- แผ่นตารางเหลา่ นี้แสดงจำนวนเทา่ ใด (34)
- 34 มกี สี่ ิบ กบั กี่หน่วย (3 สบิ กบั 4 หนว่ ย)
ครูแนะนำว่า 34 เป็นจำนวนสองหลัก เลขโดดทางขวาอยู่ในหลักหน่วย เลขโดดทางซ้ายอยู่
ในหลักสบิ ครูเขียน “หลักสิบ” และ “หลักหนว่ ย” บนกระดาน แล้วเขยี น 34 ใหต้ รงหลกั
หลกั สิบ หลักหนว่ ย
34
ครูแนะนำคา่ ของเลขโดดในหลกั สิบและหลักหน่วย
3 ในหลักสิบ มีค่า 30
4 ในหลักหน่วย มคี า่ 4
ครูจัดกจิ กรรมทำนองนอี้ ีก 2 – 3 ตัวอย่าง เช่น 35 80 99
3. ครูเขยี นจำนวนสองหลัก บนกระดานใหน้ กั เรียนช่วยกันบอกวา่ เลขโดดแตล่ ะตวั อยู่ในหลักใด
มีคา่ เทา่ ใด ครูเขียนคำตอบของนกั เรียนบนกระดาน แล้วช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง เช่น 87
8 ในหลกั สิบ มีคา่ 80
7 ในหลกั หน่วย มีค่า 7
4. ครูแนะนำจำนวนที่มีสามหลัก โดยหนิบแผ่นตารางสิบ 10 แผ่น และแผ่นตารางร้อย 1 แผ่น
ตดิ บนกระดาน
เทา่ กบั
ครถู ามนกั เรยี นวา่
- แผ่นตารางเหลา่ นแ้ี สดงจำนวนเท่าใด (100)
- 100 มีกรี่ ้อย กับกส่ี บิ กบั กห่ี น่วย (1 รอ้ ย กับ 0 สบิ กับ 0 หนว่ ย)
ครูแนะนำหลักและค่าประจำหลัก หลักร้อยอยู่ทางซ้ายของหลักสิบ หลักสิบอยู่ทางซ้ายของ
หลกั หน่วย หลกั หนว่ ยอย่ทู างขวา
ครเู ขียน “หลกั รอ้ ย” หลกั สิบ” และ “หลกั หนว่ ย” บนกระดาน ครูเขยี น 100 ให้ตรงหลกั
หลักรอ้ ย หลักสิบ หลักหน่วย
1 00
ครูแนะนำคา่ ของเลขโดดในหลักรอ้ ย หลักสบิ และหลกั หนว่ ย ของ 100
1 ในหลักรอ้ ย มีค่า 100
0 ในหลกั สิบ มคี า่ 0
0 ในหลักหน่วย มีค่า 0
5. ครูให้นกั เรียนทำใบงานที่ 6 หลัก คา่ ของเลขโดดในแตล่ ะหลกั ของจำนวนนับไม่เกิน 100 เม่ือ
เสรจ็ แลว้ ให้นักเรยี นชว่ ยกันตรวจสอบความถูกต้อง จากน้ันครูและนักเรยี นร่วมกันเฉลยกจิ กรรมในใบงานท่ี 6
ข้ันสรุป
6. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรุปสง่ิ ทีไ่ ด้เรยี นรู้รว่ มกนั ดงั นี้
- 10 11 12 ... 99 เป็นจำนวนที่มีสองหลัก เลขโดดทางขวาอยู่ในหลักหน่วย เลขโดด
ทางซ้ายอยใู่ นหลกั สิบ
- เลขโดด 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ในหลักหน่วยมีค่าเป็น 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ตามลำดบั
และเลขโดด 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ในหลกั สิบ มีค่าเป็น 10 20 30 … 90 ตามลำดับ
- 100 เป็นจำนวนที่มีสามหลัก เลขโดดทางซ้ายของหลักสิบอยู่ในหลักร้อย โดยเลขโดด 0
ในหลกั หนว่ ยมคี า่ เปน็ 0 เลขโดด 0 ในหลักสิบมีค่าเป็น 0 เลขโดด 1 ในหลกั ร้อยมีค่าเปน็ 100
สื่อการเรยี นรู้
1. แผน่ ตารางร้อย แผ่นตารางสิบ และแผ่นตารางหนว่ ย
2. ใบงานที่ 6 หลัก คา่ ของเลขโดดในแตล่ ะหลักของจำนวนนับไมเ่ กิน 100
การวดั ผลและประเมนิ ผล
สิ่งทีต่ ้องการวดั วิธวี ัด เครอ่ื งมือวัด เกณฑก์ ารประเมนิ
1. ดา้ นความรู้ ตรวจใบงานที่ 6
2. ด้านทักษะ สังเกตพฤตกิ รรมดา้ น ใบงานที่ 6 ผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ 70 ขน้ึ ไป
กระบวนการ ทกั ษะกระบวนการ
3. ดา้ นคณุ ลักษณะ สังเกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบสงั เกตพฤติกรรม นักเรียนได้คะแนนระดับ
ท่ีพงึ ประสงค์ คณุ ลักษณะทีพ่ งึ
ประสงค์ ด้านทกั ษะกระบวนการ พอใชข้ ึ้นไป
แบบสังเกตพฤตกิ รรม นกั เรียนได้คะแนนคุณภาพ 2
ดา้ นคุณลกั ษณะ ทกุ รายการขนึ้ ไปถอื ว่าผา่ น
ทีพ่ งึ ประสงค์ เกณฑ์
ความคดิ เห็นผบู้ ริหาร
ลงชอื่ .....................................ผ้ตู รวจ
()
ผ้อู ำนวยการโรงเรียน
..../................../........
บันทกึ หลงั การเรยี นการสอน
1. ผลการเรียนรู้
2. ปัญหาและอปุ สรรค
3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางในการแก้ปญั หา
ลงชื่อ.....................................ผ้สู อน
()
..../................../........
ใบงานที่ 6 หลกั คา่ ของเลขโดดในแตล่ ะหลกั ของจำนวนนับไม่เกิน 100
คำช้ีแจง เติมตวั เลขแสดงจำนวนในช่องวา่ ง
2 ในหลกั สิบมคี า่
4 ในหลกั หน่วยมีคา่
4 ในหลักสิบมีค่า
8 ในหลกั หน่วยมคี ่า
7 ในหลกั สิบมีคา่
9 ในหลักหน่วยมีคา่
8 ในหลกั สิบมีค่า
2 ในหลักหนว่ ยมีค่า
9 ในหลักสบิ มีคา่
6 ในหลักหนว่ ยมคี า่
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 7
รายวชิ าคณิตศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 1
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 10 จำนวนนบั 21 ถงึ 100 เวลาเรียน 17 ช่ัวโมง
เร่ือง การเขียนแสดงจำนวนในรูปกระจาย เวลาเรยี น 1 ช่วั โมง
สอนวนั ที.่ ...... เดอื น.......................... พ.ศ. ......... ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
................................................................................................................................................................
