ประวตั แิ ละผลงานของบุคคลสาคญั ในสมยั ธนบุรี
สมเดจ็ พระเจ้าตากสินมหาราช
พระราชประวตั ิ
มีพระนามเดิมวา่ สิน เกิดในสมยั พระเจา้ อยหู่ วั บรมโกศ ต่อมาไดเ้ ขา้ รับ
ราชการจนมีตาแหน่งเป็นพระยาตาก เจา้ เมืองตาก และพระยาวชิรปราการ เจา้
เมืองกาแพงเพชร ตามลาดบั
พระราชกรณยี กจิ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเดจ็ พระเจ้าตากสินมหาราช
กษัตริย์ผู้กอบกู้เอกราชของชาติไทย
▪ ทรงกอบกเู้ อกราชของไทยจากพม่า
▪ ทรงรวมพระราชอาณาจกั รดว้ ยการปราบชุมนุมต่างๆ
▪ ทรงฟ้ื นฟูบา้ นเมืองท้งั ดา้ นเศรษฐกิจและสงั คมใหก้ ลบั คืนสู่ภาวะปกติ
▪ ทรงทานุบารุงพระพทุ ธศาสนา
สมเดจ็ เจ้าพระยามหากษตั ริย์ศึก (ทองด้วง)
ประวตั ิ
มีนามเดิมวา่ ทองดว้ ง ในปลายสมยั อยธุ ยารับราชการใน
ตาแหน่งหลวงยกกระบตั ร เม่ือสมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราชทรง
สถาปนากรุงธนบุรีกไ็ ดเ้ ขา้ รับราชการในกรุงธนบุรี
ผลงานสาคญั สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกเสด็จกลบั จากราชการทัพทเ่ี ขมร
ภายหลงั รับทราบข่าวการจลาจลทกี่ รุงธนบุรี
▪ เป็นแม่ทพั ไปตีเมืองเขมร และสามารถยดึ เมืองเสียมราฐได้
▪ ยกทพั ไปปราบเมืองนางรองและนครจาปาศกั ด์ิ เสร็จศึกไดร้ ับเลื่อนยศข้ึนเป็นสมเดจ็ เจา้ พระยามหากษตั ริยศ์ ึก
▪ ยกทพั ไปตีไดเ้ มืองเวยี งจนั ทน์ เมืองหลวงพระบาง และไดอ้ ญั เชิญพระแกว้ มรกตและพระบางมายงั กรุงธนบุรี
▪ ยกทพั ไปตีกมั พชู า เม่ือกลบั มาไดแ้ กไ้ ขวิกฤตการณ์ในธนบุรีใหย้ ตุ ิลงได้
เจ้าพระยาสุรสีห์ (บุญมา)
ประวตั ิ
มีนามเดิมว่า บุญมา เป็ นน้องชายของสมเด็จเจา้ พระยามหากษตั ริยศ์ ึก เม่ือนายบุญมาอายไุ ด้ ๑๖ ปี
บิดาไดฝ้ ากเขา้ รับราชการเป็นมหาดเลก็ ในเจา้ ฟ้าเอกทศั กรมขนุ อนุรักษม์ นตรี ภายหลงั ไดร้ ับแต่งต้งั ใหเ้ ป็น
นายสุดจินดามหาดเลก็ หุม้ แพร และในสมยั ธนบุรี กไ็ ดเ้ ขา้ รับราชการจนมีความดีความชอบมากมาย
ผลงานสาคญั
▪ เป็นผมู้ ีความสามารถในการรบ และมีความองอาจกลา้ หาญ
▪ ไดร้ ับเล่ือนยศข้ึนเป็นเจา้ พระยาสุรสีห์ สาเร็จราชการเมืองพิษณุโลก
▪ ไดร้ ่วมกบั สมเดจ็ เจา้ พระยามหากษตั ริยศ์ ึก ยกทพั ไปปราบหวั เมืองต่างๆ
▪ เป็นทพั หนา้ ในการยกทพั ไปตีกมั พูชา และไดแ้ กไ้ ขวิกฤตการณ์ในกรุงธนบุรี
ประวตั ิและผลงานของบุคคลสาคญั หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔ ประวตั แิ ละผลงานของบุคคลสาคญั
ในสมยั อยุธยา ในสมยั ธนบุรี
ประวตั ิและผลงาน
สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ (อู่ทอง) ของบุคคลสาคญั สมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราช
สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ในการสร้างสรรค์ชาตไิ ทย สมเด็จพระเจา้ ยามหากษตั ริยศ์ ึก (ทองดว้ ง)
สมเดจ็ พระสุริโยทยั เจา้ พระยาสุรสีห์ (บุญมา)
สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช
สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช
สมเด็จพระเพทราชา
ออกญาโกษาธิบดี (ปาน)
ซิมง เดอ ลา ลูแบร์
เยเรเมียส ฟาน ฟลีต
จุดประสงค์การเรียนรู้
• อธิบายพฒั นาการทางสงั คม เศรษฐกิจ และการเมืองของภูมิภาคเอเชียได้
ประเทศไทยของเรามีท่ตี ้งั อยู่ในทวปี ใดคะ?
