ส�าหรับข้อเสียนั้น ส่ือบุคคลไม่สามารถเข้าถึงผู้ฟังจ�านวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หากผู้พูดขาดทักษะการพูดจูงใจ ก็ท�าให้การสื่อความหมายไม่ประสบผลส�าเร็จได้ เป็นส่ือ
ท่ีไม่มีหลักฐานอ้างอิงที่ชัดเจน มีจ�านวนเจ้าหน้าที่จ�ากัดในการให้ค�าบรรยาย ประสิทธิผล
การบรรยายของเจา้ หนา้ ทไ่ี ม่สมา�่ เสมอ
2. การสือ่ ความหมายโดยไมใ่ ช้บคุ คล ประกอบด้วย
1) ส่ือสิ่งพมิ พ์ ได้แก่ แผ่นพบั โปสต์การด์ คมู่ ือ และหนงั สือแนะน�าสถานที่ท่องเทยี่ ว
2) ปา ยแนะน�าทาง เป็นการอธิบายลกั ษณะของภมู ิประเทศในพ้นื ท่นี ั้น ควรพจิ ารณา
ขนาดของป้าย รปู ภาพกราฟก สีสนั และวัสดเุ น้ือผวิ ความคงทนตอ่ สภาพแวดล้อม ในขณะ
เดยี วกันควรใช้สญั ลักษณ์และสที เี่ ป็นสากล ซ่ึงจะช่วยใหเ้ ขา้ ใจได้งา่ ยขึ้น
ป้ายแนะนา� ทาง บอกระยะเวลาแทนระยะทาง ประเทศนวิ ซีแลนด์
51
3) การจัดนิทรรศการ เปน็ เครอื่ งมอื แสดงรูปภาพและวัตถสุ ิ่งของ พรอ้ มท้ังมคี า� อธบิ าย
ประกอบ แต่เน่ืองจากนักท่องเท่ียวเป็นผู้ชมอิสระ นิทรรศการจึงควรน�าเสนอเรื่องย่อๆ
และใช้เวลาเพียงเล็กน้อยเพื่อสร้างความเข้าใจ นิทรรศการท่ีดีควรสวยงามสะดุดตา และมี
เสียงประกอบเพ่อื สรา้ งความนา่ สนใจ
นทิ รรศการในศูนย์ให้ขอ้ มลู นักท่องเท่ียว อทุ ยานแห่งชาตเิ ขาใหญ่
4) สอื่ โสตทศั นปู กรณ์ ประกอบดว้ ยสอื่ ภาพและเสยี ง สามารถใชเ้ ทคนคิ สรา้ งเหตกุ ารณ์
ประกอบฉากได้อย่างสมจริง ช่วยเร่งเร้าความสนใจและสร้างอารมณ์ของผู้ชมได้อย่างต่ืนตา
ตื่นใจ ครอบคลุมผู้ฟังจ�านวนมากได้ในแต่ละครั้ง ส่ือเสียงสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลัก
ไดม้ าก และใหข้ อ้ มลู เชงิ ลกึ ไดด้ ี โดยผา่ นลา� โพงเสยี ง ใหค้ วามรสู้ กึ เปน็ สว่ นตวั โดยทผ่ี ฟู้ งั มอี สิ ระ
ในการเลือกฟงั บางชว่ ง บางตอน ตามความสนใจ
5) สอ่ื ผสมหรอื มลั ตมิ เี ดยี (Multimedia) หมายถงึ การนา� เอาสอื่ หลายๆ ประเภทมาใช้
ร่วมกันท้ังวัสดุ อุปกรณ์ และวิธีการ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดใน
การส่ือความหมาย ในปัจจุบันมีการน�าคอมพิวเตอร์มาร่วมใช้เพ่ือการควบคุมการท�างานของ
อปุ กรณต์ า่ งๆ ในการเสนอขอ้ มลู ทงั้ ตวั อกั ษร ภาพกราฟก ภาพถา่ ย ภาพเคลอื่ นไหวแบบวดี ทิ ศั น์
และเสียง
52
6) ส่อื QR Code เปน็ บารโ์ คด้ 2 มิติ ท�าหนา้ ทีเ่ ก็บขอ้ มลู ตา่ งๆ ได้สะดวก และรวดเรว็
เพียงเรายกมอื ถอื มาสแกน QR Code ท่ีเราพบเหน็ บนปา้ ยประชาสัมพันธ์ตามแหลง่ ท่องเที่ยว
ต่างๆ โปรแกรมก็จะน�าเสนอข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวบนมือถือโดยอัตโนมัติ โดยจะแสดง
ภาพเคล่ือนไหวพรอ้ มค�าบรรยายแบบวดี ิทศั น์ ปัจจบุ ัน QR Code ได้รบั ความนิยมอยา่ งสูงใน
แหล่งทอ่ งเท่ียวต่างๆ ทง้ั ในและต่างประเทศ
ขอบคุณภาพประกอบจาก ปา้ ยประชาสมั พันธ์แหลง่ ทอ่ งเที่ยว
www.audiotrails.co.uk/evolution-qr-code
7) สื่อสังคมออนไลน์ เครือข่ายสังคมออนไลน์เป็นเคร่ืองมือสื่อสารที่ได้รับความนิยม
แพร่หลายบนอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน มีคุณสมบัติพิเศษคือ สามารถให้ข้อมูลได้ทันท่วงที
และทนั สมยั ตอ่ เหตกุ ารณต์ ลอดเวลา มตี น้ ทนุ ตา่� ในการทา� การโฆษณา กระจายไดใ้ นวงกวา้ งรวดเรว็
มมุ ถา่ ยรปู ท่กี ลมกลืนกบั ธรรมชาติ ประเทศนิวซีแลนด์
53
สามารถสื่อสารข้อมูลได้มากมายหลากหลายรูปแบบ น่าดึงดูด สร้างความมั่นใจในข้อมูลท่ี
แลกเปลยี่ น และสามารถครอบคลมุ ไดใ้ นเกอื บทกุ กลมุ่ ลกู คา้ โดยเฉพาะคนรนุ่ ใหม่ แมว้ า่ การผลิต
สอื่ เครอื ขา่ ยสงั คมออนไลนน์ น้ั ทา� งา่ ย และใชต้ น้ ทนุ นอ้ ย แตส่ งิ่ ทที่ า้ ทายคอื จะทา� อยา่ งไรใหเ้ กดิ
ผลกระทบเชงิ บวกตอ่ แหลง่ ท่องเทย่ี วของเรา ซ่ึงเราควรเรยี นรูส้ ร้าง “เรือ่ งราว” หรอื ขอ้ ความ
ที่ต้องการส่ือสารเพื่อให้สังคมออนไลน์มีการพูดถึงเรา ซ่ึงต้องใช้เวลาศึกษาและเอาใจใส่อย่าง
ต่อเน่ือง
8) เส้นทางศึกษาด้วยตนเอง เป็นสิ่งอ�านวยความสะดวกท่ีใช้ในการสื่อความหมาย
เราสามารถสรา้ งเสน้ ทางดงั กลา่ วในพน้ื ทปี่ า ไม้ ศนู ยศ์ กึ ษาธรรมชาติ หรอื อทุ ยานประวตั ศิ าสตร์
ขอ้ ดีคอื สามารถรบั นักทอ่ งเที่ยวไมจ่ �ากัดจ�านวน ไม่จ�ากดั เวลา และยงั เปน็ การแบง่ เบาภาระ
ของเจา้ หนา้ ทสี่ อ่ื ความหมาย และนกั ทอ่ งเทย่ี วมอี สิ ระในการเลอื กเดนิ สา� รวจเสน้ ทางเอง สามารถ
ชน่ื ชมกับธรรมชาตใิ นขณะท่กี �าลังฟงั บรรยาย
เสน้ ทางศกึ ษาด้วยตนเอง
9) ศูนยบ์ รกิ ารขอ้ มลู นักทอ่ งเท่ียว มหี นา้ ท่ใี ห้ความรู้ และสรา้ งความเขา้ ใจในภาพรวม
เกี่ยวกับแหล่งท่องเท่ียว นิยมตั้งอยู่ภายในบริเวณท่ีใกล้เคียงกับแหล่งท่องเท่ียว และมีการใช้
สอ่ื หลากหลายชว่ ยในการนา� เสนอ เชน่ การจดั แสดงแบบจา� ลอง การจดั นทิ รรศการ และการใช้
ส่ือมัลตมิ เี ดยี เป็นต้น
54
10) การจดั กจิ กรรมพเิ ศษ เปน็ โปรแกรมการนา� เสนอทจ่ี ดั ขน้ึ ตามวาระหรอื โอกาสสา� คญั
ต่างๆ โดยมากจัดในรูปของนิทรรศการ การออกร้าน งานฉลอง การประกวด การแข่งขัน
งานสถาปนาครบรอบวันส�าคญั หรอื การเปดให้นักท่องเทยี่ วไดเ้ ขา้ ชมกจิ การในวันส�าคญั
กิจกรรมตอ้ นรบั ผูม้ าเยือน กูก่ าสงิ ห์ จ.ร้อยเอ็ด
ปจจยั พิจารณาในการเลอื กเครื่องมือการส่ือความหมาย
ปัจจุบันการพิจารณาเลือกส่ือท่ีใช้ในการสื่อความหมายในแหล่งท่องเที่ยวยังไม่มี
กฎเกณฑ์ตายตัว อย่างไรก็ตาม เราควรพิจารณาหลากหลายปัจจัยท่ีช่วยในการก�าหนดส่ือ
ใหเ้ หมาะสมและมปี ระสทิ ธภิ าพ ปจั จยั ทเ่ี กยี่ วกบั นกั ทอ่ งเทยี่ ว โดยเฉพาะพนื้ ฐานทางวฒั นธรรม
แรงจูงใจในการเดนิ ทาง ความสนใจ ความคาดหวังของนักทอ่ งเที่ยว และจา� นวนนกั ท่องเทย่ี ว
ลกั ษณะทางกายภาพของแหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว ขนาดพนื้ ทขี่ องแหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว พน้ื ทที่ ม่ี คี วามเปราะบาง
วตั ถปุ ระสงคใ์ นการจดั โครงการการสอ่ื ความหมาย เนอ้ื หาและเรอื่ งราวทนี่ า� เสนอขอ้ เดน่ ขอ้ ดอ้ ย
ของสอื่ แต่ละประเภท งบประมาณในการผลิตส่อื และควรพิจารณาเป็นล�าดับต้นๆ นอกจากนี้
การบ�ารุงรักษา ความทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศ ค่าไฟฟ้า ก�าลังคนในการปฏิบัติงาน
ความเชี่ยวชาญในการผลิตสือ่ และเวลาในการผลติ ส่ือกค็ วรไดร้ ับการพิจารณาดว้ ย
55
ปรู าชนิ ี หนง่ึ เดียวในประเทศไทย จ.กาญจนบุรี
บทท่ี 8
วิเคราะหแ บบนักการตลาด
ดานการสื่อความหมายสไตลย ง่ั ยนื กบั 7Ps
7Ps Interpretive tourism marketing in
sustainability
เขาใจเรอ่ื ง
การตลาดดานการส่ือความหมายแบบยัง่ ยนื
ภายใน 30 วินาที
หลงั จากประเมนิ แลว้ วา่ แหลง่ ทอ่ งเทยี่ วของเรามจี ดุ เดน่ ใด
เพ่ือดึงดูดนักท่องเที่ยวแล้ว ทราบถึงต�าแหน่งทางการตลาด
หรอื positioning ของแหลง่ ทอ่ งเทยี่ วแลว้ เราสามารถใช้ 7Ps
ในการกา� หนดแผนเชงิ กลยทุ ธแ์ ละเชงิ ปฏบิ ตั กิ าร (action plan)
เพอ่ื พฒั นาการสอื่ ความหมายในแหลง่ ทอ่ งเทยี่ ว โดยพจิ ารณาดว้ ย
1. Product (แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วหรอื สนิ คา้ ในพนื้ ท)่ี
2. Price (ราคาทต่ี งั้ ขนึ้ )
3. Place (ความสะดวกสบายในการเขา้ ถงึ
และชอ่ งทางการจัดจ�าหนา่ ยสินค้าหรือบริการ
ของแหล่งท่องเท่ียว)
4. Promotion (การส่งเสรมิ ด้านการสอ่ื สาร
หรอื สอื่ ความหมายเพอื่ สรา้ งคณุ คา่ ใหแ้ หลง่ ทอ่ งเทยี่ ว)
5. People (ผู้ท่เี กี่ยวขอ้ งกับแหล่งทอ่ งเทยี่ ว)
6. Participation (การมีส่วนร่วมของทุกภาคสว่ น)
7. Process (ข้นั ตอนในการดา� เนินการ)
จงจา� ไวว้ า่ หากเราตอ้ งการทา� แผนพฒั นาแหลง่ ทอ่ งเทยี่ ว
เพ่ือการส่ือความหมาย การจับประเด็นในเรื่องการสื่อสาร
สกู่ ลมุ่ เปา้ หมาย ซง่ึ หมายถงึ การเลา่ เรอื่ งใหน้ า่ จดจา� และเขา้ ใจงา่ ย
