The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ตำราการขนส่งทางน้ำภายในแผ่นดิน ทางยุทธวิ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by panumate5260, 2023-04-04 01:45:23

ตำราการขนส่งทางน้ำภายในแผ่นดิน ทางยุทธวิ

ตำราการขนส่งทางน้ำภายในแผ่นดิน ทางยุทธวิ

๑๐๐ ท่าสั าณ ร ท ๒๕ กระบวนทะแยงซ้าย(Echelon Left) กลางวนั ช ศี ษ ๔๕ ๔๕ ฏ จ ใจ กลางค น ใ ี ถ ใ ณ ี ใ ส ญญ ณ ท่าสั าณ ร ท ๒๖ แยกขบวน,กระจายกา ลัง (Break Down) กลางวนั ้ ส ้ึ ศี ษ ช ใ ช ฏ ้ กลางค น ้ ส ศี ษ โค ้ึ 1 1 2 2 1 2


๑๐๑ ท่าสั าณ ร ท ๒๗ คนตกน า้ (Man Overboard) กลางวนั ้ึ ช ุ ผ ษณ กลางค น ใ จุ 1 ุ ผ ถึ 2 ฏ 1 2 ท่าสั าณ ร ท ๒๘ ขอความช่วยเหล อ (Ask For Help) กลางวนั ้ ส ้ึ ศี ษ ๔๕ ้ ส ๔๕ กลางค น ศี ษ ถึ ้ึ จ ถึ ศี ษ ค ี จ ใจสญ ญ ณ ี ส 1 1 2 2


๑๐๒ ท่าสั าณ ร ท ๒๙ เริ มยงิ(Commence Firing) กลางวนั ้ ฉ ผ - ฏ ้ จ ใจ กลางค น จุ 1 2 ฏ ้ ส สญ ญ ณ ส จ 1 2 1 2 ท่าสั าณ ร ท ๓๐ หยุดยงิ (Cease Firing) กลางวนั ใ ค ศ ้ึ ผ ฏ ้ จ ใจ กลางค น จุ 1 ้ึ 2 ฏ ้ ส สญ ญ ณ ส จ 1 2 1 2


๑๐๓ ท่าสั าณ ร ท ๓ ไม่เข้าใจ (I Do Not Understand) กลางวนั ณ ใ ค ้ ฉ ฏ จ ใจ กลางค น ้ ส ใ ค ส ใ ฏ จ ผ จ ใจ ท่าสั าณ ร ท ๓๒ ยกเลิกคา สั งท แล้ว(Disregard Previous Command As You Wire) กลางวนั ศี ษ ศ ฏ จ ใจ กลางค น ใช ส ส ส ส ใ ศี ษ


๑๐๔ ๑๔.๓ การใช้วิทยุติดต่อสื่อสาร นามเรียกขานและรหัส ๑๔.๓.๑ รหัส บ. ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารใน ทร. ประมวล ความหมาย ประมวล ความหมาย บ.01 บ.02 บ.021 บ.023 บ.025 บ.03 บ.04 บ.05 บ.06 บ.07 บ.08 บ.09 บ.10 บ.11 บ.111 บ.12 บ.13 บ.14 บ.15 บ.16 บ.17 บ.18 บ.19 บ.20 บ.21 บ.22 บ.23 บ.24 บ.25 บ.26 ทดลองการติดต่อ ชัดเจน ไม่ชัดเจน ชัดเจนปานกลาง ชัดเจนดีมาก ออกเดินทาง ก าลังเดินทาง ใกล้ที่หมาย ถึงที่หมาย ขณะนี้อยู่ที่ จะเดินทางไปไหน มีอะไรขัดข้องหรือไม่ ให้เดินทางไปพบ ให้ติดต่อทาง ทศ. ขอทราบหมายเลข ทศ. ให้น าอาวุธไปด้วย ให้แต่งเครื่องแบบ ชุดพลเรือน มีแขกรอพบ ไปรับที่ รับประทานอาหาร เหตุการณ์ปกติ เหตุการณ์ไม่ปกติ ให้ไปรวมกันที่ เตรียมพร้อม ปฏิบัติ ถูกยึด เรียกประชุม รวมพล ยาตราก าลัง บ.27 บ.28 บ.29 บ.291 บ.30 บ.31 บ.32 บ.33 บ.34 บ.35 บ.36 บ.37 บ.38 บ.39 บ.40 บ.41 บ.42 บ.43 บ.44 บ.45 บ.46 บ.47 บ.48 บ.49 บ.50 บ.51 บ.52 บ.53 บ.54 บ.55 ปิดกั้นเส้นทาง ให้ระวัง เวลานี้ ........ตัวเลขเวลา ยกเลิก ขอความช่วยเหลือ ไม่มี ไม่ได้ ปฏิบัติได้ ขอให้ปิดข่าย ดีมาก ขอบคุณ ก าลังปฏิบัติภารกิจ ยืนยัน ขอให้เปิดข่าย ขอทราบเหตุการณ์ ผ่านออก ผ่านเข้า เกิดอุบัติเหตุ มีราชการ ขอใช้ช่องนัดหมาย มีสัญญาณกรุณาตรวจสอบ ยานพาหนะขัดข้อง ขอเข้าข่าย ขอทราบค าสั่งเกี่ยวกับการปฏิบัติ รับข้อความไม่ได้ขอให้ส่งซ้ า มีการเฝ้าระวัง ติดต่อทางวิทยุ ให้กวดขันการปฏิบัติ รับปฏิบัติ


๑๐๕ ๑๔.๓.๒ ประมวล บ. ที่ ขว.ทร.ก าหนด บ.045 จราจรติดขัด คับคั่ง บ.056 เกิดระเบิดที่... บ.057 เกิดไฟไหม้ที่... บ.058 เกิดน้ าท่วมที่... บ.059 เกิดฝนตกที่... บ.060 เกิดเหตุเรือชนกันที่... บ.061 มีราชการลับ บ.062 งานเลี้ยง บ.131 ชุดปฏิบัติงาน บ.132 กากีคอพับแขนยาว บ.133 ชุดล าลอง บ.134 ชุดปกติขาว บ.135 ชุดปกติขาวคาด กระบี่ บ.136 ชุดขาวแขนสั้น บ.137 ชุดครึ่งยศ บ.138 ชุดเต็มยศ บ.139 ชุดขาวติดแขนทุกข์ บ.141 ชุดสากล บ.142 ชุดไทยพระราชทาน แขนสั้น บ.143 ชุดไทยพระราชทาน แขนยาว บ.144 ชุดซาฟารี บ.150 รับ-ส่งหน้าที่เวรแล้ว หรือยัง บ.151 รับ-ส่งหน้าที่เวรเรียบร้อย แล้ว บ.153 ใครเป็น น. เวร ศปข.ขว.ทร. บ.154 ใครเป็นเสมียนเวร ศปข.ขว.ทร บ.155 ไม่สามารถหาโทรศัพท์ได้ บ.621 งานเลี้ยงดินเนอร์ บ.622 งานเลี้ยงรีเซพชั่น สป.1 อาหาร สป.2 เสื้อผ้า สป.3 น้ ามันเชื้อเพลิง สป.4 อุปกรณ์พิเศษที่นัดหมายไว้ สป.5 กระสุน/วัตถุระเบิด


๑๐๖ ๑๔.๓.๓ รหัส ว. ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารโดยทั่วไป สทหาร, ต ารวจ, พลเรือน ว.00 คอยก่อน...ให้คอยอยู่.... ว.01 ที่ท างาน ว.02 ที่พัก ว.0 ขอทราบค าสั่ง...ค าสั่ง ว.1 อยู่ที่ไหน...อยู่ที่ ว.2 ได้ยินหรือไม่ตอบด้วย....ได้ ยินแล้ว ว.3 ทวนข้อความซ้ าอีกครั้งหนึ่ง ว.4 ปฏิบัติหน้าที่/ด าเนินการ ว.5 ราชการลับ/ความลับ ว.6 ขอติดต่อ/โต้ตอบด้วยกับ ว.7 ขอความช่วยเหลือ สมีเหตุคับขัน ว.8 ข่าวสาร/ข้อความ ว.9 มีเหตุฉุกเฉิน ว.10 อยู่ประจ าที่ติดต่อทาง ว. ได้ ว.11 หยุดพักติดต่อทาง ว. ได้ ว.12 หยุดพักติดต่อทาง ว. ไม่ได้ ว.13 ติดต่อทางโทรศัพท์ ว.14 เลิกงาน/ปิดสถานี ว.15 พบ/ให้ไปพบ ว.16 ทดสอบสัญญาณวิทยุ - ว.16-1 จับใจความไม่ได้ - ว.16-2 เสียงไม่ชัดเจน - ว.16-3 เสียงชัดพอใช้ได้ - ว.16-4 เสียงชัดเจนดี ว.16-5 เสียงชัดเจนดีมาก ว.17 มีอันตรายห้ามผ่าน ว.18 น ารถออกทดลอง เครื่องยนต์หรือรถยนต์เสีย ว.19 สถานีถูกยึด/ถูกโจมตี ว.20 ตรวจค้น/จับกุม ว.21 ออกเดินทางจาก.... ว.22 ถึง....สถานที่ ว.23 ผ่าน ว.24 เวลา ขอทราบเวลา ว.25 ไป...สถานที่ ว.26 ให้ติดต่อทางวิทยุน้อยที่สุด ว.27 ติดต่อทางโทรศัพท์ ว.28 ประชุม ว.29 มีราชการ/ธุระ ว.30 ขอทราบจ านวน ,จ านวน ว.31 เปลี่ยนไปใช้ความถี่ช่องที่ 1 ว.32 เปลี่ยนไปใช้ความถี่ช่องที่ 2 ว.33 เปลี่ยนไปใช้ความถี่ช่องที่ 3 ว.34 เปลี่ยนไปใช้ความถี่ช่องที่ 4 ว.36 เตรียมพร้อมเต็มอัตรา ว.37 เตรียมพร้อมครึ่งอัตรา ว.38 เตรียมพร้อม 1/3 อัตรา ว.39 สภาพจราจรคับคั่ง ว.40 อุบัติเหตุรถยนต์ ว.41 สัญญาณไฟจราจร ว.42 ขบวนจัดพาหนะน า ขบวน ว.43 จุดตรวจยานพาหนะ ว.44 ติดต่อทางโทรสาร สFAX ว.50 รับประทานอาหาร ว.55 ให้อ านวยความ สะดวก ว.60 ญาติ/พี่น้อง ว.61 ขอบคุณ ว.62 สิ่งของ ว.63 บ้าน ว.64 ธุระส่วนตัว ว.601 เครื่องวิทยุรับ-ส่ง ว.602 สายอากาศวิทยุ ว.603 รถยนต์ ว.604 ดูโทรทัศน์ ว.605 รับประทานอาหาร ว.606 พูดไม่เป็นความจริง ว.607 กิจธุระส่วนตัว ว.608 คนก่อกวน ว.609 คลื่นรบกวน ว.610 คิดถึง ว.621 เงิน ว.100 ขอโทษ


