The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือ E-book คู่มือภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่๖

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by กิ๊ก' กั๊ก., 2022-10-15 08:03:16

หนังสือ E-book คู่มือภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่๖

หนังสือ E-book คู่มือภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่๖

ED13302 การจดั การเรยี นรูภ้ าษาไทย
สำหรบั ครูประถมศกึ ษา

หนังสอื E-Book คู่มือครูภาษาไทย
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖
เสนอ
ผศ.สมหวงั นิลพันธ์
จดั ทำโดย

นางสาวศริ ภสั สร สงู แขง็ 6594110009
นางสาวภัควลัญชญ์ ชัยสมิ 6594110025
นางสาวปาริชาติ ประทมุ ชุมภู 6594110058
นางสาวสพุ รรษา ทนุวรรณ์ 6594110059
นางสาว ปิยะนุช ทองออ่ น 6594110060

หลักสตู รศกึ ษาศาสตร์บณั ทิต
คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวชิ าการประถมศึกษา

มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนอื

คำนำ

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) ฉบบั นเี้ ปน็ ส่วนหน่ึงของวิชา

การจัดการเรยี นรภู้ าษาไทยสำหรบั ครูประถมศึกษา รหัสวิชา ED
๑๓๓๐๒ โดยคณะผูจ้ ัดทำได้ทำการศึกษาเรื่อง หลักสูตรแกนกลาง

การศึกษาขน้ั พน้ื ฐานพุทธศกั ราช ๒๕๕๑ โดยมีจุดประสงค์เพอ่ื
ศึกษาความรทู้ ่ีได้จากเรอ่ื งหลักสตู รภาษาไทยการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน
ในฉบบั ปีล่าสดุ เพื่อเข้าใจในการเรยี นภาษาไทยมากย่ิงข้ึน และ
ทกั ษะท่ีจะต้องฝึกฝนเพื่อเกิดความชำนาญในหลกั สตู รภาษาไทยข้ัน

พ้ืนฐานอยา่ งมีประสิทธิภาพ

คณะผู้จัดทำตอ้ งขอขอบคณุ ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ สมหวัง นิล
พันธ์ หัวหน้าสาขาวิชาการประถมศึกษา ให้ความรู้และแนวทาง
การศกึ ษา และเพ่ือนๆทุกคนท่ีใหค้ วามชว่ ยเหลอื ผจู้ ัดทำหวังว่า
รายงานฉบบั น้จี ะให้ความรู้ และเป็นประโยชน์แกผ่ ู้อา่ นทุกๆท่าน

สารบัญ

เรอ่ื ง หนา้

คำนำ…………………………………………………………………………………………………..…. ก
สารบญั ………………………………………………………………....……………………………… ข
บทนำ……………...………………………………………………………....………………….……… ๑
วิสยั ทัศน์….………………………………………………………………..............……………..… ๓
หลกั การ………………………………………………………………...……………………………… ๕
จดุ มุง่ หมาย……………………………………………………………………..………..…………… ๖
คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ตามศตวรรษท่ี ๒๑ ……………………………....………….. ๗
คุณลักษณะทีพ่ ึงประสงคข์ องผเู้ รยี นในศตวรรษท่ี ๒๑ ……………………………… ๙
คุณสมบัติและทักษะของผเู้ รียนในศตวรรษท่ี ๒๑……………………………………… ๑๐
สมรรถนะของผ้เู รยี น………………….……………………………………………………..… ๑๒
คุณภาพของผู้เรียน……………………………………………………………………………….. ๑๔
รายวชิ าทเี่ ปิดสอน…………………………………………………………………………….… ๑๖
ทำไมต้องเรยี นภาษาไทย……………………………………………………………….....… ๑๗
เรยี นรอู้ ะไรในภาษาไทย………………..………………………………………………….... ๑๘

สารบญั
เร่อื ง หน้า
สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้…………………………………..………..………………..……๒๐
ตวั ช้ีวัดและสาระการเรยี นรู้แกนกลาง.................................................................๒๒
รายวชิ าเพิ่มเตมิ …………………………………………………………………………………..…..๓๑
คำอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน…………………………………………………………………………๓๒
ตวั อยา่ งหน่วยการเรียนรู้…………………………………………………………………………..๓๕
ผ้พู ัฒนาแผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นร้โู ดยใชน้ วัตกรรม(Mind Mapping)……..๓๖
รูปแบบการจดั การเรียนรุ้โดยใชแ้ ผนภาพความคิด(Mind Mapping) ……………๕๒
รปู แบบการจัดการเรียนรูโ้ ดยใช้ Open Approach ………………………………….๕๓
รปู แบบการจดั การเรียนร้แู บบบูรณาการตามแนวทฤษฏีคอนสตรัคตวิ ิสริซึม …๕๕
กระบวนการจัดการเรียนรทู้ ่ีเนน้ ผู้เรียนเป็นสำคญั ………………………………………..๕๙
การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ………………………………………………………………๖๓
สื่อและแหลง่ การเรยี นรู้………………………………………..……………………………..… ๖๖
ภาคผนวกและอภธิ านศัพท์…………………………………………………………..………. ๖๙
อา้ งอิง………………………………………………………………………….……………………. ๗๙

คณะผู้จดั ทำ……………………………………………………………………………… ๘๑

บทนำ

กระทรวงศกึ ษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน
พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๔ ใหเ้ ป็นหลกั สตู รแกนกลางของประเทศ โดยกำหนด
จุดหมาย และมาตรฐานการเรยี นรู้เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการ
พัฒนาคณุ ภาพผ้เู รยี นใหเ้ ป็นคนดี มปี ัญญา มีคณุ ภาพชวี ิตทีด่ ีและมขี ดี
ความสามารถในการแข่งขันในเวทรี ะดับโลก (กระทรวงศกึ ษาธิการ, ๒๕๔๔)
พร้อมกันน้ไี ด้ปรับกระบวนการพฒั นาหลักสตู รใหม้ คี วามสอดคล้องกับ
เจตนารมณแ์ ห่งพระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และท่ีแก้ไข
เพิม่ เตมิ (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ ทม่ี งุ่ เน้นการกระจายอำนาจทางการศึกษา
ให้ทอ้ งถิ่นและสถานศึกษาได้มบี ทบาทและมสี ่วนรว่ มในการพฒั นาหลกั สตู ร
เพ่ือใหส้ อดคลอ้ งกับสภาพ และความตอ้ งการของทอ้ งถ่นิ (สำนัก
นายกรฐั มนตรี, ๒๕๔๒)

เอกสารหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช
๒๕๕๑ นจ้ี ดั ทำขึ้นสำหรับท้องถน่ิ และสถานศกึ ษาไดน้ ำไปใช้เป็นกรอบและ
ทศิ ทางในการจัดทำหลักสูตรสถานศกึ ษาและจดั การเรียนการสอนเพื่อพฒั นา
เด็กและเยาวชนไทยทุกคนในระดบั การศกึ ษาข้นั พ้นื ฐานให้มีคณุ ภาพด้าน
ความรแู้ ละทักษะที่จำเป็นสำหรับการดำรงชวี ิตในสงั คมท่ีมกี ารเปลย่ี นแปลง
และแสวงหาความรเู้ พอ่ื พฒั นาตนเองอยา่ งต่อเน่อื งตลอดชีวิต

มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชีว้ ดั ทกี่ ำหนดไว้ในเอกสารนช้ี ่วยทำให้
หนว่ ยงานท่เี กีย่ วข้องในทุกระดบั เหน็ ผลคาดหวังท่ตี ้องการในการพฒั นาการ
เรยี นร้ขู องผเู้ รยี นท่ชี ัดเจนตลอดแนว ซ่งึ จะสามารถชว่ ยใหห้ น่วยงานที่

