The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ตำราการขนส่งทางน้ำภายในแผ่นดิน ทางยุทธวิ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by panumate5260, 2023-04-04 01:45:23

ตำราการขนส่งทางน้ำภายในแผ่นดิน ทางยุทธวิ

ตำราการขนส่งทางน้ำภายในแผ่นดิน ทางยุทธวิ

๕๐ ๓.๕.๒ ประโยชน์ขอตะเพรา ๑ ใช้ในการดึง หรือ ดัน หรือ เกี่ยว เรือไม่ให้กระแทก ให้เรือออกห่างหรือ เกาะเรือไว้ ๒ ใช้ในการเกี่ยวสิ่งของ คนที่ตกน้ าขึ้นมาบนเรือ ๓ นอกจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ขอตะเพรายังใช้เป็นส่วนประกอบท่ายืนเกียรติยศของ ทหารเรือ เป็นเกียรติให้ผู้บังคับบัญชาที่ลงเรือเล็ก ตามข้อบังคับทหารเรือ ที่ ๓๒ ๓.๕.๓ การฝึกการใช้ขอตะเพรา เพื่อให้กลาสีมีความช านาญในการใช้ขอตะเพราประจ าเรือเล็ก จึงจ าเป็นต้องมีการฝึกซ้อม ให้เกิดความช านาญ และสามารถไปปฏิบัติงานได้ โดยได้แบ่งการฝึกเป็น ๓ ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ ๑ การเตรียมขอตะเพรา - ครูฝึกสั่ง “เตรียมขอตะเพรา” - ผู้รับการฝึก “ทวนค าสั่ง เตรียมขอตะเพรา” พร้อมกับน าขอตะเพราออกจากที่เต้ารับ ขอตะเพรา น าขอตะเพรามาตั้งตรงกลางล าตัว ส่วนหัวขอตะเพราชี้ขึ้นบน โดยให้มือซ้าย และมือขวา จับก ารอบ ด้ามขอตะเพรา ตรงบริเวณใต้คาง มือซ้ายอยู่บนมือขวาอยู่ล่าง เปิดศอกทั้งสองข้างให้ตั้งฉาก เท้าแยกออก ๑ ช่วงไหล่ พร้อมกับรายงาน “ขอตะเพรา...พร้อม” ขั้นตอนที่ ๒ การใช้ขอตะเพรา - ครูฝึกสั่ง “หัวเรือผลักออก” - ผู้รับการฝึก ทวนค าสั่ง “หัวเรือผลักออก” พร้อมกับน าขอตะเพรา ส่วนหัวที่เป็นโลหะ ดันวัตถุที่แข็งแรงบนฝั่ง หรือตลิ่ง หรือกราบเรืออื่น ให้หัวเรือออกห่าง เสร็จแล้วรายงาน “หัวเรือผลักออก เรียบร้อย” - ครูฝึกตอบรับ “ทราบ” ตัวอย่างค าสั่งของครูฝึก * หัวเรือ หรือ ท้ายเรือ ผลักออก * หัวเรือ หรือ ท้ายเรือ ดึงเข้า * ดันกราบขวา , ดันกราบซ้าย * เกี่ยวหัวเรือ , เกี่ยวท้ายเรือ * เกี่ยวกราบขวา , เกี่ยวกราบซ้าย ขั้นตอนที่ ๓ การเก็บขอตะเพรา - ครูฝึกสั่ง “เก็บขอตะเพรา ” - ผู้รับการฝึก ทวนค าสั่ง “เก็บขอตะเพรา” พร้อมกับน าขอตะเพรา วางเก็บที่เต้ารับ ขอตะเพรา เสร็จแล้วรายงาน “เก็บขอตะเพราเรียบร้อย”


๕๑ ข้อควรระวังในการใช้ขอตะเพรา ๑ มีหลักในการยืนให้มั่นคง ระวังจะตกน้ า ๒ วิธีค้ า หรือดัน ต้องมั่นใจว่าวัตถุนั้นแข็งแรง ไม่เปราะ หรือหักง่าย ๓ วิธีเกี่ยววัตถุ ให้ระวังขอเกี่ยว เพราะจะติดกับวัตถุที่เกี่ยว สขอตะเพราจะหลุดมือ ๔ ประมาณการน้ าหนักขอตะเพราให้พอดีกับการใช้งาน ๕ จับขอตะเพราด้วยมือที่ถนัดไว้ใกล้ด้ามขอตะเพรา


๕๒ บทที่ ๓ หลักการเดินเรือ ๑. กล่าวโดยทั่วไป เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า ประเทศไทยนั้นมีแม่น้ าอยู่ด้วยกันหลายสาย เช่น แม่น้ าเจ้าพระยา แม่น้ าบางปะกง แม่น้ าท่าจีน แม่น้ าแม่กลอง เป็นต้น แต่ละแม่น้ ามีความส าคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะด้าน เศรษฐกิจ ของประเทศ การขนส่งสินค้าทางเรือ เป็นปัจจัยตัวเลือกหนึ่งที่ผู้ประกอบการได้เลือกใช้ ดังนั้น เพื่อให้เส้นทางน้ าดังกล่าว มีความปลอดภัยสูง จ าเป็นอย่างยิ่งที่ฝ่ายทหารต้องเข้าปฏิบัติการตามหลัก ยุทธศาสตร์ และยุทธวิธีทางทหาร ซึ่งการปฏิบัติในล าน้ าแตกต่างกับการปฏิบัติในทะเล โดยพื้นที่ในการแล่น เรือมีจ ากัด และเรือจ าเป็นต้องเดินไปตามทิศทางของแม่น้ า ผิดกับในทะเลซึ่งสามารถแล่นเรือได้ไม่จ ากัด ฉะนั้นการปฏิบัติการในล าน้ าจึงจ าเป็นต้องค านึงถึงปัจจัยดังต่อไปนี้ ๑ ลักษณะของแม่น้ า จ าเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทราบลักษณะของล าน้ านั้นๆ เป็นอย่างดี ความกว้าง ความลึก กระแสน้ า ร่องน้ า สะพาน และสิ่งกีดขวางใต้น้ า ๒ ลักษณะของริมฝั่ง ต้องทราบลักษณะของฝั่ง ที่เรือจะต้องไปปฏิบัติการว่ามีลักษณะชัน เพียงใด คน และสัตว์ขึ้นลงได้หรือไม่ ระดับน้ าขึ้นสูง หรือต่ าเพียงใดจากขอบริมฝั่ง ทั้งนี้เพื่อน ามาพิจารณาใน การน าเรือทางยุทธวิธีทั้งสิ้น ๓ ลักษณะของเรือที่ใช้ กินน้ าตื้น บังคับง่าย ความกว้าง ความสูงไม่เป็นอุปสรรค มีความ คล่องตัวในการหันเลี้ยว หยุด และไม่เสียงดัง ๑.๑ ภารกิจ โดยปกติการการน าเรือในล าน้ าทางยุทธวิธี เป็นการน าเรือในสภาวะที่ไม่ปกติ เพื่อเป็นการ เตรียมพร้อมในการปกป้องอธิปไตยของชาติทร.ได้มอบหมายให้ กลน.กร. เป็นหน่วยงานรับผิดชอบให้เตรียม ก าลังทางเรือ ตามค าสั่ง บก.ทหารสูงสุด สลับมาก ที่ ๔๓๐ / ๒๕๑๐ ลง ๑๒ พ.ย. ๒๕๑๒ โดยมีภารกิจรับผิดชอบ ในการปฏิบัติการตามล าน้ าโขง และแม่น้ าอื่น ๆ ภายในประเทศ ๑.๒ ขอบเขต เฉพาะเส้นทางน้ าภายในแผ่นดินของประเทศไทยทั้งหมด และเส้นทางน้ าที่ใช้ประโยชน์ร่วมกับ มิตรประเทศ ข้างเคียง เช่น แม่น้ าโขง โดยมีขอบเขตรับผิดชอบก าหนดหน้าที่ไว้ดังนี้ ๑ ป้องกัน ขัดขวาง ท าลายการแทรกซึม และด าเนินการที่กระทบกระเทือนต่อผลประโยชน์ และอธิปไตยของประเทศ ๒ ควบคุมล าน้ าอื่น ๆ ภายในประเทศ ๓ สนับสนุนกองก าลังทางบก ซึ่งปฏิบัติการบริเวณติดต่อกับล าน้ า


๕๓ ๔ ให้การบริการด้านการล าเลียงขนส่ง ทั้งทางบก และทางน้ าแก่หน่วยต่าง ๆ ๕ ด าเนินการซ่อมบ ารุงเรือ รถ และอุปกรณ์ในระดับที่ต่ ากว่าการซ่อมใหญ่ ๖ รักษาความปลอดภัยที่ตั้งหน่วยต่าง ๆ ของ ทร. ที่มีพื้นที่ติดล าน้ า ๑.๓ หลักปฏิบัติ เพื่อในการควบคุมพื้นที่รับผิดชอบตามที่ได้รับมอบ จึงจ าเป็นต้องมีก าลังทางเรือประเภทเรือ ลาดตระเวนล าน้ า สRiver Patrol Craft ตามที่สหรัฐมีประสบการณ์และใช้อยู่ในสงครามเวียดนามที่ได้ผลที่สุด ในอดีตคือ PBR (River Patrol Boat) นอกจากเรือ PBR. แล้ว เรือที่เหมาะสมกับประเทศไทยและสามารถ จัดหาหรือสร้างเองได้ง่าย คือ เรือยนต์เร็ว (Outboard Moter Boat) เรือเพลายาว (Outboard Long Smart Boat) หรือเรือที่ออกแบบสร้างเองให้เหมาะสมกับสภาพของแม่น้ าในประเทศไทย จากรายงานการทดสอบตามโครงการเฝ้าตรวจแม่น้ าโขงของสถาบันวิจัยและพัฒนาการทางทหาร ร่วมกับสหรัฐ ได้สรุปการทดสอบไว้ว่า เมื่อค านึงถึงลักษณะทางอุทกศาสตร์ และภูมิประเทศของแม่น้ าโขง ลักษณะขอบเขตของภัยคุกคามที่คาดว่าจะมี ได้ข้อยุติว่าความยาวของแม่น้ าประมาณ ๒๐๐ กม. ต้องการ จ านวนและประเภทของเรือที่ใช้ลาดตระเวนเฝ้าตรวจล าน้ าโขง ดังนี้ ๑ เรือ PBR. ๘ ล า ๒ เรือเร็ว ๑๖ ล า สถือเกณฑ์เรือเร็ว ๒ ล า ต่อเรือ PBR. ๑ ล า ความเร็วไม่ต่ ากว่า ๔๕ กม./ชม. ๓ บก. และส่วนสนับสนุนที่จ าเป็น ตามเกณฑ์นี้เมื่อคิดความยาวของแม่น้ าประมาณ ๘๐๐ กม. สตั้งแต่ จว. เลย ถึง จว. อุบลฯ ต้องการเรือ PBR. อย่างน้อยที่สุด ๓๒ ล า เรือเร็ว ๖๔ ล า และ บก. รวมทั้งส่วนสนับสนุนบนบก ๔ แห่ง และ เมื่อคิดถึงจ านวนเรือที่จะต้องมีส ารองไว้ส าหรับการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเพื่อพักผ่อน และซ่อมบ ารุงตาม ระยะเวลาอีกประมาณร้อยละ ๒๐ แล้ว จะต้องมีเรือ PBR. ประมาณ ๔๐ ล า และเรือเร็ว ๘๐ ล า ส าหรับแม่น้ าภายในอาณาเขตอื่นๆ เช่น แม่น้ าเจ้าพระยา แม่น้ าท่าจีน แม่น้ าแม่กลอง แม่น้ า บางปะกง ฯลฯ ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ปฏิบัติการส าคัญรองลงมาจากแม่น้ าโขง นั้น เมื่อคิดความยาวของล าน้ า ทั้งหมดรวมกันยาวทั้งสิ้นประมาณ ๑,๐๐๐ กม. แล้วเห็นควรก าหนดจ านวนและประเภทของเรือ เท่ากับ จ านวนที่ต้องการในแม่น้ าโขง คือ เรือ PBR. ๔๐ ล า และเรือเร็ว ๘๐ ล า โดยรวมก าลังไว้ในแม่น้ าเจ้าพระยา และแยกก าลังไปปฏิบัติการในแม่น้ าดังกล่าว ตามสถานการณ์และความจ าเป็น ๑.๔ แนวความคิดในการปฏิบัติการของกองเรือล าน าในแม่น าอื่นๆ นอกจากแม่น าโขง ในระหว่างที่สถานการณ์ในแม่น้ าต่างๆ ยังไม่สิ่งที่บอกเหตุที่ ทร. จะต้องใช้ก าลังออกปฏิบัติการ กองเรือล าน้ าจึงได้เตรียมก าลังทางเรือ และก าลังพลไว้พร้อมที่จะออกปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที เมื่อได้รับค าสั่ง นอกจากนี้กองเรือล าน้ ายังต้องปฏิบัติงานพิเศษต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมายจากกองทัพเรือที่เกี่ยวกับการรักษา ความปลอดภัยทางน้ า


๕๔ ในส่วนการปฏิบัติของทหารเหล่าขนส่งนั้นคงมีหน้าที่ สนับสนุนการปฏิบัติการหลักของหน่วยร้องขอ ด้านการล าเลียง การขนส่งอุปกรณ์ ยานพาหนะหรือบุคคล ซึ่งจ าเป็นจะต้องรู้และเข้าใจในการปฏบัติงานของ หน่วยรับผิดชอบหลัก เพื่อการบูรณาการให้เข้ากับการปฏิบัติของตน กรณีหากมีการร้องขอจากหน่วยงาน รับผิดชอบ และต้องปฏิบัติภารกิจร่วมกัน แนวทางการเดินเรือทางยุทธวิธี จะได้กล่าวไว้ในล าดับต่อไป ๒. การส ารวจข้อมูลส่งก าลังบ ารุง ๒.๑ ความมุ่งหมาย ๑ เพื่อให้ทราบถึงข้อมูล ต าบลที่ในการส่งก าลังบ ารุง ตามเส้นทางต่าง ๆ ๒ เพื่อให้ทราบถึงข้อมูลในการส ารวจลักษณะเส้นทางน้ าที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ๓ เพื่อให้ทราบถึงลักษณะภูมิประเทศ และความเป็นอยู่ของประชากรในพื้นที่ที่ส ารวจ ๔ เพื่อเป็นข้อมูลในการเก็บสถิติ บันทึก เพื่อประโยชน์ในการวางแผนล่วงหน้า ในการเดินทาง ในเส้นทางน้ าภายในแผ่นดินครั้งต่อไป ๒.๒ หัวข้อในการส ารวจ การส ารวจข้อมูลในการส่งก าลังบ ารุงตามเส้นทางน้ าภายในแผ่นดิน แบ่งการส ารวจออกเป็น หัวข้อใหญ่ได้๓ ลักษณะดังนี้ ๑ การส ารวจต าบลส่งก าลังบ ารุง ได้แก่ ส๑ สถานีบริการน้ ามันเชื้อเพลิง ส๒ ตลาด , ร้านค้า , ร้านอาหาร ส๓ ท่าเทียบเรือ , สถานที่ราชการ , โรงพยาบาล ส๔ วัด , โบสถ์ สถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา ๒ การส ารวจสภาพเส้นทางน้ าที่ใช้อยู่ ได้แก่ ส๑ ความลึก , ความกว้าง , กระแสน้ า ส๒ สะพาน , ประตูน้ า, สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ส๓ สิ่งกีดขวางทั้งที่เป็นธรรมชาติ และที่มนุษย์สร้างขึ้น ๓ การส ารวจลักษณะภูมิประเทศ และประชาชน ได้แก่ ส๑ ตัวเมือง , หมู่บ้าน ส๒ ไร่นา , สวนผักผลไม้ ส๓ ป่าละเมาะ , ป่าชายเลน ส๔ การประกอบอาชีพ , การนับถือศาสนา


