The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

2.3 การขนส่งทางถนนทางธุรการ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by panumate5260, 2023-04-04 01:34:39

2.3 การขนส่งทางถนนทางธุรการ

2.3 การขนส่งทางถนนทางธุรการ

๔๗ (๒) ภายนอกบริเวณที่ตั้งหนวย ใหใชอัตราความเร็วตามที่บัญญัติไวในกฎหมาย วาดวย การจราจรทางบก สําหรับระยะตอระหวางรถ ในกรณีที่รถเคลื่อนที่ตามรถคันอื่นควรเวนระยะตอพอที่จะรักษา ความปลอดภัยตามความเร็วของรถในขณะนั้น ในกรณีรถทหารเคลื่อนที่เปนขบวน ใหผูบังคับขบวนกําหนดระยะตอตามความเหมาะสม ๘. หามขับรถเคียงคู นอกจากจะไดรับคําสั่งเปนพิเศษจากผูบังคับบัญชาชั้นผูบังคับกองพัน ผูบังคับการเรือชั้นหนึ่ง หรือผูบังคับกองบินนอยขึ้นไป ๙. การบรรทุก ใหปฏิบัติดังนี้ (๑) ผูขับรถ ตองระวังอยาใหรถของตนบรรทุกคนและสิ่งของเกินกวาอัตราบรรทุกของรถนั้น รถคันใดควรมีอัตราบรรทุกเทาใด ใหเปนหนาที่ของหนวยที่ขึ้นตรงตอรัฐมนตรีวาการกระทรวงกลาโหม จะกําหนดไว (๒) ตองเฉลี่ยน้ําหนักใหทั่วรถ (๓) ถาสิ่งของที่บรรทุกนั้นมีวัตถุระเบิดปนอยูดวยหามบรรทุกตอนทายรถ แตถาเปนวัตถุ ระเบิดลวนก็ใหผูกมัดใหแนน เพื่อมิใหฟดเหวี่ยงตกไดงาย (๔) ถาไมมีเจาหนาที่ควบคุมผูขับจะตองรับผิดชอบในสิ่งของซึ่งบรรทุกบนรถที่ตนเองขับ ๑๐. ถาเกิดเพลิงไหมขึ้นในเวลาขับ ใหปฏิบัติดังนี้ (๑) ปดไฟหรือปดน้ํามันเชื้อเพลิง (เดินเครื่องอยูกับที่ใหเต็มที่) แลวใชผาหนา ทราย หรือโคลน ทับถมลงไปที่เพลิงไหมนั้น หามใชน้ํา (๒) ถาในรถมีเครื่องดับเพลิงประจําอยูก็ใหใชเครื่องนั้นทันที ทั้งนี้ใหกระทําอยางใจเย็น และไมตองเกรงวาเครื่องยนตจะระเบิด ๑๑. ผูขับรถตองรายงานตอผูบังคับบัญชาโดยเร็วที่สุดเมื่อ (๑) สิ่งหนึ่งสิ่งใดของตัวรถหรือตัวรถเกิดชํารุดเสียหาย (๒) เกิดความเสียหายแกบุคคลหรือทรัพยสินใด ๆ และถาความเสียหายอันเนื่องมาจาก เหตุที่เกิดขึ้นนั้นคิดเปน จํานวนเงินตั้งแต ๕๐ บาท ขึ้นไปจะตองรายงานตามลําดับชั้นจนถึงผูบังคับบัญชาชั้น หรือเทียบเทาชั้น ผบ.พล., กองเรือ หรือ ผบ.พลบิน เวนแตกรณีที่มีความเสียหายรายแรงหรือมีการบาดเจ็บ สาหัส หรือถึงตายใหรายงานจนถึงรัฐมนตรีวาการกระทรวงกลาโหม ๑๒. ผูขับรถจะใหผูอื่นขับรถของตนไมได นอกจากจะไดรับคําสั่งจากผูบังคับบัญชา ๑๓. การนํารถออกจากโรงเก็บ ใหกระทําไดตอเมื่อไดรับคําสั่งจากผูบังคับบัญชาของหนวยที่ ปกครองรถนั้น ๑๔. หามรับบุคคลอื่นนอกจากผูซึ่งมีหนาที่ไปกับรถ หรือผูซึ่งไดรับอนุญาตจากผูบังคับบัญชาของ หนวยที่ปกครองรถนั้น ๑๕. ถาผูขับรถไดรับคําสั่งใหนํารถไปทําการอยางหนึ่งอยางใด เมื่อเสร็จการนั้นแลวใหรีบนํารถ กลับโรงเก็บโดยเร็ว ๑๖. ผูขับรถจะละทิ้งรถโดยไมมีคนเฝารถไมได คนที่เฝารถนั้นตองเปนผูที่ผูขับรถไวใจไดอยางดี ถาเกิดความเสียหายขึ้นแกรถในระหวางนั้นผูขับรถจะตองรับผิดชอบทั้งสิ้น ๑๗. ในระหวางที่กระทําหนาที่ขับรถ ผูขับรถจะเสพของมึนเมาไมไดเปนอันขาด ๑๘. ผูขับรถจะตองเตรียมรถของตนเองใหพรอมที่จะเคลื่อนที่ไดเสมอ ๑๙. ถาของในรถตกหลนระหวางทาง ใหผูขับรถแจงความไวที่สถานีตํารวจหรือเจาหนาที่ฝาย ปกครองในทองที่นั้น ๆ และเมื่อกลับถึงที่อยูแลวตองรีบรายงานใหผูบังคับบัญชาทราบโดยเร็ว


๔๘ ๒๐. ผูขับรถจะใหผูใดยืมเครื่องมือเครื่องใชฯ ประจํารถของตนไมไดนอกจากจะเปนผูขับรถทหาร ดวยกัน และจะใหยืมไดเพียงชั่วคราวในเวลาจําเปนเทานั้น ๒๑. การใชน้ํามันเชื้อเพลิงตองประหยัดที่สุด เมื่อรถอยูกับที่และจะไมออกเดินตอไปภายในเวลา ๒ นาทีแลว ผูขับจะตองหยุดเครื่องทุกครั้ง ๒๒. เมื่อไดนํารถกลับถึงโรงเก็บแลว ผูขับรถจะตองจัดการดังตอไปนี้ (๑) ถารถเกิดชํารุดเสียหาย ตองรีบรายงานใหผูบังคับบัญชาทราบ (๒) ตองจัดการทําความสะอาดโดยทั่วถึง ๒๓. ผูขับรถจะตองลงรายงานการใชรถทุกครั้งที่นํารถออกไปใชการ หรือไดทําอะไรแกรถนั้นบาง ใบอนุญาตพิเศษสําหรับขับรถยนตทหาร ๑. การขอมีใบอนุญาตพิเศษสําหรับขับรถยนตทหาร ตองมีการสอบทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ ตามที่หนวยรับผิดชอบ กําหนดเมื่อสอบไดตามเกณฑมีสิทธิ์ไดรับใบอนุญาตพิเศษสําหรับขับรถยนตทหารแลว ใหสวนราชการตนสังกัดของผูขอรับใบอนุญาตพิเศษสงรายงานคําขอมีบัตร รูปถายจํานวน ๒ รูป ขนาดของรูป ถายและคาธรรมเนียมการขอมีบัตร ฯ ตามที่หนวยรับผิดชอบกําหนด แลวสงไปยังสวนราชการดังตอไปนี้ (๑) สงไปยังกรมเสมียนตรา สําหรับที่ผูสังกัดสํานักงานเลขาธิการรัฐมนตรี และสวนราชการ ขึ้นตรงตอสํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (๒) สงไปยังกรมสารบรรณทหาร สําหรับผูที่สังกัดกองบัญชาการทหารสูงสุด ยกเวนผูที่สังกัด กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ตามลําดับ (๓) สงไปยังกรมการขนสงทหารบก กรมการขนสงทหารเรือ และกรมขนสงทหารอากาศ สําหรับผูที่สังกัดกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ตามลําดับ ๒. การสงหลักฐานเพื่อขอรับใบอนุญาตพิเศษสําหรับขับรถนั้น ตองแจงประเภทรถใหชัดเจนดวย วาเปนรถประเภทที่เทาใด ดังจะกลาวตอไปนี้คือ ประเภทที่หนึ่ง หมายถึง รถยนตสายพานที่ใชคันบังคับ ประเภทที่สอง หมายถึง รถยนตสายพานหรือกึ่งสายพานที่ใชพวงมาลัยบังคับ หรือรถยนต ไมนอยกวา ๓ ลอ บรรทุกน้ําหนักเกินกวา ๒ ตัน ประเภทที่สาม หมายถึง รถยนตไมนอยกวา ๓ ลอ บรรทุกน้ําหนักไมเกิน ๒ ตัน ประเภทที่สี่ หมายถึง รถจักรยานยนตมีพวงขาง ประเภทที่หา หมายถึง รถจักรยานยนตมีพวงทาย ประเภทที่หก หมายถึง รถจักรยานยนตธรรมดา ประเภทที่เจ็ด หมายถึง รถทุกประเภทตั้งแตประเภทที่หนึ่งถึงประเภทที่หก คือขับรถไดทุก ประเภท การเขียนใบอนุญาต ใหลงประเภทที่ดวยตัวอักษร แตตองเปนใบอนุญาตพิเศษสําหรับขับรถ ประเภทที่สองและประเภทที่สามใหลงขนาดน้ําหนักบรรทุกของรถยนตตอทายไวใหชัดเจนดวย เชน " ( ๒ ๑/๒ ตัน )” หรือ “(๓/๔ ตัน ) ” เปนตน ถาขอเปลี่ยนประเภทของรถในใบอนุญาตพิเศษ ก็เติมประเภทของรถที่ขอเปลี่ยนใหมลงใน ใบอนุญาตพิเศษฉบับเดิม โดยไมตองเปลี่ยนใบอนุญาตใหม ๓. คาถายรูปสําหรับพลขับรถ ทางราชการออกใหโดยใชเงินในงบประมาณของหนวย สวนพนักงาน ขับรถตองเสียคาถายรูปดวยเงินของตนเอง ๔. ใบอนุญาตพิเศษนี้ เมื่อตนออกจากประจําการไปแลว หรือลาออกไมตองเรียกคืน แตให ผูบังคับบัญชาบันทึกไวเปนหลักฐานสําหรับประโยชนในกาเรียกรองหรือระดมพล


๔๙ ๕. ผูขับรถตองเก็บใบอนุญาตพิเศษไว เมื่อตนออกจากประจําการไปแลว และเขามารับราชการ อีกก็ใหนํามาแสดงดวย ถาผูบังคับบัญชาเห็นเปนการสมควรก็จะไดใหกระทําหนาที่ตอไป ๖. ใบอนุญาตพิเศษนี้ เปนหนาที่ของสํานักงานปลัดกระทรวงกลาโหมทําขึ้นตามกฎกระทรวง กลาโหม ๗. ผูขับรถคนใดทําใบอนุญาตพิเศษชํารุด หรือสูญหายโดยใชเหตุจักตองเสียเงินคารูปถาย และคา ใบอนุญาตที่ออกใหใหม ตามที่พนักงานเจาหนาที่กําหนดไว


๕๐ แบบรายงานขอใหออกใบอนุญาตพิเศษสําหรับขับรถยนตทหารของ กห. เขียนที่.......................................................... วันที่..................เดือน.......................พ.ศ......................... เรื่อง ขอใหออกใบอนุญาตพิเศษสําหรับขับรถยนตทหารของ กห. เรียน ........................................(ผูบังคับบัญชาตนสังกัด) สิ่งที่สงมาดวย Ο ๑. ใบอนุญาตพิเศษ ฯ ฉบับเดิม Ο ๒. สําเนาหลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว/ชื่อสกุล Ο ๓. สําเนาคําสั่งแตงตั้งยศ Ο ๔. ใบแจงความจากสถานีตํารวจ Ο ๕. รูปถายสี หรือขาว-ดํา ขนาด ¾ เซนติเมตร ครึ่งตัวไมสวมหมวก จํานวน ๒ รูป ถายรูปไมเกิน ๓ เดือน (เครื่องแบบหมายเลข ๑) และ ผูบังคับบัญชารับรองรูปถาย Ο ๖. เงินคาบริการ จํานวน ๑๐๐.- บาท (หนึ่งรอยบาทถวย) ดวยกระผม/ดิฉัน.............................................หมายเลขประจําตัว…........................................................ สังกัด.......................................โทร.......................อายุ...............ป ตําหนิแผลเปน........................................... ไดรับใบอนุญาตพิเศษสําหรับขับรถยนตทหารของ กห. ระเภทที่...................เลขที่ ทร....................................... ลงวันที่......................... ซึ่ง ขส.ทร. ออกใหครั้งแรก เมื่อ พ.ศ.................กระผม/ดิฉัน........................................ มีความประสงคขอใหออกใบอนุญาตพิเศษ ฯ ใหม เนื่องจาก Ο กรณีไดเลื่อนยศทหาร ..............................(สิ่งที่สงมาดวย ๑, ๓, ๕, ๖) Ο กรณีเปลี่ยนชื่อตัว/ชื่อสกุล ........................(สิ่งที่สงมาดวย ๑, ๒, ๕, ๖) Ο กรณีชํารุด..................................................(สิ่งที่สงมาดวย ๑, ๕, ๖) Ο กรณีสูญหาย...............................................(สิ่งที่สงมาดวย ๔, ๕, ๖) จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดําเนินการตอไป ควรมิควรแลวแตจะกรุณา (ลงชื่อ).................................................... (................................................) (ตําแหนง)................................................


๕๑ สมุดใชรถประจําวัน และการลงสมุดใชรถประจําวัน ๑. รถยนตทหารตองมีสมุดใชรถประจําวันทุกคัน ๒. สมุดใชรถประจําวัน ใหเจาหนาที่หนวยที่ไดรับและรักษารถครั้งแรกเบิกหรือซื้อมาประจํารถไว การลงรายการใยสมุดใชรถประจําวันนั้น ใหผูขับรถเปนผูลงทุกคราว แตถาผูบังคับบัญชาเห็นวาผูขับรถ ไมสามารถลงได จะมอบใหผูหนึ่งผูใดลงก็ได ๓. สมุดใชรถประจําวันนั้น เมื่อไดลงรายการหมดเลมแลวจะเก็บไว ณ ที่ใด และผูใดเปนผูเก็บ ใหผูบังคับหนวยที่ขึ้นตรงตอรัฐมนตรีวาการกระทรวงกลาโหมกําหนดไวอีกชั้นหนึ่ง ๔. สมุดใชรถประจําวันเปนสมุดเลมเล็ก ๆ มีไวประจํารถยนตทุกคัน เพื่อนํารายละเอียดในการใช รถประจําวันมาลงในตารางใชรถประจําวัน คําชี้แจงการเขียน และตัวอยางการลงสมุดใชรถประจําวันตามที่แนบ คําชี้แจงการเขียนสมุดใชรถประจําวัน ๑. หนาใบปก ก. “ชนิดรถ” ใหลงชนิดรถตามความในมาตรา ๑ ขอ ๒.๓.๔ ถามีแบบใหลงแบบ ประกอบดวย เชน รถถัง หรือรถถังแบบ ๗๖ รถเกราะแบบ ๗๔ รถปนใหญตอสูอากาศยาน หรือ รถปนใหญตอสูอากาศยาน แบบ ๗๖ รถปนกล หรือรถปนกลแบบ ๗๕ ข. “เลขหมาย เครื่องยนต เลขแครรถ” ใหเขียนตามที่มีในสมุดประวัติรถยนตทหารประจํารถนั้น ๆ ค. “เลมที่” ลงหมายเลขลําดับเลมทุกครั้งไปเมื่อขึ้นเลมใหม ๒. ตาราง ก. “หนา” ลงหมายเลขลําดับหนาทุกครั้งในเมื่อขึ้นหนาใหม ข. ชอง “วัน เดือน ป” ใหลง วัน เดือน ป ที่ใชรถและทําอะไรแกรถ ค. ชอง “ออก” “ตําบล เวลา” ใหลงตําบลและเวลาที่รถออก ง. ชอง “ถึง” “ตําบล เวลา” ใหลงตําบลและเวลาที่รถถึง จ. ชอง “เวลาเครื่องยนตทํางาน ชั่วโมง นาที” ใหลงเวลาที่เครื่องยนตทํางานในครั้งนั้น ฉ. ชอง “ไปในกิจการ” ใหลงกิจการที่รถตองไปในครั้งนั้น ช. ชอง “หลักฐาน” “ผูสั่ง ผูควบคุม และผูขับ” ใหลงนามผูสั่ง ผูควบคุม และผูขับ ซ. ชอง “ระยะทาง” “เลขเดิม” ใหลงเลขที่เข็มเครื่องบอกระยะชี้ขณะกอนรถออก“เลขใหม” ใหลงเลขที่เข็มเครื่องบอกระยะชี้ขณะเมื่อรถถึง “เปนระยะ” ใหลงเลขผลลบของเลขใหมซึ่งลบดวยเลขเดิม ฌ. ชอง “น้ํามันเชื้อเพลิง” “เมื่อกอนออกมี” ใหจดจํานวนเชื้อเพลิงในถังน้ํามันกอนเติม เมื่อกอนรถออก “เติมใหม” ใหจดจํานวนน้ํามันเชื้อเพลิงที่เติมใหมทุก ๆ ครั้งที่เติม “เมื่อกลับมี” ใหจดจํานวนน้ํามันเชื้อเพลิงที่เหลือในถังน้ํามัน “ที่ใชไปแลว” ใหจดจํานวนผลลบของจํานวนเมื่อกอนออกบวกดวยจํานวนที่เติมใหม แลวลบ ดวยจํานวนเมื่อกลับ ญ. ชอง “น้ํามันลื่น” ใหลงจํานวนเฉพาะที่เติมตามชนิดของน้ํามันลื่น ด. ชอง “รายการชํารุดและสิ่งที่เปลี่ยนแปลง” กรอกรายการรถชํารุดวาในวันนั้นอะไรชํารุด บางจัดการซอมหรือใชชิ้นอะไหล บอกชื่อ และจํานวน ถาเปนลวดสลักตองบอกขนาดดวย ทั้งนี้ตองเขียนให ละเอียด ถาไดเปลี่ยนยางนอก ยางใน หรือสายพานเหล็ก ก็ใหเขียนชื่อของยางลงดวย และลงวัน เดือน ป ที่ไดเปลี่ยนยางหรือสายพานกํากับไวดวย


๕๒ เครื่องมือ เครื่องใชในการรักษารถ ถาไดรับรถมาใหมหรือใชหมดไปเทาใด เชน น้ํามันกาด ก็ใหลง ณ ที่นี้ จ. ชอง“หมายเหตุ” ใหกรอกเรื่องพิเศษอื่น ๆ ซึ่งไมมีชองอื่นจะลงไดแลว เชน มีการเปลี่ยนตัว ผูขับรถก็ตองมีการรับสงหนาที่คือ รับสงรถ เครื่องมือ เครื่องใช และของใชประจํารถ เมื่อรับสงแลวใหลง รายการไวในหมายเหตุ เชน “ กุญแจเลื่อนหาย ๑ ผูสงรับใช นอกจากรถและสิ่งของตาง ๆ มีถูกตองตามบัญชี” เมื่อสุดขอความผูสง ผูรับ จะตองลงนามไวเปนสําคัญ (หนาใบปก) สมุดการใชรถประจําวัน สําหรับ ชนิดรถ…………………………………………………………………………….……..……. เลขหมาย……………………………………………………………………………..………. เลขเครื่องยนต…………………………………………………………………….……..…. เลขแครรถ……………………………………………………………………………..……… เลมที่………………………………………………………………………………….…….…… ตัวอยางการลงสมุดใชรถประจําวัน วันที่ ๓๐ เดือน พ.ค. พ.ศ. ๒๕๔๙ ชื่อพนักงานขับ พ.จ.อ.นาวี รักษนาวา ทะเบียน ๔๒๗๖๙ ระยะอานเมื่อออก ๒๑๕๐๒๑ อานเมื่อกลับ ๒๑๕๑๓๕ เชื้อเพลิงเมื่อออก ๖๐ + ๓๘ เมื่อกลับ ๖๐ จํานวนเชื้อเพลิงที่ใช ๓๘ ชื่อผูสั่งใชรถ น.ท.นาวิน ประดูทองแ ตําแหนง หน.รถยนตโดยสารฯ ออก ถึง ไปในราชการ หมายเหตุ ตําบล เวลา ตําบล เวลา กรย.ขส.ทร. รร.พธ.ทร. กยก.พธ.ทร. รร.พธ.ทร. ๑๑๐๐ ๑๓๐๐ ๒๑๐๐ ๒๒๐๐ รร.พธ.ทร. กยก.พธ.ทร. รร.พธ.ทร. กรย.ขส.ทร. ๑๒๓๐ ๑๔๓๐ ๒๒๐๐ ๒๓๐๐ รับ-สง พธ.ทร. ซอมจัดเลี้ยง ชื่อผูตรวจ น.ท.....................................................................


