆ ใหเปนไปโดยประหยัด และรวบรวมสถิติการใชรถไวเปนหลักฐาน รวมทั้ง รายงานสถานภาพของรถทุกประเภท สงใหกรมการขนสงทหารเรือภายในวันที่ ๕ ของเดือน และสําเนาใหกรม สงกําลังบํารุงทหารเรือ ๑ ชุด ๑๐. กวดขันพลขับรถใหปฏิบัติตามขอบังคับวาดวยการใชรถยนตทหาร ระเบียบกระทรวงกลาโหม วาดวยรถยนตทหาร และระเบียบกองทัพเรือที่เกี่ยวของกับการใชและดูแลรักษารถยนตอยางเครงครัด
๑๗ กรณีไมสามารถใหการสนับสนุนพาหนะได ขั้นตอนการปฏิบัติ ๑. เมื่อเกินขีดความสามารถ ใหหนวย ฯ ขอรับบริการเพิ่มเติมจากศูนยบริการรถ ที่มีหนาที่บริการแก สวนราชการนั้นกอน โดยการประสานทางโทรศัพทแลวสงใบขอใชรถใหในโอกาสแรก ๒. ในกรณีที่ศูนยบริการรถไมสามารถบริการไดใหศูนยบริการรถนั้นเสนอขอบริการจากศูนยบริการรถอื่น ที่อยูใกลเคียง หรือศูนยบริการชั้นที่สูงขึ้นไปตามลําดับ โดยการประสานทางโทรศัพทแลวสงใบขอใชรถให ในโอกาสแรก และแจงใหหนวยขอใชรถทราบเพื่อประสานรายละเอียดโดยตรง บทที่ ๒ การปฏิบัติการขนสงดวยรถยนต ( Motor Transport Operations) รถยนตเปนเครื่องมือขนสงที่มีคุณลักษณะ สามารถใชปฏิบัติงานไดตามลําพัง สามารถเชื่อมตอกับการ ขนสงประเภทตาง ๆ ได กลาวคือ เชื่อมกับสถานีขนสงทางอากาศ ทางน้ํา ทางรถไฟ รถยนต ยังใชสําหรับ ขนถายสัมภาระจากวิธีการขนสงอยางหนึ่งไปยังอีกอยางหนึ่ง เปนวิธีการขนถายที่เหมาะที่สุด ในการแจกจาย สิ่งอุปกรณหรือใชเพิ่มเติมการขนสงประเภทอื่น ๆ อีก ทั้งยังเปนบริการที่ใชไดอยางตอเนื่อง เพราะมี ความสามารถในการเคลื่อนที่สูง ขอดี ๑. มีความออนตัว ๒. เพิ่มความออนตัวใหกับการขนสงประเภทอื่น ๆ ๓. สามารถขนของไดจํานวนมากเมื่อรวมรถไดหลายคัน ๔. เมื่อใชในการขนสงระยะใกลประหยัด ขอเสีย ๑. สิ้นเปลืองมากเมื่อขนสงระยะไกล ๒. ขนไดคอนขางนอย ถาไมมีการรวมรถเปนจํานวนมาก ๑. คุณสมบัติของบริการขนสงดวยรถยนต ๑.๑ สามารถปฏิบัติงานไดเปนอิสระ ทั้งนี้เพราะไดจัดใหหนวยมีการประกอบเลี้ยง งานธุรการ การสงกําลัง และการซอมบํารุงอยูในตัว ดังนั้น จึงสามารถจัดหนวยรถยนตไปประจําสมทบหรือแยกออกไป ปฏิบัติงานไดทันที ไมยุงยากและเสียเวลาแกผูใดทั้งสิ้น ๑.๒ สามารถปรับการปฏิบัติงานไดเขากับความตองการของหนวยรับการสนับสนุนได ทุกหนวย ซึ่งคุณสมบัติในขอนี้ ทําใหหนวยรับการสนับสนุนรับบริการนี้ไว โดยไมตองมีการเปลี่ยนแปลง หรือขัดตอแผนการปฏิบัติงานของตน บริการขนสงดวยรถยนตมีความสามารถในการเปลี่ยนขอบเขตหรือ เปาหมายในการทํางานของตนเองไดอยางรวดเร็ว ทั้งนี้ก็เพื่อจะไดปรับการทํางานใหโอนออนไปตามความตองการ ของหนวยรับการสนับสนุนที่เปลี่ยนแปลงไป ๑.๓ สามารถเปนตัวเชื่อมบริการขนสงประเภทอื่น ๆ ไดอยางดี กลาวคือเปนเสมือนสะพาน ที่เชื่อมตอชองวางของการขนสงที่เกิดขึ้นระหวางคลังการขนสง ณ สถานีปลายทาง ทางอากาศ ทางน้ํา หรือทาง รถไฟ นั่นคือ เปนเครื่องมือขนถายที่เหมาะสมที่สุดที่จะใชทําการขนสงระหวางประเภทการขนสงอยางหนึ่งไปสู ประเภทการขนสงอีกอยางหนึ่ง นอกจากนี้ การขนสงดวยรถยนตเปนเครื่องมือขนสงที่เหมาะที่สุดในการขนสงแบบ
๑๘ แจกจายจนถึงหนวย และที่สําคัญอีกอยางหนึ่งก็คือ สามารถใชประกอบหรือรวมกับวิธีการขนสงแบบอื่น ๆ ในกรณีจําเปน เมื่อเกิดงานลนมือไดชั่วระยะหนึ่งไดอยางดี ๑.๔ สามารถรักษาคุณสมบัติของตนไวไดตลอดเวลา แมวาจะอยูภายใตสภาวะกดดันจากการ ปฏิบัติการของขาศึก หรือปจจัยอื่น ๆ ที่คิดวาจะเปนเครื่องบั่นทอนบริการ ทั้งนี้ก็เพราะเหตุวารถยนตสามารถ เคลื่อนที่ไดเปนอิสระเปนคัน ๆ และถูกออกแบบใหเคลื่อนที่ไดทุกเสนทาง แมแตจะอยูนอกเสนทาง ดังนั้น หนวยขนสงดวยรถยนต จึงเปนหนวยปฏิบัติการขนสง ซึ่งเหมาะที่จะนําไปใชเปนเครื่องมือในการทดแทนการ ขนสงประเภทอื่น ๆ เมื่อการขนสงประเภทนั้นเกิดขัดของขึ้น การขนสงดวยรถยนตถือวาเปนหนวยขนสงที่ทํา การสงของจากตําบลตนทางถึงตําบลปลายทางไดสมบูรณกวาอยางอื่น ยกตัวอยางเชน การขนสงจากทาเรือ สามารถขนของจากทาเรือและนําไปสงใหถึงมือผูใชโดยตรง ( Hand To Hand Service ) ๒. คุณลักษณะของการขนสงดวยรถยนต รถยนตเปนเครื่องมือการขนสงชนิดหนึ่งที่มีคุณลักษณะทางการคลองตัวและเปนประโยชนตอการใช เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารไดผลดีที่สุด สามารถดัดแปลงใหเหมาะสมกับงานไดงายคุณลักษณะนั้น ไดแก ๒.๑ มีความออนตัว ๒.๒ มีความเร็ว ๒.๓ เปนไปตามกฎเกณฑ ๒.๔ เปนที่ไววางใจได ๓. หลักการขนสงดวยรถยนต มีหลักในการพิจารณาดังนี้ ๓.๑ การใชเต็มขีดความสามารถ (Maximum Use) หมายถึงตองวางหมุนเวียนการใชยานพาหนะ ใหครบทุกคันและการบรรทุกแตละคันตองบรรทุกใหเต็มขีดความสามารถของยานพาหนะนั้น ๆ ๓.๒ การประหยัด (Economic Use) หมายถึง การใชยานพาหนะใหเต็มขีดความสามารถ และการประหยัดจะสอดคลองกัน เชน แทนที่จะใชรถ ๒ คัน ก็จะใหรวมการบรรทุกในคันเดียวกันโดยบรรทุก ใหเต็มขีดความสามารถในแตละเที่ยว ๓.๓ การกําหนดมาตรฐาน (Standardization) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและการประหยัด ทร. จึงได กําหนดมาตรฐานของยุทโธปกรณและวิธีการปฏิบัติ โดยกําหนด รปจ. ของหนวยงานไวโดยแนนอน สําหรับ ผูบังคับกองรอยควรจะกําหนด รปจ. เกี่ยวกับการปฏิบัติเปนขบวนลําเลียง การปองกันที่พักแรม การปรนนิบัติ บํารุงและซอมบํารุง รวมทั้งระเบียบปฏิบัติประจําอื่น ๆ ที่จําเปนสําหรับการปฏิบัติของหนวย ๓.๔ เวลาในการงดใชงานนอยที่สุด (Dead-Line Limit) เมื่อยานพาหนะมิไดใชงาน เนื่องจาก เขา ปบ. หรือ ซบร. เราเรียกรถเหลานี้วารถงดใชงาน (Dead-Line) ผูบังคับบัญชาจะตองฝกผูใตบังคับบัญชา ของตนใหมีความสามารถในการใชรถ และสามารถแกไขเหตุขัดของทันทีที่ตรวจพบ ดังนั้น ผูบังคับบัญชาตอง กําหนดกรรมวิธีการตรวจอยางตอเนื่อง จึงเปนหลักประกันไดวา ผูใตบังคับบัญชาไดมีการปฏิบัติตามระเบียบ และการฝกไดผล ซึ่งจะยังผลใหพลขับมีความเขาใจระเบียบตาง ๆ วามีความสําคัญอยางไรและสงผลใหเวลา งดใชงานมีนอย ๓.๕ เวลาในการขนขึ้นและขนลงนอยที่สุด (Less Delay Time) แมวาพลขับจะไมมีหนาที่ขนสิ่ง อุปกรณขึ้นหรือลงจากยานพาหนะ แตพลขับตองกํากับดูแลควบคุมใหคําแนะนําแก จนท.ที่รับผิดชอบในการ ขนขึ้นหรือขนลงโดยตลอด และจะตองประสานงานอยางใกลชิดระหวางกองรอย รยบ. และหนวยที่ไดรับ การสนับสนุนจะทําใหมีการพัฒนาวิธีที่มีผลดีในการบรรทุกยึดตรึงและลดเวลาในการขนขึ้นและขนลงใหนอยลง
๑๙ ๔. แบบของการขนสง (Type Haul) แบบของการขนสงมีอยู ๒ แบบ คือ การขนสงระยะใกล และการขนสงระยะไกล ๔.๑ การขนสงระยะใกล (Local Haul) คือ การขนสงระยะทางสั้น ๆ หลายเที่ยวใน ๑ วัน โดยใช พลขับและรถคันเดิม จะใชเวลาในการวิ่งบนถนนสั้นกวาเวลาที่ใชในการขนขึ้นและขนลง ตามปกติ จะทํางานเปนเที่ยว/วัน/คัน การคิดเกณฑความสามารถคิดเปนจํานวนตันที่ขนไดตอวัน หรือในระยะเวลาที่ กําหนดใหการพิจารณาการขนสงระยะใกลขึ้นอยูกับมูลฐานเปนจํานวนตันที่เคลื่อนยายในเวลาที่กําหนด โดยเฉลี่ยระยะทางไกลไมเกิน ๔๐ กม./เที่ยว (๒๕ไมล/เที่ยว) ยานพาหนะแตละคันสามารถเดินทางไปกลับ ได ๔ เที่ยว/วัน (คิดตามเกณฑการวางแผน) รถยนตบรรทุกที่ใชในการขนสงระยะใกลไดแก รยบ. ๒ ๑/๒ ตัน และ รยบ. ๕ ตัน ๔.๒ การขนสงระยะไกล (Line Haul) คือ การขนสงระยะทางยาวกวาการขนสงระยะใกล จะใช เวลาในการวิ่งบนถนนยาวกวาเวลาที่ใชในการขนขึ้นและขนลง ดังนั้นแทนที่จะเดินทางวันละหลายเที่ยว จึงเดินทางเพียงวันละ ๑ เที่ยว หรือ ๒ เที่ยว ซึ่งใชเวลาผลัดละ ๑๐ ชม. การพิจารณาการขนสงระยะไกลนั้น ขึ้นอยูกับสัมภาระเปนจํานวนตันที่บรรทุกและระยะทางที่ขนไปไดใน ๑ วัน ผลจะออกมาเปนตัน – ไมล หรือ ตัน – กม. ถายานพาหนะแตละคันจะเดินทางโดยอัตราความเร็วเฉลี่ยชั่วโมงละ ๓๒ กม. (๒๐ ไมล) จะเปนระยะทางไมเกิน ๑๔๔ กม. ตอชวง (๙๐ ไมล) ในการเดินทางไปกลับ ๒ เที่ยวตอวัน รถยนตบรรทุก ที่ใชในการขนสงระยะไกล ไดแก รถพวงและรถกึ่งพวง ๕. วิธีการขน (Hauling Method) ภารกิจในการขนสงดวยรถยนตนั้น จะบรรลุถึงความสําเร็จไดดวยวิธีการขนอยางใดอยางหนึ่ง หรือหลายวิธีผสมกันก็ได ทั้งนี้ขึ้นอยูกับงานที่จะตองปฏิบัติใหสําเร็จลุลวงไป อยางไรก็ตาม วิธีการขนสามารถ กระทําได ๓ วิธี ดังนี้ ๕.๑ การขนโดยตรง คือ การขนเที่ยวเดียวเสร็จ อาจจะเปนการขนดวยรถยนตคันเดียวหรือหลายคัน ก็ได ไมมีการเปลี่ยนรถพวง หรือแมแตการขนถายสิ่งอุปกรณไปยังคันอื่น โดยที่สัมภาระที่บรรทุกไป ยังคงอยู บนรถคันเดิมและพลขับคนเดิม ตามปกติจะใชเมื่อเริ่มสถานการณและเพื่อตองการเรงการเคลื่อนยายครั้งนั้นให เสร็จเร็วขึ้น วิธีนี้จะใชในกรณีมีเวลาปฏิบัติการจํากัด หรือเปนการขนทางยุทธวิธีในบางครั้งอาจใชวิธีการขน โดยตรงทําการขนแบบการขนสงระยะไกลก็ได แตการทําวิธีนี้สิ้นเปลืองพลขับและยานพาหนะ การขนโดยตรง ใชขนกําลังพลนับวาเปนการเหมาะสมมากกวาวิธีอื่น ๕.๒ การเทียวขน คือ การขนหลาย ๆ เที่ยว จากตําบลตนทางไปยังตําบลปลายทาง จนเสร็จภารกิจ ภายในหนึ่งวัน การขนวิธีนี้จะเสียเวลาในการขนขึ้นและขนลงมาก วิธีนี้จะใชเมื่อมีเวลาปฏิบัติเพียงพอ หรือ เปนการขนทางธุรการ ๕.๓ การสงทอด เปนการขนไปขางหนาเปนชวง ๆ อยางตอเนื่องจนถึงปลายทาง การขนวิธีนี้ไมมี การขนถายสัมภาระ แตละชวงจะมีการสับเปลี่ยนพลขับและหัวรถลากจูง โดยที่รถพวงหรือรถกึ่งพวงบรรทุก สัมภาระ ยังคงถูกขนไปขางหนา วิธีนี้เหมาะในการปฏิบัติการขนระยะไกลเทานั้น ๖. การขนสงแบบผสม การขนสงดวยรถยนตอาจจะผสมกับการขนสงประเภทอื่น ๆ ได เชน รวมกับการขนสงทางรถไฟ การขนสงทางน้ํา และการขนสงทางอากาศ ทั้งนี้เพื่อลดภาระในการขนสัมภาระใหนอยลงและตองการให สัมภาระเหลานั้นไปถึงจุดหมายปลายทางไดรวดเร็ว ๖.๑ การขนสงรวมกับรถไฟ (Piggyback) เปนการขนแบบผสมซอนบนรถไฟ โดยรถพวง ซึ่งบรรทุกสัมภาระเต็มจะถูกไปบรรทุกบนรถ บขต. ที่สถานีตนทาง ตอจากนั้นก็จะเคลื่อนยายไปโดยรถไฟจนถึง
๒๐ สถานีปลายทาง และใชรถหัวลากหรือขับลงจากรถไฟไปสูจุดหมายปลายทางตอไป การขนสงแบบนี้ มี๒ ลักษณะ คือ ๖.๑.๑ การขนสงแบบTrailer on Flat Car (TOFC) หมายถึง การนํารถพวงหรือรถกึ่งพวง บรรทุกบนรถ บขต. ๖.๑.๒ การขนสงแบบContainer on Flat Car (COFC) การใชตูคอนเทนเนอรบรรทุก สัมภาระ บรรทุกบนรถ บขต. คอนเทนเนอรนี้อาจติดตั้งบนแคร หรืออาจมีลอติดตั้งอยูดวย ๖.๒ การขนสงรวมกับเรือ เปนการขนสงแบบผสมซอนบนเรือ โดยพวงบรรทุกสัมภาระเรียบรอยแลว จะถูกนําไปบรรทุกบนเรือ ณ ทาเรือตนทาง แลวเดินทางไปยังทาเรือปลายทางโพนทะเล จากนั้นก็จะ เคลื่อนยายโดยใชรถหัวลาก หรือขับลงจากเรือไปตามเสนทางถนนสูตําบลปลายทางตอไป ซึ่งจะใหผล ในดานความรวดเร็ว คลองตัว และประหยัด การขนสงแบบนี้ มี ๒ ลักษณะ คือ ๖.๒.๑ การขนแบบ Rool – On , Roll – Off (RORO) หมายถึง การนํารถหัวลาก และรถกึ่งพวงบรรทุกสัมภาระเรียบรอยแลว ขับขึ้นไปบรรทุกบนเรือชนิดพิเศษ สรางไวเพื่อบรรทุกแบบนี้ โดยเฉพาะ ณ ทาเรือตนทางโดยไมปลดขอพวง แลวเดินทางไปยังทาเรือปลายทาง จากนั้นก็จะขับรถหัวลาก และรถกึ่งพวงลงจากเรือไปตามเสนทางถนนสูตําบลปลายทาง ๖.๒.๒ การขนสงแบบ Lift – On , Lift – Off (LOLO) หมายถึง รถพวง หรือรถกึ่งพวง ที่บรรทุกสัมภาระแลวถูกเคลื่อนยายไปทางทาเรือ ปลดขอพวงจากรถหัวลาก จากนั้นใชปนจั่นยกวางบนเรือ เมื่อถึงสถานีปลายทางจะใชปนจั่นยกขึ้นจากเรือแลวเกี่ยวขอพวงกับรถหัวลาก จากนั้นเคลื่อนยายไปยัง จุดหมายปลายทาง ๖.๓ การขนสงรวมกับอากาศยาน (Air) ในระหวางการปฏิบัติการเคลื่อนยายทางอากาศ ในการสนับสนุนการชวยรบนั้น ยานพาหนะจะเคลื่อนยายสัมภาระไปยังสถานีปลายทางอากาศ หรือสนามบิน สัมภาระจะถูกเคลื่อนยายทางอากาศไปยังสถานีปลายทางอากาศหรือสนามบิน แลวขนสัมภาระลง จากนั้น ขนขึ้นรถบรรทุกเพื่อเคลื่อนยายไปยังสถานีปลายทางสุดทาย สวนใหญจะเคลื่อนยายสัมภาระที่มีความเรงดวน สูงสามารถสงไปไดรวดเร็ว ๖.๔ การขนสงผสมแบบใชเรือลําเลียงขนาดเล็กรวมกับเรือใหญ (Lighter Aboard Ship - LASH) เปนการขนสงที่นํารถกึ่งพวงหรือตูบรรทุกสัมภาระที่บรรทุกเรียบรอยแลว บรรทุกลงในเรือเล็ก ตอจากนั้นนําเรือเล็กบรรทุกเขาไวในเรือใหญที่ตนทาง วิธีการขนสงแบบนี้ใชเมื่อไมมีสิ่งอํานวยความสะดวก ที่ทาเรือเพียงพอ การปฏิบัติการของกองรอยรถยนตบรรทุกมีความออนตัวสูง ไดรับการบรรจุพลขับและรถยนต บรรทุกเปนจํานวนมาก รวมทั้งรถลากจูง รถกึ่งพวงและอื่น ๆ ดวย ไมเพียงแตทําการขนไดวิธีเดียวเทานั้น แตยังสามารถทําการขนไดหลายวิธีผสมผสานกัน วิธีการขนเหลานี้เปนที่ยอมรับแลววาเปนหลักการนําไปสู การใชยานพาหนะใหเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีความสิ้นเปลืองและมีการลาชานอยที่สุด นอกจากนั้นยัง ทําใหมีการใชรถยนตบรรทุก และพลขับไดอยางเต็มที่อีกดวย แทนที่จะมอบงานใหรถลากจูง ๑ คัน ทําการ ขนโดยตรง ทําการขนจากตําบลเริ่มตนถึงตําบลปลายทาง เราอาจใชรถลากจูงจํานวนนอยกวา รถกึ่งพวงก็ สามารถขนสงสัมภาระจํานวนเทากันได ถามีการหมุนเวียนปฏิบัติงาน โดยแบงระยะทางในการขนทั้งหมด ออกเปนสวนยอย ๆ การหมุนเวียนนี้ ถูกนําไปใชในการเทียวขนหรือการใชรถยนตบรรทุกจํานวนนอยจํานวนหนึ่ง เดินทางไปกลับหลาย ๆ เที่ยวระหวางตําบลทั้ง ๒ ตามระบบดังกลาวรถยนตบรรทุก ๔ คัน สามารถปฏิบัติงาน ไดเทากับรถยนตบรรทุก ๑๖ คัน ถาแตละคันเดินทางไปกลับเปนจํานวน ๔ เที่ยว การหมุนเวียนก็ยังนําไปใช การขนแบบสงทอดดวย ตางกันแตวาการหมุนเวียนในการขนแบบสงทอดเปนการหมุนเวียนรถลากจูง โดยใช
