ใหไ้ ด้ข้อมูลที่แสดงถงึ การ และยุคสมยั ทาง
เปลยี่ นแปลงของมนุษยชาติ ประวตั ศิ าสตร์
2 การสร้างองค์ ส 4.1 การสรา้ งองคค์ วามรู้ใหม่ 4 25 การจัดทำโครงงาน
12 ทางประวตั ิศาสตร์
ความรูใ้ หมท่ าง ม.4-6/2 ทางประวตั ิศาสตรส์ ากล โดย
50 การบันทึกความรู้
ประวัตศิ าสตร์ ใช้วธิ กี ารทางประวัติศาสตร์ เกย่ี วกับผลการ
วิเคราะห์อิทธพิ ล
สากล อย่างเป็นระบบ ยอ่ มทำใหผ้ ล ของอารยธรรม
โบราณ และการ
การศกึ ษานัน้ มีคณุ คา่ และ ตดิ ตอ่ ระหว่าง
โลกตะวนั ออกกับ
เป็นทยี่ อมรบั ในวงวชิ าการ โลกตะวนั ตกที่มีผล
ตอ่ พัฒนาการและ
3 อารยธรรมของ ส 4.2 อารยธรรมลมุ่ แม่น้ำไทกรีส- การเปล่ยี นแปลง
ของโลก
โลก ม.4-6/1 ยูเฟรทสี ไนลห์ วางเหอ สินธุ
๘๐
ยุคโบราณ และอารยธรรมกรีก โรมนั ๒0
100
และการติดตอ่ ระหวา่ งโลก
ตะวันออกและตะวันตก มี
อิทธพิ ลทางวฒั นธรรมต่อกัน
และมผี ลต่อ
การพัฒนาและเปลย่ี นแปลง
ของโลก
ระหวา่ งภาคเรียน ๒0
ปลายภาคเรยี น
รวม
คำอธบิ ายรายวชิ า
รหสั วิชา ส3๒๑0๔ชอื่ รายวชิ า ประวตั ิศาสตร์
รายวชิ าพ้นื ฐาน (ภาคเรยี นที่ ๒) กลุม่ สาระการเรยี นร้สู งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๕ เวลา ๒0 ชัว่ โมง จำนวน ๐.๕ หนว่ ยกติ
************************************************************************************
ศึกษา วิเคราะห์ ความสำคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ท่ีแสดงถึงการเปล่ียนแปลงของ
มนุษยชาติ ขัน้ ตอนของวิธกี ารทางประวัติศาสตร์ คุณค่าและประโยชนข์ องวธิ ีการทางประวัตศิ าสตร์ที่มตี ่อการศึกษา
ประวัติศาสตร์สากล อารยธรรมลุ่มแม่น้ำไทกรีส – ยูเฟรทีส ไนล์หวางเหอ สินธุ และอารยธรรมกรีก โรมัน การ
ติดต่อระหว่างโลกตะวันออกกับโลกตะวันตกท่ีมีผลต่อพัฒนาการและการเปล่ียนแปลงของโลก เหตุการณ์สำคัญ
ต่างๆ ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน การขยาย การล่าอาณานิคมของประเทศในยุโรปไปยังทวีป
อเมริกา แอฟริกาและเอเชีย และผลกระทบ ความร่วมมือและความขัดแย้งของมนุษยชาติในโลก สถานการณ์สำคัญ
ของโลกในคริสต์ศตวรรษท่ี 21
โดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการปฏิบัติ
กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ์ กระบวนการแกป้ ญั หา กระบวนการกลุม่
เพื่อใหเ้ กิดความรู้ ความเขา้ ใจ ตระหนกั ในความสำคัญของการศกึ ษาประวัติศาสตรส์ ากล
มคี ณุ ลักษณะทพี่ ึงประสงค์ในด้านใฝ่เรียนรู้ มงุ่ ม่ันในการทำงาน ซื่อสัตย์สจุ ริต มีวินัย มีความรบั ผิดชอบ
ตวั ช้ีวดั
ส 4.2 ม. 4-6/2 ม. 4-6/3 ม. 4-6/4
รวม ๓ ตวั ชว้ี ัด
โครงสร้างรายวชิ า ประวัตศิ าสตร์สากล
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๕
ลำดั ชอื่ หน่วยการเรียน มาตรฐาน สาระสำคัญ เวลา น้ำหนกั ภาระงาน/
บท่ี การเรยี นรู้ (ชวั่ โมง) คะแนน ชิ้นงานรวบ
/ ตวั ชีว้ ดั
14 ยอด
๑ เหตุการณ์สำคัญ ส 4.2 เหตกุ ารณส์ ำคัญในโลก
60 การทำแผ่นพับ
ทางประวัตศิ าสตร์ที่ ม.4-6/2 ตะวันตกและตะวันออก การ เก่ียวกบั
เหตุการณ์
มผี ล ม.4-6/3 ขยายและการลา่ อาณานิคมของ สำคัญทาง
ประวตั ศิ าสตรท์ ่ี
ต่อโลกปจั จบุ นั ประเทศในยุโรปไปยังทวปี
อเมรกิ า แอฟรกิ า และเอเชยี
สง่ ผลตอ่ การเปลี่ยนแปลงทาง มผี ลตอ่ โลก
สังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ปัจจบุ ัน
เขา้ สโู่ ลกสมยั ปัจจบุ ัน
40 การจัดปา้ ย
๒ สถานการณ์สำคญั ส 4.2 สถานการณ์ของโลกยุค 6 นเิ ทศแสดง
สถานการณ์
ของโลกใน ม.4-6/4 ปจั จบุ นั มปี ัญหาทง้ั ทางดา้ น สำคัญของโลก
ใน
คริสตศ์ ตวรรษ การเมือง การขาดแคลน คริสตศ์ ตวรรษท่ี
21
ที่ 21 ทรพั ยากร การก่อการร้าย และ
๘๐
การตอ่ ต้านการก่อการร้าย ความ ๒0
100
ขัดแย้งทางศาสนา ส่งผลกระทบ
ต่อสภาพความเป็นอยู่ของมนุษย์
ระหวา่ งภาคเรียน ๒0
ปลายภาคเรียน
รวม
ความนำ
กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ให้เป็นหลักสูตร
แกนกลางของประเทศ โดยกำหนดจุดหมาย และมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนา
คุณภาพผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีคุณภาพชีวิตท่ีดีและมีขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีระดับโลก
(กระทรวงศึกษาธิการ, 2544) พร้อมกันน้ีได้ปรับกระบวนการพัฒนาหลักสูตรให้มีความสอดคล้องกับเจตนารมณ์
แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ที่มุ่งเน้นการ
กระจายอำนาจทางการศึกษาให้ท้องถ่ินและสถานศึกษาได้มีบทบาทและมีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร เพื่อให้
สอดคล้องกับสภาพ และความต้องการของทอ้ งถน่ิ (สำนกั นายกรัฐมนตรี, 2542)
จากการวิจัย และติดตามประเมินผลการใช้หลักสูตรในช่วงระยะ 6 ปีท่ีผ่านมา (สำนักวิชาการและ
มาตรฐานการศกึ ษา, 2546 ก., 2546 ข.,2548 ก., 2548 ข.; สำนักงานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา,2547; สำนัก
ผู้ตรวจราชการและติดตามประเมินผล, 2548; สุวิมล ว่องวาณิช และนงลักษณ์ วิรัชชัย, 2547; Nutravong,
2002; Kittisunthorn, 2003) พบว่า หลักสูตรการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2544 มีจุดดีหลายประการ
เช่น ช่วยส่งเสริมการกระจายอำนาจทางการศึกษาทำให้ท้องถ่ินและสถานศึกษามีส่วนร่วมและมีบทบาทสำคัญใน
การพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น และมีแนวคิดและหลักการในการส่งเสริมการพัฒนา
ผู้เรียนแบบองคร์ วมอยา่ งชัดเจน อยา่ งไรกต็ าม ผลการศึกษาดังกล่าวยังไดส้ ะทอ้ นให้เห็นถึงประเด็นทเี่ ป็นปัญหาและ
ความไม่ชดั เจนของหลกั สูตรหลายประการทง้ั ในสว่ นของเอกสารหลกั สตู ร กระบวนการนำหลกั สตู รส่กู ารปฏบิ ัติ และ
ผลผลิตท่ีเกิดจากการใช้หลักสูตร ได้แก่ ปัญหาความสับสนของ ผู้ปฏิบัติในระดับสถานศึกษาในการพัฒนาหลักสูตร
สถานศึกษา สถานศึกษาส่วนใหญ่กำหนดสาระและผลการเรียนรู้ที่คาดหวังไว้มาก ทำให้เกิดปัญหาหลักสูตรแน่น
การวัดและประเมินผลไม่สะท้อนมาตรฐาน ส่งผลต่อปัญหาการจัดทำเอกสารหลักฐานทางการศึกษาและการเทียบ
โอนผลการเรยี น รวมท้ังปัญหาคุณภาพของผู้เรียนในด้านความรู้ ทกั ษะ ความสามารถและคุณลักษณะทีพ่ ึงประสงค์
อันยังไมเ่ ปน็ ทน่ี ่าพอใจ
นอกจากน้ันแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 ( พ.ศ. 2550 – 2554)ได้ช้ีให้เห็นถึง
ความจำเป็นในการปรับเปล่ียนจุดเน้นในการพัฒนาคุณภาพคนในสังคมไทยให้ มีคุณธรรม และมีความรอบรู้อย่าง
เท่าทัน ให้มีความพร้อมทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และศีลธรรม สามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงเพ่ือ
นำไปสูส่ งั คมฐานความร้ไู ด้อย่างมั่นคง แนวการพัฒนาคนดังกลา่ วมุ่งเตรียมเด็กและเยาวชนใหม้ ีพื้นฐานจิตใจที่ดงี าม
มีจิตสาธารณะ พร้อมทั้งมีสมรรถนะ ทักษะและความรู้พื้นฐานท่ีจำเป็นในการดำรงชีวิต อันจะส่งผลต่อการพัฒนา
ประเทศแบบยั่งยืน (สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2549) ซึ่งแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบาย
ของกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนาเยาวชนของชาติเข้าสู่ โลกยุคศตวรรษท่ี 21 โดยมุ่งส่งเสริมผู้เรียนมี
คณุ ธรรม รักความเป็นไทย ให้มีทักษะการคิดวิเคราะห์ สร้างสรรค์ มีทักษะด้านเทคโนโลยี สามารถทำงานร่วมกับ
ผู้อืน่ และสามารถอยู่ร่วมกบั ผ้อู นื่ ในสังคมโลกได้อยา่ งสนั ติ (กระทรวงศกึ ษาธกิ าร, 2551)
จากข้อค้นพบในการศึกษาวิจัยและติดตามผลการใช้หลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ที่
ผ่านมา ประกอบกับข้อมูลจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับท่ี 10 เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาคน
ในสังคมไทย และจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธกิ ารในการพัฒนาเยาวชนสูศ่ ตวรรษท่ี 21 จึงเกิดการทบทวนหลักสูตร
การศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 เพ่ือนำไปสู่การพัฒนาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 ที่มีความเหมาะสม ชัดเจน ท้ังเป้าหมายของหลักสูตรในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และ
กระบวนการนำหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติในระดับเขตพื้นท่ีการศึกษาและสถานศึกษา โดยได้มีการกำหนดวิสัยทัศน์
จุดหมาย สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดท่ีชัดเจน เพ่ือใช้
เป็นทิศทางในการจัดทำหลักสตู ร การเรียนการสอนในแตล่ ะระดับ นอกจากนั้นไดก้ ำหนดโครงสร้างเวลาเรียนขั้นต่ำ
ของแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ในแตล่ ะช้นั ปีไว้ในหลักสูตรแกนกลาง และเปดิ โอกาสให้สถานศึกษาเพ่มิ เตมิ เวลาเรยี น
ได้ตามความพร้อมและจุดเน้น อีกทั้งได้ปรับกระบวนการวัดและประเมินผลผู้เรียน เกณฑ์การจบการศึกษาแต่ละ
