รายงานการวจิ ัย
เร่อื ง
ผลการจดั กจิ กรรมการมสี -วนร-วมของผู4ปกครองในการจัดกิจกรรมทางกายทีม่ ผี ลตอ-
ความสามารถในการฟ>งของนกั เรยี นช้นั เตรียมอนุบาล โรงเรยี นอนบุ าลมณียา
อำเภอเมอื ง จังหวัดนนทบรุ ี
กนกวรรณ จันตะมะ
มหาวทิ ยาลยั สวนดุสิต
2563
ลิขสิทธ์ขิ องมหาวทิ ยาลัยสวนดุสติ
2
3
รายงานการวิจัย
เรือ่ ง
ผลการจดั กจิ กรรมการมีส-วนรว- มของผปู4 กครองในการจดั กจิ กรรมทางกายท่มี ผี ลตอ-
ความสามารถในการฟ>งของนักเรียนชัน้ เตรยี มอนุบาล โรงเรยี นอนบุ าลมณยี า
อำเภอเมอื ง จงั หวัดนนทบรุ ี
กนกวรรณ จนั ตะมะ
มหาวิทยาลยั สวนดสุ ติ
2563
ลขิ สิทธิ์ของมหาวทิ ยาลัยสวนดสุ ติ
ก
ก
หัวขอ& วิจัย ผลการจัดกิจกรรมการมีส.วนร.วมของผู5ปกครองในการจัดกิจกรรมทางกายที่มีต.อ
ความสามารถในการฟ?งของนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล โรงเรียนอนุบาลมณียา
ผู&ดำเนนิ การวจิ ยั อำเภอเมอื ง จังหวัดนนทบุรี
ที่ปรึกษา กนกวรรณ จนั ตะมะ
ครพู เ่ี ลีย้ ง อาจารยพL รทิพยL พูลปNน?
หน?วยงาน ครูธญั ชนก วงศชL ัย
ป@ พ.ศ. ครมู ณรี ตั นL แจง5 เสมอ
สาขาวิชาการศกึ ษาปฐมวัย คณะครศุ าสตรL
มหาวทิ ยาลยั สวนดุสิต
2563
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงคLดังนี้ 1. เพื่อศึกษาผลการจัดกิจกรรมการมีส.วนร.วมของ
ผู5ปกครองในการจัดกิจกรรมทางกายที่มีต.อความสามารถในการฟ?งของนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล
โรงเรียนอนุบาลมณียา อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 2. เพื่อเปรียบเทียบผลการจัดกิจกรรมการมี
ส.วนร.วมของผู5ปกครองในการจัดกิจกรรมทางกายที่มีต.อความสามารถในการฟ?งของนักเรียนชั้นเตรียม
อนุบาล โรงเรียนอนุบาลมณียา อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ประชากรเป\าหมาย นักเรียนชายและ
หญิงท่ีมีอายุ 2 – 3 ป^ กำลังศึกษาอยู.ในระดับชั้นเตรียมอนุบาล ภาคเรียนที่ 2 ป^การศึกษา 2563
โรงเรียนอนุบาลมณียา อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี จำนวน 6 คน เครื่องมือที่ใช5ในการวิจัย ได5แก.
1. แผนการจัดกิจกรรมการมีส.วนร.วมของผู5ปกครองในการจัดกิจกรรมทางกายที่มีต.อความสามารถใน
การฟ?งของนกั เรียนชนั้ เตรยี มอนบุ าล (สำหรบั คร)ู 2. แผนการจัดกิจกรรมการมสี ว. นรว. มของผปู5 กครอง
ในการจัดกิจกรรมทางกายที่มีต.อความสามารถในการฟ?งของนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล (สำหรับ
ผ5ูปกครอง) 3. แบบทดสอบวัดความสามารถในการฟ?งของนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล โรงเรียนอนุบาล
มณียา สถิตทิ ่ใี ช5ในงานวิจยั ไดแ5 ก. ค.าคะแนนเฉล่ีย และคา. สว. นเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจยั มี ดงั นี้
1. หลังจากนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล ที่ได5รับการจัดกิจกรรมทางกายเพื่อพัฒนา
ความสามารถในการฟ?งพบว.า นักเรียนชั้นเตรียมอนุบาลมีคะแนนเฉลี่ยความสามารถในการฟ?งหลัง
ได5รับการจัดกิจกรรมทางกายสูงขึ้น โดยมีคะแนนเฉลี่ยก.อนการจัดกิจกรรมทางกายเปdน 5.33 และ
คะแนนเฉลี่ยหลังการจัดกิจกรรมทางกาย เท.ากับ 8.17 หลังจัดกิจกรรมพบว.า มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว.า
กอ. นการจดั กิจกรรมเปนd ไปตามสมมุติฐานทตี่ ้ังไว5
2. หลังจากการจัดกิจกรรมทางกาย พบว.า นักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล มีความสามารถในการ
ฟง? สงู ข้นึ
ข
กติ ติกรรมประกาศ
รายงานวิจัยเรื่องนี้สำเร็จลุล.วงไปได5ด5วยดี โดยได5รับที่กรุณาพิจารณา ความอนุเคราะหL และ
ความช.วยเหลืออย.างดียิ่งจากอาจารยLพรทิพยL พูลป?Nน อาจารยLนิเทศกLและที่ปรึกษา สาขาวิชา
การศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตรL ครูธัญชนก วงศLชัย ครูประจำชั้นระดับเตรียมอนุบาล และครู
มณีรัตนL แจ5งเสมอ ครูประจำชั้นระดับเตรียมอนุบาล ที่ได5ให5คำปรึกษา คำแนะนำ ข5อคิด และตรวจ
แก5ไขข5อบกพรอ. งต.าง ๆ ด5วยความเอาใจใส.เปนd อย.างดี จนกระทง่ั งานวจิ ัยใหม5 คี วามสมบูรณมL ากยง่ิ ขึ้น
ขอขอบคุณผู5บริหารโรงเรียนอนุบาลมณียา ที่อำนวยความสะดวกในการเก็บรวบรวมข5อมูล
ตลอดจนครูประจำชั้นระดับเตรียมอนุบาล ผู5ปกครอง และนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล ที่ให5ความ
ร.วมมอื ในการการดำเนินงานวิจัย เพอื่ ให5งานวจิ ัยสำเร็จลุลว. งด5วยดี
ขอขอบคุณคณาจารยLคณะครุศาสตรL และคณาจารยLสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัยทุกท.าน
ที่กรุณาอบรมสั่งสอน ให5ความรู5 ให5ความช.วยเหลือ ให5กำลังใจ และสนับสนุน ตลอดจนประสบการณL
ทีม่ ีค.ายงิ่ แก.ผ5ูวิจัย
คุณค.าและคุณประโยชนLของงานวิจัยฉบับน้ี ขอมอบเปdนเครื่องบูชาพระคุณบิดา มารดา
ตลอดจนครบู ารLอาจารยL และผ5มู พี ระคุณทุกทา. น ท่ไี ด5ประสทิ ธ์ิประสาทวชิ าความร5ูแกผ. ว5ู จิ ยั
กนกวรรณ จนั ตะมะ
2563
ค
สารบัญ
บทคัดยอ. หนา5
กติ ติกรรมประกาศ ก
สารบญั ข
สารบัญตาราง ค
สารบัญภาพ ง
จ
บทที่ 1 บทนำ
ความเปdนมาและความสำคัญ 1
วัตถุประสงคขL องการวิจยั 1
ขอบเขตการวจิ ัย 3
สมมติฐานการวจิ ยั 3
คำจำกัดความทใ่ี ชใ5 นงานวจิ ัย 4
ประโยชนทL ค่ี าดว.าจะได5รับ 4
4
บทที่ 2 แนวคิด ทฤษฎี เอกสารและงานวจิ ัยท่ีเกีย่ วขอ& ง 5
เอกสารและงานวจิ ยั ที่เก่ยี วขอ5 งกับการมีส.วนรว. มของผ5ูปกครอง 7
7
ความหมายการมีส.วนร.วมของผ5ปู กครอง 7
ความสำคญั ของการมีส.วนร.วมของผูป5 กครอง 9
แนวคดิ และทฤษฎเี กยี่ วกบั การมสี ว. นรว. ม 12
หลักการและแนวทางในการจัดกิจกรรมให5ผป5ู กครองมสี ว. นรว. ม 13
ป?ญหาและอุปสรรคของการมสี .วนร.วมของผ5ปู กครอง 14
การมีส.วนร.วมของผู5ปกครองตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห.งชาติ
พ.ศ. 2542 และที่แก5ไขเพม่ิ เตมิ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 15
งานวิจัยทีเ่ กยี่ วข5องกบั การมีส.วนรว. มของผ5ปู กครอง 17
เอกสารและงานวิจัยที่เกยี่ วข5องกบั กจิ กรรมทางกาย 17
ความหมายกจิ กรรมทางกาย 18
ระดับของกจิ กรรมทางกาย 19
ประเภทกิจกรรมทางกาย
ง
แนวทางการมีกจิ กรรมทางกายตามชว. งอายวุ ัย 1 – 3 ป^ หน5า
แนวทางการจัดกิจกรรมทางกายให5ปลอดภยั 20
ข5อแนะนำกิจกรรมทางกายสำหรับเดก็ ปฐมวยั 21
ขอ5 แนะนำการจดั สภาพแวดลอ5 มที่เอ้อื ตอ. การมีกิจกรรมทางกาย 21
ของกจิ กรรมทางกาย 22
แนวคดิ และทฤษฎีเก่ียวกบั กิจกรรมทางกาย 22
งานวจิ ยั ทเี่ กี่ยวขอ5 งกบั กจิ กรรมทางกาย 24
24
เอกสารและงานวจิ ัยทเ่ี กย่ี วข5องกบั ความสามารถในการฟ?ง
ความหมายของการฟง? 26
ความสำคญั ของการฟ?ง 26
องคปL ระกอบในการฟง? 26
ประเภทของการฟง? 27
พัฒนาการความสามารถด5านการฟง? ของเด็ก 28
แนวทางในการสง. เสรมิ การฟ?ง 29
งานวจิ ัยทีเ่ กยี่ วข5องกับความสามารถในการฟง? 30
31
กรอบแนวคิดในการวจิ ยั 32
บทที่ 3 วธิ ีดำเนนิ การวิจัย 33
ประชากรเปา\ หมายที่ใชใ5 นการวจิ ยั 33
เครื่องมอื ท่ีใช5ในการวิจยั 33
ขนั้ ตอนในการสรา5 งเคร่ืองมือ 34
การเกบ็ รวบรวมขอ5 มลู 39
การวเิ คราะหขL 5อมลู 40
สถิติทใี่ ช5ในการวจิ ัย 40
บทท่ี 4 ผลการวจิ ยั 42
สัญลักษณทL ีใ่ ชใ5 นการวเิ คราะหL 42
การนำเสนอผลการวเิ คราะหLข5อมูล 42
ผลการวเิ คราะหขL อ5 มูล 43
จ
บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย อภิปรายผล และขอ& เสนอแนะ หน5า
วัตถปุ ระสงคLของการวจิ ยั 46
ประชากรเปา\ หมายทใี่ ชใ5 นการวจิ ัย 46
เคร่ืองมือท่ใี ช5ในการวจิ ยั 46
วิธีการดำเนนิ การวิจัย 47
การเก็บรวบรวมข5อมลู 47
สรปุ ผลการวิจัย 48
อภิปรายผล 48
ข5อเสนอแนะในการนำผลการวจิ ยั ไปใช5 49
ข5อเสนอแนะในการทำวจิ ัยครั้งตอ. ไป 50
50
บรรณานุกรม 52
ภาคผนวก 56
ภาคผนวก ก รายช่อื ผเู5 ชี่ยวชาญตรวจสอบเครอ่ื งมอื 57
ภาคผนวก ข - คู.มือการใช5แผนการจัดกิจกรรมการมีส.วนร.วมของผู5ปกครอง 59
ในการจัดกิจกรรมทางกายที่มีผลต.อความสามารถในการฟ?ง 97
ของนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล โรงเรียนอนุบาลมณียา (สำหรับ
ครู)
- แผนการจัดกิจกรรมการมีส.วนร.วมของผู5ปกครองในการจัด
กิจกรรมทางกายที่มีผลต.อความสามารถในการฟ?งของนักเรียน
ช้ันเตรยี มอนุบาลโรงเรียนอนบุ าลมณยี า (สำหรบั ครู)
ภาคผนวก ค - คู.มือการใช5แผนการจัดกิจกรรมการมีส.วนร.วมของผู5ปกครอง
ในการจัดกิจกรรมทางกายที่มีผลต.อความสามารถในการฟ?ง
ของนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล โรงเรียนอนุบาลมณียา (สำหรับ
ผ5ูปกครอง)
- แผนการจัดกิจกรรมการมีส.วนร.วมของผู5ปกครองในการจัด
กิจกรรมทางกายที่มีผลต.อความสามารถในการฟ?งของนักเรียน
ชั้นเตรยี มอนุบาลโรงเรียนอนบุ าลมณยี า (สำหรับผูป5 กครอง)
ฉ
ภาคผนวก ง - คู.มือแบบทดสอบวัดความสามารถในการฟ?งของนักเรียนช้ัน หน5า
เตรยี มอนบุ าลโรงเรยี นอนบุ าลมณียา 125
- แบบทดสอบวัดความสามารถในการฟ?งของนักเรียนชั้น 132
เตรียมอนุบาลโรงเรยี นอนุบาลมณยี า
- แบบบันทึกคะแนนการแบบทดสอบวัดความสามารถในการ
ฟง? ของนกั เรียนชัน้ เตรยี มอนบุ าล โรงเรียนอนบุ าลมณยี า
ภาคผนวก จ ตวั อย.างภาพการจัดกิจกรรม
ประวตั ิผ&ูวจิ ยั 152
ง
สารบญั ตาราง
ตารางท่ี กรอบแนวคิดในการวจิ ยั หน5า
2.1 การจัดกิจกรรมการมีส.วนร.วมของผู5ปกครองในการจัดกิจกรรมทางกายที่มีต.อ 32
3.1 ความสามารถในการฟ?งของนักเรียนชัน้ เตรยี มอนบุ าล โรงเรยี นอนุบาลมณยี า 35
3.2 แบบแผนการทดลอง 39
4.1 ผลคะแนนความสามารถในการฟ?งของนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล โรงเรียน 43
4.2 อนุบาลมณยี า ก.อนและหลงั การจัดกิจกรรมทางกาย 44
ผลการจัดกิจกรรมการมีส.วนร.วมของผู5ปกครองในการจัดกิจกรรมทางกายที่มี
4.3 ต.อความสามารถในการฟ?งของนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล โรงเรียน 45
ง-1 อนบุ าลมณียา อำเภอเมอื ง จังหวดั นนทบุรี ทไี่ ด5รับการจดั กจิ กรรมทางกาย 127
ง-2 ผลการเปรียบเทียบความสามารถในการฟ?งของนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล 129
โรงเรียนอนบุ าลมณียา กอ. นและหลังการจดั กิจกรรมทางกาย
แบบทดสอบวดั ความสามารถในการฟง? ของนักเรยี นชน้ั เตรยี มอนบุ าล โรงเรียน
อนุบาลมณยี า
แบบบันทึกคะแนนการทดสอบวัดความสามารถในการฟ?งของนักเรียนช้ัน
เตรียมอนบุ าล โรงเรียนอนุบาลมณยี า
สารบญั ภาพ จ
ภาพที่ หน5า
2.1 องคLประกอบท่ีมอี ิทธิพลต.อเด็กและทำให5เดก็ นักเรยี นมคี ณุ ภาพ 11
จ-1 การทำแบบทดสอบ (ก.อนทดลอง) 132
จ-2 การทำแบบทดสอบ (หลังทดลอง) 133
จ-3 กิจกรรมฟ?งใหด5 ี วางใหถ5 ูก 134
จ-4 กิจกรรมกระดาษสีเริงร.า 135
จ-5 กจิ กรรมลอดใตอ5 ุโมงคยL ักษL 136
จ-6 กิจกรรมอะไรดนี ะ ? วางไวใ5 ต5โตqะ 137
จ-7 กจิ กรรมพาฉันไปหาครอบครัวหนอ. ยนะ 138
จ-8 กจิ กรรมของฉนั อยไ.ู หน ? 139
จ-9 กจิ กรรมเดก็ นอ5 ยกระโดดขา5 มเชือก 140
จ-10 กิจกรรมข5างหน5าคุณครูอยไู. หน วางไวต5 รงนั้นแหละ 141
จ-11 กิจกรรมซอ. นเกบ็ ไวข5 า5 งหลัง 142
จ-12 กจิ กรรมตอ. แถวกันเปนd รถไฟ 143
จ-13 กจิ กรรมพวกเรามสี ีเหมือน 144
จ-14 กจิ กรรมค.ฉู ันหายไป ชว. ยหาที 145
จ-15 กิจกรรมผ5ูปกครองมีสว. นร.วมท่บี 5าน 146
1
บทท่ี 1
บทนำ
ความเปTนมาและความสำคญั
เพราะเด็กเกิดมา เพื่อเล.น และเคลื่อนไหว ป?จจุบันมีพ.อแม.จำนวนไม.น5อยที่ใช5ความก5าวหน5า
ของเทคโนโลยีมาเปdนเครื่องมือในการเลี้ยงดูเจ5าตัวเล็ก ด5วยหวังว.าลูกน5อยจะอยู.นิ่ง ๆ ไม.ซุกซน และ
เลี้ยงง.าย โดยใช5อุปกรณLอิเล็กโทนิคต.าง ๆ ไม.ว.าจะเปdนโทรศัพทLมือถือ สมารLทโฟน แท็บเล็ต เกมสLกด
เปsดให5เด็กเล.น หรือดูคลิปวิดีโอ หรือเปdนปล.อยให5เด็กอยู.กับโทรทัศนL นั่งดูการLตูนเปdนเวลานาน ๆ โดย
ไม.ได5คำนึงถึงผลเสียที่จะตามมา ทั้งต.อสุขภาพและพัฒนาการของลูกน5อย และยิ่งไปกว.านั้นพ.อแม.
