The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จันทิมา ศุภนาม, 2024-06-03 09:17:43

คู่มือค่ายครอบครัวสัมพันธ์ ครั้งที่ 1

คู่มือ03062024 for e-book

อาณาจักรธรรมฟาอีเทียนเอวี๋ยน พุทธสถานเต้ากวง ประเทศไทย วันที่ 26-28 กรกฎาคม 2567 發一天元道場泰國道光佛院第一屆親子營 ครั้งที่ 1


ค่ายครอบครัว เต้ากวง ประเทศไทย เกิดขึ้นได้ ด้วยเบื้องบน ทรงเมตตา เหล่าผู้น้อย พระโพธิสัตว์ ศรีปัญญา ได้เข้ามา ศึกษา พร้อมหน้ากัน เดือนตุลา ไปไต้หวัน เพื่อศึกษา อาวุโส เมตตา พาสุขสันต์ กิจกรรม หลากหลาย ได้แบ่งปัน ล้วนสัมพันธ์ พ่อแม่ลูก ถูกประเด็น สายใยรัก ครอบครัว ช่างอบอุ่น นับเป็นบุญ วาสนา ได้มาเห็น ครอบครัวเรา โชคดี ได้บำเพ็ญ ได้มาเป็น พุทธบริกร ฟ้าเบื้องบน พ่อแม่รู้ หน้าที่ ปรานีลูก ชี้ทางถูก แนะนำ ด้วยเหตุผล ลูกกตัญญู เป็นคนดี ช่วยเหลือคน ครอบครัวพ้น ทุกข์ยาก ด้วยหลักธรรม ÍÒ¨ÒÏ»ÃШӤ‹ÒÂàÁµµÒ 1


มีปัญหา ปรึกษา อย่างใกล้ชิด ลูกทำผิด ให้อภัย อย่าถลำ สิ่งใดชั่ว ลดละเลิก อย่ากระทำ สิ่งใดดี ต้องจดจำ ทำต่อไป ขอขอบคุณ อาวุโส เตี่ยนฉวนซือ ท่านฝึกปรือ ชี้นำ จึงสดใส ทั้งแนะนำ ทำให้ดู ด้วยหัวใจ ทั้งออนไลน์ ออนไซต์ ท่านนำพา วิชาการ แนะแนว กิจกรรม ทุกฝ่ายทำ หน้าที่ แก้ปัญหา ค่ายครอบครัว ครั้งแรก สำเร็จมา ด้วยพระมหา กรุณา ฟ้าเบื้องบน ติง สูฮุ่ย 28 พฤษภาคม 2567 2


บิดามารดา มีพระคุณที่ให้กำเนิด และเลี้ยงดูแล พระคุณยิ่งใหญ่ดั่งขุนเขา มีแต่ การตั้งใจปฎิบัติธรรม เท่านั้น จึงจะสามารถตอบแทนพระคุณ ของบิดามารดา เพราะลูกหนึ่งคนบำเพ็ญสำเร็จธรรม บรรพบุรุษเจ็ดชั้น ลูกหลานเก้าชั่วคน สามารถพึ่งใบบุญ 3 孝父母於我們有生育養育之恩, 恩重如山,唯有立身行道, 方能報答父母的恩情, 因為一子成道,玄祖沾光.


สารบัญ 01 相信齊家修道的幸福美好 เชื่อมั่นว่าบำเพ็ญธรรมทั้งครอบครัวเป็นบุญวาสนาที่งดงาม 06 จุดมุ่งหมายของ(คู่ชีวิต) 10 เชื่อไหมว่า “ความรักของพ่อที่มีให้กับแม่” จะส่งผ่านไปถึงลูกได้ 13 กฎแห่งกรรม 3 ชาติ 14 02 感受體驗父母與孩子的愛+活動 สัมผัสเรียนรู้ในความรักระหว่างพ่อแม่และลูก+กิจกรรม 18 ถึงลูกรัก 23 นิทาน เรื่อง ตรรกะของแม่ 26 9 คำร้องขอของแม่ 30 4


สารบาญ 03 如何落實親子的真愛行動 จะนำความรักที่แท้จริงระหว่างพ่อแม่และลูกไปใช้จริงได้อย่างไร33 เงิน 1,000 บาท เลี้ยงหัวใจแม่ 38 ลูก (ผู้) ชาย 42 อ้อมอกอุ่นเสมอ 45 คัมภีร์กตัญญูร้อยบท 49 เพลง “ทุกวันเป็นวันของครอบครัว” 52 ภาพยนตร์ครอบครัว 53 5


6 บทหลัก 1 相信齊家修道的幸福美好 เชื่อมั่นว่าบำเพ็ญธรรมทั้งครอบครัวเป็นบุญวาสนาที่งดงาม


บทหลัก 1 เชื่อมั่นว่าบำเพ็ญธรรมทั้งครอบครัวเป็นบุญวาสนาที่งดงาม 1. คำนำ : การบำเพ็ญทั้งครอบครัว สามารถเปลี่ยนแปลงกรรมร่วมได้ 2.วิถีแห่งความผาสุก - พระโอวาทพระอาจารยจี้กงเมตตา 1) ความผาสุกคือใจที่ปีติยินดีและจิตที่สำนึกขอบคุณ 2) ละเว้นจากคำพูดที่ไม่ดีหลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบทั้งหลาย 3) รับผิดชอบในบทบาทหน้าที่ตนให้ดีที่สุด 4) ความผาสุกก็คือการโอบอุ้มคนที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกับเรา 5) ความผาสุกคือไม่ไปเปลี่ยนแปลงฝ่ายตรงข้าม 6) กุญแจดอกที่สองของความผาสุกคือยอมรับชะตาชีวิต 7) ความผาสุกคือไม่ผูกบาปสัมพันธ์กับเวไนย 8) ความผาสุกคืออย่าได้อยากครอบครองมากเกินไป 9) ความผาสุกคือการรับรู้ถึงความรู้สึกที่งดงาม 10) ความผาสุกคือการเปลี่ยนแปลงนิสัยความเคยชินที่ไม่ดี สรุปย่อย : การบำเพ็ญธรรมทั้งครอบครัว เป็นสิ่งที่โดดเด่นเป็นพิเศษของ ธรรมกาลยุคขาว 7


3. เชื่อมั่นว่าบำเพ็ญทั้งครอบครัวเป็นบุญวาสนาที่งดงาม o บรรพบุรุษได้รับรัศมีธรรม = ทุ่มเทในมหากตัญญู o จัดตั้งพุทธสถาน = ปกปักคุ้มครองลูกหลาน o บำเพ็ญบุญวาสนาและปัญญาควบคู่กัน = เปลี่ยนแปลงชะตาชีวิต o บุญวาสนาทั้ง 5 มาถึงหน้าประตูบ้าน = รู้จักทนุถนอมบุญวาสนา o เหตุปัจจัยพร้อมสมบูรณ์ = ร่วมกันผ่าน ร่วมกันชำระ สรุปย่อย : อดีตเคยบำเพ็ญสั่งสมบุญ 7 ชาติภพ ส่งผลให้ได้มีโอกาสพำนักอาศัย อยู่ที่สถานธรรม 10 ชาติบำเพ็ญมา จึงได้ตั้งปณิธานเจตลอดชีวิต ฉะนั้นพึงรู้ ว่าเด็กน้อยกินเจรุ่นที่ 2 นั้น เขาได้เลือกมาอยู่กับครอบครัวของเรา (เหตุปัจจัยนี้ ไม่ธรรมดา) 4.บทสรุป : บุญวาสนาที่งดงามที่แท้จริงคือจิตญาณของทุกคนในครอบครัว กลับคืนเบื้องบนด้วยกัน 8


9 บันทึกข้อคิดที่ได้รับ


จุดมุ่งหมายของ (คู่) ชีวิต ไม่ใช่การทำอย่างไรให้อยู่กันจนตายจากกัน แต่คือ อยู่อย่างไรให้เกื้อกูล ต่อกันมากที่สุดและเบียดเบียนกันน้อยที่สุด สาเหตุที่ชีวิตคู่ไปกันไม่ (ค่อย) รอด 1. ขาดการเคารพขั้นพื้นฐานซึ่งกันและกัน คือ การขาดความเคารพในการอยู่ ร่วมกัน การเป็นครอบครัวร่วมกัน 2. ขาดความสม่ำเสมอ คือ ขาดความสม่ำเสมอไม่เหมือนอดีตที่โหยหา อยากได้ อยากครอบครองกันและกัน 3. ขาดความใส่ใจ คือ เพราะคิดว่าอยู่กันมานาน ไม่ต้องพูดอีกฝ่ายควรจะรู้อีก ฝ่ายควรจะเข้าใจ เลยคิดไปเองว่า “ไม่เป็นไร” 4. ขาดความยับยั้ง คือ เมื่ออะไรไม่เหมือนเดิม นิสัยความเคยชินที่ไม่ดีของ ความเป็นคนของกันและกันก็โผล่ โหยหาความตื่นเต้น ไม่เติมเต็มรสชาติที่ เคยมีหลายคู่เอากิเลสนำชีวิต แม้จะรู้ว่าผิดก็จะทำเพื่อสนองอารมณ์ตัวเอง 10


