การฝกึ ปฏบิ ตั ิทกั ษะการบาบัดทางการพยาบาล ก
คาชี้แจง
แนวทางการฝกึ ปฏบิ ตั ิทักษะการบาบดั ทางการพยาบาลนจี้ ดั ทาขนึ้ เพอื่ ใหน้ ักศึกษาไดฝ้ ึก
ทักษะการบาบดั ทางการพยาบาลเบื้องตน้ ในห้องปฏบิ ัติการ (Nursing lab) กอ่ นข้นึ ฝึกปฏิบัตจิ รงิ กับ
ผรู้ บั บริการวัยผู้ใหญแ่ ละผสู้ ูงอายุในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษาเพื่อให้เกิด
ความมั่นใจในการฝึกปฏบิ ตั ิทักษะการบาบดั ทางการพยาบาลในสถานการณจ์ ริง
ในแนวทางการฝึกปฏบิ ัติทกั ษะการบาบัดทางการพยาบาลนี้ประกอบดว้ ย แนวคดิ ของแต่
ละทักษะการบาบดั ทางการพยาบาล รวมท้ังอปุ กรณ์ท่ีใช้ฝกึ ในแต่ละทักษะ แนวทางการฝึกปฏิบตั ิทกั ษะการ
บาบดั ทางการพยาบาลของแต่ละทักษะการบาบัดทางการพยาบาล ก่อนเข้าฝึกทกั ษะการบาบัดทางการ
พยาบาลในห้องปฏิบตั ิการขอใหน้ ักศึกษาอ่านเอกสารประกอบการเรยี นการสอน วิชา NU 111 204 การ
บาบัดทางการพยาบาล (สายการพยาบาลผู้ใหญ่และผ้สู ูงอาย)ุ และดูคลปิ วดิ โิ อทเี่ กยี่ วข้องกบั ทักษะการ
บาบดั ทางการพยาบาลทจี่ ะฝึกประกอบ รายละเอียดของคลปิ วิดิโอได้ระบุไว้ในหัวข้อทบทวนความรู้ก่อน
ทากจิ กรรมในแต่ละหัวข้อของการฝึกทักษะ เมื่อเสร็จสน้ิ การฝกึ ทักษะการบาบัดทางการพยาบาล
นกั ศกึ ษาจะไดท้ าแบบทดสอบหลงั การฝกึ ปฏิบตั ิทักษะการบาบดั ทางการพยาบาลนั้นๆ
รวบรวมและเรยี บเรียงโดย
ผศ. ดร. กลา้ เผชญิ โชคบารงุ
อ. ดร. ณิชาภตั ร พุฒิคามนิ
ผศ. ดร. มะลวิ ลั ย์ ศลิ ารตั น์
อ. ดร. วราลักษณ์ กิตติวฒั น์ไพศาล
รศ. อาพน ศรรี ักษา
พฤษภาคม 2563
การฝึกปฏิบตั ิทักษะการบาบัดทางการพยาบาล ข
สารบัญ
คาชแ้ี จง หน้า
สารบญั ก
การควบคมุ และการปอ้ งกนั การแพรก่ ระจายเชื้อ ข
การดูแลผู้ทมี่ ีการจากัดการเคล่ือนไหว 1
การดแู ลสขุ วิทยาสว่ นบคุ คลและหนว่ ยผรู้ บั บรกิ าร 9
การดูแลเพื่อตอบสนองความต้องการดา้ นอาหารและน้าและการสวนลา้ งกระเพาะอาหาร 19
การดแู ลเพ่ือตอบสนองความตอ้ งการดา้ นการขับถ่าย 27
การดูแลเกีย่ วกับการใหย้ า 33
การให้ออกซเิ จนและสง่ เสริมการไดร้ บั ออกซิเจน 51
การดูแลบาดแผล 61
บรรณานกุ รม 72
79
การฝกึ ปฏบิ ัติทักษะการบาบัดทางการพยาบาล 1
การฝกึ ปฏบิ ตั ิทกั ษะการบาบดั ทางการพยาบาล
เรอื่ ง การควบคุมและการป้องกนั การแพรก่ ระจายเชือ้
แนวคิด:
ในการปฏิบตั ิการพยาบาล พยาบาลจะตอ้ งคานงึ ถึงการควบคุมและปอ้ งกนั การแพร่กระจายเช้ือ
เพือ่ ควบคมุ และป้องกันการติดเชือ้ ท่ีอาจจะเกดิ ขน้ึ กับผ้ปู ่วยและรวมถึงตัวของพยาบาลเอง การควบคุมและ
ปอ้ งกันการแพร่กระจายเช้ือสามารถทาไดโ้ ดยการลดจานวนเชอื้ โรคโดยการลา้ งมือ การปอ้ งกนั การสัมผสั สิ่ง
คดั หลั่ง เชน่ การสวมเสอื้ คลมุ การสวมถงุ มือ (disposable medical gloves) และการใชท้ ักษะปลอดเช้ือ
เช่น การสวมใสถ่ ุงมือปราศจากเชื้อ (sterile gloves) การเตรียมห่อของปราศจากเช้ือ (เปิด-ปิดหอ่ ของ) ใน
ทีน่ ้จี ะกลา่ วถึงวธิ กี ารในการควบคมุ และป้องกันการแพรก่ ระจายเชือ้ ได้แก่ การลา้ งมือท่ัวไป (normal
hand washing) การสวมใส่และถอดถุงมือชนดิ ปราศจากเชื้อ (donning and removing sterile gloves)
การใสแ่ ละถอดเส้ือคลมุ (donning and removing gown) และ การเตรียมห่อของปราศจากเชื้อ (เปดิ -ปิด
ห่อของ) (opening and closing a sterile package)
วตั ถปุ ระสงค์การเรียนรู้: หลังจบการฝกึ ปฏิบัตินี้ ผเู้ รียนสามารถ
1. ปฏิบัติการควบคมุ และการป้องกนั การแพร่กระจายเช้อื ได้อย่างถูกต้อง ได้แก่ การล้างมือท่วั ไป
การสวมใสแ่ ละถอดถงุ มือชนิดปราศจากเช้ือ การใส่และถอดเสอื้ คลมุ และการเตรยี มห่อของปราศจากเช้ือ
(เปดิ -ปิดหอ่ ของ)
ทบทวนความรกู้ ่อนทากจิ กรรม:
1. ใหผ้ ้เู รียนอา่ นเอกสารประกอบการเรยี นการสอน วิชา NU 111 204 การบาบดั ทางการพยาบาล
(สายการพยาบาลผูใ้ หญ่และผู้สูงอาย)ุ หวั ข้อ การดแู ลเพ่ือป้องกันและควบคุมการตดิ เชอ้ื คณะพยาบาล
ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
2. ดู clip VDO ทักษะทางการพยาบาล เร่อื ง การล้างมือท่ัวไป (2.57 นาท)ี , การสวมใส่ถงุ มือ
(2.55 นาที) และการเตรยี มห่อของปราศจากเชอ้ื (เปดิ -ปดิ ห่อของ) (3.08 นาที)
กจิ กรรมการเรยี นรู้: ใหผ้ ้เู รยี นปฏบิ ตั ิกจิ กรรมตามลาดบั ต่อไปนี้
1. ทบทวนเรือ่ งการปอ้ งกันการแพร่กระจายเชื้อกับอาจารย์ประจากลุม่ และเตรยี มอปุ กรณ์ทใ่ี ช้ใน
การฝึกปฏบิ ัติ
การฝกึ ปฏบิ ตั ทิ กั ษะการบาบัดทางการพยาบาล 2
2. ฝกึ ปฏบิ ตั ิตามแนวทางการฝกึ ปฏิบตั ิทกั ษะการบาบดั ทางการพยาบาล เรื่อง การควบคุมและการ
ปอ้ งกนั การแพรก่ ระจายเชื้อ ไดแ้ ก่ การล้างมือทว่ั ไป การสวมใส่และถอดถุงมือชนดิ ปราศจากเชือ้ การใส่
และถอดเสอ้ื คลุม และการเตรียมหอ่ ของปราศจากเชื้อ (เปิด-ปดิ หอ่ ของ)
3. ฝึกปฏบิ ัติตามแนวทางการฝกึ ปฏิบตั ิทักษะการบาบัดทางการพยาบาล เร่ือง การควบคุมและการ
ป้องกันการแพรก่ ระจายเช้ือ ได้แก่ การลา้ งมอื ทวั่ ไป การสวมใส่และถอดถงุ มือชนิดปราศจากเชอ้ื การใส่
และถอดเส้อื คลมุ และการเตรียมห่อของปราศจากเช้อื (เปิด-ปดิ ห่อของ) โดยอาจารย์ประจากลุม่ ประเมนิ
การฝึกปฏิบัติตามแนวทางการฝึกปฏบิ ัติทกั ษะการบาบัดทางการพยาบาลฯ พร้อมท้ังให้ขอ้ เสนอแนะ
4. สรุปการเรียนรู้ร่วมกบั อาจารยป์ ระจากลมุ่ และทาแบบทดสอบหลงั ฝึกปฏิบตั ิ
เคร่อื งมือและอุปกรณ์ทตี่ อ้ งการ:
1. แนวทางการฝึกปฏบิ ตั ิทักษะการบาบัดทางการพยาบาล เร่ือง การควบคมุ และการป้องกันการ
แพรก่ ระจายเช้ือ ไดแ้ ก่ การล้างมอื ท่วั ไป การสวมใส่และถอดถุงมือชนิดปราศจากเชื้อ การใส่เสอ้ื คลุม
และการเตรยี มห่อของปราศจากเชือ้ (เปิด-ปดิ ห่อของ)
2. ก๊อกน้าและอา่ งล้างมือ 10. Tray ปราศจากเชื้อพร้อมฝาปดิ บรรจุ
3. สบ่เู หลว/สบกู่ อ้ น curette, probe, scissors
4. ผา้ เชด็ มือ/กระดาษเชด็ มือ 11. ถุงมือ sterile
5. ปากคีบและกระปุก 12. หมวก
6. เซ็ตทาแผล 13. Cloth mask แบบผกู
7. สาลีก้อนปราศจากเชอื้ 14. Disposable mask แบบคล้องหู
8. ผา้ กอ๊ สปราศจากเช้อื 15. เสื้อคลุม
9. ขวดแกว้ บรรจุน้ายา 0.9% NSS. 16. เสาสาหรับแขวนเสอื้ /เสาแขวนขวดน้าเกลือ
การประเมนิ ผล:
1.การทาแบบทดสอบหลงั ฝกึ ปฏบิ ัติ
2. การมีสว่ นร่วมในการเรยี นรู้จากการฝกึ ปฏบิ ัติ
การฝกึ ปฏิบตั ิทักษะการบาบัดทางการพยาบาล 3
แนวทางการฝกึ ปฏบิ ัติทักษะการบาบัดทางการพยาบาล
เรอ่ื ง การควบคมุ และการปอ้ งกันการแพรก่ ระจายเชอื้
คาชแ้ี จง ให้ทาเครือ่ งหมาย / ลงในช่องวา่ ง
กจิ กรรม ตนเอง ผู้สอน
การล้างมอื ทว่ั ไป (Normal Hand washing) ปฏบิ ตั ิ ไมป่ ฏิบตั ิ ปฏบิ ตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ
1.ถอดนาฬกิ าข้อมือและเครอ่ื งประดับออก
2.หากใสเ่ สอ้ื แขนยาวใหพ้ ับแขนเส้อื ไว้เหนือข้อศอก
3.ยืนในทา่ ทีส่ บายห่างจากก๊อกนา้ ประมาณ ½-1 ฟตุ
4.เปดิ นา้ ใหไ้ หลผา่ นจากข้อมือลงสู่มือ โดยใหน้ ้ิวมือช้ลี งลา่ ง
5.กดสบเู่ หลวออกมาประมาณ 3-5 มิลลลิ ติ ร หรือเทสบู่เหลวลงในมือ
6.ปฏิบัตติ ามขน้ั ตอนการลา้ งมือ ดังน้ี
ขน้ั ตอนที่ 1 ถฝู ่ามอื โดยใชฝ้ ่ามอื 2 ขา้ งถูกนั
ข้ันตอนที่ 2 ถูหลังมือโดยใช้ฝ่ามือข้างหน่ึงถูหลังมืออีกข้างหน่ึง ใน
ขณะเดียวกนั ถูซอกนว้ิ มือ โดยกางน้วิ มือท้งั 2 ข้าง ประสานมอื ถรู ะหว่างซอกนว้ิ
มือให้ทว่ั ตง้ั แต่ปลายนวิ้ ถงึ ซอกนิว้ สลบั ทาทงั้ 2 ขา้ ง
ขัน้ ตอนท่ี 3 ถูหลงั น้วิ มอื โดยใชฝ้ ่ามือถูหลงั นิ้วมือ สลบั ทาท้ัง 2 ขา้ ง
ขั้นตอนที่ 4 ถูน้ิวหัวแม่มือ โดยกามือถูวนรอบหัวแม่มือด้านตรงสลับทาทั้ง
2 ข้าง
ขั้นตอนที่ 5 ถูปลายนวิ้ โดยใชป้ ลายนว้ิ ถกู บั ฝา่ มอื สลับทาทั้ง 2 ขา้ ง
ข้ันตอนที่ 6 ถูข้อมือ โดยใช้มือถูวนรอบข้อมือด้านตรงข้าม สลับทาทั้ง 2
ข้าง
7.ล้างฟองสบู่ออกให้หมด ให้น้าไหลจากข้อมือลงสู่มือ ให้นิว้ มอื ชลี้ งข้างลา่ ง
8.ใช้ผ้าแห้งที่สะอาดเช็ดมือแต่ละข้าง ครั้งละคร่ึงผืนเช็ดจากบรเิ วณมือ ซอกน้ิว
มือ ไปยังขอ้ มือโดยไม่ยอ้ นไปมา หลงั จากนน้ั เชด็ มอื อกี ข้างด้วยวธิ กี ารเดยี วกนั
9.ปิดกอ๊ กนา้ โดยใชผ้ า้ แหง้ หรอื กระดาษท่ีสะอาดรองมือในการปดิ ก๊อกน้า
การหยิบจบั ของทปี่ ราศจากเช้อื โดยใชป้ ากคบี (Transfer forceps)
1. ล้างมือใหส้ ะอาด และเชด็ ใหแ้ ห้งตามหลกั การ
2. ยกปากคีบออกจากกระปุกโดยจบั ดา้ นบนของปากคีบสะอาดปราศจากเชอื้
3. บบี ปลายปากคบี เขา้ หากัน ยกขึน้ มาตรงๆ ไม่ใหป้ ลายของปากคีบสมั ผสั กบั
ขอบกระปุก
4. ถอื ปากคบี ให้ปลายชลี้ งล่างเสมอ หา้ มยกปลายปากคบี ชข้ี ้นึ บน
5. ขณะใช้ปากคบี รกั ษาปลายปากคีบไมใ่ หส้ ัมผสั ส่งิ ท่ีไม่สะอาด
การฝึกปฏบิ ตั ิทกั ษะการบาบัดทางการพยาบาล 4
กิจกรรม ตนเอง ผูส้ อน
6. การเกบ็ ปากคบี ใส่กระปกุ ให้บบี ปลายปากคบี ทัง้ 2 ด้าน เขา้ หากนั ใส่ลงใน ปฏิบตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ ปฏบิ ตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ
กระปกุ
การเปดิ และปิดหอ่ ของปราศจากเชือ้
การเปิดห่อของปราศจากเชือ้
1.ล้างมือใหส้ ะอาด
2.ตรวจสอบความปลอดภัยของหอ่ ของ โดย
- เทปกาวท่ตี ิดหอ่ ของจะมีลายสดี า
- ดูฉลากทีร่ ะบวุ นั หมดอายุ
- ห่อของตอ้ งแห้ง ไม่มีรอยเปิดใช้
3.วางห่อของบนโต๊ะทีแ่ ห้งและสะอาด
4.แกะเทปกาวที่ติดอยหู่ ่อผา้ ออก
5.ใช้น้ิวหัวแม่มือและน้ิวชี้จบั บริเวณมมุ ผ้าด้านบนเพียงเลก็ น้อย เปิดออกไปด้าน
ตรงข้ามกับตวั
6.ใชม้ ือขวาจับมุมผา้ ด้านขวาเปดิ ออกทางดา้ นขวา
7.ใช้มอื ซ้ายจับมุมผา้ ทางด้านซ้ายเปดิ ออกทางด้านซา้ ย
8.จบั มุมผ้าดา้ นล่างเปิดเข้ามาดา้ นใกล้ตัว
9.กรณีมีห่อผา้ ชนั้ ในอกี จะต้องใชป้ ากคบี จับห่อผ้า หรือใชม้ ือทใ่ี ส่ถงุ มอื ปราศจาก
เชอื้ ในการเปิด
การปดิ หอ่ ของปราศจากเช้ือ
1.จับมุมผ้าดา้ นใกล้ตวั ปิดบนห่อของก่อน โดยพบั มุมลงมาเล็กนอ้ ย
2.จับมุมผา้ ด้านขวาปิดทบดา้ นขวาโดยพบั มมุ ไว้ทง้ั 2 ด้าน
3.จับมมุ ผ้าดา้ นซ้ายปดิ ทบด้านซา้ ยโดยพับมมุ ไว้
4.จบั มุมด้านไกลตวั ปิดลงมาเหน็บชายผา้ ให้เรยี บร้อย
การเปิดห่อของสาเรจ็ รูปสะอาดปราศจากเช้อื
1.ตรวจสอบห่อของสาเรจ็ รปู ที่สะอาดปราศจากเชอ้ื
2.ห่อของชนิดท่ีสามารถเปิดแยกออกจากกันได้ ให้จับปลายแต่ละข้างด้วย
นว้ิ หัวแม่มือและน้วิ ชี้ แลว้ ฉกี ออกจากกัน
3.ใช้ปากคีบจับหรือปล่อยให้ของน้นั หล่นลงภายในหอ่ ผา้ ท่ีเปดิ ไว้
4.ยกสูงเหนือห่อผ้าอย่างน้อย 6 น้ิวหรือ15 เซนติเมตร และให้ห่างจากขอบผ้า
แต่ละด้านอย่างน้อย 1 น้ิว
การเปิดภาชนะทีม่ ีฝาปิด
1.ล้างมอื ใหส้ ะอาด
2.เปดิ ฝาออกโดยระมดั ระวังไม่ใหส้ มั ผัสด้านในของฝา
3.กรณีท่เี ปดิ แล้ววางฝา ใหว้ างฝาหงายไวบ้ นโต๊ะ
การฝกึ ปฏิบตั ิทกั ษะการบาบัดทางการพยาบาล 5
กิจกรรม ตนเอง ผ้สู อน
4.กรณีเปดิ แล้วถือไว้ ให้จบั ฝาในลกั ษณะควา่ ลง ปฏิบตั ิ ไมป่ ฏิบตั ิ ปฏบิ ตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ
การเทน้ายาลงในภาชนะปราศจากเชือ้
1. อ่านฉลากยาอย่างน้อย 3 คร้ัง คือ
- ก่อนหยบิ นา้ ยา
- กอ่ นเทน้ายา
- ก่อนเก็บนา้ ยาเขา้ ทีเ่ ดมิ
2. เปดิ ฝาขวดนา้ ยาวางไวใ้ นลักษณะหงายฝา
3. ถือขวดน้ายา โดยหนั ฉลากยาไวด้ ้านบน
4. ถือขวดน้ายาโดยหันก้นขวดอยู่นอกหอ่ ผ้า ยกสูงกว่าภาชนะ 4-6 น้ิว หรือ15
เซนติเมตร
5. เทน้ายาใหไ้ หลช้าๆ และไม่ใหก้ ้นขวดสมั ผสั สิง่ ใดในห่อ