๑หน่วยการเรียนรู้ที่ ทตี่ ัง้ และสภาพภูมิศาสตร์
ท่ีมผี ลต่อพฒั นาการของทวปี เอเชีย
ภูมภิ าคเอเชียตะวนั ออก
ทต่ี ้งั และสภาพภูมศิ าสตร์
เอเชียตะวนั ออกเป็นภูมิภาคที่มีพ้นื ท่ีกวา้ งใหญท่ ี่สุดในทวปี เอเชีย ประกอบดว้ ยประเทศ
สาธารณรัฐประชาชนจนี
มองโกเลยี
ญป่ี ่ ุน
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี
(เกาหลเี หนือ)
สาธารณรัฐเกาหลี
(เกาหลใี ต้)
สภาพภูมปิ ระเทศบริเวณภาคพืน้ ทวปี
มีลกั ษณะภูมิประเทศเป็นเขตเทือกเขา ส่วนที่ราบลุ่มแม่น้ามีพ้ืนดินอุดมสมบูรณ์
และท่ีราบสูง เหมาะแก่การเพาะปลูก
ประกอบดว้ ย จีน เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ จึงมีประชากรต้งั ถิ่นฐานอยหู่ นาแน่น
และมองโกเลีย
สภาพภูมปิ ระเทศบริเวณหมู่เกาะ
ไดแ้ ก่ หมู่เกาะญ่ีป่ ุน หมู่เกาะคูริล
เกาะแซคาลิน และเกาะไตห้ วนั
ประชากรส่วนใหญ่ต้งั ถิ่นฐานตามที่ราบริมฝ่ัง
และที่ราบเชิงเขา ประกอบอาชีพประมง
มีลกั ษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง
และที่ราบริมฝั่งทะเลแคบๆ
สภาพภูมอิ ากาศ
เป็นเขตอากาศอบอุน่ ไดร้ ับอิทธิพลจากลมมรสุม จึงมีฝนตกและมีพายตุ ามชายฝ่ังทะเล เช่น ชายฝ่ัง
ตะวนั ออกเฉียงใตข้ องจีน เกาะไตห้ วนั หมู่เกาะญ่ีป่ ุน
ในฤดูหนาวไดร้ ับอิทธิพลจากลมมรสุมฤดูหนาวท่ีพดั เขา้ สู่ตอนเหนือของจีน เกาหลีเหนือ และญี่ป่ ุน
จึงมีอากาศหนาวเยน็ มีหิมะตก ส่วนทางใตข้ องจีนมีอากาศร้อนช้ืน
พฒั นาการด้านการเมืองการปกครอง
สาธารณรัฐประชาชนจนี
การปกครองจนี ในอดตี การปกครองจนี
▪ มีการกาหนดรูปแบบการปกครอง หลงั เปลย่ี นแปลงการปกครอง
เนื่องจากมีการอยู่รวมกันเป็ น
สังคม ▪ ใน ค.ศ. ๑๙๑๒ เริ่มปกครองแบบ
สาธารณรัฐ
▪ ใ น ร ะ ย ะ แ ร ก จี น มี ก า ร เ ลื อ ก
ผู้ป ก ค ร อ ง ต า ม ค ว า ม ส า ม า ร ถ ▪ ในทศวรรษที่ ๑๙๒๐-ค.ศ. ๑๙๔๙
ต่ อมา มี รู ปแ บบกา รปกค รองใ น มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
ระบอบจกั รพรรดิ เป็ นระบอบคอมมิวนิสต์มาจนถึง
ปัจจุบนั
▪ ทางพระราชสานกั ดูแลบา้ นเมือง
ไดอ้ ยา่ งเป็นระเบียบ
การปกครองญป่ี ่ ุนในอดตี ประเทศญีป่ ่ ุน การปกครองหลงั สิ้นสุดระบบโชกนุ
ในระยะแรกมีการปกครองแบบเผา่ ระบบโชกนุ มีการปฏิรูปสมยั เมจิ
ต่อมามีองคจ์ กั รพรรดิเป็นผนู้ า ระบบโชกนุ สิ้นสุด
เป็นตาแหน่งที่จกั รพรรดิ
มีการปกครองในระบอบศกั ดินา พระราชทานให้ โชกนุ คนแรก ในช่วงสงครามโลกคร้ังท่ี ๒
ที่กระจายอานาจจากส่วนกลาง ญ่ีป่ ุนใชล้ ทั ธิทหารนิยม
คือ โยะริโตะโมะ
หรือเรียกวา่ ระบบโชกนุ ขยายอานาจเขา้ ยดึ ครอง ประเทศตา่ งๆ
โชกนุ มีอานาจทางการปกครอง รวมท้งั เอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้
มากกวา่ จกั รพรรดิ
หลงั พา่ ยแพใ้ นสงครามโลกคร้ังที่ ๒ ญี่ป่ ุน
ถูกสหรัฐอเมริกาเขา้ ยดึ ครอง ๗ ปี
และปลูกฝังการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตยใหญ้ ่ีป่ ุน
อาณาจกั รแห่งแรกของเกาหลี เร่ิม
บริเวณเกาหลีเหนือในปัจจุบนั
มีราชวงศป์ กครองตนเอง แต่มกั ตกอยู่ การปกครองเกาหลใี นอดตี
ภายใตอ้ ิทธิพลของจีน
ระหวา่ ง ค.ศ. ๑๙๑๐-๑๙๔๕ เกาหลีตก
อยภู่ ายใตก้ ารยดึ ครองของญี่ป่ ุน
ประเทศเกาหลี
การปกครองภายหลงั ได้รับเอกราช ค.ศ. ๑๙๔๕ เกาหลีเหนือปกครอง
เกาหลีไดร้ ับเอกราชจากญ่ีป่ ุน ระบอบคอมมิวนิสต์
ปัญหาการเมืองทาใหเ้ กาหลี เกาหลีใตป้ กครองระบอบ
แบ่งแยกออกเป็น ๒ ประเทศ ประชาธิปไตย
ค.ศ. ๑๙๕๐-๑๙๕๓
เกิดสงครามเกาหลี
พฒั นาการด้านเศรษฐกจิ
เศรษฐกจิ จนี ในอดตี
▪ พ้ืนฐานทางเศรษฐกิจข้ึนอยกู่ บั เกษตรกรรมเป็นหลกั
▪ การเขา้ มาของจกั รวรรดินิยมตะวนั ตก ทาใหเ้ กิดการเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกิจเขา้ สู่ระบบอุตสาหกรรม
