The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จังหวัดพิษณุโลก ได้จัดทำคู่มือการให้บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการให้บริการและประเมินติดตามการให้บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มสำหรับเด็กที่มี ความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้าน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินผลการดำเนินงานและเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการให้บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้านในหน่วยงาน ทั้งนี้ เพื่อให้ครูและบุคลากรทราบและเข้าใจขั้นตอนและขอบเขตในการให้บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้าน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by bannawit.kk, 2024-03-19 03:15:46

คู่มือการให้บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้าน

ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จังหวัดพิษณุโลก ได้จัดทำคู่มือการให้บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการให้บริการและประเมินติดตามการให้บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มสำหรับเด็กที่มี ความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้าน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินผลการดำเนินงานและเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการให้บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้านในหน่วยงาน ทั้งนี้ เพื่อให้ครูและบุคลากรทราบและเข้าใจขั้นตอนและขอบเขตในการให้บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้าน

สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ


สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ


ก ค ำน ำ ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จังหวัดพิษณุโลก ได้จัดทำคู่มือการให้บริการช่วยเหลือ ระยะแรกเริ่มสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็น แนวทางในการให้บริการและประเมินติดตามการให้บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มสำหรับเด็กที่มี ความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้าน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินผลการดำเนินงานและ เป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการให้บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มสำหรับเด็กที่มีความต้องการ พิเศษที่รับบริการที่บ้านในหน่วยงาน ทั้งนี้ เพื่อให้ครูและบุคลากรทราบและเข้าใจขั้นตอนและ ขอบเขตในการให้บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้าน คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คู่มือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อครูและบุคลากรผู้ให้บริการ ช่วยเหลือระยะแรกเริ่มแก่เด็กพิการได้นำไปศึกษา ประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการให้บริการสามารถ ให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความพึงพอใจในงานให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ โดยครอบครัว และชุมชนด้วยกระบวนการทางการศึกษาของศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จังหวัดพิษณุโลกต่อไป คณะผู้จัดทำ


ข สำรบัญ คำนำ............................................................................................................................. .............. หน้า ก สารบัญ........................................................................................................................................ ข สารบัญตาราง ง สารบัญภาพ จ บทที่ 1 บทนำ.......................................................................................................................... ....... 1 1. ความเป็นมาและความสำคัญ...................................................................................... 1 2. วัตถุประสงค์........................................................................................................... .... 2 3. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ......................................................................................... 3 4. ขอบเขตของคู่มือ.................................................................................................. ...... 3 5. คำจำกัดความ......................................................................................................... .... 5 6. ข้อตกลงเบื้องต้น........................................................................................................ 5 2 โครงสร้างและหน้าที่รับผิดชอบ.......................................................................................... 7 1. โครงสร้างของสถานศึกษา.......................................................................................... 7 2. บทบาทหน้าที่ของสถานศึกษา.................................................................................... 8 3. โครงสร้างของการปฏิบัติงานการจัดกิจกรรมบำบัด.................................................... 9 4. บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของตำแหน่ง............................................................... 10 3 องค์ประกอบของการปฏิบัติงาน......................................................................................... 12 1. แผนผังการปฏิบัติงาน................................................................................................. 12 2. ขั้นตอนการให้บริการที่บ้าน........................................................................................ 12 3. ประเภทผู้รับบริการ.................................................................................................... 16 4. เกณฑ์การให้บริการ.................................................................................................... 18 5. เกณฑ์การประเมิน............................................................................................. ......... 18 6. คุณสมบัติผู้ให้บริการ.................................................................................................. 18 7. ข้อควรระวังในการปฏิบัติงาน..................................................................................... 19 4 ขั้นตอนการปฏิบัติมาตรฐานคุณภาพงาน และการติดตามประเมินผล.............................. 20 5 ปัญหาอุปสรรคและแนวทางการแก้ไข................................................................................ 26


ค สำรบัญ (ต่อ) บทที่ หน้า 1. ปัญหาอุปสรรค........................................................................................................ 26 2. แนวทางการแก้ไข.................................................................................................... 26 3. ข้อเสนอแนะ............................................................................................................ 26 เอกสารอ้างอิง............................................................................................................................. 27 ภาคผนวก................................................................................................................................... 28 คณะกรรมการผู้จัดทำ................................................................................................................. 115


ง สำรบัญตำรำง ตาราง 1 ขั้นตอนการปฏิบัติงาน มาตรฐานคุณภาพงาน และการติดตามประเมินผลของ การจัดการเรียนรู้ หน้า 21


จ สำรบัญภำพ ภาพ 1 แผนผังโครงสร้างการบริหารของสถานศึกษา.................................................................... หน้า 7 2 แผนผังโครงสร้างการปฏิบัติงานให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยครอบครัวและ ชุมชนด้วยกระบวนการทางการศึกษา.............................................................................. . 9 3 แผนผังการปฏิบัติงาน........................................................................................................ 12


1 บทที่ 1 บทน ำ 1. ควำมเป็นมำและควำมส ำคัญ พระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. 2551 ได้บัญญัติให้คนพิการ มีสิทธิ ทางการศึกษาให้ได้รับการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตั้งแต่แรกเกิดหรือแรกพบความพิการจนตลอด ชีวิตพร้อมทั้งได้รับเทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการและความช่วยเหลืออื่นใด ทางการศึกษา สถานศึกษา ระบบ และรูปแบบการศึกษา โดยคำนึงถึงความสามารถ ความสนใจ ความถนัด ความแตกต่างระหว่างบุคคล และความต้องการจำเป็นพิเศษของบุคคล และได้รับ การศึกษาที่มีมาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา รวมทั้งการจัดหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ การทดสอบทางการศึกษาที่เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการจำเป็นพิเศษของคนพิการ แต่ละประเภทและบุคคล (สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ, 2550) กระทรวงศึกษาธิการได้จัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579 ซึ่งได้ดำเนินการ ภายใต้วิสัยทัศน์ที่ว่า “สร้างระบบการศึกษาที่รองรับการศึกษา การเรียนรู้ตลอดชีวิตและความท้าทาย ที่เป็นพลวัตของโลกศตวรรษที่ 21 อย่างมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นกลไกหลักของ การพัฒนาศักยภาพ และขีดความสามารถของคนไทยในการดำรงชีวิตอย่างมีความสุขตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และจากเป้าประสงค์ดังกล่าว จึงทำให้เกิดกลไกเชิงระบบ และวิธี ปฏิบัติที่ขจัดปัญหาและอุปสรรคในการเลือกปฏิบัติต่อคนพิการ เพื่อให้คนพิการได้รับการพัฒนา คุณภาพชีวิตที่ดี ด้วยการเข้าถึงบริการทางการศึกษาที่มีคุณภาพในรูปแบบที่หลากหลาย สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการได้จัดทำโครงการปรับบ้านเป็นห้องเรียนเปลี่ยนพ่อแม่เป็นครูขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 จนถึงปัจจุบัน และโครงการมีความสอดคล้องกับนโยบายการจัดการศึกษาสำหรับ คนพิการและผู้ด้อยโอกาส ในทศวรรษที่สองของการปฏิรูปการศึกษา (พ.ศ. 2552 - 2561) และ แผนพัฒนาการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พุทธศักราช 2560 - 2564 ที่กำหนดวิสัยทัศน์ไว้ว่า “คนพิการได้รับการศึกษาตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพทั่วถึงและเสมอภาค” กำหนดยุทธศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาสำหรับเด็กพิการรุนแรง คือ ยุทธศาสตร์ที่ 1 เพิ่มโอกาสให้คนพิการ ได้รับบริการทางการศึกษา และยุทธศาสตร์ที่ 5 ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาสำหรับ คนพิการ และสอดคล้องกับจุดเน้นของสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษที่มุ่งเน้นให้นักเรียนพิการ และผู้ด้อยโอกาสได้รับการส่งเสริมและพัฒนาเต็มศักยภาพเป็นรายบุคคล สำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ 2564 - 2565 ในด้านโอกาส ข้อ 2.4 ส่งเสริมให้เด็กพิการ และผู้ด้อยโอกาสให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพ มีทักษะในการดำเนินชีวิตมีพื้นฐาน


