ภูมิศาสตร์
ประเทศไทย
ภูมิศาสตร์
ประเทศไทย
จัดทำโดย
นายสรกฤต มหรรณพ
6310641131015
อาจารย์ผู้สอน
ผศ.ดร.ทิพมาศ เศวตวรโชติ
รายวิชาED1138
เทคโนโลยีสารสนเทศทางภูมิศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
วิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช
ข
คำนำ
รายงานเล่มน้ีจัดทำขึน้ เพือ่ เปน็ สว่ นหนง่ึ ของรายวิชา
ED1138 เทคโลโลยสี นเทศทางภูมิศาสตรเ์ พอ่ื ใหไ้ ดศ้ ึกษาหา
ความรใู้ นเรอ่ื งราวของภูมิศาสตร์ประเทศไทย โดยได้ศึกษา
ผา่ นแหล่งความรตู้ ่างๆ อาทเิ ช่น ตำรา หนังสือและแหล่ง
ความรจู้ ากเวบ็ ไซตต์ ่างๆ โดยรายงานเล่มน้ตี ้องมเี นอ้ื หา
เก่ียวกบั ภูมศิ าสตรป์ ระเทศ
ผู้จดั ทำคาดหวงั เปน็ อยา่ งยิง่ ว่าการจดั ทำเอกสารฉบบั น้ี
จะมีขอ้ มูลทเ่ี ปน็ ประโยชน์ต่อผูท้ ่สี นใจศึกษาภมู ศิ าสตร์
ประเทศไทย เป็นอย่างดี
นายสรกฤต มหรรณพ
ข
สารบญั
คำนำ
สารบัญ
บทท1่ี บทนำ
-1. ถนิ่ กำเนดิ ชนชาติไทย
-2. การต้ังถ่ินฐานในไทยสมยั ก่อนประวัตศิ าสตร์
บทท่ี2 ภมู ิศาสตร์ประเทศไทยภาคเหนือ
บทที่3 ภูมิศาสตรป์ ระเทศไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนอื
บทท4ี่ ภูมศิ าสตร์ประเทศไทยภาคตะวันตก
บทท5ี่ ภมู ศิ าสตรป์ ระเทศไทยภาคใต้
บทท6ี่ ภูมิศาสตรป์ ระเทศไทยภาคตะวนั ออก
บทท7ี่ ภูมศิ าสตร์ประเทศไทยภาคกลาง
บรรณานุกรม
1
บทที่ 1
บทนำ
ภมู ิศาสตร์ประเทศไทยเป็นศาสตรท์ ่ีมเี นื้อหาสาระเก่ียวกบั สสาร
หรือลกั ษณะทอ่ี ยรู่ อบๆ ตัว เรา ในที่นี้หมายถงึ ประเทศ จงั หวัด
อำเภอ ตำบลและหมบู่ า้ น ในวชิ าภมู ิศาสตร์ประเทศไทยจะ อธบิ าย
องคป์ ระกอบโดยรวมดา้ นต่างๆของไทยเพอื่ ความเขา้ ใจในศาสตร์
ดา้ นนโ้ี ดยภูมิศาสตร์ ประเทศไทยจะเน้นหนกั ไปในลกั ษณะเฉพาะ
ของประเทศไทยที่มคี วามแตกตา่ งไปจากประเทศหรือพ้นื ที่อนื่ ๆซึ่ง
ความแตกต่างนเี้ องทีเ่ ปน็ ลกั ษณะท่มี คี วามนา่ สนใจและเปน็ เสนห่ ์
ของวิชานี้ด้วย
1. ถนิ่ กำเนดิ ชนชาติไทย
ในการศกึ ษาภูมิศาสตร์ประเทศไทยจดุ แรกสดุ ทผี่ ้ศู กึ ษาควร
เข้าใจคอื มนุษย์หรือประชาชนคนไทยเนอ่ื งจากการสร้างคำจดั ความ
ของเมอื ง รัฐหรอื ประเทศส่วนใหญม่ ักจะถกู กำหนด โดยตวั บคุ คล
เป็นหลกั ทฤษฎีการย้ายถิ่นฐานจะอธบิ ายความสมั พนั ธร์ ะหว่าง
มนษุ ยแ์ ละพ้นื ทไ่ี ด้เปน็ อย่างดี เน่อื งจากการยา้ ยถิ่นของมนุษย์นน้ั
2
ส่วนมากมกั จะเกดิ ขน้ึ กต็ ่อเมือ่ ประสบกับเหตุการณห์ รอื สภาวะที่
ไม่เปน็ ไปด้านดนี กั อาจดว้ ยสาเหตหุ ลายประการ เช่น สภาวะ
อากาศที่เลวรา้ ย การรกุ รานของชนเผ่ารอบขา้ งหรือสภาวะ
อดอยากจากการขาดแคลนอาหารโดยตามทฤษฎีแลว้ สามารถแบ่ง
ไดเ้ ป็น5ทฤษฎี คอื คนไทยอพยพมาจากเทอื กเขาอัลไตคนไทย
อพยพมาจากตอนกลางของประเทศจนี บรเิ วณมณฑลเสฉวนคนไทย
อพยพมาจากทางตอนใตข้ องประเทศจีนคนไทยอพยพมาจาก
คาบสมุทรอนิ โดจีนคาบสมุทรมลายูและหมเู่ กาะตา่ งๆ ของประเทศ
อินโดนเิ ซยี และคนไทยอาศัยดนิ แดนประเทศ ไทยหรอื ที่เดมิ จาก
ทฤษฎที ้ัง5 นส้ี ามารถสรปุ ได้ว่าทฤษฎที ี่ความน่าจะเปน็ ไปไดข้ อง
การอพยพของ คนไทยนนั้ มีความเป็นไปน้อยมากท่จี ะมีการอพยพ
มาจากถิน่ อน่ื ซ่งึ สอดคลอ้ งกับทฤษฎีทีว่ ่าชนชาติ ไทยนน้ั มกี ารตงั้ ถ่ิน
ฐานอยู่ในพ้นื ทคี่ าบสมุทรอนิ โดจนี มาแต่ดง้ั เดมิ หลักฐานประกอบ
ท่มี คี วามสำคญั และสามารถอา้ งอิงได้คอื รอ่ งรอยทีพ่ บในยคุ กอ่ น
ประวัตศิ าสตร์ ไดแ้ ก่ ยคุ หินเกา่ ยุคหนิ กลาง ยุคหินใหม่และยคุ
โลหะ ท่ีพบท้ังโครงกระดูกในถ้าของยุคหนิ เก่าภาพเขยี นสโี บราณใน
ยคุ หินใหม่รวมไปถึงอุปกรณเ์ ครื่องมอื เครือ่ งใช้ทท่ี ำจากวัตถใุ นยุค
สำริดหรือยุคโลหะเป็นตน้ รวมไปถงึ ในด้านกายวภิ าคศาสตรท์ ี่
ทำการศกึ ษาเรื่องโครงกระดูกที่ขุดค้นพบน้นั มีรูปรา่ งโครงสรา้ ง
3
และมวลกระดกู ทใ่ี กลเ้ คยี งกบั คนไทยในปจั จบุ นั มากและยงั พบวา่
ดา้ นภาษาศาสตร์ ภาษาไทยจดั อยูใ่ นกลมุ่ ภาษามอญและเขมรท่ใี ช้
เพอ่ื การสอื่ สารมาเป็นเวลานานแล้วในภมู ภิ าคเอเชยี อาคเนยจ์ าก
หลกั ฐานอา้ งอิงท่ีไดก้ ลา่ วมานั้นชนชาติไทยหรอื คนไทยนั้นควรจะ
เป็นเจา้ ของถ่นิ ฐานดั้งเดิมมาเป็นระยะเวลาท่ี2ยาวนานเพียงแตว่ ่า
การระบวุ ่าประเทศไทยทีม่ ขี อบเขตรูปรา่ งดังปัจจบุ ันนน้ั เพิ่งมีการ
สร้างและตคี วามหมายมาเมอื่ ไม่นานนี้เอง
4
2 การต้ังถนิ่ ฐานในไทยสมยั กอ่ นประวตั ศิ าสตร์
การตงั้ ถ่นิ ฐานของมนษุ ยต์ ามหลกั การทางภมู ศิ าสตร์น้นั ถอื เปน็
กิจกรรมท่ีความสำคญั อยา่ งหนึ่งเนอ่ื งจากการตงั้ ถิ่นฐานของมนษุ ย์
จะตอ้ งมพี ฒั นาการสั่งสมประสบการณแ์ ละทีข่ าดไมไ่ ด้คอื ปัจจยั 4
ในสมัยก่อนประวัติศาสตรน์ ้ันพบหลักฐานของการตง้ั ถิ่นฐานของ
มนุษย์ในพน้ื ทต่ี ่างๆของประเทศไทย ส่งิ เหลา่ นีเ้ ป็นเคร่อื งมือชว้ี ดั ถงึ
ความสัมพันธ์ระหวา่ งมนุษยแ์ ละลักษณะทางดา้ นกายภาพทที่ ม่ี ีมา
นานกว่าหมน่ื ปโี ดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชว่ งสำคญั ได้แก่
ชว่ งก่อนประวัตศิ าสตรแ์ ละชว่ งยคุ นครรัฐ ชว่ งกอ่ นประวัตศิ าสตร์
ประกอบไปด้วยยคุ หนิ เกา่ ทร่ี ะบบการตั้งถ่นิ ฐานของมนษุ ย์ ยงั เปน็
เพยี งพวกเรร่ อ่ น อาศัยอยอู่ ยา่ งไมเ่ ปน็ หลกั แหล่งคลา้ ยกบั กลุ่ม
มนุษย์กงึ่ ลงิ ทีเ่ พงิ่ มีการววิ ฒั นาการมา หลักฐานในยุคนพ้ี บวา่ มกี าร
ใช้เครอ่ื งมอื หยาบๆแตไ่ ม่พบโครงกระดกู สันนษิ ฐานวา่ ผุกรอ่ นหรือ
เส่ือมสลายไปตามการเวลา ในประเทศไทยพบท่ีจังหวัดกาญจนบุรี
เชียงใหมแ่ ละเชียงราย ยุคหนิ กลางคอื ยคุ ทีม่ นุษย์มีพฒั นาการใน
การดำรงชพี มากขน้ึ กวา่ ยุคกอ่ นแตไ่ ม่มากนัก ความเหมอื นน้นั คอื
ลักษณะการดำรงชวี ติ ที่คล้ายเดิมแต่ท่ีววิ ัฒนาการข้ึนมานัน้ คอื
ลกั ษณะฝมี ือทม่ี ีความประณตี และละเอียดออ่ นมากยิ่งข้นึ หลักฐาน
ท่พี บคอื โลงศพไม้ หม้อดนิ เผา ด้านเปลือกหอยรวมไปถึง
5
กระดูกสัตวต์ ่างๆในประเทศไทยพบท่ีจังหวัดแมฮ่ อ่ งสอน ยุคหิน
ใหม่ คือยุคทมี่ นษุ ย์ก้าวเขา้ สูก่ ารเปล่ียนแปลงท่สี ำคญั ทีส่ ดุ คือ การ
ต้ังชมุ ชน การเล้ียงสัตว์ การเพาะปลูก การทำเครอ่ื งใช้ในครัวเรือน
เชน่ การทอผา้ การประดิษฐอ์ ปุ กรณ์ในการดำรงชพี ภาพเขียนสี
รวมไปถงึ เครื่องประดบั หรือเครือ่ งใช้ ทางดา้ นจติ วญิ ญาณ
ในประเทศไทยพบทีจ่ งั หวดั กาญจนบรุ ีและอบุ ลราชธานีและ
ยคุ โลหะท่ีดำเนนิ ผ่านไปไม่นานมานี้ คอื ยคุ ที่สามารถอธบิ ายไดว้ า่
มนษุ ย์นนั้ มวี ิวฒั นาการจากการใชเ้ คร่อื งมือหินเปลีย่ นมาเป็นใช้
เครอ่ื งมือโลหะเพือ่ ดำรงชวี ิตโดยท่ีในยุคแรกน้นั จะใชส้ ำริด คือ ใช้
แรท่ องแดงและดบี ุกผสมกันเพ่ือหล่อเป็นเคร่อื งมอื ยคุ ต่อมาจะมี
การถลุงเหลก็ ซง่ึ เปน็ ธาตทุ มี่ ีความแขง็ แกร่งและคณุ ภาพดกี ว่า
สำรดิ เคร่อื งมือเคร่อื งใช้ก็มกี ารพัฒนาให้ดีขน้ึ กว่าเดมิ เชน่ มีการ
เขียนสหี รือลวดลายลงไปทแ่ี สดงถึงศิลปกรรมในทอ้ งถน่ิ นน้ั ๆดว้ ย
ในประเทศไทยพบท่ี จงั หวัดขอนแก่น อุดรธานแี ละ กาญจนบรุ ี
เปน็ ต้น
6
บทท่ี 2
ภมู ศิ าสตรป์ ระเทศไทยภาคเหนอื
ภาคเหนือของประเทศไทยนน้ั เดมิ รู้จกั กนั ในช่อื อาณาจกั รล้านนา
ก่อนท่ีจะมกี ารรวมดนิ แดนภูมภิ าคตา่ งๆเป็นมณฑลของไทยร้จู กั กนั