5. ขาดสติคือ ไม่มีสติเมื่อมีการกระทบกระทั่งไม่ประนีประนอมกัน ฉันถูก ผม ถูก ไม่มีใครยอมใคร ฉันชนะ เธอชนะ ผลจากเหตุการณ์จึงตกไปอยู่ที่ลูก ที่ ต้องมาเจอพ่อแม่ดีแต่หลงกัน แต่ไม่ได้รักกันอย่างแท้จริง “ชีวิตคู่” ถ้าเริ่มต้นด้วยการอยากอวดว่าตนเองก็มีเหมือน ๆ ชาวบ้าน เขา ได้มีการแต่งงาน ได้มีลูก เหมือน ๆ คนอื่น แต่ไม่เคยพิจารณาให้รอบคอบ จริง ๆ หรือพิจารณากันในระยะเวลาไม่มากพอ ที่จะให้อีกฝ่ายเผยนิสัยจริง ๆ ออกมา เมื่ออยู่ไปแล้ว เกิดกรณีอะไรขึ้นมา ก็ต้องมานั่งทน นั่งบ่นว่ามีกรรม มี ทุกข์ เป็นกรรมเก่า เคยก่อไว้กับเขาต้องมาชดใช้ฯลฯ ซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่า จะไม่ทุกข์ตั้งแต่แรก ก็มีสองทาง นั่นก็คือ 1. ก่อนมีคู่ชีวิต จงให้เวลา อย่าเร่งรีบ พิจารณาดีๆ ก่อนว่า “ควรมี” กับ “ไม่ต้องมี” อันไหนจะสุขและเติมเต็มความต้องการของเราจริง ๆ 2. “ความรัก” คือ องค์ประกอบหนึ่งที่ทำให้ชีวิตทุกคนหรือชีวิตคู่มีชีวิต ชีวา แต่ไม่ได้หมายถึงทั้งหมดของชีวิตเรา เพราะเมื่อใดที่เราไม่เคย เตรียมใจไว้ชีวิตคู่ก็พร้อมจะล่มสลายได้เช่นกัน 11


สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนเลือกคู่ชีวิต คือ 1. ศรัทธาไม่เสมอกัน 2. ปัญญาไม่เสมอกัน 3. ทานไม่เสมอกัน 4. ศีลไม่เสมอกัน สิ่งเหล่านี้คือสาเหตุที่ทำให้อยู่ด้วยกันไม่ได้เพราะความคิดและเส้นทางการเดิน ชีวิตไปคนละทางกัน 12 บันทึกข้อคิดที่ได้รับ


เชื่อไหมว่า “ความรักของพ่อที่มีให้กับแม่” จะส่งผ่านไปถึงลูกได้ มาลองสังเกตเด็ก ๆ ดู เวลาที่คุณพ่อหอมแก้มคุณแม่ เวลาคุณพ่อกอด คุณแม่ เวลาคุณพ่อยิ้มหวาน ๆ ให้คุณแม่ เราจะเห็นใบหน้าเล็ก ๆ ของลูกดูอิ่ม กับความสุขแบบไม่รู้ตัว ขนาดเห็นคนอื่นแสดงความรักกันเรายังอดอมยิ้มไปด้วย ไม่ได้ยิ่งถ้าเห็นคนที่รักมีความสุข ลูกยิ่งสุขใจ อบอุ่นใจ แน่นอน “ความรักของพ่อกับแม่ที่มีให้แก่กันจะโอบกอดลูกอย่างอบอุ่น” หากมี จิตใจที่มั่นคงทั้งพ่อและแม่ มีเป้าหมายชีวิตเดียวกัน เดินในเส้นทางเดียวกัน ถึง เป้าหมายที่วางไว้ร่วมกัน ลูกก็มีชีวิตที่ดีสุขกาย สุขใจ แต่ถ้าเมื่อไหร่จิตใจไม่มั่นคง พ่อหรือแม่ ปันใจไปให้คนอื่น ก็เหมือนเดินคนละเส้นทาง แล้วเมื่อไหร่จะถึงเป้าหมาย ชีวิตและจิตใจลูก จะเป็นอย่างไร? “ซื่อสัตย์ต่อกันให้เหมือนที่รักกันวันแรก” “พูดจาดีๆ ให้กันแม้เหนื่อยและท้อ” “โอบอุ้มครอบครัวและดวงใจน้อย ๆ ของลูก ด้วยกัน” ชีวิตคู่มีความสุข ก็จะทำให้ลูกและครอบครัวมีความสุขแน่นอน 13


กฏแห่งกรรม 3 ชาติ ในคัมภีร์กฎแห่งกรรม 3 ชาติได้บันทึกไว้ว่า “สามีภรรยามีกรรมร่วมกัน มา ไม่ว่าจะกรรมดีหรือกรรมชั่ว ไม่มีกรรมไม่อาจอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน บุตร ธิดาคือหนี้ไม่ว่าจะเป็นทวงหนี้หรือใช้หนี้ไม่มีหนี้ไม่มาเกิดเป็นพ่อแม่ลูกกัน” ดัง นั้น สามีภรรยาที่มีกรรมดีต่อกัน ย่อมสมานสามัคคีรักใคร่กลมเกลียว ถือไม้เท้า ยอดทองกระบองยอดเพชร ส่วนสามีภรรยาที่มีกรรมชั่วต่อกัน ย่อมทะเลาะเบาะ แว้ง บ้านแตกสาแหรกขาด ไม่อาจอยู่ร่วมกันจนวันตาย ส่วนบุตรธิดาที่มาทวง หนี้เป็นลูกที่ไม่เอาไหน เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ทำให้พ่อแม่ทุกข์ใจไม่ว่างเว้น บุตรธิดา ที่มาใช้หนี้จะสำรวมระวัง รู้คุณทดแทนคุณ ไม่กล้าทำให้พ่อแม่ชอกช้ำใจ ชาว โลกเกิดมา ต่างหนีไม่พ้น พบ/พราก สุข/เศร้า อภัย/แค้น รัก/ชัง นี่คือผลลัพธ์ ของกรรมปัจจัย ปลูกเหตุเช่นไร ย่อมได้ลิ้มผลเช่นนั้น ไม่ว่าจะเหตุใดหรือผลใด ล้วนหนีไม่พ้นกรรมปัจจัยทั้งนั้น 14


1. มาแทนคุณ ด้วยบุญในอดีตที่ได้สั่งสมร่วมกันมา ด้วยพระคุณที่มีต่อกัน จึงได้มาเกิด เป็นพ่อแม่ลูกหลานกัน เราเรียกบุตรธิดาเหล่านี้ว่า “ลูกกตัญญู” เขามาเพื่อที่จะ ทดแทนคุณ เป็นเด็กดีฉลาด เชื่อฟัง เขาเหล่านี้ไม่มีทางจะทำอะไรเสียหาย ให้ พ่อแม่ต้องกลัดกลุ้มกังวลใจ 2. มาล้างแค้น ด้วยกรรมในอดีตที่ได้สร้างร่วมกันมา จึงได้มาเกิดเป็นพ่อแม่ลูกหลานกัน เมื่อเติบใหญ่ก็จะกลายเป็นลูกล้างผลาญ ทำให้ครอบครัวล่มสลาย เราเรียกบุตร ธิดาเหล่านี้ว่า “ลูกทรพี” เขามาล้างแค้น ดังนั้น อย่าได้ผูกเวรไว้กับใคร เจ้ากรรม นายเวรที่อยู่ภายนอกยังพอป้องกันได้แต่นี่เกิดมาเป็นลูกหลานในบ้านในตระกูล แล้วจะทำอย่างไรดี? ดังนั้น อย่าทำร้ายใคร อย่าฆ่าแกงกัน เพราะต่างคนต่างก็ รักตัวกลัวตายเช่นกัน 3. มาทวงหนี้ ชาติก่อนหนหลัง พ่อแม่เป็นหนี้ไว้ไม่ได้ชดใช้คืน หนี้ที่ว่าคือหนี้เงิน ไม่ใช่ หนี้ชีวิต เขาจึงเกิดมาเพื่อทวงหนี้คืน หากเป็นหนี้กันน้อย เกิดมาให้ดูแลปีสองปี เขาก็ตาย เราเป็นหนี้เขาเท่าไหร่ เมื่อใช้หมดเขาก็ไป ต่อให้คุณรักเขามากแค่ไหน เขาก็ไม่เคยใส่ใจคุณ หากเป็นหนี้เขาเยอะ เลี้ยงจนเติบใหญ่ จบมหาวิทยาลัย จบ วันนั้นก็ตายวันนั้น เขาไม่อยู่รับใช้เรา เพราะมาทวงหนี้หนี้หมดก็จากไป 15


