1
โครงการสอน หนว่ ยท่ี 1
สอนครั้งที่ 1- 2
รหสั วชิ า 2100-1008 จานวน 8 ชัว่ โมง
ชื่อวิชา งานเคร่ืองมือกลเบื้องต้น
ชื่อหน่วย เครอื่ งเลือ่ ยกลและงานเลื่อย
เรื่อง
1. ความหมายของงานเลอื่ ย
2. ชนิดและส่วนประกอบของเคร่อื งเล่ือยกล
3. เครื่องมือและอุปกรณท์ ีใ่ ช้กับเคร่ืองเลือ่ ยกล
4. การจบั ยดึ ชน้ิ งานสาหรับงานเล่ือย
5. ขนั้ ตอนการทางานของเครือ่ งเลือ่ ยกล
6. ความปลอดภัยและการบารงุ รกั ษาเครอ่ื งเล่ือยกล
7. ปฏิบตั งิ านตามใบงาน
จดุ ประสงค์การสอน รายการสอน
1. บอกความหมายของการเล่อื ยได้ 1. ความหมายของงานเลือ่ ย
2. บอกชนดิ และสว่ นประกอบของเครื่องเลื่อยกลได้ 2. ชนิดและสว่ นประกอบของเคร่อื งเล่ือยกล
3. บอกชอื่ เคร่ืองมือและอุปกรณ์ทีใ่ ช้กับเครอ่ื ง 3. เคร่อื งมือและอปุ กรณ์ทใ่ี ช้กับเครื่องเล่ือยกล
เลื่อยกลได้ 4. การจับยึดช้ินงานสาหรับงานเลอ่ื ย
4. อธิบายวธิ ีการจับยึดชิน้ งานสาหรับงานเลื่อยได้ 5. ขนั้ ตอนการทางานของเคร่อื งเล่อื ยกล
5. อธิบายข้นั ตอนการทางานของเคร่อื งเล่ือยกลได้ 6. ความปลอดภัยและการบารงุ รักษาเครื่อง
6. บอกความปลอดภยั และการบารงุ รักษาเครื่อง เลื่อยกล
เล่ือยกลได้ 7. ปฏบิ ัตงิ านตามใบงาน
7. ปฏิบัตงิ านตามใบงานได้
วิธกี ารสอน บรรยาย/ถาม – ตอบ/อภิปราย/สาธติ /การเรียนรจู้ ากสภาพจรงิ ปฏบิ ตั งิ านและแก้ปัญหา
การปฏิบัตงิ านตามความพร้อมของเครื่องมือ/เครอื่ งจักร
สือ่ การสอน หนงั สอื อ้างองิ บรรณานุกรม
สอ่ื PowerPoint เรือ่ ง เคร่อื งเล่อื ยกลและงานเล่อื ย
สอื่ ของจริง
ใบเนอ้ื หา แบบฝกึ หัด ใบมอบงาน ใบงาน
แบบทดสอบก่อนเรียน/หลงั เรียน
การประเมิน ผลคะแนนจากการทาแบบทดสอบก่อนเรียนและแบบทดสอบหลงั เรียน แบบฝกึ หดั
ใบประเมนิ ผลใบมอบงาน ใบประเมินผลการปฏิบตั ิงาน และแบบสงั เกตผลพฤติกรรมการเรียนรู้
2
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 1
รหสั วชิ า 2100-1008 ชอื่ วชิ า งานเครื่องมอื กลเบ้อื งต้น สอนครง้ั ที่ 1
จานวน 8 ชั่วโมง
หน่วยท่ี 1 ชื่อหนว่ ย เคร่ืองเลื่อยกลและงานเลอื่ ย
หวั ข้อเรื่อง
1. ความหมายของงานเล่อื ย
2. ชนิดและส่วนประกอบของเคร่อื งเลื่อยกล
3. เครือ่ งมือและอุปกรณท์ ่ีใช้กับเคร่ืองเลอื่ ยกล
4. การจบั ยึดช้นิ งานสาหรับงานเล่ือย
5. ขน้ั ตอนการทางานของเคร่อื งเล่ือยกล
6. ความปลอดภยั และการบารงุ รักษาเคร่ืองเลื่อยกล
7. ปฏบิ ัติงานตามใบงาน
สาระสาคัญ
เครื่องเล่ือยกลเป็นเคร่ืองมือกลพื้นฐานชนิดหน่ึงที่มีประโยชน์มาก มีใช้อย่างแพร่หลายใน
โรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป การจะนาวัสดุต่างๆ มาข้ึนรูปต้องนามาตัดให้ได้ขนาดก่อน ในกรณีงานมี
ขนาดใหญ่จะต้องตดั ดว้ ยเครื่องเลอื่ ยกล เพอ่ื เปน็ การประหยัดเวลาและประหยดั วัสดุ การตัดด้วยเคร่ือง
เลือ่ ยกลจะได้ขนาดท่ตี รงกว่าการตัดด้วยเลื่อยมอื เพราะการตัดดว้ ยเล่อื ยมือทาให้เสียวัสดุมากกว่าและ
เสียเวลาในการขึ้นรูปมากขึ้น ดังนั้นผู้ปฏิบัติงานจึงควรศึกษาวิธีการใช้งานของเครื่องเล่ือยกลให้มี
ความรคู้ วามเข้าใจเปน็ อย่างดกี ่อน จงึ จะปฏิบตั ิงานได้อยา่ งถูกต้องและปลอดภัย
จดุ ประสงค์การเรียน
จดุ ประสงค์ทั่วไป
เพ่ือให้มีความรู้และเข้าใจความหมายของการเล่ือย ชนิดและสว่ นประกอบ เครื่องมือและ
อปุ กรณ์ การจบั ยดึ ช้นิ งาน ขั้นตอนการทางาน ความปลอดภยั และการบารงุ รักษาเครอ่ื งเลื่อยและ
ปฏบิ ตั งิ านตามใบงาน
จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรม
1. บอกความหมายของการเลอื่ ยได้
2. บอกชนิดและสว่ นประกอบของเคร่อื งเลอื่ ยกลได้
3. บอกช่อื เครื่องมือและอุปกรณท์ ่ีใช้กับเครื่องเลื่อยกลได้
4. อธิบายวิธกี ารจบั ยดึ ชิ้นงานสาหรับงานเลอื่ ยได้
3
5. อธิบายข้ันตอนการทางานของเครื่องเลื่อยกลได้
6. บอกความปลอดภัยและการบารุงรักษาเคร่อื งเลือ่ ยกลได้
7. ปฏิบัตงิ านตามใบงานได้
กจิ กรรมการเรียนการสอน
ทาแบบทดสอบก่อนเรียน
ขั้นนาเข้าส่บู ทเรียน
1. ครูนาเข้าสู่บทเรียน โดยใช้คาถามนาให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงการปฏบิ ตั ิงาน
กับเครื่องเล่อื ยกล ตัวอยา่ งคาถาม เชน่
1.1 ถา้ เรามเี หล็ก 1 ชิ้น ตอ้ งการให้ขาดออกจากกนั นักเรียนมวี ธิ ีการปฏบิ ตั งิ านอยา่ งไร
บ้าง
1.2 สว่ นประกอบเครื่องเลอ่ื ยกลที่เปน็ ตัวตัดเฉือนช้นิ งานเรียกว่าอะไร
1.3 ใบเลอื่ ยทใ่ี ช้ในการตัดเหล็กทามาจากวสั ดุชนดิ ใด
ขั้นสอน
1. ครูใหน้ กั เรียนอ่านเนื้อหา เร่ือง เครื่องเลือ่ ยกลและงานเลอื่ ย
2. ครอู ธบิ ายประกอบเนื้อหาโดยใชส้ อื่ การสอนประกอบกับการบรรยายเนอ้ื หา เรื่อง
2.1 ความหมายของงานเล่อื ย
2.2 ชนดิ และสว่ นประกอบของเคร่ืองเลื่อยกล
2.3 เครอ่ื งมือและอุปกรณ์ท่ใี ช้กบั เครอ่ื งเล่ือยกล
2.4 การจับยึดชนิ้ งานสาหรบั งานเล่อื ย
2.5 ขัน้ ตอนการทางานของเคร่ืองเลื่อยกล
2.6 ความปลอดภัยและการบารงุ รกั ษาเคร่ืองเล่ือยกล
2.7 ปฏบิ ัตงิ านตามใบงาน
3. ครูให้นกั เรียนร่วมอภปิ รายถามตอบเพ่ือให้เข้าใจเนื้อหาสาระของการเรียนรู้
เรอ่ื ง เครื่องเลอื่ ยกลและงานเลอ่ื ย
4. ครูแบ่งกลุม่ นักเรียนอภิปรายในหัวขอ้ เร่ือง เคร่อื งเลือ่ ยกลและงานเลื่อยตามใบมอบงาน
ข้ันสรปุ
1. ครอู ธบิ ายสรุปเนอ้ื หา เร่อื ง เครอ่ื งเล่ือยกลและงานเล่อื ย
2. นักเรียนทาแบบฝกึ หดั เร่ือง เครื่องเล่อื ยกลและงานเลื่อย
3. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั เฉลยตรวจคาตอบแบบฝึกหัด เร่ือง เครื่องเลือ่ ยกลและงานเลอื่ ย
ส่อื การเรียนการสอน
4
1. สอื่ สิ่งพิมพ์
1.1 ใบเนือ้ หา เร่ือง เครื่องเลือ่ ยกลและงานเลอ่ื ย
1.2 ใบมอบงานและใบงาน
1.3 แบบประเมนิ ผล
2. ส่อื โสตทศั น์
สอ่ื Power Point เร่อื ง เคร่ืองเล่ือยกลและงานเลือ่ ย
3. สอื่ ของจริง
3.1 เครื่องเล่ือยกลชนิดต่างๆ
3.2 เครอ่ื งมือและอปุ กรณ์ทใ่ี ช้กับเคร่ืองเล่ือยกล
การวดั ผลประเมนิ ผล
1. คะแนนแบบทดสอบก่อนเรยี น เร่ือง เครือ่ งเลื่อยกลและงานเลอ่ื ย
2. คะแนนจากแบบฝึกหดั เรื่อง เครือ่ งเลื่อยกลและงานเลอ่ื ย
3. คะแนนจากการอภิปราย เร่ือง เครื่องเล่ือยกลและงานเล่ือย
4. คะแนนจากแบบสงั เกตพฤตกิ รรมระหวา่ งการเรียน
แหลง่ การเรียนรู้เพ่ิมเติม
1. ห้องสมดุ
2. ข้อมูลจากอนิ เทอรเ์ นต็
3. สถานประกอบการ
4. คมู่ ือ/เอกสารเครื่องเลื่อยกล ของบริษัท
กิจกรรมเสนอแนะ
นักเรียนสบื ค้นข้อมลู เพ่มิ เติมหรือทบทวนเน้ือหาจากหนงั สือเรียน/เวบ็ ไซต์ท่หี ้องศนู ย์
คอมพวิ เตอร์และห้องสมดุ ในเวลาวา่ ง
5
รหสั วิชา 2100-1008 แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 2 สอนครง้ั ที่ 2
หนว่ ยที่ 1 จานวน 8 ชัว่ โมง
ชอื่ วิชา งานเคร่ืองมือกลเบือ้ งต้น
ชื่อหน่วย เครอ่ื งเลอ่ื ยกลและงานเล่ือย