ระดับ และเอกสารแสดงหลักฐานทางการศึกษาให้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ และมีความชัดเจนต่อ
การนำไปปฏบิ ตั ิ
เอกสารหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 นี้ จัดทำขึ้นสำหรับท้องถิ่นและ
สถานศึกษาได้นำไปใช้เป็นกรอบและทิศทางในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา และจัดการเรียนการสอนเพ่ือพัฒนา
เด็กและเยาวชนไทยทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐานให้มีคุณภาพด้านความรู้ และทักษะที่จำเป็นสำหรับการ
ดำรงชวี ิตในสังคมทมี่ ีการเปลยี่ นแปลง และแสวงหาความรเู้ พอ่ื พฒั นาตนเองอย่างต่อเนือ่ งตลอดชีวิต
มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้ีวดั ที่กำหนดไว้ในเอกสารนี้ ช่วยทำให้หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง ในทุก
ระดับเห็นผลคาดหวังท่ีต้องการในการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนที่ชัดเจนตลอดแนว ซึ่งจะสามารถช่วยให้
หน่วยงานที่เก่ียวข้องในระดบั ท้องถิ่นและสถานศึกษาร่วมกันพัฒนาหลักสตู รได้อยา่ งมนั่ ใจ ทำให้การจัดทำหลักสูตร
ในระดับสถานศึกษามีคุณภาพและมีความเป็นเอกภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้เกิดความชัดเจนเรื่องการวัดและ
ประเมินผลการเรียนรู้ และชว่ ยแกป้ ัญหาการเทียบโอนระหว่างสถานศกึ ษา ดังนัน้ ในการพัฒนาหลักสตู รในทกุ ระดับ
ตัง้ แต่ระดับชาติจนกระท่ังถึงสถานศึกษา จะต้องสะท้อนคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดที่กำหนดไว้ใน
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน รวมท้ังเป็นกรอบทิศทางในการจัดการศึกษาทุกรูปแบบ และครอบคลุม
ผเู้ รียนทุกกลมุ่ เป้าหมายในระดับการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน
การจัดหลักสูตรการศึกษาข้ันพ้ืนฐานจะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายท่ีคาดหวังได้ทุกฝา่ ยท่ีเกี่ยวข้องท้ัง
ระดับชาติ ชุมชน ครอบครัว และบุคคลต้องร่วมรับผิดชอบ โดยร่วมกันทำงานอย่างเป็นระบบ และต่อเน่ือง ในการ
วางแผน ดำเนินการ ส่งเสริมสนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแก้ไข เพ่ือพัฒนาเยาวชนของชาติไปสู่คุณภาพ
ตามมาตรฐานการเรียนรู้ท่กี ำหนดไว้
วิสัยทศั น์ พันธกิจ เปา้ ประสงค์
วิสัยทศั น์
โรงเรยี นเดอื่ ศรีไพรวลั ย์มุ่งพฒั นาผูเ้ รียนใหเ้ ป็นบุคคลแห่งการเรยี นรเู้ ต็มตามศักยภาพ ให้เป็นคนดี มี
คุณธรรม จรยิ ธรรม มีพลานามัยทีส่ มบรู ณ์ มีจิตสำนึกในความเป็นไทยและพฒั นาใหเ้ ป็นโรงเรยี น ของชมุ ชนอยา่ ง
แทจ้ รงิ
พันธกิจ
3. พฒั นาผเู้ รียนให้มีคุณธรรม จริยธรรม สุขภาพพลานามัยและคุณลักษณะที่พึงประสงค์
4. พฒั นาผ้เู รียนให้มีความสามารถตามศักยภาพของแตล่ ะบุคคล
๓. สง่ เสรมิ ใหผ้ ูเ้ รยี นมีส่วนร่วมในกิจกรรมเสรมิ ความสามารถพเิ ศษทางดา้ นวิชาการ ดนตรี กีฬา ศิลปะ
ภาษา วัฒนธรรม วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
๘. ส่งเสริมให้ผ้เู รยี นพฒั นาทักษะ ดา้ นอาชีพ ตามความถนดั และความสามารถจากการ
สบื ค้นภูมิปัญญาท้องถิน่
๙. สง่ เสริมให้มีการจัดบรรยากาศและส่ิงแวดล้อมเอื้อต่อการเรียนรทู้ งั้ ในและนอกโรงเรียนโดยเนน้ นักเรยี นทกุ
คนมีส่วนร่วม
๑๐.ส่งเสรมิ การปกครองในระบอบประชาธปิ ไตย อันมีพระมหากษตั ริย์เปน็ องค์ประมุข
๑๑.พฒั นาระบบบรหิ ารจัดการเสรมิ สร้างความเข้มแข็งโดยความร่วมมอื ของบุคลากรใน
โรงเรียน ผ้ปู กครอง ชมุ ชน และองคก์ รทุกระดับ
เปา้ ประสงค์
7. ผู้เรียนมีคณุ ธรรมจรยิ ธรรมและสุขภาพท่ีดี มีความรบั ผิดชอบ มีวินยั และซ่ือสัตย์สจุ รติ
8. ผเู้ รียนมีนสิ ยั รักการอา่ น มคี วามคิดริเร่ิมสรา้ งสรรค์ ใฝ่รู้ ใฝ่เรยี น รักการเรียนและรัก
การคน้ คว้า
9. ผเู้ รยี นมีความรูและมที ักษะในการจดั การสื่อสารและการใชเ้ ทคโนโลยี มีวิธีคิด วิธกี าร
ทำงานใหเ้ หมาะสมกับสถานการณ์
10.มจี ิตสำนกึ ในการอนุรักษ์ภาษาไทย ภมู ปิ ญั ญาท้องถิ่น ดนตรี กีฬา ศิลปะและวัฒนธรรม
11.ผู้เรียนมคี วามรู้ความสามารถในการจัดสภาพแวดล้อมแหล่งเรยี นรูใ้ นสถานศึกษา
12.ผูเ้ รยี นมีสขุ ภาพพลานามยั ท่สี มบูรณ์ หลกี เล่ียงจากอยายมุขและส่ิงเสพติด
7. ผเู้ รียนมคี วามรักในประเทศชาติ ความเป็นไทย รักท้องถ่ินแสร้างสิ่งทด่ี ีงามให้แก่ โรงเรียน ชุมชน
และสงั คม
8. มรี ะบบดูแลชว่ ยเหลอื นักเรียนอย่างเป็นระบบมากขึ้น
สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
ในการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรโรงเรียนเดื่อศรีไพรวัลย์ พุทธศักราช 2553 ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งจะช่วยให้
ผเู้ รียนเกิดสมรรถนะสำคัญและคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ดงั น้ี
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
หลักสูตรโรงเรียนเดื่อศรีไพรวัลย์ พุทธศักราช 2553 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้น
พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งใหผ้ เู้ รยี นเกดิ สมรรถนะสำคญั 5 ประการ ดังน้ี
1. ความสามารถในการส่ือสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา
ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพ่ือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ
ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลดปัญหา
ความขัดแย้งต่างๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้
วธิ กี ารส่อื สาร ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพโดยคำนงึ ถึงผลกระทบท่มี ตี อ่ ตนเองและสังคม
2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่าง
สร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศเพ่ือ
การตดั สินใจเกีย่ วกบั ตนเองและสงั คมได้อย่างเหมาะสม
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่
เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพ้ืนฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และ
การเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสงั คม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา
และมีการตดั สนิ ใจทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพโดยคำนึงถงึ ผลกระทบ ที่เกดิ ขึน้ ต่อตนเอง สงั คมและสิง่ แวดล้อม
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการดำเนิน
ชีวิตประจำวนั การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงาน และการอยู่ร่วมกันในสงั คมด้วยการสร้าง
เสรมิ ความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจดั การปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับ
การเปล่ียนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ท่ีส่งผลกระทบต่อ
ตนเองและผู้อื่น
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมี
ทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การส่ือสารการทำงาน การ
แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถกู ต้อง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
หลกั สูตรโรงเรียนเด่อื ศรีพรวลั ย์ พุทธศักราช 2553 ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษา
ขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ม่งุ พัฒนาผู้เรียนให้มคี ณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ เพือ่ ให้สามารถ อยู่ร่วมกับผูอ้ ื่น
ในสังคมไดอ้ ย่างมคี วามสขุ ในฐานะเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก ดงั น้ี
1. รักชาติศาสน์ กษัตริย์
2. ซอ่ื สัตย์สุจรติ
3. มีวนิ ยั
4. ใฝเ่ รยี นรู้
5. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
6.มุ่งมน่ั ในการทำงาน
7. รกั ความเป็นไทย
8. มีจิตสาธารณะ
มาตรฐานการเรยี นรู้
การพัฒนาผู้เรียนให้เกิดความสมดุล ต้องคำนึงถึงหลักพัฒนาการทางสมองและพหุปัญญา หลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน จึงกำหนดใหผ้ ูเ้ รียนเรยี นรู้ 8 กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ดงั น้ี
๑. ภาษาไทย
๙. คณิตศาสตร์
๑๐.วิทยาศาสตร์
๑๑. สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
๑๒. สุขศึกษาและพลศึกษา
๑๓. ศลิ ปะ
๑๔. การงานอาชีพและเทคโนโลยี
๑๕. ภาษาตา่ งประเทศ
ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ได้กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาคุณภาพ
ผู้เรียน มาตรฐานการเรียนรู้ระบุส่ิงที่ผู้เรียนพึงรู้ ปฏิบัติได้ มีคุณธรรมจริยธรรม และค่านิยม ท่ีพึงประสงค์เมื่อจบ
การศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน นอกจากนั้นมาตรฐานการเรียนรู้ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษาทั้งระบบ
