๕๐
ภาคผนวก ค เรื่องเลาเศรษฐกจิ พอเพียงของผบู รหิ าร
เรื่องเลา “สวนหน่ึงในชีวติ นอ มนําหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงไปประยุกตไ ปใช”
นางสาวศิรวิ รรณ ขลิกคํา รองผอู าํ นวยการโรงเรียนตะกั่วปา คีรเี ขต ตําบลบางไทร อาํ เภอตะก่วั ปา จงั หวัดพังงา
สาํ นกั งานเขตพื้นที่การศึกษาพังงา ภูเกต็ ระนอง
หลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เปนหลักคิด หลักยึด ซึ่งประกอบไปดวย ๓ หวง ๒ เง่ือนไข คือ มี
ภูมิคุมกันในตัวที่ดี ความพอประมาณ ความมีเหตุผล เงื่อนไขความรู เงื่อนไขคุณธรรม หากนําไปใชใน
ชวี ิตประจาํ วันจะทาํ ใหเปน บุคคลที่อยใู นสังคมไดอ ยางปกติสขุ
ขาพเจา นางสาวศิรวิ รรณ ขลิกคํา รองผูอํานวยการโรงเรยี นตะกั่วปาคีรเี ขต เปนผูที่อยูในครอบครัวที่
ใชชีวิตอยา งพอเพยี งมาตงั้ แตย ังไมเขา ใจ หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ครอบครวั ของขาพเจามีอาชีพ ทาํ
สวนยางพารา ซง่ึ จะตองมีความขยนั และความอดทนอยา งสงู เนือ่ งจากจะตอ งทําใหทันตอ สภาพดินฟาอากาศ
เพราะหากฝนตกก็จะไมไดผลผลิต อาจทําใหไดผลผลิตที่ไมดีเทาท่ีควร ฉะน้ันคุณพอคุณแมจะตองทํางานแขง
กับเวลาดวยความขยัน และอดทน คุณพอ คุณแมคิดท่ีจะเพ่ิมรายไดใหกับครอบครัว เน่ืองจากตองเล้ียงดูพี่ ๒
คน และตัวขาพเจา รวม ๓ คน ซึ่งอยูในวัยศึกษาหาความรู จึงมีความจําเปนตองมีรายไดเพ่ิม เพ่ือใหเพียง
พอทจี่ ะสงเสียใหพวกเราไดเรียน จงึ ไดร วมกันคิดที่จะทําอาชีพอีก ๑ อาชีพ คอื การคาขาย โดยเปดเปนรา นคา
เล็ก ๆ เนื่องจากทานทั้ง ๒ เปนผูท่ีมีความประหยัด มัธยัสถทําใหครอบครัวของขาพเจามีรายไดเพ่ิมขึ้นตามท่ี
ตั้งใจไว นอกจากนี้คุณพอคุณแมก็ไมลืมที่จะสอนใหพวกเราทุกคนรูจักหนาที่ของตนเอง รูจักการออม รูจัก
ประหยัด มัธยัสถ การเผอ่ื แผใ หกับคนอื่นทีล่ าํ บากกวาเรา แตเราจะตอ งไมเ ดอื ดรอนกับการใหน้ัน ไมดูถูกคนที่
ดอยกวาเรา และอยาประมาทการใชชีวิต เพื่อชีวิตในวันขางหนาจะไดไมลําบาก เนื่องจากทานตองการให
ขาพเจาไดมีความรู เพ่ือจะไดประกอบอาชีพที่ดี สามารถเล้ียงตนเองได ซึ่งทานก็หวังไวในใจวาขาพเจานาจะ
ไดร บั ราชการ จะไดเ ปน ท่พี ึ่งของครอบครวั ได และแลวความหวังของทานก็เปนจริง ขาพเจา สามารถสอบบรรจุ
เขารับราชการ “ครู” ได ทําใหคุณพอคุณแมดีใจท่ีสุด ซึ่งจริง ๆ แลวขาพเจาก็ต้ังความหวังไววาอยากเขารับ
ราชการเน่ืองจากตองการสวัสดิการดานการรักษาพยาบาลใหกับทานทั้ง ๒ จะไดไมตองกังวลวา เมื่อเวลาท่ี
ทานเจบ็ ปว ยเงนิ ท่อี อมอยจู ะเพียงพอหรอื ไม
หลังจากน้ันขาพเจาก็เปลี่ยนตัวเองขึ้นมาเดินในดานการบริหารสถานศึกษา โดยจะมีภาระงานทั้ง ๔
ฝาย ประกอบดวย ฝายบริหารวิชาการ ฝายบริหารงานแผนงานและงบประมาณ ฝายการบริหารงานกิจการ
นักเรียน และฝายการบริหารท่ัวไป ขาพเจาไดนําหลักธรรมาภิบาลมาใช โดยเนนการมีสวน รวมกันชวยเหลือ
เกื้อกูล รูจักสามัคคี บนฐานของความมีเหตุมีผล พอประมาณกับศักยภาพและ สถานภาพและไมประมาท มี
การกําหนดแผนงานโครงการและกิจกรรม และการปรับปรุง มีการดําเนินการตามแผนอยางเปนระบบ และมี
การติดตามประเมินผลอยางตอเน่ือง ความรูความเขาใจหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงใหมีความพรอมใน
การดําเนินการ ตามระบบการ บริหารจัดการที่เปล่ียนแปลงและสามารถจัดการศึกษาตามหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงรวมทั้ง ดําเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จัดระบบการนิเทศการศึกษา
ภายในสถานศึกษา เพื่อพัฒนาระบบการจัดการและกระบวนการเรียนการสอนและกิจกรรมพัฒนาผูเรียนให
เอื้อ ตอการจัดการศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การจัดบรรยากาศสภาพแวดลอมภายใน
สถานศึกษาสถานศึกษาควรจัดบรรยากาศและสภาพแวดลอมภายในสถานศึกษา ใหเปนแหลงเรียนรู
กระบวนการเรียนรูปลกู ฝง หลอ หลอมคุณลักษณะอนั พึงประสงคแ ละเออ้ื ตอ กระบวนการจดั การเรียน
๕๑
นอกจากการนําหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งสกู ิจกรรมการบริหารแลว ขา พเจา ยังยึดถือหลักคิด
หลักยึดนี้ไปใชในชีวิตประจําวันของตนเอง โดยเฉพาะในเร่ืองของการใชจายเงินจะตองมีการวางแผนการใช
จายของตนเองใหเหมาะสมกับรายรับ จะใชอยางไร มีความจําเปนมากนอยแคไหนในการซ้ือของสักช้ิน เพื่อ
เปนการสรางภูมิคุมกันใหกับตนเอง โดยใชความรูคูคุณธรรมประกอบการตัดสินใจ นอกเหนือจากเร่ืองการใช
จายเงินแลว เรื่องของการทํางานกส็ ามารถนาํ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใชไ ดอ กี ดวย จากการเรยี นรู
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในพระราชดําริในพระบาทสมเด็จพระเจา อยูหัว ซึ่งพระองคทานตองการให
คนทุกคนดํารงอยูไดโดยพ่งึ พาตนเอง พออยู พอกิน ไมทําใหผูอ่ืนเดอื ดรอน ทําใหมองเห็นวาสิ่งท่ีเราไดป ฏบิ ตั ิ
ตนท้ังการเปนลูกของคุณพอคุณแม คือ การนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช เนื่องจากทุกการ
กระทําของขาพเจาจะตองเร่ิมตนท่ีเหตุผล มีความพอประมาณในส่ิงท่ีทํา สามารถสรางภูมิคุมกันใหกับตนเอง
ได โดยอาศัยหลักของความรู และท่สี าํ คญั ดา นคุณธรรมขา พเจายดึ ถอื และปฏิบัติตนมาโดยตลอด
นางสาวศริ ิวรรณ ขลิกคํา
รองผอู าํ นวยการโรงเรยี นตะกั่วปา ครี ีเขต
๕๒
ภาคผนวก ง
เรื่องเลาของครู
๕๓
ภาคผนวก ง เรื่องเลาเศรษฐกจิ พอเพียงของครู
เรอ่ื งเลา “ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งในชวี ติ ประจาํ วันหรอื การพัฒนาตนเอง”
โดย นางสาวเสาวลักษณ หลงหลา ครู โรงเรียนตะก่วั ปาคีรีเขต
ตําบลบางไทร อําเภอตะก่ัวปา จงั หวดั พังงา
อยพู อเพียงเลย้ี งตนฝก ฝนเถดิ ใหบังเกดิ ความเคยชนิ ทุกถิ่นที่
ทาํ ประจาํ เรื่อยไปจะไดด ี ดังไดมีตัวอยา งท่ีสรางนาม
การนาํ หลกั เศรษฐกิจพอเพยี งมาใช ตอ งยดึ หลกั "พึ่งตนเอง" คือ พยายามพึง่ ตนเองใหไดก อน ในแตละ
ครอบครวั มกี ารบริหารจัดการอยางพอดี ประหยดั ไมฟ มุ เฟอย และรจู ักดงึ ศกั ยภาพในตัวเองในเรอื่ งของปจจยั สี่
ใหไดใ นระดับหนึง่ การพฒั นาตนเองสามารถ"อยไู ดอยางพอเพยี ง" คือ ดําเนินชีวิตโดยยึด หลักทางสายกลางให
อยูไดอ ยางสมดลุ และมีความสุขท่แี ทจ ริง
เศรษฐกิจพอเพียง จะเปนเรื่องที่สอนใหขาพเจาพ่ึงตนเอง ไมตองไปเบียดเบียนคนอ่ืน คือสอนในดาน
ของทางสายกลาง โดยใหข าพเจามีความพอเพยี ง ไมฟ ุง เฟอมากจนเกนิ ไป รูจกั ใชของอยา งประหยดั และจําเปน
กอนจะใชอะไรตองมีเหตุผล พิจารณาใหรอบคอบกอน สอนใหขาพเจาเตรียมรับมือกับเหตุการณที่จะเกิดข้ึน
เสมอๆ ใหขาพเจารูจักวางแผนชีวิตอยางมีระบบระเบียบไมยุงเหยิง และใหมีความซ่ือสัตย สามัคคี ชวยเหลือ
กันในยามลําบาก จะเห็นไดวาหาก ทําตามเศรษฐกิจพอเพียงน้ี จะกอใหเกิดประโยชนมากมาย ทั้งตอตัวเอง
และสังคม ซึ่งประกอบดวย ๓ หวง ไดแก ความพอประมาณ ความมีเหตุผล มีภูมิคุมกัน ๒ เงื่อนไข ไดแก
ความรู และคุณธรรม ขาพเจายังยึดถือ หลักเศรษฐกจิ ไปใชใ นชีวิตประจําวนั ของตนเอง โดยเฉพาะในเรอ่ื งของ
การใชจายเงินจะตองมีการวางแผนการใชจายของตนเองใหเหมาะสมกับรายรับ จะใชอยางไร มีความจํา
เปนมากนอยแคไหนในการซ้ือของสักชิ้น เพ่ือเปนการสรางภูมิคุมกันใหกับตนเอง โดยใชความรูคูคุณธรรม
ประกอบการตดั สินใจ นอกเหนือจากเรือ่ งการใชจา ยเงินแลว เรอ่ื งของการทาํ งานกส็ ามารถนาํ หลกั ปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี งไปใชไดอกี ดวย
ในชีวิตประจําวันจะตองรูจักพอประมาณในทุกๆเร่ืองโดยเฉพาะเรื่องการใชจายในชีวิตประจําวันตอง
ใชจายอยางมีเหตุผล ไมใชตระหน่ีถี่เหนียว คือ ส่ิงใดจําเปนตองซ้ือก็ซื้อ สิ่งใดไมจําเปน เปนส่ิงฟุมเฟอยเกินไป
ก็ไมซื้อ รูจักแบงเงิน ประมาณการในการใชจายในชีวิตประจําวัน มีนอยก็อยาใชเกินตัว ถึงมีเยอะก็ควรเก็บไว
ยามจําเปน รูจักอดออม และอาจนําเงินไปฝากธนาคารเพื่อที่จะไดดอกเบี้ยเปนการตอยอดเงินที่มีอยู นําเงิน
ออมไปลงทุนสรางธุรกิจเพื่อตอยอดเงินท่ีมีอยู ท้ังน้ีตองศึกษาดีๆ และอยูในความไมประมาทและพอประมาณ
ไมประมาทถึงแมจะมีเงินมากมายแคไหนก็ตาม เพราะเราไมมีทางรูวาอะไรจะเกิดขึ้นกับชีวิตเราบาง ทํางาน
ดวยความซ่ือสัตยสุจริต และพอใจในส่ิงที่ตนเองมีอยูไมโลภมากอยากไดทุกส่ิงหามใชจายเกินตัวจนเปนหน้ี
เด็ดขาด ไมหลงไปกับวัตถุสิ่งของตางๆ การพ่ึงพาตัวเองไดเปนเพียงสวนเร่ิมตนของการพัฒนาเศรษฐกิจ
พอเพียง โดยเมื่อทุกคนสามารถดูแลตัวเอง และครอบครัวไดแลว ข้ันตอไปอาจทําการพัฒนาธุรกิจ โดยมีการ
รวมกลมุ กนั ในวชิ าชพี เดียวกัน เพ่ือแลกเปลีย่ นความรูและใหค วามชวยเหลือซง่ึ กันและกนั ขา พเจา คดิ วาถาทกุ
คนทําไดแบบนี้ชีวิตคงมีสุขข้ึนไมนอย การมีความพอเพียงในชีวิตจะชวยใหเราอยูอยางเปนสุข โดยเฉพาะใน
โลกปจ จุบนั ในยุคโลกาภิวัฒนท ่ีเต็มไปดวยสิ่งลอใจมากมาย และเกิดแรงบันดาลใจในการนาํ เศรษฐกิจพอเพยี ง
ไปใชในชวี ติ ประจาํ วนั
๕๔
คนเราถาพอใจในความตองการ ก็มีความโลภนอย เม่ือมีความโลภนอยก็เบียดเบียนคนอื่นนอย มี
ความคิดวา ทาํ อะไรตองพอเพียง พอประมาณ ไมสุดโตง ไมโลภอยางมาก คนเราก็อยูเย็นเปนสุข พอเพียงอนั นี้
จะมีมาก อาจจะมีของหรูหราก็ได แตวาตองไมไปเบียดเบียนคนอื่น ตองใหพอประมาณตามอัตภาพ พูดจาก็
พอเพยี ง ทําอะไรกพ็ อเพียง ปฏบิ ตั ิตนก็พอเพยี ง
๕๕
ภาคผนวก ง เร่ืองเลาเศรษฐกิจพอเพียงของครู
เรอื่ งเลาของครู การนาํ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไปใชในชวี ติ
หรอื การพัฒนาตนเอง เรื่อง สรา งพลงั แหง ความสขุ ดว ยวถิ ชี ีวติ พอเพยี ง โดยนายธนากร นาควรรณ
วิทยฐานะ ครชู าํ นาญการ โรงเรียนตะกั่วปา คีรีเขต ตาํ บลบางไทร อาํ เภอตะกัว่ ปา จังหวดั พงั งา
สาํ นักงานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษามัธยมศึกษาพังงา ภูเกต็ ระนอง
“…พอเพียง มีความหมายกวางขวางย่ิงกวาน้ีอีก คือคําวาพอ ก็พอเพียงนี้ก็พอแคนั้นเอง คนเราถาพอ
ในความตอ งการก็มีความโลภนอย เม่ือมีความโลภนอยกเ็ บยี ดเบียนคนอืน่ นอ ย ถาประเทศใดมคี วามคิดอนั นี้ มี
ความคิดวาทําอะไรตองพอเพียง หมายความวาพอประมาณ ซื่อตรง ไมโลภอยางมาก คนเราก็อยูเปนสุข
พอเพียงนี้อาจจะมี มีมากอาจจะมขี องหรูหราก็ได แตวาตองไมไปเบียดเบียนคนอ่นื …” พระราชดํารสั เน่ืองใน
โอกาสวันเฉลมิ พระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสดิ าลัย วนั ที่ ๔ ธนั วาคม ๒๕๔๑
คําวา “เศรษฐกิจพอเพียง” เปนแนวคิดที่ต้ังอยูบนรากฐานของวัฒนธรรมไทย เปนแนวทางพัฒนา
ที่ต้ังบนพื้นฐานของทางสายกลาง และความไมประมาท คํานึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสราง
ภูมิคุมกันในตัวเอง ตลอดจนใชความรูและคุณธรรม เปนพื้นฐานในการดํารงชีวิต ท่ีสําคัญตองมี “สติ ปญญา