6. ใช้มือจบั ด้านนอกของฝาขวด และปดิ ฝาขวด
การใสแ่ ละถอดถงุ มอื ปราศจากเช้ือ
การใสถ่ งุ มือปราศจากเชอ้ื
1.ลา้ งมือใหส้ ะอาด
2.หยิบซองถุงมือออกจากห่อ แล้ววางในบริเวณท่ีแห้ง สะอาด และอยู่สูงระดับ
เอว
3.ใชม้ ือขวาจับซองถงุ มอื ด้านขวาใหอ้ า้ ออก
4.มอื ซ้ายจบั ดา้ นในของถงุ มอื บริเวณทพ่ี บั ตลบออกไว้
5.ดงึ ถงุ มือออกจากซองโดยไม่ให้สมั ผัสกบั ส่ิงใด
6.ยกถงุ มอื ให้สงู กวา่ ระดับเอว โดยให้สว่ นปลายน้ิวชลี้ งด้านลา่ ง
7.เหยียดมือขวาให้ตรงในลกั ษณะหงายฝา่ มอื ให้น้ิวหัวแม่มืออยู่ด้านหน้าของฝา่
มอื แลว้ สอดมอื ลงไปในถงุ โดยยงั ไม่ตลบขอบถงุ มอื ขึน้
8.ใช้มอื ซา้ ยจับซองถุงมอื ด้านซา้ ย
9.ใช้มือขวาทใี่ ส่ถงุ มือแล้วสอดลงในระหว่างรอยพบั ดา้ นนอกของถงุ มือซา้ ย
10.ยกถุงมอื ออกมาถือไวโ้ ดยระมดั ระวงั ไม่ให้ถุงมือสมั ผสั กับสิง่ ใด
11.ใชม้ อื ซ้ายหยบิ ซองถงุ มือทง้ิ ในตะกรา้ ผ้าทีใ่ ช้แลว้
12.เหยียดมือซ้ายให้ตรงในลักษณะหงายฝ่ามือ ให้นิ้วหัวแม่มืออยู่ด้านหน้าของ
ฝา่ มอื แล้วสอดมอื ลงไปในถงุ
13.ใช้มือทงั้ สองข้างสลับกนั ตลบขอบถุงมอื ขึ้น
การถอดถุงมอื ปราศจากเช้อื
1.ถอดถงุ มอื ด้านขวาโดยใช้มอื ซา้ ยจับขอบถุงมือดา้ นนอก
2.ค่อยๆ ดึงถุงมือด้านนอกตรงฝ่ามือ ให้ด้านในของถุงมือตลบกลับออกมาอยู่
ด้านนอก
การฝกึ ปฏิบตั ทิ ักษะการบาบดั ทางการพยาบาล 6
กจิ กรรม ตนเอง ผูส้ อน
3.ใช้มือขา้ งที่ยังสวมถงุ มือ ถือถงุ มือขา้ งที่ถอดแล้ว ปฏิบตั ิ ไมป่ ฏิบตั ิ ปฏิบตั ิ ไม่ปฏบิ ตั ิ
4.ใชม้ อื ขวาสอดเข้าไปดา้ นในของขอบถุงมือดา้ นซา้ ย
5.ดึงถุงมอื ออกให้ด้านในของถงุ มือตลบกลบั มาอยู่ด้านนอก
6.ทิ้งถุงมอื ที่ถอดออกลงในภาชนะท่ีเตรยี มไว้
7.ล้างมอื ใหส้ ะอาด
การใส่และถอดหมวกและผ้าปิดปากและจมกู
การใสห่ มวก
1. ล้างมือให้สะอาด
2. ใส่หมวกโดยเกบ็ ผมไวใ้ นหมวกให้มิดชดิ
3. ผูกเชือกแบบเง่ือนกระตุกด้านหลังใหพ้ อดี
การใส่ผา้ ปิดปากและจมกู
ชนดิ หนา้ กากอนามยั แบบผูก
1. วางผ้าปิดปากและจมูก โดยหันด้านสีขาวเข้าหาตัวผู้ใส่ ส่วนด้านที่มีสีให้หัน
ออกด้านนอก และใหข้ อบท่ีมีลวดอยูด่ ้านบน
2. จับเชือกเส้นบนคล้องผ่านบนใบหูทั้ง 2 ข้าง ผูกเชือกเป็นเงื่อนกระตุกไว้ท่ี
ดา้ นหลงั ของศรี ษะให้พอดี
3. จบั เชือกเส้นล่าง ผกู ให้กระชับกบั ใบหน้า
4. กดขอบลวดแนบกับดง้ั จมูก
ชนิดหนา้ กากอนามัยแบบคล้องหู
1. วางผ้าปิดปากและจมูก โดยหันด้านสีขาวเข้าหาตัวผู้ใส่ ส่วนด้านท่ีมีสีให้หัน
ออกด้านนอก และใหข้ อบท่มี ลี วดอยูด่ า้ นบน
2. จับเชอื กคลอ้ งผ่านบนใบหทู ลี ะด้าน
3. กดขอบลวดแนบกบั ดงั้ จมูก
4. กรณีที่สวมแว่นตา ขอบของแว่นตาด้านล่างจะต้องทับอยู่บนส่วนบนของผ้า
ปิดปากและจมูก
การถอดผา้ ปิดปากและจมูกและหมวก
การถอดผ้าปดิ ปากและจมกู ชนิดหน้ากากอนามัยแบบผกู
1. กระตกุ สายคลู่ า่ ง
2. กระตกุ สายคู่บน
3. ดึงผา้ ปิดปดิ ปากและจมูกออกจากหน้า
4. จับมุมผ้าปิดปากและจมูกสองข้างพับทบเข้าหากัน โดยเก็บส่วนท่ีสัมผัสกับ
ภายนอกไว้ดา้ นใน
การถอดผา้ ปิดปากและจมูกชนิดหน้ากากอนามัยแบบคล้องหู
1. ดึงเชือกคลอ้ งหอู อกทลี ะข้าง
การฝกึ ปฏบิ ัตทิ กั ษะการบาบัดทางการพยาบาล 7
กิจกรรม ตนเอง ผู้สอน
2. ดึงผ้าปดิ ปดิ ปากและจมูกออกจากหนา้ ปฏบิ ตั ิ ไม่ปฏบิ ตั ิ ปฏบิ ตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ
3. จับมุมผ้าปิดปากและจมูกสองข้างพับทบเข้าหากัน โดยเก็บส่วนท่ีสัมผัสกับ
ภายนอกไว้ด้านใน
การถอดหมวก
1. ดงึ สายที่ผกู ด้านหลังออก
2. มว้ นหมวกให้ดา้ นนอกเข้าไปอยดู่ ้านใน
การใส่และถอดเสอื้ คลมุ
การใส่เส้อื คลุม
1. ลา้ งมอื ใหส้ ะอาดและเชด็ ให้แหง้
2. หยบิ เสอ้ื คลมุ บรเิ วณคอเสื้อยกข้นึ ปล่อยชายเส้อื ลง
3. หันส่วนในของเส้ือคลมุ เข้าหาตวั สอดแขนท้ัง 2 ข้างพร้อมๆ กัน ถ้ามีการติด
ใหใ้ ช้มอื ท่ีอยใู่ นแขนเสื้อช่วยดงึ ด้านนอกได้
4. ใชม้ ือจับสว่ นในของเสอ้ื คลุมด้านหลงั บรเิ วณไหล่จับดึงให้กระชับและไม่ให้ถูก
ผม
5. ดงึ ขอบเสอื้ คลมุ ด้านหลังใหเ้ ข้าหากนั และผูกสาย
6. ผกู สายที่เอวดว้ ยเงือ่ นกระตุก
การถอดเสือ้ คลุม
1. ปลดสายผกู ที่คอด้านหลงั และเอว
2. ใช้มอื ข้างใดข้างหนง่ึ สอดเขา้ ไปในแขนเสอื้ ดา้ นตรงข้าม
3. ดงึ แขนเสื้อคลุมลงมาโดยไม่ให้สมั ผสั กบั เสือ้ คลมุ สว่ นนอก
4. ใชม้ อื อีกขา้ งที่มีเส้อื คลุมปิดอยู่ จบั แขนเส้ือคลมุ อกี ข้างให้หลุดจากไหล่
5. ดึงเสือ้ คลมุ ใหห้ ลดุ จากตวั
6. ม้วนเก็บดา้ นท่ีสกปรกเข้าขา้ งในแล้วม้วนลงในถงั
7. กรณีเป็นเสื้อคลมุ ท่ีต้องการใช้อกี เมื่อถอดออกแลว้ ให้จับคอเส้อื ทบเข้าหากัน
แล้วแขวนไวท้ ่ีแขวนเส้ือ ดงั น้ี
- ถ้าแขวนในห้องผปู้ ่วย ให้เกบ็ ด้านในของเสอ้ื คลุมเข้าข้างในให้มดิ ชดิ
- ถา้ แขวนนอกหอ้ งผ้ปู ว่ ย ใหเ้ ก็บดา้ นนอกของเสื้อคลมุ เขา้ ขา้ งในให้มดิ ชิด
8. ลา้ งมือใหส้ ะอาด
ผลการประเมนิ ( ) ผา่ น ( ) ไมผ่ า่ น
การฝกึ ปฏิบตั ิทกั ษะการบาบดั ทางการพยาบาล 8
ข้อเสนอแนะ
...............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ...............................................อาจารยผ์ ้ปู ระเมิน
(..........................................................)
วันทปี่ ระเมิน.................................................
การฝกึ ปฏิบัติทกั ษะการบาบัดทางการพยาบาล 9
การฝกึ ปฏิบัติทักษะการบาบดั ทางการพยาบาล
เรอื่ ง การดแู ลผู้ทมี่ ีการจากัดการเคล่ือนไหว
แนวคิด:
การออกกาลงั กายเป็นส่งิ จาเป็นสาหรบั มนษุ ยท์ ุกคน การออกกาลงั กายนอกจากจะชว่ ยให้มีสุข
ภาวะท่ีดีแลว้ ยงั ช่วยปอ้ งกันและรวมถงึ การลดความรนุ แรงของภาวะแทรกซ้อนอันเกดิ จากการเจบ็ ปว่ ยและ
โรคต่างๆ ในภาวะท่ีร่างกายเจ็บปว่ ยหรือเปน็ โรคหลายๆอย่าง ส่งผลให้ร่ายกายขยับเขยื้อนตวั ไม่ได้หรือได้
นอ้ ย/ลดลง ซง่ึ จะทาให้ผ้ปู ่วยมีภาวะแทรกซอ้ น ไดแ้ ก่ ปอดอักเสบติดเช้ือจากการนอนทา่ เดยี วนานๆ
(hypostatic pneumonia) ข้อติดแขง็ (joint stiffness) กล้ามเน้อื เห่ียวลีบและไมม่ แี รง (muscle
atrophy & weakness) เกิดแผลกดทบั (pressure sore/ bed sore) ปวดเมอ่ื ยและกลา้ มเน้ือลา้
(muscle fatigue) ดังนน้ั เพื่อปอ้ งกนั การเกิดภาวะแทรกซอ้ นดงั ท่กี ลา่ ว รวมถึงป้องกันไม่ให้
ภาวะแทรกซ้อนเกิดข้ึนและลดความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อนนัน้ พยาบาลจึงตอ้ งมกี ารจัดท่านอน ให้การ
บรหิ ารขอ้ แกผ่ ูป้ ว่ ย รวมท้ังช่วยเหลือผูป้ ว่ ยในการเดินอยา่ งเหมาะสม
วัตถุประสงค์การเรียนรู้: หลังจบการฝกึ ปฏิบตั ิน้ี ผ้เู รยี นสามารถ
1. ปฏิบตั ิการปอ้ งกนั ภาวะแทรกซอ้ นในผู้ป่วยที่มกี ารจากดั การเคล่ือนไหวได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
ไดแ้ ก่ การจดั ทา่ นอน การบริหารข้อ และการชว่ ยผูป้ ว่ ยเดิน
ทบทวนความร้กู ่อนทากิจกรรม:
1. ให้ผู้เรียนอ่านเอกสารประกอบการเรยี นการสอน วชิ า NU 111 204 การบาบดั ทางการพยาบาล
(สายการพยาบาลผูใ้ หญ่และผู้สงู อาย)ุ หวั ข้อ การสง่ เสริมและป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากภาวะจากัดการ
เคลอ่ื นไหว คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลยั ขอนแก่น
2. ดู clip VDO ทักษะทางการพยาบาล เรื่อง การจดั ท่านอนตะแคง (2.03 นาที) การจดั ท่านอน
ศีรษะสงู (3.54 นาท)ี การบริหารกลา้ มเนอ้ื และขอ้ (2.14 นาท)ี และ Gait Patterns
https://www.youtube.com/watch?v=dVIhPoIMyUY (4.59 นาที)
กจิ กรรมการเรียนรู้: ใหผ้ เู้ รยี นปฏิบัตกิ ิจกรรมตามลาดบั ต่อไปน้ี
1. ทบทวนเร่อื งการปอ้ งกนั ภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยที่มีการจากัดการเคล่ือนไหวกบั อาจารยป์ ระจา
กลมุ่ และเตรยี มอุปกรณท์ ี่ใชใ้ นการฝกึ ปฏิบตั ิ
การฝกึ ปฏบิ ัติทักษะการบาบัดทางการพยาบาล 10
2. ฝึกปฏบิ ตั ติ ามแนวทางการฝึกปฏิบตั ิทกั ษะการบาบัดทางการพยาบาล เร่ือง การดแู ลผทู้ ่จี ากัด
การเคล่ือนไหว ได้แก่ การจัดท่านอน การบรหิ ารข้อ และการช่วยผูป้ ่วยเดนิ
3. ฝึกปฏบิ ัตติ ามแนวทางการฝกึ ปฏบิ ัติทักษะการบาบัดทางการพยาบาล เร่ือง การดูแลผู้ทจ่ี ากัด
การเคล่ือนไหว ได้แก่ การจัดท่านอน การบรหิ ารข้อ และการชว่ ยผปู้ ว่ ยเดิน โดยอาจารยป์ ระจากลุ่ม
ประเมนิ การฝึกปฏิบัติตามแนวทางการฝึกปฏิบัติทักษะการบาบดั ทางการพยาบาลฯ พรอ้ มท้ังให้
ข้อเสนอแนะ
4. สรุปการเรียนรรู้ ว่ มกบั อาจารยป์ ระจากล่มุ และทาแบบทดสอบหลังฝึกปฏิบตั ิ
เครอ่ื งมือและอุปกรณ์ท่ีตอ้ งการ:
1. แนวทางการฝกึ ปฏิบัติทักษะการบาบัดทางการพยาบาล เร่อื ง การดูแลผทู้ ีจ่ ากัดการเคลอ่ื นไหว ได้แก่
การจดั ทา่ นอน การบริหารข้อตอ่ และการชว่ ยผปู้ ว่ ยเดิน
การจดั ทา่ นอน: การช่วยผู้ปว่ ยเดิน:
2. หมอน ขนาดตา่ งๆ 7. เขม็ ขดั /ผา้ คาดเอว
3. หมอนข้าง 8. ไมค้ ้ายันรกั แร้ (crutch)
4. ผา้ ขนหนขู นาดต่างๆ
5. ผ้าขวางเตียง
6. กระดานหรือแผ่นสาหรบั ยนั เท้า (Foot board)
การประเมนิ ผล:
1.การทาแบบทดสอบหลงั ฝกึ ปฏิบัติ
2. การมีสว่ นร่วมในการเรยี นรจู้ ากการฝึกปฏบิ ัติ
การฝึกปฏบิ ตั ิทกั ษะการบาบัดทางการพยาบาล 11
แนวทางการฝกึ ปฏบิ ัติทักษะการบาบดั ทางการพยาบาล
เรอื่ ง การดูแลผู้ท่ีมกี ารจากดั การเคลอื่ นไหว
หวั ข้อ การจดั ท่านอน
คาช้ีแจง ใหท้ าเคร่อื งหมาย / ลงในช่องว่าง
กิจกรรม ตนเอง อาจารย์
ปฏิบตั ิ ไมป่ ฏบิ ตั ิ ปฏบิ ตั ิ ไมป่ ฏิบตั ิ
การจดั ทา่ นอนหงาย (Supine or dorsal position)
1. จัดให้ผปู้ ว่ ยนอนหงายแลว้ ใชอ้ ุปกรณพ์ ยุงตามสภาพ ดังนี้
1.1 วางหมอนท่ีศีรษะและเลยไปถงึ สว่ นตน้ ของไหล่
1.2 วางผ้ามว้ นที่เอวทงั้ สองข้าง และหรอื วางหมอนใตเ้ ข่าให้เขา่ หยอ่ น
1.3 วางหมอนหรอื ใช้ Trochanter roll พยุงต้นขาด้านขา้ ง
1.4 หนนุ ผา้ ม้วนบริเวณเหนอื ข้อเทา้ เลก็ นอ้ ย เพอ่ื ใหส้ ้นเท้าไมก่ ดที่นอน
1.5 ใชก้ ระดานหรอื แผ่นสาหรับยันเท้าหรอื หมอนขา้ งวางพยุงฝา่ เท้า
การจัดท่านอนตะแคง (Lateral or side – lying position)
1. จัดให้นอนตะแคงและวางหมอนพยุงดงั นี้
1.1 หนนุ หมอนทศ่ี ีรษะโดยวางหมอนชิดถงึ ไหล่
1.2 วางหมอนระหวา่ งขาท้งั สองข้างโดยขาบนงอและย่นื มาทางดา้ นหน้า
1.3 วางหมอนรองรับตน้ แขนทอ่ี ยูต่ รงข้ามกบั ดา้ นทีต่ ะแคง
1.4 วางหมอนข้างเพื่อพยงุ หลัง
การจดั ทา่ นอนหงายศรี ษะสงู (Fowler’s position)
1. จัดให้ผู้ป่วยนอนหงาย หนุนหมอนที่ศีรษะและไหล่ จัดให้สะโพกอย่ทู ่ีระดับรอย
พบั ท่อนบนของเตยี ง
2. วางแผน่ สาหรับยันเท้าหรอื มว้ นผ้ายันฝ่าเทา้ (Foot board)
3. ไขหวั เตียงทามุม 30 ถงึ 90 องศา ตามแนวการรักษา หรอื ตามสภาพหรอื ความ
ต้องการของผู้ป่วย ถ้าหัวเตียงยกไม่ได้ ให้ใช้หมอนหนุนพิงหลังให้ได้มุมตามท่ี
ตอ้ งการ
4. หนุนผา้ หรอื หมอนเลก็ ๆ ไวใ้ ต้ข้อเทา้ และทบ่ี ริเวณเหนอื ขอ้ เขา่ เล็กน้อย หรือยก
ปลายเตียงข้ึนทามุมท่ีข้อเข่า 10 ถึง 20 องศา
5. ใชห้ มอนรองทแี่ ขนและมอื ทัง้ สองขา้ งไว้ทข่ี า้ งลาตัว
ผลการประเมนิ ( ) ผ่าน ( ) ไม่ผา่ น
ขอ้ เสนอแนะ..........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ...............................................อาจารย์ผปู้ ระเมิน
(..........................................................)
วนั ท่ีประเมนิ .................................................
