The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์แป้งโดรายากิ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tmaokramol, 2021-09-29 11:34:22

โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์แป้งโดรายากิ

โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์แป้งโดรายากิ

Keywords: โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์แป้งโดรายากิ

พัฒนาผลติ ภัณฑ์แปง้ โดรายากิ

จัดทำโดย
รงั สรร คำหอม รหัสนกั ศึกษา 63302010027
สมหญิง ศรียะอาจ รหสั นักศกึ ษา 63302010039

เสนออาจารย์
อาจารยน์ ิพร จุทยั รัตน์

รายงานนีเ้ ปน็ ส่วนหน่งี ของวชิ าโครงการ รหสั วิชา 30201-8501
สาขาวชิ าการบญั ชี ประเภทวชิ าบริหารธรุ กจิ
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564
วทิ ยาลยั อาชวี ศึกษาชลบุรี

พฒั นาผลิตภัณฑ์แปง้ โดรายากิ

จัดทำโดย
นายรังสรร คำหอม เลขท่ี 1 รหัสนกั ศึกษา 63302010027
นางสาวสมหญิง ศรียะอาจ เลขท่ี 11 รหสั นกั ศึกษา 63302010039

เสนออาจารย์
อาจารยน์ ิพร จทุ ัยรัตน์

รายงานน้เี ป็นส่วนหน่งึ ของวิชาโครงการ รหัสวิชา 30201-8501
สาขาวชิ าการบัญชี ประเภทวิชาบริหารธรุ กิจ
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564
วิทยาลัยอาชวี ศกึ ษาชลบรุ ี

ใบรบั รองโครงการ

วิทยาลัยอาชีวศกึ ษาชลบรุ ี

เรอื่ ง พฒั นาผลิตภัณฑ์แป้งโดรายากิ

จัดทำโดย นายรงั สรร คำหอม

นางสาวสมหญงิ ศรยี ะอาจ

ไดร้ บั การรับรองให้นบั เปน็ ส่วนหน่งึ ของการศึกษาตามหลกั สตู รประกาศนยี บัตรวิชาชีพชน้ั สงู
(ปวส.) สาขาวชิ าการบญั ชี ประเภทวิชาบรหิ ารธุรกิจ

.......................................หัวหนา้ แผนกวชิ า .............................รองผูอ้ ำนวยการฝา่ ย
วิชาการ
(นางนพิ ร จุทยั รัตน)์ (นายยรรยงค์ ประกอบเก้ือ)
วนั ท่.ี .....เดอื น..................พ.ศ............... วนั ที่.......เดือน................พ.ศ............

คณะกรรมการสอบโครงการ
.......................................................ประธานกรรมการ (อาจารย์ที่ปรกึ ษาโครงการ)
(.....................................................)

.......................................................กรรมการ
(.....................................................)

......................................................กรรมการ
(....................................................)

......................................................กรรมการ
(....................................................)

ชอื่ โครงการ พฒั นาผลติ ภณั ฑ์แป้งโดรายากิ
ผจู้ ดั ทำ รังสรร คำหอม
สมหญงิ ศรยี ะอาจ
สาขาวิชา การบัญชี
ประเภทวิชา บริหารธรุ กิจ
ปีการศกึ ษา 2564
สถานศึกษา วทิ ยาลยั อาชีวศกึ ษาชลบุรี

บทคัดยอ่

โครงการพฒั นาผลิตภณั ฑ์แป้งโดรายากิ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อพฒั นาผลติ ภณั ฑต์ วั แป้งโดรา
ยากใิ หม้ ีกลิ่น สแี ละรสชาติมากข้นึ 2. เพื่อพัฒนาบรรจุภณั ฑ์ใส่โดรายากิให้สวยงามและเปน็ ท่ีนา่ สนใจ
3. เพ่อื ศึกษาความพงึ พอใจของกลุ่มเปา้ หมายท่ีมตี ่อผลติ ภณั ฑแ์ ละบรรจุภัณฑ์โดรายากิ
กลุม่ เปา้ หมาย ไดแ้ ก่ บุคคลท่ัวไป ท่ีตลาดซอย9 250 ซ.บา้ นสวน 1 ต.บา้ นสวน อ.เมอื ง ชลบรุ ี
20000 จำนวน 30 คน เครือ่ งมือท่ีใช้ในการศึกษาแบบสอบถามและสถิติท่ใี ชใ้ นการวเิ คราะห์ได้แก่
รอ้ ยละ ( Percentage ) ค่าเฉลย่ี ( Arithmetic Mean ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ( Standard
Deviation : S.D. )

ผลการดำเนนิ โครงการ ดังนี้
1. ด้านคุณภาพผลติ ภัณฑ์ โดยรวมมีความพึงพอใจในระดบั มาก มคี ่าเฉลย่ี 3.61 ตัวเนอ้ื แปง้
เนยี นลงตวั มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก รองลงมากลิ่นหอมของตวั แป้ง มีความพงึ พอใจอยู่ใน
ระดบั มาก ความน่าสนใจของผลิตภัณฑ์ มคี วามพงึ พอใจอยู่ในระดบั มาก รสชาติของแป้งและไสก้ ลม
กลอ่ ม มีความพึงพอใจอยูใ่ นระดบั ปานกลาง
2.ด้านบรรจุภัณฑ์และการใชง้ าน โดยรวมมคี วามพึงพอใจในระดับมาก มคี า่ เฉล่ยี 3.58
บรรจุภัณฑ์ปลอดภัย ไม่อนั ตรายต่อสุขภาพ มคี วามพึงพอใจอยู่ในระดับมาก รองลงมาบรรจภุ ัณฑ์มี
ความสวยงาม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก บรรจุภณั ฑ์สะดวกตอ่ การพกพา มคี วามพึงพอใจอยู่ใน
ระดบั มาก บรรจุภณั ฑเ์ หมาะสมกับผลติ ภัณฑ์ มีความพงึ พอใจอยู่ในระดับปานกลาง
3.ดา้ นสง่ เสรมิ การจัดจำหน่าย โดยรวมมีความพึงพอใจในระดบั มาก มีค่าเฉลี่ย 3.52 ราคา
เหมาะสมกบั ผลติ ภณั ฑ์ มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก รองลงมาสถานที่ซ้อื สะดวกสบาย

มีความพึงพอใจอยู่ในระดับปานกลาง การจดั วางสนิ ค้าทน่ี ่าสนใจ มคี วามพึงพอใจอยู่ในระดบั ปาน
กลาง ความเหมาะสมของปริมาณผลิตภัณฑ์ มีความพึงพอใจอย่ใู นระดับปานกลาง
คำสำคัญ : สตรอเบอร์รี่ , ชาเขียว , ช็อกโกแลต , โอวลั ติน

กติ ติกรรมประกาศ

การศึกษาโครงการ พัฒนาผลิตภณั ฑแ์ ป้งโดรายากิ ในครง้ั น้ี สามารถสำเรจ็ ลลุ ว่ งอย่าง
สมบรู ณ์ด้วยความเมตตา จากอาจารย์นพิ ร จุทยั รัตน์ ทีป่ รกึ ษาโครงการท่ใี หค้ ำปรึกษาแนะนำ
แนวทางทถ่ี ูกต้อง และเอาใจใส่ด้วยดตี ลอดระยะเวลาในการทำโครงการ ผู้จดั ทำรู้สกึ ทราบซ้ึงเป็น
อยา่ งยิ่ง จึงขอกราบขอพระคุณเป็นอย่างสงู ณ โอกาสน้ี

ขอขอบพระคณุ บิดา มารดา และเพื่อน ๆ ทุกคนที่ไดใ้ ห้คำแนะนำชว่ ยเหลอื สนบั สนุนผจู้ ดั ทำ
โครงการมาตลอด โครงการจะสำเรจ็ ลุล่วงไปไม่ได้ หากไม่มีบคุ คลดังกลา่ วในการจดั ทำโครงการ

คณุ คา่ และประโยชนข์ องโครงการน้ี ผู้จัดทำขอมอบเป็นกตัญญกู ตเวทิตาแดบ่ ุพการี
บูรพาจารย์ และผู้มีพระคณุ ทุกท่านทง้ั ในอดีตและปัจจบุ นั ทีไ่ ด้อบรม ส่ังสอน ช้ีแนะแนวทางใน
การศกึ ษา จนทำใหผ้ ูศ้ ึกษาประสบความสำเร็จจนตราบทุกวนั น้ี

รงั สรร คำหอม
สมหญงิ ศรยี ะอาจ

สารบญั

หนา้

ใบรบั รองโครงการ ง

บทคัดย่อ จ

กิตตกิ รรมประกาศ ช

สารบัญ ซ

สารบัญตาราง ญ

สารบญั ภาพ ฎ

บทที่ 1 บทนำ 1

1. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา 1

2. วตั ถุประสงคข์ องการศึกษา 1

3. ขอบเขตของการศึกษา 2

4. ประโยชนท์ ่คี าดว่าจะได้รบั 2

5. นยิ ามเฉพาะศัพท์ 2

บทท่ี 2 เอกสาร ทฤษฎี และงานวิจัยที่เก่ยี วข้อง 2

1. จุดประสงคร์ ายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำอธบิ ายรายวชิ า........................................2

2. แนวคดิ การวเิ คราะหท์ างการตลาดแบบการจดั องค์กรอุตสาหกรรม................................3

3. แนวคิดเก่ียวกับการขอรบั รบั รองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชมุ ชน............................................6

4. ทฤษฎกี ลยุทธท์ างการตลาด (4Ps) และ (8Ps) , กลยุทธ์ตลาดออนไลน์..........................9

5. การบรโิ ภคและทฤษฎพี ฤตกิ กรมผู้บรโิ ภค (Buyer Behavior’s Model)......................19

6. แนวคดิ การออกแบบบรรจภุ ัณฑ์....................................................................................20
7. ทฤษฎีกลไกราคา............................................................................................................29
8. แนวความคิดของหลกั การบัญชตี น้ ทุน..........................................................................30
9. งานวจิ ยั ทเ่ี ก่ยี วข้อง.......................................................................................................31

บทท่ี 3 วธิ กี ารดำเนนิ โครงการ 34
1. รูปแบบของโครงการ 34
2. กลุม่ เป้าหมายของโครงการ 34

3. ข้นั ตอนการดำเนินงาน 34
4. การเก็บรวบรวมขอ้ มูล 34
5. วิธีการวเิ คราะหข์ อ้ มลู และสถติ ทิ ีใ่ ชใ้ นการศกึ ษา 34
บทท่ี 4 ผลการดำเนนิ งานโครงการ 24
1. ผลการดำเนนิ งานโครงการ/ผลการวิเคราะห์ข้อมลู 36
2. การนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมลู 36
บทที่ 5 สรปุ ผลการดำเนินงานโครงการและข้อเสนอแนะ 46
1. สรปุ ผลการดำเนนิ งานโครงการ 46
2. ข้อเสนอแนะ 47
บรรณานุกรม 48
ภาคผนวก 48
ภาคผนวก ก แบบขออนุมัตโิ ครงการ/แบบเสนอโครงการ 48
ภาคผนวก ข แบบสอบถาม 54
ภาคผนวก ค วิธีเกบ็ รวบรวมข้อมลู และวิธกี ารดำเนินโครงการ 57
ภาคผนวก ง ประวัติผจู้ ดั ทำ 66

สารบญั ตาราง หน้า

แผนการดำเนนิ โครงการ 36
ตารางที่ 1 แสดงความถ่แี ละร้อยละของกลมุ่ เป้าหมายจำแนกตามเพศ 37
ตารางที่ 2 แสดงความถี่รอ้ ยละของกลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงอายุ 39
ตารางที่ 3 แสดงความถี่รอ้ ยละของกลุ่มเป้าหมายจำแนกตามสถานะ 40
ตารางที่ 4 แสดงค่าเฉล่ยี และสว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน 40
42
ความพงึ พอใจของกลมุ่ เปา้ หมายที่มีต่อผลติ ภัณฑแ์ ป้งโดรายากิ 42
ตารางท่ี 5 แสดงค่าเฉลีย่ และสว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน 44
44
ความพึงพอใจของกลมุ่ เป้าหมายทีม่ ตี ่อผลิตภัณฑแ์ ป้งโดรายากิ
ตารางที่ 6 แสดงค่าเฉลี่ยและสว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน

ความพงึ พอใจของกลุ่มเป้าหมายที่มีต่อผลติ ภัณฑแ์ ป้งโดรายากิ

สารบัญภาพ

หน้า
ภาพที่ 1 แป้งสำเรจ็ รปู ................................................................................................................ .....57
ภาพท่ี 2 นมสด................................................................................................................................57
ภาพที่ 3 ไข่ไก.่ .................................................................................................................................58
ภาพที่ 4 ชอ็ กโกแลต.......................................................................................................................58
ภาพที่ 5 สตรอเบอร์ร่.ี ....................................................................................................................59
ภาพท่ี 6 ถั่วแดงกวน......................................................................................................................59
ภาพท่ี 7 ผงชาเขยี ว.......................................................................................................................60
ภาพที่ 8 ผงโอวลั ติน......................................................................................................................60
ภาพที่ 9 ใส่แปง้ ลงในถว้ ย..............................................................................................................61
ภาพท่ี 10 เติมนมลงไป.................................................................................................................61
ภาพที่ 11 ใสไ่ ข่ไกล่ งไป................................................................................................................ 62
ภาพท่ี 12 ตจี นเข้ากัน................................................................................................................62
ภาพที่ 13 หยอดแปง้ ใสใ่ นกระทะ..............................................................................................63
ภาพท่ี 14 พอสุกแลว้ นำขึน้ มาทาไสท้ ี่เตรียมไว.้ ..........................................................................64
ภาพที่ 15 ไดโ้ ดรายาก.ิ ...............................................................................................................64
ภาพท่ี 16 การตอบแบบสอบถาม................................................................................................65

บทที่ 1

บทนำ

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
โดรายากิ คำวา่ โดระ ในภาษาญป่ี ่นุ จะแปลว่า ฆ้อง ซ่งึ มาจากลกั ษณะของตวั ขนมท่คี ล้ายกบั ฆ้อง

เปน็ ขนมหวานของญปี่ ุ่น โดยลกั ษณะเปน็ แพนเค้กสองชน้ิ ประกบกันและสอดไส้ถว่ั แดงกวน โดรายากสิ ่วน
ใหญท่ ำมาจากแป้งสาลีผสมกับเนย ไข่ และนมสด และนำส่วนผสมมาทอดเปน็ แผ่นคลา้ ยแพนเค้ก เมื่อ
ทอดจนสุกเหลืองจะนำมาประกบกนั 2 แผน่ โดยสอดไสถ้ ั่วแดงกวนนำ้ ตาลไว้ตรงกลาง ซ่ึงลกั ษณะคล้าย
กับอิมางาวายากิ เพียงแต่วา่ ไส้ของโดรายากจิ ะถูกประกบด้วยขนม 2 แผน่ แตไ่ ส้อมิ างาวายากิจะสอดไส้
ขา้ งในตวั ขนม

ปจั จบุ นั โดรายากิที่วางจำหน่ายในญปี่ นุ่ มีขนาดตา่ ง ๆ ท้งั ขนาดเลก็ และใหญ่ตามความชอบของผู้
เลอื กซ้ือ นอกจากไสถ้ ั่วแดงกวนแลว้ ปัจจุบันยังมีโดรายากไิ สต้ ่าง ๆ เช่น ไส้ถวั่ ขาวกวน คัสตารด์ ครมี ชา
เขียว ครมี ช็อกโกแลต มันเทศกวน เกาลัดกวน ไส้ครีมผลไม้และไส้ไอศครมี เป็นตน้ นอกจากนยี้ ังมโี ดรา
ยากิดดั แปลงมากมาย เชน่ นามะ โดรายากิ (Nama dorayaki) ซง่ึ เปน็ โดรายากิทีเ่ สิร์ฟกับวปิ ครมี ผลไม้
และถวั่ แดงกวน ทกุ เพศวยั ต่างชน่ื ชอบโดรายากทิ ่ีอรอ่ ยไม่ว่าจะรับประทานแบบอุ่นหรอื เย็น เมอื งไทยเอง
ในปัจจุบันนก้ี ห็ าโดรายากิมารับประทานไดไ้ ม่ยากนัก

ดงั น้นั คณะผู้จดั ทำจึงทำตวั แป้งของโดรายากิให้มสี ี กลิ่นและรสชาตทิ ี่เพิ่มขนึ้ จากเดิม โดยทำรส
ชาเขยี ว รสโอวัลตินและทำแบบออริจนิ อล แป้งน่มุ ๆ หวานหนอ่ ยๆ แลว้ กจ็ ะมไี ส้ให้เลือก 3 ไส้ คอื
ชอ็ กโกแลต สตรอเบอรร์ ่ีและถ่ัวแดงกวน สามารถทานได้ทุกเพศ ทุกวัย จะทานเป็นอาหารเช้าก็ได้พรอ้ ม
กับชาหรือกาแฟ ซ่ึงสะดวกและรับประทานง่าย ราคาไม่แพง
วตั ถุประสงค์ของโครงการ

1. เพื่อพฒั นาผลิตภัณฑ์ตัวแป้งโดรายากใิ ห้มีกลน่ิ สีและรสชาตมิ ากขน้ึ
2. เพอื่ พฒั นาบรรจุภณั ฑ์ใสโ่ ดรายากใิ ห้สวยงามและเป็นท่ีนา่ สนใจ
3. เพือ่ ศึกษาความพงึ พอใจของกลุม่ เปา้ หมายทมี่ ีตอ่ ผลติ ภัณฑ์และบรรจภุ ัณฑโ์ ดรายากิ

1

ขอบเขตของโครงการ
1. ขอบเขตด้านเนอื้ หา โครงการเกีย่ วกบั ทำตวั แป้งของโดรายากใิ ห้มีสี กลิน่ และรสชาตทิ ่ี

เพ่มิ ขึ้นจากเดิม โดยทำรสชาเขยี ว รสโอวลั ตนิ และทำแบบออรจิ ินอล แล้วกจ็ ะมีไส้ใหเ้ ลือก 3 ไส้ คอื
ช็อกโกแลต สตรอเบอรร์ ี่และถว่ั แดงกวน

2. ด้านกลมุ่ เปา้ หมาย
2.1 บุคคลท่วั ไป ทตี่ ลาดซอย9 250 ซ.บ้านสวน 1 ต.บ้านสวน อ.เมอื ง ชลบรุ ี

20000 จำนวน 30 คน
3. ขอบเขตดา้ นเวลาและสถานที่
3.1 ระยะเวลาท่ใี ช้ในการศึกษาครง้ั น้ีดำเนินการในภาคเรยี นที่ 1 ต้ังแต่วันท่ี 1

มถิ นุ ายน 2564 ถึงวันที่ 1 ตลุ าคม 2564
3.2 ดา้ นสถานที่ บา้ นเลขที่ 18 ม.2 ต.บา้ นสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี 20000

ประโยชน์ทคี่ าดวา่ จะไดร้ บั
1. ได้ผลติ ภณั ฑ์โดรายากิทีม่ ตี วั แปง้ ที่หลากหลายสี กลนิ่ และรสชาติ
2. ได้รปู แบบบรรจุภัณฑใ์ หมแ่ ละเปน็ ทนี่ า่ สนใจ
3. ไดท้ ราบความพึงพอใจจากกลุ่มเปา้ หมายที่มีต่อผลิตภัณฑแ์ ละบรรจุภณั ฑโ์ ดรายากิ