๒๑ รถลากจูง ๑ คัน เดินทางซ้ําอยูในสวนหนึ่งของเสนทาง นอกจากประหยัดรถลากจูงแลว การสงทอดยังใช ประโยชนอีกหลายประการ เชน รถกึ่งพวงคันหนึ่งที่บรรทุกสัมภาระแลวเคลื่อนที่ไปขางหนายังตําบลปลายทาง โดยไมตองยุงเกี่ยวกับสัมภาระบนรถเลยตลอดเสนทาง จึงลดการเสียหายของสัมภาระและการโจรกรรม ไดอยางมากทั้งประหยัดเวลาเนื่องจากไมตองขนสัมภาระขึ้นและลงในระหวางการเดินทาง ๗. ประเภทของการปฏิบัติการขนสง (Type Of Operations) เนื่องจากระยะและอํานาจการทําลายของอาวุธสมัยใหม ไดมีการพัฒนาใหมีอํานาจการทําลายสูง และรัศมีทําการไกล ทําใหตําบลสงกําลังบํารุงมีจุดออนจากการยิงของขาศึกมาก ดังนั้น ถาถือหลักการ ลดการสะสมสิ่งอุปกรณในยุทธบริเวณลง ก็ตองเพิ่มการระบายสัมภาระออกไปดวยการขนสงมากขึ้น สัมภาระ ตองไดรับการเคลื่อนยายออกไปจากตําบลสงกําลังโดยเร็ว จากแหลงผลิตไปยังผูใช โดยมีการขนสงและการขน ถายซ้ําซอนนอยที่สุด รถยนตนับวาเปนเครื่องมือขนสงที่ใหประโยชนมากกวาเครื่องมือขนสงชนิดอื่น ๆ ในการ เคลื่อนยายกําลังพลและสัมภาระในสยาม เพราะเปนการบริการขนสงถึงที่ ใหการเชื่อมตออยางสําคัญยิ่ง กับประเภทการขนสงอื่น ๆ เชน เชื่อมตอกับทางน้ํา, อากาศ และรถไฟ ๗.๑ การระบายที่สถานีปลายทาง (Terminal Clearance) หนวยขนสงดวยรถยนตทําการ เคลื่อนยายกําลังพลและสัมภาระออกจากสถานีปลายทางอากาศและทางน้ํา การระบายที่รวดเร็วจะทําใหการขน สัมภาระออกจากอากาศยาน หรือ ขึ้นจากเรือเปนไปอยางตอเนื่อง ไมเชนนั้นแลวจะถูกขัดขวางจาก การคับคั่ง ภายในพื้นที่สถานี ผูปฏิบัติงานที่สถานี (ทางทหาร, ทางพลเรือน หรือการปฏิบัติการรวม) จะรับผิดชอบตอการ ขนสัมภาระขึ้นจากเรือ หรือออกจากเครื่องบิน หนวยควบคุมการเคลื่อนยายสวนแยกควรตั้งอยูที่สถานี เพื่อวางแผนและประสานการระบายสัมภาระ กองบังคับการขนสงดวยรถยนตอาจชวยในการวางแผน จัดตั้งการ ปฏิบัติการของรถยนตบรรทุก และจัดระเบียบการไหลเวียนของยานพาหนะในพื้นที่สถานี เมื่อหนวยดําเนินกลยุทธหนัก ทําการเคลื่อนยายยานยนตสายพานของหนวย จากทาเรือขึ้นบกไปยังพื้นที่รวมพลในเขตหนา ดวยการใชยานยนต ขนสงยุทธภัณฑหนักที่มิใชของกองพล นายทหารควบคุมการเคลื่อนยายของ กองพลจะประสานในเรื่องเครื่องมือ เครื่องใชเหลานี้ โดยผานกองพันควบคุมการเคลื่อนยายของกองทัพนอย ยานยนตขนสงยุทธภัณฑหนักที่มิใชของ กองพลถูกจัดสรรตามความเรงดวนของภารกิจ และหนวยที่ดําเนินกลยุทธ อาจไดรับยานยนตขนสงยุทธภัณฑ หนักเพิ่มเติมจากกองพล เมื่อจําเปนควรเนนย้ําในเรื่องการรักษาบูรณภาพของหนวย ตลอดการปฏิบัติการ เคลื่อนยาย ถายานยนตขนสงยุทธภัณฑหนักไมเพียงพอที่จะทําใหภารกิจบรรลุผลสําเร็จ หนวยดําเนินกลยุทธ หนักควรใชรถยนตบรรทุกขนาดกลางของกองทัพนอย หรือของกองพลทําการเคลื่อนยายยานยนตสายพาน ที่เบากวา โดยการประสานผานนายทหารควบคุมการเคลื่อนยายของกองพลเพื่อรับรถ การใชยานยนตขนสง ยุทธภัณฑหนักของกองทัพนอยอาจไดรับเพิ่มเติมโดยการขนสงวิธีอื่น แตในสภาพแวดลอมทางยุทธวิธี ซึ่งตองมี ความออนตัวและการขานรับซึ่งเปนสิ่งสําคัญ ดังนั้น การใช ยานยนตขนสงยุทธภัณฑหนักจึงนาจะมีระดับสูงสุด ๗.๒ การระบายที่ชายหาด (Beach Clearance) เปนการปฏิบัติการระบายประเภทหนึ่ง ซึ่งอาจ ดําเนินการโดยผานทาเรือหลัก หรือทาเรือรอง ที่ไมสามารถรับเรือกินน้ําลึกได หรือบนชายหาดในกรณีที่ไมมีเครื่อง อํานวยความสะดวกประจําทาเรือใหใชได การปฏิบัติการระบายสัมภาระบนชายหาด ซึ่งเปนการปฏิบัติที่ยากที่สุด เนื่องจากถนนมีสภาพไมดีและเครื่องอํานวยความสะดวกไมสมบูรณ การระบายสัมภาระออกจากชายหาดนั้น ยากกวาการระบายที่ทาเรือหลักและทาเรือรอง การควบคุมที่มีประสิทธิภาพ จึงจําเปนตอการระบายที่รวดเร็ว และการปองกันการคับคั่งบนชายหาด เพื่อใหมีการควบคุมที่ไดประสิทธิภาพและมีการระบายที่รวดเร็ว ควรปฏิบัติดังนี้ ๗.๒.๑ จัดตั้งลานจอดรถบรรทุก เพื่อการมอบหมายและการปลอยรถที่รวดเร็ว ๗.๒.๒ ใหมีการติดตอสื่อสารอยางเพียงพอ
๒๒ ๗.๒.๓ ประสานการวางแผนการจัดระเบียบทางหลวงกับหนวยควบคุมการเคลื่อนยายที่ใหบริการ และใชเสนทางเขาออกใหเกิดประโยชนสูงสุด ๗.๒.๔ ประสานการชวยเหลือของทหารชาง ในการสราง หรือซอมบํารุงถนน และในการจัดหา กระดานสําหรับปู หรือวิธีสะดวกวิธีอื่นที่สามารถแทง หรือเจาะลงไปในพื้นที่ออนนุม หรือที่เปนทรายได ๗.๓ ลานจอดรถบรรทุกบนชายหาด ( Beach truck pack ) ลานจอดรถบรรทุกเปนพื้นที่รวม การที่จัดตั้งขึ้นเพื่อวางเสนทาง, ปลอยรถ และควบคุมรถที่ทําการระบายสัมภาระบนชายหาด ซึ่งรวมสิ่งอํานวย ความสะดวกในการปลอยรถ พื้นที่จอดรถ และสิ่งอํานวยความสะดวกใชในการสนับสนุนที่เหมาะสม ที่ลานจอดรถมีการปฏิบัติในลักษณะเดียวกันกับสถานีปลายทางรถบรรทุก ในการปฏิบัติการขนสงระยะไกล ยานพาหนะทุกคันที่สนับสนุนการปฏิบัติในการระบายสัมภาระที่ชายหาด จะเคลื่อนยายเขาและออกจากที่ตั้ง ชายหาดโดยผานลานจอดรถบรรทุกนี้ ซึ่งจํานวนของลานจอดรถจะขึ้นอยูกับสิ่งตอไปนี้ ๗.๓.๑ ขนาดและลักษณะพิเศษอื่น ๆ ของพื้นที่ชายหาด ๗.๓.๒ ประโยชนและสภาพของถนนที่เขาและออกจากชายหาด ๗.๓.๓ พื้นที่ที่เหมาะสมสําหรับจัดตั้งลานจอดรถบรรทุก ๗.๓.๔ จํานวนยานพาหนะที่สนับสนุนการปฏิบัติการที่ชายหาด รถเปลาที่เขามาเพื่อรับการบรรทุก หรือรถที่บรรทุกสัมภาระกลับ เพื่อมาขนลงที่ชายหาด จะรับการตรวจเวลาเขา โดยผานเจาหนาที่ปลอยรถประจําลานจอด รถเหลานี้จะถูกปลอยออกไปยังที่ตั้ง การบรรทุกขึ้นหรือบรรทุกลงบนชายหาดโดยตรง หรือไดรับคําแนะนําใหจอดคอยภายในลานจอด รถที่บรรทุก สัมภาระแลวกําลังจะออกไปก็ตองรับการตรวจเวลาออกดวย กอนจะเคลื่อนยายตอไป รถอาจถูกปลอยออกไป ยังปลายทางทีละคันหรือเปนขบวน ทั้งนี้อยูบนรากฐานของมาตรการควบคุมเสนทาง และขีดความสามารถ ของหนวยรับที่ทําการขนลง ถารถหัวลากจูงที่ใชในการปฏิบัติการระบายสัมภาระกลับไปยังลานจอดรถ โดยวาง จุดสําหรับรถกึ่งพวงดังกลาว เพื่อเคลื่อนยายตอไป หัวรถลากที่ขนสงระยะไกลจะเคลื่อนยายรถกึ่งพวงที่บรรทุก สัมภาระนี้ไปยังปลายทางแลวกลับ เจาหนาที่ประจําลานจอดรถควรเก็บรักษาแผนภูมิและเตรียมรายงาน ที่บันทึกขอมูลทางการปฏิบัติการ เพื่อชวยในการควบคุมมาตรการ ความรับผิดชอบตอรถกึ่งพวง โดยแตละคน ที่รับผิดชอบสถานีขนสงจะจัดเตรียมการรับรถกึ่งพวง ทําการปลอยรถและจัดขบวนรถ หรือตรวจการ ลงหลักฐานยานพาหนะและสัมภาระทั้งหมด ตรวจรถกึ่งพวงที่เขาและออกในเรื่องการซอมบํารุงและความ เสียหาย ความสมบูรณของยุทธภัณฑ และสภาพของการบรรทุกสัมภาระ เตรียมและเสนอรายงานการตรวจ ลานจอดรถตามระยะเวลา และรายงานทางการปฏิบัติการเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนการปฏิบัติการ อีกทั้งการ ปฏิบัติการที่เปนเรื่องของสถานีรถบรรทุก ประเภทของยานพาหนะที่ใชในการระบายสัมภาระที่ชายหาดนั้น มีอิทธิพลตอความสําเร็จ ของการปฏิบัติ ยานพาหนะทางยุทธวิธีที่ขับเคลื่อนทุกลอ และมีความสามารถในการลอยน้ําไดสูงสุด จะไดรับ การพิจารณากอน อยางไรก็ตาม ควรใชรถกึ่งพวงเมื่อชายหาดไดมีการปรับปรุง พรอมทั้งยังสรางสิ่งอํานวย ความสะดวก ถนน และพื้นที่แข็งไวแลว หรือถาสภาพชายหาดเดิมอํานวยตอการใชรถกึ่งพวงก็แนะนําใหใชได ๗.๔ การระบายที่ทาเรือ (Port Clearance) เปนการปฏิบัติการขนสงดวยรถยนตในการสนับสนุน การระบายสัมภาระออกจากทาเรือคลายกับการปฏิบัติที่ชายหาด แตเปนการทํางานในถนนที่มีสภาพดี มีสิ่ง อํานวยความสะดวกสมบูรณ การปฏิบัติการขนสงระยะไกลอาจมีขึ้นพรอมกับการระบายที่ทาเรือ การปฏิบัติการขนสงระยะไกลชวยใหการเคลื่อนยายสัมภาระไปขางหนาไกลที่สุดเทาที่จะเปนไปได โดย ยานพาหนะทําการบรรทุกที่ทาเรือแลวเคลื่อนยายไปยังสถานีปลายทางที่ซึ่งทําการขนลง จากนั้นจะกลับไปยัง ทาเรือเพื่อเริ่มวงรอบใหม ที่ลานจอดรถจะมีการปฏิบัติและรักษาการควบคุมการปฏิบัติการขนสงดวยรถยนตใน
๒๓ การระบายสัมภาระที่ทาเรือ การปฏิบัติการที่ทาเรือที่มีเครื่องมือประจํา ปกติแลวจะมีประสิทธิภาพมากกวา การปฏิบัติบนทาเรือที่วางเปลา ๗.๕ การปฏิบัติการขนสงดวยรถยนตระหวางเขต (Interzonal Motor Transport Service) การปฏิบัติการระหวางเขตนี้ คือการเคลื่อนยายระยะไกลที่ปฏิบัติบนเสนทางสงกําลังหลักที่ตอระยะออกไป โดยปกติแลวสามารถใหบริการทั่วทั้งยุทธบริเวณ การปฏิบัติการระหวางเขตตองมีการควบคุมแบบรวมการที่จัด ใหโดยหนวยบัญชาการขนสง และ / หรือหนวยบัญชาการชวยรบกองทัพนอย การบังคับบัญชาและการควบคุม ที่เหมาะสม สําหรับการปฏิบัติการขนสงระยะไกลจะขึ้นอยูกับภารกิจ ซึ่งโดยปกติแลวจะมอบหมายใหกองพัน หรือกรมขนสงดวยรถยนต กองบัญชาการอาจรับผิดชอบตอการปฏิบัติเฉพาะชวงของเสนทาง หรือตลอด เสนทาง ภารกิจจะกําหนดจํานวนและประเภทของการขนสงดวยรถยนตไว การขนถายสัมภาระและหนวยขน ถายรถพวงตามตองการ ควรใชกองรอยรถยนตบรรทุกกลางในการปฏิบัติการขนสงระยะไกล เพราะรถกึ่งพวง หัวลากจูงเปนอุปกรณที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด สําหรับการขนสงระยะไกล และกองรอยยานยนตขนสง ยุทธภัณฑหนักทางการรบ ก็มีประสิทธิภาพในการสนับสนุนการเคลื่อนที่ทางยุทธวิธีอีกดวย โดยทําการ เคลื่อนยายหนวยทหารมายานเกราะ และทหารราบยานยนต อีกทั้งยุทธภัณฑที่หนักหรือที่เกินขนาด วิธีสงทอด รถกึ่งพวงนั้น ปกติแลวจะใชในการปฏิบัติการขนสงระยะไกล ซึ่งจะรวมตําบลตนทาง สถานีปลายทาง และ ตําบลขนถายรถพวงทั้งหลาย ที่ตั้งอยูกึ่งกลางตามเสนทางดวย กองบังคับการขนสงดวยรถยนตจะแบงเสนทาง ออกเปนชวง ๆ เพื่อใหระยะทางเปนเวลาระหวางตําบลขนถายรถพวง หรือสถานีปลายทางตาง ๆ ใกลเคียงกัน ที่สถานีตนทางหัวรถลากที่ทําการเทียวขน (จากสถานีปลายทาง) จะเคลื่อนยายรถกึ่งพวงเปลาจากสถานีไปยัง หนวยที่รับการสนับสนุนเพื่อรับสัมภาระขึ้น จากนั้นจะคืนรถกึ่งพวงคันดังกลาวที่รับการบรรทุกแลวใหกับสถานี ตนทาง เพื่อจัดขั้นตอนและเตรียมเคลื่อนยายตอไป โดยหัวรถลากที่ขนสงระยะไกลจากหนวยที่ไดรับมอบหมาย ใหปฏิบัติในชวงแรกของเสนทาง จะรับรถกึ่งพวงที่บรรทุกสัมภาระเหลานี้ที่ตําบลตนทาง แลวลากจูงไปยังตําบล ขนถายรถพวงตําบลแรกที่นี่ รถกึ่งพวงที่บรรทุกสัมภาระจะถูกสับเปลี่ยนกับรถกึ่งพวงที่บรรทุกสัมภาระกลับ ลากกลับไปยังตําบลตนทางเพื่อดําเนินกรรมวิธีใหมสําหรับการเคลื่อนยายในคราวตอไป หัวรถลากที่ไดรับ มอบหมายใหปฏิบัติในชวงที่สองของเสนทาง จะรับชวงในการลากรถกึ่งพวงจากตําบลขนถายแรกนี้ไปยังตําบล ขนถายตําบลตอไป จะมีการสับเปลี่ยนเชนเดียวกัน การสงทอดดําเนินตอไปกระทั่งรถกึ่งพวง ที่เคลื่อนยายไป เขตหนาจะมาถึงสถานีปลายทาง จากนั้น หัวรถลากที่ทําการเทียวขนจะทําการลากรถกึ่งพวงที่มีสัมภาระออก จากสถานีปลายทางไปยังสถานีปลายทางสุดทายของสัมภาระเพื่อทําการขนลง ถารถกึ่งพวงเปลาหรือรถที่ บรรทุกสัมภาระกลับ มีอยูที่สถานีปลายทางสุดทาย หัวรถลากที่ทําการเทียวขนที่สถานีปลายทางควรลากรถกึ่ง พวงดังกลาวกลับไปยังสถานีปลายทางเพื่อดําเนินการทางเอกสาร รวบรวม และเตรียมสําหรับการเคลื่อนยาย สงทอดทางการสงกลับตอไป การสงทอดรถกึ่งพวงกอใหเกิดการไหลของรถกึ่งพวงที่บรรทุกสัมภาระเคลื่อนยาย จากหนวยสนับสนุน ทั่วไป และหนวยสนับสนุนไปยังพื้นที่เขตหนาอยางไมขาดสาย ในเวลาเดียวกันรถกึ่งพวงที่ บรรทุกสัมภาระกลับ จะเคลื่อนยายไปขางหลังซึ่งเปนที่ที่ใชทําการบรรทุกใหม และสงไปยังเขตหนาอีกครั้งหนึ่ง ๗.