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ
จำนวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และการ
นำไปใช้
ตวั ชวี้ ดั
ค 1.1 ป.1/1 : บอกจำนวนของสิ่งต่าง ๆ แสดงสิ่งต่าง ๆ ตามจำนวนที่กำหนด และอ่านและเขียน
ตวั เลขฮนิ ดอู ารบิก ตัวเลขไทย แสดงจำนวนนับไม่เกิน 100 และ 0
สาระสำคญั
การเขียนแสดงจำนวนในรูปกระจาย เป็นการเขียนในรูปการณ์บวกค่าของเลขโดดในหลักต่างๆ ของ
จำนวนน้นั
จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายเกยี่ วกบั การเขียนแสดงจำนวนในรูปกระจายได้ (K)
2. เขียนตวั เลขแสดงจำนวนนับไม่เกนิ 100 ในรูปกระจายได้ (P)
3. นำความรู้เกยี่ วกบั การเขยี นแสดงจำนวนในรูปกระจาย ไปใช้แก้ปัญหาทางคณติ ศาสตร์ได้ (A)
สาระการเรยี นรู้
การเขยี นแสดงจำนวนในรปู กระจาย
ทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์
1. ความสามารถในการแก้ปัญหา
2. ความสามารถในการสอื่ สารและการสือ่ ความหมายทางคณติ ศาสตร์
3. ความสามารถในการให้เหตผุ ล
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มวี ินัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. ม่งุ มน่ั ในการทำงาน
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ครูทบทวนหลักและค่าของเลขโดดในแต่ละหลักของจำนวนนับไม่เกิน 100 โดยครูกำหนด
จำนวน 56
หลกั สบิ หลกั หนว่ ย
56
5 ใน หลกั สบิ มคี ่า 50
6 ใน หลกั หนว่ ย มีค่า 6
ขั้นสอน
2. ครูกำหนดจำนวน เช่น 34 ให้นักเรียนแสดง 34 โดยใช้แผ่นตารางสิบ และแผ่นตารางหน่วย
จะได้ดงั รูป
ครถู ามนกั เรยี นวา่
- แผ่นตารางสบิ และแผ่นตารางหนว่ ย แสดงจำนวนใด (34)
- 34 คือ กี่สิบ กบั กหี่ นว่ ย (3 สิบ กับ 4 หน่วย)
ครูเขยี นคา่ ของเลขโดดในหลกั สบิ และหลักหนว่ ย
4 ใน หลกั สิบ มีค่า 40
3 ใน หลักหนว่ ย มีค่า 3
และครแู นะนำว่า 34 เขียนในรปู กระจาย
34 = 30 + 4
3. ครูกำหนดจำนวน 80 บนกระดาน แล้วครถู ามนักเรยี นว่า
- 80 คือ ก่ีสบิ กบั กห่ี น่วย (8 สบิ กับ 0 หนว่ ย)
ครเู ขียนคา่ ของเลขโดดในหลกั สบิ และหลกั หน่วย
8 ใน หลักสบิ มคี า่ 80
0 ใน หลกั หนว่ ย มคี ่า 0
90 เขยี นในรปู กระจาย
80 = 80 + 0
4. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปว่า การเขียนแสดงจำนวนสองหลักในรูปกระจายเป็นการเขียนใน
รูปการบวกของคา่ ของเลขโดดในหลกั สบิ กับค่าของเลขโดยในหลกั หน่วย
5. ครูแนะนำการเขียนจำนวน 100 ในรูปกระจาย โดยการทบทวนค่าของเลขโดดในหลักร้อย
หลกั สบิ และหลักหนว่ ย ครถู ามนักเรียนว่า 100 คอื กี่ร้อย กับก่สี บิ กบั กห่ี นว่ ย (1 ร้อย กับ 0 สบิ กับ 0 หนว่ ย)
ครูเขียนคา่ ของเลขโดดในหลักรอ้ ย หลักสบิ และหลกั หน่วย
1 ใน หลกั ร้อย มีคา่ 100
0 ใน หลกั สบิ มีค่า 0
0 ใน หลกั หนว่ ย มคี ่า 0
ครูแนะนำการเขยี น 100 เขียนในรูปกระจาย
100 = 100 + 0 + 0
ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปว่า การเขียนแสดงจำนวน 100 ในรูปกระจาย เป็นการเขียนใน
รปู การณบ์ วกของคา่ ของเลขโดดในหลกั รอ้ ย กับคา่ ของเลขโดดในหลกั สบิ กบั ค่าของเลขโดดในหลกั หนว่ ย
6. ครูดำเนนิ กิจกรรมฝกึ ฝนทกั ษะ อีก 3 – 4 ตวั อย่าง จนนกั เรยี นเกิดความรคู้ วามเข้าใจ
7. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 7 การเขียนแสดงจำนวนในรูปกระจาย เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียน
ชว่ ยกันตรวจสอบความถูกตอ้ ง จากนน้ั ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั เฉลยกจิ กรรมในใบงานที่ 7
ขน้ั สรุป
8. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ส่งิ ท่ีได้เรียนรรู้ ่วมกนั ดังน้ี
- การเขียนแสดงจำนวนสองหลักในรูปกระจายเป็นการเขียนในรูปการบวกของค่าของเลข
โดดในหลักสิบกับเลขโดดในหลักหนว่ ย
- การเขียนแสดงจำนวน 100 ในรูปกระจาย เป็นการเขียนในรูปการบวกของค่าของเลข
โดดในหลกั ร้อย กับค่าของเลขโดดในหลักสบิ กับเลขโดดในหลักหน่วย
สอ่ื การเรียนรู้
1. แผน่ ตารางรอ้ ย แผ่นตารางสบิ และแผ่นตารางหนว่ ย
2. ใบงานที่ 7 การเขยี นแสดงจำนวนในรูปกระจาย
การวดั ผลและประเมนิ ผล
สงิ่ ทต่ี อ้ งการวัด วิธวี ดั เครอ่ื งมอื วดั เกณฑ์การประเมนิ
1. ด้านความรู้ ตรวจใบงานท่ี 7
2. ด้านทกั ษะ สังเกตพฤติกรรมดา้ น ใบงานท่ี 7 ผ่านเกณฑร์ อ้ ยละ 70 ขนึ้ ไป
กระบวนการ ทักษะกระบวนการ
3. ดา้ นคุณลักษณะ สงั เกตพฤตกิ รรมดา้ น แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรียนไดค้ ะแนนระดบั
ทพี่ งึ ประสงค์ คณุ ลักษณะท่ีพึง
ประสงค์ ด้านทกั ษะกระบวนการ พอใชข้ ้ึนไป
แบบสังเกตพฤตกิ รรม นกั เรยี นได้คะแนนคุณภาพ 2
ด้านคุณลักษณะ ทุกรายการข้ึนไปถอื วา่ ผา่ น
ท่ีพึงประสงค์ เกณฑ์
ความคดิ เห็นผบู้ ริหาร
ลงชอื่ .....................................ผ้ตู รวจ
()
ผ้อู ำนวยการโรงเรียน
..../................../........
บันทกึ หลงั การเรยี นการสอน
1. ผลการเรียนรู้
2. ปัญหาและอปุ สรรค
3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางในการแก้ปญั หา
ลงชื่อ.....................................ผ้สู อน
()
..../................../........
ใบงานที่ 7 การเขยี นแสดงจำนวนในรปู กระจาย
คำชี้แจง เขยี นแสดงจำนวนต่อไปนใ้ี นรูปกระจาย
แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 8
รายวิชาคณติ ศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 1
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 10 จำนวนนับ 21 ถึง 100 เวลาเรยี น 17 ชวั่ โมง
เรือ่ ง การเปรียบเทียบจำนวน เวลาเรียน 1 ชั่วโมง
สอนวนั ท.่ี ...... เดือน.......................... พ.ศ. ......... ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
................................................................................................................................................................
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ
จำนวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และการ
นำไปใช้
ตัวช้ีวดั
ค 1.1 ป.1/2 : เปรยี บเทยี บจำนวนนบั ไม่เกนิ 100 และ 0 โดยใชเ้ คร่ืองหมาย = ≠ > <
สาระสำคญั
การเปรียบเทียบจำนวนสองจำนวน
- ถา้ จำนวนหลกั ไมเ่ ท่ากนั จำนวนที่มจี ำนวนหลักมากกวา่ จะมากกว่าอกี จำนวนหนึ่ง
- ถ้าจำนวนหลักเท่ากัน ให้พิจารณาเลขโดดในหลักสิบก่อน เลขโดดในหลักสิบของจำนวนใด
มากกวา่ จำนวนนนั้ จะมากกวา่ ถา้ เลขโดดในหลักสิบเท่ากนั ให้พิจารณาเลขโดดในหลกั หนว่ ย โดยที่เลขโดดใน
หลักหนว่ ยของจำนวนใดมากกวา่ จำนวนนัน้ จะมากกว่า
จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายเกย่ี วกับการเปรยี บเทียบจำนวนนับไม่เกิน 100 สองจำนวน ทเี่ ลขโดดในหลกั สิบไม่เท่ากัน
ได้ (K)
2. เปรียบเทยี บจำนวนนับไมเ่ กิน 100 สองจำนวน ทเี่ ลขโดดในหลักสบิ ไม่เท่ากนั ได้ (P)