คอื หวั ใจหลกั ในการวางแผนเชงิ กลยทุ ธต์ า่ งๆ ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ
57
ท�าความเข้าใจแบบนักการตลาดและนักสือ่ ความหมาย
หลักการตลาดด้านการส่ือความหมายแบบยงั่ ยนื หัวใจส�าคญั กค็ ือ ทา� อย่างไรใหเ้ ราคิด
แบบนักการตลาด เข้าใจลูกค้า หรือในทีน่ ้คี อื นกั ท่องเท่ียว หรือกลุ่มเป้าหมาย ท่เี ราตอ้ งการ
สรา้ งประสบการณใ์ หเ้ กดิ ความผกู พนั กบั แหลง่ ทอ่ งเทยี่ ว และเขา้ ใจรายละเอยี ดของการจดั การ
แหลง่ ทอ่ งเทยี่ วเพอ่ื ความยงั่ ยนื โดยเนน้ เรอื่ งของความรสู้ กึ รกั และหวงแหน หากปราศจากเทคนคิ
การส่ือความหมายที่ดีน้ัน เราก็จะยังคงเห็นนักท่องเท่ียวหรือผู้ที่เก่ียวข้อง มองข้ามการรักษา
แหลง่ ทอ่ งเทยี่ วเพอ่ื ใหค้ นรนุ่ หลงั ไดม้ โี อกาสเหน็ เรยี นรู้ ดงั นน้ั หนา้ ทหี่ ลกั ของผรู้ บั ผดิ ชอบแหลง่ ฯ
กค็ อื การเปน็ นกั สอื่ ความหมายทท่ี า� ใหผ้ ทู้ เ่ี กย่ี วขอ้ ง (People) รบู้ ทบาทของตนเองและเลง็ เหน็ ถงึ
ความสา� คญั และคุณค่าของแหลง่ ท่องเทยี่ วนน้ั ๆ โดยรู้สึกถึงความรับผิดชอบร่วมกนั มใิ ช่เปน็
เพยี งหน้าทีข่ องผรู้ ับผดิ ชอบแหลง่ ทอ่ งเท่ียวเทา่ นัน้
การประเมินตนเอง และวางกลยทุ ธ์ดา้ นการส่ือความหมายสไตล์ยงั่ ยนื กบั 7Ps
จากท่ีอธิบายในขา้ งต้น สามารถเปรยี บเทยี บแหลง่ ท่องเทีย่ วในสถานการณป์ ัจจบุ นั โดย
ตอบคา� ถามด้านล่าง ตามหมวดของ 7Ps เพ่ือประเมินตนเอง
ตารางประเมนิ แหล่งทอ่ งเทย่ี วดว้ ยกลยุทธ์ 7Ps
7Ps และคา� ขยายความ ค�าถาม คา� ตอบ
มี ไมม่ ี
1. Product 1. เรามีการจัดท�าแผนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและด้าน
(การพฒั นาแหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว การสื่อความหมายหรอื ไม่
แผนงาน อาคารสถานท่ี
สิ่งอา� นวยความสะดวก 2. หากเมื่อเปรียบเทียบกับแหล่งท่องเท่ียวอ่ืนๆ เรามี
บริการพิเศษเพ่อื ความโดดเด่นด้านการส่ือความหมายอย่างไร
การท่องเท่ยี ว ตรารบั รอง
ดา้ นการทอ่ งเทย่ี ว) 3. เรามกี ารทา� สถติ คิ วามพงึ พอใจของผมู้ าเยอื นหรอื ไม่
4. นักท่องเที่ยวรับรู้ข้อมูลของแหล่งท่องเท่ียว
จากเทคนคิ ใด
5. เราใส่ใจหรือไม่ว่านักท่องเที่ยวควรจะรู้อะไร
เมอื่ ออกจากแหล่งทอ่ งเที่ยว
6. เรามีสิ่งอ�านวยความสะดวกท่ีเอ้ือต่อการเรียนรู้
ของนกั ท่องเที่ยวหรอื ไม่
58
7Ps และคา� ขยายความ ค�าถาม ค�าตอบ
มี ไมม่ ี
2. Price 1. เรามีการก�าหนดราคาเพื่อคัดคุณภาพนักท่องเท่ียว
(การกา� หนดราคา หรอื ไม่
เปรยี บเทียบราคากบั
คณุ ภาพและคุณคา่ ของ 2. เราเข้าใจว่าราคาที่นักท่องเท่ียวจ่ายเพ่ือใช้บริการ
แหล่งฯ งบประมาณ จะท�าให้นักท่องเท่ียวรู้สึกคุ้มค่ากับการที่ได้เรียนรู้
เพอ่ื การสอ่ื ความหมาย และประสบการณ์ในแหล่งทอ่ งเท่ียวหรือไม่
เขา้ ใจการผันเปลีย่ นของ
อุปสงค-์ อุปทาน) 3. เรามีการตั้งงบประมาณจากรายได้ที่มีเพื่อพัฒนา
การส่ือความหมายให้แก่ผ้เู ก่ียวข้องหรือไม่
4. เรามีความเข้าใจเร่ืองการผันเปลี่ยนของอุปสงค์-
อุปทาน ทีอ่ าจสง่ ผลตอ่ การก�าหนดราคาหรอื ไม่
5. เรามีแผนในการแก้ปัญหาจ�านวนนักท่องเที่ยวเกิน
ความสามารถในการรองรบั ด้วยหรอื ไม่
3. Place 1. แหล่งท่องเท่ียวของเราเข้าถึงง่าย สะดวกในการ
(ความสะดวกสบายในการ เดินทางหรอื ไม่
เขา้ ถงึ และช่องทาง
การจัดจา� หน่ายสินคา้ หรอื 2. เรามีการก�าหนดช่องทางที่นักท่องเท่ียวสามารถ
บรกิ ารของแหลง่ ทอ่ งเทยี่ ว) ซ้อื แพก็ เกจหรือบรกิ ารตา่ งๆ ของแหลง่ ฯ หรอื ไม่
เช่น จากบรษิ ทั ทัวร์ ขายตรงหน้าเวบ็ ไซต์ สมาคม
ท่องเที่ยวฯ ศูนย์บริการข้อมูลท่องเท่ียวจังหวัด
เปน็ ต้น
3. เรามีการให้ความรู้หรือใส่ใจในการให้ข้อมูลแก่
ผู้ท่ีท�าหน้าท่ีเป็นเสมือนช่องทางจ�าหน่ายบริการ
หรอื ไม่
4. เรามีการประเมินว่าช่องทางการจัดจ�าหน่ายใด
สามารถท�าให้นักท่องเท่ียวได้รับข้อมูลท่ีมีคุณภาพ
ก่อนนกั ทอ่ งเท่ียวมาเยือนหรอื ไม่
59
7Ps และค�าขยายความ ค�าถาม คา� ตอบ
มี ไมม่ ี
4. Promotion 1. แหล่งท่องเท่ียวของเรามีการก�าหนดกลุ่มเป้าหมาย
(การสง่ เสริมด้านการ ที่ชดั เจนหรือไม่
ส่อื สารหรือสื่อความหมาย
เพอ่ื สร้างคณุ คา่ ใหแ้ หล่ง 2. มีการพิจารณาเรื่องของวัตถุประสงค์ในการสื่อ
ทอ่ งเทีย่ ว) ความหมายหรอื ไม่ เช่น สรา้ งการรับรู้ ให้ความรู้
ความเข้าใจ สรา้ งประสบการณร์ ่วม เสรมิ คณุ ค่า
หรือไม่
3. มีการเลือกเทคนิคการส่ือความหมายที่เหมาะสม
กบั บริบทพื้นทห่ี รอื ไม่
4. มีการคัดเลือกหัวข้อและสาระส�าคัญในการน�าเสนอ
ทเ่ี หมาะสม และมแี ผนในการส่อื ความหมายหรอื ไม่
5. มีการประเมินผลตามวัตถุประสงค์ของการสื่อ
ความหมายจากกล่มุ เป้าหมายหรอื ไม่
5. People 1. สามารถระบผุ มู้ สี ว่ นเกยี่ วขอ้ งและกา� หนดผรู้ บั ผดิ ชอบ
(ผู้ทเ่ี กีย่ วขอ้ งกบั แหลง่ ของแตล่ ะสว่ นในการพัฒนาแหล่งท่องเท่ยี วหรือไม่
ทอ่ งเทย่ี ว เชน่ นกั ทอ่ งเทย่ี ว
ผรู้ บั ผดิ ชอบแหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว 2. เขา้ ใจความตอ้ งการของกลมุ่ เปา้ หมาย และสามารถ
คนในชมุ ชน ภาครฐั ใน ประเมินจุดแข็งและจุดอ่อนของกลุ่มเป้าหมาย
พื้นที่ เอกชน องค์กรท่ีไม่ ได้หรือไม่
แสวงผลกา� ไร สมาคม
ทอ่ งเท่ียวต่างๆ) 3. เข้าใจถึงความเหมาะสมของเทคนิคสื่อความหมาย
แต่ละชนดิ ต่อกลมุ่ เป้าหมายท่ีแตกตา่ งกันหรอื ไม่
4. สามารถระบุวัตถุประสงค์ของการส่ือความหมาย
ต่อกลมุ่ เป้าหมายท้ังภายในและภายนอกไดห้ รอื ไม่
5. มีแนวคิดในการพ่ึงพาตนเอง และประสานกับ
หน่วยงานผู้รับผิดชอบเพ่ือให้รับทราบถึงแนวทาง
ในการพัฒนาหรอื ไม่
6. ผู้รับผิดชอบแหล่งฯ มีจิตอาสาเพื่อพัฒนาร่วมกัน
หรือไม่
60
7Ps และค�าขยายความ คา� ถาม ค�าตอบ
มี ไม่มี
6. Participation 1. ผรู้ บั ผดิ ชอบแหลง่ ฯ เปด โอกาสใหช้ มุ ชนไดม้ สี ว่ นรว่ ม
(การมีสว่ นรว่ ม ในการพฒั นาแหล่งท่องเที่ยวหรือไม่
ของทกุ ภาคส่วน)
2. มกี ารจัดตัง้ กลมุ่ กจิ กรรม เพอื่ แบง่ ความรบั ผดิ ชอบ
ให้แกผ่ ทู้ ี่เก่ยี วข้องหรอื ไม่
3. ให้โอกาสในการออกเสียง เพ่ือร่วมกันพัฒนา
การทอ่ งเท่ยี วในดา้ นตา่ งๆ หรือไม่
4. มนี โยบายในการพฒั นาผมู้ สี ว่ นรว่ มดา้ นการทอ่ งเทย่ี ว
ในเรือ่ งการสอ่ื ความหมายหรอื ไม่
5. แผนการพัฒนาการสื่อความหมายเกิดจากการ
มสี ว่ นรว่ มของคนในชมุ ชน หรอื คนในพนื้ ท่ี เพอ่ื สรา้ ง
ความเขา้ ใจในแนวทางเดียวกันหรอื ไม่
7. Process 1. มีการก�าหนดข้ันตอนในการด�าเนินการด้าน
(ข้นั ตอนในการ การส่อื ความหมายตามแผนฯ หรือไม่
ด�าเนินการ)
2 ขน้ั ตอนการดา� เนนิ งานมกี ารคา� นงึ ถงึ สมดลุ ของสงั คม
เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม เพ่ือพัฒนาแบบย่ังยืน
หรือไม่
3. ข้ันตอนมีความชัดเจน และมีการก�าหนดช่วงเวลา
ในการปฏิบัติ และผลท่ีคาดว่าจะได้รับ รวมถึงมี
การประเมนิ ผลความสา� เรจ็ หรือไม่
จากการประเมินตนเองนั้น หากมีคา� ตอบถกู มากกว่าผิด ก็สามารถทา� ใหเ้ ข้าใจไดว้ ่า ทาง
แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วมคี วามพรอ้ มในการพฒั นาและวางแผนดา้ นการสอ่ื ความหมายไดด้ ี และสามารถคดิ
แบบนกั การตลาดหรอื นกั สอื่ สาร ทใ่ี หค้ วามสา� คญั กบั แหลง่ ทอ่ งเทยี่ วในการสอ่ื ความหมายไดค้ รบ
ทุกมติ ิ ตามทน่ี กั การตลาดส่วนใหญใ่ ช้เทคนคิ 7Ps มาวิเคราะหถ์ ึงแผนการตลาดที่น่าจะเป็น
ทงั้ นสี้ า� หรบั แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วทไ่ี ดค้ า� ตอบผดิ มากกวา่ ถกู นนั่ หมายถงึ การมโี อกาสไดว้ เิ คราะห์
แหล่งท่องเท่ียวของตนเอง เพ่ือปรับปรุงพัฒนาในแต่ละ P ให้เป็นกลยุทธ์ในการท�าแผน
การสื่อความหมายทีม่ ปี ระสทิ ธิภาพตอ่ ไป
61
อ.มโนรมย์ จ.ชยั นาท
บทท่ี 9
เรื่องเงนิ เรื่องใหญ กาํ หนดแผนผรู ับผดิ ชอบ
Responsible financial team
เขาใจเรอ่ื ง