4. มาใช้หนี้ ชาติก่อนหนหลัง เขาเป็นหนี้พ่อแม่ไว้ไม่ได้ชดใช้คืน เมื่อเขาเกิดมาใน ชาตินี้จึงต้องทำงานหาเงินเพื่อเลี้ยงดูพ่อแม่ แต่ก็อยู่ที่ว่าเป็นหนี้พ่อแม่มากน้อย เพียงใด หากเป็นหนี้มาก ก็เลี้ยงดูพ่อแม่เป็นอย่างดี หากเป็นหนี้พ่อแม่น้อย ก็ เลี้ยงดูตามอัตภาพ เหมือนที่เราเคยพบเห็น เลี้ยงพ่อแม่ประหนึ่งคนรับใช้ในบ้าน เพราะอะไร? เพราะใช้หนี้ ลูกประเภทนี้แม้จะเลี้ยงดูพ่อแม่ แต่ก็หล่อเลี้ยงแค่ กาย ไม่หล่อเลี้ยงจิตใจ เลี้ยงดูโดยปราศจากความเคารพและความกตัญญู ซึ่ง ต่างจากบุตรที่เกิดมาเพื่อทดแทนคุณประเภทนี้ไม่เพียงแต่หล่อเลี้ยงกาย ยังหล่อ เลี้ยงจิตใจบุพการี หลักสัจธรรมในข้อนี้มิใช่เพียงแค่ลูกหลาน ยังรวมทั้งญาติพี่น้องและคน รอบข้างทั้งหลายที่เราได้รู้จักและเคยได้อยู่ร่วม หากแต่เป็นเพราะกรรมที่ร่วมก่อ กันมา หนักหนาหรือเบาบาง หากบุญคุณความแค้นหนักหนา ก็เกิดมาเป็นสามี ภรรยาและลูกหลานพี่น้อง หากบุญคุณความแค้นเบาบาง ก็เกิดมาเป็นญาติสนิท มิตรสหาย เมื่อคุณเดินซื้อของในตลาด อยู่ ๆ คนแปลกหน้าก็มายิ้มให้คุณและคุณก็ ยิ้มตอบ ล้วนเป็นบุญกรรมแต่ชาติปางก่อน คุณเดินซื้อของในตลาด อยู่ ๆ คน แปลกหน้าก็มายิ้มให้คุณ แต่คุณรู้สึกขัดหูขัดตา แค่นั้นยังไม่พอ แถมยังถมึงตาใส่ ฝ่ายตรงข้ามอีก นี่ก็ล้วนเป็นบุญกรรมแต่ชาติปางก่อน เมื่อเข้าใจในกรรมปัจจัย เหล่านี้ เราจะได้ไม่ผูกกรรมด้านดำเพิ่ม แต่จงผูกกรรมด้านขาวซึ่งเป็นกรรมดีจะ ดีกว่า 16


แล้วจะแก้ไขอย่างไร หากเราและลูกหลานผูกกรรมที่ไม่ดีต่อกันมา คำตอบก็คือ นำพาลูกหลานให้หมั่นบำเพ็ญปฏิบัติ ศึกษาพระธรรมคัมภีร์ โปรดจำไว้ว่า “ลูกเขาเราสอน ลูกเราเขาสอน” เมื่อต่างฝ่ายต่างศึกษาธรรม ย่อมแปรกรรมร้ายให้กลายเป็นกรรมดีได้ ย่อมคลายความจองจำคับแค้นให้ สลายคลายลงได้ เช่นนี้ที่เราเรียกว่า “เปลี่ยนแปลงชะตาชีวิต เปลี่ยนร้ายกลาย ดี” “ทุกชีวิตเกิดมาด้วยแรงเหวี่ยงของกรรม ไม่ว่าจะเป็นกรรมดีหรือกรรม ชั่ว ไม่มีกรรมย่อมไม่มาเกิด ดังที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ “กัมมุนา วัตตติโลโก สัตว์โลกทั้งหลายย่อมเป็นไปตามกรรม” หลายคนพยายามแก้กรรมด้วยการ เปลี่ยนชื่อแซ่ สะเดาะเคราะห์ แต่ไม่เคยเปลี่ยนพฤติกรรม กรรมคือการกระทำ วิธีแก้กรรมก็คือ เปลี่ยนแปลงการกระทำ ไม่ว่าคุณจะเป็นพ่อแม่ลูกหลาน ญาติมิตร จงเปลี่ยนกรรมปัจจัยเป็นบุญปัจจัย ด้วยการศึกษาพระธรรมให้แจ้งใจ เมื่อนั้นคุณและใคร ๆ ก็ย่อมคลายกรรมเหล่านั้นให้ทุเลาลงได้” 17


18 บทหลัก 2 感受體驗父母與孩子的愛+活動 สัมผัสเรียนรู้ในความรักระหว่างพ่อแม่และลูก+กิจกรรม


บทหลัก 2 สัมผัสเรียนรู้ในความรักระหว่างพ่อแม่และลูก+กิจกรรม 1. คำนำ : คนในครอบครัว มีการบ่นกันและกันแต่ก็รักกันมาก 1. เราคิดว่าของขวัญล้ำค่าที่สุดที่พ่อมอบให้กับเราคืออะไร ของขวัญ ล้ำค่าที่สุดที่แม่มอบให้กับเราคืออะไร 2. คุณพ่อคุณแม่รู้สึกว่าเรื่องอะไรที่อบอุ่นใจที่สุดที่ลูกเคยทำมา 2. คุณสามารถรักครอบครัวของคุณแบบ “ไม่มีเงื่อนไข” ได้หรือไม่ 1. ฉีกป้ายแห่งความสำเร็จทิ้ง จะปฏิบัติต่อตัวเองอย่างอบอุ่นและเชิง บวกได้อย่างไร 2. อย่าให้คุณและลูกของคุณถูกผูกมัดด้วยผลงานหรืออุดมคติ 3. ฝึกการมองข้ามลักษณะภายนอกและมองแจ้งถึงพลังแห่งความรัก ภายใน ระหว่างสมาชิกในครอบครัวจะแสดงความรักในรูปแบบที่ต่าง กันความขัดแย้งก็มักจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่่าจะเป็นความรักหรือ ความสัมพันธ์ล้วนเป็นสภาวะที่ลื่นไหล บางครั้งก็มีความใกล้ชิดและ บางครั้งก็ห่างเหิน ไม่จำเป็นต้องตัดสินความสัมพันธ์ในปัจจุบันทันที 19


3. เชิญชวนครอบครัวของคุณมาสัมผัสแก่นแท้ของความรักที่แท้จริง 1. หากเอาแต่พูดถึง “ความรัก” เป็นสิ่งที่ว่างเปล่า แต่ถ้านำความเอาใจ ใส่แปรเป็นการแบ่งเบางานหนัก ความรักก็จะส่องประกายไปทุกที่ใน ชีวิต 2. หากเด็กใส่ใจครอบครัวของเขา เขาควรเปลี่ยนความคิดให้เป็นการ กระทำ ให้ความรักเริ่มต้นโคจร แม้ว่าเด็ก ๆ ที่ได้รับความรักจากพ่อ แม่จะมีความสุขมาก แต่เด็ก ๆ ที่สามารถตอบสนองต่อความรักนี้ได้ที่ จะพึงพอใจ 3. วัยรุ่นมักจะพูดถึง “ความรัก” แต่มักไม่รู้ว่า “รักแท้” และ “รักที่เลย เถิด” คืออะไร “รักแท้” คืออะไร เป็นความรักประเภทหนึ่งที่เกิดขึ้นมาโดยธรรมชาติไม่ แบ่งแยก เป็นรักที่ไม่เปรียบเทียบ เป็นความรักที่ไม่เปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกับ ความรักที่พ่อแม่มีต่อลูกที่ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน 20


4.ค้นพบจุดเด่นของครอบครัวด้วยความเข้าใจให้อภัยกันเชื่อใจกันและรอคอย 1. ความอ่อนโยนของลูกที่มีต่อคุณ คือภาพสะท้อนของการให้อภัยที่คุณ มีต่อเขาในอดีต 2. ทั้งคู่ต่างก็ไม่ยอมให้กัน ก็จะมีแต่ก่่อกำแพงขึ้นเท่านั้น 3. ในเวลาที่ลูกเอาใจใส่คุณจะต้องจำไว้ว่าต้องขอบคุณเขา เพื่อที่เขาจะ ได้จดจำเจตนาดีที่ผู้ใหญ่แสดงให้เขาและรู้สึกว่าตัวเองมีความสามารถ ในการให้ความรักได้ 4. พวกเราต้องการส่งต่อปฏิปทาอะไรจากรุ่นสู่รุ่น? ประเพณีของ ครอบครัว? สิ่งล้ำค่า? 5. สรุป : ถนอมรักษาเวลาที่คุณสามารถใช้เวลาร่วมกับครอบครัวของคุณเพราะ มันไม่ไ่ด้มีมากอย่างที่คุณคิด จงรู้สึกขอบคุณ หมั่นเอาใจใส่ผ่านการสะสมของ กาลเวลา สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นพรแห่งชีวิตและของขวัญล้ำค่าที่สุด 21