3. นำความร้เู กี่ยวกับการเปรียบเทยี บจำนวน ไปใชแ้ กป้ ญั หาทางคณติ ศาสตรไ์ ด้ (A)
สาระการเรยี นรู้
การเปรยี บเทยี บจำนวน
ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
1. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
2. ความสามารถในการส่อื สารและการส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร์
3. ความสามารถในการใหเ้ หตผุ ล
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวินัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งมั่นในการทำงาน
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำเข้าส่บู ทเรยี น
1. ครูทบทวนหลักและค่าของเลขโดดในแต่ละหลัก เช่น 35 เป็นจำนวนสองหลัก ครูเขียนหลัก
สิบและหลกั หนว่ ยบนกระดาน แล้วเขียน 35 ใหต้ รงหลกั
หลกั สิบ หลกั หนว่ ย
35
ครูถามนกั เรียน และครูเขียนหลกั และค่าของเลขโดดในหลกสั ิบและหลกั หนว่ ย ของ 35
3 ใน หลักสบิ มีค่า 30
5 ใน หลกั หน่วย มคี ่า 5
ข้นั สอน
2. ครูแนะนำการเปรียบเทียบจำนวนสองจำนวนท่มี ีจำนวนหน่งึ หลักกบั จำนวนสองหลัก เชน่ 14
กับ 7 โดยครูใช้แผน่ ตารางสบิ และแผ่นตารางหน่วย แสดงจำนวนทัง้ สอง ดงั น้ี
14 7
ให้นักเรียนเปรียบเทียบจำนวนสองจำนวน พร้อมทั้งบอกเหตุผลว่าจำนวนใดมากกว่า หรือ
จำนวนใดนอ้ ยกว่า (14 มากกวา่ 7 หรอื 7 น้อยกว่า 14 เพราะ 14 เปน็ จำนวนท่ีมีหลักมากกวา่ )
ครูเขียนบนกระดาน 14 มากกว่า 7 หรือ 7 น้อยกวา่ 14 จากน้ันครูแนะนำการใชเ้ คร่อื งหมาย
> และ < แสดงการเปรียบเทียบ ดงั น้ี
15 มากกวา่ 9
15 > 9
หรอื
9 น้อยกว่า 15
9 < 15
ครูแนะนำว่า 9 เป็นจำนวนหนึ่งหลัก และ 15 เป็นจำนวนสองหลัก อาจกล่าวได้ว่า จำนวน
สองหลักมากกวา่ จำนวนหนง่ึ หลกั
3. ครูแนะนำการเปรยี บเทียบจำนวนสองจำนวนที่มจี ำนวนหนึ่งหลักกับจำนวนสามหลัก เช่น 6
กบั 100 โดยครใู ช้แผ่นตารางร้อย และแผน่ ตารางหน่วย แสดงจำนวนท้ังสอง ดงั นี้
6 100
ให้นักเรียนเปรียบเทียบจำนวนสองจำนวน พร้อมทั้งบอกเหตุผลว่าจำนวนใดมากกว่า หรือ
จำนวนใดน้อยกวา่ (100 มากกว่า 6 หรือ 6 นอ้ ยกว่า 100 เพราะ 100 เป็นจำนวนทมี่ หี ลกั มากกว่า)
ครูเขียนบนกระดาน 100 มากกว่า 6 หรือ 6 น้อยกว่า 100 จากนั้นครูแนะนำการใช้
เครื่องหมาย > และ < แสดงการเปรียบเทียบ ดงั นี้
100 มากกวา่ 6
100 > 6
หรอื
6 นอ้ ยกว่า 100
6 < 100
ครูถามนักเรียนว่า 5 เป็นจำนวนกี่หลัก (หนึ่งหลัก) และ 100 เป็นจำนวนกี่หลัก (สามหลัก)
จากนนั้ รว่ มกันสรุปวา่ จำนวนสามหลกั มากกว่าจำนวนหนึง่ หลกั
4. ครแู นะนำการเปรียบเทยี บจำนวนสองจำนวนท่ีมจี ำนวนสองหลักกบั จำนวนสามหลกั เช่น 45
กบั 100 โดยครใู ชแ้ ผน่ ตารางร้อย แผน่ ตารางสิบ และแผน่ ตารางหน่วย แสดงจำนวนท้ังสอง ดงั น้ี
45 100
ให้นักเรียนเปรียบเทียบจำนวนสองจำนวน พร้อมทั้งบอกเหตุผลว่าจำนวนใดมากกว่า หรือ
จำนวนใดน้อยกวา่ (100 มากกว่า 45 หรือ 45 นอ้ ยกว่า 100 เพราะ 100 เป็นจำนวนทม่ี หี ลักมากกวา่ )
ครูเขียนบนกระดาน 100 มากกว่า 45 หรือ 45 น้อยกว่า 100 จากนั้นครูแนะนำการใช้
เครื่องหมาย > และ < แสดงการเปรียบเทยี บ ดงั นี้
100 มากกวา่ 45
100 > 45
หรอื
45 นอ้ ยกว่า 100
45 < 100
ครูถามนักเรียนว่า 45 เป็นจำนวนกี่หลัก (สองหลัก) และ 100 เป็นจำนวนกี่หลัก (สามหลัก)
จากนั้นร่วมกันสรปุ ว่า จำนวนสามหลกั มากกว่าจำนวนสองหลกั
5. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปว่า การเขียนแสดงจำนวนสองจำนวน ถ้าจำนวนหลักไม่เท่ากัน
จำนวนทม่ี จี ำนวนหลักมากกวา่ จะมากกว่าอีกจำนวนหนง่ึ
6. ครแู นะนำการเปรยี บเทียบจำนวนสองจำนวนทม่ี ีจำนวนสองหลักกับจำนวนสองหลกั เชน่ 25
กบั 44 โดยครูใช้แผ่นตารางสิบ และแผ่นตารางหนว่ ย แสดงจำนวนทั้งสอง ดังน้ี
25 44
ให้นักเรียนเปรียบเทียบจำนวนสองจำนวน โดยครูเขียน 25 กับ 44 บนกระดาน แล้วให้
นักเรียนสังเกตเลขโดดในหลักสิบของทั้งสองจำนวน แล้วถามว่า “25 กับ 49 จำนวนใดน้อยกว่า หรือจำนวน
ใดมากกว่า พร้อมทั้งบอกเหตุผล (25 น้อยกว่า 44 เพราะ 2 สิบ น้อยกว่า 4 สิบ หรือ 44 มากกว่า 25 เพราะ
4 สบิ มากกวา่ 2 สิบ)
ครูเขียนบนกระดาน 25 น้อยกว่า 44 หรือ 44 มากกว่า 25 จากนั้นครูแนะนำการใช้
เครือ่ งหมาย > และ < แสดงการเปรียบเทียบ ดังนี้
25 น้อยกว่า 44
25 < 44
หรอื
44 มากกวา่ 25
44 > 25
7. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 8 การเปรียบเทียบจำนวน เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกัน
ตรวจสอบความถูกต้อง จากนนั้ ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันเฉลยกิจกรรมในใบงานที่ 8
ขัน้ สรุป
8. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สรุปส่ิงทไ่ี ดเ้ รยี นรรู้ ่วมกัน ดงั น้ี
- ถา้ จำนวนหลกั ไมเ่ ท่ากนั จำนวนที่มจี ำนวนหลักมากกวา่ จะมากกวา่ อกี จำนวนหนึง่
- ถ้าจำนวนหลกั เท่ากัน ให้พิจารณาเลขโดดในหลักสิบกอ่ น เลขโดดในหลักสิบของจำนวน
ใดมากกว่า จำนวนนัน้ จะมากกวา่
สอื่ การเรียนรู้
1. แผ่นตารางร้อย แผ่นตารางสบิ และแผ่นตารางหน่วย
2. ใบงานที่ 8 การเปรียบเทยี บจำนวน
การวดั ผลและประเมนิ ผล
ส่งิ ทต่ี อ้ งการวดั วิธวี ัด เครื่องมือวดั เกณฑ์การประเมนิ
1. ด้านความรู้ ตรวจใบงานท่ี 8
2. ด้านทกั ษะ สงั เกตพฤตกิ รรมดา้ น ใบงานที่ 8 ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 70 ข้นึ ไป
กระบวนการ ทักษะกระบวนการ
3. ดา้ นคณุ ลกั ษณะ สงั เกตพฤติกรรมดา้ น แบบสังเกตพฤติกรรม นักเรยี นไดค้ ะแนนระดบั
ท่พี ึงประสงค์ คณุ ลกั ษณะทีพ่ งึ
ประสงค์ ดา้ นทักษะกระบวนการ พอใช้ขน้ึ ไป
แบบสังเกตพฤตกิ รรม นักเรียนได้คะแนนคุณภาพ 2
ดา้ นคุณลักษณะ ทุกรายการขน้ึ ไปถือวา่ ผา่ น
ทีพ่ งึ ประสงค์ เกณฑ์
ความคดิ เห็นผบู้ ริหาร
ลงชอื่ .....................................ผ้ตู รวจ
()
ผ้อู ำนวยการโรงเรียน
..../................../........
บันทกึ หลงั การเรยี นการสอน
1. ผลการเรียนรู้
2. ปัญหาและอปุ สรรค
3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางในการแก้ปญั หา
ลงชื่อ.....................................ผ้สู อน
()
..../................../........
ใบงานที่ 8 การเปรยี บเทียบจำนวน
คำชแ้ี จง เติมเคร่อื งหมาย > หรอื < ลงในชอ่ งวา่ ง
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 9
รายวิชาคณติ ศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 1
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 10 จำนวนนบั 21 ถงึ 100 เวลาเรียน 17 ชั่วโมง
เรอ่ื ง การเปรยี บเทียบจำนวน เวลาเรียน 1 ชวั่ โมง
สอนวนั ท่.ี ...... เดือน.......................... พ.ศ. ......... ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
................................................................................................................................................................
