The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สารนิพนธ์การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของแรงงานสวนยางพาราจากประเทศเมียนมาร์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thanakornlove4, 2022-05-26 08:56:32

สารนิพนธ์การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของแรงงานสวนยางพาราจากประเทศเมียนมาร์

สารนิพนธ์การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของแรงงานสวนยางพาราจากประเทศเมียนมาร์

สารนิพนธ์
เร่ือง “การเขา้ ถึงบริการด้านสุขภาพของแรงงานสวนยางพาราจากประเทศเมียนมาร์”

โดย
นายธนากร ชอ่ งงาม
รหัสนักศกึ 593081054-9

เสนอ
ผศ.ดร. ศิลปกิจ ตขี่ ันตกิ ลุ

สารานิพนธ์นีเ้ ปน็ สว่ นหนึ่งของการศกึ ษาวิชา 420495 สหกิจศึกษาทางพฒั นาสงั คม
(COOPERATIVE EDUCATION IN SOCIAL DEVELOPMENT)
สาขาพฒั นาสังคม คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์
มหาวิทยาลัยขอนแกน่

การเข้าถึงบรกิ ารดา้ นสขุ ภาพของแรงงานสวนยางพาราจากประเทศเมียนมาร์

นายธนากร ชอ่ งงาม
รหัสนกั ศึก 593081054-9
นักศึกษาสาขาพฒั นาคม ชน้ั ปที ี่ 4

สารานิพนธ์นเี้ ป็นสว่ นหน่งึ ของการศกึ ษาวชิ า 420495 สหกจิ ศกึ ษาทางพัฒนาสังคม
(COOPERATIVE EDUCATION IN SOCIAL DEVELOPMENT)
สาขาพัฒนาสงั คม คณะมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์
มหาวิทยาลยั ขอนแก่น

HEALTH SERVICES ACCESSIBILITY OF RUBBER TREE PLANTION EMPLOYEE
FROM MYANMAR

Thanakorn Chongngam

A thesis submitted in partial fulfillment of the requirement for
Course 420495 COOPERATIVE EDUCATION IN SOCIAL DEVELOPMENT

The degree of bachelor in Social Development
Faculty of Humanities and social Sciences
Khon Kean University



ธนากร ชอ่ งงาม. 2563. การเขา้ ถึงบรกิ ารดา้ นสุขภาพของแรงงานสวนยางพาราจากประเทศเมยี น
มาร์. สารานพิ นธป์ รญิ ญาตรีศิลปศาสตรบณั ฑิต สาขาพฒั นาสงั คม มหาวิทยาลัยขอนแก่น

อาจารยท์ ่ปี รึกษา : ผศ.ดร. ศลิ ปกจิ ตี่ขนั ตกิ ุล

บทคดั ย่อ

การศึกษาเร่อื ง การเขา้ ถงึ บรกิ ารด้านสขุ ภาพของแรงงานสวนยางพาราจากประเทศเมียนมาร์
มีวตั ถปุ ระสงค์ (1) เพอื่ ศกึ ษาปัญหาการเข้าถึงการบรกิ ารดา้ นสุขภาพของแรงงานสวนยางจากประเทศ
เมียนมาร์ (2)เพื่อศึกษาแนวทางแก้ปัญหาการบริการด้านสุขภาพของแรงงานสวนยางจากประเทศ
เมียนมาร์ ด้วยวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research Methodology) โดยใช้วิธีการ
สัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interview) และการสังเกต (Observation) กลุ่มเป้าหมายในการศึกษา
คือ เจ้าหน้าที่เวชระเบียนและเจ้าหน้าท่ีสาธารณะสุขที่มีส่วนเกี่ยวข้อง พนักงานผู้ดูแลสวนยางพารา
และแรงงานข้ามชาติท่ีเข้ามาทางานในสวนยางพารา อาเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี โดยเลือก
ผู้ให้ขอมูลหลัก( Key Information)แบบเฉพาะเจาะจง จานวน 4 คน ซึ่งเป็นผู้ท่ีมีความรู้ความเข้าใจ
ในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพและสวัสดิการของแรงงานสวนยางพาราจากประเทศเมียนมาร์ ซึ่ง
ประกอบไปด้วย ผู้อานวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจาตาบลบ้านใหม่พัฒนา พนักงานเวช
ระเบียนโรงพยาบาลสังขละบรุ ี พนักงานดแู ลสวนยางพาราและประธานอาสาสมัครสาธารณสุขประจา
หมู่บ้านบ้านใหม่พัฒนา ตาบลหนองลู อาเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี และกาหนดผู้ให้ข้อมูล
เสริมท้งั ส้นิ 8 คน ซงึ่ เปน็ ผู้ที่ทางานในเขตสวนยางพาราในพื้นท่ีบ้านใหม่พัฒนา ตาบลหนองลู อาเภอ
สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี โดยวิธีการการเลือกตัวอย่างแบบลูกโซ่ (Snowball Sampling) ตาม
เกณฑท์ ่ผี วู้ ิจัยไดก้ าหนดไว้ จากการศึกษาคน้ คว้าและวิเคราะห์ผลการศกึ ษาพบว่า

การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของแรงงานยังคงมีปัญหาอยู่ โดยพบว่าปัจจุบันแรงงานในสวน
ยางพารายังคงมปี ญั หาในการเข้าถงึ ระบบบริการด้านสขุ ภาพท้ังที่เป็นปัญหาท่ีเกิดข้ึนจากกลุ่มแรงงาน
นายจา้ ง และหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งประกอบไปด้วย ปัญหาด้านด้านการเงิน ปัญหาด้านทัศคติทัศคติที่
มีต่อระบบและการดูแลสุขภาพ ปัญหาการคลาดแคลนบุคคลที่มีความสามารถทางด้านการสื่อสาร
ภาษาถนิ่ และปัญหาชอ่ งทางการกระจายข้อมูลข่าวสาร ซึ่งปัญหาที่พบน้ันมาจากทั้งหน่วยงานภาครัฐ
และกลุ่มแรงงานเอง ทั้งนี้จากการศึกษายังพบรูปแบบการแก้ไขปัญหาทั้งท่ีใช้ในการแก้ไขปัญหาใน
เบื้อต้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันซึ่งแนวทางการแก้ไขปัญหาการเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพของ
แรงงานสวนยางจากประเทศเมียนมาร์ คือการได้รับความร่วมมือกับจากท้ังแรงงาน นายจ้าง ภาครัฐ
และองคก์ รพฒั นาเอกชน ( NGOs)ทอ่ี ย่ใู นพ้ืนทที่ ัง้ น้แี รงงานจะต้องคอยดูแลเอาใจใส่ตัวเองในการดูแล
รักษาสุขภาพ ภาครัฐเองก็จะต้องคอยสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือจากหลายภาคส่วน โดยจะต้อง
ดาเนินการสร้างความเข้าใจเรื่องระบบการให้บริการ การผลักดันให้แรงงานสามารถเข้าถึงระบบ
บริการดา้ นสขุ ภาพ ทั้งน้ีจะต้องมีการสนับสนุนด้านการแปลเอกสารให้แรงงานสามารถอ่านและสร้าง
ความเข้าใจในข่าวสารด้านสาธารสขุ ได้

คาสาคัญ : แรงงานขา้ มชาติ การเข้าถึงบรกิ ารแรงงานข้ามชาติ แรงงานข้ามชาตสิ วนยางพารา



Abstract

The objectives of study in health services accessibility of rubber tree
plantation employee from Myanmar were (1) To investigate the problems of health
services accessibility of rubber tree plantation employee from Myanmar and (2) To
investigate the resolution of health services accessibility problems of rubber tree
plantation employee from Myanmar. The instruments were In-dept interview and
observation proceeded as qualitative research methodology. The target group were
divided into medical record officers, public health officers, rubber plant plantation
staffs and migrant employee whom work in Sangkhlaburi district, Kanchanaburi
province were selected. A total of 4 key information providers referred from the
knowledge and comprehension in health services and welfare of rubber tree
plantation employers from Myanmar which separated into Baan Mai Pattana
subdistrict Health Promotion Hospital director, medical record officer of Sangkhlaburi
Hospital, rubber tree plantation staff and head of Baan Mai Pattana village health
volunteer in Kanchanaburi Province, Sangkhlaburi District, Nong Lu subdistrict. The
additional information providers were 8 of employers in the same area selected
through snowball sampling. The study revealed that

The health services accessibility of labor still had an issue, the source of
problems found in various aspects such as employees, employers and government
agencies included financial issue, attitude about health services system issue, human
resource issue (insufficiency of staff with ability to communicate through specific
dialect) and public relation issue. The study also revealed the solution that used
from the beginning until now. The resolution for health services accessibility problem
of Myanmar employee is the cooperation from employee, employer, government
and non-government organizations (NGOs) in the area. To sum up, the employee
should regard for their health along with the other segments by create the
comprehension of health services system, support the employee to access the
health services and contribute the public health document which match the literacy
of the employee.
Key Words: Migrant Employee, Accessibility of Migrant Employee, Rubber Tree
Plantation Migrant Employee



กติ ติกรรมประกาศ

การศึกษาเร่อื ง การเข้าถึงบรกิ ารดา้ นสุขภาพของแรงงานสวนยางพาราจากประเทศเมียนมาร์
คร้ังนี้เป็นส่วนหนึ่ง ของการศึกษาวิชา 420495 สหกิจศึกษาทางพัฒนาสังคม(COOPERATIVE
EDUCATION IN SOCIAL DEVELOPMENT) สาขาพฒั นาสังคม คณะมนษุ ยศาสตร์และสงั คมศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่

สาหรับความสาเร็จในการศึกษาในคร้ังน้ีผู้วิจัยขอขอบพระคุณไปยัง พ่อ แม่ ญาติพี่น้อง
ตลอดจน ครู และบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนบ้านบึง – ยางประชาสรรค์ โรงเรียนรัตนบุรี
จังหวัดสุรินทร์ และ ผศ.ดร. ศิลปกิจ ต่ีขันติกุล อาจารย์ท่ีปรึกษา และอาจารย์ประจาหลักสูตรศิลป
ศาสตร์บัณฑิต สาขาพัฒนาสังคมทุกท่าน ท่ีคอยให้กาลังใจและสนับสนุนผู้วิจัย ตลอดจนการให้
คาปรกึ ษาในการทาการศกึ ษาในครั้งนี้

ขอขอบพระคณุ อาจารย์ ดร.เสรี ทองมาก นางสาวปิยวรรณ โพธ์ิมาตร นายตาวีเก เจ้าหน้าท่ี
มูลนิธิพัฒนรักษ์ สังขละบุรี ตลอดชาวบ้านบ้านเวียคะดี หมู่ท่ี 5 ตาบลหนองลู อาเภอสังขละบุรี
จังหวัดกาญจนบุรี ท่ีไดใ้ ห้ทาแนะนาในการแนะนาพื้นที่ในการทาการศึกษาคร้งั น้ี

ขอขอบคุณ นางสาวโพเอซ่อง นางสาวโพเอมุ้ย ที่ได้ดาเนินการเป็นล่ามภาษาในระหว่างการ
สัมภาษณข์ องผู้วิจัย

ขอขอบคุณ นายชูศักด์ิ สุขอุดมกอบกูล นักวิชาการสาธารณสุขชานาญการ ผู้อานวยการ
โรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพประจาตาบลบ้านใหม่พัฒนา นายบุญสุข ปองสะอาด พนักงานบริการเวช
ระเบียนโรงพยาลสังขละบรุ ี นางมยุรี สุวรรณมณี ประธานอาสาสมัครสาธารณสุขประจาหมู่บ้านบ้าน
ใหม่พัฒนาผูด้ ูแลชุมชนกลุ่มแรงงานสวนยางพารา และแรงงานสวนยางพาราจากประเทศเมียนมาร์ ที่
ไดก้ รุณารว่ มใหข้ ้อมลู ในการสัมภาษณ์ในการศึกษาครั้งน้ี และนางสาวพรสวรรค์ พุ่มคง พนักงานดูแล
สวนยางพาราท่ีได้ให้ความอนุเคราะห์ในให้เข้าสัมภาษณ์แรงงานจากประเทศเมียนมาร์ในพื้นที่ส่วน
ยางพาราดังกลา่ ว

และสุดท้ายนี้ขอขอบคุณเพ่ือน สาขาพัฒนาสังคมช้ันปีที่ 4 ปีการศึกษา 2562 ทุกคนท่ีคอย
ใหค้ าปรกึ ษาและเปน็ กาลงั ใจในการทาการศึกษาในครง้ั น้ี

ผวู้ จิ ยั
5 เมษายน 2563



สารบัญ หนา้

บทคัดย่อ ค
กิตตกิ รรมประกาศ ง
สารบญั ฉ
สารบัญภาพ 1-5
บทที่ 1 บทนา 1
1.1 ท่มี าและความสาคญั 3
1.2 คาถามงานวิจัย 3
1.3 วัตถุประสงค์ 3
1.4 ขอบเขตการศึกษา 4
1.5 ผลทค่ี าดว่าได้รับ 4
1.6 นยิ ามศพั ท์เฉพาะ 6 - 12
บทที่ 2 วรรณกรรมและงานวจิ ยั ท่ีเกี่ยวขอ้ ง 6
2.1 แนวคดิ การเขา้ ถงึ บรกิ ารดา้ นสาธารณสุข 9
2.2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 12
2.3 กรอบแนวคิด 13 - 17
บทที่ 3 ระเบยี บวิธีวจิ ัย 13
3.1 พ้นื ท่ีเป้าหมาย 13
3.2 หนว่ ยการวิเคราะห์ข้อมูล 13
3.3 ขอบเขตในการวิจยั 14
3.4 กลุ่มเป้าหมาย 14
3.5 ผใู้ ห้ขอ้ มลู 14
3.6 เครื่องมือและเทคนิคในการรวบรวมขอ้ มูล 16
3.7 การวิเคราะหข์ ้อมูล 17
3.8 การนาเสนอข้อมูล 17
3.9 จรรยาบรรณการวจิ ยั 18 - 46
บทที่ 4 ผลการศกึ ษา 18
4.1 บรบิ ทพ้ืนที่และสภาพการทางานของแรงงานสวนยางพาราจากประเทศเมียนมาร์ 21
4.2 ปญั หาในการเขา้ ถงึ บริการด้นสุขภาพ 35
4.3 แนวทางในการแก้ไขปัญหาในการเขา้ ถึงบริการดา้ นสขุ ภาพ 47 - 52
บทท่ี 5 สรปุ อภิปรายและข้อเสนอแนะ 47
5.1 สรปุ ผลการศึกษา 50
5.2 อภปิ รายผลการศกึ ษา 51
5.3 ขอ้ เสนอแนะ

สารบัญ(ต่อ) จ

บรรณานกุ รม หน้า
ภาคผนวก ก. แนวทางการสัมภาษณ์ 53
ภาคผนวก ข. เอกสารราชการทเี่ กย่ี วข้อง 56
ภาคผนวก ค. ประวตั ิผู้วจิ ยั 58
61



สารบญั ภาพ หน้า
8
ภาพที่ 2.1 องคป์ ระกอบของระบบบริการสุขภาพ 20
ภาพท่ี 4.1 แผนท่ีแสดงสถานทตี่ งั้ สถานพยาบาลของรฐั ภายในเขตอาเภอสงั ขละบุรี 32
ภาพที่ 4. 2 ภาพป้ายให้ความร้มู าตรการเฝา้ ระวงั โควิด 19 32
ภาพท่ี 4.3 ภาพวธิ กี ารปอ้ งกันและเฝ้าระวังโควิด 19 34
ภาพท่ี 4.2 ภาพการประชาสัมพันธป์ ระกาศงดเยี่ยมผู้ป่วยภายในโรงพยาบาลสงั ขละบุรี 34
ภาพที่ 4.3 ภาพหน้าเว็บโรงพยาบาลสงั ขละบรุ ี 35
ภาพที 4.4 ภาพหน้าแฟนเพจโรงพยาบาลสังขละบรุ ี 44
ภาพท่ี 4.5 ภาพถุงบรรจุยารกั ษาโรคโรงพยาบาลสงั ขละบุรี

บทท่ี 1
บทนา
1.1 ทมี่ าและความสาคญั
ปจั จุบนั ประเทศไทยเป็นหน่ึงในประเทศท่ีมีแรงงามข้ามชาติเข้ามาทางานอย่างต่อเนื่องไม่ว่า
จะเป็นแรงงานที่มีฝีมือและแรงงานท่ีไม่มีฝีมือ โดยส่วนใหญ่แล้วแรงงานข้ามชาติท่ีเข้ามาทางาน
ภายในประเทศไทยมักจะเป็นแรงงานที่ไม่มีฝีมือกล่าวคือกลุ่ มแรงงานท่ีเข้ามาทางานตามโรงงาน
อุตสาหกรรม อุตสาหกรรมทางการเกษตรและอุตสาหกรรมทางด้านความบันเทิง โดยจะเน้นการใช้
แรงงานทางด้านกาลังและงานท่ีเส่ียงต่อความปลอดภัยทางด้านร่างกายมากกว่าแรงงานทางด้าน
ความคิด ซ่ึงแรงงานส่วนใหญ่ท่ีเข้ามาทางานในประเทศไทยมักจะเป็นแรงงานที่มาจากประเทศเพื่อน
บ้าน คือ ประเทศลาว กัมพูชา เวียดนาม และประเทศเมียนมาร์ โดยแรงงานเหล่าน้ีจะเข้าประเทศ
ไทยตามชายแดนท่ีติดกับประเทศของตน จากกการสารวจจานวนแรงงานข้ามชาติของสานักงาน
บริหารแรงงานต่างด้าวประจาเดือนตุลาคม(2562) พบว่ามีจานวนประชากรแรงงานข้ามชาติท้ังสิ้น
จานวน 3,028,000 คน โดยมีแรงงานข้ามชาติจาก 4 สัญชาติ ทั้งสิ้น 2,748,189 คน(แรงงานตาม
มาตรา 59 แห่งพระราชกาหนการบรหิ ารจดั การการทางานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560) ซ่ึงมีแรงงานท่ี
อยู่ในอุตสาหกรรมการเกษตรมีจานวนท้ังสิ้น 330,381 คน (แบ่งเป็น แรงงานประเภทพิสูจน์สัญชาติ
ปรับปรุงทะเบยี นประวตั ิ จานวน 191,785 คน และประเภทนาเข้าตาม MOU จานวน 138,596 คน)
โดยคดิ เป็นร้อยละ 12 ของจานวนแรงงานข้ามชาตจิ ากทง้ั 4 สญั ชาติ(ตาม พระราชกาหนดการบริหาร
จดั การการทางานของคนตา่ งดา้ ว พ.ศ. 2562 มาตรา 59)
จากการสารวจข้อมูลของสานักงานบริหารแรงงานต่างด้าว จังหวัดกาญจนบุรี(2562) ตามที่
ได้สรุปในรายงานสถานการณ์แรงงานจังหวัดกาญจนบุรี ไตรมาศท่ี 2 ปี 2562 พบว่า มีแรงงานข้าม
ชาตทิ ่ีทางานในพ้ืนทีจ่ ังหวัดกาญจนบุรีทั้งสน้ิ 35,721 คน แบ่งเป็นแรงงานท่ีเข้ามาทางานถูกต้องตาม
กฎหมาย จานวน 193 คน แรงงานข้ามชาติที่อยู่ในความดูแลของกรมการปกครองหรือชนกลุ่มน้อย
จานวน 7,685 คน และแรงงาน 3 สัญชาติ จานวน 27,843 คน โดยเข้ามาตามมติครม. 16 มกราคม
2561จานวน 17,522 คน ตาม MOU จานวน 7,847 คน ผ่านการพิสูจน์สัญชาติ จานวน 2,389 คน
และแรงงานขา้ มชาตสิ ญั ชาติเมยี นมารท์ ่ที าการในรปู แบบการไปกลบั ตามฤดูการ จานวน 85
จากข้อมูลข้างต้นเราจะเห็นได้ว่าประเทศไทยมีการจ้างงานแรงงานกลุ่มดังกล่าวเป็นจานวน
มากและยังคงมีความต้องการท่ีจะจ้างแรงงานดังกล่าวเพิ่มเติม และด้วยปัจจัยหลายประการที่ทาให้
แรงงานกลุ่มดังกล่าวเข้ามาทางานภายในประเทศ ซึ่งทาให้รัฐบาลจาเป็นจะต้องมีการควบคุมดูแล
เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยและยังมีการจัดสวัสดิการด้านต่าง ๆ ให้กับแรงงานที่เข้ามา
เพือ่ ให้เปน็ ไปตามหลกั มนุษยธรรม ไม่ว่าจะเป็นเร่ืองการคุ้มครองแรงงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง
แรงงาน พ.ศ.2541 กฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล พ.ศ. 2557 หรือการให้การดูแล
ด้านการรักษาสุขภาพตามพระราชบัญญัติประกันสังคมพ.ศ. 2533 และได้รับการคุ้มครองตาม
พระราชบญั ญตั ิประกันสังคม พ.ศ. 2533 และพระราชบญั ญัติเงนิ ทดแทน พ.ศ. 2537 สาหรับแรงงาน
ต่างด้าวท่ีไม่ได้อยู่ในระบบซ่ึงส่วนใหญ่เป็นแรงงานท่ีทางานในอุตสาหกรรมการเกษตรก็จะได้รับสิทธิ
ประกันสุขภาพเช่นกันโดยจะต้องทาการซ้ือบัตรประกันสุขภาพสาหรับแรงงาต่างด้าว ซึ่งเป็นไปตาม
กฎกระทรวงสาธารณสขุ (สานกั บรหิ ารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน,ม.ป.ป.)

