สารบัญ
เรื่อง หนา
กิจกรรมผูบริหารกรมการพัฒนาชุมชน มกราคม 2563 1
- พช จับมือสภาสตรี เชิดชูผาไหมยกดอกลำาพูน รณรงคสตรีลำาพูนสวมใสผาไทย สืบสานภูมิปญญา 3
- อธิบดี พช. นำาทีมเอามื้อเนรมิตปรับพื้นที่ตาม “โคก หนอง นา โมเดล” 9
- พช. รวมพลัง สภาสตรี จับมือเจาเมืองมหาสารคามรณรงคสวมใสผาไทย 13
- พช. รวมกับสภาสตรีฯ ผนึกพลัง กฟภ. ปลุกกระแสนิยม “ผาถิ่นไทย” สรางภูมิปญญาไทยใหยั่งยืน 17
- พช. รวมพลัง สภาสตรีฯ รวมมือกับชาวกรุงเการณรงคสวมใสผาไทย ตอยอดผาถิ่นไทยใหยั่งยืน 23
- พช. ผนึก สภาสตรี เดินสายขึ้นแมฮองสอน เมืองสามหมอกรณรงคใสผาไทยชนเผา 29
สรางเศรษฐกิจฐานรากเขมแข็ง
- พช. ชวนเอามื้อสามัคคี โคก หนอง นา โมเดล เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู 33
เพิ่มเครือขายและสรางความรักความสามัคคี
กิจกรรมผูบริหารกรมการพัฒนาชุมชน กุมภาพันธ 2563 39
- พช.รวมขับเคลื่อน โคก หนอง นา ปาลำาใย ลุมน้ำานาน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 41
- อธิบดี พช. รวมงานวันมาฆบูชา หนุนเสริมสรางหลักการ “หัวใจพระพุทธศาสนา วัด ประชา รัฐ สรางสุข” 49
- TG RUN ครั้งที่ 2 ระดมพลคนวิ่งกวา 3,500คน มอบเปนทุนการศึกษา 57
ชวยเด็กยากไรของมูลนิธิรวมจิตตนอมเกลาฯ
- อธิบดี พช. ชวนแอวแมแจม ชม “งานมหกรรมผาตีนจกและผลิตภัณฑ 61
ชนเผา อำาเภอแมแจม ครั้งที่ 27”
- “อธิบดี พช. นำาสุดยอด OTOP ของดีทั่วไทย เปดตลาดอะเมซิ่งฯ @SCB” 67
- อธิบดี พช.ลงพื้นที่ จ.นาน รับการตรวจเยี่ยมของนายกฯ 71
- อธิบดี พช. ติดตามการดำาเนินการเพื่อความโปรงใสในการจัดสอบ 77
ตำาแหนงเจาพนักงานพัฒนาชุมชนปฏิบัติงาน
ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต 70 อัตรา
- อธิบดี พช. เปดโครงการปลูกจิตสำานึกสูเยาวชนการประกวดสวดมนตหมู 81
สรรเสริญพระรัตนตรัยทำนองสรภัญญะ
- พช. ตั้งทีม “ผูนำาอาสาพัฒนาบานเกิด” ขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน 87
สูเปาหมาย “เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนพึ่งตนเองได”
- สตรีสมุทรสาคร รวมพลังกับ กรมการพัฒนาชุมชน 93
สภาสมาคมสตรีฯ สืบสาน รณรงคใสผาไทย
เชิดชูอัตลักษณ คุณคาผาทองถิ่น สรางรายไดสูชุมชน
- มูลนิธิรวมจิตตนอมเกลาฯ จัดพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลนำารายไดชวยทุนศึกษาเด็กยากไร 101
เศรษฐกิจฐานรากมั่นคงและชุมชนพึ่งตนเองได Change For Good
ภายในป ๒๕๖๕
THE GLOBAL GOALS
For Sustainable Development
สารบัญ
เรื่อง หนา
กิจกรรมผูบริหารกรมการพัฒนาชุมชน มีนาคม 2562 107
- พช.รวม การบินกรุงเทพ ดึงนักทองเที่ยวเขาหมูบาน OTOPนวัตวิถี สรางรายไดสูชุมชน 109
- พช.ใหกำาลังใจ เชื่อทำาไดสิ..เราชวยกัน..เรียนรูแลวลงมือ..ไมเกี่ยงวัย..เนนหัวไวใจสู..สูความพอเพียง 115
- อธิบดี พช. ลงใตเอามื้อสามัคคี ดินแดนแหงการเรียนรู 119
“โคก หนอง นา โมเดล” ในบริบทภาคใต
- พช.เปดอาคารหอพัก 12 นักษัตร รองรับการเปนศูนยฝกอบรมครบวงจร 125
- หนวยงานสังกัด มท. ผนึกกำาลังสรางแบรนด “อต. Select” 129
หนุนสินคาชุมชน สูชุมชน เพื่อชุมชน
- พช. – สภาสตรีแหงชาติฯ มอบหนากากอนามัยผา 35,000 ชิ้น ใหสภากาชาดไทยตานโควิด 19 137
- พช. จัดกิจกรรม เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจา 143
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมาร
เศรษฐกิจฐานรากมั่นคงและชุมชนพึ่งตนเองได Change For Good
ภายในป ๒๕๖๕
THE GLOBAL GOALS
For Sustainable Development
พช จับมือสภาสตรี เชิดชูผ้าไหมยกดอกลำาพูน รณรงค์สตรีลำาพูน
สวมใส่ผ้าไทย สืบสานภูมิปัญญา
5 มกราคม 2563
4
5 มกราคม 2563
วันที่ 5 มกราคม 2563 เวลา 13.30 น. ณ หอประชุมพระเทพรัตนนายก วิทยาลัยสงฆ์ลำาพูน มหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตำาบลต้นธง อำาเภอเมืองลำาพูน จังหวัดลำาพูน
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภา
สตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์และประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วม
ำ
มือ (MOU) โครงการสืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถ่นไทย ดารงไว้ในแผ่นดิน กับจังหวัดลาพูน นาโดย นายพงศ์รัตน์
ิ
ำ
ำ
ภิรมย์รัตน์ผู้ว่าราชการจังหวัดลำาพูน พร้อมด้วยนางศลิษา ภิรมย์รัตน์ นายกสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมสตรีจามเทวี
ศรีหริภุญไชย และผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ ดร.นิรันดร์ ด่านไพบูลย์ นายกองค์การบริหารส่วน
ำ
ำ
จังหวัดลาพูน โดยมีคณะกรรมการพัฒนาสตรีระดับอาเภอ และคณะทางานขับเคล่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับ
ำ
ื
ตำาบล จาก 8 อำาเภอของจังหวัดลำาพูน ร่วมในพิธีฯ รวมทั้งสิ้น 150 คน
ำ
การลงนามบันทึกข้อตกลงความความร่วมมือ ตามโครงการ “สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดารงไว้ในแผ่นดิน
ื
ิ
” มีวัตถุประสงค์ เพ่อสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันป ี
หลวง โดยการอนุรักษ์ ส่งเสริมลำาพูนผ้าไหมไทยยกดอก อันมีอัตลักษณ์และทรงคุณค่า เป็นศิลปะอันล้ำาค่าของชาติ
ให้ดำารงอยู่ปรากฏเป็นความภาคภูมิใจของคนไทย และให้ทั่วโลกได้
ช่นชม อีกท้งช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้เกิดกระแสความนิยมการแต่งกายด้วยผ้าไทย โดยเน้นในกล่ม
ั
ื
ุ
ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ลูกจ้างหน่วยงานของรัฐให้ใช้ผ้าไทยอย่างต่อเน่อง นามาซ่งทุกคนได้มีส่วนร่วม
ำ
ึ
ื
ี
สืบสาน อนุรักษ์ผ้าท้องถ่นไทยให้คงอย่ค่แผ่นดิน และท่สาคัญเพ่อเป็นการสนับสนุน ส่งเสริมการสร้างงาน สร้าง
ู
ู
ิ
ื
ำ
อาชีพ และเสริมสร้างรายได้ให้กลุ่มสตรีในท้องถิ่น
ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ กล่าวว่า ภารกิจของสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรม
ำ
ุ
ราชินูปถัมภ์กิจกรรมหลักจะเป็นเร่องของสตรี ม่งเน้นการพัฒนาศักยภาพอาชีพสืบสานโครงการตามพระราชดาริของ
ื
้
ิ
ิ
ำ
ุ
่
่
ื
ำ
้
์
ิ
ิ
ิ
สมเด็จพระนางเจ้าสิรกิตพระบรมราชนีนาถ พระบรมราชชนนพันปีหลวงเมอไดทาโครงการอนรักษ์ศลป์ผาถนไทยดา
ี
รงไว้ในแผ่นดิน ทำาให้เข้าใจถึงกรรมวิธีการผลิตการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นงานทรงคุณค่าและเป็นงานภูมิปัญญาที่