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ
จำนวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และการ
นำไปใช้
ตวั ชว้ี ัด
ค 1.1 ป.1/2 : เปรยี บเทยี บจำนวนนบั ไมเ่ กนิ 100 และ 0 โดยใช้เครอ่ื งหมาย = ≠ > <
สาระสำคญั
การเปรียบเทยี บจำนวนสองจำนวน
- ถ้าจำนวนหลกั ไมเ่ ท่ากัน จำนวนทีม่ จี ำนวนหลกั มากกว่าจะมากกวา่ อีกจำนวนหนึง่
- ถ้าจำนวนหลักเท่ากัน ให้พิจารณาเลขโดดในหลักสิบก่อน เลขโดดในหลักสิบของจำนวนใด
มากกว่า จำนวนนั้นจะมากกวา่ ถ้าเลขโดดในหลักสบิ เท่ากัน ให้พจิ ารณาเลขโดดในหลกั หน่วย โดยที่เลขโดดใน
หลักหน่วยของจำนวนใดมากกวา่ จำนวนน้ันจะมากกวา่
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายเกยี่ วกับการเปรียบเทียบเปรยี บเทียบจำนวนนับไม่เกิน 100 สองจำนวน ทเี่ ลขโดดในหลัก
สิบเท่ากนั ได้ได้ (K)
2. เปรียบเทยี บจำนวนนับไมเ่ กนิ 100 สองจำนวน ทเ่ี ลขโดดในหลักสิบเทา่ กนั ได้ (P)
3. นำความร้เู ก่ียวกบั การเปรยี บเทยี บจำนวน ไปใชแ้ กป้ ญั หาทางคณิตศาสตร์ได้ (A)
สาระการเรยี นรู้
การเปรยี บเทยี บจำนวน
ทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์
1. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
2. ความสามารถในการสือ่ สารและการสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร์
3. ความสามารถในการให้เหตผุ ล
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มวี ินยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุ่งมัน่ ในการทำงาน
กิจกรรมการเรียนรู้
ข้นั นำเข้าสูบ่ ทเรยี น
1. ครูทบทวนการเปรียบเทียบจำนวนสองจำนวนที่มีสองหลักเท่ากัน โดยเลขโดดในหลักสิบไม่
เทา่ กัน เชน่ 45 กับ 54 โดยครใู ช้แผ่นตารางสิบ และแผ่นตารางหนว่ ย ดงั นี้
45 54
ให้นักเรียนเปรียบเทียบจำนวนสองจำนวน โดยครูเขียน 45 กับ 54 บนกระดาน แล้วให้
นักเรียนสังเกตเลขโดดในหลักสิบของทั้งสองจำนวน แล้วถามว่า “45 กับ 54 จำนวนใดน้อยกว่า หรือจำนวน
ใดมากกว่า เพราะเหตุใด” (45 น้อยกว่า 54 เพราะ 4 สิบ น้อยกว่า 5 สิบ หรือ 54 มากกว่า 45 เพราะ 50
มากกวา่ 40)
ครูเขียนบนกระดาน 45 น้อยกว่า 54 หรือ 54 มากกว่า 45 จากนั้นครูแนะนำการใช้
เครื่องหมาย > และ < แสดงการเปรียบเทยี บ ดังนี้
ครเู ขยี น 45 น้อยกว่า 54 หรอื 54 มากกวา่ 45
ดังนนั้ 45 < 54 หรือ 54 > 45
2. ครูจัดกจิ กรรมทำนองเดยี วกนั อีก 1 – 2 ตวั อยา่ ง เช่น 48 กับ 73 68 กบั 32
ขน้ั สอน
3. ครูแนะนำการเปรียบเทียบจำนวนสองจำนวนที่มีจำนวนสองหลักกับจำนวนสองหลักที่เลข
โดดในหลกั สบิ มคี า่ เท่ากัน โดยการพิจารณาหลัก และคา่ ของเลขโดดในแต่ละหลกั เช่น 45 กับ 44
ครเู ขยี น 45 กบั 44 บนกระดาน ให้นักเรยี นสังเกตเลขโดดในหลักสิบของทั้งสองจำนวน แล้ว
ถามว่า 45 กับ 44 เมื่อเปรียบเทียบเลขโดดในหลักสิบ ผลลพั ธ์เป็นอย่างไร (4 สบิ เท่ากับ 4 สิบ)
ครูเขียนบนกระดาน
4 5 4 ในหลักสิบ มคี ่า 40 เทา่ กนั
4 4 4 ในหลักสิบ มคี า่ 40 เท่ากนั
ครูอธิบายเพิม่ เติมวา่ ถ้าเลขโดดในหลักสิบมีค่าเท่ากนั จะต้องไปเปรยี บเทียบเลขโดดในหลกั
หน่วย ต่อไปอกี
45 กบั 44 เปรยี บเทยี บจำนวนในหลักหนว่ ย ผลลพั ธเ์ ป็นอย่างไร (5 มากกวา่ 4)
ครเู ขยี นบนกระดาน
4 5 5 ในหลกั หน่วย มคี ่า 5
4 4 4 ในหลักหน่วย มคี า่ 4
5 มากกว่า 4
ครเู ขียน 45 มากกว่า 44 หรือ 44 น้อยกว่า 45
ดงั นั้น 45 > 44 หรอื 44 < 45
4. ครูแนะนำการเปรียบเทียบจำนวนสองจำนวนที่มีจำนวนสองหลักกับจำนวนสองหลักที่เลข
โดดในหลกั สิบมีคา่ เท่ากัน โดยการพิจารณาหลกั และค่าของเลขโดดในแต่ละหลกั เช่น 72 กบั 79
ครูเขียน 72 กับ 79 บนกระดาน ให้นักเรียนสงั เกตเลขโดดในหลักสิบของท้ังสองจำนวน แล้ว
ถามวา่ 72 กับ 79 เมื่อเปรยี บเทียบเลขโดดในหลกั สิบ ผลลพั ธ์เปน็ อย่างไร (7 สบิ เทา่ กบั 7 สบิ )
ครเู ขียนบนกระดาน
7 2 7 ในหลักสิบ มีคา่ 70 เท่ากัน
7 9 7 ในหลักสิบ มคี ่า 70 เทา่ กัน
ครูอธิบายเพิ่มเติมวา่ ถ้าเลขโดดในหลักสบิ มีค่าเท่ากัน จะต้องไปเปรียบเทียบเลขโดดในหลกั
หนว่ ย ตอ่ ไปอกี
72 กับ 79 เปรียบเทียบจำนวนในหลักหนว่ ย ผลลพั ธเ์ ป็นอยา่ งไร (2 น้อยกวา่ 9)
ครูเขยี นบนกระดาน
7 2 2 ในหลักหนว่ ย มีค่า 2
7 9 9 ในหลกั หน่วย มคี ่า 9
2 นอ้ ยกว่า 9
ครเู ขยี น 72 นอ้ ยกว่า 79 หรอื 79 มากกว่า 72
ดังนน้ั 72 < 79 หรือ 79 > 72
5. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปว่า การเปรียบเทียบจำนวนสองหลักกับจำนวนสองหลัก ให้
เปรียบเทียบเลขโดดในหลักสิบก่อน ถ้าเลขโดดในหลักสิบเท่ากนั ให้พิจารณาเลขโดดในหลักหน่วย เลขโดดใน
หลักหน่วยของจำนวนใดมากกว่า จำนวนนน้ั จะมากกว่า
6. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 9 การเปรียบเทียบจำนวน เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกัน
ตรวจสอบความถูกต้อง จากนนั้ ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันเฉลยกจิ กรรมในใบงานท่ี 9
ข้ันสรปุ
7. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังนี้ การเปรียบเทียบจำนวนสองหลักกับ
จำนวนสองหลกั ให้เปรียบเทยี บเลขโดดในหลักสิบกอ่ นถ้าเลขโดดในหลกั สิบเทา่ กัน ใหพ้ ิจารณาเลขโดดในหลัก
หน่วย เลขโดดในหลกั หนว่ ยของจำนวนใดมากกวา่ จำนวนนนั้ จะมากกวา่ จำนวนนัน้ จะมากกวา่
ส่อื การเรียนรู้
1. แผน่ ตารางสิบ และแผ่นตารางหนว่ ย
2. ใบงานที่ 9 การเปรยี บเทียบจำนวน
การวดั ผลและประเมนิ ผล
ส่ิงที่ต้องการวัด วิธวี ดั เครอ่ื งมอื วดั เกณฑก์ ารประเมนิ
1. ด้านความรู้ ตรวจใบงานท่ี 9
2. ด้านทกั ษะ สงั เกตพฤตกิ รรมดา้ น ใบงานท่ี 9 ผ่านเกณฑร์ อ้ ยละ 70 ข้นึ ไป
กระบวนการ ทักษะกระบวนการ
3. ดา้ นคณุ ลักษณะ สงั เกตพฤติกรรมดา้ น แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรยี นไดค้ ะแนนระดับ
ที่พงึ ประสงค์ คุณลักษณะท่พี ึง
ประสงค์ ด้านทกั ษะกระบวนการ พอใช้ขน้ึ ไป
แบบสงั เกตพฤตกิ รรม นักเรียนได้คะแนนคุณภาพ 2
ดา้ นคุณลกั ษณะ ทกุ รายการขึน้ ไปถอื ว่าผ่าน
ที่พึงประสงค์ เกณฑ์
ความคดิ เห็นผบู้ ริหาร
ลงชอื่ .....................................ผ้ตู รวจ
()
ผ้อู ำนวยการโรงเรียน
..../................../........
บันทกึ หลงั การเรยี นการสอน
1. ผลการเรียนรู้
2. ปัญหาและอปุ สรรค
3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางในการแก้ปญั หา
ลงชื่อ.....................................ผ้สู อน
()
..../................../........
ใบงานที่ 9 การเปรยี บเทียบจำนวน
คำชแ้ี จง เติมเคร่อื งหมาย > หรอื < ลงในชอ่ งวา่ ง
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 10
รายวชิ าคณิตศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 10 จำนวนนับ 21 ถึง 100 เวลาเรียน 17 ชัว่ โมง
เร่ือง การเรยี งลำดบั จำนวน เวลาเรยี น 1 ชว่ั โมง
สอนวันท่.ี ...... เดือน.......................... พ.ศ. ......... ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
................................................................................................................................................................