๕๕ ๒.๓ แบบฟอร์มที่ใช้ในการส ารวจข้อมูลส่งก าลังบ ารุง ๑ ส ารวจข้อมูลต าบลส่งก าลังบ ารุง ส ใช้แบบฟอร์ม แบบ ๑ ๒ ส ารวจข้อมูลสภาพเส้นทางน้ า ส ใช้แบบฟอร์ม แบบ ๒ ๓ ส ารวจข้อมูลลักษณะภูมิประเทศ และประชาชน ส ใช้แบบฟอร์ม แบบ ๓ ๒.๔ การรายงานผลการส ารวจ ๑ ให้ผู้รับการฝึกบันทึกข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ ตามแบบฟอร์ม ๑ , ๒ , ๓ โดยจัดท า ๓ ฉบับ ส่งครูฝึก ๑ ฉบับ , ผอ.หน่วยฝึกทางน้ า ๑ ฉบับ และใช้บรรยายสรุป ๑ ฉบับ ๒ ทุกวันที่เสร็จสิ้นการฝึก ให้จัดชุดบรรยายสรุปให้คณะครูฝึก และผู้รับการฝึกได้ทราบถึง รายละเอียดที่ได้ส ารวจมา ประมาณชุดละ ๑๐ – ๑๕ นาที


๕๖ (แบบ ๑) แบบฟอร์มการส ารวจต าบลส่งก าลังบ ารุง การขนส่งทางน าภายในแผ่นดินทางยุทธวิธี จุดเริ่มต้นจาก………………………….ถึง………………………………………………………….….. ส ารวจเมื่อ……………………… เรือที่ใช้ส ารวจ……..................................................... ผู้ส ารวจ………………………………………………………………………………………….....……… ___________________________ ต าบลส าคัญ กม.จาก กม. ๐ ข้อมูลการส ารวจต าบลส่งก าลังบ ารุง หมายเหตุ


๕๗ (แบบ ๒) แบบฟอร์มการส ารวจสภาพเส้นทางน า การขนส่งทางน าภายในแผ่นดินทางยุทธวิธี จุดเริ่มต้นจาก……………………………ถึง……………………………………………………………... ส ารวจเมื่อ…………………………เรือที่ใช้ส ารวจ……..................................................... ผู้ส ารวจ………………………………………………………………………………………………….…… ___________________________ ต าบลส าคัญ กม.จาก กม. ๐ ข้อมูลการส ารวจสภาพเส้นทางน า หมายเหตุ


๕๘ แบบ ๓ แบบฟอร์มการส ารวจลักษณะภูมิประเทศและประชาชน การขนส่งทางน าภายในแผ่นดินทางยุทธวิธี จุดเริ่มต้นจาก……………………………ถึง…………………………………………………………….. ส ารวจเมื่อ………………………..เรือที่ใช้ส ารวจ……..................................................... ผู้ส ารวจ……………………………………………………………………………………………………… ___________________________ ต าบลส าคัญ กม.จาก กม. ๐ ข้อมูลการส ารวจสภาพเส้นทางน า หมายเหตุ


๕๙ ๓. กระบวนเรือทางยุทธวิธี ๓.๑ กล่าวโดยทั่วไป การเคลื่อนที่ตามล าน้ า สWaterborne Movement เป็นการใช้เรือประเภทต่าง ๆ ตามล าน้ า เพื่อเตรียมการเคลื่อนที่ทางยุทธวิธีโดยปกติจะรวมถึง การขนส่งเคลื่อนย้ายก าลังทางบกในพื้นที่ปฏิบัติการหรือ การลาดตระเวนปฏิบัติการอื่น ๆ ซึ่งจะท าให้ส าเร็จบรรลุภารกิจไปได้โดยใช้เส้นทางภายในแผ่นดินตามล าน้ า ๓.๑.๑ การวางแผนทั่วไป และการพิจารณาทางยุทธวิธีในการเคลื่อนที่ตามล าน้ า การเคลื่อนที่ตามล าน้ า มีความส าคัญส าหรับปฏิบัติการทางทหารในสภาพแวดล้อมตามล าแม่น้ า คล้ายกับการเคลื่อนที่ตามธรรมชาติทางบก ส่วนประกอบที่ส าคัญของแผนประกอบด้วย รูปกระบวนความเร็ว และการรักษาความปลอดภัยเป็นส าคัญ รวมถึงต้องเตรียมขั้นตอนการปฏิบัติมาตรฐาน สStandard Operation Procedure : SOP และการปฏิบัติต่อข้าศึกในเวลาฉุกเฉิน สImmediate Action Drill : IAD การเคลื่อนที่ ตามล าน้ าเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังนี้ ๑ การเตรียมการเคลื่อนที่ก าลังทางยุทธวิธีด้วยก าลังทางบกและทางเรือตามเส้นทางล าน้ า ๒ การสร้าง รักษา ควบคุม ข่ายการสื่อสารตามล าน้ า ๓ วางก าลังและท าลายข้าศึก, ฐานปฏิบัติการข้าศึก และหน่วยสนับสนุนข้าศึกในพื้นที่ ปฏิบัติการ ๔ เตรียมการรักษาความปลอดภัยส าหรับหน่วยก าลัง และฐานก าลังฝ่ายเดียวกัน ๕ สนับสนุนการปฏิบัติการของ กองก าลังฝ่ายเดียวกัน ๓.๑.๒ ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการเคลื่อนที่ตามล าน้ า ปัจจัยต่าง ๆ ที่ต้องมาพิจารณา เมื่อพิจารณาวางแผนการปฏิบัติในการเคลื่อนที่ตามล าน้ า เช่น ๑ ภารกิจ ๒ ขนาดและจ านวนของหน่วยก าลังในการเคลื่อนที่ ๓ ข้อจ ากัดในการเดินเรือในเส้นทางตามล าน้ า ๔ ความเร็วในการเดินทาง ๕ การรักษาความปลอดภัย ๖ ขีดความสามารถในการบรรทุก ข้อจ ากัดในการเดินเรือในเส้นทางตามล าน้ า ส๑ โดยธรรมชาติ เช่น - กระแสน้ า จะมีผลกระทบต่อความหมดเปลืองเชื้อเพลิง และขีดความสามารถด้านความเร็ว - ความลึกและกระแสน้ า มีผลกระทบต่อการเลือกใช้ความเร็ว


๖๐ - ระดับน้ าขึ้น – ลง ระดับน้ าเป็นปัจจัยส าคัญต่อการวางแผนในการเคลื่อนที่และอาจมีผล กระทบต่อการปฏิบัติขณะเคลื่อนที่ผ่านใต้สะพาน โดยเฉพาะทิศทางและความเร็วของกระแสน้ าบริเวณใต้สะพาน - สิ่งกีดขวางทางธรรมชาติ ส๒ โดยมนุษย์ เช่น หลักประมง , เขื่อน อาจก่อความเสียหายต่อตัวเรือหรือใบจักรได้ สิ่งกีดขวางอาจอยู่ใต้ระดับน้ า ท าให้ยากต่อการป้องกันและหลีกเลี่ยง อาจพิจารณาใช้การลาดตระเวนทางอากาศ ในเวลาน้ าขึ้นและน้ าลง อาจท าให้พบที่ตั้งสิ่งกีดขวางในพื้นที่ได้ ความเร็วในการเดินทาง โดยปกติการเคลื่อนที่ตามล าน้ าจะใช้ความเร็วต่ าเพื่อลดเสียงรบกวนให้อยู่ในระดับต่ า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลาดตระเวนตามริมฝั่งแม่น้ าให้ทั่วถึง การรักษาความปลอดภัย การเคลื่อนที่ตามล าแม่น้ ามีความอ่อนแอสูงในการถูกโจมตีโดยการซุ่มโจมตีและการใช้ ทุ่นระเบิด ให้พิจารณาใช้รูปกระบวนที่เหมาะสม ๓.๑.๓ การเคลื่อนที่ตามล าน้ า การเคลื่อนที่ตามล าน้ ายึดถือหลักความปลอดภัยเป็นส าคัญ รูปแบบของการเคลื่อนที่จะ ขึ้นอยู่กับยุทธวิธีในการปฏิบัติภารกิจ, ชนิดและประเภทของเรือ, ขนาดของกองก าลัง, สถานการณ์ทางยุทธวิธี ปัจจัยเหล่านี้จะก าหนดรูปแบบในการเคลื่อนที่ ซึ่งประกอบด้วย ๑ การลาดตระเวนรักษาความปลอดภัย ๒ การแสดงก าลัง ๓ การแทรกซึมบ่อนท าลาย ๔ การค้นหาและช่วยชีวิตในยามสงคราม ๕ การลาดตระเวนสนับสนุน ๓.๑.๔ รูปกระบวนพื้นฐานของเรือตรวจการณ์ตามล าน้ า รูปกระบวนพื้นฐานจะขึ้นอยู่กับชนิดของอาวุธเคลื่อนที่ , การก าหนดภารกิจ , ประโยชน์ของ รูปกระบวน , หลังเวลาในการลาดตระเวนสถานการณ์ของยุทธวิธีรูปกระบวนทั้งหมดจัดขึ้นเพื่อ ๑ เตรียมการ, จัดหน่วยควบคุมและสั่งการ ๒ เตรียมการจัดก าลัง และแยกก าลังอย่างเพียงพอส าหรับการเคลื่อนที่ และจ ากัดความ เสียหาย ๓ ป้องกันเรือโดนกัน หรือรบกวนกันในระหว่างการลาดตระเวนหรือตรวจพบข้าศึก ๔ เพื่อจัดเซคเตอร์การยิงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ๕ เพื่อสะดวกต่อการพิสูจน์ทราบด้วยสายตา, การสื่อสารทางวิทยุ, การใช้เสียง


๖๑ ๓.๑.๕ ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกรูปกระบวน ๑ สภาพลักษณะเฉพาะของล าน้ า สกว้าง, ลึก, ทิศทางกระแสน้ า และภูมิประเทศชายฝั่ง ๒ ความสามารถในการตรวจพบข้าศึก ๓ ขนาดของกองก าลังฝ่ายเดียวกัน ๔ ความเร็วดักหน้า, การยิงสนับสนุนจากหน่วยอื่น ๕ ความสามารถในการหลบหลีกและป้องกันในการลาดตระเวน ๓.๑.๖ รูปแบบการเคลื่อนที่ตามล าน้ า ก าลังตามล าน้ าสามารถเลือกใช้รูปการเคลื่อนที่ที่แตกต่างหลายแบบ เพื่อความปลอดภัย สูงสุด และมีอ านาจการยิงสูงสุด ผู้บังคับบัญชาทางยุทธวิธี สามารถเลือกเทคนิคและยุทธวิธีบนพื้นฐานทาง สถานการณ์ทางยุทธวิธี ซึ่งรูปแบบในการเคลื่อนที่ประกอบด้วย ๑ การเคลื่อนที่โดยใช้ความเร็วสูง สHigh Speed โดยปกติการปฏิบัติการตามล าน้ า มักจะใช้ความเร็วสูงในเงื่อนไขสภาวะภัยคุกคามจากข้าศึก ปานกลางหรือต่ า หน่วยเรือมีทัศนวิสัยการมองเห็นที่ดี และมีความคุ้นเคยกับล าน้ า หรือในขณะนั้นไม่มีสิ่งกีด ขวางการเดินเรือ ภารกิจที่ต้องใช้ความเร็วสูงได้แก่ ส๑ การลาดตระเวน ส๒ การเดินทางเข้า / ออกจากพื้นที่ ส๓ การเดินทางโดยปกติ ส๔ การแทรกซึมและการถอนตัวในกรณีฉุกเฉิน ๒ การเคลื่อนที่โดยใช้ความเร็วต่ า ส Low Speed หน่วยเรือจะใช้ความเร็วต่ าในการเคลื่อนที่ในเงื่อนไขไม่มีภัยคุกคามจากข้าศึก ในการ ลาดตระเวนในสภาพไม่คุ้นเคยกับล าน้ า, การปกปิดการเคลื่อนที่การใช้ความเร็วต่ าจะใช้ในการ ส๑ การลาดตระเวนหาข่าว ส๒ การแทรกซึมและการถอนตัว ส๓ การจ ากัดน่านน้ า ส๔ ทุกภารกิจที่ต้องอาศัยจ ากัดการใช้เสียง ๓.๒ การจัดรูปกระบวนเรือ ( Type of Formation ) การจัดรูปกระบวนในการเดินทางในเส้นทางน้ าภายในแผ่นดิน มีองค์ประกอบหลายประการ ด้วยกันตามที่ได้ศึกษามาแล้วข้างต้น ในส่วนของเรือที่ท าการยุทธวิธี สเรือในสังกัด กลน.กร. อาจมีการจัดรูป กระบวนด้วยกันหลายแบบ แต่ที่กล่าวในต่อไปนี้เป็นการจัดรูปกระบวนเรือในส่วนของเรือที่ใช้ในเส้นทางน้ า ภายในแผ่นดิน เป็นหน่วยเรือสนับสนุนที่เดินทางเข้าใกล้เขตยุทธบริเวณ ซึ่งมีรูปกระบวนเรือดังนี้


๖๒ ระยะเคียง ๓๐ หลา ๓.๒.๑ รูปกระบวนเรียงตามกัน ( Column Formation ) รูปกระบวนเรียงตามกัน ฟอร์ม ๑ รูปกระบวนเรียงตามกัน ฟอร์ม ๒ ระยะต่อ ๑๐๐ หลา ลักษณะ เรือทุกล าในกระบวนเคลื่อนเรียงต าม กัน ไป ต า ม ล าน้ า รักษาระยะต่อตามความ เหมาะสมของสถานการณ์ทางยุทธวิธีและภูมิประเทศ ในการวางแผนหากไม่มีข้อมูลอื่น ใช้ระยะต่อ ๑๐๐ หลา ข้อดี ๑ ใช้ในล าน้ ากว้างหรือแคบก็ได้ ๒ ใช้ได้ในสภาพแวดล้อมทุกชนิด ๓ มีอ านาจการยิงทางข้างสูงสุด ๔ สามารถผ่านสนามทุ่นระเบิดได้ดี ๕ สะดวกในการแทรกซึมและถอนตัว ๖ ปรับเปลี่ยนรูปกระบวนได้ดี ข้อเสีย ๑ หากจ านวนเรือมาก การบังคับบัญชาและการติดต่อสื่อสารกระท าได้ยาก ๒ ใช้ความจุของล าน้ าไม่เต็มที่ ๓ ใช้เวลามากในการผ่านอุปสรรคและสถานการณ์ต่าง ๆ ๔ อ านาจการยิงตรงหน้าต่ า ๓.๒.๒ รูปกระบวนเรียงทางข้างหรือหน้ากระดาน (Online Formation) รูปกระบวนหน้ากระดาน ฟอร์ม ๑ รูปกระบวนหน้ากระดาน ฟอร์ม ๒ ๑ ๒ ๓ ๓ ๒ ๑ ๑ ๒ ๓ ๓ ๒ ๑