หวั ข้อเรือ่ ง
1. การตดั ชิ้นงานเพลากลม
2. การตดั ช้นิ งานส่เี หล่ยี ม
สาระสาคัญ
เครื่องเล่ือยกลแบบชักเป็นเครื่องเล่ือยที่นิยมใช้กันมากในโรงงาน เพราะใช้ง่าย สะดวก และ
ราคาไม่แพง ลักษณะการทางานจะทางานแบบชักเดินหน้าและถอยหลังกลับ ลักษณะงานจะได้งาน
จังหวะเดยี ว ดงั นนั้ ในการปฏบิ ัติงานตัดชิ้นงานด้วยเคร่ืองเลื่อยกลแบบชักให้ได้ตามแบบงานท่ีกาหนด
เพื่อนาไปข้ึนรูปด้วยเครื่องมือกลพื้นฐานต่อไป ผู้ปฏิบัติงานจึงควรศึกษาวิธีการใช้งานของเครื่องเล่ือย
กลให้มีความร้คู วามเขา้ ใจเปน็ อย่างดีกอ่ นจงึ จะปฏิบัตงิ านได้อย่างถกู ต้องและปลอดภยั
จดุ ประสงค์การเรยี น
จุดประสงคท์ ่ัวไป
เพือ่ ให้นักเรียนมีทักษะการใช้เครอ่ื งเล่ือยกลแบบชักในการตัดเหลก็ ให้ได้ขนาดตาม
แบบงานที่กาหนดและปฏิบตั ิงานดว้ ยความปลอดภัย
จุดประสงคเ์ ชิงพฤตกิ รรม
1. อ่านแบบท่ีกาหนดได้ถูกต้อง
2. เลือกใช้เครอื่ งมือและอปุ กรณ์ได้ถูกต้อง
3. ตรวจสอบความพร้อมการทางานของเคร่ืองเล่ือยกลได้
4. จบั ยึดชนิ้ งานได้ถกู ต้อง
5. ตัดชน้ิ งานดว้ ยเคร่ืองเลือ่ ยกลได้
6. ลบคมชน้ิ งานได้
กิจกรรมการเรยี นการสอน
ขั้นนาเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ครนู าเขา้ สู่บทเรยี นโดยใช้คาถามนาให้นกั เรยี นรว่ มกันอภิปราย เรอื่ งเครื่องเลื่อยกลและ
งานเลือ่ ย ตวั อย่างคาถาม เชน่
1.1 การปฏิบตั งิ านกบั เครอื่ งเลอื่ ยกลแบบชักต้องเตรยี มความพร้อมอยา่ งไรบ้าง
1.2 นกั เรยี นคนใดเคยตัดเหล็กกบั เคร่ืองเล่ือยกลแบบชักบ้าง
6
ขัน้ สอน
1. ครูใหน้ ักเรียนศกึ ษาทบทวนเน้ือหารายละเอียดวิธีการปฏิบัติงานกับเครื่องเลื่อยกลแบบชัก
ด้วยความปลอดภยั ตลอดจนการบารงุ รกั ษาเคร่อื งเลอื่ ยกลและศกึ ษาการปฏิบัติงานตามใบงาน
2. ครูอธิบายรายละเอยี ดข้ันตอนการปฏบิ ัติงานกับเครื่องเล่ือยกลแบบชกั ตามใบงาน และ
อธบิ ายเพิม่ เติมรายละเอยี ดการประเมินผลตามใบงาน
3. ครูสาธิตการจับชิ้นงานกับปากกา การวัดขนาดช้ินงานก่อนการตัด และตัดช้ินงานกับเคร่ือง
เลอ่ื ยกลแบบชัก นักเรยี นร่วมปฏิบตั ิงานตามใบงาน
4. นกั เรียนแบง่ กลุม่ ปฏิบตั ิงานตามใบงานได้อย่างถูกต้องปลอดภยั และบารุงรักษาเครอื่ งเล่ือย
กลแบบชกั และอปุ กรณ์อย่างถูกวิธี
ขั้นสรุป
1. ครูสรุปผลการตรวจประเมินการปฏิบัติงานตามใบงาน ครูสังเกตการปฏิบัติงานของ
นกั เรียนและการบารงุ รกั ษาเครือ่ งเลอ่ื ยกลหลงั การปฏิบัติงาน
2. ครแู ละนักเรยี นร่วมกันอภิปรายปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติงานตามใบงานและ
ขอ้ เสนอแนะในการปฏบิ ัตงิ านคร้งั ต่อไป
สอ่ื การเรียนการสอน
1. สื่อสง่ิ พิมพ์
1.1 ใบเนือ้ หา เร่ือง เคร่อื งเลื่อยกลและงานเล่ือย
1.2 ใบมอบงาน และใบงาน
1.3 แบบประเมินผล
2. สือ่ โสตทศั น์
2.1 สอื่ Power Point เร่ือง เคร่อื งเลื่อยกลและงานเลือ่ ย
3. สื่อของจรงิ
3.1 เคร่ืองเลื่อยกลแบบชัก
3.2 บรรทดั เหล็ก
3.3 เวอรเ์ นยี ร์คาลิปเปอร์
7
การวัดผลประเมินผล
1. คะแนนจากใบประเมินผลการปฏบิ ัตงิ านตามใบงาน (การตัดชิน้ งาน)
2. คะแนนจากแบบประเมินพฤติกรรมระหว่างการปฏิบตั ิงาน
แหล่งการเรยี นรเู้ พ่มิ เติม
1. หอ้ งสมุด
2. ขอ้ มลู จากอินเทอร์เนต็
3. สถานประกอบการ
4. คูม่ ือ/เอกสารเคร่ืองเล่ือยกล ของบริษทั
กิจกรรมเสนอแนะ
1. นักเรยี นนาชิน้ งานท่ีไดจ้ ากการเล่ือยมาวเิ คราะหเ์ ปรียบเทียบกับใบงานและชนิ้ งานตวั อย่าง
2. นักเรียนสืบค้นข้อมูลเพ่ิมเติมหรือทบทวนเน้ือหาจากหนังสือเรียน/เว็บไซต์ท่ีห้องศูนย์
คอมพิวเตอร์และห้องสมดุ ในเวลาว่าง
8
แบบทดสอบก่อนเรียน
รหัสวชิ า 2100 – 1008 ช่อื วิชา งานเครื่องมือกลเบ้ืองต้น
หนว่ ยท่ี 1 ช่อื หนว่ ย เครอื่ งเลอ่ื ยกลและงานเล่ือย
คาชแ้ี จง จงเลอื กคาตอบที่ถูกต้องทสี่ ุดเพียงข้อเดียว ทาเครือ่ งหมาย ลงในกระดาษคาตอบ
1. ข้อใดกลา่ วถึงความหมายของ “การเลือ่ ย” ไดถ้ ูกตอ้ ง
ก. การปรับผิววัสดใุ ห้เรยี บ
ข. การขดู ผิววัสดใุ หเ้ รียบเสมอกนั
ค. การตัดวสั ดชุ ้ินเดยี วกนั ใหข้ าดออกจากัน
ง. การปรบั หรอื การขูดผิววัสดุใหเ้ รยี บและเสมอกัน
2. เครื่องเลื่อยกลชนดิ ใดท่นี ิยมใช้กนั มากในโรงงาน
ก. เครื่องเล่ือยวงเดือน
ข. เคร่ืองเลอื่ ยสายพานนอน
ค. เครื่องเลอื่ ยสายพานตั้ง
ง. เครอื่ งเล่ือยชัก
3. ใบเลือ่ ยจะยึดอยูก่ ับสว่ นใดของเครื่องเลื่อยกลแบบชัก
ก. โครงเลือ่ ย
ข. มอเตอร์
ค. แขนตง้ั ระยะตัดช้ินงาน
ง. ปากกาจับชนิ้ งาน
4. ส่วนประกอบใดของเคร่อื งเล่ือยกลแบบชักทสี่ ามารถปรบั มมุ เอยี งได้
ก. ฐานเครอื่ ง
ข. ปากกาจบั ชนิ้ งาน
ค. โครงเล่ือย
ง. แขนตัง้ ระยะตัดชิ้นงาน
9
5. ใบเลอ่ื ยเคร่ืองเลอ่ื ยกลแบบชกั ผลิตจากวัสดุข้อใด
ก. คาร์ไบด์ (Carbide)
ข. ทังสเตน (Tungsten)
ค. เหล็กกล้ารอบสูง (High Speed Steel)
ง. เหล็กกล้าคารบ์ อนสงู (High Carbon Steel)
6. อุปกรณท์ ี่ใชส้ าหรับรองรับชิ้นงานทย่ี าว คอื ข้อใด
ก. ปากกาจับช้นิ งาน
ข. แขนตง้ั ระยะตดั ชน้ิ งาน
ค. โตะ๊ งาน
ง. ฐานรองรับชิ้นงาน
7. การจัดฟนั เลอื่ ยมวี ตั ถปุ ระสงคต์ รงกับข้อใด
ก. เพ่อื ทาใหฟ้ นั เลื่อยแข็งแรง
ข. ลดแรงเสยี ดทานขณะเล่อื ย
ค. เพือ่ ความสวยงามของฟนั เลือ่ ย
ง. ลดการสกึ หรอของฟนั เลื่อย
8. การจบั ยึดชิ้นงานรปู ทรงต่างๆ ต้องคานึงถึงข้อใด
ก. รปู ร่างหนา้ ตดั ของชิน้ งาน
ข. ขนาดความโตของช้ินงาน
ค. ชนิดของวสั ดุทีน่ ามาเลื่อย
ง. ฐานรองรับช้นิ งาน
9. เรยี งลาดับขนั้ ตอนการทางานของเครื่องเล่อื ยกลพอสงั เขปจากลาดบั ขนั้ ต่อไปน้ี
1. ยกโครงเล่ือยค้างไว้ก่อนทาการตดั ชน้ิ งาน
2. จับยึดช้นิ งานด้วยปากกา
3. ตรวจสอบความพรอ้ มของเครอื่ ง
4. ปรับตง้ั ระยะความยาวของช้ินงาน
ก. 1 2 3 4
ข. 1 2 4 3
ค. 3 1 4 2
ง. 3 1 2 4
10. ขอ้ ใดไมใ่ ช่หลกั ความปลอดภัยในการปฏบิ ัตงิ านเลื่อย
10
ก. ตรวจสอบความพร้อมของระบบไฟฟ้า
ข. ตรวจความตงึ ของใบเล่ือย
ค. เปล่ยี นถ่ายนา้ มนั หลอ่ เย็นทุกสัปดาห์
ง. ตอ้ งจบั ชนิ้ งานใหถ้ ูกตอ้ ง
หน่วยทเ่ีฉ1ลยเแรื่อบงบเทครดอื่ สงอเลบ่ือกยก่อลนแเลระยี งนานเล่ือย
1. ค 2. ง 3. ก 4. ข 5. ค
6. ง 7. ข 8. ก 9. ง 10. ค
11
ใบเนื้อหา
หน่วยที่ 1 ชอ่ื หน่วย เคร่ืองเล่ือยกลและงานเลอ่ื ย
เคร่ืองเล่ือยกลเป็นเคร่ืองมือกลพื้นฐานชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์มาก มีใช้อย่างแพร่หลายใน
โรงงานอุตสาหกรรมทั่วไป การจะนาวัสดุต่างๆ มาข้ึนรูปต้องนามาตัดให้ได้ขนาดก่อน ในกรณีงานมี
ขนาดใหญจ่ ะตอ้ งตดั ด้วยเครื่องเล่อื ยกล เพอื่ เป็นการประหยัดเวลาและประหยดั วัสดุ การตัดด้วยเครื่อง
เลอื่ ยกลจะได้ขนาดท่ตี รงกว่าการตัดดว้ ยเลอื่ ยมอื เพราะการตัดดว้ ยเลื่อยมือทาให้เสียวัสดุมากกว่าและ
เสยี เวลาในการขึ้นรูปมากขึ้น