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ
จำนวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และการ
นำไปใช้
ตวั ชีว้ ัด
ค 1.1 ป.1/3 : เรยี งลำดับจำนวนนบั ไมเ่ กนิ 100 และ 0 ตงั้ แต่ 3 ถึง 5 จำนวน
สาระสำคัญ
การเรียงลำดับจำนวนจากมากไปน้อย หรือจากน้อยไปมาก อาจทำได้โดยหาจำนวนที่มากที่สุดและ
นอ้ ยทส่ี ุดก่อน จากนนั้ นำจำนวนทีเ่ หลอื มาเปรียบเทยี บกัน แลว้ เรยี งตามลำดบั
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายเก่ียวกบั การเปรยี บเทยี บเปรียบเทียบจำนวนนับไม่เกิน 100 สองจำนวน ท่ีเลขโดดในหลัก
สิบเทา่ กนั ได้ได้ (K)
2. เปรยี บเทยี บจำนวนนบั ไม่เกิน 100 สองจำนวน ทีเ่ ลขโดดในหลักสบิ เท่ากนั ได้ (P)
3. นำความร้เู กย่ี วกบั การเรยี งลำดบั จำนวน ไปใช้แก้ปญั หาทางคณติ ศาสตร์ได้ (A)
สาระการเรียนรู้
การเรียงลำดับจำนวน
ทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์
1. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
2. ความสามารถในการสอ่ื สารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์
3. ความสามารถในการให้เหตผุ ล
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุ่งม่นั ในการทำงาน
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ครูกำหนดจำนวนนับไม่เกิน 100 มาสามจำนวน แล้วเขียนจำนวนนั้นบนกระดาน เช่น 14
24 32 โดยครูใชแ้ ผน่ ตารางสบิ และแผน่ ตารางหนว่ ย ดังนี้
ครูทบทวนการเปรยี บเทียบจำนวนเหล่าน้นั ทีละคู่
เปรียบเทียบ 14 กับ 24 โดยดูจากสื่อ ครุถามว่าจำนวนใดมากกว่า (24) หรือจำนวนใดน้อย
กว่า (14) ต่อไปใหเ้ ปรยี บเทยี บ 14 กับ 32 แล้วถามวา่ จำนวนใดมากกวา่ (32) หรือจำนวนใดน้อยกวา่ (14)
จากน้นั ให้เปรียบเทยี บ 24 กบั 32 แล้วถามว่าจำนวนใดมากกวา่ (32) หรือจำนวนใดน้อยกวา่
(24)
ครูถามว่าจำนวนใดมากที่สุด (32) จำนวนใดนอ้ ยทสี่ ดุ (14)
ขน้ั สอน
2. ครูนำบัตรภาพแผ่นตารางสิบและแผ่นตารางหน่วย ท่แี สดงจำนวนสองหลักและมีตัวเลขฮินดู
อารบิกประกอบ 3 บัตร บนกระดาน เชน่ 27 51 36
(27) (51) (36)
แล้วครูแนะนำการเรียงลำดับจำนวนจากน้อยไปมาก หรือจากมากไปน้อย โดยพิจารณาเลข
โดดในหลักสิบ ของ 27 51 36 ดงั นี้
27 เลขโดดในหลกั สิบ มีคา่ เท่าไร (20)
51 เลขโดดในหลักสิบ มคี า่ เท่าไร (50)
36 เลขโดดในหลักสิบ มคี า่ เท่าไร (30)
ครูถามวา่ จำนวนใดน้อยทส่ี ดุ (27) จำนวนใดมากที่สุด (51)
ครูแนะนำการเรียงลำดับจำนวนจากน้อยไปมาก ได้ 22 36 51
หรือเรียงลำดบั จากมากไปนอ้ ย ได้ 51 36 22
3. ครูยกตัวอย่างจำนวนสองหลัก สามจำนวนที่เลขโดดในหลักสิบมีค่าเท่ากัน 1 คู่ เช่น 58 56
62
แล้วครูแนะนำการเรียงลำดับจำนวนจากน้อยไปมาก หรือจากมากไปน้อย โดยพิจารณาเลข
โดดในหลกั สิบ ของ 58 56 62 ดังนี้
58 เลขโดดในหลักสบิ มคี ่าเทา่ ไร (50)
56 เลขโดดในหลกั สิบ มีค่าเทา่ ไร (50)
62 เลขโดดในหลกั สบิ มคี ่าเทา่ ไร (60)
ครูถามวา่ จำนวนใดมากทส่ี ดุ (62) จำนวนใดน้อยท่สี ดุ (ยังตอบไมไ่ ด)้
ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า 58 กับ 56 เลขโดดในหลักสิบมีค่าเท่ากัน (50) จึงต้องไปเปรียบเทียบ
เลขโดดในหลักหนว่ ยตอ่ ไปอกี
58 กับ 56 เปรยี บเทยี บเลขโดดในหลกั หนว่ ย ผลลัพธเ์ ปน็ อยา่ งไร (8 มากกวา่ 6)
ดงั นั้น 58 มากกวา่ 56 หรอื 56 นอ้ ยกว่า 58
ครถู ามวา่ จำนวนใดน้อยทสี่ ดุ (56)
ครแู นะนำการเรยี งลำดบั จำนวนจากนอ้ ยไปมาก ได้ 56 58 62
หรอื เรยี งลำดับจากมากไปน้อย ได้ 62 58 56
4. ครจู ดั กจิ กรรมเชน่ นี้ 2 – 3 คร้งั ครูตรวจสอบความถกู ต้องในการปฏบิ ตั ขิ องนกั เรยี น
5. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 10 การเรียงลำดับจำนวน เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกัน
ตรวจสอบความถกู ต้อง จากน้นั ครูและนกั เรียนรว่ มกันเฉลยกิจกรรมในใบงานท่ี 10
ข้นั สรุป
6. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังนี้ การเรียงลำดับจำนวนทำได้โดยหา
จำนวนที่มากที่สุด และน้อยที่สุดก่อน อาจพิจารณาจากค่าของเลขโดดในแต่ละหลัก แล้วเรียงลำดับจากน้อย
ไปมากหรอื มากไปนอ้ ย
สอ่ื การเรียนรู้
1. แผ่นตารางสิบ และแผน่ ตารางหนว่ ย
2. ใบงานที่ 10 การเรยี งลำดบั จำนวน
การวดั ผลและประเมินผล
สง่ิ ท่ีตอ้ งการวัด วธิ ีวัด เครือ่ งมอื วัด เกณฑ์การประเมนิ
1. ด้านความรู้ ตรวจใบงานที่ 10
2. ด้านทักษะ สงั เกตพฤตกิ รรมดา้ น ใบงานที่ 10 ผ่านเกณฑร์ อ้ ยละ 70 ขึ้นไป
กระบวนการ ทักษะกระบวนการ
3. ดา้ นคณุ ลักษณะ สังเกตพฤติกรรมดา้ น แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรียนได้คะแนนระดับ
ที่พึงประสงค์ คุณลกั ษณะที่พงึ
ประสงค์ ด้านทักษะกระบวนการ พอใช้ข้นึ ไป
แบบสังเกตพฤตกิ รรม นกั เรียนไดค้ ะแนนคุณภาพ 2
ด้านคุณลกั ษณะ ทุกรายการข้ึนไปถอื ว่าผา่ น
ที่พึงประสงค์ เกณฑ์
ความคดิ เห็นผบู้ ริหาร
ลงชอื่ .....................................ผ้ตู รวจ
()
ผ้อู ำนวยการโรงเรียน
..../................../........
บันทกึ หลงั การเรยี นการสอน
1. ผลการเรียนรู้
2. ปัญหาและอปุ สรรค
3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางในการแก้ปญั หา
ลงชื่อ.....................................ผ้สู อน
()
..../................../........
ใบงานที่ 10 การเรียงลำดับจำนวน
ตอนที่ 1 เรียงลำดบั จำนวนจากมากไปหานอ้ ย
27 28 29
39 40 42
79 81 83
100 80 90
ตอนที่ 2 เรยี งลำดบั จำนวนจากนอ้ ยไปหามาก
40 37 39
46 47 43
50 65 60
42 22 32
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 11
รายวชิ าคณติ ศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 1
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 10 จำนวนนับ 21 ถงึ 100 เวลาเรียน 17 ชั่วโมง
เรอ่ื ง การเรียงลำดบั จำนวน เวลาเรยี น 1 ชัว่ โมง
สอนวันที่....... เดอื น.......................... พ.ศ. ......... ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
................................................................................................................................................................