บันทึกข้อคิดที่ได้รับ 22


ถึงลูกรัก ไม่ต้องใส่ใจคนที่ทำไม่ดีต่อลูก เพราะในชีวิตของ ลูก นอกเหนือจากพ่อกับแม่ของลูกแล้ว ไม่มีใครเกิดมา เพื่อทำดีกับลูกหรอก และถ้ามีใครเขาทำดีกับลูก ลูกต้อง รู้จักสำนึกในบุญคุณ นอกจากนี้ ลูกต้องรู้จักป้องกัน ตัวเองด้วย เพราะทุกคนบนโลกใบนี้ การที่เขาทำอะไร สักอย่าง เขาต้องมีสาเหตุ ที่เขาทำดีกับลูก ไม่ได้ หมายความว่าเขาชอบลูกจริง ๆ ลูกต้องทำความเข้าใจ ให้ชัดเจน และอย่าได้เห็นฝ่ายตรงข้ามเป็นคนสำคัญใน ชีวิตทันทีที่ได้รู้จักกัน ไม่มีใครที่จะทำอะไรแทนกันไม่ได้ และไม่มีสิ่งของใดที่จำเป็นต้องมีไว้ ครอบครองเสมอ เมื่อลูกอ่านถึงตรงนี้พ่อกับแม่อยากจะบอกลูกว่า หากวันหนึ่ง คนข้างกายของลูกเขาไม่ต้องการลูกแล้ว หรือลูกได้สูญเสียสิ่งที่รักที่สุดในชีวิตไป ลูกก็คงจะเข้าใจและทำใจได้ มันเป็นความจริงของโลก ทุกอย่างเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ชีวิตคนเรานั้นสั้นนัก วันนี้ลูกอาจใช้ชีวิตแบบอยู่ไปวัน ๆ แต่วันพรุ่งนี้คำ ว่า “ชีวิต” อาจจะเป็นอดีตของลูกก็เป็นได้ดังนั้น ยิ่งลูกถนอมชีวิตของลูกได้เร็ว เท่าไหร่ ความดีและความสุขในชีวิตก็มีมากเท่านั้น อย่ารอให้ใครมาอวยพรให้ มีอายุยืนยาว ใช้ชีวิตให้มีความหมายต่างหากที่เป็นคุณค่าของชีวิต 23


โลกใบนี้ ไม่มีอะไรที่เป็นสิ่งรักที่สุด ความรักก็เป็นเพียงความรู้สึก ชั่วขณะเท่านั้นเอง และความรักอย่างนี้ก็เปลี่ยนแปลงได้ตามกาลเวลาและสภาพ จิตใจของเขาและเรา หากเขาหรือเธอคนที่ลูกรักที่สุดทิ้งลูกไป ขอให้ลูกจงอดทน รอคอย เพื่อให้วันเวลาช่วยชะล้าง เพื่อให้ความขุ่นเคืองตกตะกอน ความทุกข์ ของลูกก็จะค่อย ๆ สลายหายไป อย่าได้หลับหูหลับตาชื่นชมในความรักใคร่นั้น และอย่าได้อาลัยอาวรณ์เมื่อสูญเสียมันไป แม้ว่าอัจฉริยะหรือคนเก่งบนโลกใบนี้จะไม่ได้ร่ำเรียนกันสูงมากนัก แต่ไม่ ได้หมายความว่าเพราะเขาไม่เคยเรียนหรือไม่เคยตั้งใจเรียน เขาเลยประสบผล สำเร็จในชีวิต ความรู้ที่ลูกได้ร่ำเรียนมา คืออาวุธประจำกายลูก ลูกอาจจับเสือมือ เปล่าได้แต่ลูกก็ต้องมีอาวุธประจำกายด้วย ขอให้ลูกจงระลึกไว้ พ่อกับแม่ไม่เรียกร้องให้ลูกเลี้ยงดูในช่วงบั้นปลายของชีวิตหรอก และ แน่นอนพ่อกับแม่ก็ไม่อาจเลี้ยงดูลูกไปตลอดชีวิตของลูกได้ วันใดที่ลูกโตพอที่จะ ยืนหยัดด้วยลำแข้งของตนเองได้ วันนั้นแหละพ่อกับแม่ก็เหมือนได้หมดภาระไป เปราะหนึ่ง ในวันข้างหน้า ลูกจะนั่งรถเมล์หรือขับรถเบนซ์จะกินโต๊ะจีนหรือกิน ข้าวราดแกง ลูกเป็นคนจัดการเอง ลูกเรียกร้องให้ตัวเองเป็นคนมีสัจจะได้ แต่จะเรียกร้องให้คนอื่นมีสัจจะ นั้นเป็นไปไม่ได้ลูกเรียกร้องให้ตนเองทำดีกับคนอื่นได้แต่อย่ารอให้ใคร ๆ มาทำ ดีตอบแทนลูก ลูกทำกับคนอื่นอย่างไร ไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องทำอย่างนั้น 24


กับลูก หากลูกไม่เข้าใจกฎของชีวิตในข้อนี้ลูกก็จะกลัดกลุ้มและทุกข์ใจอย่างไม่มี วันจบสิ้น พ่อซื้อหวยมา 20 กว่าปีก็ไม่เคยรวยเพราะหวย อย่าว่าแต่รางวัลที่ 1 เลย เลขท้าย 3 ตัวพ่อยังไม่เคยถูกสักงวด นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่า ความร่ำรวยนั้นต้อง ได้มาจากการทำงาน เพราะในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ได้มาฟรีๆ พ่อกับแม่และลูกเกิดมาอยู่ในครอบครัวเดียวกัน นั่นเป็น บุญสัมพันธ์กันในชาตินี้ไม่ว่าพ่อกับแม่และลูกจะอยู่ ด้วยกันอีกนานสักเท่าไหร่ ขอให้ลูกถนอมโอกาสและเวลาที่ จะได้อยู่ร่วมกัน เพราะชาติหน้า ต่อให้รักหรือไม่รัก ก็รับประกันไม่ได้ว่าจะได้พบเจอกัน หรือต่อให้พบเจอกัน เราก็จำความเดิม ไม่ได้แล้ว จากพ่อและแม่ 25


นิทาน เรื่อง ตรรกะของแม่ ตอนวัยรุ่นมีอยู่ครั้งหนึ่งผลสอบของผม ออกมาไม่ค่อยดี กลับถึงบ้านเก็บตัวเงียบอยู่ในห้อง แม่ตะโกนเรียกให้ออกไปกินข้าว ผมนิ่งไม่ตอบ แม่ ก็ทำงานไปพร้อมบ่นพึมพำให้ได้ยินว่า “หกล้มเวลา เดินไม่เป็นไร ที่สำคัญคืออย่าได้งอแงไม่ยอม ลุกขึ้นมา” หลังได้ยินเสียงบ่นของแม่ ผมอดไม่ได้ที่ต้องอมยิ้มให้กับตัวเอง หกล้ม แล้วถ้าไม่ยอมอิดออดนั่งกองอยู่บนพื้นสักพัก คงไม่ใช่นิสัยของผม หลังจากเข้าทำงาน มักจะเจอเหตุการณ์ที่รู้สึกไม่ค่อยยุติธรรมกับผม มีอยู่ครั้งหนึ่ง หัวหน้าเชื่อคำใส่ร้ายในตัวผมจากคนอื่น คิดว่าผมไม่พอใจในตัว เขาช่วงนั้นรู้สึกได้เลยว่า การทำงานหาความราบรื่นไม่ได้เลย แม่บอกผมว่า “ทุกคนมีตาชั่งอยู่ในใจ ให้เวลาเป็นเครื่องตัดสิน สักวันคุณค่าที่แท้จริงจะ ปรากฏ” จริงดั่งที่แม่พูดไว้ หลังจากนั้นไม่นานหัวหน้าพูดกับผมว่า “มีเรื่องเข้าใจ ผิดอยู่นิดหน่อย อย่าได้ถือสา สบายใจได้” หลังกลับบ้านเล่าให้แม่ฟัง แม่ตอบ ด้วยรอยยิ้มว่า “ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน คนบริสุทธิ์ตกน้ำไม่ ไหล ตกไฟไม่ไหม้” 26