๕๓ การดําเนินการเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ ผูขับรถตองรายงานตอผูบังคับบัญชาโดยเร็วที่สุดเมื่อ ๑. สิ่งหนึ่งสิ่งใดของตัวรถหรือตัวรถเกิดชํารุดเสียหาย ๒. เกิดความเสียหายแกบุคคลหรือทรัพยสินใด ๆ และถาความเสียหายอันเนื่องมาจากเหตุที่เกิดขึ้น นั้นคิดเปนจํานวนเงินตั้งแต ๕๐ บาท ขึ้นไปจะตองรายงานตามลําดับชั้นจนถึงผูบังคับบัญชาชั้นหรือเทียบเทา ชั้น ผบ.พล., กองเรือ หรือ ผบ.พลบิน เวนแตกรณีที่มีความเสียหายรายแรงหรือมีการบาดเจ็บสาหัส หรือถึง ตายใหรายงานจนถึงรัฐมนตรีวาการกระทรวงกลาโหม ๓. เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น ผูขับรถตองพยายามที่จะพิจารณา และจดขอความดังกลาวตอไปนี้ สําหรับรายงานตอผูบังคับบัญชาเพื่อวินิจฉัยและปฏิบัติการตอไป (๑) แผนที่สังเขป ก. ตําบลที่อยูของรถเมื่อกอนเกิดเหตุ ขณะเกิดเหตุ และภายหลังเกิดเหตุ ข. เสนทางเดิน ค. รอยลอรถที่ตนขับ ง. ความกวางของถนน จ. ตําบลที่อยูของบุคคลหรือสิ่งซึ่งไดรับความเสียหาย (๒) วัน เวลาที่เกิดอุบัติเหตุ (๓) นามและตําบล ที่อยูของผูที่จะเปนพยานไดผูเจ็บปวย สิ่งของเจาของรถ เลขหมายรถ ที่เกี่ยวกับอุบัติเหตุ (๔) อาการเจ็บปวยของบุคคล และความเสียหายของสิ่งของเมื่อกอน และหลังการเกิด อุบัติเหตุ (๕) สัญญาณตาง ๆ ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก ไดกระทําหรือเปลา (๖) กําลังความเร็งของรถในเมื่อเกิดอุบัติเหตุ (๗) ถาเปนเวลามืดไดจุดโคมไฟหรือไม (๘) ลักษณะของพื้นทางเปนอยางไร (๙) อากาศมืดมัวเห็นไดไกลเพียงใด (๑๐) กิริยาอาการและความสามารถของผูขับรถคันอื่นที่เกี่ยวกับอุบัติเหตุ (๑๑) ลักษณะแหงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ๓.๘ การซอมรถ การซอมรถแบงเปน ๓ ประเภท ประกอบดวย ๑. การรถในที่ตั้งปกติ ๒. การซอมรถเมื่อเดินทางไปปฏิบัติราชการ และเกิดชํารุดโดยไมเกิดอุบัติเหตุ ๓. การซอมรถในกรณีเกิดอุบัติเหตุ ๔. การซอมรถในในที่ตั้งปกติ เมื่อรถคันใดชํารุด ใหหนวยครอบครองรถรายงานการชํารุดตาม แบบรายงานขอซอมทําแผนกรถยนตที่แนบ เพื่อรายงานใหหนวยซอมบํารุงระดับหนวยผูใชซอมบํารุงระหนวย สนับสนุน หรือระดับกลาง และหนวยซอมบํารุงระดับโรงงานซอมทําตามขอบเขตที่รับผิดชอบของหนวย ซอมบํารุง เพื่อใหรถพรอมใชราชการได


๕๔ ๕. การซอมบํารุงเมื่อเดินทางไปปฏิบัติราชการ รถของสวนราชการขณะปฏิบัติราชการนอกที่ตั้ง และเกิดชํารุดโดยไมเกิดอุบัติเหตุ ใหดําเนินการดังนี้ ๑. ขอรับการสนับสนุนอะไหล และชางซอมจากหนวยซอมที่อยูใกลเคียง เมื่อซอมทําแลวเสร็จ และเดินทางกลับที่ตั้งปกติแลว ใหรายงานขอซอมทํา เพื่อเบิกอะไหลสงคืนหนวยที่ใหการสนับสนุน ๒. เมื่อไมสามารถดําเนินการตาม ขอ ๑. เนื่องจากไมมีอะไหล และชางซอมบํารุงใหการ สนับสนุน พลขับรถตองแจกลับมายังผูบังคับบัญชา เพื่อนําเรียนผูมีอํานาจสั่งอนุมัติ ใหซอมทํา แลวจึงนํา รถเขาซอมทําที่ศูนยบริการรถยนต ตราอักษรตาง ๆ บริษัทเอกชน หรือรานซอมซึ่งมีหมายเลขประจําตัวผูเสีย ภาษีอากร โดยใหผูควบคุมพาหนะ หรือพลขับรถสํารองจายเงินคาซอมทําไปกอน แลวจึงนําใบเสร็จรับเงิน ที่มีหมายเลขประจําตัวผูเสียภาษีอากรหลับมาเบิกหักผลักใชเงินที่หนวยที่ตั้งปกติ ๖. การซอมรถในกรณีเกิดอุบัติเหตุ เมื่อรถของทางราชการเกิดอุบัติเหตุ ใหดําเนินการดังนี้ ๑. รายงานตอผูบังคับบัญชา ตามขอ ๓.๗ เมื่อเกิดความเสียหายตั้งแต ๕๐ บาทขึ้นไป ๒. รายงานดวนถึง ทร. เมื่อเกิดความเสียหาย ตั้งแต ๒๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป หรือมี ผูเสียชีวิต ๓. การซอมทําในกรณีผูอื่นกระทําละเมิดทําใหรถยนตทางราชการเสียหาย ผูทําละเมิด ตองรับผิดชอบ เมื่อพลขับรถรายงานผูบังคับบัญชาแลว ใหผูบังคับบัญชาเสนอขอแตงตั้งคณะกรรมการ สอบหาขอเท็จจริง สรุปผล เพื่อใหผูมีอํานาจ อนุมัติใหซอมทํา ในกรณีที่ตองนํารถยนตของทางราชการ ไปซอมทําบริษัทเอกชน ใหรายงานเสนอ ผช.เสธ.ทร.(รับคําสั่ง ผบ.ทร.)อนุมัติใหนํารถไปซอมทํา เมื่อซอมทําแลวเสร็จใหผูบังคับบัญชา เสนอ ขอแตงตั้งคณะกรรมการตรวจรับรถไวใชราชการตอไป คา ซอมทําทั้งหมดผูทําละเมิดตองรับผิดชอบ ๔. การซอมทํากรณีพลขับรถ เปนผูทําละเมิดทําใหรถของทางราชการและรถของผูอื่น เสียหาย เมื่อพลขับรถรายงานผูบังคับบัญชาแลว ใหผูบังคับบัญชาเสนอขอแตงตั้งกรรมการสอบหา ขอเท็จจริง สรุปผลเพื่อใหผูมีอํานาจอนุมัติใหซอมทํา ในกรณีที่ตองนํารถของทางราการไปซอมทํา บริษัท เอกชน ใหรายงานเสนอ (ผช.เสธ.ทร.ฝยบ.(รับคําสั่งผบ.ทร.)อนุมัติใหนํารถไปซอมทํา เมื่อซอม ทํารถของราชการแลวเสร็จใหผูบังคับบัญชาเสนอแตงตั้งคณะกรรมการตรวจรับรถไวใหในราชการ คาซอมทํารถของทางราชการ และรถของคูกรณี (ถามี) พลขับรถ เปนผูรับผิดชอบ ๕. ในกรณีที่รถของทางราชการมีประกันภัยซึ่งเปนประภัยประเภทที่ ๓ คาซอมทํารถ ของคูกรณี และอื่น ๆ เชน เสาหลักกิโลราวสะพาน ตนไม ฯลฯ ผูบาดเจ็บ ผูเสียชีวิตบริษัทประกันภัยเปน ผูรับผิดชอบคาซอมทําและคาสินไหมทดแทนตามที่กําหนดไวในกรมธรรม ถาไมมีประกันภัยผูทําละเมิดหรือ พลขับรถเปนผูรับผิดชอบ ๖. ความผิดของพลขับรถที่ตองไดรับการพิจารณา ๑. ทางวินัยในกรณีพลขับรถ เปนผูกระทําละเมิดขึ้นอยูกับการสอบสวนหาขอเท็จจริง ถาเกิดจากความประมาทตองรับโทษ หากเกิดจากเหตุสุดวิสัย เชน เบรกแตก ยางรถระเบิด ฯลฯ ไมตองรับโทษ ๒. ทางอาญา ในกรณีที่มีผูบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตพลขับรถ เปนผูดําเนินการกับเจาหนาที่ บานเมือง โดยผูบังคับบัญชา คณะกรรมสอบสวนหาขอเท็จจริง นายทหารพระธรรมนูญของหนวยเปนผูใหการ แนะนํา และเขารวมฟงการสอบสวน จนถึงขั้นการยินยอมความหรือคดีสิ้นสุด


๕๕ บทที่ ๖ การวางแผนการขนสงดวยรถยนต Motor Transport Planning การวางแผนในขั้นตนนั้นจะขึ้นอยูกับปจจัยตาง ๆ และใชหลักฐานหรือสมมุตฐานอยางกวาง ๆ อยางไรก็ตาม โดยเหตุที่เรามีวิธีการปฏิบัติการขนสงแตกตางกัน การบรรทุกน้ําหนักไมเทากันและพื้นที่ ปฏิบัติการไมเหมือนกัน จึงทําใหการประมาณการคิดคํานวณแตกตางกัน แตถาไดกําหนดขอมูลพื้นฐาน ใชเกณฑตัวเลขมาตรฐานตาง ๆ เหลานี้ใหชัดเจนลงไปแลว จะทําใหเกิดมาตรฐานในการประมาณการวางแผน ไดแนนอนขึ้น ดังนั้น การนําขอมูลพื้นฐานในการวางแผนที่จะกลาวตอไปนี้ไปใชงานไดจริง ควรจะตองปรับ แกไขใหเหมาะสมกับ รปจ. ขีดความสามารถ และความตองการเรงดวนในแตละครั้งดวย ๑. การจัดอัตราและภารกิจของกองรอยรถยนตบรรทุกเบา กองรอยทหารขนสงรถยนตบรรทุกเบา จัดตามอัตราการจัดและยุทโธปกรณ หมายเลข ๕๕ – ๑๗ ๑.๑ ผังการจัด (ตัวอยางการจัดอัตราและภารกิจของกองรอยรถยนตบรรทุกเบา) กองรอยทหารขนสงรถยนตบรรทุกเบา หมวดรถยนตบรรทุก กองบังคับการกองรอย หมวดซอมบํารุง กองบังคับการหมวด ตอนรถยนตบรรทุก หมูรถยนตบรรทุก


๕๖ ๑.๒ ภารกิจ ภารกิจของกองรอยทหารขนสงรถยนตบรรทุกเบา คือ จัดรถยนตบรรทุกสนับสนุนการเคลื่อนยาย กําลังพล และสิ่งอุปกรณของหนวยตาง ๆ ๑.๓ ขีดความสามารถ กองรอยทาหารขนสงรถยนตบรรทุกเบา ใชรถยนตบรรทุกเบา ๒ ๑/๒ ตัน ๖ X ๖ ๑.๓.๑ เมื่อปฏิบัติงานดวยพลขับตามอัตราเต็ม โดยปฏิบัติงานวันละ ๒๐ ชั่วโมง สําหรับ การวางแผนระยะยาว ใชพาหนะ ๗๕ % จะมีขีดความสามารถดังนี้.- ๑) เคลื่อนยายสิ่งอุปกรณ - สําหรับการขนสงระยะใกล จํานวน ๕๗๖ ตัน/วัน (๓๖ คัน X ๔ ตัน X ๔ เที่ยว) - สําหรับการขนสงระยะไกล จํานวน ๑๔๔ ตัน/วัน (๓๖ คัน X ๔ ตัน X ๑ เที่ยว ในรัศมีไมเกิน ๑๐๐ ไมล) ๒) เคลื่อนยายกําลังพล - สําหรับการขนสงระยะใกล จํานวน 900 คน/หนึ่งเที่ยว (๓๖ คัน X ๒๕ คน) - สําหรับการขนสงระยะไกล จํานวน ๖๔๘ คน/หนึ่งเที่ยว (๓๖ คัน X ๑๘ คน) ๓) ปฏิบัติการผสมกันไดตามความจําเปน (คน + สิ่งอุปกรณ) ๑.๓.๒ ถาจัดตามอัตราลด ขีดความสามารถจะลดลง ๔๐% ของขีดความสามารถ ของจัดตามอัตราเต็ม ๒. ปจจัยการวางแผน (Planning Factors) ๒.๑ ขีดความสามารถของหนวยและยานพาหนะ ในกรณีที่ขอมูลไมสมบูรณ หรือมีขอมูล แตไมเดนชัด ใหใชขอมูลตางๆ ตอไปนี้ ในการคํานวณหาจํานวนรถยนตบรรทุกหรือจํานวนกองรอยรถยนต บรรทุกที่ตองการ ๒.๑.๑ จํานวนรถยนตที่สามารถนํามาใชงานได ๒.๑.๒ สําหรับการวางแผนทั่วไป ๒.๑.๓ สําหรับการวางแผนระยะสั้น (เฉพาะภารกิจ) เกิน ๗๕ % ๒.๒ ขีดความสามารถในการบรรทุก ๒.๒.๑ นอกเสนทาง (ในภูมิประเทศ) เทากับอัตราบรรทุกของยานพาหนะนั้น ๆ ๒.๒.๒ บนเสนทาง (ถนนดี) ๑) รถใชลอทางยุทธวิธี คิดเพิ่ม ๑๐๐ % ของอัตราการบรรทุก ๒) รถกึ่งพวงคิดเพิ่ม ๕๐ % ของอัตราการบรรทุก ๓) ในกรณีฉุกเฉินหรือจําเปน ผบ. หนวย ผูมีอํานาจจะสั่งการใหบรรทุกเกินอัตราได แมจะปฏิบัติการนอกเสนทางก็ตาม


๕๗ แบบรถ อัตราการบรรทุก คนพรอมทั้งเครื่องกล นอกเสนทาง บนเสนทาง จํานวนสูงสุด เครื่องใชประจํากาย (ตัน) (อจย.) (ตัน) (อจย.) รถบรรทุก ๒ ½ ตัน ๖×๖ ๒ ๑/๒ ๔ ๕ ๑๘ รถกึ่งพวง ๑๒ ตัน ๑๒ ๑๒ ๑๘ - รถกึ่งพวง ๒๕ ตัน ๒๕ ๒๕ (๑ รสพ.) ๒๕ - ๒.๓ เวลาปฏิบัติงานตามวงรอบประจําวัน (Daily Round Trips) คิดเกณฑเฉลี่ย (รวมเวลา ที่เสียไปดวย) ดังนี้ ๒.๓.๑ การปฏิบัติงานตลอดวัน ๒๐ ชม. (๒ ผลัด ๆ ละ ๑๐ ชม.) ๒.๓.๒ การขนสงระยะใกลวันละ ๔ เที่ยว (๒ เที่ยว / ผลัด สําหรับการเทียวขน) ๒.๓.๓ การขนสงระยะไกลวันละ ๒ เที่ยว (๑ เที่ยว / ผลัด สําหรับการสงทอด) ๒.๔ อัตราการเคลื่อนที่ (Rate of March) รวมเวลาที่พักสั้นๆ ๒.๔.๑ นอกเสนทาง (ในภูมิประเทศ) ๑๖ กม. ใน ชม. (๑๐ ไมล ใน ชม.) ๒.๔.๒ บนเสนทาง (ถนนดี) ๓๒ กม. ใน ชม. (๒๐ ไมล ใน ชม.) ๒.๕ เวลาที่เสียไป (Delays Time) คือ เวลาที่เสียไปในการขนขึ้น – ขนลง หรือเวลา ปลด – เกี่ยวขอพวงในการขนสงระยะไกล (การสงทอด) และเวลาที่เสียไปอื่น ๆ เชน หยุดพักสั้น ๆ ระหวาง ทาง เวลาที่เสียไประหวางเดินทางที่มีการหยุด หยุดรอการขามฟากฯลฯ (ซึ่งเวลาเหลานี้จะไมคิดรวมกับเวลาที่ ยานพาหนะใชในการเดินทาง) เวลาที่เสียไปสําคัญๆ มีดังนี้ ๒.๕.๑ สิ่งอุปกรณ ขนขึ้น – ขนลง / เที่ยว = ๒ ๑/๒ ชม. ๒.๕.๒ กําลังพล ขนขึ้น – ขนลง / เที่ยว = ๑/๒ ชม. ๒.๕.๓ การปลด – เกี่ยวขอพวง / เที่ยว = ๑ ชม. ๒.๖ เวลาวงรอบ (Turnaround Time) คือ เวลาที่ใชในการเดินทางทั้งไป – กลับ รวมเวลาที่ เสียไป (Delays Time) แตละเที่ยว การหาเวลาวงรอบกระทําไดโดยใชสูตร ดังนี้ เวลาวงรอบ =๒ × ระยะทาง + เวลาที่เสียไป อัตราการเคลื่อนที่ ๒.๗ ระยะทางไปขางหนา / วัน จะยึดถือวงรอบการปฏิบัติงาน ๑๐ ชม. / ผลัด และเวลาที่เสีย ไป (Delays Time) จะไดระยะทางไปขางหนา ดังนี้ ๒.๗.๑ การขนสงระยะใกล (บนเสนทาง) ๔๐ กม. (๒๕ ไมล) สําหรับการเทียวขน ๒.๗.๒ การขนสงระยะไกล (บนเสนทาง) ๑๔๔ กม. (๙๐ ไมล) สําหรับการสงทอด


๕๘ ๓. การคํานวณหาจํานวนยานพาหนะและจํานวนกองรอยรถยนตบรรทุกเพื่อใชงาน ในการวางแผนเพื่อทราบความตองการจํานวนยานพาหนะหรือจํานวนหนวยที่ใชในการเคลื่อนยาย สิ่งอุปกรณเราสามารถหาไดจากประมาณการและขอมูลตาง ๆ ดังนี้ ๓.๑ การขนสงโดยตรง (Direct Haul) จํานวนยานพาหนะ =จํานวนตันที่จะขน จํานวนตัน / คัน จํานวนกองรอย รยบ. = จํานวนตันที่จะขน จํานวนตัน / คัน × จํานวนรถ / กองรอย รยบ. ในการปฏิบัติขน สป. ครั้งหนึ่ง มีรายละเอียดในการขนจากตําบล ก. ไปตําบล ข. ดังนี้ ๑. จํานวน สป. ที่ตองการขน ๓๖๐ ตัน ๒. ขีดความสามารถในการบรรทุกของ รยบ. ๕ ตัน / คัน ๓. จํานวนรถ / กองรอย (๗๕%) ๓๖ คัน จํานวนยานพาหนะ =จํานวนตันที่จะขน จํานวนตัน / คัน =๓๖๐ = ๗๒ คัน ๕ จํานวนกองรอย รยบ. = ๓๖๐ = ๒ กองรอย ๕ × ๓๖


๕๙ ๓.๒ การเทียวขน (Shuttle) ในกรณีที่ขนหลายเที่ยว / วัน จะตองทราบเวลาที่ตองใชไปในแตละเที่ยวเสียกอน หรือที่เรียกวา เวลาวงรอบ (Turnaround Time) ซึ่งเวลาดังกลาวนี้เปนเวลาทั้งสิ้นที่ใชไปในการเดินทางทั้งไป – กลับ รวมกับ เวลาที่เสียไปอื่นๆ (Delay Time) ในระหวางการเทียวขนนั้น เชน การขนขึ้นลง การพักเล็กๆ นอยๆ เพื่อ ปรนนิบัติบํารุงรักษารถ เปนตน เวลาที่เสียไปนี้ ในการคํานวณจะตองใหใกลเคียงกับหลักปฏิบัติจริงใหมากที่สุด มิฉะนั้นจะทําใหเวลาวงรอบไมแนนอน เปนผลใหการคํานวณหาหนวยรถ จํานวนกองรอย รยบ. ที่จะนํามาใช ผิดพลาดไปดวย เพื่อสะดวกในการศึกษาภาคทฤษฎี เราขอใหเวลาที่เสียไปในการปลด – เกี่ยวขอพวงที่ตนทาง และปลายทาง ๑ ชม. เวลาวงรอบ =๒ × ระยะทาง + เวลาที่เสียไป อัตราการเคลื่อนที่ เมื่อไดเวลาวงรอบที่ใชในแตละเที่ยวแลว ก็สามารถหาจํานวนเที่ยวที่ใชปฏิบัติงานใน ๑ วันได จํานวนเที่ยว / วัน =เวลาปฏิบัติงานตอวัน เวลาวงรอบ =๒๐ เวลาวงรอบ จํานวนตัน / คัน / วัน = จํานวนตัน / คัน × จํานวนเที่ยว / วัน = จํานวนตัน / คัน × ๒๐ เวลาวงรอบ จํานวนยานพาหนะ = จํานวนตันที่จะขน จํานวนตัน / คัน / วัน =จํานวนตันที่จะขน จํานวนตัน / คัน / วัน × ๒๐ เวลาวงรอบ =จํานวนตันที่จะขน × เวลาวงรอบ จํานวนตัน / คัน × ๒๐ จํานวนกองรอย รยบ. =จํานวนยานพาหนะ จํานวนรถ / กองรอย รยบ. = จํานวนตันที่จะขน × เวลาวงรอบ จํานวนตัน / คัน × ๒๐ × จํานวนรถ / กองรอย รยบ.


