44บรรณานุกรมกระทรวงศึกษาธิการ. (2546). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.กระทรวงศึกษาธิการ. (2555). หลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.กระทรวงศึกษาธิการ. (2559). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.กาญจนา ชาวสวน. (2560). ผลของการจัดการเรียนรู้แบบใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ต่อความสามารถในการอ่านจับใจความของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. กรุงเทพฯ:กิตติพงษ์ แบสิ่ว. (2561). การพัฒนาความสามารถด้านการอ่านวิเคราะห์บทอ่านร้อยแก้วของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้กระบวนการ 5 ขั้น ร่วมกับกลวิธีแผนภูมิความหมาย. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและวิธีสอน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.กอบกาญจน์ วงศ์วิสิทธิ์. (2551). ทักษะภาษาเพื่อการสื่อสาร. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.กานต์มณี ศักดิ์เจริญ. (2546). กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.การุณันทน์ รัตนแสนวงษ์. (2548). ทักษะการใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร. กรุงเทพฯ: ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา.จิรวัฒน์ เพชรรัตน์. (2556). ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการอ่าน. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์.
45บรรณานุกรม (ต่อ)จุไรรัตน์ ลักษณะศิริและบาหยัน อิ่มสำราญ. (2547). การอ่านจับใจความสำคัญ: แนวทางและเทคนิคสำหรับการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ.ชนมณี แก้วพิกุล. (2553). การพัฒนาชุดฝึกทักษะการอ่านเชิงสังเคราะห์ภาษาไทยจากบทเพลงลูกทุ่งสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานีชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2552). นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ. กรุงเทพฯ: แดเน็กซ์ อินเตอร์คอร์ปอเรชั่น.ชลธิชา แถวโนนงิ้ว และ อรอนุตร ธรรมจักร. (2567). การพัฒนาความสามารถการอ่านจับใจความสำคัญโดยใช้แบบฝึกทักษะด้วยเทคนิคบันได 6 ขั้น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนมารีย์อุปถัมภ์ชัยภูมิ. วารสารวิชาการและวิจัย มทร.พระนคร, 9(1), 22–35. สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร.ดวงพร หลิมรัตน์. (2555). หนังสือเรียนภาษาไทย ม.3. กรุงเทพฯ: แม็ค.ทองใส อุทัยคำ. (2556). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ประกอบนิทานพื้นบ้านกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามนพดล จันทร์เพ็ญ. (2557). หลักการใช้ภาษาไทย. กรุงเทพฯ: เจเนซิส มีเดียคอม.นิรัติศัย สุดเพาะ. (2555). การสร้างแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนมัญจาศึกษา จังหวัดขอนแก่น. การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.พรรณทิพา หลาบบุญเลิศ. (2545). ภาษาไทย 3. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
46บรรณานุกรม (ต่อ)พวงรัตน์ ทวีรัตน์. (2543). สถิติสำหรับการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.พิชชาอร มินทยักษ์. (2565). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การอ่านจับใจความสำคัญด้วยการจัดการเรียนรู้รูปแบบการอ่านด้วยเทคนิคบันได 6 ขั้นร่วมกับแบบฝึกหัดออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Liveworksheets สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 (หน้า 3). การค้นคว้าอิสระ, มหาวิทยาลัยนเรศวร.ฟองจันทร์ สุขยิ่ง และคณะ. (ม.ป.ป.). คู่มือครูภาษาไทย วรรณคดีและวรรณกรรม: มัธยมศึกษาปีที่ 1.กรุงเทพฯ: ลักษมี ขวัญประเสริฐ และ นฤมล อินทร์ประสิทธิ์. (2556). การอ่านจับใจความ. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น.วิจารณ์ พานิช. (2556). การสร้างการเรียนรู้สู่ศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสยามกัมมาจล.วิมลรัตน์ สุนทรโรจน์. (2551). นวัตกรรมเพื่อการเรียนรู้. ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.วัชรี บูรณสิงห์ และนิรมล ศตวุฒิ. (2542). การอ่านเชิงวิเคราะห์วิจารณ์ด้านหลักสูตรและการสอน. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคำแหง.แววมยุรา เหมือนนิล. (2541). การอ่านจับใจความ. กรุงเทพฯ: ชมรมเด็กตถาตา พับลิเคชั่น. (2556). การสร้างการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: ส.เจริญการพิมพ์.สมบัติ จำปาเงิน และสำเนียง มณีกาญจน์. (2550). กลเม็ดการอ่านให้เก่ง (พิมพ์ครั้งที่ 3, หน้า 3). กรุงเทพฯ: สถาพรบุ๊คส์.เสกสันต์ ผลวัฒนะ. (ม.ป.ป.). เทคนิคบันได 6 ขั้น เพื่อพัฒนาการอ่านจับใจความสำคัญ. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ. (2560). การอ่านจับใจความ. กรุงเทพฯ:สถาบันภาษาไทย. (2564). โครงการอบรมความรู้และทักษะการใช้ภาษาไทยประจำปีงบประมาณ 2564,18-19. สายใจ ทองเนียม. (2560). การอ่านจับใจความ. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น.สุนันทา มั่นเศรษฐวิทย์. (2545). เทคนิควิจัยด้านการอ่าน (พิมพ์ครั้งที่ 3, หน้า 10). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
47บรรณานุกรม (ต่อ)สุวิพงศกร โพธิ์สาระ และโศรยา วิมลสถิตพงษ์. (2567). การพัฒนาความสามารถการอ่านจับใจความสำคัญโดยใช้เทคนิคบันได 6 ขั้น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านดอนเดื่อ อำเภอสร้างคอม จังหวัดอุดรธานี. วารสารศิลปะและวัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำมูล, 13(3), 44–55. สาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี.สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย. (2554). รายงานผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554. กรุงเทพฯ: สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย.สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2549). รายงานการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานรอบ 2 (พ.ศ. 2549 - 2553). กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ.อภิรดี เสนาวิน. (2555). ผลการสอนอ่านแบบพาโนรามาที่มีต่อความสามารถในการอ่านจับใจความและความสนใจในการอ่านภาษาไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.อาภัสรา กุลชาติ. (2562). การใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ในการพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความ. กรุงเทพฯ:อุไรวรรณ์ บุญล้อม. (2550). การพัฒนาชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาไทยเพื่อจับใจความของนักศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. วิจัยการศึกษา, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.Bandura, A. (1986). Social foundations of thought and action: A social cognitive theory. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.
