The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ ออกแบบเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by eak atom, 2023-05-24 09:51:06

แผนการจัดการเรียนรู้ ออกแบบเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

แผนการจัดการเรียนรู้ ออกแบบเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

คำอธิบายรายวิชา ศึกษาแนวคิดการออกแบบเทคโนโลยีสำหรับการแก้ปัญหา โดยบูรณาการกับศาสตร์ต่าง ๆ คาดการณ์แนวโน้มเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้น นำความรู้เกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือต่าง ๆ มาใช้สร้าง ชิ้นงานหรือเทคโนโลยีที่ออกแบบขึ้นได้อย่างเหมาะสม ปลอดภัย โดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมสร้างสิ่งประดิษฐ์หรือเทคโนโลยีต่าง ๆ ในการแก้ปัญหา และใช้ความรู้ ทักษะเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ กลไก ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อแก้ปัญหาหรือ พัฒนางานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมปลอดภัย เพื่อให้ผู้เรียนตระหนักในคุณค่าของความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ใช้ในชีวิตประจำวันใช้ความรู้ และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพ แสดงความชื่นชม ยกย่อง และเคารพสิทธิในผลงานของผู้คิดค้น เข้าใจผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบของการพัฒนาทาง วิทยาศาสตร์ต่อสิ่งแวดล้อมและต่อบริบทอื่น ๆ และศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ทำโครงงานหรือสร้างชิ้นงานตาม ความสนใจ รหัสตัวชี้วัด ว 4.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3 ,ม.2/4,ม2/5 รวมทั้งหมด 5 ตัวชี้วัด ว 22103 การออกแบบและเทคโนโลยี2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เวลาเรียน 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หน่วยกิต


ตาราง สาระ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สาระที่ 4 เทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สาระที่ 4 เทคโนโลยี มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยี เพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหา หรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้ เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม 1. คาดการณ์แนวโน้มเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้น โดยพิจารณาจากสาเหตุหรือปัจจัยที่ส่งผลต่อ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และวิเคราะห์ เปรียบเทียบ ตัดสินใจเลือกใช้เทคโนโลยี โดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม 2. ระบุปัญหาหรือความต้องการในชุมชนหรือท้องถิ่น สรุปกรอบของปัญหา รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล และแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา 3. ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลที่จำเป็นภายใต้เงื่อนไข และทรัพยากรที่มีอยู่ นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหา ให้ผู้อื่นเข้าใจ วางแผนขั้นตอนการทำงาน และดำเนินการแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน 4. ทดสอบ ประเมินผล และอธิบายปัญหา หรือข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น ภายใต้กรอบเงื่อนไข พร้อมทั้งหาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข และนำเสนอผลการแก้ปัญหา 5. ใช้ความรู้และทักษะเกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือกลไก ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภัย


สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการ แก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม 1. ออกแบบอัลกอริทึมที่ใช้แนวคิดเชิงคำนวณ ในการแก้ปัญหา หรือการทำงานที่พบในชีวิตจริง 2. ออกแบบและเขียนโปรแกรมที่ใช้ตรรกะและฟังก์ชัน ในการแก้ปัญหา 3. อภิปรายองค์ประกอบและหลักการทำงานของ ระบบคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีการสื่อสาร เพื่อประยุกต์ใช้งานหรือแก้ปัญหาเบื้องต้น 4. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย มีความรับผิดชอบ สร้างและแสดงสิทธิ ในการเผยแพร่ผลงาน


โครงสร้างรายวิชาพื้นฐาน การออกแบบและเทคโนโลยี2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่2 เวลาเรียน 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หน่วยกิต ลำดับ ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ เวลาเรียน (ชั่วโมง) 1 เทคโนโลยีกับการดำรงชีวิตของ มนุษย์ ว 4.1 ม.2/1 • สาเหตุหรือปัจจัยต่าง ๆ เช่น ความก้าวหน้าของศาสตร์ต่าง ๆ การเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ทำให้เทคโนโลยีมี การเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา • เทคโนโลยีแต่ละประเภท มีผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน จึงต้องวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย และตัดสินใจเลือกใช้ ให้เหมาะสม 3 2 การแก้ปัญหากับกระบวนการ ออกแบบเชิงวิศวกรรม ว 4.1 ม.2/2 ว 4.1 ม.2/3 ว 4.1 ม.2/4 • การระบุปัญหาจำเป็นต้อง มีการวิเคราะห์สถานการณ์ ของปัญหาเพื่อสรุปกรอบ ของปัญหาแล้วดำเนินการสืบค้น รวบรวมข้อมูล ความรู้จากศาสตร์ ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่ การออกแบบแนวทางแก้ปัญหา • วิเคราะห์ เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลที่จำเป็น โดยคำนึงถึงเงื่อนไขและทรัพยากร • การออกแบบแนวทางการ แก้ปัญหาทำได้หลากหลายวิธี เช่น การร่างภาพ การเขียนแผนภาพ การเขียนผังงาน 7


ลำดับ ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ เวลาเรียน (ชั่วโมง) • การกำหนดขั้นตอนระยะเวลา ในการทำงาน ก่อนดำเนินการ แก้ปัญหาจะช่วยให้การทำงานสำเร็จ ตามเป้าหมาย และลดข้อผิดพลาด ของการทำงานที่อาจเกิดขึ้น • การทดสอบและประเมินผล เป็นการตรวจสอบชิ้นงาน หรือวิธีการว่าสามารถแก้ปัญหาได้ ตามวัตถุประสงค์ภายใต้กรอบ ของปัญหา เพื่อหาข้อบกพร่อง และดำเนินการปรับปรุงให้สามารถ แก้ไขปัญหาได้ • การนำเสนอผลงานเป็นการ ถ่ายทอดแนวคิด เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจ เกี่ยวกับกระบวนการทำงาน และชิ้นงานหรือวิธีการที่ได้ 3 วัสดุและเครื่องมือสำหรับ การแก้ปัญหา ว 4.1 ม 2/5 • วัสดุแต่ละประเภทมีสมบัติ แตกต่างกัน เช่น ไม้ โลหะ พลาสติก จึงต้องมีการวิเคราะห์ สมบัติเพื่อเลือกใช้ให้เหมาะสม กับลักษณะของงาน • อุปกรณ์และเครื่องมือในการสร้าง ชิ้นงานหรือพัฒนาวิธีการ มีหลากหลายประเภท ต้องเลือกใช้ ให้ถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภัย รวมทั้งรู้จักเก็บรักษา 5


ลำดับ ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ เวลาเรียน (ชั่วโมง) 4 การสร้างชิ้นงานด้วยกลไก ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ ในชีวิตประจำวัน ว 4.1 ม.2/5 • การสร้างชิ้นงานอาจใช้ความรู้ เรื่องกลไก ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เช่น LED มอเตอร์ เฟือง รอก 5 รวมเวลาเรียน 20


โครงสร้างการจัดเวลาเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์วิชา การออกแบบและเทคโนโลยี2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลาเรียน 20 ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้/แผนการจัดการเรียนรู้ เวลาเรียน (ชั่วโมง) หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เทคโนโลยีกับการดำรงชีวิตของมนุษย์ • แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่องการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบของเทคโนโลยี 1 • แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การวิเคราะห์และเลือกใช้รถยนต์อย่างเหมาะสม 1 • แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การวิเคราะห์และเลือกใช้คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างเหมาะสม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การแก้ปัญหากับกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม • แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง การระบุปัญหา 1 • แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การรวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา 1 • แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การออกแบบวิธีการแก้ปัญหา 1 • แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การวางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา 1 • แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เรื่องการทดสอบ ประเมินผลและปรับปรุงแก้ไข วิธีการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน 1 • แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง การนำเสนอวิธีการแก้ปัญหาผลการแก้ปัญหา หรือชิ้นงาน 1 • แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง โครงงานกับกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 วัสดุและเครื่องมือสำหรับการแก้ปัญหา • แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง การวิเคราะห์คุณสมบัติของวัสดุกับลักษณะงาน 1 • แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง เครื่องมือพื้นฐานในการสร้างชิ้นงาน 1 • แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การสร้างชั้นวางของขั้นบันไดด้วยไม้พาเลท : 1 1 • แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การสร้างชั้นวางของขั้นบันไดด้วยไม้พาเลท : 2 1 • แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง การสร้างชั้นวางของขั้นบันไดด้วยไม้พาเลท : 3 1


หน่วยการเรียนรู้/แผนการจัดการเรียนรู้ เวลาเรียน (ชั่วโมง) หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 การสร้างชิ้นงานด้วยกลไก ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ ในชีวิตประจำวัน • แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง กลไกของเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน 1 • แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น 1 • แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การสร้างชิ้นงานด้วยกลไก ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ 1 • แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การสร้างหุ่นยนต์เดินสี่ขา : 1 1 • แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง การสร้างหุ่นยนต์เดินสี่ขา : 2 1 รวมเวลาเรียน 20


หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เทคโนโลยีกับการดำรงชีวิตของมนุษย์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงและผลกระทบของเทคโนโลยี มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม ตัวชี้วัด ว 4.1 ม.2/1 คาดการณ์แนวโน้มเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้น โดยพิจารณาจากสาเหตุหรือปัจจัยที่ส่งผล ต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และวิเคราะห์เปรียบเทียบ ตัดสินใจเลือกใช้ เทคโนโลยี โดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบของเทคโนโลยี(K) 2. คาดการณ์เทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในอนาคต (P) 3. มีความกระตือรือร้นในการปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ (A) สาระการเรียนรู้ การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีเกิดจากความต้องการของมนุษย์ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ความเจริญก้าวหน้าของศาสตร์ ต่าง ๆ ตลอดจนสภาพเศรษฐกิจ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ เทคโนโลยีต่าง ๆ จะช่วยเป็นแนวทางในการพัฒนาต่อยอดให้มีประสิทธิภาพและทันสมัยมากขึ้น และยังช่วย คาดการณ์เทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ การใช้เทคโนโลยีมีทั้งผลกระทบด้านบวกและด้านลบ ดังนั้นจึง จำเป็นต้องคำนึงถึงผลกระทบต่าง ๆ ให้รอบด้านทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อมนุษย์ สังคม และเศรษฐกิจ รหัสวิชา ว22103 รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี2 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศึกษา 2566 เวลา 1 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวนพกาญจน์ มั่นอ่วม โรงเรียนบ้านวาเล่ย์ สอนวันที่………….เดือน………….พ.ศ…………..


สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน คำถามสำคัญ 1. ในชีวิตประจำวัน นักเรียนใช้เทคโนโลยีอะไรบ้างในการอำนวยความสะดวกให้กับตนเอง 2. เพราะเหตุใดเทคโนโลยีจึงมีการพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา 3. เทคโนโลยีแต่ละชนิดมีประโยชน์ต่อมนุษย์โดยไม่มีผลเสียใช่หรือไม่ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering) 1. นักเรียนร่วมกันสังเกตเทคโนโลยีในชีวิตประจำวันที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยบันทึกคำตอบ เป็นแผนภาพความคิด ดังนี้ โทรทัศน์ เครื่องซักผ้า เตารีด เทคโนโลยี ในชีวิตประจ ำวัน ที่มีกำรเปลี่ยนแปลง โทรศัพท์เคลื่อนที่ คอมพิวเตอร์ หม้อหุงข้าว รถยนต์


2. นักเรียนร่วมกันตอบคำถามกระตุ้นความคิด ดังนี้ • ในชีวิตประจำวัน นักเรียนใช้เทคโนโลยีอะไรบ้างในการอำนวยความสะดวกให้กับตนเอง (ตัวอย่างคำตอบ โทรศัพท์เคลื่อนที่ คอมพิวเตอร์ เครื่องซักผ้า และรถยนต์) 3. นักเรียนร่วมกันสังเกตภาพการเดินทางของมนุษย์ แล้วตอบคำถาม ดังนี้ • นักเรียนอธิบายภาพที่ 1 (เป็นการเดินทางด้วยเท้าในอดีต) • นักเรียนอธิบายภาพที่ 2 (เป็นการเดินทางด้วยยานพาหนะในปัจจุบัน) • นักเรียนอธิบายภาพที่ 3 (เป็นการเดินทางด้วยไอพ่นส่วนตัว และเป็นการเดินทางในอนาคต) • จากภาพเป็นภาพเกี่ยวกับอะไร (การพัฒนาเทคโนโลยีการเดินทางของมนุษย์) 4. นักเรียนร่วมกันศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบของเทคโนโลยี จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย เช่น อินเทอร์เน็ต หนังสือเรียน ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) (Gathering) 5. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี แล้วยกตัวอย่างเทคโนโลยี ในชีวิตประจำวันที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยเขียนบันทึกคำตอบลงในตาราง ดังตัวอย่าง ชื่อเทคโนโลยี ลักษณะของการเปลี่ยนแปลง สาเหตุของการเปลี่ยนแปลง 1. โทรทัศน์ 2. โทรศัพท์เคลื่อนที่ • เปลี่ยนจากจอภาพขาวดำ มาเป็นจอภาพสี • เปลี่ยนจากรูปทรงสี่เหลี่ยมคล้าย กล่องมาเป็นรูปทรงบาง โค้งมน • เปลี่ยนจากการพูดคุยทางเสียง • ต้องการภาพเสมือนจริง มีสีสัน • ต้องการให้น้ำหนักเบา ไม่เปลืองพื้นที่ เคลื่อนย้ายสะดวก • ต้องการทำให้โทรศัพท์มี ภาพที่ 1 ภาพที่ 2 ภาพที่ 3


3. คอมพิวเตอร์ ได้อย่างเดียวมาเป็นส่งข้อความ อ่านข่าว ดูหนัง ฟังเพลง ใช้ค้นหา ข้อมูลได้ • เปลี่ยนจากตัวเครื่องที่ใหญ่ มาเป็นขนาดเล็ก • เปลี่ยนจากประสิทธิภาพในการ ประมวลผลช้ามาเป็นประมวลผล ได้อย่างรวดเร็ว ประโยชน์มากกว่าการสื่อสาร จึงพัฒนาให้สามารถใช้ประโยชน์ ด้านอื่น ๆ ได้อีกมากมาย • ต้องการให้พกพาได้สะดวก • ต้องการให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ได้รวดเร็ว ใช้เวลาประมวลผลน้อย ถูกต้อง แม่นยำ 6. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ภาพเทคโนโลยี แล้วบอกสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ต่อไปนี้ • เครื่องชั่งน้ำหนักแบบเข็มเป็นเครื่องชั่งน้ำหนักแบบดิจิทัล (สาเหตุของการเปลี่ยนแปลง คือ ต้องการความแม่นยำและความรวดเร็วในการชั่งน้ำหนัก) • ตะเกียงเป็นไฟฉาย (สาเหตุของการเปลี่ยนแปลง คือ ต้องการความสะดวกในการพกพาและความสว่างที่สม่ำเสมอ)


• ขวดแก้วเปลี่ยนเป็นขวดพลาสติก (สาเหตุของการเปลี่ยนแปลง คือ ต้องการให้มีน้ำหนักเบา ไม่แตก พกพาง่าย) 7. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์คุณสมบัติในอนาคตของเทคโนโลยีต่อไปนี้ (• พวงมาลัยเปลี่ยนเป็นแท็บเล็ตได้ • มีระบบ AI เข้ามาช่วยเหลือ • ใช้พลังงานไฮโดรเจนแทนน้ำมันหรือพลังงานทดแทนอื่น ๆ • ใช้พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ • จอดรถให้อัตโนมัติ) คุณสมบัติในอนาคต


(• รูปทรงเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น มีรูปทรงคล้ายปากกา แหวน • มีลักษณะโค้งงอได้ • มีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI • มีเทคโนโลยี AR ทำให้เห็นภาพเสมือนจริง • แบตเตอรี่ทำงานได้ยาวนานขึ้น • ใช้ประโยชน์ได้หลากหลายมากขึ้น) คุณสมบัติในอนาคต (• สามารถใช้แทนโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ • แสดงหน้าจอในรูปแบบสมาร์ตโฟน • ถ่ายภาพ บันทึกวิดีโอได้ • ฉายวิดีโอเสมือนจริงได้ • ตรวจสอบการทำงานของร่างกาย) คุณสมบัติในอนาคต


8. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยี โดยบอกประโยชน์และผลกระทบ จากเทคโนโลยีต่อไปนี้ 6.2 ออกแบบ ประโยชน์ (• ใชใ้นการบรรจุสิ่งของ ท าให้ เคลื่อนย้ายได้สะดวก • สามารถน ามาหลอมละลาย และข้ึนรูปใหม่ได้ • มีน้า หนกัเบา ทา ใหพ้กพา สะดวก) ผลกระทบ (• เป็นมลภาวะต่อสิ่งแวดลอ้ม • ปัญหาขยะ • ใช้เวลานานในการย่อยสลาย โดยธรรมชาติ • ถ้าน าไปเผาจะท าให้เกิด แก๊สพิษ ประโยชน์ (• ใช้ในการเดินทาง อย่างรวดเร็ว • มีความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ น้อย) ผลกระทบ (• ในการสร้างเส้นทาง ต้องท าลายระบบนิเวศป่ า • อาจชนกับสัตว์ป่ า ท าให้ สัตว์ป่ าลดจ านวนลง) ประโยชน์ (• เป็ นพลังงานไฟฟ้าส ารอง ที่สามารถพกพาไปไหนได้ สะดวก) ผลกระทบ (• เกิดการปนเป้ือนต่อดิน น้า ใตด้ิน และแหล่งผิวน้า เมื่อทิ้งลงในบริเวณน้นั • ท าให้เกิดมลพิษทางอากาศ • ก าจัดยาก)


9. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ โดยตอบคำถามกระตุ้นความคิด ดังนี้ • เพราะเหตุใดเทคโนโลยีจึงมีการพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา (ตัวอย่างคำตอบ เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ที่ไม่มีที่สิ้นสุด และเพื่อแก้ปัญหา ที่เกิดจากเทคโนโลยีก่อนหน้า) • เทคโนโลยีแต่ละอย่างมีประโยชน์ต่อมนุษย์โดยไม่มีผลเสียใช่หรือไม่ (ไม่ใช่) 10. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบของเทคโนโลยี ดังนี้ มนุษย์สร้างเทคโนโลยีขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการและใช้แก้ปัญหาต่าง ๆ ทำให้มนุษย์ ประโยชน์ (• ช่วยปรับอุณหภูมิห้อง ให้เย็นสบาย) ผลกระทบ (• สิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้า • ถ้าเปิ ดเครื่องปรับอากาศ เป็ นเวลานานอาจท าให้ไม่สบาย • ใช้เป็ นสารเคมีที่ท าลาย สิ่งแวดลอ้ม) ประโยชน์ (• ใช้ในการเดินทางได้สะดวก รวดเร็ว • ใช้ขนยา้ยสิ่งของ) ผลกระทบ (• อาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย • ก่อใหเ้กิดมลภาวะ ทางอากาศ • เสียงดังรบกวนผู้อื่น) ประโยชน์ (• ช่วยก าจัดศัตรูพืชได้ ในเวลาอันรวดเร็ว • ใช้ต้นทุนในการก าจัด ศัตรูพืชน้อย) ผลกระทบ (• ท าให้เกิดสารพิษตกค้าง ในพืชและสัตว์ • ทา ใหส้ิ่งแวดลอ้มเป็นพิษ • มีสารพิษสะสมในร่างกาย ส่งผลเสียต่อสุขภาพ)


มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น การใช้เทคโนโลยีมีทั้งผลกระทบด้านบวกและด้านลบ ควรเลือกใช้เทคโนโลยีให้ เหมาะสม และศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ(Applying and Constructing the Knowledge) 11. นักเรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม ออกแบบเทคโนโลยีที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตตามจินตนาการ และตกแต่งให้สวยงาม แล้วตอบคำถามลงในชิ้นงานที่ 1 เทคโนโลยีแห่งอนาคต 12. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีเกิดจากความต้องการของมนุษย์ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ความเจริญก้าวหน้า ของศาสตร์ต่าง ๆ ตลอดจนสภาพเศรษฐกิจ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิด การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีต่าง ๆ จะช่วยเป็นแนวทางในการพัฒนาต่อยอดให้มีประสิทธิภาพและทันสมัย มากขึ้น และยังช่วยคาดการณ์เทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ การใช้เทคโนโลยีมีทั้งผลกระทบด้านบวก และด้านลบ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงผลกระทบต่าง ๆ ให้รอบด้าน ทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้น ต่อมนุษย์ สังคม และเศรษฐกิจ ขั้นสื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill) 13. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอเทคโนโลยีแห่งอนาคตของกลุ่มตนเองหน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน อาจใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการนำเสนอ เพื่อให้เห็นข้อมูลได้ชัดเจน และน่าสนใจ 14. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทำงาน ที่มีแบบแผน ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating) 15. นักเรียนนำความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบของเทคโนโลยีไปบอกต่อผู้อื่น เพื่อให้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 16. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการทำกิจกรรม ในประเด็นต่อไปนี้ • สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร • นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด • นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร


จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครั้งต่อไป สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2. ภาพการเดินทางของมนุษย์ 3. ภาพเทคโนโลยี 4. แหล่งการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน การประเมินการเรียนรู้ 1. ประเมินความรู้เรื่อง การเปลี่ยนแปลงและผลกระทบของเทคโนโลยี (K) ด้วยแบบทดสอบ 2. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน 3. ประเมินชิ้นงาน เรื่อง เทคโนโลยีแห่งอนาคต (P) ด้วยแบบประเมิน 4. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านใฝ่เรียนรู้มุ่งมั่นในการทำงาน (A) ด้วยแบบประเมิน แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics) แบบประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 กระบวนการ ทำงานกลุ่ม มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน และมีการชี้แจงเป้าหมาย การทำงาน มีการปฏิบัติงานร่วมกัน อย่างร่วมมือร่วมใจ พร้อมกับการประเมินเป็น ระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจนและ ปฏิบัติงานร่วมกัน แต่ไม่มีการประเมิน เป็นระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท เฉพาะหัวหน้า ไม่มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจน ปฏิบัติงานร่วมกัน ไม่ครบทุกคน ไม่มีการกำหนด บทบาทสมาชิก และไม่มีการชี้แจง เป้าหมาย สมาชิก ต่างคนต่างทำงาน


แบบประเมินชิ้นงานที่ 1 เรื่อง เทคโนโลยีแห่งอนาคต รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 การออกแบบ เทคโนโลยีในอนาคต บอกชื่อเทคโนโลยี สาเหตุของ การเปลี่ยนแปลงและ เปรียบเทียบเทคโนโลยี แบบเดิมและแบบใหม่ ออกแบบเทคโนโลยี ได้สวยงาม และสื่อความหมายได้ ชัดเจน บอกชื่อ สาเหตุ ของการเปลี่ยนแปลง และสามารถเปรียบเทียบ เทคโนโลยีแบบเดิมและ แบบใหม่ได้อย่างถูกต้อง ละเอียด ออกแบบเทคโนโลยี ได้สวยงาม และสื่อความหมายได้ดี บอกชื่อ สาเหตุของ การเปลี่ยนแปลงและ สามารถเปรียบเทียบ เทคโนโลยีแบบเดิมและ แบบใหม่ได้อย่างถูกต้อง ออกแบบเทคโนโลยี และสื่อความหมายได้ บอกชื่อ สาเหตุของ การเปลี่ยนแปลงและ สามารถเปรียบเทียบ เทคโนโลยีแบบเดิมและ แบบใหม่ได้ดีพอสมควร ออกแบบเทคโนโลยี และสื่อความหมายได้ บอกชื่อ สาเหตุของ การเปลี่ยนแปลงและ สามารถเปรียบเทียบ เทคโนโลยีแบบเดิมและ แบบใหม่ได้ไม่ละเอียด


ชิ้นงานที่ 1 เรื่อง เทคโนโลยีแห่งอนาคต วันที่________เดือน_______________พ.ศ.___________ ชื่อ_____________________________เลขที่______ชั้น__________ นักเรียนออกแบบเทคโนโลยีที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตตามจินตนาการและตกแต่งให้สวยงาม แล้วตอบคำถาม • เทคโนโลยีในอนาคตที่นักเรียนวาดคืออะไร • สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงคืออะไร ได้__________คะแนน คะแนนเต็ม 10 คะแนน


• นักเรียนเปรียบเทียบเทคโนโลยีแบบเดิมกับเทคโนโลยีในอนาคตที่นักเรียนวาดขึ้นลงในแผนภาพ ความคิด เทคโนโลยีแบบเดิม สิ่งที่ เทคโนโลยีในอนาคต เหมือนกัน


หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เทคโนโลยีกับการดำรงชีวิตของมนุษย์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง การวิเคราะห์และเลือกใช้รถยนต์อย่างเหมาะสม มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม ตัวชี้วัด ว 4.1 ม.2/1 คาดการณ์แนวโน้มเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้น โดยพิจารณาจากสาเหตุหรือปัจจัยที่ส่งผล ต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และวิเคราะห์เปรียบเทียบ ตัดสินใจเลือกใช้ เทคโนโลยี โดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายผลกระทบที่เกิดจากรถยนต์ (K) 2. วิเคราะห์ผลกระทบและการเลือกใช้รถยนต์อย่างเหมาะสม (P) 3. เห็นความสำคัญของผลกระทบและการเลือกใช้รถยนต์อย่างเหมาะสม (A) สาระการเรียนรู้ รถยนต์ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของมนุษย์ในปัจจุบันเป็นอย่างมาก เช่น ใช้ในการเดินทาง และรถยนต์ ยังเป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เช่น การคมนาคมขนส่ง และรถยนต์ยังส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม โดยการปล่อยไอเสียหรือเขม่า จึงทำให้เกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแก๊สที่ทำให้ เกิดปรากฏการณ์แก๊สเรือนกระจก และทำให้เกิดภาวะโลกร้อนตามมา ดังนั้นจึงควรหาวิธีป้องกันและ วิธีแก้ปัญหาในการใช้รถยนต์ที่เหมาะสม รหัสวิชา ว22103 รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี2 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศึกษา 2566 เวลา 1 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวนพกาญจน์ มั่นอ่วม โรงเรียนบ้านวาเล่ย์ สอนวันที่………….เดือน………….พ.ศ…………..


สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน คำถามสำคัญ การเลือกใช้เทคโนโลยีควรพิจารณาถึงสิ่งใดบ้าง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering) 1. นักเรียนร่วมกันสังเกตภาพรถยนต์ แล้วตอบคำถาม ดังนี้ • จากภาพสื่อถึงอะไร (ตัวอย่างคำตอบ มลภาวะทางอากาศที่เกิดจากรถยนต์) • จากภาพส่งผลกระทบด้านบวกอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้น และใช้เวลาน้อย) • จากภาพส่งผลกระทบด้านลบอย่างไร