๖๐ ในการปฏิบัติขน สป. ครั้งหนึ่ง มีรายละเอียดในการเทียวขน ดังนี้ ๑) การขนสงระยะใกล ระยะทางในการเทียวขน ๔๐ กม. ๒) จํานวน สป. ที่ตองการขน ๗๖ ตัน ๓) ขีดความสามารถในการบรรทุกของ รยบ. ๔ ตัน / คัน ๔) ใชอัตราการเคลื่อนที่บนเสนทาง ๓๒ กม. ใน ชม. ๕) จํานวนรถ / กองรอย (๗๕%) ๓๖ คัน เวลาวงรอบ =๒ × ระยะทาง + เวลาที่เสียไป อัตราการเคลื่อนที่ เวลาวงรอบ =๒ × ๔๐ + ๒.๕ ๓๒ = ๕ ชม. จํานวนเที่ยว / วัน =เวลาปฏิบัติงาน / วัน เวลาวงรอบ =๒๐ ๕ = ๔ เที่ยว จํานวนยานพาหนะ = จํานวนตันที่จะขน × เวลาวงรอบ จํานวนตัน / คัน × ๒๐ = ๕๗๖ × ๕ ๔ × ๒๐ = ๓๖ คัน จํานวนกองรอย รยบ. =จํานวนยานพาหนะ จํานวนรถ / กองรอย รยบ. = ๓๖ = ๑ กองรอย ๓๖ จํานวนกองรอย รยบ. =จํานวนตันที่จะขน × เวลาวงรอบ จํานวนตัน / คัน × ๒๐ × จํานวนรถ / กองรอย รยบ. = ๕๗๖ × ๕ ๕๗๖ × ๒๐ × ๓๖ = ๑ กองรอย


๖๑ ตัวอยางที่ ๑ ในการขนสงระยะใกลจากคลังถึงคลัง มีระยะทาง ๑๘ กม. จะตองขน สป. จํานวน ๑,๕๐๐ ตัน ใหหมดภายใน ๓ วัน โดยวิธีเทียวขน น้ําหนักบรรทุก/คัน เทากับ ๔ ตัน และใชอัตรา การเคลื่อนที่ ๒๔ กม. ใน ชม. จะตองใช รยบ. เบา ๒ ½ ตัน ๖ × ๖ กี่คัน/วัน และเปนจํานวนกี่กองรอย ในการปฏิบัติการครั้งนี้ใชกองรอยทหารขนสงรถยนตบรรทุกเบา อจย. ๕๕ – ๑๗ เวลาวงรอบ =๒ × ระยะทาง + เวลาที่เสียไป อัตราการเคลื่อนที่ = ๒ × ๑๘ + ๒.๕ = ๔ ชม. ๒๔ = ๑,๕๐๐ = ๕๐๐ ตัน ๓ จํานวน รยบ. เบา = จํานวนตันที่จะขน × เวลาวงรอบ จํานวนตัน / คัน × ๒๐ = ๕๐๐ × ๔ ๔ × ๒๐ = ๒๕ คัน จํานวนกองรอย รยบ. เบา =จํานวนยานพาหนะ จํานวนรถ / กองรอย รยบ. = ๒๕ = ๐.๖๙ กองรอย ๓๖ ตัวอยางที่ ๒ จากตัวอยางขางบนถาเปลี่ยนใชเปน รยบ. กึ่งพวง ๑๒ ตัน จะใชจํานวนเทาใด กี่กองรอย เวลาวงรอบ =๒ × ๑๘ + ๒.๕ = ๔ ชม. ๒๔ จํานวน รยบ. กึ่งพวง ๑๒ ตัน = ๕๐๐ × ๔ = ๘.๓๓ = ๙ คัน ๑๒ × ๒๐ จํานวนกองรอย =๙ = ๐.๓๘ กองรอย ๒๔


๖๒ ๓.๓ การสงทอด (Relay) การขนสงวิธีนี้นิยมใชในการขนสงระยะไกลโดยรถพวง หรือ รถกึ่งพวง มีการแบงระยะทาง ออกเปนชวง (Section หรือ Leg) และอัตราสวนระหวางรถหัวลากกับรถพวงหรือรถกึ่งพวงเทากัน ๑ ตอ ๒ แตละชวงของระยะทางจะเปนการปฏิบัติการขนแบบเทียวขน โดยที่สิ่งบรรทุกบนรถพวง หรือรถกึ่งพวงจะไมมี การขนถายตั้งแตตนทางจนถึงปลายทาง การวางแผนการขนสงระยะไกลโดยวิธีขนสงทอด จะตองเพงเล็งถึง การจัดตั้ง สถานีรถยนตบรรทุก (Truck Terminal - TT) ตนทางและปลายทาง ตําบลสับเปลี่ยนรถพวง (Trailer Transfer Point - TTP) ๓.๓.๑ สถานีรถยนตบรรทุก (Truck Terminal - TT) เปนสถานที่ที่ตั้งขึ้นใกลๆ กับเสนทางการปฏิบัติการขนสงตนทางและปลายทาง ของการขนสงระยะไกล เปนสถานีที่เชื่อมระหวางการขนสงระยะใกลกับการขนสงระยะไกลตางๆ เขาดวยกัน แลวปฏิบีติการขนสงตอไป ควรจะตองเลือกพื้นที่ซึ่งมีเสนทางขน สป. และกําลังพล เขามาและผานออกไปอยาง สะดวก ไมมีสิ่งกีดขวางที่ทําใหเกิดตําบลคับขัน (Critical Point) นอกจากนี้ควรอยูใกลตําบลที่จะเขาไปขน หรือไปสง สถานีรถยนตบรรทุกนี้อาจดัดแปลงเปนคลังพักสินคายอย และจะตองมีสิ่งอํานวยความสะดวกเทาที่ จําเปน เชน โรงเลี้ยง สถานีซอมบํารุง การบริการทางธุรการตาง ๆ ๓.๓.๒ ตําบลสับเปลี่ยนรถพวง (Trailer Transfer Point - TTP) เปนสถานที่ที่จัดตั้งระหวาง TT ตนทาง และ TT ปลายทาง จะมี TTP กี่แหงนั้น ขึ้นอยูกับระยะทางที่ทําการขนวาไกลเพียงใด สามารถใชอัตราการเคลื่อนที่ไดมากหรือนอย ตําบลสับเปลี่ยน รถพวงนี้จะตองมีรถพวงเปลาและรถหัวลากเพียงพอสําหรับชวง (Leg) หนึ่งๆ รวมทั้งตองเปนสถานที่แข็งแรง มีที่พักเพียงพอ มีสถานที่พักผอนและปรนนิบัติบํารุงยานพาหนะ รวมทั้งจัดการดานเอกสาร การจัดตั้ง TTP แตละแหง จะพิจารณาถึงเวลาวงรอบในการปฏิบัติงาน เวลาที่เสียไป และอัตราการเคลื่อนที่มาประกอบในการ หาระยะทางแตละแหงในการจัดตั้ง TTP วาควรมีระยะทางหางกันแตละแหงเทาใดและจะมีกี่แหง โดยใชสูตร ระยะทางการจัดตั้ง TTP = (๑๐ – ๑) × อัตราการเคลื่อนที่ ๒ ๑๐ = เวลาที่ใชปฏิบัติงานใน ๑ ผลัด (ไป – กลับ) ๑๐ ชม. ๑ = เวลาที่เสียไปในการปลด – เกี่ยวขอพวง ๑ ชม. (ไป – กลับ) ในการจัดระยะทางระหวาง TTP นั้น เนื่องจากถาเสนทางประเภทเดียวกัน ลักษณะภูมิประเทศ เดียวกัน และไมมีสิ่งกีดขวาง ทําใหใชอัตราการเคลื่อนที่เดียวกันได จึงทําใหระยะทางจัดตั้ง TTP ชวงตาง ๆ เทากันไปดวย อยางไรก็ตาม ในการปฏิบัติจริงในภูมิประเทศอาจมีพื้นที่ไมเหมาะสมในการตั้ง TTP จึงทําให ระยะทางเปลี่ยนแปลงไปบางเล็กนอย แตสําหรับชวงที่สั้นที่สุด ควรอยูในชวงทายเสมอ เพื่อสะดวกในการ ควบคุมและงายตอการจัดหาสิ่งอํานวยความสะดวกใหกับ TTP ซึ่งอยูระหวางทางเมื่อจําเปน ในการขนระยะไกลโดยวิธีสงทอด ระยะทางจาก TT ตนทางถึง TT ปลายทาง เทากับ ๓๕๐ กม. ถา รอย.ขส.รยบ. กลาง (ผสม) ใชอัตราการเคลื่อนที่ ๓๒ กม. ใน ชม. จงพิจารณาจัดตั้ง TTP วามีกี่แหง และระยะทางชวงละเทาใดบาง


๖๓ ระยะทางการจัดตั้ง TTP = (๑๐ – ๑) × อัตราการเคลื่อนที่ ๒ = (๑๐ – ๑) × ๓๒ ๒ = ๑๔๔ กม. จะจัดตั้ง TTP = ๓๕๐ = ๒ แหง ๓ ชวง (ชวงสุดทาย ๖๒ กม.) ๑๔๔ TT ตนทาง ๑๔๔ กม. ๑๔๔ กม. ๖๒ กม. TT ปลายทาง TTP ๑ TTP ๒ ดังนั้นรวมเวลาที่เสียไปทั้งสิ้นจาก TT ตนทาง ถึง TT ปลายทาง ๓ ชวง เทากับ ๓ ชม. ๓.๓.๓ การหาจํานวนยานพาหนะ / กองรอย รยบ. ในการขนสงทอด การขนสงทอดนั้นแตละชวงพลขับจะขับรถยนตบรรทุกกึ่งพวงไปสงยัง TTP ถัดไป และปลด ขอพวงเพื่อสับเปลี่ยนใหพลขับหัวรถลากของ TTP ถัดไป ขับรถยนตบรรทุกกึ่งพวงตอไปขางหนา สวนตนเองจะ นํารถยนตกึ่งพวงเปลากลับมายัง TTP ของตนเพื่อทําการบรรทุกตอไปดังภาพ TT ตนทาง ตัวอยาง ถาจะขน สป. จํานวน ๕๗๖ ตัน จาก TT ตนทาง ไปยัง TT ปลายทาง ระยะทาง ๓๕๐ กม. โดยใชรถกึ่งพวง ๑๒ ตัน ใหเสร็จใน ๑ วัน จะตองใชรถกึ่งพวง ๑๒ ตัน จํานวนกี่คันและกี่กองรอยการปฏิบัติการ ครั้งนี้ใชกองรอยทหารขนสงรถยนตบรรทุกกลาง (ผสม) อจย. ๕๕ – ๑๘ ขีดความสามารถในการบรรทุก ๑๒ ตัน / คัน อัตราการเคลื่อนที่ ๓๒ กม. ใน ชม. เวลาวงรอบ =๒ × ระยะทาง + เวลาที่เสียไป อัตราการเคลื่อนที่ =๒ × ๓๕๐ + ๓ = ๒๔.๘๘ ชม. ๓๒ รถบรรทุก รถบรรทุก รถบรรทุก รถเปลา TTP ๑ รถเปลา TTP ๒ รถเปลา TT ปลายทาง


๖๔ จํานวนรถกึ่งพวง = จํานวนตันที่จะขน × เวลาวงรอบ จํานวนตัน / คัน × ๒๐ = ๕๗๖ × ๒๔.๘๘ = ๕๙.๗๑ = ๖๐ คัน ๑๒ × ๒๐ จํานวนกองรอย =จํานวนยานพาหนะ จํานวนรถ / กองรอย รยบ. = ๖๐ = ๒.๕ กองรอย ๒๔ หรือหาจํานวนยานพาหนะแตละชวงก็ไดเชนกัน ดังนี้ เวลาวงรอบชวงที่ ๑ =๒ × ๑๔๔ + ๑ = ๑๐ ชม. ๓๒ เวลาวงรอบชวงที่ ๒ = ๑๐ ชม. เวลาวงรอบชวงที่ ๓ =๒ × ๖๒ + ๑ = ๔.๘๘ ชม. ๓๒ จํานวนรถกึ่งพวงที่ใชในชวงที่ ๑ = ๕๗๖ × ๑๐ = ๒๔ คัน ๑๒ × ๒๐ จํานวนรถกึ่งพวงที่ใชในชวงที่ ๒ = ๒๔ คัน จํานวนรถกึ่งพวงที่ใชในชวงที่ ๓ = ๕๗๖ × ๔.๘๘ = ๑๑.๗๑ = ๑๒ คัน ๑๒ × ๒๐ รวมเปนจํานวนรถทั้งสิ้น = ๒๔ + ๒๔ + ๑๒ = ๖๐ คัน ๓.๓.๔ หลักสําคัญในการกําหนดที่ตั้ง TT และ TTP การเลือกที่ตั้ง TT และ TTP เพื่อปฏิบัติงานมีผลตอขีดความสามารถของหนวยในการ ปฏิบัติภารกิจการขนระยะไกลโดยตรง จึงควรพิจารณาอยางรอบคอบกอนจะตัดสินใจตั้งพื้นที่นั้นเปน TT หรือ TTP หลักสําคัญในการกําหนดที่ตั้งดังกลาว มีดังนี้ ๑) บริเวณที่จะใหรถไปจอดพัก ๒) ขายถนนที่ใชปฏิบัติงาน ๓) หนวยใกลเคียงที่สามารถใหการสนับสนุนฝายเรา ๔) ขนาดความยากงายของภารกิจ ๕) ชนิดและจํานวนรถที่ใชในการปฏิบัติภารกิจ ๖) สิ่งอํานวยความสะดวกในที่ตั้ง ๗) วิธีการควบคุมการใชรถ (ปลอยรถ)


๖๕ ๘) จํานวนรถพวง / กึ่งพวง ที่จะใชแตละ TT หรือ TTP โดยประมาณ ๙) การปองกันตนเองโดยการ รปภ. และการพราง ๑๐)ขีดความสามารถของขาศึกที่อาจกระทําฝายเรา ตัวอยางการวางแผนการขนสง รูปที่ ๑ แสดงแผนผังเสนทางและตําบลตางๆ ในรูปที่ ๑ ไดแสดงแผนผังของตําบลตางๆ ที่เกี่ยวของในการปฏิบัติการขนสง ซึ่งมีเสนทางและ ระยะทางแสดงไว ๑. การนําปจจัยมาใชในการวางแผน ๑.๑ เวลาปฏิบัติงานในหนึ่งวัน ๒๐ ชม. (๒ ผลัดๆ ละ ๑๐ ชม.) ๑.๒ จํานวนรถที่ใชในกองรอย (คิด ๗๕ %) ๓๖ คัน ๑.๓ ขีดความสามารถในการบรรทุกของ รยบ. ๒ ½ ๔ ตัน / คัน ๑.๔ ขีดความสามารถในการบรรทุกของรถกึ่งพวง ๑๒ ตัน ๑๒ ตัน / คัน ๑.๕ อัตราการเคลื่อนที่ ๓๒ กม. ใน ชม. ๑.๖ เวลาที่เสียไปในการขนขึ้น – ขนลง ๒ ๑ ๒ ชม. / เที่ยว ๑.๗ เวลาที่เสียไปในการปลด – เกี่ยวขอพวง ๑ ชม. / เที่ยว ท่าเรือ ๑๖ กม. ๓๗๒.๘ กม. TT ปลายทาง TT ต้นทาง ๘ กม. ๑๖ กม. คลัง ๑๐๑ คลัง ๓๐๑ ชายหาด ๒๔ กม.