เกยี่ วขอ้ งในระดบั ทอ้ งถิ่นและสถานศึกษารว่ มกันพฒั นาหลกั สตู รไดอ้ ยา่ ง
มน่ั ใจ ทำใหก้ ารจดั ทำหลกั สตู รในระดบั สถานศกึ ษามีคณุ ภาพและมคี วามเปน็
เอกภาพย่ิงขึน้ อกี ทั้งยังช่วยใหเ้ กดิ ความชัดเจนเรอ่ื งการวัดและประเมินผล
การเรยี นรู้ และชว่ ยแก้ปัญหาการเทยี บโอนระหวา่ งสถานศึกษา ดังนน้ั ใน
การพฒั นาหลักสูตรในทกุ ระดับตงั้ แตร่ ะดบั ชาติจนกระท่ังถงึ สถานศกึ ษา
จะตอ้ งสะท้อนคณุ ภาพตามมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ช้วี ดั ทีก่ ำหนดไว้ใน
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษา ข้นั พน้ื ฐาน รวมท้ังเปน็ กรอบทศิ ทางในการจดั
การศกึ ษาทุกรปู แบบและครอบคลมุ ผเู้ รยี นทกุ กลุ่มเปา้ หมายในระดบั
การศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน

การจดั หลักสตู รการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐานจะประสบความสำเร็จตาม
เป้าหมายทค่ี าดหวงั ได้ ทกุ ฝ่ายที่เกย่ี วขอ้ งทง้ั ระดับชาติ ชุมชน ครอบครัวและ
บคุ คลต้องรว่ มรับผิดชอบโดยร่วมกนั ทำงานอยา่ งเปน็ ระบบ และตอ่ เน่ือง ใน
การวางแผน ดำเนินการ ส่งเสรมิ สนบั สนนุ ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรงุ
แกไ้ ข เพอ่ื พัฒนาเยาวชนของชาตไิ ปส่คู ณุ ภาพตามมาตรฐานการเรยี นรู้ท่ี
กำหนดไว้

วิสัยทัศน์

๑.วิสยั ทัศน์ยทุ ธศาสตร์แห่งชาติ (กระทรวงศกึ ษาธกิ าร พ.ศ ๒๕๕๑ ,ฉบบั
ปรับปรงุ พ.ศ ๒๕๖๐)

วสิ ยั ทศั น์ของยุทธศาสตรแ์ ห่งชาติไทย คือการนำประเทศไปสคู่ วาม “ม่ันคง
ม่งั ค่งั ยั่งยืน” และเปน็ ประเทศทพี่ ัฒนา ด้วยการนำหลัก ตามปรชั ญา “คิด
เศรษฐกิจพอเพยี ง” ประเทศสามารถยกระดบั การพฒั นาให้บรรลวุ สิ ยั ทศั น์
และเป้าหมายพฒั นาประเทศจงึ จำเป็นต้องกำหนดยุทธศาสตร์การพฒั นา
ประเทศระยะยาวท่ีมุ่งเน้นการสรา้ งสมดลุ ระหวา่ งการพฒั นาความมนั่ คง
เศรษฐกจิ สงั คม และสิง่ แวดลอ้ ม

ประกอบดว้ ย ๖ ยุทธศาสตร์ ไดแ้ ก่

๑.ยทุ ธศาสตร์ชาติดา้ นความม่นั คง

๒. ยทุ ธศาสตรช์ าตดิ ้านการสรา้ งความสามารถในการแข่งขัน

๓. ยุทธศาสตรช์ าตดิ า้ นการพัฒนาและเสรมิ สร้างศกั ยภาพทรัพยากรมนษุ ย์

๔. ยทุ ธศาสตร์ชาตดิ ้านการสรา้ งโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม

๕. ยุทธศาสตรช์ าตดิ า้ นการสร้างการเตมิ โตบนคุณภาพชวี ติ ท่เี ปน็ มิตรตอ่
สง่ิ แวดลอ้ ม

๖. ยุทธศาสตรช์ าตดิ า้ นการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริการจดั การ
ภาครัฐ

๒.วิสัยทัศนห์ ลกั สตู รแกนกลาง (กระทรวงศึกษาธกิ าร พ.ศ ๒๕๕๑ ,ฉบบั
ปรบั ปรุง พ.ศ ๒๕๖๐)

หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐานมงุ่ พัฒนาผเู้ รยี นทุกคนซึง่ เปน็ กำลัง
ของชาตใิ ห้เปน็ มนุษย์ทีม่ ีความสมดลุ ทงั้ ดา้ นรา่ งกายความรู้คณุ ธรรมมี
จิตสำนึกในการเปน็ พลเมืองไทยและเป็นพลโลกยดึ มน่ั ในการปกครองตาม
ระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมุขมคี วามร้แู ละ
ทักษะพ้นื ฐานรวมท้ังเจตคตทิ ี่จำเป็นตอ่ การศกึ ษาต่อการประกอบอาชพี และ
การศึกษาตลอดชวี ิตโดยมงุ่ เน้นผู้เรียนเปน็ สำคัญบนพื้นฐานความเชอื่ วา่ ทกุ
คนสามารถเรยี นรแู้ ละพัฒนาตนเองไดเ้ ต็มตามศักยภาพ

๓.วิสยั ทศั นภ์ าษาไทย (กระทรวงศกึ ษาธกิ าร พ.ศ ๒๕๕๑ ,ฉบับปรบั ปรงุ
พ.ศ ๒๕๖๐)

มุ่งพัฒนาผ้เู รียนใหม้ ที ักษะการอา่ นและการเขียนภาษาไทยได้อยา่ งถกู ตอ้ ง
พฒั นาทักษะสอ่ื สารอย่างสมวัยเรยี นรวู้ ัฒนธรรมใช้ภาษาไทยท่ดี ีงาม สรา้ ง
เจตคตทิ ดี่ ใี นการเรยี นวิชาภาษาไทย ชี้ให้เห็นคุณคา่ ขงิ ภาษาไทยและการใช้
ภาษาไทยใหถ้ กู ต้องตามหลักการใช้ภาษาการอนุรักษภ์ าษาไทยอนั เป็นสมบัติ
ของชาติ

หลกั การ

กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ ๒๕๕๑ , ฉบับปรับปรุง พ.ศ ๒๕๖๐

หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน มีหลกั การทสี่ ำคญั ดงั นี้

๑. เป็นหลกั สูตรการศึกษาเพ่ือความเป็นเอกภาพของชาติ มจี ดุ หมาย
และมาตรฐานการเรยี นรู้ เปน็ เปา้ หมายสำหรบั พัฒนาเดก็ และเยาวชนใหม้ ี
ความรู้ ทกั ษะ เจตคติ และคณุ ธรรมบนพนื้ ฐานของความเป็นไทยควบคกู่ ับ
ความเปน็ สากล

๒. เปน็ หลกั สตู รการศกึ ษาเพอ่ื ปวงชน ทป่ี ระชาชนทกุ คนมีโอกาสได้รับ
การศึกษาอยา่ งเสมอภาค และมคี ณุ ภาพ

๓. เป็นหลกั สูตรการศกึ ษาทส่ี นองการกระจายอำนาจ ใหส้ ังคมมีสว่ น
ร่วมในการจดั การศึกษา ให้สอดคลอ้ งกับสภาพและความตอ้ งการของท้องถ่ิน

๔. เป็นหลักสูตรการศึกษาทม่ี โี ครงสรา้ งยดื หยุน่ ทง้ั ด้านสาระการเรยี นรู้
เวลาและการจัดการเรียนรู้

๕. เป็นหลักสตู รการศกึ ษาทเ่ี น้นผเู้ รยี นเป็นสำคัญ

๖. เปน็ หลักสตู รการศึกษาสำหรบั การศกึ ษาในระบบ นอกระบบ และ
ตามอธั ยาศัยครอบคลุมทกุ กลมุ่ เปา้ หมาย สามารถเทยี บโอนผลการเรียนรู้
และประสบการณ์

