The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือวิทยาศาสตร์พลังสิบ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nattaya040130, 2022-09-13 10:12:05

คู่มือวิทยาศาสตร์พลังสิบ

คู่มือวิทยาศาสตร์พลังสิบ

33

แนวคดิ ของกจิ กรรม จำนวนชั่วโมง

บบลานจอดรถภายใตพ้ ืน้ ท่ที ี่กำหนด โดยให้มีความเป็นไปได้ในการเข้า 4
ถ และสามารถรองรับจำนวนรถไดม้ ากท่ีสดุ เท่าทจ่ี ะเป็นไปได้

ชค้ วามรู้เก่ยี วกับความสัมพนั ธ์ในระบบนิเวศรูปแบบต่าง ๆ การออกแบบ 4
บนิเวศจำลอง รวมทงั้ วางแผนและทดลองวธิ กี ารแก้ปญั หาท่ีเกดิ จาก
บรรทุกน้ำมนั ล่มกลางทะเล ทำอยา่ งไรจึงจะกำจดั น้ำมันท่ีปนเปอื้ น
ละใครบ้างที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณด์ ังกล่าว

รวม 20

34

8.3 กิจกรรมพัฒนาผ้เู รยี น

การจัดกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน เพื่อส่งเสรมิ ให้ผ้เู รียนเกิดสมรรถนะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์
และเทคโนโลยี ผ่านการทำกิจกรรมการทดลองที่ให้ผู้เรียนได้คิดแก้ปัญหา ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง
ผ่านกจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียนของ สวทช. ประกอบด้วย 10 หลักสูตร ดงั นี้

ลำดบั ชือ่ หลักสตู ร
1 ไขปริศนาการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง
2 ข้าวไทย ส่กู ารพัฒนาทย่ี ังยนื
3 สนุกกบั วงจรไฟฟ้า และพลงั งานทางเลอื ก
4 เรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ การด์ ไมต่ ก กบั โรคอบุ ตั ใิ หม่ โควิด-19
5 เรยี นรู้ระบบรา่ งกาย ใส่ใจสขุ ภาพ

6 Mathematics
7 Funny Cooking

8 พลังงานและส่งิ แวดลอ้ ม
9 (ช)ี วิทยป์ ระจำวัน
10 Coding แสนสนกุ

35

1. ช่ือหลักสูตร : ไขปรศิ นาการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง

คำอธิบายภาพรวม : “กระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ” เป็นกจิ กรรมการทดลองในรูปแบบบูรณาการ
โดยใช้รูปแบบการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษาที่เน้นให้ผู้เรียนได้ลง มือปฏิบัติจริงผ่านการทดลองเชิงประจักษ์
เชื่อมโยงระหว่างเนื้อหาวิชากับสิ่งที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน เช่น การใช้ประโยชน์จากการสกัดสารสีในใบไม้
การตรวจสอบแป้งในใบไม้ เป็นต้น

อุปกรณท์ ดลองพืชผลิตก๊าซออกซิเจน

แบบจำลองใบไม้ อปุ กรณ์ทดลองสกัดสารสีในใบไม้

36

2. ชือ่ หลักสูตร : ขา้ วไทย สู่การพฒั นาท่ยี ัง่ ยืน

คำอธิบายภาพรวม : จากแนวคิดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs)
ในประเดน็ ขจดั ความอดอยากและสรา้ งความมัน่ คงทางอาหาร นำมาพฒั นาเป็นกิจกรรม ขา้ วไทย สู่การพัฒนา
ที่ยง่ั ยนื เนอื่ งจากข้าวเปน็ อาหารหลักของคนไทยและเปน็ เรื่องใกล้ตวั จงึ นำมาพฒั นาเปน็ ชุดกิจรรมการเรียนรู้
เกี่ยวกับข้าวไทย เช่น ความหลากหลายของสายพันธุ์ข้าวไทย สารอาหารในข้าว เชื่อมโยงสู่นวัตกรรมการใช้
ประโยชน์จากข้าว เช่น กาวจากข้าว และ ครีมน้ำนมข้าว ซึ่งเป็นการบูรณาการความรู้ทางวิทยาศาสตร์
กับการสร้างความตระหนักถงึ การพฒั นาอย่างย่ังยืน

37

3. ช่อื หลักสตู ร : สนุกกับวงจรไฟฟา้ และพลังงานทางเลือก

คำอธิบายภาพรวม : เรียนรู้เรื่องวงจรไฟฟ้า ผ่านกิจกรรมการสร้างช้ินงานต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจ
ในเรื่องของวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย ฉนวนหรือตัวนำไฟฟ้า วงจรขนาน วงจรอนุกรม สู่การนำมาใช้ประโยชน์
ของการต่อวงจรไฟฟ้า เพื่อการออกแบบการวางระบบไฟฟ้าในฟาร์มของตนเองได้อย่างเหมาะสม เชื่อมโยง
แนวคิดของการนำพลังงานทดแทนโดยการสร้างกังหันลม ตามแนวทาง STEM เพื่อนำมาใช้ในการลดต้นทุน
ค่าพลงั งานไฟฟ้าในฟาร์ม

38

4. ชือ่ หลกั สูตร : เรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์ การด์ ไม่ตก กับโรคอบุ ัติใหม่ โควิด-19

คำอธิบายภาพรวม : การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้เกิดผลกระทบในหลายด้าน
โดยเฉพาะด้านสุขภาพ จึงเป็นที่มาของแนวคิดในการพัฒนากิจกรรมเพื่อการเรียนรู้และทำความเข้าใจ
เกี่ยวกับไวรัสก่อโรค เส้นทางของไวรัสเข้าสู่ร่างกาย ผลต่อร่างกายมนุษย์ การติดต่อ แพร่ระบาด แนวทาง
การป้องกนั โดยบูรณาการทักษะ ความรู้พนื้ ฐานทางวทิ ยาศาสตร์ เพ่ือสร้างความตระหนักในการดูแล ป้องกัน
ตวั เองใหป้ ลอดภัยจากโรคได้

39

5. ช่อื หลกั สตู ร : เรียนร้รู ะบบร่างกาย ใสใ่ จสุขภาพ

คำอธิบายภาพรวม : เรียนรู้เรื่อง ระบบต่าง ๆ ในร่างกายมนุษย์ ที่เป็นเนื้อหาในบทเรียน ผ่านการทดลอง
วิทยาศาสตร์ เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนได้อย่างเข้าใจ และง่ายต่อการจดจำ เพิ่มทักษะการบวนการด้วย
ความคดิ สร้างสรรค์ ในการสร้างสรรผลงานทีส่ ามารถนำไปใชป้ ระโยชนต์ อ่ ไป

