รู้รู้ รู้รู้ อ รู้รู้ ะไรไม่ม่สู้สู้ม่ม่ สู้สู้ สู้สู้ รู้รู้ รู้รู้ ห รู้รู้ ลัลัก ลัลั ภาษาไทย ชั้ชั้ ชั้ชั้ ชั้ชั้ นประถมศึศึศึศึ กษาปีปีปีปี ที่ที่ ที่ที่ ที่ที่ ๔ ผู้เ ผู้ รีย รี บเรีย รี ง นางสาวศิโรรัต รั น์ แสนชัย นางสาวชญานิน คำ สงค์ ผู้เ ผู้ รีย รี บเรีย รี ง นางสาวศิโรรัต รั น์ แสนชัย นางสาวชญานิน คำ สงค์
นางสาวศิโรรัต รั น์ แสนชัย รหัส ๖๔๑๑๕๒๔๕๑๐๘ นางสาวชญานิน คำ สงค์ รหัส ๖๔๑๑๕๒๔๕๑๐๙ นางสาวศิโรรัต รั น์ แสนชัย รหัส ๖๔๑๑๕๒๔๕๑๐๘ นางสาวชญานิน คำ สงค์ รหัส ๖๔๑๑๕๒๔๕๑๐๙ หนังสือหลัก ลั ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ รู้อ รู้ ะไรไม่สู้ม่ สู้ รู้ห รู้ ลัก ลั ภาษาไทย ผู้ผู้เ ผู้ผู้ รีรีย รีรี บเรีรีย รีรี ง สาขาวิช วิ าการสอนภาษาไทย คณะครุศาสตร์ มหาวิท วิ ยาลัย ลั ราชภัฏ ภั สกลนคร สาขาวิช วิ าการสอนภาษาไทย คณะครุศาสตร์ มหาวิท วิ ยาลัย ลั ราชภัฏ ภั สกลนคร
หนังสือเรียรีน รายวิชวิาพื้นฐาน ภาษาไทย หลักลัภาษาและการใช้ภช้าษาไทย ชั้นชั้ ประถมศึกษาปีที่ ๔ เล่มล่นี้ จัดจัทำ ขึ้นขึ้ โดยยึดยึตามมาตรฐานการเรียรีนรู้แรู้ละ ตัวตัชี้วัชี้ดวักลุ่มลุ่ สาระการเรียรีนรู้ภรู้าษาไทย ตามหลักลั สูตสูรแกนกลางการศึกษา ขั้นขั้พื้นฐาน พุทพุธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งมุ่ส่งเลริมริ ให้ผู้เผู้รียรีนได้ศึด้ ศึกษาหลักลัภาษาและ การใช้ภช้าษาไทย โดยผู้เผู้รียรีนจะได้เด้รียรีนรู้ทัรู้กทัษะการใช้ภช้าษาไทยที่ถูที่กถูต้อต้งและ เหมาะสมตาสถานการณ์ต่าต่ง ๆ ครอบคลุมลุทั้งทั้ทักทัษะการอ่าอ่น การเขียขีน การฟัง การดู และการพูดพูผู้เผู้รียรีนสามารถเข้าข้ ใจการใช้ไช้วยากรณ์ภาษาไทย ตั้งตั้แต่รต่ะดับดัเสียง พยางค์คำ ประโยค ไปจนถึงถึการอ่าอ่นข้อข้ความได้อด้ย่าย่ง ถูกถูต้อต้ง และนำ ไปปรับรั ใช้ใช้นชีวิชีตวิจริงริได้ หนังสือเรียรีนรายวิชวิาพื้นฐานภาชาไทย หลักลัภาษาและการใช้ภช้าษาไทย ชั้นชั้ ประถมศึกษาปีที่ ๔ เล่มล่นี้ มีทั้มีงทั้หมด ๗ บท แต่ลต่ะบทประกอบด้วด้ย มาตรฐานการเรียรีนรู้แรู้ละตัวตัชี้วัชี้ดวั สาระสำ คัญ แผนผังผั สาระการเรียรีนรู้ เนื้อหา ที่คที่รบตามหลักลั สูตสูรแกนกลางการศึกษาขั้นขั้พื้นฐาน พุทพุธศักราช ๒๕๕๑ และมีกิมีจกิกรรมเพื่อพัฒนากระบวนการคิดของผู้เผู้รียรีนซึ่งซึ่เป็นแบบฝึกหัด เพื่อให้ผู้เผู้รียรีนได้ทด้บทวนบทเรียรีนอีกอีด้วด้ย คณะผู้จัผู้ดจัทำ หวังวัเป็นอย่าย่งยิ่งยิ่ว่าว่หนังสือเรียรีน รายวิชวิาพื้นฐานภาษาไทย หลักลัภาษาและการใช้ภช้าษาไทย ชั้นชั้ ประถมศึกษาปีที่ ๔ เล่มล่นี้ จะเป็นเครื่อรื่ง มือมืช่วช่ยให้ครูและผู้เผู้รียรีนเกิดกิผลลัมลัฤทธิ์ทธิ์างการเรียรีนบรรลุเลุป้าหมายด้าด้นการ เรียรีนหลักลัภาษาไทย และนำ ไปประยุกยุต์ใต์ช้ใช้นชีวิชีตวิจริงริได้อด้ย่าย่งมีปมีระสิทธิภธิาพ คำคำ คำคำ คำคำนำนำ นำนำ นำนำ
สารบับัญ บับั หน้า บทที่ ๑ การสะกดคำ จำ ให้ดี บทที่ ๒ ชนิดและหน้าที่ข ที่ องคำ จงจำ ดีดี ดี ดี บทที่ ๔ ภาษาไทยน่าเรีย รี น ฝึกเขียนด้ว ด้ ยประโยค คำ ในแม่ก กา มาตราตัวสะกด แบบฝึกหัด มาตราตัวสะกด การผันผัวรรณยุกยุต์ แบบฝึกหัด มาตราตัวสะกด คำ เป็นคำ ตาย แบบฝึกหัด คำ เป็นคำ ตาย คำ พ้อง แบบฝึกหัด คำ พ้องคล้องใจ คำ ในภาษาไทย แบบฝึกหัด คำ นาม...ใช้เช้รียรีกตามชื่อชื่ คำ ในภาษาไทย แบบฝึกหัด คำ แทนชื่อชื่...นี้คือสรรพนาม คำ ในภาษาไทย แบบฝึกหัด คำ กริยริา...สื่ออาการ คำ ในภาษาไทย แบบฝึกหัด คำ วิเศษณ์...ขยายคำ จำ ให้แม่น บทที่ ๓ อ่า อ่ นเขียนอย่า ย่ งไร ต้อ ต้ งใช้พจนานุก นุ รม การใช้พช้จนานุกนุรม แบบฝึกหัด อ่านเขียนอย่างไร...ต้องใช้พช้จนานุกนุรม ประโยค ชนิดของประโยค การแต่งประโยค แบบฝึกหัด ภาษาไทยน่าเรียรีน ฝึกเขียนด้วยประโยค ๑ ๑๗ ๓๓ ๒๙
สารบับัญ บับั หน้า แต่ง ต่ บทร้อ ร้ ยกรองพ้องคำ ขวัญ วั บทที่ ๖ สำ นวนไทยใฝ่เรีย รี นรู้ ภาษาไทย ภาษาถิ่น การแต่งคำ ประพันธ์ กลอนสี่ แบบฝึกหัด สร้าร้งสรรค์ กลอนสี่ คำ ขวัญ แบบฝึกหัด คำ ขวัญคำ ใจ สำ นวนไทยอะไรเอ่ย สุภาษิต คำ พังเพย แบบฝึกหัด สำ นวน สุภาษิต คำ พังเพย บทที่ ๗ ภาษาไทยมาตรฐาน ภาษาถิ่น แบบฝึกหัด ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่น บทที่ ๕ ๓๘ ๔๔ ๔๙
คำ พ้อง คำ ในแม่ ก กา มาตราตัวตัสะกด การผันผัอักอัษร คำ เป็นคำ ตาย การสะกดคำ การผันผั อักอัษรสูงสู การผันผั อักอัษรกลาง การผันผั อักอัษรต่ำ คำ พ้องรูป คำ พ้องเสียง คำ พ้องความ หรือรืคำ พ้องความหมาย บทที่ ๑ มาตรฐานการเรีย รี นรู้แ รู้ ละตัว ตั ชี้วัด วั มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทาง ภาษา และรักรัษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ ท ๔.๑ ป.๔/๑ สะกดคำ และบอกความหมายของคำ ในบริบริท ต่าต่ง ๆ สาระการเรีย รี นรู้ การสะกดคำ จำ ให้ดี
การสะกดคำคำ คำคำ คำคำ แม่ ก กา มาตราตัวสะกดในภาษาไทย คือ พยัญชนะ ที่ประกอบอยู่ท้ายสระ และเสียงประสมเข้ากับสระ มาตราตัวสะกดแบ่งเป็น ๘ มาตรา ได้แก่ แม่กก แม่กด แม่กบ แม่กน แม่กง แม่ กม แม่เกย และแม่เกอว และในแต่ละ มาตรามีพยัญชนะที่เป็นตัวสะกด กลุ่มพยัญชนะที่ประกอบและวางอยู่ท้ายคำ หรือพยางค์ ในแม่ ก กา ทำ ให้การอ่านออกเสียงของคำ จะแตกต่างกันไป ตาม พยัญชนะที่นำ มาประกอบ ตัว ตั อย่าย่งคำ ในแม่ ก กา กติกติา เกเร น้ำ บูดู บู ปรานี เรือ รื กอและ เล้าล้ ไก่ หญ้าญ้คา กำ ไร เขลา คูหา ชฎา ชรา ถ้ำ ธุระ ปี่ ภูเ ภู ขาไฟ มะกะโท เป็นต้นต้ คำ ในแม่ ก กา แม่ไก่อยู่ในตะกร้า ไข่ไข่มาสี่ห้าใบ อีแม่กาก็มาไล่ อีแม่ไก่ไล่ตีกา หมาใหญ่ก็ไล่เห่า หมูในเล้าแลดูหมา ปูแสมแลปูนา กะปูม้าปูทะเล เต่านาและเต่าดำ อยู่ในน้ำ กะจระเข้ ปลาทูอยู่ทะเล ปลาขี้เหร่ไม่สู้ดี บทท่อ ท่ งจำ มาตราตัว ตัสะกดแม่ ก กา ๒