๖ การปฏิบัติการขนสงที่สถานีรถยนตบรรทุก / ตําบลสับเปลี่ยนรถพวง (Truck Terminal / Trailer Transfer Points Operations) สถานีรถยนตบรรทุก หรือ ตําบลสับเปลี่ยนพวง ถูกจัดตั้งขึ้น พรอมกับการปฏิบัติการขนสงระยะไกล หรือการปฏิบัติการสงทอดโดยจัดใหมีพื้นที่วาง สิ่งอํานวยความสะดวก สําหรับรวมยุทธภัณฑขนสงดวยรถยนตการปลอยรถ การซอมบํารุง การใหบริการ และที่พักแรมหรือที่พัก ชั่วคราวของพลขับรถยนต ๗.๗ การปฏิบัติการขนสงที่สถานีตนทาง – ปลายทางรถยนตบรรทุก (Truck terminal operations) ปกติแลว สถานีรถยนตบรรทุกจะตั้งอยูใกลกับศูนยกลางของการปฏิบัติของรถยนตบรรทุก เปนตําบลรวบรวมและศูนยปลอยรถสําหรับยุทธภัณฑขนสงที่ใชในการปฏิบัติการขนสงระยะไกล พื้นที่ควร
๒๔ กวางพอ และมีขายถนนภายในที่สามารถรับได เพื่อใหมีพื้นที่วางสําหรับการจอด และการจัดขบวนรถกึ่งพวง และหัวรถลาก พื้นที่ควรสม่ําเสมอ และแข็งแรงสามารถทนตอการสัญจรของยานพาหนะขนาดหนักได สถานี รถยนตบรรทุกจํานวนหนึ่งสถานีหรือมากกวา อาจถูกจัดตั้งขึ้นที่จุดระหวางกลางตามเสนทางการขนสง ระยะไกล ที่ตั้งและจํานวนของสถานีเหลานี้จะขึ้นอยูกับหนวยที่ปฏิบัติการขนสงระยะไกล และที่ตั้งของหนวย ที่รับการสนับสนุน สถานีปลายทางรถยนตบรรทุกจะทําการสงมอบสัมภาระใหกับหนวยสนับสนุนการสงกําลัง ที่อยูใกลเสนทางการขนสง เมื่อเปนเชนนี้ หนาที่ปฏิบัติที่สถานีปลายทางจึงมีสองฐานะ คือ ๗.๗.๑ เปนสถานีปลายทางรถยนตบรรทุก ที่จัดการเรื่องการสงสัมภาระใหถึงที่หมาย ปลายทางในตําบลใกลเคียงของสถานีปลายทาง ๗.๗.๒ เปนตําบลสับเปลี่ยนรถพวง ที่ดําเนินกรรมวิธีในการบรรทุกสัมภาระที่เคลื่อนยายโดยผานสิ่ง อํานวยความสะดวกไปยังที่หมายปลายทางขางหนาที่ไกลออกไปบนเสนทางการขนสงระยะไกล ๗.๘ ตําบลสับเปลี่ยนรถพวง (Trailer transfer points) ตําบลนี้จะถูกจัดตั้งขึ้นตามระบบ การขนสงระยะไกลเพื่อแบงการขนสงนี้ออกเปนชวง ๆ ที่นี่จะมีการสับเปลี่ยนกันระหวางรถกึ่งพวงกับหัวรถลาก ที่ปฏิบัติการขนสงระยะไกลบนชวงของเสนทางที่อยูติดตอกัน หนาที่ตาง ๆ ของตําบลสับเปลี่ยนรถพวง คือ การรายงาน การตรวจยานพาหนะและสัมภาระ การดําเนินการทางเอกสาร และการปลอยรถ อีกทั้ง การจัดหาอาหาร การซอมบํารุง และการสนับสนุนอื่น ๆ แกเจาหนาที่ของตําบลสับเปลี่ยนรถพวง และพลขับ ที่ปฏิบัติการขนสงระยะไกลดวย ทั้งนี้ขึ้นอยูกับการสนับสนุนที่จะหาไดในทองถิ่น หัวรถลากขนสงระยะไกลที่มาจากพื้นที่เขตหลัง จะสงมอบรถกึ่งพวงที่มีสัมภาระไวที่ตําบล สับเปลี่ยนรถพวงแลวรับรถกึ่งพวงเปลาหรือรถกึ่งพวงที่บรรทุกสัมภาระกลับเพื่อเคลื่อนยายกลับ สวนหัวรถลาก ที่มาจากพื้นที่เขตหนา จะปลอยรถกึ่งพวงเปลาหรือรถกึ่งพวงที่บรรทุกสัมภาระกลับลง แลวรับสัมภาระ ที่เคลื่อนยายไปเขตหนา เพื่อเคลื่อนยายตอไปยังปลายทางสุดทาย ตําบลสับเปลี่ยนรถพวงจะไมใชในการรับ และสงสัมภาระ ความยาวของชวงการขนสงระยะไกล จะยึดถือวงรอบการปฏิบัติงาน ๑๐ ชม. ตอพลขับหนึ่งคน และเวลาที่เสียไปในการปลด - เกี่ยวขอพวง / เที่ยว ๑ ชม. เปนหลัก ดังนั้น เวลาในการเดินทางหนึ่งเที่ยว ระหวางตําบลสับเปลี่ยนรถพวงที่ไดผลที่สุด คือ ๔ ๑/๒ ชม. การใชปจจัยในการวางแผนนี้ พลขับแตละคน สามารถทําใหการเดินทางหนึ่งรอบเสร็จสิ้นภายในหนึ่งผลัดได ซึ่งการปฏิบัติเชนนี้ จะตัดปญหาความตองการ ในเรื่องการจัดที่พักใหกับพลขับที่ออกไปปฏิบัติหนาที่อยูนอกหนวย ทั้งยังไดพลขับที่ไดรับการพักผอนมาแลว สําหรับการเดินทางแตละครั้ง และมีเวลาซอมบํารุงยานพาหนะอีกดวย ในการคํานวณระยะทางระหวางตําบลสับเปลี่ยนรถพวง จะใชเวลาวงรอบหรือเวลาที่ใชในการ ปฏิบัติงาน ๑ ผลัด ๑๐ ชม. และเวลาที่เสียไป ๑ ชม. คูณดวยอัตราการเคลื่อนที่เปนสมการ จากตัวอยางนี้ ผูวางแผนกําหนดอัตราการเคลื่อนที่ ๓๒ ก.ม.ในชั่วโมง ซึ่งเปนอัตราที่จะสามารถเคลื่อนที่ไปไดอยางตอเนื่อง โดยจะไดสมการดังนี้ ระยะทาง = (เวลาวงรอบ ๑๐ ชม. – เวลาที่เสียไป ๑ ชม.) × อัตราการเคลื่อนที่ ๓๒ กม. / ชม. ๒ = (๑๐ – ๑) × ๓๒ ๒ = ๑๔๔ กม. ระหวางตําบลสับเปลี่ยนรถพวง
๒๕ จะใชสูตรเดียวกันนี้ในการกําหนดระยะทางระหวางตําบลสับเปลี่ยนรถพวง แตละตําบลตอ ๆ ไป ระยะทางจะเปลี่ยน ถาอัตราการเคลื่อนที่บางชวงทางเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากชวงทางกอนหนานี้อยางตอเนื่อง แตถาอัตราการเคลื่อนที่ตลอดเสนทางคงที่ ระยะทางระหวางตําบลสับเปลี่ยนรถพวงก็จะเทากัน จะมีความ แตกตางอันเนื่องมาจากการหาที่ตั้งที่เหมาะสม เมื่อมีระยะทางเหลือหรือชวงสั้น ชวงที่สั้นควรกําหนดเปนชวง ขางหนา เพื่ออํานวยความสะดวกตอการขยายการปฏิบัติอยางรวดเร็ว ดังนี้ ๗.๙ การปฏิบัติการขนสง ณ ที่ตั้งของหนวย (Area Support Operations) ปฏิบัติ การขนสงนี้ กระทําอยู ๒ แบบ คือ ๗.๙.๑ การสนับสนุนทางธุรการ โดยปกติการบริการขนสงดวยรถยนตจะเกี่ยวเนื่องกับกิจกรรม ทางธุรการภายในและการรักษาสถานที่ ซึ่งเรียกวา การปฏิบัติการทางธุรการ รวมทั้งบริการนําสาร แจกจาย เสบียง เคลื่อนยายกําลังพลเจ็บปวย และสนับสนุนกิจกรรมการสรางภายในที่ตั้งทางทหาร โดยธรรมดาจะจัดตั้ง แหลงรวมรถขึ้นเพื่อปฏิบัติหนาที่ดังกลาว และปลอยยานพาหนะออกปฏิบัติงานตามภารกิจเปนหลัก ๗.๙.๒ การสนับสนุนคลังภายในพื้นที่ ในเขตยุทธบริเวณ โดยเฉพาะอยางยิ่งภายในสวนตาง ๆ ของเขตหลัง การขนสงดวยรถยนตถือวามีความตองการสูงมาก สําหรับงานธุรการและการปฏิบัติของคลังตาง ๆ ความตองการดังกลาวคือ การเปลี่ยนแปลงโยกยายสัมภาระภายในคลังเปนประจํา เรียกวา การสนับสนุนงาน คลังภายในพื้นที่ เพื่อการจัดเก็บสิ่งอุปกรณที่ไมตองการจายเรงดวนไปที่เก็บใหมทั้งงานกอสรางดวย ผูบังคับบัญชาเปนผูรับผิดชอบในการใชยานพาหนะของคลัง อยางไรก็ตาม ยังใชการบริการขนสง ดวยรถยนตในการตระเวนตรวจตราตามคลังตาง ๆ เพื่อใหมั่นใจวาการใชยานพาหนะเปนไปอยาง มี ประสิทธิภาพ ถาการปฏิบัติของคลังภายในพื้นที่มีขอบเขตกวางขวาง หนวยขนสงดวยรถยนตตนสังกัด อาจไดรับคําสั่งใหไปปฏิบัติหนาที่ กํากับดูแลการใชยานพาหนะ ใชงานทั่วไปและรถยนตบรรทุกเบา เปนยานพาหนะที่เหมาะสมที่สุดสําหรับการบริการแบบที่กลาวนี้ ๗.๑๐ การปฏิบัติการขนถาย (Transfer Operations) การขนถายสัมภาระหรือกําลังพลจาก หนวยขนสงหนวยหนึ่งไปยังอีกหนวยหนึ่ง หรือจากประเภทหนึ่งไปยังอีกประเภทหนึ่ง เชน จากรถไฟไปยัง รถยนตบรรทุก เรียกวา การปฏิบัติการขนถาย ตําบลขนถายไดรับการจัดตั้ง ณ ที่ซึ่งมีการสับเปลี่ยนดังกลาว กองรอยขนถายของสถานีรับสง ทําการยกขนสัมภาระ ซึ่งมีแบบตาง ๆ ของตําบลขนถาย คือ สถานีปลายทาง ของการขนสงดวยรถไฟ สถานีปลายทางการขนสงดวยรถยนต สถานีรับสงทางน้ําในแผนดิน สถานีปลายทาง ของการขนสงทางทอ และสถานีปลายทางของการขนสงทางอากาศ ตําบลขนถายที่ไดรับการจัดตั้งตามตองการหรืออาจจะแตกตางกันตั้งแตตําบลเล็ก ๆ ที่ปฏิบัติงาน เปนครั้งเปนคราว จนถึงที่ตั้งทางทหารขนาดใหญที่ปฏิบัติงานตลอด ๒๔ ชั่วโมง ตําบลขนถายเล็ก ๆ มักจะ ดําเนินงานโดยขนสงรถยนต เพราะโดยปกติรถยนตบรรทุกมักจะเกี่ยวของในการขนถาย สาเหตุที่วาทําไม จึงจําเปนที่จะตองขนถายสัมภาระ หรือกําลังพลจากประเภทการขนสงประเภทหนึ่งไปยังอีกประเภทหนึ่ง เนื่องจากประเภทการขนสงอาจจะสิ้นสุดลงที่ตําบลหนึ่งอยางแนนอน หรือเนื่องจากการกระทําของขาศึก อาจจะทําลายสะพานรถไฟ ดังนั้น จึงตองสงสัมภาระไปขางหนาดวยการขนสงประเภทอื่นซึ่งขาศึกอาจตรวจ ท่าเรือ ๑๔๔ กม. ๑๔๔ กม. ๘๔.๘ กม. ตําบลสับเปลี่ยนรถพวง
๒๖ พบได อันจะทําใหตองเปลี่ยนไปใชเครื่องมือการขนสงที่มากกวาหรือเปดเผยนอยกวา เชน เคลื่อนที่เขาไปใกล ชายแดนของขาศึก หรือการทําลายถนนที่สรางแลวทําใหตองขนถายสัมภาระไปยังยานพาหนะที่มี ขีดความสามารถในการใชนอกถนน หัวขอยอยตอไปนี้จะชี้ใหทราบถึงตําบลขนถายชนิดตาง ๆ ๗.๑๐.๑ สถานีปลายทางรถไฟ คือ ตําบลหรือที่ตั้งทางทหารซึ่งตั้งอยูตามทางรถไฟที่มีการขน สัมภาระลงจากรถไฟเพื่อขนตอไป ความหมายสั้น ๆ ก็คือ สถานีปลายทางของการขนสงดวยรถไฟ ตําบลขน ถายอาจจะตั้งอยูที่สุดทางรถไฟหรือที่ตําบลใด ที่ตองการตามทางรถไฟ ตามปกติรถยนตบรรทุกนั้นจะจัดการ ขนสงสําหรับชวงที่ยังเหลืออยู สัมภาระสวนมากที่ไปถึงโดยทางรถไฟจะมุงไปยังคลังหรือตําบลสงกําลัง ถาสัมภาระสามารถไปโดยตรงจากปลายทางของการขนสงดวยรถไฟยังตําบลสงกําลังหรือคลังได โดยไมมีการ ขนซ้ําระหวางทางแลว จะเปนการประหยัดทั้งเวลา เงิน และแรงงานดวย ๗.๑๐.๒ สถานีปลายทางรถยนตบรรทุก สัมภาระจะไดรับการขนถายที่สถานีปลายทางรถยนต บรรทุกจากรถยนตบรรทุกที่เขามาไปยังรถยนตบรรทุกคันอื่น หรือดวยคนแบกหาม หรือสัตวพาหนะเพื่อจะ สงไปยังจุดหมายปลายทาง สัมภาระอาจจะบรรทุกไวบนยานพาหนะชนิดเดียวกัน หรือบนยานพาหนะ ที่ใหญกวาหรือเล็กกวาตามตองการภายใตการกํากับดูแลของหนวยขนสงดวยรถยนตที่รับผิดชอบแหงนั้น รถกึ่งพวงที่ไดรับการขนสัมภาระลงที่ปลายทางของการขนสงดวยรถยนตบรรทุก ซึ่งรถบรรทุกขนาดเล็กกวาจะไปรับ สัมภาระเพื่อการเคลื่อนยายตอไป ในบางครั้งปลายทางของการขนสงดวยรถยนตบรรทุกอาจจะใชเปนตําบลจาย สิ่งอุปกรณ โดยมีหนวยรถยนตหนวยหนึ่งรับผิดในการจัด ๗.๑๐.๓ สถานีรับสงทางน้ําในแผนดิน ตําบลซึ่งตั้งอยูตามลําน้ําในแผนดินที่สามารถเดินเรือ ได ซึ่งสัมภาระขนถายจากทางน้ําไปสูพาหนะทางบก หรือในทางตรงกันขามจากทางบกไปสูทางน้ํา เรียกวา สถานีรับสงทางน้ําในแผนดิน สัมภาระจะไดรับการขนถายออกจากบริเวณสถานีรับสงทางน้ําในแผนดิน ในทํานองเดียวกันกับที่ขนถายออกจากทาเรือหรือหาด หนวยทหารขนสงดวยรถยนตจะขนถายสัมภาระ จากสถานีรับสงไปยังที่ตั้งทางทหารที่กําหนดไว อยางไรก็ตาม ลําพังสถานีรับสงจะดําเนินการโดยหนวยงาน ซึ่งมี ความรับผิดชอบตอการบริการขนสงทางน้ําในแผนดิน ๗.๑๐.๔ สถานีปลายทางทอ สถานีปลายทางทอ ตั้งอยูที่ปลายสุดทางทอสงน้ํามันสําหรับสง น้ํามันเชื้อเพลิง น้ํามันเครื่อง และน้ํามันหลอลื่น ปลายทางของการสงทางทอนี้เปนตําบลขนถายตําบลหนึ่ง ซึ่งปฏิบัติงานโดยหนวยทหารพลาธิการ ทางที่ดีที่สุดปลายทางของการสงทางทอควรจะตั้งอยูในที่ซึ่งมีสิ่งอํานวย ความสะดวกในการเก็บรักษาอยางเพียงพอ และตั้งอยูใกลกับเครื่องมือขนสงชนิดตาง ๆ หลายชนิดใหมากที่สุด เทาที่จะทําได ทั้งนี้ เพื่อใหสามารถแจกจายผลิตภัณฑน้ํามันไปยังหนวยอื่นไดโดยสะดวก หนวยทหารขนสง ดวยรถยนตมักจะถูกแบงมอบให หรือขึ้นสมทบเปนสวนสนับสนุนกับหนวยทางทหารพลาธิการ ซึ่งปฏิบัติงาน ที่ปลายทางของการขนสงทางทออยูเสมอ เนื่องจากการขนสงทางทอชวยใหประหยัดกําลังพลและยานพาหนะ ที่ใชน้ํามันเชื้อเพลิงไวเพื่องานอยางอื่นได ดังนั้น การสงทางทอจึงเปนวิธีการเคลื่อนยายผลิตภัณฑน้ํามัน ที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพสูงสุด ๗.๑๐.๕ สถานีปลายทางรับสงทางอากาศ ที่ตั้งทางทหารซึ่งมีสิ่งอํานวยความสะดวกสําหรับ ขนขึ้นและขนลงจากอากาศยานและมีสิ่งอํานวยความสะดวกสําหรับยกขนสัมภาระและผูโดยสาร ซึ่งเคลื่อนยายโดยอากาศยานระหวางรอการขนผานที่ตั้งดังกลาวนี้คือ สถานีรับสงทางอากาศ ณ สถานีรับสง ทางอากาศแตละแหง ซึ่งมีหนาที่ยกขนสัมภาระกองทัพบกจะมีนายทหารที่ประสานงานเกี่ยวกับการเดินทาง ทางอากาศ (Air Traffic Coordinating Officer) ๑ นาย ทําหนาที่แทนนายทหารขนสง ซึ่งสถานีรับสง ตั้งอยู ในพื้นที่รับผิดชอบของนายทหารผูนี้ ความรับผิดชอบของนายทหารประสานงานเดินทางของทางอากาศ ประการสําคัญคือ