สืบทอดสู่รุ่นหลานดังนั้นหาก 35 ล้านคน หันมาใส่ผ้าไทยโดยซื้อคนละ 10 เมตร ราคาเมตรละ 300 บาท ก็จะเกิด
รายได้หมุนเวียนกว่า 100,000 ล้านบาท กลับสู่ชุมชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสตรีช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากสู่ความ
มั่นคงมั่งคั่งยั่งยืน
ำ
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า กรมการพัฒนาชุมชน สานึกในพระมหากรุณาธิคุณ
ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงรื้อฟื้นผ้าไทยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2513
ท่อาเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ทรงให้ชาวบ้านทอผ้าเพ่อไปตัดชุดฉลองพระองค์และพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค ์
ื
ำ
ี
ิ
ำ
เป็นทุนให้ชาวบ้านเร่มอาชีพทอผ้า ถือเป็นอาชีพเสริมจากการทาการเกษตรกรรม ด้วยความวิริยะ อุตสาหะ และพระ
ปรีชาชาญ ของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทำาให้ผ้าไทยทั้งผ้าไหม ผ้าฝ้ายได้กลับคืนสู่สังคมไทย ได้รับความ
นิยมจากคนไทยและคนต่างชาติ กรมการพัฒนาชุมชนมีภารกิจหลักในการสร้างความม่นคง ม่งค่ง ยังยืน ในเศรษฐกิจ
ั
ั
ั
ฐานรากระดับครัวเรือน ระดับชุมชน เพื่อให้ประชาชนหลุดพ้นความยากจน สามารถช่วยเหลือตนเองได้ อาชีพทอ
5
5 มกราคม 2563
6
5 มกราคม 2563
ผ้าเป็นอาชีพที่ทำาได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย สามารถประกอบอาชีพได้ที่บ้าน ลดปัญหาการย้ายถิ่นฐาน นอกจากลำาพูน
ิ
ื
ื
ื
ำ
จะมีช่อเสียงเร่องการทอผ้ายกดอกแล้ว คนลาพูนยังเป็นแบบอย่างของการรักษาส่งแวดล้อมเร่องการคัดแยกขยะ
จัดทำาถังขยะเปียกลดโลกร้อนจนได้รับรางวัลระดับชาติอย่างมากมาย
ในส่วนของนายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำาพูน ได้กล่าวต้อนรับและมีความยินดี ที่ได้รับเกียรติ
จากสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และกรมการพัฒนาชุมชนท่ให้เกียรติมาเย่ยมจังหวัดลำาพูนและจัดพิธ ี
ี
ี
ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOU โครงการ “สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำารงไว้ในแผ่นดิน” ในวันนี้ ผู้
ำ
ี
ว่าราชการจังหวัดลาพูน กล่าวว่า จังหวัดลาพูน เดิมคือ นครหริภุญชัย ท่มีพระนางจามเทวี เป็นปฐมกษัตริย์ มีประวัต ิ
ำ
ความเป็นมา ทั้งสั่งสมวัฒนธรรม ภูมิปัญญา มายาวนานกว่า 1,300 ปี ถูกถ่ายทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น จนปัจจุบัน งาน
ั
ั
หัตถกรรมผ้าทอของจังหวัดลำาพูนมีเอกลักษณ์อันโดดเด่น และมีช่อเสียงท้งในและต่างประเทศ น่นคือ ผ้าทอยกดอก
ื
ี
ำ
ำ
ำ
จนทาให้จังหวัดลาพูน เป็นศูนย์กลางการทอผ้าไหมยกดอกแหล่งสาคัญของประเทศไทย โดยลวดลายท่เป็นเอกลักษณ์
มีอาทิ ลายดอกพิกุล ลายกลีบลำาดวน ลายใบเทศ ลายเม็ดมะยม ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ เป็นต้น สำาหรับลวดลายโบราณ
ึ
ึ
ด้งเดิมและถือว่ายังเป็นท่นิยมในปัจจุบันคือ ลายดอกพิกุล ซ่งปัจจุบันได้มีการคิดลวดลายให้หลากหลายข้น เช่น พิกุล
ั
ี
เครือ พิกุลมีขอบ พิกุลก้านแย่ง พิกุลเชิงใหญ่ พิกุลถมเกสร พิกุลเล็ก พิกุลใหญ่ พิกุลสมเด็จ พิกุลกลม เป็นต้น ซึ่ง
แต่ละลายจะมีรูปแบบที่แตกต่างกัน ลักษณะเด่นของผ้ายกดอก คือในผืนผ้าจะมีลวดลายในตัว โดยผิวสัมผัสมีความ
ั
ึ
ี
นูนท่แตกต่างกันไปตามลวดลาย ซ่งส่วนใหญ่ลายจะใช้ฝ้ายหรือไหมสีเดียวกันตลอดท้งผืน บางคร้งอาจมีการจกฝ้าย
ั
เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความเด่นของลวดลาย จึงนับได้ว่าถ้าหากประชาชนโดยทั่วไป หันมานิยมใส่ผ้าไทย จะเป็นโอกาสใน
การสร้างรายได้ สร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้แก่กลุ่มอาชีพทอผ้าชาวลำาพูนได้เป็นอย่างมาก
สุดท้ายนางอาภัสรา ธงพิทักษ์ หัวหน้ากล่มงานยุทธศาตร์การพัฒนาชุมชน รักษาราชการแทนพัฒนาการจังหวัด
ุ
ลำาพูน ได้กล่าวว่า ในการร่วมมือกัน ด้วย โครงการ “สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำารงไว้ในแผ่นดิน” จะช่วยกัน
ื
ั
ี
สนับสนุน รณรงค์ให้ประชาชนท่วไป เจ้าหน้าท่ ข้าราชการ และพนักงานบริษัท ได้สวมใส่ผ้าไทยในทุก ๆ วัน เพ่อสร้าง
งาน สร้างอาชีพทอผ้าแก่สตรีทั่วทุกภูมิภาค โดยเฉพาะกลุ่มสตรีของจังหวัดลำาพูน ที่ซึ่งได้รับถ่ายทอดภูมิปัญญาการ
์
ู
ทอผ้ามาจากบรรพบุรุษอย่แล้ว โดยกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกบสภาสตรีแหงชาตฯ มการเดินหน้ารณรงคโครงการ
ิ
่
ั
ี
นี้ ขยายผลไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ ดังนั้น ถ้าทุกคนได้ร่วมมือร่วมใจกันใส่ผ้าไทย แต่ละคนจะได้ซื้อผ้าไทย ส่งผล
ให้กลุ่มทอผ้าได้มีรายได้ จากการทอผ้า ทำาให้ครอบครัวอบอุ่น สร้างชุมชนเข้มแข็ง และพึ่งตนเองได้ อย่างยั่งยืน
7
5 มกราคม 2563
อธิบดี พช. นำาทีมเอามื้อเนรมิตปรับพื้นที่ตาม “โคก หนอง นา โมเดล”
7 มกราคม 2563
10
7 มกราคม 2563
วันนี้ (7 ม.ค. 63) นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นำาทีมเจ้าหน้าที่กรมการพัฒนาชุมชน
ผู้นำากลุ่มองค์กร จิตอาสา เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติสวนล้อมศรีรินทร์ จำานวนกว่า 100 คน ร่วมทำากิจกรรมเอา
มื้อและเรียนรู้กิจกรรมการทำาไร่นาสวนผสมเนรมิตพื้นที่กว่า 3 ไร่ ตามศาสตร์พระราชา โคก หนอง นา โม เดล ณ
บ้านห้วยกรด อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท
ซึ่งกิจกรรมเอามื้อในวันนี้ ได้รับการถ่ายทอดความรู้จาก อ.บุญล้อม เต้าแก้ว เกษตรกรและปราชญ์ชาวบ้าน ผู้
ได้รับมอบหมายจากมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ที่เชี่ยวชาญเรื่องการออกแบบพื้นที่ทำาการเกษตร การจัดการน้ำา การ
ทำาน้ำาหมักสมุนไพรไล่แมลง มาถ่ายทอดความรู้พร้อมสอนวิธีการ ปลูกผัก ห่มดิน ใส่ปุ๋ยแบบแห้งชาม น้ำาชาม ตลอด
จนการดูแลรักษาพื้นที่ให้คงความชุ่มชื้นได้นาน โดยวิธีนี้เป็นการระเบิดดินที่แห้งแข็ง ให้มีความชุ่มชื้น (ฟางห่มคลุม
ุ
ั
ุ
ำ
้
ำ
ำ
ี
้
ี
ื
ิ
ื
ดินเพ่อลดการระเหยของนาในดิน ป๋ยคอกท่ใส่เพ่อเพ่มอินทรียวัตถุ นาหมักทาหน้าท่ย่อยสลายท้งป๋ยและฟาง ให ้
กลายเป็นอินทรียวัตถุได้เร็วขึ้น) ซึ่งดินจะปล่อยธาตุอาหารให้พืช โดยกระบวนการย่อยสลายของจุลินทรีย์ เรียกว่า
