The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงสร้างแผนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ ระดับบชั้น ป. 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-05-16 03:47:19

โครงสร้างแผนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ ระดับบชั้น ป. 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565

โครงสร้างแผนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ ระดับบชั้น ป. 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565

โครงสรา้ งการสอน วิชาประวตั ิศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6
ภาคเรยี นท่ี …………. ปีการศึกษา………………เวลา 20 ชั่วโมง

ช่อื หน่วย มาตรฐาน/ตวั ช้วี ัด สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั
หนว่ ยท่ี การเรียนรู้ / (ชม.) คะแนน

เรือ่ ง / สปั ดาห์ 35

1 วธิ ีการทาง มาตรฐาน ส 4.1 วิธีการทางประวัติศาสตร์เป็น 1

ประวัตศิ าสตร์ รู้เข้าใจความหมายความสาคัญของ ขั้นตอนท่ีสาคัญช่วยให้เราได้ (ส. 1)

(1) เวลา และยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่มี

สามารถใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์มา ความถูกต้องเท่ียงตรงสมบูรณ์

วเิ คราะห์เหตกุ ารณ์ตา่ งๆ อย่างเปน็ ระบบ และมคี วามนา่ เชือ่ ถือ

ตวั ชี้วดั ป.6/1
อ ธิ บ า ย ค ว า ม ส า คั ญ ข อ ง วิ ธี ก า ร ท า ง

ประวัติศาสตร์ในการศึกษาเรื่องราวทาง
ประวัติศาสตรอ์ ย่างงา่ ยๆ

1 วธิ กี ารทาง มาตรฐาน ส 4.1 วิธีการทางประวตั ิศาสตร์เป็น 1

ประวตั ศิ าสตร์ รู้เข้าใจความหมายความสาคัญของ ข้ันตอนที่สาคัญช่วยให้เราได้ (ส. 2)

(2) เวลา และยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ท่ีมี

สามารถใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์มา ความถูกต้องเที่ยงตรงสมบูรณ์

วเิ คราะหเ์ หตกุ ารณต์ ่างๆ อย่างเปน็ ระบบ และมีความนา่ เชือ่ ถอื

ตวั ชี้วดั ป. 6/1
อ ธิ บ า ย ค ว า ม ส า คั ญ ข อ ง วิ ธี ก า ร ท า ง
ประวัติศาสตร์ในการศึกษาเร่ืองราวทาง
ประวัตศิ าสตรอ์ ยา่ งงา่ ยๆ

โครงสร้างการสอน วิชาประวตั ศิ าสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 6
ภาคเรียนที่ …………. ปีการศึกษา………………เวลา 20 ชั่วโมง

หน่วยที่ ช่ือหน่วย มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั
การเรียนรู้ / (ชม.) คะแนน
/ สปั ดาห์
เร่อื ง

1 การนาวิธกี าร มาตรฐาน ส 4.1 ในการศึกษาวิธีการท าง 1

ทางประวัติ- รเู้ ขา้ ใจความหมายความสาคญั ของเวลา ประวัติศาสตร์นั้น ทาให้เรา (ส. 3)

ศาสตร์มาใช้ และยคุ สมยั ทางประวตั ิศาสตรส์ ามารถใช้ สามารถนามาใช้ในการศึกษา

ศกึ ษาเรือ่ งราว วธิ ีการทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์ ค้นคว้าเร่ืองราวในท้องถิ่น

ในท้องถนิ่ เหตุการณ์ตา่ งๆ อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ไดข้ ้อมูลท่ีถูกต้อง และมี

ความนา่ เชอื่ ถอื มากท่ีสุด

ตัวชี้วดั ป. 6/1

อ ธิ บ า ย ค ว า ม ส า คั ญ ข อ ง วิ ธี ก า ร ท า ง

ประวัติศาสตร์ในการศึกษาเร่ืองราวทาง

ประวัตศิ าสตร์อย่างง่ายๆ

1 ประเภทของ มาตรฐาน ส 4.1 ประเภทหลักฐานทางประวัติ- 1

หลักฐานทาง รู้เข้าใจความหมายความสาคัญของเวลา ศาสตร์ประกอบด้วยหลักฐาน (ส. 4)

ประวตั ิศาสตร์ และยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สามารถใช้ ชัน้ ต้นหลกั ฐานชน้ั รอง

วิธีการทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์

เหตุการณต์ ่างๆ อย่างเปน็ ระบบ

ตัวชวี้ ัดป. 6/2
นาเสนอข้อมูลจากหลักฐานที่หลากหลาย
ในการทาความเข้าใจเรอ่ื งราวสาคญั ในอดตี

โครงสร้างการสอน วิชาประวตั ิศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6
ภาคเรยี นท่ี …………. ปกี ารศึกษา………………เวลา 20 ชว่ั โมง

หนว่ ยท่ี ช่ือหน่วย มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั สาระสาคญั เวลา น้าหนกั
การเรียนรู้ / คะแนน
มาตรฐาน ส 4.1 แหลง่ หลักฐานทางประวตั ิ- (ชม.)
เรื่อง รู้เข้าใจความหมายความสาคัญของเวลา ศาสตรม์ คี วามสาคัญต่อการ
และยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สามารถใช้ ศึกษาเรื่องราวและหลักฐาน / สปั ดาห์
1 แหลง่ หลกั วิธีการทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์ ทางประวัติศาสตร์ 1
ฐานทางประ เหตุการณต์ า่ งๆ อย่างเปน็ ระบบ (ส. 5)
วัตศิ าสตร์

ตวั ช้วี ัดป. 6/2
นาเสนอข้อมูลจากหลักฐานทีห่ ลากหลาย
ในการทาความเขา้ ใจเรื่องราวสาคญั ในอดตี

1 หลักฐานทาง มาตรฐาน ส 4.1 การศึกษาเร่ืองราวในสมัย 1

ประวัติศาสตร์ รู้เข้าใจความหมายความสาคัญของเวลา รัตนโกสนิ ทร์ตอ้ งอาศัยหลักฐาน (ส. 6)

ทใ่ี ช้ในการ และยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สามารถใช้ ช้ันต้นหลักฐานช้ันรองและ

ศึกษาประวตั ิ วิธีการทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์ แหล่งหลกั ฐานทางประวัติ-

ศ า ส ต ร์ ส มั ย เหตุการณ์ต่างๆ อย่างเปน็ ระบบ ศาสตร์เพ่ือให้ทราบถึงข้อมูลท่ี

รตั นโกสนิ ทร์ ถกู ตอ้ งและนา่ เชือถือ

ตัวชี้วดั ป. 6/2

นาเสนอข้อมูลจากหลักฐานท่ีหลากหลาย

ในการทาความเขา้ ใจเรื่องราวสาคญั ในอดตี

โครงสรา้ งการสอน วชิ าประวตั ิศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6
ภาคเรยี นที่ …………. ปกี ารศกึ ษา………………เวลา 20 ชั่วโมง

หน่วยที่ ช่ือหน่วย มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั
การเรยี นรู้ / (ชม.) คะแนน
/ สปั ดาห์
เรอื่ ง

1 การศึกษา มาตรฐาน ส 4.1 การศึกษาเรื่องราวในสมัย 1

ประวัตศิ าสตร์ รู้เข้าใจความหมายความสาคัญของเวลา รั ต น โ ก สิ น ท ร์ ต้ อ ง อ า ศั ย (ส. 7)

สมยั รัตน- และยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สามารถใช้ หลกั ฐานชนั้ ตน้ หลกั ฐานช้ันรอง

โกสนิ ทร์ วิธีการทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์ แ ล ะ แ ห ล่ ง ห ลั ก ฐ า น ท า ง

เหตุการณ์ตา่ งๆ อยา่ งเปน็ ระบบ ประวัติศาสตร์เพื่อให้ทราบถึง

ขอ้ มลู ทถ่ี กู ต้องและนา่ เชอื ถือ

ตวั ชว้ี ดั ป. 6/2

นาเสนอข้อมูลจากหลักฐานที่หลากหลาย

ในการทาความเขา้ ใจเรอ่ื งราวสาคญั ในอดตี

1 ทตี่ งั้ ของ มาตรฐาน ส 4.2 ประเทศที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค 1

ประเทศใน เขา้ ใจพฒั นาการของมนษุ ยชาตจิ ากอดีต เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความ (ส. 8)

ภูมิภาคเอเชยี จนถึงปัจจุบัน ในด้านความสัมพันธ์และ คล้ายคลึงกนั ในด้านต่างๆ

ตะวนั ออก การเปล่ียนแปลงของเหตุการณ์อย่าง

เฉียงใต้ ต่อเนื่อง ตระหนักถึงความสาคัญและ

สามารถวิเคราะห์ผลกระทบทีเ่ กิดขึ้น

ตัวช้วี ดั ป. 6/1
อธิบายสภาพสังคม เศรษฐกิจ และ
ก า ร เ มื อ ง ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ เ พ่ื อ น บ้ า น ใ น
ปัจจุบัน

โครงสรา้ งการสอน วิชาประวตั ิศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 6
ภาคเรียนท่ี …………. ปีการศึกษา………………เวลา 20 ช่ัวโมง

หนว่ ยท่ี ชือ่ หน่วย มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ดั สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั
การเรยี นรู้ / (ชม.) คะแนน

เรอื่ ง / สัปดาห์

1 ส า ธ า ร ณ รั ฐ มาตรฐาน ส 4.2 ประเทศพม่ามีความเป็นมา 1

แห่งสหภาพ เขา้ ใจพฒั นาการของมนุษยชาติจากอดีต ทางประวัติศาสตร์ การเมือง (ส. 9)

เมียนมา จนถึงปัจจุบัน ในด้านความสัมพันธ์และ การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม

การเปล่ียนแปลงของเหตุการณ์อย่าง แ ล ะ วั ฒ น ธ ร ร ม ที่ มี ส่ ว น

ต่อเนื่อง ตระหนักถึงความสาคัญและ คล้ายคลึงและแตกต่างกันกับ

สามารถวเิ คราะห์ผลกระทบทีเ่ กดิ ข้นึ ประเทศในเอเชียตะวันออก

เฉียงใต้

ตวั ชวี้ ัดป. 6/1

อธิบายสภาพสังคม เศรษฐกิจ และ

ก า ร เ มื อ ง ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ เ พ่ื อ น บ้ า น ใ น

ปัจจบุ ัน

1 ส า ธ า ร ณ รั ฐ มาตรฐาน ส 4.2 ประเทศลาวมีความเป็นมา 1

ประชาธิปไตย เขา้ ใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีต ทางประวัติศาสตร์ การเมือง (ส. 10)

ประชาชนลาว จนถึงปัจจุบัน ในด้านความสัมพันธ์และ การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม

การเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์อย่าง แ ล ะ วั ฒ น ธ ร ร ม ท่ี มี ส่ ว น

ต่อเน่ือง ตระหนักถึงความสาคัญและ คล้ายคลึงและแตกต่างกันกับ

สามารถวเิ คราะห์ผลกระทบที่เกิดขน้ึ ประเทศในเอเชียตะวันออก

เฉยี งใต้ใต้

ตัวชีว้ ัดป. 6/1

อธิบายสภาพสังคม เศรษฐกิจ และ

ก า ร เ มื อ ง ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ เ พื่ อ น บ้ า น ใ น

ปัจจุบนั

ประเมนิ กลางภาคเรียนที่ 1 (ส. 10) 10 คะแนน

โครงสรา้ งการสอน วชิ าประวตั ิศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 6
ภาคเรยี นที่ …………. ปีการศึกษา………………เวลา 20 ชวั่ โมง

หนว่ ยท่ี ชือ่ หน่วย มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั
การเรยี นรู้ / (ชม.) คะแนน

เรือ่ ง / สปั ดาห์ 35

1 ส า ธ า ร ณ รั ฐ มาตรฐาน ส 4.1 ประเทศเวียดนามมีความ 1

สั ง ค ม นิ ย ม รู้เข้าใจความหมายความสาคัญของเวลา เป็นมาทางประวัติศาสตร์ (ส. 11)

เวียดนาม และยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สามารถใช้ การเมืองการปกครองเศรษฐกิจ

วิธีการทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์ สังคมและวัฒนธรรมท่ีมีส่วน

เหตกุ ารณต์ า่ งๆ อย่างเปน็ ระบบ คล้ายคลึงและแตกต่างกันกับ

ประเทศในเอเชียตะวันออก

ตวั ช้ีวดั ป.6/2 เฉยี งใต้

นาเสนอข้อมูลจากหลักฐานที่หลากหลาย

ในการทาความเข้าใจเรือ่ งราวสาคญั ในอดีต

1 ราชอาณาจักร มาตรฐาน ส 4.2 ประเทศกัมพูชามีความเป็นมา 1

กมั พูชา เขา้ ใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีต ทางประวัติศาสตร์การเมืองการ (ส. 12)