๑๐๗ ๑๔.๔ สัญญาณนกหวีดสนาม เป็นสัญญาณหนึ่งที่ใช้เพื่อแสดงความหมายต่าง ๆ ให้ก าลังพลได้รับทราบ และปฏิบัติตามเสียง สัญญาณได้อย่างถูกต้อง โดยแบ่งลักษณะการเป่าสัญญาณ ดังนี้ ๑๔.๔.๑ สัญญาณแสดงการประกาศ - เป่า ๑ ครั้ง หมายความว่า ประกาศข้อความ - เป่า ๒ ครั้ง ” เลิกการปฏิบัติ - เป่า ๓ ครั้ง ” เหตุการณ์ไม่ปกติ เช่น ประจ าแนว หลบภัยทางอากาศ อุดปะค้ าจุน ๑๔.๔.๒ สัญญาณแสดงความเคารพระหว่างเรือ การท าความเคารพระหว่างเรือที่ใช้ฝึกในล าน้ า ให้กระท าตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้น จนถึง พระอาทิตย์ตก การปฏิบัติเมื่อเรืออาวุโสก าลังจะแล่นผ่านกราบใดกราบหนึ่งของเรืออาวุโสน้อย ให้เรือทั้งสอง ล าปฏิบัติ ดังนี้ - เรืออาวุโสน้อย เป่ายาว ๑ ครั้ง ประกาศ “ท าความเคารพกราบสขวา , ซ้าย ” ประจ าเรือ ทั้งหมดท าท่าเคารพ ทิศทางเรืออาวุโสผ่าน - เรืออาวุโส เป่ายาว ๑ ครั้ง ประกาศ “ท าความเคารพกราบสขวา ,ซ้าย ” ประจ าเรือ ทั้งหมดท าท่าเคารพตอบ และเป่ายาว ๒ ครั้ง ประกาศ “เลิก” ประจ าเรือเลิกท าความเคารพ - เรืออาวุโสน้อย เป่ายาว ๒ ครั้ง ประกาศ “เลิก” ประจ าเรือเลิกท าความเคารพ ๑๔.๔.๓ สัญญาณแสดงธงขึ้นธงลง - เป่านกหวีดสั้น ๒ ครั้ง หมายความว่า เชือกดึงตึง - เป่าเสียงลากยาว ครั้งที่ ๑ ” ธงราชนาวีขึ้น ๑ ใน ๓ ของเสา - เป่าเสียงลากยาว ครั้งที่ ๒ ” ธงราชนาวีขึ้น ๒ ใน ๓ ของเสา - เป่าเสียงลากยาว ครั้งที่ ๓ ” ธงราชนาวีขึ้นถึงยอดเสา สการเป่านกหวีดธงลง แสดงความหมายตรงกันข้ามกับธงขึ้น ๑๔.๕ สัญญาณอับจน สัญญาณต่อไปนี้ จะใช้หรือแสดงร่วมกันหรือแยกกันก็ตาม แสดงว่าอยู่ในฐานะอับจนและ ต้องการความช่วยเหลือ ๑ ยิงปืนหรือท าให้เกิดระเบิด เป็นสัญญาณห่างกันประมาณครั้งละ ๑ นาที ๒ แสดงเสียงติดต่อกันด้วยเครื่องท าสัญญาณชนิดหนึ่งชนิดใด ซึ่งใช้ในเวลามีหมอก ๓ ยิงจรวดหรือลูกแตกเป็นประกายสีแดงทีละลูกถี่ ๆ กัน


๑๐๘ ๔ ส่งสัญญาณทางวิทยุโทรเลข หรือส่งสัญญาณโดยวิธีอื่นใด ประกอบด้วยหมู่รหัส สัญญาณมอร์ส ...- ... สSOS ๕ ส่งสัญญาณทางวิทยุโทรศัพท์ ประกอบด้วยค าพูด “MAYDAY” ๖ แสดงธงสัญญาณตามรหัสสากล ว่าอยู่ในฐานะอับจนด้วยอักษร “NS” ๗ แสดงสัญญาณประกอบด้วยธงสี่เหลี่ยมหนึ่งผืน โดยมีทุ่นเครื่องหมายรูปทรงกลมหรือ สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่คล้ายทุ่นเครื่องหมายรูปทรงกลมอยู่เหนือหรือใต้ธงนั้น ๘ ท าให้มีเปลวไฟบนเรือ เช่น เผาถังน้ ามันดิบ ฯลฯ ๙ ยิงจรวดร่ม หรือจุดดอกไม้ไฟสีแดง ๑๐ แสดงสัญญาณควันสีส้ม ๑๑ กางแขนออกทั้งสองข้าง แล้วยกขึ้นลงช้า ๆ ซ้ ากันหลายครั้ง ๑๒ สัญญาณอันตรายทางวิทยุโทรเลข ๑๓ สัญญาณอันตรายทางวิทยุโทรศัพท์ ๑๔ สัญญาณส่งจากกระโจมวิทยุฉุกเฉินแสดงต าแหน่งที่อยู่ของเรือ - ห้ามใช้หรือแสดงสัญญาณอย่างหนึ่งอย่างใดดังกล่าว เว้นแต่เมื่อต้องการจะแสดงว่าอยู่ใน ฐานะอับจน และต้องการความช่วยเหลือจริง และห้ามใช้สัญญาณอื่นใดที่จะท าให้เกิดการเข้าใจผิดว่าเป็น สัญญาณข้างต้น - ให้ค านึงถึงข้อปฏิบัติตามรหัสสัญญาณสากล หนังสือคู่มือการค้นหาและช่วยเหลือเรือ พาณิชย์ในเรื่องที่ตรงกันและให้ใช้สัญญาณดังต่อไปนี้ ส๑ ผ้าใบสีส้มมีเครื่องหมายรูปสี่เหลี่ยมและวงกลมสีด า หรือเครื่องหมายอื่นที่ เหมาะสมบนผืนผ้าใบนั้น สเพื่อให้เห็นได้ชัดเจนจากทางอากาศ ส๒ สีแสดงต าแหน่งที่อยู่ ๑๕ การพยาบาลและการส่งกลับ ๑๕.๑ การพยาบาล หลักการปฐมพยาบาลเบื้องต้นในสนาม เป็นสิ่งจ าเป็นอย่างยิ่ง ที่หน่วยทหารหน่วยใดหน่วยหนึ่ง ต้องเรียนรู้ และปฏิบัติในขั้นพื้นฐานได้ ในบางหน่วยอาจไม่มีแพทย์สนามออกไปปฏิบัติการด้วย ก าลังพลใน หน่วยนั้นจะต้องช่วยเหลือตัวเอง เมื่อมีเหตุ เช่น จมน้ า ไฟลวก ถูกของมีคม เป็นต้น ในหัวข้อนี้จะกล่าวถึง การปฐมพยาบาลในขั้นพื้นฐานเท่านั้น


๑๐๙ การปฐมพยาบาล คือ การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุหรือเหตุกะทันหันอื่น ๆ ให้พ้นจาก อันตรายก่อนส่งไปให้รับการรักษาต่อไป จุดมุ่งหมาย เพื่อช่วยชีวิตและลดการเกิดอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นในระยะต่อไป ตลอดจนการ เคลื่อนย้ายอย่างปลอดภัย ความส าคัญตามล าดับในการช่วยเหลือ ๑ การหายใจ ต้องประเมินว่าหยุดหายใจหรือมีสิ่งอุดตันทางเดินหายใจหรือไม่ ๒ หัวใจหยุดท างาน สทั้งข้อ ๑ และ ๒ ต้องช่วยเหลือทันทีทันได้ ๓ กระดูกหัก การบาดเจ็บของกระดูกสันหลัง แผลไหม้ ฯลฯ ท าการปฐมพยาบาลตาม ขั้นตอนนั้น ๆ การประเมินขั้นต้น ๑ สติผู้ป่วย ถ้ายังรู้สึกตัวดีจะสามารถบอกถึงสาเหตุการบาดเจ็บ และต าแหน่งของร่างกายที่ บาดเจ็บ ๒ ตรวจดูภาวะร่างกายพื้นฐาน ได้แก่ การหายใจ ชีพจร ความดันโลหิต สีของผิวหนัง สซีด แดง คล้ า ๓ ตรวจดูต าแหน่งที่บาดเจ็บ การตกเลือด กระดูกหัก ๔ ตรวจทั่วไป ได้แก่ ความสามารถขยับส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ปฏิกิริยาความเจ็บปวด ม่านตา ทรวงอก ช่องท้อง


