The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือวิทยาศาสตร์พลังสิบ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nattaya040130, 2022-09-13 10:12:05

คู่มือวิทยาศาสตร์พลังสิบ

คู่มือวิทยาศาสตร์พลังสิบ

คู่มือโรงเรียน

ศูนย์วิทยาศาสตร์พลังสิบ
ระดับประถมศึกษา

โดยความร่วมมือระหว่าง
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
สำนักงานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.)



คำนำ

คู่มือโครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศึกษา เล่มนี้ จัดทำสำหรับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศึกษา เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานโครงการ สร้างความ
เขา้ ใจเพอ่ื นำไปสกู่ ารปฏิบตั จิ รงิ ใหไ้ ด้ผลอย่างมีประสิทธภิ าพ

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศึกษา ผ่านความเห็นชอบจากมติคณะรัฐมนตรี
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาส่งเสริมศักยภาพผู้เรียน และสร้างโอกาสทาง
การศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และเทคโนโลยีให้กบั ผู้เรยี นในทุกพ้ืนทร่ี ่วมกนั ขับเคลื่อนโครงการ
วิทยาศาสตร์พลังสิบในทุกมิติ ทั้งด้านหลักสูตร กิจกรรมการเรียนรู้ การพัฒนาศักยภาพผู้บริหาร ครู นักเรียน
และพัฒนาศกั ยภาพของประชากรซง่ึ เปน็ กำลงั สำคญั ของชาติในอนาคต

คณะทำงานหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคู่มือโครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศึกษานี้ จะเป็น
ประโยชน์และเปน็ แนวทางในการพัฒนาโครงการวทิ ยาศาสตร์พลังสบิ ระดับประถมศกึ ษา ให้เกดิ ประสิทธิภาพ
ตามเจตนารมณข์ องคณะทำงาน

สารบัญ

เรื่อง หนา้

คำนำ ก

1. ท่มี าและความสำคัญของโครงการวทิ ยาศาสตรพ์ ลังสิบ 1

2. วัตถุประสงค์ 3

3. เป้าหมาย 3

3.1 เชงิ ปรมิ าณ 3

3.2 เชงิ คุณภาพ 4

4. เครือข่ายความร่วมมือ 5

4.1 สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร 5

4.2 สถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 5

4.3 สำนกั งานพฒั นาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยแี หง่ ชาติ 6

4.4 สำนักงานท่ีประชมุ อธิการบดีมหาวทิ ยาลัยราชภฏั 6

5. แนวทางการดำเนนิ โครงการวทิ ยาศาสตรพ์ ลังสิบ ระดบั ประถมศึกษา 7

5.1 การพัฒนาศักยภาพบุคลากร 7

5.1.1. หลกั สตู รการอบรมสำหรับผบู้ ริหารสถานศึกษา 7

5.1.2. หลกั สูตรการอบรมสำหรับครูผ้สู อน ระดบั ประถมศึกษา 8

5.2 แผนการดำเนินโครงการวิทยาศาสตร์พลังสบิ ระดับประถมศึกษา 9

6. บทบาทและหน้าท่ีของโรงเรยี นในโครงการวทิ ยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศกึ ษา 14

6.1 บทบาทโรงเรียนศนู ยว์ ิทยาศาสตรพ์ ลงั สิบ ระดบั ประถมศกึ ษา 14

- โรงเรียนศนู ย์วทิ ยาศาสตรพ์ ลังสบิ ระดับประถมศึกษา คืออะไร? 14

- บทบาทและหนา้ ทีข่ องโรงเรียนศูนย์วิทยาศาสตร์พลงั สิบ ระดับประถมศึกษา 14

6.2 บทบาทของโรงเรยี นเครือขา่ ยวิทยาศาสตรพ์ ลังสิบ ระดับประถมศกึ ษา 16

- โรงเรยี นเครือขา่ ยวิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดบั ประถมศึกษา คืออะไร? 16

- บทบาทและหนา้ ที่ของโรงเรียนเครอื ข่ายวทิ ยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศึกษา 16

7. กรอบหลักสูตรวิทยาศาสตรพ์ ลังสบิ ระดบั ประถมศกึ ษา (ป. 4 – 6) พทุ ธศักราช 2564 17

7.1 โครงสร้างหลกั สตู ร 17

7.1.1 สาระการเรยี นรพู้ ืน้ ฐาน 17

ตารางท่ี 1 จำนวนชว่ั โมงรายวิชาพนื้ ฐานของแตล่ ะกลุ่มสาระการเรียนรู้ 17

7.1.2 สาระการเรยี นรู้เพิ่มเติม 18

ตารางที่ 2 จำนวนชวั่ โมงรายวิชาเพ่มิ เตมิ 18

ตารางที่ 3 ตัวอย่างการจัดช่วั โมงในการเรยี นแต่ละภาคเรียน 19

7.1.3 กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น 21

ตารางที่ 4 กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รียน 21

ตารางที่ 5 จำนวนเวลาเรยี นรายวิชาพนื้ ฐาน รายวิชาเพม่ิ เติม และกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน

หลักสตู รวิทยาศาสตร์พลงั สิบ ระดับประถมศึกษา 22

เรื่อง หนา้

7.2 การวดั และประเมนิ ผลนักเรยี น 23

7.3 การประเมนิ หลักสูตร 23

7.4 เกณฑก์ ารสำเร็จการศกึ ษาตามหลักสตู ร 23

8. สมรรถนะของผู้เรยี น 24

8.1 สมรรถนะของผเู้ รยี นระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน 24

8.2 รายวชิ าเพิ่มเติม 26

8.2.1 คำอธิบายรายวิชา

- รายวชิ า วทิ ยาศาสตรพ์ ลังสบิ ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 26

- รายวิชา วิทยาศาสตร์พลงั สิบ ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 5 27

- รายวชิ า โครงงานวทิ ยาศาสตรพ์ ลงั สบิ ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6 28

8.2.2 ตวั อย่างกจิ กรรมสง่ เสริมประสบการณว์ ทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และเทคโนโลยี

ตามแนวทาง สสวท. สำหรบั ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 – ๕ (รายวิชาเพ่ิมเติม) 29

ตารางท่ี 6 กจิ กรรมสง่ เสรมิ ประสบการณ์วทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี

สำหรบั ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – ๕

- ระดับช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 4 ภาคเรียนที่ 1 (รายวิชาเพมิ่ เติม) 29

- ระดบั ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 2 (รายวิชาเพมิ่ เตมิ ) 30

- ระดบั ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 5 ภาคเรียนที่ 1 (รายวชิ าเพม่ิ เตมิ ) 31

- ระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 2 (รายวิชาเพ่ิมเตมิ ) 32

8.3 กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น 34

1. ชื่อหลักสตู ร : ไขปริศนาการสังเคราะห์ดว้ ยแสง 35

2. ชื่อหลกั สตู ร : ข้าวไทย สู่การพฒั นาท่ยี ่งั ยนื 36

3. ชอื่ หลกั สตู ร : สนุกกบั วงจรไฟฟ้า และพลงั งานทางเลอื ก 37

4. ชอ่ื หลักสูตร : เรยี นรู้วิทยาศาสตร์ การด์ ไมต่ ก กบั โรคอุบัตใิ หม่ โควิด-19 38

5. ชื่อหลักสตู ร : เรียนรรู้ ะบบร่างกาย ใสใ่ จสขุ ภาพ 39

6. ช่ือหลกั สตู ร : Mathematics 40

7. ชื่อหลกั สูตร : Funny Cooking 41

8. ชื่อหลักสตู ร : พลังงานและส่ิงแวดลอ้ ม 42

9. ชื่อหลกั สตู ร : (ช)ี วิทยป์ ระจำวนั 43

10. ชื่อหลักสตู ร : Coding แสนสนุก 44

9. มาตรฐานและตัวช้ีวัด 45

9.1 มาตรฐานที่ 1 ด้านคณุ ภาพผู้เรยี น 45

9.1.1 มาตรฐานของผู้เรียน 45

- มาตรฐานหลักของผเู้ รียน 45

- มาตรฐานเฉพาะของผมู้ ีความสนใจพเิ ศษทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี 45
เรอื่ ง หน้า

9.1.2 มาตรฐานสมรรถนะ (COMPETENCY STANDARD) 46
- สมรรถนะหลกั (Core competencies) 46
- สมรรถนะเฉพาะของผ้มู ีความสนใจพิเศษทางด้านวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และ
เทคโนโลยี (Specific competencies) 46
50
9.2 มาตรฐานท่ี 2 ด้านคุณภาพครู 50
9.3 มาตรฐานที่ 3 ดา้ นการบริหารจัดการโรงเรยี น 50
50
- ดา้ นทรพั ยากรการเรยี นรู้ อาคาร สถานท่ี และส่ิงอำนวยความสะดวก 51
- ด้านกระบวนการเรยี นรู้ การวัดและการประเมินผล และการจดั กิจกรรมของโรงเรยี น 52
- ดา้ นหลกั สูตร 53
เอกสารอ้างอิง
คณะผ้จู ดั ทำ

คมู่ อื โรงเรียน ๑

ศูนย์วิทยาศาสตร์พลังสิบระดับ

1. ทม่ี าแลประะคถวมาศมึกสษำาคญั ของโครงการวทิ ยาศาสตรพ์ ลังสิบ

วิทยาศาสตร์ มีความสำคัญยิ่งในสังคมโลกปัจจุบันและอนาคต เนื่องจากวิทยาศาสตร์ เกี่ยวข้องกับ
ทุกคนทั้งในชีวิตประจำวันและการงานอาชีพต่าง ๆ ตลอดจนเทคโนโลยี เครื่องใช้และผลผลิตต่าง ๆ ที่มนุษย์
ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิต และการทำงานเหล่านี้ล้วนเป็นผลของความรู้วิทยาศาสตร์ที่ผสานกับความคิด
สร้างสรรค์และศาสตร์อื่น ๆ วิทยาศาสตร์ช่วยให้มนุษย์พัฒนาวิธีคิด ทั้งความเป็นเหตุเป็นผล
คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ วิจารณ์ มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าความรู้ มีความสามารถในการแก้ปัญหา
อย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลที่หลากหลาย ดังนั้น ทุกคนควรได้รับการพัฒนาองค์ความรู้
วิทยาศาสตร์พื้นฐานและทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เพื่อที่จะมีความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติและเทคโนโลยี
ที่มนุษย์สร้างขึ้น สามารถนำความรู้ไปใช้อย่างมีเหตุผล สร้างสรรค์และมีคุณธรรม1 ทั้งนี้ พบว่า การบูรณาการ
วิทยาศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ จะสามารถพัฒนามนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการนำคณิตศาสตร์และ
เทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ในสังคมยุคปัจจุบันและอนาคต คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจาก
คณิตศาสตร์มีส่วนเกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันของทุกคนซึ่งมนุษย์สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพ
ต่าง ๆ ตลอดจนองค์ความรู้ที่มนุษย์นำมาใช้ในชีวิตประจำวัน และคณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง
ต่อความสำเร็จในการเรียนรู้ในศตวรรษ ที่ 21 เนื่องจากคณิตศาสตร์ช่วยให้มนุษย์มีความริเริ่มสร้างสรรค์
คดิ อย่างมีเหตุผล เป็นระบบ มีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และสามารถนำไปใช้ชีวิต
จริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้คณิตศาสตร์ยังเป็นเครื่องมือในการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ
ศาสตร์อื่น ๆ อันเป็นรากฐานการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของชาติให้มีคุณภาพ2 ซึ่งมีความสอดคล้องกับ
พระราชบัญญตั ิการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ.2542 ฉบับท่ี 2 มาตราท่ี 22 การจดั การศึกษาต้องยึดหลกั ว่าผเู้ รยี นทุกคน
มีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้อง
ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ3 ดังนั้น การจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์
คณติ ศาสตร์ และเทคโนโลยี จึงเป็นสิง่ สำคัญต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นหน่วยงานที่ขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา
ขั้นพื้นฐานของประเทศไทย มีเป้าหมายในการจะพัฒนา ส่งเสริม และสนับสนุนการจัดการศึกษาให้ประชากร
วัยเรียนทุกคนได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้
คุณธรรมและจริยธรรม มีความสามารถตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานและการพัฒนาไปสู่คุณภาพ
ระดับสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจัดการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี
เพื่อมุ่งพัฒนานักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย นักพัฒนานวัตกรรมด้านต่าง ๆ อันจะนำไปสู่การสร้างบุคลากร
ที่เป็นกำลังสำคัญของชาติในการพัฒนาประเทศ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เล็งเห็นถึง
ความสำคัญในการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี

1 กระทรวงศึกษาธิการ, หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560), (กรุงเทพฯ:
โรงพมิ พ์ชมุ นมุ สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด, 2560), 92.