“เลี้ยงดิน ให้ดินเลี้ยงพืช”
ั
ื
ี
ู
็
ิ
ู
้
ั
์
ี
่
่
ั
ี
่
ั
ื
้
ึ
้
โดยพนทดงกลาวจดทาขนเพอเปนศนยเรยนรการเกษตรตามหลกปรชญาของเศรษฐกจพอเพยงตามศาสตร ์
ำ
พระราชา ที่ไม่ทำาลายธรรมชาติ ไม่ทำาลายดิน ไม่ใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อดิน และให้ความสำาคัญกับการปรับปรุง
ดิน เป็นหัวใจสำาคัญที่จะรักษาดินเอาไว้ได้ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกรมการพัฒนาชุมชนที่จะสร้าง “ศูนย์เรียน
ู
ร้ศาสตร์พระราชาน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงส่วิถีชีวิต” ด้วยการยกระดับศูนย์บ่มเพาะอาชีพตาม
ู
ำ
ู
ื
ั
ี
แนวคิดของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพ่อให้เป็นศูนย์เรียนร้อาชีพ แก่ข้าราชการและประชาชนท่วไปในพ้นท่ของ
ื
ื
้
่
ี
ั
่
ื
่
้
ั
ำ
กรมการพฒนาชมชน จานวน 18 แหง ทงยังเพอเปนแหลงเรียนร้ และพฒนาทาพนทของตวเองให้เหมอนอยาง
ั
ุ
ู
ั
ำ
่
่
ื
็
เช่น โคก หนอง นา โมเดล
11
7 มกราคม 2563
พช. รวมพลัง สภาสตรี จับมือเจ้าเมืองมหาสารคาม
รณรงค์สวมใส่ผ้าไทย
11 มกราคม 2563
14
11 มกราคม 2563
เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2563 ที่โรงแรมวสุ จังหวัดมหาสารคาม นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนา
ชุมชน พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมลงนามใน
บันทึกข้อตกลงขับเคลื่อนรณรงค์การใส่ผ้าไทย กับ นายเกียรติศักดิ์ จันทรา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม นาง
วริฐา จันทรา ประธานชมรมแม่บ้านจังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้อง
ถิ่น บริษัท ประชารัฐ จำากัด องค์กรสตรี โดยทุกฝ่ายจะมุ่งมั่นขับเคลื่อนให้พี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดมหาสารคาม
หันมาใส่ผ้าไทยในทุกไว้นะ
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ กล่าวว่า กรมการพัฒนาชุมชนร่วมกับสภาสตรีขับเคลื่อนโครงการ อนุรักษ์ สืบสาน
ศิลป์ผ้าถิ่นไทยดำารงไว้ในแผ่นดิน ทั้งนี้ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระพันปีหลวง ที่ทรงมี
พระปรีชาชาญ พระวิริยะ พระอุตสาหะ ในการรื้อฟื้นผ้าทอไทย ทั้งผ้าไหม ผ้าฝ้าย ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของคนไทย ให้
ำ
ั
ำ
ำ
ำ
เป็นอาชีพเสริมจากการทาไร่ทานาในอดีต จนถึงปัจจุบัน ทาให้ผ้าไทยได้รับความนิยมนามาสวมใส่ ท้งจากคนไทย
และคนต่างชาติผ้าทอไทยเป็นภูมิปัญญาของคนท้องถ่นในแต่ละจังหวัด มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง มีความ
ิ
สวยงาม มีความโดดเด่นของแต่ละกลุ่ม ทำาให้การทอผ้ากลายเป็นอาชีพหลักของกลุ่มสตรีในหลายๆ จังหวัด ทั้งนี้
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พระบรมราชินี ยังได้พระราชทานพระราชดำารัสในงานวันสตรีไทย เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม
2562 ว่าพระองค์จะสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระพันปีหลวง นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นต่อปวงชน
ี
ชาวไทย กรมการพัฒนาชุมชนจึงขอเชิญชวนพ่น้องชาวมหาสารคาม ร่วมกันสืบสาน รักษา ภูมิปัญญาด้านผ้าไทย ด้วย
การสวมใส่ผ้าไทยทุกวัน อันจะช่วยทาให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน สร้างความเข้มแข็งแก่ครอบครัวและชุมชน
ำ
ดร.วันดี กล่าวว่า สมเด็จพระพันปีหลวง ได้พระราชทานให้ทุกวันท่ 1 สิงหาคม เป็นวันสตรีไทย และยังได ้
ี
พระราชทานดอกกล้วยไม้แคทรียา ควีนสิริกิติ์ เป็นดอกไม้ประจำาสตรีไทย
นอกจากนี้ยังได้พระราชทานหน้าที่ของสตรีไทย 4 ประการคือ 1.เป็นแม่บ้านที่ดี 2.เป็นแม่ที่ดีของลูก 3.รักษา
ู
่
ั
้
้
ำ
ี
ึ
้
ี
ั
ึ
ั
้
ั
ั
์
เอกลกษณ วฒนธรรมไทย 4.พฒนาปรบปรงตนเองอยเสมอ ดงนน สภาสตรฯ จงไดจดทาโครงการนขนมาและ
ั
ั
ุ
ั
ื
จับมือกับกรมการพัฒนาชุมชน เพ่อขับเคล่อนให้คนไทยท่วประเทศและท่วโลก หันมาร่วมด้วยช่วยกันใส่ผ้าไทยทุก
ั
ื
วัน หากว่าคนไทย 35 ล้านคนร่วมใจกันใส่ผ้าไทย เพียงซื้อผ้าเพิ่มคนละ 10 เมตรละ 300 บาท จะเกิดเศรษฐกิจ
หมุนเวียนในชุมชนกว่า 1 แสนล้านบาท
นายเกียรติศักด์ กล่าวว่า จังหวัดมหาสารคามมีพ้นท่ทาการเกษตรและประชาชนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร
ิ
ื
ำ
ี
นอกจากน้ ยังสามารถปลูกหม่อนเล้ยงไหม สามารถท่จะพัฒนายกระดับให้เป็นอุตสาหกรรมการผลิตเส้นไหมได้ใน
ี
ี
ี
อนาคต นอกจากนี้ จังหวัดมหาสารคามยังมีการทอผ้าไหม ผ้าฝ้ายมาเป็นเวลาช้านานมีภูมิปัญญาของท้องถิ่นเป็น
เอกลักษณ์เฉพาะของตนเอง จังหวัดมหาสารคามมีความพร้อมที่จะพัฒนาจังหวัดให้เป็นศูนย์กลางแห่งการผลิตไหม
ดิบในอนาคตอันใกล้นี้
15
11 มกราคม 2563
พช. ร่วมกับสภาสตรีฯ ผนึกพลัง กฟภ. ปลุกกระแสนิยม
“ผ้าถิ่นไทย” สร้างภูมิปัญญาไทยให้ยั่งยืน
16 มกราคม 2563
18
16 มกราคม 2563
กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ประกาศ
เจตจำานงร่วมกันรณรงค์ให้พี่น้องคนไทย ร่วมกันสืบสาน รักษา ภูมิปัญญาด้านผ้าไทย ด้วยการสวมใส่ผ้าไทยทุกวัน
หนุนเสริมเศรษฐกิจฐานราก สร้างความเข้มแข็งชุมชนทั่วประเทศ
วันนี้ (16 มกราคม 2563) นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยา
คง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และนายสมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วน
ภูมิภาค ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ “สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำารงไว้ในแผ่นดิน”
โดยมีนายจาตุรงค์ สุขะเสน รองผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นางวิไลวรรณ ไกรโสดา รองอธิบดีกรมการพัฒนา
ู
ำ
ชุมชน นาคณะผ้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน คณะผ้บริหารและเจ้าหน้าท่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมพิธีฯ ณ ห้องโถง
ี
ู
ชั้น 1 อาคาร LED การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำานักงานใหญ่ ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า ด้วยสำานึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุด
มิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงรื้อฟื้นผ้าไทยตั้งแต่ พ.ศ.
