The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 102 เฉลิมขวัญ พัฒนชัย, 2023-02-21 10:04:34

ployyy

ployyy

101 1.1 วิเคราะห์หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เรื่องการอ่านโน้ตเพลงไทย ประกอบด้วย 1.2 กำหนดวัตถุประสงค์ของบทเรียน ได้จุดประสงค์การเรียนรู้ดังนี้ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ หลักและวิธีการอ่านโน้ตเพลงไทย สามารถอ่านโน้ตเพลงไทยได้ 1.3 วิเคราะห์สื่อและกิจกรรมการเรียนการสอน โดยนำสื่อด้านข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียงบรรยายประกอบ เสียงดนตรีประกอบ และวิดีโอการแสดงเข้ามาสอดแทรก ซึ่งจะทำให้นักเรียนเกิดความ สนใจ กระตือรือร้นที่จะศึกษาบทเรียน 1.4 กำหนดขอบข่ายของบทเรียน โดยกำหนดขอบเขตการนำเสนอตั้งแต่ความหมายของ เครื่องหมายและสัญลักษณ์ทางดนตรีไทย แบบฝึกการอ่านโน้ตเพลงไทยเบื้องต้น และการอ่านโน้ตเพลงไทย เพลงลอยกระทง, พม่าเขว, เต้ยโขง 1.5 เรียบเรียงเนื้อหาเรื่อง การอ่านโน้ตเพลงไทย ดำเนินเรื่องราวประกอบด้วยภาพ ข้อความ ตาราง และวิดีโอ 1.6 สร้างสื่อมัลติมีเดีย เรื่องการอ่านโน้ตเพลงไทย โดยใช้เว็บไซต์ Canva 1.7 นำสื่อมัลติมีเดียที่สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วไปให้อาจารย์ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา 3 ท่าน และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีทางการศึกษา 3 ท่านตรวจประเมินผลคุณภาพ นำผลจากการประเมิน คุณภาพมาพิจารณาหาค่าเฉลี่ยโดยการประเมินคุณภาพสื่อมัลติมีเดีย เรื่องการอ่านโ น้ตเพลงไทย โดย ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาเป็น 4.49 คุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับดี และแสดงผลการประเมินคุณภาพสื่อมัลติมีเดีย เป็น 4.06 คุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับดี และนำคำแนะนำ ข้อเสนอแนะมาปรับปรุงแก้ไขสื่อมัลติมีเดีย เรื่อง การอ่านโน้ตเพลงไทย 1.8 ประเมินสื่อมัลติมีเดีย เรื่องการอ่านโน้ตเพลงไทย หลังจากการทดลองใช้จากผลสัมฤทธิ์ของ ผู้เรียน สถิติที่ใช้ในการวิจัย 1. สถิติพื้นฐาน - หาค่าเฉลี่ยเลขคณิต ค่าร้อยละ (พวงรัตน์ ทวีรัตน์. 2531 : 145) - ค่าเบี้ยงเบนมาตรฐาน (จรัญ จันทลักขณา : และ กษิดิศ อื้อเชี่ยวชาญกิจ. 2551 : 73) 2. สถิติที่ใช้ในการหาคุณภาพของเครื่องมือ - หาค่าความยากง่าย (p) และค่าอำนาจจำแนก (r) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ในการเรียน โดย ใช้สัดส่วน (ล้วน สายยศ ; และอังคณา สายยศ. 2538: 212) - หาค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้สูตร KR-20 ของ คูเดอร์-ริชาร์ดสัน (ล้วน สายยศ ; และอังคณา สายยศ. 2538: 197-200) - หาประสิทธิภาพของบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย โดยใช้สูตร E1/E2


102 (เสาวนีย์ สิกขาบัณฑิต. 2528 : 284) บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยครั้งนี้ เป็นการได้สร้างสื่อมัลติมีเดีย เรื่องการอ่านโน้ตเพลงไทย สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนอินทร์บุรี ผลของการศึกษามีดังนี้ สื่อมัลติมีเดีย เรื่องการอ่านโน้ตเพลงไทย จากการวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมาย เพื่อสร้างสื่อมัลติมีเดีย เรื่องการอ่านโน้ตเพลงไทย สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนอินทร์บุรีโดยใช้เว็บไซต์ Canva ประกอบด้วยเนื้อหา คือ เครื่องหมายและสัญลักษณ์ทางดนตรีไทย การอ่านโน้ตเพลงไทยเบื้องต้น การอ่านโน้ตเพลงไทยเพลงลอยกระทง, พม่าเขว, เต้ยโขง