▪ จีนพา่ ยแพใ้ นสงครามฝิ่น ทาใหช้ าติตะวนั ตกเขา้ มาแสวงหาผลประโยชนใ์ นจีนมากข้ึน
เศรษฐกจิ หลงั เปลย่ี นแปลงการปกครอง
▪ ดาเนินการปฏิรูปที่ดินและเร่งการผลิตภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม
▪ เริ่มนานโยบายส่ีทนั สมยั มาใช้
▪ ปรับปรุงประเทศเขา้ สู่เศรษฐกิจแบบทุนนิยม
▪ เมืองใหญ่หลายแห่งของจีนกลายเป็นศูนยก์ ลางทางเศรษฐกิจ เช่น ปักก่ิง เทียนจิน เซินเจิ้น ชางไห่ เป็นตน้
เศรษฐกจิ ญปี่ ่ ุนในอดตี
▪ ในอดีตเศรษฐกิจญ่ีป่ ุนข้ึนอยกู่ บั การเกษตร จนในยคุ เมจิ ญี่ป่ ุนไดพ้ ฒั นาประเทศเขา้ สู่ยคุ ใหม่ดว้ ยอุตสาหกรรม
▪ หลงั เปิ ดประเทศใน ค.ศ. ๑๘๕๔ ญ่ีป่ ุนไดพ้ ฒั นาประเทศจนประสบความสาเร็จ โดยมีการลงทุนในกิจการต่างๆ
ท้งั สาธารณูปโภคและอุตสาหกรรม
เศรษฐกจิ หลงั สงครามโลกคร้ังที่ ๒
▪ ในช่วงสงครามโลกคร้ังท่ี ๒ เศรษฐกิจญี่ป่ ุนตกต่าแต่ไดร้ ับความช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกา
หลงั สงคราม เศรษฐกิจญ่ีป่ ุนจึงกลบั มาเขม้ แขง็ อีกคร้ัง
▪ ปัจจุบนั ญี่ป่ ุนเป็นประเทศอุตสาหกรรม แต่กใ็ หก้ ารสนบั สนุนเกษตรกรรมเป็นอยา่ งดี
เศรษฐกจิ เกาหลใี นอดตี
▪ ในสมยั โบราณเศรษฐกิจเกาหลีข้ึนอยกู่ บั เกษตรกรรม
▪ ช่วงท่ีถูกญ่ีป่ ุนยดึ ครอง ถูกควบคุมทางดา้ นเศรษฐกิจ มีการส่งขา้ วไปญี่ป่ ุน ทาใหเ้ กิดความอดอยากในเกาหลี
เศรษฐกจิ หลงั แบ่งแยกประเทศ
▪ เกาหลีใตด้ าเนินนโยบายเศรษฐกิจทุนนิยมที่มีความกา้ วหนา้ ทางเศรษฐกิจ
▪ เกาหลีเหนือเนน้ บริหารทางดา้ นการเมืองและการทหารเป็นหลกั เศรษฐกิจจึงเจริญไม่เท่าเกาหลีใต้
พฒั นาการด้านสังคม
สังคมในอดตี
▪ ก่อนคริสตศ์ ตวรรษท่ี ๑๙ เป็นสงั คมแบบจารีต ปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
▪ คนในสงั คมแบ่งออกเป็นชนช้นั
▪ ลทั ธิความเช่ือมีอิทธิพลต่อแนวคิดและการดารงชีวติ เช่น ลทั ธิขงจื๊อ ลทั ธิบูชิโด
▪ คริสตศ์ ตวรรษที่ ๑๙ ในยคุ จกั รวรรดินิยมมีการรับวิถีชีวิตแบบตะวนั ตก ทาใหเ้ กิดการเปลี่ยนแปลงในสงั คม
สังคมหลงั สงครามเยน็
▪ จีนและเกาหลีเหนือปกครองดว้ ยระบอบคอมมิวนิสตไ์ ดก้ าหนดแนวทางวิถีชีวติ ของประชาชน
▪ ญ่ีป่ ุนไดร้ ับการวางพ้ืนฐานประชาธิปไตยจากสหรัฐอเมริกา
▪ ปัจจุบนั สงั คมในเอเชียตะวนั ออกเป็นสงั คมเมือง เศรษฐกิจกา้ วหนา้ ประชาชนมีการศึกษาสูง
ภูมภิ าคเอเชียใต้
ทต่ี ้ังและสภาพภูมศิ าสตร์
เอเชียใตม้ ีรูปร่างเป็นรูปสามเหลี่ยม ลกั ษณะคลา้ ยรวงผ้งึ กาลงั หยด ประกอบดว้ ยประเทศ
อนิ เดยี บงั กลาเทศ
ปากสี ถาน ภูฏาน
เนปาล ศรีลงั กา
มลั ดีฟส์
บริเวณท่ีราบลุ่มแม่น้าในภาคเหนือ
มีประชากรอาศยั อยอู่ ยา่ งหนาแน่น
สภาพภูมปิ ระเทศ
บริเวณคาบสมุทรอินเดีย บริเวณทางตะวนั ออกเฉียงใต้
ของท่ีราบสูงเดกกนั
ทางตอนกลางมีที่ราบสูงเดกกนั
เป็นที่ราบกวา้ งใหญ่ เป็นที่อยอู่ าศยั
พ้ืนท่ีส่วนใหญ่แหง้ แลง้ ของชนพ้ืนเมือง คือ พวกทมิฬ
เตม็ ไปดว้ ยภูเขานอ้ ยใหญ่
บริเวณเขตเทือกเขาหิมาลยั
อากาศหนาวจดั
บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้าสินธุ ตอนใตบ้ ริเวณคาบสมุทร
และคงคา อากาศหนาวจดั ใน มีอากาศสม่าเสมอ
ฤดูหนาว ร้อนจดั ในฤดูร้อน
สภาพภูมอิ ากาศ ทางตะวนั ตกเฉียงเหนือของ
ภูมิภาค ไม่ไดร้ ับอิทธิพลจากลม
ทางตะวนั ออกของภมู ิภาค มรสุม จึงมีอากาศแหง้ ตลอดท้งั ปี
ในช่วงฤดูมรสุมมกั เกิดพายุ
และมีทะเลทราย
รุนแรง ฝนตกหนกั
พฒั นาการด้านการเมืองการปกครอง
เริ่มต้งั แต่อารยธรรมลุ่มแมน่ ้าสินธุ การปกครองในอดตี
ผปู้ กครองอาจเป็นนกั บวชหรือกษตั ริย์
ในสมยั พระเวทมีผนู้ าเผา่ ต่อมาเกิดเมืองและรัฐหลายแห่ง
ปกครองโดยราชวงศต์ ่างๆ เช่นสมยั ราชวงศเ์ มารยะ สมยั จกั รวรรดิ
คุปตะ และสมยั ราชวงศโ์ มกลุ
การปกครองภายหลงั การเข้ามา
ของชาตติ ะวนั ตก