2 ในการประกอบอาชีพ พึ่งพาตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง และสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นหน่วยงานหลักดูแลจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ เพื่อให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างมีคุณภาพ ทั่วถึงและเสมอภาค ดังนั้น สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษได้จัดให้มีโครงการปรับบ้านเป็นห้องเรียน เปลี่ยนพ่อแม่เป็นครู โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เด็กพิการก่อนวัยเรียนและเด็กพิการรุนแรง ได้รับการพัฒนา และสามารถช่วยเหลือตนเองได้ตามศักยภาพครูในศูนย์การศึกษาพิเศษ กลุ่มพ่อแม่ ผู้ปกครอง ชุมชน มีความรู้ความเข้าใจในการดูแลพัฒนาช่วยเหลือเด็กพิการได้เต็มศักยภาพ ของแต่ละบุคคล และสร้างความเข้มแข็งให้กับครือข่ายระหว่างกลุ่มพ่อแม่ผู้ปกครอง ครอบครัวและ ชุมชนในการให้ความช่วยเหลือ ร่วมพัฒนาและแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างเครือข่ายและชุมชน อย่างมีประสิทธิภาพ ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จังหวัดพิษณุโลก ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและปัญหา ของเด็กพิการรุนแรงส่วนใหญ่ไม่สามารถมารับบริการที่ศูนย์การศึกษาพิเศษ และหน่วยบริการ เนื่องจากข้อจำกัดในความพิการรุนแรงและปัญหาด้านสุขภาพ ทำให้ผู้ปกครองไม่สามารถมา รับบริการอย่างต่อเนื่องได้ รวมทั้งยังขาดความรู้ ทักษะและสื่อการเรียนการสอนในการกระตุ้น พัฒนาการเด็กพิการรุนแรงด้วยตนเองที่บ้าน เพื่อสนองนโยบายของสำนักบริหารงานการศึกษา ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จังหวัดพิษณุโลก จึงได้มอบหมายทีมสหวิชาชีพและครู การศึกษาพิเศษออกให้บริการเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้านเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียน ได้อย่างเหมาะสม จากความสำคัญดังกล่าวข้างต้น ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จังหวัดพิษณุโลก จัดทำโครงการนี้ขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางให้ครูและผู้ปกครองสามารถจัดการศึกษาสำหรับเด็กพิการ ที่รับบริการที่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้เด็กพิการได้รับบริการทางการศึกษาพิเศษ ที่เหมาะสมมีคุณภาพชีวิตที่ดีและอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุขต่อไป 2. วัตถุประสงค์ 1) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการให้บริการและประเมินติดตามการให้บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่ม สำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้าน 2) เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินผลการดำเนินงาน และเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพ การให้บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้านในหน่วยงาน 3) เพื่อให้ครูและบุคลากรทราบและเข้าใจขั้นตอนและขอบเขตในการให้บริการช่วยเหลือระยะ แรกเริ่มสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้าน


3 3. ประโยชน์ที่คำดว่ำจะได้รับ 1) ครูและบุคลากรของศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จังหวัดพิษณุโลก สามารถ ปฏิบัติงานตามแนวทางและขั้นตอนได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว มีความมั่นใจในการทำงาน 2) ครูและบุคลากรของศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จังหวัดพิษณุโลก สามารถ ลดขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อน ลดข้อผิดพลาดที่เกิดจากการทำงานที่ไม่เป็นระบบและปรับปรุง การทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 3) ผู้รับบริการได้รับการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 4. ขอบเขตของคู่มือ คู่มือการให้บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการ ที่บ้านมีการดำเนินงาน 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1. ขั้นวำงแผน (Plan) 2. ขั้นด ำเนินงำน (Do) ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การรวบรวมข้อมูลนักเรียนเป็นรายบุคคล 2) การคัดกรองประเภทความพิการทางการศึกษาและการประเมินความสามารถ พื้นฐานของเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้าน 3) การจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (Individualized Education Program : IEP) และแผนการสอนเฉพาะบุคคล (Individual Implementation Plan : IIP) 4) การให้บริการด้วยกิจกรรมที่เหมาะสม 5) การประเมินความก้าวหน้า 6) การนิเทศ ติดตาม ประเมินผล และการส่งต่อ 3. ขั้นประเมินควำมพึงพอใจ (Check) 4. สรุปผล (Act)


4 5. ค ำจ ำกัดควำม ทีมสหวิชำชีพ หมายถึง กลุ่มบุคคลที่ได้รับการฝึกอบรม มีความรู้ทักษะ และความสามารถ เฉพาะด้านมาทำงานร่วมกัน เพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างมีระบบและเป็นกระบวนการ โดยอยู่บนพื้นฐานเป้าหมายและวัตถุประสงค์เดียวกันในการปฏิบัติงาน มีการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ในการประเมินปัญหาและรับผิดชอบร่วมกันตั้งแต่ต้นจนสิ้นสุดกระบวนการ ซึ่งประกอบด้วย นักกิจกรรมบำบัด นักกายภาพบำบัด นักจิตวิทยา แพทย์แผนไทย พยาบาลวิชาชีพและครูการศึกษา พิเศษ นักกิจกรรมบ ำบัด หมายถึง ทีมสหวิชาชีพสาขากิจกรรมบำบัดของศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จังหวัดพิษณุโลกที่ให้บริการทางกิจกรรมบำบัดแก่เด็กที่มีความต้องการพิเศษ โดยประยุกต์กิจกรรมมาใช้ในการตรวจประเมิน ส่งเสริม บำบัดรักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพ เด็กที่มีความต้องการพิเศษ ให้สามารถกลับไปดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างใกล้เคียงปกติ นักกำยภำพบ ำบัด หมายถึง ทีมสหวิชาชีพสาขากายภาพบำบัดของศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จังหวัดพิษณุโลกที่ให้บริการที่บ้านเกี่ยวกับการพัฒนา การรักษา ฟื้นฟู ส่งเสริม ป้องกันและกระตุ้นพัฒนาการในผู้เรียนที่มีข้อจำกัดทางด้านร่างกาย การเคลื่อนไหวของข้อต่อ ความสมดุลความตึงตัวของกล้ามเนื้อ การควบคุมการทรงท่าของร่างกาย ตลอดจนการควบคุมการ เคลื่อนไหว ที่เกิดจากความบกพร่องของระบบประสาท ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก รวมทั้งระบบ หัวใจและปอด โดยใช้การฝึกปฏิบัติจริงทางกายภาพบำบัด เพื่อเพิ่มหรือคงสภาพองศาการเคลื่อนไหว ของข้อต่อ ปรับสมดุลความตึงตัวของกล้ามเนื้อ จัดท่าให้เหมาะสม สามารถควบคุมการเคลื่อนไหว ในขณะทำกิจกรรม และเพิ่มความสามารถทรงท่าในการทำกิจกรรม เพื่อให้ผู้เรียนสามารถช่วยเหลือ ตนเอง และดำเนินชีวิตประจำวันได้เต็มศักยภาพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นักจิตวิทยำ หมายถึง ทีมสหวิชาชีพสาขาจิตวิทยาคลินิกของศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จังหวัดพิษณุโลก ที่ให้บริการที่บ้านโดยทำหน้าที่ประเมินและกระตุ้นส่งเสริม พัฒนาการองค์รวมสำหรับเด็กที่มีข้อจำกัดด้านพัฒนาการ รวมถึงด้านพฤติกรรมและอารมณ์ ผ่านกิจกรรมการเล่นและการปฏิสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดเพื่อลดข้อจำกัด ส่งเสริมพัฒนาการและ การแสดงออกทางพฤติกรรมและอารมณ์ที่เหมาะสม ทำให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็ม ตามศักยภาพ แพทย์แผนไทย หมายถึง ทีมสหวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยหรือการแพทย์แผนไทย ประยุกต์ของศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จังหวัดพิษณุโลก ที่ให้บริการที่บ้าน โดยการตรวจ ประเมิน บำบัด ป้องกัน ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพ โดยอาศัยองค์ความรู้ด้านเวชกรรมไทย เภสัชกรรมไทย และหัตถเวชกรรมไทย ตามมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถช่วยเหลือตนเองและดำเนิน ชีวิตประจำวันได้อย่างอย่างเต็มศักยภาพ