๖๓ ส๓๐ ส๓๐ ส๓๐ ส๓๐ ลักษณะ เรือทุกล าในกระบวนเคลื่อนเคียงขนานกันไปตามล าน้ า ระยะห่างทางข้าง สระยะเคียง ขึ้นอยู่กับลักษณะภูมิประเทศและความกว้างของล าน้ าในการวางแผน หากไม่มีข้อมูลอื่นใช้ ๓๐ หลา ใช้ในล าน้ า ที่มีความกว้างและความลึกตลอดเส้นทาง ไม่เหมาะในการผ่านสนามทุ่นระเบิด ข้อดี ๑ สะดวกในการบังคับบัญชาและติดต่อสื่อสาร ๒ ใช้ความจุของล าน้ าได้เต็มที่ ๓ มีอ านาจการยิงด้านหน้าและด้านหลังสูงสุด ๔ มีประสิทธิภาพในการโจมตีตรงหน้ามากสุด ข้อเสีย ๑ ไม่ปกปิดซ่อนเร้น ตรวจพบได้ง่าย ๒ อันตรายจากการถูกซุ่มโจมตีมีมาก ๓ ไม่กระจายก าลัง ได้รับความเสียหายร่วมกัน ๔ อ านาจการยิงทางข้างต่ า ๓.๒.๓ รูปกระบวนทแยงทางข้าง ( Echelon Formation ) รูปกระบวนทแยงขวา รูปกระบวนทแยงซ้าย ลักษณะ เรือทุกล าในกระบวนเคลื่อนเรียงตามกัน ทแยงไปทางข้างด้านใดด้านหนึ่ง สทางขวา หรือทางซ้าย ระยะต่อระยะเคียงตามความเหมาะสมของสถานการณ์ และสภาพแวดล้อม ตลอดจนความลึก ความกว้างของล าน้ าในการวางแผนหากไม่มีข้อมูลอื่น ใช้ระยะต่อ ๓๐ หลา ระยะเคียง ๓๐ หลา ใช้ในล าน้ า ที่มีความกว้างพอสมควร ๑ ๒ ๓ ระยะต่อ ๓๐ หลา ระยะเคียง ๓๐ หลา ๓ ๒ ๑


๖๔ ส๓๐ ส๓๐ ส๓๐ ส๓๐ ข้อดี ๑ การบังคับบัญชาและการติดต่อสื่อสารสะดวก. ๒ มีอ านาจการยิงทางด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง ๓ มีความคล่องตัวในการเผชิญสถานการณ์ ๔ ใช้ในการลวงข้าศึกได้ดี ข้อเสีย ๑ การรักษารูปกระบวนท าได้ยาก ๒ หากไม่นัดหมายให้เข้าใจ การปฏิบัติอาจสับสนได้ง่าย ๓ ไม่เหมาะในการผ่านสนามทุ่นระเบิด ๓.๒.๔ รูปกระบวนรูปลิ่ม/รูปตัววี ( Wedge / V vee Formation ) รูปกระบวนรูปลิ่ม รูปกระบวนรูปตัววี ลักษณะ เรือทุกล าในกระบวนเคลื่อนเป็นรูปลิ่ม หรือรูปอักษรตัว V แล้วแต่รูปกระบวน โดย เรือบังคับบัญชาอยู่ตรงกลางเรืออื่น ๆ กระจายออกเป็นปีกทั้ง ๒ ข้าง ระยะต่อระยะเคียงไม่แน่นอน ในการ วางแผนหากไม่มีข้อมูลอื่น ระยะต่อ ๓๐ หลา ระยะเคียง ๓๐ หลา ข้อดี ๑ การบังคับบัญชาและการติดต่อสื่อสารดีที่สุด ๒ ใช้ในการตีเจาะ ทะลุทะลวงและฝ่าแนวเรือของฝ่ายตรงข้ามได้ดีที่สุด ๓ มีอ านาจการยิงตรงหน้า สลิ่ม และด้านหลัง ส V วี ๔ ใช้กับหน่วยเคลื่อนที่เร็ว หน่วยคุ้มกันกระบวนเรือขนาดใหญ่ได้ดี ข้อเสีย ๑ เรือจ านวนมาก จัดกระบวนได้ยาก ๒ ความกว้าง ความลึก ของล าน้ าและภูมิประเทศเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติ ๓ ไม่เหมาะในการผ่านสนามทุ่นระเบิด ระยะต่อ ๓๐ หลา ระยะเคียง ๓๐ หลา ๑ ๒ ๓ ๑ ๒ ๓


๖๕ ๓.๓ การแปรรูปกระบวนเรือ ๓.๓.๑ “รูปกระบวนเรียงตามกันฟอร์ม ๑” เปลี่ยนเป็น “รูปลิ่ม” ๓.๓.๒ “รูปกระบวนรูปลิ่ม” เปลี่ยนเป็น “ทแยงซ้าย” ๓.๓.๓ “รูปกระบวนทแยงซ้าย” เปลี่ยนเป็น “หน้ากระดาน ฟอร์ม ๒” ๑ ๒ ๓ - เรือธงหมายเลข ๑ ถือเข็มตรงเดินหน้าเบา - เรือหมายเลข ๒ ถือเข็มตรงเดินหน้าครึ่งตัว เพื่อเข้าสถานีหน้ากระดาน F๒ - เรือหมายเลข ๓ ถือเข็มตรงเดินหน้าเต็มตัว เพื่อเข้าสถานีหน้ากระดาน F๒ หมายเหตุ รูปกระบวน ตามข้อ ๓.๓.๔ ๓ ๒ ๑ - เรือธงหมายเลข ๑ ถือเข็มตรงเดินหน้าเบา - เรือหมายเลข ๒ เปลี่ยนเข็มไปทางซ้าย เดินหน้าครึ่งตัว - เรือหมายเลข ๓ เปลี่ยนเข็มไปทางขวา เดินหน้าเต็มตัว หมายเหตุ รูปกระบวน ตามข้อ ๓.๓.๒ ๑ ๓ ๒ - เรือธงหมายเลข ๑ เปลี่ยนเข็มไปทางขวา เดินหน้าเบาเพื่อเข้าสถานี ทแยงซ้าย - เรือหมายเลข ๒ ถือเข็มตรง เดินหน้าครึ่งตัวเพื่อเข้าสถานี ทแยงซ้าย - เรือหมายเลข ๓ เปลี่ยนเข็มไปทางซ้ายเดินหน้าเต็มตัวเพื่อเข้าสถานี ทแยงซ้าย หมายเหตุ รูปกระบวน ตามข้อ ๓.๓.๓


๖๖ - เรือหมายเลข ๒ เปลี่ยนเข็มไปทางซ้ายเดินหน้าเต็มตัว เข้าสถานีรูปตัว V - เรือธงหมายเลข ๑ ถือเข็มไปทางซ้ายเดินหน้าครึ่งตัวเพื่อเข้าสถานีรูปตัว V - เรือหมายเลข ๓ ถือเข็มไปทางขวาเดินหน้าเต็มตัว เพื่อเข้าสถานีรูปตัว V หมายเหตุ รูปกระบวน ตามข้อ ๓.๓.๕ - เรือหมายเลข ๓ ถือเข็มไปทางซ้ายเดินหน้าเต็มตัว เข้าสถานีเรียงตามกัน F ๒ - เรือหมายเลข ๒ ถือเข็มไปทางขวาเดินหน้าครึ่งตัว เข้าสถานีเรียงตามกัน F ๒ - เรือธงหมายเลข ๑ ถือเข็มตรงเดินหน้าเบา เข้าสถานีเรียงตามกัน F ๒ หมายเหตุ รูปกระบวน ตามข้อ ๓.๓.๖ - เรือธงหมายเลข ๑ ถือเข็มไปทางซ้าย เดินหน้าเต็มตัวเข้าสถานีทแยงขวา - เรือหมายเลข ๓ ถือเข็มไปทางขวา เดินหน้าเบาเข้าสถานีทแยงขวา - เรือหมายเลข ๒ ถือเข็มตรง เดินหน้าครึ่งตัวเข้าสถานีทแยงขวา หมายเหตุ รูปกระบวน ตามข้อ ๓.๓.๗ ๓.๓.๔ “รูปกระบวนหน้ากระดานฟอร์ม ๒” เปลี่ยนเป็น “รูปตัว V” ๓.๓.๕ “รูปกระบวนรูปตัว V” เปลี่ยนเป็น “เรียงตามกัน ฟอร์ม ๒” ๓.๓.๖ “รูปกระบวนเรียงตามกัน ฟอร์ม ๒” เปลี่ยนเป็น “ทแยงขวา” ๓.๓.๗ “รูปกระบวนทแยงขวา” เปลี่ยนเป็น “หน้ากระดาน ฟอร์ม ๑” ๓ ๒ ๑ ๑ ๒ ๓ - เรือธงหมายเลข ๑ ถือเข็มตรงเดินหน้าเบา - เรือหมายเลข ๒ ถือเข็มไปทางขวาเดินหน้าครึ่งตัวเพื่อเข้าสถานีหน้ากระดาน F ๑ - เรือหมายเลข ๓ ถือเข็มไปทางขวาเดินหน้าเต็มตัวเพื่อเข้าสถานีหน้ากระดาน F ๑ หมายเหตุ รูปกระบวน ตามข้อ ๓.๓.๘ ๓ ๒ ๑ ๒ ๑ ๓


๖๗ ๓.๓.๘ “รูปกระบวนหน้ากระดาน ฟอร์ม ๑ เปลี่ยนเป็น “เรียงตามกัน ฟอร์ม ๑” ๓.๓.๙ “รูปกระบวนเรียงตามกัน ฟอร์ม ๑ เปลี่ยนเป็น “รูปตัว V” รูปกระบวนรูปตัว V ข้อควรระวังในการแปรรูปกระบวนเรือ ก ต้องเข้าใจต าแหน่งของสถานีเรืออย่างชัดเจน ข การปรับแต่งรูปกระบวนต้องรวดเร็วและปลอดภัย ค เรือหมายเลขคี่ให้ให้แซงเรือทางกราบขวา สชิดตลิ่งขวา ง เรือหมายเลขคู่ให้แซงเรือทางกราบซ้าย สชิดตลิ่งซ้าย จ เรือที่จะต้องตัดข้ามล าน้ า ห้ามตัดหน้าเรือที่ใช้ร่องน้ าเดิมอยู่ สให้แล่นตัดทางท้ายเรือ ๑ ๒ ๓ - เรือธงหมายเลข ๑ ถือเข็มไปทางขวาเดินหน้าเต็มตัว - เรือหมายเลข ๒ ถือเข็มตรงเดินหน้าครึ่งตัว เพื่อเข้าสถานีเรียงตามกัน F ๑ - เรือหมายเลข ๓ ถือเข็มไปทางซ้ายเดินหน้าเบา เพื่อเข้าสถานีเรียงตามกัน F ๑ หมายเหตุ รูปกระบวน ตามข้อ ๓.๓.๙ ๑ ๒ ๓ - เรือธงหมายเลข ๑ ถือเข็มตรงหยุดเครื่องจักร - เรือหมายเลข ๒ เปลี่ยนเข็มไปทางซ้ายเดินหน้าครึ่งตัว เพื่อเข้าสถานี รูปตัว V - เรือหมายเลข ๓ เปลี่ยนเข็มไปทางขวาเดินหน้าเต็มตัว เพื่อเข้าสถานี รูปตัว V ๒ ๑ ๓


๖๘ รูปตัวอย่างการแปรรูปกระบวนเรือ ๔. การเดินเรือในเวลากลางคืน ในยามปกติ การเดินเรือในเวลากลางคืนจะต้องเดินเรือตามหลักสากล ซึ่งมีพระราชบัญญัติ การ เดินเรือในน่านน้ าไทย พ.ศ.๒๔๕๖ และพระราชบัญญัติ ป้องกันเรือโดนกัน พ.ศ.๒๕๒๒ ใช้บังคับในการ เดินเรือ ซึ่งผู้ที่มีหน้าที่ในการถือท้าย หรือนายเรือ หรือผู้ควบคุมเรือ จะต้องศึกษาเรียนรู้และเข้าใจใน พระราชบัญญัติการเดินเรือทั้งสองเล่มนี้อย่างถ่องแท้ การเดินเรือในเขตยุทธบริเวณ บางสถานการณ์ต้องการความลับ ซ่อนเร้น โดยไม่ให้ฝ่ายตรงข้าม หรือข้าศึกตรวจพบ จึงจ าเป็นอย่างยิ่งที่เรือในกระบวนต้องใช้ยุทธวิธีการเดินเรือที่แตกต่างกันออกไป เช่น การ พรางเรือ การใช้ไฟพราง การปิดไฟเดินเรือ รวมถึงการเดินเรือที่ผิดร่องน้ า ๔.๑ ข้อจ ากัดในการเดินเรือในเวลากลางคืน ๑ ต้องทราบถึงภูมิประเทศ ภูมิศาสตร์ในเส้นทางเดินเรือ ๒ นายท้ายต้องช านาญในพื้นที่ ๓ สายตาต้องมองเห็นในที่มืดแสงได้ ๔ การใช้ความเร็วรอบต่ า ๔.๒ การฝึกการเดินเรือในเวลากลางคืน จัดผู้รับการฝึก จากสถานีเรือปกติ โดยให้หมุนเวียนกันปฏิบัติหน้าที่ ดังนี้ ๑ ท าหน้าที่ถือท้าย ๒ ท าหน้าที่ตรวจการณ์ สใช้กล่องสองตา ๓ ท าหน้าที่ติดต่อสื่อสาร ๔ ท าหน้าที่สัญญาณสไฟฉาย