และความเพียร” ซ่ึงจะนําไปสู “ความสุข” ในการดําเนินชีวิตอยางแทจริง ในความคิดของขาพเจาคิดวา
เศรษฐกิจพอเพียง เปนหลักของธรรมะ ปรัชญา มากกวาหลักของเศรษฐศาสตรที่สามารถนําไปปรับใชใน
ชีวิตประจําวันได อยางเรื่องกินอยู ใชจายอยางพอเพียง ดํารงชีวิตอยางไมประมาท ตรงนี้พยายามพูดใหคน
เขาใจ แตพอมีคําวาเศรษฐกิจเขามา คนก็นึกวาคําพอเพียงจะตองนึกถึงความยากจน ความประหยัด “ใน
ภาพรวมเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงนั้น พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวทรงเตือนเหมือนกับพระพุทธเจาเตือน
คือใหมีสติ ศีล สมาธิ ปญญา จุดเร่ิมตนคือ ตองมีสติกอน พอมีสติก็ตอ งรกั ษาศีลปฏิบัติส่งิ ตางๆ ใหถูกตองดวย
เหตุและผล แลวใชปญญาเปนเคร่ืองนําทาง ผลสุดทายชีวิตก็จะสมดุล” คําหลักๆ ท่ีพระราชทานไว ๓ คํา คือ
“พอประมาณ มีเหตุมีผล และมีภูมิคุมกัน” คํา ๓ คํานี้ ขั้นตอนคลายกับ “ศีล สมาธิ ปญญา” เชนคําวา
พอประมาณท่ีเกิดขึ้นในแตละเรื่อง แตละกิจกรรม ก็มีความพอประมาณอยูในแตละเรื่องอยูแลว แตละคนก็มี
ความพอประมาณไมเหมือนกัน ในการดําเนินชีวิตของขาพเจา สิ่งที่จะตองทําอันดับแรกคือ การประเมิน
ตัวเองกอนท่ีจะลงมือทํากิจกรรมหรือเร่ืองใดๆ เม่ือประเมินตัวเองไดก็ดําเนินการไปดวยหลักของเหตุและผล
โดยใชปญญาเปนเครื่องนําทางคิดไตรตรองใหรอบคอบ การสรางภูมิคุมกันคือ ความไมประมาท ไมวาจะ
ตัดสนิ ใจทาํ อะไร ก็ตองมีแผนการรองรบั หรือเตรียมการรองรบั ปญ หาทอี่ าจเกดิ ขึน้ ในอนาคต การคิดไวลว งหนา
เพื่อที่จะไดมีทางเลือก ท่ีในสมัยใหมจะพดู กนั วา เมื่อมีทางเลือกก็จะมีทางรอด“เงิน” อาจซ้ือความสุขบางอยาง
ได แตความพอใจในสิ่งท่ีมี และเปน ตางหากทท่ี าํ ใหเรามี “ความสุข”คาํ สอนของ “พอ” จึงนาํ ไปสู “ความสุข”
ในการดําเนนิ ชวี ิตอยางแทจรงิ
๕๖
การดําเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คือ การใชชีวิตแบบพอมีพอกิน ไมสรางความ
เดือดรอนใหคนอ่ืน มีความสุขกับชีวิตท่ีเปนอยู มีนอยใชนอย มีมากใชนอย รูจักแบงปนใหคนอื่น ใชชีวิตไม
ประมาท รอบคอบ รูจักเก็บออม มีคุณธรรมในการใชชวี ิต มีเหตุผล มีปญญาในการแกไขปญหาทเ่ี กิดขึ้น เม่ือ
เราพอเพียงแลว สามารถชว ยเหลือผูอ่ืนได ทําวันน้ใี หดที ี่สดุ ตง้ั มัน่ ในการทาํ งานไมวา จะเกดิ อะไรขน้ึ
เศรษฐกิจพอเพยี งเร่มิ ที่ตัวเราเอง
การนําหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใชน้ัน ขั้นแรก ตองยึดหลัก "พ่ึงตนเอง" คือ พยายามพ่ึงตนเองใหได
กอน ในแตละครอบครัวมีการบริหารจัดการอยางพอดี ประหยัดไมฟุมเฟอย สมาชิกในครอบครัวแตละคน
ตองรูจักตนเอง เชน ขอมูล รายรับ-รายจาย ในครอบครัวของตนเอง สามารถรักษาระดับการใชจายของตน
ไมใหเ ปน หน้ี การพัฒนาตนเองใหสามารถ "อยูไดอ ยา งพอเพยี ง" คอื ดําเนินชีวิตโดยยดึ หลักทางสายกลางใหอ ยู
ไดอยางสมดุล คือ มีความสุขที่แท ไมใหรูสึกขาดแคลน จนตองเบียดเบียนตนเอง หรือดําเนินชีวิตอยางเกิน
พอดี จนตองเบียดเบยี นผูอื่น หรือเบียดเบียนสิ่งแวดลอม
ความสขุ .........แบบพอเพียง
ขาพเจาไดยินไดฟงมาเยอะกบั การใชชวี ิตแบบพอเพยี ง ถาหนั กลบั มานกึ ถงึ ชีวิตของเราเอง การใชช ีวิต
เปนไปดวยความพอเพียงหรือไม สําหรับขาพเจาเองไมไดมุงเนนไปในทางกายภาพ หรือดานวัตถุซ่ึง
นอกเหนือจากปจจัย ๔ มากนัก ท้ังอาหาร เคร่ืองนุงหม ยารักษาโรค และท่ีอยูอาศัย ตอใหสิ่งเหลาน้ีพอเพียง
หรือเกินพอ ก็ไมทําใหเกิดความสมดุลขึ้นได แลวอะไรคือสิ่งที่พอเพียง เรายังมีปญหา และความทุกขใจท่ีตอง
แกอีกมากมาย แลวก็มีคําท่ีนึกขึ้นมาไดวา เรานาจะมีความสุขท่ีพอเพียง คําที่ฟงแลวดูอบอุนขึ้นมาในใจ ทําให
เรานกึ ประมาณตนแตพอดี จนวันหนงึ่ ขา พเจา ถามตัวเองวา คําวาพอเพยี งของขาพเจา คอื อะไร ขา พเจากไ็ ดรับ
คําตอบวา "ความสุข" สุขที่ไดทํางานในส่ิงที่ตัวเองถนัด ตัวเองรัก มีความสุขที่ไมตองขนขวายท่ีจะมี รักชีวิตที่
อิสระ ขอไมม หี น้สี ิน เพียงเทา นช้ี วี ิตขาพเจาก็สุขเกินใครแลว ขา พเจา ไมไดตองการบานหลงั ใหญโต เพยี งแค
ตองการคนที่จะมาอยูกบั ผมรักผมใหเกียรติผมเปนพอ ผมตองการความเปนอิสระ ในการดําเนินชีวิตในแตล ะ
วัน ฉะนนั้ ชวี ิตผมตอนน้ีถือวา "พอเพียง" ตามท่ีผมตอ งการเปนท่ีสุด เพราะผมมีความสขุ กบั ทุกวินาทีท่ีดาํ เนิน
ชีวิต คงเปนเพราะความพอเพียง มันอยูท่ีวิถีชีวิตของแตละคนวาชอบชีวิตแบบไหน นั่นแหละท่ีเรียกวา
"ความสุขแหง ความพอเพียง"
พอใจ แลว ใจจะพอเพียง
ภาคภมู ิใจในสิง่ ที่ตวั เองมอี ยู คนไทยมีอะไรหลายอยางที่ตางชาติไมมี แมในทางกลับกนั เราก็อาจจะไม
มีในส่ิงท่ีเขาครบครัน ความไมมีไมไดหมายความวาขาด บางคราก็อาจจะไมเหมาะกับวิถีของเรา ระเบิดจาก
ภายใน มองเร่ืองเล็ก ๆ ใกลตัว แลวขยายวงสูเร่ืองใหญ ๆ ระดับชาติ ชีวิตก็ดํารงอยูไดอยางที่ควรจะเปน ไม
แกงแยง ไมแขงขัน เพียงชวยเหลือเกอ้ื กูลกนั บานเราทํานํ้าพรกิ อรอย ก็แบงปนใหขางบาน ขณะที่ปาขางบา น
แกงรสชาตดิ ี ก็แบงใหบ านเราชว ยชมิ บาง หรอื บางทที ่ไี มมีรถยนตขบั อาจเปนเพราะคณุ ไมเ หมาะกบั การขับรถ
ดวยตัวเอง สินคาแบรนดเนมก็อาจไมเหมาะกับบุคลิกของคุณก็เปนได แกนแทของความสุข ไมมีขายที่
หา งสรรพสินคา สั่งซ้อื ทางอนิ เทอรเน็ตก็ไมขาย หวั ใจท่เี หนื่อยลา เพราะมวั แตว ง่ิ ตามหาวตั ถุ ก็ไมมบี ริการสปา
ไวบําบัด หากแตตองปลูกรดน้ําพรวนดินใสปุย แลวความสุขท่ีแทและยั่งยืนจะงอกงามตามวิถีธรรมชาติใน
หัวใจของคุณเอง
๕๗
ภาคผนวก ง เร่อื งเลาเศรษฐกจิ พอเพียงของครู
เรื่องเลา “ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงในชีวติ ประจําวันหรือการพฒั นาตนเอง”
โดย นายณฐั พงษ สัจจารักษ ครู โรงเรยี นตะกว่ั ปา ครี ีเขต
ตําบลบางไทร อาํ เภอตะกั่วปา จังหวัดพงั งา
สาํ นกั งานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษามธั ยมศึกษาพังงา ภูเกต็ ระนอง
ในตอนท่ีขาพเจา ยงั เลก็ ขา พเจา ไดรจู ักหลักปรัชญาของเศรษกจิ พอเพยี งน้ันประกอบไปดว ย 3 หว ง 2
เง่ือนไข มีการแบงท่ีดินทํากินเปนสัดสวนเพ่ือทําการเกษตรแบบผสมพสาน และนําขอมูลเหลานี้เปนคําตอบ
ของคําถามที่ครูมักจะถามเวลาพูดถึงความพอเพียงเสมอ ๆ และไมไดมีความสนใจมากนักเหตุเพราะวา
ขาพเจามีความเขาใจวา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนั้นคือเร่ืองของการทําการเกษตร แตเม่ือขาพเจา
อายมุ ากขึน้ จงึ ไดท าํ ความเขาใจหลักปรัชญาของเศรษกิจพอเพียง และพบวาแทจรงิ แลว หลกั ปรชั ญาของเศรษ
กิจพอเพียง คือ การรูจักตนเอง รูศักยภาพและความตองการของตนเอง เม่ือรูจักตนเองแลวจะสามารถมี
รปู แบบท่ีชวี ิตท่ตี อบสนองตวั ตนของตนเองไดอยางมีความสุขและยั่งยืน การรจู ักตนเองนัน้ เปน ส่ิงสําคัญในการ
กาํ หนดวิธีคิดและวถิ ชี วี ิตของเรา
ขาพเจาเกิดในครอบครัวท่ีมีพอแมรับราชการครู ตอนสมัยเด็ก ๆ ขาพเจาไดใชชีวิตอยูท่ีบานพักครูใน
โรงเรียนท่ีแมบรรจุ ภาพที่เห็นจนชินตา คือ แมของขาพเจามักจะนําเศษวัสดุมาดัดแปลงเปนสื่อการสอนและ
อปุ กรณใ นหองเรยี น เชน กลองใสห นงั สอื กลองใสป ากกาดินสอ เปน ตน นัน่ จงึ เปนจดุ เร่ิมตนทท่ี าํ ใหขา พเจาได
เหน็ ภาพของความพอเพียงจากวิถชี วี ติ ของพอ แม เมอ่ื ขา พเจา เรยี นในระดับช้นั ที่สงู ข้ึนจงึ ไดมโี อกาสในการยาย
จากโรงเรียนของแมมาเรียนทีโ่ รงเรียนเอกชน ตอนน้ันขาพเจาไดเ ห็นการใชชีวิตของเพ่ือนท่ีมีความแตกตา งใน
เร่ืองของฐานะทางบานมากข้ึน ต้ังแตในเร่ืองของการมาโรงเรียนโดยยานพาหนะตาง ๆ ขาวของเคร่ืองใชที่
นํามาโรงเรียน และจํานวนเงินคาขนมในแตล ะวนั ของเพอ่ื น ๆ แตขาพเจากลบั ไมไดรูส กึ อยากไดอ ยากมีเหมือน
เพ่ือนที่มมี ากกวา ขาพเจา มคี วามรสู กึ วา ทีม่ ีอยูก พ็ อแลว สบายแลว ไมไ ดเดอื ดรอ นอะไร น่ันอาจจะเปนการเร่ิม
รจู กั ตนเองของขา พเจาในเรือ่ งของความตองการของตนเอง เม่อื จบชั้นมัธยมศกึ ษาปท ี่ 6 ขา พเจาไดม ีโอกาสใน
การตัดสินใจเรียนตอในระดับมหาวิทยาลัย ในตอนนั้นมีหลายขณะท่ีขาพเจาสามารถเขาเรียนได แตเม่ือ
ขาพเจาไดทําการมองตัวเองและประเมินตัวเอง จึงตัดสินใจเลือกเรียนครู เพราะคิดวาเหมาะสมกับตัวเองมาก
ท่ีสุดโดยมองจากส่ิงที่ตัวเองทําไดดีในการเรียน นั่นก็อาจเปนเหตุการณท่ีทําใหขาพเจารูศักยภาพของตัวเอง
พอเขาเรียนที่มหาวิทยาลัย เร่ิมแรกขาพเจาไดอยูหอพักใกลมหาวิทยาลัยท่ีสภาพอาจไมคอยสะดวกสบายนัก
แตมีราคาถูกทําใหประหยัดคาใชจายเรื่องที่อยูและการเดินทางไปได ในขณะที่เรียนมหาวิทยาลัยขาพเจาไดมี
โอกาสในการทํางานพิเศษและมีรายไดมากขึ้นนอกเหนือจากเงินที่ไดทุกเดือนจากทางบาน ขาพเจาจึงไดคิด
ทบทวนเรื่องยายหอพักเพ่ือความสะดวกในการใชชีวิตมากย่ิงข้ึน และไดตัดสินใจยายหอพักแหงใหมทีแพงขึ้น
แตก็มีความสะดวกสบายมากข้ึนดวยเชนกัน ซึ่งขาพเจาก็ไดใชเงินจากงานพิเศษในการแบงเบาภาระทางบาน
ในเร่ืองของคาท่ีอยูอาศัย ซ่ึงขาพเจาไดตัดสินใจบนพ้ืนฐานท่ีวาขาพเจาสามารถชวยเหลือตนเองไดในสวนของ
คาใชจายนี้ เมื่อขาพเจาไดเ รียนจบก็ไดสอบบรรจุและมีโอกาสในการรบั ราชการครเู หมือนกับพอแม ในวันแรก
ท่ีบรรจุมีรองผูอํานวยการทานหนึ่งไดบอกกับขาพเจาวา “บรรจุใหมเงินเดือน 15,800 บาท ตองใชใหพอนะ
๕๘
ตองวางแผนการใชเงินใหได ไมใชใชมากจนตองเปนหนี้ที่ไมจําเปน หรือใชนอยจนชีวิตไมมีความสุข ตองใชให
พอดี ตองรูจักตนเอง” จากคําพูดน้ีทําใหขาพเจาไดเขาใจวา จริงๆ แลวความพอเพียงไมใชเร่ืองของปริมาณ
มากนอย แตสาํ คัญคอื การรูจ กั ตนเองมากกวา ขา พเจาไดใชว ิธีในการบริหารคาใชจา ยในรูปแบบที่คิดวามีความ
เหมาะสมกับตัวขาพเจา โดยมีการแบงเปนการเก็บเงินเหรียญในแตละวัน และวางแผนการออมเพิม่ ในกองทนุ
กบข. พรอมกับเปล่ียนแผนการลงทุนใหไดรับผลตอบแทนมากข้ึนเนื่องจากขาพเจาประเมินตนเองแลววา
สามารถรับความเส่ียงไดมาก ในขณะเดียวกันขาพเจาก็ไดท ํางานพเิ ศษนอกเวลาราชการเพอ่ื เพิ่มรายไดอ ีกดว ย
รวมไปถึงการวางแผนเรื่องการบรหิ ารคาใชจายและหน้ีสินใหมีความเหมาะสมกบั รายไดและศักยภาพทางดา น
การเงินของตนเอง
ในแนวปฏิบัติของขาพเจาอาจจะไมเหมาะกับทุกคนแตขาพเจาไดทําการประเมินตัวเอง จนรูจักความ
ตองการและศักยภาพของตนเอง ทําใหขาพเจารูสึกพอใจกับและมีความสุขตามอัตภาพของขาพเจาแลว
สดุ ทา ยน้ขี าพเจาขอนอ มนําพระราชดํารัสของในหลวงรชั การท่ี 9 ในเรื่องของความพอเพียง ใจความวา
"...คนเราถา พอในความตองการ ก็มคี วามโลภนอ ย เมอ่ื มคี วามโลภนอ ยก็เบียดเบียนคนอื่นนอย ถาทกุ
ประเทศมีความคิด - อันน้ีไมใชเศรษฐกิจ - มีความคิดวาทําอะไรตองพอเพียงหมายความวา พอประมาณ ไม
สุดโตง ไมโลภอยางมาก คนเราก็อยูเปนสุข.พอเพียงนี้อาจจะมีมาก อาจจะมีของหรูหราก็ได แตวาตองไมไป
เบยี ดเบยี นคนอ่นื ตองใหพ อประมาณตามอัตภาพ พดู จาก็พอเพียง ทําอะไรกพ็ อเพยี ง ปฏิบัติตนกพ็ อเพียง ...”
