ห่าง : จุลสารกระดานดาํ ฉบบั มกราคม-มถิ ุนายน 2564
อาจารย์ท*ปี รึกษา : ธีรภทั ร ร)ืนศริ ิ
ประธานชุมนุม : วธิ วนิ ทร์ รักวงษ์
บรรณาธิการ : วสษิ ฐ์พล ปานเผาะ
นักเขียน : วัชระ บุญทานัง/เครือย์วลี ทองอยู่/นพรัตน์ ภักดีศิริวงษ์/
พทั ธดนย์ เทวานฤมิตร/วาทิตย์ โดดท/ุ กาญจน์ รวมธรรม
/ดเิ รก วงศ์กีรตเิ มธาวี/ศวิ กร แรกรุ่น/ยสนิ ทร กลนิ) จําปา/กานต์ สร้อยมาดี
/จิดาภา เจือจนั ทร์
พสิ ูจน์อักษร : ศริ อกั ษร จอมใบหยก/อรัญญา สทุ ธหลวง
รูปเล่ม/แบบปก : ชนากานต์ เหมศกุ ล/ญาณิน ปราณีชน
ภาพประกอบ : สริ าวรรณ ขนุ เพชร/ธิตมิ า ทองศรี
เร$ิมต้น สูงสุด ห่าง และล่มสลาย
กล่าวตามจริงข้าพเจ้ามิเคยเขียนคํานําหนังสือ วารสาร หรือ
แม้แตน่ ิตยสารแม้แตน่ ้อย คํานําเดียวท>ีเคยใช้นิวA ทงัA สิบบรรจงประพนั ธ์ผา่ น
ตวั อกั ษรอิเลก็ ทรอนิกส์เหลา่ นี Aมีเพียงคํานําของรายงานสมยั เรียนชนัA มธั ยม
ที>ปฏิเสธไมไ่ ด้วา่ เป็นผลงานแบบขอไปทีเพ>ือเกรดเพียงเทา่ นนัA ฉะนนัA บนผืน
กระดาษขนาด A5 แผน่ นีจA งึ เป็นโอกาสอนั ดีท>ีข้าพเจ้าจะได้ทดลองประพนั ธ์
คํานําซ>ึงไม่สมบูรณ์แบบลงไป มิใช่ในฐานะของอดีตประธานชุมนุม
วรรณศิลป์ ผ้ไู ด้รับความไว้วางใจ หรือแม้แต่ผ้เู ก่งกาจทางวรรณกรรม แต่
เป็นในฐานะของนักประพันธ์ตวั จ้อยที>มีช>ือและผลงานอยู่ภายในจุลสาร
สดุ ท้ายของชมุ นมุ วรรณศลิ ป์ หา่ ง ฉบบั นี A
ทกุ สิ>งน>ิงเงียบมิไหวติง หลงั จากตวั ของข้าพเจ้าถกู ตามงานเขียน
คํานําเป็นครังA ที>สอง เวลาหนึ>งวันผ่านไปอย่างรวดเร็วขณะที>ไร้ ซึ>งความ
คืบหน้า ดงั เจ็ดปีท>ีสญู เสยี แดผ่ ้พู รากประชาธิปไตย
ในยุคเช่นนีวA รรณศิลป์ จะสําคัญอะไร? ในยุคที>มหาวิทยาลัย
พยายามสร้ างระบบชุมนุมให้เหมือนข้าราชการ ในยุคท>ีไม่สามารถจัด
กิจกรรมได้แต่ก็ต้องพยายามสร้างและรวมตวั กนั เพ>ือให้ชมุ นมุ คงอย่ตู ่อไป
ถึงเวลาแล้วไหมท>ีวรรณศิลป์ ยุคเก่าจะตายลง เพื>อสร้ างบันไดให้แก่ผู้ที>
สนใจ สร้ างรูปแบบใหม่ของวรรณกรรม และกลายเป็นพืนA ท>ีสําหรับผู้ท>ีมี
ความต้องการจะประพนั ธ์หรือเรียนรู้ที>จะประพนั ธ์อยา่ งจริงจงั เร>ืองเลา่ คํา
กล่าว และชื>อเสียงของชมุ นมุ วรรณศิลป์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์แห่งนี A
ประหนึ>งกระแสเชี>ยวซึ>งดํารงอยู่ฝ่ ายุคสมยั ท>ีหลากหลาย ทงัA ห้วงแห่งการ
ปะทะกนั ทางอดุ มการณ์ การรัฐประหารครังA เลา่ ความพยายามก่อร่างสร้าง
ประชาธิปไตย หรือรูโหว่เจ็ดปีท>ีไทยประเทศไร้ การพฒั นา อย่างไรก็ตาม
ปฏิเสธไมไ่ ด้เลยวา่ ความเป็นวรรณศิลป์ มิเคยตายลง และจะไม่มีวนั หายไป
เพียงแต่ถูกผลดั เปล>ียน ถูกกลืน ถูกกลบและแปรเปล>ียนรูปแบบไปตาม
ความนิยมของสงั คม ณ ขณะนนัA
จลุ สารกระดานดํา หา่ ง ก
บ้างกลายเป็นกวีแซ่ซ้องแด่นกั ส้ทู างอุดมการณ์ บ้างเป็นบทขบั
กล่อมอ่อนหวานเกียA วพาราสี บ้างหนกั แน่นข่นุ มวั ตรึงชีวี บ้างมีหวานหอม
หรือขมปะแล่มเย>ียงกาแฟย>ํารุ่ง จุลสารฉบบั นีเA ป็นเพียงพืนA ที>สําหรับการ
พงั ทลาย และเริ>มสร้างใหม่
ข้าพเจ้าในฐานะของประธานชมุ นมุ วรรณศิลป์ ขอกลา่ วขอบคณุ
ผ้ทู >ีอย่เู บือA งหลงั การทําจลุ สารเล่มนีทA กุ ท่าน ทงัA กองบรรณาธิการ นกั เขียน
นักวาด หรือแม้แต่บุคลากรในตําแหน่งอื>น ๆ ที>ช่วยกันสร้ างจุลสารเล่ม
สุดท้ ายในวาระการดํารงตําแหน่งประธานชุมนุมของข้ าพเจ้ าออกมาใน
ท>ีสดุ ถึงแม้วา่ จะไมไ่ ด้ตีพิมพ์เป็นฉบบั รูปเลม่ อยา่ งแพร่หลาย แตห่ ลงั จากท>ี
ห่างหายไปกว่า 3 ปีการกลบั มาของจุลสารเป็นส>ิงสะท้อนให้เห็นแล้วว่า
สดุ ท้ายวรรณศลิ ป์ จะไมล่ บเลอื นหายไป เพียงเข้าสรู่ ุ่งอรุณแหง่ ยคุ ใหม่
ขอให้ผู้อ่านทุกท่านได้ลิมA ลองรสชาติท>ีหลากหลายและเลอค่า
ภายในจลุ สารเลม่ นีอA ยา่ งละเอียดและมีความสขุ ด้วยเถิด
นกั ศกึ ษาปี 5 อดีตประธานชมุ นมุ วรรณศลิ ป์
วธิ วนิ ทร์ รักวงษ์
จลุ สารกระดานดํา หา่ ง ข
บทบรรณาธิการ
ผ้าขนหนูสีเทาอ่อนโบกพริวA ตามแรงเคลื>อนของลมร้ อนท>ีโหม
กระหนํ>าจากคอมเพรสเซอร์แอร์ ขณะเม็ดเหงื>อกําลงั ผุดพรายไหลคล้อย
ตามซอกแว่นท>ีหนั มองไปยงั แสงไฟจากห้องฝั>งตรงข้าม บหุ ร>ีตวั แล้วตวั เลา่
ที>ถกู บรรจงอดั ควนั เข้าปอดจนตวั ฟี บแบนนอนก้นกบั พรรคพวกของมนั ใน
นําA สีเข้มก้นขวด อีกต้นงาช้างแฉะฉ>ําจากความชืนA ฤดูฝน ทงัA หมดทงัA มวล
กําลงั ร่วมอาบแสงไฟสีส้มที>สร้างบรรยากาศหวามไหวบางประการแก่จิตใจ
ในคํ>าคืนเงียบสงดั รวมถงึ ตวั ผมเอง
ผมไม่แน่ใจนกั ว่านกั เขียนสมยั นียA งั นิยมทํางานช่วงกลางคืน เช่น
ที>กนกพงศ์ สงสมพันธ์ุบรรยายเอาไว้ในหนังสือ “”บันทึกจากหุบเขาฝน
โปรยไพร” หรือไม่ แตผ่ มแนใ่ จได้อยา่ งหนง>ึ วา่ แสงไฟส้มที>กําลงั หอ่ ห้มุ สรรพ
ชีวิตของห้อง ๆ นีเA อาไว้ มิได้เป็นแสงไฟท>ีบ่งบอกการทํางานของนกั เขียน
หากเป็นเพียงกระแสไฟที>กระพริบตามจงั หวะการร่ายรําของความคิดวกไป
วนมาประกอบทว่ งทํานองเพลงโอเปร่าของแสงจนั ทร์
ผมควรเลิกคิดฟุ้งซ่านแล้วลงมือเขียนอะไรเป็นชินA เป็นอนั ก็จริง