103 ลักษณะของสื่อมัลติมีเดีย เรื่องการอ่านโน้ตเพลงไทยประกอบด้วยข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว ข้อความ ตาราง และวิดีโอ ผลการประเมินคุณภาพมัลติมีเดีย เรื่องการอ่านโน้ตเพลงไทย ผู้วิจัยได้สร้างสื่อมัลติมีเดีย เรื่องการอ่านโน้ตเพลงไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียน อินทร์บุรี เรียบร้อยแล้ว จึงนำสื่อมัลติมีเดียไปให้ผู้เชี่ยวชาญในด้านเนื้อหา และด้านเทคโนโลยีการศึกษา ประเมินคุณภาพของบทเรียน ได้ผลการประเมินตามตาราง ดังนี้ ตาราง 1 ผลการประเมินคุณภาพบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย โดยผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา รายการประเมิน S.D. ระดับคุณภาพ 1. ส่วนนำ 4.49 0.28 ดี 1.1 การนำเข้าสู่บทเรียนมีความน่าสนใจ 4.00 0.00 ดี 1.2 บทเรียนมีการออกแบบให้ใช้ได้ง่ายเมนูไม่สับสน 4.66 0.57 ดีมาก 1.3 มีการแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้ผู้เรียนทราบอย่าง 5.00 0.00 ดี มาก ชัดเจน 1.4 จุดประสงค์การเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีความสอดคล้องกับ 4.33 0.57 ดี เนื้อหา รายการประเมิน S.D. ระดับคุณภาพ 2. การดำเนินเรื่อง 4.39 0.45 ดี 2.1 การจัดกลุ่มเนื้อหาเหมาะสม 4.66 0.57 ดีมาก 2.2 การเรียงลำดับขั้นตอนในการนำเสนอเนื้อหา 4.66 0.57 ดี มาก 2.3 ความถูกต้องในการเชื่อมโยงเนื้อหา 4.00 0.00 ดี 2.4 การอธิบายเนื้อหาของบทเรียนมีความชัดเจน 4.33 0.57 ดี 2.5 ความน่าสนใจในการดำเนินเรื่อง 4.33 0.57 ดี 3. เนื้อหา/กิจกรรม 4.60 0.31 ดี 3.1 เนื้อหาบทเรียนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม 4.00 0.00 ดี


104 3.2 ความถูกต้องสมบูรณ์ของเนื้อหา 4.00 0.00 ดี 3.3 เนื้อหาในแต่ละเรื่องมีความสอดคล้องกัน 4.66 0.57 ดี 3.4 บทเรียนมีความยากง่ายเหมาะสมกับผู้เรียน 4.66 0.57 ดี 3.5 การใช้ภาษาสามารถสื่อความหมายชัดเจน 4.66 0.57 ดี 3.6 รูปภาพประกอบสอดคล้องกับเนื้อหา 5.00 0.00 ดีมาก 3.7 แบบฝึกหัดครอบคลุมเนื้อหา 4.66 0.57 ดีมาก 3.8 แบบฝึกหัดมีจำนวนข้อที่เหมาะสม 5.00 0.00 ดี มาก 3.9 แบบทดสอบครอบคลุมเนื้อหา 5.00 0.00 ดีมาก 3.10 แบบทดสอบใช้คำถามได้เหมาะสม 4.33 0.57 ดี 3.11 การนำเสนอมัลติมีเดียสอดคล้องกับเนื้อหา 4.66 0.57 ดี รวมทั้งหมด 4.49 0.34 ดี ตาราง 1 แสดงผลการประเมินคุณภาพสื่อมัลติมีเดีย โดยผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา สรุปได้ว่าคุณภาพ โดยรวมของสื่อมัลติมีเดียมีค่าเฉลี่ย 4.49 อยู่ใน ระดับดี โดยมีคุณภาพแต่ละรายการ ดังนี้ ส่วนนำ พบว่าคุณภาพโดยรวม อยู่ในระดับดี โดยมีคุณภาพในเรื่องของ บทเรียนมีการออกแบบให้ใช้ ง่าย ไม่สับสน และมีการแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้ผู้เรียนทราบอย่างชัดเจนอยู่ในระดับดีมาก ส่วนการ นำเข้าสู่บทเรียนมีความน่าสนใจ และจุดประสงค์การเรียนรู้ มีความสอดคล้องกับเนื้อหา อยู่ในระดับดี การดำเนินเรื่อง พบว่าคุณภาพโดยรวม อยู่ในระดับดี โดยมีคุณภาพในเรื่อง การจัดกลุ่ม เนื้อหา เหมาะสม และการเรียงลำดับขั้นตอนในการนำเสนอเนื้อหาอยู่ในระดับดีมาก ส่วนความถูกต้องในการเชื่อมโยง เนื้อหา การอธิบายเนื้อหาของบทเรียนมีความชัดเขน และความน่าสนใจในการดำเนินเรื่อง อยู่ในระดับดี เนื้อหา/กิจกรรม พบว่าคุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับดี โดยมีคุณภาพในเรื่องรูปภาพประกอบสอดคล้อง กับเนื้อหา แบบทดสอบครอบคลุมเนื้อหาอยู่ในระดับดีมาก ส่วนเนื้อหาบทเรียนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์เชิง พฤติกรรม ความถูกต้องความสมบูรณ์ของเนื้อหา เนื้อหาในแต่ละเรื่องมีความสอดคล้องกัน บทเรียนมีความ ยากง่ายเหมาะกับผู้เรียน การใช้ภาษาสื่อความหมายชัดเจน แบบทดสอบใช้คำถามได้เหมาะสมกับผู้เรียน และ การนำเสนอมัลติมีเดียสอดคล้องกับเนื้อหา อยู่ในระดับดี ผู้เชี่ยวชาญ ด้านเนื้อหา ได้ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมว่า ควรแบ่งวรรคเนื้อหาให้ชัดเจน จากข้อเสนอแนะ เพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา ผู้วิจัยได้ดำเนินการแก้ไขจุดบกพร่องของสื่อมัลติมีเดีย เรื่องการอ่าน โน้ตเพลงไทย เรียบร้อยแล้ว