หลายคนยังมีความเชื่อผิด ๆ ที่ว.าสื่อเหล.านี้ จะช.วยกระตุ5นพัฒนาการการเรียนรู5ของเด็กได5 ซ่ึง
ความสำคัญและส.งเสริมการมีกิจกรรมทางกายให5กับเด็กปฐมวัยอันเปdนวัยที่มีความสำคัญในการ
เจริญเติบโตเปdนผู5ใหญ.ที่มีคุณภาพของสังคม การส.งเสริมกิจกรรมทางกายของเด็กวัยนี้ ผู5ใหญ.รอบตัว
คือป?จจัยสำคัญ ทั้งการกระตุ5นพฤติกรรม การสร5างสภาพแวดล5อมให5จูงใจ และเอื้อให5เด็กมีกิจกรรม
ทางกาย รวมถึงการจำกัดการเข5าถึงสภาพแวดล5อมที่เปdนอุปสรรคต.อการมีกิจกรรมทางกายด5วย ทั้งนี้
พึงระลึกว.าธรรมชาติเด็กวัยนี้ คือการเล.น เพื่อความสนุกและความภาคภูมิใจ ในทักษะการเคลื่อนไหว
ร.างกายของตนเอง เพื่อพัฒนาการทางร.างกายสมองจิตใจและสังคม (กรมออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
กรมอนามยั , 2559)
การฟ?งเปdนกระบวนการของการรับสาร ซึ่งนับว.าเปdนทักษะที่สำคัญและมนุษยLใช5มากที่สุด
ทั้งนี้การฟ?งเปdนการสื่อสารที่มาก.อนการพูด การอ.าน และการเขียน ซึ่งทำให5เห็นว.าการฟ?งเปdนทักษะท่ี
สำคัญยิ่ง เปdนพื้นฐานในการเรียนร5ูทั้งปวง อีกทั้งการฟ?งมีความสำคัญอย.างมากต.อการติดต.อสื่อสาร
ของมนุษยLในชีวิตประจำวัน และบุคคลที่ฟ?งได5อย.างมีประสิทธิภาพ จะทำให5การสื่อสารสัมฤทธิ์ผลช.วย
ให5เกิดความเข5าใจระหว.างบุคคลและระหว.างคนในสังคม ทักษะการฟ?งที่ดียังจะนำมาซึ่งความสำเร็จ
ในชีวิต เนื่องจากเปdนพื้นฐานสำคัญของทักษะการเข5าสังคมอีกด5วย (จิราภรณL อิจฉริยะประสิทธิ์,
2558) ฉะนั้นการฟ?งจึงเปdนความสามารถทางภาษาและพื้นฐานในการเข5าสังคมที่สำคัญ ที่ควรส.งเสริม
ให5แก.เด็กปฐมวัย เพราะการอยู.ร.วมกับคนอื่นในสังคมสำหรับเด็กโดยเฉพาะในโรงเรียน เด็กต5องรู5จัก
ฟ?งและสื่อสารกับผู5อื่นมากขึ้น ดังนั้นการฟ?งจึงจำเปdนต5องฝvกตั้งแต.เด็ก อีกทั้งการฟ?งเปdนเครื่องมือช.วย
ในการส.งเสริมพัฒนาการด5านอื่น ๆ ซึ่งความสามารถด5านการฟ?งในเด็กก.อนวัยเรียนเปdนเสมือนกุญแจ
เปsดทางไปสู.ความเจริญงอกงามทางสติป?ญญา การพัฒนาชีวิตทางสังคม และการช.วยเหลือตนเอง
การที่ครูมีความรู5และความเข5าใจเกี่ยวกับลำดับขั้นของความสามารถทางภาษา จะช.วยให5ครูสามารถ
ส.งเสริมทักษะทางภาษาให5แก.เด็กปฐมวัยได5อย.างถูกต5องและเหมาะสม การจัดกิจกรรมการเรียน การ
2
สอนต5องเปdนไปในลักษณะของการบูรณาการ เพื่อให5เด็กได5รับประสบการณLตรง เกิดการเรียนรู5 ได5รับ
การพัฒนาทุกด5านทั้งด5านการฟ?งและการพูด การเรียนรู5ที่เหมาะสม คือให5ผู5เรียนได5เรียนและปฏิบัติให5
สอดคล5องกับวัตถุประสงคLที่กำหนด โดยการให5ผู5เรียนมีบทบาทสำคัญในการเรียนรู5 ครูต5องเปsดโอกาส
ให5นักเรียนมีส.วนร.วมในกิจกรรมการเรียนรู5 ได5ประพฤติปฏิบัติลงมือกระทำจริง การจัดกิจกรรมต.าง ๆ
ต5องให5นักเรียนมีโอกาสรับรู5โดยผ.านการรับรู5หลาย ๆ ทาง อาทิ การฟ?ง การพูด การถาม การสัมผัส
และการทดลองการจัดกิจกรรมต5องท5าทาย ชวนคิด มีความยากง.ายพอเหมาะกับวัย และ
ความสามารถของนกั เรยี น (สริ มิ า ภญิ โญอนนั้ ตพงษL, 2545)
สำหรับกิจกรรมที่ส.งเสริมความสามารถด5านการฟ?งสำหรับเด็กปฐมวัยนั้น มีหลากหลาย
กิจกรรม เช.น การฟ?งคำสั่ง การฟ?งคำถาม การฟ?งเพลง การฟ?งคำคล5องจอง หรือการบูรณาการการฟ?ง
เข5ากับกิจกรรมทางกาย เปdนต5น ซึ่งกิจกรรมต.าง ๆ เหล.านี้ เปdนการเปsดโอกาสให5เด็กได5ฟ?ง เนื่องจาก
การฟ?งเปdนพื้นฐานที่สำคัญของการพูด การอ.าน และการเขียน ซึ่งการฟ?งรับรู5โดยประสาทสัมผัสทางหู
จากนั้นคิด ความจำ และความเข5าใจตามที่ได5ยิน ซึ่งทำให5เด็กเพิ่มพูนคำศัพทLและกระตุ5นให5เด็กใช5
จินตนาการและมองเห็นรูปธรรมจากการฟ?งผ.านการทำกิจกรรมได5ดี และช.วยส.งเสริมให5เด็กมี
ความสามารถทางภาษาดีข้นึ
พ.อแม.ผู5ปกครองคือจุดเริ่มต5นของแต.ละชีวิต พ.อแม.จึงเปdนครูคนแรกและเปdนครูที่ดีที่สุดใน
โลกของลูก เปdนครูตลอดเวลา และตลอดชีวิตของลูก เปdนบุคคลที่ใกล5ชิดและล5อมรอบตัวเด็กท่ีสุด
เปdนผู5ช้ีโลกกว5าง เปdนผู5สร5างภูมิคุ5มกันทั้งร.างกายและจิตใจ พ.อแม.และผู5ปกครองมีหน5าที่เตรียมความ
พร5อมให5ลูกเข5าสู.สังคมภายนอกได5อย.างมั่นใจ ฉะนั้นการจัดบรรยากาศที่บ5านให5เกิดการเรียนรู5ทุกเวลา
ทุกสถานที่ ถือเปdนการอำนวยให5ผู5เรียนสามารถแสวงหาความร5ูด5วยตนเองได5ตลอดเวลา เปdนการ
ปลูกฝ?งนิสัยการเรียนรู5ตลอดชีวิตให5กับลูก (ชนมิดา ยาแก5ว และคณะ, 2560) และถือเปdนการที่
ผู5ปกครองเข5ามาบทบาทมีส.วนร.วมในการจัดการศึกษาที่สนับสนุนควบคู.ไปกับทางโรงเรียน ซึ่ง
สิ่งเหล.านี้ล5วนมีส.วนสำคัญอย.างยิ่ง และการที่ผู5ปกครองกับทางโรงเรียนมีส.วนร.วมในการสนับสนุน
ช.วยเหลือซึ่งกันและกัน ในการส.งเสริมในด5านการเรียนรู5และพัฒนาการของเด็กในทุกด5าน สิ่งเหล.านี้
จะสง. ผลใหเ5 ดก็ เกดิ การพัฒนาไดอ5 ย.างมปี ระสิทธภิ าพอยา. งยิง่
เด็กปฐมวัยกับการฟ?งและการเข5าใจสิ่งที่ฟ?งจะดีขึ้นได5นั้น ทั้งน้ีการเข5าใจและการใส.ใจของพ.อ
แม.ผู5ปกครองที่จะส.งเสริม สนับสนุน และมีส.วนร.วมในการจัดกิจกรรมทางกายให5เด็กนับเปdนสิ่งสำคัญ
เปdนอย.างยิ่ง เพราะพ.อแม.ผู5ปกครองคือโลกทั้งใบของเด็ก และถือได5ว.าเปdนครูคนแรกที่มีความผูกพัน
กบั เดก็ มาก และอีกทั้งกิจกรรมทางกายสามารถทำได5 ทกุ วัย ทุกที่ ทกุ เวลา
ดังนั้นผู5วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาผลการจัดกิจกรรมการมีส.วนร.วมของผู5ปกครองในการจัด
กิจกรรมทางกายที่มีต.อความสามารถในการฟ?งของนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล โรงเรียนอนุบาลมณียา
อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี เมื่อผู5เรียนได5รับการพัฒนาแล5วก็จะเกิดการพัฒนาความสามารถในการ
3
ฟ?งเรื่องราวของนักเรียน ชั้นเตรียมอนุบาลแตกต.างจากก.อนและหลังการทดลองเปdนอย.างไร เพื่อเปdน
ข5อเสนอแนะต.อครู ผ5ปู กครอง ตลอดจนผู5ท่เี กีย่ วขอ5 งไดใ5 ช5เปdนแนวทางในการใชส5 .งเสรมิ พัฒนาการด5าน
สติป?ญญา เรื่องของความสามารถในการฟ?ง ทั้งเปdนแนวทางสำหรับครูและผู5ที่เกี่ยวข5องกับการจัด
การศึกษาระดับปฐมวัยในการจัดกิจกรรม เพื่อส.งเสริมทักษะการฟ?งของนักเรียน และเพื่อให5นักเรียน
ได5ใช5ความสามารถในการฟ?งเปdนพื้นฐานในการฟ?ง เพื่อการสื่อสารและพัฒนาความสามารถทางภาษา
ในขั้นสูงต.อไป ได5แก. การพูด การอ.าน และการเขียน นอกจากนี้ทว.าเด็กมีความสามารถในการฟ?งที่ดี
และมีความเข5าใจในสิ่งที่ฟ?งนั้น ก็ยังช.วยให5นักเรียนมีการใช5ความคิด การจับประเด็น ฝvกความจำ
ฝvกฝนในการใช5สมาธิจดจ.อที่ช.วยให5การเรียนรู5ได5อย.างมีประสิทธิภาพ ส.งเสริมความสามารถทางภาษา
การสื่อสาร ความม่นั ใจ ความกลา5 แสดงออก และมีทกั ษะการเข5าสังคมของเด็กไดด5 ีในอนาคต
วัตถุประสงคขW องการวิจยั
1. เพื่อศึกษาผลการจัดกิจกรรมการมีส.วนร.วมของผู5ปกครองในการจัดกิจกรรมทางกายที่มีต.อ
ความสามารถในการฟ?งของนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล โรงเรียนอนุบาลมณียา อำเภอเมือง จังหวัด
นนทบรุ ี
2. เพื่อเปรยี บเทยี บผลการจัดกิจกรรมการมีส.วนรว. มของผ5ปู กครองในการจดั กิจกรรมทางกาย
ที่มีต.อความสามารถในการฟ?งของนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล โรงเรียนอนุบาลมณียา อำเภอเมือง
จงั หวัดนนทบุรี
ขอบเขตการวจิ ัย
ประชากรเปYาหมายที่ใชใ& นการวจิ ยั
ประชากรเป\าหมายที่ใช5ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชายและหญิงที่ทีอายุ 2 – 3 ป^ กำลัง
ศึกษาอยู.ในระดับชั้นเตรียมอนุบาล ภาคเรียนที่ 2 ป^การศึกษา 2563 โรงเรียนอนุบาลมณียา อำเภอ
เมือง จังหวัดนนทบรุ ี จำนวน 6 คน
ตวั แปรทศ่ี กึ ษา
ตัวแปรต5น กจิ กรรมทางกาย
ตวั แปรตาม ความสามารถในการฟง?
4
สมมตฐิ านการวิจยั
หลังการจัดการจัดกิจกรรมทางกายที่มีต.อความสามารถในการฟ?งของนักเรียนชั้นเตรียม
อนุบาล โรงเรียนอนบุ าลมณยี า อำเภอเมอื ง จังหวัดนนทบุรี สงู ขน้ึ
คำจำกดั ความทใี่ ชใ& นงานวจิ ยั
การมีส?วนร?วมของผู&ปกครอง หมายถึง ผู5ปกครองมีส.วนร.วมในการจัดกิจกรรม จัดหา หรือ
จัดเตรยี มอุปกรณทL ม่ี ภี ายในบา5 น เพื่อนำมาจัดกจิ กรรมทางกายใหแ5 ก.นกั เรียนทบี่ 5าน
กิจกรรมทางกาย หมายถึง การเคลื่อนไหวร.างกายในกิจกรรมต.าง ๆ ของนักเรียนตามแผน
กจิ กรรมท่ผี ู5วิจัยเปdนผก5ู ำหนด
ความสามารถในการฟ]ง หมายถึง ความสามารถของนักเรียนในการสื่อสารด5านการฟ?ง โดย
สามารถคิด จับประเด็น เขา5 ใจ และจดจำ จากการฟ?งคำสั่งตามกิจกรรมที่ผูว5 ิจัยเปนd ผ5กู ำหนด
นักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล หมายถึง นักเรียนชายและหญิงที่ทีอายุ 2 – 3 ป^ กำลังศึกษาอย.ู
ในระดับชั้นเตรียมอนุบาล ภาคเรียนที่ 2 ป^การศึกษา 2563 โรงเรียนอนุบาลมณียา อำเภอเมือง
จังหวดั นนทบุรี จำนวน 6 คน
ประโยชนทW ่ีคาดวา? จะไดร& ับ
1. เพื่อจัดกิจกรรมทางกายเพื่อพัฒนาความสามารถในการฟ?ง เปdนแนวทางสำหรับครูและผู5ท่ี
เกยี่ วข5องกบั การจดั การศกึ ษาระดับปฐมวัยในการจดั กจิ กรรมเพ่อื ส.งเสริมทกั ษะด5านอ่ืน ๆ ตอ. ไป
2. เพื่อเปdนข5อเสนอแนะต.อครู ผู5ปกครอง ตลอดจนผู5ที่เกี่ยวข5องได5ใช5เปdนแนวทางในการใช5
ส.งเสริมพัฒนาการดา5 นสตปิ ?ญญา เรอ่ื งของความสามารถในการฟง? เรื่องราว
5
บทที่ 2
แนวคิด ทฤษฎี เอกสารและงานวจิ ยั ทีเ่ ก่ียวขอ4 ง
การศึกษาวิจยั ครัง้ นี้ ผ5ูวจิ ัยได5ศึกษารวบรวมขอ5 มลู งานวจิ ยั ทเี่ กย่ี วขอ5 งเสนอตามหัวข5อ
ดงั ต.อไปน้ี
1. เอกสารและงานวิจยั ท่ีเก่ียวขอ& งกับการมีสว? นรว? มของผู&ปกครอง
1.1 ความหมายการมสี ว. นรว. มของผป5ู กครอง
1.2 ความสำคญั ของการมีสว. นรว. มของผป5ู กครอง
1.3 แนวคดิ และทฤษฎเี กีย่ วกับการมีส.วนรว. ม
1.4 หลักการและแนวทางในการจัดกจิ กรรมให5ผ5ูปกครองมสี ว. นร.วม
1.5 ป?ญหาและอปุ สรรคของการมสี ว. นรว. มของผูป5 กครอง
1.6 การมสี ว. นร.วมของผู5ปกครองตามพระราชบญั ญตั กิ ารศึกษาแห.งชาติ พ.ศ. 2542
1.7 งานวิจัยท่เี กย่ี วขอ5 งกบั การมสี .วนร.วมของผูป5 กครอง
2. เอกสารและงานวจิ ัยทเ่ี ก่ียวขอ& งกับกจิ กรรมทางกาย
2.1 ความหมายกิจกรรมทางกาย
2.2 ระดบั ของกิจกรรมทางกาย
2.3 ประเภทกิจกรรมทางกาย
2.4 แนวทางการมกี ิจกรรมทางกายตามชว. งอายุวัย 1 – 3 ป^
2.5 แนวทางการจัดกิจกรรมทางกายให5ปลอดภยั
2.6 ข5อแนะนำกจิ กรรมทางกายสำหรับเด็กปฐมวยั
2.7 ขอ5 แนะนำการจดั สภาพแวดล5อมที่เอือ้ ตอ. การมีกิจกรรมทางกาย
2.8 ประโยชนขL องกจิ กรรมทางกาย
2.9 แนวคิดและทฤษฎีเกย่ี วกับกจิ กรรมทางกาย
2.10 งานวจิ ัยท่ีเกีย่ วข5องกบั กิจกรรมทางกาย
3. เอกสารและงานวจิ ยั ท่ีเก่ียวข&องกับความสามารถในการฟง]
3.1 ความหมายของการฟ?ง
3.2 ความสำคัญของการฟง?
3.3 องคปL ระกอบในการฟ?ง
3.4 ประเภทของการฟ?ง
3.5 พฒั นาการความสามารถด5านการฟ?งของเด็กปฐมวยั
6
3.6 แนวทางในการส.งเสริมการฟ?ง
3.7 งานวิจัยทเ่ี ก่ียวขอ5 งกบั ความสามารถในการฟง?
4. กรอบแนวคิดในการวิจัย
7
1. เอกสารและงานวิจยั ทีเ่ กยี่ วขอ& งกับการมีส?วนร?วมของผ&ปู กครอง
1.1 ความหมายการมสี ?วนรว? มของผ&ปู กครอง
ธรรมรัตนL พงษLทอง (2559) การมีส.วนร.วมของผู5ปกครอง หมายถึง การที่ผู5ปกครองเข5า
มาร.วมในการจัดกิจกรรม หรือส.งเสริมการจัดกิจกรรมระหว.างบ5านกับโรงเรียน ที่จะช.วยพัฒนาให5งาน
การศึกษา หรือการเรียนรู5ของนักเรียนประสบผลสำเร็จตามเป\าหมายที่วางไว5 ทั้งที่โรงเรียน ที่บ5าน
และเปdนแหล.งเรียนรู5ต.าง ๆ โดยลงมือปฏิบัติช.วยเหลือและร.วมรับผิดชอบในการระบุ และพร5อมที่จะ
แก5ไข และพฒั นางานการศกึ ษาต.อไปรว. มกนั
ธีรภัทรL เจริญดี (2542) การมีส.วนร.วมของผู5ปกครอง หมายถึง กระบวนการทำงานร.วมกัน
อย.างต.อเนื่องและเปdนระบบระหว.างผู5ปกครองและครูในการจัดการศึกษา นับตั้งแต.การระบุป?ญหา
การวางแผน การตัดสินใจ การดำเนินงาน การประเมินผล ส.วนอีกนัยหนึ่งการมีส.วนร.วมของ
ผ5ูปกครอง หมายถึงงานหรอื กจิ กรรมทางการศกึ ษาทผ่ี ป5ู กครองเข5าไปมีสว. นร.วม
พัทยา สายหู (2541) การมีส.วนร.วมของผู5ปกครอง หมายถึง เปdนการอุทิศทรัพยากรโดย
ผู5ปกครองให5กับเดก็
มูฮัมหมัดนาซีรีน โตqะลู (2558) การมีส.วนร.วมของผู5ปกครอง หมายถึง การที่ผู5ปกครองมีส.วน
ร.วมกับสถานศึกษาในเหตุการณLกิจกรรมหรือโครงการที่มีวัตถุประสงคL เพื่อการศึกษาหรือการเรียนรู5
ใหก5 ับลกู หลานหรือเด็กในอุปการะของตนกบั โรงเรียน
โสภา มัดลัง (2551) การมีส.วนร.วมของผู5ปกครอง หมายถึง การร.วมมือกันระหว.างผู5ปกครอง
และครู ในการที่ครูจะสนับสนุนให5ผู5ปกครองเข5ามามีส.วนร.วมในการศึกษาของเด็กทั้งที่บ5านและ
โรงเรียน โดยทั้งสองฝyายจะต5องทำงานร.วมกันเพื่อให5บรรลุจุดมุ.งหมายเดียวกัน คือการให5เด็กได5รับ
การพัฒนาการในทุก ๆ ด5านส.งเสริมศักยภาพที่แท5จริงของเด็กอย.างเหมาะสม โดยคำนึงถึงความ
แตกต.างระหว.างบคุ คล เพ่อื ให5เด็กไดร5 ับการจัดประสบการณอL ย.างตอ. เนอ่ื งท้งั ท่ีบา5 นและทโี่ รงเรยี น
สรุปได5ว.า การมีส.วนร.วมของผู5ปกครอง หมายถึง การที่ผู5ปกครองเข5ามาเปdนส.วนหนึ่งของ
การศึกษา ไม.ว.าจะเปdนการช.วยเหลือ การสนับสนุน และมีส.วนร.วมในกิจกรรม หรือภาระงานต.าง ๆ
รวมทั้งอุทิศสิ่งต.าง ๆ ให5เด็กมีการดำเนินกิจกรรมทางโรงเรียนต.าง ๆ ได5บรรลุเป\าหมายในการพัฒนา
ของเด็กอย.างสูงสุด ซึ่งทั้งผู5ปกครอง ครู และโรงเรียนจะต5องให5ความร.วมมือและความช.วยเหลือซึ่งกัน
และกนั เพอ่ื ใหค5 วามสำคญั กบั การพัฒนาในเดก็ เปdนสำคญั
1.2 ความสำคญั ของการมีส?วนรว? มของผ&ปู กครอง
กัมภณฑL จุนโท (2543) กล.าวว.าวิธีการที่ดีที่สุดและยอมรับกันโดยทั่วไป สำหรับการพัฒนา
คนให5มีคุณภาพ คือการให5การศึกษา การศึกษาจะช.วยให5คนคิดเปdน ทำเปdน และแก5ไขป?ญหาได5
พัฒนาตนเอง พัฒนาอาชีพ และพัฒนาสังคมส.วนรวม การจัดการศึกษาเพื่อให5เด็กและเยาวชน ซึ่งเปdน
8
กลุ.มบุคคลสำคัญในการพัฒนาประเทศให5มีคุณภาพตามที่มุ.งหวังได5 จำเปdนต5องอาศัยป?จจัยหลาย
ประการ ป?จจัยสำคัญประการหนึ่งคือความร.วมมือของบุคลากรฝyายต.าง ๆ ได5แก. ผู5บริหารระดับสูง
ผู5บริหารสถานศึกษา ครูอาจารยL และผู5ปกครอง ตลอดจนชุมชนในท5องถิ่น บทบาทความร.วมมือทาง
การศึกษาของผู5บริหารระดับสูง ผู5บริหารโรงเรียน และครูอาจารยLนั้น ได5ปฏิบัติเปdนประจำอยู.แล5ว แต.
