47
4 กุมภาพันธ์ 2563
อธิบดี พช. ร่วมงานวันมาฆบูชา หนุนเสริมสร้างหลักการ
“หัวใจพระพุทธศาสนา วัด ประชา รัฐ สร้างสุข”
5 กุมภาพันธ์ 2563
50
5 กุมภาพันธ์ 2563
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมงานวันมาฆบูชา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
ประจำาปี 2563 โดยมี เจ้าประคุณ สมเด็จมหาวีรวงศ์ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เป็นประธาน
ในพิธี รวมถึงมีการเสวนา เรื่อง “หัวใจพระพุทธศาสนา วัด ประชา รัฐ สร้างสุข” โดย พระธรรมรัตนาภรณ์ เจ้า
อาวาสวัดเขียนเขต เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายวิรัช จำาปา
นิล ประธานจิตอาสาอำาเภอพุทธมณฑล และผู้แทนภาคประชาชน
เจ้าประคุณ สมเด็จมหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา
ฝ่ายสาธารณูปการ ของมหาเถรสมาคม ซึ่งเป็นประธานโครงการ วัด ประชา รัฐ สร้างสุข มาตั้งแต่เริ่มต้น กล่าว
สัมโมทนียกถาความว่า
“โครงการ วัด ประชา รัฐ สร้างสุข” แนวคิดเริ่มต้นจากสำานักงานพระพุทธศาสนาได้หารือว่าจะทำาโครงการวัด
สร้างสุข อาตมาจึงทักท้วงว่า ทำาไมจึงมีวัดอย่างเดียว ประชาชนไปไหน รัฐบาลไปไหน เราจะเดินคนเดียวหรือ ไม่
ใช้แล้ว เราต้องไปกันทุกฝ่าย ทั้งวัดซึ่งเป็นพระสงฆ์ และประชาชนซึ่งเป็นพุทธศาสนิกชนโดยส่วนใหญ่ และรัฐบาล
ยกตัวอย่างเช่น องค์การบริหารส่วนตำาบลเหล่านี้ เป็นต้น เมื่อทำาโครงการนี้ขึ้นได้ท่านเจ้าคุณธรรมรัตนาภรณ์ เจ้า
ิ
คณะจังหวัดปทุมธานี ท่ได้มีเทคนิคในการชักชวนดาเนินโครงการเป็นอย่างดีย่ง ทาให้จังหวัดปทุมธานีเป็นแกนนาเป็น
ำ
ำ
ี
ำ
ตัวอย่าง และเป็นจังหวัดที่สามารถไปศึกษาดูงานโครงการนี้ได้ว่า โครงการนี้สำาเร็จโดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่าง
ดี ทั้งภาครัฐ และประชาชน ทางภาครัฐนั้น ได้แรงใจจากท่านอธิบดีฯ สุทธิพงษ์ จุลเจริญ เมื่อคราวท่านอยู่กรมส่ง
เสริมการปกครองท้องถิ่น ท่านได้ลงนามความร่วมมือ (MOU) กับสำานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและคณะสงฆ์
ำ
ี
ี
ำ
ท่พุทธมณฑล ท่านเป็นกาลังสาคัญท่ผลักดันภาครัฐให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทาโครงการน้ให้เจริญและย่งยืน โดย
ี
ั
ำ
มีแนวคิดร่วมกันว่า อย่างน้อยหนึ่งตำาบลมีหนึ่งวัดหรือสองวัดเป็นต้นแบบให้ได้ ซึ่งปัจจุบันทำาได้แล้วกว่า 1000 แห่ง
โครงการฯ นี้ ต้องยกความดีความชอบให้คณะสงฆ์ ที่นำาโดยท่านเจ้าคุณเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ก่อให้เกิดผล
งานของคณะสงฆ์ที่พยายามจะทำาให้วัดเป็นศูนย์กลางของประชาชนอย่างสมัยโบราณที่พูดกันว่า “วัดนั้น เป็นได้ทุก
อย่างของหมู่บ้านนั้น” ใครมีปัญหาทุกข์ร้อนก็ไปหาหลวงพ่อ เจ้าอาวาส ทำาให้เห็นว่าวัดเป็นศูนย์กลางของชุมชน เรา
ู
ึ
ำ
ั
จะทาอย่างไรให้วัดกลับมาเป็นเช่นเดิม และให้วัดกลับมาเป็นผ้นาชุมชนจริงอีกคร้งหน่ง จะทาอย่างไรให้ประชาชนเข้า
ำ
ำ
มาร่วมดูแลวัด การสร้างความเข้าใจเป็นส่วนสำาคัญ และโครงการนี้จะเป็นไปด้วยดี ด้วยความร่วมมือจากหลายภาค
ส่วนทั้งภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ร่วมดูแลวัด ดังรายงานที่ได้รับนับว่าเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง
ั
การจัดเสวนาให้ความร้โครงการ วัด ประชา รัฐ สร้างสุข ท่มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยจัดข้นคร้งน้ อยาก
ึ
ี
ู
ี
ฝากว่า..เมื่อเราทั้งหลายเป็นภิกษุสามเณรก็ดี เป็นฆราวาสก็ดี เรามารู้มาทราบโครงการนี้ เรามาร่วมกันทำาวัตรของ
ำ
ู
เราให้เป็นผ้นาท้องถ่นอย่างแท้จริง ถ้าทาได้เช่นน้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาจะมีคนประพฤติปฏิบัติกันอย่างจริงจัง
ี
ำ
ิ
ตามหลักในโอวาทพระปาติโมกข์ “การไม่ทำาบาปทั้งปวงทำาจิตใจให้ผ่องใส ด้วยการเว้นจากบาปความชั่วทั้งปวงนั้น
ถือเป็นหลักธรรมที่เป็นมาตรฐานที่เป็นหลักการอย่างแท้จริงของศาสนา” ขออนุโมทนากับท่านทั้งหลายอีกครั้งหนึ่ง
51
5 กุมภาพันธ์ 2563
52
5 กุมภาพันธ์ 2563
และขอทุกท่านจงได้รับความร้และความเข้าใจและเกิดความย่งยืนพระศาสนาและประเทศชาติต่อไป ขอให ้
ู
ั
โครงการ วัด ประชา รัฐ สร้างสุข นี้ จงยั่งยืนตลอดไปเพื่อประโยชน์สุขของชาวโลก และความเจริญรุ่งเรืองของ
พระพุทธศาสนาตลอดไปเช่นเดียวกัน
เวทีเสวนา โครงการ วัด ประชา รัฐ สร้างสุข จากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อก่อให้เกิดสุขประโยชน์ ต่อ
วัด และประชาชนในชุมชน อย่างยั่งยืน โดยมีสาระสำาคัญ 3 ประเด็นหลักจากผู้เสวนา ดังนี้
พระธรรมรัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี กล่าวถึงโครงการ วัด ประชา รัฐ สร้าง
สุข ว่า การขับเคลื่อนโครงการดำาเนินการภายใต้มติมหาเถรสมาคม ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม
ในการใช้แนวทาง 5ส เพื่อจัดการสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ และกิจกรรมเชิงพุทธ ก่อให้เกิดความเชื่อมโยงและ
ึ
ี
ึ
สัมพันธภาพท่ดีให้เกิดข้นระหว่างวัดกับชุมชน โดยใช้รูปแบบการดาเนินการท่เรียกว่า 3 5 7 9 ซ่งมีความหมาย
ำ
ี
ได้แก่ 3 พันธกิจ สู่วัดสวยด้วยความสุข ด้วย 1)การพัฒนาพื้นที่ทางกายภาพ 2)การพัฒนาพื้นที่ทางสังคม และ 3)
การพัฒนาจิตใจและปัญญาของวัดและชุมชนตามแนวพระพุทธศาสนา
ื
5ส ก็เพ่อสร้างสุขภาวะทางปัญญา ด้วยแนวทาง 5ส คือ สะสาง สะดวก สะอาด สร้างมาตรฐาน และสร้างวินัย
7 แนวทางการดำาเนินงาน สร้างสัปปายะสู่วัดด้วยวิถี 5ส จะประกอบด้วย 1)จัดตั้งคณะกรรมการดำาเนินงานฯ
2)ประกาศนโยบาย 3)อบรมให้ความรู้ 4)สำารวจพื้นที่ด้วยคณะทำางานและแบ่งพื้นที่รับผิดชอบ 5)จัดทำาแผนพัฒนา
ปรับปรุงพื้นที่ 6)Kick off และ 7)ติดตาม ประเมินผล และสรุปรายงานผลการดำาเนินงาน
สำาหรับ 9 แนวปฏิบัติในการพัฒนาพื้นที่ 5ส ในวัด 9 พื้นที่ สู่ “วัดวร้างสุข” ประกอบด้วย 1)ป้ายชื่อวัด บริเวณ
ั
ั
ั
ั
ี
่
หนาวด และแผนผังวัด 2)การจดการจราจร ปายจราจร และทจอดรถ 3)การจดระบบคลงวสดสงฆ 4)หองนา 5)การ
้
ุ
ั
้
ำ
้
้
์
จัดการขยะ 6)สภาพแวดล้อมทั่วไป (ความเป็นระเบียบ ความปลอดภัยภายในวัด) 7)ระบบไฟฟ้า การป้องกันอัคคีภัย
8)โรงครัว 9)อาคารเสนาสนะต่างๆ ภายในวัด โดยสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามลักษณะของพื้นที่
ซึ่งทุกกระบวนการขับเคลื่อนโครงการฯ ทั้งหมดมุ่งเน้นการร่วมกันดำาเนินกิจกรรม เกิดสัมพันธภาพที่ดีระหว่าง
วัดและคนในชุมชน เริ่มจากวัดเป็นหลัก โดยต้องทำาให้ “หน้าบ้านหน้ามอง ในบ้านหน้าดู คนอยู่ในบ้านหน้ารัก” และ
บ้าน หมายรวมทั้ง บ้านของพระและบ้านของคน เกิดเป็นชุมชนหน้าอยู่ของเรา