โปรตุเกสเป็นชาวตะวนั ตกชาติแรก เมื่ออินเดียไดเ้ อกราชจึงเกิดการแยกประเทศออกเป็นอินเดีย
ท่ีเดินทางเขา้ มายงั อินเดียในคริสตศ์ ตวรรษท่ี ๑๖ และปากีสถาน ต่อมาปากีสถานตะวนั ออกไดแ้ ยกออกเป็น
ประเทศบงั กลาเทศ
เอเชียใตต้ กเป็นอาณานิคมขององั กฤษ
ในกลางคริสตศ์ ตวรรษท่ี ๑๙
พฒั นาการด้านเศรษฐกจิ
เศรษฐกจิ ในอดตี
▪ พ้ืนฐานทางเศรษฐกิจข้ึนอยกู่ บั เกษตรกรรม ชาวบา้ นมีอาชีพตามวรรณะของตน
▪ เมื่อชาวมุสลิมยดึ ครองอินเดียเหนือในคริสตศ์ ตวรรษที่ 8 ทาใหม้ ีการส่งเสริมการคา้ ภายนอกภูมิภาค
▪ ในสมยั จกั รวรรดิโมกลุ มีพอ่ คา้ ชาวตะวนั ตกเขา้ มาคา้ ขายเป็นจานวนมาก
▪ ในคริสตศ์ ตวรรษท่ี ๑๙ องั กฤษเขา้ มาลงทุนทาไร่ชา ไร่ฝ้าย ไร่ฝิ่นในอินเดียและศรีลงั กา
เศรษฐกจิ ภายหลงั การเข้ามา
ของชาตติ ะวนั ตก
▪ รัฐบาลอาณานิคมใชอ้ ินเดียเป็นแหล่งผลิตสินคา้ และส่งออกไปยงั ยโุ รป
▪ ในช่วงสงครามเยน็ อินเดียไดร้ ับความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจจากสหภาพโชเวยี ต ปากีสถานไดร้ ับความช่วยเหลือจากจีน
▪ หลงั สงครามเยน็ เศรษฐกิจพฒั นาไปเป็นระบบทุนนิยม และการลงทุนขา้ มชาติ
▪ เอเชียใตม้ ีประชากรมากแต่มีทรัพยากรจากดั การพฒั นาไม่ทวั่ ถึง ทาใหเ้ ป็นภูมิภาคที่มีฐานะทางเศรษฐกิจยากจนที่สุด
ในโลก
วรรณะพราหมณ์ พฒั นาการด้านสังคม
วรรณะกษตั ริย์
วรรณะแพศย์ สังคมในอดตี
วรรณะศูทร
▪ อินเดียมีระบบวรรณะเป็ นรากฐานที่สาคญั ของสงั คม และมีบทบาทต่อชาวฮินดู
ดา้ นศาสนา สงั คม และชีวติ ประจาวนั
▪ เอเชียใตเ้ ป็ นแหล่งกาเนิดศาสนาและลทั ธิสาคญั เช่น ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
พระพุทธศาสนา ศาสนาเชน เป็นตน้
สังคมในปัจจุบนั
▪ ปัจจุบนั ยกเลิกการแบ่งช้นั วรรณะแลว้ แต่ในชนบทระบบวรรณะยงั คงมีอิทธิพลในการดารงชีวิตอยู่
▪ ประชากรส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ดอ้ ยการศึกษา มีความคิดอนุรักษน์ ิยม
▪ แมว้ า่ ศาสนามีอิทธิพลต่อการดาเนินชีวิต แต่ศาสนาที่แตกต่างกนั กเ็ ป็นสาเหตุของความขดั แยง้ ดว้ ยเช่นกนั
ภูมภิ าคเอเชียตะวนั ตกเฉียงใต้
ทตี่ ้ังและสภาพภูมศิ าสตร์
ภูมิภาคเอเชียตะวนั ตกเฉียงใตม้ ีความสาคญั มาต้งั แต่อดีตเพราะเป็นจุดเชื่อมทวปี
สาคญั ๓ ทวปี ไดแ้ ก่ ยโุ รป เอเชีย และแอฟริกา ประกอบดว้ ยประเทศ
ซาอุดอี าระเบยี เยเมน สหรัฐอาหรับเอมเิ รตส์ กาตาร์
อหิ ร่าน
ตุรกี อริ ัก จอร์แดน เลบานอน
อฟั กานิสถาน โอมาน อสิ ราเอล ไซปรัส
ซีเรีย คูเวต บาห์เรน
สภาพภูมปิ ระเทศ เขตเทือกเขาและทร่ี าบสูงทางเหนือและ
ตะวนั ออกเฉียงเหนือ
เช่น ท่ีราบสูงอิหร่าน เป็นตน้
เขตทร่ี าบสูงอาหรับทางตะวนั ตกเฉียงใต้
เช่น บริเวณคาบสมุทรอาหรับ เป็นตน้
เขตทร่ี าบตา่ ตอนกลาง
คือ บริเวณลุ่มแม่น้าไทกริสและยเู ฟรทีส
จากสภาพภูมิประเทศที่เป็ นทะเลทรายในภูมิภาคเอเชีย
ตะวนั ตกเฉียงใต้ จึงทาให้มีภูมอิ ากาศทร่ี ้อนและแห้งแล้ง
ภูมภิ าคเอเชียตะวนั ตกเฉียงใต้ สภาพภูมอิ ากาศ
บริเวณท่ีราบลุ่มแม่น้าไทกริสและยเู ฟรทีส
และชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมีอากาศอบอุ่น
มีผคู้ นอาศยั อยอู่ ยา่ งหนาแน่น เช่น
บริเวณประเทศอิรัก อิสราเอล ซีเรีย
บริเวณคาบสมุทรอาหรับ มีภูมิอากาศแบบทะเลทราย
ที่ร้อนและแหง้ แลง้ ผคู้ นอาศยั อยอู่ ยา่ งเบาบาง
ใชช้ ีวติ แบบเร่ร่อน เช่น
แถบประเทศซาอุดีอาระเบีย เยเมน จอร์แดน
พฒั นาการด้านการเมืองการปกครอง
การปกครองในอดตี
▪ ศูนยก์ ลางของอารยธรรมเมืองยคุ แรก คือ อารยธรรมเมโสโปเตเมีย
▪ มีพฒั นาการอยา่ งต่อเนื่องนบั ต้งั แต่การปกครองแบบนครรัฐ การปกครองภายใตอ้ าณาจกั ร และจกั รวรรดิ
▪ คริสตศ์ ตวรรษท่ี ๕ ไดร้ ับอิทธิพลของอารยธรรมกรีก-โรมนั
▪ คริสตศ์ ตวรรษท่ี ๗ เม่ือศาสดามุฮมั มดั ประกาศศาสนาอิสลาม ทาให้ชาวอาหรับและพวกเบดูอินเกิดความ
