8. ทางวฒั นธรรม : วิถีไทย วถิ ียอง จ.เชยี งราย
แนวทางแผนงานการพัฒนาแหล่งท่องเทยี่ วด้านการส่อื ความหมาย “วถิ ไี ทย วิถียอง”
ท่ีมาและความสา� คญั
ชาติพันธุ์ไตยอง บ้านสันทางหลวง ต�าบลจันจว้าใต้ อ�าเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย
เปน็ แหลง่ ทมี่ เี รอื่ งราวประวตั ศิ าสตรน์ า่ สนใจทหี่ นง่ึ ซงึ่ แสดงถงึ อตั ลกั ษณท์ แ่ี ขง็ แกรง่ และสามคั คี
ของคนยอง ไม่ว่าจะเป็นด้านภาษาท่ีมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง การแต่งกายที่มีเอกลักษณ์
โดดเด่นไม่เหมือนใคร รวมทง้ั ยงั มีแหล่งท่องเท่ียวทางธรรมชาติต่างๆ ท่อี ุดมสมบรู ณ์มากมาย
ให้นักท่องเท่ียวได้เยี่ยมชม เพราะฉะนั้นการสื่อความหมายถือเป็นเรื่องท่ีส�าคัญเรื่องหน่ึง
ในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โดยทางกลุ่มต้องการมุ่งเน้นท่ีจะพัฒนาท้ังภายในชุมชนและ
ภายนอกแก่คนท่ัวไปด้วย เพ่ือท่ีจะกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเท่ียว รวมถึงรวมพลังกัน
ภายในชุมชนเพ่ือการป้องกันและอนุรักษ์ถิ่นก�าเนิดอันถือเป็นรากเหง้าหลักที่ส�าคัญของ
คนไทยอง
แผนงาน การทอ่ งเทยี่ วทางวฒั นธรรมชาตพิ นั ธไ์ุ ตยอง บา้ นสนั ทางหลวง ตา� บลจนั จวา้ ใต้
อา� เภอแมจ่ นั จังหวดั เชยี งราย
เปา หมาย เปน็ แหลง่ ท่องเทยี่ วที่เปน็ ต้นแบบด้านการสื่อความหมาย
ทศิ ทางการน�า ตราสญั ลักษณ์ “สมาคมคนยอง”
เสนอ 1. คนยอง (ชาย, หญงิ )
ชาย แต่งกายดว้ ยชุดคนยอง มี ผา้ โพกหัว (สขี าวขนุ่ ) เสอ้ื (ตวั ใน เสือ้ เชิต้
สีขาว, เสือ้ คลมุ นอก เสอื้ คอกลมแขนยาว สีกรมท่า ผ่าหน้า) กางเกง
ขากวย (สีกรมท่า)
หญงิ แต่งกายด้วยชุดคนยอง มี ผ้าโพกหัว (สขี าวขุน่ ) เส้ือ (เสอื้ ป้ายซ้าย
ทบั ขวา สกี รมท่า) ผ้าถงุ นุ่งซา้ ยทับขวา (ผา้ 3 ท่อน ท่อนบนเปน็ ผา้ ทอ
สขี าวขุ่น ท่อนกลางเปน็ ผ้าทอลายขวาง ทอ่ นล่างสุดเปน็ ผ้าทอสีเขยี ว)
2. ควาย เป็นฝูง ตวั ผูต้ วั เมีย ลูกๆ
3. ฉากหลัง เป็นท้องทุง่ นา ตามวถิ ชี ีวิตคนยอง
101
วเิ คราะหแ์ หล่ง จุดเด่น จดุ ดอ้ ย
ทอ่ งเทยี่ ว
มสี มาคมยอง รองรบั การรวมกลุ่ม 1. การเรยี นรรู้ ว่ มกนั ไมเ่ ข้มแขง็
เพ่ืออนาคต 2. รนุ่ เดก็ ไมใ่ หค้ วามสา� คญั เทา่ ทคี่ วร
1. วิถชี วี ติ ทเ่ี ขม้ แข็ง ชัดเจน 3. มองแยกสว่ น ไมไ่ ดม้ องรว่ มกนั
4. เชือ่ คนง่าย ไมก่ ล่ันกรอง
เนน้ การเกษตร 5. วฒั นธรรมหายไปบา้ ง เช่น
2. ความสามัคคี และเชอ่ื ผนู้ า�
3. ภาษาของตนเอง ผ้าทอมือ เฮอื นไทยอง
4. เกง่ บริหารจัดการนา 6. ควายกบั วิถีทา� นา
5. วถิ คี นกบั ควาย 7. ภาษาเขยี นหายไป ตวั อกั ษรหายไป
6. ความซ่ือของคนยอง
ลา� ดับสา� คัญ การน�าเสนอเรอ่ื ง ภาษายอง อาหารแบบขนั โตก วิถีชีวิตการเกษตร วถิ ีคน
การนา� เสนอ กบั ควาย ตามล�าดบั
และสาระสา� คญั
วัตถุประสงค์ 1. เพอ่ื การประชาสัมพันธก์ ารท่องเทย่ี ว
2. เพือ่ ใหค้ วามรู้และรกั ษาอัตลกั ษณข์ องคนยองรุน่ ใหม่
3. ใช้สือ่ คน้ หาความสา� เรจ็ ของคนยองและเผยแพร่
4. สอื่ ความหมายภาคภมู ิใจแก่คนยอง
5. เสริมรายได้จากรายไดห้ ลกั
กลุม่ เปาหมาย 1. กลมุ่ ศึกษาดูงาน / ไทย
2. คนทอ้ งถน่ิ ก่อน ทีอ่ ยูใ่ กลๆ้