๖๙ ๔.๓ การปฏิบัติ ให้เรือในกระบวนเปิดไฟเรือเดินตาม พ.ร.บ. นายท้ายเรือถือท้ายตามเรือน า เมื่อมีพื้นที่ปลอดภัย ให้ฝึกการแซงเรือ การให้สัญญาณการแซง การกลับล าเรือ เมื่อมีความช านาญมากขึ้น ควรเพิ่มหัวข้อการฝึกใน การพ่วงจูง การช่วยเหลือคนตกน้ า หรือบรรทุกการขนถ่าย เพ่อให้ก าลังพลมีความช านาญ และคุ้นเคย เมื่อ เกิดมีสถานการณ์จริงจะได้สามารถปฏิบัติการได้ นอกจากท าการฝึกตามหัวข้อข้างต้นแล้ว ผู้รับการฝึกจะต้องเรียนรู้ถึงสัญญาณไฟต่าง ๆ ที่ติดตั้ง อยู่บนฝั่ง เช่น ไฟกระพริบของกระโจมไฟ หรือไฟที่ติดอยู่กับทุ่นในร่องน้ า สัญญาณไฟที่เตือนเรือเมื่อเกิดเหตุคับ ขันตามทางโค้ง เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้ก าลังพลในสังกัดหน่วยเรือสามารถปฏิบัติการเดินเรือในเวลากลางคืนได้ และเมื่อมีความช านาญในเส้นทางหนึ่งเส้นทางใดแล้วก็ควรจะเพิ่มการฝึกในเส้นทางน้ าสายอื่นต่อไป ๕. การเดินเรือโดยใช้ไฟพราง การเดินเรือในเวลากลางคืนมีอันตรายมากกว่าการเดินเรือในเวลากลางวัน เนื่องจากทัศนวิสัยการ มองเห็นไม่ชัดเจนเพราะล าน้ าไม่ได้มีเส้นตรงตลอด บางแห่งแคบ คดเคี้ยว บางล าน้ าไม่มีไฟแสงสว่างเพื่อส่อง ทาง ดังนั้นนายท้ายเรือจะต้องมีความสามารถพิเศษโดยเฉพาะการมองเห็นในที่มืดได้อย่างดี นอกจากจะต้อง เดินเรือในเวลากลางวันแล้ว บางสถานการณ์หรือในภาวะสงคราม การเคลื่อนย้ายก าลังทางเรืออย่างต่อเนื่อง ปฏิบัติการ ๒๔ ชั่วโมง จึงจ าเป็นอย่างยิ่งจะต้องเดินเรือในเวลากลางคืนและใช้ไฟพรางเพื่อปิดบัง ซ่อนเร้น ลับ ลวง เพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามรู้หรือตรวจการณ์พบ ในยามปกติ ผู้บังคับหน่วยเรือ จะต้องท าการฝึกเจ้าหน้าที่ ประจ าเรือให้สามารถเดินเรือในเวลากลางคืนโดยใช้ไฟพรางให้มีความช านาญ และมีประสิทธิภาพ สามารถ ปฏิบัติการได้เมื่อเข้าสู่สภาวะสงคราม ขอบเขตในการฝึกการเดินเรือโดยใช้ไฟพราง ขนาดกองพันขนส่งเรือใน เส้นทางหนึ่งไม่ควรเกิน ๓๐๐ ไมล์ ขนาดกองร้อยขนส่งเรือไม่ควรเกิน ๑๐๐ ไมล์ ๕.๑ การจัดเจ้าหน้าที่ในการฝึก จัดผู้รับการฝึก จากสถานีเดินเรือปกติ โดยให้หมุนเวียนกันปฏิบัติหน้าที่ ดังนี้ ๕.๑.๑ เจ้าหน้าที่ถือท้าย ๕.๑.๒ เจ้าหน้าที่ตรวจการณ์ ๕.๑.๓ สัญญาณ สไฟฉาย ๕.๑.๔ เจ้าหน้าที่ติดต่อสื่อสาร ๕.๒ การปฏิบัติในการเดินเรือโดยใช้ไฟพราง ๕.๒.๑ จัดเรือน าอยู่ด้านหน้ากระบวน เรือน าต้องมีความเร็ว และคล่องตัวมีสปอร์ตไลท์ ไฟแสงสว่าง หรือไฟฉุกเฉิน เพื่อเตรียมไว้หากมีเหตุไม่ปลอดภัยในกระบวนเรือที่ฝึก


๗๐ ๕.๒.๒ ปิดไฟแสงสว่างในเรือฝึกทั้งหมด ๕.๒.๓ ให้นายท้ายเรือฝึกทุกล าปฏิบัติ ดังนี้ ๑ มองไปที่ท้ายเรือของเรือล าหน้า จะเห็นการส่งสัญญาณจากเจ้าหน้าที่สัญญาณของเรือ ล าหน้า สไฟฉายบังคับแสงสีแดง ๒ สังเกตพลิ้วน้ าของท้ายเรือล าหน้า จะเห็นเป็นฟองประกายสีขาว ๓ สังเกตแนวขอบตลิ่งทั้งสองด้าน หรือสังเกตแสงไฟบนฝั่งด้านที่ใกล้กราบเรือ เพื่อเป็น แนวในการเดินเรือเป็นหลัก ๔ พยายามบังคับเรือให้อยู่ในทิศทางการเดินเรือให้ได้ การใช้เครื่องจักรรอบต่ าสม่ าเสมอ หลีกเลี่ยงการเร่งเครื่องยนต์ให้เกิดเสียงดัง ๕.๒.๔ เจ้าหน้าที่ตรวจการณ์ ประจ าอยู่ห้องถือท้าย ใช้กล้องส่องทางไกลมองสัญญาณที่ส่งมา จากท้ายเรือล าหน้า และแจ้งให้นายท้ายทราบถึงความหมายของสัญญาณ เช่น เพิ่มความเร็ว ลดความเร็ว หยุด ถอยหลัง ฯลฯ ๕.๒.๕ เจ้าหน้าที่สัญญาณ ประจ าอยู่ท้ายเรือใช้ไฟฉายที่บังแสง ส่งท่าสัญญาณให้เรือล าที่ ตามหลังมารู้ถึงอาการของเรือ เพื่อป้องกันเหตุเรือโดนกัน เช่น ส่งสัญญาณลดความเร็ว เพิ่มความเร็ว หรือ หยุด เป็นต้น ๕.๒.๖ จัดเจ้าหน้าที่ติดต่อสื่อสารทางวิทยุ ประจ าอยู่ในห้องถือท้าย สกรณีอนุญาตให้ใช้วิทยุ ติดต่อสื่อสารได้ ๕.๓ ขอบเขตในการฝึก ในการฝึกครั้งแรก ควรท าการฝึกในล าน้ าที่ปลอดภัย ไม่มีเรือชาวบ้านสัญจรโดยการปฏิบัติให้ หมุนเวียนผู้ท าหน้าที่นายท้ายมาถือท้ายให้เกิดความช านาญ และคัดเลือกผู้ที่ช านาญที่สุดไว้เป็นมือหลัก เพื่อ ปฏิบัติงานจริง เมื่อเกิดความช านาญแล้ว ครั้งต่อ ๆ ไปให้ฝึกในเส้นทางที่แคบ คดเคี้ยว และมืด การส่งสัญญาณต้องแม่นย าและชัดเจน ถ้าไม่แน่ใจอย่าเพิ่งส่งสัญญาณตอบ – รับ เพราะจะท าให้ ยามตรวจการณ์สับสน และเกิดอันตรายต่อการน าเรือได้ เพื่อป้องกันเรือโดนกันหากจ าเป็นให้เปิดไฟเดินเรือได้ สแต่ถ้าอยู่ในเขตยุทธบริเวณห้ามเปิดไฟโดย เด็ดขาด ก่อนออกฝึกควรท าความเข้าใจและตกลงในการปฏิบัติให้ชัดเจน โดยเฉพาะนายท้ายต้องแน่ใจว่า เมื่อปิดไฟเรือเดินแล้วสามารถมองเห็นในที่มืดได้ การใช้วิทยุตอดต่อสื่อสารหากไม่จ าเป็นควรงดใช้ หมุนเวียนเรือฝึกทุกล าให้เป็นเรือล าแรก ห้ามท าให้เกิดประกายไฟขึ้น เช่น สูบบุหรี่


๗๑ ๕.๔ ข้อควรระมัดระวังในการฝึกการเดินเรือโดยใช้ไฟพราง ๕.๔.๑ ผู้รับการฝึกต้องมีสภาพร่างกายที่พร้อม ไม่เจ็บป่วย หรืออ่อนล้า ๕.๔.๒ ระวังเรือสัญจรของผู้ร่วมทางจะสับสนและเกิดอันตรายได้ ๕.๔.๓ เมื่อไม่ปลอดภัยให้เปิดไฟเรือเดินแต่เนิ่น ๆ ๕.๔.๔ นายท้ายที่มาสับเปลี่ยนหน้าที่ ต้องปรับสายตาในที่มืดแสง ก่อนที่จะรับหน้าที่ถือท้าย ๕.๔.๕ ต้องอยู่ในความควบคุมของนายเรือ หรือ ผู้ควบคุมเรืออย่างใกล้ชิด ๖. การหลบภัยทางอากาศ ๖.๑ ความมุ่งหมาย เพื่อป้องกันการตรวจการณ์ จากทางอากาศของข้าศึก การหลบภัยทางอากาศ ของกระบวนเรือที่เดินทางในล าน้ า บางสถานการณ์อาจมีเครื่องบินของฝ่ายตรงข้ามบินส ารวจหาข่าว นายทหารขนส่ง จะต้องวางแผนการการหลบภัย โดยการก าหนดและนัดแนะเรือในกระบวนให้ชัดเจน โดยอาศัย ภูมิประเทศ เป็นสิ่งเอื้ออ านวย ๖.๒ ข้อควรปฏิบัติ ๖.๒.๑ ในการเคลื่อนที่รูปกระบวนเรือทางยุทธวิธีเวลากลางวันที่ไม่มีการปกปิดก าบัง ควรใช้รูป กระบวนเรือเรียงตามกัน เปิดระยะต่อของเรือแต่ละล าให้ห่างออกไป ประมาณ ๔๐๐ หลา ๖.๒.๒ เรือทุกล าจะต้องท าการพราง ด้วยสี กิ่งไม้ หรือตาข่าย แต่ต้องมิให้เสียผลในการบังคับบัญชา หรือความคล่องตัวของเรือล านั้น ๆ ๖.๒.๓ จะต้องจัดยามตรวจการณ์ทางอากาศ และยามระวังเหตุ ตลอดจนพยายามเคลื่อนที่ใน เส้นทางที่มีการก าบังตามธรรมชาติมากที่สุด ๖.๒.๔ เพิ่มความเร็วเรือให้ผ่านพื้นที่โลงแจ้ง และต้องแน่ใจว่าพ้นจากการตรวจการของข้าศึก โดยการเฝ้าระวัง ๖.๓ การฝึกสถานีหลบภัยทางอากาศ ในการฝึกเมื่อยามตรวจการณ์ตรวจพบเครื่องบินของข้าศึก สได้ยินเสียงเครื่องบิน หรือเห็นแต่ไกล ให้ด าเนินการดังนี้ ๖.๓.๑ ยามตรวจการณ์ ให้สัญญาณนกหวีดยาว ๓ ครั้ง สเหตุฉุกเฉิน หรือ สัญญาณเสียง เตือนภัย สเสียงไซเลน ๖.๓.๒ นายท้ายเรือ แยกกระบวนเรือ และน าเรือเข้าหาที่ก าบังทันที โดยการเข้าจอดบังเงา ต้นไม้ หรือบังเงาสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ก าหนดให้เรือหมายเลขคี่ เข้าหลบทางด้านขวา เรือหมายเลขคู่ เข้าหลบ ทางด้านซ้าย ของตลิ่ง แล้วดับเครื่องยนต์ กระท าการอย่างรวดเร็ว แต่ต้องปลอดภัย


๗๒ ๖.๓.๓ ผู้รับการฝึก ใช้กิ่งไม้ ใบไม้ หรือ ตาข่าย ที่กลมกลืนกับภูมิประเทศพรางเรือ และ ตนเอง พร้อมกับมีการระวังป้องกันตามที่ได้ก าหนดไว้ ตามหน้าที่ของแต่ละคน ห้ามส่งสัญญาณใด ๆ และหยุดการเคลื่อนไหวทันที ๖.๓.๔ ยามตรวจการณ์ เมื่อเห็นว่าเครื่องบินตรวจการณ์ของข้าศึกบินผ่านไปแล้วและเหตุการณ์ เข้าสู่สภาวะปกติให้สัญญาณนกหวีดยาว ๒ ครั้ง สเลิกการปฏิบัติ นายท้ายเรือ ติดเครื่องยนต์ น าเรือออกจากที่หลบภัย ผู้รับการฝึก จัดเก็บสิ่งของและอุปกรณ์ที่น ามาพรางเรือและตนเองให้เรียบร้อย ครูฝึก สั่งเรือออกเดินทาง เพื่อเข้ารูปกระบวนกับเรือล าอื่น เพื่อฝึกสถานีต่อไป ๗. การพรางเรือ ความมุ่งหมาย เพื่อก าบังซ่อนเร้นไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามเห็นอย่างชัดเจนหรือถูกตรวจการณ์ของข้าศึก ทางอากาศ การพรางเรือควรกระท าในสภาวะที่กระบวนเรือเข้าใกล้สู่เขตหลังของเขตยุทธบริเวณ หรือใกล้พื้นที่ ของฝ่ายตรงข้าม การพรางเรือกระท าได้ ๒ วิธี ๑ ใช้ธรรมชาติ หรือภูมิประเทศ เช่น กิ่งไม้ ใบไม้ ร่มเงาของต้นไม้ชายฝั่ง ๒ ใช้สิ่งประดิษฐ์เช่น ตาข่ายพราง , พรางด้วยสี ๗.๑ การพรางเรือโดยใช้ธรรมชาติ กระท าโดยการซ่อนพรางเรือหรือเลือกจอดเรือในเงามืด และในภูมิประเทศที่มีความทึบอาศัย เครื่องก าบังเหนือศีรษะ หมู่พุ่มไม้ใหญ่ กลุ่มพุ่มไม้เล็ก และเงาที่ไม่เป็นระเบียบ ซึ่งเกิดจากความสูงต่ าของ พื้นที่ริมตลิ่ง การพรางเรือที่ดีที่สุด คือจอดเรือ ดับเครื่อง จอดเรืออยู่ตามโคนต้นไม้และแยกย้ายกันจอด อย่าจอดรวมกัน ๗.๒ การพรางเรือโดยใช้สิ่งประดิษฐ์ ใช้สีในการพรางเรือ สีเรือส่วนใหญ่ เป็นสีหมอกแก่ และหมอกอ่อน ซึ่งเป็นสีที่เหมาะในการ พรางเรืออยู่แล้ว เพียงแต่บางส่วนของเรือเป็นโลหะที่สะท้อนต้อง ใช้สีลบเงาสะท้อน โดยใช้สีหมอกแก่ ไฟเรือเดิน หรือเครื่องมือเดินเรือหาผ้าใบคลุม ตาข่าย หรือร่างแห ถือเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ทันสมัย และเป็นที่นิยมส าหรับการพรางสิ่งต่าง ๆ ได้ เป็นอย่างดี ใช้ได้ทุกภูมิประเทศ สามารถคลุม เครื่องมือ เครื่องใช้ และส่วนที่สะท้อนแสงต่าง ๆ ที่น าไปกับเรือ และสิ่งส าคัญต้องจะต้องไม่พราง ให้เห็นเป็นรูปลักษณะเรือการพรางเรือในขณะเคลื่อนที่ เป็นวิธีการพรางที่ กระท าได้ยาก สามารถมองเห็น คลื่นผิวน้ า หรือ เสียง และควันของเครื่องยนต์