ในชื่อมณฑลพายพั ของประเทศไทยทแี่ ปลตีความหมายได้วา่ รฐั ที่
ตง้ั อยู่ทางทิศตะวันตกเฉยี งเหนือ ภาคเหนอื นนั้ เป็นทท่ี ราบกันดใี น
ด้านความหลากหลายทางด้านภมู ิประเทศและวัฒนธรรมภาคเหนอื
จึงเปน็ ภมู ิภาคที่นา่ สนใจและมีคณุ ค่าทางการศึกษาภมู ิศาสตร์
2.1 ที่ต้งั ตำแหนง่ ทีต่ ้ังของภาคเหนือ
อยูร่ ะหวา่ งละติจูดที่ 17องศา 09 ลิปดา ถึง 20 องศา
27 ลิปดาเหนือ และลองจจิ ดู ท่ี 97 องศา 21 ลปิ ดา ถึง 101 องศา
20 ลปิ ดาตะวันออก โดยทางทิศเหนือและทิศตะวนั ตกติดต่อกบั
สาธารณรฐั แหง่ สหภาพเมยี นมารท์ างทศิ ตะวนั ออกตดิ กับ
สาธารณรฐั ประชาธิปไตยประชาชนลาวและทางทิศใต้ตดิ ต่อกบั
จงั หวัดตาก สโุ ขทัยและพิษณโุ ลกตามลักษณะทางภูมศิ าสตร์
7
ของภาคเหนอื นน้ั มีลักษณะทางด้านกายภาพและวฒั นธรรมที่
แตกตา่ งจากภูมภิ าคอื่นๆ อยา่ งชัดเจน
2.2 ขอบเขตภาค
เหนอื มีพ้นื ที่โดยประมาณ 93,690.85 ตารางกิโลเมตร ตามการ
แบ่งภาคทางภูมศิ าสตร์ นัน้ สามารถจำแนกภาคเหนอื ออกได้
ท้ังหมด 9 จงั หวัด ได้แก่ เชียงราย เชยี งใหม่ ลำพูน ลำปาง นา่ น
แพร่ พะเยา แม่ฮ่องสอน อตุ รดติ ถ์ โดยจงั หวดั ทีม่ ขี นาดใหญ่ทสี่ ุด
คือจงั หวัดเชียงใหม่มพี ื้นทร่ี วม ประมาณ 20,107 ตารางกิโลเมตร
จงั หวดั ที่เล็กท่ีสุดคือจังหวดั ลำพูนมีพ้ืนทรี่ วม4,505ตารางกโิ ลเมตร
8
2.3 ลกั ษณะภูมิประเทศ
ภมู ปิ ระเทศคือสิง่ บ่งชีว้ า่ พน้ื ท่ีน้ันๆมลี ักษณะเป็นอยา่ งไรภมู ปิ ระเทศ
จะทำใหผ้ ศู้ กึ ษาไดร้ บั ร้วู า่ พ้นื ที่นัน้ ๆมลี กั ษณะความโดดเด่นมากนอ้ ย
เพยี งใดในภาคเหนอื ลกั ษณะภูมปิ ระเทศจะมีความโดดเด่นแตกต่าง
จากภูมิภาคอน่ื อาจจะมคี วามคล้ายคลึงกับภาคตะวนั ตกบ้างในบาง
ลักษณะแตเ่ มอื่ เปรียบเทียบกับภมู ภิ าคอื่นๆนัน้ พบวา่ แตกต่างกนั
อย่างสน้ิ เชิง
2.3.1 ลักษณะโดยทวั่ ไป พนื้ ทภี่ าคเหนอื โดยส่วนมากนน้ั สามารถ
จำแนกออกไดเ้ ป็น 2 ประเภทคือเทือกเขาสงู และท่ีราบระหว่าง
หบุ เขาหรือทีร่ าบลุ่มแมน่ ้ำมที ี่ราบประมาณ1 ใน 4ของพนื้ ที่ท้งั หมด
ลกั ษณะภมู ิสณั ฐานที่สำคญั ของภาคเหนือสามารถแบง่ ออกไดเ้ ป็น
4 ประเภท ไดแ้ ก่ สณั ฐานหนิ แกรนติ สัณฐานหนิ บะซอลต์ สณั ฐาน
หินปนู และสณั ฐานตะกอนทบั ถม
2.3.2 เทือกเขา ในภาคเหนือมีเทอื กเขาท่ีสำคญั มากมายวางตัวใน
แนวเหนอื ใต้ไปกบั การไหลของแม่น้ำ โดยทเี่ ทือกเขาส่วนใหญม่ ี
ความสูงเกินกว่า 1,000 เมตรเมอ่ื วัดจากระดบั นำ้ ทะเลปานกลาง
เทือกเขาแดนลาว มแี หล่งกำเนดิ มาจากทางตอนใต้ของประเทศจนี
ทอดตวั ลงมาทางทิศใตพ้ าดผ่านภาคตะวนั ตกของประเทศไทย
9
ความยาวรวมท้ังหมดของเทือกเขา 1,330 กโิ ลเมตร มีความสำคัญ
ตอ่ ประเทศทางด้านยทุ ธศาสตร์เนื่องจากเป็นแนวพรมแดน
ธรรมชาตริ ะหว่างประเทศไทยและประเทศเมยี นมาร์ ในเขตจงั หวดั
เชยี งใหมแ่ ละจงั หวัดแม่ฮ่องสอน โดยเร่ิมจากพืน้ ที่ดอยผ้าหม่ ปก
อำเภอแมอ่ าย จังหวัดเชียงใหม่ พาดผา่ นไปจนถงึ ช่องเมอื งแหง
อำเภอเวยี งแหงกอ่ นไปบรรจบกับเทือกเขาถนนธงชัย ความยาว
โดยรวมประมาณ 120กิโลเมตรยอดเขาทสี่ ำคญั ไดแ้ ก่ดอยผา้ หม่ ปก
เปน็ ยอดเขาท่ีสงู ทีส่ ุดตง้ั อยู่ในเขตบรเิ วณอำเภอแมอ่ าย
จังหวดั เชยี งใหม่ ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,253 เมตร
เปน็ พน้ื ทต่ี ้นนำ้ ลำธารหลายสาย อาทิ แมน่ ำ้ แมแ่ ตงและแม่น้ำฝาง
เป็นต้น เทือกเขาถนนธงชยั ตงั้ อยทู่ างทิศตะวันตกของภาคเหนอื
เรม่ิ จากแนวรอยต่อกบั เทือกเขาแดนลาวทอดตัวลงไปทางทศิ ใต้
ประกอบไปด้วย 3 แนวเทอื กเขายอ่ ยประกอบไปดว้ ย เทือกเขา
ถนนธงชยั ตะวันตก เปน็ แนวพรมแดนธรรมชาตทิ ่สี ำคัญระหวา่ ง
ประเทศไทยและประเทศเมยี นมาร์จดุ เรมิ่ ตน้ บริเวณพน้ื ที่
อำเภอแมส่ ะเรยี ง จังหวัดแม่ฮอ่ งสอน พาดลงมาทางทศิ ใต้จนถึง
อำเภอทา่ สองยาง จังหวัดตากความยาวโดยรวมประมาณ
305 กโิ ลเมตร เทือกเขาถนนธงชัยกลาง จดุ เรม่ิ ตน้ บรเิ วณพน้ื ที่
อำเภอแม่สะเรยี ง จงั หวดั แมฮ่ ่องสอน จังหวัดตาก พาดลงมาทาง
10
ทิศใตจ้ นถงึ พนื้ ทีต่ น้ นำ้ แมน่ ้ำแควน้อยและแมน่ ้ำแควใหญ่และ
ไปบรรจบกบั เทอื กเขาตะนาวศรบี รเิ วณ อำเภอเมอื งกาญจนบุรี
จงั หวัดกาญจนบรุ ี ความยาวโดยรวมประมาณ 880 กโิ ลเมตร
เทอื กเขาถนนธงชัยตะวนั ออก จุดเร่มิ ต้นบริเวณพนื้ ท่ีต้นน้ำแมแ่ จม่
และแมน่ ้ำปงิ ในเขตจงั หวดั เชยี งใหม่ พาดลงมาทางทศิ ใต้
ความยาวโดยรวมประมาณ 225 กิโลเมตร ยอดเขาทีส่ ำคัญ ไดแ้ ก่
ดอยอนิ ทนนทห์ รือดอยอ่างกาหลวง เป็นยอดเขาท่ีสงู ทีส่ ดุ ใน
เทอื กเขานี้ และสงู ทสี่ ดุ ในประเทศไทยดว้ ยต้ังอยใู่ นเขตบริเวณ
อำเภอจอมทอง จังหวดั เชียงใหม่ ระดบั ความสูงจาก
ระดับนำ้ ทะเล 2,565 เมตรเปน็ พ้ืนทต่ี ้นน้ำลำธารหลายสาย อาทิ
แมน่ ้ำปาย แมน่ ำ้ ยวม แมน่ ้ำเมย น้ำแม่แจม่ และน้ำแมต่ นื่ เปน็ ตน้
เทือกเขาผีปนั นำ้ เป็นเทอื กเขาที่ครอบคลมุ ภาคเหนอื เปน็ บรเิ วณ
กวา้ ง เป็นเทอื กเขาตน้ น้ำลำธารใน 2 ระบบสว่ นแรกคือระบบ ลุ่ม
น้ำ ปงิ วัง ยมและนา่ น ทไี่ หลลงส่แู มน่ ำ้ เจา้ พระยาใน ภาคกลาง
และระบบลุม่ นำ้ กกและแมน่ ำ้ องิ ท่ีไหลลงสแู่ มน่ ้ำโขงในทางทศิ
ตะวนั ออกของภาคเหนือ ประกอบไปดว้ ย 3 แนวเทือกเขาสำคัญ
ไดแ้ ก่ เทือกเขาผีปนั นำ้ ตะวันตก ยอดเขาท่ีสำคัญ ไดแ้ ก่ ดอยผาโจ้
ตงั้ อยูใ่ นเขตบริเวณ อำเภอห้างฉัตร จงั หวดั ลำปาง ระดบั ความสูง
จากระดับนำ้ ทะเล 2,012 เมตร ดอยขุนตาล ตงั้ อยใู่ น
11
เขตบรเิ วณอำเภอหา้ งฉัตร จงั หวัดลำปางและเขตอำเภอแม่ทา
จังหวดั ลำพนู ระดบั ความสงู จากระดบั นำ้ ทะเล 1,348 เมตร
และดอยแม่โถ จงั หวัดเชยี งราย ระดบั ความสงู จากระดบั น้ำทะเล
2,000 เมตร เทือกเขาผีปันน้ำกลาง เป็นสว่ นของพน้ื ทร่ี าบสลับกบั
ยอดเขาหรือเนินเขาท่ีมีความสงู ไม่มากเทือกเขาผีปนั นำ้ ตะวนั ออก
ยอดเขาที่สำคญั ได้แก่ ดอยเปช้าง ตง้ั อยูใ่ นเขต บริเวณอำเภอเมือง
แพร่ จงั หวดั แพร่ ระดับความสงู จากระดับน้ำทะเล 1,084 เมตร
เทือกเขาหลวงพระบางเป็นแนวเทอื กเขาพรมแดนทต่ี ้ังอยูท่ าง
ทิศทางตะวันออกของ ภาคเหนอื ของประเทศไทย มีความสำคัญ
เนื่องจากเป็นแนวพรมแดนธรรมชาตริ ะหวา่ งประเทศไทย และ
สาธารณรฐั ประชาธิปไตยประชาชนลาว ในพืน้ ทอี่ ำเภอเชียงของ
จงั หวดั เชยี งราย อำเภอเฉลมิ พระเกียรติ อำเภอบ่อเกลือ
จงั หวดั น่าน อำเภอนำ้ ปาด จงั หวัดอุตรดิตถแ์ ละอำเภอชาติตระการ
จงั หวัดพษิ ณโุ ลก ความยาวโดยรวมประมาณ 590 กิโลเมตร
ยอดเขาที่สำคัญไดแ้ ก่ดอยภูเมยี งตง้ั อยใู่ นเขตบริเวณอำเภอน้ำปาด
จงั หวัดอตุ รดติ ถ์ ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,300 เมตร
และดอยโล ต้ังอยู่ในเขตบรเิ วณอำเภอบ่อเกลือ จังหวดั นา่ น
ระดบั ความสงู จากระดับนำ้ ทะเล 2,077 เมตร
เปน็ เทือกเขาต้นนำ้ ลำธารหลายสาย อาทิ นำ้ ว้าและน้ำปาด
12
ท่ไี หลไปรวมกบั แม่น้ำนา่ นรวมไปถึงลำน้ำสายยอ่ ยทีไ่ หลย้อนลง
แมน่ ้ำโขง
2.3.3 แมน่ ้ำและแหลง่ นำ้ พน้ื ทส่ี ว่ นใหญ่ของภาคเหนือเป็นภูเขา
ดงั น้นั ภาคเหนือจงึ เปน็ แหลง่ ต้นน้ำลำธารทสี่ ำคญั ของประเทศ
หลายสาย และบริเวณรอบแหล่งนำ้ น้นั ถือวา่ เปน็ พื้นท่ีเกษตรกรรม
