วชิ าเทคนคิ การเล้ยี งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
อาหาร คือสิ่งท่ีสัตว์น้ากินแล้วเกิดประโยชน์ต่อร่างกายโดย
ช่ วยซ่ อมแซมส่ วนท่ีสึ กหรอ ให้ พลังงานและช่ วยควบคุมให้
กระบวนการต่างๆ ในร่างการดาเนินไปตามหน้าท่ีส่ งผลให้สัตว์น้า
สามารถดารงชีวิตมกี ารเจริญเตบิ โตและสืบพนั ธ์ุได้อย่างปกติ
โภชนาการ เป็ นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ท่ีเก่ียวข้อง
กบั กระบวนการกนิ อาหาร และการเปลย่ี นแปลงทางฟิ สิกส์ และเคมี
ของอาหารและสารเคมีในร่ างกายรวมท้ังที่เกี่ยวข้ องกับการ พัฒนา
ของร่างกาย อนั เกดิ จากการใช้สารอาหารเพ่ือหล่อเลยี้ งเซลล์และ
เนื้อเยื่อและเพื่อควบคุมการทางานของอวยั วะต่างๆ
วิชาเทคนคิ การเลยี้ งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
ปลาต้องการอาหารท่ีมีคุณค่าทางโภชนาการ เพ่ือดารงชีพ
และการเจริญเติบโต ตลอดจนใช้พลังงานเพ่ือกิจกรรมต่างๆ
อาหารปลาโดยท่ัวไปแบ่งได้เป็ น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ
อาหารธรรมชาติ อาหารทีจ่ ดั เตรียมขนึ้
(Natural food) (Prepared feed)
วิชาเทคนคิ การเลย้ี งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
อาหารธรรมชาติ
(Natural food)
อาหารธรรมชาติ หมายถึง อาหารที่มีอยู่แล้วและเกิดขนึ้ เอง
ตามธรรมชาติในบ่อเลีย้ งปลา มีท้ังพืชและสัตว์ที่พบในบ่อท้ังที่มี
ชีวิตและตายแล้ว มีหลายชนิดและมีขนาดต่างๆ กนั ต้ังแต่ขนาด
เลก็ มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นหรือเห็นได้ยากจนถึงขนาดใหญ่ โดย
สามารถแบ่งเป็นกลุม่ ไดด้ งั น้ี
วชิ าเทคนคิ การเลีย้ งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
กลุ่มแพลงก์ตอน
ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย แ พ ล ง ก์ ต อ น พื ช แ ล ะ แ พ ล ง ก์ ต อ น สั ต ว์
เน่ืองจากมีขนาดเล็กและล่องลอยอยู่ทั่วไปในน้าตามความลึก
ต่างๆ จึงเหมาะทจี่ ะใช้เป็ นอาหารของสัตว์น้าวยั อ่อน
วิชาเทคนคิ การเลย้ี งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
กลุ่มพืชนา้
กลุ่มพืชนา้ ท่ีพบในบ่อแยกเป็ น 3 พวกใหญ่ๆ คือ พวกลอยนา้
พวกใต้น้า และพวกท่ีฝังรากใต้ดินและส่งส่วนใบ ดอก และบางส่วนของ
ลาต้นโผล่พ้นน้าแต่ละพวกมีหลายชนิด ท่ีพบบ่อยและมีความสาคัญ
ได้แก่
พวกลอยน้ำ ไดแ้ ก่ แหน (Lemna) ไขน่ ้ำ (Wolffia) จอก (Pistia)
และผกั ตบชวำ (Eichhornia)
วชิ าเทคนคิ การเล้ียงปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
พวกใตน้ ้ำที่ไมม่ ีรำก ไดแ้ ก่ สำหรำ่ ยต่ำงๆ (Ceratophyllum,
Myriophyllum, Utricularia)
พวกโผลพ่ น้ น้ำ ไดแ้ ก่ หญำ้ ต่ำงๆ เช่น หญำ้ ปลอ้ ง (Hyneachne)