3. คนยองถ่นิ อ่ืนๆ
ระยะเวลา แต่ละแผนใชร้ ะยะเวลาไมเ่ ท่ากัน
งบประมาณ 1. ใหค้ วามรอู้ บรม เงนิ อุดหนนุ ทางสมาคม เพ่ือให้ดูแลตัวเอง
และแผนการ 2. กา� หนดผ้รู บั ผิดชอบ ด้านการทอ่ งเท่ียว กระจายการทา� งาน จากแมห่ ลวง
จดั การด้าน
การเงิน และโรงเรยี น
3. บคุ ลากรมจี า� กัด อาจตอ้ งมีการกระจายความรับผิดชอบ
102
งบประมาณ มีสมาคมคนยองจันจว้า โดยแต่งต้ังคณะกรรมการด�าเนินงานทุกฝาย ตาม
และแผนการ โครงสร้างการบรหิ ารจัดการ ภายใตก้ ารดูแลของสมาคมคนยองจันจวา้ ดงั น้ี
จัดการดา้ น คณะกรรมการด�าเนนิ งาน
การเงนิ 1. ฝายการตลาด ท�าหนา้ ทว่ี างแผนจัดนา� เทีย่ ว ควบคมุ ดแู ลการนา� เทย่ี ว
โครงการและ
กิจกรรม และเป็นผู้กา� หนดแพก็ เกจต่างๆ ตลอดจนส่งเสรมิ การขายใหแ้ กล่ กู คา้
2. ฝา ยการจอง ท�าหน้าทีป่ ระสานงานไปยังสถานท่พี ัก / โรงแรม ร้านอาหาร
และสถานท่ที อ่ งเทยี่ วต่างๆ เพื่อท�าการจองให้กับลูกคา้
3. ฝา ยบัญชี / การเงนิ ท�าหนา้ ทค่ี วบคมุ ระบบบัญชี / รายรับ – รายจ่าย /
ระบบการบรหิ ารเงินทุนหมนุ เวียน
4. ฝา ยต้อนรับลกู ค้า ทา� หนา้ ทรี่ ับลูกค้า และใหบ้ รกิ ารขอ้ มูลแกน่ กั ท่องเที่ยว
เก่ียวกับการจัดทวั ร์
เทคนคิ การสอ่ื ความหมายทไี่ ม่ใช่บคุ คล
- ป้ายทางหลวงจงั หวดั (ปา้ ยบอกทาง) เพื่อช้ีเส้นทางเปน็ ระยะๆ ตัง้ แต่
อ�าเภอเมืองถึงอา� เภอแมจ่ ัน และถงึ ปากทางเขา้ บา้ นสนั ทางหลวง
1. รปู รา่ งของปา้ ย เปน็ รปู สเ่ี หลย่ี มผนื ผา้ มดี า้ นสนั เปน็ สว่ นตงั้ ลบมมุ 4 ดา้ น
มเี สน้ ขอบปา้ ย
2. สี ใชพ้ ื้นปา้ ยสีขาว เสน้ ขอบปา้ ย เคร่อื งหมาย (Logo วถิ ไี ทย วิถยี อง)
ตัวเลขและตวั อักษรเป็นสีดา� (วถิ ีไทย วิถียอง : ฅนยองจันจวา้ )
3. ขนาดของป้าย ให้ถอื เอาความยาวของข้อความ ให้เปน็ ไปตามมาตรฐาน
ของกรมทางหลวง ประเภทท่ี 2 ลกั ษณะของตัวอกั ษร ข ขนาด 240
(อยา่ งนอ้ ย) x 70 เซนตเิ มตร ความสงู ของพยัญชนะไทย 20 เซนติเมตร
องั กฤษ 10 เซนติเมตร ความสูงของตัวเลข ชุด E 20 เซนตเิ มตร และมี
ลูกศรช้ี จา� นวน 5 จดุ (ป้าย)
ปา ยบอกทางแหล่งทอ่ งเที่ยว
1. เพ่ือแนะน�านักท่องเท่ียวให้ไปส่จู ุดต่างๆ
2. ติดต้งั บรเิ วณทางแยกภายในแหลง่ ทอ่ งเท่ยี ว
3. ลกั ษณะปา้ ย เปน็ สีเ่ หลย่ี มผืนผ้า มลี กู ศรช้ี ขนาดกว้าง 12 เซนติเมตร
ยาว 12 เซนตเิ มตร ความหนา 4 เซนตเิ มตร มีภาพสัญลกั ษณ์ ขนาด
กวา้ งยาว 18 x 18 เซนตเิ มตร และมีข้อความภาษาไทย ใชต้ ัวอกั ษรสูง
103
โครงการและ 7 เซนตเิ มตร ภาษาองั กฤษ ใชต้ วั อกั ษรพมิ พใ์ หญเ่ ปน็ อกั ษรนา� ตวั พมิ พเ์ ลก็
กิจกรรม เป็นอักษรตาม ความสูงตัวอกั ษรเป็น 4 เซนติเมตร
4. สพี ้นื เปน็ สนี ้�าเงนิ ตวั หนงั สอื ภาพสัญลักษณ์ และลกู ศร ใชส้ ีขาว
5. ใช้แผน่ ไม้ แกะแผ่นไม้ในลักษณะนูนตา�่
6. โครงเสา ใช้เสาไม้เนือ้ แขง็ ขนาด 2 x 4 นิ้ว ไสเรียบ ทาสดี �า ตดิ ตั้งเสา
โดยวางลงในหลมุ ขนาด 20 x 30 เซนตเิ มตร ลกึ 50 เซนตเิ มตร หลอ่ คอนกรตี
จากก้นหลุมจนสูง 10 เซนติเมตร จากผิวดินถึงขอบบนของแผ่นป้าย
220 เซนตเิ มตร
ปา ยช่อื แหล่งทอ่ งเที่ยว
1. เพ่อื แสดงต�าแหน่งของแหล่งทอ่ งเทีย่ ว
2. ใชต้ ดิ ตงั้ บรเิ วณแหล่งทอ่ งเทย่ี ว