48บรรณานุกรม (ต่อ)กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.กระทรวงศึกษาธิการ. (2555). หลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.กระทรวงศึกษาธิการ. (2559). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2560. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.กานต์มณี ศักดิ์เจริญ. (2546). กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.กอบกาญจน์ วงศ์วิสิทธิ์. (2551). ทักษะภาษาเพื่อการสื่อสาร. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์.การุณันทน์ รัตนแสนวงษ์. (2548). ทักษะการใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร. กรุงเทพฯ: ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา ฝ่ายเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยศรีปทุม.จุไรรัตน์ ลักษณะศิริ, บาหยัน อิ่มสำราญ. (2547). การใช้ภาษาไทย. กรุงเทพฯ : บริษัท พี.เพรส จำกัด.จิรวัฒน์ เพชรรัตน์. (2556). ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการอ่าน. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์.กิตติพงษ์ แบสิ่ว. (2561). การพัฒนาความสามารถด้านการอ่านวิเคราะห์บทอ่านร้อยแก้วของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้กระบวนการ 5 ขั้น ร่วมกับกลวิธีแผนภูมิความหมาย. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและวิธีสอน บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.ชนมณี แก้วพิกุล. (2553). การพัฒนาชุดฝึกทักษะการอ่านเชิงสิเคราะห์ภาษาไทยจากบทเพลงลูกทุ่งสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานีชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2552). นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ. กรุงเทพฯ: แดเน็กซ์ อินเตอร์คอร์ปอเรชั่น.ดวงพร หลิมรัตน์. (2555). หนังสือเรียนภาษาไทย ม.3. กรุงเทพฯ: แม็ค.ทองใส อุทัยคำ. (2555). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ประกอบนิทานพื้นบ้านกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.นพดล จันทร์เพ็ญ. (2557). หลักการใช้ภาษาไทย. กรุงเทพฯ: เจเนซิส มีเดียคอม.
49บรรณานุกรม (ต่อ)นิรัติศัย สุดเพาะ. (2555). การสร้างแบบฝึกทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนมัญจาศึกษา จังหวัดขอนแก่น. (การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต). นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.พรรณทิพา หลาบบุญเลิศ. (2545). ภาษาไทย 3. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์ฟองจันทร์ สุขยิ่ง และคณะ. คู่มือครูภาษาไทย วรรณคดีและวรรณกรรม : ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1.กรุงเทพฯ: อักษรเจริญทัศน์ พิมพ์ครั้งที่ 5, โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.ลักษมี ขวัญประเสริฐ และนฤมล อินทร์ประสิทธิ์. (2556). การพัฒนาความสามารถในการอ่านจับใจความสำคัญของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ด้วยกระบวนการสอนอ่าน KWLSA.วิจารณ์ พานิช. (2555) วิธีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์. กรุงเทพฯ: ตถาตา พับลิเคชั่น. (2556). การสร้างการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: ส.เจริญการพิมพ์.แววมยุรา เหมือนนิล. (2541). การอ่านจับใจความ (พิมพ์ครั้งที่ 2) กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.สถิตาภรณ์ ศรีหิรัญ. (2560). เทคนิคการอ่านเชิงวิชาการ. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยนเรศวร พิษณุโลก.สมบัติ จำปาเงิน, สำเนียง มณีกาญจน์. (2548). กลเม็ดการอ่านให้เก่ง. กรุงเทพฯ: สถาพรบุ๊คส์.สายใจ ทองเนียม. (2560). ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร. กรุงเทพฯ: ชีเอ็ดยูเคชั่น.สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2549). รายงานการสังเคราะห์แนวคิดและวิธีการจัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.อุไรวรรณ บุญล้อม. (2550). การพัฒนาชุดฝึกการอ่านภาษาไทยเพื่อจับใจความของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.