้
2513 ท่อาเภอนาหวา จงหวัดนครพนม ทรงใหชาวบานทอผาเพ่อไปตดชดฉลองพระองคและพระราชทานทรพย์สวน
้
ั
้
้
์
ั
่
ื
ั
ุ
ี
ำ
พระองค์เป็นทุนให้ชาวบ้านเริ่มอาชีพทอผ้า ถือเป็นอาชีพเสริมจากการทำาการเกษตรกรรม ด้วยความวิริยะอุตสาหะ
และพระปรีชาชาญของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทำาให้ผ้าไทยทั้งผ้าไหม ผ้าฝ้ายได้กลับคืนสู่สังคมไทย ได้
ี
ำ
รับความนิยมจากคนไทยและคนต่างชาติ และโอกาสน้ กระผมขออันเชิญพระราชดารัสของสมเด็จพระนางเจ้าส ุ
ทิดา พระบรมราชินี ที่พระองค์ได้พระราชทานพระราชดำารัสในงานวันสตรีไทย เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2562 ดังว่า
พระองค์จะสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระพันปีหลวง นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นต่อปวงชนชาวไทย
ดังนั้น เพื่อสืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง กรมฯ จึง
ได้จัดโครงการสืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทยดำารงไว้ในแผ่นดิน โดยการอนุรักษ์ ส่งเสริมและเผยแพร่ผ้าไทยศิลปะ
อันล้ำาค่าของชาติให้ดำารงคงอยู่ปรากฏเป็นความภาคภูมิใจของคนไทย และให้ชาวโลกได้ชื่นชม อีกทั้ง เป็นการเชิดชู
อัตลักษณ์คุณค่าผ้าท้องถิ่นให้คงอยู่คู่แผ่นดิน ตลอดจนเพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ สนอง
ั
ั
ื
้
ตอบนโยบายของรัฐบาลในการลดความเหล่อมลำากระจายรายได้สู่ชุมชน สร้างความม่นคง ม่งค่ง ยั่งยืน ในเศรษฐกิจ
ั
ฐานรากระดับครัวเรือน ชุมชน เพื่อให้ประชาชนหลุดพ้นความยากจน สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ซึ่งอาชีพทอผ้า
เป็นอาชีพที่ทำาได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ประกอบอาชีพได้ที่บ้าน เป็นการลดปัญหาการย้ายถิ่นฐานได้อีกด้วย
19
16 มกราคม 2563
20
16 มกราคม 2563
ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวว่า สมเด็จพระพันปี
หลวง ได้พระราชทานให้ทุกวันที่ 1 สิงหาคม เป็นวันสตรีไทย และได้พระราชทานหน้าที่ของสตรีไทย 4 ประการ
คือ 1) เป็นแม่บ้านที่ดี 2) เป็นแม่ที่ดีของลูก 3) รักษาเอกลักษณ์ วัฒนธรรมไทย และ 4) พัฒนาปรับปรุงตนเองอยู่
เสมอ ซึ่งภารกิจของสภาสตรีแห่งชาติฯ กิจกรรมหลักจะเป็นเรื่องของสตรี มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพอาชีพสืบสาน
โครงการตามพระราชดำาริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อได้ทำา
โครงการอนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทยดำารงไว้ในแผ่นดิน ทำาให้เข้าใจถึงกรรมวิธีการผลิตการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นงาน
ทรงคุณค่าและเป็นงานภูมิปัญญาที่สืบทอดสู่รุ่นหลาน ดังนั้น สภาสตรีฯ จึงได้จัดทำาโครงการนี้ขึ้นมาและจับมือกับ
ั
ั
้
้
ั
่
่
ั
ื
ื
กรมการพฒนาชุมชน เพ่อขบเคลอนให้คนไทยท่วประเทศและท่วโลก ซึงหากคนไทยร่วมใจกนแตงกายดวยผาทอไทย
ั
่
เป็นประจำาทุกวัน เพียง 35 ล้านคน เฉลี่ยคนละ 10 เมตร จะทำาให้เกิดความต้องการผ้าถิ่นไทย 350 ล้านเมตร ก่อ
ให้เกิดการสร้างรายได้แก่ชุมชนคิดเป็นเงินกว่า 100,000 ล้านบาท นำาไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มอาชีพ
สตรีในชุมชนทั่วประเทศ อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาการว่างงาน ปัญหาการย้ายถิ่นฐาน และลดความเหลื่อมล้ำาในสังคม
ได้ จึงขอเชิญชวนให้ทุกท่านได้ร่วมกันคืนคุณให้แผ่นดิน มาร่วมสวมใส่ผ้าไทยกันทุกวัน
นายสมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กล่าวว่าสืบเนื่องจากพระราชปณิธานสมเด็จพระนางเจ้า
สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์ส่งเสริมและเผยแพร่ผ้าไทย ศิลปะอันล้ำาค่า
ของชาติให้ดำารงคงอยู่และให้ชาวโลกได้ชื่นชม ดังนั้น PEA กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทยและสภาสตรี
ำ
แห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ จึงได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ โครงการสืบสานอนุรักษ์ศิลป์ผ้าถ่นไทยดา
ิ
รงไว้ในแผ่นดินร่วมกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูอัตลักษณ์คุณค่าผ้าท้องถิ่น ยังส่งเสริมการสร้างงานสร้างอาชีพ
และเสริมสร้างรายได้ให้กับกลุ่มสตรีในท้องถิ่น ทั้งนี้ ในส่วนของ PEA จะได้รณรงค์ให้เจ้าหน้าที่ที่มีอยู่ทั่วประเทศได้
้
ำ
ั
ำ
ี
้
ำ
ั
็
ู
ำ
เปนผ้นาในการร่วมกันสวมใส่ผ้าไทย ก็จะทาใหความร่วมมือคร้งน้ประสบผลสาเร็จตามวตถุประสงค์ และนาพาใหคน
ไทยเห็นความสำาคัญของผ้าไทย เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชน
“โดยความร่วมมือครั้งนี้ กรมการพัฒนาชุมชน ขอขอบคุณในความกรุณาจากท่านผู้ว่าการ PEA ซึ่งท่านได้ให้
ความสำาคัญและพร้อมที่จะขับเคลื่อนรณรงค์การแต่งกายด้วยผ้าไทย สอดรับกับนโยบายการดำาเนินงานของ PEA
ที่เป็นผู้นำาสิ่งที่ดีสู่ประชาชน อันจะได้นำาไปสู่การร่วมกันรณรงค์ให้คนไทยช่วยกัน “ใช้ของไทย กินของไทย แต่งกาย
ด้วยผ้าไทย” อย่าให้ความเป็นไทยห่างหายอย่างเช่นในอดีตที่ผ่านมาด้วย 5 ย ผมยาว เสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้า
แตะยาง และสะพายย่าม และท้ายนี้ กรมการพัฒนาชุมชน จึงขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดำารง
ไว้ซ่งวัฒนธรรมการแต่งกายอันงดงามความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาของคนไทย โดยการร่วมกันสวมใส่ผ้าถ่นไทยเป็น
ิ
ึ
ประจาทุกวัน เพ่อกระจายรายได้ส่ชุมชนอย่างย่งยืน หากท่านใดสนใจส่งซ้อผ้าถ่นไทยสามารถติดต่อสอบถามราย
ั
ำ
ู
ื
ิ
ื
ั
ละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กรมการพัฒนาชุมชน เบอร์โทรศัพท์ 0 2141 2661 หรือติดต่อสอบถามได้ที่สำานักงานพัฒนา
ชุมชนจังหวัดและสำานักงานพัฒนาชุมชนอำาเภอทั่วประเทศ”
21
16 มกราคม 2563
พช. รวมพลัง สภาสตรีฯ ร่วมมือกับชาวกรุงเก่ารณรงค์สวมใส่ผ้าไทย
ต่อยอดผ้าถิ่นไทยให้ยั่งยืน
16 มกราคม 2563
24
16 มกราคม 2563
เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2563 ที่โรงแรมอยุธยาริเวอร์วิว จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนพร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภา
สตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ และประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงขับ
เคลื่อนรณรงค์การใส่ผ้าไทย กับ นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางนวลจันทร์ แย้มศรี
นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บริษัท