นิยามศพั ทเ์ ฉพาะ
ชอ็ คโกแลต หมายถึง ชอ็ กโกแลตทำจากการหมัก คั่ว และบดอย่างไม่ละเอยี ดของเมล็ดโกโก้

ซ่ึงได้มาจากตน้ โกโก้เขตร้อน (tropical cacao tree) ซ่งึ มีตน้ กำเนดิ จากอเมริกากลางและเมก็ ซิโก
ต้นโกโก้นัน้ ค้นพบโดยชาวอนิ เดียนแดงและชาวอซั เตก (Aztecs) แตใ่ นปัจจุบนั ไดแ้ พร่กระจายและ
ปลกู ไปทั่วเขตรอ้ น เมล็ดของตน้ โกโกน้ ั้นมรี สฝาดท่ีเข้มข้นมาก ผลผลิตของเมล็ดโกโก้รจู้ ักกันในนาม
“ช็อกโกแลต”

สตรอเบอร์รี่ หมายถงึ เป็นสกลุ ไมด้ อกในวงศก์ ุหลาบ ผลสามารถรับประทานได้ ในอดีต
ปลูกเปน็ พชื คลุมดนิ ใหก้ บั ตน้ ไม้ปลูกเลี้ยงอืน่ ซึ่งอาจเป็นทมี่ าของช่ือก็เป็นได[้ 2] มีมากกว่า 20 สปีชีส์
และมลี กู ผสมมากมาย แตส่ ตรอเบอรร์ ีท่นี ิยมปลกู มากในปัจจุบันก็คือสตรอเบอรร์ ีสวน (Fragaria ×
ananassa) ผลของสตรอเบอรร์ มี รี สชาติหลากหลายข้นึ อยู่กบั สายพนั ธุ์ มีต้งั แต่รสหวานจนถงึ เปรย้ี ว

2

ถั่วแดง หมายถงึ เป็นถวั่ ชนดิ หนง่ึ เป็นพชื ล้มลุก มีอายุเพียงปเี ดยี ว ผลเป็นฝัก มลี กั ษณะ
ทรงกลม ยาวรี โค้งงอเลก็ น้อย มขี นอ่อนๆ ฝักออ่ นมีสีเขียวออ่ น ฝักแกจ่ ะนนู ข้ึน มีเมลด็ โตเรียงกนั อยู่
ข้างใน ฝักแก่จัดมสี ีนำ้ ตาล สีดำ มีเมลด็ เรยี งกนั อยู่ ภายในฝกั แก่จดั เมลด็ เหมือนรูปไต มีลักษณะทรง
กลมรี เมลด็ มีสีแดง มีรอยแผลเป็นตาสขี าว เมลด็ ขา้ งในแข็งมีสเี หลือง เมล็ดมรี สชาติหวานมนั มีกลนิ่
เฉพาะตัว มีถน่ิ กำเนิดในประเทศอนิ เดยี ต่อมาได้มีปลูกกันมาก ในเขตรอ้ นหลายประเทศทว่ั โลก

ความพึงพอใจ หมายถึง สภาวะจิตทป่ี ราศจากความเครียดเป็นความรู้สกึ ของบุคคลใน
ทางบวก ความชอบ ความสบายใจ ความสุขใจต่อสภาพแวดล้อมในดา้ นต่างๆหรือเป็นความรสู้ กึ ท่ี
พอใจตอ่ ส่งิ ท่ีทำให้เกดิ ความชอบ ความสบายใจ และเป็นความรู้สึกทีบ่ รรลถุ ึงความต้องการ

บทท่ี 2
เอกสาร ทฤษฎี และงานวจิ ยั ท่ีเกีย่ วขอ้ ง

การดำเนนิ การโครงการพัฒนาแปง้ โดรายากิ ณ บา้ นเลขที่ 18 ม.2 ต.บา้ นสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี
20000 ระหว่างวนั ท่ี 1 มถิ ุนายน 2564 ถงึ วนั ท่ี 1 ตุลาคม 2564 ผดู้ ำเนนิ โครงการได้รวบรวม เอกสาร
ทฤษฎี และงานวจิ ยั ทเี่ ก่ยี วข้อง มีหวั ขอ้ ต่อไปนี้

1. จุดประสงคร์ ายวชิ า สมรรถนะรายวิชา และค าอธิบายรายวชิ า
2. แนวคดิ การวเิ คราะห์ทางการตลาดแบบการจัดองค์กรอุตสาหกรรม
3. แนวคิดเก่ียวกบั การขอรบั รับรองมาตรฐานผลิตภณั ฑช์ มุ ชน
4. ทฤษฎกี ลยทุธ์ทางการตลาด (4Ps) และ (8Ps) , กลยทุ ธ์ตลาดออนไลน์
5. การบริโภคและทฤษฎีพฤติกกรมผบู้ ริโภค (Buyer Behavior’s Model)
6. แนวคดิ การออกแบบบรรจุภัณฑ์
7. ทฤษฏกี ลไกราคา
8. แนวความคิดของหลักการบญั ชีตน้ ทนุ
9. งานวจิ ัยท่ีเกย่ี วข้อง

1. จดุ ประสงคร์ ายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำอธิบายรายวิชา
1.1 จุดประสงคร์ ายวชิ า
1.1.1 เขา้ ใจหลักการและกระบวนการวางแผนจดั ทำโครงสรา้ งและหรือพัฒนางาน
1.1.2 ประมวลความรู้และทักษะในการสร้างและหรอื พัฒนางานในสาขาวชิ าชพี ตาม

กระบวนการวางแผน ดำเนินงาน แกป้ ญั หา ประเมนิ ผล ทำรายงานและทำเสนอผลงาน
1.1.3 มีเจตคตแิ ละกิจนสิ ัยในการทำงานดว้ ยความรับผิดชอบ มีวนิ ัย คณุ ธรรม จริยธรรม

ความคิดริเร่ิมสรา้ งสรรค์และสามารถทำงานร่วมกบั ผูอ้ ่นื
1.2 สมรรถนะรายวชิ า
1.2.1 แสดงความรเู้ ก่ียวกบั การจดั ทำโครงการและนำเสนอผลงาน

3

1.2.2 ดำเนนิ การจดั ทำโครงการ
1.2.3 รายงานผลการปฏิบัตงิ าน
1.3 คำอธิบายรายวชิ า

ศกึ ษาและปฏบิ ตั ิเก่ียวกับ หลกั การจดั ทำโครงการ การวางแผน การดำเนินงาน การแก้ไข
ปญั หา การประเมนิ ผล การจัดทำรายงานและการนำเสนอผลงาน โดยปฏิบตั จิ ำทำโครงสร้างและหรือ
พฒั นางานที่ใช้ความรแู้ ละทกั ษะในระดบั ฝีมือสอดคล้องกบั สาขาวิชาชพี ท่ีศึกษา ดำเนนิ การเป็นรายบคุ คล
หรอื กลุ่มตามลักษณะของงานให้แลว้ เสร็จในระยะเวลาที่กำหนด
2. แนวคิดการวิเคราะห์ทางการตลาดแบบการจัดองค์กรอุตสาหกรรม

กอ่ นทีผ่ ้ปู ระกอบการจะเริม่ วางแผนการตลาด ผู้ประกอบการควรเข้าใจก่อนวา่ ความต้องการ
ผู้บริโภคในยุคปัจจบุ ันมีการเปลย่ี นแปลงอยา่ งรวดเรว็ ไปตามรูปแบบการด ารงชีวิต เทคโนโลยี สงั คม
วฒั นธรรม และสภาพเศรษฐกิจทเี่ ปลย่ี นแปลงไป ส าหรบั ผู้ประกอบการรายใดท่สี ามารถวางแผนกล ยุทธ์
ใหส้ อดคล้อง และรวดเรว็ ทนั กบั ความต้องการของผบู้ รโิ ภคย่อมเป็นผู้ได้เปรียบ ในการช่วงชงิ และ
ครอบครองพน้ื ท่ีการตลาดได้มากขึ้น

2.1 ข้อคำนึงก่อนการวางแผนการตลาด
2.1.1 สภาพความเปน็ อย่ใู นสังคมเปล่ยี นแปลงไป ผคู้ นในสังคมมปี ฏสิ ัมพันธ์กันนอ้ ยลง

คนทำงานมีความเครยี ดสูงขนึ้ ต้องการความสะดวกสบาย ความรวดเร็ว ความเพลดิ เพลินและการ
พกั ผอ่ นหย่อนใจ ดงั นนั้ สนิ ค้าหรอื บรกิ ารท่ีหาซ้ือไดง้ า่ ย สะดวก รวดเรว็ และกล่มุ สินค้าหรอื บริการ เพ่ือ
ความผอ่ นคลายจะไดค้ วามนิยมมากขนึ้

2.1.2 ผูบ้ ริโภคมีระดับการศึกษามากขน้ึ และสามารถเขา้ ถึงข้อมลู ข่าวสารได้ง่ายมากขึ้น
ทำให้มกี ารหาข้อมลู ทั้งในด้านราคา และคุณภาพของสนิ ค้าและบรกิ ารมาเปรียบเทียบกอ่ นการ ตดั สนิ ใจ
ซอื้ รวมถงึ มีการสอบถามความคดิ เหน็ จากเพ่ือนฝงู หรือผคู้ นในสังคมออนไลนท์ ม่ี ีประสบการณ์ในการใช้
งานสนิ คา้ ท่ตี นเองสนใจกอ่ น เพ่ือมาใช้เปน็ ข้อมูลประกอบการตัดสนิ ใจซ้ือ พฤติกรรมผบู้ ริโภคทใ่ี จร้อน ไม่
ชอบการรอคอย ต้องการความสะดวก รวดเร็ว ทันใจ สนิ ค้าหรือบรกิ าร ท่ีมขี ้ันตอน ยุง่ ยาก ตอ้ งรอคอย

4

นาน จะทำใหผ้ ้บู ริโภคเบือ่ หน่ายหนั ไปใช้สนิ ค้าหรือบริการของผทู้ ่ี ใหบ้ ริการไดร้ วดเร็ว และสะดวกสบาย
กว่า

2.1.3 ผบู้ รโิ ภคยคุ ใหม่มีพฤติกรรมเบอ่ื ง่าย ไม่ชอบความซ้ำซาก จำเจ ต้องการความ
แปลกใหมแ่ ละมีความคาดหวังการเปลยี่ นแปลงใหม่ๆ จากผู้ผลติ อยู่เสมอทำให้ผู้ผลิตจะต้องมีการปรบั ปรงุ
และพฒั นาผลิตภณั ฑ์ (R&D) อยา่ งต่อเนื่อง เพ่ือใหล้ ูกคา้ มีความรู้สึกวา่ ไดใ้ ชส้ ินค้าท่ีทนั สมัยอยู่ตลอดเวลา
ซ่งึ จะเหน็ ได้จากระยะเวลาการออกสินคา้ รุ่นใหม่ของผ้ผู ลติ สมารท์ โฟนจะมีรอบเวลาที่สั้น

2.1.4 การวางแผนการตลาดต้องมีความยดื หยุ่น คล่องตวั สามารถปรับตัวใหท้ ันกับ
กระแสการเปลยี่ นปลงของสังคม ตอ้ งค้นหาจุดเด่นขององค์กรและผลิตภัณฑ์ของตนเองใหพ้ บแลว้
ประกาศใหช้ ัดเจน เพื่อให้สงั คมผูบ้ รโิ ภครับรู้ และสรา้ งเปน็ ภาพจ าในใจของผูบ้ รโิ ภค

2.1.5 แผนกลยทุ ธ์การตลาดทุกแผนลว้ นแต่มีค่าใชจ้ ่ายทางการเงินทั้งสนิ้ ผปู้ ระกอบการ
ควรวางแผนกลยทุ ธ์ไว้หลายๆ แนวทาง และเลือกกลยทุ ธ์การตลาดที่มีความคมุ้ คา่ ในการใชจ้ ่ายเงิน มาก
ท่ีสุด

2.1.6 ใหค้ วามสำคัญกับการสรา้ งความสัมพันธท์ ่ดี ีกับลกู ค้า (Customer relationship
management ; CRM) เพราะจะทำให้ลูกค้าเกิดความผกู พันและมีความจงรักภคั ดตี ่อสนิ ค้าหรอื องคก์ ร
เพ่อื เปน็ การรกั ษาลกู คา้ เดิมของกจิ การไว้ ซ่งึ คา่ ใชจ้ า่ ยในการรกั ษาลูกค้าเดมิ จะต่ำกวา่ ค่าใชจ้ า่ ยในการหา
ลูกคา้ ใหม่ถงึ 5 เท่า

2.2 ผปู้ ระกอบการจะตอ้ งจัดทำแผนการตลาดเชิงกลยุทธท์ ีส่ อดคลอ้ งกบั วัตถุประสงคท์ ่ีกำหนด
ไว้

2.2.1 ขัน้ ตอนเตรียมการ เปน็ ข้ันตอนท่ีควรจะต้องปฏบิ ตั กิ ่อนการลงมอื ทำแผนการตลาด
โดยการรวบรวมข้อมลู ภายในองค์กรในดา้ นบุคลากร และทรพั ยากรตา่ งๆ ทีจ่ ำเป็นต้องใช้ใน การจดั ทำ
แผนการตลาด รวมถงึ ประชุมรว่ มกบั ผูเ้ ก่ยี วขอ้ งท้ังหมด เพื่อให้ทุกคนในองค์กรได้รับทราบ และมสี ่วนร่วม
ในการแสดงความคดิ เหน็ ซ่ึงจะทำใหเ้ กดิ ความรว่ มมือทำงานตามแผนการตลาดทีจ่ ะกำหนดขึน้ รว่ มกัน
วางแผนการตลาด พร้อมกบั แบ่งหนา้ ทคี่ วามรับผิดชอบในการจดั ทำแผนการตลาดให้ผูเ้ ก่ียวข้องอธบิ าย
วธิ กี ารและขนั้ ตอนต่างๆ ในการปฏบิ ัติให้รับทราบ เรมิ่ ไปปฏบิ ัติ

2.2.2 ข้ันตอนของการศึกษาหาข้อมลู เป็นขนั้ ตอนหาขอ้ มูลทจ่ี ำเป็นต่อการวางแผน

5

การตลาด กจิ การจะต้องร้ขู ้อมูลตลาด มีขอ้ มูลอยู่สองประเภทท่ีกจิ การต้องรู้ก่อนวางแผนตลาด
2.2.2.1 ขอ้ มลู ภายนอก หาจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ไดแ้ ก่ข้อมลู ด้านเศรษฐกจิ

การตลาด สภาพการแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้ คู่แข่งขนั เทคโนโลยีท่ีเก่ยี วข้อง รวมถึงแนวโน้มกระแส
ความนิยมของผู้บริโภค

2.2.2.2 ขอ้ มูลภายในกจิ การ เปน็ ขอ้ มลู ทีไ่ ด้มาจากการจดบันทึกข้อมลู จากการ
ทำงานท่ีผ่านมาของกิจการเช่น การวเิ คราะห์การขายแยกตามรายการผลิตภณั ฑ์ ตามรายลกู ค้าหรือตาม
พน้ื ที่การขาย ตน้ ทุนแยกตามสายผลติ ภณั ฑ์ รวมถงึ ข้อมลู การใชจ้ ่ายเพอื่ กระตนุ้ การขายที่เคยดำเนนิ การ
มา

2.2.3 ขั้นตอนการกำหนดกลยทุ ธก์ ารตลาด กิจการควรแบง่ ส่วนตลาดของธรุ กิจที่ตนเอง
ดำเนินการอยู่ออกเป็นสว่ นย่อยๆ โดยเลอื กวิธีการแบง่ สว่ นตลาดที่เหมาะสมกับสนิ ค้าหรอื บรกิ ารของ
ตนเอง เช่น แบง่ ตามลกั ษณะประชากร หรือแบ่งตามพฤติกรรมการบริโภค หรือแบ่งตามภูมิศาสตร์ท่ี อยู่
ของผู้บรโิ ภค หรอื แบ่งตามลกั ษณะจติ วิทยา แล้วเลอื กกลุ่มลกู คา้ เปา้ หมายของตลาดย่อยท่คี ิดวา่
เหมาะสมกบั เราที่สดุ จากนัน้ ทำการกำหนดวธิ กี ารปฏบิ ัติที่เหมาะสมกบั กลุ่มลูกค้า เป้าหมาย ซงึ่ จะ
นำไปสู่ความสาเรจ็ ของแผนการตลาดทีว่ างไว้ และสอดคล้องกบั วัตถปุ ระสงคท์ ี่กำหนด รวมถึงมีวธิ ีการ ที่
จะใชว้ ดั ผลความส สำเร็จของแผนการตลาดด้วย

2.2.4 ขน้ั ตอนการทำแผนการตลาดใหช้ ัดเจน เป็นข้ันตอนท่ีนำเอากลยุทธ์ตา่ งๆ ที่กำหนด
ข้นึ มาจดั ทำเป็นแผนปฏิบัตกิ าร (Action Plan) ท่แี สดงรายละเอียดต่างๆ ทีละขนั้ ตอน ผู้รับผดิ ชอบ
ชว่ งเวลาในการปฏบิ ัติ และประมาณการ คา่ ใชจ้ า่ ยทีจ่ ะต้องใช้ รวมถึงเปา้ หมายทต่ี ้องการในแต่ละกลยุทธ์
ตามตัวอย่างด้านล่าง

2.2.5 ขน้ั ตอนการนำไปปฏิบตั ิและตดิ ตามทบทวนแผน เมอื่ จัดทำแผนการตลาดเรยี บร้อย
แลว้ ผปู้ ระกอบการจะต้องนำแผนการตลาดท่ีจัดทำไว้มาปฏิบตั ิ และจะต้องตดิ ตามทบทวน ประเมนิ ผล
จากการดำเนนิ งานตามแผนการตลาด และเพ่ือนำผลท่เี กดิ ข้ึนปรับปรุงในรายละเอยี ด ปลกี ย่อยให้
สอดคล้องกบั สถานการณจ์ รงิ โดยอย่ภู ายใต้งบประมาณและทรัพยากรต่างๆ ทีไ่ ดว้ างแผนไว้ และเพ่ือให้
แผนที่วางไวม้ คี วามทนั สมยั สอดคล้องกบั ความเป็นจริงการวางแผนการตลาด จำเปน็ ต้องมีจดุ เร่มิ ตน้

6

และวิธีการดำเนนิ การไปสูจ่ ุดสิ้นสดุ อย่างเป็นข้ันตอนที่เรยี กว่ากระบวนการ หากวางแผนการตลาดโดยไม่
คำนึงถงึ กระบวนการเหลา่ น้ี จะทำให้การจัดทำแผนการตลาดมีความ สับสน ส่งผลให้ประสิทธิภาพของ
แผนการตลาดด้อยลง หรืออาจทำให้มคี า่ ใชจ้ า่ ยทส่ี งู เกินความจำเป็น กจ็ ะส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงาน
ไมเ่ ปน็ ไปตามทค่ี าดหวัง ดงั น้ัน ผปู้ ระกอบการจงึ ควรทำความ เขา้ ใจในแต่ละขน้ั ตอนกอ่ นการวางแผน
การตลาดใหด้ ี
3. แนวคิดเกี่ยวกับการขอรับรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน

3.1 วสิ ัยทัศน์ การมาตรฐานไทยขบั เคลือ่ นสินค้าและบริการ ใหเ้ ป็นที่ยอมรับและแข่งขันได้ใน
ระดับสากล

3.2 นโยบายมุ่งมนั่ ดำเนนิ งานด้านการมาตรฐาน เพือ่ ส่งเสริมและพฒั นาอุตสาหกรรมให้เกิด
ประโยชนส์ งู สดุ แกผ่ ู้ประกอบการ ผู้บรโิ ภคและประเทศชาติโดยรวม

3.3 วตั ถปุ ระสงคก์ ารดำเนินงาน
3.3.1 คุ้มครองผบู้ ริโภค
3.3.2 รักษาสง่ิ แวดลอ้ ม และทรพั ย์พยากรธรรมชาติ
3.3.3 พัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศให้สามารถแข่งขนั ได้ในตลาดโลก
3.3.4 สรา้ งความเป็นธรรมในการซื้อขายขจัดปญั หา และอปุ สรรคทางการค้าทีเ่ กิดจาก

มาตรการดา้ นมาตรฐาน
3.4 อำนาจหน้าท่ี สมอ. มีอำนาจหนา้ ทีใ่ นการปฏบิ ตั งิ านตามพระราชบัญญตั ิมาตรฐาน

ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 มติคณะรฐั มนตรี นโยบายรฐั บาล แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คม
แหง่ ชาติ นโยบายและแผนแม่บทของกระทรวงอุตสาหกรรม

3.5 พันธกจิ
3.5.1 กำหนดมาตรฐานทต่ี รงความต้องการและสอดคล้องกบั แนวทางสากล
3.5.2 กำกบั ดูแลผลิตภณั ฑ์ และการตรวจสอบและรับรองด้านการมาตรฐานให้ได้รับการ

ยอมรบั
3.5.3 ส่งเสรมิ และพฒั นาดา้ นการมาตรฐานของประเทศ

3.6 กจิ กรรมด้านการมาตรฐานของ สมอ.