หลังแต่งงาน ไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง ชีวิตครอบครัวค่อนข้างลำบาก เลยบ่นให้แม่ฟัง แม่บอกผมว่า “ไม่ต้องกังวล ยากจนตอนอายุยังน้อยไม่ถือว่า จน สู้ต่อไป วันคืนดีๆ จะค่อย ๆ ตกผลึกออกมาเอง” ด้วยกำลังใจจากแม่ที่ให้ ไว้ ผมกับภรรยามุ่งมั่นสู้ชีวิตแบบมีเป้าหมาย หลังจากนั้นไม่กี่ปีชีวิตก็ค่อย ๆ ดีขึ้น แต่ผมยังไม่พอใจ บ่นให้แม่ฟังอีก แม่บอกผมว่า “เกิดเป็นคนอย่าได้ริ เป็นคนโลภมาก เมื่อตัวเราอยู่ท่ามกลางความสุขแล้ว ก็ยังเสาะแสวงหาความสุข มาเพิ่ม ไม่รู้จักพอ เกรงว่าคนแบบนี้ จะหาความสงบสุขไม่ได้เลยตลอดชีวิต จงเข้าใจว่าความสุขที่แท้จริง มาจากใจเราเป็นตัวกำหนด อย่าเน้นแต่ด้านวัตถุ จำไว้ให้ดี ถ้าใจเป็นสุข แล้วทุกอย่างก็จะสุขเอง” ถ้าวันไหนไม่มีความสุข คิ้วผูกโบว์จนแม่เห็นได้ชัด แม่จะบอกว่า “ความ สุขนั้นมันเป็นโรคติดต่อ ถ้าลูกมีความสุข คนรอบข้างก็จะสุขไปด้วย” เวลาที่เจอ ปัญหาหรืออุปสรรค แม่จะบอกว่า “หกล้มที่ไหน ก็ให้ลุกขึ้นจากตรงนั้น” เมื่อ เวลาที่ผมมีความสุขอย่างล้นหลาม แม่ก็จะเบรคผมว่า “อย่าเหลิง อย่าดีใจจน เกินเหตุ จำไว้ให้แม่น น้ำเต็มแล้วมันก็จะล้น” ในช่วงก่อนซื้อบ้าน ผมมีเงินเก็บค่อนข้างใหญ่อยู่ก้อนหนึ่ง บังเอิญเพื่อน คนหนึ่งมารู้เข้า เลยจะมาขอยืมเงินจากผม โดยอ้างความจำเป็นสารพัด ผม จำเป็นต้องปฏิเสธ เพราะนี่คือเงินที่ผมและภรรยาเตรียมไว้จ่ายค่าดาวน์บ้าน จึง ทำให้สร้างความไม่พอใจกับเพื่อนคนนี้มาก ผมกลุ้มใจ บ่นให้แม่ฟัง แม่เปรยว่า “เงินทองก็เหมือนกางเกงใน ทุกคนจำเป็นต้องมีแต่ก็ไม่มีความจำเป็น ที่ต้อง เที่ยวไปอวดใคร” 27


บ้านเราไม่ได้ร่ำรวย แต่ผมไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตผมต้องขัดสนอะไรเลย อะไรที่จำเป็นแม่จัดหาให้ได้หมด แม่เคยสอนผมว่า “เงินทองต้องรู้จักอดออม แต่ถ้าสิ่งไหนจำเป็นต้องใช้เงินก็จงใช้ไป แต่ต้องใช้อย่างมีสติและเหมาะสม เรา จะไม่ตระหนี่จนเกินเหตุ ไม่เช่นนั้นเราจะกลายเป็นแต่ คนเฝ้าทรัพย์ ชีวิตจะ อึดอัดเปล่า ๆ” มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมสามารถทำโปรเจ็คใหม่ให้หน่วยงานจนประสบ ความสำเร็จอย่างสูง ได้รับคำชื่นชมอย่างมากมาย แม้กระทั่งจากผู้ใหญ่ในองค์กร ช่วงนั้นรู้สึกได้เลยว่า ผมจะพูดอะไรทำอะไรก็ดูดีไปหมด มีแต่ความเกรงใจจาก คนรอบข้าง มีโอกาสก็เลยเล่าให้แม่ฟัง แม่เตือนผมว่า “คนที่ประสบความ สำเร็จ แม้จะผายลมคนก็ถือว่ามีเหตุผล แต่ถ้าประสบความล้มเหลวเมื่อไหร่ แม้ จะมีเหตุผลแค่ไหน ก็ล้วนเป็นการผายลม นี่คือ สภาพความเป็นจริงในสังคม อย่าได้ผยองในวันที่ใช่ และก็ไม่ต้องหดหู่ในวันเส็งเคร็ง” แม่เป็นแม่บ้านที่แสนธรรมดาคนหนึ่ง การศึกษาก็ไม่ได้สูง แต่มีหัวใจที่ เปี่ยมไปด้วยตรรกะในการดำเนินชีวิตแบบเรียบง่ายที่เข้าถึงได้จริง จากดวงตา ของแม่ จากหัวใจของแม่ ผมมักจะสามารถค้นหาเหตุและผลสำหรับการดำรง ชีวิตที่ถูกต้อง ตั้งแต่เล็กจนโต การวางตัวของผม การบริหารจัดการปัญหาของ ผม ความมุ่งมั่นและความมีสติ ล้วนมาจากตรรกะในการดำรงชีวิตของแม่ 28


หลังปรึกษากับภรรยาแล้ว ล่าสุดผมกลับบ้าน แล้วเชิญชวนแม่ให้ย้ายไป อยู่กับเรา แม่ไม่ยอมรับคำเชื้อเชิญ แค่บอกว่า “แม่แก่แล้ว ไม่อยากหาเรื่อง วุ่นวายให้ลูก ๆ แม่อยู่ของแม่แบบนี้แหละ สบายใจดีลูกจงไปใช้ชีวิตในแบบฉบับ ที่ลูกต้องการเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วง ถ้ามีอะไรที่แม่ต้องการความช่วยเหลือ แม่ก็ จะบอกเอง ขอบใจน้ำใจของลูกมาก ๆ ” ผมไม่ทราบเลยว่าจะหาคำไหนมาบรรยายความรักและความผูกพันที่ผม มีต่อแม่ ผมไม่กล้าคุยโม้ว่าผมมีแม่ที่ยิ่งใหญ่แค่ไหนในใจผม แค่สัมผัสได้ว่า ท่ามกลางการสั่งสอน ในแบบฉบับที่เรียบง่ายของแม่ ผมเติบโตขึ้นมาในแบบที่มี แต่ความสุขและความสบายใจ ไม่เคยมีแรงกดดันจากแม่เลยก็ว่าได้ผมคงต้องหา โอกาสบอกแม่สักครั้งว่า “ผมขอเกิดเป็นลูกแม่อีกหลาย ๆ ชาตินะครับ” 29


9 คำร้องขอของแม่ 1. ลูกเอ๋ย มีอะไรในใจก็พูดให้แม่ฟังได้นะ ไม่ต้องกลัวว่าแม่จะไม่ฟัง เพราะ แม่ตั้งใจฟังสิ่งที่ลูกพูด มาตั้งแต่ลูกยังพูดไม่รู้เรื่อง แม้แต่คำเดียวด้วยซ้ำไป 2. ลูกเอ๋ย อย่ารำคาญแม่เลย ที่แม่ขอให้ลูกตามไปเป็นเพื่อนที่โน่นที่นี่กับแม่ เพราะแม่ก็เคยตามลูกไปทุกที่ ด้วยความรัก ความห่วงใยลูกมาเกินครึ่ง ชีวิตของแม่ 3. ลูกเอ๋ย อย่าหาว่าแม่จู้จี้ขี้บ่นเลยนะ ที่คอยบอกให้ลูกแต่งตัวให้เรียบร้อย มิดชิด ไม่เปลือยโป๊จนเกินไป เพราะแม่รู้ว่าท้ายที่สุดแล้ว ผู้ชายที่รักลูก จริง ๆ เขาต้องการแม่ที่ดีของลูกเขา มากกว่าผู้หญิงที่จะมาเอาร่างกาย ปรนเปรอเขาเพียงชั่วครู่ชั่วยาม 30