๖๖ ๒. จํานวน สป. ที่ตองการขน ๒.๑ จํานวน สป. ที่ตองขน มีดังนี้ ๒.๑.๑ สิ่งอุปกรณที่ทาเรือ จํานวน ๓,๖๐๐ ตัน/วัน จะตองขนไปคลัง ๓๐๑ ๒.๑.๒ สิ่งอุปกรณจากชายหาด จํานวน ๒,๔๐๐ ตัน/วัน จะตองขนไปคลัง ๑๐๑ ๒.๑.๓ สิ่งอุปกรณจากคลัง จํานวน ๑,๕๐๐ ตัน/วัน จะตองขนไปคลัง ๓๐๑ ๒.๒ เพื่อใหเห็นวาจํานวนสิ่งอุปกรณที่ใด จํานวนเทาใด จะตองขนไปที่ไหนบาง จะแสดงให ทราบในรูปที่ ๒ รูปที่ ๒ แผนผังแสดงภาพการขนจํานวนสิ่งอุปกรณไปยังตําบลตางๆ แสดงแผนผังเสนทางและตําบลตางๆ ๔. การพิจารณาหนวยที่ใชขน การเลือกหนวยที่ใชขนจะตองมีการพิจารณาแบบของการขน พื้นที่ปฏิบัติการขน และจํานวนตัน /วัน ที่ตองการขน สวนการกําหนดสถานีตนทางใหนั้น ตามหลักก็ควรอยูบริเวณกลางของการปฏิบัติ คือตําบลที่เปน ทางรวม ตามตัวอยางนี้ สามแยกระหวางทาเรือ กับคลัง ๑๐๑ นับวาเปนตําบลที่เหมาะสมที่จะจัดตั้งเปนสถานี ตนทาง เพราะอยูใกลหนวยสง สวนสถานีปลายทางก็คงเปนทํานองเดียวกัน ควรจัดไวตามชุมทางใกลๆ กับ ตําบลที่รับมอบใหเปนหนวยรับ ดังนั้น ทางสามแยกทางทิศเหนือของคลัง ๓๐๑ จึงนับวาเหมาะที่จะจัดเปน สถานีปลายทาง เพราะเหตุวาตําบลนี้อยูใกลกับคลัง ๓๐๑ ดังนั้น การพิจารณาใชหนวยเขาปฏิบัติงานโดย พิจารณาจากความเหมาะสมของงานที่ไดรับมอบ ดังนี้ ท่าเรือ ๓,๖๐๐ ตัน ๕,๑๐๐ ตัน TT ปลายทาง TT ต้นทาง ๑,๕๐๐ ตัน ๕,๑๐๐ ตัน คลัง ๑๐๑ คลัง ๓๐๑ ชายหาด ๒,๔๐๐ ตัน


๖๗ ๔.๑ จากหาด ไปคลัง ๑๐๑ นั้นเปนการระบาย สป. จากหาดเขาเก็บในคลังไมมีการสงตอไปอีก ควรใชกองรอยรถยนตบรรทุกเบา ๔.๒ จากทาเรือและคลัง ๑๐๑ ไปยังสถานีตนทางนั้น เนื่องจากตองมีการขนสงระยะไกลตอไป ยังคลัง ๓๐๑ จึงควรพิจารณาใชกองรอยรถยนตบรรทุกกลาง (ผสม) เปนหลัก เนื่องจากสามารถขนสงทอดไป ยังคลัง ๓๐๑ ไดทันทีโดยไมตองเปลี่ยนประเภทรถและเปนการประหยัดเวลาในการขนขึ้น – ขนลงระหวางทาง ๕. การกําหนดที่ตั้งตําบลสับเปลี่ยนรถพวง เมื่อเราไดวางแผนที่จะใชหนวยขนสงดวยรถยนตใหเหมาะสมกับงานตางๆ แลว ยังอยูแตวาจะคิด หาจํานวนกองรอยรถยนตเขาประจําแหงละกี่กองรอยเทานั้นกอนที่จะคิดคํานวณเราตองมาพิจารณากันกอนวา กิจเฉพาะที่ไดกําหนดไวใหเปนการขนสงระยะไกล คือ จากสถานีตนทางถึงสถานีปลายทางมีระยะทางไกลมาก จําเปนตองแบงชวงระยะทางตอนนี้ออกเปนชวง ๆ เพื่อใหปฏิบัติงานไดเปนแบบขนสงทอด (Relay) การกําหนดตําบลสับเปลี่ยนรถพวง (TTP) ตามเสนทางนั้น ขอมูลกําหนดใหระยะทางระหวางตําบลสับเปลี่ยน รถพวง (TTP) ตองไมเกินเวลาที่ปฏิบัติงานตามวงรอบ คือ ๑๐ ชม. (ปฏิบัติวันละ ๒ เที่ยว) เวลาที่เสียไป ในการปลด – เกี่ยวขอพวง ชวงละ ๑ ชม. จะกระทําไดดังนี้ ระยะทางจัดตั้ง TTP = (๑๐ – ๑) × อัตราการเคลื่อนที่ ๒ = (๑๐ – ๑) × ๓๒ ๒ = ๑๔๔ กม. ฉะนั้น ระยะทางระหวางตําบลสับเปลี่ยนรถพวง (TTP) เทากับ ๑๔๔ กม. เมื่อคํานวณหาระยะทาง ไดดังนี้แลวก็ใหกําหนดจุดบนเสนทางที่จะปฏิบัติการขนสงระยะไกล ดังภาพตัวอยางในรูปที่ ๓ สวนการ พิจารณากําหนดตําบลสับเปลี่ยนรถพวง (TTP) ที่แทจริงในภูมิประเทศ ก็ตองพิจารณารายละเอียด อยางรอบคอบ ไดแก ขนาดของพื้นที่ที่ตองการใช ความเหมาะสม สถานการณทางยุทธวิธี สิ่งอํานวยความ สะดวกตาง ๆ ฯลฯ


๖๘ รูปที่ ๓ ภาพแผนผังแสดงการจัดตั้งสถานีตนทาง สถานีปลายทาง และตําบลสับเปลี่ยนรถพวง ขอใหสังเกตวา ถาหากระยะจัดตั้งตําบลสับเปลี่ยนรถพวง (TTP) ไมลงตัว ชวงที่สั้น (๘๔.๘ กม.) นั้น ควรจะใหไปอยูชวงสุดทาย ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการจัดตั้ง TTP ซ้ําซอน เมื่อมีการขยายระยะทางในการ ปฏิบัติการออกไปอีก ๖. การคํานวณหาจํานวนยานพาหนะ / กองรอยรถยนตบรรทุก ๖.๑ การขนสงระยะไกลจาก TT ตนทาง ไป TT ปลายทาง จํานวน ๕,๑๐๐ ตัน โดย รยบ.กึ่งพวง ขนาด ๑๒ ตัน เวลาวงรอบ =๒ × ระยะทาง + เวลาที่เสียไป อัตราการเคลื่อนที่ = ๒ × ๓๗๒.๘ + ๓ = ๒๖.๓ ชม. ๓๒ จํานวนรถกึ่งพวง = จํานวนตันที่จะขน × เวลาวงรอบ จํานวนตัน / คัน × ๒๐ = ๕,๑๐๐ × ๒๖.๓ = ๕๕๘.๙ = ๕๕๙ คัน ๑๒ × ๒๐ = ๕๕๙ = ๒๓.๓ กองรอย ๒๔ จํานวนกองรอย =จํานวนยานพาหนะ จํานวนรถ / กองรอย รยบ. ท่าเรือ ๑๔๔ กม. TT ต้นทาง คลัง ๑๐๑ คลัง ๓๐๑ ชายหาด ๑๔๔ กม. ๘๔.๘ กม. TT ปลายทาง


๖๙ ๖.๒ การขนสงระยะใกลจาก TT ตนทาง ไป TT ปลายทาง จํานวน ๓,๖๐๐ ตัน โดย รยบ.กึ่งพวง ขนาด ๑๒ ตัน เวลาวงรอบ =๒ × ระยะทาง + เวลาที่เสียไป อัตราการเคลื่อนที่ = ๒ × ๑๖ + ๑ = ๒ ชม. ๓๒ จํานวนรถกึ่งพวง = จํานวนตันที่จะขน × เวลาวงรอบ จํานวนตัน / คัน × ๒๐ = ๓,๖๐๐ × ๒ = ๓๐ คัน ๑๒ × ๒๐ จํานวนกองรอย =จํานวนยานพาหนะ จํานวนรถ / กองรอย รยบ. = ๓๐ = ๑.๒๕ กองรอย ๒๔ ๖.๓ การขนสงระยะใกลจาก คลัง ๑๐๑ ไป TT ตนทาง จํานวน ๑,๕๐๐ ตัน โดย รยบ.กึ่งพวง ขนาด ๑๒ ตัน เวลาวงรอบ =๒ × ระยะทาง + เวลาที่เสียไป อัตราการเคลื่อนที่ = ๒ × ๘ + ๑ = ๑.๕ ชม. ๓๒ จํานวนรถกึ่งพวง = จํานวนตันที่จะขน × เวลาวงรอบ จํานวนตัน / คัน × ๒๐ = ๕,๑๐๐ × ๑.๕ = ๙.๓๘ = ๑๐ คัน ๑๒ × ๒๐ จํานวนกองรอย =จํานวนยานพาหนะ จํานวนรถ / กองรอย รยบ. = ๑๐ = ๐.๔๒ กองรอย ๒๔


๗๐ ๖.๔ การขนสงระยะใกลจาก TT ปลายทาง ไปคลัง ๓๐๑ จํานวน ๕,๑๐๐ ตัน โดย รยบ.กึ่งพวง ขนาด ๑๒ ตัน เวลาวงรอบ =๒ × ระยะทาง + เวลาที่เสียไป อัตราการเคลื่อนที่ = ๒ × ๑๖ + ๑ = ๒ ชม. ๓๒ จํานวนรถกึ่งพวง = จํานวนตันที่จะขน × เวลาวงรอบ จํานวนตัน / คัน × ๒๐ = ๕,๑๐๐ × ๒ = ๔๒.๕ = ๔๓ คัน ๑๒ × ๒๐ จํานวนกองรอย =จํานวนยานพาหนะ จํานวนรถ / กองรอย รยบ. = ๔๓ = ๑.๗๙ กองรอย ๒๔ ๖.๕ การขนสงระยะใกลจากหาดไปยังคลัง ๑๐๑ จํานวน ๒,๔๐๐ ตัน โดยใช รยบ.เบา ๒ ½ ตัน เวลาวงรอบ =๒ × ระยะทาง + เวลาที่เสียไป อัตราการเคลื่อนที่ = ๒ × ๒๔ + ๒.๕ = ๔ ชม. ๓๒ จํานวนรถกึ่งพวง = จํานวนตันที่จะขน × เวลาวงรอบ จํานวนตัน / คัน × ๒๐ = ๒,๔๐๐ × ๔ = ๑๒๐ คัน ๔ × ๒๐ จํานวนกองรอย รยบ. เบา =จํานวนยานพาหนะ จํานวนรถ / กองรอย รยบ. = ๑๒๐ = ๓.๓๓ กองรอย ๓๖


๗๑ ๖.๖ รวมกองรอย รยบ. กลาง (ผสม) ที่จะตองใชในการปฏิบัติงาน ทั้งที่ปฏิบัติการขนสงระยะไกล และการขนสงระยะใกล การขนสงระยะไกล จาก TT ตนทาง – TT ปลายทาง = ๒๔ กองรอย การขนสงระยะใกล จาก ทาเรือ - TT ตนทาง = ๒ กองรอย การขนสงระยะใกล จาก คลัง ๑๐๑ - TT ตนทาง = ๑ กองรอย การขนสงระยะใกล จาก TT ปลายทาง – คลัง ๓๐๑ = ๒ กองรอย รวม = ๒๙ กองรอย กองรอย รยบ. กลาง ๒๙ กองรอย ซึ่งคํานวณหามาไดนี้ ก็จะนําไปใชงานตามกิจเฉพาะที่ไดกําหนดให ไวเมื่อตอนวางแผน ฉะนั้น การคิดจํานวนกองรอยใหแกชวงตางๆ จึงเปนการเฉลี่ยงานใหโดยทั่วถึงระหวาง กองรอย รยบ.กลางทั้งสิ้น การปฏิบัติงานของกองรอย รยบ.กลาง ทั้งหมดนี้ก็เปนการปฏิบัติการแบบสงทอด ซึ่งมีการรับชวงคันตอๆ ไป จนถึงที่หมายปลายทาง ในกรณีที่เศษของกองรอยที่ไดจากการคํานวณ ใหคิดเปน จํานวนเต็มเสมอ ๖.๗ การจัดหนวยเขาควบคุมการปฏิบัติ เราสามารถหาจํานวนกองรอยที่เขาปฏิบัติงานได ดังนี้คือ i. กองรอย รยบ.กลาง (ผสม) ๒๙ กองรอย ii. กองรอย รยบ.เบา ๔ กองรอย iii. สถานีรถยนตบรรทุก (Truck Terminal) ๒ แหง iv. ตําบลสับเปลี่ยนรถพวง (TTP) ๒ แหง .........................................................


๗๒ บทที่ ๗ หลักปฏิบัติงานดานการขนสง ๑. กลาวนํา การดําเนินการดานการขนสงไมวาจะเปนการขนสงในลักกษณะ หรือประเภทใดก็ตาม ทั้งในทาง พาณิชยและทางดานการทหาร จําเปนตองมีแนวทางหรือหลักนิยมที่หนวยงานหรือองคกรนิยมใชในการขนสง เพื่อใหบรรลุภารกิจ ทั้งนี้อาจมีความแตกตางในรูปแบบวิธีการบางประการ ๒. การจัดการขนสง ผูที่ปฏิบัติงานดานการขนสง จะตองพิจารณาวาภารกิจที่ไดรับมานั้นจะทําการขนสงโดยทางใด จึงจะเหมาะสม โดยยึดหลักในเรื่องความรวดเร็ว ประหยัดคุมคา ปลอดภัยและถูกตอง แตการที่จะพิจารณา ใหไดผล ตามหลักดังกลาวจําเปนตองคําถึงองคประกอบตาง ๆ เชน พลขับ เสนทางคมนาคม พาหนะ เครื่องมือ อุปกรณขนถาย สิ่งของที่บรรทุก/ลําเลียง ขั้นตอนบรรทุกขนถาย ระยะเวลาการขนสง คาใชจายตาง ๆ (น้ํามัน เชื้อเพลิง เบี้ยเลี้ยง อื่น ๆ ) สภาพภูมิอากาศรวมถึงความเสี่ยงหรืออันตรายในการปฏิบัติการ เปนตน ทั้งนี้ เพื่อนําไปสูการตัดสินใจในการเลือกวิธีการและสามารถวางแผนการขนสงที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งในสวนของ ทร. มีการบริหารจัดการขนสงโดยเฉพาะทางรถยนตไดออกระเบียบ ทร. วาดวยศูนยบริการรถที่ใชในปจจุบัน ป พ.ศ.๒๕๕๗ กําหนดให นขต.ทร. ที่มีรถประจําหนวยใชรถของหนวยใหเต็มประสิทธิภาพเสียกอน หากเกิน ขีดความสามารถ จึงใหขอรับการบริการเพิ่มเติมจากศูนยบริการรถที่มีหนาที่ใหบริการสวนราชการนั้นกอน ในกรณีที่ศูนยบริการรถที่มีหนาที่ใหบริการยังไมสามารถดําเนินการได ใหศูนยบริการรถนั้นเสนอขอบริการจาก ศูนยบริการอื่นที่อยูใกลเคียง หรือศูนยบริการชั้นที่สูงขึ้นไปตามลําดับ จนถึงศูนยบริการชั้นที่ ๑ คือ ขส.ทร. ซึ่งเปนศูนยรวมรถทุกชนิด โดยมีรายละเอียดดังนี้ ๓. บันทึกการใชยานพาหนะและการปรนนิบัติบํารุง การใชยานพาหนะผูขับขี่และหนวยตองตรวจสภาพและปรนนิบัติบํารุง หรือซอมบํารุงปองกัน กอนนําออกใชงาน ขณะใชงาน และหลังจากใชงาน การปฏิบัติงานตองเลือกใชเสนทางตรงหรือเสนทาง ที่ประหยัดที่สุดเพื่อเปนการประหยัดเชื้อเพลิง นอกจากนี้การใชยานพาหนะตองปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และขอบังคับที่เกี่ยวของโดยเฉพาะรถยนต เมื่อมีการใชตองบันทึกการใชรถและการปรนนิบัติบํารุงลงใน เอกสารตาง ๆ ดังนี้ ๑. สมุดใชรถประจําวัน เปนสมุดที่เจาหนาที่หนวยที่รับและรักษารถครั้งแรกเบิกหรือซื้อมา ประจําไวโดยรถทุกคันตองมีสมุดดังกลาวอยูประจํารถ ซึ่งผูขับรถลงรายการในสมุดใชรถประจําวันทุกครั้งที่ใชรถ ทั้งนี้ถาผูบังคับบัญชาเห็นวาผูขับรถไมสามารถลงไดจะมอบใหผูหนึ่งผูใดลงก็ได ๒. ใบแสดงรายการใชรถ เปนสมุดที่แสดงรายการการปรนนิบัติบํารุง การจายและใชรถของผู จายรถ พลขับ และผูใชรถ ๓. บันทึกการใชรถประจําวันของหนวย เปนแบบฟอรมที่แสดงถึงภารกิจการและจํานวนใชรถ ในแตละวันของหนวย สําหรับเรือที่ใชบริการเฉพาะทางน้ําในแผนดิน และบริเวณฐานทัพตองบันทึกการใชในสมุดบันทึก ความหมดเปลืองน้ํามันเชื้อเพลิงประจําเรือ ซึ่งมีรายละเอียดที่สําคัญตาง ๆ เชน เวลาเดินเครื่องยนต ภารกิจ จํานวนการใชน้ํามันเชื้อเพลิง เปนตน


๗๓ ๔. การซอมบํารุงยานพาหนะ เพื่อใหการซอมบํารุงยุทโธปกรณของกองทัพเรือ ดําเนินไปดวยความเรียบรอย มีประสิทธิภาพ และเหมาะสม ทร.จึงไดกําหนดแนวทางในการปฏิบัติเกี่ยวกับการซอมบํารุงยุทโธปกรณ โดยสรุปดังนี้ ๔.๑ ระดับการซอมบํารุงยุทโธปกรณ โดยทั่วไปแบงออกเปน ๓ ระดับ คือ ๔.๑.๑ การซอมบํารุงระดับหนวยผูใช เปนการซอมบํารุงซึ่งอยูในความรับผิดชอบของหนวย ผูใช และดําเนินการโดยหนวยผูใชตอยุทโธปกรณที่หนวยไดรับ ขั้นตอนการซอมบํารุงระดับนี้ ประกอบดวย การตรวจ การบริการ การหลอลื่น การปรับแตงและการเปลี่ยนชิ้นสวนเครื่องประกอบรอง และเครื่องประกอบ ยอยตาง ๆ ๔.๑.๒ การซอมบํารุงระดับหนวยสนับสนุนระดับสนามหรือระดับกลาง เปนการซอมบํารุง ซึ่งอยูในความรับผิดชอบของหนวยซอมบํารุงที่กําหนดใหสนับสนุน โดยตรงแกหนวยผูใชโดยปกติประกอบดวย การปรับเทียบ การซอมแกหรือการเปลี่ยนชิ้นสวน สวนประกอบหรือเครื่องประกอบที่เสียหายหรือใชการไมได การทําชิ้นสวนที่ไมมีอยูเดิมขึ้น ในยามฉุกเฉิน การใหความชวยเหลือทางเทคนิคแกหนวยผูใช ๔.๑.๓ การซอมบํารุงระดับโรงงาน เปนการซอมบํารุงซึ่งอยูในความรับผิดชอบของหนวย เทคนิคหรือหนวยซอมบํารุงระดับโรงงานของยุทโธปกรณตามที่กําหนดไว การซอมบํารุงระดับนี้จะกระทําตอ ยุทโธปกรณที่ตองซอมใหญ หรือซอมสรางอยางสมบูรณแกชิ้นสวนเครื่องประกอบ เครื่องประกอบรอง และยุทโธปกรณครบชุด รวมทั้งการสรางชิ้นสวน การดัดแปลง การทดสอบ และการแกไขใหใชไดตามความ ตองการสนับสนุนการซอมบํารุงระดับที่ต่ํากวา ดวยการใหความชวยเหลือทางเทคนิค และการซอมบํารุง ในรายการที่เหนือความรับผิดชอบของระดับที่ต่ํากวา การซอมบํารุงระดับโรงงานนี้ จะจัดใหมีการสะสม เครื่องมือและเครื่องใช โดยการใชสิ่งอํานวยความสะดวกในการซอมทําที่ใหญโตเกินกวาที่หนวยซอมบํารุงระดับ ต่ํากวาจะมีใช ๔.๒ หนาที่และความรับผิดชอบของหนวยซอมบํารุงระดับตาง ๆ ๔.๒.๑ ดําเนินการซอมบํารุงยุทโธปกรณตามคําแนะนําและหลักเกณฑที่หนวยเทคนิคกําหนด ๔.๒.๒ เสนอความตองการเจาหนาที่ เครื่องมือ พัสดุอุปกรณ ชิ้นสวนอะไหลและชิ้นสวนซอม ที่จําเปนตองใชสําหรับการซอมบํารุงในระดับหนวยรับผิดชอบ เสนอใหหนวยเทคนิคพิจารณาใหการสนับสนุน ๔.๒.๓ รักษาระดับการสะสมพัสดุอุปกรณ ชิ้นสวนอะไหลและชิ้นสวนซอมใหเต็มอัตราอยู เสมอ เพื่อใหพรอมในการซอมบํารุงยุทโธปกรณในความรับผิดชอบ โดยการเบิกหรือจัดหาทดแทนเมื่อไดใชไป ๔.๒.๔ หนวยผูใชอุปกรณ มีหนาที่รายงานสถานะยุทโธปกรณ และเสนอความตองการการ ซอมบํารุงระดับที่สูงกวาตอหนวยเกี่ยวของตามวิธีการที่หนวยเทคนิคกําหนด ๔.๒.๕ ใหการสนับสนุนทางเทคนิคแกหนวยซอมบํารุงระดับที่ต่ํากวา ๔.๓ หนาที่และความรับผิดชอบของหนวยเทคนิคในการซอมบํารุง ๔.๓.๑ อํานวยการและกํากับดูแลการซอมบํารุงยุทโธปกรณ ในความรับผิดชอบทุกระดับทาง เทคนิค ใหเปนไปโดยถูกตองตามหลักเกณฑที่กําหนด ๔.๓.๒ จัดทําคําแนะนํา คูมือและหลักเกณฑในการซอมบํารุงยุทโธปกรณ ในความรับผิดชอบ ทุกระดับ ๔.๓.๓ กําหนดวิธีในการรายงานสถานภาพของยุทโธปกรณ ในความรับผิดชอบรวมทั้งการ รายงานความตองการการซอมบํารุงใหหนวยผูใชยุทโธปกรณถือปฏิบัติ เพื่อใหการวางแผน และการซอมบํารุงมี ประสิทธิภาพอยางแทจริง ๔.๓.๔ กําหนดอัตราเครื่องมือ พัสดุอุปกรณ ชิ้นสวนอะไหล และชิ้นสวนซอมที่จําเปนตองใช สําหรับการซอมบํารุงยุทโธปกรณของหนวยซอมบํารุงระดับตาง ๆ และดําเนินการจัดหาสนับสนุนใหมีครบถวน