(ตัวอย่างคำตอบ ควันไอเสียและเขม่าที่เกิดจากรถยนต์ ก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศ และในบริเวณที่การจราจรติดขัด ทำให้เกิดความเครียดสะสม ส่งผลกระทบต่อสุขภาพผู้ใช้รถใช้ถนน) 2. นักเรียนร่วมกันศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการวิเคราะห์และเลือกใช้รถยนต์อย่างเหมาะสม จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย เช่น อินเทอร์เน็ต หนังสือเรียน ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) (Gathering) 3. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ผลกระทบด้านบวกและด้านลบของรถยนต์ โดยบันทึกคำตอบ เป็นแผนภาพความคิด ดังตัวอย่าง 4. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์การใช้รถยนต์ที่ส่งผลกระทบด้านคุณภาพของชีวิตและสังคม แล้วตอบคำถาม ดังนี้ • ในชีวิตประจำวัน นักเรียนใช้ประโยชน์จากรถยนต์อย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ใช้ในการเดินทางมาโรงเรียนโดยผู้ปกครองขับยนต์รถมาส่ง และใช้ในการเดินทาง ไปเที่ยวต่างจังหวัด) • ความแตกต่างระหว่างการเดินทางด้วยเท้ากับการเดินทางด้วยรถยนต์คืออะไร (ตัวอย่างคำตอบ เวลาที่ใช้ในการเดินทาง โดยการเดินทางด้วยเท้าจะใช้เวลานานกว่า การเดินทางด้วยรถยนต์) • นักเรียนวางแผนการเดินทางไปต่างจังหวัดหรือสถานที่ที่ยังไม่เคยไปอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ค้นหาเส้นทางการเดินทางจากเว็บไซต์ https://www.google.com/maps เพื่อศึกษาเส้นทางที่ใกล้ที่สุดและป้องกันการหลงทาง) • นักเรียนคาดการณ์เกี่ยวกับการใช้รถยนต์ในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไร และส่งผลกระทบอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ จำนวนของรถยนต์จะเพิ่มมากขึ้น จึงส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัด และเกิด อุบัติเหตุเพิ่มมากขึ้น) ผลกระทบของรถยนต์ ด้านบวก ด้านลบ ช่วยใหก้ารเดินทางสะดวกข้นึ ใช้เวลาน้อยลง ช่วยให้การติดตอ่ทางคมนาคมรวดเร็วยงิ่ข้นึ ขนส่งสินคา้ไดค้ร้ังละปริมาณมาก และมีความรวดเร็ว อาจท าให้เกิดอุบัติเหตุได้ ในบริเวณที่การจราจรติดขัด ท าให้เกิดความเครียด ก่อใหเ้กิดมลภาวะทางอากาศ


5. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์การใช้รถยนต์ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ แล้วตอบคำถาม ดังนี้ • โลจิสติกส์ (Logistics) คืออะไร (เป็นระบบการจัดการการส่งสินค้า ข้อมูล และทรัพยากรอย่างอื่น จากจุดต้นทางไปยังจุดบริโภค ตามความต้องการของลูกค้า) • การขนส่งสินค้าในปัจจุบันเป็นอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ เป็นการขนส่งสินค้าด้วยรถกระบะ รถบรรทุก และรถจักรยานยนต์ที่มีการขนส่ง อย่างรวดเร็ว) • นักเรียนคิดว่าในอนาคตการขนส่งสินค้าจะเป็นอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ จะขนส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็ว อาจนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาใช้งาน เช่น โดรนส่งของ) • ผลกระทบด้านลบของการใช้รถยนต์ด้านเศรษฐกิจคืออะไร (ตัวอย่างคำตอบ เกิดปัญหาทางการเงินกับสถาบันทางการเงินจากการกู้เงินแล้วไม่ใช้หนี้ จึงทำให้ส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจ) 6. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์การใช้รถยนต์ที่ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม แล้วตอบคำถาม ดังนี้ • รถยนต์ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ก่อให้เกิดโรคร้ายแก่มนุษย์จากไอเสียและเขม่ารถยนต์ อีกทั้งในไอเสียจะมี แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแก๊สที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์แก๊สเรือนกระจก ซึ่งทำให้ผิวโลก ร้อนขึ้น ส่งผลให้การใช้ชีวิตลำบากมากขึ้น) • ถ้าในอนาคตรถยนต์มีจำนวนมากขึ้นจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อสิ่งแวดล้อม (ตัวอย่างคำตอบ เกิดมลพิษทางอากาศมากขึ้นและเกิดฝุ่น PM 2.5 ตามมา ซึ่งเป็นอันตรายต่อ มนุษย์ อีกทั้งทำให้เกิดภาวะโลกร้อนมากยิ่งขึ้น) 7. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์วิธีป้องกันและวิธีแก้ปัญหาในการใช้รถยนต์ แล้วตอบคำถาม ดังนี้ • นักเรียนมีวิธีป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการใช้รถยนต์อย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ตรวจสภาพรถยนต์ก่อนออกเดินทาง ขับรถด้วยความไม่ประมาท และขับใน อัตราเร็วที่กฎหมายกำหนด ปฏิบัติตามกฎจราจร เมาไม่ขับ ถ้าง่วงควรนอนพัก) • นักเรียนมีวิธีแก้ปัญหาการจราจรติดขัดอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว โดยหันไปใช้ระบบขนส่งสาธารณะ) • นักเรียนมีวิธีลดมลภาวะทางอากาศจากการใช้รถยนต์ได้อย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ปรับปรุงรถยนต์จากการใช้น้ำมันมาเป็นการใช้พลังงานไฟฟ้า หรือสร้างน้ำมัน เชื้อเพลิงที่ปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์น้อยลง) 8. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์โดยตอบคำถามกระตุ้นความคิด ดังนี้ • การเลือกใช้เทคโนโลยีควรพิจารณาถึงสิ่งใดบ้าง (ตัวอย่างคำตอบ จุดประสงค์ของการใช้งาน และผลกระทบที่เกิดจากเทคโนโลยี)


9. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการวิเคราะห์และเลือกใช้รถยนต์อย่างเหมาะสม ดังนี้การใช้รถยนต์ควรคำนึงถึงผลกระทบด้านคุณภาพของชีวิตและสังคม ด้านเศรษฐกิจ และด้านสิ่งแวดล้อม และควรหาวิธีป้องกันและวิธีแก้ปัญหาเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติที่เหมาะสม จึงจะส่งผล ให้เกิดการใช้รถยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ(Applying and Constructing the Knowledge) 10. นักเรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม ร่วมกันสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับรถยนต์ใน อนาคต จากนั้นร่วมกันออกแบบรถยนต์ในอนาคตของตนเอง โดยใช้คอมพิวเตอร์ในการออกแบบพร้อมอธิบาย คุณสมบัติพิเศษของรถยนต์ 11. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ รถยนต์ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของมนุษย์ในปัจจุบันเป็นอย่างมาก เช่น ใช้ในการเดินทางและรถยนต์ยัง เป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เช่น การคมนาคมขนส่ง และรถยนต์ยังส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม โดยการ ปล่อยไอเสียหรือเขม่า จึงทำให้เกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแก๊สที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์แก๊ส เรือนกระจก และทำให้เกิดภาวะโลกร้อนตามมา ดังนั้นจึงควรหาวิธีป้องกันและวิธีแก้ปัญหาในการใช้รถยนต์ที่ เหามะสม ขั้นสื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill) 12. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอเกี่ยวกับรถยนต์ในอนาคตของกลุ่มตนเองหน้าชั้นเรียน เพื่อ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน อาจใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการนำเสนอ เพื่อให้เห็นข้อมูลได้ชัดเจนและน่าสนใจ 13. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทำงานที่มี แบบแผน จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิด ประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครั้งต่อไป ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating) 14. นักเรียนนำความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์และเลือกใช้รถยนต์อย่างเหมาะสมไปบอกต่อผู้อื่น เพื่อให้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 15. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการทำกิจกรรม ในประเด็นต่อไปนี้ • สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร • นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด


• นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร • นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครั้งต่อไป สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2. ภาพรถยนต์ 3. คอมพิวเตอร์ 4. แหล่งการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน การประเมินการเรียนรู้ 1. ประเมินความรู้ เรื่อง การวิเคราะห์และเลือกใช้รถยนต์อย่างเหมาะสม (K) ด้วยแบบทดสอบ 2. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน 3. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) ด้วยแบบประเมิน แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics) แบบประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 กระบวนการ ทำงานกลุ่ม มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน และมีการชี้แจงเป้าหมาย การทำงาน มีการปฏิบัติงานร่วมกัน อย่างร่วมมือร่วมใจ พร้อมกับการประเมินเป็น ระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจนและ ปฏิบัติงานร่วมกัน แต่ไม่มีการประเมิน เป็นระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท เฉพาะหัวหน้า ไม่มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจน ปฏิบัติงานร่วมกัน ไม่ครบทุกคน ไม่มีการกำหนด บทบาทสมาชิก และไม่มีการชี้แจง เป้าหมาย สมาชิก ต่างคนต่างทำงาน


หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เทคโนโลยีกับการดำรงชีวิตของมนุษย์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง การวิเคราะห์และเลือกใช้คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างเหมาะสม มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม ตัวชี้วัด ว 4.1 ม.2/1 คาดการณ์แนวโน้มเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้น โดยพิจารณาจากสาเหตุหรือปัจจัยที่ส่งผล ต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และวิเคราะห์เปรียบเทียบ ตัดสินใจเลือกใช้ เทคโนโลยี โดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายผลกระทบที่เกิดจากคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์เคลื่อนที่ (K) 2. วิเคราะห์ผลกระทบและการเลือกใช้คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างเหมาะสม (P) 3. เห็นความสำคัญของผลกระทบและการเลือกใช้คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างเหมาะสม (A) สาระการเรียนรู้ คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหมือนกันและมีลักษณะการใช้งานที่ คล้ายคลึงกัน โดยคอมพิวเตอร์จะใช้ประมวลการทำงานที่มีความซับซ้อน เช่น ระบบสืบค้นหนังสือในห้องสมุด การใช้โปรแกรมวาดภาพ 3 มิติ ใช้ควบคุมการทำงานในตู้ ATM ส่วนโทรศัพท์เคลื่อนที่จะมีขนาดเล็กจึงพกพาได้ สะดวก นิยมใช้ในการติดต่อสื่อสาร การซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์ คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังส่งผล กระทบต่อด้านต่าง ๆ เช่น เมื่อใช้เป็นเวลานานอาจทำให้เกิดอาการนิ้วล็อก ปวดหลัง เสียสายตา และชิ้นส่วน รหัสวิชา ว22103 รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี2 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศึกษา 2566 เวลา 1 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวนพกาญจน์ มั่นอ่วม โรงเรียนบ้านวาเล่ย์ สอนวันที่………….เดือน………….พ.ศ…………..