105 ตาราง 2 ผลการประเมินคุณภาพสื่อมัลติมีเดีย โดยผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี รายการประเมิน S.D. ระดับคุณภาพ 1. ด้านการออกแบบ 4.06 0.54 ดี 1.1 จอภาพแต่ละกรอบน่าสนใจและดึงดูดความสนใจ 4.33 0.57 ดี 1.2 เมนูหลักของบทเรียนสวยงาม สัดส่วนและ 4.33 0.57 ดี การจัดวางเหมาะสม 1.3 การออกแบบโครงสร้างของบทเรียนผู้เรียน 4.00 0.00 ดี ใช้งานง่ายไม่สับสน 1.4 การนำเสนอเนื้อหาในบทเรียนสร้างแรงจูงใจ 3.66 0.57 ดี 1.5 การผสมผสานข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว 4.00 1.00 ดี และเสียงเหมาะสม 2. ตัวอักษรและใช้สี 4.19 0.42 ดี 2.1 ขนาดตัวอักษรอ่านง่ายและชัดเจน 4.00 0.00 ดี 2.2 รูปแบบตัวอักษรที่ใช้สวยงาม 4.33 0.57 ดี 2.3 สีตัวอักษรและสีพื้นหลังที่ใช้มีความเหมาะสม 4.00 1.00 ดี 2.4 ความเหมาะสมของการจัดวางตัวอักษรหรือ 4.00 0.00 ดี ข้อความในแต่ละกรอบ 2.5 ความถูกต้องของข้อความตามหลักภาษา 4.00 0.57 ดี มาก 3. ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียงที่ใช้ 4.06 0.91 ดี 3.1 ขนาดและความชัดเจนของภาพนิ่งที่ใช้มีความเหมาะสม 4.00 1.00 ดี 3.2 ภาพนิ่งสื่อความหมายได้เหมาะสมและ สอดคล้องกับเนื้อหา 4.00 1.00 ดี 3.3 ขนาดและความชัดเจนของภาพเคลื่อนไหว ที่ใช้มีความเหมาะสม 4.00 1.00 ดี


