The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงการจัดการเรียนรู้ และแผนการจัดการเรียนรู้ ป5

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thisana.s, 2022-09-26 10:12:51

โครงการจัดการเรียนรู้ และแผนการจัดการเรียนรู้ ป5

โครงการจัดการเรียนรู้ และแผนการจัดการเรียนรู้ ป5

45

แผนการจัดการเรยี นรู้

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาตา่ งประเทศ รายวิชา ภาษาองั กฤษ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 4 แผนการเรียนร้ทู ี่ 1 เรือ่ ง Command sentences used in the classroom.
จำนวน 1 ชว่ั โมง

มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชว้ี ดั
สาระท่ี1 ภาษาเพอ่ื การสอ่ื สาร

ต 1.1 ป. 5/1 ปฏบิ ตั ิตามคำสั่ง คำขอรอ้ ง และคำแนะนำงา่ ย ๆ ทฟี่ ังและอ่าน
ต1.1 ป.5/3 ระบ/ุ วาดภาพ สัญลกั ษณห์ รือเครื่องหมายของประโยคและขอ้ ความสัน้ ๆท่ีฟังหรอื อ่าน
ต 4.1 ป. 5/1 ฟัง พูด และอ่าน/เขยี นในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึน้ ในหอ้ งเรยี นและสถานศึกษา
สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

การรู้และเข้าใจเก่ียวกบั ประโยคคำส่งั ท่ีใช้ในหอ้ งเรียน เพอ่ื ช่วยให้พดู สื่อสารได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. นกั เรยี นอา่ นและบอกความหมายประโยคคำสัง่ ท่ใี ชใ้ นห้องเรียนได้
2. นักเรยี นฟงั และปฏิบตั ิตามคำสั่งในสถานการณต์ ่าง ๆ ทีเ่ กิดขึ้นในชั้นเรยี นได้
3. นักเรยี นมรี ะเบียบวินยั และมงุ่ มั่นในการทำงาน
สาระการเรยี นร้/ู เนื้อหา
Function: ร้จู กั คำสง่ั ทีใ่ ช้บ่อยๆในห้องเรยี น
Command sentences used in the classroom.
Say it again. (พดู อกี ครั้ง)
Don’t make a loud noise, please. (กรณุ าอย่าส่งเสยี งดัง)

46

Don’t talk in class. (หา้ มคุยในหอ้ งเรียน)
Read the instructions carefully. (อ่านคำสงั่ ด้วยความรอบคอบ)
Please form a queue. (กรณุ าเขา้ แถว)
Hands up before answering. (ยกมือก่อนตอบคำถาม)
Listen carefully. (ฟงั อย่างตั้งใจ)
Open your books. (เปิดหนังสอื )
Close your books. (ปดิ หนงั สอื )
Work in pairs. (ทำงานเปน็ คู่)
สมรรถนะสำคญั

1. ความสามารถในการอ่าน
2. ความสามารถในการคิด
คณุ ลักษณะพึงประสงค์
1. ใฝ่เรียนรู้
2. ม่งุ ม่นั ในการทำงาน
ช้ินงาน/ภาระงาน
1. ใบงาน
กจิ กรรมการเรียนรู้
1. ขนั้ นำ (Warm up)

1) ทักทาย และถามเก่ยี วกับเรื่องทว่ั ไปของนักเรยี นในช้ันเรียน เชน่ สบายดไี หม กินขา้ วหรอื ยงั การ
ใชช้ ีวติ ประจำวนั มีความสขุ ดีไหม

2) ครถู ามนักเรยี นว่ามีใครทราบหรือไมว่ ่าประโยคคำสัง่ ทใี่ ช้ในหอ้ งเรยี นอะไรบ้าง เปน็ ต้น
2. ขัน้ นำเสนอ (Presentation)

1) แสดงประโยคคำสัง่ และรปู ภาพ เช่น ประโยคคำสงั่ ท่ีวา่ Open your books. (เปิดหนังสอื )

47

กจ็ ะมภี าพเปดิ หนังสือ โดยการแสดงประโยคคำสั่งและรูปภาพ ตา่ ง ๆ ไปจนครบ และฝึกให้นกั เรยี นอ่านตาม
3. ขั้นฝึก (Practice)
1) ครใู ห้นกั เรยี นจับคปู่ ระโยคคำสงั่ กบั รูปภาพโดยเล่นใน ppt

4. ขนั้ นำไปใช้ (Production)

1) นักเรียนทำใบงานที่ 1 เขียนแปลและหาคำสั่งท่ีนอกเหนือจากที่ครูสอนมาใสเ่ พ่ิม

5. ข้นั สรุป (Wrap up)

1) นักเรียนและครรู ่วมกนั สรุปวา่ ไดเ้ รียนรูอ้ ะไรไปในคาบน้ี

6. ส่อื /แหล่งเรียนรู้

1. ppt

การวัดและการประเมนิ ผล

จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการ เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารวัด
แบบสังเกตการณ์ทกั ษะ นกั เรยี นทีม่ ีทักษะการอา่ น
1. นักเรียนอ่านและบอก สงั เกตความถูกตอ้ งในการ การออกเสยี ง ออกเสียงไดด้ ี ผา่ นเกณฑ์
ระดับดขี ้ึนไป คะแนน
ความหมายประโยคคำสง่ั ท่ี ออกเสยี งคำศพั ท์ท่ี ตั้งแต่10-14
นักเรียนที่มีทักษะการพดู
ใชใ้ นห้องเรยี นได้ เกี่ยวกบั ช้นั เรยี นได้ ตอบคำถามไดถ้ ูกต้องผา่ น
เกณฑร์ ะดับดขี นึ้ ไป
2. นักเรยี นฟังและปฏิบัติ สังเกตความถกู ตอ้ งในการ สังเกตการพดู ตอบคำถาม คะแนนต้งั แต่ 10-14
ตามคำส่ังในสถานการณ์ ตอบคำถามท่เี กย่ี วกับช้นั นักเรยี นทีต่ งั้ ใจเรยี นและ
ต่าง ๆ ที่เกิดขึน้ ในชน้ั เรยี น เรยี นได้ แบบประเมนิ พฤติกรรม ให้ความรว่ มมอื ในการตอบ
ได้ การเรยี น คำถาม ระดบั คะแนน
3. นกั เรียนมรี ะเบยี บวินยั สังเกตความมรี ะเบยี บวนิ ยั ต้ังแต1่ -5
และมุง่ มัน่ ในการทำงาน และม่งุ มน่ั ในการทำงาน

48

บันทกึ หลังการสอน
ผลการสอน

ในการสอนคร้งั นีจ้ ะเป็นการสอนเกี่ยวกับการทักทายการพูดคำสุภาพและไมส่ ุภาพของภาษาอังกฤษ
จะสอนเด็กๆให้เรยี นร้ใู นการพดู คำ กบั ประดบั คำทใี่ ช้กบั บุคคล เดก็ ๆชอบและสนุกในการเรียนมาก เด็กมี
ความสนใจในการเรียนรลู้ ่ะก็คอยสอบถามตลอดเวลา

ครงั้ น้เี ดก็ เร่ิมมคี วามสนใจในการเรยี นมากขน้ึ เพราะเด็ก เร่มิ ทจี่ ะเข้าหาคุณครูแลว้ ไม่เหมอื นคาบแรก
ในการสอนท่ีเดก็ ยังไม่กล้าอา่ นออกเสียงออกมา

ในการสอนคำศัพทเ์ ก่ยี วกับคำสงั่ และคำพดู ที่เปน็ ภาษาอังกฤษในห้องเรียนเพื่อเด็กได้เข้าใจคำสงั่ ท่ี
เวลาครูพูดเป็นภาษาองั กฤษเดก็ บางคนชอบในเวลาทำกจิ กรรมและปฏิบัตติ ามที่เราสง่ั
ปัญหาและอปุ สรรค

ในครง้ั นจ้ี ะเปน็ การอ่านออกเสยี งหน้าชนั้ เดก็ บางคนไม่กล้าทจี่ ะอ่านออกเสยี งออกมาจึงต้องให้ทำงาน
กนั เป็นกลุ่มเพื่อให้มีคนมาอยู่ด้วยเก็กจะกล้าออกเสียงมากขึ้น

ในการสอนครงั้ น้เี ดก็ บางคนพอไดเ้ รียนเร่ืองครอบครัวก็จะมีการลอ้ เถยี งกนั ตลอดครจู งึ ให้นกั เรยี น
เงียบถ้าใครเอย่ ออกมาครจู ะใหม้ ายืนอ่านเองหนา้ ห้อง
ข้อเสนอแนะ

ในการสอนเราควรสังเกตเด็กวา่ นักเรียนใหค้ วารว่ มมือในกิจกรรมที่เราจัดหรือไมถ่ ้าเด็กไม่ชอบเราควร
เปล่ียนกจิ กรรมให้ทำเปน็ คู่กลุ่มมากกวา่ การทำงานเดยี ว

เราควรแก้ไขปญั หานต้ี ั้งแต่ตน้ คาบเราจะต้องมีกฎกติการในการเรียนขน้ึ มาเพื่อเปน็ การมีขอ้ ตกลงทเ่ี รา
จะปฏิบตั ิตามกนั ทุกคน

ลงช่ือ................. ...............................ผสู้ อน
(นางสาวฐิสณา สงิ หล์ อ)

49

แผนการจัดการเรยี นรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาองั กฤษ ช้ันประถมศึกษาปีที่ 5

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 5 แผนการเรียนรู้ท่ี 1 เร่ือง At school จำนวน 1 ชว่ั โมง

มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวชวี้ ัด

สาระที่1 ภาษาเพือ่ การส่ือสาร

มาตรฐาน ต 1.1 ป.5/2 อา่ นออกเสียงประโยค ข้อความและบทกลอนส้ัน ๆ ถูกต้องตามหลักการอา่ น

มาตรฐาน ต 1.2 ป.5/4 พดู /เขยี น เพ่ือขอและให้ขอ้ มลู เกย่ี วกบั ตนเอง เพื่อน ครอบครัว และเร่อื งใกล้
ตวั

สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

การเรียนรปู้ ระโยคท่ีคำศัพท์และประโยคที่ใชใ้ นโรงเรยี นเพื่อสนทนาเกี่ยวกับตนเอง และสงิ่ ใกล้ตัว
ทำใหน้ ักเรียนไดฝ้ กึ ใช้ภาษาในสถานการณ์จรงิ ในห้องเรียนและสามารถนำไปใช้ส่ือสารกับบุคคลภายนอกได้
อยา่ งมนั่ ใจ

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. นักเรยี นบอกความหมายคำศัพท์ที่เก่ยี วข้องกับโรงเรียนได้

2. นักเรยี นเขียนประโยคทใ่ี ช้ในการใหข้ ้อมูลตนเองเก่ียวขอ้ งกับโรงเรียนได้

3. นักเรยี นมีระเบียบวนิ ยั และมงุ่ ม่นั ในการทำงาน

สาระการเรยี นร/ู้ เนือ้ หา

Vocabulary : Assembly, Uniform, Playtime, History, Geography, I.T., office, Library

Structure : I am David. I am eleven years old. I study at smile school. Our school
uniform is blue. We have an assembly at a quarter past nine and the headteacher

50

talks to the students. Today I have got history and maths in the morning. I have got
geography and English in the afternoon. My playtime is after lunch.