อิเล็กทรอนิกส์จากคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์เคลื่อนที่เมื่อไม่ใช้งานแล้วจะเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้เกิด มลพิษในดินและน้ำอีกด้วย สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการแก้ปัญหา 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน คำถามสำคัญ ขยะอิเล็กทรอนิกส์เกิดจากอะไร การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering) 1. นักเรียนร่วมกันบอกประโยชน์ของคอมพิวเตอร์โดยบันทึกคำตอบเป็นแผนภาพความคิด ดังนี้ ใช้ติดต่อสื่อสาร ใช้วาดภาพ 3 มิติ ใช้พิมพ์เอกสาร หรือรายงาน ประโยชน์ ของคอมพิวเตอร์ ใช้เก็บข้อมูล จ านวนมาก ใช้ในการค านวณ ผลทางคณิตศาสตร์ ใช้ตรวจจับฝุ่ นละออง ในอากาศ PM 2.5 ใช้ควบคุม การท างานในตู้ ATM


2. นักเรียนร่วมกันบอกประโยชน์ของโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยบันทึกคำตอบเป็นแผนภาพความคิด ดังนี้ 3. นักเรียนร่วมกันสังเกตภาพขยะอิเล็กทรอนิกส์ แล้วตอบคำถาม ดังนี้ • จากภาพคือภาพอะไร (ขยะอิเล็กทรอนิกส์) • ขยะอิเล็กทรอนิกส์เกิดจากอะไร (วัสดุหรือชิ้นส่วนทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ใช้งานแล้ว) • นักเรียนสังเกตอุปกรณ์เทคโนโลยีรอบ ๆ ตัว แล้วบอกว่าอุปกรณ์ใดสามารถกลายเป็น ขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้บ้าง ใช้ติดต่อสื่อสาร ใชซ้้ือ-ขายของออนไลน์ ใช้เล่นเกม ประโยชน์ของ โทรศัพท์เคลื่อนที่ ใช้ถ่ายภาพ ใช้แชร์ ประสบการณ์ ใช้ท าธุรกรรม ทางการเงิน ใช้ติดตามข่าวสาร


(ตัวอย่างคำตอบ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ ไมโครโฟน พัดลม เครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์ เครื่องขยายเสียง ลำโพง หลอดไฟฟ้า ฮับ) 4. นักเรียนร่วมกันศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการวิเคราะห์และเลือกใช้คอมพิวเตอร์และ โทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างเหมาะสม จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย เช่น อินเทอร์เน็ต หนังสือเรียน ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) (Gathering) 5. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ แล้วตอบคำถาม ดังนี้ • คอมพิวเตอร์มีประโยชน์ต่อด้านคุณภาพของชีวิตและสังคมอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ใช้ติดต่อสื่อสาร พิมพ์รายงานหรือเอกสาร ใช้ออกแบบภาพ 3 มิติ ใช้ดูภาพยนตร์หรือเล่นเกมเพื่อความบันเทิง) • ผลกระทบของการใช้คอมพิวเตอร์ด้านคุณภาพของชีวิตและสังคมคืออะไร (ตัวอย่างคำตอบ ทำให้การคิดคำนวณลดลง เสียสายตา ปวดหลัง) • คอมพิวเตอร์มีประโยชน์ต่อด้านเศรษฐกิจอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ใช้ควบคุมการทำงานของตู้ ATM เช่น ใช้คำนวณเงิน ฝากเงิน ถอนเงิน โอนเงิน) • ผลกระทบของการใช้คอมพิวเตอร์ด้านเศรษฐกิจคืออะไร (ตัวอย่างคำตอบ เกิดการว่างงาน เพราะคอมพิวเตอร์ทำงานได้ดีกว่ามนุษย์ในบางงาน จึงมีการ ปลดพนักงาน) • คอมพิวเตอร์มีประโยชน์ต่อด้านสิ่งแวดล้อมอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ใช้เป็นเครื่องตรวจวัดระดับฝุ่นละอองในอากาศ PM 2.5 ใช้ในการพยากรณ์ อากาศ) • คอมพิวเตอร์ส่งผลกระทบอย่างไรต่อสิ่งแวดล้อม (ตัวอย่างคำตอบ ก่อให้เกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์ จึงทำให้เกิดมลพิษสะสมในดินหรือในน้ำ) • นักเรียนมีวิธีป้องกันและวิธีแก้ปัญหาจากการใช้คอมพิวเตอร์อย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ หลีกเลี่ยงการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ปรับตัวให้เข้ากับยุคดิจิทัล โดยนำ คอมพิวเตอร์มาใช้ในการทำงานมากขึ้น ฝึกคิดเลขด้วยตนเอง เมื่อไม่ใช้งานหรือต้องการทิ้งอุปกรณ์ให้นำไปทิ้ง ในถังขยะอิเล็กทรอนิกส์) 6. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่แล้วตอบคำถาม ดังนี้ • โทรศัพท์เคลื่อนที่มีประโยชน์ต่อด้านคุณภาพชีวิตและสังคมอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ใช้ในการติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่นได้อย่างรวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก ขึ้น) • โทรศัพท์เคลื่อนที่ส่งผลกระทบอย่างไรกับนักเรียน


(ตัวอย่างคำตอบ เมื่อใช้เป็นเวลานานจะทำให้เกิดอาการนิ้วล็อกหรือเสียสายตา) • โทรศัพท์เคลื่อนที่มีประโยชน์ต่อด้านเศรษฐกิจอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ การทำธุรกิจออนไลน์ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ เช่น สามารถซื้อ-ขายสินค้า บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ทุกที่ ทุกเวลา) • ผลกระทบจากการซื้อสินค้าออนไลน์คืออะไร (ตัวอย่างคำตอบ อาจถูกหลอกให้โอนเงินไปก่อน แล้วไม่ส่งสินค้า หรือได้รับสินค้าไม่ตรงกับการ โฆษณา) • นักเรียนมีวิธีป้องกันและวิธีแก้ปัญหาที่เกิดจากการเล่นโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ควรเล่นกีฬาเพื่อสร้างมนุษยสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้างและสร้างความ ผ่อนคลาย เมื่อทำธุรกรรมทางการเงินผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ควรใช้บริการส่งข้อความแจ้งเตือนเมื่อทำธุรกรรม ทางการเงินเสร็จ ควรทิ้งโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ไม่ใช้งานแล้วในกล่องรับบริจาคโทรศัพท์เคลื่อนที่ ของหน่วยงานต่าง ๆ) 7. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการวิเคราะห์และเลือกใช้คอมพิวเตอร์และ โทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างเหมาะสม ดังนี้ คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์เคลื่อนที่ส่งผลกระทบด้านคุณภาพของชีวิตและสังคม เช่น ใช้เพื่อความบันเทิง ใช้ในการคำนวณหรือการจดบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ทำให้เกิดความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และยังส่งผลต่อด้านเศรษฐกิจ เช่น การใช้ทำธุรกรรมทางการเงิน ใช้จดรายการอาหาร จึงส่งผลให้เกิดปัญหา การว่างงานจากการนำเทคโนโลยีมาทำงานแทนมนุษย์ และขยะอิเล็กทรอนิกส์ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อีกด้วย ดังนั้นควรหาวิธีป้องกันและวิธีแก้ปัญหา เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมต่อ การใช้งานคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์เคลื่อนที่ ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ(Applying and Constructing the Knowledge) 8. นักเรียนจับคู่แบ่งกลุ่มตามความเหมาะสมของจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยให้มีนักเรียน 1 คน ที่ มีประสบการณ์ในการใช้งานคอมพิวเตอร์ จากนั้นร่วมกันสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ แล้วจัดทำสื่อนำเสนอ โดยใช้คอมพิวเตอร์ในการออกแบบ มีหัวข้อในการนำเสนอ ดังนี้ • ความหมายของขยะอิเล็กทรอนิกส์ • ปัญหาหรือผลกระทบของขยะอิเล็กทรอนิกส์ • ธาตุที่มีอยู่ในขยะอิเล็กทรอนิกส์ • วิธีแก้ปัญหา • แนวโน้มในอนาคต 9. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหมือนกันและมีลักษณะการใช้งานที่ คล้ายคลึงกัน โดยคอมพิวเตอร์จะใช้ประมวลการทำงานที่มีความซับซ้อน เช่น ระบบสืบค้นหนังสือในห้องสมุด