๗๔ ๔.๓.๕ กําหนดหนวยในการซอมบํารุงระดับหนวยสนับสนุน และระดับโรงงานสําหรับ ยุทโธปกรณในความรับผิดชอบซึ่งตั้งอยูในที่ตาง ๆ กัน เพื่อใหเกิดความสะดวกในการซอมบํารุง ทั้งนี้กองทัพเรือ กําหนดให ขส.ทร. เปนหนวยเทคนิคในการซอมบํารุงยุทโธปกรณที่เกี่ยวของ ไดแก ยานพาหนะทางบกที่ใชทุกพื้นที่ เรือที่ใชบริการเฉพาะทางน้ําในแผนดิน และบริเวณฐานทัพ รวมทั้ง อุปกรณที่เกี่ยวกับยานพาหนะทางบกและเรือ โดยมีแนวทางการซอมบํารุงยานพาหนะทางบก และเรือดังนี้ ๑. การซอมบํารุงยานพาหนะทางบก (คําสั่ง ทร. (เฉพาะ) ที่ ๒๑๗/๒๕๓๗ ลง ๒๑ ก.ย.๓๗) ๑.๑ การซอมบํารุงยานพาหนะทางบก แบงขั้นตอนการซอมบํารุงออกเปน ๕ ขั้น ๑.๑.๑ ขั้นที่ ๑ เปนการซอมบํารุงปองกัน กระทําโดยผูใช คือ พลขับ หรือเจาหนาที่ประจํารถ ไดแก การทําความสะอาด และการปรนนิบัติบํารุงเล็กนอย ๑.๑.๒ ขั้นที่ ๒ เปนการซอมบํารุงปองกัน กระทําโดยเจาหนาที่ชางประจําหนวย ไดแก การปรนนิบัติบํารุง การซอมเบื้องตน การเปลี่ยนชิ้นสวน การเปลี่ยนสวนประกอบบางสวน และการปรับแตง ๑.๑.๓ ขั้นที่ ๓ เปนการซอมบํารุงแกไข กระทําโดยหนวยสนับสนุน ซึ่งเปนการซอมโดยตรง ไดแก การซอมเปลี่ยนชิ้นสวนระบบตาง ๆ รวมทั้งการซอมแกไขในเรื่องเทคนิคไมสูงนัก ๑.๑.๔ ขั้นที่ ๔ เปนการซอมบํารุงแกไข กระทําโดยหนวยสนับสนุน ซึ่งเปนการซอมบํารุง ที่ตองใชเครื่องมือและอุปกรณในการซอมทํา รวมทั้งเครื่องทดสอบมากกวาขั้นที่ ๓ ไดแก การซอมใหญ เครื่องยนตและการซอมใหญระบบตาง ๆ ๑.๑.๕ ขั้นที่ ๕ เปนการซอมบํารุงแกไข กระทําโดยหนวยระดับโรงงาน ไดแก การซอมสราง ทั้งคัน ๑.๒ ระดับการซอมบํารุงและหนวยรับผิดชอบ ๑.๒.๑ ระดับหนวยผูใช เปนการซอมบํารุงขั้นที่ ๑ และขั้นที่ ๒ รับผิดชอบดําเนินการโดย หนวยผูใช โดยอาศัยเจาหนาที่ อุปกรณ และอะไหลที่มีอยู ๑.๒.๒ ระดับหนวยสนับสนุนหรือระดับกลาง เปนการซอมบํารุง ขั้นที่ ๓ และขั้นที่ ๔ รับผิดชอบดําเนินการโดย ขส.ทร., กขส.ฐท.สส., กขส.สน.พง., กรม สน.พล.นย. กอง สน.กร., กบร.กร., สพ.ทร., รร.นร.ยศ.ทร., สก.ทร., รร.ชุมพลฯ ยศ.ทร., ศฝท.ยศ.ทร. และ สอ./รฝ. ๑.๒.๓ ระดับโรงงาน เปนการซอมบํารุงขั้นที่ ๕ รับผิดชอบดําเนินการโดย กงน.ขส.ทร., กขส.ฐท.สส. และ กขส.สน.สข. ๒. การซอมบํารุงเรือ (ประกอบคําสั่ง ทร.(เฉพาะ) ที่ ๒๑๗/๒๕๓๗ ลง ๒๑ ก.ย.๓๗) ๒.๑ การซอมบํารุงเรือ แบงขั้นตอนการซอมบํารุงออกเปน ๕ ขั้น ๒.๑.๑ การซอมบํารุงขั้นที่ ๑ เปนการซอมที่มีลักษณะเปนการปรนนิบัติบํารุง เชน การบริการ ตรวจสอบ การแกไขขอขัดของ การหลอลื่น การเปลี่ยนชิ้นสวนประกอบเปนบางสวน หรือทั้งชุด รวมทั้งการ ปฏิบัติตามระบบการซอมบํารุงตามแผนดวย ๒.๑.๒ การซอมบํารุงขั้นที่ ๒ เปนการซอม การเปลี่ยนชิ้นสวน การเปลี่ยนสวนประกอบ บางสวนหรือทั้งชุด หรือจําเปนตองใชเครื่องมือพิเศษ หรือเทคนิคสูงกวาการซอมบํารุงขั้นที่ ๑ การทําชิ้นสวน ขึ้นใชในกรณีฉุกเฉิน เมื่อไมสามารถหาชิ้นสวนที่ชํารุดได ๒.๑.๓ การซอมบํารุงขั้นที่ ๓ เปนการตรวจสภาพ การปรับแตง การซอม หรือเปลี่ยนเฉพาะ สวนที่เสียหาย รวมทั้งการทดสอบตาง ๆ การปรับศูนย ปรับเทียบเทาที่จําเปนตามที่ระบุในรายงานขอซอมทํา ๒.๑.๔ การซอมบํารุงขั้นที่ ๔ เปนการซอมสวนที่ชํารุด หรือทํางานผิดปกติของระบบใหญ ระบบยอย และอุปกรณตามที่ระบุไวในรายงานขอซอมทํา รวมทั้งตรวจสอบทดลองการทํางานของระบบนั้น ๆ ใหใชการได


๗๕ ๒.๑.๕ การซอมบํารุงขั้นที่ ๕ เปนการซอมทําหรือเปลี่ยนแปลงแกไข เพื่อใหระบบใหญ รวมทั้งระบบยอย และอุปกรณในระบบมีคุณสมบัติทางเทคนิคเทาหรือใกลเคียงกับที่ไดออกแบบและกําหนดไว เดิมรวมทั้งการดัดแปลง ปรับปรุง และการกูซอมดวย ๒.๒ ระดับการซอมบํารุงเรือ และหนวยรับผิดชอบ ๒.๒.๑ ระดับเรือ คือ การซอมบํารุงระดับหนวยผูใช เปนการซอมบํารุงขั้นที่ ๑ และขั้นที่ ๒ รับผิดชอบดําเนินการโดยเจาหนาที่ประจําเรือ โดยอาศัยเครื่องมือ และชิ้นสวนอะไหลที่มีอยูในเรือ ๒.๒.๒ ระดับกลาง คือ การซอมบํารุงระดับหนวยสนับสนุน เปนการซอมบํารุงขั้นที่ ๒ และ ขั้นที่ ๓ รับผิดชอบการดําเนินการ โดยหนวยซอมบํารุงของ ทร. และหนวยซอมบํารุงของหนวยเทคนิค กรง.ฐท.สส., กงน.ฐท.สข., และ กงน.ฐท.พง. การซอมบํารุงระดับนี้อาจดําเนินการโดยหนวยซอมบํารุงเคลื่อนที่ ของหนวยรับผิดชอบในการซอมบํารุงดังกลาว ๒.๒.๓ ระดับโรงงาน เปนการซอมบํารุงขั้นที่ ๓, ๔ และ ๕ รับผิดชอบดําเนินการโดยหนวย ซอมบํารุงของหนวยเทคนิค กรง.ฐท.สส., กงน.ฐท.สข. และ กงน.ฐท.พง. ๕. การขนสงแบบรวมการ จากในสถานการณปจจุบันที่ราคาน้ํามันดิบมีแนวโนมเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ จึงเปนปจจัยหลักในการ ผลักดันใหผูเกี่ยวของทุกฝาย ตองหันมาพิจารณาอยางจริงจังถึงแนวทางการประหยัดพลังงาน โดยเฉพาะอยาง ยิ่งในภาคการคมนาคมขนสงซึ่งเปนภาคที่มีการใชพลังงานสูงถึงประมาณรอยละ ๓๖ ของการใชพลังงาน ทั้งประเทศ ดังนั้น ความพยายามในการบริหารจัดการทางดานโลจิสติกสที่จะสามารถชวยลดตนทุนพลังงาน โดยเฉพาะอยางยิ่งในภาคการขนสงสามารถทําไดหลายวิธีดวยกัน ซึ่งหนึ่งในวิธีที่จะสามารถดําเนินการได โดยหลีกเลี่ยงการลงทุนที่สูง คือ การบริหารจัดการลดการขนสงเที่ยวเปลาของรถบรรทุก (Backhaul) สําหรับ ทร. และ ขส.ทร. ไดเล็งเห็นปญหาดังกลาว จึงนําวิธีการขนสงแบบรวมการมาทดลองและปรับใชเพื่อให การขนสงมีประสิทธิภาพมากที่สุด ๕.๑ การจัดสํานักงาน ตามระเบียบปฏิบัติประจําวันดานการสงกําลังบํารุงของกองทัพเรือ กําหนดให ขส.ทร. จัดตั้ง สํานักงานขนสงกรุงเทพ สํานักงานขนสงสัตหีบ สํานักงานขนสงสงขลา และสํานักงานขนสงนครพนม ประกอบ กับราคาน้ํามันเชื้อเพลิงในประเทศสูงขึ้นรัฐบาลไดกําหนดใหสวนราชการตาง ๆ ลดปริมาณการใช น้ํามันเชื้อเพลิงซึ่ง ทร. ตองสนองนโยบายดังกลาว ขส.ทร. จึงไดจัดตั้งสํานักงานขนสง เพื่อนําระบบการขนสง แบบรวมการมาใชในการขนสงสิ่งอุปกรณใหกับหนวยงานตาง ๆ ใน ทร. ในชั้นตนจัดตั้งสํานักงานขนสงขึ้น ๒ สํานักงาน โดยเริ่มดําเนินการตั้งแต ๑๕ ต.ค. ๓๓ ๕.๒ หลักการดําเนินการขนสงแบบรวมการ ๕.๒.๑ จัดตั้งสํานักงานขนสง (สขส.) เพื่อทําหนาที่เปนหนวยขนสงตนทาง และหนวยขนสง ปลายทางมีหนาที่รับ – สง สิ่งอุปกรณ จากหนวยสงไปยังหนวยรับ ที่ตั้งอยูในพื้นที่ตาง ๆ จํานวน ๒ สขส. คือ ๑) สขส. กรุงเทพ ตั้งที่ กองจัดการขนสง กรมการขนสงทหารเรือ บริการนําสิ่งอุปกรณ ของหนวยตาง ๆ ในกองทัพเรือที่นํามาฝากสงจาก สขส. กรุงเทพ ไปยัง สขส.สัตหีบ เพื่อนําไปแจกจายใหกับ หนวยที่อยูในพื้นที่ ๒) สขส. สัตหีบ ตั้งที่ กองขนสงฐานทัพเรือสัตหีบ บริการนําสิ่งอุปกรณของหนวยตางๆ ในกองทัพเรือที่นํามาฝากสงจาก สขส. สัตหีบ ไปยัง สขส.กรุงเทพ เพื่อนําไปแจกจายใหกับหนวยที่อยูในพื้นที่ ๕.๒.๒ การจัดรถบริการ กรมการขนสงทหารเรือจะจัดรถ รับ – สงสิ่งอุปกรณระหวาง สขส. กรุงเทพ กับ สขส. สัตหีบ โดยออกจาก สขส. กรุงเทพ และ สขส. สัตหีบ ทุกวันราชการ เวลา ๑๐๐๐ ๕.๒.๓ การขอการขนสงหรือฝากสิ่งอุปกรณ


๗๖ ๑) ตามปกติใหขอเปนลายลักษณอักษร ตามแบบฟอรมที่กรมการขนสงทหารเรือ กําหนดโดยเสนอตามลําดับสายงาน ใหสํานักงานขนสงตนทางในพื้นที่ของตน กอนกําหนดขอการขนสง หรือฝากสงสิ่งอุปกรณไมนอยกวา ๓ วันราชการ (เมื่อตองการขนสงสิ่งเต็มคันรถ หรือเปนการขนสงโดยตรงจาก หนวยสงไปยังหนวยรับ ใหใชใบขอการขนสง ถาฝากสงใหใชใบฝากสงสิ่งอุปกรณ) ๒) ในโอกาสปจจุบันทันดวน ใหขอไดทางโทรศัพท โดยขอโดยตรงไปยังสํานักงานขนสง ตนทางในพื้นที่ของตน แลวสงใบขอการขนสง หรือใบฝากการขนสิ่งอุปกรณแลวแตกรณีเปนลายลักษณอักษร ยืนยันตามไปภายหลังอีกครั้ง ๕.๒.๔ การปฏิบัติของหนวยสงสิ่งอุปกรณ ๑) หนวยสง หมายถึง หนวยที่มีความตองการใหเคลื่อนยายสิ่งอุปกรณจากที่ตั้งของตน ไปยังหนวยรับ ซึ่งมิไดอยูในที่ตั้งเดียวกัน(หนวยที่ตั้งอยูใน กทม. ถือวาเปนหนวยเดียวกัน) หนวยสงจะตองทํา หีบหอหรือเครื่องหมายหีบหอพรอมที่จะบรรทุกไดอยางเรียบรอย การขนขึ้นเปนหนาที่ของหนวยสงภายใต การกํากับดูแลของเจาหนาที่ขนสง ๒) นําสิ่งอุปกรณที่จะสงฝากสงมามอบใหแกสํานักงานขนสงตนทางแลว รับใบตราสง ซึ่งเจาหนาที่สํานักงานขนสงตนทางออกใหไวเปนหลักฐานแทนสิ่งอุปกรณที่หนวยสงนํามาสง ยกเวนกรณีหนวยสง ไมสามารถนําสิ่งอุปกรณมาสงได หรือเปนการขนสงสิ่งอุปกรณเต็มคันรถ เมื่อสํานักงานขนสงตนทางนําพาหนะ ไปทําการขนสงให เจาหนาที่สํานักงานขนสงจะมอบใบตราสงไวเปนหลักฐานแทนอุปกรณที่เจาหนาที่รับมา ผนวก ก สมุดการใชรถประจําวัน (ประกอบขอบังคับทหาร วาดวยการใชรถทหาร พ.ศ.๒๔๘๐) (หนาใบปก) บทที่ ๘ การปรนนิบัติและการระวังปองกัน สมุดการใช้รถประจําวัน สําหรับ ชนิดรถ เลขหมาย เลขเครื่องยนต์ เลขแคร่รถ เล่มที่


๗๗ ๑. การปรนนิบัติบํารุงโดยพลขับ ๑.๑ การปรนนิบัติบํารุงยานยนตโดยพลขับ การปรนนิบัติบํารุงยานยนตโดยพลขับ ไดแกการดูแลรักษา บริการ และการตรวจสภาพยานยนต โดยมีความมุงหมายที่จะรักษายานยนตใหอยูในสภาพพรอมใชราชการได และเพื่อที่จะตรวจคนการชํารุด หรือเหตุขัดของที่เพิ่งจะเริ่มเกิดขึ้นแลวดําเนินการแกไขใหทันทวงที กอนที่การชํารุดเสียหายนั่นจะลุกลามมาก ขึ้นจนกระทั่งใชราชการไมได เพื่อใหบรรลุจุดมุงหมายที่กลาวไวขางตน การปรนนิบัติบํารุงยานยนตโดยพลขับประกอบดวย ๑.๑.๑ ตรวจสภาพของยานยนต ทําความสะอาด และหลอลื่น ๑.๑.๒ ซอมในกรณีฉุกเฉินเทาที่อนุมัติใหทําไดและ มีเครื่องมือและชิ้นสวนอะไหลพอที่ จะทําได ๑.๑.๓ ปองกันการปฏิบัติตอยานยนตในทางที่ผิด ไดแก ๑) ใชยานยนตไมถูกตอง ๒) ขาดการหลอลื่น หรือมีน้ํามันหลอลื่นมากเกินไป ใชสารหลอลื่นที่ทางราชการ มิไดกําหนดใหใช ๓) ขาดการตรวจสภาพตามระยะเวลาอันสมควร ๔) บกพรองในการปรนนิบัติบํารุง รวมทั้งขาดการบริการและปรับที่ถูกตอง ๕) ใหผูปราศจากคุณวุฒิและขาดประสบการณทําการซอมบํารุง หรือใชเครื่องมือ และอุปกรณในการซอม ที่ไมถูกตองและเหมาะสม ๑.๒ ความสําคัญของการปรนนิบัติบํารุงโดยพลขับ การปรนนิบัติบํารุงยานยนตโดยพลขับ เปนสวนสําคัญที่สุดในระบบการซอมบํารุงยานยนต เพราะอาจทําใหระบบการซอมบํารุงประสบความลมเหลวได ดังเหตุผลตอไปนี้ ๑.๒.๑ พลขับเปนบุคคลที่พบขอบกพรองหรืออาการชํารุดกอนผูอื่น ฉะนั้นถาหากพลขับ เปนผูรับการฝกเปนอยางดี และหมั่นตรวจตรายานยนตของตนอยูเสมอ แลวยอมจะสามารถพบอาการชํารุด เล็ก ๆ นอย ๆ ไดทันทวงทีแลวลงมือปฏิบัติในทางที่ถูกตอง กอนที่อาการชํารุดเล็ก ๆ นอย ๆ ที่เพิ่งเริ่มเกิดขึ้นนั้น จะชํารุดเสียหายมากขึ้น จนกระทั่งยานยนตนั้นชํารุดใชราชการไมได ๑.๒.๒ พลขับเปนบุคคลคนเดียวที่ชางยนตจะสอบถามเกี่ยวกับการชํารุดของยานยนตเพื่อคนหา สาเหตุของการชํารุด ถาพลขับนั้นเปนบุคคลที่ไมเอาใจใสตอการปรนนิบัติบํารุงยานยนตแลว จะไมมีโอกาส สังเกตไดเลยวายานยนตที่คนขับนั้นเริ่มมีอาการผิดปกติอยางไร ตรงไหน เมื่อใด ซึ่งจะทําใหชางยานยนตตอง เสียเวลาคนหาอีก ๑.๒.๓ การปรนนิบัติบํารุงยานยนตโดยพลขับเปนสิ่งเดียวที่จะรักษาใหยานยนตอายุยืนนาน และอยูในสภาพใชราชการได ๑.๒.๔ ผูบังคับบัญชาไมสามารถจะควบคุมการปฏิบัติของพลขับโดยใกลตลอดเวลา ๑.๒.๕ พลขับไดรับการฝกเกี่ยวกับการซอมบํารุงยานยนตนอยที่สุด ๑.๓ คําจํากัดความ การปรนนิบัติบํารุงยานยนตโดยพลขับ มีคําจํากัดความไว ดังนี้ ๑.๓.๑ การปรนนิบัติบํารุงกอนใชงาน ( Before Operation Service) การปรนนิบัติบํารุงยาน ยนตกอนใชงานนี้ มีความมุงหมายที่จะตรวจสอบใหเปนที่แนนอนวายานยนตอยูในสภาพเรียบรอยพรอมที่จะใช งานไดหรือไม ทั้งนี้ เพราะเหตุวายานยนตที่ไดรับการปรนนิบัติบํารุงหลังจากใชงานเปนที่เรียบรอยแลวนั้น ในระหวางที่จอดไวอาจจะเกิดการชํารุดขึ้นได เชน รถคันอื่นถอยหลังมาชน ขาศึกรอบมาวางระเบิดยางอาจจะ