1. ความหมายของการเลอ่ื ย
การเล่ือย หมายถึง การตดั วสั ดุช้ินเดยี วกนั ใหข้ าดออกจากกนั ด้วยใบเล่ือยที่มลี กั ษณะเปน็
คมเล็กๆ หลายๆ คม คล้ายคมส่ิวหรือคมสกัดจานวนมากเรียงกันเป็นแถว ฟันใบเลื่อยจะกัดช้ินงาน
พรอ้ มๆ กนั ทีละหลายฟันให้เป็นรอ่ งจนขาดออกจากกัน
การเลื่อยแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือการเล่ือยด้วยมือ (Hand Sawing) เป็นงานเล่ือยชิ้นงาน
จานวนไม่มาก และการเล่ือยด้วยเครื่องเล่ือยกล (Machine Sawing) เป็นงานเลื่อยช้ินงาน
อตุ สาหกรรมทีต่ ้องการชิ้นงานจานวนมากทั้งชิ้นงานขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ซ่ึงในหน่วยนี้จะกล่าวถึง
เฉพาะการเลอื่ ยช้นิ งานด้วยเครือ่ งเลือ่ ยกลเท่านน้ั
รปู ที่ 1.1 เลื่อยมอื รูปท่ี 1.2 การใช้เลอ่ื ยมือ
ท่มี า : http://www.boonthavorn.com ที่มา : ปราศรยั ขุนเพ็ชร. 2558
รูปท่ี 1.3 เครื่องเล่ือยกล
ทมี่ า : http://www.coe.or.th
12
2. ชนิดและสว่ นประกอบของเครอ่ื งเล่ือยกล
เครื่องเล่ือยกลมีหลายชนิด มีการทางานที่แตกต่างกันออกไป ประโยชน์ในการใช้งาน
ลักษณะการทางานก็แตกต่างกัน ในการเลือกใช้งานก็ต้องเลือกใช้เคร่ืองเล่ือยให้เหมาะสมกับงานที่
ตอ้ งการตัด ชนดิ ของเครอื่ งเลื่อยทคี่ วรรจู้ กั มีดังน้ี
2.1 เคร่อื งเล่ือยกลแบบชัก (Power Hack Saw) เปน็ เคร่ืองเลอ่ื ยทนี่ ิยมใช้กันมากในโรงงาน
เพราะใช้งา่ ย สะดวก และราคาไม่แพง ลักษณะการทางานจะทางานแบบชักเดินหน้าและถอยหลังกลับ
ลกั ษณะงานจะไดง้ านจังหวะเดียว อาจจะเป็นจังหวะเดินหน้าหรือถอยหลังกลับข้ึนอยู่กับการออกแบบ
ของเครื่องเล่ือยน้ันๆ สังเกตได้จากการชักของเครื่องเลื่อยถ้าจังหวะใดเป็นจังหวะยกแสดงว่าไม่ใช้
จังหวะงานเพราะใบเล่ือยไม่ตัดงาน จังหวะงานจะเป็นจังหวะท่ีไม่ได้ยก ในการใส่ใบเล่ือยจะต้องใส่ให้
ใบเลอ่ื ยเฉไปตามจงั หวะงาน เชน่ เคร่อื งเลื่อยมจี ังหวะงานในจงั หวะเดินหน้ากใ็ ส่ใบเลอื่ ยเฉไปข้างหนา้
โครงเล่อื ย สวิตช์เปิด-ปิด
(Frame) (Switch ON–OFF)
นา้ มันหลอ่ เย็น ระบบปอ้ นตดั
(Coolant)
มอเตอร์
ปากกาจบั ชิ้นงาน (Motor)
(Vise)
ฐานเครอ่ื ง แขนต้ังระยะตดั ชน้ิ งาน
(Cut off Gage)
(Base)
รูปท่ี 1.4 เครอ่ื งเลื่อยกลแบบชกั
ที่มา : http://maintenancebilers.myreadyweb.com
13
สว่ นประกอบที่สาคัญของเครือ่ งเลอื่ ยกลแบบชัก
2.1.1 ฐานเคร่ือง (Base) เป็นส่วนที่รองรับน้าหนักของเครื่อง ส่วนใหญ่ทาด้วย
เหลก็ หลอ่ มคี วามแข็งแรง
2.1.2 โครงเลอ่ื ย (Frame) สว่ นใหญท่ าด้วยเหลก็ หลอ่ เปน็ ท่ีจับยดึ ใบเล่ือยมีลักษณะ
เหมือนตัวยูคว่า ทางานโดยการชักเดินหน้าและถอยหลังเพื่อนาใบเลื่อยตัดชิ้นงาน จังหวะงานจะมี
จังหวะเดียว ในจังหวะยกจะไม่ใช่จังหวะงาน ในการเดินหน้าและถอยหลังกลับหนึ่งครั้ง เรียกว่า “คู่
จงั หวะชัก”
รูปที่ 1.5 โครงเลือ่ ย (Frame)
ที่มา : http://maintenancebilers.myreadyweb.com
2.1.3 ปากกาจบั ชน้ิ งาน (Vise) ส่วนใหญ่ทาดว้ ยเหล็กหล่อ ใช้สาหรับจับชิ้นงานท่ีจะ
นามาเล่ือยโดยท่ัวไปจะสามารถปรับเอียงเป็นมุมได้ประมาณ 45 องศา ใช้เอียงชิ้นงานเพื่อตัดงานเป็น
มุมต่างๆ
รปู ที่ 1.6 ปากกาจบั ชิ้นงานและการปรบั เอียงมุม
ทมี่ า : ปราศรยั ขนุ เพช็ ร. 2558
14
2.1.4 แขนตั้งระยะตัดช้ินงาน (Cut off Gage) ทาหน้าที่เป็นตัวต้ังตาแหน่งความยาวงาน เพื่อใช้ตั้ง
ระยะความยาวตดั ชิ้นงาน โดยไมต่ อ้ งเสียเวลามาวดั ชนิ้ งานทุกชิ้นในกรณีที่ต้องการตัดงานที่มีความยาว
ขนาดเดยี วกัน
รปู ท่ี 1.7 แขนต้งั ระยะตัดช้นิ งานและการใช้งาน
ทีม่ า : ปราศรยั ขนุ เพช็ ร. 2558
2.1.5 น้ามันหล่อเย็น (Coolant) จะประกอบไปด้วยป๊ัมน้ามันหล่อเย็นท่ีอยู่ภายใน
ฐานของเครื่องเล่ือยและถงั ใสน่ า้ มันหลอ่ เย็นโดยฉีดผ่านท่อนา้ มันหล่อเยน็ ขณะทาการตัดช้ินงาน
ท่อน้ามันหล่อเยน็ ต่อมาจากปม๊ั วาลว์ เปดิ -ปิด นา้ มันหล่อเย็น
รูปท่ี 1.8 ระบบน้ามันหลอ่ เย็นและการใช้งาน
ท่ีมา : ปราศรยั ขนุ เพ็ชร.2558
15
2.1.6 ระบบป้อนตัด มีอยดู่ ว้ ยกนั 2 ชนิด คือ ชนิดใช้ลูกถ่วงน้าหนักและชนิดใช้น้ามันไฮดรอลิก ท้ัง 2
ชนิด ทาหน้าที่เหมือนกันคือป้อนตัด แต่หลักการทางานต่างกันตรงท่ีชนิดลูกถ่วงน้าหนักจะอาศัยแรง
ดึงดดู ของโลก ส่วนชนิดไฮดรอลกิ อาศัยแรงดนั จากน้ามัน
ลกู ถ่วงน้าหนกั
รปู ที่ 1.9 ระบบปอ้ นตัดชนดิ ใชล้ ูกถ่วงนา้ หนัก
ท่มี า : http://www.heavyequipment.in.th
ชดุ ปรบั แรงดนั น้ามนั ปั๊มไฮดรอลกิ
กระบอกสูบไฮดรอลกิ
รูปท่ี 1.10 ระบบปอ้ นตดั ไฮดรอลกิ
ทม่ี า : ปราศรยั ขนุ เพ็ชร. 2558
16
2.1.7 สวิตช์เปิด-ปิด, ปุ่มฉุกเฉิน (Switch ON–OFF, Emergency Button) เป็นชุด
เปิด-ปดิ เครอ่ื งเล่ือย และปุ่มฉุกเฉินใชป้ ิดเครื่องกรณีเกดิ อุบตั ิเหตุ
ป่มุ ฉุกเฉนิ
สวิตช์ เปิด-ปิด
รปู ท่ี 1.11 สวิตช์เปิด-ปิดและปุ่มฉุกเฉนิ
ทม่ี า : ปราศรัย ขุนเพ็ชร. 2558
2.1.8 มอเตอร์ (Motor) เปน็ เครื่องกลไฟฟา้ ชนดิ หนึง่ ทเี่ ปลี่ยนแปลงพลงั งาน
ไฟฟา้ มาเป็นพลังงานกล ทาหนา้ ทส่ี ง่ กาลังเพอ่ื ใหโ้ ครงเลอ่ื ยเคล่อื นท่ชี กั เล่ือยชนิ้ งาน
รูปท่ี 1.12 มอเตอร์ (Motor)
ท่ีมา : ปราศรยั ขนุ เพ็ชร. 2558
17
2.2 เคร่ืองเลื่อยสายพานนอน (Horizontal Band Saw) เครื่องมีลักษณะการทางานใน
แนวนอน ใบเลื่อยจะหมุนวนตัดชิ้นงานทุกฟันอย่างต่อเน่ือง สามารถปรับความเร็วของสายพานได้
เพอื่ ใหเ้ หมาะสมกบั ชนิ้ งาน การปอ้ นตัดช้ินงานสามารถป้อนตัดด้วยระบบไฮดรอลิก ก่อนนาใบเล่ือยมา
ใชต้ ้องนามาตดั ใหไ้ ดค้ วามยาวท่พี อดกี บั เคร่ืองเลื่อยนั้นๆ แลว้ เชอื่ มต่อให้เป็นวง
ฝาครอบลอ้ ตาม สวิตช์เปิด-ปิด แขนประคองใบเล่ือย
(Idler wheel guard) (Switch ON-OFF) (Saw-guide Arms)
ฝาครอบลอ้ ขบั
(Drive-wheel guard)
แขนปรบั ความตึงใบเลื่อย
(Bank tensioning)
แขนต้งั ระยะตดั ชิ้นงาน
(Cut off Gage)
ถาดรองเศษโลหะ ฐานเครื่อง (Base)
( Catch pan)
รปู ท่ี 1.13 เครือ่ งเล่ือยสายพานแนวนอน
ที่มา : www.topicstock.pantip.com
รปู ท่ี 1.13 ลกั ษณะการทางานของเครือ่ งเล่ือยสายพานนอน
ทม่ี า : http://www.108hardware.com
18
ส่วนประกอบทส่ี าคญั ของเครื่องเล่ือยสายพานนอน
2.2.1 ฐานเครือ่ ง (Base) เปน็ ส่วนรองรบั น้าหนักและยึดสว่ นประกอบต่างๆ ของ
ตวั เครือ่ งเลือ่ ยส่วนใหญ่ทามาจากเหล็กหล่อ
2.2.2 แขนตั้งระยะตัดช้นิ งาน (Cut off Gage) เปน็ อุปกรณต์ ัง้ ระยะความยาวในการ
ตัดชิ้นงานเท่าๆ กันจานวนหลายๆ ชนิ้ จะยึดตดิ อยู่กบั ตวั เครอื่ งเลอ่ื ยสามารถเลื่อน เขา้ -ออก ตามระยะ
ความยาวท่ีต้องการตัดชิ้นงานได้
แขนต้งั ระยะตดั
ช้ินงาน
รปู ที่ 1.14 แขนตั้งระยะตัดช้นิ งาน
ทมี่ า : www.allproducts.com
2.2.3 ถาดรองเศษโลหะ ( Catch pan) ใชเ้ ป็นชิ้นสว่ นรองรับเศษโลหะและชน้ิ งาน