สมรรถนะสำคัญ
1. ความสามารถในการอ่าน
2. ความสามารถในการคิด

คุณลักษณะพึงประสงค์
1. ใฝเ่ รียนรู้
2. มุ่งมนั่ ในการทำงาน

ช้ินงาน/ภาระงาน
1. ใบงาน

กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ขัน้ นำ (Warm up)
1) ครทู ักทายนกั เรยี นแล้วถามวา่ เราเคยรเขียนอธบิ ายเก่ียวกับตัวเราและโรงเรยี นไหม เพือ่ นำเขา้ สู่

บทเรยี น
2. ขน้ั นำเสนอ (Presentation)
1) ครูสอนคำศัพทท์ จี่ ะใช้เขยี นในประโยค
Vocabulary : Assembly, Uniform, Playtime, History, Geography, I.T., office, Library
2) หลงั จากนน้ั สอนบทความทแ่ี นะนำเก่ยี วกบั โรงเรยี น
Structure : I am David. I am eleven years old. I study at smile school. Our

school uniform is blue. We have an assembly at a quarter past nine and the
headteacher talks to the students. Today I have got history and maths in the morning.
I have got geography and English in the afternoon. My playtime is after lunch.

3. ข้ันฝึก (Practice)

51

1) นักเรยี นฝกึ อ่านโครงสรา้ ง ครปู ระเมินเพื่อใหค้ ะแนนการออกเสียง

Structure : I am David. I am eleven years old. I study at smile school. Our school
uniform is blue. We have an assembly at a quarter past nine and the headteacher
talks to the students. Today I have got history and maths in the morning. I have got
geography and English in the afternoon. My playtime is after lunch

4. ขัน้ นำไปใช้ (Production)

1) นกั เรียนเขียนแนะนำโรงเรียนลงในใบงาน

I am ____________. I am eleven __________ old. I study at ___________ School. Our
school____________ is white. The head teacher talks to the students at __________ every
morning. Today I have got ____________ and maths in the morning. I have got____________
and_____________ in the afternoon. My____________ is after lunch.

5. ข้นั สรปุ (Wrap up)

1) นักเรียนและครูรว่ มกนั สรุปโครงสรา้ งการแนะนำตัว ว่าได้เรียนรอู้ ะไรไปในคาบนี้

52

การวัดและการประเมินผล

จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ กี าร เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารวัด

1. นักเรียนบอก สังเกตความถกู ต้องใน แบบสงั เกตการณ์ทักษะ นกั เรยี นทม่ี ีทักษะการ

ความหมายคำศัพท์ที่ การออกเสียงคำศัพท์ท่ี การออกเสยี ง อา่ นออกเสียงได้ดี ผา่ น

เกีย่ วข้องกับโรงเรียนได้ เกย่ี วกบั โรงเรยี นได้ เกณฑร์ ะดับดีข้ึนไป

คะแนนตั้งแต่10-14

2. นักเรยี นเขยี น สังเกตความถกู ต้องใน สังเกตการพูดตอบ นกั เรยี นทม่ี ีทักษะการ

ประโยคท่ใี ชใ้ นการให้ การตอบคำถามท่ี คำถาม พดู ตอบคำถามได้

ขอ้ มลู ตนเองเกี่ยวขอ้ ง เก่ยี วกับข้อมูลตนเอง ถูกต้องผา่ นเกณฑ์

กับโรงเรยี นได้ เกีย่ วขอ้ งกับโรงเรยี นได้ ระดบั ดขี ึน้ ไป คะแนน

ต้ังแต่ 10-14

3. นกั เรียนมีระเบยี บ สังเกตความมรี ะเบียบ แบบประเมนิ พฤตกิ รรม นกั เรยี นทตี่ ั้งใจเรยี น

วนิ ยั และม่งุ ม่ันในการ วินัยและมุง่ ม่ันในการ การเรียน และให้ความรว่ มมือใน

ทำงาน ทำงาน การตอบคำถาม ระดบั

คะแนนต้ังแต่1-5

53

บนั ทกึ หลังการสอน
ผลการสอน

ในการสอนคำศัพทเ์ กยี่ วกบั คำสัง่ และคำพูดทเี่ ป็นภาษาอังกฤษในห้องเรียนเพ่ือเด็กได้เข้าใจคำสั่งท่ี
เวลาครูพูดเป็นภาษาองั กฤษเดก็ บางคนชอบในเวลาทำกิจกรรมและปฏิบัตติ ามท่เี ราสัง่

จะสอนให้นักเรียนบอกไดว้ ่ามีสิ่งทช่ี อบหรือไมช่ อบอย่างไรในวิชาทเี่ รยี นเป็นภาษาองั กฤษในการเรียน
การสอนเด็กมคี วามสนใจในการอ่านออกเสยี งคำศพั ท์และชอบทจ่ี ะทำงานกลมุ่ และเลน่ เกมเกีย่ วกับคำศัพท์
ปญั หาและอปุ สรรค

ในครัง้ นจี้ ะเป็นการอ่านออกเสยี งหนา้ ชัน้ เดก็ บางคนไม่กลา้ ทจ่ี ะอ่านออกเสยี งออกมาจงึ ต้องใหท้ ำงาน
กนั เป็นกลุ่มเพ่ือใหม้ คี นมาอยู่ดว้ ยเก็กจะกลา้ ออกเสยี งมากข้นึ

ในการสอนครัง้ น้เี ดก็ บางคนพอไดเ้ รียนเรื่องครอบครวั กจ็ ะมีการลอ้ เถยี งกันตลอดครจู งึ ให้นักเรียน
เงยี บถา้ ใครเอ่ยออกมาครจู ะให้มายืนอา่ นเองหนา้ ห้อง
ขอ้ เสนอแนะ

ในการสอนเราควรสังเกตเด็กวา่ นักเรยี นให้ควาร่วมมือในกิจกรรมท่ีเราจัดหรือไมถ่ า้ เด็กไม่ชอบเราควร
เปล่ยี นกิจกรรมให้ทำเป็นคู่กลุ่มมากกว่าการทำงานเดียว

เราควรแกไ้ ขปญั หานี้ตั้งแต่ตน้ คาบเราจะต้องมกี ฎกติการในการเรยี นขนึ้ มาเพ่ือเปน็ การมีขอ้ ตกลงทีเ่ รา
จะปฏิบัติตามกันทุกคน

ลงช่ือ................. ...............................ผสู้ อน
(นางสาวฐิสณา สงิ หล์ อ)

54

แผนการจัดการเรยี นรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 5

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 5 School life แผนการเรยี นรูท้ ่ี 2 เรอื่ ง What I Learn (1) จำนวน 1 ช่ัวโมง

มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชว้ี ดั

สาระท่ี1 ภาษาเพอื่ การสือ่ สาร

ต 1.1 ป.5/3 ระบุ/วาดภาพสัญลักษณ์ หรือเครอื่ งหมายตรงตามความหมายของประโยคและข้อความ
สนั้ ๆ ทฟี่ ังหรืออา่ น

ต 1.2 ป.5/4 พดู /เขยี นเพ่ือขอและให้ข้อมูลเก่ยี วกับตนเอง เพือ่ น ครอบครัว และเรื่องใกลต้ ัว

ต 2.1 ป.5/1 ใช้ถ้อยคำ น้ำเสียง และกิริยาท่าทางอย่างสุภาพตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษา

ต 3.1 ป.5/1 ค้นคว้า รวบรวมคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และนำเสนอด้ วยการ
พดู /การเขยี น

ต 4.1 ป.5/1 ฟงั พดู และอา่ น/เขยี นในสถานการณ์ต่าง ๆ ทีเ่ กดิ ข้นึ ในหอ้ งเรียนและสถานศกึ ษา

สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

การเรียนรคู้ ำศัพทแ์ ละประโยคทใ่ี ช้สนทนาเกี่ยวกบั วิชาที่ชอบเรยี น การถามและให้ขอ้ มลู เกย่ี วกบั วชิ า

ทเ่ี รียน เวลา ตารางเรียน กจิ กรรมการเรียนของแตล่ ะวิชาทำให้นักเรียนไดฝ้ ึกใช้ภาษาในสถานการณจ์ รงิ

ในห้องเรยี นและสามารถนำไปใช้ส่อื สารกบั บคุ คลภายนอกได้อยา่ งม่นั ใจ

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1 ออกเสียงและบอกความหมายของคำศัพท์เกย่ี วกบั วิชาท่ีเรยี นได้

2 พดู ถาม-ตอบเพ่ือใหข้ ้อมลู เกย่ี วกับวิชาทีเ่ รียน เวลาเรยี น และตารางเรียนได้

55

3 มีเจตคตทิ ่ีดี ต่อการใชภ้ าษาองั กฤษ
สาระการเรยี นร/ู้ เน้ือหา

Vocabulary : subject, English, Thai, math, science, social studies, art,
PE, computer, boy scout, guidance, music
สมรรถนะสำคญั

1. ความสามารถในการอ่าน
2. ความสามารถในการคิด
คุณลกั ษณะพงึ ประสงค์
1. ใฝเ่ รยี นรู้
2. ม่งุ มั่นในการทำงาน
กิจกรรมการเรียนรู้
1. ขนั้ นำ (Warm up)

1) ทักทาย และถามเกยี่ วกบั เร่อื งท่ัวไปของนักเรยี นในชัน้ เรียน เช่น สบายดีไหม กนิ ขา้ วหรอื ยงั การ
ใชช้ ีวติ ประจำวันมคี วามสุขดีไหม
2. ขน้ั นำเสนอ (Presentation)
1) ครใู หน้ กั เรียนดูคำศัพท์ทน่ี ักเรียนไมร่ ู้ บนppt

Vocabulary : subject, English, Thai, math, science, social studies, art, PE,
computer, boy scout, guidance, music
2) ครสู อนอา่ น สะกด และแปลคำศัพท์
3. ขั้นฝึก (Practice)
1) นกั เรียนทำใบงานท่ี เร่ือง What Do They Learn?
4. ขั้นนำไปใช้ (Production)
1) ใหน้ กั เรยี นออกมาตอบคำถามกับคณุ ครู

56

T: On วนั , what time does วิชา begin?
Ss: It begins at เวลา o’clock.
T: On Monday, what time does math finish?
Ss: It finishes at ten o’clock.
5. ขนั้ สรปุ (Wrap up)
1) นักเรียนและครรู ่วมกันสรุปวา่ ไดเ้ รยี นรู้อะไรไปในคาบน้ี
5. สอ่ื /แหล่งเรยี นรู้
1) ppt

การวดั และการประเมนิ ผล

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์การวดั
1. ออกเสียงและบอก สังเกตความถกู ต้องในการ แบบสังเกตการณท์ ักษะ นักเรียนทมี่ ีทกั ษะการอ่าน
ความหมายของคำศพั ท์ ออกเสียงคำศพั ท์ท่ีเกย่ี วกบั การออกเสียง ออกเสยี งไดด้ ี ผ่านเกณฑ์
เกยี่ วกบั วิชาที่เรยี นได้ เวลาเรยี น และตารางเรียน ระดบั ดีขนึ้ ไป คะแนน
ได้ สังเกตการพดู ตอบคำถาม ตง้ั แต1่ 0-14
2. พดู ถาม-ตอบเพือ่ ให้ สังเกตความถกู ต้องในการ นกั เรียนทีม่ ที กั ษะการพดู
ข้อมูลเก่ยี วกับวชิ าท่ีเรยี น ตอบคำถามท่ีเกีย่ วกบั เวลา แบบประเมนิ พฤตกิ รรม ตอบคำถามไดถ้ ูกต้องผ่าน
เวลาเรยี น และตารางเรยี น เรียน และตารางเรียนได้ การเรยี น เกณฑร์ ะดับดีข้ึนไป
ได้ คะแนนต้ังแต่ 10-14
3. มเี จตคติทด่ี ี ต่อการใช้ สงั เกตความมีเจตคติท่ีดี นกั เรยี นทต่ี ง้ั ใจเรยี นและ
ภาษาอังกฤษ ตอ่ การใช้ภาษาอังกฤษ ให้ความร่วมมอื ในการ
ตอบคำถาม ระดับคะแนน
ต้งั แต1่ -5