3. ลกั ษณะปา้ ยเปน็ รปู สเ่ี หลย่ี มผนื ผา้ มภี าพสญั ลกั ษณป์ ระจา� แหลง่ ทอ่ งเทยี่ ว
ขนาดกวา้ งยาว 18 x 18 เซนติเมตร ขอ้ ความทีเ่ ป็นชอื่ แหล่งท่องเทยี่ ว
ภาษาไทย ใช้ตัวอักษรสูง 7 เซนติเมตร ภาษาอังกฤษ ใช้ตัวอักษร
พมิ พ์ใหญเ่ ป็นอกั ษรน�า ตวั พมิ พเ์ ลก็ เป็นอักษรตาม ความสงู ตัวอกั ษรเปน็
4 เซนตเิ มตร
4. สีพื้นเป็นสนี า้� เงิน ตวั หนงั สือ ภาพสญั ลักษณ์ ใช้สขี าว
5. ใชแ้ ผ่นไม้ แกะแผ่นไมใ้ นลกั ษณะนูนต่�า
6. โครงเสา ใชเ้ สาไมเ้ นื้อแขง็ ขนาด 2 x 4 นิ้ว ไสเรียบ ทาสีด�า ตดิ ตง้ั เสา
โดยวางลงในหลมุ ขนาด 20 x 30 เซนตเิ มตร ลกึ 50 เซนตเิ มตร หลอ่ คอนกรตี
จากก้นหลุมจนสูง 10 เซนติเมตร จากผิวดินถึงขอบบนของแผ่นป้าย
245 เซนติเมตร
ปา ยรายละเอยี ดแหลง่ ทอ่ งเท่ยี ว
1. เพ่ือแสดงข้อมูลและรายละเอียดเกย่ี วกบั แหลง่ ท่องเท่ยี ว
2. ใช้ติดตั้งในบรเิ วณแหล่งทอ่ งเทย่ี ว
3. ลักษณะป้ายเป็นรูปส่ีเหล่ียมผืนผ้ามีช่ือแหล่งท่องเท่ียว ภาษาไทย ใช้
ตัวอักษรสูง 5 เซนติเมตร ภาษาอังกฤษ ใช้ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่เป็น
อักษรน�า ตัวพิมพเ์ ลก็ เปน็ อกั ษรตาม ความสูงตัวอักษรเปน็ 3 เซนติเมตร
ขอ้ ความรายละเอยี ด ภาษาไทย ใชต้ วั อกั ษรสงู 2.5 เซนตเิ มตร ภาษาองั กฤษ
ใช้ตัวอักษรสูง 2.5 เซนติเมตร ขนาดของป้าย กว้าง 80 เซนติเมตร
ยาว 150 เซนตเิ มตร
104
โครงการและ 4. สพี ืน้ เปน็ สีน้�าเงิน ตวั หนงั สือ ภาพสญั ลกั ษณ์ ใชส้ ขี าว
กิจกรรม 5. ใช้แผน่ ไม้ เขยี นด้วยสีน�้ามัน
ตัวชีว้ ดั 6. โครงเสา ใช้เสาไมเ้ น้อื แขง็ ขนาด 2 x 4 นว้ิ ไสเรียบ ทาสดี �า ตดิ ตัง้ เสา
ความส�าเร็จ
โดยวางลงในหลมุ ขนาด 20 x 30 เซนตเิ มตร ลกึ 50 เซนตเิ มตร หลอ่ คอนกรตี
จากก้นหลุมจนสูง 10 เซนติเมตร จากผิวดินถึงขอบบนของแผ่นป้าย
175 เซนตเิ มตร
ปา ยสว่ นบริการ (แผนผงั หมู่บ้านสันทางหลวง และแผนท่ีท่องเทีย่ ว)
1. เพอ่ื อ�านวยความสะดวกแกน่ กั ท่องเทย่ี ว
2. ใชต้ ิดต้ังในบริเวณแหล่งทอ่ งเทย่ี ว
3. ลักษณะปา้ ยเปน็ รปู สเี่ หลย่ี มผนื ผา้ มลี กู ศร แสดงทศิ ทางขนาด 10 x 10
เซนติเมตร มภี าพสญั ลักษณ์ ขนาด 15 x 15 เซนติเมตร ขอ้ ความแสดง
สว่ นบรกิ าร ภาษาไทย ตวั อกั ษรสงู 5 เซนติเมตร ภาษาองั กฤษ ตวั อักษร
สูง 3 เซนตเิ มตร ขนาดของปา้ ย กวา้ ง 25 เซนติเมตร ยาว 105 เซนติเมตร
4. สีพื้นป้ายใช้สีเทาเข้ม ลูกศรใช้สีขาว ภาพสัญลักษณ์ พื้นใช้สีขาว
สัญลกั ษณใ์ ช้สเี ทาเขม้ ตัวอักษรใช้สีขาว
5. ใช้แผน่ ไม้ เขียนดว้ ยสีนา้� มัน
6. โครงเสา ใช้เสาไม้เนือ้ แข็ง ขนาด 2 x 4 นิ้ว ไสเรยี บ ทาสีดา� ตดิ ตัง้ เสา
โดยวางลงในหลมุ ขนาด 20 x 40 เซนตเิ มตร ลกึ 50 เซนตเิ มตร หลอ่ คอนกรตี
จากก้นหลุมจนสูง 10 เซนติเมตร จากผิวดินถึงขอบบนของแผ่นป้าย
200 เซนติเมตร
- ท�าสารคดี เรือ่ ง วถิ ีไทย วถิ ียอง
- ท�าเว็บไซต์ น�าเสนอสารคดีเรื่อง วถิ ไี ทย วถิ ียอง
- โฆษณา ตามสถานีวิทยทุ ้องถิ่น
1. การทา� ใหค้ นในใหค้ วามสา� คญั เรอื่ งวถิ ชี วี ติ คนยองกบั ควายและพน้ื ทช่ี มุ่ นา�้
เวียงหนองหลม่
2. กลมุ่ สมาคมใหค้ วามสา� คญั กบั แหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว และรว่ มกนั พฒั นาใหส้ า� เรจ็