40
6. ช่ือหลกั สตู ร : Mathematics
คำอธิบายภาพรวม : สนุกและเรียนรู้ทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ผ่านการทำกิจกรรมง่าย ๆ เช่น ความน่าจะเป็น
ความสมมาตร ความสัมพันธ์แบบคู่อันดับ การสร้างแบบจำลองคณิตศาสตร์และวิธีการเรียงสับเปลี่ยน
ความรเู้ รอื่ งเซ็ต และเกมแกโ้ จทยป์ ัญหาทา้ ทายความคิดท่ีเชื่อมโยงกบั การนำไปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั ได้

กจิ กรรม SKYSCRAPER TOWERS

กิจกรรม COPS AND CROOKS

41

7. ชอ่ื หลักสูตร : Funny Cooking

คำอธิบายภาพรวม : ชุดกิจกรรม Funny Cooking เป็นชุดกิจกรรมการทดลองที่เกี่ยวข้องกับอาหาร
ในหลากหลายแง่มุม ทั้งในมุมของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และแนวคิดที่เชื่อมโยงสู่การพัฒนา
ที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ในประเด็นขจัดความอดอยากและสร้างความมั่นคง
ทางอาหาร ซึ่งเป็นการบูรณาการความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์ กับการสร้างความตระหนักถึงการพัฒนาอย่างย่งั ยืน
และตอ่ ยอดสแู่ นวคดิ การทำโครงงานวิทยาศาสตร์

42
8. ช่ือหลักสตู ร : พลังงานและสง่ิ แวดล้อม
คำอธิบายภาพรวม : องค์การสหประชาชาติกำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable
Development Goals) โดยกลุ่ม Planet ที่ว่าด้วยเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (เป้าหมาย 6,
12, 13, 14, 15) กิจกรรมชุดนี้ออกแบบกิจกรรมให้นักเรียนได้เรียนรู้ เข้าใจ และตระหนักถึงความสำคัญ
ของการดแู ลอนรุ กั ษส์ ่ิงแวดลอ้ ม ที่เชือ่ มโยงกับเปา้ หมายการพัฒนาที่ยัง่ ยืน

การทดลองพลาสติกชีวภาพจากแปง้ มัน
ฝรงั่

43

9. ชื่อหลกั สตู ร : (ชี)วิทย์ประจำวนั

คำอธิบายภาพรวม : สิ่งที่เราพบเห็นในชีวิตประจำวันล้วนมีวิทยาศาสตร์แฝงอยู่เสมอ หลักสูตรนี้ส่งเสริมให้
ผเู้ รียนได้เรียนรู้และเข้าใจวิทยาศาสตร์จากสิ่งรอบตวั ท่ีพบในชวี ติ ประจำวนั มากขึ้น เชน่ กิจกรรมพนิ ยั กรรมเจ้า
คณุ ปู่ ซ่งึ เปน็ เรียนรกู้ ระบวนการแยกสารดว้ ยวธิ ีโครมาโตกราฟีผา่ นกิจกรรมเหตกุ ารณ์สมมตุ ิ เป็นต้น

44
10. ชอื่ หลักสตู ร : Coding แสนสนกุ
คำอธิบายภาพรวม : กิจกรรม Unplugged เป็นแนวคิดการเรียนการสอนเพื่อสร้างความเข้าใจในหลักการ
พืน้ ฐานของวทิ ยาการคอมพิวเตอร์โดยไมจ่ ำเป็นต้องใช้เคร่ืองคอมพวิ เตอร์ นำไปสกู่ ารฝึกกระบวนการคิดแก้ไข
ปญั หาต่าง ๆ ในชวี ติ ประจำวันได้

กิจกรรม สร้างภาพที่เกดิ จากช้ินสว่ นมากมาย (Practical idea “Pixels Images in a grid)

45

9. มาตรฐานและตวั ชว้ี ัด

9.1 มาตรฐานท่ี 1 ดา้ นคุณภาพผเู้ รียน ประกอบด้วย มาตรฐานของผเู้ รยี น และมาตรฐานสมรรถนะ
9.1.1 มาตรฐานของผู้เรียน ประกอบด้วย มาตรฐานหลักของผู้เรียน และมาตรฐานเฉพาะ

ของผมู้ ีความสนใจพเิ ศษทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ดังน้ี
มาตรฐานหลักของผเู้ รยี น สำหรบั หอ้ งเรยี นในโครงการวทิ ยาศาสตร์พลงั สิบ มีดังต่อไปนี้
1. ผเู้ รียนมีผลสัมฤทธแิ์ ละพฒั นาการทางการเรยี นรู้ในระดับสงู
2. ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดอย่างวิจารณญาณ และ

ความคดิ สร้างสรรค์ในระดบั สงู
3. ผู้เรยี นมีทกั ษะและความสามารถในการแก้ปัญหาและการทำงานอยา่ งเป็นระบบ
4. ผ้เู รียนมีจิตวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีเป็นอยา่ งดี
5. ผ้เู รยี นรักการเรยี นรู้ มที กั ษะในการแสวงหาความรดู้ ว้ ยกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์เปน็ ฐาน
6. ผเู้ รยี นมีสุนทรีภาพดา้ นศิลปะ ดนตรี และกฬี า บรู ณาการกบั ทกั ษะชีวติ ท่ีดี
7. ผูเ้ รียนมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม จิตสาธารณะ และทักษะตามศตวรรษที่ 21

มาตรฐานเฉพาะของผู้มีความสนใจพิเศษทางวทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และเทคโนโลยี
1. ผ้เู รียนมสี ตปิ ญั ญาดี หมายถงึ ผ้เู รียนมีความสามารถในการเรยี นร้ไู ด้ดี
2. ผู้เรยี นมีความรทู้ างคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยอี ย่ใู นระดับดี ซ่ึงพิจารณา
ไดจ้ ากสิ่งต่อไปนี้