2 กระทรวงศกึ ษาธิการ, ตวั ชว้ี ดั และสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2560),
(กรุงเทพฯ: โรงพมิ พช์ ุมนมุ สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกดั , 2560), 1

3 สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาแห่งชาติ สำนักนายกรฐั มนตร,ี พระราชบญั ญตั กิ ารศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แกไ้ ขเพิ่มเติม
(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545, (กรุงเทพฯ: บรษิ ทั พรกิ หวานกราฟฟคิ จำกดั , 2545), 13



และคณิตศาสตร์ จงึ ไดด้ ำเนินโครงการส่งเสริมการจดั การเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ดังกล่าวให้กับผู้เรยี น โดยเริ่ม
ตั้งแต่ระดับปฐมวัย ไปจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย อาทิเช่น โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย
ระดับปฐมวัย และระดับประถมศึกษา โครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และ
สิ่งแวดล้อม เป็นต้น โดยการส่งเสริมการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ในระดับปฐมวัย
จนถึงระดับประถมศึกษา จะมุ่งเน้นการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างเจตคติที่ดี ของผู้เรียนต่อการเรียนวิทยาศาสตร์
คณติ ศาสตร์ และเทคโนโลยี โดยนกั เรียนในระดับชั้นประถมศึกษา ส่วนใหญ่เป็นวัยทีม่ ีความสนใจในส่ิงที่แปลกใหม่
และมีพฤติกรรมอยากรู้อยากลองในสิ่งต่าง ๆ โดยเด็กในช่วงวัยนี้จะมีพัฒนาการทางด้านสติปัญญาที่เพิ่มขึ้น รู้จัก
การคดิ อยา่ งมีเหตุและผล มคี วามสนใจใครร่ ้ใู นสง่ิ ต่าง ๆ ชอบความทา้ ทาย อยากรู้อยากเห็น 4

จ า ก ก า ร ศ ึ ก ษ า พ บ ว ่ า ก า ร จ ั ด ก า ร เ ร ี ย น ร ู ้ ก ล ุ ่ ม ส า ร ะ ก า ร เ ร ี ย น ร ู ้ ว ิ ท ย า ศ า ส ต ร ์ แ ล ะ เ ท ค โ น โ ล ยี
และกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับผู้เรียนระดับประถมศึกษา ที่มุ่งเน้นการสอนในรูปแบบบรรยายให้
ความรกู้ ับผู้เรียนมากกว่าท่ีจะใหผ้ ู้เรยี นได้ลงมือปฏิบัติจริง ทำใหผ้ ู้เรยี นมิได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเรียนวิชา
วิทยาศาสตร์และไม่สามารถคิดเชื่อมโยงว่าวิทยาศาสตร์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตได้5 ในขณะเดียวกันเป้าหมายของ
ผู้เรียนในการเรียนรู้ในรายวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เป็นการเรียน เพื่อนำความรู้ไปใช้
ในการสอบแข่งขันเพื่อศึกษาต่อ การเรียนการสอนมิได้ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดทักษะกระบวนการคิดแก้ปัญหาด้วย
ตนเอง6 ขาดทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ขาดการใช้สื่ออุปกรณ์ในการจัดการเรียนรู้ และจากการสำรวจ
ขอ้ มลู การติดตามการดำเนินงานโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ระดบั ประถมศึกษา พบว่า โรงเรียน
หลายแห่งยังขาดแคลนอุปกรณ์การทดลองทางด้านวิทยาศาสตร์ ขาดแคลนครูผู้สอนที่จบตรงตามสาขาวิชา
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เนื่องจากครูมีจำกัด ทำให้นักเรียนในระดับประถมศึกษาไม่ได้รับการส่งเสริมการจัดการ
เรียนรู้ในรายวิชาดังกล่าวอย่างเต็มตามศักยภาพ ปัจจัยเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่หน่วยงานทางการศึกษาควรให้
ความสำคัญและเร่งแก้ปัญหาโดยทันที ทั้งนี้การพัฒนาผู้เรียนระดับประถมศึกษา ทางด้านทักษะกระบวนการคิด
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้เรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – 6
เนื่องจากเป็นช่วงวัยท่ผี เู้ รียนสามารถใช้ทักษะกระบวนการคิด สามารถเรียบเรียงส่ิงทค่ี ิดเป็นคำพูดได้ สามารถคิดส่ิง
ทเี่ ป็นนามธรรมได้ สอดคลอ้ งกับทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเพยี เจต์ (Piaget) ท่กี ล่าวถึง การพัฒนาการทาง
สติปัญญาในขั้นการคิดแบบนามธรรม ช่วงอายุ 11-15 ปี เด็กสามารถตั้งสมมติฐานและใช้กระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ได้7 จึงเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่จะสามารถพัฒนาทักษะกระบวนการเรียนรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์
คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี และเพื่อให้เกิดการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่องเชื่อมโยงกับโครงกาบ้าน
นักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา ที่ดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียนระดับ
ประถมศึกษาปีที่ 1 - 3 กระทรวงศึกษาธิการโดยความรว่ มมือระหวา่ งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(สพฐ.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
แห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) จึงได้ร่วมกันจัดทำโครงการ
วทิ ยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศึกษา (ป.4-6) ขน้ึ เพ่ือพฒั นาศักยภาพผู้เรียนทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์
และเทคโนโลยีได้อย่างเต็มตามศักยภาพเชื่อมโยงไปสู่ระดับมัธยมศึกษา อุดมศึกษา เพื่อสร้างขุมกำลังสำคัญในการ
พฒั นาประเทศต่อไปในอนาคต

4 อรนชุ ลมิ ตศิริ, หลักสูตรและการเรยี นการสอนในระดับประถมศกึ ษา, (กรุงเทพฯสำนกั พิมพม์ หาวทิ ยาลัยรามคำแหง :, 2557), 61-62
5 อารีวรรณ ทองสุ ,เสนอ ภิรมจติ รผ่อง และพัฒนสุข ชำนินอก ,“สภาพการจดั การเรยี นรู้วิทยาศาสตรท์ ่สี ง่ เสริมทักษะการแกป้ ญั หา
อยา่ งสรา้ งสรรค์ สำหรบั นกั เรียนชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ,4” วารสารมหาวิทยาลยั ศิลปากร ปที ่ี ) 6 ฉบบั ท่ี 39พฤศจกิ ายน(2562 ธันวาคม - : .177
6 เตือนใจ ครองญาติ, “การพัฒนารูปแบบการสอนคณิตศาสตร์สร้างสรรค์เพือ่ พัฒนาผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นและเสริมสรา้ งความคิดสร้างสรรค์
เรอ่ื งการแก้โจทยป์ ญั หาสำหรบั นกั เรียนช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 1,” วารสารศิลปากรศกึ ษาศาสตรว์ ิจัย ปที ่ี 9 ฉบบั ท่ี 2 (กรกฎาคม-ธันวาคม 2560): 86.
7 ทศิ นา แขมณ,ี ศาสตร์การสอน, พิมพค์ ร้งั ท่ี 16, (กรุงเทพฯ: สำนักพิมพจ์ ุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั , 2555), 65



โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ ผ่านความเห็นชอบจากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564
เพื่อพัฒนาส่งเสริมศักยภาพผู้เรียน และสร้างโอกาสทางการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์
และเทคโนโลยีให้กับผู้เรียนในทุกพื้นที่ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบในทุกมิติ ทั้งด้านหลักสูตร
กิจกรรมการเรียนรู้ การพัฒนาศักยภาพผู้บริหาร ครู นักเรียน และการสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ
ให้กับโรงเรียนในโครงการ เพื่อให้นักเรียนทุกพื้นที่ของประเทศไทยได้มีโอกาสการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์
และเทคโนโลยีที่เน้นการปฏิบัติจริงเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน มีโอกาสใช้เครื่องมืออุปกรณ์
ในการทดลองและห้องปฏิบัติการที่ทันสมัยเหมาะสมกับกระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตรวิทยาศาสตร์พลังสิบ
ที่เน้นการพัฒนาทักษะและสมรรถนะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ในส่วนของโครงการ
วิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศึกษา เป็นความร่วมมือกันระหว่าง 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน (สพฐ.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สำนักงาน
พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสำนักงานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.
มรภ.) เพื่อพัฒนาสมรรถนะ (Competencies) นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ทางด้านวิทยาศาสตร์
คณติ ศาสตร์ และเทคโนโลยี ผ่านกระบวนการของหลักสูตร (Curriculum) โดยดำเนนิ การขับเคลื่อนโครงการ ฯ ในปี
พ.ศ. 2564 เริ่มจากการจัดตั้งโรงเรียนศูนย์วิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศึกษา จำนวน 100 ศูนย์ คัดเลือก
จากทั่วทุกภูมิภาค เพื่อให้โรงเรียนศูนย์วิทยาศาสตร์พลังสิบเหล่านี้ได้พัฒนาศักยภาพผู้เรียนทางด้านวิทยาศาสตร์
คณติ ศาสตร์และเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงพัฒนาศักยภาพครูผู้สอนให้สามารถจัดกระบวนการเรียนรู้
ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนให้ผู้เรียนได้ฝึกคิดและลงมือปฏิบัติด้วยตนเองผ่านกระบวนการทักษะทางวิทยาศาสตร์สามารถ
พัฒนาเป็นโรงเรียนต้นแบบของโครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ และสามารถขยายผลความสำเร็จทางด้านวิชาการ
ให้กบั โรงเรยี นในเครือขา่ ยอีกจำนวน 1,000 แห่ง ท่ัวทกุ ภูมภิ าคต่อไป

2. วัตถปุ ระสงค์

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ เป็นโครงการที่มุ่งพัฒนาสมรรถนะนักเรียน (Competencies)
ทางด้านวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และเทคโนโลยผี า่ นกระบวนการของหลักสูตร (Curriculum) และเครือข่าย
การพัฒนาศักยภาพมหาวิทยาลัย โรงเรียน ผู้บริหาร ครูผู้สอน และนักเรียน (Peer Learning Network)
เพื่อตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561 – 2580) ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ
ทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตามแผนการศึกษา
ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2560 – 2579)



3. เป้าหมาย

3.1 เชิงปริมาณ
3.1.1 โรงเรียนในโครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศึกษา จำนวนรวม 1,100 โรงเรียน

โดยแบ่งเป็นโรงเรียนศูนย์วิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศึกษา จำนวน 100 โรงเรียน
เพอื่ ใหบ้ ริการทางวชิ าการแก่โรงเรียนเครือข่าย จำนวน 1,000 โรงเรยี น (1 โรงเรียนศนู ยต์ ่อ 10 โรงเรยี นเครือข่าย)

3.1.2 ผู้อำนวยการโรงเรียนในโครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศึกษา จำนวน 1,100

คน

3.3.3 พัฒนาครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี และกลุ่มสาระ

การเรียนร้คู ณิตศาสตร์ มากกวา่ 10,000 คน/ปี

3.3.4 พฒั นานกั เรยี นให้มสี มรรถนะสูงมากกว่า 100,000 คน/ปี/ระดับชั้น
3.2 เชิงคุณภาพ

3.2.1 ผู้บริหารโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ และศึกษานิเทศก์ผู้รับผิดชอบโครงการได้รับการ
พัฒนาศักยภาพ ทำให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนทางด้าน
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี มีความพร้อมที่จะพัฒนาโรงเรียนให้สามารถจัดการเรียนรู้ทางด้าน
วทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ เพอื่ ให้บรรลุวัตถปุ ระสงค์ของโครงการ

3.2.2 ครูในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการได้รับการพัฒนาศักยภาพทางด้านความรู้ ทักษะ และ
ประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดการเรียนตามหลักสูตรโครงการ วิทยาศาสตร์พลังสิบ
ระดับประถมศึกษา ตลอดระยะเวลาดำเนนิ งาน 10 ปี

3.2.3 นักเรียนผู้มีความสนใจพิเศษทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีทุกคน
ไดร้ บั การพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพตามมาตรฐานโครงการวิทยาศาสตร์พลงั สิบ

3.2.4 นิสิต/นักศึกษา ครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ (Pre-service teacher) ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ
ครูในโรงเรียนที่ร่วมโครงการ มีความรู้ความสามารถในการจัดการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์
และเทคโนโลยี ตามแนวทางโครงการวทิ ยาศาสตร์พลงั สิบอยา่ งมีประสิทธภิ าพ



4. เครอื ข่ายความรว่ มมอื

การดำเนินโครงการวทิ ยาศาสตรพ์ ลังสิบ ระดับประถมศึกษา เป็นความร่วมมือกันระหว่างสำนกั งาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสำนักงานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลยั
ราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) ซ่ึงแต่ละหน่วยงานมบี ทบาทหน้าท่ีดงั นี้