เพราะมาตรฐานการเรียนรู้จะสะท้อนให้ทราบว่าต้องการอะไร จะสอนอย่างไร และประเมินอย่างไร รวมท้ังเป็น
เครื่องมือในการตรวจสอบเพื่อการประกันคุณภาพการศึกษาโดยใช้ระบบการประเมินคุ ณภาพภายในและการ
ประเมินคุณภาพภายนอก ซ่ึงรวมถึงการทดสอบระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษา และการทดสอบระดับชาติ ระบบการ
ตรวจสอบเพื่อประกันคุณภาพดังกลา่ วเป็นส่ิงสำคัญท่ีช่วยสะทอ้ นภาพการจัดการศึกษาว่าสามารถพัฒนาผู้เรยี นให้มี
คณุ ภาพตามท่มี าตรฐานการเรยี นร้กู ำหนดเพยี งใด
โครงสรา้ งหลักสตู รสถานศกึ ษา
โรงเรียนเดื่อศรีไพรวลั ย์ ได้กำหนดโครงสรา้ งหลักสูตรสถานศึกษา ในเรื่องต่อไปน้ี
การกำหนดรายวิชา ได้จัดแบ่งองค์ความรแู้ ละทักษะตามมาตรฐานการเรยี นรู้ไว้
8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ได้แก่
1) ภาษาไทย
2) คณิตศาสตร์
3) วิทยาศาสตร์
4) สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
5) สุขศึกษาและพลศึกษา
6) ศิลปะ
7) การงานอาชีพและเทคโนโลยี
8) ภาษาต่างประเทศ
ประเภทรายวิชา
รายวิชาพ้ืนฐาน เปน็ รายวิชาท่เี ปิดสอนเพ่ือพัฒนาผูเ้ รียนตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้วี ดั และสาระ
การเรียนรู้แกนกลางที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลาง ซ่ึงเป็นส่ิงท่ผี เู้ รียนทุกคนในระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐานต้องเรียนรู้
รายวิชาเพิ่มเติม เป็นรายวิชาทีส่ ถานศึกษาสามารถเปิดสอนเพม่ิ เติมจากส่ิงที่กำหนดไว้ในหลกั สตู ร
แกนกลาง เพ่ือให้สอดคล้องกับจดุ เน้น ความต้องการและความถนดั ของผู้เรียนหรือความต้องการของท้องถ่ิน โดยมีการ
กำหนด “ผลการเรียนรู้” เป็นเปา้ หมายในการพฒั นาผู้เรียนในรายวิชาเพ่ิมเติมต่างๆ
การกำหนดรหสั วิชา
เพื่อให้เกดิ ความสะดวกและความเขา้ ใจตรงกันในการสอื่ สารสถานศึกษาจำเป็นต้องกำหนดรหสั
วิชาอยา่ งเป็นระบบ
ระบบรหสั วิชา ควรใชต้ ัวเลขฮินดอู ารบิกเพื่อการส่ือสารและการจดั ทำเอกสารหลักฐานการศกึ ษา
ระบบรหัสวชิ าสำหรับรายวิชาพืน้ ฐานและรายวชิ าเพ่ิมเติมประกอบด้วยตวั อักษรและตัวเลข 6 หลกั ดงั นี้
หลักท่ี หลักท่ี หลักที่ หลกั ท่ี หลกั ที่ หลกั ท่ี
12 3 4 56
กลุม่ ระดับ ปใี นระดับ ประเภท ลำดบั ของรายวชิ า
สาระ การศึกษา การศึกษา ของ
การ รายวชิ า
เรยี นรู้
ท 10 1 01 - 99
ค 21 2
ว 32
ส3
พ4
ศ5
ง6
ใช้รหสั ตามรายการรหัสตัวอักษรกลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาตา่ งประเทศ
หลกั ที่ 1เปน็ รหสั ตัวอักษรแสดงกลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ือ
ท หมายถึง กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ค หมายถงึ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์
ว หมายถงึ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
ส หมายถงึ กลุม่ สาระการเรียนรสู้ ังคมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม
พ หมายถงึ กลุ่มสาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา
ศ หมายถึง กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ
ง หมายถงึ กลุ่มสาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี และเทคโนโลยี
หมายถึง กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศให้ใช้รหสั ของแต่ละภาษาตามรายการ
หมายเหตุรหัสตัวอักษรกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
1) รายการรหัสตวั อักษรกลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศทีจ่ ะนำไปใชแ้ ทนมีดังนี้
ก หมายถงึ ภาษาเกาหลี ข หมายถึงภาษาเขมร
จหมายถงึ ภาษาจนี ซ หมายถงึ ภาษารสั เซีย
ญ หมายถึงภาษาญ่ปี นุ่ ต หมายถงึ ภาษาเวยี ดนาม
นหมายถึงภาษาลาตนิ บ หมายถึงภาษาบาลี
ป หมายถึงภาษาสเปน ฝ หมายถงึ ภาษาฝร่ังเศส
ม หมายถงึ ภาษามลายู ย หมายถงึ ภาษาเยอรมนั
ร หมายถึงภาษาอาหรบั ล หมายถงึ ภาษาลาว
อ หมายถึงภาษาอังกฤษ ฮ หมายถึงภาษาฮนิ ดู
2)กรณี ที่มีสถานศึกษาใดจัดทำรายวิชาภาษาต่างประเทศอ่ืนๆนอกเหนือจากที่กำหนดไว้
ให้สถานศกึ ษา ใชร้ หสั ตัวอกั ษร “ ต ” แทนรายวิชาภาษาต่างประเทศอื่นๆ
หลักท่ี 2เป็นรหัสตัวเลขแสดงระดับการศึกษาในระดับประถมศึกษามัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย
สะทอ้ นระดบั ความรูแ้ ละทักษะในรายวิชาท่ีกำหนดไวค้ ือ
1 หมายถงึ รายวชิ าระดับประถมศึกษา
2 หมายถึงรายวิชาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
3 หมายถึงรายวชิ าระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย
หลักที่ 3เป็นรหัสตัวเลขแสดงปีทีเ่ รียนของรายวชิ าซงึ่ สะท้อนระดับความร้แู ละทักษะในรายวิชาที่กำหนดไว้ในแต่ละ
ปคี อื
0 หมายถงึ รายวิชาทไ่ี ม่กำหนดปีทีเ่ รยี นจะเรียนปีใดก็ได้ในระดับประถมศึกษา
มธั ยมศึกษาตอนตน้ และมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
1 หมายถึงรายวิชาทีเ่ รียนในปที ี่ 1 ของระดบั ประถมศึกษามธั ยมศึกษาตอนต้น
และมัธยมศึกษาตอนปลาย (ป.1 ม.1 และ ม.4)
2 หมายถึงรายวชิ าทีเ่ รียนในปที ่ี 2 ของระดบั ประถมศึกษามัธยมศกึ ษาตอนต้น
และมธั ยมศึกษาตอนปลาย (ป.2 ม.2 และ ม.5)
3 หมายถงึ รายวิชาทเ่ี รยี นในปที ี่ 3 ของระดับประถมศึกษามธั ยมศึกษาตอนต้น
และมธั ยมศึกษาตอนปลาย (ป.3 ม.3 และม.6)
4 หมายถงึ รายวชิ าท่เี รียนในปที ่ี 4 ของระดับประถมศกึ ษา (ป.4)
5 หมายถงึ รายวิชาทเ่ี รียนในปีที่ 5 ของระดับประถมศกึ ษา (ป.5)
6 หมายถงึ รายวิชาทเ่ี รยี นในปที ี่ 6 ของระดบั ประถมศึกษา (ป.6)
หลกั ที่ 4เปน็ รหสั ตวั เลขแสดงประเภทของรายวิชาคอื
1 หมายถงึ รายวชิ าพื้นฐาน
2 หมายถงึ รายวชิ าเพ่มิ เติม
หลกั ท่ี 5และหลกั ที่ 6เปน็ รหสั ตวั เลขแสดงลำดับของรายวิชาแต่ละกลุ่มสาระการเรยี นรู้ในปี/ระดับการศกึ ษา
เดียวกันในระดบั ประถมศึกษามธั ยมศกึ ษาตอนตน้ หรือมัธยมศกึ ษาตอนปลายมีจำนวนต้งั แต่ 01 - 99 ดังน้ี
รายวิชาท่กี ำหนดปที เ่ี รียนใหน้ บั รหัสหลักที่ 5 - 6 ตอ่ เน่อื งในปเี ดียวกนั หากจัดรายวิชาเปน็ ราย
ภาคใหก้ ำหนดเรียงลำดับรายวชิ าในกลมุ่ สาระการเรยี นรเู้ ดียวกันให้เสรจ็ ส้ินในภาคเรียนแรกก่อนแล้วจึงกำหนดต่อ
ในภาคเรียนทีส่ อง
รายวชิ าทีไ่ มก่ ำหนดปีท่เี รียนให้นบั รหัสหลักที่ 5 - 6 ต่อเนอื่ งในระดบั ประถมศึกษา มัธยมศึกษา
ตอนตน้ และมัธยมศึกษาตอนปลาย
ทั้งน้ีรหัสหลกั ที่ 5 และหลักที่ 6 ของรายวิชาเพ่ิมเติมระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4-6) กลุ่มสาระการ
เรียนรวู้ ิทยาศาสตรใ์ ห้กำหนดรหัสวชิ าเป็นช่วงลำดับดงั นี้
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
ลำดับที่01 - 19 หมายถงึ รายวชิ าในกล่มุ ฟิสิกส์
ลำดบั ที่21 - 39 หมายถงึ รายวิชาในกลมุ่ เคมี
ลำดบั ที่ 41 - 59 หมายถงึ รายวิชาในกลุ่มชีววิทยา
ลำดบั ที่ 61 - 79 หมายถงึ รายวิชาในกล่มุ โลกและอวกาศ
ลำดบั ที่ 81 - 99 หมายถงึ รายวชิ าในกลุ่มวทิ ยาศาสตร์อื่นๆ
ตวั ช้ีวดั เปน็ การระบสุ ่ิงท่ีผเู้ รียนพึงรู้และปฏิบตั ิได้ รวมทงั้ คุณลกั ษณะของผเู้ รยี น
ในแต่ละระดบั ช้ัน ซึง่ สะท้อนถงึ มาตรฐานการเรียนรู้ มีความเฉพาะเจาะจงและมีความเป็นรปู ธรรม นำไปใช้ในการ
กำหนดเนื้อหา จัดทำหน่วยการเรยี นรู้ จัดการเรยี นการสอนและเป็นเกณฑส์ ำคญั สำหรับการวัดประเมนิ ผลเพ่ือ
ตรวจสอบคุณภาพผู้เรียน
หลักสูตรได้มีการกำหนดรหัสกำกับมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวช้วี ัด
เพ่ือความเขา้ ใจและให้สือ่ สารตรงกนั ดังน้ี
ว 1.1 ป.1/2ว : กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์
1.1 : สาระที่ 1 มาตรฐานขอ้ ที่ 1
ป.1/2 : ตัวช้วี ดั ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 1 ข้อที่ 2
ต 2.2 ม.4-6/2ต : กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ
2.2 : สาระท่ี 2 มาตรฐานข้อท่ี 2
ม.4-6/2 : ตวั ชวี้ ัดช้ันมธั ยมศึกษาตอนปลาย ขอ้ ที่ 2
โครงสร้างหลกั สตู รสถานศึกษา ประกอบด้วย
3. โครงสร้างเวลาเรยี น
4. โครงสร้างหลักสตู รช้ันปี
1. โครงสร้างเวลาเรียน
หลักสูตรโรงเรียนเดือ่ ศรีไพรวัลย์ พุทธศักราช 2552 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
พุทธศักราช 2551 ได้กำหนดกรอบโครงสรา้ งเวลาเรียนขน้ั ต่ำสำหรับกลุ่มสาระการเรียนรู้ 8 กลุ่ม และกิจกรรมพัฒนา
ผู้เรียน ซ่ึงสถานศึกษาสามารถเพ่ิมเติมได้ตามความพร้อมและจุดเน้น โดยสามารถปรับให้เหมาะสมตามบริบทของ
สถานศกึ ษาและสภาพของผู้เรยี น ดงั นี้
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1-3)จดั เวลาเรยี นเป็นรายภาค มีเวลาเรียนวันละไม่
เกิน 6 ชวั่ โมง คิดน้ำหนักของรายวิชาที่เรยี นเป็นหน่วยกิต ใชเ้ กณฑ์ 40 ชว่ั โมง/ภาคเรียน มีคา่ น้ำหนักวชิ าเท่ากับ
1 หน่วยกิต (นก.)
