The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสังคม ม.ปลาย PDF2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by keng.160719788, 2022-05-28 10:27:49

หลักสูตรสังคม ม.ปลาย PDF2

หลักสูตรสังคม ม.ปลาย PDF2

หลกั สูตร

กลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

มธั ยมศึกษาตอนปลาย

ฉบบั ปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๑

โรงเรยี นเดอื่ ศรีไพรวัลย์
อำเภอวานรนิวาส จงั หวัดสกลนคร
กรมสง่ เสรมิ การปกครองท้องถน่ิ กระทรวงมหาดไทย

ความนำ

กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ให้เป็นหลักสูตร
แกนกลางของประเทศ โดยกำหนดจุดหมาย และมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนา
คุณภาพผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีคุณภาพชีวิตท่ีดีและมีขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีระดับโลก
(กระทรวงศึกษาธิการ, 2544) พร้อมกันน้ีได้ปรับกระบวนการพัฒนาหลักสูตรให้มีความสอดคล้องกับเจตนารมณ์
แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ท่ีมุ่งเน้นการ
กระจายอำนาจทางการศึกษาให้ท้องถ่ินและสถานศึกษาได้มีบทบาทและมีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร เพ่ือให้
สอดคล้องกับสภาพ และความตอ้ งการของทอ้ งถิน่ (สำนักนายกรัฐมนตรี, 2542)

จากการวิจัย และติดตามประเมินผลการใช้หลักสูตรในช่วงระยะ 6 ปีท่ีผ่านมา (สำนักวิชาการและ
มาตรฐานการศึกษา, 2546 ก., 2546 ข.,2548 ก., 2548 ข.; สำนกั งานเลขาธิการสภาการศกึ ษา,2547; สำนัก
ผู้ตรวจราชการและติดตามประเมินผล, 2548; สุวิมล ว่องวาณิช และนงลักษณ์ วิรัชชัย, 2547; Nutravong,
2002; Kittisunthorn, 2003) พบว่า หลักสูตรการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2544 มีจุดดีหลายประการ
เช่น ช่วยส่งเสริมการกระจายอำนาจทางการศึกษาทำให้ท้องถ่ินและสถานศึกษามีส่วนร่วมและมีบทบาทสำ คัญใน
การพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของท้องถ่ิน และมีแนวคิดและหลักการในการส่งเสริมการพัฒนา
ผู้เรยี นแบบองค์รวมอยา่ งชัดเจน อยา่ งไรกต็ าม ผลการศึกษาดงั กลา่ วยงั ได้สะท้อนใหเ้ ห็นถึงประเด็นที่เป็นปัญหาและ
ความไม่ชดั เจนของหลกั สตู รหลายประการท้ังในสว่ นของเอกสารหลกั สูตร กระบวนการนำหลกั สตู รสกู่ ารปฏิบัติ และ
ผลผลิตท่ีเกิดจากการใช้หลักสูตร ได้แก่ ปัญหาความสับสนของ ผู้ปฏิบัติในระดับสถานศึกษาในการพัฒนาหลักสูตร
สถานศึกษา สถานศึกษาส่วนใหญ่กำหนดสาระและผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวังไว้มาก ทำให้เกิดปัญหาหลักสูตรแน่น
การวัดและประเมินผลไม่สะท้อนมาตรฐาน ส่งผลต่อปัญหาการจัดทำเอกสารหลักฐานทางการศึกษาและการเทียบ
โอนผลการเรียน รวมท้ังปัญหาคุณภาพของผู้เรียนในด้านความรู้ ทกั ษะ ความสามารถและคุณลักษณะที่พึงประสงค์
อนั ยงั ไมเ่ ปน็ ทน่ี ่าพอใจ

นอกจากน้ันแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 ( พ.ศ. 2550 – 2554)ได้ชี้ให้เห็นถึง
ความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนจุดเน้นในการพัฒนาคุณภาพคนในสังคมไทยให้ มีคุณธรรม และมีความรอบรู้อย่าง
เท่าทัน ให้มีความพร้อมท้ังด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และศีลธรรม สามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงเพ่ือ
นำไปสู่สังคมฐานความรู้ได้อย่างม่นั คง แนวการพัฒนาคนดงั กล่าวมุ่งเตรียมเด็กและเยาวชนใหม้ ีพ้ืนฐานจิตใจท่ีดีงาม
มีจิตสาธารณะ พร้อมท้ังมีสมรรถนะ ทักษะและความรู้พ้ืนฐานท่ีจำเป็นในการดำรงชีวิต อันจะส่งผลต่อการพัฒนา
ประเทศแบบย่ังยืน (สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2549) ซึ่งแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบาย
ของกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนาเยาวชนของชาติเข้าสู่ โลกยุคศตวรรษท่ี 21 โดยมุ่งส่งเสริมผู้เรียนมี
คณุ ธรรม รักความเป็นไทย ให้มีทักษะการคิดวิเคราะห์ สร้างสรรค์ มีทักษะด้านเทคโนโลยี สามารถทำงานร่วมกับ
ผอู้ ่ืน และสามารถอยู่รว่ มกับผู้อื่นในสังคมโลกไดอ้ ย่างสนั ติ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2551)

จากข้อค้นพบในการศึกษาวิจัยและติดตามผลการใช้หลักสูตรการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2544 ท่ี
ผ่านมา ประกอบกับข้อมูลจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับท่ี 10 เก่ียวกับแนวทางการพัฒนาคน
ในสังคมไทย และจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนาเยาวชนสศู่ ตวรรษที่ 21 จึงเกิดการทบทวนหลักสตู ร
การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2544 เพื่อนำไปสู่การพัฒนาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 ท่ีมีความเหมาะสม ชัดเจน ทั้งเป้าหมายของหลักสูตรในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และ
กระบวนการนำหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติในระดับเขตพ้ืนที่การศึกษาและสถานศึกษา โดยได้มีการกำหนดวิสัยทัศน์
จุดหมาย สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดท่ีชัดเจน เพื่อใช้
เปน็ ทิศทางในการจัดทำหลกั สตู ร การเรยี นการสอนในแตล่ ะระดับ นอกจากน้ันได้กำหนดโครงสร้างเวลาเรยี นข้ันต่ำ

ของแต่ละกลุ่มสาระการเรยี นรู้ในแต่ละชนั้ ปีไวใ้ นหลกั สูตรแกนกลาง และเปิดโอกาสใหส้ ถานศึกษาเพม่ิ เตมิ เวลาเรยี น

ได้ตามความพร้อมและจุดเน้น อีกท้ังได้ปรับกระบวนการวัดและประเมินผลผู้เรียน เกณฑ์การจบการศึกษาแต่ละ

ระดับ และเอกสารแสดงหลักฐานทางการศึกษาให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ และมีความชัดเจนต่อ

การนำไปปฏิบตั ิ

เอกสารหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 นี้ จัดทำขึ้นสำหรับท้องถ่ินและ

สถานศึกษาได้นำไปใช้เป็นกรอบและทิศทางในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา และจัดการเรียนการสอนเพ่ือพัฒนา

เด็กและเยาวชนไทยทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐานให้มีคุณภาพด้านความรู้ และทักษะท่ีจำเป็นสำหรับการ

ดำรงชีวติ ในสงั คมท่มี กี ารเปลี่ยนแปลง และแสวงหาความรู้เพ่ือพัฒนาตนเองอยา่ งต่อเนื่องตลอดชีวิต

มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชี้วดั ที่กำหนดไว้ในเอกสารนี้ ช่วยทำให้หน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ในทุก

ระดับเห็นผลคาดหวังที่ต้องการในการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนท่ีชัดเจนตลอดแนว ซ่ึงจะสามารถช่วยให้

หน่วยงานท่ีเก่ียวข้องในระดบั ท้องถิ่นและสถานศึกษาร่วมกันพัฒนาหลักสตู รได้อยา่ งม่ันใจ ทำให้การจดั ทำหลักสูตร

ในระดับสถานศึกษามีคุณภาพและมีความเป็นเอกภาพยิ่งข้ึน อีกทั้งยังช่วยให้เกิดความชัดเจนเรื่องการวัดและ

ประเมินผลการเรียนรู้ และช่วยแก้ปัญหาการเทียบโอนระหว่างสถานศึกษา ดังน้นั ในการพัฒนาหลักสตู รในทกุ ระดับ

ต้งั แต่ระดับชาติจนกระทั่งถึงสถานศึกษา จะต้องสะท้อนคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชีว้ ัดที่กำหนดไว้ใน

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมท้ังเป็นกรอบทิศทางในการจัดการศึกษาทุกรูปแบบ และครอบคลุม

ผู้เรยี นทกุ กลมุ่ เปา้ หมายในระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน

การจัดหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐานจะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายท่ีคาดหวงั ได้ทุกฝ่ายท่ีเก่ียวข้องท้ัง

ระดับชาติ ชุมชน ครอบครัว และบุคคลต้องร่วมรับผิดชอบ โดยร่วมกันทำงานอย่างเป็นระบบ และต่อเนื่อง ในการ

วางแผน ดำเนินการ ส่งเสริมสนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแก้ไข เพ่ือพัฒนาเยาวชนของชาติไปสู่คุณภาพ

ตามมาตรฐานการเรียนรู้ทกี่ ำหนดไว้

วิสยั ทศั น์ พันธกจิ เป้าประสงค์

วิสัยทศั น์

โรงเรยี นเด่อื ศรไี พรวลั ย์มุ่งพฒั นาผเู้ รยี นให้เป็นบุคคลแห่งการเรยี นรู้เตม็ ตามศักยภาพ ให้เปน็ คนดี มี
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม มพี ลานามัยทีส่ มบรู ณ์ มีจิตสำนึกในความเปน็ ไทยและพฒั นาใหเ้ ป็นโรงเรียน ของชุมชนอยา่ ง
แท้จริง

พันธกจิ

1. พฒั นาผูเ้ รียนให้มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม สุขภาพพลานามัยและคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์
2. พัฒนาผเู้ รยี นใหม้ คี วามสามารถตามศักยภาพของแตล่ ะบุคคล
๓. ส่งเสริมใหผ้ ู้เรียนมีส่วนรว่ มในกิจกรรมเสริมความสามารถพเิ ศษทางด้านวชิ าการ ดนตรี กฬี า ศลิ ปะ
ภาษา วัฒนธรรม วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
๔. ส่งเสรมิ ให้ผเู้ รยี นพัฒนาทักษะ ด้านอาชีพ ตามความถนัดและความสามารถจากการ
สืบคน้ ภูมปิ ัญญาท้องถ่ิน
๕. ส่งเสริมให้มีการจดั บรรยากาศและส่ิงแวดล้อมเอ้ือต่อการเรียนร้ทู ัง้ ในและนอกโรงเรียนโดยเนน้ นักเรียนทกุ

คนมีส่วนร่วม
๖. สง่ เสริมการปกครองในระบอบประชาธปิ ไตย อันมีพระมหากษตั ริยเ์ ป็นองค์ประมุข
๗. พฒั นาระบบบริหารจดั การเสริมสร้างความเข้มแข็งโดยความรว่ มมอื ของบุคลากรใน
โรงเรียน ผปู้ กครอง ชุมชน และองค์กรทุกระดบั

เปา้ ประสงค์

1. ผเู้ รียนมคี ุณธรรมจริยธรรมและสขุ ภาพทด่ี ี มีความรับผิดชอบ มวี ินัยและซอื่ สัตย์สจุ ริต
2. ผเู้ รียนมนี ิสยั รกั การอ่าน มคี วามคิดริเริ่มสรา้ งสรรค์ ใฝร่ ู้ ใฝ่เรยี น รกั การเรียนและรัก
การค้นควา้
3. ผเู้ รยี นมคี วามรแู ละมีทักษะในการจัดการสื่อสารและการใชเ้ ทคโนโลยี มวี ธิ ีคดิ วิธกี าร
ทำงานให้เหมาะสมกบั สถานการณ์
4. มจี ติ สำนึกในการอนุรักษ์ภาษาไทย ภมู ปิ ัญญาท้องถิ่น ดนตรี กีฬา ศิลปะและวัฒนธรรม
5. ผเู้ รียนมีความร้คู วามสามารถในการจดั สภาพแวดลอ้ มแหล่งเรียนร้ใู นสถานศึกษา
6. ผเู้ รยี นมีสขุ ภาพพลานามยั ท่ีสมบูรณ์ หลกี เล่ียงจากอยายมุขและสงิ่ เสพติด
7. ผูเ้ รยี นมีความรักในประเทศชาติ ความเป็นไทย รักท้องถิ่นแสร้างส่ิงที่ดีงามให้แก่ โรงเรียน ชุมชน
และสงั คม
8. มีระบบดูแลชว่ ยเหลอื นกั เรียนอย่างเป็นระบบมากข้ึน

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ในการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรโรงเรียนเด่ือศรีไพรวัลย์ พุทธศักราช 2553 ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด ซ่ึงจะช่วยให้
ผูเ้ รียนเกิดสมรรถนะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดงั นี้

สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น

หลักสูตรโรงเรียนเดอื่ ศรีไพรวัลย์พุทธศกั ราช2553ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐานพทุ ธศักราช
2551 มงุ่ ให้ผูเ้ รียนเกิดสมรรถนะสำคญั 5 ประการ ดังน้ี

1. ความสามารถในการสือ่ สาร เปน็ ความสามารถในการรับและสง่ สารมวี ัฒนธรรมในการใช้ภาษาถา่ ยทอด
ความคิด ความรคู้ วามเข้าใจ ความรูส้ ึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปล่ียนข้อมลู ขา่ วสารและประสบการณ์อันจะ
เป็นประโยชนต์ อ่ การพัฒนาตนเองและสังคม รวมทัง้ การเจรจาตอ่ รองเพ่ือขจดั และลดปัญหาความขดั แย้งต่างๆ การ
เลอื กรบั หรอื ไมร่ ับข้อมูลขา่ วสารด้วยหลกั เหตผุ ลและความถูกต้องตลอดจนการเลอื กใชว้ ิธกี ารสอ่ื สารท่ีมี
ประสิทธภิ าพโดยคำนึงถึงผลกระทบทีม่ ีต่อตนเองและสงั คม

2. ความสามารถในการคดิ เป็นความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคดิ อย่าง
สรา้ งสรรค์ การคิดอยา่ งมีวิจารณญาณ และการคิดเปน็ ระบบ เพื่อนำไปสู่การสรา้ งองค์ความรู้หรือสารสนเทศเพอ่ื
การตดั สนิ ใจเก่ยี วกบั ตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอปุ สรรคต่างๆทเ่ี ผชิญได้อย่าง
ถกู ต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลกั เหตุผลคุณธรรมและข้อมลู สารสนเทศ เขา้ ใจความสมั พันธ์และการเปล่ียนแปลง
ของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยกุ ตค์ วามรมู้ าใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาและมีการ
ตดั สินใจทีม่ ีประสิทธภิ าพโดยคำนงึ ถงึ ผลกระทบ ทเ่ี กดิ ขน้ึ ตอ่ ตนเอง สังคมและสิง่ แวดล้อม

4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการตา่ ง ๆ ไปใช้ในการดำเนิน
ชวี ติ ประจำวัน การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง การเรียนรอู้ ยา่ งต่อเนือ่ ง การทำงาน และการอยู่ร่วมกนั ในสงั คมด้วยการสรา้ ง
เสริมความสัมพนั ธอ์ ันดรี ะหว่างบคุ คล การจดั การปัญหาและความขดั แย้งต่าง ๆ อยา่ งเหมาะสม การปรบั ตวั ใหท้ นั กับ
การเปล่ียนแปลงของสังคมและสภาพแวดลอ้ มและการรจู้ ักหลกี เลีย่ งพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ทส่ี ง่ ผลกระทบตอ่ ตนเอง
และผอู้ ื่น

5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยเี ป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมี

ทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสงั คม ในด้านการเรียนรู้ การสือ่ สารการทำงาน การ

แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมีคุณธรรม

คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

หลักสูตรโรงเรียนเดื่อศรีพรวัลย์ พุทธศักราช 2553 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพ่ือให้สามารถ อยู่ร่วมกับผู้อ่ืนในสังคมได้
อยา่ งมีความสขุ ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ดงั นี้

1. รักชาติศาสน์ กษตั ริย์
2. ซ่อื สตั ย์สจุ รติ
3. มวี ินัย
4. ใฝ่เรยี นรู้
5. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
6.มุ่งม่นั ในการทำงาน
7. รักความเป็นไทย
8. มีจิตสาธารณะ

มาตรฐานการเรียนรู้

การพัฒนาผู้เรียนให้เกิดความสมดุล ต้องคำนึงถึงหลักพัฒนาการทางสมองและพหุปัญญา หลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน จงึ กำหนดใหผ้ ู้เรยี นเรยี นรู้ 8 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ดังน้ี

๑. ภาษาไทย
๒. คณิตศาสตร์
๓. วิทยาศาสตร์
๔. สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
๕. สขุ ศึกษาและพลศึกษา
๖. ศลิ ปะ
๗. การงานอาชพี และเทคโนโลยี
๘. ภาษาต่างประเทศ
ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ได้กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาคุณภาพ
ผู้เรียน มาตรฐานการเรียนรู้ระบุสิ่งท่ีผู้เรียนพึงรู้ ปฏิบัติได้ มีคุณธรรมจริยธรรม และค่านิยม ที่พึงประสงค์เมื่อจบ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน นอกจากนั้นมาตรฐานการเรียนรู้ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนาการศกึ ษาทั้งระบบ
เพราะมาตรฐานการเรียนรู้จะสะท้อนให้ทราบว่าต้องการอะไร จะสอนอย่างไร และประเมินอย่างไร รวมท้ังเป็น
เคร่ืองมือในการตรวจสอบเพื่อการประกันคุณภาพการศึกษาโดยใช้ระบบการประเมินคุณภาพภายในและการ
ประเมินคุณภาพภายนอก ซึ่งรวมถึงการทดสอบระดับเขตพื้นที่การศึกษา และการทดสอบระดับชาติ ระบบการ
ตรวจสอบเพ่ือประกันคณุ ภาพดังกล่าวเป็นสิ่งสำคัญที่ชว่ ยสะทอ้ นภาพการจัดการศึกษาว่าสามารถพัฒนาผู้เรียนให้มี
คุณภาพตามทีม่ าตรฐานการเรยี นรูก้ ำหนดเพยี งใด

โครงสร้างหลักสตู รสถานศกึ ษา

โรงเรียนเดื่อศรีไพรวัลย์ ได้กำหนดโครงสรา้ งหลักสูตรสถานศึกษา ในเร่ืองต่อไปน้ี

การกำหนดรายวิชา ไดจ้ ัดแบ่งองค์ความร้แู ละทักษะตามมาตรฐานการเรยี นรู้ไว้
8 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ได้แก่

1) ภาษาไทย
2) คณิตศาสตร์
3) วทิ ยาศาสตร์
4) สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
5) สุขศึกษาและพลศึกษา
6) ศิลปะ
7) การงานอาชีพและเทคโนโลยี
8) ภาษาต่างประเทศ