อย่วู ่าการครุ่นคิดเป็นประโยชน์ตอ่ นกั เขียน แตก่ ารครุ่นคิดอะไรมากเกินไป
จนไมไ่ ด้ลงมือเขียนเป็นเรื>องอนั ตราย โดยเฉพาะอยา่ งยิ>งการครุ่นคิดถงึ การ
เขียน โดยไมไ่ ด้ลงมือเขียน
เป็ นการยากที>จะบอกถึงความรุ่ มรวยทางวรรณกรรมในสังคม
ปัจจุบนั ยอดขายในงานสปั ดาห์หนังสือคงไม่ใช่อะไรท>ีน่าเชื>อถืออีกแล้ว
เพราะความลื>นไหลของตวั บทในโลกเสมือนนนัA มากมายจนเกินกว่าจะมา
จํากัดความความเป็ นวรรณกรรมได้ ว่ากันตามทฤษฎีด้ านการ
ส>ือสารมวลชน คงไมผ่ ิดอะไรนกั ท>ีวรรณกรรมจะเปล>ียนช่องทางการส>ือสาร
มาอย่บู นโลกออนไลน์ตามการหมนุ ไปของโลก เพียงแต่ผมไม่แน่ใจนกั ว่า
ชอ่ งทางนนัA จะสง่ สารไปยงั ผ้รู ับสารได้หรือไม่
ขณะที>โลกมิเพียงหมนุ ให้ช่องทางการสื>อสารเปลี>ยนไป ผ้สู ่งสาร
ผ้รู ับสาร หรือแม้แต่กระทงั> “ตวั สาร” เองก็เปลี>ยนไปเช่นกนั ปรากฏการณ์
จลุ สารกระดานดํา หา่ ง ค
การหมดความนิยมลงของวรรณกรรมบางประเภทจึงไม่ใช่อะไรที>น่า
ประหลาดใจ แต่นน>ั อาจมาพร้ อมกับการพงั ทลายของความคาดหวงั บาง
ประการของนกั เขียน หรือผ้ใู หญ่บางท่านท>ีหวงั ให้คนอ่านหนงั สือกนั มาก
ขนึ A โดยเฉพาะหนงั สอื เลม่
การประกาศตวั เป็นนกั เขียนท>ีพร้อมสร้างสรรค์วรรณกรรมขึนA รับ
ใช้สงั คมในยคุ สมยั นีอA าจะเป็นอะไรที>ดู “เท่ระเบิด” ท่ามกลางความขดั แย้ง
ทางการเมืองท>ีอาจอนั ตรายกวา่ ระเบิดจริง ๆ ลกู หนง>ึ จะทําได้ ในความเป็น
จริง วรรณกรรม “ในทํานองนี”A ก็เคยประสบชะตากรรมการหมดความนิยม
ลงในยุคหนึ>งเช่นกัน กระนันA ก็ตามจิตวิญญาณแห่งการ “เสียดสี-สะท้อน
สังคม” ยังคงเป็ นส>ิงท>ีทําให้ ภาพยนตร์ ซีรีส์ เพลง ศิลปะ หรือแม้ แต่
วรรณกรรมสกั ชินA นนัA “นา่ สนใจ” ขนึ A มาได้
ผมเชื>อว่าจิตวิญญาณเช่นนีจA ะไม่ตายลงไปแน่ ตราบใดท>ีสงั คม
ยังคงมีปัญหา เมื>อใดก็ตามที>ความเหล>ือมลําA ทางชนชันA เพศสภาพ สีผิว
และรายได้ยงั ปรากฏหรา จิตวิญญาณเช่นนีจA ะถกู ปลกุ ขนึ A มาจากหลมุ และ
พร้อมจะคอยกระชากหน้ากากจอมปลอมของโลกทนุ นิยมออกมา
แต่ขณะท>ีวรรณกรรมกําลงั ชําแหละอย่างสนุกปาก สนุกมือ ตวั
มนั เองอาจลืมไปเสียแล้วว่าตวั มนั กําลงั ดํารงอย่ทู ่ามกลางระบอบทนุ นิยม
เช่นเดียวกัน การขายได้ของวรรณกรรมกระแสนี AทังA ที>มาจากการชงขาย
ของสํานักพิมพ์ และรางวัลวรรณกรรม อาจบ่งบอกถึงกําลงั ซือA มหาศาล
ของปัญญาชนผ้อู ยากอภิวฒั น์สงั คม ขณะท>ีชายแก่คนหน>ึงกําลงั นอนเอน
หลงั สูบยาเส้นบนรถถีบพ่วงเบาะ รอให้ใครสกั คนมาใช้บริการในเมืองท>ี
คนขบั รถกนั ไวอย่างปีศาจ เผ>ือจะได้เงินเสียสกั สองสามร้อยพอให้หาข้าว
กิน
สภาพเช่นนีทA ําให้อุดมคติบางอย่างทางวรรณกรรม และสงั คม
“ห่ า ง” ออกจากกนั เรื>อย ๆ จนผมไมแ่ น่ใจนกั วา่ ท้ายสดุ แล้วทงัA สองสิ>งนีมA า
บรรจบกนั ที>ใด
จลุ สารกระดานดํา หา่ ง ง
จลุ สารกระดานดําฉบบั ที>กําลงั จะออกนีจA งึ นบั เป็นความพยายาม
“เฮือกสดุ ท้าย” ของการสร้างสรรค์วรรณกรรมท>ีไมไ่ ด้ถกู จํากดั ด้วยระบบทนุ
ความเป็นไปของกระแสนิยม และระบบคุณค่าของคณะกรรมการตดั สิน
รางวลั อนั ควรจะเป็นอดุ มคติของวรรณกรรมทงัA มวล ที>แม้แตต่ วั ผมเองก็ไม่
รู้วา่ ความพยายามเชน่ นีจA ะมีลมหายใจไปได้อีกนานจนถงึ เมื>อไหร่
ก า ร ร่ า ย รํ า ท า ง ค ว า ม คิ ด จ บ ล ง ห ลัง จ า ก เ มี ย ง ม อ ง อ ยู่ส อ ง น า น
ผ้าขนหนูสงบลงแล้ว และแสงไฟของห้องข้าง ๆ กําลังดับลง ผมลุกขึนA
ควานหาเศษกระดาษและปากกาใกล้ มือมารจนาถ้ อยคําบางคําที>คาดว่า
ควรจะเป็นประโยคเปิดของบทบรรณาธิการของจลุ สารเลม่ นี A
เพื>อให้ แสงไฟสีส้ มในยามค>ําคืนเป็ นแสงไฟแห่งการทํางานของ
นกั เขียนเสยี ที
วสษิ ฐ์พล ปานเผาะ
12 มิถนุ ายน 2564
เชียงใหม่ , ประเทศไทย
จลุ สารกระดานดํา หา่ ง จ
สารบญั ก
ค
เร$ิมต้น สูงสุด ห่าง และล่มสลาย 1
บทบรรณาธิการ 5
หา่ งกนั เสยี ทีเถิดท>ีรัก 16
ริมชายหาด และเรื>องอ>ืน ๆ 31
ความสมั พนั ธ์ระยะสนัA 35
ซากเมือง
โลกหา่ ง ไกล 39
คําเตือน เป็นความสมั พนั ธ์ท>ีใช้ความรุนแรงคะ่ : 43
toxic relationship 47
หา่ ง 51
หา่ งกาย...ใจใกล้กนั 61
ฮีปโซลีน 73
Taste 81
Mini Sea Land Sky 84
เก$ียวกับผู้เขียน 88
เก$ียวกับนักวาด
เก$ียวกับชุมนุม
จลุ สารกระดานดํา หา่ ง ฉ
ห่างกันเสียทเี ถดิ ท1รี ัก
วชั ระ บญุ ทานงั
ภาพประกอบ : Anaïs
ห่างกันเสียทเี ถดิ ท0รี ัก
หา่ งกนั เสยี ทีเถิดที0รัก หา่ ง 3
แล้วกกั ตวั ในความคดิ ถงึ
ตราบห้วงดวงอรุ ายงั ตราตรึง
ไมพ่ บกนั วนั หนงึ0 -ไมถ่ งึ ตาย
อยทู่ า่ มความยากลาํ บากหนกั
ให้รักงดงามสอ0ื ความหมาย
เราตา่ งหา่ งกนั แตเ่ พียงกาย
สดุ ท้ายหวั ใจเราใกล้ชิด
อยบู่ ้าน หยดุ เชือG ทําเพื0อชาติ
ระบาดใหญ่โต โรคโควดิ
โปรดทนเฝา้ รอตอ่ สกั นิด
จะกลบั ไปจมุ พิตแก้มของเธอ
จลุ สารกระดานดํา
อยทู่ า่ มความโศก-โรคโควิด
ยงั คดิ ถงึ กนั มนั0 เสมอ
ความคดิ ถงึ หลอกหลอน จนนอนละเมอ
อยากเจอ สบตาทกุ นาที
เอารักถกั ทอก่อเป็นทนุ
กกั ตนุ ความคดิ ถงึ ให้เตม็ ท0ี
ดแู ลหวั ใจไว้ให้ดี
หา่ งกนั เสยี ทีเถิดท0ีรัก !