จนถึงปัจจุบัน ในด้านความสัมพันธ์และ ปกครองเศรษฐกิจสังคมและ

การเปล่ียนแปลงของเหตุการณ์อย่าง วัฒนธรรมที่มีส่วนคล้ายคลึง

ต่อเนื่อง ตระหนักถึงความสาคัญและ และแตกต่างกันกับประเทศใน

สามารถวเิ คราะห์ผลกระทบที่เกดิ ข้ึน เอเชียตะวันออกเฉยี งใต้

ตวั ชวี้ ดั ป.6/1
อธิบายสภาพสังคม เศรษฐกิจ และ
ก า ร เ มื อ ง ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ เ พ่ื อ น บ้ า น ใ น
ปัจจบุ ัน

โครงสรา้ งการสอน วชิ าประวตั ิศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 6
ภาคเรยี นท่ี …………. ปกี ารศกึ ษา………………เวลา 20 ชั่วโมง

หนว่ ยท่ี ช่ือหนว่ ย มาตรฐาน/ตัวชว้ี ัด สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั
การเรยี นรู้ / (ชม.) คะแนน

เรอ่ื ง / สัปดาห์

1 สหพนั ธรฐั มาตรฐาน ส 4.1 ประเทศมาเลเซียและบรูไนมี 1
มาเลเซีย
และเนการา รู้เข้าใจความหมายความสาคัญของเวลา ความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ (ส. 13)
บรไู นดารุส-
ซาลาม และยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สามารถใช้ การเมอื งการปกครองเศรษฐกจิ

วิธีการทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์ สังคมและวัฒนธรรมท่ีมีส่วน

เหตกุ ารณ์ตา่ งๆ อยา่ งเป็นระบบ คล้ายคลึงและแตกต่างกันกับ

ประเทศในเอเชียตะวันออก

ตัวชว้ี ดั ป. 6/2 เฉียงใต้

นาเสนอข้อมูลจากหลักฐานที่หลากหลาย

ในการทาความเข้าใจเรือ่ งราวสาคญั ในอดีต

1 สาธารณรฐั มาตรฐาน ส 4.2 ป ร ะ เ ท ศ สิ ง ค โ ป ร์ แ ล ะ 1

สิงคโปรแ์ ละ เขา้ ใจพัฒนาการของมนษุ ยชาตจิ ากอดีต อินโดนีเซียมีความเป็นมาทาง (ส. 14)

สาธารณรฐั จนถึงปัจจุบัน ในด้านความสัมพันธ์และ ประวัติศาสตร์ การเมืองการ

อนิ โดนีเซยี การเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์อย่าง ปกครอง เศรษฐกิจ สังคมและ

ต่อเน่ือง ตระหนักถึงความสาคัญและ วัฒนธรรม ท่ีมีส่วนคล้ายคลึง

สามารถวเิ คราะหผ์ ลกระทบท่เี กิดขึ้น และแตกต่างกันกับประเทศใน

เอเชียตะวันออกเฉยี งใต้

ตวั ช้วี ดั ป. 6/1

อธิบายสภาพสังคม เศรษฐกิจ และ

ก า ร เ มื อ ง ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ เ พ่ื อ น บ้ า น ใ น

ปจั จบุ นั

โครงสรา้ งการสอน วิชาประวตั ิศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6
ภาคเรียนที่ …………. ปีการศกึ ษา………………เวลา 20 ช่ัวโมง

หนว่ ยท่ี ชือ่ หน่วย มาตรฐาน/ตวั ช้วี ัด สาระสาคญั เวลา น้าหนกั
การเรยี นรู้ / (ชม.) คะแนน

เรือ่ ง / สัปดาห์

1 สาธารณรฐั มาตรฐาน ส 4.1 ประเทศฟิลิปปินส์และติมอร์- 1

ฟลิ ปิ ปนิ ส์ และ รู้เข้าใจความหมายความสาคัญของเวลา เ ล ส เ ต มี ค ว า ม เ ป็ น ม า ท า ง (ส. 15)

สาธารณรฐั และยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สามารถใช้ ประวัติศาสตร์การเมืองการ

ประชาธิปไตย วิธีการทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์ ปกครองเศรษฐกิจสังคมและ

ติมอร-์ เลสเต เหตกุ ารณต์ า่ งๆ อยา่ งเปน็ ระบบ วัฒนธรรมที่มีส่วนคล้ายคลึง

และแตกต่างกันกับประเทศใน

ตวั ชี้วัดป. 6/2 เอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้

นาเสนอข้อมูลจากหลักฐานที่หลากหลาย

ในการทาความเขา้ ใจเรื่องราวสาคญั ในอดีต

2 ความเหมือน มาตรฐาน ส 4.2 ประเทศไทยและประเทศ 1

และแตกต่าง เขา้ ใจพฒั นาการของมนุษยชาติจากอดีต เพ่ือนบ้านมีความเหมือนและ (ส. 16)

ระหว่าง จนถึงปัจจุบัน ในด้านความสัมพันธ์และ แตกต่างกันในด้านการปกครอง

ประเทศไทย การเปล่ียนแปลงของเหตุการณ์อย่าง ด้านเศรษฐกิจดา้ นทรพั ยากร

กับประเทศ ต่อเนื่อง ตระหนักถึงความสาคัญและ ธรรมชาติและด้านสังคมและ

เพอ่ื นบ้าน สามารถวเิ คราะหผ์ ลกระทบทเ่ี กิดขึ้น วฒั นธรรม

ตวั ชว้ี ดั ป. 6/1
อธิบายสภาพสังคม เศรษฐกิจ และ
ก า ร เ มื อ ง ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ เ พื่ อ น บ้ า น ใ น
ปัจจุบัน

โครงสรา้ งการสอน วชิ าประวตั ิศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 6
ภาคเรียนที่ …………. ปีการศกึ ษา………………เวลา 20 ชว่ั โมง

หนว่ ยที่ ชอ่ื หน่วย มาตรฐาน/ตัวชว้ี ัด สาระสาคญั เวลา น้าหนกั
การเรียนรู้ / (ชม.) คะแนน

เร่ือง / สัปดาห์

2 ประวัติความ มาตรฐาน ส 4.1 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย 1
เป็นมาของ
อาเซียน รู้เข้าใจความหมายความสาคัญของเวลา ตะวันออกเฉียงใต้ได้รวมกลุ่ม (ส. 17)

และยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สามารถใช้ กันตั้งองค์กรขึ้นมาเป็นสมาคม

วิธีการทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์ ป ร ะ ช า ช า ติ แ ห่ ง เ อ เ ชี ย

เหตกุ ารณต์ ่างๆ อยา่ งเปน็ ระบบ ตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน

ซึ่ ง จั ด ตั้ ง ขึ้ น ต า ม ป ฏิ ญ ญ า

ตวั ช้วี ดั ป.6/2 อาเซียน

นาเสนอข้อมูลจากหลักฐานที่หลากหลาย

ในการทาความเขา้ ใจเร่อื งราวสาคญั ในอดตี

2 วตั ถปุ ระสงค์ มาตรฐาน ส 4.2 วัตถุประสงค์หลักของอาเซียน 1

หลกั ของ เขา้ ใจพัฒนาการของมนุษยชาตจิ ากอดีต คือความร่วมมือและช่วยเหลือ (ส. 18)

อาเซยี น จนถึงปัจจุบัน ในด้านความสัมพันธ์และ กั น ท า ง เ ศ ร ษ ฐ กิ จ สั ง ค ม

การเปล่ียนแปลงของเหตุการณ์อย่าง วัฒนธรรมเทคโนโลยีและการ

ต่อเน่ือง ตระหนักถึงความสาคัญและ บริการเพื่อส่งเสริมสันติภาพ

สามารถวเิ คราะหผ์ ลกระทบทเี่ กดิ ขนึ้ และความมน่ั คงของภมู ิภาค

ตัวชี้วัดป.6/1
อธิบายสภาพสังคม เศรษฐกิจ และ
ก า ร เ มื อ ง ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ เ พื่ อ น บ้ า น ใ น
ปจั จบุ นั

โครงสร้างการสอน วชิ าประวตั ิศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ภาคเรียนท่ี …………. ปกี ารศกึ ษา………………เวลา 20 ชว่ั โมง

หน่วยที่ ช่ือหน่วย มาตรฐาน/ตัวชว้ี ัด สาระสาคญั เวลา น้าหนัก
การเรยี นรู้ / (ชม.) คะแนน

เร่อื ง / สปั ดาห์

2 ความสัมพันธ์ มาตรฐาน ส 4.1 ความสัมพนั ธข์ องกลุ่มอาเซียน 1

ของอาเซียน รู้เข้าใจความหมายความสาคัญของเวลา มีจุดมุ่งหมายส่งเสริมความ (ส. 19)

ทางเศรษฐกิจ และยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สามารถใช้ รว่ มมือทางเศรษฐกจิ และสงั คม

และสังคม วิธีการทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์

เหตกุ ารณ์ตา่ งๆ อยา่ งเปน็ ระบบ

ตวั ช้วี ดั ป. 6/2
นาเสนอข้อมูลจากหลักฐานท่ีหลากหลาย
ในการทาความเข้าใจเรื่องราวสาคัญในอดีต

2 ความรว่ มมือ มาตรฐาน ส 4.2 สมาชิกอาเซียนได้มีความ 1

ดา้ นตา่ งๆ เข้าใจพัฒนาการของมนษุ ยชาติจากอดีต ร่ ว ม มื อ กั น ท า ง ด้ า น สั ง ค ม (ส. 20)

ของสมาชิก จนถึงปัจจุบัน ในด้านความสัมพันธ์และ วิชาการและวัฒนธรรม

อาเซยี น การเปล่ียนแปลงของเหตุการณ์อย่าง

ต่อเนื่อง ตระหนักถึงความสาคัญและ

สามารถวเิ คราะห์ผลกระทบท่ีเกิดข้นึ

ตวั ชว้ี ดั ป. 6/1
อธิบายสภาพสังคม เศรษฐกิจ และ
ก า ร เ มื อ ง ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ เ พื่ อ น บ้ า น ใ น
ปัจจุบัน

ประเมนิ ปลายภาคเรียนท่ี 1 (ส. 20) 20 คะแนน

สัปดาห์ท่ี 1

โรงเรยี นขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้

ภาคเรียนท…ี่ ……..… /…………….. ช่ือผูส้ อน……………………………………………………

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 6 จานวน 1 คาบ

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 การศึกษาเรอื่ งราวทางประวัติศาสตร์

เร่อื ง วธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์ (1)

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชีว้ ัด
มาตรฐาน ส 4.1 รู้เข้าใจความหมายความสาคัญของเวลา และยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สามารถใช้วิธีการทาง

ประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์เหตกุ ารณต์ ่างๆ อยา่ งเปน็ ระบบ

ตัวชวี้ ดั ป.6/1 อธบิ ายความสาคญั ของวธิ กี ารทางประวัติศาสตรใ์ นการศกึ ษาเรอื่ งราวทางประวัตศิ าสตร์อย่างงา่ ยๆ

2. สาระสาคัญ / ความคดิ รวบยอด
วิธีการทางประวัติศาสตร์ เป็นขั้นตอนท่ีสาคัญ ช่วยให้เราได้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ท่ีมีความถูกต้อง เท่ียงตรง สมบูรณ์

และมคี วามน่าเชอ่ื ถือ

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายความสาคญั ของวธิ กี ารทางประวัตศิ าสตรไ์ ด้ (K)
2. บอกข้นั ตอนของวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตรไ์ ด้ (P)
3. เห็นคุณค่าวิธีการทางประวัตศิ าสตร์ (A)

4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถนิ่
พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ความหมายและความสาคญั ของวธิ ีการทาง
ประวัติศาสตร์อย่างง่ายๆ ทเ่ี หมาะสมกบั นกั เรยี น

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

คาบที่ 1

ขั้นนา

ขั้นกระตุน้ ความสนใจ

1. ครูนาภาพวัดศรีชุม จ. สุโขทัย มาให้นักเรียนดู แล้วตงั้ ประเดน็ คาถามถามนกั เรยี น เชน่
- จากภาพเป็นสถานทใี่ ด
- ภาพนี้มีความสาคัญอยา่ งไร

2. ครูอธิบายเช่ือมโยงให้นักเรียนเห็นถึงความสาคัญของการ ศึกษาเร่ืองราวทางประวัติศาสตร์ และวิธีการศึกษาค้นคว้า
ขอ้ มลู โดยใช้วธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์