๒๗ ๑) ประสานการเคลื่อนยายกําลังพล และสัมภาระของกองทัพที่มายังสถานีรับสง และไป จากสถานีรับสง ๒) ดํารงไวซึ่งการติดตอกับคลัง และที่ตั้งทางทหารอื่น ๆ เพื่อทําใหมั่นใจวาสิ่งของ จะสงมาถึงตามกําหนด รถยนตบรรทุกจะถูกจายไปตามความจําเปน เพื่อเคลื่อนยายสิ่งของเปนรายยอยจากสถานีรับสง รถยนตบรรทุกที่จายไปเปนรายคัน แตละคันก็ยังคงอยูภายใตการควบคุมการใชงานของผูบังคับกองพันรถยนต บรรทุก อาจกลาวไดวา กองรอยรถยนตบรรทุกตาง ๆ สามารถสนับสนุนการปฏิบัติงานของหนวยที่สถานีรับสง ทางอากาศได เมื่อมีสิ่งของสงเขามาเปนจํานวนมาก หรือสงเขามาประจําหรือมิฉะนั้น อาจสงเปนรายคันไปยัง สถานีรับสงเพื่อขนสงสิ่งอุปกรณตามความจําเปนก็ได ๗.๑๑ การสนับสนุนการปฏิบัติการรบ (Support To Combat Operations) หนวยขนสง ดวยรถยนต อาจถูกใชในการสนับสนุนการเคลื่อนยายทางยุทธวิธี หรือการปฏิบัติการรบโดยตรง กองทัพนอย หรือกองพล อาจใชการขนสงดวยรถยนตที่อยูในอัตราหรือขึ้นสมทบเปนเสมือนการบริการรวม ซึ่งสามารถจะแบงมอบใหเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการทางยุทธวิธี ณ ตําบลและเวลาที่ตองการไดการขนสง สิ่งอุปกรณและยุทโธปกรณใหแกหนวยรบ เคลื่อนยายหนวยทหารไปยังฐานออกตี หรือฐานตีโตตอบและทําใหมี การคลองตัวอันเปนความสําคัญอยางยิ่งแกกองบัญชาการตาง ๆ ตลอดจนยุทโธปกรณที่เคลื่อนที่ดวยตัวเอง ไมได และสิ่งอุปกรณตาง ๆ แตไมจํากัดเพียงเทานั้น หนวยทหารขนสงดวยรถยนตที่สนับสนุนการรบ ควรประกอบดวยรถงานตาง ๆ ซึ่งมีความคลองตัวเทากับยานพาหนะทางยุทธวิธีของหนวยซึ่งรับการสนับสนุน ๗.๑๒ การสนับสนุนการปฏิบัติการชวยรบ (Support To Combat Service Operations) ในการใหการสนับสนุนทางการชวยรบแกหนวยทางยุทธวิธีนั้น การขนสงดวยรถยนตใชการปฏิบัติการระหวาง คลังกับคลัง จากคลังไปยังตําบลสงกําลังของกองทัพนอย ๗.๑๒.๑ การปฏิบัติการจากคลังถึงคลัง เกี่ยวของกับการเคลื่อนยายระหวางคลังตาง ๆ ภายในเขตหลังหรือจากคลังตาง ๆ ในเขตหลังไปยังคลังในพื้นที่ของกองทัพนอย เมื่อมีความตองการ ในการเคลื่อนยายอยูเปนประจํา หรือมีสัมภาระจํานวนเพียงพอที่จะเคลื่อนยาย อาจแบงมอบหนวยทหารขนสง ดวยรถยนตหนวยหนึ่งใหรับภารกิจในการขนสงจากคลังถึงคลัง รถกึ่งพวงหลายคันอาจนํามาใชปฏิบัติงานอยางไดผลโดยใชรถลากจูง ๑ คัน ทํางานรวมกับ รถกึ่งพวง ๓ คัน บนทางหลวงระหวางคลัง ขณะที่รถลากจูงกําลังลากจูงรถกึ่งพวง ๑ คัน ไปบนทางหลวง ระหวางคลัง รถกึ่งพวงอีกคันหนึ่งกําลังขนสัมภาระลง ในขณะเดียวกันจะมีการขนสัมภาระขึ้นบนรถกึ่งพวงอีก คันหนึ่ง ณ คลังตนทาง งานนี้จะมีประสิทธิภาพมากที่สุดถาการขนขึ้นและขนลงเสร็จพรอมกันกับการมาถึงของ รถลากจูงและรถกึ่งพวงพรอมที่ถูกลากจูงออกไป การกําหนดเวลาดังกลาวนี้จะสามารถทําไดก็ตอเมื่อ มีกําลังพลเพียงพอที่จะขนสัมภาระขึ้นและขนลงจากรถกึ่งพวงเทานั้น ๗.๑๒.๒ การปฏิบัติการจากคลังไปยังตําบลสงกําลังของกองทัพนอย เกี่ยวของกับ การเคลื่อนยายสิ่งอุปกรณจากคลังในพื้นที่เขตหลัง ไปยังตําบลสงกําลังของกองทัพนอย ตําบลสงกําลังในเขตหนา จะไดรับการบริการจากคลังในเขตหลัง การสงสิ่งอุปกรณโดยตรงจากคลังไปยังตําบลสงกําลัง หรือเมื่อสามารถ กระทําได ก็จะสงไปยังผูใชดังกลาวนี้จะเปนการประหยัดยิ่งขึ้นการขนสงเปนสะพานเชื่อมระหวางแหลงผลิตสิ่ง อุปกรณกับผูบริโภค ในยุทธบริเวณขนสงจะนํามาซึ่งหนวยทหารพรอมดวยเสบียงอาหาร อาวุธที่ใชในการสูรบ พอเพียง ในเวลาและสถานที่อันถูกตองเพื่อความมีชัยในการรบ จากความออนตัวสูง การขนสงดวยรถยนตจึงถูกนํามาใชอยางมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติ การสงกําลังบํารุงตาง ๆ เชน การขนออกจากสถานีรับสงทางน้ํา การปฏิบัติการที่สถานีรับสงรถยนตบรรทุก การสนับสนุนที่ตั้งทางทหาร การปฏิบัติการขนถาย การสนับสนุนการรบ และการสนับสนุนการชวยรบ
๒๘ รถยนตบรรทุกจะไดรับการกําหนดใหเคลื่อนยายสัมภาระออกจากบริเวณทาเรือ และเพื่อให รวดเร็วทันกับการขนลงจากเรือ การวางแผนอยางรอบคอบ มีความจําเปนที่หลีกเลี่ยงการสะสมสัมภาระที่สะพาน ทาเรือ หรือการสงมีความสัมพันธกับความสามารถของหนวยรับในการขนลง และการสงรถยนตบรรทุกกลับ เพื่อปองกันมิใหเกิดความคับคั่งจากการใชถนนบริเวณนั้น การปฏิบัติการที่ยาวนาน และการสะสมสัมภาระ ในแนวชายฝงจะเปนที่หมายที่เปนประโยชนแกขาศึก ที่ตั้งทหารชนิดตาง ๆ ไดรับการสนับสนุนการขนสงดวยรถยนต ตั้งแตมีความตองการรถยนต เพื่อใชงานในงานแมบานประจําวัน จนถึงการเคลื่อนยายดวยการขนระยะไกลระหวางคลังอยางตอเนื่อง แมวา การขนสงดวยรถยนตจะสามารถใชงานไดรอบดานก็ตาม แตก็มีขีดจํากัดหลายประการ รถยนตเคลื่อนที่ไดแต บนพื้นดิน ยิ่งกวานั้น โดยธรรมดารถยนตถูกจํากัดการเคลื่อนที่อยูบนถนน สวนเรือ เครื่องบิน และรถไฟ บรรทุกสัมภาระไดระยะทางไกลกวาในที่ซึ่งรถยนตบรรทุกสามารถเขาไปได แตประเภทการขนสงเหลานี้ ไมสามารถสงสัมภาระโดยธรรมดาไปยังผูใชไดโดยตรง รถยนตจะไปเชื่อมกับการขนสงประเภทอื่น ๆ เหลานี้ ณ สถานีรับสงของรถยนตบรรทุก และที่ตําบลขนถาย ณ ตําบลดังกลาว รถยนตบรรทุกจะรับสัมภาระและสงไป ยังตําบลปลายทาง โอกาสดังกลาวนี้ก็คือ สัมภาระอยางเดียวกันจะถูกขนในขั้นตอนไปยังประเภทการขนสง อื่น ๆ ดวยรถยนตบรรทุก สถานีรับสงของรถยนตบรรทุกจัดสิ่งอํานวยความสะดวกตาง ๆ สําหรับการรวบรวม การแจกจาย การตรวจการบริการและการเติมน้ํามันเชื้อเพลิงใหแกยานพาหนะ ตําบลขนถายที่ปลายทางรถไฟ ปลายทางรถยนต สถานีรับสงทางน้ําในแผนดินทางทอ และสถานีรับสงทางอากาศนั้นจะตองจัดใหมีสิ่งอํานวย ความสะดวกสําหรับการสับเปลี่ยนรถกึ่งพวง หรือสัมภาระเพียงพอที่จะสนับสนุนใหบริการการขนสงดวย รถยนตเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ ๗.๑๓ สภาพแวดลอมทางการปฏิบัติการ (Operational environment) เนื่องจากแผน กําลังรบของกองทัพมีความผันผวนและซับซอนพอ ๆ กับการผสมผสานของสภาพทางภูมิศาสตร ภูมิประเทศ ลมฟาอากาศ พื้นที่ๆต่ํากวาโครงสราง และภัยคุกคามที่มีอยูทั่วโลก หนวยขนสงดวยรถยนตและเหลาทหารจะตอง มีความสามารถรอบตัว ที่จะรับมือกับสภาพแวดลอมที่มีความหลากหลายและปฏิบัติการทางทหารในรูปแบบตาง ๆ หนวยอาจตองปฏิบัติการในพื้นที่ภูเขา ในปา หรือในทะเลทรายในสภาพอากาศหนาวรอน หรือไมเชนนั้นก็ในสภาพอากาศที่ไมอํานวย ในพื้นที่ในเมืองหรือในพื้นที่ๆหางไกลบนถนนที่แหง เปยก และที่ เต็มไปดวยหิมะหรือในภูมิประเทศที่ขรุขระในปาและทุงหนวยอาจถูกเรียกใหไปสนับสนุนกําลังรบของ กองทัพบกในระหวางสงคราม หรือระหวางการบังคับใหอยูในความสงบ การรักษาความสงบ หรือการปฏิบัติการ เพื่อบรรเทาภัยพิบัติในบทนี้จะกลาวถึงภัยคุกคามที่ศักยภาพตอหนวยขนสงดวยรถยนต การปฏิบัติการรักษา ความปลอดภัยและการตั้งรับ อีกทั้งการปฏิบัติการในภูมิประเทศและสภาพอากาศที่เลวราย ๗.๑๓.๑ ภัยคุกคาม (threat) กองกําลังสหรัฐอาจถูกเรียกใชไมวาเมื่อใดหรือที่ใดในโลก โดยการแจงลวงหนาภายในระยะเวลาอันสั้น หนวยขนสงดวยรถยนตของกองทัพบกหรือเหลาทหาร อาจตองเผชิญ กับภัยคุกคามที่มีศักยภาพจํานวนมากมาย ในฐานะที่เปนสมาชิกของชุดกําลังสหรัฐ หนวยขนสงตองพรอมที่จะ ปองกันตัวเอง และยุทธภัณฑของหนวยในการปองกันฐานในขบวนลําเลียง และที่ตั้งของหนวยที่เรียกใช โดยไมคํานึงถึงสภาพแวดลอมหรือประเภทของการปฏิบัติการ ดังนั้น หนวยขนสงจะตองรูถึงภัยคุกคามที่มีอยู ในพื้นที่ที่หนวยปฏิบัติการอยู ฝายปรปกษที่มีศักยภาพทั้งหลาย จะพิจารณาหนวยสงกําลังบํารุงและฐานตาง ๆ วาเปนเปาหมาย หลักสําหรับการปฏิบัติการทางลึก บางทีเปาหมายทั้งหลายอาจจะรวมถึงทาเรือ ตําบลขนถาย และเสนทาง คมนาคม เชน ถนน และทางน้ําในแผนดินดวย พื้นที่เหลานี้ไดรับการสนับสนุน และใชโดยหนวยขนสงดวย รถยนตทั้งสิ้น ฝายปรปกษอาจใชกําลังรบสงทางอากาศหรือเคลื่อนที่ทางอากาศ ปนใหญระยะไกลและจรวด กําลังรบนอกแบบหรือกําลังกองโจร ในการปฏิบัติการ ผูกอการรายอาจพยายามทําใหการปฏิบัติการ
๒๙ ของฝายเรากระจัดกระจาย (แมในระหวางหวงเวลาที่มิไดรวมกับการรบก็ตาม) ดวยการใชการซุมโจมตีพลซุมยิง การตีโฉบฉวย หรือการกอวินาศกรรม เปาหมายหลักดังกลาวนี้ เปนสิ่งลอแหลมทางสภาพแวดลอม ที่เพิ่ม การทาทายในการปองกันไมเพียงแตจากความเสียหายที่เกิดจากการปฏิบัติการเทานั้นแตยังมาจากการโจมตี ทางนิเวศวิทยาของฝายปรปกษอีกดวย สภาพแวดลอมที่ทาทายนี้ เหลาทหารขนสงจะตองมีความสมบูรณ รับการฝก และพรอมที่จะ ตอบโตผูนําหนวยจะตองเตรียมทหารเพื่อปฏิบัติในสถานการณที่เลวรายสําหรับเวลาที่ยืดออกไป โดยใหมี การฝกและมีความชํานาญในตําแหนงหัวหนาที่เหมาะสม ผูนําจะตองสรางหนวยดวยความกลาที่จะเอาชนะ ความไดเปรียบ เพื่อปฏิบัติภารกิจใหเปนผลสําเร็จ และดวยการกําหนดนโยบายในการสนับสนุนสวนหนา เพื่อใหการรบหรือการปฏิบัติการอื่นดําเนินตอไปได ตองรับผิดชอบตอการเตรียมหนวยและทหาร ในการดํารงชีพในสภาพแวดลอมของนิวเคลียรชีวภาพเคมีในปจจุบันอยางถึงที่สุดดวย ๗.๑๓.๒ การรักษาความปลอดภัยในการปฏิบัติการ (Operational Security) การรักษา ความปลอดภัยในการปฏิบัติการเปนสวนรวม เปนสวนหนึ่งของการวางแผนสําหรับการปฏิบัติการ การฝก ของหนวย การปฏิบัติการวันตอวันในทุกระดับการบังคับบัญชา ตองใชความพยายามทุกวิถีทางที่จะรักษา ปลอดภัยใหคงอยูตลอดการวางแผนการเตรียมการ และขั้นตอนของการปฏิบัติการ มาตรการรักษาความ ปลอดภัยควรจะรวมอยูในกําหนดการฝกของหนวยดวย ฝอ.3 ของหนวยจะเปนผูปรับปรุงมาตรการปองกัน การรักษาความปลอดภัยในการปฏิบัติการ ซึ่งมี 4 ขั้นตอน คือ ๑) กําหนดขีดความสามารถของขาศึกในการรับขาวสารเกี่ยวกับการปฏิบัติการขนสงดวย รถยนต ๒) กําหนดขาวสารที่ขาศึกไดรับแลวอาจจะประนีประนอมการปฏิบัติการได ๓) กําหนดการปฏิบัติที่หนวยขนสงดวยรถยนตตองทํากอนการปฏิบัติการ เพราะถาขาศึก ทราบและวิเคราะหแลว ก็อาจเปนการใหขาวสารที่ขาศึกตองการได ๔) กําหนดมาตรการปองกันที่จําเปนและสถานที่ที่ตองใชมาตรการนี้ เพื่อเพิ่มการรักษา ความปลอดภัยในการปฏิบัติการใหไดมากที่สุด ๗.๑๓.๓ มาตรการรักษาความปลอดภัยในการปฏิบัติการ ๑) การตอตานการตรวจเฝา ๒) การรักษาความปลอดภัยทางการสื่อสาร ๓) การรักษาความปลอดภัยทางวัตถุ ๔) การรักษาความปลอดภัยทางขาวสาร ๗.๑๓.๔ แผนการรักษาความปลอดภัยและแผนการตั้งรับ (security and defense) ผูบังคับหนวยขนสงดวยรถยนต จะตองรูวามาตรการตั้งรับใดบางที่จะใชในระหวางการโจมตีทางภาคพื้นดิน ทางอากาศ การสงทางอากาศ / เฮลิคอปเตอร กองโจร และนิวเคลียร ชีวภาพ เคมี ในขณะที่ในเรื่องมาตรการ รักษาความปลอดภัยเชิงรับ และกําลังพลดังกลาวรูหนาที่ดังนี้แลว ผูบังคับหนวย จะใหฝายอํานวยการ คอยสอดสองดูแลการปฏิบัติ และทําแผนเพื่อลดความเปนไปไดและผลกระทบของการถูกโจมตี ฝายอํานวยการ จะใหทุกวิถีทางที่จะรวมขั้นตอนในการวางแผนและสรุปมาตรการรักษาความปลอดภัยในการปฏิบัติการเขาไว ในแผนยุทธการและ รปจ. แผนการรักษาความปลอดภัยและแผนการตั้งรับจะออนตัว กําลังที่สงเขาทาง ยุทธการจะทําใหจํานวนกําลังพลที่มีไวเพื่อการรักษาความปลอดภัย และการตั้งรับลดลง เพราะฉะนั้น แผนจึงควรรวมถึงเรื่องการสนับสนุนที่หาไดจากแหลงอื่น ๆ (เชน หนวยขางเคียงกรมสนับสนุนในพื้นที่) ไวดวย แผนควรเรียบงาย โดยทั่วไปแลว ขอหวงใยหลักของผูบังคับหนวยคือ การตั้งรับตอตานการโจมตีทางอากาศ กําลังรบทางอากาศ/เฮลิคอปเตอร กองโจร นิวเคลียร หรือเคมีสวนการโจมตีทางภาคพื้นดินนั้นเปนขอหวงใย