จลุ สารกระดานดํา หา่ ง 4
ริมชายหาด และเร/ืองอ/ืน ๆ
สงั คมแมช่ ี
ภาพประกอบ : Anaïs
ริมชายหาด
การมาถึงของเรือบนฝ0ังของเอริดานสุ เต็มไปด้วยข่าวร้าย สายลม
ท0ีพดั มาจากทิศตะวนั ออกพร้อมกลน0ิ ไอทะเลไล้ไปตามชดุ คลมุ ขาดหวิ0น แต่
อาเรียไม่สามารถรับรู้มนั ได้อีกแล้ว มีเพียงกล0ินนําK ตาที0เอ่อล้นจนเต็มอก
ผสานกบั กลิ0มขมราวกบั เถ้าท0ีอดั แน่นอย่เู ต็มจมกู เท่านนัK ซิสเตอร์วางมือลง
บนไหล่ของอาเรีย มือของเธอบีบไหล่อาเรียเบา ๆ ราวกับจะปลอบว่าไม่
เป็นไร แขกเหรื0อในงานต่างก็จ้องมองมาด้วยแววตาท0ีเศร้าสร้อย พวกเขารู้
ดีวา่ เรนาสาํ คญั กบั เธอมากแคไ่ หน
อาเรียสะอึกสะอืนK ต่อไปจนกระทงั0 งานเลิกลง เวลาผ่านไปได้สกั
พกั ก็เหลอื เพียงตวั เธอที0นงั0 กอดเขา่ อยใู่ ต้ต้นเมเปิลสงู ใหญ่ เธอนงั0 อยตู่ รงนนัK
จนเสยี งแมลงรํ0าร้องบอกถงึ เวลาสนธยาที0ใกล้เข้ามา
ท้องฟ้าคอ่ ย ๆ มืด อาเรียลกุ ขนึ K ยืนด้วยกําลงั ที0อ่อนล้า เธอเดินไป
เร0ือย ๆ ผ่านทุ่งหญ้ าเขียวขจีท0ีขันK กลางระหว่างท้ องทะเลและผืนป่ า
บรรยากาศเริ0มเยน็ ขนึ K จนกระทงั0 เธอมาถงึ ชายหาด
จลุ สารกระดานดํา หา่ ง 7
เธอสมั ผสั ได้ถงึ ผืนทรายใต้เท้า ตลอดจนความชืนK ในอากาศ เสียง
ของสรรพสตั ว์ท0ีปรากฏกายออกมาในยามมืดคํ0า และกล0ินไอของทะเลที0
ค้นุ เคย ทะเลท0ีในวยั เด็กเธอเคยมาว0ิงเลน่ อย่างสนกุ สนาน เก็บเปลือกหอย
มากมายกลบั ไปเป็นของสะสม
อย่างไรก็ตามเธอไม่รู้ว่ามีอะไรอย่หู ลงั เส้นขอบฟ้านนั0 ส0ิงเดียวท0ี
เธอรับรู้และหวงั ให้เป็นเช่นนนัK มาตลอดคือการท0ีเรนาอย่ทู 0ีไหนสกั แห่งข้าง
นอก ไกลออกไปแสนไกล พร้อมที0จะกลบั มาให้เธอประหลาดใจในชว่ งเวลา
ที0คาดไม่ถึง ทว่าบดั นีคK วามหวาดกลวั ของเธอได้กลายเป็นความจริง เด็ก
สาวผ้เู ลน่ ไลจ่ บั อย่รู ิมขอบเหวได้ตกลงไปอย่างไม่มีวนั หวนกลบั ความวิตก
กงั วลทงัK มวลไมอ่ าจถกู ทบั กลบด้วยความหวงั ได้อีกตอ่ ไป
เธอก้าวขาไปอีกก้าวปลายเท้าสัมผัสกับคล0ืนที0ซัดสาด ส้นเท้า
สมั ผสั กบั ความชืนK ในผืนทราย ความทรงจําเก่า ๆ คอ่ ย ๆ ไหลย้อนกลบั มา
การไลจ่ บั หิ0งห้อยในป่ าชายเลน เลน่ ซอ่ นหาในท่งุ กว้าง ตลอดจน
การวิ0งไล่จบั ไปตามท่งุ ข้าวสาลี เรื0องราวที0ดําเนินอยู่ในยุคทองบดั นีไK ด้จบ
สนิ K ลง และไมม่ ีวนั ได้สานตอ่ ไมว่ า่ อีกนานเทา่ ใด
เธอนง&ั ลงบนผืนทราย รู้สึกถึงอารมณ์รุนแรงทีป& ะทอุ ยู่ในทรวงอก
อารมณ์ที&อยากจะกล่าวโทษอะไรสกั อย่าง หากแต่เธอก็รู้ดีว่ามนั เป็ นไป
ไม่ได้ โลกใบนีนJ นJั อ่อนโยนกว่าทีเ& ห็น และความบริสทุ ธMิของธรรมชาติเองก็
เท่าเทียมกบั ทุกผู้คน เรนาเองก็เช่นกนั เธอคือตวั ตนอนั เป็ นอิสระ เป็ น
บุคคลอีกบุคคลหนึ&งซึ&งอยู่บนเขตแดนที&แตกต่าง และเพราะเธอเป็ นเช่น
นนJั เอง จึงเป็นเรนาทีเ& ธอรกั
คล0ืนท0ีสาดใส่ทําให้เธอเปียกชุ่มไปทงัK ตวั เธอยังคงรู้สึกอยู่ ยังมี
ชีวิตอยู่ และเสยี งของชายหาดก็ยงั คงเวียนวนอยู่ เร0ือยไป และตลอดกาล
จลุ สารกระดานดํา หา่ ง 8
เส้นทาง
แดท่ างเธอปไู ว้จกั เดนิ ตอ่ หา่ ง 9
จะวอนขอให้สมนนัK -ปรารถนา
เม0ือดวงจนั ทร์ดาราวิบวบั มา
ก็ถงึ ยามลาจากสฟู่ า้ คราม
จะดมุ่ เดนิ บนทางอนั ทมนึ
จะลกุ ขนึ K ต้านตอ่ ตงัK คําถาม
แม้โลหิต ตดิ เหง0ือจนเร0ือจาง
จะมน0ั ถางทางทงึ K สเู่ ส้นชยั
จลุ สารกระดานดํา
ฤดใู บไม้ผลิ
๑................ ...ยามวสนั ต์... หา่ ง 10
ดอกไม้ผลดิ อกออกแล้ว
ดาราแพร้ วก็พรํ0าเพียงอาสญั
ให้ทอดถอนพินิจเพียงชีวนั
ให้ได้ปันนําK ตาทกุ ข์ ใต้หมดู่ าว
เพียงลมไลไ่ ล้มากระเพื0อมไหว
ให้จิตใจที0ตรอมทกุ ข์ได้เหินหาว
เพียงดวงหน้าท0ีตรึงไว้สกุ สกาว
ให้หยาดพราวพรมหญ้านําK ตาซมึ
เพียงดนตรีเร0ือยเอ0ือยคอยปลอบจิต
คอยความคดิ เฟ0ื องฟงุ้ ค้งุ เวหา
รอยทรงจําความฝันตลอดมา
ลอยพดั พาไปทงัK กบั สายลม
จลุ สารกระดานดํา
อธิษฐาน
วอนดวงดาววาววบั ผ้แู ววไหว...
โปรดสอ่ งแสงรําไรให้แก่ฉนั ...
เพ0ือทางนนัK ที0ทอดไว้ปลายชีวนั ...
ให้ถงึ ฝันที0คดิ ไว้สมใจปอง...
วอนดาราผ้รู ้อยคอยประดบั ...
โปรดพราวยบั เดน่ ซงึ K ไมเ่ ศร้าหมอง...
โปรดสอ่ งแสงเรืองรุ้งประเทืองทอง...
ให้ข้าผองส้ใู ช้ประดบั ใจ...
จลุ สารกระดานดํา หา่ ง 11
แววตา
เพียงแววตาที0วาววบั ในวนั นนัK
ให้โศกศลั ย์ตรึงจิตซงึ K จนวนั นี K
เพียงดวงเนตรท0ีคอยแคล้วมาแรมปี
ให้เป็นศรีตดิ ซงึ K ตรึงแก่ใจ
เพียงจะอยเู่ พื0อเป็นเกียรตใิ ห้โลกเลอื0 ง
ฤา เพียงเพ0ือมองวนั อนั สดใส
เพียงจะทอ่ งลมคล้อยขจรไกล
ให้หวน0ั ไหวเมื0อสะท้านนยั น์ตาเธอ
จลุ สารกระดานดํา หา่ ง 12
เหล้าย้อมจนั ทร์
ยามดวงจนั ทร์แวววบั ลอยขนึ K เดน่ หา่ ง 13
สอ่ งแสงเลน่ เพญ็ พราวค้างเวหา
ปลกุ ให้ลกุ ขนึ K (เดนิ )แรมยามนิทรา
รินสรุ าจอกนนัK ให้หมน่ ทราม
ยามเม0ือแสงทอสอ่ งข้ามเมฆหมน่
คืนวนั ขมเศร้าซานทงัK เราสาม
ยามเม0ือฟา้ ตะโกนก้องขม่ คําราม
ดารางามเร0ิมลบั แลลางเลอื น
ถงึ จอกหนงึ0 สนิ K แล้วยกตามตอ่
เฝา้ วอนขอดวงเดือนผ้ใู ดเหมือน
มิอาจเคียงจอกนนัK ให้ซดเตือน
มองเจ้าเลอื0 นเรียงคล้อยคอยตามใจ
ถงึ จอกสามลํานําให้ร้องขบั
ดาวก็ลบั ดวงเคลอื0 นเลอื0 นลานไข
เงากระพริบวิบวบั ตามแตใ่ จ
ให้สกุ ใสโลดครันK เม0ือเมามาย
จลุ สารกระดานดํา
ตะวนั มา เราจากภาพก็หมน่
ถงึ สขุ ป่ นทกุ ข์นนัK มิลาหาย
ไมอ่ าจตามตดิ ซงึ K ให้มลาย
ไมอ่ าจขวายเจ้านนัK คืนกลบั มา
แตค่ ํามน0ั ตดิ ไว้ยงั ตรึงอยู่
จกั เคียงคอู่ ีกครังK ให้มาหา
ข้ามแมน่ ําK แหง่ นนัK คําสญั ญา
ข้ามเวหาคงคาหมเู่ มฆเทา
จลุ สารกระดานดํา แรงบนั ดาลใจจาก Li Po : Drinking Alone by Moonlight
ฉบบั ทQีแปลในเกม
หา่ ง 14
ความสัมพนั ธ์ระยะสัน.
The B
ความสัมพนั ธ์ระยะสัน.