หญำ้ แพรก (Paspalum) และหญำ้ ทรงกระเทียม (Eleocharis)
กลุ่มก้งุ ปู หอย และปลา
กล่มุ นีเ้ ป็ นกลุ่มที่มีขนาดโตกว่าอาหารมีชีวิตในกลุ่มอ่ืนๆ กินพืช
สัตว์ หรือท้งั พืชและสัตว์ขนาดเลก็ ทพี่ บในบ่อเลยี้ งสัตว์นา้ เป็ นอาหาร
กลุ่มกุ้ง ปู และหอย เป็ นอาหารของกลุ่มปลา ขณะเดียวกันสัตว์ใน
กลุ่มก้งุ ปู หอย และกลุ่มปลาด้วยกันเอง สัตว์ที่มีขนาดเล็กอาจเป็ น
อาหารของสัตว์ที่มีขนาดโต และมีนิสัยกนิ สัตว์เป็ นอาหาร
วิชาเทคนคิ การเล้ียงปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
กล่มุ สัตว์ทเี่ กาะอาศัยอยู่กลางนา้
สัตว์ที่เกาะอาศัยอยู่กลางน้า เป็ นตัวอ่อนระยะฟักออกจากไข่ใหม่ๆ
ชอบอาศัยอยู่บริเวณกลางน้าตามส่วนต่างๆ ของพืช โดยเฉพาะด้านบน
ของใบและส่ิงยึดเกาะอื่นๆ เช่น ดอกไม้ และก้อนหิน เป็ นต้น ที่พบมาก
เป็ นตัวอ่อนของหอยบางชนิด ตัวอ่อนของยงุ ตวั อ่อนของแมลงปอ และ
ตัวอ่อนของแมลงในน้าชนิดอื่นๆ สัตว์กลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็ นอาหารของ
ปลาทม่ี ีปากตรงและแคบ
วิชาเทคนิคการเลีย้ งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
กล่มุ แบคทเี รียและโปรโตซัว
แบคทเี รียและโปรโตซัวพบตามพืน้ ก้นบ่อ ในกล่มุ นีอ้ าจรวม
ส่วนท่ีเป็ นชีวอินทรีย์ขนาดเล็ก จากการย่อยสลายซากพืชและ
สัตว์และอนุภาคของดินและทราย หรือที่เรียกว่า detritus เข้าไว้
ด้วย
วชิ าเทคนคิ การเล้ียงปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
กลุ่มสัตว์หน้าดนิ
กล่มุ นีเ้ ป็ นสัตว์ท่อี าศัยอย่ทู พ่ี ื้นก้นบ่อ โดยอาจฝังตัวหรืออยู่บน
พืน้ ใต้วัสดุท่ีกองทับถมอยู่ตามก้นบ่อ ท่ีพบเป็ นประจาคือหนอนแดง
ไส้เดือน และตัวอ่อนของหอยชนิดต่างๆ ปลาที่กินสัตว์หน้าดินเป็ น
ปลาที่ชอบหากินตามพื้นก้นบ่อ ปลาในกลุ่มนี้มีปากต่าหรือแคบ
ตวั อย่าง เช่น ปลาไน และปลาเฉาดา
อาหารทีจ่ ัดเตรียมขนึ้
(Prepared feed)
อาหารทจ่ี ัดเตรียมขนึ้ หมายถงึ อาหารท่ีผู้เลีย้ งจัดทาหรือจัดหาให้
สัตว์น้ากิน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเพิ่มผลผลิตของสัตว์น้าให้สูงขึน้
พร้อมกบั ย่นระยะเวลาการเลยี้ งให้ส้ันลง
วิชาเทคนิคการเลยี้ งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
อำหำรที่จดั เตรยี มข้ึนแยกไดเ้ ป็ น 2 ประเภท คือ
1. อาหารสมบูรณ์ (Complete Feed) เป็ นอาหารที่มีสารอาหารท่ีสัตว์
น้าต้องการครบถ้วน และเพียงพอกับระบบการเลี้ยงสัตว์น้าแบบ
หนาแน่น การเลีย้ งในกระชังหรือในที่กักขังที่ไม่มีอาหารธรรมชาติ
หรือมีในปริมาณจากดั
2. อาหารสมทบ (Supplemental Feed) เป็ นอาหารท่ีให้สัตว์น้ากิน
เพม่ิ เติมจากอาหารธรรมชาติ จึงไม่จาเป็ นต้องมีสารอาหารครบถ้วน
เหมือนอาหารสมบูรณ์