2

จากการสารวจข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข โดยคณะกรรมการกองทุนหลักประกัน
สุขภาพคนต่างด้าวและแรงงานต่างด้าว คร้ังท่ี 1/2562 ได้ทาการรายงานการดาเนินงานการบริหาร
จดั การกองทนุ หลักประกันสุขภาพคนตา่ งดา้ วและแรงงานต่างด้าว ประจาปีงบประมาณ 2562 พบว่า
มีจานวนประชากรแรงงานข้ามชาติจาก 4 สัญชาติ ทั้งสิ้น 341,000 คน ที่มีการซ้ือบัตรประกัน
สุขภาพ โดยมีแรงงานข้ามชาติท่ีเข้ามาทางานและมีบัตรประจาตัวคนซ่ึงไม่มีสัญชาติ(บัตรแรงงาน)
จานวนทั้งส้ิน 274,230 คน แรงงานท่ีเข้ามาตาม MOU และเข้ามาทางานตามฤดูกาลท่ีซื้อบัตร
ประกันสุขภาพ จานวน ทั้งสิ้น 9,009 คน และผู้ติตามแรงงานข้ามชาติจานวน 38,971 คน (สารวจ
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562)(คณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพคนต่างด้าวและแรงงานต่าง
ดา้ ว,2562)

นอกจากนี้ยังพบว่าตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 กาหนดให้ลูกจ้างซ่ึงเป็น
แรงงานต่างด้าว หากตอ้ งการจะขึน้ ทะเบยี นเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมจะต้องมีใบอนุญาต
การทางาน (Work Permit) และมีหนังสือเดินทาง (Passport)(ประชาชาติธุรกิจ,2562) และจาก
รายงานผลสถานะกองทนุ ประกันสังคม กลุ่มงานสถิติและคณิตศาสตร์ประกันภัย กองวิจัยและพัฒนา
กองทุนประกันสังคม (2562) พบว่ามีแรงงานข้ามชาติที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนในระ บบ
ประกันสังคมท้ังส้ิน 1,062,429 คน (เมียนมาร์ 767,897 กัมพูชา 233,617 ลาว 59,920 และ
เวยี ดนาม 995 คน)

เมื่อนาข้อมูลจานวนแรงงานข้ามชาติจาก 4 สัญชาติที่สารวจโดยสานักงานบริหารแรงงาน
ต่างด้าวมาเปรียบเทียบกับจานวนแรงงานข้ามชาติท่ีซ้ือบัตรประกันสุขภาพและเข้าระบบ
ประกันสังคมพบวา่ มจี านวนผูม้ ีสทิ ธิรกั ษาพยาบาลตามสทิ ธบิ ัตรประกันสุขภาพและสิทธิประกันสังคม
ทั้งส้ิน 1,403,429 คนคิดเป็นร้อยละ 46.35 ของจานวนแรงงานข้ามชาติท่ีมีรายช่ือยู่ในระบบทั้ง
ประเทศ

จากข้อมูลเราจะพบว่าแรงงานท่ีสามารถเข้าถึงระบบบริการด้านสุขภาพที่ดีได้ส่วน ใหญ่เป็น
แรงงานท่ีทางานในภาคอุตสาหกรรมแต่ความต้องการของแรงงานในการทางานไม่ได้มีความต้องการ
แรงงานในภาคอุตสาหกรรมเท่านั้นแต่ยังมีภาคการเกษตรท่ีต้องการแรงงานแรงงานเข้ามาเพ่ือเสริม
ประสิทธิภาพในการทางานซึ่งการทาการเกษตรขนาดใหญ่เรามักจะพบในทุกจังหวัด หน่ึงในนั้นคือ
จังหวัดกาญจนบุรี ซ่ึงเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีการทาการเกษตรมากพอสมควรจากข้อมูลการปลูกพืช
เศรษฐกิจ 2561/2562 สารวจโดยสานักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี (2562) พบว่า ภายในจังหวัด
กาญจนบุรมี ีพืน้ ทก่ี รทาการเกษตร(พชื เศรษฐกิจ)จานวน 3,030,599 ไร่ โดยอาเภอสังขละบุรีเป็นพ้ืนที่
ทปี ลูกยางพารามากเป็นอันดับสามของจังหวัดกาญจนบุรี โดยมีพื้นที่ปลูกยางพาราทั้งสิ้น 30,215 ไร่
ซ่ึงเป็นพืชท่ีปลูกมากท่ีสุดในเขตุอาเภอสังขละบุรี โดยแรงงานท่ีมีการทางานในส่วนยางพารามีทั้ง
แรงงานท่อี ยูใ่ นพน้ื ที่และแรงงานทีม่ าจากประเทศเพื่อนบ้าน คือ เมียนมาร์ เน่ืองจากอาเภอสังขละบุรี
มีพ้ืนที่ติดกับประเทศเมียนมาร์ และมีด่านสาคัญคือ ด่านเจดีย์สามองค์ เป็นช่องทางให้แรงงาน
สามารถเดนิ ทางมาทางานในพ้ืนท่ไี ดง้ า่ ยและสะดวก

การเข้ามาทางานในสวนยางพารานอกจากจะได้รับค่าแรงในการลงมือทางานแล้ว สิ่งหน่ึงที่
ตามมาคือปัญหาด้านสุขภาพอันเกิดจากการทางานและปัจจัยอื่นที่ส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินและ
ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลา ในการกรีดยางส่วนใหญ่มักจะกรีดในช่วงเวลา 02.00 น – 06.00 น

3

ของทุกวนั รปู แบบการทางานส่วนใหญ่มักทางานในยามวิกาลทาให้เส่ยี งต่อการไดร้ บั อันตรายจากสัตว์
มพี ษิ อาทิเชน่ งู แมงป่อง ตะขาบ นอกจากนี้ลักษณะของการทางานโดยส่วนใหญ่มักจะต้องใช้กาลัง
ท่ีส่วนของกระดูกสันหลังกล่าวคือมีการก้ม ๆ เงย ๆ อยู่ตลอดเวลาทาให้เกิดอาการปวดหลัง และ
แรงงานเองจะต้องมีการใช้กรดฟอร์มิคความเข้มข้น 10 % ซ่ึงจะต้องเติมลงในถ้วยยางพาราเพ่ือให้
น้ายาตกตะกอน จับตวั ได้เร็วซง่ึ หากไม่ป้องกันอาจจะเกิดอันตรายต่อผิวหนังและหากเข้าตาอาจจะทา
ให้ตาบอดได้ นอกจากนี้แล้วการสูดดมเป็นเวลานานอาจจะส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจ(หมอ
ชาวบ้าน,2557)

ผลกระทบท่ีกล่าวมาน้ันเป็นเพียงส่วนหนึ่งท่ีเกิดจากการกรีดยางเพียงอย่างเดียวยังไม่รวม
ขน้ั ตอนอื่นทีแ่ รงงานจะต้องทาไมว่ า่ จะเป็นการรีดน้ายางและการขนส่งที่อาจจะส่งผลเสียต่อทรัพย์สิน
และชีวิตได้ การที่แรงงานสามารถเข้าถึงระบบบริการด้านสุขภาพท่ีดีได้ ย่อมส่งผลดีต่อการดูแล
ทรัพย์สินและร่างกายของตน ท้ังนี้ยังส่งผลดีต่อคุณภาพของงานท่ีเกิดขึ้นซ่ึงเป็นผลมาจากการทางาน
ของแรงงานท่ีมีสภาพร่างการทแี่ ขง็ แรง แต่จากข้อมูลท่ีกล่าวมานั้นพบว่าแรงงานในภาคการเกษตรยัง
ไม่สามรถเข้าถึงระบบบริการด้านสุขภาพได้ดี อันเป็นผลมาจากหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นท้ังที่เกิดจาก
การขาดการดูแลสขุ ภาพของแรงงานและการขาดการสนับสนุนจากหน่วยงานท่ีรับผิดชอบ ถึงแม้จะมี
มาตรการท่อี อกมาเพอ่ื ส่งเสริมใหแ้ รงงานสามารถเข้าถึงบรกิ ารด้านสขุ ภาพแตก่ ็ไม่สามารถเขา้ ถึงได้

ด้วยเหตุน้ีจึงทาให้ผู้วิจัยสนใจที่จะทาการศึกษาเร่ือง การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของ
แรงงานสวนยางพาราจากประเทศเมียนมาร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาการเข้าถึงการบริการ
ด้านสุขภาพ ท้ังยังศึกษาแนวทางแก้ปัญหาการบริการด้านสุขภาพของแรงงานสวนยางจากประเทศ
เมยี นมาร์

1.2 คาถามงานวจิ ยั
ปัญหาในการเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพของแรงงานสวนยางจากประเทศเมียนมาร์คือ

อะไร?

1.3 วตั ถุประสงค์
1.3.1 เพื่อศึกษาปัญหาการเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพของแรงงานสวนยางจากประเทศ

เมียนมาร์
1.3.2 เพื่อศึกษาแนวทางแก้ปัญหาการบริการด้านสุขภาพของแรงงานสวนยางจากประเทศ

เมยี นมาร์

1.4 ขอบเขตการศึกษา
1.4.1 ขอบเขตด้านพ้ืนที่
ในการทาการศึกษาเรือ่ ง การเขา้ ถงึ บริการด้านสุขภาพของแรงงานสวนยางพาราจาก

ประเทศเมียนมาร์ ได้ทาการศึกษากับกลุ่มแรงงานข้ามชาติท่ีทางานภายในส่วนยางพาราในพื้นท่ี
อาเภอสงั ขละบุรี จังหวดั กาญจนบรุ ี

4

1.4.2 ขอบเขตดา้ นประชากร
ในการศึกษาคร้ังนี้มุ้งเน้นศึกษากับกลุ่มแรงงานที่มีบัตรประกันตนสุขภาพแรงงานข้ามชาติ
และผทู้ ยี่ งั ไม่มบี ัตรประกันตนแรงงานข้ามชาติ ตอดจนผู้ท่ีมีส่วนเก่ียวข้องในด้านการสาธารณสุข และ
ผมู้ สี ่วนเกีย่ วข้องต่าง ๆ

1.4.3 ขอบเขตด้านเน้อื หา
ในการศึกษาครั้งนี้ผู้วจิ ัยมีความต้องการท่ีจะศกึ ษาข้อมูลเก่ียวกับปัญหาการเข้าถึงบริการด้าน
สุขภาพของแรงงานสวนยางพาราจากประเทศเมียนมาร์

1.5 ผลท่คี าดว่าได้รับ
1.5.1 ได้ทราบปัญหาการเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพของแรงงานสวนยางจากประเทศ

เมียนมาร์
1.5.2 ได้ทราบถึงแนวทางแก้ปัญหาการบริการด้านสุขภาพของแรงงานสวนยางจากประเทศ

เมียนมาร์
1.5.3 ได้เสนอแนวทางในการแกไ้ ขปัญหาเพื่อให้แรงงานสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้

อยา่ เตม็ ทแี่ ละท่ัวถงึ

1.6 นิยามศพั ท์เฉพาะ
1.6.1 แรงงาน หมายถึง ผู้ท่ีพยายามให้บริการหรือการใช้กาลัง เพื่อให้เกิดผลประโยชน์

ทางด้านธุรกิจ
1.6.2 สถานบริการทางดา้ นสขุ ภาพหมายถึง โรงพยาบาลสังขละบุรี และโรงพยาบาลส่งเสริม

สขุ ภาพประจาตาบลบ้านใหมพ่ ัฒนา
1.6.3 ระบบบรกิ ารสุขภาพ หมายถึงระบบที่สร้างขึ้นมาเพื่อเน้นให้บริการทางด้านสุขภาพแก่

ประชาชน โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนได้มีสุขภาพดี โดยไม่เลือกปฏิบัติเนื่องด้วยความแตกต่าง
ทางด้านฐานะ เช้อื ชาติ ศาสนา สังคม ลทั ธิทางการเมือง เพศ อายุ และลกั ษณะความเจบ็ ป่วย

1.6.4 การเข้าถึงระบบบริการด้านสุขภาพ หมายถึง การท่ีแรงงานสามารถเข้าถึงการ
ให้บริการที่สร้างขึ้นเพื่อการบริการด้านสุขภาพ โดยมีเป้าหมายเพ่ือให้แรงงานมีสุขภาพที่ดี และ
จะตอ้ งไมเ่ ลือกปฏิบัตเิ น่ืองดว้ ยความแตกตา่ งทางด้านฐานะ เชื้อชาติ ศาสนา สังคม ลัทธิทางการเมือง
เพศ อายุ และลักษณะความเจบ็ ป่วย

1.6.5 ปัญหาในการเข้าถึงการรักษาสุขภาพหมายถึง ส่ิงที่เป็นอุปสรรคในการที่จะทาให้
แรงงานไม่สามารถเข้าถึงระบบบริการด้านสุขภาพ ได้แก่ ความสามารถทางด้านการเงิน การเดินทาง
ทัศนคติที่มีต่อระบบการให้บริการด้านสุขภาพตลอดจนเจ้าหน้าท่ีท่ีคอยให้บริการ การขาดแคลน
ทรพั ยากรทงั้ ทเี่ ปน็ เครอ่ื งมอื และบคุ คลทีม่ คี วามสามารถไม่ว่าจะเป็นความรคู้ วามเข้าใจเฉพาะทางและ
ความรู้ทางด้านการส่ือสาร(ภาษาถิ่น) การรบั รขู้ า่ วสารของแรงงาน

1.6.6 แนวทางในการแก้ไขปัญหา หมายถึง แนวทางที่จะสามารถทาให้แรงงานเมียนมาร์
สามารถเขา้ รบั บรกิ ารไดอ้ ยา่ งเหมาะสมและทว่ั ถึงไม่วา่ จะเปน็ การรณรงค์ การสร้างความรู้ความเข้าใจ

5

ในการใหบ้ รกิ าร การหาลา่ มเพ่อื เป็นสื่อกลางในการประสานงานระหว่างแรงงานและเจ้าหน้าท่ีรวมถึง
แพทย์ผู้ให้การรักษา รวมไปถึงการสร้าเครือข่ายแรงงานท่ีจะช่วยเหลือในการประชาสัมพันธ์ข้อมูล
ข่าวสารและการดูแลการรักษาเบ้ืองต้น การสร้างความรู้ในการดูแลตนเองในกระบวนการทางานเพ่ือ
เปน็ การปอ้ งกันเบ้ืองต้น การประสานงานเพื่อสร้างความร่วมมือกับผู้นา นายจ้าง หรือผู้ประกอบการ
ในการผลักดนั ใหแ้ รงงานสามารถเข้าถึงการกั ษาสุขภาพไดส้ ะดวก

บทที่ 2
วรรณกรรมและงานวจิ ัยที่เกี่ยวข้อง

ในการทาการศึกษาเรื่อง การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของแรงงานสวนยางพาราจากประเทศ
เมียนมาร์ ครั้งน้ีผู้วิจัยเลือกศึกษาตามระเบียบวิธีวิจัยแบบ คุณภาพ (Qualitative Research) โดยได้
ทาการทบทวนวรรณกรรมและงานวิจัยท่ีเกี่ยวข้องต่าง ๆ โดยจะได้นาเสนอข้อมูลดังรายละเอียด
ดังตอ่ ไปนี้

2.1 แนวคิดการเขา้ ถึงบรกิ ารดา้ นสาธารณสุข
2.2 เอกสารที่เกยี่ วขอ้ ง
2.3 กรอบแนวคดิ

2.1 แนวคดิ การเข้าถงึ บรกิ ารดา้ นสาธารณสุข
สุขภาพถือเป็นเรื่องที่สาคัญ การเกิดมาเป็นคนตามหลักสิทธิมนุษยชน ทุกคนย่อมจะต้อง
ได้รับสิทธิข้ันพื้นฐานตั้งแต่กาเนิด ดังท่ี รัฐธรรมนูญได้กาหนดไว้ จะเห็นได้ว่าทุกคนย่อมจะต้องได้รับ
ความเท่าเทียมและได้รับความคุ้มครองในทุกด้านไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม ดังนั้นการเข้าถึง
บริการด้านสุขภาพของแรงงานสวนยางพาราจากประเทศเมียนมาร์ย่อมต้องเป็นไปตามหลักสิทธิ
มนษุ ยชนเพราะคนเหล่านย้ี ่อมไดร้ ับการปฏิบตั ิท่เี ทา่ เทยี มกับบุคคลกลุ่มอื่น
สรุ พงษ์ กองจันทกึ (ม.ป.ป. อ้างถึงใน ศราวุฒิ เหล่าสาย,2555) ได้กลา่ วไว้ว่ามนุษย์ทุกคนล้วน
เกดิ มามีสิทธติ ามหลักมนุษยชน ซ่ึงจะต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน แต่ในรูปแบบการปฏิบัติ
ยังไมไ่ ด้เป็นอยา่ งท่ีกล่าวมา เน่ืองจากยังมีการนาเอาแนวคิดเกี่ยวกับรัฐชาติ เข้ามาเก่ียวข้องกับระบบ
บริการด้านสุขภาพ แต่อย่างไรตาม องค์กรด้านสาธารณสุขของไทย ได้มีการประกาศสิทธิของผู้ป่วย
เม่ือวันท่ี 16 เมษายน 2541 ระบสุ ทิ ธิพน้ื ฐานการรับบริการด้านสุขภาพ ซ่ึงผู้ป่วยมีสิทธิท่ีจะได้รับการ
บรกิ ารดา้ นสุขภาพจากเจา้ หน้าทผ่ี ู้ประกอบวชิ าชพี ทางด้านสุขภาพโดยไม่เลือกปฏิบัติ เน่ืองจากความ
แตกต่างทางด้านฐานะ เช้ือชาติ สัญชาติ ศาสนา สังคม ลัทธิทางการเมือง เพศ อายุ และลักษณะ
ความเจบ็ ปว่ ย
จะเห็นได้ว่าการให้บริการด้านการสาธารณสุขนั้นไม่ได้เลือกปฏิบัติ การท่ีแรงงานจะเข้าถึง
ระบบบริการด้านสุขภาพได้น้ันก็ย่อมจะทาได้เน่ืองจากเป็นสิทธิขั้นพ้ืนฐานท่ีย่อมจะได้รับ ซ่ึงในหัวข้อ
นี้จะไดก้ ลา่ วถึงแนวคดิ การใหบ้ ริการดา้ นสาธารณสุขดงั นี้
1. ความหมายของการบรกิ ารดา้ นสุขภาพ
วรพล หนนู นุ่ (2558) ได้ใหค้ วามหมายไว้ว่า “การที่ประชาชนสามารถใช้บริการเพ่ือสุขภาพไม่ว่า
จะด้วยตนเองหรือผู้อ่ืน ซึ่งการที่จะทาให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงระบบการรักสาสุขภาพได้นั้นมี
สาเหตุสาคัญ 2 ประการที่ทาให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงระบบรักษาสุขภาพคือ (1) เรื่องค่าใช้จ่าย
การเข้ารับการรักษาพยาบาลมักมีค่าใช้จ่ายท่ีสูงแต่ในปัจจุบันทางรัฐบาลมีการจัดสวัสดิการทางด้านนี้
ทาใหส้ ามารถเข้าถงึ ระบบการรกั ษาพยาบาล การทีป่ ระชาชนเกิดการรับรถู้ ือเป็นเรื่องสาคัญท่ีจะทาให้
สามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้ ซ่ึงค่าใช้จ่ายในส่วนน้ีรัฐบาลได้กาหนดให้เป็นค่ารักษาพยาบาล

7

ค่ายารักษาโรคบางส่วนแต่จะไม่ได้ช่วยเหลือในส่วนของค้าจ่ายอื่น ๆ อันได้แก่ค่าใช้จ่ายท่ีไม่ใช้ค่ายา
และค่าบริการ ซึ่งเป็นค่าเดินทาง ค่าอาหารและเครื่องดื่มตลอดจนการต้องหยุดลาพักการทางานไป
เป็นเวลานานทาให้ สิ่งนี้ถือเป็นสาเหตุสาคัญท่ีจะทาให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงระบบการบริการ
ของภาครัฐ นอกจากนี้ยังมีเร่ืองของการกระจายตัวของสถานบริการของหน่วยงานที่มีการครอบคลุม
ไปในหลายพน้ื ทแี่ ตย่ ังขาดประสิทธิภาพในการสง่ ตอ่ ท่ีดีโดยระบบการส่งต่อถือเป็นเรื่องท่ีสาคัญในการ
เข้ารับบริการของประชาชน กล่าวคือประชาชนจะเลือกใช้สถานบริการที่อยู่ใกล้ท่ีพักของตัวเองและ
จะตอ้ งได้รบั การเชอ่ื ถือ นอกจากนี้ยังมีเร่ืองของการไม่มีสัญชาติ ไม่มีเลขประจาตัวประชาชน(เลข 13
หลัก) การไม่รู้สิทธิของตน จริยธรรมของผู้ให้บริการ คุณภาพของการบริการความแตกต่างด้าน
วฒั นธรรมระหวา่ งผู้ใหบ้ รกิ ารและผู้รบั บริการ”

ปิยะ เนตรวิเชียร (ม.ป.ป.) ได้อธิบายถึงความหมายของการให้บริการด้านสุขภาพไว้ว่า “เป็น
ปัจจัยการผลิตอย่างหนึ่งสาหรับสุขภาพ(สินค้าและบริการต่าง ๆ ท่ีสามารถรักษา บารุง และฟื้นฟู
สุขภาพของบุคคล) การผลิตและการบริโภคบริการสุขภาพต้องเกิดขึ้นพร้อมกันและไม่สามารถแยก
จากกนั ได”้

สมใจ ศิระกมล(2560) ได้อธิบายเกย่ี วกับระบบบริการด้านสขุ ภาพไว้ว่า “ระบบเปิดที่มีผลกระทบ
จากปจั เจกบคุ คลและสภาพแวดล้อม โดยมีเปา้ หมายอยทู่ ี่สุขภาพอนามัยทด่ี ีของประชาชน”

องค์การอนามัยโลก (2004)(อ้าวถึงใน พิลือ แก้วเขียว (2553) ได้อธิบายความหมายของการ
เข้าถึงบรกิ ารสขุ ภาพไวว้ ่า “การท่ีประชาชนได้รับการดูแลแบบปฐมภูมิโดยพิจารณาการเข้าถึงบริการ
สุขภาพในมิติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านภูมิศาสตร์ พิจารณาถึงระยะทาง ค่าเฉลี่ยของการเดินทาง และ
ระยะเวลาในการเดินทาง ซ่ึงจะต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการไปใช้บริการด้านสุขภาพ ด้านการเงิน
พิจารณาจากความสามารถในการชาระค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการเข้ารับบริการสุขภาพ ด้านวัฒนธรรม
หมายถึงการใช้เทคนิคและวิธีการจัดการในการรับบริการสุขภาพที่เป็นรูปธรรมของชุมชน และด้าน
หน้าที่ คอื การใหบ้ รกิ ารดา้ นสุขภาพตอ่ ผใู้ ช้บริการตามพื้นฐานอันได้รบั อย่างเพยี งพอ”

2. องคป์ ระกอบของระบบการบริการดา้ นสุขภาพ
สมใจ ศิระกมล(2560) ได้อธิบายเกีย่ วกับองคป์ ระกอบของระบบบริการสุขภาพไว้ใน

ลกั ษณะของแผนผังดงั รายละเอยี ดต่อไปน้ี

8

ภาพที่ 2.1 องค์ประกอบของระบบบรกิ ารสุขภาพ:สมใจ ศิระกมล (2560)
ท้ังนี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจมากขึ้นผู้วิจัยจะได้อธิบายรายละเอียดตามแผนภาพ
ดังน้ี ระบบบริการสุขภาพมีองค์ประกอบสามอย่างท่ีสาคัญนั้นคือ ปัจจัยนาเข้า อันได้แก่รูปแบบการ
จดั การ ทรัพยากรสุขภาพ และการเงินการคลงั ซ่งึ ท้ังสามอยา่ งมสี ว่ นสาคญั ในการหากขาดส่วนใดส่วน
หนึ่งไปย่อมส่งผลกระทบต่อระบบบริการสุขภาพ ในองค์ประกอบส่วนที่สองคือระบบ:การจัดบริการ
ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยนาเข้า สุดท้ายเม่ือระบบได้มีการขับเคล่ือนไปก็จะส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ตามมา
นั้นคือสมรรถนะของระบบบริการด้านสุขภาพซ่ึงถือว่าเป็นองค์ประกอบส่วนสุดท้ายที่มีส่วนเกี่ยวข้ อง
ต่อระบบบริการด้านสุขภาพ ตามที่สมใจ ศิระกมล ได้อธิบายไว้ตามภาพด้านบน แต่อย่างไรก็ตาม
ระบบจะไมส่ ามารถเกิดขึน้ ได้เลยหากปราศจากส่ิงแวดล้อมทางกายภาพ ชีวภาพ นโยบายของรัฐบาล
ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั สขุ ภาพ เศรษฐกจิ การเมือง ศาสนา วัฒนธรรม ประชากร การศึกษา ฯลฯ
3. ปัญหาและอปุ สรรคในการเขา้ ถงึ ระบบบริการดา้ นสุขภาพ
จากความหมายของการเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพทาให้เราทราบว่าการที่ผู้ป่วย
จะเข้ารับบริการด้านสุขภาพนั้นจะต้องมีความพร้อมในหลาย ๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นในเร่ืองของ
ความสามารถทางด้านการเงิน ความสามารถในเรื่องของการเดินทางไปยังสถานประกอบการด้าน
สขุ ภาพหรอื โรงพยาบาล หากสิง่ ใดส่ิงหนง่ึ ไม่สามารถดาเนินการได้ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อการเข้าถึง
บริการด้านสุขภาพของแรงงานได้ นอกจากนี้การมีทัศนคติทางลบต่อระบบการรักษาสุขภาพของ
ผู้ใช้บริการยังส่งผลกระทบต่อการเข้ารับบริการด้วยอันเนื่องมาจากผลของการปฏิ บัติงานของ
เจ้าหน้าท่ีท่ีรับผิดชอบเกี่ยวข้องด้วย นอกจากนี้อุปสรรคที่สาคัญอีกประการที่มีผลกระทบต่อการ
เขา้ ถงึ บริการสุขภาพของประชาชนน้นั คอื การจดั การใหบ้ ริการด้านสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุขที่
เป็นสิ่งสาคัญเพราะหากกระทรวงสาธารณะสุขไม่สามารถจัดให้บริการได้ก็จะทาให้ ประชาชนไม่
สามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้เช่นกัน ซ่ึงปัญหาอุปสรรคท่ีสาคัญในการจัดบริการด้านสุขภาพ