ในขณะเล่ือยชน้ิ งาน
รูปที่ 1.15 ถาดรองเศษโลหะ ฝาครอบ
ทีม่ า : ปราศรยั ขุนเพช็ ร. 2558 ลอ้ ขับ
2.2.4 ฝาครอบล้อขบั (Drive-wheel guard)
2.2.5 ฝาครอบล้อตาม (Idler wheel guard)
ฝาครอบ
ล้อตาม
รปู ท่ี 1.16 ฝาครอบล้อขบั และล้อตาม
ทีม่ า : www.truck2hand.com
19
2.2.6 แขนปรับความตงึ ใบเลือ่ ย (Bank tensioning) มีลกั ษณะเปน็ มอื หมนุ ใช้ใน
การปรับความตึงของใบเลื่อย
แขนปรบั ความตึงใบเล่ือย
รูปท่ี 1.17 แขนปรับความตึงใบเลอื่ ย
ท่มี า : www.thaitechno.net
2.2.7 แขนประคองใบเล่อื ย (Saw-guide Arms) ทาหนา้ ที่ประคองใบเลื่อยไมใ่ หเ้ กดิ
การบดิ ตัวขณะทาการเล่ือยช้ินงาน
แขนประคองใบเลื่อย
รูปท่ี 1.18 แขนประคองใบเล่อื ยและลกั ษณะการทางาน
ท่ีมา : www.hero.co.th
รปู ท่ี 1.19 ลกั ษณะใบเล่ือยสายพาน
ทีม่ า : http://www.thepnakornamata.com
20
ขน้ั ตอนการถอดและใสใ่ บเลื่อยเครือ่ งเล่ือยสายพานนอน
1. ปิดระบบไฟฟ้าของเครือ่ งเลอื่ ยสายพานนอน
รปู ท่ี 1.20 การปดิ ระบบไฟฟ้าของเครอื่ งเลื่อยสายพานนอน
ทมี่ า : https://www.youtube.com/watch?v=Lk_IEak9GLY
21
2. ยกโครงเล่ือยสายพานนอนข้นึ ในแนวต้ังฉากกับฐานเคร่ืองเลื่อย
รูปที่ 1.20 การยกโครงเล่ือยสายพานนอน
ทม่ี า : https://www.youtube.com/watch?v=Lk_IEak9GLY
3. เปิดฝาครอบลอ้ ขับและล้อตามของเครื่องเล่ือยสายพานนอนออก
รูปที่ 1.20 การเปิดฝาครอบล้อขบั และล้อตาม
ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=Lk_IEak9GLY
22
4. ปรับเกลียวมือหมุนแขนปรับความตงึ ใบเล่ือยให้ใบเล่ือยสายพานนอนหย่อนและสามารถ
ถอดออกได้งา่ ย
รูปที่ 1.20 การปรับเกลยี วมือหมุนแขนปรบั ความตึงใบเลื่อย
ทีม่ า : https://www.youtube.com/watch?v=Lk_IEak9GLY
5. ถอดใบเลื่อยสายพานแนวนอนออกจากลอ้ ขับและล้อตาม
รปู ที่ 1.20 การถอดใบเล่ือยสายพานแนวนอน
ท่ีมา : https://www.youtube.com/watch?v=Lk_IEak9GLY
23
6. การใสใ่ บเลื่อยสายพานแนวนอนให้เรม่ิ จากการใส่ท่ลี ้อขับก่อนแล้วทาตามข้นั ตอน
ที่ 5 ไปขั้นตอนที่ 1
รูปที่ 1.20 การใส่ใบเลื่อยสายพานแนวนอน
ทม่ี า : https://www.youtube.com/watch?v=Lk_IEak9GLY
2.2.8 สวติ ซเ์ ปดิ -ปิด (Switch ON-OFF) มีหนา้ ท่ี เปิดและปดิ ระบบวงจรไฟฟา้ เพอ่ื
ควบคุมการทางานของเคร่อื งเลือ่ ยสายพานแนวนอน
2.3 เคร่ืองเล่ือยสายพานแนวตั้ง (Vertical Band Saw) เครื่องเลื่อยสายพานชนิดน้ีมี
ตัวเครื่องเป็นลักษณะแนวตั้ง สามารถตั้งความเร็วของใบเล่ือยได้เช่นเดียวกับการป้อนตัดจะป้อนตัด
ด้วยมอื โดยการป้อนช้ินงานเข้าหาใบเล่ือย ใบเล่ือยจะมีขนาดให้เลือกใช้หลายขนาดข้ึนอยู่กับลักษณะ
งาน เช่น งานต้องการเลื่อยเป็นแนวโค้งก็ต้องใช้ใบเลื่อยท่ีมีขนาดเล็ก การเลือกใช้ขนาดใบเล่ือยขึ้นอยู่
กับรัศมีงานที่จะเลื่อยว่ามีรัศมีความโค้งมากน้อยเพียงใด ก่อนนาใบเล่ือยมาใช้ต้องนาใบเลื่อยมาตัดให้
พอดีกับเครื่อง แล้วเชื่อมต่อใบเล่ือยด้วยชุดเชื่อมท่ีติดมากับเครื่องก่อนทาการอบอ่อน (Annealing) ที่
ติดมากับเครื่องเช่นเดียวกัน เพ่ือเป็นการคลายความเครียดแนวเช่ือมไม่ให้ใบเล่ือยแตกหักขณะที่ใบ
เลือ่ ยดัดโคง้ งออยบู่ นล้อสง่ กาลงั
24
สวติ ชเ์ ปิด-ปิด หวั เครอื่ ง (Head)
(Switch ON-OFF)
เสาเครือ่ ง
(Column)
ชดุ ต่อใบเลื่อย ชดุ ประคองใบเล่อื ย
(Butt welder) (Saw guides)
ลอ้ หนิ เจยี ระไน โต๊ะงาน (Table)
(Grinder)
มอเตอร์ ฐานเครื่อง (Base)
(Motor)
รูปที่ 1.21 เคร่ืองเล่ือยสายพานแนวต้ัง (Vertical Band Saw)
ทม่ี า : www. tablesawgeeks.com
รปู ท่ี 1.13 ลกั ษณะการทางานของเคร่อื งเลื่อยสายพานตั้ง
ทม่ี า : http://www.108hardware.com
ส่วนประกอบที่สาคญั เครื่องเล่ือยสายพานแนวตง้ั
2.3.1 ฐานเคร่ือง (Base) เป็นส่วนที่ติดอยู่กับพื้นโรงงาน รองรับน้าหนักทั้งหมดของ
ตัวเคร่อื ง ภายในประกอบดว้ ยชดุ ส่งกาลังขับเคล่ือนใบเลือ่ ย ปมั๊ ลมทาหนา้ ทจี่ า่ ยลมระบายความร้อนให้
ชนิ้ งานและใบเลื่อยและยังเปน็ ตวั เปา่ เศษโลหะออกจากแนวเลอื่ ยทาใหเ้ ห็นเสน้ ที่ร่างแบบมาทาให้เลื่อย
ได้สะดวกขนึ้
25
ฐานเครือ่ ง
รูปท่ี 1.21 ฐานเคร่อื ง (Base)
ที่มา : www. tablesawgeeks.com
2.3.2 โต๊ะงาน (Table) เป็นส่วนท่ีใช้รองรับชิ้นงานที่นามาเลื่อย โดยทั่วไปสามารถ
เอยี งเปน็ มุมได้
โต๊ะงาน
รปู ที่ 1.22 โตะ๊ งาน (Table)
ที่มา : www. tablesawgeeks.com
26
2.3.3 ชุดประคองใบเล่ือย (Saw guides) เป็นอุปกรณ์ประคองใบเล่ือย เพื่อบังคับใบเลื่อยให้ว่ิงเป็น
แนวตรง
ชุดประคองใบเลื่อย
รูปที่ 1.23 ชดุ ประคองใบเลื่อยและการใช้งาน
ท่ีมา : www.neotools1.com
ข้ันตอนการถอดและใสใ่ บเล่ือยเครอื่ งเลื่อยสายพานแนวตง้ั
1. ปิดระบบไฟฟ้าและเปดิ ฝาครอบล้อขบั และลอ้ ตามของเครอ่ื งเล่ือยสายพานแนวต้งั ออก
รปู ที่ 1.25 การเปดิ ฝาครอบลอ้ ขับและลอ้ ตาม
ทมี่ า : https://www.youtube.com/watch?v=rxfZphxj2eM
27
2. ถอดโต๊ะงานออกจากเครอื่ งเลื่อยสายพานแนวตงั้ เพ่ือใหส้ ามารถทางานได้สะดวก
รูปที่ 1.25 การถอดโตะ๊ งาน
ทม่ี า : https://www.youtube.com/watch?v=rxfZphxj2eM
3. ปรับชดุ ประครองใบเล่ือยใหส้ ามารถถอดใบเลอื่ ยออกไดง้ า่ ย
รูปที่ 1.25 การปรบั ชุดประครองใบเลื่อย
ท่ีมา : https://www.youtube.com/watch?v=rxfZphxj2eM
4. ปลดตัวลอ็ คแขนปรบั ความตึงใบเลื่อยสายพานออก
28
รปู ที่ 1.25 การปลดตัวลอ็ คแขนปรบั ความตึง
ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=rxfZphxj2eM
5. ปรบั เกลยี วมอื หมุนแขนปรบั ความตงึ ใบเล่ือยให้ใบเล่ือยสายพานหย่อนและสามารถ
ถอดออกได้งา่ ย
รูปที่ 1.25 การปรบั เกลียวมือหมุนแขนปรบั ความตึงใบเล่ือย
ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=rxfZphxj2eM
29
6. ถอดใบเลือ่ ยสายพานออกจากลอ้ ขบั และลอ้ ตาม
รูปท่ี 1.25 การถอดใบเลื่อยสายพาน
ทมี่ า : https://www.youtube.com/watch?v=rxfZphxj2eM
7. การใส่ใบเล่ือยสายพานให้เรม่ิ จากการใส่ที่ล้อขบั ก่อนแลว้ ทาตามข้นั ตอนท่ี 6
ไปขน้ั ตอนท่ี 1
รูปที่ 1.25 ขน้ั ตอนการถอดและใสใ่ บเลอ่ื ยเครอ่ื งเลื่อยสายพานแนวตงั้
ท่มี า : https://www.youtube.com/watch?v=rxfZphxj2eM
30
2.3.4 หัวเครื่อง (Head) จะเป็นส่วนประกอบท่ียึดของล้อตาม ตัวประคองใบเล่ือย
และโคมไฟสอ่ งสว่าง
หวั เครื่อง ล้อตาม
ชุดประคองใบเลอื่ ย
ลอ้ ขับ
รปู ท่ี 1.26 หวั เครื่อง ลอ้ ขับ ลอ้ ตามและตวั ประคองใบเลือ่ ย
ท่ีมา : www. tablesawgeeks.com
2.3.5 ล้อหินเจียระไน (Grinder) ใช้สาหรับเจียระไนตกแต่งแนวเชื่อมของใบเลื่อย
สายพาน
ลอ้ หินเจยี ระไน
(Grinder)
รปู ที่ 1.27 ล้อหินเจียระไนตกแต่งแนวเชื่อม
ท่ีมา : www.tablesawgeeks.com