๑. แม่กม่ก คือ คำ ที่มีที่มี ก ข ค ฆ เป็นตัวสะกด ออกเสียงเหมือน ก สะกด ตัว ตั อย่าย่ง เช่น พริกริเมฆ โชค สุข เลข บริจริาค บริโริภค โจ๊ก ๒. แม่กม่ง คือ คำ ที่มี ที่ มี ง เป็นตัวสะกด ออกเสียงเหมือน ง สะกด ตัว ตั อย่าย่ง เช่น เก่ง นั่ง กลอง มอง จอง แจ้ง แปลง แสง ทอง ๓. แม่กม่ด คือ คำ ที่มีที่มี จ ช ซ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ด ต ท ธ ร ถ ศ ษ ส เป็นตัวสะกด ออกเสียงเหมือน ด สะกด ตัว ตั อย่าย่ง เช่น อำ นาจ ก๊า ก๊ ซ นาฏศิลป์ บาท อากาศ แฝด เพศ เศษ ๔. แม่กม่บ คือ คำ ที่มี ที่ มี บ ป พ ฟ ภ เป็นตัวสะกด ออกเสียงเหมือ มื น บ สะกด ตัว ตั อย่าย่ง เช่น เสียบ กลับ กราบ บาป สาป ภพ ศพ กราฟ ยีราฟ นภ ๕. แม่กม่น คือ คำ ที่มี ที่ มี ญ ณ น ร ล ฬ เป็นตัวสะกด ออกเสียงเหมือน น สะกด ตัว ตั อย่าย่ง เช่น เหรีย รี ญ วิญญาณ ร้อร้น จวน นคร ศาล ธาร ศีล วาฬ มาตราตัว ตัสะกด มาตราตัว ตัสะกด คือ เสียงพยัญยัชนะสุด สุ ท้าท้ยของพยางค์หรือ รื คำ แบ่งบ่เป็น ๘ มาตรา ๓
๖. แม่กม่ม คือ คำ ที่มี ที่ มี ม เป็นตัวสะกด ออกเสียงเหมือ มื น ม สะกด ตัว ตั อย่าย่ง เช่น ส้ม ขนม พรม อุ้ม เข็ม แยม แก้ม พร้อร้ม ดื่ม ๗. แม่เม่กย คือ คำ ที่มีที่มี ย เป็นตัวสะกด ออกเสียงเหมือ มื น ย สะกด ตัว ตั อย่าย่ง เช่น เลย สวย คุย ย้าย สร้อร้ย กลาย ฝ้าย ด้าย พลอย อ้ออ้ย ๘. แม่เม่กอว คือ คำ ที่มี ที่ มี ว เป็นตัวสะกด ออกเสียงเหมือ มื น ว สะกด ตัว ตั อย่าย่ง เช่น แมว แก้ว ขาว กาว มะพร้าร้ว เขียว เปรี้ยรี้ว สาว ร้าร้ว เดีย ดี ว คำ ที่มีที่ตัมีวตัสะกด มี ๒ ลักลัษณะ คือ มีตัมีวตัสะกดตรงตามมาตรา และมีตัมีวตัสะกด ไม่ตม่รงตามมาตราจ้ะจ้ มาตราตัว ตัสะกด เอ๊ะ อ๊! ทำ ไมบางมาตราใช้พยัญยัชนะ สะกดได้หด้ลายตัวตันะ ๔
ผิวผิขาว คำ ชี้แจง : ให้นักเรียรีนนำ คำ ที่กำที่กำหนดให้เติมติลงในช่อช่งว่าว่งให้ตรงตามมาตราตัวตั สะกด หงุด งุ หงิดงิเล้าล้ ไก่ จุก จุ จิกจิ พลอย พับเพียบ รูงู เสียงดังดั กุ๊ก กุ๊ กิ๊กกิ๊เจ็บ จ็ แสบ หุนหัน เคี้ยวข้าข้ว รวย เห็ดสด จิ้มจิ้ลิ้มลิ้บ้าบ้นเรือ รื น รังรัผึ้ง ผึ้ อิ่มอิ่เอม แม่ ก กา แม่ กก แม่ กง แม่ กด แม่ กบ แม่ กน แม่ กม แม่ เกย แม่ เกอว แบบฝึกหัด มาตราตัว ตัสะกด ชื่อชื่-สกุลกุ.....................................................เลขที่.ที่............ชั้นชั้.............. ๕
วรรณยุก ยุ ต์ เสียงวรรณยุกยุต์ เสียงสามัญมัเสียงเอก เสียงโท เสียงตรี เสียงจัตจัวา เสียงวรรณยุกยุต์ ระดับดัเสียง ตัวตัอย่าย่ง หมายเหตุ สามัญมั เอก โท ตรี จัตจัวา ตอนต้นต้เสียงต่ำ ตอน ปลายเสียง เปลี่ยลี่นระดับดัเสียงที่ สูงสูขึ้นขึ้ แจ๋วจ๋ก๋วก๋ยเตี๋ยตี๋ว เหลือลืง เขียขีว การผัน ผั อักษร การผันผัวรรณยุก ยุ ต์เ ต์ป็นการเปลี่ย ลี่ นเสียงวรรณยุก ยุ ต์ข ต์ องพยางค์ที่ปที่ระกอบ ด้วด้ยพยัญยัชนะต้นต้กับกั สระหรือ รื พยัญยัชนะต้นต้กับกั สระและตัวตั สะกดอย่าย่ง เดีย ดี วกันกั ใส่รูปวรรณยุก ยุ ต์ต่ ต์ าต่งกันกัตามที่ปที่รากฏเป็นพยางค์ในภาษาไทย ดังดันี้ เสียงวรรณยุก ยุ ต์จ ต์ ะปรากฏทุก ทุ ครั้งรั้เมื่อ มื่ มีก มี ารออกเสียง คำ ไทยทุก ทุ คำ จะ ปรากฎเสียงวรรณยุก ยุ ต์กำ ต์ กำกับกัอยู่ด้ยู่วด้ยเสมอ คำ บางคำ มีรู มี รู ปวรรณยุก ยุ ต์กำ ต์ กำกับกั หรือ รื อาจจะไม่มีม่รู มี รู ปวรรณยุก ยุ ต์กำ ต์ กำกับกัอยู่ก็ยู่ ไก็ ด้วด้รรณยุก ยุ ต์มี ต์ ๔ มี รูป ๕ เสียง ดังดันี้ ปานกลาง มีรมีะดับดัเสียงคงที่ กินกิทอง ลืมลืยำ ไม่มีม่รูมีรูปวรรณยุกยุต์ แทนเสียง ต่ำ สุดสุมีเมีสียงคงที่ สม่ำ เสมอ เก่งก่ผ่าผ่หนัก สุขสุบางคำ ไม่มีม่รูมีรูป วรรณยุกยุต์ ตอนต้นเป็นเสียงสูงปลาย เสียงเปลี่ยนระดับเป็น เสียงต่ำ ใกล้ ข้าข้ค่า ช่าช่ง มาก นาบ บางคำ มีรูมีรูปวรรณยุกยุต์ เอกกำ กับกัแต่มีต่เมีสียง วรรณยุกยุต์โต์ทบางไม่มีม่ มี รูปวรรณยุกยุต์กำต์ กำกับกั สูงสู โต๊ะต๊จ๊ะจ๊กั๊กกั๊รักรัคิด น้อง ไว้ ใช้ บางคำ มีรูมีรูปวรรณยุกยุต์ กำ กับกัและบางคำ ใช้รูช้รูป วรรณยุกยุต์โต์ทแต่มีต่เมีสียง วรรณยุกยุต์ตต์ร บางคำ ไม่มีม่รูมีรูป วรรณยุกยุต์กำต์ กำกับกั ๖
หมู่อัมู่กอัษร ลักลัษณะ คำ /พยางค์ เสียงวรรณยุกยุต์ สามัญมัเอก โท ตรี จัตจัวา กลาง คำ เป็น กา ก่าก่ก้าก้ก๊าก๊ก๋าก๋ กันกักั่นกั่กั้นกั้กั๊นกั๊กั๋นกั๋ คำ ตาย - จะ จ้ะจ้จ๊ะจ๊จ๋ะจ๋ - จับจัจั้บจั้จั๊บจั๊จั๋บจั๋ สูงสู คำ เป็น - ข่า ข้า - ขา - ฝ่าย ฝ้าย - ฝาย คำ ตาย - ขัด ขั้ด - - - ขาด ข้าด - - ต่ำ คำ เป็น คา - ค่า ค้า - คำ ตาย สระเสียง สั้น - - ค่ะ คะ - คำ ตาย สระเสียง ยาว - - เชิด เชิด - การผัน ผั อักษร การผันผัวรรณยุก ยุ ต์เ ต์ป็นการเปลี่ย ลี่ นเสียงวรรณยุก ยุ ต์ข ต์ องพยางค์ที่ปที่ระกอบ ด้วด้ยพยัญยัชนะต้นต้กับกั สระหรือ รื พยัญยัชนะต้นต้กับกั สระและตัวตั สะกดอย่าย่ง เดีย ดี วกันกั ใส่รูปวรรณยุก ยุ ต์ต่ ต์ าต่งกันกัตามที่ปที่รากฏเป็นพยางค์ในภาษาไทย ดังดันี้ ๗
หมู่อัมู่กอัษร ลักลัษณะ คำ /พยางค์ เสียงวรรณยุกยุต์ สามัญมัเอก โท ตรี จัตจัวา กลาง คำ เป็น กา ก่าก่ก้าก้ก๊าก๊ก๋าก๋ กันกักั่นกั่กั้นกั้กั๊นกั๊กั๋นกั๋ คำ ตาย - จะ จ้ะจ้จ๊ะจ๊จ๋ะจ๋ - จับจัจั้บจั้จั๊บจั๊จั๋บจั๋ สูงสู คำ เป็น - ข่า ข้า - ขา - ฝ่าย ฝ้าย - ฝาย คำ ตาย - ขัด ขั้ด - - - ขาด ข้าด - - ต่ำ คำ เป็น คา - ค่า ค้า - คำ ตาย สระเสียง สั้น - - ค่ะ คะ - คำ ตาย สระเสียง ยาว - - เชิด เชิด - การผัน ผั อักษร การผันผัวรรณยุก ยุ ต์เ ต์ป็นการเปลี่ย ลี่ นเสียงวรรณยุก ยุ ต์ข ต์ องพยางค์ที่ปที่ระกอบ ด้วด้ยพยัญยัชนะต้นต้กับกั สระหรือ รื พยัญยัชนะต้นต้กับกั สระและตัวตั สะกดอย่าย่ง เดีย ดี วกันกั ใส่รูปวรรณยุก ยุ ต์ต่ ต์ าต่งกันกัตามที่ปที่รากฏเป็นพยางค์ในภาษาไทย ดังดันี้ ๘
ลำ ดับ ดั อัก อั ษรต่ำ คู่ อัก อั ษรสูง สู ๑ ค ต ฆ ข ฃ ๒ ฑ ฒ ท ธ ฐ ถ ๓ ช ฌ ฉ ๔ พ ภ ผ ๕ ฮ ห ๖ ซ ศ ษ ส ๗ ฟ ฝ หมู่ อักอัษร เสียงวรรณยุก ยุ ต์ สามัญมัเอก โท ตรี จัตจัวา สูงสู- ข่า ข้า - ขา ต่ำ คู่ คา - ค่า ค้า - การผัน ผั อักษร อักอัษรกลางผันผั ได้คด้รบทั้งทั้๕ เสียง ขณะที่อัที่กอัษรสูงสูและอักอัษรต่ำ ไม่สม่ามารถ ผันผัครบ ๕ เสียงได้ทั้ด้งทั้ยังยัมีรูมีรูปและเสียงไม่ตม่รงกันกัแต่มีต่วิมีธีวิกธีารผันผัอักอัษรสูงสูและ อักอัษรต่ำ ให้ครบ ๕ เสียงได้ ดังดันี้ ๑.อัก อั ษรต่ำ ที่มีเสียงคู่กับ กั อัก อั ษรต่ำ (ต่ำ คู่) ๙