การฝกึ ปฏิบตั ิทักษะการบาบัดทางการพยาบาล 12
แนวทางการฝกึ ปฏิบัติทักษะการบาบดั ทางการพยาบาล
เรื่อง การดูแลผทู้ ี่มกี ารจากดั การเคลอื่ นไหว
หวั ข้อ การช่วยผู้ปว่ ยเดิน
คาช้ีแจง ใหท้ าเคร่อื งหมาย / ลงในช่องวา่ ง
กิจกรรม ตนเอง อาจารย์
ปฏบิ ตั ิ ไม่ปฏบิ ตั ิ ปฏบิ ตั ิ ไมป่ ฏบิ ตั ิ
การช่วยเดินโดยไม่ใชอ้ ุปกรณช์ ว่ ยเดิน
วธิ กี ารชว่ ยผูป้ ว่ ยเดินโดยพยาบาล 1 คน
กรณใี ชเ้ ข็มขดั หรือผา้ คาดเอว
1. เม่ือช่วยผปู้ ่วยลงจากเตียงและทรงตวั ได้แล้ว พยาบาลยนื ด้านหลังผู้ปว่ ย ใช้มือ
2 ข้างยึดเข็มขัด เพื่อพยุงตัวผู้ป่วยในขณะที่ผู้ป่วยเดิน ด้วยวิธีนี้จะช่วยคง
จุดศนู ย์ถว่ ง หรือใช้มือหนึง่ จับเข็มขดั บริเวณกึ่งกลางเอว อกี มือหนง่ึ พยงุ บรเิ วณต้น
แขนของผ้ปู ว่ ยไว้
2. แล้วกา้ วเดินช้า ๆ เป็นจังหวะพร้อม ๆ กัน ขณะเดินถา้ หากผูป้ ่วยมคี วามรู้สึกจะ
เป็นลม ให้พยาบาลก้าวเท้าไปข้างหน้าเพื่อให้ฐานกว้าง แล้วดึงผู้ป่วยมาด้านหลงั
ใช้ตัวพยาบาลรับน้าหนักตัวของผู้ป่วยไว้ แล้วค่อย ๆ วางตัวผู้ป่วยลงกับพื้น เพื่อ
ไมใ่ ห้ศรี ษะกระแทกพ้ืน
กรณที ี่ไม่ใชเ้ ข็มขดั
1. พยาบาลยืนข้างผปู้ ว่ ยใช้มอื ดา้ นใกล้ตวั จับท่ตี น้ แขนของผู้ปว่ ย สว่ นมอื ไกลตวั
จับทปี่ ลายแขนของผูป้ ว่ ย
2. พยาบาลและผู้ป่วยก้าวเดินพร้อม ๆ กัน ถ้าผู้ป่วยเป็นลมให้พยาบาลใช้ลา
แขนสอดอยู่ใต้รักแร้รับน้าหนักตัวผู้ป่วยไว้พร้อมกับแยกเท้ากว้าง ดึงตัวผู้ป่วย
มาด้านข้างตัวพยาบาล ใช้สะโพกของพยาบาลรับน้าหนักตัวผู้ป่วยไว้ แล้วจึง
ค่อย ๆ วางตวั ผูป้ ว่ ยลงบนพ้นื
วธิ กี ารชว่ ยผ้ปู ่วยเดินโดยพยาบาล 2 คน
1. พยาบาลยืนข้างผู้ป่วยคนละด้าน มือพยาบาลข้างใกล้ตัวผู้ป่วยสอดใต้รักแร้
ผปู้ ่วย มืออกี ข้างหนง่ึ จบั ปลายแขนหรือมอื ผ้ปู ว่ ยข้างเดิม
2. ผู้ป่วยและพยาบาลทงั้ 2 คน เดินพร้อมกัน ถ้าผู้ป่วยเปน็ ลมพยาบาลทั้ง 2
คน เล่ือนมือข้างท่ีพยุงใต้รักแร้ผู้ป่วยไปข้างหน้า ให้ลาแขนสอดอยู่ใต้รักแร้รับ
นา้ หนักตัวผปู้ ่วยไวพ้ รอ้ มกับใช้สะโพกยันสะโพกผ้ปู ว่ ยไว้ แลว้ ค่อย ๆ พยุงผปู้ ว่ ย
ลงนงั่ บนพ้ืน
การช่วยเดินโดยใชอ้ ุปกรณ์ช่วยเดนิ
หลกั การการเดนิ ด้วยไม้คา้ ยันรกั แร้ (crutch)
การฝึกปฏบิ ตั ิทกั ษะการบาบัดทางการพยาบาล 13
กจิ กรรม ตนเอง อาจารย์
ปฏบิ ตั ิ ไมป่ ฏิบตั ิ ปฏบิ ตั ิ ไมป่ ฏิบตั ิ
1. Four – point gait:
1.1 การเดินเรม่ิ จากการยกไมค้ า้ ยนั ข้างท่ีถนัดไปขา้ งหน้า
1.2 ตามด้วยขาด้านตรงข้าม
1.3 ยกไม้คา้ ยนั ข้างทเ่ี หลอื
1.4 ตามด้วยขาขา้ งท่เี หลือ
2. Two point gait:
2.1 เดนิ ด้วยเทา้ และไม้ค้ายันข้างทอี่ ยู่ดา้ นตรงข้ามไปพร้อมกนั
2.2 แล้วจงึ ตามดว้ ยเทา้ และไม้ค้ายนั ขา้ งทเี่ หลือ
3. Three-point gait:
3.1 เดินด้วย เท้า 1 ข้าง และไม้ค้ายัน 2 ข้าง โดยยกไม้ค้ายันท้ังสองข้างไป
ข้างหน้า พร้อมก้าวขาข้างที่ไมแ่ ข็งแรงยกลอยไว้
3.2 ออกแรงกดไมท้ ี่มือทง้ั สองข้างแลว้ ยกขาข้างปกตติ ามไป
4. Tripod – gait (Shuffle gait):
4.1 วิธีการเดินให้ยกไม้ทั้งสองข้างพร้อมกัน (simultaneous) หรือยกไม้ทีละ
1 ขา้ ง (alternate) โดยไม่ยกหา่ งจากลาตัวมากเพราะจะลม้ ง่าย
4.2 ออกแรงเหยยี ดศอก กดไหล่ ทิง้ น้าหนกั ลงบนไม้ แล้วลากขามาดา้ นหนา้ จน
อยู่ระดบั เดียวกับไม้ (ตอ้ งระวังการลากขาเลยไมซ้ ่งึ จะทาใหเ้ สยี สมดุลและล้มได้)
การเดนิ แบบ Swing gait คอื ใช้วธิ ีเหวีย่ งตัวแทนการลากขา Swing – to gait มี 2 แบบ
1. Swing- to gait:
1.1 ยกไมค้ ้ายันทง้ั 2 ข้างไปข้างหน้า
1.2 ลงน้าหนักท่ีมือทั้ง 2 ข้างและโหนตัวไปข้างหน้าและหยุดท่ีตาแหน่งของไม้
คา้ ยนั
2. Swing- through gait:
2.1 ยกไม้คา้ ยนั ทั้ง 2 ข้างไปข้างหน้า
2.2 ลงน้าหนักท่ีมือทั้ง 2 ข้างและโหนตัวไปข้างหน้าและหยุดท่ีจุดผ่านเลย
ตาแหน่งของไมค้ ้ายัน
ผลการประเมนิ ( ) ผ่าน ( ) ไม่ผา่ น
การฝึกปฏบิ ัติทักษะการบาบัดทางการพยาบาล 14
ข้อเสนอแนะ...........................................................................................................................................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงชื่อ...............................................อาจารยผ์ ู้ประเมิน
(..........................................................)
วันทป่ี ระเมิน.................................................
การฝกึ ปฏิบตั ิทกั ษะการบาบดั ทางการพยาบาล 15
แนวทางการฝึกปฏบิ ัติทักษะการบาบัดทางการพยาบาล
เร่อื ง การดแู ลผ้ทู ่ีมีการจากดั การเคล่อื นไหว
หวั ข้อ การบรหิ ารข้อ
คาชีแ้ จง ให้ทาเคร่ืองหมาย / ลงในชอ่ งวา่ ง
กิจกรรม ตนเอง อาจารย์
การช่วยเคลื่อนไหวข้อไหล่ ปฏบิ ตั ิ ไมป่ ฏบิ ตั ิ ปฏิบตั ิ ไมป่ ฏิบตั ิ
Flexion : การงอขอ้ ไหล่
1.1 ผู้ช่วยเหลือใช้มือขา้ งหน่งึ จับพยงุ บรเิ วณขอ้ ศอก
1.2 ใช้มืออีกข้างหน่ึงจับข้อมือและฝ่ามือผู้ป่วยไว้ ยกแขนผู้ป่วยข้ึนไปทางด้าน
หน้าลาตัวจนแขนอยเู่ หนอื ศีรษะแนบใบหู
Extension: การเหยยี ดขอ้ ไหล่ (ผูป้ ่วยอยใู่ นทา่ นอนหงายชิดริมเตยี ง)
1.1 ผูช้ ่วยเหลือใชม้ อื ขา้ งหน่งึ จับพยุงบรเิ วณขอ้ ศอก
1.2 ใช้มืออีกข้างหนึ่งจับข้อมือและฝ่ามือผู้ป่วยไว้ให้ข้อศอกตึง แล้วดันแขน
ผู้ปว่ ยไปทางด้านหลงั จนสุด
Abduction : การกางแขน
1.1 ผชู้ ่วยเหลอื ใช้มอื ข้างหนง่ึ จับท่ขี อ้ มอื อีกมือหนง่ึ พยุงทขี่ ้อศอก
1.2 ออกแรงเคลื่อนแขนผู้ป่วยห่างจากลาตัวไปทางด้านข้างแล้วยกข้ึนไปทาง
ศรี ษะ
Adduction : การหุบแขน
1.1 ผชู้ ว่ ยเหลือเคล่อื นแขนจากท่า Abduction ไขวผ้ า่ นดา้ นหน้าลาตวั
External rotation : การหมุนขอ้ ไหล่ออกขา้ งนอก
1.1 ผชู้ ่วยเหลือใช้มอื หนึ่งจับบรเิ วณมอื และฝา่ มือ อกี มอื หนึ่งพยุงทข่ี อ้ ศอก
1.2 เหยยี ดแขนผู้ปว่ ยไปด้านข้างลาตวั ใหต้ น้ แขนและไหลอ่ ยู่ในระดบั เดียวกนั
1.3 งอขอ้ ศอกตัง้ ขึน้ ยกขอ้ ศอกขึน้ จนกระท่ังมือแตะต้นคอ
Internal rotation : การหมุนขอ้ ไหล่เข้าขา้ งใน
1.1 ผชู้ ว่ ยเหลือยกปลายแขนจากท่า External rotation เปน็ ท่าเหยยี ดแขน
1.2 ควา่ มอื งอขอ้ ศอก เล่ือนข้อศอกจนกระทงั่ หลงั มอื แตะบรเิ วณเอวดา้ นหลัง
การช่วยเคล่ือนไหวขอ้ ศอก
Flexion : การงอขอ้ ศอก
1.1 ผู้ช่วยเหลอื ใชม้ ือข้างหน่ึงจับบริเวณข้อมือและฝา่ มือ มอื อกี ขา้ งหนึ่งพยุงใต้
ขอ้ ศอก
1.2 งอขอ้ ศอกข้นึ ให้ปลายน้ิวชไ้ี ปทางไหล่
การฝกึ ปฏิบตั ิทกั ษะการบาบดั ทางการพยาบาล 16
กจิ กรรม ตนเอง อาจารย์
ปฏบิ ตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ ปฏิบตั ิ ไมป่ ฏบิ ตั ิ
Extension : การเหยียดข้อศอก
1.1 ผ้ชู ่วยเหลอื ยกขอ้ ศอก จากทา่ Flexion ให้ข้อศอกเหยียดออกให้ตรง
Pronation : การควา่ มือ
1.1 ผ้ชู ว่ ยเหลอื ใช้มอื หนึ่งจับท่ีมือของผู้ปว่ ย มืออีกข้างหน่ึงยดึ ข้อศอกใหอ้ ยูน่ ิ่ง
1.2 หมุนใหฝ้ ่ามอื ควา่ ลงโดยศอกอยนู่ ง่ิ
Supination : การหงายมือ
1.1 ตอ่ จาก pronation ผ้ชู ่วยเหลอื หงายฝ่ามอื ผู้ป่วยขน้ึ โดยศอกอยู่นงิ่
การช่วยเคลือ่ นไหวขอ้ มอื
Flexion : การงอข้อมอื
1.1 ผชู้ ว่ ยเหลอื ใชม้ ือขา้ งหน่งึ จบั ปลายแขนบรเิ วณเหนอื ข้อมือใหอ้ ยนู่ ่งิ
1.2 มอื อกี ขา้ งหน่งึ จับมอื ผปู้ ว่ ยแลว้ กระดกขอ้ มือลง
Extension : การเหยยี ดข้อมือ
1.1 จากทา่ Flexion ผชู้ ่วยเหลอื จบั ขอ้ มอื ผูป้ ว่ ยใหฝ้ า่ มืออยใู่ นระนาบ
1.2 จากนนั้ กระดกขอ้ มอื ผู้ป่วยข้นึ ไปทางหลังมือ
Ulnar deviation : การเอยี งขอ้ มอื ออก
1.1 ผชู้ ่วยเหลือใชม้ อื ขา้ งหนง่ึ จับปลายแขนไวเ้ หนอื ขอ้ มอื ผปู้ ่วยให้น่งิ ในทา่ คว่า
มือ
1.2 มืออกี ข้างหนึง่ จับฝ่ามือผ้ปู ่วยเอยี งไปดา้ นน้วิ กอ้ ย
Radial deviation : การเอียงขอ้ มือเข้า
1.1 ตอ่ จาก ulna deviation ผ้ชู ว่ ยเหลอื จบั ฝ่ามือผปู้ ว่ ยเอียงไปดา้ น
นิ้วหวั แม่มอื
การชว่ ยเคล่อื นไหวข้อน้ิวมอื
Flexion : การกานิว้ มือ
1.1 ผชู้ ่วยเหลอื ใชม้ อื ข้างหน่ึงจับปลายแขนบริเวณข้อมอื
1.2 ใช้มืออีกขา้ งหน่งึ งอนิ้วมือผปู้ ว่ ยเขา้ หากนั
Extension : การเหยยี ดนว้ิ มือ
1.1 ผชู้ ่วยเหลอื จบั นว้ิ มอื ผปู้ ว่ ยเหยยี ดออกทุกนว้ิ
Abduction : การกางน้ิวมอื
1.1 ผูช้ ่วยเหลือใชม้ อื หน่ึงจบั ข้อมอื ผปู้ ่วยไวใ้ นทา่ คว่ามือ
1.2 ใช้นวิ้ หวั แมม่ ือและนว้ิ ช้ขี องมืออีกข้างหน่งึ สอดเข้าระหวา่ งนิว้ มอื ของผู้ป่วยที
ละคู่แลว้ กางน้ิวมือออก ทาทีละคู่ เชน่ สอดระหว่างนว้ิ กอ้ ยและนิ้วนาง
Adduction : การหบุ น้วิ มอื
1.1 ผู้ช่วยเหลอื ใชม้ อื หบุ น้วิ มือของผ้ปู ่วยเข้าหากัน
การช่วยเคลอ่ื นไหวขอ้ สะโพกและข้อเข่า
การฝกึ ปฏบิ ตั ิทกั ษะการบาบัดทางการพยาบาล 17
กิจกรรม ตนเอง อาจารย์
Flexion : การงอข้อสะโพก ปฏิบตั ิ ไมป่ ฏิบตั ิ ปฏบิ ตั ิ ไมป่ ฏิบตั ิ
1.1 ผู้ชว่ ยเหลือใชม้ ือหนง่ึ พยุงขอ้ เทา้ ผปู้ ่วย มอื อกี ขา้ งหนึ่งพยงุ ใต้เข่า
1.2 งอขอ้ เขา่ และข้อสะโพกขึน้ ไปทางหนา้ อก มือที่พยุงใตเ้ ขา่ เลือ่ นมาวางบนเข่า
เพ่ือให้ขอ้ เข่าและขอ้ สะโพกงอ
Extension : การเหยียดข้อสะโพก
1.1 ตอ่ จาก hip flexion ผูช้ ว่ ยเหลอื ใชม้ อื พยงุ ใต้เข่า มอื อีกข้างหนง่ึ พยุงข้อเทา้
แลว้
1.2 เหยยี ดข้อสะโพกและขอ้ เขา่ ออกกลับทเี่ ดมิ
Abduction : การกางขอ้ สะโพก
1.1 ผู้ช่วยเหลอื ใช้มอื ขา้ งหนง่ึ พยงุ ใตข้ อ้ เทา้ มืออีกขา้ งหนึง่ พยุงใต้เขา่ ให้ขาตรง
1.2 ยกขาผปู้ ว่ ยกางออกจากแนวกลางลาตวั ไปด้านขา้ ง
Adduction: การหุบขอ้ สะโพก
1.1 ผู้ช่วยเหลอื ยกขาผปู้ ่วยจากทา่ Abduction โดยยกขาเคลื่อนขาขา้ มกลาง
ลาตัวไปดา้ นตรงข้าม
Internal rotation: การหมนุ ขอ้ สะโพกเขา้ ข้างใน
1.1 ผู้ช่วยเหลอื ใช้มอื หน่งึ พยุงใต้เข่า มอื อีกขา้ งหนึ่งพยงุ ใตข้ ้อเท้า
1.2 หมนุ ขาและปลายเท้าหาแนวกลางลาตวั
External rotation: การหมนุ ขอ้ สะโพกออกขา้ งนอก
1.1 ผชู้ ว่ ยเหลอื ใชว้ ธิ พี ยุง เช่นเดยี วกบั ท่า Internal rotation
1.2 หมุนขาและปลายเทา้ ออกจากแนวกลางลาตัว
การช่วยเคลื่อนไหวข้อเท้า
Dorsiflexion : การกระดกขอ้ เทา้
1.1 ผูช้ ว่ ยเหลอื ใชม้ อื ประคองส้นเทา้ มืออีกข้างหนึ่งประคองฝ่าเทา้ ผปู้ ว่ ย
1.2 ดนั ฝ่าเทา้ ใหข้ ้อเทา้ กระดกข้นึ ให้หลังเท้าหนั เขา้ หาหนา้ แข้ง
Plantar flexion : การเหยยี ดปลายเท้าลง
1.1 ผชู้ ว่ ยเหลอื ใช้มอื หนึ่งประคองใตป้ ลายขาของผู้ป่วย
1.2 มอื อกี ขา้ งหนงึ่ จับบรเิ วณหลงั เทา้ ให้ข้อเทา้ กระดกลง
Inversion : การหมุนขอ้ เท้าขา้ งใน
1.1 ผูช้ ่วยเหลือใชม้ อื หนง่ึ จบั ขอ้ เทา้
1.2 มอื อกี ขา้ งหนง่ึ บดิ เทา้ เขา้ ข้างใน ไปทางหัวแมเ่ ทา้
Eversion : การหมนุ ข้อเทา้ ออกขา้ งนอก
1.1 ผู้ช่วยเหลอื ใชม้ อื หนง่ึ จับขอ้ เท้า
1.2 มืออกี ขา้ งหนงึ่ บิดเท้าออกขา้ งนอกไปทางน้วิ ก้อย
การฝึกปฏบิ ตั ิทักษะการบาบัดทางการพยาบาล 18
ผลการประเมิน ( ) ผ่าน ( ) ไมผ่ า่ น
ข้อเสนอแนะ...........................................................................................................................................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงชื่อ...............................................อาจารยผ์ ูป้ ระเมิน
(..........................................................)