เงนิ กับ การวางแผนผรู ับผดิ ชอบ
ภายใน 30 วนิ าที
เหตุผลแรกท่จี า� เป็นต้องกล่าวถงึ เรอ่ื ง “เงิน” กค็ อื เรื่องของ
“ความโปรง่ ใส” ในเรอ่ื งของการจดั การทางการเงนิ ในแหลง่ ทอ่ งเทยี่ ว
ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเท่ียวเล็กหรือใหญ่ก็ตาม เรื่องเงิน
มกั เปน็ เรอื่ งใหญเ่ สมอ เพราะความสามคั คี การมจี ติ อาสา ความเกรงใจ
ความไม่เอารัดเอาเปรียบ เป็นสิ่งท่ีสวยงาม แต่จากการส�ารวจ
และเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยว เพื่อเรียนรู้กระบวนการบริหารจัดการ
ของผู้เขียนนั้น ส่วนใหญ่แล้วผู้รับผิดชอบแหล่งฯ มักมาร่วมมือกัน
ท�าดว้ ยใจ เพอื่ ให้เกิดผลสา� เรจ็ แต่เมื่อถามเรือ่ งการจดั การดา้ นการ
เงนิ ทกุ แหล่งฯ รูส้ ึกว่า หากพวกเขาได้มโี อกาสรบั รูด้ ้วยกจ็ ะเปน็ เรอื่ ง
ที่ดีมาก ยิ่งถ้าได้รู้ว่ารายได้ท่ีเข้าสู่ชุมชนน้ันมาจากการร่วมมือ
ของพวกเขา กจ็ ะทา� ใหเ้ กดิ พลงั ขบั เคลอ่ื นตอ่ ไปอกี ดว้ ย ดงั นนั้ ในบทนี้
การระบุผู้รับผิดชอบ สร้างแผนการจัดการทางการเงิน และสร้าง
ระบบท่ีโปร่งใสตรวจสอบได้ จะท�าให้การวางแผนมีประสิทธิภาพ
มากข้ึน
63
เรื่องเงนิ เร่อื งใหญ่ ต้องวางแผนใหด้ ี
จากการพดู คยุ กบั ผเู้ ขา้ รว่ มโครงการทง้ั 9 แหลง่ ฯ นนั้ มเี พยี ง 3 กลมุ่ ทม่ี แี ผนการจดั การเงนิ
ในแหล่งทอ่ งเทีย่ วทีช่ ัดเจน โดยมแี บบแผนงา่ ยๆ ดังนี้
1. แบ่งกลุม่ ตามความช�านาญ เช่น โฮมสเตย์ ฝา ยอาหาร ฝายจัดสถานที่ ฝา ยน�าเทย่ี ว
เป็นต้น
2. จดั ตงั้ คณะกรรมการผูร้ บั ผิดชอบในส่วนตา่ งๆ
3. ระบผุ รู้ บั ผดิ ชอบท�าบัญชีประจา� เดือน
4. จดั ประชุมแจกแจงรายรับ-รายจา่ ย
5. จัดสรรเงินทุนเป็น 3 สว่ น คอื พัฒนาบคุ ลากร พฒั นาแหลง่ ท่องเทย่ี ว สะสมเพอื่
ปนั ผล
6. จดั การผลกา� ไรในรูปแบบสหกรณ์ เพอ่ื ความย่ังยนื
7. สรา้ งแนวคดิ ในการหาแหลง่ เงนิ ทนุ เพอ่ื สนบั สนนุ กจิ กรรมสรา้ งสรรคใ์ นแหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว
หลังจากนั้นควรหม่ันตรวจสอบความพึงพอใจของระบบการจัดการทางการเงินในแหล่ง
ท่องเที่ยววา่ มสี ิ่งใดทจ่ี ะช่วยพัฒนาใหด้ ีขึน้ บา้ ง มีความโปรง่ ใสเพียงพอหรอื ไม่ ในบางกรณี
แหลง่ ทอ่ งเทยี่ วไดร้ บั เงนิ งบประมาณมาจากทางหนว่ ยงานภาครฐั โดยมเี พยี งหวั หนา้ ผรู้ บั ผดิ ชอบ
แหล่งฯ เทา่ น้นั ทเี่ ปน็ ผ้ทู า� บัญชีรายรบั รายจ่าย ซ่งึ อาจทา� ใหค้ นในพื้นท่ีเกดิ ความรสู้ ึกไมอ่ ยาก
เข้ามามีส่วนร่วมเพราะอาจเข้าใจได้ว่ามีผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มเท่าน้ัน ซ่ึงบางทีเป็นเรื่องที่
เขา้ ใจผิด และอาจทา� ใหบ้ น่ั ทอนจิตใจผ้ทู ่ีมีความต้งั ใจเสยี สละในการสนบั สนุนแหลง่ ทอ่ งเทยี่ ว
เสรมิ สรา้ งกระบวนการการมีสว่ นรว่ มในการจัดการทางการเงนิ
64
เคลด็ ลับเพ่อื ความมน่ั คงทางการเงนิ ปรับแนวคิดจากธนาคารแห่งประเทศไทย
การบรหิ ารจดั การแหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว มคี วามจา� เปน็ ตอ้ งมกี ารวางแผนดา้ นการเงนิ เพอ่ื ใชจ้ า่ ย
ในแต่ละปีเช่นกัน หากเป็นหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลรับผิดชอบแหล่งท่องเที่ยว อาจจะจัดการ
ได้ง่ายกว่าผู้เป็นเจ้าของหรือรับผิดชอบแหล่งท่องเที่ยวนั้น ยิ่งถ้าเป็นเร่ืองของความอยู่รอด
ทร่ี ายไดจ้ ากการทอ่ งเทย่ี วเปน็ เสมอื นรายไดห้ ลกั ของในแตล่ ะพน้ื ที่ จากการลงพน้ื ทที่ ง้ั 9 แหลง่ ฯ
พบว่าการท่องเที่ยวเป็นเพียงรายได้เสริม เพราะในบางพื้นที่มีความชัดเจนว่า รายได้หลัก
ต้องมาจากภาคเกษตรกรรม หรือประมง ซึ่งนั่นก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งสร้างผลกระทบ
ต่อการวางแผนด้านการสอ่ื ความหมายเชน่ กนั
รายได้เสริมจากการทอ่ งเทย่ี ว
การวางแผนดา้ นการสอื่ ความหมาย ผรู้ บั ผดิ ชอบแหลง่ ฯ สว่ นใหญอ่ าจมองวา่ ไมใ่ ชป่ ระเดน็
ส�าคัญในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว แต่แท้ที่จริงแล้ว การวางแผนและก�าหนดกิจกรรมหรือ
เทคนิคด้านการสื่อความหมายต่างๆ ก็เพ่ือให้ผู้มาเยือนรู้สึกผูกพันกับสถานที่ จนอยากจะ
กลบั มาเยอื นอกี หลายๆ ครง้ั ซงึ่ นนั่ หมายถงึ การนา� มาซงึ่ รายไดท้ เ่ี พมิ่ มากขน้ึ ในระยะยาวนน่ั เอง
ในส่วนนี้ขอน�าเสนอข้อมูลพื้นฐานเพ่ือสร้างความม่ันคงทางการเงินให้กับผู้รับผิดชอบ
แหล่งทอ่ งเท่ียว โดยไดน้ า� แนวทางของธนาคารแหง่ ประเทศไทยมาปรับใช้ ดงั นี้
65
1. ผรู้ บั ผดิ ชอบแหล่งฯ ไมว่ า่ จะเปน็ ภาครัฐ หรอื เอกชน หรือแม้แตช่ มุ ชนเองก็ตาม
ควรตระหนักอยู่เสมอในเร่ืองของการเตรียมรับมือกับความไม่แน่นอนของรายได้
โดยควรมีเงินออมเผ่ือไว้ใช้ในยามฉุกเฉินท่ีครอบคลุมรายจ่ายอย่างน้อย 6 เดือน
ควรมีแนวทางในการหารายไดเ้ สรมิ หรอื ลงทนุ เพอ่ื เพม่ิ รายไดป้ ระจา� อยา่ งเชน่ การทา�
เรอ่ื งทอ่ งเทย่ี ว หรือการนา� เสนอบริการอน่ื ๆ แกน่ ักทอ่ งเท่ียว เป็นต้น หรือถา้ หาก
ตอ้ งการกอ่ หนี้ ใหพ้ จิ ารณาวา่ เปน็ หนท้ี เี่ ปน็ ประโยชนห์ รอื ไม่ เชน่ การซอ้ื บา้ น ลงทนุ
เพอ่ื เพมิ่ รายได้ หรอื กยู้ มื เงนิ มาเพอื่ ประกอบอาชพี เพยี งแตใ่ หแ้ นใ่ จวา่ มคี วามสามารถ
ในการช�าระคืน โดยภาระการช�าระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยของหน้ีทุกประเภท
ในแตล่ ะเดือนรวมกนั ไม่ควรเกนิ 1 ใน 3 ของรายได้ต่อเดอื น
2. ควรมีการท�าบัญชีรายรับ รายจ่าย เพราะจะท�าให้เห็นพฤติกรรมทางการเงินของ
แหลง่ ทอ่ งเทย่ี ววา่ ใชจ้ า่ ยอยา่ งไรในแตล่ ะเดอื น และมขี อ้ มลู รายรบั จากสงิ่ ใดเปน็ สา� คญั
อีกท้ังยังสามารถเป็นการจดบันทึกจ�านวนนักท่องเที่ยวจากจ�านวนรายได้ต่อบุคคล
ในชว่ งปี ซงึ่ อาจทา� ใหท้ ราบถงึ การวางแผนทางการเงนิ ในปหี นา้ หรอื แมแ้ ตก่ ารตงั้ ราคา
เพ่ือกระต้นุ จา� นวนนักทอ่ งเที่ยวในช่วงฤดูกาลทีน่ ักท่องเที่ยวไมม่ ากนกั
ขอบคุณภาพประกอบจาก www.1213.or.th (ธนาคารแหง่ ประเทศไทย)
66
3. การตง้ั เปา้ หมายใหช้ ดั เจนและกา� หนดเวลาทจี่ ะพชิ ติ เปา้ หมาย รวมถงึ ลา� ดบั ความสา� คญั
ในการพฒั นาแหลง่ ทอ่ งเทยี่ วดา้ นการสอ่ื ความหมายในดา้ นตา่ งๆ ซง่ึ หากในชว่ งทเี่ รา
ยังมีรายได้น้อยอยู่ อาจพิจารณาในการใช้เทคนิคการส่ือความหมายท่ีมีค่าใช้จ่าย
ไม่มากไปก่อน หรืออาจพิจารณาในการร่วมมือช่วยกันท�าจากวัสดุที่มีในพื้นที่ เช่น
การท�าป้ายหมู่บ้าน อาจใช้ไม้ที่มีอยู่และให้คนในชุมชนช่วยกันเขียน เพ่ือประหยัด
คา่ แรงและไดเ้ พิ่มคุณค่าในการท�างานรว่ มกนั
ร่วมก�าหนดเปา้ หมาย
4. ด�าเนินการตามแผนทางการเงินอย่างเคร่งครัด ซึ่งส่ิงที่ส�าคัญที่สุดคือ ความมีวินัย
และความมงุ่ มน่ั เพอื่ พฒั นาแหลง่ ทอ่ งเทยี่ วของตน หากขาดการปฏบิ ตั งิ านอยา่ งจรงิ จงั
และตอ่ เน่ือง กย็ ากที่จะบรรลเุ ป้าหมายได้
5. ตรวจสอบและปรบั แผนตามสถานการณ์ ควรหมนั่ ตรวจสอบความเปน็ ไปอยา่ งสมา่� เสมอ
อยา่ งนอ้ ยทกุ ๆ 6 เดอื น วา่ ทกุ อยา่ งเปน็ ไปตามทต่ี ง้ั ใจไวห้ รอื ไม่ หากไมไ่ ดเ้ ปน็ ไปตาม
ทว่ี างแผนไว้ อาจพจิ ารณาวา่ สาเหตเุ กดิ จากตวั เรา หรอื ปจั จยั ภายนอกอน่ื ๆ หากทา� ไป
เรื่อยๆ ก็จะท�าใหเ้ กดิ วินยั ทางการเงินและมีความมัน่ คงแก่การพฒั นาแหลง่ ทอ่ งเทยี่ ว
รว่ มกนั อกี ด้วย
6. การระบุผู้รับผิดชอบทางการเงินที่มีหน้าที่เสมือนสมุห์บัญชี และคอยรายงานผล
ด้านการเงินอย่างสม่�าเสมอ สร้างระบบคุ้มครองตนเองจากการถูกกล่าวหาเรื่อง
ความไมโ่ ปร่งใส จะท�าใหก้ ารจัดแหลง่ ท่องเทยี่ วมีประสิทธภิ าพ น�ามาซ่งึ การท�างาน
ท่มี คี วามสุขและพรอ้ มทีจ่ ะใหบ้ รกิ ารผู้มาเยอื นเสมอ
67
โครงกระดูกกวา่ 3,000 ปี แหลง่ โบราณคดบี ้านโปงมะนาว จ.ลพบุรี
บทท่ี 10
ประเมนิ ความสําเรจ็ ในแบบฉบับของคุณ:
เราพรอมจะไปตอไหม?
Evaluate your own achievement;
ready for the next steps?