๑๑๐ เปิดทางเดินหายใจ การผายปอด - กดแผล สกรณีหยุดหายใจ - รัดต้นแขน ปิดแผลที่ทะลุ - ยกขาสูง - นวดหัวใจ - ต้นขา ทรวงอกอย่างแน่น - ห่มผ้า - กระตุ้นหัวใจ - สาเหตุ สกรณีเสียเลือดที่แขนขา - แก้ไขสาเหตุ - ต าแหน่งที่เจ็บปวด ๑๕.๑.๑ กระดูกหัก การใส่เฝือกชั่วคราว เพื่อลดการเจ็บปวด และไม่ให้มีการบาดเจ็บเพิ่มเติมจากการถูกทิ่มแทง สห้ามจัดกระดูกเข้าที่ก่อนถึงมือแพทย์ เพราะอาจจะท าให้มีการบาดเจ็บมากขึ้นจากกระดูกทิ่มแทงหรือกดทับ เส้นประสาทส าคัญ บาดแผล ๑. มีการบาดเจ็บอวัยวะอื่นที่เกี่ยวพันกัน ๒. เลือดออกพยายามห้ามเลือดโดยการกด หรือยางรัด สกรณีบาดเจ็บที่แขนขา ๓. ห้ามเอานิ้วมือหรือสิ่งใดทะลวงแผล หรือสอดล าไส้คืน สกรณีไส้ทะลุ ๔. ห้ามดึงสิ่งแปลกปลอมออกจากแผล เช่น กรณีถูกแทง เพราะอาจท าให้เลือดออกมากขึ้น คล า พูดคุย สังเกต การตรวจเพื่อช่วยชีวิต ชีพจร รู้ตัว ทดสอบการรู้ตัว ตกเลือด หายใจ เบา ไม่พบ ไม่รู้ตัว หยุดเลือด ข้อมูล เพิ่มเติม ระวังการ เคลื่อนย้าย ช็อก หัวใจหยุด กระดูกหัก กระดูกหักแบบทะลุ กระดูกหักผิดรูป


๑๑๑ ๑๕.๑.๒ การบาดเจ็บสมองและไขสันหลัง แสดงว่าน่าจะมีการบาดเจ็บที่สมองหรือไขสันหลัง วิธีปฏิบัติ ๑. ห้ามเคลื่อนย้ายผู้ปาดเจ็บก่อนประเมินสถานการณ์ของการบาดเจ็บก่อน สนอกจากอยู่ ในพื้นที่อันตรายต่อผู้บาดเจ็บ และผู้ปฐมพยาบาล ๒. ตรวจดูว่ายังหายใจและมีชีพจรหรือไม่สคล าเส้นเลือดที่คอหรือที่ข้อมือ ๓. คลายเสื้อผ้าให้หลวม เพื่อให้หายใจได้สะดวกและการไหลเวียนของเส้นเลือดดีขึ้น ๔. ปิดแผล หรือกดแผลสกรณีเลือกออกมาก ๕. เข้าเฝือกชั่วคราว โดยหาวัสดุง่าย ๆ เช่น ไม้ ประกบมัดติดบริเวณที่สงสัยว่าจะมี กระดูกหัก โดยให้ไม้ยาวเลยส่วนที่มีกระดูกหักขึ้นไป ๑ ข้อต่อ และต่ าลงมา ๑ ข้อต่อเช่นกัน ๖. ตรวจสอบความรู้สึกตัว ๗. สอบถามอาการ ๘. เคลื่อนย้ายโดยค านึงถึงความปลอดภัยเป็นส าคัญ ๑๕.๑.๓ การห้ามโลหิต โดยคนปกติมีเลือดประมาณ ๗ – ๘ % ของน้ าหนักตัว หรือในชายไทยที่น้ าหนักประมาณ ๖๐ กิโลกรัม จะมีเลือดประมาณ ๔,๒๐๐ – ๔,๘๐๐ ซีซี ถ้าเลือดออก ๒๐๐ – ๔๐๐ ซีซี เช่น ในกรณีบริจาคโลหิต จะไม่มีอาการแสดงให้เห็น แต่ถ้าเสียเลือดมาก ๆ ถึง ๓๐ % จะมีการเปลี่ยนแปลงเห็นได้ชัด คือ ซีดลง มือเย็น ชีพจรเบาและเร็ว จนถึงหน้ามืดเป็นลมและเป็นอันตรายมากได้ ถ้าเสียเลือดถึง ๕๐ % ผู้ป่วยจะมีอันตรายมาก ถึงชีวิต ถ้าไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที ลักษณะของเลือดที่ออก ๑. จากเส้นเลือดแดงสArterial bleeding มีสีแดงลักษณะพุ่งออกมาแรง และพุ่งตาม จังหวะการเต้นของหัวใจ ถ้าไม่ห้ามโลหิตโดยรวดเร็ว ผู้ป่วยอาจเสียเลือดได้มากภายในเวลาอันสั้น ซักถาม ดูการเคลื่อนไหว การตอบสนอง/ความรู้สึกตัว เคลื่อนไหวไม่ได้เป็นซีก เคลื่อนไหวไม่ได้เป็นระดับ


๑๑๒ ๒. จากเส้นเลือดด า สVenous bleeding มีสีแดงคล้ าไหลออกมาช้า ๆ หรือถ้าเส้นเลือด ด าโต ๆ เลือดอาจพุ่งแต่ไม่แรง การไหลพุ่งไม่เป็นไปตามจังหวะการเต้นของหัวใจ ๓. จากเส้นเลือดฝอย สCapillaries bleeding เลือดที่ออกมาจะไหลซึมอย่างช้า ๆ สOozing วิธีห้ามเลือด ๑. ใช้ผ้ากดลงบนแผล สPressure Dressing หรือรวบขอบแผลทั้งสองเข้าหากัน แล้วกดไว้ เช่น ใช้ผ้าเช็ดหน้าที่สะอาดกดไว้นานประมาณ ๕ นาที หลังจากนั้น ถ้าเป็นบริเวณแขน ขา ก็อาจพันผ้าโดยรอบ แผล และยกส่วนนั้นให้สูงขึ้นเพื่อให้เลือดมาสู่บริเวณนั้นน้อยลง ๒. ใช้นิ้วมือกดลงบนแผล ถ้ามีการฉีกขาดของเส้นโลหิตใหญ่ ให้ใช้นิ้วมือกดลงบนจุดนั้น พยายามกดให้จุดที่ฉีกขาดของเส้นเลือดอยู่ระหว่างมือกับกระดูก ถ้าเป็นเส้นเลือดค่อนข้างใหญ่ ต้องกดอยู่นานอย่างน้อย ๑๕ นาที หรือจนกว่าจะมีการ ช่วยเหลือที่ถูกต้อง เช่น น าส่งถึงแพทย์ในโรงพยาบาล ๓. กดลงบนเส้นเลือดแดงใหญ่ที่น าเลือดไหลมาสู่บริเวณนั้น เพื่อ ให้เลือดไหลมาสู่บริเวณ บาดแผลได้น้อยที่สุด วิธีนี้เป็นวิธีที่ช่วยส่งเสริมวิธีในข้อ ๑ และ ๒ ท าได้โดยใช้นิ้วมือ ๓ นิ้ว กดเส้นโลหิตแดงกับ ส่วนกระดูกบริเวณที่มีเส้นเลือดผ่าน ซึ่งจะรู้สึกว่ามีการเต้นตุ๊บ ๆ ตามจังหวะการเต้นของหัวใจ เช่น แผลที่คอ ปาก และภายในล าคอ ให้กดบริเวณเส้นเลือดใหญ่ที่คอ บาดแผลที่แขน กดลงที่ร่องกล้ามเนื้อต้นแขนด้านใน บาดแผลที่ขา กดลงที่ตรงกึ่งกลางของขาหนีบ บาดแผลที่แก้ม กดด้านหน้าหู บาดแผลที่บริเวณคอ กดระหว่างคางกับหู บาดแผลที่บริเวณรักแร้ กดระหว่างกระดูกไหปลาร้าและกระดูกซี่โครงอันบน บาดแผลบริเวณมือ กดที่บริเวณข้อมือ ๔. ใช้สายรัดห้ามโลหิตสTourniquet เพื่อรัดเส้นโลหิตตอนที่อยู่ระหว่างแผลกับหัวใจเพื่อ ห้ามไม่ให้เลือดไปสู่บริเวณนั้น ทูนิเกตท์หรือสายรัดห้ามโลหิตนี้อาจเป็นเชือก ผ้าเช็ดหน้า เน็คไท สายยาง เถาวัลย์ อย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้ ทูนิเกตท์ จ าเป็นต้องใช้ในโอกาสที่ใช้วิธีอื่น ๆ ดังกล่าวมาแล้วยังมีเลือดออกอยู่อีก บริเวณ ที่เหมาะส าหรับรัดแขน คือ บริเวณใต้รักแร้หนึ่งฝ่ามือ หรือถ้าเป็นบริเวณขา คือ ที่ต้นขาใต้ขาหนีบหนึ่งฝ่ามือ