สามคั คีจากการนบั ถือศาสนาเดียวกนั
▪ สร้างจกั รวรรดิอาหรับท่ีรุ่งเรืองอยใู่ นช่วง ค.ศ. ๖๓๔-๑๒๕๘ ศูนยก์ ลางอยทู่ ี่เมืองแบกแดด
▪ คริสตศ์ ตวรรษที่ ๑๓ พวกมุสลิมมองโกลขยายอานาจเขา้ มา
▪ คริสตศ์ ตวรรษท่ี ๑๖ จกั รวรรดิออตโตมนั ไดเ้ ขา้ มาปกครองดินแดนน้ี
การปกครองภายหลงั
การเข้ามาของชาตติ ะวนั ตก
▪ ชาวยโุ รปขยายลทั ธิจกั รวรรดินิยมเขา้ มาในคริสตศ์ ตวรรษที่ ๑๙
▪ หลงั สงครามโลกคร้ังท่ี ๑องั กฤษและฝร่ังเศสเขา้ มามีอิทธิพล และสนบั สนุนใหช้ าวยวิ จากยโุ รปอพยพเขา้ มายงั ดินแดน
เอเชียตะวนั ตกเฉียงใต้
▪ หลงั สงครามโลกคร้ังท่ี ๒ มหาอานาจตะวนั ตกสนบั สนุนการต้งั ประเทศอิสราเอลของชาวยวิ ทาใหเ้ กิดความขดั แยง้ ข้ึน
จนนาไปสู่สงครามระหวา่ งชาติอาหรับกบั อิสราเอล ปาเลสไตนก์ บั อิสราเอล
การก่อจลาจลของชาวปาเลสไตน์
ในดนิ แดนทอ่ี สิ ราเอลยดึ ครอง
พฒั นาการด้านเศรษฐกจิ
เศรษฐกจิ ในอดตี
▪ ภูมิภาคเอเชียตะวนั ตกเฉียงใตเ้ ป็นดินแดนเชื่อมเสน้ ทางการคา้ ระหวา่ งเอเชีย แอฟริกาตะวนั ออก และมหาสมุทรอินเดีย
▪ เดิมชาวอาหรับประกอบอาชีพเกษตรกรรม และมีการเล้ียงสตั วห์ รือเป็นกองคาราวานคา้ ขาย
▪ เม่ือจกั รวรรดิอาหรับรุ่งเรือง พอ่ คา้ มุสลิมไดอ้ อกคา้ ขายไปยงั ดินแดนต่างๆ
เศรษฐกจิ ภายหลงั การเข้ามา เมืองเทลอาวีฟ ต้ังอยู่บนชายฝ่ังทะเลเมดิ
ของชาติตะวนั ตก เตอร์เรเนียน เป็ นศูนย์กลางทางเศรษฐกจิ
และการท่องเที่ยวท่ีสาคัญอีกแห่งหนึ่งของ
▪ ในคริสตศ์ ตวรรษท่ี ๑๙ ยโุ รปไดผ้ กู ขาดการคา้ ในภูมิภาคน้ี อสิ ราเอล
▪ ใน ค.ศ. ๑๘๖๙ องั กฤษไดเ้ ปิ ดใชค้ ลองสุเอชในอียปิ ต์ จนกลายเป็นเสน้ ทางเดินเรือ
ท่ีสาคญั
▪ การค้นพบน้ ามันทาให้ดินแดนน้ีเป็ นยุทธศาสตร์สาคญั ในการสู้รบในช่วง
สงครามโลกคร้ังท่ี ๒ และสงครามเยน็
▪ มีการรวมตวั กนั ต้งั องคก์ ารโอเปก (OPEC
▪ ปัจจุบนั เมืองใหญ่หลายเมืองมีฐานะทางเศรษฐกิจดี เช่น เทลอาวีฟ ริยาด
พฒั นาการด้านสังคม
สังคมในอดตี
▪ เป็นสงั คมแบบชนเผา่ ประกอบดว้ ยพวกท่ีต้งั ถิ่นฐาน และพวกเร่ร่อนหรือพวกเบดูอิน
▪ การอยกู่ ลางทะเลทรายทาใหช้ นเผา่ ต่างๆ ตอ้ งช่วยเหลือกนั
▪ การยอมรับนบั ถือศาสนาอิสลาม ทาใหช้ นเผา่ ต่างๆ รู้สึกผกู พนั กนั ในฐานะที่เป็นมุสลิมเหมือนกนั ความขดั แยง้
ระหวา่ งเผา่ จึงลดลง
สังคมในสมยั จกั รวรรดอิ าหรับ
▪ ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวอาหรับนบั ถือศาสนาอิสลาม
▪ มีการรับความรู้ต่างๆ จากทุกเช้ือชาติ ศาสนา เช่น การรับเลขอารบิกจาก
อินเดีย แลว้ นาไปพฒั นาต่อ จนทาใหม้ ีความรุ่งเรืองทางอารยธรรมสูง
▪ มีการถ่ายทอดความรู้ไปยงั ยุโรปผ่านสงครามครูเสด และภูมิภาคอื่นๆ
ผา่ นการทาสงคราม การเผยแผศ่ าสนา และคา้ ขาย
พวกเบดูอนิ เป็ นกลุ่มทพี่ ดู ภาษาอาหรับและใช้ชีวติ เร่ร่อนตามทะเลทราย โดยมอี ูฐเป็ นพาหนะในการเดนิ ทาง
ภูมภิ าคเอเชียกลาง
ทตี่ ้งั และสภาพภูมศิ าสตร์
ภูมิภาคเอเชียกลางเป็นภูมิภาคเกิดใหม่ เป็นดินแดนของกลุ่มประเทศสาธารณรัฐอิสระ ประกอบดว้ ยประเทศ
เติร์กเมนิสถาน อาเซอร์ไบจาน
คาซัคสถาน ครี ์กซี สถาน ทาจกิ สิ ถาน อาร์เมเนีย
อซุ เบกสิ ถาน จอร์เจยี
เขตทรี่ าบสูงและเทือกเขา มีเทือกเขา
คอเคซสั อยทู่ างตะวนั ตกสุดของภูมิภาค
เขตทร่ี าบกว้างใหญ่ ต้งั แต่บริเวณตอนเหนือ สภาพภูมปิ ระเทศ เขตทะเลทราย กระจายอยเู่ ป็นหยอ่ มๆ
ตอนกลาง ตอนใตแ้ ละตะวนั ตก เป็นแหล่ง ทวั่ ท้งั ภูมิภาค
เกษตรกรรมท่ีสาคญั ของภูมิภาค
เขตทะเลทราย สภาพภูมอิ ากาศ เขตทรี่ าบสูงและ
มีอากาศร้อน
และแหง้ แลง้ เทือกเขาทางตะวนั ตก
ของภูมภิ าค ฝนตก
นอ้ ย อากาศหนาวเยน็
พฒั นาการด้านการเมืองการปกครอง
การปกครองในอดตี
▪ มีการปกครองแบบชนเผา่ มีเมืองสาคญั ต้งั อยบู่ นเสน้ ทางสายแพรไหม