9

นน้ั คือการขาดแคลนทรัพยากรในการทางานตามหนา้ ที่ ประกอบไว้ด้วยการขาดงบประมาณ การขาด
แคลนบุคลากร และการขาดการพัฒนาในด้านต่าง ๆไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่
ระบบการให้บริการเป็นตน้ (เชิดชู อรยิ ศรีวฒั นา,2560)

จากการใหค้ วามหมายของนกั วชิ าการและหนว่ ยงานทเ่ี กยี่ วขอ้ งทาให้สามารถสรปุ ความหมายของ
ระบบการบรกิ ารดา้ นสุขภาพซ่ึงในปจั จุบันนย้ี งั ไม่มที ิศทางท่ีแนน่ อนว่าจะเป็นไปอย่างไร ท้ังน้ีผู้วิจัยขอ
สรุปโดยภาพรวมจากเน้ือความขา้ งตน้ ว่า เป็นระบบหนึ่งที่เน้นกระทาข้ึนเพื่อให้บริการด้านสุขภาพแก
ประชาชนโดยที่การจะเข้าถึงระบบน้ันได้จะต้องมีปัจจัยต่าง ๆ เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องท้ังในทาง
กายภาพอันได้แก่ ระยะทางจากที่พักจนถึงโรงพยาบาลหรือสถานประกอบการทางด้าน
สาธารณสุข เป็นต้น นอกจากนี้ยังมกี ารพิจารณาเร่ืองของค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่มีส่วนเก่ียวข้อง ซึ่งถือว่า
มีผลตอ่ การเข้าถึงระบบบริการด้านสุขภาพ

2.2 เอกสารทเี่ กีย่ วขอ้ ง
พรรณรัตน์ อาภรณ์พิศาล (2559) ได้ทาการศึกษาเรื่อง ตัวแบบการบริหารจัดการเข้าถึงการ
บริการสุขภาพของแรงงานต่างด้าวเมียนมาร์ในประเทศไทย พบว่า ปัจจัยด้านการจัดการด้าน
สาธารณสุข ด้านภูมิศาสตร์ ด้านวัฒนธรรม ด้านความพร้อมของการให้บริการ ด้านการรับรู้ข่าวสาร
และดา้ นความสามารถเชิงภาษาเพ่ือการสื่อสารมีอิทธิพลต่อการเข้าถึงบริการสุขภาพของแรงงานต่าง
ด้าวในไทย โดยมคี า่ ระดบั สาคัญทางสถติ ทิ ่ีระดบั 0.05
เพ็ชราภาภรณ์ ชัชวาลชาญชนกิจ และพรรณรัตน์ อาภรณ์พิศาล (2560) ได้ทาการศึกษาเร่ือง
ทศั นคติทอ่ี ทิ ธิพลตอ่ การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า กรณีศึกษากิจการ
ตอ่ เน่ืองประมง จังหวัดสมุทรสาคร พบวา่ ทศั นคติของแรงงาน ดา้ นดารสื่อสารในการรับบริการ ด้าน
ความเช่ือมนั่ ในการรกั ษาพยาบาล ด้านคาวามเลื่อมล้าทางสัญชาติ ส่วนการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ
พบว่าตัวชี้วัดท่ี 5 คือ เจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์ที่ให้บริการตามบัตรประกันสุขภาพของ
แรงงานข้ามชาติมีความรู้ความสามารถและความเต็มใจในการให้บริการ เช่น อัธยาศัยไมตรี การให้
ความช่วยเหลือมในการสื่อสารกับชาวต่างด้าว มีค่าน้าหนักองค์ประกอบมากที่สุด 0.85 (y5=0.85)
สามารถยอมรับสมมติฐานอย่างมีนัยสาคญั ทางสถิตทิ ี่ระดบั .05
พรรณรตั น์ อาภรณพ์ ิศาล (2558) ไดท้ าการศึกษาเรื่อง ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเข้าถึงบริการสุขภาพ
ของแรงงานตา่ งด้าวสัญชาติพม่า กรณีศึกษา กิจการต่อเน่ืองประมง จังหวัดสมุทรสาคร พบว่า ปัจจัย
ด้านทัศนคติต่อการเข้ารับบริการสุขภาพ ปัจจัยด้านคุณลักษณะขอผู้ใช้แรงงาน และปัจจัยด้าน
นโยบายสาธารณะดา้ นสุขภาพแรงงานตา่ งด้าวมีความสมั พนั ธ์เชงิ บวกต่อการเข้าถึงบริการสุขภาพของ
แรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่าในกิจการต่อเนื่องประมงและ สามารถพยากรณ์ตัวแปรตามอย่างมี
นัยสาคัญทางสถติ ทิ ่ีระดับ .05
สพุ รรณี เพชรแสน และณิภัทรา หริตวร (2562) ได้ทาการศึกษา การเข้าถึงบริการการฝากครรภ์
และการคลอดของแรงงานข้ามชาติพม่า โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี พบว่า นโยบาย
สุขภาพแรงงานข้ามชาติ ระบบการให้บริการ การเดินทาง รายได้ ลักษณะการทางาน และการ
สนับสนุนทางสังคมมีผลต่อการเข้าถึงบริการ ส่วนอุปสรรคที่มีการกล่าวถึงมากท่ีสุดเป็นเร่ืองภาษา
และการสื่อสาร

10

ดุษฎี อายุวัฒน์,อดิเรก เร่งมานะวงษ์ และ สังคม ศุภรัตนกุล (2556) ได้ทาการศึกษาเรื่อง ภาวะ
สุขภาพและการบริการสุขภาพของแรงงานข้ามชาติชาวลาวในภาคการผลิตเกษตรกรรมของภาค
อีสาน พบว่าแรงงานข้ามชาติชาวลาวขาดความรู้ด้านการส่งเสริมสุขภาพและขาดทักษะการสื่อสาร
แรงงานข้ามชาติชาวลาวได้พยายามดูแลสุขภาพตนเองใน 3 รูปแบบ ได้แก่ ดูแลด้วยตนเอง โดย
เครอื ขา่ ยทางสงั คมและโครงสรา้ งระบบสุขภาพของรฐั ไทย ซึ่งสามารถดูแลสุขภาพได้ครอบคลุมทุกมิติ
ท้ังมิติทางร่างกาย (เช่น ออกกาลังกาย ควบคุมอาหาร เลือกใช้บริการสุขภาพของรัฐ) มิติทางจิตใจ
(เช่น นอนพกั ผอ่ น ดูภาพยนตร์ ฟงั เพลง ใหก้ าลังใจ และแสดงความชื่นชม) มติ ทิ างสังคม (เช่น เคารพ
วัฒนธรรมท้องถ่ิน แบ่งปัน เก้ือกูลกัน) และ มิติทางปัญญา (เช่น การขัดเกลาทางสังคมในกลุ่ม) แต่
การดูแลสุขภาพในหลายรูปแบบดังกล่าวยังขาดความถูกต้องในการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค
การรักษาพยาบาลเบือ้ งต้นและการฟืน้ ฟูสุขภาพ อนั เน่ืองมาจากความเป็นชายขอบทางสังคม การเข้า
ไมถ่ งึ ชุดสิทธิประโยชน์ในระบบประกันสุขภาพ และความเป็นภาคการเกษตรในระบบทุนนิยม ดังนั้น
จึงควรใช้ภาษาถิ่นในกิจกรรมด้านสุขภาพในกลุ่มแรงงานข้ามชาติในภาคเกษตรกรรม และส่งเสริมให้
เกิดเครือข่ายทางสังคม เพื่อการสนับสนุนและดูแลซึ่งกันและกันด้านสุขภาพ พร้อมทั้งควรเพ่ิม
มาตรการในการเฝ้าระวงั และป้องกนั โรคระบาดท่ีอาจจะเกดิ ขน้ึ ได้ในกล่มุ แรงงานข้ามชาติ

วรวิทย์ มิตรทอง(2560)ได้ทาการศึกษาเร่ือง การเข้าถึงบริการสุขภาพของแรงงานต่างด้าว
สัญชาติเมียนมาในโรงพยาบาลสมทุ รสาคร พบว่า แรงงานต่างด้าวที่มีสิทธบิ ัตรประกนั สขุ ภาพจะได้รับ
สิทธปิ ระโยชน์ข้นั พื้นฐานในลักษณะที่คล้ายกับบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้าของประชาชนไทยยกเว้น
บางกรณี แรงงานต่างด้าวท่ีใช้สิทธิประกันสังคมจะได้รับสิทธิเท่าเทียมกับแรงงานไทยเว้นแต่ในด้าน
ส่งเสริม และป้องกันโรคท่ีสิทธิประกันสังคมแรงงานต่างด้าวจะไม่สนับสนุน ในภาคการบริการของ
โรงพยาบาลพบว่า โรงพยาบาลมีนโยบายและระบบการให้บริการแรงงานต่างด้าวท่ีเน้นความเท่า
เทียมในทุกสิทธิการรักษา มีความพร้อมในการให้บริการท้ังการบริการภายในโรงพยาบาลและการ
บริการเชิงรุกในชุมชน แต่ยังพบปัญหาท่ีสาคัญคือการขาดแคลนงบประมาณสาหรับการส่งเสริม
สุขภาพและการป้องกันโรคในแรงงานต่างด้าวท่ีมีสิทธิประกันสังคมและงบประมาณการให้บริการ
แรงงานตา่ งด้าวท่ีไม่มีสิทธิรักษาพยาบาล ในระดับจุลภาค พบว่า บุคลากรที่ให้บริการมีการให้บริการ
ทีเ่ ท่าเทียมกับประชาชนท่ัวไปมีทัศนคติที่ดีต่อการให้บริการแต่ยังขาดบุคลากรที่ช่วยในการให้บริการ
เช่น ผู้ประสานงานด้านภาษา(ล่าม) ในระดับปัจเจกพบว่าแรงงานต่างด้าวมีความพึงพอใจในการ
ให้บริการท่ีโรงพยาบาลสมุทรสาครแต่ส่วนใหญ่ยังขาดความรู้และช่องทางในการรับรู้สิทธิประโยชน์
ของสิทธิประกันสุขภาพ บางส่วนไม่ทราบถึงประกันสุขภาพของตนเอง จึงทาให้ส่งผลกระทบต่อ
ผใู้ ชบ้ ริการและตวั แรงงานต่างดา้ วในการเขา้ ถงึ บรกิ ารด้านสุขภาพ

อัชวัฒน์ คาหวาน และ ปัตพงษ์ เกษตรสมบูรณ์ (2559) ได้ทาการศึกษาเร่ือง การเข้าถึง
บริการสุขภาพของแรงงานข้ามชาติ กรณีศึกษา อาเภอเชียงคาน จังหวัดเลย พบว่าในรอบ 1 ปี
แรงงานขา้ มชาตไิ มม่ ีความต้องการในการบริการด้านสุขภาพ โดยวิธกี ารปฏิบัติเบื้องต้นเม่ือเจ็บป่วยจะ
เข้ารับบริการที่โรงพยาบาล/รพ.สต. และได้รับการให้คาปรึกษาเก่ียวกับสุขภาพจากเจ้าหน้าที่ของ
โรงพยาบาล มีการเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพอยู่ในระดับมาก โดยพบว่า เพศ อายุ รายได้ต่อ
เดือน และระยะเวลาที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย มีความสัมพันธ์กับจานวนคะแนนการประเมินการ
เข้าถงึ บรกิ ารดา้ นสขุ ภาพอย่างมนี ยั สาคัญทางสถิติ

11

อารยี ์ เจตน์ดารงเลิศ (2555) ได้ทาการศึกษาเร่ือง การเข้าถึงบริการสาธารณสุขของแรงงาน
ข้ามชาติในโรงพยาบาลปาย อาเภอปาย จังหวัดแม่ห้องสอน พบว่า แรงงานข้ามชาติได้รับสิทธิเท่า
เทียมกันกับประชาชนคนในกรณีท่ีมีบัตรประกันสุขภาพของแรงงานข้ามชาติ ส่วนแรงงานข้ามชาติที
ไม่มีบัตรประกันสุขภาพจะเสียค่าจ่ายในการรักษาสุขภาพในราคาที่ถูกหรือได้รับการอนุเคราะห์ค่า
รักษาพยาบาล อุปสรรค พบว่า แรงงานข้ามชาติมีปัญหาในการส่ือสาร การไม่มีบัตรท่ีถูกต้องตาม
กฎหมาย มีสถานะเป็นผู้ลี้ภัยเข้าเมืองและไม่มีบัตรประกันสุขภาพแรงงานข้ามชาติรวมไปถึงการขาด
การดูแลสุขภาพเบ้ืองต้นของตนเอง การขาดความเอาใจใส่กรณีไม่มีสิทธิประโยชน์จากบัตรประกัน
สุขภาพ ส่วนข้อจากัดที่พบคือ การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพกรณีไม่มีบัตรประกันสุขภาพ การเข้าถึง
ยารักษาโรคท่ีอยู่นอกเหนือบัญชีหลักและข้อจากัดด้านค่าใช้จ่ายในการรักษาพาบาลของแรงงานข้าม
ชาติ โดยมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาคือ การให้บุคคลากรในท้องถิ่นเข้ามาเป็นล่ามในการประสาน
การส่ือสาร การให้บริการเพื่อเอ้ืออานวยความสะดวกแก้แพทย์ เจ้าหน้าท่ีและแรงงานข้ามชาติ การ
สร้างเครือข่ายกลุ่มแรงงานข้ามชาติในพ้ืนท่ีเพ่ือดูแลกลุ่มเพ่ือนร่วมชาติพันธ์ุเดียวกัน และการ
ประสานงานความร่วมมือจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภพประจาตาบล ผู้นาชุมชน นายจ้าง หรือ
ผู้ประกอบการในการสร้างความร่วมมือและร่วมแก้ไขปัญหาการไม่มีบัตรท่ีถูกต้องตามกฎหมาย การ
รณรงค์และส่งเสริมให้แรงงานข้ามชาติมีบัตรประกันสุขภาพ การสร้างความตระหนักรู้ ส่งเสริมการดู
และเอาใจใส่ต่อสุขภาพของตน และการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เก่ียวกับบัตรประกันสุขภาพเพื่อให้
แรงงานขา้ มชาติไดร้ ับสิทธกิ ารรักษาพยาบาลอย่างท่ัวถึง

จากการท่ีได้ทาการศึกษาวรรณกรรมและเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องจึงนาไปสู่การพัฒนา
ความร้ทู ี่ได้เปน็ กรอบแนวคิดในการศกึ ษาดังจะได้อธบิ ายในรายละเอียดดังต่อไปน้ี

ในการศึกษาข้อมูลจากเอกสารต่าง ๆ พบว่าการท่ีแรงงานข้ามชาติจะเข้าถึงระบบการ
ให้บริการด้านสุขภาพได้นั้นมีอิทธิพลต่าง ๆ ท่ีส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ
กล่าวคือ การที่จะเข้าถึงได้ประการแรกรัฐบาลไทยจะต้องมีการออนโยบายสาธารณะที่เกี่ยวข้อง
เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐนาเอานโยบายเหล่านี้ไปใช้กับแรงงานได้ นอกจากน้ียังจะต้องตรากฎหมาย
ต่าง ๆ ขึ้นมารองรับเพื่อให้ทราบถึงขอบเขตอานาจการดูและ ควบคุม ดูแล ตลอดจนกาหนดหน้าท่ี
ของหน่วยงานท่ีรับผิดชอบให้ถูกต้องตามกฎหมายเม่ือมีการออกกฎหมายและมีการกาหนดนโยบาย
แล้วก็ย่อมจะส่งผลกระทบไปยังเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งในประเด็นเน้ือน้ีจะเจาะที่ด้าน
สาธารณสุขเพียงอย่างเดียวโดยจะต้องรับนโยบายลงไปแปลงให้เป็นแผนงานตลอดจนประชาสัมพันธ์
ให้ผู้ที่เป็นแรงงานได้รับทราบและได้ปฏิบัติไปในทางเดียวกันท้ังน้ียังต้องคอยอานวยความสะดวก
ให้กับประชาชน ทั้งนี้ในส่วนของกลุ่มแรงงานเองก็จะต้องรับรู้และเข้าใจในกระบวนการการทางาน
ตลอดจนดังกรอบแนวคดิ ตอ่ ไปนี้

2.3 กรอบแนวคดิ 12

สถานการณ์ดา้ นสขุ ภาพของ ปญั หาการเข้าถึงการรกั ษาสุขภาพ
แรงงานสวนยางพารา -ความสามารถทางด้านการเงิน
-เพศ -ความสามารถทางด้านการเดินทาง
-อายุ -ทัศนคติที่มีต่อระบบการให้บริการ
-รายได้
-ระยะเวลาในการเข้ามา ด้านสุขภาพ
-ทั ศ น ค ติ ข อ ง ง แ ร ง ง า น ที่ มี ต่ อ
ทางาน
-สิทธปิ ระกันสุขภาพ เจ้าหน้าทท่ี ค่ี อยให้บรกิ าร
-ช่วงเวลาในการทางาน -ทัศนคติของเ จ้าหน้าที่ท่ีมีต่ อ
-หน้าที่ที่ทา
-จานวนแปลงท่ี แรงงาน
-การขาดแคลนทรัพยากรทั้งที่เป็น
รับผิดชอบ
-สถานที่รบั บริการดา้ น เคร่ืองมอื
-ก า ร ข า ด แ ค ล น บุ ค ล า บ า ก ร ท่ี มี
สขุ ภาพ
ความรู้ทางด้านการส่ือสาร(ภาษาถิ่นของ
แรงงาน)

-การรบั รูข้ า่ วสารของแรงงาน

แนวทาในการแกไ้ ขปญั หา
-การรณรงค์ การสรา้ งความรู้ความ
เข้าใจในการใหบ้ ริการ
-จดั หาหาล่ามเพ่ือเป็นสอ่ื กลางใน
การประสานงานระหว่างแรงงานและ
เจา้ หน้าท่ีรวมถึงแพทย์ผ้ใู ห้การรักษา
-การสรา้ เครือข่ายแรงงานทจ่ี ะ
ชว่ ยเหลอื ในการประชาสมั พนั ธข์ อ้ มูล
ขา่ วสารและการดูแลการรกั ษาเบ้ืองต้น
-การสรา้ งความรใู้ นการดูแลตนเอง
ในกระบวนการทางานเพ่ือเป็นการป้องกัน
เบ้ืองต้น
-การประสานงานเพ่ือสรา้ งความ
รว่ มมือกบั ผู้นา นายจ้าง หรือผปู้ ระกอบการ
ในการผลักดันให้แรงงานสามารถเขา้ ถึงกา
รกั ษาสุขภาพไดส้ ะดวก

บทท่ี 3
ระเบยี บวธิ ีวิจัย

ในการศึกษาเร่ือง การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของแรงงานสวนยางพาราจากประเทศเมียน
มาร์ ครั้งน้ีผู้วิจัยเลือกศึกษาตามระเบียบวิธีวิจัยแบบ คุณภาพ (Qualitative Research) โดยมี
วัตถุประสงค์เพ่ือศึกษาปัญหาการเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพ ทั้งยังศึกษาแนวทางแก้ปัญหาการ
บริการดา้ นสุขภาพของแรงงานสวนยางจากประเทศเมยี นมาร์ โดยมีรายละเอยี ดดงั นี้

3.1 พ้ืนที่เปา้ หมาย
3.2 หน่วยการวเิ คราะหข์ ้อมลู
3.3 ขอบเขตในการวิจยั
3.4 กลมุ่ เปา้ หมาย
3.5 ผู้ให้ข้อมูล
3.6 เครือ่ งมือและเทคนิคในการรวบรวมขอ้ มลู
3.7 การวเิ คราะหข์ อ้ มูล
3.8 การนาเสนอข้อมลู
3.9 จรรยาบรรณการวจิ ัย

3.1 พ้นื ทเ่ี ป้าหมาย
ในการศึกษาเร่ืองการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของแรงงานสวนยางพาราจากประเทศเมียน

มาร์ โดยผู้วิจัยได้กาหนดพื้นที่เป้าหมายออกเป็น 2 พ้ืนที่  คือ พื้นที่ที่ใช้ในการศึกษาข้อมูลหลัก คือ
โรงพยาบาลสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี และโรงพยาบาลสงเสริมประจาตาบลบ้านใหม่พัฒนา และ
พื้นที่ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเสริม คือพื้นท่ีการเกษตรสวนยางพาราในเขตพ้ืนที่ ตาบลหนองลู
อาเภอสงั ขละบรุ ี จงั หวดั กาญจนบรุ ี 

3.2 หน่วยในการวเิ คราะห์ขอ้ มลู
ในการศึกษาคร้ังน้ีผู้วิจัยเลือกหน่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลในระดับบุคคลและระดับสังคม

กลา่ วคือ วเิ คราะหข์ อ้ มลู ท่ไี ดจ้ ากการศกึ ษากับแรงงานข้ามชาติท่ที างานในสวนยางพารา(ระดับบุคคล)
และวิเคราะห์ขอ้ มูลทไี่ ดจ้ ากการศกึ ษาจากเจา้ หน้าที่ทม่ี ีสว่ นเกีย่ วขอ้ งอันได้แก่เจา้ หนา้ ท่ีเวชระเบียนใน
โรงพยาบาลสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เจ้าหน้าท่ีสาธารณสุข และพยาบาลท่ีประจาการใน
โรงพยาบาลสงเสริมประจาตาบลบ้านใหม่พัฒนา อาเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ตลอดจน
ตวั แทนอาสาสมัครสาธารณสขุ ประจาหมู่บ้านท่รี บั ผดิ ชอบในพืน้ ทีท่ ่ีมีแรงงานพกั อาศยั

3.3 ขอบเขตในการวิจัย
ในการศกึ ษาในครงั้ นผี้ ู้วิจัยได้กาหนดขอบเขตในการศึกษาคือ โรงพยาบาลสังขละบุรี จังหวัด

กาญจนบุรี และโรงพยาบาลสงเสรมิ ประจาตาบลบ้านใหมพ่ ฒั นา อาเภอสังขละบรุ ี จังหวัดกาญจนบุรี 

14

ซงึ่ ศกึ ษาขอ้ มูลทวั่ ไปเก่ียวกับสถานการณ์ด้านสุขภาพของแรงงานสวนยางพาราในเขตอาเภอสังขละบุรี
จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นการศึกษาเชิงลึกโดยใช้วิธีการสัมภาษณ์ เกี่ยวข้อมูลทั่วไป สถานการณ์ด้าน
สุขภาพของแรงงานสวนยางพารา ปัญหาและแนวทางในการแก้ไขปัญหาในการเข้าถึงระบบบริการ
ดา้ นสุขภาพของแรงงานสวนยางพาราที่มาจากประเทศเมยี นมาร์