๓๐ ๗.๑๓.๕ การปฏิบัติการขนสงดวยรถยนตภายใตสภาพภูมิประเทศที่ยากลําบาก(motor transport operations under adverse terrain conditions) ภูมิประเทศสรางฉากขัดขวางที่ธรรมดาที่สุด แตมีผลกระทบ ตอการเคลื่อนยายโดยรถยนต เตรียมพรอมสําหรับเครื่องกีดขวางในภูมิประเทศจากการศึกษาแผนที่และการลาดตระเวน เสนทาง ปรับอัตราเร็วและจํากัดน้ําหนักของยานพาหนะตามความจําเปน ยานพาหนะทางทหารที่ไดมาตรฐานถูกออกแบบ และผลิตออกมาเพื่อใหผลของภูมิประเทศที่ยากลําบาก เหลือนอยลง ผูวางแผนและเจาหนาที่ปฏิบัติการจะตองรูและคํานึงถึงในเรื่อง ขอจํากัดที่ภูมิประเทศบังคับ ซึ่งจะชวยใหพลขับขามเครื่องกีดขวางทางธรรมชาติ หรือที่ประดิษฐขึ้นไดดวยการลาชาที่เสียเวลานอยที่สุด ภูมิประเทศที่ยากลําบาก เชน ๑) ภูมิประเทศที่เนินเขาหรือภูเขา (Hilly or mountainous terrain) ๒) โคลนและหนอง (Mud and swamps) ๓) รองน้ําและลําธาร (Ditches and streams) ๗.๑๓.๖ การปฏิบัติการขนสงดวยรถยนตภายใตสภาพอากาศที่เลวราย (motor transport operations under adverse climatic conditions) สภาพอากาศที่เลวราย บังคับใหมีขอจํากัดตาง ๆ และการทาทายในการปฏิบัติการการขนสงดวยรถยนตเกิดขึ้น เมื่อวางแผนในการปฏิบัติในพื้นที่ที่มีสภาพอากาศ เลวรายที่สุดเปนหลัก ควรเนนย้ําเรื่อง ผลกระทบตอกําลังพล ยุทธภัณฑ และวิธีการเคลื่อนยายและการซอม บํารุงดวย เชน ๑) การปฏิบัติการในทะเลทราย (desert operations) ๒) การปฏิบัติการในปารกทึบและในปาโปรง (jungle and forest operations) ๓) การปฏิบัติการในหิมะ น้ําแข็ง และอากาศที่หนาวจัด (Operations in Snow lce and Extreme Cold) ๗.๑๓.๗ ขายทางหลวง (The Highway Net) เมื่อเลือกเสนทางที่จะใชขนสงสัมภาระแลวให พิจารณาในเรื่องขีดความสามารถของถนนและสะพาน เพื่อใหการปฏิบัติการดําเนินตอไป ตัวอยาง เชน น้ําหนัก รวมของยานพาหนะที่บรรทุกหนักที่สุด ไมควรเกินขีดความสามารถในการรับน้ําหนักตามอัตราบรรทุก ของสะพานที่ออนแอที่สุด
๓๑ บทที่ ๓ คุณลักษณะของรถยนตทหาร ๑. กลาวโดยทั่วไป ยานพาหนะที่ใชลอของกองทัพเรือมีกําเนิดมาจากยานพาหนะในการพาณิชย ซึ่งไดมีการดัดแปลง ใหไดลักษณะอันพึงประสงคของทางราชการที่มีมากกวาและเหนือกวายานพาหนะในทางการพาณิชย จะพึงประสงค เชน เปนตนวา การขับทุกวัน ซึ่งจําเปนที่จะใหสามารถใชไดเปนผลสําเร็จในทุกลักษณะ ภูมิประเทศ ดังนั้น จะกลาวถึงลักษณะอันพึงประสงค หนาที่และการแบงประเภทยานพาหนะ ของกองทัพเรือ ใหเปนที่เขาใจตอไป ความหมายของยานพาหนะ คําวา “ยานพาหนะ” หมายถึง อุปกรณทุกรายการที่ตั้งอยูบนลอ สายพาน ลูกกลิ้ง หรือผสมกัน อยางใดอยางหนึ่ง (ยกเวนเครื่องบิน) ทั้งอาจไมตองมีกําลังในตัวเองดวย ๒. ลักษณะพึงประสงคของยานพาหนะที่ใชในราชการทหาร ๒.๑ ขับทุกลอ คือ การขับซึ่งทุกลอไดรับกําลังทําใหรถเคลื่อนไปได ๖x๖ , ๔x๔ เลขตัวแรก แสดงจํานวนลอที่มี เลขตัวหลังแสดงจํานวนลอที่ขับ ๒.๒ มุมขึ้นลาด หมายถึงมุมของลาดซึ่งรถสามารถขับขึ้นไดโดยไมมีสวนใดแตะพื้นลาดนอกจากยาง ๒.๓ มุมลงลาด หมายถึง มุมของลาด ซึ่งรถสามารถขับลงไดโดยไมมีสวนหนึ่งสวนใด แตะพื้นลาด นอกจากยาง ๒.๔ เกราะ คือ สิ่งปกคลุมใด ๆ ที่ใชปองกันมิใหรับอันตรายจากกระสุนปน ๒.๕ การไปในภูมิประเทศ คือ การไปนอกเสนทางและถนนไปในภูมิประเทศแทๆ เชน ขรุขระ เปนหิน ทราย เนิน ที่ลุม ๒.๖ ระยะปฏิบัติการ หมายถึง จํานวนไมล (หรือ กม.) ทั้งหมด ที่รถสามารถใชงานไดดวย เชื้อเพลิง ที่มีอยูในถัง ๒.๗ กําลังฉุดลาก หมายถึง กําลังฉุดลากที่ขอพวง ๒.๘ การลอยตัว หมายถึง ความสามารถของลอในการดึงโดยไมจมลงในดิน ๒.๙ ความลึกในการลอยน้ํา หมายถึง ความลึกของน้ําซึ่งรถสามารถขับไปไดโดยความเร็วต่ําสุด ๒.๑๐ ความสามารถในการขึ้นลาด หมายถึง ลาดชันที่สุด ซึ่งรถที่บรรทุกเต็มที่พรอมดวยอุปกรณ ประจํารถสามารถขับเขาไปไดดวยความเร็วคงที่ใชเกียรตามกําหนด ๒.๑๑ ความสูงจากพื้นดิน คือ ระยะหางที่นอยที่สุด วัดจากสวนที่ต่ําที่สุดของแครรถ ๒.๑๒. น้ําหนักบรรทุก หมายถึง น้ําหนักของสัมภาระหรือผูโดยสารรวมทั้งพลประจํารถ ซึ่งสามารถ บรรทุกไดโดยปลอดภัย ๒.๑๓ ความจุในการบรรทุกผูโดยสาร หมายถึง จํานวนผูโดยสารรวมทั้งพลขับประจํารถ ซึ่งออกแบบรถไวใหบรรทุก ๒.๑๔ รัศมีวงเลี้ยว หมายถึง วงกลมที่เล็กที่สุดที่รถสามารถเลี้ยวไดบรรจบรอบ ๒.๑๕ น้ําหนักทั้งหมดของรถ หมายถึง น้ําหนักของแครรถ ตัวถัง ของบรรทุกนอกจากนั้น อาจรวมทั้งเจาหนาที่ที่ระบุไวดวย
๓๒ ๓. คุณลักษณะของรถที่ใชในภารกิจการขนสง รถยนตขนสงที่ใชในกิจการทหาร คือ รถซึ่งดัดแปลงใหเหมาะสมกับความประสงคของทาง ราชการ ประกอบดวยลักษณะ ดังนี้ ๓.๑ ขับทุกลอ เพื่อใชความคลองแคลวในการเคลื่อนที่สูงสุด ๓.๒ ใชขอตอออน ที่ขอบดานนอกของเพลาลอ เพื่อใหมีมุมเลี้ยวไดสูงสุด ๓.๓ ยางแบบสงคราม เพื่อปองกันไมใหแตกในเวลาปฏิบัติงาน เมื่อถูกแทงดวยของแหลมคม ๓.๔ มีเครื่องบังรังผึ้งและโคมหนา เพื่อปองกันกิ่งไมมิใหแทงเขาไปในขณะปฏิบัติงานในสนาม มีการพรางไฟ ๓.๕ มีกันชนหนาและหลัง เพื่อปองกันการโดนกันระหวางการขับที่มีการพรางแสงไฟ การฝก และการลากจูง ๓.๖ มีขอสําหรับลากและขอพวง สําหรับรถที่ไมมีเครื่องกําเนิดกําลังสําหรับลากจูง ๓.๗ มีคลัทซตัดการทํางานของเพลาหนา เมื่อปฏิบัติงานบนถนนที่เรียบ ๓.๘ มีมุมขึ้นลาดและลงลาดสูงสุด เพื่อใหสามารถใชรถในภูมิประเทศขรุขระ ที่ไมเรียบได ๓.๙ มีความสามารถในการลุยขาม เพื่ออํานวยใหสามารถใชรถในภูมิประเทศและบุกหลุมลุยโคลน ๓.๑๐ มีโคมไฟหนาและหลัง สําหรับขับในเวลาพรางแสงได ๓.๑๑. มีเครื่องชวยในการกรองน้ํามันเชื้อเพลิง เพื่อกรองน้ําผงจากน้ํามันกอนเขาไปในปม น้ํามันเชื้อเพลิง ๔. องคประกอบที่สําคัญของรถในการใชราชการทหาร แบงออกเปน ๕ สวน คือ ๔.๑ เครื่องกําเนิดกําลัง ประกอบดวย เครื่องยนต น้ํามันเชื้อเพลิง เบนซิน ทั้งระบบน้ํามันเชื้อเพลิง ระบบจุดระเบิด ระบบระบายความรอน และระบบการหลอลื่น ๔.๒ ระบบการสงกําลัง ระบบนี้รวมทั้งเครื่องกลไกทั้งหมด ซึ่งสงจากเครื่องยนตไปจนกระทั่ง ถึงลอ เครื่องกลไกเหลานี้มีคลัทซเกียร เกียรชวย เพลาสงกําลัง ขอตอออน เฟองทาย เฟองทด และเพลาขับ ๔.3 ระบบไฟฟา รวมทั้งอุปกรณไฟฟาทั้งปวงที่ติดอยู นอกจากระบบจุดเชื้อระเบิด เชน ระบบของ แบตเตอรี่ และไดนาโมชารจ ระบบมอเตอรสตารท และระบบดวงโคม ๔.๔ แครรถ องคประกอบในสวนนี้ไดแกโครงรถ หามลอ ยาง สายพาน ระบบการรับ การสั่นสะเทือน และระบบบังคับเลี้ยว ๔.๕ ตัวถัง รถบรรทุก หรือโดยสาร บรรทุกอยูบนสวนหนึ่งสวนใดของตัวรถรวมทั้งตัวถังและตัวรถ ๕. การแบงประเภทของรถ การแบงประเภทของรถ ในแตละตํารามีการแบงประเภทไดหลายอยางตามวัตถุประสงคของการใชงาน โดยสารมารถแบงออกเปนสวนใหญๆ ดังนี้ ๕.๑ การแบงประเภทโดยทั่วไป สามารถแบงออกได ๒ ประเภท ดังนี้ ๕.๑.๑ รถยุทธการ คือ รถที่ออกแบบดวยความมุงหมายหลักที่จะใชใหเหมาะสมกับการ ปฏิบัติการ ในสนามรวมกับการปฏิบัติการในการรบหรือการยุทธการ ใชในการยุทธวิธีของรถเหลานี้ก็มักจะ เกี่ยวกับการใชอยางหนึ่งอยางใดในการรบหรือการยุทธการ หรือการฝกของหนวยทหารในเรื่องตาง ๆ ๕.๑.๒ รถธุรการ เปนรถแบบพาณิชยอยางธรรมดา ใชในกิจการขนสงสัมภาระทหารหรือ อุปกรณตาง ๆ การใชในทางธุรการ คือการใชที่ไมเกี่ยวของโดยตรงกับการรบ การยุทธหรือการฝกของหนวยทหาร
๓๓ ๕.๒ การแบงประเภททางทหาร สามารถแบงออกได ๒ ประเภท ดังนี้ ๕.๒.๑ รถยนตสงคราม ๑) ชนิดรบ หมายความถึง (๑) “รถถัง” คือ มีเกราะติดอาวุธเคลื่อนที่ไปดวยสายพาน เชน รถถังแบบ ๗๖ (๒) “รถเกราะ”คือ มีเกราะติดอาวุธเคลื่อนที่ไปดวยลอหรือลอประกอบสายพานกัน ลื่น หรือกึ่งสายพาน เชน รถเกราะแบบ ๗๔ (๓) “รถปน”คือ เปนรถชนิดใดก็ตามและเรียกนามตามอาวุธนั้น ๆ เชน รถปนใหญ ตอสูอากาศยานแบบ ๗๖ รถปนกลแบบ ๗๕ ๒) ชนิดชวยรบ หมายความถึง (๑) “รถนั่ง” คือ รถที่จัดไวสําหรับนั่ง (๒) “รถบรรทุก” คือ รถที่จัดไวสําหรับบรรทุก (๓) “รถลาก” คือ รถที่จัดไวสําหรับฉุกลาก เชน รถลากแบบ ๗๗ รถลากแบบ ๗๘ (๔) “รถเฉพาะการ”คือ รถที่จัดไวสําหรับหนาที่ใดหนาที่หนึ่งโดยเฉพาะ เรียกนามตาม หนาที่นั้น ๆ เชน รถไฟฉายแบบ ๗๘ รถพยาบาล รถเครื่องมือ รถน้ํามัน รถปนจั่น (๕ “รถจักรยานยนต” คือ รถที่จัดไวสําหรับนั่ง หรือทําการสื่อสาร ๕.๒.๒ รถยนตปกติหมายความถึงรถยนตซึ่งใชราชการตามธรรมดาเรียกนามอนุโลมตาม รถยนตชวยรบทุกประการ ๕.๓ การแบงประเภทยานพาหนะขนสงทางบก เปนการแบงประเภทพาหนะ เพื่อใชในการระบุประเภทสําหรับการขอรับการสนับสนุนพาหนะ การจัดรถ และอื่น ๆ ซึ่งยังไมมีเอกสารทางราชการของ ทร. กําหนดไว มีเพียงเอกสารของ ขส.ทร. เสนอ ทร. ใหกําหนดประเภทและชนิดของยานพาหนะทางบก และยานพาหนะทางน้ําในแผนดินดานการขนสง ไดแบงรถยนต สงครามชนิดชวยรบและรถปกติ สามารถแบงเปนประเภทยอยตาง ๆ ๗ ประเภท ดังนี้ ๕.๓.๑ รถยนตนั่ง (ใชสําหรับงานบริหาร) ๕.๓.๒ รถยนตติดตอธุรการ (ใชสําหรับงานติดตอธุรการและใชสอยทั่วไป) ๕.๓.๓ รถยนตตรวจการณ (ใชสําหรับงานตรวจตราและติดตามเหตุการณ) ๕.๓.๔ รถยนตบรรทุก (ใชสําหรับงานขนยายพัสดุ) ๕.๓.๕ รถยนตบรรทุกทางทหาร (ใชสําหรับงานขนยายในภูมิประเทศ) ๕.๓.๖ รถยนตโดยสาร (ใชสําหรับงานรับ-สงคนจํานวนมาก) ๕.๓.๗ รถยนตเฉพาะการณ(ใชในสําหรับงานบริการใหกับหนวยตางๆ เปนสวนรวมและงานพิเศษ) นอกจากนี้รถยนตประเภทตาง ๆ ขางตนแบงเปนชนิดและขนาด ดังนี้ รถยนตนั่ง แบงเปน ๓ ขนาด คือ ๑) รถยนตนั่งขนาดใหญ – มากกวา ๑,๖๐๐ ซี.ซี.ขึ้นไป ๒) รถยนตนั่งขนาดกลาง – ๑,๓๐๐ - ๑,๖๐๐ ซี.ซี. ๓) รถยนตนั่งขนาดเล็ก – นอยกวา ๑,๓๐๐ ซี.ซี. ลงมา รถยนตติดตอธุรการ - (ไดแกรถยนตนั่งขนาดเล็กแบบแวนตางๆ ) รถยนตตรวจการณแบงเปน ๓ ขนาด คือ ๑) รถยนตตรวจการณในทางหลวง ๒) รถยนตตรวจการณในภูมิประเทศขนาดใหญ ๓) รถยนตตรวจการณในภูมิประเทศขนาดเล็ก
๓๔ รถยนตบรรทุก แบงเปน ๓ ขนาด คือ ๑) รถยนตบรรทุกขนาดใหญ – บรรทุก ๖ ตัน ขึ้นไป ๒) รถยนตบรรทุกขนาดกลาง – บรรทุก ๒-๕ ตัน ๓) รถยนตบรรทุกขนาดเล็ก – บรรทุก ๑ ตัน ลงมา รถยนตบรรทุกทางทหาร แบงเปน ๓ ขนาด คือ ๑) รถยนตบรรทุกทางทหารขนาดใหญ –รยบ. ขนาด ๒ ๑/๒ ตัน (บรรทุก ๑๑ ตัน) ๒) รถยนตบรรทุกทางทหารขนาดกลาง –รยบ.ขนาด ๓/๔ ตัน (บรรทุก ๓ ตัน) ๓) รถยนตบรรทุกทางทหารขนาดเล็ก –รยบ.ขนาด ๑/๔ ตัน (บรรทุก ๑ ตัน) รถยนตโดยสาร แบงเปน ๓ ขนาด คือ ๑) รถยนตโดยสารขนาดใหญ – บรรทุก ๓๐ คน ขึ้นไป ๒)รถยนตโดยสารขนาดกลาง – บรรทุก ๑๖ - ๓๐ คน ๓) รถยนตโดยสารขนาดเล็ก – บรรทุก ๘ - ๑๕ คน รถยนตเฉพาะการณเชน รถดับเพลิง รถบรรทุกน้ํามัน รถพยาบาล รถปนจั่น รถบรรทุกน้ํา รถกูภัย รถบรรทุกขยะ ฯลฯ ๕.๔ การแบงประเภทของรถซึ่งอยูในความรับผิดชอบของ ขส.ทร. ในฐานะหนวยเทคนิค ไดกําหนดประเภทของรถออกเปน จํานวน ๓๙ ประเภท มีดังนี้ ลําดับที่ ประเภทรถ ลําดับที่ ประเภทรถ ๑ รถยนตโดยสารขนาดใหญปรับอากาศ ๒๑ รถบรรทุกตูทึบ ๒ รถยนตโดยสารขนาดใหญ ๒๒ รถหองเย็น ๓ รถยนตโดยสารขนาดกลางปรับอากาศ ๒๓ รถวิทยุสื่อสาร ๔ รถยนตโดยสารขนาดกลาง ๒๔ รถบันได ๕ รถยนตโดยสารขนาดเล็ก ๒๕ รถซอมบํารุง ๖ รถยนตนั่งสวนกลาง ๒๖ รถกระเชา ๗ รถประจําตําแหนง ๒๗ รถบรรทุกเงิน ๘ รถรับรอง ๒๘ รถบรรทุกขยะ ๙ รถยนตบรรทุกขนาดใหญ ๒๙ รถบรรทุกศพ ๑๐ รถยนตบรรทุกขนาดกลาง ๓๐ รถควบคุมผูตองหา ๑๑ รถยนตบรรทุกขนาดเล็ก ๓๑ รถดับเพลิง ๑๒ รถนําขบวน ๓๒ รถพยาบาล ๑๓ รถจักรยานยนตนําขบวน ๓๓ รถกูภัย ๑๔ รถลากจูง (หัวลาก) ๓๔ รถสุขา ๑๕ รถพวง ๓๕ รถสื่อสารดาวเทียม ๑๖ รถกึ่งพวง ๓๖ รถเก็บกูและทําลายวัตถุระเบิด ๑๗ รถยก/รถลาก ๓๗ รถเอ็กซเลยเคลื่อนที่ ๑๘ รถตรวจการณ ๓๘ รถจักรยานยนต ๑๙ รถบรรทุกน้ํา ๓๙ รถจักรยานสองลอ ๒๐ รถบรรทุกน้ํามัน