ท่สี ำคญั ของภาคเหนอื แม่นำ้ ปิง แหล่งตน้ กำเนดิ จากดอยถ้วย
เทือกเขาแดนลาว อำเภอเชยี งดาว จังหวัดเชียงใหม่ ไหลผ่าน
จงั หวดั เชียงใหม่ ลำพูน ตาก และรวมกบั แมน่ ้ำวงั ท่ีตำบลบ้านตาก
จงั หวดั ตาก และไหลผา่ นจังหวดั กำแพงเพชรและบรรจบ
13
กับแม่น้ำนา่ น บรเิ วณปากนำ้ โพ อำเภอเมืองนครสวรรค์
จงั หวดั นครสวรรค์ รวมความยาวทงั้ สิน้ 715 กโิ ลเมตร ปรากฏลมุ่
น้ำสาขาหลายสาย อาทิ น้ำแมแ่ ตง น้ำแมก่ วง นำ้ แมง่ ัด นำ้ แมท่ า
น้ำแม่แจม่ และน้ำแมต่ นื่ น้ำแมล่ ้แี หลง่ ต้นกำเนดิ จากดอยขุนแมก่ วง
อำเภอทุ่งหัวชา้ ง จังหวดั ลำพูน ไหลผา่ น อำเภอลี้ บ้านโฮง่ แม่ทา
บรรจบกบั แมน่ ำ้ ปงิ บรเิ วณอำเภอจอมทอง จังหวัดเชยี งใหม่ รวม
ความยาวทงั้ สิ้น 210 กโิ ลเมตร ปรากฏลุ่มนำ้ สาขาหลายสาย อาทิ
น้ำแมจ่ าง แมน่ ้ำวงั แหลง่ ตน้ กำเนดิ จากเทอื กเขาผปี ันนำ้
เขตอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ไหลผ่านจงั หวดั ลำปางและ
จังหวัดตาก ไหลบรรจบกบั แม่น้ำปิง บริเวณตำบลบ้านปากวงั
อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก รวมความยาวท้งั สิน้ 335 กโิ ลเมตร
ปรากฏลมุ่ น้ำสาขาหลายสาย อาทิ น้ำแม่จางแม่นำ้ ตุ๋ย แมน่ ำ้ ยม
แหล่งตน้ กำเนดิ จากดอยขนุ ยวม เทือกเขาผีปนั น้ำ อำเภอปง
จังหวดั พะเยา ไหลผา่ นจงั หวัดพะเยา แพร่ สโุ ขทยั พจิ ติ ร พษิ ณโุ ลก
บรรจบกบั แมน่ ำ้ นา่ น บริเวณตำบลเกยชัย อำเภอชุมแสง
จังหวดั นครสวรรค์ รวมความยาวทงั้ สน้ิ 556 กโิ ลเมตร ปรากฏลมุ่
น้ำสาขาหลายสาย อาทิ นำ้ แมง่ าว แม่น้ำน่าน แหล่งตน้ กำเนดิ
จากภูจาม เทือกเขาหลวงพระบาง อำเภอปวั จงั หวดั นา่ น ไหลผ่าน
จงั หวัดนา่ น อุตรดิตถ์ พษิ ณุโลกและจงั หวดั นครสวรรค์
14
รวมความยาวทงั้ สน้ิ 740 กิโลเมตร ปรากฏลุ่มน้ำสาขาหลายสาย
อาทิ นำ้ ปาดและน้ำวา้ แม่นำ้ รวก แหลง่ ตน้ กำเนดิ จากดอยผาแลง
เทือกเขาแดนลาว รัฐเชียงตุง สาธารณรัฐ แหง่ สหภาพเมยี นมาร์
บรรจบกบั นำ้ แมส่ าย อำเภอแมส่ าย จงั หวดั เชยี งราย ไหลลงสู่แมน่ ้ำ
โขง บรเิ วณอำเภอเชียงแสน จังหวดั เชียงราย รวมความยาวทั้งส้นิ
40 กิโลเมตร บริเวณท่แี มน่ ้ำรวกมาบรรจบกบั แม่น้ำโขง เรยี กวา่
สบรวก หรอื ทเ่ี รียกว่า สามเหล่ียมทองคำ ซึ่งเป็นพืน้ ทท่ี ม่ี ี
ความสำคัญด้านพ้นื ทปี่ ลูกพืชเสพติด แม่น้ำสาย แหลง่ ต้นกำเนดิ
จากภเู ขาในเทือกเขาแดนลาว เมืองทุม
สาธารณรัฐแหง่ สหภาพเมียนมารไ์ หลผ่านเสน้ พรมแดนประเทศไทย
รวมความยาวท้ังสน้ิ 15 กโิ ลเมตร หลังจากนัน้ ไหลไปบรรจบกับ
แมน่ ้ำรวก แม่นำ้ กก แหล่งตน้ กำเนิดจากเทือกเขาแดนลาว
เมืองเชยี งตุง สาธารณรัฐแหง่ สหภาพเมียนมาร์ไหลผ่านเขตแดน
ประเทศไทยบริเวณอำเภอฝาง จังหวดั เชียงใหม่ ผา่ นจงั หวดั
เชียงรายและ ไหลลงแมน่ ้ำโขง บริเวณอำเภอเชียงแสน
จงั หวดั เชยี งราย รวมความยาวทง้ั สิ้น 285 กโิ ลเมตร ปรากฏ
ลุ่มน้ำสาขาหลายสาย อาทนิ ้ำแม่ฝางและนำ้ แมล่ าว แม่นำ้ องิ
แหลง่ ตน้ กำเนดิ จากเทือกเขาผีปันน้ำ จังหวัดเชยี งราย ไหลผา่ น
กว๊านพะเยา บรเิ วณอำเภอเมือง จงั หวดั พะเยา และไหลยอ้ นขึน้
15
เหนือลงส่แู มน่ ำ้ โขง บริเวณอำเภอเชียงของจังหวัด เชยี งราย
รวมความยาวทงั้ สน้ิ 240 กิโลเมตร แมน่ ้ำปาย แหล่งตน้ กำเนดิ
จากเทอื กเขาถนนธงชัย บรเิ วณอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮอ่ งสอน
ไหลลงส่ทู ิศใต้ บริเวณอำเภอเมืองแมฮ่ อ่ งสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน
ผา่ นเข้าสู่ประเทศเมยี นมาร์ ไปบรรจบกับแมน่ ้ำสาละวิน รวมความ
ยาวในเขตแดนประเทศไทยทงั้ ส้นิ 135 กิโลเมตร แมน่ ้ำยวม แหล่ง
ต้นกำเนิดจากเทอื กเขาถนนธงชัย บรเิ วณอำเภอขุนยวม
จังหวัดแมฮ่ อ่ งสอน ไหลลงสูท่ ิศใต้ บริเวณอำเภอแมล่ าน้อย
จงั หวัดแมฮ่ อ่ งสอน ไปบรรจบกับแมน่ ้ำเมยเขตอำเภอแม่สะเรยี ง
จงั หวดั แม่ฮ่องสอน รวมความยาวในเขตแดนประเทศไทยท้งั สิน้
215 กโิ ลเมตร แม่นำ้ เมย เสน้ พรมแดนประเทศไทยและประเทศ
เมียนมาร์ แหล่งต้นกำเนิดจากเขาโพโช เทอื กเขาถนนธงชัย
ประเทศเมียนมาร์ ไหลยอ้ นจากทศิ ใตข้ ึ้นสทู่ ิศเหนอื ผ่านจังหวัดตาก
และ แมฮ่ ่องสอน บรรจบกับแม่น้ำสาละวนิ รวมความยาวใน
เขตแดนประเทศไทยทง้ั สนิ้ 365 กิโลเมตร
2.3.4 ลกั ษณะภูมปิ ระเทศเฉพาะ คอื ลักษณะภมู ิประเทศท่ีมี
ความจำเพาะเจาะจงซ่งึ จะแสดงรปู ร่างหรอื ลักษณะออกมาตาม
โครงสร้างธรณพี น้ื ฐาน โดยในภาคเหนอื ลกั ษณะเดน่ ที่ชดั เจน
จะเปน็ เทอื กเขาสูงสว่ นมากและยังประกอบไปด้วยลักษณะเฉพาะ
16
แบบอน่ื ๆ อกี ได้แก่ท่ีดอนเชิงเขา (foothill slope) เป็นภูมิ
ประเทศทส่ี ำคญั ทมี่ ลี ักษณะทพี่ บแตกตา่ งไป จากในภมู ภิ าคอ่นื ๆ
คอื เปน็ แนวของเนินดนิ ทเี่ กิดจาการตกตะกอนและสะสมตัวของ
ตะกอนในลำน้ำ (bed load) ที่ถกู พดั พามาเปน็ เวลานาน พบมาก
ในพืน้ ทบ่ี รเิ วณท่ีราบเชิงเขาและหบุ รอบแอ่งต่างๆ ในภาคเหนือ
ตอ่ มาเมอ่ื ถูกกัดกรอ่ นจากนำ้ และลมจึงเกิดเป็นลักษณะภูมปิ ระเทศ
แบบเนินหรอื โคกที่เป็นแนวยาวขึน้ มาในภาคเหนอื เรียกลกั ษณะ
แบบน้ีว่า “สนั ” ทม่ี กั จะปกคลมุ ไปด้วยพืชพรรณธรรมชาติ
ประเภทต่างๆ อาทิ “สันผักหวาน” เปน็ เนินหรอื โคกยาวท่ปี กคลุม
ไปดว้ ยตน้ ไมป้ ระเภทผกั หวาน “สัน ผเี สอ้ื ” หมายถงึ เนนิ หรอื โคก
ยาวทตี่ งั้ อย่รู ิมแม่น้ำและมผี ีเสือ้ ชกุ ชุมและ “สนั โกง้ ” หมายถึง เนนิ
หรือ โคกยาวท่ีมีลกั ษณะรปู รา่ งทโี่ ค้ง เปน็ ตน้ นอกจากนนั้ ลักษณะ
ภมู ปิ ระเทศแบบน้อี าจถูกกดั เซาะจนแร่ธาตใุ นดินหมดไปดินจึงขาด
ความอดุ สมบรู ณ์กลายเป็นแท่งหรือเสาหนิ รูปดอกเห็ด ซง่ึ จัดเปน็
ลกั ษณะภูมปิ ระเทศแบบทรุ กนั ดาร (badland) ท่ไี มเ่ หมาะสม
สำหรบั การตัง้ ถ่ินฐานหรือทำการเกษตรแตถ่ ูก พฒั นามาเป็น
สถานทที่ อ่ งเทยี่ ว เชน่ แพะเมอื งผี อำเภอเมืองแพร่ จังหวดั แพร่
ฮอ่ มจอ๊ ม อำเภอนาน้อย จงั หวัดนา่ น ภมู ิประเทศหินปูน (karst
topography) เทือกเขาท่สี ลบั ซบั ซ้อนของภาคเหนือส่วนหนงึ่ เปน็
17
เทอื กเขาหินปูนสลับตัวแทรกอย่กู บั เทือกเขาหินแกรนติ หนิ ปูน
(Calcium) มคี ุณสมบัติคอื ละลายได้ดว้ ยนำ้ และกรด
ลกั ษณะภูมิประเทศแบบนจ้ี งึ สามารถพบ โพรงหรอื ถำ้ (cave)
หินงอก (stack) หนิ ยอ้ ยหรอื นมผา (pillar) และถ้ำนำ้ ลอดซึง่ เปน็
ถำ้ ทถ่ี ูกธารนำ้ กดั เซาะจนทะลุลักษณะเหล่านี้ จะถกู พัฒนาเปน็
สถานทท่ี อ่ งเทยี่ วทสี่ ำคัญทางด้านการศึกษาภูมิศาสตรไ์ ด้ เชน่
จังหวัดแม่ฮอ่ งสอน จงั หวดั ลำปางและจงั หวดั แพร่ ภูมปิ ระเทศช่อง
เขานำ้ ตดั หรอื น้ำกดั (water gap) หรือในภาษาท้องถิ่นภาคเหนอื
เรยี กวา่ “ชอ่ งนำ้ ลดั หรอื ออบ” มีลักษณะเปน็ ช่องเขาแคบๆ เกิด
จากการกัดเซาะของลำธารขนาดเล็ก บรเิ วณตน้ น้ำ มรี ะดบั น้ำไหล
แรงจงึ สามารถกัดกรอ่ นลกึ ลงไปในชอ่ งเขาหรือหุบเขาได้ ลักษณะ
ภูมปิ ระเทศลักษณะนใี้ นภาคเหนือ ไดแ้ ก่ ออบหลวงอย่ใู นอำเภอ
ฮอดและออบขานอยู่ ในอำเภอหางดง จงั หวดั เชยี งใหม่ น้ำตก
(waterfall) คอื การทำกระแสน้ำในช่วงระยะวยั เยาวไ์ หลผ่านภูมิ
ประเทศแบบต่างๆ จนมีขนาดพอสมควรเมือ่ ไหลผา่ นหน้าผาหรอื
หุบเขาจะกลายมาเป็นสายนำ้ ที่ตกจากท่สี งู นำ้ ตก ทมี่ ชี ่อื เสยี ง