3.4 กลุ่มเปา้ หมาย
ในการศกึ ษาคร้งั นี้ผวู้ จิ ยั ได้กาหนดกลุม่ เป้าหมายในการศึกษาข้อมูลคือ เจ้าหน้าท่ีเวชระเบียน

และเจ้าหน้าที่สาธารณะสุขที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และแรงงานข้ามชาติท่ีเข้ามาทางานในสวนยางพารา
อาเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

3.5 ผูใ้ หข้ อ้ มูล
ในการศึกษาคร้ังน้ีผู้วิจัยได้กาหนดผู้ให้ข้อมูลในการศึกษาออกเป็น 2 ระดับได้แก่ ผู้ให้ข้อมูล

หลกั (Key Information) และผูใ้ หข้ อ้ มลู เสรมิ โดยมีรายละเอียดดังนี้

3.5.1 ระดับผ้รู ู้ หรอื ผใู้ ห้ข้อมูลหลกั ( Key Information)
โดยผู้วิจัยเลือกจากผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการการการให้บริการด้านสุขภาพแก่
แรงงานเมียนมาร์เข้ามาทางานในสวนยางพารา ซ่ึงได้แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่มีส่วนเก่ียวข้องท่ี
ประจาการภายในโรงพยาบาลสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี และเจ้าหน้าท่ีที่ประจาการภายใน
โรงพยาบาลส่งเสรมิ ประจาตาบลบ้านใหม่พฒั นา ตาบลหนองลู อาภอสงั ขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

3.5.2 ผู้ใหข้ อ้ มลู ในระดับบคุ คล หรือผู้ใหข้ อ้ มูลเสรมิ
ท้ังน้ีผู้วิจัยได้ทาการกาหนดผู้ให้ข้อมูลการเลือกตัวอย่างแบบลูกโซ่ (Snowball Sampling)
จานวน 8 คน ซึ่งมเี กณฑ์ในการพิจารณาดังนี้

1.เลือกจากเพศ แบ่งเป็นสองกลุ่มได้แก่ เพศหญิง เพศชาย โดยพิจารณาจากเพศ
สภาพ

2.เลือกจากช่วงอายุ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือช่วงอายุตั้งแต่ 0-55 ปี และช่วงอายุ
ตั้งแต่ 56 ปีขึ้นไป โดยช่วงอายุมีผลต่อการรับรู้เกี่ยวกับการซื้อบัตรประกันสุขภาพและการดูแลรักษา
สขุ ภาพของกลุ่มแรงงานขา้ มชาติ

3.เลือกจากระยะเวลาที่เข้ามาทางาน โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม แรงงานท่ีเข้ามาทางาน
น้อยกว่า 10 ปี และแรงงานทเี่ ขา้ มาทางานมากกวา่ 10 ปี

3.6 เครือ่ งมอื และเทคนิคในการรวบรวมขอ้ มูล
ในการศึกษาครั้งน้ีผู้วิจัยได้เลือกใช้วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ การสัมภาษณ์เชิงลึกโดยมี

เครือ่ งมือในการเก็บรวบรวมขอ้ มูลดงั นี้
3.6.1 การสัมภาษณ์ ใชก้ ารสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง โดยไดก้ าหนดแนวทางการสัมภาษณ์

ตามที่ได้ศึกษาจากการทบทวนวรรณกรรม และงานวิจัยที่เก่ียวข้อง เพ่ือใช้กาหนดกรอบแนวคิดใน

15

การสร้างแบบสัมภาษณ์เพื่อให้ประเด็นคาถามครอบคลุมทั้งทางด้านเน้ือหา และวัตถุประสงค์ใน
การศกึ ษาโดยผวู้ ิจยั ไดก้ าหนดใหม้ กี ารสมั ภาษณ์แรงงานท่ที างานในภาคการเกษตรสวนยางพาราที่เข้า
มาใช้บริการด้านสุขภาพในโรงพยาบาลสังขละบุรี และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจาตาบลบ้าน
ใหม่พัฒนา และเจ้าหน้าท่ีท่ีเกี่ยวข้องท่ีประจาการอยู่ภายในโรงพยาบาลสังขละบุรี และโรงพยาบาล
ส่งเสรมิ สุขภาพประจาตาบลบ้านใหม่พัฒนา ซ่งึ ถอื วา่ เปน็ ผูใ้ หข้ ้อมูลหลัก(Key Interview) โดยข้อมูลที่
ได้จากการสัมภาษณ์จะเป็นข้อมูลที่ได้จากประสบการณ์ในการเข้าถึงระบบริการสุขภาพใน
โรงพยาบาลสงั ขละบุรี และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจาตาบลบ้านใหม่พฒั นา โดยจะนาข้อมูลที่
ได้จะใช้ในการประกอบการนาเสนอผลการศึกษาและการวิเคราะห์ผลการศึกษา ซ่ึงแนวทางการ
สมั ภาษณ์ผูว้ ิจัยได้กาหนดประเดน็ ในการศึกษาไว้ดังน้ี

1. ขอ้ มูลทวั่ ไปของผ้ใู หส้ ัมภาษณ์ ได้แก่ เพศ อายุ ระยะเวลาในการเขา้ มาทางาน
2.สถานการณด์ ้านสุขภาพของแรงงานสวนยางพารา ไดแ้ ก่ สทิ ธปิ ระกนั สขุ ภาพ
รายได้ ชว่ งเวลาในการทางาน หนา้ ที่ทท่ี า จานวนแปลงทรี่ ับผดิ ชอบ สถานท่รี ับบรกิ ารด้านสขุ ภาพ
3.ปญั หาการเขา้ ถงึ การรกั ษาสุขภาพ ได้แก่ ความสามารถทางดา้ นการเงิน
ความสามารถทางด้านการเดินทาง ทัศนคติทมี่ ีต่อระบบการใหบ้ รกิ ารด้านสขุ ภาพ ทัศนคติของง
แรงงานท่ีมีตอ่ เจา้ หนา้ ทที่ ค่ี อยใหบ้ ริการ ทศั นคติของเจา้ หนา้ ท่ที ่ีมตี ่อแรงงาน การขาดแคลน
ทรัพยากรท้งั ท่ีเป็นเครอื่ งมือ การขาดแคลนบุคลาบากรทม่ี ีความรู้ทางดา้ นการสอื่ สาร(ภาษาถ่ินของ
แรงงาน)
4.แนวทางแก้ปัญหาการบริการด้านสุขภาพของแรงงานสวนยางจากประเทศเมยี น
มาร์ ไดแ้ ก่ การรณรงค์ การสร้างความรู้ความเข้าใจในการให้บรกิ าร จดั หาหาลา่ มเพ่ือเป็นสื่อกลางใน
การประสานงานระหวา่ งแรงงานและเจา้ หน้าทรี่ วมถึงแพทยผ์ ูใ้ ห้การรักษา การสรา้ เครือข่ายแรงงานที่
จะชว่ ยเหลอื ในการประชาสัมพันธ์ข้อมลู ข่าวสารและการดูแลการรักษาเบือ้ งต้น การสร้างความรู้ใน
การดแู ลตนเองในกระบวนการทางานเพ่ือเป็นการป้องกันเบอ้ื งต้น การประสานงานเพ่ือสรา้ งความ
รว่ มมอื กับผู้นาชมุ ชน นายจา้ ง หรือผู้ประกอบการในการผลักดันให้แรงงานสามารถเขา้ ถึงการักษา
สุขภาพไดส้ ะดวก
3.6.2 การบันทึกข้อมูล ผู้วิจัยเลือกใช้การจดบันทึกข้อมูลในการสัมภาษณ์ทั้งที่เป็นการจด
บันทกึ ขอ้ มลู ลงสมุดจดบันทึกและการบันทกึ ขอ้ มลู ด้วยเครือ่ งบนั ทึกเสยี ง
3.6.3การสังเกตการณ์แบบไม่มีส่วนร่วม ผู้วิจัยเลือกใช้ในการลงพ้ืนที่การสัมภาษณ์ผู้ให้
ขอ้ มูลหลกั (Key Interview)
3.6.4 การรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ภายในพ้ืนที่ ได้แก่ข้อมูลท่ีได้จากหนังสือ เอกสาร ป้าย
ประชาสมั พนั ธ์ทมี่ ีส่วนเก่ียวข้องในการวิจัย

3.7 การวเิ คราะหข์ อ้ มลู
ในการวเิ คราะห์ข้อมลู ในการศกึ ษาคร้ังนี้ ผู้วิจัยได้มีการกาหนดข้ันตอนในการวิเคราะห์ข้อมูล

ดังนี้

16

3.7.1 ข้นั ตอนทห่ี นง่ึ
ผู้วจิ ยั จะทาการสรุปประเด็นการสัมภาษณ์ โดยการนาข้อมูลมาตรวจสอบความครบถ้วนของ
ข้อมูล พรอ้ มกับการถอดเทปบันทึกเสียงท่ีได้จากการบันทึกเสียงในการลงสัมภาษณ์ในภาคสนามเพื่อ
เป็นการเสริมข้อมูลที่ได้จดบันทึกด้วยการจดบันทึก ทั้งน้ีก็เพ่ือให้ข้อมูลมีความครบถ้วนเป็นไปตาม
วัตถุประสงค์ของการศึกษา โดยใช้วิธีการตรวจสอบความครบถ้วนของข้อมูลตามประเด็นคาถามใน
แนวทางการสัมภาษณ์

3.7.2 ขนั้ ตอนทีส่ อง
ผู้วิจัยจะนาข้อมูลท่ีได้จากขั้นตอนท่ีหนึ่งมาตรวจสอบความแตกต่างของข้อมูลเน่ืองจาก
อาจจะมีบางประเด็นทผี่ ูใ้ ห้ข้อมลู ตอบไมเ่ หมือนกัน ทาให้มีความแตกต่างของข้อมูลโดยการตรวจสอบ
ความแตกต่างผ่านการเติมข้อมูลลงในตารางเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นลักษณะการตอบคาถามของผู้ให้
ข้อมูลวา่ มีความแตกต่างเพยี งใดโดยแยกประเดน็ ตามแนวทางการสัมภาษณ์

3.7.2 ขน้ั ตอนท่ีสาม
ในการศกึ ษาครัง้ นี้ผวู้ จิ ัยไดใ้ ช้กระบวนการคดิ วิเคราะห์ตง้ั แตข่ ั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้าย
ในการทารายงานการวิจัย สาหรับการวิเคราะห์ข้อมูลผู้วิจัยการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการพรรณนา
เชงิ วเิ คราะห์ รวมท้ังได้นาเอาแนวคิดทฤษฎีท่ีผู้วิจัยได้ทาการทบทวนวรรณกรรมและเอกสารงานวิจัย
ท่ีเกี่ยวข้อง คือ แนวคิดการเข้าถึงระบบบริการสาธารณะสุข รวมทั้งงานวิจัยเร่ืองตัวแบบการบริหาร
จัดการเข้าถึงการบริการสุขภาพของแรงงานต่างด้าวเมียนมาร์(พรรณรัตน์ อาภรณ์พิศาล,2559)
ทัศนคติที่อิทธพิ ลตอ่ การเข้าถึงบรกิ ารด้านสุขภาพของแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า กรณีศึกษากิจการ
ต่อเน่ืองประมง จังหวัดสมุทรสาคร(เพ็ชราภาภรณ์ ชัชวาลชาญชนกิจ และพรรณรัตน์ อาภรณ์พิศาล
,2560) ปจั จยั ท่ีสง่ ผลตอ่ การเข้าถึงบริการสขุ ภาพของแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า กรณีศึกษา กิจการ
ตอ่ เนอ่ื งประมง จงั หวดั สมุทรสาคร(พรรณรตั น์ อาภรณ์พิศาล ,2558) การเข้าถึงบริการการฝากครรภ์
และการคลอดของแรงงานข้ามชาติพม่า(สุพรรณี เพชรแสน และณิภัทรา หริตวร ,2562) ภาวะ
สุขภาพและการบริการสุขภาพของแรงงานข้ามชาติชาวลาวในภาคการผลิตเกษตรกรรมของภาค
อีสาน(ดุษฎี อายุวัฒน์,อดิเรก เร่งมานะวงษ์ และ สังคม ศุภรัตนกุล,2556) การเข้าถึงบริการสุขภาพ
ของแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ในโรงพยาบาลสมุทรสาคร(วรวิทย์ มิตรทอง,2560) การเข้าถึง
บรกิ ารสุขภาพของแรงงานข้ามชาติ กรณีศึกษา อาเภอเชียงคาน จังหวัดเลย (อัชวัฒน์ คาหวาน และ
ปัตพงษ์ เกษตรสมบรู ณ์ ,2559)

3.8 การนาเสนอขอ้ มูล
ในการศึกษาครั้งนี้ผู้วิจัยเลือกการนาเสนอข้อมูลในรูปแบบการพรรณนาเชิงวิเคราะห์ เพ่ือให้

เหน็ ประเดน็ ต่าง ๆ ทผ่ี ูว้ ิจยั ไดท้ าการศกึ ษาโดยอาศยั แนวคดิ ทฤษฎี วรรณกรรมและเอกสารท่ีเกี่ยวข้อง
ช่วยในการอธิบายความสัมพันธ์ของข้อมูลท่ีได้จากการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลทั้งสองกลุ่มใน
ภาคสนาม มาอ้างอิงเพ่ือให้เช่ือมโยงกับกรอบแนวคิดท่ีได้กาหนดไว้แล้วจึงประมวลข้อมูลเพื่อทาการ

17

สรุปผลการศึกษา และนาเสนอการอภิปรายผลการศึกษา ข้อเสนอแนะ และนามาเขียนรายงานผล
การศกึ ษาตอ่ ไป

3.9 จรรยาบรรณการวจิ ยั
ในการศึกษาครงั้ น้ี ผู้วิจยั ให้ความสาคญั และตระหนกั ถึงสทิ ธสิ ว่ นบุคคลของกลุ่มเป้าหาย และ

ประโยชน์สูงสุดในการศึกษาข้อมูลครั้งนี้เป็นอย่างย่ิง และเพ่ือป้องกันมิให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อ
กลมุ่ เป้าหมายโดยไม่ได้เจตนา จงึ กาหนดแนวทางการศกึ ษาด้านจรยิ ธรรมในการวิจยั ไว้ดังน้ี

1. คณะผู้วิจัยได้ทาส่งหนังสือขออนุญาตในการลงพ้ืนท่ีเพื่อเป็นการขออนุญาตและแจ้ง
วตั ถุประสงคแ์ ก่กลมุ่ เป้าหมาย ท้งั ยงั อธิบายให้เข้าใจเกย่ี วกบั วตั ถุประสงคข์ องการศึกษา รวมไปถึงเปิด
โอกาสใหซ้ กั ถาม เพ่ือท่จี ะสามารถสรา้ งความเขา้ ใจรว่ มกนั ได้อย่างถกู ต้อง

2. กระบวนการในการเก็บรวบรวมข้อมูลจะไม่กระทบต่อการดาเนินชีวิตของ
กล่มุ เป้าหมาย โดยจะมีการนัดเวลาล่วงหน้าในการลงพ้ืนท่ีเก็บรวบรวมข้อมูลในแต่ละครั้งโดยจะต้อง
มีการแจง้ ลว่ งหนา้ เพ่อื หารือเกย่ี วกับวันและเวลาท่สี ามารถเก็บรวบรวมขอ้ มูลได้

3. ในระหว่างการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยได้สร้างบรรยากาศท่ีเป็นกันเองเพื่อให้
กลุ่มเป้าหมายได้ผ่อนคลายความเครียดและความกดดัน และเพ่ือสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างผู้วิจัย
และกลมุ่ เปา้ หมาย

4. ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยจะเคารพความคิดเห็น และให้อิสระทางความคิดต่อ
กลุม่ เปา้ หมายในการแสดงความคดิ เห็นโดยปราศจากอารมณแ์ ละอคติ

5. ในการรวบรวมข้อมูลท่ีเก่ียวข้องกับงานวิจัย ผู้วิจัยจะต้องมีความสื่อสัตย์ต่อข้อมูลทั้งหมด
ท่ีรวบรวมได้ และทาการในเสนอตามความเป็นจรงิ อย่างตรงไปตรงมา ไมบ่ ิดเบือนข้อมูลจากความเป็น
จริง

6. หากมกี ารถ่ายภาพหรอื บันทกึ เสยี ง ผวู้ ิจัยจะขออนญุ าตกลมุ่ เป้าหมายกอ่ นทุกคร้งั
7. ผู้วิจัยได้สร้างความม่ันใจให้แก่กลุ่มเป้าหมาย เกี่ยวกับการนาข้อมูลต่าง ๆ ท่ีได้จากการ
สมั ภาษณแ์ ละจากการสังเกตการณ์ จะนาไปใช้ในการศกึ ษาวิจยั เท่านัน้

บทที่ 4
ผลการศกึ ษา

การศึกษาเร่อื ง การเข้าถึงบรกิ ารด้านสุขภาพของแรงงานสวนยางพาราจากประเทศเมียนมาร์
คร้ังนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัญหาการเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพของแรงงานสวน ยางจาก
ประเทศเมียนมาร์ และเพื่อศึกษาแนวทางแก้ปัญหาการบริการด้านสุขภาพของแรงงานสวนยางจาก
ประเทศเมียนมาร์ ด้วยวิธีการตามระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research
Methodology) โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interview) และการสังเกต
(Observation) ผู้วิจัยได้ดาเนินการศึกษาค้นคว้าและได้ทราบถึงผลการศึกษาโดยจะจาแนกอธิบาย
ตามประเดน็ ดังต่อไปน้ี

4.1 บรบิ ทพน้ื ท่ีและสภาพการทางานของแรงงานสวนยางพาราจากประเทศเมยี นมาร์
4.2 ปัญหาในการเขา้ ถงึ บริการดน้ สุขภาพ
4.3 แนวทางในการแก้ไขปัญหาในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ

4.1 บรบิ ทพ้ืนทแ่ี ละสภาพการทางานของแรงงานสวนยางพาราจากประเทศเมยี นมาร์
อาเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เป็นอาเภอท่ีมีความสาคัญทางภูมิศาสตร์ตั้งแต่อดีต

กล่าวคือเป็นช่องทางการเดินทัพมาต้ังแต่สมัยอยุธยา จนถึงช่วงสงครามโลกคร้ังท่ี 2 ญี่ปุ่นได้เลือก
พ้ืนที่ดังกล่าวเป็นเส้นทางในการเดินทัพเข้าไปตีอังกฤษในดินแดนประเทศเมียนมาร์ผ่านช่องทาด่าน
เจดีย์สามองค์ ในปัจจุบันพ้ืนท่ีดังกล่าวได้เปลี่ยนจากเส้นทางการรบมาเป็นเส้นทางการค้าซ่ึงทาให้
พ้ืนท่ดี งั กลา่ วมแี รงงานเขา้ มาทางานเปน็ จานวนมาก

4.1.1 ลกั ษณะพื้นที่และอาณาเขต
โดยอาเภอสังขละบุรีมีพื้นที่ท้ังหมดประมาณ 3,500 ตารางกิโลเมตร ต้ังอยู่ทางทิศตะวันตก
เฉียงเหนอื ของจงั หวดั กาญจนบุรี หา่ งจากจังหวดั กาญจนบรุ ปี ระมาณ 212 กโิ ลเมตร
-ทางทิศใตแ้ ละทิศตะวันออกตดิ กบั อาเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี
-ทศิ เหนือติดกบั อาเภออ้มุ ผาง จงั หวัดตาก
-ทศิ ตะวนั ตกติดกบั อาเภอพญาตองซู ประเทศเมยี นมาร์

4.1.2 ลกั ษณะภมู ิประเทศ
ลกั ษณะภมู ิประเทศโดยส่วนใหญเ่ ป็นภเู ขาสูง สลบั กบั ทร่ี าบเชิงเขาบางเล็กน้อย ด้วยเหตุนี้จึง
ทาใหเ้ ป็นส่งิ จากัดทาให้ไม่สามารถทาอาชีพได้มากเทา่ ที่ควร นอกจากน้ีท่ีต้ังของตัวอาเภอยังอยู่ในเขต
ชลประธานเนอ่ื งจากเปน็ พ้นื ทอี่ า่ งเก็บน้าของเขื่อนวชริ าลงกรณหรือเดมิ ช่ือเข่ือนเขาแหลม

19

4.1.3 ลักษณะการประกอบอาชีพ
การประกอบอาชีพโดยส่วนใหญ่เน้นการปลูกพืชเกษตรที่สูงและการประมงน้าจืด เนื่องจาก
เป็นพื้นที่ของอ่างเก็บน้าของเขื่อนวชิราลงกรณ โดยพืชท่ีนิยมปลูกมากท่ีสุดคือยางพารา เนื่องจาก
สามารถเกดิ ไดด้ ีและพนื้ ทสี่ ่วนใหญ่เออ้ื ต่อการปลูกยางพารา

4.1.4 การปกครอง
การปกครองแบ่งการปกครองออกเป็น 3 ตาบล 1 เทศบาล ได้แก่ เทศบาลตาบลวังกะ
องค์การบริหารส่วนตาบลหนองลู องค์การบริหารส่วนตาบลไร่โว้ และองค์การบริหารส่วนตาบลปรัง
เผล
4.1.5 ลักษณะทางชาตพิ นั ธ์ ศาสนาและภาษาถน่ิ
ลักษณะกลุ่มชาติพนั ธ์ภายในอาเภอสังขละบุรีมีอยู่หลากหลายกลลุ่ม โดยประชากรส่วนใหญ่
เป็นกลุ่มชาติพันธ์กะเหรี่ยง รองลงมาเป็นมอญ และน้อยที่สุดคือกลุ่มคนลาวอพยพ ซึ่งศาสนาหลักที่
คนในพนื้ ท่นี ับถือ คือศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสราม ภาษาถ่นิ ท่ีใช้มักนิยมใช้ภาษาตาม
กลุ่มชาติพันธ์ของตนเอง แต่ถ้าส่ือสารกับคนกลุ่มอื่นจะใช้ภาษาไทยในการสื่อสารโดยภาษาถ่ินที่พบ
มากทีส่ ุดจะเป็นกลมุ่ ภาษากะเหรย่ี ง ลองลงมาคอื กะหรา่ ง ภาษามอญ ภาษาพม่า และภาษาลาว

4.1.6 เส้นทางการคมนาคมและดา่ นพรมแดน
เส้นทางหลังในการเดนิ ทางเขา้ ไปยงั พนื้ ทอ่ี าเภอสังขละบุรีจะใช้ทางหลวงหมายเลข 323 ทาง
เลี่ยงเมืองบ้านโป่ง(แสงชูโต)เป็นหลัก ด่านพรมแดนท่ีสามารถข้ามได้โดยผ่านด่านข้ามแดนช่ัวคราว
บ้านพระเจดีย์สามองค์ หรือที่เราเรียกกันว่าด่านเจดีย์สามองค์ นอกจากน้ียังมีช่องทางด่านท่ีมีการกา
หดแต่ไม่ให้มีการข้ามนั้นคือช่องทางบ้านต้นยาง ซึ่งการข้ามมาของแรงงานจะสามารถทาได้โดยการ
ขา้ มมาทางชอ่ งทางด่านเจดีย์สามองค์เท่าน้ัน ช่องทางบ้านต้นยางไม่สามารถทาได้เพราะเป็นช่องทาง
ทป่ี ิดไมใ่ หม้ กี ารสัญจรขา้ มไปมา