ด้านนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ในฐานะตัวแทนของภาครัฐ ให้ความเห็นต่อโครงการฯ
ิ
่
่
ี
ื
ว่า โครงการน้เป็นเรองดีท่เกิดจากสมเด็จพระมหาวีรงศ์ ได้มาเชิญชวนราชการ คือ กรมสงเสริมการปกครองท้องถ่น
ี
ื
ู
ิ
เข้าร่วมโครงการเพ่อเป็นโซ่ข้อกลางระหว่างวัด ราชการ ประชาชน ผ่านผ้นาองค์กรปกครองส่วนท้องถ่นท้ง เทศบาล
ั
ำ
ิ
ิ
ี
่
และองค์กรปกครองส่วนท้องถน กอนท่จะเสนอขออนุมตจากมหาเถรสมาคม ปจจุบน ผมในฐานะอธบดกรมการ
ิ
ี
่
ั
ั
ั
พัฒนาชุม ได้นำาโครงการดีๆ นี้มาสานต่อผ่านทางหน่วยงานในสังกัดกรมฯ ที่มีอยู่ทุกจังหวัด ทุกอำาเภอทั่วประเทศ
53
5 กุมภาพันธ์ 2563
54
5 กุมภาพันธ์ 2563
ด้วยเหตุผลว่า วัดยังคงเป็นที่พึ่งสำาคัญของของประชาชน การพัฒนาให้วัดเป็นพื้นที่สำาหรับทุกภาคส่วนชุมชน
ได้เข้ามาทำากิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน จึงเกิดเป็นโครงการ วัด ประชา รัฐ สร้างสุข และความสำาเร็จจะเกิดขึ้นได้อยู่
ที่ “ผู้นำา” ผู้นำามีความเข้าใจ ผู้นำาให้ความจริงจังในการดำาเนินโครงการ และผู้นำาสามารถขับเคลื่อนโครงการจนเกิด
ั
ื
เป็นแบบอย่างให้กับคนชุมชน และการพัฒนาตามบริบทของพ้นท่อย่างไม่หยุดย้ง จะก่อให้เกิดท้งประสิทธิผลและ
ั
ี
ประสิทธิภาพของโครงการฯ
การขับเคลื่อนโครงการฯ ต้องเริ่มต้นด้วยการสร้างทีมงาน เพื่อเป็นกลไกในการดำาเนินงานบนศักยภาพของวัด
ซึ่งเป็นที่นับถือของคนในชุมชน โดยทีมงานประกอบด้วยทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาค
ำ
ื
ู
ำ
เอกชน เพ่อร่วมกันสร้างสุขให้ขุมชนตามบทบาทภารกิจ แบะภาครัฐ โดยผ้นาชุมชนจะเป็นส่วนสาคัญในการสนับสนุน
่
้
่
็
่
้
ั
ั
ู
้
ุ
ำ
ิ
่
ั
ิ
ิ
่
ู
่
ื
่
้
้
เชอมโยงและรวมสรางความรความเขาใจรวมกบวดซึงเปนผรเรมโครงการ ในการทากจกรรมสรางสขรวมกนระหวาง
วัด และ คนในชุมชน เพื่อทำาให้วัดเกิดความมั่นคง และชุมชนมีความเข้มแข็ง
“ผู้นำา” เป็นหลักสำาคัญในการขับเคลื่อน ต้อง “รู้ เห็น เข้าใจ” โดยการเรียนรู้จากต้นแบบที่ปสบความสำาเร็จ
ื
ื
ำ
ู
เพ่อเป็นแนวทางในการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ประกอบกับความเช่อม่นในผ้นาส่ชุมชน ทาให้คนในชุมชน
ำ
ั
ู
เห็นตามและร่วมกันสร้างสุขในชุมชนนั้นร่วมกัน
…ทำาอย่างไรให้กิจกรรม “โครงการ วัด ประชา รัฐ สร้างสุข” เกิดความยั่งยืน…
อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า “ก่อนทำาให้เกิดความยั่งยืน จะต้องทำาให้สำาเร็จก่อน ด้วย
เหตุผลที่คนไทยยังพึ่งพิงวัดอยู่เสมอ เมื่อวัดสวยงามน่าเข้า คนก็จะเข้ามาในวัด วัดจึงเป็นที่พึ่ง ข่ม สอน ให้คนเกิด
จิตปัญญาด้วยกิจกรรมต่างๆ และกิจกรรมต่างๆ ต้องอาศัย “ผู้นำา” ให้เป็นผู้เชื่อมโยงระหว่าง วัดและประชาชน ใน
การประกอบกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน เพื่อทำาให้วัดมีความมั่นคง และทำาให้ชุมชนมีความเข้มแข็งด้วยนั่นเอง
ส่วนด้านนายวิรัช จำาปานิล ปรธานจิตอาสาอำาเภอพุทธมณฑล ผู้แทนภาคประชาชน กล่าวว่า ในส่วนของภาค
ประชาชนกับการส่งเสริมกิจกรรมโครงการ วัด ประชา รัฐ สร้างสุข ด้วยคนในชุมชนมีวัดเป็นที่พึ่งในการดำารงชีวิต
เป็นพื้นฐาน ดังนั้นการทำาตนเป็นจิตอาสาเพื่อพัฒนาวัด ดูแลวัด ตลอดจนพัฒนาและปรับปรุงวัด คนในชุมชนพร้อม
เป็นเรี่ยวแรงสำาคัญให้กับทุกๆ กิจกรรม โดยพร้อมมีส่วนร่วมกับหลายๆ ภาคส่วนเพื่อสร้างสุขให้ชุมชน
วัดจะพัฒนาขึ้นได้ ต้องอาศัย “ผู้นำา” ในการฟื้นฟูสถาบันอันยิ่งใหญ่ของชุมชน ซึ่งหมายถึง “วัด” เพื่อเป็นหลัก
ในการบ่มเพาะจิตใจให้กับประชาชน โครงการ วัด ประชา รัฐ สร้างสุข จะเป็นแนวทางสร้างความร่วมมือจากทุก
ภาคส่วน ก่อให้เกิด “ชุมชนแห่งความสุข” ที่ยั่งยืนต่อไป
ำ
ึ
ู
หลังจากการเสวนา ผ้ร่วมงานจานวน กว่า 1,000คน ได้ร่วมกันสวดมนต์ บทธรรมจักรกัปวัตนสูตร ซ่ง
พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสต่อพระอรหันต์จำานวน 1,250 รูป เพื่อความเป็นศิริมงคลด้วย
55
5 กุมภาพันธ์ 2563
TG RUN ครั้งที่ 2 ระดมพลคนวิ่งกว่า 3,500คน มอบเป็นทุนการศึกษา
ช่วยเด็กยากไร้ของมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ
8 กุมภาพันธ์ 2563
58
8 กุมภาพันธ์ 2563
เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 6.20 น ที่สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เขตจตุจักร กทม ดร.วันดี กุญชร
ยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ และประธานฝ่ายหาทุนการศึกษาช่วยเหลือเด็ก
ยากไร้ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าเพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ พร้อมด้วย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรม
การพัฒนาชุมชน และปรึกษามูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ ฝ่ายหาทุนการศึกษา ร่วมงานเดินวิ่ง การกุศล TG RUN
Smooth as silk 2020 ครั้งที่ 2 จัดโดยการบินไทย โดยมีกัปตันพีรศักดิ์ นพอนันต์ชัย ผู้อำานวยการใหญ่ฝ่ายปฏิบัติ
การสนับสนุนการบิน เป็นประธานเปิดงาน และ กับตันจำานงค์ โอสถานนท์ เป็นประธานจัดงาน ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ
นำารายได้หลังหักค่าใช้จ่าย มอบให้มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ นำาไปสมทบเป็น
ทุนการศึกษาแก่เยาวชนผู้ด้อยโอกาสในทุกอำาเภอ ทั่วประเทศ ซึ่งมีผู้ร่วมเดินวิ่งกว่า 3,500 คน แบ่งเป็น ระยะทาง
10 กม 5 กม และ 2.5 กม ทั้งยังมีรางวัลและอาหารมอบให้แก่นักวิ่งทุกคน
มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าเพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้ให้ความสำาคัญในการพัฒนาเยาวชนของชาติ
โดยให้เยาวชนมีการพัฒนาที่สมบูรณ์ทุกด้าน โดยเฉพาะในด้านจิตใจ ศาสนา ศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ต้องการ
ู
ให้เยาวชนร้สึกอบอ่นไม่อ้างว้างท้อถอย หรือหมดหวัง ให้เด็กๆ ได้มีโอกาสรับการศึกษาและการอบรมคุณธรรมอย่าง
ุ
ี
ื
ำ
ต่อเน่อง จนสามารถประกอบอาชีพท่สุจริตได้ตามอัตภาพของตน เพ่อจะได้เป็นกาลังสาคัญช่วยกันรับช่วงสืบทอด
ำ
ื
รักษาเอกราช วัฒนธรรมและพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองสืบไปในอนาคต
มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ มีเด็กนักเรียนในการอุปถัมภ์ดูแลกว่า 2,500 คน ให้ทุนการศึกษาต่อเนื่องมากว่า 40
ปี องค์ประธานมูลนิธิ คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ มูลนิธิสนับสนุนทุนการ
ศึกษาให้แก่ลูกหลานไทยที่ด้อยโอกาสทั่วประเทศมาแล้วกว่า 20,000 คน นักเรียนทุนการศึกษาของมูลนิธิฯ อยู่ใน
การดูแลอย่างใกล้ชิดของผู้ว่าราชการจังหวัดและประธานแม่บ้านมหาดไทย
59
8 กุมภาพันธ์ 2563
อธิบดี พช. ชวนแอ่วแม่แจ่ม ชม “งานมหกรรมผ้าตีนจกและผลิตภัณฑ์