จุดม่งุ หมาย

กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ ๒๕๕๑ , ฉบับปรับปรงุ พ.ศ ๒๕๖๐

หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนใหเ้ ปน็ คนดีมี
ปญั ญา มีความสุข มศี ักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชพี จงึ กำหนด
เปน็ จดุ หมายเพ่อื ใหเ้ กดิ กับผูเ้ รียนเมื่อจบการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน ดังน้ี

๑. มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นิยม ทพี่ ึงประสงค์เห็นคณุ คา่ ของ
ตนเอง มวี ินัยและปฏิบตั ติ นตาม หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนา หรอื ศาสนา
ทต่ี นนบั ถือ ยดึ หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

๒. มีความรู้ความสามารถในการสอ่ื สาร การคดิ การแกป้ ญั หา การ
ใชเ้ ทคโนโลยแี ละมีทักษะชีวิต

๓. มีสขุ ภาพกายและสขุ ภาพจิตทดี่ มี สี ขุ นสิ ยั และรักการออกกาลงั
กาย

๔. มคี วามรักชาตมิ จี ติ สานกึ ในความเป็นพลเมอื งไทยและพลโลก ยดึ
มัน่ ในวถิ ีชีวิตและ การปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยอันมี
พระมหากษตั รยิ ์ทรงเปน็ ประมขุ

๕. มีจติ สานกึ ในการอนรุ กั ษว์ ฒั นธรรมและภูมปิ ญั ญาไทย การ
อนรุ ักษแ์ ละพัฒนาสง่ิ แวดลอ้ ม มจี ติ สาธารณะที่มุ่งทาประโยชน์และสรา้ งสง่ิ ที่
ดีงามในสังคม และอย่รู ว่ มกนั ในสงั คมอย่างมคี วามสขุ

คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ตามศตวรรษที่ ๒๑

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร พ.ศ ๒๕๕๑ , ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ ๒๕๖๐

กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย มงุ่ พัฒนาผู้เรยี นให้มคี ณุ ลักษณะอนั พึง
ประสงค์ เพอ่ื ใหส้ ามารถอยู่ รว่ มกบั ผอู้ ่นื ในสงั คมไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข ในฐานะ
เปน็ พลเมืองไทย และพลโลก ตามหลกั สตู รแกนกลาง การศึกษาข้นั พืน้ ฐาน
ดังนี้

๑. รักชาติศาสตร์กษัตริยห์ มายถึง มคี วามภาคภูมใิ จในความเปน็ ไทย นิยม
ไทย ปฏิบตั ติ ามคำสั่งสอน ของศาสนาเคารพเทิดทูนศาสนา แสดงความ
จงรกั ภกั ดีเทดิ ทูนพระเกยี รตแิ ละพระราชกรณียกจิ ของ พระมหากษตั รยิ ์

๒. ซ่ือสัตยส์ จุ ริต หมายถงึ การประพฤตปิ ฏิบตั อิ ยา่ งเหมาะสม และตรงต่อ
ความเปน็ จริงประพฤติปฏิบัติ อย่างตรงไปตรงมา ทั้งกาย วาจา ใจ ตอ่ ตนเอง
และผูอ้ ่ืน

๓. มีวนิ ัย หมายถึง การควบคมุ ความประพฤตใิ ห้ถกู ตอ้ งและเหมาะสมกบั
จรรยามารยาท ขอ้ บงั คับ ขอ้ ตกลง กฎหมายและศลี ธรรม

๔. ใฝ่เรยี นรู้ หมายถึง การค้นควา้ หาความรหู้ รือส่ิงท่ีเป็นประโยชน์เพื่อ
พัฒนาตนเองอยเู่ สมอ

๕. อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง หมายถึง การมีความพอดใี นการบริโภค ใช้ทรพั ยากร
และเวลาว่างให้เปน็ ประโยชน์ คํานงึ ถงึ ฐานะและเศรษฐกจิ คิดกอ่ นใชจ้ ่าย
ตามความเหมาะสม

๖. มุ่งม่ันในการทำงาน หมายถงึ การศกึ ษาเรยี นรเู้ พือ่ หาข้อเท็จจรงิ ซง่ึ อาจ
พฒั นาไปสคู่ วามจรงิ ในสิ่งทตี่ อ้ งการเรียนรู้หรือต้องการหาคำตอบเพ่ือนำ
คำตอบที่ได้น้ันมาใชป้ ระโยชนใ์ นดา้ นตา่ ง ๆ

๗. รกั ความเปน็ ไทย หมายถงึ เขา้ ใจ หวงแหนความเป็นไทยซง่ึ ถือเป็นตน้ ทนุ
ทางสังคมทำให้ทุกศาสนา สามารถอยรู่ ว่ มกันได้อย่างสนั ติ

๘. มจี ิตสาธารณะ หมายถึง คณุ ลกั ษณะทางจิตใจของบุคคลเกยี่ วกบั การ
มองเหน็ คณุ ค่า หรือการให้ คณุ ค่าแก่การมปี ฏสิ ัมพนั ธท์ างสงั คมและส่ิงต่าง ๆ

คณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ของผ้เู รียนในศตวรรษท่ี ๒๑

กระทรวงศึกษาธกิ าร พ.ศ ๒๕๕๑ , ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ ๒๕๖๐

ประกอบดว้ ยคณุ ลกั ษณะ ๔ ด้าน ได้แก่

๑.คณุ ลักษณะด้านความรู้ คือ เปน็ ผ้ใู ฝเ่ รียนรู้และกล้าแสดงออก รักการ
เรียนร้แู ละการเรียนรดู้ ้วยตนเอง

๒.คณุ ลักษณะดส้ นความคดิ คอื การคดิ วิเคราะหก์ ารคดิ สงั เคราะหก์ ารคิด
อย่างมวี ิจารณญาณ และการคดิ สรา้ งสรรค์

๓.คณุ ลักษณะดา้ นทกั ษะ คือ ทักษะการเรยี นรู้และนวตั กรรม ทักษะชวี ิตและ
การทำงาน และทกั ษะดา้ นสอ่ื เทคโนโลยแี ละสารสนเทศ

๔.คณุ ลักษณะดา้ นคณุ ธรรม คอื การมจี ิตสำนึกและคา่ นยิ มท่ีดีงามทดี่ ีมจี ิต
สาธารณะ ความซือ่ สัตยส์ จุ ริต

คุณสมบตั ิและทักษะของผู้เรียนในศตวรรษท่ี ๒๑

กระทรวงศึกษาธกิ าร พ.ศ ๒๕๕๑ , ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ ๒๕๖๐

ในโลกทกี่ ำลงั จะก้าวเข้าสยู้ คุ 5.0 ข้อมลู ข่าวสารหางา่ ยและเปลีย่ นแปลงเร็ว
ประเด็นรอ้ นในสงั คมแทบจะต้องตามอปั เดตกนั รายวนั เพราะแค่
พรบิ ตาเดยี วคณุ กอ็ าจจะตามกระแสสงั คมไม่ทนั แล้ว สิ่งเหล่านีล้ ว้ นเรยี กร้อง
ให้ทกุ คนปรับตวั อย่ตู ลอดเวลา ทกั ษะแบบเดมิ ๆ อาจไม่เพยี งพอถา้ คุณอยาก
ใหบ้ รษิ ัทต้องก้าวหน้าไปพรอ้ มกบั โลกยคุ ดิจทิ ัล เพอื่ ไม่ใหค้ ณุ ทมี งานและ
บริษัทของคณุ ต้องตกรถไฟขบวนนี้มารจู้ กั 3R8C ทักษะจำเปน็ แหง่ ศวรรษที่
๒๑ ท่ีจะช่วยพฒั นาคณุ ในทกุ ๆดา้ น
3R8C คอื ชอื่ ย่อสกิลทจี่ ำเป็นต่อการทำงานในยุคนีท้ ี่นำเอาอกั ษรย่อตวั แรก
ของแตล่ ะทกั ษะมาเป็นชื่อเพื่อใช้เรียก มีทง้ั Soft Skills และ Hard Skills