หมู่ อักอัษร เสียงวรรณยุก ยุ ต์ สามัญมัเอก โท ตรี จัตจัวา ห นำ งา หง่าง่ง่าง่ง้าง้หงา อ นำ ยา อย่าย่ย่าย่ย้าย้หยา การผัน ผั อักษร ๒. อัก อั ษรต่ำ ที่ไที่ ม่มีม่เ มีสียงคู่กับ กั อัก อั ษรสูง สู (ต่ำ เดี่ย ดี่ ว) สามารถผันผั ให้ครบ ๕ เสียงได้โดยใช้หช้นำ หรือรือ นำ ดังนี้ อัก อั ษรกลาง มี ๙ ตัว ตั คือ ก จ ฎ ฏ ด ต บ ป อ อัก อั ษรสูง มี ๑๑ ตัว ตั คือ ข ฃ ฉ ฐ ถ ผ ฝ ศ ษ ส ห อัก อั ษรต่ำ มี ๒๔ ตัว ตั คือ ค ฅ ฆ ง ช ซ ฌ ญ ฑ ฒ ณ ท ธ น พ ฟ ภ ม ย ร ล ว ฬ ฮ ลืม ลื หรือยังนะ ๑๐
แบบฝึกหัด ผัน ผั วรรณยุก ยุ ต์ คำ ชี้แจง : จงเขียนบอกเสียงวรรณยุก ยุ ต์ล ต์ งในช่องว่า ว่ งให้ถูกต้อ ต้ ง ตัว ตั อย่าย่ง ครื้น รื้ เครง ครื้น รื้ เครง ๑. งัด งั ข้อ ข้ งัด งั ข้อ ข้ ๒. แผนที่ แผน ที่ ๓. ตะกร้อ ร้ ตะ กร้อ ร้ ๔. ผ้า ผ้ ม่าม่น ผ้า ผ้ ม่าม่น ๕. ดอกบัว บั ดอก บัว บั ๖. ทุ่ง ทุ่ นา ทุ่ง ทุ่ นา ๗. นักร้อ ร้ ง นัก ร้อ ร้ ง ๘. ไฟดับ ดั ไฟ ดับ ดั ๙. น้ำ เย็น ย็ น้ำ เย็น ย็ ๑๐. ผ้า ผ้ฝ้าย ผ้า ผ้ ฝ้าย เสียงตรี เสียงสามัญ มั ชื่อ-สกุล กุ.....................................................เลขที่.ที่............ชั้น.............. ๑๑
คำ เป็น คำ ตาย คำ เป็น มีลั มี กลัษณะ ดังดันี้ ๑. คำ ไม่มีม่ตั มี วตั สะกดที่ปที่ระสมสระเสียงยาว เช่นช่กา ตัวตั โต ๒. คำ ที่สที่ะกดในมาตราแม่กม่ง กน กม เกย เกอว โดยประสมสระเสียงสั้น หรือ รื ยาวก็ไก็ ด้ เช่นช่นาง กินกิ ปม นาย หิว ๓. คำ ที่ปที่ระสมกับกั สระ -ำ ไ- ใ- เ-า เพราะมีเ มีสียงเหมือ มื นสะกดด้วด้ยมาตราแม่กม่ม เกย และเกอว เช่นช่ ใจ ดำ ไหล คำ ตาย มีลั มี กลัษณะ ดังดันี้ ๑. คำ ไม่มีม่ตั มี วตั สะกดที่ปที่ระสมสระเสียงสั้น เช่นช่เกะกะ เลอะเทอะ ดุ แยะ มะระ เงาะ ๒. คำ ที่สที่ะกดในมาตราแม่กม่ก กด กบ โดยประสมสระเสียงสั้นหรือ รื ยาวก็ไก็ ด้ เช่นช่นก มีด มี รับรั ฝาก คำ เป็นเป็นเช่นช่อย่าย่งนี้ สระยาว อา อี อู เอ อือ แอ อัว เออ แม่กง กน กม นะเธอ สะกดอย่าย่เผลอ สระยาวสั้นย่อมได้ อำ ใอ ไอ เอา ก็ใช่ จดจำ ใส่ใจ คือคำ เป็นแท้แท้น่นอน คำ ตายจำ ไว้เว้นื้ออ่อน เสียงสั้นสังวร อะ อิ อุ เอะ เอาะ แอะ แม่กก กด กบ นั่นแหละ ครูขอชี้แชี้นะ คำ ตายหมายจดหมายจำ ภาทิพทิย์ ศรีสุรีทสุธิ์ ๑๒
แบบฝึกหัด คำ เป็น คำ ตาย คำ ชี้แจง : ให้นักเรีย รี นจำ แนกคำ เป็นและคำ ตายจากคำ ที่กำที่กำหนดให้ถูก ถู ต้อต้ง ใบเตย จลาจล กุห กุ ลาบ ตักตับาตร ท่อท่งเที่ยที่ว สร้าร้งสรรค์ พรรคพวก บางลำ พู เหมาะเจาะ เพชฌฆาต คำ เป็น คำ ตาย ชื่อ-สกุล กุ.....................................................เลขที่.ที่............ชั้น.............. ๑๓
คำ พ้องรูป คำ พ้องเสียง คำ พ้องความหมาย ตัวตัอย่างคำ พ้องรูป คำ พ้อง คำ พ้อง หมายถึง คำ ที่มี ที่ มี ลักลัษณะเหมือนกัน หรือ รื ซ้ำ กัน เช่นช่เขียนเหมือน กันกัหรือ รื ออก เสียงเหมือ มื นกันกัหรือ รื เหมือ มื นกันทั้งทั้รูปและเสียง แต่มีความ หมายต่าต่งกันกัซึ่งซึ่จะพิจารณาตาม เนื้อความของคำ ที่เ ที่ กี่ยวข้องกับคำ พ้อง หรือ รื คำ ที่เที่ขีย ขี นต่าต่งกันกัแต่มีต่ค มี วามหมายเหมือ มื นกัน คำ พ้องรูป คือ คำ ที่เที่ขียขีนเหมือมืนกันกัออกเสียงต่าต่งกันกัและความหมายก็ต่ ก็ าต่งกันกั การอ่าอ่นคำ พ้องรูปให้ถูกถูต้อต้งควรดูข้ดูอข้ความอื่นอื่ๆ ประกอบด้วด้ยว่าว่คำ พ้องรูปนั้น หมายถึงถึอะไรเเล้วล้จึงจึอ่าอ่นให้ถูกถูต้อต้ง ตัวตัอย่างคำ พ้องรูป ในเพลานี้ฉันว่าควรจะเพลา ๆ เรื่อรื่งการทะเลาะกันได้แล้วประเทศชาติจะได้สงบ เพลา อ่านว่า เพ-ลา หมายถึง กาล, คราว, เวลา เพลา อ่านว่า เพลา หมายถึง เบาลง, แกนสำ หรับรั สอดในดุมรถหรือรืดุมเกวียน กระบวนหนึ่งตัวตัเขียขีนไม่เม่ ปลี่ยลี่นแปลก แต่อ่ต่าอ่นแยกสองความตามวิถีวิ ถี วัดวัเขมาโกศเขมาเพลาก็มี ก็ มีแต่ที่ต่นี้ที่ นี้ไปถึงถึป่าเพลาเย็น ย็ ที่ริที่มริเชิงชิเสลาภูผภูาใหญ่ ล้วล้นกอไผ่ลำผ่ ลำ สล้าล้งเสลาเห็น หัดโบกปูนปูใบเสมากว่าว่จะเป็น หน้าโฮเต็ล ต็ ปลูกลูเสมาดูเดูพราตา ผู้ปผู้ระพันธ์ : พระยาศรีสุรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูรกู ) ๑๔
ลำ ดับดัที่ คำ คำ ที่มี ที่ ค มี วามหมายเหมือ มื นกันกั ๑. พระพุทพุธเจ้าจ้ พระพุทพุธองค์ พุทพุธองค์ บรมครู พระสัมมาสัมพุทพุธเจ้าจ้ ไตรรัตรัน์ ตถาคต ชิน อรหัง ตรีโรีลกนาถ ๒. น้ำ /แม่น้ำม่ น้ำ คงคา วารินริชลธี ชลธาร ธารา วารี ชล สินธุ์ อุทอุก ชลาลัยลันที สาคร สมุทมุร ๓. พระอาทิตทิย์ ตะวันวัทินทิกร สุริสุยริะ สุริสุยริา ระวี รวี ระพี คำ พ้อง คำ พ้องเสียง คือ คำ ที่อ่ ที่ อ่านออกเสียงเหมือ มื นกัน แต่เขียนต่างกัน และมี ความหมายต่าต่งกันกั ตัว ตั อย่าย่งคำ พ้องเสียง กาล กานต์ กาฬ การณ์ การ กาล หมายความว่าว่เวลา กานต์ หมายความว่าว่เป็นที่รัที่กรั การณ์ หมายความว่าว่เหตุ เค้า มูลมู การ หมายความว่าว่งาน สิ่งหรือรืเรื่อรื่งที่ทำที่ทำ กาฬ หมายความว่าว่ดำ ตัวตัอย่าย่งประโยค : สถานการณ์การรักรัษาโรคทำ ได้ตด้ามกาลสมัยมั จันจัจันจัทร์ จันจัทน์ จันจัหมายความว่าว่ชื่อชื่ไม้ต้ม้นต้ขนาดกลาง ผลสุกสุสีเหลือลืงหอม จันจัทร์ หมายความว่าว่ชื่อชื่วันวัที่ 2 ของสัปดาห์ จันจัทน์ หมายความว่าว่ชื่อชื่พันธุ์ไธุ์ม้ชม้นิดหนึ่งเนื้อไม้ ดอก ผลมีกมีลิ่นลิ่หอม ใช้ทำช้ทำยา และทำ เครื่อรื่งหอม ตัวตัอย่าย่งประโยค : ฉันกินกิลูกลูจันจัเมื่อมื่วันวัจันจัทร์แร์ล้วล้ ไปฝึกทำ ดอกไม้จันจัทน์ คำ พ้องความหมาย คือ คำ ที่มีที่คมีวามหมายซ้ำ กันกัหรือรืเหมือมืนกันกัคือศัพท์หท์นึ่งคำ อาจจะ มีคมีวามหมายเหมือมืนกันกัแต่ต่ต่าต่งกันกัที่กที่ารเขียขีนและการออกเสียง เนื่องมาจากภาษาไทย เป็นภาษาของ เสียงดนตรีภรีาษาของบทกลอน ซึ่งซึ่เป็นภาษาที่มีที่กมีารบังบัคับใช้คำช้ คำ และเป็นภาษาที่มีที่กมีารใช้กัช้บกับุคบุคล แต่ลต่ะลำ ดับดัชั้นชั้ ไม่เม่หมือมืนกันกัอย่าย่งเช่นช่ ศัพท์ที่ท์ ใที่ช้กัช้บกั พระมหากษัตริย์ริพย์ระภิกภิษุสงฆ์ย่ฆ์อย่มแตกต่าต่งกับกั ศัพท์หท์ลายคำ ที่ไที่ทยรับรัเอาคำ ในภาษา ต่าต่งประเทศมาใช้ ตัวตัอย่าย่งคำ พ้องความหมาย ๑๕