วชิ าเทคนคิ การเล้ียงปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
อำหำรที่จดั เตรยี มข้ึนยงั สำมำรถแบ่งออกไดเ้ ป็ นอีก 2 กลม่ ุ
1. อาหารเดี่ยว (Single Feed) 2. อาหารผสม (Compound Feed)
เป็ นอาหารชนิดเดยี วทใ่ี ช้ตามลาพงั เป็ นอาหารท่ีประกอบด้วยวตั ถุดิบ
และแยกตามสภาพเป็ น 2 กลุ่มย่อย คือ ต้งั แต่ 2 ชนิดขนึ้ ไป ซ่ึงแยกออกเป็ น
2 กล่มุ ย่อย คือ
อำหำรสด อำหำรแหง้
อำหำรผสมเปี ยก
อำหำรผสมแหง้
วชิ าเทคนิคการเลย้ี งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
อำหำรสด
อาหารสด คือ พืชหรือสัตว์ ท้งั ที่มีชีวิตและตายแล้วแต่ยังอยู่
ในสภาพสด อาจเป็ นวัชพืช และส่ วนใบของพืชช้ันสูง เศษ
พืชผกั ต่างๆ สัตว์และชิน้ ส่วนของสัตว์ โดยจดั มาเลีย้ งสัตว์มื้อต่อ
มื้อ หรือวันต่อวัน ส่วนใหญ่ไม่มีการเก็บสารอง ตัวอย่างเช่น ไร
แดง ก้งุ ฝอย ปลาเป็ ด ไส้ไก่ หญ้าขน และใบมันสาปะหลงั
วชิ าเทคนคิ การเล้ยี งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
อำหำรแหง้
อาหารแห้ง คือ อาหารสดท่ีเปล่ียนสภาพโดยการตากแดดหรือ
ผ่านกระบวนการแปรรูปเป็ นอาหารท่ีอยู่ในสภาพแห้ง เช่น ปลาป่ น
ปลายข้าวและราข้าว เป็ นต้น
วชิ าเทคนิคการเล้ยี งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
อำหำรผสมเปี ยก
อาหารผสมเปี ยก ส่วนใหญ่เกิดจากการผสมกันระหว่าง
อาหารสดกับอาหารแห้งเช่น ปลาเป็ ดบดผสมราข้าว เป็ นต้ น
ส่วนใหญ่ใช้เลยี้ งปลาในสภาพหมาด และจัดเตรียมเฉพาะมื้อต่อ
มือ้ หรือวันต่อวัน ไม่นิยมเกบ็ สารองเช่นเดียวกบั อาหารสด
วชิ าเทคนคิ การเลย้ี งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
อำหำรผสมแหง้
อาหารผสมแห้ง ประกอบด้วยอาหารแห้งหลายชนิด
จัดทาให้ อยู่ในรู ปแบบที่สะดวกแก่ การนาไปใช้ ประโยชน์ ได้
ทันที และเหมาะแก่การเกบ็ สารองรักษาไว้ใช้เป็ นเวลานานๆ จึง
มักนิยมเรียกว่า อาหารสาเร็จรูป ซึ่งอาจใช้ในสภาพเปี ยกและ
สภาพแห้ง ท่ีใช้ในสภาพแห้งยังแบ่งออกเป็ นหลายชนิดตาม
ลักษณะของอาหารและอายุหรือขนาดของสัตว์น้าท่ีเลี้ยง คือ
เป็ นผง เป็ นเกลด็ เป็ นแผ่น และเป็ นเมด็
วิชาเทคนคิ การเล้ยี งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
วชิ าเทคนคิ การเล้ยี งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
รปู แบบของอำหำรสตั วน์ ้ำ
รปู แบบของอำหำรปลำ สำมำรถแบ่งออกอยำ่ งกวำ้ งๆ ได้ 2 รปู แบบ คือ
แบบเปี ยก
เป็ นอาหารท่ีผู้เลี้ยงปลาประกอบขึ้นเอง โดยวิธีการผสมวัสดุ
อาหารต่างๆ คลุกเคล้าให้เข้ากันด้วยแรงคนหรือใช้เคร่ืองบด และ
อาหารสดท่ีให้ปลากนิ โดยตรงวัสดุอาหารที่นิยมใช้ ได้แก่ ปลาเป็ ด รา
ข้าว ปลายข้าว กากเบียร์ กากถ่ัว กากมะพร้ าว เศษอาหารจาก