3R ได้แก่
Reading (การอา่ น)
การเขยี น(Writing)
คณิตศาสตร์ (Arithmetic)

8C คือ ทกั ษะทางอารมณ์ (Soft Skills) ได้แก่

๑. Critical thinking and problem solving คอื มีทักษะการคดิ
วิเคราะห์ การคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณและสามารถแกไ้ ขปัญหาได้

๒. Creativity and innovation คอื การคดิ อยา่ งสร้างสรรคแ์ ละคดิ
เชิงนวตั กรรม

๓. Cross-cultural understanding คอื ความเข้าใจในความแตกต่าง
ของวฒั นธรรมและกระบวนการคดิ ขา้ มวัฒนธรรม

๔. Collaboration teamwork and leadership คือ ความรว่ มมอื
การทำงานเป็นทีม และภาวะความเปน็ ผนู้ ำ

๕. Communication information and media literacy คอื มี
ทักษะในการสือ่ สารและการร้เู ทา่ ทันสื่อ

๖. Computing and IT literacy คือ มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์และ
รเู้ ทา่ ทนั เทคโนโลยี

๗. Career and learning skills คือ มที กั ษะอาชพี และการเรียนรู้

๘. Compassion คือ มีความเมตตากรณุ า มีคณุ ธรรม และมรี ะเบยี บ
วนิ ัย

สมรรถนะของผ้เู รยี น

กระทรวงศึกษาธกิ าร พ.ศ ๒๕๕๑ , ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ ๒๕๖๐

หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน มุง่ ใหผ้ ู้เรยี นเกดิ สมรรถนะสำคญั ๕
ประการ ดังนี้

๑.ความสามารถในการส่อื สาร เป็นความสามารถในการรบั และสง่ สาร มี
วฒั นธรรมในการใช้ภาษาถา่ ยทอดความคิด ความรคู้ วามเข้าใจ ความรู้สึก
และทศั นะของตนเองเพ่ือแลกเปลย่ี นข้อมูลขา่ วสารและประสบการณ์อนั จะ
เป็นประโยชน์ตอ่ การพัฒนาตนเองและสงั คม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพอ่ื
ขจดั และลดปญั หาความขัดแยง้ ต่างๆ การเลือกรับหรอื ไมร่ ับข้อมูลขา่ วสาร
ดว้ ยหลักเหตผุ ลและความถูกตอ้ งตลอดจนการเลอื กใช้วธิ ีการสื่อสาร ที่มี
ประสิทธภิ าพโดยคำนึงถึงผลกระทบทม่ี ีตอ่ ตนเองและสงั คม

๒.ความสามารถในการคิด เปน็ ความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ การ
คิดสังเคราะห์ การคิด อย่างสร้างสรรค์ การคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณ และการ
คิดเป็นระบบ เพ่ือนำไปส่กู ารสรา้ งองค์ความรูห้ รือสารสนเทศเพอ่ื การ
ตดั สินใจเก่ียวกับตนเองและสงั คมไดอ้ ย่างเหมาะสม

๓.ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแกป้ ัญหา
และอปุ สรรคตา่ ง ๆ ที่เผชญิ ไดอ้ ยา่ งถกู ต้องเหมาะสมบนพืน้ ฐานของหลัก
เหตผุ ล คณุ ธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสมั พนั ธแ์ ละการ
เปลย่ี นแปลงของเหตุการณ์ตา่ งๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยกุ ตค์ วามรู้

มาใชใ้ นการปอ้ งกันและแกไ้ ขปญั หา และมกี ารตดั สนิ ใจที่มีประสิทธิภาพโดย
คำนงึ ถงึ ผลกระทบที่เกดิ ขนึ้ ตอ่ ตนเอง สงั คมและส่งิ แวดลอ้ ม

๔.ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต เปน็ ความสามารถในการนำ
กระบวนการตา่ ง ๆ ไปใชใ้ นการดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรดู้ ้วยตนเอง
การเรยี นรอู้ ยา่ งตอ่ เนือ่ งเปลีย่ นแปลงของสงั คมและสภาพแวดลอ้ มและการ
รู้จกั หลีกเล่ียงพฤติกรรมไมพ่ ึงประสงคท์ ่สี ง่ ผลกระทบตอ่ ตนเองและผู้อน่ื

๕.ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เปน็ ความสามารถในการเลือก
และใช้ เทคโนโลยีดา้ นต่าง ๆ และมีทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพือ่
การพัฒนาตนเองและสงั คม ในดา้ นการเรยี นรู้ การส่อื สาร การทำงาน การ
แกป้ ัญหาอย่างสรา้ งสรรค์ถูกต้องเหมาะสมและมีคณุ ธรรม

คุณภาพของผู้เรยี น

กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ ๒๕๕๑ , ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ ๒๕๖๐

จบชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖

๑.มีความรคู้ วามเขา้ ใจและความรู้สกึ เชิงจำนวนเก่ียวกบั จำนวนนบั และ
ศนู ย์เศษสว่ น ทศนยิ มไมเ่ กนิ สามตำแหน่ง ร้อยละ การดำเนนิ การของจำนวน
สมบตั เิ กย่ี วกบั จำนวนสามารถแกป้ ญั หาเกยี่ วกับการบวก การลบ การคูณ
และการหารจำนวนนับ เศษส่วน ทสนิยมไม่เกินสามตำแหน่ง และรอ้ ยละ
พรอ้ มทงั้ ตระหนักถึงความสมเหตสุ มผลของคำตอบที่ได้สามารถหา
ค่าประมาณของจำนวนนบั และทศนยิ มไมเ่ กนิ สามตำแหน่งได้

๒.มคี วามรู้ความเข้าใจเกีย่ วกบั ลกั ษณะและสมบตั ิของรปู สามเหลี่ยม รูป
สเ่ี หล่ยี ม รูปวงกลม ทรงสเ่ี หลย่ี มมมุ ฉาก ทรงกระบอก กรวย ปรซิ มึ พีระมิด
มุม และเส้นขนาน

๓.มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกี่ยวกับแบบรปู และอธิบาบความสมั พนั ธไื ด้
แกป้ ัญหาเกย่ี วกบั แบบรูป สามารถวเิ คราะหส์ ถานการณ์หรือปญั หาพร้อมท้ัง
เขียนให้อยใู่ นรปู ของสมการเชงิ เสน้ ท่ีมตี วั ไม่ทราบคา่ หน่งึ ตวั และแกส้ มการ
นน้ั ได้

๔.รวบรวมขอ้ มูล อภิปรายประเด็นต่างๆ จากแผนภมู ริ ูปภาพ แผนภูมิ
แทง่ แผนภมู แิ ทง่ เปรยี บเทียบ แผนภมู ริ ปู วงกลม กราฟเส้น และตาราง และ
นำเสนอข้อมูลในรุปของแผนภูมริ ปุ ภาพ แผนภมู ิแท่ง แผนภูมแิ ท่ง

เปรยี บเทยี บ และกราฟเส้น ใชค้ วามรูเ้ กี่ยวกับความนา่ จะเป็นเบอ้ื งตน้ ในการ
คาดคะเนการเกดิ ขน้ึ ของเหตุการณต์ ่างๆได้