บทบาทในการให5ความร.วมมือของผู5ปกครองต.อการศึกษา เพื่อสร5างคุณภาพในตัวเด็กได5ถูกละเลยไป
มากท้งั ๆ ท่ีผ5ูปกครองเปนd บุคคลสำคญั มอี ทิ ธิพลต.อเดก็ ทง้ั ร.างกายและจิตใจ
ชนมิดา ยาแก5ว และคณะ (2560) ได5กล.าวถึงความสำคัญของการมีส.วนร.วมของผู5ปกครองไว5
ว.า ครอบครัวเปdนสถาบันที่ก.อให5เกิดจุดเริ่มต5นของแต.ละชีวิต พ.อแม.จึงเปdนครูคนแรกและเปdนครูที่ดี
ที่สุดในโลกของลูก เปdนครูตลอดเวลาและตลอดชีวิตของลูก เปdนบุคคลที่ใกล5ชิดและล5อมรอบตัวเด็ก
ที่สุด เปdนผู5ชี้โลกกว5าง เปdนผู5สร5างภูมิคุ5มกันทั้งร.างกายและจิตใจ พ.อแม.และผู5ปกครองมีหน5าที่เตรียม
ความพร5อมให5ลูกเข5าสู.สังคมภายนอกได5อย.างมั่นใจ จัดบรรยากาศที่บ5านให5เกิดการเรียนรู5ทุกเวลา ทุก
สถานที่ ทำให5สังคมมีแหล.งการเรียนรู5เกิดขึ้นมากมาย เพื่อทำให5เกิดสังคมแห.งการเรียนรู5หรือสังคม
แห.งป?ญญา ที่ผู5เรียนสามารถแสวงหาความรู5ด5วยตนเองได5ตลอดเวลา เปdนการปลูกฝ?งนิสัยการเรียนร5ู
ตลอดชีวิตให5กับลูก และเปdนยุทธศาสตรLในการระดมทรัพยากรทุกส.วนของสังคม เพื่อการจัด
การศึกษาการปฏิรูปการศึกษาของไทยตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห.งชาติจะสำเร็จได5 ก็เพราะการ
มสี ว. นรว. มของผปู5 กครองในการจดั การศกึ ษาของโรงเรียนนม้ี ีสว. นสำคัญอย.างย่งิ
สุนทร บุญญาธิการ (2544) ได5กล.าวว.าสิ่งที่พ.อแม.ต5องการสอนให5ลูกรู5จักรับผิดชอบต.อตนเอง
ครอบครัวสังคมนั้น พ.อแม.จะต5องมีส.วนร.วมในการสร5างจิตสำนึกปลูกฝ?งค.านิยมให5ลูกให5รู5จักปฏิบัติตน
อย.างไร มีสิ่งใดที่จะส.งเสริมและมองเห็นคุณค.าต.าง ๆ ได5นั้นหรือแม5แต.สิ่งแวดล5อมรอบตัวที่เอื้ออำนวย
ประโยชนLแก.ตัวเด็ก ครอบครัวคือสถาบันหลักที่จะขัดเกลาให5เด็กก.อนที่จะเข5าสู.สังคม เพื่อพร5อมที่จะ
รับสิ่งใหม. ๆ เข5ามาในชีวิตได5 ส.วนโรงเรียนเปdนสถานศึกษาแหล.งที่สองที่จะรับช.วงต.อจากครอบครัว
เช.น เรื่องการประหยัดพลังงาน เปdนต5น เมื่อมองย5อนกลับไปที่บ5านพ.อแม.ควรมีส.วนร.วมกับทาง
โรงเรยี นโดยปลูกฝง? ในตวั เดก็ และเห็นดเี หน็ งามที่จะปลกู ฝ?งคณุ ภาพชีวติ ท่ีดใี หเ5 ด็ก เดก็ จะนำไปปฏิบัติ
ทีโ่ รงเรยี นตอ. ไป
สุมน อมรวิวัฒนL (2545) กล.าวว.ามนุษยLเรียนรู5ได5กับทุกคน ทุกสิ่ง ทุกเวลา ทุกสถานท่ี
เส5นทางการเรียนรู5ไม.แยกส.วน สามารถสัมพันธLความรู5ต.อเนื่องไปตลอดชีวิต กระบวนการเรียนรู5มี
ลักษณะบูรณาการขององคLประกอบทุกด5าน การมองกระบวนการเรียนรู5จึงต5องให5เห็นการ
เปลี่ยนแปลงของชีวิตที่มีความสุข สร5างสรรคL มีภูมิต5านทาน ความเสื่อมทั้งปวง ครอบครัวจึงเปdน
จุดเริ่มต5นการเรียนรู5ของชีวิตลูก พ.อแม.เปdนครูคนแรกและเปdนครูที่ติดตามสอนลูกไปทุกช.วงวัย หัวใจ
ของครูและหัวใจของพ.อแม. คือ ความสัมพันธLความรัก ความเข5าใจ และเอาใจใส.หัวใจของพ.อแม.จึง
รวมหัวใจของครูเข5าไว5เปdนใจดวงเดียว บ5านและโรงเรียนอาจมีระยะห.างไกลกัน แต.มีลูกเปdนสะพาน
9
เชื่อมให5ชิดใกล5 พ.อแม.จึงไม.ควรทออดทิ้งภาระการศึกษาให5แก.โรงเรียนฝyายเดียว ถ5าพ.อแม.เอาใจใส.
เข5าใจลูกและครูรักเอาใจใส.เข5าใจลูกศิษยL ทั้งสองฝาy ยร.วมกัน ช.วยเหลือ ส.งเสริมให5ลูกไดเ5 รียนรู5ไปเต็ม
ศักยภาพที่มีอยู. ฉะนั้นบุคลากรแรกที่ให5ความรู5 ให5ความรัก ให5ความเอาใจใส. และใฝyฝ?นอนาคตที่สดใส
ของลูก คือ พ.อแม. หรือผู5ปกครองนั่นเอง พ.อแม.ทำหน5าที่อบรมสั่งสอนลูกของตนมาตั้งแต.ก.อนที่จะมี
โรงเรียน บทบาทนี้เพิ่มความสำคัญมิใช.ลดลงเมื่อลูกเติบโตขึ้นจนกว.าลูก ๆ จะสำเร็จการศึกษา มี
อาชีพเปdนของตนเอง เปdนที่พึ่งแก.ตนเอง และผู5อื่นได5 ดังนั้นผู5ปกครองหรือพ.อแม.ของเด็กนั่นเองที่จะ
ช.วยดูแลเด็กตั้งแต.เล็ก ๆ จนกระทั่งเด็กสำเร็จการศึกษา โดยโรงเรียนจะเปdนผู5เริ่มหรือช.วยให5
ผป5ู กครองเขา5 มามีสว. นรว. มในการช.วยเหลือในการเรยี นการสอนและกิจกรรมอ่ืน ๆ ของโรงเรียน
ธรรมรัตนL พงษLทอง (2559) ได5กล.าวไว5ว.า การมีส.วนร.วมของครอบครัวพ.อแม.ผู5ปกครองมี
ความสำคัญอย.างยิ่งที่จะช.วยสนับสนุนให5เด็กโดยเฉพาะเด็กปฐมวัย ได5มีการพัฒนาเด็กให5เปdนผู5ใหญ.ที่
ดี ผู5ปกครองยังจะสามารถสนับสนุนได5ตลอดเวลา เนื่องจากพ.อแม.ผู5ปกครองที่อยู.ใกล5ชิดเด็ก การ
ร.วมมือกับโรงเรียนจะเปรียบเสมือนเปdนการเพิ่มพลังในการพัฒนาเด็กที่เหมาะสมและสอดคล5อง
เปdนไปในทิศทางเดียวกัน อันจะส.งผลให5เด็กมีความมั่นคงทางจิตใจและแสดงออกทางพฤติกรรมได5
อย.างเหมาะสม สามารถอย.ใู นสงั คมไดอ5 ยา. งมคี วามสขุ
สรุปได5ว.า ความสำคัญของการมีส.วนร.วมของผู5ปกครองนั้นจะเห็นได5ว.าสำคัญอย.างยิ่ง เพราะ
เด็กนั้นได5เรียนรู5 รู5จักการเรียนรู5 และมีครูให5ความรู5กับเด็กตั้งแต.แรกหรือช.วงชีวิตของแรกนั้นก็คือพ.อ
แม. ซึ่งพ.อแม.ก็ยังถูกนิยามไว5ว.าเปdนครูคนแรกของเด็ก เพราะพ.อแม.คือโลกทั้งใบของเด็ก ก.อนที่เด็ก ๆ
นั้นจะมาสู.อ5อมกอดของครู เพื่อมาเจอสังคมใหม.ที่ใหญ.ขึ้นกว.าสังคมครอบครัว ในทั้งนี้เพื่อเด็ก ๆ
จะต5องมาฝvกการช.วยเหลือตนเอง เตรียมพร5อมในการเข5าสู.สังคมที่ใหญ.กว5างกว.าเดิมในอนาคต การ
เตรียมพร5อมเหล.านี้ ผู5ปกครองไม.ควรทิ้งให5เปdนหน5าที่ของครูหรือทางโรงเรียนเพียงฝyายเดียว ควรเปdน
การทำงานร.วมกันที่เดินเคียงข5างเด็กไปพร5อมกันและไปด5วยกันกับทางครูหรือโรงเรียน โดยเด็กอยู.ตรง
กลางระหว.างผู5ปกครองและครูหรือทางโรงเรียน ซึ่งทุกฝyายจะต5องทำงานอยู.ข5าง ๆ เด็ก และคอย
ประคองเด็กไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให5ได5มีประสิทธิภาพในการเรียนรู5อย.างสูงสุด การมีส.วนร.วมของ
ผูป5 กครองในการจัดการศกึ ษาของโรงเรยี นน้ี มสี .วนสำคญั อย.างยงิ่ กบั เด็ก
1.3 แนวคิดและทฤษฎเี กย่ี วกบั การมสี ?วนร?วม
แนวคิดเกี่ยวกับการมีส.วนร.วมของผู5ปกครองต.อการศึกษาตามทัศนะของนักวิชาการ สรุปได5
ดงั นี้
1. การจัดการศึกษาโรงเรียนควรเปsดโอกาสให5ชุมชนเข5ามามีสิทธิหน5าที่ และส.วนเลือกที่จะ
เขา5 รบั ผดิ ชอบต.อการจดั การศึกษาของบตุ รหลานของตนเองให5มากข้นึ
2. การเข5ามามีส.วนร.วมต.อการจัดการศึกษาทั้งในรูปของบุคคล คณะบุคคล และองคLกรต.าง ๆ
ได5แก. พ.อแม. ผู5ปกครอง ประชาชนในชุมชน องคLกรในท5องถิ่น องคLการบริหารธุรกิจ และหน.วยงานอ่ืน
10
ในชุมชน ส.วนการดำเนินงานให5กระทำในรูปการจัดตั้งเปdนคณะกรรมการโดยเลือกตัวแทนแต.ละฝyาย
มารับผดิ ชอบรว. มกัน
3. เปdนการจัดการศึกษาสำหรับประชาชนซึ่งก็คือ การให5ประชาชนเข5ามามีส.วนร.วมในการ
วางแผน กำหนดนโยบาย ปรัชญา และแนวทางในการบริหารด5วยกลุ.มของตนเอง ซึ่งแต.ละกลุ.มจะมี
ความแตกต.างกนั แตก. จ็ ะมีจดุ รว. มเดียวกนั คือ ดำเนนิ การตามนโยบายด5านการจดั การศึกษา
4. ส.งเสริมให5พ.อแม.ผู5ปกครองให5ความร.วมมือสนับสนุนโรงเรียนให5ความคิดเห็นข5อเสนอแนะ
ในการบริหารงานตามขอบข.ายภาระงานของโรงเรียน โดยเฉพาะด5านการจัดกิจกรรม การสอนให5มี
ส.วนร.วมในการกำหนดหลักสูตร การจัดหารแหล.งการเรียนรู5 จัดหาบุคลากรที่มีความรู5ความสามารถ
การจัดปรับปรุงสภาพแวดล5อมของอาคารสถานที่ ให5มีความพร5อมในการดำเนินงานตลอดจนการ
สร5างความสมั พันธอL นั ดีระหวา. งบา5 นกับโรงเรยี น
แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับการมีส.วนร.วมของผู5ปกครอง (Epstein and others, 1997)
อ5างใน (ธีระ รุญเจริญ, 2545) ได5เสนอทฤษฎีเพื่ออธิบายการมีส.วนร.วมของผู5ปกครองในการจัด
การศึกษาของโรงเรียนด5วยทฤษฎีขอบเขตทับซ5อนของอิทธิพล (Overlapping Spheres of
Influence Theory) โดยมีแนวคิดหลักดังนี้ คือหากมุมมองของนักการศึกษามองเด็กว.าเปdน
“นักเรียน” นักการศึกษานั้นก็จะมองครอบครัวแยกต.างหากจากโรงเรียนนั่นคือครอบครัวก็จะถูก
คาดหวังให5ทำหน5าที่ไปตามลำพังและทิ้งหน5าที่การจัดการศึกษาของเด็กไว5ให5โรงเรียน แต.หากนัก
การศึกษามีมุมมองว.านักเรียนเปdน “เด็ก” นักการศึกษานั้นก็จะมองทั้งครอบครัวและชุมชนเปdน
เสมือนหุ5นส.วน (Partners) กับโรงเรียนในการจัดการศึกษาและพัฒนาเด็ก ความเปdนหุ5นส.วนจะ
ตระหนักถึงการแบ.งป?นความสนใจความรับผิดชอบเพื่อเด็กและจะทำงานร.วมกัน ริเริ่มโครงการที่ดี
กว.าเดิมและโอกาสต.าง ๆ เพื่อเด็กและความสำเร็จของความเปdนหุ5นส.วนกันนี้ก็คือ “การดูแล (Care)
เด็ก” ซึ่งเปdนแนวคิดหลักพื้นฐานเมื่อผู5ปกครองมีส.วนร.วมในการจัดการศึกษาถึงขนาดเปdนหุ5นส.วนกับ
โรงเรียนแล5ว ผู5บริหารโรงเรียนและครูจะริเริ่มบรรยากาศ “โรงเรียนเสมือนครอบครัว” (Family -
like School) มากขึ้น ๆ โรงเรียนเสมือนครอบครัวจะต5อนรับทุก ๆ ครอบครัว โรงเรียนเสมือน
ครอบครัวจะกระตุ5นเตือนความเปdนป?จเจกบุคคลของเด็กแต.ละคน และทำให5เด็กแต.ละคนรู5สึกว.า
ตนเองเปdนคนพิเศษ (ประยุทธ สุวรรณโกตา, 2536) ในทำนองเดียวกันความเปdนหุ5นส.วนนี้ ผู5ปกครอง
ก็จะรเิ ริม่ บรรยากาศ “ครอบครัวเสมือนโรงเรียน” (School - like Family) ครอบครวั เสมอื นโรงเรียน
จะกระตุ5นให5เด็กแต.ละคนตระหนักว.าตนเปdนนักเรียน ครอบครัวจะเสริมแรงความสำคัญของโรงเรียน
การบ5านและกิจกรรมซึ่งสร5างทักษะความรู5สึกสำเร็จให5เด็ก ชุมชนรวมถึงกลุ.มของผู5ปกครองจะทำงาน
ร.วมกันเปdนการกระตุ5นเตือนให5รางวัลนักเรียนที่พัฒนาก5าวหน5าด5วยดี มีความคิดริเริ่มเสียสละทำดี
ชุมชนก็จะริเริ่มบรรยากาศ “ชุมชนเสมือนครอบครัว”(Family - like Communiy) จัดตั้งบริการ
เหตุการณLเพื่อสนับสนุนเด็กครอบครัวก็จะมีจิตใจให5ชุมชน (Community - minded Families)
11
นักเรียนจะช.วยเพื่อนบ5านของเขาและครอบครัวอื่น ๆ แนวคิดโรงเรียนชุมชนก็จะเกิดขึ้นเกิดโครงการ
บริการเพื่อเด็กผู5ปกครองและคนอื่น ๆ ตลอดเวลาทั้งก.อนระหว.างและหลังจากเวลาทำการปกติของ
โรงเรียน โรงเรียนและชุมชนก็จะพุดคุยถึงโครงการและบริการที่เปdนมิตรกับครอบครัว (Family
Friendly) เมื่อแนวคิดทั้งหมดนี้รวมเข5าด5วยกันก็จะเปdนชุมชนแห.งการเรียนรู5 (Lcarning
Communities) หรือชุมชนแห.งความดูแล (Care Communities) คำต.าง ๆ เหล.านี้ ประกอบกันข้ึน
เปdนทฤษฎีขอบเขตทับซ5อนของอิทธิพลซึ่งสอดกล5องกับแนวคิดของ ธีระ รุญเจริญ (2545) ที่ว.า
ผู5ปกครอง/ครอบครัว ครู/สถานศึกษา และชุมชน/สังคม เปdนองคLประกอบ 3 ประการที่มีอิทธิพลต.อ
เด็กและทำใหเ5 ด็กนกั เรยี นมคี ุณภาพ ดังภาพประกอบ
ครู อาจารยL และ
สถานศึกษา
สังคม สอื่ มวลชน คณุ ภาพ ผู5ปกครองและ
ชมุ ชน ฯลฯ เดก็ สภาพที่บา5 น
นกั เรยี น
ภาพที่ 2.1 องคLประกอบทมี่ อี ทิ ธพิ ลตอ. เด็กและทำใหเ5 ดก็ นกั เรียนมีคุณภาพ
สรุปได5ว.า จากแนวคิดดังกล.าวผู5ปกครองเข5ามามีส.วนร.วมในการจัดการศึกษาเสมือนเปdน
หุ5นส.วนในการพัฒนาโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนก็เสมือนครอบครัวเดียวกัน ผู5ปกครองต5องตระหนักว.าการมี
ส.วนร.วมกับทางโรงเรียนน้ี เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาท่ีส.งผลสัมฤทธิ์ต.อนักเรียนไปในทิศทาง
เดยี วกนั
12
1.4 หลกั การและแนวทางในการจดั กิจกรรมใหผ& ป&ู กครองมสี ว? นรว? ม
หลักการและแนวทางในการจัดกิจกรรมให5ผู5ปกครองมีส.วนร.วม โรงเรียนนับเปdนหน.วยหนึ่งใน
สังคมเปdนสถาบันพัฒนาคนเพื่อการดำรงชีวิตที่ดีในชุมชน โรงเรียนจึงมีหน5าที่ในการถ.ายทอด
วัฒนธรรมและเตรียมสมาชิกของสังคมให5เปdนบุคคลที่สังคมยอมรับ ดงั นั้นบ5านและชุมชนจึงมีบทบาท
สำคัญเกี่ยวข5องกับทางโรงเรียนและมีส.วนสนับสนุนกิจกรรมต.าง ๆ ของโรงเรียน (รัตนLธิชา ฤชาอนันตL
วิทวสั , 2554)
กุลยา ตันติผลาชีวะ (2542) อ5างถึงใน กิตติ กรทอง (2552) ได5กล.าวถึงแนวทางการจัด
กจิ กรรมใหผ5 ปู5 กครองมสี .วนร.วมไว5 ดังนี้
1. กิจกรรมโรงเรียน ได5แก. กิจกรรมที่เน5นให5ผู5ปกครองมีส.วนร.วม โดยทางโรงเรียนเปdนฐานใน
การจัดกิจกรรม เช.น การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อแนะนำโรงเรียน กิจกรรมการฝvกอบรม กิจกรรม
การแสดงของนกั เรยี น กิจกรรมอน่ื ๆ ท่ที างโรงเรยี นจัดข้ึนในโอกาสพเิ ศษตา. ง ๆ
2. กิจกรรมสัมพันธLเปdนกิจกรรมที่เน5นการสร5างความสัมพันธLและความคุ5นเคยกันในการ
แลกเปลี่ยนความคิดเห็น การสนทนา การเยี่ยมเยือน เช.น การประชุมปรึกษา เปdนวิธีการที่ช.วยให5
ผู5ปกครองมามีส.วนร.วมในการรับรู5ข5อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนพร5อม ๆ กับการแลกเปลี่ยนความรู5กัน การ
แก5ป?ญหาร.วมกัน การเยี่ยมบ5านเปdนอีกกิจกรรมหนึ่งที่สร5างสานความสัมพันธLบ5านและโรงเรียน การ
เยี่ยมบ5านจะไมท. ำบอ. ยนัก อาจเปนd ภาคเรยี นละ 1 ครง้ั หรือป^ละ 1 ครงั้ ตามความเหมาะสม
3. กิจกรรมการสื่อสารสารสนเทศ กิจกรรมนี้จะเน5นให5ผู5ปกครองเปdนผู5รับข5อมูลเปdนหลักส.วน
ใหญ. เปdนข5อมูลเกี่ยวกับโรงเรียน ซึ่งมีหลายรูปแบบ เช.น โทรศัพทLสายด.วน จดหมายข.าว โฮมเพจ
แผน. พบั ขอ5 มูลโรงเรียน
4. กิจกรรมการศึกษา เปdนกิจกรรมที่ให5ผู5ปกครองมีส.วนร.วมในการจัดการเรียนการสอน เปdน
กจิ กรรมทผี่ ปู5 กครองเขา5 ถงึ ชน้ั เรียนทงั้ เปนd ผ5ูสอนเปdนผช5ู .วยครู ตลอดถึงเปdนที่ปรกึ ษาสำหรบั
ผู5ปกครองด5วยกนั
5. กิจกรรมบริการ เปdนกิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้น เพ่ือเปdนบริการแก.สังคมและครอบครัว
ไดแ5 ก. หอ5 งสมุด ของเลน. ศูนยLดูแลเด็ก ศนู ยLแลกเปลีย่ นสิ่งของทผี่ 5ูปกครองเหลือใช5
6. กิจกรรมการตัดสินใจ เปdนกิจกรรมการมีส.วนร.วมของผู5ปกครองระดับสูงที่ผู5ปกครองจะมี
ส.วนร.วมกับทางโรงเรียนในการตัดสินใจ และวินิจฉัยสั่งการที่เกี่ยวข5องกับกิจกรรมคือการวางนโยบาย
โรงเรียน การสรรหาบคุ ลากรทางการศกึ ษา การพฒั นาการเรยี นการสอน และการพัฒนา