ข้ันสอน

ขนั้ สารวจค้นหา

3. นักเรียนตอบคาถามกระตุ้นความคิด นักเรียนสามารถสืบค้นเร่ืองราวทางประวัติศาสตร์ได้โดยวิธีใดบ้าง (เช่น ไปดู
สถานที่จริง ค้นคว้าข้อมูลจากหนังสือ เป็นตน้ )

4. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละกันตามความ สามารถ คือ เก่ง ปานกลางค่อนข้างเก่ง ปานกลางค่อนข้าง
อ่อน และอ่อน จากนั้นสมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้ เรื่อง วิธีการทางประวัติศาสตร์ จากหนังสือเรียนหรือบทเรียน
คอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite โดยให้นักเรียนจับคู่กับสมาชิกภายในกลุ่มเป็น 2 คู่ และให้แตล่ ะคู่ศึกษาตามหัวข้อ ท่ีกาหนด
ดงั นี้

- คู่ท่ี 1 ศึกษาขน้ั ตอนที่ 1 การกาหนดหัวขอ้ ที่สนใจ

- คทู่ ี่ 2 ศึกษาขนั้ ตอนท่ี 2 การรวบรวมหลกั ฐาน

ขัน้ อธบิ ายความรู้

5. เมอ่ื นกั เรยี นแต่ละคนศกึ ษาความรู้จนเข้าใจแลว้ ให้ผลดั กันอธิบายความรู้ที่ไดก้ ับเพอื่ นทีเ่ ป็นค่จู นมคี วามเขา้ ใจตรงกนั

ขั้นสรุป

ขัน้ ขยายความเขา้ ใจ
6. นักเรียนแต่ละคู่กลับมารวมกลุ่มเดิม (4 คน) แล้วผลัดกันอธิบายองค์ความรู้ให้สมาชิกอีกคู่หน่ึงภายในกลุ่มฟัง

และซักถามข้อสงสัย ครคู อยใหค้ วามช่วยเหลือ

ข้ันตรวจสอบผล
7. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง วิธกี ารทางประวัติศาสตร์ ในขั้นตอนของการกาหนดหัวข้อที่น่าสนใจ และการ

รวบรวมหลักฐาน

6. การวดั และประเมนิ ผล

การวดั และประเมิน วธิ ีการวดั ผล เคร่อื งมอื วัด เกณฑ์การประเมินผล
จดุ ประสงค์
1. อธิบายความสาคัญของ 1. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น 70% ขึน้ ไปถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
ความรู้ความเข้าใจ (K)
วธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร์ได้ (K) หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 การประเมิน
ทกั ษะ / กระบวนการ (P)
2. บอกขนั้ ตอนของวธิ กี าทาง 2. ทาแบบฝึกหดั 70% ข้ึนไปถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
คุณลกั ษณะนสิ ัย (A)
ประวัติศาสตร์ได้ (P) การประเมนิ

3. เห็นคุณค่าวธิ กี ารทาง 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการ 70% ขึ้นไปถอื ว่าผา่ นเกณฑ์

ประวัติศาสตร์ (A) ทางานรายบุคคล การประเมนิ

7. สอ่ื / แหล่งการเรียนรู้
7.1 ส่อื การเรยี นรู้
1) บตั รภาพ
7.2 แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องสมุด
2) อินเทอร์เน็ต

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ………………………………………………………ครผู สู้ อน ลงชื่อ………………………………………………………ฝา่ ยวิชาการ
(……………………………………………………) (……………………………………………………)

ลงชื่อ………………………………………………………ผบู้ รหิ าร
(……………………………………………………)

สปั ดาห์ที่ 2

โรงเรียนขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรียนท…ี่ ……..… /…………….. ชื่อผู้สอน……………………………………………………

กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 จานวน 1 คาบ

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 การศกึ ษาเรือ่ งราวทางประวตั ศิ าสตร์

เร่ือง วธิ กี ารทางประวัติศาสตร์ (2)

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวช้วี ัด
มาตรฐาน ส 4.1 รู้เข้าใจความหมายความสาคัญของเวลา และยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สามารถใช้วิธีการทาง

ประวตั ศิ าสตรม์ าวเิ คราะห์เหตุการณ์ต่างๆ อย่างเปน็ ระบบ

ตัวช้วี ดั ป.6/1 อธบิ ายความสาคัญของวิธีการทางประวตั ิศาสตรใ์ นการศกึ ษาเรื่องราวทางประวัตศิ าสตรอ์ ย่างงา่ ยๆ

2. สาระสาคญั / ความคดิ รวบยอด
วิธีการทางประวัติศาสตร์ เป็นข้ันตอนท่ีสาคัญ ช่วยให้เราได้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ท่ีมีความถูกต้อง เที่ยงตรง สมบูรณ์

และมีความนา่ เชอ่ื ถือ

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายความสาคญั ของวิธีการทางประวัติศาสตรไ์ ด้ (K)
2. บอกข้ันตอนของวธิ กี ารทางประวัติศาสตรไ์ ด้ (P)
3. เห็นคณุ คา่ วิธีการทางประวตั ศิ าสตร์ (A)

4. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถ่นิ
พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
ความหมายและความสาคัญของวิธกี ารทาง
ประวัติศาสตร์อย่างง่ายๆ ทีเ่ หมาะสมกับนกั เรียน

5. กิจกรรมการเรียนรู้

คาบท่ี 1

ข้นั นา

ขนั้ กระตนุ้ ความสนใจ
1. นกั เรยี นทบทวนความรเู้ ดมิ เกีย่ วกบั วธิ กี ารทางประวตั ิศาสตร์ ในสองขนั้ แรก คือ ขนั้ กาหนดหัวข้อที่สนใจ และขัน้ การ

รวบรวมหลกั ฐาน

2. ครตู ้ังคาถามวา่ เม่ือนกั เรยี นรวบรวมหลักฐานมาไดแ้ ล้ว นกั เรยี นจะดาเนนิ การตอ่ อย่างไรในการศกึ ษาวธิ กี ารทาง
ประวตั ิศาสตร์

3. ครอู ธบิ ายให้นกั เรียนเขา้ ใจวา่ หลงั จากมีการรวบรวมหลกั ฐานแล้ว จะมขี ้นั ตอนการตรวจสอบหลกั ฐาน การตคี วาม
หลกั ฐาน และการเรียบเรียงและนาเสนอขอ้ มลู

ขนั้ สอน

ขน้ั สารวจคน้ หา

4. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 6 คน ตามความสมัครใจ จากนั้นสมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เร่ือง วิธีการทาง
ประวัตศิ าสตร์ โดยให้นักเรียนจับคูก่ บั สมาชกิ ภายในกลุ่ม เปน็ 3 คู่ และใหแ้ ต่ละคู่ศกึ ษาตามหวั ข้อท่กี าหนด ดังนี้

- คทู่ ่ี 1 ศกึ ษาขน้ั ตอนที่ 3 การตรวจสอบหลักฐาน
- คู่ที่ 2 ศกึ ษาขน้ั ตอนท่ี 4 การตีความหลกั ฐาน
- คทู่ ี่ 3 ศึกษาขน้ั ตอนท่ี 5 การเรยี บเรียงและนาเสนอข้อมลู
โดยค้นควา้ จากหนังสือเรียนหรือบทเรียนคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite หรือห้องสมุด จากน้ันนาความรู้ที่ได้จาก
การศึกษามาบันทึกลงในแบบบนั ทึกการอ่าน

ขนั้ อธิบายความรู้

5. นักเรียนแต่ละคู่กลับมารวมกลุ่มเดิม (6 คน) ผลัดกันอธิบายองค์ความรู้ให้สมาชิกคู่อื่นๆ ภายในกลุ่มฟัง และซักถาม
ขอ้ สงสยั จนสมาชิกทุกคนในกลมุ่ มคี วามเข้าใจชดั เจนครูคอยใหค้ วามชว่ ยเหลอื

ข้นั สรุป

ขั้นขยายความเข้าใจ
6. นกั เรยี นแตล่ ะคนจบั คูก่ นั และผลดั กนั อธบิ ายคาตอบในใบงานท่ี 1.1 ใหค้ ขู่ องตนเองฟงั จนมคี วามเขา้ ใจอย่างชดั เจน
7. ครูสมุ่ ตัวแทนของแตล่ ะคูอ่ อกมานาเสนอผลงานในใบงานท่ี 1.1 ครูตรวจสอบความถกู ต้อง
8. นักเรียนตอบคาถามกระตุ้นความคิดเพราะเหตุใด จึงต้องมีการตรวจสอบหลักฐานท่ีสืบค้นมาได้ก่อนเสมอ(เพ่ือให้รู้ว่า

หลกั ฐานทเี่ ราไดข้ อ้ มลู มีความถูกตอ้ ง สมบรู ณ์หรอื ไม่)

ขั้นตรวจสอบผล

9. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง วิธีการทางประวัติศาสตร์ ในข้ันตอนของการตรวจสอบหลักฐาน การตีความ
หลกั ฐาน และการเรียบเรียงและนาเสนอข้อมลู

10. นักเรียนตอบคาถามกระตุ้นความคิดนักเรียนสามารถนาเสนอข้อมูลที่ได้จากการใช้วิธกี ารทางประวัติศาสตร์ได้อย่างไร
บ้าง (การเขียนเรยี งความ การทารายงาน การจัดนิทรรศการ เป็นตน้ )

6. การวดั และประเมนิ ผล

การวดั และประเมนิ วธิ ีการวดั ผล เครอื่ งมือวัด เกณฑก์ ารประเมินผล
จดุ ประสงค์
1. อธิบายความสาคัญของ 1. แบบทดสอบก่อนเรยี น 70% ขน้ึ ไปถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
ความรู้ความเข้าใจ (K)
วธิ ีการทางประวัติศาสตรไ์ ด้ (K) หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 การประเมนิ
ทักษะ / กระบวนการ (P)
2. บอกขัน้ ตอนของวิธกี าทาง 2. ใบงานที่ 1.1 เร่ือง วิธีการ 70% ขน้ึ ไปถือว่าผ่านเกณฑ์
คณุ ลกั ษณะนสิ ยั (A)
ประวัติศาสตร์ได้ (P) ทางประวัติศาสตร์ การประเมนิ

3. เห็นคุณค่าวิธกี ารทาง 3. แบบสังเกตพฤตกิ รรมการ 70% ข้ึนไปถือว่าผ่านเกณฑ์

ประวัติศาสตร์ (A) ทางานรายบคุ คล การประเมนิ

7. สื่อ / แหลง่ การเรยี นรู้
7.1 ส่อื การเรียนรู้
1) บตั รภาพ
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) อินเทอรเ์ น็ต

8. กิจกรรมเสนอแนะ
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ………………………………………………………ครผู สู้ อน ลงชื่อ………………………………………………………ฝ่ายวิชาการ
(……………………………………………………) (……………………………………………………)

ลงชือ่ ………………………………………………………ผู้บรหิ าร
(……………………………………………………)

ใบงานท่ี 1.1
เรือ่ ง วธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์

คาชีแ้ จง ใหน้ ักเรยี นเขียนขยายความเก่ียวกบั วิธีการทางประวัติศาสตร์ในแต่ละข้ันตอน
1. กาหนดหวั ข้อท่ีศึกษา
และนาเสนอขอ้ มลู

2. รวบรวมหลกั ฐาน
และนาเสนอขอ้ มลู

3. ตรวจสอบหลักฐาน
และนาเสนอขอ้ มลู

4. ตีความหลักฐาน
และนาเสนอขอ้ มลู

5. เรยี บเรยี ง
และนาเสนอขอ้ มูล

สัปดาห์ท่ี 3

โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้

ภาคเรียนท…ี่ ……..… /…………….. ชื่อผ้สู อน……………………………………………………

กลุม่ สาระการเรียนรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 จานวน 1 คาบ

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การศกึ ษาเรื่องราวทางประวตั ศิ าสตร์

เรื่อง การนาวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตรม์ าใช้ศกึ ษาเร่อื งราวในทอ้ งถิ่น

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชวี้ ดั
มาตรฐาน ส 4.1 รู้เข้าใจความหมายความสาคัญของเวลา และยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สามารถใช้วิธีการทาง

ประวตั ิศาสตร์มาวิเคราะห์เหตกุ ารณ์ตา่ งๆ อยา่ งเปน็ ระบบ

ตวั ชี้วัด ป.6/1 อธิบายความสาคญั ของวิธกี ารทางประวตั ิศาสตรใ์ นการศกึ ษาเรอ่ื งราวทางประวตั ิศาสตรอ์ ย่างงา่ ยๆ

2. สาระสาคญั / ความคิดรวบยอด
ในการศึกษาวธิ ีการทางประวัติศาสตรน์ ้ัน ทาใหเ้ ราสามารถนามาใชใ้ นการศึกษาคน้ คว้าเรือ่ งราวในทอ้ งถ่นิ เพ่อื ให้ไดข้ อ้ มูลที่