ประเภทรายวิชา

รายวิชาพืน้ ฐาน เป็นรายวชิ าทีเ่ ปิดสอนเพ่ือพัฒนาผเู้ รียนตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชวี้ ดั และสาระ
การเรยี นรแู้ กนกลางท่ีกำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลาง ซง่ึ เป็นสงิ่ ทผี่ ูเ้ รียนทุกคนในระดบั การศึกษาข้ันพ้ืนฐานต้องเรยี นรู้

รายวิชาเพิ่มเติม เป็นรายวชิ าท่ีสถานศึกษาสามารถเปิดสอนเพมิ่ เติมจากส่ิงที่กำหนดไว้ในหลักสตู ร
แกนกลาง เพื่อใหส้ อดคล้องกับจุดเน้น ความต้องการและความถนัดของผเู้ รียนหรือความต้องการของท้องถนิ่ โดยมีการ
กำหนด “ผลการเรียนรู้” เป็นเป้าหมายในการพฒั นาผู้เรยี นในรายวชิ าเพิ่มเติมต่างๆ

การกำหนดรหสั วิชา

เพอ่ื ให้เกดิ ความสะดวกและความเขา้ ใจตรงกนั ในการส่ือสารสถานศึกษาจำเป็นต้องกำหนดรหสั
วชิ าอยา่ งเปน็ ระบบ

ระบบรหัสวชิ า ควรใช้ตัวเลขฮนิ ดูอารบิกเพื่อการสื่อสารและการจดั ทำเอกสารหลกั ฐานการศกึ ษา
ระบบรหสั วชิ าสำหรบั รายวชิ าพน้ื ฐานและรายวิชาเพิ่มเตมิ ประกอบด้วยตวั อักษรและตวั เลข 6 หลกั ดงั น้ี

หลักที่ หลกั ท่ี หลักที่ หลักท่ี หลักท่ี หลกั ท่ี
12 3 4 56

กลมุ่ ระดับ ปีในระดับ ประเภท ลำดับของรายวิชา
สาระ การศึกษา การศึกษา ของ
การ รายวิชา
เรยี นรู้

ท 10 1 01 - 99

ค 21 2

ว 32

ส3

พ4

ศ5

ง6

 ใชร้ หสั ตามรายการรหัสตัวอักษรกลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาต่างประเทศ

หลักท่ี 1เปน็ รหสั ตัวอักษรแสดงกลุ่มสาระการเรยี นร้คู ือ

ท หมายถงึ กลุม่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย

ค หมายถงึ กลุม่ สาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์

ว หมายถงึ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์

ส หมายถงึ กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู งั คมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม

พ หมายถึง กลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ ุขศึกษาและพลศึกษา

ศ หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ

ง หมายถงึ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี

 หมายถึง กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศให้ใช้รหัสของแตล่ ะภาษาตามรายการ

หมายเหตุรหัสตัวอักษรกลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ

1) รายการรหัสตัวอักษรกลุม่ สาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศทจ่ี ะนำไปใชแ้ ทนมีดังนี้

ก หมายถงึ ภาษาเกาหลี ข หมายถงึ ภาษาเขมร

จหมายถงึ ภาษาจีน ซ หมายถึงภาษารัสเซีย

ญ หมายถงึ ภาษาญ่ปี ่นุ ต หมายถึงภาษาเวียดนาม

นหมายถึงภาษาลาตนิ บ หมายถึงภาษาบาลี

ป หมายถึงภาษาสเปน ฝ หมายถงึ ภาษาฝรัง่ เศส

ม หมายถึงภาษามลายู ย หมายถงึ ภาษาเยอรมนั

ร หมายถงึ ภาษาอาหรบั ล หมายถงึ ภาษาลาว

อ หมายถงึ ภาษาอังกฤษ ฮ หมายถึงภาษาฮนิ ดู

2)กรณี ที่มีสถานศึกษาใดจัดทำรายวิชาภาษาต่างประเทศอ่ืนๆนอกเหนือจากท่ีกำหนดไว้

ใหส้ ถานศกึ ษา ใชร้ หัสตัวอกั ษร “ ต ” แทนรายวชิ าภาษาตา่ งประเทศอื่นๆ

หลักที่ 2เป็นรหัสตัวเลขแสดงระดับการศึกษาในระดับประถมศึกษามัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย
สะท้อนระดบั ความรแู้ ละทกั ษะในรายวิชาท่ีกำหนดไวค้ ือ

1 หมายถึงรายวชิ าระดับประถมศึกษา
2 หมายถงึ รายวชิ าระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้
3 หมายถงึ รายวชิ าระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย

หลักที่ 3เป็นรหัสตัวเลขแสดงปีทีเ่ รยี นของรายวิชาซ่งึ สะท้อนระดับความรแู้ ละทักษะในรายวิชาที่กำหนดไว้ในแต่ละ
ปีคือ

0 หมายถึงรายวิชาที่ไม่กำหนดปที ี่เรียนจะเรียนปใี ดก็ได้ในระดับประถมศึกษา

มัธยมศึกษาตอนตน้ และมัธยมศึกษาตอนปลาย
1 หมายถึงรายวชิ าท่ีเรียนในปที ่ี 1 ของระดับประถมศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น

และมัธยมศึกษาตอนปลาย (ป.1 ม.1 และ ม.4)
2 หมายถึงรายวิชาที่เรียนในปีท่ี 2 ของระดับประถมศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น

และมัธยมศึกษาตอนปลาย (ป.2 ม.2 และ ม.5)
3 หมายถงึ รายวิชาท่เี รียนในปที ่ี 3 ของระดับประถมศกึ ษามธั ยมศึกษาตอนต้น

และมัธยมศึกษาตอนปลาย (ป.3 ม.3 และม.6)
4 หมายถึงรายวิชาทเี่ รยี นในปีที่ 4 ของระดับประถมศึกษา (ป.4)
5 หมายถึงรายวชิ าที่เรียนในปที ่ี 5 ของระดับประถมศกึ ษา (ป.5)
6 หมายถงึ รายวชิ าที่เรยี นในปที ่ี 6 ของระดับประถมศึกษา (ป.6)

หลกั ที่ 4เปน็ รหัสตวั เลขแสดงประเภทของรายวชิ าคือ
1 หมายถงึ รายวิชาพ้ืนฐาน
2 หมายถงึ รายวชิ าเพม่ิ เติม

หลักท่ี 5และหลักที่ 6เปน็ รหัสตวั เลขแสดงลำดับของรายวชิ าแต่ละกลมุ่ สาระการเรยี นรใู้ นปี/ระดับการศึกษา
เดยี วกนั ในระดับประถมศึกษามธั ยมศึกษาตอนตน้ หรอื มธั ยมศึกษาตอนปลายมีจำนวนตัง้ แต่ 01 - 99 ดังน้ี

รายวชิ าท่กี ำหนดปที ี่เรยี นให้นับรหัสหลกั ท่ี 5 - 6 ตอ่ เนอื่ งในปีเดียวกนั หากจดั รายวชิ าเป็นราย
ภาคให้กำหนดเรยี งลำดับรายวชิ าในกลมุ่ สาระการเรยี นรเู้ ดียวกนั ใหเ้ สรจ็ สิ้นในภาคเรียนแรกก่อนแลว้ จึงกำหนดต่อ
ในภาคเรียนทส่ี อง

รายวชิ าที่ไม่กำหนดปีที่เรียนใหน้ บั รหสั หลักท่ี 5 - 6 ต่อเนือ่ งในระดบั ประถมศึกษา มธั ยมศึกษา
ตอนตน้ และมัธยมศึกษาตอนปลาย

ท้งั นี้รหัสหลกั ท่ี 5 และหลักที่ 6 ของรายวชิ าเพ่ิมเติมระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย (ม.4-6) กล่มุ สาระการ
เรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ให้กำหนดรหัสวชิ าเปน็ ชว่ งลำดบั ดงั นี้

กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ลำดับท่ี01 - 19 หมายถึงรายวชิ าในกลมุ่ ฟิสิกส์
ลำดบั ที่21 - 39 หมายถึงรายวชิ าในกลมุ่ เคมี
ลำดบั ท่ี 41 - 59 หมายถงึ รายวิชาในกลมุ่ ชวี วทิ ยา
ลำดับท่ี 61 - 79 หมายถึงรายวชิ าในกลมุ่ โลกและอวกาศ
ลำดับท่ี 81 - 99 หมายถงึ รายวิชาในกลมุ่ วิทยาศาสตร์อ่นื ๆ

ตวั ชว้ี ัดเป็นการระบุสง่ิ ท่ีผเู้ รียนพงึ รูแ้ ละปฏบิ ัติได้ รวมทั้งคุณลกั ษณะของผ้เู รียน
ในแต่ละระดบั ชั้น ซึง่ สะท้อนถึงมาตรฐานการเรียนรู้ มคี วามเฉพาะเจาะจงและมีความเป็นรูปธรรม นำไปใชใ้ นการ
กำหนดเนอ้ื หา จดั ทำหนว่ ยการเรียนรู้ จัดการเรยี นการสอนและเป็นเกณฑส์ ำคัญสำหรับการวดั ประเมนิ ผลเพ่ือ
ตรวจสอบคณุ ภาพผู้เรยี น

หลกั สูตรได้มีการกำหนดรหัสกำกบั มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ช้วี ดั
เพอื่ ความเข้าใจและใหส้ ่อื สารตรงกัน ดังนี้

ว 1.1 ป.1/2ว : กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
1.1 : สาระท่ี 1 มาตรฐานข้อท่ี 1

ป.1/2 : ตวั ชี้วัดชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 1 ข้อท่ี 2

ต 2.2 ม.4-6/2ต : กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาต่างประเทศ
2.2 : สาระท่ี 2 มาตรฐานข้อท่ี 2

ม.4-6/2 : ตวั ช้ีวดั ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ขอ้ ท่ี 2

โครงสร้างหลกั สูตรสถานศกึ ษา ประกอบดว้ ย
1. โครงสร้างเวลาเรียน
2. โครงสร้างหลักสูตรชั้นปี

1. โครงสร้างเวลาเรียน

หลักสูตรโรงเรยี นเดื่อศรีไพรวัลย์ พุทธศักราช 2552 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
พุทธศักราช 2551 ได้กำหนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียนขั้นต่ำสำหรับกลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่ม และกิจกรรมพัฒนา
ผู้เรียน ซึ่งสถานศึกษาสามารถเพ่ิมเติมได้ตามความพร้อมและจุดเน้น โดยสามารถปรับให้เหมาะสมตามบริบทของ
สถานศกึ ษาและสภาพของผู้เรียน ดงั น้ี

ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 1-3)จัดเวลาเรยี นเป็นรายภาค มเี วลาเรียนวันละไม่
เกิน 6 ช่ัวโมง คดิ น้ำหนักของรายวิชาท่ีเรียนเป็นหนว่ ยกิต ใชเ้ กณฑ์ 40 ชว่ั โมง/ภาคเรียน มีคา่ น้ำหนักวิชาเท่ากับ
1 หน่วยกติ (นก.)

ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย (ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 - 6) จดั เวลาเรียนเปน็ รายภาค มเี วลาเรียน วัน
ละไม่น้อยกวา่ 6 ชั่วโมง คดิ น้ำหนกั ของรายวชิ าท่เี รยี นเปน็ หน่วยกิต ใช้เกณฑ์ 40 ช่วั โมงต่อภาคเรยี น มีค่านำ้ หนกั
วชิ า เท่ากบั 1 หนว่ ยกิต (นก.)

โครงสรา้ งเวลาเรียน

หลักสูตรโรงเรียนศรีเดื่อศรีไพรวัลย์ พุทธศักราช 2553 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
พุทธศกั ราช 2551 กำหนดกรอบโครงสรา้ งเวลาเรยี น ดังน้ี

กลุม่ สากริจะกกรารรมเรียนร/ู้ เวลาเรยี น

กลุม่ สาระการเรียนรู้ ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้ ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

ม.1 ม.2 ม.3 ม.4-6

ภาษาไทย 120 120 120 240
(3) (3) (3) (6)

คณติ ศาสตร์ 120 120 120 240
(3) (3) (3) (6)
วิทยาศาสตร์ 120 120 120 240
(3) (3) (3) (6)
สังคแมลศะึกวษัฒานศธรารสมนา
160 160 160 320
ปหเภศรศดวนูมะราัฒำิศ้าวษสเทนาตันนฐสพ่ีธศินิศาตราลชาศรรสสเวี มม์ลีตตติ แือธรรใลรง์น์ ระสมกังาคจรมรยิ ธรรม (4 นก.) (4 นก.) (4 นก.)
สขุ ศึกษาและพลศึกษา 40 (1) 40 (1) 40 (1) (8 นก.)
80 (2)
ศลิ ปะ 120 120 120
(3) (3) (3) 240
การงานอาชพี และ (6)
เทคโนโลยี 80 80 80 120
ภาษาต่างประเทศ (2) (2) (2) (3)
80 80 80 120
รวมเวลาเรยี น (พ้นื ฐาน) (2) (2) (2) (3)
80 80 80 120
กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น (2) (2) (2) (3)
120 120 120 240
โรรงาเรยยีวนชิ จาัด/เพก่มิิจเกตรมิ รตมาทมี ความ (3 นก.) (3 นก.) (3 นก.) (6 นก.)
880 880 880 1640
พรอ้ มและจดุ เน้น (22) (22) (22) (41)
รวมเวลาเรียนทั้งหมด 120 120 120 360

ปีละไมน่ อ้ ยกว่า 200 ช่ัวโมง ไมน่ ้อยกวา่ 1,600

ไม่นอ้ ยกว่า 1,200 ชั่วโมง/ปี รวม 3 ปไี มชน่ ั่วอ้โมยงกวา่ 3,600

โครงสร้างโรงเรียนเด่อื ศรีไพรวลั ย์

มัธยมศึกษาปีที่ 1

ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2

รหัส รายวิชา นก./ชม. รหสั วิชา รายวชิ า นก./ชม.
วิชา 1.5(60)
วชิ าพื้นฐาน วชิ าพืน้ ฐาน
ว21101 วิทยาศาสตรพ์ ้ืนฐาน 1 1.5(60) ว21102 วทิ ยาศาสตร์พืน้ ฐาน 2

ตามแนวหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 พ.ศ. 2553
ช้ันมัธยมศึกษาตอนตน้ (จำนวนช่วั โมง/เทอม ปี)

ค21101 คณิตศาสตร์ 1 1.5(60) ค21102 คณิตศาสตร์ 2 1.5(60)
1.5(60)
อ21101 องั กฤษ 1 1.5(60) อ21102 องั กฤษ 2 1.5(60)
1.5(60)
ท21101 ภาษาไทย 1.5(60) ท21102 ภาษาไทย 0.5(20)
0.5(20)
ส21101 สงั คมศึกษา 1 1.5(60) ส21102 สังคมศกึ ษา 2 01..50น((ก42./00ช)) ม.
111.110/(..445540((660) 00))
ส21103 ประวตั ิศาสตร์ 1 0ม.5ัธย(2ม0ศ)กึ ษสา2ป1ีท1ี่ 204 ประวตั ศิ าสตร์ 2
1.0(40)
พ21101 สขุ ศึกษภาาค1เรียนท่ี 1 0.5(20) พ21103 สุขศึกษา 2ภาคเรยี นที่ 2 1.0(40)
รหศพัส22ว11ชิ 11า0011 วคกศยทิณืดาิลยรหติปางศยศาศ่นุกึานาสษอสวตาวาตชิ รชริชร1าา์พีาพ์3พยรเแ้ืนพววืน้ลฐมิชม่ิ เฐาทเาาตนคนมิโ1นโลยี1 10น..ก05.((/42ช00ม)). พศ22ร11ห11ัส00ว24ชิ า เกศทาลิ เรวคปบงทิณศิลายกึนเติ ทาษอศศนาาาาวนชส2สชิสิพี ตวตาแริชรเรรลพ์วา์พา4ะมิม่พยน้ืเทเวืน้ฐตคิชาฐิมโนาานนโ2ลยี2 1.0(40)
ว22ง12011101 11111...055/(4((46640000))) ง2ว121201202 2/ 80
ค22101 ค22102
15
ค21201 คณติ ศาสตร์เพิม่ เติม 1 1.0(40) ค21202 คณิตศาสตร์เพิ่มเตมิ 2 20
15
อ21201 อังกฤษในชวี ติ ประจำวัน 1 1.0(40) ง21242 โปรแกรมประมวลผล 10
13/
ง21241 เทคโนโลยสี ารสนเทศ 1.0(40) ........... ................................................. 580

รวม 3/120 รวม

กจิ กรรม กจิ กรรม

แนะแนว 20 แนะแนว

ลูกเสือ/เนตรนารี 20 ลกู เสือ/เนตรนารี

ชมุ นุม 15 ชุมนุม

กิจกรรมเพื่อสงั คม 5 กิจกรรมเพื่อสังคม

รวม 14/620 รวม

รวมตลอดปกี ารศึกษา 1,200 ช.ม.