เขา ใจเร่ือง
เครื่องมือประเมนิ การสือ่ ความหมาย
ภายใน 30 วินาที
การประเมินผลและติดตามผลเป็นกระบวนการที่ตอ้ งทา�
อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ซง่ึ ตอ้ งอาศยั ความมงุ่ มน่ั สงู ในการรกั ษาคณุ ภาพ
เปน็ เวลานาน เพราะการประเมนิ ผลชว่ ยใหแ้ นใ่ จวา่ เราไดบ้ รรลุ
วตั ถปุ ระสงคท์ ต่ี งั้ ไว้ จดุ มงุ่ หมายของการประเมนิ ผล เพอ่ื วัดผล
ความพงึ พอใจของนกั ทอ่ งเทยี่ วทม่ี ตี อ่ กจิ กรรมการสอื่ ความหมาย
เพื่อตรวจสอบและปรับปรุงประสิทธิภาพของสื่อและโครงการ
ทน่ี า� เสนอ เพอื่ วดั ผลประสทิ ธภิ าพในการปฏบิ ตั งิ านของบคุ ลากร
ใชใ้ นการจดั อบรมและพฒั นาศกั ยภาพ และชว่ ยในการวางแผน
และก�าหนดนโยบายในอนาคต
69
การประเมินมาตรฐานแผนการสือ่ ความหมายในแหล่งทอ่ งเทีย่ ว
แนวทางการประเมินมาตรฐานแผนการส่ือความหมายประกอบด้วย 5 หมวด พร้อม
รายละเอยี ดองคป์ ระกอบ ดชั นชี ้วี ัด และน้�าหนกั คะแนนดังตอ่ ไปนี้
1. หมวดศกั ยภาพของแหล่งท่องเทยี่ ว (น�้าหนัก 15 คะแนน)
องคป์ ระกอบ ดัชนชี ี้วัด
1. คณุ คา่ เอกลกั ษณ์ และ ลกั ษณะทางกายภาพ ความอดุ มสมบรู ณท์ างธรรมชาติ
ความโดดเดน่ ของแหล่ง วถิ ีชวี ิต วัฒนธรรมของชุมชน
ทอ่ งเทีย่ ว
2. การเขา้ ถงึ แหล่งทอ่ งเทีย่ ว การเชื่อมโยงระบบคมนาคม ความต่อเน่ืองของการ
ประชาสมั พนั ธ์แหลง่ ทอ่ งเท่ียว
3. สง่ิ อา� นวยความสะดวก การอา� นวยความสะดวกให้กบั ผ้มู าเยอื น ทงั้ ทพี่ ักแรม
ท่ีจอดรถ ห้องน้�า ห้องอาหารและเครื่องดื่ม และ
ทจ่ี า� หนา่ ยของท่รี ะลกึ
4. กจิ กรรมในแหลง่ ท่องเทยี่ ว ความโดดเดน่ และความหลากหลายของกิจกรรม
5. โอกาสและภัยคกุ คามของ ความเขา้ ใจของผ้บู รหิ ารจดั การแหล่งฯ ท่มี ีตอ่ โอกาส
แหล่งทอ่ งเท่ียว และภัยคกุ คามในแหลง่ ทอ่ งเที่ยว
70
2. หมวดศักยภาพการบรหิ ารจัดการ (นา้� หนัก 15 คะแนน)
องคป์ ระกอบ ดชั นีช้ีวัด
1. หนว่ ยงานผ้รู ับผิดชอบ ระบผุ รู้ บั ผดิ ชอบอยา่ งชดั เจน ประสบการณก์ ารบรหิ าร
ความพรอ้ ม และความมงุ่ ม่นั
2. บุคลากร เจ้าหนา้ ที่ จ�านวนเจา้ หนา้ ท่ีต่อแหลง่ ฯ และความรว่ มมือ
3. การบรหิ ารรายได้และ การพึ่งพาตนเอง มีกระบวนการคิดเพื่อดูแลรายได้
คา่ ใช้จ่าย และค่าใชจ้ า่ ยแหล่งท่องเที่ยวดว้ ยตนเอง
4. การสรา้ งเครอื ข่ายและ จ�านวนเครือข่าย กิจกรรมสัมพันธ์ และการสร้าง
ความสัมพันธก์ ับชุมชน ความสมั พันธ์กับเครอื ข่ายตา่ งๆ ที่เกย่ี วขอ้ ง
5. การกา� หนดชว่ งระยะเวลา ความเปน็ ไปได้ ความเหมาะสมของเวลา การดา� เนนิ งาน
ของแผน การด�าเนินการ และการประเมินทส่ี ามารถวัดผลได้
และการประเมินผล
3. หมวดความสมบรู ณ์ของเนือ้ หา (นา�้ หนัก 30 คะแนน)
องค์ประกอบ ดชั นชี ี้วัด
1. การน�าเสนอเนอ้ื หา ความน่าสนใจของเนอ้ื หาในภาพรวม ความสอดคล้อง
ในภาพรวม และเช่ือมโยงกับวัตถุประสงค์ในการน�าเสนอ และ
กลุ่มเป้าหมาย
2. สาระส�าคัญ (Theme) มกี ารระบสุ าระสา� คญั (Theme)
3. การเรยี บเรยี งเนื้อหา มโี ครงสรา้ งเนอื้ หา ภาษาเขา้ ใจงา่ ย ตรงประเดน็ ไมส่ ลบั
ซบั ซ้อน และชวนใหต้ ดิ ตาม
71
4. หมวดกลมุ่ เปาหมาย (น้า� หนกั 20 คะแนน)
องคป์ ระกอบ ดัชนชี ี้วดั
1. ข้อมูลประชากรศาสตรข์ อง ประเภทของนกั ท่องเทย่ี ว ภาษาท่ใี ชส้ อื่ สาร ภมู ลิ �าเนา
กลุม่ เปา้ หมาย ชว่ งอายุ ระดบั การศกึ ษา
2. ลกั ษณะการเดินทาง รายละเอยี ดของการเดนิ ทางว่า มาจากไหน เดนิ ทาง
อิสระ เดินทางพรอ้ มครอบครวั เดนิ ทางมากับบรษิ ัท
น�าเท่ยี ว
3. พฤติกรรมและความสนใจ วิเคราะห์แรงจูงใจในการเดินทาง กิจกรรมท่ีกลุ่ม
ของกลมุ่ เปา้ หมาย เปา้ หมายใหค้ วามสนใจในแหล่งท่องเท่ียว
4. ระยะเวลาทใี่ ชใ้ น จ�านวนเวลาท่นี กั ท่องเท่ียวใชใ้ นแหล่งท่องเท่ียว
แหลง่ ท่องเท่ียว
5. หมวดศิลปะการนา� เสนอ (น�า้ หนัก 20 คะแนน)
องคป์ ระกอบ ดชั นีชี้วัด
1. การเลอื กประเภทของสอื่ ความเหมาะสมในการเลอื กสอ่ื โดยพจิ ารณาจากลกั ษณะ
พ้ืนท่ขี องแหลง่ กลมุ่ เป้าหมาย เน้อื หา งบประมาณ
ผลิตส่ือ ประสิทธิภาพของสื่อ และการดูแลรักษา
เปน็ ตน้
2. เทคนิคในการน�าเสนอ ความคดิ สรา้ งสรรคใ์ นการนา� เสนอ การเชอ่ื มโยงเนอ้ื หา
กับกลุ่มเป้าหมาย การต้ังประโยคค�าถาม ให้คิด
จนิ ตนาการ การเปรียบเทยี บ การแตง่ กายให้เข้ากบั
ยคุ สมยั การใชค้ า� พดู ขา้ วของเคร่ืองใช้ กล่มุ เปา้ หมาย
มสี ่วนร่วมในกิจกรรม การใชแ้ ผนผังจ�าลอง เป็นต้น
72
ตารางการใหค้ ะแนนและสรุปผลการประเมินแผนการสื่อความหมายในแหลง่ ทอ่ งเทยี่ ว
รายการประเมิน ผลการประเมนิ
หมวดศกั ยภาพของแหลง่ ท่องเท่ยี ว (15 คะแนน)
1. คณุ ค่า เอกลักษณ์ และความโดดเด่นของแหลง่ ทอ่ งเท่ียว (3 คะแนน)
2. การเข้าถึงแหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว (3 คะแนน)
3. สงิ่ อา� นวยความสะดวก (3 คะแนน)
4. กิจกรรมในแหลง่ ท่องเที่ยว (3 คะแนน)
5. โอกาสและภัยคกุ คามของแหล่งท่องเที่ยว (3 คะแนน)
หมวดศกั ยภาพการบรหิ ารจัดการ (15 คะแนน)
1. หนว่ ยงานผรู้ ับผดิ ชอบ (3 คะแนน)
2. บุคลากร เจา้ หน้าที่ (3 คะแนน)
3. การบรหิ ารรายได้และคา่ ใชจ้ า่ ย (3 คะแนน)
4. การสรา้ งเครอื ข่าย และความสัมพันธ์กบั ชมุ ชน (3 คะแนน)
5. การก�าหนดช่วงระยะเวลาของแผน การดา� เนินการ
และการประเมนิ ผล (3 คะแนน)
หมวดความสมบูรณข์ องเนือ้ หา (30 คะแนน)
1. การน�าเสนอเน้ือหาในภาพรวม (10 คะแนน)
2. สาระสา� คญั (10 คะแนน)
3. การเรยี บเรียงเนือ้ หา (10 คะแนน)
73
รายการประเมิน ผลการประเมนิ
หมวดกล่มุ เปา หมาย (20 คะแนน) ระดับ ...........
1. ขอ้ มลู ประชากรศาสตรข์ องกลุ่มเป้าหมาย (5 คะแนน)
2. ลักษณะการเดนิ ทาง (5 คะแนน)
3. พฤติกรรมและความสนใจของกลุ่มเปา้ หมาย (5 คะแนน)
4. ระยะเวลาทใี่ ช้ในแหล่งท่องเทย่ี ว (5 คะแนน)
หมวดศลิ ปะการน�าเสนอ (20 คะแนน)
1. การเลือกประเภทของส่อื (10 คะแนน)
2. เทคนคิ ในการนา� เสนอ (10 คะแนน)
สรปุ ผลระดบั คุณภาพของแผนการสอื่ ความหมาย
เกณฑ์การแปลความหมาย ดมี าก
90-100 คะแนน ระดบั คุณภาพของแผนการสอื่ ความหมาย ดี
70-89 คะแนน ระดบั คณุ ภาพของแผนการสื่อความหมาย ปานกลาง
50-69 คะแนน ระดบั คุณภาพของแผนการส่อื ความหมาย พอใช้
30-49 คะแนน ระดบั คณุ ภาพของแผนการสือ่ ความหมาย ปรับปรงุ
20-29 คะแนน ระดับคุณภาพของแผนการสื่อความหมาย
74
ตารางการให้คะแนนผลการประเมินแผนการส่ือความหมายในแหล่งท่องเที่ยวสะท้อน
ถงึ ความสา� คญั ของเนอ้ื หาท่ีนา� เสนอ กลุ่มเป้าหมาย และศลิ ปะการน�าเสนอ โดยท้งั 3 หมวดน้ี
มคี ะแนนรวมกนั เปน็ 70 คะแนนรวมท้งั หมด เนอ่ื งจากการประเมนิ แผนการสอื่ ความหมาย
ประกอบด้วยหลากหลายองค์ประกอบ เราสามารถปรบั เปลี่ยนรายละเอยี ด ดัชนีชีว้ ดั และ
น�า้ หนักคะแนนในแต่ละหมวด รวมท้งั องคป์ ระกอบต่างๆ ให้มีความเหมาะสมกบั วัตถุประสงค์
ของโครงการสื่อความหมาย และลกั ษณะพื้นท่ี
การประเมินการสื่อความหมาย
การประเมินผลควรท�าอยา่ งสม�า่ เสมอ หรอื อยา่ งน้อยหน่งึ ครงั้ ตอ่ ปี เราสามารถประเมิน
ตนเอง ประเมินจากนกั ท่องเที่ยว หรอื ให้บคุ คลภายนอกร่วมประเมนิ เราควรสงั เกตพฤติกรรม
ของนกั ทอ่ งเทย่ี ว และตรวจสอบประสทิ ธภิ าพในการทา� งานของสอื่ ตา่ งๆ เราควรรวู้ า่ กจิ กรรมใด
ทนี่ ักท่องเที่ยวชนื่ ชอบและทา� ไม กิจกรรมใดท่ีไมบ่ รรลวุ ตั ถุประสงค์ การเดินเทา้ ส�ารวจดว้ ย
ตนเองมีระยะทางไกลเกนิ ไปและใช้เวลานานไปหรอื ไม่ นกั ทอ่ งเท่ียวใหค้ วามสนใจกับส่ือ หรือ
กจิ กรรมใดเปน็ พเิ ศษ ทง้ั นอี้ าจจา� เปน็ ตอ้ งปรบั เปลย่ี นโปรแกรมการนา� เสนอตามความเหมาะสม
วิธีในการประเมินผลนั้นสามารถท�าได้โดยการสังเกตพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว
การออกแบบสอบถาม การสา� รวจ การสมั ภาษณ์นักทอ่ งเที่ยว หรือสนทนาแลกเปลยี่ นความรู้
กบั กลมุ่ นกั ทอ่ งเทยี่ วทม่ี คี วามสนใจเฉพาะเรอ่ื ง นอกจากนเ้ี ราอาจเกบ็ บนั ทกึ ขอ้ เสนอแนะของผชู้ ม
จากกล่องความคิดเห็น ท่ีต้ังไว้ใกล้บริเวณทางออก หรือเก็บรวบรวมจดหมายที่นักท่องเที่ยว
ได้ร่วมเขียนมาแสดงความคิดเห็น หรือเสนอแนะน�า การติดตามผลสามารถช่วยประหยัด
งบประมาณส่งเสริมการตลาดขององค์กร และมีส่วนส�าคัญในการปรับปรุงการออกแบบ
เน้อื หา เพ่ิมความนา่ สนใจ และเขา้ ใจได้งา่ ยขนึ้ สามารถเพมิ่ ประสิทธภิ าพในการน�าเสนอ
75
ตัวอยางแผน จาก 9 แหลง ทอ งเทยี่ วตน แบบ
การพัฒนาดา นการส่ือความหมาย
ในแหลงทองเทีย่ วเชงิ นิเวศ ทางประวัตศิ าสตร ทางวฒั นธรรม
กู่กาสงิ ห์ มูยา กลอ้ งยาสบู ปรู าชนิ ี
นกั สื่อความหมาย บา้ นหลงั เตา่ โครงกระดกู คาบขนั สา� ริด
วิถชี าวนา เกบ็ ชาเมีย่ ง ผ้พู ิทักษ์ปาชมุ ชน
สัญลักษณการสื่อความหมายในแหลงทองเที่ยว
76
1. เชิงนเิ วศ : นางแล จ.เชยี งราย
แนวทางแผนงานการพัฒนาแหลง่ ทอ่ งเทย่ี วด้านการสื่อความหมาย “นางแล”
ท่ีมาและความส�าคญั
ต�าบลนางแลตั้งอยู่ในพ้ืนท่ีราบลุ่มระหว่างหุบเขาท่ีลาดเอียงจากทิศตะวันตกมาทางทิศ
ตะวันออกเฉียงใต้ มพี ืน้ ท่ีปาอุดมสมบรู ณ์ ไดแ้ ก่ ปาสงวนแห่งชาติแม่ขา้ วตม้ หว้ ยลึก ก่อให้เกดิ
แหล่งน�้าทางธรรมชาติซ่ึงได้แก่ แม่น�้านางแล และแหล่งน้�าอ่ืนๆ รวมถึงแหล่งท่องเท่ียวที่มี
ลักษณะทางธรรมชาติท่เี ป็นเอกลกั ษณ์เฉพาะของต�าบลนางแล ได้แก่ น�้าตกนางแลใน และ
ยอดดอยดงั เปน็ ตน้ นา� รายไดม้ วลรวมส่ตู �าบลนางแล และกระจายรายไดเ้ พ่ิมสู่หน่วยครอบครัว
อีกทั้งยังก่อให้เกิดการส่งเสริมการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและส่ิงแวดล้อม ซึ่งพระราชบัญญัติ
ก�าหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอ�านาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน พ.ศ. 2552
หมวดที่ 2 ว่าด้วยการก�าหนดอ�านาจ และหน้าท่ีในการจัดระบบการบริการสาธารณะ ตาม
มาตราท่ี 16 ก�าหนดให้เทศบาลเมืองพัทยาและองค์การบริหารส่วนต�าบลมีอ�านาจและ