ถูกต้อง และมคี วามนา่ เชือ่ ถือมากทีส่ ุด

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายการนาวธิ ีการทางประวัตศิ าสตร์มาใช้ศกึ ษาเรอ่ื งราวในท้องถนิ่ ได้ (K)
2. นาวธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์มาใชศ้ ึกษาเรอ่ื งราวในทอ้ งถิ่นได้ (P)
3. เหน็ คณุ คา่ การนาวธิ กี ารทางประวัติศาสตร์มาใชศ้ ึกษาเรอ่ื งราวในทอ้ งถิ่น (A)

4. สาระการเรียนรู้

สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถน่ิ
พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
การนาวธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์ไปใชศ้ กึ ษาเรอ่ื งราวใน
ท้องถ่นิ เชน่ ความเปน็ มาของภมู ินามของสถานท่ใี น
ท้องถ่ิน

5. กิจกรรมการเรยี นรู้

คาบท่ี 1

ขั้นนา

ข้ันกระตนุ้ ความสนใจ
1. ครูทบทวนความรูเ้ ดิมเกยี่ วกบั วิธีการทางประวัติศาสตรแ์ ล้วให้นกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายว่า การตรวจสอบหลักฐานและการ

ตีความข้อมูลมีความสาคญั อยา่ งไร

2. นกั เรยี นรวมกลมุ่ เดมิ (จากแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1) แล้วให้แตล่ ะกลุม่ ร่วมกนั ศึกษาความรู้เรื่อง ตวั อย่างการนาวิธีการ
ทางประวตั ศิ าสตร์มาใช้ศกึ ษาเรื่องราวในทอ้ งถ่นิ จาก หนงั สอื เรยี นหรือบทเรยี นคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite

3. นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ กาหนดหวั ขอ้ ทส่ี นใจเกย่ี วกบั เรอ่ื งราวในทอ้ งถน่ิ กลุ่มละ 1 หัวขอ้ จากนน้ั ใช้วิธีการทางประวัตศิ าสตร์
ในการศกึ ษาเรอื่ งราว

ข้ันสอน

ขน้ั สารวจคน้ หา

4. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ วางแผนการทางาน และแบง่ หน้าท่ีให้กบั สมาชิกแตล่ ะคนในกลมุ่ ตามความเหมาะสม
5. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ สบื คน้ ขอ้ มลู ตามประเดน็ ทก่ี าหนดจากแหลง่ หลกั ฐานตา่ งๆ ในทอ้ งถิ่น

ข้ันอธิบายความรู้

6. นักเรียนแต่ละคู่กลับมารวมกลุ่มเดิม (6 คน) ผลัดกันอธิบายองค์ความรู้ให้สมาชิกคู่อ่ืนๆ ภายในกลุ่มฟัง และซักถาม
ขอ้ สงสยั จนสมาชกิ ทกุ คนในกลุ่มมีความเขา้ ใจชัดเจนครูคอยให้ความช่วยเหลอื

ขน้ั สรปุ

ขน้ั ขยายความเข้าใจ
7. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ
8. นักเรียนแต่ละกลุ่มนาผลการสืบค้นข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆ มาเปรียบเทียบ วิเคราะห์ และประเมินผลจากข้อมูล

ทีไ่ ดร้ วบรวมมา
9. นักเรียนแต่ละกลุ่มนาผลสรุปจากการเปรียบเทียบ วิเคราะห์และประเมินผลจากข้อมูลท่ีได้รวบรวมมาตีความและ

สงั เคราะหว์ ่า ขอ้ มลู ท่ไี ดจ้ ากหลักฐานใดมคี วามสาคญั มคี วามนา่ เช่ือถอื ถูกตอ้ งตามเหตกุ ารณ์มากกว่ากัน

ขั้นตรวจสอบผล

10. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มส่งตวั แทนออกมานาเสนอใบงานท่ี 1.2 หนา้ ชั้นเรยี น
11. ครูและนักเรียนร่วมกันบอกประโยชน์ที่ได้รับจากการสืบค้นข้อมูลและแนวทางในการนาความรู้ไปปรับใช้ให้เกิด
ประโยชน์ในการดาเนินชีวติ ประจาวัน

6. การวดั และประเมนิ ผล

การวดั และประเมนิ วธิ ีการวัดผล เครือ่ งมอื วัด เกณฑก์ ารประเมินผล
จดุ ประสงค์
1. อธบิ ายการนาวธิ ีการทาง 1. แบบทดสอบก่อนเรียน 70% ขึ้นไปถอื ว่าผ่านเกณฑ์
ความรู้ความเขา้ ใจ (K) ประวัตศิ าสตร์มาใช้ศกึ ษา
เรอ่ื งราวในท้องถิน่ ได้ (K) หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 การประเมิน
ทกั ษะ / กระบวนการ (P) 2. นาวิธีการทางประวัติศาสตร์
มาใชศ้ กึ ษาเรือ่ งราวในท้องถิ่น 2. ใบงานท่ี 1.2 เร่ือง 70% ขึ้นไปถือวา่ ผ่านเกณฑ์
คุณลกั ษณะนสิ ยั (A) ได้ (P) การศกึ ษาเรื่องราวในท้องถ่ิน การประเมิน
3. เห็นคุณคา่ การนาวธิ กี ารทาง
ประวัติศาสตร์มาใชศ้ กึ ษา 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการ 70% ข้นึ ไปถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
เรอ่ื งราวในท้องถิน่ (A)
ทางานรายบคุ คล การประเมนิ

7. สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
7.1 สื่อการเรยี นรู้
1) บัตรภาพ
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) อนิ เทอร์เนต็

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ………………………………………………………ครูผสู้ อน ลงชื่อ………………………………………………………ฝา่ ยวชิ าการ
(……………………………………………………) (……………………………………………………)

ลงช่อื ………………………………………………………ผ้บู รหิ าร
(……………………………………………………)

ใบงานที่ 1.2
เรือ่ ง การศกึ ษาเรอ่ื งราวในท้องถน่ิ

คาชี้แจง ใหน้ ักเรยี นกาหนดเรอื่ งที่ต้องการศกึ ษาในท้องถ่นิ แล้วใช้ข้ันตอนของวธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตรใ์ นการสืบคน้ ข้อมลู
1. กาหนดหวั ขอ้ ท่ีสนใจในทอ้ งถิน่
2. การรวบรวมหลกั ฐาน

3. การตรวจสอบหลักฐาน

4. การตีความหลักฐาน

5. การเรยี บเรยี งและนาเสนอขอ้ มลู

สปั ดาหท์ ่ี 4

โรงเรยี นขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรยี นท…ี่ ……..… /…………….. ชื่อผู้สอน……………………………………………………

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 6 จานวน 1 คาบ

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การศกึ ษาเรื่องราวทางประวตั ศิ าสตร์

เรอ่ื ง ประเภทของหลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ช้วี ัด
มาตรฐาน ส 4.1 รู้เข้าใจความหมายความสาคัญของเวลา และยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สามารถใช้วิธีการทาง

ประวัติศาสตรม์ าวิเคราะห์เหตกุ ารณต์ า่ งๆ อยา่ งเป็นระบบ

ตวั ชวี้ ัด ป.6/2 นาเสนอขอ้ มลู จากหลักฐานทห่ี ลากหลายในการทาความเขา้ ใจเรือ่ งราวสาคัญในอดีต

2. สาระสาคญั / ความคิดรวบยอด
ประเภทหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ ประกอบด้วย หลักฐานชนั้ ตน้ หลกั ฐานชน้ั รอง

3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายประเภทของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้ (K)
2. จาแนกประเภทหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ได้ (P)
3. เหน็ คุณคา่ ประเภทของหลักฐานทางประวัตศิ าสตร์ (A)

4. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรทู้ ้องถนิ่
พิจารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ตัวอย่างหลกั ฐานทเ่ี หมาะสมกับนักเรียนทจี่ ะนามาใช้ใน
การศกึ ษาเหตุการณส์ าคญั ในประวตั ศิ าสตร์ไทยสมัย
รัตนโกสินทร์ เช่น พระราชหัตถเลขาของรัชกาลที่ 4 หรอื
รชั กาลที่ 5 กฎหมายสาคัญ ฯลฯ

5. กิจกรรมการเรยี นรู้

คาบที่ 1

ขัน้ นา

ข้นั กระตุ้นความสนใจ

1. ครนู าภาพหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์แตล่ ะประเภทมาให้นกั เรียนดู และใหน้ กั เรียนทายวา่ หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์
เปน็ หลักฐานสมัยใด

2. ครอู ธิบายเชอื่ มโยงใหน้ ักเรียนเข้าใจวา่ นักเรยี นสามารถศกึ ษาประวัตศิ าสตร์จากหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ตา่ งๆ

ข้นั สอน

ขนั้ สารวจค้นหา

3. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจในประเภทของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่า มี 2 ประเภท ได้แก่ หลักฐานช้ันต้น และ
หลักฐานชนั้ รอง

4. นักเรียนรวมกลุ่มเดิม (จากแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1) แล้วกาหนดหมายเลขประจาตัวให้สมาชิกแต่ละคน
เป็นหมายเลข 1-4

5. นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาความรู้เพ่ิมเติมเรื่อง ประเภทของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ จากหนังสือเรียนหรือบทเรียน
คอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite หรือห้องสมุด หรือแหล่งข้อมูลสารสนเทศ แล้วบันทึกความรู้ท่ีไดจ้ ากการศึกษาลงในแบบ
บนั ทกึ การอา่ น

ข้นั อธบิ ายความรู้
4. นักเรียนตอบคาถามกระตุ้นความคิดจังหวัดที่นักเรียนมีภูมิลาเนาอยู่น้ัน มีหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์ท่ีสาคัญอะไรบ้าง

จงยกตวั อย่าง (พิจารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยใู่ น ดุลยพนิ ิจของครูผู้สอน)
5. ครูให้นักเรียนทาแบบฝึกกิจกรรมท่ี 3 จากแบบวัดฯ โดยให้นักเรียนแตล่ ะกลุ่มช่วยกันคิดหาคาตอบ และช่วยกันอธิบาย

คาตอบให้เพอ่ื นสมาชกิ ในกลมุ่ ของตนมีความเขา้ ใจอยา่ งชดั เจน

ขน้ั สรุป

ขั้นขยายความเขา้ ใจ
6. ครูสุ่มเรียกสมาชิกหมายเลขใดหมายเลขหน่ึงออกจากกลุ่ม เพ่ือตอบคาถามและอธิบายให้สมาชิกทั้งชั้นฟัง (สมาชิก

หมายเลขที่ได้รับการสุ่มเรียกจากแต่ละกลุ่มจะมาตอบหรืออธิบายคาตอบเรียงกันไปตามหัวข้อท่ีกาหนดในแบบฝึกกิจกรรมจนครบ
ทกุ ขอ้ ) จากน้ันครตู รวจสอบความถกู ต้อง

ขน้ั ตรวจสอบผล

7. นักเรียนร่วมกันสรุปความแตกต่างประเภทของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ว่าแต่ละประเภทมีข้อดี ข้อด้อย และ
ความสาคญั อยา่ งไรกับการศึกษาประวัติศาสตร์

6. การวดั และประเมนิ ผล

การวัดและประเมนิ วธิ กี ารวัดผล เครือ่ งมอื วดั เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
จุดประสงค์
1. อธิบายประเภทของหลักฐาน 1. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น 70% ขึน้ ไปถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
ความรู้ความเข้าใจ (K)
ทางประวตั ิศาสตรไ์ ด้ (K) หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 การประเมนิ
ทักษะ / กระบวนการ (P)
2. จาแนกประเภทหลกั ฐาน 2. ใบงานที่ 1.2 เร่ือง 70% ขึน้ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
คุณลกั ษณะนสิ ัย (A)
ทางประวัติศาสตรไ์ ด้ (P) การศึกษาเรื่องราวในท้องถิ่น การประเมนิ

3. เห็นคณุ คา่ ประเภทของ 3. แบบสังเกตพฤตกิ รรมการ 70% ขึ้นไปถอื ว่าผา่ นเกณฑ์

หลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ (A) ทางานรายบคุ คล การประเมิน

7. สื่อ / แหล่งการเรียนรู้
7.1 ส่ือการเรียนรู้
1) บตั รภาพ

7.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) อนิ เทอรเ์ นต็

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ………………………………………………………ครผู สู้ อน ลงช่ือ………………………………………………………ฝ่ายวชิ าการ
(……………………………………………………) (……………………………………………………)

ลงชอ่ื ………………………………………………………ผู้บรหิ าร
(……………………………………………………)