ทางการทอ่ งเทย่ี ว ไดแ้ ก่ นำ้ ตกแม่ยะ จงั หวดั เชียงใหม่
น้ำตกแจซ้ อ้ น จงั หวัดลำปาง เปน็ ตน้
18
บทที่ 3
ภมู ศิ าสตร์ประเทศไทยภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื
ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือของประเทศไทยเป็นภูมิภาคท่มี ลี กั ษณะ
พเิ ศษกวา่ ภาคอื่นๆ กลา่ วคือมพี รมแดนทุกดา้ นคล้ายป้อมปราการที่
เปน็ ธรรมชาติ ประวัตคิ วามเปน็ มาสนั นษิ ฐานไดว้ า่ ผู้คนสว่ นใหญ่
เป็นชาวลาวเนื่องมาจากลักษณะวฒั นธรรมวถิ ปี ระเพณรี วมไป
ถงึ การดำรงชีพมคี วามคลา้ ยคลึงกันนอกจากน้นั ยงั พบว่ามีชนกลมุ่
น้อยอาศยั อย่ใู นพืน้ ท่ีบรเิ วณภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือและใกล้เคียง
มาเปน็ เวลานานแลว้ ตามหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตรใ์ น
สมยั รชั กาลที่ 5 พระบาทสมเดจ็ พระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยู่หัว
กรุงรัตนโกสินทร์ ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื มฐี านะเปน็
มณฑลลาวพวนและลาวกาว
3.1 ทตี่ ัง้ ตำแหนง่ ทต่ี ั้งของภาคตะวันออกเฉียงเหนอื อยู่ระหวา่ ง
ละติจดู ท่ี 14 องศา 07 ลปิ ดาถึง18 องศา 26 ลปิ ดาเหนือ และ
ลองจจิ ดู ที่ 100 องศา 51 ลปิ ดาถงึ 105 องศา 35 ลปิ ดาตะวนั ออก
โดยทางทิศเหนอื และทิศตะวนั ออกติดตอ่
19
กับสาธารณรฐั ประชาธปิ ไตยประชาชนลาว ทางทิศตะวนั ตกตดิ
กบั จงั หวดั พษิ ณุโลก เพชรบูรณ์ ลพบรุ ี สระบรุ ี นครนายก
และทางทิศใตต้ ิดต่อกบั จังหวัดปราจีนบรุ ี สระแกว้ และ
ประเทศกัมพูชาตามลักษณะทางภูมศิ าสตร์ของ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนนั้ มลี ักษณะ ทางดา้ นกายภาพที่แตกตา่ ง
กบั ทุกภมู ภิ าคในประเทศไทยแตใ่ นด้านวฒั นธรรมน้ันบางสว่ นมี
ความคลา้ ยคลงึ กนั กบั ในภาคเหนอื
3.2 ขอบเขตภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื มพี น้ื ที่โดยประมาณ
168,854 ตารางกิโลเมตร ตามการแบง่ ภาคทางภูมิศาสตรน์ ัน้
สามารถจำแนกภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือไดท้ ัง้ หมด 20 จังหวดั
ได้แก่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชยั ภูมิ นครพนม นครราชสมี า บรุ ีรัมย์
มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอด็ เลย ศรีสะเกษ สกลนคร
สรุ นิ ทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ อุดรธานี
อุบลราชธานีและบึงกาฬ โดยจงั หวัดที่มขี นาดใหญท่ ี่สุด คอื
จังหวดั นครราชสมี ามพี ้ืนทรี่ วมประมาณ 20,494 ตารางกิโลเมตร
จังหวัดท่เี ล็กทีส่ ดุ คือจงั หวัดหนองคายมีพนื้ ท่ี
รวมประมาณ3,027 ตารางกโิ ลเมตร
20
3.3 ลกั ษณะภมู ิประเทศ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไดร้ บั สมญานาม
ว่าดินแดนแหง่ ทรี่ าบสูงจากคำกล่าวน้ี ลกั ษณะภูมิประเทศ
ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื ประกอบไปดว้ ยท่ีราบสูงเสยี เป็นส่วนใหญ่
ทร่ี าบสงู คอื เทอื กเขาประเภทหนึง่ ทีม่ คี วามสงู ไม่เกนิ 1,500 เมตร
จากระดับนำ้ ทะเล พบได้ทว่ั ไปตามพ้ืนที่ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
ลกั ษณะโดยทว่ั ไปของที่ราบสงู คือยอดจะแบนราบหรอื ภเู ขารูปโตะ๊
(table land) เป็นลกั ษณะเดน่ ทพ่ี บในภูมิภาคนี้
3.3.1 ลกั ษณะโดยท่ัวไปพ้นื ทภ่ี าคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื โดยท่ัวไป
น้ันสามารถจำแนกออก ไดเ้ ป็น 2 ประเภทหลักๆ คือทีร่ าบสงู และท่ี
ราบลมุ่ แมน่ ้ำ
3.3.2 เทือกเขาในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื มเี ทอื กเขาทส่ี ำคัญมาก
21
มีระดับความสงู ทีแ่ ตกตา่ งกันออกไปพบตงั้ แต่ระดบั ประมาณ
1,500 เมตรลงมาดงั ท่ีไดก้ ลา่ วไวแ้ ลว้ วา่ ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
เป็นพื้นทร่ี าบสูง ลกั ษณะภูมปิ ระเทศดงั กล่าวจะส่งผลในหลายๆ
ดา้ น อาทิ ภูมิอากาศ ขนบธรรมเนยี มประเพณี วิถีชวี ติ ระบบ
เศรษฐกจิ รวมไปถงึ การคมนาคมดว้ ยเทอื กเขาภพู าน เป็นแนว
เทอื กเขายอดตดั ในตอนกลางของภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ
กั้นระหว่าง 2 ที่ราบสำคญั คอื ทรี่ าบสงู ภูพานและทร่ี าบสงู โคราช
พาดผ่านต้งั แต่จงั หวดั อดุ รธานไี ป จนถงึ เขตจังหวดั อุบลราชธานี
ในแนวตะวนั ออกเฉียงใต้ ความยาวโดยรวมประมาณ
133 กโิ ลเมตร มลี ักษณะโครงสรา้ งทางธรณีเป็นหนิ ทราย ยอดเขาท่ี
สำคัญ ไดแ้ ก่ ภเู ขียว เปน็ ยอดเขาทีส่ ูงทส่ี ดุ ตง้ั อยูใ่ นเขตบริเวณ
อำเภอนาคู จังหวดั กาฬสนิ ธุ์ ระดับความสงู จากระดับนำ้ ทะเล
567 เมตร เปน็ พน้ื ท่ตี ้น นำ้ ลำธารหลายสาย อาทิ น้ำลำปาว
ห้วยนำ้ กำ่ ห้วยนำ้ อูนและแมน่ ้ำยัง เปน็ ต้น เทอื กเขาสันกำแพง
เปน็ แนวเทือกเขาทตี่ ่อเนอ่ื งมาจากแนวเทือกเขาดงพญาเย็น
จุดกำเนิดมาจากในเขตอำเภอเมอื งนครนายก จังหวัดนครนายก
พาดผา่ นไปทางภาคตะวนั ออกของภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ
ตอนล่าง กลา่ วได้วา่ เป็นแนวพรมแดนระหว่างภาค
ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื และภาค ตะวันออก บริเวณอำเภอทบั ลาน
22
จงั หวดั นครราชสีมา ไปสิ้นสดุ เทือกเขาในพื้นท่ีช่องตะโก
จงั หวัดบุรรี มั ย์ ความยาวโดยรวมประมาณ 185 กโิ ลเมตร ยอดเขา
ท่ีสำคัญ ไดแ้ ก่ เขาแหลม เปน็ ยอดเขาที่สงู ทส่ี ดุ ตงั้ อยู่ในเขตบรเิ วณ
อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ระดบั ความสูงจาก
ระดบั นำ้ ทะเล 1,328 เมตร เป็นพ้ืนทตี่ น้ น้ำลำธารหลายสาย
อาทิ ลำตะคอง ลำพระเพลิงและลำปลายมาศ เปน็ ต้น และแม่น้ำ
สายสำคญั ในภาคตะวนั ออก อาทิ แมน่ ้ำหนมุ าน แม่น้ำนครนายก
และแมน่ ้ำพระปรง เทือกเขาพนมดงรัก เป็นแนวเทอื กเขาทตี่ ่อ
เนือ่ งมาจากเทือกเขาสนั กำแพง จุดเร่ิมตน้ มาจากชอ่ งตะโก
อำเภอนางรอง จงั หวดั บรุ ีรัมยท์ อดตัวเปน็ แนวยาวผ่านทาง
ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ตอนลา่ งและเปน็ แนวพรมแดนทาง
ธรรมชาตทิ ีส่ ำคญั ระหวา่ งประเทศไทยและประเทศกัมพชู าในพืน้ ที่
จังหวดั บรุ ีรัมย์ จงั หวดั สุรนิ ทร์ จงั หวดั ศรสี ะเกษและพน้ื ทปี่ าก
แม่น้ำมูล อำเภอโขงเจยี ม จงั หวดั อุบลราชธานี ความยาวโดยรวม
ประมาณ 544 กิโลเมตร ยอดเขาที่สำคญั ได้แก่ ภูดงรัก ต้งั อยใู่ น
เขตบริเวณจังหวดั อุบลราชธานี ระดับความสงู จากระดบั น้ำทะเล
740 เมตรและเขาพระวิหาร ตั้งอยู่ในเขตชายแดนจงั หวดั ศรีสะเกษ
และประเทศกมั พูชา ระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 657 เมตร
เป็นพนื้ ทต่ี ้นนำ้ ลำธารหลายสาย อาทิ ลำชี หว้ ยคะยงู ลำโดมใหญ่
23
และลำโดมนอ้ ย เป็นตน้
3.3.3 แม่น้ำและแหลง่ นำ้ พ้ืนที่สว่ นใหญข่ องภาค
ตะวันออกเฉียงเหนอื เป็นที่ราบสงู มีลกั ษณะลาดเอยี งจากทาง
ทศิ ตะวนั ตกลงไปทางทิศตะวันออก แมน่ ้ำสว่ นใหญ่ของ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะไหลลงสูท่ างทศิ ตะวนั ออกซ่ึงก็คือ
แม่น้ำโขง แมน่ ้ำโขง รจู้ ักกนั ดใี นช่อื แมน่ ้ำนานาชาติ ความยาว
ประมาณ 4,900 กโิ ลเมตร มคี วามยาวเปน็ อนั ดบั 10 ของโลก