57

บนั ทกึ หลังการสอน
ผลการสอน

ในการสอนคำศัพทเ์ กยี่ วกบั คำสัง่ และคำพูดทเี่ ป็นภาษาอังกฤษในห้องเรียนเพ่ือเด็กได้เข้าใจคำสั่งท่ี
เวลาครูพูดเป็นภาษาองั กฤษเดก็ บางคนชอบในเวลาทำกิจกรรมและปฏิบัตติ ามท่เี ราสัง่

จะสอนให้นักเรียนบอกไดว้ ่ามีสิ่งทช่ี อบหรือไมช่ อบอย่างไรในวิชาทเี่ รยี นเป็นภาษาองั กฤษในการเรียน
การสอนเด็กมคี วามสนใจในการอ่านออกเสยี งคำศพั ท์และชอบทจ่ี ะทำงานกลมุ่ และเลน่ เกมเกีย่ วกับคำศัพท์
ปญั หาและอปุ สรรค

ในครัง้ นจี้ ะเป็นการอ่านออกเสยี งหนา้ ชัน้ เดก็ บางคนไม่กลา้ ทจ่ี ะอ่านออกเสยี งออกมาจงึ ต้องใหท้ ำงาน
กนั เป็นกลุ่มเพ่ือใหม้ คี นมาอยู่ดว้ ยเก็กจะกลา้ ออกเสยี งมากข้นึ

ในการสอนครัง้ น้เี ดก็ บางคนพอไดเ้ รียนเรื่องครอบครวั กจ็ ะมีการลอ้ เถยี งกันตลอดครจู งึ ให้นักเรียน
เงยี บถา้ ใครเอ่ยออกมาครจู ะให้มายืนอา่ นเองหนา้ ห้อง
ขอ้ เสนอแนะ

ในการสอนเราควรสังเกตเด็กวา่ นักเรยี นให้ควาร่วมมือในกิจกรรมท่ีเราจัดหรือไมถ่ า้ เด็กไม่ชอบเราควร
เปล่ยี นกิจกรรมให้ทำเป็นคู่กลุ่มมากกว่าการทำงานเดียว

เราควรแกไ้ ขปญั หานี้ตั้งแต่ตน้ คาบเราจะต้องมกี ฎกติการในการเรยี นขนึ้ มาเพ่ือเปน็ การมีขอ้ ตกลงทีเ่ รา
จะปฏิบัติตามกันทุกคน

ลงช่ือ................. ...............................ผสู้ อน
(นางสาวฐิสณา สงิ หล์ อ)

58

แผนการจดั การเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาตา่ งประเทศ รายวชิ า ภาษาองั กฤษ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 5

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 5 School life แผนการเรยี นรู้ท่ี 3 เรื่อง What I Learn (2) จำนวน 1 ชว่ั โมง

มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชวี้ ดั

สาระท่ี1 ภาษาเพอื่ การสอื่ สาร

ต 1.3 ป.5/3 พดู แสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับเรอ่ื งต่าง ๆ ใกล้ตวั

ต 1.2 ป.5/5 พูด/เขียนแสดงความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ใกล้ตัว และกิจกรรมต่าง ๆ
พรอ้ มท้ังใหเ้ หตุผล

ต 2.1 ป.5/1 ใช้ถ้อยคำ น้ำเสียง และกิริยาท่าทางอย่างสุภาพตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของ
เจ้าของภาษา

ต 4.1 ป.5/1 ฟัง พดู และอ่าน/เขยี นในสถานการณต์ า่ ง ๆ ทีเ่ กิดขนึ้ ในหอ้ งเรียนและสถานศึกษา

สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

การเรียนรู้คำศัพท์และประโยคที่ใช้สนทนาเกี่ยวกับวิชาที่ชอบเรียน การถามและให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิชาที่
เรยี น เวลา ตารางเรยี น การแสดงความคดิ เหน็ ต่อวชิ าทช่ี อบเรียนและไม่ชอบเรียน ทำให้นกั เรยี นไดฝ้ กึ ใชภ้ าษา
ในสถานการณ์จริงในห้องเรียนและสามารถนำไปใช้ในการสื่อสารกับบุคคลภายนอก เพื่อแลกเปลี่ยนความ
คิดเหน็ ได้อย่างมน่ั ใจ

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1ออกเสยี งคำศัพท์ท่ีใช้ในการแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกับวิชาทีช่ อบและไมช่ อบได้ถูกตอ้ ง

2 พดู แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับวชิ าที่ชอบเรยี นและไม่ชอบเรยี นได้

3 มเี จตคตทิ ด่ี ี ต่อการใช้ภาษาอังกฤษ

สาระการเรียนร/ู้ เนอ้ื หา

59

Vocabulary : interesting, fun, boring, difficult, easy

Sentence : What subject do you like? I like ชื่อวิชา.

Why do you like ช่ือวิชา ? I think it’s ความรู้สกึ ที่มีต่อวชิ า .

What subject don’t you like? I don’t like ช่ือวิชา

Why don't you like ชอ่ื วิชา? I think it’s ความรู้สกึ ที่มีต่อวิชา.

สมรรถนะสำคญั

1. ความสามารถในการอ่าน

2. ความสามารถในการคิด

คณุ ลกั ษณะพงึ ประสงค์

1. ใฝ่เรียนรู้

2. ม่งุ ม่นั ในการทำงาน

กจิ กรรมการเรียนรู้

1. ขัน้ นำ (Warm up)

1) ทักทาย และถามเก่ยี วกบั เรือ่ งทั่วไปของนกั เรยี นในช้นั เรียน เชน่ สบายดีไหม กนิ ข้าวหรอื ยัง การ
ใช้ชีวติ ประจำวนั มคี วามสุขดีไหม

2. ขน้ั นำเสนอ (Presentation)

1) ครใู ห้นกั เรยี นดูคำศัพท์ที่นักเรยี นไมร่ ู้ บนppt

Vocabulary : interesting, fun, boring, difficult, easy

ครสู อนอา่ น สะกด และแปลคำศัพท์

2) สอนการถามตอบวิชาท่ชี อบเพราะอะไร วิชาทีไ่ มช่ อบเพราะอะไร

Sentence : What subject do you like? I like ช่อื วชิ า.

Why do you like ช่อื วิชา ? I think it’s ความรสู้ กึ ทมี่ ตี อ่ วิชา .

What subject don’t you like? I don’t like ชือ่ วชิ า

60

Why don't you like ชือ่ วชิ า? I think it’s ความรู้สกึ ทม่ี ีตอ่ วิชา.

3. ขนั้ ฝกึ (Practice)

1) นกั เรยี นออกมาถามตอบจับคู่กันมา

4. ขั้นนำไปใช้ (Production)

1) ให้นักเรยี นทำใบงาน เร่ือง Interview Your Friends

5. ข้นั สรุป (Wrap up)

1) นักเรียนและครูรว่ มกันสรุปว่าได้เรียนรอู้ ะไรไปในคาบนี้

5. ส่ือ/แหล่งเรยี นรู้

1) ppt

การวัดและการประเมนิ ผล

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ วธิ ีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์การวัด
1. ออกเสียงคำศัพท์ท่ี สงั เกตความถกู ต้องใน แบบสังเกตการณท์ ักษะ นักเรียนทม่ี ีทักษะการ
ใช้ในการแสดงความ การออกเสยี งคำศัพท์ที่ การออกเสียง อ่านออกเสียงได้ดี ผา่ น
คดิ เหน็ เกย่ี วกบั วิชาที่ เก่ยี วกับวชิ าได้ เกณฑ์ระดับดีขึน้ ไป
ชอบและไม่ชอบได้ สังเกตการพดู ตอบ คะแนนต้ังแต1่ 0-14
ถูกต้อง สังเกตความถกู ต้องใน คำถาม
2. พูดแสดงความ การตอบคำถามท่ี นักเรียนท่ีมที ักษะการ
คิดเห็นเกี่ยวกบั วชิ าท่ี เกย่ี วกับวิชาทช่ี อบ แบบประเมนิ พฤติกรรม พดู ตอบคำถามได้
ชอบเรียนและไมช่ อบ เรียนและไม่ชอบเรยี น การเรยี น ถกู ต้องผา่ นเกณฑ์
เรียนได้ ได้ ระดบั ดขี ึ้นไป คะแนน
สงั เกตความมเี จตคติท่ี ต้งั แต่ 10-14
3. นักเรียนมีเจตคติท่ีดี ดีตอ่ การใช้ นกั เรยี นที่ต้ังใจเรยี น
ตอ่ การใชภ้ าษาองั กฤษ ภาษาอังกฤษ และใหค้ วามรว่ มมือใน
การตอบคำถาม ระดบั
คะแนนต้ังแต1่ -5

61

บนั ทกึ หลังการสอน
ผลการสอน

ในการสอนคำศัพทเ์ กยี่ วกบั คำสัง่ และคำพูดทเี่ ป็นภาษาอังกฤษในห้องเรียนเพ่ือเด็กได้เข้าใจคำสั่งท่ี
เวลาครูพูดเป็นภาษาองั กฤษเดก็ บางคนชอบในเวลาทำกิจกรรมและปฏิบัตติ ามท่เี ราสัง่

จะสอนให้นักเรียนบอกไดว้ ่ามีสิ่งทช่ี อบหรือไมช่ อบอย่างไรในวิชาทเี่ รยี นเป็นภาษาองั กฤษในการเรียน
การสอนเด็กมคี วามสนใจในการอ่านออกเสยี งคำศพั ท์และชอบทจ่ี ะทำงานกลมุ่ และเลน่ เกมเกีย่ วกับคำศัพท์
ปญั หาและอปุ สรรค

ในครัง้ นจี้ ะเป็นการอ่านออกเสยี งหนา้ ชัน้ เดก็ บางคนไม่กลา้ ทจ่ี ะอ่านออกเสยี งออกมาจงึ ต้องใหท้ ำงาน
กนั เป็นกลุ่มเพ่ือใหม้ คี นมาอยู่ดว้ ยเก็กจะกลา้ ออกเสยี งมากข้นึ

ในการสอนครัง้ น้เี ดก็ บางคนพอไดเ้ รียนเรื่องครอบครวั กจ็ ะมีการลอ้ เถยี งกันตลอดครจู งึ ให้นักเรียน
เงยี บถา้ ใครเอ่ยออกมาครจู ะให้มายืนอา่ นเองหนา้ ห้อง
ขอ้ เสนอแนะ

ในการสอนเราควรสังเกตเด็กวา่ นักเรยี นให้ควาร่วมมือในกิจกรรมท่ีเราจัดหรือไมถ่ า้ เด็กไม่ชอบเราควร
เปล่ยี นกิจกรรมให้ทำเป็นคู่กลุ่มมากกว่าการทำงานเดียว