4.1 สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร มบี ทบาทหน้าท่ี ดงั น้ี
1) รว่ มกับทุกฝา่ ยจัดทำมาตรฐานและหลกั สูตรวทิ ยาศาสตร์พลงั สบิ
2) รว่ มกบั ทุกฝา่ ยพฒั นาศักยภาพวิทยากรแกนนำ (Core Trainer) และครผู สู้ อนกลมุ่ สาระ
การเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกลมุ่ สาระคณิตศาสตร์ของโรงเรียนในโครงการ
วิทยาศาสตรพ์ ลังสบิ
3) สนบั สนุนทรัพยากรในการดำเนินงานของโครงการวิทยาศาสตรพ์ ลงั สิบ
4) คดั เลอื กโรงเรียนศูนย์วทิ ยาศาสตรพ์ ลังสิบ ระดบั ประถมศึกษา ในสังกัด สพฐ. และ
โรงเรียนเครือข่ายท่สี นใจเขา้ ร่วมโครงการ
5) รว่ มกบั ทุกฝา่ ย กำกบั ดูแล ติดตาม ประเมนิ ผลโครงการวทิ ยาศาสตรพ์ ลงั สิบให้ เปน็ ไปตาม
จุดมงุ่ หมายและวัตถปุ ระสงค์ของโครงการ
6) ประสานความร่วมมือกับหนว่ ยงานเครือข่าย เพื่อสนบั สนนุ การดำเนินงานของโครงการ
วิทยาศาสตรพ์ ลงั สบิ
7) ดำเนนิ งานวิจัยและประเมินผลโครงการวทิ ยาศาสตร์พลังสบิ ระดับประถมศึกษา

4.2 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มบี ทบาทหน้าท่ี ดงั น้ี
1) ร่วมกบั ทกุ ฝา่ ยจัดทำมาตรฐานและหลักสูตรวทิ ยาศาสตรพ์ ลังสบิ
2) ร่วมกับทุกฝ่ายพัฒนาศักยภาพวิทยากรแกนนำ (Core Trainer) และครูผู้สอนกลุ่มสาระ
การเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกลุ่มสาระคณติ ศาสตร์ของโรงเรียนในโครงการ
วทิ ยาศาสตรพ์ ลังสบิ
3) สร้าง พฒั นา และวจิ ยั เพือ่ สรรหาและบง่ ชนี้ ักเรียนทม่ี คี วามสนใจพิเศษดว้ ยเคร่ืองมือ
ที่หลากหลาย อาทิ การสร้างข้อสอบ การพัฒนากิจกรรมการสอบ และการสร้างข้อสอบ
สัมภาษณ์ เปน็ ตน้
4) พฒั นาและวจิ ัยหลักสูตร วิธีการจดั การเรียนรู้ และการประเมินผลการเรียนรเู้ กยี่ วกับ
วทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี
5) รว่ มกับทกุ ฝา่ ยกำกับ ดแู ล ตดิ ตาม ประเมนิ ผลโครงการวิทยาศาสตรพ์ ลังสิบให้เปน็ ไปตาม
จุดมุ่งหมายและวตั ถุประสงคข์ องโครงการ
6) ประสานงานความรว่ มมอื กบั หน่วยงานเครือขา่ ย เพือ่ สนบั สนุนการดำเนนิ งานของโครงการ
วิทยาศาสตรพ์ ลังสบิ

4.3 สำนกั งานพฒั นาวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยแี ห่งชาติ มบี ทบาทหนา้ ที่ ดังนี้
1) รว่ มกับทกุ ฝา่ ยจดั ทำมาตรฐานและหลักสูตรวทิ ยาศาสตร์พลังสิบ
2) ร่วมกับทุกฝ่ายพัฒนาศักยภาพวิทยากรแกนนำ (Core Trainer) และครูผู้สอนกลุ่มสาระ
การเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี และกลุ่มสาระคณติ ศาสตร์ของโรงเรียนในโครงการ
วทิ ยาศาสตร์พลงั สบิ



3) สนบั สนนุ ดา้ นความรู้และนวตั กรรมทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีให้ครู นกั เรียน และ
โรงเรียนในโครงการวทิ ยาศาสตร์พลังสบิ ระดบั ประถมศึกษา

4) ร่วมกบั ทุกฝ่าย กำกับ ดูแล ติดตาม ประเมนิ ผลโครงการวิทยาศาสตรพ์ ลงั สิบใหเ้ ป็นไปตาม
จดุ มงุ่ หมายและวัตถุประสงค์ของโครงการ

5) เพอ่ื ส่งเสริมสนับสนนุ และพัฒนาศักยภาพของผเู้ รยี นในโรงเรยี นโครงการวิทยาศาสตร์
พลงั สบิ ระดับประถมศึกษาปีท่ี 4 – 6 ใหไ้ ดร้ บั การพฒั นาเตม็ ตามศกั ยภาพ

4.4 สำนกั งานที่ประชมุ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภฏั มบี ทบาทหน้าที่ ดังนี้
1) ประสานงานให้มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏ รว่ มกับทกุ ฝ่ายจดั ทำมาตรฐานและหลักสูตร
วทิ ยาศาสตร์พลงั สิบ
2) ประสานงานใหม้ หาวทิ ยาลัยราชภฏั รว่ มกบั ทกุ ฝา่ ยพฒั นาศกั ยภาพวิทยากรแกนนำ
(Core Trainer) และครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
และกลุม่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ของโรงเรยี นในโครงการวทิ ยาศาสตร์พลงั สบิ
3) ประสานงานให้มหาวิทยาลยั ราชภฏั จดั สรรบคุ ลากรเพอื่ ทำหน้าที่วทิ ยากรพีเ่ ลี้ยงหรือ
อาจารยท์ ี่ปรกึ ษา ให้แกน่ กั เรยี นในโครงการวทิ ยาศาสตรพ์ ลงั สิบ
4) ประสานงานให้มหาวิทยาลัยราชภฏั ร่วมพฒั นาศักยภาพนกั เรยี นผ้มู คี วามสามารถพเิ ศษ
เชน่ การสนับสนุนสถานท่ี หรือการเขา้ ใชว้ สั ดอุ ุปกรณ์ในการทำโครงงาน สนับสนนุ
การศกึ ษาดงู านในมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั และการจัดการประชมุ วชิ าการในส่วนภมู ิภาค
สำหรับการนำเสนอโครงงานวทิ ยาศาสตร์
5) ประสานงานใหม้ หาวิทยาลยั ราชภัฏ บูรณาการกจิ กรรมตามหลักสตู รวทิ ยาศาสตร์พลังสบิ
เข้ากับหลกั สูตรการเรยี นร้สู ำหรับนสิ ิต / นกั ศกึ ษา และสนับสนนุ ให้ นสิ ิต / นักศกึ ษา
ฝึกประสบการณ์วิชาชพี ครูในโรงเรยี นโครงการวิทยาศาสตร์พลงั สิบมสี ว่ นรว่ มในการกำกับ
ติดตามกระบวนการ PLC เพ่ือพัฒนาการจดั การเรียนรใู้ นโครงการวิทยาศาสตรพ์ ลังสบิ
6) รว่ มกบั ทุกฝ่าย กำกับ ดแู ล ตดิ ตาม ประเมินผลโครงการวิทยาศาสตรพ์ ลังสิบใหเ้ ปน็ ไปตาม
จดุ มุง่ หมายและวตั ถุประสงคข์ องโครงการ

7

5. แนวทางการดำเนนิ โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศึกษา

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศึกษา เป็นความร่วมมือกันระหว่างสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
สำนักงานพฒั นาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยแี ห่งชาติ (สวทช.) และสำนักงานท่ีประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลยั
ราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) ที่ได้ร่วมมือกันเพื่อพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพผู้เรียน ตลอดจนเป็นการสร้างโอกาส
ทางการศึกษาให้กับผเู้ รยี นท่ีมีความสนใจพเิ ศษด้านวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และเทคโนโลยี ทั้งนี้ หน่วยงาน
ความร่วมมือทั้ง 4 หน่วยงาน ได้ร่วมมือกันพัฒนาหลักสูตรวิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศึกษา เพื่อให้
เปน็ ไปตามแนวทางของโครงการ และใหโ้ รงเรยี นในโครงการวิทยาศาสตร์พลังสบิ สามารถนำหลกั สูตรดังกล่าว
ไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียน เพือ่ พฒั นาสมรรถนะของผู้เรยี นทางด้านวิทยาศาสตร์
คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ
ระดับประถมศึกษา จะดำเนินการต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ย่งั ยนื และบรรลตุ ามวัตถปุ ระสงค์ของโครงการ
จะต้องได้รับความร่วมมือ และให้การสนับสนุนจากผู้บรหิ ารสถานศึกษาของโรงเรียนในโครงการวิทยาศาสตร์
พลังสิบ ระดับประถมศึกษาทั่วทุกภูมิภาค ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
และกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ผู้บริหารระดับเขตพื้นที่การศึกษา และศึกษานิเทศก์ ที่ร่วมมือกัน
ขับเคลอื่ นโครงการวิทยาศาสตรพ์ ลังสบิ ระดับประถมศึกษาใหป้ ระสบความสำเรจ็ ตามเปา้ หมาย

แนวทางการดำเนนิ โครงการวทิ ยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศกึ ษา มีดังนี้
5.1 การพัฒนาศักยภาพบุคลากร โดยจัดฝึกอบรมทั้งในรูปแบบ Online และ Onsite ให้กับ
ผบู้ ริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ และครผู ู้สอน

5.1.1 หลกั สตู รการอบรมสำหรับผู้บรหิ ารสถานศกึ ษาและศกึ ษานเิ ทศก์ (รปู แบบ online)
รวม 20 ชวั่ โมง แบ่งเป็น 5 สปั ดาห์ ๆ ล ะ 1 วนั

เพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษา รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ ครูผู้รับผิดชอบโครงการ
และศึกษานิเทศก์ผู้รับผิดชอบโครงการ มีความรู้ ความเข้าใจและเห็นความสำคัญของการพัฒนาผู้เรียน
ทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี และมีความพร้อมที่จะพัฒนาโรงเรียนศูนย์วิทยาศาสตร์
พลังสิบให้เป็นโรงเรียนตน้ แบบที่มคี ุณภาพทางดา้ นวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี สามารถเผยแพร่
แนวทางการดำเนินงานโครงการให้กับโรงเรียนที่มีความสนใจเข้าร่วมเป็นโรงเรียนเครือข่าย โดย 1 โรงเรียน
ศูนย์วิทยาศาสตร์พลังสิบ มีโรงเรียนเครือข่าย 10 โรงเรียน สำหรับหลักสูตรการอบรมผู้บริหารสถานศึกษา
และศกึ ษานเิ ทศก์ ประกอบด้วย 5 หน่วยการเรยี นรู้ ดังนี้

1. นโยบายและบทบาทผู้บริหารโรงเรยี นวทิ ยาศาสตร์พลังสบิ
2. การจดั หลกั สูตรสถานศึกษาเพ่ือเชือ่ มโยงธรรมชาติ ชมุ ชน และวิทยาการอยา่ งยงั่ ยืน
3. การจดั การเรียนร้เู พอ่ื พฒั นาสมรรถนะของผเู้ รยี น
4. การนเิ ทศติดตาม การเป็นโค้ช และชมุ ชนแหง่ การเรียนรู้เชงิ วชิ าชีพ
5. ภาวะผ้นู ำเพ่อื การพฒั นาการจดั การเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี

8

5.1.2 หลักสูตรการอบรมสำหรับครูผู้สอน ระดับประถมศึกษา (จัดอบรมเป็นระยะ
ในรูปแบบ onsite) โดยครูผู้สอนจะต้องเข้ารับการอบรมกับวิทยากรแกนนำ (Core trainer) ซึ่งเป็นอาจารย์
มหาวิทยาลยั ราชภฏั และครูที่ไดร้ ับทนุ สควค. โดยจดั อบรม ปลี ะ 2 คร้ัง ดงั นี้

1. ชว่ งปดิ ภาคเรยี น (ชว่ งเดือนมนี าคม – เมษายน) ระยะเวลา 5 วัน
2. ช่วงปิดภาคเรียน (ช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคม) ระยะเวลา 5 วัน เพื่อให้ครูผู้สอนได้
พัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้ รวมถึงได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในการพัฒนาแนวทางการจัดการเรียนรู้ให้กับ
ผ้เู รียนไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ ซงึ่ มหี ลักสูตรการอบรม ดงั นี้
หลักสตู รของ สสวท. ท้ังหมด 12 หลกั สูตร ดงั นี้
1. หลักสตู รการจัดการเรยี นร้ฐู านสมรรถนะ 3 หลักสตู ร