5 พยำบำลวิชำชีพ หมายถึง ทีมสหวิชาชีพสาขาการพยาบาลของศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จังหวัดพิษณุโลก ปฏิบัติหน้าที่โดยใช้ความรู้จากศาสตร์ทั้งทางด้านการพยาบาลและ ความรู้ที่เกี่ยวข้องในศาสตร์สาขาอื่นๆ ตัดสินใจวางแผนเพื่อให้การดูแลผู้เจ็บป่วย ป้องกันการเกิด ภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ช่วยฟื้นฟูและสร้างเสริมสุขภาพ อย่างเป็นอิสระภายใต้ขอบเขตของการ พยาบาล ครูกำรศึกษำพิเศษ หมายถึง ครูที่ทำหน้าที่จัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ที่รับบริการบ้าน ได้แก่ บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การสื่อสาร และการเรียนรู้ หรือมีร่างกายพิการหรือทุพพลภาพ หรือบุคคลซึ่งไม่สามารถพึ่งตนเองได้ หรือไม่มีผู้ดูแล หรือผู้ด้อยโอกาส ซึ่งเด็กกลุ่มนี้มักไม่ได้รับประโยชน์เต็มที่จากการศึกษาที่จัดให้ตาม ระบบปกติ เป็นการศึกษาที่มีความแตกต่างไปจากทั่วไป ทั้งในด้านเทคนิควิธีการสอน กระบวนการ จัดการเรียนรู้ตามหลักสูตร เนื้อหาวิชา เครื่องมือ อุปกรณ์การเรียน และเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความ สะดวก กำรให้บริกำรที่บ้ำน หมายถึง การให้บริการทางสหวิชาชีพและการจัดการเรียนการสอนของ ครูการศึกษาพิเศษที่บ้านของเด็กพิการ เด็กที่มีควำมต้องกำรพิเศษที่รับบริกำรบ้ำน หมายถึง เด็กพิการที่เข้ารับบริการที่บ้านของ ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จังหวัดพิษณุโลกที่มีรายชื่อระบบงานทะเบียนนักเรียนของ ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จังหวัดพิษณุโลก ผู้ปกครอง หมายถึง พ่อ แม่ หรือผู้ที่มีหน้าที่ในการดูแลเด็กพิการเข้ารับบริการที่บ้านของ ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จังหวัดพิษณุโลก 6. ข้อตกลงเบื้องต้น 1) การให้บริการแก่เด็กพิเศษของทีมสหวิชาชีพต้องปฏิบัติงานภายใต้กฎหมายการประกอบ โรคศิลปะตามระเบียบต่าง ๆ ที่กำหนดโดยกระทรวงสาธารณสุข และครูการศึกษาพิเศษ ต้องปฏิบัติงานตามแนวทางการจัดการเรียนการสอนของศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จังหวัดพิษณุโลก 2) ทีมสหวิชาชีพและครูการศึกษาพิเศษ ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพครูของคุรุสภา โดยการศึกษาคู่มือการปฏิบัติงานในศูนย์การศึกษาพิเศษ เพื่อวางแผนการปฏิบัติงาน การจัดหา สื่อ อุปกรณ์ที่จำเป็นและการจัดทำรายละเอียดของวิธีการปฏิบัติงาน เอกสารรูปแบบรายงาน เอกสารพรรณนางานของศูนย์การศึกษาพิเศษ


6 3) ทีมสหวิชาชีพและครูการศึกษาพิเศษ ต้องมีการติดตามการเปลี่ยนแปลงของวิชาชีพ ในด้านการปฏิบัติการทางคลินิก และการจัดการเรียนการสอน โดยให้มีนวัตกรรมและงานวิจัยอย่าง ต่อเนื่องเพื่อนำมาพัฒนางานต่อไป 4) ทีมสหวิชาชีพและครูการศึกษาพิเศษ ควรแต่งกายให้เรียบร้อยเหมาะสมกับการให้บริการ แก่ผู้รับบริการ 5) ทีมสหวิชาชีพและครูการศึกษาพิเศษ ไม่ควรนำข้อมูลของผู้รับบริการไปเผยแพร่โดยไม่ได้ รับอนุญาต


7 บทที่ 2 โครงสร้ำงและหน้ำที่รับผิดชอบ 1. โครงสร้ำงกำรบริหำรของสถำนศึกษำ ภำพที่ 1 แผนผังโครงสร้างการบริหารของสถานศึกษา ผู้อ ำนวยกำรศูนย์กำรศึกษำพิเศษ เขตกำรศึกษำ 7 จังหวัดพิษณุโลก งำนให้บริกำรช่วยเหลือระยะแรกเริ่ม(EI) และเตรียมควำมพร้อม รองผู้อ ำนวยกำร กลุ่มบริหำรงำนวิชำกำร งำนให้บริกำรฟื้นฟูสมรรถภำพคนพิกำรโดยครอบครัว และชุมชนด้วยกระบวนกำรทำงกำรศึกษำ


8 2. บทบำทหน้ำที่ของสถำนศึกษำ บทบาทหน้าที่หลักตามพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. 2551 (ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 125 ตอนที่ 28 ก วันที่ 5 กุมภาพันธ์2551 หน้าที่ 2) กำหนดให้ ศูนย์การศึกษาพิเศษจัดการศึกษานอกระบบ หรือตามอัธยาศัยแก่คนพิการ ตั้งแต่แรกเกิดหรือแรกพบ ความพิการจนตลอดชีวิตและจัดการศึกษาอบรมแก่ผู้ดูแลคนพิการ ครูบุคลากรและชุมชน รวมทั้ง การจัดสื่อ เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก บริการและความช่วยเหลืออื่นใด ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่ อื่นตามที่กำหนดในประกาศกระทรวง บทบาทหน้าที่อื่นตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่อื่น ของศูนย์การศึกษาพิเศษ พ.ศ. 2553 (ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่127 ตอนพิเศษ 95 ง วันที่6 สิงหาคม 2553 หน้าที่ 23) ให้ศูนย์การศึกษาพิเศษปฏิบัติหน้าที่อื่นดังต่อไปนี้ 1) ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาให้แก่คนพิการที่มีความบกพร่องทางสุขภาพ ซึ่งเจ็บป่วยเรื้อรังอยู่ในโรงพยาบาลหรือที่บ้านเป็นระยะเวลานานจนไม่สามารถไปเรียนในสถานศึกษา ขั้นพื้นฐานได้ตามปกติ โดยมีงานให้บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มและระยะเตรียมความพร้อม พร้อมทั้งงานให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ โดยครอบครัวและชุมชนด้วยกระบวนการ ทางการศึกษา 2) ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการที่มีการเรียนร่วมในสถานศึกษา ขั้นพื้นฐานทั้งของรัฐและเอกชน 3) จัดระบบส่งต่อและส่งเสริมสนับสนุนช่วงเชื่อมต่อสำหรับคนพิการ 4) ส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพด้านอาชีพให้แก่คนพิการและผู้ดูแลคนพิการ ตามความเหมาะสมจำเป็น 5) ประสานและส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรคนพิการ หน่วยงาน ภาครัฐและเอกชน สามารถพัฒนา สนับสนุนและจัดการศึกษาสำหรับคนพิการที่มีการเรียนร่วมทั้ง ของรัฐและเอกชน


9 3. โครงสร้ำงกำรปฏิบัติงำนให้บริกำรฟื้นฟูสมรรถภำพคนพิกำรโดยครอบครัว และชุมชนด้วย กระบวนกำรทำงกำรศึกษำ ภำพที่ 2 แผนผังโครงสร้างการปฏิบัติงานให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยครอบครัว และชุมชนด้วยกระบวนการทางการศึกษา ผู้อ ำนวยกำร รองผู้อ ำนวยกำร งำนให้บริกำรช่วยเหลือระยะแรกเริ่ม (EI) และเตรียมควำมพร้อม ทีมสหวิชำชีพ นักกำยภำพบ ำบัด นักกิจกรรมบ ำบัด นักจิตวิทยำ หัวหน้ำกลุ่มบริหำรงำนวิชำกำร งำนให้บริกำรฟื้นฟูสมรรถภำพคนพิกำรโดยครอบครัว และชุมชน ด้วยกระบวนกำรทำงกำรศึกษำ แพทย์แผนไทย พยำบำล ครูกำรศึกษำพิเศษ ผู้ปกครอง เด็กที่มีควำมต้องกำรพิเศษที่รับบริกำรบ้ำน