พระราชดํารัส พระราชทานแกคณะบุคคลตาง ๆ ที่เขาเฝาฯ ถวายชัยมงคล เน่ืองในโอกาสวันเฉลิมพระ
ชนมพรรษา ณ ศาลาดุสดิ าลยั สวนจิตรลดาฯ พระราชวงั ดุสิต วนั ศกุ ร ท่ี 4 ธันวาคม 2541
๕๙
ภาคผนวก ง เร่ืองเลาเศรษฐกจิ พอเพียงของครู
เร่ืองเลา “สวนหน่งึ ในชวี ิตนอ มนาํ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งไปประยกุ ตใชใ นการจัดการเรียนรู”
โดย พรสดุ า นาวารกั ษ ครู โรงเรยี นตะกั่วปา ครี เี ขต ตาํ บลบางไทร อาํ เภอตะก่ัวปา จงั หวัดพังงา
สํานักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาพังงา ภเู กต็ ระนอง
หลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เปนหลักคิด หลักยึด ซึ่งประกอบไปดวย 3 หวง 2 เง่ือนไข คือ
การมีภูมิคุมกันในตัวท่ีดี ความพอประมาณ ความมีเหตุผล เง่ือนไขความรู เงื่อนไขคุณธรรม หากนําไปใชใน
ชวี ิตประจาํ วันจะทาํ ใหเ ปนบคุ คลที่อยใู นสงั คมไดอ ยา งปกติสขุ
ขาพเจานางสาวพรสุดา นาวารักษ ครูโรงเรียนตะกั่วปาครี ีเขต ขาพเจารับราชการครมู าแลวกวา 6 ป
และในฐานะครู ผูส่ังสอนและถายทอดวิชาความรูใหแกศิษย ขาพเจาไดนอมนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี งไปประยุกตใชใ นการจัดการเรียนรูใหแกนักเรียนตัง้ แตเมอ่ื คร้ังยังเปนนักศึกษาฝกประสบการณวิชาชีพ
ครู ณ โรงเรียนสุราษฎรธานี 2 จนมาถึงในปจจุบัน โดยไดสอดแทรกหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไวใน
แผนการจดั การเรยี นรู เพ่ือใหนักเรยี นไดรบั ทั้งความรคู วบคูไปกับการมคี ุณธรรม นอกจากการจัดการเรียนรูใน
ชั้นเรียนแลว ขาพเจาไดนอมนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใชในการจัดกิจกรรมใหแกนักเรียน
ภายใตโครงการพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาและพัฒนาทองถิ่นโดยมีสถาบันอุดมศึกษาเปนพี่เล้ียง กิจกรรมอบรม
เชิงปฏิบัติการการแปรรูปผลิตภัณฑจากกลวย โรงเรียนตะก่ัวปาคีรีเขต อําเภอตะก่ัวปา จังหวัดพังงา ซึ่งเปน
กิจกรรมกลุมท่ีใหนักเรียนไดศึกษา คนควา และเรียนรูผานการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) โดย
นกั เรยี นโรงเรยี นตะก่ัวปา คีรีเขตทกุ คนไดเรยี นรกู ารแปรรปู กลว ยน้าํ หวา ดิบใหเปนแปงกลวย และนาํ แปงกลวย
ไปตอยอดเปนผลิตภัณฑตา งๆ อาทิ เชน ขนมเครปเย็นจากแปงกลวย ขนมดอกจอกจากแปงกลว ย ขาวเกรียบ
จากแปงกลวย และปอเปยะจากแปงกลวย โดยนักเรียนกลุมที่ขาพเจารับผิดชอบน้ันเปนกลุมนักเรียนสนใจที่
จะศึกษา คนควา และแปรรูปผลิตภัณฑขนมดอกจอกจากแปงกลวย โดยขาพเจาไดประยุกตใชหลักปรัชญา
ของเศรษฐกจิ พอเพยี งเขา กับการดําเนนิ กจิ กรรม ดงั นี้
ความพอประมาณ
คือ ความพอดี ที่ไมมากและไมนอยจนเกินไป ไมเบียดเบียนตนเองและผูอ่ืน โดยนักเรียนจะตอง
ประมาณการวาการผลติ ขนมดอกจอก 1 ครั้ง หรือ 1 ถุง จะตองใชแปงกลวยก่ีกรัม จึงจะเพียงพอ พอดี และ
พอเหมาะ โดยแปงกลว ยทไี่ ดมานน้ั ไดม าจากการท่ีนักเรียนทุกคนชวยกันผลิต (มาจากสวนกลางของโรงเรียน)
ดังน้ันจึงตองกะประมาณการใชใหพอเหมาะ ไมนําแปงกลวยมามากเกินความจําเปน ตลอดจนการประมาณ
การใชว ตั ถุดบิ อน่ื ๆ โดยใชง บประมาณใหค มุ คา และประหยัดทสี่ ุด
ความมเี หตุผล
คือ การใชห ลักเหตุผลในการตัดสนิ ใจเรอ่ื งตางๆ โดยพจิ ารณาจากเหตุปจจยั ที่เกยี่ วขอ ง ตลอดจนผลท่ี
คาดวาจะเกิดขึ้นอยางรอบคอบ โดยขาพเจาไดส อบถามนักเรียนในกลุมวาเหตใุ ด นักเรียนจึงสนใจที่จะแปรรูป
แปงกลวยเปนผลิตภณั ฑขนมดอกจอก นักเรียนไดใหเหตผุ ลวา “ขนมดอกจอกเปนขนมพ้ืนบานของไทยท่ผี ูคน
สว นใหญนยิ มที่จะรับประทาน ประกอบกับแปง กลว ยเปนแปง ท่ีมคี ณุ คาทางโภชนาการสงู นักเรยี นจึงไดใชแ ปง
กลวยทดแทนแปงขาวเจา” จากขอมูลที่นักเรียนใหแสดงวานักเรียนไดรวมกันคิดและพิจารณาโดยคํานึงถึงภมู ิ
หลงั ทางวฒั นธรรมและสิ่งแวดลอมรอบๆตวั กอนทีจ่ ะผลติ เปนขนมดอกจอก
๖๐
การภูมคิ ุมกนั ทด่ี ี
คอื การเตรยี มตัวใหพรอมรับตอผลกระทบท่ีเกิดขน้ึ จากการเปลี่ยนแปลงรอบตวั โดยนกั เรยี นไดศึกษา
สวนผสมและวิธีการทําขนมดอกจอกจากแปงกลวยอยางละเอียด และไดศึกษาเพ่ิมเติมวาในอนาคตหาก
ตอ งการตอ ยอดผลติ ภัณฑอาจจะนาํ เนื้อกลว ยหอมเขาไปผสมในขนมดอกจอก และจะทดลองเพ่ิมสสี นั ของขนม
โดยการนํานํ้าใบเตยหรือนํ้าดอกอัญชันไปผสมแทนน้ํา อีกท้ังยังตอยอดการขายโดยการเพ่ิมชองทางการขาย
ผานระบบออนไลนอ กี ดว ย
เงอ่ื นไขความรู
คือ ความรอบรู ความรอบคอบ และความระมัดระวังในการดาํ เนนิ ชีวิตและการประกอบการงาน โดย
นักเรียนในกลุมไดศึกษาสวนผสมและวิธีการทําขนมดอกจอกจากแปงกลวยอยางละเอียด นักเรียนไดศึกษา
เกี่ยวกับคณุ คา ทางโภชนาการของแปงกลว ย สวนผสมตางๆ ท่พี อเหมาะในการทาํ ขนมดอกจอก อีกท้งั ยังไดหา
ความรูเก่ียวกับกรรมวิธีการทอดขนม โดยเฉพาะการทอดขนมอยางไรใหกรอบและข้ึนรูปอยางสวยงาม และ
คนควาเพ่มิ เติมเกยี่ วกบั บรรจุภัณฑท ่ีเหมาะสมในการบรรจุขนมดอกจอก
เงือ่ นไขคุณธรรม
คือ การยึดถือคุณธรรมตางๆ อาทิ ความซ่ือสัตยสุจริต ความอดทน ความเพียร การมุงตอประโยชน
สวนรวมและการแบงปน โดยนักเรียนในกลุมไดคัดเลือกคณะกรรมการของกลุม และดําเนินกิจกรรมตาม
ปฏิทินทที่ างกลมุ ของตนเองไดกาํ หนดไว โดยเนนการทํางานกลมุ แบบชวยเหลือและพงึ่ พาอาศัยกนั เคารพและ
ปฏิบัติตามกตกิ าของกลุม
จากการประยุกตใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเขากับการดําเนินโครงการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาและพัฒนาทองถิ่นโดยมีสถาบันอุดมศึกษาเปนพ่ีเลี้ยง กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการการแปรรูป
ผลติ ภัณฑจากกลวย โรงเรียนตะกัว่ ปาครี เี ขต อาํ เภอตะกว่ั ปา จังหวัดพงั งา นน้ั ทาํ ใหนกั เรยี นโรงเรียนตะกั่วปา
คีรีเขตไดรับการช่ืนชมจากสถาบันอุดมศึกษาพี่เลี้ยง และติด 1 ใน 4 โครงการท่ีสงเสริมและพัฒนาทักษะ
อาชพี ใหแกนกั เรยี น จากความสาํ เรจ็ ที่เกิดขน้ึ ทําใหเหน็ ไดชัดเจนวา หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งสามารถ
พัฒนานักเรยี นใหมคี วามรูควบคไู ปกบั การมคี ณุ ธรรม
๖๑
ภาคผนวก ง เรอ่ื งเลาเศรษฐกิจพอเพียงของครู
การขับเคลอ่ื นหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
เรื่องเลา ของครูเกยี่ วกับเร่อื งการออกแบบการเรยี นรู เพ่ือเสรมิ สรางอปุ นสิ ัยพอเพยี ง
กลมุ สาระการเรียนรูศิลปะ โรงเรียนตะกวั่ ปา ครี ีเขต
โดย คณุ ครูลดาวัลย ภทั รววิ ัฒน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
แนวคิด
การนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาบูรณาการในการจัดการเรียนรูใหแกนักเรียน ขาพเจา
เริม่ ตนจากการศกึ ษาหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง หลงั จากนน้ั จึงวิเคราะหหลักสตู ร มาตรฐานการเรยี นรู
ตัวช้ีวัดและเน้ือหาในบทเรียนของนักเรียนแตละระดับช้ัน และศึกษาบริบทของทองถิ่นตะกั่วปา ท้ังนี้เพ่ือ
มุงเนนใหผูเรียนเห็นความสําคัญของการอนุรักษวัฒนธรรมและภูมิปญญาทองถิ่น หลังจากน้ันจึงสรางหนวย
การเรยี นรู และจดั ทาํ แผนการจดั การเรียนรู โดยจัดกจิ กรรมการเรียนรูใหเ หมาะสมกบั วยั ของผเู รยี น เหมาะสม
กับเวลาท่ีกําหนด จัดกิจกรรมการเรียนรูใหครบตามจุดประสงคโดยในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
ขาพเจา ไดส อดแทรกความรูเรอ่ื ง หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งใหน ักเรยี นมี
ความพอประมาณ คอื ความพอดไี มน อยเกนิ ไปและไมม ากเกินไปโดยไมเบยี ดเบยี นตนเองและผูอ่ืน
มีเหตุผล คอื การตัดสินใจจะตองเปน ไปอยา งมเี หตุผลโดยพจิ ารณาจากเหตุปจจัยที่เกี่ยวของตลอดจน
คํานงึ ถึงผลทีค่ าดวา จะเกิดขน้ึ จากการกระทํานน้ั อยา งรอบคอบ
มีภูมิคุมกันในตนเอง คือ การเตรียมตัวใหพรอมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงดานตางๆที่จะ
เกิดข้ึนโดยคํานึงถึงความเปนไปไดของสถานการณตางๆที่คาดวาจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกลและไกลสงผลให
นักเรียนเกิดกระบวนการคิด การแกปญ หา รูจกั การวางแผนกระบวนการทาํ งานอยา งเปนระบบ มคี วามรแู ละมี
คณุ ธรรม กินใชเ ทาทจี่ าํ เปน ตามฐานะ
การนําหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกตใชในการเรียนรู เพ่ือใหนักเรียนเกิดคุณลักษณะ
อยูอยางพอเพียง โดยการจัดบรรยากาศแหลงเรียนรูสําคัญอยางยิ่งในการพัฒนาคุณภาพของนักเรียนในการ
เรียนรูวิชาศิลปะ จึงมีสุนทรียภาพเปนเปาหมายท้ังในเรื่องของการเรียนการสอนศิลปะและเรื่องปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง ขาพเจาไดจัดแหลงเรียนรูในโรงเรียนตะก่ัวปาคีรีเขตนั่นคือ การสรางแหลงเรียนรูภายใน
หองศิลปะท่ีเกิดจากความใสใจ สนใจในการเรียนศิลปะของนักเรียนทุกคนผานการลงมือทํา สรางสรรคผลงาน
ศลิ ปะดวยความตง้ั ใจ และยงั เปนความงดงามที่เกิดจากความอดทนและความเพียรพยายามของตัวนักเรยี น
จากการศึกษาเร่ืองหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงทําใหขาพเจามีโอกาสไดคิดวา นอกจากการจดั
บรรยากาศในการเรียนการสอนแลว ขา พเจา จะทาํ อยา งไรเกย่ี วกับการนาํ หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไป
ใชใ นการเรยี นการสอนมุง เนน ใหผเู รยี นเห็นความสาํ คญั ของการประหยัดและอนรุ กั ษทรัพยากร จึงเลือกเนือ้ หา
ใกลตัวนักเรียน แหลงเรียนรูภายในโรงเรียนและชุมชนใหนักเรียนไดศึกษา สํารวจแหลงเรียนรู แลวลงสูการ
สอนวิชาศิลปะ ไดแก การวาดภาพบรรยากาศของทองฟาดวยเทคนิคสีโปสเตอรบนใบไมของนักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปที่ 1 ,การวาดภาพลอ เลียนบุคคลดว ยกระดาษซองขอสอบเหลอื ใช ของนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาป
ที่ 5 , การวาดภาพทัศนียภาพในชุมชนตะก่ัวปาของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปที่ 6 เปนการสรางสรรคผลงาน
ดานศิลปะ 3 มิติ เริ่มโดยการออกแบบ (ดานความมีเหตุผล) กําหนดขนาด และปริมาณของวัสดุ-อุปกรณ
(ความพอประมาณ) ซ่ึงในการปฏิบัติช้ินงานนักเรียนลดคาใชจายในการซื้ออุปกรณการเรียนไดเยอะมาก
นักเรียนบางคนมีอุปกรณไมเพียงพอ นักเรียนก็แบงกันใชสอยซึ่งเปนการเสริมสรางคุณลักษณะนิสัยให
เอ้ือเฟอเผื่อแผ ความชวยเหลือ มีน้ําใจแบงปนกัน นักเรียนกลุมเกงมีการแนะนํานักเรียนกลุมออนใหปฎิบัติ
๖๒
ตามทําใหสรางสรรคผลงานออกมาสวยงาม และมีคุณคามากขึ้น (ดานภูมิคุมกันท่ีดี) นักเรียนเกิดความ
ภาคภมู ใิ จในชิน้ งาน ผลงานของตนเองและมีแรงบนั ดาลใจในการเรยี นศิลปะไดอยา งมีความสุขจึงทาํ ใหสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนของกลุม สาระการเรยี นรศู ลิ ปะมแี นวโนม และพัฒนาในทศิ ทางท่ีดขี ้ึน
จากกิจกรรมการเรียนการสอน ขาพเจาไดสอดแทรกความรูเร่ือง หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ใน การทํางานทําใหนักเรียนเกิดความตระหนักในการทํางาน ขาพเจาพบวา นักเรียนมีความสามัคคี มีความ
ตั้งใจ ชวยเหลือกนั ในการทาํ งาน จนไดผ ลงาน ชิ้นงานจากวสั ดทุ ่นี กั เรยี นมอี ยูจากการจดั กจิ กรรมการเรียนการ
สอนดังกลา ว ทาํ ใหขาพเจา พบวา นกั เรยี นเกิดความพอประมาณ กลา วคอื นกั เรียนแบงเวลาในการทํากจิ กรรม
ตามที่ไดรับมอบหมายอยางเหมาะสม นักเรียนเรียนรูในการทํากิจกรรม ภาระงานไดเหมาะสมกับความรู
ความสามารถตามวัยของตน นกั เรยี นเกิดความมีเหตุผล การแกปญหาในการทาํ งานได
ผลจากท่ีขาพเจาไดรับจากการนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกตใชในชีวิตประจําวัน
คือ
1. ทําใหตนเองมสี ติ คิดวางแผนกอ นลงมือทาํ ไตรต รองกอ นเสมอ มีความรู รูจ กั การวางแผนกอนการ
ทาํ งาน (มีเหตผุ ล)
2. กอใหเกิดความเปนระบบ ระเบียบ ประหยัด ไมฟุมเฟอย มีการใชทรัพยากรอยางรูคุณคาและ
ประหยดั (พอประมาณ)
3. มีความภาคภูมิใจในส่ิงท่ีตนเองมีอยู สามารถดํารงชีวิตอยูรวมกับผูอ่ืนไดอยางมีความสุข รูจัก
แบงปน ชว ยเหลอื เอ้อื เฟอ เผอื่ แผซ ึ่งกนั และกนั เกดิ ความสามคั คี (มภี มู ิคุมกัน)
“ สอนใหเ ด็กเปน เนนกระบวนการเรียนรู ฝก ทาํ ใหเดก็ ดู ดว ยครลู งมอื ทํา”
๖๓
ภาคผนวก ง เร่อื งเลาเศรษฐกจิ พอเพียงของครู
เรือ่ งเลา “ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งในชีวติ ประจาํ วันหรือการพฒั นาตนเอง”
เรือ่ งเลา คนวถิ ีพอเพยี ง โดย นายศุภโชค อนชู
โรงเรยี นตะก่วั ปาคีรเี ขต ตําบลบางไทร อําเภอตะกัว่ ปา จงั หวดั พงั งา
สํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาพงั งา ภเู ก็ต ระนอง
ปรัชญาชีวติ พอเพยี งเปนแนวทางการดาํ รงชวี ติ และปฏิบตั ิตนของประชาชนทกุ ระดับตงั้ แตครอบครัว
ชมุ ชน จนถงึ ระดับรฐั ทงั้ ในการดาํ รงชวี ิตประจาํ วนั
การพัฒนาและบริหารประเทศ ใหดําเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให
กา วหนา ตอการเปลย่ี นแปลงของโลกสามารถอุมชตู วั เองไดใ หมีความพอเพียงกับตวั เอง อยไู ดโ ดยไมส รางความ
เดือดรอนใหตนเอง และผูอื่น ซ่ึงตองสรางพื้นฐานทางเศรษฐกิจของตนเองใหดีเสียกอนมีความพอกินพอใช
สามารถพึ่งพาตนเองได ยอมสามารถ สรางความเจริญกาวหนาและฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศไดการ
ดําเนนิ ชวี ิตตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี งตอ งตัง้ อยบู นพน้ื ฐานของ ทางสายกลาง และความไมป ระมาท
โดยคํานึงถึงหลักการความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการสราภูมิคุมกันท่ีดีในตัวและการ
ดาํ เนนิ งานเศรษฐกจิ พอเพียงทดี่ จี ะตอ งอยูภายใตเง่ือนไข ความรู และคุณธรรม ตลอดจนตอ งเปนคนดี มีความ
อดทน พากเพียร ความพอประมาณ หมายถึง การตัดสินใจเกี่ยวกับการดํารงชีวิต การดําเนินธุรกิจอยาง
พอเพียงตามความสามารถ และศักยภาพของตนท่ีมีอยู และตองเปนไปอยางมีเหตุผลที่เหมาะสมตลอดจนพึง
นึกถึงผลท่ีจะเกิดขึ้นจากการกระทําน้ัน ๆ การมีภูมิคุมกันท่ีดีในตัว เปนการเตรียมความพรอม ความรู ที่จะรบั
ผลกระทบ และการเปล่ียนแปลงตางๆที่จะเกิดขึ้นโดยคํานึงถึงความเปนไปไดของสถานการณตาง ๆ ท่ีคาดวา
จะเกิดขึ้นในอนาคตทงั้ ใกลแ ละไกล เพอ่ื ปองกนั และลดความเส่ยี งจากการเปล่ียนแปลง หรอื ท่เี ราไดยนิ กนั คุนหู
ก็คือ 3 หวง 2 เงื่อนไขเราสามารถมีสวนรวมในการปฏิบัติตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงโดยรวมปฏิบัติในสิ่งงาย
โดยยึดหลักประหยัด ตัดทอนคาใชจายที่ไมจําเปนในทุกดาน ลด ละ ความฟุมเฟอยในการดํารงชีวิตประกอบ
อาชพี ดว ยความถูกตอ ง สุจริต แมจ ะตกอยใู นภาวะขาดแคลนในการดาํ รงชพี ละเลิกการแกงแยงผลประโยชนท่ี
รุนแรงและไมถ กู ตอ งไมห ยุดน่ิงท่ีจะหาทางใหช ีวติ หลดุ พนจากความทุกข โดยขวนขวายหาความรู ใหเกดิ รายได
เพิ่มพูนจนถึงข้ันพอเพียงปฏิบัติตนในแนวทางท่ีดี ลดละส่ิงชั่วรายใหหมดส้ินไปเหมือนดังท่ีพระราชดํารัส
พระบาทสมเดจ็ พระเจา อยูห ัว จากวารสารชัยพฒั นา ฉบับประจาํ เดือนสิงหาคม ๒๕๔๒ ไวว า
“...เศรษฐกิจพอเพียง เปนเสมือนรากฐานของชีวิต รากฐานความม่ันคงของแผนดิน เปรียบเสมือน
เสาเขม็ ท่ถี ูกตอกรองรบั บา นเรอื นตวั อาคารไวน่ันเอง สิง่ กอสรางจะมน่ั คงไดก อ็ ยูท่ีเสาเขม็ แตคนสวนมากมอง
ไมเ ห็นเสาเขม็ และลมื เสาเข็มเสยี ดวยซ้ําไป...”