ประชารัฐ จำากัด องค์กรสตรี โดยความร่วมมือครั้งนี้ทุกภาคส่วนจะมุ่งมั่นขับเคลื่อนให้พี่น้องประชาชน ชาวจังหวัด
พระนครศรีอยุธยา หันมาใส่ผ้าไทยในทุกวัน
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า “การอนุรักษ์ผ้าไทยเป็นวงจรชีวิตของเศรษฐกิจ
ำ
ถ้ามีความต้องการผ้าไทยมากทาให้มีการผลิตมากเช่นกัน เป็นกลไกของเศรษฐกิจท่มี Demand Supply ส่งผลให้เกิด
ี
ความพอใจของคนทอผ้า ผลิตผ้าไทย ลูกหลานก็จะมาสืบทอดกันมากขึ้น
ั
ดังน้นส่งสาคัญท่เราช่วยกันในวันน้ คือการรักษาภูมิปัญญา เพ่อให้เศรษฐกิจฐานรากของประเทศมีความ
ี
ื
ี
ิ
ำ
รุ่งเรือง”ไทยทำา ไทยใช้ ไทยเจริญ ผมเชื่อมั่นว่า ด้วย DNA ของคนอยุธยา คือ ความจงรักภักดีเพราะผ้าไทย สมเด็จ
ิ
ิ
์
ื
ื
ั
พระนางเจ้าสิรกิต พระบรมราชนีนาถ พระบรมราชชนนีพนปีหลวง ได้ผลิกฟ้นคนชพมา พระบาทสมเดจพระวชิร
็
ี
ิ
เกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ได้มีพระราชปณิธานที่จะรักษา
และต่อยอดให้ดำารงอยู่”
ทั้งนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ได้อันเชิญกระแสพระราชดำารัสของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลัก
ษณ พระบรมราชินี ใจความว่า “ข้าพเจ้ามีความตั้งมั่นที่จะสนองพระเดชพระคุณพระมหากรุณาธิคุณในการสืบสาน
รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
เหมือนดั่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตั้งพระราชปณิธานที่จะสืบสานรักษา ต่อยอด และแผ่ขยายพระบารมี
แห่งสมเด็จพระบรมชนกนาถและสมเด็จพระบรมราชินี”
จากพระราชดำารัสดังกล่าว จะเป็นแรงบันดาลใจให้ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หรือจังหวัดอื่นๆ ทั้งประเทศ
ได้ช่วยกันส่งเสริมสนับสนุนผ้าไทย ช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้ เศรษฐกิจฐานรากก็จะมีความเจริญรุ่งเรืองตามมา
และขอให้ผ้าไทย เจริญร่งเรืองเหมือนเศรษฐกิจของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน
ุ
กล่าวทิ้งท้าย
25
16 มกราคม 2563
26
16 มกราคม 2563
ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ได้กล่าวย้ำาถึงหน้าที่สตรีไทย
มี 4 ข้อ คือ 1. เป็นแม่บ้านที่ดี ดูแลสามีและครอบครัว 2. แม่ที่ดีของลูก ให้การอบรมสั่งสอน 3. รักษาเอกลักษณ์
วัฒนธรรมไทย และ 4. พัฒนาตนเองให้ทันสมัยอยู่เสมอ จากข้อ 3 เมื่อปีที่ผ่านมาได้ทำาโครงการ ตามรอยผ้าไทย
ู
ลมหายใจแม่ของแผ่นดิน ผ้าเป็นชีวิตและลมหายใจของผ้หญิง รายได้ทุกบาททุกสตางค์ ได้มาจากการขายผ้าทอด้วย
มือ มืออีกข้างเลี้ยงลูก ทำาให้ชีวิตคนชนบทดีขึ้น ชีวิตของผู้หญิงเกิดมาอีกไม่รู้กี่ชาติจะทดแทนพระมหากรุณาธิคุณ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
โครงการสืบสานอนุรักษ์ศิลป์ ผ้าถิ่นไทย ดำารงไว้ในแผ่นดิน เป็นการรักษาเอกลักษณ์ของความเป็นไทยความมี
ึ
ื
อารยธรรมสูงจะบ่งบอกด้วยผ้า เงินเกิดการหมุนเวียน ถ้าสามารถเชิญชวนคนไทยคร่งประเทศซ้อผ้าไทยเศรษฐกิจก ็
จะหมุนเวียนสู่ชุมชน “ถ้าไทยไม่ช่วยไทย ใครจะช่วยไทย” โดยในงาน OTOP CITY ที่ผ่านมายอดจำาหน่ายประมาณ
1,500 ล้านบาท 1 ใน 5 มาจากผ้า ผ้าคือหนึ่งในความมั่นคง การรณรงค์ควรเริ่มที่เราก่อน
ี
ู
ด้าน นายภานุ แย้มศรี ผ้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้กล่าวเก่ยวกับ การส่งเสริมการแต่งกาย
ด้วยผ้าไทย ของหวัดพระนครศรีอยุธยา ภายใต้โครงการ “สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำารงไว้ในแผ่นดิน” ว่า
เป็นการทำาให้ความเป็นไทยนิยมควบคู่ไปอย่างองอาจกับสากลนิยม ไทยนิยม คือ ส่งเสริมผ้าไทย ช่วยกันสวมใส่ผ้า
ไทยอย่างภาคภูมิใจไม่เขินอายในผ้าไทย ทุกคนช่วยกันใช้ผ้าไทย ให้มากอย่าอาย พวกเราทุกคนร่วมมือกันจะแพร ่
ึ
ำ
ี
หลาย จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเองเราก็ได้นาเอาเสน่ห์ผ้าไทยมาเป็นส่วนหน่งในการสนับส่งเสริมการท่องเท่ยวของ
ุ
ี
ื
จังหวัด เพ่อดึงดูดนักท่องเท่ยวให้มาเย่ยมชม ทาให้การท่องเท่ยงของอยุธยา มีความคึกคักและช่วยกระต้นเศรษฐกิจ
ี
ำ
ี
ฐานรากได้เป็นอย่างดี
27
16 มกราคม 2563
พช ผนึก สภาสตรี เดินสายขึ้นแม่ฮ่องสอน เมืองสามหมอก
รณรงค์ใส่ผ้าไทยชนเผ่า สร้างเศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง
17 มกราคม 2563
30
17 มกราคม 2563
เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2563 ณ ศูนย์ศิลปาชีพ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เวลา 17.00 น
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรี
แห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ พร้อมด้วย นางรชตภร โตดิลกเวชช์ ประธานกรรมการบริหาร สภาสตรีฯ คณะ
กรรมการสภาสตรี ร่วมพิธีลงานมบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการประสานความร่วมมือ ตามโครงการ “สืบสาน อนุรักษ์
ั
้
้
ิ
่
ิ
์
ั
ู
่
้
์
ำ
ิ
ั
่
ู
ิ
่
้
ั
ิ
ั
้
ศลปผาถนไทย ดารงไวในแผนดน”กบนายสวพงศ กตตภทรพบลย ผวาราชการจงหวดแมฮองสอน พรอมดวยหวหนา
์
ุ
ิ
้
่
ส่วนราชการ เพื่อรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนชาวแม่ฮ่องสอน ร่วมกันสวมใส่ผ้าไทยชนเช่า ประกอบด้วย ผ้าไทยใหญ่
ผ้าไทยกะเหรี่ยง/ปาปะเกอยอ ผ้าไทยลีซู นิยมใช้สีสันผ้าสดใส ผ้าไทยมูเซอหรือลาหุแดง ผ้าไทยมูเซอดำาหรือลาหุดำา
ึ
ำ
ผ้าไทยม้ง ศ่งได้รับการยกย่องว่ามีฝีมือในการปัก และมีทักษะในการทากระโปรงจีบ ผ้าไทยละเว้อ มีการแต่งกายด้วย
้
ื
เคร่องประดับ ผ้าไทยกระเหร่ยงโป นิยมการปักด้วยลูกเดีอย ซ่งผ้าไทยชนเผ่า ด้วยลักษณะภูมิประเทศของแม่ฮ่องสอน
ึ
ื
ี
ส่วนใหญ่เป็นภูเขา มีพี่น้องชนเผ่าชาติพันธุ์ หลากหลายอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขมาเป็นเวลาช้านาน
มีการสืบสานศิลปวัฒนธรรมผ่านผ้าไทยชนเผ่า ที่มีความงดงามและเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละชนเผ่า
้
็
ุ
ิ
่
์
ิ
ี
ิ
ั
นายสทธิพงษ กลาวว่า ดวยพระมหากรณาธคุณของสมเดจพระนางเจาสิรกต์ พระบรมราชชนนี พระพนปหลวง
ิ
ุ
้
ทรงได้ส่งเสริมและพัฒนาให้การทอผ้าไทยทั้งผ้าไหม ผ้าฝ้าย ให้เป็นอาชีพเสริมแก่สตรีในยามว่างเว้นจากการทำานา
ุ
ู
ุ
ื
ุ
่
ิ
ำ
้
ั
ั
ั
ุ
่
้
์
ั
ุ
ั
็
จนเปนทประจกษในปจจบนวาผาไทยไดกลบคนสสงคมไทย ไดรบความนยมนามาสวมใสทงสภาพบรษและสภาพ
ี
่
ั
่
ั
้
้
สตรี เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพแก่พี่น้องสตรีทั่วประเทศ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา
พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี พระราชทานพระราชดำารัสองค์แรก เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2562 ในงานวันสตรี
ื
้
ี
ั
ิ
่
ี
้
่
ี
ั
ไทย ทหองรอยลจบล เมองทองธาน ขออญเชญพระราชดารสบางตอนดงน้คอ “ขาพเจามความตงมนทจะสนอง
ั
ั
ี
่
้
ำ
่
ื
ั
ู
ี
ิ
้
ี
ั
ิ
พระเดชพระคุณพระมหากรุณาธิคุณในการรักษาสืบสานและต่อยอดพระราชปณิธานแห่งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์
พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เหมือนดั่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตั้งพระราชปณิธานที่
จะสบสานรกษาและตอยอดและแผขยายพระบารมแหงสมเดจพระบรมชนกนาถและสมเดจพระบรมราชชนน” ดง
็
่
ั
ี
ั
่
ื
่
็
ี
น้นการรณรงค์คนไทยให้สวมใส่_ผ้าไทยทุกวันนอกจากจะเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานรากในระดับครัวเรือนให้เข้มแข็ง
ั
แล้ว พวกเรายังได้ร่วมกันสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยของเราให้ยั่งยืนสืบไป
้
ำ
ำ
ดร.วันดี กล่าวว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมืองสามหมอกมีความงดงามทางธรรมชาติ ด้วยมีป่าไม้ แหล่งนา ลาธาร
พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ มีเอกลักษณ์ วัฒนธรรมของแต่ละกลุ่มที่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องการแต่ง
กาย ด้วยผ้าไทยชนเผ่า ดังนั้นหากพี่น้องประชาชนทั้งจังหวัดร่วมใจกันใส่ผ้าไทยจะทำาให้จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีความ
สวยงามทั้งธรรมชาติและความสวยงามของวัฒนธรรม อันจะหาที่ไหนเทียบมิได้
นายสุวพงศ์ กล่าวว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีความงดงามทางธรรมชาติ มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย ขอต้อนรับ
ี
ิ
ำ
ท่านอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนและท่านประธานสภาสตรีฯ ท่นาโครงการสืบสานอนุรักษ์ศิลป์ผ้าถ่นไทย ดารงไว ้
ำ
ี
ื
ั
ในแผ่นดิน และพ่น้องชาวแม่ฮ่องสอนจะร่วมกันใส่ผ้าไทยเพ่อสืบสานภูมิปัญญาชนเผ่าให้ย่งยืนสืบต่อยังลูกหลาน
ไทยตราบนานเท่านาน
31
17 มกราคม 2563
พช. ชวนเอามื้อสามัคคี โคก หนอง นา โมเดล เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้
เพิ่มเครือข่ายและสร้างความรักความสามัคคี
18 มกราคม 2563
34
18 มกราคม 2563
ี
ิ
ุ
ั
ุ
นายสทธพงษ จลเจรญ อธิบดกรมการพฒนาชมชน (พช.) เชญชวนรวมแรงรวมใจไปเอามอสามคค เพอ
ิ
ุ
์
ี
ั
ื
่
ื
่
ิ
้
่
ศึกษาเรียนรู้การนำาแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรง
พระราชทาน มาประยุกต์ใช้เพื่อบริหารจัดการดิน ป่า น้ำาและคน ในรูปแบบ ” โคก หนอง นา โมเดล “ตลอดเดือน
กุมภาพันธ์ 2563 ซึ่งจะได้ทั้งความรู้ เครือข่าย และความรักสามัคคี
อธิบดี พช. กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรง
พระราชทานเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ โดย ดร.วิวัฒน์
ศัลยกำาธร ได้นำามาใช้บริหารจัดการที่ดินและเรียกอย่างง่ายว่า “โคก หนอง นา โมเดล” อันเป็นแนวทางของการ
ที่จะช่วยทำาให้มนุษย์สามารถดำารงชีวิตอยู่ได้อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ขจัดปัญหาสิ่งแวดล้อมต่างๆที่เป็นวิกฤต
้
ั
ิ
ำ
ำ
ของโลกให้หมดส้นไป ท้งภัยแล้ง นาท่วม อาหารไม่ปลอดภัยด้วยสารเคมี ยาฆ่าแมลง ฝ่นละออง ป่าไม้ลดลงจนทาให ้
ุ
ธรรมชาติขาดสมดุลย์ กรมการพัฒนาชุมชน จึงได้ร่วมมือกับมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้า
ื
เจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง และ Earth Save ร่วมขับเคล่อนให้แนวทางตามแนวพระราชดาริของพระบาทสมเด็จ
ำ
พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ร.9) บังเกิดผลเป็นรูปธรรมไปยังทุกตำาบลทุก
หมู่บ้าน ด้วยการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และเพิ่มทักษะให้กับบุคลากรกรมการพัฒนาชุมชน นำาแนวทางและวิธี
การบริหารจัดการพื้นที่ด้วยรูปแบบ “โคก หนอง นา โมเดล” มาปรับใช้
ื
ี
ั
นอกจากน้น ยังได้ปรับปรุงและพัฒนาพ้นท่ของศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน วิทยาลัยการพัฒนาชุมชน และ
ศูนย์พัฒนาอาชีพ 18 แห่ง ทั่วประเทศ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิต และสร้างครัวเรือนตัวอย่างที่มีการนำาเอา “โคก
หนอง นา โมเดล” มาบริหารจัดการพื้นที่อย่างน้อยหมู่บ้านละ 1 ครอบครัว ซึ่งการดำาเนินงานจะยึดหลักการมีส่วน
ร่วม และการช่วยเหลือซ่งกันและกันของพ่น้องประชาชน ให้ประชาชนสามารถเรียนร้และนาไปปรับประยุกต์ใช้ตาม
ู
ำ
ี
ึ
ภูมิสังคม และภูมินิเวศน์ของแต่พื้นที่ เพื่อให้เกิดการ “พอกิน พออยู่ พอใช้ พอร่มเย็น” เป็นขั้นพื้นฐาน
สำาหรับปฏิทินการขับเคลื่อน เอามื้อสามัคคี “โคก หนอง นา” ทั่วไทย ในเดือนกุมภาพันธ์ มีดังนี้
1. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 นายสมบูรณ์ เรือศรีจันทร์ บ้านเลขที่ 11/3 หมู่ 9 ต. ทองเอน อ. อินทร์บุรี จ.
สิงห์บุรี 09-4693-3944
2. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 วัดมิ่งเมือง เมืองน่าน จ. น่าน. 08-3611-6110
3. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563 น.ส.นิตยา สอนหัด. บ้านเลขที่ 65 ม. 11 ต. นาแขม อ. กบินทร์บุรี จ. ปราจีนบุรี.
09-2751-3845
4. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติวังก์พง ต. วังก์พง อ. ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ 08-
4432-0888
5. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 ร.ต.ท.วิรัช จ้อยนิล บ้านเลขที่ 59 ม. 2 ต. หนองบัว อ.วัดสิงห์ จ. ชัยนาท 09-
5623-6556
6. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 นายอักขราพัชร ลายตลับ บ้านเลขที่ 23/1 ม. 4 ต.ศรีพราน อ. แสวงหา จ.อ่างทอง
09-9556-6639
35
18 มกราคม 2563
36
18 มกราคม 2563
7. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 นายพิสัย กาละจักร์ บ้านเลขที่ 119 ม.5 ต. กุดชุม อ. กุดชุม จ. ยโสธร 09-
3328-4578
8. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 นายบัญญัติ พลสวัสดิ์ บ้านเลขที่ 499 ม. 15 ต. ไร่น้อย อ.เมืองอุบลราชรา
จ.อุบลรราชธานี 08-6877-9985
9. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 น.ส.ปาณิภา อ่อนฉ่ำาธนัส บ้านเลขที่ 28/1 ม. ๅต. บางใหญ่ อ. บางใหญ่ จ.นนทบุรี
08-2293-5263
10. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 นายนกแก้ว สุขเกษม บ้านเลขที่ 26/1 ม.7 ต. ตลาดน้อย อ. บ้านหมอ จ.