2.1 ผลการเรยี นวิชาคณิตศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยีอยใู่ นระดับดี
2.2 ผลการสอบจากแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์วิชาคณิตศาสตร์ (ซึ่งประกอบด้วยความรู้
ความเขา้ ใจ การให้เหตุผล การนำไปใช้ การวิเคราะห์ และทักษะกระบวนกาแก้ปัญหา) อยู่ในระดบั ดี
2.3 ผลการสอบจากแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์วิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(ซง่ึ ประกอบดว้ ยความรู้ ความเข้าใจ การนำไปใช้ และทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์) อยใู่ นระดบั ดี
3. ผู้เรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ หมายถึง ผู้เรียนมีความสามารถ
กระทำสิ่งใหม่ ๆ สามารถค้นคว้าทดลองและเสาะแสวงหาคำตอบได้หลากหลายวิธี และ/หรือได้คะแนน
จากแบบวัดความคิดรเิ ริม่ สร้างสรรค์ในระดบั ดี
4. ผู้เรียนมีความสนใจทางวิทยาศาสตร์สูง เช่น สละเวลาให้กับวิทยาศาสตร์มากกว่า
อย่างอื่น เข้าร่วมกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ด้วยความสมัครใจ ซึ่งพิจารณาได้จากการสังเกตพฤติกรรม และ/
หรอื คะแนนจากแบบวดั ความสนใจทางวิทยาศาสตร์
4.1 มีความอยากรู้อยากเห็น เช่น ชอบคิดค้น ชอบซักถามและกระตือรือร้นที่จะคิด
ปัญหาท้าทายความสามารถ ชอบสำรวจรวบรวมสงิ่ ของ เพื่อจัดหมวดหมู่ และสนใจในสิ่งแวดล้อมรอบตวั
4.2 มีความขยันหมั่นเพียร อดทนและมุ่งมั่นต่อเป้าหมาย เช่น มีช่วงความสนใจนานกวา่
ธรรมดา ชอบทำงานหนกั (ทางด้านความคดิ ) และมคี วามต้งั ใจจริงทจี่ ะแก้ปญั หา
5. ผู้เรียนมีจิตวิทยาศาสตร์ หมายถึง ผู้เรียนมีความคิดเห็นหรือท่าทีที่แสดงต่อเนื้อหาวิชา
และกิจกรรมทางวทิ ยาศาสตร์ โดยจำเป็นต้องใช้ความรู้และหลักการทางวิทยาศาสตร์ประกอบ ซึ่งพิจารณาได้
จากคะแนนจากแบบวัดจิตเชงิ วิทยาศาสตร์ มวี ุฒิภาวะทางอารมณ์สูง เชน่ มอี ารมณ์และจิตใจที่ม่ันคง ใจกว้าง
ยอมรับข้อคิดเห็นของผู้อื่น มีความรับผิดชอบสูง มีความมั่นใจและเชื่อม่ันในตนเอง มีวินัย และมีลักษณะนิสัย
ทด่ี ีในการทำงาน

46

9.1.2 มาตรฐานสมรรถนะ (COMPETENCY STANDARD) ประกอบด้วย สมรรถนะหลัก และ
สมรรถนะเฉพาะของผู้มีความสนใจพิเศษทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี (Specific
competencies)

สมรรถนะหลกั (Core competencies)
สมรรถนะตามแนวคิดกรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ยึดความสามารถที่ผู้เรียน
พงึ ปฏบิ ตั ไิ ดเ้ ปน็ หลกั ประกอบด้วย 5 สมรรถนะ ดงั ต่อไปน้ี
1. ผู้เรยี นมสี มรรถนะดา้ นการจัดการตนเอง (Self management)

รู้จักตนเอง พึ่งพาตนเอง นำตนเองในการเรียนรู้ กำหนดเป้าหมายชีวิตและการทำงาน
ตามความสามารถและความถนัดของตน มีวนิ ยั ในตนเอง สามารถบรหิ ารจดั การเวลาและทรัพยากร เพ่ือบรรลุ
เป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทันต่อการเปลี่ยน แปลง มีความสุขสมดุลทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์
และสังคม

2. ผู้เรียนมสี มรรถนะดา้ นการสอื่ สาร (Communication)
สามารถสื่อสารบนความเข้าใจ เคารพในความคิดและวัฒนธรรมท่ีแตกตา่ ง บรรลุเปา้ หมายโดย

ใชภ้ าษาไทยและภาษาอังกฤษได้เปน็ อยา่ งดี
3. ผู้เรยี นมีสมรรถนะดา้ นความรว่ มมอื (Collaboration)
เป็นผู้นำและสมาชิกที่ดีของกลุ่ม สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นด้วยความร่วมแรงร่วมใจ

มีกระบวนการทำงานและมนุษยสัมพันธ์ที่ดี พร้อมปรับตัว ประสานความคิดเห็นที่แตกต่าง ใช้สันติวิธีในการ
ประสานความขัดแย้งจนประสบความสำเร็จ

4. ผู้เรยี นมสี มรรถนะดา้ นการคดิ ข้นั สูง (Higher order thinking)
สามารถจัดระบบการคิด วิเคราะห์ และวิพากย์ ใช้ข้อมูลในการตัดสินใจแก้ปัญหา

มีความยืดหยุ่นทางความคิด สามารถประสานหรือสังเคราะห์ความคิดที่แตกต่าง ริเริ่มความคิดใหม่ ๆ โดย
คำนงึ ถึงผลกระทบรอบดา้ น

5. ผเู้ รยี นมีสมรรถนะดา้ นการเปน็ พลเมอื งท่เี ขม้ แข็ง (Active citizen)
ปฏิบัติตนในฐานะพลเมืองไทยและพลเมืองโลกที่มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม เคารพ

ความแตกต่างของบุคคล โดยคำนึงถึงสิทธิหน้าที่และกฎกติกา มีส่วนร่วมรับผิดชอบในการแก้ปัญหา
จัดการสิ่งแวดล้อม พัฒนาสังคม และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เป็นธรรมในระดับท้องถิ่น ประเทศ และโลก
มบี ทบาทในการรว่ มสรา้ งสรรค์วฒั นธรรมอัตลักษณค์ วามเปน็ ไทย มวี ิถชี ีวติ พอเพียงและยง่ั ยนื

สมรรถนะเฉพาะของผู้มีความสนใจพิเศษทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และ
เทคโนโลยี (Specific competencies)

ผเู้ รียนทีม่ ีความสนใจพิเศษทางวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีจำเป็นต้องมีความรู้
และทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย
เทคโนโลยีและนวัตกรรมความรู้ ดังนั้น ทักษะและสมรรถนะที่สำคัญที่ผู้เรยี นพึงรู้และปฏบิ ัตไิ ด้ ประกอบด้วย
3Rs และ 8Cs ดงั นี้