เราตองทําความเขาใจในเศรษฐกิจพอเพียงวา จะเปนเรื่องที่สอนใหเราพ่ึงตนเอง ไมตองไปเบียดเบียน
คนอื่น คือสอนในดานของทางสายกลาง โดยใหเรามีความพอเพียง ไมฟุงเฟอมากจนเกินไป รูจักใชของอยาง
ประหยัดและจําเปน กอนจะใชอะไรตองมีเหตุผล พิจารณาใหรอบคอบกอน สอนใหเราเตรียมรับมือกับ
เหตุการณทจ่ี ะเกดิ ขึ้นเสมอๆ ใหเรารูจกั วางแผนชวี ิตอยางมีระบบระเบียบไมยุงเหยิง และใหเรามีความซอ่ื สตั ย
สามัคคี และชวยเหลือกนั ในยามลําบาก จะเห็นไดว าหากเราทาํ ตามเศรษฐกิจพอเพยี งนี้ จะกอใหเกิดประโยชน
มากมายเลย ทงั้ ตอตัวเองและสงั คม
๖๔
ดังน้ันเราปวงชนชาวไทยจะไมสามารถมีโครงการท่ีดีๆแบบนี้เกิดข้ึนไดแนนอน ถาหากเราไมมี
พระบาทสมเด็จพระเจาอยหู ัว พระผูท รงเปน ท้ังกษตั รยิ นกั ปราชญ และพอ หลวงของแผนดนิ ไทย
ขาพเจาในฐานะท่ีเปนประชาชนคนไทยคนหนึ่งซ่ึงคิดวาเศรษฐกิจพอเพียงไดฝงรากในชีวิตประจํา
อยางไมรูตัวเพราะทุกสิ่งใกลตวั เราสามารถเปนเศรษฐกิจพอเพียงไดไมวา จะเปนการไมใชจายเกินตัว ไมลงทุน
เกินขนาด คิดและวางแผนอยางรอบคอบ มีภูมิคุมกันไมเสี่ยงเกินไป เชน ทําบัญชีรายรับรายจายเพ่ือท่ีจะ
จัดการการใชจายเงินไดอยางเปนระบบดานจิตใจ มีจิตใจเขมแข็ง มีจิตสํานึกท่ีดี เอื้ออาทร เห็นแกประโยชน
สวนรวมมากกวา ประโยชนสวนตัว และยังทําใหรูจักชวยเหลือเกื้อกูลกัน รู รัก สามัคคี สรางความเขมแข็งให
ครอบครัว และชุมชน รักษาเอกลักษณ ภาษา ภูมิปญญา และวัฒนธรรมไทย ตลอดถึงรูจักใชและจัดการอยา ง
ฉลาดและรอบคอบ ฟนฟูทรัพยากรเพ่อื ใหเกิดความยั่งยืนและคงอยู ช่ัวลูกหลาน เชน การใชน้ําอยางประหยดั
ปดไฟเม่ือไมใชงาน ข้ึนลงช้ันเดียวใชบันไดแทนลิฟท รูจักใชเทคโนโลยีที่เหมาะสม สอดคลองกบั ความตอ งการ
และสภาพแวดลอม พัฒนาเทคโนโลยจี ากภมู ปิ ญญาชาวบาน
การนอ มนาํ ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง มาประยุกตใ ชในชีวิตประจําวันอยางจริงจัง จะสงผลใหเกิด
ความสมดุลในชีวิตพรอมรับตอการเปลี่ยนแปลงในทุกดาน ทั้งดานชีวิต เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม
ส่ิงแวดลอม และเทคโนโลยี อันจะนําไปสู “ความอยูเย็นเปนสุขในชีวิตประจําวันและการอยูรวมกันใน
สงั คมไทย”
๖๕
ภาคผนวก ง เร่อื งเลาเศรษฐกจิ พอเพียงของครู
เรอ่ื งเลา “การนอมนาํ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงสกู ารจัดการช้ันเรยี น”
โดย นายสุชล ลอื เสยี ง ครูโรงเรยี นตะก่วั ปา ครี ีเขต ตาํ บลบางไทร อาํ เภอตะกว่ั ปา จงั หวัดพงั งา
สํานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษาพงั งา ภเู ก็ต ระนอง
หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง เปนกรอบแนวคดิ ท่ีมงุ ใหท ุกคนสามารถพ่ึงพาตวั เองได รวมถึงการ
พัฒนาใหดียิ่งข้ึน จนเกิดความยั่งยืน คําวา พอเพียง คือ การดําเนินชีวิตแบบทางสายกลาง โดยตั้งอยูบนหลัก
สาํ คญั สามประการ คอื ความพอประมาณ ความมเี หตผุ ล และการมีภมู ิคมุ กนั ทด่ี ี
ขาพเจา นายสุชล ลอื เสียง ครโู รงเรียนตะกวั่ ปาครี ีเขต ขาพเจา รับราชการในตาํ แหนงพนกั งานราชการ
ครูเปนเวลา 5 ป และตําแหนงครูผูชวยเปนเวลา 1 ป และในฐานะครูผูสั่งสอนและถายทอดวิชาความรูใหแก
ลูกศิษย ขาพเจาไดนอมนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกตใชในการจัดการเรียนรูรายวิชา
วิทยาศาสตรใหแกนักเรียนตั้งแตเม่ือครั้งยังเปนครูอัตราจาง ณ วิทยาลัยเทคนิคพังงา จนมาถึงในปจจุบัน โดย
ไดสอดแทรกหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในแผนการจัดการเรียนรู เพื่อใหนักเรียนไดร ับท้ังความรคู วบคู
ไปกบั การมีความพอประมาณ ความมเี หตุผล และการมภี ูมคิ ุม กนั ที่ดี นอกจากการจัดการเรียนรูในช้นั เรียนแลว
ขาพเจาไดนอมนําหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใชในการทํากิจกรรมกับนักเรียนภายนอกหองเรียน
เชน กิจกรรมชุมนุมสนุกกับเคร่ืองรอนและโครงงาน โดยใหนักเรียนศึกษาหาความรูการทําจรวดขวดน้ําดวย
เศษวัสดุเหลือใชและขวดนํ้าดื่มพลาสติกที่ใชแลวมาประดิษฐเปนจรวด โดยมีการเรียนรูผานการลงมือปฏิบัติ
จริง (Active Learning) นักเรียนโรงเรียนตะกั่วปาคีรีเขตทุกคนไดรับความรูและสนุกไปกับการทํากิจกรรม
ดังกลา ว โดยขา พเจา ไดประยกุ ตใชห ลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งเขา กับการดําเนนิ กจิ กรรม ดงั น้ี
- ความพอประมาณ คือ ความพอดี ท่ีไมมากและไมนอยจนเกินไป ไมเบียดเบียนตนเองและผูอ ่ืน โดย
นักเรียนจะตอ งเลอื กใชว ัสดทุ ีน่ าํ มาประดิษฐเ ปนจรวดขวดนาํ้ ใหพ อดี
- ความมีเหตุผล คือ การใชหลักเหตุผลในการตัดสินใจเร่ืองตางๆ โดยพิจารณาจากเหตุปจจัยท่ี
เก่ียวของ ตลอดจนผลท่ีคาดวาจะเกิดขึ้นอยางรอบคอบ โดยเม่ือสอบถามนักเรียนในชุมนุมวาเหตุใด นักเรียน
สนใจที่จะประดษิ ฐจรวดขวดนํา้ ในรูปแบบตา ง ๆ นักเรียนไดใหเ หตผุ ลวา การประดษิ ฐจรวดขวดนา้ํ จาํ เปนตอง
คาํ นงึ ถงึ การทําอยา งไรใหตัวจรวดสามารถลอยคางในอากาศไวไ ดน าน เมอื่ นักเรียนพิจารณาและเขาใจหลกั การ
นน้ั แลว จงึ ลงมอื ปฏบิ ัติอยา งรอบคอบ
- การภูมิคุมกันท่ีดี คือ การเตรียมตัวใหพรอมรับตอผลกระทบท่ีเกิดข้ึนจากการเปลี่ยนแปลงรอบตัว
โดยนักเรียนในไดศึกษาเพ่ิมเติมวาในการปลอยจรวดออกจากเครื่องยิงอยางไรใหตัวเองปลอดภัยและจรวด
เคล่ือนทีไ่ ปไดต ามเปาหมาย
- เงอื่ นไขความรู คือ ความรอบรู ความรอบคอบ และความระมัดระวังในการทดลองหรือทํากิจกรรม
ปลอยจรวดเพือ่ การแขง ขัน
๖๖
- เงื่อนไขคุณธรรม คือ การยึดถือคุณธรรมตางๆ อาทิ ความซ่ือสัตยสุจริต ความอดทน ความเพียร
การมุงตอประโยชนส วนรวมและการแบงปน โดยนักเรียนไดแสดงออกมาขณะทาํ การแขงขัน เชน รูจักแพรูจกั
ชนะรจู ักอภัย
การประยุกตใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเขากับกิจกรรมชุมนุมสนุกกับเครื่องรอนและ
โครงงานนั้น ทําใหนักเรียนในชุมนุมอื่น ๆ ของโรงเรียนตะกั่วปาคีรีเขตเกิดความสนใจและมีการแลกเปลี่ยน
เรียนรูซ่ึงกันและกัน ทําใหเห็นไดชัดเจนวาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสามารถพัฒนานักเรียนใหมี
ความรคู วบคไู ปกับการมคี ณุ ธรรมได
๖๗
ภาคผนวก ง เรื่องเลาเศรษฐกิจพอเพียงของครู
เรอื่ งเลา ความรแู ละประสบการณ
วถิ ชี วี ติ โดยนาํ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมาใชในการดาํ เนินชีวติ
เร่ือง วิถแี หง ความสขุ บนเสน ทางพอเพยี ง
โดยนางอนงคน าฎ ลม่ิ พรรณ ครูผูสอนภาษาไทย
----------------------------------------------------------------------
พอเพียงเพียงพอประมาณตน ไมข ดั สนใชชีวติ อยา งมีคา
เศรษฐกจิ พอเพียงตามปรชั ญา มวี ชิ ามคี วามรคู ูค ุณธรรม
วิถีพอเพียง ชีวติ ทด่ี ําเนนิ ตามคาํ พอ สอน เปนวถิ ชี วี ิตท่ีเรยี บงาย ตั้งอยูบ นความพอประมาณ ไมหรูหรา
แตม่นั คง มีความสขุ บนความพอดี ใชช วี ติ อยางมเี หตผุ ล ขาพเจา กเ็ ปนคนหนง่ึ ทม่ี พี ้ืนฐานชวี ติ มาจากครอบครวั
ชาวสวน ชีวิตวัยเด็กขาพเจาใชชีวิตในชนบทท่ีมีแตความสุข ไมวุนวาย พอและแมมีอาชีพทําสวนท้ังสวน
ยางพารา สวนผลไม และปลูกพืชผักตาง ๆ ทั้งขายและปลูกไวกินในครัวเรือน ตอนเย็นหลังกลับจากโรงเรียน
และในวันหยุดชางเปนชวงท่ีสนุกและมีความสุขใชชวิตแบบเงียบงาย และรมร่ืน ขาพเจาและนอง ๆ จะชวย
พอ กบั แมร ดนาํ้ ผัก เกบ็ พชื ผกั เกบ็ ผลไม เล้ียงปลา เพ่อื ขายเปน รายไดของครอบครวั และใชประกอบอาหารใน
ครอบครัวบางคร้ังก็แบงปนใหเพ่ือนบานใกลเคียง รูจักอดออม พอกับแมสอนเสมอวาคนเราถาขยัน อดออม
รูจักใชจาย ไมฟุมเฟอย แมเราจะมีฐานะไมรํ่ารวยแตจงมองความสุขจากสิ่งรอบตัว นําส่ิงรอบ ๆ ตัวมาใช
ประโยชน ปรบั ใชใ นการดาํ เนนิ ชวี ติ ใหค มุ คา คาํ ของพอ กบั แมยา้ํ อยูในความทรงจาํ ของขา พเจาตลอดมา
เวลาผานไปจากวัยเด็กสูวัยทํางาน ณ ปจจุบันขาพเจาประกอบอาชีพรับราชการครู ซ่ึงเปนอาชีพท่ี
ขา พเจา รักและใฝฝ น มาตัง้ แตวัยเด็ก เพราะอาชีพครูเปน อาชพี ทส่ี ามารถถา ยทอดความรใู หกับ เด็ก ๆ ตอยอด
ความรูและความดี ขาพเจาตั้งใจปฏิบัติหนาที่ดวยความรับผิดชอบ มีคุณธรรม ควบคูกับวิชาชีพ ต้ังใจสอนลูก
ศิษยทุกคนดวยความรักและศรัทธาในวิชาชีพ แมเวลาจะผานไปนานแคไหน ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
รัชกาลที่ 9 ยังคงนํามาประยุกตใชในชีวิตไดต ลอดเวลา การดําเนินชีวิตในปจจุบัน ขาพเจาไดรับเงินเดือนจาก
การประกอบอาชีพครู เงินเดือนในแตละเดือน ขาพเจาจะแบงสัดสวนในการใชจาย สวนหน่ึงเปนเงินออม
เพื่ออนาคต ใชจายอยางประหยัด คิดกอนใช ดวยภาวะเศรษฐกิจปจจุบันท่ีตองประหยัดและมีคาใชจาย
คอ นขางสูง ถา มภี ูมิคมุ กันในชีวิตเรากส็ ามารถดําเนนิ ชีวิตไดอ ยา งไมล าํ บาก ตอนน้ีขาพเจามีลกู 1 คน ขาพเจา
ก็จะสอนลูกใหรูจักใชชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของรัชกาลท่ี 9 สอนใหดําเนินชีวิตตามคํา
พอหลวง ใหเห็นตัวอยางจากการปฏิบัติจริง การทํางานขาพเจาก็จะสอดแทรกปรัชญของเศรษฐกิจพอเพียง
ในการจัดการเรยี นการสอนใหกับนกั เรยี น
พอประมาณ มเี หตผุ ล มภี มู คิ มุ กัน บนเง่อื นไข ความรแู ละคณุ ธรรม ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ของในหลวงรัชกาลท่ี 9 คาํ พอสอนนาํ ไปสูวถิ พี อเพยี ง ชีวติ เรียบงา ย มนั่ คง ไมหรหู รา งดฟมุ เฟอ ย แตเตม็ ไป
ดว ยความสขุ ท่ีแทจริงของชวี ิต และนีค่ อื “วถิ แี หงความสุข บนเสน ทางพอเพยี ง”
๖๘
ภาคผนวก ง เร่ืองเลาเศรษฐกจิ พอเพียงของครู
เรือ่ งเลา ของครู เร่อื ง “พอดี พอใจ พอพียง”
นายจตุรงค สูงศักด์ิ นักศึกษาฝกประสบการณวชิ าชีพครู
โรงเรยี นตะก่ัวปา ครี เี ขต ตําบลบางไทร อาํ เภอตะกว่ั ปา จงั หวัดพงั งา
เศรษฐกิจพอเพียงเปนปรัชญาที่ชี้ถึงแนวทางการดํารงอยูและปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ
ต้ังแตระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ท้ังในการพัฒนาและบรหิ ารประเทศใหดําเนินไปในทางสาย
กลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพ่ือใหกาวทันตอยุคโลกาภิวัฒน ความพอเพียงยังหมายถึง ความ
พอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจําเปนที่จะตองมีระบบภูมิคุมกันในตัวท่ีดีพอสมควรตอผลกระทบใด
ๆ อันเกิดจากการเปล่ียนแปลงท้ังภายนอกและภายใน ท้ังน้ีจะตองอาศัยความรอบรูความรอบคอบและความ
ระมัดระวังอยางย่ิงในการนําวิชาตาง ๆ มาใชในการวางแผนและดําเนินการทุกข้ันตอนและขณะเดียวกัน
จะตองเสริมสรางพ้ืนฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจาหนาที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ
ใหมีสํานึกในคุณธรรมความซ่ือสัตย สุจริต และใหมีความรอบรูท่ีเหมาะสมดําเนินชีวิต ความเพียรมีสติปญญา
และความรอบคอบ เพื่อใหเกิดความสมดุลและพรอมตอการรองรับการเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็วและ
กวา งขวาง ทัง้ ดานวตั ถุ สงั คม สง่ิ แวดลอ ม และวฒั นธรรมจากโลกภายนอกไดดว ยความอดทนเปนอยา งดี
ขา พเจา อยูในครอบครัวท่มี ีฐานะปานกลาง พอและแม ประกอบอาชพี ทาํ สวนยางพารา ต้งั แตจาํ ความ
ไดทุก ๆ วัน กอนใหเงินไปโรงเรียนพอกับแมมักจะบอกอยูเสมอวาใหใชจายอยางประหยัด จะซ้ืออะไรตองคิด
กอ นเสมอวามคี วามจาํ เปนหรอื ไม คมุ คาหรอื ไม และตองมเี งนิ เหลือกลับบานทุกคร้งั ขา พเจา ไมเคยรมู ากอ นวา
สิ่งท่ีพอเปนทําอยูคอื การปลูกฝง ใหขาพเจาเปนคนที่รูจักความพอเพยี ง วางแผนการใชเ งิน และวางแผนการใช
ชีวิตอยางมีระบบ เมื่อขาพเจาเขามาเรียนครู ยิ่งทําใหขาพเจาจะตองทําความเขาใจเกี่ยวกับหลักปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง และตองนํามาประยุกตใชในชีวิตประจาํ วนั ใหเปนรูปธรรมมากขึ้น เพื่อเปนแบบอยางใหกับ
นักเรียนไดเห็นถึงประโยชนหรือผลลัพธที่ไดจากการใชชีวิตภายใตกรอบแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ขาพเจามักจะยกสภุ าษิตไทยใหนักเรียนฟงอยูประจํา กับคําท่ีวา “รอใหน้ําลายไหลเสียกอน” ขาพเจาเชื่อวา มี
หลายคนไมเคยไดยิน และไมเขาใจกับสุภาษิตประโยคนี้ ซ่ึงเปนวิธีคิดท่ีทําใหเกิดการตรวจสอบความจําเปน
และความตองการจริงๆ ในการดํารงชีวติ ประจําวนั โดยการเปรียบเทียบ นํ้าลายไหล แทนคําวา อยากกินมาก
อยากไดมาก รอใหนํ้าลายไหลเสียกอน จึงแปลความหมายโดยรวมวา หากจะตัดสินซื้ออะไรรอใหอยากได
มาก ๆ กอนแลวจึงคอยซื้อ เปนกลอุบายอยางหนึ่งเพราะเม่ือเรารอไปนาน ๆ พอเวลาผานไปมันจะทําใหเรา
รูสึกไมอยากไดของส่ิงน้ันแลว จึงทําใหเราเปนคนไมสุรุยสุรายและใชเวลาคิดไตรตรองทุกครั้งกอนจะซื้ออะไร
และพอใจกบั สิง่ ทีม่ อี ยู