วนั ท่ปี ระเมนิ .................................................
การฝกึ ปฏบิ ัติทักษะการบาบัดทางการพยาบาล 19
การฝกึ ปฏบิ ตั ิทักษะการบาบัดทางการพยาบาล
เรอ่ื ง การดแู ลสขุ วทิ ยาสว่ นบคุ คลและหนว่ ยผรู้ บั บรกิ าร
แนวคิด:
การมีสุขวทิ ยาสว่ นบุคคลและส่ิงแวดลอ้ มท่ดี ี ย่อมทาให้บคุ คลมคี วามสดชน่ื มกี าลังใจ สภาพ
ร่างกายและส่งิ แวดล้อมทีส่ ะอาด ทาให้บคุ คลมีโอกาสในการตดิ เช้อื ลดลง ลดความเสย่ี งต่อการเกิด
ภาวะแทรกซ้อนได้ ตลอดจนเปน็ การสร้างเสรมิ สุขภาพจิต ดังนน้ั การดูแลสุขวิทยาส่วนบคุ คลและ
สง่ิ แวดลอ้ มจึงมีความสาคัญอย่างยง่ิ มผี ูป้ ว่ ยจานวนไม่น้อยทไี่ ม่สามารถดูแลสขุ วิทยาและสิง่ แวดลอ้ มให้กับ
ตนเองได้ พยาบาลในฐานะเป็นผู้ใหก้ ารดแู ลผ้ปู ่วยเหล่าน้นั จงึ ตอ้ งทาหน้าที่ในการดูแลสุขวิทยาส่วนบุคคล
และส่งิ แวดล้อมชดเชยให้กบั ผู้ป่วย
วตั ถปุ ระสงคก์ ารเรยี นรู้: หลังจบการฝึกปฏิบัตนิ ี้ ผูเ้ รยี นสามารถ
1. ปฏบิ ตั ิการดูแลสขุ วทิ ยาส่วนบุคคลให้กบั ผูป้ ่วยได้อย่างถูกตอ้ งเหมาะสม ได้แก่ การทาความ
สะอาดช่องปาก การทาความสะอาดอวยั วะสืบพนั ธุภ์ ายนอก การอาบนา้ บนเตยี งโดยพยาบาลทาใหท้ ัง้ หมด
การนวดหลงั การสระผมให้ท่ีเตียง
2. ปฏิบัติการทาเตยี งในผู้ป่วยท่ีไม่สามารถลุกออกจากเตียงได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
ทบทวนความร้กู ่อนทากจิ กรรม:
1. ให้ผู้เรียนอ่านเอกสารประกอบการเรยี นการสอน วชิ า NU 111 204 การบาบดั ทางการพยาบาล
(สายการพยาบาลผใู้ หญแ่ ละผู้สงู อาย)ุ หัวขอ้ การดูแลสขุ วทิ ยาสว่ นบุคคลและหน่วยผู้รบั บรกิ าร คณะ
พยาบาลศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น
2. ดู clip VDO ทกั ษะทางการพยาบาล เรอ่ื ง การอาบน้าบนเตยี ง (6.49 นาที) การทาความ
สะอาดอวัยวะสืบพันธ์ภุ ายนอก (6.09 นาที) การทาความสะอาดช่องปากของผปู้ ่วย ( 3.27 นาที) การใส่
เส้ือผ้าและการทาเตยี งในผูป้ ่วยทไ่ี มส่ ามารถลุกออกจากเตียงได้ (10.03 นาที)
กิจกรรมการเรยี นรู้: ให้ผ้เู รยี นปฏบิ ัตกิ ิจกรรมตามลาดบั ต่อไปนี้
1. ทบทวนเรอื่ งการดแู ลสุขวิทยาส่วนบุคคลและหน่วยผู้รับบรกิ ารกบั อาจารย์ประจากลุ่ม และ
เตรยี มอปุ กรณ์ท่ีใชใ้ นการฝึกปฏิบตั ิ
การฝกึ ปฏบิ ัติทกั ษะการบาบดั ทางการพยาบาล 20
2. ฝึกปฏบิ ัติตามแนวทางการฝึกปฏิบัติทกั ษะการบาบดั ทางการพยาบาล เร่ือง การดแู ลสขุ วิทยา
ส่วนบคุ คลและหนว่ ยผ้รู ับบริการ ได้แก่ การทาความสะอาดชอ่ งปาก การทาความสะอาดอวัยวะสบื พันธุ์
ภายนอก การอาบนา้ บนเตียงโดยพยาบาลทาให้ทัง้ หมด การนวดหลัง การสระผมใหท้ เ่ี ตียง
3. ฝกึ ปฏบิ ัติตามแนวทางการฝกึ ปฏิบตั ิทกั ษะการบาบัดทางการพยาบาล เรอ่ื ง การดูแลสขุ วิทยา
สว่ นบุคคลและหน่วยผรู้ บั บริการ ได้แก่ การทาความสะอาดชอ่ งปาก การทาความสะอาดอวัยวะสบื พนั ธุ์
ภายนอก การอาบนา้ บนเตยี งโดยพยาบาลทาให้ทั้งหมด การนวดหลัง การสระผมให้ทีเ่ ตียง โดยอาจารย์
ประจากลมุ่ ประเมินการฝึกปฏบิ ัติตามแนวทางการฝกึ ปฏิบัติทกั ษะการบาบดั ทางการพยาบาลฯ พรอ้ มทง้ั ให้
ขอ้ เสนอแนะ
4. สรุปการเรยี นรู้รว่ มกับอาจารย์ประจากล่มุ และทาแบบทดสอบหลงั ฝึกปฏิบตั ิ
เครอ่ื งมอื และอุปกรณ์ที่ตอ้ งการ:
1.แนวทางการฝึกปฏิบัติทักษะการบาบัดทางการพยาบาล เรอ่ื ง การดูแลสขุ วิทยาส่วนบุคคลและ
หนว่ ยผรู้ ับบริการ ได้แก่ การทาความสะอาดช่องปาก การทาความสะอาดอวยั วะสบื พนั ธภุ์ ายนอก
การอาบน้าบนเตียงโดยพยาบาลทาใหท้ ัง้ หมด การนวดหลงั การสระผมใหท้ ี่เตยี ง
การทาความสะอาดช่องปาก : การอาบน้าบนเตยี ง:
1. นา้ ยาบว้ นปาก หรอื 0.9% NSS 1. อ่างนา้
2. ไม้พนั สาลี 2. สบกู่ ้อน/สบเู่ หลว
3. แกว้ นา้ 3. ผา้ เช็ดตวั
4. syringe ขนาด 5 CC. 4. ผูถ้ ตู วั
5. ชามรปู ไต 5. ผา้ คลมุ ตัว/ผา้ หม่
6. ผา้ เช็ดหนา้ /ผา้ ขนหนู 6. เสื้อผ้าชดุ ใหม่
7. disposable gloves 7. disposable gloves
8. วาสลนี /ลปิ มัน 8. ครีมบารงุ ผิว/skin lotion
9. สาย suction 9. แปง้
10.หวี
การฝึกปฏบิ ัติทักษะการบาบดั ทางการพยาบาล 21
การทาความสะอาดอวัยวะสบื พนั ธุ์ภายนอก: การทาเตียง:
1. ชุดทาความสะอาดอวัยวะสบื พันธท์ุ ปี่ ราศจาก 1. ผ้าปูที่นอน
เช้ือ 2. ปลอกหมอน
2. น้ายา 0.9% NSS หรอื Savlon 1:100 3. ผา้ ยางขวางเตยี ง
(น้ายาทใี่ ช้ทาความสะอาดข้นึ กบั นโยบายของ 4. ผ้าขวางเตยี ง
รพ.แต่ละแหง่ )
3. กระดาษชาระ การสระผมให้ทีเ่ ตียง:
4. ผา้ ปิดตา 1. นา้ ธรรมดาใสอ่ ่างน้า
5. ผา้ คลุม 2. ภาชนะสาหรบั ตักน้า
6. disposable gloves 3. ผา้ ยาง/ผ้ารองสระผมสาเร็จรปู
7. ชามรูปไต/ถุงใสส่ าลีที่ใช้แลว้ 4. ผ้าขนหนู
8. หุ่นจาลองอวยั วะสืบพนั ธุเ์ พศชายและเพศ 5. แชมพูสระผม ครีมนวด/ครีมบารงุ เสน้ ผม
หญิง 6. หวี
การนวดหลงั : 7. สาลี
1. alcohol 25% 8. ถังรองน้าท้ิง
2. แป้ง 9. disposable gloves
3. ครีมบารงุ / skin lotion (ถ้ามี) 10. เครอ่ื งเปา่ ผมไฟฟ้า
การประเมินผล:
1. การทาแบบทดสอบหลงั ฝกึ ปฏบิ ตั ิ
2. การมีส่วนรว่ มในการเรยี นรจู้ ากการฝึกปฏบิ ตั ิ
การฝกึ ปฏิบัติทกั ษะการบาบดั ทางการพยาบาล 22
แนวทางการฝึกปฏบิ ตั ิทักษะการบาบัดทางการพยาบาล
เรื่อง การดแู ลสขุ วิทยาส่วนบคุ คลและหน่วยผ้รู ับบรกิ าร
คาชีแ้ จง ใหท้ าเครือ่ งหมาย / ลงในชอ่ งวา่ ง
กิจกรรม ตนเอง อาจารย์
การเตรียมการ ปฏิบตั ิ ไมป่ ฏิบตั ิ ปฏิบตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ
1.1 เตรยี มผรู้ บั บริการและส่ิงแวดล้อม
1. แนะนาตัวและแจ้งให้ผู้ป่วยทราบ บอกวัตถปุ ระสงค์ ในกรณผี ู้ป่วยรสู้ กึ ตวั
2. ประเมนิ ความสามารถในการชว่ ยเหลือตนเองของผู้ปว่ ยและปญั หาสุขภาพ
ความผิดปกติอ่นื ๆท่ตี ้องระมัดระวงั ในการทากิจกรรม
3. สอบถามความต้องการในการทาความสะอาดรา่ งกายและความพงึ พอใจของ
ผู้ป่วย
4. วางแผนการพยาบาลและเลือกวิธกี ารทีเ่ หมาะสม
1.2 เตรยี มอุปกรณไ์ ด้ถูกต้องและครบถว้ น
1. ลา้ งมือให้สะอาด
2. เตรยี มอปุ กรณ์ให้พร้อมและนาไปทีเ่ ตียงผู้ป่วย
2. ขน้ั ตอนและเทคนคิ
2.1 ข้ันเตรียม
1. จดั ทา่ ผ้ปู ่วยใหอ้ ยู่ในทา่ ทเี่ หมาะสมและกั้นม่านใหม้ ดิ ชิด
2. สวมถงุ มอื สะอาด
3. ปรบั อุณหภูมิหอ้ งให้เหมาะสมเพื่อป้องกนั อาการหนาวส่ัน (กรณีอาบนา้ )
2.2 เทคนิคการทาความสะอาดช่องปาก
1. ปรบั หวั เตยี งใหส้ งู ขน้ึ หรอื semi- fowler’s position
2. เลอ่ื นตัวผู้ป่วยมาข้างเตียงและให้ผปู้ ่วยตะแคงหน้ามาดา้ นข้างทางพยาบาล
3. วางผา้ ขนหนบู นหน้าอกใตค้ างของผู้ปว่ ย
4. กรณผี ู้ปว่ ยชว่ ยเหลือตวั เองได้ กระตนุ้ ใหท้ าความสะอาดปากและฟนั ดว้ ย
ตนเอง
5. กรณีท่ีผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว ใชไ้ ม้พนั สาลชี ุบนา้ ยาบว้ นปากเช็ดทาความสะอาด
ใหท้ วั่ ช่องปาก และ/หรือใช้กระบอกฉดี ยาดูดน้ายาบว้ นปากฉีดภายในช่อง
ปากใหร้ อบและกระพุ้งแกม้ ใหท้ วั่ ตะแคงหนา้ ผปู้ ว่ ยเพอ่ื ให้นา้ ไหลออกลง
มาในชามรูปไตหรือใชเ้ คร่ืองดดู เสมหะช่วยดูด
6. ดูแลเชด็ ปากใหแ้ หง้ ทาวาสลนิ หรอื ลปิ มัน
2.3 เทคนิคการทาความสะอาดอวยั วะสืบพันธุ์ภายนอก
การฝกึ ปฏิบตั ิทักษะการบาบดั ทางการพยาบาล 23
กิจกรรม ตนเอง อาจารย์
1. ปดิ ตาผู้ป่วย ดว้ ยผ้าปิดตา ปฏบิ ตั ิ ไมป่ ฏิบตั ิ ปฏบิ ตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ
2. ปผู า้ ยางรองบรเิ วณสะโพก คลมุ ผา้ หม่ ใหม้ ิดชิด และถอดกางเกงหรอื ผ้าถุง
ออก
3. กรณผี ู้ปว่ ยเพศหญงิ จดั ใหน้ อนหงายชันเข่า คลุมผา้ บรเิ วณขาใหม้ ดิ ชิด
เปดิ เผยเฉพาะส่วนทีต่ อ้ งการทาความสะอาด
4. กรณผี ู้ปว่ ยเพศชาย จดั ใหน้ อนในท่านอนหงาย คลมุ ผ้าบรเิ วณขาใหม้ ิดชดิ
เปิดเผยเฉพาะสว่ นทต่ี ้องการทาความสะอาด
5. สอดหมอ้ นอนหรือโถปสั สาวะ ใหผ้ ู้ปว่ ยปสั สาวะใหเ้ รียบร้อย
6. เปิดชดุ ทาความสะอาด เทนา้ ยาลงในขันให้สาลชี มุ่ จดั วางชามรปู ไตเพอ่ื ทง้ิ
สาลีใชแ้ ลว้
7. กรณเี พศหญงิ การเชด็ ทาความสะอาด สวมถุงมือ ใชป้ ากคีบหนีบสาลชี บุ
น้ายา บีบพอหมาด เร่มิ เชด็ ตามลาดับ คอื หัวเหนา่ แคมใหญ่ (ไกลตัว –
ใกล้ตวั ) แคมเล็ก (ไกลตวั – ใกลต้ วั ) และเชด็ ตรงกลางจนถงึ ทวารหนกั โดย
เชด็ จากบนลงลา่ ง
8. กรณเี พศชาย การเชด็ ทาความสะอาด ใช้มือจบั องคชาตตัง้ ขึน้ รดุ หนงั หมุ้
ปลายให้เปดิ ออก ใชป้ ากคีบหนบี สาลีชุบนา้ ยา บีบพอหมาด เรม่ิ เชด็
ตามลาดับ คอื รูเปดิ ท่อปัสสาวะ ตวั องตชาตจากบนลงล่าง หัวเหนา่ ถุง
อัณฑะ(ไกลตวั – ใกลต้ ัว/ บน- ล่าง) และจัดให้นอนตะแคง ทาความ
สะอาดทวารหนกั
9. หลังเช็ดทาความสะอาด ซบั ด้วยกระดาษชาระใหแ้ ห้ง จากบนลงลา่ ง
2.4 เทคนิคการอาบน้าโดยพยาบาลทาให้ท้งั หมด (complete bed bath)
1. เลอื่ นไมก้ น้ั เตียงลง
2. เลื่อนตัวผ้ปู ่วยให้ชดิ ริมเตยี งด้านทพี่ ยาบาลยืนอยู่
3. ใชผ้ ้าหม่ คลมุ บนตวั ผปู้ ว่ ย แล้วถอดเสือ้ ผ้าออกใหห้ มด
4. กรณีท่ีผู้ปว่ ยหนุนหมอนให้นาออก แลว้ วางผ้าเช็ดตวั บริเวณหนา้ อก โดย
เลอ่ื นผ้าหม่ ลง
5. ใช้ผา้ ถูตวั ผืนที่ 1 ชบุ นา้ ในอา่ งน้าใบที่หนึ่ง บิดพอหมาด แล้วพนั มอื เปน็ รูป
สี่เหลยี่ มแลว้ เหน็บชายผา้ เข้าด้านล่าง เชด็ บรเิ วณตา หนา้ หู จมกู และคอ
จนสะอาด แลว้ ใช้ผา้ เชด็ ตวั ซบั นา้ ให้แห้ง
6. ในกรณีทตี่ ้องการใช้สบู่ ใช้ผ้าถตู ัวผืนที่ 1 เช็ดตัวให้เปียกกอ่ น แล้วฟอกสบู่
หรอื โฟมลา้ งหน้า แลว้ จงึ ใช้ผา้ ถูตัวผนื ท่ี 2 ชบุ น้าสะอาดในอา่ งที่ 2 เชด็
คราบสบูอ่ อกจนสะอาด
การฝกึ ปฏบิ ตั ิทกั ษะการบาบดั ทางการพยาบาล 24
กจิ กรรม ตนเอง อาจารย์
7. เช็ดทาความสะอาดบรเิ วณทรวงอก ใชผ้ ้าถูตวั ผืนท่ี 1 ชบุ นา้ ในอ่างน้าใบท่ี ปฏิบตั ิ ไมป่ ฏบิ ตั ิ ปฏิบตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ
หนงึ่ สอดใตผ้ า้ เชด็ ตัวเชด็ บรเิ วณทรวงอก ท้องจนถงึ บริเวณขาหนบี กรณี
ต้องการใชส้ บู่/ครมี อาบนา้ ใหท้ าตามข้อ 6
8. เชด็ ทาความสะอาดแขน เร่มิ ทีแ่ ขนดา้ นไกลตัวพยาบาล โดยใช้ ผา้ เช็ดตัว
รองที่ใต้แขน จบั บรเิ วณข้อมอื ยกข้นึ แลว้ เช็ดจากปลายแขนเขา้ หาลาตวั
จนถงึ รักแร้ (วิธีการเดยี วกบั ข้อ 7) และทาการแช่มอื ลงในอา่ ง ทาความ
สะอาดและเชด็ ให้แหง้ เชด็ แขนด้านใกลต้ ัวด้วยวธิ กี ารเดียวกนั
9. เชด็ ทาความสะอาดขา ใชว้ ธิ ีการเดยี วกบั ทาความสะอาดแขน โดยใช้
ผ้าเชด็ ตัวรองทใี่ ต้ขาก่อน เรมิ่ เช็ดจากด้านไกลตวั เชด็ ทาความสะอาดจาก
ปลายขาจนถงึ ขาหนีบ แลว้ เชด็ ใหแ้ ห้ง จากนัน้ เชด็ ขาดา้ นใกลต้ วั ด้วย