- หลักสูตรการจัดการเรยี นรู้ฐานสมรรถนะ ในพ้นื ท่ีการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
- หลักสตู รการจัดการเรยี นรฐู้ านสมรรถนะ ในพื้นที่การเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
- หลักสตู รการจัดการเรยี นรฐู้ านสมรรถนะ ในพนื้ ที่การเรยี นรู้วิชาเทคโนโลยี
2. หลักสูตรการวดั และประเมนิ ผลฐานสมรรถนะ 3 หลกั สูตร
- หลักสูตรการวัดและประเมินผลฐานสมรรถนะ ในพน้ื ที่การเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
- หลักสูตรการวดั และประเมินผลฐานสมรรถนะ ในพนื้ ทก่ี ารเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
- หลกั สูตรการวัดและประเมินผลฐานสมรรถนะ ในพน้ื ทีก่ ารเรยี นรู้เทคโนโลยี
3. หลักสตู รการพฒั นาศักยภาพการจดั การเรยี นรดู้ ้วย PLC
4. หลกั สตู รการจัดกจิ กรรมรายวิชาเพมิ่ เตมิ วทิ ยาศาสตร์พลังสบิ สำหรบั นักเรียนระดับ
ประถมศึกษาปีท่ี 4 และระดับประถมศกึ ษาปที ่ี 5
5. หลักสตู รการจัดกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี นวทิ ยาศาสตร์พลังสบิ หรือกิจกรรมเสริมหลักสูตร
สำหรบั นักเรียนระดบั ประถมศึกษาปีที่ 4 และระดบั ประถมศกึ ษาปีที่ 5
6. หลักสตู รการจดั กิจกรรมค่ายวิชาการหรอื การประชมุ วิชาการ ระดบั ประถมศกึ ษา
7. หลักสตู รโครงงานวทิ ยาศาสตรแ์ ละคณิตศาสตร์ สำหรบั นักเรียนระดับประถมศึกษาปีท่ี 6
8. หลักสูตรการจัดการเรียนรู้เชิงบูรณาการสะเต็มศึกษา (STEM Education) สำหรับ
นักเรียนประถมศกึ ษา
หลกั สตู รของ สวทช. สำหรับกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน จำนวน 10 หลกั สูตร
1. หลกั สูตร : ไขปริศนาการสังเคราะห์ดว้ ยแสง
2. หลกั สตู ร : ขา้ วไทย สู่การพฒั นาทยี่ ง่ั ยืน
3. หลกั สูตร : สนุกกบั วงจรไฟฟ้า และพลงั งานทางเลอื ก
4. หลกั สตู ร : เรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ การด์ ไม่ตก กบั โรคอุบัติใหม่ โควดิ -19
5. หลกั สูตร : เรยี นร้รู ะบบรา่ งกาย ใส่ใจสขุ ภาพ
6. หลักสตู ร : Mathematics
7. หลกั สูตร : Funny Cooking
8. หลกั สตู ร : พลังงานและสง่ิ แวดลอ้ ม
9. หลักสูตร : (ชี)วิทยป์ ระจำวนั
10. หลกั สตู ร : Coding แสนสนกุ

แผนการดำเนนิ งาน แผนการดำเนนิ งานโครงการวทิ
พ.ศ.25
1. การประชุมชแ้ี จงแนวทาง
การดำเนนิ งานโครงการวิทยาศาสตร์ 2564 2565 2566 2567 2568
พลังสบิ ระดบั ประถมศึกษา
ในรูปแบบออนไลน์ (online) 1 ธ.ค.

2. การอบรมหลกั สูตรผูบ้ รหิ ารสถานศึกษา ธ.ค. ม.ค.
และศึกษานเิ ทศก์ รูปแบบออนไลน์
(online) รวม 20 ชั่วโมง
แบง่ เป็น 5 สปั ดาห์ ๆ ล ะ 1 วัน
ประกอบดว้ ย

1. ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นศนู ย์ ฯ
2. รองผู้อำนวยการโรงเรยี นศนู ย์ ฯ

(ฝา่ ยวิชาการ)
3. ครผู ้รู บั ผิดชอบโครงการ
4. ศึกษานเิ ทศกผ์ รู้ บั ผิดชอบโครงการ

3. การอบรมหลกั สตู รวิทยากรแกนนำ 14-25
(Core trainer) ระยะเวลา 5 วัน ม.ี ค.
รปู แบบ onsite (อาจารยม์ หาวทิ ยาลัย
ราชภัฏทงั้ 38 แห่ง ๆ ละ 2 ทา่ น และ
ครู สควค. 5 ทา่ นจากแตล่ ะพ้ืนท่ี)

9

ทยาศาสตรพ์ ลังสบิ ระดับประถมศึกษา

564 – 2575

2569 2570 2571 2572 2573 2574 2575 หนว่ ยงาน/
ผูร้ ับผดิ ชอบ

สพฐ. สสวท.

สวทช.

ทปอ.มรภ.

สพป.และ

โรงเรียนศนู ย์ ฯ

สพฐ. สสวท.
สวทช.

ทปอ.มรภ. และ
สพป.และ

โรงเรยี นศูนย์ ฯ

สพฐ. สสวท.
สวทช.

ทปอ.มรภ.

แผนการดำเนนิ งาน 2564 2565 2566 2567 2568

โรงเรียนศนู ย์วิทยาศาสตร์พลงั สิบ ระดับประถมศกึ ษา

4. การรับนกั เรียนท่มี ีความสามารถ

พิเศษ (หอ้ งเรยี นวิทยาศาสตร์พลงั สบิ )

ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 ก.พ.-เม.ย. ก.พ.-เม.ย.
(ครง้ั ที่ 2)
(ครงั้ ที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565) (คร้ังท่ี 1)

(ครัง้ ท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2568)

(คร้งั ท่ี 3 ปีการศกึ ษา 2571)

5. อบรมครโู รงเรยี นศนู ยว์ ิทยาศาสตร์

พลงั สิบ ระดบั ประถมศึกษา 96

โรงเรยี น ปีละ 2 ครง้ั ระยะเวลา 5 วนั

รูปแบบ onsite

- อบรม ครั้งที่ 1 เดอื น เม.ย.

- อบรม คร้ังท่ี 2 เดอื น ก.ย.-ต.ค.

6. คัดเลอื กโรงเรียนศนู ย์ ฯ ต.ค.-ธ.ค.
เปน็ โรงเรียนแมข่ ่าย

7. โรงเรยี นศนู ย์ ฯ แมข่ ่ายรบั สมคั ร ธ.ค. ม.ค.
และคดั เลือกโรงเรียนเครือข่าย
ระดับประถมศึกษา

8. นกั เรียนโรงเรียนศนู ย์ ฯ จบ นร.ป.6
การศกึ ษาระดบั ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 6 จบรุน่ แรก

10

2569 2570 2571 2572 2573 2574 2575 หน่วยงาน/
ผู้รับผดิ ชอบ

. ก.พ.-เม.ย. สพฐ.
(ครัง้ ท่ี 3) และ
โรงเรยี นศนู ย์ ฯ

สพฐ. สสวท.
สวทช.

ทปอ.มรภ.

สพฐ. สสวท.
สวทช.

ทปอ.มรภ.

สพฐ. สสวท.
สวทช.

ทปอ.มรภ. และ
สพป.และ

โรงเรยี นศนู ย์ ฯ

ก นร.ป.6 นร.ป.6 โรงเรียนศนู ย์ ฯ
จบร่นุ ท่ี 2 จบรนุ่ ท่ี 3

แผนการดำเนนิ งาน 2564 2565 2566 2567 2568

9. โรงเรยี นศนู ย์ ฯ แม่ข่าย อบรมขยาย
ผลให้กบั โรงเรยี นเครอื ขา่ ยปลี ะ 2 ครัง้
ระยะเวลา 5 วัน

- อบรม ครง้ั ที่ 1 เดือน เม.ย.
- อบรม ครัง้ ท่ี 2 เดือน ก.ย.-ต.ค.

10. ประเมินผลโรงเรียนศูนย์ ประเมนิ ผล
วทิ ยาศาสตรพ์ ลงั สบิ ระดบั ประถมศึกษา ครง้ั ท่ี 1
ชว่ งเดอื น ธ.ค. - ม.ค.

โรงเรียนเครือข่ายในโครงการวทิ ยาศาสตรพ์ ลังสบิ ระดับประถมศกึ ษา

11. การอบรมหลกั สตู รผู้บรหิ าร ม.ค.
สถานศกึ ษา และศึกษานิเทศก์ รปู แบบ
ออนไลน์ (online) รวม 20 ช่ัวโมง
แบ่งเป็น 5 สัปดาห์ ๆ ล ะ 1 วัน
ประกอบดว้ ย

1. ผอู้ ำนวยการโรงเรยี นศูนย์ ฯ
2. รองผูอ้ ำนวยการโรงเรียนศนู ย์ ฯ

(ฝ่ายวชิ าการ)
3. ครูผูร้ บั ผิดชอบโครงการ
4. ศกึ ษานเิ ทศก์ผรู้ ับผิดชอบ

โครงการ

11

2569 2570 2571 2572 2573 2574 2575 หนว่ ยงาน/
ผรู้ บั ผิดชอบ

สพป. ,โรงเรยี น
ศูนย์ ฯ
และ มรภ.

ล ประเมนิ ผล ประเมินผล สพฐ. สสวท.
ครัง้ ที่ 2 ครง้ั ท่ี 3 สวทช.

ทปอ.มรภ.

สพฐ. สสวท.
สวทช.

ทปอ.มรภ.

แผนการดำเนนิ งาน 2564 2565 2566 2567 2568

12. การรบั นักเรยี นทมี่ ีความสามารถ ก.พ.-
พิเศษ (หอ้ งเรียนวทิ ยาศาสตร์พลงั สิบ) เม.ย.
ระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 (ครง้ั ท่ี
1)
(ครั้งที่ 1 ปกี ารศึกษา 2566)
(คร้งั ท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2569)
(ครง้ั ท่ี 3 ปกี ารศกึ ษา 2572)

13. อบรมครโู รงเรียนเครอื ข่าย
ระยะเวลา 5 วนั โดยโรงเรียนศูนย์ ฯ

- อบรม ครั้งท่ี 1 เดอื น เม.ย.
- อบรม ครงั้ ที่ 2 เดอื น ก.ย.-ต.ค.

14. นักเรียนโรงเรยี นเครอื ขา่ ย
จบการศกึ ษาระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6

15. วิจัยและประเมินผลโครงการ

16. สรปุ ผลการดำเนนิ งานโครงการ

**แผนการดำเนินงานโครงการสามารถปรับเปล่ยี นไดต้ ามความเหมาะสม**

12

2569 2570 2571 2572 2573 2574 2575 หนว่ ยงาน/
ผ้รู ับผิดชอบ

ก.พ.- ก.พ.- สพฐ. และ
เม.ย. เม.ย. โรงเรยี น
(ครั้งที่ (ครั้งที่ เครอื ข่าย
2) 3)

สพป., โรงเรยี น
ศนู ย์

นร.ป.6 นร.ป.6 นร.ป.6 โรงเรียน
จบรุ่นท่ี เครือข่าย
จบรุน่ จบรนุ่ ที่
3
แรก 2

สพฐ.

สพฐ.



13

14

6. บทบาทและหนา้ ที่ของโรงเรียนในโครงการวิทยาศาสตร์พลังสบิ ระดบั ประถมศึกษา

6.1 บทบาทโรงเรยี นศนู ยว์ ิทยาศาสตร์พลังสบิ ระดับประถมศึกษา
โรงเรยี นศูนย์วิทยาศาสตร์พลงั สิบ ระดับประถมศกึ ษา คืออะไร ?
โรงเรียนศูนย์วิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศึกษา คือ โรงเรียนที่เป็นศูนย์กลางในการบริหาร

จัดการและสนับสนุนทางวิชาการให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษาในภูมิภาค เพื่อให้ครูสามารถจัด
การเรียนรู้ตามแนวทางโครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบให้กับผู้เรียนที่มีความสนใจพิเศษทางด้านวิทยาศาสตร์
คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ในระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6 ให้เป็นนักคิด นักวิจัย มีทักษะกระบวนการคิด
การแก้ปัญหาโดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และมีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21
ผ่านกระบวนการของหลักสูตรวิทยาศาสตร์พลังสิบ นอกจากนี้ โรงเรียนศูนย์วิทยาศาสตร์พลังสิบยังเป็น
ศูนย์กลางในการเผยแพร่แนวทางการจัดการเรียนรู้โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ ให้กับโรงเรียนในพื้นท่ี
ใกล้เคียงที่มีความสนใจเข้าร่วมเป็นโรงเรียนเครือข่ายเพื่อพัฒนาให้เป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพทางด้าน
วิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี และเป็นศูนย์ประสานงานความร่วมมือระหว่าง สำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ
(ทปอ.มรภ.)