๑๑๓ หลักการใช้สายรัดห้ามโลหิต ก. รัดให้แน่นพอที่จะท าให้เลือดหยุดได้สแต่อย่าให้แน่นมากเกินไปเพราะอาจท าให้ผิวหนัง กล้ามเนื้อ เส้นประสาท หรือเส้นเลือดเกิดความพิการได้ และอย่าให้หลวมเกินไปเพราะจะไม่ได้ผลเลยหรือถ้า รัดตรงส่วนปลายของอวัยวะ สเช่นเป็นแผลที่นิ้วมือแล้วรัดที่ข้อมือ ใต้บริเวณที่รัดจะบวมเนื่องจากรัดแต่เส้นโลหิต ด าเลือดไหลกลับมาหัวใจไม่ได้ แต่เลือดยังคงออกจากเส้นโลหิตแดงได้ ข. คลายสายรัดห้ามโลหิตทุก ๑๕ - ๓๐ นาที โดยคลายนาน ๑/๒ – ๑ นาที แต่ถ้ามี เลือดออกมาก คลายเพียง ๒ – ๓ วินาทีก็พอ สปัจจุบัน วิธีการใหม่ คือ ห้ามคลายสายรัดเพราะจะท าให้เกิดผลเสีย แก่ผู้บาดเจ็บได้ ๒ ประการ คือ ประการแรก ท าให้เลือดออกอีก อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ประการสอง อาจมีการ ดูดซึมของสารบางอย่างที่เกิดขึ้นบริเวณบาดแผลเข้าสู่ร่างกายท าให้เกิดภาวะช็อค สTourniquet Shock ค. ควรรองบริเวณที่รัดทูนิเกตท์ ด้วยของนุ่ม ๆ เช่น ส าลี ผ้าเช็ดหน้าเสียก่อน ง. อย่าลืมบอกผู้ที่รับช่วงดูแลคนไข้ ว่าคนไข้ยังถูกรัดด้วยสายรัดห้ามโลหิตหรือทูนิเกตท์ อยู่ เพื่อเขาจะได้รีบคลายออก เมื่อการแต่งบาดแผลอย่างรีบด่วนเสร็จแล้ว ๑๕.๑.๔ คนจมน า คนที่จมน้ าจะส าลักน้ า น้ าจะเข้าไปทั้งในปอด และกระเพราะอาหาร จะมีอาการหายใจขัด และจะหยุดหายใจ เนื่องจากน้ าเข้าไปในปอดมาก อาการ หน้าเขียว หายใจขัด หมดสติ จนในที่สุดจะหยุดหายใจและหัวใจหยุดเต้น การปฐมพยาบาล รีบฝายปอดโดยเร็วที่สุดด้วยวิธี “ปากต่อปาก” และถ้าหัวใจหยุดเต้นต้องนวดหัวใจด้วย สอย่าเสียเวลาในการฟังหัวใจ จับชีพจร หรือเปลื้องเสื้อผ้าให้หลวมและไม่มีวิธีใดๆ ที่จะเอาน้ าออกจากปอดได้ ฉะนั้นอย่าให้เสียเวลาแม้แต่น้อยในการพยายามเอาน้ าออกจากปอด เช่น จับคนไข้นอนหัวต่ า หรือยกคนไข้พาด บ่าหัวห้อยลงเพื่อให้น้ าออกจากปอด ซึ่งได้พิสูจน์จากผลการวิจัยแล้วว่า ไม่ได้ช่วยท าให้น้ าออกจากปอดได้ ถ้าเวลาผายปอดด้วยวิธีปากต่อปาก และผู้พยาบาลรู้สึกว่าไม่สามารถเป่าลมเข้าในปอดผู้ป่วย ได้ ให้จับผู้ป่วยนอนตะแคง ตบที่หลังของผู้ป่วย สระหว่างสะบักหรือไหล่ทั้งสอง ค่อนข้างแรง ๒ – ๓ ครั้ง เผื่อ ว่ามีอะไรมาอุดทางเดินหายใจจะได้หลุดออก แล้วผู้พยาบาลเริ่มผายปอดด้วย “ปากต่อปาก” ต่อไป แล้วรีบน า คนไข้ส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาต่อไป ๑๕.๑.๕ การผายปอดและนวดหัวใจ (Cardio Pulmonary Resuscitation : CPR) ผู้ประสบภัยที่อาจต้องให้ความช่วยเหลือด้วยการท า CPR ๑. จมน้ า Drowning สทางเดินอากาศอุดตัน ถูกรัดคอ เหรียญหรือเมล็ดผลไม้ติดคอ ๒. โรคหัวใจล้มเหลว Heart attack


๑๑๔ ๓. ถูกไฟฟ้าดูด ฟ้าผ่า Electric shock ๔. ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรง สมองส่วนที่ควบคุมระบบหายใจกระทบกระเทือน Head Injury ๕. อุบัติเหตุทางรถยนต์ Car accident ๖. ทานยามากเกินไป Drug overdose ๗. ตกใจหรือตื่นเต้นเกินขนาด สช็อค Choking ๘. Stroke เส้นโลหิตในสมองแตก ๙. Epilepsy โรคลมชัก ลมบ้าหมู ๑๐. Envenomation การได้รับสารพิษ แก๊สพิษ เช่น CO หรือ งูกัด ๑๕.๑.๖ การนวดหัวใจ (External Cardiac Compression) เมื่อตรวจชีพจรไม่พบ แสดงว่าหัวใจของผู้จมหยุดเต้น จ าไว้ว่าสันมือของผู้ช่วยเหลือต้องกดลง ให้ถูกจุดหากกดผิดจุดอาจท าให้กระดูกซี่โครงหัก ปลายนิ้วของมือล่างต้องเหยียดและยกเอาไว้ ร่างของผู้จมอยู่ ในท่านอนหงาย ผู้ช่วยเหลือคุกเข่าลงข้าง ๆ ให้เข่าข้างหนึ่งอยู่ประมาณแนวหัวไหล่ของผู้จม เข่าอีกข้างอยู่ ตรงแนวหน้าอกของผู้จม ใช้นิ้วมือคล าหาลิ้นปี่ (Sternum) วางนิ้วชี้ของเราลงตรงเหนือลิ้นปี่ขึ้นมา วางสันมือ ต่อจากนิ้วชี้หันปลายนิ้วไปทางด้านข้างล าตัว ปลายนิ้วจะชี้ไปทางราวนมของผู้จม วางฝ่ามืออีกข้างซ้อนมือ แรกหันปลายนิ้วไปทางเดียวกันประสานนิ้วมือของทั้งสองมือไว้ จุดที่จะกดลงน้ าหนักจะต้องอยู่ตรงกลางหน้าอก เหนือลิ้นปี่ขึ้นไปประมาณ ๑ ซม. แขนทั้งสองเหยียดตรงใช้น้ าหนักตัวจากหัวไหล่ทั้งสองเท่า ๆ กัน กดลงไป ตรง ๆ ให้ลึกประมาณ ๔ – ๕ ซม. การกดต้องกดให้เป็นจังหวะสม่ าเสมอต่อเนื่อง อย่ากระแทกน้ าหนักหรือ แกว่งน้ าหนักออกนอกแนวกด ซึ่งอาจท าให้เกิดอาการบาดเจ็บอื่นที่ร้ายแรงตามมา เช่น กระดูกซี่โครงหัก วงรอบการท า CPR ๑. เป่าปาก ๒ ครั้ง ใน ๕ วินาที ตามด้วยนวดหัวใจ ๑๕ ครั้ง ใน ๑๐ วินาทีจะครบ ๔ รอบ ใน ๑ นาที ๒. การท า CPR จะหยุดช่วงสั้น ๆ เพื่อตรวจชีพจร เมื่อครบ ๔ รอบแรก สครบ ๑ นาทีแรก ๓. จากนั้นจะหยุดท า CPR เพื่อตรวจชีพจรทุก ๆ ๒ นาที ส๘ รอบ ๔. การท า CPR จะต้องท าโดยต่อเนื่องจนกว่าชีพจรจะกลับมาเต้นได้เอง ๕. การท าการผายปอด สเป่าปาก จะท าไปจนกว่าการหายใจจะกลับมาหรือถึงมือแพทย์ การท า CPR โดยผู้ช่วยเหลือ ๒ คน สคนหนึ่งช่วยผายปอด อีกคนช่วยนวดหัวใจ การนวดหัวใจจะกดหน้าอก ๑๕ ครั้ง ต่อการเป่าปาก ๒ ครั้ง เมื่อท าครบ ๔ รอบ สนวด ๑๕ ครั้ง เป่า ๒ ครั้ง เป็น ๑ รอบ ให้ตรวจสอบสัญญาณชีพ คือตรวจชีพจรและดูอาการทั่ว ๆ ไป ของผู้ประสบภัยหาก ยังไม่มีอาการแสดงว่าฟื้นกลับคืนมา ให้ท าการผายปอดและนวดหัวใจต่อไป จนกว่าจะถึงมือแพทย์


๑๑๕ ๑๕.๑.๗ การช่วยหายใจ(Resuscitation) หรือการผายปอดด้วยวิธีเป่าปาก (Mouth to Mouth) ONE MAN CPR ๑๕:๒ ส๑๐ ขั้นตอน บทบาทท่าทาง ล าดับขั้นตอน - นั่งคุกเข่าระหว่างหัวไหล่ เรียก คุณ...คุณ ๑. พิสูจน์ความรู้สึกตัว - ช่วยด้วย...ช่วยด้วย...โทร ๑๙๑, ๑๖๖๙ ๒. เรียกคนช่วย - พลิกตัว นอนหงาย บนพื้นแข็ง ๓. จัดท่า - กดหน้าผาก เชยคาง ๔. * ตรวจการหายใจ ๑๐ วินาที - บีบจมูก + เป่าปาก ๒ ครั้ง ๕. เป่าปาก ๒ ครั้ง - ตรวจชีพจร ๖. ** คล าชีพจร ๑๐ วินาที - เข้าข้างไหนให้ใช้มือที่อยู่ด้านปลายเท้าของ ๗. หาต าแหน่งกดหน้าอก ผู้หมดสติลากหาต าแหน่ง โดยใช้ ๒ นิ้ว สชี้ + กลาง คนถนัดมือขวา เข้าทางซ้าย/ถนัดมือซ้าย เข้าทางขวา - ให้พูด ๑ และ ๒ และ ๓ และ ๔ และ ๕ ๘. กดหน้าอก ๑๕ ครั้ง และ ๖ และ ๗ และ ๘ และ ๙ และ ๑๐ สิบหนึ่ง สิบสอง สิบสาม สิบสี่ สิบห้า - เป่าปาก ๒ กดหน้าอก ๑๕ ส๔ รอบ ๙. เป่าปาก สลับกับกดหน้าอก - ตรวจชีพจรข้างคอ ๑๐. คล าชีพจร ๑๐ วินาที อัตราความเร็วในการกดหน้าอก ๑๐๐ ครั้ง/นาที กดลึก ๑ ๑/๒ – ๒ นิ้ว