31
2.3.6 ชุดต่อใบเลอ่ื ย (Butt welder) ใช้สาหรับต่อใบเลอื่ ยในกรณีนาใบเล่ือยมาใช้
ใหมห่ รอื กรณเี ล่อื ยชน้ิ งานท่เี ปน็ รูใน จะตอ้ งเจาะชนิ้ งานแลว้ นาใบเลือ่ ยรอ้ ยใส่แลว้ นาใบเลือ่ ย
มา
เชื่อมตอ่ มีอยู่ด้วยกนั 2 แบบ คอื แบบทต่ี ดิ มากบั เครื่องเลื่อยและแบบแยกจากเครือ่ งเล่อื ย
รปู ท่ี 1.28 แบบติดกบั เคร่ืองเลือ่ ย รูปท่ี 1.29 แบบแยกกับเครื่องเล่ือย
ที่มา : www. tablesawgeeks.com http://www.arkarnsin.com
2.3.7 เสาเคร่ือง (Column) เป็นส่วนท่ีต่อจากฐานเครื่องเป็นแนวต้ัง และรองรับชุด
หัวเครอ่ื ง ด้านหน้าของเสาเครื่องจะมีชุดเช่ือมต่อใบเลื่อย และชุดอบอ่อนใบเล่ือย (Annealing) ติดอยู่
เพื่อใชใ้ นการตดั ตอ่ ใบเล่อื ย กรณใี บเลือ่ ยไม่คมจะตอ้ งเปลี่ยนใบเลื่อยใหม่ เพราะใบเล่ือยท่ีซ้ือมาจะเป็น
กล่องซ่ึงมคี วามยาวมาก ต้องตัดใบเลื่อยใหไ้ ด้กบั ความยาวท่ีต้องการใช้งาน
2.3.8 มอเตอร์ (Motor) เปน็ ตัวต้นกาลังส่งกาลงั ไปยังลอ้ ส่งกาลงั เพื่อใช้ขับใบเล่ือยให้
เคลื่อนทต่ี ัดช้นิ งาน
มอเตอร์ (Motor)
แบบติดต้งั ภายในฐานเคร่ือง แบบตดิ ต้ังนอกฐานเคร่ือง
รูปที่ 1.30 มอเตอร์และตาแหน่งทต่ี ิดต้งั
ทม่ี า : http://tools-guru.com
32
2.3.9 สวิตช์เปิด-ปิด (Switch ON-OFF) มีหน้าที่ เปิดและปิด ระบบวงจรไฟฟ้าเพื่อ
ควบคมุ การทางานของเคร่ืองเลื่อยสายพานแนวตั้ง
2.4 เครอ่ื งเล่ือยวงเดือน (Circular Saw) เคร่ืองเลื่อยวงเดอื น เป็นเครื่องเล่อื ยท่ีใบเล่ือยเป็น
วงกลม มฟี ันรอบๆ วง สามารถตัดชนิ้ งานได้อยา่ งต่อเนื่อง มักเป็นชิ้นงานบางๆ เชน่ อะลูมเิ นียมและ
ทองเหลือง สามารถตัดงานได้ทงั้ ลักษณะตรงและเอยี งเป็นมุม
สวิตช์เปิด-ปิด มือจบั
ฝาครอบใบเล่ือย มอเตอร์
ใบเล่อื ย
ถงุ ดกั ฝุน่
ฝาครอบนิรภยั
แขนยึดชิน้ งาน
แขนรองรบั
แขนรองรับ ชิ้นงาน
ชนิ้ งาน
โตะ๊ งาน
รูปท่ี 1.30 เคร่อื งเล่ือยวงเดือน
ทีม่ า : https://www.toolmania.cl
รูปท่ี 1.30 ลักษณะเครื่องเลื่อยวงเดือนแบบตา่ งๆ
ที่มา : https://www.pasiso.com และ http://www.ebay.com/bhp/dewalt-miter-saw
33
รปู ที่ 1.30 เครื่องเลื่อยวงเดือนและการใชง้ าน
ทม่ี า : https://www.toolmania.cl
รูปที่ 1.30 ลกั ษณะการใช้เคร่อื งเลอ่ื ยวงเดือนในการตัดมุมเอียง
ทีม่ า : http://nakornkaserm.tarad.com
สว่ นประกอบท่ีสาคัญเครอ่ื งเล่ือยวงเดอื น
2.4.1 มือจบั (Handle) จะประกอบด้วยสวิตช์ เปดิ -ปดิ และสวติ ชน์ ริ ภัยใชเ้ ป็นที่จับ
สาหรบั ผู้ปฏิบตั ิงานเพอ่ื ควบคุมการนาใบเล่ือยวงเดือนเขา้ ตัดชน้ิ งาน
2.4.2 มอเตอร์ (Motor) เป็นเครอ่ื งกลไฟฟ้าชนดิ หน่ึงทเ่ี ปลี่ยนแปลงพลงั งาน
ไฟฟา้ มาเป็นพลังงานกล ทาหน้าทสี่ ่งกาลงั ขบั ให้เครอ่ื งวงเดอื นสามารถตัดชิ้นงานได้
2.4.3 ใบเล่ือย (Saw Blade) ใบเล่ือยของเคร่ืองเลื่อยวงเดือนมีลักษณะเป็นแผ่น
วงกลมมีฟนั ลอ้ มรอบ ทาหน้าทต่ี ัดช้ินงานให้ขาดออกจากกัน ส่วนมากผลิตจากเหล็กกล้ารอบสูง (High
Speed Steel)
ใบเลือ่ ย
ชิ้นงาน
รูปท่ี 1.30 ใบเลือ่ ยวงเดือนและการใช้งาน
ทมี่ า : https://th.aliexpress.com และ http://www.rotopino.fr
34
2.4.4 ฝาครอบใบเลอ่ื ย (Saw Blade Cover) ทาจากแผ่นโลหะข้ึนรปู มีลักษณะเปน็
ครึง่ วงกลมครอบอยสู่ ว่ นบนของใบเล่ือยวงเดอื นเพ่ือปอ้ งกันอันตรายจากใบเลอื่ ยและเศษโลหะ
2.4.5 ฝาครอบนริ ภัย (Cover) ทาจากแผ่นพลาสตกิ ใสมีลกั ษณะเปน็ ครึ่งวงกลม
ครอบอยู่ส่วนล่างของใบเล่ือยวงเดือนเพ่ือป้องกนั อนั ตรายจากใบเลอื่ ย สามารถเคลื่อนที่ เขา้ -ออก
ขณะปฏิบตั ิงานได้
2.4.6 ถุงดกั ฝุ่น (Dust Bag) ใช้สาหรับดัก กรองฝุ่น เศษโลหะหรอื เศษผงของชิ้นงาน
ขณะทาการตดั
2.4.7 แขนยดึ ชนิ้ งาน (Clamping arm) มลี ักษณะเป็นแขนย่นื มีเกลยี วท่ีปลาย
สามารถปรบั องศาและเลื่อนข้ึนลงไดเ้ พื่อยดึ ชิ้นงานกบั โตะ๊ งาน
2.4.8 แขนรองรับช้ินงาน (Arm support) ใชส้ าหรบั รองรับชน้ิ งานท่มี ีขนาดความ
ยาวใหส้ ามารถทางานบนเคร่ืองเลอื่ ยวงเดือนได้สะดวก
2.4.9 โตะ๊ งาน (Table) จะมีลักษณะมั่นคงแข็งแรงใช้สาหรบั รองรบั ชิ้นงานและ
รองรบั นา้ หนกั ท้ังหมดของเคร่ืองเล่อื ยวงเดือน
3. เคร่ืองมอื และอปุ กรณท์ ใี่ ช้กับเครอื่ งเล่ือย
3.1 ฐานรองรับช้ินงาน เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สาหรับรองรับชิ้นงานที่ยาวๆ เพ่ือป้องกันช้ินงานงัด
ใบเลือ่ ย ซึง่ อาจเปน็ สาเหตุทาให้ใบเลอื่ ยหักได้
ฐานรองรบั
ช้ินงาน
ชน้ิ งาน
รูปท่ี 1.31 ฐานรองรบั ช้ินงานและการใชง้ าน
ทีม่ า : ปราศรัย ขนุ เพช็ ร. 2558
35
3.2 ใบเลือ่ ยเครอ่ื งเลื่อยกลแบบชกั (Saw Blade) ทาหน้าท่ีตัดชิ้นงานให้ขาดออกจาก
กัน ส่วนมากผลิตจากเหล็กกล้ารอบสูง (High Speed Steel) ซึ่งมีความแข็งแต่เปราะ ดังน้ันการ
ประกอบใบเล่ือยเข้ากับโครงเลื่อยจะต้องประกอบให้ถูกวิธีและขันให้ใบเลื่อยตึงพอประมาณ เพื่อ
ป้องกนั ไมใ่ ห้ใบเล่อื ยหัก
รปู ที่ 1.32 ใบเล่อื ยและการใช้งาน
ที่มา : http://www.jomsiri.com
3.2.1 ความยาวของใบเลื่อย จะวัดจากระยะห่างระหว่างจุดศูนย์กลางของรูใบเล่ือย
ทีใ่ ชส้ าหรับประกอบใบเลื่อยเขา้ กบั โครงเคร่อื งเล่ือย ความยาวใบเล่ือยที่นิยมใช้กันโดยทั่วไปจะมีขนาด
450,500 และ600 มม. เปน็ ตน้
ความยาวของใบเลื่อย
รปู ที่ 1.33 การวดั ความยาวของใบเลื่อย
ทีม่ า : ปราศรยั ขนุ เพช็ ร. 2558
3.2.2 ความหยาบละเอียดของฟันใบเลื่อย ฟันของใบเลื่อยชักมีลักษณะเรียงกันและ
มีความห่างระหว่างยอดฟัน เรียกว่า ระยะพิตช์ (Pitch) ซึ่งระยะพิตช์น้ีจะกาหนดความหยาบหรือ
ละเอียดของฟันเลื่อย โดยนับจานวนฟันต่อความยาว 1 นิ้ว เช่น ใบเล่ือย 10 ฟัน/นิ้ว และ14 ฟัน/น้ิว
เป็นตน้
รปู ท่ี 1.34 การกาหนดความหยาบละเอยี ดของฟนั เลื่อย
ทีม่ า : อานาจ ทองแสน. 2556
36
ในการเลือกใช้ใบเลือ่ ย ต้องเลอื กใหเ้ หมาะสมกับวสั ดุช้นิ งานดังตัวอย่างในตารางท่ี 1.1
ตารางที่ 1.1 การเลือกใบเล่อื ยให้เหมาะสมกับวัสดชุ นิ้ งาน
จานวนฟนั /น้วิ วสั ดุทใี่ ช้เลื่อย
14, 16, 18 วสั ดอุ อ่ น เช่น ดีบกุ ทองแดง ตะกวั่ อะลมู ิเนียม พลาสติก เหลก็ เหนยี ว เปน็ ต้น
22, 24 วัสดุแขง็ ปานกลาง เชน่ เหลก็ หลอ่ เหลก็ โครงสร้าง ทองเหลอื ง เป็นต้น
32 วัสดุแขง็ มาก เช่น เหล็กทาเครอ่ื งมือ เหล็กกลา้ เจือ เป็นตน้
ท่มี า : อานาจ ทองแสน. 2556
3.2.3 มุมของฟันเล่ือย ในขณะเลื่อยช้ินงานฟันเลื่อยจะทาหน้าที่ตัดเฉือน
และคายเศษวสั ดุ โดยที่เศษวัสดุจะอย่ใู นร่องฟันเลอื่ ยและหลดุ ออกไปตามคลองเลื่อย ดังน้ันในการผลิต
ใบเลอื่ ยจงึ ประกอบด้วยมมุ ตา่ งๆ
รปู ที่ 1.35 ลักษณะฟันเลอ่ื ย รปู ที่ 1.36 มมุ ของฟนั เล่ือย
ทม่ี า : ปราศรยั ขนุ เพ็ชร. 2558 ทีม่ า : อานาจ ทองแสน. 2556