แบบฝึกหัด คำ พ้องคล้อ ล้ งใจ คำ ชี้แจง : เลือ ลื กคำ พ้องในวงเล็บ ล็ เติม ติ ในช่องว่า ว่ งให้ถูกต้อ ต้ ง ๑. พระภิกภิษุออกบิณบิฑ...................................แต่เช้าช้ตรู่ (บาด, บาตร, บาต) ๒.คุณแม่ซื้ม่อ ซื้ ไม้.ม้............................มาจากประเทศอินเดีย (จัน, จันจัทร์, ร์ จันทน์) ๓.ผู้ที่ ผู้ มีที่สุมี ข สุ ภาพดีย่อย่มมีผิ มี วผิ............................ผ่อผ่งใส (พัน, พันธุ์, ธุ์ พรรณ) ๔.เขาเป็นคนเดียวที่เที่ห็นเหตุ............................ที่เ ที่ กิดขึ้น (การ, กาล, การณ์) ๕.บ้าบ้นจัดจั...................ที่ส่ที่ส่วนใหญ่มัญ่กมัจะอยู่บยู่ริเริวณชานเมือมืง (สัน, สรร, สรรค์) ๖. ..................ทาสสมัยมัก่อก่นมี.......................ตัวน้อย (ข้าข้, ค่า, ฆ่าฆ่ ) ๗.เด็กวัยวั.....................ควรซื้อ ซื้ ของราคา...................... (เยา, เยาว์) ๘.สุดสุาเลือลืก...................เสื้อผ้าผ้ที่มีที่สีมี สี......................สวยงาม (สัน, สรร) ๙.ดวงอา........................ขึ้นขึ้ทาง........................ตะวันวัออก ๑๐.เจ้าจ้หญิงญิถูกถู.....................ให้กลายเป็นแมลง.................. (ทิศทิ, ทิตทิย์) (สาบ, สาป) ชื่อ-สกุล กุ.....................................................เลขที่.ที่............ชั้น.............. ๑๖
คำ นาม คำ สรรพนาม คำ กริยริา คำ วิเวิศษณ์ ชนิดและหน้าที่ข ที่ องคำ บทที่ ๒ มาตรฐานการเรีย รี นรู้แ รู้ ละตัว ตั ชี้วัด วั มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าข้ ใจธรรมชาติขติองภาษาและหลักลัภาษาไทย การเปลี่ย ลี่ นแปลงของภาษาและพลังลัของภาษา ภูมิ ภู ปัมิ ปัญญาทางภาษา และรักรัษาภาษาไทยไว้เว้ป็นสมบัติบัขติองชาติ ท ๔.๑ ป.๔/๒ ระบุช บุ นิดและหน้าที่ขที่องคำ ในประโยค สาระการเรีย รี นรู้ ชนิดและหน้าที่ข ที่ องคำ จงจำ ดีดี ดี ดี สามานยนาม วิสวิามานยนาม สมุหมุนาม อาการนาม ลักลัษณะนาม บุรุบุ รุษสรรพนาม ปฤจฉาสรรพนาม วิภวิาคสรรพนาม อนิยมสรรพนาม นิยมสรรพนาม ประพันธสรรพนาม อกรรมกริยริา สกรรมกริยริา วิกวิตรรถกริยริา กริยริานุเนุคราะห์ คำ วิเวิศษณ์บอกลักลัษณะ คำ วิเวิศษณ์บอกจำ นวน คำ วิเวิศษณ์บอกเวลา คำ วิเวิศษณ์บอกสถานที่ คำ วิเวิศษณ์บอกความชี้เชี้ฉพาะ แน่นอน คำ วิเวิศษณ์บอกความไม่ชี้ม่เชี้ฉพาะ คำ วิเวิศษณ์บอกเนื้อความ เป็นคำ ถาม คำ วิเวิศษณ์บอกความปฏิเฏิสธ คำ วิเวิศษณ์บอกคำ ขานรับรั คำ วิเวิศษณ์เชื่อชื่มคำ หรือรืความ
๔ คำ ในภาษาไทย คำ คือ เสียงที่เที่ปล่งล่ออกมาและมีค มี วามหมาย คำ หนึ่งคำ อาจมีพ มี ยางค์เดีย ดี ว หรือ รื หลายพยางค์ก็ไก็ ด้ แต่ต้ต่อต้งหมายถึง ถึสิ่งเดีย ดี วกันกัเช่นช่ ไกล ผลิตลิ อุปสรรค ทศนิยม พุท พุ ธศักราช อ่าอ่นว่าว่ ไกล มี ๑ คำ ๑ พยางค์ อ่าอ่นว่าว่ผะ-หลิดลิ อ่าอ่นว่าว่อุบ-ปะ-สัก อ่าอ่นว่าว่ทด-สะ-นิ-ยม อ่าอ่นว่าว่พุด พุ-ทะ-สัก-กะ-หราด มี ๑ คำ ๒ พยางค์ มี ๑ คำ ๓ พยางค์ มี ๑ คำ ๔ พยางค์ มี ๑ คำ ๕ พยางค์ ส่วนประกอบของพยางค์ พยางค์ แบ่งบ่ออกเป็น ๓ ลักลัษณะ ตามส่วนประกอบที่ปที่ระสม ดังดันี้ ๑. ประสม ๓ ส่วน ประกอบด้วด้ย พยัญยัชนะ สระ และเสียงวรรณยุก ยุ ต์ ๒. ประสม ๔ ส่วน ประกอบด้วด้ย ส่วนประกอบ ๒ ลักลัษณะ คือ ๑) พยัญยัชนะ สระ เสียงวรรณยุก ยุ ต์ และตัวตั สะกด ๒) พยัญยัชนะ สระ เสียงวรรณยุก ยุ ต์ และตัวตัการันรัต์ ๓. ประสม ๕ ส่วน ประกอบด้วด้ย พยัญยัชนะ สระ เสียงวรรณยุก ยุ ต์ ตัวตั สะกด และตัวตัการันรัต์ ๑๘
ลัก ลั ษณะคำ ส่วนประกอบ พยัญ ยั ชนะต้น ต้ เสียงสระ เสียง วรรณยุก ยุ ต์ ตัว ตัสะกด ตัว ตั การัน รั ต์ มา เธอ ปลา หมอ ข้าข้ม โบย เร็ว ร็ อยาก เล่ห์ โพธิ์ แชร์ เคราะห์ ประสม ๓ ส่วน ประสม ๔ ส่วน ประสม ๔ ส่วน (ลักลัษณะที่ ๑) (ลักลัษณะที่ ๒) ม อา สามัญ สามัญ สามัญ จัตวา โท สามัญ สามัญ เอก โท สามัญ สามัญ ตรี ธ ปล หม ข บ ร อย ล พ ช คร เออ อา ออ อา โอ เอะ อา เอ โอ แอ เอาะ ม ย ว ก ห์ ธิ์ ร์ ห์ ๑๙
ลัก ลั ษณะคำ ส่วนประกอบ พยัญ ยั ชนะต้น ต้ เสียงสระ เสียง วรรณยุก ยุ ต์ ตัว ตัสะกด ตัว ตั การัน รั ต์ แพทย์ โบสถ์ ศาสตร์ จันจัทร์ ประสม ๕ ส่วน พ แอ โท เอก เอก สามัญ บ ศ จ โอ อา อะ ท ส ส น ย์ ถ์ ตร์ ทร์ คำ ในภาษาไทย คำ ที่ใที่ช้ใช้นภาษาไทย จำ แนกได้เด้ป็น ๗ ชนิด ดังดันี้ คำ นาม คำ กริย ริ า คำ วิเ วิศษณ์ คำ อุท อุ าน คำ สันธาน คำ สรรพนาม คำ บุพ บุ บท ๒๐
คำ นาม คือ คำ ที่ใที่ช้เช้รีย รี กชื่อ ชื่ คน สัตว์ สิิ่งของ และสถานที่ต่ที่าต่ง ๆ แบ่งบ่ออกเป็น ๕ ประเภท ดังดันี้ ๑. นามทั่ว ทั่ ไป หรือ รืสามานยนาม ใช้เช้รีย รี กชื่อ ชื่ ทั่วทั่ๆ ไป เช่นช่แม่ บ้าบ้น ปู่ ต้นต้ ไม้ แมว ปลา เด็ก ด็ ครู หนังสือ ฯลฯ ๒. นามชี้เฉพาะ หรือ รื วิสวิ ามานยนาม ใช้เช้รีย รี กเป็นชื่อ ชื่ เฉพาะของคำ นามทั่วทั่ ไป เช่นช่ครูนพรัตรัน์ ปัญญา ชลบุรี บุ รีสันติ หนังสือเรื่อ รื่ งสิงโตเจ้าจ้ ปัญญา ฯลฯ ๓. นามบอกหมวดหมู่ หรือ รืสมุห มุ นาม เป็นคำ นามที่แที่สดงหมวดหมู่ จะอยู่หยู่น้า คำ นามทั่วทั่ ไป เช่นช่กอง คณะ เหล่าล่กอ ฝูง ฝู ฯลฯ ๔. นามบอกอาการ หรือ รื อาการนาม เป็นคำ นามที่ใที่ช้บช้อกอาการและความ รู้สึรู้ สึ กต่าต่ง ๆ โดยใช้ การ นำ หน้าคำ กริยริาหรือ รื ความ นำ หน้าคำ วิเวิศษณ์ เช่นช่ การอ่าอ่น การเดินดิความรักรัความดี ฯลฯ แม่กม่วาดบ้า บ้ น แมวกินกิ ปลา ปู่ป ปู่ ลูก ลู ต้น ต้ ไม้ ครูนพรัต รั น์เป็นครูบรรณารักรัษ์ ปัญญาไปเที่ยที่วที่จัที่งจัหวัดวัชลบุรี บุ รี สันติข ติ อยืม ยื หนังสือเรื่อ รื่ งสิงโตเจ้า จ้ปัญญาจากห้องสมุด มุ ฝูง ฝู ควายป่าอาศัยอยู่ใยู่นป่าลึก ลึ นิดจัดจักองหนังสือให้เรีย รี บร้อร้ย การอ่าอ่นหนังสือทำ ให้เราฉลาด ความรัก รั ทำ ให้คนมีความสุข สุ ถ้าถ้คำ ว่าว่การ หรือรืความ นำ หน้าคำ นามทั่วทั่ ไป จะไม่จัม่ดจัว่าว่เป็นอาการนาม แต่จต่ะเป็นสามานยนามหรือรืวิสวิามานยนาม เช่นช่การบ้าบ้น การรถไฟ ฯลฯ ข้อสังเกต ๒๑