๑๑๖ ๑๕.๒ การส่งกลับ การส่งกลับผู้ป่วย ในล าดับแรกต้องมีการส่งผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุเพื่อเป็นการ รักษาในเบื้องต้น หากจ าเป็นต้องมีการรักษาต่อ หรือจ าเป็นต้องใช้การรักษาในระดับสูง ต้องด าเนินการส่ง โรงพยาบาลในระดับที่สูงต่อไป หรือส่งกลับมารักษาตัวในโรงพยาบาลในสังกัด สถานพยาบาลในเส้นทางน้ าภายในแผ่นดิน ก สถานพยาบาลที่ติดหรือใกล้แม่น้ าเจ้าพระยา ๑. โรงพยาบาลศิริราช ๒. โรงพยาบาลบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ๓. โรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน ๔. โรงพยาบาลวชิระ ๕. โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ๖. โรงพยาบาลทหารเรือกรุงเทพ บางนา ๗. โรงพยาบาลสมุทรปราการ ข สถานพยาบาลที่ติดหรือใกล้แม่น้ าป่าสัก ๑. โรงพยาบาลบางประอิน ๒. โรงพยาบาลอ าเภอท่าเรือ ค สถานพยาบาลที่ติดหรือใกล้แม่น้ าท่าจีน ๑. โรงพยาบาลสมุทรสาคร ๒. โรงพยาบาลเอกชัย


๑๑๗ บทที่ ๔ การกลเรือเล็ก ๑. หน้าที่ช่างกล เพื่อการด าเนินการในสายงานช่างกล ในการฝึกภาคสนามการขนส่งทางน้ าในแผ่นดินทางยุทธวิธี เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของทางราชการ จึงให้ผู้ที่ท าหน้าที่ช่างกลของเรือแต่ ละล า ปฏิบัติตามหัวข้อดังนี้ ๑.๑ รับนโยบายการด าเนินการเกี่ยวกับเครื่องยนต์เรือ และกิจการทั่วไปจากนายช่างกล หมู่ฝึกเรือ ฯ ตามที่สั่งการ ๑.๒ ควบคุมพลทหารช่างกลให้ปฏิบัติงานด้านช่างกล ให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับ การปฏิบัติงาน ความประพฤติ การแต่งกายให้ถูกต้อง ๑.๓ ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบ ารุงรักษาขั้น ๑ ขั้น ๒ ตามระยะเวลา ๑.๔ บันทึกการใช้น้ ามันเชื้อเพลิง น้ ามันหล่อลื่น การบันทึกความสิ้นเปลืองในสมุดปูมให้เรียบร้อย จ านวนน้ ามันเชื้อเพลิงในถังใช้การให้ตรงกับสมุดปูม หรือใกล้เคียงมากที่สุด ๑.๕ เสนอข้อขัดข้องทุกครั้งที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นกับนายช่างกล หมู่ฝึกเรือ ฯ โดยตรง ๑.๖ ตรวจสอบดูแลการซ่อมท าเครื่องยนต์ อุปกรณ์ ให้อยู่ในสภาพใช้ราชการได้ ห้ามมิให้แก้ไข ดัดแปลง หรือน าเอาอะไหล่ของเครื่องยนต์ล าอื่น ๆ มาทดแทนโดยเด็ดขาด ถ้ามีความจ าเป็นเร่งด่วนที่จะ เปลี่ยนแปลง ต้องขออนุญาตจากนายช่างกล หมู่ฝึกเรือ ฯ เสียก่อน ๑.๗ ให้ความร่วมมือกับนายช่างกลล าอื่นในหมู่ฝึกเรือ ฯ ในการปฏิบัติหน้าที่ หรือร่วมมือกันโดย ไม่เกี่ยงงานว่ามิใช่หน้าที่ของตน ๑.๘ ปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา ๑.๘ ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง ควรเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก ๑.๙ ให้ช่วยเหลือผู้ใต้บังคับบัญชาตามที่จะช่วยเหลือได้ ๑.๑๐ พิจารณาด าเนินการปฏิบัติงานต่าง ๆ ด้วยดุลยพินิจของตนเองโดยรอบคอบ ละเอียดอ่อน ค านึงถึงความปลอดภัยเป็นหลักส าคัญ


๑๑๘ ๒. การใช้เครื่องจักร ๒.๑ ก่อนเดินเครื่อง ๒.๑.๑ ตรวจน้ ามันเชื้อเพลิง เติมน้ ามันที่สะอาดในถังใช้การ และเปิดลิ้นน้ ามัน ๒.๑.๒ ตรวจและเติมน้ ามันหล่อลื่นในห้องแคร้งค์จนถึงขีดสูง สF ที่เหล็กวัดระดับ สเกรดตามคู่มือ ๒.๑.๓ ตรวจน้ ามันเกียร์ในห้องเกียร์ เติมให้ถึงขีดสูง สF ที่เหล็กวัดระดับ สเกรดตามคู่มือ ๒.๑.๔ ตรวจน้ าจืด เติมน้ าจืดที่สะอาดในถังพัก ให้ต่ ากว่าฝาปิดหม้อน้ าประมาณ ๑ นิ้ว ๒.๑.๕ ตรวจน้ ายา ขั้วและสายแบตเตอรี่ พร้อมทั้งท าความสะอาดขั้วแบตเตอรี่ ให้สะอาดและ กวดให้แน่น ๒.๑.๖ เปิดลิ้นน้ าทะเล พร้อมตรวจท่อทางเดินน้ าทะเล ๒.๑.๗ ตรวจสิ่งกีดขวางทางหมุนของเครื่องยนต์ แล้วหมุนด้วยมือ ๑ - ๒ รอบ ๒.๑.๘ ก่อนออกเรือทุกครั้ง ต้องคลายนัตยึดฝาอัดกระบอกดีฟุตให้หลวมพอประมาณ ๒.๒ เริ่มเดินเครื่องยนต์ ๒.๒.๑ เลื่อนคันเร่งมาไว้ในต าแหน่งเดินเบา ๒.๒.๒ กดปุ่มสตาร์ท แต่ละครั้งอย่าให้เกิน ๑๕ วินาที ถ้าเครื่องยนต์ไม่ติดให้พัก ๒ นาที และ กดใหม่ ท าเช่นนี้จนกว่าเครื่องจะติด ถ้าสตาร์ทหลายครั้งไม่ติดให้หาสาเหตุ โดยเฉพาะระบบน้ ามันเชื้อเพลิง ๒.๒.๓ เมื่อเครื่องยนต์ติดแล้ว ห้ามเร่งเครื่องทันที่ทันใด ๒.๓ เครื่องยนต์ติดแล้ว ๒.๓.๑ ตรวจเกจวัดก าลังดันน้ ามันหล่อลื่น ๒๐ – ๖๐ ปอนด์/ตารางนิ้ว ถ้าต่ ากว่าให้หยุดเครื่อง หาสาเหตุทันที ๒.๓.๒ ตรวจน้ าหล่อเย็นที่ท่อทางส่งออกนอกตัวเรือ ถ้าน้ าไม่ออกให้ตรวจที่ระบบท่อทางดูด ๒.๓.๓ เดินเครื่องยนต์เบา ๆ ไว้ประมาณ ๕ – ๑๐ นาที เป็นการอุ่นเครื่องยนต์เพื่อให้ชิ้นส่วน ต่าง ๆ ได้รับความร้อนโดยทั่วถึงกัน แล้วจึงเร่งเครื่องจนถึงระดับการใช้ ให้อุณหภูมิน้ าหล่อเย็นสูงขึ้น ประมาณ ๑๖๐ – ๑๘๐ องศาฟาเรนไฮต์ ส Fahrenheit ๒.๔ การใช้โหลด ๒.๔.๑ ก่อนเข้าเกียร์เดินหน้าหรือถอยหลัง ให้ลดความเร็วของเครื่องยนต์ลงในต าแหน่งเดินเบา ทุกครั้งแล้วจึงเข้าเกียร์ใช้งานต่อไป โดยค่อย ๆ เร่งเครื่องยนต์ขึ้นทีละน้อย ๆ จนเรือออกแล่นได้ตามก าลัง ของเครื่อง ๒.๔.๒ ขณะเครื่องยนต์ก าลังท างานอยู่ต้องมั่นตรวจสภาพของเครื่องยนต์ตลอดเวลา