1) มุมล่ิม (β) เป็นมุมท่ีทาหน้าท่ีขูดตัดและปะทะกับเนื้อชิ้นงานโดยตรงถ้ามุมล่ิมนี้
มาก จะทาให้ฟันเลื่อยมีความแข็งแรง ดังนั้นจึงเหมาะสาหรับวัสดุชิ้นงานท่ีมีความแข็ง แต่ถ้ามุมลิ่ม
นอ้ ย ความแข็งแรงก็จะลดลงและเหมาะสาหรับวสั ดุชิน้ งานท่ีอ่อน
2) มมุ หลบหรอื มุมฟรี (α) เป็นมุมท่ีช่วยให้ฟันเล่ือยลดการเสียดสีกับชิ้นงาน โดยให้
คมฟันเลอ่ื ยตัดชนิ้ งานเพียงจดุ เดยี วและทาใหส้ ่วนอน่ื ๆ ของฟันเลอื่ ยไม่เสียดสกี บั ผวิ ของวัสดชุ ้ินงาน
3) มมุ คาย () เป็นมมุ ทีท่ าหน้าทีค่ ายเศษและชว่ ยให้ใบเลือ่ ยคายเศษออกได้ง่ายขนึ้
4) มุมตัด() เป็นการรวมกันของมุมหลบกับมุมลิ่ม (β + α) ซึ่งมุมน้ีจะทาให้ใบ
เล่อื ยเกดิ การตัดเนือ้ ช้ินงาน
37
ในการเลอื กใชม้ ุมของใบเล่อื ยนจ้ี ะต้องใหเ้ หมาะสมกบั วัสดชุ ้ินงานดังตวั อยา่ งในตารางที่ 1.2
ตารางท่ี 1.2 การเลือกใช้มมุ ใบเล่ือยให้เหมาะสมกบั วัสดุช้นิ งาน
มุมใบเล่ือย ตัวอย่างวัสดุชน้ิ งาน
มมุ ฟรี (α) วสั ดุออ่ น วัสดุแข็ง
มุมล่มิ (β) 40 องศา 40 องศา
มุมคาย () 45 องศา 50 องศา
5 องศา 0 องศา
ทมี่ า : อานาจ ทองแสน. 2556
3.2.4 คลองเลื่อย ในขณะปฏิบัติงานเล่ือย ใบเลื่อยที่ติดแน่นอยู่ในร่องจะเกิดการ
เสียดสีกับผิวช้ินงานในขณะเคลื่อนท่ีไป - กลับ ทาให้เกิดความร้อนและอาจทาให้ใบเลื่อยหักได้ ดังน้ัน
ใบเล่ือยจึงมีการจัดฟันเพ่ือให้เกิดคลองเลื่อยในขณะเล่ือยช้ินงานและลดแรงเสียดทานขณะเล่ือย โดย
เมื่อจัดฟันแล้วจะทาให้ฟันเล่ือยกว้างกว่าใบเลื่อย ซ่ึงเรียกว่า คลองเล่ือย การจัดฟันเล่ือยมีอยู่ 3 แบบ
คือ แบบคล่ืน แบบตรง และแบบสลับ โดยท่ีแบบสลับน้ีใช้สาหรับใบเลื่อยกล ส่วนแบบคลื่นและแบบ
ตรงจะใช้สาหรบั ใบเล่ือยมอื
คลองเล่อื ย
(ก) แบบคลนื่
(ข) แบบตรง
(ค) แบบสลับ
ชนิดของคลองเล่ือย
รปู ที่ 1.37 คลองเล่ือยและชนิดของคลองเลื่อย
38
ทม่ี า : อานาจ ทองแสน. 2556
3.3 ใบเลือ่ ยสายพาน (Band Saw Blades) ทาหน้าท่ีตดั เฉือนชนิ้ งานให้ขาดออกจากกัน
การเลือกใช้ใบเลอื่ ยสายพานจะมขี ้อพิจารณาอยหู่ ลายอยา่ ง ดงั นี้ ประเภทวสั ดขุ องใบเลือ่ ย ประเภท
ฟัน จานวนฟัน การเรียงตัวของฟัน ความหนาใบเลื่อยและความกวา้ งของใบเล่ือย ทุกอย่างส่งผลถงึ
ประสทิ ธภิ าพการเลื่อยและอายกุ ารใช้งาน
รูปที่ 1.19 ลักษณะใบเลื่อยสายพาน
ทมี่ า : http://www.thepnakornamata.com
3.3.1 วัสดุของใบเลื่อย (Band Saw Blade Material Type) ในงานตัดโลหะเรา
มักจะพบใบเลื่อยทาจากวัสดุอยู่ 3 ประเภท ซ่ึงทั้งสามประเภทจะมีความแตกต่างกันที่ความสามารถ
ในการตดั และอายกุ ารใช้งานและยงั รวมไปถึงราคาอีกด้วย คอื
3.3.1.1 ใบเล่ือยฟันคาร์ไบด์ จะมีราคาท่ีสูงสุดในทั้ง 3 ประเภท แต่ก็
เพราะเป็นใบเล่ือยท่ีตัดงานโลหะเข้าได้สบายท่ีสุดและมีอายุการใช้งานสูงสุดท่ีฟันของใบเล่ือยทาจะ
Tungsten Carbide ซ่ึงมีความแข็งท่ีสูงมากและทนอุณหภูมิได้สูงมากอีกด้วย ฟันคาร์ไบด์เชื่อมติดอยู่
บนใบเลื่อยเหล็ก ด้วยเหตุผลเหล่าน้ีใบเลื่อยประเภทนี้จึงมักถูกนามาใช้ในอุตสาหกรรมหนักท่ีต้องการ
ตัดอย่างตอ่ เน่อื งและรวดเรว็ และทดต่อการสึกหรอได้อย่างดี
3.3.1.2 ใบเล่ือย Bi-Metal เป็นชนิดที่ใช้กันแพร่หลายมากที่สุดในการตัด
โลหะโดยเฉพาะเหล็กเนือ่ งจากมรี าคาท่ีไม่สูงมากแต่อายุการใช้งานคงทน ฟันของใบเล่ือยประเภทน้ีทา
มาจากเหล็ก High Speed ซึ่งมีความแข็งสูงกว่าเหล็กคาร์บอนท่ัวไปและสามารถรับแรงกระแทกจาก
การตัดได้ดีกว่า ส่วนบริเวณลาตัวของใบเลื่อยทามาจากเหล็กคาร์บอนเพื่อลดการแตกหักของใบเลื่อย
และช่วยให้การเชือ่ มใบเล่อื ยงา่ ยขน้ึ ช่ือท่ีมักใช้เรียกกันของใบเลื่อย Bi-Metal ในท้องตลาดคือใบเลื่อย
M42
3.3.1.3 ใบเล่ือยเหล็กคาร์บอน เหมาะสาหรับงานที่เป็นวัสดุน่ิมๆ เช่น
อลูมิเนียม ไม้ หรือพลาสติก หรือเป็นงานที่ตัดไม่หนักหรือต่อเนื่องมาก ใบเล่ือยเหล็กคาร์บอนก็
เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว ใบเล่ือยน้ีมีราคาถูกท่ีสุดเพราะทาจากเหล็กคาร์บอนท้ังตัว เป็นใบเล่ือยที่
เช่ือมง่ายกว่าอีกด้วย และยังมีการแยกประเภทลาตัวอีกด้วยคือ ใบแข็งและใบอ่อน ซ่ึงแตกต่างกันท่ี
ความแข็งของลาตัวใบเล่ือย แบบแข็งหรือ Hardback จะเหมาะกับการตัดตรงๆ มากกว่าเพราะใบ
เลื่อยที่แข็งก็จะบิดตัวได้ยากกว่า และใบเลื่อยแบบอ่อน หรือ Flexback ก็จะเหมาะกับการตัดตามรูป
ตา่ งเพราะสามารถบิดตัวได้มากกว่า
39
3.3.2 ประเภทฟัน (Tooth Forms) รูปร่างของฟันใบเล่ือยมีหลายแบบขึ้นอยู่กับ
ประเภทวัสดทุ ี่นามาตัดไมว่ า่ จะเป็น โลหะ ไม้ ยาง พลาสติก หรือเนื้อสัตว์ แต่หลักๆ ท่ีใช้กันท่ัวไปจะมี
อยู่ 3 ประเภท ข้อแตกต่างของทั้ง 3 ประเภทน้ันอยู่ท่ีช่องว่างระหว่างฟันและองศาของคมตัด ดังน้ัน
เราต้องเข้าใจความหมายของทั้งคู่ก่อน ช่องว่างระหว่างฟันหรือ Gullet มีหน้าท่ีในการคลายเศษออก
จากใบเล่ือย ยิ่งกว้างเศษก็ย่ิงออกง่ายแต่จานวนฟันท่ีใช้ตัดก็จะถี่น้อยลง องศาของคมตัดหรือ Rake
Angle ของใบเล่ือยก็เหมือนกับของมีดกลึงซึ่งมีผลต่อแรงตัด ยิ่งองศามากคมตัดก็จะค่อยๆ เข้าหางาน
แทนทจ่ี ะตดั งานทง้ั หนา้ คมตัดในทเ่ี ดียวในกรณีท่ีองศาคมตัดเท่ากบั 0
รูปที่ 1.34 ประเภทฟันเลือ่ ย
ทม่ี า : https://www.thaimachinist.com
3.3.2.1 Standard tooth น้ันเป็นแบบท่ีใช้กันท่ัวไป มีช่องว่างระหว่างฟัน
น้อยและ rake angle เป็น 0 ซ่ึงทาให้ตัวใบเลื่อยมีความแข็งแรงจึงเหมาะกับงานโลหะที่แข็ง เช่น
เหล็ก ทองเหลอื งชนิดแขง็
3.3.2.2 Skip tooth คลา้ ยกับแบบ standard มี rake angle เทา่ กัน 0
เทา่ กนั แต่มี gullet ทีก่ ว้างกว่าซ่งึ ทาใหจ้ านวนฟันมีน้อยกว่าแตเ่ ศษคลายออกไดด้ กี วา่ เหมาะสาหรบั
งานที่นมิ่ เช่น อลูมิเนียมหรอื ทองเหลืองทวั่ ไป
3.3.2.3 Hook tooth มี gullet ทีก่ ว้างเหมือนกนั แต่แตกต่างกันท่ี rake
angle มากกวา่ 0 จงึ ทาใหส้ ามารถแก้ปญั หางานละลายติดทคี่ มตัดไดด้ ี
3.3.3 จานวนฟัน (Pitch) Pitch ของใบเลื่อยบ่งบอกถึงความถ่ีของฟันบนใบเล่ือย
วิธีการระบุค่าของจานวนฟัน คือ จานวนฟันต่อระยะหนึ่งน้ิว ตัวอย่าง เช่น ใบเลื่อย Pitch เท่ากับ 10
หมายถึง ในระยะความยาว 1 นิ้วใบเล่อื ยมที ้งั หมด 10 ฟัน การเลือกจานวนฟันน้ันข้ึนอยู่กับความหนา
ของงานท่ีต้องการเล่ือย การเลือกแบบง่ายๆ คือ ในการตัดควรมีอย่างน้อย 3 ฟันอยู่ในเน้ือชิ้นงาน
40
ตลอดเวลา แต่ถ้าให้ดีควรเลือกตามตารางท่ีระบุไว้จากผู้ผลิตใบเล่ือย จานวนฟันมีทั้งแบบจานวนคงท่ี
และจานวนไม่คงที่ แบบจานวนฟันคงท่ี (Constant Pitch) คือระยะห่างของฟันทุกฟันจะเท่าๆกัน
ทงั้ หมด แต่แบบไม่คงท่ี (Variable Pitch) ระยะห่างระหว่างฟันจะเปล่ียนไปเร่ือยจากขนาดที่เล็กที่สุด
และใหญท่ ่สี ุดท่รี ะบุไวใ้ นค่า Pitch ซ่ึงชว่ ยให้ลดการส่นั สะท้านของใบเล่อื ยได้