๕.ใชว้ ิธีการท่หี ลากหลายแกป้ ัญหา ใชค้ วามรู้ ทกั ษะและกระบวนการ
ทางคณติ ศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้ปญั หาในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่าง
เหมาะสมใหเ้ หตผุ ลประกอบการตดั สินใจและสรุปผลไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ใช้
ภาษาและสัญลักษณท์ างคณติ ศาสตร์ในการสอ่ื สาร การสอ่ื ความหมาย และ
การนำเสนอได้อยา่ งถูกตอ้ งและเหมาะสม เช่อื มโยงความร้ตู า่ งๆ ใน
คณติ ศาสตร์และเช่อื มโยงคณติ ศาสตรก์ บั ศาสตร์อืน่ ๆและมีความคดิ ริเรมิ่
สรา้ งสรรค์

รายวชิ าท่เี ปิดสอน

ผศ.สมหวัง นลิ พันธ์ ๒๕๖๒

สาระการเรยี นรู้ ประกอบดว้ ย องค์ความรู้ ทกั ษะหรือกระบวนการ
เรยี นรู้ และ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ซ่ึงกำหนดใหผ้ ู้เรยี นทกุ คนในระดบั

การศกึ ษาข้ันพืน้ ฐานจำเป็นต้องเรยี นรู้ โดยแบ่งเป็น ๘ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
ดังน้ี

ทำไมต้องเรียนภาษาไทย
กระทรวงศกึ ษาธิการ พ.ศ ๒๕๕๑ , ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ ๒๕๖๐

ภาษาไทยเป็นเอกลกั ษณข์ องชาติเปน็ สมบตั ทิ างวฒั นธรรมและเสริมสรา้ ง
บคุ ลิกภาพของคนในชาตใิ หม้ ีความเปน็ ไทยเปน็ เครอื่ งมือในการติดต่อส่ือสาร

เพ่อื สร้างความเข้าใจและความสัมพนั ธท์ ี่ดตี อ่ กนั ทำให้สามารถประกอบกิจ
ธรุ ะการงานและดำรงชวี ิตร่วมกนั ในสงั คมประชาธปิ ไตยได้อย่างสันติสขุ และ
เปน็ เคร่อื งมือในการแสวงหาความรู้ประสบการณจ์ ากแหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ
ตา่ งๆเพ่อื พฒั นาความรกู้ ระบวนการคิดวิเคราะหว์ ิจารณ์และสรา้ งสรรค์ให้ทัน
ต่อการเปลย่ี นแปลงทางสงั คมและความกา้ วหน้าทางวิทยาศาสตรเ์ ทคโนโลยี
ตลอดจนนำไปใชใ้ นการพฒั นาอาชพี ใหม้ ีความมน่ั คงทางเศรษฐกจิ นอกจากน้ี
ยงั เปน็ สอ่ื แสดงภมู ปิ ญั ญาของบรรพบุรุษด้านวฒั นธรรมประเพณสี ุนทรยี ภาพ
เปน็ สมบตั ิล้ำคา่ ควรแกก่ ารเรยี นรอู้ นุรกั ษ์และสืบสานใหค้ งอยู่คูช่ าตไิ ทย
ตลอดไป

เรียนรู้อะไรในภาษาไทย
กระทรวงศกึ ษาธิการ พ.ศ ๒๕๕๑ , ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ ๒๕๖๐

ภาษาไทยเป็นทกั ษะท่ตี อ้ งฝกึ ฝนจนเกดิ ความชำนาญในการใช้ภาษาเพอ่ื
การสือ่ สาร การเรียนร้อู ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ และเพอ่ื นำไปใช้ในชีวติ จริง

การอา่ น การอ่านออกเสยี งคำ ประโยค การอ่านบทร้อยแก้ว คำ
ประพนั ธช์ นดิ ตา่ งๆ การอ่านในใจเพ่ือสร้างความเขา้ ใจ และการคดิ
วิเคราะห์ สงั เคราะห์ความรจู้ ากส่งิ ที่อา่ น เพือ่ นำไป ปรบั ใช้ใน
ชีวิตประจำวนั

-การเขียน การเขยี นสะกดตามอกั ขรวธิ ี การเขยี นส่อื สาร โดยใชถ้ อ้ ยคำ
และรูปแบบตา่ งๆ ของการเขยี น ซง่ึ รวมถงึ การเขยี นเรยี งความ ยอ่ ความ
รายงานชนดิ ตา่ งๆ การเขยี นตามจนิ ตนาการ วิเคราะหว์ ิจารณ์ และเขยี นเชงิ
สรา้ งสรรค์

-การฟงั การดู และการพูด การฟังและดอู ย่างมีวจิ ารณญาณ การพูดแสดง
ความคดิ เหน็ ความรสู้ กึ พูดลำดบั เรอื่ งราวต่างๆ อยา่ งเปน็ เหตุเปน็ ผล
การพูดในโอกาสตา่ งๆ ทง้ั เปน็ ทางการและไม่เปน็ ทางการ และการพูดเพอ่ื
โนม้ น้าวใจ

-หลกั การใชภ้ าษาไทย ธรรมชาตแิ ละกฎเกณฑข์ องภาษาไทย การใช้ภาษา
ใหถ้ กู ตอ้ งเหมาะสมกับโอกาสและบคุ คล การแต่งบทประพันธป์ ระเภทต่างๆ
และอิทธิพลของภาษาต่างประเทศในภาษาไทย

-วรรณคดีและวรรณกรรม วเิ คราะหว์ รรณคดีและวรรณกรรมเพ่ือศกึ ษา
ข้อมูล แนวความคดิ คณุ ค่าของงานประพันธ์ และความเพลดิ เพลนิ การ
เรยี นร้แู ละทำความเขา้ ใจบทเห่ บทร้องเลน่ ของเดก็ เพลงพนื้ บ้านทเ่ี ปน็ ภูมิ

ปญั ญาท่มี คี ณุ คา่ ของไทย ซึ่งได้ถ่ายทอดความรสู้ กึ นกึ คดิ ค่านยิ ม
ขนบธรรมเนยี มประเพณี

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้

กระทรวงศึกษาธกิ าร พ.ศ ๒๕๕๑ , ฉบับปรับปรุง พ.ศ ๒๕๖๐
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐานกำหนดมาตรฐานการ

เรียนรู้กลุ่มสาระการเรยี นรู้ จำนวน ๕ มาตรฐาน ดงั นี้

สาระท่ี ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอา่ นสร้างความร้แู ละความคดิ

เพ่ือนำไปใช้ ตัดสนิ ใจแกป้ ญั หาในการดำเนนิ ชีวติ และมนี ิสัยรักการอา่ น

สาระท่ี ๒ การเขยี น
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียน เขยี นสื่อสาร เขียน

เรียงความ ย่อความ และเขยี นเรอื่ งราวในรปู แบบต่างๆ เขยี นรายงานขอ้ มลู
สารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคน้ คว้าอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ

สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพดู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดอู ย่างมวี จิ ารณญาณ

และพูดแสดงความรู้ ความคดิ ความรู้สึกในโอกาสต่างๆ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ
และสร้างสรรค์

สาระที่ ๔ หลกั การใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย

การเปลยี่ นแปลงของภาษาและพลงั ของภาษา ภูมปิ ัญญาทางภาษา และ
รักษา ภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ขิ องชาติ

สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณว์ รรณคดี

และวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวติ จรงิ

ตัวช้วี ัดและสาระการเรยี นรู้แกนกลาง

กระทรวงศกึ ษาธิการ พ.ศ ๒๕๕๑ , ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ ๒๕๖๐

สาระท่ี ๑ การอ่าน

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรู้และ
ความคิดเพ่ือนำไปใชต้ ัดสินใจแก้ปญั หาในการดำเนินชวี ติ และมี
นิสัยรักการอา่ น