สัปดาห์ที่ 5

โรงเรยี นขจรเกยี รติพฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรยี นท…ี่ ……..… /…………….. ชอื่ ผสู้ อน……………………………………………………

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 จานวน 1 คาบ

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 การศกึ ษาเรอ่ื งราวทางประวตั ิศาสตร์

เรอื่ ง แหล่งหลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชี้วัด
มาตรฐาน ส 4.1 รู้เข้าใจความหมายความสาคัญของเวลา และยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สามารถใช้วิธีการทาง

ประวตั ิศาสตรม์ าวเิ คราะห์เหตุการณต์ า่ งๆ อย่างเป็นระบบ

ตวั ช้วี ัด ป.6/2 นาเสนอขอ้ มูลจากหลักฐานทห่ี ลากหลายในการทาความเขา้ ใจเร่อื งราวสาคญั ในอดตี

2. สาระสาคัญ / ความคิดรวบยอด
แหลง่ หลักฐานทางประวัตศิ าสตร์ มีความสาคญั ต่อการศึกษาเรอื่ งราวและหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายหลักฐานทางประวัติศาสตรไ์ ด้ (K)
2. ยกตวั อยา่ งแหล่งหลักฐานทางประวัตศิ าสตร์ได้ (P)
3. เห็นคณุ คา่ การนาหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ได้ (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรียนร้แู กนกลาง สาระการเรยี นรู้ท้องถน่ิ
พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
ตัวอย่างหลกั ฐานท่ีเหมาะสมกบั นกั เรยี นทีจ่ ะนามาใช้ใน
การศกึ ษาเหตกุ ารณ์สาคญั ในประวตั ศิ าสตรไ์ ทยสมยั
รัตนโกสินทร์ เช่น พระราชหตั ถเลขาของรัชกาลท่ี 4 หรอื
รัชกาลท่ี 5 กฎหมายสาคัญ ฯลฯ

5. กจิ กรรมการเรียนรู้

คาบท่ี 1

ขน้ั นา

ขั้นกระตนุ้ ความสนใจ
1. ครูนาภาพแหล่งหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ มาให้นักเรยี นดู และให้นกั เรยี นบอกวา่ แหล่งหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรน์ ี้

อยู่ทใ่ี ด นกั เรียนเคยเหน็ หรือไม่

ขั้นสอน

ขั้นสารวจคน้ หา

2. ครอู ธิบายเชอ่ื มโยงใหน้ กั เรียนเข้าใจว่า นกั เรยี นสามารถศกึ ษาประวตั ศิ าสตรจ์ ากแหลง่ หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรต์ ่างๆ
3. สมาชิกแต่ละกลุ่ม (กลุ่มเดิมจากแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1) ร่วมกันสืบค้นข้อมูลความรู้เกี่ยวกับแหล่งหลักฐานทาง
ประวตั ิศาสตร์ จากหนังสือเรียนหรือบทเรียนคอมพิวเตอร์ Smart L.O. LMS Lite หรือห้องสมุด หรือแหล่งข้อมูลสารสนเทศ
จากน้ันนาความรู้ที่ได้จากการศึกษามาบันทึกลงในแบบบนั ทึกการอ่าน
4. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุ้นความคิด ในโรงเรียนของนกั เรียนมแี หล่งหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตรห์ รอื ไม่ จงอธบิ าย
(พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพนิ จิ ของครผู ู้สอน)

ขน้ั อธิบายความรู้
5. ครูมอบหมายให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ท่ีนักเรียนสนใจมา 1 แห่ง แล้วนามา

วิเคราะหแ์ ละตอบคาถามตามหวั ขอ้ ในใบงานที่ 1.3 เรื่อง แหลง่ หลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์ เสร็จแล้วนาส่งครู

ขัน้ สรุป

ขน้ั ขยายความเขา้ ใจ
6. สมาชิกแตล่ ะคนนาความรทู้ ่ไี ดจ้ ากการศึกษาคน้ ควา้ มาอภิปรายร่วมกันภายในกล่มุ และสรุปประเด็นสาคัญ

ข้ันตรวจสอบผล
7. ครสู รุปความรู้ ครูตรวจสอบความรูค้ วามเขา้ ใจของนักเรยี นจากการทา ใบงานท่ี 1.3นกั เรยี นทาแบบฝกึ หดั

6. การวัดและประเมนิ ผล

การวดั และประเมิน วิธกี ารวดั ผล เครื่องมอื วัด เกณฑ์การประเมนิ ผล
จุดประสงค์
1. อธิบายหลกั ฐานทาง 1. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น 70% ขึ้นไปถือวา่ ผ่านเกณฑ์
ความรู้ความเข้าใจ (K) ประวัติศาสตร์ได้ (K)
2. ยกตัวอย่างแหลง่ หลักฐาน หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 1 การประเมนิ
ทกั ษะ / กระบวนการ (P) ทางประวัติศาสตร์ได้ (P)
3. เห็นคณุ ค่าการนาหลักฐาน 2. ใบงานท่ี 1.3 เรื่อง แหล่ง 70% ขึ้นไปถอื ว่าผา่ นเกณฑ์
คุณลักษณะนสิ ยั (A) ทางประวตั ิศาสตรไ์ ด้ (A)
หลักฐานทางประวัติศาสตร์ การประเมิน

3. แบบสังเกตพฤติกรรมการ 70% ขน้ึ ไปถอื ว่าผา่ นเกณฑ์

ทางานรายบุคคล การประเมนิ

7. ส่อื / แหล่งการเรียนรู้
7.1 สื่อการเรยี นรู้
1) บตั รภาพ
7.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องสมดุ
2) อินเทอรเ์ น็ต

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................

ลงช่อื ………………………………………………………ครูผสู้ อน ลงชอ่ื ………………………………………………………ฝ่ายวิชาการ
(……………………………………………………) (……………………………………………………)

ลงชื่อ………………………………………………………ผู้บรหิ าร
(……………………………………………………)

ใบงานที่ 1.3
เร่อื ง แหลง่ หลักฐานทางประวตั ิศาสตร์

คาชี้แจง ใหน้ ักเรยี นสืบคน้ ขอ้ มูลเกี่ยวกับแหล่งหลกั ฐานทางประวัติศาสตรท์ ่นี ักเรยี นสนใจ 1 แหง่ นามาวเิ คราะหแ์ ละตอบ
คาถาม

ชือ่ แหล่งหลักฐานทางประวตั ิศาสตร์
(ขอ้ มลู สาคัญพร้อมภาพประกอบ)

ท่ีมา :
คาถาม
1.แหลง่ หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์นี้คือท่ใี ด ตั้งอยู่ท่ีใด

2.ลกั ษณะเด่นของแหลง่ หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์นี้คอื อะไร

3.แหล่งหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรน์ ีม้ คี วามสาคัญอยา่ งไรในทางประวตั ศิ าสตร์

สัปดาหท์ ่ี 6

โรงเรยี นขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรียนรู้

ภาคเรียนท…ี่ ……..… /…………….. ชอ่ื ผสู้ อน……………………………………………………

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 จานวน 1 คาบ

หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 1 การศึกษาเรอื่ งราวทางประวัติศาสตร์

เรอื่ ง หลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์ทีใ่ ชใ้ นการศกึ ษาประวัติศาสตร์สมยั รตั นโกสนิ ทร์

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ช้ีวัด
มาตรฐาน ส 4.1 รู้เข้าใจความหมายความสาคัญของเวลา และยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สามารถใช้วิธีการทาง

ประวตั ศิ าสตร์มาวิเคราะหเ์ หตุการณต์ า่ งๆ อยา่ งเป็นระบบ

ตวั ชี้วัด ป.6/2 นาเสนอขอ้ มูลจากหลกั ฐานทหี่ ลากหลายในการทาความเขา้ ใจเร่ืองราวสาคญั ในอดตี

2. สาระสาคัญ / ความคิดรวบยอด
การศึกษาเร่ืองราวในสมัยรัตนโกสินทร์ต้องอาศัยหลักฐานช้ันต้น หลักฐานช้ันรอง และแหล่งหลักฐานทางประวัติศาสตร์

เพือ่ ให้ทราบถึงข้อมูลท่ถี ูกตอ้ ง และน่าเชือถือ

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธบิ ายหลักฐานทางประวัตศิ าสตร์ทใี่ ช้ในการศึกษาประวัตศิ าสตรส์ มัยรัตนโกสนิ ทร์ได้ (K)
2. ยกตวั หลักฐานทางประวตั ิศาสตรท์ ่ีใชใ้ นการศึกษาประวัติศาสตร์สมัยรัตนโกสินทรไ์ ด้ (P)
3. เหน็ คุณคา่ การนาหลักฐานทางประวัตศิ าสตร์มาใช้ (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถิน่
พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
ตวั อย่างหลักฐานท่ีเหมาะสมกับนกั เรียนทจี่ ะนามาใช้ใน
การศึกษาเหตกุ ารณส์ าคัญในประวัตศิ าสตร์ไทยสมัย
รตั นโกสินทร์ เชน่ พระราชหัตถเลขาของรัชกาลที่ 4 หรอื
รัชกาลที่ 5 กฎหมายสาคญั ฯลฯ

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

คาบท่ี 1

ขน้ั นา

ขัน้ กระตนุ้ ความสนใจ

1. ครูนาภาพวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม มาให้นกั เรยี นดแู ล้วตอบคาถามดงั ตอ่ ไปน้ี
1) ภาพนี้คือสถานทีใ่ ด
2) เป็นหลักฐานประเภทใด

2. นกั เรยี นตอบคาถามกระตนุ้ ความคดิ นักเรยี นรู้จกั หลักฐานทางประวตั ศิ าสตรใ์ นสมยั รตั นโกสนิ ทร์บ้างหรือไม่ จง
ยกตัวอยา่ ง (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ ิจของครูผสู้ อน)

3. ครอู ธบิ ายเชอ่ื มโยงให้นักเรียนเข้าใจวา่ นักเรียนสามารถศกึ ษาประวตั ศิ าสตร์ในสมยั รัตนโกสินทรไ์ ดจ้ ากหลักฐานทาง
ประวัตศิ าสตร์ตา่ งๆ ในสมยั รตั นโกสนิ ทร์ ไดแ้ ก่ หลกั ฐานชนั้ ตน้ หลกั ฐานชัน้ รอง และแหลง่ หลักฐานทางประวัตศิ าสตร์

ข้ันสอน

ขั้นสารวจค้นหา

4. นักเรียนแต่ละกลุ่ม (กลุ่มเดิมจากแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1) ร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง หลักฐานทางประวัตศิ าสตร์ท่ีใช้
ในการศึกษา ประวัตศิ าสตร์สมัยรัตนโกสินทร์ จากหนังสือเรียนหรือบทเรียนคอมพิวเตอร์ Smart L.O. LMS Lite หรือห้องสมุด
หรอื แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ แล้วบันทกึ ความร้ทู ีไ่ ดจ้ ากการศึกษาลงในแบบบันทกึ การอา่ น

ขั้นอธบิ ายความรู้

5. นกั เรยี นแตล่ ะคนนาความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษามาอภปิ รายรว่ มกนั ภายในกลมุ่ แลว้ สรปุ ประเดน็ สาคญั

ขนั้ สรปุ

ขั้นขยายความเข้าใจ

6. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มดูตัวอย่างข้อมูลทางประวัติศาสตร์ท่ีได้จากหลักฐานชั้นต้นในสมัยรัตนโกสินทร์ จากเอกสาร
ประกอบการสอน

7. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันอภปิ รายวา่ จากข้อมลู หลักฐานช้นั ตน้ ท่อี ่านไปทาให้รขู้ ้อมูลเก่ียวกับอะไรบา้ ง
8. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มชว่ ยกนั ทาใบงานท่ี 1.4 เร่ือง หลักฐานทางประวัติศาสตรส์ มยั รัตนโกสินทร์

ขน้ั ตรวจสอบผล
9. ตวั แทนแตล่ ะกล่มุ ผลัดกนั ออกมานาเสนอใบงานที่ 1.4 หน้าชั้นเรียน แล้วเก็บรวบรวมใบงานสง่ ครู
10.ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรปุ ความร้เู ร่อื ง หลักฐานทางประวัตศิ าสตร์ท่ใี ชใ้ นการศกึ ษาประวตั ิศาสตร์สมยั รตั นโกสินทร์
11. นักเรียนตอบคาถามกระตุ้นความคิดการหาข้อมูลทางประวัติศาสตร์จากวรรณคดีและวรรณกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ ให้

ขอ้ มูลอะไรแกน่ กั เรยี นบ้าง (ใหข้ อ้ มูลสภาพสังคม และการดาเนินชีวติ ของคนในสมยั นัน้ )