7

3.6.1 การกำหนดมาตรฐาน
3.6.1.1 มาตรฐานระดบั ประเทศ ก าหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

(มอก.) ประเภทบังงคบั และไมบ่ ังคบั ตามความต้องการ และการขยายตัวของอตุ สาหกรรม การคา้ และ
เศรษฐกจิ ของประเทศ รวมท้ังนโยบายของรฐั บาล เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค รกั ษาสงิ่ แวดลอ้ ม และ
ทรัพยากรธรรมชาติ และส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมไทยแข่งขนั ได้ในตลาดโลก

3.6.1.2 มาตรฐานระดับสากล ร่วมกำหนดมาตรฐานกับองค์กรสากลท่ีสำคัญ คือ
องค์การระหวา่ งประเทศวา่ ด้วยการมาตรฐาน (International Organization for standardization :
ISO) คณะกรรมาธิการระหวา่ งประเทศว่าดว้ ยมาตรฐานสาขาอเิ ล็กทรอนิกส์
(International Electrotechnical Commission : IEC)

3.6.2 การรบั รองคณุ ภาพผลติ ภณั ฑ์
3.6.2.1 การรบั รองตามมาตรฐานของประเทศ สมอ. ใหก้ ารรับรองคณุ ภาพ

ผลติ ภัณฑ์ โดยการอนญุ าตให้แสดงเครื่องหมายมาตรฐาน
3.6.2.2 การรบั จดทะเบียนผลติ ภัณฑ์ สมอ. ใหก้ ารรบั รองคณุ ภาพผลิตภัณฑ์

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ยังมิได้กำหนดมาตรฐาน โดยการจดทะเบยี นผลติ ภัณฑ์ ตามมติคณะรฐั มนตรี
3.6.2.3 การเป็นหนว่ ยตรวจให้กบั สถาบนั มาตรฐานตา่ งประเทศ สมอ. ไดร้ บั

มอบหมายใหเ้ ปน็ หน่วยตรวจของสถาบันมาตรฐานตา่ งประเทศ เพื่อรบั รองคุณภาพผลติ ภณั ฑต์ าม
มาตรฐานของประเทศญป่ี ่นุ ประเทศสาธารณรัฐสงั คมนิยมประชาธปิ ไตยศรีลงั กาและประเทศสาธารณรัฐ
ฟิลิปปนิ ส์ นอกจากน้ียังตรวจตดิ ตามผลใหก้ ับประเทศสาธารณรฐั แอฟริกาใต้

3.6.2.4 การรับรองฉลากเขียว (Green Label) สมอ. รว่ มกับสถาบันสิ่งแวดลอ้ มไทย
ดำเนนิ โครงการฉลากเขยี วเพื่อใหก้ ารรับรอง โดยให้ใช้ฉลากเขยี วสำหรบั ทั้งน้ีเพือ่ ช่วยลดมลภาวะจาก
ส่ิงแวดลอ้ ม และเพื่อผลกั ดันใหผ้ ู้ผลติ ใชเ้ ทคโนโลยี หรอื วธิ ีการผลติ ที่ให้ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

3.6.3 การรับรองคุณภาพผลิตภัณฑช์ ุมชน (มผช.) เป็นการใหก้ ารรับรองคุณภาพผลิตภณั ฑ์
ชมุ ชนของผู้ผลติ ในชมุ ชนที่เกิดจากการรวมกล่มุ กนั ประกอบกจิ กรรมใดกจิ กรรมหนง่ึ หรือชุมชนใน
โครงการหนึง่ ตำบลหน่ึงผลติ ภัณฑท์ ผี่ า่ น การคดั เลือกจากจงั หวัดและหนว่ ยงานทเ่ี ก่ียวข้องตามมาตรฐาน

8

ผลิตภัณฑ์ชุมชน ท่ีสำนกั งานมาตรฐานผลติ ภัณฑ์อตุ สาหกรรม ไดป้ ระกาศกำหนดไว้ และจะแสดง
เครื่องหมายมาตรฐานผลิตภณั ฑ์ ชุมชนกบั ผลติ ภณั ฑ์ท่ไี ดร้ ับการรบั รอง

3.6.4 การรบั รองระบบงาน
3.6.4.1 การรับรองความสามารถห้องปฏบิ ัติการ สมอ. ไดด้ ำเนินการรับรอง ขดี

ความสามารถทางวชิ าการ และระบบคณุ ภาพ การทดสอบของหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารสอบเทียบและ
หอ้ งปฏิบัตกิ ารทดสอบตามมาตรฐานขอ้ กำหนดทวั่ ไปวา่ ด้วยความสามารถของหอ้ งปฏบิ ัติการสอบ เทียบ
และหอ้ งปฏบิ ตั ิการทดสอบ (มอก.17025-2543) ซ่งึ เหมือนกนั ทกุ ประการกบั ISO/IEC 17025 ซึ่ง
ขอบข่ายของการรับรองอาจเปน็ การรบั รองการทดสอบหรือสอบเทยี บทกุ รายการหรอื บางรายการ ของ
ห้องปฏบิ ตั ิการก็ได้

3.6.4.2 การจดทะเบยี นบคุ ลากร ผทู้ รงคณุ วฒุ ิ หลกั สูตรและองคก์ รฝึกอบรม ดา้ นการ
มาตรฐาน เป็นการให้การจดทะเบยี นบุคลากร ผู้ทรงคุณวฒุ ดิ ้านการประเมนิ การจดทะเบียน หลักสูตร
ฝึกอบรมและองค์กรฝกึ อบรมดา้ นการมาตรฐานในกลุ่มสาขาต่าง ๆ ได้แก่ ระบบการบริหารงานคณุ ภาพ
ระบบการจัดการสิ่งแวดลอ้ ม ระบบการวเิ คราะห์อันตรายและจุดวกิ ฤตท่ีต้องควบคุมในการผลติ อาหาร
ระบบหอ้ งปฏิบตั ิการทดสอบและห้องปฏบิ ัติการสอบเทียบระบบการ จดั การอาชีวอนามัยและความ
ปลอดภยั ระบบการรับรองผลิตภณั ฑ์และระบบอื่น ๆ ตามมาตรฐานสากลหรือมาตรฐานอ่ืน ๆ ทีส่ ากล
ยอมรับ

3.6.5 การบริการข้อสนเทศมาตรฐาน
3.6.5.1 บริการขอ้ สนเทศด้านการมาตรฐาน โดยให้ข้อมูลและตอบข้อซักถาม ทาง

วชิ าการเกีย่ วกบั มาตรฐาน กฎระเบียบทางวชิ ากากร และการรับรองคณุ ภาพท้งั ของไทยและตา่ งประเทศ
3.6.5.2 เปน็ ศูนยต์ อบข้อซักถาม (Enquiry Point) ของไทย ภายใตค้ วามตก

ลงว่าด้วยอุปสรรคทางเทคนคิ ต่อการค้า (TBT) ขององค์การการคา้ โลก (WTO)
3.6.5.3 บริการข้อมลู ดา้ นการมาตรฐานผ่านระบบเครอื ข่ายอนิ เทอรเ์ นต็ ที่

http://www.tisi.go.th

9

3.6.5.4 บรกิ ารห้องสมดุ มาตรฐาน สมอ. โดยเป็นศนู ยร์ วมเอกสารมาตรฐาน ท้ังของ
ไทยและของต่างประเทศ ตลอดจนเอกสารทางดา้ นการรบั รองคุณภาพ กฎระเบียบทางวิชาการ และ
เอกสารอ่ืน ๆ ทคี่ รบถว้ นและทนั สมัยท้ังในรูปของเอกสารและไมโครฟิล์ม

3.6.6 การปฏบิ ัตติ ามพันธกรณีความตกลงภายใต้องค์การการค้าโลก สมอ. เปน็ แกนกลางใน
การปฏบิ ตั ติ ามพนั ธกรณตี ามมตคิ ณะรฐั มนตรี ได้แก่ ความตกลงว่าดว้ ยอุปสรรคทางเทคนคิ ต่อการคา้
(Agreement on Technical Barriers to Trade : TBT) ยกเว้นส่วนทเี่ กยี่ วข้องกบั สนิ ค้าเกษตรและ
อาหาร

3.6.7 งานด้านการมาตรฐานระหว่างประเทศและภมู ิภาค
3.6.7.1 กิจกรรมมาตรฐานระหว่างประเทศ สมอ. ได้เขา้ รว่ มเป็นสมาชิกใน องค์การ

ระหว่างประเทศวา่ ดว้ ยการ (International Organization for Standardization : ISO) และ
คณะกรรมาธิการระหวา่ งประเทศวา่ ด้วยมาตรฐานสาขาอเิ ล็กทรอเทคนิกส์ (International
Electrotechnical Commission :IEC)

3.6.8 การสง่ เสรมิ มาตรฐานและพฒั นาด้านการมาตรฐาน สมอ. ดำเนินการส่งเสรมิ และ
สนบั สนุนให้ภาคเอกชน และหน่วยงานภาครฐั พัฒนาระบบการจกั การใหส้ อดคลอ้ งกบั หลักปฏิบตั ิ
มาตรฐานสากล เพื่อประโยชน์ในการพฒั นาขดี ความสามารถของอุตสาหกรรม และเพิม่ ศักยภาพในการ
แข่งขนั ทางการคา้ ระหวา่ งประเทศ และส่งเสรมิ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ สร้างความเขา้ ใจแก่ผ้ผู ลติ
ผ้บู รโิ ภค และผเู้ กีย่ วข้องทุกระดบั เพื่อให้ตระหนกั ถงึ ความสำคญั ของคุณภาพ และการมาตรฐานและนำ
ไปใช้ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

3.6.9 การพัฒนาบคุ ลากร สมอ. ได้ดำเนนิ การพฒั นาบุคลากรด้านการมาตรฐานทั้ง ภาครัฐ
และเอกชนใหม้ ีขีดความสามารถที่จะดำเนินการด้านมาตรฐานใหส้ อดคล้องกับสากลและเป็นท่ียอมรับ
4. ทฤษฎีกลยุทธ์ทางการตลาด (4Ps) และ (8Ps) , กลยทุ ธ์ตลาดออนไลน์

4.1 กลยทุ ธ์การตลาด 4Ps เกิดจากหลกั แนวคดิ ทีว่ ่า กอ่ นที่จะมาทำธุรกจิ หรอื การตลาดควรท่ี

10

จะต้องมคี วามสนใจใหค้ วามสำคญั ในการกำหนดหัวเร่ืองสำคัญทธี่ รุ กิจควรนำมาพิจารณาถึงความพร้อม
และใช้เป็นแนวก่อนเร่มิ ดำเนินการทางธรุ กจิ โดยได้ใช้ P ซ่ึงเปน็ ตวั หนา้ ของเรื่องทส่ี นใจ คอื Product-
Price-Promotion-Place โดยมรี ายละเอียดดังนี้

4.1.1 ผลติ ภณั ฑ์ (Product) คือ สินคา้ บริการท่ธี รุ กิจสรา้ งข้นึ เพื่อตอบความต้องการหรอื ท่ี
จะส่งมอบให้แก่ลูกคา้ หรือผู้บริโภค ตอ้ งคำนึงถึงกล่มุ เป้าหมายทเ่ี หมาะสมและชัดเจน ดูว่ากล่มุ ลูกค้า
เปา้ หมายเขาต้องการอะไรบ้างใหใ้ ส่ใจในรายละเอยี ดนนั้ สินค้าหรอื การบรกิ ารท่ีมแี ตกต่างอยา่ งไรทำให้
ลูกค้าเกดิ ความสะดดุ ตาสะดุดใจในรปู ลกั ษณ์ รวมถึงการใชง้ าน ความทนทาน และความปลอดภัย
ตลอดจนการสรา้ งความประทับใจใหแ้ ก่ลกู คา้ ทำให้ลกู ค้าเกิดความสนใจและเลือกซ้ือสนิ ค้าหรือบรกิ าร
ของเรา และมีการบอกกนั ปากตอ่ ปาก เปน็ ตน้

4.1.2 ราคา (Price) คือ ราคาหรือส่ิงทล่ี ูกค้าต้องจา่ ยเพ่ือแลกกบั การได้สินค้าและบริการ
อาจจะไม่ใชเ่ พยี งแค่เงนิ เทา่ น้ันอาจรวมถึงเวลาหรือการกระทำบางอยา่ ง ดังนั้นการตง้ั ราคาจึงตอ้ งให้
เหมาะสม คำนวณเรื่องราคาต้นทุนกับกำไรวา่ มีความคุ้มค่าหรือไม่มกี ำไรมากนอ้ ยเพยี งไร

4.1.3 สถานที่ (Place) คอื ช่องทางทลี่ กู คา้ จะสามารถเข้าถงึ สนิ คา้ และบริการของเราได้
เช่น ช่องทางการจดั จำหนา่ ย ชอ่ งทางการใหบ้ รกิ ารรวมถึงทำเลในการจดั จำหนา่ ยสินคา้ และบรกิ าร ให้แก่
ลกู ค้า ควรจะต้องมีความสะดวก ปลอดภยั มีประสิทธิภาพ และเข้าถงึ ไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว สามารถ ท าให้
เกดิ ผลกำไรจากการกระจายสินคา้ ไปสกู่ ลุ่มลูกค้าให้ตรงกบั กลมุ่ เปา้ หมายมากที่สุด

4.1.4 การส่งเสรมิ การตลาด (Promotion) คือ การสื่อสารการตลาดเพ่ือทำใหธ้ รุ กิจ สามารถ
สือ่ สารไปยงั กลุ่มเปา้ หมายและนำไปสู่การโน้นน้าวให้กลุ่มเป้าหมายตดั สนิ ใจซื้อสินค้าและบริการ นับว่า
เปน็ หวั ใจสำคัญของการตลาด โดยในปัจจบุ ันสามารถทำการโฆษณาในสื่อหลายรูปแบบ หรืออาจเป็นการ
ทำกจิ กรรมเพื่อใหล้ กู คา้ ไดม้ าร่วมเพอ่ื จูงใจให้ลกู ค้าสนใจและอยากเลือกสนิ คา้ หรือบริการของเรา

4.2 กลยุทธท์ างการตลาด (8Ps) หมายถึง กลยุทธท์ างการตลาดสมยั ใหมซ่ ึ่งเปน็ ส่วนผสมทาง
การตลาด (Marketing Mix) หรอื ทเี่ รยี กสน้ั ๆ ว่า 8P’s ซึ่งตอ้ งมีแนวทางความคิดทางการส่ือสาร
การตลาด(IMC) โดยอาศัยเครื่องมือการติดต่อสื่อสารกบั ผู้บรโิ ภคแบบสมัยใหมซึ่งแบ่งส่วนขยาย เพิ่มเตมิ
จากเดิมอีก หลายส่วนท้ังงานศึกษาท้งั ภายในและภายนอกประเทศเช่ือมโยงสกู่ ารทำธุรกิจสมยั ใหมซ่ ึ่งเน้น
การสร้างผลกำไรสงู สดุ บนความพอใจของผู้บริโภคซึ่งเปน็ การทำธรุ กจิ ระยะยาว (Long-Term Business)

11

พรอ้ มกับพฤติกรรมทเ่ี ปลยี่ นไปของผบู้ ริโภคสมัยใหม่ซ่งึ เปล่ียนไปอย่างมาก โดยเฉพาะการแบ่งส่วน
การตลาด (Segmentation) ซง่ึ ไม่สามารถแบ่งส่วนการตลาดแบบเดิมๆไดแ้ ลว้ ซ่งึ การเอกสารการศึกษา
ในสว่ นแรกเป็นแนวทางทำธุรกิจและก่อใหเ้ กดิ พฤตกรรมในการเลอื กซอื้ ผลิตภณั ฑ์เสริมอาหารส่วนท่ี
เอกสารอื่นๆจะช่วยในการวางแผนการตลาด ในธรุ กจิ ผลิตภณั ฑ์เสรมิ อาหารทมี่ ีความเกี่ยวขอ้ งและ
สอดคลอ้ งกับการศึกษาในครัง้ นีแ้ นวคิดทางการวางแผนกลยุทธ์ทาง การตลาดโดยใช้ 8P’s ซงึ่ ประกอบไป
ด้วยส่วนผสมทางการตลาด ดังนี้

4.2.1. กลยทุ ธ์ผลิตภณั ฑ์ ( Product Strategy )
4.2.2. กลยุทธ์ราคา ( Price Strategy )
4.2.3. กลยทุ ธ์กรจดั จำหนา่ ย ( Place Strategy )
4.2.4. กลยทุ ธ์การส่งเสริมการตลาด ( Promotion Strategy )
4.2.5. กลยุทธ์การบรรจภุ ัณฑ์ ( Packaging Strategy )
4.2.6. กลยุทธ์การใช้พนักงานขาย ( Personal Strategy )
4.2.7. กลยุทธ์การให้ข่าวสาร ( Public Relation Strategy )
4.2.8. กลยุทธ์พลงั ( Power Strategy )
4.2.1. กลยุทธ์ผลติ ภัณฑ์ (Product Strategy) คอื กลยทุ ธ์ผลิตภัณฑ์นั้นจะเกี่ยวข้องกับ
กระบวนการตัดสินใจ เก่ยี วกับ