ชนเผ่า อำาเภอแม่แจ่ม ครั้งที่ 27”
9 กุมภาพันธ์ 2563
62
9 กุมภาพันธ์ 2563
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 8.00 น. ณ สนามโรงเรียนบ้านเนินวิทยา อำาเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “มหกรรมผ้าตีนจกและผลิตภัณฑ ์
ชนเผ่า อำาเภอแม่แจ่ม ครั้งที่ 27 ประจำาปี 2563” โดยมี ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติ
ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน พร้อมด้วยนายอาทร พิมชะนก พัฒนาการจังหวัด
ี
ำ
เชียงใหม่ หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการจัดงาน เจ้าหน้าท่พัฒนาชุมชน และประชาชนชาวอาเภอแม่แจ่ม จังหวัด
เชียงใหม่ เข้าร่วมพิธีฯ โดยนายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ นายอำาเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวรายงาน และมี
นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ กล่าวว่า เมื่อพูดถึง “แม่แจ่ม” จะคิดถึงสถานที่ท่องเที่ยวอันโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ
ี
ิ
ี
ึ
และผ้าตีนจกท่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซ่งคนแม่แจ่มมีความภาคภูมิใจ นับว่าเป็นส่งมีค่า ช่วยเชิดหน้าชูตาของคนท่ทอ
และคนที่สวมใส่ ที่สำาคัญตีนจกแม่แจ่มได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา
เมื่อตุลาคม พ.ศ. 2551 ทำาให้ผลิตภัณฑ์จากผ้าทอของอำาเภอแม่แจ่มมีคุณค่าและมีราคาที่สูงขึ้น สร้างโอกาสที่ดีทาง
เศรษฐกิจให้อาเภอแม่แจ่มเป็นอย่างมาก คนแม่แจ่ม โดยเฉพาะผ้หญิงท่ทอผ้าได้มีอาชีพ มีรายได้ดูแลครอบครัว และ
ี
ู
ำ
ั
ยังช่วยดึงดูดนักท่องเท่ยวท้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้เข้าไปท่องเท่ยวในอาเภอแม่แจ่มอีกทางหน่งด้วย เพราะ
ึ
ำ
ี
ี
ื
ิ
ั
ื
นอกจากจะมีผ้าตีนจกท่มีช่อเสียงแล้ว ยังมีศิลปภูมิปัญญาท้องถ่นและวัฒนธรรมชนเผ่า ท้งเส้อผ้าเคร่องแต่งกาย
ี
ื
ภาษา อาหาร ที่ปัจจุบันชาวแม่แจ่มได้ช่วยกันรักษาสืบทอดไว้ เป็นวิถีชีวิตความผูกพันกับธรรมชาติ โดยเฉพาะเส้น
ฝ้าย ท่ไม่เพียงแต่นามาทอผ้าอันสร้างช่อเสียงแล้ว วิถีชีวิตต้งแต่เกิดจนตายก็ผูกพันกับเส้นฝ้าย อาทิ เม่อเกิดมาเด็ก
ั
ื
ื
ำ
ี
ๆ จะได้รับฝ้ายมัดมือ เพื่อรับขวัญสมาชิกใหม่ให้อยู่ดีมีสุข และในพิธีกรรม ประเพณีงานบุญต่าง ๆ ทั้งการแต่งงาน
งานขึ้นบ้านใหม่ ที่ต้องใช้ฝ้าย 9 เส้น ขึงรอบบ้าน จนวันสุดท้ายของชีวิตก็จะใช้ฝ้ายเป็นปืดมาคล้องเป็นเส้นยาวจูง
ศพไปป่าช้า สุดท้ายขอชื่นชมในอำาเภอแม่แจ่มที่ได้ร่วมใจกันจัดงานฯ แบบนี้ให้เกิดขึ้น เพื่อรักษาเอกลักษณ์ วิถีชีวิต
ภูมิปัญญา ของชนเผ่าของตน อันงดงาม ไม่เหมือนใคร ส่งต่อให้ร่นลูกร่นหลาน สมควรได้รับการส่งเสริมและอนุรักษ ์
ุ
ุ
ให้อยู่คู่กับอำาเภอแม่แจ่มสืบไป พร้อมกับมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ให้กลายเป็นที่ที่ใคร ๆ ก็ต้องอยากมา
63
9 กุมภาพันธ์ 2563
64
9 กุมภาพันธ์ 2563
งานมหกรรมผ้าตีนจกและผลิตภัณฑ์ชนเผ่า อาเภอแม่แจ่ม คร้งท่ 27 ประจาปี 2563 น้ มีกาหนดจัดงานระหว่าง
ั
ำ
ำ
ี
ำ
ี
วันที่ 6 – 10 กุมภาพันธ์ 2563 ณ บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำาเภอแม่แจ่ม สถานีตำารวจภูธรแม่แจ่ม และลานหน้า
สานักงานสาธารณสุขอาเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ โดยการจัดงานในทุกคร้งเพ่อเป็นการส่งเสริมอนุรักษ์ ศิลป
ำ
ำ
ื
ั
ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมชนเผ่าแม่แจ่ม โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ผ้าทอ ผ้าตีนจก ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษนับ
ร้อยปี ได้ยกย่องเชิดชูเกียรติแม่ครูผ้าทอ และได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวในอำาเภอแม่แจ่ม ส่งผลให้ประชาชนมีอาชีพ
สร้างงาน สร้างรายได้ และพัฒนาเศรษฐกิจในชุมชน อีกทั้งยังเป็นการหารายได้สนับสนุนกิจการสาธารณกุศลของ
กิ่งกาชาดอำาเภอแม่แจ่ม
้
็
ิ
ิ
่
ิ
่
ภายในงาน แบ่งเปน 2 โซน คือ โซนนทรรศการศลปภูมปัญญาท้องถินและผ้าทอตีนจก ผาทอชนเผา นิทรรศการ
โครงการหลวง รวมถึงมีการแสดงแสง สี เสียง ณ เวทีลานวัฒนธรรมกาดมั่วคัวฮอม และโซนกิจกรรมความบันเทิง
ุ
มากมาย อาทิ การประกวดธิดาผ้าตีนจกและธิดาชนเผ่า การประกวดร้องเพลงลูกท่ง กิจกรรมการแสดงชนเผ่า
ขบวนแห่ผ้าตีนจกและวัฒนธรรมชนเผ่า การเดินแฟช่นโชว์ผ้าตีนจก ผ้าชนเผ่า และการแสดงดนตรีของเยาวชน
ั
รวมถึงการแสดงและจัดจำาหน่ายสินค้าผ้าตีนจก สินค้า OTOP ขึ้นชื่อ
ั
ำ
โดยนายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ นายอาเภอแม่แจ่ม เผยว่าการจัดงานในคร้งน้ถือเป็นความร่วมแรง ร่วมใจ ของ
ี
ื
ิ
้
ำ
่
ั
ั
ิ
ิ
ู
ี
่
ี
่
ุ
ำ
ชาวอาเภอแมแจม ทกภาคสวน ทมความตงใจรวมกนอนรกษและสบทอดศลปวฒนธรรมภมปญญาทองถนอาเภอ
่
่
ั
่
ุ
์
ั
ั
้
ำ
ั
แม่แจ่มท่มีคุณค่าและงดงามให้อย่ค่กับอาเภอแม่แจ่มสืบไป อีกท้งยังเป็นการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม วิถีชีวิตของชาว
ู
ู
ี
อำาเภอแม่แจ่มออกสู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ได้ร่วมชื่นชม ตามคำาขวัญของอำาเภอแม่แจ่ม “เที่ยว
บ่อน้ำาแร่ ล่องแพแม่แจ่ม พักแรมน้ำาตก ผ้าตีนจกยอดน้ำามือ”
65
9 กุมภาพันธ์ 2563
“อธิบดี พช. นำาสุดยอด OTOP ของดีทั่วไทย
เปิดตลาดอะเมซิ่งฯ @SCB”
11 กุมภาพันธ์ 2563
68
11 กุมภาพันธ์ 2563
วันนี้ 11 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 10.00 น. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วย
นางวัลลยา แก้วรุ่งเรือง รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มงานกฎหมายและควบคุม ธนาคาร
ไทยพาณิชย์ เปิดงาน “ตลาดอะเมซิ่ง ของกิน ของใช้ ของดีทั่วไทย@ SCB Park” ยกขบวนผลิตภัณฑ์ OTOP ทั่ว
ประเทศ จัดจำาหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชนของดีทั่วไทย มากกว่า 120 ร้านค้า ระหว่างวันที่ 11 –
14 กุมภาพันธ์ 2563 ตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.00 น. ณ ธนาคารไทยพาณิชย์ สำานักงานใหญ่ ถนนรัชดาภิเษก เขต
จตุจักร กรุงเทพฯ
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เผยว่า “การดำาเนินโครงการหนึ่งตำาบล หนึ่งผลิตภัณฑ์
ื
ำ
(OTOP) โดยกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชน ดาเนินการขับเคล่อนส่งเสริมให้ชุมชนม ี
การบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่น ผลิตและพัฒนาจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของชุมชน
้
ั
ู
ี
ื
หรอทรจกกนวา “OTOP” โดยให้ภาคเอกชนและภาคประชาชนเขามามสวนรวม โดยเฉพาะการสงเสรมดานการ