6. การวัดและประเมนิ ผล

การวดั และประเมิน วธิ ีการวดั ผล เครื่องมือวดั เกณฑก์ ารประเมินผล
จุดประสงค์
1. อธบิ ายหลักฐานทาง 1. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น 70% ขนึ้ ไปถอื ว่าผ่านเกณฑ์
ความรคู้ วามเขา้ ใจ (K) ประวัตศิ าสตร์ทใี่ ช้ในการศกึ ษา หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 1 การประเมนิ
ประวตั ศิ าสตร์สมัยรตั นโกสินทร์
ทกั ษะ / กระบวนการ (P) ได้ (K) 2. ใบงานที่ 1.4 เร่ือง 70% ขึน้ ไปถือว่าผ่านเกณฑ์
2. ยกตัวหลักฐานทาง หลักฐานทางประวัติศาสตร์ การประเมนิ
คุณลักษณะนสิ ัย (A) ประวตั ิศาสตร์ทใ่ี ชใ้ นการศึกษา สมยั รัตนโกสินทร์
ประวัตศิ าสตร์สมยั
รัตนโกสนิ ทร์ได้ (P) 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการ 70% ข้ึนไปถือว่าผา่ นเกณฑ์
3. เห็นคุณคา่ การนาหลักฐาน
ทางประวัตศิ าสตร์มาใช้ (A) ทางานรายบุคคล การประเมิน

7. ส่ือ / แหลง่ การเรียนรู้
7.1 สื่อการเรียนรู้
1) บัตรภาพ
7.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) หอ้ งสมุด
2) อินเทอรเ์ นต็

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ………………………………………………………ครูผสู้ อน ลงชื่อ………………………………………………………ฝ่ายวิชาการ
(……………………………………………………) (……………………………………………………)

ลงชอ่ื ………………………………………………………ผู้บรหิ าร
(……………………………………………………)

ใบงานที่ 1.4
เรอื่ ง หลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์สมยั รัตนโกสนิ ทร์

คาชแี้ จง ให้นกั เรยี นคน้ ควา้ ข้อมลู จากหลักฐานชนั้ ต้นหรอื หลกั ฐานชนั้ รองในสมยั รตั นโกสินทร์ มา 1 อยา่ ง แลว้ วเิ คราะห์ว่า
หลกั ฐานน้นั ให้ขอ้ มูลเกย่ี วกบั อะไรบา้ ง

(ตดิ ภาพหลักฐานท่ีสบื ค้น)

จากหลกั ฐานนใี้ หข้ อ้ มูล ดงั นี้

สปั ดาหท์ ่ี 7

โรงเรียนขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรยี นรู้

ภาคเรยี นท…ี่ ……..… /…………….. ชอ่ื ผู้สอน……………………………………………………

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 6 จานวน 1 คาบ

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1 การศึกษาเร่อื งราวทางประวัติศาสตร์

เรอ่ื ง การศึกษาประวัติศาสตร์สมยั รตั นโกสินทร์

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชีว้ ัด
มาตรฐาน ส 4.1 รู้เข้าใจความหมายความสาคัญของเวลา และยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สามารถใช้วิธีการทาง

ประวตั ศิ าสตรม์ าวิเคราะห์เหตุการณต์ า่ งๆ อย่างเปน็ ระบบ

ตัวชีว้ ัด ป.6/2 นาเสนอขอ้ มูลจากหลกั ฐานทหี่ ลากหลายในการทาความเขา้ ใจเรอ่ื งราวสาคญั ในอดตี

2. สาระสาคญั / ความคดิ รวบยอด
การศึกษาเร่ืองราวในสมัยรัตนโกสินทร์ต้องอาศัยหลักฐานช้ันต้น หลักฐานช้ันรอง และแหล่งหลักฐานทางประวัติศาสตร์

เพ่ือให้ทราบถงึ ข้อมลู ทีถ่ ูกตอ้ ง และน่าเชือถือ

3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายหลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์ทใี่ ช้ในการศกึ ษาประวตั ศิ าสตร์สมัยรตั นโกสินทร์ได้ (K)
2. ยกตวั หลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ทใี่ ช้ในการศึกษาประวัตศิ าสตรส์ มัยรัตนโกสินทรไ์ ด้ (P)
3. เหน็ คณุ ค่าการนาหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์มาใช้ (A)

4. สาระการเรียนรู้

สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรู้ทอ้ งถนิ่
พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา
1) การนาวธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตรไ์ ปใชศ้ ึกษาเร่อื งราว
ในทอ้ งถนิ่ เช่น ความเป็นมาของภมู นิ ามของสถานท่ีใน
ท้องถิ่น
2) สรุปขอ้ มลู ที่ไดจ้ ากหลักฐานทัง้ ความจรงิ และ
ข้อเท็จจริง
3) การนาเสนอขอ้ มลู ท่ีไดจ้ ากหลักฐานทางประวตั ิ
ศาสตร์ดว้ ยวิธีการตา่ งๆ เชน่ การเลา่ เรอื่ ง การจัด
นทิ รรศการ การเขียนรายงาน

5. กิจกรรมการเรียนรู้

คาบที่ 1

ขนั้ นา

ขัน้ กระตนุ้ ความสนใจ

1. ครทู บทวนความร้เู ดมิ เกีย่ วกับหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์ทใี่ ชใ้ นการศกึ ษาประวัตศิ าสตรส์ มัยรัตนโกสนิ ทร์
2. ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่า เราสามารถใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์มาศึกษาค้นคว้าประวัติศาสตร์สมัยรัตนโกสินทร์
เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจประวัติศาสตร์ในสมัยน้ี และเห็นพัฒนาการของบ้านเมืองได้ ซึ่งนักเรียนสามารถนาวิธีการทาง
ประวตั ศิ าสตร์ 5 ขน้ั ตอน มาใช้ได้

ขน้ั สอน

ขน้ั สารวจค้นหา

3. นักเรียนตอบคาถามกระตุ้นความคิดภาพถ่ายสามารถใช้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้หรือไม่ และมีความสาคัญ
อยา่ งไร (ใช้เป็นหลักฐานได้ โดยใหข้ อ้ มูลเก่ยี วกับสภาพบา้ นเมอื งในยคุ สมัยน้ัน)

4. นักเรียนแต่ละกลุ่ม (กลุ่มเดิมจากแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1) ร่วมกันศึกษาความรู้เร่ือง การศึกษาประวัติศาสตร์สมัย
รัตนโกสินทร์ จากหนังสือเรียนหรือบทเรียนคอมพิวเตอร์ Smart L.O. LMS Lite โดยครูเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ซักถามข้อสงสัย
เพอื่ ใหส้ ามารถนาไปปฏบิ ัติได้จริง

ขน้ั อธิบายความรู้
5. สมาชกิ ในแต่ละกลุ่มวางแผนการทางาน และแบ่งหน้าทใ่ี หก้ บั สมาชิกแต่ละคนตามความเหมาะสม

. 6. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มสืบคน้ ขอ้ มูลตามประเดน็ ทีก่ าหนดจากแหล่งหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์ตา่ งๆ แล้วบันทึกผล

ขนั้ สรุป

ขน้ั ขยายความเข้าใจ

7. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มนำผลสรปุ จำกกำรเปรยี บเทยี บ วเิ ครำะห์ และประเมนิ ผลจำกขอ้ มลู ทไ่ี ดร้ วบรวมมำตคี วำมและ
สงั เครำะหว์ ำ่ ขอ้ มลู ทไ่ี ดจ้ ำกหลกั ฐำนใดมคี วำมสำคญั มคี วำมน่ำเช่อื ถอื ถูกต้อง ตามเหตกุ ารณม์ ากกวา่ กนั แลว้ บันทึกขอ้ มลู

ข้ันตรวจสอบผล

8. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ สง่ ตวั แทนออกมารายงานผลการสบื คน้ ขอ้ มลู ในหวั ขอ้ ทก่ี ลมุ่ สนใจหนา้ ชน้ั เรยี น
9. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั บอกประโยชนท์ ีไ่ ด้รับจากการสืบคน้ ข้อมลู และแนวทางในการนาความรู้ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์
ในการดาเนินชีวิตประจาวนั
10. นักเรียนตอบคาถามกระตุ้นความคิด ถ้ามีคนกล่าวว่าในบริเวณชุมชนของนักเรียนในอดีตเคยเป็นท่ีต้ังของชุมชนที่ทา
หมอ้ นักเรยี นจะมีวิธีการตรวจสอบเรอื่ งน้ีอย่างไร(ใชว้ ธิ ีการทางประวตั ิศาสตร์ 5 ขนั้ ตอน)

6. การวดั และประเมนิ ผล

การวัดและประเมิน วธิ ีการวดั ผล เครื่องมือวัด เกณฑก์ ารประเมินผล
จุดประสงค์
1. อธิบายหลักฐานทาง 1. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น 70% ข้นึ ไปถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
ความรคู้ วามเขา้ ใจ (K) ประวัตศิ าสตร์ที่ใชใ้ นการศกึ ษา หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 1 การประเมนิ
ประวตั ศิ าสตร์สมยั รัตนโกสินทร์
ทักษะ / กระบวนการ (P) ได้ (K) 2. นกั เรยี นทาแบบฝกึ หดั 70% ขน้ึ ไปถือว่าผ่านเกณฑ์
2. ยกตวั หลกั ฐานทาง การประเมิน
คุณลักษณะนสิ ยั (A) ประวตั ศิ าสตร์ท่ใี ช้ในการศึกษา
ประวัติศาสตร์สมัย 3. แบบสังเกตพฤติกรรมการ 70% ข้ึนไปถือว่าผา่ นเกณฑ์
รัตนโกสินทร์ได้ (P)
3. เห็นคณุ ค่าการนาหลักฐาน ทางานรายบคุ คล การประเมนิ
ทางประวตั ศิ าสตรม์ าใช้ (A)

7. สอื่ / แหล่งการเรียนรู้
7.1 ส่อื การเรียนรู้
1) บัตรภาพ
7.2 แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องสมุด
2) อนิ เทอร์เน็ต

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ………………………………………………………ครผู สู้ อน ลงชือ่ ………………………………………………………ฝ่ายวชิ าการ
(……………………………………………………) (……………………………………………………)

ลงช่อื ………………………………………………………ผ้บู รหิ าร
(……………………………………………………)

สัปดาห์ที่ 8

โรงเรยี นขจรเกยี รติพัฒนา
แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรยี นท…่ี ……..… /…………….. ชอื่ ผู้สอน……………………………………………………

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จานวน 1 คาบ

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 2 ประเทศเพอ่ื นบา้ นของเรา

เรอื่ ง ทีต่ งั้ ของประเทศในภูมิภาคเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ช้ีวัด
มาตรฐาน ส 4.2 เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ในด้านความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของ

เหตุการณ์อยา่ งตอ่ เนื่อง ตระหนกั ถงึ ความสาคัญและสามารถวเิ คราะห์ผลกระทบทเ่ี กิดข้ึน

ตัวชี้วัด ป.6/1 อธบิ ายสภาพสังคม เศรษฐกิจ และการเมอื งของประเทศเพอื่ นบา้ นในปัจจบุ ัน

2. สาระสาคัญ / ความคิดรวบยอด
ประเทศท่ตี ง้ั อยใู่ นภูมภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ มคี วามคล้ายคลงึ กันในด้านต่างๆ

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. บอกทตี่ ัง้ ของประเทศตา่ งๆ ในภมู ภิ าคเอเชียตะวันออกเฉยี งใต้ได้ (K)
2. ยกตัวบอกทต่ี ัง้ ของประเทศต่างๆ ในภมู ิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้(P)
3. บอกความคล้ายคลงึ กนั ในดา้ นต่างๆ ของประเทศเพื่อนบ้านในภูมภิ าคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรทู้ ้องถ่นิ

ใช้แผนทีแ่ สดงที่ต้งั และอาณาเขตของประเทศเพอื่ นบา้ น พิจารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

คาบท่ี 1

ขนั้ นา

ข้นั กระตนุ้ ความสนใจ
1. ครนู าแผนที่ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ มาให้นักเรียนดู แล้วให้นักเรียนช่วยกันบอกว่า ประเทศไทยตงั้ อยู่

ติดกับประเทศใดบ้าง

ขั้นสอน

ข้นั สารวจคน้ หา

2. ครูสนทนากับนักเรียนเก่ียวกับประเทศท่ีตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่า ประกอบด้วยประเทศใดบ้าง
ให้นักเรียนช้ีแผนท่ีและบอกชื่อประเทศน้ันๆ