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย (ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 4 - 6) จดั เวลาเรยี นเปน็ รายภาค มีเวลาเรยี น วนั
ละไมน่ ้อยกว่า 6 ช่วั โมง คิดนำ้ หนักของรายวชิ าทีเ่ รียนเป็นหนว่ ยกิต ใช้เกณฑ์ 40 ชั่วโมงตอ่ ภาคเรียน มีค่านำ้ หนกั
วชิ า เทา่ กับ 1 หนว่ ยกติ (นก.)
โครงสร้างเวลาเรยี น
พทุ ธศกั รหาชลัก2ส5ูต5ร1โรกงเำรหียนนดศกรรีเอดบ่ือโศครรีไงพสรร้าวงัลเวยล์ พาเุทรยีธนศักดรงั านชี้ 2553 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน
กลมุ่ สากรจิ ะกกรารรมเรยี นร/ู้ เวลาเรียน
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
ม.1 ม.2 ม.3 ม.4-6
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ 120 120 120 240
(3) (3) (3) (6)
ภาษาไทย
120 120 120 240
คณิตศาสตร์ (3) (3) (3) (6)
120 120 120 240
วิทยาศาสตร์ (3) (3) (3) (6)
160 160 160
สงั คแมลศะึกวษัฒานศธรารสมนา (4 นก.) (4 นก.) (4 นก.) 320
40 (1) 40 (1) 40 (1)
ปหรศวนะาฒั า้วสทนตันพ่ีธิศาราลศรสเมมลีตแือธรลรง์ ระมกาจรริยธรรม (8 นก.)
ดำเนนิ ชวี ิตในสงั คม 120 120 120 80 (2)
เศรษฐศาสตร์ (3) (3) (3)
ภูมิศาสตร์ 240
80 80 80 (6)
สุขศกึ ษาและพลศึกษา (2) (2) (2) 120
80 80 80 (3)
ศลิ ปะ (2) (2) (2) 120
80 80 80 (3)
การงานอาชีพและ (2) (2) (2) 120
เทคโนโลยี 120 120 120 (3)
ภาษาตา่ งประเทศ (3 นก.) (3 นก.) (3 นก.) 240
880 880 880 (6 นก.)
รวมเวลาเรียน (พน้ื ฐาน) (22) (22) (22) 1640
120 120 120 (41)
กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น 360
โรรงาเรยยีวนชิ จาดั /เพกิม่จิ เกตรมิ รตมาทมี ความ ปลี ะไม่น้อยกวา่ 200 ชัว่ โมง ไม่นอ้ ยกวา่ 1,600
พร้อมและจดุ เนน้ ไมน่ ้อยกวา่ 1,200 ช่ัวโมง/ปี รวม 3 ปไี มน่ อ้ ยกวา่ 3,600
ช่ัวโมง
รวมเวลาเรียนทัง้ หมด
โครงสรา้ งโรงเรยี นเดื่อศรีไพรวลั ย์
ตามแนวหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 พ.ศ. 2553
ช้ันมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ (จำนวนชัว่ โมง/เทอม ปี)
ภาคเรยี นท่ี 1 มมธั ธัยยมมศศกึ ึกษษาาปปีทที ี่ ี่21 ภาคเรียนที่ 2
รหัส รายวชิ า นก./ชม. รหสั วชิ า รายวิชา นก./ชม.
วิชา
วชิ าพื้นฐาน วชิ าพืน้ ฐาน 1.5(60)
ว21101 วทิ ยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน 1 1.5(60)
ค21101 คณติ ศาสตร์ 1 1.5(60) ว21102 วิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน 2 1.5(60)
อ21101 องั กฤษ 1 1.5(60)
ท21101 ภาษาไทย 1.5(60) ค21102 คณิตศาสตร์ 2 1.5(60)
ส21101 สงั คมศึกษา 1 0.5(20)
ส21103 ประวตั ศิ าสตร์ 1 1.5(60) อ21102 อังกฤษ 2 0.5(20)
พ21101 สขุ ศึกษา 1 0.5(20)
พ21101 ยืดหยนุ่ 1.5(60) ท21102 ภาษาไทย 1.0(40)
ศ21101 ศลิ ปศึกษา 1 1.0(40)
ง21101 การงานอาชพี แลเทคโนโลยี1 1.5(60) ส21102 สังคมศกึ ษา 2 11/440
ค21201 รวม 0.5(20) ส21104 ประวตั ศิ าสตร์ 2 1.0(40)
อ21201 วิชาเพิ่มเติม 1.0(40)
ง21241 คณิตศาสตรเ์ พิม่ เตมิ 1 0.5(20) พ21103 สุขศกึ ษา 2 1.0(40)
องั กฤษในชวี ิตประจำวัน 1 2/ 80
เทคโนโลยสี ารสนเทศ 0.5(20) พ21104 เทเบิลเทนนสิ
15
รวม 1.0(40) ศ21102 ศิลปศึกษา 2 20
กจิ กรรม 15
แนะแนว 1.0(40) ง21102 การงานอาชพี และเทคโนโลยี2 10
ลกู เสือ/เนตรนารี 13/
ชุมนมุ 11/440 รวม 580
กจิ กรรมเพ่ือสังคม
วิชาเพม่ิ เตมิ
รวม
1.0(40) ค21202 คณิตศาสตร์เพ่มิ เติม 2
1.0(40) ง21242 โปรแกรมประมวลผล
1.0(40) ........... .................................................
3/120 รวม
กิจกรรม
20 แนะแนว
20 ลูกเสอื /เนตรนารี
15 ชมุ นมุ
5 กิจกรรมเพื่อสังคม
14/620 รวม
รวมตลอดปกี ารศึกษา 1,200 ช.ม.
โครงสร้างโรงเรยี นเด่อื ศรไี พรวัลย์
ตามแนวหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พุทธศกั ราช 2551 พ.ศ. 2553
ชนั้ มัธยมศึกษาตอนต้น
รหัสวชิ า ภาคเรยี นท่ี 1 นก./ชม. รหสั วชิ า ภาคเรยี นที่ 2 นก./ชม.
รายวชิ า รายวิชา
ว22101 1.5(60) ว22102 1.5(60)
ค22101 วิชาพืน้ ฐาน 1.ม5ัธ(6ยม0ศ) ึกษาคป2ีท2ี่ 1302 วชิ าพ้นื ฐาน 1.5(60)
อ 22101 วิทยาศาสตร์พื้นฐาน 1 1.5(60) อ22102 วทิ ยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน 2 1.5(60)
ท 22101 คณติ ศาสตร์ 3 1.5(60) ท22102 คณติ ศาสตร์ 4 1.5(60)
ส 22101 อังกฤษ 3 1.5(60) ส22102 อังกฤษ 4 1.5(60)
ส 22103 ภาษาไทย 0.5(20) ส22104 ภาษาไทย 0.5(20)
พ 22101 สังคมศึกษา 3 0.5(20) พ22103 สังคมศึกษา 4 0.5(20)
พ 22102 ประวตั ศิ าสตร์ 3 0.5(20) พ22104 ประวตั ิศาสตร์ 4 0.5(20)
ศ22101 สขุ ศกึ ษา 3 1.0(40) ศ22102 สุขศกึ ษา 4 1.0(40)
ง 22101 กรีฑา 1 1.0(40) ง22102 กรฑี า 2 1.0(40)
ศิลปศกึ ษา 3 11/440 ศลิ ปศึกษา 4 11/44
การงานอาชีพแลเทคโนโลยี3 การงานอาชีพและเทคโนโลยี4
0
รวม รวม
1.0(40)
ค22203 วิชาเพ่ิมเติม 1.0(40) ค22202 วิชาเพิ่มเติม 1.0(40)
........... คณติ ศาสตรเ์ พิ่มเติม 3 1.0(40) ........... คณิตศาสตร์เพม่ิ เติม 4 1.0(40)
........... ................................................. 1.0(40) ........... ................................................. 2.0/80
................................................. 2.5/120 .................................................
15
รวม 20 รวม 20
20 15
กิจกรรม กจิ กรรม 10
15 13.5/5
แนะแนว 5 แนะแนว 80
ลูกเสือ/เนตรนารี 13.5/62 ลกู เสอื /เนตรนารี
0 ชุมนมุ
ชมุ นุม กิจกรรมเพือ่ สังคม
กิจกรรมเพื่อสงั คม
รวม
รวม
ช.ม.