หน้าท่ีในการจัดระบบการบริการสาธารณะเพ่ือประโยชน์ของประชาชนในท้องถ่ินของตนเอง
ในข้อ 8 เร่ืองการส่งเสริมการท่องเที่ยว เทศบาลต�าบลนางแล ในฐานะองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถนิ่ ซึง่ มีความใกลช้ ดิ กับประชาชนในพนื้ ที่ต�าบลนางแล จงึ มหี นา้ ทใ่ี นการสง่ เสรมิ การ
ท่องเท่ียวในแหล่งท่องเที่ยวของต�าบลและเกิดการพัฒนาเครือข่ายด้านการท่องเท่ียวต�าบล
นางแล ให้มีศักยภาพด้านการจัดการท่องเท่ียวในต�าบล ให้มีวิสัยทัศน์ มีความรู้ ก่อให้เกิด
ความร่วมมือในการจัดการท่องเท่ียว การวางแผนกิจกรรมการท่องเที่ยว โดยชุมชนในพื้นที่
เทศบาลตา� บลนางแล อ�าเภอเมอื ง จังหวัดเชยี งราย ตอ่ ไป
แผนงาน โครงการบรหิ ารจดั การและวางแผนการทอ่ งเทย่ี วและพฒั นาแหลง่ ทอ่ งเทยี่ ว
ต�าบลนางแล
เปา หมาย เปน็ แหล่งท่องเทย่ี วทเี่ ป็นตน้ แบบดา้ นการส่อื ความหมาย
ทิศทางการน�า ตราสญั ลกั ษณ์ : นา� ศลิ ปะสไตลบ์ า้ นดา� มาประยกุ ตโ์ ดยมสี บั ปะรดเปน็ สอื่ กลาง
เสนอ โดยมี สับปะรด ภูเขา และนา้� ตก ประกอบในตราสัญลกั ษณ์ ใชส้ ีเขยี ว
และสเี หลืองผสมน้า� ตาลเป็นสหี ลัก
77
วเิ คราะหแ์ หลง่ จดุ เดน่ จุดดอ้ ย
ทอ่ งเทีย่ ว
1. เดินทางสะดวก ไม่ไกลในการท�า 1. โครงสร้างพนื้ ฐาน
ท่องเท่ียว 2. จุดบรกิ ารนักท่องเทยี่ ว
2. มีดอยดงั มสี ถานที่ท่องเทีย่ ว ไม่มีเจ้าหน้าที่ประจา�
ไมเ่ หมอื นใคร 3. ไมม่ แี ผนทช่ี ัดเจน
4. ไมม่ ปี า้ ยบอกทาง
3. มีนาขน้ั บนั ได รวมถงึ การอาศัย 5. ไมม่ กี ารประชาสมั พนั ธ์แหล่ง
อยขู่ องควายดอย
ท่องเท่ียวทชี่ ัดเจน
4. การจัดกิจกรรม adventure 6. ไมม่ กี ารจัดการขยะเพ่ือรองรบั
5. มคี วามหลากหลายของชีววทิ ยา
การทอ่ งเทีย่ ว
อดุ มสมบรู ณ์ของแหลง่ ธรรมชาติ 7. ไมม่ ีมัคคุเทศกป์ ระจา� ถนิ่
6. สบั ปะรด เดน่ 8. ยังไม่มีที่พกั โฮมสเตย์ และ
รสชาตไิ ม่เหมือนใคร และถือ โรงแรมยงั ไมเ่ พียงพอในการ
เป็นตน้ กา� เนดิ สับปะรดนางแล รองรบั การทอ่ งเท่ียวท่ีจะเกิดขึ้น
7. ได้รางวัลกินรดี ้านการท่องเทย่ี ว
เชงิ เกษตร
ลา� ดับส�าคัญ การน�าเสนอเรอ่ื ง ดอยดงั นาข้ันบันได และสบั ปะรดนางแล ตามลา� ดบั
การน�าเสนอ
และสาระสา� คญั
วัตถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือให้ทุกภาคส่วนมีความเข้าใจในเนื้อหาสาระส�าคัญของแผนส่งเสริม
การท่องเทย่ี ว เทศบาลต�าบลนางแล พ.ศ. 2558 – 2560
2. เครือข่ายด้านการท่องเท่ียวต�าบลนางแลมีความรู้เกี่ยวกับการจัดท�าแผน
พัฒนาดา้ นการท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community – Based Tourism
– CBT) และแนวทางในการพัฒนากจิ กรรมการทอ่ งเที่ยว
3. ระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปแบบการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลท่องเท่ียว
รวมถงึ ระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ
4. เพือ่ สรา้ งการรบั รู้ใหก้ บั นักทอ่ งเที่ยวผา่ นส่ือ
78
กลุ่มเปาหมาย นกั ทอ่ งเที่ยวเชิงนเิ วศ แบง่ เปน็ Slow tourism การทอ่ งเทีย่ วแบบละเมียด
ละเอยี ดกับชีวติ กบั Adventure tourism การทอ่ งเท่ียวเน้นกิจกรรมผจญภัย
ระยะเวลา แตล่ ะแผนใช้ระยะเวลาไมเ่ ทา่ กัน
งบประมาณ งบประมาณในแต่ละแหล่งฯ ควรระบุจ�านวนเงินงบประมาณของแต่ละ
และแผนการ โครงการ/กจิ กรรม
จัดการดา้ น
การเงนิ 1. จัดประชุมสร้างความรู้ และการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนให้เข้าใจใน
โครงการและ เนื้อหาสาระส�าคัญของแผนส่งเสริมการท่องเท่ียวเทศบาลต�าบลนางแล
กิจกรรม พ.ศ. 2558 – 2560 โดยเฉพาะภารกจิ และบทบาทของตนทจ่ี ะสนับสนนุ
การแปลงแผนไปสู่การปฏิบัติ พร้อมท้ังรณรงค์ให้ใช้แผนยุทธศาสตร์
และแนวทางมาตรการดังกล่าวเป็นเคร่ืองมือในการก�าหนดนโยบายการ
พัฒนาฟนฟูและกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยการจัดประชุมชี้แจงแผนฯ
ให้แกผ่ ูท้ เี่ กีย่ วข้องกับการท่องเทย่ี วภายในตา� บลนางแล เพื่อจะได้น�าไป
ก�าหนดเป็นกรอบ แผนงาน/โครงการ และวางแผนด้านงบประมาณ
ก�าหนดเป็นแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับระยะเวลาของแผนพัฒนาฯ
รวมท้ังสรา้ งความเข้าใจถึงระบบความสัมพันธ์ และความส�าคัญของภาคี
พัฒนาเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวท่ีมีต่อการพัฒนา และส่งเสริมการ
ท่องเท่ียวโดยผ่านการส่ือสารประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบ เพ่ือเป็นการ
เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสู่การรับรู้ของสังคมในวงกว้างให้เห็นถึงความ
สา� คญั และเกิดจิตสาธารณะในการสร้างภาพลักษณท์ ่ดี ตี อ่ การทอ่ งเท่ยี ว
พร้อมท้ังเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนใน
กระบวนการตัดสินใจ และรว่ มกันบริหารจดั การการท่องเท่ยี วเพอ่ื ให้เกดิ
การสร้างรายได้ และกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม : จ�านวน 1 วัน
ระหวา่ งเดอื นมิถุนายน – กรกฎาคม 2558 ณ เทศบาลตา� บลนางแล
ต�าบลนางแล อ�าเภอเมอื ง จงั หวดั เชยี งราย หวั ขอ้ การอบรม : โครงการ
บริหารจัดการและวางแผนการท่องเท่ียวและพัฒนาแหล่งท่องเท่ียว
ตา� บลนางแล
79
โครงการและ 2. จัดอบรมและศึกษาดูงานเพ่ือให้ความรู้แก่เครือข่ายด้านการท่องเท่ียว
กจิ กรรม ต�าบลนางแล : จ�านวน 2 วัน ในช่วงเดือนกรกฎาคม – กันยายน
ตวั ชว้ี ัด 2558 ณ บ้านห้วยน้�ากืน อ�าเภอเวียงปาเป้า จังหวัดเชียงราย หัวข้อ
ความส�าเรจ็ การอบรม : โครงการบรหิ ารจัดการและวางแผนการทอ่ งเท่ยี วและพัฒนา
แหลง่ ท่องเท่ยี ว ต�าบลนางแล
3. จัดประชุมคณะกรรมการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศเพ่ือ
พิจารณาการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลท่องเท่ียว รวมถึงระบบสาธารณูปโภค
สาธารณูปการ เพ่ือประกอบการขอใช้ประโยชน์ในพ้ืนท่ี ตามระเบียบ
กรมปาไม้ว่าด้วยการอนุญาตให้เข้าท�าประโยชน์หรืออยู่อาศัยภายใน
เขตปา สงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2558 : ในเดอื นกรกฎาคม – กันยายน 2558
4. จดั ทา� ปา้ ยบอกทาง (แนะนา� ทาง) และปา้ ยสอื่ ความหมาย : ในเดอื นกรกฎาคม
2558 – กันยายน 2559
5. จดั ทา� สง่ิ อ�านวยความสะดวกในแหลง่ ทอ่ งเทย่ี วใหก้ บั นกั ทอ่ งเท่ียว : ใน
เดือนกรกฎาคม 2558 – กนั ยายน 2559
การเหน็ ความเป็นรูปธรรมของการพฒั นาแหล่งทอ่ งเท่ียว
- จา� นวนนกั ทอ่ งเทย่ี วท่ีเพิ่มขึ้น
- การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว พัฒนามัคคุเทศก์ และการอบรมเร่ืองภาษา
องั กฤษ
นาข้ันบนั ได ผพู้ ิทกั ษป์ า ชมุ ชน
80
2. เชงิ นิเวศ : บา้ นห้วยนา้� กนื จ.เชยี งราย
แผนการพัฒนาแหล่งทอ่ งเทีย่ วดา้ นการส่อื ความหมาย “ชมุ ชนบ้านหว้ ยน้า� กืน”
ที่มาและความสา� คญั
โฮมสเตยบ์ า้ นห้วยนา้� กนื ไดร้ ับการรบั รองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทยจากกรมการทอ่ งเทย่ี ว
ปี 2558 – 2560 แต่ยังขาดการสนับสนุนเร่ืองการจัดท�าส่ือสิ่งพิมพ์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์
ปา้ ยแนะนา� ทาง การจดั นทิ รรศการเพอื่ การทอ่ งเทยี่ ว รวมทง้ั กจิ กรรมพเิ ศษ เพอ่ื สง่ เสรมิ แหลง่
ทอ่ งเทย่ี วและการพฒั นาบคุ ลากรดา้ นการสอื่ ความหมายใหแ้ กม่ คั คเุ ทศกท์ อ้ งถนิ่ มคั คเุ ทศกน์ อ้ ย
ซ่ึงเป็นแผนงานที่ตรงกับความต้องการของกลุ่มในการพัฒนาและเตรียมความพร้อมรองรับ
นกั ทอ่ งเที่ยว
แนวทางแผนงานการพัฒนาแหล่งท่องเทีย่ วด้านการสอื่ ความหมาย
แผนงาน การพฒั นาการทอ่ งเท่ยี วชุมชนโฮมสเตย์บา้ นห้วยนา้� กนื
เปา หมาย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นต้นแบบด้านการสื่อความหมายวิถีชีวิตคนเคียงปา
ทศิ ทางการน�า ชาเคียงดอย
เสนอ ตราสัญลกั ษณ์ “ยอดชา”
1. ยอดชา ใช้โลโก้คลา้ ยเดิมทีม่ ีอยู่
วิเคราะหแ์ หล่ง 2. สเี ขียว สีนา�้ เงิน
ทอ่ งเที่ยว 3. สีเขียว นา�้ เงนิ ขาว แดง
จุดเดน่ จุดด้อย
1. วิถชี ีวติ คนกบั ปา และชาอสั สัม 1. พฒั นาการปรับปรุงการนา� เสนอ
2. ธรรมชาตอิ นั อุดมสมบูรณ์ 2. เส้นทางคมนาคม ยากลา� บาก
3. หมบู่ ้านเข้มแข็ง 3. ระบบการส่ือสารโทรคมนาคม
4. พัฒนาศูนยบ์ ริการข้อมูล
เศรษฐกิจพอเพียง 5. พัฒนาส่ือและองคค์ วามรู้เพ่ือใช้
ประกอบการนา� เสนอ
81
ลา� ดบั สา� คญั ปา เมีย่ งเป็นศรี ชุมชนดมี สี ง่า
การน�าเสนอ ธรรมชาตลิ ว้ นงามตา แหลง่ ผลติ ชาคณุ ภาพดี
และสาระสา� คญั กหุ ลาบพันปที ี่ดอยหมด เสาวรสหวานฉ่�า
ร่วมทานยา� ใบชา ตระการตาไรก่ าแฟ (ใช้ค�าขวญั ทีท่ างชมุ ชนชว่ ยกแั ตง่
เปน็ ส�าคัญ)
วัตถปุ ระสงค์ 1. เพอื่ จดั ทา� สอื่ สง่ิ ตา่ งๆ รวมถงึ ปา้ ยแนะนา� ทาง ศนู ยบ์ รกิ ารนกั ทอ่ งเทยี่ ว ฯลฯ
2. เพื่อฝกอบรมให้ความรู้ด้านการสื่อความหมายให้แก่มัคคุเทศก์ท้องถิ่น
มคั คเุ ทศก์น้อย และผู้สนใจ
3. ศึกษาดูงานการพัฒนาสชู่ ุมชนท่องเท่ียวต้นแบบ เพ่อื สอื่ ความหมายดา้ น
การทอ่ งเทีย่ วภายในชุมชน
4. เพื่อให้เกิดการท่องเท่ียวท่ีมีส่วนร่วมน�าไปสู่ความยั่งยืนครบทั้งด้าน
เศรษฐกิจ สงั คม และสง่ิ แวดล้อม
กลุ่มเปา หมาย 1. กลมุ่ ศึกษาดงู าน / ไทย 70%
2. ชมุ ชน 30%
ระยะเวลา พ.ศ. 2558 – 2559
งบประมาณ มีโครงสร้างคณะกรรมการทอ่ งเทีย่ ว โดยแตล่ ะคนมีบทบาทชัดเจน
และแผนการ - เปด บญั ชกี ลมุ่ ทอ่ งเทย่ี วชมุ ชนโฮมสเตยบ์ า้ นหว้ ยนา�้ กนื โดยมคี ณะกรรมการ
จดั การด้าน
การเงิน 3 คนเปน็ ผู้ลงนาม
- มีเหรญั ญิก และเลขาฯ คอยควบคมุ ดแู ลการใชจ้ า่ ยในแต่ละกจิ กรรมและ
จดั ท�าเปน็ รายงานเพ่อื เกบ็ ไวต้ รวจสอบทกุ คร้งั
1. แผนงานด้านจัดท�าส่ือและป้ายข้อมูลเพ่ือการประชาสัมพันธ์
2. แผนงานด้านการพัฒนาศักยภาพความรู้ความสามารถของมัคคุเทศก์
ท้องถิ่น
3. ศึกษาดูงานการพฒั นาสู่ชมุ ชนทอ่ งเทีย่ วต้นแบบ เพือ่ ส่ือความหมายด้าน