วธิ กี ารเดยี วกันและแช่เทา้ ลงในอ่างน้า (แชเ่ ทา้ ภายหลงั เชด็ ขาทัง้ สองข้าง
เสร็จแลว้ )
10.เชด็ หลัง จดั ใหผ้ ู้รบั บรกิ ารนอนตะแคงหันหลังใหพ้ ยาบาล ปผู า้ เชด็ ตวั แนบ
หลัง แล้วเช็ดทาความสะอาด ต้งั แต่กกหู คอ หลงั จนถึงสะโพกและกน้ กบ
ดว้ ยวิธกี ารเดยี วกนั แลว้ เช็ดให้แหง้
11.ทาแปง้ และสวมเส้อื ผา้ ชุดใหม่
12.เปลยี่ นผา้ ปทู น่ี อนตามความจาเปน็
2.5 เทคนคิ การนวด ภายหลังการอาบน้าบนเตียง
1. จัดทา่ ใหผ้ ู้ปว่ ยนอนตะแคงหรือนอนควา่
2. ทา alcohol 25% ท้ิงใหแ้ ห้งแล้วทาแป้ง/ ครีมบารุงผิวหรือโลช่นั ให้ทั่ว
3. นวดท่าท่ี 1: Stroking โดยการวางฝ่ามือบนแผน่ หลงั ในแนวตรงบรเิ วณกน้
กบ แลว้ ลบู ขึน้ ตามแนวกระดูกสนั หลังจนถึงคอ แลว้ วนกลับมาด้านสีขา้ ง
และสะโพก ทา 3 คร้ัง
4. นวดทา่ ท่ี 2: Kneading โดยวางมอื ท่ีหวั ไหล่ดา้ นไกลตัว ดึงกล้ามเนอื้ ใหเ้ ข้า
มาอย่ใู นอ้งุ มอื ระหว่างน้ิวหวั แม่มือและปลายนว้ิ ที่สี่ บีบและคลายสลบั ไป
มาระหว่างมือท้งั สองข้างตอ่ เน่อื งกนั จากหัวไหลล่ งมาท่สี ะโพกและย้อนขน้ึ
ไปหัวไหลด่ ้านใกล้ตัว จากนั้นใช้มอื บีบกล้ามเนอ้ื ทคี่ อและบบี ไปตามแนว
กระดสู นั หลังจนถึงก้นกบ ทา 3 ครง้ั
5. นวดท่าที่ 3: Hacking วางสันมอื ที่หัวไหลด่ า้ นไกลตวั ในแนวขวางกลา้ มเนอื้
แลว้ ใชส้ ันมือสบั สลับไปมาอย่างรวดเรว็ ทา 3 รอบ
6. นวดท่าที่ 4: Clapping ห่อมอื ทง้ั สองข้าง ตบเบาๆสลบั มือไปมาอยา่ ง
รวดเรว็ ทา 3 รอบ
7. นวดทา่ ท่ี 1 ซ้า
2.6 เทคนิคการสระผมใหท้ ่เี ตยี ง
การฝกึ ปฏิบตั ิทกั ษะการบาบัดทางการพยาบาล 25
กิจกรรม ตนเอง อาจารย์
1. เอาหมอนออกจากศรี ษะผ้ปู ่วย จดั ผ้ปู ว่ ยให้อย่ใู นท่านอนทแยงกบั เตยี ง ปฏิบตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ ปฏิบตั ิ ไมป่ ฏิบตั ิ
เล็กนอ้ ย ใหศ้ ีรษะอยรู่ ิมเตยี ง
2. ประคองศรี ษะของผูป้ ว่ ยยกขึ้น รองศรี ษะดว้ ยผ้าเชด็ ตวั และใหส้ ว่ นปลาย
ของผา้ อยู่บริเวณเตยี งส่วนบน
3. พับผ้าเช็ดตวั อกี ผืนหน่ึงเปน็ 4 ทบ ม้วนสอดใส่ในมว้ นผ้ายาง ทาเปน็
วงกลมหรอื มว้ นผา้ ยาง 2 ข้างเข้าหากันตามยาว ทาใหเ้ ป็นรางนา้ สอดชาย
ขา้ งหนงึ่ รองใตค้ อและชายอีกข้างหน่ึงใส่ในถังรองรับนา้ สกปรก หรอื ใช้
ผา้ ยางรองสระผมสาเรจ็ รูปสอดรองใตค้ อ โดยใหป้ ลายอกี ขา้ งหน่ึงใสใ่ นถัง
รองรับนา้ สกปรก (ในกรณีท่ีใช้ผา้ ยางรองสระผมสาเรจ็ รปู )
4. ใช้ผ้าเช็ดตวั คลมุ ที่หน้าอกและไหลผ่ ปู้ ่วย
5. ในกรณที ผี่ ู้ปว่ ยมแี ผลบรเิ วณศรี ษะให้สวมถงุ มือ
6. ใชส้ าลอี ดุ หทู ้ัง 2 ข้าง ใชห้ วสี างผมให้ทั่วศรี ษะ
7. ทดสอบอณุ หภมู ินา้ ถ้าอณุ หภมู พิ อเหมาะเทนา้ เลก็ นอ้ ยลงท่ีผมผู้ป่วย แลว้
เทนา้ จากด้านหน้าไปดา้ นหลัง ใหผ้ มเปยี กทว่ั ศีรษะ
*ระวังนา้ ไหลเข้าหนา้ ผูป้ ว่ ย*
8. เทน้ายาสระผม ใสฝ่ า่ มอื แล้วชะโลมลงบนผมผปู้ ่วย เตมิ นา้ เลก็ นอ้ ย ใช้
ปลายนิ้วนวดศรี ษะแบบเป็นวงกลมให้ท่วั
9. ลา้ งผมดว้ ยน้าสะอาด และสระซา้ จนสะอาด
10.กรณีท่ีผู้ป่วยตอ้ งการสระดว้ ยครมี บารงุ ผมหรอื ครมี นวดผม เทครมี นวดผม
ลงบนฝ่ามือแล้วชะโลมพร้อมนวดเบาๆให้ทั่วศีรษะ จากนั้นลา้ งออกดว้ ยน้า
จนสะอาด
11.หยิบสาลีทอี่ ุดหูออก ใชผ้ า้ เชด็ ตัวทปี่ ิดหน้าอกเช็ดผมใหแ้ หง้ ลดผ้ายางลงไป
ในถังที่รองรบั นา้ แลว้ ดึงผา้ เช็ดตวั ทีร่ องต้นคอออกปูบนหมอนพรอ้ มกบั
เล่อื นตวั ผู้ปว่ ยขน้ึ นอนบนหมอน
12.หวผี มใหเ้ รยี บรอ้ ย อาจใชเ้ ครื่องเปา่ ผมไฟฟา้ เป่าผมใหแ้ ห้ง
2.7 การทาเตยี งที่มีผู้ป่วยทไ่ี มส่ ามารถเคลื่อนไหวหรอื ลกุ เดนิ ได้
1. ปรับความสูงของเตยี งให้เหมาะสม เลอื่ นไม้กน้ั เตยี งด้านท่ีพยาบาลยนื อยูล่ ง
2. พลกิ ตะแคงตัวผู้ป่วยไปดา้ นตรงกนั ขา้ ม โดยมพี ยาบาลอกี คนคอยช่วยเหลอื
หรือยกไมก้ ้นั เตียงขนึ้ ใหผ้ ปู้ ว่ ยเกาะยึด
3. ร้ือผา้ ปทู ีน่ อนดา้ นใกลต้ วั โดยม้วนเก็บผา้ ด้านสกปรกตามความยาวให้ชิดกับ
ตัวผรู้ ับบรกิ าร แลว้ เช็ดทาความสะอาดทน่ี อน แลว้ เช็ดให้แห้ง
4. ปผู ้าปูทนี่ อนชุดใหม่ โดยเรม่ิ ปจู ากด้านใกลต้ วั ตามด้วยผา้ ยาง และผา้ ขวาง
เตียง ตามแนวยาวของเตียง แลว้ ม้วนผ้าทัง้ หมดตามยาวให้ชิดกับตวั ผู้ป่วย
สอดชายผ้าไวใ้ ตท้ น่ี อนให้เรยี บร้อย
การฝกึ ปฏบิ ัติทักษะการบาบดั ทางการพยาบาล 26
กจิ กรรม ตนเอง อาจารย์
5. พลิกตะแคงตวั ผู้ป่วยกลบั มาดา้ นใกลต้ วั เอาไมก้ ั้นเตยี งขน้ึ ปฏิบตั ิ ไม่ปฏบิ ตั ิ ปฏบิ ตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ
6. เดนิ ออ้ มไปดา้ นตรงขา้ ม เอาไม้กน้ั เตยี งลง รอ้ื ผา้ ปทู นี่ อนชดุ เกา่ มว้ นลงใน
ตะกรา้ แล้วเชด็ ทาความสะอาดทนี่ อนสว่ นท่เี หลอื แลว้ เช็ดให้แห้ง
7. ดงึ ผา้ ปูทีน่ อนชุดใหมท่ มี่ ว้ นไว้ออกมาปูและสอดชายผา้ ใตท้ ี่นอนให้
เรียบรอ้ ย พรอ้ มทงั้ เปลยี่ นปลอกหมอนใหม่
8. เช็ดทาความสะอาดบรเิ วณโตะ๊ ขา้ งเตียง เกบ็ ของใช้ไปทาความสะอาด
2.8 หลังปฏบิ ัติการ
1. จดั ทา่ ให้อยใู่ นทา่ ที่สุขสบาย
2. เก็บอปุ กรณ์ และนาอปุ กรณไ์ ปทาความสะอาด
3. ลงบันทึกผลปฏิบตั กิ ารพยาบาลในบนั ทึกทางการพยาบาล (nurse’s note)
3. ผลของการปฏิบตั ิ
1. ปฏบิ ัตไิ ด้คลอ่ งแคลว่ และนุ่มนวล ถกู ต้องตามเทคนิค
2. ปฏิบัตไิ ดเ้ รยี บร้อย สะอาด
3. ล้างอุปกรณ์และเกบ็ อปุ กรณเ์ รยี บรอ้ ย
4. การประเมินและการบนั ทึก
1. ติดตามประเมินอาการ การเปล่ยี นแปลงผ้ปู ่วยภายหลังทากิจกรรม
2. ลงบนั ทึกการได้ครบถว้ น ถูกตอ้ ง
ผลการประเมิน ( ) ผา่ น ( ) ไมผ่ า่ น
ขอ้ เสนอแนะ
...............................................................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงชอ่ื ...............................................อาจารยผ์ ู้ประเมิน
(..........................................................)
วนั ทปี่ ระเมิน.................................................
การฝึกปฏบิ ัติทกั ษะการบาบัดทางการพยาบาล 27
การฝกึ ปฏิบตั ิทกั ษะการบาบดั ทางการพยาบาล
เร่อื ง การดแู ลเพอื่ ตอบสนองความตอ้ งการด้านอาหารและนา
และการสวนล้างกระเพาะอาหาร
แนวคิด:
อาหารเปน็ สิ่งจาเป็นสาหรับร่างกาย หากรา่ งกายไดร้ บั อาหารและพลังงานไม่เพยี งพอ จะทาใหเ้ กดิ
การเปลย่ี นแปลงในทางสรรี วิทยา ก่อใหเ้ กิดการเจบ็ ปว่ ยตามมาได้ ผูป้ ่วยมีโอกาสจะไม่ไดห้ รอื ได้รบั อาหาร
ไม่เพยี งพอได้ เชน่ ในผ้ปู ว่ ยท่ีไมร่ ูส้ กึ ตวั ผู้ป่วยทมี่ ีปญั หาการเคยี้ วและหรือการกลนื ผปู้ ่วยที่มอี าการเบื่อ
อาหาร ผปู้ ว่ ยที่มคี วามผดิ ปกติและเกดิ การใช้พลังงานอยา่ งมาก เป็นต้น การใหอ้ าหารที่เพียงพอและ
เหมาะสมจะช่วยใหร้ า่ งกายของผู้ป่วยมกี ารฟื้นคนื สภาพและหายจากโรคหรือการเจบ็ ปว่ ยได้ ดงั นัน้ แพทย์
ผ้รู กั ษาจึงต้องใหก้ ารรักษาโดยสั่งใหอ้ าหารที่เหมาะสมให้แก่ผปู้ ่วย พยาบาลในฐานะเปน็ ผ้ใู หก้ ารดูแลจึงต้อง
หาหนทางในการใหอ้ าหารสาหรบั ผูป้ ่วยท้ังการกระตุ้นให้รับประทานอาหาร การใหค้ าแนะนาญาติจัดหา
อาหารท่ีผู้ป่วยชอบและไมข่ ดั กบั ภาวะโรคทีเ่ ป็นมาใหผ้ ู้ปว่ ยรับประทาน สาหรบั ผู้ป่วยที่ไม่สามารถ
รับประทานอาหารได้ดว้ ยตนเอง เชน่ อยู่ในภาวะท่ีไม่รู้สึกตัว คาอุปกรณ์การรกั ษาบางอย่างที่ช่องปาก ทา
ให้จาเป็นต้องใสส่ ายยางให้อาหารแก่ผปู้ ่วย เพื่อการให้อาหารต่อไป หรือหากพบว่าผ้ปู ว่ ยมีข้อจากัดในการ
ใส่สายยางอาหารทางจมูก แพทย์ผ้ใู ห้การรักษาอาจพิจารณาใส่สายยางให้อาหารเขา้ สู่กระเพาะอาหาร เชน่
การใสส่ ายยาง Gastrostomy tube เปน็ ต้น สว่ นการสวนลา้ งกระเพาะอาหาร (gastric lavage) คือการ
ล้างสิ่งตกคา้ งในกระเพาะอาหารออกมาโดยผา่ นทางท่อสายยาง ซึง่ วัตถปุ ระสงค์ในการสวนล้างกระเพาะ
อาหารนัน้ ต่างกัน เชน่ หากสิง่ ตกค้างเป็นสารพษิ และยาที่มากเกนิ ขนาดการสวนลา้ งทาเพ่อื ลดการดดู ซมึ
ของยาเขา้ สกู่ ระแสเลอื ด หากผู้ปว่ ยมีเลอื ดทอี่ อกในกระเพาะอาหารการสวนลา้ งจะทาเพื่อห้ามเลอื ด เป็น
ตน้
วัตถุประสงค์การเรยี นรู้: หลังจบการฝกึ ปฏบิ ตั ิน้ี ผ้เู รยี นสามารถ
1. ปฏิบัติการบาบดั ทางการพยาบาลเพ่อื ตอบสนองความต้องการด้านอาหารและนา้ ได้อยา่ งถูกต้อง
ได้แก่ การใสส่ ายยางทางจมูก การใหอ้ าหารทางสายยาง การถอดสายยาง รวมทัง้ การสวนล้างกระเพาะ
อาหาร
การฝึกปฏิบัติทักษะการบาบัดทางการพยาบาล 28
ทบทวนความรกู้ ่อนทากิจกรรม:
1. ให้ผ้เู รียนอา่ นเอกสารประกอบการเรียนการสอน วิชา NU 111 204 การบาบัดทางการพยาบาล
(สายการพยาบาลผใู้ หญแ่ ละผู้สูงอาย)ุ หวั ขอ้ การบาบดั ทางการพยาบาลเพื่อตอบสนองความตอ้ งการดา้ น
อาหารและน้า และการสวนล้างกระเพาะอาหาร คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแกน่
2. ดู clip VDO ทกั ษะทางการพยาบาล เร่อื ง การใส่สายยางทางจมูก (7.24 นาที) การให้อาหาร
ทางสายยาง (6.30 นาที) สวนล้างกระเพาะอาหาร (5.40 นาที)
กิจกรรมการเรียนรู้: ใหผ้ เู้ รยี นปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตามลาดบั ต่อไปน้ี
1. ทบทวนเร่อื งการตอบสนองความต้องการดา้ นอาหารและนา้ กบั อาจารย์ประจากลุ่ม และเตรยี ม
อุปกรณ์ทีใ่ ชใ้ นการฝึกปฏิบตั ิ
2. ฝึกปฏบิ ตั ิตามแนวทางการฝกึ ปฏบิ ัติทักษะการบาบดั ทางการพยาบาล เรอื่ ง การดแู ลเพื่อ
ตอบสนองความต้องการด้านอาหารและน้า ไดแ้ ก่ การใสส่ ายยางทางจมูก การให้อาหารทางสายยาง การ
ถอดสายยาง และการสวนล้างกระเพาะอาหาร
3. ฝึกปฏิบัตติ ามแนวทางการฝึกปฏิบัติทกั ษะการบาบัดทางการพยาบาล เรอื่ ง การดูแลเพอ่ื
ตอบสนองความต้องการดา้ นอาหารและน้า ไดแ้ ก่ การใส่สายยางทางจมูก การใหอ้ าหารทางสายยาง การ
ถอดสายยาง และการสวนล้างกระเพาะอาหาร โดยอาจารย์ประจากลุ่มประเมนิ การฝึกปฏบิ ัติตามแนว
ทางการฝึกปฏิบัติทักษะการบาบดั ทางการพยาบาล พรอ้ มท้ังให้ข้อเสนอแนะ
4. สรปุ การเรียนรู้ร่วมกบั อาจารย์ประจากลุ่มและทาแบบทดสอบหลังฝึกปฏิบัติ
การฝกึ ปฏบิ ัติทกั ษะการบาบดั ทางการพยาบาล 29
เครือ่ งมือและอุปกรณ์ที่ตอ้ งการ:
1. แนวทางการฝกึ ปฏิบัติทักษะการบาบัดทางการพยาบาล เร่ือง การดูแลเพื่อตอบสนองความต้องการ
ดา้ นอาหารและนา้ ได้แก่ การใสส่ ายยางทางจมูก การให้อาหารทางสายยาง และการสวนล้างกระเพาะ
อาหาร
การใสส่ ายยางให้อาหาร: การให้อาหารทางสายยาง:
1. ชุดทาความสะอาดช่องปากและจมูก 1. อาหารเหลวปริมาณตามท่ีแพทย์กาหนด
พรอ้ มดว้ ยน้าสะอาด หรอื 0.9%NSS 2. แก้วบรรจุน้าดืม่ 50-100 มล.