อาทิตย์อสั ดงสีส้มแดงสาดแสงสีแสดร้อนแรงทว2ั ท้องฟ้า ตวั ฉนั ท2ี
กบั หนงึ2 วนั ในการใช้ชีวิตวยั รุ่นตอนปลายในรัวA มหา’ลยั ก็ได้ผ่านพ้นไปอย่าง
เฉ2ือยชา ร่างกายท2ีปวดล้ากับการท2ีต้องน2ังฟังการบรรยายไม่ต2ํากว่าสาม
ชั2วโมงในวนั นีไA ด้กระซิบบอกฉันว่าเราควรไปพกั ผ่อนท2ีใดสกั แห่ง เม2ือคิด
เช่นนนัA ฉนั จงึ เร2ิมบิดหลงั ไปมา และพาร่างที2หมดอะไรตายอยากนีอA อกจาก
ห้องเรียนสีขาวอนั จืดชืดนีพA ร้อม ๆ กบั ผ้คู นอีกมากหน้าหลายตาที2ได้มาฟัง
บทเรียนแบบเดียวกนั กบั ฉนั
ฉันก้าวเดินด้วยฝีเท้าท2ีไร้กําลงั กับกระเป๋ าเป้สีดําสนิทที2พาดบน
ไหล่ทังA สองข้างได้ผ่านพ้นประตูบานเล็กสู่โถงใหญ่ใจกลางอาคารเรียน
ความสงู สี2ชนัA ขนาดใหญ่อนั เป็นอาคารเรียนรวมหลกั ของมหา’ลยั นี Aมองขนึ A
ไป ณ จุดสูงสุดนันA จะมีหลังคาทรงกลมโปร่งใสที2ฉายแสงกระทบของ
ท้องฟ้าลงมาส่พู ืนA ท2ีภายในนีไA ด้อยู่ แต่ด้วยความท2ีตอนนีเA ป็นยามเย็นของ
ฤดหู นาวอยู่ มนั จึงมีแสงลอดผ่านมาได้น้อยกว่าปกติที2มนั ควรเป็น ฉันจึง
หันคอลงมามองทิวทัศน์ในระดับพืนA ท2ีเดียวกันกับท2ีฉันยืนอยู่ ฉันเห็น
นกั ศึกษาในชุดลําลองมากมายหลายสีสนั เดินอย่คู ่กู นั ราวกบั สวนดอกไม้
ในเรือนกระจก วิสยั อนั มีชีวิตชีวากบั กล2ินอายของความเยาว์วยั ได้คละคล้งุ
อยู่ในใจของฉันท2ียืนอยู่ที2จุดเล็ก ๆ ของท2ีแห่งนีไA ด้รู้สึกถึงความอบอุ่นนันA
แม้วา่ ในตอนนีฉA นั จะอยเู่ พียงกายไร้ผ้ใู ดเคียงข้างก็ตามแต่
จลุ สารกระดานดํา หา่ ง 18
สายตาที2ว่างเปล่าของฉนั กวาดไปซ้ายขวาอย่างรวดเร็วเพื2อชมดู
ความวนุ่ วายในยามเลกิ เรียนนีรA าวกบั กระหายซงึ2 อะไรบางอยา่ ง ไมน่ านนกั
ฉนั ก็เห็นผ้หู ญิงคนหน2ึงพอจะค้นุ หน้าค้นุ ตาบ้าง เธอผ้มู ีผมสนัA สีดํากบั แก้ม
ท2ีกลมเป็นเอกลกั ษณ์ ก\ิบผมสีแดงสดสะดดุ ตากบั เสือA ยืดสีสดใสนนัA ทําให้
เธอดูโดดเด่นเหนือฝูงชนนับร้ อยท2ีเดินผ่านไปมา เธอคนนันA คือผู้หญิงท2ี
เรียนอย่สู าขาคณะเดียวกนั กบั ฉัน ฉันไม่รู้หรอกว่าเธอชื2ออะไร แต่ที2ฉันยงั
พอจําหน้าเธอคนนันA เพราะสาขาปรัชญาที2เราเรียนกันนันA มนั เป็นสาขาท2ี
เล็กมากสาขาหน2ึงในหม่สู าขาวิชานับร้ อยในรัวA มหา’ลยั นี A ผมจึงสามารถ
รับรู้ได้ว่าเรานนัA เป็นคนที2พอจะรู้จกั กนั บ้างแม้ว่าเราจะไม่เคยคยุ กนั เลยก็
ตามที
เธอคนนนัA และฉนั อยหู่ า่ งกนั ประมาณสามสบิ เมตรได้ เธอที2ยืนอยู่
ตรงนันA ไม่ไปไหนท่ามกลางเหล่านักศึกษาผู้มากด้วยความฝันเดินกัน
ขวกั ไขวค่ ล้ายกบั วา่ มนั คือมวลคลน2ื ของชายฝ2ังยามฤดรู ้อน สายตาจ้องมอง
ไปที2อีกฟากสวนทางกบั ปลายทางของทางออกอาคารอยา่ งมีความหวงั ราว
กับกําลงั รอคอยใครสกั คนอยู่ ดูแล้วเพ2ือน ๆ ของเธอคงจะเข้าห้องนําA ทํา
ธุระกันอยู่ละมงัA แต่นั2นมนั ก็ไม่ใช่เร2ืองอะไรที2ฉันอยากสนใจอยู่แล้ว ที2ฉัน
สนใจก็มีเพียงแคเ่ ธอคนนนัA ท2ียืนอยลู่ าํ พงั ไมต่ า่ งจากฉนั เทา่ นนัA
ไม่ใช่เพราะเหตุผลทางเพศเสน่หาหรืออะไรทํานองนันA หรอก
เพียงแตฉ่ นั ได้ยินผา่ น ๆ มาบ้างวา่ เพ2ือนร่วมรุ่นคนบางสว่ น - รวมถงึ เธอคน
นนัA ด้วย กําลงั จะเตรียมย้ายออกจากสาขานีเA มื2อผ่านพ้นเทอมการศกึ ษานี A
ไป มันเป็นเรื2องประหลาดอะไรบางอย่างท2ีเกิดขึนA เสมอในสาขาที2ฉันรํ2า
เรียนอยู่ เรื2องท2ีว่านนัA ก็คือเมื2อเวลาผ่านไปหลงั จากผ่านการสอบกลางภาค
แล้ว นักศึกษาของสาขานีนA ันA จะหายไปครึ2งหน2ึง และเม2ือเวลาผ่านไปจน
ครบปี นกั ศึกษาท2ีเหลืออย่จู ํานวนหยิบมือเหล่านนัA ก็จะหายไปอีกครึ2งหน2ึง
ซง2ึ นอกจากคนที2ย้ายไปอย่ใู นสาขาการเรียนอื2นที2เก2ียวข้องกบั ภาษาแล้ว ก็
ยงั มีคนท2ีซ2ิวไปศึกษาอยู่ในมหา’ลยั อ2ืนเลยเช่นกัน ฉันก็ไม่รู้หรอก ว่าพวก
เขาเหล่านันA ทําไมถึงตัดสินใจแบบนันA และไม่ได้อยากสนใจถึงเหตุผล
จลุ สารกระดานดํา หา่ ง 19
เหล่านนัA ด้วย แต่มนั ก็คงเป็นเรื2องดีสําหรับพวกเขาเหล่านนัA แล้วท2ีเลือกใน
ส2ิงที2ดีกว่า โดยเฉพาะกบั สาขาวิชาที2ไม่มีงานการมารองรับเมื2อเรียนจบไป
แนน่ อนอยา่ งวิชาปรัชญาหรืออะไรทํานองนนัA
ฉันจ้องมองเธออย่หู ่าง ๆ ในขณะที2อีกฟากของความคิดก็อยาก
ไปทกั ทายกบั เธอ มนั เป็นเร2ืองน่าเสียดายหากฉนั และเธอคนนนัA จะลาจาก
กนั โดยไม่ได้รู้จกั ช2ือกนั ถึงมนั จะเป็นเร2ืองท2ีเข้าใจได้ก็ตามที ไม่ใช่ทกุ คนใน
ชีวิตนีทA 2ีเรารู้สกึ ถกู คอแล้วจะรู้จกั หรือติดตอ่ กนั ตลอดไป - รู้จกั กนั ได้ไม่นาน
และจากไปโดยไม่หวนคิดถึงกัน ความสมั พนั ธ์อนั แสนสนัA มนั ก็มกั จะเป็น
เชน่ นีเAสมอ
แต่ไม่รูว่ามนั เป็นปาฏิหาริย์หรือลางสงั หรณ์อะไร เมื2อไม่ก2ีอึดใจ
ในห้วงความคิดนนัA ได้ผา่ นไป เธอคนนนัA ก็หนั มามองที2ฉนั กบั ใบหน้าที2ฉนั ทงัA
ค้นุ เคยและไมค่ ้นุ เคยในคราเดียวกนั ดวงตาที2บริสทุ ธิ_นนัA ได้ปะสบเข้ากบั ตา
ท2ีมืดคลําA ของฉนั ระยะหา่ งระหวา่ งเราสองนนัA แม้วา่ มนั จะไมใ่ ชใ่ กล้ ๆ ก็จริง
แตม่ นั ก็ไมไ่ ด้ไกลเกินกวา่ ที2ฉนั จะมองไมเ่ ห็นรอยยิมA นนัA ที2เธอมอบให้ฉนั มนั
เป็นรอยยิมA ท2ีแสนบริสทุ ธ_ิท2ีคนคนหนงึ2 จะมอบให้กนั ได้ มนั ไม่ได้เป็นรอยยิมA
แสนหวานที2เกิดจากความรู้สกึ ที2ร้อนแรง และไม่ได้เป็นรอยยิมA ที2เสแสร้งกนั
เพื2อให้บรรยากาศที2ชวนอดึ อดั จบลงไปให้เร็วไว แต่เป็นรอยยิมA ท2ีแฝงความ
อบอ่นุ ไว้ท2ีมมุ ปากอนั แสนเรียบง่ายนนัA ดเู หมือนว่าเธอเองก็จะจําฉันได้ว่า
ฉนั เป็นใครแม้วา่ เราจะไมเ่ คยได้สนทนากนั จริงจงั เลยสกั ครังA เดียว ฉนั ที2เห็น
เช่นนนัA จึงส่งยิมA และยกมือโบกไปมาทกั ทายเธอกลบั ไป แน่นอนว่ารอยยิมA
ของฉนั ไมม่ ีทางบริสทุ ธ_ิเทา่ ขอเธอได้ แตฉ่ นั อยากมอบมนั ให้เธออยา่ งจริงใจ
ท2ีสดุ เทา่ ท2ีจะทําได้
เธอโบกมือกลบั มาให้ฉันอีกครังA ด้วยยิมA ที2สว่างไสวกว่าเดิม ฉัน
จ้องมองมนั อย่างพอใจในความอบอ่นุ นนัA และคิดภาวนาว่าความสมั พนั ธ์
อนั แสนสนัA นีมA ีอะไรมากกว่านนัA แต่ฉันก็ไม่ได้มีความพยายามขนาดนนัA ท2ี
จะพาขยบั ขาของตนแล้วก้าวไปหาเธอเพ2ือถามแม้เพียงชื2อเธอผู้ร่าเริงคน
จลุ สารกระดานดํา หา่ ง 20
นนัA ไมเ่ ลยแม้แตน่ ้อย เราสองจงึ ทําได้เพียงมองตากนั ตอ่ และทกั ทายกนั อยู่
อย่างนนัA วินาทีต่อวินาที นาทีต่อนาที และไม่นานต่อจากนนัA ฉันก็เห็นคน