โดยมีหลักการพัฒนาแหล่งท่องเท่ียวที่ชัดเจน ในด้านการบริหารจัดการ
แหลง่ ท่องเท่ยี ว
3. หนว่ ยงานในทอ้ งถนิ่ ทดี่ แู ล และใหค้ วามรว่ มมอื ประสานงานกนั ในการพฒั นา
แหล่งท่องเทยี่ ว
105
ตวั ชี้วัด 4. มคี ณะกรรมการทอ่ งเทีย่ วชดั เจน
ความสา� เรจ็ 5. ให้เทศบาลตั้งให้ชัดเจน เพือ่ จัดตัง้ สรา้ ง และขับเคลอื่ นอยา่ งไร ทิศทาง
คืออะไร สินค้าอะไร
หมายเหต:ุ งบประมาณแต่ละแหลง่ ฯ ควรระบุจา� นวนเงนิ งบประมาณของแต่ละโครงการ/กิจกรรม
มูยา กล้องยาสูบ
การแตง่ กายแบบไทยอง
106
9. ทางวัฒนธรรม : ต.ศิลาเพชร จ.นา่ น
แนวทางแผนงานการพัฒนาแหลง่ ท่องเทย่ี วด้านการสือ่ ความหมาย “ศิลาเพชร”
ทมี่ าและความสา� คญั
ด้วยลักษณะภูมิประเทศท่ีสวยงามโอบล้อมด้วยธรรมชาติ ประกอบไปด้วยทรัพยากร
ธรรมชาติท่ีอุดมสมบูรณ์ มีปาเขาล้อมรอบ ดินดี มีการท�าเกษตรกรรมที่เป็นแหล่งอาหาร
พืชผักปลอดสารพิษ มีแหล่งต้นน�้าน่าน มีน้�าตกศิลาเพชรที่เป็นสถานท่ีท่องเท่ียว อีกท้ังมี
ประวัติศาสตร์เก่าแก่เรื่องถ่ินก�าเนิดเมืองน่าน และศิลปวัฒนธรรมไทลื้อที่น่าชม ศิลาเพชร
เป็นอีกหน่ึงต�าบลของอ�าเภอปัวท่ีมีชาวไทล้ือต้ังถ่ินฐานอยู่เป็นจ�านวนมาก ถือได้ว่ามากที่สุด
ในจังหวดั นา่ น มีประวัติศาสตร์ความเปน็ มายาวนานถึงเจ็ดรอ้ ยกวา่ ปี
จากการได้ศึกษาและสัมผัสการบริการนักท่องเท่ียว ท�าให้ทราบว่าในพ้ืนท่ีดังกล่าว
เกอื บทกุ พน้ื ทย่ี งั ขาดการสอื่ สารเพอ่ื การทอ่ งเทย่ี วโดยตรง ไมว่ า่ จะเปน็ การสอ่ื สารดา้ นบคุ คลท่ี
รับผิดชอบโดยตรง ที่คอยให้ความรู้แก่นักท่องเท่ียว หรือการให้เอกสารอธิบายแหล่งต่างๆ
เพอื่ ใหเ้ กดิ การศกึ ษาทถี่ อ่ งแท้ เขา้ ใจลกึ ซง้ึ ดม่ื ดา่� กบั วฒั นธรรมของทอ้ งถนิ่ ขาดการประชาสมั พนั ธ์
แผ่นพับ ป้ายบอกทางท่ีชัดเจน และขาดการจัดนิทรรศการท่ีมีชีวิตและการถ่ายทอดท่ีเป็น
รูปธรรมชดั เจน
แผนงาน ท่องเท่ียวถิ่นเจ้าหลวงภูคา ชมวถิ ชี าวนาไทลื้อ
เปา หมาย เป็นแหลง่ ทอ่ งเทีย่ วท่ีเปน็ ตน้ แบบด้านการส่ือความหมาย
ทศิ ทางการนา� ตราสัญลักษณ์ เป็นภาพทุ่งนา ชาวนาไทล้ือ มีเจ้าหลวงภูคา และมีน้�าตก
เสนอ เปน็ ฉากหลัง โดยสที ใ่ี ชเ้ ปน็ สีเขียวนาขา้ ว ดา� และแดง
107
วเิ คราะหแ์ หล่ง จุดเดน่ จุดดอ้ ย
ทอ่ งเทย่ี ว 1. ธรรมชาติสวยงาม 1. ขาดการประชาสัมพันธ์
2. โรงเรียนชาวนา โดดเดน่ 2. การสนับสนนุ จากภาครัฐ
3. อุดมสมบรู ณ์ 3. ความตอ่ เนื่องของกจิ กรรม
4. ปลอดสารพษิ 4. ความเช่ือมโยงของกิจกรรม
5. มตี น้ กา� เนดิ เมอื งน่าน 5. ขาดจติ อาสา
6. ไม่เป็นระบบ
7. ขาดการเล่าเร่อื งราว
วัตถุประสงค์ 1. เพอ่ื พฒั นาแหล่งทอ่ งเทย่ี ว 3 แหล่ง ศาลพญาภคู า บา้ นบายศรี โรงเรียน
ชาวนาใหม้ นี ทิ รรศการถาวร เกดิ ประโยชนต์ อ่ การศกึ ษาเรยี นรขู้ องนกั ทอ่ งเทย่ี ว
กลุ่มเปาหมาย และเยาวชน
ระยะเวลา
งบประมาณ 2. เพอื่ ใหเ้ กดิ การพฒั นาศกั ยภาพการเรยี นรสู้ เู่ ยาวชน เชอื่ มโยงกบั ประวตั ศิ าสตร์
และแผนการ วฒั นธรรม และวิถีชาวนาไทลือ้
จัดการดา้ น
การเงนิ 3. เกดิ การกระจายรายได้สู่ชมุ ชน
1. เยาวชนและปราชญใ์ นชมุ ชน เพื่อพัฒนาเป็นมคั คเุ ทศก์