1. อา่ นออก (R1: Reading)
ผู้เรียนสามารถอ่านและจำแนกข้อความในรูปแบบต่าง ๆ ได้ มีทักษะการอ่าน

เพื่อการเรียนรู้ สามารถอ่านเพื่อค้นคว้า ศึกษา และเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ มีความรู้และทักษะ
ที่จะเข้าใจเรื่องราวและสาระของสิ่งที่ได้อ่าน สามารถจับใจความสำคัญของสิ่งที่อ่านได้ สามารถตีความและ
แปลความจากสิ่งที่อ่านได้ สามารถวิเคราะห์ได้ถึงจุดมุ่งหมายของการเขียน สามารถประเมินความน่าเชื่อถือ

47

และคุณค่าของสิ่งที่อ่านได้ สามารถแสดงความคิดเห็นและโต้แย้งจากมุมมองของตนได้โดยมีข้อมูลสนับสนุน
อย่างเพียงพอและสมเหตุสมผล สามารถประยุกต์ใช้สาระที่ได้จากการอ่านในชีวิตประจำวันได้ สามารถ
แยกแยะความเหมาะสม ความสอดคล้อง และเลือกใช้ประโยชน์จากของลักษณะข้อเขียนได้อย่างเหมาะสม
ทัง้ ในชีวิตส่วนบคุ คล การศึกษาเล่าเรยี น และอาชีพการทำงาน

2. เขียนได้ (R2: Writing)
ผู้เรียนมีความรู้และทักษะในการเขียน สามารถเขียนสื่อความได้ รู้ถึงจุดประสงค์

ของการเขียน สามารถเขียนสื่อความได้อย่างชัดเจน กระชับ และรัดกุม สามารถเขียนนำเสนอข้อมูล
ได้อย่างถูกต้อง สมบูรณ์ และมีความเป็นเหตุเป็นผล สามารถเลือกใช้ภาษา ลักษณะ และรูปแบบการเขียนได้
เหมาะสมกับผู้อ่านหรือผู้รับสาร สามารถเลือกใช้องค์ประกอบของการเขียนได้อย่างมีระเบียบและแบบแผน
สามารถเลือกใช้ข้อความและประโยคได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ สภาพแวดล้อม และวัตถุประสงค์
สามารถเขียนได้อย่างถูกตามหลักไวยกรณ์หรือผิดพลาดน้อยที่สุด สามารถเขียนได้ด้วยรูปแบบที่เข้าใจง่าย
มีความสละสลวย และแสดงใหเ้ ห็นถงึ ความใสใ่ จต่อความสำคัญของรูปแบบการนำเสนอ มคี วามเขา้ ใจเกี่ยวกับ
การขโมยคัดลอกผลงานหรือบทประพันธ์ รวมถึงการใช้ประโยค ความคิด หรือข้อมูลของผู้อื่นโดยไม่มี
การอ้างอิงท่เี หมาะสม

3. คิดเลขเป็น (R3: Arithmetic)
ผู้เรียนมีทักษะและความเข้าใจเกี่ยวกับการคำนวณ มีความสามารถในการให้เหตุผล

เชิงคณิตศาสตร์และประยุกต์ใช้กระบวนการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ สามารถใช้คณิตศาสตร์และทักษะ
เชิงคำนวนในการแก้ปัญหาในชีวิตจริงได้ สามารถแปลงปัญหาและบริบทในโลกจริงและชีวิตประจำวัน
เป็นปัญหาที่สามารถแก้ไขได้ด้วยคณิตศาสตร์ สามารถใช้ทักษะการคิดเชิงคำนวณและกระบวนการ
ทางคณติ ศาสตร์ในการแก้ปัญหาได้ เชน่ ทกั ษะการรูจ้ ำรปู แบบ การแยกส่วนประกอบและการแยกย่อยปัญหา
การเลอื กใช้เคร่ืองมือช่วยในการคำนวณและวเิ คราะห์ปัญหา รวมถงึ การสรา้ งและระบุกฎเกณฑห์ รืออัลกอริทึม
ที่ใช้ในการแก้ปัญหา เมื่อได้ผลลัพธ์จากการแก้ไขปัญหาโดยใช้คณิตศาสตร์แล้ วต้องสามารถประเมินค่า
ของผลลัพธ์ที่ได้และตีความผลลัพธ์นั้นให้อยู่ในบริบทของโลกจริงและใช้ประโยชน์ได้ รวมถึงมีหลักการคิด
กระบวนการ เหตุผล ข้อเท็จจริง และเครื่องมือที่จะใช้คาดการณ์และอธิบายปรากฏการณ์ต่าง ๆ บนโลกนี้ได้
และใช้ในการประเมินและตัดสินใจในสิ่งสำคัญและจำเป็นกับชีวิตของตนเอง สังคม ประเทศชาติ และโลก
โดยส่วนรวม

4. ทักษะการคดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณ และทกั ษะในการแกป้ ญั หา (C1: Critical thinking
and problem solving)

ผู้เรียนสามารถให้เหตุผลได้อย่างสมเหตุสมผล สามารถใช้การให้เหตุผลได้หลากหลาย
รูปแบบ เช่น การให้เหตุผลแบบอุปนัย การให้เหตุผลแบบนิรนัย และการให้เหตุผลในรูปแบบอื่น ๆ
มีความเหมาะสมกับสถานการณ์และบริบท มีความคิดที่เปน็ ระบบ สามารถวิเคราะหค์ วามเชื่อมโยงของแต่ละ
ส่วนประกอบย่อยที่กอ่ ให้เกิดผลลัพธใ์ นภาพรวมของระบบทีม่ ีความซับซ้อนได้ มีความสามารถในการตัดสินใจ
สามารถวิเคราะห์และประเมินหลักฐาน ข้อพิสูจน์ คำกล่าวอ้าง และความเชื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สามารถวิเคราะห์และประเมินมุมมองทางเลือกที่แตกต่างได้ สามารถสังเคราะห์และสร้างความเชื่อมโยง
ระหว่างขอ้ มลู และข้อโตเ้ ถยี งได้ สามารถตีความข้อมูลและสร้างข้อสรุปท่ีต้ังอยู่บนฐานของบทวเิ คราะห์ท่ีดีท่ีสุด
ได้ สามารถสะท้อนสิ่งสำคัญที่ได้จากประสบการณ์และกระบวนการเรียนรู้ มีความสามารถในการแก้ปัญหา
ด้วยวิธีที่หลากหลายและแตกต่างกันได้สำหรับปัญหาที่ไม่คุ้นเคยหรือไม่เคยพบเห็นมาก่อนด้วยทั้งวิธีการปกติ