ชั้น ท่ี รหสั ตัวช้วี ัด ตัวชวี้ ดั สาระการเรียนรแู้ กนกลาง ต้องรู้ ควรรู้

ป.๖ ๑ ท.๑.๑ ป.๖/๑ ๑. อ่านออกเสียง การอ่านออกเสยี งและการบอกความหมาย

ท.๑.๑ ป.๖/๒ บทร้อยแกว้ และ ของบทร้อยแก้วและบทรอ้ ยกรองท่ี

บทร้อยกรองได้ ประกอบดว้ ย

ถกู ต้อง -คำทม่ี พี ยัญชนะควบกลำ้

๒. อธบิ าย -คำท่ีมอี ักษรนำ

ความหมายของคำ -คำที่มีตวั การนั ต์

ประโยคและ -คำที่มาจากภาษาตา่ งประเทศ

ขอ้ ความที่เปน็ -อกั ษรย่อและเครื่องหมายวรรคตอน

โวหาร -วนั เดอื น ปี แบบไทย

-ข้อความท่ีเป็นโวหารต่าง ๆ

-สำนวนเปรยี บเทยี บ

การอา่ นบทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะ

๒ ท.๑.๑ ป.๖/๓ ๓.อา่ นเรอ่ื งส้นั ๆ การอ่านจับใจความจากสื่อตา่ ง ๆ เช่น

ท.๑.๑ ป.๖/๔ อยา่ งหลากหลาย -เรือ่ งส้ัน ๆ

-นทิ านและเพลงพืน้ บา้ น

ท.๑.๑ ป.๖/๕ -บทความ

โดยจับเวลาแลว้ -พระบรมราโชวาท

ถามเก่ยี วกับเรอ่ื งท่ี -สารคดี

อา่ น -เรื่องส้ัน

๔. แยกขอ้ เทจ็ จรงิ -งานเขียนประเภทโน้มนา้ วใจ

และข้อคดิ เหน็ -บทโฆษณา

จากเรอ่ื งทอี่ า่ น -ข่าวและเหตุการณป์ ระจำวนั

๕. อธบิ ายการนำ การอา่ นเร็ว

ความรแู้ ละ

ความคดิ

จากเรอ่ื งท่อี ่านไป

ตัดสนิ ใจแกป้ ัญหา

ในการดำเนนิ ชวี ิต

๓ ท.๑.๑ ป.๖/๖ ๖.อ่านงานเขียน การอา่ นงานเขยี นเชิงอธิบาย คำสั่ง

เชิงอธิบาย คำสั่ง ขอ้ แนะนำและข้อปฏบิ ตั ติ าม

ขอ้ แนะนำ และ -การใชพ้ จนานุกรม

ปฏิบตั ติ าม -การปฏิบตั ิตนในการอย่รู ่วมกันในสังคม

-ข้อตกลงในการอย่รู ่วมกันในโรงเรียนและ

การใช้สถานที่สาธารณะในชมุ ชนและทอ้ งถิ่น

๔ ท.๑.๑ ป.๖/๗ ๗. อธบิ าย การอ่านขอ้ มูลจากแผนผงั แผนที่ แผนภมู ิ

ความหมายของ และกราฟ

ข้อมูล

จากการอา่ น

แผนผงั แผนท่ี

แผนภมู ิ

และกราฟ

๕ ท.๑.๑ ป.๖/๘ ๘. อา่ นหนังสือตาม อ่านหนังสือตามความสนใจ เชน่

ความสนใจ -หนงั สือที่นกั เรยี นสนใจและเหมาะสมกบั วัย

-หนังสอื ท่คี รูและนกั เรียนกำหนดร่วมกนั

และอธิบายคุณคา่
ที่ไดร้ บั
๖ ท.๑.๑ ป.๖/๙ ๙.มีมารยาทในการ มีมารยาทในการอ่าน
อ่าน

สาระที่ ๒ การเขียน

มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนเขียนส่ือสาร เขยี น
เรยี งความ ยอ่ ความ และเขียนเรือ่ งราวในรปู แบบตา่ งๆ เขียน
รายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นควา้ อยา่ งมี
ประสิทธภิ าพ

ชนั้ ที่ รหัสตวั ช้ีวดั ตวั ชวี้ ัด สาระแกนกลางการเรยี นรู้ ตอ้ งรู้ ควรรู้

ป.๖ ๗ ท.๒.๑ ป.๖/๑ ๑. คดั ลายมอื ตัว การคดั ลายมือตวั บรรจงเตม็
๘ ท.๒.๑ ป.๖/๒ บรรจงเตม็ บรรทดั และ บรรทัดและครึง่ บรรทัดตาม
คร่งึ บรรทดั รูปแบบการเขยี นตวั อกั ษรไทย
๙ ท.๒.๑ ป.๖/๓ ๒. เขียนสอื่ สารโดยใช้ การเขียนสอ่ื สาร เช่น
คำได้ถูกต้อง ชัดเจน -คำขวัญ
และเหมาะสม -คำอวยพร
-ประกาศ
๓. เขยี นแผนภาพ การนำแผนภาพ โครงเรอ่ื ง และ
โครงเรื่อง และ แผนภาพความคดิ

๑๐ ท.๒.๑ ป.๖/๔ แผนภาพความคดิ เพอื่ การเขียนเรยี งความ
๑๑ ท.๒.๑ ป.๖/๕ ใช้พัฒนางานเขียน
๔. เขียนเรยี งความ การย่อความจากสอ่ื ตา่ ง ๆ เชน่
๑๒ ท.๒.๑ ป.๖/๖ ๕.การเขยี นเรยี งความ นทิ าน ความเรยี งประเภทตา่ ง ๆ
ประกาศ แจง้ ความ แถลงการณ์
๑๓ ท.๒.๑ ป.๖/๗ ๖. เขียนจดหมาย จดหมาย คำสอน โอวาท ปราศรยั
๑๔ ท.๒.๑ ป.๖/๘ ส่วนตัว สุนทรพจน์ รายงาน ระเบยี บ
๑๕ ท.๒.๑ ป.๖/๙ คำสง่ั
๗. กรอกแบบรายการ การเขียนจดหมายสว่ นตวั
ต่างๆ -จดหมายขอโทษ
-จดหมายแสดงความขอบคุณ
๘. เขียนเรอ่ื งตาม -จดหมายแสดงความเห็นใจ
จินตนาการและ -จดหมายแสดงความยินดี
สร้างสรรค์
๙. มมี ารยาทในการ การกรอกแบบรายการ
เขียน -แบบคำร้องตา่ ง ๆ
-ใบสมคั รศึกษาต่อ
-แบบฝากส่งพัสดุไปรษณียภัณฑ์
การเขยี นเรอ่ื งตามจินตนาการและ
สร้างสรรค์

มารยาทในการเขียน

สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพดู

มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟงั และดอู ยา่ งมีวจิ ารณญาณ
และพูดแสดงความรู้ ความคิด และความรู้สึกในโอกาสตา่ งๆ
อยา่ งมวี จิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์