50ภาคผนวก
51ภาคผนวก กราชาอผู้เชี่ยวชาญ
52รายนามผู้เชี่ยวชาญการทำวิจัยชั้นเรียนเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน รายวิชาภาษาไทย เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ โดยใช้เทคนิคบันได 6 ขั้น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2โรงเรียนสามพร้าววิทยา จังหวัดอุดธานีที่ ชื่อ - นามสกุล ตำแหน่ง ทำหน้าที่1 นางจาตุพร เลพล ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการโรงเรียนสามพร้าววิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านแผนการจัดการเรียนรู้และการวัดประเมินผล2 นางสาวปานรดา รักษ์วรโชติ ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการโรงเรียนสามพร้าววิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านแผนการจัดการเรียนรู้และการวัดประเมินผล3 นางสาวพรพิมล นามพรมมา ครู วิทยฐานะ - ผู้เชี่ยวชาญด้านแผนการจัดการเรียนรู้และการวัดประเมินผล
53
54ภาคผนวก ขตัวอย่างเครื่องมือการใช้ในวิจัย
55แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕๖กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒รายวิชา ภาษาไทย รหัสวิชา ๒๒๑๐๒หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๑ การอ่านจับใจความ เวลา ๕ ชั่วโมงแผนจัดการเรียนรู้เรื่อง อ่านจับใจความจากนิทาน เวลา ๑ ชั่วโมงนางสาวศิรภัสสร เสระพล โรงเรียนสามพร้าววิทยา๑. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาใน การดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่านตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๒/๗ อ่านหนังสือ บทความ หรือคำประพันธ์อย่างหลากหลาย และ ประเมินคุณค่าหรือแนวคิดที่ได้จากการอ่าน เพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิต๒. สาระสำคัญ นิทานเป็นบันเทิงคดีที่มีโครงสร้างเรื่องชัดเจน ประกอบด้วยตัวละคร เหตุการณ์ และข้อคิด การอ่านจับใจความนิทานอย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์เพื่อแยกเนื้อเรื่องหลักออกจากส่วนตกแต่ง โดยเทคนิคบันได ๖ ขั้น เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้เรียนจัดลำดับความคิด ตัดทอนข้อมูลส่วนเกิน และเรียบเรียงใจความสำคัญรวมถึงข้อคิดจากนิทานได้อย่างเป็นระบบและสละสลวย๓. สาระการเรียนรู้๓.๑ องค์ประกอบของนิทาน ๓.๒ หลักการสรุปใจความสำคัญโดยใช้บันได ๖ ขั้น๔. จุดประสงค์การเรียนรู้๔.๑ อธิบายลำดับขั้นตอนการจับใจความสำคัญด้วยเทคนิคบันได 6 ขั้นจากนิทานที่อ่านได้ถูกต้อง (K) ๔.๒ นักเรียนเขียนสรุปใจความสำคัญ ตามโครงเรื่องได้ (P) ๔.๓ นักเรียนมีความตั้งใจในการเรียนรู้ (A)๕. สมรรถนะสำคัญ ๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๕.๓ ความสามารถในการแก้ปัญหา๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๖.๑ มีวินัย
56 ๖.๒ ใฝ่เรียนรู้ ๖.๓ มุ่งมั่นในการทำงาน๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (๑๐ นาที) ครูสร้างบรรยากาศสนุกสนานโดยการเปิดสไลด์ \"ภาพปริศนานิทานดัง\" ที่ตัดมาเฉพาะส่วน (เช่น รูปหัวไชเท้าขนาดยักษ์ หรือ รูปตะเกียงเก่าๆ) ให้นักเรียนแข่งกันทายชื่อนิทานและสรุปเรื่องภายใน ๑ประโยค กลุ่มที่ชนะได้รับ \"สติกเกอร์แต้มบุญ\" จากนั้นครูเชื่อมโยงว่า แม้นิทานจะสนุกและยาว แต่เราสามารถย่อหัวใจของเรื่องได้ง่ายๆ ด้วยอุปกรณ์พิเศษที่เรียกว่า \"บันได ๖ ขั้น\"ขั้นสอน (๔๐ นาที): ปฏิบัติการบันได ๖ ขั้น ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม (กลุ่มละ ๔-๕ คน) แจกใบงาน\"นิทานวิเศษ\" (เรื่อง: สุนัขจิ้งจอกกับฝูงผึ้ง หรือนิทานอีสปที่เน้นแง่คิด) และเริ่มดำเนินการดังนี้ขั้นที่ ๑ อ่านเรื่องให้จบและตั้งคำถาม (๖W๑H) ครูให้นักเรียนอ่านนิทานจนจบ ๑ รอบ จากนั้นช่วยกันระบุว่า ใคร (Who), ทำอะไร (What), ที่ไหน (Where), เมื่อไหร่ (When), ทำไม (Why), อย่างไร (How) และผลเป็นอย่างไร (Which) ลงในช่องบันไดขั้นที่ ๑ขั้นที่ ๒ ค้นพบคำสำคัญ (Key Words) นักเรียนร่วมกันสแกนหาคำที่บ่งบอกถึงแก่นของเรื่อง หรือคำที่ปรากฏซ้ำและขาดไม่ได้ เช่นชื่อตัวละครหลัก, การกระทำหลัก, และผลลัพธ์ (เช่น จิ้งจอก, ขโมย, ผึ้ง, บทเรียน)ขั้นที่ ๓ บั่นทอนตัดส่วนขยาย (ตัดคำขยาย) ครูแนะนำให้แต่ละกลุ่มพิจารณาประโยคในนิทาน แล้วขีดฆ่าคำบรรยายลักษณะที่เกินจำเป็น เช่น สีของดอกไม้, บรรยากาศของลมที่พัดเฉื่อยฉิว, หรือคำอุทานของตัวละคร เพื่อให้เหลือเพียงเนื้อหาใจความหลักขั้นที่ ๔ เติมคำเชื่อม (หาความสัมพันธ์) นักเรียนนำส่วนที่เหลือมาเรียงต่อกันแล้วใช้คำเชื่อม (เช่น และ, ต่อมา, เพราะฉะนั้น, จึง) เพื่อร้อยเรียงเหตุการณ์ให้เป็นลำดับเวลาที่ชัดเจนขั้นที่ ๕ สังเกตคำขัดแย้ง นักเรียนค้นหาคำว่า \"แต่\", \"ทว่า\" หรือเหตุการณ์ที่พลิกผันในนิทาน (เช่น จิ้งจอกคิดว่าชนะ \"แต่\" กลับถูกผึ้งต่อย) เพื่อให้เห็นจุดสำคัญของปมปัญหาในเรื่องขั้นที่ ๖ สรุปใจความสำคัญ นักเรียนสมาชิกกลุ่มร่วมกันเขียนเรียบเรียงเนื้อหาจากขั้นที่ ๔ และ ๕ ให้เป็นย่อหน้าสรุปใจความ ที่ สั้น กระชับ พร้อมทั้งระบุข้อคิดที่ได้รับจากนิทานด้วยสำนวนภาษาของตนเอง