สรุปได5ว.า หลักการและแนวทางในการจัดกิจกรรมให5ผู5ปกครองมีส.วนร.วม ถือได5ว.าโรงเรียน
บ5าน และชุมชน ซึ่งทุกฝyายเปdนส.วนหนึ่งของกันและกันในทุกฝyาย โดยโรงเรียนจะเปdนศูนยLกลางในการ
รวมเด็กมาอยู.ด5วยกัน เนื่องด5วยว.าโรงเรียนเปdนสถานที่ถ.ายถอดความรู5 วัฒนธรรม และการเตรียม
ความพร5อมให5กับเด็ก โรงเรียนเปdนจุดเริ่มต5นของการฝvกให5เด็กได5เรียนรู5การอยู.ด5วยกัน การอยู.แบบ
13
เปdนสังคมที่มีขนาดใหญ.กว.าเดิม ซึ่งแนวทางทางการจัดกิจกรรมให5ผู5ปกครองมีส.วนร.วมกับทาง
โรงเรียนในกิจกรรมต.าง ๆ ได5แก. กิจกรรมโรงเรียน กิจกรรมสัมพันธL กิจกรรมการสื่อสารสารสนเทศ
กิจกรรมการศึกษา กิจกรรมบริการ และกิจกรรมการตัดสินใจ จะเห็นได5ว.าทุกฝyายไม.ว.าจะเปdน
โรงเรียน บ5าน ชุมชน จะต5องมีการผสานงานต.าง ๆ ร.วมกันแบบการพึ่งพาซึ่งกันแหละ ซึ่งจะขาดฝyาย
ใดฝyายหนึ่งไม.ได5 ไม.ฉะนั้นการพัฒนาเด็กก็จะเปdนไม.เต็มศักยภาพหรือได5รับไม.เต็มที่เด็กควรจะได5รับ
นน้ั เอง
1.5 ป]ญหาและอปุ สรรคของการมสี ว? นร?วมของผปู& กครอง
วัลภา พรหมฤทธิ์ (2550) ได5กล.าวถึงป?ญหาอุปสรรคของการมีส.วนร.วมเกิดจากความไม.เข5าใจ
ขาดความรใู5 นบทบาทหน5าทข่ี องตน
อรุณี หรดาล (2536) อ5างใน โสภา มัดลัง (2551) ได5กล.าวถึงสาเหตุที่ทำให5ผู5ปกครองไม.เข5า
มาร.วมในการจดั การศกึ ษาว.าเกิดจาก ดังนี้
1. ผู5ปกครองเนื่องจากภาวะทางเศรษฐกิจในป?จจุบันค.อนข5างรัดตัว ผู5ปกครองจำเปdนต5องออก
ทำงานนอกบ5านทั้งสองคน ดังนั้นจึงไม.มีเวลาที่เข5ามามีส.วนร.วมในกิจกรรมต.าง ๆ ของโรงเรียน
นอกจากนผี้ ู5ปกครองยงั มีอีกหลายลักษณะคอื
1.1 ผู5ปกครองที่พยายามหลีกเลี่ยงการเข5าร.วมกิจกรรมกับโรงเรียน ผู5ปกครองประเภทนี้
ส.วนมากจะมที ัศนคตไิ มด. ีหรอื มปี ระสบการณไL มด. ีกับโรงเรียน
1.2 ผู5ปกครองที่ต5องเชิญชวนหรือชักชวนให5เข5าร.วมกิจกรรม ผู5ปกครองประเภทนี้ต5อง
ได5รับการกระตนุ5 หรอื ชกั ชวนใหเ5 ขา5 มามีส.วนร.วมมือและช.วยเหลือในกิจการด5านต.าง ๆ
1.3 ผู5ปกครองที่พร5อมจะมีส.วนร.วมถ5าโรงเรียนต5องการ ผู5ปกครองประเภทนี้ ไม.ค.อยมี
ความรู5สึกชอบหรือไม.ชอบโรงเรียนเปdนพิเศษ แต.ถ5าโรงเรียนต5องการความช.วยเหลือหรือความร.วมมือ
ในเร่ืองใด ที่สามารถช.วยได5ก็พร5อมที่จะช.วยเหลือดำเนินงานด5านต.าง ๆ ผู5ปกครองประเภทนี้ส.วนมาก
จะชอบและร5สู กึ สนกุ สนานท่ีได5เข5ารว. มกจิ กรรม
1.4 ผูป5 กครองท่ีชอบและกระตอื รือร5นท่จี ะชว. ยเหลือหรือมสี .วนร.วมกบั โรงเรียน ผ5ูปกครอง
ประเภทน้ี สว. นมากจะเปdนผน5ู ำในการจัดกิจกรรมหรอื ดำเนนิ การในเรอ่ื งต.าง ๆ
2. ครูมีบทบาทหน5าที่โดยตรงในการทำงานหรือร.วมกิจกรรมต.าง ๆ กับผู5ปกครองป?ญหาใน
สว. นที่เก่ียวข5องกบั ครูมีหลายประการคอื
2.1 ครูไม.แน.ใจว.าจะให5ผู5ปกครองเข5ามามีส.วนร.วมในลักษณะใดและมากน5อยเพียงใด
นอกจากน้ีครูบางคนยังไมแ. นใ. จบทบาทหนา5 ทีข่ องตนเมือ่ ผป5ู กครองเข5ามาร.วมงานด5วย
2.2 ครูเกรงว.าจะมีป?ญหากับผู5ปกครอง เนื่องจากแนวความคิดในการดูแลเด็กของครูและ
ผป5ู กครองอาจไมเ. หมอื นกัน
14
2.3 ครูเชื่อว.าการจัดกิจกรรมที่จะให5ผู5ปกครองเข5ามามีส.วนร.วม ต5องใช5เวลามากในการ
วางแผนและการเตรยี มการ
2.4 ครูกังวลว.าผู5ปกครองที่สมัครเปdนผู5ช.วยครู ที่ไม.มีความรู5และประสบการณLเกี่ยวกับการ
สอนเดก็ มาก.อน อาจก.อให5เกดิ ความยง.ุ ยากในการจัดการเรยี นการสอนได5
2.5 ครูเชื่อว.าผู5ปกครองบางคนไม.สามารถเก็บรักษาความลับได5 ดังนั้นจึงอาจเอาข5อมูล
บางอย.างทเี่ ปdนความลับของเดก็ หรือโรงเรยี นไปเล.าให5ผ5ูอ่ืนฟ?ง
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห.งชาติ (2544) กล.าวว.าป?ญหาและอุปสรรคในการมีส.วน
รว. มของผูป5 กครองในการจัดการศึกษาของโรงเรยี น ดังน้ี
1. ป?ญหาความสัมพันธLระหว.างครูและผู5ปกครองที่ยึดติดกับความเคยชินเดิม ซึ่งเปdน
ความสัมพันธLที่ไม.เท.าเทียมกัน ความไม.คุ5นเคยระหว.างผู5ปกครองและครู การขาดการจัด
สภาพแวดล5อมทีก่ ระตุ5นใหผ5 ู5ปกครองเกดิ ความร5ูสึกมสี .วนรว. ม
2. การขาดการติดต.อสื่อสารเชิงข5อมูลในความเคลื่อนไหวของนโยบายโรงเรียนทำให5
ผ5ูปกครองไม.รับร5ูไม.ไดเ5 ข5ามารว. มอย.างทค่ี วรเปdน
3. การบริหารจัดการเวลาที่ไม.เหมาะสมของพ.อแม.ผู5ปกครอง อันเนื่องมาจากภารกิจในการ
ทำงานประจำทำให5ผู5ปกครองไม.สามารถเขา5 รว. มในกจิ กรรมกบั ทางโรงเรยี นได5
4. ป?ญหาเจตคติความคิดที่แตกต.างกันระหว.างครูกับพ.อแม.ผู5ปกครองเพราะทั้ง 2 ฝyาย
อาจจะมีจุดยืนและทัศนะหรือวิธีการในการปกป\องเด็กในมุมมองที่แตกต.างกัน ซึ่งส.งผลให5เกิดความ
ขดั แยง5 ทางความคิดการไมย. อมรบั ซง่ึ กันและกนั
สรุปได5ว.า ป?ญหาอุปสรรคของการมีส.วนร.วมของผู5ปกครอง ซึ่งเกิดจากการที่ที่ผู5ปกครองไม.
สะดวกในการให5ความร.วมมือกับการจัดกิจกรรมจากทางโรงเรียนที่มอบหมาย เนื่องจากทางพ.อแม.
ผู5ปกครองต5องทำงานด5วยเศรษฐกิจในป?จจุบันที่ทำให5พ.อและแม.ต5องพากันออกทำงานนอกบ5านทั้งค.ู
จึงทำให5ไม.ค.อยมีเวลาทำกิจกรรมร.วมกับนักเรียน หรืออาจจะเกิดจากการกังวลในหลายด5าน หรือไม.
เข5าใจในสิ่งที่ทางโรงเรียนได5ขอความร.วมมือ อีกทั้งอาจจะเกิดจากความคิดที่เพิกเฉยคิดว.าไม.ทำคงไม.
เปdนไร อาจมีพ.อแม.ผู5ปกครองบ5านของนักเรียคนอื่นให5ความร.วมมือแล5วคงมากพอกับสิ่งที่โรงเรียน
ต5องการ และด5านของโรงเรียนออกแบบกิจกรรมไม.เหมาะสมกับวิถีชีวิตของผู5ปกครองเด็ก รวมถึง
ความสมั พันธL เจตคติ ความคิดตา. ง ๆ ระหวา. งครูกับผู5ปกครอง
1.6 การมีส?วนร?วมของผู&ปกครองตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห?งชาติ พ.ศ. 2542 และที่
แก&ไขเพม่ิ เติม (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2545
ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห.งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก5ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.
2545 ได5ตราขึ้นโดยเห็นความสำคัญของการมีส.วนร.วมของพ.อแม.ผู5ปกครองและชุมชนไว5หลาย ๆ
มาตราด5วยกนั (สำนักงานคณะกรรมการศึกษาแห.งชาติ, 2544) ดังต.อไปนี้
15
หลักการจัดการศึกษา
มาตรา 8 (2) ให5สังคมมีส.วนร.วมในการจัดการศึกษา การจัดโครงการ และกระบวนการจัด
การศกึ ษา
มาตรา 9 (6) การมีส.วนร.วมของบุคคล ครอบครัว ชุมชน องคLกรท5องถิ่น เอกชน องคLกร
เอกชน องคLกรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่นหน5าที่ของบิดา มารดา
ผป5ู กครอง
มาตรา 11 บิดา มารดา หรอื ผปู5 กครอง มีหนา5 ท่ีจัดให5บุตรหรอื บุคคล ซ่ึงอยใ.ู นความดูแลได5รบั
การศึกษาภาคบังคับตามมาตรา 17 ตามกฎหมายที่เกี่ยวข5อง ตลอดจนให5ได5รับการศึกษา
นอกเหนือจากการศกึ ษาภาคบงั คบั ตามความพร5อมของครอบครวั หน.วยการจดั การศึกษา
มาตรา 12 นอกเหนือจากรัฐ เอกชน และองคLกรปกครองส.วนท5องถิ่น ให5บุคคล ครอบครัว
และสถาบนั สงั คมอ่นื มีสิทธิในการจัดการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน ทั้งน้ีให5เปนd ไปตามกฎกระทรวง
1.7 งานวจิ ัยทีเ่ ก่ยี วข&องกับการมสี ?วนร?วมของผูป& กครอง
ประวิชญา แข.งขัน และคณะ (2558) การมีส.วนร.วมของผู5ปกครองในการจัดกิจกรรมส.งเสริม
พัฒนาการกล5ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัย ประชากรเป\าหมาย นักเรียนชาย - หญิง อายุระหว.าง 3 –
4 ขวบ ซึ่งกำลังศึกษาอยู.ในระดับชั้นอนุบาลป^ที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ป^การศึกษา 2556 ของโรงเรียน
สาธิตละอออุทิศ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สาขาลำปาง รวม 13 คน และผู5ปกครองนักเรียนชาย
- หญิง ที่มีอายุระหว.าง 3 – 4 ขวบ ซึ่งกำลังศึกษาอยู.ในระดับชั้นอนุบาลป^ที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ป^
การศึกษา 2556 ของโรงเรียนสาธิตละอออุทิศ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สาขาลำปาง รวม 13
คน รวม 26 คน เครื่องมือที่ใช5ในการวิจัยครั้งนี้ได5แก. 1. คู.มือกิจกรรมที่ผู5ปกครองมีส.วนร.วม
2. แบบทดสอบ วัดพัฒนาการกล5ามเนื้อมัดเล็ก 3. แบบประเมินความพึงพอใจของผู5ปกครองเกี่ยวกับ
การเข5าร.วมกิจกรรม สถิติที่ใช5ในงานวิจัย ได5แก. ค.าเฉลี่ยของประชากรเป\าหมาย (Mean) และค.าส.วน
เบี่ยงเบนมาตรฐานของประชากรเป\าหมาย (Standard deviation) และเปรียบเทียบค.าเฉลี่ยของ
ประชากรเป\าหมายก.อนและหลังการทดลอง ผลการวิจัยพบว.า 1. พัฒนาการกล5ามเนื้อมัดเล็กของเด็ก
ปฐมวัยกอ. นและหลงั การทำกิจกรรมร.วมกับผปู5 กครองโดยภาพรวมและรายดา5 นพบวา. หลงั การทดลอง
เด็กปฐมวัยมีพัฒนากล5ามเนื้อมัดเล็กสูงกว.าก.อนการทดลอง ซึ่งด5านตารางสร5างภาพสูงที่สุด รองลงมา
คือด5านวาดสร5างภาพ, ด5านเจาะสร5างภาพ, ด5านตัดสร5างภาพ และด5านพับสร5างภาพตามลำดับ
2. ความพึงพอใจของผู5ปกครอง ที่เขา5 ร.วมกิจกรรมส.งเสริมพัฒนาการกล5ามเนื้อมัดเล็ก ของเด็กปฐมวัย
พบว.า ในภาพรวมผู5ปกครองมีความพึงพอใจต.อการจัดกิจกรรมอยู.ในระดับมาก และสามารถจำแนก
เปdนด5านได5ดังนี้ ด5านกระบวนการและขั้นตอนการจัดกิจกรรม มีค.าเฉลี่ย มีค.าเฉลี่ย 1.00 ได5แก. การ
จัดเตรียมความพร5อมในการดำเนินกิจกรรม และระยะเวลาในการดำเนินกิจกรรม มีค.าเฉลี่ย 0.96 คือ
การลำดับความยาก - ง.าย ของกิจกรรม มีค.าเฉลี่ย 0.95 คือ การติดต.อประสานงานมีความสะดวก
16
และมีค.าเฉลี่ย 0.88 คือการประชาสัมพันธLและจัดประชุมก.อนดำเนินกิจกรรม ตามลำดับ ด5านการ
ดำเนินกิจกรรม มีค.าเฉลี่ย 1.00 ได5แก. เนื้อหาเกร็ดความรู5มีประโยชน,L วัสดุ อุปกรณL มีความปลอดภัย
, วัสดุ อุปกรณL มีขนาดเหมาะสมกับเด็ก, กิจกรรมเหมาะสมสำหรับเด็ก, กิจกรรม มีความหลากหลาย
ดึงดูดความสนใจ, กิจกรรมเปsดโอกาสให5เด็กได5เรียนรู5ด5วยตนเอง, กิจกรรมส.งเสริมการอยู.ร.วมกัน
ระหว.างเด็กกับผู5ปกครอง, กิจกรมส.งเสริมบรรยากาศในครอบครัว, ความคุ5มค.าต.อ การเข5าร.วม
กิจกรรม และกิจกรรมสามารถนำไปปรับใช5ได5 มีค.าเฉลี่ย 0.96 ได5แก. วิธีการเล.นมีความชัดเจน เข5าใจ
ง.าย, กิจกรรมทำให5ผู5ปกครองเข5าใจระดับความสามารถของเด็กมากขึ้น และสถานที่ดำเนินกิจกรรมมี
ความสะดวก มีค.าเฉลี่ย 0.95 คือคู.มือการจัดกิจกรรมมีความชัดเจน และมีค.าเฉลี่ย 0.91 คือ
ชื่อกิจกรรมมีความน.าสนใจ และการจัดกิจกรรมในโครงการวิจัยในครั้งนี้ ผู5ปกครองได5เสนอแนะความ
คดิ เหน็ ดงั นี้ 1. คูม. ือการจัดกจิ กรรมวธิ ีการเลน. อา. นเข5าใจง.าย 2. ลกู ใหช5 อบ และให5ความสนใจกิจกรรม
โดยเฉพาะกิจกรรมที่วัสดุอุปกรณLที่มีสีสัน 3. กิจกรรมที่ครูเตรียมให5 ทำให5ผู5สูงอายุในบ5านได5ทำ
กิจกรรมร.วมกับหลาน 4. อยากให5กิจกรรมควรจะมีอย.างต.อเนื่อง 5. วิธีการปฏิบัติกิจกรรมควรมีรูป
ประกอบเพอื่ ใหเ5 ข5าใจงา. ยขึ้น
พัชรา พุ.มพชาติ (2559) ผลการใช5ชุดฝvกอบรมผ5ูปกครองเรื่องการสร5างวินัยเชิงบวกผ.าน
กระบวนการมีส.วนร.วมของผู5ปกครองที่มีต.อวินัยในตนเองและความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กปฐมวัยใน
ศูนยLพัฒนาเด็กเล็กสังกัดองคLกรปกครองส.วนท5องถิ่น อำเภอเมืองจังหวัดชัยนาท ทดลองใช5ชุดฝvก
อบรมแบบแผนในการทดลองคือ 1. แบบกลุ.มเดียวทดสอบก.อนและหลัง 2. แบบกำหนดกลุ.มควบคุม
ทดสอบก.อนและหลัง 3. แบบกลุ.มเดียวทดสอบก.อนและหลังต.อเนื่องตามเวลาที่กำหนด สถิติที่ใช5ใน
การวิเคราะหLข5อมูล คือ ค.าร5อยละค.าเฉลี่ย ส.วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค.าที่แบบ
Dependent t-test และ Independent t-test และการวิเคราะหLเนื้อหา ผลการวิจัยพบว.า สามารถ
จำแนกตามวัตถุประสงคLการวิจัยได5ดังนี้ (1) ผลการพัฒนาชุดฝvกอบรมผู5ปกครองจากการประเมิน
ความสอดคล5องพบว.า ทุกองคLประกอบมีค.าดัชนีความสอดคล5องสูงกว.าเกณฑLที่กำหนด (2) ผลการใช5
ชุดฝvกอบรมผู5ปกครองพบว.า 1) เด็กปฐมวัยในกลุ.มที่ผู5ปกครองได5รับการฝvกอบรมมีวินัยในตนเองและ
ความเชื่อมั่นในตนเองหลังการจัดกิจกรรมสูงกว.าก.อนการจัดกิจกรรมอย.างมีนัยสำคัญที่ระดับ. 05
2) เด็กปฐมวัยในกลุ.มที่ผู5ปกครองได5รับการฝvกอบรมมีวินัยในตนเองและความเชื่อมั่นในตนเองหลังการ
จัดกิจกรรมสูงกว.าเด็กปฐมวัยในกลุ.มที่ผ5ูปกครองไม.ได5รับการฝvกอบรมอย.างมีนัยสำคัญที่ระดับ. 05
3) เด็กปฐมวัยในกลุ.มที่ผู5ปกครองได5รับการฝvกอบรมมีพัฒนาการของวินัยในตนเองและความเชื่อมั่นใน
ตนเองสูงขึ้นอย.างเปdนลำดับและมีความคงทนของพฤติกรรมในระยะติดตามผลการจัดกิจกรรม
3. ผู5ปกครองมีคะแนนเฉลี่ยของความร5ูความเข5าใจหลังการฝvกอบรมสูงกว.าก.อนการฝvกอบรมอย.างมี
นัยสำคญั ท่รี ะดับ. 05 และ 4) ผู5ปกครองมีความคดิ เหน็ ตอ. ชุดฝvกอบรมอย.ใู นระดบั มาก
17
ชนมLธิดา ยาแก5ว และคณะ (2560) การมีส.วนร.วมของผู5ปกครองในการส.งเสริมการเรียนรู5
ของเด็กปฐมวัยของศูนยLพัฒนาเด็กเล็ก เขตพื้นที่ภาคตะวันออก ประชากรและกลุ.มตัวอย.างผู5ปกครอง
เด็กเล็กในศูนยLพัฒนาเด็กเล็ก เขตพื้นที่ภาคตะวันออก จากศูนยLพัฒนาเด็กเล็ก ทั้งหมดจำนวน 1,136
แห.ง เครื่องมือที่ใช5ในการวิจัย แบบสอบถามเกี่ยวกับสถานภาพทั่วไปเปdนแบบเลือกรายการ (Check
List) และเติมข5อความแบบสอบถามการมีส.วนร.วมในการส.งเสริมการเรียนรู5ของเด็กปฐมวัยเปdนแบบ
มาตราส.วนประเมินค.า (Rating Scale) โดยกำหนดเปdน 5 ระดับ ตามมาตรวัดของ Likert
แบบสอบถามลักษณะนี้ ใช5วัดป?จจัยเชิงสาเหตุที่มีผลต.อการมีส.วนร.วมของผู5ปกครองสถิติที่ใช5ใน
งานวิจัยสถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistic) โดยใช5ค.าร5อยละ (%) ค.าคะแนนเฉลี่ย และค.า
เบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D. ) ผลการวิจัยพบว.า 1. การศึกษาคุณลักษณะของผู5ปกครองเด็กในศูนยL
พัฒนาเด็กเล็ก เขตพื้นที่ภาคตะวันออก พบว.าผู5ปกครองที่มีอาชีพทำงานส.วนตัวร5อยละ 41.41 ส.วน
พนักงานเอกชนร5อยละ 32.12 รับราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจร5อยละ 26.47 ตามลำดับ และ
ระดับการศึกษาผู5ปกครองส.วนใหญ.มีการศึกษาต่ำกว.าระดับปริญญาตรี คิดเปdนร5อยละ 48 ส.วนระดับ
ปริญญาตรีร5อยละ 28 และสูงกว.าปริญญาตรีร5อยละ 24 ตามลำดับ 2. การศึกษาพฤติกรรมการมีส.วน
ร.วมของผู5ปกครองในการส.งเสริมการเรียนรู5ของเด็กในศูนยLพัฒนาเด็กเล็ก เขตพื้นที่ภาคตะวันออก
โดยรวมมีกันมีส.วนร.วมอยู.ในระดับปานกลาง เมื่อจำแนกเปdนรายด5านพบว.า การอบรมเลี้ยงดูเด็กอยู.ใน
ระดับมาก ส.วนการติดต.อสื่อสาร ด5านการเรียนรู5ที่บ5าน การตัดสินใจ การมีส.วนร.วมกับชุมชน และ
ดา5 นการอาสาสมคั รมสี .วนร.วมอยูใ. นระดับปานกลาง
2. เอกสารและงานวิจยั ที่เก่ียวขอ& งกับกจิ กรรมทางกาย
2.1 ความหมายกิจกรรมทางกาย
Sansanook (2562) กิจกรรมทางกาย Physical Activity หมายถึง การเคลื่อนไหวของ
ร.างกายโดยกล5ามเนื้อโครงร.าง หรือเรียกว.ากล5ามเนื้อลาย (Skeletal Muscles) ที่ทำให5เกิดการเผา
ผลาญพลังงาน มีการใช5พลังงานของร.างกายมากกว.าเวลาพักนิ่งเฉย ๆ หรืออีกนัยยะคือ “กิจกรรมท่ี
รา. งกายได5ขยบั ออกแรงตอ. เน่ืองจนรส5ู กึ ได5ว.าเหนอ่ื ย”
กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (2561) กิจกรรมทาง
กาย หมายถึง การเคลื่อนไหวร.างกายในทุกอิริยาบถ เพื่อให5เกิดการใช5พลังงานจากกล5ามเนื้อและการ
เผาพลาญพลงั งานของรา. งกาย
สำนักโรคไม.ติดต.อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (2561) ให5ความหมายกิจกรรมทาง
กายกิจกรรมทางกาย หมายถึง การทำกิจกรรมเคลื่อนไหวส.วนต.าง ๆ ของร.างกายซึ่งเกิดจากการ
ทำงานของกลา5 มเน้อื ลาย และทำใหม5 กี ารใช5พลงั งานเพม่ิ ข้นึ จากภาวะปกติขณะพกั
18
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร5างเสริมสุขภาพ (สสส.) (2557) กิจกรรมทางกาย หมายถึง
การเคลื่อนไหวหรือการทำงานของร.างกายโดยใช5กล5ามเนื้อโครงสร5าง และทำให5มีการใช5พลังงานของ
ร.างกายมากกว.าในขณะพกั
WHO (2010) อ5างใน มณเฑียร ทองนพคุณ (2559) กิจกรรมทางกาย หมายถึง การ
เคลื่อนไหวร.างกายในอิริยาบถต.าง ๆ ทำให5เกิดการใช5 พลังงานจากกล5ามเนื้ออันเปdนป?จจัย สำคัญของ
การใช5และเผาผลาญพลังงานของร.างกายที่ครอบคลุม 3 ลักษณะกิจกรรม คือ กิจกรรมทางกาย
เก่ยี วกับการทำงาน ทงั้ งานบา5 น และงานอาชีพ กจิ กรรมทางกายเกี่ยวกับการเดนิ ทางในชีวติประจำวนั
และกจิ กรรมทางกายในเวลาว.าง
สรุปได5ว.า กิจกรรมทางกาย หมายถึง การเคลื่อนไหวร.างกายในการทำสิ่งต.าง ๆ ที่ทำให5
ร.างกายได5เผาพลาญ ไปจนถึงทำให5ร.างกายรู5สึกเหนื่อย ไม.ว.าจะเปdนการออกกำลัง ทำงาน การทำงาน
บ5าน การเคลื่อนไว5ร.างกายในการใช5ชีวิตประจำวัน หรือการใช5พลังงานของร.างกายที่มากกว.าการหยุด
น่ิงหรือการพักนน้ั เอง
2.2 ระดับของกิจกรรมทางกาย
กิจกรรมทางกายเปdนการใช5กล5ามเนื้อที่แบ.งเปdน 3 ระดับตามการเคลื่อนไหว ได5แก. ระดับเบา
ระดับปานกลาง และระดับหนัก (กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข,
2560)
1. กิจกรรมทางกายระดับเบา (Light Intensity) การเคลื่อนไหวที่น5อยในการออกแรง เน5น
กิจกรรมที่ทำให5รู5สึกเหนื่อยน5อย เปdนการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เช.น การยืน การเดิน
ระยะทางสน้ั ๆ เปนd ตน5
2. กิจกรรมทางกายระดับปานกลาง (Moderat Intensity) กิจกรรมที่ทำให5รู5สึกเหนื่อยปาน
กลาง เชน. การเดินเร็ว (Moderat Intensity) ปน£? จักรยาน การทำงานบา5 น เปdนตน5 โดยที่ระหว.างทท่ี ำ
กิจกรรมยังสามารถพูดเปdนประโยคได5มีเหงื่อซึม ๆ หรือหากวัดอัตราการเต5นหัวใจจะมีระดับชีพจรอย.ู
ระหวา. ง 120 – 150 ครัง้ ต.อนาที
3. กิจกรรมทางกายระดับหนัก (Vigorous Intensity) การเคลื่อนไหวร.างกายที่ทำให5รู5สึก
เหนื่อยมาก ทำกิจกรรมซ้ำอย.างต.อเนื่องด5วยการใช5กล5ามเนื้อมัดใหญ. เช.น การวิ่ง การเดินขึ้นบันได
การออกกำลังกาย การเล.นกีฬา โดยที่ระหว.างทำกิจกรรมไม.สามารถพูดเปdนประโยคได5 รู5สึกหอบ
เหนื่อยหรอื หากวดั อัตราการเต5นหัวใจจะมีระดับชีพจร 150 ครั้งตอ. นาทขี น้ึ ไป
สรุปได5วา. ระดับของกจิ กรรมทางกาย มี 3 ระดบั ได5แก. ระดับเบา คือ การเคลอื่ นไหวท่ีใช5แรง
น5อยและเปdนกิจกรรมรู5สึกเหนื่อยน5อย ระดับปานกลาง คือกิจกรรมที่ทำให5เคลื่อนไหวแล5วรู5สึก
ไม.เหนื่อยมาก ขณะทำกิจกรรมอยู.นั้นยังสามารถพูดเปdนประโยคได5และมีเหงื่อซึม และระดับหนัก คือ
การเคลอื่ นไหวที่ใชแ5 รงมากและเปนd กจิ กรรมร5ูสกึ หอบและเหน่อื ย
19
2.3 ประเภทกิจกรรมทางกาย
รูปแบบของกิจกรรมทางกายที่หลากหลาย โดยแบ.งตามลักษณะกิจกรรมและประโยชนL (กอง
กจิ กรรมทางกายเพื่อสขุ ภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข, 2560) ดังนี้
1. กิจกรรมประเภทแอโรบิค (Aerobic Activity) กิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวร.างกายอย.าง
ต.อเนื่องตั้งแต. 10 นาทีขึ้นไป เน5นการใช5กล5ามเนื้อมัดใหญ.ในการทำกิจกรรม ซึ่งกิจกรรมประเภทน้ี
มักเกี่ยวข5องกับการเคลื่อนไหวพื้นฐานในชีวิตประจำวัน ได5แก. การเดินเร็ว การวิ่ง การกระโดด การ
ปน?£ จักรยาน และการว.ายน้ำ เปdนต5น
2. กิจกรรมประเภทสร5างความแข็งแรงและความทนทาน (Muscle Strengthening and
Endurance activities) การสร5างความแข็งแรงของกล5ามเนื้อ เน5นกิจกรรมที่กล5ามเนื้อต5องออกแรง
ต5านทานกับน้ำหนักของร.างกาย หรือน้ำหนักอุปกรณLที่ต5องมีการปรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นตามลำดับ
(Progressive Resistance) ทำซ้ำ 12 – 15 ครั้งต.อเซ็ต โดยการปรับตัวของกล5ามเนื้อจากการฝvก
ความแข็งแรงเปdนประจำนั้นจะมีผลทำให5กล5ามเนื้อและร.างกายมีการพัฒนา และเปลี่ยนแปลงของ
ขนาดและความแข็งแรงของเส5นใยกล5ามเนื้อป\องกันการเสื่อมสภาพและลดลงของมวลกล5ามเนื้อช.วย
ส.งเสริมรูปร.างทรวดทรงให5กระชับได5สัดส.วนสวยงาม เพิ่มความแข็งแรง และความหนาแน.นของ
กระดูก เพิ่มความแข็งแรงของเอ็นยืดข5อต.อ ป\องกันและลดอาการปวดข5อ หรือข5ออักเสบป\องกันและ
ลดอาการปวดหลัง
3. กิจกรรมประเภทสร5างความอ.อนตัวของกล5ามเนื้อ การพัฒนาความอ.อนตัวเพื่อเพิ่มมุมการ
เคลื่อนไหวของข5อต.อ ป\องกันป?ญหาข5อต.อติดขัด จะส.งผลให5เนื้อเยื่อเกี่ยวพันและกล5ามเนื้อที่อย.ู
โดยรอบข5อต.อส.วนนั้นมีความอ.อนตัวเพิ่มขึ้น กระทำโดยการยืดกล5ามเนื้อรอบข5อต.ออย.างช5า ๆ และ
หยุดค5างไว5 เมื่อรู5สึกตึงหรือเจ็บจนไม.สามารถเคลื่อนไหวต.อไปได5ทำค5างไว5ประมาณ 15 วินาที และ
ไม.กลนั้ ลมหายใจ โดยตอ5 งระมดั ระวงั และคำนึงถงึ ความปลอดภัยเปนd สำคัญ
4. การทรงตัว / การสร5างความสมดุล การประสานงานระหว.างระบบของประสาทกับ
กล5ามเนื้อที่ทำให5ร.างกายสามารถทรงตัวอยู.ในตำแหน.งต.าง ๆ อย.างสมดุล กิจกรรมที่เปdนการทรงตัว
เช.น การเดินตามเส5นตรงด5วยปลายเท5า การยืนด5วยเท5าข5างเดียว กางแขนการเดินต.อเท5าบนสะพานไม5
แผ.นเดยี ว เปdนตน5
สรุปได5ว.า ประเภทของกิจกรรมทางกายแบง. เปdน 4 ประเภท ดังนี้
1. กิจกรรมประเภทแอโรบิค เน5นการใชกล5ามเนื้อมัดใหญ.อย.างต.อเนื่อง ซึ่งส.วนใหญ.ท.าทาง
จะถกู เลยี นแบบมาจากการใช5ชีวตปิ ระจำวนั เชน. การเดิน การวิง่ การกระโดด เปนd ต5น
2. กิจกรรมประเภทสร5างความแข็งแรงและความทนทาน เน5นกิจกรรมที่กล5ามเนื้อท่ีออกแรง
ต5านทานกับน้ำหนักของร.างกาย หรือน้ำหนักอุปกรณL ช.วยลดลงของมวลกล5ามเนื้อ ช.วยส.งเสริมรูปร.าง
ทรวดทรงให5กระชับมีสัดส.วนสวยงาม เพิ่มความแข็งแรง และความหนาแน.นของกระดูก เพิ่มความ
20
แข็งแรงของเอ็นยืดข5อต.อ ป\องกันและลดอาการปวดข5อหรือข5ออักเสบป\องกัน เช.น การยกน้ำหนัก
วดิ พื้น ยกดมั เบล สก็อตจ้ัมพL เปdนตน5
3. กิจกรรมประเภทสร5างความอ.อนตัวของกล5ามเนื้อ คือการยืดกล5ามเนื้อรอบข5อต.อ
อย.างช5า ๆ และหยุดค5างไว5 เมื่อรู5สึกตึงหรือเจ็บจนไม.สามารถเคลื่อนไหวต.อไปได5 เช.น การเล.นโยคะ
การคลายกล5ามเนอ้ื การยืดเหยียดกลา5 มเนอื้ เปdนตน5
4. การทรงตัว / การสร5างความสมดุล การประสานงานระหว.างระบบของประสาทกับ
กล5ามเนื้อที่ทำให5ร.างกายสามารถทรงตัวได5อย.างสมดุล เช.น การเดินด5วยปลายเท5า การเดินบนเส5น
การเดินบนแผ.นไม5 การเขย.งปลายเท5า การเดินกะลา การไต.เชือก การโยนโบวLล่ิง การป?£นจักรยาน
เปนd ตน5
2.4 แนวทางการมีกจิ กรรมทางกายตามช?วงอายุวัย 1 – 3 ป@
กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (2560) ได5กล.าวถึงเด็ก
วัยนี้ควรให5มีการเคลื่อนไหวกล5ามเนื้อมัดใหญ.อย.างต.อเนื่องด5วยระดับความหนักของกิจกรรมท่ี
หลากหลายทั้งเบา ปานกลาง จนถึงหนัก 180 นาทีต.อวัน และกิจกรรมเด็กวัยนี้กล5ามเนื้อเริ่มมีการ
พัฒนาการเพิ่มมากขึ้นสามารถเดิน วิ่ง กระโดด ได5 ควรปล.อยให5เด็กเล.นตามความชอบ เน5นความ
สนุกสนาน มีกิจกรรมการเล.นที่หลากหลาย ภายใต5ผู5ดูแล สถานที่ และอุปกรณLที่เอื้อต.อการเล.นและมี
ความปลอดภัย เน5นกิจกรรมการเคลื่อนไหวพื้นฐาน เช.น คลาน ยืน เดิน วิ่ง กระโดด ขว5าง ป^นปyาย
เปdนต5น ไม.เน5นให5เล.นในรูปแบบการฝvกฝน หรือเล.นกีฬาที่มีกติกา หรือเน5นผลแพ5ชนะ โดยมีตัวอย.าง
กิจกรรมการเล.นที่ใช5อุปกรณL เช.น เล.นเครื่อง เด็กเล.นเตะฟุตบอลเข5าโกล กระโดดเชือก โยนบอลใส.
ตะกร5า ป?£นจักรยาน ช.วยพ.อแม.ทำงานบ5าน รดน้ำต5นไม5 กิจกรรมการละเล.นพื้นบ5าน เล.นเครื่องเรือน
ในบ5าน การห5อยโหน เดินข5ามท.อนไม5เล็ก ๆ เปdนต5น และตัวอย.างกิจกรรมการเล.นที่ไม.ใช5อุปกรณL เช.น
วิ่งไล.จับ วิ่งซ.อนหา เต5นประกอบเพลง เดินเล.น ช.วยพ.อแม.ยก ของว.ายน้ำ กระโดดอยู.กับที่ เดินขึ้น
บันได เปdนต5น โดยสามารถแบ.งช.วงการมีกิจกรรมทางกายให5กระจายตลอดทั้งวันอย.างน5อย 10 นาที
ต.อครั้ง และอาจให5มีเสียงเพลง หรือดนตรีประกอบการเล.นด5วยได5 เด็กวัยนี้มีแนวโน5มที่จะมีกิจกรรม
ทางกายค.อนข5างมากอยู.แล5ว สิ่งที่ต5องระวังคือเรื่องของความปลอดภัยของสถานที่ หรืออุปกรณL เช.น
อุบัติเหตุ
สรุปได5ว.า เด็กปฐมวัยในช.วง 1 – 3 ป^ ต5องมีการเคลื่อนไหวกล5ามเนื้อมัดใหญ.อย.างต.อเนื่อง
ตั้งแต.ระดับเบาถึงระดับหนัก อย.างน5อยใช5เวลาสะสม 180 นาที/วัน กิจกรรมควรเปdนกิจกรรมที่เน5น
การเคลื่อนไหวพื้นฐาน เช.น คลาน ยืน การเดิน กระโดด วิ่ง เปdนต5น หรือกิจกรรมการเล.น ซึ่งที่เน5นผล
แพ5ชนะ การฝvกฝน และการมีกฎกติกา หรือเปdนกิจกรรมที่เด็กนั้นชอบ เมื่อทำแล5วทำให5เขาเกิด
ความผ.อนคลายและสนุกสนาน ในการทำกิจกรรมอาจจะมีเสียงเพลง หรือดนตรีเข5ามาร.วมด5วยเพ่ือ
21
ความเพลิดเพลิน ในการทำกิจกรรมต.าง ๆ จะต5องมีผู5คอยดูแล และอุปกรณL สถานที่ จะต5องมีความ
ปลอดภยั และไม.ก.อใหเ5 กิดอันตรายตอ. การทำกิจกรรมของเดก็
2.5 แนวทางการจดั กจิ กรรมทางกายใหป& ลอดภยั
เด็กปฐมวัยยังมีความเปราะบางทางสภาพร.างกาย จึงต5องระวังเรื่องการดูแลความปลอดภัย
ของสถานที่และอุปกรณLให5สะอาด และไม.เปdนอันตราย (กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย
กระทรวงสาธารณสขุ , 2560)
1. การจัดสถานที่และอุปกรณLและการดูแลอย.างใกล5ชิด เพื่อความปลอดภัย ได5แก. ให5เล.น
บริเวณพื้นเรียบ สนามหญ5านุ.ม หรือมีแผ.นกันลื่นล5ม ไม.มีของมีคม ไม.มีปลักไฟ ไม.ใกล5กับแหล.งน้ำมาก
เกินไป
2. ห5ามเขย.าหรือโยนตัว เพราะอาจเกดิ อันตรายตอ. สมองเดก็ ได5
3. ควบคุมอุณหภูมิไม.ให5หนาวหรือร5อนเกินไป ไม.ให5โดนแดดจ5าเปdนเวลานาน และให5ดื่มน้ำให5
เพยี งพอ
4. ระวังเรื่องการตกเตียงหรือเปล ให5มีราวกันตกห.างกันไม.เกิน 6 เซนติเมตร ทุกด5านมุมเสา
ไม.มสี ว. นยน่ื เกินกวา. 1.5 มิลลเิ มตร เบาะที่นอนห.างจากซ่รี าวแตล. ะดา5 นไม.เกนิ ดา5 นละ 3 เซนตเิ มตร
สรุปได5ว.า แนวทางการจัดกิจกรรมทางกายให5ปลอดภัย ควรมีการสำรวจตรวจสอบในเรื่อง
ของสถานที่และอุปกรณLก.อนการจัดกิจกรรมทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของเด็ก อีกทั้งในการ
จัดกิจกรรมจะต5องมีผู5คอยดูแลอย.างใกล5อยู.เสมอ ส่ิงที่สำคัญไม.ว.าจะกรณีใด ๆ ห5ามเขย.าหรือโยนตัว
ของเด็ก และควรระวังเรื่องอุณหภูมิ หากมีแดดจ5าไม.ควรให5เด็กโดนแดดนาน และควรดื่มน้ำให5
เพียงพอ
2.6 ข&อแนะนำกิจกรรมทางกายสำหรับเดก็ ปฐมวยั
ข5อแนะนำการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอสำหรับเด็กปฐมวัย การให5เด็กได5เล.นและการ
เคลื่อนไหวร.างกายอย.างเปdนอิสระ โดยไม.เลี้ยงเด็กภายในคอกกั้นในห5องหรือในบ5านเท.านั้น แต.ให5เด็ก
ได5มีโอกาสวิ่งเล.นป^นปyายหรือออกไปมีกิจกรรมทางกายนอกห5อง นอกบ5าน นอกอาคาร โดยมี
ผู5ปกครองดูแล เพื่อส.งเสริมให5เด็กมีโอกาสขยับเคลื่อนไหวร.างกายพัฒนาทักษะทางกาย โดยมี
ขอ5 แนะนำ (กองกจิ กรรมทางกายเพอ่ื สขุ ภาพ กรมอนามยั กระทรวงสาธารณสุข, 2560) ดงั นี้
1. กิจกรรมทางกายผ.านการเล.นที่หลากหลาย ในระดับเบา ปานกลาง และหนัก สะสมอย.าง
น5อย 180 นาทีต.อวัน เน5นการเคลื่อนไหวพื้นฐาน เช.น คลาน ยืน เดิน วิ่ง กระโดด ขว5าง เตะ เปdนต5น
โดยสามารถแบ.งการมีกิจกรรมทางกายออกเปdนช.วง ๆ สะสมอย.างน5อยครั้งละ 10 นาทีได5 และมี
กจิ กรรมประเภทสร5างความแขง็ แรงและอ.อนตัวของกลา5 มเน้อื ผสมผสานไประหว.างการเล.น
2. ลดการมีพฤตกิ รรมเหนอ่ื ยนง่ิ เช.น นัง่ หรอื นอนบนรถเข็น หรือเกา5 อี้
22
2.1 ให5มีการเปลี่ยนอิริยาบถจากท.านั่ง หรือนอนราบทุก ๆ 1 – 2 ชั่วโมง (ยกเว5นช.วงนอน
หลับ) ด5วยการลุกยืน เดนิ เลน. ว่งิ เลน.