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ
จำนวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และการ
นำไปใช้
ตัวช้วี ดั
ค 1.1 ป.1/3 : เรยี งลำดับจำนวนนับไมเ่ กนิ 100 และ 0 ตั้งแต่ 3 ถึง 5 จำนวน
สาระสำคัญ
การเรียงลำดับจำนวนจากมากไปน้อย หรือจากน้อยไปมาก อาจทำได้โดยหาจำนวนที่มากที่สุดและ
นอ้ ยที่สดุ ก่อน จากนนั้ นำจำนวนทเี่ หลอื มาเปรียบเทยี บกัน แลว้ เรยี งตามลำดับ
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายเก่ียวกบั วธิ ีการเรยี งลำดับจำนวนนับไม่เกิน 100 สามจำนวนได้ (K)
2. เรียงลำดับจำนวนนับไมเ่ กนิ 100 สามจำนวนได้ (P)
3. นำความรูเ้ ก่ียวกับการเรยี งลำดบั จำนวน ไปใชแ้ ก้ปัญหาทางคณติ ศาสตร์ได้ (A)
สาระการเรียนรู้
การเรยี งลำดับจำนวน
ทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์
1. ความสามารถในการแก้ปญั หา
2. ความสามารถในการสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์
3. ความสามารถในการให้เหตผุ ล
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี นิ ัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มงุ่ มน่ั ในการทำงาน
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำเขา้ สูบ่ ทเรยี น
1. ครูยกตัวอย่างจำนวนสองหลักสามจำนวนที่เลขโดดในหลักสิบมีค่าเท่ากัน 1 คู่ เช่น 48 42
73 แล้วครใู ห้นักเรยี นพจิ ารณาเลขโดดในหลกั สิบของ 48 42 73 แลว้ ตอบคำถาม
48 เลขโดดในหลักสบิ มคี ่าเทา่ ไร (40)
42 เลขโดดในหลักสบิ มีคา่ เท่าไร (40)
73 เลขโดดในหลักสบิ มีคา่ เทา่ ไร (70)
ครถู ามว่าจำนวนใดมากทส่ี ุด (73) จำนวนใดนอ้ ยท่ีสดุ (ยังตอบไม่ได้)
ให้นักเรียนสังเกต 48 กับ 42 เลขโดดในหลักสิบมีค่าเท่าไร (40 และ 40) เท่ากันหรือไม่
(เทา่ กัน) จะต้องทำอย่างไรต่อไป (ตอ้ งเปรยี บเทียบเลขโดดในหลกั หน่วย)
48 กับ 42 เปรียบเทียบเลขโดดในหลกั หนว่ ย ผลลัพธ์เป็นอยา่ งไร (8 มากกวา่ 2)
ดงั น้ัน 48 มากกว่า 42 หรอื 42 นอ้ ยกว่า 48
ครูถามว่า จำนวนใดน้อยทสี่ ดุ (42)
ครแู นะนำว่า การเรียงลำดับจำนวนจากนอ้ ยไปมาก ได้ 42 48 73
หรอื เรยี งลำดบั จำนวนจากมากไปนอ้ ย ได้ 73 48 42
ข้ันสอน
2. ครูนำบัตรภาพแผ่นตารางสิบและแผ่นตารางหน่วยที่แสดงจำนวนสองหลักและมีตัวเลขฮินดู
อารบิกประกอบ 4 บัตร บนกระดาน เชน่ 39 81 86 53
39 81
86 53 ดงั น้ี 86 53
ครแู นะนำการเรยี งลำดบั จำนวนจากน้อยไปมาก โดยพจิ ารณาเลขโดดในหลักสิบ ของ 39 81
39 เลขโดดในหลกั สบิ มีค่าเทา่ ไร (30)
81 เลขโดดในหลักสบิ มคี ่าเท่าไร (80)
86 เลขโดดในหลักสิบ มีค่าเทา่ ไร (80)
53 เลขโดดในหลักสิบ มคี า่ เทา่ ไร (50)
ครูถามว่าจำนวนใดน้อยทีส่ ุด (39) จำนวนใดมากทส่ี ดุ (ยังตอบไม่ได้)
ครถู ามว่า 81 86 53 จำนวนใดน้อยทส่ี ดุ (53) และจำนวนใดมากทีส่ ุด (ยังตอบไมไ่ ด้)
ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า 81 กับ 86 เลขโดดในหลักสิบมีค่าเท่ากัน (80) จึงต้องไปเปรียบเทียบ
เลขโดดในหลกั หนว่ ยต่อไปอีก
จะได้ 86 มากกว่า 81 หรือ 81 น้อยกวา่ 86
เรยี งลำดบั จำนวนจากนอ้ ยไปมาก ได้ 39 53 81 86
หรอื เรยี งลำดบั จำนวนจากมากไปนอ้ ย ได้ 86 81 53 39
3. ครูนำบัตรตัวเลข 5 บัตรติดบนกระดาน เช่น 27 34 100 71 67 แนะนำการเรียงลำดับ
จำนวนจากมากไปน้อย
ครถู ามว่า 27 34 100 71 67 จำนวนใดมากทสี่ ุด เพราะเหตุใด (100 เพราะ 100 เป็นจำนวน
ท่ีมสี ามหลัก) ครูแนะนำให้พิจารณาจำนวนท่เี หลือ 27 34 71 67
27 เลขโดดในหลักสบิ มคี า่ เท่าไร (2)
34 เลขโดดในหลกั สิบ มคี ่าเทา่ ไร (30)
71 เลขโดดในหลกั สบิ มคี ่าเทา่ ไร (70)
67 เลขโดดในหลักสิบ มีคา่ เทา่ ไร (60)
จำนวนใดนอ้ ยทสี่ ุด เพราะเหตุใด (27 นอ้ ยทส่ี ดุ เพราะเลขโดดในหลักสบิ มคี า่ 20)
ครูแนะนำให้พิจารณาจำนวนทเ่ี หลอื 34 71 67
34 เลขโดดในหลกั สิบ มคี ่าเท่าไร (30)
71 เลขโดดในหลกั สบิ มีค่าเท่าไร (70)
67 เลขโดดในหลกั สิบ มีค่าเทา่ ไร (60)
จะได้ 34 นอ้ ยกว่า 67 และ 67 นอ้ ยกวา่ 71
เรียงลำดบั จำนวนจากน้อยไปมาก ได้ 27 34 67 71 100
เรยี งลำดับจำนวนจากมากไปนอ้ ย ได้ 100 71 67 34 27
4. ครจู ัดกจิ กรรมเชน่ น้ี 2 – 3 ครั้ง ครูตรวจสอบความถูกตอ้ งในการปฏิบัติของนกั เรียน
5. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 11 การเรียงลำดับจำนวน เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียนช่วยกัน
ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง จากนัน้ ครูและนกั เรยี นร่วมกันเฉลยกจิ กรรมในใบงานท่ี 11
ขั้นสรปุ
6. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังนี้ การเรียงลำดับจำนวนทำได้โดยหา
จำนวนที่มากที่สุด และน้อยที่สุดก่อน จากนั้นนำจำนวนที่เหลือมเปรียบเทียบกัน แล้วเรียงลำดับจากน้อยไป
มากหรอื มากไปน้อย
สือ่ การเรียนรู้
1. แผน่ ตารางรอ้ ย แผน่ ตารางสิบ และแผ่นตารางหนว่ ย
2. บตั รตวั เลขแสดงจำนวนสองหลกั
3. ใบงานที่ 11 การเรียงลำดับจำนวน
การวดั ผลและประเมนิ ผล
ส่ิงที่ต้องการวดั วธิ ีวดั เครอ่ื งมอื วดั เกณฑ์การประเมิน
1. ด้านความรู้ ตรวจใบงานที่ 11
2. ดา้ นทักษะ สังเกตพฤตกิ รรมดา้ น ใบงานที่ 11 ผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ 70 ข้ึนไป
กระบวนการ ทักษะกระบวนการ
3. ดา้ นคุณลักษณะ สงั เกตพฤติกรรมดา้ น แบบสงั เกตพฤตกิ รรม นกั เรยี นได้คะแนนระดบั
ทพ่ี งึ ประสงค์ คุณลักษณะที่พึง
ประสงค์ ดา้ นทกั ษะกระบวนการ พอใช้ข้นึ ไป
แบบสังเกตพฤติกรรม นักเรียนไดค้ ะแนนคณุ ภาพ 2
ด้านคุณลักษณะ ทุกรายการขนึ้ ไปถอื วา่ ผา่ น
ทีพ่ งึ ประสงค์ เกณฑ์
ความคดิ เห็นผบู้ ริหาร
ลงชอื่ .....................................ผ้ตู รวจ
()
ผ้อู ำนวยการโรงเรียน
..../................../........
บันทกึ หลงั การเรยี นการสอน
1. ผลการเรียนรู้
2. ปัญหาและอปุ สรรค
3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางในการแก้ปญั หา
ลงชื่อ.....................................ผ้สู อน
()
..../................../........
ใบงานท่ี 11 การเรียงลำดบั จำนวน
ตอนที่ 1 เรยี งลำดบั จำนวนจากมากไปหาน้อย
65 78 51 43
56 65 93 89
77 44 96 32
81 70 88 69
ตอนที่ 2 เรียงลำดบั จำนวนจากน้อยไปหามาก
28 51 32 88
46 74 70 97
58 85 39 60
28 32 86 48
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 12
รายวชิ าคณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 1
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 10 จำนวนนบั 21 ถึง 100 เวลาเรยี น 17 ชว่ั โมง
เรื่อง แบบรูปของจำนวนท่เี พ่มิ ขึน้ ทีละ 1 เวลาเรียน 1 ช่ัวโมง
สอนวันที.่ ...... เดือน.......................... พ.ศ. ......... ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
................................................................................................................................................................