โครงสรา้ งโรงเรียนเด่อื ศรีไพรวลั ย์
ตามแนวหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551 พ.ศ. 2553

ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนต้น

อ 22101 อังกฤษ 3 1.5(60) อ22102 องั กฤษ 4 1.5(60)
ท 22101 ภาษาไทย 1.5(60) ท22102 ภาษาไทย 1.5(60)
1.5(60) ส22102 สงั คมศึกษา 4 1.5(60)
ส 22101 สังคมศึกษา 3 0.5(20) ส22104 ประวตั ิศาสตร์ 4 0.5(20)
ส 22103 ประวัติศาสตร์ 3 0.5ม(ธั2ย0ม)ศกึ ษพา2ป2ีท่ี1303 สขุ ศึกษา 4 0.5(20)
0.5(20) พ22104 กรีฑา 2ภาคเรียนท่ี 2 0.5(20)
พ 22101 สุขศกึ ษา 3 น1ก.0./(ช4ม0.) ศร2ห2สั 1วชิ0า2 ศิลปศกึ ษา 4รายวชิ า 1น.ก0./(4ชม0.)
พ 22102 กรฑี า 1ภาคเรียนที่ 1 1.0(40) ง22102 การงานอาวชิชีพาแพล้นื ะฐเาทนคโนโลยี4 1.0(40)
ศ221รห0ัส1วิชา ศิลปศกึ ษา 3รายวิชา 11.15/(46400) ว23102 วิทยาศาสตรพ์รวื้นมฐาน 2 11.51(/6404)
ง 22101 การงานอาวชชิ พี าพแลนื้ เฐทาคนโนโลยี3 1.5(60) ค23102 คณติ ศาสตร์ 4 1.50(60)

ว23101 วทิ ยาศาสตรร์พว้ืนมฐาน 1 วิชาเพม่ิ เติม 1.0(40)
ค23101 คณิตศาสตร์ 3 คณิตศาสตร์เพ่มิ เตมิ 4 1.0(40)
................................................. 1.0(40)
ค22203 วิชาเพ่มิ เติม 1.0(40) ค22202 ................................................. 2.0/80
........... คณิตศาสตร์เพม่ิ เตมิ 3 1.0(40) ...........
........... ................................................. 1.0(40) ........... รวม 15
................................................. 2.5/120 20
กิจกรรม 15
รวม 10
แนะแนว 13.5/5
กจิ กรรม ลกู เสอื /เนตรนารี 80
ชมุ นุม
แนะแนว 20 กิจกรรมเพอื่ สังคม
ลกู เสือ/เนตรนารี 20
รวม
ชมุ นมุ 15
กจิ กรรมเพื่อสังคม 5 ช.ม.
13.5/62
รวม 0

รวมเวลาเรยี นตลอดปีการศึกษา 1,240

โครงสร้างโรงเรยี นเดือ่ ศรีไพรวัลย์
ตามแนวหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 พ.ศ. 2553

ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนตน้

อ23101 องั กฤษ 3 1.5(60) อ23102 องั กฤษ 4 1.5(60)

ท23101 ภาษาไทย 1.5(60) ท23102 ภาษาไทย 1.5(60)

ส23101 สงั คมศึกษา 3 1.5(60) ส23102 สังคมศึกษา 4 1.5(60)

ส23101 ประวัติศาสตร์ 5 0.5(20) ส23104 ประวตั ิศาสตร์ 6 0.5(20)
0.5(20ม)ธั ยพมศ2กึ3ษ1า0ป3ีที่ 4 สขุ ศกึ ษา 4
พ23101 สุขศึกษา 3 0.5(20)
พ23101 แบดมินตนั ภาคเรยี นที่ 1 0.5(20) พ23104 วอลเลย่ ์บอภลาคเรียนท่ี 2 0.5(20)
ศ23รห1สั0ว1ชิ า ศิลปศึกษา 5รายวิชา 1.น0ก(4./0ช)ม. ศ231รห0ัส2วิชา ศลิ ปศกึ ษา 6 รายวชิ า 1.0(4น0ก)./ชม.
ง23101 การงานอาวชิชพี าแพล้นืเทฐคาโนนโลยี5 1.0(40) ง23102 การงานอาชีพวแชิ ลาะพเน้ืทฐคาโนโลยี6 1.0(40)
ว31101 ฟสิ กิ ส์ รวม 111/.454(600) ว31104 ดาราศาสตรรวแ์ มละอวกาศ 11/414.50(60)

วิชาเพ่ิมเตมิ วิชาเพิ่มเตมิ

ค23201 คณติ ศาสตรเ์ พ่มิ เตมิ 5 1.0(40) ค23202 คณิตศาสตร์เพมิ่ เติม 6 1.0(40)

........... ................................................. 1.0(40) ........... ................................................. 1.0(40)

........... ................................................. 1.0(40) ........... ................................................. 1.0(40)

รวม 3/120 รวม 3/120

กิจกรรม กจิ กรรม

แนะแนว 20 แนะแนว 15

ลูกเสือ/เนตรนารี 20 ลกู เสือ/เนตรนารี 20

ชมุ นุม 15 ชมุ นุม 15

กจิ กรรมเพอ่ื สงั คม 5 กจิ กรรมเพ่อื สังคม 10

รวม 60 รวม 60

รวมเวลาเรียนตลอดปกี ารศกึ ษา 1,240 ช.ม.

โครงสรา้ งโรงเรยี นเด่อื ศรีไพรวลั ย์
ตามแนวหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 พ.ศ. 2553

ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย แผนการเรยี นวิทย์– คณติ

ว31102 เคมี 1.5(60) ค31102 คณติ ศาสตร์ 1.0(40)
1.5(60) อ31102
ว31103 ชีววิทยา 1.0(40) ท31102 องั กฤษ 1.0(40)
1.0(40) ส31102
ค31101 คณิตศาสตร์ 1.0(ม4ัธ0ย)มศกึ สษ3า1ป1ีท0ี่ 53 ภาษาไทย 1.0(40)
1.0(40) ง31101
อ31101 องั กฤษ 00น..55ก((.22/ช00ม)). ศพร33ห11ัส11ว0ชิ02า2 สังคมศึกษา 1.0(40)
9.5/380
ท31101 ภาษาไทย ประวัตศิ าสตร์ 1 0.5(20)
1.5(60) ว30201
ส31101 สังคมศึกภษาาคเรียนท่ี 1 0.5(20) ว30221 การงาภนาอคาเชรีพยี แนลทะ่ี เ2ทคโนโลยี 1 1.0(40)
1.0(40) ว30241
พ31ร1ห0สั 1 สุขศกึ ษา รายวชิ า 1.0(40) ค31202 ศสขุลิ ศปึกศษึกาษารายวชิ า นก00.../55ช((ม22.00))
ศ31ว1ชิ 0า1 ศิลปศึกษา 0.5(20) พ30202
4.5/180
วชิ รวาพม้ืนฐาน วิชาพร้นื วฐมาน 8/320
20
วิชาเพิ่มเติม 20 วชิ าเพิ่มเติม
10
ค31201 คณติ ศาสตร์ 1 14 / ฟสิ ิกส์ 1 2.0(80)
610
พ30201 พลศกึ ษา เคมี 1.5(60)

............ ........................................... ชวี วทิ ยา 1.5(60)

............ ........................................... คณิตศาสตร์ 1.5(60)

............ ........................................... พลศึกษา 0.5(20)

รวม รวม 7 /280

กจิ กรรม กิจกรรม

แนะแนว แนะแนว 20

ชมุ นุม /รด ชุมนุม /รด 20

กิจกรรมเพอื่ สงั คม กจิ กรรมเพื่อสังคม 10

รวมท้ังหมด รวมทั้งหมด 15/650

โครงสร้างโรงเรียนเดือ่ ศรไี พรวัลย์
ตามแนวหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 พ.ศ. 2553

ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนปลาย แผนการเรยี นวทิ ย์– คณิต

ค32101 คณติ ศาสตร์ 1.0(40) ค32102 คณิตศาสตร์ 1.0(40)

อ32101 อังกฤษ 1.0(40) อ32102 อังกฤษ 1.0(40)

ท32101 ภาษาไทย 1.0(40) ท32102 ภาษาไทย 1.0(40)

ส32101 สงั คมศึกษา 1.0(40) ส32102 สงั คมศึกษา 1.0(40)

ส32103 ประวัตศิ าสตร์ 2 0.5(20) ส32104 ประวัติศาสตร์ 3 0.5(20)

พ31101 สุขศึกษา 0.5(20) ง31102 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 2 1.0(40)
ศ32101 ศลิ ปศกึ ษา 3 0.ม5ัธ(2ยม0ศ) ึกษพา3ป2ที 1่ี 601
ภาคเรยี นที่ 1 สขุ ศกึ ษา 0.5(20)
ภาศคิลเรปยี ศนึกทษ่ี า24
รหสั ศ32102 0.5(20)
วิชา
รายรววิชมา น5ก../5ช0/ม2.2 รหสั วชิ า รายรววิชมา นก6./.5ช0/ม2. 6

วชิวาิชพาเ้นื พฐ่มิ าเนติม วิชวาิชพาเน้ื พฐมิ่ าเนติม 1.20.(04(08)0)
คว3330120012 คณิตศาสตรฟ์ ิสิกส์ 2 12.0.0(4(800) ) คว3310120023 คณติ ศาสตร์ ฟสิ ิกส์ 3 1.10.(54(06)0)
อว3330120212 องั กฤษ เคมี 2 11.0.5(4(600) ) อว3310120223 องั กฤษ เคมี 3

ว30242 ชวี วิทยา 2 1.5(60) ว30243 ชวี วิทยา 3 1.5(60)

ค32201 คณิตศาสตร์ 1 1.5(60) ค32202 คณิตศาสตร์ 1.5(60)

พ30203 พลศกึ ษา 0.5(20) พ30204 พลศกึ ษา 0.5(20)

............ ........................................... 1.5(60) ............ ........................................... 1.0(40)

รวม 8.5/34 รวม 8/320

0

กิจกรรม กิจกรรม

แนะแนว 20 แนะแนว 20

ชุมนุม,รด 20 ชุมนุม,รด 20

กิจกรรมเพือ่ สังคม 10 กิจกรรมเพ่อื สงั คม 10

รวม 14/61 รวม 14.5/6

0 30

โครงสรา้ งโรงเรียนเด่ือศรไี พรวลั ย์
ตามแนวหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 พ.ศ. 2553

ชัน้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย แผนการเรียนวิทย์– คณิต

ท33101 ภาษาไทย 1.0(40) ท31102 ภาษาไทย 1.0(40)

ส33101 สังคมศึกษา 1.0(40) ส31102 สงั คมศึกษา 1.0(40)

ส33103 ประวตั ิศาสตร์ 4 0.5(20) พ33102 สุขศกึ ษา 0.5(20)

พ33101 สขุ ศึกษา 0.5(20) ศ33102 ศลิ ปศึกษา 6 0.5(20)

ศ33101 ศิลปศึกษา 5 0.5(20) ง31102 การงานอาชีพและเทคโนโลยี 3 1.0(40)

รวม 5.5/220 รวม 6/240

วชิ าเพมิ่ เติม วิชาเพิ่มเติม

ว30204 ฟิสกิ ส์ 4 2.0(80) ว30205 ฟสิ ิกส์ 5 2.0(80)

ว30224 เคมี 4 1.5(60) ว30225 เคมี 5 1.5(60)

ว30244 ชีววทิ ยา 4 1.5(60) ว30245 ชีววทิ ยา 5 1.5(60)

ค33201 คณิตศาสตร์ 1 1.5(60) ค33202 คณติ ศาสตร์ 1.5(60)

พ30205 พลศกึ ษา 0.5(20) พ30206 พลศกึ ษา 0.5(20)

............ ........................................... 1.5(60) ............ ........................................... 1.0(40)

รวม 8.5/340 รวม 8/320

กิจกรรม กจิ กรรม

แนะแนว 20 แนะแนว 20

ชมุ นมุ ,รด 20 ชมุ นมุ ,รด 20

กจิ กรรมเพื่อสงั คม 10 กจิ กรรมเพ่ือสังคม 10

รวม 14/610 รวม 14/610

ชน้ั มัธยมศึกษาตอนปลาย แผนการเรยี นวทิ ย์– คณิต
โครงสรา้ งโรงเรียนเดื่อศรีไพรวลั ย์

ตามแนวหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 พ.ศ. 2553
ชัน้ มัธยมศึกษาตอนปลาย แผนการเรียนวิทย์– คณิต

เกณฑ์การจบการศกึ ษา

โรงเรียนเดื่อศรีไพรวัลยก์ ำหนดเกณฑ์การจบการศึกษาแยกตามระดบั การศึกษา ดงั นี้

เกณฑ์การจบระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น
1. ผ้เู รียนต้องได้หนว่ ยกิตตลอดหลักสูตร ไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกติ โดยเปน็ รายวิชาพ้นื ฐาน

จำนวน 66 หนว่ ยกิต และรายวชิ าเพิ่มเติม ไม่น้อยกวา่ 11 หนว่ ยกติ
2. ผู้เรียนต้องมผี ลการประเมินการอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขยี น ระดับ “ผ่าน” ขน้ึ ไป
3. ผู้เรียนต้องมีผลการประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ระดับ “ผ่าน” ข้นึ ไป
4. ผ้เู รียนตอ้ งเขา้ ร่วมกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น และไดร้ ับการตดั สินผลการเรยี น “ผ่าน” ทุกกจิ กรรม

เกณฑก์ ารจบระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
1. ผู้เรียนตอ้ งได้หน่วยกติ ตลอดหลักสตู ร ไม่น้อยกวา่ 77 หน่วยกติ โดยเป็นรายวิชาพนื้ ฐาน

จำนวน 41 หน่วยกิต และรายวิชาเพมิ่ เติม ไม่น้อยกว่า 36 หนว่ ยกิต
2. ผเู้ รยี นตอ้ งมีผลการประเมนิ การอ่าน คิดวเิ คราะห์ และเขียน ระดับ “ผา่ น” ขนึ้ ไป
3. ผเู้ รียนต้องมีผลการประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดับ “ผ่าน” ขน้ึ ไป

การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้

การวัดและป ระเมิน ผลการเรียน รู้ของผู้เรียน ต้ องอยู่บ น ห ลักการพ้ื น ฐาน สองป ระการคื อ
การประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียนและเพ่ือตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนให้ประสบ
ผลสำเร็จนั้น ผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวช้ีวัดเพ่ือให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อน
สมรรถนะสำคัญ และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ของผู้เรยี นซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและประเมินผลการเรยี นรู้
ในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษา และระดับชาติ การวัดแล ะ
ประเมนิ ผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผเู้ รียนโดยใช้ผลการประเมินเปน็ ข้อมลู และสารสนเทศทแี่ สดง
พัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสำเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจนข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริม
ให้ผ้เู รียนเกิดการพฒั นาและเรียนร้อู ยา่ งเต็มตามศักยภาพ

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบง่ ออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดับช้ันเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขต
พื้นทก่ี ารศึกษา และระดบั ชาติ มรี ายละเอียด ดงั นี้

1. การประเมินระดับช้ันเรียน เป็นการวัดและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ผู้สอน
ดำเนินการเป็นปกติและสม่ำเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย เช่น การ
ซกั ถาม การสงั เกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน แฟ้มสะสมงาน การใช้
แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนประเมินตนเอง เพื่อนประเมินเพื่อน
ผู้ปกครองร่วมประเมิน ในกรณที ่ไี มผ่ ่านตวั ช้วี ัดให้มกี ารสอนซอ่ มเสรมิ

การป ระเมินระดับ ชั้นเรียนเป็นการตรวจสอบว่า ผู้เรียน มีพั ฒ นาการความก้าวหน้าใน
การเรียนรู้ อันเป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีส่ิงที่จะต้องได้รับการ
พฒั นาปรบั ปรงุ และสง่ เสริมในดา้ นใด นอกจากน้ยี ังเป็นข้อมลู ให้ผสู้ อนใช้ปรบั ปรุงการเรยี นการสอนของตนดว้ ย ท้งั น้ี
โดยสอดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชวี้ ดั

2. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการประเมินท่ีสถานศึกษาดำเนินการเพ่ือตัดสินผล การเรียน

ของผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะ อันพึง

ประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน นอกจากนเ้ี พ่ือใหไ้ ด้ข้อมูลเกี่ยวกบั การจดั การศกึ ษา ของสถานศึกษา

ว่าส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมท้ังสามารถนำผลการเรียน

ของผู้เรียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและ

สารสนเทศเพื่อการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรอื วิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพ่ือการจัดทำ

แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการรายงานผลการจัด

การศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ัน

พน้ื ฐาน ผู้ปกครองและชมุ ชน

3. การประเมินระดับเขตพนื้ ที่การศกึ ษา เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรยี นในระดบั เขตพนื้ ท่กี ารศึกษาตาม

มาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาคุณภาพ

การศึกษาของเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดำเนินการโดยประเมินคุณภาพผลสัมฤทธ์ิ

ของผู้เรียนด้วยข้อสอบมาตรฐานท่ีจัดทำและดำเนินการโดยเขตพ้ืนที่การศึกษา หรือด้วยความร่วมมือกับหน่วยงาน

ต้นสังกัด ในการดำเนินการจัดสอบ นอกจากนี้ยังได้จากการตรวจสอบทบทวนข้อมูลจากการประเมินระดับ

สถานศกึ ษาในเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษา

4. การประเมิน ระดับชาติ เป็นการประเมินคุณ ภ าพ ผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐาน

การเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนที่เรียน ในชั้น

มัธยมศึกษาปีที่ 3 และช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 6 เข้ารับการประเมิน ผลจากการประเมินใช้เป็นข้อมูลในการ

เทียบเคียงคุณภาพการศึกษาในระดับต่าง ๆ เพ่ือนำไปใช้ในการวางแผนยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา

ตลอดจนเปน็ ข้อมูลสนบั สนนุ การตดั สนิ ใจในระดับนโยบายของประเทศ

ข้อมูลการประเมินในระดับต่าง ๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวนพัฒนา

คุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่จะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุงแก้ไข

ส่งเสริมสนับสนุนเพ่ือให้ผู้เรียนได้พฒั นาเต็มตามศักยภาพบนพ้นื ฐาน ความแตกต่างระหว่างบุคคลที่

จำแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนทั่วไป กลุ่มผู้เรียนท่ีมีความสามารถพิเศษ กลุ่ม

ผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนต่ำ กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาด้านวินัยและพฤติกรรม กลุ่มผู้เรียนท่ีปฏิเสธโรงเรียน

กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มพิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็นตน้ ข้อมูลจากการประเมิน

จึงเป็นหัวใจของสถานศึกษาในการดำเนินการช่วยเหลอื ผู้เรียนได้ทันท่วงที ปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาและ

ประสบความสำเร็จในการเรยี น

สถานศึกษาในฐานะผรู้ ับผิดชอบจดั การศึกษา จะต้องจดั ทำระเบียบว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรยี น

ของสถานศึกษาให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่เป็นข้อกำหนดของหลักสูตรแกนกลาง

การศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน เพอ่ื ให้บุคลากรที่เกยี่ วข้องทุกฝ่ายถือปฏบิ ัตริ ว่ มกนั

เกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรยี น

1. การตัดสนิ การใหร้ ะดบั และการรายงานผลการเรยี น
1.1การตัดสินผลการเรยี น

ในการตัดสนิ ผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอัน
พงึ ประสงค์ และกจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียนน้ัน ผู้สอนต้องคำนงึ ถึงการพัฒนาผู้เรียนแตล่ ะคนเปน็ หลัก และต้องเก็บข้อมูล
ของผู้เรียนทุกด้านอย่างสม่ำเสมอและต่อเน่ืองในแต่ละภาคเรียน รวมท้ังสอนซ่อมเสริมผู้เรียนให้พัฒนาจนเต็มตาม
ศักยภาพ

ระดับมัธยมศกึ ษา
(1) ตัดสินผลการเรยี นเป็นรายวิชา ผเู้ รยี นต้องมเี วลาเรียนตลอดภาคเรียน
ไมน่ อ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 80 ของเวลาเรยี นทัง้ หมดในรายวิชานน้ั ๆ
(2) ผ้เู รียนตอ้ งไดร้ บั การประเมินทุกตัวช้ีวดั และผา่ นตามเกณฑ์ท่สี ถานศึกษากำหนด

(3) ผู้เรียนตอ้ งได้รบั การตดั สินผลการเรียนทกุ รายวชิ า
(4) ผู้เรียนต้องได้รบั การประเมนิ และมผี ลการประเมนิ ผา่ นตามเกณฑ์ที่
สถานศกึ ษากำหนด ในการอ่าน คดิ วิเคราะห์และเขียน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ และกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น
การพิจารณาเลื่อนชนั้ ระดับมัธยมศกึ ษา ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงเลก็ นอ้ ย และสถานศึกษาพจิ ารณา
เห็นว่าสามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้อยู่ในดุลพินิจของสถานศึกษา ท่ีจะผ่อนผันให้เลื่อนชั้นได้ แต่หาก
ผ้เู รียนไม่ผ่านรายวชิ าจำนวนมาก และมแี นวโนม้ วา่ จะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับช้ันท่ีสูงขึ้น สถานศึกษาอาจต้ัง
คณะกรรมการพจิ ารณาใหเ้ รียนซำ้ ชัน้ ได้ ท้ังน้ใี ห้คำนงึ ถงึ วฒุ ภิ าวะและความรูค้ วามสามารถของผเู้ รียนเป็นสำคญั