4.1.7 ด้านการสาธารสขุ และการบรกิ ารดา้ นสุขภาพ
ปัจจุบันอาเภอสัขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี มีโรงพยาบาลจานวน 1 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาล
สังขละบุรี โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจาตาบลทั้งส้ิน 6 แห่ง และสธาธารณสุขชุมชน 1 แห่ง
ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจาตาบลบ้านเวียคะดี้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านใหม่
พัฒนา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจาตาบลบ้านซองกาเรีย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจา
ตาบลบ้านพระเจดยี ์สามองค์ โดยท่ีกลา่ วมาทั้งหมดอยู่ในเขตุการปกครองของตาบลหองลู ในเขตพื้นท่ี
การปกครองขององค์การบริหารส่วนตาบลไร่โว้ ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านกองม่องทะ
สานักงานสาธารสุขชุมชนบ้านจะแก ในเขตการปกครององค์การบริหารส่วนตาบลปรังเผล ได้แก่โรง
พาบาลสง่ เสรมิ สขุ ภาพประจาตาบลบ้ายางขาว

20

ภาพท่ี 4.1 แผนทีแ่ สดงสถานทต่ี ้งั สถานพยาบาลของรัฐภายในเขตอาเภอสังขละบุรี
ทีม่ า : สานกั งานสาธารสุขอาเภอสังขละบรุ ี

4.1.8 สถานการณก์ ารทางานของแรงงานสวนยางพาราจากประเทศเมยี นมาร์
จากการศกึ ษาพบวา่ แรงงานสว่ นยางพารามีระยะเวลาการทานแต่ละครัวเรือนแตกต่างกันไป
โดยส่วนใหญ่จะเริ่มกรีดยางในช่วงเวลาในการทางานส่วนใหญ่เริ่มทางานต้ังแต่เวลา 20.00 – 06.00
น. และหยอดนา้ กรดสว่ นใหญ่เริม่ เวลา 06.00-10.00 รูปแบบการทางานจะเน้นการกรีดยาง และเก็บ
ข้ียาง ไม่ได้ดูแลสวนยางเน่ืองจากจะมีอีกกลุ่มเข้ามาดูแลส่วนยาง การกรีดยางในแต่ละครอบครัวจะ
แบ่งตามแปลงที่รับผิดชอบซ่ึงจานวนต้นยางพาราที่รับผิดชอบส่วนใหญ่อยู่ท่ี 500-2,000 ต้น ตามแต่
กาลงั ของแตล่ ะครอบครัวจะสามารถทาได้ ระยะเวลาการทางานภายในสวนยางพาราส่วนใหญ่มีระยะ
การทางานไม่ต่ากวา่ 5 ปี ดังคาสมั ภาษณข์ องนายศักดิ์โท แรงงานสวนยางพารา ได้กล่าวไวว้ า่

“เริ่มทํางานตอนเวลา 20.00-06.00 ตอนนี้จะกรดี ยาง เวลา 06.00 –
10.00 น. จะเริ่มไปหยอดนํ้ากรด ผมทําหน้าท่ีแค่กรีดยางไม่ได้ดูแลสวนยาง
เพราะจะมีอีกกลุ่มดูแล รับผิดชอบกันเป็นแปลง แปลงหน่ึงไม่เท่ากันเริ่มต้น
ประมาณ 500 ต้น ครอบครัวหน่ึงรับผิดชอบปะมาน 1-2 แปลง บ้านของผม
รับผิดชอบ 2 แปลง ก็ประมาณ 1,800 ต้น ซ่ึงเราสามารถเพิ่มลดได้ตามกําลัง
ของเรา”(ศกั ดิ์โท,2563 สมั ภาษณ)์
จากคาสัมภาษณ์ของนายศักด์ิโท แรงงานสวนยางพารา จะเห็นว่า การทางานในสวนยางจะ
แบง่ กนั รบั ผดิ ชอบตามครวั เรือนตา่ ง ๆ ซึ่งทาให้เห็นว่านายจ้างให้ลูกจ้างเป็นผู้ประเมินความสามมารถ
ของตนว่ามกี าลงั เทา่ ไร สามารรับผิดชอบได้เท่าไร ท้ังน้ีสามารถเพ่ิมลดได้หากต้องการโดยจะต้องเพิ่ม

21

ลดในช่วงฤดูกาลหน้า ซึ่งรปู แบบการทางานไม่ไดท้ าหนา้ ทอี่ ่ืนนอกจากกรดี ยางและเก็บน้ายาง ซึ่งตรง
ตามท่ี นางสาวพรสวรรค์ พุ่มคง พนกั งานดแู ลสวนยางพาราได้กลา่ วไว้

“แรงงานจะแบ่งกันรับผิดชอบสวนยางเป็นแปลง ๆ ไป ทุกคนจะดูแล
สวนของตัวเอง เราจะมีการจ้างรายวันมาช่วยในการตัดหญ้าภายในแปลงต่าง
ๆ ให้ ค่าแรงเป็นไปตามนํ้าหนักและราคายางในช่วงนั้น”(พรสวรรค์ พุ่มคง
,2563 สัมภาษณ์)

ซ่ึงจากคาสัมภาษณ์ของนางบี พนักงานดูแลสวนยางพาราทาให้เราทราบว่าค่าแรงท่ีแรงงาน
จะได้รับตามปริมาณน้าหนักของก้อนขี้ยางพาราท่ีเก็บมาได้ ซึ่งการทาเช่นนี้ทาให้ค่าแรงงานของ
แรงงานไม่มีอัตราคงที่เน่ืองจากค่าแรงถูกผูกขาดกับน้าหนักและราคายางพาราท่ีกาหนดโดยตลาด
กลางค้ายางพารา

4.2 ปัญหาในการเขา้ ถึงบริการด้านสขุ ภาพ
4.2.1 ทางด้านการเงนิ
จากการศึกษาพบว่า แรงงานส่วนใหญ่มีรายได้ไม่คงท่ี ข้ึนอยู่กับว่าช่วงนั้นราคายางมีราคา

หรือไม่ คา่ ใชจ้ า่ ยในครวั เรือนจะอยู่ทว่ี นั ละประมาณ 200 - 300 บาทซึง่ ราได้ของกลุ่มแรงงานจะออยู่
ท่ปี ระมาณ 2,000 – 4,000 บาท ตอ่ 15 วัน หากเฉลย่ี รายไดต้ อ่ วันแล้วแรงงานจะมีรายได้วันละ 133
-266 บาท ซ่ึงหากใช้จ่ายในชีวิตประจาวันอาจจะไม่เพียงพอ การเดินทางไปใช้บริการด้านสุขภาพ 1
ครั้งจาเปน็ ต้องมคี า่ ใชจ้ ่ายทเ่ี ยอะพอสมควร เนือ่ งจากการเดินทางจากที่พักลงไปใช้บริการด้านสุขภาพ
ที่มีลักษณะการเจ็บป่วยท่ีรุนแรงหรือมีเหตุฉุกเฉินจะต้องใช้ค่าใช้จ่ายประมาณ 500 บาท ซ่ึงเป็นค่า
นา้ มันรถจากท่ีพกั ไปโรงพยาบาลสังขละบรุ ี ดังการให้คาสัมภาษณ์ของ นายอลนั แรงงานสวนยาง

“ตอนที่พาเมียลงไปคลอดตอนนั้นใช้รถของคนในหมู่บ้านให้ค่ารถลงไปค่ารถ 500
จากบ้านไปสังขละและมีรถโรงพยาบาลพาไปต่อเน่ืองจากโรงพยาบาลสังขละทําคลอดให้
ไม่ได้ไปคลอดที่โรงพยาบาลทองผาภูมิ ไปอยู่ท่ีโรงพยาบาลทองผาภูมิเราก็นอนพักกับเมีย
นอนใต้เตียงเมียแต่อาหารเราออกไปซื้อข้าวกล่องเข้ามากินซึ่งต้องซื้อให้เมียด้วยเพราะกิน
ข้าวของโรงพยาบาลไม่อ่ิมตกมื้อละ 80 บาทไปอยู่ 8 วัน ค่าอาหารประมาณ 1,920 บาท
ตอนกลับมาเสียค่ารถตู้จากทองผาภูมิกลับคนละ 80 บาท มาถึงสังขละก็ให้คนรู้จักขับ
รถจักรยานยนต์เราลงไปรับ ค่ารักษาพยาบาลประมาณ 30 บาทเพราะแฟนทําบัตรประกัน
สุขภาพไว้”(อลัน,2563 สมั ภาษณ)์

จากคาสัมภาษณ์ข้างต้นเราจะพบว่านอกเหนือค่าเดินทางการเข้ารับการรักษาพยาบาล 1
ครั้งน้ัน ก็ยังพบว่ามีค่าใช้จ่ายมากมายไม่ว่าจะเป็นค่าอาหารที่จะต้องหาเพ่ิมหากไม่สามารถนอน
ร่วมกับผู้ป่วยได้ในกรณีที่ผู้ป่วยเข้าห้อง ICU ก็จะต้องเสียค่าท่ีพักเพิ่มอีก รวมไปถึงหากไม่มีบัตร
ประกนั สขุ ภาพกจ็ ะตอ้ งเสยี เพม่ิ ในส่วนของค่ารกั ษาพยาบาล ซ่ึงจะต้องเสียมากกว่าท่พี บ โดยนายอลัน

22

ยังได้บอกเพ่ิมเติมว่าครั้งน้ันตนและเมียมีค่าใช้จ่ายท้ังสินร่วม 2,000 – 3,000 บาท ซ่ึงได้ทาการเบิก
เงินล่วงหน้ากับนายจ้างไปก่อน ซึ่งตรงกับคาสัมภาษณ์นางสาวพรสวรรค์ พุ่มคง พนักงานดูแลสวน
ยางพารา ไดก้ ล่าวไว้วา่

“ถ้าเขามีเงินไม่เพียงพอเขาก็จะมาขอเบิกกับเราไปก่อนแล้วพอเขา
เก็บข้ียางมาขายเราก็จะหักเงินท่ีเบิกไปก่อนแล้วจะบอกเขาว่าหักไปเพราะ
อะไร”(พรสวรรค์ พุม่ คง ,2563 สัมภาษณ)์

ซ่ึงจากการสัมภาษณ์ทาให้เห็นว่าการให้คาสัมภาษณ์ของนายอลัน แรงงานสวนยางพารา
และนางสาวพรสวรรค์ พุ่มคง พนักงานดูแลสวนยางพารามีความสอดคล้องกันนอกจากน้ี นายบุญสุข
ปองสะอาด พนกั งานบริการเวชระเบียนโรงพยาลสังขละบุรี ยังได้อธิบายถึงการจ่ายค่ารักษาพยาบาล
ในกรณีสาหรับผู้ทม่ี ีสิทธิตามบัตรประกันสขุ ภาพแรงานตา่ งด้าวและคนต่างด้าว ได้กล่าวไวว้ า่

“สามารถใช้ได้ทุกโรงพยาบาลแต่ภายในเขตจังหวัดแต่ถ้าออนอกเขต
จังหวัดต้องให้โรงพยาบาลต้นทางต้องส่งเรื่องไปถึงจะสามารถใช้สิทธิได้ โดย
แรงงานท่ีมีบัตรประกันสุขภาพจะจ่ายร่วม 30 บาทถ้าไม่มีบัตรประกันสุขภาพ
แรงงานมีความจําเป็นต้องจ่ายเองท้ังหมด ถ้าหากมีเงินไม่พอเราก็จะเก็บเท่าท่ี
เก็บได้ และจะลงค้างชําระไปก่อนและจะให้เขาช่วย ๆ ทยอยจ่ายให้หมดทุก
วนั นี้ยงั มีปญั หาเดิมอยู่”(บญุ สขุ ปองสะอาด,2563 สัมภาษณ์)

โดยการอธิบายค่าใช้จ่ายของนายบุญสุข ปองสะอาด พนักงานบริการเวชระเบียนโรงพยาล
สังขละบุรี ท่ีได้กล่าวน้ันเป็นเพียงค่าใช้จ่ายเพียงแค่ส่วนของโรงพยาบาลสังขละบุรีเท่าน้ัน นอกจากนี้
การเข้ารับบริการด้านสุขภาพของแรงงานยังสามารถทาได้ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพซึ่งการเก็บ
คา่ ใช้จ่ายทโ่ี รงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพน้ันได้ทาการเก็บที่ 30 บาท ทุกรายท้ังแรงงานท่ีมีบัตรประกัน
สุขภาพและแรงงานไม่มีบัตรประกันสุขภาพ หรือไม่หากไม่มีเงินจ่ายก็จะดาเนินการให้ฟรี ซึ่งจะไม่
ทงั้ หมดถ้าเป็นการเจาะเลอื ดจะต้องดาเนนิ การเก็บค่าใช้จ่ายถ้ามีก็จะเก็บถ้าไม่มีก็จะเก็บเท่าท่ีมี ดังคา
กล่าวของนายชูศักดิ์ สุขอุดมกอบกูล นักวิชาการสาธารณสุขชานาญการ ผู้อานวยการโรงพยาบาล
สง่ เสรมิ สขุ ภาพประจาตาบลบา้ นใหม่พัฒนา ทไี่ ด้กล่าวไวว้ า่

“เดิมให้ฟรีไปก่อนถ้าชาวบ้านไม่มีค่ารักษาพยาบาลเพียงพอแต่
ปจั จุบันมี 30 บาทรักษาทุกโรคก็จะเก็บ 30 บาทมาแทน ส่วนของแรงงานต้อง
ข้นึ ทะเบียนแรงงานถ้าขน้ึ ทะเบียนแรงงานก็จะทําบัตรประกันสุขภาพก็จะเรียก
30 บาท ถ้ายังไม่ข้ึนถ้าไม่มีก็ให้ฟรีไปก่อน ถ้ามีเราก็เรียก 30บาท ยกเว้นเจาะ
เลือดและฝากท้องก็จะเรียกเก็บเต็มอัตราเพราะต้องส่งไปตรวจที่โรงพยาบาล
ถา้ มีไม่พอก็จะเกบ็ เท่าที่มี”(ชูศักดิ์ สขุ อุดมกอบกูล,2563 สัมภาษณ์)

23

จากข้อมูลข้างต้นเราจะพบว่า ปัญหาทางด้านการเงินของแรงงานหากดูการใช้จ่ายภายใน
ครัวเรือนอาจจะยงั คงประสบปัญหาอย่หู ากดจู ากรายได้ทใ่ี ช้ต่อวัน ซง่ึ จากขอ้ มลู พบว่า แรงงานใช้เฉลี่ย
จ่ายวันละ 200 – 300 บาทต่อ วันซ่ึงรายได้เฉล่ียต่อวัน จะพบว่าแรงงานมีรายได้ประมาณ 133 –
266 บาท ตอ่ วัน ซงึ่ ถอื วา่ มคี ่าใช้จ่ายที่สูง แตอ่ ย่างไรก็ดี ระบบการรักษาพยาบาลของไทยยังคงอ้างอิง
ตามหลักประกันสุขภาพถว้ นหนา้ ( 30บาท รักษาทุกโรค) ทาให้แรงงานสามารถจ่ายค่ารักษาพยาบาล
ได้ในกรณีที่เขา้ รบั การรกั ษาพยาบาลภายในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจาตาบลในราคาท่ีไม่แพง
มาก แต่ถ้าเข้ารับการรักษาพยาบาลที่มีการให้บริการนอกเหนือจากน้ันแรงงานสามารถเบิกล่วงหน้า
เพ่ือเป็นการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล แต่ถ้าไม่มีจริง ๆ ทางโรงพยาบาลและโรงพยาบาลส่งเสริม
สุขภาพประจาตาบลก็จะเก็บเท่าท่ีสามารถเก็บได้เท่าที่เก็บได้ ซ่ึงปัญหาการเงินในมุมมองค่ารักษา
บริการไม่มีผลกระทบต่อแรงงานแต่ส่งผลกระทบต่อระบบการชาระค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาล
เนื่องจากจะต้องคอยแบกรับภาระหนี้ท่ีเกิดจากการรักษาพยาบาลของแรงงานข้ามชาติท่ีเข้ามาใช้
บริการ

4.2.2 การเดนิ ทาง
จากการศึกษาพบว่า แรงงานส่วนใหญ่มีรถจักรยายนต์ใช้ในการเป็นยานพาหนะสาหรับ
เดินทางไปทากิจกรรมต่าง ๆ ทั้งการทางานและการเข้ารับบริการด้านสุขภาพ ซ่ึงส่วนใหญ่หากมี
อาการเจ็บป่วยเพียงเล็กน้อยก็จะนิยมเดินทางไปด้วยรถจักยานยนต์หรือหากแพทย์มีการนัดเพื่อ
ตดิ ตามดอู าการกจ็ ะนิยมเดินทางไปเอง ดงั คากลา่ วของนางนวย แรงงานในสวนยางพารา

“มีรถจักรยายนต์ในการเดินทาง ตนไม่สามารถขับรถได้ จะให้ลูกสาว
พาไปเช่นไปหาหมอ”(นวย,2563 สมั ภาษณ)์

ซึ่งหากมีอาการหนักขึ้นก็จะใช้รถของนายจ้างพาไปหรือถ้าเข้าไปใช้บริการที่โรงพยาบาล
ส่งเสริมสุขภาพประจาตาบลบ้านใหม่พัฒนา หากมีการส่งตัวทางเจ้าหน้าที่ก็จะเรียกรถโรงพยาบาล
(รถEMS)ขึ้นมารบั ท่โี รงพยาบาลส่งเสริมสขุ ภาพประจาตาบลบ้านใหม่พัฒนาดังคากล่าวของนายชุแดะ
แรงงานสวนยาง นางสาวพรสวรรค์ พุ่มคง พนักงานดูแลสวนยางพารา และนายชูศักด์ิ สุขอุดมกอบ
กลู นกั วิชาการสาธารณสุขชานาญการ ผู้อานวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจาตาบลบ้านใหม่
พฒั นา ไวว้ า่

“ให้ลูกพาไปและถ้าเป็นหนักๆก็จะมีรถยนต์ของนายจ้างเขาพาไปไม่
คดิ คา่ ใชจ้ า่ ย”(นายชแุ ดะ,2563 สมั ภาษณ)์

“เวลามีแรงงานป่วยเราจะไปส่งให้เราจะส่งให้ฟรีไม่มีค่าบริการ ส่วน
ใหญเ่ ป็นโรคทั่วไปซ่ึงส่วนใหญ่มักจะเป็นในกลุ่มท่ีต้องลงไปรักษาท่ีโรงพยาบาล
สังขละบุรีและเราก็รอรับข้ึนมาด้วยถ้านานเขาก็จะมาบอกให้เรากลับก่อน
บางครั้งก็อาจจะให้เราขับรถลงไปรับส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่ลงไปคลอดลูก”

24

(พรสวรรค์ พมุ่ คง,2556 สมั ภาษณ์)
“เมื่อก่อนยังไม่มีรถโรงพยาบาลสําหรับส่งตัวผู้ป่วยก็จะแก้ไขปัญหา

ด้วยการหารถท่ีมีในหมู่บ้านไปส่งตัว เช่น รถกระบะของนายจ้าง หรือไม่ก็รถ
ของคนในชุมชน แต่ปจั จุบันรถโรงพยาบาลขึ้นมารบั ได้”(ชูศักดิ์ สุขอุดมกอบกูล
,2563 สมั ภาษณ์

จากการสัมภาษณ์จะพบว่าปัญหาทางด้านการเดินทางไม่ได้เป็นอุปสรรต่อการเดินทามาเข้า
รับบริการด้านสุขภาพของแรงงานเน่ืองจากแรงงานมีรถจักรยายนต์ส่วนตัวใช้สามารถเดินทามารับ
บริการด้านสขุ ภาพได้ และหากมคี วามจาเป็นจะตอ้ งเดนิ ทางเข้ารับบริการทโ่ี รงพยาบาลสังขละบุรีทาง
นายจ้าง มรี ถยนตส์ าหรับนาส่งแรงงานทมี่ คี วามต้องการ และโรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพประจาตาบล
บ้านใหม่ก็สามารถเรยี กรถโรงพยาบาล(รถEMS)มารับได้

4.2.3 ทัศนคติแรงงานท่ีมีตอ่ ระบบบรกิ ารด้านสุขภาพและการดแู ลสขุ ภาพ
จากผลการศึกษาพบว่าแรงงานยังคงให้ความสาคัญกับปัญหาสุขภาพอยู่บ้างในเพราะสุภาพ
เป็นเร่ืองที่สาคัญต่อแรงงานในการทางานเนื่องจากระยะเวลาในการทางานของแรงงานอยู่ในช่วง
กลางคืนเป็นส่วนใหญ่ ซ่ึงการดูแลสุขภาพเบื้องต้นในการป้องกันอันตรายจากสัตว์มีพิษและแมลงต่าง
ๆ ดว้ ยการสวมเส้ือผ้าท่ีรัดกุมเพื่อป้องกันยุงและแมลงมีพิษต่าง ๆ ตลอดจนการปฏิบัติตามข้อกาหนด
ตา่ ง ๆ ท่ีเป็นมาตรการการดูแลสุขภาพและการป้องกันเบ้ือต้น เช่น การไม่เพิ่มแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย
ด้วยการไมใ่ หน้ า้ ขงั ในภาชนะตา่ ง ๆ เปน็ ต้น ดังทนี่ างมยุรี สุวรรณมณี ประธานอาสาสมัครสาธารณสุข
ประจาหมู่บ้านบ้านใหม่พัฒนาผู้ดูแลชุมชนกลุ่มแรงงานสวนยางพารา และ นางมะซาน แรงงานสวน
ยางพารา

“กลุ่มแรงงานให้ความร่วมมือกับการทํางานของเราดีมากให้ทําอะไร
เขาก็ทําตามที่เราแนะนําตลอด เวลาให้ทํากจิ กรรมอะไรหรือมกี ารตรวจสุขภาพ
ใหเ้ ขาก็จะให้ความร่วมมือในการทํากิจกรรมต่าง ๆ ดี”(มยุรี สุวรรณมณี,2563
สมั ภาษณ)์

“เคยเจองู ตะขาบแมงปล่อง ไม่เคยโดนงูฉกแต่โดนแมงปล่องต่อย
ประจํา(แมงป่องอยู่ในถ้วยน้ํายาง)เอามือจุ่มน้ํายางแล้วรู้สึกดีข้ึน ”(มะซาน,
2563 สมั ภาษณ์)

จากการสัมภาษณ์ของท้ังสองท่านจะเห็นว่าแรงงานให้ความร่วมมือในการรับฟังคาแนะนา
จากอาสาสมคั รสาธารสขุ ประจาชมุ ชน นอกจากน้แี รงงานเองยงั ทางานอยู่บนความเสี่ยงในการพบเจอ
สัตว์มีพิษและส่งผลตอ่ การทางานของกล่มุ แรงงานเอง ซ่ึงจากการสอบถามไปยังตัวแทนแรงงานพบว่า
ให้ความสนใจในการดูแลรักษาสุขาภพของตน ด้วยการปฏิบัติตามคาแนะนาของเจ้าหน้าที่และ
อาสาสมัครสาธารณสุขประจาหมู่บ้านท่ีให้คาแนะนา นอกจากนี้ยังมีการดูแลเอาใจใส่ด้วยการป้องกัน

25

ตนเอง ซ่ึงสื่อให้เห็นว่าแรงงานมีทัศนคติท่ีดีต่อการดูแลสุขภาพขั้นต้น ดังที่นายโจเมลา แรงงานสวน
ยางพารา ได้กล่าวไวว้ ่า

“เวลาลงไปกรีดยางก็จะทายากันยุงและสวมเสื้อที่รัดกุม เพราะเราจะ
เจอยุงกัดเด๋ียวจะไม่สบายพอไม่สบายก็ทํางานไม่ได้และไม่อยากไปหาหมอ
เพราะจะเสยี เงินเยอะ”(โจเมลา,2563สัมภาษณ์)