เพราะฉะนั้น หากนักเรียนสามารถนําหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใชในชีวิตได จะทําให
นักเรียนเปนคนท่ีมีความคิดรอบรอบ และมีความพึงพอใจกับส่ิงท่ีมีอยู ดังกรอบแนวคิดของหลักปรัชญา
เศรษฐกจิ พอเพียงทีว่ า “มีเหตผุ ล พอประมาณ มภี มู คิ ุม กันในตัวท่ดี ี รวมถงึ มคี วามรูค วบคกู ับคณุ ธรรม”
๖๙
๗๐
๗๑
๗๒
ภาคผนวก จ
นวัตกรรม/รปู แบบ/วิธีการจัดการเรียนรทู ี่ดีตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงของครู
๗๓
นวตั กรรม/รปู แบบ/วิธีการจัดการการศึกษาทดี่ ี
ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ของคุณครูพรสดุ า นาวารกั ษ
ครกู ลมุ สาระการเรียนรภู าษาตางประเทศ
นวตั กรรมการสอนภาษาองั กฤษโดยใช MAX Model ซง่ึ เปนรูปแบบการสอนภาษาองั กฤษท่ไี ดนาํ เนอ้ื หาของ
บทเรียนมาผสมผสานกับวิธีการสอนและสื่อเทคโนโลยี เพ่อื มุงเนนใหนักเรียนไดพ ฒั นาทกั ษะภาษาองั กฤษท้งั
การพดู การฟง การอาน และการเขียน
แผนภาพแสดง MAX Model
นวตั กรรมการสอนภาษาอังกฤษ Max Model มขี ้นั ตอน ดงั น้ี
1. วิเคราะหคุณลักษณะของผเู รยี น (Analyze learners)
ในข้ันนี้เปนขั้นตอนกอนจัดทําแผนจัดการเรียนรูโดยจะตองปฏิบัติเพ่ือใหสอดคลองกับกิจกรรมตาม
กรอบแนวคดิ TPACK คือ ทําการวเิ คราะหผ เู รยี นโดยการวิเคราะหค ุณลกั ษณะของผูเรียน (Types of learner
characteristics) ซ่ึงสามารถแบง ออกไดเปน 2 ประเภท คอื ลกั ษณะทว่ั ไปของผูเรียน และลกั ษณะเฉพาะของ
ผูเรยี น จากนนั้ วเิ คราะหบรบิ ทท่สี ัมพันธก ับผเู รยี นคือการวิเคราะหบ ริบททว่ั ไป และบรบิ ทการเรยี นการสอน
๗๔
2. ศึกษามาตรฐานการเรียนรูแ ละตวั ช้วี ดั (Study standards and indicatiors)
ในขั้นนี้เปนการศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ึนพืน้ ฐาน กลุมสาระการเรียนรูภาษาตางประเทศ
มาตรฐานการเรียนรูและตัวชี้วัด ใหสอดคลองกับระดับช้ันที่ผูเรียนกําลังศึกษาและความรูที่นักเรียนจะตอง
ไดรับหลังจบการศกึ ษาในระดับช้ันน้ี
3. ระบุวัตถปุ ระสงคการเรยี นรู และเน้ือหา (State objectives and contents)
ในขั้นนี้ครูผูสอนตองกําหนดวัตถุประสงคการเรียนรูในแผนจัดการเรียนรูไวใหชัดเจน โดยจะตอง
อางอิงจากหลักสูตรท่ีมีการกําหนดมาตรฐานและวัตถุประสงคการเรียนรู เพ่ือคาดหวังวาผูเรียนจะสามารถ
บรรลุถึงส่ิงใดหรือมีความสามารถใหมใดในการเรียนนั้น การกําหนดวัตถุประสงคควรครอบคลุมท้ัง 3ดาน คือ
พุทธิพิสัย (K) ทักษะพิสัย (P) และจิตพิสัย (A) ตลอดจนทักษะใหมในศตวรรษที่ 21 ที่ครูผูสอนตองการใหเกดิ
แกผูเรยี น
4. เลอื กวธิ กี ารสอน/เทคนิค (Select strategies, pedagogy)
ในข้ันตอนนคี้ รูผูสอนจะตองเลอื กวธิ กี ารสอน เทคนิค หรอื กลยทุ ธ ใหส อดคลองกับเน้อื หาความรตู าม
วัตถุประสงคท ก่ี าํ หนไว
5. เลือกส่ือ เทคโนโลยี และวสั ดอุ ุปกรณต างๆ (Select media, technology and materials)
ในขั้นตอนน้ีครูผูสอนจะตองเลือกใชสื่อ เทคโนโลยี และวัสดุอุปกรณตางๆ ที่เหมาะสมตามกรอบ
แนวคิดดานทักษะแหงศตวรรษท่ี 21 และสามารถตอบสนองตอรูปแบบการเรียนของผูเรียนได โดยอางอิงถึง
ขอมูลท่ีไดจากการวิเคราะหผูเรียน รวมท้ังจัดหาส่ิงอํานวยความสะดวกในการเรียนการสอนท่ีขาดหายไปเชน
ลาํ โพง ไมโครโฟน เปนตน ในการจดั หาเทคโนโลยี สอ่ื และวสั ดุอุปกรณต าง ๆ ที่เหมาะสมในการเรียนการสอน
ครูผูสอนสามารถกระทําได 3 วิธี คือ เลือกจากสื่อการสอนท่ีมีอยูแลว (Selecting available materials)
ดัดแปลงสื่อการเรียนการสอนที่มีอยูแลว(Modifying existing materials) และการออกแบบสื่อการสอนใหม
(Designing newmaterials)
6. จัดการเรยี นการสอน (Make instruction)
7. การประเมนิ ผลและปรบั ปรุงแกไ ข (Evaluation and revise)
ในข้นั ตอนนถ้ี ือเปนขัน้ ตอนท่ีเกดิ ข้นึ หลงั สนิ้ สุดกิจกรรมการเรยี นการสอน ในขั้นน้ี
ครผู สู อนสามารถกระทาํ ได 3 ลกั ษณะ คอื
1. การประเมินผลกระบวนการสอน เปน การประเมนิ วา การบวนการสอนบรรลตุ ามวตั ถุประสงคทต่ี งั้
ไวห รือไม ทงั้ ในดานตวั ครผู ูสอน สือ่ การสอน และวิธีการสอน
2. การประเมินผลความสาํ เรจ็ ของผูเ รียน เปน การประเมนิ ทีค่ รผู ูสอนสามารถทดสอบปากเปลา หรอื ดู
จากผลงานของผูเรียน และสิ่งสาํ คญั ท่ีจะทราบไดว า ผูเรียนมสี ัมฤทธิผลในการเรียนมากนอยเทา ใด คอื สังเกต
จากการปฏบิ ตั ิและการแสดงออกของผูเ รียน
3.การประเมินผลส่ือการสอนและการสอน เปนการใหผ เู รยี นมีการวิจารณก ารใชส อื่ การสอนและ
เทคนิคการสอนวา เหมาะสมมากนอ ยเพยี งใด เพอื่ ครผู สู อนจะไดน าไปปรับปรุงแกไขใหดียงิ่ ขนึ้ ในการสอนครงั้
ตอ ๆ ไป
๗๕
ผลการดําเนนิ งาน / ประโยชนท่ีไดรับ
ดา นผเู รยี น
- นักเรยี นมผี ลสัมฤทธิท์ างการเรยี นภาษาองั กฤษเพ่ิมสูงข้นึ
- นักเรียนไดเรยี นรภู าษาอังกฤษผา นแอปพิเคช่นั ทางการศกึ ษาท่หี ลากหลาย
- นักเรยี นสามารถส่ือสารภาษาอังกฤษไดอ ยา งม่ันใจมากยง่ิ ข้ึน
- นกั เรยี นมีทักษะการใชเ ทคโนโลยี
- นักเรียนมีความพึงพอใจและมีความสนใจท่ีเรียนวิชาภาษาอังกฤษมากยิ่งข้ึน โดยสามารถสังเกตได
จากการมสี ว นรวมในช้นั เรียน (participation in classroom) และการแสวงหาความรภู าษาองั กฤษดว ยตนเอง
นอกช้นั เรยี น
๗๖
นวตั กรรม/รูปแบบ/วิธีการจัดการการศึกษาทีด่ ี
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ของคณุ ครูสุชล ลอื เสยี ง
ครกู ลุม สาระการเรียนรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
การพฒั นาการจัดการเรยี นการสอนรายวชิ าฟสกิ สโ ดยใช “PHYSIKO Model” โดยนายสชุ ล ลือเสยี ง
1.) ความสาํ คัญของนวตั กรรม/วิธปี ฏบิ ตั ทิ เี่ ปนเลศิ
ปจจุบันความกาวหนาทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารมีการพัฒนาอยางตอเน่ือง ประชาชน
สามารถเขาถึงเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรูไดงายขึ้น ทําใหการศึกษาของประเทศไทยเกิดการปรับตัวตอการ
เปลย่ี นแปลงเพื่อใหกา วทันตอความตอ งการในการเรียนรูทีม่ ีความหลากหลาย การเรียนการสอนแบบออนไลน
(Online Learning) ไดเขามามีบทบาทตอการเรียนการสอนในทุกระดับการศึกษาท่ีสอดคลองกับกระแส
โลกาภิวัฒนและการศึกษาแบบไรพรมแดน มีการขยายโอกาสใหกับผูเรียนสามาถเลือกเรียนรูไดทุกที่ทุกเวลา
เพื่อนําไปสูการพัฒนาผูเรียนใหเกิดการเรียนรูตลอดชีวิต (Life-Long Learning) ปรับตัวตอการเปลี่ยนแปลง
ของสังคมโลกและเปน พลเมืองทส่ี รา งความยัง่ ยืนใหกับประเทศ
เน้ือหารายวิชาฟสิกสเปนการอธิบายปรากฏการณตางๆ ทางธรรมชาติท่ีเกิดขึ้นผานการทดลองทาง
วทิ ยาศาสตรแ ลวสรปุ เปน กฎ ทฤษฎี สมการความสมั พันธ และเนน การแกปญ หาโจทยทต่ี องใชการคํานวณทาง
คณิตศาสตรเปนหลัก ดังนั้นในการจัดการเรียนรูดวยวิธีการท่ีหลากหลาย ตลอดจนการแกปญหาการเรียนรูท่ี
เกิดข้ึนเสมอ ปญหาที่มักพบก็คือนักเรียนไมสามารถเช่ือมโยงความรูตาง ๆ ในภาคทฤษฎีและภาคคํานวณของ
วิชาฟส ิกสได ขา พเจาจึงทดลองใชว ิธีการ PHYSIKO Model ผานสอ่ื การสอนแบบออนไลนเปน วิธกี ารถา ยทอด
เน้ือหา รูปภาพ วิดีโอ การใชสื่อหลาย ๆ ประเภท (Multimedia) รวมกับการสนทนาแลกเปลี่ยนความคดิ เห็น
ผานอุปกรณอิเล็กทรอนิกส และเทคโนโลยีสมัยใหมเพื่อใหผูเรียนไดเขาถึงแหลงเรียนรูที่มีความหลายหลาย
ทนั สมยั สามารถเรยี นรูดวยตนเองไดต ามความตอ งการ
2) วตั ถุประสงคและเปาหมายของการดาํ เนนิ งาน
2.1 เปาหมายเชิงปริมาณ คอื นักเรียนระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย โรงเรียนตะก่ัวปา คีรีเขต
2.2 เปาหมายเชิงคุณภาพ คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย โรงเรียนตะกัว่ ปาคีรีเขต เกิด
การเรียนรูไดดวยตนเอง มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนรายวิชาฟสิกสเพิ่มสูงข้ึน และมีเจตคติท่ีดีในการเรียนวิชา
ฟสิกส
3) ข้นั ตอนการดําเนินงาน
3.1.) แผนผงั ขน้ั ตอนการดาํ เนินงาน (Conceptual Flow Chart)
๗๗
3.2.) ข้นั ตอนการดําเนินงาน
1. วิเคราะหสภาพปจจุบนั ปญหาของนักเรยี นที่เปนอุปสรรคตอ การเรียนวิชาฟส ิกส ซึง่ พบวา
นักเรียนระดับช้ันมัธยมศึกษาตอนปลายสวนใหญมีพ้ืนฐานความรูทางดานฟสิกสไมเพียงพอ โดยเฉพาะทักษะ
ทางการคํานวณและการวิเคราะหคําถามในโจทยปญหา สงผลใหนักเรียนไมชอบเกิดความเบื่อหนายในเน้ือหา
รายวิชาฟสกิ ส จึงทําใหเ ปน ปญ หาตอ การเรยี นรูวิชาฟสกิ ส
2. วิเคราะหหลักสูตร มาตรฐานการเรียนรูและตัวช้ีวัดตามหลักสูตรแกนกลางและนํามา
ออกแบบหนว ยการเรียนรใู หสอดคลองกบั บรบิ ทของสถานศึกษาและผูเรียน โดยมกี ารเนนผูเรียนเปนสําคญั
3. ศึกษาหลกั การ แนวคิด เทคนคิ /วิธีการจัดการเรยี นการสอนวชิ าฟสิกส และเทคนิควิธีการ
สอนแบบใหม ๆ มีความทนั สมยั
4. ศึกษาเทคโนโลยีเพ่ือการจัดการเรียนรูและแพลตฟอรมการเรียนรูดิจิทัล (Digital
Learning Platform) เปนการนําเทคโนโลยีมาใชในการจัดการเรียนรูใหเทาทันการเปลี่ยนแปลง สงเสริมให
นกั เรยี นสามารถเขา ถงึ ความรนู นั้ ๆ ไดดว ยตนเองจากสอ่ื ดิจทิ ลั และส่ือสงั คมออนไลน (Social Media)
5. สรางรูปแบบการสอนตามกรอบแนวคิด “PHYSIKO Model” ซึ่งเปนกรอบแนวคิดท่ีจะ
๗๘
ทําใหผูสอนสามารถบูรณาการเลือกใชและผลิตส่ือนวัตกรรมทางเทคโนโลยี เพ่ือใหมีความสอดคลองกันกับ
หลักทฤษฎีการสอนและเนื้อหาวิชาฟสกิ สท ่ีสอน
6. นาํ นวัตกรรมไปใชในการจดั การเรยี นการสอนวิชาฟสิกส
7. มีวัดผลและประเมินผลไดอยา งเหมาะสม
3.3 ข้นั ตอนการสรา งรปู แบบการสอนตามกรอบแนวคดิ “PHYSIKO Model”
3.3.1 Physics – เนื้อหาวิชาฟสิกส
ดานเนื้อหาในรายวิชาฟสิกสมีความสอดคลองตามผลการเรียนรูในสาระการเรียนรูเพ่ิมเติม
กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ทุกประการสงเสริมทักษะที่จําเปนสําหรับการเรียนรูในศตวรรษท่ี
21 โดยแบงเนื้อหาออกเปนระดับช้ันที่ใชในการศึกษาในครั้งน้ี คือ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 มีเนื้อหา
ประกอบดวย การศึกษาวิชาฟสิกส การเคล่ือนท่ีแนวตรง แรงและการเคลื่อนท่ี ระดับช้ันมัธยมศึกษาปท่ี 5 มี
เนื้อหาประกอบดวย การเคล่ือนท่ีแบบฮารมอนิกอยางงาย คลื่นกล คล่ืนเสียง และระดับชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 6
มีเน้อื หาประกอบดวย แมเ หลก็ ไฟฟา ความรอ นและทฤษฎีจลนข องแกส
3.3.2 Hub – การสรางแหลง เรยี นรู ประกอบดว ย
1. แหลงการเรยี นรใู นโรงเรยี น เชน บรรยากาศ สง่ิ แวดลอม ปรากฏการณธ รรมชาติ สิง่ มชี วี ติ
หองสมดุ โรงเรยี น หอ งกลุมสาระ หองเรยี น หอ งปฏบิ ตั ิการตาง ๆ หองโสตทัศนศึกษา สวนพฤกษศาสตร ฯลฯ
2. แหลงการเรียนรูนอกโรงเรียน เชน สภาพแวดลอม ปา ภูเขา แหลงนํ้า ทะเล สัตว ชุมชน
วถิ ชี วี ิต อาชีพ ภมู ปิ ญญา ประเพณี วัฒนธรรม โบราณสถาน สถานทีส่ ําคญั แหลง ประกอบการ ฯลฯ
โดยแหลงเรียนรูท่ีนักเรียนสามารถเขาถึงไดงายในปจจุบัน จัดเปนแหลงเรียนรูวิถีใหมเปน
แหลง เรียนรบู นคลาวด เชน คลิปยูทบู รปู ภาพบนเว็บ บทความจากวกิ ิพีเดีย คน หาขอ มูลจากกูเกลิ นําบทเรยี น
การศึกษาแบบเปดมาเรยี นรูไ ดมากมาย เขาถงึ แหลง เรียนรไู ดท กุ ทที่ กุ เวลา
3.3.3 You can do it – ความสามารถของผูเรียน
1. ความสามารถในการสือ่ สาร เปนความสามารถในการรับและสงสาร มวี ฒั นธรรมในการใช
ภาษาถายทอดความคิด ความรูความเขา ใจ ความรูสึก และทศั นะของตนเองเพ่ือแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสารและ
ประสบการณอันจะเปนประโยชนตอการพัฒนาตนเองและสังคม ตลอดจนการเลือกใชวิธีการส่ือสารท่ีมี
ประสทิ ธิภาพโดยคํานงึ ถึงผลกระทบทมี่ ตี อ ตนเองและสังคม
2. ความสามารถในการคิดเปนความสามารถในการคิดวิเคราะห การคิดสังเคราะห การคิด
อยางสรางสรรค การคิดอยางมีวิจารณญาณ และการคิดเปนระบบ เพ่ือนําไปสูการสรางองคความรู หรือ
สารสนเทศเพ่ือการตัดสนิ ใจกบั ตนเอง และสงั คมไดอ ยา งเหมาะสม
3. ความสามารถในการแกปญหาเปนความสามารถการแกปญหาและอุปสรรคตาง ๆ ที่
เผชญิ ไดอยางถกู ตองเหมาะสมบนพ้ืนฐานของหลกั เหตุผล คุณธรรมและขอมูลสารสนเทศ เขาใจ ความสัมพันธ
และการเปลยี่ นแปลงของเหตกุ ารณตาง ๆ ในสงั คม แสวงหาความรู ประยกุ ตความรูมาใช
๗๙
4. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต เปนความสามารถในการนํากระบวนการตาง ๆ ไป ใช
ในการดําเนินชีวิตประจําวัน การเรียนรูดวยตนเอง การเรียนรูอยางตอเน่ือง การทํางาน และการอยูรวมกันใน
สังคมดวยการสรางเสริมความสัมพนั ธอ ันดีระหวา งบคุ คล
5. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี เปน ความสามารถในการเลอื ก และใชเทคโนโลยี ดา น