๕. นามบอกลัก ลั ษณะ หรือ รื ลัก ลั ษณนาม ใช้แช้ สดงรูปลักลัษณะของคำ นามทั่วทั่ ไปที่ อยู่ข้ยู่าข้งหน้า มักมัอยู่หยู่ลังลัคำ บอกจำ นวน เช่นช่รูป ตัวตัเล่มล่อันอัชิ้นชิ้แผ่นผ่ ใบ ฯลฯ คำ สันธาน ภิกภิษุ ๓ รูป เดินดิบิณบิฑบาต เสื่อ ๑ ผืน ผื ป้าเลี้ย ลี้ งแมว ๔ ตัว ตั ภูเ ภู ขา ๓ ลูก ลู น้องซื้อ ซื้สมุด มุ ๒ เล่มล่เรือ รื ๕ ลำ ข้อสังเกต ลักลัษณนามจะคล้าล้ยกับกั สมุหมุนาม แต่สต่มุหมุนามจะอยู่หยู่น้าคำ นามทั่วทั่ ไป เช่นช่ โขลงช้าช้ง ฝูง ฝู วัววัเป็นต้นต้ ส่วนลักลัษณะนามจะอยู่หยู่ลังลัจำ นวนนับ หรือรืคำ นามทั่วทั่ ไป เช่นช่ช้าช้ง ๑ โขลง วัววั๒ ฝูง ฝู เป็นต้นต้ คำ สรรพนาม แบ่งบ่ออกเป็น ๖ ประเภท ดังดันี้ ๑. สรรพนามแทนบุค บุ คล หรือ รื บุรุ บุ รุ ษสรรพนาม สรรพนามบุรุ บุ รุ ษที่ ๑ ใช้แช้ทนตัวตัผู้พู ผู้ ด พู หรือ รื ผู้เ ผู้ ขีย ขี น ได้แด้ก่ ฉัน ผม ข้าข้พเจ้าจ้ ดิฉัดิ ฉัน อาตมา เช่นช่ฉันชอบอ่าอ่นนิทาน กระผมขออนุญนุ าตไปเข้าข้ห้องน้ำ เป็นต้นต้ สรรพนามบุรุ บุ รุ ษที่ ๒ ใช้แช้ทนตัวตัผู้ฟั ผู้ฟัง หรือ รื ผู้อ่ ผู้ าอ่น ได้แด้ก่ เธอ คุณ ท่าท่น โยม พระคุณเจ้าจ้เช่นช่เธอจะไปไหน เป็นต้นต้ สรรพนามบุรุ บุ รุ ษที่ ๓ ใช้แช้ทนผู้ที่ ผู้ ถูที่ก ถู กล่าล่วถึง ถึ ได้แด้ก่ เขา ท่าท่น มันมัเช่นช่เขา ไม่ไม่ด้มด้าโรงเรีย รี น แมวของนิดจับจัหนูเ นู ก่งก่มัน มั น่ารักรัมาก (มันมัแทนคำ ว่าว่แมว ของนิด) เป็นต้นต้ ๒. สรรพนามแทนคำ ถาม หรือ รืปฤจฉาสรรนาม ใช้แช้ทนคำ นามที่ต้ที่อต้งการถาม ได้แด้ก่คำก่ คำว่าว่ ใคร อะไร ไหน เช่นช่ ใครเคาะ ประตู แม่ทำม่ทำอะไรคะ เป็นต้นต้ ๓. สรรพนามบอกความชี้ซ้ำ หรือ รื วิภ วิ าคสรรพนาม ใช้แช้ทนคำ นามทที่กที่ล่าล่วมาก่อก่นแล้วล้ ได้แด้ก่คำก่ คำว่าว่บ้าบ้ง ต่าต่ง กันกัเช่นช่ เด็ก ด็ ๆ บ้า บ้ งก็คุ ก็ คุ ยกันกับ้า บ้ งก็วิ่ ก็วิ่งวิ่เล่นล่นุ่ม นุ่ กับกันิ่มไปเที่ยที่วกัน กั เป็นต้นต้ ๒๒
คำ สันธาน คำ กริย ริ า หมายถึง ถึ คำ ที่แที่สดงการกระทำ หรือ รื อาการของคนและสัตว์ แบ่งบ่ออก เป็น ๔ ประเภท ดังดันี้ ๑. กริย ริ าไม่ต้ม่อ ต้ งมีก มี รรมมารองรับ รั หรือ รื อกรรมกริย ริ า เป็นคำ กริยริาที่มีที่ค มี วามหมาย สมบูร บู ณ์อยู่ใยู่นตัวตัแล้วล้เช่นช่นกบิน บิ น้ำ ไหล สุนั สุนัขเห่า เป็นต้นต้ ๒. กริย ริ าที่ต้ ที่ อ ต้ งมีก มี รรมมารองรับ รั หรือ รืสกรรมกริย ริ า เป็นคำ กริยริาที่ต้ที่อต้งมีก มี รรม มารับรัจึง จึ จะได้ใด้จความสมบูร บู ณ์ เช่นช่หน่องอ่าอ่นหนังสือ (หนังสือ เป็นกรรม) พ่อตัด ตั กระดาษ (กระดาษ เป็นกรรม) เป็นต้นต้ ๓. กริย ริ าต้อ ต้ งมีส่มีส่วนเติม ติ เต็ม ต็ หรือ รื วิต วิ รรถกริย ริ า (วิ-วิกะ-ตัดตั-ถะ-กะ-ริ-ริยา) เป็นกริยริาที่ต้ที่อต้งอาศัยคำ นาม หรือ รื คำ สรรพนาม มารับรั ประโยคจึง จึ จะมีค มี วาม บริบูริร บู ณ์ ได้แด้ก่คำก่ คำว่าว่เป็น ดุจ ดุ เหมือ มื น คล้า ล้ ย ราวกับ กั เพียง คือ เท่าท่เช่นช่เขา เหมือ มื นพ่อ แมวคล้า ล้ ยเสือ เป็นต้นต้ ๔. กริย ริ าช่วย หรือ รื กริย ริ านุเ นุ คราะห์เป็นคำ กริยริาที่ทำที่ทำหน้าที่ช่ที่วช่ยคำ กริยริาอื่น อื่ เพื่อ ให้มีค มี วามหมายชัดชัเจนขึ้น ขึ้ ได้แด้ก่คำก่ คำว่าว่จะ อาจ ต้อ ต้ ง ควร จง หรอก เถอะ แล้ว ล้ เช่นช่ สันติจติะไปห้องสมุด มุ น้ำ อาจท่วท่ม เธอควรตั้งตั้ ใจเรีย รี น น้องนอนแล้ว ล้ เป็นต้นต้ ๔. สรรพนามบอกความไม่เม่จาะจง หรือ รื อนิยมสรรพนาม ได้แด้ก่คำก่ คำว่าว่ ใคร ใด ๆ ใคร ๆ สิ่งใด ผู้ใ ผู้ ด ซึ่งซึ่อนิยมสรรพนามจะอยู่ใยู่น ประโยคบอกเล่าล่เท่าท่นั้น เช่นช่ ใคร ๆ ก็ไก็ ม่รัม่กรัผม เป็นต้นต้ ๕. สรรพนามบอกความชี้ระยะ หรือ รื นิยมสรรพนาม ใช้บช้อกระยะใกล้หล้รือ รื ไกล ได้แด้ก่คำก่ คำว่าว่นี่ นี้ นั่น นั้น โน่น โน้น เช่นช่ นี่ของฉัน นั่นของเธอ เป็นต้นต้ ๖. สรรพนามเชื่อมประโยค หรือ รืประพันธสรรพนาม ใช้แช้ทนคำ นามข้าข้งหน้า และเชื่อ ชื่ มคำ นามนั้นกับกั ประโยคที่ตที่ามมา ได้แด้ก่คำก่ คำว่าว่ ที่ ซึ่ง อัน อั เช่นช่พี่กินกิขนมที่คุณป้าทำ ครูชมเชยนักเรีย รี นซึ่งตั้งตั้ ใจเรีย รี น เป็นต้นต้ ๒๓
คำ สันธาน คำ วิเ วิศษณ์ แบ่งบ่ออกเป็น ๑๐ ชนิด ดังดันี้ ๑. คำ วิเ วิศษณ์บอกลัก ลั ษณะ เป็นคำ ที่บที่อกลักลัษณะหรือ รื อาการของคน สัตว์ สิ่งของ ได้แด้ก่คำก่ คำว่าว่ สูง สู เตี้ย ตี้ ใหญ่ เบา กว้า ว้ ง ยาว แคบ กลม แบน นุ่ม นุ่ ผอม หอม อ้ว อ้ น ดำ ขาว ช้า เร็ว ร็ ฯลฯ เช่นช่เขาตัวตั สูง สู แมวสีขาว แม่ใม่ ส่เสื้อใหม่ นิดวิ่งวิ่เร็ว ร็ เต่าต่เดินดิ ช้า เป็นต้นต้ ๒. คำ วิเ วิศษณ์บอกจำ นวน เป็นคำ ที่บที่อกจำ นวนของสิ่งต่าต่ง ๆ ได้แด้ก่คำก่ คำว่าว่มาก น้อย ทั้ง ทั้ หมด บาง และเลขจำ นวนต่าต่ง ๆ ฯลฯ เช่นช่บางคนชอบกินกิมาก ส้ม ทั้ง ทั้ หมดเป็นของพวกเรา เป็นต้นต้ ๓. คำ วิเ วิศษณ์บอกเวลา เป็นคำ ที่บที่อกเวลาในประโยค ได้แด้ก่คำก่ คำว่าว่เช้า สาย บ่าบ่ย เย็น ย็ ก่อก่น เช่นช่ ฝ้ายไปโรงเรีย รี นก่อก่นนิด มดเข้าข้นอนทีห ที ลัง ลั เป็นต้นต้ ๔. คำ วิเ วิศษณ์บอกสถานที่ เป็นคำ ที่บที่อกสถานที่ ได้แด้ก่คำก่ คำว่าว่บน หน้า หลัง ลั ใกล้ ไกล เหนือ ใต้ ล่าล่ง เช่นช่เดี่ย ดี่ วเดินดิหน้าก้อก้ง แม่อม่ยู่ชั้ยู่นชั้บน ฉันอยู่ชั้ยู่นชั้ล่าล่ง เป็นต้นต้ ๕. คำ วิเ วิศษณ์บอกความชี้เฉพาะแน่นอน ได้แด้ก่คำก่ คำว่าว่นี้ นั้น โน่น โน้น เช่นช่ห้อง นี้ทำ ความสะอาดแล้วล้ สมุด มุ เล่มล่นี้เป็นของฉัน เป็นต้นต้ ๖. คำ วิเ วิศษณ์บอกความไม่ชี้ม่ชี้ เฉพาะ ได้แด้ก่คำก่ คำว่าว่ ใด ไหน อะไร อย่าย่งไร อื่น อื่ ๆ เช่นช่เธอจะทำ อะไรก็ทำ ก็ ทำเถิดถิคนอื่น อื่ ๆ กลับลับ้าบ้นหมดแล้วล้เป็นต้นต้ ๗. คำ วิเ วิศษณ์บอกเนื้อความเป็นคำ ถาม ได้แด้ก่คำก่ คำว่าว่อะไร อย่าย่งไร ไหน ทำ ไม เช่นช่ตัวตัอะไรอยู่ใยู่ต้โต้ต๊ะ ต๊ การอ่าอ่นหนังสือในห้องสมุด มุ ควรปฏิบัฏิติบั ติอย่าย่งไร เป็นต้นต้ ๘. คำ วิเ วิศษณ์บอกความปฏิเ ฏิสธ ได้แด้ก่คำก่ คำว่าว่ ไม่ ไม่ใม่ช่ ไม่ไม่ด้ ฯลฯ เช่นช่ผมไม่ไม่ด้ผิดผิ ห้องนี้ไม่ใม่ช่ห้องของเธอ เป็นต้นต้ ๙. คำ วิเ วิศษณ์บอกคำ ขานรับ รั ได้แด้ก่คำก่ คำว่าว่คะ ค่ะ ขา ครับ รั จ๊ะ จ๊ จ๋า จ๋ เช่นช่คุณแม่คม่รับ รั สวัสวัดีค่ะคุณครู เป็นต้นต้ ๑๐. คำ วิเ วิศษณ์เชื่อมคำ หรือ รื ความ ได้แด้ก่คำก่ คำว่าว่ที่ ซึ่ง อัน อั เช่นช่เขาคิดอย่าย่งที่เธอ คิด เป็นต้นต้ ๒๔