๗๓ ๘. การระวังป้องกันการซุ่มโจมตี การซุ่มโจมตีคือการโจมตีโดยจู่โจมแก่เป้าหมายจากจุดปกติอ าพราง การซุ่มโจมตีเป็นการปฏิบัติ เพื่อใช้ในการท าลายก าลังข้าศึกปิดกั้นการเคลื่อนที่ ก าลังทหาร, อุปกรณ์และก าลังสนับสนุนข้าศึกในพื้นที่ ปฏิบัติการตามล าน้ า หน่วยก าลังขนาดเล็กสามารถใช้การซุ่มโจมตี ท าลายภัยคุกคามที่ใหญ่กว่าอย่างมี ประสิทธิภาพ ๘.๑ วัตถุประสงค์ของการซุ่มโจมตี ๘.๑.๑ ขัดขวางปิดกั้นและจ ากัดการเคลื่อนที่ในเส้นทางการใช้ล าน้ า และการส่งก าลังบ ารุงข้าศึก ๘.๑.๒ ท าลาย จับยึดก าลังข้าศึก ๘.๑.๓ เพื่อผลทางจิตวิทยา ๘.๒ คุณลักษณะของเรือที่ซุ่มโจมตีกรณีซุ่มโจมตีด้วยเรือ ๘.๒.๑ กินน้ าตื้น ๘.๒.๒ เสียงเครื่องยนต์เงียบ ๘.๒.๓ มีความคล่องตัว อ านาจการยิงสูง ๘.๓ การเลือกต าบลที่ซุ่มโจมตี การซุ่มโจมตีของก าลังตามล าน้ าปกติจะเกิดในทางโค้งของแม่น้ าที่ สามารถควบคุมการเดินเรือได้ยาก และอยู่ในต าบลที่ที่สามารถยิงตอบโต้ได้ล าบาก เช่น ร่องน้ าทางโค้ง, ช่องแคบ, เส้นทางใกล้ขอบฝั่ง ปัจจัยที่จะน ามาพิจารณา ได้แก่ ๘.๓.๑ สามารถซ่อนก าบังได้เป็นอย่างดี ๘.๓.๒ อยู่ในระยะที่สามารถใช้อาวุธได้ ๘.๓.๓ ภูมิประเทศเอื้ออ านวยต่อการตรวจการณ์ ๘.๓.๔ ภูมิประเทศมีลักษณะปกปิดก าลังยากแก่การถูกโจมตี ๘.๓.๕ ข้อมูลการส่องสว่างในพื้นที่ ๘.๓.๖ เส้นทางในการเข้าหาเขตซุ่มโจมตี ๘.๔ ลักษณะการซุ่มโจมตี สภาพภูมิประเทศและสภาพภูมิอากาศตามล าน้ าปกติจะเอื้ออ านวยต่อ การซุ่มโจมตี หน่วยซุ่มโจมตีควรก าหนดจุดซุ่มโจมตีที่มีความสบายต่อสภาพร่างกายตามสมควร ให้ครอบคลุม พื้นที่เป้าหมาย และตกลงขอบเขตการยิงของแต่ละต าแหน่งการซุ่มโจมตีอาจท าการซุ่มด้วยก าลังทางบกหรือ ทางน้ าแล้วแต่จะก าหนดการซุ่มโจมตีจะประกอบด้วย ๒ ลักษณะ - การซุ่มโจมตีเป็นพื้นที่ สArea Ambushes - การซุ่มโจมตีเป็นจุด (Point Ambushes) ๘.๔.๑ การซุ่มโจมตีเป็นพื้นที่ เป็นการใช้การซุ่มโจมตีเพื่อจ ากัดการเคลื่อนที่ของข้าศึกในพื้นที่ ที่ก าหนดเพื่อรบกวนและท าลายก าลังข้าศึกให้มากที่สุดโดยจะใช้การซุ่มโจมตีเป็นจุดประกอบกัน


๗๔ ๘.๔.๒ การซุ่มโจมตีเป็นจุด จะซุ่มโจมตีในต าบลที่ที่ดีที่สุด เพื่อสร้างความเสียหายให้ข้าศึก ภายในพื้นที่รับผิดชอบ โดยทั่วไปการซุ่มโจมตีจะสามารถโจมตีก าลังข้าศึกได้มากกว่า ๑ ทิศทาง โดยมีทิศทาง พื้นฐาน ๒ ทิศทาง ขนาดของหน่วยซุ่มโจมตีจะถูกก าหนดโดยนายทหารสั่งการทางยุทธวิธีในพื้นที่ อย่างไรก็ ตามในทิศทางอื่นอาจใช้หน่วยรักษาความปลอดภัยในการคุ้มกันเตือนภัยล่วงหน้า โดยท าการตกลงกับหน่วย ซุ่มโจมตีอีกครั้ง การซุ่มโจมตีในแนวตรง สLinear Ambush) เป็นรูปแบบการซุ่มโจมตีพื้นฐาน สามารถ ยอมรับการตรวจพบภัยคุกคามจาก ๓ ทิศทาง ซ้าย, ขวา, หน้า ส่วนด้านหลังจะท าการรักษาความปลอดภัย โดยหน่วยรักษาความปลอดภัย และจะท าการโจมตีเมื่อข้าศึกเข้าสู่เขตท าลาย ๙. การต่อต้านการซุ่มโจมตี (Counter Ambush) ๙.๑ พื นที่การปฏิบัติการตามล าน า เป็นพื้นที่ที่เหมาะแก่การซุ่มโจมตีหน่วยก าลังตามล าน้ าควรมี ความพร้อมในการต่อต้านการซุ่มโจมตี หากถูกซุ่มโจมตี หน่วยก าลังควรใช้ยุทธวิธีเหล่านี้เพื่อเตรียมความ พร้อมและลดอ านาจการท าลายจากข้าศึก ๙.๑.๑ เรือลาดตระเวนควรจะมีความตื่นตัวตลอดเวลาในช่วงการปฏิบัติภารกิจ ๙.๑.๒ รักษารูปกระบวนที่ก าหนดอย่างถูกต้องมั่นคง เนื่องจากแต่ละรูปกระบวนในการ ปฏิบัติการตามล าน้ าได้ถูกออกแบบไว้ เพื่อความเหมาะสมของสถานการณ์พิเศษ นายทหารสั่งการทางยุทธวิธี ต้องก าหนดรูปกระบวนที่ดีที่สุดส าหรับสถานการณ์ทางยุทธวิธี ๙.๑.๓ ใช้การลาดตระเวนรบ สReconnaissance by fire โดยให้เรือตรวจการณ์มีความพร้อม ในการยิงและการใช้การยิงก่อนหรือในทันทีที่ตรวจพบข้าศึกโดยใช้อาวุธอัตโนมัติและกระสุนแตกระเบิดหรือลูก ปรายไปยังขอบฝั่งหรือต าบลที่ถูกซุ่มโจมตี ๙.๑.๔ การใช้ก าลังทางอากาศสนับสนุน สAir Support) ตามความเหมาะสมเพื่อท าลายหน่วย ซุ่มโจมตี ๙.๑.๕ การใช้ปืนใหญ่สนับสนุน สArtillery Support ตามความเหมาะสมเพื่อกดดันข้าศึกและ ท าลายหน่วยซุ่มโจมตีในพื้นที่ล่วงหน้าก่อนเดินทางเข้าพื้นที่ ๙.๑.๖ การใช้เรือตรวจการณ์ท าการลาดตระเวนล่วงหน้า เพื่อตรวจการณ์ก่อนก าลังส่วนหลังจะ เดินทางไปถึงเพื่อตรวจสอบกับดักข้าศึกที่วางไว้ในพื้นที่โดยพิจารณาถึงความปลอดภัยและความเหมาะสมใน การปฏิบัติ ๙.๒ ปัจจัยต่างๆ ในการหลีกเลี่ยงการซุ่มโจมตีและลดประสิทธิภาพการซุ่มโจมตีจากข้าศึก ๙.๒.๑ ควรมีการตื่นตัวและรู้ต าบลที่ของเรือตลอดเวลา พลปืนต้องอยู่ประจ าปืนเสมอ


๗๕ ๙.๒.๒ ศึกษาพื้นที่ตามเส้นทางตามล าน้ า ขณะเคลื่อนที่ถึงความเป็นไปได้ที่น่าจะเป็นเขตซุ่มโจมตี และพื้นที่ที่มีขีดจ ากัดในการน าเรือ ๙.๒.๓ สังเกตการณ์ปฏิบัติในท้องถิ่น หากมีการปฏิบัติผิดปกติจากการปฏิบัติประจ าอาจบ่งบอก ถึงการถูกซุ่มโจมตี ๙.๒.๔ สังเกตการณ์เคลื่อนไหวที่ผิดปกติของสัตว์ต่าง ๆ เช่น นก ตลอดจนสภาพของกิ่งไม้ที่ วางตัวผิดปกติ ๙.๒.๕ ศึกษายุทธวิธีการปฏิบัติการของข้าศึก ๙.๒.๖ สังเกตเรือที่เคลื่อนที่เข้าหาก าลังฝ่ายเดียวกันในลักษณะเข็มชน ๙.๒.๗ ออกปฏิบัติการเป็นหมู่เรือตั้งแต่ ๒ ล าขึ้นไปเพื่อเพิ่มอ านาจการยิงและสนับสนุนซึ่งกัน และกัน ๙.๒.๘ การประกาศเขตฉุกเฉินในพื้นที่ปฏิบัติการ (Violations of localizes and Curfews) เพื่อลดความเสี่ยงของการถูกซุ่มโจมตี ๙.๒.๙ ใช้การลาดตระเวนทางบก และทางอากาศในเขตที่น่าจะเป็นจุดซุ่มโจมตีตลอดเส้นทาง ๙.๓ การปฏิบัติเมื่อถูกซุ่มโจมตี ๙.๓.๑ การปฏิบัติเมื่อถูกซุ่มโจมตี หน่วยเรือตรวจการณ์ควรถูกฝึกฝนมาอย่างดีก่อนเริ่มปฏิบัติ ภารกิจ รวมถึงการตัดสินใจของนายทหารสั่งการทางยุทธวิธีควรสร้างแนวทางการตัดสินใจล่วงหน้าเมื่อถูกซุ่ม โจมตีหน่วยเรือตามล าน้ าควรจะ - พิสูจน์ทราบการซุ่มโจมตีทันที โดยแบริ่ง, ระยะ, ประเภทของเรือและการปฏิบัติ - รวบรวมการยิงกดดันไปยังจุดที่ถูกซุ่มเพื่อลดประสิทธิภาพการซุ่มโจมตีของข้าศึก - เพิ่มความเร็วเพื่อถอนตัวจากพื้นที่ท าลายโดยทันที สKill Zone - ขอรับการสนับสนุนการยิงจากภาคพื้นดินหรือทางอากาศตามความ เหมาะสม ๙.๓.๒ การยิงตอบโต้ สCounter attack) การยิงตอบที่จุดซุ่มทันทีและหากนายทหารสั่งการ ทางยุทธวิธีเชื่อว่าหน่วยก าลังสามารถกดดันและมีอ านาจการยิงที่เหนือกว่าและมีขนาดของอาวุธที่ใหญ่กว่า รวมถึงมีอาวุธหลายชนิดเพื่อท าการยิงและเรือตรวจการณ์ในขณะนั้นหุ้มเกราะ การปฏิบัติเช่นนี้โดยปกติจะมี ความเสี่ยงอยู่มาก หากจะปฏิบัติควรแน่ใจว่ามีความเหนือกว่าข้าศึกในทุกด้าน หากไม่แน่ใจควรใช้การปฏิบัติ ตามแนวทางปกติ ๙.๓.๓ การโจมตีทางอากาศ ส Air Strikes ) โดยใช้ก าลังทางอากาศขณะถูกซุ่มโจมตีเพื่อลด ประสิทธิภาพในการโจมตีของข้าศึก โดยก าหนดรหัสบอกสถานการณ์ล่วงหน้าเพื่อความรวดเร็วตามความ เหมาะสม


๗๖ ๑๐. การจอดเรือพักแรม ๑๐.๑ การเลือกพื นที่พักแรม เมื่อได้รับมอบภารกิจให้ปฏิบัติงานในการล าเลียงสิ่งอุปกรณ์ และจ าเป็นจะต้องมีการพักแรมแล้ว ประการแรกที่ผู้บังคับหน่วยทางน้ า จะต้องกระท าก็คือ การพิจารณาเลือกภูมิประเทศจากแผนที่ โดยพิจารณา ถึงพื้นที่ทั่ว ๆ ไปที่จะน าเรือจอดพักแรม และหลังจากได้พิจารณาร่วมกับเจ้าหน้าที่อื่นๆ ในปัญหาที่ตั้งของ ต าบลพักแรมจนเป็นที่ตกลงแล้ว ก็ควรจะได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปส ารวจ เพื่อดูลักษณะพื้นที่ที่เป็นจริง ซึ่ง เจ้าหน้าที่เหล่านี้อาจจัดไปเพียงคนเดียวหรือเป็นหมู่ก็ได้ ตามปกติแล้วควรประกอบด้วย หน่วยส่งก าลังบ ารุง หรือหน่วยสนับสนุน เจ้าหน้าที่ส่วนนี้เรียกว่า “ส่วนล่วงหน้า” หน้าที่ของส่วนล่วงหน้าคือไปตรวจดูลักษณะ ของพื้นที่นั้น ๆ เพื่อที่จะตรวจดูลักษณะและบริเวณทั่ว ๆ ไปว่าจะใช้ได้เหมาะสมเพียงพอหรือไม่ เช่น บริเวณ จอดเรือเป็นอย่างไร มีอุปสรรคหรือไม่ เมื่อกระบวนเรือเข้าไปยังพื้นที่พักแรม ตามปกติ ที่พักแรมจะต้องมีบริเวณหน้าท่ากว้างขวางพอที่จะให้เรือทั้งกระบวนสามารถจอด และ พักอาศัยได้หมด ซึ่งการเข้าไปอยู่ในบริเวณที่พักแรมนี้จะต้องคิดถึงเรื่องการกระจายก าลังไว้ด้วย สมีเรือจ านวน มาก ปัญหาเรื่องการกระจายก าลังก็เป็นประหนึ่งดาบสองคม กล่าวคือการกระจายก าลังเป็นผลดีในทางยุทธวิธี แต่เป็นผลเสียในการบังคับบัญชาและควบคุม ยิ่งกว่านั้นการกระจายก าลังมากเกินควรก็จะเป็นการเพิ่มงาน ทางธุรการให้กับผู้บังคับหน่วยเรือด้วย ดังนั้น การพิจารณาในเรื่องการกระจายก าลัง ก็สมควรได้พิจารณากัน ให้รอบครอบ ลักษณะที่ดีคือที่พักแรมมีบริเวณกว้างขวางพอเพียง ส าหรับการกระจายก าลังให้เต็มพื้นที่นั้น นับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการป้องกันภัยทางอากาศเพราะ กระบวนเรือได้กระจายกันออกไปไม่รวมกันเป็น กลุ่มก้อนจนเป็นอันตรายจากการท าลายของเครื่องบิน ในทางตรงกันข้ามการกระจายก าลังกันออกไปนี้ก็เป็น การตัดคุณลักษณะของความคล่องตัวไป เนื่องจากว่าการกระจายก าลังออกเต็มพื้นที่อันกว้างใหญ่เป็นเรื่องที่ ล าบากในการป้องกันการโจมตีทางพื้นดิน ดังนั้น การพิจารณากระจายก าลังออกไปจ าเป็นจะต้องพิจารณาถึง การป้องกันทางพื้นดินไว้ด้วย หากว่าพื้นที่ที่ต้องการใช้เป็นที่พักแรมมีบริเวณเล็ก การพิจารณาในแง่การป้องกัน ทางพื้นดินก็ย่อมสะดวกในการจัดยามป้องกันหรือการบังคับบัญชา เพราะบางครั้งความเหมาะสมหรือการเป็น กลุ่มก้อนย่อมได้ผลดีในการป้องกันภัยทางภาคพื้นดิน แต่ก็เป็นผลเสียในการป้องกันภัยทางอากาศ หรือการ ระดมยิงจาก ป.ของข้าศึก อย่างไรก็ตามพึงระลึกเสมอว่าการผนึกก าลังเป็นกลุ่มก้อนอย่างนี้เป็นความง่ายใน การต่อสู้และป้องกันภัยทางภาคพื้นดิน กรณีก าลังพลจ าเป็นต้องขึ้นพักแรมบนฝั่ง ต้องพิจารณาให้รอบคอบ ๑๐.๒ ข้อควรน ามาประกอบพิจารณาในการจอดเรือพักแรม คือ ๑ พื้นที่จอดเรือเพียงพอต่อจ านวนเรือ ๒ ไม่ขวางทางเดินเรือ ๓ มีสิ่งอ านวยความสะดวกที่หน้าท่า เช่นไฟฟ้าแสงสว่าง ห้องน้ า ห้องสุขา ๔ กระแสน้ าบริเวณจอดเรือไม่เชียวกราก หรือกระแสน้ าวน