4.2.1.1 คุณสมบัตผิ ลิตภณั ฑ์ (Product attribute)
4.2.1.2 สว่ นประสมผลิตภณั ฑ์ (Product mix)
4.2.1.3 สายผลิตภัณฑ์ (Product lines) ส่งิ ที่ต้องพจิ ารณาเก่ียวกับผลติ ภัณฑ์
4.2.1.1. แนวความคิดด้านผลิตภัณฑ์ (Product Concept) เป็นคณุ สมบัตทิ สี่ ำคัญ
ของผลิตภณั ฑ์ท่สี ามารถตอบสนองความต้องการของผูบ้ ริโภค Product ได้ ต้องมีความชดั เจนในตวั
ผลติ ภณั ฑน์ ้นั ๆ
4.1.1.2. คุณสมบตั ิผลติ ภัณฑ์ (Product attribute) จะตอ้ งทราบว่าผลิตภณั ฑ์ น้ัน
ผลิตมาจากอะไร มคี ณุ สมบตั ิอยา่ งไร ลักษณะทางกายภาพ ฟิสิกส์ เคมี ชวี ะ ขนาด ความดี ความงาม
ความคงทนทานดา้ นรูปร่าง รปู แบของผลิตภณั ฑ์ที่มอี ยู่ในตัวของมนั เอง

12

4.2.1.3.ลักษณะเด่นของสินค้า (Product Feature) การนำสินค้าของบริษทั ไป
เปรยี บเทยี บกบั สินค้าของคูแ่ ขง่ ขันแล้วมีคุณสมบัติแตกต่างกัน และจะตอ้ งรูว้ า่ สินค้าเรามีอะไรเด่นกว่า
เช่นลักษณะเด่นของ Dior คือเป็นผลติ ภัณฑช์ ั้นนำจากปารีส

4.2.1.4.ประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ (Product Benefit) พจิ ารณาวา่ สนิ ค้ามี ลักษณะ
เด่นอย่างไรบ้าง และสินค้าให้ประโยชน์อะไรกบั ลูกค้าบา้ ง ระหว่างการใหส้ ัญญากบั ลูกค้ากับการพสิ ูจน์
ดว้ ยลักษณะเดน่ ของสินค้า

4.2.2. กลยุทธ์ราคา (Price Strategy) เปน็ การกำหนดว่าเราจะต้ังราคาแบบใด กลยุทธ์
ราคาสงู หรอื ราคาตำ่ ส่ิงทีจ่ ะต้องตระหนัก คือ ราคาท่ีได้กำหนดไวน้ นั้ เหมาะสมในการแข่งขัน หรือ
สอดคลอ้ งกบั ตำแหน่งผลิตภัณฑข์ องสินค้านั้นหรือไม่กลยุทธ์ ดา้ นราคา (Price strategy) การกำหนด
กลยุทธด์ ้านราคามีประเด็นสำคญั ท่ีจะตอ้ งพิจารณาดังน้ี

4.2.2.1 ตัง้ ราคาตามตลาด ( On going price ) หรอื ตั้งราคาตามความพอใจ (
Leading price )

1) ต้งั ราคาตามตามตลาด (On going price) เหมาะสำหรับสนิ คา้ ที่ สร้าง
ความแตกตา่ งได้ยากจงึ ไมส่ ามารถจะต้ังราคาใหแ้ ตกตา่ งจากตลาดค่แู ข่งขันได้ นน่ั คือ การตงั้ ราคาตาม
คู่แขง่ ขนั

2) ตงั้ ราคาตามความพอใจ ( Leading price ) เป็นการต้ังราคาตาม
ความพอใจโดยไม่คำนึงถึงคู่แข่งขัน เหมาะสำหรับผลติ ภัณฑ์ทีม่ ีความแตกต่างในตราสินค้า สินค้าท่ีมี
เอกลกั ษณส์ ่วนตวั มีภาพพจน์ท่ดี ี จะตง้ั ราคาเทา่ ไรก็ไมม่ ีใครเปรียบเทยี บ

4.2.2.2. สินค้าจะออกเป็นแบบราคาสงู ( Premium price ) เมือ่ แน่ใจในคุณภาพท่ี
เหนอื กว่า และการยอมรับในราคาของลูกค้าหรอื ราคามาตรฐาน (Standard ) เมอ่ื ใช้การตัง้ ราคาโดย
พิจารณาจากราคาของคูแ่ ขง่ ขัน หรอื ตราสนิ ค้าเพ่อื การแข่งขนั ( Fighting brand ) เป็นสินคา้ ดอ้ ย
คณุ ภาพกวา่ คู่แขง่ ขันเล็กน้อย จะลงตลาดล่าง

4.2.2.3. การตง้ั ราคาเทา่ กันหมด ( One pricing ) คือสินคา้ หลายอยา่ งทม่ี ีราคา ติด
อยูบ่ นกล่องหมายถึง ไมว่ ่าจะขายอยทู่ ่ีใดฤดหู นาวหรือฤดูร้อนราคากเ็ ทา่ กันหมดหรือราคาแตกต่างกัน(

13

Discriminate price ) ข้อดี คอื สามารถเรียกราคาได้หลายราคา แตข่ ้อเสียก็คอื เราต้องหาเหตผุ ลในการ
ต้งั ราคาหลายอย่าง เพ่ือให้คนยอมรบั ได้

4.2.2.4. การขยายสายผลิตภัณฑ์ ( Line extension ) ในกรณีนี้การนำเสนอ สินค้า
เร่ิมต้นดว้ ยราคาหนงึ่ แล้วมกี ลยุทธ์เผยแพร่ความนิยมไปยงั ตลาดบน หรอื ตลาดล่าง

4.2.2.5. การขยบั ซ้ือสูงขึ้น ( Trading up ) เป็นการปรับราคาสงู ข้ึนท าให้ได้ ก าไร
มากขนึ้ จงึ พยายามขายใหป้ รมิ าณมากขน้ึ หรือการขยบั ซื้อต่ำลง ( Trading down ) เป็นการผลิตสินคา้ ท่มี ี
ราคาแพงใหม้ ีคณุ ภาพกว่าสินค้าท่รี าคาถูกเล็กนอ้ ยแต่ตงั้ ราคาสูงกวา่ เพ่ือใหค้ นซอ้ื สินคา้ ที่รองลงมา

4.2.2.6. การใชก้ ลยทุ ธ์ด้านขนาด ( Size ) คอื ไมท่ ำขนาดเทา่ กบั ผู้ผลิตรายอืน่ ๆ
4.2.3. กลยทุ ธก์ ารจัดจำหน่าย (Place Strategy) คือกลยุทธเ์ ก่ียวกับวธิ กี ารจดั จำหนา่ ย
จะตอ้ งพิจารณาถงึ รายละเอียดดังน้ี

4.2.3.1. ชอ่ งทางการจดั จำหนา่ ย ( Channel of distribution ) เปน็ เส้นทางที่
สินคา้ เคล่ือนย้ายจากผผู้ ลติ หรือผู้ขายไปยังผูบ้ รโิ ภคหรอื ผใู้ ช้ ซงึ่ อาจจะผ่านคนกลางหรือไม่ฝา่ ยคนกลางก็
ได้

4.2.3.2. ประเภทของร้านคา้ ( Outlets ) ในทุกวันน้จี ะพบไดว้ า่ ววิ ัฒนาการของ
การจดั จำหน่ายนั้นเปน็ ส่งิ ทเ่ี จริญเติบโตรวดเรว็ มากประเภทของรา้ นค้ามมี ากมายจนแทบจะตามไมท่ นั จะ
ขอเรียงลำดับประเภทของร้านคา้ จากใหญ่ไปหาเล็ก

1) รา้ นคา้ สง่ ( Wholesale store ) เป็นรา้ นคา้ ท่ีขายสินค้าในปรมิ าณ
มาก ลกู ค้าส่วนใหญเ่ ป็นคนกลาง

2) รา้ นคา้ ขายของถูก( Discount store ) เป็นร้านค้าที่ขายสินค้าราคา
พเิ ศษ

3) ร้านหา้ งสรรพสินค้า( Department store )
4) ซูเปอรม์ ารเ์ กต็ ที่อย่เู ดี่ยว ๆ (Stand alone supermarket) เป็นร้านท่ี
มีทำเลเด่ียวไม่ติดกบั รา้ นคา้ ใดๆ
5) ช้อปปง้ิ ชุมชน ( Community mall ) เป็นร้านคา้ ทอี่ ยู่ในยา่ นชมุ ชน
6) Minimart จะเห็นไดจ้ ากร้านค้าเล็กๆ ตามตึกอาคารสูงๆ ใน

14

โรงพยาบาล ซึ่งตง้ั ฮัว่ เสง็ เร่มิ บุกตลาด Minimart พอสมควร
7) ร้านคา้ สะดวกซ้ือ ( Convenience store ) เปน็ รา้ นค้าทขี่ าย

สนิ ค้าอุปโภคบริโภคหรอื สนิ ค้าสะดวกซ้ือ บางร้านจะเปดิ บริการ 24 ชั่วโมง
8) ร้านคา้ ในปั๊มนำ้ มนั
9) ซ้มุ ขายของ ( Kiosk ) เปน็ ร้านท่ีจัดเปน็ ซมุ้ ขายของ บางครง้ั จัดเปน็ บูท
10) เคร่อื งขายอัตโนมัติ ( Vending machine ) เปน็ การขายสนิ ค้าผา่ น

เคร่อื งจักรอัตโนมตั ิ

11) การขายทางไปษณยี ์ ( Mail order ) เปน็ การขายสินค้า ซง่ึ ใช้
จดหมายส่งไปยังลูกค้า มีการลงในหนังสือพิมพ์ นติ ยสาร ถ้าพอใจก็สง่ ข้อความส่ังซ้ือ ทางไปรษณยี ์

12) ขายโดยแคตตาล็อก ( Catalog sales )
13) ขายทางโทรทศั น์ ( T.V. Sales )
14) ขายตรง ( Direct sales ) การขายโดยใชพ้ นักงานขายออกเสนอขาย
ตามบ้าน
15) รา้ นคา้ สวัสดิการ เป็นร้านค้าท่ีต้งั ขนึ้ เพ่ืออำนวยความสะดวกกบั
พนักงานตามหนว่ ยงานราชการตา่ งๆ ของบรษิ ัทหรือสำนกั งานต่างๆ
16) ร้านคา้ สหกรณ์ เปน็ รา้ นคา้ ทตี่ ้งั อยตู่ ามมหาวทิ ยาลยั และโรงเรียน
ต่างๆ
4.2.3.3. จำนวนคนกลางในช่องทาง ( Number of intermediaries ) หรอื
ความหนาแน่นของคนกลางในชอ่ งทางการจัดจำหนา่ ย( Intensity of distribution ) ในการพจิ ารณา
เลอื กชอ่ งทางการจดั จำหน่ายจะมีกระบวนการ 3 ขน้ั ตอนดังนี้
1) การพจิ ารณาเลือกลูกค้ากลมุ่ เปา้ หมายวา่ เป็นใคร
2) พฤตกิ รรมในการซื้อของกลมุ่ เป้าหมาย เชน่ ซ้ือเงินสดหรือเครดติ ต้อง
จดั สง่ หรอื ไม่ ซื้อบ่อยเพียงใด
3) การพิจารณาที่ตัง้ ของลูกคา้ ตามสภาพภูมิศาสตร์

15

4.2.3.4. การสนับสนุนการกระจายตวั สินคา้ เขา้ สู่ตลาด (Market logistics
) เป็นกิจกรรมที่เกยี่ วข้องกบั การเคล่อื นย้ายปจั จัยการผลิตและตวั สนิ ค้าจากแหล่งปจั จัยการผลติ ผา่ น
โรงงานของผูผ้ ลิต แล้วกระจายไปยังผู้บริโภค

ตัวอย่างกลยุทธ์
: ตั้งราคาสงู กวา่ คู่แข่งร้อยละ 30 เพ่อื แสดงภาพลักษณ์ของตำแหนง่ ผลติ ภัณฑ์ของ

สินคา้ ที่อยู่ในระดบั สูง
: ตั้งราคาต่ำสำหรับชว่ งฤดกู าลที่ยอดขายน้อย และตง้ั ราคาต่ำกว่าผูน้ ำเลก็ น้อย

ในช่วงฤดูกาลทย่ี อดขายดี
4.2.4. กลยุทธก์ ารส่งเสริมการตลาด ( Promotion Strategy ) กลยุทธ์การสง่ เสรมิ

การตลาดจะต้องประสานกบั แผนการตลาดโดยรวมและควรก าหนดแผนการส่งเสริมการตลาดท่ี
เฉพาะเจาะจง

ตัวอย่างกลยทุ ธ์
: ใชก้ ลยุทธ์การส่งเสรมิ การตลาดใหเ้ กิดผลประโยชนส์ งู สดุ กับคคู่ า้ เพ่ือให้คู่คา้ สนบั สนุน

ตราสนิ ค้าของเรา
: ใชก้ ลยทุ ธส์ ่งเสรมิ การตลาดใหเ้ กิดผลสงู สุดเพ่ือกระตนุ้ ใหเ้ กิดการซื้อสนิ คา้ ของเรา

ในช่วงที่ยอดขายตกต่ำของปี
4.2.5. กลยทุ ธ์การบรรจุภัณฑ์ (Packaging Strategy)การตัดสนิ ใจเลือกรูปแบบการบรรจุ

ภณั ฑ์และประเภทวัสดุของบรรจภุ ณั ฑ์มักจะใชก้ บั สนิ ค้าอปุ โภคบริโภคทพ่ี ัฒนาใหมห่ รือเมื่อมกี ารปรับปรุง
เปล่ยี นแปลงสินค้าใหม่กลยุทธ์การบรรจุภัณฑม์ ีหลักในการพิจารณาดังนี้

4.2.5.1. บรรจภุ ณั ฑ์นน้ั เหมาะสมทจี่ ะบรรจุสนิ คา้ ( Put in ) หรือไม่
4.2.5.2. สินคา้ เม่อื วางบนช้ันแลว้ ได้เปรียบ (เด่น ) ( Put up ) หรือไม่
4.2.5.3. สนิ ค้าเมือ่ น าเอามาใช้แล้วเก็บสะดวก ( Put away ) หรือไม่
4.2.5.4. บรรจภุ ณั ฑ์สวยงาม ( Prettiness ) หรือไม่
4.2.5.5. สามารถเชญิ ชวนใหใ้ ช้ ( Pleading ) ได้หรือไม่
4.2.5.6. บรรจภุ ณั ฑ์สามารถสะท้อนตำแหนง่ ครองใจของสินค้า ( Positioning )

16

ไดห้ รือไม่
4.2.5.7. บรรจภุ ัณฑ์สามารถสะท้อนบุคลกิ ภาพของสนิ คา้ ( Personality ) ได้

หรือไม่
4.2.5.8. บรรจภุ ัณฑ์สามารถปกป้องสนิ ค้า ( Protection ) ไดห้ รอื ไม่
4.2.5.9. บรรจภุ ณั ฑม์ คี วามสะดวกต่อการใชง้ าน ( Practicality ) หรอื ไม่
4.2.5.10.บรรจุภัณฑ์ท่เี ลือกนัน้ สามารถทำกำไรได้มากข้นึ ( Profitability ) ได้

หรือไม่
4.2.5.11.บรรจุภณั ฑ์นั้นสามารถนำมาใชใ้ นการสง่ เสรมิ การตลาด (

Promotion ) ได้หรือไม่

4.2.5.12.เปน็ การบอกถงึ วธิ ีการใชส้ นิ คา้ ( Preaching ) ได้หรือไม่
4.2.5.13.สามารถดูแลรักษาสงิ่ แวดล้อม ( Preservation ) ไดห้ รือไม่ ถ้านำส่งิ
เหลา่ นีม้ าพจิ ารณาทง้ั หมดจะเห็นวา่ ในการออกแบบบรรจุภณั ฑ์ของบรษิ ัทจะเปน็ โลโก้ ตัวหนงั สือ
ตวั อักษรการเลอื กเปน็ กระดาษ เปน็ โฟม เปน็ ฝาจกุ หรือเครื่องหมาย สสี นั ตา่ งๆ บรษิ ัทก็จะไดบ้ รรจภุ ัณฑ์
ท่ีดี
ตวั อย่างกลยทุ ธ์
: เปลี่ยนบรรจภุ ณั ฑ์ใหมด่ ้วยสสี ันทส่ี ดใสเพอื่ ใหผ้ บู้ ริโภคเห็นอย่างชดั เจน ณ จุดขาย
: ต้งั ราคาต่ำสำหรบั ช่วงฤดูกาลทยี่ อดขายน้อย และตง้ั ราคาต่ำกว่าผู้นำเล็กนอ้ ย ในชว่ ง

ฤดกู าลท่ยี อดขายดี

4.2.6. กลยุทธก์ ารใช้พนักงานขาย (Personal Strategy)
การขายโดยใชพ้ นกั งานขายจัดเปน็ รูปแบบการปฏบิ ตั ติ ัวตอ่ ตัวระหว่างกิจการกบั ลกู ค้า ท้งั น้ี
เพอื่ มุ่งหวงั คำสั่งซ้ือด้วยรูปแบบการขายที่แตกต่างกัน การขายโดยพนักงานขายน้นั เก่ยี วข้องกบั การจ้าง
พนกั งานขาย การจดั การทัว่ ๆไปเก่ยี วกับพนกั งานขาย ตลอดจนการบรหิ ารสินค้าคงคลัง การ เตรยี มการ
เสนอขายและการบริการหลังการขาย ในการพฒั นาแผนกการขายน้ัน กิจการจะเริม่ ตั้งแต่ การต้งั
วัตถปุ ระสงค์และปฏบิ ัตกิ าร ซึ่งต้องมีความชดั เจนและสอดคลอ้ งกับประเภทของธุรกิจ โดยอาจ เปน็ ธุรกจิ

17

ค้าปลกี ธรุ กิจการบริการ หรือธุรกจิ การผลิต จากนนั้ จึงกำหนดกลยุทธก์ ารขาย และการดำเนินงาน การ
ขายโดยใช้พนกั งานขายนนั้ หวังผลลัพธเ์ พื่อเพ่ิมยอดขายและขณะเดยี วกันก็ เพอ่ื สร้างสัมพันธ์ภาพระยะ
ยาวกับลูกคา้ อกี ด้วย นอกจากนก้ี ารขายโดยใชพ้ นักงานขายน้ัน ยังมีการใชโ้ บวช์ ัวร์ เอกสาร ใบปลวิ วัสดุ
อุปกรณ์ต่างๆ เพอื่ ช่วยในการนำเสนอขายของพนกั งาน ตลอดจนเปน็ หลักฐาน อ้างอิงและสามารถมอบไว้
ใหล้ ูกคา้ เพือ่ ศกึ ษาข้อมูลเพิม่ เตมิ

ตวั อยา่ งกลยุทธ์
: กำหนดตัวเลขอัตราส่วนการขาย เชน่ จำนวนลกู คา้ ที่คาดหวัง ( Prospect ) เม่ือ

เทียบกับจำนวนท่ีกลายเป็นลกู ค้าที่ซื้อสินคา้ ของเราในท่สี ดุ หรือจำนวนลกู คา้ ที่ซ้ือสินค้าเม่ือเทยี บกับ
ลูกคา้ ท่เี ข้ามาในห้างทัง้ นเี้ พื่อการตรวจสอบถึงประสิทธภิ าพของพนักงานขาย

: คิดค้นโปรแกรมการให้ผลตอบแทนการขาย ( Incentive Program ) ใหม่ๆ เพ่ือ เป็น
รางวัลแกพ่ นักงานขายทที่ ำยอดขายตามเป้า