2. นกั ท่องเท่ียวเชิงอนรุ กั ษ์
แต่ละแผนใช้ระยะเวลาไม่เท่ากัน
มีความตง้ั ใจในการจัดตั้งผดู้ แู ลด้านการเงนิ เพอ่ื ความชดั เจนของผรู้ ับผดิ ชอบ
แหล่งฯ ก่อน การส่ือความหมาย เพ่ือสร้างความโปร่งใส และสร้าง
ความประทับใจแก่นกั ท่องเท่ยี ว
108
โครงการและ ลา� ดับ กจิ กรรม ระยะเวลา
กิจกรรม
1. พฒั นาบคุ ลากร (มคั คเุ ทศกแ์ ละปราชญช์ มุ ชน 60 คน) ส.ค. 58 -
- ร่วมกับโรงเรียนในพื้นที่จัดท�าหลักสูตรแผน ธ.ค. 60
การเรยี นการสอนประวตั ศิ าสตรเ์ มอื งยา่ ง วถิ ไี ทลอื้
และวัฒนธรรมชมุ ชน ทงั้ ระดับประถมศึกษาและ
มัธยมศึกษา ถา่ ยทอดโดยปราชญข์ องชุมชน
- จัดอบรมให้ความรู้และสร้างมัคคุเทศก์น้อยให้
กับเยาวชนในชุมชนทั้งระดับประถมศึกษาและ
มธั ยมศกึ ษา
- จดั กจิ กรรมใหเ้ ยาวชนมสี ว่ นรว่ ม เชน่ ประกวดวาด
ภาพ ประกวดแตง่ กลอน การถา่ ยภาพทถี่ า่ ยทอด
วถิ ชี าวนา และวดี ทิ ศั น์
2. ปรบั ปรงุ แหลง่ เรียนรู้ สอื่ นิทรรศการ ส.ค. 58 -
- จัดท�าป้ายนิทรรศการถาวรประวัติความเป็นมา ธ.ค. 60
ของเมืองย่าง บ้านบายศรี โรงเรียนชาวนา
(กระบวนการทา� นา)
- จดั ทา� แผน่ พบั ใหค้ วามรู้ กจิ กรรม และประชาสมั พนั ธ์
- ปรับปรุงภูมิสถาปัตย์ให้สวยงาม จัดโซนถ่ายรูป
ส�าหรับนกั ทอ่ งเท่ียว
- ท�าป้ายแนะน�าสถานท่ีส�าคัญบริเวณศาลเจ้าหลวง
จุดส�าคัญของถนนทางเข้า ต�าบล หม่บู ้าน สถานที่
ท่องเท่ียว
- จัดตั้งพิพิธภัณฑ์แหล่งเรียนรู้วิถีไทล้ือ รื้อฟน
วัฒนธรรมไทลื้อให้กับเยาวชนโดยปราชญ์หรือ
ผู้รู้ในชุมชน สอนการทอผ้า การท�าอาหารไทลื้อ
ภาษาลือ้ การฟอ้ นไทลื้อ
- รวบรวมภาพและเร่ืองราวของวัฒนธรรมไทลื้อ
109
โครงการและ เปน็ รปู เลม่ เพอ่ื การศกึ ษาคน้ ควา้ ไดแ้ ก่ ผา้ ทอไทลอื้
กจิ กรรม อาหารไทลื้อ ภาษา การฟอ้ นไทลอ้ื เป็นต้น
- รอ้ื ฟน กจิ กรรมสักการะไว้ศาลเจา้ หลวง
- เปดสอนการท�าบายศรีสู่ขวัญและจัดนิทรรศการ
ให้ความรู้
- ประกวดการแต่งกายไทล้อื ถูกต้องสวยงาม
- จัดสอนหลักสูตรท�านาข้าวแบบด้ังเดิมด้วยควาย
และวัฒนธรรมข้าว
3. จดั ท�าปา้ ยประชาสัมพนั ธ์และสือ่ โสตทศั นปู กรณ์ ส.ค. 58 -
- ทา� ป้ายประชาสมั พันธ์ถาวร ศาลเจ้าหลวง ธ.ค. 60
บ้านบายศรี โรงเรยี นชาวนา
- รวบรวมประวัติศาสตร์เมืองย่างให้เป็นรูปเล่ม
สวยงาม
- จดั ท�าเพจแนะนา� สถานที่ท่องเทยี่ วของศิลาเพชร
- ท�าวีดิทัศน์เร่ืองราวของเมืองย่างและสถานที่
ทอ่ งเที่ยว
- จัดท�าสื่อการเรียนการสอนบายศรีชนิดต่างๆ
ความเปน็ มา ลักษณะและประเภทของบายศรี ทัง้
หนังสือและแผน่ พับ
ตัวช้วี ดั 1. นักทอ่ งเทยี่ วเข้าถงึ แหล่งทอ่ งเท่ยี วสะดวก
ความสา� เรจ็ 2. ชุมชนและเยาวชนมสี ว่ นรว่ มในการพฒั นาฟน ฟู
3. มแี หล่งท่องเท่ยี วทม่ี ีนิทรรศการถาวร
หมายเหตุ: งบประมาณแต่ละแหล่งฯ ควรระบุจา� นวนเงนิ งบประมาณของแต่ละโครงการ/กจิ กรรม
วิถีชาวนา
110
บรรณานุกรม
สมพงษ์ อ�านวยเงนิ ตรา. (2554). เอกสารการสอนชุดวชิ า การจดั การทรัพยากรเพ่ือการ
ทอ่ งเทย่ี วไทยอยา่ งยง่ั ยืน หนว่ ยที่ 10 การสือ่ ความหมายทรพั ยากรการท่องเท่ียว สาขาวิชา
วทิ ยาการจัดการ มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธิราช ส�านักพิมพม์ หาวิทยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธริ าช