การท่องเท่ียวภายใน 3 ชุมชน
82
ผลท่คี าดวา่ จะ 1. เกิดการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวของโฮมสเตย์
ได้รับจากการ บ้านหว้ ยนา้� กืนตามช่องทางสือ่ ตา่ งๆ
ด�าเนินงาน
ตวั ช้วี ดั 2. มคั คเุ ทศกท์ อ้ งถนิ่ มคั คเุ ทศกน์ อ้ ย มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจในการสอ่ื ความหมาย
ความสา� เร็จ ชุมชนให้แก่นกั ท่องเท่ยี วทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
3. กลุ่มโฮมสเตย์บ้านห้วยน้�ากืนสามารถบริหารจัดการด้านการท่องเท่ียวได้
อย่างต่อเนอื่ งมคี ณุ ภาพและยงั่ ยืน
1. นักท่องเทย่ี วเข้ามาท่องเที่ยวในชุมชนเพิ่มมากขึ้น
2. ก�าหนดหลักสูตรด้านการส่ือความหมายที่เหมาะสมกับชุมชนอย่างมี
ประสทิ ธภิ าพโดยชุมชนมีสว่ นรว่ ม
3. ชุมชนมีการบริหารจัดการด้านการท่องเท่ียวอย่างย่ังยืนในรูปแบบ
การดา� เนนิ งานเปน็ กลุม่
หมายเหตุ: งบประมาณแต่ละแหล่งฯ ควรระบจุ �านวนเงนิ งบประมาณของแต่ละโครงการ/กิจกรรม
ดอกไม้ปา
เก็บชาเมย่ี ง
83
3. เชงิ นเิ วศ : พปุ รู าชินี จ.กาญจนบรุ ี
แนวทางแผนงานการพฒั นาแหล่งท่องเท่ียวดา้ นการส่อื ความหมาย “พปุ รู าชิน”ี
ท่ีมาและความสา� คัญ
พปุ ูราชนิ ี ต้งั อย่หู มู่ที่ 1 (บ้านทา่ มะเด่ือ) อา� เภอทองผาภมู ิ จงั หวัดกาญจนบุรี อยูใ่ นเขต
ขอใชป้ ระโยชนข์ องสวนปา ทองผาภมู ิ องคก์ ารอตุ สาหกรรมปา ไม้ (อ.อ.ป.) เปน็ ปา พนุ า�้ จดื ทเี่ ปน็
แหลง่ ทอ่ี ยขู่ องปรู าชนิ ี ซง่ึ ถอื วา่ พปุ รู าชนิ เี ปน็ แหลง่ ปรู าชนิ ที ใี่ หญท่ สี่ ดุ ในปจั จบุ นั นบั ไดว้ า่ พปุ รู าชนิ ี
เป็นสิ่งมหัศจรรย์หน่ึงในสามของต�าบลห้วยเขย่ง ปัจจุบันพุปูราชินี เป็นแหล่งท่องเที่ยว
ที่บริหารจัดการโดยกลุ่มท่องเที่ยวต�าบลห้วยเขย่ง มีกิจกรรมที่นักท่องเท่ียวสามารถเข้าร่วม
ได้แก่ การเข้าชมปูราชินีโดยมีกลุ่มน�าเท่ียวฯ และกลุ่มรถน�าเที่ยวให้บริการแก่นักท่องเท่ียว
โดยนักทอ่ งเท่ยี วทีส่ นใจจะเข้าชมพุปรู าชนิ ตี ้องตดิ ต่อมายังกลุ่มทอ่ งเทีย่ วฯ ก่อน และทางกลุม่
จะประสานงานไปยงั มคั คเุ ทศกน์ า� เทยี่ วและรถนา� เทยี่ วเพอ่ื นดั หมายเขา้ ชม โดยในปจั จบุ นั พปุ รู าชนิ ี
ไมส่ ามารถเขา้ ชมไดเ้ นอ่ื งจากสะพานเดนิ ชมภายในพปุ รู าชนิ ไี ดพ้ งั ลง เนอื่ งจากสรา้ งจากไมท้ มี่ อี ยู่
ในพ้ืนท่ีท�าให้ไม่คงทนถาวร อีกท้ังป้ายส่ือความหมายและข้อมูลให้ความรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศ
ภายในพกุ ช็ า� รดุ เสยี หาย เนอ่ื งจากเปน็ ปา้ ยสอื่ ความหมายทชี่ มุ ชนทา� ขนึ้ เอง และจากขอ้ แนะนา�
ของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวได้มีข้อแนะน�าถึงการประชาสัมพันธ์ที่ยังไม่ท่ัวถึง รวมทั้ง
เอกสารแนะน�าและป้ายบอกเส้นทางไปยังแหล่งท่องเท่ียว จึงเห็นควรเสนอโครงการน้ี
เพ่อื เกิดประโยชน์ในการพัฒนาการทอ่ งเทีย่ วต่อไป
แผนงาน โครงการพฒั นาแหลง่ ทอ่ งเทย่ี วเชงิ นเิ วศตน้ แบบการพฒั นาพปุ รู าชนิ ี เพอื่ เปน็
แหล่งเรยี นรูร้ ะบบนิเวศปาพุตะวันตก อา� เภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบรุ ี
เปา หมาย เปน็ แหลง่ ท่องเท่ยี วทีเ่ ปน็ ต้นแบบดา้ นการส่อื ความหมาย
ทศิ ทางการนา� ตราสัญลักษณ์ “พุปรู าชิน”ี
เสนอ 1. ปรู าชนิ ี
2. ปรู าชินี ฉากหลงั เป็นภูเขาและล�าหว้ ย
84
วิเคราะหแ์ หล่ง จุดเด่น จุดดอ้ ย
ท่องเท่ยี ว
1. พปุ ูราชนิ ี 1. อาจต้องปรบั ปรุง การเช่ือมโยง
ล�าดบั สา� คัญ 2. ความสมบรู ณข์ องธรรมชาติ ระบบคมนาคม ปรับปรุงเรื่อง
การนา� เสนอ การจัดการนกั ท่องเท่ยี ว
และสาระสา� คญั อากาศดี ความตอ่ เน่ือง มแี ผนที่ดแี ต่ขาด
วัตถุประสงค์ 3. โครงการขยายผลโครงการหลวง การดา� เนินการอยา่ งตอ่ เน่ือง
อาหารปลอดภัย 2. รนุ่ เดก็ ไมใ่ หค้ วามสา� คญั เทา่ ทคี่ วร
4. ความหลากหลายของวัฒนธรรม 3. การบริหารจดั การ ตอ้ งการ
ปรับปรงุ เพื่อพฒั นา
ความสมบรู ณ์ของเน้ือหา มอี ยู่
แล้ว แตข่ าดการดงึ จดุ เดน่ มา
น�าเสนอ การเรียบเรียงเน้อื หา
4. กลมุ่ เปา้ หมาย ตอ้ งมกี าร
ปรบั ปรุง รับทราบข้อมูลเพ่มิ เตมิ
5. ศลิ ปะการนา� เสนอ ตอ้ งมกี าร
ปรบั ปรุง
การน�าเสนอเร่อื ง กินขา้ วกลอ้ ง แอบส่องปู ดูรา� มอญ นอนโฮมสเตย์ เฮฮา…
ซื้อของฝากทห่ี ้วยเขยง่
1. เพอ่ื พฒั นาแหลง่ ทอ่ งเท่ียว ทรัพยากรด้านการทอ่ งเทีย่ ว และฐานข้อมูล
การท่องเท่ียวของต�าบลหว้ ยเขย่ง ให้เกิดความยงั่ ยืน
2. เพ่ือเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการแหล่งท่องเที่ยว
และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนจากการท่องเท่ียว รวมทั้งรักษาทรัพยากร
การท่องเทย่ี วในพืน้ ทใ่ี ห้มคี วามยง่ั ยนื
3. เพอื่ ประชาสัมพนั ธ์กจิ กรรมการท่องเทย่ี วในพืน้ ทต่ี า� บลหว้ ยเขย่ง ผา่ นสอ่ื
ประชาสัมพันธ์ในช่องทางต่างๆ นักท่องเที่ยวเกิดการรับรู้ และเข้ามา
ท่องเท่ยี วในพนื้ ท่ี
4. เพ่ือเกิดการท่องเที่ยวที่มีส่วนร่วมน�าไปสู่ความยั่งยืนครบท้ังด้านเศรษฐกิจ
สังคม และสิง่ แวดล้อม
85
กล่มุ เปา หมาย 1. คนท้องถนิ่ ก่อน ท่อี ยใู่ กล้ๆ พืน้ ท่ี
2. กะเหรย่ี ง มอญ คนในต�าบล เยาวชน คนที่ตลาด เยาวชน
ระยะเวลา
งบประมาณ วัยกลางคน 70%
และแผนการ 3. กลมุ่ ศึกษาดงู าน / ไทย 30%
จัดการดา้ น แต่ละแผนใช้ระยะเวลาไม่เท่ากัน พิจารณาตามงบประมาณและกิจกรรม
การเงนิ ต่อเนอ่ื งในชมุ ชน
ตัวช้วี ัด งบประมาณในแต่ละแหล่งฯ ควรระบุจ�านวนเงินงบประมาณของแต่ละ
ความส�าเร็จ โครงการ/กจิ กรรม
1. พื้นท่ีแหล่งท่องเที่ยวสามารถเข้าศึกษาดูงานและมีจ�านวนนักท่องเที่ยว
เข้าพ้ืนที่
2. นักท่องเทยี่ วเดนิ ทางมาถึงแหล่งท่องเทย่ี วไดด้ ้วยตนเอง
3. ชุมชนน�าเสนอขอ้ มลู ด้านการทอ่ งเทยี่ วไดเ้ ข้าใจ สามารถดึงจดุ เดน่ มาสื่อ
ความให้น่าสนใจ
4. ชมุ ชนและหนว่ ยงานเกดิ ความรว่ มมอื กนั และสามารถบรหิ ารจดั การตนเอง
และคณะนักทอ่ งเท่ยี วได้
ปูราชินี
86
4. ทางประวตั ศิ าสตร์ : มโนรมย์ จ.ชยั นาท
แนวทางแผนงานการพัฒนาแหลง่ ท่องเทยี่ วดา้ นการสือ่ ความหมาย
ทีม่ าและความสา� คัญ
ในปัจจุบันการท่องเที่ยวถือว่ามีความส�าคัญต่อการสร้างรายได้ที่สามารถช่วยพัฒนา
ทางดา้ นเศรษฐกจิ ของประเทศ และอกี ทางหนง่ึ การทอ่ งเทย่ี วเปน็ การเสรมิ สรา้ งมติ รภาพทด่ี กี บั
คนในชมุ ชนและนกั ทอ่ งเทยี่ ว ผมู้ าเยอื น ทส่ี า� คญั ยงั เปน็ การเผยแพรป่ ระวตั ศิ าสตร์ ศลิ ปวฒั นธรรม
ประเพณี วิถชี ีวติ สง่ เสรมิ การอนุรกั ษ์ สืบทอดศิลปวัฒนธรรม ประเพณีอันดงี ามใหด้ �ารงสบื ไป
ไดอ้ ีกทางหน่ึง “มโนรมย์เมอื งประวัตศิ าสตร”์ มีทรัพยากรประวตั ศิ าสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี
วิถชี วี ติ ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อมท่บี รสิ ุทธิ์ ทเ่ี ป็นอตั ลกั ษณโ์ ดดเด่นอย่างหน่งึ ของ
อ�าเภอมโนรมย์ จงั หวัดชยั นาท แตก่ ารท่องเท่ยี วทางประวัติศาสตรย์ ังขาดการสนบั สนนุ และ
ประชาสมั พนั ธท์ ด่ี ี สง่ ผลใหก้ ารเขา้ ถงึ แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วดา้ นนย้ี งั นอ้ ยอยมู่ าก ดงั นนั้ อา� เภอมโนรมย์
มีแหล่งข้อมูลประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติและ
สง่ิ แวดลอ้ มทบี่ รสิ ทุ ธ์ิ ไดม้ กี ารรวบรวมขอ้ มลู เผยแพรป่ ระวตั ศิ าสตร์ วฒั นธรรม ประเพณี วถิ ชี วี ติ
ชมุ ชน เปน็ เอกสาร หนงั สอื หลกั สตู รการสอนและอนิ เทอรเ์ นต็ แตย่ งั น้อยมาก เมอื่ เทียบกบั
ทรัพยากรในแหล่งทอ่ งเท่ียวท่มี อี ยู่ ประชาชนอา� เภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท มอี ดุ มการณแ์ ละ
ความตัง้ ใจอันแน่วแน่ทีจ่ ะสง่ เสริมและอนุรกั ษแ์ หล่งทอ่ งเที่ยวต่อไป
แผนงาน การพัฒนาแหล่งท่องเท่ียวด้านการส่ือความหมายในแหล่งท่องเท่ียว
มโนรมย์เมอื งประวตั ิศาสตร์ จงั หวัดชัยนาท
เปา หมาย เป็นแหลง่ ท่องเท่ยี วท่เี ป็นตน้ แบบด้านการส่อื ความหมาย
ทศิ ทางการนา� ตราสญั ลกั ษณ์ ขนุ ศรีสทิ ธกิ รรฐข์ ่ีช้างถอื สม้ โอ
เสนอ
87
วิเคราะหแ์ หล่ง จุดเดน่ จุดดอ้ ย
ทอ่ งเทยี่ ว
1. วถิ ีชีวติ ชมุ ชนคนมโนรมย์ 1. ประชาสมั พนั ธแ์ ละความตอ่ เนอ่ื ง
2. ประวัติศาสตรต์ ามรอยเสด็จ 2. มองภาพทอ่ งเทีย่ วในจดุ เดยี วกนั
3. ขาดผูร้ ับผดิ ชอบด้าน
ประพาสต้นพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หวั การท่องเทย่ี ว
(รชั กาลที่ 5) 4. ข้อกฎหมาย
3. ประวตั ศิ าสตร์มโนรมย์ 5. การดา� เนินงานที่ลา่ ช้าและ
ขุนศรีสิทธกิ รรฐ์
(เจา้ เมอื งมโนรมย์) ไม่ชัดเจนของกรมศลิ ปากร
4. สม้ โอขาวแตงกวา 6. การตระหนักของคนในทอ้ งถิ่น
5. ลอ่ งเรอื ชมวิวทิวทัศนแ์ มน่ า้�
เจา้ พระยา การทอ่ งเทีย่ ว
7. การมีสว่ นรว่ ม ความไมม่ ่ันใจ
และให้ความส�าคัญรว่ มกนั กับ
หน่วยงาน
8. ขาดความสามคั คี
ลา� ดบั ส�าคัญ จุดเด่นของกล่มุ คอื วถิ ีชวี ิตชมุ ชนคนมโนรมย์ ประวตั ศิ าสตรต์ ามรอยเสดจ็
การน�าเสนอ ประพาสตน้ พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั (รชั กาลที่ 5) ประวตั ศิ าสตร์
และสาระสา� คญั เมอื งมโนรมย์ ขนุ ศรสี ทิ ธกิ รรฐ์ (เจา้ เมอื งมโนรมย)์ สม้ โอขาวแตงกวา ลอ่ งเรอื
ชมววิ ทวิ ทศั นแ์ มน่ �า้ เจ้าพระยา
วัตถปุ ระสงค์ 1. เพ่ือให้ความรู้กับบุคลากรภายในอ�าเภอมโนรมย์ให้ถูกต้องและแม่นย�า
ทสี่ ดุ
2. เพื่อน�าความรู้ไปถ่ายทอดกับนักท่องเที่ยวให้เข้าใจถึงคุณค่าของ
แหล่งท่องเที่ยว
กล่มุ เปา หมาย กลุ่มเป้าหมายหลักคือ นักเรียน นักศึกษา อายุต้ังแต่ 13-18 ปี ในเขต
ภาคกลาง และประชาชนในพน้ื ท่อี า� เภอมโนรมย์ จงั หวดั ชยั นาท
ระยะเวลา 12 เดือน
88
งบประมาณ จัดหาแหล่งเงินที่มาให้การสนับสนุน และต้องจัดตั้งคณะกรรมการพร้อม
และแผนการ ก�าหนดผรู้ บั ผิดชอบด้านการเงินอย่างเป็นระบบ
จัดการด้าน