4.2.7. กลยุทธ์การใหข้ ่าวสาร (Public Relation Strategy)
การให้ขา่ วสารนน้ั คือรูปแบบหนึง่ ของการติดต่อสือ่ สารท่ไี ม่เสียค่าใชจ้ ่ายในการ ซ้ือสอ่ื
ทง้ั นเ้ี พื่อสร้างทัศนคติที่เป็นบวกต่อสินค้าและกิจการของเรา แตป่ ัจจบุ นั การสื่อสารโดยวิธี ดงั กล่าวอาจมี
คา่ ใช้จา่ ยอื่นๆ รวมท้ังคา่ ใช้จ่ายทางอ้อมเกีย่ วกับส่ืออกี ด้วย การใหข้ า่ วสารแก่สาธารณะชน น้ันเปน็
รูปแบบหนง่ึ ของการประชาสัมพันธ์ การให้ข่าวสารจัดว่าเปน็ การสร้างภาพลักษณ์ในระยะ ยาวแก่องค์กร
และต้องการให้ผลลัพธน์ ้ีออกมาในเชงิ บวกแกอ่ งคก์ ร ส่งิ ท่เี ราต้องพจิ ารณาอยา่ งยิง่ ใน การใหข้ า่ วสารคือ
กลุ่มเป้าหมายทีต่ ้องการได้รับขา่ วสารและสอื่ โฆษณาทจ่ี ะใช้เพอื่ การสอื่ ข่าวสาร
ตวั อยา่ งกลยทุ ธ์
: การรว่ มมือกับสื่อบางส่ือ เพื่อจดั เทศกาลในโอกาสพเิ ศษ
: กำหนดโปรแกรมการเปิดตัวการบรกิ ารรูปแบบใหม่ของธรุ กิจเรา
4.2.8. กลยทุ ธ์พลัง ( Power Strategy )
พลงั ในทนี่ ี้ หมายถงึ อำนาจในการต่อรองและควบคุม ซง่ึ ดูเหมือนจะเป็นส่งิ ที่ยากทสี่ ุด
ในการเนรมติ ใหเ้ กดิ ข้นึ แตก่ เ็ ป็นส่ิงจำเป็นและขาดเสยี ไม่ไดใ้ นองค์ประกอบ P ส่วนสดุ ท้ายน้ี เพราะ

18

อำนาจต่อรองจะเปน็ พลังพเิ ศษทีน่ ำมาใช้ต่อรองแลกเปล่ยี นผลประโยชนท์ างการคา้ ใหบ้ ริษทั ได้รบั
ขอ้ เสนอทดี่ ีทสี่ ดุ ในกรณีที่ไมส่ ามารถตกลงกนั ตามกรอบได้อย่างลงตัว

กลยทุ ธ์การตลาด 8P ที่ได้กล่าวมาน้ีเป็นเครือ่ งมือพ้นื ฐานท่ีนกั ธุรกจิ ส่วนใหญ่นำไปใช้
เปน็ บรรทดั ฐานในการทำการตลาด โดยอาจแตกต่างตรงท่บี างบรษิ ัทประสบความสำเรจ็ แตบ่ างบรษิ ทั
กลับล้มเหลวอยา่ งไมเ่ ป็นท่า เหตผุ ลที่เป็นเช่นน้ันกเ็ พราะบริษทั ทล่ี ้มเหลวไม่อาจสร้างองค์ประกอบ ทาง
กลยุทธ์ 8P ได้ครบตามวงจร ดงั นัน้ ผู้ประกอบการทส่ี นใจจะใชก้ ลยุทธ์ 8P นี้ทำการตลาดให้ได้ผล ตอ้ งเอา
ใจใสท่ กุ รายละเอยี ดของกลยุทธแ์ ตล่ ะข้อ เพื่อสรา้ งสรรค์ตัว P ทั้งแปดให้เกิดขน้ึ มาให้ได้

4.3 กลยทุ ธ์ตลาดออนไลน์
4.3.1 กลยุทธท์ ่ี 1 ปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ปจั จบุ นั หลากหลายธุรกิจยงั คงทำ

การตลาดรปู แบบเดิม ๆ ท่ีขายออฟไลน์เพียงอยา่ งเดยี ว ยุคนคี้ งไม่เพียงพออีกตอ่ ไป เม่ือเกดิ วฤิ ตการ แพร่
ระบาดของเช้ือไวรัสโควิด 19 ทำใหม้ ีข้อจำกดั ต่าง ๆ มากมาย คนออกจากบ้านน้อยลง งดเดนิ ทาง งดน่งั
ร้านอาหาร งดท่องเทีย่ ว ใช้ชวี ิตอยูท่ พ่ี ักมากยงิ่ ข้นึ และนิยมซอ้ื ของออนไลน์ หรือสง่ั อาหารแบบเดลิเวอร่ี
เพือ่ ลดการออกไปสัมผัสเชอื้ ทำให้หลากหลายธรุ กจิ ทย่ี งั ขายรูปแบบเดิม ๆ หยดุ ชะงัก แก้ไขง่าย ๆ เพยี ง
แคค่ ุณปรับตวั ใหท้ ันกันสถานการณป์ ัจจบุ นั เพ่ือความอยรู่ อดของธุรกจิ ทนั พฤติกรรมของผูบ้ รโิ ภคและ
เทคโนโลยีที่เขา้ มาช่วยให้การขายงา่ ยข้นึ เร่งเครื่องการตลาดเชิงรุก บุกตลาดออนไลน์ด้วยการ ออกแบบ
เว็บไซต์ E-commerce , โฆษณาสินคา้ และบรกิ ารของคณุ ให้ ลกู คา้ เห็นด้วย Google Ads , โฆษณา
ออนไลนบ์ นแพลตฟอรม์ ที่มผี ้ใู ชง้ านมากมาย เช่น Facebook Ads เพยี งเท่าน้ไี ม่วา่ จะวกิ ฤตไหนยอดขาย
คุณกจ็ ะไม่หยุดน่ิงอีกต่อไป

4.3.2 กลยุทธ์ท่ี 2 ส้กู ับคู่แขง่ ให้แซงหน้า ปิดยอดขายแบบฉบั ไว ค่แู ข่งทางการคา้
สำคัญมาก เพราะมกี ลุ่มเปา้ หมายเดียวกัน สนิ คา้ และบรกิ ารคลา้ ยคลงึ กัน คุณควรดงึ ดูดลูกค้าให้สนใจ
สนิ คา้ และบรกิ ารของมากยิ่งขึ้น เพราะผปู้ ระกอบการมีจำนวนมหาศาลทำให้มีการแขง่ ขันท่ีสงู คุณต้องสู้
เพอ่ื ชัยชนะในการตลาดทด่ี เุ ดือดแบบ Red Ocean เลอื กทำการตลาดออนไลน์และส้ใู ห้ถูกทาง โดยเนน้
ผเู้ ชี่ยวชาญมาวางแผน ออกแบบ ดำเนนิ การ วเิ คราะหผ์ ล เพ่ือให้ผลลพั ธ์ออกมาดีท่สี ดุ เพอ่ื ท่ีคุณจะไดเ้ ดนิ

19

เกมสก์ ารตลาดเชิงลุกได้ถกู ทาง และทำการตลาดออนไลน์ท่ีชว่ ยปดิ การขายได้แบบฉับไว การนั ตดี ้วย
ประสบการณ์ของผู้เชยี่ วชาญ ทจ่ี ะทำใหธ้ ุรกิจของคุณสามารถสรา้ งยอดขายและพงุ่ เข้าหา กลุม่ เปา้ หมาย
ไดแ้ บบรวดเรว็ จนแซงคแู่ ขง่ ไดอ้ ย่างแนน่ อน

4.3.3 กลยุทธ์ท่ี 3 เช่ือมโยงทกุ ช่องทางการขายเข้าหากัน อย่างที่เราไดบ้ อกเสมอว่า
การขายของเพียงชอ่ งทางเดียวอาจจะไม่เพยี งพออีกต่อไป เพราะไม่สามารถรองรับการหลง่ั ไหลเข้ามา
ของลกู คา้ บนโลกออนไลน์อนั มหาศาลได้ และดว้ ยพฤติกรรมของผบู้ รโิ ภคที่เปลยี่ นไปในทุก ๆ ปี ทำให้
ลูกคา้ มตี วั เลือกหลากหลายช่องทาง หากคุณยงั คงขายด้วยชอ่ งทางเดิม ๆ กจ็ ะมเี พียงแค่กลุม่ ลูกคา้ เดมิ ๆ
ทใ่ี หค้ วามสนใจเท่าน้นั เพียงแค่คุณเริ่มปรับเปล่ยี นการตลาดออนไลน์ เพมิ่ ช่องทางการขายให้รบั รองลกู ค้า
มากย่งิ ขน้ึ และเช่ือมโยงทุกช่องทางเขา้ หากนั เพ่ือใหล้ ูกค้าไม่พลาดการตดิ ต่อและสามารถติดตามความ
เคลื่อนไหวของแบรนด์หรอื คอย Update ขา่ วสารโปรโมชน่ั ไว้ เพอ่ื เพิม่ โอกาสให้ ลูกคา้ ไดก้ ลบั มาซ้ือสินคา้
ของคณุ ใหมไ่ ด้อีกคร้ัง

4.3.4 กลยทุ ธ์ท่ี 4 กลา้ ท่จี ะโฆษณา ลยุ ไปใหส้ ดุ หากคุณมีสินค้าอยู่ในมือ แต่ไม่
สามารถทำให้ผู้คนรู้จกั และมองเหน็ สนิ คา้ ของคณุ ได้ เชื่อเถอะวา่ ยอดขายของคณุ ก็จะน่ิงตามอย่าง
แน่นอน เพราะสนิ ค้าดอี ย่างเดียวคงไม่พอ คุณต้องสร้างภาพลักษณ์เพิ่มมูลคา่ ใหก้ ับสินค้าและโฆษณา บน
โลกออนไลนเ์ พ่ือให้กลุ่มเป้าหมายไดเ้ ขา้ มาดูและเลือกชื้อสินค้าของคุณไดจ้ ากทุกที่ ทุกมุมโลก ทางเรา
แนะนำว่าสง่ิ แรกที่คุณตอ้ งลงทุนในการทำโฆษณาออนไลน์คือการออกแบบเว็บไซต์ทร่ี องรบั SEO และ
ควรทำโฆษณาบน google เพื่อเปดิ การมองเหน็ ดงึ ดดู ลกู ค้าเข้ามาให้ได้มากทส่ี ุด พร้อมโฆษณา
Facebook อกี ช่องทาง รับรองวา่ โฆษณาทุกรปู แบบ จดั หนัก จัดเต็มขนาดน้ี ยอดขายของคุณจะเพิ่มข้ึน
หลายเทา่ ตวั ในเวลาไม่นาน
5. การบริโภคและทฤษฎพี ฤตกิ กรมผบู้ ริโภค (Buyer Behavior’s Model)

5.1 พฤติกรรม (Behavior)
การกระทำหรือการแสดงออกของสัตวเ์ พื่อตอบสนองต่อสง่ิ เร้า หรือสงิ่ ที่มากระต้นุ

(stimulus) ซง่ึ อาจจะเกิดขนึ้ ทันทีหรอื เกดิ ข้ึนหลงั จากที่ถูกกระตนุ้ มาแลว้ ระยะหนึ่ง
5.2 ผซู้ ้อื (Buyer)
ผู้ได้รบั บริการจากผปู้ ระกอบธุรกิจหรือผซู้ ึง่ ได้รบั การเสนอหรือชกั ชวนจากผู้ประกอบ

20

ธุรกิจเพ่อื ใหซ้ ้อื สินค้าหรือบริการ และหมายความรวมถงึ ผใู้ ช้สนิ ค้าหรอื ผไู้ ดร้ บั บริการจากผู้ประกอบธรุ กจิ
โดนชอบ แมม้ ไิ ด้เสยี คา่ ยตอบแทนก็ตาม

5.3 พฤติกรรมของผบู้ ริโภค (Consumer BehavBehavi
การแสดงออกของแต่ละบุคคลทเ่ี กย่ี วขอ้ งโดยตรงกับการใชส้ นิ คา้ และบริการทางเศรษฐกจิ

รวมท้งั กระบวนการในการตัดสินใจที่มผี ลต่อการแสดงออก
5.3.1 สิ่งกระตุ้น (stimulus) หมายถึง สงิ่ กระตุ้นทอ่ี าจเกิดข้ึนเองจากภายในรา่ งกาย และ

ส่งิ กระตุ้นจากภายนอก นกั การตลาดจะตอ้ งสนใจและจดั ส่งิ กระตุ้นภายนอก เพอ่ื ให้ผู้บรโิ ภคเกิดความ
ตอ้ งการผลติ ภัณฑ์ สง่ิ กระตนุ้ นถ้ี อื วา่ เป็นเหตุจูงใจให้เกดิ การซอื้ สินค้า ซง่ึ อาจใชเ้ หตจุ ูงใจซื้อดา้ น เหตุผล
และใชเ้ หตุจูงใจให้ซื้อในดา้ นจิตวทิ ยา (อารมณ)์

5.3.2 กลอ่ งด าหรือความรสู้ ึกนกึ คิดของผู้ซือ้ (buyer’s black box) หมายถงึ
ความรู้สึกนกึ คดิ ของผ้ซู ้ือ ซ่ึงเปรยี บเสมือนกล่องดำทผ่ี ้ผู ลิตหรอื ผู้ขายไม่สามารถทราบได้ จึงตอ้ งพยายาม
ค้นหา ความรสู้ กึ นึกคิดของผู้ซอ้ื ความรูส้ ึกนึกคิดของผู้ซ้อื จะได้รับอิทธพิ ลมาจากลักษณะและ
กระบวนการตัดสินใจของผู้ซอื้

5.3.3 การตอบสนองของผู้ซื้อ (buyer’s response) หรอื การตัดสินใจซ้ือของผบู้ ริโภค
หรือผูซ้ อื้ ผบู้ ริโภคจะมีการตดั สนิ ใจในประเดน็ ต่างๆ
6. แนวคดิ การออกแบบบรรจุภัณฑ์

การทำความเข้าใจเกี่ยวกบั ความหมาย ความเป็นมา ตลอดจนความสาคัญของบรรจุภณั ฑ์
เปน็ แนวคิดในการเรียนรู้อดตี ศึกษาปัจจบุ นั เพอ่ื กา้ วไปในอนาคต ความเข้าใจเรื่องราวของบรรจุภัณฑใ์ น
บทนี้จะชว่ ยให้การน าความรไู้ ปประยุกต์ใชไ้ ด้เหมาะสม เกิดประสิทธภิ าพสงู สุด เป็นทางเลือก ให้กบั
ผ้ปู ระกอบการได้เล็งเห็นความสำคัญในการเลอื กพัฒนาบรรจุภณั ฑ์ใหก้ บั ผลิตภัณฑ์ของตนเอง ได้อย่าง
โดดเดน่ น่าสนใจ บรรจภุ ัณฑม์ ีบทบาทสำคัญมากขึ้นต่อผู้ผลติ ซึ่งเป็นหน้าทีข่ องนักออกแบบท่ี ตอ้ ง
คำนึงถึงศาสตรแ์ ละศิลป์สำหรับใชแ้ ก้ปัญหา ในการออกแบบบรรจุภณั ฑแ์ ต่ละด้านให้เกิดผลลัพธ์ ท่มี ี
ประสิทธภิ าพมากทสี่ ุด และถูกใจผบู้ ริโภคมากทส่ี ดุ ซึ่งสงิ่ สำคญั ในการออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์ หรือ
ออกแบบกราฟิกบนบรรจุภัณฑ์ ท่ผี อู้ อกแบบหรือผ้ผู ลติ ต้องเข้าใจคือ วัตถุประสงคข์ องการออกแบบ
บรรจุภัณฑ์ องค์ประกอบของการออกแบบบรรจุภัณฑ์ การออกแบบกราฟิกสำหรบั บรรจภุ ัณฑ์ ขนั้ ตอน

21

การออกแบบบรรจภุ ัณฑ์ การวางแผนเพ่อื ผลิต บรรจภุ ณั ฑ์ หรอื แม้กระทั้งเทคนิคการ ออกแบบบรรจุ
ภณั ฑ์ ดังนั้นการบรรจภุ ัณฑท์ ่ีเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์น้นั เป็นส่ิงท่ีมคี วามสำคัญเป็น อย่างยิ่งตอ่ การ
จำหนา่ ยสินคา้ ท้งั ในด้านการจัดจำหนา่ ยและการขนสง่ ตลอดจนการตดั สนิ ใจเลือกซื้อสินค้า เพ่ือให้
สามารถสู้คู่แข่งทางการค้าในตลาดได้อย่างมีคณุ ภาพ และมีประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต ไดอ้ ย่างยั่งยนื

6.1 ประวัติความเป็นมาของบรรจุภณั ฑ์
กำเนดิ ของการบรรจภุ ณั ฑ์ จากวนั น้ยี ้อนกลบั ไปในอดีต ช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ในช่วงแรก

อาหารจะนำไปบรรจุในภาชนะโลหะท่ปี ิดผนกึ และถูกหลักอนามยั นัน่ คอื กระป๋องบรรจุ อาหารทีท่ ำจาก
ดีบุก (Tin Can) หรือกล่องกระดาษแข็งไดใ้ ช้กันอยา่ งกว้างขวาง เพราะมนี ้ำหนักเบา สามารถพิมพ์ทับลง
ไปไดง้ ่ายบนแผน่ กระดาษก่อนท่นี ำไปทำแบบบรรจุ และเป็นการประหยัดพืน้ ท่ี กล่องโลหะก็ไดร้ บั การ
พัฒนากันอยา่ งกวา้ งขวาง เช่นเดียวกนั ในเวลานนั้ เพราะเปน็ อกี ทางเลอื กหนึง่ ที่ ดีกวา่ การใช้กล่อง
กระดาษแข็ง โดยเฉพาะสินค้าที่บดู เนา่ ได้ เชน่ ขนมปังกรอบ หรือขนมหวาน ทำให้ระดบั ความตอ้ งการท่ี
จะเก็บรักษาสินคา้ เพ่ิมจำนวนมากข้นึ หันกลบั มามองในศตวรรษท่ี 20 ปัจจุบนั น้ี เเทคนิคในการผลิตได้
กา้ วไกลไปมากพอทจ่ี ะทำให้บรรจภุ ัณฑ์โลหะเหลา่ น้ีมีรูปแบบหรอื รปู ทรงตา่ ง ๆ ไดต้ ามต้องการด้วยการ
นำเทคนคิ คอมพิวเตอรม์ าชว่ ยในการผลติ รวมถึงพลาสตกิ ท่ีได้รบั การพฒั นาให้ ดียิ่งข้นึ เราจึงน ามาใช้ใน
ทกุ วนั นี้ เทคนคิ การพิมพท์ เ่ี ฟ่ืองฟูมาตั้งแต่ตน้ ศตวรรษท่ี 19 นัน้ ตอ้ งการการ พัฒนาในเร่ืองเทคนิคการ
พิมพ์ บรรจภุ ณั ฑ์ท่ีมีความรวดเร็ว ตราผลติ ภณั ฑห์ รือยีห่ อ้ น้นั จำเป็นต้องมีตดิ อยูบ่ นภาชนะบรรจไุ มว่ ่าจะ
เปน็ วัสดุประเภทไหนก็ตาม ขวดแก้ว หมอ้ ดนิ เผา กล่องหรือกระป๋องโลหะ กลอ่ งกระดาษแขง็ หรือ
กระดาษหอ่ ธรรมดา ก็ตอ้ งมีฉลากทีจ่ ะบอกยีห่ ้อของผลติ ภัณฑ์นน้ั ผลทต่ี ามมานัน้ ไปไกลเกนิ คาดในเรื่อง
ของการเพ่ิมคุณคา่ และความสนใจใหก้ ับสนิ ค้าทวั่ ไป ตวั อย่างเชน่ รูปภาพ สี สด ชัดเจน ทีอ่ ย่บู นกล่อง
ผงซักฟอก ย่อมจะดึงดูดผู้บรโิ ภคมากกว่าตวั ผงซักฟอก