2.2 เด็กอายุต่ำกว.า 2 ป^ ไม.ควรให5เด็กดูโทรทัศนL เล.นคอมพิวเตอรL เล.นเกมเล.นมือถือ
เพราะการที่เด็กมีพฤติกรรมเหล.านี้ นอกจากจะทำให5เด็กขาดการเคลื่อนไหวแล5ว ยังส.งผลเสียต.อ
พฒั นาการด5านภาษา ดา5 นการเรียนร5ู และด5านสังคม
2.3 เด็กอายุตั้งแต. 2 – 3 ป^ สามารถให5ดูโทรทัศนL เล.นคอมพิวเตอรL เล.มเกมเล.นมือถือได5
แตไ. มค. วรเกนิ 15 – 30 นาทีตอ. วัน ถา5 ใหด5 ที ี่สดุ คือไมค. วรใหเ5 ด็กเล.นเลยจนกวา. เดก็ จะอายคุ รบ 3 ป^
2.4 เด็กอายุตั้งแต. 3 ป^ขึ้นไปสามารถให5เด็กดูโทรทัศนL เล.นคอมพิวเตอรL เล.มเกมเล.นมือ
ถือได5 แต.ไม.ควรเกิน 30 – 60 นาทีต.อวัน ผู5ปกครองจำกัดการเล.นได5เฉพาะวันหยุดสุดสัปดาหL และหา
กจิ กรรมอืน่ ทดแทน
กิจกรรมทางกายอื่น ๆ ที่ควรส.งเสริม คือควรให5ผู5ปกครองได5มีส.วนร.วมทำกิจกรรมร.วมกับเด็ก
ทุกระดับชั้น ในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยในกิจกรรมเสริมประกอบการชีวิตและกิจกรรมสร5างสรรคL เช.น
พาเด็กเดินทัศนศึกษา ดูแหล.งเรียนรู5ในชุมชนท5องถิ่น ร.วมมือกันสร5างสิ่งประดิษฐL และพาเด็กทำ
กิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญประโยชนLด5วยการเก็บใบไม5 ทำความสะอาดที่สาธารณะต.าง ๆ เปdนต5น
เพื่อให5เกิดความรักความผูกพัน ความอบอุ.น มีปฏิสัมพันธLระหว.างสายใยพ.อแม.ลูก เด็กจะเกิด
การเรียนรู5 และมีพัฒนาการดีสมวัย และผู5ปกครองได5เรียนรู5อารมณLพฤติกรรมที่เด็กได5แสดงออก
นำไปปรับใช5ในการเลี้ยงดูเด็กให5เหมาะสมตามวัย (กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย
กระทรวงสาธารณสขุ , 2561)
2.7 ขอ& แนะนำการจัดสภาพแวดลอ& มท่เี อื้อตอ? การมีกจิ กรรมทางกาย
การจัดสภาพแวดล5อมที่เอื้อให5เด็กมีกิจกรรมทางกาย เปdนการสร5างสิ่งแวดล5อมที่กระตุ5นให5
เด็กอยากเล.น เกิดการเรียนรู5อย.างอิสระ โดยการเคลื่อนไหวร.างกายทุกส.วน ทั้งกล5ามเนื้อมัดเล็ก คือ
มือ นิ้วมือ และกล5ามเนื้อมัดใหญ. คือ ขา แขน และลำตัว เกิดประสบการณLตรงด5วยตนเอง ซึ่งสิ่งที่จะ
กระตุ5นให5เกิดได5นั้น จะต5องมีส.วนประกอบที่ดี คือบรรยากาศของความรัก และความอบอุ.นของคน
รอบข5าง บรรยากาศที่ท5าทายทำให5เด็กเกิดความอยากรู5 อยากแสวงหาคำตอบ และบรรยากาศที่เปsด
โอกาสให5เด็กได5เรียนรู5หรือได5เล.นอย.างอิสระเปdนตัวของตัวเอง โดยมีจุดม.ุงหมายการจัดสภาพแวดล5อม
ที่เอื้อต.อการมีกิจกรรมทางกายสำหรับเด็กปฐมวัย (กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย
กระทรวงสาธารณสุข, 2561)
สรุปได5ว.า การจัดสภาพแวดล5อมที่เอื้อให5เด็กมีกิจกรรมทางกาย ควรจัดสิ่งแวดล5อมที่กระตุ5น
ให5เด็กความอยากเข5าไปเล.น และเด็กมีอิสระในการเล.น สถานที่ควรมีการสนับสนุนการเคลื่อนไหว
ร.างกายในทุกสว. นของร.างกาย อกี ท้ังตอ5 งมกี ารจัดสภาพแวดลอ5 มทส่ี ง. ผลใหป5 ระการณตL รงกบั เด็ก
23
2.8 ประโยชนWของกจิ กรรมทางกาย
กิจกรรมทางกายมีประโยชนLสิ่งที่ (ใคร ๆ ก็) รู5....... กิจกรรมทางกายมีประโยชนLต.อร.างกาย
และจิตใจ ทำให5ร.างกายแข็งแรง กระฉับกระเฉง ช.วยควบคุมน้ำหนัก ร.าเริง เสริมบุคลิกภาพที่ดี จิตใจ
แจ.มใส ช.วยส.งเสริมพัฒนาการทั้งทางกายใจสังคมส่ิงแวดล5อมภาษาและสุขภาพที่แข็งแรง สร5างสาย
สัมพันธLระหว.างเด็กกับพ.อแม.ครอบครัวและโลกภายนอก สร5างความภาคภูมิใจต.อการพัฒนาการการ
เคลื่อนไหวที่เด็กทำได5แต.ละช.วงของชีวิต สร5างทัศนคติที่ดีต.อการมีกิจกรรมทางกายในระยะยาว (กอง
กิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข, 2560) และอื่น ๆ อีกมากมาย
มากมายหลายประการ ทั้งด5านสุขภาพกาย สุขภาพจิต สังคม และรวมถึงคุณภาพชีวิต กิจกรรมทาง
กายชว. ยลดความเสี่ยงของการเกดิ โรคไมต. ิดตอ. หลายโรค เช.น โรคหวั ใจ มะเร็งบางชนดิ โรคเก่ยี วกบั เม
ตาบอลิก เช.น ระดับคอเลสเตอรLรอล (cholesterol) ในเลือด โรคความดัน เบาหวาน และโรคกระดูก
พรุน ในกลุ.มประชากรผู5ใหญ. ส.วนในกลุ.มประชากรวัยเด็ก กิจกรรมทางกายมีความสำคัญในการช.วย
พัฒนาความแข็งแรงของกระดูก กล5ามเนื้อ และการเคลื่อนไหวพื้นฐานที่สำคัญของร.างกาย นอกจากนี้
ยังช.วยลดภาวะซึมเศร5าและโรคหอบหืดได5 กิจกรรมทางกายช.วยทำให5เด็กมีพัฒนาการที่ดีในด5าน
อารมณL การรับรู5ความสามารถของตนเอง (self – efficacy) ความรู5ความเข5าใจ (cognitive
function) และทักษะการคิดต.าง ๆ เช.น ด5านภาษาและคณิตศาสตรL ซึ่งสนับสนุนการเรียนในชั้นเรียน
ของเด็กและเยาวชนอีกด5วย ยิ่งไปกว.านั้น การที่เด็กมีกิจกรรมทางกายเปdนส.วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
หรือเปdนนิสัย นิสัยนี้มีแนวโน5มที่จะคงอยู.จนเข5าสู.วัยผู5ใหญ.จึงสามารถช.วยให5ประชากรในวัยผู5ใหญ.มี
สุขภาพแข็งแรงและลดความชุกของการเกิดโรคไม.ติดต.อ (non – communicable disease –
NCDs) ได5 (สำนกั งานโครงการวิจัยดา5 นกจิ กรรมทางกายในเดก็ และเยาวชน, 2558)
ประโยชนLของการทำกิจกรรมทางกาย PA (Physical Activities)สำหรับเด็ก (Sansanook,
2562) ไดก5 ล.าวไวด5 ังน้ี
1. เด็กจะไมอ. 5วนเกนิ ไปมีนำ้ หนกั ตัวท่พี อดรี า. งกายสมสว. น
2. มีพฒั นาการการเคล่อื นไหวท่ีกระฉบั กระเฉง แคลว. คลอ. งว.องไว
3. เพ่มิ สมรรถภาพทางกายและการทำงานของหัวใจ สมอง ไดเ5 ปdนอย.างดี
4. กลา5 มเน้ือต.าง ๆ กระดกู แข็งแรง รา. งกายเจริญเตบิ โต ความสงู และสดั ส.วนท่ีน.าพอใจ
5. มีความสุข สนุกกับกจิ กรรมทางกายอยา. งมีประโยชนL มคี วามม่ันใจในตนเอง
6. มีสมาธิดี มีความสามารถเรียนร5ูสิ่งต.าง มีทักษะทางสังคมอย.ูร.วมกับผู5อื่นอย.างมีความสุข
ขยบั กายไดส5 ุขภาพดี ขยับทกุ ทีท่ ุกเวลาไดพ5 ลานามยั ท่สี มบูรณLรกั ลูกชวนลูกขยับ ๆ
สรุปได5ว.า ประโยชนLของกิจกรรมทางกาย ช.วยให5ร.างกายรู5สึกกระฉับกระเฉง ว.องไว และ
สดชื่น ร.างกายแข็งแรง กล5ามเนื้อมีการยืดหยุ.นที่ดี ลดอาการเจ็บปวดของกล5ามเนื้อและข5อต.อร.างกาย
24
มีสัดส.วน ทำให5มวลน้ำหนักอยู.ในเกณฑL ช.วยเพิ่มสมรรถภาพในการทำงานได5ดี มีสมาธิ มีสุขภาพจิตท่ี
ดี และหา. งไกลจากโรคต.าง ๆ
2.9 แนวคิดและทฤษฎีเกยี่ วกับกจิ กรรมทางกาย
ทฤษฎีพัฒนาการและความพร5อมด5านร.างกายของเด็กปฐมวัย อารLโนลดLกีเซล อ5างใน
(นงคLนุช พรรณฑล, 2554) เปdนนักจิตวิทยาชาวอเมริกันผู5เริ่มก.อตั้งสถาบันพัฒนาการเด็ก (Institute
of Development) ณ มหาวิทยาลัยเยลระหว.างป^ ค.ศ. 1930 – 1940 เขาเปdนคนแรกที่สนับสนุน
และอธิบายทฤษฎีเกี่ยวกับการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก ว.าการเจริญเติบโตของเด็กทาง
ร.างกาย เนื้อเยื่ออวัยวะ หน5าที่ของอวัยวะต.าง ๆ และพฤติกรรมที่ปรากฏขึ้น เปdนรูปแบบที่แน.นอน
และเกิดขึ้นเปdนดับชั้นประสบการณL และสภาพแวดล5อมเปdนองคLประกอบรองที่ต.อเติมเสริมพัฒนาการ
ต.าง ๆ ที่กีเซลเชื่อว.าวุฒิภาวะจะถูกกำหนดโดยพันธุกรรม และมีในเด็กแต.ละคนมาตั้งแต.เกิด ซึ่งเปdน
สิ่งสำคัญที่ทำให5เด็กแต.ละวัยมีความพร5อมทำสิ่งต.าง ๆ ได5 ถ5าวุฒิภาวะหรือความพร5อมยังไม.เกิดขึ้น
ตามปกติในวัยนั้น ๆ สภาพแวดล5อมจะไม.มีอิทธิพลต.อพัฒนาการของเด็ก ผลงานของกีเซลได5สร5าง
เกณฑLมาตรฐานสำหรับวัดพฤติกรรมของเด็กในแต.ละระดับ เน5นความแตกต.างระหว.างบุคคล โดยใช5
วิธกี ารสงั เกตพฤตกิ รรมซึ่งเขาได5แบง. พฒั นาการของเดก็ ท่ีต5องการวดั และประเมนิ ออกเปนd 4 กล.มุ ใหญ.
1. พฤติกรรมทางการเคลื่อนไหว (Motor Behavior) ครอบคลุมการบังคับอวัยวะต.าง ๆ ของ
ร.างกาย และความสมั พนั ธLทางดา5 นการเคลอ่ื นไหว
2. พฤติกรรมทางการปรับตัว (Adaptive Behavior) ครอบคลุมความสัมพันธLของการใช5มือ
และสายตา การสำรวจค5นหาการกระทำตอ. วตั ถุ การแก5ป?ญหาในการทำงาน
3. พฤติกรรมทางการใช5ภาษา (Language Behavior) ครอบคลุมการที่เด็กใช5ภาษา การฟ?ง
การพดู การอ.าน และการเขยี น
4. พฤติกรรมส.วนตัวและสังคม (Personal-Social Behavior) ครอบคลุมการฝvกปฏิบัติส.วน
ตน เชน. การกินอาหาร การขบั ถ.าย และการฝกv ต.อสภาพสังคม เช.น การเล.น การตอบสนองผ5อู ่นื
สรุปได5ว.า ทฤษฎีพัฒนาการและความพร5อมด5านร.างกายของเด็กปฐมวัยของกีเซล วุฒิภาวะ
จะเกิดข้ึนได5ก็ต.อเมื่อร.างกายมีความพร5อมหรือความพร5อมของร.างกายมาถึง หากวุฒิภาวะยังไม.เกิด
หรือร.างกายยังไม.พร5อม ก็จะไม.สามารถทำได5 ถึงแม5จะภาวะเด็กฝvกฝนเท.าไหร.ก็ตาม แต.เมื่อวุฒิภาวะ
เกดิ หรอื ร.างกายพร5อม เด็ก ๆ ก็จะสามารถทำได5โดยอัตโนมตั ิ และส่งิ แวดแวดลอ5 มไม.มีผลต.อวุฒภิ าวะ
2.10 งานวิจยั ทเี่ กี่ยวขอ& งกับกิจกรรมทางกาย
กรรณิกา ว.องไว (2558) ผลการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะประกอบอุปกรณLที่มีต.อ
พฤติกรรมความร.วมมือของเด็กปฐมวัย โรงเรียนบ5านหนองคูบอน จังหวัดร5อยเอ็ด กลุ.มตัวอย.างที่ใช5ใน
การศึกษา ได5แก. เด็กปฐมวัยที่มีอายุระหว.าง 5 – 6 ป^จำนวน 11 คน ที่ศึกษาอยู.ในระดับชั้นอนุบาลป^
ที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ป^การศึกษา 2558 ที่โรงเรียนบ5านหนองคูบอน จังหวัดร5อยเอ็ด ได5มาโดยการส.ุม
25
แบบกลุ.ม เครื่องมือที่ใช5ในการวิจัย ได5แก. คู.มือการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะประกอบอุปกรณL
เพื่อส.งเสริมพฤติกรรมความร.วมมือของเด็กปฐมวัย และแบบสังเกตพฤติกรรมความร.วมมือ สถิติท่ีใช5
ในการวิเคราะหLข5อมูล ได5แก. ค.าเฉลี่ย ส.วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบเครื่องหมาย
ผลการวิจัยปรากฏว.า เด็กปฐมวัยโรงเรียนบ5านหนองคูบอน จังหวัดร5อยเอ็ด ที่ได5รับการจัดกิจกรรม
การเคลื่อนไหวและจังหวะประกอบอุปกรณL มีคะแนนพฤติกรรมความร.วมมือหลังการทดลองสูงกวา.
กอ. นการทดลองอยา. งมนี ยั สำคัญทางสถติ ทิ ่รี ะดับ. 05
จารุวรรณ บุญสู (2560) ผลการจดั กิจกรรมเคล่ือนไหวและจังหวะประกอบเพลงภาษาอังกฤษ
ที่มีต.อทักษะการฟ?งและการพูดภาษาอังกฤษของเด็กปฐมวัย โรงเรียนอนุบาลศรีมโหสถ จังหวัด
ปราจีนบุรี ประชากรได5แก. เด็กปฐมวัยชายและหญิงอายุ 5 – 6 ป^ซึ่งกำลังศึกษาอยู.ในชั้นอนุบาลป^ที่ 2
ภาคเรียนที่ 1 ป^การศึกษา 2560 โรงเรียนอนุบาลศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 2 ห5องเรียน มี
จำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 40 คน กลุ.มตัวอย.างคือเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลป^ที่ 2/1 ที่ได5มาจากการสุ.มแบบ
แบ.งกลุ.มจำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช5ในการวิจัยครั้งนี้ ได5แก. 1) แผนการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและ
จังหวะประกอบเพลงภาษาอังกฤษ 2) แบบทดสอบทักษะการฟ?งภาษาอังกฤษของเด็กปฐมวัย และ 3)
แบบทดสอบทักษะการพูดภาษาอังกฤษของเด็กปฐมวัย สถิติที่ใช5ในการวิเคราะหLข5อมูล ได5แก. ค.าเฉลี่ย
ส.วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค.าที่แบบกลุ.มตัวอย.างที่ไม.เปdนอิสระจากกัน ผลการวิจัย
พบว.า 1) เด็กปฐมวัยที่ได5รับการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะประกอบเพลงภาษาอังกฤษมีทักษะ
การฟ?งภาษาอังกฤษสูงขึ้นกว.าก.อนการจัดกิจกรรมอย.างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 01 และ 2) เด็กปฐมวัย
ที่ได5รับการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะประกอบเพลงภาษาอังกฤษมีทักษะการพูดภาษาอังกฤษ
สูงขึ้นกว.าก.อนการจัดกิจกรรมอย.างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 01 แสดงให5เห็นว.าการจัดกิจกรรม
เคลื่อนไหวและจังหวะประกอบเพลงภาษาอังกฤษส.งเสริมให5เด็กปฐมวัยมีทักษะการฟ?งและการพูด
ภาษาองั กฤษสงู ข้ึน
เยาวรัตนL รัตนธรรม (2561) การเพิ่มการรับรู5ด5านมิติสัมพันธLและความใส.ใจของนักเรียน
ปฐมวัยโดยใช5กิจกรรมเคลื่อนไหวร.างกาย กลุ.มตัวอย.างเปdนนักเรียนปฐมวัยภาคเรียนที่ 2 ป^การศึกษา
2560 โรงเรียนบ5านเขาตะกรุบพัฒนา จำนวน 90 คน อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแกว5 เครื่องมือวิจัย
แบ.งเปdน 2 ประเภท ได5แก. 1) เครื่องมือที่ใช5ในการทดลอง ได5แก. กิจกรรมโอเรียนเทียริง
(Onenteering) และกิจกรรมเต5น (Dance) 2) เครื่องมือที่ใช5วัดตัวแปรตาม ได5แก. แบบทดสอบการ
รับรู5ด5านมิติสัมพันธLและโปรแกรมแบบทดสอบความใส.ใจสำหรับนักเรียนปฐมวัย วิเคราะหLข5อมูลโดย
ใช5สถิติ t-test และ MANOVA ผลการวิจัยปรากฏว.า 1. ค.าเฉลี่ยคะแนนการรับรู5ด5านมิติสัมพันธLของ
นักเรียนปฐมวัยหลังใช5กิจกรรมโอเรียนเทียริง (Orienteering) สูงกว.าก.อนใช5กิจกรรมอย.างมีนัยสำคัญ
ทางสถิติที่ระดับ. 05 2. ค.าเฉลี่ยคะแนนความใส.ใจของนักเรียนปฐมวัยหลังใช5กิจกรรมโอเรียนเทียริง
(Orienteering) สูงกว.าก.อนใช5กิจกรรมอย.างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ. 05 3. ค.าเฉลี่ยคะแนนการ
26
รับรู5ด5านมิติสัมพันธLของนักเรียนปฐมวัยหลังใช5กิจกรรมเต5น (Dance) สูงกว.าก.อนใช5กิจกรรมอย.างมี
นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ. 05 4. ค.าเฉลี่ยคะแนนความใส.ใจของนักเรียนปฐมวัยหลังการใช5กิจกรรม
เต5น (Dance) สูงกว.าก.อนใช5กิจกรรมอย.างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ. 05 5. ค.าเฉลี่ยคะแนนการรับร5ู
ด5านมิติสัมพันธLและความใส.ใจของนักเรียนปฐมวัยในกลุ.มทดลองหลังใช5กิจกรรมโอเรียนเทียริง
(Orienteering) และกิจกรรมเต5น (Dance) และกลุ.มควบคุมที่ใช5กิจกรรมตามปกติแตกต.างกันอย.างมี
นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ. 05 สรุปได5ว.าการใช5กิจกรรมเคลื่อนไหวร.างกายด5วยกิจกรรมโอเรียนเทียริง
(Orienteering สามารถเพ่มิ การรับร5ูมิตสิ ัมพนั ธแL ละความใสใ. จของนักเรียนปฐมวัยใต5มากที่สุด
3. เอกสารและงานวจิ ยั ท่เี กย่ี วขอ& งกับความสามารถในการฟง]
3.1 ความหมายของการฟง]
ทูโทโล (Tutolo, 1977) อ5างใน เกตนLนิภา ฮาดคันทุง (2561) ได5กล.าวถึงการฟ?งว.าการฟ?ง
เปdนทักษะทางภาษาที่มีความสำคัญยิ่ง ในการติดต.อสื่อสารความหมายซึ่งกันและกัน นอกจากนั้นยัง
เปdนทกั ษะทางภาษาทสี่ ามารถสอนกนั ได5ดว5 ยวธิ ที เ่ี ปนd ลำดับขนั้ ตอน
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ให5ความหมายว.า “ฟ?ง” คือคอยรับเสียงด5วย
หูไดย5 นิ (ราชบัณฑติ ยสถาน, 2546)
ราศี ทองสวัสด์ิ (2527) ทักษะการฟ?งการฟ?งนับว.ามีความสำคัญ เนื่องจากเมื่อเด็กฟ?งแล5วได5
ยินอย.างไรก็จะเลียนเสียงที่ได5ยินออกมาเปdนคำพูด การฟ?งกับการพูดมักเปdนสิ่งคู.กันเพราะเมื่อฟ?งแล5ว
อาจมกี ารพูดโต5ตอบ
กุลยา ตันติผลาชีวะ (2547) ให5นิยามว.าการฟ?ง หมายถึง การรับรู5เรื่องราวด5วยประสาทสัมผัส
ทางหูที่เด็กสะสม แล5วนำไปสร5างเสริมพัฒนาการทางภาษามากกว.าการใช5เพื่อพัฒนาป?ญญา เด็กจะ
เก็บคำพูด จังหวะ เรื่องราวจากสิ่งที่ฟ?งมาสานต.อเปdนคำศัพทLเปdนประโยตที่จะถ.ายทอดไปสู.การพูด ถ5า
เรือ่ งราวท่เี ดก็ ไดฟ5 ง? มีความชัดเจนงา. ยต.อการเข5าใจ เดก็ จะได5คำศัพทแL ละมีความหมายมากขน้ึ
สรุปได5ว.า การฟ?ง หมายถึง การรับเสียงของประสาทสัมผัสทางหู การฟ?งเกิดจากการได5ยินที่มี
ความต้ังใจรับรู5และแปลความหมาย เพ่ือไปสู.ความเข5าใจในสง่ิ ทไี่ ดย5 ิน
3.2 ความสำคญั ของการฟง]
การฟ?งเปdนทักษะทางภาษาที่มีความสำคัญมากทักษะหนึ่ง ทั้งนี้เพราะความเจริญทาง
เทคโนโลยีและสื่อสารมวลชนตลอดจนกิจกรรมอื่น ๆ ทำให5เยาวชนต5องใช5ทักษะการฟ?งเปdนอันมาก
ถ5านักเรียนได5รับการฝvกฝนและการแนะนำทางด5านการฟ?งอย.างถูกต5องเหมาะสม นักเรียนก็จะมี
ความสามารถในการฟ?งได5อย.างมีประสิทธิภาพและได5รับประโยชนLอย.างเต็มที่จากการฟ?งเท.าที่ควร
และอาจก.อให5เกิดผลร5ายกับนักเรียนได5 หากได5รับการฝvกฝนอย.างผิด ๆ นอกจากนี้การฟ?งยังมีผลต.อ
27
ความคิด การแสดงออก การพูด และบุคลิกภาพ ดังนั้นการฟ?งที่ดีจึงเปdนการสร5างสิ่งแวดล5อมที่ดี
วรรณี โสมประยูร (2537) อ5างใน เกตนLนิภา ฮาดคันทุง (2561) ได5กล.าวถึงความสำคัญของการฟ?งไว5
ดงั นี้
1. การฟง? เปdนทกั ษะทางภาษาท่ใี ช5มากท่สี ุด
2. การฟง? ชว. ยให5เกดิ ป?ญญาและความร5ู
3. การฟ?งเปdนสว. นสำคญั ของการพูดการอา. นและการเขียน
4. การฟง? ช.วยให5เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลนิ
5. การฟง? ช.วยขยายความรู5ความคิดและประสบการณLรวมทงั้ การคิดค5นงานใหม. ๆ
6. การฟ?งชว. ยในการสรา5 งมนุษยสมั พันธLของสงั คม
7. การฟ?งชว. ยในการเลอื กประเมนิ และตัดส่ิงตา. ง ๆ ไดถ5 ูกตอ5 งดยี ิ่งขน้ึ
มาชาโด (Machado, 1980) อ5างใน เกตนLนิภา ฮาดคันทุง (2561) ได5กล.าวถึงความสำคัญ
ของการฟ?งไว5ว.าพัฒนาการทางการฟ?งและความสามารถทางการฟ?งของเด็กปฐมวัยจะเปdนทักษะทาง
ภาษาที่เด็กเรียนรู5ได5ดีกว.าด5านอื่น ๆ ครูจึงควรให5ความสำคัญกับการสอนฟ?งในฐานะที่เปdนทักษะที่
เดก็ ปฐมวยั เรยี นรูไ5 ด5ก.อนการพดู
สรุปได5ว.า การฟ?งเปdนทักษะทางภาษาที่สำคัญและเปdนพื้นฐานของทักษะทางภาษาก.อนไปสู.