บทบาทและหน้าท่ขี องโรงเรียนศนู ย์วิทยาศาสตรพ์ ลงั สิบ ระดับประถมศึกษา มีดังนี้
1. แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการส่งเสริม สนับสนุนการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางโครงการ
วทิ ยาศาสตรพ์ ลังสิบ ระดับประถมศึกษา
2. จดั ทำแผนการดำเนนิ งานของโรงเรยี นศูนย์วิทยาศาสตร์พลงั สิบ ระดับประถมศึกษาปที ่ี 4-6
3. เขา้ รว่ มการอบรมเกย่ี วกับโครงการวิทยาศาสตรพ์ ลังสบิ ระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6

3.1 การอบรมผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนศูนย์วิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศึกษา
และศึกษานิเทศก์ โดยผ้เู ขา้ อบรมประกอบด้วย

1. ผู้บรหิ ารโรงเรียนศนู ย์วทิ ยาศาสตร์พลังสบิ
2. รองผอู้ ำนวยการฝ่ายวิชาการ
3. ครหู ัวหนา้ โครงการ
4. ศึกษานเิ ทศกผ์ ู้รับผิดชอบโครงการ
อบรมผ่านระบบออนไลน์ (Online) รวม 20 ชั่วโมง แบ่งเป็น 5 สัปดาห์ ๆ ล ะ 1 วัน
ระหวา่ งเดือนธนั วาคม 2564 – มกราคม 2565
3.2 การอบรมครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกลุ่มสาระ
การเรียนรู้คณิตศาสตร์ ปีละ 2 ครั้ง โดยจัดอบรมในช่วงปิดภาคเรียน (ช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน)
ระยะเวลา 5 วนั และชว่ งปดิ ภาคเรียน (ช่วงเดอื นกนั ยายน – ตลุ าคม) ระยะเวลา 5 วนั โดยอบรมกับวิทยากร
แกนนำ (Core trainer) ณ ศูนยฝ์ กึ อบรมมหาวทิ ยาลยั ราชภัฏในภูมภิ าค
4. รับสมัครนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เพื่อเข้าร่วมโครงการ ฯ ในปีการศึกษา 2565
(อย่างน้อย 1 ห้องเรียน ๆ ละ 30 คน) และดำเนินโครงการจนนักเรียนในโครงการสำเร็จการศึกษา
ระดับประถมศึกษาปที ี่ 6

15

๕. ศึกษาหลกั สูตรวิทยาศาสตร์พลังสิบ และจัดทำหลกั สูตรวทิ ยาศาสตรพ์ ลงั สิบของสถานศึกษา

6. จัดตัง้ และดำเนินการจัดการเรียนรูต้ ามแนวทางโครงการวทิ ยาศาสตร์พลังสิบ ระดบั ประถมศึกษา

ปีที่ 4-6
7. เข้ารว่ มหรอื จดั กจิ กรรมทางวิชาการ เชน่ การประชมุ วชิ าการ การประชมุ เชิงปฏิบตั ิการ

8. จัดทำสารสนเทศของโรงเรียนศูนย์วิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6 และ

ประชาสมั พนั ธ์กจิ กรรมต่าง ๆ ทีเ่ กยี่ วขอ้ งกบั โครงการ
9. เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างโรงเรียนศูนย์ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันในกลุ่มโรงเรียน

ศนู ยว์ ิทยาศาสตรพ์ ลงั สิบ ระดบั ประถมศึกษาปีท่ี 4-6
10. เป็นศูนย์ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนา ให้ครูผู้สอนในโครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดับ

ประถมศึกษาปีที่ 4-6 ได้รับการพัฒนาศักยภาพ ด้านการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีไดอ้ ย่างมีคณุ ภาพและประสิทธภิ าพ

11. เป็นศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูให้กับ นิสิต/นักศึกษา ครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์
(Pre-service teacher) ของมหาวทิ ยาลัยราชภัฏในภูมภิ าค

12. เป็นศูนย์กลางข้อมูล ประชาสัมพันธ์ ประสานงาน กระจายข่าวสารระหว่าง สำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
สำนกั งานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสำนักงานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัย
ราชภฏั (ทปอ.มรภ.)

13. จัดทำรายงานและผลการดำเนินงานประจำปีของโรงเรียนศูนย์วิทยาศาสตร์พลังสิบ
ระดับประถมศึกษาปที ่ี 4-6

14. เข้ารับการประเมินผลการดำเนนิ โครงการปีละ 1 ครั้ง โดย สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษา
ข้ันพ้ืนฐาน (สพฐ.) สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สำนักงานพัฒนาวทิ ยาศาสตร์
และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสำนักงานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.)
เปน็ ผปู้ ระเมนิ ผลร่วมกัน

15. เป็นศูนย์กลางในการรับสมัครโรงเรียนเครือข่ายเข้าร่วมโครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ
ระดับประถมศึกษาปที ่ี 4-6 (1 โรงเรียนศนู ย์ตอ่ 10 โรงเรยี นเครือข่าย)

16. กำหนดรูปแบบการนำกิจกรรมไปใช้ในโรงเรียนร่วมกับโรงเรียนเครือข่าย ให้สอดคล้อง
ตามหลักสตู รวิทยาศาสตรพ์ ลงั สิบ ระดับประถมศกึ ษาปที ี่ 4-6

17. เป็นศูนย์ฝึกอบรมด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีให้กับโรงเรียนเครือข่าย
ในภูมภิ าค จำนวน 10 โรงเรยี น

18. เป็นฐานในการขยายเครือข่ายโรงเรียนวิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6
ร่วมกับหน่วยงานทเี่ ก่ียวขอ้ ง ใหค้ ำปรึกษา บริการวชิ าการ และอำนวยความสะดวกในการจัดการเรียนรู้ ให้กับ
โรงเรยี นในเครือขา่ ย

16

6.2 บทบาทของโรงเรยี นเครอื ข่ายวทิ ยาศาสตร์พลังสบิ ระดับประถมศกึ ษา
โรงเรียนเครอื ขา่ ยวิทยาศาสตรพ์ ลังสิบ ระดับประถมศึกษา คืออะไร?
โรงเรียนเครือข่ายวิทยาศาสตร์พลงั สิบ ระดับประถมศึกษา คือ โรงเรียนที่มีความสนใจทีจ่ ะเข้าร่วม

โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศึกษา โดยสมัครเข้าร่วมโครงการผ่านทางโรงเรียนศูนย์
วิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศึกษา ประจำภูมิภาค และผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการ สพฐ.
สสวท. สวทช. ทปอ.มรภ. และโรงเรียนศูนย์วิทยาศาสตร์พลังสิบ ให้ได้รับคัดเลือกเป็นโรงเรียนเครือข่าย
โดย 1 โรงเรียนศูนย์วิทยาศาสตร์พลังสิบ ต่อ 10 โรงเรียนเครือข่าย เพื่อพัฒนาโรงเรียนให้เป็นโรงเรียน
คุณภาพทางด้านวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์และเทคโนโลยี

บทบาทและหน้าทข่ี องโรงเรียนเครอื ข่ายวทิ ยาศาสตร์พลงั สิบ ระดับประถมศกึ ษา มดี ังน้ี
1. แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการส่งเสริม สนับสนุนการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางโครงการ
วิทยาศาสตร์พลังสบิ ระดับประถมศึกษา
2. จัดทำแผนการดำเนินงานของโรงเรียนเครือขา่ ยวิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดบั ประถมศึกษาปีท่ี 4-6
3. เขา้ ร่วมการอบรมเก่ียวกับโครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดบั ประถมศึกษาปีที่ 4-6

3.1 การอบรมผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนเครือข่ายวิทยาศาสตร์พลังสิบ ระดับประถมศึกษา
และศึกษานเิ ทศกผ์ ู้รับผดิ ชอบโครงการ โดยผู้เขา้ อบรมประกอบด้วย

1. ผู้บริหารโรงเรยี นเครือข่ายวิทยาศาสตร์พลงั สิบ ระดบั ประถมศึกษา
2. รองผอู้ ำนวยการฝา่ ยวชิ าการ
3. ครูหัวหนา้ โครงการ
4. ศึกษานเิ ทศก์ผูร้ ับผิดชอบโครงการ
อบรมผ่านระบบออนไลน์ (Online) รวม 20 ชั่วโมง แบ่งเป็น 5 สัปดาห์ ๆ ล ะ 1 วัน
ระหว่างเดอื นธนั วาคม 2564 – มกราคม 2565
3.2 การอบรมครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกลุ่มสาระ
การเรยี นรูค้ ณิตศาสตร์ ปีการศกึ ษาละ 2 ครั้ง โดยจัดอบรมในช่วงปดิ ภาคเรียน (ช่วงเดอื นมีนาคม – เมษายน)
ระยะเวลา 5 วัน และช่วงปิดภาคเรียน (ช่วงเดือนกันยายน – ตุลาคม) ระยะเวลา 5 วัน โดยอบรม
ณ โรงเรยี นศนู ยว์ ทิ ยาศาสตรพ์ ลงั สิบในภูมิภาค
4. รับสมัครนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เพื่อเข้าร่วมโครงการ ฯ ในปีการศึกษา 2566
(อย่างน้อย 1 ห้องเรียน ๆ ละ 30 คน) และดำเนินโครงการจนนักเรียนในโครงการสำเร็จการศึกษา
ระดับประถมศึกษาปที ี่ 6
5. จดั ตง้ั และดำเนินการจัดการเรยี นรู้ตามแนวทางโครงการวิทยาศาสตร์พลังสบิ ระดับประถมศกึ ษาปีที่ 4-6
6. กำหนดรูปแบบการนำกิจกรรมไปใช้ในโรงเรียนร่วมกับโรงเรียนศูนย์วิทยาศาสตร์พลังสิบ
ใหส้ อดคลอ้ งตามหลกั สูตรวทิ ยาศาสตรพ์ ลังสบิ ระดับประถมศึกษาปที ่ี 4-6
7. เขา้ ร่วมกิจกรรมทางวิชาการของโรงเรยี นศนู ยว์ ิทยาศาสตร์พลังสิบ และมหาวิทยาลัยราชภัฏ
8. จดั ทำสารสนเทศของโรงเรียนเครือข่าย และประชาสมั พันธก์ จิ กรรมตา่ ง ๆ ที่เก่ียวข้องกบั โครงการ
9. เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างโรงเรียนเครือข่าย เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันในกลุ่ม
โรงเรียนเครือข่าย

17

10. ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาให้ครูผู้สอนได้รับการพัฒนาศักยภาพ ด้านการจัดการเรียนรู้
คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยไี ด้อยา่ งมีคณุ ภาพและประสิทธภิ าพ

11. จดั ทำรายงานและผลการดำเนนิ งานประจำปีของโรงเรยี นเครือข่าย
12. เข้ารับการประเมินผลการดำเนนิ โครงการปีละ 1 ครั้ง โดย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
ข้ันพนื้ ฐาน (สพฐ.) สถาบันสง่ เสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สำนักงานพฒั นาวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสำนักงานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.)
เปน็ ผู้ประเมนิ ผลร่วมกัน

17

7. กรอบหลักสตู รวทิ ยาศาสตร์พลังสบิ ระดบั ประถมศกึ ษา (ป. 4 – 6) พุทธศักราช 2564

7.1 โครงสร้างหลักสูตร

การจัดสาระการเรียนรู้และจำนวนชั่วโมงของสาระการเรียนรู้ ในหลักสูตรวิทยาศาสตร์พลังสิบ
ให้เป็นไปตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ตามมาตรฐานการเรียนรู้
และตวั ชีว้ ดั (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560) ระดบั ประถมศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ และออกแบบรายวิชา
เพิ่มเติมเป็นวิชาเลือก โดยไม่มีการจัดห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์เฉพาะสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา
แตม่ งุ่ พัฒนาและสง่ เสริมนกั เรยี นทกุ คนตามแนวพหปุ ญั ญาดว้ ยกิจกรรมสง่ เสริมประสบการณ์

สาระการเรยี นรู้ในโครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบนี้ ประกอบด้วย การจัดสาระการเรียนรูแ้ ละจำนวน
ชั่วโมงของสาระการเรียนรู้ในหลักสูตรห้องเรียนพิเศษให้เป็นไปตามหลักสูตรแ กนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พทุ ธศักราช 2551 ตามมาตรฐานการเรยี นรู้และตัวชว้ี ดั (ฉบับปรบั ปรงุ 2560) ระดับประถมศกึ ษา โดยให้มี
เนื้อหาและกิจกรรมครบตามเกณฑ์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งประกอบด้วยเนื้อหา 2 กลุ่ม
และอีก 1 กลมุ่ กิจกรรม ไดแ้ ก่ เนอ้ื หารายวชิ าพ้ืนฐาน เนื้อหารายวิชาเพ่ิมเติม และกจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น

7.1.1 สาระการเรยี นรพู้ นื้ ฐาน
กำหนดจำนวนชั่วโมงรายวิชาพื้นฐานตามแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้หลักสูตรแกนกลา ง

การศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด (ฉบับปรับปรุง 2560)
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวม 8 กลุ่มสาระ
การเรยี นรู้ จำนวน 840 ชัว่ โมง ดงั ตารางที่ 1

ตารางที่ 1 จำนวนช่ัวโมงรายวิชาพื้นฐานของแต่ละกลมุ่ สาระการเรยี นรู้

กลุ่มสาระการเรยี นรูพ้ ื้นฐาน เวลาเรียน (ช่ัวโมง/ปี)
ป.4 – 6

1) ภาษาไทย 200

2) คณติ ศาสตร์ 160*

3) วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 120*

4) สงั คม ศาสนา และวฒั นธรรม 80

• หนา้ ทีพ่ ลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชวี ิตในสงั คม

• ศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม

• เศรษฐศาสตร์

• ภูมศิ าสตร์

• ประวตั ิศาสตร์ 40

5) สขุ ศึกษาและพลศึกษา 40*

6) ศลิ ปะ 80

7) การงานอาชีพ 40

8) ภาษาตา่ งประเทศ (ภาษาอังกฤษ) 80

รวม 840

หมายเหตุ * โรงเรียนพจิ ารณาจำนวนชั่วโมงของแตล่ ะกลมุ่ สาระการเรยี นรตู้ ามความเหมาะสมโดยเนน้ การบรู ณาการระหว่าง

วชิ ามากขึ้น

18

7.1.2 สาระการเรียนร้เู พมิ่ เติม
เพื่อให้นักเรียนได้เพิ่มพูนความรู้พื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ ฝึกทักษะกระบวนการแก้ปัญหา

การทำโครงงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเตรียมความพร้อมในการสร้าง จิตวิญญาณความเป็น
นักวทิ ยาศาสตร์ นกั วิจัย และนกั เทคโนโลยี และม่งุ สูค่ วามเป็นมาตรฐาน จงึ กำหนดรายวิชาเพมิ่ เติมให้นักเรียน
ได้ศกึ ษาจำนวนไม่น้อยกวา่ 40 ชวั่ โมง รายละเอยี ดดงั ตารางท่ี 2

ตารางท่ี 2 จำนวนชว่ั โมงรายวชิ าเพม่ิ เตมิ

สาระการเรียนรเู้ พ่มิ เตมิ เวลาเรียน (ชั่วโมง/ปี)
ป.4 – 6

1) ………….. ตามวสิ ัยทศั นแ์ ละปรัชญา
2) ………….. ของโรงเรียน
3) …………..
3) วชิ าวิทยาศาสตรพ์ ลงั สบิ * 80
4) วชิ าโครงงานวิทยาศาสตร์** 40
ไม่น้อยกว่า 40 ชั่วโมง
รวม

หมายเหตุ * เน้นการจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ ประสบการณ์ตามแนวทางพหุปัญญา โดยจัดกิจกรรมสง่ เสรมิ ประสบการณ์
วทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และเทคโนโลยี ตามแนวทาง สสวท.