6.2 ความหมายของบรรจุภัณฑ์ ความหมายหรือนยิ ามของคำวา่ การออกแบบ (Design) และ
บรรจภุ ณั ฑ์ (Packaging) มีนักวชิ าการและผเู้ ชย่ี วชาญ ได้กล่าวไว้ ดงั น้ี

6.2.1 กดู (Good) กล่าวว่า การออกแบบ เป็นการวางแผนหรอื กำหนดรูปแบบรวมทั้ง
การตกแต่งในโครงสรา้ งรูปทรงของงานศลิ ปะ ทศั นศลิ ป์ดนตรี ตลอดจนวรรณกรรม

6.2.2 วริ ณุ ต้งั เจรญิ กลา่ ววา่ การออกแบบ หมายถึง การวางแผนสรา้ งสรรค์รูปแบบ โดย

22

การวางแผนจดั สว่ นประกอบของการออกแบบให้สัมพันธก์ ับประโยชนใ์ ชส้ อย วัสดุ และการผลิต
6.2.3 นิไกโด เคลค็ เตอร์ (Nikaido Clecture) กลา่ ววา่ บรรจุภัณฑ์ เป็นเทคนิคที่

สง่ เสริมการขายกบั การประสานประโยชน์ระหวา่ งวัตถุกับภาชนะบรรจุ โดยมคี วามมุ่งหมายเพื่อการ
คุ้มครองในระหวา่ งการขนสง่ และการเก็บรักษาในคลงั

6.2.4 จรญู โกสียไ์ กรนริ มล กล่าววา่ บรรจุภณั ฑ์ คอื การนำเอาวสั ดุ เชน่ กระดาษ
พลาสตกิ แกว้ โลหะ ไม้ ประกอบเปน็ ภาชนะห่อหุม้ สินค้า เพ่ือประโยชนใ์ นการใชส้ อยที่มคี วามแข็งแรง
สวยงามได้สดั ส่วนทถ่ี ูกต้องสร้างภาพพจน์ที่ดี มภี าษาในการตดิ ตอ่ ส่ือสาร และทำใหเ้ กิดความพึงพอใจ
จากผู้ซ้ือสินคา้

6.3 วัตถปุ ระสงคข์ องบรรจภุ ัณฑ์
บรรจภุ ณั ฑ์ คอื การนำเอาวัสดุ เช่น กระดาษ พลาสตกิ แกว้ โลหะ และไม้ ประกอบ เปน็

ภาชนะห่อหุ้มสนิ คา้ เพ่อื ประโยชนใ์ นการใชส้ อยที่มคี วามแข็งแรง สวยงามไดส้ ดั ส่วนท่ีถูกตอ้ ง สร้าง
ภาพพจน์ทดี่ ี มภี าษาในการติดต่อส่ือสาร และทำใหเ้ กดิ ความพึงพอใจจากผู้ซื้อสินคา้ โดยวัตถุประสงค์
ของการออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์ มดี งั นี้

6.3.1 เพ่อื ชว่ ยปกป้องคุ้มครองและรักษาคณุ ภาพสินคา้
6.3.2 เพอ่ื เป็นตวั ชบ้ี ่ง และส่ือสารรายละเอยี ดสนิ คา้ ดึงดูดผูบ้ ริโภค ใหแ้ สดงถึง
ภาพลักษณ์
6.3.3 เพอ่ื สรา้ งบรรจุภัณฑ์ใหส้ ามารถเอ้ือประโยชนด์ า้ นหน้าทใ่ี ชส้ อยไดด้ ี มีความ
ปลอดภยั ประหยดั และมปี ระสทิ ธภิ าพ
6.3.4 เพอ่ื สร้างบรรจภุ ัณฑใ์ หส้ ามารถสอ่ื สาร และสร้างผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยใช้
ความรูแ้ ขนงศิลปะเข้ามาสรา้ งคุณลักษณะ เช่น มีเอกลกั ษณล์ กั ษณะพิเศษท่ดี งึ ดูดและสร้างการจดจำ
ตลอดจนเข้าถงึ ความหมายและคณุ ประโยชนข์ องผลติ ภัณฑ์
6.4 ความสมั พันธข์ องบรรจุภณั ฑ์
ประเทศไทยของเรามสี ินค้ามผี ลิตผลทางด้านการเกษตรกรรม และการประมง มากมาย
เชน่ ผักสด ผลไม้สด และสนิ คา้ ทีเ่ ปน็ อาหารจากทะเล สิ่งท่กี ลา่ วมานี้จะไดร้ ับความเสียหาย มากเนื่องจาก

23

สภาวะของอากาศการบรรจหุ ีบห่อ และการขนส่งทีเ่ หมาะสมมีสว่ นทจ่ี ะช่วยลดความ เสียหายเหลา่ น้ันลง
ได้ซึ่งเปน็ การชว่ ยใหผ้ ลผลิตทก่ี ลา่ วถึงมือผ้บู รโิ ภคในสภาพทด่ี ี และจะทำให้ขายได้ ในราคาท่สี งู อีกดว้ ย จะ
เหน็ ได้วา่ การบรรจภุ ณั ฑน์ ั้นมีความสำคญั เปน็ อยา่ งย่ิงต่อผลผลิต ซึง่ สามารถ สรุปเป็นรายละเอียดไดด้ ังนี้

6.4.1 รกั ษาคณุ ภาพ และปกป้องตัวสนิ ค้าเริม่ ตั้งแต่การขนสง่ การเก็บให้ผลผลติ หรือ
ผลติ ภณั ฑเ์ หล่านั้นมใิ ห้เสียหายจากการปนเปื้อนจากฝนุ่ ละออง แมลง คน ความช้ืนความรอ้ น แสงแดด
และการปลอมปนอน่ื ๆ เปน็ ต้น

6.4.2 ให้ความสะดวกในเรื่องการขนสง่ การจัดเกบ็ มคี วามรวดเรว็ ในการขนส่ง เพราะ
สามารถรวมหนว่ ยของผลติ ภณั ฑเ์ หลา่ นัน้ เป็นหน่วยเดียวได้ เช่น ผลไม้หลายผลนำลงบรรจใุ นลังเดียว
หรอื เคร่ืองด่มื ท่ีเป็นของเหลวบรรจุลงในกระป๋องหรือขวดได้ เปน็ ต้น

6.4.3 ส่งเสริมทางด้านการตลาด บรรจภุ ัณฑเ์ พ่ือการจดั จำหนา่ ยเปน็ สงิ่ แรกที่ผบู้ รโิ ภค
เหน็ ดังนั้นบรรจภุ ณั ฑจ์ ะต้องจะทำหน้าทีบ่ อกกลา่ วส่ิงต่าง ๆ ของตัวผลติ ภณั ฑ์โดยการบอกข้อมลู ที่จำเป็น
ทง้ั หมดของตัวสินค้าและนอกจากนั้นจะต้องมีรูปลักษณ์ทีส่ วยงามสะดุดตาเชิญชวนให้เกิดการ ตดั สนิ ใจซื้อ
ซ่งึ การทำหนา้ ท่ีดังกล่าวของบรรจุภณั ฑน์ นั้ เป็นเสมอื นพนกั งานขายที่ไรเ้ สยี ง (Silent Salesman)

6.5 หนา้ ทแี่ ละประโยชน์ของบรรจุภัณฑ์ ทำหนา้ ทีท่ ้ังต่อตวั ผลิตภัณฑ์โดยตรง และหน้าที่
สื่อขอ้ มูลที่เกย่ี วกบั ตวั ผลิตภณั ฑ์ มีดงั นี้คอื

6.5.1 การทำหนา้ ทบี่ รรจุใส่สนิ คา้ เช่น ใส่ห่อสินค้า ด้วยการชง่ั ตวงวดั หรือนบั
6.5.2 การทำหนา้ ท่ีคุม้ ครองป้องกนั ตวั ผลิตภัณฑ์ ไมใ่ ห้สินค้าเสียรูปแตกหักไหลซมึ
6.5.3 ทำหนา้ ท่ีรักษาคุณภาพอาหาร เชน่ ปอ้ งกันอากาศซมึ ผา่ น ป้องกันแสง และ
ป้องกนั ความช้ืน เป็นตน้
6.5.4 ทำหนา้ ท่ีเป็นฉลากแสดงขอ้ มูลรายละเอียดของสนิ ค้า เช่น เครือ่ งหมายการค้า
ขอ้ มูลสว่ นผสม และแหลง่ ผลิต เป็นต้น
6.5.5 ทำให้ตง้ั ราคาขายได้สงู ข้ึน เน่ืองจากความสวยงามของบรรจุภัณฑ์จะสร้าง
มลู คา่ เพ่ิมให้แก่สนิ คา้
6.5.6 เพอื่ อำนวยความสะดวกในการจัดวางขนส่งและจัดแสดง

24

6.5.7 สรา้ งความนา่ สนใจและดงึ ดูดผบู้ ริโภค เป็นการส่งเสรมิ การขายและเพ่ิม
ยอดขาย

6.6 ประเภทของบรรจุภณั ฑ์ ในสภาวะตลาดท่มี ีการแข่งขนั กันสูงในปัจจบุ นั การเลอื กใช้
บรรจภุ ัณฑจ์ ะมสี ่วนสำคัญในการเพ่ิมมูลคา่ และสร้างความโดดเด่นใหก้ ับตวั สินคา้ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ
สินคา้ ทม่ี คี ุณสมบัติพเิ ศษเหนือกวา่ สนิ ค้าอน่ื ในท้องตลาด มีความจำเป็นอย่างยง่ิ ท่ีจะต้องเลือกใชบ้ รรจุ
ภัณฑ์ท่มี ีมลู คา่ สงู เพื่อสามารถยกระดับมาตรฐานสนิ คา้ ให้สูงขนึ้ โดยประเภทบรรจุภัณฑ์แบง่ ไดห้ ลาย วธิ ี
ตามหลกั เกณฑ์ต่าง ๆ ดังน้ี

6.6.1 แบ่งตามวิธกี ารบรรจแุ ละวิธกี ารขนถา่ ย
6.6.1.1 บรรจุภัณฑ์เฉพาะหน่วย (Individual Package) คือ บรรจภุ ัณฑท์ ่ี

สัมผัสอยู่กับผลติ ภัณฑช์ ั้นแรก เป็นส่ิงทบ่ี รรจผุ ลิตภัณฑเ์ อาไว้เฉพาะหน่วย โดยมีวตั ถุประสงคข์ ้ันแรก คือ
เพิ่มคุณค่าในเชงิ พาณชิ ย์ เช่น การกำหนดให้มีลักษณะพเิ ศษเฉพาะหรือทำให้มีรปู ร่างทเ่ี หมาะแก่ การจับ
ถอื และอำนวยความสะดวกต่อการใชผ้ ลติ ภัณฑ์ พรอ้ มทั้งทำหน้าทีใ่ หค้ วามปกป้องแก่ผลิตภณั ฑโ์ ดยตรง
อกี ดว้ ย

6.6.1.2 บรรจุภณั ฑช์ ัน้ ใน (Inner Package) คือบรรจภุ ัณฑ์ท่อี ยู่ถดั ออกมา
เปน็ ช้นั ท่สี อง มหี น้าทร่ี วบรวมบรรจุภัณฑ์ขนั้ แรกเข้าไวด้ ว้ ยกนั เป็นชุด ในการจำหน่ายรวม ต้งั แต่ 2– 24
ช้ินขนึ้ ไป โดยมวี ตั ถปุ ระสงคข์ ั้นแรก คือ การปอ้ งกนั รักษาผลิตภณั ฑจ์ ากน้ำ ความชื้น ความร้อน แสง แรง
กระทบกระเทอื น และอำนวยความสะดวกแก่การขายปลีกยอ่ ย เปน็ ตน้ โดยตัวอย่างของบรรจภุ ัณฑ์
ประเภทน้ี ได้แก่ กล่องกระดาษแข็งที่บรรจเุ ครื่องด่มื จำนวน 1 โหล และสบู่ 1 โหล เปน็ ตน้

6.6.1.3 บรรจุภัณฑช์ ั้นนอกสดุ (Out Package) คือบรรจุภัณฑท์ ี่เปน็ หน่วย
รวมขนาดใหญท่ ่ีใชใ้ นการขนสง่ โดยปกติแล้วผ้ซู ้อื จะไม่ไดเ้ ห็นบรรจภุ ัณฑป์ ระเภทน้ีมากนัก เน่อื งจากทำ
หน้าทปี่ ้องกนั ผลิตภัณฑใ์ นระหวา่ งการขนส่งเทา่ นนั้ ลักษณะของบรรจภุ ัณฑ์ประเภทน้ี ไดแ้ ก่ หบี ไม้ ลงั
กล่องกระดาษขนาดใหญ่ทบ่ี รรจสุ ินคา้ ไวภ้ ายใน ภายนอกจะบอกเพียงข้อมลู ทจ่ี ำเปน็ ต่อการขนสง่ เท่าน้นั
เช่น รหัสสนิ คา้ (Code) เลขที่ (Number) ตราสินค้า และสถานทีส่ ง่ เปน็ ตน้

6.6.2 แบ่งตามวตั ถปุ ระสงค์ของการใช้

25

6.6.2.1 บรรจุภณั ฑเ์ พ่ือการขายปลีก (Consumer Package) เป็นบรรจุภัณฑ์
ที่ผูบ้ รโิ ภคซ้อื ไปใช้ไป อาจมีชน้ั เดียว หรือหลายชนั้ กไ็ ด้ ซ่ึงอาจเปน็ Primary Package หรือ Secondary
Package ก็ได้

6.6.2.2 บรรจุภัณฑ์เพ่ือการขนส่ง (Transportation Package) เป็นบรรจุ
ภัณฑ์ทใ่ี ช้รองรับหรอื ห่อหุ้มบรรจุภณั ฑข์ ้ันทุตยิ ภูมิ ทำหนา้ ทีร่ วบรวมเอาบรรจุภัณฑ์ขายปลีกเขา้ ด้วยกัน
ให้เปน็ หนว่ ยใหญ่ เพ่อื ความปลอดภยั และความสะดวกในการเกบ็ รักษา และการขนส่ง เช่น กลอ่ ง
กระดาษลกู ฟูกท่ีใชบ้ รรจยุ าสฟี ัน กลอ่ งละ 3 โหล

6.6.3 แบง่ ตามความคงรูป
6.6.3.1 บรรจุภณั ฑ์ประเภทรปู ทรงแข็งตัว (Rigid Forms) ไดแ้ ก่ เคร่อื งแก้ว

(Glass Ware) เซรามิก (Ceramic) พลาสติกจ าพวก Thermosetting ขวดพลาสติก ส่วนมากเปน็
พลาสตกิ ฉดี เครือ่ งป้ันดนิ เผา ไม้ และโลหะ มีคุณสมบัติแขง็ แกร่งทนทานเอื้ออำนวยต่อการใชง้ าน และ
ป้องกันผลิตภัณฑจ์ ากสภาพแวดล้อมภายนอกไดด้ ี

6.6.3.2 บรรจุภัณฑป์ ระเภทรูปทรงกึง่ แข็งตวั (Semi Rigid Forms) ไดแ้ ก่
บรรจุภณั ฑท์ ท่ี ำจากพลาสติกออ่ น กระดาษแข็งและอะลูมเิ นยี มบาง คุณสมบตั ทิ ัง้ ด้านราคา น้ำหนัก และ
การปอ้ งกนั ผลิตภณั ฑ์จะอยู่ในระดบั ปานกลาง

6.6.3.3 บรรจุภณั ฑป์ ระเภทรูปทรงยดื หย่นุ (Flexible Forms) ได้แก่ บรรจุ
ภัณฑ์ที่ทำจากวสั ดุอ่อนตัว มีลักษณะเป็นแผ่นบาง ได้รับความนิยมสงู มาก เนื่องจากมีราคาถกู หากใช้ ใน
ปรมิ าณมาก และระยะเวลานาน น้ำหนกั นอ้ ย มีรปู แบบ และโครงสรา้ งมากมาย

6.6.4 แบง่ ตามวัสดบุ รรจภุ ณั ฑ์ท่ีใช้ การจัดแบ่งและเรยี กชื่อบรรจภุ ัณฑ์ในทรรศนะ
ของผู้ออกแบบ ผผู้ ลติ หรอื นักการตลาดจะแตกต่างกันออกไป บรรจุภัณฑ์แต่ละประเภทก็ตง้ั อยู่ ภายใต้
วตั ถุประสงค์หลักใหญท่ ี่คล้ายกนั คือ เพื่อปอ้ งกันผลติ ภณั ฑ์ เพื่อจำหนา่ ยผลิตภัณฑ์ และเพ่ือโฆษณา
ประชาสมั พนั ธผ์ ลติ ภัณฑ์

6.7 ลักษณะของบรรจภุ ณั ฑ์
6.7.1 บรรจภุ ัณฑ์ขั้นทหี่ นงึ่ (Primary Packaging) คอื บรรจภุ ัณฑ์ท่ีมาห่อหุ้มตวั

26

สินคา้ เพือ่ ป้องกนั รักษาไม่ให้ตวั สินค้าไดร้ บั ความเสยี หายหรอื เพ่ือความสะดวกในการนำไปใชง้ าน
ตัวอยา่ งเช่น หลอดยาสฟี นั ขวดแชมพู

6.7.2 บรรจภุ ัณฑข์ ัน้ ท่สี อง (Secondary Packaging) คือ บรรจุภณั ฑ์ท่ีมาห่อหมุ้
บรรจุ ภัณฑข์ น้ั ทหี่ นง่ึ เพ่อื ป้องกันไมใ่ ห้ตัวสนิ ค้าไดร้ ับความเสียหาย อีกทง้ั ยังช่วยสร้างมูลคา่ เพ่ิมใหก้ ับตัว
สนิ ค้า ช่วยในการขายสนิ ค้าโดยการดึงดดู ความสนใจของผู้บรโิ ภค ตวั อย่างเช่น กล่องยาสีฟนั และ กล่อง
ใสข่ วดเบยี ร์

6.7.3 บรรจภุ ัณฑเ์ พื่อการขนส่ง (Shipping Packaging) คือ บรรจภุ ัณฑท์ ีท่ าหนา้ ท่ี
ใน การเก็บรักษาและขนส่งสินคา้ ตัวอยา่ งเชน่ ลัง ตคู้ อนเทนเนอร์ เปน็ ต้น

6.8 องคป์ ระกอบของการออกแบบบรรจุภัณฑ์ องค์ประกอบท่ีออกแบบไวบ้ นบรรจภุ ณั ฑ์
เป็นปัจจยั สำคญั ในการเลอื กซ้ือสนิ ค้านั้น รายละเอยี ด หรอื สว่ นประกอบบนบรรจภุ ัณฑจ์ ะแสดงออก ถึง
จิตสำนึกของผผู้ ลติ สินคา้ และสถานะของบรรจภุ ัณฑ์ สามารถขยับเป็นสอื่ โฆษณาระยะยาว สว่ น
องคป์ ระกอบท่ีสำคญั บนบรรจภุ ัณฑอ์ ย่างน้อยที่สดุ ควรมี ดังนี้