2. ถาดวางของใช้ 3. ผ้าขนหนูผนื เล็กเพ่อื กันเปื้อน
3. ทอ่ สายยาง (nasogastric tube) 4. สาลชี บุ alcohol
4. Asepto syringe/ 50 cc. irrigation syringe 5. Asepto syringe/ 50 cc irrigation syringe
5. Stethoscope 6. Stethoscope
6. K-Y jelly หรอื สารหล่อลืน่ ละลายนา้ ได้ 7. ยา (ถ้าม)ี ถา้ เป็นเมด็ ให้บดให้ละเอียด
7.ผา้ ก๊อส
8. แก้วบรรจุน้าพรอ้ มด้วยหลอดดดู การสวนลา้ งกระเพาะอาหาร:
9. ชามรูปไต/ถงุ ใส่ขยะ 1. 0.9 % NSS for irrigation 1-2 ลติ ร
10. ผ้าขนหนผู ืนเล็กเพ่ือกันเป้ือน 2. Asepto syringe/ 50 cc irrigation syringe
11. กระดาษเชด็ ปาก 3. gastric lavage irrigation set
12. พลาสเตอร์พร้อมกรรไกร 4. disposable gloves
13. ไฟฉาย 5. surgical mask
การถอดสายยาง: 6. ภาชนะ/ถงั รองใส่สารที่ออกจากกระเพาะอาหาร
1. ชุดทาความสะอาดช่องปากและจมูก 7. เสื้อคลมุ /ผา้ กนั เป้ือนพลาสติก
2. Asepto syringe/ 50 cc irrigation syringe 8. กรณที ่ยี งั ไมไ่ ด้ใสส่ ายยาง ให้เตรียมอปุ กรณ์
3.ชามรูปไต/ถุงใส่ขยะ เชน่ เดียวกับการใส่ nasogastric tube
4. ผ้าขนหนูผืนเล็กกันเปอื้ น
5. กระดาษเช็ดปาก
การประเมินผล:
1.การทาแบบทดสอบหลงั ฝกึ ปฏบิ ัติ
2. การมสี ่วนรว่ มในการเรียนรูจ้ ากการฝึกปฏบิ ตั ิ
การฝกึ ปฏิบัติทกั ษะการบาบัดทางการพยาบาล 30
แนวทางการฝกึ ปฏิบัติทักษะการบาบัดทางการพยาบาล
เรือ่ ง การใส่ทอ่ สายยางใหอ้ าหาร การให้อาหารทางสายยาง และการสวนลา้ งกระเพาะอาหาร
คาชีแจง ให้ทาเครอ่ื งหมาย / ลงในชอ่ งว่าง ตนเอง อาจารย์
1. การเตรยี มการ ปฏบิ ตั ิ ไม่ปฏบิ ตั ิ ปฏบิ ตั ิ ไมป่ ฏิบตั ิ
1.1 เตรียมผรู้ บั บริการและสิง่ แวดล้อม
1. ตรวจสอบคาสัง่ การรักษา
2. แนะนาตนเอง
3. ตรวจสอบชอื่ – สกลุ ผู้ปว่ ย
4. แจง้ วัตถปุ ระสงค์ ตาแหน่ง วิธีการรวมท้ังความรู้สึกทจ่ี ะเกิดขน้ึ กับผู้ปว่ ยใน
ระหว่างการใสส่ ายยางใหอ้ าหาร
5.เปิดโอกาสใหผ้ ู้ป่วยสอบถาม
6. แนะนาการปฏิบตั ติ ัวในระหว่างการใสส่ ายยาง
7. ฟงั เสยี งการเคลื่อนไหวของลาไส้ (Bowel sound) ก่อนการใส่สายยาง
8. เตรียมอุปกรณ์
9. ล้างมือให้สะอาด
1.2 เตรียมอุปกรณ์ได้ถูกต้องและครบถ้วน
2. ขันตอนและเทคนคิ
2.1 ลาดับขันตอนการใส่สายยางให้อาหาร
1.กั้นมา่ นเพ่ือความเปน็ สว่ นตวั ของผูป้ ว่ ย
2. จัดทา่ ผปู้ ่วยในทา่ นอนศีรษะสูง 45 องศาขน้ึ ไป (high Fowler’s position)
3. คลุมผา้ ขนหนผู ืนเล็กบรเิ วณใตค้ างจนถงึ หนา้ อกเพ่อื กนั เปอ้ื นใหผ้ ปู้ ่วย พรอ้ มทง้ั
วางชามรปู ไต และกระดาษเชด็ ปากใกลๆ้ ผู้ปว่ ย
4. ใช้ไฟฉายตรวจดรู ูจมูก และผนงั กน้ั จมูก
5. ทาความสะอาดในชอ่ งปากและรจู มูก
6.วดั ระยะสายยางจากปลายจมกู ถงึ ตง่ิ หู และจากตง่ิ หูถงึ ใต้ล้นิ ปห่ี รอื กระดกู ซฟิ อยด์
(xiphoid process)
7.หลอ่ ลน่ื สายดว้ ยสารหลอ่ ลืน่ ยาวประมาณ 15-20 เซนตเิ มตร (6-8 นวิ้ )
8. ให้ผ้ปู ว่ ยแหงนศีรษะขน้ึ เล็กนอ้ ย ขณะใสส่ ายยางเขา้ จมกู คอ่ ยๆ ใสโ่ คง้ เขา้ ไปตาม
รจู มูก
9. เมือ่ สายผา่ นถึงคอ ให้ผู้ปว่ ยอ้าปากแลว้ ใชไ้ ฟฉายสอ่ งดวู า่ สายยางออกมาอย่ใู น
ปากหรือไม่
การฝกึ ปฏิบัติทักษะการบาบัดทางการพยาบาล 31
ตนเอง อาจารย์
ปฏบิ ตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ ปฏิบตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ
10.ให้ผปู้ ่วยก้มศีรษะลงและบอกใหผ้ ู้ป่วยช่วยกลืนหรอื ดดู นา้ ท่เี ตรยี มไว้ พร้อมกบั ดนั
สายยางเข้าช้าๆ ตามจงั หวะการกลืนทาไปเร่อื ยๆ จนถงึ ตาแหนง่ ท่ีทาสัญลกั ษณไ์ ว้
11.ทดสอบว่าสายยางอยใู่ นกระเพาะอาหารโดย
11.1 ใช้ asepto syringe ต่อกับปลายสายยางดดู ดนู ้ายอ่ ย
11.2 ใช้ asepto syringe ดันลม 5-10 CC. เขา้ ไปทีป่ ลายสายยาง ใช้
stethoscope ฟังบริเวณหน้าท้องส่วนบนดา้ นซา้ ย จะได้ยินเสยี งลมดงั “ฟดื้ ”
12. ใช้พลาสเตอร์ตดิ สายให้อย่ตู รงกลางรจู มกู ไมเ่ ลื่อนไปขา้ งใดขา้ งหนึง่ มากเกินไป
2.2 ลาดับขนั ตอนการให้อาหารทางสายยาง
1.แจง้ ใหผ้ ู้ป่วยทราบ
2.ตรวจสอบคาสง่ั การรักษา (ชนิดอาหาร, ปริมาณ, ทางท่ีให้)
3.จดั ท่าศรี ษะสงู 30-450 (Fowler’s position) และปผู า้ ขนหนูผืนเลก็ กันเปื้อน
4.เช็ดปลายสายยางใหส้ ะอาดดว้ ยสาลีชบุ แอลกอฮอล์ 70%
5.ทดสอบว่าสายยางอยู่ในกระเพาะอาหารทัง้ 2 วิธี (ตาม 11.1 และ 11.2)
6.ดดู ดูปรมิ าณอาหารทีค่ ้างอยูใ่ นกระเพาะอาหาร และดนั กลบั คนื ชา้ ๆ
7.พับสายไว้ ดึงสว่ นของ plunger ออกจาก asepto syringe จากนนั้ ตอ่ asepto
syringe เขา้ กับปลายสายยาง ค่อยๆเทอาหารลงในกระบอกอยา่ งตอ่ เน่อื ง ยกให้สงู
กวา่ กระเพาะอาหารผู้ป่วยประมาณ 1-1.5 ฟุต
8.ใหย้ าหลังอาหาร (ถ้ามี) และเทน้าตามประมาณ 30-60 ซีซี
9.ทาความสะอาดปลายสายดว้ ยแอลกอฮล์ 70% และปดิ จุกสายยาง
10.ให้ผปู้ ว่ ยนอนในทา่ ศีรษะสงู เชน่ เดมิ นานประมาณ 30-60 นาที
2.3 ลาดับขนั ตอนการสวนล้างกระเพาะอาหาร
1. ตรวจสอบคาสัง่ การรกั ษา
2. ตรวจสอบชือ่ -สกลุ หมายเลขผู้ปว่ ยใน
3. แจ้งและอธิบายให้ผปู้ ว่ ยทราบ
4. ล้างมอื สวมmask เส้อื คลมุ /ผ้ากนั เปือ้ นพลาสตกิ และ disposable gloves
5. จดั ท่านอนหงายศรี ษะสงู มากกวา่ 30 องศา
6. กรณีทีผ่ ูป้ ่วยยงั ไมไ่ ด้ใส่ OG-tube หรือ NG-tube ให้ปฏิบตั ิตามข้ันตอนการใส่
ทอ่ สายยางเพอ่ื ให้อาหาร
7. เชค็ ตาแหน่งของปลายสายทว่ี ่าอยใู่ นกระเพาะอาหาร (ใชว้ ธิ ิการตรวจสอบ
เชน่ เดียวกันกับการใส่ท่อสายยางเพ่ือให้อาหาร หัวขอ้ ยอ่ ย 11.1 และ 11.2 )
8. หกั สาย NG-tube หรือ OG-tube กอ่ นต่อเขา้ กบั asepto syringe
9. ดูดสารคงค้างทอ่ี ยู่ใหก้ ระเพาะอาหารออก
10. ใช้ asepto syringe ดดู 0.9% NSS ประมาณ 50 ซีซี แล้วต่อเขา้ กบั ปลายสาย
ยางและดนั น้ายาเขา้ ไปอย่างช้าๆ
การฝึกปฏิบตั ิทกั ษะการบาบดั ทางการพยาบาล 32
ตนเอง อาจารย์
ปฏบิ ตั ิ ไมป่ ฏิบตั ิ ปฏิบตั ิ ไมป่ ฏิบตั ิ
11. ดดู สารละลายทใ่ี ส่เขา้ ไปในกระเพาะอาหารออกชา้ ๆ ถา้ ไมม่ กี ารออกเพม่ิ ไมใ่ ห้
ออกแรงดดู ท่มี ากเกินไป ปลอ่ ยใหไ้ หลตามแรงโน้มถ่วงของโลก
12. ทาซ้าในข้ันตอนท่ี 10 และ11 จนกวา่ จะครบตามคาส่งั การรกั ษาหรอื ในกรณที ่ี
เป็นเลอื ดออกในกระเพาะอาหาร ให้สวนลา้ งจนกว่าน้ายาทด่ี ดู ออกมาจะใส
13. กรณีทท่ี าเปน็ คร้งั คราว ให้เอาสายยางออกภายหลังการสวนลา้ งกระเพาะ
อาหารเสรจ็ สน้ิ
14. สอบถามความสขุ สบายของผปู้ ว่ ยหลังการปฏิบตั ิและจดั ท่าให้ผปู้ ่วยสุขสบาย
15. กรณีทาเพอื่ ส่งตรวจทางใหป้ ฏบิ ตั กิ าร ให้พยาบาลดาเนนิ การสง่ ตรวจอยา่ ง
ทันทีทันใด
16. เก็บและล้างอปุ กรณ์
17. จดบันทึกและรายงานแพทย์
2.4 ลาดบั ขนั ตอนการถอดสายยางให้อาหาร
1.แจ้งให้ผ้ปู ่วยทราบ
2.แกะพลาสเตอรอ์ อก หมุนสายยาง
3.ดนั ลมลงไปในสายยาง 10 ซีซี
4. หกั สายยางและดึงสายยางออกอยา่ งรวดเรว็ และนมุ่ นวล
5.ใหผ้ ปู้ ่วยบว้ นปาก
6.ทาความสะอาดรูจมกู และเชด็ คราบพลาสเตอร์ออกให้สะอาด
3. ผลของการปฏิบตั ิ
1.ปฏบิ ัติไดค้ ลอ่ งแคล่วและนมุ่ นวล
2.ปฏบิ ัตไิ ด้เรยี บรอ้ ย สะอาด
3.ลา้ งอปุ กรณแ์ ละเกบ็ อปุ กรณเ์ รียบร้อย
4. การประเมินและการบนั ทึก
1.ดวู ่าผู้ปว่ ยสามารถรับอาหารไดท้ ง้ั หมดหรอื ไม่/มีอาการคล่นื ไสอ้ าเจยี นหรือไม่
2.สอบถามผู้ป่วยหลงั ไดร้ บั อาหารว่ามีอาการอึดอดั แน่นทอ้ งหรือไม่
3.มอี าหารเหลอื ค้างในกระเพาะอาหารหรอื ไม่ กี่ซซี ี อาหารมลี กั ษณะอย่างไร
ผลการประเมิน ( ) ผ่าน ( ) ไมผ่ า่ น
ขอ้ เสนอแนะ
...............................................................................................................................................................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ ...............................................อาจารยผ์ ู้ประเมิน
(..........................................................)
วนั ท่ปี ระเมนิ .................................................
การฝกึ ปฏบิ ัตทิ ักษะการบาบัดทางการพยาบาล 33
การฝึกปฏิบัติทกั ษะการบาบัดทางการพยาบาล
เรื่อง การดูแลเพอื่ ตอบสนองความตอ้ งการด้านการขบั ถา่ ย
แนวคดิ :
การขับถ่ายเป็นกระบวนการในการขับของเสยี ออกจากร่างกาย ทงั้ นร้ี า่ งกายจะขับของเสียออกมา
หลายทางด้วยกนั ได้แก่ ทางเหงอื่ การหายใจ น้าลาย รวมถึงทางปสั สาวะและอจุ จาระ มกี ารเจ็บปว่ ยหรอื
ภาวะโรคหลายอยา่ งที่ท้าใหร้ ่างกายของคนเรามีการขบั ถ่ายทไ่ี ม่ปกติ เชน่ ความผิดปกติของสมองและระบบ
ประสาท การได้อาหารท่มี ีกากมากเกินไป โรคหรือการเจ็บปว่ ยท่ีทา้ ให้กล้ามเนื้อในการขับถ่ายมกี ารท้างาน
ทีไ่ มเ่ ต็มประสทิ ธิภาพ การได้น้าไมเ่ พยี งพอ ความผิดปกติของการขบั ถา่ ยท่ีจะกลา่ วถงึ ในทน่ี ไ้ี ดแ้ ก่ การ
ขบั ถ่ายปสั สาวะและการขับถ่ายอุจจาระ ซ่ึงพยาบาลต้องให้การดูแลเพื่อช่วยให้ผ้ปู ่วยมกี ารขบั ถ่ายตามปกติ
ไดแ้ ก่ การสวนปัสสาวะและการสวนอุจจาระ การสวนปสั สาวะนอกจากจะเปน็ การชว่ ยเหลอื ให้ผู้ปว่ ยมกี าร
ขบั ถา่ ยตามปกติแลว้ ยงั ใชใ้ นการตดิ ตามการเปลีย่ นแปลงอาการและอาการแสดงบางอย่าง เชน่ การตดิ ตาม
ปริมาตรปสั สาวะตอ่ ชวั่ โมง การให้ยา รวมถึงการชะล้างเลือดและอ่นื ๆเพื่อไม่ให้เกิดการอุดตันของทางเดิน
ปสั สาวะ ในขณะท่กี ารสวนอุจจาระยงั ใชใ้ นการเตรียมตรวจทางเดนิ อาหารส่วนลา่ ง การให้ยาบางอยา่ ง เป็น
ตน้
วตั ถุประสงคก์ ารเรียนรู้: หลังจบการฝึกปฏบิ ตั นิ ี้ ผเู้ รียนสามารถ
1. ปฏบิ ตั ิการบ้าบดั ทางการพยาบาลเพอ่ื ตอบสนองความต้องการด้านการขบั ถา่ ยได้อย่างถกู ต้อง
ไดแ้ ก่ การสวนปัสสาวะ การประยุกตใ์ ช้ถุงรองรบั น้าปัสสาวะในเพศชาย การสวนอุจจาระและการล้วง
อจุ จาระ
ทบทวนความรู้ก่อนทากจิ กรรม:
1. ใหผ้ เู้ รียนอ่านเอกสารประกอบการเรยี นการสอน วชิ า NU 111 204 การบา้ บัดทางการพยาบาล
(สายการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอาย)ุ หวั ขอ้ การบ้าบัดทางการพยาบาลเพ่ือตอบสนองความตอ้ งการด้าน
การขบั ถ่าย คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลยั ขอนแก่น
2. ดู clip VDO ทักษะทางการพยาบาล เรื่อง การสวนปัสสาวะ (8.56 นาท)ี Soap Suds Enema
https://www.youtube.com/watch?v=iJvKxxn40zE (4.53 นาที)
การฝกึ ปฏบิ ตั ิทกั ษะการบาบดั ทางการพยาบาล 34
กิจกรรมการเรียนรู้: ให้ผู้เรียนปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตามลา้ ดบั ต่อไปน้ี
1. ทบทวนเรอ่ื งการตอบสนองความตอ้ งการด้านการขับถ่ายกบั อาจารย์ประจา้ กลุ่ม และเตรยี ม
อปุ กรณ์ที่ใช้ในการฝกึ ปฏบิ ตั ิ
2. ฝกึ ปฏบิ ตั ิตามแนวทางการฝกึ ปฏิบตั ิทกั ษะการบา้ บดั ทางการพยาบาล เรื่อง การดแู ลเพือ่
ตอบสนองความต้องการด้านการขบั ถ่าย ไดแ้ ก่ การสวนปัสสาวะ การประยกุ ต์ใช้ถุงรองรับนา้ ปสั สาวะใน
เพศชาย การสวนอุจจาระและการลว้ งอุจจาระ
3. ฝกึ ปฏิบตั ติ ามแนวทางการฝกึ ปฏบิ ตั ิทักษะการบา้ บดั ทางการพยาบาล เร่ือง การดูแลเพอ่ื
ตอบสนองความต้องการด้านการขับถ่าย ได้แก่ การสวนปัสสาวะ การประยกุ ตใ์ ชถ้ งุ รองรับน้าปัสสาวะใน
เพศชาย การสวนอุจจาระและการล้วงอุจจาระ โดยอาจารย์ประจา้ กลมุ่ ประเมินการฝกึ ปฏบิ ัติตามแนว
ทางการฝกึ ปฏิบตั ิทักษะการบ้าบัดทางการพยาบาลฯ พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะ
4. สรุปการเรียนรรู้ ่วมกบั อาจารย์ประจ้ากลุ่มและท้าแบบทดสอบหลังฝกึ ปฏบิ ัติ
เคร่ืองมอื และอุปกรณท์ ี่ตอ้ งการ:
1. แนวทางการฝึกปฏิบัติทักษะการบา้ บัดทางการพยาบาล เร่ือง การดูแลเพ่ือตอบสนองความต้องการ
ด้านการขบั ถ่าย ได้แก่ การสวนปัสสาวะ การประยุกตใ์ ช้ถงุ รองรบั น้าปสั สาวะในเพศชาย การสวน
อจุ จาระและการลว้ งอจุ จาระ
การสวนปสั สาวะ: การสวนอุจจาระ:
1. ชดุ สวนปัสสาวะท่ปี ราศจากเชอื้ ในเซ็ตประกอบด้วย 1. ถาดสะอาด
ขนั ส้าลี ผ้าสี่เหล่ียมเจาะกลาง ผ้ากอ๊ ส ปากคีบชนดิ มี 2. ชามรูปไต/ถุงใส่ขยะ
เคีย้ ว (อปุ กรณใ์ นชุดสวนปัสสาวะอาจจะแตกต่างกนั ในแต่ 3. วาสลนิ ทเี่ ตรยี มไวบ้ นผ้ากอ๊ ส
ละสถานบรกิ าร) 4. เสาแขวน
2. ถุงมือปราศจากเช้ือ 2 คู่ 5. disposable gloves
3. สายสวนปัสสาวะปราศจากเชอ้ื 6. หมอ้ สวนและสายยาง
4. ถุงรองรบั น้าปสั สาวะพร้อมสายปราศจากเช้ือ 7. สารละลายทใี่ ช้สวน เช่น นา้ สะอาด หรือ
5. สารหล่อลน่ื K-Y jelly น้าสบู่ 750-1000 มล.