กล่มุ หนึ2งท2ีฉันพอจะคุ้นหน้าบ้างเดินไปที2เธออย่างพร้ อมเพรียงกัน ดูแล้ว
น่าจะเป็นเพ2ือน ๆ ท2ีสนิทใจกันของเธอคนนนัA ความสนใจของเธอเปล2ียน
จากฉันไปเป็นกล่มุ ของเพื2อนเธอในแทบจะทนั ที เธอคยุ กนั ในเร2ืองท2ีไม่ใช่
ธุระของฉันอยู่ตรงนันA ไม่นาน แล้วพวกเธอก็เริ2มเดินจากไปโดยไม่หัน
กลบั มา
ฉันจ้ องมองเธอถูกคล2ืนของมวลชนกลืนหายเข้ าไปในขณะท2ีฉัน
ยงั คงยืนโบกมืออย่ทู ี2เบือA งหลงั ของเธอ รอยยิมA ที2มีชีวิตชีวายงั คงปรากฏใน
สายตาฉนั ในยามท2ีเธอหนั หลงั จากไปโดยไม่มีแม้แตป่ ระโยคอําลาให้กนั นี2
ไม่ใช่ครังA แรกที2ฉนั ต้องบอกลาจากกบั คนแปลกหน้า แต่ครังA นีมA นั อดไม่ได้ท2ี
จะเสียดายกับมิตรภาพท2ีมนั ควรจะแน่นแฟ้นย2ิงกว่านี A อย่างน้อย ๆ ฉันก็
ควรจะรู้จกั ช2ือของเธอคนนนัA และในขณะที2ฉนั กําลงั นึกเสียดายกบั ส2ิงท2ีฉนั
ไมอ่ าจได้ทํา มิตรภาพอนั แสนสนัA ของเราก็จบลงไปเสยี แล้ว
ฉันเดินมาที2จักรยานส่วนตัวของตนหน้ าอาคารเรี ยนรวมพลาง
มองหาคนคุ้นหน้าคนนันA แต่ดูเหมือนเธอจะเดินไปไกลแสนไกลแล้ว ฉัน
เลยไม่ได้ใส่ใจอะไรอีก ว่าแล้วก็ปลดล๊อคจกั รยานด้วนรหสั ที2มีเพียงฉนั คน
เดียวท2ีรู้มนั เวลาตอนนีไA ม่ได้เย็นมาก แต่ด้วยความที2มนั เป็นช่วงสินA ปีที2ลม
หนาวเข้ามากระทบกายใครต่อใคร ดวงตะวนั จึงลบั ฟ้าไปเร็วไวกว่าปกติ
ราวมันเองก็รู้สึกสบายไปกับลมอ่อนที2แสนสบายนี A ฉันเข็นรถสองล้อ
ออกมาจากซอกเหล็กสําหรับจอดมนั พร้อมหย่อนบนัA ท้ายท2ีแข็งราวกบั ไม้
อดั ลงไปนง2ั ท2ีมนั แล้วป2ันมนั ไปตามทางท2ีถูกกําหนดไว้ให้เฉพาะจกั รยาน
เทา่ นนัA ที2ใช้ได้ออกไปสถู่ นนใหญ่
ด้วยเวลาสี2โมงเย็นกว่า ๆ ถนนสายหลกั ที2นําทางผ้คู นออกส่ถู นน
ภายนอกจึงหนาแน่นไปด้วยรถน้อยใหญ่จากนักศึกษาที2ทยอยกลบั ที2พกั
อาศยั หรือต้องไปทําอยา่ งอื2นกนั มนั เป็นภาพที2ชินตาไปแล้วกบั การจราจรที2
จลุ สารกระดานดํา หา่ ง 21
ติดขดั น่าอดึ อดั ท2ีประตเู ชียงรากหนงึ2 ฉนั มองมนั พร้อมกบั ความคิดท2ีควรจะ
หลีกเล2ียงมนั ไปแม้ว่าฉนั จะใช้จกั รยานอย่กู ็ตาม แต่ฉนั ก็ไม่อยากจะเข้าไป
ย่งุ กบั เรื2องว่นุ วายแม้เพียงชวั2 ครุ่เดียวก็ตาม ฉันจึงเลือกใช้อีกเส้นทางที2ไม่
ต้องไปยุ่งกับฝูงชนสี2ล้อพวกนันA ฉันปั2นจักรยานเก่า ๆ ข้ามถนนที2ติดกับ
อาคารเรียนรวม ไปสู่ทางเชื2อมสําหรับจักรยานและคนเดินเท้าท2ีอยู่ติด
ระหว่างอาคารเรียนรวมสองและอาคารสําหรับคณะสงั คมสงเคราะห์แทน
ปั2นไปตามทางท2ีมีหลงั คาสีส้มตรงไปเย2ียงรถจกั รที2ขบั เคล2อื นไปตามราง ฉนั
ย2ืนใบหน้าออกไปข้างหน้าเล็กน้อยเพ2ือรับอุณหภูมิที2แสนช2ืนใจนีใA ห้เต็ม
ปอด มันเป็นความรู้สึกท2ีหาได้ยากสําหรับประเทศไทยท2ีร้ อนแทบจะ
ตลอดเวลา ฉนั จึงอยากรับมนั ไว้ให้มากท2ีสดุ เท่าท2ีจะมากได้ก่อนท2ีวนั เวลา
จะผา่ นพ้นไปสวู่ นั ที2ร้อนระอสุ ดุ หวั ใจจะมาถงึ อีกครังA
ปั2นตามทางมาได้สกั ระยะ ฉนั ก็มาจอดอีกครังA ที2ถนนหน้าอาคาร
บรรยายรวม ที2น2ีเองแม้รถจะไม่ติดมาก แต่การจราจรก็ติดขดั พอตวั ฉัดท2ี
จอดอย่ตู ิดกบั อาคารศนู ย์การเรียนรู้ที2ไม่มีอะไรทําระหว่างรถยนต์หลากสี
หลายแบรนด์ผ่านไปมาเลยมองลอดเข่าไปข้างในอาคาร แล้วมองเห็น
นกั ศึกษามากมายเดินกนั ขวกั ไขว่อย่ภู ายใน ดแู ล้วคงกําลงั เตรียมตวั สอบ
ไฟนอลกนั อย่เู ป็นแน่ มนั เป็นภาพที2น่าตื2นเต้นสําหรับเด็กปีหนึ2งอย่างฉันที2
ออ่ นประสบการณ์ของความ “เป็นตาย” ในชว่ งเวลานีพA อสมควร เลยไมร่ ู้วา่
การต้องรีบเร่งยดั เอาข้อมลู จํานวนมากเข้าหวั นนัA มนั เป็นอยา่ งไร แตก่ ็เข้าใจ
ได้ว่ามนั ต้องเป็นอะไรที2ทงัA ทรมานและต้องใช้ความอดทนสงู มากแน่ ๆ จริง
อยู่ที2ไม่ใช่ทุกคนท2ีจะสมหวังกับการสอบ แต่ฉันอยากให้พวกเขาผู้มาก
ความพยายามเหลา่ นนัA ผา่ นพ้นมนั ไปได้ด้วยดีนะ ฉนั หวงั เชน่ นนัA
ฉันและมิตรสหายที2ไม่ร้ ู นามกําลังรอให้ ถนนท2ีอยู่ตรงหน้ าว่าง
เปล่าปลอดภยั อยู่มาสกั ระยะ เขาเป็นคนหนุ่มในชุดเคร2ืองแบบนกั ศึกษา
นาฬิกาแบบไขลานที2ดูมีราคา เสือA ผ้าหน้าผมสะอาดสะอ้าน และแว่น
สายตาทรงกลมสีขาวท2ีดสู ภุ าพ ดแู ล้วเป็นคนที2มีการศึกษาและสงู ศกั ด_ิยิ2ง
กว่าฉันเป็นอย่างมากแม้ว่าเราจะอยู่ในมหา’ลัยเดียวกันก็ตาม แม้แต่
จลุ สารกระดานดํา หา่ ง 22
จกั รยานสีดํารูปทรงทนั สมยั นนัA ก็ยงั มีรัศมีมากกว่าจกั รยานแม่บ้านมือสอง
สนิมเขราะของฉนั เสียอีก หากไม่ใช่เวลาในการรอทางจราจรเช่นนี Aฉนั ก็ไม่
อาจจินตนาการได้เลยว่าคนอย่างฉนั จะได้มีวาศนามาอย่เู คียงข้างคนมาก
บารมีเช่นนีไA ด้เช่นไร ระหวา่ งที2ฉนั คิดเรื2อยเป2ือยอยนู่ นัA เขาก็หนั มามองที2ฉนั
โดยบงั เอิญ ในสายตาของชายคนนนัA ที2เห็นฉันจ้องมองเขาอย่างไม่ลดละ
แบบนนัA เขาคงคิดในใจว่า ‘ไอ้นี2มนั เป็นอะไรของมนั ’ อย่เู ป็นแน่ ฉนั จงึ พยกั
หน้าเล็กน้อยเพื2อทกั ทายเขาแล้วแสยะยิมA เล็ก ๆ เพ2ือแสดงความเป็นมิตร
เขาทีเห็นเช่นนนัA จึงพยกั หน้ารับตอบแล้วหนั ไปมองถนนเช่นเดิมโดยไม่พดู
อะไรอีก สําหรับคนแปลกหน้ากันแล้ว น2ีคงเป็นสิ2งเดียวท2ีจะทํากันได้ ว่า
แล้วฉนั ก็ละสายตาจากเขาไป
ถนนโล่งแล้ว ฉันและเขาออกตวั พร้ อมกันเหมือนกับการแข่งรถ
กรังปรีซ์ เราตีค่กู นั เข้าทางลาดส่ทู างจกั รยานหลงั อาคารบรรยายรวม เม2ือ
ถึงทางแยก เขาคนนนัA เลียA วขวาเข้าไปในตวั อาคาร ดเู หมือนเขาจะยงั มีการ
เรียนหรือกิจกรรมทางการศกึ ษารอเขาอยู่ ในขณะที2ฉนั เลียA วซ้ายไปอีกทาง
เพื2อพกั จิตผ่อนใจให้สบายกายและใจ และเขาและฉนั ก็จากกนั ไปโดยไม่มี
โอกาศได้รู้จกั กนั อีกเลย
ฉันเดินทางมาถึงที2หน้าร้ านหนังสือของมหา’ลัย ตรงข้ามโรง
อาคารกรีน หอพกั ภายในกบั ฉนั อยไู่ มไ่ กลกนั มากหากเทียบกบั ตอนที2ยงั อยู่
ที2อาคารเรียนรวมก่อนหน้า ความเหนื2อยและงว่ งอยหู่ นอ่ ย ๆ พอได้ออกแรง
แล้วย2ิงทําให้ความเหนื2อยล้าท2ีสะสมมาทังA วันได้กําเริบหนักจนฉันเร2ิม
เหน2ือยหอบออกจากปาก ฉนั คิดว่าฉนั ควรจะพกั เสียตรงนีจA ะดีกว่า ว่าแล้ว
ก็ฉนั ก็กดเบรกที2สายมนั มีสนิมเกราะจนจกั รยานเสียงดงั เอ\ียดลนั2 ทางเดินท2ี
ไร้ผ้คู น จอดมนั ไว้ท2ีจดุ จอดที2ใกล้ตวั ท2ีสดุ แล้วเดินเข้าร้านกาแฟที2เป็นศาลา
ตงัA โดดเด2ียวอยรู่ ้านเดียวใต้ต้นไม้น้อยใหญ่
มันเป็นร้ านกาแฟโบราณท2ีดูธรรมดาไม่มีอะไรโดดเด่นนักหาก