6.8.1 ช่อื สินค้า
6.8.2 ตราสนิ ค้า
6.8.3 สญั ลกั ษณ์ทางการค้า
6.8.4 รายละเอียดของสินค้า
6.8.5 รายละเอยี ดสง่ เสริมการขาย
6.8.6 รูปภาพ
6..8.7 สว่ นประกอบของสินคา้
6.8.8 ปรมิ าตรหรอื ปริมาณ
6.8.9 ชือ่ ผูผ้ ลติ และผู้จำหนา่ ย (ถ้ามี)
6.8.10รายละเอียดตามข้อบังคับของกฎหมาย เช่น วันผลิต และวนั หมดอายุ เป็นตน้
หลังจากที่มีการเก็บขอ้ มูลรายละเอยี ดต่าง ๆ ดังกล่าวมาแล้วจงึ เร่มิ กระบวนการออกแบบด้วยการ เปลีย่ น
ขอ้ มูลที่ไดร้ ับมาเปน็ กราฟฟกิ บนบรรจุภัณฑ์
6.9 ปจั จัยทีส่ ง่ ผลต่อราคาของบรรจภุ ณั ฑ์ ในกระบวนการสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ มี

27

องคป์ ระกอบท่เี ข้ามาเกย่ี วข้องทส่ี ง่ ผลตอ่ ราคาของการพฒั นาบรรจภุ ัณฑ์ท้ังต่อราคารวมและราคาต่อ
หน่วย ดงั น้ี

6.9.1 ราคาตน้ ทุนของวสั ดุบรรจุภัณฑ์
6.9.2 ราคาของกรรมวิธกี ารผลติ บรรจภุ ัณฑ์
6.9.3 ราคาของการเกบ็ รกั ษาและการขนส่ง
6.9.4 ราคาของเครื่องมือเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตและบรรจุภณั ฑ์
6.9.5 ราคาของการใชแ้ รงงานที่เกย่ี วข้อง
6.10 การใช้สีเพ่ือการออกแบบบรรจภุ ัณฑ์ การใชส้ ีเพ่อื การออกแบบบรรจุภัณฑช์ ่วยใหก้ าร
ดึงดดู ความสนใจของผู้บริโภค เกิดความสะดดุ ตาบง่ บอกถงึ ความหมาย และประโยชน์ใช้สอยของ
ผลิตภณั ฑน์ น้ั ๆ การกำหนดความหมายจากสจี ากความรูส้ กึ และกำหนดจากมาตรฐานสากลใช้ชว่ ย บอก
ถงึ ลักษณะการใชง้ านตามประโยชนใ์ ช้สอยของผลติ ภัณฑ์ นอกเหนือจากการใชส้ ีเพ่ือตกแต่ง ผลติ ภณั ฑซ์ ่งึ
เปน็ การกำหนดโดยผู้ออกแบบและความนยิ มของสภาวะตลาดในปัจจุบนั
6.11 การใชส้ ีสำหรับการตกแต่งหบี ห่อบรรจภุ ัณฑ์ องคป์ ระกอบทีส่ ำคัญในการเลอื กใช้สีท่ี
ควรคำนงึ ถงึ สำหรับการตกแต่งหีบห่อบรรจุ คอื
6.11.1 สตี ่าง ๆ ที่ใชบ้ นเนอ้ื ที่ของหบี หอ่ บรรจุควรติดต่อกันอยา่ งได้เร่อื งราวทงั้ หมดไม่
ขัดกัน
6.11.2 ขอบเขตของสที ใ่ี ช้บนหบี ห่อบรรจุ แตล่ ะสคี วรจะประกอบกันแลว้ เขา้ ใจกนั ได้
หรือเปน็ สีคกู่ ันได้
6.11.3 สีท่ใี ช้ควรเปน็ สที ีย่ อมรบั ของผู้บรโิ ภคในตลาด ถกู ตอ้ งตามรสนิยมของผูบ้ รโิ ภค
6.11.4 ขอบเขตของสิ่งทจี่ ะทำให้หีบห่อบรรจุ ขดั แยง้ หรือไม่เดน่ เม่ือเปรียบเทยี บกบั
หีบห่อ บรรจภุ ณั ฑ์ของผลติ ภัณฑ์คู่แขง่ ขนั
6.12 ขอ้ พิจารณาในการออกแบบบรรจุภณั ฑ์ บรรจภุ ณั ฑท์ ีด่ นี น้ั จะต้องสามารถผลติ และนำ
ไปบรรจไุ ด้ดว้ ยวิธีการทส่ี ะดวก ประหยัด และรวดเร็ว การเลอื กบรรจุภณั ฑ์มขี ้อพิจารณา ดงั ต่อไปน้ี
6.12.1 ลักษณะของสินคา้ คุณสมบัติทางกายภาพประกอบดว้ ย ขนาด รูปทรง

28

ปรมิ าตร สว่ นประกอบหรอื ส่วนผสม ของแข็ง ของเหลว ผูอ้ อกแบบต้องทราบความเหนียวข้น ในกรณี
เปน็ ของเหลวและตอ้ งรนู้ ้ำหนกั หรอื ปรมิ าณหรอื ความหนาแนน่ สำหรับสินคา้ ทเ่ี ปน็ ของแห้งประเภท ของ
สนิ คา้ คุณสมบัติทางเคมี คือสาเหตทุ ีท่ ำให้สินค้าเน่าเสียหรือเสอ่ื มคณุ ภาพจนไม่เปน็ ทีย่ อมรับได้ และ
ปฏิกิริยาอนื่ ๆ ที่อาจจะเกดิ ข้ึน คณุ สมบัติพเิ ศษอน่ื ๆ เช่น กล่นิ การแยกตัว เป็นต้น สนิ ค้าท่ีจำหนา่ ยมี
ลกั ษณะเปน็ อย่างไร มีคณุ สมบัตทิ างฟิสิกส์ หรอื ทางเคมีอย่างไร เพื่อจะได้เลือกวสั ดใุ นการทำบรรจภุ ัณฑ์
ทปี่ ้องกันรกั ษาไดด้ ี

6.12.2 ตลาดเปา้ หมาย ตอ้ งศึกษาความตอ้ งการของลูกคา้ เปา้ หมายเพอ่ื จะได้เลือก
บรรจุภัณฑ์ท่ตี รงกบั ความต้องการของตลาดหรอื กล่มุ ลกู ค้าการพฒั นาบรรจภุ ณั ฑ์ ให้สนองกบั ความ
ตอ้ งการของกลมุ่ เป้าหมาย ต้องวเิ คราะห์จดุ ยืนของสินคา้ และบรรจุภัณฑ์เทยี บกบั คู่แข่งขันทมี่ ี
กลมุ่ เป้าหมายเดียวกัน เช่น ข้อมูลปรมิ าณสินคา้ ท่ีจะบรรจุขนาด จำนวนบรรจุภณั ฑ์ ตอ่ หนว่ ยขนส่ง และ
อาณาเขตของตลาด เป็นต้น

6.12.3 วิธจี ัดจำหน่าย การจำหนา่ ยโดยตรงจากผู้ผลติ ไปส่ผู บู้ ริโภคย่อมต้องการบรรจุ
ภณั ฑล์ ักษณะหนงึ่ แต่หากจำหน่ายผ่านคนกลาง เปน็ คนกลางประเภทใด มีวธิ กี ารซ้ือของเขา้ ร้าน อยา่ งไร
วางขายสินค้าอยา่ งไร เพราะพฤติกรรมของรา้ นค้ายอ่ มมีอิทธิพลตอ่ โอกาสขายของผลิตภัณฑ์ นนั้ ๆ
รวมท้ังพจิ ารณาถงึ ผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งขันทจ่ี าหน่ายในแหลง่ เดียวกันด้วย

6.12.4 การขนสง่ มีหลายวธิ ี และใช้พาหนะต่างกัน รวมท้ังระยะในการขนส่ง ความ
ทนทาน และความแขง็ แรงของบรรจภุ ัณฑ์ การคำนึงถึงวธิ ีที่จะใช้ในการขนส่งกเ็ พือ่ พิจารณา เปรยี บเทียบ
ให้เกดิ ผลเสียน้อยทีส่ ดุ รวมถึงประหยดั และปัจจยั เรือ่ งดินฟา้ อากาศ ในปัจจุบนั นิยมการ ขนสง่ ด้วยระบบ
ตู้บรรทกุ สำเร็จรูป

6.12.5 การเกบ็ รักษา การเลือกบรรจภุ ณั ฑจ์ ะต้องพจิ ารณาถงึ วธิ ีการเกบ็ รักษา สภาพ
ของสถานท่ีเก็บรักษา รวมท้ังวธิ ีการ เคล่ือนย้ายในสถานท่ีเก็บรักษาดว้ ย

6.12.6 ลักษณะการนำไปใชง้ าน ต้องนำไปใชง้ านไดส้ ะดวกเพ่ือประหยดั เวลา
แรงงาน และคา่ ใชจ้ า่ ย

6.12.7 ตน้ ทนุ ของบรรจุภัณฑ์ เปน็ ปัจจยั ที่จะตอ้ งค านงึ ถึงเป็นอย่างมาก และต้อง

29

คำนงึ ถึงผลกระทบทม่ี ตี ่อยอดขาย หรือความสญู เสียคา่ ใช้จ่ายอนื่ ๆ บรรจภุ ณั ฑด์ ีอาจต้องจา่ ยสงู แต่ ดงึ ดดู
ความสนใจของผูซ้ อ้ื ย่อมเปน็ ส่ิงชดเชยทีค่ วรเลือกปฏิบตั ิ รวมถงึ ผลการชดเชยในกระบวนการผลิต การ
บรรจทุ ส่ี ะดวก รวดเรว็ เสยี หายนอ้ ย ประหยดั และลดต้นทุนการผลิตได้

6.12.8 ปัญหาด้านกฎหมาย บทบญั ญัติด้านกฎหมายเกยี่ วกับบรรจุภัณฑท์ ่ีปรากฏ ชัด
เจน คือ กฎระเบยี บและขอ้ บังคับเกี่ยวกบั ฉลากการออกแบบกราฟิกของผลิตภัณฑต์ ้องเป็นไปตาม
ข้อบงั คบั นอกจากนี้ยงั ตอ้ งศึกษาการใชส้ ญั ลกั ษณ์เกีย่ วกับสิ่งแวดล้อม เปน็ ต้น และกฎระเบียบและ
ข้อบงั คับเกี่ยวกับส่ิงแวดลอ้ ม เปน็ ตน้
7. ทฤษฎกี ลไกราคา

ราคาสินค้า คือ มลู ค่าของสินค้าและบริการท่ีผู้ประกอบการทำการผลติ ได้และนำมาจำหน่าย
ใหแ้ กผ่ บู้ รโิ ภค เชน่ นาย ก. ผลติ ปากกาออกขายใหแ้ ก่นักเรียนในราคาดา้ มละ 5 บาท เปน็ ต้น ในระบบ
เศรษฐกจิ แบบทุนนยิ ม หรือระบบเศรษฐกจิ แบบผสม ซง่ึ การผลติ การบรโิ ภคส่วนใหญ่ เปน็ เร่ืองของ
ภาคเอกชน โดยผ่านกลไกของราคา นั้น ราคาสินค้าและบริการจะท าหนา้ ท่ี 3 ประการ คอื

7.1 กำหนดมลู คา่ ของสินค้า ในการซ้ือขายแลกเปลย่ี นที่ใช้เงินเปน็ ส่อื กลาง ราคาจะทำหนา้
ที่กำหนดมูลค่า เพ่ือให้ผซู้ ้อื ตัดสินใจทีจ่ ะซ้ือสนิ ค้าในมูลคา่ ทค่ี มุ้ หรือไม่คุ้มกับเงนิ ท่ีเขาจะตอ้ งเสีย ไป
ราคาสินค้าบางแห่งก็กำหนดไวแ้ นน่ อนตายตวั แต่บางแห่งกต็ งั้ ไว้เผอ่ื ตอ่ เพื่อใหผ้ ู้ซ้ือต่อรองราคาได้

7.2 กำหนดปรมิ าณสนิ คา้ ในการซ้ือขายแลกเปลีย่ นกนั นั้นถา้ สนิ ค้ามรี าคาถูก ผู้ซ้อื จะซือ้
ปรมิ าณมากขนึ้ สว่ นผู้ขายจะเสนอขายในปริมาณน้อยลง แตถ่ า้ สินคา้ มรี าคาแพงผ้ซู ้ือจะซอื้ ปรมิ าณ
น้อยลงสว่ นผู้ขายจะขายในปริมาณมากขึ้น ราคาจึงเปน็ ตวั ก าหนดปริมาณสินค้าทจี่ ะซ้อื ขายกนั

7.3 กำหนดปริมาณการผลิตของผ้ปู ระกอบการ ในระบบเศรษฐกิจแบบผสม ซึ่งการผลติ
สว่ นใหญเ่ ปน็ เรือ่ งของเอกชนนน้ั จะมีปัญหาวา่ ผูผ้ ลิตควรจะผลิตในปริมาณสักเท่าใดจงึ จะพอดกี ับ ความ
ตอ้ งการของผ้บู ริโภค เพือ่ ให้เขาได้กำไรสงู สดุ ตามท่ีต้องการ โดยสังเกตความตอ้ งการซื้อ (อุปสงค์) และ
ความต้องการขาย (อปุ ทาน) ของสนิ ค้าทีเ่ ราทำการผลิตในระดบั ราคาต่างๆ กันเพ่ือหาดุลยภาพ ซ่ึงเป็น
ระดบั ที่ผู้ซื้อและผู้ขายจะทำการซอ้ื ขายกนั ในปริมาณและราคาท่ตี รงกนั ปริมาณทมี่ กี าร ซ้ือขาย ณ จุด
ดลุ ยภาพ เรียกวา่ ปรมิ าณดลุ ยภาพ และผู้ซื้อมคี วามตอ้ งการซ้ือ สว่ นราคาที่ดลุ ยภาพ เรียกวา่ ราคาดลุ ย
ภาพ อนั เป็นราคาท่ผี ู้ผลิตควรพจิ ารณาในการตัง้ ราคาขาย

30

7.4 กลไกราคา (price mechanism) หมายถึง ตัวกำหนดการจัดสรรทรพั ยากรในระบบ
เศรษฐกิจทีมีปจั จัยสำคัญในการกำหนดราคา คือ อุปสงค์ (demand) และอุปทาน (supply)

7.4.1 อุปสงค์ (Demand) คอื ปรมิ าณความตอ้ งการซิ้อสินค้าและบริการของผูซ้ อื้ ใน
ระยะเวลาใดเวลาหนงึ่ ณ ระดบั ราคาตา่ งๆ กนั ความตอ้ งการซื้อจะแตกตา่ งจากความต้องการทวั่ ไป
(want) แต่จะตอ้ งรวมอำนาจซ้อื (purchasing power) คือ เตม็ ใจและมีเงินเพียงพอท่ีจะจา่ ยซื้อสินค้า
นัน้ ดว้ ย อย่างไรก็ตามปริมาณความต้องการซอื้ น้ีจะเปล่ียนแปลงเมอื่ มปี จั จัยกำหนดอุปสงคต์ ัว อืน่ ๆ
เปลย่ี นแปลงดว้ ย เช่น รายได้ของผู้ซื้อ รสนยิ ม ราคาสินคา้ ชนดิ ทใี่ ช้ทดแทนกันได้ เช่น เนื้อหมู กับเน้ือไก่
เป็นตน้

7.4.2 อปุ ทาน (supply) คือ ปรมิ าณความต้องการเสนอขายสินค้าและบรกิ ารของ
ผขู้ ายในระยะเวลาใดเวลาหนึง่ ณ ระดับราคาตา่ งๆ กนั โดยผขู้ ายเต็มใจจะขาย กลา่ วคือ ถา้ ราคาต่ำ
ปริมาณทีเ่ สนอขายก็จะลดต่ำลงดว้ ย และในทางตรงกันข้าม หากระดับราคาสงู ขึน้ ก็จะมปี ริมาณเสนอ
ขายเพิ่มข้ึน ซ่งึ เป็นไปตามกฎของอปุ ทาน (Law of Supply) ปจั จัยทท่ี ำให้อปุ ทาน เปลย่ี นแปลง เช่น
การเปล่ยี นแปลงเทคโนโลยีในการผลติ ราคาของปจั จยั ท่ใี ช้ในการผลิตสนิ ค้าและ บรกิ าร การ
เปลยี่ นแปลงฤดกู าล การคาดคะเนราคาสินค้าและบริการของผู้ขาย
8. แนวความคิดของหลกั การบัญชตี ้นทุน

ต้นทนุ เป็นมูลคา่ ของทรัพยากรทีใ่ ชใ้ นการผลติ หรอื การให้บิการ เปน็ สว่ นทเี่ รียกว่ามลู คา่ ของ
ปจั จัยเขา้ (Input Value) ของระบบ ตน้ ทุนจึงเปน็ เงินสดหรอื คา่ ใช้จ่ายในรปู แบบอื่นท่จี ่ายไปเพ่ือให้
ได้มาซ่ึงบริการหรือผลผลติ ในทางธุรกิจ ต้นทุน คือ ค่าใชจ้ ่ายส่วนทีจ่ ่ายไฟเพือ่ ให้ได้มาซึง่ ซง่ึ ผลตอบแทน
หรือรายได้ ตน้ ทุนจึงเป้นส่วนสำคัญในการตัดสินใจทางธรุ กิจต่างๆ

8.1 ต้นทนุ ค่าใช้จ่าย และความสญู เสยี
ตน้ ทนุ ค่าใชจ้ ่าย และความสญู เสีย โดยแทจ้ ริงเปน็ ส่งิ เดยี วกัน แต่จะมีความหมายท่ี

แตกต่างกนั ในด้านความหมายในารใชง้ าน ต้นทุนและความสูญเสียต่างกเ็ ปน็ ค่าใชจ้ า่ ยทั้งส้ิน คา่ ใช้จ่าย ไม่
วา่ จะอยู่ในรูปแบบของเงินสดหรอื สง่ิ แลกเปลย่ี นใดๆ ย่อมถือได้วา่ เป็นสิง่ ที่จา่ ยไปเพื่อให้ไดผ้ ลผลติ

8.2 คา่ ใช้จา่ ย (Expense)
ต้นทุนในการให้ได้รายได้ส าหรบั ชว่ งระยะเวลาใดๆ เช่น เงินเดอื นในสำนักงาน ค่าใช้จ่าย

31

เป็นจำนวนเงนิ หรือสิง่ แลกเปลี่ยนทจี่ ่ายไปเพื่อใชใ้ นการบริการซง่ึ ตดั ลดทอนจากส่วนใฃรายได้ในงวด
บญั ชใี ดๆ จงึ มักจะใช้ในดา้ นรายไดท้ างการเงนิ มากกว่าใช้ในระบบบัญชที รัพย์สนิ

8.3 ต้นทุน (Cost)
ค่าใชจ้ ่ายทจ่ี ่ายไปสำหรบั ปจั จยั ทางการผลติ เพือ่ ใหเ้ กดิ ผลผลติ ต้นทนุ จึงเป็นสว่ นทใ่ี ช้

สำหรบั นยิ าม อัตราผลติ ภาพหรือผลติ ภาพ (Productivity) ซง่ึ เทา่ กับผลผลิต (Output) หารดว้ ยปจั จยั
นำเขา้ (Input) ต้นทุนจงึ เป็นมูลคา่ ท่ีวีดได้ในเชงิ เศรษฐศาสตร์ของทรัพยากรทใ่ี ช้ละต้นทุนมี ลักษณะทใี ช่้
จา่ ยไปเพื่อให้ไดผ้ ลติ ภณั ฑ์หรือการบริการท่ถี ือเป็นสนิ ทรัพย์ได้