6. syringe 10 cc. 8. สายสวนอจุ จาระผ้ใู หญข่ นาดเบอร์ 22-
7. น้ากลั่นปราศจากเชื้อ 10 cc. 30 Fr หรอื หวั สวนอจุ จาระโดยเฉพาะ
8. ชดุ กระปกุ transfer forceps 9. หมอ้ นอน กระดาษช้าระ
9. ชุดทา้ ความสะอาดอวัยวะสืบพันธภ์ุ ายนอก 10. ผา้ ยาง ผ้าขวางเตยี ง
การฝึกปฏิบัตทิ ักษะการบาบัดทางการพยาบาล 35
10. น้ายา 0.9% NSS หรอื น้ายาท้าความสะอาดอวัยวะ การลว้ งอุจจาระ:
สืบพนั ธชุ์ นิดอืน่ ขนึ้ อยู่กบั แนวปฏิบตั ิของแต่ละ 1. disposable gloves
โรงพยาบาล 2. วาสลินท่เี ตรียมไว้บนผา้ กอ๊ ส
11.ชามรปู ไต/ถุงใสข่ ยะ 3. หมอ้ นอน
12. ผา้ ปดิ ตา 4. กระดาษชา้ ระ
13. ผา้ คลมุ ตวั 5. ผา้ คลมุ
14. พลาสเตอร์และกรรไกร 6. ผ้ายางและผ้าขวางเตยี ง
15. ตะขอแขวนรองรับนา้ ปสั สาวะ 7. surgical mask
16. ผา้ ยาง
17. ผา้ ขวางเตยี ง
การประยุกต์ใชถ้ งุ รองรบั น้าปัสสาวะในเพศชาย :
1. ชดุ ทา้ ความสะอาดอวัยวะสืบพันธภ์ุ ายนอกพรอ้ มน้ายา
2. urine condom
3. ถุงรองรับน้าปัสสาวะพร้อมสายปราศจากเชื้อ (urine
bag)
4. disposable gloves
5. ผ้าปิดตา
6. กรรไกร/ใบมดี ส้าหรับท้ารูเปิดท่ีปลายกระเปาะของ
ถงุ ยางอนามัย
7. พลาสเตอรเ์ หนียว
8. ไม้พันส้าลีชบุ ทิงเจอรเ์ บนซอยด์ (Tincture benzoid)
9. กระดาษช้าระ
10. ยางรดั ของ
11. ถาดวางของใช้
12. ตะขอแขวนถุงรองรับปสั สาวะ
13. ผ้าขวางเตยี ง
การประเมนิ ผล:
1.การทา้ แบบทดสอบหลังฝึกปฏบิ ตั ิ
2. การมีสว่ นรว่ มในการเรียนรูจ้ ากการฝึกปฏิบตั ิ
การฝึกปฏบิ ตั ทิ กั ษะการบาบัดทางการพยาบาล 36
แนวทางการฝกึ ปฏิบัติทักษะการบาบดั ทางการพยาบาล
เรอื่ ง การสวนปัสสาวะ
คาชแี้ จง ให้ท้าเคร่อื งหมาย / ลงในช่องว่าง
กิจกรรม ตนเอง อาจารย์
1. การเตรยี มการ ปฏิบตั ิ ไมป่ ฏิบตั ิ ปฏบิ ตั ิ ไม่ปฏบิ ตั ิ
การเตรียมผ้ปู ว่ ย
ตรวจสอบชอ่ื – สกลุ ผปู้ ว่ ย ชนดิ การสวนปสั สาวะจาก
คา้ ส่ังการรกั ษา
แจ้งใหผ้ ้ปู ่วยทราบพรอ้ มทั้งอธบิ ายวัตถุประสงค์
ตา้ แหน่ง วิธกี ารรวมท้ังความร้สู กึ ท่ีจะเกิดขนึ้ กบั ผปู้ ่วยใน
ระหว่างการสวนปัสสาวะ
แนะนา้ การปฏิบัติตวั ในระหวา่ งการสวนปสั สาวะ และ
ในกรณีท่ตี อ้ งมผี ู้ชว่ ย เตรียมผชู้ ว่ ยส้าหรับชว่ ยในระหว่างการ
สวนปัสสาวะ
การเตรียมสง่ิ แวดลอ้ ม
ปิดประตหู รอื ก้นั มา่ นให้มดิ ชดิ
จดั ส่ิงแวดลอ้ มและเตยี งให้อยใู่ นต้าแหน่งที่สามารถยืน
ด้านขา้ งของเตียง และใช้มือขา้ งที่ถนัดสวนปสั สาวะได้ เช่น
เล่อื นเตยี งใหอ้ ย่หู า่ งจากผ้าม่านหรือฝาผนัง
ใหผ้ ปู้ ว่ ยเลื่อนตัวหรอื จดั ผปู้ ว่ ยใหอ้ ยูใ่ กล้กบั ขา้ งเตียงท่ี
จะสวนปสั สาวะ
การเตรียมอปุ กรณ์
1.ชดุ สวนปัสสาวะท่ีสะอาดปราศจากเช้ือ 1 ชดุ ภายในชดุ มี
1.1 ผา้ สเ่ี หลยี่ มเจาะกลาง 1 ผืน
1.2 ปากคบี ชนดิ มเี ขยี้ ว 1 อัน
1.3 ผา้ ก๊อส 1-2 อัน
1.4 ขนั 1 ใบ
1.5 สา้ ลี 4-5 ก้อน
2.ถงุ มือสะอาดปราศจากเชื้อ 2 คู่
3.สายสวนปสั สาวะทสี่ ะอาดปราศจากเชอื้ ขนาดเหมาะสม
กับขนาดของหลอดปัสสาวะในกรณที ่ตี อ้ งสวนปสั สาวะคาไว้
ใหใ้ ชส้ ายสวนปสั สาวะชนิดโฟเลย่ ์ (Foley)
การฝกึ ปฏิบตั ทิ กั ษะการบาบัดทางการพยาบาล 37
กิจกรรม ตนเอง อาจารย์
4.สารหล่อล่ืน เชน่ เค วาย เยลล่ี (K-Y Jelly)
ปฏิบตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ ปฏบิ ตั ิ ไมป่ ฏบิ ตั ิ
5.ทรานสเฟอร์ ฟอร์เซฟส์ (Transfer forceps) พรอ้ มกระปกุ
ท่ปี ราศจากเชื้อ 1 ชุด
6.ชุดท้าความสะอาดอวัยวะสบื พนั ธภุ์ ายนอก 1 ชุด
7.น้ายา 0.9% Normal Saline หรือน้ายาชนิดอ่นื ตามแนว
ปฏบิ ตั ิของแตล่ ะโรงพยาบาล ส้าหรบั ท้าความสะอาดบริเวณ
รูเปดิ ของทอ่ ปัสสาวะ และบริเวณฝีเยบ็
8.ชามรูปไตหรือถงุ พลาสติก 1 ใบ
9.ผา้ ปิดตา 1 ผนื
10.ผา้ คลุมตวั 1 ผืน
11.ผา้ ขวางเตยี ง 1 ผนื
12.ผา้ ยาง 1 ผืน
ในกรณีท่ีตอ้ งสวนปัสสาวะคาไว้ใหเ้ ตรียมอปุ กรณด์ ังต่อไปนเ้ี พิม่ เติม
1*.ขวดหรอื ถุงรองรบั นา้ ปัสสาวะ พรอ้ มสายตอ่ ปราศจากเชอื้
1 ชดุ
2*.กระบอกฉีดยาทสี่ ะอาดปราศจากเชื้อขนาด 10 มล.บรรจุ
นา้ กลนั่ สะอาดปราศจากเชื้อปรมิ าณ 8-10 มล.
3*.พลาสเตอร์และกรรไกร
4*.ตะขอแขวนถุงรองรบั นา้ ปัสสาวะ
2. การสวนปัสสาวะ
1. เตรียมผู้ป่วย
2. ล้างมอื ใหส้ ะอาด
3. เตรยี มอุปกรณส์ า้ หรับสวนปัสสาวะบรรจลุ งถาดให้ครบ
แลว้ ยกไปทีเ่ ตยี งผู้ป่วย
4. จัดส่งิ แวดล้อม
5. ปิดตาผู้ปว่ ย
6. จดั ทา่ ผ้ปู ว่ ย ใช้ผา้ ยางและผ้าขวางเตียงรองใตก้ ้น
6.1 ในผู้ปว่ ยหญิงเลอ่ื นผ้านงุ่ ของผู้ปว่ ยขนึ้ ไปเหนือเอว จดั
ใหอ้ ย่ใู นท่านอนหงายชันเขา่ และแยกขาทง้ั สองขา้ งออก
(Dorsal recumbent) หรือทา่ นอนตะแคงงอเข่าทง้ั สองข้าง
โดยให้ขาบนงอมากกวา่ ขาดา้ นล่าง (Lateral position)
6.2 ในผ้ปู ่วยชายบอกใหถ้ อดกางเกงหรือช่วยถอดกางเกง
ออก จดั ให้ผ้ปู ว่ ยอยู่ในทา่ นอนหงายแยกขาท้งั สองข้างออก
จากกัน (Supine position)
การฝกึ ปฏิบตั ิทกั ษะการบาบดั ทางการพยาบาล 38
กิจกรรม ตนเอง อาจารย์
7. คลมุ ผา้ ให้ผปู้ ว่ ย โดยเปิดเผยเฉพาะอวยั วะสืบพันธ์ุ ปฏิบตั ิ ไมป่ ฏบิ ตั ิ ปฏิบตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ
ภายนอกและบรเิ วณฝเี ย็บของผูป้ ว่ ย
8. ท้าความสะอาดอวยั วะสบื พันธุ์ภายนอก
9. ยกชุดสวนปสั สาวะวางไว้ระหวา่ งขาทง้ั สองของผปู้ ่วยใน
ต้าแหน่งทีห่ ยิบจบั อุปกรณไ์ ดส้ ะดวก
10. เปดิ ชุดสวนปสั สาวะ โดยใชเ้ ทคนคิ ปลอดเช้อื
11. ใช้ Transfer forceps หยิบเคร่ืองใช้ในขันออกวางไว้
บนผา้ หอ่ ชดุ สวนปสั สาวะ
12. เทน้ายาทา้ ความสะอาดอวยั วะสืบพันธุ์ เช่น 0.9% NSS
หรือ นา้ ยาชนิดอื่นท่ี โรงพยาบาลใช้ ลงในขัน
13. หยดสารหลอ่ ลน่ื ลงบนผ้าก๊อสในชดุ สวนปัสสาวะ
14. เปดิ ซองสายสวนปสั สาวะแลว้ ใสล่ งในชุดสวนปสั สาวะ
โดยใช้เทคนคิ ปลอดเชื้อ
15. เปดิ กระบอกฉดี ยา (Syringe) 10 ซีซจี ากซองกระดาษ
หรอื ห่อผา้ ลงในชุดสวนปสั สาวะโดยระวงั การปนเป้อื น *
16. ในกรณีท่ผี ู้ป่วยมีความเสี่ยงสูง ใช้คมี ปากคีบ (Transfer
forceps) คีบไม้พนั สา้ ลี ก้านหนึ่งชุบ Providine solution
พอชุม่ สา้ ลีแล้ววางพาดกบั ขันรองน้าปัสสาวะ
17. วางชามรปู ไตหรือถุงขยะไวใ้ นตา้ แหนง่ ทีส่ ามารถทิ้งส้าลี
ทจี่ ะท้าความสะอาดไดส้ ะดวกและไมป่ นเปอื้ น
18*. เตรยี มหลอดนา้ กลั่นปราศจากเชื้อ 10 ซีซี โดย
18.1* กรณีทมี่ ผี ้ชู ว่ ยในการสวนปสั สาวะ ใหผ้ ชู้ ่วยจบั
หลอดน้ากลั่นปราศจากเชือ้ 10 ซีซี และผสู้ วนสวมถุงมอื
สะอาดปราศจากเชื้อดดู น้ากลนั่ ปราศจากเช้อื แลว้ วางไว้ใน
ชดุ สวนปัสสาวะ
18.2* กรณีที่ไมม่ ผี ชู้ ว่ ยในการสวนปัสสาวะ เปดิ หลอดบรรจุ
น้ากลั่นไว้ แลว้ ใชม้ ือขา้ งทถี่ นัดสวมถุงสะอาดปราศจากเชื้อ
หยิบกระบอกฉดี ยาในชุดสวนปสั สาวะดดู น้ากลั่นปราศจาก
เชอื้ ทใี่ ชม้ อื ข้างทไี่ มถ่ นัดและยงั ไมส่ วมถงุ มือถอื ไว้ หลังจากนน้ั
วางกระบอกฉดี ยาท่บี รรจนุ า้ กลัน่ ไว้ในชุดสวนปัสสาวะ แลว้
สวมถุงมือปราศจากเชอ้ื ขา้ งท่เี หลอื ด้วยเทคนคิ ปลอดเช้อื
19*. ทดสอบลกู โป่งสายสวนปสั สาวะโดยฉีดน้ากล่ัน 10 ซีซี
เขา้ ปลายสายสวนทใ่ี ชส้ ้าหรับขยายลกู โป่ง หลังจากนน้ั ดดู น้า
กล่นั คืนดังเดมิ
การฝกึ ปฏบิ ตั ิทกั ษะการบาบดั ทางการพยาบาล 39
กจิ กรรม ตนเอง อาจารย์
20. หลอ่ ลน่ื ปลายสายสวนปสั สาวะดว้ ยสารหลอ่ ลื่นท่หี ยดไว้ ปฏิบตั ิ ไมป่ ฏบิ ตั ิ ปฏิบตั ิ ไมป่ ฏิบตั ิ
บนผา้ กอ๊ ส ในผู้ป่วยหญงิ หลอ่ ลน่ื ประมาณ 2-3 นิว้ และ
ประมาณ 6-8 นิว้ ในผ้ปู ว่ ยชาย แล้ววางไว้ในห่อผ้าบริเวณที่
สะอาดปราศจากเชอื้
21. สวมถงุ มือค่แู รก ทา้ ความสะอาดอวยั วะสืบพันธภุ์ ายนอก
แล้วถอดถงุ มอื ออก
22. สวมถุงมอื คู่ทีส่ อง
23. ปผู า้ สเี่ หลี่ยมเจาะกลาง โดยให้รอยเจาะกลางอยู่ตรง
อวยั วะสืบพันธ์ุภายนอกบรเิ วณฝีเย็บเทา่ นัน้ และต้องระวงั
ไม่ให้ถงุ มือปนเปื้อน
24. เลื่อนขันส้าหรบั รองรับนา้ ปัสสาวะให้อย่ใู กล้บรเิ วณ
อวยั วะสบื พนั ธุภ์ ายนอก
ในการสวนปัสสาวะผ้ปู ่วยหญงิ
25.ทา้ ความสะอาดอวยั วะสบื พนั ธภ์ุ ายนอกและรเู ปดิ ให้
สะอาดอีกคร้งั ดงั น้ี
- ใช้มอื ข้างที่ไม่ถนัดแหวกแคมเลก็ ออกจากกันใหก้ วา้ งและ
ยกขนึ้ จะเห็นรเู ปิดท่อปสั สาวะไดช้ ัดเจน (แหวกแคมเล็กคา้ ง
ไวจ้ นกระทง่ั สอดสายสวนปสั สาวะ และมีนา้ ปสั สาวะไหล
ออกมา มอื ทใ่ี ชแ้ หวกแคมในน้ีไมป่ ลอดเชอื้ แลว้ ตอ้ งระวงั
ไม่ให้เกิดการปนเป้ือนเครื่องใช้ที่ปลอดเช้อื )
- ใช้มอื ข้างท่ีถนัดหยบิ สา้ ลีชุบนา้ ยาฆ่าเช้ือเชด็ ท้าความสะอาด
ตรงรเู ปดิ ของท่อปัสสาวะจากบนลงลา่ ง ระวงั ไม่ให้มอื ขา้ งท่ี
ถนดั ปนเป้ือนเช้ือ
26. ในกรณีทีผ่ ูป้ ว่ ยมีความเสีย่ งสงู ใชไ้ ม้พันสา้ ลีชบุ
Providine solution เชด็ รูเปดิ ท่อปัสสาวะทิง้ ไว้ 10 วินาที
27. ใชม้ อื ขา้ งท่ีถนัดจบั สายสวนปสั สาวะดว้ ยนิ้วหวั แมม่ อื และ
นวิ้ ชี้ โดยจบั ใหห้ า่ งจากปลายด้านทจ่ี ะสอดใสป่ ระมาณ 2 นวิ้
28. บอกใหผ้ ู้ปว่ ยเบ่งเหมอื นเบง่ ถา่ ยปสั สาวะ
29. คอ่ ยๆสอดใสส่ ายสวนปัสสาวะเข้าทางรูเปดิ ทอ่ ปัสสาวะ
อยา่ งนุม่ นวล ดันสายสวนเขา้ ไปให้ลึกประมาณ 2-3 นิว้
ในระหว่างการสอดใส่ตอ้ งบอกใหผ้ ูป้ ว่ ยหายใจเข้าชา้ ๆลกึ ๆ
และค่อยๆสอดสายสวนปัสสาวะตามโค้งของท่อปัสสาวะ
หา้ มดนั
การฝึกปฏบิ ตั ิทกั ษะการบาบดั ทางการพยาบาล 40
กิจกรรม ตนเอง อาจารย์
30.ในกรณที ่มี แี รงตา้ นในระหวา่ งการสอดใส่สายสวนปสั สาวะ ปฏิบตั ิ ไมป่ ฏิบตั ิ ปฏบิ ตั ิ ไม่ปฏบิ ตั ิ
ให้หยุดชวั่ ขณะ พร้อมกบั บอกใหผ้ ปู้ ่วยหายใจเขา้ ช้าๆลกึ ๆ
แล้วจึงสอดใสส่ ายสวนปัสสาวะเขา้ อย่างเบามือจนสดุ สายและ
เหน็ นา้ ปัสสาวะไหลออกมา
31. เลือ่ นมือขา้ งท่ไี มถ่ นดั มาจบั ยดึ สายสวนปัสสาวะไวใ้ ห้อยู่
กบั ทีไ่ ม่เลือ่ นหลดุ ออกมา
32. ใช้ขันรองรบั น้าปัสสาวะที่ไหลออกมาจากปลายสายสวน
ปัสสาวะ ปล่อยให้ปสั สาวะไหลออกมาจนหยดุ ไหล (ซง่ึ ในเพศ
หญิงถา้ ไมม่ นี ้าปสั สาวะไหลออกมาภายใน 1 – 2 นาที
หลงั จากใสส่ ายสวน อาจเกดิ จากการใส่สายสวนเข้าไปในชอ่ ง
คลอด ให้ด้าเนินการถอดสายสวนออกแล้วใชส้ ายสวนเสน้
ใหมส่ วนปสั สาวะ)
33. เม่ือน้าปสั สาวะไหลออกจนหยดุ แล้ว ใชม้ ือข้างทีถ่ นดั กด
เบาๆบนผ้าสเ่ี หลย่ี มเจาะกลางเหนอื หวั เหนา่ ขณะท่มี ือข้างที่
ไมถ่ นดั ยงั คงจับยดึ สายสวนไว้
ในการสวนปัสสาวะผู้ป่วยชาย
25.ทา้ ความสะอาดอวัยวะสบื พนั ธภ์ุ ายนอกและรูเปดิ ให้
สะอาดอีกครงั้ ดังน้ี
- เมอ่ื ทา้ ความสะอาดจนถงึ บริเวณส่วนปลายขององคชาต
และรเู ปิดของท่อปัสสาวะใหใ้ ช้มือข้างทไี่ มถ่ นดั จับองคชาตทา้
มมุ 90 องศา
-ร่นหนังหมุ้ ปลายลงมา (คา้ งไวจ้ นกว่าจะสอดสายสวน
ปัสสาวะ และมปี ัสสาวะไหลออกมา)
-ใช้มอื ข้างท่ถี นัดหยิบสา้ ลีชบุ นา้ ยาทา้ ความสะอาดรเู ปดิ ของ
ท่อปัสสาวะ ระวงั ไมใ่ หม้ ือข้างท่ถี นดั ปนเป้ือนเช้ือ
26. ในกรณที ผี่ ู้ป่วยมีความเสย่ี งสงู ใช้ไมพ้ นั ส้าลีชุบ
Providine solution เชด็ รูเปดิ ทอ่ ปัสสาวะท้ิงไว้ 10 วินาที
27. ใช้มือขา้ งท่ีถนัดจบั สายสวนปสั สาวะด้วยน้วิ หัวแมม่ ือและ
นิ้วช้ี โดยจับให้หา่ งจากปลายด้านทจี่ ะสอดใสป่ ระมาณ
ประมาณ 6 นวิ้ ส่วนปลายด้านทเ่ี หลือให้วางไวใ้ นขนั