เทียบกบั ร้านกาแฟนบั สิบที2เปิดอย่ทู วั2 ไปในพืนA ท2ีมหา’ลยั ร้านนีมA ีพืนA ที2ของ
จลุ สารกระดานดํา หา่ ง 23
ตัวเองเป็นศาลาไม้ขนาดเล็ก มีโต๊ะหินอ่อนอยู่สามสี2ตัวตังA อยู่หลังร้ าน
ตกแตง่ ด้วยต้นไม้เลก็ ๆ อย่ทู ี2เคาน์เตอร์ เมนเู ขียนบนปา้ ยไวนิลด้วยกราฟิ ก
ธรรมดา ๆ เป็นร้ านท2ีมีพนักงานเพียงคนเดียวคือเจ้าของร้ าน และเพราะ
เช่นนนัA เอง ตอนนีรA ้านนีจA ึงปิดให้บริการของวนั นีไA ปตงัA นานแล้ว แต่ส2ิงที2ทํา
ให้ฉนั ตดั สิใจเข้ามาท2ีร้านนีไA ม่ใช่เพราะอยากด2ืมกาแฟเย็น ๆ หรือนมหวาน
หวาน ๆ สกั แก้วหรอก เพราะฉนั มาเพื2อหาใครสกั คนตา่ งหาก
“สวสั ดีครับพี2มาลี วนั นีกA ็มาน2ังอยู่ท2ีเดิมเหมือนเดิมเลยนะครับ”
ฉนั กลา่ วออกไปหลงั จากเหน็ ชายฉกรรจ์คนนนัA ท2ีฉนั ค้นุ เคย เขามีร่างกายสงู
ใหญ่ ผมยาวย่งุ เหยิงถึงบ่า เสือA ยืดกบั กางเกงขาสนัA ที2ใส่ทําให้เรารู้ได้ทนั ที
วา่ เขาเป็นคนที2ไมไ่ ด้ใสใ่ จกบั รูปลกั ษณ์ภายนอกเทา่ ไรนกั เขานงั2 อยกู่ บั กอง
หนังสือขนาดใหญ่ท2ีเต็มไปด้ วยหนังสือประวัติศาสตร์ ศาสนา และ
วรรณกรรม พร้ อมกับแล็บท๊อปขนาดเล็กท2ีหน้ าจอแสดงผลข้อความ
ปริมาณมากอยู่ ของพวกนันA บ่งบอกถึงสาขาที2เขาเรียนอยู่ได้ดีว่าเขามา
จากเอกประวตั ิศาสตร์ ดแู ล้วเขาเองก็เป็นอีกคนที2กําลงั เผชิญกบั ชว่ งเวลาท2ี
ยากลําบากเหมือนกนั
เราสองคนรู้จักกันเม2ือนานมาแล้ ว นานกว่าท2ีฉันจะได้ เป็ น
นกั ศกึ ษาอย่างเป็นทางการของที2นี2เสียอีก ฉนั ยงั จําครังA แรกที2เราได้สนทนา
กนั ได้เป็นอยา่ งดี ฉนั ได้รู้จกั กบั เขาผ่านคําแนะนําของคนท2ีฉนั รู้จกั อีกที ครังA
แรกที2ฉนั ได้พบเจอกบั เขาคือตอนที2พ2ีชายในเสือA ยืดขาวกําลงั สบู บหุ รี2อย่ใู น
ท2ีของมัน รูปลักษณ์ที2ดูน่าเกรงขามทําฉันรู้สึกกังวลในแรกพบก็จริง แต่
หลังจากนันA ฉันก็รับรู้ได้ว่าเขาคืออัจฉริยะคนหนึ2ง เราน2ังคุยเรื2องต่าง ๆ
นานากัน ไม่ว่าจะเป็ นปรัชญา, ประวัติศาสตร์ , วรรณกรรมของ
สไตน์เบ๊คเรื2องดังท2ีทําให้เขาได้รางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม และเร2ือง
สพั เพเหระต่าง ๆ รู้ตัวกันอีกที เราก็คุยกันจนเวลาผ่านไปนานเป็นหลกั
ชว2ั โมงแล้ว
จลุ สารกระดานดํา หา่ ง 24
“อ่าวว่าไง นงั2 ลงก่อนสิ” เขากลา่ วในขณะสายตายงั คงจบั จ้องอยู่
ที2คอมพิวเตอร์พกพาเครื2องนันA ในขณะที2มือยังคงพิมพ์คีย์บอร์ดอย่าง
รวดเร็ว ฉันนงั2 พกั ตรงข้ามกับเขาพร้ อมกับหยิบเปเปอร์ของตวั เองมาอ่าน
เราตา่ งใช้เวลาของตนใต้ต้นไม้ที2ร่มร2ืนชื2นใจนี Aแสงแดดแสนอนุ่ ของตอนเยน็
กระทบกับลมเย็น ๆ จนกลายเป็นความรู้สึกดีที2อยู่ตรงกลางของสองขัวA
อณุ หภมู ิ ฉนั สดู หายใจเข้าไปฟอดใหญ่เพ2ือหวงั อากาศบริสทุ ธิ_ แตส่ ิงที2ตอ่ ม
รับกลน2ิ ฉนั สมั ผสั ได้ก็กลนิ2 ของบหุ รี2
มนั เป็นความพิเศษของท2ีนี2อย่างหนึ2ง ตรงท2ีคณุ สามารถสบู บุหรี2
ในบริเวณร้ านได้ ขอแค่เป็นช่วงเวลาที2ร้ านปิดแล้วและไม่มีลูกค้าคนอื2น
หลงเหลืออยู่ และรักษาความสะอาดให้กบั น้าเจ้าของร้านก็เท่านนัA ฉนั มอง
ไปที2ต้นตอของกลิ2นท2ีอยู่ตรงตอไม้ที2มีที2เข2ียบุหรี2วางไว้อยู่ ฉันเห็นก้นบุหรี2
กองอย่ใู นนนัA ไม่ตํ2ากว่าสี2มวนได้ในสภาพที2หมดสินA ความเป็นบหุ รี2ไปแล้ว ดู
แล้วถ้าไม่ใช่ว่ามีคนอ2ืนมาสบู บ้าง เขาก็คงมานง2ั อยู่ที2นี2มานานพอสมควร
แล้ว แตถ่ งึ คําตอบจะเป็นแบบไหน มนั ก็ไมใ่ ชธ่ รุ ะของฉนั อยดู่ ี
“งานพ2ีเป็นไงบ้างอะ่ ” ฉนั ถามอยา่ งสงสยั
“อ๋อ ก็เรื2อย ๆ ว่ะ ตัวเนือA หาอ่ะใกล้เสร็จแล้ว แต่รายละเอียดท2ี
เหลือก็ยังต้องทําอีกเยอะอยู่” เขากล่าวพร้ อมกับบิดไหล่ไปมาเพื2อคลาย
ความปวดเมื2อย
“เออพี2มาลี ข้อมลู ที2พ2ีให้มาวนั ก่อนอ่ะ ผมเอาไปใช้ในการโต้วาที
ในคลาสเมื2อวานนีดA ้วยนะ”
“เออ แล้วเป็นไงบ้างวะ?” เขาถามกลบั มา
“แพ้ยบั ว่ะพี2 เหอะ ๆ” ผมตอบ “แต่ไม่ได้เพราะเนือA หามนั อ่อนนะ
ผมแคเ่ ตรียมตวั ไปไมด่ ีพอเฉย ๆ ครังA นีมA นั เป็นครังA แรกท2ีผมโต้วาทีแบบสาม
คนจริง ๆ ด้วยไง เลยไมร่ ู้วา่ มนั ต้องทําอะไรยงั ไงบ้าง”
จลุ สารกระดานดํา หา่ ง 25
“ปกติน่า” เขาตอบกลับมาพร้ อมด้วยรอยยิมA มุมเล็กๆมุมปาก
“เรื2องของ ‘ การแข่งขัน’ อ่ะนะ มันไม่ได้ขึนA อยู่กับความแม่นยําหรือฝีมือ
อยา่ งเดียวอยแู่ ล้ว ความพร้อมและโชคเองก็เป็นอีกหนง2ึ ความสามารถที2มงึ
ต้องเรียนรู้ ฝึกมันให้ชินเถอะ” เขาพูดมันออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ
นําA เสียงท2ีเนิบนาบนันA ทําให้ฉันรู้ว่ามนั เป็นคําพูดท2ีออกมาจากใจ ไม่ผ่าน
การประดิษฐ์ทําแต่อย่างใด เขาพดู มนั ออกมาด้วยความเข้าใจถึงแก่นของ
คําวา่ ‘การแขง่ ขนั ’ โดยแท้จริง
“ก็จริง” ผมเอ่ยต่อ “ผมเองก็ไม่ได้เข้าใจจุดประสงค์ของการ
‘โต้วาที’ ด้วยละ่ มงัA เลยไมไ่ ด้ใสใ่ จมนั ให้มากพอ”
“ทําไมคิดงนัA วะ?” พี2ชายคนใกล้ตวั ถามอย่างฉงน พร้อมกบั ควกั
เอาบหุ ร2ีออกมาหนงึ2 มวนจากกระเป๋ าเสือA แจ๊กเก๊ทยีนส์ตวั โปรดของเขา แล้ว
จดุ มนั ด้วยไฟแช๊กสีม่วงทึบแสงในชณะท2ีเขาได้คาบมนั ปากท2ีปกคลมุ ด้วย
หนวดอนั หยกั ศกของเขา
“สําหรับผมแล้ว ‘การพูดคุย’ กันมันควรเป็นเวลาสําหรับการ
แลกเปลี2ยนกนั ความคิดเห็น หรือไม่ก็การสร้างความเข้าใจกนั มากกว่าอ่ะ
นะ พอเอากติกาการแข่งขันใส่เข้ าไปมันแล้ ว จุดประสงค์ของมันก็
เปลี2ยนเป็นการพูดคุยเพ2ือเอาชนะไปไม่หรือไงกัน? ผมไม่คิดว่าน2ันเป็น
วิธีการหาจดุ ร่วมท2ีดีเทา่ ไรนะ โดยเฉพาะกบั วิชาเชิงปรัชญาท2ีไมม่ ีความเช2ือ
ไหนไร้ข้อบกพร่องเลยด้วยแล้วเนี2ยยิ2งแล้วใหญ่ ผมแอบสงสยั เหมือนกนั นะ
ว่าทําไมพวกนกั คิดถึงไม่สามารถร่วมมือกนั อย่างจริงจงั เพ2ือแก้ปัญหาเชิง
จริยธรรมคําถามสาํ คญั ๆ ได้ ผมไมเ่ ข้าใจจริง ๆ”
ฉันรําพนั ความไม่เข้าใจของฉันออกมาจากใจอย่างหมดเปลือก
ในขณะท2ีพี2มาลีกําลงั ดดู ควนั จากบหุ ร2ีมวนนนัA ลงคอไปอย่างเชี2ยวชาญ เขา
หนั หลงั ให้ฉันไประยะนึงเพ2ือพ่นมนั ออกจากจมกู และเมื2อเขาหนั กลบั มา
เขาก็ยงั ไม่ได้พูดอะไรออกมาราวกับกําลงั ประมวลผลข้อมลู อยู่หรืออะไร
ประมาณนนัA การท2ีเขาเว้นช่องไฟในการสนทนาแบบนีนA นัA ทําให้ฉันล้นุ อยู่
จลุ สารกระดานดํา หา่ ง 26