รปู ที่ 1.34 การเลอื กขนาดฟันเลอ่ื ยตามความยาว
ทม่ี า : http://www.fem-thailand.com
รูปท่ี 1.34 การเลือกขนาดฟันเลอ่ื ยตามความหนา
ที่มา : http://www.fem-thailand.com
41
3.3.4 การเรียงตัวของฟัน (Set) การเรียงตัวของฟันใบเลื่อยมีหลักๆ อยู่ 3 แบบ แต่
ละแบบไดร้ ับการออกแบบเพอื่ ให้ตดั ชน้ิ งานทมี่ ลี ักษณะไม่เหมอื นกันดังน้ันเราควรเลือกให้ถูกก่อนนาใบ
เลื่อยมาใช้งานเพราะจะส่งผลโดยตรงกับอายกุ ารใช้งานของใบเล่ือย
รูปท่ี 1.34 การเรียงตวั ของฟันเลือ่ ย
ท่มี า : https://www.thaimachinist.com
3.3.4.1 Raker set มีลักษณะการเรียงตัวแบบชุดละสามฟัน ในแต่ละชุด
ฟันจะเรียงจากฟันที่เฉียงซ้ายและฟันต่อไปเฉียงขวาและฟันต่อมาอยู่ตรง การเรียงตัวแบบนี้เหมาะกับ
งานทม่ี ลี ักษณะตัน
3.3.4.2 Wavy set มีลักษณะเหมือนที่ชื่อบอกคือมีการเรียงตัวเป็นคลื่นซึ่ง
แต่ละฟันค่อยๆ เฉียงออกมากกว่าฟันก่อนหน้าและสลับทิศทางเหมือนดังคลื่น การเรียงตัวแบบน้ี
เหมาะกับงานประเภททคี่ วามหนาไม่เท่ากนั ทงั้ ตัว เช่น เหล็กโครงสร้าง ทอ่
3.3.4.3 Straight set มีลักษณะการเรียงตัวของฟันแบบเฉียงซ้ายขวาสลับ
ไปมา เหมาะกับงานทตี่ ัดง่าย เช่น อลมู เิ นียม
3.3.5 ความหนาของใบเลื่อย (Gage) Gage หมายถึง ความหนาของส่วนใบเล่ือยท่ี
ไมใ่ ชค่ มตดั ความหนาส่งผลถึงความแขง็ แรงของใบเล่ือย ยิ่งหนาก็ยง่ิ แขง็ แรง
ความหนาใบเล่ือย
รปู ท่ี 1.34 การวดั ความหนาของใบเล่ือย
ที่มา : ปราศรัย ขุนเพ็ชร. 2558
42
3.3.6 ความกว้างของใบเล่ือย (Blade Width) ความกวา้ งของใบเลอื่ ยถูกวัดจากหลัง
ของใบเล่อื ยถงึ ปลายของฟัน ใบเลื่อยย่ิงกว้างก็ยิ่งแข็งแรงไม่บิดงอหรือเอียงออกได้ง่าย ดังน้ันควรเลือก
ใบเลื่อยท่ีกว้างที่สุดท่ีเคร่ืองจะใส่ได้และกว้างที่สุดที่จะสามารถตัดรัศมีท่ีเล็กที่สุดของงานได้ ใบเลื่อยที่
กว้างมากกไ็ ม่สามารถทีจ่ ะบดิ ตวั เพ่อื ตัดรัศมีท่เี ล็กๆ ได้ผูผ้ ลติ ใบเลอ่ื ยส่วนใหญ่จะมีตารางบอกรัศมีที่เล็ก
ที่สดุ ของใบเลอ่ื ยแตล่ ะความกว้าง
ความกวา้ ง
ใบเลื่อย
รปู ที่ 1.34 การวัดความกวา้ งของใบเลือ่ ย
ที่มา : ปราศรยั ขนุ เพ็ชร. 2558 และ http://www.woodworkingthai.com
3.4 ใบเล่ือยวงเดือน (Circular Saw Blade) ใบเล่ือยของเคร่ืองเลื่อยวงเดือนมีลักษณะเป็น
แผ่นวงกลมมีฟันล้อมรอบ ทาหน้าท่ีตัดช้ินงานให้ขาดออกจากกัน ส่วนมากผลิตจากเหล็กกล้ารอบสูง
(High Speed Steel)
รปู ท่ี 1.34 ใบเลอ่ื ยวงเดือนและลกั ษณะฟันเล่อื ย
ทม่ี า : https://th.aliexpress.com และ http://www.woodworkingthai.com
3.4.1 ลักษณะของฟันใบเล่อื ยวงเดอื น โดยทั่วไปทนี่ ิยมใช้กนั มอี ยู่ 4 แบบ คอื
3.4.1.1 Flat Top Grind (FTG) หรือฟันแบบปลายเรยี บ บางครั้งเรยี กว่า
“Rakers” ใบเลื่อยแบบนจ้ี ะตัดไม้ด้วยลักษณะคล้ายสว่ิ เล็กๆ จานวนมาก มีการกดั ไม้และคายไม้ได้เร็ว
ตัดขวางเสยี้ นไม้ได้ไมเ่ รยี บร้อยเหมาะกบั การโกรกไม้ (ตดั ตามเส้ยี น) มากกวา่ ใบแบบน้จี ะทนกวา่ ใบ
ATB
3.4.1.2 Alternate Top Bevel (ATB) หรือฟันแบบเอียงสลับ : ฟันแบบน้ี
จะเอียงสลับกันไปมา และตัดผ่านไม้เหมือนใบมีดเล็กๆ มากกว่าสิ่ว จึงเฉือนเส้นใยของไม้ได้ดีกว่า
43
เหมาะกับการตัดขวางเส้ียนมากกว่า ใบอเนกประสงค์ส่วนใหญ่ท่ีเราได้มาพร้อมกับเลื่อยมักจะเป็นใบ
แบบน้ี
3.4.1.3 Combination (ATBR) (คือ ATB+Rakers) หรือฟันแบบผสมใบ
แบบนจ้ี ะมฟี ันเลื่อยแบบที่ประกอบดว้ ยชุดฟัน ชุดละ 5ซี่ โดยจะเป็น ATB 4 ซี่ FTG 1 ซี่ ฟันชุดแบบ
น้ี จะทาให้เราได้ท้องคลองเลื่อยที่เรียบร้อยกว่า เน่ืองจากมีฟัน TFG คอยเก็บท้องคลองเลื่อยให้ได้
เหลีย่ มสวยงามเสมอ
3.4.1.4 Triple-Chip Grind (TCG) หรือ ใบตัดพลาสติกและอลูมิเนียม ใบ
แบบนจ้ี ะมีจดุ เด่นตรงที่ความทนทานของฟันเลื่อย โดยจะมีฟันที่ทามุมท้ังสองด้านของฟัน ทาหน้าที่กัด
วัสดุออกบางส่วนก่อน สลับกับ ฟันแบบ FTG ที่ตามเก็บความเรียบร้อยของคลองเลื่อยอีกที ใบแบบน้ี
ใช้ในการตดั พลาสติก เช่นอะคริลกิ ได้ดเี น่ืองจากไมท่ าให้เกิดการแตกหรือกะเทาะระหว่างตัด
รปู ท่ี 1.30 ลักษณะฟนั แบบต่างๆ ของใบเลอื่ ยวงเดือน
ที่มา : https://meplushobby.com
3.4.2 ข้อพิจารณาในการเลอื กใช้ใบเลื่อยวงเดือน
3.4.2.1 ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางใบเล่ือย (Dia.) ท่ีสามารถจะใส่กับเล่ือยวง
เดือน หรือโต๊ะเล่ือยวงเดอื น เช่น 9 1/4", 10", 12" หรอื หน่วยเป็น mm เช่น 235mm
3.4.2.2 เสน้ ผ่านศูนย์กลางแกน (Arbor) เช่น 5/8"
3.4.2.3 จานวนฟัน ควรเลือกให้เหมาะสมกับงานท่ีนามาตัด เช่น ต้องการ
ตัดอะลมู เิ นยี ม ไมอ้ ดั ตามทางไม้ ตัดขวางไม้ ตัดพลาสตกิ ตดั เหลก็ ตดั แผ่นไฟเบอร์
3.4.2.4 Grind ก็คอื รูปแบบการวางฟันเลื่อย
3.4.2.5 Kerf ขนาดคลองเลือ่ ย ขนาดทีใ่ หญก่ วา่ กก็ นิ เนื้อไม้มากกวา่
3.4.2.6 Rake มุมองศา ในการจิกไม้ มีผลกับการต้านแรงเวลาตัดไม้ สร้าง
ความส่นั สะเทือนแบบทเี่ ราอาจจะไมร่ ู้สึก แต่มีผลกบั ความเหวอะของช้นิ งาน
44
4. การจับยดึ ชน้ิ งานสาหรบั งานเลือ่ ย
4.1 การจับช้ินงานท่ีมีรูปทรงแตกต่างกันช้ินงานที่มีรูปทรงแตกต่างกันจะมีวิธีการจับยึด
แตกต่างกัน ซ่ึงการใช้ปากกาจับช้ินงาน ผู้ปฏิบัติงานต้องคานึงถึงรูปร่างหน้าตัดของช้ินงานท่ีจะตัด
เพ่ือให้จับชิ้นงานได้มั่นคง เพราะถ้าหากจับชิ้นงานไม่แน่นพอแล้ว ชิ้นงานจะหลุดหรือเคล่ือนที่เป็น
สาเหตุใหเ้ กดิ อนั ตราย และทาใหใ้ บเล่อื ยหักได้
รปู ที่ 1.38 ลักษณะการจบั งานเหล็กรูปทรงแบบตา่ งๆ
ท่ีมา : อานาจ ทองแสน. 2556
4.2 การจบั ช้นิ งานท่มี ขี นาดส้นั กวา่ ปากกาจบั งาน ปากของปากกาไม่สามารถจะจับช้ินงานให้
แน่นได้ แรงกดของเกลียวยึดปากกาจะดันช้ินงานหลุด ส่งผลให้ใบเล่ือยจะหัก การจับงานที่ถูกวิธีปาก
ของปากกาจะต้องกดขนานกนั ทง้ั 2 ปาก ในการจบั ชิน้ งานสนั้ ให้ใชเ้ หลก็ ขนาดเดียวกันหนุนช่วยเพื่อให้
ปากของปากกาขนานกนั และขันยดึ ชนิ้ งานให้แนน่ เพ่ือไมใ่ ห้ช้ินงานหลดุ
จบั ชนิ้ งานผดิ วิธีทาให้
ปากกาไม่ขนาน
รปู ที่ 1.39 ลักษณะการจบั ชิ้นงานผิดวธิ ี
ท่มี า : ปราศรยั ขุนเพช็ ร. 2558
45
ใชเ้ หลก็ ท่ีมขี นาดเดียวกัน ใช้เพลาเกลยี วทต่ี ิดมากบั
กบั ช้ินงานช่วยหนนุ ปากกาช่วยหนุน
รูปท่ี 1.40 ลักษณะการจับชิ้นงานแบบถูกวธิ ี
ทม่ี า : ปราศรัย ขุนเพช็ ร. 2558
5. ข้ันตอนการทางานของเคร่ืองเลอ่ื ย
5.1 ตรวจสอบความพร้อมของเครอื่ งเล่ือยกลแบบชกั และอุปกรณใ์ ห้เรียบรอ้ ย
5.2 ยกโครงเลือ่ ยคา้ งไวก้ อ่ นทาการตดั ชน้ิ งาน
5.3 จับยึดชิ้นงานด้วยปากกาจับช้ินงานให้ถูกต้องตามรูปทรงของช้ินงาน โดยที่ยังไม่ขันแน่น
และให้สามารถเลอื่ นไป - มาได้
5.4 ปรับโครงเลอื่ ยลงใหฟ้ นั ของใบเล่อื ยหา่ งจากชนิ้ งาน ประมาณ 25 มม.