ครัวเรือน เครื่องในสัตว์ ผักบุ้ง ผักตบชวา แหน เป็ นต้น นอกจากนี้
ยงั มกี ารใช้มูลสัตว์บางชนิดเลยี้ งปลาอกี ด้วย
วิชาเทคนคิ การเลีย้ งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
แบบแห้ง
เป็ นอาหารทผี่ ้เู ลยี้ งปลาสามารถประกอบขนึ้ เองได้ ด้วยวธิ ีการ
ท่ีไม่ยุ่งยากซับซ้อน หรือซื้อจากบริษัทผู้ผลิตอาหารปลา ซึ่งมี
วิธีการผลิตที่ซับซ้อนมากขึน้ อาหารแห้งสามารถเก็บรักษาไว้ได้
เป็ นเวลานานสะดวก ในการใช้เลยี้ งและขนส่งไปยงั สถานท่ีต่างๆ
อาหารแห้งแบ่งออกได้ดงั นี้ คือ
อำหำรผง อำหำรชนิดเม็ดลอยน้ำ
อำหำรชนิดเม็ดจมน้ำ
วิชาเทคนคิ การเลีย้ งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
อำหำรผง
อา ห า ร รู ป แ บ บ นี้ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย วั ส ดุ อ า ห า ร ช นิ ด ต่ า ง ๆ ท่ี มี
ลักษณะแห้งและเป็ นผงละเอียดมาผสมรวมกัน และโรยให้ปลากิน
หรือผสมน้าป้ันเป็ นก้อนให้ปลากนิ หรืออาจผลิตมาในรูปผงละลาย
น้าใน ลักษณะคล้ายกับนมผงแต่มีสารเคลือบพิเศษให้อาหาร
สามารถแขวนลอยอยู่ในน้าและละลายน้าช้า ตัวอย่างของอาหาร
ได้แก่ สไปรูลินา หรือคลอเรลลาผง เม่ือจะใช้ก็นามาละลายน้าและ
สาดให้ลกู ปลากนิ
วชิ าเทคนิคการเลี้ยงปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
อำหำรชนิดเม็ดจมน้ำ
อาหารรูปแบบนี้เป็ นอาหารที่ทามาจากวัสดุอาหารชนิดต่างๆ
ผสมคลุกเคล้าหรือบดให้เข้ากันอาจต้องผสมน้าเลก็ น้อยเพื่อให้เปี ยก
ชื้น แล้วนามาผ่านเคร่ืองอัดเม็ดอาหารจะอัดออกมาในลกั ษณะเป็ น
ท่อน ๆ มขี นาดเส้นผ่าศูนย์กลาง และความยาวตามท่ีต้องการ อาหาร
ทีอ่ อกมาจากเคร่ืองใหม่ๆ มีความชื้นปนอยู่ ต้องนาไปผง่ึ ลมหรือแดด
ให้แห้ง จงึ จะเกบ็ รักษาไว้ได้นาน
วชิ าเทคนคิ การเลีย้ งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
อำหำรชนิดเม็ดลอยน้ำ
อาหารรูปแบบนี้ เป็ นอาหารที่มีส่วนประกอบเหมือนกับอาหาร
ชนิดเม็ดจมน้าแต่ มีกรรมวิธีการผลิตท่ีสลับซับซ้ อนกว่ า คือ
ก่อนอัดเม็ดต้องทาให้ส่ วนผสมของอาหารละเอียดและร้อนจนวัสดุ
อาหารประเภทแป้งขยายตัว แล้วจึงอัดผงอาหารด้วยแรงท่ีสูง อาหารที่
ออกจากเคร่ื องจะเบาและพองตัวและผิวนอกคลุมด้ วยแป้ งสุ กจึง มี
คุณสมบัติลอยน้าได้ ซึ่งอาหารเม็ดนี้เป็ นอาหารที่สมบูรณ์แบบ สาหรับ
อาหารปลาชนิดหน่ึง เพราะลอยน้าได้ ทาให้ผู้เลีย้ งปลาสามารถสังเกต
การ กิน อาห าร ของ ปล าไ ด้ ว่ า ปริ ม าณ อา หาร ท่ีใ ห้ เ พียง พอต่ อค ว า ม
ต้องการของปลาหรือไม่
วชิ าเทคนิคการเลีย้ งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
ขนั้ ตอนกำรผลติ อำหำรปลำ
ในการผลิตอาหารปลา เม่ือผู้เลี้ยงได้สูตรอาหารที่ดีและ
เหมาะสมกับความต้องการของปลาชนิดน้ันๆ แล้ว ก็ควรนาสูตร