8.4 ความสูญเสยี
ค่าใชจ้ า่ ยที่จ่ายไปแลว้ เกิดผลได้น้อยกวา่ หรือค่าเสยี หายทีต่ อ้ งจ่ายโดยไมม่ ผี ลตอบแทน และ

เป็นคา่ ใชจ้ ่ายท่ถี ูกตดั ออกจากส่วนของผถู้ ือหนุ้ มากกวา่ ที่จะหักจากส่วนของการลงทุน ความสูญเสียที่
เกิดขึน้ ไดจ้ ากการตัดสนิ ใจท่ีผดิ พลาดหรือเกดิ จากสิ่งผดิ ปกตติ ามธรรมชาติ เช่น ไฟไหม้ ตึก ถลม่

9. งานวจิ ัยที่เกีย่ วข้อง
ณัฏฐกิ า สงิ คะสะ (2554) ได้ทำการศึกษาเรอ่ื ง แนวคิดการออกแบบบรรจภุ ัณฑ์ขนมของญี่ปุ่น

บณั ฑติ วิทยาลัย มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร ผลการศึกษาพบวา่ การวิจัยครั้งนม้ี ีจดุ มุ่งหมายเพื่อศกึ ษาแนวคดิ
การออกแบบบรรจุภัณฑร์ ปู แบบการพับรวมทง้ั เลขนศิลป์บนบรรจุภัณฑเ์ พื่อเปน็ แนวทางในการออกแบบ
บรรจภุ ณั ฑข์ นมหวานของไทยในสไตล์ญ่ปี ุ่นโดยวเิ คราะหบ์ รรจุภณั ฑ์ชัน้ แรกทตี่ ดิ กบั ตัวขนมจำนวน 50 ชน้ิ
โดยแบง่ ประเภทจากทฤษฎกี ารทำขนมหวานโบราณของชาวญปี่ ุ่นท่สี บื ทอดกันมายาวนานและนำผลสรุป
ท่ีได้ไปตรวจสอบความถกู ต้องกับผู้เช่ียวชาญด้านการออกแบบกราฟิกและบรรจภุ ณั ฑผ์ ู้เช่ยี วชาญด้านค
หกรรมศาสตร์รวม 7 ท่านและปรบั ปรุงแกไ้ ขเพ่ือนแนวทางการออกแบบไปศกึ ษาความพึงพอใจกับ
ผปู้ ระกอบการรวมท้ังผู้บริโภคจำนวน 50 ท่าน ผลการวิเคราะห์พบวา่ แนวทางการออกแบบดงั กลา่ วมี
ความสอดคล้องตรงกับวตั ถุประสงคข์ า้ งต้นที่กลา่ วมาโดยสามารถสรุปผลได้โดยแยกแตล่ ะประเภทดังน้ี
ประเภทท่ี 1 โยคงั (Yokan) คณุ ลกั ษณะของขนมแบบเปียกมคี วามนิ่มยืดหยุ่นไปตามรปู ทรงการพบั ได้
เหมาะกบั ขนมไทยที่มคี วามชุ่มช้นื 40% ขนึ้ ไป ได้แก่ ขนมเปยี กปนู ขนมชั้น

32

ประเภทท่ี 2 มันจู (Mariyu) คณุ ลกั ษณะของขนมแบบเปียกนำไปนึ่งอบหรือยา่ งเหมาะกับขนมไทยที่มี
ความชมุ่ ชื้น 40% ขึ้นไป ได้แก่ ขนมหัวเราะขนมไขเ่ ผ้าลอ้ ฯ
ประเภทท่ี 3 ไดฟุกุโมจิ (Daifuku & Mcchi) คุณลกั ษณะของขนมแบบเปยี กทำจากแปง้ ขา้ วเหนียวน้าไป
นึ่งเหมาะกบั ขนมไทยที่มีความชุ่มช้นื 40% ข้นึ ไป ไดแ้ ก่ ขนมตม้ ขนมโตอ้ อนฯ
ประเภทท่ี 4 โมนะกะ (Manaka) คุณลักษณะของขนมกึง่ แหง้ ถึงเปยี กด้านนอกเปน็ แป้งกรอบเหมาะกับ
ขนมไทยท่ีมีความชมุ่ ช้นื 20-39% ขึน้ ไป ได้แก่ ขนมโสมนสั สมั ปนั นฯี
จากผลสรปุ ท่ไี ดจ้ ากการวเิ คราะหบ์ รรจุภณั ฑ์ชนั้ แรกนีส้ ามารถสร้างแนวทางใหม่เพื่อใชเ้ ป็นข้อมูลให้กบั
กลมุ่ ผูป้ ระกอบการและนักออกแบบสามารถนำมาใชก้ ับการออกแบบชนมหวานของไทยได้ แตส่ ิง่ สำคญั
จะตอ้ งมกี ารคงไว้ซึ่งเอกลกั ษณ์ของความเปน็ ไทยหรือคงไวซ้ ง่ึ กลน่ิ อายของความเปน็ ไทยใหค้ งอยรู่ ว่ มอยู่
ดว้ ย

สภุ าวดี ศรีวงคเ์ พช็ รและคณะ (2557) ได้ทำการศึกษาเรอ่ื ง คุณภาพหลงั การเกบ็ เกี่ยวของผลสตรอ
เบอรีพนั ธุ์พระราชทาน 80 และพนั ธ์ุ 329 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผลการศึกษาพบวา่ การศึกษาเร่อื ง
สัณฐานวทิ ยา คุณภาพทางกายภาพและเคมีหลงั การเก็บเก่ียวของผลสตรอเบอรีพนั ธ์ุพระราชทาน 80
และพนั ธ์ุ 329 โดยเก็บเก่ยี วผลสตรอเบอรที ่ีมรี ะยะพฒั นาสีผวิ เป็นสแี ดง 25, 50 และ 75 เปอรเ์ ซน็ ต์ และ
ศึกษาลักษณะรปู รา่ งและคุณภาพ พบวา่ ในทุกระยะการพัฒนาสีผวิ ผลสตรอเบอรีพนั ธ์ุพระราชทาน 80 มี
รูปรา่ งผลทรงแหลมมากทส่ี ดุ และผลสตรอเบอรีพันธุ์ 329 มีรูปรา่ งทรงลม่ิ ยาวมากทส่ี ุด ผลสตรอเบอรี
พันธ์ุพระราชทาน 80 มีปริมาณของแขง็ ทงั้ หมดท่ีละลายน้ำได้ และปรมิ าณวิตามนิ ซมี ากกว่าพนั ธ์ุ 329 แต่
มคี วามแน่นเนื้อ ปริมาณกรดทัง้ หมดท่ีไทเทรตได้ ปรมิ าณสารประกอบฟนี อล กิจกรรมของสารต้านอนุมูล
อสิ ระ และอายุการเกบ็ รักษาน้อยกวา่ พนั ธ์ุ 329 อยา่ งไรก็ตาม ผลสตรอเบอรที ้ัง 2 พันธ์ุ มีปริมาณแอนโท
ไซยานินไมแ่ ตกตา่ งกนั สำหรับการศึกษาความแตกต่างของระยะเกบ็ เกี่ยวพบวา่ ผลสตอรอเบอรีท่มี รี ะยะ
การพฒั นาสีผิวเป็นสแี ดง 25 เปอร์เซ็นต์ มีอายุการเก็บรักษานานที่สดุ และมีความแน่นเนื้อมากกว่าผลสต
อรอเบอรีที่มีระยะการพัฒนาสผี วิ เป็นสีแดง 75 เปอรเ์ ซน็ ต์ นอกจากนี้ ผลการทดลองแสดงใหเ้ ห็นวา่
ปริมาณแอนโทไซยานนิ มคี า่ เพิม่ ข้ึนตามระยะพฒั นาสผี ิว อย่างไรก็ตาม ระยะพัฒนาสีผวิ ไมม่ ีอทิ ธิพลต่อ
ปริมาณของแข็งทั้งหมดที่ละลายน้ำได้ ปรมิ าณกรดท้งั หมดทไ่ี ทเทรตได้ ปริมาณวิตามินซี ปริมาณ
สารประกอบฟนี อลและกิจกรรมของสารต้านอนุมูลอิสระ

33

วีรพันธ์ กนั แก้วและคณะ (2554) ได้ทำการศึกษาเร่ือง การคดั เลือกถ่ัวแดงหลวงสายพันธ์ุดี
มหาวิทยาลยั แมโ่ จ้ ผลการศึกษาพบว่า โครงการปรับปรงุ พันธ์ุถั่วแดงหลวง มูลนิธโิ ครงการหลวง มี
แผนการปรบั ปรุงพันธุ์ถว่ั แดงหลวงใหม้ ผี ลผลิตสูงและมคี ณุ ภาพดี เปน็ ทีต่ ้องการของตลาด เป็นระยะเวลา
6 ปีติดตอ่ กัน ระหว่างปี 2550-2556 ฤดูปลกู ปี 2550-2553 พบว่ามคี วามก้าวหน้าของการคัดเลือก
ประชากรรุน่ ลูก มีคา่ เฉล่ียของน้ำหนกั เมลด็ ต่อต้นสงู ขึ้น และมีจำนวนฝกั ต่อตน้ จำนวนเมล็ดตอ่ ฝัก และ
น้ำหนกั 100 เมลด็ เฉลี่ยเพิม่ มากข้ึน การปลูกทดสอบผลผลติ ขน้ั ตน้ ชว่ งเดอื นพฤศจิกายน 2553-
กมุ ภาพนั ธ์ 2554 พบวา่ สายพันธ์ุ Line#36, Line#34, Line#58, Line#38 และ Line#33 มผี ลผลติ
เฉลย่ี สูงสดุ 5 ลำดับแรก คือ 297.40, 280.51, 279.05, 255.43 และ 250.70 กก./ไร่ และมีค่าเฉลย่ี สูง
กว่าพนั ธ์ุทดสอบ MKS#8 เท่ากับ 49.45, 40.96, 40.23, 28.36 และ 25.98% ตามลำดับ การปลกู
ทดสอบพนั ธ์ขุ ัน้ ตน้ ยงั พบอีกว่า การคดั เลือกเพื่อเพ่ิมผลผลติ นัน้ สามารถคดั ลักษณะ จำนวนฝัก/ตน้ และ
นำ้ หนกั เมลด็ /ต้น ที่มีคา่ สูง ทำให้รุ่นลกู มคี วามก้าวหนา้ จากการคดั เลือกมาก และลักษณะตา่ งๆ นีม้ ี
ความสัมพนั ธ์ในทิศทางบวกกับผลผลติ โดยมคี ่าสหสมั พนั ธ์ (correlation) เท่ากบั 0.69** และ 0.70**
ตามลำดับ การคัดเลอื กถ่วั แดงหลวงสายพนั ธ์ุดนี ้ี จะเป็นแนวทางในการปรับปรงุ พนั ธถุ์ ั่วแดงหลวงใหม้ ี
ผลผลิตเพิ่มสูงขน้ึ

บทท่ี 3
วธิ ดี ำเนนิ งานโครงการ

การพฒั นาแปง้ โดรายากดิ ว้ ยการเพ่ิมให้มกี ลิ่น สี รสชาติมากขึน้ และบรรจุภณั ฑ์ท่สี วยงาม
น่าสนใจ เพ่ือให้ทราบความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายท่ีมตี ่อผลติ ภณั ฑ์และบรรจภุ ัณฑ์ โดยผศู้ กึ ษาได้
ดำเนนิ งานตามลำดบั ขั้นตอนดังต่อไปน้ี

1. ประชากรและกลมุ่ ตวั อยา่ ง
2. เครอื่ งมอื ที่ใช้ในการศึกษา
3. ข้ันตอนในการสร้างเครื่องมือ
4. การเก็บรวบรวมข้อมูล
5. การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใชใ้ นการศึกษา

1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
1.1 กล่มุ เปา้ หมายท่ีใช้ในการศกึ ษาครงั้ นี้ ได้แก่ บุคคลทว่ั ไป ที่ซ้ือผลิตภัณฑจ์ ากตลาดบ้านสวน

ซอย9 250 ซ.บา้ นสวน 1 ต.บ้านสวน อ.เมอื ง ชลบุรี 20000 จำนวน 30 คน ซง่ึ ไดม้ าจากการเลอื กแบบ
บังเอิญ (Accidental Sampling)
2. เคร่อื งมือท่ีใช้ในการศกึ ษา

เคร่ืองมอื ท่ีใช้ในการศึกษาคร้ังนเ้ี ป็นแบบสอบถาม ซึ่งประกอบดว้ ยแบบมาตราส่วนประมาณค่า
(Rating Scale) แบบสอบถามปลายเปิด (Open Ended Questionnaire) และแบบสอบถามปลายปดิ
(Close Ended Questionnaire) จำนวน 3 ตอน มรี ายละเอยี ด ดังน้ี

ตอนที่ 1 ข้อมูลท่ัวไปของผตู้ อบแบบสอบถาม
ตอนท่ี 2 แบบสอบถามความพึงพอใจของผบู้ ริโภค
ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะ
3. ข้นั ตอนในการสรา้ งเครอื่ งมือ
การสร้างเครื่องมือจากแบบสอบถาม ซ่งึ มรี ายละเอียดแบง่ เปน็ 3 ตอน ดงั นี้

34

ตอนที่ 1 ข้อมลู ทว่ั ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม

ขอ้ 1 เพศ

ขอ้ 2 ชว่ งอายุ

ข้อ 3 อาชพี

ตอนท่ี 2 แบบสอบถามความพึงพอใจผลติ ภณั ฑ์และบรรจุภณั ฑโ์ ดรายากิ

ลกั ษณะแบบสอบถามเป็นแบบมาตราสว่ นประมาณ 5 ระดับ

ระดบั 5 หมายถงึ มคี วามพงึ พอใจมากทสี่ ดุ

ระดับ 4 หมายถงึ มคี วามพงึ พอใจมาก

ระดบั 3 หมายถงึ มคี วามพงึ พอใจปานกลาง

ระดับ 2 หมายถึง มคี วามพึงพอใจนอ้ ย

ระดับ 1 หมายถงึ มคี วามพงึ พอใจน้อยท่ีสดุ

โดยกำหนดเกณฑ์การแปลความหมายข้อมูลที่เป็นค่าเฉลีย่ ตา่ ง ๆ คือ

คา่ เฉลี่ยระหวา่ ง ความหมาย

4.51 – 5.00 ความพงึ พอใจในระดับมากที่สุด

3.51 – 4.50 ความพึงพอใจในระดับมาก

2.51 – 3.50 ความพงึ พอใจในระดับปานกลาง

1.51 – 2.50 ความพงึ พอใจในระดับน้อย

1.00 – 1.50 ความพึงพอใจในระดบั น้อยท่ีสุด

ตอนที่ 3 เปน็ แนวคำถามปลายเปดิ สำหรบั ผูต้ อบแบบสอบถามแสดงความคดิ เห็น

เพ่มิ เติมและให้ขอ้ เสนอแนะต่าง ๆ

4. การเก็บรวบรวมข้อมลู

คณะผ้จู ดั ทำได้ดำเนนิ การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ตามลำดับขั้นตอน ดังน้ี

4.1 ดำเนินการแจกแบบสอบถาม โดรายากิ โดยแจกแบบสอบถามใหก้ ลมุ่ เป้าหมายดว้ ยตนเอง

และขอรบั แบบสอบถามคนื ด้วยตนเอง

4.2 เกบ็ รวมรวมแบบสอบถาม โดรายากิ เพ่ือนำข้อมลู ท่ไี ด้มาวเิ คราะห์ต่อไป

5. การวเิ คราะหข์ ้อมูลและสถิตทิ ใี่ ชใ้ นการศึกษา

35

คะแนนท่ไี ดจ้ ากแบบสอบถาม หาคา่ ร้อยละ รวมท้ังหาคา่ เฉล่ยี และส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐานโดย
ใชส้ ูตร ดงั นี้

5.1 ค่าร้อยละ

P = × 100
เม่อื P แทน ร้อยละ

F แทน ความถ่ีทีต่ อ้ งการแปลงค่าใหเ้ ป็นร้อยละ
N
แทน จำนวนคะแนนในกลุม่

5.2 ค่าเฉลยี่

X̅ = ∑X
เมื่อ X̅ N

∑x แทน คา่ เฉล่ยี
N
แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมดในกลุ่ม

แทน จำนวนคะแนนในกลมุ่

5.3 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน =√N∑NX(N2−−(1∑)X)2
แทน ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน
S.D.
เมื่อ S.D. แทน ผลรวมของคะแนนแต่ละตัว
แทน จำนวนคะแนนในกล่มุ
∑x
N

บทที่ 4
ผลการดำเนินโครงการ

การดำเนนิ โครงการ พัฒนาแป้งโดรายากิ มวี ตั ถปุ ระสงค์ 1.เพ่อื พฒั นาผลติ ภณั ฑ์ตวั แป้งโดรายากใิ หม้ ี
กลนิ่ สแี ละรสชาติมากขน้ึ 2.เพอ่ื พัฒนาบรรจภุ ณั ฑ์ใสโ่ ดรายากิให้สวยงามและเปน็ ที่น่าสนใจ
3.เพ่อื ศึกษาความพึงพอใจของกลมุ่ เป้าหมายท่มี ีต่อผลิตภัณฑแ์ ละบรรจภุ ณั ฑ์โดรายากิ จากการวเิ คราะห์
ข้อมูล ผดู้ ำเนนิ โครงการมผี ลการดำเนนิ โครงการดังต่อไปน้ี

1. ผลการดำเนินโครงการ/ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู
สญั ลกั ษณก์ ารวิเคราะห์ข้อมลู ดงั น้ี
n แทน จำนวนคนในกลมุ่ เปา้ หมาย
̅X แทน ค่าเฉลีย่
S.D. แทน สว่ นเบี่ยงเบนมาตารฐาน

2. การนำเสนอผลการวิเคราะห์ขอ้ มูล
การวิเคราะห์ข้อมลู ในการศึกษาครงั้ น้ี ผ้ศู ึกษาได้ดำเนนิ การวิเคราะห์ออกเป็น 2 ตอน
ดังนี้
ตอนที่ 1 ขอ้ มลู ท่ัวไปของผูต้ อบแบบสอบถาม
ตอนท่ี 2 แบบสอบถามเพ่ือศกึ ษาความพงึ พอใจต่อ แบ่งเป็น 3 ด้าน คอื 1. ด้านคณุ ภาพ
ผลิตภณั ฑ์ 2. ดา้ นบรรจุภณั ฑ์ และการใชง้ าน 3. ดา้ นส่งเสรมิ การจดั จำหนา่ ย
ตอนที่ 3 ขอ้ เสนอแนะ

36

ผลการวเิ คราะห์ข้อมลู
ตอนที่ 1 ขอ้ มลู ท่ัวไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตารางท่ี 1 แสดงความถี่และร้อยละของกล่มุ เปา้ หมายจำแนกตามเพศ

สถานภาพ กลุ่มเปา้ หมาย n = 30
จำนวน รอ้ ยละ

เพศ 8 26.67
ชาย 22 73.33
หญิง

รวม 30 100.00

จากตารางท่ี 1 พบวา่ กล่มุ เป้าหมายสว่ นใหญเ่ ปน็ เพศหญงิ จำนวน 22 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 73.33
เพศชาย จำนวน 8 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 26.67


Click to View FlipBook Version