๗๘ แบน น้ํามันหรือน้ําอาจจะรั่ว ฝนสาดเปยกสายไฟ เหลานี้เปนตน ฉะนั้นกอนที่จะใชงานในครั้งตอไปจึงจําเปน จะตองตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งเสมอไป เพื่อแกไขขอบกพรองที่อาจเกิดขึ้นไดดังกลาวแลว ๑.๓.๒ การปรนนิบัติบํารุงขณะใชงาน ( During Operation Service ) เปนการปรนนิบัติบํารุง ในขณะใชงาน ไดแก การตรวจความบกพรองในการทํางานขณะที่ขับรถเดินทางไป สิ่งที่สําคัญที่สุดนั้น ไดแก การคอยสังเกตกลิ่นเหม็นหรือเสียงดังที่ผิดปกติ การทํางานของเครื่องวัดและการทํางานที่ผิดปกติของรถแลวจดจํา ไวเมื่อถึงเวลาหยุดพักควรหยุดทันที ใหลงมือแกไขทันที อยาปลอยทิ้งไวจนกระทั่งชํารุดแลนตอไปอีกไมได ๑.๓.๓ การปรนนิบัติบํารุงขณะหยุดพัก ( At Halt Service ) การปรนนิบัติบํารุงขณะหยุด พักนั้น มีความมุงหมายที่จะแกไขขอบกพรองที่สังเกตพบในขณะใชงานหรือขณะที่รถวิ่งอยู ฉะนั้น เมื่อหยุดพัก หรือหยุดชั่วคราว พลขับจะตองเริ่มฉวยโอกาสแกไขขอบกพรองที่สังเกตพบในขณะใชงานทันที นอกจากนั้น ยังจะตองรายงานขอบกพรอง ซึ่งไมตองดําเนินการแกไขทันทีใหผูบังคับบัญชาทราบไวอีกดวย เหตุขัดของ บางอยางนั้นเปนการยากที่จะตรวจพบในขณะที่รถวิ่งอยู ฉะนั้น เมื่อหยุดรถใหพยายามคนหาขอบกพรองที่จะ ทําใหรถชํารุดแลนตอไปไมไดทันที การปรนนิบัติบํารุงขณะหยุดพักนี้เปนสิ่งที่จะละเวนเสียมิไดทั้งนี้ เพื่อใหรถ สามารถวิ่งตอไปไดอีกโดยเรียบรอย และจะตองกระทําไมวาสถานการณทางยุทธวิธีจะเปนอยางไร ในกรณี ฉุกเฉินนั้นอาจจะละเวนสิ่งที่ไมสําคัญเสียไดบาง แตหามมิใหงดทําการปรนนิบัติบํารุงในขณะหยุดพักเสียทั้งสิ้น เมื่อไดทําการปรนนิบัติบํารุงขณะหยุดพักแลว ใหรายงานผลใหผูบังคับบัญชาทราบทันที ๑.๓.๔ การปรนนิบัติบํารุงหลักจากการใชงาน ( After Operation Service ) การปรนนิบัติ บํารุงหลังจากใชงานนั้น มีความมุงหมายที่จะเตรียมยานยนตใหอยูในสภาพที่จะใชงานไดอีกทันที การตรวจรถ ของตนไดโดยถี่ถวนจริง ๆ และมีเวลาที่จะดําเนินการแกไขขอบกพรองหรือซอมทําการชํารุดที่ตนไดรับอนุมัติ ใหกระทําได และเมื่อพลขับไดปฏิบัติบํารุงหลังจากใชงานแลว ในรายงานใหนายทหารยานยนต หามมิใหงดเวน การปรนนิบัติบํารุงหลัง จากใชงานเปนอันขาด ในกรณีฉุกเฉินอาจจะลดรายการปฏิบัติลงใหนอยลงเทาการ ปรนนิบัติบํารุงขณะหยุดพักได ๑.๓.๕ การปรนนิบัติบํารุงประจําสัปดาห( Weekly Service ) การปรนนิบัติบํารุงประจํา สัปดาห มีความมุงหมายที่จะเพิ่มเติมการปรนนิบัติบํารุงประจําวัน เพื่อใหมีการปฏิบัติโดยละเอียดถี่ถวนยิ่งขึ้น การปรนนิบัติบํารุงประจําสัปดาหนั้นคือการบํารุงหลังจากใชงานและรายการปฏิบัติเพิ่มเติม ซึ่งจะตองปฏิบัติ ตอสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะรวมทั้งการลางรถ ทําความสะอาด อัดฉีดและขันสิ่งที่หลวมคลอนใหแนน เมื่อไดรับ การปรนนิบัติบํารุงประจําสัปดาหเสร็จแลว ใหรายงานใหนายทหารยานยนตทราบ และผูที่ไดรับรายงานจะตอง ตรวจสอบวาพลขับไดทําการปรนนิบัติบํารุงโดยถูกตองเรียบรอย ๑.๓.๖ การตรวจสภาพภายนอกดวยสายตา ( External Visual Inspection ) ในการปรนนิบัติบํารุงยานยนตโดยพลขับนั้น พลขับจะตองตรวจดูสภาพนอกของยานยนต ดวยสายตา ทั้งนี้เพื่อจะตองดูวายานยนตอยูในสภาพเรียบรอย ติดตั้งถูกตอง ติดตั้งมั่นคงแข็งแรง หรือสึกหรอ เกินสมควรหรือไม เพื่อใหพลขับสามารถพิจารณาสภาพของยานยนตโดยถูกตองใหถือวาคําตาง ๆ ที่ใชในการ ตรวจสภาพที่กลาวไวมีความหมายดังตอไปนี้ ๑) สภาพเรียบรอย ( Good Condition ) การตรวจวายานยนตอยูในสภาพเรียบรอย หรือไมนั้น เปนการตรวจสภาพภายนอกดวยสายตา เพื่อจะดูวายานยนตจะชํารุดจนกระทั่งไมสามารถใชการ ได หรือไมปลอดภัยในการใชตอไป หรือถาหากขืนใชตอไปแลวจะทําใหเกิดชํารุดเสียหายไดนอกจากนั้น คําวา สภาพเรียบรอยยังหมายความตอไปถึงคําวา ไมคดหรือบิด ไมมีรอยขูดหรือไหม ไมแตกหรือราว ไมหลุดลุย ไมฉีกขาดและหลอลื่นถูกตอง ๒) ติดตั้งถูกตอง ( Correctly Assembly ) การตรวจสวนประกอบตาง ๆ วาติดตั้ง ถูกตองหรือไมนั้น เปนการตรวจสภาพภายนอกดวยสายตาวาสวนตาง ๆ จะติดตั้งถูกที่ และถูกลักษณะหรือไม


๗๙ ๓) ติดตั้งมั่นคง การตรวจวาสวนประกอบตาง ๆ ของยานยนตวาติดตั้งมั่นคงหรือไม ไดแกการตรวจสภาพภายนอก โดยใชมือจับเขยา ใชเหล็กงัดลองงัดและใชกุญแจลองขันดูวาสวนประกอบนั้น ๆ ติดตั้งโดยมั่นคง ๔) สึกหรอเกินสมควร ไดแก การตรวจดูสภาพของตาง ๆ วาสึกหรอจนใชราชการ ไมได ถาหากไมเปลี่ยนแปลงเสียกอน ๑.๔ ความรับผิดชอบในการปรนนิบัติบํารุง ๑.๔.๑ ความรับผิดชอบของผูบังคับบัญชา ๑) ผูบังคับบัญชาทุกชั้น จะตองรับผิดชอบในการสอดสองดูแลกวดขันจนเปนที่แนใจ ไดวายานยนตในหนวยของตนไดรับการปรนนิบัติบํารุง โดยพลขับทุกวันเปนประจํา และไดรับการปรนนิบัติ บํารุงถูกตองตามหลักการวิธีการปฏิบัติที่ไดกลาวไวในคําสั่ง ๒) ผูบังคับบัญชาทุกชั้น จะตองรับผิดชอบในกําหนดเวลาปรนนิบัติบํารุงยานยนต ประจําวันขึ้น หามมิใหผูบังคับบัญชาอนุญาตใหผูหนึ่งผูใดใชรถโดยปราศจากการปรนนิบัติบํารุงกอนการใชงาน และการปรนนิบัติบํารุงหลังจากใชงานเปนอันขาด ๑.๔.๒ ความรับผิดชอบโดยตรง ๑) นายทหารยานยนตนายทหารยานยนตจะตองรับผิดชอบในการอํานวยการ และกํากับ การใหพลขับทําการปรนนิบัติบํารุงยานยนตโดยถูกตอง และอาจมอบหนาที่ใหนายสิบยานยนตปฏิบัติแทนได แตทวาตนจะตองเปนผูรับผิดชอบในผลของการปรนนิบัติบํารุงเพียงผูเดียว ๒) เจาหนาที่ซอมบํารุง มีหนาที่ชวยเหลือนายทหารยานยนตในการควบคุมและกํากับ การปรนนิบัติบํารุงโดยพลขับ ๑.๔.๓ ความรับผิดชอบสวนบุคคล ๑) พลขับ พลขับทุกคนจะตองรับผิดชอบในการปรนนิบัติบํารุงประจําวันและประจํา สัปดาหตอยานยนตที่ตนขับประจํา หรือ ตอยานยนตที่ตนไดรับมอบหมายใหทําการปรนนิบัติบํารุงโดยถูกตอง ตามวิธีปฏิบัติดังกลาวไวในคําสั่งนี้ และจะตองรายงานผลของการปรนนิบัติบํารุงและขอบกพรองที่เกิน ความสามารถของตนใหผูควบคุมทราบ นอกจากนั้น พลขับยังจะตองเปนลูกมือของชางซอมยานยนตประจําหนวยในขณะที่ สงรถไปทําการซอมขั้นที่ ๒ อีกดวย ๒) ผูชวยพลขับ ผูชวยพลขับมีหนาที่ชวยเหลือพลขับในการปรนนิบัติบํารุงรถ ๑.๔.๔ การปรนนิบัติบํารุงโดยเจาหนาที่ชางยานยนตระดับหนวย ๑) ในขณะสงรถเขารับการปรนนิบัติบํารุงระดับหนวยนั้น พลขับ และผูชวยพลขับ หรือพลประจํารถจะตองเปนลูกมือชวยเหลือชางยานยนตระดับหนวยในการปรนนิบัติบํารุงของตนเองอีกดวย ๒) ตามธรรมดาพลขับจะนํารถเขารับการปรนนิบัติบํารุงในรอบ ๑ เดือน หรือ ๖ เดือนนั้นจะตองทําการปรนนิบัติบํารุงในหนาที่ของตนใหเรียบรอยเสียกอน รถจะตองอยูในสภาพสะอาดแหง ไมมีโคลนพอกเปนปก จนกระทั่งทําใหไมสามารถตรวจหรือการปรนนิบัติบํารุงไดสะดวก แตอยางไรก็ตาม การทําความสะอาดฝุนผงนั้น ไมสูจําเปนนักเพราะเหตุวาถาลางเสียแลวจะทําใหการตรวจชิ้นสวนที่หลวมคลอน ไมชัดเจน


๘๐ ๒. การระวังปองกัน ๒.๑ การขับรถ ๒.๑.๑ การขับรถชิดขอบซายถนน เมื่อขับรถไปบนถนนที่แบงออกเปน ๒ ชอง ใหขับรถอยู ในครึ่งทางดานซายของทางเสมอ นอกจากจะผานขึ้นหนารถที่ขับไปชา ๆ หรือผานรถที่จอดอยูจึงขับแซงไป ทางขวา ถามีถนนหลายชองใหขับอยูในชองซายสุดตลอดเวลา นอกจากจะผานขึ้นหนาหรือเตรียมจะเลี้ยวขวา ๒.๑.๒ อยาขับรถขวางทางผูอื่น บางโอกาสถนนกวางเพียงรถสองคันผานกันไดเทานั้น เมื่อเปนดังนี้แลว รถบางคันที่จะผานขึ้นหนาอาจจะตกลงไปในคูหรือชนเสาขางทาง ในเมื่อเราเปดทางใหไมพอ ฉะนั้น อยาขับรถขวางทางผูอื่น เมื่อมีการสวนทางมาหรือ เมื่อมีรถขางทางขอผานขึ้นหนาจะตองเปดทางให เพียงพอที่รถคันอื่นจะผานไปไดสะดวก ถาจําเปนหยุดรถของเราเสียเลย ตองถือหลักวาใหเขาผานไปดวย ความปลอดภัย ตัวเราเองก็ปลอดภัยดวย ๒.๑.๓ เมื่อจะเลี้ยวขวาอยาเลี้ยวตัดมุม ใหขับไปทางซายของศูนยกลางของแยกหรือสี่แยก นั้นแตอาจจะตองขับชิดทางขวาของจุดศูนยกลางก็ไดแลวแตกฎจราจรของทองถิ่น ๒.๑.๔ สิทธิการใชเสนทาง จงใหสิทธิในการใชเสนทางของผูอื่น ผูใชรถคันอื่น ๆ อาจจะไม ทราบถึงสิทธิในการใชทางก็ไดหรืออาจจะเปนผูที่ชอบขับรถตามใจของตนเอง ไมวาจะถูกหรือผิด หรือเปน พลขับจากตางถิ่น ซึ่งมีกฎและระเบียบการจราจรไมเหมือนกันก็ได การชนกันไมใชของสนุก ถึงแมเราจะเปน ฝายถูก ตองจําไววาวิธีปลอดภัยก็คือ ตองพยายามใหรถอยูในการบังคับของเราตลอดเวลา และพรอมที่จะหยุด ไดทันที การรูถึงสิทธิใชทางบางทีก็ไมอาจชวยใหเราพนจากอุบัติเหตุก็ได ทั้งนี้ เพราะผูอื่นเปนคนกอ ฉะนั้น ขับรถจะตองระวังอยูเสมอ สิทธิในการใชเสนทางจะชวยใหทานขับรถดวยความปลอดภัยก็ตอเมื่อ ทานรูจักใหสิทธิ ในการใชทางแกผูอื่นเทานั้น บางโอกาสสิทธิในการใชงานเปนของทานรอยเปอรเซ็นตแตอันตรายก็อาจจะเกิด แกทานไดเหมือนกัน ฉะนั้น ทานจะตองมั่นใจวาพลขับรถคันอื่น ๆ ก็ตองทราบถึงสิทธิในการใชทางเหมือนกัน และยอมใหทานใชทางไดตามสิทธิของทาน การปฏิบัติตอไปนี้ เปนวิธีลดอันตรายจากการชนกันได ๑) ใหสิทธิในการใชทางแกรถทุก ๆ คันที่ผานมาทางซายของทาน ๒) ใหสิทธิในการใชแกรถที่มาในทางเอก ไมวาจะมาทางซายหรือทางขวา ๓) หยุดรถเมื่อเห็นปายบอกใหหยุด แลวจึงเคลื่อนที่ตอไป ๔) ใหสิทธิในการใชทางแกคนเดินเทาทุกคน และทุกแหงตลอดเวลา เมื่อรถเกิดชน คนขึ้นแลวพลขับทุกคนจะเกิดความไมสบายใจเชนเดียวกันทั้งนั้น ปวยการที่จะไปโทษวาเปนความผิดชอบคน นั้น คนนี้ จงมีใจเปนนักกีฬา เมื่อไปสัญญาณไฟเปลี่ยน ตองใหคนเดินเทาขามถนนตามสบาย ไมใชขามไปดวย ความตื่นตกใจกลัวรถจะชนตาย ๕) ใหสิทธิในการใชทางแกผูที่ขี่จักรยาน ๒ ลอ โดยเฉพาะเด็ก ๆ มักจะปฏิบัติ ตามกฎจราจรไมถูกตอง ๖) ใหสิทธิในการใชทางแกรถที่ใหสัญญาณจะเลี้ยวขวาที่ทางแยก ๗) ใหสิทธิในการใชเสนทางแกรถดับเพลิง รถพยาบาล และรถชนิดตาง ๆ ในเหตุการณฉุกเฉิน โดยหลบเขาจอดทางซายของถนน และเคลื่อนที่ตอไปเมื่อรถเหลานี้ผานไปแลว บางโอกาส ในบริเวณที่มีการจราจรคับคั่งอาจทําไมได แตก็ตองพยายามเปดทางใหเทาที่สามารถจะทําได ๘) ใหสิทธิในการใชทาง เมื่อมีปายเครื่องหมายแสดงบอกไว หรือแสงสัญญาณ หรือสัญญาณจากพลขับคันอื่น ๆ ๙) เปดทางใหแกรถคันหลังซึ่งจะผานขึ้นหนา เพื่อเขาประจําลําดับตามที่เดิม ภายในขบวน


๘๑ ๑๐) ใหสิทธิในการใชทางแกรถทุกคันที่พลขับสงสัญญาณไมชัดเจนวาจะทําอะไรแน พูดงาย ๆ ก็คือปลอดภัยไวกอน จงจําไววา “ พลขับคันอื่น ๆ ยอมมีสิทธิในการใชทาง ” ๑๑) ปฏิบัติตามกฎและระเบียบตาง ๆ ที่เจาหนาที่ทหารหรือตํารวจกําหนดขึ้นไว เปนทางปฏิบัติเกี่ยวกับสิทธิในการใชทาง ๒.๒ ปฏิบัติตามระเบียบการจราจรตาง ๆ ๒.๒.๑ แสงสัญญาณ ๑) แดง หมายความวา หยุด ๒) เหลือง หมายความวา ระวัง – เตรียมตัวหยุด ๓) เขียว หมายความวา ผานไปดวยความระมัดระวัง ๔) ไฟแดงกระพริบ หรือเหลือง หมายความวา หยุด – ดู แลวผานไปดวยความ ระมัดระวัง ๒.๒.๒ เจาหนาที่ตํารวจจราจร เปนผูใหสัญญาณหรือบอกใหผูขับรับปฏิบัติ ๒.๒.๓ เครื่องหมายตาง ๆ เปนเครื่องบอกทางหรือวิธีปฏิบัติตาง ๆ เปนตนวา ขับชิดซาย ขับชา ๆ หยุด ระวังรถไฟ หามจอดรถ โรงเรียนระวังเด็ก ทางขึ้นเขาอันตราย รถบรรทุกใหขึ้นดวยเกียรต่ํา ความเร็วไมเกิน ๘๐ กม./ชม. ซึ่งเครื่องหมายตาง ๆ เหลานี้ ทําเปนรูปรางงาย ๆ และธรรมดารูปรางของเครื่องหมาย ก็ยอมจะมี ความหมายอยูในตัวดวย ๒.๒.๔ การขามทางรถไฟ รถไฟมักจะไมสนใจในสิทธิการใชทางของทานเทาไรนัก ฉะนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุเนื่องจากการชนกับรถไฟ เมื่อจะผานทางรถไฟจะตองหยุดดูและฟงเสียงรถไฟ ในเมื่อ ไมมียามเฝาหรือมีเครื่องกั้นถนน เมื่อเห็นวาปลอดภัยแลวจึงขับตอไป แตอยางก็ดี อยาเชื่อเครื่องหมาย คนเฝาทาง หรือสัญญาณตาง ๆ มากเกินไป ชีวิตของทานเอง ทานจะตองระมัดระวังตัวทานเอง เมื่อจะขามทางรถไฟใหรอจนกวารถคันหนาผานพนทางรถไฟไปแลว มีระยะเทากับความ ยาวของรถทานเสียกอนจึงขามไป ถาหากขามไปติด ๆ กัน รถคันหนาอาจหยุดเสียกลางทาง รถของทานอาจจะ อยูบนทางรถไฟ ซึ่งนับวาไมคอยจะปลอดภัยนัก ๒.๒.๕ ขับรถเร็วทําใหเกิดอันตราย ประมาณ ๑/๔ ของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากรถยนต ขนาดถึงเสียชีวิตนั้น สาเหตุเนื่องมาจากขับรถเร็วเกินไปทั้งสิ้น การขับรถเร็วทําใหเกิดอันตรายได คือ ๑) รถที่วิ่งดวยความเร็วสูง ยอมลําบากในการที่จะหยุดไดทันทีทันใดในเหตุการณ ฉุกเฉิน ๒) รถที่วิ่งดวยความเร็วสูง ในการบังคับเลี้ยว หรือเปลี่ยนเสนทางจะกระทําไดยาก ๓) รถที่วิ่งดวยความเร็วสูง ยอมเขาไปใกลกับรถคันอื่น ๆ ไดเร็วพลขับยอมมีเวลา แกไขปญหาตาง ๆ ไดนอย ๔) รถที่วิ่งดวยความเร็วสูง เมื่อเกิดชนกันยอมเสียหายมาก การที่กําหนดความเร็วไว ก็เพื่อลดอันตรายจากเรื่องนี้ พลขับรถยนตทหารจะตองปฏิบัติตามระเบียบการใชความเร็วอยู ๒ ดาน คือ จากเจาหนาที่ ทางทหารกําหนด (รวมทั้งความเร็วสูงสุดที่กําหนดใหใชตามที่เขียนไวบนแผนปายประจํารถแตละคัน ) และที่ เจาหนาที่พลเรือนกําหนดไว ซึ่งทางทหารจะตองปฏิบัติตาม ตองมีความรูในเรื่อง พ.ร.บ.ตาง ๆ เกี่ยวกับรถของ ทองถิ่นที่ตนขับรถอยู และปฏิบัติตามที่เจาหนาที่กําหนดไวเกี่ยวกับการใชความเร็ว ตลอดจนความเร็วสูงสุดที่ ทางทหารไดกําหนดไวเชนกัน ทานก็ยอมจะสามารถหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษทัณฑหรืออุบัติเหตุได


๘๒ ๒.๒.๖ การขับรถตามหลังรถคันอื่น ๆ รถคันขางหนาอาจจะมีหามลอดีกวารถของทาน และ หยุดลงกะทันหันโดยไมใหสัญญาณ เพื่อหลีกเลี่ยงจากการชนทาย จะตองเวนระยะตอใหมีความปลอดภัยพอ โดยทั่ว ๆ ไป ถือวาระยะตอตองเปน ๒ เทาของความเร็วของความเร็วที่ใชขณะนั้น เชน วิ่งดวยความเร็ว ๕๐ กม. ตอ ชม. ระยะตอก็ควรเปน ๑๐๐ เมตร เปนอยางนอย ๒.๒.๗ การผานรถที่จอดอยู เมื่อผานรถที่จอดอยูอาจเกิดอันตรายได ๒ ประการ ประการ แรก รถที่จอดอยูยอมบังสายตาของทาน คนเดินเทา โดยเฉพาะอยางยิ่งเด็ก ๆ อาจจะโผลออกมาพนรถที่จอด อยูเขามาในทางของทานขณะที่กําลังจะผานไป โดยมิไดมีการใหสัญญาณแตอยางใด การหลีกเลี่ยงอันตรายดังกลาวขางตน ไมมีอะไรจะดีเทาระมัดระวังอยูเสมอ และมั่นใจวา ผานไปดวยความปลอดภัยจริง ๆ แลวจึงคอยผานไป ตองคิดไวกอนวารถคันที่จอดอยูนั้นอาจขับออกมาในทาง ของทานเมื่อไรก็ได หรือเด็ก ๆ คนเดินเทาอาจวิ่งพรวดพราดออกมาจากขางหลังรถที่จอดอยูเมื่อไรก็ได ฉะนั้น ตองขับผานไปชา ๆ เมื่อเหตุการณที่เราคาดไวขางตนเกิดขึ้นจริง ๆ เราจะไดหยุดรถไดทันที ๒.๒.๘ รถนักเรียน เมื่อรถนักเรียนที่อยูขางหนาหยุด เราขับรถตามไปขางหลัง จะตองหยุด ดวย สําหรับถนนแคบ ๆ แมรถจะสวนกันก็ตาม ก็ตองหยุดดวย อยาขับรถตอไปจนกระทั่งรถรับสงนักเรียน เคลื่อนที่ตอไป หรือเห็นสัญญาณบอกใหไปไดจากพลขับรถนักเรียน หรือเจาหนาที่ตํารวจ ถาขับรถผานรถ นักเรียนที่ยังจอดอยู จงขับชาที่สุด จนกระทั่งผานรถนักเรียนอยาเปนทําลายชีวิตเด็ก ๆ ซึ่งไมรูเดียงสา ๒.๒.๙ การใชแตร เมื่อไดยินรถคันหนึ่งคันใดชอบเปดแตรบอย ๆ จงรูไววาพลขับรถคันนั้น ยังไมมีความชํานาญในการขับรถ พลขับที่ดีหรือชํานาญเขาไมพยายามใชแตรในการขับรถ แตเขาใชหามลอแทน เสียงจากแตรของทานอาจทําใหคนเดินถนนตกตลึงหรือตกใจ และอาจตัดสินใจกระทําสิ่งหนึ่งสิ่งใดลงไปอยางผิด ๆ เชน แทนที่จะหลบเขาขางทางกลับวิ่งออกไปกลางถนนหรือวิ่งเขาหารถ เทากับวาตัวทานเปนคนทําใหเกิด อุบัติเหตุ อยาพยายามใหคนเดินเทาตกใจ เพราะเสียงแตรของทาน แตจงใชแตรตอเมื่อมีความประสงคเปน เพียงการเตือนเทานั้น เชน เวลาจะผานโคงซึ่งมองไมเห็น ใชแตรเพื่อตองการใหผูอยูในบริเวณนั้นทราบวา กําลัง มีรถจะผานไปเทานั้น ไมใชเปดแตรไลคนเพื่อใหเปดทางใหรถ ๒.๒.๑๐ ถือพวงมาลัยใหมั่นคง แมวาถนนจะตรงหรือเรียบก็ตาม รถอาจสะดุดกอนหินหรือ รอยแยกบนพื้นถนนก็ได ลอหนาอาจสะบัดได ฉะนั้น จะตองถือพวงมาลัยใหมั่นคงอยูเสมอ แตไมใชกําแนนอยู ตลอดเวลาตองสามารถบังคับรถไดตลอดเวลา ถือพวงมาลัยดวยมือทั้งสองเสมอ ไมใชถือพวงมาลัยมือเดียว ๒.๒.๑๑ ทางเทาขามถนน ๑) เมื่อจอดรถตามทางแยก ตองไมจอดล้ําเขาไปในทางเทาสําหรับคนเดินขาม ถนน เพื่อมิใหขัดขวางการใชทางของคนเหลานั้น การจอดล้ําเขาไปยอมเปนการขัดขวางเปลา ๆ ไมเกิด ประโยชนอะไรขึ้น ซ้ํายังอาจจะทําใหคนเดินเทาเกิดอันตรายขึ้นไดจากการหลบรถคันอื่น ๆ ซึ่งเขามองไมเห็นใน ขณะที่หลบหลีกหรือออมรถของทานไป ๒) เมื่อเขาใกลทางเทาขามถนนตองระมัดระวัง คนเดินเทาบางคนอาจเดินชนกัน หรือกระแทกกันเซไปมาได จําไววา คนเดินเทาที่กําลังอยูในทางเทาสําหรับเดินขามถนน ยอมมีสิทธิในการใช ทางเหนือกวาทาน ๒.๒.๑๒ กอกประปาสําหรับดับเพลิง พนักงานดับเพลิง ยอมตองปฏิบัติหนาที่อยางรวดเร็ว ในการดับเพลิง เพื่อปองกันมิใหเพลิงลุกลามกวางขวางออกไป ฉะนั้น อยาขัดขวางการปฏิบัติหนาที่ของเขา การจอดรถตองใหหางกอกประปาสําหรับดับเพลิงอยางนอย ๑๕ ฟุต


๘๓ ๓. การรายงานอุบัติเหตุ ๓.๑ เมื่อขับรถไปเกิดอุบัติเหตุขึ้นทั้ง ๆ ที่ขับรถไปดวยความระมัดระวังแลวก็ตาม แตก็ยังเกิด อุบัติเหตุขึ้นแกทาน เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุขึ้น มีเรื่องที่ทานจะตองปฏิบัติอยูหลายประการ ซึ่งเปนการปฏิบัติเพื่อ ตัวของทานและราชการทหาร หรือเปนการชวยเหลือผูที่เกี่ยวของกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ๓.๒ อุบัติเหตุคืออะไร “ เหตุการณที่เกิดขึ้นทําใหคนหรือสัตวตองบาดเจ็บหรือสิ่งของชํารุด เสียหาย ” เรียกวา อุบัติเหตุ คําจํากัดความอันนี้ไมไดบงชัดแนนอนลงไปวา บาดเจ็บมากนอยเพียงใด หรือ สิ่งของชํารุดเสียหายมากนอยเพียงใดจึงจะเรียกวา “ อุบัติเหตุ” อาจจะเสียหายมากหรือเพียงเล็กนอยก็ได อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอาจจะทําใหมีการบาดเจ็บหรือสิ่งของเสียหายเพียงเล็กนอยก็ได เราเรียกวาอุบัติเหตุทั้งสิ้น ๓.๓ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ จะตองจัดการสอบสวนสาเหตุทุกครั้ง ไมวาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจะมากนอย เพียงใดก็ตาม ตองจัดการสอบสวนหาสาเหตุดวยเสมอทุกครั้ง ทานจะตองใหความรวมมือกับกฎหมายของ บานเมือง อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอาจถึงกันชนหัก หรือ เพียงสีถลอก ทานก็ตองจัดการสอบสวนหาสาเหตุเชนกัน นอกจากเวลาปฏิบัติการรบหรือมีความจําเปนทางราชทหารซึ่งสั่งใหปฏิบัติการอยางใดอยางหนึ่ง อาจจะไมตอง หยุดทําการสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ๓.๔ จัดการระวังปองกันมิใหเกิดอุบัติเหตุตอไปอีก เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุแลวรถอาจอยูในสภาพที่ ชํารุด หรืออยูในที่ซึ่งไมปลอดภัย นอกจากนนั้นประชาชนพลเมืองอาจมามุงดูกันเต็มถนน สิ่งเหลานี้อาจทําให เกิดอุบัติเหตุซอนขึ้นมาได และอาจจะรุนแรงกวาคราวแรกก็ได เพราะรถและคนยอมทําใหเกะกะการจราจร จากบริเวณนั้น เพื่อปองกันมิใหเกิดอุบัติเหตุขึ้นอีกในบริเวณนั้น ประการแรกจะตองจัดการวางยาม หรือจุดไฟ บอกบริเวณที่มีอันตรายไว (เวลาขับรถพรางไฟไมตอง) หรือติดธงแดงไว เพื่อเตือนยวดยานพาหนะที่จะผานมาใน บริเวณนั้นใหใชความระมัดระวังถามีเจาหนาที่ตํารวจจราจรหรือสารวัตรทหารอยูบริเวณนั้น เปนหนาที่ของ เจาหนาที่ตํารวจจราจรหรือสารวัตรทหาร จะตองจัดการอํานวยการจราจรบริเวณนั้นใหเปนไปดวยความ เรียบรอย ถามีหนวยทหารอยูในบริเวณนั้นก็จัดการใหทหารคนใดคนหนึ่งเปนยาม หรือ ถาไมมีใครเลยก็อาจ จะตองขอรองใหประชาชนชวยเหลือเปนยามใหไดเหมือนกัน ๓.๕ จัดการปฐมพยาบาลแกผูที่ไดรับบาดเจ็บ เมื่อเกิดมีผูไดรับบาดเจ็บ เนื่องจากอุบัติเหตุจะตอง จัดการปฐมพยาบาลกอนทันที ถาหากผูไดรับบาดเจ็บมีหลายคน ทางที่ดีก็หาผูชวยเหลือในการปฐมพยาบาล ผูบาดเจ็บ ตัวเราคอยควบคุมชวยเหลือวา ไดจัดการปฐมพยาบาลแกผูไดรับบาดเจ็บในทันทีและถูกตองหรือไม ๓.๖ จัดการระวังมิใหเกิดเพลิงไหม เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุ อันตรายอาจเกิดขึ้นไดจากน้ํามันเชื้อเพลิง ที่หกเรี่ยราดอยูตามบริเวณนั้น เชื้อเพลิงเมื่อระเหยปนกับอากาศแลวยอมกลายเปนไอ ซึ่งติดไฟงายยิ่งขึ้นซึ่งอาจ ทําใหเกิดอันตรายจากเพลิงไหมอีกได เพื่อปองกันอันตรายเนื่องมาจากเพลิงไหมจะตองดับเครื่องยนตทันที และ หามมิใหมีการสูบบุหรี่ในบริเวณนั้นในเมื่อเกิดมีน้ํามันเชื้อเพลิงหกเรี่ยราดอยูหรือรถที่เกิดอุบัติเหตุชํารุดอยาง มากมาย หามมิใหผูหนึ่งผูใด นําเปลวไฟหรือจุดไฟเขาไปในบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุ หรือที่รถชํารุดจอดอยูภายใน ระยะ ๒๕ ฟุต ๓.๗ ติดตอเจาหนาที่ที่เกี่ยวของโดยตรง ๓.๗.๑ ติดตอแพทยหรือรถพยาบาล ถาเกิดมีผูบาดเจ็บขึ้น ตองรับจัดการติดตอแพทยหรือ ขอรถพยาบาลในบริเวณที่ใกลเคียงที่สุด จะเปนเจาหนาที่ทหารหรือพลเรือนก็ได ซึ่งสามารถจะมาชวยเหลือไดเร็ว ที่สุด สําหรับผูที่เปนทหารถาบาดเจ็บเล็กนอยไมมากนัก ใหจัดการสงไปยังโรงพยาบาลของทหาร ๓.๗.๒ ติดตอเจาหนาที่ดับเพลิง ถาเกิดเพลิงไหมขึ้น ไมสามารรถดับเพลิงดวยเครื่องมือ ดับเพลิงที่มีอยูหรือดวยทราย ใหรีบจัดการติดตอเจาหนาที่ดับเพลิงมาชวยเหลือทันที


๘๔ ๓.๗.๓ ติดตอเจาหนาที่ตํารวจ เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นจะตองรีบติดตอเจาหนาที่ตํารวจทองถิ่น ทันที เจาหนาที่ทหารตองรวมมือกับเจาหนาที่ทางบานเมือง ถาไมมีเจาหนาที่ตํารวจทองถิ่นอยูในบริเวณนั้น ตองจัดการติดตอทันที จะเปนวิธีใดก็ตาม ๓.๗.๔ ติดตอเจาหนาที่สารวัตรทหาร ถาเกิดอุบัติเหตุขึ้นภายในพื้นที่ ๆ มีเจาหนาที่สารวัตร ทหารควบคุมอยู ใหรีบติดตอเจาหนาที่สารวัตรทหารใหมาจัดการควบคุมจราจรและกั้นคนบริเวณนั้น หรือใหผู มียศสูงสุดที่อยู ณ บริเวณที่เกิดเหตุจัดการอํานวยควบคุมจราจร ๓.๗.๕ แยกการติดตอเพื่อใหเร็วขึ้น การติดตอเจาหนาที่ตาง ๆ ควรจะไดแยกเพื่อให รวดเร็วขึ้นและทันกับเหตุการณ อาจจะตองขอรองใหประชาชนชวยเหลือในการติดตอหมอ เจาหนาที่ดับเพลิง เจาหนาที่ตํารวจ สารวัตรทหาร ๓.๘ รายงานผูบังคับบัญชาโดยทางโทรศัพท ถาสามารถทําไดใหรีบรายงานอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นแก ผูบังคับบัญชาโดยทางโทรศัพททันทีหลังจากที่ไดจัดการเรื่องดวนหรือจําเปนเมื่อเกิดอุบัติเหตุเรียบรอยแลว เชน การปฐมพยาบาลผูบาดเจ็บเรียบรอยแลว เปนตน ถามีพลขับผูชวยอยูดวย ก็สั่งใหพลขับผูนั้นไปรายงานทาง โทรศัพทแทน ในระหวางที่ทานกําลังจัดการเรื่องอื่นอยูในเหตุการณเชนนี้ อาจจะใชโทรศัพทที่อยูใกลเคียงโดย ไมตองเสียเงิน ๓.๙ เขียนรายงานอุบัติเหตุ เมื่อขับรถไปเกิดอุบัติเหตุขึ้น ทานจะตองเขียนรายงานอุบัติเหตุ ทั้งนี้ เพื่อเปนการปองกันผลไดผลเสียของตัวทานเอง และของทางราชการทหารดวย ตามธรรมดาแลว ถาอุบัติเหตุที่ เกิดขึ้นนั้นไมใชความบกพรองของตัวทานเอง ทานก็ไมควรที่จะไปกลาวโทษคนอื่นเขาหรือทับถมเขามากเกินไป หรือถาหากวาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเปนเพราะความบกพรองของทานเอง ทานก็ไมตองการที่จะใหผูอื่นพูดเกิน ความเปนจริงไปในเรื่องของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นวา ทานไมรายงานตามความเปนจริงหรือไมมีพยานหลักฐาน ในขณะเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เพื่อความสะดวกในการที่จะเขียนรายงานอุบัติเหตุแกผูบังคับบัญชา ทางกองทัพบกจึง ไดมีแบบพิมพสําหรับรายงานอุบัติเหตุไวเพื่อใช เรียกวา “แบบรายงานอุบัติเหตุ” แบบรายงานนี้อธิบายไวแนชัดในตัวเองแลววา ผูกรอกรายงานอุบัติเหตุ จะตองกรอกขอความ อะไรที่ไหนบาง และเปนความรับผิดชอบของพลขับทุกคนที่จะตองกรอกรายงานอุบัติเหตุไดโดยถูกตองและ จดจําหัวขอตอไปนี้ ๓.๙.๑ จงใชสมอง จัดการชวยเหลือปฐมพยาบาลเปนอันดับแรก ถาหากมีผูบาดเจ็บ เกิดขึ้นจัดการระวังปองกันเพลิงไหม และอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นตอไป จัดการสอบถามเรื่องราวตาง ๆ ซึ่งจะเปน ประโยชนในการรายงานผูบังคับบัญชาจากประชาชนผูเห็นเหตุการณเสียในขณะนั้น กอนที่ผูเห็นเหตุการณจะ ไปเสียที่อื่น ๓.๙.๒ รักษากิริยามารยาท จงมีความสุภาพเมื่อตองสอบถามเรื่องราวตาง ๆ จาก ประชาชนอยากอใหเกิดการทะเลาะวิวาทหรือเกิดการโตเถียงกับพลขับรถคันอื่นที่ชนกับเรา ซึ่งไมเกิดประโยชน อะไรขึ้นมาแกตัวทานเองเลย แมวาจะเปนความบกพรองของรถคันอื่นก็ตาม นายทหารผูมีหนาที่สอบสวนจะ เปนผูตัดสินเอง ๓.๙.๓ จะตองรีบจัดการบันทึกสภาพความเปนจริงไวเสียแตเนิ่น ๆ ๑) สิ่งแรก คือ รีบสอบถามประชาชนที่อยูในบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อบันทึกขอเท็จจริง ไวเสียกอน เพราะประชาชนจะไมรออยูใหทานสอบถามเปนเวลานาน จากแบบพิมพรายงานอุบัติเหตุจะเห็นวา เราจะตองบันทึกหลักฐานเกี่ยวกับชื่อและตําบลที่อยูของประชาชนที่เห็นเหตุการณ และผูที่เปนพยานทุกคน อยาชักชาตองรีบจัดการบันทึกหลักฐานไว