1.2การให้ระดบั ผลการเรยี น

ระดบั มธั ยมศกึ ษา ในการตดั สนิ เพ่ือให้ระดบั ผลการเรียนรายวชิ า ใหใ้ ช้ตวั เลขแสดง

ระดับผลการเรยี นเปน็ 8 ระดับ
การประเมินการอา่ น คดิ วิเคราะหแ์ ละเขยี น และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคน์ ้นั ให้ระดบั ผลการ

ประเมินเปน็ ดีเย่ยี ม ดี และผ่าน
การประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน จะต้องพจิ ารณาทั้งเวลาการเข้ารว่ มกิจกรรม การปฏบิ ัติ

กจิ กรรมและผลงานของผู้เรยี น ตามเกณฑท์ ส่ี ถานศกึ ษากำหนด และให้ผลการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นผา่ น และไมผ่ า่ น

1.3 การรายงานผลการเรยี น

การรายงานผลการเรยี นเป็นการส่ือสารให้ผู้ปกครองและผู้เรียนทราบความก้าวหน้า ในการ

เรยี นรูข้ องผ้เู รยี น ซึง่ สถานศกึ ษาต้องสรุปผลการประเมินและจดั ทำเอกสารรายงานให้ผปู้ กครองทราบเป็นระยะ ๆ

หรืออย่างน้อยภาคเรยี นละ 1 ครั้ง

การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเป็นระดับคุณภาพการปฏิบตั ขิ องผู้เรียนทส่ี ะทอ้ นมาตรฐาน

การเรยี นรกู้ ล่มุ สาระการเรยี นรู้

2. เกณฑก์ ารจบการศกึ ษา

หลักสูตรสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน โรงเรียนเดื่อศรีไพรวัลย์ พุทธศักราช 2551 กำหนดเกณฑ์กลางสำหรับ
การจบการศึกษาเปน็ 2ระดับ คอื ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย

2.1 เกณฑ์การจบระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น
(1) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพ่ิมเติมไม่เกิน 81 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 66

หนว่ ยกติ และรายวิชาเพิ่มเตมิ ตามท่สี ถานศกึ ษากำหนด
(2)ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพ้ืนฐาน 66

หนว่ ยกติ และรายวชิ าเพม่ิ เตมิ ไมน่ ้อยกวา่ 11 หนว่ ยกติ
(3) ผ้เู รียนมีผลการประเมนิ การอ่าน คดิ วิเคราะหแ์ ละเขียน ในระดบั ผ่านเกณฑ์

การประเมนิ ตามท่สี ถานศึกษากำหนด

(4) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่
สถานศกึ ษากำหนด

(5) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่
สถานศกึ ษากำหนด

2.2 เกณฑก์ ารจบระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
(1) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพน้ื ฐานและเพิม่ เติม ไมน่ ้อยกว่า 81 หน่วยกิตโดยเปน็ รายวิชาพื้นฐาน 41

หน่วยกิต และรายวชิ าเพิม่ เติมตามที่สถานศึกษากำหนด
(2) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิตโดยเป็นรายวิชาพ้ืนฐาน 41

หนว่ ยกติ และรายวิชาเพิม่ เติม ไม่น้อยวา่ 36 หน่วยกติ
(3) ผเู้ รียนมีผลการประเมิน การอา่ น คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดบั ผ่านเกณฑ์

การประเมนิ ตามทส่ี ถานศึกษากำหนด
(4) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี

สถานศึกษากำหนด
(5) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี

สถานศกึ ษากำหนด
สำหรับการจบการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น การศึกษาเฉพาะทาง การศึกษาสำหรับ

ผมู้ คี วามสามารถพิเศษ การศกึ ษาทางเลือก การศึกษาสำหรับผ้ดู ้อยโอกาส การศึกษาตามอธั ยาศัย ใหค้ ณะกรรมการ
ของสถานศึกษา เขตพ้ืนที่การศึกษา และผู้ท่ีเกี่ยวข้อง ดำเนินการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักเกณฑ์ใน
แนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับกลุ่มเป้าหมาย
เฉพาะ

เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษา

เอกสารหลักฐานการศึกษา เป็นเอกสารสำคัญที่บันทึกผลการเรียน ข้อมูลและสารสนเทศ ที่

เกีย่ วข้องกบั พฒั นาการของผู้เรียนในดา้ นตา่ ง ๆ แบ่งออกเปน็ 2 ประเภท ดงั น้ี

1. เอกสารหลักฐานการศกึ ษาทก่ี ระทรวงศกึ ษาธิการกำหนด

1.1 ระเบียนแสดงผลการเรียน เป็นเอกสารแสดงผลการเรียนและรับรองผลการเรียนของผู้เรียนตาม

รายวิชา ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา

และผลการประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน สถานศึกษาจะตอ้ งบนั ทกึ ขอ้ มลู และออกเอกสารน้ใี ห้ผ้เู รียนเป็นรายบคุ คล

เม่ือผู้เรียนจบการศึกษาภาคบังคับ(ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3) จบการศึกษาข้ันพื้นฐาน(ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6) หรือเม่ือ

ลาออกจากสถานศึกษาในทกุ กรณี

1.2 ประกาศนียบัตร เป็นเอกสารแสดงวุฒิการศึกษาเพื่อรับรองศักดิ์และสิทธิ์ของผู้จบการศึกษา ที่

สถานศึกษาให้ไว้แก่ผู้จบการศึกษาภาคบังคับ และผู้จบการศึกษาขั้นพื้นฐานตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน

พนื้ ฐาน

1.3 แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา เป็นเอกสารอนุมัติการจบหลักสูตรโดยบันทึกรายชอ่ื และข้อมูลของผู้

จบการศึกษาภาคบงั คบั (ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3) และผู้จบการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน (ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6)

2. เอกสารหลกั ฐานการศึกษาท่สี ถานศึกษากำหนด

เป็นเอกสารที่สถานศึกษาจัดทำขึ้นเพ่ือบันทึกพัฒนาการ ผลการเรียนรู้ และข้อมูลสำคัญ เกี่ยวกับ

ผู้เรียน เช่น แบบรายงานประจำตัวนักเรียน แบบบันทึกผลการเรียนประจำรายวิชา ระเบียนสะสม ใบรับรองผล

การเรยี น และ เอกสารอ่ืน ๆ ตามวตั ถุประสงคข์ องการนำเอกสารไปใช้

การเทียบโอนผลการเรียน

สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผู้เรียนในกรณีต่างๆได้แก่ การย้ายสถานศึกษา การเปลี่ยน

รูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคันและขอกลับเข้ารับการศึกษาต่อ การศึกษาจากต่างประเทศ

และขอเข้าศึกษาต่อในประเทศ นอกจากนี้ ยังสามารถเทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จากแหล่งการเรียนรู้

อ่นื ๆ เช่น สถานประกอบการ สถาบนั ศาสนา สถาบันการฝึกอบรมอาชพี การจัดการศกึ ษาโดยครอบครัว

การเทียบโอนผลการเรียนควรดำเนนิ การในช่วงก่อนเปดิ ภาคเรียนแรก หรือตน้ ภาคเรียนแรกท่ี

สถานศึกษารับผู้ขอเทียบโอนเป็นผู้เรียน ทั้งน้ี ผู้เรียนที่ได้รับการเทียบโอนผลการเรียนต้องศึกษาต่อเนื่องใน

สถานศกึ ษาทร่ี ับเทียบโอนอย่างน้อย 1 ภาคเรียน โดยสถานศกึ ษาท่รี ับผ้เู รียนจากการเทียบโอนควรกำหนดรายวิชา/

จำนวนหนว่ ยกติ ท่ีจะรบั เทยี บโอนตามความเหมาะสม

การพิจารณาการเทยี บโอน สามารถดำเนินการได้ ดงั น้ี

1. พิจารณาจากหลกั ฐานการศึกษา และเอกสารอ่ืน ๆ ท่ีใหข้ อ้ มลู แสดงความรู้ ความสามารถของผู้เรียน

2. พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของผู้เรยี นโดยการทดสอบดว้ ยวธิ ีการตา่ ง ๆ ทงั้ ภาคความรู้

และภาคปฏิบัติ

3. พจิ ารณาจากความสามารถและการปฏบิ ัติในสภาพจรงิ

การเทยี บโอนผลการเรยี นให้เป็นไปตามประกาศ หรือแนวปฏบิ ตั ิ ของกระทรวงศกึ ษาธิการ

การบรหิ ารจดั การหลกั สตู ร

ในระบบการศึกษาทีม่ ีการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นและสถานศึกษามบี ทบาทในการพัฒนาหลักสูตรนั้น
หน่วยงานต่างๆ ท่ีเกี่ยวข้องในแต่ละระดับ ต้ังแต่ระดับชาติ ระดับท้องถิ่น จนถึงระดับสถานศึกษา มีบทบาทหน้าที่
และความรับผิดชอบในการพัฒนา สนับสนุน ส่งเสริม การใช้และพัฒนาหลักสูตรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อให้การดำเนินการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษามีประสิทธิภาพสูงสุด
อันจะส่งผลใหก้ ารพฒั นาคณุ ภาพผ้เู รียนบรรลตุ ามมาตรฐานการเรยี นรูท้ ่กี ำหนดไวใ้ นระดบั ชาติ

ระดับท้องถ่ิน ได้แก่ สำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา หน่วยงานต้นสังกัดอ่ืน ๆ เป็นหน่วยงานที่มีบทบาท
ในการขับเคล่ือนคุณภาพการจัดการศึกษา เป็นตัวกลางที่จะเช่ือมโยงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐานท่ี
กำหนดในระดับชาติให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถ่ิน เพื่อนำไปสู่การจัดทำหลักสูตรของ
สถานศึกษา ส่งเสริมการใช้และพัฒนาหลักสูตรในระดับสถานศกึ ษา ให้ประสบความสำเรจ็ โดยมีภารกจิ สำคญั คือ
กำหนดเป้าหมายและจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรยี น ในระดับท้องถ่ินโดยพจิ ารณาให้สอดคล้องกบั ส่ิงที่เป็นความ
ต้องการในระดับชาติ พัฒนาสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ประเมินคุณภาพการศึกษาในระดับท้องถ่ิน รวมทั้งเพ่ิมพูน
คุณภาพการใช้หลักสูตรด้วยการวิจัยและพัฒนา การพัฒนาบุคลากร สนับสนุน ส่งเสริม ติดตามผล ประเมินผล
วเิ คราะห์ และรายงานผลคุณภาพของผเู้ รยี น

สถานศึกษามีหน้าท่ีสำคัญในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การวางแผนและดำเนินการใช้หลักสูตร การ
เพ่มิ พูนคณุ ภาพการใช้หลักสูตรด้วยการวิจัยและพฒั นา การปรบั ปรุงและพัฒนาหลักสูตร จดั ทำระเบียบการวดั และ
ประเมินผล ในการพัฒนาหลกั สูตรสถานศึกษาต้องพิจารณาให้สอดคลอ้ งกับหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน
และรายละเอียดที่เขตพ้ืนที่การศึกษา หรือหน่วยงานต้นสังกัดอื่นๆ ในระดับท้องถ่ินได้จัดทำเพิ่มเติม รวมท้ัง
สถานศึกษาสามารถเพ่ิมเติมในส่วนท่ีเก่ียวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถ่ิน และความต้องการ
ของผูเ้ รียน โดยทกุ ภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรสถานศกึ ษา

คำอธบิ ายรายวิชา

รหัสวิชา ส31๑01 ช่ือรายวชิ า สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม( ศาสนา ศีลธรรม จรยิ ธรรม)

รายวิชาพ้ืนฐาน (ภาคเรยี นที่ ๑) กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต

************************************************************************************

ศกึ ษา วิเคราะห์ ลกั ษณะของสังคมชมพูทวปี และคติความเช่ือทางศาสนาสมยั กอ่ นพระพุทธเจ้า

พระพทุ ธศาสนามีทฤษฎแี ละวิธีการท่เี ป็นสากลและมีข้อปฏิบัตทิ ่ียดึ สายกลาง การพัฒนาศรทั ธาและปัญญาที่ถกู ต้อง

ในพระพทุ ธศาสนา พระพุทธเจา้ ในฐานะเปน็ มนุษยผ์ ูฝ้ กึ ตนไดอ้ ย่างสงู สุดในการตรัสรู้ การกอ่ ต้งั วิธกี ารสอนและการ

เผยแผ่พระพุทธศาสนา พทุ ธประวตั ิดา้ นการบริหารและการธำรงรกั ษาศาสนา ข้อปฏิบตั ทิ างสายกลางใน

พระพทุ ธศาสนาหรือแนวคดิ ของศาสนาทีต่ นนบั ถือ การพัฒนาศรัทธาและปัญญาที่ถกู ต้องลกั ษณะประชาธิปไตยใน

พระพุทธศาสนา หลักการของพระพทุ ธศาสนากับหลักวิทยาศาสตร์ การคดิ ตามนัยและการคดิ แบบวทิ ยาศาสตร์ การ

ฝึกฝนและพฒั นาตนเอง การพงึ่ ตนเอง และการม่งุ อิสรภาพ พระพทุ ธศาสนาเปน็ ศาสตร์แหง่ การศึกษาซึ่งเน้น
ความสมั พันธ์ของเหตุปัจจยั กับวิธีการแก้ปญั หา การฝึกตนไม่ให้ประมาท มงุ่ ประโยชน์สุขและสนั ติภาพแกบ่ คุ คล
สงั คมและโลก ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและการพฒั นาประเทศแบบย่งั ยืน การศึกษาที่สมบรู ณ์ การเมอื ง และ
สนั ตภิ าพ ข้อคดิ และแบบอยา่ งการดำเนนิ ชีวิตจากประวตั พิ ุทธสาวก พทุ ธสาวกิ า (พระอัสสชิ พระกสี าโคตมีเถรี พระ
นางมลั ลิกา หมอชวี กโกมารภัจจ์ พระอนรุ ุทธะ พระองคลุ ิมาลพระธัมมทนิ นาเถรี จติ ตคหบดี พระอานนท์ พระปฏา
จาราเถรี จฬู สภุ ัททา สมุ น-มาลาการ) พทุ ธศาสนิกชนตัวอย่าง (พระนาคเสน-พระยามิลินท์ สมเดจ็ พระวนั รัต (เฮง
เขมจารี)พระอาจารย์มั่น ภรู ิทตั โต สุชีพ ปญุ ญานภุ าพ สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช พระธรรมโกศาจารย์(พุทธทาส
ภิกขุ) พระหรหมมังคลาจารย(์ ปัญญานันทภกิ ข)ุ ดร.เอม็ เบดการ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยหู่ วั พระ
โพธญิ าณเถร(ชา สุภทโฺ ท) พระพรหมคณุ าภรณ์(ป.อ.ปยตุ โฺ ต) อนาคาริก ธรรมปาละ) ชาดก (เวสสันดรชาดก มโหสถ
ชาดก มหาชนกชาดก) วิเคราะห์และปฏิบตั ิตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา พระรัตนตรยั หลกั ธรรมในกรอบ
อริยสจั 4 ประกอบดว้ ย ทุกข์ (ขนั ธ์ 5) สมทุ ัย (หลกั กรรม ในเรื่อง นยิ าม 5 และวติ ก 3) นิโรธ (ภาวนา 4) มรรค
(พระสัทธรรม 3 ปัญญาวุฒธิ รรม 4 พละ 5 อุบาสกธรรม 5) มงคล (สงเคราะห์บุตร สงเคราะหภ์ รรยาหรือสามี
สนั โดษ) พุทธศาสนสภุ าษิตในเร่อื ง จิตที่ฝกึ ดีแลว้ นำสขุ มาให้ บัณฑติ ย่อมไมแ่ สดงอาการข้ึนๆ ลงๆ คนที่ไมถ่ ูกนินทา
ไมม่ ใี นโลก ฆ่าความโกรธได้ย่อมอยู่เป็นสขุ คนขยันเอาการเอางาน กระทำเหมาะสม ย่อมหาทรัพย์ได้ เกดิ เปน็ คน
ควรจะพยายามจนกวา่ จะประสบความสำเรจ็ ความสนั โดษเปน็ ทรพั ย์อยา่ งยิ่ง การเป็นหนเ้ี ปน็ ทุกข์ในโลก พระราชา
เปน็ ประมุขของประชาชน สติเปน็ เครือ่ งตืน่ ในโลก สขุ อน่ื ย่ิงกว่าความสงบไม่มี นิพพานเป็นสุขอยา่ งย่ิง การสังคายนา
พระไตรปิฎก การปฏิบตั ติ นเป็นชาวพทุ ธทีด่ ีตอ่ พระภิกษุ การปฏบิ ตั ิตนเป็นสมาชกิ ทดี่ ีของครอบครวั และสังคม
ศาสนพิธีเก่ียวกับพธิ แี สดงตนเปน็ พุทธมามกะ พธิ เี วียนเทียน พธิ ีถวายสังฆทาน พธิ ีถวายผ้าอาบน้ำฝน พธิ ที อดกฐิน
พธิ ปี วารณา การทำบญุ เล้ียงพระในโอกาสตา่ งๆ หลักธรรม คติธรรมท่ีเกีย่ วเนือ่ งกับวนั สำคัญและเทศกาลสำคญั ใน
พระพทุ ธศาสนา การเปน็ ชาวพุทธท่ีดีตอ่ พระภกิ ษุ เปน็ สมาชิกท่ีดีของครอบครวั และสังคม การสวดมนต์แปล แผ่
เมตตา และบริหารจติ และเจรญิ ปัญญาตามหลักสติปฏั ฐาน การพัฒนาการเรียนรดู้ ว้ ยวธิ คี ิดแบบโยนิโสมนสกิ าร (คดิ
แบบรู้เทา่ ทนั ธรรมดา คิดแบบเป็นอยู่ในขณะปจั จบุ ัน) การสมั มนาและเสนอแนวทางในการธำรงรักษา
พระพุทธศาสนาอันสง่ ผลถึงการพฒั นาคน พัฒนาชาติและโลก ประวตั ิของศาสดาของศาสนาอ่นื และหลกั คำสอน
พืน้ ฐาน

โดยใชก้ ระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการกลุม่ กระบวนการแกป้ ญั หา เพือ่ ให้
เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักและเห็นความสำคัญของสทิ ธิมนุษยชน เคารพและปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายอย่าง
เคร่งครดั มีความเข้าใจ ศรัทธา สามารถดำรงชีวติ อยู่ในสังคมไทยและสงั คมโลกได้อยา่ งสันตสิ ขุ

เพือ่ ใหเ้ กิดความร้คู วามเขา้ ใจ สามารถนำไปปฏบิ ัตใิ นการดำเนินชวี ติ โดยสามารถนำไปปฏิบตั ิในการ
ดำเนนิ ชีวิต มคี ุณธรรมจริยธรรม มคี ณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคใ์ นด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซือ่ สตั ย์สจุ ริต มวี ินยั ใฝ่
เรยี นรู้ รกั ความเป็นไทยมจี ิตสาธารณะ เห็นคุณคา่ และมจี ิตสำนึก มสี ่วนรว่ มในการอนุรักษท์ รพั ยากรและสิ่งแวดล้อม
เพื่อการพัฒนาท่ียง่ั ยืน