คำ ชี้แจง : ให้นักเรีย รี นเลือกคำ ไปเขียนให้ตรงกับภาพ แล้วอ่านคำ เหล่านั้น เสาชิงชิช้าช้ทะเล สนามบินบิ สุว สุ รรณภูมิ ภูมิดอกทานตะวันวั กระต่าต่ย วัดวัภูเ ภู ขาทอง ดวงอาทิตทิย์ ชาวนา รถยนต์ แบบฝึกหัด คำ นาม...ใช้เรีย รี กตามชื่อ ชื่อ-สกุล กุ.....................................................เลขที่.ที่............ชั้น.............. ๒๕
คำ ชี้แจง : ให้นักเรีย รี นระบุชนิดและหน้าที่ข ที่ องคำ บุรุษสรรพนามในประโยค แบบฝึกหัด คำ แทนชื่อ....นี้คือสรรพนาม ๑. พวกเขากำ ลังทำ ความสะอาดห้องเรีย รี น พวกเขา เป็น ทำ หน้าที่ ๒. คุณแม่สม่อนฉันให้รู้จัรู้กจั ประหยัด ฉัน เป็น ทำ หน้าที่ ๓. แก้วก้ตา ทำ ไมเธอไม่มาโรงเรีย รี นเมื่อ มื่ วานนี้ เธอ เป็น ทำ หน้าที่ ๔. กระผมขอนิมนต์ห ต์ ลวงพ่อไปฉันเพลที่บ้ที่บ้านขอรับรั กระผม เป็น ทำ หน้าที่ ๕. เจ้าจ้ตูบ ตู เห่าเสียงดังมากคงมีค มี นแกล้งมันมั มันมัเป็น ทำ หน้าที่ ชื่อ-สกุล กุ.....................................................เลขที่.ที่............ชั้น.............. ๒๖
คำ ชี้แจง : ให้นักเรีย รี นระบายสี หน้าคำ กริยริา แบบฝึกหัด คำ กริย ริ า...สื่ออาการ ชื่อ-สกุล กุ.....................................................เลขที่.ที่............ชั้น.............. ตะโกน จักจัรยาน ว่าว่ยน้ำ บริจริาค ดุร้าร้ย ดื่มน้ำ ไพเราะ รับรั ประทาน กระโดด ปรบมือ มื ๒๗
คำ ชี้แจง : ให้นักเรีย รี นเขีย ขี นคำ ตรงข้าข้มกับคำ วิเศษณ์ที่กำ ที่ กำหนดให้ อ่านคำ เหล่าล่นั้น แบบฝึกหัด คำ วิเ วิศษณ์...ขยายคำ จำ ให้แม่น ม่ ชื่อ-สกุล กุ.....................................................เลขที่.ที่............ชั้น.............. ๑. ใกล้ ๒. ซ้าซ้ย ๓. ช้าช้ ๔. สูง สู ๕. ถูก ๖. มาก ๗. ก่อก่น ๘. สะอาด ๙. ดี ๑๐. กลางคืน ๒๘
บทที่ ๓ มาตรฐานการเรีย รี นรู้แ รู้ ละตัว ตั ชี้วัด วั มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าข้ ใจธรรมชาติขติองภาษาและหลักลัภาษาไทย การเปลี่ย ลี่ นแปลงของภาษาและพลังลัของภาษา ภูมิ ภู ปัมิ ปัญญาทาง ภาษา และรักรัษาภาษาไทยไว้เว้ป็นสมบัติบัขติองชาติ ท ๔.๑ ป.๔/๓ ใช้พช้จนานุก นุ รมค้นหาความหมายของคำ อ่า อ่ นเขียนอย่า ย่ งไร ต้อ ต้ งใช้พจนานุก นุ รม การใช้พจนานุก นุ รม มีปมี ระโยชน์ ดัง ดั นี้ เข้าข้ ใจความหมายของคำ และสำ นวน รู้ลัรู้กลัษณะการใช้คำช้ คำ อ่าอ่นออกเสียงคำ ได้ถูด้ก ถู ต้อต้ง เขีย ขี นคำ ได้ถูด้ก ถู ต้อต้ง รู้ชรู้นิดของคำ และที่มที่าของคำ
การใช้พจนานุกรม จำ เป็นต้อต้งทราบวิธีวิก ธี ารเรีย รี งลำ ดับคำ ก่อน เพื่อให้ ใช้พช้จนานุก นุ รมได้อย่างถูกต้อต้ง ดังนี้ ๑. จัดจัเรีย รี งคำ ตามลำ ดับพยัญชนะต้นตามตัวอักษร ดังนี้ ก - ร ฤ - ฤา ล ฦ - ฦา ว - ฮ ๒. จัดจัเรีย รี งคำ ตามลำ ดับรูปสระ ดังนี้ ๑) -ะ ๒) -ั (กัน) ๓) -ัะ (ผัวผัะ) ๔) -า ๕) -ำ ๖) -ิ ๗) - ี ๘) -ึ ๙) -ื ๑๐) -ุ ๑๑) -ู ๑๒) เ๑๓) เ-ะ (เกะ) ๑๔) เ-า (เขา) ๑๕) เ-าะ (เจาะ) ๑๖) เ-ิ (เกินกิ ) ๑๗) เ-ี (เสีย) ๑๘) เ-ีะ (เดียะ) ๑๙) เ-ื (เสือ) ๒๐) เ-ืะ (เกือะ) ๒๑) แ- ๒๒) แ-ะ (แพะ) ๒๓) โ- ๒๔) โ-ะ (โป๊ะ) ๒๕) ใ- ๒๖) ไสำ หรับรัตัวตัย ว อ นับเป็นลำ ดับในพยัญชนะเสมอ ๓. คำ ที่อที่ยู่ใยู่นหมวดอักษรเดียวกัน จะเรีย รี งลำ ดับตามรูปพยัญชนะตัวถัดไป ของคำ ไม่ว่ม่าว่จะเป็นตัวสะกด อักษรควบกล้ำ หรือ รื อักษรนำ เช่นช่งม มาก่อก่น งวด เพราะ ม มาก่อน ว จรด มาก่อน จรวด เพราะ ด มาก่อน ว ฉมวก มาก่อก่น ฉลอง เพราะ ม มาก่อน ล ๔. คำ ที่ขึ้ที่ ขึ้น ขึ้ ต้นต้ด้วยพยัญยัชนะและตามด้วยพยัญชนะ จะมาก่อนคำ ที่ขึ้ ที่ขึ้นต้น พยัญยัชนะและตามด้วยสระ เช่นช่ลง มาก่อน ล่าล่ง มธุ มาก่อน มุข หงส์ มาก่อน หัก ปรบ มาก่อก่น ปราศ สกนธ์ มาก่อก่น สักขี อคติ มาก่อก่น อัคคี ๓๐
๕. คำ ที่ไที่ม่มีรู มี รู ปวรรณยุก ยุ ต์ จะมาก่อนคำ ที่มี ที่ รู มี รู ปวรรณยุก ยุ ต์ เช่นช่กลอง มาก่อก่น กล่อง กล้อง ปา มาก่อก่น ป่า ป้า ป๊า ป๋า ๖. การเรีย รี งลำ ดับคำ ที่เที่ป็นคำ นามย่อย จะจัดเรีย รี งนามย่อยไว้ตามหมวดตัว อักษร เช่นช่แก้ว เป็นนามย่อย่ยของนก ไม่ไม่ด้จัดจั ไว้ใต้คำ ว่า นก แต่จัดเรีย รี งไว้ ในหมวด ก ๗. คำ บางคำ ที่เที่ป็นอนุพ นุ จน์ หรือ รื ลูก ลู คำ ของคำ ตั้งตั้ก็จัดไว้ใต้คำ ตั้งตั้ทั้งทั้ สิ้น เช่นช่ ขวัญวัเป็นคำ ตั้งตั้มีอ มี นุพ นุ จน์ หรือ รื ลูก ลู คำ ได้แก่ ขวัญวัดี ขวัญบิน ขวัญเมือง ขวัญหาย และขวัญวัอ่อน ๘. คำ ที่มีที่มี-็ (ไม้ไต่คู้) จะลำ ดับอยู่ก่ ยู่ อก่นคำ ที่มี ที่ มี รูปวรรณยุก ยุ ต์ เช่นช่แข็ง แข่ง แข้ง ๓๑
แบบฝึกหัด อ่านเขียนอย่างไร...ต้อ ต้ งใช้พจนานุกรม คำ ชี้แจง : .ให้นักเรีย รี นเรีย รี งคำ ต่อไปนี้ใหม่ตม่ามหลักพจนานุก นุ รม ๑. สังเกต อารมณ์ กิจวัตร ทัพทัพี ปราศจาก ๒. เสื้อผ้าผ้ขุ่นมัวมัตั๊ก ตั๊ แตน ก๋วก๋ยเตี๋ยว เป๋าฮื้อ ๓. กระดาษ กตัญตัญู กำ เนิด กฎหมาย เกสร ๔. ชะนี ม้าม้ลาย ยีราฟ นกยูง ยู ฮิปโปโปเตมัส ๕. กระต่าย ม้าม้น้ำ กิ้งกิ้ก่าก่ตะขาบ ผีเ ผีสื้อ ชื่อ-สกุล กุ.....................................................เลขที่.ที่............ชั้น.............. ๓๒
ส่วนประกอบของประโยค บทที่ ๔ มาตรฐานการเรีย รี นรู้แ รู้ ละตัว ตั ชี้วัด วั มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าข้ ใจธรรมชาติขติองภาษาและหลักลัภาษาไทย การเปลี่ย ลี่ นแปลงของภาษาและพลังลัของภาษา ภูมิ ภู ปัมิ ปัญญาทางภาษา และรักรัษาภาษาไทยไว้เว้ป็นสมบัติบัขติองชาติ ท ๔.๑ ป.๔/๔ แต่งต่ ประโยคได้ถูด้ก ถู ต้อต้งตามหลักลัภาษา ภาษาไทยน่าเรีย รี น ฝึกเขียนด้ว ด้ ยประโยค ประโยคสามัญ มั ประโยค ๒ ส่วน ประโยค ๓ ส่วน