ไหลผา่ นทงั้ หมด 6 ประเทศไดแ้ ก่ จนี เมียนมาร์ ลาว ไทย กัมพชู า
และ เวยี ดนาม มคี วามสำคญั กับประเทศไทยเน่อื งจากเปน็ แนวเขต
พรมแดนธรรมชาติระหว่างประเทศไทย และประเทศเมยี นมารแ์ ละ
ประเทศลาว โดยแม่น้ำโขงสว่ นท่ผี ่านประเทศไทยน้นั จะเปน็ แม่น้ำ
โขง สว่ นล่างซงึ่ ไหลผ่าน อ.เชยี งแสน อ.เชยี งของ และ อ.เวยี งแกน่
จังหวัดเชยี งราย ระยะทาง 84 กโิ ลเมตร ก่อนเขา้ สู่ประเทศลาวและ
ไหลเปน็ พรมแดนไทย – ลาวเร่ิมจาก จงั หวัดเลย หนองคาย
นครพนม มกุ ดาหาร อำนาจเจรญิ และอุบลราชธานี รวมความยาวที่
ไหลผ่านประเทศไทยประมาณ 976 กิโลเมตร แมน่ ้ำชี มี
แหล่งกำเนดิ มาจากเขาพญาฝ่อ เทือกเขาเพชรบรู ณ์ 1 บริเวณอำา
เภอเมอื ง ชยั ภูมิ จงั หวดั ชยั ภมู ิ ไหลผา่ นทางทศิ ตะวันตกของภาค
ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื พาดผ่านไป
24
ทางทศิ ตะวันออกเฉยี งใต้ ผา่ นหลายจังหวัดอาทิ ชยั ภูมิ ขอนแก่น
มหาสารคาม รอ้ ยเอ็ด ยโสธรและ อบุ ลราชธานี ไหลไปบรรจบกบั
แมน่ ้ำมลู บริเวณอำเภอเมืองอุบลราชธานี จงั หวดั อบุ ลราชธานี
แมน่ ้ำชี มแี ควนำ้ สาขามากมาย เช่น ลำคันฉู แมน่ ำ้ พรม แม่น้ำเชิญ
แม่น้ำพอง แมน่ ้ำลำปาวและแมน่ ้ำยังรวม ความยาวทั้งหมด
ประมาณ 765 กิโลเมตร เปน็ แม่น้ำท่ียาวทีส่ ดุ ในภาค
ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื แม่น้ำมลู มแี หล่งกำเนดิ มาจากเขาละมง่ั
เทือกเขาสนั กำแพง บรเิ วณอำเภอครบรุ ี จังหวดั นครราชสมี า ไหล
ผ่านหลายจังหวดั อาทิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สรุ ินทร์ ศรีสะเกษและ
อบุ ลราชธานี ไหลลงสู่แมน่ ำ้ โขง บรเิ วณอำเภอโขงเจียม จังหวัด
อุบลราชธานี แม่น้ำมูลมแี ควน้ำสาขามากมาย เชน่ ลำพระเพลงิ
ลำเสียว ลำตะคอง ลำเชิงไกร ลำพลับพลา ลำเซบาย ห้วยเซบก
ลำปลายมาศ คลองนางรอง ห้วยทบั ทนั หว้ ยขะยูง ลำโดมน้อยและ
ลำโดมใหญ่ รวมความยาวท้ังหมดประมาณ 641 กิโลเมตร
แมน่ ้ำสงคราม มแี หลง่ กำเนดิ มาจากภผู าเหลก็ และภผู าหัก
เทือกเขาภพู าน บริเวณอำเภอสวา่ งแดนดนิ จังหวัดสกลนคร
ไหลผา่ นจงั หวัดอุดรธานี หนองคายและนครพนม ไหลลงสู่
แม่น้ำโขง บรเิ วณอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม น้ำสาขาของ
แม่น้ำสงคราม ไดแ้ ก่ หว้ ยนำ้ อนู และห้วยยาม รวมความยาวท้ังหมด
25
ประมาณ 420 กิโลเมตร แมน่ ้ำเลย มแี หลง่ กำเนิดมาจากเทอื กเขา
เพชรบูรณ์ 1 บรเิ วณอำเภอวังสะพุง จังหวดั เลย ไหลย้อนข้นึ ทาง
ทิศเหนอื ผ่านอำเภอเมอื งเลยและไหลลงสแู่ ม่น้ำโขงบริเวณอำเภอ
เชยี งคาน จงั หวดั เลย รวมความยาวทั้งหมดประมาณ
140 กโิ ลเมตร แม่นำ้ เหือง (แมน่ ้ำเหยี ง) มแี หลง่ กำเนดิ มาจาก
ภไู ผ่ตนั เทอื กเขาเพชรบรู ณ์ 1 บรเิ วณ อำเภอนครไทย
จังหวดั พิษณโุ ลก ไหลเป็นเสน้ พรมแดนธรรมชาติระหวา่ งประเทศ
ไทยและประเทศ ลาวในพ้ืนที่จงั หวดั เลยทางทศิ ตะวันตกและไหล
ลงสู่แมน่ ้ำโขงบริเวณอำเภอเชยี งคาน จงั หวดั เลย รวมความยาว
ทั้งหมดประมาณ 110 กิโลเมตร
3.3.4 ลกั ษณะภูมปิ ระเทศเฉพาะ คอื ลักษณะภมู ิประเทศท่ีมี
ความจำเพาะเจาะจงซ่ึงจะ แสดงรปู รา่ งหรือลักษณะออกมาตาม
โครงสรา้ งธรณีพ้นื ฐาน ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือนัน้ มีพ้ืนท่ีส่วน
ใหญ่เป็นที่ราบสงู ลกั ษณะเฉพาะก็จะมีความสมั พนั ธ์อย่กู ับ
โครงสรา้ งหนิ ท่ีเป็นหินทรายทม่ี ลี กั ษณะไม่ เหมอื นกบั ในภมู ภิ าค
อ่ืนๆ ประกอบไปด้วย ภเู ขารปู โตะ๊ (table land mountain)
หรือภูเขายอดตดั เปน็ ลกั ษณะเดน่ เฉพาะของ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื สาเหตเุ กิดมาจากการยกตวั ของแผ่น
เปลอื กโลกในแนวระนาบ ยกตวั อย่าง เชน่ ภกู ระดงึ ภูหลวง ภเู ขยี ว
26
ภูหอ ภูควายเงิน เปน็ ตน้ ภูเขารปู อโี ต้ (cuesta) พบมากทส่ี ุดใน
ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื มีลกั ษณะคือ แนวสนั เขาจะมีความสูง
ชนั ลาดเทลงไปอีกดา้ นหนึง่ คล้ายกบั สนั มดี อโี ต้ โดยมากมกั เป็น
ภเู ขาหินทราย ยกตัวอย่าง เช่น เทอื กเขาภูพาน เทอื กเขาพนมดงรัก
เทอื กเขาสันกำแพง เป็นตน้ พ้ืนที่ดอน (upland) ประกอบไปด้วย
โนนโคกมอและเนิน พบไดท้ ั่วไปในภูมิภาคน้ี ความแตกตา่ งของ
ลกั ษณะภูมปิ ระเทศขึน้ อยกู่ บั รูปร่างและระดบั ความสูง พ้ืนท่รี าบ
(plain) พืน้ ทร่ี าบในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื จะคล้ายกับภาคเหนือ
แต่ แตกตา่ งกนั ตรงที่ทรี่ าบเหลา่ นีจ้ ะผสมอย่กู ับพ้นื ที่ดอนประเภท
ตา่ งๆ ภูมภิ าคนมี้ ีที่ราบขนาดใหญ่ เช่น ทงุ่ กลุ าร้องไห้ ทุ่งสมั ฤทธ์ิ
เป็นต้น มกั ใช้เพือ่ การเกษตรและเล้ยี งสัตว์ พื้นท่ีราบล่มุ (swamp)
มกั จะเป็นพ้ืนที่บริเวณที่ตดิ กับแมน่ ้ำสายใหญ่ เชน่ ที่ราบลมุ่
แมน่ ้ำโขง ชี มูล สงคราม เป็นต้น พ้ืนท่รี อบๆ ลำนำ้ สองฟากฝงั่
สามารถพบลกั ษณะภมู ปิ ระเทศแบบ อ่นื ๆ ได้ เชน่ กุด (oxbow
lake) หนองนำ้ ลัด (meander) รวมไปถึงศนู ยร์ วมระบบนเิ วศ
ท้องถน่ิ “บุ่ง และทาม” เป็นตน้ ภูมปิ ระเทศหนิ ทราย (sand
stone topography) เปน็ ลกั ษณะเฉพาะทพ่ี บใน
ภาค ตะวนั ออกเฉียงเหนอื เกิดจากการกดั กร่อนของหนิ ทรายทเ่ี กดิ
จากการกระทำของลมและนำ้ กลายเปน็ แทง่ หินทม่ี รี ูปร่างลกั ษณะ
27
ท่แี ปลกตา ยกตัวอยา่ ง เช่น หอนางอุษา จงั หวดั อดุ รธานี เสาเฉลยี ง
จงั หวัด อบุ ลราชธานี ปา่ หนิ งาม จังหวัดชัยภมู ิ เป็นต้น แก่ง (rapid)
เป็นลักษณะภูมิประเทศทเี่ กดิ ในน้ำ โดยเฉพาะในแม่น้ำโขงจะเห็น
ได้ ชัดเจนเปน็ จำนวนมาก มลี ักษณะเป็นหนิ ทีถ่ กู กัดเซาะตามท้อง
น้ำซงึ่ จะปรากฏใหเ้ ห็นในชว่ งเวลาที่ ระดับนำ้ ลดลง กุมภลกั ษณ์
หรอื ปล่องหนิ รปู หมอ้ (pothole) เปน็ ลักษณะของการกดั กรอ่ นใน
ท้องนำ้ คลา้ ยกับแกง่ แตม่ ีลักษณะเป็นหลมุ กลมขนาดตา่ งๆ เกิด
จากการเสยี ดสรี ะหว่างหนิ ทถ่ี กู น้ำพัดมากับหินฐานในลักษณะน้ำวน
ยกตัวอยา่ ง เช่น สามพนั โบก ลานหินประวตั ิศาสตร์และหาดชมดาว
จังหวดั อุบลราชธานี หนา้ ผา (cliff) โดยมากเกดิ จากระยะท่เี หล่ือม
กันของหินท่ที รายเกดิ จากการพังทลาย ตัวหรอื การยกตวั ขึ้น
ยกตัวอยา่ ง เช่น ผาแตม้ จงั หวัดอบุ ลราชธานี ผาตากเส้อื จงั หวัด
หนองคายและ ผาสุดแผน่ ดนิ จงั หวัดชัยภูมิ เปน็ ตน้
28
บทที่ 4
ภูมศิ าสตร์ประเทศไทยภาคตะวันตก
ภาคตะวนั ตกของประเทศไทย มลี ักษณะความหลากหลายในเกอื บ
ทกุ ๆ ด้านทางดา้ น ภมู ิศาสตร์ไมว่ า่ จะเป็นลักษณะภูมปิ ระเทศ
ลักษณะภมู ิอากาศรวมไปถงึ ลกั ษณะทางด้านสงั คมวัฒนธรรม
ภาคตะวนั ตกนั้นมรี ปู ร่างท่ยี าวจงึ สง่ ผลใหล้ กั ษณะภูมิประเทศน้นั มี
ต้งั แต่เทือกเขาสูง หบุ เขา ชอ่ งเขา ท่ีราบไปจนถงึ ชายฝัง่ ทะเล
ความสำคัญประการหน่ึงของภาคตะวันตกนัน้ คือ ความอดุ ม
สมบูรณท์ างดา้ นทรัพยากรแรธ่ าตุและทรัพยากรปา่ ไม้
ตามหลกั ฐานพบว่าภาคตะวนั ตกของไทยน้ันมี ความสำคญั ในดา้ น
ความสมั พนั ธก์ ับประเทศเพอื่ นบ้านเป็นสว่ นใหญ่
4.1 ที่ตงั้ ตำแหน่งทตี่ ง้ั ของภาคตะวนั ตกอยู่ระหว่างละตจิ ดู
ที่ 10 องศา 57 ลปิ ดา ถึง 17 องศา 51 ลปิ ดาเหนอื และ