รวมเวลาเรยี นตลอดปีการศึกษา 1,240
โครงสร้างโรงเรียนเดือ่ ศรีไพรวลั ย์
ตามแนวหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551 พ.ศ. 2553
ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนตน้
ภาคเรยี นที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2
รหสั วิชา รายวชิ า นก./ชม. รหัสวชิ า รายวชิ า นก./ชม.
วชิ าพนื้ ฐาน วิชาพื้นฐาน
ว23101 วิทยาศาสตร์พ้ืนฐาน 1 1.5(60) ว23102 วทิ ยาศาสตรพ์ ้นื ฐาน 2 1.5(60)
ค23101 คณิตศาสตร์ 3 1.5(60) ค23102 คณิตศาสตร์ 4 1.5(60)
อ23101 อังกฤษ 3 1.5(60) อ23102 อังกฤษ 4 1.5(60)
ท23101 ภาษาไทย 1.5(60) ท23102 ภาษาไทย 1.5(60)
ส23101 สังคมศึกษา 3 1.5(60) ส23102 สังคมศึกษา 4 1.5(60)
ส23101 ประวัตศิ าสตร์ 5 0.5(20) ส23104 ประวัตศิ าสตร์ 6 0.5(20)
พ23101 สขุ ศกึ ษา 3 0.5(20) พ23103 สขุ ศึกษา 4 0.5(20)
พ23101 แบดมินตนั 0.5(20) พ23104 วอลเล่ย์บอล 0.5(20)
ศ23101 ศลิ ปศกึ ษา 5 1.0(40) ศ23102 ศลิ ปศกึ ษา 6 1.0(40)
ง23101 การงานอาชพี แลเทคโนโลยี5 1.0(40) ง23102 การงานอาชพี และเทคโนโลยี6 1.0(40)
รวม 11/440 รวม 11/440
วชิ าเพิ่มเติม วิชาเพ่มิ เตมิ
ค23201 คณติ ศาสตร์เพ่มิ เติม 5 1.0(40) ค23202 คณิตศาสตร์เพิ่มเติม 6 1.0(40)
........... ................................................. 1.0(40) ........... ................................................. 1.0(40)
........... ................................................. 1.0(40) ........... ................................................. 1.0(40)
รวม 3/120 รวม 3/120
กิจกรรม กจิ กรรม
แนะแนว 20 แนะแนว 15
ลกู เสอื /เนตรนารี 20 ลูกเสือ/เนตรนารี 20
ชุมนมุ 15 ชมุ นมุ 15
กจิ กรรมเพื่อสังคม 5 กิจกรรมเพือ่ สังคม 10
รวม 60 รวม 60
รวมเวลาเรียนตลอดปกี ารศึกษา 1,240 ช.ม.
ตามแนวหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช 2551 พ.ศ. 2553
ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย แผนการเรยี นวิทย์– คณิต
รหสั วิชา ภาคเรียนท่ี 1 มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 2 นก./ชม.
รายวชิ า นก./ชม. รหสั วชิ า รายวิชา
วิชาพ้ืนฐาน วิชาพนื้ ฐาน
ว31101 ฟิสิกส์ 1.5(60) ว31104 ดาราศาสตรแ์ ละอวกาศ 1.5(60)
ว31102 เคมี 1.5(60) ค31102 คณติ ศาสตร์ 1.0(40)
ว31103 ชีววทิ ยา 1.5(60) อ31102 อังกฤษ 1.0(40)
ค31101 คณติ ศาสตร์ 1.0(40) ท31102 ภาษาไทย 1.0(40)
อ31101 องั กฤษ 1.0(40) ส31102 สังคมศึกษา 1.0(40)
ท31101 ภาษาไทย 1.0(40) ส31103 ประวัติศาสตร์ 1 0.5(20)
ส31101 สังคมศึกษา 1.0ม(ธั4ย0ม)ศึกษงา3ป1ีท1่ี 051 การงานอาชพี และเทคโนโลยี 1 1.0(40)
พ31101 สุขศกึ ษา 0.5(20) พ31102 สุขศกึ ษา 0.5(20)
ศ31101 ศลิ ปศึกษา 0.5(20) ศ31102 ศลิ ปศึกษา 0.5(20)
9.5/380 8/320
ค31201 รวม รวม
พ30201 วชิ าเพิม่ เติม 1.5(60) ว30201 วชิ าเพิม่ เติม 2.0(80)
............ คณติ ศาสตร์ 1 0.5(20) ว30221 ฟสิ ิกส์ 1 1.5(60)
............ พลศึกษา 1.0(40) ว30241 เคมี 1.5(60)
............ ........................................... 1.0(40) ค31202 ชีววิทยา 1.5(60)
........................................... 0.5(20) พ30202 คณติ ศาสตร์ 0.5(20)
........................................... 4.5/180 พลศึกษา 7 /280
รวม 20 รวม 20
กิจกรรม 20 กจิ กรรม 20
แนะแนว 10 แนะแนว 10
ชุมนุม /รด 14 / ชมุ นุม /รด 15/650
กจิ กรรมเพ่ือสงั คม 610 กจิ กรรมเพ่อื สังคม
รวมทั้งหมด รวมทั้งหมด
โครงสร้างโรงเรยี นเดือ่ ศรไี พรวัลย์
ตามแนวหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 พ.ศ. 2553
ภาคเรยี นท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2
รหัส รายวิชา นก./ชม. รหสั วิชา รายวิชา นก./ชม.
วิชา
วิชาพนื้ ฐาน วิชาพน้ื ฐาน
ค32101 คณิตศาสตร์ 1.0(40) ค32102 คณติ ศาสตร์ 1.0(40)
อ32101 องั กฤษ 1.0(40) อ32102 อังกฤษ 1.0(40)
1มธั.0ย(ม4ศ0กึ )ษาปทีท3่ี26102
ท32101 ภาษาไทย ภาษาไทย 1.0(40)
ส32101 ภาคสเรังียคนมศทึก่ี 1ษา 1.0(40) ส32102 ภาคเรสียงันคทมี่ ศ2ึกษา
สร3ห2สั 103 รหส3ัส2104 1.0(40)
พว3ิช1า101 วงิช3า1102
ศ32101 ปรราะยสววุขตั ชิ ศิศาึกาษสตาร์ 2 นก.00/ช..55ม((22. 00)) การงารนาปอยราวะชชิ วพี าัตแิศลาะสเตทรค์ โ3นโลยีน2ก./ช01ม...05((4200))
วิชาศพลิ ป้นื ศฐึกานษา 3 0.5(20) พ32101 วชิ าพื้นสฐุขาศนึกษา
ค คณิตศาสตร์ 0.5(20)
1.0(40) ค ศ3210ค2ณิตศาสตร์ ศลิ ปศกึ ษา 4 1.0(40.)5(20)
33101 5.5/2231102
รวม รวม 6.5/26
00
วชิ าเพิม่ เติม วิชาเพ่ิมเติม
ว30202 ฟิสิกส์ 2 2.0(80) ว30203 ฟิสิกส์ 3 2.0(80)
ว30222 เคมี 2 1.5(60) ว30223 เคมี 3 1.5(60)
ว30242 ชีววิทยา 2 1.5(60) ว30243 ชีววิทยา 3 1.5(60)
ค32201 คณติ ศาสตร์ 1 1.5(60) ค32202 คณติ ศาสตร์ 1.5(60)
พ30203 พลศึกษา 0.5(20) พ30204 พลศึกษา 0.5(20)
............ ........................................... 1.5(60) ............ ........................................... 1.0(40)
รวม 8.5/34 รวม 8/320
0
กจิ กรรม กจิ กรรม
แนะแนว 20 แนะแนว 20
ชุมนมุ ,รด 20 ชุมนมุ ,รด 20
กิจกรรมเพ่อื สังคม 10 กจิ กรรมเพ่อื สงั คม 10
รวม 14/61 รวม 14.5/6
0 30
ชนั้ มัธยมศึกษาตอนปลาย แผนการเรียนวทิ ย์– คณติ
โครงสรา้ งโรงเรียนเดอ่ื ศรีไพรวัลย์
ตามแนวหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 พ.ศ. 2553
อ องั กฤษ 1.0(40) อ องั กฤษ 1.0(40)
33101 31102
ท ภาษาไทย 1.0(40) ท ภาษาไทย 1.0(40)
33101 31102
ส สงั คมศึกษา 1.0(40) ส สงั คมศึกษา 1.0(40)
33101 31102
ส ประวัตศิ าสตร์ 4 0.5(20) พ สุขศึกษา 0.5(20)
33103 33102
พ สขุ ศึกษา 0.5(20) ศ ศิลปศกึ ษา 6 0.5(20)
33101 33102
ศ ศิลปศึกษา 5 0.5(20) ง การงานอาชีพและเทคโนโลยี 3 1.0(40)
33101 31102
รวม 5.5/220 รวม 6/240
วิชาเพมิ่ เติม วชิ าเพิ่มเติม
ว ฟสิ กิ ส์ 4 2.0(80) ว ฟสิ กิ ส์ 5 2.0(80)
30204 30205
ว เคมี 4 1.5(60) ว เคมี 5 1.5(60)
30224 30225
ว ชวี วิทยา 4 1.5(60) ว ชวี วิทยา 5 1.5(60)
30244 30245
ค คณติ ศาสตร์ 1 1.5(60) ค คณิตศาสตร์ 1.5(60)
33201 33202
พ พลศกึ ษา 0.5(20) พ พลศกึ ษา 0.5(20)
30205 30206
............ ........................................... 1.5(60) ............ ........................................... 1.0(40)
รวม 8.5/340 รวม 8/320
กิจกรรม กจิ กรรม
แนะแนว 20 แนะแนว 20
ชมุ นุม,รด 20 ชมุ นุม,รด 20
กิจกรรมเพ่ือสังคม 10 กจิ กรรมเพือ่ สังคม 10
รวม 14/610 รวม 14/610
ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย แผนการเรยี นวิทย์– คณิต
เกณฑ์การจบการศึกษา
โรงเรียนเดอ่ื ศรไี พรวลั ยก์ ำหนดเกณฑ์การจบการศึกษาแยกตามระดบั การศึกษา ดงั นี้
เกณฑ์การจบระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ การวดั
1. ผเู้ รียนตอ้ งได้หนว่ ยกิตตลอดหลักสตู ร ไม่น้อยกวา่ 77 หนว่ ยกติ โดยเป็นรายวิชาพ้ืนฐาน และ
ประเมิ
จำนวน 66 หน่วยกติ และรายวชิ าเพิ่มเตมิ ไม่นอ้ ยกวา่ 11 หน่วยกติ นผล
2. ผู้เรียนตอ้ งมผี ลการประเมินการอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขยี น ระดับ “ผา่ น” ข้ึนไป การ
3. ผเู้ รยี นต้องมีผลการประเมิน คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ระดบั “ผ่าน” ข้ึนไป เรยี นรู้
4. ผเู้ รียนตอ้ งเขา้ ร่วมกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน และไดร้ บั การตดั สนิ ผลการเรยี น “ผา่ น” ทกุ กิจกรรม
เกณฑก์ ารจบระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
1. ผู้เรียนต้องได้หนว่ ยกติ ตลอดหลกั สูตร ไม่น้อยกวา่ 77 หน่วยกิต โดยเปน็ รายวิชาพ้ืนฐาน
จำนวน 41 หน่วยกิต และรายวิชาเพิ่มเตมิ ไม่นอ้ ยกวา่ 36 หนว่ ยกิต
2. ผู้เรียนตอ้ งมผี ลการประเมินการอา่ น คิดวิเคราะห์ และเขยี น ระดบั “ผา่ น” ขึ้นไป
3. ผู้เรยี นตอ้ งมีผลการประเมิน คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ระดับ “ผ่าน” ข้ึนไป
ก า ร วั ด
และ
ป ร ะ เมิ
น ผ ล ก า ร เ รี ย น รู้ ข อ ง ผู้ เ รี ย น ต้ อ ง อ ยู่ บ น ห ลั ก ก า ร พื้ น ฐ า น ส อ ง ป ร ะ ก า ร คื อ
การประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียนและเพื่อตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนให้ประสบ