48

ทั่วไป และวิธีการที่แปลกใหม่ สามารถระบุและถามคำถามที่มีความหมายเพื่อให้เกิดมุมมองที่ชัดเจน
และนำไปสแู่ นวทางการแก้ปัญหาทมี่ ีประสิทธภิ าพ

5. ทักษะดา้ นการสรา้ งสรรค์ และนวัตกรรม (C2: Creativity and innovation)
ผู้เรียนมีทักษะการคิดอย่างสร้างสรรค์ มีวิธีการคิดที่หลากหลาย มีคิดที่แปลกใหม่

ต่อยอดเพิ่มเติมจากแนวคิดเดิมที่มีอยู่ สามารถให้รายละเอียด กลั่นกรอง วิเคราะห์ และประเมินแนวคิดของ
ตนเองเพื่อให้เกิดการพัฒนาและมีความสร้างสรรค์อย่างสูงที่สุด สามารถพัฒนาและใช้ประโยชน์จากแนวคิด
ใหม่ได้ สามารถสื่อสารแนวคิดใหม่ที่ตนมีให้ผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เปิดรับและสนองต่อมุมมองใหม่
และมุมมองที่แกตต่าง สามารถประสานการทำงานเป็นกลุ่มและข้อเสนอแนะของกลุ่มในงานที่ตนทำได้
แสดงให้เหน็ ถงึ ความแปลกใหมแ่ ละความสร้างสรรค์ในงานท่ีทำ เข้าใจถงึ ข้อจำกัดของโลกจรงิ ในการนำแนวคิด
ใหม่มาประยุกต์ใช้ เข้าใจวา่ ความคิดสร้างสรรคแ์ ละนวัตกรรมเกิดจากวงจรของความสำเร็จและความล้มเหลว
เล็ก ๆ นอ้ ย ๆ สามารถนำแนวคดิ สร้างสรรค์มาใชส้ ร้างประโยชนซ์ ่งึ จบั ต้องไดแ้ ละกอ่ ให้เกิดนวัตกรรม

6. ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (C3: Cross-cultural
understanding)

ผู้เรียนสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้ว่าเมื่อใดคือเวลาที่ควรฟัง
และเมื่อใดคือเวลาที่ควรพูด ประพฤติตนได้อย่างถูกต้องเหมาะสม เคารพความแตกต่างทางวัฒนธรรม
และทำงานร่วมกับผู้อื่นที่มีภูมิหลังทางสังคมและวัฒนธรรมที่หลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอบรับ
และยอมรับฟงั ความคิดเห็นทีแ่ ตกตา่ ง รวมถึงความแตกตา่ งของการให้คุณค่าต่อส่งิ ต่าง ๆ ของผูอ้ นื่ สามารถใช้
ความแตกตา่ งทางสงั คมและวัฒนธรรมเพื่อสร้างสรรค์แนวคดิ ใหม่และเพมิ่ ทั้งนวตั กรรมและคณุ ภาพใหก้ บั การทำงาน

7. ทักษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำ (C4: Collaboration
teamwork and leadership)

ผู้เรียนมีทักษะในการร่วมมือและการทำงานเป็นทีม ทำงานร่วมกันกับผู้ที่มีความคิดเห็น
แตกต่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและเคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง มีความยืดหยุ่นและความตั้งใจที่จะช่วย
ให้เกิดข้อตกลงที่ทุกฝ่ายยอมรับเพื่อให้เป้าหมายที่มีร่วมกันสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี มีความรับผิดชอบต่องาน
ที่ทำร่วมกันเป็นกลุ่มและให้คุณค่ากับสิ่งที่เพื่อนแต่ละคนในทีมมีส่วนช่วยเหลือและสนับสนุน มีความสามารถ
ในการเป็นผู้นำ สามารถใช้มนุษยสัมพันธ์และทักษะการแก้ปัญหาเพื่อโน้มน้าวและนำผู้อื่นไปสู่เป้าหมายได้
สามารถใช้จุดแข็งของแต่ละบุคคลทำให้เป้าหมายที่มีร่วมกันสำเร็จลุล่วงไปได้ สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้
ผู้อื่นทำงานได้อย่างเต็มที่และดีเยี่ยมโดยการแสดงให้เห็นเป็นตัวอย่างและเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม แสดงให้
เหน็ ถงึ พฤตกิ รรมที่ไม่แบ่งแยกและมจี รยิ ธรรมในการใชอ้ ทิ ธพิ ลและอำนาจ

8. ทักษะด้านการสื่อสาร สารสนเทศ และรู้เท่าทันสื่อ (C5: Communication
information and media literacy)

ผู้เรียนสามารถสื่อสารข้อมูลได้อย่างชัดเจน สามารถแสดงความคิดและแนวคิดได้
อย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้ทักษะการสื่อสารด้านการพูด การเขียน และอวัจนะภาษาในรูปแบบและบริบท
ที่หลากหลาย มีความสามารถในการฟังเพื่อตีความและจับใจความสำคัญ รวมถึงความรู้ คุณค่า ทัศนคติ
และความตั้งใจของสารที่รับมา มีความสามารถในการสื่อสารด้วยวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย เช่น การแจ้งให้
ทราบ การให้คำแนะนำ การสร้างแรงบันดาลใจ และการโน้มน้าวผู้ฟัง สามารถใช้ประโยชน์จากสื่อ
และเทคโนโลยีได้หลากหลายรูปแบบ รู้ถึงประสิทธิภาพของสื่อที่ใช้และสามารถประเมินได้ ถึงผลกระทบ
ที่จะเกิดขึ้นจากการใช้สื่อนั้น สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย
รวมถึงสามารถสื่อสารได้หลากหลายภาษา มีความรู้เท่าทันสื่อ เข้าใจถึงที่มา เหตุผล และวัตถุประสงค์

49

ของสารที่มาจากสือ่ สังเกตได้ถึงการแปลข้อมูลท่ีแตกตา่ งกันของแต่ละบุคคล รวมถึงคุณค่าและมุมมองที่พวก
เขาให้ความสำคัญหรือละเลยไป สังเกตได้ถึงผลกระทบของสื่อต่อความเชื่อและพฤติกรรมต่าง ๆ สามารถ
ประยกุ ต์ใช้ความเข้าใจพื้นฐานด้านศีลธรรมหรือกฎหมายในเรื่องเกยี่ วกับการเข้าถงึ และการใชส้ ือ่ ได้ เข้าใจและ
สามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องมือที่ใช้สร้างสื่อได้อย่างเหมาะสม เข้าใจและสามารถใช้ประโยชน์
จากการแสดงออกและการแปลงความหมายที่เหมาะสมไดใ้ นสภาพแวดล้อมท่ีหลากหลาย