ตา ง ๆ และมที กั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสงั คม ในดา นการเรียนรู การ สือ่ สาร
การทาํ งาน การแกปญหาอยางสรา งสรรค ถกู ตอง เหมาะสม และมคี ณุ ธรรม
3.3.4 Self-directed learning – การเรยี นรูด วยตนเอง
การเรยี นรดู ว ยตนเอง คอื กระบวนการเรียนรทู ผี่ เู รียนรเิ รม่ิ การเรยี นรูดว ยตนเอง ตามความ
สนใจ ความตองการ และความถนัดมีเปา หมาย รจู ักแสวงหาแหลงทรพั ยากรของการเรยี นรู เลอื กวธิ ีการเรยี นรู
จนถงึ การประเมนิ ความกาวหนาของการเรียนรูของตนเอง โดยจะดาํ เนนิ การดว ยตนเองหรือรว มมือชว ยเหลือ
กับผูอ นื่ หรือไมกไ็ ด ขอดขี องการเรียนรูดว ยตวั เอง มี 4 อยา งประกอบดว ย
- การเรยี นรทู ่ตี อบสนองความตองการของเราได
- ทุกๆ คนมสี ทิ ธิเ์ รยี นรูไดด วยตัวเราเอง ไมจ ํากดั เพศ อายุ หรอื ฐานะ
- มอี ิสระ สามารถยดื หยนุ ไดตง้ั แตจะเรียนชว งไหน เม่อื ไร เลือกเองได
- มลี ักษณะเดน ทเ่ี ปนการเรียนรูต ลอดชีวติ ไมจ ํากัดอายุ ไมวา จะเดก็ หนมุ หรือผสู ูงอายุ
ขอ จํากดั ของการเรยี นรูดว ยตนเอง คอื ผทู ่จี ะเรียนรูดว ยตัวเองจะตองมคี วามมงุ มัน่ ตง้ั ใจจริง
มวี ินัย ควบคุมบรหิ ารจดั การดวยตวั เอง เพราะไมม ีใครมาบังคับ หรือกาํ หนดแนวทางการเรยี นรู
3.3.5 Integrated Learning – การจดั การเรียนรูแ บบบรู ณาการ
การจัดการเรียนรูแบบบูรณาการ ทําใหนักเรียนมีประสบการณที่สัมพันธกันและตอเน่ืองกับ
ประสบการณตรง สามารถนําความรูและประสบการณที่ไดรับไปใชในชีวิตจริงไดอ ยางเหมาะสม เปดโอกาสให
นักเรียนมีสวนรวมในกิจกรรม สงเสริมใหนักเรียนมีทั้งระเบียบวินัยและมีความรับผิดชอบหนาท่ีดวยตนเอง
รวมท้ังชวยสง เสรมิ ใหนักเรียนมีความคิดริเรมิ่ สรางสรรค
3.3.6 Knowledge – ความรู
ความรู คือส่ิงท่ีส่ังสมมาจากการศึกษาเลาเรียน การคนควาหรือประสบการณ
รวมทั้งความสามารถเชิงปฏิบัติและทักษะความเขาใจ เชน ความรูที่ฝงอยูในสมอง (Tacit Knowledge) อาจ
เรียกงายๆ วา ความรูในตัวคน ไดแก ความรูที่เปนทักษะ ประสบการณ ความคิดริเริ่ม ความรูที่ชัดแจง
(Explicit Knowledge) เปนความรูที่สามารถรวบรวม ถายทอดได โดยผานวิธีตางๆ เชนการบันทึกเปนลาย
ลกั ษณอ ักษร เปนหนงั สอื ตาํ ราเอกสาร
3.3.7 Online learning - การเรยี นการสอนแบบออนไลน
การเรียนการสอนแบบออนไลน (Online learning) จะเปนเรียนทางผานทางอินเทอรเน็ต
โดยอยูในรูปแบบของคอมพิวเตอรหรือโทรศัพทเคลื่อนท่ี (มือถือ) เปนการใชเทคโนโลยีสมัยใหม รวมเขากับ
เครือขายอินเทอรเน็ต สรางการศึกษาท่ีมีปฏิสัมพันธคุณภาพสูง โดยไมจําเปนตองเดินทาง เกิดความสะดวก
และเขา ถึงไดอ ยางรวดเร็ว ทกุ สถานท่ี ทกุ เวลา เปน การสรา งการศึกษาตลอดชีวติ ใหก ับประชากร
๘๐
4) ผลการดําเนินงาน/ประโยชนทีไ่ ดร บั
4.1) ดา นผูเรยี น
- นกั เรยี นมผี ลสมั ฤทธิท์ างการเรียนรายวชิ าฟสกิ สเ พ่มิ สงู ขึน้
- นักเรยี นไดเ รยี นรรู ายวชิ าฟสกิ สผ า นแพลตฟอรม ดจิ ทิ ลั เพอ่ื การเรียนรทู หี่ ลากหลาย
- นักเรยี นมมี นั่ ใจสามารถคดิ วิเคราะหแ ละคํานวณแกป ญ หาโจทยไ ดอยา งแมน ยํามากข้ึน
- นกั เรียนมีทกั ษะการใชเ ทคโนโลยตี า ง ๆ เพ่ิมข้ึน
- นักเรียนมคี วามพงึ พอใจและมคี วามสนใจท่ีเรยี นวิชาฟสกิ สมากยง่ิ ขนึ้ โดยสามารถสังเกตได
จากการมสี ว นรว มในชั้นเรยี น (Participation in classroom) และการแสวงหาความรูทางฟส กิ สไ ดด ว ยตนเอง
นอกหอ งเรยี น
4.2) ดานครูผสู อน
- ครผู สู อนไดพัฒนาการจดั การเรยี นการสอนวิชาฟส ิกสในรปู แบบ “PHYSIKO Model”
- ครผู ูส อนไดสรา งส่ือและนวตั กรรมทสี่ อดคลอ งกบั เน้อื หาของบทเรยี นวิชาฟสกิ ส
4.3) ดานโรงเรียน
- ครผู สู อนในกลมุ สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยไี ดมีการแลกเปล่ยี นเรยี นรู
รวมกัน (PLC)
- คณะครูในโรงเรียนไดน าํ รูปแบบการสอนตามกรอบแนวคิด “PHYSIKO Model” ไป
ประยุกตใ นกับการจัดการเรยี นการสอนในกลุม สาระการเรยี นรูของตนเอง
5) ปจจยั ความสําเร็จ
5.1 นักเรียนมที กั ษะและความรทู างฟสกิ สส ามารถนาํ ไปใชแกป ญ หาหรือตอยอดในชีวิตประจาํ วันได
5.2 ครูในกลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยีใหความรวมมอื สนับสนุน และสะทอนผล
การดาํ เนินการไดเ ปน อยา งดี
5.3 ผูบริหารและคณะครูไดสะทอนผลการดําเนินการและไดใหคําแนะนําเพิ่มเติมเพ่ือพัฒนาการ
จัดการเรียนการสอนใหมปี ระสทิ ธิภาพมากที่สดุ
ส่อื เทคโนโลยที น่ี าํ มาใชจ ดั การเรยี นรูวชิ าฟส กิ สโ ดย ผลงานนกั เรยี นมกี ารวดั การประเมินผลนกั เรยี นผาน
ใช “PHYSIKO Model” โปรแกรม Liveworksheets
๘๑
ภาคผนวก ฉ
แผนการจัดการเรียนรตู ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
๘๒
แผนการจัดการเรียนรู
ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ของคุณครธู นากร นาควรรณ
ครกู ลมุ สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 1 เรื่อง สมบัติของสารและการจาํ แนกสาร จาํ นวน 4 ชวั่ โมง
กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยี รายวิชา วทิ ยาศาสตร 1 รหสั วิชา ว21101
หนวยการเรยี นรทู ่ี 1 เรอื่ ง สารรอบตวั
เวลา 26 ช่วั โมง
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชี้วัด
มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ว 2.1 เขาใจสมบัติของสสาร องคประกอบของสสาร ความสัมพันธระหวางสมบัติของ
สสารกับ โครงสราง และแรงยึดเหน่ียวระหวางอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปล่ียนแปลง สถานะของ
สสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏกิ ริ ิยาเคมี
ตัวชว้ี ดั
ว 2.1 ม.1/9 อธิบายและเปรียบเทียบการจัดเรียงอนุภาค แรงยึดเหน่ียวระหวางอนุภาค และการ
เคล่อื นท่ีของอนภุ าคของสสารชนดิ เดียวกันในสถานะของแขง็ ของเหลว และแกส โดยใชแบบจําลอง
2. จดุ ประสงคก ารเรยี นรูสูต วั ชวี้ ัด
1. อธบิ ายการจัดเรยี งอนภุ าค แรงยดึ เหนีย่ วระหวางอนุภาค และการเคลือ่ นทีข่ องอนุภาคของสาร
ชนิด เดียวกนั ในสถานะตาง ๆ ได (K)
2. เปรียบเทียบการจดั เรียงอนุภาค แรงยึดเหนย่ี วระหวา งอนภุ าค และการเคล่ือนท่ีของอนุภาคของ
สารชนิด เดยี วกันในสถานะตา ง ๆ ได (P)
3. นาํ ความรูเกี่ยวกบั สมบัติของสารไปใชในชีวติ ประจาํ วันได (A)
3. สาระสาํ คัญ / ความคดิ รวบยอด
สารที่อยูรอบตัวเราลวนมีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกตางกัน สารบางชนิดสามารถสังเกตไดจากลักษณะ
ภายนอกของสารได เชน สี สถานะ เปนตน ซึ่งเปนสมบัติทางกายภาพของสาร แตสมบัติบางชนิดของสารเกิด
จากการทําปฏิกิริยาเคมี ทําใหเกิดสารใหมท่ีมีองคประกอบแตกตางไปจากเดิม เชน การเผาไหม การเกิดสนิม
เปน ตน ซ่ึงเปน สมบตั ิทางเคมีของสาร การระบุวาสารแตละชนิดเปน สารประเภทใดจาํ เปน ตอ งใชสมบัตขิ องสาร
มาวเิ คราะห เชน การใชส ถานะ การใชเ นอื้ สาร และการใชขนาดของอนุภาคมาเปนเกณฑในการจาํ แนกสาร
๘๓
4. สาระการเรยี นรู (เน้ือหา/ทกั ษะทีจ่ ะจดั การเรยี นการสอน)
1.1 ความรู
- การจาํ แนกสาร
- สมบตั ขิ องสาร
1.2 ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร
- การสงั เกต
- การจดั กระทาํ และสอื่ ความหมายขอมลู
- ความรวมมือ การทํางานเปนทมี และภาวะผนู ํา
1.3 จิตวิทยาศาสตร
- การใชวจิ ารณญาณ
- ความใจกวาง
- ความซอ่ื สตั ย
5. คุณลักษณะอนั พึงประสงคข องผเู รยี น
• ใฝเ รียนรู
- ตวั ชี้วดั ที่ 4.1 ตัง้ ใจเพยี รพยายามในการเรียนและเขารว มกจิ กรรมการเรยี นรู
- ตวั ชวี้ ดั ที่ 4.2 แสวงหาความรจู ากแหลง เรียนรูตา ง ๆ ทัง้ ภายในและภายนอกโรงเรียน
ดว ยการเลอื กใชส่ืออยา งเหมาะสม บนั ทึกความรู วิเคราะห สรุปเปน องคค วามรู สามารถ
นําไปใชใ นชวี ิตประจาํ วนั ได
• มงุ มน่ั ในการทาํ งาน
- ตวั ชีว้ ดั ที่ 6.1 ตงั้ ใจและรบั ผดิ ชอบในการปฏบิ ัตหิ นาทก่ี ารงาน
- ตัวชวี้ ดั ที่ 6.2 ทาํ งานดวยความเพยี รพยายามและอดทนเพ่ือใหง านสาํ เรจ็ ตามเปาหมาย
6. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน
• ความสามารถในการส่ือสาร
- การอธิบาย การเขียน การพดู หนา ช้ันเรยี น
• ความสามารถในการคดิ
- การสงั เกต การคิดวิเคราะห การสรา งคาํ อธิบาย การอภิปราย การส่อื ความหมาย
• ความสามารถในการแกป ญ หา
- กระบวนการแกปญหาเชงิ วทิ ยาศาสตร
• ความสามารถในการใชท กั ษะชวี ิต
- ใชกระบวนการทาํ งานเปน กลุม ปฏิบตั ิกจิ กรรมการเรียนรู
• ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี
- ใชจ ัดเกบ็ รวบรวมขอมูล จดั พิมพเอกสารและสรปุ รูปเลมรายงาน
๘๔
7. การบูรณาการกับหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
• 3 หลักการ
- ความมเี หตผุ ล
1. นกั เรยี นไดรูอ งคป ระกอบของสารและสสาร
2. นกั เรยี นไดไ ดทดลองจาํ แนกประเภทของสารตามสมบตั แิ ละลกั ษณะเน้อื สาร
- การมภี ูมิคุมกันท่ีดใี นตวั
1. วางแผนการทาํ งานกลุมอยางละเอียด เปน ขัน้ ตอนเพ่ือใหการสาํ รวจบรรลุ
วัตถุประสงค
2. ศกึ ษาการใชเคร่ืองมอื และเตรียมวสั ดุ อปุ กรณใ หพรอมกอ นทดลองเพ่ือปอ งกนั ความ
ผดิ พลาดในการใชอ ุปกรณ
- ความพอประมาณ
1. ทาํ กจิ กรรมไดเหมาะสมกับเวลา
2. รูจ ักเลือกใชวสั ดอุ ุปกรณท ี่เหมาะสมและเพยี งพอในการทํากจิ กรรม
3. แบง กลุม ทํากิจกรรมตามความเหมาะสมของจาํ นวนสมาชิก
• 2 เงื่อนไข
- เงอ่ื นไขความรู
1.ความแตกตา งของสารในสถานะตางๆ
2.จาํ แนกประเภทของสารตามสมบตั ิและลกั ษณะเนื้อสาร
3.วิธีการใชวัสดอุ ปุ กรณในการสํารวจ
- เงอ่ื นไขคุณธรรม
1. ความรบั ผดิ ชอบ 2. ความซื่อสัตยสุจรติ
3. ความมรี ะเบียบวนิ ยั 4. ความตรงตอเวลา
5. ความขยนั หม่ันเพียรและความอดทน 6. อยูอยา งพอเพียง
๘๕
8. ทกั ษะแหง ศตวรรษท่ี 21 ทกั ษะสารสนเทศ สื่อ เทคโนโลยี ทักษะชีวติ และอาชีพ
ทักษะการเรยี นรแู ละนวัตกรรม - อัพเดตทุกขอมลู ขาวสาร - มีความยืดหยุน
- รูเทา ทนั สอ่ื - รจู ักปรบั ตัว
- คิดสรา งสรรค - รอบรเู ทคโนโลยี - รเิ ริม่ ส่ิงใหม
- ใสใ จนวตั กรรม - ใสใจดแู ลตวั เอง
- มวี จิ ารณญาณ สารสนเทศ - รจู ักเขาสงั คม
- แกป ญหาเปน - ฉลาดสื่อสาร - เรียนรวู ัฒนธรรม
- สือ่ สารดี - มคี วามเปนผูนาํ
- เต็มใจรวมมือ - รับผิดชอบหนา ท่ี
- พฒั นาอาชพี
- หม่นั หาความรรู อบดา น
9. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
- รายงานการสืบคนขอ มูลและการทดลอง
10. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู
1.ครูสํารวจรายช่อื นักเรยี นแจง จดุ ประสงคการเรยี นรูของบทเรียนนี้ใหนกั เรียนทราบ (ครู : มี
ภูมิคมุ กัน)
2.ครเู ปดประเด็นการสนทนารว มกับนกั เรียนวา ดว ยชดุ คาํ ถาม Q1 จากน้นั นักเรียนชว ยกันวเิ คราะห
และตอบคาํ ถาม โดยครยู งั ไมเ ฉลย แตกระตุน ใหน กั เรียนอยากคน ควาหาคาํ ตอบ เพือ่ นําไปสูก จิ กรรมการ
สืบคนขอ มลู เรอื่ ง สารและสมบัตขิ องสาร
3. นักเรยี นแบงกลมุ กลมุ ละ 3-4 คน คน (คร:ู พอประมาณ) คละนกั เรียนเกง ปานกลาง และออ น
(คร:ู คณุ ธรรม และมภี ูมิคุมกนั ในการสอนของคร)ู สบื คน ขอมูล เรอื่ ง สารและสมบัติของสาร โดยใหเวลาใน
การสืบคน 1 คาบ พรอมตอบคาํ ถาม ดว ยชุดคาํ ถาม Q2 – Q3 และบันทึกขอ มลู ทีส่ บื คนไดลงในใบงานที่ 1
สมบตั ขิ องสาร
4. นกั เรยี นและครูรวมกนั สรปุ เรือ่ ง สารและสมบัติของสาร (สมบัตทิ างกายภาพ และสมบตั ิทางเคมี)
จากนนั้ นักเรียน ตอบคําถาม ดว ยชดุ คาํ ถาม Q4
5. นกั เรียนทาํ กิจกรรมฐานการเรยี นรู เรอื่ ง การจาํ แนกสาร โดยนกั เรียนแบงกลมุ เปน 5 กลมุ กลมุ ละ
เทา ๆ กัน จากนั้นใหแตละกลุมเขา ทาํ กจิ กรรมประจําฐาน ดวยชดุ คาํ ถาม Q5 ดงั น้ี
- กลุมที่ 1 ทํากจิ กรรมฐานการเรยี นรทู ่ี 1 เรือ่ ง การจาํ แนกสารโดยใชสมบตั ิทางกายภาพ
๘๖
- กลมุ ที่ 2 ทาํ กจิ กรรมฐานการเรียนรูท ี่ 2 เรือ่ ง การจาํ แนกสารโดยใชสมบตั ทิ างกายภาพ
- กลุม ท่ี 3 ทํากจิ กรรมฐานการเรียนรทู ่ี 3 เรอ่ื ง การจาํ แนกสารโดยใชสมบตั ิทางกายภาพ
- กลุม ที่ 4 ทาํ กจิ กรรมฐานการเรียนรูท่ี 4 เร่ือง การจาํ แนกสารโดยใชสมบตั ิทางเคมี
- กลมุ ที่ 5 ทํากจิ กรรมฐานการเรยี นรทู ี่ 5 เร่อื ง การเปล่ยี นแปลงสถานะของสาร
นกั เรียนแตล ะกลุมศึกษาใบความรูเ รือ่ ง การจาํ แนกสาร และตวั อยา ง พรอ มทาํ ใบงานท่ี 2 กิจกรรม
ฐานการเรียนรู เรอ่ื ง การจาํ แนกสาร ดว ยชดุ คําถาม Q6
6. นักเรียนและครรู ว มกนั สรุป เรอื่ ง การจาํ แนกสาร ดวยชดุ คําถาม Q7– Q10
7. นกั เรียนแตละกลุมรว มกันวเิ คราะหถอดบทเรยี นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง (ปศพพ.)