เราควรแกไ้ ขปญั หานี้ตั้งแต่ตน้ คาบเราจะต้องมกี ฎกติการในการเรยี นขนึ้ มาเพ่ือเปน็ การมีขอ้ ตกลงทีเ่ รา
จะปฏิบัติตามกันทุกคน

ลงช่ือ................. ...............................ผสู้ อน
(นางสาวฐิสณา สงิ หล์ อ)

62

แผนการจัดการเรยี นรู้

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาองั กฤษ ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 5

หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 6 แผนการเรยี นรทู้ ี่ 1 เรื่อง Intonation จำนวน 1 ช่ัวโมง

มาตรฐานการเรียนรู/้ ตัวชี้วัด

สาระท่ี1 ภาษาเพื่อการสือ่ สาร

มาตรฐาน ต 1.1 ป.5/2 อา่ นออกเสียงประโยค ขอ้ ความและบทกลอนสนั้ ๆ ถกู ต้องตามหลกั การอ่าน

มาตรฐาน ต1.1 ป.5/3 ระบุ/วาดภาพ สัญลกั ษณห์ รือเคร่ืองหมายของประโยคและข้อความสัน้ ๆทฟี่ ัง
หรืออา่ น

สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

การเรียนรปู้ ระโยคที่ใชส้ นทนาในชีวิตประจำวนั มีการออกเสียงท้ายท่ีแตกต่างกันไปตามบริบททำให้
นักเรียนท่ีออกเสียงท้ายไดถ้ ูกต้อง จะสามารถพฒั นาด้านการพดู ของตัวเองในห้องเรยี น และสามารถนำไปใช้
ในชีวิตประจำวันไดถ้ ูกต้อง

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. นกั เรียนออกเสยี งการลงเสียงทา้ ยประโยคไดถ้ ูกต้อง

2. นกั เรียนบอกได้ว่าการลงเสียงทา้ ยประโยคนี้ออกเสยี งอย่าไรใหถ้ ูกต้องได้

3. นกั เรียนมีระเบียบวินยั และมงุ่ มน่ั ในการทำงาน

สาระการเรยี นร/ู้ เน้อื หา

Sentence : Falling intonation = การลงเสียงตำ่

It’s pretty good.

63

I cannot do that.
When have you got on Monday?
What subject do you like?
Don’t annoy me this time!
Start it now!
การใช้ Rising Intonation (เสียงสูง)
Have you got art on Monday?
Is that true?
Do you like football?
Good morning
Good afternoon
Good evening
สมรรถนะสำคญั

1. ความสามารถในการอ่าน
2. ความสามารถในการคิด
คุณลกั ษณะพึงประสงค์
1. ใฝ่เรยี นรู้
2. ม่งุ ม่นั ในการทำงาน
ชนิ้ งาน/ภาระงาน
1. ใบงาน English sound
กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ขั้นนำ (Warm up)

64

1) ครพู ูดทักทายนกั เรยี นออกเสียงท้ายประโยคที่พดู ชัดเจนเพือ่ เน้น อย่างเชน่
Good morning student
How are you?

2. ขั้นนำเสนอ (Presentation)
1) ครูสอนประโยคในส่อื ppt Falling intonation = การลงเสยี งตำ่
It’s pretty good.
I cannot do that.
When have you got on Monday?
What subject do you like?
Don’t annoy me this time!
Start it now!
2) การใช้ Rising Intonation (เสยี งสงู )
Have you got art on Monday?
Is that true?
Do you like football?
Good morning
Good afternoon
Good evening

3. ข้ันฝกึ (Practice)
1) นักเรยี นฝึกอ่านประโยคกับครูประเมนิ เพ่ือให้คะแนนการออกเสยี ง
Falling intonation = การลงเสียงต่ำ
It’s pretty good.

65

I cannot do that.
When have you got on Monday?
What subject do you like?
Don’t annoy me this time!
Start it now!

การใช้ Rising Intonation (เสยี งสงู )
Have you got art on Monday?
Is that true?
Do you like football?
Good morning
Good afternoon
Good evening
4. ขั้นนำไปใช้ (Production)
1) นักเรยี นทำใบงานโดยท่ีครูจะใหป้ ระโยคและให้นักเรยี นทำลกู ศรหลังประโยควา่ ออกเสยี งสงู หรอื ตำ่
5. ขนั้ สรุป (Wrap up)
1) นกั เรียนและครูรว่ มกันสรุป วา่ ได้เรยี นรูอ้ ะไรไปในคาบน้ี

66

การวัดและการประเมนิ ผล

จุดประสงค์การเรยี นรู้ วธิ กี าร เครอ่ื งมือ เกณฑ์การวัด
1. นักเรียนออกเสยี ง สงั เกตความถูกต้องใน แบบสงั เกตการณ์ทักษะ นกั เรยี นทม่ี ที ักษะการ
การลงเสยี งท้าย การออกเสียงคำศัพท์ที่ การออกเสยี ง อ่านออกเสยี งได้ดี ผา่ น
ประโยคได้ถกู ต้อง เก่ยี วกับการลงเสียง เกณฑ์ระดบั ดีข้นึ ไป
ทา้ ยโยคได้ สงั เกตการพูดตอบ คะแนนต้ังแต1่ 0-14
2. นักเรยี นบอกไดว้ ่า สังเกตความถูกต้องใน คำถาม นักเรยี นท่มี ีทักษะการ
การลงเสยี งท้าย การตอบคำถามท่ี พดู ตอบคำถามได้
ประโยคนีอ้ อกเสยี งอยา่ เกย่ี วกบั การลงเสยี ง แบบประเมินพฤตกิ รรม ถูกต้องผา่ นเกณฑ์
ไรให้ถูกตอ้ งได้ ท้ายโยคได้ การเรยี น ระดับดีขนึ้ ไป คะแนน
ต้ังแต่ 10-14
3. นักเรยี นมีระเบยี บ สังเกตความมรี ะเบยี บ นกั เรยี นทีต่ ง้ั ใจเรยี น
วนิ ัยและม่งุ มัน่ ในการ วนิ ัยและมุง่ มน่ั ในการ และใหค้ วามร่วมมือใน
ทำงาน ทำงาน การตอบคำถาม ระดบั
คะแนนต้ังแต1่ -5

67

บนั ทกึ หลังการสอน
ผลการสอน

ในการสอนคำศัพทเ์ กีย่ วกับคำส่งั และคำพูดทเ่ี ป็นภาษาอังกฤษในห้องเรียนเพ่ือเด็กได้เขา้ ใจคำสัง่ ที่
เวลาครพู ดู เป็นภาษาองั กฤษเด็กบางคนชอบในเวลาทำกจิ กรรมและปฏิบตั ิตามทเี่ ราส่งั

จะสอนให้นักเรยี นบอกได้วา่ มีสง่ิ ท่ชี อบหรอื ไม่ชอบอยา่ งไรในวชิ าทเ่ี รยี นเป็นภาษาองั กฤษในการเรยี น
การสอนเด็กมคี วามสนใจในการอา่ นออกเสียงคำศพั ท์และชอบทีจ่ ะทำงานกลุ่มและเลน่ เกมเก่ยี วกบั คำศัพท์

ในการสอนเก่ียวกับเร่ืองในบริเวณรอบๆโรงเรยี นเรอ่ื งใกล้ตัวเดก็ จะชอบสอบถามและเล่นใหญใ่ นการ
ทำงานทำกจิ กรรมกนั มากนกั เรียนพอเรียนเกี่ยวกับยานพาหนะชอบทจี่ ะเลอื กยานพาหนะในการมาโรงเรียน
กนั มาก

ในการสอนการออกเสียงทา้ ยประโยคในภาษาองั กฤษเป็นอะไรทส่ี ำคญั มากอีกอยา่ งหน่งึ เนื่องจากการ
ออกเสยี งเราต้องเขา้ ใจกฎการออกเสียงท้ายประโยค Falling intonation = การลงเสยี งต่ำ และ การใช้
Rising Intonation (เสยี งสงู ) จะมเี ทคนิคการออกเสียงทีแ่ ตกต่างกนั
ปัญหาและอุปสรรค

ในคร้ังนีจ้ ะเป็นการอา่ นออกเสยี งหนา้ ชน้ั เด็กบางคนไม่กลา้ ทจ่ี ะอ่านออกเสยี งออกมาจงึ ต้องใหท้ ำงาน
กนั เปน็ กลมุ่ เพอ่ื ใหม้ คี นมาอยู่ดว้ ยเกก็ จะกล้าออกเสียงมากขน้ึ
ขอ้ เสนอแนะ

ในการสอนเราควรสงั เกตเด็กว่านกั เรยี นใหค้ วาร่วมมือในกิจกรรมท่ีเราจดั หรือไมถ่ ้าเด็กไมช่ อบเราควร
เปลีย่ นกจิ กรรมให้ทำเปน็ คู่กลุ่มมากกวา่ การทำงานเดียว

เราควรแกไ้ ขปญั หานต้ี ้ังแต่ตน้ คาบเราจะต้องมีกฎกติการในการเรียนข้ึนมาเพ่ือเปน็ การมีข้อตกลงทเี่ รา
จะปฏบิ ัติตามกันทุกคน

ลงช่ือ................. ...............................ผสู้ อน
(นางสาวฐิสณา สงิ หล์ อ)

68

แผนการจดั การเรยี นรู้

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ ภาษาต่างประเทศ รายวิชา ภาษาองั กฤษ ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 5

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 7 แผนการเรียนรู้ที่ 1 เรอื่ ง How do you go to school? จำนวน 1 ชว่ั โมง

มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ชว้ี ดั

สาระที่1 ภาษาเพือ่ การส่อื สาร

ต 1.1 ป. 5/1 ปฏบิ ัตติ ามคำสั่ง คำขอรอ้ ง และคำแนะนำง่าย ๆ ท่ฟี ังและอา่ น

ต1.1 ป.5/3 ระบ/ุ วาดภาพ สัญลกั ษณ์หรือเครื่องหมายของประโยคและขอ้ ความสน้ั ๆท่ีฟังหรืออา่ น

ต 4.1 ป. 5/1 ฟงั พดู และอ่าน/เขียนในสถานการณ์ตา่ ง ๆ ที่เกิดข้ึนในห้องเรยี นและสถานศึกษา

สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

การรแู้ ละเขา้ ใจเก่ียวกับคำศพั ท์ยานพาหนะและประโยคในการสนทนา เพ่ือชว่ ยให้พดู สื่อสารได้อยา่ ง
ถูกต้องและเหมาะสม เพื่อนำไปใชใ้ นชวี ติ ประจำได้

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. นักเรียนอา่ นและบอกความหมายคำศัพทเ์ กีย่ วกับยานพาหนะได้
2. นักเรียนไดส้ นทนาถามตอบเก่ียวกับยานพาหนะได้
3. นกั เรยี นมรี ะเบียบวนิ ัยและมุ่งมัน่ ในการทำงาน

สาระการเรยี นรู้/เน้ือหา

Vocabulary : Walk, by car, by bus, by train, by bicycle, by helicopter, by
motorcycle, by school bus

Structure : How do you go to school?

I never go to school by car.