10 4. บทบำทหน้ำที่ควำมรับผิดชอบของต ำแหน่ง เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการประเมินความสมารถพื้นฐาน ณ ปัจจุบัน และเพื่อให้กระบวนการ จัดการศึกษามีคุณภาพตามเป้าหมาย กลุ่มเป้าหมายในการใช้คู่มือ ได้แก่ ผู้บริหาร ครูผู้สอน ทีมสหวิชาชีพ และผู้ปกครอง ควรมีบทบาท ดังนี้ ผู้อ ำนวยกำร มีบทบาทในการเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนและส่งเสริมการปฏิบัติงาน ในกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม ส่งเสริม และสนับสนุนทรัพยากรที่เอื้อต่อการพัฒนาความสามารถของผู้เรียน และร่วมเป็นคณะกรรมการ ในการกำกับติดตามพัฒนาการของผู้เรียนทุกคน ติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานในการจัด กิจกรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียน รองผู้อ ำนวยกำร มีบทบาทหน้าที่ในการปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการ สถานศึกษา ในการช่วยบริหารสถานศึกษา การวางแผนการปฏิบัติงาน การควบคุม กำกับ ดูแล เกี่ยวกับการบริหารงานและสนับสนุนการดำเนินงานด้านทรัพยากร หัวหน้ำกลุ่มบริหำรงำนวิชำกำร มีบทบาทหน้าที่ ในการติดตามและตรวจสอบ การดำเนินงานและสนับสนุนทรัพยากร ในการส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนสำหรับ เด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการบ้าน งำนให้บริกำรช่วยเหลือระยะแรกเริ่ม (EI) และเตรียมควำมพร้อม มีบทบาทหน้าที่ รับสมัคร รวบรวมข้อมูลนักเรียน คัดกรองประเภทความพิการทางการศึกษา ประเมินความสามารถ พื้นฐานของเด็กพิการที่มารับบริการจัดให้มีการทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) อย่างถูกต้องตามขั้นตอน ให้บริการเตรียมความพร้อมและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนการสอน รายบุคคล ประสานการประเมินความก้าวหน้าพัฒนาการ และทบทวน ปรับปรุงแผนการจัดการศึกษา เฉพาะบุคคล งำนให้บริกำรฟื้นฟูสมรรถภำพคนพิกำรโดยครอบครัว และชุมชนด้วยกระบวนกำรทำง กำรศึกษำ มีบทบาทหน้าที่รวบรวมข้อมูลนักเรียนพิการในเขตพื้นที่บริการและจัดทำแผน การให้บริการ ให้ความรู้ ความเข้าใจ และสร้างเจตคติเกี่ยวกับการให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ โดยครอบครัวและชุมชน แก่ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการพัฒนาครอบครัวและชุมชนของนักเรียนพิการ ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการปรับสภาพแวดล้อม ความเป็นอยู่ให้กับนักเรียนพิการตามความเหมาะสม นิเทศ กำกับติดตาม การพัฒนานักเรียนพิการอย่างต่อเนื่อง นักกิจกรรมบ ำบัด มีบทบาทหน้าที่ การตรวจประเมิน ส่งเสริม ป้องกันบำบัดและฟื้นฟู สมรรถภาพเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้าน โดยนำกิจกรรม วิธีการ และอุปกรณ์ ที่เหมาะสมมาเป็นวิธีการในการบำบัด เพื่อให้เด็กให้สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ และดำเนินชีวิตได้ ตามศักยภาพ


11 นักกำยภำพบ ำบัด มีบทบาทหน้าที่ ในการให้บริการเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการ ที่บ้านเกี่ยวกับการพัฒนา การรักษา ฟื้นฟู ส่งเสริม ป้องกัน และกระตุ้นพัฒนาการในผู้เรียน ที่มีข้อจำกัดทางด้านร่างกาย การเคลื่อนไหว ตลอดจนการควบคุมการเคลื่อนไหวที่เกิดจาก ความบกพร่องของระบบประสาท ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก รวมทั้งระบบหัวใจและปอด โดยใช้ การฝึกปฏิบัติทางกายภาพบำบัด เพื่อให้ผู้เรียนสามารถช่วยเหลือตนเอง และดำเนินชีวิตประจำวันได้ เต็มศักยภาพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นักจิตวิทยำ มีบทบาทหน้าที่ ประเมินและกระตุ้นส่งเสริมพัฒนาการองค์รวมสำหรับ เด็กที่มีข้อจำกัดด้านพัฒนาการ รวมถึงด้านพฤติกรรมและอารมณ์ ผ่านกิจกรรมการเล่นและ การปฏิสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดเพื่อลดข้อจำกัด ส่งเสริมพัฒนาการและการแสดงออกทางพฤติกรรม และอารมณ์ที่เหมาะสมทำให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มตามศักยภาพ แพทย์แผนไทย มีบทบาทหน้าที่ ตรวจประเมิน บำบัด ป้องกัน ส่งเสริมและฟื้นฟูสุขภาพ โดยอาศัยองค์ความรู้ด้านเวชกรรมไทย เภสัชกรรมไทย และหัตถเวชกรรมไทย ตามมาตรฐานวิชาชีพ เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถช่วยเหลือตนเองและดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างอย่างเต็มศักยภาพ พยำบำลวิชำชีพ มีบทบาทหน้าที่ ให้การรักษาพยาบาลและดูแลเด็กที่รับบริการที่บ้าน โดยกระบวนการรักษา ป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพ วางแผนและให้บริการด้านพยาบาล ครูกำรศึกษำพิเศษ มีบทบาทหน้าที่ จัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ที่รับบริการบ้าน ได้แก่ บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม การสื่อสาร และการเรียนรู้ หรือมีร่างกายพิการหรือทุพพลภาพ ด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้ ตามหลักสูตร เนื้อหาวิชา เครื่องมือ อุปกรณ์การเรียน และเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก ผู้ปกครอง มีบทบาทหน้าที่ ในการดูแลเด็กพิการเข้ารับบริการที่บ้านและปฏิบัติตาม คำแนะนำของทีมสหวิชาชีพและครูการศึกษาพิเศษ


12 บทที่ 3 องค์ประกอบของกำรปฏิบัติงำน 1. แผนผังกำรปฏิบัติงำน ภำพที่ 3 แผนผังการปฏิบัติงาน 2. ขั้นตอนกำรให้บริกำรที่บ้ำน 1. ขั้นวำงแผน (Plan) เป็นการเตรียมการออกให้บริการเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ที่รับบริการที่บ้าน โดยมีการเตรียมข้อมูล การประชุมร่วมกันก่อนการออกให้บริการ การจัดตาราง การออกให้บริการ การเตรียมสื่อ อุปกรณ์ และยานพาหนะ 2. ขั้นด ำเนินงำน (Do) เป็นการให้บริการที่บ้านด้วยรูปแบบการให้บริการช่วยเหลือระยะ แรกเริ่ม (Early Intervention : EI) ของศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จังหวัดพิษณุโลก 6 ขั้นตอน ได้แก่


13 2.1 กำรรวบรวมข้อมูลนักเรียนเป็นรำยบุคคล เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลทั่วไป ของเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้าน เพื่อให้ได้ข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ และตัดสินใจ ในการวางแผนการให้บริการ ซึ่งใช้วิธีการเก็บรวบรวมหลายวิธี ได้แก่ การสังเกต การสัมภาษณ์ การซักประวัติ การเยี่ยมบ้าน การประเมิน พร้อมทั้งมีการปักหมุดแผนที่บ้านนักเรียน และการบันทึก ข้อมูลนักเรียนในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ CAPER โดยมีการใช้เครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล ได้แก่ ใบสมัคร แบบบันทึกเยี่ยมบ้าน และแบบประเมินความเสี่ยง 2.2 กำรคัดกรองประเภทควำมพิกำรทำ งกำรศึกษำและกำรปร ะเมิน ควำมสำมำรถพื้นฐำนของเด็กที่มีควำมต้องกำรพิเศษที่รับบริกำรที่บ้ำน โดยใช้แบบคัดกรอง คนพิการทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ แบบประเมินความสามารถพื้นฐาน (Developmental Surveillance and Promotion Manual : DSPM) และแบบประเมินของ ทีมสหวิชาชีพ เพื่อให้ทราบถึงประเภทความพิการหรือความบกพร่อง พัฒนาการปัจจุบันของเด็ก ค้นหาความสามารถที่ทำได้ ความสามารถที่ทำไม่ได้ ซึ่งจะเป็นข้อมูลในการวางแผนการให้บริการ ช่วยเหลือระยะแรกเริ่มให้สอดคล้องกับความต้องการพิเศษและพัฒนาการของเด็กแต่ละคน 2.3 กำรจัดท ำแผนกำรจัดกำรศึกษำเฉพำะบุคคล (Individualized Education Program : IEP) และแผนกำรสอนเฉพำะบุคคล (Individual Implementation Plan : IIP) เป็นขั้นตอนการนำข้อมูลที่ได้จากการรวบรวมข้อมูล การคัดกรอง และการประเมินความสามารถ พื้นฐานมาจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลที่สอดคล้องกับความต้องการพิเศษ ซึ่งประกอบด้วย 1) ข้อมูลทั่วไป 2) ข้อมูลทางการแพทย์หรือด้านสุขภาพ 3) ข้อมูลด้านการศึกษา 4) ข้อมูลอื่นๆที่จำเป็น 5) การกำหนดแนวทางการศึกษาและการวางแผนการจัดการศึกษาพิเศษ 6) ความต้องการสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา 7) คณะกรรมการการจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล และ 8) ความเห็นของบิดา มารดา ผู้ปกครองหรือผู้เรียน จากนั้นมีการจัดทำแผนการสอนเฉพาะบุคคลที่สอดคล้องกับแผนการ จัดการศึกษาเฉพาะบุคคล เพื่อเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับเด็กที่มีความต้องการ พิเศษที่รับบริการที่บ้าน 2.4 กำรให้บริกำรด้วยกิจกรรมที่เหมำะสม เป็นขั้นตอนที่ครูการศึกษาพิเศษและ ทีมสหวิชาชีพจะร่วมกันออกให้บริการเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้านอย่างน้อย 1 – 2 ครั้ง ต่อเดือน เพื่อจัดกิจกรรมที่เหมาะสมในการพัฒนาเด็กตามแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) และแผนการสอนเฉพาะบุคคล (IIP) โดยแต่ละวิชาชีพมีขอบข่ายการให้บริการ ดังต่อไปนี้