ด5านการพูด การอ.าน และการเขียน และการกระตุ5นเร5าให5สมองของเด็กทำงาน เมื่อเด็กฟ?งเสียงต.าง ๆ
เด็กจะรู5จักคำใช5 ความคิดรู5 จักแยกแยะประเภทสิ่งที่ได5รับรู5ได5ดี ควรกระตุ5นด5วยการฝvกให5เด็กร5ูจักฟ?ง
เสียงต.าง ๆ เช.น เสียงพูด เสียงเพลง เสียงเคาะ เสียงปรบมือ จะเปdนจังหวะ หรือไม.เปdนจังหวะก็ตาม
ดังนั้นการฝvกให5เด็กรู5จักฟ?งตั้งแต.เด็กจึงเปdนพื้นฐาน เพื่อในการพัฒนากระบวนการการรับรู5 ความคิด
หรอื สติปญ? ญา อกี ท้งั เปนd พื้นฐานให5เด็กนำไปใช5ทักษะในระดบั ทสี่ งู ขน้ึ ในอนาคต
3.3 องคWประกอบในการฟง]
Fisher (1992) อ5างถึงใน เกตนLนิภา ฮาดคันทุง (2561) ได5กล.าวถึงองคLประกอบของทักษะ
การฟง? ไดแ5 ก.
1. การเข5าใจความหมายหมายถึงการรับรู5เสียงพูดและเกิดความเข5าใจสามารถตีความคำวล่ี
และประโยคให5มีความหมายตามความรู5และประสบการณขL องตน
2. การปฏิบัติตามคำสั่งหมายถึงการรับรู5เสียงพูดและเกิดความเข5าใจสามารถปฏิบัติตามคำ
สอนคำแนะนำและคำบรรยายได5อยา. งถกู ตอ5 ง
ฐิติรัตนL ลดาวัลยL และคณะ อ5างถึงใน เกตนLนิภา ฮาดคันทุง (2561) การฟ?งเปdนพฤติกรรมท่ี
เกดิ ข้ึนจากการทำงานอย.างตงั้ ใจของระบบประสาทซึ่งจะตอ5 งประกอบดว5 ย
1. การไดย5 ิน
2. การรับร5ู
28
3. การจำได5
4. ความเขา5 ใจ
วิวัฒนL แพร.สิริ อ5างถึงใน เกตนLนิภา ฮาดคันทุง (2561) ได5กล.าวถึงองคLประกอบของการฟ?งไว5
วา. การฟ?งเปนd ทักษะอยา. งหน่ึง ที่ตอ5 งอาศยั องคปL ระกอบเหลา. นี้ จงึ จะประสบความสำเร็จในการฟง?
1. ต5องมสี มาธิในการฟง?
2. สนใจตอ. สงิ่ ท่ีฟ?ง
3. ตอ5 งมีจดุ มุง. หมายในการฟง?
4. ตอ5 งมคี วามสามารถในการจับใจความ
5. มคี วามพร5อมในการฟ?ง
6. ฟง? โดยไม.ลำเอยี งตอ. เร่ืองทีฟ่ ?ง
7. จดบันทึกสง่ิ ที่ฟง? และนำไปใช5ประโยชนL
สรุปได5ว.า องคLประกอบของการฟ?งในเด็กปฐมวัย คือการรับรู5 การได5ยิน การเข5าใจ
ความหมายของคำและการจบั ประเด็นเร่อื งราวท่ีฟ?งได5 และจดจำ เพื่อการนำไปใชส5 บื ต.อไป
3.4 ประเภทของการฟง]
วรรณี โสมประยูร (2539) สรุปประเภทของการฟ?งไว5ดังน้ี
1. การฟ?งเพื่อจำแนกเสียงเปdนการฟ?งเพื่อแยกเสียงต.าง ๆ ให5ทราบว.าเสียงของ คน สัตวL หรือ
สิง่ ของประเภทใด
2. การฟ?งเรื่องง.าย ๆ ทั่วไป ในชีวิตประจำวันเปdนการฟ?งเพื่อความรู5ความเข5าใจ ที่ใช5สำหรับ
การดำรงชีวิตประจำวัน การฟ?งประเภทนี้เปdนพื้นฐานของการฟ?งประเภทอื่น ๆ เช.น การฟ?งคำสนทนา
การฟง? เสียงตามธรรมชาติ
3. การฟ?งเพื่อสาระสำคัญ เปdนการฟ?งที่ผู5ฟ?งตั้งใจฟ?ง เพื่อให5เข5าใจและจับใจความสำคัญจาก
สิ่งทฟ่ี ง? ได5 เช.น การฟ?งบทเรยี น การฟง? เทศนL การฟ?งปาฐกถา
4. การฟ?งเพื่อพักผ.อน เปdนการฟ?งที่ผู5ฟ?งเกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน เกิดความรู5สึกนิยม
ชมชอบ และคล5อยตาม เชน. การฟง? เพลง การฟง? กลอน การฟ?งละคร การฟ?งนทิ าน
5. การฟ?งเพื่อเกิดความคิดและสรุป เปdนการฟ?งที่ผู5ฟ?งนำสิ่งที่ได5ฟ?งนั้นมาเทียบเคียงกบั ความรู5
และประสบการณเL ดิมของตน แล5วจึงสรปุ เปdนความคดิ ของตน
6. การฟ?งเพื่อเกิดความคิดสร5างสรรคL เปdนการฟ?งที่ผู5ฟ?งเมื่อได5ฟ?งแล5วก็นำสิ่งที่รู5นั้นมาผสมกับ
ความรู5เดิมทำให5ได5ความคิดใหม. ๆ เกิดขึ้น เช.น การฟ?งเพลง หรือกลอน ก็คิดแต.งเพลง หรือกลอนใน
ขณะที่ฟง? ด5วย
29
7. การฟ?งเพื่อปฏิบัติตาม เปdนการฟ?งที่ผู5ฟ?งตั้งใจฟ?ง ฟ?งแล5วจำ จำตามลำดับขั้นตอน และ
เหตุการณLอย.างละเอียด เพื่อปฏิบัติตามภายหลังการฟ?งประเภทนี้ ต5องท.องจำ หรือจดจำไว5 เพื่อการ
ปฏบิ ตั ิจะได5ไมผ. ิดพลาด
8. การฟ?งอย.างพินิจพิเคราะหLหรือการฟ?งอย.างมีวิจารณญาณ เปdนลักษณะการฟ?งทีผ่ ู5ฟ?งเข5าใจ
และสามารถแยกแยะสิ่งที่ได5ฟ?งว.าอะไรเปdนความคิดเห็นของผู5พูด อะไรเปdนข5อเท็จจริง หรือพิจารณา
ได5ว.าอะไรคอื สง่ิ ทีถ่ ูกต5อง และอะไรนา. เชอื่ ถอื เช.น การฟ?งโฆษณา ฟ?งการหาเสียงต.าง ๆ
สภุ าวดี ศรีวรรธนะ (2542) ไดแ5 บง. ประเภทของการฟ?ง ทค่ี วรส.งเสรมิ ให5แก.เดก็ ปฐมวัย ดังน้ี
1. การฟ?งเพื่อจำแนกความแตกต.างของเสียง คือ ความสามารถเข5าใจความแตกต.างของเสียง
ทไี่ ดฟ5 ?ง
2. การฟ?งเพ่อื ปฏบิ ตั ติ ามคำสง่ั คอื การฟง? คำสงั่ และสามารถปฏิบัตติ ามไดถ5 กู ต5อง
3. การฟ?งเพื่อเข5าใจความหมายของคำศัพทL คือ สามารถเข5าใจคำศัพทLได5อย.างถูกต5องว.า
หมายถงึ อะไร
4. การฟ?งเพื่อเข5าใจเรื่องราว คือ การฟ?งเรื่องราวนั้น ๆ อย.างตั้งใจและสนใจจนเกิด
ความเข5าใจสามารถจับใจความสำคญั ของเรอ่ื งทไี่ ด5ฟง? ได5
3.5 พัฒนาการความสามารถด&านการฟ]งของเดก็ ปฐมวัย
เด็กทารกจะเริ่มเรียนรู5ภาษาด5วยการฟ?งผ5ูอื่นก.อนแล5วจึงจดจำทำเลียนแบบเปdนภาษาพูดอัน
เปdนผลทำให5การติดต.อหรือสื่อความหมายกับบุคคลรอบข5างเปdนไปได5มากขึ้นตามลำดับ (นิตยา
ประพฤติกิจ, 2536) และ(หรรษา นิลวิเชียร, 2535) อ5างใน เกตนLนิภา ฮาดคันทุง (2561) ได5กล.าวถึง
ความสามารถทางภาษาด5านการฟ?งของเดก็ ในแต.ละช.วงอายไุ ว5 ดงั น้ี
อายุ 0 – 2 ป^ พยายามเลียนเสียงที่ได5ยิน เข5าใจคำ และประโยคต.าง ๆ ชอบฟ?งโฆษณาทาง
โทรศพั ทL และเสียงที่สะกดิ ใจ ชอบฟง? เรอ่ื งสัน้ ๆ และเพลงกล.อมเดก็
อายุ 3 ป^ ชอบฟ?งเสียงต.าง ๆ ที่ได5ยินคุ5นหูอยู. เช.น เสียงสัตวL ยานพาหนะ เครื่องใช5ในครัว
ชอบฟ?งนิทานที่ผู5ใหญ.อ.านให5ฟ?งแบบสองต.อสอง ฟ?งไม.ได5นาน และฟ?งอย.างตั้งใจ สามารถเข5าใจภาษา
พูดง.าย ๆ ของผู5ใหญ. เช.น อย.า ไม. การปฏิบัติตามคำสั่งของผู5ใหญ. ยังไม.สม่ำเสมอ สามารถเชื่อมโยง
เสยี งกับวัตถทุ ่ีใช5ทำเสียงได5
อายุ 4 ป^ ฟ?งเรื่องได5นานขึ้น อาจเลือกหนังสือให5ผู5ใหญ.อ.านให5ฟ?ง สามารถปฏิบัติตามคำส่ัง
ง.าย ๆ ได5บางครั้งจะแกล5งทำเปdนไม.ได5ยิน หรือไม.สนใจคำสั่ง หรือเสียงเรียก ชอบฟ?งเรื่องซ้ำ ๆ และ
สามารถจำแนกความแตกตา. งของเสยี งได5
อายุ 5 ป^ ตั้งใจฟ?งนานขึ้น ชอบฟ?งนิทาน เพลงคำคล5องจอง สามารถปฏิบัติตามคำสั่งได5มาก
ขึ้น เข5าใจคำพูดข5อความยาว ๆ ของผใ5ู หญ.
อายุ 6 ป^ ชอบฟง? เร่ืองราวตา. ง ๆ โดยเฉพาะเกย่ี วกับธรรมชาติและปรากฏการณL ตา. ง ๆ
30
สรุปได5ว.า เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการทางด5านการฟ?งเปdนอันดับแรก เมื่อได5ฟ?งก็จะเกิดการจดจำ
และเชื่อมโยงสิ่งที่ได5รับฟ?งกับประสบการณLของตน รวมท้ังการเลียนแบบเสียงที่ได5ยินและสิ่งที่ได5ฟ?ง
เด็กก็จะสื่อออกมาเปdนคำพูด ซึ่งการฟ?งจะเปdนพื้นฐานในการพัฒนาไปสู.การพูด การอ.าน และการ
เขียนตอ. ไป
3.6 แนวทางในการสง? เสริมการฟง]
ภรณี คุรุรัตนะ (2533) อ5างใน เกตนLนิภา ฮาดคันทุง (2561) ได5กล.าวถึงการสอนทักษะการ
ฟง? ว.าครูควรเตรียมกิจกรรมเรอ่ื งการฟง? แก.เดก็ ดงั นี้
1. ครูต5องพยายามจัดกิจกรรมที่น.าสนใจและน.าสนุก โดยวางแผนการจัดกิจกรรม แต.ละ
ช.วงเวลา ตามความสนใจของเด็ก และจดั สิ่งแวดลอ5 มให5เหมาะสมกบั การฟ?ง
2. กระต5นุ ให5นกั เรียนทราบว.าการฟง? เปนd เรอื่ งที่จำเปนd
3. การสอนฟ?งให5เด็ก โดยวิธีการที่ครูพูดให5ชัด แต.เบาพอที่จะให5เด็กสนใจฟ?ง และควรให5เวลา
เด็กในการรับฟ?ง หรือเตรียมตัวให5มากพอ เพื่อให5เด็กหยุดกิจกรรมอื่น แล5วหันมาสนใจฟ?งครู และท่ี
สำคญั ครูควรใชค5 ำอธบิ ายง.าย ๆ
4. ครูต5องเปdนผู5ฟ?งที่ดี โดยทำตัวอย.างให5เด็กเห็นได5ชัดเจน เช.น การหันหน5าไปทางผู5พูด
เปdนตน5
5. สรา5 งบรรยากาศทีด่ ีสำหรับเดก็ และครู
6. ชว. ยใหเ5 ดก็ พัฒนาการรบั รู5เสียง ให5ร5จู กั แยกเสยี งที่ไดย5 ินในชีวติ ประจำวนั
7. เปsดโอกาสให5เด็กได5ทำกิจกรรมต.าง ๆ ให5เด็กได5ฟ?งเรื่อง หรือประสบการณLที่มีความหมาย
เพ่ือเพ่มิ พนู ความรู5
เยาวพา เดชะคุปตL (2542) อา5 งใน เกตนLนภิ า ฮาดคันทุง (2561) กล.าวถึงการจัดประสบการณL
ในการฟง? ไวว5 า. ครูควรมวี ิธกี าร ดังนี้
1. ใหเ5 ด็กน่งั ฟ?งอยา. งสบาย
2. ให5เด็กเข5าใจวา. การฟง? เปนd สง่ิ สำคัญ ควรต้งั ใจฟ?งผ5ูอน่ื และฝกv มารยาทในการรับฟง? ด5วย
3. การปฏิบตั งิ านในการสอนฟ?งครูควรปฏบิ ัติ ดงั นี้
3.1 พูดด5วยน้ำเสียงปานกลางพอที่เด็กจะได5ยิน ไม.ควรตะโกนตะเบ็ง หรือพูดเสียงค.อย
จนเกนิ ไป
3.2 อย.าพดู มากจนเกนิ ไป จนเด็กหมดความสนใจ และไมต. ั้งใจฟง?
3.3 ให5เวลาเด็กเตรยี มพร5อมท่จี ะรบั ฟง? เช.น ให5เด็กเตรียมตัวใหพ5 ร5อมกอ. นท่ีจะพดู กบั เด็ก
3.4 อธิบายให5เดก็ เตรยี มพรอ5 ม โดยใชค5 ำพดู งา. ย ๆ และมกี ารเตรยี มตัวล.วงหน5า
ภัทรดรา พันธุLสีดา (2551) กล.าวถึงความสำคัญของการฟ?งว.าการฟ?งเปdนทักษะทางภาษาที่ใช5
มากที่สุด และมีส.วนสำคัญต.อการพูด การอ.าน และการเขียน การฟ?งช.วยให5ได5รับความรู5ประสบการณL
31
ความสนุกสนาน สร5างมนุษยสัมพันธL และส.งผลต.อการเลือกประเมิน และตัดสินใจการฟ?งเปdนทักษะ
ทางภาษาที่เดก็ ปฐมวัยเรยี นรู5ไดด5 กี ว.าทกั ษะดา5 นอ่นื
สรุปได5ว.า การฟ?งมีความสำคัญและเปdนสิ่งที่จำเปdนอย.างมากต.อเด็กปฐมวัย ในการฝvกหรือ
การสอนในการฟ?งให5กับเด็กปฐมวัยนั้น ต5องมีการพูดท่ีชัดเจน ไม.เสียงดัง หรือเสียงเบาเกินไป และไม.