** นักเรยี นช้ัน ป.6 ทำโครงงานเพียง 1 เร่อื ง ตามความถนัดและความสนใจของตนเอง

ตารางที่ 3 ตวั อย่างการจัดชั่วโมงในการเรยี นแตล่ ะภาคเรียน

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ป.4
ภาค 1
1. รายวชิ าพน้ื ฐาน
1) ภาษาไทย
2) คณติ ศาสตร์
3) วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
4) สังคม ศาสนา และวัฒนธรรม
• หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม
• ศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม
• เศรษฐศาสตร์
• ภูมศิ าสตร์
ประวัติศาสตร์
5) สุขศึกษาและพลศึกษา
รวมเวลาเรยี นรายวิชาพนื้ ฐาน

19

จำนวนชวั่ โมงในแต่ละภาคเรยี น รวม
4 ป.5 ป.6

ภาค 2 ภาค 1 ภาค 2 ภาค 1 ภาค 2

ตามวิสยั ทัศนแ์ ละปรัชญาของโรงเรียน

ตารางท่ี 3 ตวั อยา่ งการจัดชวั่ โมงในการเรียนแตล่ ะภาคเรยี น (ต่อ) ภาค
20
กล่มุ สาระการเรียนรู้

2. รายวิชาเพิม่ เติม
1) …………..
2) …………..
3) …………..
3) วชิ าวทิ ยาศาสตรพ์ ลังสบิ
4) วชิ าโครงงานวทิ ยาศาสตร์
รวมเวลาเรยี นรายวชิ าเพิ่มเติม
รวมเวลาเรยี นทั้งสิน้

20

จำนวนชว่ั โมงในแต่ละภาคเรยี น รวม
ป.4 ป.5 ป.6
1 ภาค 2 ภาค 1 ภาค 2 ภาค 1 ภาค 2

0 20 20 20 - -

20 20

21

7.1.3 กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน

ก ิ จ ก ร ร ม พ ั ฒ น า ผ ู ้ เ ร ี ย น ท ี ่ ก ำ ห น ด ใ ห ้ น ั ก เ ร ี ย น ใ น โ ค ร ง ก า ร ว ิ ท ย า ศ า ส ต ร ์ พ ล ั ง สิ บ

แสดงรายละเอียดดังตารางท่ี 4

ตารางที่ 4 กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน

กิจกรรม จำนวนขน้ั ต่ำทน่ี กั เรยี นตอ้ งปฏบิ ตั ิ
ป.4 – 6

1. กิจกรรมแนะแนว 40 ชว่ั โมง/ปี

2. กิจกรรมนกั เรียน

2.1 ลกู เสอื เนตรนารี ยวุ กาชาด ผู้บำเพญ็ ประโยชน์ 40 ชวั่ โมง/ปี

2.2 ชมุ นุมวิทยาศาสตร*์ 40 ชัว่ โมง/ปี

3. กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณะประโยชน์ 10 ช่ัวโมง/ปี

รวม 130 ชัว่ โมง/ปี

4. คา่ ยพัฒนาอจั ฉริยภาพวทิ ยาศาสตร์ 1 คร้งั /ปี

หมายเหตุ * กจิ กรรมชมุ นุมวิทยาศาสตร์ เนน้ การจัดกจิ กรรมสง่ เสรมิ ประสบการณต์ ามแนวทางพหปุ ัญญา โดยจดั กจิ กรรม
สง่ เสรมิ ประสบการณ์วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ตามแนวทาง สวทช.

**จำนวนชั่วโมงขึ้นอยูก่ ับการจดั การเรยี นการสอนของโรงเรยี น

22

ตารางท่ี 5 จำนวนเวลาเรียนรายวิชาพนื้ ฐาน รายวชิ าเพ่ิมเติม และกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี นหลักสตู รวิทยาศาสตร์
พลงั สบิ ระดบั ประถมศกึ ษา

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ เวลาเรียน (ช่วั โมง/3 ป)ี
ป.4 – 6
ภาษาไทย
คณิตศาสตร์ รายวชิ าพน้ื ฐาน รายวิชาเพ่ิมเติม
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 200 -
ประวัตศิ าสตร์
สุขศกึ ษาและพลศึกษา 160 -
ศลิ ปะ
การงานอาชพี 120 -
ภาษาต่างประเทศ
(รายวชิ าเพิม่ เติม) ……………… 80 -
(รายวิชาเพม่ิ เติม) ………………
(รายวชิ าเพม่ิ เติม) ……………… 40 -
วชิ าธรรมชาติและการสบื เสาะ
วชิ าโครงงานวทิ ยาศาสตร์พลงั สิบ 40 -
วชิ าวิทยาศาสตร์พลังสิบ
80 -
รวมเวลาเรียน
กจิ กรรมแนะแนว 40 -

กจิ กรรมลกู เสอื เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์ 80 -

ชุมนุมวทิ ยาศาสตรพ์ ลงั สิบ - ตามวิสยั ทัศนแ์ ละปรัชญา
กิจกรรมเพ่อื สังคมและสาธารณะประโยชน์ - ของโรงเรยี น
-
รวมกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น
รวมทงั้ หมด --

- 40

- 80

840 ไม่น้อยกวา่ 40 (120)

40

40

40

10

130

ไมน่ ้อยกว่า 1,010 (1,090)

23

7.2 การวดั และประเมนิ ผลนกั เรียน

เน้นการประเมินตามสภาพจรงิ โดย
1. เน้นการวดั ผลระหวา่ งการเรยี นตลอดทุกระดบั ชั้นเพ่อื ให้ขอ้ มูลย้อนกลบั ในการพฒั นาการเรยี นรู้
ของนักเรียน (In-course assessment and feedback) และการวัดและประเมินผลฐานสมรรถนะ
(Competency-based assessment)
2. เน้นการวัดผลที่สอดคล้องกับวิธีการจัดการเรียนการสอน โดยให้ความสำคัญกับประสบการณ์
และกระบวนการเรียนรู้ ควบคู่ไปกับผลการเรียนรู้
3. เน้นการวัดผลอย่างชัดเจนโดยใช้ทั้งการสอบข้อเขียน การสอบปฏิบัติ และการวัดผล
ตามสภาพจริง ตามแนวทางการประเมินของโปรแกรมการประเมินสมรรถนะผู้เรีน โดยจัดให้ครูได้มีโอกาส
ประเมินนักเรยี นในหลายรปู แบบท้งั ด้านความรู้ ทกั ษะ และเจตคติ

7.3 การประเมนิ หลกั สูตร

1. การประเมินภาพรวมของทั้งหลักสูตร ดำเนินการโดยคณะกรรมการประเมินหลักสูตร โดยเน้น
การประเมนิ เพ่อื ใหร้ จู้ ุดออ่ นของหลักสูตรทคี่ วรปรับปรุงใหด้ ยี ่ิงขึ้นอยา่ งต่อเนอ่ื ง

2. ประเมินครอบคลุมทั้งด้านปัจจัยนำเข้า กระบวนการ และผลลัพธ์ ประเมินโดยใช้เครื่องมือ
ท้งั เชงิ ปริมาณและเชงิ คณุ ภาพทม่ี มี าตรฐาน และชว่ ยในการเปรยี บเทียบระหว่างปีต่าง ๆ

3. ใหผ้ ้บู รหิ าร ครู และผูป้ กครองมีสว่ นร่วมในการประเมินหลกั สูตร (Stakeholders)
4. ใช้กลไกการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ( School-based
professional development)

7.4 เกณฑ์การสำเรจ็ การศึกษาตามหลักสูตร

1. นักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 ลงทะเบียนรายวิชาครบตามที่สำนักงานคณะกรรมการ
การศกึ ษาข้ันพ้นื ฐานกำหนด และวิชาเพ่ิมเตมิ ครบตามโครงสรา้ งหลกั สตู รวทิ ยาศาสตรพ์ ลงั สิบ

2. เข้าร่วมกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี นผา่ นเกณฑข์ ้ันตำ่ ทก่ี ำหนด
3. นักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 6 ทุกคนจะต้องทำโครงงานตามความถนัดและความสนใจ
ของตนเอง และนำเสนอผลการทำโครงงานในงานวิชาการของโรงเรยี น

24

8. สมรรถนะของผู้เรยี น

8.1 สมรรถนะของผ้เู รียนระดบั การศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน
การจัดหลักสูตรฐานสมรรถนะโดยกำหนดเป้าหมายของคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญน้ัน

จะเน้นส่งเสริมสมรรถนะให้กับผู้เรียน มากกว่าการเรียนรู้โดยการท่องจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะที่สำคัญ
สำหรับการดำเนินชีวิตในโลกยุคใหม่ที่มีความท้าทายที่เกิดจากความเปลี่ยนแปลงและความก้าวหน้า
ทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ทักษะที่สำคัญเหล่านี้เรียกว่าทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 การจัดหลักสูตร
ฐานสมรรถนะนั้นมุ่งเน้นการส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
ให้ความสำคญั กับพฤตกิ รรม การกระทำ และการปฏิบัติของผ้เู รียน ใช้สมรรถนะเปน็ จดุ มุง่ หมายของการเรียนรู้
ให้ผู้เรียนเป็นจุดศูนย์กลางและสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการและศักยภาพของผู้เรียน ครูผู้สอน
และสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ ณ ปจั จบุ ัน

จากการศึกษาวิจัยหลักสูตรและนโยบายของประเทศต่าง ๆ และนำมาปรับใช้กับหลักสูตร
ของประเทศไทยนั้น คณะอนุกรรมการจัดการเรียนการสอนในคณะกรรมการอิสระเพื่อปฏิรูปการศึกษา
ได้นำเสนอแนวทางพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยให้มีสมรรถนะที่พึงประสงค์ ประกอบด้วย 4 ลักษณะหลัก
ผ่านสมรรถนะ 10 ยอ่ ย ดงั น้ัน

1. คนไทยฉลาดรู้ (Literate Thais)
1.1 สมรรถนะดา้ นภาษาไทยเพอื่ การสอ่ื สาร (Thai Language for Communication)
1.2 สมรรถนะด้านคณติ ศาสตร์ในชีวิตประจำวัน (Mathematics in Everyday Life)
1.3 สมรรถนะดา้ นการสืบสอบทางวิทยาศาสตร์และจติ วิทยาศาสตร์ (Scientific Inquiry &
Scientific Mind)
1.4 สมรรถนะดา้ นภาษาอังกฤษเพ่ือการสื่อสาร (English for Communication)

2. คนไทยอยู่ดีมีสขุ (Happy Thais)
2.1 สมรรถนะดา้ นทกั ษะชีวิตและความเจริญแหง่ ตน (Life Skills and Personal Growth)
2.2 สมรรถนะด้านทกั ษะอาชพี และการเป็นผ้ปู ระกอบการ (Career Skills and Entrepreneurship)

3. คนไทยสามารถสงู (Smart Thais)
3.1 สมรรถนะด้านทกั ษะการคดิ ขัน้ สูงและนวตั กรรม (Higher-order Thinking Skills and
Innovation)
3.2 สมรรถนะดา้ นการรเู้ ท่าทันสื่อ สารสนเทศ และดิจทิ ลั (Media, Information and Digital
Literacy: MIDL)

4. พลเมอื งไทยใสใ่ จสังคม (Active Thai Citizens)
4.1 สมรรถนะหลกั ดา้ นการทำงานแบบรวมพลงั เป็นทมี และมีภาวะผู้นำ (Collaboration,
Teamwork and Leadership)
4.2 สมรรถนะหลักการเปน็ พลเมอื งตน่ื ร้แู ละมสี ำนึกสากล (Active Citizens and Global
Mindedness)