อาหารผ่านข้นั ตอนกรรมวิธีการผลติ อาหารเมด็ เพื่อนาไปใช้เลยี้ ง
สัตว์น้าต่อไป การผลิตอาหารใช้เองในฟาร์ม และการผลิตจาก
โรงงานมีพื้นฐานเช่นเดียวกัน แต่อาจจะต่างกันในรูปแบบของ
เครื่องมือในการผลติ กาลงั ผลติ และการจดั การ
วิชาเทคนคิ การเล้ียงปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
สำหรบั ขน้ั ตอนกำรผลิตอำหำรปลำนนั้ มีกระบวนกำร
ทำอำหำรอยู่ 6 กระบวนกำร คือ
1. การทาให้ขนาดของวตั ถุดิบอาหารมีขนาดเลก็ ลง
2. การช่ังวตั ถุดิบอาหาร
3. การผสมวตั ถุดบิ อาหาร
4. การอดั อาหารเป็ นเม็ด
5. การลดความชื้น
6. การบรรจุ
วชิ าเทคนคิ การเล้ียงปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
วชิ าเทคนคิ การเล้ยี งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
1. การทาให้ขนาดของวตั ถุดิบอาหารมขี นาดเลก็ ลง
การบด (grinding)
การบดวัตถุดบิ อาหารสัตว์อาจมีท้ังชนิดท่ีไม่ต้องบดและบดให้ละเอียด
แต่ถ้าเป็ นการผลติ อาหารในโรงงาน ซึ่งมีการควบคุมอุณหภูมิอย่างดีจะบด
วัตถุดิบอาหารสัตว์ทุกประเภทให้มีขนาดละเอียดเท่ากันหมด แล้วแต่กรณี
สาหรับวตั ถุดบิ อาหารสัตว์จาพวกวติ ามนิ แร่ธาตุ และกรดอะมโิ นสังเคราะห์
จะมีขนาดละเอียดอยู่แล้วจึงไม่ต้อง นามาบดอีกและอีกท้ังความร้อนยัง
ทาลายอกี ด้วยดงั น้ันจึง นาไปผสมใช้ได้เลย โดยไม่ต้องบด
วชิ าเทคนคิ การเลี้ยงปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
2. การช่ังวตั ถุดบิ อาหาร
การชั่งน้าหนัก (weighing)
เม่ือผู้ผลิตทราบถึงปริมาณอาหารเม็ดที่จะผลิตจากสูตรอาหาร
แล้วกต็ ้องคานวณดูว่าถ้าต้องการผลติ อาหารเมด็ ให้ได้ปริมาณตามที่
กาหนดไว้จะต้องใช้วัตถุดิบแต่ละชนิดเป็ นส่วนผสมในปริมาณเท่าใด
จากน้ันจึงทาการแยกชั่งน้าหนักวัตถุดบิ อาหารสัตว์แต่ละชนิด
วชิ าเทคนคิ การเลยี้ งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
3. การผสมวตั ถุดิบอาหาร
การผสมวสั ดุอาหาร (mixing)
กล่าวคือ หลังจากการผสมแล้ว หากแบ่งส่วนผสมมาตรวจหาส่วนประกอบ
ของวัสดุอาหาร ส่วนผสมที่เกิดจากการผสมท่ีดี จะต้องมีวัสดุอาหารครบถ้วนท้ัง
ชนิดและปริมาณตรงตามท่ีระบุในสูตรอาหารก่อนการผสม การผสมวสั ดุอาหารอาจ
แบ่งเป็ น 2 ข้ันตอน คือ การผสมวติ ามินและแร่ธาตุ และการผสมวสั ดุอาหารอื่น การ
ผสมวิตามินและแร่ธาตุมักผสมเตรียมไว้ต่างหากก่อนการผสมวัสดุอาหารอื่น ๆ
เนื่องจากวิตามินและแร่ธาตุท่ีจะใส่เป็ นส่วนผสมในอาหารมีปริมาณน้อย จึงนิยม
ผสมวติ ามินหรือแร่ธาตุกบั วสั ดุอาหารชนิดอื่นเป็ นวติ ามนิ รวม หรือแร่ธาตุรวม ก่อน
แล้ วจึงนาวิตามินรวมและแร่ ธาตุรวมไปผสมกับวัสดุอาหารอ่ืนตามต้ องการต่ อไป
วธิ ีการเจือจางวติ ามินหรือแร่ธาตุกับวัสดุอาหารเช่นนีช้ ่วยให้ส่วนผสมของอาหารมี