ลองจิจดู ที่ 97 องศา 20 ลิปดา ถงึ 100 องศา 06 ลิปดาตะวนั ออก
โดยทางทิศเหนือ ติดกบั จงั หวดั แม่ฮอ่ งสอน เชียงใหม่ ลำพนู และ
ลำปาง ทศิ ตะวนั ตกตดิ ต่อกบั สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมยี นมาร์
ทางทศิ ตะวันออกตดิ กบั จังหวัดสโุ ขทยั กำแพงเพชร นครสวรรค์
อทุ ยั ธานี ชยั นาท สพุ รรณบุรี นครปฐม สมทุ รสาคร
29
และสมทุ รสงคราม และทางทศิ ใต้ติดตอ่ กบั จงั หวดั ชุมพร ตาม
ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของภาคตะวนั ตกนน้ั ความหลากหลาย
ทางด้านภูมปิ ระเทศและภมู อิ ากาศส่งผลให้ประชากรและวิถี
วัฒนธรรมมีความหลากหลายตามไปดว้ ย
4.2 ขอบเขตภาคตะวันตกมีพน้ื ทโี่ ดยประมาณ 53,679
ตารางกโิ ลเมตร ตามการแบ่งภาคทางภูมิศาสตร์ นั้นสามารถ
จำแนกภาคตะวันตกได้ทง้ั หมด 5 จงั หวัด ไดแ้ ก่ ตาก กาญจนบรุ ี
ราชบรุ ี เพชรบุรีและประจวบคีรขี นั ธ์ โดยจังหวดั ทีม่ ขี นาดใหญท่ สี่ ดุ
คอื จงั หวัดกาญจนบุรีมพี นื้ ทร่ี วมประมาณ 19,483 ตารางกิโลเมตร
จังหวัดทเี่ ลก็ ที่สุดคอื จงั หวัดราชบรุ มี พี ืน้ ที่รวมประมาณ 5,196
ตารางกิโลเมตร
30
4.3 ลักษณะภมู ปิ ระเทศ ภูมปิ ระเทศของภาคตะวันตกมีความ
ชัดเจน นกั วชิ าการอธิบายว่าคลา้ ยคลงึ กับภาคเหนือและคลา้ ยคลงึ
ภาคกลางด้วย แต่พืน้ ทสี่ ว่ นใหญ่ของภาคตะวันตกนัน้ เป็นเทือกเขา
สูง มพี ้นื ที่ราบล่มุ ปะปน เพอ่ื ให้ผู้คนไดอ้ าศยั ตัง้ ถิ่นฐาน ตาม
หลักฐานพบว่าภาคตะวันตกเป็นปราการธรรมชาตดิ ่านสำคัญของ
ประเทศไทยในสมัยอดีตท่ีปอ้ งกนั ไมใ่ ห้ภยั สงครามเข้ามาส่ปู ระเทศ
ไทยได้ ดงั เช่นพบตัวอยา่ งจากดา่ น สำคัญหลายดา่ น ทางด้าน
ภูมิศาสตร์ อาทิ ด่านเจดียส์ ามองค์ ด่านสงิ ขร เปน็ ต้น ซ่ึงชอ่ งเขา
เหลา่ นี้มี ความสำคญั มากทางดา้ นภูมิยทุ ธศาสตร์ของประเทศไทย
เป็นอย่างมากมายจนถึงในปจั จบุ ัน
4.3.1 ลักษณะโดยทัว่ ไป ภาคตะวันตกมลี ักษณะพ้ืนที่แคบๆหรอื
ทอดตัวแนวยาว (elongated shape) โดยพืน้ ทีส่ ่วนใหญน่ ้นั จะเป็น
เทือกเขาสูงสองเทอื กสำคัญพืน้ ทเี่ ชิงเขาลาดลงมาสว่ นใหญจ่ ะเป็นท่ี
ราบล่มุ แม่น้ำทม่ี คี วามเหมาะสมแก่การอย่อู าศัยและประกอบ
กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ พบพืน้ ทช่ี อ่ งเขา (gap) ทส่ี ำคญั ต่างๆ
มากมาย อาทิ ด่านบอ้ งตี้ ด่านเจดยี ์สามองค์ ด่านแมล่ ะเมา เป็นต้น
4.3.2 เทือกเขาในภาคตะวนั ตกลกั ษณะเทอื กเขาส่วนมากคล้าย
ภาคเหนอื คือวางตัวในแนว เหนือใต้ โดยมากแลว้ เปน็ แนวพาดผา่ น
และรอยต่อระหว่างภาคเหนือและต่อไปยงั ภาคใต้ ในทาง
31
ภมู ศิ าสตร์กายภาพไดร้ ะบุไว้ว่าพน้ื แนวเทือกเขานเี้ ป็นพ้นื ท่ี
เทือกเขาเกดิ ใหม่ทมี่ คี วามสำคญั มากในเรอ่ื งของความเสยี่ งทางดา้ น
ภัยพิบัติทร่ี ู้จักกนั ดีวา่ เปน็ แนววงแหวนแห่งไฟ (Ring of fires) ที่
อาจจะมโี อกาสในการเกดิ ภยั พบิ ตั ติ า่ งๆ ได้ เทอื กเขาตะนาวศรี
เปน็ เทอื กเขาสำคัญของภาคตะวนั ตกทท่ี อดตวั ต่อมาจากเทอื กเขา
ถนนธงชัยในภาคเหนอื บรเิ วณอำเภอสังขละบุรี จงั หวัดกาญจนบรุ ี
จุดส้ินสดุ บรเิ วณชอ่ งเขาควาย อำเภอเมอื งกาญจนบรุ ี
จงั หวดั กาญจนบรุ ี ทอดตวั ลงมาเป็นเสน้ เขตแนวพรมแดนธรรมชาติ
ระหวา่ ง ประเทศไทยและประเทศเมยี นมาร์ ในพื้นท่จี งั หวดั ราชบรุ ี
จังหวดั เพชรบรุ ี จังหวัดประจวบครี ขี ันธแ์ ละจงั หวดั ชมุ พรและ
บางส่วนนน้ั ทอดยาวตอ่ ไปเป็นแนวในเทอื กเขานครศรีธรรมราช
และเทือกเขาภเู กต็ ความยาวของเทือกเขาน้นั รวมประมาณ
834 กโิ ลเมตร ยอดเขาทีส่ ำคัญ ได้แก่ ยอดเขางะยนั นิกยวกตอง
เป็นยอดเขาท่ีสงู ทสี่ ดุ ตง้ั อยู่ในเขตบริเวณอำเภอทา่ ยาง
จังหวดั เพชรบุรี ระดับความสงู จาก ระดับนำ้ ทะเล 1,412 เมตร
เป็นพน้ื ท่ีต้นนำ้ ลำธารหลายสาย อาทิ แมน่ ำ้ แควนอ้ ย แมน่ ำ้ ภาชี
แมน่ ้ำเพชรบรุ ีและแม่น้ำปราณบุรี แต่เดมิ ในอดตี เทือกเขาตะนาว
ศรมี ีความสำคญั ทางด้านประวัติศาสตร์ เน่อื งจากเปน็ ชอ่ งทาง
สำคญั ท่ใี ช้ประโยชน์ในการตดิ ต่อกับประเทศเพื่อนบา้ นคือ
32
สาธารณรฐั แหง่ สหภาพเมยี นมาร์ ท้งั ในทางด้านการค้าเศรษฐกจิ
และการสงคราม ชอ่ งเขาทีส่ ำคัญมีเป็นจำนวนมากใน เทือกเขา
ตะนาวศรี อาทิ ดา่ นเจดียส์ ามองค์ ในพน้ื ทอ่ี ำเภอสังขละบรุ ี
จงั หวดั กาญจนบรุ ี ดา่ นบ้องตี้ ในพ้นื ที่อำเภอไทรโยค
จงั หวดั กาญจนบรุ ีและด่านสงิ ขรหรือช่องสนั พรา้ ว
ในพ้นื ทอี่ ำเภอเมอื ง ประจวบคีรีขันธ์ จงั หวดั ประจวบคีรขี ันธ์
4.3.3 แม่น้ำและแหล่งนำ้ แมน่ ำ้ ของภาคตะวนั ตกน้นั ส่วนใหญม่ ีตน้
กำเนิดมาจากเทอื กเขา สูงกลา่ วคือเทอื กเขาถนนธงชัยตอนลา่ งและ
เทอื กเขาตะนาวศรี บางสายเปน็ แม่น้ำสายสนั้ ๆ จงึ มีความสะอาด
เปน็ พิเศษ สง่ ผลให้สัตวน์ ำ้ มีคุณภาพตามไปดว้ ย แม่น้ำแควใหญ่
หรือ แมน่ ้ำศรสี วัสด์ิ แหลง่ กำเนิดมาจากเทอื กเขาถนนธงชัย
อำเภออุ้มผาง จงั หวัดตากไหลลงสู่ทิศใต้ ผ่านบริเวณ
อำเภอศรสี วัสด์ิ จังหวดั กาญจนบรุ ี และไหลไปรวมกบั
แมน่ ้ำแควนอ้ ย บรเิ วณตำบลปากแพรก อำเภอเมอื งกาญจนบรุ ี
กลายเป็นแมน่ ำ้ แมก่ ลอง ความยาวโดยรวมประมาณ 380 กโิ ลเมตร
แม่น้ำแควใหญเ่ ป็นแมน่ ำ้ สายสน้ั ทมี่ กี ระแสนำ้ เชีย่ วจงึ มกั มีความ
เหมาะสมเป็นอย่างมากในดา้ นการผลติ กระแสไฟฟา้ ในภาค
ตะวนั ตก แมน่ ้ำแควนอ้ ย หรือ แม่น้ำไทรโยค แหลง่ กำเนดิ มาจาก
เทอื กเขาถนนธงชัย อำเภอสงั ขละบรุ ี จังหวดั กาญจนบุรี ไหลลงทาง
33
ทิศใต้ ผา่ นบรเิ วณอำเภอทองผาภมู ิและอำเภอไทรโยค
จงั หวัดกาญจนบุรี และไหลไปรวมกบั แมน่ ้ำแควใหญ่ บรเิ วณตำบล
ปากแพรก อำเภอเมืองกาญจนบรุ ี กลายเป็นแมน่ ้ำแม่กลอง
ความยาวโดยรวมประมาณ 270 กิโลเมตร แมน่ ้ำแม่กลอง เกดิ มา
จากการไหลมาบรรจบกันของแมน่ ้ำแควใหญ่และแม่น้ำแควนอ้ ย
บริเวณตำบลปากแพรก อำเภอเมอื งกาญจนบรุ ี จังหวดั กาญจนบุรี
ไหลผ่านจงั หวัดราชบรุ ีและไหล ออกสอู่ ่าวไทย บริเวณอำเภอเมือง
จงั หวัดสมทุ รสงคราม ความยาวโดยรวมประมาณ 140 กิโลเมตร
แมน่ ้ำแม่กลองเป็นแมน่ ำ้ สายสนั้ ๆ จงึ อาจกลา่ วได้ว่าเปน็ แมน่ ้ำท่ี
สะอาดจงึ มีความอดุ มสมบูรณข์ อง แมน่ ้ำคอ่ นขา้ งสงู แมน่ ้ำเพชรบุรี
แหลง่ กำเนิดมาจากเทอื กเขาตะนาวศรี อำเภอทา่ ยาง
จงั หวัดเพชรบุรี ไหลออกสู่อ่าวไทย บรเิ วณตำบลบางตะบนู
อำเภอบ้านแหลม จงั หวดั เพชรบรุ ี ความยาวโดยรวม ประมาณ
190 กิโลเมตร แม่น้ำปราณบรุ ี แหลง่ กำเนดิ มาจาก
เทอื กเขาตะนาวศรี อำเภอทา่ ยาง จังหวดั เพชรบรุ ี ผา่ นจงั หวัด
ประจวบคีรขี นั ธ์ และไหลออกสู่อา่ วไทย บริเวณตำบลปากน้ำปราน
อำเภอปราณบุรี จงั หวัดเพชรบรุ ี ความยาวโดยรวมประมาณ 160
กิโลเมตร แม่นำ้ ภาชี แหล่งกำเนิดมาจากเทอื กเขาตะนาวศรี
อำเภอเมืองเพชรบรุ ี จังหวดั เพชรบุรี เปน็ สาขาของแม่นำ้ แควน้อย
34
และไหลย้อนขนึ้ ทางทศิ เหนอื ผ่านจงั หวดั ราชบรุ ีไปรวมกับ
แม่น้ำแควนอ้ ย ทอ่ี ำเภอเมืองกาญจนบรุ ี จังหวดั กาญจนบรุ ี มีความ
ยาวโดยรวมประมาณ 120 กโิ ลเมตร
4.3.4 ลักษณะภมู ิประเทศเฉพาะ คอื ลักษณะภมู ปิ ระเทศท่ีมี
ความจำเพาะเจาะจงซ่งึ จะ แสดงรูปรา่ งหรอื ลักษณะออกมาตาม
โครงสร้างธรณีพน้ื ฐาน ภาคตะวนั ตกจะเปน็ ลักษณะภูมิประเทศที่
มีการผสมผสานความหลากหลายทางดา้ นธรณีวิทยา เชน่