๑๑๙ ๒.๕ การเลิกใช้เครื่องยนต์ ๒.๕.๑ เมื่อจะเลิกใช้เครื่องยนต์ให้ลดความเร็วมาไว้ในต าแหน่งเดินเบา เพื่อลดอุณหภูมิของเครื่อง ประมาณ ๕ - ๑๐ นาที แล้วจึงดับเครื่องยนต์ ๒.๕.๒ เมื่อเครื่องยนต์ดับแล้ว ให้ท าความสะอาดเครื่องยนต์ เติมน้ า เติมน้ ามันหล่อลื่น และ น้ ามันเชื้อเพลิงไว้ให้พร้อมที่จะใช้ในโอกาสต่อไป ๒.๕.๓ ปิดลิ้นน้ ามันเชื้อเพลิง และลิ้นน้ าทะเล พร้อมทั้งถอดขั้วแบตเตอรี่ หรือปลดคัทเอาท์ ให้เรียบร้อย ๒.๕.๔ กวดนัตยึดฝาอัดกระบอกดีฟุตให้แน่น ๓. ระบบไฟฟ้า ๓.๑ แบตเตอรี่ ๓.๑.๑ ตรวจขั้ว และสายไฟแบตเตอรี่ ท าความสะอาด และกวดให้แน่น ๓.๑.๒ ตรวจระดับน้ ายา Electrolyte ว่าได้ตามเกณฑ์หรือไม่ ๓.๒ ระบบไฟชาร์จ ๓.๒.๑ ตรวจทางหมุนของ Dynamo Charge หรือ Alternator ว่ามีสิ่งใดกีดขวางหรือไม่ ๓.๒.๒ ตรวจสายไฟในระบบไฟชาร์จว่าฉนวนเสื่อมสภาพ ฉีกขาดหรือไม่ ๓.๒.๓ ตรวจ Cut Out Regulator ว่ามีการเข้าขั้วสายไฟแน่นหรือไม่ ๓.๒.๔ ตรวจสายพาน Dynamo Charge หรือ Alternator ว่ามีสิ่งกีดขวาง และตึงได้ตาม เกณฑ์หรือไม่ ๓.๓ ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ ๓.๓.๑ ตรวจทางหมุนของมอเตอร์สตาร์ท ว่ามีสิ่งใดกีดขวางหรือไม่ ๓.๓.๒ ตรวจสายไฟในระบบสตาร์ท ว่าฉนวนเสื่อมสภาพ ฉีกขาดหรือไม่ ๓.๓.๓ การสตาร์ทเครื่องยนต์ครั้งแรกควรทดลองกดปุ่มสตาร์ทสั้น ๆ สัก ๑ – ๒ ครั้ง เพื่อทดลองว่า มอเตอร์สตาร์ทท างานได้โดยไม่มีสิ่งใดกีดขวาง แล้วค่อยกดปุ่มสตาร์ทยาวประมาณ ๑๕ วินาที/ครั้ง ถ้าเครื่องยนต์ ยังไม่ติด ให้หยุดพักประมาณ ๒ นาที แล้วสตาร์ทใหม่ เมื่อท าเช่นนี้ ๒ – ๓ ครั้งแล้ว เครื่องยนต์ยังไม่ติดอีกให้หยุด ท าการสตาร์ท แล้วตรวจสอบหาสาเหตุทันที ๓.๔ ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ๔.๔.๑ ตรวจดวงโคมไฟฟ้าแสงสว่างภายในเรือทุกจุด ว่าติดทุกดวงหรือไม่ โดยการเปิดทดสอบ ๔.๔.๒ ตรวจสายไฟฟ้าในระบบ ว่าฉนวนเสื่อมสภาพ ฉีกขาดลัดวงจรหรือไม่


๑๒๐ ๓.๕ ระบบไฟสปอร์ตไลท์ชนิดส่องสว่าง และชนิดตัดหมอก ๓.๕.๑ ตรวจดวงโคมไฟสปอร์ตไลท์ทั้ง ๒ ชนิดดู ว่าเปิดสวิทช์แล้วติดหรือไม่ ๓.๕.๒ ตรวจมุมหันของดวงโคมคู่ ว่าสามารถส่ายได้รอบตัวหรือไม่ ๓.๕.๓ ตรวจสายไฟฟ้าในระบบว่าฉนวนเสื่อมสภาพ ฉีกขาดลัดวงจรหรือไม่ ๓.๕.๔ ตรวจดูภายในเรือมีสปอร์ตไลท์ชนิดส่องสว่างแบบมือถือหรือไม่ ถ้าไม่มีให้เบิกจาก กระซับติดเรือไปด้วย ๓.๖ ระบบไฟเดินเรือ ๓.๖.๑ ตรวจดวงโคมไฟเรือ สเขียว - ขวา, แดง – ซ้าย, ขาว – หน้าและหลัง ติดทุกดวงหรือไม่ ๓.๖.๒ ตรวจสายไฟฟ้าในระบบว่าฉนวนเสื่อมสภาพ ฉีกขาดลัดวงจรหือไม่ ๓.๗ ระบบแตรสัญญาณ ๓.๗.๑ ตรวจสายไฟฟ้าในระบบดูว่าฉนวนเสื่อมสภาพ ฉีกขาดลัดวงจรหรือไม่ ๓.๗.๒ ทดลองกดสวิทช์แตรสัญญาณดู ว่าแตรดังหรือไม่ ๓.๘ ระบบปัดน าฝน ๓.๘.๑ ตรวจมอเตอร์ปัดน้ าฝน ๓.๘.๒ ตรวจก้าน และใบปัดน้ าฝน ๓.๘.๓ ตรวจสวิทช์ปิด – เปิด มอเตอร์ปัดน้ าฝน ๓.๘.๔ ตรวจสายไฟฟ้าในระบบว่าฉนวนเสื่อมสภาพ ฉีกขาดลัดวงจรหรือไม่ ๔. ระบบส่งก าลัง การตรวจสอบ ๔.๑ หน้าแปลนเพลาใบจักรกับหน้าแปลนเกียร์ ยึดติดกันด้วยสลักนัต มีการหลวมคลอนบ้างหรือไม่ ถ้ามีให้รีบด าเนินการใช้ประแจกวดขันสลักนัตให้แน่น ๔.๒ เพลาใบจักร และนัตคุมหัวเพลาใบจักร กวดยึดติดแน่นไม่มีการหลวมคลอน ๔.๓ ใบจักร ดุมใบจักร และสลักจี้ยึดดุมใบจักร กวดยึดติดแน่นไม่มีการหลวมคลอน ๔.๔ กระบอกดีฟุต และฝาอัด ๔.๔.๑ ตรวจสอบว่ามีการรั่วไหลของน้ าจากภายนอกเข้ามาบริเวณนี้หรือไม่ ถ้ามีให้ใช้สะปันยาน อาบไขอัดให้แน่น ๔.๔.๒ ก่อนออกเรือทุกครั้ง ช่างกลต้องคลายนัตยึดฝาอัดกระบอกดีฟุตให้หลวม พอให้มีน้ า จากภายนอกไหลเข้ามาหล่อเลี้ยงเพลาใบจักรบ้างเล็กน้อย


๑๒๑ ๔.๔.๓ ระหว่างใช้งานต้องคอยสังเกตดูว่า มีน้ าระบายความร้อนเพลาใบจักรหยดหรือไม่ ๔.๔.๔ หลังจากเรือเข้าจอดเรียบร้อย ช่างกลต้องกวดนัตยึดฝาอัดกระบอกดีฟุตให้แน่น ไม่ให้มี น้ าหยด ๔.๕ บู๊ชยางโทดอน กระบอก และโยงโย่รองรับเพลาใบจักร ให้ตรวจสอบว่ามีการหลวมคลอน หรือไม่ ถ้ามีการหลวมคลอนให้ช่างกลเรือรีบรายงานให้ ชก.หมู่ฝึกเรือ ฯ ทราบโดยเร่งด่วนเพราะถ้าหลวม คลอนมาก จะท าให้เกิดการสั่นสะเทือน อาจท าให้ส่วนต่าง ๆ ของเรือช ารุดเสียหายได้ ๕. การป้องกันและแก้ไขข้อขัดข้อง ๕.๑ เครื่องยนต์มีความร้อนสูง ๕.๑.๑ น้ าหล่อเย็นไม่ออก ๑ ผงอุดตันท่อทางดูดท้องเรือ ๒ หม้อกรองน้ าหล่อเย็นอุดตัน หรือสกปรก ๓ เฟืองยางพัดน้ าทะเลช ารุด สฉีกขาด ๔ ท่อทางดูดรั่ว ๕.๑.๒ ระบบน้ าจืดสกปรก ๑ น้ าจืดที่ใช้เติมไม่สะอาด ๒ ที่หม้อคูลเลอร์มีตะกอนอุดตัน ๓ พัดน้ าจืดช ารุด ๔ เรือนสูบมีตะกอนจับหนา ๕.๑.๓ การป้องกันแก้ไข ๑ ตรวจระบบน้ าทะเลเอาผงที่อุดตันออก ๒ ท าความสะอาดหม้อกรองน้ าทะเล ๓ เปลี่ยนเฟืองยางพัดน้ าใหม่ ๕.๒ ก าลังดันน ามันหล่อลื่นไม่ได้ตามเกณฑ์ ๕.๒.๑ น้ ามันหล่อลื่นแห้ง ๑ เติมน้ ามันหล่อลื่นไม่เพียงพอ ๒ ท่อทางเดินน้ ามันหล่อลื่นแตก หรือรั่ว ๕.๒.๒ ท่อทางเดินน้ ามันหล่อลื่นอุดตัน ๕.๒.๓ ไส้กรองน้ ามันหล่อลื่นสกปรก