3. ครูเฉลยคาตอบพร้อมอธิบายเพิม่ เติมวา่ ภูมิภาคเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ ประกอบดว้ ย 11 ประเทศ ซึ่งแยกออกเป็น 2
กลุ่ม ได้แก่ ประเทศท่ีต้ังอยู่บนคาบสมุทรหรือแผ่นดินใหญ่ ได้แก่ พม่า ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม และมาเลเซีย และประเทศท่ี
เป็นเกาะหรือหมูเ่ กาะ ไดแ้ ก่ อินโดนีเซยี สงิ คโปร์ บรูไน ฟิลิปปนิ ส์ และตมิ อร-์ เลสเตขน้ั สารวจค้นหา

ข้นั อธิบายความรู้
4. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละกันตามความ สามารถ คือ เก่ง ปานกลางค่อนข้างเก่ง ปานกลางค่อนข้าง

อ่อน และอ่อน ให้สมาชิกแต่ละกลุ่มจับคู่กันเป็น 2 คู่ ให้แต่ละคู่ร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง ที่ต้ังของประเทศในภูมิภาคเอเชีย
ตะวนั ออกเฉยี งใต้ จากหนงั สอื เรียนหรอื บทเรยี นคอมพิวเตอร์ Smart L.O. LMS Lite ดงั นี้

- คนท่ี 1 ศกึ ษาความรู้เรื่อง ความคล้ายคลึงกันในด้านตา่ งๆ ของประเทศเพือ่ นบา้ น
- คนที่ 2 ศึกษาความรเู้ ร่ือง ประเทศเพ่ือนบา้ นของไทย

ข้นั สรุป

ขัน้ ขยายความเข้าใจ
5. เมื่อนักเรียนแต่ละคนศึกษาความรู้ที่ได้รับมอบหมายจนเข้าใจแล้วให้ผลัดกันอธิบายความรู้ให้สมาชิกท่ีเป็นคู่ฟัง และ

ซกั ถามข้อสงสยั
6. นกั เรยี นแตล่ ะคชู่ ว่ ยกนั ทาใบงานท่ี 2.1 เร่ือง ประเทศในภูมภิ าคเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้
7. เมื่อแตล่ ะคู่ทาใบงานท่ี 2.1 เสร็จแล้ว ให้กลับมารวมกลุ่มเดิม (4 คน) แล้วให้สมาชิกแต่ละคู่ผลัดกันอธิบายคาตอบในใบ

งานใหส้ มาชิกอกี ค่หู นึ่งฟัง เพือ่ ช่วยกันตรวจสอบความถกู ตอ้ ง

ขัน้ ตรวจสอบผล

8. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มแลกเปลี่ยนใบงานท่ี 2.1 กับเพอ่ื นกลุ่มอ่นื เพื่อตรวจคาตอบตามทีค่ รเู ฉลย
9. นักเรียนตอบคาถามกระตุ้นความคิดอิทธิพลด้านสังคมและวฒั นธรรมที่ประเทศไทยและประเทศเพ่ือนบา้ นไดร้ ับจากจีน
และอนิ เดียมีอะไรบ้างทีค่ ลา้ ยคลงึ กัน (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยให้อยใู่ นดลุ ยพนิ ิจของครูผสู้ อน)
10. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เก่ียวกับท่ีต้งั และความคล้ายคลึงกันในด้านต่างๆ ของประเทศเพ่ือนบ้านในภมู ิภาค
เอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้

6. การวดั และประเมนิ ผล

การวดั และประเมนิ วิธีการวัดผล เครอ่ื งมอื วดั เกณฑก์ ารประเมินผล
จดุ ประสงค์
1. บอกที่ตั้งของประเทศต่างๆ 1. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น 70% ข้นึ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
ความรคู้ วามเข้าใจ (K) ในภูมภิ าคเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้ได้ (K) หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 การประเมิน
ทักษะ / กระบวนการ (P) 2. ยกตัวบอกทต่ี ้งั ของประเทศ
ตา่ งๆ ในภูมภิ าคเอเชีย 2. ใบงานที่ 2.1 เรือ่ ง 70% ขึน้ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์
คณุ ลกั ษณะนสิ ยั (A) ตะวนั ออกเฉียงใต้ได้(P)
3. บอกความคล้ายคลงึ กันใน ประเทศในภูมภิ าคเอเชยี การประเมนิ
ดา้ นตา่ งๆ ของประเทศเพ่ือน
บา้ นในภมู ิภาคเอเชยี ตะวนั ออก ตะวันออกเฉยี งใต้
เฉียงใต้ได้ (A)
3. แบบสังเกตพฤติกรรมการ 70% ขนึ้ ไปถือวา่ ผ่านเกณฑ์

ทางานรายบุคคล การประเมิน

7. สื่อ / แหลง่ การเรยี นรู้
7.1 ส่อื การเรียนรู้
1) บตั รภาพ
7.2 แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องสมดุ
2) อินเทอรเ์ น็ต

8. กิจกรรมเสนอแนะ
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ………………………………………………………ครผู สู้ อน ลงชอื่ ………………………………………………………ฝา่ ยวิชาการ
(……………………………………………………) (……………………………………………………)

ลงชื่อ………………………………………………………ผ้บู รหิ าร
(……………………………………………………)

ใบงานที่ 2.1
เรอื่ ง ประเทศในภมู ิภาคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้

คาช้แี จง ใหน้ กั เรียนดภู าพ แลว้ เขยี นท่ตี ัง้ ของประเทศในภูมิภาคเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้

สัปดาหท์ ี่ 9

โรงเรยี นขจรเกยี รตพิ ฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้

ภาคเรยี นท…ี่ ……..… /…………….. ช่ือผู้สอน……………………………………………………

กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 จานวน 1 คาบ

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 ประเทศเพอื่ นบ้านของเรา เรอ่ื ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมยี นมา

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชวี้ ัด
มาตรฐาน ส 4.2 เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ในด้านความสัมพันธ์และการเปล่ียนแปลงของ

เหตุการณ์อย่างตอ่ เน่ือง ตระหนักถึงความสาคญั และสามารถวเิ คราะห์ผลกระทบท่เี กดิ ขน้ึ

ตัวชีว้ ัด ป.6/1 อธิบายสภาพสงั คม เศรษฐกจิ และการเมืองของประเทศเพ่ือนบา้ นในปจั จบุ นั

2. สาระสาคญั / ความคิดรวบยอด
ประเทศพม่ามีความเป็นมาทางประวตั ศิ าสตร์ การเมอื งการปกครอง เศรษฐกิจ สงั คมและวัฒนธรรม ท่ีมสี ่วนคลา้ ยคลึงและ

แตกตา่ งกันกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉยี งใต้

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกที่ตง้ั ของประเทศตา่ งๆ ในภมู ิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใตไ้ ด้ (K)
2. บอกทตี่ ง้ั ของประเทศตา่ งๆ ในภมู ิภาคเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้ได้ (P)
3. อธิบายสภาพสงั คม เศรษฐกจิ การเมอื งการปกครองของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาไดไ้ ด้ (A)

4. สาระการเรียนรู้

สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรทู้ ้องถ่ิน
พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา
1) พฒั นาการทางประวตั ศิ าสตร์ของประเทศเพ่ือนบา้ น
โดยสงั เขป เพอ่ื ให้เขา้ ใจสภาพปัจจบุ นั ของประเทศเหลา่ น้นั
2) สภาพสงั คม เศรษฐกิจ และการเมอื งของประเทศเพื่อน
บา้ นของไทยในปัจจุบัน โดยสงั เขป

5. กจิ กรรมการเรยี นรู้

คาบที่ 1

ขัน้ นา

ขน้ั กระตนุ้ ความสนใจ

1. นกั เรยี นตอบคาถามกระตุน้ ความคิดทาไมในปจั จุบันเราจึงเห็นคนพมา่ เขา้ มาทางานในประเทศไทย (พจิ ารณาตามคาตอบ
ของนักเรยี น โดยให้อยู่ในดลุ ยพนิ จิ ของครผู ู้สอน)

2. ครูสมุ่ เรียกนักเรียน 1 คน ออกมาหนา้ ชัน้ เรยี น แลว้ ใหน้ กั เรยี นชี้ทต่ี ั้งของประเทศพมา่ ในแผนทเ่ี อเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้
หรือลกู โลกจาลองที่ครูเตรยี มไว้

3. ครูสนทนากับนกั เรียนว่า เนอื่ งจากประเทศพมา่ มีพรมแดนติดกับประเทศไทย นักเรียนคิดว่าท้ังสองประเทศนี้จะมีระบอบ
การปกครอง สภาพเศรษฐกิจ และสภาพสังคมเหมอื นกันหรอื ไม่

ขน้ั สอน

ขน้ั สารวจค้นหา

5. นักเรียนแต่ละกลุ่ม (กลุ่มเดิมจากแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1) ร่วมกันศึกษาความรู้เร่ือง ความรู้พ้ืนฐานเกี่ยวกับ

สาธารณรฐั แหง่ สหภาพเมยี นมา จากหนงั สอื เรียนหรอื บทเรียนคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite ในหวั ข้อตอ่ ไปน้ี

1) ความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ 2) การเมืองการปกครอง

3) เศรษฐกจิ 4) สงั คมและวฒั นธรรม

แลว้ บนั ทกึ ความร้ทู ่ไี ดจ้ ากการศกึ ษาลงในแบบบนั ทึกการอ่าน

ขั้นอธบิ ายความรู้

6. เม่ือนักเรียนศึกษาความรู้ตามท่ีได้รับมอบหมายจนเข้าใจแล้วให้ผลัดกันอธิบายความรู้ท่ีได้ศึกษามาให้สมาชิกภายในกลุ่ม
ฟงั และซักถามขอ้ สงสัย

7. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มช่วยกันทาใบงานท่ี 2.2 เรื่อง ประเทศพมา่
8. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มนาคาตอบในใบงานท่ี 2.2 มาอภปิ รายรว่ มกนั ภายในกลุ่ม เพอ่ื ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง

9. นักเรียนตอบคาถามกระตนุ้ ความคิดเพราะเหตุใด ประเทศพม่า จึงมีพ้ืนฐานทางเศรษฐกิจข้ึนอยู่กับภาคเกษตรกรรมเป็น
หลกั (พิจารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดยใหอ้ ยู่ในดุลยพินจิ ของครผู ้สู อน)

ข้นั สรุป

ขั้นขยายความเข้าใจ

10. ครตู ง้ั ประเดน็ คาถามถามนักเรียน เพื่อประเมินความรูค้ วามเข้าใจ เช่น
- การทป่ี ระเทศพม่าเปิดประเทศส่รู ะบอบประชาธิปไตย เกดิ ผลดอี ยา่ งไร
- นกั เรยี นคิดวา่ สถานท่ีใดในประเทศพมา่ ควรไดร้ บั การยกย่องเปน็ มรดกโลกทางวฒั นธรรม เพราะเหตุใด

ขนั้ ตรวจสอบผล

11. นักเรียนแต่ละกลุ่มผลัดกันออกมานาเสนอใบงานที่ 2.2 หน้าชั้นเรียน แล้วให้เพื่อนกลุ่มอ่ืนช่วยแสดงความคิดเห็น
เพ่ิมเติมในสว่ นท่แี ตกต่าง

12. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ การเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคมและ
วัฒนธรรมของประเทศพม่า

6. การวัดและประเมนิ ผล

การวดั และประเมนิ วิธีการวัดผล เครอื่ งมือวัด เกณฑ์การประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์
1. บอกทต่ี งั้ ของประเทศต่างๆ 1. แบบทดสอบก่อนเรียน 70% ขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์
ความรคู้ วามเขา้ ใจ (K) ในภมู ิภาคเอเชียตะวนั ออก
เฉียงใต้ได้ (K) หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 1 การประเมนิ
ทกั ษะ / กระบวนการ (P) 2. บอกทตี่ ง้ั ของประเทศตา่ งๆ
ในภูมภิ าคเอเชียตะวันออก 2. ใบงานท่ี 2.2 เรอ่ื ง ประเทศ 70% ขน้ึ ไปถือวา่ ผ่านเกณฑ์
คุณลกั ษณะนสิ ัย (A) เฉยี งใตไ้ ด้(P) พม่า การประเมิน
3. อธบิ ายสภาพสงั คม
เศรษฐกจิ การเมอื งการ 3. แบบสังเกตพฤตกิ รรมการ 70% ขน้ึ ไปถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
ปกครองของสาธารณรัฐแหง่
สหภาพเมียนมาได้ได้ (A) ทางานรายบุคคล การประเมนิ

7. ส่อื / แหลง่ การเรยี นรู้
7.1 สือ่ การเรยี นรู้
1) แผนทเี่ อเชยี ตะวันออกเฉียงใตห้ รือลูกโลกจาลอง
7.2 แหล่งการเรียนรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) อนิ เทอรเ์ น็ต

8. กจิ กรรมเสนอแนะ
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ………………………………………………………ครูผสู้ อน ลงชื่อ………………………………………………………ฝ่ายวิชาการ
(……………………………………………………) (……………………………………………………)