ตัวชว้ี ดั ม. 4-6/22
ส 1.1 ม. 4-6/1 ม. 4-6/2 ม. 4-6/3 ม. 4-6/4 ม. 4-6/5

ม. 4-6/6 ม. 4-6/7 ม. 4-6/8 ม. 4-6/9 ม. 4-6/10
ม. 4-6/11 ม. 4-6/12 ม. 4-6/13 ม. 4-6/14 ม. 4-6/15
ม. 4-6/17 ม. 4-6/18 ม. 4-6/19 ม. 4-6/20 ม. 4-6/21

ส 1.2ม. 4-6/1 ม. 4-6/2 ม. 4-6/3 ม. 4-6/4 ม. 4-6/5
รวม 27 ตัวช้ีวดั

โครงสรา้ งรายวชิ า

วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม(ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม ) รหัสวิชา ส31101

ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 เวลารวม 40 ช่วั โมง/ภาคเรียน จำนวน 1.0 หน่วยกิต

คะแนนเตม็ 100 คะแนน สัดสว่ นคะแนนระหว่างภาค : ปลายภาค ๘๐:๒๐

ลำดั ชอื่ หน่วย มาตรฐาน เวลา น้ำหนกั ภาระงาน/ช้ินงาน

บที่ การเรียนรู้ การเรียนรู้/ สาระการเรียนรู้ (ชวั่ โมง) คะแนน รวบยอด

ตัวชว้ี ัด

1 ประวัตแิ ละ ส 1.1 สังคมชมพูทวปี และคติความเชื่อทาง 1.อธิบายลกั ษณะ

ความสำคัญ ม.4-6/1 ศาสนาสมยั ก่อน พระพุทธเจา้ มคี ต๔ิ 20 สงั คมชมพูทวีป

ของพระพทุ ธ ม.4-6/4 ความเชือ่ ทางศาสนาแตกต่างกับ สมัยก่อน

ศาสนา ม.4-6/5 พระพทุ ธศาสนาซึ่งมที ฤษฎแี ละวธิ ีการ พระพุทธเจา้

ม.4-6/6 ทเี่ ปน็ สากล มีข้อปฏิบตั ิที่ยึดทางสาย 2.ยกกรณตี ัวอยา่ ง

ม.4-6/7 กลาง และเนน้ การพฒั นาศรทั ธาและ การปฏบิ ัตติ นตาม

ม.4-6/8 ปญั ญาทถ่ี ูกต้อง ทางสายกลางใน

ม.4-6/9 พระพุทธศาสนา

ม.4-6/10

ม.4-6/11

ม.4-6/12

2 พุทธประวัติ ส 1.1 พระพทุ ธเจา้ เป็นผูฝ้ กึ ตนได้อยา่ ง 3 10 1.วิเคราะห์รูปแบบ

และชาดก ม.4-6/2 สงู สดุ ในการตรัสรู้ การก่อต้ัง วธิ ีการ การสอนตามแนว

ม.4-6/3 สอนและการเผยแผพ่ ระพุทธศาสนา พุทธจริยา

ม.4-6/14 การศกึ ษาพุทธประวตั ิ ชาดก เรอ่ื ง 2.นำเสนอข้อคิดและ

เลา่ จะได้ข้อคดิ เพอ่ื นำไปใช้เปน็ แบบอย่างการดำเนิน

แบบอยา่ งในการดำเนินชีวติ ชีวิตในการประยกุ ต์

ใช้ให้สอดคลอ้ งกบั

ชวี ิตประจำวัน

3 วนั สำคญั ทาง ส 1.2 พทุ ธศาสนกิ ชนทุกคนพงึ ปฏิบัติตน ๓ 10 1.วิเคราะห์

พระพุทธศาส ม.4-6/2 อยา่ งถูกต้องในศาสนพธิ ี พิธีกรรม กระบวนการตรัสรู้

นาและศาสน ม.4-6/4 วนั สำคัญทางพระพทุ ธศาสนา และ อริยสัจ4พร้อม

พิธี แสดงตนเปน็ พุทธมามกะ ซงึ่ ถอื อธิบายขัน้ ตอน

เปน็ การธำรงรกั ษาพระพุทธศาสนา เหตุการณ์ในวนั ตรสั รู้

4 หลกั ธรรมทาง ส 1.1 พระรัตนตรยั มีคุณค่าต่อการดำเนนิ 1.นำเสนอหลกั ธรรม

พระพทุ ธศาส ม.4-6/13 ชวี ิตของมนุษย์ การวิเคราะห์ ๖ 10 อธิบายความหมาย

นา หลกั ธรรมในกรอบอรยิ สัจ 4 ใน และนำเสนอแนว

หมวดทกุ ข์และสมทุ ัยย่อมทำให้รู้ ทางการนำไป

ปญั หาหรอื ความทุกข์ และสาเหตุ ประยุกต์ใชใ้ ห้

ของปญั หาหรอื ความทกุ ข์ สอดคล้องกับ

ชีวิตประจำวัน

ลำดั ชื่อหน่วย มาตรฐาน เวลา นำ้ หนกั ภาระงาน/ชน้ิ งาน

บท่ี การเรียนรู้ การเรียนรู้/ สาระการเรยี นรู้ (ช่ัวโมง) คะแนน รวบยอด

ตวั ชว้ี ดั

5 หลักธรรมทาง ส 1.1 ขอ้ ธรรมในกรอบอรยิ สัจ 4 เป็น ๖ 10 1.นำเสนอหลักธรรม

พระพุทธศาส ม.4-6/13 หลักสำคญั ในการดำเนินชวี ติ ที่จะทำ อธิบายความหมาย

นา (2) ใหผ้ ปู้ ฏิบัติพ้นทกุ ขห์ รอื หมดปัญหา และนำเสนอแนว

ซึ่งพทุ ธศาสนิกชน ทางการนำไป

ทุกคนพึงสำนึกในคุณคา่ และนำไป ประยุกต์ใชใ้ ห้

เปน็ หลกั ในการปฏิบตั ิตน สอดคล้องกบั

ชีวติ ประจำวนั

6 พระไตรปิฎก ส 1.1 พระไตรปฎิ ก และพุทธศาสนสุภาษติ 3 5 1.นำเสนอขน้ั ตอน

และพุทธ ม.4-6/13 มีหลักธรรมสำคัญทเ่ี ป็นคติเตือนใจ การทำสังคายนาและ
ศาสนสุภาษิต ม.4-6/15 บคุ คล ให้เหตุผลทตี่ ้องมกี าร
ใหน้ ำไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติ ทำสงั คายนา
ในทาง พระไตรปฎิ กหรอื
ทีถ่ กู ต้อง คัมภีรข์ องศาสนา

7 การบริหารจติ ส 1.1 การสวดมนตแ์ ปล แผ่เมตตา และ ๓ 10 1.สวดมนต์แผเ่ มตตา
และเจริญ ม.4-6/19 การเจรญิ ปัญญาตามหลักสติปฏั ฐาน บริหารจติ และการ
ปัญญา ม.4-6/20 และการใช้วธิ ีคดิ แบบโยนโิ ส เจริญปญั ญาตามหลัก
มนสิการ ยอ่ มทำให้การดำเนนิ สติปัฏฐานหรือตาม
ชวี ติ ประจำวันเปน็ ไปในทาง แนวทางของศาสนาท่ี
ตนนบั ถือ
ทถี่ กู ต้อง

8 พุทธสาวก ส 1.1 การศกึ ษาประวัติพทุ ธสาวก พุทธ 4 5 1.นำเสนอขอ้ คิด
พทุ ธสาวกิ า ม.4-6/14 สาวิกา และศาสนิกชนตวั อย่าง จะ แบบอย่างการดำเนนิ

และศาสนิก ทำให้เหน็ แบบอย่างที่ดีในการ ชวี ติ อธบิ ายขอ้ คิดการ

ชนตัวอยา่ ง ดำเนินชวี ิต ซงึ่ เราสามารถนำไป ดำเนนิ ชีวติ เสนอ

ประยุกตใ์ ช้ให้เกดิ ผลดตี ่อการดำเนิน แนวทางการประยุกต์

ชวี ติ ของเราได้อยา่ งมคี วามสุข ใชใ้ ห้สอดคล้องกับ

ชวี ติ ประจำวัน

9 หนา้ ทแี่ ละ ส 1.2 ชาวพุทธท่ีดพี งึ ปฏิบตั ิตนต่อ ๓ 10 1.บทบาทสมมติการ
มารยาท ม.4-6/1 ปฏบิ ตั ิตนท่ถี ูกต้อง
ชาวพทุ ธ ม.4-6/2 พระภกิ ษุอย่างเหมาะสมทั้งกาย นำ้ หนกั ตามศาสนพิธี ตาม
ม.4-6/3 คะแนน หลักศาสนา
ลำดั ชอื่ หน่วย ม.4-6/4 วาจา และใจ โดยรักษาศลี และ 5 2.การจัดนทิ รรศการ
บที่ การเรียนรู้ ม.4-6/5 เก่ยี วกับวันสำคญั ทาง
ปฏิบัติตนตอ่ สมาชกิ ในครอบครัว ศาสนา
10 ความรู้ทั่วไป มาตรฐาน ภาระงาน/ชนิ้ งาน
เกย่ี วกับ การเรยี นรู้/ และคนรอบข้างตามหลักทิศ 6
ศาสนา รวบยอด
ตัวชวี้ ัด สาระการเรยี นรู้ เวลา
ส 1.1 (ชัว่ โมง) 1.โครงการศาสน
ม.4-6/18 สมั พันธ์
ม.4-6/21 ศาสนาเป็นเครื่องยึดเหน่ียวจิตใจ ๒ 2.ภาพข่าวกิจกรรม
ม.4-6/22 และเปน็ แนวทางเพื่อให้มนุษย์ การจดั กจิ กรรมทาง
สามารถปฏบิ ัติตนได้อย่างถกู ตอ้ ง ศาสนา
เหมาะสมเพ่อื ขจดั ความขดั แย้งและ
อยรู่ ว่ มกนั ในสงั คมอย่างสันติ

11 ศาสนาสำคัญ ส 1.1 การศกึ ษาประวัติศาสดาของศาสนา ๓ 5 1.แผนผับนำเสนอ
ในประเทศ ม.4-6/17 สำคญั ในประเทศไทยย่อมทำใหไ้ ด้ ประวัตศิ าสดาของ

ไทย ขอ้ คิดจากแนวทางการปฏบิ ตั ิของ ศาสนาที่นบั ถือ
ทา่ นมาเป็นแบบอยา่ ง สง่ ผลตอ่ การ
ระหวา่ งภาคเรียน อยู่รว่ มกันในสงั คมไดอ้ ย่างปกติสุข ๘๐
ปลายภาคเรยี น ๒0
รวม 40 100

คำอธิบายรายวิชา

รหัสวิชา ส31๑0๒ชื่อรายวิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

(หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวติ ในสงั คม )

รายวชิ าพื้นฐาน (ภาคเรยี นท่ี ๒ ) กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชั้น มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 เวลา ๔๐ ช่วั โมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต

************************************************************************************

ศึกษา วิเคราะห์ ความสำคญั ของโครงสร้างทางสงั คม การขดั เกลาทางสังคมและการเปลี่ยนแปลงทางสังคม

การแก้ปัญหาและแนวทางการพัฒนาทางสงั คม การปฏบิ ัติตนและสนบั สนุนให้ผอู้ ื่นประพฤตปิ ฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี

ของประเทศชาตแิ ละสังคมโลก วัฒนธรรมไทยท่ีสำคญั การปรับปรุงเปล่ียนแปลงและอนุรกั ษว์ ัฒนธรรมไทย และ

เลอื กรบั วัฒนธรรมสากล สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและแนวทางการพฒั นา บทบัญญตั ิของ

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบันเกีย่ วกบั สทิ ธิมนษุ ยชน ปญั หาการเมอื งทส่ี ำคญั ในประเทศไทย

การเมือง การปกครอง การประสานประโยชน์ร่วมกนั ระหวา่ งประเทศ การแลกเปลย่ี นเพ่อื ช่วยเหลือและส่งเสรมิ
ดา้ นวัฒนธรรม การศกึ ษา เศรษฐกิจ สงั คม ความสำคัญและความจำเป็นท่ีต้องธำรงรักษาไวซ้ ่ึงการปกครองตาม
ระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมขุ การมสี ่วนรว่ มในการตรวจสอบ การใชอ้ ำนาจรฐั
กฎหมายแพ่งเกีย่ วกับตนเองและครอบครัว กฎหมายแพง่ เก่ยี วกบั นติ ิกรรมสัญญา กฎหมายอาญาในเรอ่ื งความผิด
เกยี่ วกบั ทรัพย์ ความผิดเก่ยี วกับชีวติ และร่างกาย กฎหมายอ่ืนทส่ี ำคัญ ขอ้ ตกลงระหวา่ งประเทศ

โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการสบื ค้นขอ้ มลู กระบวนการปฏิบตั ิ กระบวนการทางสงั คม กระบวนการ
เผชิญสถานการณ์ กระบวนการแกป้ ญั หา กระบวนการกลุ่ม

เพ่อื ให้เกิดความร้คู วามเข้าใจ สามารถนำไปประยุกตป์ ฏบิ ตั ิในการดำเนนิ ชวี ติ มีคุณธรรมจริยธรรม มี
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคใ์ นดา้ นรักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ มีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ รักความเปน็ ไทย มีจิตสาธารณะ สามารถ
ดำเนินชวี ิตอย่างสนั ตสิ ขุ ในสังคมไทยและสังคมโลก

ตวั ช้วี ดั
ส 2.1 ม. 4-6/1 ม. 4-6/2 ม. 4-6/3 ม. 4-6/4ม.4-6/5
ส 2.2 ม. 4-6/1 ม. 4-6/2 ม. 4-6/3 ม. 4-6/4

รวม 9 ตัวชี้วดั

โครงสร้างรายวชิ า

วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
(หน้าทพี่ ลเมอื ง วัฒนธรรมและการดำเนนิ ชีวติ ในสงั คม)รหสั วชิ า ส 31102
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 4 เวลารวม 40 ชั่วโมง/ภาคเรยี น จำนวน 1.0 หน่วย
คะแนนเตม็ 100 คะแนนสัดส่วนคะแนนระหวา่ งภาค : ปลายภาค 80:20

ลำดับ ช่ือหน่วย มาตรฐาน สาระการสำคญั เวลา นำ้ หนัก ภาระงาน/ชน้ิ งาน
ท่ี การเรยี นรู้ การเรยี นรู้/ โครงสรา้ งทางสังคมมีสถาบนั (ช่ัวโมง) คะแนน รวบยอด
ทางสังคมเปน็ สว่ นสำคญั ทีท่ ำ
1 สังคมมนุษย์ ตวั ช้วี ดั 5 10 คูม่ อื การปฏบิ ตั ิตน
ตามกฎหมาย,
ส 2.1
ม. 4-6/2

หน้าท่ีในการขดั เกลาทาง สมุดบันทึกความดี
สงั คม และมสี ่วนในการ
แกป้ ัญหาและพัฒนาสงั คม 15 แผนที่ความคิดแสดง
คณุ ค่าทางวัฒนธรรม
2 วัฒนธรรมไทย ส 2.1 วฒั นธรรมไทย มีคุณคา่ และ 6
ม. 4-6/5 ความสำคัญต่อการดำเนินชีวติ 15 แบบบันทกึ การ
ของชาวไทย ซงึ่ จะตอ้ งรู้จัก ปฏบิ ัติตนแสดงถึง
การปรับปรงุ เปลีย่ นแปลง ความเป็นพลเมืองดี
และอนุรักษว์ ัฒนธรรมไทย
และเลือกรับวฒั นธรรมสากล 15 แบบบันทกึ การ
อยา่ งเหมาะสม ปฏิบัตติ นแสดงถงึ
การเคารพสทิ ธิและ
3 พลเมอื งดขี อง ส 2.1 การปฏบิ ัตติ นเป็นพลเมืองดี 5 เสรภี าพของผู้อืน่
ประเทศชาติ ม. 4-6/3 ของประเทศชาติและสังคม
โลกนัน้ ยอ่ มส่งผลตอ่ การอยู่
และสังคมโลก ร่วมกันอยา่ งสนั ติสุข

4 สทิ ธมิ นุษยชน ส 2.1 ปจั จบุ นั นอ้ี งค์กรต่างๆ ทั้งใน 5
ม. 4-6/4 ประเทศและองค์กรระหวา่ ง
ประเทศตา่ งๆ ให้ความสำคัญ
กับสิทธมิ นุษยชนในประเทศ
ไทย และรว่ มมือกันแก้ไข
ปญั หาสิทธมิ นุษยชนให้เปน็ ไป
ตามปฏิญญาสากลว่าดว้ ยสิทธิ
มนุษยชน

ลำดบั ชอ่ื หน่วย มาตรฐาน สาระการสำคญั เวลา น้ำหนัก ภาระงาน/ชน้ิ งาน
ที่ การเรียนรู้ การเรียนรู้/ (ชว่ั โมง) คะแนน รวบยอด

5 ระบอบการเมือง ตวั ช้ีวัด การรว่ มมือกนั แกป้ ัญหา 6 15 -แผนภมู ิการแสดง
การปกครอง การเมืองการปกครอง และ การปกครองแบบ
ส 2.2 ประสานประโยชนร์ ่วมกัน ต่างๆ
ม. 4-6/1 ระหว่างประเทศ เป็นส่วน -ตารางการ
ม. 4-6/2 สำคัญในการธำรงรักษาไวซ้ ่งึ เปรยี บเทียบความ
ม. 4-6/3 การปกครองระบอบ แตกตา่ งความ
ประชาธิปไตยอันมี คลา้ ยคลงึ ของการ

พระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็น ปกครองของไทยกบั
ประมขุ ประเทศอนื่

6 รัฐธรรมนูญแหง่ ส 2.2 การตรวจสอบการใช้อำนาจ 5 15 -การอภปิ รายมาตรา
ราชอาณาจักรไทย ม. 4-6/4 รฐั ตามบทบัญญัตขิ อง ทเ่ี กี่ยวข้องกับการ
รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั ร -เลอื กต้ังการ
ไทยน้นั สามารถตรวจสอบได้ ตรวจสอบอำนาจรฐั
โดยองคก์ รอิสระและ ตามรัฐธรรมนูญ
ตรวจสอบโดยประชาชน
ดงั นนั้ ประชาชน 15 แสดงบทบาทสมมุติ
ทุกคนจึงควรมีสว่ นร่วมในการ เก่ียวกับกฎหมายที่
ตรวจสอบการใช้อำนาจรฐั เก่ยี วข้องกับตนเอง
ครอบครวั ชมุ ชนและ
7 กฎหมายในชวี ิต ส 2.1 การปฏิบัตติ นตามกฎหมายท่ี 8 ประเทศ