การใช้โปรแกรมวาดภาพ 3 มิติ ใช้ควบคุมการทำงานในตู้ ATM ส่วนโทรศัพท์เคลื่อนที่จะมีขนาดเล็กจึงพกพา ได้สะดวก นิยมใช้ในการติดต่อสื่อสาร การซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์ คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังส่งผล กระทบต่อด้านต่าง ๆ เช่น เมื่อใช้เป็นเวลานานอาจทำให้เกิดอาการนิ้วล็อก ปวดหลัง เสียสายตา และชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์จากคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์เคลื่อนที่เมื่อไม่ใช้งานแล้วจะเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้เกิด มลพิษในดินและน้ำอีกด้วย ขั้นสื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill) 10. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอเกี่ยวกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ของตนเองหน้าชั้นเรียน เพื่อ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน อาจใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการนำเสนอ เพื่อให้เห็นข้อมูลได้ชัดเจนและน่าสนใจ 11. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทำงาน ที่มีแบบแผน ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating) 12. นักเรียนนำความรู้เกี่ยวกับการวิเคราะห์และเลือกใช้คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่าง เหมาะสมไปบอกต่อผู้อื่น เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 13. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการทำกิจกรรม ในประเด็นต่อไปนี้ • สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร • นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด • นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคมเกิด ประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครั้งต่อไป สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2. ภาพขยะอิเล็กทรอนิกส์ 3. คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออิเล็กทรอนิกส์ 4. แหล่งการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน


การประเมินการเรียนรู้ 1. ประเมินความรู้ เรื่อง การวิเคราะห์และเลือกใช้คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างเหมาะสม (K) ด้วยแบบทดสอบ 2. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน 3. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) ด้วยแบบประเมิน แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics) แบบประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 กระบวนการ ทำงานกลุ่ม มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน และมีการชี้แจงเป้าหมาย การทำงาน มีการปฏิบัติงานร่วมกัน อย่างร่วมมือร่วมใจ พร้อมกับการประเมินเป็น ระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจนและ ปฏิบัติงานร่วมกัน แต่ไม่มีการประเมิน เป็นระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท เฉพาะหัวหน้า ไม่มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจน ปฏิบัติงานร่วมกัน ไม่ครบทุกคน ไม่มีการกำหนด บทบาทสมาชิก และไม่มีการชี้แจง เป้าหมาย สมาชิก ต่างคนต่างทำงาน


หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การแก้ปัญหากับกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การระบุปัญหา มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม ตัวชี้วัด ว 4.1 ม.2/2 ระบุปัญหาหรือความต้องการในชุมชนหรือท้องถิ่น สรุปกรอบของปัญหา รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายเกี่ยวกับการระบุปัญหา (K) 2. ระบุปัญหา วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา และการระบุขอบเขตของปัญหาในชุมชน (P) 3. เห็นความสำคัญของการระบุปัญหา (A) สาระการเรียนรู้ การระบุปัญหาอย่างมีแบบแผนเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ใน ระดับสากลได้ ใช้เทคนิค 5W1H ในการสำรวจปัญหาและแนวทางการแก้ไขโดยการใช้คำถาม เมื่อระบุปัญหา แล้วต้องวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาโดยใช้แผนภาพก้างปลา และขั้นต่อไปเป็นการระบุขอบเขตของปัญหา ทำให้ แก้ปัญหาได้อย่างชัดเจนและง่ายมากยิ่งขึ้น รหัสวิชา ว22103 รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี2 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศึกษา 2566 เวลา 1 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวนพกาญจน์ มั่นอ่วม โรงเรียนบ้านวาเล่ย์ สอนวันที่………….เดือน………….พ.ศ…………..


สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน คำถามสำคัญ เราทราบได้อย่างไรว่าสิ่งใดเป็นปัญหา การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering) 1. นักเรียนร่วมกันสังเกตภาพปัญหาด้านต่าง ๆ แล้วตอบคำถาม ดังนี้ • จากภาพเป็นการใช้พลังงานอย่างไร (ใช้พลังงานไฟฟ้าในการให้แสงสว่าง) • จากภาพอาจเกิดปัญหาใดตามมา (พลังงานไฟฟ้าไม่เพียงพอ) • ในชีวิตประจำวันนักเรียนใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างไรบ้าง (ตัวอย่างคำตอบ ใช้ในการชาร์จแบตโทรศัพท์เคลื่อนที่ ดูโทรทัศน์ ใช้ในเครื่องปรับอากาศ)


• จากภาพคือปัญหาอะไร (ปัญหานํ้าเน่าเสียและขยะในลำคลอง) • นักเรียนคิดว่าจะส่งผลกระทบอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ส่งกลิ่นเหม็นรบกวน สัตว์น้ำไม่มีที่อยู่อาศัย) • จากภาพคือปัญหาอะไร (ปัญหาความแห้งแล้ง) • นักเรียนคิดว่าจะส่งผลกระทบอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ทำให้ได้ผลผลิตจากการเกษตรน้อยลง) • จากภาพคือปัญหาอะไร (ปัญหาอาหารไม่สะอาด)


• นักเรียนคิดว่าจะส่งผลกระทบอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ อาจทำให้เกิดโรคที่เกี่ยวกับทางเดินอาหาร หรืออาหารเป็นพิษ) 2. ส่งตัวแทนนักเรียน 2-3 คน ออกมาเล่าประสบการณ์ปัญหาที่พบเกี่ยวกับด้านพลังงาน ด้าน สิ่งแวดล้อม ด้านการเกษตร ด้านอาหารให้เพื่อน ๆ ฟังหน้าชั้นเรียน 3. นักเรียนร่วมกันศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการระบุปัญหา จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ อย่าง หลากหลาย เช่น อินเทอร์เน็ต หนังสือเรียน ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) (Gathering) 4. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ แล้วตอบคำถามกระตุ้นความคิด ดังนี้ • เราทราบได้อย่างไรว่าสิ่งใดเป็นปัญหา (ตัวอย่างคำตอบ เป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและมนุษย์ ส่งผลให้การดำเนินชีวิตเป็นไปได้ อย่างยากลำบาก) 5. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับปัญหาในชุมชนในด้านต่าง ๆ ดังตัวอย่าง ด้านสิ่งแวดล้อม ระบุปัญหา น้าํเน่าเสีย ทิ้งขยะไม่เป็นที่แสงสวา่งตอนกลางคนืไม่เพียงพอ วัยรุ่นเสียงดัง ด้านพลังงาน ระบุปัญหา พลังงานไฟฟ้าไม่เพียงพอ ไฟฟ้าเข้าไม่ถึงบ้านที่อยู่ไกล ด้านการเกษตร ระบุปัญหา การใช้สารเคมีในการทําการเกษตร การบุกรุกพ้นืที่ได้ผลผลิตจาก การทําการเกษตรน้อย พ้ืนที่การทาํการเกษตรไม่เพียงพอ ด้านอาหาร ระบุปัญหา อาหารไม่สะอาด ไม่มีการถนอมอาหาร อาหารไม่เพียงพอ อาหารขายแพงกว่าราคาปกติ


6. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับเทคนิค 5W1H โดยเขียนองค์ประกอบเป็นแผนภาพความคิด แล้วตอบคำถาม ดังนี้ • เทคนิค 5W1H ใช้ทำอะไร (ใช้ในการตั้งคำถาม ในการสำรวจปัญหาและแนวทางแก้ปัญหา) • สิ่งที่ได้รับจากการใช้เทคนิค 5W1H คืออะไร (ตัวอย่างคำตอบ - สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด เป็นขั้นตอนและเป็นกระบวนการทางวิศวกรรม - สามารถคาดคะเนผลลัพธ์ของการแก้ปัญหาได้ค่อนข้างแม่นยำ - สามารถนำไปเป็นฐานข้อมูลสำหรับปัญหาที่มีลักษณะคล้ายกัน) • นักเรียนอธิบายความหมายของแต่ละองค์ประกอบของ 5W1H (Who หมายถึง ใครที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ใครที่ได้รับผลกระทบกับเรื่องนี้ What หมายถึง อะไรคือสิ่งที่ต้องทำ อะไรคือสิ่งที่ทำให้เกิดปัญหา Where หมายถึง ที่ไหนที่ควรจะลงไปทำ ที่ไหนที่มีปัญหา เหตุการณ์เกิดที่ไหน When หมายถึง ปัญหาเกิดเมื่อใด เหตุการณ์นี้จะจบเมื่อใด Why หมายถึง ทำไมถึงทำหรือเลือกสิ่งนั้น ทำไมจึงเกิดปัญหานั้น How หมายถึง เราจะทำอย่างไรในการแก้ปัญหานั้น ๆ ได้ สิ่งนั้นมีผลอย่างไรบ้าง) 7. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับการระบุปัญหา แล้วตอบคำถาม ดังนี้ • เมื่อระบุปัญหาจากการใช้เทคนิค 5W1H ได้แล้ว ขั้นต่อไปคืออะไร (วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา) What ทําอะไร 5W1H How อย่างไร Where ที่ไหน Why ทําไม Who ใคร When เมื่อใด


• การวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาใช้วิธีการใดเพื่อให้เข้าใจง่าย (ใช้แผนภาพก้างปลา (fish bone diagram)) • แผนภาพก้างปลา (fish bone diagram) ประกอบด้วยกี่ส่วน อะไรบ้าง พร้อมอธิบาย (2 ส่วน คือ ส่วนหัวเป็นส่วนของปัญหาหรือผลกระทบ และส่วนของก้างปลาเป็นส่วนของสาเหตุ หลัก ๆ) • หลังจากวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาแล้ว ขั้นต่อไปคืออะไร (การระบุขอบเขตของปัญหา) • การระบุขอบเขตของปัญหาคืออะไร (เป็นการกำหนดกรอบประเด็นของปัญหาว่ามีความครอบคลุมมากน้อยเพียงใด) • ประโยชน์ของการระบุขอบเขตของปัญหาคืออะไร (มีส่วนช่วยให้การหาหนทางในการแก้ไขปัญหาได้ง่ายและตรงจุดมากขึ้น) 8. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการระบุปัญหา ดังนี้ การระบุปัญหาควรใช้เทคนิค 5W1H เข้ามาใช้ในการตั้งคำถามทำให้สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด เป็นขั้นตอน เมื่อระบุปัญหาได้แล้วต้องวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา โดยใช้แผนภาพก้างปลาเพื่อค้นหา แนวทางการแก้ปัญหาที่เหมาะสมที่สุด หลังจากวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาแล้ว ก็จะเป็นการระบุขอบเขตปัญหา ซึ่งเป็นการกำหนดกรอบประเด็นของปัญหาว่ามีความครอบคลุมมากน้อยเพียงใด ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้การหา หนทางแก้ปัญหาได้ง่ายและตรงจุดมากขึ้น ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ (Applying and Constructing the Knowledge) 9. นักเรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสมร่วมกันระบุปัญหาในชุมชนที่ส่งผลกระทบมากที่สุด 1 ปัญหา แล้วใช้เทคนิค 5W1H มาช่วยกำหนดปัญหา จากนั้นวิเคราะห์สาเหตุ โดยใช้แผนภาพก้างปลา ดังตัวอย่าง 1) ระบุปัญหาเกี่ยวกับนํ้าในลำคลองเน่าเสีย หลักการ 5W1H ผลการระบุปัญหา Who ใครที่ทำให้นํ้าในลำคลองเน่าเสีย What อะไรเป็นปัจจัยหรือสาเหตุที่ทำให้เกิดนํ้าเน่าเสีย Where บริเวณที่ทำให้นํ้าเน่าเสียเกิดจากที่ไหน When เมื่อไรถึงจะไม่มีนํ้าเน่าเสียในลำคลอง Why ทำไมถึงไม่มีการบำบัดนํ้าเน่าเสีย How จะมีวิธีการอย่างไรให้นํ้าในลำคลองกลับมาใสสะอาด


2) วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา 3) การระบุขอบเขตของปัญหา การแก้ปัญหานี้ต้องมุ่งประเด็นไปทางด้านการทิ้งขยะลงในลำคลองหมู่บ้าน เนื่องจากคนใน ชุมชนมีการทิ้งขยะไม่เป็นที่ และทิ้งลงในลำคลอง อีกทั้งยังปล่อยสิ่งปฏิกูลลงในลำคลองจนทำให้นํ้าเน่าเสีย ควรแก้ไขโดยการรณรงค์และหาถังขยะให้เพียงพอกับคนในชุมชน และจัดอบรมเกี่ยวกับการเพิ่มออกซิเจน ในนํ้า เช่น การใช้กังหันนํ้า หรือ EM Ball 10. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ การระบุปัญหาอย่างมีแบบแผนเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ในระดับสากลได้ใช้เทคนิค 5W1H ในการสำรวจปัญหาและแนวทางการแก้ไขโดยการใช้คำถาม เมื่อระบุปัญหา แล้วต้องวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา โดยใช้แผนภาพก้างปลา และขั้นต่อไปเป็นการระบุขอบเขต ของปัญหา ทำให้แก้ปัญหาได้อย่างชัดเจนและง่ายมากยิ่งขึ้น ขั้นสื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill) 11. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอการระบุปัญหาในชุมชน โดยใช้เทคนิค 5W1H และแผนภาพ ก้างปลาของตนเองหน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน อาจใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการนำเสนอ เพื่อให้ เห็นข้อมูลได้ชัดเจนและน่าสนใจ 12. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทำงานที่มี แบบแผน ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating) 13. นักเรียนนำความรู้เกี่ยวกับการระบุปัญหาไปวิเคราะห์ปัญหาในชุมชนหรือท้องถิ่น เพื่อนำไปใช้ แก้ปัญหา และนำความรู้ไปบอกต่อผู้อื่น เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและสามารถนำไปใช้ แก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 14. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการทำกิจกรรม ในประเด็นต่อไปนี้ การปล่อยน้าํเสียหรือสารเคมี จากโรงงานต่าง ๆ สาเหตุ ออกซิเจนในน้าํมีนอ้ย ปัญหา คือ น้าํในลาํคลองเน่าเสีย การทิง้ขยะลงในลาํคลองหมบู่า้น ไม่มีการไหลเวียนของน้าํในลาํคลอง


• สิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คืออะไร • นักเรียนมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • เพื่อนนักเรียนในกลุ่มมีส่วนร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพียงใด • นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวันนี้หรือไม่ เพียงใด • นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้นี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป ได้อย่างไร จากนั้นแลกเปลี่ยนตรวจสอบขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนว่าจะเพิ่มคุณค่าไปสู่สังคม เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในขั้นตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครั้งต่อไป สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ 1. หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2. ภาพปัญหาด้านต่าง ๆ 3. แหล่งการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน การประเมินการเรียนรู้ 1. ประเมินความรู้ เรื่อง การระบุปัญหา (K) ด้วยแบบทดสอบ 2. ประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม (P) ด้วยแบบประเมิน 3. ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน (A) ด้วยแบบประเมิน แบบประเมินตามสภาพจริง (Rubrics) แบบประเมินกระบวนการทำงานกลุ่ม รายการการประเมิน ระดับคุณภาพ 4 3 2 1 กระบวนการ ทำงานกลุ่ม มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน และมีการชี้แจงเป้าหมาย การทำงาน มีการปฏิบัติงานร่วมกัน อย่างร่วมมือร่วมใจ พร้อมกับการประเมินเป็น ระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท สมาชิกชัดเจน มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจนและ ปฏิบัติงานร่วมกัน แต่ไม่มีการประเมิน เป็นระยะ ๆ มีการกำหนดบทบาท เฉพาะหัวหน้า ไม่มีการชี้แจงเป้าหมาย อย่างชัดเจน ปฏิบัติงานร่วมกัน ไม่ครบทุกคน ไม่มีการกำหนด บทบาทสมาชิก และไม่มีการชี้แจง เป้าหมาย สมาชิก ต่างคนต่างทำงาน


หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 การแก้ปัญหากับกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง การระบุปัญหา มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม ตัวชี้วัด ว 4.1 ม.2/2 ระบุปัญหาหรือความต้องการในชุมชนหรือท้องถิ่น สรุปกรอบของปัญหา รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายเกี่ยวกับการระบุปัญหา (K) 2. ระบุปัญหา วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา และการระบุขอบเขตของปัญหาในชุมชน (P) 3. เห็นความสำคัญของการระบุปัญหา (A) สาระการเรียนรู้ การระบุปัญหาอย่างมีแบบแผนเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ใน ระดับสากลได้ ใช้เทคนิค 5W1H ในการสำรวจปัญหาและแนวทางการแก้ไขโดยการใช้คำถาม เมื่อระบุปัญหา แล้วต้องวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาโดยใช้แผนภาพก้างปลา และขั้นต่อไปเป็นการระบุขอบเขตของปัญหา ทำให้ แก้ปัญหาได้อย่างชัดเจนและง่ายมากยิ่งขึ้น รหัสวิชา ว22103 รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี2 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปีการศึกษา 2566 เวลา 1 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวนพกาญจน์ มั่นอ่วม โรงเรียนบ้านวาเล่ย์ สอนวันที่………….เดือน………….พ.ศ…………..


สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มุ่งมั่นในการทำงาน คำถามสำคัญ เราทราบได้อย่างไรว่าสิ่งใดเป็นปัญหา การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นสังเกต รวบรวมข้อมูล (Gathering) 1. นักเรียนร่วมกันสังเกตภาพปัญหาด้านต่าง ๆ แล้วตอบคำถาม ดังนี้ • จากภาพเป็นการใช้พลังงานอย่างไร (ใช้พลังงานไฟฟ้าในการให้แสงสว่าง) • จากภาพอาจเกิดปัญหาใดตามมา (พลังงานไฟฟ้าไม่เพียงพอ) • ในชีวิตประจำวันนักเรียนใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างไรบ้าง (ตัวอย่างคำตอบ ใช้ในการชาร์จแบตโทรศัพท์เคลื่อนที่ ดูโทรทัศน์ ใช้ในเครื่องปรับอากาศ)


• จากภาพคือปัญหาอะไร (ปัญหานํ้าเน่าเสียและขยะในลำคลอง) • นักเรียนคิดว่าจะส่งผลกระทบอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ส่งกลิ่นเหม็นรบกวน สัตว์น้ำไม่มีที่อยู่อาศัย) • จากภาพคือปัญหาอะไร (ปัญหาความแห้งแล้ง) • นักเรียนคิดว่าจะส่งผลกระทบอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ทำให้ได้ผลผลิตจากการเกษตรน้อยลง) • จากภาพคือปัญหาอะไร (ปัญหาอาหารไม่สะอาด)