ลงชือ่ ………………………………………………………ผ้บู รหิ าร
(……………………………………………………)

ใบงานท่ี 2.2
เรื่อง ประเทศพมา่

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขียนแผนผงั ความคิด สรปุ ลักษณะการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สงั คมและวัฒนธรรมของสาธารณรฐั แหง่
สหภาพเมยี นมา

การเมืองการปกครอง

เศรษฐกิจ สาธารณรฐั แหง่ สหภาพเมยี นมา
สงั คมและวฒั นธรรม

สปั ดาหท์ ่ี 10

โรงเรียนขจรเกียรติพฒั นา
แผนการจดั การเรียนรู้

ภาคเรียนท…ี่ ……..… /…………….. ชื่อผู้สอน……………………………………………………

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 6 จานวน 1 คาบ

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 2 ประเทศเพือ่ นบา้ นของเรา เรอื่ ง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวช้วี ดั
มาตรฐาน ส 4.2 เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ในด้านความสัมพันธ์และการเปล่ียนแปลงของ

เหตุการณ์อย่างตอ่ เน่ือง ตระหนกั ถงึ ความสาคัญและสามารถวเิ คราะหผ์ ลกระทบทเ่ี กดิ ขน้ึ

ตัวชว้ี ัด ป.6/1 อธิบายสภาพสงั คม เศรษฐกิจ และการเมอื งของประเทศเพอื่ นบา้ นในปัจจุบนั

2. สาระสาคญั / ความคดิ รวบยอด
ประเทศลาวมีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ การเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ที่มีส่วนคล้ายคลึงและ

แตกต่างกันกับประเทศในเอเชียตะวนั ออกเฉียงใตใ้ ต้

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกที่ตั้งของประเทศลาวในภูมภิ าคเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ได้ (K)
2. ยกตัวอยา่ งสภาพภมู ิประเทศของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้ (P)
3. อธบิ ายสภาพสังคม เศรษฐกิจ การเมอื งการปกครองของสาธารณรฐั ประชาธิปไตยประชาชนลาวได้ (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรู้แกนกลาง สาระการเรียนรทู้ อ้ งถน่ิ
พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา
1) พฒั นาการทางประวตั ิศาสตรข์ องประเทศเพ่อื นบา้ น
โดยสงั เขป เพ่อื ใหเ้ ข้าใจสภาพปจั จุบนั ของประเทศเหลา่ นั้น
2) สภาพสังคม เศรษฐกจิ และการเมืองของประเทศเพ่ือน
บา้ นของไทยในปัจจบุ ัน โดยสังเขป

5. กิจกรรมการเรียนรู้

คาบที่ 1

ข้ันนา

ขนั้ กระตุ้นความสนใจ

1. ครูนาบัตรภาพมาแสดงให้นักเรยี นดู จากนน้ั ครถู ามนกั เรียนว่า ภาพที่เห็นคืออะไร และอยู่ในประเทศใด
2. ครใู หน้ กั เรียนดูแผนทป่ี ระเทศลาว แลว้ อธบิ ายให้นักเรียนเข้าใจวา่ ประเทศลาว เป็นประเทศท่ีมพี รมแดนติดกบั ประเทศ
ไทย และเปน็ ประเทศเพอื่ นบา้ นท่ีมีความสาคญั อย่างย่ิงกบั ประเทศไทย

3. นักเรียนตอบคาถามกระตุ้นความคิดประเทศลาวมีการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ และสังคมวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกับ
ประเทศไทยหรอื ไม่(พิจารณาตามคาตอบของนักเรียน โดยให้อยใู่ นดลุ ยพินจิ ของครผู ู้สอน)

4. ครูสนทนากับนักเรียนว่า ประเทศลาวน้ันจะมีการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ และสังคมวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกับ
ประเทศไทยหรอื ไม่

ขั้นสอน

ขั้นสารวจค้นหา

5. ครูให้นักเรียนรวมกลุ่มเดิม (จากแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1) จากนั้นให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เร่ือง ความรู้
พ้นื ฐานเก่ียวกับสาธารณรฐั ประชาธิปไตยประชาชนลาว จากหนังสือเรยี นหรือบทเรยี นคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite

6. ครูตั้งประเด็นคาถามใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั วเิ คราะหแ์ ละหาคาตอบรว่ มกนั ดงั นี้
- เมืองหลวงของประเทศลาว คือเมืองอะไร
- ระบอบการปกครองของประเทศลาวมรี ปู แบบอยา่ งไร
- พน้ื ฐานทางเศรษฐกิจของลาวนัน้ ขึ้นอยู่กับผลผลติ ใดบา้ ง
- ลกั ษณะสังคมและวฒั นธรรมของประเทศลาวมลี กั ษณะอย่างไร

ขนั้ อธิบายความรู้

7. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มชว่ ยกนั ทาใบงานท่ี 2.3 เร่ือง ประเทศลาว โดยให้สมาชิกในแต่ละกลุ่มจับคู่กันเป็น 2 คู่ แล้วให้แต่ละคู่
ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ดังน้ี

- สมาชิกคนท่ี 1 อ่านโจทยค์ าถาม และเขยี นคาตอบ
- สมาชกิ คนท่ี 2 เปน็ ฝา่ ยสงั เกต และตรวจสอบคาตอบ
ใหส้ มาชกิ แตล่ ะคู่เปลย่ี นบทบาทกนั ในคาถามขอ้ ตอ่ ไป

ข้นั สรุป

ข้นั ขยายความเขา้ ใจ

8. เมือ่ จบการตอบคาถาม 2 ขอ้ แล้วใหส้ มาชกิ ท้ัง 2 คู่ รวมกลมุ่ เดิม (4 คน) ใหแ้ ต่ละค่นู าคาตอบของคตู่ นเองมานาเสนอให้
เพื่อนอกี คหู่ นึ่งฟัง เพื่อชว่ ยกนั ตรวจสอบความ ถกู ต้อง จากนั้นให้แตล่ ะคตู่ อบคาถามในใบงานท่ี 2.3 จนเสรจ็ ครบทุกข้อ แล้วนาส่งครู
ตรวจ

ขั้นตรวจสอบผล

9. นกั เรียนและครูรว่ มกนั สรปุ ความรเู้ กย่ี วกับความเป็นมาทางประวตั ิศาสตร์ การเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคมและ
วัฒนธรรมของประเทศลาว

10.นกั เรยี นรว่ มกนั บอกแนวทางในการสร้างความสมั พันธ์ท่ีดตี อ่ ประเทศลาว
11.นักเรียนตอบคาถามกระต้นุ ความคิดนักเรียนคิดวา่ แม่น้าโขงอยู่ท่ีประเทศไทยเปน็ แม่น้าสายเดียวกับท่ีอยู่ที่ประเทศลาว
หรือไม่ อธิบายเหตุผล
(เป็นแมน่ า้ สายเดียวกัน คือ แม่น้าโขง มีต้นกาเนิดมาจากเทือกเขาหิมาลัย ไหลผ่าน จีน ลาว พม่า ไทย กัมพชู า แล้วจึงไหลลงสู่ทะเล
จนี ใตท้ เ่ี วียดนาม)

6. การวัดและประเมนิ ผล

การวดั และประเมนิ วธิ ีการวัดผล เครื่องมอื วัด เกณฑก์ ารประเมินผล
จดุ ประสงค์
1. บอกที่ต้งั ของประเทศลาวใน 1. แบบทดสอบก่อนเรยี น 70% ขึ้นไปถือว่าผา่ นเกณฑ์
ความรู้ความเขา้ ใจ (K)
ภมู ิภาคเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้ หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 1 การประเมนิ
ทักษะ / กระบวนการ (P)
ได้ (K)
คณุ ลกั ษณะนสิ ัย (A)
2. ยกตวั อย่างสภาพภมู ปิ ระเทศ 2. ใบงานที่ 2.3 เรือ่ ง 70% ขนึ้ ไปถือว่าผ่านเกณฑ์

ของสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประเทศลาว การประเมนิ

ประชาชนลาวได้ (P) (

3. อธิบายสภาพสงั คม 3. แบบสังเกตพฤตกิ รรมการ 70% ข้นึ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์

เศรษฐกิจ การเมอื งการ ทางานรายบคุ คล การประเมนิ

ปกครองของสาธารณรฐั

ประชาธปิ ไตยประชาชนลาวได้

(A)

7. สอ่ื / แหลง่ การเรียนรู้
7.1 สอ่ื การเรียนรู้
1) บัตรภาพ
7.2 แหล่งการเรียนรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) อนิ เทอรเ์ นต็

8. กิจกรรมเสนอแนะ
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................................................

ลงช่อื ………………………………………………………ครูผสู้ อน ลงชอ่ื ………………………………………………………ฝา่ ยวิชาการ
(……………………………………………………) (……………………………………………………)

ลงชอ่ื ………………………………………………………ผู้บรหิ าร
(……………………………………………………)

ใบงานที่ 2.3
เร่ือง ประเทศลาว

ตอนที่ 1

คาชีแ้ จง ให้นักเรยี นเติมขอ้ มูลของประเทศลาวใหถ้ กู ตอ้ ง
1. ประเทศลาวมแี ม่น้าสายสาคญั คือ
2. เมอื งหลวง คอื
3. ปกครองด้วยระบอบ
4. ผนู้ าปัจจบุ นั คอื
5. พืชเศรษฐกจิ สาคัญ ไดแ้ ก่
6. เมืองท่องเทีย่ วของลาว ไดแ้ ก่
7. ศาสนาประจาชาติ คือ

ตอนที่ 2

คาชแี้ จง ให้นักเรยี นติดภาพที่บง่ บอกความเป็นเอกลักษณข์ องประเทศลาว 1 ภาพ พรอ้ มอธบิ ายประกอบ
(ติดภาพ)

สัปดาห์ที่ 11

โรงเรียนขจรเกียรตพิ ฒั นา
แผนการจัดการเรยี นรู้

ภาคเรยี นท…่ี ……..… /…………….. ช่ือผู้สอน……………………………………………………

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 6 จานวน 1 คาบ

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2 ประเทศเพ่อื นบา้ นของเรา เรอื่ ง สาธารณรฐั สังคมนยิ มเวียดนาม

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชวี้ ดั
มาตรฐาน ส 4.2 เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ในด้านความสัมพันธ์และการเปล่ียนแปลงของ

เหตุการณ์อยา่ งตอ่ เน่ือง ตระหนักถงึ ความสาคญั และสามารถวิเคราะหผ์ ลกระทบทเี่ กดิ ขน้ึ

ตัวชีว้ ัด ป.6/1 อธบิ ายสภาพสงั คม เศรษฐกิจ และการเมืองของประเทศเพ่ือนบา้ นในปจั จุบนั

2. สาระสาคญั / ความคิดรวบยอด
ประเทศเวียดนามมคี วามเป็นมาทางประวตั ศิ าสตร์ การเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมที่มีส่วนคล้ายคลึง

และแตกตา่ งกนั กบั ประเทศในเอเชยี ตะวันออกเฉียงใต้

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. บอกทีต่ ั้งของสาธารณรฐั สังคมนยิ มเวยี ดนามในภูมิภาคเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้ได้ (K)
2. ยกตัวอย่างสภาพภมู ปิ ระเทศของสาธารณรัฐสงั คมนิยมเวียดนาม(P)
3. อธบิ ายสภาพสงั คม เศรษฐกจิ การเมอื งการปกครองของสาธารณรฐั สงั คมนิยมเวียดนามได้ (A)

4. สาระการเรยี นรู้

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถน่ิ

1) พฒั นาการทางประวัติศาสตร์ของประเทศเพอ่ื นบ้าน พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา

โดยสงั เขป เพื่อใหเ้ ข้าใจสภาพปัจจบุ ันของประเทศ

เหลา่ นน้ั

2) สภาพสงั คม เศรษฐกจิ และการเมอื งของประเทศ

เพ่ือนบ้านของไทยในปัจจบุ ัน โดยสังเขป

5. กจิ กรรมการเรียนรู้

คาบที่ 1

ข้ันนา

ขน้ั กระต้นุ ความสนใจ

1. ครนู าภาพหมวกกบุ และชดุ อา๋ วหญา่ ยมาให้นกั เรียนดู แลว้ ให้นักเรยี นรว่ มกนั แสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั เครือ่ งแต่งกาย
2. ครอู ธบิ ายให้นกั เรียนเขา้ ใจว่า หมวกกบุ และชดุ อ๋าวหญา่ ยเปน็ ชุดประจาชาติของเวียดนาม เปน็ ชดุ ท่ีแสดงความเปน็
เอกลกั ษณข์ องเวยี ดนาม


Click to View FlipBook Version