่
ั
ิ
่
่
่
้
่
ี
้
ตลาด กรมฯ จึงได้กำาหนดดำาเนินโครงการ”ตลาดอะเมซิ่ง ของกิน ของใช้ ของดีทั่วไทย” เพื่อส่งเสริมและสนับสนุน
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP ควบคู่ไปกับการขยายช่องทางการตลาด รวมถึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ
OTOP ได้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น
ั
ี
ำ
ี
ต้งแต่วันน้ ไปจนถึงวันท่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 กรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ จากัด
(มหาชน) เปิด“ตลาดอะเมซิ่ง ของกิน ของใช้ ของดีทั่วไทย@ SCB Park” ต้อนรับเทศกาลแห่งความรัก เพื่อให้พี่
น้องประชาชนที่มาใช้บริการและเจ้าหน้าที่ของธนาคารไทยพาณิชย์ทุกท่าน ได้มาร่วมชิม ชม ช้อปผลิตภัณฑ์ OTOP
จากภูมิปัญญาท้องถิ่น และผลิตภัณฑ์ชุมชนของดีทั่วไทย มากกว่า 120 ร้านค้า อาทิ หัตถกรรมจากกะลามะพร้าว
จ.นครสวรรค์ ผ้ามัดย้อมมันตราคราฟ จ.เลย กระเป๋ากาบกล้วย จ.ราชบุรี ผ้าไหมแพรวา จ.กาฬสินธุ์ ผ้าไหมมัด
หมี่ จ.บุรีรัมย์ เครื่องประดับไข่มุก จ.กระบี่ กระเป๋าหนังแฟชั่น จ.ร้อยเอ็ด แพรอุไรบาติก จ.ลำาพูน ชุดแซกหม้อห้อม
จ.แพร่ เสื้อชนเผ่าประยุกต์ จ.แม่ฮ่องสอน ผ้าหมักโคลน จ.สิงห์บุรี ผ้ากรุงเก่า จ.พระนครศรีอยุธยา และบ้านทอง
สมสมัย จ.สุโขทัย ฯลฯ อีกทั้ง อาหารรสเด็ด อาทิ แกงป่าเมืองกาญจน์ ลูกชิ้นหมูคั่วกะทิ ไก่ทอดหาดใหญ่ ขนมจีน
น้ำายาปู ไข่หมึกแท้ ขนมจีบสูตรโบราณ ส้มตำารสเด็ด และเครื่องดื่มเลิศรสมากมาย ฯลฯ ที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อย
ตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.00 น. ณ หอประชุมมหิศร ธนาคารไทยพาณิชย์ สำานักงานใหญ่ กรุงเทพฯ”
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมการกุศลของศิษย์เก่าคณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ รุ่น 24 ได้จัดกิจกรรม “ฬ 24
ชวนกันทำาดี” เปิดประมูลภาพวาดสีน้ำาจากชมรมสุขสีน้ำา จัดแสดงภาพวาด “สุขสีน้ำาเพื่อผู้ป่วยยากไร้ ” ซึ่งมีภาพ
วาดกว่า 40 ภาพ เป็นภาพวาดของคุณหมอจากโรงพยาบาลต่าง ๆ เปิดให้ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมประมูล โดยมี
นพ.สุกรม ชีเจริญ รองผู้อำานวยการโรงพยาบาลราชวิถี และผู้แทนชมรมสุขสีน้ำา นำาเปิดประมูลฯ เพื่อนำารายได้ไปจัด
ซื้อลิ้นหัวใจเทียมมอบให้แก่โรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่ และมีความต้องการลิ้นหัวใจเทียม
เพื่อผู้ป่วยยากไร้ที่รอการรักษาอยู่จำานวนมาก จึงอยากเชิญชวนทุกท่านร่วมประมูลภาพ หรือร่วมบริจาคสมทบทุน
กันได้ ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 08.00 – 16.30 น.
“มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างงาน สร้างอาชีพ กระจายรายได้แก่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และร่วม
ิ
ี
ำ
้
สร้างกุศลด้วยการประมูลภาพวาดสีนาจากชมรมสุขสีนา เพ่อผ้ป่วยยากไร้ ณ ตลาดอะเมซ่งฯ แห่งน้กันนะครับ”
้
ู
ื
ำ
อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวเชิญชวน
69
11 กุมภาพันธ์ 2563
อธิบดี พช.ลงพื้นที่ จ.น่าน รับการตรวจเยี่ยมของนายกฯ
12 กุมภาพันธ์ 2563
72
12 กุมภาพันธ์ 2563
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 09.30 น. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วย
นายไพบูลย์ บูรณสันติ ผู้ตรวจราชการกรม ลงพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อเตรียมความพร้อมรับการตรวจเยี่ยมของนายก
รัฐมนตรี โดยมีนายชำานาญ บุดาสา พัฒนาการจังหวัดน่านและคณะร่วมให้ข้อมูลของพื้นที่
โดยเวลา 13:30 น. นายกรัฐมนตรีและคณะได้เดินทางมาถึงหอประชุมศูนย์ราชการจังหวัดน่าน โดยนายวรกิตติ
ำ
ู
ศรีทิพากร ผ้ว่าราชการจังหวัดน่านได้บรรยายสรุปการดาเนินการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟและการบริหารจัดการ
้
ทรัพยากรธรรมชาติ และส่งแวดล้อมอย่างย่งยืนของจังหวัดน่าน ได้แก่ การอนุรักษ์ป่าต้นนาน่าน การแก้ไขปัญหาการ
ิ
ำ
ั
ี
ี
ื
บุกรุกพ้นท่ป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ การแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า โอกาสน้ นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานสักข ี
ิ
พยานในโอกาสรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่งแวดล้อม มอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทาประโยชน์
ำ
ู
ี
ื
หรืออย่อาศัยในพ้นท่ป่าสงวนแห่งชาติ ภายใต้โครงการจัดท่ดินทากินให้ชุมชน ตามนโยบายรัฐบาลของคณะกรรมการ
ำ
ี
นโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อมมอบเอกสารโครงการจัดระเบียบ การใช้ที่ดินป่าไม้ให้ชุมชน ภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ
คทช. ให้แก่ผู้แทนชุมชน จำานวน 5 ราย โดยนายกรัฐมนตรี ได้เป็นผู้มอบโฉนดที่ดินคืนให้เกษตรกรสมาชิกกองทุน
ี
ำ
ี
ฟ้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ตามนโยบายการแก้ไขปัญหาหน้สินเกษตรกรและการแก้ไขปัญหาท่ดินทากินของเกษตรกร
ื
ให้เกษตรกร จำานวน 2 ราย พร้อมรับฟังปัญหาและหารือร่วมกับประธานร่วมคณะกรรมการดำาเนินงานพื้นที่จังหวัด
น่าน (น่านแซนด์บอกซ์) ณ ห้องรับรอง
ั
ี
จากน้นนายกรัฐมนตรีได้กล่าวพบปะประชาชนและเย่ยมชมนิทรรศการการพัฒนาจังหวัดน่าน ในมิติต่างๆ
ึ
ื
โดยกรมการพัฒนาชุมชนได้จัดนิทรรศการแสดงผลการขับเคล่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ซ่งปัจจุบันจังหวัด
น่านมีสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ประเภทบุคคล 139,658 คน ประเภทองค์กร 735 องค์กร ผลการอนุมัติ
ำ
โครงการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีปี 2556-2562 ประเภทเงินอุดหนุน ได้รับการอนุมัติ 262 โครงการ จานวน
เงิน 20,869,180 บาท ผู้ได้รับผลประโยชน์ 41,603 คน ประเภทเงินทุนหมุนเวียน ได้รับการอนุมัติ 1482 โครงการ
จำานวนเงิน 173,965,747 บาท มีผู้ได้รับผลประโยชน์ จำานวน 30,870 คน
73
12 กุมภาพันธ์ 2563
74
12 กุมภาพันธ์ 2563
ำ
ำ
ี
ี
้
หลังจากพบปะประชาชนได้เดินทางไปเย่ยมชมวิสาหกิจชุมชนชีววิถีตาบลนาเก๋ยน (บ้านนาเก๋ยน) อ.ภูเพียง
ำ
้
ี
ี
จ.น่าน ซ่งเป็นธุรกิจชุมชนการแปรรูปพืชผลทางการเกษตร และสมุนไพรท่ได้รับรางวัลวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับ
ึ
ประเทศ อาทิ แชมพูสมุนไพรใบหมี่อัญชันขิง ซึ่งได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์สมุนไพรดีเด่นระดับชาติประจำาปี 2562 จาก
์
ู
์
่
ิ
ิ
ี
ื
ิ