106 3.4 การจัดวางภาพเคลื่อนไหวในแต่ละกรอบ มีความเหมาะสม 4.33 0.57 ดี 3.5 เสียงดนตรีและเสียงประกอบมีความชัดเจนตรง ตามเนื้อหา 4.00 1.00 ดี 4. ด้านปฏิสัมพันธ์ 3.93 0.11 ดี 4.1 ออกแบบปฏิสัมพันธ์ให้โปรแกรมใช้งานง่ายและสะดวก 4.00 0.00 ดี 4.2 เปิดโอกาสให้ผู้เรียนโต้ตอบกับบทเรียน 3.66 0.57 ดี 4.3 การควบคุมบทเรียนทำได้ง่ายและสะดวก 4.00 0.00 ดี 4.4 ความเหมาะสมของการเชื่อมโยงเนื้อหาภายใน หน่วยการเรียน 4.00 0.00 ดี 4.5 มีการให้ผลป้อนกลับและเสริมแรง 4.00 0.00 ดี รวมทั้งหมด 4.06 0.19 ดี ตาราง 2 แสดงผลการประเมินคุณภาพสื่อมัลติมีเดีย โดยผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา สรุปได้ ว่าคุณภาพโดยรวมของบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียเฉลี่ย 4.06 อยู่ในระดับดี โดยมีคุณภาพแต่ละรายการ ดังนี้ ด้านการออกแบบ พบว่าคุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับดี โดยมีคุณภาพในเรื่องของ สไลด์แต่ละสไลด์มี ความน่าสนใจ และดึงดูดความสนใจ สวยงาม สัดส่วนและการจัดวางเหมาะสม การออกแบบโครงสร้าง ผู้เรียน เข้าใจง่าย การนำเสนอเนื้อหาในสื่อสร้างแรงจูงใจ และการผสมผสานข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และ เสียงเหมาะสม อยู่ในระดับดี ตัวอักษรและการใช้สี พบว่าคุณภาพโดยรวม อยู่ในระดับดี โดยมีคุณภาพในเรื่อง ขนาดตัวอักษร อ่าน ง่าย และชัดเจน รูปแบบตัวอักษรที่ใช้สวยงาม สีตัวอักษร และสีพื้นหลังที่ใช้มีความเหมาะสม ความเหมาะสม ของการจัดวางตัวอักษรหรือข้อความในแต่ละกรอบ และความถูกต้องของข้อความตามหลักภาษา อยู่ในระดับ ดี ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียงที่ใช้ พบว่าคุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับดี โดยมีคุณภาพในเรื่อง ขนาดและความชัดเจนของภาพนิ่งที่ใช้ มีความเหมาะสม ภาพนิ่งสื่อความหมายได้เหมาะสมและสอดคล้องกับ เนื้อหา ขนาดและความชัดเจนของภาพเคลื่อนไหวที่ใช้ความเหมาะสม การจัดวางภาพเคลื่อนไหวในแต่ละ กรอบมีความเหมาะสม และตรงตามเนื้อหา อยู่ในระดับดี ด้านปฏิสัมพันธ์ พบว่าคุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับดี โดยมีคุณภาพในเรื่องออกแบบปฏิสัมพันธ์ให้ โปรแกรมใช้งานง่ายและสะดวก เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้โต้ตอบ สอบถามข้อสงสัย บทเรียนใช้งานง่าย สะดวก ความเหมาะสมของการเชื่อมโยงเนื้อหาภายในหน่วยการเรียน และมีการให้ผลป้อนกลับและเสริมแรง อยู่ใน ระดับดี


107 ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ได้ให้ข้อเสนอนะเพิ่มเติมว่า การออกแบบภาพควรนำเสนอภาพ ทีละภาพ การเปลี่ยนภาพภาพไม่ควรแตกกระจายแยกชิ้นส่วนออกจากกัน ให้เป็นการเปลี่ยนภาพแบบสบาย ตา เนื่องจากผู้เรียนจะได้รู้สึกไม่ตึงเครียด ควรมีการใช้สีเน้นที่ข้อความที่สำคัญของเนื้อหาในแต่ละกรอบ เสียง บรรยายเพิ่มความเร้าใจมากขึ้น จากข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ผู้วิจัยได้ ดำเนินการแก้ไขจุดบกพร่องของสื่อมัลติมีเดีย เรื่องการอ่านโน้ตเพลงไทย เรียบร้อยแล้ว ตาราง 3 ผลการทดลองบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เรื่อง การอ่านโน้ตเพลงไทย สำหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนอินทร์บุรี เรื่อง แบบฝึกหัด แบบทดสอบ ประสิทธิภาพ คะแนน บทเรียน เต็ม ค่าเฉลี่ย ร้อยละ คะแนน เต็ม ค่าเฉลี่ย ร้อยละ การอ่าน โน้ตเพลง ไทย 40 33.63 84.08 20 17.23 86.17 84.08/86.16 รวม 40 33.63 84.08 20 17.23 86.17 84.08/86.16 ตาราง 3 แสดงผลการทดลองหา ประสิทธิภาพของสื่อมัลติมีเดีย เรื่อง การอ่านโน้ตเพลงไทย สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนอินทร์บุรี ในการทดลองครั้งที่ 3 พบว่าบทเรียนมีประสิทธิภาพเป็น 84.08/86.16 ซึ่งแสดงว่าบทเรียนสื่อมัลติมีเดียมีประสิทธิภาพเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัยเรื่องเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้สื่อ มัลติมีเดีย เรื่องการอ่านโน้ตเพลงไทย สามารถสรุปผลการวิจัยได้ว่า สรุปผล 1. คุณภาพของสื่อมัลติมีเดีย เรื่องการอ่านโน้ตเพลงไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1