14 1) ครูกำรศึกษำพิเศษ มีขอบข่ายในการดำเนินงาน ดังนี้ 1. ประเมินและวางแผนการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับความสามารถของบุคคล ที่มีความต้องการพิเศษเพื่อส่งเสริมพัฒนาการในการเรียนรู้ ได้เต็มตามศักยภาพของแต่ละบุคคล 2. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนในด้านวิชาการ ทักษะการดำรงชีวิต สามารถทำ ให้ผู้เรียนนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ได้แก่ การช่วยเหลือตนเอง เช่น บอกความต้องการของ ตนเอง (รับประทานอาหาร ดื่มน้ำ เข้าห้องน้ำ) ทักษะวิชาการ ได้แก่ ด้านการอ่าน การเขียน ด้าน คณิตศาสตร์ เพื่อเชื่อมโยงในการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันของผู้เรียน 3. ประเมินความก้าวหน้าของเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้า น และรายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในการจัดการเรียนการสอน 4. ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนแก่ครูปกติโดยให้ความรู้ข้อมูล คำแนะนำและสื่อ วัสดุอุปกรณ์ 2) นักกำยภำพบ ำบัด มีขอบข่ายในการดำเนินงาน ดังนี้ 1. เพิ่มหรือคงสภาพองศาการเคลื่อนไหวของข้อต่อ 2. ปรับสมดุลความตึงตัวของกล้ามเนื้อ 3. ฝึกกระตุ้นการควบคุมการทรงท่าทางของร่างกาย 4. ฝึกกระตุ้นการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย 5. เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคลื่อนไหว 3) นักกิจกรรมบ ำบัด มีขอบข่ายในการดำเนินงาน ดังนี้ 1. การฝึกกิจวัตรประจำวันเพื่อให้เด็กสามารถปฏิบัติด้วยตนเอง เช่น การแต่งกาย การรับประทานอาหาร 2. เพิ่มความสามารถในการควบคุมตนเองในเด็กที่มีพฤติกรรมไม่อยู่นิ่ง ก้าวร้าว 3. ส่งเสริมการรับประทานอาหาร เช่น การดูด การกลืน 4. เตรียมความพร้อมการวิชาการต่างๆ เช่น ฝึกทักษะการเขียน ฝึกทักษะการอ่าน เป็นต้น เพื่อส่งเสริมการรับรู้และเรียนรู้ 5. ฝึกกระตุ้นพัฒนาการด้านต่างๆ 6. ส่งเสริมการทักษะใช้มือในการหยิบจับในการทำกิจกรรม 8. การฝึกทักษะในการสื่อสาร เช่น การพูด การเข้าใจภาษา 9. ฝึกทักษะทางสังคม 10. การให้คำปรึกษาหรือคำแนะนำในการดูแลเด็กแก่ผู้ปกครอง 11. ประดิษฐ์ ดัดแปลงอุปกรณ์หรือเครื่องช่วย เพื่อให้เด็กสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง


15 4) นักจิตวิทยำ มีขอบข่ายในการดำเนินงาน ดังนี้ 1. ประเมินพัฒนาการ และประเมินด้านพฤติกรรมและอารมณ์ 2. ฝึกกระตุ้นพัฒนาการองค์รวม ผ่านกิจกรรมการเล่นและการมีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิด ร่วมกัน 3. ส่งเสริมการแสดงออกทางพฤติกรรมและอารมณ์ที่เหมาะสม ผ่านกิจกรรม การเล่นและการมีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดร่วมกันตามแนวทางการปรับพฤติกรรม 4. ให้คำปรึกษาผู้ปกครอง สร้างความรู้ความเข้าใจ และสร้างความร่วมมือ ในการส่งเสริมพัฒนาการและการปรับพฤติกรรมร่วมกัน 5) แพทย์แผนไทย มีขอบข่ายในการดำเนินงาน ดังนี้ 1. กิจกรรมด้านเวชกรรมไทย การตรวจประเมินร่างกาย ตรวจชีพจรตรีธาตุ เพื่อเตรียมความพร้อมของผู้รับบริการ 2. กิจกรรมด้านเภสัชกรรมไทย ส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์และจิตใจ ด้วยสมุนไพรไทย 3. กิจกรรมด้านหัตถเวชกรรมไทย กระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อและข้อต่อ ด้วยการกดจุด การนวดสัมผัส 4. กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพด้วยหลักธรรมานามัย โภชนบำบัดทางการแพทย์แผนไทย และการกายบริหารด้วยฤๅษีดัดตน 6) พยำบำลวิชำชีพ มีขอบข่ายในการดำเนินงาน ดังนี้ 1. รักษา ดูแล และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการพยาบาล 2. ช่วยฟื้นฟูสุขภาพของเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้านในการปรับตัว เข้ากับภาวะขัดข้องใดๆ ที่เกิดจากการเจ็บป่วย 3. จัดให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้าน มีสิ่งแวดล้อมที่ถูกสุขอนามัย 4. ป้องกันและควบคุมการเผยแพร่ของโรคติดเชื้อ 5. ให้คำแนะนำผู้ปกครองและเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้านให้รู้จัก การดูแลและส่งเสริมสุขภาพ 2.5 กำรประเมินควำมก้ำวหน้ำ เป็นขั้นตอนการประเมินผลการจัดกิจกรรม โดย ใช้เกณฑ์ที่กำหนดสำหรับเด็กแต่ละคน วิธีการประเมินขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของกิจกรรม ตลอดจน มีการรายงานความก้าวหน้าโดยมีพ่อแม่หรือผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการประเมินผล และ ร่วมตัดสินใจในการทบทวนและปรับปรุงแผนให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการพิเศษ ของเด็กพิการ