ผลสำเร็จนั้น ผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวช้ีวัดเพื่อให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อน
สมรรถนะสำคัญ และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ของผู้เรยี นซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้
ในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับชาติ การวัดแล ะ
ประเมนิ ผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผ้เู รยี นโดยใช้ผลการประเมินเปน็ ข้อมลู และสารสนเทศที่แสดง
พัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสำเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริม
ให้ผ้เู รยี นเกดิ การพฒั นาและเรยี นร้อู ย่างเต็มตามศักยภาพ
การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดับชั้นเรียน ระดับสถานศกึ ษา ระดับเขต
พืน้ ที่การศกึ ษา และระดับชาติ มรี ายละเอยี ด ดงั น้ี
1. การประเมินระดับช้ันเรียน เป็นการวัดและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ผู้สอน
ดำเนินการเป็นปกติและสม่ำเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย เช่น การ
ซกั ถาม การสงั เกต การตรวจการบ้าน การประเมนิ โครงงาน การประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน แฟม้ สะสมงาน การใช้
แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนประเมินตนเอง เพื่อนประเมินเพ่ือน
ผู้ปกครองร่วมประเมนิ ในกรณีทีไ่ มผ่ า่ นตวั ช้วี ดั ใหม้ ีการสอนซอ่ มเสริม
การป ระเมินระดับ ชั้นเรียนเป็นการตรวจสอบว่า ผู้เรียน มีพั ฒ นาการความก้าวหน้าใน
การเรียนรู้ อันเป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพยี งใด มีส่ิงท่ีจะตอ้ งได้รับการ
พัฒนาปรบั ปรุงและสง่ เสริมในดา้ นใด นอกจากน้ียังเปน็ ข้อมูลใหผ้ ูส้ อนใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนของตนดว้ ย ทั้งนี้
โดยสอดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรียนร้แู ละตวั ชี้วดั
2. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการประเมินท่ีสถานศึกษาดำเนินการเพื่อตัดสินผล การเรียน
ของผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะ อันพึง
ประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น นอกจากนีเ้ พื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษา ของสถานศกึ ษา
ว่าส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมท้ังสามารถนำผลการเรียน
ของผู้เรียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและ
สารสนเทศเพ่ือการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรอื วธิ ีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพ่ือการจัดทำ
แผนพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาของสถานศึกษาตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการรายงานผลการจัด
การศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ัน
พื้นฐาน ผปู้ กครองและชุมชน
3. การประเมินระดับเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษา เปน็ การประเมินคุณภาพผ้เู รยี นในระดับเขตพนื้ ท่กี ารศึกษาตาม
มาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน เพ่ือใช้เป็นข้อมูลพ้ืนฐานในการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาของเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดำเนินการโดยประเมินคุณภาพผลสัมฤทธ์ิ
ของผู้เรียนด้วยข้อสอบมาตรฐานท่ีจัดทำและดำเนินการโดยเขตพื้นท่ีการศึกษา หรือด้วยความร่วมมือกับหน่วยงาน
ต้นสังกัด ในการดำเนินการจัดสอบ นอกจากนี้ยังได้จากการตรวจสอบทบทวนข้อมูลจากการประเมินระดับ
สถานศกึ ษาในเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษา
4. การประเมิน ระดับชาติ เป็นการประเมินคุณ ภ าพ ผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐาน
การเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนท่ีเรียน ในชั้น
มัธยมศึกษาปีท่ี 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 6 เข้ารับการประเมิน ผลจากการประเมินใช้เป็นข้อมูลในการ
เทียบเคียงคุณภาพการศึกษาในระดับต่าง ๆ เพ่ือนำไปใช้ในการวางแผนยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา
ตลอดจนเป็นข้อมูลสนบั สนนุ การตัดสนิ ใจในระดับนโยบายของประเทศ
ข้อมูลการประเมินในระดับต่าง ๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวนพัฒนา
คุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาท่ีจะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุงแก้ไข
สง่ เสริมสนับสนนุ เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพน้ื ฐาน ความแตกต่างระหว่างบคุ คลท่ี
จำแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนท่ัวไป กลุ่มผู้เรียนท่ีมีความสามารถพิเศษ กลุ่ม
ผู้เรียนท่ีมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนต่ำ กลุ่มผู้เรียนท่ีมีปัญหาด้านวินัยและพฤติกรรม กลุ่มผู้เรียนท่ีปฏิเสธโรงเรียน
กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มพิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็นต้น ข้อมูลจากการประเมิน
จึงเป็นหัวใจของสถานศึกษาในการดำเนินการช่วยเหลอื ผู้เรียนไดท้ ันท่วงที ปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาและ
ประสบความสำเร็จในการเรียน
สถานศึกษาในฐานะผรู้ ับผิดชอบจัดการศึกษา จะต้องจัดทำระเบียบวา่ ด้วยการวัดและประเมินผลการเรียน
ของสถานศึกษาให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติท่ีเป็นข้อกำหนดของหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน เพ่ือใหบ้ คุ ลากรทเี่ กีย่ วขอ้ งทุกฝา่ ยถือปฏิบตั ริ ว่ มกัน
เกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผลการเรียน
1. การตดั สนิ การใหร้ ะดับและการรายงานผลการเรียน
1.1การตดั สินผลการเรยี น
ในการตัดสนิ ผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คดิ วิเคราะห์และเขยี น คุณลักษณะอัน
พงึ ประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียนน้ัน ผู้สอนต้องคำนึงถึงการพัฒนาผเู้ รียนแตล่ ะคนเปน็ หลัก และต้องเกบ็ ข้อมูล
ของผู้เรียนทุกด้านอย่างสม่ำเสมอและต่อเน่ืองในแต่ละภาคเรียน รวมทั้งสอนซ่อมเสริมผู้เรียนให้พัฒนาจนเต็มตาม
ศกั ยภาพ
ระดบั มธั ยมศกึ ษา
(3) ตดั สินผลการเรียนเปน็ รายวิชา ผู้เรียนตอ้ งมีเวลาเรยี นตลอดภาคเรียน
ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรยี นทง้ั หมดในรายวิชาน้ัน ๆ
(4) ผเู้ รยี นตอ้ งได้รบั การประเมนิ ทุกตัวช้วี ดั และผ่านตามเกณฑ์ท่สี ถานศึกษากำหนด
(3) ผเู้ รยี นต้องได้รับการตัดสินผลการเรยี นทกุ รายวชิ า
(4) ผเู้ รยี นต้องได้รบั การประเมนิ และมีผลการประเมนิ ผ่านตามเกณฑท์ ่ี
สถานศึกษากำหนด ในการอ่าน คดิ วิเคราะห์และเขียน คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น
การพิจารณาเล่ือนชนั้ ระดับมัธยมศึกษา ถ้าผเู้ รียนมีขอ้ บกพร่องเพยี งเลก็ นอ้ ย และสถานศกึ ษาพิจารณา
เห็นว่าสามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้อยู่ในดุลพินิจของสถานศึกษา ท่ีจะผ่อนผันให้เล่ือนช้ันได้ แต่หาก
ผเู้ รียนไมผ่ ่านรายวชิ าจำนวนมาก และมีแนวโนม้ ว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นท่ีสงู ขึ้น สถานศึกษาอาจตั้ง
คณะกรรมการพิจารณาใหเ้ รยี นซำ้ ชั้นได้ ทง้ั นใ้ี ห้คำนึงถึงวฒุ ภิ าวะและความร้คู วามสามารถของผเู้ รียนเป็นสำคญั
1.3การให้ระดับผลการเรยี น
ระดบั มัธยมศกึ ษา ในการตดั สินเพ่ือใหร้ ะดับผลการเรียนรายวิชา ให้ใช้ตวั เลขแสดง
ระดบั ผลการเรียนเปน็ 8 ระดับ
การประเมินการอา่ น คิดวเิ คราะหแ์ ละเขียน และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคน์ น้ั ให้ระดับผลการ
ประเมนิ เป็น ดีเยย่ี ม ดี และผ่าน
การประเมินกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน จะต้องพจิ ารณาท้ังเวลาการเข้าร่วมกจิ กรรม การปฏิบัติ
กจิ กรรมและผลงานของผ้เู รียน ตามเกณฑ์ทสี่ ถานศกึ ษากำหนด และใหผ้ ลการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นผา่ น และไม่ผ่าน
1.3 การรายงานผลการเรียน
การรายงานผลการเรยี นเปน็ การส่ือสารใหผ้ ู้ปกครองและผู้เรยี นทราบความก้าวหน้า ในการ