หนิ ตะกอน หนิ แปรและหินอคั นี ลกั ษณะเฉพาะจงึ มีความสำคัญ
ตอ่ ประชากร นอกจากนน้ั ยังเปน็ ภูมภิ าคเดียวในประเทศไทยท่ีมี
ตง้ั แต่ เทือกเขาสงู ชนั ไปจนถงึ ชายฝง่ั ทะเล มีรายละเอยี ดตอ่ ไปนี้
ท่ีราบลมุ่ (plain) มีลกั ษณะเปน็ ท่ีราบแคบๆ เน่อื งจากลักษณะภูมิ
ประเทศส่วนใหญ่ เป็นเทอื กเขาสงู ท่ีราบลมุ่ ประเภทนจี้ ะอยบู่ ริเวณ
รอบๆ แม่น้ำขนาดใหญ่ ประกอบไปดว้ ย ทร่ี าบลมุ่ แม่น้ำแมก่ ลอง
และที่ราบลมุ่ แมน่ ำ้ เพชรบรุ ี ซึ่งเป็นทงั้ แหล่งทอ่ี ยู่อาศยั และเป็น
แหลง่ เกษตรกรรมที่ สำคัญของภมู ิภาคนี้ ลาดเชิงเขาและที่
ดอนเขาโดด (slope and lone mountain) เทือกเขาในบรเิ วณ
ภาคตะวันตกนั้นโดยส่วนใหญจ่ ะเปน็ เทือกเขาสูงพาดในแนว
เหนอื - ใต้ แต่กส็ ามารถพบภูเขาโดดและที่ ลาดเชงิ เขา ท่ีมีความ
แหง้ แลง้ เน่อื งจากเปน็ เขตเงาฝน แตก่ ็มคี วามสำคญั ในการ
35
เกษตรกรรมประเภท อ้อย มนั สำปะหลงั และสบั ปะรดทเี่ ปน็ พชื ใช้
น้ำน้อยและการปศุสัตว์จำพวกโคเนื้อและโคนม ท่รี าบลมุ่ ชายฝ่งั
ทะเล (shoreline plain) ของภาคตะวันตกครอบคลมุ พื้นท่จี ังหวัด
เพชรบรุ ีและประจวบครี ีขนั ธ์ แบ่งเปน็ สว่ นของปากแมน่ ้ำแมก่ ลอง
และแม่น้ำเพชรบรุ ที ีม่ ลี กั ษณะระบบ น้ำเปน็ น้ำจดื และนำ้ กร่อย
เปน็ พื้นทเ่ี ศรษฐกิจดา้ นการเกษตรกรรม การประมงน้ำจดื
และน้ำกรอ่ ย และสว่ นของลกั ษณะของชายฝ่งั ทะเลมีความสวยงาม
เน่ืองมาจากเกิดมาจากการสลายตัวของ หนิ แกรนติ จากเทอื กเขา
ตะนาวศรี ท่ีมคี วามสำคัญในด้านการทอ่ งเท่ียวและการประมง
น้ำเคม็
36
บทท่ี 5
ภูมิศาสตร์ประเทศไทยภาคใต้
ภาคใตข้ องประเทศไทย มลี กั ษณะแตกตา่ งจากภาคอ่นื ๆของ
ประเทศไทยเนือ่ งจากมลี กั ษณะเปน็ คาบสมุทร (peninsular) ยน่ื
ออกจากภาคพื้นทวีปในส่วนนเ้ี องทที่ ำให้ประเทศไทยมี ลกั ษณะ
รปู ร่างเปน็ แบบขยายออกเป็นแนวยาว (prorupt state) พน้ื ที่
ภาคใต้ของประเทศไทยมีความแตกต่างจากภูมิภาคอน่ื ๆของ
ประเทศไทยเนอ่ื งจากตัง้ อยู่ระหวา่ งพ้ืนท่นี ้ำ 2 แหง่ คอื อ่าวไทยและ
ทะเลอันดามัน จงึ ส่งผลตอ่ สภาวะภมู ิอากาศและลมฟา้ อากาศใน
พน้ื ทม่ี คี วามแตกต่างอย่างส้ินเชิงกับภูมิภาคอนื่ ๆของไทย ตาม
ประวัตศิ าสตร์ความเปน็ มาภาคใตเ้ ป็นแหลง่ กำเนิดอารยธรรมหลาย
แห่งในภมู ภิ าคเอเชียอาคเนย์ อาทิ ตามพรลงิ ค์ ศรีวชิ ัย ลงั กาสุกะ
หรือนครศรธี รรมราช ในสมัยการรวบอำนาจสศู่ ูนย์กลางพบวา่ มี
มณฑลต่างๆมากมายในภาคใต้ อาทิ มณฑลภูเกต็ ชุมพร
นครศรธี รรมราช ปตั ตานี เกดะห์ เปน็ ตน้
5.1 ท่ีต้ัง ตำแหนง่ ทีต่ ง้ั ของภาคใต้อยู่ระหว่างละติจูดที่ 5 องศา
35 ลปิ ดา ถึง 12 องศา 37 ลิปดา เหนือและลองจจิ ดู ท่ี 98 องศา
37
14 ลิปดา ถึง 102 องศา 05 ลิปดาตะวันออก โดยทางทศิ เหนือ
ตดิ ตอ่ กบั จังหวัดประจวบครี ขี ันธ์ ทศิ ตะวันตกตดิ ตอ่ กับ
สาธารณรัฐแหง่ สหภาพเมียนมารแ์ ละทะเลอนั ดามนั อ่าวเบงกอล
ทางทศิ ตะวันออกตดิ กับอ่าวไทยและทางทศิ ใต้ตดิ ต่อกับประเทศ
มาเลเซีย ตามลักษณะทางภมู ศิ าสตร์ของภาคใตน้ ้ันมลี กั ษณะยาว
เช่นเดียวกับภาคตะวันตก แต่การทีม่ ีภมู ปิ ระเทศตง้ั อยู่ระหว่างพ้ืน
น้ำทำใหล้ ักษณะภูมิอากาศค่อนขา้ งเยน็ และชื้นมากกวา่ สง่ ผลตอ่
ชวี ิตความเปน็ อยู่ ประจำวนั ของประชากรพอสมควร
5.2 ขอบเขตภาคใตม้ พี ้ืนที่โดยรวมประมาณ 70,715 ตาราง
กิโลเมตร ตามการแบ่งภาคทางภูมศิ าสตร์ น้ันสามารถจำแนกออก
ไดท้ ้งั หมด 14 จังหวดั ได้แก่ นครศรีธรรมราช กระบ่ี ชมุ พร ตรัง
นราธวิ าส ปตั ตานี พงั งา พทั ลงุ ภเู ก็ต ยะลา ระนอง สงขลา สตลู
และสุราษฎร์ธานี โดยจังหวดั ทมี่ ีขนาดใหญท่ ีส่ ดุ คือ
จงั หวดั สุราษฎรธ์ านี มพี น้ื ทีร่ วมประมาณ 12,891.46
ตารางกโิ ลเมตร จงั หวดั ท่เี ลก็ ท่สี ุดคือ จงั หวดั ภูเก็ตมีพ้นื ท่ีรวม
ประมาณ 543.03 ตารางกิโลเมตร
38
5.3 ลกั ษณะภมู ิประเทศ ภมู ปิ ระเทศภาคใต้เป็นลักษณะภมู ปิ ระเทศ
ที่มีความแตกตา่ งกับภูมภิ าคอ่ืน ภูมิศาสตร์ของประเทศไทยมีเพียง
ภาคใตท้ ม่ี คี วามแตกต่างทางด้านภมู ิลกั ษณค์ ือเป็นแนวยาวขนาบไป
ด้วยพืน้ นำ้ สองฝัง่ คืออ่าวไทยและทะเลอนั ดามนั จงึ ทำให้เกิดความ
แตกตา่ งในประเด็นปัจจัยทางดา้ นต่างๆ เชน่ ประชากรวัฒนธรรม
และความเป็นอยู่ของประชาชนในพนื้ ที่
5.3.1 ลักษณะโดยทวั่ ไป ภาคใตม้ ีลกั ษณะเปน็ คาบสมุทรทอดตวั
ยาวลงไปกั้นอา่ วไทยและทะเลอนั ดามัน ลักษณะดงั กล่าวน้เี องท่ีทำ
ให้คนทั่วไปคดิ วา่ ภาคใตเ้ ปน็ เพียงแผน่ ดนิ ที่งอกออกไปในทะเล
เท่านัน้ แท้จรงิ แลว้ พน้ื ท่ภี าคใตน้ น้ั ยังประกอบไปด้วยเทือกเขาสงู
ใหญม่ ากมาย อนั เนอ่ื งมาจากการมแี นว เทือกภเู ขาไฟและเทือกเขา
หินเกา่ ตัง้ อยู่ประปรายเปน็ แนวยาว พ้นื ทท่ี ี่ลาดลงมาตอ่ จากนัน้ แล้ว
นัน้ จึงจะ เปน็ ทีร่ าบลมุ่ แมน่ ้ าสายส าคญั ตา่ งๆและทรี่ าบชายฝง่ั ส
าคัญของภาคใต้
5.3.2 เทอื กเขาในภาคใตม้ เี ทอื กเขาที่สำคญั หลายแห่งทม่ี รี ะดับ
ความสงู มาก เน่ืองจากเป็นแนวรอยเลอื่ นทลี่ ากพาดผ่านมาจากแนว
เทอื กเขาหิมาลยั ซงึ่ แนวรอยเลื่อนน้ีก็ทำให้เกดิ ทัง้ แนวเทอื กเขา
สำคัญและรอยเล่ือนใต้ดินท่ีอาจจะเปน็ บ่อเกิดของภเู ขาไฟได้อีก
ดว้ ย เทือกเขาภเู ก็ต เป็นแนวเทือกเขาตอ่ จากแนวเทือก
39
เขาตะนาวศรี เร่มิ จากบริเวณเขาหนิ ลุ จงั หวัดชุมพร ที่เปน็ รอยตอ่
ระหว่างเทอื กเขาตะนาวศรแี ละเทอื กเขาภเู ก็ต และทอดยาวขนาน
กบั ชายฝง่ั ทะเลอันดามนั ไปจนถึงบรเิ วณที่บรเิ วณเขาคหู า
จงั หวดั นครศรธี รรมราช ความยาวของเทือกเขาน้ันรวม
ประมาณ 517 กิโลเมตร ยอดเขาทสี่ ำคญั ไดแ้ ก่ ยอดเขาพนม
เบญจา จงั หวัดกระบี่ และยอดเขาหลงั คาตึกท่เี ป็นยอดเขาท่ีสงู ทส่ี ดุ
ตงั้ อย่ใู นเขตบริเวณอำเภอคลองแสง จังหวัดสรุ าษฎร์ธานี ระดับ
ความสูงจาก ระดบั นำ้ ทะเล 1,395 เมตร เป็นพน้ื ทต่ี ้นนำ้ ลำธาร
หลายสาย อาทิ แม่นำ้ หลังสวน แมน่ ้ำไชยา แม่น้ำคีรรี ฐั
แม่น้ำท่าฉางและแม่น้ำตาปี ซ่งึ แต่ละสายเป็นแม่น้ำสายสำคัญของ
ภาคใต้ เทือกเขานครศรีธรรมราช เปน็ แนวเทือกเขาตอ่ จากแนว
เทือกเขาภเู ก็ต จุดเร่ิมตน้ บริเวณ อำเภอทา่ ศาลา
จังหวัดนครศรธี รรมราช ทอดยาวลงมาทางทศิ ใตผ้ ่านจงั หวดั
นครศรีธรรมราช ไปบรรจบ ทีเ่ ขาชนี า จังหวัดสตลู ความยาวของ
เทอื กเขาน้ันรวมประมาณ 319 กิโลเมตร เทอื กเขานครศรธี รรมราช
หรือเทือกเขาบรรทดั พบยอดเขาท่ีสงู ที่สุดคือยอดเขาหลวง
เปน็ ยอดเขาที่สงู ทส่ี ุดระดับความสงู จาก ระดับน้ำทะเล
1,835 เมตร เปน็ พื้นทีต่ น้ นำ้ ลำธารหลายสาย อาทิ แม่น้ำปากพนงั
และแมน่ ้ำตรงั เทอื กเขาสนั กาลาครี ี เปน็ แนวเทอื กเขาพรมแดน
40
ธรรมชาติระหว่างประเทศไทยและประเทศมาเลเซยี ในพนื้ ทบี่ รเิ วณ
เขาชนี า ทบ่ี รรจบกับเทือกเขานครศรีธรรมราช ในพนื้ ทีช่ ายฝ่ังทะเล
อันดามัน ครอบคลมุ พืน้ ท่จี งั หวัดสตลู จงั หวดั สงขลาและ
จังหวัดยะลา พาดผ่านไปทางทิศตะวนั ออกยอดเขาที่สงู ท่สี ดุ คอื
ยอดเขาหลวง เปน็ ยอดเขาท่ีสงู ทส่ี ดุ ระดับความสงู จาก
ระดบั นำ้ ทะเล 1,535 เมตร ความยาวของเทือกเขานน้ั รวม
ประมาณ 428 กิโลเมตร และเปน็ พืน้ ที่ต้นน้ำลำธารหลายสาย