5.5 ปรับตงั้ ระยะความยาวชน้ิ งานโดยใช้บรรทดั เหล็กวดั ขนาด
5.6 จับยึดชิ้นงานดว้ ยปากกาจับชน้ิ งานให้แนน่ และม่ันคง
5.7 ปรับแขนตั้งระยะตัดช้ินงานโดยใช้บรรทัดเหล็กวัดขนาด (กรณีที่ต้องการตัดช้ินงาน
หลายๆชิ้นใหม้ คี วามยาวเทา่ กนั )
5.8 เปดิ สวิตช์เพือ่ ใหเ้ ครื่องเลอ่ื ยทางาน
5.9 ปรับระบบป้อนตดั ไฮดรอลกิ ใหโ้ ครงเลือ่ ยเล่อื นลงมาตัดช้นิ งานอย่างชา้ ๆ
5.10 ปรบั ท่อน้าหล่อเย็นให้นา้ ฉดี ตรงคลองเลอ่ื ยเพอ่ื ชว่ ยระบายความรอ้ น
5.11 รอจนกระท่งั เลอ่ื ยตดั ช้นิ งานขาดออกจากกนั
5.12 เมอ่ื ชิ้นงานขาดออกจากกนั แลว้ ใหย้ กโครงเลอื่ ยขึน้ เพื่อตัดชนิ้ งานช้ินต่อไป
5.13 หลังจากเลกิ ใช้งานแล้วทาความสะอาดเคร่ืองเลื่อยกลแบบชักให้สะอาดเรียบร้อย
6. ความปลอดภัยและการบารุงรกั ษาเคร่ืองเลื่อย
6.1 ความปลอดภยั ในการใช้งาน
6.1.1 ควรตรวจความพรอ้ มของระบบไฟฟ้าก่อนใช้งานทกุ คร้ัง
6.1.2 ควรตรวจสอบความตึงของใบเล่อื ยก่อนใช้งานทกุ ครงั้
6.1.3 ตอ้ งจบั ชน้ิ งานให้ถูกต้องและมั่นคงก่อนทาการเล่ือย
46
6.1.4 กอ่ นเปดิ สวิตช์เคร่ืองจะต้องยกใบเลื่อยใหห้ ่างจากชิ้นงาน ประมาณ 25 มม.
6.1.5 การปอ้ นตัดด้วยระบบไฮดรอลกิ มากเกินไปอาจทาใหใ้ บเลื่อยหักได้
6.1.6 การเล่ือยชน้ิ งานที่มคี วามยาวมากๆ ตอ้ งมีแท่นรองรับชนิ้ งานท่ีมีความแข็งแรง
ลูกกล้งิ
ชิ้นงาน
เกลียวปรบั ความสูง ฐานรองรับงาน
รูปท่ี 1.41 ลกั ษณะฐานรองรับชิน้ งานทีม่ ีความแข็งแรง
ทมี่ า : ปราศรยั ขนุ เพ็ชร. 2558
6.1.7 ขณะเครื่องเลื่อยกลแบบชักตัดชิ้นงาน ห้ามหมุนคลายปากกาจับชิ้นงานออก
โดยเดด็ ขาด
6.1.8 เครอื่ งเลอ่ื ยวงเดือนเกดิ อนั ตรายได้ง่าย ใหใ้ สฝ่ าครอบใบเลื่อยเสมอ
6.1.9 เมอื่ ช้ินงานใกล้ขาดควรใชแ้ รงควบคมุ ตัดเครือ่ งเลอ่ื ยวงเดือนเพียงเล็กนอ้ ย
6.2 การบารุงรักษาเครือ่ งเลือ่ ย
6.2.1 ตรวจสอบสภาพความพร้อมของเคร่ืองเล่ือยทั้งก่อนใช้และหลังใช้ทุกครั้ง ถ้า
อปุ กรณ์ต่างๆ เกดิ การชารุดเสียหายจะตอ้ งซ่อมแซมทันทีเพือ่ ให้พร้อมใช้งานไดต้ ลอดเวลา
6.2.2 หลังเลิกใช้งานทุกครั้งให้ทาความสะอาดแล้วชโลมน้ามันบางๆ ตามช้ินส่วนที่
เป็นเหลก็ เพือ่ ปอ้ งกันสนิม
6.2.3 ควรเปลีย่ นถา่ ยนา้ มนั หลอ่ เยน็ ทกุ สปั ดาห์
6.2.4 หมั่นตรวจสอบสภาพชิ้นส่วนของเคร่ืองเล่ือยกลแบบชักและหยอดน้ามันตาม
จุดต่างๆ ทม่ี กี ารเคลอ่ื นที่
6.2.5 ใหห้ ม่ันตรวจการแตกร้าวของใบเล่อื ยวงเดอื น หรอื การยึดตดิ คมเล่อื ย
47
สรปุ
การเลื่อยแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือการเลื่อยด้วยมือ (Hand Sawing) เป็นงานเลื่อยช้ินงาน
จานวนไม่มาก และการเล่ือยด้วยเครื่องเล่ือยกล (Machine Sawing) เป็นงานเลื่อยชิ้นงาน
อุตสาหกรรมที่ต้องการชิ้นงานจานวนมากท้ังช้ินงานขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เคร่ืองเลื่อยกลแบ่ง
ออกเป็น 4 ชนิด คือ เครื่องเลื่อยกลแบบชัก เครื่องเลื่อยสายพานนอน เครื่องเล่ือยสายพานต้ังและ
เคร่ืองเล่ือยวงเดือน
เคร่ืองเลื่อยกลแบบชักเป็นเคร่ืองเลื่อยกลที่สามารถปฏิบัติงานได้สะดวกรวดเร็วแต่มีความ
เท่ยี งตรงตา่ กว่าเครอื่ งเล่อื ยสายพาน ผู้ปฏบิ ัติงานจงึ ต้องเลอื กใช้ชนดิ เครอ่ื งเลอื่ ยกลให้มีความเหมาะสม
กับลักษณะงาน และต้องศึกษาวธิ ีการใช้ หลักความปลอดภัย การบารุงรักษาในการใช้เคร่ือง อย่างถูก
วธิ ี เพอ่ื ปอ้ งกนั ความเสียหายของเคร่ืองและอบุ ตั เิ หตุในการทางาน
48
รหัสวชิ า ใบมอบงาน หน่วยท่ี :1
ชือ่ วิชา สอนคร้ังที่ :1
ชือ่ หน่วย : 2100-1008 จานวน : 8 ชั่วโมง
ช่อื เรอื่ ง : งานเครื่องมือกลเบ้ืองต้น จานวน : 1 ช่วั โมง
: เครอ่ื งเลือ่ ยกลและงานเล่ือย
: อภปิ รายเรอื่ ง เคร่ืองเลอ่ื ยกลและ
งานเลอ่ื ย
หัวข้อเรือ่ ง
อภิปรายหวั ขอ้ เรอื่ ง ชนิดและสว่ นประกอบของเครื่องเลื่อยกล เคร่อื งมือและอปุ กรณ์ท่ีใชก้ ับ
เคร่ืองเล่ือยกล ขน้ั ตอนการทางานของเคร่ืองเลื่อยกล ความปลอดภัยและการบารงุ รักษาเครื่องเล่ือยกล
เงือ่ นไข
ให้นกั เรียนแบ่งกลุ่มๆ ละ 4–5 คน ทกุ กล่มุ อภิปราย เรือ่ ง ชนดิ และสว่ นประกอบของเครอื่ ง
เลื่อยกล เคร่ืองมือและอปุ กรณ์ทใี่ ช้กับเครอ่ื งเลื่อยกล ข้นั ตอนการทางานของเคร่ืองเลื่อยกล ความ
ปลอดภยั และการบารงุ รกั ษาเครอื่ งเลื่อยกล พร้อมท้ังนาเสนอสรุปแนวคิดของกลุม่
สอ่ื การเรียนการสอน
1. สื่อส่งิ พิมพ์
1.1 ใบเน้ือหา เรื่อง เครื่องเลือ่ ยกลและงานเลื่อย
1.2 ใบมอบงาน
1.3 ใบสรุปผลการอภปิ ราย
1.4 แบบประเมนิ ผลการอภิปราย
2. สอ่ื โสตทศั น์
2.1 สอื่ Power Point เรอ่ื ง เครอ่ื งเล่ือยกลและงานเลื่อย
3. สอื่ ของจริง
3.1 เคร่อื งเล่ือยกลแบบตา่ งๆ
3.2 เครือ่ งมอื และอปุ กรณ์ที่ใช้กบั เครอ่ื งเลอื่ ยกล
49
รหสั วิชา ใบมอบงาน (ต่อ) หนว่ ยที่ :1
ช่ือวิชา สอนคร้งั ท่ี :1
ชื่อหน่วย : 2100-1008 จานวน : 8 ชว่ั โมง
ชือ่ เร่อื ง : งานเคร่ืองมือกลเบื้องต้น จานวน : 1 ชว่ั โมง
: เครื่องเลอ่ื ยกลและงานเล่ือย
: อภิปรายเร่ือง เครอื่ งเลื่อยกลและ
งานเลือ่ ย
ลาดบั ขน้ั ตอนการดาเนนิ งาน
1. แบง่ กลุ่มนักเรยี นอตั ราสว่ น 1:3:1 โดยคละคนเก่ง ปานกลางและอ่อน โดยให้นักเรยี นเลือก
ประธาน เลขานกุ าร
2. แต่ละกลมุ่ อภิปรายแนวคดิ เกย่ี วกบั เรื่อง ชนิดและสว่ นประกอบของเคร่ืองเลื่อยกล
เครอ่ื งมือและอุปกรณ์ท่ใี ช้กบั เคร่อื งเล่ือยกล ขัน้ ตอนการทางานของเครื่องเลื่อยกล ความปลอดภัยและ
การบารงุ รักษาเคร่ืองเลื่อยกล
3. ใหแ้ ต่ละกลมุ่ นาเสนอผลการอภปิ รายแนวคิดเก่ยี วกบั เร่ือง ชนดิ และส่วนประกอบของเคร่ือง
เลื่อยกล เคร่ืองมือและอุปกรณ์ท่ีใช้กับเครื่องเล่ือยกล ข้ันตอนการทางานของเครื่องเล่ือยกล ความ
ปลอดภัยและการบารุงรกั ษาเครอื่ งเลอื่ ยกล หนา้ ชน้ั เรียนตามใบสรปุ ผลการอภิปราย
เกณฑก์ ารประเมนิ
คะแนนรวมตามใบประเมนิ ผลใบมอบงาน ไมต่ ่ากวา่ ร้อยละ 60
50
ใบสรุปผลการอภปิ ราย
รหัสวชิ า : 2100-1008 หน่วยที่ : 1
ชอื่ วิชา
ช่อื หน่วย : งานเคร่ืองมือกลเบื้องต้น สอนครง้ั ท่ี : 1
ชอื่ เรอื่ ง
: เคร่อื งเลื่อยกลและงานเล่ือย จานวน : 8 ช่ัวโมง
: อภิปรายเร่อื ง เคร่ืองเล่ือยกลและ จานวน : 1 ชว่ั โมง
งานเล่ือย
ช่ือเรือ่ ง
1. ชนดิ และส่วนประกอบของเครื่องเล่ือยกล
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. เครือ่ งมือและอุปกรณ์ท่ีใชก้ ับเคร่ืองเล่ือยกล
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ข้ันตอนการทางานของเคร่ืองเลือ่ ยกล
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ความปลอดภัยและการบารุงรกั ษาเครอื่ งเล่ือยกล
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
ช่ือกลมุ่ ……………………………………………………………………………………………………..
สมาชกิ ในกลมุ่ 1………………………………………………………… 2………………………………………………….
3………………………………………………………… 4…………………………………………………..
5…………………………………………………………
ลงชอ่ื ....................................... ผปู้ ระเมนิ
(............................................)
.........../...................../..................