สระบุรี 09-9102-5357
11. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 นายณรงค์เดช บุญวงค์ บ้านเลขที่ 6 ม. 8 ต. แม่ใจ อ. แม่ใจ จ. พะเยา 06-
5109-0657
12. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 รต.บรรจงศักดิ์ วิเชียรชู บ้านเลขที่ 298 ม. 4 ต. ดอนดา อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี
08-9835-2262
13. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 นายสุทนทร แววมะบุตร บ้านเลขที่ 55 ม. 3 ต. บ้านแพรก อ. บ้านแพรก
จ.พระนครศรีอยุธยา 08-1650-4386
14. วันที่ 22 – 23 กุมภาพันธ์ 2563 วัลภาฟาร์ม อ.เมืองลพบุรี จ. ลพบุรี 08-3677-3053
และ 15. วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 นางประทุมพร กุลาหลัก บ้านเลขที่ 176 ม. 1 ต. แม่สาคร อ. เวียงสา
จ. น่าน 09-6510-3587
ื
นอกจากเรียนร้โคกหนองนาโดยการเอาม้อตามจุดท่กาหนดแล้ว ยังสามารถไปร่วมเรียนร้ได้ท่ศูนย์ศึกษาและ
ู
ู
ี
ี
ำ
พัฒนาชุมชนทั้ง 11 แห่งทั่วประเทศ โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 0-2141-6254
กรมการพัฒนาชุมชน ได้แก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมาย
ให้ทุกครัวเรือนปฏิบัติให้ได้อย่างน้อย 3 เรื่อง เรื่องแรก คือ ให้ทุกครัวเรือนได้มีความมั่นคงทางอาหาร ด้วยการส่ง
เสริมการปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ และแปรรูปผลผลิต เพื่อให้ได้อาหารที่สะอาด ปลอดภัย เพียงพอต่อความต้องการ ได้มี
คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ เรื่องที่สอง การสร้างสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน ด้วยการจัดการ
ู
ิ
ุ
ู
ขยะมูลฝอยอย่างถูกวิธี มีการจัดสุขลักษณะภายในบ้าน และร้จักห่วงใยส่งแวดล้อมด้วยการร้จักใช้ทรัพยากรให้ค้มค่า
และเรื่องสุดท้าย คือ การสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม ด้วยการทำาครอบครัวให้อบอุ่น ปฏิบัติศาสนกิจ และทำากิจกรรม
สาธารณประโยชน์ ซึ่งจะก่อให้เกิดความสามัคคีปรองดองกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน สามารถเป็นพลังของ
ชุมชนที่เข้มแข็งได้ สามเรื่องนี้ จะทำาให้ครัวเรือนมีความมั่นคง พออยู่ พอกิน พอใช้ และพอร่มเย็น พร้อมรับมือกับ
ปัญหาด้านต่าง ๆได้ และที่สำาคัญคือ มีการปรับทัศนคติให้ประชาชน ได้เห็นถึงความสำาคัญของการศึกษา การได้รับ
การเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อนำาความรู้ และคุณธรรม มาเป็นพื้นฐานในการดำารงชีวิตนั่นเอง อธิบดี พช. กล่าวทิ้งท้าย
37
18 มกราคม 2563
้
พช.ร่วมขับเคลื่อน โคก หนอง นา ป่าลำาใย ลุ่มนำาน่าน
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
4 กุมภาพันธ์ 2563
42
4 กุมภาพันธ์ 2563
เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 9:00 น. ณ เสาหลักเมือง วัดมิ่งเมือง ต.ในเมือง จังหวัดน่าน นายสุทธิ
พงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานในพิธีบวงสรวงเสาหลักเมือง วัดมิ่งเมือง จังหวัดน่าน จาก
นั้น ร่วมบันทึกข้อตกลงความรวมมือส่งเสริมเกษตรอินทรีย์พอเพียงโครงการ “โคก หนอง นา ป่าลำาไย ลุ่มน้ำาน่าน”
กับ 16 หน่วยงาน ได้แก่ สำานักงานจังหวัดน่าน, กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย, ธนาคารเพื่อการเกษตร
และสหกรณ์การเกษตร, คณะเภสัชศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยี
พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช
มงคลล้านนา น่าน, กองทุนภูมิไทยพัฒนา, มูลนิธิรักษ์ดินรักษ์น้ำา (Eart safe Foundation), บริษัท เอามื้อสามัคคี
วิสาหกิจเพื่อสังคม จำากัด, บริษัทไทธนบุรีคอร์ปอเรชั่น จำากัด, บริษัท เอิร์ธแคร์ อินโนซิส จำากัด, บริษัทพีซี อินโนวา
จำากัด, ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติชุมชนต้นน้ำาน่าน, สมาคมศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ
บริษัทเขาใหญ่พาโนราม่า ฟาร์ม จำากัด
่
ื
่
ึ
ำ
ั
ั
ี
้
ั
ำ
้
ึ
ื
้
ั
ี
้
ื
็
้
่
การบนทกข้อตกลงความรวมมอในครงนจดทาขนเพอพฒนาการทาเกษตรภายในพนท่จังหวัดนานใหเปนการ
ำ
ทาเกษตรอินทรีย์ตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดารัสพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบ
ำ
ี
ศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลท่ 9 โดยเร่มต้นท่การเพาะปลูกลาไยซ่งเป็นผลผลิตทางการ
ึ
ำ
ี
ิ
ู
ื
ื
ำ
ำ
ี
เกษตรท่สาคัญของจังหวัดน่านให้เป็นผลผลิตลาไยอินทรีย์พร้อมด้วยการสนับสนุนตลาดผ้รับซ้อผลผลิตเพ่อให้ผลผลิต
ลำาไยอินทรีย์ได้มาตรฐานและสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้โครงการ โคก หนอง นา ป่าลำาไย ลุ่มน้ำาน่าน
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า เชื่อมั่นในแนวพระราชดำาริของพระบาทสมเด็จ
ี
ู
ำ
ี
ึ
พระเจ้าอย่หัวรัชกาลท่ 9 ท่ทรงพระราชทานให้กับพ่น้องคนไทยและทรงทาให้เป็นตัวอย่างว่าเราต้องพ่งพาตนเอง
ี
ให้ได้ก่อนๆ ที่จะก้าวไปสู่ความมั่งคั่ง และร่ำารวย ซึ่งศาสตร์ของพระราชาตามทฤษฎีใหม่ในรูปแบบโคก หนอง นา
โมเดล ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นสิ่งที่คนไทยให้การยอมรับในวงกว้างเป็นสิ่งที่มาถูกทางแล้ว ใน
่
สวนของกรมการพฒนาชมชนกพยายามขบเคลอนตามแนวของศาสตรพระราชา ดวยการขอใหทกภาคสวนชวยการ
่
่
้
ุ
็
ุ
ั
่
ื
ั
์
้
ั
ั
ึ
ำ
ื
ี
ึ
ขับเคล่อนให้ทุกครัวเรือนมีพืชผักสวนครัวร้วกินได้ ซ่งการท่ทุกครอบครัวพ่งพาตัวเองได้สาคัญท่สุดก็คือว่าม่นใจได้ว่า
ี
พืชผักต่าง ๆ ที่รับประทานในชีวิตประจำาวันจะปลอดภัย
43
4 กุมภาพันธ์ 2563
44
4 กุมภาพันธ์ 2563
ี
ส่วนในเร่องของอาชีพเราพยายามจะทาให้ทุกหม่บ้านให้พ่น้องประชาชนสมัครใจในการประกอบอาชีพตามรูป
ำ
ู
ื
แบบ โคกหนอง นา โมเดล การจัดงานครั้งนี้ทำาให้เชื่อมั่นว่าการทำาเกษตรอินทรีย์จะเป็นเรื่องที่ทำาได้แล้วก็สามารถ
ทาให้ทุกคนได้ท้งบุญ คือ ให้ทุกคนปลอดภัย แล้วก็ทาให้โลกของเรามีส่งแวดล้อมท่ดี ซ่งเราต่อต้านเร่องการเผา
ี
ึ
ิ
ำ
ำ
ั
ื