69

I always go to school by train.
I always walk to school.
I sometime go to school by school bus.
สมรรถนะสำคัญ
1. ความสามารถในการอ่าน
2. ความสามารถในการคิด
คุณลักษณะพึงประสงค์
1. ใฝเ่ รียนรู้
2. มงุ่ ม่ันในการทำงาน
ช้ินงาน/ภาระงาน
1. ใบงาน
กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ขนั้ นำ (Warm up)
1) ทักทาย และถามเกย่ี วกบั เรื่องทวั่ ไปของนักเรยี นในชน้ั เรียน เชน่ สบายดีไหม กินขา้ วหรือยงั การ
ใช้ชีวติ ประจำวันมคี วามสขุ ดีไหม
2) ครถู ามนกั เรยี นวา่ มีใครทราบหรือไมว่ า่ คำศัพท์ที่เกีย่ วกับยานพาหนะท่ีเราใชม้ าโรงเรียนดว้ ย
2. ขัน้ นำเสนอ (Presentation)
1) ครูสอนคำศัพท์เกย่ี วกบั ยานพาหนะVocabulary : Walk, by car, by bus, by train, by
bicycle, by helicopter, by motorcycle, by school bus
2) ครสู อนการถามตอบเก่ยี วกบั การมาโรงเรียนโดยยานพาหนะอะไร แลว้ สามารถตอบไดอ้ ย่างไรบ้าง
เมื่อถูกถาม
Structure : How do you go to school?
I never go to school by car.

70

I always go to school by train.
I always walk to school.
I sometime go to school by school bus.
3. ข้นั ฝกึ (Practice)
1) ครูให้นักเรยี นออกมาถามตอบกบั คณุ ครู
4. ขน้ั นำไปใช้ (Production)
1) นักเรียนทำใบงาน Who is who?
โดยการมปี ระโยคมาใหน้ กั เรยี นและหารว่าเป็นกิจวตั รประจำวนั ของใคร
5. ขั้นสรุป (Wrap up)
1) นักเรยี นและครูรว่ มกนั สรุปว่าได้เรยี นรู้อะไรไปในคาบนี้
6. สื่อ/แหล่งเรียนรู้
1) หนังสอื เรียน Smile 5

71

การวัดและการประเมินผล

จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์การวัด
1. นักเรยี นอ่านและ สังเกตความถกู ต้องใน
บอกความหมาย การออกเสยี งคำศัพท์ท่ี แบบสังเกตการณท์ ักษะ นักเรียนทมี่ ีทักษะการ
คำศัพทเ์ กยี่ วกบั ยานพ เกี่ยวกบั ยานพาหนะได้
หะนะได้ การออกเสียง อ่านออกเสยี งได้ดี ผา่ น
2. นกั เรยี นได้สนทนา สงั เกตความถูกต้องใน
ถามตอบเกยี่ วกบั ยานพ การตอบคำถามที่ เกณฑร์ ะดับดีขึน้ ไป
นะนะได้ เก่ียวกับยานพาหนะได้
คะแนนต้ังแต่10-14
3. นักเรียนมีระเบียบ สังเกตความมรี ะเบยี บ
วนิ ยั และมุ่งม่ันในการ วินัยและมุ่งม่นั ในการ สังเกตการพูดตอบ นกั เรยี นทม่ี ีทักษะการ
ทำงาน ทำงาน
คำถาม พดู ตอบคำถามได้

ถูกต้องผา่ นเกณฑ์

ระดับดขี นึ้ ไป คะแนน

ตงั้ แต่ 10-14

แบบประเมินพฤติกรรม นกั เรียนทตี่ งั้ ใจเรยี น

การเรียน และใหค้ วามร่วมมือใน

การตอบคำถาม ระดบั

คะแนนตั้งแต1่ -5

72

บนั ทกึ หลังการสอน
ผลการสอน

ในการสอนคำศัพทเ์ กย่ี วกบั คำส่ังและคำพูดทีเ่ ปน็ ภาษาอังกฤษในห้องเรยี นเพื่อเด็กได้เขา้ ใจคำสั่งที่
เวลาครูพดู เปน็ ภาษาอังกฤษเดก็ บางคนชอบในเวลาทำกจิ กรรมและปฏิบัตติ ามทเ่ี ราส่ัง

จะสอนใหน้ ักเรยี นบอกไดว้ ่ามีส่ิงท่ีชอบหรือไมช่ อบอยา่ งไรในวชิ าทเี่ รยี นเปน็ ภาษาองั กฤษในการเรยี น
การสอนเด็กมคี วามสนใจในการอ่านออกเสียงคำศัพท์และชอบทีจ่ ะทำงานกลมุ่ และเลน่ เกมเกย่ี วกับคำศัพท์

ในการสอนเกยี่ วกับเรื่องในบริเวณรอบๆโรงเรยี นเร่อื งใกล้ตัวเด็กจะชอบสอบถามและเลน่ ใหญ่ในการ
ทำงานทำกจิ กรรมกนั มากนักเรียนพอเรยี นเกี่ยวกบั ยานพาหนะชอบที่จะเลอื กยานพาหนะในการมาโรงเรยี น
กันมาก
ปญั หาและอปุ สรรค

ในคร้งั นี้จะเป็นการอ่านออกเสียงหนา้ ช้นั เด็กบางคนไม่กลา้ ที่จะอ่านออกเสียงออกมาจงึ ต้องให้ทำงาน
กนั เปน็ กลมุ่ เพอื่ ให้มคี นมาอยู่ดว้ ยเก็กจะกล้าออกเสียงมากขึ้น
ข้อเสนอแนะ

ในการสอนเราควรสงั เกตเด็กวา่ นักเรียนให้ควารว่ มมือในกิจกรรมทีเ่ ราจดั หรือไม่ถา้ เด็กไมช่ อบเราควร
เปลี่ยนกิจกรรมให้ทำเป็นคู่กลุ่มมากกว่าการทำงานเดียว

เราควรแก้ไขปัญหานตี้ ั้งแต่ต้นคาบเราจะต้องมกี ฎกติการในการเรยี นข้นึ มาเพื่อเปน็ การมีข้อตกลงทีเ่ รา
จะปฏบิ ัตติ ามกันทุกคน

ลงช่ือ................. ...............................ผสู้ อน
(นางสาวฐิสณา สงิ หล์ อ)

73

แผนการจดั การเรียนรู้

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ภาษาตา่ งประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษ ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 5

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 8 Who‘s that? แผนการเรยี นรทู้ ี่ 1 เรื่อง occupation (1) จำนวน 1 ช่ัวโมง

มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวชว้ี ัด

สาระท่ี1 ภาษาเพ่อื การสื่อสาร

มาตรฐาน ต 1.1 ตัวช้วี ัดที่ 2 อา่ นออกเสียงคำ สะกดคำ อา่ นกลมุ่ คำ ประโยค ขอ้ ความงา่ ยๆ และบทพดู เข้า
จังหวะถูกต้องตามหลักการอ่าน

มาตรฐาน ต 1.1 ตัวชวี้ ัดท่ี 3 เลอื ก/ระบุภาพ หรือสัญลักษณ์ หรอื เครื่องหมายตรงตามความหมาย ประโยค
และขอความส้ันๆ ที่ฟงั หรืออ่าน

สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

การรูแ้ ละเข้าใจเก่ียวกบั คำศัพท์อาชีพและประโยคในการสนทนา เพื่อชว่ ยใหพ้ ดู ส่อื สารได้อยา่ งถูกต้องและ
เหมาะสม เพอ่ื นำไปใช้ในชีวิตประจำได้

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. นกั เรียนบอกความหมายคำศัพท์ช่ืออาชีพของบุคคลได้
2. นกั เรยี นออกเสยี ง สะกดคำศัพทเ์ กีย่ วกับอาชีพ ได้
3. นักเรียนมรี ะเบียบวนิ ัยและม่งุ มนั่ ในการทำงาน
สาระการเรียนร/ู้ เน้ือหา

Vocabulary : pilot, taxi driver, shop assistant, reporter, football player,

police officer

สมรรถนะสำคญั

74

1. ความสามารถในการอ่าน
2. ความสามารถในการคิด
คุณลกั ษณะพึงประสงค์
1. ใฝ่เรยี นรู้
2. มุ่งม่ันในการทำงาน
ช้ินงาน/ภาระงาน
1. หนังสือหน้า 22 Smile 5 หนังสือเรยี น
2. หนงั สือ Smile 5 แบบฝกึ หดั หนา้ 18 ขอ้ ที่ 1 และ ข้อที่ 2
กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ขัน้ นำ (Warm up)

1) ทกั ทาย และถามเกยี่ วกับเรื่องท่วั ไปของนักเรยี นในช้ันเรียน เช่น สบายดไี หม กนิ ขา้ วหรือยัง การ
ใช้ชีวิตประจำวนั มีความสุขดีไหม

2) ครูถามนกั เรยี นว่ามีใครทราบหรอื ไม่วา่ คำศัพท์ทเ่ี ก่ียวกับอาชีพมีอะไรบ้าง
2. ขน้ั นำเสนอ (Presentation)

1) ครเู สนอคำศัพท์ให้นักเรยี นดูบนกระดาน
Vocabulary : pilot, taxi driver, shop assistant, reporter, football player,
police officer
จากน้ันครูอ่านคำศพั ทแ์ ลว้ ให้นักเรยี นชว่ ยกนั แปล
2) ครใู ห้นักเรยี นฟังคลิปเสียงแลว้ เตมิ คำศัพทใ์ ห้ตรงกับรปู ภาพ ในหนงั สือหนา้ 22 Smile 5 หนังสอื
เรียน โดยเปดิ ใหฟ้ งั ทีละประโยค
สอน What does he/she do? เขาหรอื เธอทำอาชีพอะไร
โดยเปิดให้ฟงั ทลี ะประโยค และให้นักเรียนเติมตามทลี ะประโยค
สอนการถามาชีพวา่ คุณทำอะไรอีกรอบ

75

ใชถ้ ามได้ทง้ั 2 แบบ
What does he/she do? He is a …………
หรอื What do you do? I am a …………

3. ขนั้ ฝกึ (Practice)
1) ครูให้นกั เรยี นออกมาอา่ นคำศพั ท์อาชพี กับคุณครู
2) สอนการถามาชีพวา่ คุณทำอะไรอีกรอบ
ใชถ้ ามได้ทั้ง 2 แบบ
What does he/she do? He is a …………
หรอื What do you do? I am a …………

4. ข้นั นำไปใช้ (Production)
1) นักเรียนทำลงในหนังสือ Smile 5 แบบฝกึ หดั หนา้ 18 ข้อที่ 1
2) นกั เรียนทำลงในหนงั สอื Smile 5 แบบฝึกหดั หน้า 18 ข้อท่ี 2

5. ขน้ั สรปุ (Wrap up)
1) นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปวา่ ไดเ้ รียนรอู้ ะไรไปในคาบนี้