กรมการแพทยแผนไทย (Prime Minister Herbal Awards) การทำาเกษตรอนทรย การสงเสรมการปลกพชเศรษฐกจ
และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เพื่อแก้ปัญหาหมอกควันไฟป่าอย่างยั่งยืน โดยมีหน่วยงานภาครัฐได้เข้าไป
ส่งเสริมและพัฒนา ทั้งต้นน้ำา กลางน้ำาและปลายน้ำาก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานครในเย็นวันเดียวกัน
ื
ิ
ท้งน้ นายกรัฐมนตรีให้ความสาคัญอย่างย่งในการพัฒนาระบบกลไกบริหารจัดการการแก้ไขปัญหาระดับพ้นท่ ี
ำ
ั
ี
จึงได้มีคาส่งนายกรัฐมนตรี เร่องการบริหารพ้นท่รูปแบบพิเศษเพ่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่งแวดล้อม
ิ
ื
ี
ื
ื
ั
ำ
อย่างย่งยืน พ้นท่จังหวัดน่าน โดยนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายและกากับดูแลและรัฐมนตรีท่และ
ี
ื
ำ
ั
ี
หน่วยงานเก่ยวข้องเป็นกรรมการ เพ่อกาหนดนโยบายและกากับดูแลการดาเนินงานจัดการแก้ไขปัญหาด้านท่ดิน ป่า
ี
ำ
ำ
ี
ำ
ื
ี
ไม้ และการใช้ประโยชน์พ้นท่จังหวัดน่าน ในรูปแบบการพัฒนาและการรังสรรค์นวัตกรรมในรูปแบบใหม่ (Sandbox)
ื
ิ
ำ
ี
นอกจากน้ ยังมีคณะกรรมการดาเนินงานพ้นท่จังหวัดน่าน โดยปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ง
ื
ี
แวดล้อมเป็นประธานภาครัฐ และนายบัณฑูร ล่ำาซำา เป็นประธานภาคเอกชน ประกอบด้วยผู้แทนจากทุกภาคส่วน
ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน ร่วมเป็นกรรมการ เพื่อร่วมกัน แก้ไขปัญหาด้านที่ดิน – ป่าไม้ ให้ประชาชน
ี
สามารถอย่อาศัยได้ถูกต้องตามกฎหมายและปรับคืนพ้นท่มาเป็นสภาพป่า จัดหาเงินทุนสนับสนุนการปรับเปล่ยนระบบ
ี
ู
ื
การผลิตทางการเกษตรและการเลี้ยงชีพในช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน ตลอดจนปรับเปลี่ยนระบบการเกษตรเชิงเดียว ไป
สู่การผลิตหรืออาชีพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีรายได้เพียงพอ และยกระดับคุณภาพชีวิต เป็นต้น ซึ่งจะเป็นโมเดล
บูรณาการ ให้การแก้ไขปัญหาประชาชนในพื้นที่ทำางานได้ตรงจุด ถูกต้อง มีประสิทธิภาพและยั่งยืน.
75
12 กุมภาพันธ์ 2563
อธิบดี พช. ติดตามการดำาเนินการเพื่อความโปร่งใสในการจัดสอบ
ตำาแหน่งเจ้าพนักงานพัฒนาชุมชนปฏิบัติงาน
ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 70 อัตรา
16 กุมภาพันธ์ 2563
78
16 กุมภาพันธ์ 2563
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า ตามที่กรมการพัฒนาชุมชน ได้เปิดรับสมัคร
่
้
่
ั
ำ
ื
ี
สอบแข่งขันเพ่อบรรจุและแตงต้งบุคคลเข้ารับราชการในตาแหนงเจาพนักงานพัฒนาชุมชนปฏิบติงานพ้นทจังหวัด
่
ั
ื
ชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีอัตราว่าง 70 อัตรา เพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัด
นราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดสตูล และจังหวัดสงขลา เฉพาะพื้นที่อำาเภอเทพา อำาเภอสะบ้าย้อย
ำ
ำ
ู
ำ
อาเภอนาทวี และอาเภอจะนะ ในอัตราเงินเดือน 11,500 – 12,650 บาท เป็นผ้สาเร็จการศึกษาตามหลักสูตร
ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือหลักสูตรอนุปริญญาของสถานศึกษาใด ก็จะถือตามกฎหมาย กฎ หรือ
ี
ี
ั
ี
ระเบียบท่เก่ยวข้องกับการสาเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษาน้นเป็นเกณฑ์ ระหว่างวันท่ 17 ธันวาคม
ำ
2562 ถึงวันที่ 9 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีผู้สนใจสมัครสอบแข่งขันที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้อง
ต้น และสามารถเข้าสอบในครั้งนี้ได้ จำานวน 644 คน โดยร้อยละ 71% เป็นผู้ที่มีภูมิลำาเนาในพื้นที่ภาคใต้ สำาหรับ
สถานที่จัดสอบ และกรรมการคุมสอบ กรมฯได้ใช้มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เขตดุสิต กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถาน
ี
ั
ื
ท่ท่มีความพร้อมท้งด้านบุคลากร และความปลอดภัย เพ่อป้องกันการทุจริต โดยกรมการพัฒนาชุมชน ได้แต่งต้งนาย
ั
ี
โชคชัย แก้วป่อง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานกรรมการดำาเนินการสอบแข่งขันฯ ในครั้งนี้ ซึ่งตนได้
มอบหมายนโยบายในการดำาเนินงานให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส เป็นไปตามระเบียบและวิธีการสอบ เพื่อ
ั
ป้องกันการทุจริต อีกท้งเป็นการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสในการบริหารงานทรัพยากรบุคคลและจากการ
ติดตาม พบว่า การดำาเนินการจัดสอบดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนกล่าวต่อไปว่า สำาหรับหลักสูตรและวิธีการสอบจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือการสอบ
แข่งขันเพ่อวัดความร้ความสามารถท่ใช้เฉพาะตาแหน่ง ใช้วิธีการสอบข้อเขียน ข้อสอบเป็นแบบปรนัยจานวน 100 ข้อ
ู
ี
ำ
ำ
ื
และการสอบเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำาแหน่ง ทดสอบโดยวิธีการสัมภาษณ์ โดยการสอบในวันนี้ฯ (16 กุมภาพันธ์
2563) เป็นสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำาแหน่งก่อน และเมื่อสอบผ่านแล้ว จึงจะมีสิทธิ์เข้า
สอบแข่งขันเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำาแหน่งต่อไป ซึ่งผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สอบแข่งขันได้ จะต้องเป็นผู้สอบได้คะแนน
ำ
ำ
่
การวัดความร้ความสามารถท่ใช้เฉพาะตาแหน่งไม่ตากว่าร้อยละ 60 และสอบได้คะแนนการวัดความเหมาะสมกับ
ู
ี
ตำาแหน่งไม่ต่ำากว่าร้อยละ 60
กรมการพัฒนาชุมชน จะประกาศผลสอบแข่งขันเพื่อวัดความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำาแหน่งสอบข้อเขียน
ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 นี้ ที่เว็บไซต์กองการเจ้าหน้าที่ กรมการพัฒนาชุมชน www.personnel.cdd.go.th
ำ
สาหรับการข้นบัญชีผ้สอบแข่งขันได้น้น กรมการพัฒนาชุมชน จะประกาศข้นบัญชีผ้สอบแข่งขันได้ โดยเรียง
ู
ึ
ู
ั
ึ
ำ
่
้
ั
ำ
่
ั
ลาดบจากผทได้คะแนนรวมของการสอบแขงขนเพ่อวดความรความสามารถทใชเฉพาะตาแหนง และการสอบแขงขน
่
่
ู
้
ู
่
ั
ี
้
ั
ื
ี
เพื่อวัดความเหมาะสมกับตำาแหน่งสูงสุดลงมาตามลำาดับ ซึ่งจะขึ้นบัญชีไว้เป็นเวลาไม่เกิน 2 ปี นับตั้งแต่วันขึ้นบัญชี
ำ
ึ
ี
แต่ถ้ามีการสอบแข่งขันในตาแหน่งเดียวกันน้อีก และได้ประกาศข้นบัญชีผ้สอบแข่งขันได้ใหม่แล้ว บัญชีผู้สอบแข่งขัน
ู
ได้ครั้งนี้จะเป็นอันยกเลิก
79
16 กุมภาพันธ์ 2563
16 กุมภาพันธ์ 2563
16 กุมภาพันธ์ 2563 16 กุมภาพันธ์ 2563
อธิบดี พช. เปิดโครงการปลูกจิตสำานึกสู่เยาวชน
การประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัยทำานองสรภัญญะ
21 กุมภาพันธ์ 2563
82
21 กุมภาพันธ์ 2563
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 13.00 น.