16 2.6 กำรนิเทศ ติดตำม ประเมินผล และกำรส่งต่อ เป็นขั้นตอนที่ผู้บริหารกำกับ ติดตาม ตรวจสอบการให้บริการเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้าน พร้อมทั้งให้คำแนะนำ และข้อเสนอแนะแก่ครู และทีมสหวิชาชีพที่เป็นผู้ให้บริการ ในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอน และให้บริการ เพื่อให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้านได้รับการพัฒนาบรรลุ ตามวัตถุประสงค์ 3. ขั้นประเมินควำมพึงพอใจ (Check) เป็นขั้นตอนที่ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้บริหาร ครู และผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการประเมินความพึงพอใจต่อการดำเนินงาน 4. สรุปผล (Act) เป็นขั้นตอนที่งานให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยครอบครัว และชุมชนด้วยกระบวนการทางการศึกษา ดำเนินการรายงานผลการให้บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่ม สำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้านให้ผู้บริหารและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทราบ ปีการศึกษาละ 1 ครั้ง 3. ประเภทผู้รับบริกำร เด็กที่มีความต้องการพิเศษของศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จังหวัดพิษณุโลก ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์ของคนพิการทางการศึกษา พ.ศ.2552 1. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น ได้แก่ บุคคลที่สูญเสียการเห็นตั้งแต่ระดับเล็กน้อย จนถึงตาบอดสนิท ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภทดังนี้ 1.1 คนตาบอด หมายถึง บุคคลที่สูญเสียการเห็นมาก จนต้องใช้สื่อสัมผัสและสื่อเสียงหาก ตรวจวัดความชัดของสายตาข้างดีเมื่อแก้ไขแล้ว อยู่ในระดับ 6 ส่วน 60 (6/60) หรือ 20 ส่วน 200 (20/200) จนถึงไม่สามารถรับรู้เรื่องแสง 1.2 คนเห็นเลือนราง หมายถึง บุคคลที่สูญเสียการเห็น แต่ยังสามารถอ่านอักษร ตัวพิมพ์ขยายใหญ่ด้วยอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการ หรือเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก หากวัด ความชัดเจนของสายตาข้างดีเมื่อแก้ไขแล้วอยู่ในระดับ 6 ส่วน 18 (6/18) หรือ 20 ส่วน 70 (20/70) 2. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ได้แก่ บุคคลที่สูญเสียการได้ยินตั้งแต่ระดับหูตึง น้อยจนถึงหูหนวก ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้ 2.1 คนหูหนวก หมายถึง บุคคลที่สูญเสียการได้ยินมากจนไม่สามารถเข้าใจการพูด ผ่านทางการได้ยินไม่ว่าจะใส่หรือไม่ใส่เครื่องช่วยฟัง ซึ่งโดยทั่วไปหากตรวจการได้ยินจะมีการสูญเสีย การได้ยิน 90 เดซิเบลขึ้นไป


17 2.2 คนหูตึง หมายถึง บุคคลที่มีการได้ยินเหลืออยู่เพียงพอที่จะได้ยินการพูด ผ่านทางการได้ยิน โดยทั่วไปจะใส่เครื่องช่วยฟัง ซึ่งหากตรวจวัดการได้ยินจะมีการสูญเสียการได้ยิน น้อยกว่า 90 เดซิเบลลงมาถึง 26 เดซิเบล 3. บุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ได้แก่ บุคคลที่มีความจำกัดอย่างชัดเจน ในการปฏิบัติตนในปัจจุบัน ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ ความสามารถทางสติปัญญาต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย อย่างมีนัยสำคัญร่วมกับความจำกัดของทักษะการปรับตัวอีกอย่างน้อย 2 ทักษะ จาก 10 ทักษะ ได้แก่ การสื่อความหมาย การดูแลตนเอง การดำรงชีวิตภายในบ้าน ทักษะทางสังคม/การมีปฏิสัมพันธ์ กับผู้อื่น การรู้จักใช้ทรัพยากรในชุมชน การรู้จักดูแลควบคุมตนเอง การนำความรู้มาใช้ ในชีวิตประจำวันการทำงาน การใช้เวลาว่าง การรักษาสุขภาพอนามัยและความปลอดภัย ทั้งนี้ได้ แสดงอาการดังกล่าวก่อนอายุ 18 ปี 4. บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภทดังนี้ 4.1 บุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหว ได้แก่ บุคคลที่มีอวัยวะ ไม่สมส่วนหรือขาดหายไป กระดูกหรือกล้ามเนื้อผิดปกติ มีอุปสรรคในการเคลื่อนไหว ความบกพร่อง ดังกล่าวอาจเกิดจากโรคทางระบบประสาท โรคของระบบกล้ามเนื้อและกระดูก การไม่สมประกอบ มาแต่กำเนิด อุบัติเหตุและโรคติดต่อ 4.2 บุคคลที่มีความบกพร่องทางสุขภาพ ได้แก่ บุคคลที่มีความเจ็บป่วยเรื้อรังหรือ มีโรคประจำตัวซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง และเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ซึ่งมีผลทำให้เกิดความจำเป็นต้องได้รับการศึกษาพิเศษ 5. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ได้แก่ บุคคลที่มีความผิดปกติในการทำงาน ของสมองบางส่วนที่แสดงถึงความบกพร่องในกระบวนการเรียนรู้ที่อาจเกิดขึ้นเฉพาะความสามารถ ด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้าน คือ การอ่าน การเขียน การคิดคำนวณ ซึ่งไม่สามารถเรียนรู้ ในด้านที่บกพร่องได้ ทั้งที่มีระดับสติปัญญาปกติ 6. บุคคลที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา ได้แก่ บุคคลที่มีความบกพร่อง ในการเปล่งเสียงพูด เช่น เสียงผิดปกติ อัตราความเร็วและจังหวะการพูดผิดปกติ หรือบุคคลที่มี ความบกพร่องในเรื่องความเข้าใจหรือการใช้ภาษาพูด การเขียนหรือระบบสัญลักษณ์อื่นที่ใช้ ในการติดต่อสื่อสาร ซึ่งอาจเกี่ยวกับรูปแบบ เนื้อหาและหน้าที่ของภาษา 7. บุคคลที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมหรืออารมณ์ ได้แก่บุคคลที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบน ไปจากปกติเป็นอย่างมาก และปัญหาทางพฤติกรรมนั้นเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลจาก ความบกพร่องหรือความผิดปกติทางจิตใจหรือสมองในส่วนของการรับรู้อารมณ์หรือความคิด เช่น โรคจิตเภท โรคซึมเศร้า โรคสมองเสื่อม เป็นต้น


18 8. บุคคลออทิสติก ได้แก่ บุคคลที่มีความผิดปกติของระบบการทำงานของสมองบางส่วน ซึ่งส่งผลต่อความบกพร่องทางพัฒนาการด้านภาษา ด้านสังคมและการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและ มีข้อจำกัดด้านพฤติกรรม หรือมีความสนใจจำกัดเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยความผิดปกตินั้น ค้นพบได้ก่อนอายุ 30 เดือน 9. บุคคลพิการซ้อน ได้แก่ บุคคลที่มีสภาพความบกพร่องหรือความพิการมากกว่า หนึ่งประเภทในบุคคลเดียวกัน 4. เกณฑ์กำรให้บริกำร การกำหนดความถี่ในการให้บริการเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้าน อย่างน้อย 1 – 2 ครั้งต่อเดือน (สำนักพยาบาล, 2556) 5. เกณฑ์กำรประเมิน ในการวัดผลและประเมินผลมีวิธีการและเกณฑ์การประเมิน ดังนี้ 1. วิธีการวัดและประเมินผล ใช้การสังเกตพฤติกรรม และประเมินผลการเรียน รู้ ตามจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมของพัฒนาการแต่ละด้านที่กำหนดในแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล หรือแผนให้บริการช่วยเหลือเฉพาะครอบครัว 2. เกณฑ์ในการประเมินผล 1) ด้านพัฒนาการ ตัดสินคุณภาพผู้เรียนเป็น 5 ระดับ คือ ดีเยี่ยม ดีมาก ดี พอใช้ และ ปรับปรุง 2) ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตัดสินเป็น 5 ระดับ คือ ดีเยี่ยม ดีมาก ดี พอใช้ และปรับปรุง 3) ด้านกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตัดสินเป็นผ่านและไม่ผ่าน 4) ด้านสมรรถนะผู้เรียน ให้ตัดสินเป็นผ่านและไม่ผ่าน 6. คุณสมบัติผู้ให้บริกำร 1. มีศักยภาพในการสื่อสารกับทีมสหวิชาชีพ ครอบครัว และหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อสื่อสาร ทำความเข้าใจกับทุกกลุ่มที่มีส่วนร่วมในการดูแลนักเรียนที่รับบริการที่บ้านให้บรรลุเป้าหมาย ที่วางแผนร่วมกัน 2. มีความรู้ และทักษะในการให้บริการเฉพาะด้านในการดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ที่รับบริการบ้าน 3. มีสามารถในการบริหารเวลาในการให้บริการ 4. มีความสามารถในการประสานงาน ทำงานเป็นทีมได้อย่างเหมาะสม