๑๒๒ ๕.๒.๔ ปั๊มน้ ามันหล่อลื่นช ารุด ๕.๒.๕ การป้องกันแก้ไข ๑ เติมน้ ามันหล่อลื่นให้ถึงระดับใช้งาน ๒ ขณะเครื่องยนต์ท างานอยู่ ให้ตรวจด้วยสายตาบ่อย ๆ ๓ กวดนัต สลักท่อทางน้ ามันหล่อลื่นให้แน่น ๔ ท าความสะอาดไส้กรองน้ ามันหล่อลื่น ๕ ใช้น้ ามันหล่อลื่นตามเกรดที่คู่มือก าหนด ๕.๓ เครื่องยนต์สตาร์ทไม่ติด ๕.๓.๑ แบตเตอรี่ ๑ ไฟอ่อน สความถ่วงจ าเพาะไม่ได้ตามเกณฑ์ ๒ ขั้วแบตเตอรี่ หลวม สกปรก ๓ สายแบตเตอรี่ เล็ก และยาวเกินไป ๕.๓.๒ มอเตอร์สตาร์ทไม่มีก าลัง ๑ เครื่องยนต์ฝืดหมุนไม่ได้รอบ ๒ เฟืองขับของมอเตอร์สตาร์ทไม่ขบกับเฟืองมูลเล่ ๓ ภายในมอเตอร์สตาร์ทช ารุด ๕.๓.๓ การป้องกันแก้ไข ๑ ใช้แบตเตอรี่ที่มีไฟเต็ม ๒ ขั้วแบตเตอรี่ต้องสะอาด และแน่น ๓ ใช้สายแบตเตอรี่โต และสั้นตามสมควร ๔ ถอดมอเตอร์สตาร์ท ออกตรวจสอบแก้ไข ๕.๔ เครื่องยนต์ไม่มีก าลัง เร่งไม่ขึ น และดับในขณะเดินเครื่อง ๕.๔.๑ ระบบน้ ามันเชื้อเพลิงสกปรก มีน้ าเจือปน ๕.๔.๒ ท่อทางน้ ามันเชื้อเพลิงรั่ว อากาศเข้าไปในระบบน้ ามันเชื้อเพลิง ๕.๔.๓ เครื่องปรับแต่งความเร็ว สGOVERNOR ไม่ท างาน หรือท างานผิดปกติ ๕.๔.๔ การป้องกันแก้ไข ๑ ท าความสะอาดระบบน้ ามันเชื้อเพลิง เช่น ถังใช้การ ไส้กรองน้ ามันเชื้อเพลิง และ ท่อทางเดินน้ ามันเชื้อเพลิง ๒ ตรวจรอยรั่ว สปริง กวดนัต และสลักให้แน่น


๖. การบันทึกการใช้เครื่องจักร บันทึกความหมดเปลือง น จ านวนน้ ามันเชื้อเพลิงเป็นลิตร ช่างกล หมายเหตุ น้ ามันไฮดรอลิค น้ ามันหล่อลื่น นม.ชพ.ส.......... เบิก ใช้ เหลือ เบิก ใช้ เหลือ เบิก ใช้ เหลือ บันทึกการใช้เครื่องจั วัน เดือน ปี เส้นทาง เวลาใช้ เครื่องจักร รวม ชม. ใช้การ รอบเครื่อง (รอบ/นาที ก าลังดัน ปอนด์/ จาก ถึง ตั้งแต่ ถึง


๑๒๓ นม.ชพ. เรือ ขส.ทร.................... พ.ศ............. เครื่องเดินเวลา กิจที่ไป นายท้าย/ผู้ขับ รายการเปลี่ยนแปลง วันที่ เดือน ตั้งแต่ ถึง รวม จักร เรือ ขส.ทร................. น นมล. /ตร.นิ้ว ก าลังดัน นมก. ปอนด์/ตร.นิ้ว อุณหภูมิ คจญ. องศาฟาเรนไฮต์ ผู้จดบันทึก หมายเหตุ


๑๒๔ ๗. การรับ – ส่งหน้าที่ยามห้องเครื่อง - ยามเข้ายืนบริเวณด้านหน้าประตูห้องเครื่อง หันหน้าเข้าหาห้องเครื่อง ขออนุญาตครูฝึก “ยศ, ชื่อ, สกุล ขออนุญาตเข้ายามห้องเครื่อง” - ครูฝึก “อนุญาต” - ยามออกส่งสมุดปูมแล้วรายงาน “ส่งยามห้องเครื่อง ความเร็ว ......รอบ เครื่องยนต์ปกติ” สท าท่าเคารพซึ่งกันและกัน - สมุดปูมที่ยามออกบันทึกมีรายการ ดังนี้ ๑ เกจวัดก าลังดันน้ ามันหล่อลื่น ๒ เกจวัดก าลังดันน้ ามันเกียร์ ๓ เกจวัดอุณหภูมิเครื่องยนต์ ๔ เกจวัดแอมแปร์ไฟชาร์จ ๕ เกจวัดรอบเครื่อง - ยามเข้ารับหน้าที่พร้อมสมุดปูมตรวจประจ าชั่วโมง และ ตรวจดูเครื่องยนต์พร้อมอุปกรณ์ว่ามี ข้อบกพร่องหรือไม่ เมื่อพร้อมแล้ว รายงาน “รับยามห้องเครื่อง ความเร็ว รอบ” เครื่องยนต์ปกติ สท าท่าเคารพซึ่งกันและกัน - ยามออกยืนบริเวณหน้าประตูห้องเครื่อง หันหน้าเข้าหาครูฝึก รายงานขออนุญาต “ยศ ชื่อ, สกุล ขออนุญาตออกยามห้องเครื่อง” สท าท่าเคารพ - ครูฝึก “อนุญาต”


๑๒๕ บทที่ ๕ การป้องกันความเสียหาย จุดมุ่งหมายของการป้องกันความเสียหายโดยทั่วไป คือ เพื่อป้องกัน บรรเทา และแก้ไข ความ เสียหายที่เกิดขึ้นในเรือ และต่อบุคคล อันเกิดจากการปฏิบัติงานประจ าในยามปกติ หรือเกิดจากผลของการ สู้รบในยามสงคราม ทั้งนี้เพื่อให้เรือคงไว้ซึ่งสมรรถภาพในการรบ การเคลื่อนตัว การหลบหลีก การทรงตัว และการลอยตัวตลอดเวลา หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง การป้องกันความเสียหายมีจุดมุ่งหมายที่จะรักษาให้เรือ และองค์บุคคลอยู่ในสภาพที่สามารถปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมายให้ส าเร็จลุล่วงไปด้วยดี ๑. หลักการดับไฟเบื องต้น หลักการดับไฟเบื้องต้น คือ การที่เราหาวิธีการ หรือเครื่องมือเครื่องใช้ เพื่อแยกองค์ประกอบ อย่างใดอย่างหนึ่งใน ๓ อย่าง ออกจากกัน ๑.๑ องค์ประกอบของไฟประกอบด้วย ๑.๑.๑ วัตถุเชื้อเพลิง สFUEL ๑.๑.๒ ออกซิเจน สOXYGEN ๑.๑.๓ ความร้อน สHEAT ความร้อน ไฟ อากาศ สออกซิเจน เชื้อเพลิง ๑.๒ การแบ่งประเภทของไฟ แบ่งออกเป็น ๓ ประเภท ๑.๒.๑ ไฟประเภท ก. ( Class A. Fire ) ลักษณะของไฟประเภท ก. คือเป็นของแข็ง ลุกไหม้ถึงแกนภายใน เมื่อไหม้แล้วมีเถ้าถ่าน เหลืออยู่ เถ้าถ่านที่ร้อนนี้ถ้ามีออกซิเจน (O2) เข้าไปรวมตัวมักติดไฟขึ้นใหม่ได้อีก เช่น - ไม้ หรือสารที่ผลิตจากไม้ - ฝ้าย หรือสารที่ผลิตจากฝ้าย - ดินระเบิด


๑๒๖ - กระดาษ - ฟิล์มกระดาษ - ยาง หรือสารที่ผลิตจากยาง วิธีการดับไฟ ส่วนมากจะใช้วิธีลดอุณหภูมิของสิ่งที่ไหม้ไฟให้ต่ ากว่าจุดติดไฟของมัน มีวิธี ด าเนินการได้ดังนี้ - ใช้ฝอยน้ าดับเปลวไฟ - ใช้น้ าฉีดเป็นล า เพื่อทะลุทะลวงให้วัตถุเชื้อเพลิงกระจายออก เพื่อให้รวดเร็วในการดับไฟ - ใช้น้ าฉีดวัตถุเชื้อเพลิงที่กระจายออกให้เปียกโชก หมายเหตุ การดับไฟโดยวิธีคลุมไฟใช้ไม่ได้ผลส าหรับไฟประเภท ก. เพราะเมื่อเกิดเพลิงไหม้ จนถึงแกนภายในแล้วยากที่จะคลุมไฟได้ทั่วถึง ๑.๒.๒ ไฟประเภท ข. ( Class B. Fire ) ลักษณะของไฟประเภท ข. เป็นของเหลวไหม้เฉพาะผิวหน้า เมื่อไหม้หมดแล้วจะไม่มีเถ้าถ่าน ให้เห็น สามารถติดไฟได้อีก ถ้าไอระเหยของเชื้อเพลิงได้รับความร้อนจนถึงอุณหภูมิติดไฟของเชื้อเพลิงนั้น เช่น - น้ ามันเชื้อเพลิงต่าง ๆ เช่น น้ ามันเบนซิน , น้ ามันก๊าด , น้ ามันดีเซล ฯลฯ - น้ ามันหุงต้ม เช่น น้ ามันพืช , น้ ามันสัตว์ - สี - จาระบี วิธีดับไฟ สามารถด าเนินการได้ ๒ วิธีคือ ก. โดยวิธีลดอุณหภูมิ หรือท าให้เย็น (Cooling) โดยการใช้ฝอยน้ าเป็นตัวลดอุณหภูมิ เมื่อฝอยน้ าได้รับความร้อนจะกลายเป็นไอ ซึ่งจะมีผลในการคลุมไฟไปพร้อมกันด้วย ข. โดยวิธีการก าจัดออกซิเจน หรือการคลุมไฟ สSmothering เพื่อลดปริมาณออกซิเจนลง หรือท าให้ออกซิเจนที่มีอยู่ในบรรยากาศต่ ากว่า ๑๕ % อุปกรณ์หรือเครื่องมือที่ใช้ในการคลุมไฟ คือ - ฟองทางกล (Mechanical Foam) - ฟองเคมี (Chemical Foam) - แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ สCO2 ) - ไอน้ า (Steam) ใช้คลุมไฟได้โดยเข้าไฟแทนที่ออกซิเจนในอากาศ ข้อพิจารณาส าหรับการดับไฟประเภท ข. ๑ ห้ามใช้น้ าเป็นล าฉีดไปที่ผิวหน้าของไฟ เพราะจะท าให้ไฟแผ่กระจาย ๒ ใช้CO2 เพียงแต่คลุมไฟได้ชั่วคราว ไฟอาจลุกไหม้ขึ้นใหม่ได้