9. ทกั ษะดา้ นคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (C6: Computing and
ICT literacy)

ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถใช้เทคโนโลยี
เพื่อเป็นเครื่องมือในการค้นคว้าวิจัย จัดระบบ ประเมิน และสื่อสารข้อมูลได้ สามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัล
เครื่องมือสื่อสาร และเครือข่ายทางสังคมในการเข้าถึง จัดการ ตรวจสอบ ประเมิน และสร้างข้อมูล
ได้อย่างเหมาะสม สามารถประยกุ ต์ใช้ความเข้าใจพืน้ ฐานดา้ นศีลธรรมหรือกฎหมายในเร่ืองเก่ยี วกับการเข้าถึง
และการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีได้ สามารถใช้เวลาและทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพในการเข้าถึงข้อมูล
สามารถประเมินข้อมูลได้อย่างมีวิจารณญาณ สามารถใช้ข้อมูลได้อย่างถูกต้องและสร้างสรรค์สำหรับปัญหา
ท่อี ยตู่ รงหน้า

10. ทกั ษะอาชพี และทกั ษะการเรยี นรู้ (C7: Career and learning skills)
ผู้เรียนมีความยืดหยุ่นในการทำงานและสามารถปรับตัวได้ สามารถปรับตัวให้เข้ากับ

บทบาทหน้าทท่ี ่ีหลากหลาย ความรบั ผิดชอบตอ่ งาน หมายกำหนดการ และบรบิ ทตา่ ง ๆ ได้ สามารถทำงานได้
อย่างมีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมที่มีความคลุมเครือและมีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สามารถ
นำข้อแนะนำมาปรับปรุงงานของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถจัดการกับคำชื่นชม ความล้มเหลว
และคำวจิ ารณ์ได้ มีความเขา้ ใจ สามารถตอ่ รอง และปรบั สมดุลมุมมองและความเชื่อที่แตกตา่ งเพ่ือให้สามารถ
หาแนวทางที่ทุกคนทำงานร่วมกันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพแวดล้อมที่มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมสูง
สามารถตั้งเป้าหมายโดยมีเงื่อนไขความสำเร็จที่สามารถจับต้องได้และไม่สามารถจับต้องได้ สามารถสมดุล
เป้าหมายระยะสั้นและเป้าหมายระยะยาวได้ สามารถจัดสรรเวลาและจัดการภาระหน้าที่ของตนได้
อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง มีความสามารถในเรียนรู้ทักษะที่อยู่นอกเหนือ
บทเรียนพื้นฐานทั่วไป สามารถสืบค้นและขยายการเรียนรู้ของตนและโอกาสเพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญ
ในสิ่งที่สนใจ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาระดับทักษะที่ตนมีให้ไปสู่ทักษะระดับมืออาชีพ
แสดงใหเ้ หน็ ถึงความยึดมน่ั ทีจ่ ะเรียนร้ตู ลอดชวี ิต เรียนรู้จากประสบการณใ์ นอดตี เพ่ือท่ีจะพัฒนาตนเองให้ดีข้ึน
ในอนาคต

11. ความมเี มตตา กรุณา วินยั คณุ ธรรม จรยิ ธรรม (C9: Compassion)
ผู้เรียนมีความสามารถในการรับรู้ถึงความรู้สึกของผู้อื่น รวมถึงการรับรู้ถึงความรู้สึก

ของตนเอง มีความเข้าใจถึงเหตุผลที่มาของความรู้สึกเหล่านั้น เข้าใจความหมายของการกระทำ
และการตัดสินใจของผู้อื่น มีความต้องการช่วยให้ผู้อื่นมีความสุขและพ้นจากทุกข์ ช่วยทำประโยชน์สุข
และปลดเปลื้องทุกข์ให้แก่ผู้อื่น มีน้ำใจเอื้ออาทรต่อผู้อื่นด้วยความเต็มใจ มีจิตสำนึกที่ดี มีความรับผิดชอบต่อ
ท้องถิ่น ชุมชน ประเทศชาติ และโลก ประพฤติปฏิบัติตามความดีงามทั้งทางการ ทางวาจา และทางใจ
มีความกตัญญู ขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ สามัคคี มีวินัย มีน้ำใจ มีมารยาท ไม่คิดเบียดเบียนผู้อื่น และปฏิบัติ
ป้องกันไมใ่ หล้ ะเมดิ ตอ่ ส่ิงท่จี ะทำลายความดงี ามใหเ้ สือ่ มลง

50

9.2 มาตรฐานท่ี 2 ด้านคณุ ภาพครู

มาตรฐานของครูผสู้ อนสำหรับโรงเรียนศนู ยว์ ิทยาศาสตร์พลงั สิบ ระดับประถมศึกษา มีดังต่อไปนี้
1) ครมู คี ุณวฒุ ิ ความรู้ และความสามารถตรงกับงานทรี่ บั ผิดชอบ และมจี ำนวนครูเพยี งพอ
2) ครูมกี ลวิธีการสอน ทกั ษะการคิด และการใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตรท์ ด่ี ี
3) ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีความสามารถและมีทักษะ
ในการพัฒนาและส่งเสริมผู้เรียนที่มีความสนใจพิเศษ หรือมีความสามารถพิเศษทางคณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี อย่างเปน็ ระบบ
4) ครูมีความกระตือรือร้น สนใจเรียนรู้ แสวงหาประสบการณ์ใหม่ ๆ และพัฒนาศักยภาพตนเอง
อยา่ งตอ่ เนื่อง
5) ครมู ีคุณลกั ษณะทดี่ ี ประพฤตติ นตามจรรยาบรรณวชิ าชพี และมีจติ วทิ ยาศาสตร์ที่ดี

9.3 มาตรฐานท่ี 3 ดา้ นการบริหารจดั การโรงเรยี น

มาตรฐานด้านการบริหารจัดการโรงเรียนแบ่งออกเป็น 3 มาตรฐาน คือ มาตรฐานด้านทรัพยากร
การเรียนรู้ มาตรฐานดา้ นกระบวนการเรยี นรู้ และมาตรฐานด้านหลกั สูตร