วิตามินและแร่ธาตุตามต้องการ นอกจากน้ันก็เพ่ือให้วิตามิน และแร่ธาตุซ่ึงเป็ น
ส่วนผสมท่ีมปี ริมาณน้อย กระจายท่ัวเนื้ออาหาร
วิชาเทคนิคการเลี้ยงปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
4. การอดั อาหารเป็ นเมด็
การอดั เม็ด (pelleting)
การอัดเม็ดมีวัตถุประสงค์ เพื่ อต้ องการให้ วัตถุ ดิบอาหาร
สัตว์ที่ได้รับการผสมให้เป็ นเนื้อเดียวกันได้เปลี่ยนรูปมาเป็ น
อาหารเม็ดซึ่ งจะมีคุณสมบัติที่เหมาะสมแก่ การนามาให้ ปลาหรื อ
สัตว์น้ากิน เน่ืองจากอาหารเม็ดมีความจุแน่น ทาให้ปลากนิ อาหาร
ได้มากขนึ้ หรือได้รับธาตุอาหารมากขึน้ อีกท้ังยังช่วยป้องกันปลา
เลือกกินวัตถุดิบอาหารสัตว์ท่ีชอบเท่าน้ันนอกจากนี้การอัดเม็ดยัง
ช่วยให้อาหารสุกเน่ืองจากมีความร้อนเกดิ ขึน้ ทาให้ปลาหรือสัตว์น้า
ใช้ประโยชน์จากอาหารเม็ดได้ดขี นึ้
วชิ าเทคนิคการเลย้ี งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
5. การลดความชื้น
การลดความชื้น (cooling and drying)
อาหารท่ีผ่านการอดั เม็ดจะมีความชื้นสูง และมีอุณหภูมิประมาณ
90 oc ดังน้ันจาเป็ นต้องนามาลดความชื้นให้อยู่ในระดับท่ีเหมาะสมเพ่ือ
นาไปให้ปลา หรือสัตว์นา้ กนิ และเพ่ือให้สามารถเก็บรักษาอาหารเม็ดได้
ระยะเวลาหน่ึงโดยไม่เกดิ เชื้อรา การลดความชื้นในอาหารเมด็ ดังกล่าวทา
ได้หลายวิธีโดย ถ้าเป็ นการผลิตอาหารใช้เองในฟาร์มก็นิยมที่จะนามา
เกลี่ยเป็ นช้ันบางๆ บนพื้นที่สะอาดแล้วตากแดดให้แห้ง แต่ถ้าเป็ นการ
ผลิตของโรงงานอาหารสัตว์จะมีการใช้เครื่องอบแห้ง ซ่ึงจะใช้ เวลา
อบแห้ง ประมาณ 20-30 นาที ก็จะทาให้ความชื้นเหลือประมาณ 10%
แล้วจึงนามาร่อนผ่านตะแกรงเพื่อนาเอาเศษฝ่ ุนที่ติดกับอาหารเม็ด
ออกไป จงึ ทาการเกบ็ บรรจุต่อไป
วิชาเทคนคิ การเลย้ี งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
6. การบรรจุ
การบรรจุ (packing)
หลังจากอาหารแห้งแล้ว และมีอุณหภูมิใกล้เคียงกับอุณหภูมิ
ห้องแล้ว จึงพร้อมที่จะได้รับการบรรจุเข้าหีบห่อเพื่อเกบ็ หรือจาหน่าย
ต่อไป ในการบรรจุนอกจากจะมกี ารบันทึกรายละเอยี ดท่ีจาเป็ นบนหีบ
ห่อ เช่น รหัส วันบรรจุ น้าหนักอาหาร และคุณค่าทางอาหารแล้วควร
พิจารณาถึงวัสดุที่จะใช้ทาการหีบห่อด้วย วัสดุท่ีใช้ควรมีคุณสมบัติ
พิเศษในการป้องกนั ความชื้นไม่ให้ซึมผ่านเข้าสัมผสั กับอาหารได้ท้ังนี้
เพ่ือป้องกนั ไม่ให้อาหารเสื่อมคุณภาพเร็ว
วิชาเทคนคิ การเลยี้ งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
ข้ันตอนการผลติ อาหาร
การประกอบสูตรอาหาร
การจดั ซื้อวสั ดุ
การตรวจสอบคณุ ภาพวตั ถุดบิ
การบดวตั ถุดบิ แยก การช่ังวตั ถุดบิ
การช่ังวตั ถุดบิ การผสมอาหาร การบดวตั ถุดบิ