๗๗ ๕ บ้านเรือนไม่หนาแน่น หรือใกล้ชุมชนเกินไป ๖ วัด ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ า หรือคลอง เป็นสิ่งพึงประสงค์ ๗ พื้นที่บนฝั่งพอเพียงที่จะกางเต๊นท์ให้ก าลังพลพักแรม การซ่อนพรางก็เป็นสิ่งที่พึงประสงค์อีกอย่างหนึ่งในการเลือกพื้นที่พักแรม เพราะว่าการใช้การ ก าบังหรือซ่อนพรางจากธรรมชาติจะเป็นเครื่องช่วยป้องกันให้แก่กระบวนเรือที่จอดพักแรม และก าลังพลได้ ถึงแม้ว่าเทคนิคในการพรางจะเป็นเครื่องช่วยในการก าบังได้ดีก็ตาม แต่ก็ยังไม่ดีไปกว่าการอาศัยพืชพรรณหรือ ต้นไม้ตามธรรมชาติเป็นเครื่องก าบังให้ปลอดภัยจากการตรวจการณ์ทางพื้นดินและทางอากาศ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับ การเลือกลักษณะภูมิประเทศที่เหมาะและใช้เป็นเครื่องก าบังได้ดีเพียงใด การใช้ตาข่ายพรางเรือถ้าจะใช้ก็ ต่อเมื่อพื้นที่บริเวณนั้นไม่ค่อยมีต้นไม้หรือพืชพรรณพอเพียงต่อการซ่อนพราง อย่างไรก็ดี การใช้ตาข่ายพรางนี้ มีผลเสียอยู่ประการหนึ่งคือ รูปทรงของเรือที่สามารถพิสูจน์ทราบทางภาพถ่ายทางอากาศได้ การใช้ธรรมชาติ เป็นเครื่องป้องกันที่พักแรมเป็นเรื่องหนึ่งที่ส่วนล่วงหน้าจะเป็นผู้ตัดสินใจเลือกเอาบริเวณใดที่จะใช้เป็นที่พักแรม ถ้าหากได้อาศัยธรรมชาติเข้ามาเป็นเครื่องก าบังหรือซ่อนพรางแล้วก็จะท าให้การจัดการระวังป้องกันกระบวน เรือกระท าได้ง่ายขึ้น การเลือกพื้นที่พักแรมนี้สรุปแล้วเป็นความรับผิดชอบของผู้บังคับหน่วยทางน้ า ที่จะเป็นผู้ตัดสินใจ เลือกพื้นที่ใด พื้นที่หนึ่งเป็นที่ส าหรับพักแรมให้เหมาะสมกับภารกิจที่ตนได้รับในครั้งนี้ ๑๐.๓ การด าเนินงานของส่วนล่วงหน้า ส่วนล่วงหน้าที่ผู้บังคับบัญชาส่งไปในพื้นที่พักแรมก่อนกระบวนเรือจะถึง ได้แก่ เจ้าหน้าที่ส่ง ก าลังบ ารุง เจ้าหน้าที่สนับสนุน เจ้าหน้าที่ซ่อมบ ารุง ซึ่งเจ้าหน้าที่ดังกล่าวจะต้องเตรียมงานล่วงหน้าก่อน กระบวนเรือจะถึงพื้นที่พักแรมดังนี้ ๑ ก าหนดพื้นที่กางเต๊นท์ของ ผู้บังคับบัญชา เต๊นท์ก าลังพลที่ขึ้นพักแรมบนฝั่ง ๒ พื้นที่ประกอบการเลี้ยงอาหาร ๓ ก าหนดพื้นที่เข้าออกของยานพาหนะทางบก ๔ เตรียมหน่วยซ่อมบ ารุงเรือ และน้ ามันเชื้อเพลิง ๕ วางก าลังยามบนฝั่งขั้นต้น เป็นการวางก าลังแบบรอบตัว สAll Around Defense จนกว่าก าลังทางเรือมาถึงหน้าที่การรักษาความปลอดภัย จึงเป็นหน้าที่ของก าลังทางเรือ ในเส้นทางน้ าที่กระบวนเรือเดินทางอาจพิจารณาเลือกที่พักแรมได้หลายต าบลที่ หากกระท าได้ ควรจะพิจารณาก าหนดที่พักให้น้อยที่สุดเท่าที่จะท าได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการระวังป้องกันกระบวนเรือ


๗๘ ๑๑. การระวังป้องกันที่พักแรม ๑๑.๑ กล่าวโดยทั่วไป ถึงแม้ว่าการปฏิบัติการขนส่งของหน่วยทหารขนส่ง จะท างานอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับการป้องกันจาก หน่วยก าลังรบแล้วก็ตาม แต่บ่อยครั้งเหมือนกันที่การปฏิบัติงานของหน่วยทหารขนส่งจะต้องหลุดพ้นจากการ ระวังป้องกันนั้น ๆ เมื่อเป็นเช่นนี้หน่วยก าลังทางเรือก็จ าเป็นจะต้องมีหน่วยที่ท าหน้าที่ต่อสู้ป้องกันขึ้น ซึ่ง นับว่าเป็นภารกิจหลักอย่างหนึ่งเช่นกัน ภารกิจนี้ก็คือ การจัดการป้องกันตนเอง ได้แก่การป้องกันพื้นที่ที่พัก แรมและการป้องกันกระบวนเรือล าเลียงขณะเคลื่อนที่ เมื่อภารกิจก าหนดไว้เช่นนี้ หากท่านจะต้องรับหน้าที่เป็น ผู้บังคับหน่วยเรือ ก็จ าเป็นจะต้องหา วิธีการและศึกษาถึงวิธีการและมาตรการที่ปลอดภัยที่สุด เพื่อจะน าหน่วยของท่านให้บรรลุผลส าเร็จตาม ภารกิจ ดังนั้น จึงจ าเป็นจะต้องมาศึกษาถึงวิธีการกันต่อไป ๑๑.๒ การระวังป้องกัน สิ่งแรกสุดที่ส่วนล่วงหน้าเข้ามาถึงบริเวณที่พักแรมก็คือ จะต้องตรวจสอบบรรดาอันตราย ซึ่งเกิด ขึ้นได้จากการกระท าของข้าศึก เช่น ทุ่นระเบิด ลวดสะดุด หรือพลแม่นปืนของข้าศึกที่จะซุ่มยิง แม้ว่าการ ป้องกันนี้จ าเป็นจะต้องกระท ากันอยู่ตลอดเวลาที่หน่วยเข้าไปพักแรมก็ตามแต่ก็เป็นหน้าที่ของส่วนล่วงหน้า จะต้องขจัดหรือกวาดล้างบรรดาสิ่งเหล่านี้ออกไปให้หมดเสียก่อนที่กระบวนเรือส่วนใหญ่จะมาถึง เพราะถ้าไม่ กวาดล้างบรรดาสิ่งที่จะก่อให้เกิดอันตรายเหล่านี้ไปแล้ว ก็จะถือว่าเป็นความบกพร่องอย่างยิ่งของส่วนล่วงหน้า นั้น การระวังป้องกันตัวของส่วนล่วงหน้าในขณะที่ปฏิบัติหน้าที่ในการเตรียมการในพื้นที่พักแรม จะต้องจัด ยามหรือที่ฟังการณ์ไว้เสียแต่แรก เมื่อเข้าไปที่พักแรมนั้น การเลือกบริเวณหรือพื้นที่เพื่อจะแบ่งมอบให้หน่วย ต่าง ๆ นั้น ส่วนล่วงหน้าจะต้องพิจารณาให้รอบคอบ จงพยายามเลือกพื้นที่เหล่านั้นอย่าให้เป็นจุดอ่อนในเรื่อง การจัดระวังป้องกันของหน่วยขึ้นได้ เป็นต้นว่าส่วนล่วงหน้ามิได้ก าหนดที่ตั้งส าหรับการเต๊นท์พักแรมของหน่วย เรือ เมื่อหน่วยก าลังทางเรือมาถึงต้องไปกางเต๊นท์อยู่พื้นที่โล่งแจ้ง ซึ่งไม่เป็นระเบียบจนเป็นเหตุให้ข้าศึกสังเกตง่าย อันนี้จะเป็นชนวนให้ถูกการโจมตีได้ง่าย การระวังป้องกันหน่วยเคลื่อนย้ายทางเรือเมื่อมาถึงต าบลพักแรม ก าหนดให้มีการจัดก าลังการ ระวังป้องกัน ๒ ส่วน ดังนี้ ๑๑.๒.๑ ระวังป้องกันกระบวนเรือที่จอด - จัดยามประจ าเรือ ตามจ านวนเรือให้เพียงพอ - จัดยามชายฝั่ง บริเวณจอดเรือ ๑๑.๒.๒ ระวังป้องกันพื้นที่พักแรมบนฝั่ง - จัดยามตรวจที่พักบนฝั่ง - จัดยามบริเวณทางเข้าออกของยานพาหนะ


๗๙ ๑๑.๓ การจัดที่ตรวจการณ์หรือที่ฟังการณ์ ล าพังแต่อาวุธประจ ากาย จะน ามาใช้ในการจัดการระวังป้องกันก็จะได้ผลน้อย ฉะนั้น ถ้าจะให้ การจัดระวังป้องกันมีอ านาจการยิงมากขึ้นก็จ าเป็นต้องใช้ ปก.เบา จาก มว. โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้มีการจัด ระวังป้องกันชนิดรอบตัว ดังนั้น ผบ.ร้อย ควรจะต้องจัด ปก. เบา ให้ไปกับส่วนล่วงหน้า แต่ทั้งนี้ไม่เสมอไป ทุกครั้ง แล้วแต่สถานการณทางยุทธวิธีในขณะนั้น เพราะในบางกรณีก็มีความจ าเป็นจะต้องใช้ ปก.เบา ของ หน่วยเก็บไว้ใช้ป้องกันตนเองขณะเดินทางก็ได้ ตามหลักแล้วในเมื่อจัดหน่วย วางก าลังแบบรอบตัว ( All Around Defense ) ที่ตั้งของที่ตรวจการณ์หรือที่ฟังการณ์นี้ จะต้องจัดไว้ชั้นนอกก่อนแนวป้องกันอื่น ๆ ทั้งสิ้น และเป็นเรื่องแรกที่จะต้องกระท า ความแตกต่างระหว่างที่ตรวจการณ์และที่ฟังการณ์นั้น ก็ คือ ที่ตรวจการณ์ใช้ในเวลากลางวัน ส่วนที่ฟังการณ์ใช้ในเวลากลางคืน ส่วนต าบลใดที่ควรจะจัดให้เป็นที่ตรวจการณ์หรือฟังการณ์ มีจ านวนเท่าใดนั้นก็แล้วแต่ว่าจะ ป้องกันพื้นที่บริเวณพักแรมนั้นด้วยวิธีป้องกันชนิดใด ตัวอย่างเช่น ในพื้นที่บริเวณนั้นคาดว่ามีหน่วยกองโจร ปฏิบัติการอยู่ การระวังป้องก็ควรหนักไปในทางการกระจายก าลังออกไปโดยใช้การปกปิดก าบังจากพืชพรรณ หรือต้นไม้ทั่วบริเวณให้ได้ผลที่สุด ๑๑.๔ การก าหนดที่ตั ง ส าหรับที่ตรวจการณ์นั้นควรก าหนดให้ยามสามารถใช้สายตาตรวจการณ์ได้ทั่วถึงทั้งภายในบริเวณ ที่พักแรมและห่างออกไปเท่าที่สายตาจะตรวจการณ์ได้ ซึ่งจะมีระยะห่างจากรอบนอกบริเวณที่พักแรม ประมาณ ๑๐๐-๓๐๐ หลา หรือจะมากกว่านี้แล้วแต่กรณีแต่ถ้าเป็นที่ฟังการณ์ซึ่งจะต้องปฏิบัติในเวลา กลางคืนก็ลดระยะลงมาไม่ให้เกิน ๑๐๐ หลา จากขอบนอกของบริเวณที่พักแรม นอกจากนี้แล้วก็ควร พิจารณาถึงต าบลที่จะวางยามรักษาการณ์เพื่อเฝ้าต าบลที่ส าคัญ เช่นแนวชายป่า หรือเนินเขาที่อยู่ห่างออกไป ตามปกติที่ตั้งของยามรักษาการณ์จะต้องให้มีการติดต่อกองร้อยหรือหมวดได้โดยใช้วิทยุ การจัดก าลังส าหรับใช้ เป็นยามรักษาการณ์นี้จะจัดก าลังจากกองร้อยนั่นเอง โดยเลือกบุคคลที่เหมาะสมอย่างน้อยไม่เกิน ๒ คนต่อ หนึ่งที่ หน้าที่ของยามรักษาการณ์ก็คือ การเฝ้าตรวจและรายงานการเข้ามาของข้าศึกต่อผู้บังคับบัญชา ยาม รักษาการณ์นี้ไม่มีหน้าที่ต่อสู้ข้าศึก ๑๑.๕ จ านวนเจ้าหน้าที่รักษาการณ์ การจัดเจ้าหน้าที่รักษาการณ์ของส่วนล่วงหน้า เมื่อไปตรวจบริเวณที่พักแรม มีก าลังจ ากัด ฉะนั้น การจัดยามรักษาการณ์ที่จะสมบูรณ์จะมีก็ต่อเมื่อก าลังส่วนใหญ่ได้มาถึงแล้ว ความต้องการเจ้าหน้าที่ มากน้อยเท่าใดก็ขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบในการจัดการระวังป้องกันครั้งนั้น เป็นต้นว่าส่วนล่วงหน้าเลือก บริเวณที่พักแรมมีภูมิประเทศโดยใช้ธรรมชาติเป็นเครื่องขัดขวางการเข้ามาของข้าศึกได้ดี ก็ใช้เจ้าหน้าที่ในการ รักษาการณ์น้อย หรือถ้าเมื่อเราคาดว่า ณ บริเวณนั้นจะมีการซุ่มโจมตีจากข้าศึกทางพื้นดินมาก ก็จ าเป็น