มาตรฐานด้านทรัพยากรการเรยี นรู้ อาคาร สถานที่ และสง่ิ อำนวยความสะดวก
1) โรงเรียนมีห้องเรียน มีครุภัณฑ์ อุปกรณ์การเรียนการสอน และมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อ
การเรียนรู้
2) โรงเรียนมีห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ที่มาตรฐาน มีครุภัณฑ์ และอุปกรณ์วิทยาศาสตร์พื้นฐาน
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ที่ครบถ้วน และ
สภาพแวดลอ้ มท่ีเอ้ือต่อการปฏิบัติการและการบูรณาการความรู้
3) โรงเรียนมีแหล่งเรียนรู้ ห้องสมุด หรือห้องค้นคว้า มีหนังสือและสื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย
เพยี งพอทส่ี อดคลอ้ งกับการจดั การเรียนรู้
4) โรงเรียนมีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศท่มี ีประสทิ ธภิ าพสูงเพยี งพอต่อการใช้งานและมีการบริหาร
จดั การทม่ี ปี ระสิทธภิ าพ
5) โรงเรยี นมแี หล่งเรยี นร้ใู หผ้ ูเ้ รยี นทำกิจกรรมที่เหมาะสมตามวยั
6) โรงเรียนมีสถานที่และอุปกรณ์ให้ผู้เรียนเรียนรู้ศิลปะ วัฒนธรรม ดนตรี และกีฬาอย่างเพียงพอ
เพอ่ื บรู ณาการการเรยี นรทู้ ่ใี ชว้ ทิ ยาศาสตร์เป็นฐาน
มาตรฐานด้านกระบวนการเรยี นรู้ การวัดและการประเมินผล และการจัดกจิ กรรมของโรงเรยี น
1) โรงเรียนเน้นการจัดกระบวนการเรียนรู้ด้วยกลวิธีการสอน เทคโนโลยี และนวัตกรรม
ที่หลากหลายเหมาะสมกับธรรมชาตขิ องเนือ้ หาและผเู้ รยี น
2) โรงเรียนเนน้ การจัดกจิ กรรมการเรียนรูแ้ บบบรู ณาการความร้แู บบองค์รวม
3) โรงเรียนมีการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะที่เน้นองค์ความรู้ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
และเน้นพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งให้ผู้เรียนเกิดทักษะ
ในการใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์เป็นฐานในการแสวงหาความรู้
4) โรงเรยี นมีการจัดบริบทการเรียนรู้ และแหล่งเรียนรู้ที่สง่ เสริมการพัฒนาศักยภาพทั้งทางรา่ งกาย
อารมณ์ สงั คม สติปัญญา และส่งเสรมิ จิตสาธารณะ

51

5) โรงเรียนเน้นกระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เกิดทักษะในการใช้กระบวนการ
ทางวิทยาศาสตรเ์ ป็นฐานในการแสวงหาความรู้

6) โรงเรียนมีการประเมินการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย เน้นความสามารถ
ทางวิชาการและทักษะปฏิบัติการ เน้นการวัดและประเมินผลระหว่างเรียนเพื่อให้ข้อมูลย้อนกลับ
แกผ่ ูเ้ รียนในการพฒั นาศักยภาพ ตลอดจนเป็นการประเมนิ ผลเพอื่ พฒั นาและตัดสินผู้เรียน

7) โรงเรยี นมีการจัดดำเนินกิจกรรมชมุ ชนการเรยี นรู้ทางวิชาชีพ PLC เพอ่ื พัฒนาความรู้ศักยภาพครู
อยา่ งเปน็ ระบบและต่อเนือ่ ง

8) โรงเรียนนำผลการประเมินนักเรียน และ PLC บุคลากรทางการศึกษามาใช้พัฒนาการจัด
การเรียนรู้อย่างตอ่ เนอื่ ง

9) โรงเรียนจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและกระตุ้นศักยภาพความสามารถพิเศษและแววแห่ง
อัจฉริยภาพอยา่ งเปน็ ระบบ

10) โรงเรียนจัดกจิ กรรมทห่ี ลากหลายและตอ่ เนอื่ งเพ่ือพฒั นาทกั ษะชีวติ ทกั ษะการทำงาน และเป็น
คนท่มี ีความผาสกุ ตามพัฒนาการของผ้เู รยี น

11) โรงเรยี นจดั กจิ กรรมต้นแบบเพ่ือบรกิ ารวชิ าการสังคมอยา่ งตอ่ เน่ือง
มาตรฐานดา้ นหลกั สูตร
1) โรงเรียนจัดทำโครงสร้างหลักสูตรที่เน้นการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนมีความทันสมัย
และมกี ารบูรณาการระหวา่ งศาสตรไ์ ดเ้ ปน็ อย่างดี
2) โรงเรียนมีหลักสูตรที่เน้นพัฒนาและการใช้ทักษะ/กระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นฐาน
ในการแสวงหาความรู้ของผเู้ รียนทกุ รายวิชา
3) โรงเรียนมีการกำกบั ติดตาม ประเมนิ และปรับปรุงหลักสตู รอยา่ งตอ่ เนื่อง

ขอ้ มูลผปู้ ระสานงานโครงการ
1. นางสาวสราลี นชุ นารถ (สบว.สพฐ.)
เบอรต์ ดิ ต่อ 0905196530 email : [email protected]
2. นางสาววรดา สรอ้ ยมล (สบว.สพฐ.)
เบอร์ติดต่อ 062-4056026 email : [email protected]

52

เอกสารอ้างองิ

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรงุ
พ.ศ.2560). กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พช์ มุ นุมสหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกดั .

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2560). ตัวชว้ี ดั และสาระการเรยี นร้แู กนกลาง กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
(ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551.
กรงุ เทพฯ: โรงพิมพช์ ุมนุมสหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จำกดั .

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแหง่ ชาติ สำนักนายกรฐั มนตร.ี (2545). พระราชบญั ญตั กิ ารศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ.2542 และทีแ่ ก้ไขเพ่มิ เตมิ (ฉบับท่ี 2) พ.ศ.2545. กรุงเทพฯ: บริษทั พริกหวานกราฟฟคิ จำกัด.