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ
จำนวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และการ
นำไปใช้
ตัวชว้ี ดั
ค 1.1 ป.1/1 : ระบุจำนวนที่หายไปในแบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละ 1 และทีละ 10
และระบุรปู ท่ีหายไปในแบบรูปซำ้ ของรูปเรขาคณติ และรูปอืน่ ๆ ทีส่ มาชกิ ในแต่ละชุด
ท่ซี ้ำมี 2 รูป
สาระสำคัญ
แบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นทีละ 1 เป็นชุดของจำนวนที่มีความสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่องในลักษณะ
ของการเพ่มิ ขนึ้ ทลี ะ 1 เช่น 10 11 12 13 14
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายเกย่ี วกบั แบบรูปของจำนวนท่ีเพม่ิ ขน้ึ ทีละ 1 ได้ (K)
2. บอกจำนวนและความสมั พนั ธใ์ นแบบรูปของจำนวนทีเ่ พม่ิ ข้ึนทีละ 1 ได้ (P)
3. นำความร้เู ก่ยี วกบั แบบรูปของจำนวนทเี่ พ่มิ ขึน้ ทลี ะ 1 ไปใช้แกป้ ัญหาทางคณติ ศาสตรไ์ ด้ (A)
สาระการเรียนรู้
แบบรปู ของจำนวนทีเ่ พ่มิ ขึน้ ทีละ 1
ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
1. ความสามารถในการแก้ปัญหา
2. ความสามารถในการสอ่ื สารและการสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร์
3. ความสามารถในการใหเ้ หตุผล
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวินยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มงุ่ ม่ันในการทำงาน
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นำเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ครูทบทวนความรเู้ รือ่ ง การนบั เพิม่ ทลี ะ 1 โดยครูกำหนดจำนวนหน่ึงจำนวนบนกระดาน แลว้
ครสู ุ่มนกั เรียน 3 คน นบั จำนวนต่อจากจำนวนทกี่ ำหนดเพ่ิมทลี ะ 1 โดยให้นบั ต่อคนละ 1 จำนวน
2. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคดิ
- การนับเพิ่มทีละ 1 จำนวนถัดไปจะเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับจำนวนเริ่มต้น (จะมีค่า
มากกว่าจำนวนเริม่ ตน้ อยู่ 1)
ขั้นสอน
3. ครูเขียนแบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นทีละ 1 บนกระดาน เช่น 27 28 29 30 31 …
จากน้ันครูถามนกั เรยี น ดังน้ี
- แบบรูปของจำนวนมคี วามสมั พนั ธแ์ บบเพ่ิมขึน้ หรอื ลดลงทลี ะเท่าใด (เพมิ่ ขน้ึ ทลี ะ 1)
- นักเรียนมีวิธคี ดิ อย่างไร (ใช้วิธีบวกทีละ 1 หรือนบั เพม่ิ ทลี ะ 1)
- จำนวนถัดจาก 31 ควรเป็นจำนวนใด หาได้อย่างไร (31 โดยนำ 31 บวกด้วย 1 หรือนับ
เพิม่ ทีละ 1 เท่ากับ 31 + 1 = 32)
4. ครูยกตวั อยา่ งแบบรปู ของจำนวนที่เพ่ิมขึ้นทีละ 1 บนกระดานเพ่มิ เตมิ อกี 2-3 ข้อ จากน้ันครู
ขออาสาสมัคร 2-3 คน หาจำนวนท่หี ายไป พรอ้ มใหเ้ หตผุ ล เชน่
- 43 44 45 46 ….
- 56 57 58 … 60 …
5. ครูจดั กิจกรรมเช่นน้ี 2 – 3 ครง้ั ครตู รวจสอบความถกู ตอ้ งในการปฏิบัตขิ องนกั เรียน
6. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 12 แบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นทีละ 1 เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียน
ชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ต้อง จากน้นั ครูและนกั เรยี นร่วมกันเฉลยกจิ กรรมในใบงานที่ 12
ขั้นสรุป
7. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังน้ี แบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นทีละ 1
เป็นชุดของจำนวนที่มีความสมั พันธก์ นั อย่างต่อเนอ่ื งในลักษณะของการเพิม่ ขึน้ ทลี ะ 1 เชน่ 10 11 12 13 14
สอื่ การเรียนรู้
ใบงานท่ี 12 แบบรูปของจำนวนที่เพ่ิมข้นึ ทีละ 1
การวดั ผลและประเมินผล
สง่ิ ท่ีตอ้ งการวัด วธิ ีวัด เครือ่ งมอื วัด เกณฑ์การประเมนิ
1. ด้านความรู้ ตรวจใบงานที่ 12
2. ด้านทักษะ สงั เกตพฤตกิ รรมดา้ น ใบงานที่ 12 ผ่านเกณฑร์ อ้ ยละ 70 ขึ้นไป
กระบวนการ ทักษะกระบวนการ
3. ดา้ นคณุ ลักษณะ สังเกตพฤติกรรมดา้ น แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรียนได้คะแนนระดับ
ที่พึงประสงค์ คุณลกั ษณะที่พงึ
ประสงค์ ด้านทักษะกระบวนการ พอใช้ข้นึ ไป
แบบสังเกตพฤตกิ รรม นกั เรียนไดค้ ะแนนคุณภาพ 2
ด้านคุณลกั ษณะ ทุกรายการข้ึนไปถอื ว่าผา่ น
ที่พึงประสงค์ เกณฑ์
ความคดิ เห็นผบู้ ริหาร
ลงชอื่ .....................................ผ้ตู รวจ
()
ผ้อู ำนวยการโรงเรียน
..../................../........
บันทกึ หลงั การเรยี นการสอน
1. ผลการเรียนรู้
2. ปัญหาและอปุ สรรค
3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางในการแก้ปญั หา
ลงชื่อ.....................................ผ้สู อน
()
..../................../........
ใบงานท่ี 12 แบบรปู ของจำนวนท่ีเพ่มิ ขึ้นทลี ะ 1
คำชีแ้ จง เติมตัวเลขท่หี ายไปในแบบรูป
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 13
รายวชิ าคณติ ศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 1
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 10 จำนวนนับ 21 ถงึ 100 เวลาเรียน 17 ชั่วโมง
เร่อื ง แบบรปู ของจำนวนท่ลี ดลงทลี ะ 1 เวลาเรียน 1 ชั่วโมง
สอนวันที่....... เดือน.......................... พ.ศ. ......... ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564
................................................................................................................................................................
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของ
จำนวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และการ
นำไปใช้
ตัวชีว้ ดั
ค 1.1 ป.1/1 : ระบุจำนวนที่หายไปในแบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละ 1 และทีละ 10
และระบรุ ปู ท่ีหายไปในแบบรูปซ้ำของรูปเรขาคณติ และรูปอน่ื ๆ ท่ีสมาชิกในแต่ละชุด
ทีซ่ ้ำมี 2 รปู
สาระสำคญั
แบบรูปของจำนวนท่ีลดลงทีละ 1 เปน็ ชุดของจำนวนท่ีมีความสัมพันธก์ ันอยา่ งต่อเนือ่ งในลักษณะของ
การลดลงทลี ะ 1 เชน่ 30 29 28 27 26
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายเก่ียวกับแบบรปู ของจำนวนท่ลี ดลงทลี ะ 1 ได้ (K)
2. บอกจำนวนและความสัมพันธใ์ นแบบรปู ของจำนวนท่ลี ดลงทีละ 1 ได้ (P)
3. นำความรูเ้ กีย่ วกับแบบรปู ของจำนวนที่ลดลงทีละ 1 ไปใช้แก้ปัญหาทางคณติ ศาสตร์ได้ (A)
สาระการเรยี นรู้
แบบรูปของจำนวนทล่ี ดลงทลี ะ 1
ทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์
1. ความสามารถในการแก้ปญั หา
2. ความสามารถในการส่ือสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์
3. ความสามารถในการใหเ้ หตผุ ล
คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. มวี ินัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. ม่งุ ม่ันในการทำงาน
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ครทู บทวนความรเู้ ร่อื ง การนบั เพ่ิมทีละ 1 โดยครูกำหนดจำนวนหนึง่ จำนวนบนกระดาน แล้ว
ครูสมุ่ นักเรียน 3 คน นบั จำนวนตอ่ จากจำนวนท่กี ำหนดเพมิ่ ทลี ะ 1 โดยใหน้ ับตอ่ คนละ 1 จำนวน
2. นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด
- การนับเพิ่มทีละ 1 จำนวนถัดไปจะเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับจำนวนเริ่มต้น (จะมีค่า
มากกว่าจำนวนเร่มิ ต้นอยู่ 1)
ข้นั สอน
3. ครูเขียนแบบรูปของจำนวนที่ลดลงทีละ 1 บนกระดาน เช่น 58 57 56 55 … จากนั้นครู
ถามนกั เรยี น ดงั น้ี
- แบบรูปของจำนวนมคี วามสมั พนั ธ์แบบเพ่ิมข้นึ หรือลดลงทีละเทา่ ใด (ลดลงทลี ะ 1)
- นกั เรียนมวี ธิ ีคดิ อย่างไร (ใชว้ ธิ ลี บทีละ 1 หรือนบั ลดลงทลี ะ 1)
- จำนวนถัดจาก 55 ควรเปน็ จำนวนใด หาไดอ้ ยา่ งไร (54 โดยนำ 55 ลบด้วย 1 หรือลดลง
ทลี ะ 1 เทา่ กับ 55 - 1 = 54)
4. ครูยกตัวอย่างแบบรูปของจำนวนที่ลดลงทีละ 1 บนกระดานเพิ่มเติมอีก 2-3 ข้อ จากนั้นครู
ขออาสาสมัคร 2-3 คน หาจำนวนท่ีหายไป พรอ้ มให้เหตุผล เช่น
- 74 73 72 71 ….