57ขั้นสรุป (๑๐ นาที) ครูให้ตัวแทนแต่ละกลุ่มนำเสนอสรุปใจความสำคัญในรูปแบบ \"การเล่านิทานฉบับย่อหน้าเดียว\" ครูสุ่มให้เพื่อนกลุ่มอื่นวิจารณ์ในเชิงสร้างสรรค์ว่ากลุ่มที่นำเสนอตัดส่วนขยายได้เก่งหรือไม่ หรือใส่ใจความสำคัญครบไหม ครูสรุปบทเรียนและชื่นชมความร่วมมือของนักเรียน๘. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๘.๑ หนังสือเรียนภาษาไทยชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒๘.๒ สไลด์การสอน \"บันได ๖ ขั้น มหัศจรรย์นิทานย่อ\" ๘.๓ บทอ่านนิทานอีสปหรือนิทานพื้นบ้าน๙. ชิ้นงาน / ภาระงาน๙.๑ ใบงาน \"ภารกิจนักย่อนิทาน\"๑๐. การวัดและประเมินผลจุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือที่ใช้ เกณฑ์ผ่าน๑. นักเรียนอธิบายลำดับขั้นตอนการจับใจความสำคัญได้ถูกต้อง (K)การตอบคำถามในใบงานใบงาน ผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป๒. นักเรียนเขียนสรุปใจความสำคัญ ตามโครงเรื่องได้ (P)ก า ร เ ข ี ย น ส รุ ปใจความสำคัญจากนิทานชิ้นงานการเขียนสรุปใจความสำคัญผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป๓. นักเรียนมีความมุ่งมั่นในการตั้งใจอ่าน (A)สังเกตพฤติกรรม แบบประเมินพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป๑๑. บันทึกหลังสอน............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................๑๒. ปัญหา/อุปสรรค
58............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................................แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ (จากปัญหาอุปสรรค)............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................................. ลงชื่อ......................................................................ครูผู้สอน (นาสาวศิรภัสสร เสระพล ) ตำแหน่ง นักศึกษาฝึกสอน
59ความเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ นางสาวศิรภัสสร เสระพล แล้วมีความคิดเห็นดังนี้๑. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง๒. การจัดกิจกรรมได้นำกระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป๓. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้๔. ข้อเสนอแนะ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ลงชื่อ............................................... ครูพี่เลี้ยง ( นางสาวพรพิมล นามพรมมา )ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ลงชื่อ...............................................หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ( นางจาตุพร เลพล )
60แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์คำชี้แจง: ให้คุณครูสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน โดยเขียนเครื่องหมาย Pลงในช่องคะแนน ที่ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ชื่อ-สกุล ๑. มีวินัย๒.มุ่งมั่นในการ ทำงาน๓.มีความเป็นไทย ผลสรุป๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ผ่าน ไม่ผ่าน๑.๒.๓.๔.๕.๖.เกณฑ์การใช้คะแนนดีมาก = ๓ พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนสม่ำเสมอปานกลาง = ๒ พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนบ่อยครั้งพอใช้ = ๑ พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนบางครั้งเกณฑ์การใช้คะแนน๑๒ - ๙ คะแนน หมายถึง ดีมาก๘ - ๕ คะแนน หมายถึง ดี๔ – ๑ คะแนน หมายถึง พอใช้o คะแนน หมายถึง ปรับปรุง
61เกณฑ์การผ่าน ได้คะแนนประเมินระดับดีขึ้นไป แบบประเมินสมรรถนะของนักเรียนคำชี้แจ้ง ให้คุณครูสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน โดยเขียนเครื่องหมาย Pลงในช่องคะแนนลำดับที่ชื่อ – สกุลสมรรถระที่ประเมินรายการประเมิน มีความสามารถในการ รับสาร ม ี ค ว า ม ส า ม า ร ถ ถ่า ย ทอ ด ควา ม คิ ด ความเข้าใจ ใช้วิธีการสื่อการที่ เหมาะสม แก้ปัญหาโดยใช้เหตุผล แสวงหาความรู้มาใช้ใน การแก้ปัญหา แสวงหาความรู้มาใช้ใน การแก้ปัญหา๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑๑.๒.๓.๔.๕.๖.๗.๘.เกณฑ์การใช้คะแนนดีมาก = ๓ พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนสม่ำเสมอปานกลาง = ๒ พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนบ่อยครั้งพอใช้ = ๑ พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนบางครั้ง