นนทบุรี
พรลภสั อุณาพรหม. (2556). บทบาทการสอื่ ความหมายมรดกทางวฒั นธรรม แหล่ง
มรดกโลก นครประวัตศิ าสตรอ์ ยุธยา. วารสารออนไลน์ CITU Review. ฉบบั ที่ 1/2556
ประกอบศิริ ภกั ดีพินจิ . (2553). ศกั ยภาพการส่อื ความหมายทางการทอ่ งเทย่ี วชุมชน:
ชมุ ชนบ้านร่องไฮ จงั หวัดพะเยา. Naraesuan University Journal 2010. 18(2)
Aldridge, Don (1975). Principles of countryside interpretation and interpre-
tive planning: H.M.S.O. for countryside commission for Scotland, Countryside
Commission (Great Britain).
AMADEUS. (2015). Future traveller tribes 2030: Understanding tomorrow’s
traveller, Future Foundation. Retrieved May 30, 2015, from http://blogamadeus.
com/wp-content/uploads/2015/04/Amadeus-Future-Traveller-Tribes-2030.pdf
Amnuay-ngerntra, S. (2003). “A critical review of interpretation model for
heritage sites: The case of Wat Arun in Thailand”, Journal of Hospitality and
Tourism, 1 (1): 108-126.
Amnuay-ngerntra, S. (2013). Creating a deep heritage interpretation: A case
study in Thailand, Tourism: An International Interdisciplinary Journal, Vol. 61 (1):
73-80.
Beck, Larry, and Ted T. Cable (1998). Interpretation for the 21st century:
Fifteen guiding principles for interpreting nature and culture. Champaign, Ill.:
Sagamore Publishing.
Carter, J. (1997). A sense of place: An interpretive planning handbook,
Tourism & Environment Initiative, Inverness. Retrieved June10, 2015, from
http://www.scotinterpnet.org.uk/pdfs/sofp.pdf.
111
Colquhoun, F. (2005). Interpretation handbook and standard: Distilling the
essence, Department of Conservation, Wellington.
Cunningham, M.K. (2004). The Interpreters Training Manual for Museums.
Washington D.C., American Association of Museums.
Division of Interpretive Planning, Harpers Ferry, West Virginia. (1998). Plan-
ning for Interpretation and Visitor Experience, Retrieved August 20, 2015, from
http://www.nps.gov/hfc/pdf/ip/interp-visitor-exper.pdf
Dwyer, L., Edwards, D., Mistilis, N., Roman, C., and Scott, N. (2009). Destina-
tion and enterprise management for a tourism future. Tourism Management, 30
(1): 63-74.
Fudge, R. (2003). Interpretative themes: What’s the big idea? National Park
Service-U.S Department of the Interior. Retrieved June 5, 2012, from http://
www.nps.gov/history/history/online_books/eastern/meaningful_interpretation/
mi2b.htm
Hall, M. and McArthur, S. (1996). Heritage management in Australia and
New Zealand: The human dimension, 2nd ed., Melbourne: Oxford University
Press.
Ham, S. (1992). Environmental interpretation: A practical guide for people
with big ideas and small budgets. North American Press.