เสมอว่าเขาจะตอบกลับมาประมาณไหน เป็นช่วงเวลาที2กดดันอย่างไร้
เหตผุ ลดีในความคดิ ของฉนั
“กูว่านะ” เขาเริ2มตอบ “การโต้วาทีมนั ก็ไม่ได้แย่ไปสะทีเดียวอ่ะ
จริงอยโู่ ดยภาพรวมมนั ก็ไมต่ า่ งกบั การยกระดบั การเถียงกนั ให้ซีเรียสขนึ A ไป
อีกระดบั แต่มนั เป็นการเถียงกนั ที2มีคนได้รับประโยชน์อ่ะมึง ผ้พู ดู เองก็ทงัA
ต้องเตรียมความพร้ อมทงัA ข้อมลู นําเสนอและโต้แย้ง การใช้วาทศิลป์ เพ2ือ
ยอ่ ยแก่นสารให้ผ้ฟู ังทงัA เข้าใจและอยากฟังการโต้แย้งของเราอยา่ งตงัA ใจ อีก
ทังA ผู้ฟังก็ได้ไตร่ตรองความคิดเห็นของคนหลาย ๆ ฝ่ ายและตกตะกอน
ความคิดด้วยตวั ของพวกเขาเอง กวู ่ามนั ก็ยงั มีอะไรให้คิดได้อย่นู ะ ตราบที2
มนั ไมไ่ ด้เป็นการแขง่ ขนั แบบกีฬาจนจดุ ประสงค์ของมนั ผิดแปลกไปกวา่ นี”A
“อีกอย่าง คือมึงต้องเข้าใจด้วยอ่ะว่าคนเรามนั หลากหลายและ
ซับซ้ อนกว่าจะเข้ าใจกันได้ ผ่านสนทนาเพียงไม่ก2ีนาที เครื อข่าย
ความสัมพันธ์ที2โยงใยในการบ่งบอกว่าเราเป็ นเรานันA มันมีมากมาย
ความสมั พนั ธ์ของใครสกั คนท2ีมีต่อครอบครัวของพวกเขา, สถาบนั , ชาติ
พนั ธ์ุ, สภาพแวดล้อม และผ้คู นมากหน้าหลายตาที2ผ่านไปมาในชีวิต ของ
พวกนนัA มนั ส่งผลต่อความเช2ือ, ทศั นคติ, จุดยืน, อปุ นิสยั และให้ค่าต่อสิ2ง
ต่าง ๆ การจะมานงั2 ไตรตรองความเห็นสองฝ2ังท2ีแตกต่างกันขนาดนนัA เลย
เป็นไปได้ยาก โดยเฉพาะกบั พวกสายวิชาปรัชญาหรือสายวิชาการอ2ืน ๆ ที2
ต้องมีจุดยืนที2หนักแน่นในระดบั นึงถึงจะทําให้งานเขียนของตนดูมีความ
น่าเช2ือถือแล้ว มันเลยเป็นไปได้ยากท2ีจะทําอย่างที2มึงบอกอ่ะ แต่กูชอบ
ไอเดียนะท2ีพวกนกั ปรัชญาควรทํางานเป็นทีมอ่ะ ถ้าทําได้อย่าวา่ แตป่ ัญหา
จริยธรรมเลย แม้แต่การไขปริศนาอย่างว่า’ความเป็นจริงอนั เป็นสากลคือ
อะไร’ก็อาจจะทําได้ด้วยซําA ”
เ ข า หัว เ ร า ะ ร่ า ห ลัง จ า ก วิ พ า ก ษ์ แ น ว คิ ด คํ า ถ า ม ข อ ง ฉัน อ ย่ า ง
ละเอียดและง่ายดายราวกับพ่อสอนลกู ว่าความแตกต่างของตวั ฎ กับ ฏ
คืออะไร ฉนั จ้องมองเขาท2ีดดู บหุ ร2ีราวกบั ผ้มู ีชยั ด้วยความรู้สกึ ที2นบั ถือจาก
จลุ สารกระดานดํา หา่ ง 27
ใจไม่ใช่แคร่ ะดบั ความอาวโุ สท2ีมากกวา่ ฉนั เพียงไม่กี2ปีเท่านนัA แตเ่ ป็นความ
เลอื2 มใสเลก็ ๆ ตอ่ ความรู้ที2เขามอบให้ฉนั โดยไมน่ กึ หวงแหนแตอ่ ยา่ งใด
“ว่าแล้ว่าพี2ต้องมีอะไรให้ผมได้แปลกใจเสมอ ผมต้องเรียนขนาด
ไหนถึงจะฉลาดได้เท่าพี2วะเนี2ย” ฉันท2ีไม่อาจอดกลนัA ความนบั ถือนีไA ด้เอ่ย
ปากชมพี2มาลจี ากใจ
“บ้าบอ กกู ็ไมไ่ ด้ฉลาดขนาดนนัA ” เขาอ้วมรับอยา่ งถ่อมตน “กวู า่
จะเรียนตอ่ ปริญญาโทตอ่ อยู่ ยงั มีเร2ืองกอู ยากเรียนอยอู่ ีกเยอะไปหมดกวา่
จะออกมาทํางานได้”
“เอาจริงดิ?” ฉันประหลาดใจ “ได้เรียนต่อที2นี2หรือเปล่าอ่ะ จะ
ได้มานง2ั คยุ กนั ตรงนีอA ีก”
“โทษทีว่ะ แต่กไู ม่ได้เรียนท2ีนี2ต่อแล้วอ่ะดิ” เขาตอบด้วยนําA เสียงท2ี
ปกติราวกับมนั เป็นเรื2องท2ีตดั สินใจไว้นานมาแล้ว “ใจจริงก็อยากเรียนอยู่
ที2น2ีเหมือนเดิมแหละ แต่ว่ากอู ยากศกึ ษาพวกประวตั ิศาสตร์กบั วฒั นธรรม
ภาคเหนืออ่ะดิ กเู ลยว่าจะไปเลยท2ีที2มนั มีหลกั สตู รรองรับเรื2องนี”A พ2ีชายคน
นนัA อธิบายไปพร้อมกบั เขี2ยบหุ รี2ที2สงู จนเหลือถึงก้นกรองทิงA ไป หลกั การของ
เขาก็ยังคงเรียบง่ายไม่ซับซ้อนเหมือนกับเร2ืองอื2น ๆ ของเขา มันคงเป็น
ธรรมชาติของคนฉลาดที2จะไม่ทําอะไรให้มนั ย่งุ ยากไปมากกว่าเรื2องที2พวก
เขากําลงั สนใจอยแู่ ล้ว เชน่ นนัA ก็ไมม่ ีท2ีฉนั จะแปลกใจ
“โอ้… งีนA 2ีเอง” ฉนั ตอบรับเหตผุ ลของเขาไปโดยไม่อาจซ้อนความ
เสียดายในใจได้ เม2ือไม่ก2ีนาทีก่อน ฉันเพิ2งลาจากกับเพื2อนท2ีเคยน2ังเรียน
ด้วยกันเมื2อไม่นานนัก มาตอนนีกA ็ได้รับรู้ว่าคนที2ฉันนับถือที2สุดในหมู่
นกั ศกึ ษาด้วยกนั ก็จะจากกนั ไปไกลอีกคนหนง2ึ แล้ว ฉนั นง2ั อย่กู บั ม้าหินออ่ น
ท2ีเย็นเฉียบโดยไม่พดู อะไรไปมากกว่านนัA และคํานึงถึงความสมั พนั ธ์ระยะ
สนัA มากมายในชีวิตนีทA 2ีผ่านมาและผ่านไป มีอยู่หลายครังA ที2ฉันจากลากับ
จลุ สารกระดานดํา หา่ ง 28
ผ้คู นมากมายโดยยงั มีความรู้สกึ หลากหลายที2ค้างอยใู่ นใจ คนแล้วคนเลา่ ท2ี
ฉนั ไมไ่ ด้บอกลาอยา่ งเป็นทางการและหายขาดกนั โดยไมม่ ีโอกาสพบกนั อีก
เป็นครังA ท2ีสอง ความรู้สึกติดค้างเหล่านันA ยังคงวนเวียนอยู่ในใจให้หวน
ทบทวนถึงมนั ตลอดเวลา แต่กบั กรณีของพ2ีมาลีแล้ว ฉนั กลบั ไม่รู้สกึ เสียใจ
หรือคดิ วา่ จะต้องเสยี ใจเลยที2ต้องจากกนั เร็วเชน่ นี Aไมเ่ ลยสกั นิด
เพราะตงัA แต่ท2ีเราเจอกนั เม2ือนานมาแล้ว ในวนั นนัA มนั มีเหตอุ ะไร
บางอย่างท2ีฉันและเขาต้ องจากกันโดยที2ฉันไม่ได้ แม้ แต่ถามถึงช2ือเขาเลย
ด้ วยซําA ในชั2วขณะนันA ฉันกลับบ้ านโดยคิดมาตลอดว่าฉันได้ จบ
ความสมั พนั ธ์ระยะสนัA กบั คนที2สดุ ยอดขนาดนนัA โดยที2ไม่รู้ว่าจะได้มีโอกาส
กลบั มาเจอกนั อีกหรืออย่างไรก็ไม่อาจรู้ได้ ความรู้สกึ เสียดายได้กระซิบใน
หวั ฉนั เป็นบางครา แตฉ่ นั ก็ได้ตระหนกั ในสิ2งท2ียงั พอทําได้ในขณะนนัA ฉนั จงึ
เร2ิมพยายามอย่างจริงจังที2จะเข้ามาเรียนในมหา’ลัยแห่งนี A ไม่ใช่เพ2ือ
แสวงหาการศึกษาท2ีดี หรือชีวิตในอุดมศึกษาท2ีสมบูรณ์ แต่เพื2อเริ2มต้น
ความสมั พนั ธ์ระยะสนัA ม2ีจบไปอยา่ งนา่ เสียดายนนัA ใหมอ่ ีกครังA จากคนท2ีเคย
คยุ กนั กลบั กลายเป็นพี2น้องท2ีพง2ึ พากนั ได้และมิตรสหายในยามจําเป็นแล้ว
ไม่มีอะไรท2ีจะต้องนกึ เสียดายเหมือนเม2ือตอนนนัA อีกแล้ว ฉนั จงึ ไม่รู้สกึ อะไร
นอกจากวา่ มนั เป็นท2ีชว่ ยไมไ่ ด้เมื2อรู้วา่ จะต้องแยกจากกบั พี2ชายคนนีอA ีกครังA
ควนั บุหรี2เร2ิมจากไปจากสายตาพร้อมกบั ดวงตะวนั ที2ลบั ขอบฟ้า
สนิท ดวงไฟรอบๆตวั ฉันถกู เปิดขึนA ทีละดวงทีละดวง พ2ีมาลีก็คงรู้สึกได้ถึง
ความมืดที2เร2ิมมาถงึ เขาจงึ เริ2มเก็บข้าวเก็บของเข้าไปในกระเป๋ าสะพายข้าง
สีขาวที2เขามกั พกมนั ไปไหนตอ่ ไหนอยา่ งเคยชิน ฉนั ท2ีจ้องมองเขาอยโู่ ดยไม่
พดู อะไรได้คํานงึ ถึงวา่ ฉนั และเขาอาจจะอย่ดู ้วยกนั ในขีดจํากดั ของเวลาจงึ
ได้อยากทําอะไรบางอยา่ งร่วมกนั กบั เขา
“เออพี2 เย็นนีพA ี2ว่างปะ? ถ้ าว่างไปกินข้าวเย็นข้างหน้ามอกัน
เปลา่ ”
“เออ วา่ งดิ กําลงั หิวพอดีด้วย แล้วมงึ อยากไปกินอะไรอะ่ ?”