๘๐ จะต้องจัดเจ้าหน้าที่รักษาการณ์เพิ่มขึ้นตามความจ าเป็น สภาพดินฟ้าอากาศก็เป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มหรือลด เจ้าหน้าที่รักษาการณ์ คือถ้าเป็นเวลากลางคืนหรืออากาศไม่ดีมีหมอกมากจนท าให้การตรวจการณ์ของ เจ้าหน้าที่รักษาการณ์จ ากัดดังนี้ ก็จ าเป็นต้องเพิ่มเจ้าหน้าที่ขึ้นอีก เจ้าหน้าที่ฟังการณ์ในเวลากลางคืน ต้องใช้ มากกว่าเจ้าหน้าที่รักษาการณ์ในเวลากลางวัน ๑๑.๖ เส้นทางที่ใช้ในบริเวณที่พักแรม เส้นทางที่ใช้ในที่พักแรมตามหลักแล้ว ไม่จ าเป็นต้องมีให้มากเกินความจ าเป็น เพียงแต่ว่าให้มี เส้นทางเข้าไปสู่บริเวณที่พักแรมภายในที่พักแรม และเส้นทางออกเพื่อให้รถได้เข้าออกตามความประสงค์ ก็นับว่าเป็นการเพียงพอ เส้นทางเหล่านี้จ าเป็นต้องมีพื้นแข็งพอเพื่อรับน้ าหนักของรถได้ ถ้าได้เป็นถนนที่โรย หินก็นับว่าดีพอแล้ว ข้อส าคัญก็คือถนนเหล่านี้ต้องสามารถใช้ได้ทุกฤดูกาล และสามารถน ารถเข้าถึงพื้นที่จอด เรือได้ ๑๑.๗ การวางผังเส้นทางภายในที่พักแรม เพื่อเป็นการลดความสับสนในบริเวณที่พักแรม ส่วนล่วงหน้าจะเป็นเจ้าหน้าที่ก าหนดในการจอด ยานพาหนะต่าง ๆ เช่นต าแหน่งที่จอดเรือ ที่จอดรถหน่วยสนับสนุน วางต าแหน่งที่พักบนฝั่ง ทั้งนี้ทั้งนั้น จะต้องค านึงถึงภูมิประเทศเป็นหลัก ที่พักของก าลังพล และที่พักผู้บังคับบัญชาจะต้องไม่ไกลจากที่จอดเรือ สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ทันทีเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน ถ้าพื้นที่อ านวยเต๊นท์ผู้บังคับบัญชาหน่วยเรือควรอยู่ตรงกลาง ล้อมรอบด้วยเต๊นท์บุคคล รถทุกประเภทจอดบริเวณทางเข้าออก และจะต้องพรางยานพาหนะทุกชนิดที่อยู่ ในบริเวณเพื่อการตรวจพบของข้าศึก ๑๑.๘ การจัดก าลังป้องกัน การนัดแนะหรือก าหนดการใช้ก าลังจะบรรจุอยู่ในค าสั่งการเคลื่อนย้าย โดยหลักปฏิบัติของทหาร ขนส่งจะวางก าลังแบบรอบตัว ( All Around Defense ) เพื่อป้องกันตัวเองเป็นหลัก ซึ่งมีการจัดก าลังไว้ ๓ ส่วน ทั้งนี้หากเกิดการปะทะของหน่วยซุ่ม หรือข้าศึก จะใช้ก าลัง ๑ ใน ๓ ของก าลังส่วนใหญ่ เจ้าหน้าที่ ประจ าเรือลงเรือติดเครื่องยนต์ หากสถานการณ์ไม่รุ่นแรงไม่ต้องเคลื่อนย้ายเรือ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการคาดคะเน จากฝ่ายยุทธการ หน่วยซุ่มโจมตีของข้าศึกมีก าลังพลไม่มากเพราะมีเจตนาตั้งใจก่อกวนการเคลื่อนย้ายก าลัง ทางเรือให้ล้าช้าเท่านั้น จะได้เดินทางไปสนับสนุนหน่วยรบไม่ทันก าหนด


๘๑ ๑๒. การเดินเรือในล าน าจ ากัด ๑๒.๑ การเดินเรือในร่องน าแคบและคดเคี ยว การเดินเรือในล าน้ าบางสถานการณ์ต้องยึด กฎ ระเบียบ หรือหลักนิยมของท้องถิ่นนั้น ๆ แต่ต้อง ไม่ขัดกับ พ.ร.บ.ป้องกันเรือโดนกัน พ.ศ.๒๕๒๒ และแก้ไขเพิ่มเติม สิ่งที่ผู้น าเรือต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือ อันตรายจากการเรือโดนกัน เนื่องจากร่องน้ าทางเดินเรือแคบ และคดเคี้ยว เพราะล าน้ าที่เดินเรือมักจะ เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล เพื่อให้เกิดความช านาญในการน าเรือ จะต้องท าการฝึกการเดินเรือในเส้นทางนั้นๆ พร้อมกับส ารวจ บันทึกเหตุของเส้นทางและภูมิประเทศ เพื่อใช้ในการวางแผนหรือประกอบการพิจารณาใน การเดินเรือครั้งต่อไป ๑๒.๑.๑ สาเหตุที่ท าให้ร่องน้ าแคบและคดเคี้ยว เกิดได้ ๒ ลักษณะ ๑ เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น สะสมจากโคลนตม กระแสน้ ากัดเซาะตลิ่ง ๒ มนุษย์กระท าขึ้น เช่น สร้างสะพาน สร้างท่าเทียบเรือ การรุกล้ าแนวเขต ๑๒.๑.๒ ข้อควรปฏิบัติการเดินเรือในร่องน้ าแคบและคดเคี้ยว ๑ มีเรือน ากระบวนที่มีความคล่องตัว ๒ มีวิทยุติดต่อสื่อสารทุกล า ๓ ก าหนดความเร็วตามเรือน า ๔ จัดยามเรือเดิน ยามตรวจการณ์ ๑๒.๑.๓ เส้นทางที่เหมาะในการฝึกการเดินเรือในร่องน้ าแคบและคดเคี้ยว เส้นทางที่ใช้ฝึกควรเป็นเส้นทางที่แคบ และคดเคี้ยว มีล าน้ าโค้งหักศอก มีสิ่งกีดขวางการเดินเรือ เช่น สะพานต่ า ตอหม้อแคบ มีเรือสัญจรไปมา มีโพงพาง หรือท าการประมง สาเหตุที่ต้องเลือกเส้นทาง เดินเรือลักษณะนี้ก็เพื่อ ให้ผู้รับการฝึกมีความช านาญ มีประสบการณ์กล้าตัดสินใจเมื่อพบอุปสรรคข้างหน้า แต่ในการฝึก ผู้ควบคุมเรือ หรือครูฝึก ต้องให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ และไม่ประมาท ตัวอย่างเส้นทางล าน้ าที่เหมาะท าการฝึก ๑ แม่น้ าน้อย แยกจากแม่น้ าเจ้าพระยา ฝั่งตะวันตก ประมาณหลักกิโลเมตรที่ ๑๑๙ ถึง อ าเภอเสนา แยกเข้าคลองบางปลาหมอ ออกแม่น้ าเจ้าพระยา ๒ แม่น้ าป่าสักตอนบน ถึงเขื่อนพระราม ๖ ๓ คลองสรรพสามิต แยกจากแม่น้ าเจ้าพระยา ตรงบริเวณต าบลแหลมฟ้าผ่า อ าเภอ พระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ออกแม่น้ าท่าจีน จังหวัดสมุทรสาคร


๘๒ รูปภาพแม่น าน้อย รูปภาพคลองสรรพสามิต ๑๒.๒ การกลับล าเรือในที่จ ากัด เรือที่ใช้ในเส้นทางน้ าภายในแผ่นดินที่กล่าวไว้ในบทต้น ๆ ส่วนใหญ่แล้วมีขีดความสามารถในการ เดินเรือในเส้นทางน้ าปกติ หรือไม่มีอุปสรรคและสิ่งกีดขวาง แต่หากจะต้องน าเรือเข้าไปสู่พื้นที่ล าน้ าแคบ และร่องน้ าจ ากัด เรือล าดังกล่าวจะต้องปฏิบัติภารกิจให้ได้โดยอาศัยความช านาญของผู้น าเรือ โดยเฉพาะเทคนิค การกลับล าเรือในที่จ ากัด สิ่งส าคัญที่สุดคือจะต้องทราบจุดหมุนของเรือ ว่าจะเปลี่ยนไปทิศทางใด เมื่อใช้ เครื่องจักรเดินหน้าหรือถอยหลัง และผลที่เกิดขึ้นเมื่อมีลมในที่แคบมาก ๆ กระแสน้ าเชี่ยวกราก ซึ่งไม่สามารถ เดินหน้า หรือถอยหลังได้มากนัก แต่ถ้าผู้น าเรือมีความช านาญ หรือผ่านการฝึก ก็จะสามารถปฏิบัติได้ การกลับล าเรือในที่จ ากัด กระท าได้ ๓ วิธี ๑ โดยใช้เครื่องจักรและมุมหางเสือ ๒ โดยการทิ้งสมอหัวเรือ ๓ โดยใช้เรือดัน ๑๒.๒.๑ การใช้เครื่องจักรและมุมหางเสือ ๑ เรือใบจักรเดียว ขั้นที่ ๑ หางเสือขวาหมด เครื่องจักรเดินหน้าเต็มที่ อาการเรือหัวเรือจะไปทางขวา ท้ายเรือ จะไปทางซ้าย ขั้นที่ ๒ หางเสือซ้ายหมด เครื่องจักรถอยหลัง กระแสน้ าจะดันหางเสือไปทางซ้าย และ ผลักท้ายเรือไปทางซ้าย หัวเรือไปทางขวา สล าเรือเริ่มขวางล าน้ า


๘๓ ขั้นที่ ๓ หางเสือขวาหมด เครื่องจักรเดินหน้าเต็มที่ อาการเรือหัวเรือจะไปทางขวา ท้ายเรือจะไปทางซ้าย สล าเรือเกือบเปลี่ยนทิศทางตรงกันข้าม ขั้นที่ ๔ ถ้ายังกลับล าเรือไม่ได้ให้ใช้ขั้นที่ ๒ และขั้นที่ ๓ ต่อไป ๒ เรือหลายใบจักร ขั้นที่ ๑ น าเรือให้อยู่กลางล าน้ า อาการเรือนิ่ง ขั้นที่ ๒ ต้องการกลับล าทิศทางขวา - ใช้เครื่องจักรขวาเดินหน้าครึ่งตัว เครื่องจักรซ้ายถอยหลังครึ่งตัว หางเสือขวาหมด สอาการของเรือ หัวเรือจะหมุนไปทางขวา ท้ายเรือเหวี่ยงไปทางซ้าย - ใช้เครื่องจักรซ้ายเดินหน้าครึ่งตัว เครื่องจักรขวาถอยหลังครึ่งตัว หางเสือซ้ายหมด สอาการของเรือ หัวเรือจะหมุนไปทางซ้าย ท้ายเรือเหวี่ยงไปทางขวา ๑๒.๒.๒ การทิ้งสมอหัวเรือ วิธีทิ้งสมอหัวเรือช่วยในการกลับล านี้เป็นวิธีสุดท้ายนอกเหนือจากปฏิบัติด้วยวิธีอื่นไม่ได้แล้ว ภูมิประเทศต้องเอื้ออ านวย ลักษณะพื้นดินใต้น้ าจะต้องสามารถให้สมอกินดินได้ ผลกระทบของกระแสน้ า กระแสลมไม่เป็นอุปสรรค โดยมีการปฏิบัติดังนี้ ๑ ให้น าเรืออยู่ในกลางล าน้ า หรือกลางร่องน้ า ๒ ลดความเร็วเรือจนเกือบเรือนิ่ง ๓ ทิ้งสมอหัวเรือ ระยะโซ่สมอเกือบตรง แต่สมอต้องกินดิน ล็อคโซ่สมอให้แน่น ๔ เดินเครื่องจักรเบา หางเสือขวาหมด อาการหัวเรือจะหมุนไปทางขวา โดยมีสมอ เป็นจุดหมุน ๕ เมื่อเรือกลับล าได้แล้วให้ถอนสมอเก็บ ๑๒.๒.๓ การใช้เรือดัน วิธีสุดท้ายนี้จะต้องมีเรืออื่นติดตามเรือในกระบวนไปด้วย เช่น เรือลากจูง เป็นต้น การปฏิบัติ ไม่ยุ่งยากเพียงแต่นัดแนะให้เข้าใจกันว่าเรือล าไหนจะดันหัวเรือหรือท้ายเรือ การจะใช้วิธีนี้เหมาะส าหรับเรือ ที่จะกลับล าเป็นเรือที่ไม่มีเครื่องยนต์ เช่น เรือบาร์จ ๑๒.๓ การกลับล าเมื่อมีกระแสน า กระแสลม ทิศทางของกระแสน้ า กระแสลมมีส่วนช่วยให้การกลับล าได้สะดวก หรืออาจจะเป็นอุปสรรค ก็ได้ หากผู้น าเรือไม่เข้าใจ กฎ และทฤษฎีของธรรมชาติ ความไม่แน่นนอนทิศทางลมเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ต่อการน าเรือ โดยเฉพาะการกลับล าในที่ที่จ ากัด บางครั้งมีลมกระโชกท าให้เรือเสียอาการ ไปกระทบท่าเรือ หรือสิ่งของต่าง ๆ ได้ ดังนั้นผู้น าเรือจะต้องมีทักษะ มีความช านาญ และการคาดคะเนอย่างยอดเยี่ยม เพื่อที่จะน าเรือของตนให้พ้นภัยได้