จากการให้คาสมั ภาษณ์ของนายโจเมลา แรงงานสวนยางพาราขา้ งตน้ ยงั ทาใหเ้ ราเห็นว่าถึงแม้
ทัศนคติของแรงงานอาจจะดูไม่เหมาะสมหากป่วยแล้วไม่อยากไปรับบริการด้านสุขภาพแต่การที่นาย
โจเมลาปอ้ งกนั ตัวเองดว้ ยการสวมเสอื้ ผ้าทร่ี ดั กุมและการทายากันยุงไปทางานน้ันถือได้ว่าเป็นทัศนคติ
ท่ดี ีในการดูแลสขุ ภาพข้นั ตน้

แตอ่ ย่างไรก็ตามก็ยงั พบวา่ มีแรงงานหลายคนทมี่ ีทศั นคติในการเขา้ รับบริการด้านสุขภาพท่ียัง
ปัญหาอยู่เนื่องจากไม่อยากเข้ารับบริการด้านสุขภาพหากเจ็บป่วยก็จะซื้อยามารับประทานเองการที่
ซอื้ ยามารบั ประทานเองนนั้ อาจจะส่งผลเสยี ตอ่ รา่ งกายได้

ซ่ึงการเข้าถึงระบบบริการด้านสุขภาพของแรงงานสวนยางพาราจากประเทศเมียนมาร์ได้ดี
นั้นจะต้องดาเนินการผ่านการซื้อบัตรประกันสุขภาพแรงงานเพราะจะทาให้แรงงานลดค้าใช้จ่ายจาก
การเข้ารับบริการในด้านการเงิน(ส่วนของค่ารักษาพยาล)น้อยลงจากเดิมที่จะต้องจ่ายเต็มอัตราดังท่ี
นายบุญสขุ ปองสะอาด พนักงานบริการเวชระเบยี นโรงพยาลสงั ขละบุรีไดก้ ลา่ วไว้วา่

“แรงงานท่ีมีบัตรประกันสุขภาพจะจ่ายร่วม 30 บาท การคุ้มครองจะ
คุ้มครอในทุกกรณียกเว้นกรณีอุบัติเหตุจากรถยนต์หรือยานพาหนะเนื่องจาก
สามารถเบกิ พรบ.ได้ ซึ่งจะลดค้ารักษาพยาบาลท่ีจะต้องจ่ายจริงได้เช่นการทํา
คลอด ที่จะต้องเสียค่ารักษาพยาบาลท่ีเยอะถ้าเทียบกับเงินท่ีซ้ือบัตรประกัน
จริง ๆ มนั จะคมุ้ ”(บุญสขุ ปองสะอาด,2563 สมั ภาษณ)์

แต่อย่างไรก็ตามแรงงานกลับมองว่าการกรซื้อบัตรประกันสุขภาพนั้นเป็นการสิ้นเปลือง
เพราะถ้าไมไ่ ด้ปว่ ยเลยก็เท่ากับว่าจะต้องเอาเงินจานวนดังกล่าวไปเสียทิ้งโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ซึ่งรู้สา
เสยี ดายเงินท่ีซอ้ื มากกวา่ ดงั ทนี่ ายชแุ ดะ แรงงานสวนยาง ไดก้ ลา่ วไวว้ า่

“มองว่าตนเองสุขภาพดีเจ็บป่วยเล็กๆน้อยๆไม่ได้ใช้เงินเยอะเลยไม่
อยากทําและไม่มีเงินพอ ทําไปก็เสียดายเงินด้วย ต้องจ่ายไปต้ังเยอะ”(ชุแดะ
,2563 สมั ภาษณ)์

แต่อย่างไรก็ตามก็ยังคงพบว่าแรงงานหลายคนก็ต่างอยากจะทาบัตรประกันสุ ขภาพเพราะ
มองว่าตนเองมีสุขภาพท่ีไม่ค่อยดีประกอบกับการที่อายุของตนเร่ิมแก่ขึ้นการไม่มีหลักประกันสุขภาพ

26

ทาใหอ้ าจจะตอ้ งเสียเงินไปเป็นจานวนมากในการรักษาในอนาคต ดังที่นางนวย แรงงานสวนยางพารา
ได้กลา่ วไว้วา่

“เรอ่ื งสุขภาพเปน็ เรอื่ งทส่ี าํ คญั มาก ตอนนแี้ ก่แลว้ อยากทําบัตรประกัน
สุขภาพไว้เพื่ออนาคตจะได้มีหลักประกันในการรักษาไม่อยากให้ลูกมาเสียเงิน
เยอะ”(ชแุ ดะ,2563 สมั ภาษณ)์

จากการสัมภาษณ์นางนวยยังพบว่านอกจากทัศนคติของแรงงานท่ีมีต้อการมีบัตรประกัน
สุขภาพแล้วนางนวยยังมีทัศนคตทิ ่ดี ตี อ่ การเขา้ รับการรักษาสุขภาพ เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเข้ารับบริการ
ด้านสุขภาพสาเหตมุ าจากการไมอ่ ยากท่ีจะใหเ้ ป็นภาระของลูกของตน

นอกจากน้ียังพบว่าแรงงานกลุ่มท่ีเข้ามาใหม่ยังเป็นปัญหาเนื่องจากไม่เข้าใจในระบบสาธาร
สขุ ของไทยทาใหม้ ีผลตอ่ ระบบการให้บริการของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจาตาบลท่ีจะต้องคัด
กรองโรคเองต้นเพื่อเป็นการป้องกันการระบาดของโรคต่าง ๆ ท่ีอาจจะมากับแรงงาน ซึ่งแรงงานกลุ่ม
ใหม่ไม่ได้เข้ามาแจ้งกับทางเจ้าหน้าท่ีหรืออาสาสมัครสาธารสุขประจาหมู่บ้าน ซึ่งอาจจะเกิดจากการ
เขา้ ใจท่ีคลาดเคลื่อนของแรงงานเองว่าจะมีผลทาให้จะต้องเดินทางกลับประเทศเพราะเข้ามาแบบผิด
กฎหมายบ้าง ดังท่ีนายชูศักดิ์ สุขอุดมกอบกูล นักวิชาการสาธารณสุขชานาญการ ผู้อานวยการ
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจาตาบลบ้านใหม่พัฒนา และนางมยุรี สุวรรณมณี ประธาน
อาสาสมัครสาธารณสุขประจาหมบู่ า้ นบา้ นใหมพ่ ัฒนา ไดก้ ลา่ วไวว้ า่

“ปัญหาที่เรากังวลกับกลุ่มนี้มากที่สุดคือการนําโรคเข้ามาซ่ึงเป็นกลุ่ม
โรคท่เี ราสามารถจัดการไดแ้ ลว้ ซ่งึ เราไมร่ ู้ว่าทางสาธารณสุขเขาควบคุมอะไรได้
บ้างเช่น หนา้ แล้ง ก็จะมีพวกอาฮีวาตกโรค ถ้าเขาเอามาด้วยก็จะทําให้เกิดการ
ระบาดของโรคได้ นี้คือสิ่งท่ีน่ากลัวสําหรับเขา การที่เขาไมมาแจ้งเราเพ่ือตรวจ
คดั กรองสง่ ผลต่อระบบการใหบ้ รกิ ารด้านสุขภาพของเรามากเพาะเวลาเขาเป็น
ขน้ึ มาแล้วระยาดไปเราอาจจะควบคุมยากกวา่ เราจะรู้ก็ไปเป็นเดือนไปแล้วหาก
เขาเข้าใจระบบเราก็คงทําให้งานของเราทําได้เต็มท่ีและเราจะสามารถป้องกัน
ได้ ซึ่งการที่เขาไม่เข้ามาแจ้งเราเราก็ไม่รู้ว่าเพราะกลัวหรืออาจจะไม่คิดว่าเป็น
เรอื่ งจาํ เป็น”(ชูศักดิ์ สุขอดุ มกอบกลู ,2563 สัมภาษณ)์

“มีบุคคลเข้ามาใหม่โดยเราจะต้องสํารวจประชากรปีละครั้ง เราพบ
บ่อยมากว่ามีผู้เข้ามาและออกไปบ่อยมมากบางครั้งปีก่อนห้องน้ีเป็นอีกช่ือ แต่
มาปีน้ีเป็นอีกชื่อ เราก็ต้องรายงานทาง รพ.สต ไปว่ามีผู้เข้ามาใหม่ว่ามีอาการ
เบื้องต้นเป็นอย่างไรและแนะนําใหเ้ ขาเขา้ ไปตรวจท่ี โรงพยาบาลสังขละบุรีเพ่ือ
คัดกรองโรค โดยผู้เข้าออกประมาณปีละ 5 ห้อง ส่วนใหญ่เขาก็ไม่ค่อยไป
เพราะอาจจะกลัวหรืออาจจะไม่ให้ความสําคัญต่อสุขภาพก็ได้”(มยุรี สุวรรณ
มณ,ี 2563 สมั ภาษณ์)

27

จากการใหส้ ัมภาษณข์ องท้ังสองท่านทไ่ี ดก้ ล่าวมานน้ั จะเห็นว่าทัศนคติของแรงงานยังคงกังวล
เรื่องการเข้าถึงระบบบริการด้านสุขภาพอันเนื่องมาจากการไม่เข้าใจระบบและอาจจะกลัวระบบ
ราชการไทยที่เขาคิดว่าอาจจะมีภัยต่อเขาจึงอาจจะไม่ยอมร่วมมือในช่วงระยะแรกท่ีมีการเข้ามา
ทางาน

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าทัศนคติที่แรงงานมีผลต่อระบบการให้บริการด้านสุขภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
พอสมควรแตก่ ็จะต้องดูเปน็ กรณีไป เนือ่ งจากแรงงานให้ความร่วมมือในการเข้ารับบริการสุขภาพหาก
พบวา่ ตนเองไม่สบายแตก่ ย็ งั พบว่าปัจจัยทางด้านการเงนิ มีส่วนสาคัญในการตัดสินในในการเข้ารับการ
รักษาพยาบาลหรือการเข้ารับบริการด้านสุขภาพของแรงงานแต่อย่างไรก็ตามหากแรงงานไม่ได้
เจ็บป่วยท่ีมีอาการรุนแรงก็มักจะหาวิธีการดูแลสุขภาพด้วยตนเองตามความเชื่อที่มีอยู่ นอกจากนี้
แรงงานท่ีเป็นกลุ่มแรงงานที่เข้ามาใหม่กลับมีทัศนคติท่ีไม่ดีต่อระบบการให้บริการด้านสุขภาพอัน
เน่ืองมาจากการกังวลต่อระบบราชการไทยและความปลอดภัยในการทางานของตนดังที่ได้กล่าว
มาแลว้ ในข้างต้น

4.2.4 ทศั นคตขิ องแรงงานที่มีตอ่ เจ้าหนา้ ทีท่ ่ีคอยให้บรกิ ารและสถานทท่ี ใ่ี หบ้ รกิ าร
การให้บริการด้านสุขภาพทัศนคติของแรงงานที่มีต่อเจ้าหน้าที่และท่ีต้ังของสถาน
ประกอบการถือว่าเป็นอีกหน่ึงปัญหาที่สาคัญเพราะถ้าแรงงานมีทัศนคติท่ีไม่ดีต่อเจ้าหน้าท่ีหรือสถาน
บรกิ ารดา้ นสุขภาพก็จะทาให้แรงงานไม่เลือกเข้ารับบริการด้านสุขภาพกับเจ้าหน้าท่ีหรือสถานบริการ
ด้านสขุ ภาพนัน้ จากการศกึ ษาพบว่า แรงงานจากประเทศเมยี มาร์ทที่ างานในสวนยางพาราส่วนใหญ่มี
ทศั นคติทด่ี ีตอ่ เจ้าหน้าทเี่ น่ืองจากเจา้ หนา้ ทคี่ อยให้บริการอย่างเต็มท่ีปฏิบัติต่อแรงงานเทียบเท่ากับคน
ไทยท่ีอาศัยอยู่ในพื้นที่ทั้งน้ียังจัดระบบการรักษาพยาบาลด้วยระบบการจับบัตรคิว ไม่มีการลัดคิวให้
คนไทยกอ่ นจะให้การรักษาตามที่ไดล้ าดับไวว้ า่ ใครมากอ่ นหรือมาหลงั ดงั ที่ นางมปิ ุได้กล่าวไว้ว่า

“บรกิ ารดี หมอพดู จาดี เวลาเราไปก็ต้องไปแต่เช้าเพราะว่าคนที่เขาไป
หาหมอเยอะต้องรีบไปเอาคิวถ้าไปช้าก็จะทําให้ได้คิวนาน รอนาน หมอเขาจะ
ไม่ลัดคิวนะ ฉนั เองไปก็ไมเ่ คยเจอกต็ ามควิ ตลอด”(มปิ ,ุ 2563 สมั ภาษณ)์

นอกจากนจ้ี ากการสังเกตการณ์แบบมสี ่วนรวมโดยผู้วิจัยเองได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล
ส่งเสริมสุขภาพบ้านใหม่พัฒนาซึ่งคร้ังน้ันจะต้องฉีดวักซีนป้องกันพิษสุนักบ้า ก็พบว่าการ
รักษาพยาบาลของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพก็จะปฏิบัติตามท่ีได้จัดลาดับไว้ใครมาก่อนก็จะได้รับ
การรักษาก่อนไม่มีการเลอื กการรักษาโดยการแทรกลาดับใหก้ บั ผทู้ ี่มบี ตั รไทยกอ่ น ซึ่งท้ังน้ีทางผู้วิจัยยัง
ไดส้ ัมภาษณ์นายชูศักดิ์ สุขอุดมกอบกูล นักวิชาการสาธารณสุขชานาญการ ผู้อานวยการโรงพยาบาล
ส่งเสริมสขุ ภาพประจาตาบลบา้ นใหมพ่ ัฒนา และนายบญุ สขุ ปองสะอาด พนักงานบริการเวชระเบียน
โรงพยาลสังขละบุรี ซึ่งท้ังสองท่านได้ให้ความเห็นตรงกันว่า การให้บริการด้านสุขภาพเราจะไม่
สามารถเลือกปฏิบัติได้ว่าบุคคลใดควรได้รับการรักษาก่อนถ้าเป็นผู้ป่วยทั่วไปก็จะเรียกเข้ามารักษา
หรือเข้ามารับบริการตามลาดับที่ได้จัดไว้ หากเป็นกรณีฉุกเฉินมาเราก็จะต้องรักษาคนไข้คนดังกล่าว

28

ก่อน โดยจากการสังเกตของนายบุญสุข ปองสะอาดที่ทางานในส่วนของการขายบัตรก็ยังไม่พบว่า
หน่วยคดั กรอง(ซึ่งอยู่ตดิ กบั ห้องเวชระเบียน)ไม่ได้มีการเรยี กลาดับทีล่ ดั ไป ดงั ท่ีไดก้ ล่าวไว้

“การให้บริการส่วนใหญ่เราจะผ่านจุดคัดกรองมาก่อนโดยจะมีการซัก
ประวัติบ้างเล็กน้อยจากน้ันเจ้าหน้าท่ีที่อยู่จุดคัดกรองจะเอาข้อมูลเข้ามาให้ผม
ผมเองกจ็ ะเรียกเขา้ มาตามลาํ ดับ เราจะไม่ลดั คิว งานเราไม่สามารถเลือกปฏิบัติ
ได้ คนไขม้ าเรากต็ อ้ งรกั ษา”(ชูศักดิ์ สุขอดุ มกอบกลู ,2563 สัมภาษณ)์

“ในส่วนงานของเรา เราจะเรียกตามลําดับที่เขามายื่นไว้เพราะถ้าเป็น
แรงงานเขาจะต้องเข้ามาตรวจสอบสิทธิกับเราก่อนหรือคนไข้ที่ไม่มีบัตร
โรงพยาบาลกจ็ ะมาทาํ บัตรทเ่ี รากอ่ นเราก็จะเรียกตามท่ีเขามาย่ืนไว้เราไม่มีการ
ลัดควิ เพราะเราลัดไม่ได้ถ้าทําแบบนั้นมันก็ไม่เหมาะสม จากการสังเกตของผม
ก็ไม่เหน็ เขาลดั ควิ นะเขาก็เรียกไปตามปกติมาก่อนมาหลังก็รักษาตามลําดับ ถ้า
ฉุกเฉินก็เข้าไปหอ้ งฉุกเฉนิ ถา้ ไมฉ่ กุ เฉนิ กจ็ ะไปเข้าห้องตรวจท่วั ไป”(บุญสุข ปอง
สะอาด,2563 สมั ภาษณ์)

จากการสังเกตของผู้วิจัย พบว่า การลาดับภายในโรงพยาบาลสังขละบุรี จะเรียกด้วย
พยาบาลหน้าห้องตรวจเพื่อคัดกรองและซักประวัติเบ้ือต้นก่อนจะให้เข้ารับการตร วจจากแพทย์ท่ีอยู่
ภายในหองตรวจ ทั้งน้ีแต่ละห้องก็จะเรียกตามที่ได้รับบัตรมาจากจุดซักประวัติเบ้ืองต้นได้แก่ อายุ
น้าหนกั และวดั ความดัน

ซ่งึ จากข้อมูลพบวา่ การให้บริการดา้ นสขุ ภาพของสถานพยาบาลแกแ่ รงงานนั้นเป็นการบริการ
ตามลาดับจึงส่งผลต่อความพึงพอใจทั้งน้ีการไม่เลือกปฏิบัติจากของเจ้าหน้าท่ียังเป็นอีกปัจจัยท่ีทาให้
แรงงานเขา้ รบั บริการกบั สถานบรกิ ารด้านสขุ ภาพดังกล่าว นอกจากน้ีที่ตั้งของสถานประกอบการเองก็
ยงั เปน็ ผลใหแ้ รงงานเลือกเข้ารับบรกิ ารอีกดว้ ย ดงั ที่นางมิเอ ไดก้ ลา่ วไว้

“ไปรักษาที่บ้านใหม่(รพ.สต.บ้านใหม่)ไม่ค่อยลงไปที่สังขละถ้าไม่เป็น
หนัก ๆ เพราะมันไกลที่น้ีใกล้กว่า อีกอย่างถ้าลงไปก็ใช้เงินเยอะอยู่นี้ขับรถไป
กบั ลูกองคนถ้าไดต้ อนบ่ายกเ็ ขา้ มากนิ ขา้ วที่บา้ นแล้วออกไปใหม่ ไปนู้น(สังขละ)
ก็เสียเงินเยอะท้ังค่าน้ํามันทั้งค่าอาหาร ก็รักษานี้แหละ ถ้าไม่มีอนามัยที่น้ีก็คง
ไม่ไปซ้ือยากินเอาถ้าไม่หนักมาก หมอเขาก็บรารดีเรียกเราตามลําดับ”(มิเอ
,2563 สมั ภาษณ์)

จากการสัมภาษณ์ของนางมิเอ เราจะพบว่าที่ตั้งของสถานพยาบาลส่งผลต่อการตัดสินใจ
ตลอดจนทัศนคติของแรงงานในการเข้ารับบริการด้านสุขภาพ เพราะหากต้องไปรับการให้บริการท่ี
ไกลข้ึนก็จะส่งผลให้แรงงานไม่เข้ารับบริการด้านสุขภาพและไม่สามารถเข้าถึงระบบบริการด้าน
สุขภาพท่ีครบถ้วนได้ ซึ่งจากการศึกษาไม่พบว่าแรงงานไม่มีปัญหาในประเด็นทัศนคติของแรงงานที่มี
ต่อเจ้าหน้าท่ีท่ีคอยให้บริการและสถานที่ที่ให้บริการเนื่องจากที่ต้ังของสถานบริการด้านสุขภาพเช่น

29

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจาตาบลบ้านใหม่พัฒนาอยู่ใกล้กับสถานท่ีพักและสถานที่ทางานของ
แรงงาน

4.2.5 การขาดแคลนทรพั ยากรท้ังที่เปน็ เครื่องมือ
จากการศึกษาพบวา่ ปัจจุบนั เครอ่ื งมอื แพทย์ภายในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจาตาบล
นั้นมีใช้แต่อาจจะไม่เพียงพอมากเท่าที่ควรแต่โดยภาพรวมของเคร่ืองมือในปัจจุบันก็ถือว่าไม่ได้ขาด
แคลนมากนักจะมีเพียงแค่บางส่วนเท่านั้นที่อาจจะไม่พอใช้เช่น เคร่ืองมือในการรักษาในกลุ่มของทัน
ตกรรมท่ีอาจจะไม่เพียงพอ แต่เมื่อเทียบกับเจ้าหน้าท่ีก็ถือว่าเพียงพอ และในหมวดขอยางรักษาโรค
ถือว่าเพียงพอเนื่องจากมีการสั่งยาขึ้นมาล่วงหน้าเพ่ือทาการสารองไว้ประมาณ 3 เดือน โดยจะส่ังยา
ในหมวดของยาคลินิกเบ้ือต้นขึ้นมาและบางครั้งอาจจะมียาเฉพาะทางบ้างในกรณีที่ผู้ป่วยที่มีความ
จาเป็นในการใช้ยาดังกล่าวโดยแพทย์จะเป็นผู้จัดส่งข้ึนมา ดังคากล่าวของนายชูศักดิ์ สุขอุดมกอบกูล
นกั วิชาการสาธารณสุขชานาญการ ผู้อานวยการโรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพบา้ นใหมพ่ ฒั นา

“พอใชใ้ นระดบั หนึ่ง เพราะของบางอย่างจะต้องได้รับการเฉล่ียมาจาก
โรงพยาบาลด้วยเช่นพวกเคร่ืองมือทันตกรรมที่จะได้รับการจัดสรรมาจาก
โรงพยาบาลจํานวน 25 ชุด/สัปดาห์ ใน 1 วันเรามารถทําได้ประมาณ 5 คน 1
คนจะใช้เวลาประมาณ 1 ชว่ั โมง ถ้าดจู ากความต้องการมันก็พอใช้ ยารักษาเรา
ก็จะประเมินนํายาเบ้ืองต้นข้ึนมาใช้ซึ่งส่วนใหญ่ก็พอดี โดยส่วนใหญ่จะส่ังยา
ข้ึนมาท่ีประมาณ 3 เดือน ซึ่งยาท่ีสั่งมามากท่ีสุดจะเน้นไปในกลุ่มของยาคลินิก
เช่น ยาโรคเบาหวาน บาโรคความดัน เป็นต้น”(ชูศักดิ์ สุขอุดมกอบกูล,2563
สัมภาษณ์)

4.2.6 การคลาดแคลนบคุ ลากรทม่ี คี วามสามารถทางด้านการสือ่ สารภาษาถน่ิ
จากการศึกษาพบว่า ปัจจบุ ันเจ้าหนา้ ท่ดี า้ นสาธารสุขและด้านกานแพทย์โดยส่วนใหญ่เป็นคน
ในพื้นที่และสามารถพดู ภาษาถิน่ และภาษาพม่าได้บ้างทาให้สามารถส่ือสารกับแรงงานและกลุ่มผู้ป่วย
ท่ีมาจากประเทศเมียนมาร์ได้ โดยส่วนใหญ่แล้วเมื่อแรงงานเดินทางมาใช้บริการด้านสุขภาพท้ังท่ี
โรงพยาบาลส่งเสริมสุภาพบ้านใหม่พัฒนาและโรงพยาบาลสังขละบุรีมักจะเดินมามากับผู้ที่สามารถ
ส่ือสารภาษาไทยได้ ซง่ึ อาจจะเปน็ คนในครอบครัว เพือ่ นบ้าน หรือคนรู้จัก ดังคากล่าวของนายชูศักดิ์
สขุ อุดมกอบกลู นกั วิชาการสาธารณสุขชานาญการ ผู้อานวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านใหม่
พัฒนา นายบุญสุข ปองสะอาด พนักงานบริการเวชระเบียนโรงพยาลสังขละบุรี และนางมะซุยติ่ง
แรงงานสวนยางพารา