ประโยค เป็นถ้อยคำ ที่มีที่ค มี วามบริบูริร บู ณ์ ใช้สื่ช้ สื่ อสารได้เข้าใจ ชัดชัเจน ประกอบด้วย ส่วนประกอบ ๒ ส่วน คือ ๑. ภาคประธาน หรือ รื บทประธาน ประธานอาจเป็นคำ นาม หรือ รื คำ สรรพนามก็ไก็ ด้ ๒. ภาคแสดง หรือ รื บทกริยา เป็นส่วนที่แ ที่ สดงกิริกิยริาหรือ รื อาการ ของบทประธาน เป็นคำ กริยริา เช่นช่ บทประธาน สุนั สุนัข ลม บทกริย ริ า เห่า พัด ส่วนที่เที่ป็นบทประธาน หรือ รื บทกริยริา อาจมีคำ วิเศษณ์มาประกอบโดยคำ ที่ม ที่ า ประกอบบทประธาน เรีย รี กว่าว่ “บทขยายประธาน” ส่วนคำ ที่ม ที่ าประกอบบทกริยริา เรีย รี กว่าว่ “บทขยายกริยริา” เช่นช่ บทประธาน บทขยายประธาน สุนั สุนัข สุนั สุนัข ลม - สีดำ - เห่า เห่า พัด บทกริย ริ า เสียงดัง เสียงดัง แรง บทขยายกริย ริ า ประโยค ๓๔
ประโยคแบ่งบ่ออกเป็น ๒ ชนิด ได้แก่ ๑. ประโยคสองส่วน คือ ประโยคที่ปที่ ระธานแสดงหรือ รื กระทำ กริยริาที่เ ที่ ข้าใจ ชัดชัเจน ประกอบด้วย บทประธาน และบทกริยริา (อาจมีบทขยายประธาน หรือ รื บทขยายกริยริาด้วยก็ไก็ ด้) เช่นช่ ประโยค นกบินบิ ชนิดของประโยค ฝนตกหนัก พี่ของฉันวิ่งวิ่เร็ว ร็ สุนั สุนัขตัวตั ใหญ่ เห่าเสียงดัง ส่วนประกอบ ประธาน บทประธาน บทขยาย ประธาน กริย ริ า บทกริยริา บทขยาย กริยริา กรรม บทกรรม บทขยาย กรรม นก ฝน พี่ สุนั สุนัข - - ของฉัน ตัวตั ใหญ่ บินบิ ตก วิ่งวิ่ เห่า - - - - - - - - - หนัก เร็ว ร็ เสียงดัง ๒. ประโยคสามส่วน คือ ประโยคที่ปที่ ระธานแสดงหรือ รื กระทำ กริยริาที่ยั ที่ ยังไม่ระบุ ชัดชัเจน ต้อต้งมีบ มี ทกรรม ประกอบด้วย บทประธาน บทกริยริา และบทกรรม (อาจมีบ มี ทขยายประธาน บทขยายกริยริา หรือ รื บทขยายกรรมด้วยก็ได้) เช่นช่ ประโยค ส่วนประกอบ ประธาน กริย ริ า กรรม บทประธาน บทขยาย ประธาน บทกริยริา บทขยาย กริยริา บทกรรม บทขยาย กรรม ฉันทบทวน บทเรีย รี นทุก ทุ วัน เขาคนนั้นเก็บ ก็ ดินดิ สอของเธอได้ ฉัน เขา - คนนั้น ทบทวน เก็บ ก็ ทุกทุวันวั ได้ บทเรียรีน ดินดิ สอ - ของเธอ ๓๕
ประโยค ส่วนประกอบ ประธาน บทประธาน บทขยาย ประธาน กริย ริ า บทกริยริา บทขยาย กริยริา กรรม บทกรรม บทขยาย กรรม แม่ของเธอซื้อซื้ ดอกกุหกุลาบสีแดง สันติอ่านหนังสือ เรื่อรื่ง เรื่อรื่งของ ม่าเหมี่ยว แม่ สันติ ของเธอ ซื้อซื้- ดอก กุหกุลาบ สีแดง - อ่าอ่น - หนังสือ เรื่อรื่ง เรื่อรื่งของ ม่าม่เหมี่ยมี่ว การแต่ง ต่ ประโยค ประโยค ส่วนประกอบ ประธาน กริย ริ า กรรม การแต่งต่ ประโยค เป็นการนำ คำ ชนิดต่าต่งๆ มาเรีย รี งต่อกันให้ได้ใจความ ชัดชัเจน มีส่มี ส่วนประกอบของประโยค คือ ประธาน และกริยริา โดยอาจมีกรรม หรือ รื ไม่มีม่ก็ มี ไก็ ด้ เช่นช่ พี่หัวเราะ ฉันดูโทรทัศทัน์ แสนดีเล่นล่กีต กี าร์ นิดฟังเพลง พี่ ฉัน แสนดี นิด หัวเราะ ดู เล่น ฟัง - โทรทัศทัน์ กีตาร์ เพลง ๓๖
คำ สันธาน ประโยค ส่วนประกอบ ประธาน บทประธาน บทขยาย ประธาน กริย ริ า บทกริยริา บทขยาย กริยริา กรรม บทกรรม บทขยาย กรรม ตัวตัอย่าง แม่ของเธอซื้อซื้ ดอกกุหกุลาบสีแดง ๑) พลอยอ่านหนังสือ เรื่อรื่ง เรื่อรื่งของ ม่าเหมี่ยว แม่ ของเธอ ซื้อซื้- ดอก กุหกุลาบ สีแดง แบบฝึกหัด ภาษาไทยน่าเรียน ฝึกเขียนด้วยประโยค คำ ชี้แจง : ให้นักเรีย รี นแยกส่วนประกอบของประโยคต่อไปนี้ลงใน ตารางใหถูกต้อต้ง ๒) คุณแม่ของฉัน สวมเสื้อสีขาว ๓) ฉันรับรั ประทาน ข้าวต้มทุกทุเช้าช้ ๔) คุณป้าซื้อซื้ ใบตอง มาจากตลาด ๕) แมวดำ ตัวใหญ่ ชอบไล่จับหนู ชื่อ-สกุล กุ.....................................................เลขที่.ที่............ชั้น.............. ๓๗
แต่งต่บทร้อยกรอง และคำ ขวัญ วั การแต่งต่คำ ประพันธ์ กลอนสี่ คำ ขวัญวั บทที่ ๕ แต่ง ต่ บทร้อ ร้ ยกรองพ้องคำ ขวัญ วั มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ย ลี่ นแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปัญญาทาง ภาษา และรักรัษาภาษาไทยไว้เว้ป็นสมบัติของชาติ ท ๔.๑ ป.๔/๕ แต่งบทร้อร้ยกรองและคำ ขวัญ มาตรฐานการเรีย รี นรู้แ รู้ ละตัว ตั ชี้วัด วั สาระการเรีย รี นรู้
๕.ตรวจทานความถูกต้อ ต้ งของสำ นวนภาษา เนื้อความ ความคล้อ ล้ งจอง และปรับ รั ปรุงให้สมบูร บู ณ์ การแต่ง ต่ คำ ประพันธ์ คำ ประพันธ์ หมายถึง ถึ ถ้อ ถ้ ยคำ ที่แที่ต่ง ต่ ขึ้น ขึ้ และเรีย รี บเรีย รี ง ให้เป็นบทร้อ ร้ ยกรอง ได้แ ด้ ก่ โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ร่า ร่ ย การแต่ง ต่ คำ ประพันธ์ มีห มี ลักในการแต่ง ดัง ดั นี้ ๑.วางแผนหรือ รื เตรีย รี มการเขียน ว่าว่จะแต่งต่คำ ประพันธ์เ ธ์ รื่อ รื่ งอะไร ใช้คำ ประพันธ์ปธ์ ระเภทใด ๒.กำ หนดโครงเรื่อ รื่ งของคำ ประพันธ์ที่ ธ์ที่จ ที่ ะแต่งต่และตั้ง ตั้ ชื่อเรื่อ รื่ ง ๓.เขียนเรีย รี บเรีย รี งเรื่อ รื่ งเป็นร้อ ร้ ยแก้ว ก้ ๔.แต่งต่คำ ประพันธ์ต ธ์ ามเรื่อ รื่ งที่เ ที่ ขียนเรีย รี บเรีย รี งไว้ กำ หนดเรื่อ รื่ ง เรื่อ รื่ งชาวนา กำ หนดโครงเรื่อ รื่ ง -ชาวนาทำ นาในฤดูฝน -ชาวนาต้อต้งอดทนทำ นาเพื่อปลูก ลู ข้าวให้คนกิน -เมื่อ มื่ ต้นต้ข้าข้วโตก็เ ก็ กี่ย กี่ วข้าวและนำ ข้าวไปสีที่โที่ รงสี -ชาวนามีพระคุณต่อต่เรา เรีย รี บเรีย รี งเนื้อหา ชาวนาทำ นาในฤดูฝน ชาวนาต้องอดทนทำ นาเพื่อปลูก ลู ข้าวให้คนกิน เมื่อ มื่ ต้นต้ข้าข้วโตได้ที่ช ที่ าวนาจะช่วช่ยกันเกี่ยวข้าวแล้วนำ ข้าวไปสีที่โรที่ งสี ทำ ให้เรามีข้าข้วกินมาจนทุก ทุ วันนี้ ชาวนาจึงมีพ มี ระคุณต่อเรา ตัว ตั อย่า ย่ งการกำ หนดโครงเรื่อ รื่ ง ๓๙