๘๔ หลักปฏิบัติในการกลับล าเมื่อมีกระแสน้ า กระแสลม - ลมพัดทางกราบขวา หัวเรือจะไปทางซ้าย ท้ายเรือจะไปทางขวา ควรใช้เครื่องจักรถอยหลัง หางเสือขวา สอาการเรือท้ายเรือจะหมุนไปทางขวา - ลมพัดทางกราบซ้าย หัวเรือจะไปทางขวา ท้ายเรือจะไปทางซ้าย ควรใช้เครื่องจักรถอยหลัง หางเสือซ้าย สอาการเรือท้ายเรือจะหมุนไปทางซ้าย - เรือแล่นตามน้ า ควรกลับล าทางด้านซ้าย - เรือแล่นทวนน้ า ควรกลับล าทางด้านขวา - หากล าน้ ากว้างให้ใช้การกลับล าหมุนเรือครั้งเดียว โดยให้น าเรือชิดกราบขวาเป็นหลัก ให้ กระแสน้ า หรือกระแสลมปะทะทางหัวเรือ ๑๓. การเทียบเรือในภูมิประเทศ ๑๓.๑ กล่าวทั่วไป โดยปกติแล้วตามเส้นทางน้ าภายในแผ่นดิน เกือบทุกแม่น้ า หรือภายในคลองต่าง ๆ มักจะสร้าง ท่าเทียบเรือ หรือโป๊ะ บริเวณที่จะขึ้นลงหรือ ขนถ่ายสัมภาระ เช่น วัด หน่วยงานราชการ บริษัทห้างร้าน โกดังเก็บของ เพื่อบริการส าหรับผู้ใช้สัญจรทางน้ า จึงสะดวกในการน าเรือเข้าเทียบ รับ – ส่ง ผู้โดยสารขนส่ง สิ่งอุปกรณ์ได้อย่างสะดวกสบาย แต่ในบางครั้งเมื่อเรือได้เดินทางเข้าในภูมิประเทศไม่มีท่าเทียบเรือ จึงต้องหา ต าบลที่ ที่จะเทียบเรือให้ได้ เช่น ล าน้ านั้นตลิ่งที่ไม่สูงชัน หรือมีเขื่อนทางเดินบันไดขึ้นวัด นายท้ายจะต้องใช้ ความช านาญ ในการน าเรือเข้าเทียบเพื่อส่งสิ่งของให้ได้โดยค านึงถึงความปลอดภัยของเรือเป็นหลัก ท่าเทียบเรือในภูมิประเทศ แบ่งเป็น ๒ ลักษณะ ๑ ท่าเทียบเรือที่มีสิ่งอ านวยความสะดวก เช่น ตัวท่าเทียบขนาดใหญ่ แข็งแรง มีเครื่องมือ ยกขน มีพุก หรือหลักผูกเชือกอย่างดี แสงสว่างเพียงพอ ซึ่งท่าเทียบเรือดังกล่าวนี้มักจะสร้างไว้ให้กับ หน่วยงานราชการ หรือ บริษัทที่มีโกดังเก็บของ การเทียบเรือใช้การเทียบโดยปกติ ไม่มีปัญหายุ่งยาก ๒ ท่าเทียบเรือที่ไม่มีท่าเทียบและไม่มีสิ่งอ านวยความสะดวก เช่น โป๊ะจอดเรือเล็ก ๆ ทางเดินริมตลิ่ง หรือตลิ่งที่มีมุมลาด การจะน าเรือเข้าเทียบในลักษณะภูมิประเทศอย่างนี้จะต้องผ่านการฝึก มาอย่างดี มีประสบการณ์ใช้เรือสูง การตัดสินใจของนายท้ายต้องเด็ดขาด และที่ส าคัญต้องได้รับอนุญาต จากผู้บังคับบัญชาหน่วยเรือเสียก่อน ๑๓.๒ หลักปฏิบัติในการเข้าเทียบ ก เรือล าเลียงพัสดุ ใช้หัวเรือเกยฝั่งหรือตลิ่งที่ไม่สูงชัน ใช้เครื่องจักรเดินหน้าเบา ขึ้นเชือกหัวเรือ ถ้ามีสมอให้ทิ้งสมอท้ายเรือ การเทียบแบบนี้จะต้องจัดยามเฝ้าเชือก เพราะระดับน้ าจะท าให้เรือแขวนตลิ่งได้


๘๕ ข เรือนอกจากข้อ ก แล้วจะไม่นิยมเทียบแบบดังกล่าว ถ้าจ าเป็นจะต้องส่งผู้โดยสาร หรือ สป. ควรใช้หัวเรือเข้าเทียบ ส่วนท้ายเรือให้อยู่กลางล าน้ า เพื่อป้องกันใบจักร หรือติดตื้น ค ถ้าการเดินทางไปเป็นกระบวนเรือ ควรให้เรือล าเลียงพัสดุเข้าเทียบก่อน ส่วนเรือที่เหลือให้ เทียบข้างโดยให้ส่วนท้ายเรืออยู่ในร่องน้ า แต่ต้องไม่ขวางการเดินเรืออื่น ง เมื่อเทียบเรือดังกล่าวแล้ว ผู้ควบคุมเรือจะต้องจัดไฟให้แสงสว่างบริเวณท้ายเรืออย่างชัดเจน และเพียงพอต่อกระบวนเรือที่เข้าเทียบ ๑๓.๓ ข้อควรระวัง - ต้องแน่ใจว่าบริเวณที่จะเทียบนั้นปลอดภัยจากวัตถุใต้น้ าหรือทรัพย์สินของประชาชน - ไม่ขวางการเดินเรือ ของเรือที่ใช้สัญจรร่วม - ต้องจัดยามเฝ้าเชือก และเข้มงวดเป็นพิเศษ รูปภาพการจอดเรือในภูมิประเทศ ๑๔. สัญญาณการติดต่อสื่อสาร สัญญาณที่ใช้ในการติดต่อกระบวนเรือล าเลียงที่ใช้ในเส้นทางน้ าภายในแผ่นดิน แบ่งออกโดยทั่วๆ ไป ดังนี้ ๑ สัญญาณธงสองมือ ๒ สัญญาณไฟฉาย ๓ สัญญาณวิทยุ ๔ สัญญาณ หวูด , แตร


๘๖ ๕ สัญญาณนกหวีด ๖ สัญญาณแสดงเรืออับเฉา ๑๔.๑ การใช้สัญญาณธงสองมือในเวลากลางวัน เนื่องจากบางสถานการณ์ไม่สามารถใช้การติดต่อสื่อสารอย่างอื่นได้ เช่น วิทยุเสียหาย หรือ ต้องการเป็นความลับ จึงได้ก าหนดการใช้สัญญาณธงสองมือขึ้นเพื่อเป็นแนวทางเดียวกัน การใช้สัญญาณ ธงสองมือนี้เป็นการติดต่อกันเฉพาะกระบวนเรือในการขนส่งทางน้ าภายในแผ่นดิน มิใช่รหัสสากลหรือประมวล ธงสัญญาณแต่อย่างใด ธงสองมือ มาตรฐานโดยทั่วไปเป็นธงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาด ๑๕ นิ้ว ถึง ๑๘ นิ้ว ซึ่งมีรูปร่าง ลักษณะสีขาว – แดง สองท่อนต่อกันเป็นทแยงมุม ตรึงติดกับด้ามธงมีขนาดยาว ๒๒ นิ้ว ดังภาพ ๑๔.๑.๑ การส่งสัญญาณแบบโดยตรง สกระบวนเรือมีจ านวนน้อยล า การปฏิบัติ ๑ เรือน า เป็นเรือส่ง เจ้าหน้าที่ธงสัญญาณยืนอยู่บนดาดฟ้าห้องถือท้าย หันหน้าไปทาง ท้ายเรือ ส่งสัญญาณไปให้เรือในกระบวน ๒ เจ้าหน้าที่สัญญาณเรือในกระบวนทุกล า ยืนบนดาดฟ้าห้องถือท้าย หันหน้าไปหาผู้ส่ง สัญญาณเรือธง รับค าสั่งและปฏิบัติ พร้อมกัน ๓ ตัวอย่าง * เรือธงส่ง “ เตรียมระวังฟังค าสั่ง ” * เรือในกระบวนรับ “ เตรียมระวังฟังค าสั่ง ” * เรือธงส่ง “ พร้อม ท่านพร้อมหรือยัง ” * เรือในกระบวนรับ “ พร้อม ” ๔ แต่ละท่าสัญญาณ ต้องปฏิบัติ ๓ ครั้ง และมาอยู่ในท่าเก็บธง ๑๔.๑.๒ การส่งสัญญาณแบบถ่ายทอด สเรือในกระบวนมีจ านวนมากล า การปฏิบัติ ๑ เรือธงส่ง เรือล าที่ ๒ รับ และกลับหลังหันส่งเรือล าที่ ๓ ๒ ปฏิบัติดังกล่าวจนครบทุกล า ๓ ตัวอย่าง * เรือธงส่ง “ เตรียมระวังฟังค าสั่ง ” * เรือล าที่ ๒ รับ “ เตรียมระวังฟังค าสั่ง ”


๘๗ * เรือธงส่ง “ พร้อม ท่านพร้อมหรือยัง ” * เรือล าที่ ๒ รับ “ พร้อม ” * เรือธงส่ง “ รูปกระบวนเรียงตามกัน ฟอร์ม ๑ ” * เรือล าที่ ๒ รับ “ รูปกระบวนเรียงตามกัน ฟอร์ม ๑ ” สจบการส่ง * เรือล าที่ ๒ กลับหลังหัน ส่งสัญญาณให้ล าที่ ๓ สถ่ายทอดท าสัญญาณตามข้างต้น * เรือล าที่ ๓ รับท่าสัญญาณจบแล้ว ส่งต่อล าที่ ๔ กระท าลักษณะนี้จนครบทุกล า ๑๔.๒ การใช้สัญญาณไฟฉายในเวลากลางคืน ท่าสัญญาณที่ใช้มีรูปแบบลักษณะเหมือนกับสัญญาณธงสองมือ ชื่อท่าสัญญาณ ๑. เก็บธง ๒. รวมพล / รวมกอง ๓. เตรียมระวัง , ฟังค าสั่ง ๔. พร้อม , ท่านพร้อมหรือยัง ๕. ติดเครื่องยนต์,เดินเครื่องยนต์ ๖. หยุดเครื่อง , ดับเครื่องยนต์ ๗. เคลื่อนที่ไปข้างหน้า ๘. ตั้งเรือลอยล า ๙. เพิ่มความเร็ว , เร่งเร็ว ๑๐. ลดความเร็ว ๑๑. ปิดระยะ ๑๒. เปิดระยะ ๑๓. พ่วงกราบขวา ๑๔. พ่วงกราบซ้าย ๑๕. พ่วงท้าย ๑๖. จูง ๑๗. หยุดจูง ๑๘. ส่งเชือกพ่วง ๑๙. ปล่อยเชือก ๒๐. กระบวนเรียงตามกัน ๒๑. กระบวนหน้ากระดาน ๒๒. กระบวนรูปวี ๒๓. กระบวนรูปลิ่ม ๒๔. กระบวนทแยงขวา ๒๕. กระบวนทแยงซ้าย ๒๖. แยกกระบวน , กระจายก าลัง ๒๗. คนตกน้ า ๒๘. ขอความช่วยเหลือ ๒๙. เริ่มยิง ๓๐. หยุดยิง ๓๑. ไม่เข้าใจ ๓๒. ยกเลิกค าสั่งที่แล้ว


๘๘ ท่าสัญญาณที่ใช้ในเส้นทางน าภายในแผ่นดิน ท่าสั าณ ร ท เก บธง Basic กลางวัน กลางค น ท่าสั าณ ร ท ๒ รวมกอง (Assemble) กลางวนั ช ุ ศี ษ ึ กลางค น ช ศี ษ ใ ญ ี จ


๘๙ ท่าสั าณ ร ท ๓ เตร ยมระวงัฟังคา สั ง(Attention) กลางวนั ช ุ ๔๕ ึ ี กลางค น จุ 1 ใ 2 ้ึ 3 ส จ 2 1 3 ท่าสั าณ ร ท ๔ พร้อม, ท่านพร้อมหร อยัง (Ready, Are you ready, I am ready) กลางวนั ุ ๔๕ ฏ จ ใจ กลางค น ใ ี ถ ( )ค จ จ


๙๐ ท่าสั าณ ร ท ๕ ติดเคร องยนต์เดนิเคร องยนต์(Starting Engine) กลางวนั ุ กลางค น จุ ุ ส สญ ญ ณ ส จ ท่าสั าณ ร ท ๖ หยุดเคร อง ดับเคร องยนต์(Stop Engine, Cut Engine) กลางวนั ศ ใ ใ ค - ใ กลางค น จุ 1 ผ 2 3 ส สญ ญ ณ ส จ 1 2 3


๙๑ ท่าสั าณ ร ท ๗ เคล อนท ไ ข้างหน้า (Forward) กลางวนั ้ึ ช ้ ฉ ( พี ค ้ ี ) กลางค น จุ 1 2 พ ๆ ค ้ ใ 1 2 ท่าสั าณ ร ท ๘ ต้ังเร อลอยลา (Mount) กลางวนั ๔๕ ้ึ ๔๕ กลางค น จุ 1 ้ึ ถึ 2 ใ 1 2


๙๒ ท่าสั าณ ร ท ๙ เพมิ ความเร ว เร่งเร ว (Increase Speed, Double Time Rush กลางวนั พ ศ ส ใ ้ึ กลางค น จุ 1 ึ ้ึ - ส สญ ญ ณ ส จ 1 2 ท่าสั าณ ร ท ๐ ลดความเร ว (Decrease Speed Vehicles) กลางวนั ส ๔๕ ้ึ กลางค น จุ 1 ้ึ 2 ส สญ ญ ณ ส จ 2 1 1 2


๙๓ ท่าสั าณ ร ท ิดระยะ (Close Up) กลางวนั ้ ส ส ้ึ ศี ษ ช ึ กลางค น ้ ส จุ 1 ้ึ 2 ใ 1 2 1 ท่าสั าณ ร ท ๒ เ ิดระยะ (Open up, Extend) กลางวนั ้ ส ้ึ ศี ษ ช พ ส กลางค น จุ 1 2 ใ ใ 2 1 2


๙๔ ท่าสั าณ ร ท ๓ พ่วงกราบขวา (Right Towing) กลางวนั ี ุ ๔๕ ึ ช กลางค น ส ส ส ญญ ณ ส จ ท่าสั าณ ร ท ๔ พ่วงกราบซ้าย (Left Towing) กลางวนั ี ุ ๔๕ ึ ช กลางค น ส ส ส ญญ ณ ส จ


๙๕ ท่าสั าณ ร ท ๕ กลางวนั ้ึ ส ี ผ ค ึ ถึ กลางค น จุ 1 ษณ ค ึ 2 ฏ ้ พ่วงท้าย(Commence Towing) 1 2 1 2 ท่าสั าณ ร ท ๖ กลางวนั พ ศ ศี ษ ี ศี ษ กลางค น จุ 1 2 ฏ ้ จ ง (Tow) 1 2


๙๖ ท่าสั าณ ร ท ๗ หยุดจ ง(Stop Towing) กลางวนั ช ธ ศี ษ ึ ฏ จ ใจ กลางค น ้ึ ศี ษ - ๆ ค ้ ส ส ญญ ณ ส จ ท่าสั าณ ร ท ๘ ส่งเช อกพ่วง (Pass Tow Line) กลางวนั ้ึ ช ุ ศี ษ ( พ ) กลางค น ศี ษ โ ใ ส ส ญญ ณ ส จ


๙๗ ท่าสั าณ ร ท ๙ ล่อยเช อก (Cast Off Tow Line) กลางวนั ้ ส ใ ผ ๆ ค ้ กลางค น ้ ส ใ ผ ๆ ค ้ โ ใ 2 1 1 2 ท่าสั าณ ร ท ๒๐ กระบวนเร ยงตามกนั (Form Column) กลางวนั ้ึ ช ุ ษณ กลางค น จุ 1 2 ส ส ญญ ณ ส จ 1 2 1 2


๙๘ ท่าสั าณ ร ท ๒ กระบวนหน้ากระดาน (Online Formation) กลางวนั ้ ส ส ฏ จ ใจ กลางค น ( ) ใ ส สญ ญ ณจ ใจใ ฏ ท่าสั าณ ร ท ๒๒ กระบวนร ว (Vee Formation) กลางวนั ้ ส ้ึ ศี ษ ุ ๔๕ ฏ จ ใจ กลางค น ค จ ใจ ฏ ใ ษณ ใ ส ญญ ณ


๙๙ ท่าสั าณ ร ท ๒๓ กระบวนร ลิ ม (Wedge Formation) กลางวนั ้ ส ุ ๔๕ ฏ จ ใจ กลางค น ค จ ใจ ฏ ใ ษณ ใ ส ญญ ณ ท่าสั าณ ร ท ๒๔ กระบวนทะแยงขวา (Echelon Right) กลางวนั ช ศี ษ ุ ๔๕ ุ ๔๕ ฏ จ ใจ กลางค น ใ ี ถ ใ ณ ี ใ ส ญญ ณ


Click to View FlipBook Version