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานโครงการปลูกจิต
ู
ู
สานึกส่เยาวชน ในการประกวดสวดมนต์หม่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทานองสรภัญญะ และมอบโล่รางวัลพระราชทาน
ำ
ำ
และประกาศเกียรติคุณของ นายอำาพล เสนาณรงค์ องคมนตรีในสมัยรัชกาลที่ 9 เป็นรางวัลชมเชยแก่นักเรียนที่เข้า
ึ
ประกวดท้ง 19 แห่ง พร้อมเงินสนับสนุนการศึกษาให้กับนักเรียนและเยาวชน ซ่งจัดข้นโดยพระปัญญาวิสุทธิโมลี เจ้า
ึ
ั
คณะอำาเภอเมืองฉะเชิงเทรา(ธ) ร่วมกับ เทศบาลตำาบลสนามชัยเขต และบริษัทพนัสวิศวกรรมและบริหารก่อสร้าง
จัดขึ้น มีนางสาวฉัตรประอร นิยม พัฒนาการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู อาจารย์
นักเรียนและผู้บริหารท้องถิ่น จากจังหวัดฉะเชิงเทราและจังหวัดชลบุรี เข้าร่วมพิธีเป็นจำานวนมาก
โดยนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า การจัดการประกวดสวดมนต์หม่สรรเสริญพระ
ู
รัตนตรัยทำานองสรภัญญะ เป็นกุศโลบายที่ดี ที่ใช้เสริมสร้างความสามัคคี ได้ใช้สติที่มั่นคงแน่วแน่ และให้เยาวชนได้
เป็นส่วนหนึ่งช่วยเผยแผ่ศาสนาพุทธ เป็นต้นแบบที่ดีให้กับน้อง ๆ รุ่นต่อไป และยังเป็นอนาคตที่ประเทศชาติพึ่งพา
ั
ได้ ช่วยเป็นการประกันได้ว่าประเทศชาติจะเจริญก้าวหน้าม่นคง ได้โดยมีพระพุทธศาสนาเป็นเคร่องกากับ อีกท้งช่วย
ำ
ื
ั
ให้เยาวชนมีเครื่องช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจ พร้อมชักจูงชักนำาความประพฤติที่ดีอยู่ในศีลธรรม อันจะส่งผลต่อการเสริม
สร้างพื้นฐานจิตใจที่ดีแก่เยาวชน ดังนั้นโครงการประกวดนี้เป็นโครงการที่ดีที่ควรจะได้รับการสนับสนุน ให้มีต่อไป
อีกทั้งงานในครั้งนี้ ทำาให้ได้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจในการบูรณาการการทำางาน ร่วมกันระหว่างวัด โรงเรียน
้
ี
ั
ู
ู
ุ
ำ
ุ
ำ
ั
ี
่
่
้
้
่
ี
่
ราชการและผ้มีสวนเกยวข้อง โดยเฉพาะผบริหาร คร อาจารย์และนกเรยนผปกครอง ทไดชวยกนทาความดี ทะนบารง
ู
ู
ำ
ุ
ำ
พระพุทธศาสนา ท่มเทท้งกาลังกาย กาลังความคิด และสติปัญญาอย่างเต็มกาลังความสามารถ เพ่อพระพุทธศาสนา
ื
ำ
ั
เพื่อสังคมส่วนรวม และประเทศของเรา สำาหรับเยาวชนและนักเรียนที่ได้รับการชื่นชมยกย่องและได้รางวัลในวันนี้
ขอให้ทุกคนพึงระลึกว่ารางวัลท่ได้รับในคร้งน้ แสดงถึงความดีและความสามารถของพวกเราและขอให้รักษาความ
ี
ั
ี
ดีให้คงอยู่อย่างยั่งยืน มั่นคงตลอดไป อีกทั้งขอให้นักเรียน เยาวชน โรงเรียนและสำานักเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่ง
ได้ น้อมนำาพระราโชบายของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่
ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าๆ พระราชทานโล่รางวัลชนะเลิศจำานวน 2 รางวัล แก่นักเรียนและเยาวชนในวันนี้ ใน
การรักษา สืบสาน ต่อยอดและขยายผล ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและการสร้างความดีให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง
ู
ู
ำ
ี
น้ ควบค่กับการสร้างวิชาความร้ในวงการศึกษาให้สามารถนามาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศชาติและบ้านเมือง
ต่อไป สุดท้ายอยากจะฝากให้ช่วยกันดำารง สืบสานพระพุทธศาสนาให้อยู่เป็นเครื่องกำากับ ให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างไม่
ประพฤติชั่ว ประกอบแต่กรรมดี และมีจิตใจที่บริสุทธิ์ดีงาม ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ร่วมจัดทำาโครงการดี ๆ แบบนี้
83
21 กุมภาพันธ์ 2563
84
21 กุมภาพันธ์ 2563
พระปัญญาวิสุทธิโมลี เจ้าคณะอำาเภอเมืองฉะเชิงเทรา(ธ) เปิดเผยว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุด
มิได้ ที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีพระราชทานโล่รางวัล
ชนะเลิศ จำานวน 2 รางวัลให้แก่นักเรียนและเยาวชนที่ชนะเลิศระดับมัธยมศึกษาและประถมศึกษา รวมทั้งประกาศ
ั
ั
่
ี
ุ
ิ
์
ำ
ี
ี
่
้
้
ั
ั
็
่
ี
ั
ี
เกยรตคณของ นายอาพล เสนาณรงค องคมนตรในสมยรชกาลท 9 เปนรางวลชมเชยแกนกเรยนทเขาประกวดทง 19
แห่งด้วย ซึ่งผลจากการประกวดสวดมนต์ทั้ง 19 ทีม ปรากฏว่า นักเรียนจากโรงเรียนพนัสพิทยาคาร ชนะเลิศระดับ
มัธยมศึกษาและโรงเรียนวัดเขาเชิงเทียน วนาราม สังกัด อบจ.ชลบุรี ชนะเลิศระดับประถมศึกษา นอกจากนี้ จาก
การที่ร่วมกับชาวบ้านขายขนมหวาน 50 กล่อง รวมกับที่นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนบริจาค
ร่วมอีก 10,000 บาท รวมเป็นยอดเงินส่วนนี้ 23,650 บาท และยอดเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาในงาน อีกจำานวน
40,000 บาท ซึ่งจะรวบรวมให้ครบ จำานวน 100,000 บาท ทูลเกล้าฯถวาย สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ
พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน 2563
เพื่อสมทบทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเป็นความร่วมมือ ร่วมใจกัน ระหว่างบ้าน วัด โรงเรียนหรือมี
คำาย่อว่า “บวร” เพื่อให้กิจกรรมอันเกี่ยวกับศาสนาพุทธเกิดขึ้น เป็นการจรรโลงพระพุทธศาสนา โดยดึงเยาวชนเข้า
มามีส่วนร่วม และขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกๆฝ่าย ที่ได้จัดกิจกรรมครังนี้ ถือได้ว่าเป็นการทำานุบำารุงพระพุทธ
ศาสนา ให้พุทธศาสนิกชนยึดม่นในหลักธรรมคาสอนของพระพุทธเจ้า และขอให้รักษา สืบสาน ต่อยอดและขยายผล
ำ
ั
ู
ู
ำ
การเผยแผ่ศาสนาพุทธ ให้ควบค่กันไปกับการเรียนร้ในแวดวงการศึกษาให้สามารถนาไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนา
ประเทศชาติและบ้านเมืองต่อไป
“การสวดฉันท์ทำานองสรภัญญะมีมานานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ก่อนหน้านั้นนิยมสวดฉันท์ภาษาบาลี มีเนื้อหา
เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา และผู้สวดส่วนใหญ่เป็นพระสงฆ์ ทำานองสรภัญญะไม่แพร่หลายนัก ต่อมา พระยาศรีสุนทร
โวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ป.ธ.8 องคมนตรีและเจ้ากรมพระอาลักษณ์ในรัชกาลที่ 5 แปลบทสรรเสริญคุณต่าง ๆ
เป็นฉันท์ภาษาไทย เรียก “คำานมัสการคุณานุคุณ” มี 5 ตอน คือ บทสรรเสริญพระพุทธคุณ บทสรรเสริญพระธรรม
คุณ บทสรรเสริญพระสังฆคุณ บทสรรเสริญมาตาปิตุคุณ และบทสรรเสริญอาจาริยคุณตามลำาดับ บทประพันธ์นี้
ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน ใช้สวดกันโดยทั่วไป และเนื่องจากบาทแรกเริ่มว่า “องค์ใดพระสัมพุทธ” จึงมัก
เรียว่า “บทสวดองค์ใดพระสัมพุทธ” นอกจากบทสรรเสริญพระรัตนตรัยแล้ว ทำานองสรภัญญะยังใช้สวดคาถาบท
อื่นอีก เช่น บทแปลคาถาพาหุงซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเริ่มว่า “ปาง
เมื่อพระองค์ปฐมพุทธ”
85
21 กุมภาพันธ์ 2563
พช. ตั้งทีม “ผู้นำาอาสาพัฒนาบ้านเกิด” ขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน
สู่เป้าหมาย “เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนพึ่งตนเองได้”
21 กุมภาพันธ์ 2563
88
21 กุมภาพันธ์ 2563
ำ
ู
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานการประชุมทีมผ้นาอาสาพัฒนาบ้านเกิดระดับ
กรม ครั้งที่1/2563 โดยมีคณะผู้บริหาร พช. ทีมผู้นำาอาสาพัฒนาบ้านเกิด จำานวน 52 คน และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง
เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 5001 ชั้น 5 กรมการพัฒนาชุมชน
ื
ี
ำ
อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า จุดเร่มต้นของการทาโครงการในคร้งน้ สืบเน่องจากสถานการณ์ปัจจุบันท ี ่
ั
ิ
มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี “ก้าวตามไม่ทันก็คว้าโอกาสไม่ทัน” หรือหากช้าอาจถูก Disruption
ทำาให้หายไป ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่สำาคัญและไม่ใช่สิ่งที่ดี คือ การเปลี่ยนแปลงด้านวัฒนธรรมที่ลืมรากเหง้า ละทิ้ง
ำ
ภูมิปัญญา ทาให้ส่งดีดีเหมาะแก่สภาพแวดล้อมของตนเองหายไป ต้องผสมผสานนาส่งท่ดีของแต่ละยุคมาปรับใช ้
ิ
ิ
ำ
ี
สถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีดิจิทัล
และวิทยาการสมัยใหม่อื่น ๆ การชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก การเติบโตของสังคมเมือง และสิ่งแวดล้อมที่มี
ความเสื่อมโทรม ส่งผลให้งานพัฒนาชุมชนมีความยุ่งยากซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เกิดปัญหาและอุปสรรค
ในการดำาเนินงานหลากหลายมิติ จึงจำาเป็นต้องอาศัยองค์วามรู้จากทุกภาคส่วนอย่างมีส่วนร่วม เพื่อขับเคลื่อน
ื
้
ั
ั
้
้
่
้
่
ิ
ิ
้
้
ั
้
ึ
่
ุ
ชมชนใหพงตนเองไดอยางยงยน ทงในดานเศรษฐกจ สังคม และสงแวดลอม ประกอบกบประเทศไทยกาวเขาส ่ ู
สังคมผู้สูงอายุ (Aged Society) อย่างเต็มรูปแบบ โดยบุคคลเหล่านี้กลับไปใช้ชีวิตในพื้นที่บ้านเกิดของตนเอง
ั
ี
ำ
ล้วนแล้วแต่เป็นผ้ท่มีประสบการณ์การทางานท้งจากภาครัฐและภาคเอกชน มีสุขภาพกายและจิตใจท่เข้มแข็ง พร้อม
ู
ี
เสียสละและทุ่มเทการทำางานเพื่อสังคม
ุ
่
ั
่
ื
็
ั
็
ั
ุ
กรมการพฒนาชมชน กระทรวงมหาดไทย อยากเหนการขบเคลอนงานพฒนาชมชนประสบผลสาเรจอยาง
ำ
เป็นรูปธรรม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่กรมฯ ตั้งไว้ คือ “เศรษฐกิจฐานรากมั่นคงและชุมชนพึ่งตนเองได้ ภายในปี
2565” ซ่งถาเราทาคนเดยวคงไมสาเร็จ จงไดตง “ทมผนาอาสาพฒนาบานเกด” ขนมาเปนแนวรวมในการขบเคล่อน
่
ื
ั
้
ิ
ึ
้
็
้
้
ึ
ี
ั
้
ึ
้
ี
ั
ำ
่
ู
ำ
ำ
โดยการระดมองค์ความรู้และทรัพยากรบุคคลในพื้นที่ สนับสนุนการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชน รวมถึงร่วมติดตาม
สนับสนุน และประเมินผลงานพัฒนาชุมชนพร้อมทั้งให้คำาแนะนำาแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เพื่อสร้างความ
เข้มแข็งให้แก่ชุมชน โดยจัดตั้งทีมผู้นำาอาสาพัฒนาบ้านเกิด หรือ Hometown Development Voluntary Leader
Team ทำาหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรวบรวมผู้ที่มีความรู้ความสามารถและเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ จากทุกสาขา
วิชาชีพ เช่น ข้าราชการหรือพนักงานเอกชนที่เกษียณอายุ บุคลากรจากภาครัฐและภาคเอกชน ปราชญ์ชาวบ้าน
ี
ั
ี
ู
ำ
ี
ี
รวมท้งพ่น้องประชาชนท่มความพร้อมและมีจตอาสา ท่จะนาความร้ความสามารถและประสบการณ์มาทางานให้กับ
ิ
ำ
ส่วนรวม โดยไม่หวังผลตอบแทนในเชิงธุรกิจ โดยมีทีมผู้นำาอาสาพัฒนาบ้านเกิดระดับกรม เข้าไปร่วมขับเคลื่อนเพื่อ
ให้เกิดทีมผู้นำาอาสาพัฒนาบ้านเกิดระดับจังหวัด อีก 76 จังหวัด
89
21 กุมภาพันธ์ 2563
90
21 กุมภาพันธ์ 2563
โดยการขับเคล่อนจะมการจดประเภทแบ่งกล่มตามความเช่ยวชาญเฉพาะด้าน ซ่งทุกคนต้องชวยกน ต้องบ ู
ุ
่
ั
ี
ึ
ื
ี
ั
ี
ำ
รณาการงานทุกด้าน เพราะแต่ละคนทาอาชีพไม่เหมือนกัน และมีวิถีชีวิตท่ไม่เหมือนกัน อีกท้งกรมฯ มีงานหลาย
ั
ด้าน ไม่ว่าจะเป็นโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวทาง “โคกหนองนา โมเดล” ซึ่งเป็นการจัดการพื้นที่
การเกษตร เป็นการผสมผสานระหว่างเกษตรทฤษฎีใหม่กับภูมิปัญญาพ้นบ้านท่อย่อย่างสอดคล้องกับธรรมชาติใน
ี
ื
ู
พื้นที่นั้น ๆ “โคก-หนอง-นา โมเดล” จึงเป็นการให้ธรรมชาติจัดการตัวเอง โดยมีมนุษย์เป็นส่วนส่งเสริมให้สำาเร็จเร็ว
ขึ้นอย่างเป็นระบบ รวมไปถึงโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต กองทุนพัฒนาบทบาท
สตรี ศูนย์ประสานงานองค์การชุมชน (ศอช.) การส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือ OTOP และการดำาเนินงานตลาด
ประชารัฐ เป็นต้น
ำ
“ส่งเหล่าน้จะประสบความสาเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกท่าน กรมการพัฒนาชุมชนขอขอบคุณท่ทุก
ี
ิ
ี
ี
ั
ำ
ี
ท่านได้เสียสละมาเป็นผ้นาท่จะช่วยขับเคล่อนงานพัฒนาชุมชนให้เกิดผลดีกับพ่น้องประชาชนท่วประเทศ ร่วมกับ
ู
ื
ข้าราชการ บุคลากร ตลอดจนอาสาสมัครของกรมฯ ที่มีจำานวนมาก ขอบคุณที่ทุกท่านเสียสละตั้งแต่เริ่มตัดสินใจ
สมัคร ถ้าท่านตัดสินใจสมัคร ผมถือว่าท่านมีตัวแปรที่สำาคัญที่สุดของชีวิต คือ “การมีทัศนคติที่ดี” ซึ่งผมถือว่าเป็น
หัวใจของความสาเร็จของทุกเร่อง ทาให้ส่งดี ๆ เกิดข้นกับชีวิตตัวเองและประเทศชาติได้ โดยเฉพาะอย่างย่งเป็นงาน
ิ
ื
ิ
ำ
ึ
ำ
ของส่วนรวม ยิ่งต้องอาศัยจิตใจที่ห้าวหาญ และเสียสละมากยิ่งขึ้น ในนามของกรมการพัฒนาชุมชน ขอขอบคุณ
ความเสียสละของทุกท่านอีกครั้งครับ” อธิบดี พช. กล่าวทิ้งท้าย
91
21 กุมภาพันธ์ 2563
สตรีสมุทรสาคร รวมพลังกับ กรมการพัฒนาชุมชน
สภาสมาคมสตรีฯ สืบสาน รณรงค์ใส่ผ้าไทย
เชิดชูอัตลักษณ์ คุณค่าผ้าท้องถิ่น สร้างรายได้สู่ชุมชน
24 กุมภาพันธ์ 2563
94
24 กุมภาพันธ์ 2563
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 ณ หอประชุมศูนย์บริการวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิอำาเภอเมือง
สมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เวลา 09.30 น
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภา
สมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และ นางรชตภร โตดิลกเวชช์ ประธานคณะกรรมการบริหารสภาสมาคม
สตรีแห่งชาติฯ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร นายวีระศักดิ์ วิ
จิตร์แสงศรี พร้อมด้วย ประธานชมรมแม่บ้านมหาดไทย จังหวัดสมุทรสาคร นางชุติพร วิจิตร์แสงศรี และหัวหน้า
ส่วนราชการระดับจังหวัด ระดับอำาเภอ ผู้นำาชุมชน กลุ่มองค์กร ภาคเอกชน ภาคีเครือข่าย ในจังหวัดสมุทรสาคร
ร่วมลงนาม จำานวน 40 หน่วยงาน โดยมี นางบุญทิวา วรรณประเวศ ผู้ตรวจราชการกรมการพัฒนาชุมชน เขต
ตรวจราชการที่ 4 กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ร่วมเป็นพยาน โดยก่อนลงนามได้มีการแสดงโชว์อัตลักษณ์ผ้า
ไทยของจังหวัดสมุทรสาคร ด้วยการเดินแฟชั่นโชว์ผ้าพื้นถิ่นของจังหวัดสมุทรสาคร จากหัวหน้าส่วนราชการระดับ