ควรพูดเร็วหรอื มากเกินไป เด็กอาจไม.เขา5 ใจและไม.สนในการฟง? ควรเปsดโอกาสเด็กในการเตรยี มพรอ5 ม
ในการฟ?ง การพูดควรใช5คำพูดที่ง.าย ๆ ให5เด็กปฐมวัยนั้นได5เข5าใจ เลียนแบบ และจดจำ ในการจัด
กิจกรรมที่จะส.งเสริมในการฟ?งในเด็กปฐมวัยสามารถจัดกิจกรรมได5หลายรูปแบบ เช.น การฟ?งเพลง
ฟ?งนิทาน ฟ?งเสียงดนตรี ฟ?งเสียงต.าง ๆ และวิธีที่ใกล5ตัวเด็ก ที่สามารถเข5าใจได5ง.ายอีกวิธีหนึ่งคือ
ฟ?งคำสั่งง.าย ๆ และปฏบิ ัติตาม
3.7 งานวิจยั ท่ีเก่ียวขอ& งกบั ความสามารถในการฟง]
ปsยรัตนL เท่ยี งภกั ดิ์ (2553) ผลการมสี .วนร.วมของผปู5 กครองในการจดั กจิ กรรมปรศิ นาคำทายท่ี
มีต.อความสามารถด5านการฟ?งของเด็กปฐมวัย โรงเรียนบ5านหนองบัวน5อย จังหวัดขอนแก.น กลุ.ม
ตัวอย.าง คือ เด็กปฐมวัยที่มีอายุระหว.าง 5 – 6 ป^ จำนวน 14 คนศึกษาอยู.ในชั้นอนุบาลป^ที่ 2 ภาค
เรียนที่ 1 ป^การศึกษา 2553 โรงเรียนบ5านหนองบัวน5อย จังหวัดขอนแก.น ได5มาโดยการสุ.มแบบกลุ.ม
เครอื่ งมือท่ีใช5ในการวิจยั ได5แก. คม.ู ือการใช5ปริศนาคำทายสำหรับผปู5 กครองในการพัฒนาความสามารถ
ด5านการฟ?งของเด็กปฐมวัย และแบบวัดความสามารถด5านการฟ?งของเด็กปฐมวัย สถิติที่ใช5ในการ
วเิ คราะหขL 5อมูล ไดแ5 ก. ค.าเฉล่ยี คา. เบ่ียงเบนมาตรฐาน และการทดสอบเคร่ืองหมาย ผลการวิจยั ปรากฏ
ว.า เด็กปฐมวัยที่ได5รับการจัดกิจกรรมปริศนาคำทายแบบให5ผู5ปกครองมีส.วนร.วมมีความสามารถด5าน
การฟ?งสงู ขน้ึ อย.างมีนัยสำคญั ทางสถิตทิ ่รี ะดบั .05
นงลักษณL รักพงษL (2560) การพัฒนาหุ.นมือและกิจกรรมเพื่อสร5างความพร5อมด5านการฟ?ง
และการพูดของนักเรียนระดับปฐมวัย กลุ.มตัวอย.างที่ใช5ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนปฐมวัยชาย –
หญิง อายุระหว.าง 5 – 6 ป^ ที่กำลังศึกษาอยู.ในชั้นอนุบาลป^ที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ป^การศึกษา 2559
โรงเรียนเซนตโL ยเซฟระยอง ได5มาโดยวธิ ีการสมุ. แบบหลายขนั้ ตอน (Multi stage random sampling)
โดยการจับสลากนักเรียนชั้นอนุบาล 3 จาก 3 ห5องเรียน ห5องเรียนละ 10 คน ได5จำนวน 30 คน
เครื่องมือที่ใช5ในการวิจัยครั้งนี้ คือ แผนการจัดกิจกรรมเล.านิทานหุ.นมือนิทานอีสปแบบทดสอบความ
พร5อมด5านการฟ?ง และการพูดแบบบันทึกคะแนนก.อนเรียนและหลังเรียน สถิติที่ใช5ในการวิเคราะหL
ข5อมูลเกณฑLประสิทธิภาพ E1/E2 และ t-test of dependent samples ผลการวิจัยพบว.า 1) หุ.นมือ
ประกอบกิจกรรมการเล.านิทานมีประสิทธิภาพเท.ากับ 80.15 / 89.80 แสดงว.าเปdนไปตามเกณฑLที่
กำหนดไว5 และ 2) ความพร5อมด5านการฟ?งและการพูดของนักเรียนระดับปฐมวัยหลังการใช5หุ.นมือ
ประกอบกจิ กรรมการเลา. นิทานสูงกว.ากอ. นการใช5กิจกรรมอยา. งมนี ัยสำคัญทางสถติ ิท่รี ะดบั . 05
32
โสพิศ กันยะ (2562) การพัฒนาการจัดประสบการณLเรียนรู5แบบสตอรี่ไลนLประกอบนิทาน
ภาพเพื่อส.งเสริมความสามารถทางการฟ?งและการพูดของเด็กปฐมวัยที่ใช5ภาษาไทยเปdนภาษาที่สอง
ประชากรที่ใช5ในการวิจัยคือเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลป^ที่ 2 โรงเรียนแม.มอญวิทยา ตำบลห5วยชมภู
อำเภอเมืองจังหวัดเชียงราย ภาคเรียนที่ 2 ป^การศึกษา 2562 จำนวน 10 คน เครื่องมือที่ใช5ในการ
วิจัย ได5แก. แผนการจัดประสบการณLการเรียนรู5แบบสตอรี่ไลนLและนิทานภาพ จำนวน 25 แผน แบบ
ประเมินความสามารถทางการฟ?งของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลป^ที่ 2 และแบบประเมินความสามารถ
ทางการพูดของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลป^ที่ 2 การวิเคราะหLข5อมูลใช5วิธีการหาค.าร5อยละ ค.าเฉลี่ย และ
ส.วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว.า 1. แผนการจัดประสบการณLการเรียนรู5แบบสตอรี่ไลนL
ประกอบนิทานภาพ โดยภาพรวมมีความเหมาะสมอยู.ในระดับมาก 2. เด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลป^ที่ 2
โรงเรียนแม.มอญวิทยา ที่ได5รับการจัดประสบการณL การเรียนรู5แบบสตอรี่ไลนLประกอบนิทานภาพ มี
ความสามารถด5านการฟ?งหลังจัดกิจกรรมสูงกว.าก.อนจัดกิจกรรมคิดเปdนร5อยละ 29.00 โดยก.อนจัด
กิจกรรมได5คะแนนคิดเปdนร5อยละ 56.93 อยู.ในระดับปานกลาง ส.วนหลังจัดกิจกรรมได5คะแนนคิดเปdน
ร5อยละ 85.95 อยู.ในระดับดี 3. เด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลป^ที่ 2 โรงเรียนแม.มอญวิทยา ที่ได5รับการจัด
ประสบการณL การเรียนรู5แบบสตอรี่ไลนLประกอบนิทานภาพ มีความสามารถด5านการพูดหลังจัด
กิจกรรมสูงกว.าก.อนจัดกิจกรรมคิดเปdนร5อยละ 27.95 โดยก.อนจัดกิจกรรมได5คะแนนคิดเปdนร5อยละ
56.00 อย.ใู นระดบั ปานกลาง ส.วนหลงั จดั กจิ กรรมไดค5 ะแนนคดิ เปนd รอ5 ยละ 83.93 อยู.ในระดบั ดี
4. กรอบแนวคิดในการวจิ ยั
ตวั แปรตน& ตวั แปรตาม
กิจกรรมทางกาย ความสามารถในการฟ?ง
ตารางท่ี 2.1 กรอบแนวคดิ ในการวจิ ัย
33
บทท่ี 3
วิธีดำเนนิ การวิจัย
การศึกษาวิจัยครั้งนี้เปdนการวิจัยเรื่อง ผลการจัดกิจกรรมการมีส.วนร.วมของผู5ปกครองในการจัด
กิจกรรมทางกายที่มีต.อความสามารถในการฟ?งของนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล โรงเรียนอนุบาลมณียา
อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ซึ่งผู5วิจัยได5ดำเนินและเก็บรวบรวมข5อมูลในการศึกษาค5นคว5า โดยมี
ขน้ั ตอนดำเนินงาน ดังนี้
1. ประชากรเป\าหมายทใี่ ชใ5 นการวจิ ยั
2. เครื่องมือทีใ่ ชใ5 นการวจิ ัย
3. ขนั้ ตอนในการสร5างเครอ่ื งมือ
4. การเก็บรวบรวมขอ5 มลู
5. การวเิ คราะหLข5อมลู
6. สถิตทิ ใี่ ช5ในการวจิ ัย
ประชากรเปYาหมายที่ใช&ในการวจิ ยั
ประชากรเป\าหมายที่ใช5ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักเรียนชายและหญิงที่มีอายุระหว.าง 2 - 3 ป^ ที่
กำลังศึกษาอยู.ชั้นเตรียมอนุบาล ภาคเรียนที่ 2 ป^การศึกษา 2563 โรงเรียนอนุบาลมณียา อำเภอเมือง
จังหวดั นนทบุรี จำนวน 6 คน
เคร่ืองมอื ในการวิจยั
เคร่ืองมือที่ใชใ5 นการวจิ ยั ครัง้ น้ี ประกอบด5วย
1. แผนการจัดกิจกรรมการมีส.วนร.วมของผู5ปกครองในการจัดกิจกรรมทางกายที่มีต.อ
ความสามารถในการฟง? ของนักเรียนชัน้ เตรียมอนบุ าล (สำหรับคร)ู
2. แผนการจัดกิจกรรมการมีส.วนร.วมของผู5ปกครองในการจัดกิจกรรมทางกายที่มีต.อ
ความสามารถในการฟ?งของนกั เรยี นชัน้ เตรยี มอนุบาล (สำหรับผ5ูปกครอง)
3. แบบทดสอบวัดความสามารถในการฟ?งของนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล โรงเรียนอนุบาล
มณียา
34
ขั้นตอนในการสรา& งเคร่ืองมอื
ผู5วจิ ัยมขี ้นั ตอนในการสร5างเคร่ืองมือในการวิจยั ครง้ั นี้ ซึ่งประกอบดว5 ย
1. ขั้นตอนการสร5างแผนการจัดกิจกรรมการมีส.วนร.วมของผู5ปกครองในการจัดกิจกรรมทาง
กายทมี่ ตี อ. ความสามารถในการฟง? ของนกั เรยี นช้ันเตรียมอนุบาล (สำหรบั ครแู ละผ5ูปกครอง)
2. ขั้นตอนการสร5างแบบทดสอบวัดความสามารถในการฟ?งของนักเรียนช้ันเตรียมอนุบาล
โรงเรียนอนบุ าลมณยี า
ขั้นตอนการสร&างแผนการจัดกิจกรรมการมีส?วนร?วมของผู&ปกครองในการจัดกิจกรรมทาง
กายทีม่ ตี ?อความสามารถในการฟ]งของนกั เรียนชั้นเตรียมอนุบาล (สำหรับครูและผ&ปู กครอง)
1. ศึกษาแนวคิดวิธีการเขียนแผนการจัดกิจกรรมการมีส.วนร.วมของผู5ปกครองในการจัด
กิจกรรมทางกายที่มีต.อความสามารถในการฟ?งของนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล (สำหรับครูและ
ผู5ปกครอง) จากเอกสาร หนังสือ และงานวิจัยที่เกี่ยวข5องกับการมีส.วนร.วมของผู5ปกครองในการจัด
กจิ กรรมทางกายทมี่ ีต.อความสามารถในการฟ?งของนักเรยี นช้นั เตรยี มอนบุ าล
2. สร5างแผนการจัดกิจกรรมการมีส.วนร.วมของผู5ปกครองในการจัดกิจกรรมทางกายที่มีต.อ
ความสามารถในการฟ?งของนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล (สำหรับครู) จำนวน 12 แผน ซึ่งมีรายละเอียด
ของแผน ประกอบด5วย
2.1 จดุ ประสงคLเชงิ พฤตกิ รรม
2.2 สาระการเรียนรู5
2.3 วธิ ีดำเนินกิจกรรมการเรยี นรู5
2.4 การวดั และประเมินผล
2.5 สอื่ การเรียนร5ู
3. สร5างแผนการจดั กิจกรรมการมสี ว. นร.วมของผู5ปกครองในการจัดกจิ กรรมทางกายท่มี ตี .อ
ความสามารถในการฟง? ของนักเรยี นชน้ั เตรียมอนบุ าล (สำหรับผูป5 กครอง) จำนวน 12 แผน ซึ่งมี
รายละเอยี ดของแผน ดงั นี้
3.1 จดุ ประสงคLเชงิ พฤตกิ รรม
3.2 สาระการเรยี นร5ู
3.3 อุปกรณL
3.4 ข้นั ตอนในการทำกิจกรรม
3.5 การวัดและประเมินผล
4. นำแผนการจัดกิจกรรมการมีส.วนร.วมของผู5ปกครองในการจัดกิจกรรมทางกายที่มีต.อ
ความสามารถในการฟ?งของนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล ที่ผู5วิจัยสร5างขึ้นให5อาจารยLพรทิพยL พูลปN?น
35
อาจารยLนิเทศกLตรวจสอบความชัดเจนและความเหมาะสม เพื่อนำไปปรับปรุงแก5ไขและเสนอให5
อาจารยLนเิ ทศกอL กี ครัง้
5. นำแผนการจัดกิจกรรมการมีส.วนร.วมของผู5ปกครองในการจัดกิจกรรมทางกายที่มีต.อ
ความสามารถในการฟ?งของนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาลให5ครูธัญชนก วงศLชัย ครูประจำชั้นระดับเตรียม
อนุบาล และครูมณีรัตนL แจ5งเสมอ ครูประจำชั้นระดับเตรียมอนุบาล ซึ่งเปdนผู5เชี่ยวชาญด5านการศึกษา
ปฐมวัย ตรวจสอบพจิ ารณา เพอื่ ใหข5 5อคดิ เห็นและข5อเสนอแนะ
6. นำแผนการจัดกิจกรรมการมีส.วนร.วมของผู5ปกครองในการจัดกิจกรรมทางกายที่มีต.อ
ความสามารถในการฟ?งของนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาลที่ปรับปรุงแก5ไขตามคำแนะนำของผู5เชี่ยวชาญไป
ทดลองสอนกับนักเรียนชายและหญิงที่มีอายุระหว.าง 2 – 3 ป^ ที่กำลังศึกษาอยู.ชั้นเตรียมอนุบาล ภาค
เรียนท่ี 2 ป^การศึกษา 2563 โรงเรยี นอนบุ าลมณยี า อำเภอเมอื ง จังหวัดนนทบรุ ี จำนวน 6 คน
ตารางที่ 3.1 การจัดกิจกรรมการมีส.วนร.วมของผู5ปกครองในการจัดกิจกรรมทางกายที่มีต.อ
ความสามารถในการฟ?งของนกั เรียนชนั้ เตรียมอนุบาล โรงเรียนอนุบาลมณยี า
สัปดาหWท่ี วันที่ทำการ กิจกรรม อปุ กรณW
1 ทดลอง หยบิ สง่ิ ของวางบนจาน (สำหรับ
องั คาร ครู) - บลอ็ กไม5 4 ชนิ้
- แกว5 นำ้ 4 ใบ
- กลอ. งนม 4 กล.อง
- จาน 3 ใบ
- ตะกร5า 1 ใบ
พุธ หยิบส่งิ ของวางบนจาน (สำหรบั - จาน 3 ใบ
พฤหัสบดี ผป5ู กครอง) - ช5อน 2 คัน
- สอ5 ม 2 คนั
เดินไปยนื บนกระดาษสี - ตะเกยี บ 1 ค.ู
คลานใต5เก5าอ้ี - ตะกรา5 1 ใบ
- กระดาษสี 3 แผ.น ไดแ5 ก. สี
เขียว สแี ดง และน้ำเงิน
- เก5าอี้ 3 ตวั
36
สปั ดาหWที่ วนั ที่ทำการ กิจกรรม อุปกรณW
ทดลอง หยิบของไปวางไว5ใตโ5 ตqะ
ศุกรL - โตqะ 1 ตวั
- ของเลน. 3 อยา. ง
2 จนั ทรL จบั ค.ูสงิ่ ของแต.ละประเภท ท่ีมีความแตกต.าง
- จาน 3 ใบ
อังคาร จับคถู. งุ เทา5 - ชอ5 น 4 - 5 คนั
- ส5อม 4 - 5 คัน
พธุ กระโดดขา5 มเชือก - ตะเกียบ 3 ค.ู
พฤหัสบดี หยบิ ของ 2 ชน้ิ วางไว5ข5างหน5า - ตะกร5าเลก็ 1 ใบ
คณุ ครู (สำหรบั ครู)
- ถุงเทา5 3 ค.ู
ทมี่ ีความแตกตา. ง
- เชอื ก ยาว 1 เมตร 3 เส5น
- ช5อน 1คนั
- แปรงสีฟ?น 1 ดา5 ม
- ถ5วย 1 ใบ
- แก5วน้ำ 1 ใบ
- หวี 1 เลม.
- ผา5 เชด็ หน5า 1 ผนื
- ตะกร5า หรอื กลอ. ง 1 ใบ
- โตะq 1 ตวั
หยิบของ 2 ช้ิน วางไว5ข5างหนา5 แม. - ช5อน 1คัน
(สำหรับผปู5 กครอง) - แปรงสีฟ?น 1 ดา5 ม
- ถ5วย 1 ใบ
- แก5วนำ้ 1 ใบ
- หวี 1 เลม.
- ผ5าเชด็ หน5า 1 ผนื
- ตะกร5า หรือกล.อง 1 ใบ
- โตะq 1 ตวั
37
สัปดาหทW ี่ วนั ที่ทำการ กิจกรรม อุปกรณW
3 ทดลอง หยบิ ของ 1 ชิ้น วางซอ. นไวข5 า5 ง
จันทรL หลังตqุกตา - ช5อน 1 คนั
- แปรงสีฟน? 1 ด5าม
อังคาร ของเลน. เข5าแถว - ถว5 ย 1 ใบ
พธุ จับคูส. ลี กู บอลกับกระดาษสี - แก5ว 1 ใบ
- หวี 1 ด5าม
(สำหรับครู) - ผา5 เชด็ หน5า 1 ผนื
- ตะกรา5 หรอื กล.อง 1 ใบ
- ตุqกตา 1 ตัว
- โตqะ 1 ตวั
- ของเลน. 3 อย.าง
ทม่ี ีความแตกต.าง
- กระดาษสี 3 แผ.น ไดแ5 ก. สี
เขยี ว สเี หลือง และสนี ้ำเงนิ
- ลูกบอล 3 ลูก ไดแ5 ก. สเี ขยี ว
สเี หลือง และสนี ้ำเงนิ
พฤหัสบดี จับคู.สง่ิ ของกับกระดาษสี (สำหรับ - กระดาษสี 3 แผน. ได5แก. สี
ผ5ปู กครอง) เขยี ว สแี ดง และน้ำเงนิ
- สิ่งของภายในบา5 น 3 ชิ้น ท่ีมี
ตามหารองเท5ามาเข5าคู. สที ่สี อดคล5องกับกระดาษสี
ไดแ5 ก. สีเขยี ว สีแดง และน้ำเงิน
- รองเท5า 3 คู.
ท่ีมีความแตกต.าง
38
ข้นั ตอนการสรา& งแบบทดสอบวัดความสามารถในการฟ]งของนกั เรยี นชั้นเตรียมอนบุ าล
โรงเรยี นอนบุ าลมณยี า
1. ศึกษาข5อมูลในการสร5างแบบทดสอบวัดความสามารถในการฟ?งของนักเรียนชั้นเตรียม
อนุบาล โรงเรียนอนุบาลมณียา จากเอกสาร หนังสือ งานวิจัยที่เกี่ยวข5องกับการมีส.วนร.วมของ
ผู5ปกครองในการจัดกิจกรรมทางกายที่มีผลต.อความสามารถในการฟ?งของนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล
ของเครื่องมือวิจัย เรื่อง การมีส.วนร.วมของผู5ปกครองในการจัดกิจกรรมทางกายที่มีต.อความสามารถ
ในการฟง? ของนักเรยี นช้นั เตรยี มอนุบาล โรงเรยี นอนบุ าลมณียา อำเภอเมือง จงั หวัดนนทบรุ ี
2. สร5างแบบทดสอบวัดความสามารถในการฟ?งของนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล โรงเรียน
อนบุ าลมณียา จำนวน 10 ข5อโดยกำหนดเกณฑLการใหค5 ะแนน ดังนี้
ให5 0 คะแนน หมายถงึ ตอบคำถามผิด
ให5 1 คะแนน หมายถึง ตอบคำถามถูก
3. กำหนดเกณฑLการให5คะแนนออกเปdน 4 ระดับ ซึ่งเปdนระดับการวัดข5อมูลแบบอันตรภาค
ชั้นและกำหนดคะแนนเฉลี่ยของระดับความสามารถในการฟ?งของนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล โรงเรียน
อนบุ าลมณยี า ผ5วู ิจยั จึงนำมาต้ังเกณฑกL ารแปลผลแบง. เปนd ดังนี้
คะแนนระหวา. ง 07.51 – 10.00 หมายความวา. มีความสามารถในการฟ?งในระดบั ดมี าก
คะแนนระหว.าง 05.01 – 07.50 หมายความวา. มีความสามารถในการฟ?งในระดบั ดี
คะแนนระหว.าง 02.51 – 05.00 หมายความวา. มีความสามารถในการฟ?งในระดับพอใช5
คะแนนระหว.าง 00.00 – 02.50 หมายความว.า มีความสามารถในการฟ?งในระดับ
ปรับปรุง
4. นำแบบทดสอบวัดความสามารถในการฟ?งของนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล โรงเรียนอนุบาล
มณียา ที่ผู5วิจัยสร5างขึ้นให5อาจารยLนิเทศกLตรวจสอบความชัดเจนและความเหมาะสม เพื่อนำไป
ปรับปรงุ แก5ไข และเสนอให5อาจารยLนิเทศอีกครั้ง
5. นำแบบทดสอบวัดความสามารถในการฟ?งของนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล โรงเรียนอนุบาล
มณียา ให5ครูธัญชนก วงศLชัย ครูประจำชั้นระดับเตรียมอนุบาล และครูมณีรัตนL แจ5งเสมอ
ครูประจำชั้นระดับเตรียมอนุบาล ซึ่งเปdนผู5เชี่ยวชาญด5านการศึกษาปฐมวัย ตรวจสอบพิจารณา เพื่อให5
ขอ5 คดิ เหน็ และข5อเสนอแนะ
6. นำแบบทดสอบวัดความสามารถในการฟ?งของนักเรียนชั้นเตรียมอนุบาล โรงเรียนอนุบาล
มณียา ที่ปรับปรุงแก5ไขตามคำแนะนำของผู5เชี่ยวชาญไปทดสอบใช5กับนักเรียนชายและหญิงที่มีอายุ
ระหวา. ง 2 – 3 ป^ ทีก่ ำลังศกึ ษาอย.ชู น้ั เตรียมอนบุ าล ภาคเรียนที่ 2 ป^การศกึ ษา 2563 โรงเรยี นอนุบาล
มณียา อำเภอเมือง จังหวดั นนทบุรี จำนวน 6 คน