62
63
64
65
66แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕๗กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒รายวิชา ภาษาไทย รหัสวิชา ๒๒๑๐๒หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๑ การอ่านจับใจความ เวลา ๕ ชั่วโมงแผนจัดการเรียนรู้เรื่อง อ่านจับใจความจากข่าว เวลา ๑ ชั่วโมงนางสาวศิรภัสสร เสระพล โรงเรียนสามพร้าววิทยา๑. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาใน การดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๒/๒ จับใจความสำคัญ สรุปความ และอธิบายรายละเอียดจากเรื่องที่อ่านท ๑.๑ ม.๒/๗ อ่านหนังสือ บทความ หรือคำประพันธ์อย่างหลากหลาย และ ประเมินคุณค่าหรือแนวคิดที่ได้จากการอ่าน เพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิต ๒. สาระสำคัญ การอ่านจับใจความจากข่าวเป็นทักษะการแยกแยะเนื้อหาสาระหลักออกจากส่วนขยาย เพื่อให้เข้าถึงข้อเท็จจริงอย่างรวดเร็วและแม่นยำ การฝึกใช้กระบวนการคิดอย่างเป็นลำดับขั้นตอนช่วยให้ผู้เรียนสามารถประเมินความสำคัญของข้อมูลและลดความผิดพลาดในการรับสารในชีวิตประจำวัน๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ หลักการอ่านจับใจความสำคัญโดยใช้เทคนิคบันได ๖ ขั้น ๓.๒ การอ่านและวิเคราะห์ข่าวเหตุการณ์ปัจจุบัน๔. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนสามารถระบุขั้นตอนและหลักการของเทคนิคบันได ๖ ขั้นได้ถูกต้องครบถ้วน(K) ๒. นักเรียนสามารถเขียนแผนภาพความคิดและเรียบเรียงสรุปใจความสำคัญจากข่าวที่กำหนดได้ (P) ๓. นักเรียนมีความตั้งใจในการเรียนรู้ (A)๕. สมรรถนะสำคัญ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการทำงาน
67๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (๑๐ นาที) ครูสร้างบรรยากาศห้องเรียนให้เป็น \"ห้องข่าวจำลอง\" โดยครูสวมบทบาทเป็นบรรณาธิการข่าว กล่าวต้อนรับ \"ทีมข่าวรุ่นเยาว์\" เข้าสู่การประชุมข่าวเช้า ครูเปิดคลิปวิดีโอข่าวสั้นที่เป็นกระแสในปัจจุบัน ( ข่าวเทคโนโลยี หรือข่าวกีฬา ความยาวไม่เกิน ๒ นาที) แล้วให้นักเรียนแข่งกันตอบคำถามด่วนว่า \"ข่าวนั้นคือเรื่องอะไร\" เพื่อกระตุ้นความสนใจ ครูเชื่อมโยงว่านักข่าวที่ดีต้องสรุปประเด็นได้ไวและแม่นยำ วันนี้เราจึงจะมาฝึกเคล็ดลับวิชา \"บันได ๖ ขั้น พิชิตข่าว\" เพื่อก้าวสู่การเป็นสุดยอดผู้ประกาศข่าวขั้นสอน (๔๐ นาที) ครูแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๔-๕ คน แจกใบงาน \"News Hunter\" และบทความข่าว (ตัวอย่างข่าวเรื่อง: การเตือนภัยพายุฤดูร้อน) แล้วเริ่มกระบวนการฝึกปฏิบัติไปพร้อมกันทีละขั้น ดังนี้ขั้นที่ ๑ อ่านเรื่องให้จบและตั้งคำถาม ครูให้นักเรียนอ่านเนื้อข่าวรอบแรกแบบกวาดสายตา แล้วให้แต่ละกลุ่มระดมสมองตอบคำถามหลัก: ใคร (กรมอุตุนิยมวิทยา/ประชาชน), ทำอะไร (ประกาศเตือนภัย/เตรียมรับมือ), ที่ไหน (ประเทศไทยตอนบน), เมื่อไหร่ (ช่วงวันที่ระบุในข่าว), ทำไม (มีพายุฤดูร้อนและลมกระโชกแรง), อย่างไร (ต้องระวังอันตราย หลีกเลี่ยงที่โล่งแจ้ง)ขั้นที่ ๒ ค้นพบคำสำคัญ ครูให้นักเรียนขีดเส้นใต้หรือวงกลมคำที่ปรากฏบ่อยที่สุดในข่าว หรือคำที่เป็นหัวใจหลัก หากขาดคำนี้ไป จะไม่รู้เรื่อง เช่น \"พายุฤดูร้อน\" \"อันตราย\" \"ฝนฟ้าคะนอง\" \"หลีกเลี่ยง\" โดยครูคอยเดินดูและแนะนำว่าคำสำคัญมักเป็นคำนามหรือกริยาหลักขั้นที่ ๓ บั่นทอนตัดส่วนขยาย ครูให้นักเรียนพิจารณาประโยคในข่าว แล้วขีดฆ่าข้อความที่เป็นพลความ หรือส่วนขยายที่เยิ่นเย้อ เช่น รายชื่อจังหวัดทั้งหมด (สรุปเป็นภาคแทน) คำวิเศษณ์บอกระดับความรุนแรงที่มากเกินไป หรือคำสัมภาษณ์ ษที่เป็นความคิดเห็นส่วนตัว เพื่อให้เหลือเพียงโครงสร้างประโยคหลักขั้นที่ ๔ เติมคำเชื่อม นักเรียนหาความสัมพันธ์ของประโยคเหล่านั้น แล้วเติมคำสันธานหรือคำเชื่อมเพื่อให้ความหมายต่อเนื่องกัน เช่น \"เนื่องจาก\", \"ส่งผลให้\", \"จึงขอให้\" เพื่อแสดงความเป็นเหตุเป็นผลของสถานการณ์ข่าว