108 โรงเรียนอินทร์บุรี ที่พัฒนาขึ้นมีผลการประเมินคุณภาพด้านเนื้อหา และด้านเทคโนโลยีอยู่ในระดับดี และมี ประสิทธิภาพของสื่อมัลติมีเดีย เรื่องการอ่านโน้ตเพลงไทย 84.08/86.16 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด 80/80 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลัง เรื่องการอ่านโน้ตเพลงไทย ที่จัดการเรียนรู้โดยใช้สื่อ มัลติมีเดีย เมื่อนำมาวิเคราะห์ค่าเฉลี่ยมาหาค่าระดับพบว่า หลังเรียนนักเรียนมีค่าเฉลี่ยสูงขึ้น โดยก่อนการ เรียนนักเรียนมีระดับค่าเฉลี่ยคะแนนเต็ม 40 ที่ 33.63 และหลังเรียนนักเรียนมีระดับค่าเฉลี่ยคะแนนเต็ม 20 ที่ 17.23 อภิปรายผล จากการวิจัยเรื่องเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้สื่อ มัลติมีเดีย เรื่องการอ่านโน้ตเพลงไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสื่อมัลติมีเดีย เรื่อง การอ่านโน้ตเพลงไทย ว่าบทเรียนมีประสิทธิภาพเป็น 84.08/86.16 ซึ่งแสดงว่าบทเรียนสื่อมัลติมีเดียมีประสิทธิภาพเป็นไปตาม เกณฑ์ที่กำหนด คุณภาพโดยรวมของบทเรียนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียด้านเนื้อหามีค่าเฉลี่ย 4.49 อยู่ใน ระดับดี ในส่วน นำ พบว่าคุณภาพโดยรวม อยู่ในระดับดี โดยมีคุณภาพในเรื่องของ บทเรียนมีการออกแบบให้ใช้ง่าย ไม่สับสน และมีการแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้ผู้เรียนทราบอย่างชัดเจนอยู่ในระดับดีมาก ส่วนการนำเข้าสู่บทเรียนมี ความน่าสนใจ และจุดประสงค์การเรียนรู้ มีความสอดคล้องกับเนื้อหา อยู่ในระดับดีการดำเนินเรื่อง พบว่า คุณภาพโดยรวม อยู่ในระดับดี โดยมีคุณภาพในเรื่อง การจัดกลุ่ม เนื้อหาเหมาะสม และการเรียงลำดับขั้นตอน ในการนำเสนอเนื้อหาอยู่ในระดับดีมาก ส่วนความถูกต้องในการเชื่อมโยงเนื้อหา การอธิบายเนื้อหาของ บทเรียนมีความชัดเขน และความน่าสนใจในการดำเนินเรื่อง อยู่ในระดับดี เนื้อหา/กิจกรรม พบว่าคุณภาพ โดยรวมอยู่ในระดับดี โดยมีคุณภาพในเรื่องรูปภาพประกอบสอดคล้องกับเนื้อหา แบบทดสอบครอบคลุม เนื้อหาอยู่ในระดับดีมาก ส่วนเนื้อหาบทเรียนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม ความถูกต้องความ สมบูรณ์ของเนื้อหา เนื้อหาในแต่ละเรื่องมีความสอดคล้องกัน บทเรียนมีความยากง่ายเหมาะกับผู้เรียน การใช้ ภาษาสื่อความหมายชัดเจน แบบทดสอบใช้คำถามได้เหมาะสมกับผู้เรียน และการนำเสนอมัลติมีเดียสอดคล้อง กับเนื้อหา อยู่ในระดับดี ผู้เชี่ยวชาญ ด้านเนื้อหา ได้ให้ข้อเสนอนะเพิ่มเติมว่า ควรแบ่งวรรคเนื้อหาให้ชัดเจน จากข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา ผู้วิจัยได้ดำเนินการแก้ไขจุดบกพร่องของสื่อมัลติมีเดีย เรื่องการอ่านโน้ตเพลงไทย เรียบร้อยแล้ว คุณภาพโดยรวมของสื่อมัลติมีเดียด้านเทคโนโลยีมีค่าเฉลี่ย 4.06 อยู่ในระดับดี โดยมีคุณภาพด้านการ ออกแบบ พบว่าคุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับดี โดยมีคุณภาพในเรื่องของ จอภาพแต่ละจอมีความน่าสนใจ และ ดึงดูดความสนใจ สวยงาม สัดส่วนและการจัดวางเหมาะสม การออกแบบโครงสร้าง ผู้เรียนเข้าใจง่าย การนำเสนอเนื้อหาในสื่อสร้างแรงจูงใจ และการผสมผสานข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียง เหมาะสม อยู่ในระดับดี ตัวอักษรและการใช้สี พบว่าคุณภาพโดยรวม อยู่ในระดับดี โดยมีคุณภาพในเรื่อง