“ปัจจุบันมีเจ้าหน้าท่ีประจําการท้ังหมด 6 ท่าน โดยแบ่งเป็นคนใน
พื้นท่ีท้ังหมด 5 คน สามารถสื่อสารในภาษาถิ่น”(ชูศักด์ิ สุขอุดมกอบกูล,2563
สัมภาษณ)์

“สว่ นตวั พูดภาษาพม่า หรือภาษาถ่ินได้อยู่แล้วจึงไม่จําเป็นต้องใช้ลาม

30

แปลภาษาแต่ส่วนใหญ่แรงงานเวลามาหาหมอหรือมาซื้อบัตรประกันสุขภาพก็
จะมคี นท่สี ามารถพดู ไทยเช่น คนรูจ้ ัก เพื่อนบ้าน มาเป็นล่ามส่วนตัว แต่ถ้าไม่มี
จรงิ ๆ และเจา้ หนา้ ทีค่ นนัน้ ไม่สามารถสอื่ สารได้จริง ๆทางเราก็จะจัดหาล่ามให้
โดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นเจ้าหน้าท่ีท่ีสามารถพูดภาษาพม่าหรือภาษาถ่ินได้ ไม่ก็
เป็นจิตอาสา หรือบางคร้ังองค์กร NGO พามาเขาก็จะช่วยแปลให้ซึ่งตนเอง
มองว่าปัญหาด้านภาษาไม่ได้มีปัญหาแล้ว”(บุญสุข ปองสะอาด,2563
สมั ภาษณ์)

“เวลาไปหาหมอจะให้ลูกพาไปไม่ค่อยไปเองเพราะลูกพูดไทยสื่อสาร
ไทยได้ ฉันไม่สามารถพูดไทยได้ก็จําเป็นต้องให้ลูกพาไป ถ้าลูกไม่ว่างก็จะให้
เพ่ือนบา้ นพาไป แต่ส่วนใหญ่ลกู พาไปมากกวา่ ”(มะซยุ ต่ิง,2563 สมั ภาษณ)์

นอกจากนห้ี ากมองในเรอ่ื งของการปฏิบัติหน้าที่และภาระงานของเจ้าหน้าที่ท่ีปฏิบัติงานด้าน
สาธารณสขุ ในส่วนของโรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพประจาตาบลบ้านใหม่พฒั นา พบว่า ปัจจุบันมีอัตรา
เจ้าหนา้ ท่ที ่ีประจาการมเี พยี ง 6 ท่าน ซ่ึงจะต้องรับผิดชอบจานวนครวั เรือนประมาณ 2,000 ครัวเรือน
โดยแบ่งเป็น 3 หมู่ ทั้งน้ียังมีชุมชนที่อยู่นอกเขตรับผิดชอบเข้ามาใช้บริการเนื่องจากมีพ้ืนท่ีไม่ไกลกัน
มากหากรวมท้ังหมดจะได้ 4 หมู่บ้าน(ตามระบบทะเบียนราษฎร) แต่ถ้านับรวมหมู่บ้านนอกเขตจะมี
หลังคาเรอื นทตี่ ้องดแู ลประมาณ 3,000 หลังคาเรือน ซึ่งหากแยกเป็นชุมชนต่าง ๆ ตามท่ีอยู่ตามพ้ืนท่ี
ซึง่ จะแยกได้มากถงึ 6 ชุมชน ซ่ึงเจ้าหน้าท่ีที่มีในปัจจุบันถือว่ายังเพียงพอต่อการให้บริการแต่ก็จะต้อง
ให้บริการเน่ืองจากไม่สามารถเลี้ยงการให้บริการด้านสุขภาพได้ ดังที่ นายชูศักดิ์ สุขอุดมกอบกูล
นกั วชิ าการสาธารณสุขชานาญการ ผู้อานวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านใหม่พัฒนา ได้กล่าว
ไวว้ ่า

“ปัจจุบัน รพ.สต.บ้านใหม่ดูแลท้ังหมด 3 หมู่ หมู่ 4 หมู่ 7 หมู่ 10 มี
ครัวเรือนประมาณ 2,000 หลังคาเรือนได้แก่ บ้านใหม่พัฒนา 700 หลังคา
เรอื น บ้านหว้ ยกบ 200 บา้ นประไรโหนก 100 และปัจจุบันต้องรับผิดชอบเพิ่ม
อีกคือ บ้านหม่องสะเทอ(ประมาณ 1,000 หลังคาเรือน)ซ่ึงเป็นเขตรับผิดชอบ
ของ โรงพยาบาลสังขละบุรี แต่ รพ.สต.เราอยู่ใกล้กับหม่องสะเทอทําให้คนใน
ชุมชนนิยมมารักษาพยาบาลที่เรามากกว่า ซ่ึงปัจจุบันมองว่าจํานวนเจ้าหน้าที่
6 คนไม่เพียงพอกับจํานวนชุมชนท่ีรับผิดชอบแต่มันไม่สามารถแก้ไขได้หรือขอ
เพม่ิ ไม่ได”้ (ชูศกั ดิ์ สขุ อดุ มกอบกลู ,2563 สมั ภาษณ์)

นอกจากนี้ในส่วนของงานให้บริการด้านการขายบัตรประกันสุขภาพของโรงพยาบาลสังขละ
บุรีเปน็ หนว่ ยงานทย่ี ังถอื ว่าเจ้าหนา้ ทที่ ่ใี หบ้ ริการมีไมเ่ พียงพอ ทงั้ นี้เนอ่ื งจากโรงพยาบาลสังขละบุรีเป็น
โรงพยาบาลท่ีแรงงานให้ความนิยมในการเดินทางมาซ้ือบัตรประกันสุขภาพมากที่สุดเน่ืองจากไม่ได้
ออกนอกพนื้ ทไ่ี ปไกลและเป็นโรงพยาบาลแห่งเดียวที่อยู่ใกล้ด่านพรมแดนบ้านพระเจดีย์สามองค์หรือ

31

ที่เรารู้จักกันในชื่อด่านเจดีย์สามองค์ ดังท่ี นายบุญสุข ปองสะอาด พนักงานบริการเวชรเบียน
โรงพยาบาลสังขละบรุ ี ได้กล่าวไว้

“ปัจจุบันยังขาดเจ้าหน้าที่ อยากให้เพ่ิม อีก 1 อัตรา คือตําแหน่ง
ตรวจสอบเอกสารและอธิบายการเตรียมเอกสาร รวมไปถึงเขียนสรุปรายวันว่า
มใี ครมาทําบา้ ง มาก่ีคน”(บญุ สขุ ปองสะอาด,2563 สมั ภาษณ์)

ในส่วนของเอกสารข้อมูลต่าง ๆ ยังพบว่าโดยส่วนใหญ่ยังคงไม่ได้ดาเนินการแปลเป็นภาษา
พม่าไว้ให้บริการแรงงานข้ามชาติแต่จะมีเอกสารสาคัญบางอย่างที่มีการแปลเป็นภาษาพม่าไว้น้ันคือ
สมุดฝากครรภ์ นอกจากนี้จะพบเพียงป้ายสาคัญ ๆ เท่านั้นที่ทาการแปลไว้ให้ เช่น ป้ายโรงพยาบาล
ป้ายตึก และ ป้ายห้องน้า และซองใส่ยารักษาโรค เป็นต้น ดังที่ นายชูศักด์ิ สุขอุดมกอบกูล
ผู้อานวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจาตาบลบ้านใหม่ และนางมะซุยติ่ง แรงงานสวน
ยางพารา ได้กล่าวไว้

“เราจะไม่มีการแปลภาษาเป็นภาษาเขาเน่ืองจากเราไม่มีงบประมาณ
ทาง รพ.สต.ไมส่ ามารถทําได้ซึ่งการแปลต้องอาศัยงบประมาณจากภาครัฐเราก็
จะติดแบบที่เป็นภาษาไทยไปแบบน้ัน”(ชูศักด์ิ สุขอุดมกอบกูล,2563
สัมภาษณ์)

“เอกสารส่วนใหญ่ไม่มีภาษาพม่าส่วนใหญ่จะเป็นห้องน้ํา อาคารต่าง
ๆ ทเ่ี ขาเขียนเป็นภาษาพม่าให้”(มะซยุ ต่ิง,2563 สัมภาษณ)์

ทั้งนี้ในเร่ืองของการลงลายมือช่ือเอกสารสาคัญบางประการก็ยังพบว่ายังคงมีปัญหาจากการ
สอบถามแรงงานสวนยางพาราพบว่าทางราชการไทยไม่ให้ลงลายมือชื่อเอกสารด้วยภาษาพม่าซึ่งทาง
แรงงานเองไม่ทราบสาเหตุว่าเพราะเหตุใดจึงไม่สามารถเขียนด้วยภาษาพม่าได้ท้ังที่แรงงานคน
ดงั กลา่ วสามารถเขยี นและอา่ นภาษาพม่าได้

“เอกสารไม่มีภาษาพม่าเป็นภาษาไทยท้ังหมด และเอกสารไม่สามารถ
เซน็ ภาษาพมา่ ตอ้ งภาษาไทยเท่าน้นั ”(อลัน,2563 สัมภาษณ์)

จากการสังเกตของผู้วิจัยยังพบว่าเอกสารส่วนใหญ่ท่ีเป็นเอกสารเกี่ยวกับการให้ความรู้
เกย่ี วกบั สาธารณสุขและการปอ่ งกันโรคตา่ ง ๆ กย็ งั คงเป็นภาษาไทยทัง้ หมด

32

ภาพที่ 4. 2 ภาพป้ายให้ความร้มู าตรการเฝ้าระวงั โควดิ 19

ภาพท่ี 4.3 ภาพวิธีการป้องกันและเฝา้ ระวังโควิด 19
จากข้อมูลทาให้พบว่าถึงเจ้าหน้าที่มีความรู้ความเข้าใจในการส่ือสารภาษาถ่ินได้เป็นอย่างดี
เนื่องจากมีคนในพื้นท่ีเข้ามาทางานด้านสาธารสุข ถึงแม้เจ้าหน้าที่จะไม่สามารถส่ือสารกับแรงงานได้
เป็นอย่างดีก็สามารถใช้ล่ามแปลภาษาจิตอาสาและล่ามแปลภาษาที่มากับแรงงานสามารถสื่อสารได้
แต่ก็ยังพบว่าเอกสารและป้ายประชาสัมพันธ์ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพถือว่าเป็นปัญหาในการสร้าง
ความรู้ทาให้เขามีความเข้าใจในเรื่องที่มีความสาคัญต่อชีวิตของตน ตลอดจนการป้องกันตัวเองจาก
โรคต่าง ๆ ซงึ่ ถือไดเ้ ปน็ หนึ่งมาตรการการป้องกันดา้ นสาธารณสุขเบ้ืองต้น
4.2.7 ช่องทางการกระจายขอ้ มลู ขา่ วสารและการประชาสัมพนั ธ์
จากการศึกษาพบว่า การกระจายข้อมูลข่าวสารและการประชาสัมพันธ์ทางด้านสาธารสุข
และการบริการด้านสุขภาพน้ันทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภ าพได้ใช้กลไกลของกลุ่มอาสาสมัคร

33

สาธารณสุขประจาชุมชนเป็นผู้กระจายข่าวสารต่าง ๆ ท้ังน้ีจะเลือกใช้เวทีชุมชนผ่านการประชุม
ประจาเดือนท่ีผู้นาชุมชนจะต้องมีการจัดการประชุมดังท่ีนายชูศักดิ์ สุขอุดมกอบกูล นักวิชาการ
สาธารณสขุ ชานาญการ ผอู้ านวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจาตาบลบ้านใหม่ และ นางมยุรี
สุวรรณมณี ประธาน อาสาสมัครสาธารณสขุ ประจาหม่บู า้ นบ้านใหมพ่ ัฒนา ได้กลา่ วไว้ว่า

“อสม.ทํางานช่วยเหลือเราทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นการรักษา ส่งเสริม
ป้องกัน และฟ้ืนฟู กระจายข่าวสาร ส่วนใหญ่จะเน้นการทําจิตอาสา ควบคุม
โรค การแจง้ ข่าวสารสาธารณสขุ นอกจากนี้บางเร่ืองจะลงประชุมกับชุมชนเอง
สว่ นใหญ่จะลงที่พ้ืนที่ นอกจากน้ีผมเองจะลงประชุมกับชุมชนทุกเดือนโดยเขา
จะประชุมช่วงต้นเดือนที่วัดเราก็จะอาศัยช่องทางดังกล่าวในการส่ือสารข้อมูล
ต่าง ๆ ลงไปในชุมชนท้ังกลุ่มชาวบ้าน และกลุ่มแรงงานซ่ึงเขาจะมีตัวแทน
ขึ้นมาฟังการประชุมกบั เราดว้ ย โดยตัวผมเองจะเน้นลงที่หมู่ 7 บ้านใหม่พัฒนา
เพราะอยู่ใกล้ หมู่อื่นอาจจะลงบ้างถ้าไม่ชนกับทางบ้านใหม่ถ้าชนกันก็จะให้
ประธานอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้านเป็นผู้แจ้งข่าวแทน”(ชูศักดิ์ สุข
อดุ มกอบกลู ,2563 สัมภาษณ)์

“การลงพ้ืนท่ีทํางานจะเน้นการให้ความรู้เรื่องโรคต่าง ๆ และการ
แนะนําเร่ืองของการดูแลความสะอาดของบริเวณบ้าน เช่นพ้ืนท่ีเสี่ยงการเพาะ
พันธ์ยุงลาย การแนะนําเวลาเจ็บป่วยไม่สบายก็แนะนําไปหาหมอไม่ควรซื้อยา
มาเองเป็นต้น โดยเราจะลงทุกเดือน เดือนละ 4 ครั้ง ถ้ามีอะไรพิเศษเช่น
ปัจจบุ นั ก็จะลงบอ่ ยหน่อยอาทติ ยล์ ะประมาณ 2 ครั้ง ถ้าลงวันจันทร์ ก็จะลงอีก
ทีวันพฤหัสบดี การลงพื้นที่เราจะลงไปตรวจวัดความดันเบื้องต้นเพื่อให้ทราบ
ว่ากลมุ่ ดังกลา่ วเสี่ยงเป็นโรคความดันไหมถ้าเสยี่ งเราก็จะให้ไปหาหมอ และการ
ติดตามบางกรณีเช่นการเจาะเลือดเพื่อตรวจหาค่านํ้าตาล” (มยุรี สุวรรณมณี
,2563 สัมภาษณ)์

นอกจากน้กี ารประชาสัมพันธข์ ่าวสารขอ้ มูลต่าง ๆ จากโรงพยาบาลสังขะบุรีจะมีการแจ้งข่าว
มาทางนักวิชาการสาธารณสุขประจาโรงพยาลสง่ เสริมสุขภาพประจาตาบลด้วย แต่ก็จะมีการกระจ่าย
ขา่ วผา่ นทางคลืน่ วทิ ยกุ ระจายเสียงของทางอาเภอ ซึ่งเป็นอีกชอ่ งทางหนง่ึ ในการตดิ ต่อสอื่ สาร

จากการสังเกตของผู้วิจัยเองยังพบว่าการแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ของทางโรงพยาบาลเองยัง
พบการแจ้งข่าวสารผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ ผ่านทางเว็บเพจและ FACEBOOK โดยแจ้งผ่านทาง
แฟนเพจ สงั ขละบรุ ี และแฟนเพจโรงพยาบาลสังขละบรุ ี

34

ภาพที่ 4.2 ภาพการประชาสัมพันธ์ประกาศงดเยย่ี มผู้ปว่ ยภายในโรงพยาบาลสังขละบรุ ี
ท่มี า : https://web.facebook.com/Sangklaburi.Thailand

ภาพท่ี 4.3 ภาพหน้าเวบ็ โรงพยาบาลสงั ขละบรุ ี
ที่มา : https://www.hosthai.com/11284/

35

ภาพที 4.4 ภาพหนา้ แฟนเพจโรงพยาบาลสงั ขละบรุ ี
ท่มี า : https://web.facebook.com/SaraburiHospital/

แต่อย่างก็ดี จากการศึกษาพบว่า การกระจายข่าวกับช่องทางดังกล่าวก็ไม่สามารถที่จะ
สื่อสารได้ดีเท่าท่ีควร เน่ืองจากแรงงานส่วนใหญ่มีเวลาทางานท่ีอยู่ในช่วงเวลาท่ีออกอากาศและด้วย
การกระจายสัญญาณคลื่นโทรศัพท์มือถือบางพ้ืนท่ีไม่สามารถเข้าถึงได้ซ่ึงแรงงานยังคงใช้การ
ตดิ ตอ่ สอื่ สารหลกั ในการกระจายขอ้ มูลขา่ วสารกนั ดว้ ยการบอกปากตอ่ ปากและอาศัยการกระจายข่าว
ผา่ นหนว่ ยงานสาธารสขุ ท่ีอยู่ประจาชมุ ชนตา่ ง ๆ ดงั ท่ไี ด้กลา่ วมาแล้วในขา้ งต้น

4.3 แนวทางในการแก้ไขปัญหาในการเข้าถงึ บริการด้านสขุ ภาพ
จากการศึกษาจะเห็นได้ว่าสภาพปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาแล้วและยัง

พบว่าบางประเด็นยังคงมีปัญหาอยู่ ซ่ึงพบว่าแต่ละประเด็นปัญหาต่างก็มีวิธีการแก้ไขปัญหาหรือ
แนวทางในการแก้ไขปัญหาที่ต่างกัน ซึ่งแนวทางการแก้ไขปัญหาบางประเด็นก็พบว่าสามารถแก้ไข
ปัญหาให้หมดไป แต่ก็ยังพบว่าบางประเด็นก็ยังคงมีปัญหาอยู่ นอกจากน้ีการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูล
พบว่ามีปัญหาใหม่เกิดข้ึนซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจหลายประเด็นท้ังนี้ผู้วิจัยจะได้เขียนอธิบายตาม
ประเด็นต่าง ๆ โดยจะอธิบายแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่สามารถแก้ไขได้แล้วและปัญหาท่ียังไม่
สามารถแกไ้ ขได้ ตลอดจนแนวทางในการแกไ้ ขปญั หาใหม่ที่เกดิ ขึน้ ดงั เนื้อหาตอ่ ไปนี้

4.3.1 แนวทางในการแก้ไขปญั หาทางด้านการเงิน
จากการศึกษาพบว่าปัญหาทางด้านการเงนิ สาหรับค้าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลยังคงพบว่า
มีปัญหาอยู่บ้างอันเน่ืองมาจากอัตราค่าจ้างและค้าใช้จ่ายภายในครัวเรือน แต่อย่างไรก็ดีทาง
สถานพยาบาลก็มีรูปแบบการจัดการเพ่ือเป็นการอานวยความสะดวกในการเข้ารับบริการในกลุ่ม
แรงงานข้ามชาติที่เข้ามาทางานภายในพื้นท่ีท้ังน้ีมีการกาหนดข้อปฏิบัติด้วยการเก็บค่าบริการตาม
อัตราการอา้ งองิ ตามกองทุนหลักประกันสขุ ภาพถ้วนหน้าหรอื 30 บาทรักษาทกุ โรค ถ้าจาเป็นต้องเก็บ
ในอัตราที่มากกว่ากองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าก็จะทาการเก็บเต็มอัตราค่าบริการ ในกรณีที่

36

แรงงานที่เข้ารับบริการมีเงินไม่เพียงพอก็จะดาเนินการเก็บเท่าท่ีกาลังของแรงงานจะสามารถจ่าย ได้
และจะดาเนนิ การให้ค่าใช้จ่ายที่เหลอื ใหเ้ ป็นภาระหนี้ของสถานพยาบาลต่อไป โดยสาเหตุท่ีเก็บเช่นนี้ก็
เพราะทั้งสองที่ต้องการที่จะให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการให้บริการด้านสุขภาพได้อย่างทันท่วงที การ
รักษาไม่ควรเอาเงินมาเป็นที่ต้ังและการทางานด้านสาธารณสุขหรือการให้บ ริการด้านสุขภาพน้ัน
จะตอ้ งให้ความสาคัญกับผูป้ ว่ ยเป็นสาคญั เจา้ หนา้ ทจี่ ะไม่สามารถเลอื กปฏิบัติระหว่างชนชาติ กลุ่มคน
หรือแม้แต่การเจ็บป่วยได้ ดังที่นายชูศักด์ิ สุขอุดมกอบกูล นักวิชาการสาธารณสุขชานาญการ
ผอู้ านวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจาตาบลบ้านใหม่ และนายบุญสุข ปองสะอาด พนักงาน
บรกิ ารเวชระเบยี นโรงพยาลสงั ขละบรุ ี ไดก้ ล่าวไว้วา่

“เราก็เรียก 30 บาท ยกเว้นเจาะเลือดและฝากท้องก็จะเรียกเก็บเต็ม
อัตราเพราะต้องส่งไปตรวจท่ีโรงพยาบาล ถ้ามีไม่พอก็จะเก็บเท่าที่มี เช่นถ้าค่า
เจาะเลือด 1,000 บาท แต่แรงงานมี 500 เราก็เก็บ 500 บาท สาเหตุท่ีเป็น
เช่นนเ้ี พราะการรักษาสขุ ภาพเราจะเอาตวั เงนิ เป็นตวั ต้งั ไมไ่ ด้ ถ้าเขาเจ็บป่วยเรา
ก็ต้องรักษาเขาเต็มที่ เขามีจ่ายแค่ไหนก็เอาแค่น้ัน ถ้าเป็นนักเรียนเราจะให้ฟรี
ถ้าไม่มีบัตรจริง ๆ เราถึงจะเรียกเก็บได้ท่าไรก็เท่าน้ัน”(ชูศักดิ์ สุขอุดมกอบกูล
,2563 สัมภาษณ์)

“แรงงานที่มีบัตรประกันสุขภาพจะจ่ายร่วม 30 บาท ซึ่งสิทธิจะไม่คุ้ม
คลองกรณีอุบัติเหตุจากรถยนต์หรือยานพาหนะเน่ืองจากสามารถเบิก พรบ.ได้
ซึ่งถ้าไม่มีบัตรประกันสุขภาพ แรงงานมีความจําเป็นต้องจ่ายเองทั้งหมด ถ้า
หากมีเงินไม่พอเราก็จะเก็บเท่าท่ีเก็บได้ และจะลงค้างชําระไปก่อนและจะให้
เขาช่วย ๆ ทยอยจ่ายให้หมด ทุกวันน้ียังมีปัญหาเดิมอยู่”(บุญสุข ปองสะอาด
,2563 สัมภาษณ์)

ซ่ึงแนวทาการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเป็นเพียงแค่การช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของแรงงานข้าม
ชาติเท่านั้น แต่ถ้าหากทาไปนานวันเข้าจะส่งผลกระทบต่อระบบการให้บริการทางด้านสาธารสุขของ
ไทยได้เพราะจะต้องแบกรับภาระหน้ีไว้ ซ่ึงจากการสัมภาษณ์เพ่ิมเติมยังพบว่า แรงงานท่ีค้างชาระหนี้
ส่วนใหญ่ไม่ได้กลับมาใช้หน้ีให้กับทางโรงพยาบาลและสถานพยาบาล ซ่ึงภาระหน้ีก็ยังคงแบกรับโดย
โรงพยาบาลและสถานพยาบาลเช่นเดิมซ่ึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดีท่ีสุดคือการให้แรงงานซื้อบัตร
ประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าวและคนต่างด้าว เพื่อลดภาระหน้ีสินที่ทางโรงพยาบาลต้องแบกรับไว้
ดงั ทน่ี ายบญุ สุข ปองสะอาด พนกั งานบริการเวชระเบียนโรงพยาลสังขละบุรี ได้กลา่ วไว้