การจัดหลักสูตรฐานสมรรถนะในห้องเรียนวิทยาศาสตร์โดยใช้ลักษะอันพึงประสงค์ของเด็กไทย

และสมรรถนะยอ่ ยขา้ งตน้ เป็นตัวชวี้ ัด สามารถทำไดเ้ ช่นเดียวกับการใช้มาตรฐานสมรรถนะหลัก และสมรรถนะ
เฉพาะของผู้มีความสนใจพิเศษทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี เนื่องจากมีรากฐานมาจาก

25

การกำหนดทักษะและสมรรถนะที่สำคัญสำหรับการดำเนินชีวิตที่ใกล้เคียงกัน พิจารณาได้จากตาราง
เปรียบเทยี บต่อไปน้ี

อ่านออก
คนไทยฉลาด ู้ร สมรรถนะ ้ดาน
สมรรถนะด้าน การ ื่สอสาร เขียนได้
ภาษาไทย
เพื่อการสื่อสาร คดิ เลขเป็น
สมรรถนะด้าน
ภาษาอังกฤษเพ่ือ ทกั ษะการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ และ
การสื่อสาร ทกั ษะในการแกป้ ัญหา
สมรรถนะด้านคณติ ศาสตร์
คนไทยสามารถสูง ในชีวิตประจำวัน สมรรถนะ ้ดานการคิดข้ันสูง ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวตั กรรม
ทักษะด้านการสือ่ สาร สารสนเทศ
คนไทยอ ู่ย ีดมีสุข สมรรถนะด้านการสบื สอบทาง สมรรถนะ ้ดาน และรเู้ ทา่ ทนั ส่อื
วิทยาศาสตรแ์ ละจิตวิทยาศาสตร์ การจัดการ ทกั ษะด้านคอมพิวเตอร์

สมรรถนะด้านทักษะการคดิ ขัน้ สงู ตนเอง และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร
และนวตั กรรม ทกั ษะอาชีพ และทักษะการเรยี นรู้
พลเ ืมองไทยใส่ใจสังคม สมรรถนะ ้ดาน
สมรรถนะดา้ นการรเู้ ทา่ ทันสื่อ การเ ็ปนพลเ ืมอง ความมีเมตตา กรณุ า วินัย
สารสนเทศ และดิจทิ ลั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม
ี่ทเข้มแข็ง
สมรรถนะดา้ นทักษะอาชพี และ ทกั ษะด้านความเข้าใจตา่ งวฒั นธรรม
การเปน็ ผปู้ ระกอบการ ตา่ งกระบวนทัศน์

สมรรถนะด้านทักษะชีวิตและ
ความเจรญิ แหง่ ตน

สมรรถนะหลกั การเปน็ พลเมืองตน่ื รู้
และมสี ำนึกสากล

สมรรถนะหลักด้านการทำงานแบบ สมรรถนะด้าน ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทมี
รวมพลังเปน็ ทมี และมภี าวะผ้นู ำ ความ ่รวม ืมอ และภาวะผู้นำ

26

8.2 รายวิชาเพิ่มเติม
8.2.1 คำอธบิ ายรายวชิ า
รายวิชา วิทยาศาสตร์พลังสิบ

กล่มุ สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ประเภทรายวิชา รายวิชาเพิม่ เติม
ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 4
เวลา 40 ช่ัวโมง

ปฏิบัติการเพื่อฝึกทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจน
พัฒนาสมรรถนะเฉพาะของผู้มีความสนใจพิเศษทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี รวมถึงจิต
วิทยาศาสตร์ และมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ผ่านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น
กิจกรรมสะเต็ม กิจกรรมที่เน้นด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้เรยี นสามารถนำความรู้
ไปประยุกต์ในสถานการณ์ใหม่และสถานการณใ์ นชีวติ จริงได้อย่างมีความรบั ผิดชอบต่อสังคม มีคุณธรรม และ
สามารถอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ นื่ ไดอ้ ย่างผาสกุ

โดยจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบสืบเสาะให้นักเรียนฝึกนำความรู้ ทักษะและกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ไปใช้ในการเรียนรู้และแก้ปัญหาผ่านการออกแบบขั้นตอน ลงมือ
ปฏิบตั ิ แลว้ วิเคราะห์หาความสมั พนั ธ์ของข้อมลู ภายใตเ้ ง่ือนไขต่าง ๆ ให้สอดคลอ้ งกบั การพัฒนาสมรรถนะการ
จัดการตนเอง การคิดขั้นสูง การสื่อสาร การรวมพลังทำงานเป็นทีม การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง และการอยู่
รว่ มกบั ธรรมชาติและวทิ ยาการอยา่ งยัง่ ยืน

เน้นการวัดผลและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ด้วยวิธีการที่หลากหลาย โดยให้สอดคล้องกับ
บริบท สมรรถนะหลัก และสมรรถนะเฉพาะของผู้มีความสนใจพิเศษทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และ
เทคโนโลยี

ผลการเรียนรู้
1. ระบปุ ญั หา และสามารถลงมือปฏิบัติเพื่อหาคำตอบดว้ ยตนเองได้
2. สรปุ และอธิบายหลักการทางวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และเทคโนโลยี จากกิจกรรมได้
3. ประยุกต์ใช้ความรู้จากกิจกรรมเพื่ออธิบายหลักการทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี
ท่เี ก่ียวขอ้ งกับตนเอง นำไปใช้ในสถานการณ์จรงิ ไดอ้ ย่างมีความรบั ผิดชอบต่อสังคมและมีคุณธรรม
4. มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ และมีเจตคตทิ ่ีดีต่อคณติ ศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

27

คำอธบิ ายรายวชิ า

รายวิชา วิทยาศาสตรพ์ ลังสิบ

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ประเภทรายวชิ า รายวชิ าเพ่มิ เตมิ
ระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 5
เวลา 40 ชวั่ โมง

ปฏิบัติการเพื่อฝึกทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจน
พัฒนาสมรรถนะเฉพาะของผู้มีความสนใจพิเศษทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี รวมถึงจิต
วิทยาศาสตร์ และมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ผ่านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น
กิจกรรมสะเต็ม กิจกรรมที่เน้นด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้เรยี นสามารถนำความรู้
ไปประยุกต์ในสถานการณ์ใหม่และสถานการณ์ในชีวิตจริงได้อย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม มีคุณธรรม
และสามารถอยู่ร่วมกับผูอ้ ่นื ได้อย่างผาสกุ

โดยจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบสืบเสาะให้นักเรียนฝึกนำความรู้ ทักษะและกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ที่มีความซับซ้อน ลุ่มลึก หลากหลาย ไปใช้ในการเรียนรู้
และแก้ปัญหาผ่านการออกแบบขั้นตอน ลงมือปฏิบัติ แล้ววิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของข้อมูลภายใต้เงื่อนไข
ต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับการพัฒนาสมรรถนะการจัดการตนเอง การคิดขั้นสูง การสื่อสาร การรวมพลังทำงาน
เป็นทมี การเป็นพลเมอื งทเ่ี ข้มแข็ง และการอย่รู ่วมกบั ธรรมชาติและวิทยาการอยา่ งยงั่ ยืน

เน้นการวัดผลและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ด้วยวิธีการที่หลากหลาย โดยให้สอดคล้องกับ
บริบท สมรรถนะหลัก และสมรรถนะเฉพาะของผู้มีความสนใจพิเศษทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์
และเทคโนโลยี

ผลการเรียนรู้
1. ระบปุ ญั หา วเิ คราะห์หาความสมั พนั ธ์ กำหนดแนวทางเพ่อื หาคำตอบดว้ ยตนเองได้
2. แสดงความคิดเห็นอย่างอิสระบนพื้นฐานของข้อมูลที่เชื่อถือ ใช้เหตุผลเชิงตรรกะ อธิบายและสรุป
สิง่ ที่ได้เรียนรูท้ างวทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และเทคโนโลยี จากกจิ กรรมได้
3. ประยุกต์ใช้ความรู้จากกิจกรรมเพื่ออธิบายหลักการทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี
ที่เกย่ี วขอ้ งกบั ตนเอง นำไปใช้ในสถานการณ์จริงได้อยา่ งมคี วามรบั ผิดชอบต่อสงั คมและมีคณุ ธรรม
4. มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ และมีเจตคตทิ ีด่ ีตอ่ คณิตศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

28

คำอธิบายรายวิชา

รายวิชา โครงงานวิทยาศาสตรพ์ ลังสบิ

กล่มุ สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ประเภทรายวิชา รายวชิ าเพิ่มเติม
ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6
เวลา 40 ชว่ั โมง

ศึกษาขั้นตอนและวิธีการทำโครงงาน ประยุกต์ใช้ความรู้ทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ในการทำโครงงานโดยการตั้งคำถาม การระบุประเด็นการศึกษาหรือปัญหา
การออกแบบการศึกษาค้นคว้า การวางแผนการเก็บข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล
การอภิปรายผลการศึกษา การนำเสนอผลการศึกษา รวมทั้งการแสดงความคิดเห็นเชิงสร้างสรรค์ การรับฟัง
ความคดิ เหน็ ของผอู้ ่ืน

โดยจัดประสบการณ์ให้นักเรียนนำความรู้ ทักษะและกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์
และเทคโนโลยี ไปใช้ในการศึกษาประเด็นที่สนใจหรือแก้ปัญหาที่สอดคล้องกับบริบทในชีวิตจริงผ่านการทำ
โครงงานบูรณาการ

เน้นการวัดผลและประเมินผลตามสภาพจริงด้วยวิธีการที่หลากหลาย โดยให้สอดคล้องกับบริบท
สมรรถนะหลัก และสมรรถนะเฉพาะของผู้มีความสนใจพิเศษทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์
และเทคโนโลยี

ผลการเรียนรู้
1. ประยุกต์ใช้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ผ่านกระบวนการทำ
โครงงานเพอื่ พฒั นาต่อยอดความรสู้ ดู่ า้ นต่าง ๆ โดยคำนึงถึงบรบิ ทของชมุ ชนและทอ้ งถิน่
2. ตงั้ คำถามหรอื ระบปุ ญั หาบนพ้นื ฐานของความรู้ซ่ึงสามารถคน้ ควา้ และตรวจสอบได้
3. เขียนข้อเสนอโครงงานที่ใช้กระบวนการทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ หรือเทคโนโลยี
เพ่อื ทำการศกึ ษา ตรวจสอบ หรอื แก้ไขปัญหาได้
4. วเิ คราะหแ์ ละนำเสนอขอ้ มลู ท่ีได้จากการคน้ คว้าจากแหลง่ ขอ้ มลู ท่มี ีความเชอื่ ถอื ได้
5. ออกแบบการศกึ ษาหรือวางแผนการศึกษาคน้ ควา้ ไดเ้ หมาะสมกับคำถามท่นี ักเรียนสนใจ
6. วเิ คราะห์ และอภิปรายผลการจากการศึกษาได้
7. นำเสนอดว้ ยวาจาและเลม่ รายงาน สามารถเขียนอา้ งอิงแหล่งท่มี าของขอ้ มลู ได้ถกู ต้อง

หมายเหตุ เน้นการทำโครงงานแบบบรู ณาการ 1 โครงงาน ตลอดปกี ารศึกษา

8.2.2 ตวั อยา่ งกิจกรรมส่งเสริมประสบการณว์ ิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์
(รายวิชาเพ่ิมเติม)

ตารางท่ี 6 กิจกรรมส่งเสริมประสบการณ์วทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ แ

ระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรียนที่ 1 จำนวน 20 ช่ัวโมง (รายวชิ าเพิม่ เติม

ชดุ กจิ กรรมการสอนเสรมิ กจิ กรรม การนำความรเู้ ร่ืองก
(สาระ/วิชาหลกั ) มหัศจรรย์ของแสง เครอื่ งมอื จากหลักก

ชุดทา้ ทายความรสู้ ู่กระบวนการคิด เรขาคณิตแปลงร่าง การนำรปู เรขาคณติ
ดว้ ยกจิ กรรมทางวทิ ยาศาสตร์ ออกลายมาเลย เงอ่ื นไขที่กำหนด ซ
(วิทยาศาสตร)์ การผจญภยั ของเจ้าตัวเลก็ และมีเจตคตทิ ่ีดีต่อ
ชุดท้าทายความรู้สู่กระบวนการคดิ
ด้วยกจิ กรรมทางคณิตศาสตร์ สง่ เสรมิ ความเข้าใจ
(คณติ ศาสตร์) สง่ เสริมและพัฒนา
ผ่านการพบั และย้อ
ชุดทา้ ทายความรสู้ ู่กระบวนการคิด
ด้วยกจิ กรรมออกแบบเทคโนโลยี สรา้ งภาพเคล่ือนไห
(เทคโนโลย)ี ขอ้ ผดิ พลาดของกา
ชดุ ท้าทายความร้สู ู่กระบวนการคดิ
ด้วยกจิ กรรมสะเต็ม app ที่ใช่ style ทชี่ อบ เปน็ การเลือกใช้ ap
(สะเตม็ ศกึ ษา) และเหมาะสมกบั ค