การเงิน 1. พฒั นาทศิ ทางการนา� เสนอแหล่งทอ่ งเท่ียวดา้ นการสื่อความหมาย
โครงการและ 2. จัดกิจกรรมสร้างการรับรู้ถึงแหล่งท่องเที่ยวโดยเน้นกระบวนการ
กิจกรรม
การมสี ว่ นรว่ มของชุมชน
3. จัดเวทีเสวนาเพ่ือการวางแผนดา้ นการสื่อความหมาย ตามกลุม่ เปา้ หมาย
เพอื่ สร้างกจิ กรรมประจา� ปตี ามสาระสา� คญั ทีก่ �าหนด
4. จดั กิจกรรม อนุรักษ์มโนรมย์เมืองประวัติศาสตรอ์ ยา่ งยงั่ ยนื
5. การพฒั นาเทคนคิ การสื่อความหมาย ทัง้ บุคคลและไมใ่ ชบ่ ุคคล
เทคนิคการส่อื ความหมาย เทคนิคการสื่อความหมาย
โดยบคุ คล ไม่ใช่บุคคล
1. จดั อบรมพัฒนาบคุ ลากรท้ังผใู้ ห้ 1. กิจกรรมสร้างสรรคเ์ พือ่ เยาวชน
ความร้แู ละผ้รู บั ความร้โู ดยเน้น เช่น สมั ผสั โฮมสเตย์ ศิลปะ
ในสาระส�าคญั ท่ีกา� หนดในปแี รก วฒั นธรรม ประเพณี
วถิ ีภมู ปิ ญั ญาไทยแกเ่ ดก็
2. ปราชญ์ชาวบา้ นเพอ่ื การ
ท่องเทย่ี ว 2. กิจกรรม ประวัตศิ าสตร์มโนรมย์
การเสดจ็ ประพาสต้นพระบาท
3. คมู่ ือมัคคุเทศกช์ ุมชนบริบท สมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
มโนรมย์เมอื งประวตั ิศาสตร์ (รชั กาลที่ 5)
3. กจิ กรรมทอเสือ่
4. คู่มอื เที่ยววิถกี ารทอ่ งเทีย่ ว
อ�าเภอมโนรมย์
5. จัดทา� ส่อื วดี ทิ ัศน์และสือ่ สิ่งพมิ พ์
6. จัดทา� ป้ายบอกทางในแหลง่
ทอ่ งเท่ียว
7. เว็บไซตม์ โนรมยด์ า้ นการ
ทอ่ งเทีย่ ว
6. ประเมนิ ผลการรบั รู้จากผู้มีสว่ นไดส้ ว่ นเสยี
89
ตวั ช้วี ัด 1. การรักษาวิถีชีวิตโฮมสเตย์ ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีภูมิปัญญา
ความสา� เร็จ ไทยแก่เด็กที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น โดยวัดจากความรู้และกิจกรรมของ
เยาวชนอ�าเภอมโนรมย์
2. การรักษาประวัติศาสตร์มโนรมย์ (การเสด็จประพาสต้น รัชกาลท่ี 5)
ที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นโดยวัดจากความรู้และกิจกรรมของเยาวชนอ�าเภอ
มโนรมย์
3. ประชาชนอา� เภอมโนรมยใ์ หค้ วามรว่ มมอื อยา่ งเขม้ แขง็ โดยวดั จากจา� นวน
ผู้เข้าร่วมในแต่ละโครงการเปรยี บเทยี บจากปีกอ่ นๆ
หมายเหต:ุ งบประมาณแตล่ ะแหล่งฯ ควรระบจุ า� นวนเงินงบประมาณของแตล่ ะโครงการ/กจิ กรรม
นกั สื่อความหมาย
90
5. ทางประวตั ศิ าสตร์ : กกู่ าสงิ ห์ จ.รอ้ ยเอ็ด
แนวทางแผนงานการพฒั นาแหลง่ ท่องเทีย่ วด้านการสื่อความหมาย “กู่กาสงิ ห”์
ทม่ี าและความสา� คัญ
ชุมชนท่องเที่ยวกู่กาสิงห์มีกิจกรรมท่องเที่ยวที่หลากหลาย พัฒนาตนเองต่อเน่ืองมา
14 ปี ท้ังการลองถูกลองผิด จนท�าให้ชุมชนจากที่ยังไม่เป็นแหล่งท่องเท่ียว จนกลายเป็น
แหลง่ ทอ่ งเทย่ี วทม่ี ชี อื่ เสยี ง ไดร้ บั การยอมรบั ทง้ั ภาครฐั และเอกชน จงึ มคี วามตอ้ งการทจ่ี ะพฒั นา
การท่องเที่ยวของชุมชนให้มีแนวทางการส่ือความหมายท่ีถูกต้องชัดเจนตามหลักวิชาการ
และส่ือความหมายอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ซึ่งจะส่งผลให้นักท่องเท่ียวได้รับ
ความเพลดิ เพลนิ ควบคไู่ ปกบั สาระในการเขา้ มาเทยี่ วชมุ ชน จนเกดิ ความประทบั ใจ การจดั การ
การท่องเทย่ี วท่ีผา่ นมาชมุ ชนประสบปัญหา เชน่ นักทอ่ งเทย่ี วใช้เวลานอ้ ยในแหลง่ ทอ่ งเท่ยี ว
ขาดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน ขาดการเล่าเรื่องที่น่าสนใจ ขาดเทคนิคน�าเสนอท่ีน่าสนใจ
ขาดเทคนคิ การสรา้ งการมสี ว่ นรว่ มในการพฒั นาการทอ่ งเทยี่ ว ขาดเทคนคิ การสรา้ งความเขา้ ใจ
ให้นักท่องเท่ียวซาบซ้ึงในคุณค่าของแหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งการสื่อสารด้านภาษาอังกฤษกับ
นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จึงจ�าเป็นต้องอาศัยนักวิชาการและผู้เช่ียวชาญเข้าไปสนับสนุน
จึงจะสามารถจัดท�าแผนพัฒนาการสื่อความหมาย และพัฒนาทักษะการสื่อความหมายใน
แหล่งทอ่ งเทยี่ ว ซง่ึ จะส่งผลตอ่ การจดั การการทอ่ งเทย่ี วมีประสิทธิภาพต่อไป
แผนงาน กู่กาสงิ ห์ แหลง่ ท่องเท่ียวประวตั ศิ าสตร์และวิถีชีวิตคนทงุ่ กลุ าร้องไห้
เปา หมาย เปน็ แหล่งทอ่ งเทยี่ วทีเ่ ปน็ ต้นแบบดา้ นการสือ่ ความหมาย
ทศิ ทางการน�า ตราสัญลักษณ์ สิงห์และทบั หลัง โดยใชส้ อี ิฐมอญ
เสนอ
91
วิเคราะหแ์ หลง่ จดุ เด่น จดุ ดอ้ ย
ทอ่ งเทยี่ ว
1. มีมัคคุเทศกน์ ้อยโดดเดน่ 1. ไม่มีศูนย์รวมในส่วนของ
2. ชมุ ชนมีส่วนดูแลรกั ษา ด้านทอ่ งเทีย่ ว
ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี 2. ผูน้ �าไมไ่ ด้เขา้ มารว่ มจดั การ
และโบราณสถาน ในเร่ืองของการทอ่ งเทย่ี ว
3. เราสามารถใชก้ ูท่ า� พิธีกรรม อยา่ งจริงจัง
และเปน็ ศนู ย์รวมจิตใจ รวมถึง
เปน็ โบราณสถานที่อยู่ใน 3. มกี ารบริหารจัดการเร่ือง
ทงุ่ กลุ าร้องไห้ การทอ่ งเทีย่ วทย่ี ังไมเ่ ป็นระบบ
4. มีก่ใู กล้กนั สามกใู่ นทชี่ ุมชน
เดยี วกัน มองเหน็ พฒั นาการ 4. คนในพน้ื ท่ีมองเร่ือง
ชุมชนไดช้ ดั การทอ่ งเท่ียวเปน็ เรื่องรอง
ลา� ดบั สา� คญั การนา� เสนอเร่อื งก่กู าสงิ ห์ ประเพณดี ั้งเดมิ และขา้ วหอมมะลิ ตามลา� ดับ
การน�าเสนอ
และสาระสา� คญั
วตั ถุประสงค์ 1. พฒั นาการสือ่ ความหมายในชมุ ชนที่มีคณุ ภาพ และเหมาะสมกบั กจิ กรรม
2. การตระหนกั รบั รขู้ องคนในชมุ ชน เรอื่ งการสอื่ ความหมายเพอ่ื การทอ่ งเทยี่ ว
การให้ความสา� คญั ของรากเหงา้
3. นา� ความรู้ การจดั กิจกรรม เพ่อื รวบรวมเปน็ คู่มือการสอ่ื ความหมายเพื่อ
พฒั นาการส่อื ความหมายในแหล่งท่องเท่ียวชุมชน
กลมุ่ เปาหมาย กลุม่ นกั ศึกษา และกลุ่มชมุ ชน
ระยะเวลา แตล่ ะแผนใชร้ ะยะเวลาไม่เท่ากัน
งบประมาณ การจัดการและความชัดเจนของผู้รับผิดชอบด้านการเงินเป็นอันดับแรก
และแผนการ ก่อน การสอื่ ความหมาย เพอื่ สร้างความชัดเจน และสร้างความประทบั ใจแก่
จัดการด้าน นักทอ่ งเทย่ี ว
การเงิน
92
โครงการและ 1. จัดงานเทศกาลอนุรักษ์และฟนฟูประเพณีสรงกู่ให้เป็นประเพณีอนุรักษ์
กจิ กรรม และฟน ฟวู ฒั นธรรมชมุ ชน
ตวั ชีว้ ัด
ความส�าเร็จ 2. พฒั นาการส่ือความหมายความศกั ดสิ์ ิทธขิ์ องโบราณสถาน
3. จัดอบรมพัฒนาการส่ือความหมายของมัคคุเทศก์น้อยในการน�าเท่ียว
ชมุ ชน
4. พฒั นาการสื่อความหมายเรอื่ งเล่าตา� นานทุ่งกลุ าร้องไห้
5. พฒั นาการสื่อความหมายข้าวหอมมะลทิ ดี่ ีทีส่ ุดในโลก
6. พฒั นาการสอ่ื ความหมายในพิพธิ ภัณฑเ์ ด็ก
7. พัฒนาการต้อนรบั แบบเครือญาติ ความผูกพนั
8. จัดท�าเอกสารประวตั ิและผลงานอาจารย์อา� คา แสงงาม
9. จัดท�าวีดิทัศน์น�าเสนอแหล่งเรียนรู้เพื่อการท่องเท่ียวทางวัฒนธรรม
ชมุ ชนก่กู าสิงห์
10. จดั ท�าแผน่ พับเผยแพรฐ่ านการเรียนรู้ 6 ฐาน
11. จัดทา� ป้ายบอกทางแหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว โดยใช้วัสดุในทอ้ งถิน่
12. จัดนิทรรศการในศูนย์ผ้าไหม พิพิธภัณฑ์มรดกภูมิปัญญา วรรณกรรม
พื้นบา้ น
13. จดั ทา� คมู่ ือกจิ กรรมการท่องเทีย่ วเพอื่ การสอ่ื ความหมาย
1. ประเพณีสรงกู่เป็นประเพณีในการฟนฟูและอนุรักษ์วัฒนธรรมชุมชน
ที่ชุมชนจัดการด้วยความเข้มแข็ง มีคนสนใจเข้าไปเรียนรู้การจัดการ
ทรัพยากรประเพณีสรงกู่
2. คนในชุมชนเคารพตอ่ โบราณสถาน ปฏบิ ัตติ นได้เหมาะสม
3. มัคคุเทศก์น้อยพูดสื่อความหมายในการน�าเท่ียวชุมชนได้ชัดเจนและ
ถกู ต้อง นกั ทอ่ งเทยี่ วสนใจ
4. ผู้น�าชุมชนหรือมัคคุเทศก์น้อยพูดส่ือความหมายเรื่องเล่าต�านาน
ทุ่งกลุ ารอ้ งไห้ไดด้ ี
5. นักท่องเที่ยวสนใจซ้ือข้าวหอมมะลิท่ีมีคุณภาพของชุมชน และเข้ามา
เท่ียวชุมชนมากขนึ้
6. ผนู้ า� ชมุ ชนและคนในชมุ ชนเขา้ ใจ และพดู สอื่ ความหมายวตั ถใุ นพพิ ธิ ภณั ฑ์
ได้ดแี ละเข้าใจง่าย
7. คนในชมุ ชนมีอัธยาศยั ดีต้อนรบั นกั ทอ่ งเที่ยวเข้ามาในชุมชน
8. มีเอกสารประวัติและผลงานอาจารย์อา� คา แสงงาม
93
ตวั ชีว้ ดั 9. ชุมชนมีวีดิทัศน์น�าเสนอแหล่งเรียนรู้เพื่อการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม
ความส�าเร็จ ชมุ ชนกู่กาสงิ ห์
10. มีแผน่ พบั เผยแพรฐ่ านการเรียนรู้ 6 ฐาน
11. มีปา้ ยบอกทางแหลง่ ท่องเทีย่ ว โดยใชว้ ัสดใุ นท้องถนิ่
12. มีนิทรรศการในศูนย์ผ้าไหม พิพิธภัณฑ์มรดกภูมิปัญญา วรรณกรรม
พ้ืนบา้ น
13. มคี ่มู อื กิจกรรมการท่องเทีย่ วเพื่อการส่อื ความหมาย
หมายเหตุ: งบประมาณแต่ละแหล่งฯ ควรระบุจ�านวนเงนิ งบประมาณของแต่ละโครงการ/กจิ กรรม
กู่กาสงิ ห์
94
6. ทางประวัติศาสตร์ : โปงมะนาว จ.ลพบุรี
แผนการพฒั นาแหล่งทอ่ งเทย่ี วดา้ นการสอ่ื ความหมาย
ทมี่ าและความสา� คญั
โปง มะนาว จังหวดั ลพบรุ ี กับการรักษาเรื่องราวที่มาจากการศกึ ษาคน้ ควา้ ทางโบราณคดี
เรื่องโครงกระดูกที่มีความเก่าแก่และมีลักษณะพิเศษที่มีเพียงไม่ก่ีแห่งในโลก การจัดตั้งแหล่ง
โบราณคดีบ้านโปงมะนาวน้ัน ไม่เพียงแต่จะเป็นการศึกษาเรื่องราวจากโครงกระดูกมนุษย์ท่ี
เกา่ แก่กวา่ 3,000 ปี เพยี งอย่างเดียว แตย่ งั เปน็ การสนับสนนุ เยาวชนรุ่นใหม่ในพ้นื ทใี่ ห้ใส่ใจ
และหวงแหน อีกท้ังคนในพื้นที่เองหันมาใส่ใจและให้ความส�าคัญมากขึ้น ดังน้ัน การพัฒนา
ดา้ นการสอ่ื ความหมายแกท่ งั้ คนในชมุ ชนและนกั ทอ่ งเทยี่ ว ใหเ้ ขา้ ใจเรอื่ งราวทเ่ี กดิ ขน้ึ ในแผน่ ดนิ
ในจังหวัดลพบุรีนั้น ถือเป็นความส�าคัญที่ทางผู้รับผิดชอบแหล่งฯ เน้นเพื่อปลูกจิตส�านึก
แก่คนในพ้นื ท่ีใหร้ กั ษาโบราณวตั ถุและเรือ่ งราวเหล่าน้ีไว้ให้ย่ังยืน
แผนงาน แหลง่ โบราณคดบี า้ นโปง มะนาว เพอื่ การพฒั นาดา้ นการสอ่ื ความหมาย ตอบสนอง
ต่อ AEC
เปา หมาย เปน็ แหลง่ ทอ่ งเท่ียวท่เี ป็นตน้ แบบดา้ นการสอ่ื ความหมายของประเทศไทย
ทิศทางการน�า ตราสัญลักษณ์ โครงกระดูกคาบขันส�าริด หรือ โครงกระดูกถือดาบและ
เสนอ แวน่ ขยาย (กลมุ่ นักศกึ ษา) สีเขยี ว ขาว น�้าตาลทอง
วเิ คราะหแ์ หล่ง
ท่องเท่ียว จุดเดน่ จุดดอ้ ย
1. มีมคั คเุ ทศก์น้อยโดดเดน่ 1. ขาดหน่วยงานมาสนับสนนุ ให้
สามารถพดู ได้หลายภาษา เป็นระบบ
สรา้ งความประทบั ใจ
2. อา� นาจในการบรหิ ารขนึ้ กบั อบต.