19 7. ข้อควรระวังในกำรปฏิบัติงำน การดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้านนั้น มีความแตกต่างและมีความเฉพาะ ตามศักยภาพของตัวเด็ก บริบท และสภาพแวดล้อมของเด็กแต่ละบุคคล นอกจากนี้ยังมีความแตกต่าง ของผู้ดูแล ดังนั้นการให้บริการเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้านจึงต้องใช้ผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการออกแบบกิจกรรม ให้คำแนะนำที่เหมาะสม ดังนั้นการใ ห้บริการเด็ก ที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้านจึงมีข้อควรระวัง ดังนี้ 1. ไม่เผยแพร่ข้อมูลหรือผลการประเมิน การให้บริการ หรือเรื่องอื่นใดอันเกี่ยวข้อง กับผู้รับบริการ ให้ผู้อื่นรับทราบเพื่อผลประโยชน์อื่นใดอันก่อให้เกิดความเสียหายกับผู้รับบริการ หรือผู้เรียน โดยไม่ได้รับการอนุญาตจากผู้ปกครอง 2. การให้บริการด้วยความเสมอภาคและไม่เลือกปฏิบัติ 3. การแนะนำให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่ขอรับคำปรึกษาหรือผู้เกี่ยวข้องควรปฏิบัติตนให้อยู่ ในมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ 4. การปฏิบัติงานร่วมกับผู้อื่น ควรชี้แจงและมีการวางแผนทำความเข้าใจร่วมกัน ในการให้บริการ 5. การป้องกันตนเองให้มีสุขอนามัยที่ดีเพื่อความปลอดภัยของผู้รับบริการทุกคน 6. ในการปฏิบัติงานหรือการทำกิจกรรมร่วมกับผู้เรียน จะต้องมีความระมัดระวัง และดูแลผู้เรียนอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา


20 บทที่ 4 ขั้นตอนกำรปฏิบัติมำตรฐำนคุณภำพงำน และกำรติดตำมประเมินผล การให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการโดยครอบครัวและชุมชนด้วยกระบวนการทางการศึกษา ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ดังนี้ 1) ขั้นวางแผน (Plan) 2) ขั้นดำเนินงาน (Do) 2.1 การรวบรวมข้อมูลนักเรียนเป็นรายบุคคล 2.2 การคัดกรองประเภทความพิการทางการศึกษาและการประเมินความสามารถ พื้นฐานของเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้าน 2.3 การจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (Individualized Education Program : IEP) และแผนการสอนเฉพาะบุคคล (Individual Implementation Plan : IIP) 2.4 การให้บริการด้วยกิจกรรมที่เหมาะสม 2.5 การประเมินความก้าวหน้า 2.6 การนิเทศ ติดตาม ประเมินผล และการส่งต่อ 3) ขั้นประเมินความพึงพอใจ (Check) 4) สรุปผล (Act)


ตำรำง 1 ขั้นตอนการปฏิบัติงาน มาตรฐานคุณภาพงาน และการติดตามประเที่ ขั้นตอน รำยละเอียด 1 ขั้นวางแผน (Plan) ศึกษาข้อมูลของผู้เรียน เตรียมข้อมูล การประชุมร่วมกันก่อนการออก ให้บริการ การจัดตารางออกให้บริการ ก า ร เ ต ร ี ย ม ส ื ่ อ อ ุ ป ก ร ณ ์ แ ล ะ ยานพาหนะ จากเอกสาร ดังต่อไปนี้ 1) ศึกษาแฟ้มประวัติผู้เรียน 2) ประชุม วางแผนเพื่อกำหนด แนวทางในการดำเนินงาน 3) จัดทำตารางการออกให้บริการ 4) แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล -เ-กิสโชท2 ขั้นดำเนินงาน (Do) 2.1 การรวบรวมข้อมูลนักเรียน เป็นรายบุคคล เก็บรวบรวมข้อมูล ทั่วไปของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ที่รับบริการที่บ้าน โดยการสังเกต การสัมภาษณ์ การซักประวัติ การเยี่ยมบ้าน การประเมิน มีรนก


21 เมินผลของการจัดการเรียนรู้ มำตรฐำนคุณภำพ ระบบติดตำม / ประเมินผล ผู้รับผิดชอบ เอกสำรอ้ำงอิง - มีการเก็บข้อมูล เบื้องต้นของผู้เรียน - มีการวางแผนการจัด กิจกรรมให้บริการฟื้นฟู สมรรถภาพคนพิการ โดยครอบครัว และ ชุมชนด้วยกระบวนการ ทางการศึกษา -คณะผู้บริหาร - หัวหน้ากลุ่มบริหาร งานวิชาการ ทีมสหวิชาชีพ 1) แฟ้มประวัติผู้เรียน 2) ตารางการออกให้บริการ มีการดำเนินการเก็บ รวบรวมข้อมูลของ นักเรียนเพื่อวางแผนใน การจัดการเรียนการสอน - คณะผู้บริหาร - หัวหน้ากลุ่มบริหาร งานวิชาการ ทีมสหวิชาชีพ 1) ใบสมัคร 2) แบบบันทึกเยี่ยมบ้าน 3) แบบประเมินความเสี่ยง 4) ร ะ บ บ เ ท ค โ น โ ล ย ี สารสนเทศ CAPER 21


ที่ ขั้นตอน รำยละเอียด 2.2 การคัดกรองประเภทความพิการ ทางการศึกษาและการประเมิน ความสามารถพื้นฐานของเด็กที่มีความ ต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้าน 2.3 คัดกรองนักเรียนโดยใช้แบบ ประเมิน ได้แก่ 1) แบบคัดกรองคนพิการทางการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ 2) แบบประเมินความสามารถพื้นฐาน DSPM 3) แบบประเมินของนักสหวิชาชีพ มีทคกคเก2.3 การจัดทำแผนการจัดการศึกษา เฉพาะบุคคล (IEP) และแผนการสอน เฉพาะบุคคล (IIP) มีจกปพืก


22 มำตรฐำนคุณภำพ ระบบติดตำม / ประเมินผล ผู้รับผิดชอบ เอกสำรอ้ำงอิง มีการคัดกรองคนพิการ ทางการศึกษาด้วยแบบ คัดกรองคนพิการทาง การศึกษา และประเมิน ความสามารถพื้นฐาน เพื่อใช้เป็นแนวทางใน การจัดการเรียนการสอน ทีมสหวิชาชีพ 1) แบบคัดกรองคนพิการ ทางการศึกษา 2) ประเมินความสามารถ พื้นฐาน (DSPM) 3 ) แ บ บ ป ร ะ เ ม ิ น ข อ ง ทีมสหวิชาชีพ มีการนำข้อมูลที่ได้ จากการรวบรวมข้อมูล การคัดกรอง และการ ประเมินความสามารถ พื้นฐานมาจัดทำแผน การจัดการศึกษาเฉพาะ หัวหน้ากลุ่มบริหาร งานวิชาการ ทีมสหวิชาชีพ 1) แผนการจัดการศึกษา เฉพาะบุคคล (IEP) 2) แผนการสอนเฉพาะ บุคคล (IIP) 22


ที่ ขั้นตอน รำยละเอียด บคที2.4 การให้บริการด้วยกิจกรรม ที่เหมาะสม ดำเนินการ ดังนี้ - ออกให้บริการเด็กที่มีความต้องการ พิเศษที่รับบริการที่บ้าน อย่างน้อย 1 – 2 ครั้งต่อเดือน - จัดกิจกรรมที่เหมาะสมในการพัฒนา เด็กตามแผนการจัดการศึกษาเฉพาะ บุคคล (IEP) และแผนการสอนเฉพาะ บุคคล (IIP) มีนที2.5 การประเมินความก้าวหน้า ประเมินผลการจัดกิจกรรม - การรายงานความก้าวหน้า มีกกก


23 มำตรฐำนคุณภำพ ระบบติดตำม / ประเมินผล ผู้รับผิดชอบ เอกสำรอ้ำงอิง บุคคลที่สอดคล้องกับ ความต้องการพิเศษ ที่เหมาะสมต่อผู้เรียน มีบันทึกการให้บริการ นักเรียนด้วยกิจกรรม ที่เหมาะสม หัวหน้ากลุ่มบริหาร งานวิชาการ ทีมสหวิชาชีพ 1) บันทึกการให้บริการ ประเภท รับบริการที่บ้าน 2) แบบประเมินผลการ เรียนรู้นักเรียนที่รับบริการ ที่บ้าน มี การรายงานความ ก้าวหน้าและประเมินผล การจัดกิจกรรมการเรียน การสอน - คณะผู้บริหาร - หัวหน้ากลุ่มบริหาร งานวิชาการ ทีมสหวิชาชีพ 1) แผนการจัดการศึกษา เฉพาะบุคคล (IEP) 2) แผนการสอนเฉพาะ บุคคล (IIP) 23