6. สื่อ/แหล่งเรียนรู้
1) หนงั สือเรียน Smile 5
2) หนังสอื แบบฝึกหัด Smile 5

76

การวัดและการประเมินผล

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วิธกี าร เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารวดั
1. นักเรียนบอก สังเกตความถกู ต้องใน สังเกตการพดู ตอบ นกั เรียนท่ีมที ักษะการ
ความหมายคำศัพทช์ ือ่ การออกเสียงคำศัพท์ที่ คำถาม พดู ตอบคำถามได้
อาชีพของบุคคลได้ เกย่ี วกับสถานท่ีได้ ถกู ต้องผ่านเกณฑ์
แบบสังเกตการณท์ ักษะ ระดบั ดขี ้นึ ไป คะแนน
2. นักเรียนออกเสียง สังเกตความถูกต้องใน การออกเสียง ตั้งแต่ 10-14
สะกดคำศัพท์เกย่ี วกบั การตอบคำถามท่ี นักเรยี นทม่ี ีทักษะการ
อาชพี ได้ เกยี่ วกบั สถานท่ีได้ แบบประเมนิ พฤตกิ รรม อา่ นออกเสียงได้ดี ผา่ น
สงั เกตความถกู ต้องใน การเรียน เกณฑ์ระดับดีข้ึนไป
3. นกั เรยี นมรี ะเบียบ การออกเสยี งคำศัพท์ท่ี คะแนนต้ังแต1่ 0-14
วนิ ยั และมงุ่ มั่นในการ เก่ยี วกบั สถานที่ได้
ทำงาน สังเกตความมรี ะเบยี บ นกั เรียนท่ตี ง้ั ใจเรียน
วินัยและมุ่งม่ันในการ และใหค้ วามรว่ มมอื ใน
ทำงาน การตอบคำถาม ระดบั
คะแนนตั้งแต่1-5

77

บนั ทกึ หลังการสอน
ผลการสอน

ในการสอนคำศัพทเ์ กีย่ วกบั คำส่งั และคำพดู ทเี่ ปน็ ภาษาอังกฤษในห้องเรียนเพื่อเด็กได้เข้าใจคำสงั่ ท่ี
เวลาครพู ดู เป็นภาษาองั กฤษเดก็ บางคนชอบในเวลาทำกจิ กรรมและปฏบิ ัตติ ามท่ีเราส่ัง

จะสอนใหน้ ักเรยี นบอกได้วา่ มีส่ิงท่ีชอบหรือไม่ชอบอย่างไรในวิชาทีเ่ รยี นเปน็ ภาษาองั กฤษในการเรียน
การสอนเด็กมีความสนใจในการอ่านออกเสยี งคำศัพท์และชอบทจ่ี ะทำงานกล่มุ และเลน่ เกมเกย่ี วกับคำศัพท์

ในการสอนเกีย่ วกบั เรื่องในบริเวณรอบๆโรงเรยี นเร่อื งใกล้ตัวเดก็ จะชอบสอบถามและเลน่ ใหญใ่ นการ
ทำงานทำกจิ กรรมกนั มากนกั เรียนพอเรยี นเกีย่ วกบั ยานพาหนะชอบท่จี ะเลือกยานพาหนะในการมาโรงเรยี น
กันมาก

ในการสอนอา่ นคำศัพท์เกี่ยวกับอาชพี เพิ่อฝึกกการอา่ นออกเสยี งเกีย่ วกับคำศัพทใ์ นชวี อตประจำวันท่ี
เราเจอ อย่างเช่นคำวา่ Teacher ทพ่ี ดู ตอลดว่าคือคณุ ครูจึงสอนการเรียกชือ่ อาชพี ตา่ งๆมากข้นึ
ปญั หาและอปุ สรรค

ในครัง้ นีจ้ ะเปน็ การอา่ นออกเสียงหนา้ ช้นั เด็กบางคนไม่กลา้ ท่ีจะอ่านออกเสยี งออกมาจึงต้องให้ทำงาน
กนั เปน็ กลุ่มเพือ่ ให้มีคนมาอยู่ด้วยเก็กจะกลา้ ออกเสยี งมากข้ึน
ขอ้ เสนอแนะ

ในการสอนเราควรสงั เกตเด็กวา่ นักเรยี นให้ควาร่วมมือในกิจกรรมที่เราจัดหรือไม่ถ้าเด็กไมช่ อบเราควร
เปลีย่ นกจิ กรรมให้ทำเป็นคู่กลุ่มมากกวา่ การทำงานเดียว

เราควรแกไ้ ขปญั หานตี้ ้ังแต่ตน้ คาบเราจะต้องมีกฎกติการในการเรียนข้นึ มาเพื่อเป็นการมีข้อตกลงท่ีเรา
จะปฏิบัติตามกนั ทกุ คน

ลงช่อื ................. ...............................ผสู้ อน
(นางสาวฐิสณา สิงห์ลอ)

78

แผนการจดั การเรียนรู้

กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ รายวิชา ภาษาองั กฤษ ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 5

หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 9 แผนการเรยี นรทู้ ่ี 1 เรอื่ ง occupation (2) จำนวน 1 ชว่ั โมง

มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวชี้วดั

สาระท่ี1 ภาษาเพ่อื การสอ่ื สาร

มาตรฐาน ต 1.1 ตัวชี้วัดที่ 3 เลือก/ระบภุ าพ หรอื สัญลักษณ์ หรอื เครื่องหมายตรงตามความหมาย ประโยค
และขอความสั้นๆ ท่ีฟังหรืออ่าน

สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

การร้แู ละเขา้ ใจเกี่ยวกบั คำศพั ท์อาชพี และประโยคในการสนทนา เพ่ือช่วยใหพ้ ูดส่ือสารได้อยา่ งถูกต้องและ
เหมาะสม เพ่ือนำไปใช้ในชีวิตประจำได้

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. นกั เรียนบอกความหมายคำศัพท์สถานท่ีเกี่ยวกบั อาชพี ทเ่ี รียนได้
2. นักเรียนให้ข้อมลู เกี่ยวกับอาชีพและสถานที่ท่ีทำงานได้
3. นักเรยี นมีระเบียบวนิ ยั และมงุ่ มัน่ ในการทำงาน
สาระการเรยี นร/ู้ เน้อื หา

Vocabulary : places, hospital, airport, shop, TV station, school, police station,
taxi

สมรรถนะสำคัญ

1. ความสามารถในการอ่าน

2. ความสามารถในการคิด

79

คุณลักษณะพงึ ประสงค์
1. ใฝเ่ รียนรู้
2. มุ่งมน่ั ในการทำงาน

ชนิ้ งาน/ภาระงาน
1. หนงั สอื เรยี น Smile 5 หน้าท่ี 23 หัวขอ้ ที่ 3
2. นกั เรียนทำลงในหนังสือ Smile 5 แบบฝกึ หดั หนา้ 19 ข้อท่ี 3
3. นักเรียนทำลงในหนงั สือ Smile 5 แบบฝกึ หัด หน้า 19 ข้อท่ี 4

กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ข้ันนำ (Warm up)
1) ทกั ทาย และถามเกี่ยวกับเรอื่ งทว่ั ไปของนกั เรียนในช้นั เรียน เช่น สบายดีไหม กินข้าวหรือยัง การ

ใชช้ ีวิตประจำวนั มีความสุขดีไหม
2) ครูถามนักเรียนทบทวนวา่ คาบทแ่ี ลว้ เรียนคำศพั ท์อาชีพอะไรไปบา้ ง

2. ขั้นนำเสนอ (Presentation)
1) ครูเสนอคำศัพท์สถานทีเ่ กี่ยวกบั อาชพี ให้นักเรียนดูบนกระดาน
Vocabulary : places, hospital, airport, shop, TV station, school, police station,

taxi
จากนัน้ ครูอ่านคำศัพทแ์ ลว้ ใหน้ ักเรียนช่วยกนั แปล
2) ครทู บทวนคำศัพท์อาชพี อีกรอบ
Vocabulary : pilot, taxi driver, shop assistant, reporter, football player,
police officer
ครใู ห้นกั เรยี นจบั คู่ในหนังสือเรียน Smile 5 หนา้ ท่ี 23 หวั ขอ้ ที่ 3
3) ให้นกั เรียนดบู ทสนทนาถามตอบ ในหนงั สือเรียน Smile 5 หน้าท่ี 23 หัวข้อที่ 4

80

May I ask you some questions?
Yes, of course.
Where does your mother work?
She works at a TV station.
What does she do?
She’s a reporter.
4) สอนการถามตอบเกย่ี วกบั อาชพี และสถานท่ีทำงาน
What do you do?
I am a teacher.
Where do you work?
I work at school.
What does she do?
She’s a teacher.
Where does she work?
She works at the school.
3. ขัน้ ฝึก (Practice)
1) นกั เรยี นทำลงในหนังสอื Smile 5 แบบฝึกหัด หนา้ 19 ข้อที่ 3
4. ข้นั นำไปใช้ (Production)
1) นกั เรยี นทำลงในหนังสอื Smile 5 แบบฝกึ หัด หนา้ 19 ขอ้ ที่ 4
5. ขนั้ สรุป (Wrap up)
1) นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปวา่ ได้เรยี นรู้อะไรไปในคาบน้ี
6. สอ่ื /แหล่งเรียนรู้

81

1) หนังสือเรยี น Smile 5
2) หนงั สือแบบฝึกหดั Smile 5

การวัดและการประเมนิ ผล

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วิธีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ์การวัด
1. นักเรยี นบอก สงั เกตความถูกต้องใน แบบสังเกตการณท์ ักษะ นักเรียนท่ีมที ักษะการ
ความหมายคำศัพท์ การออกเสียงคำศัพท์ท่ี การออกเสียง อ่านออกเสียงได้ดี ผา่ น
สถานทเี่ กี่ยวกับอาชพี ท่ี เกยี่ วกบั อาชีพได้ เกณฑ์ระดับดีขึ้นไป
เรียนได้ สังเกตการพูดตอบ คะแนนตั้งแต่10-14
2. นกั เรยี นให้ข้อมูล สังเกตความถกู ต้องใน คำถาม นกั เรยี นที่มีทักษะการ
เกย่ี วกบั อาชีพและ การตอบคำถามที่ พดู ตอบคำถามได้
สถานที่ท่ที ำงานได้ เก่ยี วกับอาชีพด้ แบบประเมินพฤตกิ รรม ถกู ต้องผ่านเกณฑ์
การเรยี น ระดับดขี น้ึ ไป คะแนน
3. นกั เรียนมีระเบยี บ สงั เกตความมรี ะเบยี บ ต้ังแต่ 10-14
วินยั และมงุ่ มนั่ ในการ วินยั และมงุ่ ม่นั ในการ นกั เรียนทต่ี ง้ั ใจเรยี น
ทำงาน ทำงาน และใหค้ วามร่วมมือใน
การตอบคำถาม ระดบั
คะแนนต้ังแต1่ -5

82

บนั ทกึ หลังการสอน
ผลการสอน

ในการสอนคำศัพท์เกยี่ วกบั คำสงั่ และคำพดู ท่เี ปน็ ภาษาอังกฤษในห้องเรยี นเพ่ือเด็กได้เขา้ ใจคำสั่งที่
เวลาครูพูดเปน็ ภาษาอังกฤษเด็กบางคนชอบในเวลาทำกิจกรรมและปฏบิ ตั ิตามทเี่ ราสั่ง

จะสอนให้นักเรยี นบอกได้วา่ มีสง่ิ ทีช่ อบหรือไม่ชอบอย่างไรในวชิ าทีเ่ รยี นเป็นภาษาองั กฤษในการเรียน
การสอนเด็กมีความสนใจในการอ่านออกเสยี งคำศพั ท์และชอบท่ีจะทำงานกลุ่มและเลน่ เกมเกย่ี วกบั คำศัพท์