แลว บันทกึ ผลการวิเคราะหในใบกจิ กรรม เรื่องการวิเคราะหหลกั คดิ และหลักปฏิบัติ ปศพพ. ที่นาํ มาใชใน
กระบวนการเรยี นรู ครแู ละนักเรียนรว มกนั สรุปเชอื่ มโยงคาํ ตอบคําถามทีละขอ ใหสอดคลอ งกบั หลัก ปศพพ.
(พอประมาณ เหตุผล ภมู คิ มุ กนั และ4 มิติ) ดว ยชุดคาํ ถาม Q11 – Q12
11. การวัดและการประเมินผล (วัดอะไร/วธิ กี าร/เคร่ืองมือ/เกณฑ)
รายการวัด วธิ ีการ เคร่ืองมอื เกณฑการประเมนิ
11.1 การประเมนิ กอ นเรยี น
- แบบทดสอบกอ นเรียน - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบกอนเรียน - ประเมนิ ตามสภาพจรงิ
หนวยการเรียนรทู ี่ 1 กอ นเรยี น
สารรอบตัว
11.2 ประเมนิ ระหวางการจดั
กจิ กรรมการเรยี นรู - รอยละ 60 ผานเกณฑ
1) สารและการจาํ แนกสาร - ตรวจใบงานที่ 1.1.1 - เฉลยใบงานที่ 1.1.1
- ตรวจใบงานที่ 1.1.2 - เฉลยใบงานท่ี 1.1.2 - รอยละ 60 ผา นเกณฑ
- ตรวจ Exercise 1.1 - Exercise 1.1 - รอยละ 60 ผานเกณฑ
2) การนาํ เสนอผลงาน - ประเมินการเสนอ - แบบประเมินการ - ระดับคุณภาพ 2
ผลงาน นาํ เสนอผลงาน ผา นเกณฑ
3) พฤตกิ รรมการทาํ งาน - สงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม - ระดบั คุณภาพ 2
รายกลมุ การทาํ งานรายกลุม การทาํ งานรายกลุม ผานเกณฑ
๘๗
4) การปฏิบัติการ - ประเมิน - แบบประเมินการ - ระดับคณุ ภาพ 2
การปฏบิ ัตกิ าร ปฏบิ ตั ิการ ผานเกณฑ
5) คณุ ลักษณะอนั พึง - สังเกตความมวี ินัย - แบบประเมินคณุ ลักษณะ - ระดบั คณุ ภาพ 2
ประสงค ใฝเรยี นรู และมุงม่นั
ในการทาํ งาน อันพึงประสงค ผา นเกณฑ
12. สื่อการเรยี นรู/แหลงเรยี นรู
1. ใบงานท่ี 1 เร่อื ง สมบตั ขิ องสาร
2. ใบงานท่ี 2 เร่อื ง กิจกรรมฐานการเรยี นรู เรอื่ ง การจาํ แนกสาร
3. ใบงานท่ี 3 เรอื่ ง กิจกรรมพฒั นาทกั ษะ เรอ่ื ง สารและการจําแนกสาร
4. หนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศึกษาปท่ี 1
เลม 1 อกั ษรเจรญิ ทศั น.
5. แหลง เรียนรู เชน หอ งปฏบิ ตั ิการวิทยาศาสตร หอ งสมุดและชุมชน
13. ชุดคาํ ถามกระตุนคิดเพอื่ ปลกู ฝงหลกั คิดพอเพยี ง
คําถามกระตุนคิดเพอ่ื ปลกู ฝงหลักคิดพอเพยี งกอ นเรียน
Q1 นกั เรยี นเคยไดยินคําวา สสาร หรอื ไม สสาร แตกตางจาก สาร อยา งไร
คําถามกระตุนคดิ เพ่ือปลกู ฝง หลักคิดพอเพียงระหวางเรยี น
Q2 นกั เรยี นมีการวางแผนการสืบคนอยา งไรใหเ หมาะสมกับศกั ยภาพของสมาชกิ และใหงานทไี่ ดร บั
มอบหมายสําเร็จตามเปา หมายและตามเวลาท่ีกาํ หนด (ภมู คิ ุมกนั , พอประมาณ)
Q3 นกั เรียนคิดวา การทนี่ กั เรยี นทกุ กลมุ สามารถสืบคน ไดส าํ เรจ็ ตามเวลาท่กี ําหนดเกดิ จากอะไรบา ง
(ความรู, ภูมคิ มุ กนั )
Q4 หากสารแตละชนดิ มสี มบตั ติ างกัน เราสามารถจําแนกสารออกเปน กลมุ ๆ ไดห รอื ไม อยางไร
Q5 นกั เรยี นควรปฏิบัติตวั อยา งไรจึงจะทาํ ใหหนา ที่ทไ่ี ดร ับหมายหมายจากกลมุ สาํ เร็จลุลว งดว ยดี
(คณุ ธรรม)
Q6 นักเรียนไดคณุ ธรรมอะไรบางในการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมการเรียน และการทาํ ใบงานในคร้งั น้ี
Q7 สาร (Substance) หมายถึง
Q8 สสาร และสาร เหมอื นหรือตางกันอยา งไร จงอธิบาย
Q9 สมบตั ิของสารถกู จาํ แนกออกเปน 2 กลมุ ใหญๆ ไดแ กอ ะไรบาง
คาํ ถามกระตนุ คิดเพื่อปลูกฝง หลกั คิดพอเพียงหลงั เรียน
Q10 การเปล่ยี นแปลงของสาร แบง เปนก่ปี ระเภท ไดแกอะไรบาง
Q11 ทาํ อยา งไรอุปกรณการทดลองจะใชไ ดน านและคมุ คา มากท่สี ดุ (วัตถ,ุ เหตผุ ล)
Q12 นกั เรยี นควรปฏบิ ตั ิตนอยางไรหลงั จากการทดลองและเรียนเสรจ็ เพอ่ื รกั ษาความสะอาด
เรียบรอ ยของหองเรยี น ใหสะอาดอยเู สมอ (วัตถุ,สง่ิ แวดลอม)
๘๘
14. แนวทางการนําหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาใชในการจดั การเรียนรู
ครผู สู อนนําหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมาออกแบบกิจกรรมการเรียนรู ดังนี้
ความรทู ี่ครูตอ งมกี อ นสอน คุณธรรมของครู
1. ความแตกตา งของสารในสถานะตา งๆได มีความรกั และเมตตาตอศษิ ย
2. จําแนกประเภทของสารตามสมบัติและลักษณะเน้ือสารได มคี วามรับผดิ ชอบ
3. หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง มีความตรงตอเวลา
4. จิตวทิ ยาในการสอน มีความยตุ ธิ รรม
หลกั พอเพยี ง พอประมาณ มเี หตุผล มีภูมิคมุ กนั ในตัวทด่ี ี
ประเด็น
- เนือ้ หาสารและสมบัตขิ องสาร - ตองการใหนักเรยี นเขา ใจ - สรปุ เนอื้ หาใหอ า นเขา ใจงา ย มีภาพ
เนือ้ หา สอดคลอ งกับมาตรฐาน ตวั ช้ีวดั เนอื้ หาสารและสมบัตขิ องสาร และใบความรู ประกอบการสอน
เหมาะสมกบั เวลาที่กําหนดและวัย ตามมาตรฐานและตวั ชี้วดั - ลาํ ดบั เนื้อหาการสอนและมกี ารทดลอง
เวลา ของผเู รียน - รูวิธกี ารจาํ แนกประเภทของ ประกอบการเรยี น
สารตามสมบัตแิ ละลกั ษณะเนอ้ื
การจัดกจิ กรรม -กําหนดเวลาในแตละกจิ กรรม สาร - กําหนดเวลาในแตล ะกิจกรรมไวเกิน
เหมาะสมกับกจิ กรรมและวัยของ -จัดการเรียนรไู ดค รบถว น จริงเล็กนอ ยเพอื่ รองรับการเปลี่ยน
สอื่ /อปุ กรณ นกั เรยี น ทันเวลาตามทอ่ี อกแบบไว แปลงทอ่ี าจเกดิ ขึน้ ระหวางจัดกจิ กรรม
แหลง เรยี นร/ู - แบง กลุมไดพอดีกบั จํานวน -แบงกลุมคละความสามารถของนักเรยี น
ฐานการเรียนรู นกั เรยี น - ตอ งการใหนักเรียนไดท ดลอง -ครดู แู ลการทดลองอยา งใกลช ิดปองกนั
การประเมนิ ผล - มอบหมายภาระงาน/ช้ินงาน จาํ แนกประเภทของสารตาม การเกดิ อันตราย
เหมาะสมกบั ความสามารถของ สมบตั ิและลักษณะเนอื้ สาร
นกั เรยี นและสอดคลองกบั เปาหมาย - ใหน กั เรียนนาํ ความรูไ ป - เตรยี มสือ่ อุปกรณใหพ รอ มกอนการ
การเรียนรู ประยุกตใชกบั ภาระงาน จัดกจิ กรรมครูเตรียมอุปกรณทดลอง
- จํานวนใบความรู วัสดอุ ปุ กรณ สารเคมีใหพ รอ ม
เหมาะสมกับกจิ กรรมและมีปริมาณ -ตองการใหนักเรียนปฏบิ ัติ - ครูเตือนใหนักเรยี นใชอ ุปกรณอ ยาง
เพยี งพอกับจํานวนนกั เรยี น กจิ กรรมไดทดลองจรงิ ตาม ระมัดระวัง เพื่อปอ งกันการเกิดอบุ ัติเหตุ
จดุ ประสงคท ี่กาํ หนดไว - ตรวจสอบความปลอดภัย
-เหมาะสมกับกจิ กรรมท่กี ําหนด
- มอี งคประกอบของระบบนิเวศ -วางแผนการวัด/ประเมินผลตามขนั้ ตอน
-จัดทาํ แบบบนั ทกึ การทดลองและ ครบ สถานที่ปลอดภัย ของกิจกรรมอยา งชดั เจนเที่ยงตรงใน
ประเมนิ พฤตกิ รรมไดเ หมาะสมกบั -ตอ งการประเมนิ ผลการเรียนรู การวัดตามตวั ชวี้ ัด
เปาหมายการเรยี นรู ตามเปาหมายท่กี ําหนด
๘๙
15. ผลท่เี กิดขน้ึ กบั ผูเรยี นสอดคลองกบั หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งจากการจดั การเรยี นรู
15.1 ผูเรียนไดเรียนรหู ลักคดิ และฝกปฏิบตั ิตามหลกั ปศพพ. ดังนี้
ความรู คณุ ธรรม
1. ความแตกตางของสารในสถานะตางๆได 1.ความสามัคคใี นกลุม
2. จาํ แนกประเภทของสารตามสมบตั ิและลกั ษณะเนื้อสารได 2.ความรบั ผดิ ชอบ
3.ความซ่ือสตั ย
3. วธิ ีการใชวสั ดุ /อปุ กรณในการสาํ รวจ 4.ความอดทน
พอประมาณ มเี หตุผล มภี มู ิคมุ กัน
1. นกั เรียนกาํ หนดหนา ทีข่ องสมาชิก 1. นกั เรยี นไดรูองคป ระกอบของสาร 1. วางแผนการทาํ งานกลมุ อยางละเอยี ด
ภายในกลมุ ไดเหมาะสมกบั ความ และสสาร เปนขน้ั ตอนเพ่อื ใหการสํารวจบรรลุ
สามารถของแตละคน วัตถปุ ระสงค
2. นกั เรยี นไดไ ดทดลองจาํ แนกประเภท
2. นักเรยี นใชว ัสดุอปุ กรณในการ ของสารตามสมบัติและลักษณะเน้ือสาร 2. ศึกษาการใชเครื่องมือและเตรยี มวัสดุ
ทดลองไดเ หมาะสมกับกิจกรรมการ อปุ กรณใหพรอมกอ นทดลองเพือ่ ปองกนั
ทดลอง ความผดิ พลาดในการใชอปุ กรณ
15.2 ผูเรยี นไดเ รียนรกู ารใชชีวิตท่ีสมดุลและพรอ มรบั การเปลย่ี นแปลง 4 มิติตามหลกั ปศพพ ดงั น้ี
ดาน สมดลุ และพรอ มรบั การเปล่ียนแปลงในดานตาง ๆ
องคประกอบ วัตถุ สังคม สิ่งแวดลอ ม วฒั นธรรม
ความรู -ความรูในการใชว สั ดุ -มีความรูใ นการแบง - มีความรูในการดแู ลรกั ษา -มคี วามรูในการ
อุปกรณในการทดลองได หนา ท่ีภายในกลุมได ความสะอาด อุปกรณการ เลือกใชผลิตภัณฑท ่ี
ทกั ษะ อยางถูกตอ งและ อยา งเหมาะสม ทดลองและสารเคมอี ยาง ผลติ ภายในประเทศ
คานิยม ประหยดั -มคี วามรูในการปฏิบัติ ถูกตอง และมใี นทอ งถ่ิน
ตนในการทาํ งานรวมกับ
-มีทักษะในการใชว สั ดุ ผอู ืน่ -มที กั ษะในการรกั ษาความ -มสี มั มาคาราวะตอ
อุปกรณอ ยางปลอด ภัย สะอาดอุปกรณการทดลอง ครผู ูสอน
และประหยดั -ทํางานรวมกันภายใน และสารเคมี
-เหน็ ความสาํ คญั ของการ กลุมทไี่ ดร บั มอบหมาย -มจี ติ สํานกึ ในการรกั ษา -นิยมใชอ ุปกรณการ
ใชว สั ดอุ ุปกรณในการ จนสาํ เร็จ ความสะอาดหอ งเรียน ทดลองท่ีผลิต
ทดลองอยางประหยัด หองทดลองทีใ่ ชรวมกนั ภายในประเทศและใน
และคมุ คา -มีความรับผิดชอบตอ ทอ งถ่นิ
การทาํ งานของกลมุ
-ยอมรบั ความคิดเห็นซึ่ง
กันและกัน
๙๐
ความเห็นชอบและขอ เสนอแนะจากหวั หนากลมุ สาระการเรยี นรู
- ไดทําการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู อง นายธนากร นาควรรณ แลว มคี วามเหน็ ดงั นี้
1. เปนแผนการจัดการเรียนรทู ่ี ดี
ดีมาก
พอใช ตองปรบั ปรุง
2. การจดั กจิ กรรมการเรียนรไู ดน าํ เอากระบวนการเรยี นรู
ทีเ่ นนผูเ รยี นเปนสาํ คญั ไปใชก ระบวนการสอนไดอยา งเหมาะสม
ทีย่ งั ไมเนน ผเู รยี นเปน สําคัญ ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป
3. เปนแผนการจดั การเรียนรูท่ี
นาํ ไปใชสอนได
ควรปรับปรงุ กอ นนาํ ไปใช
4. ขอ เสนอแนะอนื่ ๆ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ....................................................
(นายธนากร นาควรรณ)
หัวหนา กลมุ สาระการเรียนรวู ทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี
ความเห็นชอบและขอ เสนอแนะจากหวั หนา กลมุ งานวิชาการ
เหน็ ควรใหใชจ ดั การเรียนรไู ด ควรปรับปรุงเพราะ......................................................
ขอเสนอแนะ (ถา ม)ี ...............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ....................................................
(นางสาวพรสดุ า นาวารกั ษ)
หัวหนากลมุ งานวิชาการโรงเรยี นตะกวั่ ปา คีรีเขต
๙๑
ความเห็นชอบและขอเสนอแนะจากรองผอู ํานวยการโรงเรียน
เหน็ ควรใหใ ชจ ัดการเรยี นรูได ควรปรบั ปรุงเพราะ......................................................
ขอ เสนอแนะ (ถา ม)ี ...............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชื่อ....................................................
(นางสาวศริ ิวรรณ ขลกิ คาํ )
รองผอู ํานวยการโรงเรียนตะกั่วปาคีรีเขต
คํารับรองจากหัวหนาสถานศกึ ษา
อนญุ าตใหใชจดั การเรยี นรไู ด ควรปรับปรงุ เพราะ......................................................
ขอเสนอแนะ (ถา มี)...............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ....................................................
(นายภานุวฒั น จันทรท อง)
ผูอ าํ นวยการโรงเรียนตะกวั่ ปา คีรีเขต
๙๒
บนั ทกึ หลงั การจัดการเรยี นรู
1. การดาํ เนินการจดั การเรยี นรู เปน ไปตามแผน ไมเ ปนไปตามแผน
2. ผลการจดั กจิ กรรมการเรียนรู
2.1 ความเหมาะสมของระยะเวลา ดีมาก ดี พอใช ตองปรับปรงุ
2.2 ความเหมาะสมของเนื้อหา ดีมาก ดี พอใช ตอ งปรับปรงุ
2.3 ความเหมาะสมของกจิ กรรมการเรียนรู ดีมาก ดี พอใช ตองปรบั ปรงุ
2.4 ความเหมาะสมของสอื่ การเรยี นรูทใ่ี ช ดมี าก ดี พอใช ตองปรบั ปรุง
2.5 พฤติกรรม/การมสี ว นรวมของนักเรียน ดมี าก ดี พอใช ตอ งปรับปรงุ
2.6 ผลการปฏบิ ตั ิกิจกรรม/ใบกจิ กรรม
2.6.1 การประเมนิ ผลดานความรหู ลงั การเรียน (K) โดยใช..........................................................