109 ขนาดตัวอักษร อ่านง่าย และชัดเจน รูปแบบตัวอักษรที่ใช้สวยงาม สีตัวอักษร และสีพื้นหลังที่ใช้มีความ เหมาะสม ความเหมาะสมของการจัดวางตัวอักษรหรือข้อความในแต่ละกรอบ และความถูกต้องของข้อความ ตามหลักภาษา อยู่ในระดับดี ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียงที่ใช้ พบว่าคุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับดี โดยมี คุณภาพในเรื่องขนาดและความชัดเจนของภาพนิ่งที่ใช้ มีความเหมาะสม ภาพนิ่งสื่อความหมายได้เหมาะสม และสอดคล้องกับเนื้อหา ขนาดและความชัดเจนของภาพเคลื่อนไหวที่ใช้ความเหมาะสม การจัดวาง ภาพเคลื่อนไหวในแต่ละกรอบมีความเหมาะสม และเสียงดนตรี-เสียงประกอบมีความชัดเจน และตรงตาม เนื้อหา อยู่ในระดับดี ด้านปฏิสัมพันธ์ พบว่าคุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับดี โดยมีคุณภาพในเรื่องออกแบบ ปฏิสัมพันธ์ให้โปรแกรมใช้งานง่ายและสะดวก เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้โต้ตอบ สอบถามข้อสงสัย บทเรียนใช้งาน ง่าย สะดวกความเหมาะสมของการเชื่อมโยงเนื้อหาภายในหน่วยการเรียน และมีการให้ผลป้อนกลับและ เสริมแรง อยู่ในระดับดี ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการศึกษา ได้ให้ข้อเสนอนะเพิ่มเติมว่า การออกแบบภาพ ควรนำเสนอภาพทีละภาพ การเปลี่ยนภาพภาพไม่ควรแตกกระจายแยกชิ้นส่วนออกจากกัน ให้เป็นการเปลี่ยน ภาพแบบสบายตา เนื่องจากผู้เรียนจะได้รู้สึกไม่ตึงเครียด ควรมีการใช้สีเน้นที่ข้อความที่สำคัญของเนื้อหาในแต่ ละกรอบ เสียงบรรยายเพิ่มความเร้าใจมากขึ้น จากข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี การศึกษา ผู้วิจัยได้ดำเนินการแก้ไขจุดบกพร่องของสื่อมัลติมีเดีย เรื่องการอ่านโน้ตเพลงไทย เรียบร้อยแล้ว จากการสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียน พบว่าผู้เรียนมีความสนใจต่อเนื้อหา ภาพประกอบ รู้สึกตื่นเต้น และมีความตั้งใจเรียนรู้เนื้อหาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีการวางเงื่อนไข(Operant Conditioning) ของสกินเนอร์(Skinner) โดยมีแนวคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนอง และการให้การ เสริมแรง ทฤษฎีนี้เชื่อว่า การเรียนรู้เกิดจากการที่มนุษย์ตอบสนองต่อสิ่งเร้าและพฤติกรรมการตอบสนองจะ เข้มขึ้น หากได้รับการเสริมแรงที่เหมาะสม ข้อเสนอแนะ จากการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้สื่อมัลติมีเดีย เรื่องการอ่านโน้ตเพลงไทย โรงเรียนอินทร์บุรี ตามที่เสนอไปข้างต้น ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะ ดังต่อไปนี้ 1. การผลิตสื่อมัลติมีเดีย จำเป็นต้องอาศัยบุคลากรที่มีความชำนาญหลายๆ ด้าน เช่น ด้าน คอมพิวเตอร์ ด้านศิลปะ ด้านภาษา ด้านเนื้อหาวิชา และด้านเทคโนโลยี เป็นต้น ผู้ที่จะผลิตสื่อมัลติมีเดียจึง ควรพิจารณาถึงความพร้อมและความร่วมมือของบุคลากรในทุก ๆ ด้าน ทั้งนี้เพื่อจะได้พัฒนาสื่อมัลติมีเดียได้ อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและเหมาะสมที่จะนำไปใช้งานได้จริง 2. ควรพัฒนาสื่อมัลติมีเดียในรูปแบบอื่น ๆ และหลากหลายหน่วยการเรียนรู้ เพื่อจะได้ส่งเสริมให้ ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้และมีความสนใจในเรื่องของดนตรีมากขึ้น