ประจำวัน ม. 4-6/1 เกี่ยวกับตนเอง ครอบครัว ๘๐
๒0
กฎหมายแพ่งเกี่ยวกบั นิติ 100

กรรมสัญญา กฎหมายอาญา

กฎหมายทส่ี ำคญั ของประเทศ

และข้อตกลงระหวา่ งประเทศ

ย่อมส่งผลดตี อ่ ความสงบ

เรยี บร้อยในสงั คม

ระดับประเทศ และสงั คมโลก

รวมระหวา่ งภาค 40
รวมปลายภาค
รวมทงั้ รายวิชา

คำอธิบายรายวิชา

รหัสวชิ า ส32101 ช่อื รายวิชา สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม (เศรษฐศาสตร์)

รายวิชาพน้ื ฐาน (ภาคเรียนที่ 1 ) กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ ๕ เวลา 2 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หน่วยกติ

************************************************************************************
ศกึ ษาและอภปิ รายการกำหนดราคาและค่าจา้ งในระบบเศรษฐกจิ แบบตา่ งๆ และบทบาทของรฐั ในการ
แทรกแซงราคาและการควบคุมราคา เพื่อการแจกจา่ ยและจัดสรรในทางเศรษฐกจิ ตระหนักถึงความสำคญั ของ
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งทม่ี ตี ่อเศรษฐกิจ สังคมของประเทศ และประยกุ ต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนิน
ชีวติ ของตนเองและครอบครัว และเหน็ ความสำคัญในการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใชใ้ นการวางแผน
พัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมฉบับปจั จบุ นั อธิบายความหมาย วิวัฒนาการของสหกรณ์ในประเทศไทย ตระหนักถงึ

ความสำคัญของระบบสหกรณ์ในการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับชมุ ชนและประเทศ วเิ คราะหป์ ญั หาทางเศรษฐกจิ ใน
ชมุ ชนและเสนอแนวทางแก้ไขอธบิ ายบทบาทของรัฐบาลดา้ นนโยบายการเงิน การคลังในการพฒั นาเศรษฐกิจของ
ประเทศวเิ คราะห์สาเหตุ และผลกระทบทเี่ กดิ จากภาวะทางเศรษฐกิจ และบอกแนวทางในการแกป้ ัญหาของนโยบาย
การเงนิ การคลงั ศึกษาวิวฒั นาการของการเปดิ เสรที างเศรษฐกิจ และใช้กระบวนการอภปิ รายเพ่อื วิเคราะห์
ผลกระทบของการเปิดเสรที างเศรษฐกจิ ในยุคโลกาภวิ ตั นท์ ี่มีผลต่อสงั คมไทย วิเคราะหผ์ ลดี ผลเสยี ของความร่วมมอื
ทางเศรษฐกจิ ระหว่างประเทศในรูปแบบตา่ งๆ ท่ีนำไปสู่การพงึ่ พา การแขง่ ขนั การขดั แย้ง และการประสาน
ประโยชนท์ างเศรษฐกจิ การค้าระหว่างประเทศ

โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการสืบคน้ ข้อมลู อธบิ าย การวิเคราะห์ การอภปิ ราย การมีส่วนรว่ มและ
เสนอแนวความคิด การสอบถาม การสมั ภาษณ์ กระบวนการทางสังคม การสาธิต การปฏบิ ัติ การแสดงบทบาท
สมมติ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการเผชญิ สถานการณ์และแก้ปัญหา การใช้แหลง่ เรยี นรู้ การใช้เทคโนโลยี การบรู
ณาการทักษะกระบวนการคิด การเรยี นรูจ้ ากการปฏิบตั จิ ริง และการนำเสนอผลงานโดยใช้รปู แบบต่างๆ ทั้งนีใ้ ห้
สอดคล้องกบั ท้องถิน่ และตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงมุง่ สู่อาเซียน

เพอ่ื ให้เกิดความรู้ความเข้าใจ หลกั เศรษฐศาสตร์ ปญั หาที่เกิดขนึ้ แนวทางการแก้ไข รจู้ ักใชท้ รัพยากร
ธรรมชาตใิ หเ้ กดิ ประโยชนส์ ูงสุด เปน็ แนวทางในการแก้ไขปัญหาตา่ งๆ ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพเพื่อใหป้ ระชาชนมชี วี ิต
ความเปน็ อยู่ที่ดี และสง่ ผลใหป้ ระเทศเจริญก้าวหนา้ สามารถนำไปปฏบิ ตั ใิ นการดำเนินชีวิต มคี ุณธรรมจรยิ ธรรม มี
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านรกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซือ่ สตั ยส์ จุ ริต มวี นิ ัย ใฝเ่ รียนรู้ รกั ความเป็นไทยมีจติ
สาธารณะ เหน็ คณุ ค่าและมีจิตสำนกึ มสี ว่ นร่วมในการอนรุ กั ษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดลอ้ มเพือ่ การพฒั นาทยี่ ่งั ยนื

ตัวชว้ี ัด
ส 3.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4
ส 3.2 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3

รวม 7 ตัวช้ีวัด

โครงสรา้ งรายวิชา

วิชาสงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม (เศรษฐศาสตร)์ รหัสวิชา ส32101 ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 5
เวลารวม 40 ช่ัวโมง/ภาคเรยี นท่ี 1 จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต คะแนนเตม็ 100 คะแนน
สดั ส่วนคะแนนระหว่างภาค : ปลายภาค 80:20

ดบั ท่ี ชือ่ หน่วยการ มาตรฐาน สาระสำคญั เวลา นำ้ หนกั ภาระงาน/
เรยี น การเรียนรู้ / (ชั่วโมง) คะแนน ชิน้ งานรวบ

ตวั ช้วี ัด ยอด

1 เศรษฐศาสตร์ มฐ. ส 3.1 การกำหนดราคาและคา่ จ้างในระบบ 4 10 แผ่นพบั เร่อื ง
เบอ้ื งตน้ เศรษฐศาสตร์
ม.4-6/1 เศรษฐกจิ ได้อย่างเหมาะสมน้ันผูท้ ่เี กีย่ วข้อง

จะต้องมีความรู้พ้ืนฐานเกยี่ วกับ เบื้องตน้

เศรษฐศาสตร์เบื้องตน้ เพื่อจะได้นำไปเป็น 10 รายงานสรปุ
เรอ่ื ง ระบบ
แนวทางในการตัดสนิ ใจในการผลิตและ เศรษฐกิจใน
โลกปัจจุบนั
บริโภคใหไ้ ด้ประโยชน์สูงสดุ
10 ป้ายนิเทศ
2 ระบบ มฐ.ส 3.1 ระบบเศรษฐกจิ ของโลกในโลกยุคปัจจบุ ันมี 6 เรือ่ งปรัชญา
ของ
เศรษฐกิจ ม.4-6/1 ผลตอ่ การกำหนดราคาและคา่ จา้ งโดย เศรษฐกจิ
พอเพียง
ในโลกปัจจบุ นั รัฐบาลมบี ทบาทในการแทรกแซงราคาและ
10 บทความ
ควบคมุ ราคาเพ่ือการแจกจ่ายและจัดสรร เรอื่ ง
สหกรณ์กบั
ในทางเศรษฐกจิ การพัฒนา
เศรษฐกิจใน
3 เศรษฐกิจ มฐ. ส3.1 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมีความสำคัญ 6 ชมุ ชน

พอเพยี งกับ ม.4-6/2 ตอ่ การนำไปเปน็ กรอบแนวทาง ในการ

การพัฒนา วางแผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมของ

เศรษฐกจิ ของ ประเทศ ซ่งึ จะสง่ ผลตอ่ การพฒั นาประเทศ

ไทย อยา่ งย่งั ยนื

4 สหกรณ์และ มฐ.ส 3.1 สหกรณ์มคี วามสำคญั ต่อการพัฒนา 6

การรวมกลุ่ม ม.4-6/3 เศรษฐกจิ

เพ่อื การพัฒนา ม.4-6/4 ทั้งในระดับชุมชนและประเทศและมีสว่ นใน

ชมุ ชนของไทย การแก้ปัญหาชมุ ชน

โครงสรา้ งรายวิชา

วชิ าสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม (เศรษฐศาสตร)์ รหัสวิชา ส 32101 ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 5
เวลารวม 40 ชว่ั โมง/ภาคเรียน จำนวน 1.0 หน่วยกติ คะแนนเต็ม 100 คะแนน
สัดสว่ นคะแนนระหว่างภาค : ปลายภาค 80:20

ลำดบั ชือ่ หน่วยการ มาตรฐาน สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนัก ภาระงาน/
ที่ เรยี น การเรยี นรู้ / (ชัว่ โมง) คะแนน ชิน้ งานรวบ

ตัวชี้วัด ยอด

5 นโยบายการเงนิ มฐ.ส 3.2 รฐั บาลมีบทบาทสำคัญในการพฒั นา 5 ๑๐ บันทกึ การ
เศรษฐกจิ ของประเทศ โดยการใช้ วเิ คราะห์ขา่ ว

การคลังกบั การ ม.4-6/1 นโยบายการเงินการคลัง ในการ ทเี่ ก่ียวข้อง
พัฒนา รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ กับนโยบาย
เศรษฐกจิ ของ การสร้างความเจริญเตบิ โตทาง การเงนิ การ
ประเทศ เศรษฐกจิ รักษาดุลการค้าระหวา่ ง คลงั ของ
ประเทศแทรกแซงราคา ควบคมุ รฐั บาล
ราคา และสรา้ งความเป็นธรรมทาง ปจั จบุ นั
เศรษฐกิจ
20 - แผนภูมิ
6 เศรษฐกจิ มฐ.ส 3.2 การร่วมมอื ทางเศรษฐกิจระหว่าง 10 ภาพแสดง
ระหว่าง ม.4-6/2 ประเทศในรูปแบบตา่ งๆ มีทง้ั ผลดี ผลกระทบ
ประเทศ ม.4-6/3 และผลเสีย สว่ นการเปดิ เสรีทาง ของการเปดิ
เศรษฐกจิ ในยุคโลกาภิวตั น์มี เสรกี ารค้าต่อ
ผลกระทบต่อสงั คมไทย ท้ังดา้ น เศรษฐกิจ
การเกษตร อุตสาหกรรม การค้า ไทย
และบรกิ าร -วเิ คราะห์
ผลดี ผลเสยี
รวมระหวา่ งภาค 40 ของความ
รวมปลายภาค รว่ มมือทาง
รวมทัง้ รายวิชา เศรษฐกจิ
ระหว่าง
ประเทศ

๘๐
๒0
100

คำอธบิ ายรายวิชา

รหสั วิชา ส3210๒ ชือ่ รายวชิ า สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม (ภูมิศาสตร์ )

รายวิชาพ้ืนฐาน (ภาคเรียนที่ 2 ) กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ ๕ เวลา 2 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต

************************************************************************************

ศึกษาวเิ คราะห์การใชเ้ ครื่องมือทางภูมิศาสตรใ์ นการรวบรวมวิเคราะหแ์ ละนำเสนอขอ้ มลู ภมู สิ ารสนเทศ
อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ อิทธิพลของสภาพภมู ศิ าสตรซ์ ึ่งทำใหเ้ กิดปญั หาทางกายภาพ หรือภัยพิบัติทางธรรมชาตใิ น
ประเทศไทยและภมู ิภาคตา่ งๆ ของโลก การเปลี่ยนแปลงของพืน้ ท่ซี ่ึงได้รับอิทธิพลจากปัจจยั ทางภูมิศาสตรใ์ น
ประเทศไทยและทวปี ตา่ งๆการประเมนิ การเปล่ียนแปลงธรรมชาตใิ นโลกวา่ เปน็ ผลจากการกระทำของมนุษย์หรือ

ธรรมชาติ สถานการณแ์ ละวิกฤตการณ์ดา้ นทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ มของประเทศไทยและโลกมาตรการ
ป้องกันและแกไ้ ขปญั หาบทบาทขององค์การและการประสานความรว่ มมือทง้ั ในประเทศและนอกประเทศเกีย่ วกับ
กฎหมายส่งิ แวดลอ้ ม การจัดการทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม แนวทางการอนุรักษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละ
สง่ิ แวดล้อมในภมู ิภาคต่างๆ ของโลก การใช้ประโยชนจ์ ากส่ิงแวดล้อม ในการสร้างสรรคว์ ัฒนธรรมอนั เป็นเอกลกั ษณ์
ของทอ้ งถนิ่ ทั้งในประเทศไทยและโลก การมี สว่ นร่วมในการแกป้ ัญหาและการดำเนินชีวิตตามแนวทางการอนุรักษ์
ทรัพยากรและสง่ิ แวดล้อมเพื่อการพฒั นาท่ยี งั่ ยืน

โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการสบื ค้นข้อมลู กระบวนการทางสงั คม กระบวนการเผชญิ สถานการณ์
และแก้ปัญหา กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุ่ม ทงั้ น้ี ให้สอดคลอ้ งกบั ท้องถ่นิ และตามหลกั ปรชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง มงุ่ สูค่ วามเป็นอาเซยี น

เพอื่ ให้เกดิ ความร้คู วามเข้าใจ สามารถสอ่ื สารส่ิงทเ่ี รียนรู้ มีความสามารถในการใช้เครื่องมือทางภมู ิศาสตร์
ในการสบื ค้นข้อมูล มคี ุณลักษณะอันพงึ ประสงคใ์ นด้านใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งมน่ั ในการทำงาน มวี นิ ัย มีจิตสาธารณะ เห็น
คุณคา่ และมจี ิตสำนึกในการร่วมมือกันแก้ปญั หาอนรุ ักษท์ รัพยากรและสง่ิ แวดลอ้ ม สามารถนำไปปฏิบตั ิในการดำเนิน
ชีวิต มีคณุ ธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในด้านรกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซือ่ สตั ย์ สจุ รติ มีวนิ ยั
ใฝ่เรียนรู้ รักความเปน็ ไทย มจี ติ สาธารณะเหน็ คณุ ค่าและมีจิตสำนกึ

ตวั ชว้ี ดั
ส 5.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4
ส 5.2 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5

รวม 9 ตัวช้ีวดั

การจัดทำโครงสรา้ งรายวิชา

รายวชิ าสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม (ภูมศิ าสตร์ )รหสั ส3210๒ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5
เวลาเรียน 40 ชัว่ โมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต ภาคเรียนที่ 2
สัดสว่ นคะแนนระหว่างภาคเรยี น : ปลายภาค จำนวน 80:20

ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา/ นำ้ หนัก ภาระงาน/
เรยี น ชัว่ โมง คะแนน ชิ้นงาน
เรยี นรู้ / ตวั ชว้ี ัด
เครื่องมือทาง
ภูมิศาสตร์ ส 5 ม.๔-๖/๑ เคร่ืองมอื ทางภูมิศาสตร์มี 4 15 ปา้ ยนิเทศ เร่ือง
เครือ่ งมือทาง
ความสำคญั ต่อการใหข้ ้อมูล และ

และภมู ิสารสนเทศ ขา่ วสารภมู ลิ ักษณภ์ มู ิอากาศ ภมู ศิ าสตร์และ
ศาสตร์ และภมู สิ ังคมไทยและภูมิภาค ภูมิสารสนเทศ
ตา่ งๆ ทวั่ โลก ศาสตร์

ปฏิสัมพันธเ์ ชิง ส ๕.๑ ม.๔-๖/๑ อทิ ธิพลจากปัจจยั ทางภมู ิศาสตร์ 9 20 บทความ
ภูมศิ าสตร์ ม.๔-๖/๓ สง่ ผลต่อการเปลี่ยนแปลงพ้ืนท่ใี น วเิ คราะห์ เรื่อง
ประเทศไทย และทวีปตา่ งๆ ของ ปฏิสัมพันธเ์ ชงิ
โลก ซ่งึ มีผลตอ่ วิถีการดำรงชีวติ ภมู ิศาสตร์
ของมนษุ ย์
20 แผ่นพับ เร่อื ง
ภัยพบิ ัตทิ าง ส ๕.๑ ม.๔-๖/๑ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติซ่งึ 8 ภยั พิบตั ิทาง
ธรรมชาติ และ
ธรรมชาติ และการ ม.๔-๖/๒ เป็นภัยพบิ ัติทางธรรมชาตทิ ่ี การเปลี่ยนแปลง
เปลย่ี นแปลงทาง เกิดข้ึนในประเทศไทยและ ทางธรรมชาตใิ น
ธรรมชาตใิ นโลก ม.๔-๖/๔ ภมู ภิ าคตา่ งๆของโลกส่ง โลก

ผลกระทบต่อวิถกี ารดำเนนิ ชีวิต 20 บทความ เร่ือง
สถานการณ์ด้าน
ของมนษุ ย์ สิ่งแวดล้อมและ
ทรพั ยากรธรรม
สถานการณ์ด้าน ส ๕.๒ ม.๔-๖/๑ การเปลยี่ นแปลงทางกายภาพในสว่ น9 ชาติ
สิ่งแวดล้อม และ ต่างๆของโลก ซึ่งเกิดจากสาเหตปุ จั จัย
ทรัพยากรธรรมชาติ หลายประการในปจั จุบนั ส่งผลให้เกิด
วิกฤตการณท์ างด้านรัพยากร
ธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อมภายใน
ประเทศไทยและโลกและเกิดภมู ิสงั คม
ใหม่

ชอื่ หน่วยการ มาตรฐานการ สาระสำคญั เวลา/ น้ำหนัก ภาระงาน/
เรียน ช่วั โมง คะแนน ชน้ิ งาน
เรยี นรู้ / ตวั ชีว้ ดั
การจัดการ
ทรัพยากร ส ๕.๒ ม.๔-๖/๒ มาตรการการปอ้ งกันและแก้ไข 10 25 1.หนงั สอื เลม่ เลก็
ปัญหาทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ เรอ่ื ง การจัดการ
ธรรมชาตแิ ละ ม.๔-๖/๓ ส่ิงแวดลอ้ มเปน็ ส่ิงสำคัญซึง่ ทรัพยากรธรรมช
ม.๔-๖/๔ องค์กรท้ังในประเทศและนอก าติและ
ส่งิ แวดลอ้ ม ม.๔-๖/๕ ประเทศไดม้ ีการประสานความ ส่งิ แวดล้อม

รว่ มมือกันในการจดั การ และ 2. รายงานการ

อนรุ กั ษ์ทรัพยากร ธรรมชาตแิ ละ ปฏิบัตติ นในการ

ส่งิ แวดล้อมในภมู ภิ าคต่างๆ ของ อนุรกั ษ์

คะแนนระหว่างภาคเรยี น โลกการใชป้ ระโยชนจ์ าก ทรพั ยากรธรรมช
คะแนนปลายภาค ส่ิงแวดลอ้ มในการสร้างสรรค์ าติและ
รวม วัฒนธรรมอนั เปน็ เอกลักษณ์ของ ส่งิ แวดลอ้ ม
ทอ้ งถิ่นทั้งในประเทศไทย
และโลก ๘๐
๒0
38 100
20
40

คำอธบิ ายรายวชิ า

รหสั วิชา ส3๓๑01 ชอื่ รายวชิ า สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม( สาระท่ี ๒ และสาระที่ ๓ )