๓๕ บทที่ ๔ การสงกําลังบํารุง สิ่งอุปกรณและการบรรทุก ๑. กลาวโดยทั่วไป งานดานการสงกําลังบํารุง นับวาเปนกระบวนการที่มีความสําคัญอยางยิ่งตอความสําเร็จหรือ ความลมเหลวของภารกิจในการปฏิบัติการทางทหารจากเขตหลังไปสูเขตยุทธบริเวณ โดยครอบคลุมความ รับผิดชอบอยางกวางขวาง เพราะเปนงานที่มีเปาหมาย มุงใหการสนับสนุนทั้งปวงภายใตการดําเนินงานของ หนวยงาน ที่หลากหลาย ทั้งในสวนที่เกี่ยวของกับกําลังพล สิ่งอุปกรณ ยุทธภัณฑ ยุทโธปกรณ สิ่งอํานวยความ สะดวกและการบริการตาง ๆ ทั้งนี้เปาหมายหลักของงานดานการสงกําลังบํารุง คือ การสนับสนุนหนวยกําลัง รบใหมีความพรอมสามารถปฏิบัติภารกิจไดอยางมีประสิทธิภาพและตอเนื่อง เพราะถาขาดการ สงกําลังบํารุง ที่ดีและมีประสิทธิภาพแลว การปฏิบัติการทางทหารก็ยากที่จะบรรลุภารกิจตามที่รับมอบหมายได ดวยเหตุนี้ การสงกําลังบํารุงจึงเปนงานที่ตองมีหลักการและแนวปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อใหระบบงานดําเนินไปดวยความ ราบรื่นและเรียบรอย ๒. การสงกําลังบํารุง คําวา “ การสงกําลังบํารุง ” นี้ ไดนํามาใชในกองทัพตาง ๆ เมื่อใดไมปรากฏหลักฐานแนชัด คาดวากําหนดขึ้นโดยการนํามาใชในกองทัพเรือไทยภายหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ นี้เอง โดยแปลมาจากคํา ภาษาอังกฤษวา “ LOGISTICS ” สําหรับการสงกําลังบํารุงในตอนเริ่มแรกนั้นเปนศัพทที่ใชเฉพาะในกิจการ ทหารเทานั้นตอมาคํานี้ไดถูกไปใชในการประสานงานในกรรมวิธีทั้งของทหารและพลเรือนเพื่อสนับสนุน กิจการทางทหาร แตในปจจุบัน คําวา การสงกําลังบํารุง ไดถูกนํามาใชในการเชื่อมโยงการวางแผนและกรรมวิธี ที่เกี่ยวของ ตอไปนี้ การสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารโดยการทหาร ๑. การสนับสนุนการทหารโดยการเศรษฐกิจดานพลเรือน ๒. การควบคุมและปฏิบัติการเกี่ยวกับการเศรษฐกิจดานพลเรือนตามวัตถุประสงคแหงนโยบาย ของชาติ ดังนั้น คําวา “ การสงกําลังบํารุง” หมายถึง ศาสตรที่วาดวยการวางแผนและปฏิบัติการ สนับสนุนหนวยเกี่ยวกับงานชวยรบและธุรกิจทั้งปวงที่นอกเหนือไปจากการยุทธ อันไดแก การปฏิบัติในเรื่อง การสงกําลัง (Supply) การซอมบํารุง (Maintenance) การสงกลับและการรักษาพยาบาล (Evacuation and Hodpitslization) การขนสง (Transportation) การบริการ (Service) ตามความหมายอยางสมบูรณ การสง กําลังบํารุง ไดแกการปฏิบัติการทางทหารอันเกี่ยวกับ ๑. การกําหนดนโยบายวาดวยการสงกําลังบํารุง ๒. การวางแผน การวิจัยและพัฒนา การทํางบประมาณ ๓. การออกแบบ การพัฒนา การจัดหา การเก็บรักษา การแจกจาย การซอมบํารุง การสงกลับ การจําหนาย และการเคลื่อนยายสิ่งอุปกรณหรือยุทธภัณฑ ๔. การเคลื่อนยาย การสงกลับและการรักษาพยาบาลกําลังพล ๖. การจัดหามาหรือการกอสราง การซอมบํารุง การปฏิบัติงานและการจําหนายอสังหาริมทรัพย และสิ่งอํานวยความสะดวกตาง ๆ ๗. การจัดหาและการดําเนินงานเกี่ยวกับกิจการกําลังพล และการศึกษาของเจาหนาที่สายยุทธ บริการ
๓๖ ๓. การสงกําลังบํารุงพัสดุสายขนสง กรมการขนสงทหารเรือ เปนหัวหนาหนวยเทคนิคดานการขนสงและเปนคลังใหญพัสดุสายขนสง มีหนาที่ดําเนินการจัดหา สะสม เก็บรักษา เบิกจาย จัดสง จําหนาย ยืม ใหยืม ฝาก รับฝาก คืนและรับคืน อยางใดอยางหนึ่ง หรือหลายอยางตามอํานาจหนาที่และความรับผิดชอบในประเภทพัสดุที่ไดรับมอบหมาย นอกจากนี้ตองควบคุมบัญชีพัสดุ ตลอดจนการจัดระเบียบในการจัดเก็บพัสดุภายในคลัง ตรวจสอบพัสดุใหตรง ตามบัญชี ตลอดจน และดูแลรักษาพัสดุใหคงสภาพอยูเสมอ กับใหมีจํานวนเพียงพอแกการใชราชการตามความ จําเปน และประหยัด โดยใหการสนับสนุนแกหนวยตาง ๆ ที่ไดกําหนดใหเปนหนวยในสายวิทยาการขนสง ซึ่งมีกระบวนการดําเนินการที่เกี่ยวเนื่องกันถือเปนวงจร/วงรอบของการปฏิบัติ ไดแก การเสนอความตองการ การจัดหา การเก็บรักษา การแจกจาย การซอมบํารุง และการปลด/รุจําหนาย ดังรูป ๔. สิ่งอุปกรณ สิ่งอุปกรณ หมายถึง สิ่งตาง ๆ ที่จําเปนตองใช และมีความจําเปนตองใชในกิจการตาง ๆ ทั้งในทาง พลเรือนและทางทหาร ในที่นี้จะกลาวเฉพาะสิ่งอุปกรณที่ใชในราชการกองทัพเรือ เทานั้น “ สิ่งอุปกรณ ” หมายความวา พัสดุที่ใชในราชการ ๔.๑ การแบงประเภทสิ่งอุปกรณในสวนที่เกี่ยวของกับการปฏิบัติราชการซึ่งเปนการแบงตามการสง กําลังเปนประเภทสิ่งอุปกรณเพื่อใชในการวางแผน ดังนี้ ๔.๑.๑ สิ่งอุปกรณประเภท ๑ ไดแก สิ่งอุปกรณยังชีพ หมายความวา สิ่งของที่เกี่ยวแกสุขภาพ และสวัสดิการซึ่งเปนของสิ้นเปลือง ๔.๑.๒ สิ่งอุปกรณประเภท ๒ ไดแก เสื้อผา ยุทธภัณฑประจํากาย กระโจมผา เครื่องมือประจํา หนวย เครื่องมือประจํากาย เครื่องมือสิ่งอุปกรณ และยุทธภัณฑที่ใชในราชการ และการดูแลรักษาอาคาร ๔.๑.๓ สิ่งอุปกรณประเภท ๓ ไดแก ปโตรเลียม น้ํามัน และหลอลื่น (เชื้อเพลิงปโตรเลียม หลอลื่น ไฮดรอลิค และฉนวนน้ํามัน เครื่องกระปอง ของเหลวและแกสอัด ผลิตภัณฑเคมีเครื่องใหความเย็น สารประกอบปองกันน้ําไมใหแข็งตัว รวมทั้งสวนประกอบและสิ่งที่เพิ่มเติมของผลิตภัณฑนั้น ๆ ) เสนอความ ต้องการ การปลด/ รุจําหน่าย การแจกจ่าย การเก็บ รักษา การจัดหา การซ่อม บํารุง
๓๗ ๔.๑.๔ สิ่งอุปกรณประเภท ๔ ไดแก การกอสราง วัสดุกอสราง รวมทั้งเครื่องอุปกรณติดตั้งและ วัสดุการปอมคาย เครื่องกีดขวางทั้งสิ้น ๔.๑.๕ สิ่งอุปกรณประเภท ๕ ไดแก กระสุน วัตถุระเบิดทุกชนิด (รวมถึงเคมี ชีวะ รังสี และอาวุธ พิเศษตาง ๆ ) ลูกระเบิด ดินระเบิด ทุนระเบิด ชนวน ดินนําระเบิด พลุสัญญาณ อาวุธปลอย จรวด เครื่องสง อาวุธปลอย และอุปกรณอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ ๔.๑.๖ สิ่งอุปกรณประเภท ๖ ไดแก รายการสิ่งอุปกรณตามความตองการสวนบุคคล (รายการที่มีไวขายซึ่งไมใชสิ่งของทางทหาร ๔.๑.๗ สิ่งอุปกรณประเภท ๗ ไดแก สิ่งอุปกรณสําเร็จรูปขนาดใหญ (ผลิตภัณฑซึ่งประกอบ สําเร็จรูปเรียบรอยแลว พรอมที่จะใชไดตามตองการ เชน เครื่องยิง รถถัง รังปนกลเคลื่อนที่ ยานพาหนะ) ๔.๑.๘ สิ่งอุปกรณประเภท ๘ ไดแก อุปกรณการแพทยสนาม รวมทั้งอุปกรณอะไหล ๔.๑.๙ สิ่งอุปกรณประเภท ๙ ไดแก อุปกรณอะไหลและสวนประกอบซึ่งประกอบดวยชุดเครื่องมือ ชิ้นสวนประกอบตาง ๆ ทั้งที่ซอมไดและซอมไมได สําหรับสนับสนุนการซอมบํารุงของยุทธภัณฑทั้งหมด ๔.๑.๑๐ สิ่งอุปกรณประเภท ๑๐ ไดแก เครื่องอุปกรณสนับสนุนกิจการพลเรือน เชน เครื่องมือ ในการพัฒนาการเกษตรและการเศรษฐกิจ ไมรวมสิ่งอุปกรณประเภท ๑ – ๙ ๕. การแจกจายสิ่งอุปกรณ การจายสิ่งอุปกรณกระทําได ๒ วิธี คือ ๕.๑ จายโดยหนวยมารับ กระทําโดยจายของ ณ ตําบลจายสิ่งอุปกรณ เชน คลัง ที่กองของ ปลายทางรถไฟ ปลายทางรถยนต ปลายทางเรือ ปลายทางอากาศ ปลายทางทอ ฯลฯ โดยหนวยรับของ เปนผู ลําเลียงสิ่งอุปกรณกลับไปที่ตั้งของตนเอง ๕.๒ จายถึงหนวย ทําการจายใหแกหนวยรับของถึงที่ตั้งคลัง หรือตําบลจายของของหนวยรับ ๖. การกําหนดความตองการสิ่งอุปกรณ ความตองการสิ่งอุปกรณของหนวยโดยสรุปแลว มีความตองการเปน ๔ ประเภท คือ ๖.๑ ความตองการขั้นแรกตองการเพื่อจายใหตามอัตราที่ตั้งหนวยขึ้นครั้งแรก หรือเพิ่มเติมให ครบเมื่อตั้งหนวยขึ้น ๖.๒ ความตองการเพื่อทดแทน และใชสิ้นเปลือง เพื่อรักษาระดับสิ่งอุปกรณใหมีครบ ตามความตองการขั้นแรกอยูเสมอ ๖.๓ ความตองการเพื่อสํารองไวเพื่อรักษาใหมีสิ่งของคงคลังที่ไดรับอนุมัติใหสะสม ๖.๔ ความตองการตามแผนการ เพื่อจัดหาสิ่งอุปกรณ และยุทโธปกรณใหไดมาเปนพิเศษ นอกเหนืออัตรา (เบิกนอกอัตราเปนพิเศษตามความจําเปน) ๗. การบรรจุพัสดุ การบรรจุพัสดุนับวามีความสําคัญประการหนึ่งกอนที่จะทําการขนสง เพราะพัสดุทุกอยางควรไดรับ การบรรจุอยางถูกวิธี มิฉะนั้นแลวอาจทําพัสดุเสียหายระหวางทําการขนสง ความจริงแลวการบรรจุเปนหนาที่ของผูสง แตในฐานะของเจาหนาที่ผูทําการขนสงก็จําเปนตองมีความรูอยูบาง เพราะความรับผิดชอบเมื่อพัสดุเกิดความ เสียหายระหวางการเดินทางนั้นตกอยูกับเจาหนาที่ผูทําการขนสงอยางหลีกเลี่ยงไมได เราไดทราบแลววาพัสดุ ทุกชนิดยอมมีลักษณะและคุณภาพแตกตางกันออกไป ดังนี้การบรรจุเพื่อปองกันความเสียหายและเพื่อสะดวก ในการขนสง การขนถายจึงตองแตกตางกันออกไปดวยโดยมีหลักการในการบรรจุมีดังนี้ ๗.๑ พัสดุแตกหักงาย ตองบรรจุหีบหอแข็งแรงกันกระทบกระแทก ๗.๒ พัสดุไมทนตอความรอน ตองบรรจุหีบที่กันความรอน หรือระบายความรอนได ๗.๓ พัสดุที่ไมทนความชื้น ตองบรรจุเปนพิเศษมิใหความชื้นรั่วไหลเขาไปได เชน อัดกระปอง
๓๘ ๗.๔ ภาชนะกระเบื้อง ตองบรรจุในที่หอหุมกันกระทบกระแทก ๗.๕ เครื่องประณีต ตองบรรจุในกลองหรือหีบเฉพาะ แลวรวมบรรจุในหีบใหญ ๗.๖ เครื่องสรรพาวุธ ตองเคลือบน้ํามัน และหอหุมตามเทคนิคแลวจึงนําลงหีบหอ ๗.๗ เครื่องเหล็ก ตองจัดเปนพวก ๆ ควรจะเคลือบน้ํามันหรือไมอยูที่ลักษณะ ๗.๘ สัตวมีชีวิต ตองจัดทําคอกใหแข็งแรง ๗.๙ ปนใหญ ตองจัดถอดเปนชิ้นสวนแลวบรรจุตามเทคนิค หรือลากไปถามีลอ ๗.๑๐ เสบียง ตองบรรจุตามหลักเทคนิค แลวแตชนิดของเสบียงอาจรวมเปนหีบหอ เชน เขง หรือกระสอบ ๗.๑๑ เอกสาร ตองบรรจุหีบไมหรือโลหะใสกุญแจ หรือบัดกรีกันน้ํา ๘. การบรรทุก ในการขนสงแตละคราวนั้น การบรรทุกเปนเรื่องสําคัญที่สุดเรื่องหนึ่ง ถาบรรทุกไมดียอมจะทําใหเสีย น้ําหนักบรรทุกในแตละเที่ยว และไมมีความปลอดภัยในระหวางการเดินทางพัสดุอาจลื่นไถลหรือกระทบ กระแทกเมื่อพาหนะมีการกระเทือน เพราะความขรุขระของเสนทาง หรือโคลงตัวรถ เพราะคลื่นลม ซึ่งจะตอง เสียเวลาไปแกไขในระหวางการเดินทาง นอกจากนั้นยังอาจเกิดการสับสนในการขนถาย ดังนั้นกอนการ บรรทุกแตละคราวจะตองมีการเตรียมการลวงหนาโดยคํานึงถึงหัวขอตาง ๆ เหลานี้ ๑. ระวางบรรทุก ๒. ความจุและลักษณะของการบรรทุก ๓. ลักษณะของพัสดุที่จะทําการบรรทุก ๔. อันดับของการบรรทุกกอนหลัง ๕. ใชเครื่องมือทุนแรงใหเหมาะสมกับพัสดุ ๖. พิจารณาบรรทุกใหระวางไดประโยชนสูงสุด ๗. ปรับน้ําหนักพัสดุใหเสมอกัน ๘ จัดใหเปนชุดตามชนิดของพัสดุ ๙. การตรวจตราความปลอดภัยเมื่อบรรทุกแลว การบรรทุกที่ถูกตองตามหลักเกณฑจะทําใหการใชรถไดประโยชนเต็มที่ และอายุของรถยาวนาน ตอไป การที่จะใชรถใหไดประโยชนเต็มที่ก็อยูที่การจัดเรียงสิ่งบรรทุกลงบนรถดวย การบรรทุกนอกจาก จะตองคํานึงถึงดังกลาวแลว ยังจะตองคํานึงถึงขีดความสามารถหรือสมรรถนะของรถ และระยะทางในการ เดินทางอีกดวย ๘.๑ ขอที่ควรพิจารณาในการบรรทุก ๘.๑.๑ การบรรทุกต่ํากวาอัตรา ถาบรรทุกสัมภาระบนรถต่ํากวาอัตราบรรทุกของรถจะเห็น ไดวาจะตองใชรถ และพลขับมากขึ้นกวาที่จําเปน ตัวอยาง รถยนตบรรทุกโตโยตา ๒ ๑/๒ ตัน ๖x๖ ในเมื่อ สภาพรถดี ถนนดีเราสามารถบรรทุกไดถึง ๔ ตัน แตเราบรรทุกเพียง ๒ ๑/๒ ตัน เชนนี้ยอมตองใชรถ และพลขับเพิ่มขึ้น ๒ เทา ๘.๑.๒ การบรรทุกเกินอัตรา ถาทําการบรรทุกเกินอัตราบรรทุกของรถ ในเมื่อสภาพรถ และสนทางปรากฏชัดอยูแลว ยอมทําใหรถชํารุดเสียหาย และความคลองตัวของรถเสียไปดวย ตัวอยาง เชน รถบรรทุก โตโยตา ๒ ๑/๒ ตัน ๖x๖ ในเมื่อสภาพทางไมดีหรือปฏิบัติงานนอกเสนทาง จะสามารถบรรทุกได เพียง ๒ ๑/๒ ตัน เทานั้น แตถาเราบรรทุกไดถึง ๔ ตัน จึงเรียกวาบรรทุกเกินอัตรา ทําใหการเคลื่อนยายลาชา และรถชํารุดเสียหายมากขึ้น