- 60 59 58 … 56 …
5. ครจู ดั กจิ กรรมเช่นน้ี 2 – 3 คร้ัง ครูตรวจสอบความถกู ต้องในการปฏิบตั ขิ องนักเรียน
6. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 13 แบบรูปของจำนวนที่ลดลงทีละ 1 เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียน
ชว่ ยกันตรวจสอบความถกู ต้อง จากนน้ั ครูและนักเรยี นรว่ มกนั เฉลยกจิ กรรมในใบงานที่ 13
ขั้นสรปุ
7. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั สรุปสงิ่ ท่ีได้เรียนรู้รว่ มกัน ดงั นี้ แบบรูปของจำนวนท่ีลดลงทีละ 1 เป็น
ชดุ ของจำนวนท่มี ีความสัมพนั ธก์ นั อยา่ งตอ่ เน่ืองในลกั ษณะของการลดลงขน้ึ ทีละ 1 เช่น 33 32 31 30 29
สอ่ื การเรยี นรู้
ใบงานที่ 13 แบบรูปของจำนวนทีล่ ดลงทลี ะ 1
การวดั ผลและประเมินผล
สง่ิ ท่ีตอ้ งการวัด วธิ ีวัด เครือ่ งมอื วัด เกณฑ์การประเมนิ
1. ด้านความรู้ ตรวจใบงานที่ 13
2. ด้านทักษะ สงั เกตพฤตกิ รรมดา้ น ใบงานที่ 13 ผ่านเกณฑร์ อ้ ยละ 70 ขึ้นไป
กระบวนการ ทักษะกระบวนการ
3. ดา้ นคณุ ลักษณะ สังเกตพฤติกรรมดา้ น แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรียนได้คะแนนระดับ
ที่พึงประสงค์ คุณลกั ษณะที่พงึ
ประสงค์ ด้านทักษะกระบวนการ พอใช้ข้นึ ไป
แบบสังเกตพฤตกิ รรม นกั เรียนไดค้ ะแนนคุณภาพ 2
ด้านคุณลกั ษณะ ทุกรายการข้ึนไปถอื ว่าผา่ น
ที่พึงประสงค์ เกณฑ์
ความคดิ เห็นผบู้ ริหาร
ลงชอื่ .....................................ผ้ตู รวจ
()
ผ้อู ำนวยการโรงเรียน
..../................../........
บันทกึ หลงั การเรยี นการสอน
1. ผลการเรียนรู้
2. ปัญหาและอปุ สรรค
3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางในการแก้ปญั หา
ลงชื่อ.....................................ผ้สู อน
()
..../................../........
ใบงานที่ 13 แบบรูปของจำนวนทีล่ ดลงทลี ะ 1
คำช้แี จง เตมิ ตวั เลขทห่ี ายไปในแบบรปู
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 14
รายวิชาคณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 1
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 10 จำนวนนับ 21 ถงึ 100 เวลาเรยี น 17 ช่ัวโมง
เรื่อง แบบรปู ของจำนวนท่ีเพ่มิ ขึ้นทีละ 10 เวลาเรียน 1 ชัว่ โมง
สอนวนั ที่....... เดอื น.......................... พ.ศ. ......... ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
................................................................................................................................................................
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 1.1 : เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของ
จำนวน ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการ สมบัติของการดำเนินการ และการ
นำไปใช้
ตวั ชวี้ ดั
ค 1.1 ป.1/1 : ระบุจำนวนที่หายไปในแบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละ 1 และทีละ 10
และระบุรปู ทหี่ ายไปในแบบรูปซ้ำของรูปเรขาคณิตและรูปอน่ื ๆ ทีส่ มาชิกในแต่ละชุด
ทซ่ี ำ้ มี 2 รปู
สาระสำคัญ
แบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นทีละ 10 เป็นชุดของจำนวนท่ีมีความสัมพันธก์ ันอย่างต่อเนือ่ งในลักษณะ
ของการเพ่ิมขนึ้ ทลี ะ 10 เชน่ 42 52 62 72 82
จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายเก่ยี วกับแบบรูปของจำนวนท่เี พิม่ ข้ึนทีละ 10 ได้ (K)
2. บอกจำนวนและความสัมพันธใ์ นแบบรูปของจำนวนท่ีเพิ่มขึ้นทลี ะ 10 ได้ (P)
3. นำความรูเ้ กย่ี วกบั แบบรปู ของจำนวนทีเ่ พิ่มขนึ้ ทลี ะ 10 ไปใช้แกป้ ญั หาทางคณิตศาสตรไ์ ด้ (A)
สาระการเรยี นรู้
แบบรูปของจำนวนทเี่ พ่มิ ขึ้นทลี ะ 10
ทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์
1. ความสามารถในการแก้ปญั หา
2. ความสามารถในการสอ่ื สารและการสื่อความหมายทางคณติ ศาสตร์
3. ความสามารถในการให้เหตุผล
คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ นำเข้าสบู่ ทเรยี น
1. นักเรียนทบทวนความรู้ เรื่อง แบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละ 1 โดยนักเรียน
แบ่งเป็น 2 ฝ่าย แต่ละฝ่ายส่งผู้แทนร่วมกิจกรรมครั้งละ 3 คน คนแรกออกมาติดบัตรภาพชุดของจำนวนที่
เพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละ 1 แล้วผู้แทนอีก 2 คนช่วยกันวาดรูปต่อไปอีก 2 รูป เพื่อให้เป็นแบบรูปที่ถูกตอ้ ง โดยมี
นกั เรยี นและครรู ว่ มกันตรวจสอบความถกู ต้อง
2. นักเรียนศึกษา รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับแบบรูปและความสัมพันธ์ของจำนวน (แบบรูปของ
จำนวนนับที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงทีละ 1) จากแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น การสังเกต การ
สนทนากับเพ่อื นในชัน้ เรยี น
ขัน้ สอน
3. ครูทบทวนการนับเพิ่มทีละ 10 จากสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น นักเรียนหยอดกระปุกออมสิน
ทกุ วัน วันละ 10 บาท เป็นเวลา 5 วัน จะไดเ้ งินทั้งหมดเท่าไหร่ แล้วให้นกั เรียนจดั ตวั นบั โดยครตู ้ังคำถามแล้ว
นกั เรยี นรว่ มกันตอบคำถาม เชน่
- แตล่ ะวนั เก็บเงินได้เทา่ ไร (10 บาท)
- ถ้านำเงนิ วันที่ 1 มารวมกับเงนิ วันท่ี 2 นับรวมกนั ไดเ้ ทา่ ไร (10 + 10 = 20)
- ถ้านำเงนิ วันที่ 1, 2, 3 มารวมกันจะได้เท่าไร (30 บาท)
- ถา้ นำเงินวันที่ 5 มารวมกบั วนั ท่ี 1, 2, 3 และ 4 จะได้เท่าไร (50 บาท)
- เขยี นตัวเลขได้จากการรวมเงิน เรยี งตามลำดับไดอ้ ย่างไร (นกั เรยี นออกมาติดตัวเลขตาม
ภาพ 10 20 30 40 50)
4. ครูแนะนำว่าตัวเลขชุดนี้ เป็นชุดของจำนวนที่ได้จากการนับเพิ่มทีละ 10 และมี 10 เป็น
จำนวนเรม่ิ ตน้
5. ครูให้นักเรียนเขียนชุดของจำนวนที่เป็นการนับเพิ่มทีละ 100 โดยมีจำนวนเริ่มต้นอื่นๆ โดย
นับเพิม่ อกี 2 จำนวน เชน่
- 31 41 51 61 …. ....
- 45 55 65 75 .... ....
6. ครจู ดั กจิ กรรมเช่นน้ี 2 – 3 ครั้ง ครูตรวจสอบความถกู ต้องในการปฏบิ ัติของนักเรยี น
7. ครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 14 แบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นทีละ 10 เมื่อเสร็จแล้วให้นักเรียน
ชว่ ยกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง จากนน้ั ครูและนักเรียนรว่ มกนั เฉลยกิจกรรมในใบงานที่ 14
ขน้ั สรุป
8. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน ดังนี้ แบบรูปของจำนวนที่เพิ่มขึ้นทีละ 10
เป็นชดุ ของจำนวนท่ีมคี วามสมั พนั ธ์กนั อยา่ งตอ่ เนื่องในลกั ษณะของการเพม่ิ ข้ึนทลี ะ 10 เช่น 61 71 81 91
ส่ือการเรยี นรู้
ใบงานที่ 14 แบบรปู ของจำนวนทเ่ี พมิ่ ข้ึนทีละ 10
การวดั ผลและประเมนิ ผล
สิ่งทต่ี อ้ งการวัด วิธวี ดั เครื่องมอื วดั เกณฑ์การประเมิน
1. ดา้ นความรู้ ตรวจใบงานท่ี 14
2. ดา้ นทักษะ สงั เกตพฤตกิ รรมดา้ น ใบงานท่ี 14 ผา่ นเกณฑร์ อ้ ยละ 70 ข้ึนไป
กระบวนการ ทกั ษะกระบวนการ
3. ดา้ นคณุ ลกั ษณะ สงั เกตพฤติกรรมดา้ น แบบสังเกตพฤติกรรม นกั เรยี นได้คะแนนระดับ
ที่พงึ ประสงค์ คุณลักษณะทพ่ี งึ
ประสงค์ ด้านทกั ษะกระบวนการ พอใชข้ ึ้นไป
แบบสังเกตพฤตกิ รรม นักเรยี นได้คะแนนคณุ ภาพ 2
ด้านคุณลกั ษณะ ทุกรายการขนึ้ ไปถือวา่ ผ่าน
ที่พงึ ประสงค์ เกณฑ์
ความคดิ เห็นผบู้ ริหาร
ลงชอื่ .....................................ผ้ตู รวจ
()
ผ้อู ำนวยการโรงเรียน
..../................../........
บันทกึ หลงั การเรยี นการสอน
1. ผลการเรียนรู้
2. ปัญหาและอปุ สรรค
3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางในการแก้ปญั หา
ลงชื่อ.....................................ผ้สู อน
()
..../................../........
ใบงานท่ี 14 แบบรูปของจำนวนท่ีเพ่มิ ขน้ึ ทลี ะ 10
คำชีแ้ จง เติมตัวเลขท่หี ายไปในแบบรปู