“การแกไ้ ขปัญหาหนขี้ องโรงพยาบาลท่ีเกิดจากการรักษาพยาบาลของ
คนชายขอบท่ีจะเขาไม่มีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลมากท่ีสุดคือการให้เขา
ซื้อบตั รประกันสุขภาพ ซึ่งจะทําให้เขาสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้ง่าย
ไม่ต้องยืมเงินมารักษาและทําให้โรงพยาบาลลดหน้ีสินลงได้จํานวนหนึ่งและยัง
ทําให้แรงงานและคนชายขอบได้มีหลักประกันในการรักษาพยาบาลด้วย”(บุญ

37

สุข ปองสะอาด,2563 สัมภาษณ์)

ซึ่งจากคาสัมภาษณ์จะทาให้เห็นว่าแนวทางของภาครัฐมีการกาหนดการลดภาระหน้ีของ
โรงพยาบาลท้ังน้ียังเป็นการลดภาระการกู้ยืมที่อาจเป็นอีกปัจจัยที่ทาให้แรงงานไม่สามารถเข้าถึง
ระบบบริการรักษาสุขภาพหรือการทาให้แรงงานไม่กล้าเข้ามารักษาเพราะกลัวว่าจะเป็นภาระการใช้
จ่ายทเ่ี พ่ิมมากขึ้น ซ่ึงการขายบัตรประกันสุขภาพของทางโรงพยาบาลเองก็ยังพบว่ามีปัญหาเนื่องจาก
รายได้ของแรงงานไมม่ ากพอแต่จะตอ้ งซอ้ื บัตรประกนั สุขภาพท่ีถือว่ามีราคาที่สูงพอสมควรอาจจะเป็น
หนงึ่ ในปัจจัยที่ทาให้แรงงานไม่สามารถซ้ือได้หรือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่แรงงงานจะไม่สามารถเข้าไปซื้อ
การท่ีจะให้แรงงานซ้ือบัตรประกันสุขภาพได้นั้นอาจจะต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างเพื่อให้แรงงานมี
ความสนใจในการซื้อบตั รประกันสุขภาพ ดงั ทนี่ างนวย แรงงานสวนยางพาราได้กล่าวไว้

“บัตรประกนั มรี าคาแพง อยากให้ราคาถูกลงเพราะตอนนี้ราคายังแพง
อยู่บางทีเราก็จ่ายไม่ไหวเพราะเงินก็มีไม่เยอะถ้าทําตอนนี้ก็จ่ายไปสองคนทั้ง
ของตัวเองและของลกู ”(นวย,2563 สมั ภาษณ์)

จากการให้คาสัมภาษณ์ของนางนวยพบว่าการลดราคาบัตรประกันสุขภาพอาจจะทาให้
สถานการณก์ ารเงนิ ของแรงงานดขี น้ึ เน่อื งจากการเข้ารับการรักษาหรือการเดินทางไปซ้ือบัตรประกัน
สุขภาพน้ันต้องมีค่าใช้จ่ายท่ีมากกว่าการจ่ายค่าบัตรประกันสุขภาพเนื่องจากยังพบว่ามีค่าใช้จ่ายอื่น
เชน่ คา่ รถ คา่ อาหารเพราะจะตอ้ งเดินทางไปซ้ือที่โรงพยาบาลสังขละบุรี ดังที่ นายชูศักด์ิ สุขอุดมกอบ
กูล นักวิชาการสาธารณสุขชานาญการ ผู้อานวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุภาพประจาตาบลบ้านใหม่
พฒั นา และนางนวย ไดก้ ลา่ วไว้

“แรงงานหรอื ผทู้ ส่ี นใจอยากทาํ บัตรประกันสุขภาพจะต้องเดินทางลงไปทํา
บัตรประกันสุขภาพท่ีโรงพยาบาลเท่านั้น เพราะจะขายแค่ที่โรงพยาบาลที่
โรงพยาบาลสง่ เสรมิ สุขภาพประจาํ ตําบลไม่มขี ายเพราะไมส่ ามารถตรวจสุขภาพได้”
(ชศู ักดิ์ สขุ อุดมกอบกูล,2563 สมั ภาษณ)์

“ตอนท่ที าํ ให้ลูกสาวก็ต้องลงไปทําที่โรงพยาบาลสังขละบุรี ตอนลงไปตอน
นน้ั เสยี คา่ น้ํามนั 42 บาท ค่าอาหารอีกคนละ 40 บาท แล้วต้องเอาเงินลงไปจ่ายค่า
ถ่ายเอกสารและต้องให้คนในชุมชนท่ีเป็นคนไทยลงไปรับรองเอกสารให้ก็ต้องจ่าย
ค่านํ้ามันให้เขาและต้องเล้ียงอาหารเขาอีกเพราะถือว่าเป็นการขอบคุณเขา ”(นวย
,2563 สัมภาษณ)์

จากการสมั ภาษณ์นางนวยเราจะเห็นว่าการลงไปซ้ือบัตรประกันสุขภาพมีค่าใช้จ่ายมากกว่าท่ี
เปน็ ซึ่งนายบุญสุข ปองสะอาด พนกั งานบริการเวรเบยี นโรงพยาลสงั ขละบรุ ี ก็ได้กลา่ วไว้ใกล้เคียงกับที่
นางนวยได้กล่าวไว้

38

“เอกสารในการซ้ือบัตรประกันสุขภาพจะต้องมีการเอกสารแสดงตน
โดยถา่ ยเปน็ สําเนา 1 ฉบับ เอกสารสําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของคนไทย
ท่ีอยู่ในพื้นท่ีเป็นผู้รับรอง อีก1 ฉบับ กรณีแรงงานให้ถ่ายสําเนาบัตรแรงงาน
หรอื เอกสารแสดงตนอยา่ งใดอย่าหนึ่ง 1 ฉบบั และสาํ เนาบัตรประจาํ ประชาชน
นายจ้างอีก 1 ฉบับ ในกรณีที่ไม่มีเอกสารแสดงตนเราก็จะทําบัตรโรงพยาบาล
ใหเ้ พื่อใช้เปน็ เอกสารแทนแตถ่ า้ ไม่มคี นไทยมาด้วยส่วนใหญเ่ จา้ หน้าที่ก็จะเป็นผู้
รับรองให้แทน การต่ออายุบัตรปีต่อไปไม่จําเป็นจะต้องใช้คนเดิม”(นวย,2563
สัมภาษณ์)

จะเห็นว่าในกรณีผู้รับรองหากไม่มีมาแนวทางในการแก้ไขปัญหาในส่วนของผู้รับรองทาง
เจ้าหน้าท่ีมีการแก้ไขปัญหาด้วยการเป็นผู้รับรองให้เองเพื่อให้แรงงานสามารถซ้ือบัตรประกันสุขภาพ
ได้โดยไม่ต้องมีผู้รับรองจากภายนอกท้ังน้ีก็เพื่อเป็นการอานวยความสะดวกในการขายบัตรประกัน
สขุ ภาพให้กบั แรงงาน

4.3.2 แนวทางในการแก้ไขปญั หาด้านการเดินทาง
จากการศึกษาพบปัญหาทางด้านการเดินทางไม่ได้เป็นปัญหามากนักในปัจจุบันเน่ืองจาก
เส้นทางการคมนาคมมีความสะดวกสบาย ทาให้สามารถสัญจรไปมาได้สะดวกนอกจากน้ี ทาง
นายจ้างมีการนารถกระบะมาให้บริการจัดเป็นสวัสดิการให้กับแรงงานที่ทางานในสวนยางพาราของ
ตนโดยให้ใช้รถยนต์ได้ตลอดเวลาถ้ามีความจาเป็นโดยไม่คิดค้าบริการ และทางโรงพยาบาลส่งเสริม
สขุ ภาพประจาตาบลสามารถเรยี กรถจากโรงพยาบาลขึ้นมารับตัวผู้ป่วยโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ ซ่ึงเป็น
มาตรการที่รัฐและนายจ้างคอยอานวยความสะดวกสาหรับการเดินทางไปรับบริการด้านสุขภาพของ
แรงงานท้งั นใี้ นสว่ นของรถจากโรงพยาบาลไม่ไดร้ บั แค่ผู้ป่วยท่ีเป็นแงงานแต่รับผู้ป่วยทุกรูปแบบหากมี
เหตุฉุกเฉินจริง ดังที่นายชูศักด์ิ สุขอุดมกอบกูล นักวิชาการสาธารณสุขชานาญการ ผู้อานวยการ
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจาตาบลบ้านใหม่ และนางสาวพรสวรรค์ พุ่มคง พนักงานดูแลสวน
ยางพาราได้กล่าวไว้ว่า

“การเดินทางเข้ามาปัจจุบันสะดวกเนื่องจากชาวบ้านแรงงานจะมีรถ
ขับทุกหลังคาเรือนและถนนส่วนใหญ่เป็นถนนคอนกรีต สําหรับในกรณีฉุหก
เฉินท่ีทางเราไม่สามารถรักษาให้ได้หรือที่ทางเราเห็นว่าจะต้องส่งตัวไปท่ี
โรงพยาบาลสังขละบุรีเราก็จะเรียกรถEMS หรือรถกู้ชีพฉุกเฉินข้ึนมารับ”(ชู
ศกั ด์ิ สขุ อุดมกอบกูล,2563 สมั ภาษณ)์

“เวลามีแรงงานป่วยเราจะไปส่งให้โดยส่วนใหญ่เราจะส่งให้ฟรีไม่มี
คา่ บรกิ าร ”(พรสวรรค์ พุ่มคง,2563 สัมภาษณ์)

39

ซง่ึ จะเห็นวา่ ท้งั หนว่ ยงานภาครัฐและนายจา้ งต่างมีรูปแบบการจัดการด้านการเดินทางสาหรับ
การให้บริการด้านสุขภาพแก่ลูกจ้างหรือแรงงานในเบ้ืองต้นเพ่ือให้เกิดความสะดวกสบายในการ
เดินทางไปรบั บรกิ ารด้านสขุ ภาพของแรงงานท้ังน้ยี ังบริการฟรีไมเ่ สียคา่ ใช้จ่าย

4.3.3 แนวทางในการแก้ไขปัญหาด้านทัศนคติแรงงานที่มีต่อระบบบริการด้านสุขภาพ
และการดแู ลสขุ ภาพ

จากการศึกษาปัญหาเกี่ยวกับทัศนคติของแรงงานท่ีมีต่อระบบการให้ บริการด้านสุขภาพ
พบว่าแรงงงานมีทัศนคติท่ีดีต่อระบบการรักษาสุขภาพตลอดจนให้ความร่วมมือในการลงพื้นท่ีของ
อาสาสมัครสาธารณสุขประจาหมู่บ้าน แต่ยังพบว่ายังคงมีปัญหากับแรงงานกลุ่มท่ีเข้ามาใหม่ซึ่งไม่ได้
ไปแจง้ ตอ่ เจ้าหนา้ ทสี่ าธารสขุ เพ่อื เปน็ การคัดกรองโรคเบื้องต้น ทังน้ีการแจ้งข้อมูลข่าวสารเบ้ืองต้นกับ
เจ้าหน้าทจี่ ะทาใหร้ ะบบการใหบ้ รกิ ารดา้ นสขุ ภาพสามารถดาเนินตามหนา้ ทขี่ องเจา้ หน้าที่หากแรงงาน
เข้าแสดงตัวและแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ก็จะทาให้ระบบการป้องกันและรักษาขั้นปฐมภูมิ ท้ังน้ียังเป็นการ
ป้องกันไม่ให้เกิดโรคระบาดภายในหมู่แรงงานอีกด้วย ดังท่ีนายชูศักดิ์ สุขอุดมกอบกูล นักวิชาการสา
ธารสุขชานาญการ ผู้อานวยการโรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพประจาตาบลบา้ นใหม่พัฒนาและ นางมยุรี
สุวรรณมณี ประธานอาสาสมัครสาธารณสุขประจาหมู่บ้านบ้านใหม่พัฒนาได้กล่าวถึงแนวทางในการ
แก้ไขปัญหาไว้วา่

“แนวทางในการแกไ้ ขปัญหาทแี่ รงงานมาใหมไ่ ม่กล้าเขา้ มาแสดงตัวเรา
ก็จะต้องได้รับความร่วมมือจากลหายภาคส่วน เช่นการประชุมหมู่บ้านกลุ่ม
แรงงานกจ็ ะต้องคอยสอดส่องดูแลว่ามีคนใหม่ไหมถ้ามีคนใหม่ก็ให้แจ้ง พอแจ้ง
เสรจ็ เราก็ต้องลงไปตรวจสอบเรื่องของสุขอนามยั ของเขาวา่ เปน็ อย่างไรเพ่ือเป็น
การให้ทราบถงึ สุขภาพของขาถา้ มีอาการของโรคที่คาดว่าจะเป็นโรคระบาดเรา
ก็ต้องรีบแก้ไข และแนะนําให้ไปตรวจสุขภาพท่ีโรงพยาบาล”(ชูศักด์ิ สุขอุดม
กอบกูล,2563 สมั ภาษณ์)

“เวลาเราลงพื้นท่ีเราพบคนใหม่เราก็ต้องแจ้งไปที่โรงพยาบาลส่งเสริม
สุขภาพประจําตําบลเพ่ือใหเ้ ขาทราบและเราต้องอธิบายให้เขาเข้าใจระบบและ
ให้เขาไปตรวจสภุ าพท่โี รงพยาบาล”(มยุรี สวุ รรณมณี,2563 สมั ภาษณ์)

ซึ่งจากคาสัมภาษณ์ของท้ังสองท่านเราจะเห็นว่าแนวทางการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นต้องอาศัย
ความรว่ มมือจากแรงงาน ตลอดจนอาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจาหมูบ่ า้ นช่วยกันสอดสอ่ งและเร่งสร้าง
ความเข้าใจในระบบการให้บริการด้านสุขภาพของไทยว่าเป็นอย่างไรเพ่ือให้เขาสามารถเข้าใจระบบ
และเข้าสู่ระบบได้อย่างรวดเร็ว ทั้งน้ีอาจจะผ่านรูปแบบการสร้างเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขที่
ตั้งข้ึนในกลุ่มแรงงานหรือการแปลเอกสารประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน โดยติด
ประกาศไว้ในสถานท่ีท่ีกลุ่มแรงงานสามารถเข้าถึงได้ง่าย เพื่อให้แรงงานเกิดความเข้าใจได้เร็วยิ่งขึ้น

40

ดังท่ีนางมยุรี สุวรรณมณี ประธานอาสาสมัครสาธารณสุขประจาหมู่บ้านบ้านใหม่พัฒนาได้กล่าวถึง
แนวทางในการแก้ไขปัญหาไว้ว่า

“ถ้าเราสามารถสร้างเครือข่ายให้เขาสามารถกระจายความรู้ด้าน
สุขภาพได้ก็จะดี และอยากให้นายจ้างทําป้ายประชาสัมพันธ์เพื่อเป็นการให้
ความรู้ด้านสาธารสุขถ้าเขามีความรู้ก็จะง่ายต่อการทํางานของเรา ”(มยุรี
สุวรรณมณ,ี 2563 สัมภาษณ์)

จากการสมั ภาษณ์ทาให้เราทราบว่าทัศนคติของแรงงานมีต่อระบบการให้บริการโดยแนวทาง
ในการแก้ไขปัญหาได้มีผู้เสนอนแนวทางในการแก้ไขปัญหาเพ่ือให้สามารถทางานด้านสุขภาพร่วมกับ
แรงงานได้โดยมีการสร้างเครือข่ายที่จะคอยให้ความรู้ด้านสุขภาพเบื้องต้นต้องจนให้คาแนะนาหาก
แรงงานประสบอุบตั เิ หตุท้งั น้ีจะเปน็ ผทู้ ่คี อยอธบิ าย

4.3.4 แนวทางในการแก้ไขปัญหาด้านทัศนคติของแรงงานที่มีต่อเจ้าหน้าท่ีท่ีคอย
ใหบ้ ริการและสถานท่ีท่ใี ห้บรกิ าร

จากการศึกษาพบว่าปัญหาในด้านทัศนคติของแรงงานท่ีมีต่อเจ้าหน้าที่ที่ส่งผลให้แรงงานไม่
เข้ารบั บริการหรอื เข้าไมถ่ ึงบรกิ ารด้านสาธารสุขน้ันไม่มีเน่ืองจากแรงงานมีทัศนคติท่ีดีต่อเจ้าหน้าที่อัน
เนื่องมาจากการท่ีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อแรงงานในลักษณะท่ีเท่าเทียมกับบุคคลอื่น ทาให้ปัญหาด้าน
ทศั นคติขอแรงงานขา้ มชาตทิ ี่มตี อ่ เจ้าหนา้ ทไี่ มม่ ี ดังที่ นางมะซุยตง่ิ แรงงานสวนยางพารา ไดก้ ล่าวไว้

“เจ้าหน้าท่ีบริการดี พูดจาสุภาพทําให้เราอยากเข้าไปใช้บริการกับ
หมออีก ใหค้ ําแนะนาํ ดีเวลาเราสงสัยอะไรเราก็สามารถถามได้เขาให้คําปรึกษา
ตลอด”(มะซยุ ต่งิ ,2563 สัมภาษณ)์

จากการให้คาสัมภาษณ์ของนางมะซุยต่ิง แรงงานสวนยางพารา จะเห็นว่าการบริการท่ีดี
ตั้งแต่เริ่มต้นทาให้แรงงานมีความรู้สึกอยากกลับไปใช้บริการอีกซ่ึงการบริการที่ดีและเท่าเทียมต้ังแต่
ข้นั ตน้ จะเป็นแนวทางในการแกไ้ ขปญั หาไดอ้ ย่างดีเพราะถือว่าเปน็ การอดุ รอยร้าวที่จะเกิดข้ึนโดยไม่ใช่
เหตุ

นอกจากนี้ผู้วิจัยยังพบว่าสถานท่ีตั้งของสถานพยาบาลยังคงเป็นปัญหาในการเข้าถึงบริการ
ด้านสาธารสุขทั้งคนในพื้นที่และแรงงาน การท่ีจะเดินทางไปรักษาพยาบาลท่ีโรงพยาบาลสังขละบุรี
นน้ั ถือว่ามีระยะท่ไี กลจงึ มกี ารตัง้ สขุ ศาลาข้ึนเพื่อเป็นการให้บริการสุขภาพข้ันต้นให้กับคนในพื้นท่ีและ
ได้เปลี่ยนช่ือมาเป็นสถานีอนามัย และยกระดับเป็นโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพประจาตาบลในสมัย
ของนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ เพ่ือให้คนในพื้นท่ีที่อาศัยอยู่ในเขตรับผิดชอบสามารถเข้าถึงบริการด้าน
สุขภาพได้ทั้งน้ีเพ่ือเป็นการทางานสนับสนุนระหว่างสานักงานสาธารสุขอาเภอและโรงพยาบาล โดย

41

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพจะทางานหลัก ๆ ทั้งสิ้น 4 ด้าน แต่แก่ ป้องกัน ควบคุมฟ้ืนฟู และรักษา
โดยขอบเขตการรักษาสามารถรักษาในข้ันปฐมภูมิเท่านั้นหากเกินกว่านั้นต้องส่งโรงพยาบาล
ดาเนินการรักษา ดังท่ีนายชูศักด์ิ สุขอุดมกอบกูล นายชูศักด์ิ สุขอุดมกอบกูล นักวิชาการสาธารสุข
ชานาญการ ผูอ้ านวยการโรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพประจาตาบลบ้านใหม่พัฒนา ไดก้ ลา่ วไว้วา่

“การมีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพท่ีเพียงพอทําให้คนในชุมชนหรือ
แรงงานสามารถเข้าถึงได้ง่าย เพราะหน้าท่ีของเราคือต้องทําการป้องกัน
ควบคุม ฟ้นื ฟู และรักษา ถ้ามีไม่เพียงพอต่อจํานวนผู้ที่ต้องการใช้มันก็จะทําให้
งานเราไม่สามารถเดินไปได้หรือหากเดินได้ก็จะไม่เต็มที่ นอกจากนี้เจ้าหน้าท่ี
เองก็จะต้องมีให้พียงพอ ถามว่าทุกวันนี้พอไหมก็ไม่พอ การแก้ไขปัญหาใน
เบ้ืองต้นเราต้องอาศัยการทํางานของอาสาสมัครสาธารสุขประจําหมู่บ้านช่วย
ในการคดั กรองเบื้องต้น และเราต้องวางแผนการทํางานให้รอบครอบ อย่างวัน
ไหนมีคลินิก เราก็ต้องแบ่งหน้าท่ีกันให้ดีเพื่อที่จะดําเนินการให้ได้อย่างรวดเร็ว
และมีประสิทธิภาพ ซ่ึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ีง่าย ๆ รัฐบาลสนับสนุน
และดําเนินการให้มันเหมาะสมมีงบมาสร้างเพ่ิม แต่ด้วยเราไม่มีงบเราก็ต้อง
ทํางานไปตามเท่าที่เราจะสามารถทําได้”(ชูศักดิ์ สุขอุดมกอบกูล,2563
สัมภาษณ์)

จากการให้สัมภาษณ์ข้างต้นเราจะพบว่าแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดคือการได้รับ
งบประมาณในการสนบั สนุนทั้งในเรอ่ื งของการเพิ่มอัตราเจา้ หน้าท่ีท่ีมีและการเพ่ิมจานวนโรงพยาบาล
ส่งเสรมิ สขุ ภาพประจาตาบลในพื้นที่ สืบเนื่องจากตัวอาเภอสังขละบุรีมีพ้ืนท่ีติดกับประเทศเพ่ือนบ้าน
ดังน้ันงานคัดกรองโรค งานป้องกันโรคระบาดท่ีจะมากับกลุ่มแรงงานจึงเป็นเรื่องท่ีสาคัญ การเพิ่ม
งบประมาณในสว่ นนีไ้ ม่เพียงแค่จะทาให้แรงงานที่มาทางานในพื้นที่ได้มีทางเลือกในการเข้ารับบริการ
ด้านสุขภาพแล้ว ยังเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับคนที่อาศัยอยู่ในชุมชนที่อยู่ห่างไกลได้มีโอกาสในการ
เข้าถึงบริการด้านสุขภาพดว้ ย

4.3.5 แนวทางในการแก้ไขปัญหาดา้ นการขาดแคลนทรพั ยากรท้งั ท่ีเปน็ เคร่อื งมือ
จากการศึกษาเราจะพบวา่ เวชภณั ฑ์ส่วนใหญ่ยงั คงมีเพยี งพอต่อเจ้าหนา้ ท่ี เช่น อุปกรณ์ทันตก
รรมที่ได้รับมาสัปดาห์ละ 25 ชุด โดยจะใช้วันละ 5 ชุด ทั้งนี้ได้รับการจัดสรรมาจากโรงพยาบาลสังข
ละบุรี หากเทยี บกับเจ้าหน้าท่ีที่ทาทันตกรรม 1 ท่านก็ถือว่าเพียงพอเพราะสามารถทาได้วันละไม่เกิน
5 ราย ในส่วนของยารักษาโรคก็ถือว่าเพียงพอ ดังท่ีนายชูศักด์ิ สุขอุดมกอบกูล นายชูศักดิ์ สุขอุดม
กอบกูล นักวิชาการสาธารสุขชานาญการ ผู้อานวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจาตาบลบ้าน
ใหม่พฒั นา ได้กล่าวไว้วา่

“พอใชใ้ นระดับหนง่ึ เพราะของบางอย่างจะต้องได้รับการเฉล่ียมาจาก
โรงพยาบาลด้วยเช่นพวกเคร่ืองมือทันตกรรมท่ีจะได้รับการจัดสรรมาจาก


Click to View FlipBook Version