๓๙ ๘.๑.๓ การจัดเรียงสิ่งของไมดี ถาเราจัดเรียงสิ่งบรรทุกไมดี เชน หนักบนอาจทําใหสิ่งบรรทุก โอนเอนโคนลงมา หรือทับสิ่งที่อยูขางลาง เสียหาย หรือหนักหัว หนักทาย ก็อาจทําใหเกิดความเสียหายได ๘.๒ น้ําหนักของสิ่งบรรทุกและการจัดเรียง ๘.๒.๑ มีบอยครั้งที่เราไมมีตัวเลขหรือตารางแสดงน้ําหนักของหีบหอ และสิ่งที่จะบรรทุกชนิด ตางๆ ในกรณีเชนนี้จําตองใชวิธีกะน้ําหนักเอาโดยประมาณ ๘.๒.๒ เมื่อไมมีตัวเลขแสดงน้ําหนักของหีบหอเขียนไว เราจะปองกันมิใหบรรทุกเกินอัตราได ดวยการสังเกตการโคงของแหนบ วิธีนี้เราตองทดลองใหทราบเสียกอนวาถาบรรทุกเต็มอัตราพอดี แหนบจะ โคงเพียงใด และก็อยาบรรทุกใหแหนบออนเกินไปกวานั้น อยางไรก็ดีวิธีนี้ไมสูแนนอนนักแตก็ยังดีกวาไมมีอะไร เปนเกณฑสําหรับยึดถือเสียเลย อีกวิธีหนึ่งอาจมีความแนนอนขึ้นเล็กนอย วิธีนี้จะตองทดลองใชน้ําหนักจริง บรรทุกบนรถดูแลวใชไมบรรทัดวัดจากเพลาโบกี้หรือโครงรถถึงพื้นดินวา ถาบรรทุก ๑ ตัน โครงรถจะต่ําลงกี่นิ้ว ถาบรรทุก ๒ ๑/๒, ๓, ๔ และ ๕ ตัน น้ําหนักจะกดใหรถต่ําลงกี่นิ้ว แลวทําเครื่องหมายไวที่ไมบรรทัด เก็บติด ประจํารถไวทุกคัน เพื่อใชตรวจสอบวารถบรรทุกน้ําหนักแลวเทาใด เกินอัตราหรือไม ๘.๒.๓ การจัดเรียงสิ่งบรรทุกบนรถนี้ มีผลกระทบกระเทือนตออายุของยาง หากจัดเรียงไมดีก็ อาจเกินกําลังรับน้ําหนักของยางแตละเสน หรือแหนบและเพลาแตละอันก็ได ดังเชนรถบรรทุกของใหญ ๆ และหนัก ๆ เชน เครื่องยนตขนาดใหญอาจจัดวางไมดี โดยหนักมากไปที่เพลาหนาหรือหนักมากไปที่เพลาหลัง หรือบรรทุกทอน้ํา ซุงยาว ๆ เหลานี้เปนเรื่องของการจัดวางน้ําหนักไมถูกตอง ลวนเปนเหตุใหชํารุดไดทั้งสิ้น ๘.๓ วิธีการบรรทุกสําหรับการปฏิบัติการบนทางหลวง ๘.๓.๑ รถบรรทุกทหารไดออกแบบสําหรับปฏิบัติงานในภูมิเทศและนอกเสนทาง ทั้งขึ้นลาด ไดชันมาก ฉะนั้นรถเหลานี้เขามาปฏิบัติการบนทางหลวงที่สภาพดี อัตราการบรรทุกยอมเพิ่มขึ้น ๘.๓.๒ บนถนนดี รถบรรทุกทหารที่ใชในยุทธวิธีสามารถบรรทุกเกินอัตราได ๑๐๐ % ของอัตรา บรรทุกงาน รถลาก รถพวงบรรทุกเกินอัตราได ๖๐% แตสําหรับรถพวงหามบรรทุกเกินอัตรา ยกเวนในกรณี ฉุกเฉินไดแมจะปฏิบัติงานนอกเสนทาง ๘.๓.๓ เมื่อทําการบรรทุกเกินอัตราดังกลาวแลว ถาจะพิจารณาคิดดูใหดีแลวความจริงไมเกินอัตรา ที่รถสามารถรับน้ําหนักไดจริงเลย แตเกินอัตราบรรทุกปลอดภัยที่ผูสรางรถใหเกณฑเผื่อไวสําหรับปฏิบัติงานนอก เสนทางนั้น ๘.๓.๔ การที่ทําเกณฑปลอดภัยเผื่อไวสูงเชนนี้มีประโยชนมากในกรณีที่มีของบรรทุกมาก แตมีรถยนตนอย อันตรายจากการบรรทุกเกินอัตรานั้นเราไมควรมองขามไปเสียในแงของพลขับ ถาเราบรรทุก ๒ ๑/๒ ตัน จะปฏิบัติการบนถนนโดยไมมีอันตรายใด ๆ แกรถเลย ถาเราบรรทุก ๕ ตัน ก็อาจทําใหแหนบหัก เครื่องถูกกระแทกชํารุดได เพราะแรงกระแทกสูงขึ้นทําใหโครงรถ ลอ และตัวถังลอ ทํางานหนักขึ้น ๘.๓.๕ รถบรรทุกยิ่งหนักมากยิ่งจําเปนตองเปลี่ยนเกียรบอยขึ้น เชน ในการเลี้ยวโคง ขึ้นลาด ลงเขา เครื่องยนตทํางานหนักมาก จําตองเลือกใชเกียรใหเหมาะสมกับความเร็วและความชันของลาด ไมควรใชเลี้ยง ที่คลัทซ ๘.๓.๖ การวิ่งบนทางหลวง มักจะตองวิ่งดวยระยะทางยาวดวยความเร็วสูงเปนเวลานาน ๆ จําเปนตองตรวจน้ํามันหลอลื่นในหีบเฟองเปลี่ยนความเร็วบอยๆ ทั้งรูระบายตองไมตัน ๘.๓.๗ เมื่อบรรทุกเกินอัตรา ไมจําเปนตองเพิ่มความดันลมในยางขึ้นไปจากอัตราปกติ เราเพียง รักษาความดันลมใหอยูในเกณฑธรรมดาเทานั้น เพราะสิ่งบรรทุกยิ่งหนักมากจะกดใหยางแบนมากอันเปนเหตุ ใหยางพอง และแตกไดงาย
๔๐ ๘.๓.๘ รถบรรทุกหนักตองการเวลาและระยะในการหยุดสูงกวารถเบา ๆ พลขับตองระลึกไวเสมอ ใหรักษาระยะตอระหวางรถไวใหเพียงพอตามคําสั่ง ยิ่งถาถนนลื่นดวยแลวตองเวนระยะหางมากขึ้น ๘.๔ กฎสําหรับการบรรทุก ความรับผิดชอบ พลขับไมมีหนาที่หยิบ ยก แบก หาม สิ่งของในการบรรทุกและการขนลง แตตอง รับผิดชอบใหรถของตนบรรทุกของถูกตองตามหลักเกณฑ การบรรทุกที่มีประสิทธิภาพนั้นจะตอง เต็มตาม อัตราการบรรทุกและปลอดภัยระหวางเดินทาง สัมภาระที่ผูกมัดไมแนนและหลุดออกแมแตเพียงชิ้นเดียวอาจ เปนเหตุใหสัมภาระอื่น ๆ กระจัดกระจายหลุดลุยไปทั้งคันรถได และถาการบรรทุกไมสมดุลแลว จะทําใหรถ บังคับยาก และเสี่ยงอันตรายตอการคว่ํางาย ทั้งยังอาจเปนอันตรายตอการสัญจรของผูอื่น หลักที่จะกลาวตอไปนี้ เปนกฎเกณฑที่จะยึดถือปฏิบัติได ดังนี้ ๘.๔.๑ สัมภาระที่หนักควรจะบรรทุกโดยวางไวขางลาง และจัดเรียงอยูโดยเหมาะสม ๘.๔.๒ ในการบรรทุกซอนกันขึ้นไป ควรจะวางไวใหเปนระเบียบไมโยกคลอนกระดอนกลิ้งไปมาได ทั้งยังจัดเรียงน้ําหนักบรรทุกลงในตัวถังตามกฎเกณฑ ๘.๔.๓ สัมภาระที่จัดเรียงไวหาง ๆ กัน ไมควรวางซอนกันใหสูงเกินควร สัมภาระที่อยูหาง ๆ กัน มัดไมแนน กลิ้งไปมาไดจะทําใหรถบังคับไดยาก สัมภาระอาจชํารุดแตกหักและเปนชองทางทําใหรถคว่ําไดงาย ๘.๔.๔ ถารถบรรทุกไมมีหลังคาควรตองใชผาใบคลุม และผูกมัดใหแนนปองกันแดด ฝน ๘.๔.๕ ถังน้ํามัน ถังไมกลมๆ ควรวางนอนลงและขนานตามยาวของตัวถังรถ วางเปนรูป สามเหลี่ยม และผูกมัดใหดี หรือาจจะวางตั้งก็ได ๘.๔.๖ หีบ ลัง ที่ตีกระดานหาง ๆ กัน หอ มัดตาง ๆ ควรบรรทุกคันเดียวกัน โดยเลือกวัตถุ ประเภทหรือมีรูปรางคลายคลึงกันไวดวยกัน ๘.๔.๗ สัมภาระประเภทถุง หรือกระสอบ ควรบรรทุกตางหาก เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากการ เจาะทิ่มตํา จากหีบหอหรือสิ่งของที่แหลมคมหรือมีมุม และควรวางซอนกันใหเหลื่อมกันเปนชั้น ๆ ขึ้นไปเพื่อกัน เลื่อนลงมา ๘.๔.๘ สัมภาระที่ยื่นโผลออกนอกรถ อยางไรก็ดีในทางปฏิบัติสิ่งบรรทุกที่จะยื่นออกนอกรถนั้น เราจะตองหลีกเลี่ยงเสมอ และขณะเดียวกันสิ่งบรรทุกตองไมยื่นโผลเขาไปในที่นั่งของพลขับดวย สัมภาระที่ยื่น ออกไปนอกรถทางขางจะมีอันตรายมากที่สุด เพราะจะกินเขาไปในทางรถของผูอื่น ถาสิ่งของที่บรรทุก จําเปนตองยื่นออกทายรถเกิน ๒ - ๓ ฟุต ควรทําเครื่องหมาย เชน ธงแดง ขนาด ๑๒ ” x ๑๒ ” เปนอยางเล็ก ผูกติดทายไวเพื่อรถคันอื่นสังเกตเห็น ถาเปนเวลากลางคืนตองแขวนไฟแดงที่ปลายสุด ๘.๔.๙ การระวังรักษาสิ่งที่บรรทุก การระวังรักษาสิ่งที่บรรทุกมิใหหลน ทําไดโดยอาศัยแผงกั้น ขางของกระบะ ทายผาใบคลุมรถพรอมทั้งแผนผาใบปดหัวและทาย สิ่งบรรทุกที่ยาวหรือสูงเกินตัวถังรถ ตอง ผูกใหแนน เชือกผูกมัดที่เหมาะ คือขนาด ๑ นิ้ว ยาว ๖๐ ฟุต ๒ เสน หวงหรือขอสําหรับผูกมัดมีติดอยู ขางตัวถังรถบรรทุกทุกคัน วิธีผูกมัดใหปฏิบัติดังตอไปนี้ ๑) ผูกปลายเชือกขางหนึ่งเขากับขอหรือหวงที่ดานหนาของตัวถังรถ ๒) นําเชือกพาดบนสิ่งของลากทะแยงมุมไปผูกคลองหวงที่ดานตรงขามถัดไป ๑ หวง ดึงเชือกใหตึง ๓) นําเชือกพาดบนสิ่งของลากทะแยงมุมกลับมาดานเดิมคลองหวงและดึงเชือกใหตึง ๔) ทําเชนนี้ตอไปจนถึงทายรถแลวผูกปลายเชือกใหแนนกับหวงหรือขอ ๕) ใชเชือกอีกเสนตั้งตนที่มุมหนารถตัวถังดานตรงขาม และกระทําเชนเดียวกัน
๔๑ ๖) สิ่งลากจูง สิ่งที่ตองลากจูงอื่นๆ (ยกเวนรถกึ่งพวง) ที่นํามาพวงกับรถบรรทุกโดยใชหวง คลองที่ขอพวง เราตองบิดขอพวงกันหลุด คลองโซเพื่อความปลอดภัย และตองตอสายไฟทายและหามลอไปยัง รถพวงดวย ๘.๕ การชํารุดเสียหายของสิ่งบรรทุก การชํารุดสูญหายของสิ่งบรรทุกมักจะเกิดขึ้นในการขนยายทุกครั้ง เนื่องจากการหยิบยกขาด ความระมัดระวัง การกอวินาศกรรม ขาดความเอาใจใสระวังรักษา และจากการถูกลักเล็กขโมยนอย เหลานี้เปน ตน การชํารุดสูญหายของสิ่งของในราชการดังกลาว เกิดขึ้นไดก็เนื่องจากปลอยปละละเลยในการกําหนดความ รับผิดชอบตอสิ่งของนั้น ตั้งแตออกจากสถานีตนทางโดยพลขับ ผบ.หมู, ผบ.ตอน, ผบ.ขบวน เปนสําคัญในการที่ จะรับผิดชอบ ไมเปนการแนนอน ที่กลาวกันวา พลขับฝกวินัยของพลขับที่ดีถาการระวังรักษา ผบ.ขบวน เปนตัวสําคัญที่จะรับผิดชอบ ไมเปนการแนนอนที่จะกลาววา พลขับฝกวินัยพลขับที่ดีการระวังรักษาและอยู เวรยามสิ่งของบรรทุกก็ดี ยังเปนชองทางที่ทําใหเกิดการชํารุดเสียหายได ๘.๖ การปองกัน ๘.๖.๑ การบรรจุหีบหอตองใหเรียบรอย ทําการซอมทันที่ที่หีบหอแตก ลงหลักฐานและเอกสาร การบรรทุกเรียบรอยดีเมื่อเปลี่ยนพลขับ หรือเปลี่ยนมือผูรับ ควบคุมการปลอยรถโดยใกลชิด การควบคุม การเดินทางดี และจัดระเบียบการหยิบยกสิ่งของขึ้นลงดี นับเปนหลักการปองกันการชํารุดสูญหายได เวรยาม ก็มีความสําคัญในการปองกันของหายได แตถาเราจัดวิธีการปองกันวิธีอื่น ๆ ใหสมบูรณดีตามตองการ เวรยาม อาจจัดนอยลงไปได ๘.๖.๒ ผบ.หนวย ตองบังคับพลขับเสมอ ถึงความรับผิดชอบของพลขับที่มีตอสิ่งของบรรทุก บนรถของตน ความรับผิดชอบนี้รวมนับตั้งแตสิ่งของบรรทุกตามบัญชี เซ็นรับจากจุดเริ่มตน ถามีสิ่งใดไมครบ ตามบัญชีก็ตองติดตอเจาหนาที่ตนทาง ลงหมายเหตุไวเมื่อถึงปลายทาง สิ่งของตองครบตามหลักฐาน ที่เซ็น รับมา ความรับผิดชอบนี้ยังไกลออกไปถึงบรรทุกถูกตองตามหลักเกณฑ การผูกมัดรักษาสิ่งของและระวัง รักษาสิ่งบรรทุกในระหวางการเดินทางดวย นอกจากที่กลาวมาทั้งหมด พลขับจะตองจัดใหมีสิ่งที่ปองกันมิใหสิ่งของที่บรรทุกตกหลน รั่วไหล สงกลิ่น สองแสงสะทอน หรือปลิวไปจากรถ อันกอเหตุเดือดรอน รําคาญ ทําใหทางสกปรก เปรอะเปอน ทําใหเสื่อมเสียสุขภาพอนามัย หรือกอใหเกิดอันตรายแกบุคคลหรือทรัพยสิน ๙. การขนสงสิ่งอุปกรณ การขนสงสิ่งอุปกรณไปสงยังที่ใด ๆ ใหเปนหนาที่ของหนวยใชรถที่ไดรับประจําหนวย ใหเต็ม ประสิทธิภาพเสียกอน เมื่อเกินขีดความสามารถจึงใหขอรับบริการจากศูนยบริการรถที่มีหนาที่ใหบริการแกสวน ราชการนั้น ในกรณีที่ศูนยบริการรถดังกลาวไมสามารถบริการไดใหศูนยบริการรถนั้นเสนอขอบริการจากศูนยบริการ รถอื่นที่อยูใกลเคียง หรือศูนยบริการรถชั้นสูงขึ้นไปตามลําดับการขนสงดังกลาวแบงเปนการขนสงตามสายงาน ปกติ และการขนสงดวน ๙.๑ การขนสงตามสายงานปกติ ใหเสนอแบบการขอใชรถ โดยใหดําเนินการตามสายงานบังคับบัญชา ถึงหนวยที่จะพิจารณาใหการสนับสนุนพาหนะ เพื่อจัดลําดับการปฏิบัติ ซึ่งจะพิจารณาใชการขนสงแบบรวมการ เพื่อลดการใชปริมาณน้ํามันเชื้อเพลิง ตามนโยบายของรัฐบาล ๙.๒ การขนสงดวน ใหขอใชรถทางโทรศัพทหรือทางโทรสาร แลวใหสงแบบการขอใชรถไปตามสายงาน การขอใชบริการขนสงดวนใหผูขอใชกําหนดเวลาที่ตองการใหสิ่งอุปกรณถึงปลายทางเชน ขนสงดวนภายในวันเดียว ขนสงดวนภายในวันที่กําหนด ขนสงดวนภายในเวลาที่กําหนด (ไมถึง ๒๔ ชม. ในกรณีที่ระยะทางอํานวยให) ตัวอยางของการขนสงดวน เชน การขนสงสิ่งของบริจาคใหผูประสบภัยพิบัติในพื้นที่ตาง ๆ การขนสงเจาหนาที่
๔๒ ชวยเหลือเจาหนาที่ตํารวจควบคุมฝูงชนโดยไมไดวางแผนไวลวงหนา การขนสงอุปกรณซอมทําเรือรบหลวง ซึ่งมีภารกิจตองปฏิบัติราชการตอเนื่อง ในกรณีที่การขนสงวิธีอื่น ๆ เชน ทางเรือ ทางอากาศ ไมสามารถ ดําเนินการได ฯลฯ เปนตน ๑๐. การควบคุม เริ่มตั้งแตการรับของ,ทําการบรรทุก, เดินทาง, ขนถาย, และสงของใหผูรับตกเปนหนาที่รับผิดชอบ ของผูทําการขนสง ดังนั้น เจาหนาที่ผูทําการขนสงจึงควรไดปฏิบัติการขนสงแตละคราวใหมีประสิทธิภาพดี โดยยึดถือหลักหลักปฏิบัติ ดังนี้ ๑๐.๑ เจาหนาที่ผูสงของ ๑๐.๑.๑ บรรจุพัสดุลงบนหีบหออยางถูกวิธี ๑๐.๑.๒ ทําเครื่องหมายหีบหอ ๑๐.๑.๓ ทําบัญชีรายการพัสดุ จํานวน ๔ ชุด ๑๐.๑.๔ ใหผูขนสงเซ็นรับบัญชีรายการพัสดุแลวเก็บไว ๑ ชุด ๑๐.๒ เจาหนาที่ขนสง ๑๐.๒.๑ ตรวจรับพัสดุจากผูสงตามบัญชีรายการพัสดุ และตรวจดูหีบหอใหเรียบรอย ๑๐.๒.๒ ควบคุมการบรรทุกและขนถาย ๑๐.๒.๓ แบงงานควบคุมและรับผิดชอบระหวางเดินทาง ๑๐.๒.๔ ใหของถึงผูรับครบถวนและตรงเวลา ๑๐.๒.๕ ใหผูรับของเซ็นรับในบัญชีรายการพัสดุแลวใหไว ๑ ชุด นํากลับมา สงของ ๑ ชุด และนําเสนอผูบังคับบัญชา ๑ ชุด ๑๑. การบรรทุกวัตถุระเบิด และน้ํามันเชื้อเพลิง ๑๑.๑ ขอควรระวังเปนพิเศษในการขนวัตถุระเบิดและน้ํามันเชื้อเพลิง ๑๑.๑.๑ การแยกเก็บวัตถุระเบิดและน้ํามันเชื้อเพลิง หยิบยกขนสงดวยความระมัดระวังในการ ปฏิบัติ เราจะตองแยกสิ่งของเหลานี้ไวจากกันใหหางเพียงพอ ในเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เชน ไฟลุกหรือเกิดระเบิดขึ้น จะไดไมเปนอันตรายรวมกัน หากตองทําการขนสงวัตถุระเบิดและน้ํามันเชื้อเพลิงผานสะพานที่สําคัญ ยานชุมชน อุโมงค หรือผานตําบลที่นากลัวอันตรายแลว ตองเพิ่มความระมัดระวังเปนพิเศษ ๑๑.๑.๒ การแยกขบวนไวตางหาก ชนวนตองแยกบรรทุกตางหาก ไมรวมกับวัตถุระเบิดหรือ เชื้อเพลิง ยอมยกเวนใหเฉพาะสิ่งของที่ทางโรงงานไดบรรจุลงหีบหอโดยเรียบรอยแลว เทานั้น เชนกระสุน ปน เล็ก ปนพก ลูกระเบิดขวาง ซึ่งเหลานี้จะไมเกิดระเบิดขึ้นได วัตถุระเบิดตองไมประกอบชนวนนอกจากเวลาจะ ใชเทานั้น การถอดชนวนเปนหนาที่ของเจาหนาที่สรรพาวุธ กอนที่จะลําเลียงวัตถุระเบิดเหลานั้น ๑๑.๑.๓ การปองกันอันตรายจากประกายไฟฟาและไฟ ๑) ในการลําเลียงน้ํามันเชื้อเพลิง เราตองปองกันไฟฟาสถิต ถาจะถายน้ํามันจากรถน้ํามัน หนึ่งไปยังอีกคันหนึ่ง ตองหาตัวนําไฟฟา เชื่อมระหวางรถทั้งสองเสียกอน จึงคอยถายน้ํามัน ถาจะเติมน้ํามัน จากถังใหญหรือจากปบในรถ ควรจะเอาสายเติมน้ํามันสัมผัสกับรถเสียกอน เพื่อปองกันไฟฟาสถิตกระโดดเปน ประกายที่ปากถัง อันเปนสาเหตุใหเกิดไฟลุกได ๒) ไอเสียรถยนตและประกายไฟหัวเทียนอาจทําใหไฟลุกไดจึงใหดับเครื่องยนตเสียกอนทํา การบรรทุกวัตถุระเบิดและเชื้อเพลิง เพราะความรอนจากไอเสียหรือประกายไฟในวงจรจุดระเบิดอาจทําใหไฟ ลุกได