▪ คริสตศ์ ตวรรษท่ี 13 ถูกยดึ ครองโดยชนเผา่ มองโกล
การปกครองหลงั คริสต์ศตวรรษท่ี ๑๘
▪ ปลายคริสตศ์ ตวรรษที่ ๑๘ อยภู่ ายใตก้ ารปกครองของจกั รวรรดิรัสเซีย
▪ ค.ศ. ๑๙๒๒ เม่ือพรรคคอมมิวนิสตส์ ถาปนาสหภาพโซเวียต ไดอ้ า้ งสิทธิเหนือดินแดนเอเชียกลาง
▪ ค.ศ. ๑๙๙๑ เมื่อสหภาพโซเวยี ตล่มสลาย สาธารณรัฐต่างๆ จึงแยกตวั เป็นเอกราช
เศรษฐกจิ ในอดตี พฒั นาการด้านเศรษฐกจิ
เศรษฐกจิ ภายใต้การปกครอง
ของสหภาพโซเวยี ต
มีความสาคญั ในฐานะเป็นส่วนหน่ึง รัฐบาลกลางเป็นผกู้ าหนด
ของเสน้ ทางสายแพรไหม นโยบายเศรษฐกิจ
ประชาชนประกอบอาชีพเล้ียงสตั ว์ ประชาชนส่วนหน่ึงประกอบอาชีพ
และทากสิกรรม
เล้ียงสตั ว์ บางส่วนเป็นแรงงาน
ในโรงงานอุตสาหกรรม
พฒั นาการด้านสังคม
สังคมในอดตี
▪ ไดร้ ับอิทธิพลทางวฒั นธรรม ภาษา และศาสนา จากยโุ รปและเอเชีย
▪ เป็นสงั คมท่ีมีชนหลากหลายกลุ่ม เช่น อุซเบก ทาจิก เติร์กเมน
▪ ประชากรร้อยละ ๙๐ นบั ถือศาสนาอิสลาม รองลงมา คือ คริสตศ์ าสนา
สังคมภายใต้การปกครอง
ของสหภาพโซเวยี ต
▪ เมื่อถูกรวมเขา้ กบั สหภาพโซเวยี ตจึงใชภ้ าษารัสเซียเป็นภาษากลาง
▪ พรรคคอมมิวนิสตม์ ีกฎเกณฑท์ ่ีเขม้ งวด ทาใหก้ ารยา้ ยถิ่นฐานมีนอ้ ย
▪ เม่ือสหภาพโซเวยี ตล่มสลาย ประเทศต่างๆ ในเอเชียกลางมีการติดต่อกบั โลกภายนอกมากข้ึน
ภูมิภาคเอเชียตะวนั ออก หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๕ ภูมิภาคเอเชียใต้
ที่ต้งั และสภาพภูมิศาสตร์ ทต่ี ้งั และสภาพภูมศิ าสตร์ ท่ีต้งั และสภาพภูมิศาสตร์
พฒั นาการดา้ นการเมืองการปกครอง ทม่ี ผี ลต่อพฒั นาการ พฒั นาการดา้ นการเมืองการปกครอง
พฒั นาการดา้ นเศรษฐกิจ ของทวปี เอเชีย พฒั นาการดา้ นเศรษฐกิจ
พฒั นาการดา้ นสงั คม พฒั นาการดา้ นสังคม
ที่ต้งั และสภาพภูมิศาสตร์ ท่ีต้งั และสภาพภูมิศาสตร์
พฒั นาการดา้ นการเมืองการปกครอง พฒั นาการดา้ นการเมืองการปกครอง
พฒั นาการดา้ นเศรษฐกิจ พฒั นาการดา้ นเศรษฐกิจ
พฒั นาการดา้ นสงั คม พฒั นาการดา้ นสังคม
ภูมิภาคเอเชียตะวนั ตกเฉียงใต้ ภูมิภาคเอเชียกลาง
จุดประสงค์การเรียนรู้
• ระบุความสาคญั ของแหล่งอารยธรรมโบราณในภูมิภาคเอเชียได้
นักเรียนรู้จกั แหล่งมรดกโลกท่ีใดบ้าง และมคี วามสาคญั อย่างไรคะ ?
๖หน่วยการเรียนรู้ที่ แหล่งอารยธรรมในทวปี เอเชีย
อารยธรรมจนี
พฒั นาการของอารยธรรมจีนสมยั ประวตั ิศาสตร์
สมัยราชวงศ์ชาง สมัยราชวงศ์โจว สมยั ราชวงศ์ฉินหรือจน๋ิ สมัยราชวงศ์ฮ่นั สมยั ราชวงศ์ถงั
(๑,๗๖๖-๑,๑๒๒ ปี ก่อน (๑,๑๒๒-๒๒๑ ปี ก่อน (๒๒๑-๒๐๖ปี ก่อน ค.ศ.) ๒๐๖ ปี ก่อน ค.ศ.- ค.ศ. (ค.ศ. ๖๑๘-๙๐๗)
ค.ศ.) มีการประดิษฐ์ ๒๒๑) มีการสารวจ นบั เป็นยคุ ทองของจีน
ค.ศ.) เป็นราชวงศท์ ี่ มีจกั รพรรดิเป็นผปู้ กครอง เส้นทางไปทางตะวนั ตก พระพุทธศาสนามีความ
ตวั อกั ษรรูปภาพ เครื่องมือ หรือเส้นทางสายแพรไหม
เคร่ืองใชท้ าจากสาริด ปกครองจีนยาวนาน เริ่มมีการสร้างเช่ือมกาแพง ซ่ึงมีความสาคญั ทางการคา้ เจริญรุ่งเรือง
มีการทาปฏิทิน เมืองจีน มีระบบ ชงั่ ตวง วดั การแลกเปล่ียนวฒั นธรรม มีการสอบความรู้ ท่ีเรียกวา่
ที่สุด มีแนวคิดสาคญั คือ และการใชต้ วั อกั ษรจีนท่ีเป็น การเผยแผศ่ าสนา
อาณตั ิแห่งสวรรค์ “สอบจอหงวน”
มาตรฐานเดียวกนั
ปรัชญาท่ีสาคญั ไดแ้ ก่
ลทั ธิขงจื๊อ ลทั ธิเต๋า
อารยธรรมอนิ เดยี
พฒั นาการของอารยธรรมอนิ เดยี
สมัยประวตั ศิ าสตร์
สมัยราชวงศ์เมารยะ (๓๒๑-๑๘๕ ปี ก่อน ค.ศ.) มีจกั รพรรดิ สมยั สุลต่านแห่งเดลหี รือราชวงศ์มมั ลกู (ค.ศ. ๑๒๐๖-๑๕๒๖)
ท่ีสาคญั คือ พระเจา้ จนั ทรคุปต์ พระเจา้ อโศกมหาราช มีการ ต้งั โดยผนู้ ามุสลิมเช้ือสายเติร์ก มีการรับวธิ ีการทากระดาษ
เผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนาไปยงั ประเทศตา่ งๆ ดินปื น เครื่องกระเบ้ืองจากจีน