ในการสอนเกีย่ วกับเร่ืองในบริเวณรอบๆโรงเรยี นเรื่องใกล้ตัวเดก็ จะชอบสอบถามและเล่นใหญใ่ นการ
ทำงานทำกจิ กรรมกนั มากนกั เรยี นพอเรียนเกยี่ วกับยานพาหนะชอบที่จะเลอื กยานพาหนะในการมาโรงเรยี น
กันมาก

ในการสอนอา่ นคำศัพท์เก่ียวกับอาชพี เพอิ่ ฝึกกการอา่ นออกเสยี งเกีย่ วกบั คำศัพท์ในชวี อตประจำวันท่ี
เราเจอ อย่างเชน่ คำวา่ Teacher ที่พูดตอลดว่าคือคณุ ครูจึงสอนการเรียกช่อื อาชีพต่างๆมากขึ้น
ปญั หาและอปุ สรรค

ในคร้ังนี้จะเป็นการอา่ นออกเสียงหนา้ ชัน้ เด็กบางคนไม่กลา้ ทจี่ ะอ่านออกเสยี งออกมาจึงต้องใหท้ ำงาน
กันเปน็ กลุ่มเพื่อใหม้ ีคนมาอยู่ด้วยเกก็ จะกลา้ ออกเสียงมากข้นึ
ขอ้ เสนอแนะ

ในการสอนเราควรสงั เกตเด็กว่านกั เรยี นใหค้ วารว่ มมือในกิจกรรมท่ีเราจดั หรือไมถ่ ้าเด็กไม่ชอบเราควร
เปลย่ี นกิจกรรมให้ทำเป็นคู่กลุ่มมากกว่าการทำงานเดยี ว

เราควรแก้ไขปัญหานี้ต้ังแตต่ ้นคาบเราจะต้องมกี ฎกติการในการเรียนขึ้นมาเพื่อเป็นการมีขอ้ ตกลงที่เรา
จะปฏบิ ัตติ ามกันทกุ คน

ลงช่ือ................. ...............................ผสู้ อน
(นางสาวฐิสณา สิงหล์ อ)

83

แผนการจัดการเรยี นรู้

กลุม่ สาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ รายวิชา ภาษาองั กฤษ ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 5

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 9 Who‘s that? แผนการเรียนรู้ที่ 2 เรอ่ื ง occupation (3) จำนวน 1 ช่ัวโมง

มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชวี้ ัด

สาระท่ี1 ภาษาเพ่อื การสอ่ื สาร

มาตรฐาน ต 1.3 ตัวช้ีวดั ที่ 1 พูด/เขียนและให้ขอ้ มลู เก่ยี วกับตนเองและเร่ืองใกลต้ ัว

สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

การรูแ้ ละเขา้ ใจเก่ียวกับคำศัพทอ์ าชพี และประโยคในการสนทนา เพื่อช่วยใหพ้ ูดสื่อสารได้อยา่ งถูกต้องและ
เหมาะสม เพือ่ นำไปใช้ในชีวิตประจำได้

จุดประสงค์การเรียนรู้

1. นักเรยี นสามารถอธิบายอาชีพและเชอ้ื ชาติจากภาพที่เห็นได้
2. นกั เรยี นให้ข้อมลู เกย่ี วกบั อาชีพและเช้ือชาตจิ ากภาพท่ีเห็นได้
3. นกั เรยี นมรี ะเบียบวินัยและม่งุ มั่นในการทำงาน
สาระการเรียนรู้/เนื้อหา

Look at picture 1. Who’s that?

That’s Mike.

What does he do?

He’s a football player.

What’s his nationality?

สมรรถนะสำคัญ

84

1. ความสามารถในการอ่าน
2. ความสามารถในการคิด

คณุ ลกั ษณะพงึ ประสงค์
1. ใฝเ่ รียนรู้
2. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน

ชน้ิ งาน/ภาระงาน
1. หนังสอื เรยี น Smile 5 หนา้ 24 ข้อที่ 6
2. หนังสือ Smile 5 แบบฝกึ หดั หนา้ 20 ขอ้ ที่ 5
3. นหนงั สือ Smile 5 แบบฝึกหัด หนา้ 20 ขอ้ ท่ี 6

กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ขัน้ นำ (Warm up)
1) ทกั ทาย และถามเก่ยี วกับเรื่องทัว่ ไปของนกั เรยี นในชัน้ เรียน เชน่ สบายดไี หม กนิ ข้าวหรอื ยงั การ

ใช้ชีวติ ประจำวนั มคี วามสุขดีไหม
2) ครูถามนกั เรยี นทบทวนวา่ คาบท่ีแลว้ เรยี นคำศพั ทส์ ถานทอี่ ะไรไปบ้าง
Vocabulary : places, hospital, airport, shop, TV station, school, police station, taxi

2. ขนั้ นำเสนอ (Presentation)
1) ครใู ห้นักเรยี นหยิบหนังสอื เรียนข้ึนมา หนงั สอื เรียน Smile 5 หนา้ ที่ 24 หวั ข้อที่ 5
จากน้ันครูอ่านแลว้ ใหน้ ักเรยี นชว่ ยกันแปล
Look at picture 1. Who’s that?
That’s Mike.
What does he do?
He’s a football player.

85

What’s his nationality?
3. ขน้ั ฝกึ (Practice)

1) นกั เรียนทำลงในหนังสือ Smile 5 หนงั สอื เรียน หน้า 24 ขอ้ ท่ี 6
4. ข้ันนำไปใช้ (Production)

1) นักเรยี นทำลงในหนังสือ Smile 5 แบบฝกึ หัด หน้า 20 ขอ้ ที่ 5
หรอื ไปดตู ัวอย่างการพดู ท่ีหนังสือเรียนหน้าท่ี 23
2) นกั เรียนทำลงในหนังสือ Smile 5 แบบฝึกหดั หน้า 20 ข้อท่ี 6
5. ข้ันสรปุ (Wrap up)
1) นกั เรยี นและครรู ว่ มกันสรุปวา่ ได้เรยี นรอู้ ะไรไปในคาบน้ี
6. สือ่ /แหล่งเรยี นรู้
1) หนังสอื เรียน Smile 5
2) หนังสอื แบบฝึกหัด Smile 5

86

การวัดและการประเมินผล

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ วิธีการ เครื่องมอื เกณฑก์ ารวดั
1. นกั เรียนสามารถ สงั เกตความถกู ต้องใน
อธิบายอาชพี และเช้ือ การอธิบายทเ่ี กีย่ วกบั แบบสงั เกตการณท์ ักษะ นักเรียนทม่ี ีทักษะการ
ชาตจิ ากภาพทีเ่ ห็นได้ อาชีพและเชอื้ ชาตจิ าก
ภาพที่เหน็ ด้ การออกเสยี ง อธบิ ายได้ดี ผ่านเกณฑ์
2. นักเรียนใหข้ อ้ มูล สังเกตความถูกต้องใน
เกี่ยวกบั อาชีพและเชอ้ื การตอบคำถามที่ ระดบั ดขี ้ึนไป คะแนน
ชาติจากภาพทเี่ ห็นได้ เกย่ี วกับอาชีพและเชือ้
ชาติจากภาพทีเ่ ห็นด้ ต้ังแต่10-14
3. นักเรยี นมรี ะเบยี บ
วนิ ัยและมงุ่ มั่นในการ สงั เกตความมีระเบยี บ สงั เกตการณพ์ ดู ตอบ นักเรียนที่มีทักษะการ
ทำงาน วนิ ยั และมุ่งม่ันในการ
ทำงาน คำถาม พดู ตอบคำถามได้

ถูกต้องผ่านเกณฑ์

ระดับดีขน้ึ ไป คะแนน

ต้ังแต่ 10-14

แบบประเมนิ พฤติกรรม นกั เรียนท่ตี งั้ ใจเรยี น

การเรยี น และใหค้ วามรว่ มมอื ใน

การตอบคำถาม ระดบั

คะแนนต้ังแต1่ -5

87

บนั ทกึ หลังการสอน
ผลการสอน

ในการสอนคำศัพท์เกยี่ วกบั คำสงั่ และคำพดู ท่เี ปน็ ภาษาอังกฤษในห้องเรยี นเพ่ือเด็กได้เขา้ ใจคำสั่งที่
เวลาครูพูดเปน็ ภาษาอังกฤษเด็กบางคนชอบในเวลาทำกิจกรรมและปฏบิ ตั ิตามทเี่ ราสั่ง

จะสอนให้นักเรยี นบอกได้วา่ มีสง่ิ ทีช่ อบหรือไม่ชอบอย่างไรในวชิ าทีเ่ รยี นเป็นภาษาองั กฤษในการเรียน
การสอนเด็กมีความสนใจในการอ่านออกเสยี งคำศพั ท์และชอบท่ีจะทำงานกลุ่มและเลน่ เกมเกย่ี วกบั คำศัพท์

ในการสอนเกีย่ วกับเร่ืองในบริเวณรอบๆโรงเรยี นเรื่องใกล้ตัวเดก็ จะชอบสอบถามและเล่นใหญใ่ นการ
ทำงานทำกจิ กรรมกนั มากนกั เรยี นพอเรียนเกยี่ วกับยานพาหนะชอบที่จะเลอื กยานพาหนะในการมาโรงเรยี น
กันมาก

ในการสอนอา่ นคำศัพท์เก่ียวกับอาชพี เพอิ่ ฝึกกการอา่ นออกเสยี งเกีย่ วกบั คำศัพท์ในชวี อตประจำวันท่ี
เราเจอ อย่างเชน่ คำวา่ Teacher ที่พูดตอลดว่าคือคณุ ครูจึงสอนการเรียกช่อื อาชีพต่างๆมากขึ้น
ปญั หาและอปุ สรรค

ในคร้ังนี้จะเป็นการอา่ นออกเสียงหนา้ ชัน้ เด็กบางคนไม่กลา้ ทจี่ ะอ่านออกเสยี งออกมาจึงต้องใหท้ ำงาน
กันเปน็ กลุ่มเพื่อใหม้ ีคนมาอยู่ด้วยเกก็ จะกลา้ ออกเสียงมากข้นึ
ขอ้ เสนอแนะ

ในการสอนเราควรสงั เกตเด็กว่านกั เรยี นใหค้ วารว่ มมือในกิจกรรมท่ีเราจดั หรือไมถ่ ้าเด็กไม่ชอบเราควร
เปลย่ี นกิจกรรมให้ทำเป็นคู่กลุ่มมากกว่าการทำงานเดยี ว

เราควรแก้ไขปัญหานี้ต้ังแตต่ ้นคาบเราจะต้องมกี ฎกติการในการเรียนขึ้นมาเพื่อเป็นการมีขอ้ ตกลงที่เรา
จะปฏบิ ัตติ ามกันทกุ คน

ลงช่ือ................. ...............................ผสู้ อน
(นางสาวฐิสณา สิงหล์ อ)

88

แผนการจดั การเรยี นรู้

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ภาษาตา่ งประเทศ รายวิชา ภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 5

หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 10 Healthy habits แผนการเรียนรู้ท่ี 1 เรื่อง Things to eat (1)

จำนวน 1 ชวั่ โมง

มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้วี ดั

สาระที่1 ภาษาเพอ่ื การส่ือสาร

มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจเร่ืองที่ฟงั และอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเหน็ อยา่ งมเี หตผุ ล

ตวั ชวี้ ดั ท่ี 2 อา่ นออกเสียงประโยค ขอ้ ความ และบทกลอนสั้นๆ ถกู ตอ้ งตามหลกั การอ่าน

สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

การรแู้ ละเข้าใจเก่ียวกับคำศัพท์อาหาร เคร่ืองด่ืม ผกั และผลไม้และประโยคในการสนทนาตา่ งๆ เพื่อชว่ ย
ให้พดู สื่อสารได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม เพื่อนำไปใชใ้ นชวี ติ ประจำได้

จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. นักเรยี นสามารถบอกความหมายคำศัพท์อาหาร เคร่ืองด่ืม ผกั และผลไม้ต่างๆได้
2. นักเรยี นอ่านออกเสยี งคำ สะกดคำเกย่ี วกับอาหารเคร่ืองด่ืม ผักและผลไม้ต่างๆได้
3. นักเรยี นมีความมงุ่ มน่ั ในการฝึกออกเสยี งคำศัพท์ภาษาองั กฤษ

สาระการเรยี นร/ู้ เนอื้ หา

Vocabulary: grapes watermelon ham sweet toast cereal lollipop cookie sausage

hot dog

สมรรถนะสำคัญ

1. ความสามารถในการอ่าน

89

2. ความสามารถในการคิด
คุณลักษณะพงึ ประสงค์

1. ใฝ่เรยี นรู้
2. มุง่ มัน่ ในการทำงาน
ชน้ิ งาน/ภาระงาน
1. หนงั สอื เรียน Smile 5 หนา้ ท่ี 33 หวั ข้อที่ 1
2. หนงั สือ Smile 5 แบบฝกึ หัด หน้า 24 ขอ้ ท่ี 2
3. หนงั สือแบบฝึกหัด Smile 5 หนา้ 25 ข้อท่ี 1
กจิ กรรมการเรียนรู้
1. ข้ันนำ (Warm up)

1) ทกั ทาย และถามเก่ียวกับเรอื่ งท่ัวไปของนักเรียนในชั้นเรียน เชน่ สบายดไี หม กนิ ข้าวหรือยัง การ
ใชช้ ีวิตประจำวนั มีความสขุ ดีไหม
2) ครถู ามนักเรยี นเคยเรียนคำศพั ท์เกี่ยวกบั อาหารอะไรมาบ้าง
2. ขั้นนำเสนอ (Presentation)
1) ครใู ห้นกั เรยี นหยิบหนังสอื เรยี นขึน้ มา หนงั สือเรยี น Smile 5 หน้าท่ี 33 หวั ข้อที่ 1
เรยี นคำศัพท์ภาษาอังกฤษเก่ยี วกับของกนิ ครทู ำสไสด์ ppt เพอ่ื ใหเ้ หน็ ภาพจรงิ เรยี กความสนใจของ
เด็ก
Vocabulary: grapes watermelon ham sweet toast cereal lollipop cookie sausage
hot dog
3. ขนั้ ฝกึ (Practice)
1) ใหน้ ักเรียนจบั ค่ภู าพกับคำศัพท์ให้ถูกตอ้ ง
4. ขัน้ นำไปใช้ (Production)
1) นกั เรยี นทำลงในหนังสือ Smile 5 แบบฝกึ หัด หน้า 24 ข้อท่ี 2

90

2) นักเรยี นทำลงในหนังสือแบบฝึกหัด Smile 5 หนา้ 25 ขอ้ ท่ี 1

5. ข้ันสรุป (Wrap up)

1) นักเรียนและครรู ว่ มกนั สรุปวา่ ไดเ้ รยี นรูอ้ ะไรไปในคาบน้ี

6. สอื่ /แหล่งเรยี นรู้

1) หนังสอื เรียน Smile 5

2) หนังสือแบบฝึกหดั Smile 5

การวดั และการประเมินผล

จุดประสงค์การเรยี นรู้ วธิ กี าร เครื่องมือ เกณฑ์การวดั

1. นักเรยี นสามารถ สังเกตความถกู ต้องใน สังเกตการพดู ตอบ นกั เรียนทม่ี ที ักษะการ

บอกความหมาย การตอบคำถามที่ คำถาม พดู ตอบคำถามได้

คำศัพท์อาหาร เก่ียวกบั สถานที่ได้ ถูกต้องผา่ นเกณฑ์

เคร่อื งด่ืม ผกั และผลไม้ ระดับดขี นึ้ ไป คะแนน

ตา่ งๆได้ ต้ังแต่ 10-14

2. นักเรยี นอา่ นออก สงั เกตความถกู ต้องใน แบบสงั เกตการณ์ทักษะ นกั เรยี นทม่ี ีทักษะการ

เสียงคำ สะกดคำ การออกเสยี งคำศัพท์ท่ี การออกเสียง อ่านออกเสยี งได้ดี ผา่ น

เก่ียวกบั อาหาร เก่ยี วกับสถานท่ีได้ เกณฑ์ระดบั ดีขึน้ ไป

เครื่องดื่ม ผักและผลไม้ คะแนนตั้งแต่10-14

ต่างๆได้

3. นักเรียนมีระเบยี บ สงั เกตความมีระเบยี บ แบบประเมินพฤติกรรม นกั เรยี นที่ตงั้ ใจเรียน
วนิ ัยและมุง่ มนั่ ในการ วินัยและม่งุ มั่นในการ
ทำงาน ทำงาน การเรยี น และให้ความรว่ มมอื ใน

การตอบคำถาม ระดบั

คะแนนต้ังแต่1-5

91

บันทึกหลังการสอน
ผลการสอน

ในการสอนคำศัพท์เกยี่ วกับอาหาร เคร่อื งดมื่ รวมไปถึงผลไม้ ทเี่ ป็นภาษาองั กฤษเพอ่ื เดก็ ได้เข้าใจ
คำศัพทเ์ พ่อื ท่จี ะนำไปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั ได้เพื่อเปน็ การฝกึ การสนทนาการสอบถามและการได้รู้และได้เข้าใจ
เก่ียวกับคำศัพท์ อาหาร เครื่องด่มื รวมไปถึงผลไม้
ปญั หาและอปุ สรรค

ในครั้งน้จี ะเป็นการอ่านออกเสยี งหน้าชนั้ เดก็ บางคนไม่กลา้ ทีจ่ ะอ่านออกเสียงออกมาจึงต้องใหท้ ำงาน
กันเปน็ กล่มุ เพื่อใหม้ ีคนมาอยู่ด้วยเก็กจะกลา้ ออกเสียงมากขนึ้
ข้อเสนอแนะ

ในการสอนเราควรสงั เกตเด็กวา่ นกั เรียนใหค้ วาร่วมมือในกิจกรรมท่ีเราจดั หรือไม่ถา้ เด็กไม่ชอบเราควร
เปล่ียนกจิ กรรมให้ทำเป็นคู่กลุ่มมากกวา่ การทำงานเดยี ว

เราควรแกไ้ ขปญั หานีต้ ้ังแตต่ ้นคาบเราจะต้องมีกฎกติการในการเรียนข้นึ มาเพื่อเป็นการมีขอ้ ตกลงที่เรา
จะปฏิบัตติ ามกนั ทุกคน

ลงช่ือ................. ...............................ผสู้ อน
(นางสาวฐิสณา สงิ หล์ อ)

92

แผนการจดั การเรยี นรู้

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ภาษาตา่ งประเทศ รายวิชา ภาษาองั กฤษ ช้ันประถมศึกษาปีที่ 5

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 10 Healthy habits แผนการเรียนรู้ท่ี 2 เรอ่ื ง Things to eat (2)

จำนวน 1 ชว่ั โมง

มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ัด

สาระที่1 ภาษาเพ่อื การสอื่ สาร

มาตรฐาน ต 1.1 เข้าใจเร่ืองที่ฟังและอ่านจากสอื่ ประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็นอย่างมเี หตผุ ล

ตัวชีว้ ดั ท่ี 2 อ่านออกเสียงประโยค ขอ้ ความ และบทกลอนสัน้ ๆ ถูกต้องตามหลักการอา่ น

มาตรฐาน ต 1.3 ตัวชีว้ ัดที่ 1 พดู /เขียนและให้ข้อมูลเกย่ี วกับตนเองและเร่ืองใกล้ตวั

สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

การรแู้ ละเข้าใจเก่ียวกบั คำศพั ท์อาหาร เคร่ืองดื่ม ผักและผลไม้และประโยคในการสนทนาตา่ งๆ เพ่ือชว่ ย
ให้พดู สอื่ สารไดอ้ ย่างถูกต้องและเหมาะสม เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำได้

จดุ ประสงค์การเรียนรู้

1. นักเรยี นสามารถสนทนาบอกความตอ้ งการคำศัพท์อาหาร เครอื่ งด่ืม ผักและผลไม้ต่างๆได้
2. นักเรียนถาม-ตอบเก่ียวกบั อาหารเคร่ืองดื่ม ผกั และผลไม้ต่างๆได้
3. นกั เรียนมีความมุ่งม่ันในการฝึกสนทนาภาษาอังกฤษ
สาระการเรยี นรู้/เนื้อหา

Vocabulary: grapes watermelon ham sweet toast cereal lollipop cookie sausage

hot dog

Sentence: What have you got for lunch? I have got a sandwich.

93

Have you got any fruit? Yes, I have got some watermelon.
What you got to drink? I have got some water.

สมรรถนะสำคัญ
1. ความสามารถในการอ่าน
2. ความสามารถในการคิด

คุณลักษณะพงึ ประสงค์
1. ใฝ่เรียนรู้
2. ม่งุ มนั่ ในการทำงาน

ชน้ิ งาน/ภาระงาน
1. หนังสอื เรยี น Smile 5 หนา้ 34 ขอ้ ท่ี 4
2. หนังสือ Smile 5 แบบฝกึ หัด หนา้ 26 ข้อท่ี 3
3. ใบงาน เรอื่ ง Things to eat (2)

กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. ขั้นนำ (Warm up)
1) ทักทาย และถามเกยี่ วกบั เรอ่ื งทวั่ ไปของนกั เรยี นในช้ันเรียน เช่น สบายดีไหม กนิ ข้าวหรอื ยงั การ
ใช้ชีวิตประจำวันมคี วามสขุ ดีไหม
2) ครูถามนักเรยี นทบทวนคำศัพทเ์ ก่ยี วกบั อาหารทีเ่ รียนแล้วมอี ะไรบา้ ง
Vocabulary: grapes watermelon ham sweet toast cereal lollipop cookie sausage
hot dog

2. ขนั้ นำเสนอ (Presentation)
1) ครูใหน้ ักเรยี นเปิดหนังสือเรยี น Smile 5 หนา้ 34 ขอ้ ท่ี 4
สอนการถาม-ตอบประโยค

94

Sentence: What have you got for lunch? I have got a sandwich.
Have you got any fruit? Yes, I have got some watermelon.
What you got to drink? I have got some water.
3. ขน้ั ฝึก (Practice)
1) ใหน้ ักเรยี นทำใบงาน เร่ือง Things to eat (2)
4. ขัน้ นำไปใช้ (Production)
1) นกั เรียนทำลงในหนังสือ Smile 5 แบบฝกึ หดั หนา้ 26 ขอ้ ที่ 3
5. ขน้ั สรุป (Wrap up)
1) นกั เรียนและครรู ่วมกนั สรุปว่าได้เรยี นรู้อะไรไปในคาบน้ี
6. ส่ือ/แหล่งเรยี นรู้
1) หนังสือเรียน Smile 5
2) หนงั สอื แบบฝึกหดั Smile 5


Click to View FlipBook Version