๔๓ ๓) ประกายไฟจากโลหะกระทบกัน เพื่อปองกันประกายไฟที่อาจเกิดขึ้นได ควรใช เครื่องมือเครื่องใชในการหยิบยกชนิดที่ไมเปนโลหะทําการบรรทุก ในทางปฏิบัติรถยนตสําหรับบรรทุกวัตถุ ระเบิดและเชื้อเพลิง เขามักใชชนิดตัวถังไม หรือบุไมขางใน หรือใชวัตถุที่กระทบกันแลวไมเกิดประกายไฟได ๔) เปลวไฟ หามจุดไมขีด หามสูบบุหรี่ในบริเวณใกลเคียง ไมวาในที่เก็บหรือกําลัง บรรทุก เมื่อตองการแสงสวางใหใชไฟฟาเทานั้น เมื่อบรรทุกสิ่งดังกลาวบนรถยนตบรรทุกที่ไมมีหลังคา ใหใช ผาใบคลุม เพื่อปองกันกนบุหรี่ที่ทิ้งมาจากรถคันอื่น โดยไมระมัดระวังในเมื่อแลนสวนกัน สิ่งที่บรรทุกเหลานี้ จะตองอยูหางไกลจากไฟไมนอยกวา ๑๐๐ ฟุต ๕) เครื่องดับเพลิง รถบรรทุกวัตถุระเบิด และน้ํามันเชื้อเพลิง จะตองมีเครื่อง ดับเพลิงประจําทุกคัน ในพื้นที่ ๆ ตองการขนถายสิ่งเหลานี้มากเปนประจําแลว ตองมีเครื่องดับเพลิงขนาดใหญ ประจําไวตามจุดตาง ๆ ทั่วบริเวณ ๖) เครื่องหมาย ตองทําเครื่องหมายไฟแดง ธงแดง ประจํารถเพื่อใหคันอื่นไดทราบ (ถาไมตองการรักษาความลับ) ๑๑.๑.๔ การยกขนดวยความระมัดระวัง การยกขนวัตถุระเบิดตองระวังอยาใหกระเทือน หรือกระทบกระแทก ยิ่งเปนระเบิดชนิดไวแลว ตองระวังใหมาก ถังบรรจุวัตถุระเบิดหามกลิ้ง โยนหรือทิ้งลงมา เมื่อรถที่บรรทุกวัตถุระเบิดจอด จะตองจัดการดับเครื่อง เขาเกียร ถึงหามลอมือ หาไมหนุนลอ ทั้งนี้ เพื่อปองกัน อุบัติเหตุอันเกิดจากรถอาจเคลื่อนที่ได วัตถุระเบิดควรจัดการบรรทุกในรถดวยความระมัดระวังเพื่อปองกันการ เคลื่อนที่ไปมาในรถหรือตกหลนออกนอกรถ ไมควรบรรทุกวัตถุระเบิดไวทางทายรถหรือนอกตัวถังรถ รถที่ บรรทุกวัตถุระเบิดตองมีเครื่องหมายแสดงไวใหเห็นไดชัดเจน เวนตองการปกปดเปนความลับเมื่อรถบรรทุกวัตถุ ระเบิดจอดอยูบนถนน ควรจัดยามหรือมีเครื่องหมายไวสําหรับเปนการเตือนรถคันอื่น ๆ ที่วิ่งมาผานให ระมัดระวังอันตรายซึ่งอาจจะเกิดชนทายรถบรรทุกวัตถุระเบิดได การใชความเร็วตองพอเหมาะ เพื่อมิใหเกิด การกระทบกระเทือนตอวัตถุระเบิดที่อยูบนรถ หรือเกิดการชนกับรถคันอื่น ๆ ๑๑.๑.๕ การรั่วไหลของน้ํามันเชื้อเพลิง หากรถที่บรรทุกน้ํามันเชื้อเพลิงเกิดมีน้ํามันรั่วไหล ระหวางเดินทาง จะตองหยุดรถเพื่อจัดการบรรทุกเสียใหมใหเกิดความปลอดภัยยิ่งขึ้น ถาหากพิจารณาเห็นวา การรั่วไหลที่เกิดขึ้นนั้น หากเดินทางตอไปจะไมปลอดภัยแลว จะตองหลบรถออกไปนอกถนนทันที ขุดหลุมให น้ํามันไหลลงไป อยาปลอยใหน้ํามันไหลเลอะเทอะแผบริเวณกวางออกไป ถาสามารถทําได ถังน้ํามันที่รั่วควร นําไปหางลําน้ําและทอระบายน้ํา อยาใหผูดูเขามาเกี่ยวของ หามมิใหจุดไฟหรือสูบบุหรี่ในบริเวณใกลเคียง จัดยามหรือเครื่องหมายบอกไว เพื่อเปนการเตือนมิใหผูใดทําใหเกิดประกายไฟจุดไฟหรือสูบบุหรี่ในบริเวณนั้น ๑๑.๑.๖ ระเบียบเกี่ยวกับการลําเลียงวัตถุระเบิดและน้ํามันเชื้อเพลิงโดยรถยนต นายทหาร ขนสง ซึ่งรับผิดชอบในการขนวัตถุระเบิดหรือน้ํามันเชื้อเพลิง ไมเพียงแตแนะนําหรือชี้แจงผูใตบังคับบัญชาให รักษาความปลอดภัยในการขนเทานั้น ยังตองหมั่นตรวจตราอยูเสมอไมวาเวลาใด เพื่อจะไดทราบวา ผูใตบังคับบัญชาของตนไดปฏิบัติการขนดวยวิธีที่ปลอดภัยหรือไม ทุกคนจะตองชวยกันคอยดู และระมัดระวังมิ ใหผูหนึ่งผูใดฝาฝนกฎของการรักษาความปลอดภัยเปนอันขาด กฎของการรักษาความปลอดภัยตอไปนี้ ผูที่ทําหนาที่เกี่ยวกับการขนยายน้ํามันเชื้อเพลิงหรือ วัตถุระเบิด จะตองยึดถือเปนแนวทางปฏิบัติโดยเครงครัด ๑) เพื่อปองกันไฟไหม วิธีการตอไปนี้ตองนํามาใช คือ (๑) หามสูบบุหรี่ในระยะ ๑๐๐ ฟุต จากรถที่บรรทุกวัตถุระเบิดหรือน้ํามัน เชื้อเพลิง
๔๔ (๒) หามมิใหทําใหเกิดเปลวไฟ เชน เกิดจากไมขีด ไมขีดไฟเบนซิน คบไฟภายใน ระยะ ๑๐๐ ฟุต จากรถที่บรรทุกวัตถุระเบิดหรือน้ํามันเชื้อเพลิง (๓) ตองมีหมอน้ํายาดับเพลิง ๒ หมอ หมอหนึ่งอยูขางในที่นั่งพลขับ อีกหมอหนึ่ง อยูขางนอกขางพลขับนั่ง สําหรับประจํารถทุกคันที่ทําการขนวัตถุระเบิดและน้ํามันเชื้อเพลิง (๔) เจาหนาที่ทุกคนจะตองไดรับคําแนะนําวิธีใชเครื่องมือดับเพลิงในทางปฏิบัติ ขอแนะนําในการใชเครื่องดับเพลิงชนิดนั้น ๆ ตองมีติดไวประจําเครื่องทุกเครื่อง (๕) เมื่อรถบรรทุกเกิดไฟลุก รถคันอื่น ๆ ตองรีบขับหนีไปจากคันที่ไฟลุกทันที การจราจรตาง ๆ จะตองหยุด และตองรีบจัดการแจงใหราษฎรที่อาศัยอยูบริเวณนั้นทราบถึงอันตรายที่อาจ เกิดขึ้นไดทันที (๖) เมื่อทําการบรรทุกหรือขนลงจากรถ จะตองไมวางวัตถุระเบิดไวใกลทอไอเสีย (๗) ระบบการจุดระเบิด และระบบแสงสวาง ตองหมั่นตรวจตราอยูเสมอ อยาให เกิดมีการลัดวงจรขึ้นได ซึ่งอาจเปนอันตราย (๘) ระมัดระวังมิใหมีการรั่วไหลที่ถังน้ํามัน ทอทางน้ํามันหรือที่คารบูเรเตอร เมื่อพบเห็นการรั่วไหลของน้ํามันเชื้อเพลิงจากรถบรรทุกวัตถุระเบิดหรือเชื้อเพลิงที่บรรทุกบนรถ ตองจัดการขน ลงไปเก็บไวใหมีระยะหางพอและเห็นวาปลอดภัยเสียกอน แลวจึงจัดการซอมรถตอไป (๙) เมื่อน้ํามันหลอลื่นหรือไขขน ซึ่งกระเด็นออกมาจากสวนที่เคลื่อนไหวของรถ อยาใหติดสกปรกอยูบนรถ เครื่องยนต หรือสวนอื่นใดของรถ ซึ่งอาจทําใหเกิดไฟลุกขึ้นได (๑๐) รถที่บรรทุกวัตถุระเบิดหรือเชื้อเพลิง หามมิใหขับเขาไปหรือผานใกลกอง ไฟ นอกจากจะแนใจวาผานไปไดโดยปลอดภัยเทานั้น ๒) การลาดตระเวนเสนทางลวงหนา และติดตอกับเจาหนาที่ทองถิ่น หากทําได เสนทางที่เลือกควรหลีกเลี่ยงเสนทางที่มีการจราจรคับคั่งหรือเมืองใหญ ๆ ๓) เมื่อเขาใกลขบวนลําเลียง หามมิใหชักชา ๔) เมื่อรถเกิดชํารุดขึ้น ตองพยายามหลบเขาขางทางใหมากที่สุดที่จะมากได เพื่อคอยรถคันอื่นมาถายหรือรอหนวยซอม จัดยามคอยเฝารถไวดวย ๕) ชนวนระเบิดตาง ๆ หามรถบรรทุกไปกับวัตถุระเบิด ๖) ภายในตัวถังที่บรรทุกวัตถุระเบิดหรือเชื้อเพลิงตองจัดการบุดวยไมหรือวัตถุที่ไม เกิดประกายไฟ เมื่อเวลากระทบกระเทือน ๗) จัดการโยงยึดสิ่งบรรทุกใหเรียบรอย เพื่อปองกันการเลื่อนไปมา ๘) หามใชรถฉุดหรือดันรถคันที่บรรทุกวัตถุระเบิดหรือเชื้อเพลิง นอกจาก ดึงรถที่เสียไป ขางทางเทานั้น ๙) เมื่อหยุดพักประจําชั่วโมง ตองมีการตรวจรถ และสิ่งบรรทุกใหเรียบรอย ๑๐) รถที่บรรทุกวัตถุระเบิดไปตามถนนหรือตามทางหลวง การจะมีปายบอกวา “วัตถุระเบิด” อยางนอยตัวหนังสือตองมีขนาดสูง ๓ นิ้ว และติดไวทั้งสองขางรถ ตลอดจนขางหนาและขางหลัง อีกดวย ๑๑) หามมิใหทิ้งรถที่บรรทุกวัตถุระเบิดหรือเชื้อเพลิงไวตามถนนโดยไมมีผูดูแล ๑๒) จะหยุดตอเมื่อบรรทุกหรือขนลง ๑๓) หากรถที่ใชบรรทุกไมมีหลังคา ตองใชผาใบปดคลุมกันฝน แสงแดด ๑๔) วัตถุระเบิดหรือกระสุน จะตองบรรทุกอยูภายในตัวถังรถ ประตูทายรถตองปด ใหเรียบรอยมั่นคงกันตกหลนได
๔๕ ๑๑.๒ พลขับทหารจะตองมีความรูความเขาใจอยางชัดเจน และถูกตองในสัญญาณ ทั้งสัญญาณที่ใชในการจราจรปกติ และสัญญาณที่ใชในการควบคุมขบวนเดินทางดวยรถยนต เพราะใน โอกาสของการปฏิบัติงานของพลขับยอมพัวพันอยูเสมอกันการใชสัญญาณเหลานี้ไมอยางใดก็อยางหนึ่ง ๑๑.๒.๑ สัญญาณการจราจรปกติ หมายถึง เครื่องหมายสัญญาณบรรดาที่เจาพนักงาน การจราจร ไดกําหนดขึ้นใชแลว ไฟสัญญาณตามทางแยกและทางขาม สัญญาณเสียงแตร และสัญญาณมือ ซึ่ง เจาพนักงานจราจรเปนผูให และที่พลขับจะตองใหสัญญาณตาง ๆ เหลานี้ ๆ ไดกําหนดไวแลวใน พ.ร.บ.จราจร ขอบังคับหรือระเบียบจราจร ฯลฯ พลขับรถทหารทุกคนจะตองมีความเขาใจทั้งในสิ่งที่ใหหรือมิใหปฏิบัติ เหลานั้นเปนอยางดี ๑๑.๒.๒ สัญญาณการควบคุมขบวน สัญญาณการควบคุมขบวนนี้เปนสัญญาณที่กําหนดใช ในทางทหาร สําหรับการจัดการจัดระเบียบควบคุมขบวนยานยนตใหดําเนินไปดวยความเรียบรอย แทนคําบอก คําสั่งดวยวาจา ซึ่งไมอาจกระทําไดเมื่อขบวนยานยนตนั้นมีความยาวมาก หรือเพื่อปองกันการใชเสียงสิ่งที่ใช กระทําสัญญาณ อาจเปนมือ ธง หรือไฟสัญญาณ (ใชในเวลากลางคืน) ผูใหสัญญาณอาจใหสัญญาณจากที่นั่งพล ขับ หรือบนรถที่เปดหลังคา หรือบนพื้นดินแลวแตโอกาสของการใชสัญญาณนั้น ๆ และพลขับพึงจําไววา สัญญาณใดที่พลขับไดรับแลวจําเปนจะตองแจงใหผูใหสัญญาณทราบวาเขาใจแลว หรือจําเปนจะตองแจงใหพล ขับอื่น ๆ ทราบตอ ๆ ไปแลว จะตองแสดงสัญญาณที่ตนไดรับทราบนั้นทันที เพื่อเปนการทวนคําสั่งและสงตอ กันไปเพื่อใหพลขับคนสุดทายรับทราบ
๔๖ บทที่ ๕ การดําเนินการที่เกี่ยวของกับพาหนะทางบก ผูขับขี่ ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.๒๕๒๒ หมายความวา ผูขับรถ ผูประจําเครื่องอุปกรณ การขนสงทางตามกฎหมายวาดวยการขนสง ผูลากเข็นยานพาหนะ ผูขับรถ ตามขอบังคับทหาร วาดวยการใชรถยนตทหาร หมายความวา เจาหนาที่ขับรถยนตทหาร จําแนกเปน พลขับรถ หมายความวา ผูขับรถซึ่งเปนทหารประจําการ พนักงานขับรถ หมายความวา ผูขับรถซึ่งเปนพลเรือน การเลือกพลทหารประจําการเขาฝกเปนพลขับรถนั้น นอกจากจะคํานึงถึงคุณวุฒิและลักษณะ ดังกลาวไวแลวในกฎกระทรวงกลาโหม ใหเลือกจากผูที่เคยไดรับใบอนุญาตขับรถยนตหรือรถจักยานยนต จากเจาหนาที่ฝายพลเรือนมากอน เมื่อไมพอจึงคัดเลือกจากผูที่เคยขับรถมาแลว แตยังมิไดรับใบอนุญาตจาก เจาหนาที่ฝายพลเรือน และจากผูไมเคยขับรถเลย แตมีลักษณะดีเปนลําดับกันไป การรับสมัครพนักงานขับรถนั้น ใหคัดเลือกจากทหารกองหนุนที่มีความรูความสามารถ ประพฤติดี และไดรับใบอนุญาตขับรถยนตจากเจาหนาที่ฝายพลเรือนแลว ถาไมมีบุคคลดังกลาวนี้ หรือมีไมพอ จึงใหรับ ชายสัญชาติไทย ซึ่งไดรับใบอนุญาตขับรถยนตจากเจาหนาที่ฝายพลเรือน ถายังไมพออีกจึงใหรับทหารกองหนุน และพลเรือนที่มีลักษณะดีนอกจากที่กลาวมาแลว ผูสมัครเปนพนักงานขับรถ จะตองมีลักษณะดังนี้ คือ ๑. มีคุณวุฒิและลักษณะอื่น ๆ ตามกฎกระทรวงกลาโหม ๒. มีอายุไมนอยกวา ๒๒ ปบริบูรณ และไมเกินกวา ๔๕ ป หนาที่และความรับผิดชอบของพลขับรถ ๑. ผูขับรถ ตองปฏิบัติตามพระราชบัญญัติรถยนตทหาร กฎที่ออกตามพระราชบัญญัตินั้น และขอบังคับนี้ถาพระราชบัญญัติ กฎ และขอบังคับที่กลาวแลวไมไดกําหนดไว จะตองปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติจราจรทางบก และกฎ ขอบังคับทั้งปวงที่เกี่ยวดวยการนี้ ๒.ในเวลาขับรถ ผูขับรถจะตองมีใบอนุญาตขับรถพิเศษ สําหรับขับรถประจําตัวอยูเสมอ เมื่อเจาหนาที่ขอดูตองใหดูทุกครั้ง ๓. ถาของที่บรรทุกอยูบนรถทําใหผูขับและเห็นไปขางหลังไดยาก ผูขับจะตองระมัดระวังหรือจัด ใหมีคนคอยดูขางหลัง เพื่อบอกแกตนเมื่อมีรถอื่นจะแซงขึ้นมา ถารถของตนจะแซงรถอีกคันหนึ่งเมื่อมีรถคันที่ ๓ สวนมา ผูขับจะตองรอใหรถคันที่ ๓ นั้นสวนเลยไปกอน ๔. หามขับรถโดยอาการที่อาจใหเกิดอันตรายแกผูโดยสาร หรือสิ่งของที่บรรทุกไปในรถ ๕. ผูขับรถ ตองพยายามมิใหผูอื่นไดรับความรําคาญ เนื่องจากการขับรถของตน เชน แกลงกันรถ คันหลัง ทําใหโคลนกระเด็นไปถูกผูอื่น เหลานี้เปนตน ๖. เมื่อทางนั้นไมสะดวกแกการจราจร ใหผูขับรถเปลาหรือรถบรรทุกคนหรือของที่เบากวา เปดทางใหรถซึ่งบรรทุกคนหรือของที่หนักกวา เพื่อใหรถนั้นไปไดสะดวก ๗. ในการขับรถ ผูขับรถจะตองใชอัตราความเร็วดังตอไปนี้ (๑) ภายในบริเวณที่ตั้งหนวย ใหผูบังคับบัญชาชั้นหัวหนาสวนราชการ ณ ที่นั้นมีอํานาจ กําหนดอัตราความเร็วไดตามความเหมาะสม แตตองไมเกินอัตราความเร็วที่บัญญัติไวในกฎหมาย วาดวย การจราจรทางบก