อาทิ แมน่ ้ำสายบุรี แม่น้ำโก-ลกและแม่น้ำอตู่ ะเภา
41
5.3.3 แมน่ ้ำและแหล่งนำ้ ภาคใต้มีลกั ษณะภมู ิประเทศเปน็ แนว
ยาวแบบคาบสมุทร แม่นำ้ ในภาคใต้จะเปน็ แม่น้ำสายสั้นๆที่ไหลลงสู่
อา่ วไทยและทะเลอันดามัน แม่น้ำตาปี หรือแม่น้ำบ้านดอน
มีแหล่งกำเนิดมาจากเขาใหญ่ เทือกเขานครศรีธรรมราช บรเิ วณ
อำเภอทุง่ ใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ไหลย้อนกลบั ขึ้นไปทางทิศ
เหนอื ผา่ นจงั หวดั นครศรีธรรมราช จังหวัดสรุ าษฎรธ์ านี และไหลลง
สอู่ ่าวไทยบรเิ วณอำเภอเมอื งสุราษฎร์ธานี จงั หวัดสรุ าษฎรธ์ านี
มีความยาวรวมประมาณ 232 กิโลเมตร ถอื ว่าเป็นแม่นำ้ ทีย่ าวทีส่ ดุ
ของภาคใต้ แมน่ ้ำคีรีรฐั หรือแมน่ ้ำพมุ่ ดวง มีแหลง่ กำเนดิ มาจาก
เขานมสาว เทอื กเขาภเู ก็ต บริเวณ อำเภอคีรีรัฐนคิ ม
จังหวดั สรุ าษฎรธ์ านี ไหลไปบรรจบกับแมน่ ้ำตาปบี ริเวณอำเภอ
พนุ พิน จังหวัดสรุ าษฎรธ์ านี เปน็ ลำน้ำสาขาของแมน่ ้ าตาปี มีความ
ยาวรวมประมาณ 120 กโิ ลเมตร แม่น้ำหลังสวน มแี หลง่ กำเนดิ มา
จากเทอื กเขาภเู กต็ บริเวณอำเภอพะโตะ๊ จังหวดั ชมุ พร ไหลผ่าน
อำเภอหลังสวน จงั หวัดชมุ พร และไหลลงสู่อ่าวไทยบรเิ วณ
อำเภอหลังสวน จงั หวัดชมุ พร มคี วามยาวรวมประมาณ
98 กิโลเมตร แมน่ ้ำกระบรุ ี หรอื แมน่ ้ำปากจน่ั มีแหล่งกำเนดิ มาจาก
เทอื กเขาตะนาวศรี ไหลผา่ นลง มาทางทิศใตเ้ ป็นพรมแดนธรรมชาติ
ระหวา่ งประเทศไทยและประเทศเมียนมาร์ ในเขตจงั หวัดระนอง
42
และไหลลงส่ทู ะเลอนั ดามัน บรเิ วณอำเภอกระบุรี จงั หวัดระนอง
มีความยาวรวมประมาณ 135 กิโลเมตร ลักษณะเด่นของแม่น้ำสาย
นคี้ อื บรเิ วณปากแมน่ ้ำทค่ี วามกวา้ งประมาณ 4.5 กโิ ลเมตร แมน่ ้ำ
ตรัง หรือแมน่ ำ้ กันตัง มแี หลง่ กำเนดิ มาจากเทอื กเขา
นครศรีธรรมราช บริเวณ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ไหล
ผา่ นจังหวดั ตรงั และไหลลงสทู่ ะเลอนั ดามนั บรเิ วณอำเภอ กนั ตัง
จังหวัดตรงั มคี วามยาวรวมประมาณ 175 กโิ ลเมตร แมน่ ำ้ สายบุรี
หรอื แม่น้ำตะลบุ นั มีแหล่งกำเนิดมาจากเทอื กเขาสนั กาลาครี ี
บริเวณ อำเภอแวง้ จงั หวัดนราธวิ าส ไหลย้อนข้นึ ไปทางทิศเหนอื
ผา่ นจงั หวัดนราธวิ าส ยะลาและไหลลงสู่อา่ วไทย
บรเิ วณอำเภอสายบรุ ี จังหวัดปตั ตานี เปน็ ลำนำ้ สาขาของแม่น้ำตาปี
มีความยาวรวมประมาณ 170 กโิ ลเมตร แมน่ ำ้ อตู่ ะเภา มี
แหลง่ กำเนิดมาจากเขาควนนายหลวง เทือกเขาสนั กาลาคีรี บริเวณ
อำเภอสะเดา จงั หวดั สงขลา ไหลยอ้ นข้ึนไปทางทิศเหนือผา่ น
จังหวดั สงขลาและไหลลงสทู่ ะเลสาบ สงขลา บรเิ วณอำเภอ
หาดใหญ่ จงั หวดั สงขลา มคี วามยาวรวมประมาณ 85 กโิ ลเมตร
แมน่ ้ำปตั ตานี หรอื แมน่ ำ้ ตานี มีแหล่งกำเนดิ มาจาก
เขาลาตา-ปาปาลงั เทือกเขาสันกาลาครี ี บริเวณอำเภอเบตง
จังหวัดยะลา ไหลย้อนขนึ้ ไปทางทศิ เหนือผ่านจงั หวดั ปตั ตานี
43
และไหลลงสู่อา่ วไทยบรเิ วณอำเภอเมอื งปตั ตานี จงั หวัดปัตตานี มี
ความยาวรวมประมาณ 190 กโิ ลเมตร แม่นำ้ โก-ลก มี
แหลง่ กำเนิดมาจากเขาเยลี เทอื กเขาสันกาลาครี ี บรเิ วณอำเภอแว้ง
จงั หวัดนราธวิ าส ไหลยอ้ นขนึ้ ไปทางทิศเหนอื ผา่ นจังหวัดนราธวิ าส
และไหลลงสูอ่ ่าวไทยบรเิ วณอำเภอ ตากใบ จงั หวัดนราธวิ าส มี
ความยาวรวมประมาณ 80 กิโลเมตร มีความสำคัญทางดา้ น
ยุทธศาสตร์ของประเทศเนื่องจากเปน็ พรมแดนธรรมชาติระหวา่ ง
ประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย
5.3.4 ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศเฉพาะ คือ ลักษณะภมู ปิ ระเทศทีม่ ี
ความจำเพาะเจาะจงซง่ึ จะแสดงรปู ร่างหรอื ลกั ษณะออกมาตาม
โครงสร้างธรณพี ้นื ฐาน ดว้ ยลักษณะภูมิประเทศทเ่ี ปน็ คาบสมุทร
ทมี่ แี กนกลางเปน็ เทอื กเขาสำคัญของภาคใต้ ภาคใตจ้ ึงมลี ักษณะ
หลากหลายตงั้ แตเ่ ทือกเขาสูง ที่ราบ ลุ่มแมน่ ้ำ ท่ีราบลูกฟกู รวมไป
ถึงชายฝง่ั ทะเลแบบตา่ งๆอกี ดว้ ย โดยมีรายละเอยี ด ลาดเชิงเขาและ
ลกู เนนิ (hill and slope) ภาษาท้องถนิ่ เรยี กว่า “ควน” เปน็ เขต
ภมู ปิ ระเทศเฉพาะทม่ี ีความสำคัญตอ่ ระบบเศรษฐกิจของภาคใต้
เน่อื งจากเปน็ พ้ืนท่เี กษตรกรรมหลัก อาทิ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน
เปน็ ตน้ มีระดบั ความสูงประมาณ 200 เมตร ชายฝ่งั และกลมุ่ เกาะ
(shoreline and islands) สามารถแยกไดเ้ ปน็ 2 ส่วน คือ ภาคใต้
44
ฝั่งตะวันออกหรอื อา่ วไทยและฝั่งตะวนั ตกหรือทะเลอนั ดามนั
ฝั่งตะวันออกหรอื ฝ่ังอ่าวไทย ประกอบดว้ ยกลุ่มจังหวดั ชุมพร
สรุ าษฎรธ์ านี นครศรธี รรมราช พัทลุง สงขลา ปตั ตานี ยะลา
และนราธวิ าส มีพ้นื ที่ชายฝ่งั มากเนอื่ งจากเป็นชายฝง่ั ท่ี เกิดจากการ
ยกตัวของและทบั ถมของดนิ ตะกอนและทราย เกาะในภาคใต้ฝัง่
ตะวันออก ไดแ้ ก่ หม่เู กาะ อา่ งทอง เกาะเต่า เกาะสมุย รวมไปถึง
เกาะขนาดเลก็ ในทะเลสาบสงขลาอีกจำนวนหน่ึง ฝ่ังตะวันตกหรือ
ฝงั่ ทะเลอนั ดามนั ประกอบดว้ ยกลุ่มจังหวัดระนอง พงั งา ภเู ก็ต
กระบ่ี ตรงั และสตูล มพี น้ื ทีช่ ายฝั่งนอ้ ยเนื่องจากภมู ปิ ระเทศฝงั่ น้ี
เกิดจากการยุบตัวและเปน็ แนวเทือกเขา ภเู ก็ต นอกจากชายฝั่งที่
แคบแล้วยงั มลี กั ษณะชายฝง่ั ทเี่ วา้ แหวง่ อกี ดว้ ย เกาะในภาคใต้ฝ่งั
ตะวันตก ได้แก่ หมู่เกาะสุรนิ ทร์ หมเู่ กาะสมิ ิลัน เกาะตะรุเตา
เกาะพพี ี เกาะลนั ตา เปน็ ต้น
45
บทท่ี 6
ภูมิศาสตร์ประเทศไทยภาคตะวันออก
ภาคตะวันออกของประเทศไทยเป็นภูมภิ าคที่มคี วามพิเศษใน
หลายๆปจั จยั ดงั จะเห็นไดจ้ ากลกั ษณะภมู ิประเทศท่เี ปน็ ทงั้
เทือกเขา ที่ราบและชายฝ่ัง ภูมิอากาศทีร่ จู้ กั กันว่า “ฝนแปดแดดส”ี่
หากพิจารณาภูมภิ าคนตี้ ามประวตั ศิ าสตร์ ในยุคปลายกรุงศรอี ยุธยา
พระยากำแพงเพชร (พระเจา้ ตาก สนิ มหาราช) ภาคตะวันออกเป็น
พน้ื ทีท่ ี่รู้จักกนั ในเรือ่ งความอดุ มสมบูรณ์ทางด้านทรัพยากร
เหมาะสม แกก่ ารตง้ั ค่ายทัพ ในปจั จุบนั ช่ือเสียงของภาคตะวนั ออก
รู้จักกันมีช่อื เสยี งในเรื่องผลไม้ ทรพั ยากรและวฒั นธรรม เป็นตน้
6.1 ทตี่ ง้ั ตำแหนง่ ทีต่ ง้ั ของภาคตะวันออกอย่รู ะหวา่ ง
ละตจิ ดู ที่ 11 องศา 38 ลปิ ดา ถงึ 14 องศา 27 ลปิ ดาเหนอื
และลองจจิ ดู ท่ี 100 องศา 50 ลิปดา ถงึ 102 องศา 54 ลปิ ดา
ตะวันออก โดยทางทิศเหนือ ติดกับจังหวดั นครราชสีมาและบุรรี ัมย์
ทิศตะวันตกติดตอ่ กับจงั หวัดนครนายก สมทุ รปราการและ
กรุงเทพมหานคร ทางทศิ ตะวันออกตดิ กับราชอาณาจกั รกมั พชู า
และทางทศิ ใตต้ ดิ ตอ่ กับอ่าวไทย ตามลกั ษณะทางภูมิศาสตร์
46
ของภาคตะวนั ออกนน้ั มีความคลา้ ยคลึงกับภาคใต้เนอื่ งจากมี
อาณาเขตติดตอ่ กบั ทะเลคลา้ ยกัน จึงสง่ ผลให้มีความคลา้ ยคลึงกัน
ทางด้านภมู ิอากาศและสภาวะความเป็นอยู่ของประชากร
6.2 ขอบเขต ภาคตะวนั ออกมพี น้ื ทีโ่ ดยประมาณ 34,380
ตารางกิโลเมตร ตามการแบง่ ภาคทางภูมศิ าสตร์นนั้ สามารถจำแนก
ภาคตะวนั ออกได้ 7 จังหวัด ได้แก่ จงั หวดั จันทบรุ ี ชลบุรี ตราด
ระยอง ฉะเชงิ เทรา ปราจีนบุรี สระแกว้ โดยจังหวดั ทีม่ ีขนาดใหญ่
ทีส่ ดุ คอื จงั หวดั สระแก้วซึง่ มพี ้ืนทีร่ วม ประมาณ 7,195,436.7
ตารางกโิ ลเมตรและจังหวัดทเี่ ลก็ ท่ีสดุ คือจงั หวัดตราดมีพื้นทร่ี วม
ประมาณ 2,819 ตารางกโิ ลเมตร