4. ลูกเอ๋ย อย่าเบื่อแม่เลยนะ ที่แม่คอยพร่ำสอนให้ลูกรักนวลสงวนตัว อย่า ปล่อยตัวปล่อยใจให้ใครง่ายๆ เพราะแม่เลี้ยงลูกมาอย่างทะนุถนอม ทั้ง ร่างกายและจิตใจ แม่กอดลูกด้วยความรักแท้ทุกครั้ง แม่สระผมลูกด้วยยา สระผมที่ดี่ที่สุด แม่อาบน้ำให้ลูกด้วยครีมอาบน้ำที่ดีต่อผิวลูกมากที่สุด แม่ ใช้ครีมทาผิวลูกที่ดีและเบาบางที่สุดแล้ว อยู่ดีๆ ลูกจะมาให้ใครก็ไม่รู้มา ล่วงเกินลูกสนุก ๆ ได้อย่างไร? 5. ลูกเอ๋ย ไม่ต้องกลัวว่าแม่จะเอาทรัพย์สินเงินทองไปจากลูก เพราะแม่ทำ ทั้งหมดนี้ไว้ก็เพื่อเก็บเอาไว้ให้ลูก ๆ ทั้งนั้น 6. ลูกเอ๋ย อย่าหงุดหงิดรำคาญที่แม่โทรตามหรือทักไลน์ไปถามสารทุกข์ สุกดิบลูกเลยนะ เพราะแม่ก็คิดถึงและเป็นห่วงลูก เหมือนตอนที่ลูกเด็ก ๆ ที่เฝ้าแต่โทรหาแม่ตลอดเวลา แม้ในเวลาที่แม่อยู่ที่ทำงาน 7. ลูกเอ๋ย อย่าให้แม่ไปอยู่ที่อื่นเลยนะ แม่อยากจะอยู่ใกล้ ๆ ลูกของแม่ มากกว่าการต้องไปอยู่ที่อื่น เพราะแม่ก็เหมือนลูกตอนเล็ก ๆ นั่นแหละ ที่ อยากเกาะติดแม่ไม่ห่างตลอดเวลา ด้วยความรู้สึกอุ่นใจ และมีความสุข 8. ลูกเอ๋ย ลูกไม่ต้องเรียนเก่งที่สุด ลูกไม่ต้องเรียนจนได้เกียรตินิยม เพราะแม่ ต้องการให้ลูกเรียนอย่างตั้งใจ มีความสุข และเป็นคนดีของครอบครัว และสังคมก็พอแล้ว 31


9. ลูกเอ๋ย อย่าทำร้ายตัวเองนะลูก ไม่ว่าจะเกิดอะไรกับชีวิตลูก ลูกต้องอดทน เพื่อผ่านพ้นมันไปให้ได้อย่าทำร้ายตัวเองด้วยยาเสพติด หรือด้วย การก ระทำที่คิดสั้น ๆ เด็ดขาด เพราะแม่เลี้ยงลูกของแม่มาด้วยความรัก ความทนุถนอม ไม่เคยแม้จะตีลูกสักครั้ง คำร้องขอของแม่ส่วนใหญ่ในโลกนี้แม่ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่านี้ 32 บันทึกข้อคิดที่ได้รับ


33 บทหลัก 3 如何落實親子的真愛行動 จะนำความรักที่แท้จริงระหว่างพ่อแม่และลูกไปใช้จริงได้อย่างไร


บทหลัก 3 จะนำความรักที่แท้จริงระหว่างพ่อแม่และลูกไปใช้จริงได้อย่างไร 1. คำนำ : ครอบครัวที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาถือเป็นรากฐานสำคัญของ ความสำเร็จของครอบครัว เรามุ่งมั่นที่จะทำให้ครอบครัวเป็นเวทีที่สดใสมีเสน่ห์มี ความผาสุกและสนุกสนาน เชื่อว่านี่คือความปรารถนาของพ่อแม่และลูก ๆ 2. เคล็ดลับการสร้างครอบครัวที่มีความสุข 1. การสื่อสารที่มีเหตุผล : การสื่อสารสามารถแสดงความรู้สึกอดทน ต่อความขัดแย้ง ไม่โต้เถียงเพื่อเอาชนะ ไม่ใช้วาทศิลป์ และมีจุด มุ่งหมายในการแก้ปัญหา 2. การประชุมครอบครัว : ทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการปรึกษาเรื่อง ครอบครัวและปฏิบัติตามมติที่ประชุม 3. การเคารพและไว้วางใจ : เคารพซึ่งกันและกันโดยไม่ระแวงกัน และรักษาพื้นที่และความเป็นส่วนตัวของกันและกัน 4. เข้าใจซึ่งกันและกัน : หมั่นห่วงใยและพูดคุยอย่างเหมาะสมกับลูก ๆ เข้าใจวัฒนธรรมของเยาวชนและให้ความสนใจกับสภาพ การคบเพื่อนของลูก ๆ ด้วย 5. ชื่นชมในความเป็นพิเศษเฉพาะตัว : ทุกคนสามารถสำแดงความ สามารถของตนเองโดยไม่รู่้สึกอึดอัดใจ เป็นการยกระดับความ รู้สึกมีคุณค่าในตนเอง 34


3. รูปแบบในการสร้างความผาสุก 1. เต็มใจที่จะใช้เวลาใกล้ชิดกับลูก ๆ ของคุณและทำให้เป็นสมาชิกที่ มีความฉลาดทางอารมณ์สูง 2. เต็มใจที่จะแก้ไขปัญหากับลูก ๆ ของคุณแทนที่จะเป็น “ พ่อแม่ เผด็จการ” 3. สื่อสารกับลูกดี ๆ รับฟังและยอมรับก่อน จึงจะมีโอกาสสื่อสาร ทางใจกับลูก ๆ 4. สื่อสารความคาดหวังของพ่อแม่และความต้องการของลูกผ่านการ สื่อสารในรูปแบบของการปรึกษาพูดคุย 5. ไม่มีวิธีอื่นใดในการวางแผนชีวิตให้กับบุตรหลานของคุณนอกจาก การสังเกตทำความเข้าใจและคอยเป็นเพื่อนเท่านั้นเอง 4. การกระทำที่แสดงออกถึงรักแท้จะต้องศึกษาดังต่อไปนี้ 1. คนที่ใส่ใจคุณจริง ๆ จะมีคำพูดที่ชื่นชมให้กำลังใจ 2. การกอดทำให้เด็ก ๆ รู้สึกปลอดภัยและการยอมรับทำให้ลูก มีความกล้าหาญ 3. การแสดงความรักมีสามวิธี : การสื่อสาร การกระทำ และท่าทีที่ ดีงาม 35


4. ความรักที่แท้จริงไม่มีวันสิ้นสุด เช่นเดียวกับความรักที่ไม่มีเงื่อนไข ของเบื้องบน 5. ความรักที่แท้จริงจะสนับสนุนและเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน อีกทั้งรัก ทนุถนอมและขอบคุณซึ่งกันและกัน 5. สรุป : การเจริญเติบโตของลูกเปรียบเสมือนเมล็ดพันธ์ุที่แตกหน่อและ เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และพ่อแม่ก่็เปรียบเสมือนชาวสวนที่รักต้นไม้ที่ปลูก ซึ่ง ต้องทุ่มเทความพยายามในการรดน้ำและตัดแต่งกิ่งลูก ๆ ของพวกเขา 36


บันทึกข้อคิดที่ได้รับ 37


เงิน 1,000 บาท เลี้ยงหัวใจแม่ อาจารย์ของผมท่านได้ให้เงินเดือน แม่เดือนละ 1,000 บาท เป็นประจำ ทุกเดือน ผมสงสัยทำไมต้องให้เงินแม่ เดือนละ 1,000 บาท? ในเมื่อแม่ก็อยู่ บ้านหลังเดียวกับอาจารย์อยู่แล้ว ค่าใช้ จ่ายสำหรับท่าน อาจารย์ก็จัดการ ทั้งหมดอยู่แล้ว วันหนึ่งได้มีโอกาสพอ เหมาะ ผมจึงตัดสินใจถามอาจารย์ว่า “อาจารย์กำลังทำอะไรครับ?” อาจารย์ตอบว่า “ผมกำลังตัดรายจ่ายอยู่ ผมต้องจ่ายค่าแม่ครัว คนขับ รถ คนสวน ค่าใช้จ่ายในบ้าน และให้พ่อและแม่อีกเดือนละ 1,000 บาท ตอนนี้ รายได้กับรายจ่ายมันไม่ค่อยสัมพันธ์กัน ต้องตัดรายจ่ายลงบ้าง” ผมเลยบอกว่า “เงินเดือนที่ให้แม่ 1,000 ตัดได้นี่ครับ อาหาร 3 มื้อ อาจารย์ก็จัดให้ท่านเรียบร้อย เสื้อผ้าก็ซื้อให้ใหม่ปีละ 3 ชุด ไม่สบาย อาจารย์ก็ พาหมอมาฉีดยาให้คุณแม่ตาบอดไม่ได้ไปไหน ฉะนั้นเงินเดือน 1,000 บาทนี่ตัด ได้ครับ” อาจารย์บอกว่า “ตัดไม่ได้เด็ดขาด 1,000 บาทนี่สำคัญที่สุด เพราะเป็น เงินสำหรับเลี้ยงหัวใจแม่” 38