ค.ศ. ๑๔๙๘โปรตุเกสเดินทางถึงอินเดียทางเรือ
สมัยแตกแยกและอ่อนแอ (ค.ศ.ท่ี ๖-๑๐) สมยั ราชวงศ์คุปตะ (ค.ศ. ๓๒๐-๕๕๐)
มีศูนยอ์ านาจอยทู่ ่ีแควน้ มคธ ศาสนาพราหมณ์ไดพ้ ฒั นาเป็น
ทางเหนือถูกต่างชาติรุกรานและต้งั อาณาจกั ร ศาสนาอิสลาม ศาสนาฮินดู แตพ่ ระพุทธศาสนายงั คงเจริญรุ่งเรือง วทิ ยาศาสตร์
เร่ิมเผยแผเ่ ขา้ สู่อินเดียทางเหนือ ช่วงกลาง ค.ศ.ท่ี ๙-กลาง
และคณิตศาสตร์เจริญกา้ วหนา้
ค.ศ.ที่ ๑๓ อาณาจกั รโจฬะทางใตข้ องอินเดีย
นบั ถือศาสนาพรามณ์-ฮินดู
พฒั นาการของอารยธรรมอนิ เดยี
สมัยประวตั ศิ าสตร์ (ต่อ)
สมยั จักรวรรดโิ มกลุ หรือมุคัล (ค.ศ. ๑๕๒๖-๑๘๕๘) สมัยแบ่งออกเป็ นบงั กลาเทศ (ค.ศ. ๑๙๗๑)
ต้งั โดยบาบูร์ เช้ือสายมองโกล สุลต่านท่ียง่ิ ใหญ่ คือ ปากีสถานตะวนั ออกแยกมาต้งั เป็นประเทศบงั กลาเทศ
อกั บาร์มหาราช และชาห์ จะภายหลงั เสื่อมอานาจ จากปัญหาที่ต้งั ท่ีแยกกนั เช้ือชาติและภาษาท่ีต่างกนั รวมถึง
ความเหล่ือมล้าดา้ นการเมืองการปกครองและเศรษฐกิจ
ชาติตะวนั ตกไดข้ ยายอานาจเขา้ มา
สมัยอนิ เดียได้เอกราช (ค.ศ. ๑๙๔๗) ถูกแบง่ ออกเป็น ๒ ส่วน สมัยองั กฤษปกครองอนิ เดีย (ค.ศ. ๑๘๕๘-๑๙๔๗)
คือ อินเดีย ซ่ึงประชาชนส่วนใหญเ่ ป็นฮินดู กบั ปากีสถาน มีสมเด็จพระราชินีนาถวกิ ตอเรียเป็ นจกั รพรรดินีของอินเดีย
ซ่ึงประชาชนส่วนใหญ่เป็ นมุสลิม
รัฐบาลองั กฤษต้งั ขา้ หลวงใหญ่หรืออุปราชปกครอง
ในปลาย ค.ศ. ท่ี ๑๙ ชาวอินเดียเรียกร้องเอกราช
ผนู้ าคนสาคญั เช่น มหาตมาคานธี
อารยธรรมเมโสโปเตเมยี
พฒั นาการของอารยธรรมเมโสโปเตเมยี
สมยั ประวตั ศิ าสตร์
สมยั อาณาจกั รซูเมเรีย สมยั อาณาจกั รบาบิโลเนียเก่า
(๓,๒๐๐-๒,๓๐๐ ปี ก่อน ค.ศ.) มีการจดั ต้งั นครรัฐ แต่ละ (๒,๐๐๐-๑,๖๐๐ ปี ก่อน ค.ศ.) ปกครองโดยชนเผ่า
อะมอไรต์ มีศูนย์อานาจที่กรุงบาบิโลน กษัตริย์ที่
รัฐมีผูป้ กครองของตนเอง มีการประดิษฐ์ตวั อกั ษรเป็ น ย่ิงใหญ่ คือ พระเจ้าฮัมมูราบีทรงสร้างประมวล
คร้ังแรกของโลก เรียกวา่ อกั ษรคูนิฟอร์มหรืออกั ษรลิ่ม กฎหมายท่ีเรียกวา่ ประมวลกฎหมายฮมั มูราบี
รู้จกั การคิดคน้ ระบบชลประทาน มีความสามารถเชิง
คณิตศาสตร์ เป็นตน้
สมยั จกั รวรรดอิ สั ซีเรีย สมัยอาณาจักรคาลเดยี น หรือบาบโิ ลเนียใหม่
(๑,๓๐๐-๖๑๒ ปี ก่อน ค.ศ.) มีศูนยก์ ารปกครองที่เมือง (๖๑๒-๕๓๙ ปี ก่อน ค.ศ.) กษตั ริยท์ ่ีสาคญั คือ พระเจา้
นิเนเวห์ มีความเช่ือวา่ กษตั ริยเ์ ป็ นสมมติเทพ จึงนิยม เนบูคดั เนซซาร์ สามารถพิชิตกรุงเยรูซาเล็มได้ มีการ
สร้างวงั แทนวดั เพ่ือเป็ นท่ีประทับและศูนย์กลาง สร้างสวนลอยแห่งบาบิโลน หอคอยแห่งบาเบล สุดทา้ ย
ปกครอง กษตั ริยท์ ี่สาคญั คือ พระเจา้ อสั ซูร์บานิปาล ถูกกองทพั เปอร์เซียยึดครองและรวมเขา้ เป็ นส่วนหน่ึง
ของจกั รวรรดิเปอร์เซีย
อารยธรรมอสิ ลาม
พฒั นาการของจกั รวรรดอิ สิ ลาม
สมัยกาหลิบ ๔ พระองค์แรก (ค.ศ. สมัยราชวงศ์อุมัยยะฮ์ (ค.ศ. ๖๖๑- สมยั ราชวงศ์อบั บาซียะฮ์ (ค.ศ. ๗๕๐-
๖๓๒-๖๖๑) หลงั จากท่านนบีมุฮมั มดั ๗๕๐) มีศูนยก์ ลางปกครองอยทู่ ี่เมือง ๑๒๕๘) มีศูนย์กลางปกครองอยู่ที่
สิ้นพระชนมเ์ ม่ือ ค.ศ. ๖๓๒ ในท่ีสุด ดามสั กสั (ในประเทศซีเรียปัจจุบนั ) เมืองแบกแดด (ในประเทศอิรัก
ตา แห น่ งกาหลิ บหรื อ เคา ะลี ฟ ะฮ์ไ ด้ ไดเ้ ปล่ียนแปลงระบอบการปกครอง ปัจจุบัน) มีการขยายอาณาเขตการ
ปกครองจักรวรรดิ กาหลิบ ๔ จากสาธารณรัฐเป็ นราชอาณาจักร ปกครองมากข้ึน คือ ทางทิศตะวนั ตก
พระองค์แรกล้วนเป็ นญาติและคน มี กา รกาหนดการสื บทอดตาแ หน่ ง อิสลามเผยแพร่ ถึงแอฟริ กาเหนือ
สนิทของท่านนบีมุฮัมมัด ได้แก่ เค า ะ ลี ฟ ะ ฮ์ด้ว ย กา รสื บ สัน ต ติ ว ง ค์ สเปน ส่วนทางด้านทิศตะวันออก
มีการขยายดินแดนครอบคลุมถึง ๓ อิสลามเผยแพร่ถึงเปอร์เซียและอินเดีย
อบูบกั ร์, อุมรั , อุษมาน และอลีย์ สมยั ทวีป ได้แก่ ทวีปเอเชีย ยุโรป และ มีความเจริญรุ่งเรืองทางศิลปวิทยาการ