68ขั้นที่ ๕ สังเกตคำขัดแย้งครุให้นักเรียนสังเกตว่าในข่าวมีคำว่า \"แต่\" \"ทว่า\" หรือ \"อย่างไรก็ตาม\" หรือไม่ ซึ่งมักจะซ่อนประเด็นสำคัญที่ตรงข้ามกับข้อมูลชุดแรก เช่น \"พายุจะรุนแรง แต่จะเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้นๆ\" เพื่อให้การสรุปข่าวมีความครบถ้วนรอบด้านขั้นที่ ๖ สรุปใจความสำคัญครูให้นักเรียนในกลุ่มช่วยกันนำข้อมูลที่ผ่านการตัดและเชื่อมแล้ว มาเขียนเรียบเรียงใหม่เป็นภาษาของตนเองให้กระชับ ได้ใจความ และถูกต้องตามหลักภาษาไทย ความยาวไม่เกิน ๓-๔ บรรทัดขั้นสรุป (๑๐ นาที) ครูสุ่มตัวแทนกลุ่มออกมาหน้านั้นเรียน สวมบทบาทเป็น \"ผู้ประกาศข่าว\" อ่านสรุปใจความสำคัญ ที่กลุ่มตนเองเรียบเรียงได้ เพื่อนกลุ่มอื่นและครูช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องว่ามีใจความครบถ้วนหรือไม่ ครูให้รางวัลกลุ่มที่สรุปได้กระชับและน่าสนใจที่สุดพร้อมสรุปองค์ความรู้ทบทวนบันได ๖ขั้นร่วมกันอีกครั้ง๘. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๘.๑ หนังสือเรียนภาษาไทยชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ๘.๒ คลิปวิดีโอข่าวสั้น หรือ บทความข่าวสถานการณ์ปัจจุบัน๘.๓ อุปกรณ์ประกอบบทบาทสมมติ เช่น ไมโครโฟนจำลอง, ป้ายชื่อนักข่าว๙. ชิ้นงาน / ภาระงาน๙.๑ ใบงานกิจกรรมกลุ่ม \" ล่าความจริงจากข่าว\"
69๑๐. การวัดและประเมินผลจุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือที่ใช้ เกณฑ์ผ่าน๑.นักเรียนอธิบายหลักการอ่านจับใจความได้ (K) ตรวจใบงานส่วนที่ ๑ใบงานถอดรหัสข่าว ผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป๒. นักเรียนสรุปใจความสำคัญจากข่าวโดยใช้ภาษาของตนเองได้ (P) ตรวจการเรียบเรียงประโยคแบบประเมินการเขียน ผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป๓. นักเรียนมีความตั้งใจในการเรียนรู้ (A)สังเกตพฤติกรรม แบบประเมินพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป๑๑. บันทึกหลังสอน................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................๑๒. ปัญหา/อุปสรรค.................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
70แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ (จากปัญหาอุปสรรค)................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ลงชื่อ......................................................................ครูผู้สอน (นาสาวศิรภัสสร เสระพล ) ตำแหน่ง นักศึกษาฝึกสอน
71ความเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ นางสาวศิรภัสสร เสระพล แล้วมีความคิดเห็นดังนี้๕. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง๖. การจัดกิจกรรมได้นำกระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป๗. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้๘. ข้อเสนอแนะ................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................. ...........................................................................................................................................................................................ลงชื่อ............................................... ครูพี่เลี้ยง( นางสาวพรพิมล นามพรมมา )ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ลงชื่อ...............................................หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ( นางจาตุพร เลพล )
72แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์คำชี้แจง: ให้คุณครูสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน โดยเขียนเครื่องหมาย Pลงในช่องคะแนน ที่ คุณลักษณะ อ ั น พึ งประสงค์ชื่อ-สกุล ๑. มีวินัย๒.มุ่งมั่นในการทำงาน๓.มีความเป็นไทย ผลสรุป๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ผ่าน ไม่ผ่าน๑.๒.๓.๔.๕.๖.เกณฑ์การใช้คะแนนดีมาก = ๓ พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนสม่ำเสมอปานกลาง = ๒ พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนบ่อยครั้งพอใช้ = ๑ พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนบางครั้งเกณฑ์การใช้คะแนน๑๒ - ๙ คะแนน หมายถึง ดีมาก๘ - ๕ คะแนน หมายถึง ดี๔ – ๑ คะแนน หมายถึง พอใช้o คะแนน หมายถึง ปรับปรุงเกณฑ์การผ่าน ได้คะแนนประเมินระดับดีขึ้นไป
73 แบบประเมินสมรรถนะของนักเรียนคำชี้แจ้ง: ให้คุณครูสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน โดยเขียนเครื่องหมาย Pลงในช่องคะแนนลำดับที่ชื่อ – สกุลสมรรถระที่ประเมินรายการประเมิน มีความสามารถใน การรับสาร มีความสามารถ ถ่ายทอด ความคิด ความเข้าใจ ใช้วิธีการสื่อการที่ เหมาะสม แก้ปัญหาโดยใช้ เหตุผล แสวงหาความรู้มา ใช้ในการแก้ปัญหา แสวงหาความรู้มา ใช้ในการแก้ปัญหา๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑๑.๒.๓.๔.๕.๖.๗.๘.เกณฑ์การใช้คะแนนดีมาก = ๓ พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนสม่ำเสมอปานกลาง = ๒ พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนบ่อยครั้งพอใช้ = ๑ พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนบางครั้ง