110


111 บรรณาณุกรรม กรมวิชาการ. (2534). เอกสารเพื่อการพัฒนาหนังสืออันดับ 1 การพัฒนาสื่อการเรียนการสอน กรุงเทพฯ : การศาสนากรมการศาสนา. กระทรวงศึกษาธิการ. (2553). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. พิมพ์ครั้งที่ 3..กรุงเทพฯ.:.โรงพิมพ์ชุมนุม สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.จำกัด. ดาเรศ เทวโรทรรัตน์. (2563). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยชุดการสอน เรื่องการอ่านโน้ตดนตรี ไทยตามทฤษฎีการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสุนทรียภาพโดยรองศาสตราจารย์ ดร.สุกรี เจริญสุข ของ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 .มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ______. (2553). แนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้..ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. พิมพ์ครั้งที่ 2 กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร แห่งประเทศไทย จำกัด. ______. (2553). แนวทางการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน.ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน. พุทธศักราช 2551. พิมพ์ครั้งที่ 2 กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร แห่งประเทศไทย จำกัด. ______. (2551). คู่มือการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. ______. (2553). การศึกษาหาเกณฑ์ปกติของระดับพัฒนาการทางจริยธรรมและจริยธรรมไทย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. ______. (2551). กรอบความคิดเพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมที่เน้นความมีระเบียบ วินัยและความเป็นประชาธิปไตย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. พัลลภ พิริยะสุรวงศ์. (2541). มัลติมีเดียเพื่อการเรียนการสอน. พัฒนาเทคนิคศึกษา. 11 (28), หน้า 11-12 สุรศักดิ์ ปาเฮ. (2553). การพัฒนาครูทั้งระบบตามยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษา ทศวรรษที่สอง (พ.ศ. 2552-2561)วันที่ 28-29 ธันวาคม 2553 ณ โรงแรมนครแพร่ทาวเวอร์จังหวัดแพร่.แพร่ : สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาแพร่ เขต 2.


112


113 ภาคผนวก


114 สื่อและนวัตกรรม ด้วยข้าพเจ้านางสาวเฉลิมชัย พัฒนชัย ได้รับมอบหมายให้จัดกิจกรรมการสอนได้ทำสื่อและนวัตกรรม ที่ใช้สอนในราย วิชาศิลปะ 1 (ศ21101) ดังนี้ 1. สื่อการเรียนการสอนสไลด์ เรื่อง การอ่านโน้ตเพลงไทย แอพพลิเคชั่น Canva


115


116


117 คิวอาร์โค้ด (QR-code) เรื่อง การอ่านโน้ตเพลงไทย สื่อและนวัตกรรม 2. สื่อการเรียนการสอนมิลติมีเดีย เรื่อง เกมโน้ตดนตรีไทยน่ารู้ แอพพลิเคชั่น wordwall.net


118 คิวอาร์โค้ด (QR-code) เกม โน้ตดนตรีไทยน่ารู้ สรุปผลจากแบบประเมินความพึงพอใจในการใช้สื่อและนวัตกรรม ประเด็นข้อคิดเห็น ระดับความพึงพอใจ/ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ประดับการ 4 3 2 1 ประเมิน


119 1. เนื้อหามีความเหมาะสม ถูกต้อง และสมบูรณ์ 55 55.55 37 37.37 6 6.06 1 1.01 3.47 ความพึงพอใจ ระดับมาก 2. เนื้อหามีความยากง่าย เหมาะสม กับระดับชั้นผู้เรียน 44 44.44 43 43.43 6 6.06 3 3.03 3.67 ความพึงพอใจ ระดับมากที่สุด 3. จัดลำดับเนื้อหาได้อย่าง เหมาะสมและเข้าใจง่าย 46 46.46 41 41.41 7 7.07 5 5.05 3.75 ความพึงพอใจ ระดับมากที่สุด 4. ภาษาที่ใช้เหมะสมกับวัย สื่อสาร เข้าใจง่าย 44 44.44 42 42.42 6 6.06 7 7.07 3.24 ความพึงพอใจ ระดับมาก 5. เทคนิคการนำเสนอน่าสนใจ 48 48.48 37 37.37 7 7.07 7 7.07 3.27 ความพึงพอใจ ระดับมาก 6. กิจกรรมประกอบการเรียนการ สอนมีความเหมาะสมและเข้าใจง่าย 43 43.43 43 43.43 6 6.06 7 7.07 3.23 ความพึงพอใจ ระดับมาก 7. ความพึงใจต่อสื่อการเรียนการ สอน 57 57.57 33 33.33 6 6.06 3 3.03 3.45 ความพึงพอใจ ระดับมาก ผลเฉลี่ยรวม 3.44 ความพึงพอใจ ระดับมาก เกณฑ์การแบ่งช่วงคะแนนค่าเฉลี่ยได้กำหนดเกณฑ์ประเมินไว้ดังนี้ ค่าเฉลี่ย 3.51 – 4.50 หมายถึง มีมีความพึงพอใจระดับมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 2.51 – 3.50 หมายถึง มีความพึงพอใจระดับมาก ค่าเฉลี่ย 1.51 – 2.50 หมายถึง มีมีความพึงพอใจระดับปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.00 – 1.50 หมายถึง มีความพึงพอใจระดับน้อย สรุปผลจากแบบประเมินความพึงพอใจในการใช้สื่อและนวัตกรรม ทั้งสิ้น 70 คน โดยสรุปได้ดังนี้ 1. นักเรียนมีความพึงพอใจในเรื่องของเนื้อหามีความยากง่าย เหมาะสมกับระดับชั้นผู้เรียนอยู่ในระดับ พึงพอใจมาก ซึ่งมีค่าเฉลี่ย 3.47 2. นักเรียนมีความพึงพอใจในเรื่องของเนื้อหามีความยากง่าย เหมาะสมกับระดับชั้นผู้เรียนอยู่ในระดับ พึงพอใจมากที่สุด ซึ่งมีค่าเฉลี่ย 3.67 3. นักเรียนมีความพึงพอใจในเรื่องของการจัดลำดับขั้นเนื้อหาเหมาะสม เข้าใจง่ายอยู่ในระดับ พึงพอใจ มากที่สุด ซึ่งมีค่าเฉลี่ย 3.75 4. นักเรียนมีความพึงพอใจในเรื่องของภาษาที่ใช้เหมะสมกับวัย สื่อสารเข้าใจง่ายอยู่ในระดับ พึงพอใจ มาก ซึ่งมีค่าเฉลี่ย 3.24