Ham, S. (2003). Ecotourism – making a difference by making meaning. Key-
note address to the Ecotourism Association of Australia, November 10. Retrieved
March 2, 2012, from. http://www.cnrhome.uidaho.edu/documents/S%20Ham_
EA%20keynote%20Nov%202003.pdf?pid=70590&doc=1
Ham, S. and Weiler, B. (2005). Interpretation evaluation tool kit: Methods
and tools for assessing the effectiveness of face-to-face interpretive programs,
CRC for Sustainable Tourism, Gold Coast, Australia.
Ham, S. and Weiler, B (2006). Development of a Research-Based Tool for
Evaluating Interpretation, CRC for Sustainable Tourism, Gold Coast, Australia.
112
Ham, S. (2012). Interpretation: A practical guide for making a difference on
purpose. Fulcrum Group.
Hammitt, W.E. (1984). A theoretical foundation for Tilden’s interpretive
principles. Journal of Environmental Education, 12 (3): 13-16.
International Council on Monuments and Sites (ICOMOS). (2008). The ICO-
MOS Charter for the Interpretation and Presentation of Cultural Heritage Sites.
Retrieved June 10, 2015, from http://icip.icomos.org/downloads/ICOMOS_Inter-
pretation_Charter_ENG_04_10_08.pdf
Jacobson, S. (1999). Communication Skills for Conservation Professionals.
Island Press, Washington, D.C..
Jamieson, W. (2001). “Interpretation and Tourism” in Walter Jamieson (ed.)
Community Tourism Destination Management: Principles and Practices. The Ca-
nadian Universities Consortium Urban Environmental Management.
Kohen, R.M. and Sikoryak, K.E. (2003). Interpretive themes: a framework
for exploring meaning. National Park Service-U.S Department of the Interior.
Retrieved June 5, 2012, from http://www.nps.gov/history/history/online_books/
eastern/meaningful_interpretation/mi2c.htm
Kohl, J. (2004). Mighty messages make memorable presentations. Legacy,
(January/February) magazine of the National Association for Interpretation. Re-
trieved April 18, 2012, from http://www.jonkohl.com/publications/legacy-pubs/
mightymessages.html
Kuo, I-L. (2002). The effectiveness of environmental interpretation at re-
source-sensitive tourism destinations, International Journal of Tourism Research,
4: 87-101.
Larsen, D.L. (2003). Interpretative themes: Saying something meaningful.
National Park Service, U.S Department of the Interior. Retrieved June 5, 2012,
from http://www.nps.gov/history/history/online_books/eastern/meaningful_in-
terpretation/mi2a.htm
113
McKercher, B. and du Cros, H. (2002). Cultural tourism: The partnership
between tourism and cultural heritage management, New York: Haworth Press.
Moscardo, G. (1999). Making visitors mindful: Principles for creating sus-
tainable visitor experiences through effective communication. Champaign, IL:
Sagamore.
Moscardo, G. and Ballantyne, R. (2008). Interpretation and attractions. In A.
Fyall, B. Garrod, A. Leask and S. Wanhill (Eds). Managing visitor attractions (2nd
ed), Oxford: Elsevier Butterworth-Heinemann.
Museums Galleries Scotland. (2010). Planning for effective museum inter-
pretation: How to write an interpretive plan. Retrieved August 20, 2015, from
file:///C:/Documents%20and%20Settings/user/My%20Documents/Downloads/
fa5aee331b76d4ec0c0bf423dc0f29b7.pdf
National Park Service, U.S. Department of Interior. (n.a.). Interpretation for
archaeologists: a guide to increasing knowledge, skills and abilities. Retrieved
January 26, 2015, from http://www.nps.gov/archeology/ifora/tools_print.htm
National Park Service, U.S. Department of the Interior. (2011). Interpretive
Planning Tools for Historic Trails and Gateways, Chesapeake Bay Office.
Rahmawati, P.I. (2009). Destination benchmarking as an effective toll
for sustainable tourism development, Jurnal Kepariwisataan, 9 (1): 59-64.
Retrieved July 25, 2015, from https://sustainabletourismforbali.wordpress.
com/2012/05/08/destination-benchmarking-as-an-effective-tool-for-sustaina-
ble-tourism-development/
Serrell, B. (1996). Exhibit labels: An interpretive approach. Walnut Creek,
California: AltaMira Press.
Sharpe, G.W. (1982). “Selecting the interpretive media”, in G.W. Sharpe
(ed.), Interpreting the Environment, Wiley, New York.
Tilden, F. (1957). Interpreting Our Heritage. 3rd. Ed. Chapel Hill, NC: The
University of North Carolina.
114
Timothy, D. and Boyd, S. (2003). Heritage Tourism, Harlow: Pearson Educa-
tion.
Tomáš, K. and Martin L. (2012). Tourism Destination Benchmarking: Evalu-
ation and Selection of the Benchmarking Partners, Journal of Competitiveness,
4 (1): 99-116.
Wearing, S., Archer, D., Moscardo, G., Schweinsberg, S. (2007). Best practice
interpretation research for sustainable tourism: A framework for a new research
agenda, CRC for Sustainable Tourism, Gold Coast, Australia.
Wearing, S., Edinborough, P., Hodgson, L., and Frew., E. (2008). Enhancing
visitor experience through interpretation: an examination of influencing factors,
CRC for Sustainable Tourism, Gold Coast, Australia.