74
75
76
77
78
79
80๑. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาใน การดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๒/๒ จับใจความสำคัญ สรุปความ และอธิบายรายละเอียดจากเรื่องที่อ่านท ๑.๑ ม.๒/๗ อ่านหนังสือ บทความ หรือคำประพันธ์อย่างหลากหลาย และ ประเมินคุณค่าหรือแนวคิดที่ได้จากการอ่าน เพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิต ๒. สาระสำคัญ การอ่านจับใจความสำคัญอย่างเป็นระบบโดยใช้เทคนิคบันได ๖ ขั้น เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้อ่านสามารถแยกแยะเนื้อหาหลักออกจากส่วนขยาย เชื่อมโยงเหตุการณ์ และสรุปประเด็นสำคัญของเรื่อง \"ความสุขของกะทิ ตอน บ้านริมคลอง\" ได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเข้าใจถึงอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครรวมถึงบรรยากาศของเรื่องได้อย่างลึกซึ้ง๓. สาระการเรียนรู้ ๓.๑ หลักการอ่านจับใจความสำคัญด้วยเทคนิค ๖ ขั้นตอน๓.๒ การวิเคราะห์เนื้อหาเรื่อง \"ความสุขของกะทิ\" ตอนบ้านริมคลอง ๔. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักกเรียนสามารถอธิบายหลักการและขั้นตอนของเทคนิคบันได ๖ ขั้นในการอ่านจับใจความได้(K) ๒. นักเรียนสามารถเขียนสรุปใจความสำคัญจากเรื่อง \"ความสุขของกะทิ ตอน บ้านริมคลอง\" โดยใช้เทคนิคบันได ๖ ขั้นได้ (P) ๓. นักเรียนตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมาย (A) ๕. สมรรถนะสำคัญ ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา แผนการจัดการเรียนรู้ที่ ๕๘กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธมศึกษาปีที่ ๒ รายวิชา ภาษาไทย รหัสวิชา ๒๒๑๐๒หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๑ การอ่านจับใจความ เวลา ๕ ชั่วโมง แผนจัดการเรียนรู้เรื่อง อ่านจับใจความจากเรื่องสั้น เวลา ๑ ชั่วโมง ( ความสุขของกะทิ ตอนบ้านริมคลอง ) นางสาวศิรภัสสร เสระพล โรงเรียนสามพร้าววิทยา
81๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. มีวินัย ๒. ใฝ่เรียนรู้ ๓. มุ่งมั่นในการทำงาน ๗. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (๑๐ นาที) ครูสร้างบรรยากาศห้องเรียนให้เป็น \"สำนักนักสืบตัวอักษร\" โดยเริ่มกิจกรรม \"ปริศนาภาพซ่อนแอบ\" ครูเปิดภาพวิถีชีวิตไทยริมน้ำ (เช่น เด็กกระโดดน้ำ, การขูดมะพร้าว, เรือพาย) ให้นักเรียนแข่งกันตอบว่าภาพนี้สื่อถึง \"ความสุข\" แบบใด จากนั้นครูเชื่อมโยงเข้าสู่เรื่องราวของเด็กหญิง \"กะทิ\" และแจ้งภารกิจว่า วันนี้นักเรียนทุกคนคือยอดนักสืบที่จะต้องไขคดี \"หาความหมายที่ซ่อนอยู่\" ในตอนบ้านริมคลอง โดยใช้อุปกรณ์พิเศษที่เรียกว่า \"บันได ๖ ขั้น\"ขั้นสอน (๔๐ นาที) ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม (กลุ่มละ ๔-๕ คน) แจก \"แฟ้มคดีลับ\" (ใบงานและบทอ่าน) และเริ่มกระบวนการดังนี้ขั้นที่ ๑ อ่านเรื่องให้จบและตั้งคำถาม (๖W๑H)ครูให้นักเรียนอ่านบทอ่าน \"ตอน บ้านริมคลอง\" หนึ่งรอบแบบกวาดสายตา จากนั้นแข่งกันตั้งคำถามในกลุ่มว่า ใคร (กะทิ, ตา, ยาย), ทำอะไร (ใช้ชีวิตประจำวัน, เก็บสายบัว, ขูดมะพร้าว), ที่ไหน (บ้านริมคลอง อยุธยา), เมื่อไร (เช้าตรู่/อดีต), อย่างไร (อย่างมีความสุข เรียบง่าย) และทำไม (เป็นวิถีชีวิตที่ผูกพันกับธรรมชาติ)ขั้นที่ ๒ ค้นพบคำสำคัญ (Key Words)นักเรียนช่วยกันวงกลมคำที่ปรากฏบ่อยหรือเป็นหัวใจของเรื่อง เช่น \"กระทะทองเหลือง\", \"เสียงพายเรือ\",\"ความสุข\", \"แม่\" ลงในใบงานขั้นที่ ๓ บั่นทอนตัดส่วนขยาย (ตัดคำขยาย)ครูให้นักเรียนขีดฆ่าประโยคเวิ่นเว้อ หรือคำขยายที่ฟุ่มเฟือยในบทอ่านที่คัดมา เช่น รายละเอียดลวดลายของชาม (ถ้าไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหลัก) หรือคำวิเศษณ์ที่เยอะเกินไป ให้เหลือแต่ \"ประธาน + กริยา + กรรม\" หลักของเหตุการณ์
82ขั้นที่ ๔ เติมคำเชื่อม (หาความสัมพันธ์)ให้นักเรียนนำประโยคหลักที่เหลือมาเรียงต่อกัน แล้วเติมคำเชื่อม เช่น \"จากนั้น\", \"ต่อมา\", \"เพราะ\", \"จึง\" เพื่อให้เรื่องราวไหลลื่นเป็นเหตุเป็นผลกันขั้นที่ ๕ สังเกตคำขัดแย้งให้นักเรียนหาจุดสังเกตในเรื่องที่มีคำว่า \"แต่\", \"ทว่า\" หรือความรู้สึกที่ขัดแย้ง (เช่น ความสุขในปัจจุบัน กับ ความคิดถึงแม่ที่ไม่อยู่) เพื่อเก็บตกประเด็นรองที่สำคัญที่ไม่ควรตัดทิ้งขั้นที่ ๖ สรุปใจความสำคัญสมาชิกในกลุ่มช่วยกันเรียบเรียงข้อความจากขั้นที่ ๔ และ ๕ เขียนออกมาเป็นย่อหน้าสรุปใจความสำคัญฉบับสมบูรณ์ด้วยสำนวนภาษาของตนเองขั้นสรุป (๑๐ นาที)โชว์ผลงานและวัดผล ครูสุ่มตัวแทนกลุ่มออกมา \"แถลงปิดคดี\" (อ่านสรุปใจความสำคัญ) หน้าชั้นเรียน เพื่อนกลุ่มอื่นและครูช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง ครูกล่าวชมเชยและสรุปเชื่อมโยงว่าความสุขของกะทิ คือความสุขที่เกิดจากความเรียบง่ายและความรักของครอบครัว พร้อมมอบรางวัลเล็กน้อย (เช่น ดาวนักสืบ) ให้กลุ่ม ที่สรุปได้ดีที่สุด๘. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ๘.๑ หนังสือเรียนภาษาไทยชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ๘.๒ บทอ่าน ตอน \"บ้านริมคลอง\" จากหนังสืออ่านนอกเวลา ความสุขของกะทิ๘.๓ รูปภาพ ( วิถีชีวิตริมน้ำ )๙. ชิ้นงาน / ภาระงาน ๙.๑ ใบงาน \" แฟ้มคดีลับ ตามหาหัวใจของกะทิ\" ๙.๒ แหล่งเรียนรู้บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
83๑๐. การวัดและประเมินผลจุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือที่ใช้ เกณฑ์ผ่าน๑. ๑. นักกเรียนสามารถอธิบายหลักการและขั้นตอนของเทคนิคบันได ๖ ขั้นในการอ่านจับใจความได้(K) การตอบคำถามในชั้นเรียนและการทำใบงานแ บ บ ส ั ง เ ก ต ก า ร ต อ บคำถาม / ใบงานผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป๒. นักเรียนสามารถเขียนสรุปใจความสำคัญจากเรื่อง \"ความสุขของกะทิ ตอน บ้านริมคลอง\" โดยใช้เทคนิคบันได ๖ ขั้นได้ (P) ตรวจผลงานการเขียนสรุปใจความสำคัญในใบงานแบบประเมินการเขียนจับใจความผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป๓. นักเรียนตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมาย (A) สังเกตพฤติกรรม แบบประเมินพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ ๗๐ ขึ้นไป๑๑. บันทึกหลังสอน..............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................๑๒. ปัญหา/อุปสรรค..............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
84แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ (จากปัญหาอุปสรรค).............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................. ลงชื่อ......................................................................ครูผู้สอน (นาสาวศิรภัสสร เสระพล ) ตำแหน่ง นักศึกษาฝึกสอน
85ความเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ นางสาวศิรภัสสร เสระพล แล้วมีความคิดเห็นดังนี้๙. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง๑๐.การจัดกิจกรรมได้นำกระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป๑๑.เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้๑๒.ข้อเสนอแนะ........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ลงชื่อ............................................... ครูพี่เลี้ยง ( นางสาวพรพิมล นามพรมมา )ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ ลงชื่อ...............................................หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ( นางจาตุพร เลพล )
86แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์คำชี้แจง: ให้คุณครูสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน โดยเขียนเครื่องหมาย Pลงในช่องคะแนน ที่ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ชื่อ-สกุล ๑. มีวินัย๒.มุ่งมั่นในการ ทำงาน๓.มีความเป็นไทย ผลสรุป๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ผ่าน ไม่ผ่าน๑.๒.๓.๔.๕.๖.เกณฑ์การใช้คะแนนดีมาก = ๓ พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนสม่ำเสมอปานกลาง = ๒ พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนบ่อยครั้งพอใช้ = ๑ พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนบางครั้งเกณฑ์การใช้คะแนน๑๒ - ๙ คะแนน หมายถึง ดีมาก๘ - ๕ คะแนน หมายถึง ดี๔ – ๑ คะแนน หมายถึง พอใช้o คะแนน หมายถึง ปรับปรุงเกณฑ์การผ่าน ได้คะแนนประเมินระดับดีขึ้นไป
87 แบบประเมินสมรรถนะของนักเรียน คำชี้แจ้ง ให้คุณครูสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน โดยเขียนเครื่องหมาย ✓ลงในช่องคะแนนลำดับที่ชื่อ – สกุลสมรรถระที่ประเมินรายการประเมิน มีความสามารถในการ รับสาร ม ี ค ว า ม ส า ม า ร ถ ถ่า ย ทอ ด ควา ม คิ ด ความเข้าใจ ใช้วิธีการสื่อการที่ เหมาะสม แก้ปัญหาโดยใช้เหตุผล แสวงหาความรู้มาใช้ใน การแก้ปัญหา แสวงหาความรู้มาใช้ใน การแก้ปัญหา๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑ ๓ ๒ ๑๑.๒.๓.๔.๕.๖.๗.๘.เกณฑ์การใช้คะแนนดีมาก = ๓ พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนสม่ำเสมอปานกลาง = ๒ พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนบ่อยครั้งพอใช้ = ๑ พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนบางครั้ง
88
89
90
91
92
93