2. มโี ครงกระดกู ทม่ี ีความโดดเดน่ ซึง่ อาจตอ้ งมาลงพ้นื ทเ่ี พอื่ ให้
เชน่ โครงกระดูกกระทงิ ความส�าคญั มากขน้ึ
โครงกระดูกคาบขันส�าริด
95
วเิ คราะหแ์ หล่ง 3. ชุมชนเขม้ แข็งในการรักษา 3. ขาดความเข้าใจเร่ืองบทบาท
ท่องเทย่ี ว โครงกระดกู และมผี นู้ �าทม่ี ี ในการดูแลแหลง่ ท่องเท่ยี วจาก
ความมงุ่ มนั่ เพื่อพฒั นา หน่วยงานภาครัฐ
4. ผู้นา� ในทอ้ งถิน่ ให้ความส�าคญั กบั
แหลง่ ทอ่ งเที่ยว
ลา� ดับส�าคญั 1. มคั คเุ ทศก์
การนา� เสนอ 2. วถิ ชี ุมชน
และสาระสา� คญั 3. กิจกรรมชูเรื่องของโบราณคดีในแหล่งทอ่ งเทยี่ ว
วตั ถปุ ระสงค์ 1. พัฒนาการส่ือความหมายทั้งในชุมชนและผู้มาเยือนที่มีคุณภาพ และ
เหมาะสมกับกิจกรรม
2. การตระหนกั รบั รขู้ องคนในชมุ ชน เรอ่ื งการสอื่ ความหมายเพอื่ การทอ่ งเทย่ี ว
การใหค้ วามสา� คญั ของโบราณคดีทอ้ งถน่ิ ในพื้นท่ี
3. นา� ความรู้ การจดั กจิ กรรม เพื่อรวบรวมเป็นคู่มอื การสื่อความหมายเพอื่
พฒั นาการส่อื ความหมายในแหลง่ ทอ่ งเทยี่ วชมุ ชน
กลุ่มเปาหมาย กลุม่ นกั เรยี น นกั ศกึ ษา 60% กลุม่ ดงู านไทย 30% ชาวตา่ งชาติ 10%
ระยะเวลา แต่ละแผนใช้ระยะเวลาไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับการสนับสนุนของภาครัฐและ
การจดั การ คาดการณ์ปี 59-60
งบประมาณ ตัง้ ใจพัฒนาระบบการจัดการรายได้ เพอ่ื ให้เกดิ ความโปร่งใส ท้งั แก่ชุมชนและ
และแผนการ หน่วยงานภาครฐั ท่ีตอ้ งการเข้ามาสนบั สนนุ
จัดการด้าน
การเงิน
96
โครงการและ 1. จดั อบรมมัคคเุ ทศก์ ผู้น�าชมุ ชน ปราชญ์ชาวบา้ น เพ่อื การพฒั นาใหเ้ ป็น
กจิ กรรม มัคคุเทศกท์ ้องถน่ิ
ตวั ชวี้ ัด
ความสา� เร็จ 2. โครงการสร้างเครอื ข่ายเพอ่ื การมสี ว่ นร่วม
3. โครงการการเปน็ เจา้ บ้านทีด่ ี และการจดั ต้งั โฮมสเตย์เพ่อื ชุมชน
4. โครงการพัฒนาการสอื่ ความหมายเชงิ เทคนิคท่ไี ม่ใช่บุคคล เช่น วดี ทิ ศั น์
เสนอภาพรวมของแหลง่ ทอ่ งเที่ยว แผ่นพบั จดั กจิ กรรมเสริม เครือ่ งมือ
การเกษตร ยุค 3,500 ปี QR Code ในแหล่งทอ่ งเท่ยี ว จุดถ่ายรปู ใน
แหลง่ ทอ่ งเทยี่ ว จัดท�าของทีร่ ะลึกเพ่อื สร้างรายไดใ้ หช้ มุ ชน
1. มีพฒั นาบคุ ลากรในชมุ ชนเพอ่ื การท่องเทย่ี ว
2. ชุมชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวพร้อมสร้างรายได้และเกิด
จติ ส�านกึ ในการรักษาอย่างย่ังยนื
3. มกี ารจัดต้ังโฮมสเตยแ์ ละเป็นเจ้าบา้ นท่ดี ใี นการตอ้ นรบั นกั ท่องเท่ียว
4. พัฒนาเทคนิคสื่อความหมายให้เป็นตัวอย่างแก่แหล่งท่องเที่ยวอ่ืนๆ
โดยดึงโครงการ QR Code จัดท�าก่อน เพื่ออ�านวยความสะดวกแก่
นกั ทอ่ งเทีย่ ว
หมายเหต:ุ งบประมาณแต่ละแหลง่ ฯ ควรระบจุ า� นวนเงินงบประมาณของแตล่ ะโครงการ/กจิ กรรม
โครงกระดกู คาบขนั ส�าริด
97
7. ทางวฒั นธรรม : ไทยทรงด�า จ.เพชรบรุ ี
แนวทางแผนงานการพัฒนาแหล่งท่องเทยี่ วด้านการสื่อความหมาย
ทม่ี าและความส�าคญั
ในปัจจุบันการท่องเท่ียวถือว่ามีความส�าคัญต่อการสร้างรายได้ที่สามารถช่วยพัฒนาทาง
ดา้ นเศรษฐกจิ ของประเทศ และในอีกทางหน่งึ การทอ่ งเทยี่ วเปน็ การเสรมิ สร้างมิตรภาพทด่ี กี ับ
คนในชุมชนและนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ท่ีส�าคัญยังเป็นการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี
และส่งเสริมการอนุรักษ์สืบทอดศิลปวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามให้ด�ารงสืบไปได้อีกทางหน่ึง
“ไทยทรงด�า” เป็นทรัพยากรทางวัฒนธรรมประเพณีท่ีโดดเด่นอย่างหนึ่งของอ�าเภอเขาย้อย
จังหวัดเพชรบุรี แต่การท่องเท่ียวทางวัฒนธรรมยังขาดการสนับสนุนและประชาสัมพันธ์ท่ีดี
สง่ ผลให้การเข้าถึงแหล่งทอ่ งเที่ยวด้านน้ียังนอ้ ยอยู่มาก ดงั นน้ั พพิ ิธภัณฑ์บา้ นปานถนอมทเ่ี ป็น
แหล่งรวบรวมข้อมูลและเผยแพร่วิถีชีวิตของชาวไทยทรงด�าบ้านหนองจิก จึงมีความตั้งใจ
อันแน่วแนท่ จ่ี ะสง่ เสรมิ และอนุรกั ษแ์ หลง่ ท่องเทยี่ วน้ตี ่อไป
แผนงาน การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวด้านการสื่อความหมายในแหล่งท่องเท่ียว
ไทยทรงดา� จังหวดั เพชรบรุ ี
เปา หมาย เปน็ แหล่งท่องเท่ยี วท่เี ปน็ ต้นแบบดา้ นการสอ่ื ความหมาย
ทศิ ทางการน�า ตราสญั ลกั ษณ์ คนเปา แคนทมี่ บี า้ นไทยทรงดา� (ทรงกระดองเตา่ ) เปน็ ฉากหลงั
เสนอ
วเิ คราะหแ์ หล่ง จดุ เดน่ จุดด้อย
ทอ่ งเที่ยว
1. รกั ษาความเปน็ อัตลกั ษณ์ 1. งานหัตถกรรมไทยทรงด�าไม่ได้
ไทยทรงด�าดงั้ เดมิ ไว้ได้ดี ท�าเป็นกล่มุ
2. การสบื ทอดจากรุ่นสูร่ ุ่นท่ชี ัดเจน 2. สนิ ค้าทจ่ี า� หน่ายขายตามอารมณ์
3. เปน็ จดุ กา� เนิดของภูมิปญั ญา ความชอบผูข้ ายผู้ซื้อ
ไทยทรงด�า 3. ทกุ คนในกลุ่มมงี านหลักท�าคอื
ท�าการเกษตรและทา� นา
98
ล�าดบั สา� คัญ จดุ เดน่ ของกลุ่มคอื การแต่งกายที่มคี วามชัดเจนของอตั ลักษณ์ เช่น เสื้อผ้า
การนา� เสนอ ทรงผม วัฒนธรรมประเพณีวิถีชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย และการเล่นอ้ินกอน
และสาระสา� คญั ฟ้อนแกน การเล่นลูกช่วง อาหารการกินของไทยทรงด�า งานหัตถกรรม
ลายปักผ้าเย็บผ้า ลายเสอ้ื ลายหนา้ หมอน งานจกั สาน
วตั ถุประสงค์ 1. เพ่อื ใหค้ วามร้กู ับบุคลากรภายในชมุ ชนให้ถูกต้องและแม่นยา� ทสี่ ดุ
2. เพื่อน�าความรู้ไปถ่ายทอดกับนักท่องเท่ียวให้เข้าใจถึงคุณค่าของ
แหล่งทอ่ งเทย่ี ว
กลุม่ เปา หมาย กลมุ่ เปา้ หมายหลกั คอื นกั เรยี น นกั ศกึ ษา อายตุ งั้ แต่ 13-18 ปี ในเขตภาคกลาง
และคนในพืน้ ท่ี
ระยะเวลา แต่ละแผนใช้ระยะเวลาไม่เท่ากัน ข้ึนอยู่กับการสนับสนุนของภาครัฐและ
การจดั การ คาดการณ์ปี 59-60
งบประมาณ จัดหาแหล่งเงินที่มาให้การสนับสนุน และต้องจัดต้ังคณะกรรมการพร้อม
และแผนการ ก�าหนดผรู้ บั ผดิ ชอบดา้ นการเงนิ อย่างเปน็ ระบบ
จดั การดา้ น
การเงิน
99
โครงการและ 1. พัฒนาทศิ ทางการนา� เสนอแหล่งทอ่ งเที่ยวด้านการสือ่ ความหมาย
กจิ กรรม 2. จัดกิจกรรมสร้างการรับรู้ถึงแหล่งท่องเที่ยวโดยเน้นกระบวนการ
การมีสว่ นรว่ มของชมุ ชน
3. จัดเวทีเสวนาเพ่ือการวางแผนดา้ นการสอ่ื ความหมาย ตามกลมุ่ เป้าหมาย
เพื่อสร้างกิจกรรมประจา� ปีตามสาระสา� คัญทก่ี า� หนด
4. จดั กิจกรรมอนรุ ักษว์ ฒั นธรรมไทยทรงดา� อยา่ งยั่งยืน
5. การพฒั นาเทคนิคการสือ่ ความหมายทั้งบุคคลและไม่ใช่บุคคล
เทคนคิ การสอื่ ความหมาย เทคนิคการส่อื ความหมาย
โดยบคุ คล ไมใ่ ช่บุคคล
1. จัดอบรมพัฒนาบุคลากรทั้ง 1. กิจกรรมสร้างสรรค์เพ่ือเยาวชน
ผูใ้ ห้ความรู้และผู้รับความรู้ ไทยทรงด�า เชน่ การแสดงดนตรี
โดยเนน้ ในสาระสา� คญั ทก่ี �าหนด แคน การรา� แคน การเลน่ ลกู ชว่ ง
ในปแี รก การสาธิตการท�าอาหารไทย
ทรงด�า การเย็บปักผ้าไทยทรงด�า
งานสานใบตาล
2. จดั ทา� สอื่ วดี ทิ ศั น์ และสอ่ื สง่ิ พมิ พ์
3. จัดท�าป้ายบอกทางในแหล่ง
ทอ่ งเท่ยี ว
ตัวช้ีวดั 6. ประเมนิ ผลการรบั รู้จากผมู้ สี ่วนได้สว่ นเสยี
ความสา� เร็จ 1. การรกั ษาเอกลกั ษณท์ ถ่ี า่ ยทอดจากรนุ่ สรู่ นุ่ โดยวดั จากความรแู้ ละกจิ กรรม
ของเยาวชนไทยทรงด�ารุ่นใหม่
2. ชุมชนให้ความร่วมมืออยา่ งเขม้ แข็ง โดยวัดจากจา� นวนผเู้ ขา้ รว่ มในแต่ละ
โครงการเปรยี บเทียบจากปกี อ่ นๆ
หมายเหต:ุ งบประมาณแต่ละแหล่งฯ ควรระบจุ า� นวนเงินงบประมาณของแตล่ ะโครงการ/กจิ กรรม
การแตง่ กายแบบไทยทรงดา� ลายผ้าปกั
100