115
คณะผดู้ �าเนนิ งาน
โครงการส่งเสรมิ และพฒั นาองค์ความรู้ด้านการบริหารจดั การแหล่งท่องเท่ียว
ประจ�าปงี บประมาณ พ.ศ. 2558
กรมการทอ่ งเท่ียว
ท่ีปรึกษาโครงการ อธิบดกี รมการท่องเที่ยว
วา่ ที่รอ้ ยตรีอานภุ าพ เกษรสุวรรณ์ รองอธบิ ดกี รมการทอ่ งเท่ยี ว
นางสาววรรณสิริ โมรากลุ รองอธิบดกี รมการทอ่ งเท่ียว
นายพรหมโชติ ไตรเวช ผู้อ�านวยการส�านกั พฒั นาแหล่งทอ่ งเท่ียว
นางพชั ณีย์ ยงยอด
ผรู้ บั ผิดชอบโครงการ นกั พฒั นาการทอ่ งเทย่ี วชา� นาญการพเิ ศษ
นางสาววรุณกาญจน์ ฐิติธรรมาภรณ์ นกั พัฒนาการท่องเทยี่ วช�านาญการ
นางสาวอรณี อนตุ รเมธากลุ นกั พฒั นาการท่องเทย่ี วชา� นาญการ
นางสาวศริ พิ ร ลิม่ พฤกษ์เกษม นักพัฒนาการท่องเทยี่ วปฏบิ ัตกิ าร
นางสาวทศั นยี ์ วีระสิทธิ์ นักพฒั นาการทอ่ งเท่ยี ว
นางปทมุ พร กูวนั โซะ นกั พัฒนาการท่องเท่ยี ว
นางสาวญณิดา เกล้ยี งแกว้
คณะทา� งานรว่ ม นักพฒั นาการท่องเที่ยวชา� นาญการพิเศษ
นางสาวกอบกลุ ปตรชาติ นกั พัฒนาการท่องเทย่ี วชา� นาญการ
นางสาวนภาภณั ฑ์ ทัศนยี พ์ งษ์ นักพฒั นาการท่องเทย่ี วปฏิบัติการ
นายวรี พงศ์ รัตนจติ ธ�ารงกลุ นักพฒั นาการทอ่ งเท่ียวปฏิบตั ิการ
นางสาวณัฐรดี จนั ทร์หอม นกั พัฒนาการท่องเที่ยว
นางสาวผณษิ ทรา ตนั ท์ประพนั ธ์
116
คณะทป่ี รกึ ษา
สถาบันพฒั นาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สาขาการทอ่ งเท่ยี วสถานทป่ี ระวตั ศิ าสตรแ์ ละวัฒนธรรม
วิทยาลัยนานาชาติ มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล
ผู้เขียนและทป่ี รึกษาโครงการ
ดร.แก้วตา มว่ งเกษม และ ผศ.ดร.สมพงษ์ อา� นวยเงินตรา
ผพู้ จิ ารณาบทความ (Reviewer)
Mr. Tony Charters AM, Principal of Tony Charters and Associates,
Founding Director, Eco Tourism Australia
ดร.วลัญชลี วฒั นาเจรญิ ศลิ ป,์ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลยั มหดิ ล
เรยี บเรียง (Editor)
อาจารย์ลัดดาวัลย์ เจียรวิทยกจิ
นายสรรพวตั กันตามระ
คณะผจู้ ดั ทา�
สถาบันพัฒนาเศรษฐกจิ สร้างสรรค์ สาขาการท่องเที่ยวสถานท่ีประวตั ศิ าสตร์และวัฒนธรรม
วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลยั มหดิ ล
ดร.แกว้ ตา มว่ งเกษม (หัวหน้าโครงการ)
ผศ.ดร.สมพงษ์ อ�านวยเงนิ ตรา (ท่ปี รึกษาโครงการ)
อาจารย์ลัดดาวัลย์ เจียรวทิ ยกจิ (ผูจ้ ัดการโครงการ)
นายสรรพวัต กนั ตามระ (ผชู้ ว่ ยผู้จัดการโครงการ)
117
ขอขอบคุณ
เทศบาลต�าบลนางแล จงั หวดั เชียงราย
ชมุ ชนบา้ นหว้ ยนา้� กนื จงั หวัดเชยี งราย
ชุมชนท่องเที่ยวพุปรู าชนิ ี หม่ทู ี่ 1 (บ้านท่ามะเด่อื ) อา� เภอทองผาภมู ิ จงั หวัดกาญจนบุรี
เทศบาลตา� บลมโนรมย์ จังหวัดชยั นาท
ชุมชนท่องเที่ยวกกู่ าสงิ ห์ จงั หวดั รอ้ ยเอ็ด
แหลง่ โบราณคดีบ้านโปงมะนาว จังหวดั ลพบรุ ี
พิพธิ ภณั ฑ์บ้านปานถนอม (ไทยทรงดา� ) จงั หวดั เพชรบุรี
เทศบาลตา� บลจนั จวา้ อา� เภอแมจ่ นั จงั หวดั เชยี งราย
โรงเรียนชาวนาต�าบลศิลาเพชร จังหวดั น่าน
นกั วิชาการพเ่ี ลี้ยงจาก ศูนยพ์ ัฒนาโครงการหลวงหว้ ยโปง และสถาบนั วจิ ยั และพฒั นาพื้นทสี่ งู
(องค์การมหาชน)
118
ส�าเภาทองมโนรมย์
119
Note
120
Note
121