• นักเรียนคิดว่าจะส่งผลกระทบอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ อาจทำให้เกิดโรคที่เกี่ยวกับทางเดินอาหาร หรืออาหารเป็นพิษ) 2. ส่งตัวแทนนักเรียน 2-3 คน ออกมาเล่าประสบการณ์ปัญหาที่พบเกี่ยวกับด้านพลังงาน ด้าน สิ่งแวดล้อม ด้านการเกษตร ด้านอาหารให้เพื่อน ๆ ฟังหน้าชั้นเรียน 3. นักเรียนร่วมกันศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการระบุปัญหา จากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ อย่าง หลากหลาย เช่น อินเทอร์เน็ต หนังสือเรียน ขั้นคิดวิเคราะห์และสรุปความรู้ (Processing) (Gathering) 4. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ แล้วตอบคำถามกระตุ้นความคิด ดังนี้ • เราทราบได้อย่างไรว่าสิ่งใดเป็นปัญหา (ตัวอย่างคำตอบ เป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและมนุษย์ ส่งผลให้การดำเนินชีวิตเป็นไปได้ อย่างยากลำบาก) 5. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับปัญหาในชุมชนในด้านต่าง ๆ ดังตัวอย่าง ด้านสิ่งแวดล้อม ระบุปัญหา น้าํเน่าเสีย ทิ้งขยะไม่เป็นที่แสงสวา่งตอนกลางคนืไม่เพียงพอ วัยรุ่นเสียงดัง ด้านพลังงาน ระบุปัญหา พลังงานไฟฟ้าไม่เพียงพอ ไฟฟ้าเข้าไม่ถึงบ้านที่อยู่ไกล ด้านการเกษตร ระบุปัญหา การใช้สารเคมีในการทําการเกษตร การบุกรุกพ้นืที่ได้ผลผลิตจาก การทําการเกษตรน้อย พ้ืนที่การทาํการเกษตรไม่เพียงพอ ด้านอาหาร ระบุปัญหา อาหารไม่สะอาด ไม่มีการถนอมอาหาร อาหารไม่เพียงพอ อาหารขายแพงกว่าราคาปกติ


6. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับเทคนิค 5W1H โดยเขียนองค์ประกอบเป็นแผนภาพความคิด แล้วตอบคำถาม ดังนี้ • เทคนิค 5W1H ใช้ทำอะไร (ใช้ในการตั้งคำถาม ในการสำรวจปัญหาและแนวทางแก้ปัญหา) • สิ่งที่ได้รับจากการใช้เทคนิค 5W1H คืออะไร (ตัวอย่างคำตอบ - สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด เป็นขั้นตอนและเป็นกระบวนการทางวิศวกรรม - สามารถคาดคะเนผลลัพธ์ของการแก้ปัญหาได้ค่อนข้างแม่นยำ - สามารถนำไปเป็นฐานข้อมูลสำหรับปัญหาที่มีลักษณะคล้ายกัน) • นักเรียนอธิบายความหมายของแต่ละองค์ประกอบของ 5W1H (Who หมายถึง ใครที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ใครที่ได้รับผลกระทบกับเรื่องนี้ What หมายถึง อะไรคือสิ่งที่ต้องทำ อะไรคือสิ่งที่ทำให้เกิดปัญหา Where หมายถึง ที่ไหนที่ควรจะลงไปทำ ที่ไหนที่มีปัญหา เหตุการณ์เกิดที่ไหน When หมายถึง ปัญหาเกิดเมื่อใด เหตุการณ์นี้จะจบเมื่อใด Why หมายถึง ทำไมถึงทำหรือเลือกสิ่งนั้น ทำไมจึงเกิดปัญหานั้น How หมายถึง เราจะทำอย่างไรในการแก้ปัญหานั้น ๆ ได้ สิ่งนั้นมีผลอย่างไรบ้าง) 7. นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์เกี่ยวกับการระบุปัญหา แล้วตอบคำถาม ดังนี้ • เมื่อระบุปัญหาจากการใช้เทคนิค 5W1H ได้แล้ว ขั้นต่อไปคืออะไร (วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา) What ทําอะไร 5W1H How อย่างไร Where ที่ไหน Why ทําไม Who ใคร When เมื่อใด


• การวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาใช้วิธีการใดเพื่อให้เข้าใจง่าย (ใช้แผนภาพก้างปลา (fish bone diagram)) • แผนภาพก้างปลา (fish bone diagram) ประกอบด้วยกี่ส่วน อะไรบ้าง พร้อมอธิบาย (2 ส่วน คือ ส่วนหัวเป็นส่วนของปัญหาหรือผลกระทบ และส่วนของก้างปลาเป็นส่วนของสาเหตุ หลัก ๆ) • หลังจากวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาแล้ว ขั้นต่อไปคืออะไร (การระบุขอบเขตของปัญหา) • การระบุขอบเขตของปัญหาคืออะไร (เป็นการกำหนดกรอบประเด็นของปัญหาว่ามีความครอบคลุมมากน้อยเพียงใด) • ประโยชน์ของการระบุขอบเขตของปัญหาคืออะไร (มีส่วนช่วยให้การหาหนทางในการแก้ไขปัญหาได้ง่ายและตรงจุดมากขึ้น) 8. นักเรียนร่วมกันสรุปความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการระบุปัญหา ดังนี้ การระบุปัญหาควรใช้เทคนิค 5W1H เข้ามาใช้ในการตั้งคำถามทำให้สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด เป็นขั้นตอน เมื่อระบุปัญหาได้แล้วต้องวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา โดยใช้แผนภาพก้างปลาเพื่อค้นหา แนวทางการแก้ปัญหาที่เหมาะสมที่สุด หลังจากวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาแล้ว ก็จะเป็นการระบุขอบเขตปัญหา ซึ่งเป็นการกำหนดกรอบประเด็นของปัญหาว่ามีความครอบคลุมมากน้อยเพียงใด ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้การหา หนทางแก้ปัญหาได้ง่ายและตรงจุดมากขึ้น ขั้นปฏิบัติและสรุปความรู้หลังการปฏิบัติ (Applying and Constructing the Knowledge) 9. นักเรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสมร่วมกันระบุปัญหาในชุมชนที่ส่งผลกระทบมากที่สุด 1 ปัญหา แล้วใช้เทคนิค 5W1H มาช่วยกำหนดปัญหา จากนั้นวิเคราะห์สาเหตุ โดยใช้แผนภาพก้างปลา ดังตัวอย่าง 1) ระบุปัญหาเกี่ยวกับนํ้าในลำคลองเน่าเสีย หลักการ 5W1H ผลการระบุปัญหา Who ใครที่ทำให้นํ้าในลำคลองเน่าเสีย What อะไรเป็นปัจจัยหรือสาเหตุที่ทำให้เกิดนํ้าเน่าเสีย Where บริเวณที่ทำให้นํ้าเน่าเสียเกิดจากที่ไหน When เมื่อไรถึงจะไม่มีนํ้าเน่าเสียในลำคลอง Why ทำไมถึงไม่มีการบำบัดนํ้าเน่าเสีย How จะมีวิธีการอย่างไรให้นํ้าในลำคลองกลับมาใสสะอาด


2) วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา 3) การระบุขอบเขตของปัญหา การแก้ปัญหานี้ต้องมุ่งประเด็นไปทางด้านการทิ้งขยะลงในลำคลองหมู่บ้าน เนื่องจากคนใน ชุมชนมีการทิ้งขยะไม่เป็นที่ และทิ้งลงในลำคลอง อีกทั้งยังปล่อยสิ่งปฏิกูลลงในลำคลองจนทำให้นํ้าเน่าเสีย ควรแก้ไขโดยการรณรงค์และหาถังขยะให้เพียงพอกับคนในชุมชน และจัดอบรมเกี่ยวกับการเพิ่มออกซิเจน ในนํ้า เช่น การใช้กังหันนํ้า หรือ EM Ball 10. นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่เข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังนี้ การระบุปัญหาอย่างมีแบบแผนเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ในระดับสากลได้ใช้เทคนิค 5W1H ในการสำรวจปัญหาและแนวทางการแก้ไขโดยการใช้คำถาม เมื่อระบุปัญหา แล้วต้องวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา โดยใช้แผนภาพก้างปลา และขั้นต่อไปเป็นการระบุขอบเขต ของปัญหา ทำให้แก้ปัญหาได้อย่างชัดเจนและง่ายมากยิ่งขึ้น ขั้นสื่อสารและนำเสนอ (Applying the Communication Skill) 11. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอการระบุปัญหาในชุมชน โดยใช้เทคนิค 5W1H และแผนภาพ ก้างปลาของตนเองหน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน อาจใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการนำเสนอ เพื่อให้ เห็นข้อมูลได้ชัดเจนและน่าสนใจ 12. นักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับวิธีการทำงานให้เห็นการคิดเชิงระบบและวิธีการทำงานที่มี แบบแผน ขั้นประเมินเพื่อเพิ่มคุณค่าบริการสังคมและจิตสาธารณะ (Self-Regulating) 13. นักเรียนนำความรู้เกี่ยวกับการระบุปัญหาไปวิเคราะห์ปัญหาในชุมชนหรือท้องถิ่น เพื่อนำไปใช้ แก้ปัญหา และนำความรู้ไปบอกต่อผู้อื่น เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและสามารถนำไปใช้ แก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 14. นักเรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรู้สึกหลังการเรียนและหลังการทำกิจกรรม ในประเด็นต่อไปนี้ การปล่อยน้าํเสียหรือสารเคมี จากโรงงานต่าง ๆ สาเหตุ ออกซิเจนในน้าํมีนอ้ย ปัญหา คือ น้าํในลาํคลองเน่าเสีย การทิง้ขยะลงในลาํคลองหมบู่า้น ไม่มีการไหลเวียนของน้าํในลาํคลอง


Click to View FlipBook Version