กากนา้ ตาล ไขมัน
สารเสริม สารผสมล่วงหน้า
(พรีมกิ ซ์)
การอดั เมด็ อาหาร
วชิ าเทคนิคการเลี้ยงปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
วติ ามนิ ไขมนั อาหารอดั เมด็
แห้ง/เยน็
อาหารเมด็
อาหารเกลด็ การขบเมด็ อาหาร
การบรรจุ
วชิ าเทคนิคการเลีย้ งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
วชิ าเทคนคิ การเล้ยี งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
วชิ าเทคนคิ การเล้ยี งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
วชิ าเทคนคิ การเล้ยี งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
การเกบ็ รักษาอาหารสัตว์นา้
เป้าหมายของการเกบ็ รักษาอาหารกเ็ พื่อรักษาอาหารให้อยู่ในสภาพเดมิ
ไม่เปลยี่ นแปลงจากสภาพก่อนการเกบ็ รักษาการเปลย่ี นสภาพของอาหาร
นอกจากจะมีสาเหตุมาจากการใช้วัสดุหีบห่อที่ไม่ปลอดภัยอานวยให้อาหาร
เสื่อมสภาพง่ายขนึ้ สถานท่ีเก็บอาหารก็มีส่วนสาคัญต่อการเส่ือมสภาพของ
อาหารเช่นกนั สถานท่ีเกบ็ อาหารท่ดี ีจะต้องปราศจากหนูและแมลงทีจ่ ะคอย
เกบ็ กนิ และนาสารพษิ มาปนเปื้ อนกบั อาหาร นอกจากน้ันทน่ี ับว่าสาคัญที่สุด
คือสถานทีเ่ กบ็ รักษาอาหารจะต้องไม่มคี วามร้อนและความชื้นสูงเกนิ ไป การ
เก็บรั กษาอาหารในที่ที่ได้ รั บแสงแดดโดยตรงจะทาลายวิตามินที่ มีอยู่ใน
อาหารหลายชนิดท่ีสาคัญ ได้แก่ ไธอะมิน ไรโบฟลาวิน กรดแอสคอบิค และ
กรดไพริดอกซิน ส่วนวติ ามินเอจะถูกทาลายง่ายโดยความร้อน
วิชาเทคนิคการเล้ยี งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
ข้นั ตอนการแนะนาในการเกบ็ คุณภาพอาหารสัตว์นา้
อาหารไม่ควรวางตากแดด เพราะทาให้อุณหภูมิในอาหาร
เปลี่ยนแปลงมากระหว่างช่วงกลางวันและกลางคืน ซึ่งทาให้คุณภาพ
อาหารเสื่อม และแสงแดดยงั มีผลต่อคุณภาพวิตามินและไขมันในอาหาร
อาหารไม่ควรเก็บไว้นานเกนิ 3 เดือน นับจากวันที่ผลิตคุณภาพวิตามิน
และไขมันในอาหารจะเส่ือมตามกาลเวลา ท่ีดีท่ีสุด คือ อาหารควรจะซื้อ
ส่ง และใช้ให้หมดภายใน 1 เดือน
วชิ าเทคนิคการเล้ียงปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
วชิ าเทคนคิ การเล้ยี งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
ปรมิ ำณอำหำรที่ปลำตอ้ งกำร
คงเป็ นเรื่องยากสาหรับผู้เลี้ยงปลาท่ีจะทราบได้ว่า ปลาแต่ละ
ชนิดมีความต้องการอาหารในปริมาณเท่าใด แต่จะเป็ นเรื่องท่ีง่ายขึน้
หากผู้เลีย้ งได้เข้าใจถึงลักษณะกินอาหารของปลา และปัจจัยต่างๆ ท่ีมี
ผลกระทบต่อการกนิ อาหารของปลาเพ่ือเป็ นตัวกาหนดปริมาณอาหารท่ี
จะให้ปลากนิ
วิชาเทคนิคการเลย้ี งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
ลกั ษณะกำรกินอำหำรของปลำ
พจิ ารณาตามประเภทของอาหารทป่ี ลากนิ