๑๒๗ ๓ ใช้ฟองทางเคมีไม่ได้ผลส าหรับวัตถุเชื้อเพลิงที่ระเหยเร็ว เช่น น้ ามันเบนซิน ที่มีค่าออกเทนสูง ๆ หรือแอลกอฮอล์ หรือไฟที่ไหม้ถังน้ ามันขนาดใหญ่ ๆ ซึ่งถ้าใช้ฟองทางเคมีแทนจะมีประสิทธิภาพคลุมไฟที่มั่นคงกว่า ๔ ฟองทางกลสามารถใช้ได้กับวัตถุเชื้อเพลิงอื่น ๆ เช่น น้ ามันเชื้อเพลิงหนัก น้ ามันหล่อ หรือ ใช้กับพื้นผิวที่เผาไหม้มีสิ่งกีดขวางมาก ๆ ๑.๒.๓ ไฟประเภท ค. ( Class C. Fire ) ลักษณะของไฟประเภท ค. ได้แก่ ไฟที่เกิดขึ้นกับเครื่องมือ และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ยังมี กระแสไฟฟ้าไหลอยู่ สาเหตุของการเกิดไฟไหม้เนื่องจาก - สายไฟฟ้าลัดวงจร - ใช้งานเกินก าลังในวงจร - การพัน หรือต่อสายไฟไม่ถูกต้อง - ใช้ฉนวนกันไฟฟ้าบางเกินไป ตัวอย่างไฟประเภท ค. ได้แก่ ไฟไหม้เครื่องวิทยุ, แผงจ่ายไฟในห้องเครื่องจักร, หม้อแปลง ไฟฟ้า, ตู้แยกไฟฟ้าต่าง ๆ เป็นต้น วิธีการดับไฟ สามารถดับไฟได้โดยการกั้นออกซิเจน เครื่องมือที่นิยมใช้ในการดับไฟ ประเภทนี้คือ การใช้เครื่องมือดับเพลิงชนิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) แต่เพื่อความปลอดภัยควรท าการ ตัดวงจรไฟฟ้าก่อนเข้าท าการดับไฟ ข้อควรระวังในการดับไฟประเภท ค. - ตัดวงจรไฟฟ้าก่อนเสมอ - จัดเจ้าหน้าที่คอยตรวจสอบกระแสไฟฟ้า - สวมรองเท้ายาง และถุงมือกันไฟฟ้า - ห้ามใช้น้ าเป็นล าฉีด ถ้าจะใช้น้ าให้ใช้น้ าเป็นฝอยในระยะไกลกว่า ๕ ฟุต - การใช้น้ าและโฟมอาจจะท าให้อุปกรณ์ไฟฟ้าเสียหายได้ภายหลัง


๑๒๘ เครื่องมือดับเพลิงเบื องต้น CO2 (คาร์บอนไดออกไซด์) สลักปิด – เปิด สสลักนิรภัย ลวดตะกั่ว คันบีบกดเปิดลิ้น คันจับส าหรับยก ด้ามจับกระบอกฉีด กระบอกฉีด สายฉีด สายรัดกระบอกฉีด co2 ในสถานะของเหลว ท่อไซฟอน


๑๒๙ การใช้ CO2 ๑. น า CO2 ไปที่บริเวณเพลิงไหม้ โดยเข้าทางด้านเหนือลมให้ใกล้ที่สุด ถือขวดตั้งตรง ๒. ถอดสลักนิรภัย ๓. ถอดกระบอกฉีดออก โดยจับตรงฉนวน ๔. ชี้ปลายกระบอกฉีดไปที่ฐานของไฟ ระยะที่ได้ผลดี ควรให้ปลายกระบอกฉีดห่างจากไฟ ประมาณ ๕ ฟุต ๔. เปิดแก๊ส CO2 โดยบีบคันบีบกดลิ้นปล่อยแก๊ส ถ้าเปิดติดต่อกันแก๊สจะหมดขวดในเวลา ๓๐ - ๔๕ วินาที สส าหรับขวด ๑๕ ปอนด์ ๕. ส่ายหัวฉีดไปมาเพื่อคลุมไฟได้มากที่สุด ๖. ถ้าเป็นไฟประเภท ค. ควรตัดวงจรไฟฟ้าเสียก่อน ๗. เมื่อใช้ไปประมาณ ๑ ๑/๒ ปอนด์ ต้องน าไปบรรจุใหม่ ๒. ฝึกการดับเพลิงในเรือเล็ก ๒.๑ การปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ในเรือ - ผู้เห็นเหตุการณ์ตะโกนบอก “ ไฟไหม้ สสถานที่ ” - ผู้อ านวยการสถานีดับไฟเบื้องต้น สั่งจ่ายามเป่านกหวีดยาว ๑ ครั้ง พร้อมประกาศ “ ไฟไหม้ ประจ าสถานีดับไฟ ” - ผู้รับการฝึก ตะโกนต่อ พร้อมน าอุปกรณ์มาแถวบริเวณที่เกิดเหตุ แล้วรายงานความพร้อม เช่น “ CO2 พร้อม ” เป็นต้น - ผู้อ านวยการ ฯ สั่งการและควบคุมการดับไฟ ดังนี้ ก. เครื่องมือท าลาย เข้าท าลายสิ่งกีดขวาง สถ้ามี


๑๓๐ ข. น้ ายาดับเพลิง CO2 เข้าดับไฟ ค. เจ้าหน้าที่ขนย้ายสิ่งของท าการขนย้ายสิ่งของตามความจ าเป็น และตามล าดับ ความส าคัญก่อนหลัง ง. กรณี CO2 ไม่สามารถดับไฟได้ ให้รายงานผู้อ านวยการ ฯ เพื่อใช้เครื่องสูบน้ าดับเพลิง หรือ น้ ายาดับเพลิงประเภทอื่นที่มีใช้ประจ าเรือ หรือขอความช่วยเหลือจากเรือล าอื่น ๒.๒ การปฏิบัติเมื่อดับไฟได้แล้ว - ผู้อ านวยการดับไฟ สั่งชุดเครื่องมือท าลายเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และส ารวจความ เสียหาย - ชุดเครื่องมือท าลาย รายงานผลการส ารวจให้ ผู้อ านวยการดับไฟทราบ ดังนี้ “ ยศ, ชื่อ, สกุล ขอรายงานผลการดับไฟ และส ารวจความเสียหายดังนี้ ไฟไหม้ สสถานที่ เป็นไฟประเภท ส ก,ข,ค เจ้าหน้าที่ดับไฟได้ท าการดับไฟเรียบร้อย ส ไม่ , มี ความเสียหาย คือ สอะไรบ้าง เจ้าหน้าที่ดับไฟ และพลประจ าเรือ ส ปลอดภัย / บาดเจ็บ / เสียชีวิต หรือตามความเป็นจริง” - ผู้อ านวยการดับไฟรับทราบ แล้วเข้าตรวจสอบความเรียบร้อยด้วยตัวเองอีกครั้ง พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ Co2 เป็นยามเฝ้าไฟ - ผู้อ านวยการดับไฟ รายงานผลการดับไฟ และการส ารวจให้ครูฝึกทราบ ดังนี้ “ยศ, ชื่อ, สกุล ผู้อ านวยการดับไฟเบื้องต้น ขอรายงานผลการดับไฟ ดังนี้ ไฟไหม้ สสถานที่ เป็นไฟประเภท ส ก,ข,ค บัดนี้ชุดดับไฟได้ท าการดับไฟเรียบร้อยแล้ว สไม่ , มี ความเสียหาย คือ ส อะไรบ้าง ชุดดับไฟ และพลประจ าเรือ ส ปลอดภัย / บาดเจ็บ / เสียชีวิต หรือตามความเป็นจริง และจัดยามเฝ้าไฟเรียบร้อย” - ครูฝึกรับทราบ - ผู้อ านวยการดับไฟสั่ง “เลิกประจ าสถานี เก็บสิ่งของเข้าที่ให้เรียบร้อย แถวในระวาง” ๒.๓ ข้อควรระวัง - การเข้าดับไฟควรใช้เครื่องมือให้ถูกต้อง เป็นไปตามขั้นตอน และปฏิบัติด้วยความ รวดเร็ว ไม่ตื่นตกใจ - ผู้ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องให้ “แถวรอฟังค าสั่ง” จากผู้อ านวยการดับไฟอย่างเป็นระเบียบ เพื่อป้องกันความสับสน


Click to View FlipBook Version