28. บอกให้ผู้ปว่ ยเบ่งเหมือนเบง่ ถา่ ยปสั สาวะ
29. ค่อยๆสอดใสส่ ายสวนปัสสาวะเขา้ ทางรเู ปดิ ทอ่ ปสั สาวะ
อย่างนุ่มนวล ดนั สายสวนเข้าไปใหล้ ึกประมาณ 6-8 น้ิวหรอื
ใส่เข้าไปจนเกือบสดุ สาย โดยในระหว่างการสอดใส่ต้องบอก
การฝกึ ปฏบิ ตั ทิ ักษะการบาบดั ทางการพยาบาล 41
กจิ กรรม ตนเอง อาจารย์
ให้ผ้ปู ว่ ยหายใจเขา้ ชา้ ๆลึกๆ และค่อยๆสอดสายสวนปสั สาวะ ปฏิบตั ิ ไมป่ ฏบิ ตั ิ ปฏบิ ตั ิ ไม่ปฏบิ ตั ิ
ตามโค้งของทอ่ ปสั สาวะ หา้ มดนั
ขอ้ 30-33 ให้ดา้ เนนิ การเหมือนการสวนปสั สาวะในผู้ปว่ ย
หญิง
34.1* กรณสี วนปัสสาวะครง้ั เดยี วแล้วถอดออก
(Intermittent catheterization) ใหห้ ักพับสายสวนปสั สาวะ
แลว้ คอ่ ยๆดงึ ออก
34.2* ในกรณที สี่ วนคา
- ใหด้ ันสายสวนปสั สาวะเขา้ ไปใหล้ กึ อีกประมาณ 1-2 นว้ิ
หรือจนเกอื บสดุ สายแล้วใชก้ ระบอกฉดี ยาที่บรรจุน้ากล่นั
(sterile water) 8-10 ซีซี ฉีดเข้าไปทางปลายหางทใ่ี ช้ส้าหรับ
ขยายลกู โปง่ ต้องระวงั ไมใ่ ห้ลูกโปง่ ของสายสวนปัสสาวะไป
คา้ งท่ีท่อปัสสาวะ
- คอ่ ยๆดงึ สายสวนปัสสาวะกลบั คนื ออกมาอยา่ งน่มุ นวล จน
รู้สึกตึงมอื และสายสวนไมเ่ ล่อื นหลดุ ออกมาซ่ึงแสดงวา่ ลูกโป่ง
สายสวนมาตดิ ท่ีคอของกระเพาะปัสสาวะ (Bladder neck)
- หยบิ ปลายของถุงเกบ็ ปัสสาวะดา้ นที่จะต่อกับสายสวนสอด
ผา่ นชอ่ งสี่เหลยี่ มแลว้ จงึ ปลดจกุ ออกต่อปลายของถงุ เก็บ
ปัสสาวะกบั สายสวนปสั สาวะโดยระวังการปนเปอื้ น
** 35.ในผูป้ ว่ ยชายใหด้ ึงหนงั ห้มุ ปลายกลบั ลงมาคลุม
ปลายองคชาตตามเดมิ **
36. เอาผา้ ส่เี หลยี่ มเจาะกลางออก และ ถอดถุงมือ
37*. ในกรณที สี่ วนคา ตรึงหรอื ยดึ สายสวนปัสสาวะดว้ ยพลา
สเตอร์ โดย :
37.1 ในผปู้ ว่ ยชายตดิ ไว้บรเิ วณหน้าท้องนอ้ ยด้านข้าง
37.2 ในผ้ปู ่วยหญงิ ตดิ ไวบ้ รเิ วณด้านขา้ งของต้นขาดา้ น
ใน
38*. สังเกตดูการไหลของนา้ ปสั สาวะลงถุงเกบ็ ปสั สาวะโดย
ม้วนสายของถงุ เกบ็ ปสั สาวะไว้บนเตียงไมใ่ หส้ ายโค้งถว่ งอยู่
ขา้ งเตียง ซ่ึงจะทา้ ให้การไหลไมส่ ะดวก ควรแขวนถุงเก็บ
ปัสสาวะอย่ใู นระดับต้่ากวา่ กระเพาะปัสสาวะและปลายถุง
เก็บปสั สาวะอยสู่ ูงกวา่ พนื้ อย่างนอ้ ย 6 น้วิ
การฝึกปฏิบัตทิ ักษะการบาบัดทางการพยาบาล 42
กจิ กรรม ตนเอง อาจารย์
39. แจง้ ให้ผู้ป่วยทราบวา่ ไดส้ วนปสั สาวะเสรจ็ แลว้ เปดิ ตาให้ ปฏบิ ตั ิ ไม่ปฏบิ ตั ิ ปฏบิ ตั ิ ไม่ปฏบิ ตั ิ
ผปู้ ว่ ย จดั เสอ้ื ผา้ ให้ผูป้ ่วยอยา่ งเหมาะสมและจดั ท่าผู้ปว่ ยให้
อยู่ในท่าทีส่ ุขสบาย
40. เกบ็ อุปกรณแ์ ละทา้ ความสะอาด หลังจากนัน้ เก็บเขา้ ท่ีให้
เรยี บรอ้ ย
41.บนั ทึกลงในแผน่ บันทกึ ทางการพยาบาล (nurse’s note)
เกย่ี วกับ
- วัน เวลา
- เหตผุ ลท่ตี อ้ งสวนปสั สาวะ
- ชนดิ และขนาดของสายสวนปสั สาวะ
- ปรมิ าณน้าท่ใี สเ่ ขา้ ไปเพ่ือขยายลกู โปง่ ในกรณีทสี่ วน
คา
- ปริมาณ ลักษณะของปัสสาวะ
- ความยากงา่ ยในการสวนปสั สาวะ
- การใหค้ วามรว่ มมอื ของผู้ป่วย
- อาการและอาการแสดงของผปู้ ่วยขณะสวน
ปสั สาวะ
ผลการประเมนิ ( ) ผ่าน ( ) ไมผ่ า่ น
ขอ้ เสนอแนะ
.......................................................................................................................................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลงชื่อ...............................................อาจารยผ์ ู้ประเมิน
(..........................................................)
วันที่ประเมิน..........................................
การฝึกปฏิบตั ิทักษะการบาบดั ทางการพยาบาล 43
แนวทางการฝกึ ปฏบิ ัตกิ ารบาบัดทางการพยาบาล
เรือ่ ง การประยกุ ต์ใช้ถุงรองรับนา้ ปัสสาวะในเพศชาย
คาชแี้ จง ใหท้ ้าเคร่ืองหมาย / ลงในช่องวา่ ง ตนเอง อาจารย์
กิจกรรม ปฏิบตั ิ ไมป่ ฏบิ ตั ิ ปฏบิ ตั ิ ไมป่ ฏิบตั ิ
1. การเตรียมการ
- การเตรียมผปู้ ว่ ย
แจ้งใหผ้ ูป้ ว่ ยทราบพรอ้ มทั้งอธิบายวตั ถปุ ระสงค์
อธบิ าย ต้าแหน่ง และวธิ ีการในการสวมถงุ ยาง
อนามยั
- การเตรียมส่งิ แวดลอ้ ม
ปดิ ประตหู รือกน้ั มา่ นใหม้ ดิ ชิด
จดั สิ่งแวดลอ้ มและเตยี งให้อย่ใู นตา้ แหน่งที่สะดวก
ในการพยาบาล เชน่ ใหผ้ ู้ปว่ ยเลอื่ นตัวหรอื จดั
ผูป้ ว่ ยให้อยู่ใกลก้ บั ข้างเตยี งดา้ นทจี่ ะสวมถงุ ยาง
อนามัย
-การเตรียมอุปกรณ์
1. urine condom หรือ ถงุ ยางอนามยั 1 อัน
2.ถงุ รองรับปสั สาวะ (Urine bag)
3.ชดุ ท้าความสะอาดอวัยวะสบื พนั ธภุ์ ายนอก 1 ชดุ
4.ในกรณีทผี่ ปู้ ่วยจะตอ้ งใสถ่ งุ ยางอนามยั เป็นเวลานานเตรยี ม
อปุ กรณ์สา้ หรับโกนขนทีอ่ วัยวะสบื พนั ธภ์ุ ายนอก
5. ผ้าปิดตา 1 ผนื
6. disposable gloves 1 คู่
กรณปี ระยกุ ตใ์ ชถ้ งุ ยางอนามยั มอี ุปกรณเ์ พิม่ เตมิ คือ
1. กรรไกรหรือใบมดี ส้าหรบั เจาะหรอื ทา้ รเู ปิดตรง
ปลายกระเปาะของถงุ ยางอนามยั
2. พลาสเตอรเ์ หนยี ว (กรณใี ช้ urine condom ครงั้
แรกจะมชี ุดพลาสเตอรต์ ิดมาดว้ ยแลว้ )
3. ไมพ้ ันสา้ ลชี ุบทิงเจอรเ์ บนซอยด์ (Tincture
benzoid)
การเตรยี มถงุ ยางอนามัย
1.แกะถุงยางอนามัยออกและลา้ งสารหลอ่ ลื่นออกใหห้ มด
หลงั จากนนั้ แลว้ เช็คให้แห้ง
การฝกึ ปฏบิ ัติทกั ษะการบาบดั ทางการพยาบาล 44
กจิ กรรม ตนเอง อาจารย์
2.สวมถุงยางอนามยั ตรงปลายทเ่ี ปน็ กระเปาะเขา้ กับปลาย ปฏบิ ตั ิ ไม่ปฏบิ ตั ิ ปฏิบตั ิ ไมป่ ฏิบตั ิ
สายตอ่ ถุงรองรบั ปสั สาวะโดยใหป้ ลายสายต่ออยตู่ รงกลาง
สวมเขา้ ไปลกึ ประมาณ 0.5-1 นิว้ แล้วใชพ้ ลาสเตอรพ์ นั รอบ
ยดึ ถงุ ยางอนามัยใหต้ ดิ กบั สายต่อใหแ้ น่นเปน็ 2 ปลอ้ ง หา่ ง
กนั เล็กน้อย หรืออาจใชย้ างรัดแทน
3.ตัดตรงปลายกระเปาะของถงุ ยางอนามยั ที่คลมุ ปดิ รเู ปดิ ของ
สายตอ่
4.พบั ตลบกลบั ถุงยางอนามยั ให้หมุ้ คลมุ ทบั ปลายรเู ปิดของ
สายต่อ
ข้ันตอนปฏิบตั ิ
1. ลา้ งมอื ใหส้ ะอาด
2. เตรยี มอปุ กรณส์ า้ หรบั สวมถุงยางอนามยั บรรจลุ งในถาดให้
ครบแลว้ ยกไปทเี่ ตยี งผปู้ ว่ ย
3. ในกรณที ตี่ อ้ งมผี ชู้ ว่ ย เตรียมผชู้ ว่ ยส้าหรบั ช่วยในระหวา่ ง
การสวมถุงยางอนามยั
4. ปดิ ตาผปู้ ่วย
5. จดั ท่าใหผ้ ปู้ ่วย บอกหรอื ช่วยถอดกางเกงออกแล้วจัดให้
ผปู้ ่วยอยู่ในทา่ นอนหงายแยกขาทงั้ สองข้างออกจากกัน
เล็กน้อย
6.คลุมผา้ โดยเปดิ เผยเฉพาะสว่ นทจ่ี า้ เปน็ เทา่ น้ัน
7.แขวนถุงรองรับน้าปัสสาวะกับตะขอแขวนข้างเตยี งผูป้ ว่ ย
8.ท้าความสะอาดอวัยวะสืบพันธภ์ุ ายนอกใหส้ ะอาดแลว้ เช็ด
ใหแ้ ห้ง ในกรณีท่ตี ้องสวมถงุ ยางอนามยั เป็นระยะเวลานาน
ให้โกนขนที่บรเิ วณอวัยวะสืบพันธอุ์ อกให้หมดก่อนท้าความ
สะอาด
9.ใชไ้ ม้พันสา้ ลีชุบทงิ เจอรเ์ บนซอยดท์ าผิวหนงั บริเวณทจี่ ะพัน
ยึดถงุ ยางอนามัย
10. สวมถุงยางอนามัยเข้ากบั องคชาต
11.ใชพ้ ลาสเตอร์พันรอบปลายถุงยางอนามัยให้ติดกบั
องคชาต โดยไม่พันใหแ้ นน่ หรอื หลวมเกินไป
12. มว้ นสายตอ่ สว่ นทยี่ าวเกินไปแลว้ ใช้เขม็ กลัดหรือเทปยดึ
สายตอ่ ไว้กบั ท่นี อน
13. แจ้งใหผ้ ู้ป่วยทราบวา่ ไดส้ วมถุงยางอนามยั เสรจ็ แล้ว
และจดั ใหผ้ ูป้ ว่ ยอยู่ในทา่ ทสี่ ขุ สบาย
การฝกึ ปฏบิ ตั ิทกั ษะการบาบัดทางการพยาบาล 45
กจิ กรรม ตนเอง อาจารย์
14. เกบ็ อปุ กรณ์และทา้ ความสะอาด หลังจากน้ันเกบ็ เขา้ ที่ ปฏิบตั ิ ไม่ปฏบิ ตั ิ ปฏบิ ตั ิ ไม่ปฏบิ ตั ิ
ใหเ้ รียบร้อย
15. บนั ทกึ ในแผ่นรายงานการให้การพยาบาลเกยี่ วกับวัน
เวลาและเหตุผลท่ีต้องสวมถุงยางอนามัย และลักษณะของ
ผิวหนังบริเวณอวัยวะสบื พันธ์ุ
ผลการประเมิน ( ) ผา่ น ( ) ไมผ่ า่ น
ขอ้ เสนอแนะ
.......................................................................................................................................................................
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ ...............................................อาจารยผ์ ้ปู ระเมิน
(..........................................................)
วันท่ีประเมนิ .................................................
การฝึกปฏิบัตทิ ักษะการบาบดั ทางการพยาบาล 46
แนวทางการฝกึ ปฏบิ ัติการบาบัดทางการพยาบาล
เรอื่ ง การสวนอจุ จาระ
คาช้แี จง ใหท้ ้าเคร่อื งหมาย / ลงในช่องวา่ ง
กิจกรรม ตนเอง อาจารย์
1. การเตรยี มการ ปฏบิ ตั ิ ไมป่ ฏิบตั ิ ปฏบิ ตั ิ ไม่ปฏบิ ตั ิ
1.1 เตรียมผรู้ บั บริการ
1) ตรวจสอบคา้ สงั่ การรักษา
2) ประเมินผู้ป่วย ตรวจสอบชอ่ื – สกลุ
3) อธบิ ายผู้ปว่ ยเกย่ี วกบั วัตถปุ ระสงค์ ความรสู้ กึ ที่จะเกดิ ขึน้
และวธิ กี ารสวนคร่าวๆ รวมทั้งสถานทที่ ่ีควรขับถ่ายและสิ่งที่
ต้องสังเกตขณะขับถา่ ย
1.2 การเตรยี มสง่ิ แวดลอ้ ม
1) ลา้ งมือ
2) กนั้ ม่าน
1.3 การเตรยี มอปุ กรณ์
1. ถาดสะอาด 1 ใบ
2. ชามรปู ไต 1 ใบ
3. วาสลินทเ่ี ตรียมไวบ้ นผา้ กอ๊ ส (วางบนถาด)
4. เสาแขวน
5. ถุงมอื ใช้แล้วทิง้ 1 คู่
6. หมอ้ สวนและสายยาง
7. สารละลายทีใ่ ช้สวน เชน่ น้าสะอาด หรอื น้าสบู่ 750-
1000 มล.
8. สายสวนอุจจาระผู้ใหญ่ขนาดเบอร์ 22-30 Fr หรอื หวั สวน
อุจจาระโดยเฉพาะ
9. หม้อนอน กระดาษชา้ ระ
10. ผ้ายาง ผ้าขวางเตยี ง
2. ขนั้ ตอนการปฏบิ ัติ
1. ตรวจสอบอณุ หภมู ิของสารละลายทใ่ี ชแ้ ละยกอุปกรณ์มา
ข้างเตียง
2. ล้างมือ
3. กัน้ ม่าน และจดั สิง่ แวดลอ้ มให้เหมาะสม
การฝกึ ปฏบิ ัติทักษะการบาบดั ทางการพยาบาล 47
กิจกรรม ตนเอง อาจารย์
4. ปผู ้ายาง และผา้ ขวางเตียงบริเวณสะโพกและขา
ปฏิบตั ิ ไม่ปฏิบตั ิ ปฏบิ ตั ิ ไมป่ ฏิบตั ิ
5. จัดท่าผู้ป่วยให้นอนตะแคงซ้าย
6. แขวนหมอ้ สวนบนเสาแขวน
7. สวมถงุ มือ
8.ตรวจสอบความแนน่ สนทิ ความกระชบั ของขอ้ ตอ่ ตา่ งๆ
ตรวจสอบการไหลของสารละลาย
9. หล่อลื่นปลายหัวสวน
10. แยกแกม้ กน้ ด้วยน้ิวมอื ใหเ้ หน็ รูทวารหนกั แตะหวั สวนที่
ทวารหนกั เบาๆ สอดเขา้ ชอ่ งทวารหนกั ชา้ ๆ
11. จับหัวสวนไวต้ ลอดการสวน
12. เปดิ เกลยี วใหส้ ารละลายไหลเขา้ ไปช้าๆ แนะน้าให้
หายใจออกทางปากช้าๆ ในขณะปลอ่ ยสารละลาย
13. สังเกตความสะดวกของการไหล ปรับระดบั หม้อสวน
หากไหลไมส่ ะดวก ดึงหัวสวนออกท้าความสะอาดรูเปิด
และสอดเข้าไปใหมห่ ากยังไมไ่ หล
14. ปดิ เกลียวหวั สวนไว้ 1-2 นาที หรือลดระดับหม้อสวน
ลง พร้อมแนะน้าใหผ้ ปู้ ่วยผอ่ นคลาย หายใจออกทางปาก
เมือ่ ผูป้ ่วยร้สู กึ อยากขับถ่ายอจุ จาระหรอื เมือ่ มสี ารละลาย
รั่วซมึ ออกทางทวารหนกั
15. เปดิ ให้สารละลายไหลช้าลงเมอื่ เรม่ิ เปดิ ใหม่ ยตุ ิการสวน
อจุ จาระหากอาการปวดไมล่ ดลง
16. ปดิ เกลยี วหวั สวนเมอื่ สารละลายจวนหมด
17. ใช้กระดาษช้าระวางรอบทวารหนักแลว้ ดงึ หวั สวนออก
เบาๆ
18.แนะนา้ ใหผ้ ู้ป่วยกลนั้ อจุ จาระจนกระทง่ั ทนไม่ไหวจรงิ ๆ
หรือประมาณ 5-15 นาที (ขึ้นอยูก่ ับสารละลายทีใ่ ช)้ โดย
อาการปวดทอ้ ง ทอ้ งอืดและอยากขับถา่ ยเป็นอาการปกติที่
พบได้จากการสวนอจุ จาระ
19.เมื่อผ้ปู ว่ ยรสู้ ึกปวดถา่ ยจนทนไมไ่ ด้
- จัดท่าในการขบั ถา่ ยบนหม้อนอนให้เหมาะสม จัดสัญญาณ
เรยี กไว้ใกล้มอื เตรยี มกระดาษชา้ ระวางไว้และปล่อยให้
ขับถา่ ยตามล้าพงั หรือ
- พาไปห้องนา้
20. ทา้ ความสะอาดและเก็บอปุ กรณ์