โดยทวั่ ไปสัตว์นา้ กนิ อาหารแบ่งเป็ น 3 ประเภท ดังนี้
พวกปลากนิ พืช ได้แก่ ปลาตะเพยี นขาว ปลายส่ี ก ปลานิล ฯลฯ
พวกปลากนิ ท้ังพืชและสัตว์ ได้แก่ ปลาดุก ปลาสวาย ฯลฯ
พวกปลากนิ สัตว์หรือเนื้อ ได้แก่ ปลาช่อน ปลาชะโด ฯลฯ
วิชาเทคนิคการเลยี้ งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
พจิ ารณาตามนิสัยการกนิ อาหารของสัตว์นา้
โดยทัว่ ไปสัตว์นา้ กนิ อาหารตามระดับลกึ ของนา้ แบ่งได้ 3 ระดับ ดังนี้
1. พวกกินอาหารตามผิวน้า (surface feeders) ได้แก่ ปลาท่ีกนิ อาหาร
ชนิดที่ลอยผิวน้าท้ังหลายกินแม้กระทั่งสัตว์และพืชที่อาศัยตามระดับผิว
น้าปลาพวกนีไ้ ด้แก่ ปลาเฉา ปลาตะเพยี นขาว ปลาแรด ปลากดั และ
ปลาช่อน เป็ นต้น
วิชาเทคนิคการเลีย้ งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
2. พวกท่ีกนิ อาหารกลางน้า (mid-water feeders or column feeders)
ได้แก่ ปลาท่กี นิ ชีวอนิ ทรีย์ท่ลี ่องลอย และเคล่ือนไหวอยู่ในระดับกลาง
นา้ ได้แก่ ปลาเล่ง ปลาหมอตาล ปลานิล และปลาคาร์พ หลายชนิด
วิชาเทคนคิ การเลี้ยงปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
3. พวกท่กี นิ อาหารตามพืน้ ก้นแหล่งน้า (bottom feeders or browsers)
เป็ นพวกสัตว์นา้ ทีก่ นิ อาหารพวกชีวอนิ ทรีย์ตามหน้าดิน ได้แก่
ปลาซิว ปลาไน ปลาดุก ปลาหลด ก้งุ ก้ามกราม และก้งุ กลุ าดา เป็ นต้น
วชิ าเทคนคิ การเล้ยี งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
ปัจจยั ท่ีมีผลต่อกำรกินอำหำรของปลำ
ปัจจัยที่มีผลต่อการกินอาหารของปลา ก็คือปัจจัยท่ีมีอิทธิพล
เก่ียวข้องกับการกินอาหารของปลา มีผลต่อปริมาณอาหารที่ปลากิน
ปลาจะกนิ อาหารได้ปริมาณมากหรือน้อยขนึ้ อย่กู บั ปัจจยั เหล่านี้ คือ
ปัจจยั ที่เก่ียวขอ้ งกบั ตวั ปลำ ปัจจยั ที่เก่ียวขอ้ งกบั สิ่งแวดลอ้ มอ่ืนๆ
ปัจจยั ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั อำหำร ปัจจยั ท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั ดินฟ้ ำอำกำศ
วชิ าเทคนิคการเลยี้ งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
ปัจจยั ที่เกี่ยวขอ้ งกบั ตวั ปลำ
ชนิดของปลา สุขภาพของปลา
อายุของปลา
วชิ าเทคนคิ การเลยี้ งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
ปัจจยั ที่เกีย่ วขอ้ งกบั อำหำร
กลนิ่ ของอาหาร พลงั งานในอาหาร
รสชาติของอาหาร ความแขง็ ของเม็ดอาหาร
วชิ าเทคนคิ การเลย้ี งปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005
ปัจจยั ที่เก่ียวขอ้ งกบั ดินฟ้ ำอำกำศ
ปัจจยั ที่เกย่ี วขอ้ งกบั สิ่งแวดลอ้ มอ่ืนๆ
อณุ หภูมแิ ละอากาศ
คุณภาพนา้
แสงและช่วงเวลากลางวนั
ความหนาแน่นของปลา
วิชาเทคนคิ การเล้ียงปลา (Fish Culture Techniques) 30601–2005