พบวา จาํ นวนนกั เรียนทผ่ี า นเกณฑก ารประเมิน .......................... คน คดิ เปน รอ ยละ .........................................
และจํานวนนกั เรียนท่ไี มผานเกณฑก ารประเมนิ .......................... คน คดิ เปน รอ ยละ .........................................
2.6.2 การประเมินดานทักษะกระบวนการ (P) ผลการประเมินโดยใชแบบสังเกตพฤติกรรมการ
ทํางานเปนรายบุคคลและกระบวนการทํางานเปนกลุม พบวา มีนักเรียนรอยละ.................ผานเกณฑการ
ประเมนิ และมีนกั เรียนรอ ยละ.................ไมผา นเกณฑก ารประเมิน
2.6.3 การประเมินดานคุณลักษณะอันพึงประสงค (A) ผลการประเมินโดยใชแบบประเมิน
คุณลักษณะอันพึงประสงค พบวา มีนักเรียนรอยละ.................ผานเกณฑการประเมิน และมีนักเรียนรอยละ
.................ไมผา นเกณฑก ารประเมนิ
2.6.4 การประเมินดานสมรรถนะสําคัญของผูเรียน ผลการประเมินโดยใชแบบประเมิน
สมรรถนะสําคัญของผูเรียน พบวา มีนักเรียนรอยละ.................ผานเกณฑการประเมิน และมีนักเรียนรอยละ
.................ไมผ า นเกณฑก ารประเมนิ
3. ปญ หาทีพ่ บในการจดั การเรยี นรู คอื ..............................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
4. แนวทางการแกไขนกั เรียนท่ีไมผานการประเมิน...............................................................................................
..............................................................................................................................................................................
5. สง่ิ ที่ควรพัฒนาในการจดั การเรยี นรูคร้ังตอไป..................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ......................................................ผบู นั ทกึ
(นายธนากร นาควรรณ)
ตําแหนง ครู วทิ ยฐานะครชู าํ นาญการ
๙๓
ภาคผนวก ช
แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรปู ระจําฐาน
๙๔
แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรปู ระจําฐาน
กจิ กรรมการเรยี นรตู ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ศนู ยก ารเรยี นรูตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ดา นการศกึ ษา
โรงเรียนตะก่วั ปา ครี ีเขต อาํ เภอตะก่ัวปา จงั หวัดพงั งา
ฐานพัฒนาทักษะอาชพี ฐานการเรยี นรกู ารทาํ ปยุ หมักชีวภาพ
ครูแกนนํา ๑. นายสชุ ล ลอื เสียง
๒. นายธนากร นาควรรณ
นกั เรยี นแกนนาํ ๑. นายธนาธปิ กอ ผล
๒. นายตาตา (พมา)
๓. นายพงศป กรณ แกว กลุ
๑.สาระสําคญั
ฐานการเรียนรูพ ฒั นาทกั ษะอาชีพ ฐานการทาํ ปยุ หมักชวี ภาพ เปนกิจกรรมทมี่ ุงพฒั นาทักษะทางดา น
อาชีพใหกับนักเรียน โดยนักเรียนจะไดเรียนรูและลงมือปฏิบัติการทําปุยหมักจากหญาสด ใบไมแหงท่ีมีอยูใน
โรงเรยี นนํามาทาํ เปน ปุยหมักผา นกระบวนการยอยสลายโดยกิจกรรมของจุลินทรีย จนเปลย่ี นสภาพไปจากเดิม
เปนวัสดุท่ีมีลักษณะออนนุม เปอยยุย ไมแข็งกระดาง และมีสีน้ําตาลปนดํา นํามาใชในการบํารุงดิน และเพิ่ม
ธาตอุ าหารใหแ กพ ืชในโรงเรยี น และชมุ ชน เพื่อลดการใชสารเคมี และสงเสรมิ การมอี ยอู ยา งพอเพยี งโดยใชเ ศษ
หญา และใบไม มาทําใหเ กิดประโยชน ผเู รียนสามารถใชเ วลาวางใหเกิดประโยชน นําความรู ประสบการณ ที่
ไดจ ากฐานการเรียนรปู ยุ หมักชีวภาพได ไปประยุกตใชในชีวติ ประจําวันจริงเพื่อประกอบอาชพี ในอนาคตได
มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชีว้ ดั
มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ว ๑.๒ เขาใจสมบัติของส่ิงมีชีวิต หนวยพ้ืนฐานของสิ่งมีชีวิต การลําเลียงสารเขาและออก
จากเซลล ความสัมพันธของโครงสราง และหนาที่ของระบบตาง ๆ ของสัตวและมนุษยท่ีทํางานสัมพันธกัน
ความสัมพันธของโครงสราง และหนาที่ของอวัยวะตาง ๆ ของพืชท่ีทํางานสัมพันธกัน รวมท้ังนําความรูไปใช
ประโยชน
ตวั ช้วี ดั
ว ๑.๒ ม.๑/๑๔ อธิบายความสําคญั ของธาตุอาหารบางชนิดทมี่ ผี ลตอการเจริญเตบิ โต และการดํารงชวี ิต
ของพชื
ว ๑.๒ ม.๑/๑๕ เลือกใชปุยที่มีธาตอุ าหารเหมาะสมกบั พืชในสถานการณท ก่ี าํ หนด
มาตรฐาน ง ๒.๑ เขา ใจ มีทกั ษะทีจ่ าํ เปนมีประสบการณ เหน็ แนวทางในงานอาชพี ใชเทคโนโลยีเพ่ือ
พฒั นาอาชีพ มคี ุณธรรมและมเี จตคติที่ดีตออาชีพ
ง ๒.๑ ม.๑/๓ เหน็ ความสําคัญของการสรา งอาชีพ
๙๕
๒.วตั ถุประสงค
๑. เพื่อใชเปน แหลง เรียนรใู หน กั เรียนใชศ ึกษาหาความรู
๒. เพอื่ ใหน กั เรียนไดฝ กปฏิบตั ิ รจู กั เตรยี มวสั ดุเหลือใชท ่ีมอี ยูในโรงเรียนนาํ มาใชใ นการทําปยุ หมัก
รจู ักข้ันตอนและวธิ ีการทาํ ปยุ หมกั และการดแู ลรกั ษาได
๓. เพื่อใหน ักเรียนสามารถนําปยุ หมกั ชวี ภาพที่ผลติ ไดไปใชใหเกิดประโยชนในชวี ติ ประจาํ วนั
๔. เพ่อื บมเพาะนสิ ยั ความพอเพยี ง
๓. สาระการเรยี นรู
- แหลงของธาตอุ าหารพชื /การเตรยี มวตั ถุดิบในการทาํ ปยุ หมกั
- ข้นั ตอนและวธิ กี ารทําปุยหมักจากหญา สด
- วิธกี ารนาํ ปุยหมกั ชวี ภาพไปใชป ระโยชนกบั การปลูกพืช
๔. กิจกรรมการเรยี นรู
๑. แจงจดุ ประสงคก ารเรียนรูและวธิ กี ารเรียนรขู องบทเรยี นนใ้ี หนกั เรยี นทราบ
๒. นักเรียนศึกษาความรูจากปายนิเทศฐานการทําปุยหมักชีวภาพได สนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรูกับ
วทิ ยากรประจาํ ฐาน จดบนั ทกึ ความรู
๓. ครูแกนนํา อธบิ ายสวนผสมและวธิ ีทาํ พรอ มกับสาธติ การทาํ ปุยหมัก
๔. นักเรียนแบงกลุมยอย คละนักเรียนเกง ปานกลาง และออน โดยฝกปฏิบัติการทําปุยหมัก มีการ
จดบันทึก ข้นั ตอนการทํา ครเู ปนผตู รวจสอบประเมินผลเสนอแนะ แลวใหน ักเรียนลงมือปฏิบัตติ ามข้นั ตอน
๕. เมื่อนักเรียนปฏิบัติงานเสร็จแลวใหเก็บอุปกรณเขาที่ใหเรียบรอย ทําความสะอาดหองปฏิบัติการ
และทาํ ความสะอาดรา งกาย
๖. ครูและนักเรียนแกนนําสาธิตวิธีการนําปุยหมักชีวภาพมาใชประโยชนทดลองใสปุยกับพืชผักใน
โรงเรียน
๗. นักเรียนแตละกลุมนําปุยที่ผานการหมักเปนระยะเวลาที่กําหนดแลวมาบรรจุในถุงพลาสติกเปน
ผลติ ภัณฑปุย หมักชวี ภาพของโรงเรียน
๘. นักเรยี นแตล ะกลุมรวมกันวิเคราะหถอดบทเรียนตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงแลวบันทึก
ผลการวเิ คราะหในใบกจิ กรรม กระบวนการเรยี นรู ครแู ละนกั เรียนรว มกนั สรุปเชอื่ มโยงคําตอบคําถามทีละขอ
ใหส อดคลองกบั หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๕.สื่อวสั ดุและอปุ กรณก ารเรียนรู
๑) ปายนิเทศเรื่องการทําปยุ หมักชวี ภาพ
๒) ใบความรเู ก่ียวกบั แหลงของธาตุอาหารพชื
๓) แผน พับ
๔) วตั ถุดิบไดแกห ญา สดยอ ยละเอยี ด มลู สตั วแ หง เชน ข้วี วั หรือขี้ไก ขุยใบไมแหง แกลบดําหรือแกลบ
ดบิ รําขาวละเอยี ด นํ้าหมักจุลินทรียหนอกลว ย นํ้าสะอาด ๔๐ ลติ ร
๕) ถงุ กระสอบเปลา ๓ กระสอบ
๙๖
๖. ความรูทไี่ ดรับจากฐานการเรยี นรู
๖.๑ ศาสตรพ ระราชา
หลักการทรงงาน
๑. การมสี วนรวม
๒. การทํางานอยา งมคี วามสุข
๓. ทําตามลาํ ดับขน้ั ตอน
๔. การประหยัด เรยี บงา ย
๕. ความพออยพู อกนิ
๖.๒ ศาสตรภมู ปิ ญ ญาทองถน่ิ
- การทําปยุ หมักชีวภาพจากเศษวสั ดทุ เี่ หลือใชในทองถิ่น / กระบวนการหมัก
๖.๓ ศาสตรส ากล
- การเรยี นรแู หลงของธาตอุ าหาร ความสาํ คัญของธาตุอาหาร การเลือกใชปยุ ในการบาํ รงุ พชื
(หลักสูตรแกนกลางพุทธศักราช ๒๕๕๑ กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (ฉบับ
ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) สาระที่ ๑ มาตรฐาน ว ๑.๒ /ตัวชีวัด ว ๑.๒ ม.๑/๑๔ /ตัวชีวัด ว ๑.๒ ม.๑/
๑๕)
๗. การนําไปประยกุ ตใช
๗.๑ การประยกุ ตใ ชใ นการดาํ เนินชวี ติ
- นําความรูเกี่ยวกับการผลิตปุยหมักชีวภาพไปใชในการปลูกพืชผักในโรงเรียน บานและ
ชมุ ชน และการจําหนายผลติ ภณั ฑป ยุ หมักชีวภาพเพ่ือเปนรายไดเ สรมิ ใหก บั ครอบครวั ได
- มที ักษะในการผลิตและจําหนาย
- นาํ ความรูไปประยุกตใ ชแ ละดาํ เนินชวี ิตอยา งพอเพยี งมรี ายได
๗.๒ การประยกุ ตใชใ นภารกิจตามหนา ที่
- การจัดกิจกรรมการเรียนการรูในกลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีและ
กิจกรรมชมุ นมุ
๙๗
๘. การประเมนิ ผลการเรยี นรู
- แบบสงั เกตพฤตกิ รรมขณะทํากจิ กรรมของฐานการเรยี นรู เชน สังเกตจากการสนทนา ซกั ถาม
จดบนั ทึก การนาํ เสนอผลงาน การถอดบทเรียน
- แบบประเมินผลการเรียนรู
๙. ความสอดคลองกับหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง (๒ : ๓ : ๔)
๒ เงอ่ื นไข
เงื่อนไขความรู เงอ่ื นไขคณุ ธรรม
-ศกึ ษาเรยี นรแู หลงของธาตอุ าหารหลัก -มีความมงุ มน่ั ในการทํางาน
-รวู ธิ กี ารเลือกใชว สั ดไุ ดเหมาะสม -มีความขยันอดทนและความซือ่ สตั ย
-รวู ธิ กี ารทาํ ปุยหมกั ชีวภาพ เชน จากหญา -มีความตรงตอ เวลา
สด
-รวู ธิ ีการนาํ ปุยหมกั ชีวภาพไปใชประโยชน
กบั พืช
๓ หลักการ
ความพอประมาณ ความมีเหตผุ ล การมีภมู คิ ุมกนั ในตัวท่ดี ี
-ใชป ริมาณของสวนผสม -นกั เรียนรูคณุ คา ของวัสดุเหลอื -มกี ารวางแผนการทาํ งานอยางรอบคอบไม
พอเหมาะกับการทาํ ปยุ ใชในธรรมชาตทิ ีม่ ีอยใู นโรงเรียน ประมาท
หมกั และชมุ ชน -ใชว ัสดจุ ากธรรมชาติ ปลอดสารเคมี
-ใชเ วลาในกระบวนการ -นกั เรียนสามารถทาํ ปุยหมกั
หมักไดเ หมาะสม ชวี ภาพมาใชใ สเ ปน ปยุ บํารงุ ดิน
-งบประมาณพอดกี ับการ ในการปลกู พชื ผักสวนครวั ทบ่ี า น
ทาํ แตล ะครงั้ สามารถพง่ึ พาตวั เองได โดยไม
-รูปริมาณในการนาํ ปุย ตองใชปยุ เคมี
หมกั ชีวภาพไปใช
ประโยชนก ับพชื ใน
ปรมิ าณทีเ่ หมาะสม
๙๘
นาํ ไปสูเปา หมายสมดลุ และพรอมรบั การเปลย่ี นแปลงใน ๔ มติ ิ
ดา นวตั ถุ ดา นสังคม ดานสิง่ แวดลอม ดานวฒั นธรรม
-นักเรยี นมที กั ษะในการ รูจักการทาํ งาน -ลดปญหาการใชสารเคมี -นาํ ภูมปิ ญ ญาทอ งถ่ินเกี่ยวกับ
ใชอปุ กรณอ ยางถกู ตอง รว มกันและยอมรบั ไมกอมลพิษและไมท าํ ลาย กระบวนการหมกั มาใช
และประหยัด ความคดิ เห็นของ สง่ิ แวดลอ ม -เห็นคุณคา ของปุยหมักชีวภาพและ
-ใชว ัสดุเหลอื ใชอยาง ผูอ น่ื นํามาใชประโยชนในครวั เรอื น และ
คมุ คา และเกิดประโยชน เผยแพรค วามรูสชู มุ ชน
สงู สดุ
๙๙
แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรูป ระจําฐาน
กิจกรรมการเรียนรูต ามหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
ศนู ยการเรียนรูตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ดา นการศกึ ษา
โรงเรยี นตะกว่ั ปาครี ีเขต อาํ เภอตะกั่วปา จงั หวดั พงั งา
ฐานพฒั นาทกั ษะอาชพี ฐานการเรยี นรู สวนสมุนไพรสขุ คีรวี ถิ ีพอเพียง
ครูแกนนาํ ๑. นางลาวลั ย ชูทอง
๒. นางสลุ กั ขณา ทองเนยี ม
๓. นางอนงคนาฏ ลิ่มพรรณ
นกั เรยี นแกนนาํ ๑. นางสาวณัฐนันท ทองเกอ้ื
๒. เดก็ หญงิ หนุย (พมา)
๓. นางสาวสุมนฑา สบื เหตุ
๑.สาระสําคญั
ฐานการเรียนรูพฒั นาทกั ษะอาชพี ฐานสวนสมุนไพรสุขครี ีวิถีพอเพียง เปนกิจกรรมทมี่ ุงพัฒนาทักษะ
ทางดานอาชีพใหกับนักเรียน โดยนักเรียนจะไดเรียนรูสรรพคุณของสมุนไพรพื้นบานที่มีอยูในชุมชน รูถึง
ประโยชนข องพชื สมุนไพรและลงมอื ปฏิบตั ิการ การแปรรปู สมุนไพร การเลอื กวัตถุดบิ ทีม่ ีอยใู นชมุ ชนมาทําเปน
ผลิตภัณฑที่ใชในชีวิตประจําวัน เชน การทําน้ํายาอเนกประสงค ลูกอมสมุนไพรเลิกบุหร่ี และนํ้าด่ืมสมุนไพร
เพื่อสุขภาพ ผเู รยี นไดฝก ทักษะอาชีพ ลงมือปฏบิ ัติจรงิ สง ผลใหน ักเรียนตระหนักและเห็นคุณคาของสมนุ ไพรที่
มีอยูในชุมชน มีความรูความเขาใจในข้ันตอนการผลิต การจัดจําหนาย สามารถผลิตและจัดจําหนายโดยใช
กระบวนการตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง สามารถตอ ยอดทาํ เปน อาชีพเสริมในอนาคต
มาตรฐานการเรยี นร/ู ตวั ชีว้ ดั
มาตรฐานการเรยี นรู
มาตรฐาน ง ๑.๑ เขาใจการทํางาน มีความคิดสรางสรรค มีทักษะกระบวนการทํางาน ทักษะ การ
จัดการ ทกั ษะกระบวนการแกปญ หา ทกั ษะการทํางานรวมกัน และทกั ษะ การแสวงหาความรู มีคุณธรรม และ
ลักษณะนิสัยในการทํางาน มีจิตสํานึก ในการใชพลังงาน ทรัพยากร และสิ่งแวดลอม เพ่ือการดํารงชีวิตและ
ครอบครวั
ตวั ชวี้ ัด
ง ๑.๑ ม.๒/๑ ใชท ักษะการแสวงหาความรเู พ่ือพฒั นาการทาํ งาน
ง ๑.๑ ม.๒/๒ ใชท ักษะกระบวนการแกป ญ หาในการทํางาน
ง ๑.๑ ม.๒/๓ มีจติ สาํ นกึ ในการทํางานและใชทรัพยากรในการปฏบิ ัตงิ านอยา งประหยดั และคุมคา
มาตรฐาน ง ๒.๑ เขา ใจ มีทกั ษะทจ่ี าํ เปนมีประสบการณ เหน็ แนวทางในงานอาชีพ ใชเ ทคโนโลยเี พ่ือ
พัฒนาอาชพี มคี ณุ ธรรมและมีเจตคตทิ ่ดี ตี อ อาชพี
ง ๒.๑ ม.๑/๓ เหน็ ความสําคญั ของการสรา งอาชพี