รายวิชาพน้ื ฐาน (ภาคเรยี นที่ ๑) กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 6 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต

************************************************************************************

ศกึ ษา วเิ คราะหส์ ถานการณก์ ารเมืองการปกครองของสังคมไทย อิทธิพลของระบบการเมือง การปกครองท่ีมี

ผลตอ่ การดำเนินชวี ิต การประสานประโยชน์ร่วมกันระหว่างประเทศ การแลกเปลย่ี นเพ่ือชว่ ยเหลือและส่งเสรมิ ดา้ น

วัฒนธรรม การศกึ ษา เศรษฐกิจ สังคม การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมขุ การ

ตรวจสอบการใชอ้ ำนาจรัฐตามรฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทยฉบบั ปจั จบุ ันท่มี ีผลต่อการเปลย่ี นแปลงทางสงั คม

กฎหมายทเี่ กี่ยวข้องกบั ตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน ประเทศชาติ และสังคมโลก ได้แก่กฎหมายแพ่งเกย่ี วกับตนเองและ

ครอบครวั กฎหมายแพ่งเกี่ยวกบั นติ ิกรรมสญั ญากฎหมายอาญากฎหมายอืน่ ที่สำคัญเช่นรฐั ธรรมนูญแหง่

ราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจบุ ันกฎหมายการรับราชการทหารกฎหมายภาษีอากรกฎหมายค้มุ ครองผู้บริโภค ข้อตกลง

ระหวา่ งประเทศ ความหมาย ความสำคญั แนวคิด และหลกั การของสิทธมิ นษุ ยชน บทบาทขององค์กรระหว่าง

ประเทศในเวทโี ลกท่มี ีผล ต่อประเทศไทย สาระสำคัญของปฏญิ ญาสากลว่าด้วยสิทธมิ นษุ ยชน บทบญั ญัติของ

รัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทยฉบบั ปัจจบุ ันเกีย่ วกบั สิทธิมนุษยชนปัญหาสทิ ธิมนษุ ยชนในประเทศและแนวทาง

แก้ปัญหาและพฒั นาปัญหาการเมืองสำคัญทเี่ กดิ ขน้ึ ภายในประเทศศึกษาและอภิปรายการกำหนดราคาและค่าจา้ ง

ในระบบเศรษฐกิจแบบต่างๆและบทบาทของรฐั ในการแทรกแซงราคาและการควบคมุ ราคาเพื่อการแจกจ่ายและ

จดั สรรในทางเศรษฐกจิ ตระหนกั ถึงความสำคญั ของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงท่ีมตี ่อเศรษฐกจิ สังคมของประเทศ

และประยุกตใ์ ช้เศรษฐกจิ พอเพยี งในการดำเนินชีวิตของตนเองและครอบครัวและเห็นความสำคัญในการนำหลกั

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการวางแผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมฉบับปจั จบุ ันอธบิ ายความหมาย

วิวฒั นาการของสหกรณใ์ นประเทศไทย ตระหนักถึงความสำคัญของระบบสหกรณ์ในการพัฒนาเศรษฐกจิ ในระดับ

ชุมชนและประเทศวเิ คราะห์ปัญหาทางเศรษฐกจิ ในชุมชนและเสนอแนวทางแก้ไขอธิบายบทบาทของรัฐบาลดา้ น

นโยบายการเงนิ การคลังในการพฒั นาเศรษฐกจิ ของประเทศวิเคราะหส์ าเหตุและผลกระทบทีเ่ กิดจากภาวะทาง

เศรษฐกิจและบอกแนวทางในการแกป้ ัญหาของนโยบายการเงนิ การคลังศึกษาวิวฒั นาการของการเปิดเสรีทาง

เศรษฐกิจและใชก้ ระบวนการอภปิ รายเพ่ือวิเคราะห์ผลกระทบของการเปดิ เสรีทางเศรษฐกิจในยคุ โลกาภิวตั นท์ ม่ี ีผล

ตอ่ สงั คมไทยวเิ คราะหผ์ ลดีผลเสียของความรว่ มมือทางเศรษฐกจิ ระหวา่ งประเทศในรปู แบบตา่ งๆ ท่นี ำไปสู่การพ่ึงพา

การแข่งขัน การขดั แย้ง และการประสานประโยชนท์ างเศรษฐกจิ การค้าระหว่างประเทศ

โดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสบื คน้ ขอ้ มูล กระบวนการกลมุ่ กระบวนการแก้ปัญหา เพ่ือให้

เกดิ ความรู้ความเข้าใจตระหนักและเห็นความสำคญั ของสิทธมิ นษุ ยชนเคารพและปฏบิ ัตติ ามกฎหมายอยา่ งเคร่งครัด

มีความเข้าใจศรทั ธาและมีส่วนรว่ มในการธำรงรักษาสง่ เสรมิ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตริย์

ทรงเป็นประมุข สามารถดำรงชีวติ อยู่ในสงั คมไทยและสังคมโลกไดอ้ ย่างสันติสุข

โดยสามารถนำไปปฏบิ ัตใิ นการดำเนินชวี ิต มีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม มคี ุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ในด้านรักชาติ

ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตยส์ จุ รติ มีวนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ รักความเปน็ ไทยมจี ิตสาธารณะ เหน็ คุณค่าและมจี ิตสำนึก มสี ่วนรว่ ม

ในการอนรุ ักษ์ทรพั ยากรและสง่ิ แวดลอ้ มเพ่ือการพัฒนาที่ยั่งยืน

รหสั ตวั ชี้วดั

ส 2.1 ม. 4-6/3 ม. 4-6/5

ส 2.2 ม. 4-6/1 ม. 4-6/2 ม. 4-6/3

ส 3.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2

ส 3.2 ม.4-6/1 รวมรหสั ตัวชี้วดั 8 ตัวช้ีวัด

โครงสรา้ งรายวิชา

วชิ าสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม(สาระท่ี ๒ และสาระท่ี ๓ ) รหัสวิชา ส3๓101

ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่๖ เวลารวม 40 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ

คะแนนเต็ม 100 คะแนน สดั สว่ นคะแนนระหวา่ งภาค : ปลายภาค 80:20

ลำดับ ชอื่ หน่วย มาตรฐาน สาระการสำคัญ เวลา นำ้ หนกั ภาระงาน/ช้นิ งาน
ท่ี การเรยี นรู้
การเรยี นรู้/ (ช่วั โมง) คะแนน รวบยอด
1 วฒั นธรรมไทย
ตวั ชี้วดั

ส 2.1 วฒั นธรรมไทยมคี ุณคา่ และ ๖ ๑๕ แผนท่คี วามคิดแสดง
ม. 4-6/5 ความสำคัญต่อการดำเนนิ ชีวติ
คณุ ค่าทางวัฒนธรรม

ของชาวไทยซ่งึ จะตอ้ งรู้จักการ
ปรบั ปรงุ เปลยี่ นแปลง และ
อนรุ ักษ์วฒั นธรรมไทย และ
เลอื กรบั วฒั นธรรมสากลอยา่ ง
เหมาะสม

๒ พลเมอื งดีของ ส 2.1 การปฏบิ ัติตนเป็นพลเมืองดี ๖ ๑๕ แบบบนั ทกึ การ
ประเทศชาติ ม. 4-6/3 ของประเทศชาติและสงั คม ปฏิบัตติ นแสดงถึง
โลกนน้ั ยอ่ มสง่ ผลตอ่ การอยู่ ความเปน็ พลเมืองดี
และสังคมโลก รว่ มกันอย่างสนั ติสุข
๒๐ -แผนภมู กิ ารแสดง
๓ ระบอบการเมือง ส 2.2 การร่วมมือกนั แก้ปัญหา ๘ การปกครองแบบ
การปกครอง ม. 4-6/1 การเมืองการปกครอง และ ต่างๆ
ม. 4-6/2 ประสานประโยชน์ร่วมกนั -ตารางการ
ม. 4-6/3 ระหว่างประเทศเป็นส่วน เปรยี บเทยี บความ
สำคญั ในการธำรงรักษาไว้ซ่งึ แตกตา่ งความ
การปกครองระบอบ คล้ายคลงึ ของการ
ประชาธปิ ไตยอนั มี ปกครองของไทยกับ
พระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็น ประเทศอนื่
ประมขุ
๑๕ รายงานสรปุ เรอื่ ง
๔ ระบบเศรษฐกิจ มฐ.ส 3.1 ระบบเศรษฐกิจของโลกในโลก ๖ ระบบเศรษฐกจิ ใน
ยุคปัจจุบนั มผี ลต่อการกำหนด โลกปัจจุบนั
ในโลกปจั จุบนั ม.4-6/1 ราคาและคา่ จา้ ง โดยรฐั บาล

มบี ทบาทในการแทรกแซง

ราคาและควบคุมราคาเพื่อ

การแจกจา่ ยและจดั สรร

ในทางเศรษฐกจิ

โครงสรา้ งรายวิชา

วชิ าสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม(สาระที่ ๑ และสาระท่ี ๒ ) รหัสวิชา ส3๓101

ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี๖ เวลารวม 40 ชัว่ โมง/ภาคเรยี น จำนวน 1.0 หน่วยกติ

คะแนนเตม็ 100 คะแนน สัดส่วนคะแนนระหวา่ งภาค : ปลายภาค 80:20

ลำดับ ชอ่ื หน่วย มาตรฐาน สาระการสำคญั เวลา นำ้ หนกั ภาระงาน/ช้ินงาน
ที่ การเรยี นรู้ การเรยี นรู้/ ปรัชญาของเศรษฐกจิ
(ชั่วโมง) คะแนน รวบยอด
๕ เศรษฐกิจพอเพยี ง ตัวช้ีวัด
๘ ๒๐ ปา้ ยนเิ ทศ เรื่อง
มฐ.ส 3.1

กับการพัฒนา ม.4-6/2 พอเพียงมีความสำคัญ ปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงมี
เศรษฐกจิ ของไทย ต่อการนำไปเปน็ กรอบ ความสำคญั ต่อการ
พฒั นาเศรษฐกจิ และ
แนวทางในการวางแผน สังคม
ของประเทศ
พัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คม
๑๕ บนั ทกึ การวเิ คราะห์
ของประเทศ ซ่งึ จะสง่ ผลต่อ ขา่ วทเ่ี ก่ยี วข้องกับ
นโยบายการเงิน การ
การพฒั นาประเทศอยา่ ง คลังของ

ยั่งยนื ๘๐
๒0
๖ นโยบายการเงนิ มฐ.ส 3.2 รัฐบาลมีบทบาทสำคัญในการ ๖ 100

การคลงั กบั การ ม.4-6/1 พัฒนาเศรษฐกจิ ของประเทศ

พัฒนาเศรษฐกิจ โดยการใช้นโยบายการเงิน

ของประเทศ การคลงั ในการรักษา

เสถยี รภาพทางเศรษฐกิจ

การสรา้ งความเจริญเตบิ โต

ทางเศรษฐกิจรกั ษาดลุ การค้า

ระหวา่ งประเทศแทรกแซง

ราคา ควบคุมราคา และสร้าง

ความเปน็ ธรรมทางเศรษฐกิจ

รวมระหว่างภาค 40

รวมปลายภาค
รวมทงั้ รายวชิ า

คำอธิบายรายวชิ า

รหัสวิชา ส3๓๑๐๒ชือ่ รายวิชา สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม( สาระที่ ๑ และสาระท่ี ๕ )

รายวิชาพ้ืนฐาน (ภาคเรียนท่ี ๒) กลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ชั้น มัธยมศึกษาปีท่ี 6 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต

************************************************************************************

ศึกษา วิเคราะห์ ลกั ษณะของสังคมชมพูทวปี และคติความเชื่อทางศาสนาสมัยกอ่ นพระพุทธเจ้า
พระพทุ ธศาสนามีทฤษฎแี ละวธิ ีการทเี่ ปน็ สากลและมขี ้อปฏิบัติท่ยี ดึ สายกลาง การพฒั นาศรัทธาและปัญญาที่ถูกต้อง
ในพระพุทธศาสนา พระพุทธเจา้ ในฐานะเปน็ มนุษยผ์ ฝู้ กึ ตนไดอ้ ย่างสูงสุดในการตรัสรู้ การพัฒนาศรัทธาและปัญญาท่ี

ถกู ต้องลกั ษณะประชาธปิ ไตยในพระพทุ ธศาสนา หลักการของพระพทุ ธศาสนากับหลักวิทยาศาสตร์ วเิ คราะห์และ

ปฏบิ ตั ติ นตามหลกั ธรรมของพระพุทธศาสนา การปฏบิ ตั ติ นเปน็ ชาวพุทธทีด่ ีต่อพระภิกษุ การปฏิบัติตนเป็นสมาชกิ ท่ี

ดีของครอบครัวและสังคม ศาสนพธิ ีเกย่ี วกบั พิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะ พธิ เี วยี นเทียน พธิ ถี วายสังฆทาน พิธีถวาย

ผ้าอาบนำ้ ฝน พธิ ีทอดกฐิน พิธีปวารณา การทำบุญเลีย้ งพระในโอกาสต่างๆ หลักธรรม เป็นสมาชกิ ทีด่ ีของครอบครวั

และสังคม การสวดมนตแ์ ปล แผเ่ มตตา และบรหิ ารจิตและเจริญปัญญาตามหลกั สติปัฏฐาน การพัฒนาการเรยี นรู้

ด้วยวิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการ (คิดแบบรู้เทา่ ทันธรรมดา คดิ แบบเป็นอย่ใู นขณะปัจจบุ นั ) การสัมมนาและเสนอ

แนวทางในการธำรงรักษาพระพุทธศาสนาอนั สง่ ผลถึงการพัฒนาคน พัฒนาชาตแิ ละโลก ประวตั ิของศาสดาของ

ศาสนาอน่ื และหลักคำสอนพ้ืนฐานศกึ ษาวิเคราะห์การใช้เคร่อื งมือทางภูมิศาสตร์ในการรวบรวมวเิ คราะห์และ

นำเสนอข้อมูลภมู ิสารสนเทศอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพอิทธิพลของสภาพภมู ิศาสตร์ซ่งึ ทำให้เกิดปัญหาทางกายภาพหรื

อภยั พิบตั ิทางธรรมชาติในประเทศไทยและภูมภิ าคต่างๆของโลก การเปลี่ยนแปลงของพน้ื ท่ีซึ่งได้รับอิทธพิ ลจาก

ปัจจยั ทางภูมิศาสตรใ์ นประเทศไทยและทวปี ต่างๆ การประเมนิ การเปลี่ยนแปลงธรรมชาตใิ นโลกวา่ เปน็ ผลจากการ

กระทำของมนษุ ยห์ รือธรรมชาติ สถานการณแ์ ละวกิ ฤตการณด์ ้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ

ไทยและโลก มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาบทบาทขององค์การและการประสานความรว่ มมือ ทัง้ ในประเทศและ

นอกประเทศ เกี่ยวกับกฎหมายสิ่งแวดล้อม การจัดการทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม แนวทางการอนรุ ักษ์

ทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมในภูมิภาคตา่ งๆ ของโลก การใช้ประโยชนจ์ ากส่งิ แวดลอ้ ม ในการสรา้ งสรรค์

วฒั นธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ทง้ั ในประเทศไทยและโลก การมี สว่ นรว่ มในการแก้ปญั หาและการดำเนิน

ชวี ติ ตามแนวทางการอนรุ ักษ์ทรพั ยากรและสงิ่ แวดล้อมเพื่อการพัฒนาทยี่ ั่งยืน

โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการสืบคน้ ข้อมูล กระบวนการทางสังคม กระบวนการปฏิบตั ิ

กระบวนการเผชิญสถานการณแ์ ละแกป้ ัญหา กระบวนการกลุม่ ทั้งนี้ ให้สอดคล้องกบั ทอ้ งถิ่นและตามหลักปรัชญา

ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง มุง่ สู่ความเป็นอาเซยี น

เพอ่ื ใหเ้ กิดความรู้ความเขา้ ใจ สามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนนิ ชีวติ นำไปแก้ปัญหาของตนเอง

และครอบครวั มีคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ในดา้ นรกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซื่อสัตย์ สจุ รติ มวี นิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ อยู่

อย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการทำงาน รกั ความเปน็ ไทย มจี ิตสาธารณะ สามารถอยู่ร่วมกันไดอ้ ย่างสนั ตสิ ขุ

ตัวชี้วดั

ส 1.1 ม. 4-6/2 ม. 4-6/3 ม. 4-6/1๓ ม. 4-6/1๔๒๐ ม. 4-6/๑๘ ม. 4-6/1๙ ม.