เช่น การเผาป่า เผาตอซัง และงานในวันนี้ โคก หนอง นา ป่าลำาไย เป็นสิ่งที่เพิ่มพูนความเชื่อมั่นทางวิชาการจากรั้ว
มหาวิทยาลัยกับผู้ประกอบธุรกิจอย่างบริษัท ไทธนบุรี คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นผู้มีอุดมการณ์ในการทำาธุรกิจเพื่อสังคม
ั
ึ
ำ
่
ไม่ใช่ธุรกิจเพ่อความม่งค่งรารวยของตัวเองอย่างเดียว บวกกับเขาใหญ่พาโนรามา ซ่งก็ทาธุรกิจเพ่อสังคมอย่แล้ว
ู
ื
ำ
ั
ื
สามารถทำาให้เกษตรกรมีความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืนได้ ควบคู่กับการช่วยทำาบุญให้กับลูกหลานในรุ่นต่อ ๆ ไป
้
ั
็
ี
ิ
ี
่
ึ
่
ั
่
้
่
ิ
่
่
่
ี
้
ี
่
ี
้
ี
้
ใหมโลกทสวยงามไดอยอาศยเพราะฉะนนผมเองกยนดและเต็มใจอยางยงทไดมโอกาสเป็นสวนหนงทจะไดรวมกน
ู
่
ั
ขับเคลื่อนอย่างเต็มกำาลัง มั่นใจว่างานงานนี้จะทำาให้เกิดกระแสตื่นตัวเพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น ขอให้ทุกท่านที่มีส่วนร่วมได้
รับสิ่งที่ดีงาม ประสบความสำาเร็จมีกำาไรกลับคืนสู่พี่น้องเกษตรกรเพื่อทำาเกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืนมากทวีคูณทุกปี
ี
อธิบดีฯ ยังกล่าวเพ่มเติมว่า ลำาไยหรือสารสกัดจากเห็ดหลินจือเป็นผลิตภัณฑ์ท่มีความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นใน
ิ
ลักษณะประชารัฐโดยแท้ที่มีทั้งภาควิชาการ ภาคประชาชน ภาคนักธุรกิจ และภาคราชการ ช่วยกันขับเคลื่อน โดย
มีจุดมุ่งหมายที่สำาคัญก็คือทำาให้เกิดอาหารที่ปลอดภัยเป็นเกษตรอินทรีย์ ใช้ชีวิตแบบไม่เบียดเบียนโลก ไม่ใช้สารเคมี
ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงและมีการนำางานวิจัยมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ยา และสิ่งที่
เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย วันนี้เป็นปรากฏการณ์ที่มหัศจรรย์ยิ่งของประเทศ ก็คือ 1 นักธุรกิจดำาเนินธุรกิจโดยคำานึง
ถึงสังคม คือ มีการพัฒนาภาคีเครือข่ายเกษตรกรให้ยกระดับเป็นเกษตรอินทรีย์เกษตรปลอดภัย และมีการนำาองค์
ความรู้โดยนำาศาสตร์พระราชาของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มาใช้ในชีวิตประจำาวัน และมีการนำาเอา Know How
ำ
ี
หรือภูมิปัญญาท่นักวิชาการจากคณะเภสัชศาสตร์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาพัฒนา ทาให้เกิดผลิตภัณฑ์สาร
ิ
้
่
สกัดจากลาไยและเหดหลินจอ สามารถสงขายในตางประเทศได้และทสาคญทสาคญยงกคือ 1. เขาใหราคาพชผล
็
ั
่
ี
ั
ำ
ำ
่
ื
็
่
ื
ำ
่
ี
เกษตรกรรมอย่างลำาไยที่ปลูกผักปลอดสารพิษในราคาที่สูงกว่าท้องตลาด เป็นราคารับประกัน 2.เขาให้เงินจูงใจให้
กับผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ เพิ่มขึ้นอีกกิโลกรัมละ 8 บาท 3. ผลิตภัณฑ์ที่เขาส่งขายแล้วได้กำาไรครึ่งหนึ่งของกำาไร
จะส่งคืนกลับมาในพื้นที่เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เกษตรกรเป็นเกษตรปลอดภัยและเป็นเกษตรอินทรีย์อย่างยั่งยืน ใน
ส่วนของกรมการพัฒนาชุมชนมีพันธะสัญญาร่วมกับมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติและกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า
เจ้าคุณทหารลาดกระบัง รวมทั้ง ภาคีเครือข่ายอื่น ๆ หลายองค์กร ในการที่จะร่วมกันขับเคลื่อนศาสตร์พระราชาใน
รูปแบบโคก หนอง นา โมเดล ไปยังทุกครัวเรือนให้เกิดขึ้นในประเทศ ซึ่งถ้านำาเอาโคก หนอง นา โมเดล มาใช้ในสวน
ผลไม้ก็จะสามารถทำาให้เกิดผลดีเป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งงานนี้จะสามารถทำาให้เกิดการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์
ของประเทศไทยอย่างยั่งยืนต่อไป
45
4 กุมภาพันธ์ 2563
46
4 กุมภาพันธ์ 2563
ด้านนายปรเมศวร์ สิทธิวงศ์ กรรมการผู้จัดการบริษัทเขาใหญ่ พาโนราม่า ฟาร์ม จำากัด เปิดเผยว่าเนื่องด้วย
เกษตรกร ในพื้นที่ปัจจุบันมีการนำาสารเคมีเกษตรเพื่อเพิ่มผลผลิต ทางการเกษตรจนทำาให้เกิดปัญหาการใช้สารเคมี
ำ
็
ิ
่
ิ
้
ิ
ี
ำ
้
ิ
่
ในปรมาณมากเกนความจาเปนและเกดการตกคางสะสมสารเคมในดนนามลภาวะทางอากาศ และหวงโซอาหาร
ี
อีกท้งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเกษตรกรและผ้บริโภคสินค้าเกษตรท่มีสารเคมีตกค้างและสารพิษท่ไม่สามารถ
ี
ู
ั
หลีกเลยงไดสงผลให้คนไทยมโอกาสเสยงเปนมะเรงเพมข้น สงผลทาให้ประชาชนมค่าใชจายในการรกษาพยาบาล
ี
่
็
ี
่
็
ึ
ี
่
ี
่
ั
ำ
่
่
้
ิ
้
เพิ่มขึ้นจากเดิม อีกทั้งยังเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งการ
ำ
ื
ื
้
ขับเคล่อน สืบสานศาสตร์พระราชาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและภูมิปัญญาแผ่นดินจะช่วยแก้ปัญหาเร่องนา
อาหาร และพลังงาน นำาไปสู่เป้าหมายการพัฒนาความยั่งยืนโลก (SEP to SDGs) โดยบริษัทเขาใหญ่ พาโนราม่า
ฟาร์ม จำากัด ผู้จัดจำาหน่ายเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพลำาไยไซรับ ผสมสารสกัดเห็ดหลินจือ มีความประสงค์ที่จะยกระดับ
ิ
ี
ื
้
ำ
ี
ื
คุณภาพชีวิตเกษตรกรลดภาระหน้ภาคการเกษตรฟ้นฟูส่งแวดล้อมและระบบนิเวศ เพ่มพ้นท่เก็บนาลดปัญหาอุทกภัย
ิ
ิ
ี
ุ
่
ิ
โดยมการสนบสนนและสงเสรมใหกลมเกษตรกรมีการปรบเปลยนวิธคดและระบบการผลิตในแนวทางเกษตรทฤษฎ ี
ี
ั
ั
ี
่
้
่
ุ
ใหม่ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยการทำาเกษตรอินทรีย์ เลิกการใช้เคมีเกษตรทุก
ชนิด โดยก้าวแรกได้เริ่มขึ้นจาก “ลำาไยเมืองน่าน” ผ่านการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มลำาไยไซรับ ผสมสารสกัด
เห็ดหลินจือภายใต้ โครงการโคกหนองนาป่าลำาไยลุ่มน้ำาน่านโดยมีเป้าหมายในการดำาเนินงานในพื้นที่ลำาไยแปลงใหญ่
จำานวน 6 แปลง ได้แก่
1.แปลงลำาไยตำาบลพญาแก้ว อำาเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน 2. แปลงลำาไยบ้านตึ๊ด ตำาบลเชียงคาน อำาเภอ
เชียงกลาง จังหวัดน่าน 3 .แปลงลำาไยตำาบลตาลชุมอำาเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน 4 .แปลงลำาไยตำาบลเมืองจัง อำาเภอ
ภูเพียง จังหวัดน่าน 5. แปลงลำาไย ตำาบลขึ่ง อำาเภอเวียงสา จังหวัดน่าน 6.แปลงลำาไยตำาบลอ่ายนาไลย อำาเภอเวียง
สา จังหวัดน่าน…นายปรเมศวร์ กล่าว