เตอื นใจ ครองญาติ. (2560). การพฒั นารปู แบบการสอนคณติ ศาสตรส์ รา้ งสรรค์เพื่อพัฒนาผลสมั ฤทธิ์ทางการ
เรยี นและเสริมสร้างความคิดสรา้ งสรรคเ์ รอื่ งการแก้โจทยป์ ัญหาสำหรับนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปที ี่ 1.
วารสารศลิ ปากรศึกษาศาสตร์วิจยั , ปที ่ี 9 (ฉบบั ที่ 2), 86. สืบคน้ จาก
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/suedureasearchjournal/article/view/63978/88556

ทิศนา แขมณ.ี (2555). ศาสตร์การสอน. (พิมพ์คร้งั ที่ 16). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพจ์ ฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั .
อรนุช ลิมตศิริ. (2557). หลกั สตู รและการเรียนการสอนในระดับประถมศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์

มหาวทิ ยาลัยรามคำแหง.
อารวี รรณ ทองสุ, เสนอ ภิรมจติ รผอ่ ง และพฒั นสุข ชำนนิ อก. (2562). สภาพการจดั การเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์

ทส่ี ง่ เสริมทกั ษะการแกป้ ัญหาอยา่ งสร้างสรรค์ สำหรับนกั เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4.
วารสารมหาวิทยาลัยศิลปากร, ปที ี่ 39 (ฉบับที่ 6), 177. สืบคน้ จาก
https://so05.tci-thaijo.org/index.php/sujthai/article/view/176066/160318

53

คณะผู้จัดทำ

คณะทีป่ รกึ ษา รัฐมนตรีชว่ ยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
คณุ หญิงกลั ยา โสภณพนิช เลขาธกิ ารคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน
นายอมั พร พินะสา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน
นางเกศทิพย์ ศุภวานชิ ผู้อำนวยการสถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ศ.ดร.ชูกจิ ลมิ ปิจำนงค์ ประธานทปี่ ระชมุ อธิการบดีมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์จรญู ถาวรจกั ร์ ผู้อำนวยการสำนกั งานพฒั นาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแหง่ ชาติ
นายณรงค์ ศริ ิเลิศวรกลุ

คณะผจู้ ดั ทำ

ดร.พรชยั อนิ ทรฉ์ าย รองผ้อู ำนวยการสถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สสวท.

ดร.ภูรวิ รรษ คำอ้ายกาวนิ ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานความเป็นเลิศดา้ นวิทยาศาสตร์ศกึ ษา สพฐ.

ผชู้ ่วยศาสตราจารยพ์ ิภัทรา สมิ ะโรจนา รองอธกิ ารบดกี ิจการพิเศษ มรภ.ราชนครนิ ทร์

ดร.เขมวดี พงศานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารเครือข่ายและพฒั นาครู สสวท.

นางสาวคงนติ า เคยนยิ ม ผู้อำนวยการฝา่ ย สควค. สสวท.

นายสมเกียรติ เพ็ญทอง ผูอ้ ำนวยการสาขาคณติ ศาสตร์ ประถมศึกษา สสวท.

ดร.เบ็ญจวรรณ หาญพิพัฒน์ นกั วิชาการอาวโุ ส สาขาวิทยาศาสตร์ ภาคบังคับ สสวท.

นางสาวรชั ดา ยาตรา ผูช้ ำนาญ ฝา่ ยโอลิมปิกวชิ าการและอจั ฉรยิ ภาพ สสวท.

นายจเร ปานเมอื ง นักวิชาการ ฝา่ ยโอลิมปิกวิชาการและอจั ฉริยภาพ สสวท.

นางสาวเทวกิ า เบ็ญจวรรณ ผอู้ ำนวยการสถาบันพัฒนาศักยภาพกำลังคนแห่งอนาคต มรภ.ราชนครินทร์

นางสาวภควรรณ คงจันตรี รองผูอ้ ำนวยการสถาบนั พัฒนาศักยภาพกำลงั คนแหง่ อนาคต มรภ.ราชนครินทร์

นายธานินทร์ ปัญญาวัฒนากุล ผู้มคี วามรู้ความสามารถพิเศษ สาขาวชิ าวทิ ยาศาสตรท์ ว่ั ไป มรภ.ราชนครินทร์

ดร.จิตตมิ า ปัญญาพิสิทธ์ิ อาจารยป์ ระจำ สาขาวิชาคอมพวิ เตอรศ์ ึกษา คณะครศุ าสตร์ มรภ.ราชนครนิ ทร์
นางฤทยั จงสฤษด์ิ ผู้อำนวยการฝา่ ยอาวุโส ฝ่ายวชิ าการ หลักสูตร และสอื่ การเรยี นรู้ สวทช.

นางสาวสุปราณี สิทธไิ พโรจน์สกุล นักวิชาการอาวุโส ฝา่ ยวชิ าการ หลักสูตร และส่อื การเรียนรู้ สวทช.

นางสาวปัณรสี สนทิ วงศ์ ณ อยุธยา นกั วชิ าการอาวุโส ฝ่ายวิชาการ หลกั สตู ร และสอ่ื การเรยี นรู้ สวทช.

นางสาวสคุ นธา อาวชั นาการ นกั วิชาการอาวุโส งานวิทยาศาสตรใ์ นโรงเรียนชนบท สวทช.

นางสาวธัญญ์ณัช บุษบงค์ ผู้ประสานงานอาวุโส สวทช.

นางสาวจดิ ากาญจน์ สหี าราช นักวิชาการ ฝา่ ยวชิ าการ หลักสูตร และสือ่ การเรียนรู้ สวทช.

นางสาวสลลิ รตั น์ ประสพฤกษ์ นักวิชาการ ฝ่ายวิชาการ หลักสูตร และสอื่ การเรียนรู้ สวทช.
ดร.กานจลุ ี ปัญญาอนิ ทร์ รองผู้อำนวยการ สำนักบริหารงานความเป็นเลิศด้านวิทยาศาสตรศ์ ึกษา สพฐ.
นางสาวสราลี นุชนารถ นกั วชิ าการศกึ ษา สำนักบรหิ ารงานความเป็นเลศิ ด้านวทิ ยาศาสตร์ศึกษา สพฐ.
นางสาวเฉลิมศรี เจนจตุรานนท์ นกั วิชาการศกึ ษา สำนกั บรหิ ารงานความเป็นเลศิ ดา้ นวทิ ยาศาสตรศ์ กึ ษา สพฐ.
นางสาววรดา สรอ้ ยมล เจา้ หน้าที่ สำนกั บริหารงานความเปน็ เลิศด้านวทิ ยาศาสตรศ์ กึ ษา สพฐ.
นายธีรเดช วีรทองประเสริฐ เจ้าหนา้ ที่ สำนักบรหิ ารงานความเป็นเลศิ ด้านวิทยาศาสตร์ศกึ ษา สพฐ.

********************************


Click to View FlipBook Version