จลุ สารกระดานดํา หา่ ง 29
“เอาจริง ๆ ก็ไม่รู้เหมือนกนั ว่ะพี2 ชวนเองยงั ไม่รู้เลยว่าจะกินอะไร
ดี ฮา่ ๆ ๆ”
“เคยลองกินก๋วยเตlียวหน้าหอทวินทาวน์หรือยงั ล่ะ ร้านนนัA อร่อย
นะ หรือจะข้าวมนั ไก่ใต้กําA ก็โอเคนะ”
“พ2ีอยากกินร้านไหนเราก็ไปกินร้านนนัA นนั2 แหละ” ผมตอบพร้อม
กับลุกขึนA ยืนไปพร้ อม ๆ กับเขา ว่าแล้วเราก็เริ2มเดินคู่กันออกไปจากร้ าน
กาแฟที2ไร้ซง2ึ ผ้คู นไปด้วยกนั เราเดินเท้ากนั เป็นระยะทางกว่าหนึ2งกิโลเมตร
กวา่ ๆ ไปตามทางเท้าท2ีสลบั ซบั ซ้อนในพืนA ที2การศกึ ษาขนาดใหญ่ ออกไปสู่
ย่านท2ีพกั ท2ีเต็มไปด้วยผ้คู นมากมายท2ีออกมาพกั ผ่อนกนั หลงั จากผ่านหน2ึง
วันที2เหน็ดเหน2ือยกัน ถือเป็ นกิจวัตรของนักศึกษาที2นี2ไปแล้วกับชีวิต
กลางคืนที2สดุ เหวี2ยงเชน่ นี A
เราสองคนใช้เวลาร่วมกนั อยา่ งสนิทสนม นอกจากกินข้าวร่วมกนั
แล้ว เราก็ทงัA อ่านข่าวการเมืองของวนั นี,A พดู ถึงหนงั บล็อกบสั เตอร์ชื2อดงั ที2
กําลงั จะเข้าโรงหนงั , และเปลี2ยนประสบการณ์ความรักและผ้หู ญิงในอดุ ม
คติ, นินทาอาจารย์ในคณะ, อา่ นวรรณกรรมช2ือดงั ของเออเนสท์ เฮย์มิงเวย์
ร่วมกนั และหวั เราะด้วยกนั สนิทชิดเชือA เม2ือรู้ตวั อีกที เวลาตอนนีกA ็เกือบจะ
ถงึ วนั ใหมไ่ ปเสียแล้ว มนั คงเป็นเรื2องปกติที2เราจะรู้สกึ เวลาท2ีผา่ นไปไวกวา่ ที2
มนั ควรเป็นเมื2อเราอย่เู คียงข้างคนท2ีเรารู้สกึ ถกู ใจ ฉนั อดนึกสงสยั ไม่ได้เลย
วา่ หากเหลา่ ผ้คู นในความสมั พนั ธ์อนั แสนสนัA ที2จากฉนั ไปนนัA จะเป็นคนแบบ
ไหนเม2ือฉันมีโอกาสได้เร2ิมต้นใหม่อีกครังA ฉันจ้องมองไปที2ท้องฟ้าใต้ต้นไม้
ต้นประจํากบั ความสมั พนั ธ์ที2หนกั แน่น และคิดฝันว่าวนั พรุ่งนีมA นั จะยงั คง
ไมไ่ ปไหน…
จลุ สารกระดานดํา หา่ ง 30
ซากเมือง
ศวิ กร แรกรุ่น
ภาพประกอบ : Anaïs
ซากเมือง
หลงั จากนนั) ฉนั ผวาลมื ตาต0ืน หา่ ง 33
พลนั อยบู่ นความเป็นอื0น แสนหนืดเหนียว
และหลน่ ร่วงกลางชว่ งก้าวอนั กราวเกรียว
เพ0ือท0ีเสยี ) วจิตวิญญาณจะรานพงั
ชว0ั ทกุ ความหยดุ นิ0ง-สง0ิ ปลกู สร้าง
หีบความลบั กลบั ถกู วางกลางห้องขงั
ความเคลอื0 นไหวในความคดิ ถกู ปิดบงั
ฉนั ถอยหลงั ยืนอยบู่ นซากมนษุ ย์
ซากอนั ไร้ทิศทางจะยา่ งเยือ) ง
จงึ ปลดเปลอื ) งอดุ มการณ์ในท0ีสดุ
ซากอนั ปลอ่ ยอตั ลกั ษณ์หกั ชํารุด
นยั เรื0องเลา่ อนั พิสทุ ธUิจงึ เปลา่ กลวง
เม0ือไกลหา่ งจากพลงั การรับรู้
ความเป็นอยตู่ ามครรลองจงึ คล้องบว่ ง
สาํ นกึ เพ้อฝันอนั หลอกลวง
กลบั วกั จ้วงสบู ดนิ กินเป็นนม
จลุ สารกระดานดํา
จนอีกวนั ฉนั ผวาลมื ตาตื0น
ยงั อยบู่ นความเป็นอื0นแสนขื0นขม
เคยดวงหน้ าใสสกาวร้ าวระบม
จงึ ตดิ หลม่ อยา่ งไร้รากในซากเมือง
ยิ0งไกลหา่ งแสงฝันจนั ทร์ทายทกั
ไมร่ ู้จกั ตะวนั แผดแดดสเี หลอื ง
ที0ลมวกเข้าหบุ เขาก็เปลา่ เปลอื ง
ฉนั นอนเช0ืองในแผนที0แผน่ สที อง
เราก็ตา่ งหลบั ใหลในแดนนี )
หลกี ลแี ) สงวาดท0ีสาดสอ่ ง
น้อมรับวิหารจําลอง
ยงั ร่ายร้องไมร่ ู้เหน็ ความเป็นไป
เม0ือไกลหา่ งความจริงสง0ิ เป็นอยู่
เพียงตวั ตนการมีอยเู่ กินฝันใฝ่
หบุ เหว และหนทางถกู ถ่างไกล
จะเดนิ อยา่ งบอดใบ้ทางไหนกนั
จลุ สารกระดานดํา หา่ ง 34
โลกไกล ห่าง
ดเิ รก วงศ์กีรตเิ มธาวี
โลกไกล ห่าง
โลกเคลอ'ื นไหวไกลกวา่ ขอบฟา้ กนั4 หา่ ง 37
เทคโนโลยีเช'ือมตอ่ กนั นนั4 ลาํ 4 สมยั
ผกู โยงโครงสร้างเส้นทางไกล
เพื'ออยใู่ นสงั คมนิยมกนั
ต'ืนเช้า, โทรศพั ท์จบั สง'ิ แรก
ดอกไม้แตกก'ิงก้านหน้าบ้านนน'ั
นกร่ายร้องนอกหน้าตา่ งอยา่ งคืนวนั
เคยสมั ผสั สมั พนั ธ์กนั เรื'อยมา
เที'ยงวนั , ท้องร้องในห้องหบั
แอปพลเิ คชน'ั โทรศพั ท์ ฟ๊ ดู แพนด้า
“เตรียมช้อน-ส้อมพร้อมสง่ คณุ ลกู ค้า”
โปรโมชนั ลดราคาสบิ ห้าเปอร์เซน็ ต์
ยามคํ'า, นง'ั กินข้าวพร้อมขา่ วสาร
เคยพร้อมหน้าคนในบ้าน เคยได้เหน็
“ลกู กินข้าวได้แล้วน'ีมือ4 เยน็ ”
“ลกู ขอเลน่ อีกแป๊ บเดียวเดSียวไปกิน”
จลุ สารกระดานดํา
กิจวตั รวนเวียนไมเ่ ปลย'ี นผนั
ทา่ มกลางคืนและวนั อนั สญู สนิ 4
เคยเหน็ เคยรับรู้ เคยได้ยิน
ความเป็นอ'ืนจงึ ค้นุ ชินแทบสนิ 4 ใจ
โลกเคลอ'ื นไหวอยา่ งเช'ืองช้าบอกลาโลก
คืนวนั สขุ กลบั เศร้าโศกโลกเคลอื' นไหว
เดนิ ทางสคู่ วามมืดมิดสนิทนยั
สดู่ นิ แดนเวิง4 ฟา้ ใหญ่ไกลสดุ ตา
โลกเคลอื' นไหวไกลกวา่ ขอบฟา้ กนั4
แตล่ บล้างความสมั พนั ธ์อนั มีคา่
คนในบ้านเหมือนอยไู่ กลสดุ ขอบฟา้
จงึ รํ'าลาความโศกสโู่ ลกอีกใบ
จลุ สารกระดานดํา หา่ ง 38
คาํ เตอื น เป็ นความสัมพนั ธ์ท5ใี ช้ความรุนแรงค่ะ
: toxic relationship
วลี.
ภาพประกอบ : Anaïs