ที่ ขั้นตอน รำยละเอียด - ปรับปรุงแผนให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการพิเศษของ เด็ก 2.6 การนิเทศ ติดตาม ประเมินผล และการส่งต่อ - กำกับติดตาม ตรวจสอบการให้บริการ เด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการ ที่บ้าน - ให้คำแนะนำและข้อเสนอแนะแก่ครู และทีมสหวิชาชีพในการปรับปรุงการ ให้บริการ มีผู


24 มำตรฐำนคุณภำพ ระบบติดตำม / ประเมินผล ผู้รับผิดชอบ เอกสำรอ้ำงอิง 3) บันทึกการให้บริการ ประเภท รับบริการที่บ้าน 4) แบบประเมินผลการ เรียนรู้นักเรียนที่รับบริการ ที่บ้าน 5) บันทึกการประชุมและ พัฒนาแผนการจัดการศึกษา เฉพาะบุคคล (IEP) มีการกำกับติดตามจาก ผู้บริหาร - คณะผู้บริหาร - หัวหน้ากลุ่มบริหาร งานวิชาการ ทีมสหวิชาชีพ 1) แบบนิเทศ ติดตาม 24


ที่ ขั้นตอน รำยละเอียด 3 ขั้นประเมินความพึง พอใจ (Check) - ประเมินความพึงพอใจต่อการ ดำเนินงานโดยผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้บริหาร ครู และผู้ปกครองมีส่วนร่วม มีพใ4 สรุปผล (Act) - รายงานผลการให้บริการช่วยเหลือ ระยะแรกเริ่ม สำหรับเด็กที่มีความ ต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้านแก่ ผู้บริหารและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทราบ ปีการศึกษาละ 1 ครั้ง มีด


25 มำตรฐำนคุณภำพ ระบบติดตำม / ประเมินผล ผู้รับผิดชอบ เอกสำรอ้ำงอิง มีการประเมินความพึง พอใจเพื่อนำมาใช้ ในการพัฒนาการให้บริการ คณะผู้บริหาร ทีมสหวิชาชีพ ผู้ปกครอง 1) แบบประเมิน คว าม พึงพอใจ มีการรายงานผลการ ดำเนินงาน คณะผู้บริหาร ทีมสหวิชาชีพ 1) แบบรายงานผลการ ให้บริการช่วยเหลือระยะ แรกเริ่ม 25


บทที่5 ปัญหำอุปสรรคและแนวทำงกำรแก้ไข 1. ปัญหำอุปสรรค 1) ปัจจัยเอื้อหนุนด้านงบประมาณและการจัดสภาพแวดล้อมในการเรียนการสอน ที่มีความเหมาะสม 2) ครูและบุคลากรขาดความรู้ ความเข้าใจในบริบทในการทำงานของการการให้บริการ ช่วยเหลือระยะแรกเริ่ม (EI) สำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้าน 3) การให้บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่ม (EI) สำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการ ที่บ้านได้จัดกลุ่มตามที่อยู่ของนักเรียนเพื่อให้ง่ายต่อการให้บริการ และได้ทำการนัดวันล่วงหน้า แต่เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด – 19 มีนักเรียนตรวจพบเชื้อ ทำให้ครูและทีมสหวิชาชีพ ต้องเปลี่ยนแปลงวันในการให้บริการ 2. แนวทำงกำรแก้ไข 1) จัดทำคู่มือเพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน 2) จัดการอบรมให้ความรู้แก่บุคลากรหรือการประชุมร่วมกัน เพื่อหาแนวทางในการพัฒนา ผู้เรียน 3) จัดสภาพแวดล้อมในการจัดการเรียนการสอนให้มีความเหมาะสม และมีสิ่งอำนวย ความสะดวก สื่อ บริการและความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา รวมทั้งอุปกรณ์ในการบำบัดรักษา ที่มีความหลากหลาย เหมาะสำหรับผู้เรียนในแต่ละกลุ่มความพิการ 3. ข้อเสนอแนะ 1) ควรมีการสนับสนุนการดำเนินงานการให้บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่ม (EI) สำหรับเด็ก ที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้านได้เพื่อให้ผู้เรียนได้รับบริการอย่างต่อเนื่อง 2) ควรส่งเสริมให้บุคลากรได้รับความรู้ในการปฏิบัติงานที่หลากหลาย 3) ควรปรับปรุงการจัดทำคู่มือเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้รับบริการ ผู้ให้บริการ หรือ ผู้ที่เกี่ยวข้อง


เอกสำรอ้ำงอิง การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556, พระราชบัญญัติ. (17 พฤษภาคม 2556). ใน : ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 130 (ตอนที่ 42 ก); หน้า 1. การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. 2551, พระราชบัญญัติ. (5 กุมภาพันธ์ 2551). ใน : ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 125 (ตอนที่ 28 ก); หน้า 2. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ. (2550). แนวทางปฏิบัติงานของศูนย์การศึกษาพิเศษ. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. จงกลณีจันทรศิริ. (2551). การทบทวนสถานการณ์งานวิจัยด้านสมรรถนะและบทบาทหน้าที่ของ พยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในหน่วยบริการปฐมภูมิ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. สถาบันวิจัย และพัฒนาระบบสุขภาพ. ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดลำปาง. (2557). คู่มือการปฏิบัติงานการจัดกิจกรรมบ าบัด (Work manual) ฉบับ ปรับปรุง พ.ศ. 2557. ลำปาง: ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดลำปาง. ชมพูนุช พัฒนพงษ์ดิลก.(2558). แนวทางการพัฒนาการปฏิบัติงานของทีมสหวิชาชีพในการช่วยเหลือ ผู้ถูกกระท าด้วยความรุนแรงในครอบครัวของศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก และสตรีโรงพยาบาลสังกัด กรุงเทพมหานคร.วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. (สาขาวิชาการบริหารและนโยบายสวัสดิการสังคม). คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. วิชิตา เกศะรักษ์. (2558). หลักการและแนวทางการปฏิบัติงานกิจกรรมบ าบัดในสถานศึกษา. เชียงใหม่ : โรงพิมพ์จรัสธุรกิจการพิมพ์. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. (2561).แผนการจัดการศึกษาส าหรับคนพิการ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2560 –2564). กรุงเทพมหานคร:สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จังหวัดพิษณุโลก. (2566). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยส าหรับ เด็กที่มีความต้องการพิเศษ ส าหรับเด็กอายุแรกเกิด - ๖ ปี. พิษณุโลก: ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จังหวัดพิษณุโลก.


คณะกรรมการจัดท าคู่มือการให้บริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่ม ส าหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่รับบริการที่บ้าน ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จังหวัดพิษณุโลก คณะกรรมการที่ปรึกษา 1. นางชุติพร เหล็กคำ ผู้อำนวยการ ประธานที่ปรึกษา 2. นายณัฐพงศ์ อินทร์เทพ รองผู้อำนวยการ ที่ปรึกษา 3. นางสุทธิรัตน์ สากระแสร์ หัวหน้ากลุ่มบริหารงานวิชาการ ที่ปรึกษา คณะกรรมการด าเนินงาน 1. นายบรรณวิทย์ กึดก้อง ครู ประธานกรรมการ 2. นายสืบ ศิริโส ครูชำนาญการ กรรมการ 3. นางกานต์จิรา ไทยทอง ครูชำนาญการ กรรมการ 4. นางสาวสุชาวลี บัวนุ่ม ครู กรรมการ 5. นางสาวรัตน์นรี นนท์ศรี ครู กรรมการ 6. นางสาวธิดารัตน์ บริรักษ์เลิศ ครู กรรมการ 7. นางสาวสุพัตรา จีนด้วง ครูผู้ช่วย กรรมการ 8. นางสาวกัญญ์วรา ท่าว่อง ครูผู้ช่วย กรรมการ 9. นางสาวพรณรรพพรรน โพธิ์อรุณ ครูผู้ช่วย กรรมการ 10. นางสาวพรพิมล เอี่ยมอ่อน ครูผู้ช่วย กรรมการ 11. นายศราวิช ปานันท์ พนักงานราชการ กรรมการ 12. นางสาวพรพิมล ดวงสุวรรณ์ พนักงานราชการ กรรมการ 13. นางสาววิลาวัลย์ อ่ำพูล พนักงานราชการ กรรมการ 14. นางสาวชนัญกันย์ คามเกตุ พนักงานราชการ กรรมการและ เลขานุการ


Click to View FlipBook Version