ชน้ั ที่ รหัสตวั ชี้วดั ตัวช้วี ัด สาระแกนกลางการเรียนรู้ ต้องรู้ ควรรู้

ป.๖ ๑๖ ท.๓.๑ ป.๖/๑ ๑. พดู แสดงความรู้ การพูดแสดงความรู้ ความเขา้ ใจใน

ท.๓.๑ ป.๖/๒ ความเขา้ ใจ จุดประสงค์

จดุ ประสงคข์ อง ของเรอื่ งท่ฟี ังและดจู ากสอ่ื ตา่ งๆ ไดแ้ ก่

เร่อื งทีฟ่ งั และดู - ส่ือสงิ่ พมิ พ์

๒. ต้ังคำถามและ - สอ่ื อิเลก็ ทรอนกิ ส์

ตอบคำถามเชงิ

เหตุผลจากเรอ่ื งท่ี

ฟงั และดู

๑๗ ท.๓.๑ ป.๖/๓ ๓. วิเคราะหค์ วาม การวเิ คราะห์ความน่าเชือ่ ถอื จากการฟัง

นา่ เชื่อถือจากการ และดูสอ่ื โฆษณา

ฟังและดูส่อื โฆษณา

อย่างมเี หตผุ ล

๑๘ ท.๓.๑ ป.๖/๔ ๔. พูดรายงานเรือ่ ง การรายงาน เช่น

หรือประเด็นท่ี - การพูดลำดับขนั้ ตอนการปฏิบัติงาน

ศกึ ษาค้นควา้ จาก - การพูดลำดับเหตกุ ารณ์

การฟงั การดู และ

การ

สนทนา

๑๙ ท.๓.๑ ป.๖/๕ ๕. พดู โนม้ น้าว การพูดโน้มนา้ วในสถานการณต์ ่างๆ

อย่างมเี หตุผล และ เชน่

๒๐ ท.๓.๑ ป.๖/๖ น่าเชอื่ ถอื - การเลือกตง้ั กรรมการนักเรียน
- การรณรงค์ดา้ นตา่ งๆ
๖. มมี ารยาทใน - การโตว้ าที
การฟัง การดู และ มารยาทในการฟงั การดู และการพดู
การพูด

สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย

มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลักภาษาไทย
การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภมู ปิ ัญญาทาง
ภาษา และรกั ษาภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ

ชั้น ท่ี รหสั ตวั ชี้วดั ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง ตอ้ งรู้ ควรรู้

ป.๖ ๒๑ ท.๔.๑ ป.๖/๑ ๑. วเิ คราะห์ชนดิ ชนดิ ของคำ
และหนา้ ท่ขี องคำ - คำนาม
๒๒ ท.๔.๑ ป.๖/๒ ในประโยค - คำสรรพนาม
๒๓ ท.๔.๑ ป.๖/๓ - คำกรยิ า
๒. ใชค้ ำได้ - คำวเิ ศษณ์
เหมาะสมกับ - คำบพุ บท
กาลเทศะและ - คำเช่อื ม
บุคคล - คำอุทาน
๓. รวบรวมและ คำราชาศพั ท์
บอกความหมาย ระดบั ภาษา
ของคำ ภาษาถ่นิ
ภาษาตา่ งประเทศ
ที่ใชใ้ นภาษาไทย คำทม่ี าจากภาษาต่างประเทศ
การฟัง การดู
และการสนทนา

๒๔ ท.๔.๑ ป.๖/๔ ๔. ระบลุ ักษณะ กล่มุ คำหรอื วลี
ของประโยค ประโยคสามัญ
๒๕ ท.๔.๑ ป.๖/๕ ประโยครวม
๒๖ ท.๔.๑ ป.๖/๖ ๕. แตง่ บทรอ้ ย ประโยคซ้อน
กรอง กลอนสุภาพ
๖. วิเคราะหแ์ ละ
เปรยี บเทยี บ สำนวนทเี่ ปน็ คำพงั เพย และ
สำนวนทีเ่ ป็นคำ สภุ าษติ
พังเพย และ
สภุ าษิต

สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม

มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณ์
วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็ คณุ ค่าและนำมา
ประยุกตใ์ ช้ในชีวิตจริง

ชน้ั ท่ี รหสั ตัวชดั ตวั ชีว้ ดั สาระการเรยี นรู้แกนกลาง ต้องรู้ ควรรู้

ป.๖ ๒๗ ท.๕.๑ ป.๖/๑ ๑. แสดงความคิดเหน็ วรรณคดแี ละวรรณกรรม เช่น
ท.๕.๑ ป.๖/๒
ท.๕.๑ ป.๖/๓ จากวรรณคดหี รอื - นิทานพื้นบา้ นท้องถิน่ ตนเอง

๒๘ ท.๕.๑ ป.๖/๔ วรรณกรรมท่ีอา่ น และท้องถ่นิ อื่น

๒. เล่านทิ านพืน้ บา้ น - นิทานคตธิ รรม

ท้องถนิ่ ตนเองและ - เพลงพ้นื บ้าน

นิทานพ้ืนบ้านของ - วรรณคดแี ละวรรณกรรมใน

ท้องถิ่นอืน่ บทเรียนและตาม

๓. อธิบายคณุ คา่ ของ ความสนใจ

วรรณคดี และ

วรรณกรรมทอี่ ่าน

และนำไป

ประยุกต์ใชใ้ นชวี ิต

จริง

๔. ทอ่ งจำบท บทอาขยานและบทรอ้ ยกรองทีม่ ี

อาขยานตามที่ คุณคา่

กำหนด และบทรอ้ ย - บทอาขยานตามที่กำหนด

กรองทม่ี คี ุณคา่ ตาม - บทรอ้ ยกรองตามความสนใจ

ความสนใจ

รวม ๓๗ ตวั ชวี้ ดั

รายวชิ าเพิ่มเติม

ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖

รหัสวชิ า วชิ าเพิ่มเติม

อ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร

อ๑๖๑๐๒ Mini English program

ต๑๖๑๐๓ ภาษาจนี

ง๑๖๑๐๒ คอมพิมเตอร์ศิลป์

พ๑๖๑๐๓ ว่ายน้ำ

ศ๑๖๒๐๔ ดนตรี (อูคเู ลเล่,คยี บ์ อรด์ )

ส๑๖๓๒๑ หนา้ ท่พี ลเมือง

คำอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน

หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันฐาน พ.ศ ๒๕๕๑

กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย รหสั วชิ า ท๑๖๑๐๑
รายวิชา ภาษาไทยพื้นฐาน

ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๖ เวลา ๒๐๐ ชว่ั โมง
จำนวน ๕ หนว่ ยกติ

ฝกึ อ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง ขอ้ ความ และบทรอ้ ยกรองงา่ ย ๆ อธบิ าย
ความหมายของคำ และข้อความทอ่ี ่าน ตงั้ คำถาม ตอบคำถาม ระบใุ จความ
สำคัญและรายละเอียดแสดงความคิดเห็น และ คาดคะเนเหตกุ ารณ์เลือกอ่าน
หนังสอื ตามความสนใจอยา่ งสมำ่ เสมอและนำเสนอเรือ่ งทอี่ ่าน อ่านข้อเขียน
เชิง อธิบาย และปฏบิ ตั ติ ามคำส่งั หรอื ข้อแนะนำ มมี ารยาทในการอา่ น ฝกึ คดั
ลายมอื ด้วยตวั บรรจงเตม็ บรรทดั เขยี นเร่ืองสั้น ๆ เกยี่ วกบั ประสบการณ์
เขียนเรอื่ งสนั้ ๆ ตามจนิ ตนาการมมี ารยาทในการเขยี นฝกึ ทักษะการฟัง ฟัง
คำแนะนำ คำสั่งท่ีซบั ซอ้ นและปฏบิ ตั ติ ามเลา่ เร่ือง บอกสาระสำคญั ของเรื่อง
ตั้งคำถามตอบคำถามพดู แสดง ความคิดเห็นความรสู้ กึ พดู ส่อื สารไดช้ ัดเจน
ตรงตามวตั ถปุ ระสงค์มมี ารยาทในการฟังการดูและการพดู ฝกึ ทักษะ การ
เขยี นพยญั ชนะ สระ วรรณยกุ ต์ และเลขไทยเขยี นสะกดคำและบอก
ความหมายของคำเรยี บเรยี งคำเปน็ ประโยคไดต้ รงตามเจตนาของการส่อื สาร
บอกลักษณะคำคลอ้ งจองเลือกใชภ้ าษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่นิ ได้
เหมาะสมกับกาลเทศะ ฝกึ จบั ใจความสำคญั จากเรื่อง ระบขุ ้อคดิ ทีไ่ ด้จากการ