๘๕ ๒) บันทึกหลักฐานเกี่ยวแกสภาพของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น แมวาประชาชนจะเห็น เหตุการณจะไปหมดแลวก็ตาม ทานจะตองบันทึกหลักฐานตาง ๆ ไวใหเรียบรอย ไดแก สภาพของถนนตอนนั้น ตําแหนงที่อยูของรถเมื่อกอนและหลังอุบัติเหตุ คาเสียหาย และเรื่องอื่น ๆ ที่จําเปนหลังเกิดอุบัติเหตุแลว ๓) กรอกรายงานตาง ๆ ลงในแบบรายงานอุบัติเหตุ ๓.๑๐ รายงานความเปนจริง รายงานอุบัติเหตุที่เสนอผูบังคับบัญชา ตองละเอียดชัดเจนตรงตาม ความเปนจริง มีแผนที่สังเขปแสดงตําบลที่อยูของรถกอนและหลังอุบัติเหตุ มีสิ่งใดกีดขวางการการจราจรของ พลขับหรือเปลา ชื่อของบุคคลตองเขียนใหถูกตอง ประมาณคาเสียหายที่เกิดขึ้นเทาใด ถาสามารถประมาณได อยาเดา เมื่อไมสามารถกะประมาณคาเสียหายได ก็วางไวไมตองเขียนลงไป ถามีผูกลาวหาวาทานเปนผูทําใหทรัพยสมบัติของเขาเสียหาย แตทานไมสามารถมองเห็นความเสียหาย นั้นๆ ก็ใหบันทึกไวแตเพียง เชน “นาย..ก.บอกวารถของเขาถูกชนโครงรถคด” สําหรับผูบาดเจ็บก็ใหบันทึกแผล ที่ไดรับ รอยไหม หรือกระดูกหัก ฯลฯ ซึ่งทานเห็นและแนใจ แตหากทานไมมีทางจะทราบได เชน ผูบาดเจ็บรอง วากระดูกสันหลังเคลื่อน หรือเจ็บขางใน เชนนี้ ก็บันทึกไวแตเพียงวาผูบาดเจ็บรองวาอยางไรเทานั้น เพราะไม สามารถจะเห็นหรือเชื่อได รายการใดที่กรอกไมไดใหเขียนวา”ไมทราบ” เพื่อแสดงวาตัวทานไมทราบ อยาวาง ไวเฉย ๆ อาจเขาใจไปวาทานเผลอไมกรอกขอความใหครบถวนได ๓.๑๑ การรายงานอยากลัวเปลืองหนากระดาษ อยาไปคิดวาที่วางในแบบรายงายอุบัติเหตุจะเปน สิ่งจํากัดขอความสําหรับราบงาน ถาจําเปนเพื่อความละเอียดชัดแจงในการรายงาน อาจจะใชกระดาษอยางอื่น เขียนรายงานแลวแนบติดไปกับรายงานอุบัติเหตุ ๓.๑๒ เมื่อกรอกขอความแลวตองตรวจตรา เมื่อกรอกขอความลงในแบบรายงานอุบัติเหตุแลว ตองตรวจดูวาถูกตองตรงกับความจริงหรือเปลา เชน ชื่อพลขับรถของอีกคันหนึ่ง ถูกตองตามชื่อที่ปรากฏใน ใบอนุญาตขับขี่ของเขาหรือเปลา ตําบลที่อยูของผูที่เกี่ยวของพอจะเชื่อถือไดไหม สอบถามใหละเอียดเพื่อความ แนนอน หากสงสัยภายหลัง ๓.๑๓ ตรวจทานรายงานทั้งหมดกอนสง เมื่อไดเขียนรายงานอุบัติเหตุเสร็จแลวใหตรวจทานเสีย อีกครั้งหนึ่งกอนสงรายงานนั้น เพื่อใหแนใจวารายงานนั้นถูกตอง นายทหารสอบสวนอุบัติเหตุยอมพิจารณา เรื่องตาง ๆ จากรายงานของทาน ทานตองเชื่อในความยุติธรรมของเขา มอบความไววางใจใหแกเขาคําตอบทุก คําตอบของทานตองใหเกิดประโยชน ในการพิจารณา มีเหตุผล เมื่อตรวจเรียบรอยแลว ใหรีบสนองรายงานตอ ผูบังคับบัญชาทันที ๔. การขับขี่ที่ปลอดภัย ๔.๑ พลขับรถที่ชํานาญ คือ พลขับที่ขับรถไดดวยความปลอดภัยนั้น ยอมเปนเทคนิคอยางหนึ่ง และในขณะเดียวกันจะตองขับดวยความเรียบรอย สุภาพ และไมเปนภัยตอผูใชทางอื่น ๆ อีกดวย จากคําที่วา ขับรถดวยความปลอดภัยนี้ จะเห็นไดวาในการปฏิบัติและการระวังตามหลักการเบื้องตนยอมเปนสิ่งธรรมดาทั้ง ในการขับรถดวยความปลอดภัย และการขับดวยความระมัดระวังมิใหเกิดอุบัติเหตุ พลขับตองหลีกเลี่ยงในการ ฉวยโอกาสในเรื่องที่เกี่ยวกับสิทธิของผูอื่น แสดงออกหรือใหสัญญาณเพื่อใหผูอื่นทราบวาตนตั้งใจจะทําอะไร และคอยระมัดระวังผูขับรถอื่น ๆ ที่บกพรองในการขับรถ ๔.๒ อันตรายของการฉวยโอกาส ระเบียบการจราจรยอมกําหนดหรือมีคําสั่งการปฏิบัติสําหรับผูใช ถนน และปองกันมิใหผูขับรถฉวยโอกาสกระทําการใด ๆ ซึ่งสวนมากการฉวยโอกาสอยูเสมอๆ ไมชาไมนานก็จะ ถึงซึ่งความหายนะอยางไรก็ดี นักฉวยโอกาสมักไมคอยจะทําใหเกิดอันตรายเฉพาะตัวของเขาเองเทานั้น เชน ถา เขาผานหนารถคันหนึ่งคันใดบนยอดเขา ก็มักจะทําใหรถคันนั้นตองหลบออกไปนอกถนน หรือถาหากเขาขับ ผานเขาไปตามถนนในเมืองดวยความเร็วอยางนากลัวเปนอันตรายมักจะเกิดอันตรายแกชีวิตของคนเดินเทา และพลขับรถอื่น ๆ มากกวาเกิดอันตรายแกตัวเขาเอง


๘๖ ๔.๓ การพิจารณาในเรื่องเกี่ยวกับสิทธิของผูอื่น ๔.๓.๑ เปนสิ่งสําคัญสําหรับพลขับทุกคน จะตองเคารพสิทธิของผูขับรถคันอื่นและผูเดินเทา บนถนน ถาหากวาพลขับเกิดมีปญหาเกิดขึ้นกับตัวเองเกี่ยวกับสิทธิของผูขับรถคันอื่น ๆ หรือของคนเดินเทาแลว ทางที่ดีที่สุดก็คือ ลองสมมุติตัวเองเปนคนอื่น ๆ บางแลวก็จะไดขอคิดในการพิจารณาตกลงใจวาสิทธิของตัวเอง มีอยางไรบาง ๔.๓.๒ การพิจารณาในเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวแกการปฏิบัติตามกฎขอบังคับตาง ๆ ดวยความ ระมัดระวังแมวาถนนจะตรงก็อาจเกิดอันตรายขึ้นได นอกจากพลขับจะระมัดระวังอยูเสมอ ตลอดเวลาที่ขับรถ ผานไปขางหนา สังเกตผูใชรถคันอื่น ๆ และมีเชาวไหวพริบในการใชความเร็วในการเลี้ยวโคง พลขับตองใช ความระมัดระวังเปนพิเศษที่จะไมลวงละเมิดสิทธิของผูขับรถคันอื่น ๆ โดยขับรถกินทาง หรือหยุดอยูซึ่งเปนการ บังคับใหผูขับรถคันหลังซึ่งตามมาตองผานขึ้นหนาไปในลักษณะที่จะเกิดอันตรายได พลขับจะตองระมัดระวัง ในการที่จะรูหรืออาจจะมีคนเดินเทาอยู และยิ่งไปกวานั้นตองพิจารณาถึงวา เพื่อเปนการปองกันไวกอนก็ควร จะไดสงสัญญาณใหคนเดินเทาเหลานั้นทราบเสียกอนวา มีรถกําลังจะผานเขาไปในบริเวณนั้น พลขับจะตองใช ความเร็วพอเหมาะ ถาหากวาเกิดมีคนเดินเทาโผลออกมาโดยมิคาดฝนในขณะที่รถใกลโคงเขามาพลขับก็จะตอง หลบหลีกใหทันทีโดยมิใหเกิดมีการชนขึ้นได ๔.๔ การใชแตรสัญญาณ พลขับจะตองระลึกและจดจําไววา ผูใชรถใชถนนคนอื่น ๆ ก็จะตองรูและ ใหสัญญาณเปนสัญญาณมือเปนการกําหนดวิธีการ เพื่อแสดงใหทราบถึงความตั้งใจของพลขับวาจะปฏิบัติ อยางไรกับสัญญาณตาง ๆ ซึ่งใชโดยพลขับรวมทั้งการใชสัญญาณมือ ในขบวนของยานยนตหรือขบวนลําเลียง จะไดกลาวตอไป ๔.๕ ความระมัดระวังของพลขับ ๔.๕.๑ พลขับทุกคนจะตองทราบถึงเรื่องสําคัญ ๆ จะเห็นวาเปนการดีที่สุดในการที่พลขับ พยายามหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ โดยการขับรถดวยความระมัดระวังอยูตลอดเวลาดีกวาจะปลอยใหเกิดอุบัติเหตุขึ้น แมจะเปนความบกพรองของคนอื่นก็ตาม พลขับยอมสามารถจะหลบหลีกหรือปองกันมิใหเกิดการบาดเจ็บแกผูอื่น นอกจากนั้น พลขับยังมีความรับผิดชอบในการที่จะปองกันมิใหอันตรายแกพลขับคันอื่น ๆ และคนเดินเทา อัน เนื่องมาจากความบกพรองของตัวเอง ๔.๕.๒ พลขับทุกคนตองทราบปายเครื่องหมายจราจรตาง ๆ บนทองถนนเปนอยางดี สามารถเขาใจความหมายของเครื่องหมายเหลานั้น เชน เครื่องหมายคลาย ๆ โรงเรียนอยูขางหนา ก็ยอม หมายความวา เตือนพลขับใหระมัดระวังเด็ก หมูบาน ก็เปนการเตือนพลขับวาอาจจะมีคนเดินขามถนน พลขับ ที่ระมัดระวังยอมจะทราบและรูวาสิ่งตาง ๆ ที่พลเห็นบนถนนนั้นจะหมายถึงอะไร ตนจะตองใชความระมัดระวัง อยางไร ๔.๖ ประสิทธิภาพของพลขับ ๔.๖.๑ อุบัติเหตุและสภาพของรางกายและจิตใจของพลขับ สภาพทางรางกายและจิตใจของพลขับ ทําใหสามารถพิจารณาไดเปนอยางมากกวาพลขับมี ทาทางจะเปนบุคคลที่กอใหเกิดอุบัติเหตุหรือไม จากรายงาน ๙ ใน ๑๐ ของอุบัติเหตุที่เกิดจากรถยนตไมวาจะถึง แกเกิดอันตรายหรือไมก็ตาม สาเหตุเกิดจากความรับผิดของพลขับทั้งสิ้น มิใชเกิดจากเครื่องยนตหรือเกิดจาก ความบกพรองของยานยนต ประมาณ ๑๐ % ของอุบัติเหตุที่เกิดอันตรายเนื่องมาจากพลขับมีสภาพรางกายไม สมบูรณ มากกวา ๕๐ % เนื่องจากพลขับฝาฝนกฎหรือระเบียบการจราจร และอีก ๔๐% อุบัติเหตุเกิดขึ้นจาก การที่พลขับมีสภาพทางจิตใจไมสมบูรณ หรือขับรถในเมื่อจิตใจไมปกติ


๘๗ ๔.๖.๒ ความสมบูรณทางรางกาย ๑) ไมมีบุคคลใดที่เจ็บปวย หรือลมเจ็บลงทันทีจะสามารถขับรถได จึงเปนการ แนนอนเหลือเกินที่วา ผูที่ปวยเปนโรคหัวใจอยางหนักนั้น ยอมไมสามารถจะขับรถได ๒) พลขับรถทุกคน ควรจะไดใชความระมัดระวังอยางมากในการขับรถ เมื่อรูสึกวา รางกายของตนไมสมบูรณใน ๒ กรณีตอไปนี้ คือ (๑) เมื่อเหน็ดเหนื่อยอยางมาก งวงนอน หรือประสาทมึนชาอยางมาก (๒) เมื่อมีอาการเจ็บปวยเล็ก ๆ นอย ๆ ซึ่งอาจสงผลทําใหเกิดอาการเสียสมาธิ หรือลดความสามารถในการขับรถ ๓) หามผูใดขับรถ เมื่ออยูในสภาพที่มึนเมา ๔.๖.๓ การเห็น จากประสาททั้ง ๕ เฉพาะสายตาอยางเดียวตองรับผิดชอบความรูสึกของบุคคลถึง ๘๐ % ขอสําคัญของการมีสายตาดีก็คือวา สามารถขับรถไดปลอดภัย ผูมีสายตาไมดีแลวยังพยายามขับรถนั้นเรียกวา โงมาก ๔.๖.๔ ขอบเขตของการเห็นทางขาง มีการทดสอบการกระทําเพื่อทราบวาพลขับสามารถสังเกตเห็นสิ่งตาง ๆ หรือการเคลื่อนไหว ทางขางทั้งซายและขวาไดเปนมุมมากนอยเพียงใด ในเมื่อสายตามองตรงไปขางหนา ขอบเขตของการมองเห็น ทางขาง คือ สามารถในการที่มองเห็นทางขางเลยออกไปจากมุมของสายตา พลขับที่สามารถมองเห็นทางขางได นอยตองแกขอบกพรองอันนี้ ดวยวิธีหันหนาไปทางซายที ขวาทีเล็กนอยในขณะขับรถ เพื่อใหสามารถเห็นได กวางขวางยิ่งขึ้น ๔.๖.๕ การเห็นทางลึก หลายคนที่ไมสามารถจะกะระยะสิ่งตาง ๆ ได บุคคลเหลานั้นจัดอยูในจําพวกที่มีการเห็นทาง ลึกไมดี ซึ่งเปนสาเหตุที่ทําใหรถยนตเกิดอุบัติเหตุเปนอยางมาก ผูที่ขับรถมาแลว คงจะเคยพบเห็นพลขับหลาย คนที่การเห็นทางลึกไมดี การปองกันบุคคลจําพวกนี้เพื่อตนเองและรถปลอดภัย ก็ดวยการใหสัญญาณมือ ที่ถูกตองกอนที่จะเบาหรือหยุดรถ หรือดวยการเตรียมพรอมอยูทุกขณะที่จะหักรถออกนอกถนน ในเมื่อบุคคล เหลานี้พยายามจะขับรถสวนไปอีกทางหนึ่ง แตกะระยะผิดพลาด ๔.๖.๖ การเห็นเวลากลางคืน เปนที่รูกันอยางแจมแจงแลววา คุณสมบัติของพลขับรถยนตทหารนั้นอยางนอยจะตอง สามารถมองเห็นไดในเมื่ออยูในที่มืด เพราะวาสวนมากทหารปฏิบัติการขับรถเวลากลางคืนดวย การพรางไฟ ถึงแมจะเปนคืนที่มืดที่สุดก็ตาม ผูที่มีสายตาดีก็ยอมสามารถมองเห็นสวนใหญ ๆ ของตนไม ตึกราบานชอง และสิ่งอื่น ๆ ได ๔.๖.๗ อาการมองไมเห็นเมื่อแสงเขาตา พลขับบางคนมองไมเห็นเปนเวลานานในเมื่อมีแสงสวางเขาตาตามปกติ ระยะเวลาที่สามารถ มองเห็นไดเปนอยางเดิมภายใน ๑๐ วินาที ขณะที่ขับรถดวยความเร็ว ๖๐ กม.ตอ ชม. รถจะวิ่งไปไดไกล ประมาณ ๑๖๖.๖๗ เมตร ภายใน ๑๐ วินาที มีหลายวิธีที่พลขับจะหลีกเลี่ยงการมองไมเห็น เนื่องจากแสงไฟ หนารถเขาตาขณะขับรถเวลากลางคืน คือ ๑) ขับรถชิดขอบซายของถนนเมื่อรถคันที่สวนเขามาในระยะใกล ๒) ขับรถชาลง เมื่อแสงของไฟเขามาใกลและคอย ๆ เพิ่มความเร็วขึ้นในเมื่อสายตา ชินกับความมืดดังเดิมแลว


๘๘ ๓) อยามองไปที่ไฟหนารถคันที่สวนมา ใหหันไปมองขอบถนนหรือไหลถนนทางซาย ซึ่งจะทําใหแสงเขาตานอย และทําใหมีแนวทางที่จะบังคับรถไปไดตามนั้น ๔.๖.๘ บอดสี สําหรับไฟแดง – เขียว สมัยทุกวันนี้มีขนาดใหญพอที่ผูที่มีสายตาไมคอยดีเกี่ยวกับบอดสี พอจะมองดูแลวสามารถบอกไดวา เปนไฟแดงหรือไฟเขียวได ๔.๖.๙ ปฏิกิริยาและการบังคับรถ พลขับตองสามารถที่จะปฏิบัติการตาง ๆ ไดรวดเร็วและถูกตองในเหตุการณฉุกเฉิน มีขอแตกตางซึ่งควรนํามาพิจารณาระหวางบุคคลเกี่ยวกับการใชความเร็ว ซึ่งเขาคิดวาสามารถจะปฏิบัติการได ทันในเหตุการณฉุกเฉิน และแกปญหาไดถูกตอง ดังตัวอยางเชน ในเมื่อขับรถอยูในทางลําบาก พลขับไมควร กระทืบเทาลงไปบนแปนหามลอ ซึ่งบางทีอาจจะทําใหรถลื่นลงไปในคู แตถาหากวาใชเทาอยูที่คันเรงอยู ตลอดไป อาจจะทําใหหลีกเลี่ยงจากอันตรายได ผูที่ปฏิกิริยายังเชื่องชา อาจแกไขไดดวยการเปดระยะตอให มากขึ้น เมื่อขับรถตามคันขางหนา ๔.๖.๑๐ ความเหน็ดเหนื่อย หากมีความจําเปนที่พลขับจะตองขับรถเปนเวลานานแลว จะตองระลึกไวเสมอวา ความเหน็ดเหนื่อยเปนสาเหตุที่ทําใหเกิดอุบัติเหตุอยางหนัก พลขับจะตองปฏิบัติทุกสิ่งทุกอยางเพื่อปองกัน ตนเองและรถของตนใหพนจากอุบัติเหตุ ๑) ขอเสียของความเหน็ดเหนื่อย ถาเกิดความเหน็ดเหนื่อยมาก ๆ ยอมทําใหพลขับ หยอนสมรรถภาพได ๒ ประการ คือ ทําใหรูสึกงวง เซื่องซึมหมดความรูสึกไปโดยไมรูตัว ซึ่งที่ถูกแลวพลขับ จะตองตื่นตัวอยูตลอดเวลา หรืออีกนัยหนึ่งอาจทําใหพลขับนึกวาตนเองสามารถจะขับรถไดโดยปลอดภัย ถึงแมวาในความเปนจริงแลว ในระหวางที่งวงนอนนั้น พลขับอาจกะระยะไมถูกตอง ใชความเร็วไมเหมาะสม กับสภาพของเสนทาง อาจจะมีความรูสึกชาเกินไป หรือมองไมเห็นสิ่งตาง ๆ ไมชัดเจน ๒) วิธีขจัดความเหน็ดเหนื่อย เมื่อพลขับรูสึกตัวเกิดความเหน็ดเหนื่อย ทางที่ดีที่สุด ก็คือใหพลขับผูชวยขับแทน หรือ ถาสามารถทําไดขับรถแอบขางทางนอนพักผอน พอรูสึกสบายจึงขับรถตอไป ถาจะตองขับรถตลอดเวลาคือหยุดไมได ควรหากาแฟแก ๆ หรือชาดื่ม เปดหนาตางใหลมพัดโกรกเขามามาก ๆ หรือถาสามารถทําไดหยุดรถพักบอย ๆ แลวพลขับออกไปออกกําลังกายแกงวง ทางที่ดีที่สุดในการปองกันมิให เกิดความเหน็ดเหนื่อยก็คือ ในตอนกลางคืนตองนอนใหมากที่สุด ๔.๖.๑๑ สภาพทางจิตใจและอารมณกอนขับรถ สวนมากของอุบัติเหตุที่เกิดจากรถยนตมิได เกิดจากการหยอนสมรรถภาพทางรางกายของพลขับ แตเกิดจากการหยอนสมรรถภาพทางจิตใจหรือจิตใจไม ปกติของพลขับ ซึ่งเห็นไดชัดเจนวาอุบัติเหตุทั้งหลายที่เกิดขึ้นนั้นสวนใหญเกิดจากการฝาฝนกฎจราจร และไม ปฏิบัติตามหลักการขับขี้ปลอดภัย ใชความเร็วมากเกินไป แซงขึ้นหนาในระยะเวลาที่ไมสมควร ฝาฝนในเรื่องที่ เกี่ยวแกสิทธิในการใชทาง การขับรถกินทาง ซึ่งจะเปนตนเหตุของการเกิดอุบัติเหตุทั้งสิ้น


๘๙ เอกสารอางอิง ๑. ตําราวิชาการขนสงดวยรถยนตของ โรงเรียนการขนสงทหารบก ก.ย.๕๑ ๒. วิชาการขนสงทางถนนและยุทธวิธีเลม ๑ ๒ ๓ เดิมของ โรงเรียนการขนสงทหารเรือ ๓. วิชาการขนสงทางถนน กองวิทยาการ กรมการขนสงทหารอากาศ


Click to View FlipBook Version