เรยี นรู้ของผู้เรยี น ซึ่งสถานศึกษาตอ้ งสรปุ ผลการประเมินและจดั ทำเอกสารรายงานใหผ้ ปู้ กครองทราบเปน็ ระยะ ๆ
หรืออย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครง้ั
การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเปน็ ระดบั คณุ ภาพการปฏบิ ัตขิ องผู้เรยี นทสี่ ะท้อนมาตรฐาน
การเรียนร้กู ลุ่มสาระการเรียนรู้
2. เกณฑ์การจบการศกึ ษา
หลักสูตรสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน โรงเรียนเดื่อศรีไพรวัลย์ พุทธศักราช 2551 กำหนดเกณฑ์กลางสำหรับ
การจบการศึกษาเปน็ 2ระดบั คอื ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
2.1 เกณฑก์ ารจบระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้
(1) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพ้ืนฐานและเพ่ิมเติมไม่เกิน 81 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 66
หน่วยกิต และรายวชิ าเพ่มิ เติมตามท่ีสถานศึกษากำหนด
(2)ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 66
หน่วยกิต และรายวิชาเพ่ิมเติมไมน่ ้อยกวา่ 11 หน่วยกิต
(3) ผู้เรยี นมผี ลการประเมนิ การอ่าน คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขยี น ในระดบั ผ่านเกณฑ์
การประเมินตามท่ีสถานศึกษากำหนด
(4) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี
สถานศกึ ษากำหนด
(5) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่
สถานศกึ ษากำหนด
2.2 เกณฑ์การจบระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
(1) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพนื้ ฐานและเพมิ่ เติม ไมน่ ้อยกว่า 81 หน่วยกติ โดยเปน็ รายวชิ าพน้ื ฐาน 41
หน่วยกิต และรายวิชาเพ่ิมเตมิ ตามท่สี ถานศึกษากำหนด
(2) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิตโดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 41
หนว่ ยกิต และรายวชิ าเพม่ิ เตมิ ไมน่ ้อยว่า 36 หน่วยกติ
(3) ผ้เู รยี นมีผลการประเมนิ การอา่ น คดิ วเิ คราะห์และเขยี น ในระดบั ผ่านเกณฑ์
การประเมนิ ตามทีส่ ถานศึกษากำหนด
(4) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี
สถานศึกษากำหนด
(5) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่
สถานศึกษากำหนด
สำหรับการจบการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น การศึกษาเฉพาะทาง การศึกษาสำหรับ
ผ้มู ีความสามารถพเิ ศษ การศึกษาทางเลือก การศกึ ษาสำหรับผดู้ ้อยโอกาส การศึกษาตามอัธยาศัย ใหค้ ณะกรรมการ
ของสถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักเกณฑ์ใน
แนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับกลุ่มเป้าหมาย
เฉพาะ
เอกสารหลกั ฐานการศึกษา
เอกสารหลักฐานการศึกษา เป็นเอกสารสำคัญที่บันทึกผลการเรียน ข้อมูลและสารสนเทศ ที่
เกย่ี วข้องกบั พัฒนาการของผเู้ รยี นในดา้ นตา่ ง ๆ แบง่ ออกเปน็ 2 ประเภท ดงั น้ี
1. เอกสารหลกั ฐานการศึกษาท่ีกระทรวงศกึ ษาธกิ ารกำหนด
1.1 ระเบียนแสดงผลการเรียน เป็นเอกสารแสดงผลการเรียนและรับรองผลการเรียนของผู้เรียนตาม
รายวิชา ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา
และผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น สถานศึกษาจะต้องบนั ทึกขอ้ มลู และออกเอกสารน้ีให้ผ้เู รียนเปน็ รายบคุ คล
เม่ือผู้เรียนจบการศึกษาภาคบังคับ(ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3) จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน(ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6) หรือเม่ือ
ลาออกจากสถานศกึ ษาในทุกกรณี
1.2 ประกาศนียบัตร เป็นเอกสารแสดงวุฒิการศึกษาเพ่ือรับรองศักดิ์และสิทธ์ิของผู้จบการศึกษา ท่ี
สถานศึกษาให้ไว้แก่ผู้จบการศึกษาภาคบังคับ และผู้จบการศึกษาข้ันพื้นฐานตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน
พนื้ ฐาน
1.3 แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา เป็นเอกสารอนุมัตกิ ารจบหลักสูตรโดยบันทึกรายช่ือและข้อมูลของผู้
จบการศกึ ษาภาคบงั คบั (ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3) และผจู้ บการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน (ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 6)
2. เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษาทสี่ ถานศึกษากำหนด
เป็นเอกสารที่สถานศึกษาจัดทำขึ้นเพ่ือบันทึกพัฒนาการ ผลการเรียนรู้ และข้อมูลสำคัญ เก่ียวกับ
ผู้เรียน เช่น แบบรายงานประจำตัวนักเรียน แบบบันทึกผลการเรียนประจำรายวิชา ระเบียนสะสม ใบรับรองผล
การเรยี น และ เอกสารอ่นื ๆ ตามวัตถปุ ระสงค์ของการนำเอกสารไปใช้
การเทียบโอนผลการเรยี น
สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผู้เรียนในกรณีต่างๆได้แก่ การย้ายสถานศึกษา การเปล่ียน
รูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคันและขอกลับเข้ารับการศึกษาต่อ การศึกษาจากต่างประเทศ
และขอเข้าศึกษาต่อในประเทศ นอกจากนี้ ยังสามารถเทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จากแหล่งการเรียนรู้
อ่นื ๆ เช่น สถานประกอบการ สถาบนั ศาสนา สถาบนั การฝึกอบรมอาชพี การจัดการศกึ ษาโดยครอบครัว
การเทียบโอนผลการเรียนควรดำเนินการในช่วงก่อนเปดิ ภาคเรียนแรก หรือต้น ภาคเรียนแรกท่ี
สถานศึกษารับผู้ขอเทียบโอนเป็นผู้เรียน ท้ังน้ี ผู้เรียนที่ได้รับการเทียบโอนผลการเรียนต้องศึกษาต่อเนื่องใน
สถานศกึ ษาทร่ี ับเทียบโอนอย่างน้อย 1 ภาคเรยี น โดยสถานศึกษาท่ีรบั ผู้เรียนจากการเทียบโอนควรกำหนดรายวชิ า/
จำนวนหนว่ ยกิตท่จี ะรบั เทยี บโอนตามความเหมาะสม
การพิจารณาการเทยี บโอน สามารถดำเนนิ การได้ ดังน้ี
1. พจิ ารณาจากหลกั ฐานการศึกษา และเอกสารอนื่ ๆ ทใี่ หข้ อ้ มูลแสดงความรู้ ความสามารถของผูเ้ รยี น
2. พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของผ้เู รยี นโดยการทดสอบด้วยวธิ ีการต่าง ๆ ทั้ง ภาคความรู้
และภาคปฏิบัติ
3. พจิ ารณาจากความสามารถและการปฏบิ ตั ิในสภาพจรงิ
การเทียบโอนผลการเรยี นให้เป็นไปตามประกาศ หรือแนวปฏบิ ตั ิ ของกระทรวงศึกษาธกิ าร
การบรหิ ารจดั การหลกั สูตร
ในระบบการศึกษาทีม่ ีการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นและสถานศึกษามีบทบาทในการพฒั นาหลักสูตรน้ัน
หน่วยงานต่างๆ ท่ีเกี่ยวข้องในแต่ละระดับ ต้ังแต่ระดับชาติ ระดับท้องถ่ิน จนถึงระดับสถานศึกษา มีบทบาทหน้าท่ี
และความรับผิดชอบในการพัฒนา สนับสนุน ส่งเสริม การใช้และพัฒนาหลักสูตรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อให้การดำเนินการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษามีประสิทธิภาพสูงสุด
อันจะส่งผลให้การพฒั นาคณุ ภาพผ้เู รียนบรรลตุ ามมาตรฐานการเรียนรทู้ กี่ ำหนดไว้ในระดบั ชาติ
ระดับท้องถ่ิน ได้แก่ สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา หน่วยงานต้นสังกัดอื่น ๆ เป็นหน่วยงานที่มีบทบาท
ในการขับเคล่ือนคุณภาพการจัดการศึกษา เป็นตัวกลางท่ีจะเชื่อมโยงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานท่ี
กำหนดในระดับชาติให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถ่ิน เพื่อนำไปสู่การจัดทำหลักสูตรของ
สถานศึกษา สง่ เสรมิ การใช้และพัฒนาหลักสูตรในระดับสถานศกึ ษา ให้ประสบความสำเร็จ โดยมีภารกิจสำคญั คือ
กำหนดเป้าหมายและจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผเู้ รยี น ในระดับท้องถิ่นโดยพิจารณาให้สอดคล้องกบั ส่ิงที่เป็นความ
ต้องการในระดับชาติ พัฒนาสาระการเรียนรู้ท้องถ่ิน ประเมินคุณภาพการศึกษาในระดับท้องถ่ิน รวมทั้งเพิ่มพูน
คุณภาพการใช้หลักสูตรด้วยการวิจัยและพัฒนา การพัฒนาบุคลากร สนับสนุน ส่งเสริม ติดตามผล ประเมินผล
วเิ คราะห์ และรายงานผลคุณภาพของผู้เรยี น
สถานศึกษามีหน้าท่ีสำคัญในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การวางแผนและดำเนินการใช้หลักสูตร การ
เพ่มิ พูนคณุ ภาพการใช้หลักสตู รด้วยการวิจัยและพัฒนา การปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตร จดั ทำระเบียบการวดั และ
ประเมินผล ในการพัฒนาหลกั สูตรสถานศึกษาตอ้ งพิจารณาใหส้ อดคลอ้ งกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน
และรายละเอียดท่ีเขตพ้ืนที่การศึกษา หรือหน่วยงานต้นสังกัดอื่นๆ ในระดับท้องถ่ินได้จัดทำเพ่ิมเติม รวมท้ัง