จังหวัด ผู้นำากลุ่มองค์กรสตรี ภาคเอกชน ชาวไทรามัญ ร่วมแสดงแบบอย่างสวยงาม
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ กรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า ขอขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ท่าน
ึ
ี
ึ
ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งประเทศไทย ซ่งประเทศไทยมี 3 จังหวัด ท่ไม่มีผ้าไทยเป็นอัตลักษณ์ของตนเอง ซ่งหน่งใน
ึ
ี
ิ
ี
ี
ี
ั
น้นคือ จังหวัดสมุทรสาคร เด๋ยวน้จังหวัดสมุทรสาครมีผ้าไทยแล้ว ส่งท่อยากเห็นคือการท่ลูกหลานได้รับการถ่ายทอด
ิ
ี
ำ
ำ
ึ
ฝีมือไม่ใช่แค่การนามาสวมใส่ ซ่งในวันน้มีน้อง ๆ จากตาบลเจ็ดร้วมาประดิดประดอยซ่งถือว่าเป็นการถ่ายทอด
ึ
้
้
ำ
้
ภูมิปัญญา เราไม่จาเป็นต้องเป็นต้นนาเราเป็นกลางนาก็ได้ ส่งท่สาคัญ คือ ปลายนาเราก็จะมีโอกาสท่สนับสนุนคนทอ
ี
ำ
ิ
ี
ำ
ำ
ำ
ผ้าซ่งเป็นอาชีพท่สาคัญเพราะได้ช่วยสืบสานรักษาและต่อยอดมรดกให้อย่ค่กับลูกหลานและช่วยสร้างความม่นคงใน
ู
ำ
ี
ั
ึ
ู
เรื่องการทอผ้าด้วย เพราะวันหนึ่งไม่แน่อาจเกิดวิกฤต ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้เสมอ หากเราสามารถทอผ้าได้เองก็ถือเป็น
่
ุ
ั
้
่
ความมนคงของชาต และขอขอบคณทานผวาราชการจงหวดสมทรสาครและทานประธานชมรมแมบานมหาดไทย
่
้
่
ู
ุ
่
ั
ิ
ั
จังหวัดสมุทรสาคร ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงรื้อฟื้นให้ผ้าไทยของจังหวัดสมุทรสาครมีชีวิตชีวาอีกครั้ง
ำ
ี
ำ
ำ
ี
ี
ท่สาคัญท่อยากจะกราบเรียน คือ กระผมเป็นศิษย์เก่าของสมุทรสาคร คือ เคยเป็นปลัดอาเภอท่อาเภอ
กระทุ่มแบน 8 เดือน ปลัดอำาเภอบ้านแพ้ว 2 เดือน จากนั้นก็ย้ายเข้ากรม และขอขอบคุณที่ปรึกษาส่วนตัวของอธิบดี
กรมการพัฒนาชุมชนด้วย คือ ท่านพิภู สุโชคชัยกุล ทีมอาสาพัฒนาบ้านเกิดจังหวัดสมุทรสาครและท่านประธาน
หอการค้า คือ คุณอำาไพ หาญไกรวิไลย์ ขอเป็นกำาลังใจให้กับผู้จัดงานของจังหวัดสมุทรสาครในครั้งนี้ และผมก็รู้สึก
ตื้นตันใจกับชาวจังหวัดสมุทรสาครที่ทำาให้ผ้าไทยไม่สูญหายไป และยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย โดยเฉพาะการ
สวมใส่ผ้าปักลายปลาทูสมุทรสาคร หน้าเริด เชิดยิ้ม หรือใส่ผ้าสไบปัก ขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมในครั้งนี้
95
24 กุมภาพันธ์ 2563
96
24 กุมภาพันธ์ 2563
ด้าน ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวว่า สภา
ู
ั
ั
สมาคมสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ ก่อต้งมาต้งแต่ ปี พ.ศ. 2499 โดยท่านผ้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ภริยา
ของ ท่านจอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สตรีทั่วประเทศ โดยหลัก คือ
ภรรยาผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ก่อตั้งสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงนี้ขึ้นมา เมื่อปี 2499 โดยเจตนาของท่านผู้หญิง
ละเอียด คือ อยากพัฒนาสตรีกว่า 200 องค์กรทั่วประเทศ และได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากสมเด็จพระนางเจ้าสิ
ริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์ยิกา สภาสตรีแห่งชาติ เมื่อปี 2504
ท่านได้ทรงพระราชทานหน้าที่ของสภาสตรีไว้ 4 ประการดังนี้ 1. เราต้องเป็นแม่บ้านที่ดีของครอบครัว 2. เป็นแม่ที่
ดีของลูก 3. อนุรักษ์สืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติไทย ให้ดำารงสืบไปชั่วลูกหลาน 4. การพัฒนาตนเอง นอกจาก
มือจะไกวเปลเลี้ยงลูกแล้วจะต้องเป็นผู้รู้เท่าทัน ทันสมัยต่อการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ท่านได้พระราชทานให้วันที่ 1
ี
ึ
สิงหาคมของทุกปี เป็นวันสตรีไทย ซ่งสภาสตรีแห่งชาติจะจัดงานวันสตรีไทยทุกปี ปีท่ผ่านมาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา
พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี พระองค์ท่านได้เสด็จเป็นองค์ประธานพิธีเปิดงานวันสตรีไทย ทรงพระราชทาน
ี
ั
เกียรติบัตรให้กับสตรีไทยดีเด่นและยุวสตรีท่วประเทศ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาท่สุดมิได้ นอกจากน้น
ั
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ก็ยังได้พระราชทานดอกกล้วยไม้คือดอก
แคทลียาเป็นดอกเป็นดอกไม้ของสตรีไทย ซ่งถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณ การรักษาวัฒนธรรมไทยจึงเป็นของการ
ึ
สื่อสารอนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทยดำารงไว้ในแผ่นดิน ซึ่งนับเป็นสมัยที่ 2 โดยสมัยแรกในปี พ.ศ. 2558 คือ โครงการตาม
ื
ี
รอยผ้าไทย ลมหายใจแม่ของแผ่นดิน หลังจากท่ได้ศึกษาพระราชกรณียกิจในเร่องของผ้าไทย องค์กรสตรีเราก็ไม ่
ื
ึ
สามารถท่จะหาอะไรมาเทียบกับพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ได้ การร้อฟ้นผ้าไทยข้นมาทาให้หลายครอบครัวไม ่
ี
ื
ำ
ได้ทำาอาชีพทอผ้าเป็นอาชีพรองแต่เป็นอาชีพหลัก ที่ทำาให้ครอบครัวมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ทางสภาสตรีจึงได้สนับสนุน
ำ
ิ
ำ
การสืบสานอนุรักษ์ศิลป์ผ้าถ่นไทย จึงได้จัดทาโครงการ “สืบสาน อนุรักษ์สินค้าถ่นไทย ดารงไว้ในแผ่นดิน” ขอช่นชม
ิ
ื
นายกสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิง คุณชุติพร วิจิตร์แสงศรี ที่ได้รื้อฟื้นเรื่องอัตลักษ์ผ้าทุกที่ที่ท่านไปอยู่ โดยเฉพาะ
ผ้าลายดอกบุนนาคที่จังหวัดพิจิตร ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงชื่นชมเป็น
อย่างมาก ครั้นเสด็จทอดพระเนตรการทอผ้าท้องถิ่นและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นภาคเหนือ ที่จังหวัดลำาพูน นอกจากนี้ ยัง
ได้รื้อฟื้นผ้าอัตลักษณ์ของจังหวัดสมุทรสาคร อยากให้สตรีจังหวัดสมุทรสาครทุกท่าน ช่วยกันคิด ช่วยกันทำา และ
ใส่ผ้าไทยทุกวัน เชื่อว่าทุกคนจะต้องซื้อผ้าเพิ่มอย่างน้อยคนละ 10 เมตร หากสตรี 35 ล้านคน ใส่ผ้าไทยคนละ 10
เมตร รวม 350 ล้านเมตร เมตรละ 300 บาท เราจะช่วยให้เกิดเงินหมุนเวียนทันที 1 แสนล้านบาท นอกจากเรา
จะช่วยรักษาวัฒนธรรมแล้ว เรายังช่วยให้เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก คือ เศรษฐกิจครัวเรือน เมื่อ
ี
เศรษฐกิจครัวเรือนเข้มแข็งเศรษฐกิจ โดยรวมก็เข้มแข็งไปด้วย การบันทึกความร่วมมือในวันน้ไม่ใช่แค่การจรดปากกา
ึ
ำ
ั
ี
ลงในกระดาษ แต่เป็นคาม่นสัญญาท่เราจะร่วมกันทาจะช่วยให้เศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็งข้น และส่งเสริมให้คนใกล้ตัวได ้
ำ
สวมใส่ผ้าไทยในทุก ๆ วัน ขอขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และประธานชมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัด
ำ
ั
สมุทรสาคร พร้อมท้งหัวหน้าส่วนราชการทุกท่านท่ได้ให้ความสาคัญ โดยเฉพาะองค์กรสตรีของเราจะเป็นพลังสาคัญ
ำ
ี
ในการขับเคลื่อนภารกิจนี้