กลอนสี่ เข้า ข้ สู่หน้าฝน ทุก ทุ คนเริง ริ ร่า ร่ พืชผัก ผั ข้า ข้ วปลา นาสมบูร บู ณ์ดี ชาวไร่ช ร่ าวสวน ชวนกัน กั เร็ว ร็ รี่ เพาะกล้า ล้ มากมี ที่ดิที่ดิ นพัฒนา กลอนสี่ เป็นคำ ประพันธ์ปธ์ ระเภทกลอน ใน ๑ บท มี๒ มี บาท ๑ บาท มี ๒ วรรค วรรคละ ๔ คำ จึง จึ เรีย รี ก กลอนสี่ อ่าอ่นและสังเกตแผนผังผักลอนสี่ ดังดันี้ สัมผัสระหว่างบท แผนผังผักลอนสี่ กลอนสี่ ๑ วรรค มี ๔ คำ - คำ สุดสุท้าท้ยของวรรคแรกคล้อล้งจองกับกัคำ แรกหรือ รื คำ ที่สที่องของวรรคที่ ๒ -คำ สุดสุท้าท้ยของวรรคที่ ๒ คล้อล้งจองกับกัคำ สุดสุท้าท้ยของวรรคที่ ๓ -คำ สุดสุท้าท้ยของวรรคที่ ๓ คล้อล้งจองกับกัคำ แรกหรือ รื คำ ที่สที่องของวรรคที่ ๔ -และคำ สุดสุท้าท้ยของวรรคที่ ๔ ของบทแรกคล้อล้งจองกับกัคำ สุดสุท้าท้ยของวรรคที่ ๒ ของบทถัดถั ไป หลัก ลั การจำ กลอนสี่ ตัว ตั อย่า ย่ งกลอนสี่ ๔๐
คำ ชี้แจง : ให้นักเรีย รี นนำ ข้อความที่กำ ที่ กำหนดให้มาเรีย รี งร้อร้ยให้เป็นกลอนสี่ ที่ถูที่ถู กต้อต้งตามฉันทลักลัษณ์ และได้เนื้อความที่สที่มบูรณ์และเขียนแผนผังผั กลอนสี่ให้ถูกต้อง แบบฝึกหัด สร้างสรรค์ กลอนสี่ ต้อ ต้ งมาขอทาน โธ่เธ่อ๋ย อ๋ ช้า ช้ งไทย อยู่ชยู่านเมือ มื งกรุง ถึง ถึ อยู่ป่ยู่ ป่าดง ยิ่งยิ่ใหญ่นัญ่ นั กหนา ไพรพงกัน กั ดาร ทุเ ทุ รศนัยน์ตา ดีก ดี ว่าว่ซมซาน แผนผัง ผั กลอนสี่ ชื่อ-สกุล กุ.....................................................เลขที่.ที่............ชั้น.............. ๔๑
คำ ขวัญ วั คำ ขวัญ วั คือ ถ้อยคำ ที่แที่ต่งต่ขึ้น ขึ้ เพื่อเตือนใจเพื่อชักชัจูงใจมักเป็นคำ ปลอบขวัญ หรือ รืปลุก ลุ ใจให้ เชื่อ ชื่ มั่นมั่ ให้เห็นคุณค่าและความสำ คัญของสิ่งที่ก ที่ ล่าวถึง มักมัเป็นถ้อยคำ ที่สัที่สัมผัสผัคล้อล้งจอง ตัว ตั อย่างคำ ขวัญ - สุร สุ ายาเสพติดติเป็นภัยต่อชีวิ ชี ตวิเป็นพิษต่อสังคม - ปลอดภัยภัเพื่อชีวิ ชี ตวิทุก ทุ ขณะจิตอย่าประมาท - เลิกลิ สูบเลิกลิเสพในวันวันี้เพื่อชีวิ ชีวิตที่ดีที่ดีในวันหน้า - ความรู้คู่รู้คู่ คุณธรรม นำ สู่อ สู่ นาคต ประโยชน์ของคำ ขวัญวั ๑) เพื่อให้ข้อข้คิดเตือ ตื นสติ ๒) เพื่อรณรงค์เชิญชิชวนให้ทำ กิจกิกรรมต่าต่ง ๆ หรือ รื เพื่อกระตุ้น ตุ้ ให้ ผู้ค ผู้ นได้ตด้ระหนักถึง ถึ กิจกิกรรมนั้น ๆ ๓) ช่วช่ยส่งเสริมริภาพลักลัษณ์ของหน่วยงานหรือ รื กิจกิการต่าต่ง ๆ การแต่งต่คำ ขวัญวัที่ดีที่ดี กำ หนดจุด จุ มุ่ง มุ่ หมายโดยเน้นเรื่อ รื่ งราวหรือ รื เนื้อความของคำ ขวัญวัมี ความโดดเด่นด่ สะท้อท้นมุม มุ มองแง่คิง่ คิดและเป็นประโยชน์ต่อต่หน่วยงานหรือ รื กิจกิกรรมหรือ รื ต่อต่ สาธารณชน มีค มี วามกระชับชั สั้น ได้ใด้จความหรือ รื ใช้ถ้ช้อถ้ยคำ ได้ สละสลวยช่วช่ยกระตุ้น ตุ้ ให้รู้สึรู้ สึ กดีสดี ร้าร้งจิตจิ สำ นึกที่ดีที่ต่ ดี อต่ สังคม องค์ประกอบของคำ ขวัญวั คำ ขวัญวั ประกอบด้วด้ยองค์ประกอบสำ คัญ ดังดันี้ ๑) จุด จุ มุ่ง มุ่ หมายของการแต่งต่เนื่องจากคำ ขวัญวัแต่ลต่ะหน่วยงานหรือ รื กิจกิกรรมจะมีจุ มี ด จุ มุ่ง มุ่ หมายที่แที่ตกต่าต่งกันกัเช่นช่คำ ขวัญวัวันวัเด็ก ด็ ต้อต้งการส่งเสริมริ ให้เด็ก ด็ มีพ มี ฤติกติรรมที่ดีที่ต่ ดี าต่ง ๆ เช่นช่“เด็ก ด็ ดีเ ดีป็นศรีแ รี ก่ชก่าติเ ติ ด็ก ด็ ฉลาดชาติเ ติ จริญ ริ ” ๒) ข้อมูล มู ในการแต่งต่เป็นส่วนประกอบสำ คัญอย่าย่งมากเนื่องจาก การแต่งต่คำ ขวัญวั ให้ตรงกับกัจุด จุ มุ่ง มุ่ หมายแล้วล้ข้อข้มูล มู และขอบข่าข่ยของเรื่อ รื่ งราวที่ เกี่ย กี่ วข้อข้งกับกัหัวข้อข้ที่จที่ะต้อต้งสะท้อท้น ๓) การเรีย รี บเรีย รี งถ้อยความ องค์ประกอบในส่วนสุด สุ ท้าท้ยคือการนำ ข้อข้มูล มู ที่ไที่ด้มด้าจับจั ประเด็น ด็ สำ คัญด้วด้ยการใช้ถ้ช้อถ้ยคำ สั้น ๆ หรือ รื การใช้คำช้ คำคล้อล้งจอง ที่สที่ะท้อท้นเรื่อ รื่ งราวนั้นนั้น ๔๒
แบบฝึกหัด คำ ขวัญคำ ใจ คำ ชี้แจง : ให้นักเรีย รี นนำ ข้อความที่กำ ที่ กำหนดให้เติมในคำ ขวัญให้ถูกต้อง ดวงตา นิยมไทย มีวินั วิ นั ย แผ่นดิน วัน วั ละหน้า ไทยใช้ ความตาย ทำ ลายชีวิต เตือ ตื นตา ยั้ง ยั้ มือ มื ๑. เมื่อ มื่ใช้ยาเสพติด ติ ชีวิตรอ................................. ๒. ภูมิ ภู ใมิ จไทยทำ ดีใจ..................................... ๓. รัก รั ไทย........................ร่วร่มกันใช้ของไทยทำ ๔. สามัค มั คี นิยมไทย..............................ใฝ่คุณธรรม ๕. ผิด ผิ กฎหมาย...............................หากติด ติ สารระเหย ๖. ขับรถให้เตือ ตื นตน ข้ามถนน............................ ๗. บริจ ริ าค..............................ได้มหากุศล ๘. อ่าอ่นหนังสือ.............................เพิ่มคุณค่าแก่ชีวิต ๙. ยั้ง ยั้ คิดก่อก่นซื้อ...............................ก่อนสั่ง ๑๐. รวมพลัง..............................ขจัดสิ้นยาเสพติด ติ ชื่อ-สกุล กุ.....................................................เลขที่.ที่............ชั้น.............. ๔๓
บอกความหมาย ของสำ นวน สำ นวน คำ พังเพย สุภ สุ าษิต บทที่ ๖ สำ นวนไทยใฝ่เรีย รี นรู้ มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าข้ ใจธรรมชาติขติองภาษาและหลักลัภาษาไทย การเปลี่ย ลี่ นแปลงของภาษาและพลังลัของภาษา ภูมิ ภู ปัมิ ปัญญาทาง ภาษา และรักรัษาภาษาไทยไว้เว้ป็นสมบัติบัขติองชาติ ท ๔.๑ ป.๔/๖ สำ นวนที่เที่ป็นคำ พังเพยและสุภ สุ าษิต มาตรฐานการเรีย รี นรู้แ รู้ ละตัว ตั ชี้วัด วั สาระการเรีย รี นรู้
สำ นวน ความหมาย ตบตา หลอกหรือ รื ลวงให้เข้าใจผิดผิ ขวานผ่าผ่ซาก โผงผางไม่เม่กรงใจใคร ปลาใหญ่กิญ่นกิ ปลาเล็ก ล็ ประเทศหรือ รื คนที่มีที่อำ มี อำนาจ หรือ รื ผู้ใ ผู้ หญ่ที่กที่ดขี่ข่มเหงผู้อ่ ผู้อ่นแอ หรือ รื ผู้น้ ผู้น้อย มือ มื ถือสาก ปากถืกศีล มักแสดงตัวว่ามีศีลธรรม แต่กต่ลับลั ประพฤติชั่ติวชั่ ในน้ำ มีปมี ลา ในนามีข้ มี าข้ว บ้าบ้นเมืองอุดมสมบูรณ์ ปากปราศัย ใจเชือ ชื ดคอ พูดดีแต่ใจคิดร้าร้ย สำ นวน เป็นการนำ คำ หรือ รื ถ้อยคำ มาผูก ผู ต่อร้อร้ยเรีย รี งกัน มักมีเนื้อหาให้ข้อคิด หรือ รื ทำ ให้เข้าข้ ใจข้อข้ความอื่นๆ ได้ดียิ่งขึ้น อ่านและสังเกตสำ นวนต่อไปนี้ สำ นวนไทยอะไรเอ่ย อ่ สำ นวน หมายถึง เป็นถ้อยคำ ที่มี ที่ มี ความหมายไม่ตรงตามตัวอักษร ใช้เช้ปรีย รี บเทีย ที บ เพื่อให้เข้าข้ ใจสิ่งที่พู ที่ พู ดหรือ รื เขียนดียิ่งขึ้น ตัว ตั อย่า ย่ งสำ นวน พร้อ ร้ มความหมาย ๔๕