ผมฟังแล้วสะอึก “เงินเลี้ยงหัวใจแม่” พวกเราเคยได้ยินไหมครับ? อาจารย์บอกต่อ “หัวใจต้องการอาหารที่มาหล่อเลี้ยงให้เอิบอิ่มเบิกบาน เป็นสุข คุณลองนึกดูคนที่ไม่มีเงินอยู่ในตัวเลยจะเป็นยังไง? หัวใจมันแฟบ หัวใจ มันเหี่ยวเฉาเหมือนดอกไม้ยามเย็น ใครที่เป็นมนุษย์เงินเดือนจะรู้ พอเลยวันที่ 25 ไปแล้ว มันเหี่ยว ๆ ยังไงชอบกล ไม่มีเงินค่ารถ ค่าอาหาร ซื้อข้าวสาร มัน เหี่ยวไปจนถึงสิ้นเดือน” แม่อยู่กับเราก็จริง แต่ถ้าแม่ไม่มีเงินอยู่ในมือ หัวใจท่านเหี่ยว พอถึงวัน เงินเดือนออก ทุกคนหน้าบานเหมือนดอกไม้ยามเช้า จิตใจสดชื่นเบิกบาน มี ความสุข รับเงินเดือนมาใหม่ๆ หน้าสดใส สั่งกาแฟยังเสียงดังฟังชัด ทุกสิ้นเดือน พอเงินเดือนออก ผมเข้าไปสวัสดีแม่ บอกแม่ว่า “วันนี้เงินเดือนออกครับ ผมเอา เงินใส่่มือแม่ 1,000 บาท แม่ก็ให้พร เเล้วเก็บเงินไว้ใต้หมอนไว้อย่างมีความสุข” 1,000 บาท เลี้ยงหัวใจแม่อย่างไร? วันหนึ่งน้องของอาจารย์พาภรรยาไป คลอดลูก คุณแม่ก็ซื้อทองให้หลานด้วยเงิน 1,000 บาท ที่เก็บสะสมไว้ ท่านกอด หลานสาวสวมสร้อยให้พร้อมอวยพร พอเด็กคนนี้โตพอพูดได้ มีคนถามว่าสายสร้อยนี้ใครซื้อให้ เด็กก็จะตอบ ว่า “คุณย่าซื้อให้” ชี้มือไปที่คนตาบอด คนที่ใหญ่ที่สุดในบ้านคือคุณย่า ไม่ใช่ พ่อแม่ เพราะเงิน 1,000 บาท ทำให้คนตาบอดดูน่าเกรงขาม ถ้าคุณแม่ไม่มีเงิน จะรับขวัญหลานได้อย่างไร? เห็นไหมครับ?” 39


ไม่ใช่ว่าพอโตขึ้น มีคนถามว่าคนนี้เป็นใคร เด็กบอกว่าย่าแก่ตาบอดที่มา อาศัยพ่อแม่ฉันอยู่ คุณเห็นหรือยังว่าเงินเดือน 1,000 บาทนี้ทำให้คนแก่ตาบอด มีคุณค่าขึ้นมาได้ วันดีคืนดีแม่ครัวล้างชามเสร็จ คุณแม่ก็บอกให้มานวดขาให้แม่ครัวมัก จะหน้ามุ่ย ทำงานเหนื่อยยังต้องมานวดให้อีก นั่งขยำ ๆ คว่ำหน้า พอนวดเสร็จ คุณย่าหยิบเงินให้ 100 บาท แม่ครัวยิ้มหน้าบาน ยกมือไหว้ ขอบคุณค่ะ วันรุ่งขึ้นพอล้างจานเสร็จ รีบวิ่งมานั่งใกล้ๆ วันนี้นวดอีกไหมคะคุณย่า? เห็นไหม เงินเดือน 1,000 บาท ที่เราให้แม่ของเรา มีฤทธิ์ขึ้นมาได้มีคนมายกมือไหว้มีคน มาปรนนิบัติมีคนมานวดให้ถ้าไม่มีเงินเดือน 1,000 บาทนี้แม่เราจะมีฤทธิ์ได้ อย่างไร? บันไดไปสวรรค์ด้วยเงิน 1,000 บาท วันหนึ่ง กำนันมาที่บ้านอาจารย์ หารือจะปรับปรุงห้องน้ำวัดที่ชำรุดทรุดโทรม แม่อาจารย์ได้ยินกวักมือเรียก อาจารย์ แล้วคุณแม่ยกหมอนขึ้น นับเงินมา 5,000 บาท บอกเอาไปให้กำนัน ปรับปรุงห้องน้ำ เห็นไหมว่าเงินเดือน 1,000 บาท ที่เราให้เป็นบันไดพาแม่ไป สวรรค์...นี่ถ้าแม่ไม่มีเงินในมือ แม่จะได้ทำบุญไหม? พอกำนันรับเงินเสร็จ ก็เดิน ผ่านไปบ้านถัดไป ลุงแก่ ๆ บ้านโน้นกำลังเก็บผ้าอยู่ในบ้าน กำนันตะโกนข้ามรั้ว ทำบุญสร้างส้วมไหมลุง? ลุงข้างบ้านตอบ “ลุงไม่มีเงินหรอก ลุงอาศัยลูกสาวเขาอยู่ เดี๋ยวเผื่อ ลูกสาวเขากลับมาทันจะขอเงินเขาทำบุญ” เพราะลูกเขาไม่ได้ให้เงินเดือนลุง 40


ลุงคนนี้เป็นเพียงแค่คนเก็บผ้าของลูก ๆ ลุงคนนี้ไม่มีเงิน เพราะลูกเอามาเลี้ยง ไว้คอยเก็บผ้า! เป็นอย่างไงบ้างครับ เห็นอิทธิฤทธิ์ของเงิน 1,000 บาท “เงินเลี้ยงหัวใจ แม่” แล้วหรือยังครับ วันนี้เราให้ “เงินเลี้ยงหัวใจแม่” แล้วหรือยัง ? 41 บันทึกข้อคิดที่ได้รับ


ลูก (ผู้) ชาย ลูกผู้ชายโลกนี้ มันไม่มีโรงเรียน ลูกผู้ชายตัวจริงหรอก เพราะผู้ชายมันเป็นมา ตั้งแต่เกิด (ห้ามเถียงว่าบางคนก็กลายเป็นผู้ หญิง อันนี้พ่อรู้ เขาก็มีกรรมของเขามาอีกที หนึ่ง) ในเมื่อลูกเกิดมาเป็นผู้ชาย ก็ทำตัวให้ สมชายชาตรี อย่าทำตัวให้เขาดูถูกว่า “ไปยืม กระโปรงแม่มาใส่เสีย” มันไม่น่าภูมิใจหรอก พ่อเอามาให้ลูกอ่านแบบคร่าว ๆ เพราะส่วน หนึ่งลูกต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง จากสังคม จากคนรอบข้าง 1. ลูกต้องทำตัวให้เป็นผู้ชาย สง่าผ่าเผย อย่าทำตัวใจเสาะเป็นปลาซิว 2. ไม่ต้องเอะอะมะเทิ่ง มีอะไรต้องคุยด้วยเหตุด้วยผล และอย่าทำตัวเป็น อันธพาล มันไม่น่ารัก ไม่มีใครชอบคนอันธพาล วันหนึ่งลูกเป็นพ่อคนขึ้น มาลูกก็ไม่อยากให้ลูกของลูกเป็นอันธพาลเหมือนที่พ่อกลัวลูกจะเป็น อันธพาลในตอนนี้ 3. พูดอะไรต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่ถุยน้ำลายแล้วเอามากลืนใหม่ คนไร้สัจจะ ยากประสบความสำเร็จในชีวิต 42


4. ลูกอาจไม่ต้องหล่อสำอางอะไรมาก (อย่าโทษพ่อกับแม่เรื่องรูปร่างหน้าตา ของลูก เพราะส่วนหนึ่งมันเกี่ยวกับว่าลูกถวายดอกไม้บ้างหรือเปล่าเมื่อ ชาติที่แล้ว) แต่ต้องมีบุคลิกที่ดีมีความสุขุม มีความเป็นผู้ใหญ่ ดื้อได้บ้าง บางครั้ง แต่อย่างี่เง่า 5. ลูกอาจไม่ต้องรูปร่างสูงใหญ่ การศึกษาดีเยี่ยม แต่ต้องมีวิชาชีพติดตัว เพราะยังไงลูกก็ต้องเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัว 6. ต้องมีเป้าหมาย ต้องทำตามเป้าหมาย และแม้จะผิดหวัง ก็อย่ายอมแพ้ โดยง่าย 7. ต้องมีความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหน้าที่การงานหรือครอบครัว พ่อแม่พี่น้องและญาติมิตร ความเห็นแก่ตัวและเอาดีเข้าตัวไม่ใช่สุภาพบุรุษ ผลักปัดหลีกลี้ไม่ใช่นิสัยของลูกผู้ชาย 8. ลูกต้องซื่อสัตย์ต่อคู่ชีวิต เมื่อเธอฝากชีวิตไว้กับลูก ก็อย่าทำตัวเจ้าชู้ประตู ดิน มันอาจดูสนุก แต่มันไม่มีความสุขหรอกลูก วันหนึ่งลูกแก่เฒ่ามา ระวังลูกหลานจะไม่เลี้ยง (เพราะเขาสงสารแม่เขามากกว่าที่จะรักลูก) 9. เป็นผู้ชายยอมผู้หญิงได้ก็ให้ยอมนะ เขาอ่อนแอกว่า เขาหวังพึ่งเรา เรามันเป็นเพศที่ต้องเข้มแข็ง หนักนิดเบาหน่อยก็ยอม ๆ เขาไปเถอะ 43