สถานศึกษาสามารถเพิ่มเติมในส่วนท่ีเกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถ่ิน และความต้องการ
ของผูเ้ รียน โดยทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา
ช้นั เทอม 1 เทอม 2
ม.4 สาระท่ี 1 พระพุทธศาสนา สาระท่ี 2 หน้าทีพ่ ลเมอื ง
ม.5 สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์ สาระท่ี 5 ภูมศิ าสตร์
ม.6 สาระท่ี 2 หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง สาระท่ี 1 พระพุทธศาสนา
สาระท่ี 3 เศรษฐศาสตร์ สาระที่ 5 ภมู ศิ าสตร์
คำอธิบายรายวชิ า
รหัสวชิ า ส3๓๑01 ชื่อรายวิชา สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม( สาระท่ี ๒ และสาระที่ ๓ )
รายวิชาพ้ืนฐาน (ภาคเรียนที่ ๑) กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ช้ัน มธั ยมศึกษาปีท่ี 6 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกิต
************************************************************************************
ศึกษา วเิ คราะห์สถานการณก์ ารเมืองการปกครองของสงั คมไทย อิทธิพลของระบบการเมอื ง การปกครองที่มี
ผลตอ่ การดำเนินชวี ิต การประสานประโยชนร์ ่วมกันระหว่างประเทศ การแลกเปลีย่ นเพื่อชว่ ยเหลอื และส่งเสริมด้าน
วฒั นธรรม การศกึ ษา เศรษฐกิจ สงั คม การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมขุ การ
ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐตามรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบบั ปจั จุบันทม่ี ีผลต่อการเปลีย่ นแปลงทางสังคม
กฎหมายท่ีเกีย่ วข้องกบั ตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน ประเทศชาติ และสงั คมโลก ไดแ้ ก่กฎหมายแพ่งเกี่ยวกบั ตนเองและ
ครอบครวั กฎหมายแพ่งเก่ยี วกับนติ กิ รรมสัญญากฎหมายอาญากฎหมายอน่ื ทส่ี ำคัญเช่นรฐั ธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทยฉบบั ปัจจบุ ันกฎหมายการรับราชการทหารกฎหมายภาษีอากรกฎหมายคมุ้ ครองผ้บู รโิ ภค ขอ้ ตกลง
ระหว่างประเทศ ความหมาย ความสำคัญ แนวคดิ และหลกั การของสิทธมิ นุษยชน บทบาทขององค์กรระหวา่ ง
ประเทศในเวทโี ลกที่มีผล ต่อประเทศไทย สาระสำคัญของปฏญิ ญาสากลวา่ ด้วยสทิ ธิมนุษยชน บทบญั ญตั ิของ
รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทยฉบบั ปจั จุบนั เกี่ยวกับสทิ ธิมนุษยชนปญั หาสทิ ธิมนุษยชนในประเทศและแนวทาง
แก้ปัญหาและพัฒนาปญั หาการเมอื งสำคัญทีเ่ กิดขึ้นภายในประเทศศึกษาและอภิปรายการกำหนดราคาและค่าจา้ ง
ในระบบเศรษฐกจิ แบบต่างๆและบทบาทของรฐั ในการแทรกแซงราคาและการควบคุมราคาเพ่ือการแจกจ่ายและ
จัดสรรในทางเศรษฐกิจตระหนักถงึ ความสำคญั ของปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงทีม่ ตี ่อเศรษฐกจิ สงั คมของประเทศ
และประยุกตใ์ ช้เศรษฐกจิ พอเพียงในการดำเนินชวี ติ ของตนเองและครอบครัวและเหน็ ความสำคญั ในการนำหลัก
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใชใ้ นการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับปัจจุบันอธบิ ายความหมาย
วิวฒั นาการของสหกรณใ์ นประเทศไทย ตระหนักถงึ ความสำคญั ของระบบสหกรณ์ในการพัฒนาเศรษฐกจิ ในระดบั
ชมุ ชนและประเทศวิเคราะห์ปัญหาทางเศรษฐกจิ ในชมุ ชนและเสนอแนวทางแก้ไขอธบิ ายบทบาทของรัฐบาลด้าน
นโยบายการเงินการคลังในการพฒั นาเศรษฐกจิ ของประเทศวิเคราะห์สาเหตุและผลกระทบทีเ่ กิดจากภาวะทาง
เศรษฐกจิ และบอกแนวทางในการแก้ปัญหาของนโยบายการเงนิ การคลังศึกษาววิ ัฒนาการของการเปดิ เสรที าง
เศรษฐกิจและใช้กระบวนการอภปิ รายเพื่อวเิ คราะหผ์ ลกระทบของการเปิดเสรีทางเศรษฐกจิ ในยคุ โลกาภิวัตนท์ ม่ี ีผล
ต่อสังคมไทยวิเคราะห์ผลดผี ลเสยี ของความรว่ มมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในรปู แบบตา่ งๆ ทีน่ ำไปสู่การพึ่งพา
การแขง่ ขนั การขัดแย้ง และการประสานประโยชน์ทางเศรษฐกจิ การค้าระหว่างประเทศ
โดยใชก้ ระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสบื ค้นขอ้ มูล กระบวนการกลุม่ กระบวนการแกป้ ัญหา เพื่อให้
เกดิ ความรู้ความเข้าใจตระหนักและเห็นความสำคญั ของสิทธิมนษุ ยชนเคารพและปฏิบตั ิตามกฎหมายอยา่ งเคร่งครัด
มีความเข้าใจศรทั ธาและมสี ว่ นร่วมในการธำรงรักษาส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ์
ทรงเป็นประมุข สามารถดำรงชวี ิตอยู่ในสังคมไทยและสงั คมโลกไดอ้ ยา่ งสันติสุข
เพ่ือสามารถนำไปปฏิบัติในการดำเนนิ ชวี ิต มคี ณุ ธรรมจริยธรรม มคี ณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคใ์ นด้านรักชาติ
ศาสน์ กษตั ริย์ ซ่ือสัตย์สุจรติ มวี นิ ยั ใฝ่เรียนรู้ รกั ความเป็นไทยมีจิตสาธารณะ เหน็ คุณค่าและมจี ิตสำนึก มีสว่ นรว่ ม
ในการอนรุ ักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดลอ้ มเพื่อการพัฒนาท่ีย่ังยนื
รหัสตวั ช้ีวัด
ส 2.1 ม. 4-6/3 ม. 4-6/5
ส 2.2 ม. 4-6/1 ม. 4-6/2 ม. 4-6/3
ส 3.1 ม.4-6/1 ม.4-6/2
ส 3.2 ม.4-6/1 รวมรหสั ตัวชี้วัด 8 ตัวช้ีวดั
โครงสร้างรายวิชา
วิชาสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม(สาระที่ ๒ และสาระที่ ๓ ) รหัสวิชา ส3๓101
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี๖ เวลารวม 40 ช่วั โมง/ภาคเรยี น จำนวน 1.0 หน่วยกติ
คะแนนเตม็ 100 คะแนน สัดสว่ นคะแนนระหว่างภาค : ปลายภาค 80:20
ลำดับ ช่อื หน่วย มาตรฐาน สาระการสำคัญ เวลา นำ้ หนกั ภาระงาน/ชน้ิ งาน
ที่ การเรยี นรู้ การเรียนรู้/ (ชว่ั โมง) คะแนน รวบยอด
1 วฒั นธรรมไทย ตัวช้ีวดั วฒั นธรรมไทยมคี ุณคา่ และ ๖ ๑๐ แผนทค่ี วามคดิ
ความสำคัญต่อการดำเนนิ ชีวติ แสดงคณุ ค่าทาง
ส 2.1 ของชาวไทยซง่ึ จะต้องร้จู ักการ วฒั นธรรม
ม. 4-6/5 ปรบั ปรุง เปล่ยี นแปลง และ
อนรุ ักษ์วฒั นธรรมไทย และ
เลือกรบั วฒั นธรรมสากลอยา่ ง
เหมาะสม
๒ พลเมอื งดีของ ส 2.1 การปฏบิ ตั ติ นเป็นพลเมืองดี ๖ ๑๐ แบบบันทกึ การ
ประเทศชาติ ม. 4-6/3 ของประเทศชาติและสงั คม ปฏบิ ัติตนแสดงถงึ
โลกนนั้ ยอ่ มส่งผลต่อการอยู่ ความเปน็ พลเมืองดี
และสงั คมโลก ร่วมกันอย่างสนั ติสุข
๓ ระบอบการเมือง ส 2.2 การร่วมมือกนั แกป้ ัญหา ๘ ๑๐ -แผนภูมกิ ารแสดง
การปกครอง ม. 4-6/1 การเมืองการปกครอง และ การปกครองแบบ
ม. 4-6/2 ประสานประโยชน์รว่ มกนั ตา่ งๆ
ม. 4-6/3 ระหวา่ งประเทศเปน็ สว่ น -ตารางการ
สำคญั ในการธำรงรักษาไวซ้ งึ่ เปรียบเทียบความ
การปกครองระบอบ แตกต่างความ
ประชาธิปไตยอันมี คล้ายคลงึ ของการ
พระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็น ปกครองของไทย
ประมุข กบั ประเทศอืน่
๔ ระบบเศรษฐกจิ ส 3.1 ระบบเศรษฐกจิ ของโลกในโลก ๖ ๑๐ รายงานสรุปเรอ่ื ง
ยุคปัจจุบนั มีผลต่อการกำหนด ระบบเศรษฐกิจใน
ในโลกปจั จบุ นั ม.4-6/1 ราคาและค่าจา้ ง โดยรัฐบาล โลกปจั จบุ ัน
มีบทบาทในการแทรกแซง
ราคาและควบคมุ ราคาเพ่ือ
การแจกจ่ายและจดั สรร
ในทางเศรษฐกิจ
โครงสร้างรายวชิ า
วชิ าสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม(สาระที่ ๒ และสาระท่ี ๓ ) รหัสวชิ า ส3๓101
ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่๖ เวลารวม 40 ชว่ั โมง/ภาคเรียน จำนวน 1.0 หน่วยกิต
คะแนนเต็ม 100 คะแนน สัดส่วนคะแนนระหวา่ งภาค : ปลายภาค 80:20
ลำดับ ชอ่ื หน่วย มาตรฐาน สาระการสำคัญ เวลา นำ้ หนกั ภาระงาน/ชิ้นงาน
ที่ การเรยี นรู้ การเรยี นรู้/ (ชว่ั โมง) คะแนน รวบยอด
ตวั ชว้ี ัด ๑๐ ปา้ ยนิเทศเร่ือง
ปรชั ญาของ
๕ เศรษฐกจิ พอเพียง ส 3.1 ปรชั ญาของเศรษฐกจิ ๘ ๑๐ เศรษฐกจิ พอเพยี ง
๖ มีความสำคญั ตอ่
กับการพฒั นา ม.4-6/2 พอเพียงมีความสำคัญ การพฒั นา
เศรษฐกจิ และ
เศรษฐกจิ ของไทย ตอ่ การนำไปเปน็ กรอบ สงั คม
ของประเทศ
๖ นโยบายการเงนิ ส 3.2 แนวทางในการวางแผน
การคลงั กับการ ม.4-6/1 บันทกึ การ
พัฒนาเศรษฐกจิ พัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คม วิเคราะห์ขา่ วท่ี
ของประเทศ เกยี่ วขอ้ งกบั
ของประเทศ ซ่งึ จะส่งผลตอ่ นโยบายการเงนิ
การคลังของ
การพัฒนาประเทศอย่าง
ยง่ั ยืน
รัฐบาลมีบทบาทสำคัญในการ
พัฒนาเศรษฐกจิ ของประเทศ
โดยการใช้นโยบายการเงิน
การคลงั ในการรกั ษา
เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
การสรา้ งความเจริญเตบิ โต
ทางเศรษฐกจิ รักษาดลุ การค้า
ระหวา่ งประเทศแทรกแซง
ราคา ควบคมุ ราคา และสร้าง
ความเปน็ ธรรมทางเศรษฐกิจ
รวมเวลาเรียน ๔๐
รวมคะแนนหน่วยการเรียนรู้ ๖๐
คะแนนประเมนิ กลางภาค ๒๐
คะแนนประเมนิ ปลายภาค ๒๐
๑๐๐
รวมคะแนนประเมนิ ผล