น้ีจกั รวรรดิอิสลามได้ขยายดินแดน แอฟริกา ส า ข า ต่ า ง ๆ เ ช่ น ก า ร แ พ ท ย์
และเผยแผ่ศาส นาอิสลามอย่า ง
กวา้ งขวาง คณิตศาสตร์ ภายหลงั เสื่อมอานาจจาก
การรุกรานของพวกเติร์ก
อทิ ธิพลของอารยธรรมโบราณทม่ี ตี ่อทวปี เอเชียในปัจจุบนั
ด้านศาสนาและลทั ธิความเชื่อ
อารยธรรมจนี ▪ ลทั ธิขงจื๊อ
อารยธรรมอนิ เดยี ▪ ลทั ธิเต๋า
▪ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
▪ พระพทุ ธศาสนา
อารยธรรมเมโสโปเตเมยี ▪ ไม่มีผลมาถึงชาวเอเชียในปัจจุบนั
อารยธรรมอสิ ลาม ▪ ศาสนาอิสลาม
ด้านอกั ษรศาสตร์
อารยธรรมจนี
▪ การจดบนั ทึกทางประวตั ิศาสตร์ลงบนวสั ดุตา่ งๆ เช่น กระดูกสัตว์ กระดองเตา่ ไมไ้ ผ่ กระดาษ เป็นตน้
▪ หนงั สือส่ือจ้ี หรือบนั ทึกของนกั ประวตั ิศาสตร์ ของซือหม่า เชียน
▪ บนั ทึกประวตั ิศาสตร์ของราชวงศต์ ่างๆ ตาราคาสอนของขงจ๊ือ ตาราแพทย์ สารานุกรมหยง่ เล่อ วรรณกรรมจีน เช่น สามกก๊ ซอ้ งกงั๋ ไซอิ๋ว ไซ่ฮนั่ เป็นตน้
อารยธรรมอนิ เดยี ▪ คมั ภีร์พระเวทในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
อารยธรรมเมโสโปเตเมยี ▪ พระไตรปิ ฎก ชาดกในพระพุทธศาสนา
▪ วรรณกรรม เช่น มหากาพยม์ หาภารตะ มหากาพยร์ ามายณะ (รามเกียรต์ิ) เรื่องศกนุ ตลา
▪ มีผลมาถึงชาวเอเชียในปัจจุบนั
อารยธรรมอสิ ลาม
▪ คมั ภีร์อลั กรุ อาน ซ่ึงเป็นคมั ภีร์สาคญั ทางศาสนา และเป็นวรรณกรรมอนั ทรงคุณค่าของอารยธรรมอิสลาม
▪ วรรณกรรมประเภทนิทานท่ีเป็นท่ีนิยมหลายเรื่อง เช่น อาหรับราตรี รุไบยาด
ด้านศิลปวทิ ยาการและภูมปิ ัญญา
อารยธรรมจีน อารยธรรมอนิ เดยี
▪ เขม็ ทิศ ▪ งานศิลปะประเภทสถาปัตยกรรมและประติมากรรม
▪ ดินปื น เช่น สถูป เจดีย์ พระพุทธรู ป เทวรู ปในศาสนา
▪ กระดาษ พราหมณ์-ฮินดู
▪ การพิมพ์
▪ การแพทย์ เช่น การฝังเขม็ การจบั ชีพจร ▪ ความรู้ทางคณิตศาสตร์ เช่น ระบบตวั เลข 1-9 แทนเลข
โรมนั (ที่เรียกวา่ เลขอารบิก) และเลข 0 ระบบทศนิยม
กาลงั ที่สอง ( 2) รากที่สอง ( √) เคร่ืองหมายพาย
( )
▪ ความรู้ทางแพทยศาสตร์ โดยเฉพาะการผา่ ตดั การใชย้ า
ประเภทต่างๆ รวมท้งั ความรู้สาขาอ่ืนๆ อีกมากมาย
ด้านศิลปวทิ ยาการและภูมปิ ัญญา
อารยธรรมเมโสโปเตเมยี อารยธรรมอสิ ลาม
▪ ความรู้ทางคณิตศาสตร์ โดยใช้ความรู้เรขาคณิตใน ▪ การทอผา้ ของมุสลิม ที่มีช่ือเสียงมาก ได้แก่ ผา้
การคานวณท่ีดินและการก่อสร้างอาคาร ลินิน ผา้ ขนสตั ว์ รวมท้งั พรม
▪ ความรู้ทางดาราศาสตร์ เช่น การแบ่งวนั ออกเป็ น ▪ ความรู้ทางการแพทย์ เช่น การผ่าตดั ความรู้ทาง
๒๔ ช่ัวโมง แบ่งช่ัวโมงออกเป็ น ๖๐ นาที การทา วิทยาศาสตร์ เช่น การทดลองผสมสารเคมีจนได้
ตารางกลุ่มดาว การทาปฏิทินแบบจันทรคติท่ี สารเคมีใหม่ๆ หรือที่เรียกวา่ การเล่นแร่แปรธาตุ
กาหนดให้ ๑ ปี มี ๑๒ เดือน การใช้ฐานเลข ๑๒
(๑ โหล) ▪ ความรู้ทางคณิตศาสตร์ ซ่ึงมุสลิมรับความรู้จาก
อินเดีย กรีก โรมนั เช่น การนาตวั เลขอารบิกจาก
อินเดียมาใช้
ตวั อย่างแหล่งมรดกโลกทางวฒั นธรรมในเอเชียตะวนั ออก
จนี
สุสานทหารดนิ เผาทเี่ มืองซีอาน กาแพงเมืองจนี
มณฑลฉ่านซี
พระราชวงั หลวงสมยั ราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิงทนี่ ครปักกง่ิ
อนุสรณ์สถานเมืองโบราณนาระ
อนุสรณ์สถานเมืองโบราณเกยี วโต อนุสรณ์สถานสันตภิ าพท่เี มืองฮิโระชิมะ
ญ่ีป่ ุน
วหิ ารยองเมยี ว
เกาหลใี ต้
เขตประวตั ศิ าสตร์จยองจู
ตวั อย่างแหล่งแหล่งมรดกโลกทางวฒั นธรรมในเอเชียใต้
อนิ เดยี
ถา้ อชันตา รัฐมหาราษฏระ ศาสนสถานทเี่ มืองสาญจี วดั มหาโพธิ (พทุ ธคยา)
ศรีลงั กา
เมืองโบราณสิครี ิยา วดั ทองแห่งดมั บูลลา
ปากสี ถาน เนปาล
แหล่งโบราณสถานทเี่ มืองโมเฮนโจ - ดาโร หุบเขากาฐมาณฑุ
ป้อมและสวนซาลามาร์ ในเมืองลาฮอร์ ลุมพนิ ี