120 5. นักเรียนมีความพึงพอใจในเรื่องของเทคนิคการนำเสนอน่าสนใจ อยู่ในระดับ พึงพอใจมาก ซึ่งมี ค่าเฉลี่ย 3.27 6. นักเรียนมีความพึงพอใจในเรื่องของกิจกรรมประกอบการเรียนการสอนมีความเหมาะสมและเข้าใจ ง่าย อยู่ในระดับ พึงพอใจมาก ซึ่งมีค่าเฉลี่ย 3.23 7. นักเรียนมีความพึงพอใจในเรื่องของความพึงพอใจต่อสื่อการสอนอยู่ในระดับ พึงพอใจมาก ซึ่งมี ค่าเฉลี่ย 3.45 สรุปโดยรวมนักเรียนมีความพึงพอใจในการเรียนในการใช้สื่อและนวัตกรรมอยู่ในระดับ พึงพอใจมาก ซึ่งมีความเฉลี่ย เท่ากับ 3.44


121


122 บทที่ 5 การประเมินตนเองในการปฏิบัติหน้าที่ครู และทางในการปรับปรุงพัฒนา จุดเด่นในการพัฒนาตนเองในการปฏิบัติหน้าที่ครู 1. มีการเตรียมสอนและทบทวนเนื้อหาที่จะใช้สอนอยู่เสมอ 2. ใส่ใจผู้เรียนเป็นรายบุคคล 3. เป็นผู้รับฟังและคอยให้คำปรึกษากับนักเรียนในเรื่องต่างๆ วิธีการเสริมจุดเด่นในการพัฒนาตนเองในการปฏิบัติหน้าที่ครู 1. หาความรู้เพิ่มเติมอย่างเสมอ


123 2. ศึกษาหลักจิตวิทยาในการให้คำปรึกษา จุดที่ควรปรับปรุง 1. การควบคุมชั้นเรียน 2. สอนให้มีความหน้าสนใจ 3. การจัดการเวลาในการสอน แนวทางการพัฒนา 1. ปรึกษาผู้มีประสบการณ์ 2. ศึกษาหากิจกรรมที่เหมาะสมกับเนื้อหาและวัยของผู้เรียน 3. ควบคุมเวลาในการจัดกิจกรรม


124 บทที่ 6 การสะท้อนคิดตนเองด้านคุณลักษณะความเป็นครู จุดเด่นคุณลักษณะความเป็นครู 1. มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย 2. มีความกระตือรือร้น และเอาใจใส่นักเรียน 3. ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ 4. มีความยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนวิธีการสอนได้ 5. ควบคุมอารมณ์ตนเองได้ทั้งในเวลาและนอกเวลาสอน 6. มีจิตอาสาต่อเพื่อนร่วมงาน 7. แต่งกายสุภาพ เรียบร้อย 8. ประพฤติดีสม่ำเสมอ เหมาะเป็นตัวอย่างที่ดีต่อศิษย์ วิธีเสริมจุดเด่น 1. ประพฤติอย่างสม่ำเสมอ


125 ภาคผนวก


126 ภาคผนวก ก ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้


Click to View FlipBook Version