แมลงวนั จอมป่วน การนำความรเู้ กี่ยว
จำนวนมาก

29

และเทคโนโลยี ตามแนวทาง สสวท. สำหรบั ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4 – ๕

และเทคโนโลยี สำหรับชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 4 – ๕ จำนวนช่วั โมง
ม) 3

แนวคิดของกิจกรรม

การเดนิ ทางของแสงและการสะทอ้ นของแสงไปประดิษฐ์อปุ กรณ์หรือ
การทางวิทยาศาสตร์ และการสะท้อนกลับหมด

ต 6 แบบมาศึกษาลักษณะและความสัมพันธแ์ ลว้ ตอ่ เปน็ รปู ต่าง ๆ ตาม 2
ซ่ึงจะชว่ ยเสริมสร้างสตปิ ญั ญาทางคณิตศาสตร์ ความคดิ ริเริ่มสร้างสรรค์ 2
อการเรียนคณิตศาสตร์ 3

จทางเรขาคณิตเกยี่ วกบั สมบัตแิ ละแกนสมมาตรของรปู ส่เี หลี่ยมจตั ุรสั
าการเกิดการนกึ ภาพทางคณติ ศาสตร์
อมสี

หวตามที่กำหนดโดยการเขยี นโปรแกรม Scratch ตรวจสอบ และแกไ้ ข
ารเขยี นโปรแกรม ส่งเสรมิ การคิดเป็นข้ันตอน

pplication ความรแู้ ละสื่อบนั เทงิ ออนไลนใ์ ห้ครอบคลุม 3
ความต้องการของตนเองภายใตเ้ ง่ือนไขท่ีกำหนด

วกบั พฤติกรรมของสตั ว์ มาใชใ้ นการออกแบบเคร่อื งดักแมลงวันใหไ้ ด้ 7
รวม 20

ระดับชั้นประถมศึกษาปที ่ี 4 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 20 ชั่วโมง (รายวิชาเพมิ่ เตมิ

ชุดกจิ กรรมการสอนเสริม กจิ กรรม นำความรู้สมบัติขอ
(สาระ/วชิ าหลกั ) ของเลน่ แม่เหลก็ ลกู ข่างดนิ สอ

ชดุ ท้าทายความรู้สู่กระบวนการคิด การนำรปู สีเ่ หลี่ยมจ
เรียกว่าเพนโทมโิ น
ด้วยกจิ กรรมทางวทิ ยาศาสตร์ พรอ้ มนำเพนโทมโิ น
ตามท่ีกำหนด ซึ่งจะ
(วิทยาศาสตร)์ มีเจตคตทิ ี่ดีต่อการเ

ชุดทา้ ทายความรู้สู่กระบวนการคิด ห้าสหายหลายรปู รา่ ง สร้างนทิ านตามควา
ดว้ ยกจิ กรรมทางคณิตศาสตร์ แกไ้ ขข้อผิดพลาดข
(คณิตศาสตร)์
การนำความรเู้ กยี่ ว
ชดุ ทา้ ทายความรสู้ ู่กระบวนการคดิ My little tale ของวสั ดเุ พื่อออกแบ
ดว้ ยกิจกรรมออกแบบเทคโนโลยี Oh my sunshine ภายในบ้านทำงานไ
(เทคโนโลยี) นำความร้เู รอื่ งวัฏจ
แผนการปลกู พืชใน
ชดุ ท้าทายความรูส้ ู่กระบวนการคิด กำหนด
ด้วยกจิ กรรมสะเตม็
(สะเต็มศกึ ษา)

เกษตรกรน้อยร้อยลา้ น

30

ม) จำนวนชว่ั โมง
แนวคิดของกิจกรรม

องแมเ่ หลก็ ขว้ั แมเ่ หลก็ และสมดุลแม่เหล็ก ไปประดษิ ฐ์ของเลน่ เชน่ 4

จัตุรัส 5 รูป มาเรยี งต่อกนั ในลักษณะตา่ ง ๆ ได้ 12 แบบไม่ซำ้ กัน 2
สำรวจลักษณะเพนโทมิโนท้ัง 12 แบบเชือ่ มโยงส่คู วามรู้ทางเรขาคณิต
นทง้ั 12 แบบมาต่อให้เปน็ รูปสี่เหล่ยี มมุมฉากแบบตา่ ง ๆ หรอื รปู อ่นื ๆ 4
ะช่วยเสริมสรา้ งสติปัญญาทางคณิตศาสตร์ ความคดิ ริเร่ิมสร้างสรรค์ และ 4
เรียนคณิตศาสตร์ 6

ามสนใจของนักเรียน โดยการเขียนโปรแกรม Scratch ตรวจสอบ และ
ของการเขียนโปรแกรม สง่ เสรมิ ทกั ษะการแกป้ ญั หา

วกบั พลงั งานแสงอาทติ ย์ การต่อวงจรไฟฟา้ การเลือกใช้วัสดุตามสมบัติ
บบบา้ นท่ีสามารถใช้พลงั งานแสงอาทติ ย์ซ่ึงสามารถทำใหอ้ ุปกรณ์ไฟฟ้า
ได้
จักรชวี ิตของพชื ดอก สง่ิ ที่จำเปน็ ต่อการดำรงชีวิตของพชื มาใชใ้ นการวาง
นพ้นื ท่ีท่ีกำหนดเพื่อใหไ้ ดผ้ ลผลิตและขายไดร้ าคาสงู ภายใต้เง่อื นไขท่ี

รวม 20

ระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรียนท่ี 1 จำนวน 20 ช่วั โมง (รายวชิ าเพิม่ เตมิ

ชดุ กจิ กรรมการสอนเสริม กจิ กรรม
(สาระ/วิชาหลัก)

ชดุ ทา้ ทายความรสู้ ู่กระบวนการคดิ ความจรงิ มีพียงหน่ึงเดยี ว การเรยี นรู้กระบ
ด้วยกจิ กรรมทางวทิ ยาศาสตร์ ปริศนาเรขาคณติ ชวี ิตประจำวนั
(วทิ ยาศาสตร์) เกมนกั สร้างเมอื ง
เปน็ กจิ กรรมท่กี
ชุดท้าทายความรสู้ ู่กระบวนการคดิ ฉากทีส่ อดคล้อ
ด้วยกิจกรรมทางคณิตศาสตร์ มีปริศนาเชิงตัว
(คณติ ศาสตร์) เกมท่สี ง่ เสริมให
เพือ่ ชว่ ยให้สาม

ชดุ ท้าทายความร้สู ู่กระบวนการคดิ DIY Flower การสร้างผลงาน
ด้วยกิจกรรมออกแบบเทคโนโลยี สเลอปี้ จำนวนรอบ
(เทคโนโลยี) One day trip
การศึกษาเกย่ี ว
ชุดทา้ ทายความรูส้ ู่กระบวนการคิด การทำสเลอป้ี ส
ด้วยกิจกรรมสะเต็ม และการประเม
(สะเต็มศกึ ษา)
เปน็ การสำรวจ
ชนแลว้ หยดุ ตามเงอ่ื นไขที่ก
การนำความรูด้
การออกแบบแ
ชน้ิ งานเพอื่ ให้ม

ม) 31
แนวคิดของกจิ กรรม
จำนวนชั่วโมง
บวนการสกดั อย่างง่ายและทดสอบความเปน็ กรด – เบส ของสารใน 2

กำหนดจำนวนกา้ นไม้ขดี มาให้สร้างเป็นรูปสามเหลยี่ ม รูปส่ีเหล่ยี มมุม 2
องกบั เงอื่ นไขที่กำหนด และเชื่อมโยงกบั ความรู้เร่อื งแบบรูป นอกจากน้ียัง 2
วเลขและปริศนาอ่นื ๆ ทตี่ ้องใชป้ ฏิภาณ ไหวพริบในการแก้ปัญหา 4
หน้ ักเรียนได้แสดงเหตุผลในการหาคำตอบ ด้วยการใชต้ รรกะเบื้องตน้
มารถวางตึกลงบนกระดานผังเมืองในแต่ละช่องได้ทีละตึก

นโดยการเขียนโปรแกรม Scratch ใชค้ ำสั่งแบบวนซ้ำ แบบระบุ

วกบั การลดลงของจุดเยือกแข็งของสารละลาย ปจั จัยต่าง ๆ ท่สี ่งผลตอ่ 3
ส่งเสรมิ และพัฒนาทกั ษะการเก็บและจัดการขอ้ มลู การทดลอง
มินขอ้ มูล 3
4
จแหลง่ ท่องเที่ยวในชุมชนและจดั ทำ One day trip เชิงอนรุ กั ษ์
กำหนด 20
ดา้ นวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีมาใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ โดย
และสร้างช้ินงานท่มี ีการอาศัยระบบกลไกในการทำงาน การปรับปรงุ แก้ไข
มีประสิทธภิ าพทสี่ ูงขน้ึ จากการศึกษาหาข้อมูลด้วยตนเองจากแหลง่ ตา่ ง ๆ

รวม

ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 20 ชว่ั โมง (รายวิชาเพม่ิ เตมิ

ชุดกจิ กรรมการสอนเสรมิ กิจกรรม
(สาระ/วิชาหลกั )

ชดุ ท้าทายความรู้สู่กระบวนการคิด ค็อกเทลหลากสี การทดลองทาง
ด้วยกิจกรรมทางวทิ ยาศาสตร์ ของเหลวทีม่ ีคว
และเรียนร้เู รื่อง
(วิทยาศาสตร)์ แนวคดิ ดังกล่าว
เพ่อื หาวิธใี นกา
ด้วยวสั ดทุ ก่ี ำหน

ชุดท้าทายความรสู้ ู่กระบวนการคดิ เกมสงครามเรอื รบ เปน็ เกมกระดา
ดว้ ยกจิ กรรมทางคณิตศาสตร์ การอา่ นพิกดั อย
และพัฒนาทกั ษ
(คณติ ศาสตร)์ ทางคณิตศาสต

ชุดทา้ ทายความร้สู ู่กระบวนการคดิ เกม กิน กัน การสรา้ งเกมโด
ด้วยกิจกรรมออกแบบเทคโนโลยี สนุกกับโรงงานชอ็ กโกแลต และกำหนดตวั

(เทคโนโลย)ี การทำช็อกโกแ
ชุดทา้ ทายความรสู้ ู่กระบวนการคิด ผา่ นการเตรยี ม
ด้วยกจิ กรรมสะเต็ม การทำช็อคโกแล
ผ่านการคดิ และ
(สะเตม็ ศึกษา) ชอ็ กโกแลตสูตร

32

ม) จำนวนชั่วโมง
แนวคิดของกจิ กรรม

งวทิ ยาศาสตร์เกยี่ วกบั ความหนาแนน่ ของของเหลวชนิดต่าง ๆ เรียนรู้ว่า 3
วามหนาแนน่ น้อยกวา่ จะลอยอยู่บนของเหลวทม่ี คี วามหนาแน่นมากกว่า
งการจม – การลอยของสสารท่ีมีความหนาแน่นต่างกัน รวมท้งั การนำ
วมาผสมผสานกับความคิดสร้างสรรคแ์ ละกระบวนการแก้ปัญหา
ารสลบั ภาชนะระหว่างภาชนะท่บี รรจนุ ำ้ กับภาชนะที่บรรจุน้ำมัน
นดให้อยา่ งจำกัด

านสำหรบั ผู้เล่นสองทมี เพื่อหาตำแหนง่ เรือรบของอกี ฝ่าย เพ่ือเรียนรู้ 2
ยา่ งถูกต้อง พัฒนาความรูส้ ึกและประเมนิ ความนา่ จะเปน็ สง่ เสริม
ษะการเกบ็ ขอ้ มูล การประมวลผลขอ้ มูลก่อนการตดั สนิ ใจโดยใชเ้ หตผุ ล
ตร์

ดยการเขยี นโปรแกรม Scratch ใช้คำส่ัง IF เพ่อื ตรวจสอบเงื่อนไข 4
แปรเพ่ือนบั คะแนน

แลตผา่ นกจิ กรรมการชั่งและตวงดว้ ยอุปกรณ์และเคร่ืองมือท่ีเหมาะสม 3
มสว่ นผสมต่าง ๆ และสอดแทรกขัน้ ตอนวิธีหรืออลั กอลทิ มึ ผ่านข้นั ตอน
ลต รวมทั้งบรู ณาการหลักโภชนาการอาหารและใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์
ะออกแบบสตู รช็อกโกแลต เพื่อให้ผู้บรโิ ภคที่มีข้อจำกัดในการรบั ประทาน
รปกติ

ชดุ กจิ กรรมการสอนเสริม กจิ กรรม
(สาระ/วชิ าหลกั ) ลานจอดรถ

Save the ocean เป็นการออกแบ
จอด การเดนิ รถ

การประยุกตใ์ ช
และสร้างระบบ
เหตกุ ารณเ์ รือบ
ในทะเลได้ แล


Click to View FlipBook Version