อ่านหรือการฟังวรรณกรรม สำหรบั เดก็ เพือ่ นำไปใชใ้ นชีวิตประจำวนั ร้องบ
รอ้ งเลน่ สำหรับเดก็ ในทอ้ งถนิ่ ท่องจำบทอาขยานตามทกี่ ำหนดและบทร้อย
กรองท่มี คี ุณค่าตามความสนใจ

โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขยี น กระบวนการแสวงหาความรู้
กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคดิ วเิ คราะห์ กระบวนการส่อื ความ
กระบวนการแกป้ ญั หา การฝึกปฏบิ ตั ิ อธบิ าย บนั ทกึ การต้งั คำถาม ตอบ
คำถาม ใชท้ กั ษะการฟัง การดแู ละการพดู พูดแสดงความคดิ เห็น
กระบวนการ สร้างความคิดรวบยอด

เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ ส่อื สารได้ถูกตอ้ ง รกั การเรยี น
ภาษาไทย เห็นคุณคา่ ของ การอนรุ ักษ์ภาษาไทย และตวั เลขไทย สามารถนำ
ความรู้ไปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์โดยใชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพยี งและ
สามารถนำไปประยกุ ตใ์ ชก้ บั ชีวิตประจำวนั ไดอ้ ยา่ งถูกต้องเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวชี้วดั

ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘,
ป.๖/๙
ท ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗ ,ป.๖/๘,
ป.๖/๙
ท ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๕, ป.๖/๕
ท ๔.๑ ป.๖/๑,ป.๖/๒,ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕ ,ป.๖/๖
ท ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒,
รวมทง้ั หมด ๓๔ ตวั ช้วี ดั



ผูพ้ ัฒนาแผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรโู้ ดยใช้นวัตกรรม

(Mind Mapping) ผศ.สมหวัง นลิ พันธ์

ตวั อย่างแผนการจดั การเรยี นรู้

แผนการจดั การเรียนรทู้ พี่ ัฒนาโดยใชน้ วัตกรรม Mind Mapping

โรงเรยี น สาธิตฯ ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๖

กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย รหสั วิชา ๑๖๑๐๑ รายวชิ าภาษาไทย

ภาคเรยี นท่ี ๑/๒๕๖๕ หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๑ ชื่อ คำน่ารู้
จำนวน ๑๕ ชั่วโมง

แผนการเรียนรู้ท่ี ๑ เรอ่ื ง คำและพยางค์
เวลา ๑๕ ชว่ั โมง

ผสู้ อน นางสาวปยิ ะนุช ทองออ่ น (6594110060)
วนั ที่ ๒๑ เดือน กันยายน พ.ศ ๒๕๖๕

อาจารยท์ ่ปี รกึ ษา/อาจารย์พเี่ ลยี้ ง ผศ.สมหวงั นลิ พันธ์

๑.สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระท่ี ๑ การอา่ น

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคดิ เพอ่ื นำไปใช้
ตดั สินใจแก้ปญั หาในการดำเนนิ ชวี ติ และมีนิสัยรกั การอา่ น

สาระท่ี ๒ การเขยี น

มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนสอ่ื สารเขยี นเรียงความ ยอ่ ความ และ
เขียนเร่อื งราวในรูปแบบตา่ งๆ เขยี นรายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ อยา่ งมี
ประสทิ ธภิ าพ

สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพูด

มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟงั และดอู ยา่ งมีวจิ ารณญาณ และพดู แสดง
ความรู้ ความคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์

สาระท่ี ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย

มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การ
เปล่ยี นแปลงของภาษาภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ ภาษา
สมบัติของชาติ

๒.สาระสำคัญ

พยางค์ คือ เสียงทเี่ ปลง่ ออกมาครัง้ หนงึ่ ๆ จะมคี วามหมายหรือไมม่ ี
ความหมายกไ็ ด้ พยางค์ประกอบดว้ ย เสียงพยัญชนะต้น เสยี งสระ เสยี ง
วรรณยุกต์ และอาจมเี สยี งตวั สะกดดว้ ย
คำ คอื เสยี งทเี่ ปล่งออกมามคี วามหมาย จะมกี ีพ่ ยางคก์ ไ็ ด้
๓. จดุ ประสงค์การเรยี นรเู้ ชงิ พฤติกรรม
๑. เพื่อให้นักเรยี นไดเ้ รยี นร้พู ยางคใ์ นภาษาไทย
๒. เพ่อื ใหน้ กั เรียนออกเสียงพยางคแ์ ละคําไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
๓. เพือ่ ใหน้ กั เรียนนาํ คาํ ทไ่ี ดเ้ รยี นรู้ไปใชใ้ นชวี ติ ประจาํ วนั ได้อย่างถกู ต้องตาม
หลักภาษาไทย

๔. สาระการเรียนรู้

๑. บอกเสียงพยญั ชนะไทยได้
๒. เขยี นรปู พยญั ชนะไทยได้

๕.กระบวนการจัดการเรียนรู้

ขัน้ ท่ี ๑ เตรยี มความพรอ้ ม

ครูใหน้ กั เรียนปรบมือ ๕ คร้งั ตามจงั หวะการปรบมือ จากนั้นครตู ดิ
คาํ ศัพทท์ ี่มี ๑ พยางค์ บนกระดาน และให้นักเรยี นปรบมือตามคําที่
ออกเสียง

ขน้ั ท่ี ๒. กำหนดสถานการณ์

นักเรยี นอ่านคําศัพท์ที่ครูกาํ หนดให้โดยครสู มุ่ ใหน้ กั เรยี นอ่านทลี ะ
คน

ขั้นท่ี ๓ แลกเปล่ยี นการเรียนร/ู้ กจิ กรรมกลุ่ม

นกั เรียนจดั กลมุ่ คําศัพท์อยา่ งน้อยกลมุ่ ละ ๑๕ คำตามลกั ษณะการ
ออกเสียงของพยางค์ โดยนาํ คําศัพท์ท่อี ยูบ่ นกระดานเขยี น

ลงในใบงานที่ครูกําหนดให้

ข้ันท่ี ๔ นำเสนอผลงานหนา้ ชั้น
แต่ละกลมุ่ นำเสนอผลงานหน้าช้นั

ขัน้ ที่ ๕ อภปิ รายแลกเปลยี่ นการเรียนรู้ท้ังชน้ั

นักเรยี นและครรู ว่ ม แสดงข้อคดิ เห็น วิพากวจิ ารณ์อยา่ งมเี หตผุ ล
จากประเด็นท่ไี ด้ให้นักเรยี นและครูร่วมกันเพิ่มเติมประเด็นยอ่ ยๆใน
แต่ละประเด็นใหไ้ ดจ้ ำนวนมากทีส่ ดุ

ขนั้ ที่ ๖ ขน้ั จำทำเป็นแผนภาพความคิดอสิ ระ

นักเรียนสรุปความคดิ รวบยอด/สาระสำคญั ที่ไดแ้ ลว้ เขียนเปน็
แผนภาพความคิดเป็นของตนเองโดยสังเคราะหอ์ งค์ความรู้ทไ่ี ดจ้ าก
การ สรปุ การคิดวเิ คราะหส์ าระสำคัญของเรื่องคำและพยางค์

๖.ส่ือ/อุปกรณ์/แหล่งการเรียนรู้

๖.๑ สื่อ/อปุ กรณ์
๑.ใบงาน
๒.แบบฝกึ หดั
๓.เอกสารการสอน
๔.อุปกรณ์ที่นำเสนอครปิ ชารด์

๖.๒ แหล่งการเรียนรู้
๑.บรเิ วณโรงเรยี น
๒.หอ้ งสมุด


Click to View FlipBook Version