10. ต้องรู้จักเข้าวัดเข้าโบสถ์บ้าง ลูกผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้า ธำรงศาสนา เอา หลักธรรมคำสอนมาประยุกต์ใช้ในชีวิต อย่าเข้าวัดตอนแก่เดี๋ยวจะเดินไป วัดไม่ไหว ลำบากลูกหลานต้องคอยพยุงต้องคอยเข็นรถให้ 11. อย่าทิ้งพ่อกับแม่โดยไม่ดูแล ลูกเมียลูกกำลังดูอยู่ ลูกไม่เคารพพ่อกับแม่ ลูกเมียของลูกก็จะเอาอย่าง วันหนึ่งลูกแก่เฒ่าขึ้นมา กรรมจะตามสนอง พ่อก็ทำได้ไม่ดีมาก แต่ก็พอที่จะให้ลูกได้เอาเป็นเยี่ยงอย่างได้บ้าง เอ่อ..ไม่ต้องให้พ่อลงท้ายว่ารักลูกหรอกนะ มันกระดากปากเจริญ ๆ ก็แล้วกัน จากพ่อ 44


อ้อมอกอุ่นเสมอ “อันพระคุณแม่นับคณา เกินกว่ายากหาไหน?” เพลงที่ผมได้ฟังจากพี่ขับแท็กซี่มาส่งผมหลังเลิกจากงานเลี้ยงบริษัท เมื่อคืน ยังคงก้องอยู่ในหัว มันไม่ใช่เพลงใหม่ มันเป็นเพลงที่คุ้นเคยดีแต่เมื่อคืน ตอนที่ผมได้ฟัง หัวใจมันห่อเหี่ยวและเจ็บแปลบ ๆ อย่างไรบอกไม่ถูก ผมกลับมาถึงห้องเกือบเที่ยงคืน เดิมทีอยากจะกดโทรศัพท์ไปหาพ่อ แต่ก็กลัวว่าพ่อจะตกใจกับเสียงโทรศัพท์ยามค่ำคืนดึกดื่น ก็เลยตัดสินใจไม่โทรดี กว่า ผมเอนกายนอนลงบนเตียงนอนทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้อาบน้ำ ทั้งที่ก็อยู่จังหวัดเดียวกัน กับพ่อแม่ แต่ผมกลับไม่เคยได้อยู่กับพ่อแม่มากนัก ส่วนมากจะไปเที่ยวกับ เพื่อนๆ ซะมากกว่า ช่วงวันหยุดนาน ๆ ทีกลับไปหาพวกท่าน อาจเป็นเพราะ พี่ ๆ ต่างก็ไปเยี่ยมพ่อกับแม่อยู่เสมอ ผมเลยไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่ แต่ทุกครั้งที่ กลับบ้าน พ่อกับแม่จะถามถึงงานและความเป็นอยู่ของผมเสมอ บางครั้งผมก็ไม่ เข้าใจว่าท่านทำไมต้องถามอะไรที่มันซ้ำ ๆ เพราะครั้งก่อนก็ถามอย่างนี้จนผมไม่ อยากจะตอบ บางครั้งกลับบ้านก็เลี่ยง ๆ ไปเล่นกับหมากับแมวแทน “วัยผ่านพ้นสักวันคงเปลี่ยน คอยหมั่นเพียรเยี่ยมเยียนเมื่อท่านชรา แม่คงชะแง้อยากแลเห็นหน้า แม้ลูกไม่มาแม่คงเจ็บช้ำฤดี” 45


ประโยคนี้ยิ่งตอกย้ำให้ผมนึกถึงวันเวลาเก่า ๆ พ่อของผมเป็นคนค่อน ข้างดุ ตอนเป็นเด็กผมสอบได้คะแนนเต็ม 100 ผมยังไม่เห็นพ่อยิ้มหรือชมผม เลยทำให้ พวกเราไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้พ่อมากนัก ผมเองตอนนั้นก็กลัวพ่อมาก ยิ่งตอนเรียนมัธยมยิ่งไปกันใหญ่ ผมมักจะทะเลาะกับพ่ออยู่เสมอ จึงทำให้ยิ่งมา ยิ่งไม่มีอะไรจะพูดกัน จนถึงตอนเรียนมหาวิทยาลัย ทำงาน และก็คบแฟนจน แต่งงาน ก็ยังไม่ค่อยคุยกันอยู่ดี จนเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผมกลับไปเยี่ยมพ่อกับแม่ที่บ้าน ตอนอยู่ในครัว ผม เดินสวนกับพ่อ ทำให้ผมรู้สึกได้ว่าเหมือนพ่อจะตัวเล็กลง อาจเป็นเพราะอายุ มากขึ้นเลยทำให้พ่อหลังค่อมลง จู่ ๆ ภาพที่ผมขี่คอพ่อก็ผุดขึ้นในหัว จนต้อง แอบหันหลังกลับไปมองพ่ออีกครั้ง มันเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับผม มัน เศร้า ๆ ยังไงไม่รู้เหมือนกัน ในใจตอนนั้นผมอยากวิ่งเข้าไปกอดพ่อสักครั้ง แต่ผมกลับเลือกที่จะยืน อยู่ที่เดิม ได้แต่บอกพ่อว่าช่วยหยิบชามให้ผมหน่อย พอพ่อเดินหยิบชามมาให้ผม ผมสังเกตว่าพ่อเริ่มเดินช้าและทำอะไรช้ามากกว่าเมื่อก่อน บนใบหน้ามีแต่ ริ้วรอยของความชรา ณ เวลานี้นี่เองที่ผมเห็นถึงความแก่ชราของพ่อ ผมหยิบมือถือขึ้นมาดูอีกครั้ง ในสมุดบันทึกเตือนจำ มีข้อความว่า “อาทิตย์หน้าอย่าลืมสอนพ่อเรื่องจ่ายค่าน้ำค่าไฟทางอีแบงค์กิ้ง” เพราะอาทิตย์ ที่แล้ว พ่อบอกผมว่า ช่วงนี้เดินเหินไม่ค่อยสะดวก ท่านชอบไปเสียค่าน้ำค่าไฟที่ สำนักงาน คงเป็นเพราะได้พบกับเจ้าหน้าที่ที่คุ้นเคยกันดีตั้งแต่สมัยทำงาน ก็เลย 46


ชอบไปจ่ายที่สำนักงานแทนร้านสะดวกซื้อ ผมจึงเสนอให้พ่อชำระเงินทาง อินเตอร์เน็ตสะดวกกว่า ไม่ต้องไปจ่ายที่สำนักงานให้เหนื่อย ท่านดูสนใจมากเลย ทีเดียว แต่เผอิญว่าผมต้องรีบกลับ ก็เลยบอกท่านว่าจะมาสอนในอาทิตย์หน้า แล้วความคิดก็ผุดขึ้นในหัว “เราอาจหาเหตุผลมากมายมาอ้างเพื่อ ไม่ต้องอยู่กับพ่อแม่หรืออาจเพราะหน้าที่การงานเลยทำให้เราไม่อาจได้อยู่ใกล้ ชิดกับพ่อแม่" ผมว่าพ่อแม่คงไม่ได้เรียกร้องสิ่งเหล่านี้จากลูก ๆ ผมจะไม่ทำให้ พ่อและแม่คอยชะเง้อมองหาผมในแต่ละอาทิตย์อีกต่อไป เริ่มจากอาทิตย์นี้ ผม จะกลับไปอยู่กับพ่อทุกครั้งที่ผมว่างจากงาน พ่อครับ แม่ครับ ผมขอสัญญา “ต้นไม้ใหญ่ ยืนตระหง่าน บ้านหลังเก่า ออกลูกเต้า แผ่กิ่งก้าน แลสาขา เหล่าไม้ดอก ผลิสะพรั่ง ละลานตา คนชรา สองผู้เฒ่า เฝ้ารอคอย” 47


48 บันทึกข้อคิดที่ได้รับ


Click to View FlipBook Version