4-6/๒๐ ม. 4-6/๒๑ ม. 4-6/๒๒

ส 1.2 ม. 4-6/1ม. 4-6/2ม. 4-6/3 ม. 4-6/4ม. 4-6/5

ส 5.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2 ม.4-6/4

ส 5.2 ม.4-6/2 ม.4-6/3 ม.4-6/4 ม.4-6/5

รวม ๒๑ ตัวชวี้ ัด

โครงสร้างรายวิชา

วิชาสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม(ศาสนา ศิลธรรม จรยิ ธรรม ) รหัสวชิ า ส3๓10๒

ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ๖่ี เวลารวม 40 ชว่ั โมง/ภาคเรียน จำนวน 1.0 หน่วยกิต

คะแนนเตม็ 100 คะแนน สดั สว่ นคะแนนระหวา่ งภาค : ปลายภาค 80:20

ลำดั ช่ือหน่วย มาตรฐานการ เวลา นำ้ หนัก ภาระงาน/
บท่ี การเรียนรู้ คะแนน ชน้ิ งานรวบ
เรยี นรู้/ สาระการเรยี นรู้ (ชัว่ โมง)
๑ พทุ ธประวตั ิ 7 ยอด
ตัวชี้วัด
1.วเิ คราะห์
ส 1.1 พระพุทธเจ้า เป็นผ้ฝู ึกตนได้อยา่ ง ๔

และชาดก ม.4-6/2 สงู สุดในการตรัสรู้การกอ่ ต้ัง รปู แบบการ
ม.4-6/3 วธิ กี ารสอนและการเผยแผ่ สอนตามแนว
ม.4-6/14 พระพทุ ธศาสนา การศึกษา พทุ ธจรยิ า
พุทธประวตั ิ ชาดก เร่ืองเลา่ จะได้ 2.นำเสนอ
ข้อคิดเพื่อนำไปใช้เปน็ แบบอย่าง ขอ้ คิดและ
ในการดำเนินชีวติ แบบอย่างการ
ดำเนินชีวิตใน
๒ หลกั ธรรมทาง ส 1.1 พระรัตนตรัยมีคุณคา่ ต่อการ ๘ การ
พระพุทธศาสนา ม.4-6/13 ประยุกตใ์ ชใ้ ห้
ดำเนินชวี ิตของมนุษย์การ สอดคลอ้ งกบั
ชวี ติ ประจำวัน
วเิ คราะหห์ ลักธรรมในกรอบ
1.นำเสนอ
อริยสัจ4 ในหมวดทุกข์และสมทุ ัย 7 หลักธรรม

ย่อมทำใหร้ ้ปู ัญหาหรอื ความทุกข์ อธบิ าย
ความหมาย
และสาเหตุของปญั หาหรือความ และนำเสนอ
แนวทางการ
ทุกข์ข้อธรรมในกรอบอริยสจั 4 นำไป
ประยุกตใ์ ช้ให้
เป็นหลักสำคัญในการดำเนนิ ชีวติ สอดคล้องกับ
ชวี ติ ประจำวัน
ที่จะทำใหผ้ ูป้ ฏบิ ัติพน้ ทุกข์หรือ

หมดปญั หา ซง่ึ พุทธศาสนกิ ชน

ทุกคนพึงสำนกึ ในคุณคา่ และ

นำไปเป็นหลักในการปฏิบัติตน

๓ การบริหารจติ และ ส 1.1 การสวดมนต์แปล แผเ่ มตตา และ ๔ 7 1.สวดมนตแ์ ผ่
เจรญิ ปญั ญา เมตตาบรหิ าร
ม.4-6/19 การเจริญปัญญาตามหลกั สติปฏั น้ำหนกั จิตและการ
ลำดั ชื่อหน่วย คะแนน เจรญิ ปัญญา
บที่ การเรยี นรู้ ม.4-6/20 ฐาน และการใช้วิธคี ดิ แบบโยนโิ ส 7 ตามหลักสติ
๔ หนา้ ทแ่ี ละมารยาท ปัฏฐาน
มนสิการ ยอ่ มทำให้การดำเนิน
ชาวพุทธ ภาระงาน/
ชีวติ ประจำวนั เปน็ ไปในทา ช้ินงานรวบ

ท่ีถกู ต้อง ยอด

มาตรฐานการ เวลา 1.บทบาท
สมมตกิ าร
เรยี นรู้/ สาระการเรียนรู้ (ชวั่ โมง) ปฏบิ ัติตนท่ี
ถูกต้องตาม
ตัวชีว้ ดั หลกั ศาสนาที่
ตนนบั ถอื
ส 1.2 ชาวพุทธท่ดี พี งึ ปฏิบัตติ นต่อ ๔
ม.4-6/1 พระภกิ ษอุ ย่างเหมาะสมทงั้ กาย
ม.4-6/2 วาจา และใจ โดยรักษาศลี และ
ม.4-6/3 ปฏิบตั ติ นต่อสมาชกิ ในครอบครัว
ม.4-6/4
ม.4-6/5 และคนรอบข้างตามหลักทศิ 6

2.การจดั
นิทรรศการ
เกย่ี วกบั วนั
สำคญั ทาง
ศาสนาทีน่ ับ
ถอื

๕ ศาสนาสำคัญ ส 1.1 การศึกษาประวัติศาสดาของ ๖ 5 1.แผนผบั
ในประเทศไทย ม.4-6/17 ศาสนาสำคญั ในประเทศไทยย่อม นำเสนอ
ทำใหไ้ ด้ข้อคดิ จากแนวทางการ ประวตั ิศาสดา
ปฏิบัตขิ องท่านมาเปน็ แบบอย่าง ของศาสนาท่ี
สง่ ผลตอ่ การอยู่ร่วมกนั ในสังคมได้ นับถอื
อยา่ งปกติสขุ

๖ เคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ ส ๕.๑ ม.๔- เครื่องมือทางภูมศิ าสตร์มี ๔ 5 ป้ายนเิ ทศ
เรอ่ื ง เครื่องมอื
และภูมิสารสนเทศ ๖/๑ ความสำคัญต่อการใหข้ ้อมูล และ ทางภมู ิศาสตร์
และภูมิ
ศาสตร์ ข่าวสารภมู ิลักษณ์ภมู ิอากาศ สารสนเทศ
ศาสตร์
และภมู ิสังคมไทยและภูมิภาค

ต่างๆ ทวั่ โลก

๗ ภัยพบิ ตั ทิ างธรรมชาติ ส ๕.๑ ม.๔- ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติซง่ึ ๔ 5 แผ่นพับ
และการเปลยี่ นแปลง ๖/๑ ม.๔- เป็นภยั พบิ ัตทิ างธรรมชาติ ที่ เรอ่ื งภยั พิบตั ิ
เกดิ ขนึ้ ในประเทศไทย และ ทางธรรมชาติ
ทางธรรมชาติในโลก ๖/๒ ภมู ภิ าคต่างๆ ของโลกส่ง และการ
ม.๔-๖/๔ ผลกระทบต่อวิถกี ารดำเนนิ ชีวติ เปลีย่ นแปลง
ทางธรรมชาติ
ของมนุษย์ ในโลก

ลำดั ชือ่ หน่วย มาตรฐานการ เวลา น้ำหนกั ภาระงาน/
(ชว่ั โมง) คะแนน ช้ินงานรวบ
บที่ การเรียนรู้ เรยี นรู้/ สาระการเรยี นรู้
๖ 5 ยอด
ตวั ชีว้ ดั
1.หนงั สือเลม่
๘ การจัดการทรัพยากร ส ๕.๒ มาตรการการปอ้ งกันและแก้ไข เลก็ เร่ือง การ
จัดการ
ธรรมชาติและ ม.๔-๖/๒ ปัญหาทรัพยากรธรรมชาตแิ ละ ทรัพยากรธรร
สงิ่ แวดลอ้ ม ม.๔-๖/๓ ส่งิ แวดลอ้ มเป็นสิง่ สำคัญซง่ึ มชาติและ
ม.๔-๖/๔ องค์กรท้งั ในประเทศและนอก ส่งิ แวดลอ้ ม
ม.๔-๖/๕ ประเทศได้มีการประสานความ
รว่ มมือกันในการจดั การและ

อนรุ ักษ์ทรพั ยากร ธรรมชาตแิ ละ 40 2.รายงานการ
สงิ่ แวดลอ้ มในภมู ภิ าคต่างๆ ของ ปฏบิ ัติตนใน
โลกการใช้ประโยชนจ์ าก การอนรุ ักษ์
ส่งิ แวดลอ้ มในการสร้างสรรค์ ทรพั ยากรธรร
วัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของ มชาตแิ ละ
ท้องถนิ่ ทั้งในประเทศไทย ส่งิ แวดลอ้ ม
และโลก
80
ระหวา่ งภาคเรยี น 20
ปลายภาคเรยี น 100

รวม

คำอธิบายรายวิชา

รหสั วชิ า ส3๑๑๐๓ช่ือรายวชิ า ประวตั ศิ าสตร์

รายวชิ าพน้ื ฐาน (ภาคเรียนที่ ๑) กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๔ เวลา ๒0 ช่วั โมง จำนวน 0.๕ หนว่ ยกิต

************************************************************************************

ศึกษาวิเคราะห์ ความสำคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ท่ีแสดงถึงการเปล่ียนแปลงของ
มนุษยชาติ ข้นั ตอนของวิธีการทางประวตั ิศาสตร์ คุณค่าและประโยชน์ของวิธีการทางประวัตศิ าสตรท์ ี่มตี ่อการศกึ ษา

ทางประวัตศิ าสตร์ ประเด็นสำคัญทางประวัติศาสตรต์ ั้งแต่ความเป็นมาของชาติไทยสมัยก่อนอาณาจักรสโุ ขทัยจนถึง
การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ความสำคญั ของสถาบันพระมหากษัตรยิ ต์ อ่ ชาติไทย ปัจจัยที่สง่ เสริมการสร้างสรรคภ์ ูมิ
ปัญญาไทยและวัฒนธรรมไทยซึ่งมีผลต่อสังคมไทยในยุคปัจจุบัน บทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ในการพัฒนา
ชาติไทยในด้านต่างๆ อิทธพิ ลของวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกท่ีมีต่อสังคมไทย ผลงานของบคุ คลสำคัญท้ังชาว
ไทยและต่างประเทศที่มีส่วนสร้างสรรค์วัฒนธรรมไทยและประวัติศาสตร์ไทย ปัจจัยและบุคคลที่ส่งเสริมสร้างสรรค์
ภูมิปัญญาไทย และวัฒนธรรมไทยท่ีมีผลต่อสังคมไทยในปัจจุบัน สภาพแวดล้อมที่มีผลต่อการสร้างสรรค์ภูมิปัญญา
และวฒั นธรรมไทย การกำหนดแนวทางและการมสี ่วนรว่ มอนุรักษ์ภมู ิปัญญาไทยและวฒั นธรรมไทย

โดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการปฏิบั ติ
กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชญิ สถานการณ์ กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการกลมุ่

เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจตระหนักในความสำคัญของการศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทย เกิดความรัก
ความภาคภูมิใจและธำรงความเป็นไทย มีคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ในด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มี
วนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ รกั ความเป็นไทย มุ่งมั่นในการทำงาน

ตวั ชวี้ ัด
ส 4.1 ม. 4-6/1 ม. 4-6/2
ส. 4.3 ม. 4-6/1 ม. 4-6/2 ม. 4-6/3
รวม 7 ตวั ชี้วัด

โครงสรา้ งรายวิชา ประวัตศิ าสตรไ์ ทย

ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๔

ลำดั ชอื่ หน่วยการ มาตรฐาน สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั ภาระงาน/
บที่ เรียน การเรยี นรู้ (ชัว่ โมง) คะแนน ช้นิ งานรวบยอด
/ ตวั ชว้ี ัด

1 เวลา และยคุ ส 4.1 การกำหนดเวลา ยุคสมยั การ 6 30 ประเมินป้าย

สมัยทาง ม. 4-6/1 นับ และเทยี บศักราชใน นิเทศเร่อื ง เวลา

ประวตั ิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ไทย ทำให้ และยคุ สมัยทาง

ไทย สามารถศึกษาและเรยี งลำดบั ประวัติศาสตร์

เหตกุ ารณต์ ่างๆ ใน ไทย

ประวตั ศิ าสตรไ์ ด้ รวมท้ังมี

ความสัมพนั ธเ์ ชื่อมโยงจากอดีต

สปู่ ัจจุบนั และคาดการณใ์ น

อนาคตเขา้ ดว้ ยกันได้

2 การสร้างองค์ ส 4.1 การสรา้ งองคค์ วามรู้ใหม่ทาง 6 30 โครงงานการ

ความรู้ใหม่ ม. 4-6/2 ประวตั ิศาสตรไ์ ทย โดยใช้ สืบค้น

ทาง วธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตรอ์ ยา่ ง ประวตั ิศาสตร์

ประวัติศาสตร์ เปน็ ระบบ ย่อมทำใหผ้ ล ทอ้ งถน่ิ โดยใช้

ไทย การศึกษานั้นมีคุณค่าและเป็นท่ี วิธกี ารทาง

ยอมรับในวงวชิ าการ ประวัตศิ าสตร์

3 วเิ คราะห์ ส 4.3 การศึกษาประเด็นทาง ๘ 40 แผ่นพบั
ประชาสัมพันธ์
ประเด็นสำคญั ม. 4-6/1 ประวตั ิศาสตรไ์ ทยนอกจากฝึก ประวัติศาสตร์
ชาติไทย
ทาง ม. 4-6/2 กระบวนการวิเคราะห์แลว้ ยัง
๘๐
ประวัติศาสตร์ ทำใหเ้ กิดองค์ความรู้ใหมท่ าง ๒0
๒0 100
ไทย ประวตั ิศาสตร์ และตระหนักถึง

ความสำคัญของสถาบนั

พระมหากษัตรยิ ต์ ่อชาติไทย
ระหว่างภาคเรยี น

ปลายภาคเรยี น

รวม

คำอธบิ ายรายวชิ า

รหัสวชิ า ส3๑๑0๔ชือ่ รายวชิ า ประวตั ิศาสตร์

รายวชิ าพนื้ ฐาน (ภาคเรียนที่ ๒) กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๔ เวลา ๒0 ช่วั โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกิต

************************************************************************************

ศกึ ษาวเิ คราะห์ ความสำคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวตั ิศาสตร์ท่ีแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของ

มนุษยชาติ ขนั้ ตอนของวิธีการทางประวัติศาสตร์ คณุ ค่าและประโยชน์ของวิธีการทางประวัตศิ าสตร์ท่ีมีต่อการศกึ ษา

ทางประวัติศาสตร์ ประเดน็ สำคัญทางประวัตศิ าสตรต์ ั้งแต่ความเป็นมาของชาติไทยสมัยก่อนอาณาจกั รสุโขทัยจนถึง

การเปล่ียนแปลงการปกครอง ความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อชาติไทย ปัจจัยทส่ี ่งเสรมิ การสร้างสรรคภ์ มู ิ

ปัญญาไทยและวัฒนธรรมไทยซึ่งมีผลต่อสังคมไทยในยุคปัจจุบัน บทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ในการพัฒนา
ชาติไทยในดา้ นต่างๆ อิทธิพลของวัฒนธรรมตะวนั ตกและตะวันออกท่ีมีตอ่ สงั คมไทย ผลงานของบุคคลสำคัญทั้งชาว
ไทยและต่างประเทศที่มีส่วนสร้างสรรค์วัฒนธรรมไทยและประวัติศาสตร์ไทย ปัจจัยและบุคคลท่ีส่งเสริมสร้างสรรค์
ภูมิปัญญาไทย และวัฒนธรรมไทยที่มีผลต่อสังคมไทยในปัจจุบัน สภาพแวดล้อมที่มีผลต่อการสร้างสรรค์ภูมิปัญญา
และวฒั นธรรมไทย การกำหนดแนวทางและการมีสว่ นรว่ มอนรุ ักษภ์ มู ิปญั ญาไทยและวฒั นธรรมไทย

โดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการปฏิบัติ
กระบวนการทางสงั คม กระบวนการเผชญิ สถานการณ์ กระบวนการแกป้ ญั หา กระบวนการกลุ่ม

เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจตระหนักในความสำคัญของการศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทย เกิดความรัก
ความภาคภูมิใจและธำรงความเป็นไทย มีคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ในด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มี
วนิ ยั ใฝเ่ รียนรู้ รกั ความเป็นไทย มุ่งมั่นในการทำงาน

ตัวชว้ี ดั
ส. 4.3 ม. 4-6/3 ม. 4-6/4 ม. 4-6/5
รวม ๓ ตวั ชี้วัด

โครงสร้างรายวชิ า ประวัติศาสตรไ์ ทย
ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี ๔

ลำดั ช่อื หน่วยการ มาตรฐาน เวลา น้ำหนกั ภาระงาน/
บที่ เรยี น (ชวั่ โมง) คะแนน ชน้ิ งานรวบยอด
การเรยี นรู้ สาระสำคัญ
๑ ผลงานของ 10 50 การจดั
บคุ คลสำคัญ / ตวั ชีว้ ดั นิทรรศการ
ในการ ผลงานของบุคคล
สร้างสรรค์ ส 4.3 บคุ คลสำคัญทีม่ สี ว่ นสร้างสรรค์ สำคญั

ม. 4-6 /4 วัฒนธรรมไทยและ

ประวตั ิศาสตร์ไทย มที ้งั ชาวไทย

และชาวตา่ งประเทศ ชาวไทย

ชาตไิ ทย ทกุ คนควรศกึ ษาผลงานและยก
ย่องทา่ น และนำไปเปน็
แบบอย่างในการปฏิบตั ิตน

๒ การสรา้ งสรรค์ ส 4.3 วิถกี ารดำรงชีวิตและภมู ิปัญญา 10 50 การจัด
วฒั นธรรมและ ม. 4-6 /3 ของคนไทยในแตล่ ะยคุ สมัย มี นิทรรศการ
ภูมปิ ัญญาไทย ม. 4-6 /5 การปรับปรงุ เปลีย่ นแปลงใหเ้ ข้า ผลงานการ
กบั สภาพแวดลอ้ ม ซ่ึงมผี ลต่อ สรา้ งสรรค์ภมู ิ
การสรา้ งสรรคภ์ ูมปิ ญั ญาไทย ปัญญาและ
และวัฒนธรรมไทย จงึ มีความ วฒั นธรรมไทย
จำเปน็ ทช่ี าวไทย จะต้องรว่ มมอื
กนั อนรุ กั ษภ์ มู ปิ ญั ญาและ
วัฒนธรรมไทย

ระหวา่ งภาคเรียน ๘๐
ปลายภาคเรยี น ๒0
๒0 100
รวม

คำอธิบายรายวิชา

รหัสวิชา ส3๒๑0๓ชือ่ รายวชิ า ประวตั ศิ าสตร์

รายวิชาพืน้ ฐาน (ภาคเรียนที่ ๑) กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

ชั้น มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๕ เวลา ๒0 ชัว่ โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ

************************************************************************************

ศึกษา วิเคราะห์ ความสำคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ท่ีแสดงถึงการเปล่ียนแปลงของ
มนุษยชาติ ขั้นตอนของวิธีการทางประวัติศาสตร์ คณุ ค่าและประโยชนข์ องวิธีการทางประวัตศิ าสตรท์ ี่มตี ่อการศึกษา
ประวัติศาสตร์สากล อารยธรรมลุ่มแม่น้ำไทกรีส – ยูเฟรทีส ไนล์หวางเหอ สินธุ และอารยธรรมกรีก โรมัน การ
ติดต่อระหว่างโลกตะวันออกกับโลกตะวันตกท่ีมีผลต่อพัฒนาการและการเปล่ียนแปลงของโลก เหตุการณ์สำคัญ
ต่างๆ ที่ส่งผลต่อการเปล่ียนแปลงของโลกในปัจจุบัน การขยาย การล่าอาณานิคมของประเทศในยุโรปไปยังทวีป

อเมริกา แอฟริกาและเอเชีย และผลกระทบ ความร่วมมือและความขัดแย้งของมนุษยชาติในโลก สถานการณ์สำคัญ
ของโลกในคริสตศ์ ตวรรษท่ี 21

โดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการปฏิบัติ
กระบวนการทางสงั คม กระบวนการเผชญิ สถานการณ์ กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการกลมุ่

เพ่ือให้เกดิ ความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักในความสำคัญของการศึกษาประวัติศาสตร์สากล
มีคณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์ในดา้ นใฝเ่ รยี นรู้ มงุ่ มน่ั ในการทำงาน ซอ่ื สัตย์สุจรติ มวี นิ ัย มคี วามรบั ผิดชอบ

ตวั ชว้ี ดั
ส 4.1 ม. 4-6/1 ม. 4-6/2
ส 4.2 ม. 4-6/1

รวม ๓ ตัวช้วี ัด

โครงสรา้ งรายวชิ า ประวัติศาสตรส์ ากล
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๕

ลำดั ชือ่ หน่วยการ มาตรฐาน สาระสำคัญ เวลา นำ้ หนกั ภาระงาน/ช้ินงาน
บที่ เรียน การเรียนรู้ (ชวั่ โมง) คะแนน รวบยอด
/ ตวั ชี้วดั
4 25 ผังมโนทัศน์แสดง
1 เวลาและการ ส 4.1 เวลาและยุคสมยั ทาง การเปล่ยี นแปลง
ของมนษุ ยชาตทิ ่ี
แบ่งยุคสมยั ทาง ม.4-6/1 ประวตั ิศาสตร์ของสงั คม เปน็ ผลจากเวลา

ประวตั ศิ าสตร์ มนุษย์ท่ีมีปรากฏในหลกั ฐาน

สากล ทางประวตั ิศาสตรส์ ากล ทำ


Click to View FlipBook Version